นาไปสู่
มรรถนะ คุณลักษณะอนั ชิน้ งาน/ภาระ แนวการจัดกจิ กรรมการ
าคญั ของ พึ่งประสงค์ งาน เรียนรู้
ผู้เรยี น
1.ควำมซ่อื สัตย์สุจริต - ตรวจแบบฝึกหดั วธิ สี อนแบบสืบเสำะหำ
ำมสำมำรถในกำร 2.ควำมมวี ินัย - ตรวจใบงำน ควำมรู้ (5Es Instructional
ร 3.ใฝเ่ รยี นรู้ - สงั เกตพฤตกิ รรม Model)
ำมสำมำรถในกำร 4. มุ่งมนั่ ในกำร
ทำงำน การทางาน
ทกั ษะกำรสำรวจ รำยบุคคล
ทกั ษะกำรจำแนก - สังเกตพฤติกรรม
ภท กำรทำงำนกลุม่
- สงั เกตควำมมี
ทักษะกำร วนิ ยั ใฝ่เรียนรู้
และม่งุ ม่นั ใน
บเทยี บ กำรทำงำน
ทกั ษะกำรตคี วำม
และกำรลง
ป
ำมสำมำรถในกำร
โนโลยี
ผลการ สาระการเรยี นรู้ สาระสาคัญ สาระการเรยี นรู้ สมร
เรียนรู้ เพม่ิ เตมิ ความคิดรวบยอด
ข
5 • โปรตีนมีกรด อาศยั เอนไซมช์ ่วย อาศยั เอนไซม์ 1. ควำ
สื่อสำร
อะมิโนเป็ นหน่วย เร่ง ซ่ึงอุณหภมู ิ ช่วยเร่ง ซ่ึง 2. ควำ
ยอ่ ย ประกอบดว้ ย สภาพความเป็ น อุณหภูมิ สภาพ คิด
1) ท
ธาตุคาร์บอน กรด-เบส และตวั ความเป็ นกรด- คน้ หำ
ไฮโดรเจน ยบั ย้งั เอนไซมเ์ ป็ น เบส 2) ท
ออกซิเจน และ ปัจจยั ทีม่ ีผลต่อการ ประเภ
ไนโตรเจน บางชนิด ทางานของ
อาจมีธาตฟุ อสฟอรัส เอนไซม์ 3) ท
เหลก็ และกามะถนั
เป็นองคป์ ระกอบ เปรยี บ
4) ท
ขอ้ มลู แ
3. ควำ
เทคโนโ
6 • ลิพดิ ประกอบดว้ ย
ธาตุคาร์บอน
ไฮโดรเจน และ
ออกซิเจน เป็น
สารประกอบท่ี
นาไปสู่ ช้นิ งาน/ภาระ แนวการจดั กจิ กรรมการ
งาน เรียนรู้
รรถนะสาคญั คุณลกั ษณะอัน
ของผูเ้ รยี น พ่ึงประสงค์ - ตรวจแบบฝกึ หัด วิธสี อนแบบสืบเสำะหำ
- ตรวจใบงำน ควำมรู้ (5Es Instructional
ำมสำมำรถในกำร 1.ควำมซ่อื สัตย์ Model)
ร สุจรติ - สงั เกตพฤตกิ รรม
ำมสำมำรถในกำร 2.ควำมมวี ินยั การทางาน
3.ใฝเ่ รยี นรู้ รำยบคุ คล
ทกั ษะกำรสำรวจ 4. มงุ่ มน่ั ในกำร
ทำงำน - สังเกตพฤตกิ รรม
ทักษะกำรจำแนก กำรทำงำนกลมุ่
ภท - สังเกตควำมมี
ทกั ษะกำร วนิ ัย ใฝ่เรียนรู้
บเทยี บ และมุ่งม่นั ใน
ทักษะกำรตีควำม กำรทำงำน
และกำรลงขอ้ สรุป
ำมสำมำรถในกำรใช้
โลยี
ผลการ สาระการเรียนรู้ สาระสาคญั สาระการเรยี นรู้ ส
เรียนรู้ เพม่ิ เติม ความคดิ รวบยอด สา
ทาละลายทเี่ ป็น 1. ควำ
สอ่ื สำร
สารอินทรียล์ ิพดิ กลุ่ม 2. ควำ
คิด
สาคญั ทพ่ี บในสิ่งมชี ีวิต
1) ท
เช่น กรดไขมนั ไตรกลี ค้นหำ
เซอไรด์ ฟอสโฟลิพดิ 2) ท
สเตอรอยด์ ประเภ
7 กรดนิวคลีอกิ • กรดนิวคลอิ ิก 3) ท
ประกอบดว้ ยหน่วยยอ่ ย ประกอบดว้ ย เปรียบ
เรียกว่า นิวคลีโอไทด์ 4) ท
แต่ละโมเลกุลของนิ หนว่ ยยอ่ ย เรียกว่ำ
วคลีโอไทด์ นิวคลีโอไทด์ ข้อมลู แ
ประกอบดว้ ยหมู่ โมเลกลุ ของ ขอ้ สรุป
3. ควำ
ฟอสเฟต น้าตาลทีม่ ี นวิ คลโี อไทด์ ใช้เทคโ
คาร์บอน 5 อะตอม และ ประกอบดว้ ย หมู่
เบสท่ีและถ่ายทอด ฟอสเฟต นำ้ ตำลที่
ขอ้ มูลทางพนั ธุกรรม มี มคี ำร์บอน ๕
2 ชนิด คือ DNA และ อะตอม
RNA
นาไปสู่
มรรถนะ คุณลักษณะอนั ชิน้ งาน/ภาระ แนวการจัดกจิ กรรมการ
าคญั ของ พึ่งประสงค์ งาน เรียนรู้
ผู้เรยี น
1.ควำมซ่อื สัตย์สุจริต - ตรวจแบบฝึกหดั วธิ สี อนแบบสืบเสำะหำ
ำมสำมำรถในกำร 2.ควำมมวี ินัย - ตรวจใบงำน ควำมรู้ (5Es Instructional
ร 3.ใฝเ่ รยี นรู้ - สงั เกตพฤตกิ รรม Model)
ำมสำมำรถในกำร 4. มุ่งมนั่ ในกำร
ทำงำน การทางาน
ทักษะกำรสำรวจ รำยบุคคล
ทกั ษะกำรจำแนก - สังเกตพฤติกรรม
ภท กำรทำงำนกลุม่
- สงั เกตควำมมี
ทักษะกำร วนิ ยั ใฝ่เรียนรู้
และม่งุ ม่นั ใน
บเทยี บ กำรทำงำน
ทักษะกำรตคี วำม
และกำรลง
ป
ำมสำมำรถในกำร
โนโลยี
ผลการ สาระการเรียนรู้ สาระสาคัญ สาระการเรียนรู้ ส
เรียนรู้ เพม่ิ เติม ความคิดรวบยอด สา
8 • กรดนวิ คลอิ กิ กรดนิวคลิอิก กรดนิวคลิอิก 1. ควำ
สือ่ สำร
ประกอบด้วย ประกอบดว้ ย หน่วย ประกอบดว้ ย 2. ควำ
หนว่ ยยอ่ ย ยอ่ ย เรียกวา่ นิวคลี หน่วยยอ่ ย คดิ
เรยี กวำ่ นิวคลโี อ โอไทดโ์ มเลกุลของ เรียกวา่ นิวคลีโอ 1) ท
คน้ หำ
ไทดโ์ มเลกลุ ของ นิวคลีโอไทด์ ไทดโ์ มเลกุลของ 2) ท
นิวคลโี อไทด์
ประกอบด้วย หมู่ นิวคลีโอไทด์ ประเภ
3) ท
ฟอสเฟต น้ำตำล เปรยี บ
ทม่ี คี ำร์บอน ๕ 4) ท
ขอ้ มลู แ
อะตอม และเบส ขอ้ สรุป
ที่มีไนโตรเจนเปน็ 3. ควำ
ใช้เทคโ
ควำมสำคญั ของ
กรดนวิ คลอิ กิ ทมี่ ี
ต่อส่งิ มีชวี ิต
นาไปสู่
มรรถนะ คุณลักษณะอนั ชิน้ งาน/ภาระ แนวการจัดกจิ กรรมการ
าคญั ของ พึ่งประสงค์ งาน เรียนรู้
ผู้เรยี น
1.ควำมซ่อื สัตย์สุจริต - ตรวจแบบฝึกหดั วธิ สี อนแบบสืบเสำะหำ
ำมสำมำรถในกำร 2.ควำมมวี ินัย - ตรวจใบงำน ควำมรู้ (5Es Instructional
ร 3.ใฝเ่ รยี นรู้ - สงั เกตพฤตกิ รรม Model)
ำมสำมำรถในกำร 4. มุ่งมนั่ ในกำร
ทำงำน การทางาน
ทักษะกำรสำรวจ รำยบุคคล
ทกั ษะกำรจำแนก - สังเกตพฤติกรรม
กำรทำงำนกลุม่
ภท - สงั เกตควำมมี
วนิ ยั ใฝ่เรียนรู้
ทักษะกำร และม่งุ ม่นั ใน
กำรทำงำน
บเทยี บ
ทักษะกำรตคี วำม
และกำรลง
ป
ำมสำมำรถในกำร
โนโลยี
ผลการ สาระการเรียนรู้ สาระสาคัญ สาระการเรียนรู้ ส
เรียนรู้ เพ่มิ เติม ความคิดรวบ สา
ยอด
9 • เอนไซม์ส่วนใหญ่เป็น กรดนิวคลิอิก เอนไซมส์ ว่ นใหญ่ 1. ควำ
สือ่ สำร
สำรประเภทโปรตีน ทำ ประกอบดว้ ย เป็นสำรประเภท 2. ควำ
หนำ้ ทีเ่ ร่งปฏิกิรยิ ำเคมีใน หน่วยยอ่ ย โปรตีน ทำหน้ำที่ คิด
ขณะทีเ่ กิดปฏกิ ิริยำ เคมีใน 1) ท
เซลลส์ ำรต้ังต้นจะเขำ้ ไป เรียกวา่ นิวคลี เร่งปฏกิ ิริยำเคมี คน้ หำ
จับกับเอนไซม์ ท่ีบริเวณ โอไทดโ์ มเลกุล ในขณะที่
จำเพำะของเอนไซม์ท่ี ของนิวคลีโอ 2) ท
เรียกวำ่ บรเิ วณเร่ง ถ้ำสำร เกิดปฏิกริ ิยำ เคมี
ไทด์ ในเซลลส์ ำรต้ังตน้ ประเภ
3) ท
ตั้งตน้ มีโครงสรำ้ งเข้ำกับ จะเขำ้ ไปจับกบั เปรยี บ
4) ท
บรเิ วณเรง่ ได้ สำรตงั้ ตน้ น้นั เอนไซม์ ท่ีบรเิ วณ ข้อมลู แ
จะถูกเปลย่ี นเปน็ สำร จำเพำะ ขอ้ สรุป
ผลติ ภณั ฑ์ 3. ควำ
• อณุ หภมู ิสภำพควำมเป็น
ใช
กรด-เบส และ ตวั ยบั ยั้ง
เอนไซมเ์ ปน็ ปัจจัยท่ีมีผล
ต่อกำรทำงำน ของ
เอนไซม์
นาไปสู่
มรรถนะ คณุ ลักษณะอนั ชิน้ งาน/ภาระ แนวการจัดกจิ กรรมการ
าคัญของ พึ่งประสงค์ งาน เรยี นรู้
ผู้เรยี น
1.ควำมซื่อสตั ย์สจุ ริต - ตรวจแบบฝกึ หดั วธิ ีสอนแบบสบื เสำะหำ
ำมสำมำรถในกำร 2.ควำมมีวินยั - ตรวจใบงำน ควำมรู้ (5Es Instructional
ร 3.ใฝเ่ รียนรู้
ำมสำมำรถในกำร 4. มงุ่ มัน่ ในกำร - สงั เกตพฤติกรรม Model)
ทำงำน การทางาน
ทกั ษะกำรสำรวจ รำยบุคคล
ทักษะกำรจำแนก - สังเกตพฤตกิ รรม
ภท กำรทำงำนกล่มุ
- สังเกตควำมมี
ทักษะกำร วนิ ยั ใฝ่เรยี นรู้
บเทียบ และม่งุ ม่นั ใน
ทักษะกำรตีควำม กำรทำงำน
และกำรลง
ป
ำมสำมำรถในกำร
ชเ้ ทคโนโลยี
ผลการ สาระการเรยี นรู้ สาระสาคญั สาระการเรียนรู้ ส
เรยี นรู้ เพม่ิ เตมิ ความคิดรวบ สา
ยอด
10 • กล้องจุลทรรศน์เป็น กลอ้ งจุลทรรศน์ กลอ้ งจลุ ทรรศน์ 1. ควำ
ส่อื สำร
เคร่ืองมอื ท่ใี ช้ศกึ ษำ เป็นเครือ่ งมือที่ เป็นเครือ่ งมอื ท่ีใช้ 2. ควำ
สิ่งมชี ีวติ ขนำดเลก็ ที่ ช่วยในกำร ศึกษำสิ่งมีชวี ิต คดิ
1) ท
ไม่สำมำรถเหน็ ไดด้ ว้ ย ขยำยภำพทำ ขนำดเลก็ ทีไ่ ม่ ค้นหำ
ตำเปล่ำและ ใหส้ ำมำรถ สำมำรถเหน็ ได้ 2) ท
รำยละเอยี ดโครงสรำ้ ง มองเห็นสิ่งมชี ีวิต ดว้ ยตำเปลำ่ และ ประเภ
3) ท
ของเซลล์ ขนำดเลก็ ๆ ได้ รำยละเอียด
เปรยี บ
• กล้องจุลทรรศนใ์ ช้ กลอ้ งจุลทรรศน์มี โครงสร้ำงของ 4) ท
แสงเชิงประกอบ และ ทัง้ แบบทใี่ ชแ้ สง เซลล์
กลอ้ งจลุ ทรรศนใ์ ช้แสง และแบบ ขอ้ มูลแ
แบบสเตอรโิ ออำศยั อิเล็กตรอน ข้อสรปุ
เลนส์ ในกำรทำใหเ้ กิด กำรศึกษำเซลล์ 3. ควำ
ดว้ ยกลอ้ ง
ใช
ภำพขยำย จุลทรรศน์
อเิ ลก็ ตรอนจะเห็น
รำยละเอยี ดของ
โครงสรำ้ ง
นาไปสู่
มรรถนะ คุณลักษณะอัน ชิน้ งาน/ภาระ แนวการจัดกจิ กรรมการ
าคญั ของ พ่ึงประสงค์ งาน เรยี นรู้
ผ้เู รียน
1.ควำมซ่ือสัตย์สจุ ริต - ตรวจแบบฝกึ หดั วธิ ีสอนแบบสบื เสำะหำ
ำมสำมำรถในกำร 2.ควำมมวี ินยั - ตรวจใบงำน ควำมรู้ (5Es Instructional
ร 3.ใฝเ่ รยี นรู้
ำมสำมำรถในกำร - สงั เกตพฤติกรรม Model)
4. มุ่งมั่นในกำร การทางาน
ทกั ษะกำรสำรวจ ทำงำน รำยบุคคล
ทักษะกำรจำแนก - สังเกตพฤตกิ รรม
ภท กำรทำงำนกล่มุ
- สังเกตควำมมี
ทักษะกำร วนิ ยั ใฝ่เรยี นรู้
บเทียบ และม่งุ ม่นั ใน
ทักษะกำรตีควำม กำรทำงำน
และกำรลง
ป
ำมสำมำรถในกำร
ชเ้ ทคโนโลยี
ผลการ สาระการเรียนรู้ สาระสาคัญ สาระการเรยี นรู้ ส
เรียนรู้ เพิ่มเติม ความคดิ รวบ สา
ยอด
• กล้องจุลทรรศน์ ของเซลล์ที่
อเิ ล็กตรอนทำให้เกดิ ศกึ ษำมำกกว่ำ
ภำพขยำย โดยอำศยั กลอ้ งจลุ ทรรศน์
เลนสแ์ มเ่ หล็กไฟฟำ้ ใชแ้ สง
รวมลำอิเลก็ ตรอน ซึง่ มี
อยูด่ ว้ ยกัน ๒ ชนดิ คือ
ชนิดส่องผำ่ น และชนดิ
สอ่ งกรำด
• ตัวอยำ่ งสิ่งมีชีวติ ท่ี
นำมำศึกษำภำยใต้
กล้องจุลทรรศน์ ใช้แสง
ตอ้ งมวี ิธีกำรเตรยี มที่
ถูกตอ้ งและเหมำะสม
กับชนิดของส่ิงมชี วี ิต
เพอ่ื ใหเ้ กิด
ประสทิ ธภิ ำพ ใน
กำรศึกษำ
นาไปสู่
มรรถนะ คุณลกั ษณะอนั ชน้ิ งาน/ภาระ แนวการจัดกจิ กรรมการ
าคญั ของ พ่ึงประสงค์ งาน เรยี นรู้
ผ้เู รยี น
ผลการ สาระการเรยี นรู้ สาระสาคญั สาระการเรียนรู้ ส
เรียนรู้ เพ่มิ เติม ความคดิ รวบ สา
ยอด
• กลอ้ งจลุ ทรรศน์ใช้
แสงเป็นเครือ่ งมอื ท่ีมี
ควำมละเอียด ซับซอ้ น
และรำคำค่อนข้ำงสูง
จงึ ควรใช้อยำ่ ง ถูกวธิ มี ี
กำรเก็บและดูแลรักษำ
ที่ถูกต้อง เพอื่ ให้
สำมำรถใช้งำนได้นำน
นาไปสู่
มรรถนะ คุณลกั ษณะอนั ชน้ิ งาน/ภาระ แนวการจัดกจิ กรรมการ
าคญั ของ พ่ึงประสงค์ งาน เรยี นรู้
ผ้เู รยี น
ผลการ สาระการเรียนรู้ สาระสาคญั สาระการเรียนรู้ สมร
เรียนรู้ เพิ่มเติม ความคิดรวบ ข
ยอด
12 • ส่วนท่หี อ่ หุ้มเซลลท์ ี่ เซลลเ์ ป็ นหน่วย สว่ นท่หี อ่ หุ้มเซลล์ 1. ควำ
ส่ือสำร
พบในเซลลท์ ุกชนิดคือ พ้นื ฐานที่เล็ก ทีพ่ บในเซลล์ทกุ 2. ควำ
เยอื่ ห้มุ เซลล์แตใ่ น ทส่ี ุดของ ชนิดคือ เย่อื หมุ้ 1) ท
แบคทเี รยี สำหรำ่ ย ฟงั สิ่งมีชีวติ เซลล์แต่ใน คน้ หำ
ไจและพชื จะมผี นงั โครงสรา้ ง แบคทเี รีย
2) ท
ประเภ
เซลล์เปน็ ส่วนหอ่ ห้มุ พ้นื ฐานของ สำหร่ำย ฟังไจ 3) ท
เซลล์เพิม่ เตมิ ขึ้นมำอกี เซลล์ และพืช
เปรยี บ
ชน้ั หนง่ึ ประกอบดว้ ย 4) ท
ขอ้ มูลแ
ส่วนทีห่ ่อหุม้ 3. ควำ
13 • โครงสรำ้ งของเยอื่ หมุ้ เซลลไ์ ซ โครงสรำ้ งของเย่ือ 1. ควำ
เซลลป์ ระกอบดว้ ย โทพลาซึม และ หุม้ เซลล์ ส่อื สำร
โมเลกุล ของฟอสโฟ นิวเคลียส ประกอบด้วย 2. ควำ
1) ท
ลพิ ดิ เรียงเปน็ สองช้ัน โมเลกุล ของฟอส คน้ หำ
และมโี ปรตีน แทรก โฟลพิ ดิ
2) ท
หรอื อยทู่ ผ่ี ิวท้งั สองด้ำน
ประเภ
3) ท
ของฟอสโฟลพิ ดิ เปรียบ
นาไปสู่ แนวการจดั กจิ กรรม
การเรียนรู้
รรถนะสาคญั คณุ ลักษณะอัน ช้ินงาน/ภาระงาน
ของผู้เรยี น พึ่งประสงค์ วิธสี อนแบบสบื
- ตรวจแบบฝกึ หดั เสำะหำควำมรู้ (5Es
ำมสำมำรถในกำร 1.ควำมซอื่ สตั ย์ - ตรวจใบงำน Instructional Model)
ร สจุ ริต
ำมสำมำรถในกำรคิด 2.ควำมมวี นิ ยั - สังเกตพฤตกิ รรมการ วธิ ีสอนแบบสบื
ทักษะกำรสำรวจ 3.ใฝเ่ รียนรู้ ทางานรำยบุคคล เสำะหำควำมรู้ (5Es
4. ม่งุ มนั่ ในกำร Instructional Model)
ทักษะกำรจำแนก ทำงำน - สังเกตพฤติกรรมกำร
ภท ทำงำนกลุ่ม
- สงั เกตควำมมวี ินยั ใฝ่
ทกั ษะกำร เรียนรู้
บเทยี บ และม่งุ มนั่ ในกำร
ทักษะกำรตคี วำม ทำงำน
และกำรลข้อสรุป - ตรวจแบบฝกึ หัด
ำมสำมำรถในกำรใช้ - ตรวจใบงำนเรอ่ื ง
เทคโนโลยี - สงั เกตพฤติกรรมการ
ทางานรำยบคุ คล
ำมสำมำรถในกำร 1.ควำมซอ่ื สตั ย์
ร สุจรติ - สังเกตพฤติกรรมกำร
ำมสำมำรถในกำรคดิ 2.ควำมมีวินยั ทำงำนกลมุ่
ทักษะกำรสำรวจ 3.ใฝ่เรยี นรู้
ทกั ษะกำรจำแนก 4. มงุ่ มัน่ ในกำร
ภท ทำงำน
ทกั ษะกำร
บเทียบ
ผลการ สาระการเรยี นรู้ สาระสาคัญ สาระการเรียนรู้ สมร
เรียนรู้ เพม่ิ เตมิ ความคดิ รวบยอด ข
• ไซโทพลำซมึ อยู่ 4) ทกั ษ
และกำ
ภำยในเยื่อหุ้มเซลล์ 3. ควำ
ประกอบด้วย ไซโท 1. ควำ
สื่อสำร
ซอลและออร์แกเนลล์ 2. ควำ
• นิวเคลียสเป็น 1) ท
คน้ หำ
ศูนยก์ ลางควบคุมการ
2) ท
ทางานของ เซลลย์ คู าริ
ประเภ
โอต ประกอบดว้ ยเยอื่
3) ท
หุม้ ซ่ึงภายใน มีDNA
เปรยี บ
RNA และโปรตนี บาง 4) ท
ชนิด ขอ้ มูลแ
14 • สำรต่ำง ๆ มีกำร สารต่างๆ มกี าร
เคลือ่ นท่เี ข้ำและออก เคล่ือนทเ่ี ขา้ และออก
จากเซลล์ โดย
จำกเซลล์ อยู่
กระบวนการแพร่
ตลอดเวลำโดย
การออสโมซิส การ
กระบวนกำรต่ำง ๆ แพร่แบบฟาซิลเทต
ไดแ้ ก่ กำรแพรอ่ อสโม แอกทีฟทรานสปอร์ต
ซิส กำรแพรแ่ บบฟำซลิ ิ เอกโซไซโทซิส เอน
เทต ไซโทซิส
นาไปสู่ ชนิ้ งาน/ภาระ แนวการจัดกจิ กรรมการ
งาน เรียนรู้
รรถนะสาคัญ คุณลักษณะอัน
ของผเู้ รียน พึ่งประสงค์
ษะกำรตคี วำมขอ้ มลู - สงั เกตควำมมี
ำรลขอ้ สรปุ วินยั ใฝเ่ รียนรู้
ำมสำมำรถในกำรใช้
และมุ่งม่ันใน
เทคโนโลยี
กำรทำงำน
ำมสำมำรถในกำร 1.ควำมซ่ือสตั ย์ - ตรวจแบบฝึกหดั วธิ สี อนแบบสบื เสำะหำ
ร สุจรติ - ตรวจใบงานเร่ือง ควำมรู้ (5Es Instructional
ำมสำมำรถในกำรคดิ 2.ควำมมีวินัย - สงั เกตพฤติกรรม
ทักษะกำรสำรวจ 3.ใฝ่เรียนรู้ การทางาน Model)
4. มุง่ มัน่ ในกำร รายบคุ คล
ทกั ษะกำรจำแนก ทำงำน - สงั เกตพฤตกิ รรม
ภท กำรทำงำนกลมุ่
- สังเกตควำมมวี ินัย
ทกั ษะกำร ใฝเ่ รียนรู้
บเทียบ
ทกั ษะกำรตคี วำม
และกำรลข้อสรุป
ผลการ สาระการเรียนรู้ สาระสาคญั สาระการเรยี นรู้ ส
เรยี นรู้ เพิ่มเติม ความคดิ รวบยอด สา
15 • แก๊สต่ำง ๆ เข้ำหรือ แก๊สต่ำง ๆ เข้ำ สำรบำงอย่ำงทีไ่ ม่ 1. ควำ
ส่อื สำร
ออกจำกเซลลโ์ ดยกำร หรอื ออกจำกเซลล์ สำมำรถลำเลียง 2. ควำ
แพร่ ส่วนนำ้ เขำ้ หรอื โดยกำรแพร่ สว่ น ผ่ำนเยอ่ื หมุ้ เซลล์ คดิ
1) ท
ออกจำกเซลล์ผำ่ นเยอ่ื น้ำเขำ้ หรอื ออก โดยตรงได้ ค้นหำ
หมุ้ เซลล์ โดยออสโมซสิ จำกเซลล์ผ่ำนเยอื่ จำเปน็ ตอ้ งอำศัย 2) ท
• ไอออนและสำร
หุ้มเซลล์ โดย โปรตีนทอ่ี ยู่บน ประเภ
บำงอย่ำงทไ่ี ม่สำมำรถ 3) ท
ลำเลยี ง ผำ่ นเย่อื หุ้มเซลล์ ออสโมซิส เยื่อหมุ้
โดยตรงไดจ้ ำเปน็ ตอ้ ง พำสำรนั้น เขำ้ เปรียบ
อำศัย โปรตนี ท่ีอยู่บนเยอื่ และออกจำก 4) ท
ห้มุ เซลลเ์ ปน็ ตวั พำสำรนนั้ เซลล์
ขอ้ มลู แ
เขำ้ และออกจำกเซลล์ ข้อสรปุ
3. ควำ
ใช
เรยี กวำ่ กำรแพรแ่ บบ ฟำ
ซลิ ิเทต
• แอกทฟี ทรำนส
ปอร์ต เป็นกำรลำเลียง
นาไปสู่
มรรถนะ คุณลักษณะอัน ชน้ิ งาน/ภาระ แนวการจัดกจิ กรรมการ
าคัญของ พ่ึงประสงค์ งาน เรยี นรู้
ผู้เรยี น
1.ควำมซ่ือสัตย์สจุ ริต - ตรวจแบบฝึกหดั วิธีสอนแบบสืบเสำะหำ
ำมสำมำรถในกำร 2.ควำมมวี ินยั - ตรวจใบงำน ควำมรู้ (5Es Instructional
ร 3.ใฝเ่ รยี นรู้
ำมสำมำรถในกำร - สงั เกตพฤติกรรม Model)
4. มุ่งมั่นในกำร การทางาน
ทกั ษะกำรสำรวจ ทำงำน รำยบุคคล
ทักษะกำรจำแนก - สงั เกตพฤตกิ รรม
กำรทำงำนกลมุ่
ภท - สงั เกตควำมมี
วนิ ัย ใฝเ่ รยี นรู้
ทักษะกำร และมุ่งม่นั ใน
กำรทำงำน
บเทียบ
ทักษะกำรตีควำม
และกำรลง
ป
ำมสำมำรถในกำร
ชเ้ ทคโนโลยี
ผลการ สาระการเรียนรู้เพ่มิ เตมิ สาระสาคัญ สาระการเรียนรู้ ส
เรียนรู้ ความคิดรวบ สา
ยอด
สำรจำก บริเวณท่มี ีควำม
เขม้ ข้นต่ำไปยงั บรเิ วณทมี่ ี
ควำมเขม้ ข้นสูง
• สำรบำงอยำ่ งท่ีไม่สำมำรถ
แพรผ่ ่ำนเยื่อหมุ้ เซลล์ หรอื
ลำเลียงผ่ำนโปรตีนท่ีเป็น
ตัวพำได้จะถูก ลำเลยี งออก
จำกเซลล์ดว้ ยกระบวนกำร
เอกโซไซโทซิส
• สำรทีม่ ีขนำดใหญจ่ ะ
สำมำรถลำเลียงเขำ้ สู่เซลล์
ด้วยกระบวนกำรเอนโดไซ
โทซิสซง่ึ แบง่ เปน็ ๓ แบบ
ไดแ้ ก่ พิโนไซโทซิส
ฟำโกไซโทซสิ
นาไปสู่
มรรถนะ คุณลกั ษณะอนั ชน้ิ งาน/ภาระ แนวการจัดกจิ กรรมการ
าคญั ของ พ่ึงประสงค์ งาน เรยี นรู้
ผ้เู รยี น
ผลการ สาระการเรยี นรู้เพ่ิมเติม สาระสาคัญ สาระการเรยี นรู้ ส
เรียนรู้ ความคดิ รวบ สา
ยอด
และกำรนำสำร เข้ำสู่เซลล์
โดยอำศยั ตวั รบั
16 • กำรแบ่งเซลลข์ องสิ่งมชี วี ติ การแบ่งเซลล์ กำรแบ่งเซลลข์ อง 1. ควำ
เป็นกำรเพิม่ จำนวนเซลล์ ซึง่ สือ่ สำร
เป็นกระบวนกำรที่เกิดขนึ้ ของสิ่งมีชีวติ สิง่ มีชีวติ เป็นกำร 2. ควำ
ต่อเน่อื งกนั เป็น วฏั จักร โดยวัฏ เป็ น เพม่ิ จำนวนเซลล์ คิด
จกั รของเซลลป์ ระกอบด้วย กระบวนการที่
อนิ เตอร์เฟส กำรแบง่ เกิดข้ึน ซ่งึ เป็น 1) ท
กระบวนกำรที่ คน้ หำ
2) ท
นวิ เคลียสแบบไมโทซสิ และ ต่อเน่ืองกนั เกดิ ขึ้น ประเภ
กำรแบ่ง เป็นวฏั จกั ร ต่อเน่ืองกันเป็น 3) ท
ไซโทพลำซึม ประกอบดว้ ย วฏั จกั ร โดยวัฏ
• กำรแบ่งนิวเคลยี สมี อินเตอร์เฟส เปรยี บ
2 แบบ คือกำรแบ่ง จกั รของ 4) ท
นวิ เคลยี ส แบบไมโทซิสและ การแบ่ง ข้อมลู แ
ขอ้ สรุป
3. ควำ
กำรแบ่งนิวเคลียสแบบไมโอ นิวเคลียส และ ใช
ซิส การแบ่งไซ
โทพลาซึม
นาไปสู่
มรรถนะ คุณลักษณะอนั ช้นิ งาน/ภาระ แนวการจดั กิจกรรมการ
าคญั ของ พึ่งประสงค์ งาน เรียนรู้
ผเู้ รยี น
ำมสำมำรถในกำร 1.ควำมซอื่ สตั ย์สุจริต - ตรวจแบบฝกึ หัด วธิ สี อนแบบสืบเสำะหำ
ร 2.ควำมมวี ินยั - ตรวจใบงำน ควำมรู้ (5Es Instructional
ำมสำมำรถในกำร 3.ใฝ่เรียนรู้ เรอ่ื ง
Model)
ทักษะกำรสำรวจ 4. ม่งุ มน่ั ในกำร - สังเกตพฤตกิ รรม
ทำงำน การทางาน
รำยบุคคล
ทักษะกำรจำแนก
ภท - สังเกตพฤติกรรม
กำรทำงำนกลุ่ม
ทักษะกำร - สงั เกตควำมมี
วนิ ัย ใฝเ่ รียนรู้
บเทยี บ และมุ่งมนั่ ใน
ทักษะกำรตีควำม กำรทำงำน
และกำรลง
ป
ำมสำมำรถในกำร
ช้เทคโนโลยี
ผลการ สาระการเรยี นรู้เพ่ิมเตมิ สาระสาคญั สาระการเรียนรู้ สมร
เรยี นรู้ ความคดิ รวบ สาคัญ
กำรหำยใจระดบั
• กำรแบ่งนิวเคลียสแบบ ยอด เซลล์เป็นกำร ผู้เร
ไมโทซิส ประกอบด้วย สลำยสำรอำหำร
ระยะโพรเฟส เมทำเฟส การหายใจ 1. ควำมส
แอนำเฟส และเทโลเฟส ระดบั เซลล์ กำรสอื่ สำร
17 • กำรหำยใจระดับเซลล์ พลงั งานส่วน 2. ควำมส
เปน็ กำรสลำยสำรอำหำร ใหญไ่ ดจ้ าก กำรคิด
ทม่ี พี ลงั งำนสงู โดยมี ข้นั ตอนการ
ออกซเิ จนเปน็ ตัวรบั ถ่ายทอด 1) ทกั ษ
อิเล็กตรอนตัวสุดท้ำย ค้นหำ
ประกอบด้วย ๓ขัน้ ตอน
คอื 2) ทักษ
ไกลโคลิซสิ
วฏั จกั รเครบสแ์ ละ จำแนกปร
กระบวนกำร ถ่ำยทอด
อเิ ล็กตรอน 3) ทักษ
เปรยี บเทยี
4) ทกั ษ
ตคี วำมขอ้
ลงข้อสรุป
3. ควำม
กำรใช้เ
นาไปสู่ ชนิ้ งาน/ภาระ แนวการจัดกิจกรรมการ
งาน เรยี นรู้
รรถนะ คณุ ลกั ษณะอัน
ญของ พ่ึงประสงค์
รยี น
สำมำรถใน 1.ควำมซ่ือสตั ยส์ จุ ริต - ตรวจแบบฝึกหัด วิธีสอนแบบสืบเสำะหำควำมรู้
ร 2.ควำมมีวนิ ัย - ตรวจใบงาน (5Es Instructional Model)
สำมำรถใน 3.ใฝเ่ รยี นรู้ - สังเกตพฤติกรรม
การทางาน
ษะกำรสำรวจ 4. มงุ่ มนั่ ในกำร รายบคุ คล
ทำงำน - สงั เกตพฤติกรรม
ษะกำร การทางานกลุ่ม
ระเภท - สังเกตความมวี นิ ยั
ษะกำร ใฝ่ เรี ยนรู้
ยบ
ษะกำร และมุ่งม่ันใน
อมลู และกำร กำรทำงำน
ป
มสำมำรถใน
เทคโนโลยี
ผล สาระสาคัญ นาไปสู่
การ สาระการเรียนรู้เพมิ่ เตมิ ความคิด
เรียนรู้ รวบยอด สมรรถนะ คุณลักษณะอนั
สาคญั ของ พ่ึงประสงค์
• กำรหำยใจระดับเซลล์
พลงั งำนสว่ นใหญ่ไดจ้ ำก ผ้เู รียน
ขน้ั ตอนกำรถำ่ ยทอด
อเิ ลก็ ตรอน พลงั งำนน้ี
จะถูกเกบ็ ไว้ในพนั ธะเคมี
ในโมเลกุลของ ATP
• ในภำวะที่มอี อกซิเจนไม่
เพียงพอ ทำให้กำรหำยใจ
ของเซลลไ์ ม่สมบูรณ์จงึ
เกิดไดเ้ ฉพำะไกลโคลิซิส
ผลทไ่ี ด้จำกกำรหำยใจใน
สภำวะนใ้ี นสัตวจ์ ะได้
กรดแลกติก ในจุลนิ ทรีย์
และพชื อำจได้
กรดแลกติก หรือ
เอทิลแอลกอฮอล์
แนวการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้
น ช้นิ งาน/ภาระงาน
นาไปสู่
ผลการ สาระการเรียนรู้ สาระสาคัญ สมรรถนะ คณุ ลักษณะอัน
เรียนรู้ เพิ่มเติม ความคิดรวบ
สาคญั ของ พึ่งประสงค์
1 • สงิ่ มีชวี ติ ทกุ ยอด
ชนิดตอ้ งกำร ผ้เู รียน
สำรอำหำรและ สง่ิ มีชวี ติ ทุก
พลงั งำน มีกำร ชนดิ ต้องกำร 1. ควำมสำมำรถใน 1.ควำมซื่อสัตย์
เจรญิ เตบิ โต มกี ำร สำรอำหำรและ กำรสือ่ สำร สจุ ริต
ตอบสนองตอ่ ส่ิงเร้ำ พลังงำนมกี ำร 2. ควำมสำมำรถใน 2.ควำมมีวินัย
มกี ำรรกั ษำดุลย เจริญเติบโต มี กำรคิด 3.ใฝเ่ รียนรู้
ภำพของรำ่ งกำย มี กำรตอบสนอง 4. มงุ่ ม่นั ในกำร
กำรสืบพันธ์ุ มกี ำร ตอ่ ส่งิ เร้ำ มีกำร 1) ทักษะกำร ทำงำน
รักษำดลุ ยภำพ สำรวจคน้ หำ
ของร่ำงกำย มี
กำรสืบพนั ธ์ุ มี 2) ทักษะกำร
กำรปรับตัวทำง
วิวัฒนำกำร และ จำแนกประเภท
มีกำรทำงำน
รว่ มกนั 3) ทกั ษะกำร
เปรียบเทยี บ
4) ทักษะกำร
ตีควำมขอ้ มูลและ
กำรลงขอ้ สรุป
3. ควำมสำมำรถใน
กำรใชเ้ ทคโนโลยี
น การวดั แนวการจดั เวลาเรียน
ชิน้ งาน/ภาระงาน กิจกรรมการ (ช่วั โมง)
ประเมินผล เรยี นรู้ 5
- ตรวจแบบฝกึ หัด -ตรวจ วธิ ีสอนแบบ
สบื เสำะหำ
- ตรวจใบงำนเรอื่ ง แบบทดสอบ ควำมรู้ (5Es
ชวี จรยิ ธรรม -สังเกต Instructional
- สังเกตพฤตกิ รรมกำรทำงำน พฤติกรรม Model)
รำยบคุ คล กำรทำงำน
- สังเกตพฤตกิ รรมกำรทำงำน กล่มุ
กลุ่ม -ประเมนิ กำร
ปฏบิ ตั กิ ำร
- สงั เกตควำมมวี ินัย ใฝเ่ รยี นรู้
และมุง่ มนั่ ในกำรทางาน
นาไปสู่
ผลการ สาระการเรียนรู้ สาระสาคญั สมรรถนะ คณุ ลกั ษณะอัน
เรียนรู้ เพิม่ เติม ความคิดรวบยอด พ่ึงประสงค์
สำคญั ของ
ปรับตัวทำง ขององค์ประกอบ 1.ควำมซอ่ื สตั ย์
ววิ ฒั นำกำร และมีกำร ตำ่ งๆอยำ่ งเป็น ผู้เรียน สุจริต
ทำงำน ร่วมกนั ของ ระบบ 2.ควำมมวี นิ ยั
องค์ประกอบต่ำง ๆ 1. ควำมสำมำรถใน 3.ใฝ่เรียนรู้
อยำ่ งเป็นระบบ สง่ิ กำรสื่อสำร 4. มงุ่ มน่ั ในกำร
เหลำ่ น้ีจัดเปน็ สมบัตทิ ่ี 2. ควำมสำมำรถใน ทำงำน
สำคัญของสิง่ มีชวี ิต กำรคดิ
• กำรจัดระบบใน
สงิ่ มีชวี ิตเริ่มจำกหน่วย 1) ทกั ษะกำร
เล็ก ไปหน่วยใหญ่ สำรวจค้นหำ
ไดแ้ ก่ เซลลเ์ นอื้ เย่ือ
อวัยวะ ระบบ อวัยวะ 2) ทักษะกำร
และสิง่ มชี ีวิต
ตำมลำดับ จำแนกประเภท
3) ทักษะกำร
เปรียบเทยี บ
4) ทกั ษะกำร
ตคี วำมข้อมูลและ
กำรลงข้อสรปุ
3. ควำมสำมำรถใน
กำรใช้เทคโนโลยี
ชนิ้ งาน/ภาระ การวัดประเมินผล แนวการจัดกจิ กรรมการ เวลำเรียน
งาน เรยี นรู้ (ชว่ั โมง)
- ตรวจ วิธสี อนแบบสืบเสำะหำ
ควำมรู้ (5Es Instructional
แบบฝึ กหัด Model)
- ตรวจใบงาน
- สงั เกต
พฤติกรรมการ
ทางานรายบุคคล
- สงั เกต
พฤตกิ รรมกำร
ทำงำนกลุ่ม
- สังเกตควำมมี
วินัย ใฝเ่ รยี นรู้
และมุง่ มัน่ ใน
กำรทำงำน
สาระสาคัญ นาไปสู่
ความคิดรวบ
ผลการ สาระการเรยี นรู้ สมรรถนะ คณุ ลกั ษณะอัน
เรียนรู้ เพ่ิมเตมิ ยอด สาคัญของ พึ่งประสงค์
2 • สง่ิ มีชีวิต ร่างกายสิ่งมีชีวิตมี ผู้เรียน
ประกอบดว้ ย ธำตุและ น้ าเป็ น
สำรประกอบ ใน องคป์ ระกอบมาก 1. ควำมสำมำรถใน 1.ควำมซ่ือสัตย์
ร่ำงกำยของสง่ิ มชี ีวิตมี ที่สุด ซ่ึงน้ามสี มบตั ิ กำรส่อื สำร สุจรติ
นำ้ เปน็ องคป์ ระกอบ ช่วยรักษาดุลยภาพ 2. ควำมสำมำรถใน 2.ควำมมวี นิ ยั
มำกที่สดุ นำ้ ของเซลล์ กำรคิด 3.ใฝเ่ รยี นรู้
ประกอบด้วยธำตุ 4. มงุ่ มั่นในกำร
ไฮโดรเจน และ 1) ทกั ษะกำร ทำงำน
ออกซเิ จน มสี มบัตใิ น สำรวจค้นหำ
กำรเปน็ ตัวทำละลำย
ทดี่ ีเกบ็ ควำมรอ้ นได้ดี 2) ทักษะกำร
และมคี วำมจคุ วำม
รอ้ นสูง ซึ่งช่วยรกั ษำ จำแนกประเภท
ดุลยภำพของเซลล์ได้
3) ทักษะกำร
เปรียบเทียบ
4) ทกั ษะกำร
ตีควำมข้อมลู และ
กำรลงข้อสรุป
3. ควำมสำมำรถใน
กำรใช้เทคโนโลยี
น ชนิ้ งาน/ภาระงาน การวดั ประเมนิ ผล แนวการจัด เวลำเรยี น
(ช่วั โมง)
กจิ กรรมการ
5
เรยี นรู้
- ตรวจแบบฝกึ หดั - ตรวจใบงำนท่ี วิธีสอนแบบ
- ตรวจใบงำน 2.1 สบื เสำะหำ
- ตรวจแบบฝึกหดั ควำมรู้ (5Es
- สงั เกตพฤติกรรมการทางาน
รำยบคุ คล -สังเกตพฤตกิ รรม Instructional
- สังเกตพฤติกรรมกำรทำงำน กำรทำงำนกลุ่ม Model)
กลุ่ม
- สงั เกตควำมมีวินัย ใฝเ่ รียนรู้
และมงุ่ ม่นั ในกำรทำงำน
สาระสาคัญ นาไปสู่
ความคิดรวบ
ผลการ สาระการเรียนรู้ สมรรถนะ คณุ ลกั ษณะอัน
เรียนรู้ เพ่มิ เตมิ ยอด สาคญั ของ พ่ึงประสงค์
3 • สิง่ มชี วี ิต ร่ำงกำยสง่ิ มีชีวติ ผูเ้ รยี น
ประกอบด้วย ธำตุ มนี ้ำเปน็
และสำรประกอบ องคป์ ระกอบ 1. ควำมสำมำรถใน 1.ควำมซอ่ื สตั ย์
ในร่ำงกำยของ มำกทส่ี ุด ซึง่ นำ้ มี กำรสื่อสำร สุจริต
สิ่งมชี ีวติ มนี ำ้ เปน็ สมบตั ิช่วยรกั ษำ 2. ควำมสำมำรถใน 2.ควำมมวี นิ ยั
องค์ประกอบ ดุลยภำพของ กำรคิด 3.ใฝ่เรียนรู้
มำกท่ีสดุ นำ้ เซลล์ 4. มงุ่ มน่ั ในกำร
ประกอบด้วยธำตุ 1) ทักษะกำร ทำงำน
ไฮโดรเจน และ สำรวจค้นหำ
ออกซิเจน มสี มบัติ
ในกำรเป็นตัวทำ 2) ทกั ษะกำร
ละลำย ที่ดีเกบ็
ควำมร้อนไดด้ แี ละมี จำแนกประเภท
ควำมจุควำมร้อนสูง
ซึง่ ช่วยรักษำดลุ ย 3) ทกั ษะกำร
ภำพของเซลลไ์ ด้
เปรยี บเทียบ
4) ทกั ษะกำร
ตคี วำมข้อมูลและ
กำรลงขอ้ สรปุ
3. ควำมสำมำรถใน
กำรใชเ้ ทคโนโลยี
น ช้นิ งาน/ภาระงาน การวัดประเมนิ ผล แนวการจดั เวลำเรยี น
(ช่วั โมง)
กิจกรรมการ
4
เรยี นรู้
- ตรวจแบบฝกึ หดั - ตรวจผังมโน วิธีสอนแบบ
- ตรวจใบงำน ทัศน์ สบื เสำะหำ
- สงั เกตพฤติกรรมการทางาน จำกใบงำนที่ ควำมรู้ (5Es
รำยบคุ คล 4.1 Instructional
- สังเกตพฤติกรรมกำรทำงำน - ตรวจ Model)
กลุ่ม แบบฝกึ หดั
- สงั เกตควำมมีวนิ ัย ใฝ่เรียนรู้ - สงั เกต
และมงุ่ มน่ั ในกำรทำงำน พฤติกรรม
กำรนำเสนอ
ผลงำน
ผลการ สาระการเรียนรู้ สาระสาคญั สาระการเรียนรู้ สมรรถน
เรยี นรู้ เพ่ิมเติม ความคิดรวบยอด
ร่างกายของ สาคัญขอ
4 โครงสร้างของ • คาร์โบไฮเดรต ส่ิงมีชีวติ
คาร์โบไฮเดรต ประกอบดว้ ย ธาตุ ประกอบไปดว้ ย ผ้เู รียน
ระบกุ ลุ่มขอ คาร์บอน สารอินทรีย์ ท้งั
คาร์โบไฮเดรต ไฮโดรเจน และ คาร์โบไฮเดรต 1. ควำมสำมำร
รวมท้งั ออกซิเจน แบ่ง โปรตนี ลิพดิ กำรส่ือสำร
ความสาคญั ของ ตามขนาดโมเลกลุ และกรด 2. ควำมสำมำร
คาร์โบไฮเดรตที่ ออกไดเ้ ป็น ๓ นิวคลีอิก กำรคดิ
มีตอ่ ส่ิงมีชีวติ กลุ่ม คอื มอโน
แซ็กคาไรด์ 1) ทักษะกำร
ไดแซ็กคาไรดแ์ ละ สำรวจค้นหำ
พอลิแซ็กคาไรด์
2) ทักษะกำ
จำแนกประเภท
3) ทกั ษะกำ
เปรียบเทียบ
4) ทกั ษะกำร
ตคี วำมขอ้ มูลแล
กำรลงขอ้ สรปุ
3. ควำมสำมำร
กำรใช้เทคโนโล
นาไปสู่ ช้นิ งาน/ภาระ การวดั แนวการจดั เวลำเรียน
นะ คณุ ลกั ษณะอนั งาน ประเมินผล กจิ กรรมการ (ชั่วโมง)
อง พ่ึงประสงค์
น - ตรวจแบบฝกึ หัด - ตรวจผัง เรยี นรู้ 3
- ตรวจใบงำน มโนทัศน์
รถใน 1.ควำมซ่ือสัตย์ - สงั เกตพฤตกิ รรม จำกใบงำน วิธสี อนแบบ
สุจรติ กำรทำงำน ที่ 5.1 สบื เสำะหำ
รำยบุคคล - ตรวจ ควำมรู้ (5Es
รถใน 2.ควำมมีวินยั - สงั เกตพฤติกรรม แบบทดสอบ
ร 3.ใฝเ่ รยี นรู้ กำรทำงำนกล่มุ Instructional
- สังเกตควำมมี
4. มงุ่ มั่นในกำร วนิ ยั ใฝเ่ รยี นรู้ Model)
ำร ทำงำน และมุ่งมนั่ ในกำร
ทำงำน
ท
ำร
ร
ละ
รถใน
ลยี
ผล สาระการเรียนรู้ สาระสาคัญ สาระการ สมรรถน
การ เพ่มิ เตมิ ความคดิ รวบยอด เรยี นรู้ สาคญั ข
เรยี นรู้
ผู้เรยี น
5 • โปรตนี มีกรด อาศยั เอนไซมช์ ่วย อาศยั 1. ควำมสำมำรถ
อะมิโนเป็นหน่วยยอ่ ย เร่ง ซ่ึงอุณหภมู ิ เอนไซมช์ ่วย ส่ือสำร
2. ควำมสำมำรถ
ประกอบดว้ ย ธาตุ สภาพความเป็น เร่ง ซ่ึง คดิ
คาร์บอน ไฮโดรเจน กรด-เบส และตวั อุณหภมู ิ 1) ทกั ษะกำร
คน้ หำ
ออกซิเจน และ ยบั ยง้ั เอนไซมเ์ ป็ น สภาพความ 2) ทกั ษะกำร
ไนโตรเจน บางชนิด ปัจจยั ทีม่ ีผลตอ่ เป็ นกรด- จำแนกประเภท
อาจมีธาตฟุ อสฟอรัส การทางานของ เบส
เหลก็ และกามะถนั เอนไซม์ 3) ทักษะกำร
เปรียบเทยี บ
4) ทกั ษะกำร
เป็นองคป์ ระกอบ ขอ้ มูลและกำรล
6 • ลิพดิ ประกอบดว้ ย ขอ้ สรปุ
3. ควำมสำมำรถ
ธาตคุ าร์บอน กำรใช้เทคโนโลย
ไฮโดรเจน และ
ออกซิเจน เป็น
สารประกอบที่
นาไปสู่
นะ คุณลกั ษณะ ชิ้นงาน/ภาระ การวัด แนวการจดั เวลำเรียน
ของ อันพึ่งประสงค์ งาน ประเมนิ ผล กจิ กรรมการ (ชั่วโมง)
น เรยี นรู้
ถในกำร 1.ควำมซอื่ สัตย์ - ตรวจแบบฝึกหดั - สังเกต วิธสี อนแบบ 2
สุจริต สบื เสำะหำ
ถในกำร 2.ควำมมีวนิ ยั - ตรวจใบงำน พฤตกิ รรม ควำมรู้
3.ใฝเ่ รยี นรู้ - สงั เกตพฤติกรรม กำร (5Es
รสำรวจ 4. มงุ่ ม่ันในกำร กำรทำงำน
ทำงำน รำยบคุ คล นำเสนอ Instructional
ร - สงั เกตพฤติกรรม ผลงำน
ท Model)
ร กำรทำงำนกลมุ่
2
- สังเกตควำมมี
รตคี วำม วินัย ใฝเ่ รียนรู้
ลง และมุ่งมั่นในกำร
ทำงำน
ถใน
ยี
ผล สาระการเรยี นรู้ สาระสาคญั สาระการ สมรรถน
การ เพ่มิ เตมิ ความคดิ รวบยอด เรยี นรู้
เรียนรู้ สาคญั ขอ
ผเู้ รยี น
ทาละลายท่เี ป็น
1. ควำมสำมำรถ
สารอินทรียล์ ิพิดกลุ่ม กำรส่ือสำร
2. ควำมสำมำรถ
สาคญั ทพ่ี บในสิ่งมีชีวิต กำรคดิ
เช่น กรดไขมนั ไตรกลี 1) ทกั ษะกำร
สำรวจค้นหำ
เซอไรด์ ฟอสโฟลิพดิ
2) ทกั ษะกำร
สเตอรอยด์
จำแนกประเภท
7 กรดนิวคลีอิก • กรดนวิ คลอิ กิ
3) ทกั ษะกำร
ประกอบดว้ ยหน่วยยอ่ ย ประกอบดว้ ย
เรียกว่า นิวคลีโอไทด์ เปรยี บเทียบ
แต่ละโมเลกุลของนิวคลี หน่วยย่อย เรียกวำ่ 4) ทกั ษะกำร
โอไทดป์ ระกอบดว้ ยหมู่ นวิ คลโี อไทด์
ฟอสเฟต น้าตาลที่มี โมเลกลุ ของ ตีควำมขอ้ มูลแล
ลงขอ้ สรุป
คาร์บอน 5 อะตอม และ นิวคลีโอไทด์ 3. ควำมสำมำรถ
กำรใชเ้ ทคโนโลย
เบสทแ่ี ละถ่ายทอดขอ้ มูล ประกอบดว้ ย หมู่
ทางพนั ธุกรรม มี 2 ชนิด ฟอสเฟต น้ำตำลที่
คือ DNA และ RNA มคี ำร์บอน ๕
อะตอม
นาไปสู่ ชนิ้ งาน/ภาระ การวดั แนวการจดั เวลำเรยี น
นะ คุณลกั ษณะอัน งาน ประเมนิ ผล กิจกรรมการ (ชวั่ โมง)
อง พ่ึงประสงค์
น - ตรวจแบบฝึกหดั - ตรวจผงั เรียนรู้ 3
- ตรวจใบงำน มโนทศั น์
ถใน 1.ควำมซอ่ื สตั ย์ - สังเกตพฤติกรรม จำกใบงำน วิธีสอนแบบ
สุจรติ กำรทำงำน ที่ 5.1 สืบเสำะหำ
รำยบุคคล - ตรวจ ควำมรู้
ถใน 2.ควำมมวี นิ ัย - สงั เกตพฤติกรรม แบบทดสอบ (5Es
ร 3.ใฝเ่ รียนรู้ กำรทำงำนกลุ่ม
- สงั เกตควำมมี Instructional
4. มุ่งมั่นในกำร วินัย ใฝ่เรียนรู้
ร ทำงำน และมงุ่ มน่ั ในกำร Model)
ทำงำน
ท
ร
ร
ละกำร
ถใน
ยี
ผลการ สาระการเรียนรู้ สาระสาคัญ สาระการเรยี นรู้ สมรรถนะ
เรียนรู้ เพมิ่ เติม ความคิดรวบยอด สาคัญขอ
กรดนิวคลิอิก
8 • กรดนวิ คลิอิก กรดนิวคลิอิก ประกอบดว้ ย ผเู้ รียน
ประกอบด้วย ประกอบดว้ ย หน่วยยอ่ ย
หนว่ ยย่อย หน่วยยอ่ ย เรียกวา่ เรียกวา่ นิวคลี 1. ควำมสำมำรถ
เรียกวำ่ นวิ คลี นิวคลีโอไทด์ โอไทดโ์ มเลกุล กำรสอื่ สำร
โอไทดโ์ มเลกลุ โมเลกุลของนิวคลี ของนิวคลีโอ 2. ควำมสำมำรถ
ไทด์ กำรคดิ
ของนวิ คลีโอไทด์ โอไทด์
ประกอบดว้ ย หมู่ 1) ทักษะกำร
ฟอสเฟต น้ำตำลท่ี สำรวจคน้ หำ
มคี ำร์บอน ๕
อะตอม และเบสที่ 2) ทกั ษะกำร
มไี นโตรเจนเปน็
ควำมสำคญั ของ จำแนกประเภท
กรดนวิ คลิอิกทมี่ ี
ตอ่ สิ่งมีชีวิต 3) ทกั ษะกำร
เปรยี บเทียบ
4) ทกั ษะกำร
ตคี วำมข้อมลู แล
กำรลงขอ้ สรปุ
3. ควำมสำมำรถ
กำรใชเ้ ทคโนโลย
นาไปสู่ ช้นิ งาน/ภาระ การวดั แนวการจดั เวลำเรียน
ะ คณุ ลักษณะอนั งาน ประเมนิ ผล กิจกรรมการ (ช่วั โมง)
อง พึ่งประสงค์
- ตรวจ - ประเมนิ เรียนรู้ 6
ถใน 1.ควำมซอ่ื สัตย์ แบบฝึ กหดั การออกแบบ
สจุ ริต - ตรวจใบงาน ปฏิบตั ิการ วิธสี อนแบบสบื
- สงั เกต จากใบงาน เสำะหำควำมรู้
ถใน 2.ควำมมวี ินยั พฤติกรรม (5Es
3.ใฝเ่ รียนรู้ การทางาน - ตรวจ
4. มุ่งมน่ั ในกำร รายบุคคล แบบฝึ กหดั Instructional
- สงั เกต
ร ทำงำน พฤติกรรม Model)
การทางาน
ร กลุ่ม
- สงั เกตควำม
ละ มีวนิ ัย ใฝ่
เรียนรู้
ถใน และมุง่ มน่ั
ยี ในกำรทำงำน
ผลการ สาระการเรยี นรู้ สาระสาคญั สาระการเรียนรู้ สมรรถน
เรียนรู้ เพิม่ เติม ความคิดรวบ สาคัญข
9 • เอนไซมส์ ว่ นใหญเ่ ป็น ยอด ผูเ้ รยี น
สำรประเภทโปรตีน ทำ เอนไซม์ส่วน 1. ควำมสำมำร
หนำ้ ที่เรง่ ปฏิกริ ิยำเคมี ใหญ่เป็นสำร กำรส่อื สำร
ในขณะที่เกิดปฏกิ ิรยิ ำ 2. ควำมสำมำร
เคมใี นเซลลส์ ำรตง้ั ต้น
จะเขำ้ ไปจับกบั เอนไซม์ ประเภทโปรตีน กำรคดิ
ท่ีบริเวณจำเพำะของ 1) ทักษะกำร
เอนไซมท์ ี่เรียกว่ำ ทำหนำ้ ที่เรง่ สำรวจค้นหำ
บรเิ วณเร่ง ถ้ำสำรต้ังตน้
มโี ครงสรำ้ งเข้ำกับ ปฏกิ ริ ิยำเคมีใน 2) ทกั ษะกำ
บริเวณเร่งได้ สำรต้ังต้น
นัน้ จะถกู เปล่ียนเป็น ขณะที่ จำแนกประเภท
สำรผลติ ภัณฑ์
• อณุ หภูมสิ ภำพควำม เกดิ ปฏกิ ิริยำ 3) ทักษะกำ
เปน็ กรด-เบส และ ตัว เปรียบเทียบ
เคมีในเซลล์สำร 4) ทกั ษะกำร
ยับยั้งเอนไซมเ์ ป็น
ต้ังตน้ จะเขำ้ ไป ตีควำมข้อมูลแล
ปัจจยั ที่มีผลต่อกำร
ทำงำน ของเอนไซม์ จบั กับเอนไซม์ ท่ี ลงขอ้ สรุป
3. ควำมสำมำ
บรเิ วณจำเพำะ กำรใช้เทคโน
นาไปสู่ ชิ้นงาน/ การวดั แนวการจดั เวลาเรยี น
นะ คุณลักษณะอนั ภาระงาน ประเมินผล กจิ กรรมการ (ช่วั โมง)
ของ พ่ึงประสงค์
น - ตรวจ ประเมนิ กำร เรียนรู้
ปฏบิ ัติกำร
รถใน 1.ควำมซือ่ สัตย์ แบบฝึ กหัด วธิ สี อนแบบ
สุจรติ - ตรวจใบงาน สบื เสำะหำ
- สงั เกต ควำมรู้ (5Es
รถใน 2.ควำมมีวนิ ยั พฤติกรรม
ร 3.ใฝเ่ รยี นรู้ การทางาน Instructional
รายบุคคล
4. มุง่ มนั่ ในกำร - สังเกต Model)
ำร ทำงำน พฤติกรรม
การทางาน
ท กลุ่ม
ำร - สังเกตความ
ร มีวนิ ยั ใฝ่
ละกำร เรียนรู้
ำรถใน และมงุ่ มนั่
นโลยี ในการทางาน
ผลการ สาระการเรยี นรู้ สาระสาคัญ สาระการเรยี นรู้ สมรรถนะ
เรยี นรู้ เพิ่มเตมิ ความคิดรวบ
กลอ้ งจลุ ทรรศน์ สาคัญขอ
10 ยอด เป็นเคร่ืองมือที่
ใชศ้ กึ ษำ ผูเ้ รยี น
• กลอ้ งจลุ ทรรศน์ กลอ้ ง สงิ่ มีชวี ิต ขนำด
เล็ก ท่ีไม่ 1. ควำมสำมำรถ
เปน็ เครอ่ื งมอื ท่ีใช้ จุลทรรศนเ์ ป็น สำมำรถเหน็ ได้ กำรสอื่ สำร
ดว้ ยตำเปลำ่ 2. ควำมสำมำรถ
ศึกษำสิ่งมีชีวิต เคร่อื งมอื ท่ี และ กำรคดิ
รำยละเอยี ด
ขนำดเล็ก ท่ีไม่ ชว่ ยในกำร โครงสรำ้ งของ 1) ทกั ษะกำร
เซลล์ สำรวจค้นหำ
สำมำรถเหน็ ไดด้ ว้ ย ขยำยภำพทำ
2) ทักษะกำร
ตำเปล่ำและ ใหส้ ำมำรถ
จำแนกประเภท
รำยละเอยี ด มองเหน็
3) ทกั ษะกำร
โครงสร้ำงของเซลล์ สงิ่ มชี วี ิตขนำด
เปรยี บเทยี บ
• กลอ้ งจุลทรรศน์ใช้ เล็กๆ ไดก้ ลอ้ ง 4) ทักษะกำร
จุลทรรศนม์ ีทงั้
แสงเชงิ ประกอบ แบบที่ใชแ้ สง ตคี วำมข้อมลู และ
และ กล้อง และแบบ กำรลงขอ้ สรปุ
อิเลก็ ตรอน 3. ควำมสำมำรถ
จลุ ทรรศน์ใช้แสง
กำรใชเ้ ทคโนโล
แบบสเตอริโออำศยั กำรศกึ ษำเซลล์
เลนส์ ในกำรทำให้ ดว้ ยกล้อง
เกดิ ภำพขยำย จุลทรรศน์
อเิ ลก็ ตรอนจะ
เหน็ รำยละเอยี ด
ของโครงสรำ้ ง
นาไปสู่ ชิน้ งาน/ การวดั แนวการจดั เวลาเรยี น
ะ คุณลกั ษณะอนั ภาระงาน ประเมนิ ผล กจิ กรรมการ (ชั่วโมง)
อง พึ่งประสงค์
- ตรวจ - ประเมนิ เรียนรู้ 6
ถใน 1.ควำมซอ่ื สัตย์ แบบฝึ กหดั
สจุ รติ - ตรวจใบ กำร วธิ สี อนแบบสืบ
งำน ปฏบิ ตั กิ ำร เสำะหำควำมรู้
ถใน 2.ควำมมวี ินยั - สังเกต จำกใบ
3.ใฝ่เรยี นรู้ พฤตกิ รรม งำนท่ี (5Es
4. มุง่ ม่นั ในกำร กำรทำงำน - ตรวจ
ทำงำน รำยบคุ คล แบบฝกึ หัด Instructional
- สงั เกต
ะ พฤตกิ รรม -ประเมิน Model)
กำรทำงำน กำร
ถใน กลุ่ม ปฏิบัติกำร
ลยี - สังเกต
ควำมมีวินยั
ใฝ่เรียนรู้
และมุง่ มนั่
ในการทางาน
ผลการ สาระการเรยี นรู้ สาระสาคญั สมรร
เรียนรู้ เพิม่ เติม ความคิดรวบ สาระการเรยี นรู้ สาคญั
ยอด ผเู้ ร
• กลอ้ งจลุ ทรรศน์ ของเซลลท์ ี่
อิเล็กตรอนทำให้เกดิ ศกึ ษำมำกกวำ่
ภำพขยำย โดยอำศัย
เลนส์แม่เหล็กไฟฟำ้ กลอ้ ง
รวมลำอเิ ล็กตรอน ซึ่ง จุลทรรศน์ใช้
มอี ยู่ด้วยกนั ๒ ชนิด
คือ ชนดิ สอ่ งผ่ำน และ แสง
ชนดิ ส่องกรำด
• ตัวอยำ่ งส่งิ มชี ีวติ ท่ี
นำมำศึกษำภำยใต้
กลอ้ งจุลทรรศน์ ใช้
แสงต้องมวี ิธีกำร
เตรยี มท่ีถูกตอ้ งและ
เหมำะสม กบั ชนิดของ
สง่ิ มชี วี ติ เพือ่ ให้เกิด
ประสทิ ธิภำพ ใน
กำรศกึ ษำ