มเตมิ สาระสาคญั /ความคดิ รวบยอด เวลา น้าหนัก
(ชวั่ โมง) คะแนน
นทำให้เกิด
รอน ซ่งึ มี
ดสอ่ งผำ่ น
ศึกษำภำยใต้
มวี ิธกี ำร
สม กบั ชนดิ
ะสิทธภิ ำพ
นเครือ่ งมือที่
ละรำคำ
ถกู วธิ ีมกี ำร
เพอื่ ให้
หนว่ ยท่ี ชอ่ื หน่วย ผลการเรยี นรู้ สาระการเรยี น
การเรยี นรู้
12. สบื ค้นข้อมูล • สว่ นท่หี ่อหมุ้ เซลลท์ ่พี
อธบิ ำย และระบุ ชนดิ คอื เยื่อหมุ้ เซลล์แ
ชนดิ และหนำ้ ที่ สำหรำ่ ย ฟังไจและพืช
ของออรแ์ กเนลล์ เป็นสว่ นหอ่ ห้มุ เซลลเ์ พ
13. อธบิ ำย ชั้นหนง่ึ
โครงสรำ้ งและ • โครงสร้ำงของเย่อื ห
หน้ำทข่ี อง ประกอบดว้ ยโมเลกุล
นิวเคลยี ส เรยี งเปน็ สองชนั้ และม
หรอื อยู่ทผ่ี ิวทั้งสองด้ำน
• ไซโทพลำซึมอยภู่ ำยใ
ประกอบดว้ ย ไซโทซอ
แกเนลล์
• นวิ เคลยี สเปน็ ศูนยก์ ล
ทำงำนของ เซลลย์ คู ำร
ประกอบดว้ ยเยอ่ื หมุ้ ซ
RNA และโปรตนี บำงช
นรู้เพิ่มเติม สาระสาคัญ/ความคดิ รวบยอด เวลา น้าหนกั
(ชั่วโมง) คะแนน
พบในเซลล์ทกุ 5
แตใ่ นแบคทเี รยี
ช จะมีผนงั เซลล์
พ่ิมเติมขึ้นมำอีก
หุ้มเซลล์
ของฟอสโฟลิพิด
มโี ปรตนี แทรก
นของฟอสโฟลิพดิ
ในเยอ่ื หมุ้ เซลล์
อลและออร์
ลำงควบคุมกำร
ริโอต
ซึ่งภำยใน มีDNA
ชนดิ
หนว่ ยที่ ชอ่ื หน่วย ผลการเรียนรู้ สาระการเรียนรู้เพ่ิมเต
การเรียนรู้
แบบฟำซลิ ิเทตและ แอกทฟี ทรำนสปอร์ต กระบวน
แอกทฟี ทรำนส ไซโทซสิ กระบวนกำรเอนโด
ปอร์ต
15. สืบคน้ ข้อมูล • แก๊สต่ำง ๆ เขำ้ หรอื ออกจำกเ
อธิบำย และเขียน กำรแพร่ ส่วนน้ำเขำ้ หรอื ออกจ
แผนภำพ กำร ผ่ำนเยือ่ หุ้มเซลล์ โดยออสโมซสิ
ลำเลยี งสำรโมเลกุล • ไอออนและสำรบำงอยำ่ งที่ไม
ใหญอ่ อกจำกเซลล์ ลำเลียง ผำ่ นเย่ือหมุ้ เซลลโ์ ดยต
ด้วยกระบวนกำร จำเปน็ ตอ้ งอำศยั โปรตนี ที่อยบู่
เอกโซไซโทซิสและ เซลลเ์ ปน็ ตวั พำสำรนั้น เข้ำและ
กำรลำเลยี ง สำร เซลลเ์ รยี กว่ำ กำรแพรแ่ บบ ฟำ
โมเลกุลใหญเ่ ข้ำสู่ • แอกทฟี ทรำนสปอรต์ เปน็ กำ
เซลลด์ ้วย สำรจำก บรเิ วณทม่ี ีควำมเขม้ ข
กระบวนกำร เอน บรเิ วณทีม่ ี ควำมเขม้ ข้นสูง
โดไซโทซิส • สำรบำงอยำ่ งที่ไม่สำมำรถแพ
หมุ้ เซลล์ หรอื ลำเลยี งผ่ำนโปรต
พำไดจ้ ะถกู ลำเลียงออกจำกเซ
กระบวนกำร เอกโซไซโทซิส
ติม สาระสาคัญ/ความคดิ รวบยอด เวลา นา้ หนกั
(ช่ัวโมง) คะแนน
นกำรเอกโซ
ดไซโทซิส 2
เซลล์โดย
จำกเซลล์
ส
มส่ ำมำรถ
ตรงได้
บนเยื่อหมุ้
ะออกจำก
ำซิลิเทต
ำรลำเลียง
ข้นต่ำไปยัง
พรผ่ ่ำนเยอื่
ตนี ทเ่ี ปน็ ตัว
ซลล์ดว้ ย
หนว่ ยที่ ชอ่ื หน่วย ผลการเรยี นรู้ สาระการเรยี นรู้เพม่ิ เต
การเรียนรู้
• สำรทม่ี ีขนำดใหญจ่ ะสำมำรถ
สเู่ ซลล์ ด้วยกระบวนกำรเอนโด
แบง่ เป็น ๓ แบบ ได้แก่ พโิ นไซ
ฟำโกไซโทซิส และกำรนำสำร
โดยอำศยั ตวั รับ
16. สังเกตกำรแบ่ง • กำรแบ่งเซลล์ของส่งิ มชี วี ิตเป
นวิ เคลยี สแบบไมโท จำนวนเซลล์ ซึง่ เป็นกระบวนก
ซสิ และ แบบไมโอ ต่อเนอ่ื งกันเปน็ วัฏจักร โดยว
ซสิ จำกตวั อยำ่ ง เซลลป์ ระกอบด้วย อินเตอรเ์ ฟ
ภำยใต้กลอ้ ง นิวเคลียสแบบไมโทซิสและ กำ
จุลทรรศน์ พรอ้ ม ไซโทพลำซมึ
ทัง้ อธิบำยและ • กำรแบง่ นวิ เคลยี สมี๒ แบบ ค
เปรยี บเทียบกำร นวิ เคลยี ส แบบไมโทซิสและกำ
แบง่ นิวเคลียสแบบ นวิ เคลยี สแบบไมโอซสิ
ไมโทซสิ และแบบ • กำรแบง่ นวิ เคลยี สแบบไมโทซ
ไมโอซสิ ประกอบดว้ ย ระยะโพรเฟส เม
แอนำเฟส และเทโลเฟส
ตมิ สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด เวลา นา้ หนกั
(ชว่ั โมง) คะแนน
ถลำเลียงเข้ำ
ดไซโทซสิ ซ่งึ 10
ซโทซสิ
เข้ำสู่เซลล์
ปน็ กำรเพม่ิ ก ำ ร แ บ่ ง เ ซ ล ล์ ข อ ง สิ่ ง มี ชี วิ ต เ ป็ น 6
กำรที่เกดิ ขน้ึ กระบวนกำรท่ีเกิดข้ึนต่อเนื่องกันเปน็ วัฏ
วัฏจกั รของ จักร ประกอบด้วยอินเตอร์เฟส กำรแบ่ง
ฟส กำรแบ่ง นิวเคลียส และกำรแบง่ ไซโทพลำซึม
ำรแบง่
คอื กำรแบ่ง
ำรแบง่
ซสิ
มทำเฟส
หนว่ ยที่ ชอ่ื หน่วย ผลการเรียนรู้ สาระการเรียนร
การเรียนรู้
17. อธบิ ำย • กำรหำยใจระดบั เซลล์เป็นก
เปรียบเทียบ และ สำรอำหำร ท่มี พี ลังงำนสงู โด
สรปุ ขนั้ ตอน กำร ตัวรับ อิเลก็ ตรอนตวั สดุ ทำ้ ย
หำยใจระดับเซลล์ ขัน้ ตอน คือ ไกลโคลซิ ิส
ในภำวะท่มี ี วฏั จกั รเครบส์และกระบวนก
ออกซเิ จนเพยี งพอ อิเลก็ ตรอน
และภำวะทมี่ ี • กำรหำยใจระดับเซลล์พลงั
ออกซิเจนไม่ ขน้ั ตอนกำรถ่ำยทอดอิเล็กตร
เพยี งพอ ถกู เก็บไวใ้ นพันธะเคมีในโมเล
• ในภำวะท่มี ีออกซเิ จนไมเ่ พ
หำยใจ ของเซลล์ไม่สมบูรณ์จ
โคลิซสิ ผลท่ีได้จำกกำรหำยใ
สตั วจ์ ะได้ กรดแลกตกิ ในจุล
ได้ กรดแลกตกิ หรอื เอทิลแอ
รู้เพ่มิ เตมิ สาระสาคัญ/ความคดิ รวบยอด เวลา นา้ หนกั
(ชัว่ โมง) คะแนน
กำรสลำย การหายใจระดบั เซลล์ พลงั งาน
ดยมีออกซิเจนเป็น ส่วนใหญ่ไดจ้ ากข้นั ตอนการ 8 10
ย ประกอบดว้ ย 3 ถ่ายทอด
10
กำร ถำ่ ยทอด 20
100
งงำนส่วนใหญไ่ ดจ้ ำก
รอน พลงั งำนนี้ จะ
ลกลุ ของ ATP
พียงพอ ทำใหก้ ำร
จึงเกดิ ได้เฉพำะไกล
ใจในสภำวะน้ีใน
ลนิ ทรียแ์ ละพืชอำจ
อลกอฮอล์
รวมระหวา่ งภาค 20
ปลายภาค
รวม
การวเิ คราะห์ความเชอ่ื มโยงข
สมรรถนะของผูเ้ รยี น แล
กรณที ี่ 2 กรณีที่สำมำรถวเิ ครำะหค์ ุณลักษณะอันพึงประสงค์ท่ีสอดคลอ้ งกบั กำรพฒั น
ตัวชว้ี ดั ผเู้ รียนรอู้ ะไร/ทำอะไรได้
ผเู้ รียนรู้อะไร
1. อธิบำยและสรุปสมบัติที่สำคัญ สรปุ สมบัติที่สำคัญของส่งิ มชี วี ิต และควำมสัม
ของส่ิงมชี วี ิต และควำมสมั พันธ์ของ จดั ระบบในสิง่ มชี วี ติ ทท่ี ำ ให้ส่งิ มชี วี ิตดำ รงช
กำรจัดระบบในส่ิงมชี วี ติ ท่ีทำ ให้
สิง่ มีชีวิตดำ รงชวี ติ อยู่ได้
นกั เรียนทาอะไรได้
อธบิ ำยสมบตั ิทส่ี ำคญั ของสิง่ มชี วี ติ ควำมสัมพ
จดั ระบบในสิ่งมีชวี ติ ที่ทำ ให้สง่ิ มชี ีวิตดำ รงช
ของมาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ชี้วัด
ละคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
นำตำมตวั ชวี้ ดั ได้อย่ำงชัดเจนกลุ่มสำระกำรเรยี นรู้ วิทยำศำสตรแ์ ละเทคโนโลยี
นำไปสู่
สมรรถนะของผู้เรียน คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์
1. ควำมสำมำรถในกำร 1.มีวนิ ยั
มพนั ธ์ของกำร สอื่ สำร 2.ใฝ่ เรียนรู้
ชีวติ อยู่ได้
2. ควำมสำมำรถในกำรคดิ 3. มุ่งมน่ั ในการทางาน
พันธ์ของกำร 1) ทักษะกำรสำรวจคน้ หำ
ชีวิตอยู่ได้
2) ทักษะกำรจำแนก
ประเภท
3) ทกั ษะกำรเปรยี บเทียบ
4) ทกั ษะกำรตีควำม
ข้อมูลและกำรลงข้อสรุป
3. ควำมสำมำรถในกำรใช้
เทคโนโลยี
ตวั ชีว้ ดั ผูเ้ รยี นรอู้ ะไร/ทำอะไรได้
2. อภิปรายและบอกความสาคญั ผู้เรียนรูอ้ ะไร
ของการระบปุ ัญหาความสมั พนั ธ์ การระบุปัญหาความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งปัญหา
ระหวา่ งปัญหา สมมตฐิ าน และ และวธิ ีการตรวจสอบ
วธิ ีการตรวจสอบ
นกั เรยี นทาอะไรได้
ระบปุ ัญหาความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งปัญหา สม
วธิ ีการตรวจสอบ
นำไปสู่
สมรรถนะของผเู้ รยี น คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์
1. ควำมสำมำรถในกำร 1.มีวนิ ยั
า สมมตฐิ าน สื่อสำร 2.ใฝ่ เรียนรู้
มมติฐาน และ
2. ควำมสำมำรถในกำรคดิ 3. มุ่งมนั่ ในการทางาน
1) ทักษะกำรสำรวจคน้ หำ
2) ทักษะกำรจำแนก
ประเภท
3) ทักษะกำรเปรียบเทียบ
4) ทักษะกำรตีควำม
ขอ้ มูลและกำรลงขอ้ สรปุ
3. ควำมสำมำรถในกำรใช้
เทคโนโลยี
ตวั ชี้วัด ผเู้ รียนรู้อะไร/ทำอะไรได้
3. สืบคน้ ขอ้ มูล อธิบายเกี่ยวกบั ผ้เู รียนรู้อะไร
สมบตั ิของน้าและบอก สมบตั ิของน้าและบอกความสาคญั ของน้าทม่ี ีต
ความสาคญั ของน้าท่มี ีตอ่
สิ่งมีชีวติ และยกตวั อยา่ งธาตชุ นิด
ตา่ ง ๆ ที่มีความสาคญั ตอ่ ร่างกาย นกั เรยี นทาอะไรได้
ระบสุ มบตั ขิ องน้าและบอกความสาคญั ของน้า
สิ่งมีชีวติ
ส่ิงมีชีวติ
นำไปสู่
สมรรถนะของผู้เรยี น คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์
1. ควำมสำมำรถในกำร 1.มีวนิ ยั
ตอ่ สิ่งมีชีวติ สอื่ สำร 2.ใฝ่ เรียนรู้
าทม่ี ีตอ่
2. ควำมสำมำรถในกำรคดิ 3. มุ่งมนั่ ในการทางาน
1) ทักษะกำรสำรวจค้นหำ
2) ทกั ษะกำรจำแนก
ประเภท
3) ทักษะกำรเปรียบเทียบ
4) ทักษะกำรตคี วำม
ขอ้ มูลและกำรลงข้อสรุป
3. ควำมสำมำรถในกำรใช้
เทคโนโลยี
ตัวช้วี ัด ผเู้ รียนรู้อะไร/ทำอะไรได้
4. สืบคน้ ขอ้ มูล อธิบาย ผเู้ รียนรอู้ ะไร
โครงสรา้ งของคาร์โบไฮเดรต โครงสรา้ งของคาร์โบไฮเดรต ระบุกลุ่มขอคาร์โ
ระบกุ ลุ่มขอคาร์โบไฮเดรต รวมท้งั ความสาคญั ของคาร์โบไฮเดรตทมี่ ีต่อส่ิ
รวมท้งั ความสาคญั ของ
คาร์โบไฮเดรตทมี่ ีตอ่ สิ่งมีชีวติ
นกั เรยี นทาอะไรได้
บอกโครงสรา้ งของคาร์โบไฮเดรต ระบุกลุ่มขอ
รวมท้งั ความสาคญั ของคาร์โบไฮเดรตทีม่ ีตอ่ สิ่
นำไปสู่
สมรรถนะของผ้เู รยี น คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์
1. ควำมสำมำรถในกำร 1.มีวนิ ยั
โบไฮเดรต สอ่ื สำร 2.ใฝ่ เรียนรู้
สงมีชีวติ 2. ควำมสำมำรถในกำรคิด 3. มุ่งมนั่ ในการทางาน
1) ทกั ษะกำรสำรวจค้นหำ
2) ทกั ษะกำรจำแนก
ประเภท
3) ทักษะกำรเปรียบเทียบ
อคาร์โบไฮเดรต 4) ทักษะกำรตคี วำม
สงมีชีวติ ขอ้ มูลและกำรลงข้อสรปุ
3. ควำมสำมำรถในกำรใช้
เทคโนโลยี
ตวั ชว้ี ัด ผูเ้ รยี นร้อู ะไร/ทำอะไรได้
5. 5. สืบคน้ ขอ้ มูล อธิบาย ผู้เรยี นร้อู ะไร
โครงสรา้ งของโปรตีน และ โครงสรา้ งของโปรตีน และความสาคญั ของโปร
ความสาคญั ของโปรตีนทม่ี ีตอ่ ส่ิงมีชีวติ
สิ่งมีชีวติ
นกั เรยี นทาอะไรได้
บอกความสาคญั ของโปรตนี ที่มีต่อส่ิงมีชีวติ
นำไปสู่
สมรรถนะของผู้เรียน คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์
1. ควำมสำมำรถในกำร 1.มีวนิ ยั
รตนี ที่มีต่อ สอ่ื สำร 2.ใฝ่ เรียนรู้
2. ควำมสำมำรถในกำรคดิ 3. มุ่งมนั่ ในการทางาน
1) ทักษะกำรสำรวจคน้ หำ
2) ทกั ษะกำรจำแนก
ประเภท
3) ทักษะกำรเปรียบเทียบ
4) ทักษะกำรตีควำม
ข้อมูลและกำรลงข้อสรปุ
3. ควำมสำมำรถในกำรใช้
เทคโนโลยี
ตัวชี้วัด ผูเ้ รยี นรู้อะไร/ทำอะไรได้
ผู้เรยี นรู้อะไร
6.สืบคน้ ขอ้ มูล อธิบาย โครงสรา้ งของลิพดิ และความสาคญั ของลิพดิ ท
โครงสร้างของลิพดิ และ
ความสาคญั ของลิพดิ ที่มีตอ่ นกั เรียนทาอะไรได้
สิ่งมีชีวติ เขียนโครงสร้างของลิพดิ และความสาคญั ของล
สิ่งมีชีวติ
นำไปสู่
สมรรถนะของผเู้ รยี น คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์
1. ควำมสำมำรถในกำร 1.มีวนิ ยั
ที่มตี ่อส่ิงมีชีวติ สือ่ สำร 2.ใฝ่ เรียนรู้
ลิพดิ ทมี่ ีต่อ
2. ควำมสำมำรถในกำรคิด 3. มุ่งมนั่ ในการทางาน
1) ทกั ษะกำรสำรวจคน้ หำ
2) ทกั ษะกำรจำแนก
ประเภท
3) ทักษะกำรเปรียบเทียบ
4) ทักษะกำรตีควำม
ขอ้ มูลและกำรลงขอ้ สรปุ
3. ควำมสำมำรถในกำรใช้
เทคโนโลยี
ตวั ชีว้ ดั ผ้เู รียนรูอ้ ะไร/ทำอะไรได้
ผู้เรยี นรอู้ ะไร
7.อธิบายโครงสรา้ งของ โครงสรา้ งของกรดนิวคลิอิก และระบุ ชนิดของกรดนิว
กรดนิวคลิอิก และระบุ
ชนิดของกรดนิวคลิอิก นักเรียนทาอะไรได้
และควำมสำคญั ของ ระบุ ชนิดของกรดนิวคลิอิก
กรดนวิ คลิอกิ ที่มตี อ่
สิ่งมีชีวติ
นำไปสู่
สมรรถนะของผ้เู รยี น คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์
1. ควำมสำมำรถในกำร 1.มีวนิ ยั
วคลิอิก สื่อสำร 2.ใฝ่ เรียนรู้
2. ควำมสำมำรถในกำรคิด 3. มุ่งมนั่ ในการทางาน
1) ทกั ษะกำรสำรวจค้นหำ
2) ทักษะกำรจำแนก
ประเภท
3) ทักษะกำรเปรยี บเทียบ
4) ทักษะกำรตคี วำม
ขอ้ มูลและกำรลงขอ้ สรปุ
3. ควำมสำมำรถในกำรใช้
เทคโนโลยี
ตวั ชว้ี ดั ผู้เรียนรู้อะไร/ทำอะไรได้
8. สืบค้นขอ้ มูล และ ผูเ้ รยี นรอู้ ะไร
อธบิ ำยปฏิกิรยิ ำเคมีที่ ปฏิกริ ยิ ำเคมที ่เี กิดข้นึ ในสิง่ มีชีวติ
เกดิ ข้นึ ในสงิ่ มีชีวติ
นักเรยี นทาอะไรได้
เขยี นแผนผังมโนทัศน์
นำไปสู่
สมรรถนะของผูเ้ รยี น คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์
1. ควำมสำมำรถในกำร 1.มีวนิ ยั
สื่อสำร 2.ใฝ่ เรียนรู้
2. ควำมสำมำรถในกำรคดิ 3. มุ่งมนั่ ในการทางาน
1) ทกั ษะกำรสำรวจคน้ หำ
2) ทกั ษะกำรจำแนก
ประเภท
3) ทักษะกำรเปรียบเทยี บ
4) ทกั ษะกำรตคี วำม
ข้อมูลและกำรลงขอ้ สรุป
3. ควำมสำมำรถในกำรใช้
เทคโนโลยี
ตวั ช้ีวดั ผู้เรียนรูอ้ ะไร/ทำอะไรได้
9. อธบิ ำยกำรทำงำนของ ผู้เรยี นรู้อะไร
เอนไซมใ์ นกำรเรง่ กำรทำงำนของเอนไซม์ในกำรเรง่ ปฏกิ ริ ยิ ำ เคมีในสงิ่ มีชวี
ปฏิกริ ยิ ำ เคมีในสิ่งมชี วี ติ ปจั จยั ท่ีมีผลต่อกำรทำงำน ของเอนไซม
และระบปุ ัจจัยทม่ี ีผลต่อ
กำรทำงำน ของเอนไซม นกั เรยี นทาอะไรได้
ระบปุ ัจจัยที่มีผลต่อกำรทำงำน ของเอนไซม
นำไปสู่
สมรรถนะของผเู้ รยี น คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์
1. ควำมสำมำรถในกำร 1.มีวนิ ยั
วติ และระบุ ส่อื สำร 2.ใฝ่ เรียนรู้
2. ควำมสำมำรถในกำรคดิ 3. มุ่งมนั่ ในการทางาน
1) ทักษะกำรสำรวจค้นหำ
2) ทักษะกำรจำแนก
ประเภท
3) ทักษะกำรเปรยี บเทียบ
4) ทักษะกำรตคี วำม
ข้อมูลและกำรลงขอ้ สรปุ
3. ควำมสำมำรถในกำรใช้
เทคโนโลยี
ตัวชว้ี ดั ผ้เู รยี นร้อู ะไร/ทำอะไรได้
ผูเ้ รยี นรอู้ ะไร
10.บอกวิธกี ำรและ ศึกษำภำยใต้กล้องจุลทรรศนใ์ ช้แสง วัดขนำดโดย ประมำ
เตรยี มตัวอย่ำงส่ิงมชี วี ิต ภาพ
เพ่อื ศึกษำภำยใตก้ ลอ้ ง
จุลทรรศน์ใชแ้ สง วัด นักเรียนทาอะไรได้
ขนำดโดย ประมำณและ วำดภำพเลนล์ท่ีศึกษำ
วำดภาพ
นำไปสู่
สมรรถนะของผเู้ รยี น คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์
1. ควำมสำมำรถในกำร 1.มีวนิ ยั
ำณและวำด สื่อสำร 2.ใฝ่ เรียนรู้
2. ควำมสำมำรถในกำรคิด 3. มุ่งมนั่ ในการทางาน
1) ทักษะกำรสำรวจค้นหำ
2) ทักษะกำรจำแนก
ประเภท
3) ทักษะกำรเปรียบเทยี บ
4) ทักษะกำรตคี วำม
ข้อมูลและกำรลงข้อสรุป
3. ควำมสำมำรถในกำรใช้
เทคโนโลยี
ตัวช้วี ัด ผเู้ รียนรู้อะไร/ทำอะไรได้
11. อธบิ ำยโครงสรำ้ ง ผเู้ รียนรอู้ ะไร
และหน้ำทข่ี องส่วนที่ โครงสร้ำงและหนำ้ ที่ของสว่ นทหี่ ่อหุ้ม เซลลข์ องเซลล์พชื
ห่อหุ้ม เซลล์ของเซลล์พชื
และเซลล์สัตว์
นกั เรยี นทาอะไรได้
ระบโุ ครงสรำ้ งและหน้ำทขี่ องส่วนทีห่ อ่ หมุ้ เซลล์ของเซล
สตั ว์
นำไปสู่
สมรรถนะของผูเ้ รียน คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์
1. ควำมสำมำรถในกำร 1.มีวนิ ยั
ชและเซลล์สัตว์ ส่ือสำร 2.ใฝ่ เรียนรู้
ลล์พืชและเซลล์
2. ควำมสำมำรถในกำรคดิ 3. มุ่งมนั่ ในการทางาน
1) ทกั ษะกำรสำรวจค้นหำ
2) ทกั ษะกำรจำแนก
ประเภท
3) ทกั ษะกำรเปรยี บเทียบ
4) ทักษะกำรตคี วำม
ขอ้ มูลและกำรลงข้อสรุป
3. ควำมสำมำรถในกำรใช้
เทคโนโลยี
ตัวชี้วัด ผู้เรยี นร้อู ะไร/ทำอะไรได้
ผเู้ รยี นรู้อะไร
12. สืบค้นข้อมูล อธบิ ำย ระบุชนิดและหน้ำที่ ของออร์แกเนลล์
และระบชุ นิดและหน้ำท่ี
ของออร์แกเนลล์
13. อธบิ ำยโครงสรำ้ ง
และหนำ้ ที่ของนิวเคลียส
นักเรียนทาอะไรได้
เขียนโครงสร้ำงและหนำ้ ที่ของนวิ เคลยี ส
นำไปสู่
สมรรถนะของผูเ้ รยี น คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์
1. ควำมสำมำรถในกำร 1.มีวนิ ยั
สื่อสำร 2.ใฝ่ เรียนรู้
2. ควำมสำมำรถในกำรคดิ 3. มุ่งมนั่ ในการทางาน
1) ทกั ษะกำรสำรวจคน้ หำ
2) ทกั ษะกำรจำแนก
ประเภท
3) ทักษะกำรเปรียบเทยี บ
4) ทกั ษะกำรตคี วำม
ข้อมูลและกำรลงขอ้ สรุป
3. ควำมสำมำรถในกำรใช้
เทคโนโลยี
ตวั ชีว้ ดั ผเู้ รยี นร้อู ะไร/ทำอะไรได้
ผเู้ รียนรู้อะไร
14. อธบิ ำย และ กำรแพรอ่ อสโมซิส กำรแพร่
เปรียบเทียบกำรแพร่ แบบฟำซลิ เิ ทตและแอกทีฟทรำนสปอร์ต
ออสโมซิส กำรแพร่
แบบฟำซลิ ิเทตและแอก
ทีฟทรำนสปอร์ต
นักเรยี นทาอะไรได้
เปรียบเทยี บกำรแพร่ออสโมซิส กำรแพร่
แบบฟำซลิ เิ ทตและแอกทีฟทรำนสปอรต์
นำไปสู่
สมรรถนะของผูเ้ รยี น คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์
1. ควำมสำมำรถในกำร 1.มีวนิ ยั
สื่อสำร 2.ใฝ่ เรียนรู้
2. ควำมสำมำรถในกำรคดิ 3. มุ่งมนั่ ในการทางาน
1) ทกั ษะกำรสำรวจคน้ หำ
2) ทกั ษะกำรจำแนก
ประเภท
3) ทักษะกำรเปรียบเทยี บ
4) ทกั ษะกำรตคี วำม
ข้อมูลและกำรลงขอ้ สรุป
3. ควำมสำมำรถในกำรใช้
เทคโนโลยี
ตวั ชี้วัด ผเู้ รียนร้อู ะไร/ทำอะไรได้
ผ้เู รยี นรู้อะไร
15. สืบคน้ ขอ้ มูล อธบิ ำย กำรลำเลียงสำรโมเลกุลใหญอ่ อกจำกเซลล์ ด้วยกระบวน
และเขียนแผนภำพ กำร ซสิ และกำรลำเลยี ง สำรโมเลกลุ ใหญ่เขำ้ สู่เซลล์ด้วยกระบ
ลำเลยี งสำรโมเลกุลใหญ่ ไซโทซิส
ออกจำกเซลล์ ด้วย
กระบวนกำรเอกโซไซโท นกั เรียนทาอะไรได้
ซสิ และกำรลำเลียง สำร เขยี นแผนภำพ กำรลำเลยี งสำรโมเลกุลใหญ่ออกจำกเซล
โมเลกลุ ใหญ่เขำ้ สู่เซลล์ กระบวนกำรเอกโซไซโทซิสและกำรลำเลยี ง สำรโมเลกลุ ใ
ด้วยกระบวนกำร เอนโด ดว้ ยกระบวนกำร เอนโดไซโทซสิ
ไซโทซสิ
นำไปสู่
สมรรถนะของผู้เรยี น คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์
1. ควำมสำมำรถในกำร 1.มีวนิ ยั
นกำรเอกโซไซโท สือ่ สำร 2.ใฝ่ เรียนรู้
บวนกำร เอนโด 2. ควำมสำมำรถในกำรคิด 3. มุ่งมนั่ ในการทางาน
1) ทักษะกำรสำรวจค้นหำ
2) ทกั ษะกำรจำแนก
ประเภท
3) ทักษะกำรเปรยี บเทยี บ
4) ทกั ษะกำรตคี วำม
ลล์ ดว้ ย ข้อมูลและกำรลงขอ้ สรุป
ลใหญเ่ ขำ้ สู่เซลล์ 3. ควำมสำมำรถในกำรใช้
เทคโนโลยี
ตวั ชวี้ ดั ผเู้ รยี นรู้อะไร/ทำอะไรได้
ผู้เรียนรูอ้ ะไร
16. สังเกตกำรแบง่ แบ่งนวิ เคลยี สแบบไมโทซสิ และ แบบไมโอซิส
นิวเคลยี สแบบไมโทซิส
นักเรียนทาอะไรได้
และ แบบไมโอ เปรยี บเทยี บกำรแบง่ นิวเคลยี สแบบไมโทซิส และแบบไม
ซสิ จำกตวั อยำ่ ง
ภำยใต้กลอ้ งจุลทรรศน์
พรอ้ มท้งั อธบิ ำยและ
เปรยี บเทียบกำรแบง่
นวิ เคลยี สแบบไมโทซสิ
และแบบไมโอซิส
นำไปสู่
สมรรถนะของผู้เรียน คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์
1. ควำมสำมำรถในกำร 1.มีวนิ ยั
สื่อสำร 2.ใฝ่ เรียนรู้
2. ควำมสำมำรถในกำรคิด 3. มุ่งมนั่ ในการทางาน
1) ทกั ษะกำรสำรวจคน้ หำ
2) ทักษะกำรจำแนก
มโอซิส ประเภท
3) ทักษะกำรเปรียบเทยี บ
4) ทักษะกำรตคี วำม
ขอ้ มูลและกำรลงข้อสรุป
3. ควำมสำมำรถในกำรใช้
เทคโนโลยี
ตวั ชี้วดั ผู้เรยี นรู้อะไร/ทำอะไรได้
ผเู้ รยี นร้อู ะไร
17. อธิบำย เปรยี บเทยี บ กำรหำยใจระดับเซลล์
และสรุปข้นั ตอน กำร
หำยใจระดับเซลล์ใน นักเรยี นทาอะไรได้
ภำวะท่ีมีออกซิเจน เปรียบเทยี บ และสรุปข้ันตอน กำรหำยใจระดบั เซลล์
เพียงพอและภำวะที่มี
ออกซิเจนไมเ่ พยี งพอ
นำไปสู่
สมรรถนะของผ้เู รียน คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์
1. ควำมสำมำรถในกำร 1.มีวนิ ยั
สื่อสำร 2.ใฝ่ เรียนรู้
2. ควำมสำมำรถในกำรคดิ 3. มุ่งมนั่ ในการทางาน
1) ทกั ษะกำรสำรวจคน้ หำ
2) ทกั ษะกำรจำแนก
ประเภท
3) ทักษะกำรเปรยี บเทยี บ
4) ทกั ษะกำรตคี วำม
ข้อมูลและกำรลงขอ้ สรุป
3. ควำมสำมำรถในกำรใช้
เทคโนโลยี
การออกแบบ
1. วางแผนการจัดทาหน่วยการเรียนรู้ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์และเทค
สำระชวี วทิ ยำ 1
เข้ำใจธรรมชำติของส่งิ มชี วี ติ กำรศึกษำชวี วิทยำและวธิ ีกำรทำงวทิ ยำศำสตร์ สำรทเี่ ปน็
และหนำ้ ทข่ี องเซลล์ กำรลำเลยี งสำรเข้ำและออกจำกเซลล์ กำรแบง่ เซลล์ และกำรหำย
ผลการ สาระการเรียนรู้ สาระสาคญั สาระการเรียนรู้ ส
เรียนรู้ เพ่ิมเติม ความคดิ รวบยอด สา
1 • สง่ิ มชี วี ิตทุกชนิด ส่ิงมชี วี ติ ทุกชนดิ สง่ิ มีชีวิตทกุ ชนดิ 1. ควำ
ตอ้ งกำรสำรอำหำร ต้องกำรสำรอำหำร ต้องกำร ส่อื สำร
2. ควำ
และพลงั งำน มกี ำร และพลงั งำนมีกำร สำรอำหำรและ คดิ
1) ท
เจรญิ เตบิ โต มีกำร เจริญเตบิ โต มีกำร พลงั งำนมีกำร คน้ หำ
ตอบสนองตอ่ สิง่ เร้ำ มี ตอบสนองต่อสิง่ เรำ้ เจรญิ เตบิ โต มี 2) ท
กำรรักษำดุลยภำพ มกี ำรรักษำดุลย กำรตอบสนองต่อ ประเภ
ของรำ่ งกำย มีกำร ภำพของร่ำงกำย มี สิ่งเร้ำ
สบื พันธุ์ มีกำร กำรสบื พันธ์ุ มีกำร 3) ท
เปรียบ
4) ท
ปรับตัวทำง ข้อมูลแ
ววิ ัฒนำกำร และมี ข้อสรุป
3. ควำ
กำรทำงำนรว่ มกัน ใช้เทคโ
บหนว่ ยการเรยี นรู้
คโนโลยี
นองค์ประกอบของสิง่ มีชวี ิต ปฏิกริ ิยำเคมีในเซลล์ของสิ่งมชี วี ิต กลอ้ งจลุ ทรรศน์ โครงสรำ้ ง
ยใจระดับเซลล์
นาไปสู่
มรรถนะ คุณลักษณะอนั ชิ้นงาน/ภาระ แนวการจัดกิจกรรมการ
าคัญของ พึ่งประสงค์ งาน เรยี นรู้
ผูเ้ รียน
ำมสำมำรถในกำร 1.ควำมซ่ือสัตยส์ จุ รติ - ตรวจแบบฝึกหัด วิธีสอนแบบสืบเสำะหำ
ร 2.ควำมมีวินยั - ต ร ว จ ใ บ ง ำ น ควำมรู้ (5Es Instructional
ำมสำมำรถในกำร 3.ใฝ่เรียนรู้ เรื่อง ชีวจริยธรรม Model)
4. มุ่งม่ันในกำร
ทักษะกำรสำรวจ ทำงำน - สังเกตพฤตกิ รรม
การทางาน
ทกั ษะกำรจำแนก รำยบุคคล
- สังเกตพฤติกรรม
ภท กำรทำงำนกลุ่ม
- สังเกตควำมมีวนิ ัย
ทกั ษะกำร
ใฝ่เรยี นรู้และมุ่งม่ัน
บเทยี บ
ทักษะกำรตีควำม ในกำรทำงำน
และกำรลง
ป
ำมสำมำรถในกำร
โนโลยี
ผลการ สาระการเรียนรู้ สาระสาคัญ สาระการเรียนรู้ ส
เรียนรู้ เพิม่ เตมิ ความคดิ รวบยอด สา
ปรับตัวทำง ขององคป์ ระกอบ กำรจดั ระบบใน 1. ควำ
ส่งิ มีชวี ติ สือ่ สำร
ววิ ัฒนำกำร และมีกำร ตำ่ งๆอยำ่ งเป็น 2. ควำ
คิด
ทำงำน ร่วมกนั ของ ระบบ
1) ท
องค์ประกอบตำ่ ง ๆ ค้นหำ
อย่ำงเปน็ ระบบ ส่งิ 2) ท
เหลำ่ นจ้ี ัดเป็นสมบัติที่ ประเภ
สำคญั ของสงิ่ มีชวี ติ 3) ท
• กำรจดั ระบบใน เปรียบ
4) ท
ส่งิ มีชวี ติ เริ่มจำก
ข้อมลู แ
หนว่ ยเล็ก ไปหนว่ ย ขอ้ สรุป
3. ควำ
ใหญ่ ได้แก่ เซลล์ ใชเ้ ทคโ
เนื้อเยอ่ื อวยั วะ
ระบบ อวัยวะ และ
ส่ิงมีชีวติ ตำมลำดับ
นาไปสู่
มรรถนะ คุณลักษณะอนั ชิน้ งาน/ภาระ แนวการจัดกจิ กรรมการ
าคญั ของ พึ่งประสงค์ งาน เรียนรู้
ผู้เรยี น
1.ควำมซ่อื สัตย์สุจริต - ตรวจแบบฝึกหดั วธิ สี อนแบบสืบเสำะหำ
ำมสำมำรถในกำร 2.ควำมมวี ินัย - ตรวจใบงำน ควำมรู้ (5Es Instructional
ร 3.ใฝเ่ รยี นรู้ - สงั เกตพฤตกิ รรม Model)
ำมสำมำรถในกำร 4. มุ่งมนั่ ในกำร
ทำงำน การทางาน
ทักษะกำรสำรวจ รำยบุคคล
ทกั ษะกำรจำแนก - สังเกตพฤติกรรม
ภท กำรทำงำนกลุม่
- สงั เกตควำมมี
ทักษะกำร วนิ ยั ใฝ่เรียนรู้
และม่งุ ม่นั ใน
บเทยี บ กำรทำงำน
ทักษะกำรตคี วำม
และกำรลง
ป
ำมสำมำรถในกำร
โนโลยี
ผลการ สาระการเรียนรู้ สาระสาคัญ สาระการเรียนรู้ ส
เรียนรู้ เพ่ิมเตมิ ความคดิ รวบยอด สา
2 • สิง่ มชี วี ติ วิธกี ำรทำง 1. ควำ
ประกอบด้วย ธำตุ
วิทยำศำสตร์ เรม่ิ สอ่ื สำร
2. ควำ
และสำรประกอบ ใน จำกกำรต้ังปญั หำ คิด
1) ท
ร่ำงกำยของส่ิงมีชีวติ มี ตั้งสมมติฐำน คน้ หำ
นำ้ เป็นองค์ประกอบ ตรวจสอบ 2) ท
มำกทส่ี ุด น้ำ ร่างกายสิ่งมีชีวติ มี สมมติฐำน เกบ็ ประเภ
ประกอบดว้ ยธำตุ น้าเป็ น รวบรวมข้อมูล
ไฮโดรเจน และ องคป์ ระกอบมาก วิเครำะห์ข้อมูล 3) ท
ออกซเิ จน มีสมบตั ิใน และสรปุ ผล ซ่ึง
กำรเป็นตัวทำละลำย ทสี่ ุด ซ่ึงน้ามี กำรศึกษำ เปรยี บ
ที่ดเี ก็บควำมร้อนได้ดี สมบตั ิช่วยรกั ษา สงิ่ มชี ีวติ ต้อง 4) ท
และมคี วำมจุควำม คำนึงถงึ ชีวจรยิ
ดุลยภาพของเซลล์ ข้อมลู แ
ขอ้ สรุป
3. ควำ
ใชเ้ ทคโ
รอ้ นสูง ซ่ึงชว่ ยรักษำ ธรรม
ดุลยภำพของเซลล์ได้ จรรยำบรรณใน
กำรใช้สตั ว์ทดลอง
นาไปสู่
มรรถนะ คุณลักษณะอนั ชิน้ งาน/ภาระ แนวการจัดกจิ กรรมการ
าคัญของ พึ่งประสงค์ งาน เรียนรู้
ผู้เรียน
1.ควำมซ่อื สัตย์สุจริต - ตรวจแบบฝึกหดั วธิ สี อนแบบสืบเสำะหำ
ำมสำมำรถในกำร 2.ควำมมวี ินัย - ตรวจใบงำน ควำมรู้ (5Es Instructional
ร 3.ใฝเ่ รยี นรู้ - สงั เกตพฤตกิ รรม Model)
ำมสำมำรถในกำร 4. มุ่งมนั่ ในกำร
ทำงำน การทางาน
ทกั ษะกำรสำรวจ รำยบุคคล
ทกั ษะกำรจำแนก - สังเกตพฤติกรรม
ภท กำรทำงำนกลุม่
- สงั เกตควำมมี
ทักษะกำร วนิ ยั ใฝ่เรียนรู้
และม่งุ ม่นั ใน
บเทียบ กำรทำงำน
ทักษะกำรตีควำม
และกำรลง
ป
ำมสำมำรถในกำร
โนโลยี
ผลการ สาระการเรียนรู้ สาระสาคัญ สาระการเรียนรู้ ส
เรียนรู้ เพ่ิมเตมิ ความคิดรวบยอด สา
3 • ส่ิงมชี วี ิต รำ่ งกำยส่งิ มชี ีวติ มี ร่างกายส่ิงมีชีวติ 1. ควำ
ประกอบดว้ ย ธำตุ นำ้ เปน็ มีน้าเป็ น ส่อื สำร
2. ควำ
และสำรประกอบ ใน องค์ประกอบมำก องคป์ ระกอบมาก คิด
1) ท
รำ่ งกำยของส่ิงมีชีวติ มี ทส่ี ุด ซึ่งนำ้ มสี มบัติ ท่สี ุด ซ่ึงน้ามี ค้นหำ
นำ้ เป็นองค์ประกอบ ชว่ ยรักษำดุลยภำพ สมบตั ิช่วยรกั ษา 2) ท
มำกทีส่ ดุ นำ้
ประกอบดว้ ยธำตุ ของเซลล์ ดุลยภาพของ ประเภ
ไฮโดรเจน และ เซลล์
ออกซิเจน มีสมบัตใิ น 3) ท
เปรยี บ
4) ท
ขอ้ มลู แ
กำรเป็นตวั ทำละลำย ขอ้ สรุป
ที่ดเี กบ็ ควำมร้อนไดด้ ี 3. ควำ
ใช้เทคโ
และมีควำมจุควำม
รอ้ นสงู ซ่ึงชว่ ยรกั ษำ
ดุลยภำพของเซลลไ์ ด้
นาไปสู่
มรรถนะ คุณลักษณะอนั ชิน้ งาน/ภาระ แนวการจัดกจิ กรรมการ
าคญั ของ พึ่งประสงค์ งาน เรียนรู้
ผู้เรยี น
1.ควำมซ่อื สัตย์สุจริต - ตรวจแบบฝึกหดั วธิ สี อนแบบสืบเสำะหำ
ำมสำมำรถในกำร 2.ควำมมวี ินัย - ตรวจใบงำน ควำมรู้ (5Es Instructional
ร 3.ใฝเ่ รยี นรู้ - สงั เกตพฤตกิ รรม Model)
ำมสำมำรถในกำร 4. มุ่งมนั่ ในกำร
ทำงำน การทางาน
ทักษะกำรสำรวจ รำยบุคคล
ทกั ษะกำรจำแนก - สังเกตพฤติกรรม
ภท กำรทำงำนกลุม่
- สงั เกตควำมมี
ทักษะกำร วนิ ยั ใฝ่เรียนรู้
และม่งุ ม่นั ใน
บเทยี บ กำรทำงำน
ทักษะกำรตคี วำม
และกำรลง
ป
ำมสำมำรถในกำร
โนโลยี
ผลการ สาระการเรยี นรู้ สาระสาคญั สาระการเรียนรู้ ส
เรียนรู้ เพ่ิมเตมิ ความคิดรวบยอด สา
4 โครงสรา้ งของ • ค ำ ร์ โ บ ไ ฮ เ ด ร ต ร่างกายของ 1. ควำ
คาร์โบไฮเดรต ประกอบด้วย ธำตุ ส่ิงมีชีวติ ส่อื สำร
2. ควำ
ระบุกลุ่มขอ คำร์บอน ไฮโดรเจน ประกอบไปดว้ ย คิด
คาร์โบไฮเดรต 1) ท
และออกซิเจน แบ่ง สารอินทรีย์ ท้งั ค้นหำ
รวมท้งั ความสาคญั ตำมขนำดโมเลกุล คาร์โบไฮเดรต 2) ท
ของคาร์โบไฮเดรต ออกได้เป็น ๓ กลุ่ม โปรตีน ลิพดิ ประเภ
ทม่ี ีตอ่ สิ่งมีชีวติ คือ มอโนแซ็กคำไรด์ และกรด 3) ท
ไดแซ็กคำไรด์และพอ นิวคลีอิก
เปรยี บ
4) ท
ลิแซ็กคำไรด์ ข้อมูลแ
ข้อสรุป
3. ควำ
ใชเ้ ทคโ