นาไปสู่ ชน้ิ งาน/ การวดั แนวการจดั เวลาเรยี น
ภาระงาน ประเมินผล กจิ กรรมการ (ชวั่ โมง)
รถนะ คณุ ลกั ษณะอัน
ญของ พึ่งประสงค์ เรียนรู้
รียน
ผลการ สาระการเรียนรู้ สาระสาคญั สมรร
เรียนรู้ เพ่ิมเตมิ ความคิดรวบ สาระการเรียนรู้ สาคญั
ยอด ผเู้ ร
• กลอ้ งจลุ ทรรศนใ์ ช้
แสงเปน็ เครือ่ งมอื ทมี่ ี
ควำมละเอียด
ซบั ซ้อน และรำคำ
คอ่ นขำ้ งสูง จงึ ควรใช้
อย่ำง ถูกวิธมี กี ำรเก็บ
และดแู ลรกั ษำที่
ถกู ตอ้ ง เพ่อื ให้
สำมำรถใช้งำนได้นำน
นาไปสู่ ชน้ิ งาน/ การวดั แนวการจดั เวลาเรยี น
ภาระงาน ประเมินผล กจิ กรรมการ (ชวั่ โมง)
รถนะ คณุ ลกั ษณะอัน
ญของ พึ่งประสงค์ เรียนรู้
รียน
ผลการ สาระการเรียนรู้ สาระสาคัญ สาระการเรียนรู้ สมรร
เรียนรู้ เพ่มิ เตมิ ความคิดรวบ สาคญั
ส่วนทห่ี อ่ หมุ้
12 ยอด เซลลท์ พี่ บใน ผ้เู รยี
เซลลท์ ุกชนดิ คอื
• ส่วนที่หอ่ ห้มุ เซลล์ที่ เซลลเ์ ป็น เย่ือหุ้มเซลล์แต่ 1. ควำมสำม
ในแบคทีเรยี ส่ือสำร
พบในเซลลท์ ุกชนิด หน่วยพ้นื ฐาน สำหรำ่ ย ฟังไจ 2. ควำมสำม
และพืช คิด
คือ เยอ่ื ห้มุ เซลลแ์ ต่ ทเี่ ลก็ ทีส่ ุดของ
1) ทกั ษะก
ในแบคทีเรยี สำหร่ำย ส่ิงมีชีวติ คน้ หำ
ฟังไจและพืช จะมี โครงสร้าง
ผนังเซลลเ์ ปน็ สว่ น พ้นื ฐานของ 2) ทักษะก
หอ่ หมุ้ เซลลเ์ พ่มิ เติม เซลล์
ขนึ้ มำอีก ชัน้ หนึง่ ประกอบดว้ ย ประเภท
ส่วนทห่ี ่อหุม้ 3) ทักษะก
เซลลไ์ ซ เปรียบเทยี บ
4) ทกั ษะก
ขอ้ มลู และกำ
3. ควำมสำม
ใช้เทคโ
โทพลาซึม
และนิวเคลียส
นาไปสู่
รถนะ คุณลักษณะ ช้ินงาน/ภาระ การวัด แนวการจดั เวลาเรยี น
ญของ อนั พ่ึงประสงค์ งาน ประเมนิ ผล กจิ กรรมการ (ชวั่ โมง)
ยน
1.ควำมซื่อสตั ย์ - ตรวจ ตรวจผงั มโน เรยี นรู้
มำรถในกำร สจุ รติ แบบฝึ กหดั ทศั น์
2.ควำมมีวนิ ัย - ตรวจใบงาน จำกใบงำน วิธสี อนแบบ
มำรถในกำร 3.ใฝ่เรยี นรู้ - สงั เกต สืบเสำะหำ
4. ม่งุ มน่ั ในกำร พฤติกรรมการ - ตรวจ ควำมรู้ (5Es
กำรสำรวจ ทำงำน ทางาน แบบฝึกหัด
รายบคุ คล Instructional
กำรจำแนก - สงั เกต
พฤติกรรมกำร Model)
ทำงำนกลุ่ม
กำร - สงั เกตควำม
มวี นิ ยั ใฝ่
กำรตีควำม เรียนรู้
ำรลขอ้ สรปุ และมุ่งมั่นใน
มำรถในกำร กำรทำงำน
โนโลยี
13 • โครงสรำ้ งของเย่อื โครงสร้ำงของ 1. ควำมสำม
หมุ้ เซลล์ เยื่อหุ้มเซลล์ สือ่ สำร
ประกอบดว้ ยโมเลกุล ประกอบดว้ ย 2. ควำมสำม
ของฟอสโฟลพิ ิดเรียง โมเลกุล ของ คดิ
เป็นสองช้ัน และมี ฟอสโฟลพิ ิด
โปรตีน แทรกหรอื อยู่ 1) ทักษะก
ที่ผวิ ทง้ั สองด้ำนของ คน้ หำ
ฟอสโฟลพิ ดิ
2) ทักษะก
ประเภท
3) ทักษะก
เปรียบเทียบ
มำรถในกำร 1.ควำมซื่อสัตย์ - ตรวจ - ประเมิน วิธีสอนแบบ
มำรถในกำร สุจริต แบบฝึ กหดั สบื เสำะหำ
กำรสำรวจ 2.ควำมมวี นิ ัย - ตรวจใบงำน กำร ควำมรู้ (5Es
กำรจำแนก 3.ใฝ่เรียนรู้ เรอ่ื ง ปฏิบัติกำร
4. มุ่งมั่นในกำร จำกใบงำน Instructional
- สงั เกต - ตรวจใบ
ทำงำน พฤตกิ รรมกำร งำน Model)
ทำงำน
กำร รำยบคุ คล - ตรวจ
แบบฝึกหัด
- สงั เกต
พฤตกิ รรมกำร
ทำงำนกลุ่ม
ผลการ สาระการเรยี นรู้ สาระสาคญั สาระการ สมรรถนะ
เรียนรู้ เพิ่มเติม ความคิดรวบยอด เรียนรู้ ของผู้เร
• ไซโทพลำซึมอยู่ 4) ทกั ษะกำรต
ภำยในเยื่อหุ้มเซลล์ ขอ้ มูลและกำร
ประกอบดว้ ย ไซโท 3. ควำมสำมำ
ซอลและออรแ์ กเนลล์
• นิวเคลียสเป็น ใชเ้ ทคโน
ศนู ยก์ ลางควบคุม
การทางานของ เซลล์
ยคู าริโอต
ประกอบดว้ ยเยอ่ื หุม้
ซ่ึงภายใน มีDNA
RNA และโปรตนี
บางชนิด
นาไปสู่ ชิน้ งาน/ การวัด แนวการจัด เวลาเรียน
ภาระงาน ประเมินผล กิจกรรมการ (ชั่วโมง)
ะสาคญั คุณลักษณะ
รียน อนั พึ่งประสงค์ เรียนรู้
ตีควำม - สังเกต
รลข้อสรุป ควำมมีวนิ ัย
ำรถในกำร ใฝ่เรยี นรู้
นโลยี
และมงุ่ มัน่
ในกำร
ทำงำน
14 • สำรต่ำง ๆ มกี ำร สารต่างๆ มีการ 1. ควำมสำมำร
สื่อสำร
เคลื่อนท่ีเขำ้ และออก เคล่ือนท่เี ขา้ และ 2. ควำมสำมำร
คิด
จำกเซลล์ อยู่ ออกจากเซลล์
1) ทักษะกำ
ตลอดเวลำโดย โดยกระบวนการ ค้นหำ
กระบวนกำรตำ่ ง ๆ แพร่ การออสโม 2) ทกั ษะกำ
ได้แก่ กำรแพร่
ออสโมซสิ กำรแพร่ ซิส การแพร่ ประเภท
แบบฟำซิลเิ ทต แบบฟาซิลเทต
แอกทีฟทรานส 3) ทกั ษะกำ
ปอร์ต เอกโซไซ เปรยี บเทยี บ
4) ทกั ษะกำ
ข้อมูลและกำร
โทซิส เอนไซโท
ซิส
รถในกำร 1.ควำมซื่อสตั ย์ - ตรวจ ตรวจชิ้นงำน วิธสี อนแบบ 6
รถในกำร สุจรติ สบื เสำะหำ
ำรสำรวจ 2.ควำมมวี นิ ัย แบบฝกึ หัด จำก ควำมรู้ (5Es
ำรจำแนก 3.ใฝเ่ รียนรู้ - ตรวจใบ ใบงำน
4. ม่งุ มั่นในกำร งำนเรือ่ ง - ตรวจ Instructional
ทำงำน แบบฝึกหัด
- สงั เกต Model)
พฤติกรรมการ
ำร ทางาน
ำรตคี วำม รำยบุคคล
รลขอ้ สรุป
- สงั เกต
พฤตกิ รรม
กำรทำงำน
กลมุ่
- สังเกต
ควำมมวี นิ ัย
ใฝเ่ รยี นรู้
ผลการ สาระการเรียนรู้ สาระสาคญั สาระการเรียนรู้ สมรรถน
เรียนรู้ เพม่ิ เติม ความคดิ รวบ สาคัญขอ
สำรบำงอยำ่ งท่ี
15 • แกส๊ ต่ำง ๆ เขำ้ หรอื ยอด ไม่สำมำรถ ผเู้ รยี น
ออกจำกเซลล์โดยกำร ลำเลยี ง ผ่ำน
แพร่ ส่วนนำ้ เขำ้ หรือ แกส๊ ต่ำง ๆ เยื่อหุม้ เซลล์ 1. ควำมสำมำรถ
ออกจำกเซลล์ผำ่ นเย่อื เข้ำหรือออก โดยตรงได้ กำรสื่อสำร
จำกเซลล์โดย จำเปน็ ตอ้ ง 2. ควำมสำมำรถ
หุม้ เซลล์ โดยออสโมซิส กำรแพร่ ส่วน อำศยั โปรตนี ท่ี กำรคดิ
• ไอออนและสำร น้ำเขำ้ หรอื อย่บู นเย่ือหุม้
บำงอยำ่ งทไี่ ม่สำมำรถ ออกจำกเซลล์ พำสำรนนั้ เข้ำ 1) ทกั ษะกำร
ลำเลียง ผ่ำนเยอื่ หุม้ เซลล์ ผ่ำนเย่อื หุ้ม และออกจำก สำรวจคน้ หำ
โดยตรงไดจ้ ำเปน็ ต้อง เซลล์ โดย เซลล์
อำศัย โปรตนี ท่อี ย่บู นเย่ือ ออสโมซสิ 2) ทกั ษะกำร
หมุ้ เซลล์เปน็ ตัวพำสำรน้นั
เข้ำและออกจำกเซลล์ จำแนกประเภท
เรียกวำ่ กำรแพร่แบบ ฟำ
ซิลิเทต 3) ทกั ษะกำร
• แอกทฟี ทรำนส เปรยี บเทียบ
ปอรต์ เปน็ กำรลำเลยี ง 4) ทกั ษะกำร
ตีควำมขอ้ มลู แล
ลงข้อสรปุ
3. ควำมสำมำร
กำรใช้เทคโนโ
นาไปสู่ ชิน้ งาน/ภาระ การวัด แนวการจดั เวลาเรียน
นะ คณุ ลักษณะอัน งาน ประเมนิ ผล กิจกรรมการ (ชวั่ โมง)
อง พึ่งประสงค์
น - ตรวจ ตรวจชิน้ งำน เรยี นรู้
แบบฝึ กหดั จำก
ถใน 1.ควำมซื่อสัตย์ - ตรวจใบงาน ใบงำน วิธสี อนแบบ
สุจรติ - สงั เกต - ตรวจ สบื เสำะหำ
พฤติกรรมการ แบบฝึกหดั ควำมรู้ (5Es
ถใน 2.ควำมมวี ินัย
ร 3.ใฝเ่ รยี นรู้ Instructional
4. มุ่งมั่นในกำร Model)
ร ทำงำน
ทางาน
ท
ร รายบคุ คล
ร - สงั เกต
ละกำร
พฤตกิ รรมการ
รถใน
โลยี ทางานกลมุ่
- สงั เกตควำมมี
วนิ ัย ใฝเ่ รียนรู้
และมงุ่ มัน่ ใน
กำรทำงำน
ผลการ สาระการเรียนรู้เพิม่ เติม สาระสาคญั สาระการ สมรรถนะ
เรียนรู้ ความคิด เรยี นรู้ สาคญั ของ
รวบยอด
ผู้เรยี น
สำรจำก บริเวณทม่ี ีควำม
เขม้ ขน้ ต่ำไปยงั บรเิ วณท่ี
มี ควำมเข้มขน้ สงู
• สำรบำงอยำ่ งทีไ่ ม่
สำมำรถแพร่ผ่ำนเย่อื หมุ้
เซลล์ หรือลำเลยี งผ่ำน
โปรตีนทเี่ ปน็ ตัวพำได้จะ
ถกู ลำเลยี งออกจำกเซลล์
ด้วยกระบวนกำร เอกโซ
ไซโทซิส
• สำรทีม่ ีขนำดใหญจ่ ะ
สำมำรถลำเลียงเข้ำสู่
เซลล์ ดว้ ยกระบวนกำร
เอนโดไซโทซิสซ่ึงแบ่งเปน็
๓ แบบ ไดแ้ ก่ พโิ นไซโท
ซิส ฟำโกไซโทซสิ
นาไปสู่ การวัด แนวการจัด เวลาเรยี น
ประเมินผล กจิ กรรมการ (ชวั่ โมง)
ะ คณุ ลกั ษณะอนั ชิ้นงาน/
ง พึ่งประสงค์ ภาระงาน เรียนรู้
ผลการ สาระการเรยี นรู้ สาระสาคญั สมรรถนะ
เรยี นรู้ เพมิ่ เตมิ ความคิดรวบ สาระการเรยี นรู้ สาคญั ของ
และกำรนำสำร เข้ำสู่ ยอด ผู้เรยี น
เซลล์โดยอำศยั ตวั รบั
16 • กำรแบ่งเซลลข์ อง การแบง่ เซลล์ กำรแบง่ เซลล์ 1. ควำมสำมำรถใน
ของส่ิงมีชีวติ ของสิ่งมชี ีวิต กำรส่ือสำร
ส่งิ มชี ีวิตเปน็ กำรเพมิ่ เป็ น เปน็ กำรเพม่ิ 2. ควำมสำมำรถใน
จำนวนเซลล์ ซ่งึ เปน็ กระบวนการ จำนวนเซลล์ ซ่ึง กำรคดิ
กระบวนกำรทเ่ี กิดขึ้น ท่ีเกิดข้นึ
ตอ่ เนอื่ งกนั เป็น วัฏจกั ร ต่อเน่ืองกนั เป็น 1) ทักษะกำร
โดยวัฏจักรของเซลล์ เป็นวฏั จกั ร กระบวนกำรท่ี สำรวจคน้ หำ
ประกอบดว้ ย ประกอบดว้ ย
อนิ เตอรเ์ ฟส กำรแบง่ อินเตอร์เฟส เกิดขน้ึ 2) ทักษะกำร
นิวเคลียสแบบไมโทซสิ การแบง่ ตอ่ เนื่องกันเป็น
และ กำรแบ่ง นิวเคลียส วฏั จกั ร โดยวัฏ จำแนกประเภท
ไซโทพลำซึม และการแบง่
• กำรแบง่ นิวเคลียสมี ไซโทพลาซึม จักรของ 3) ทกั ษะกำร
2 แบบ คอื กำรแบ่ง
นวิ เคลียส แบบไมโทซสิ เปรียบเทียบ
และกำรแบง่ นิวเคลยี ส 4) ทกั ษะกำร
แบบไมโอซิส ตีควำมข้อมูลและ
กำรลงขอ้ สรุป
3. ควำมสำมำรถใ
กำรใช้เทคโนโลย
นาไปสู่ ชนิ้ งาน/ การวัด แนวการจดั เวลาเรยี น
ภาระงาน ประเมินผล กจิ กรรมการ (ชัว่ โมง)
ะ คุณลักษณะอัน
ง พึ่งประสงค์ เรยี นรู้
น 1.ควำมซ่อื สตั ย์ - ตรวจ - ตรวจ วิธีสอนแบบสืบ 6
สจุ รติ แบบฝึ กหัด ชน้ิ งำนจำก เสำะหำควำมรู้
- ตรวจใบงาน ใบงำน
น 2.ควำมมีวนิ ัย เรื่อง - ตรวจ (5Es
3.ใฝเ่ รียนรู้ - สงั เกต แบบฝึกหดั
4. มงุ่ มน่ั ในกำร พฤติกรรมการ Instructional
ทำงำน ทางาน
รายบคุ คล Model)
ใน - สงั เกต
ยี พฤติกรรมการ
ทางานกลุ่ม
- สังเกตความมี
วนิ ยั ใฝ่เรียนรู้
และมุง่ มนั่ ใน
การทางาน
ผลการ สาระการเรียนรู้เพมิ่ เติม สาระสาคญั สาระการเรียนรู้ สมรรถ
เรียนรู้ ความคิดรวบ สาคัญข
• กำรแบง่ นวิ เคลยี สแบบ กำรหำยใจระดับ
17 ไมโทซสิ ประกอบด้วย ยอด เซลลเ์ ปน็ กำร ผเู้ รีย
ระยะโพรเฟส เมทำเฟส สลำยสำรอำหำร
แอนำเฟส และเทโลเฟส การหายใจ 1. ควำมสำมำ
• กำรหำยใจระดบั เซลล์ ระดบั เซลล์ กำรส่ือสำร
เปน็ กำรสลำยสำรอำหำร พลงั งานส่วน 2. ควำมสำมำ
ทีม่ ีพลงั งำนสงู โดยมี ใหญไ่ ดจ้ าก กำรคิด
ออกซเิ จนเปน็ ตัวรบั ข้นั ตอนการ
อิเลก็ ตรอนตวั สุดท้ำย ถ่ายทอด 1) ทักษะก
ประกอบดว้ ย ๓ขน้ั ตอน สำรวจค้นหำ
คือ
ไกลโคลิซสิ 2) ทักษะก
วฏั จกั รเครบส์และ
กระบวนกำร ถ่ำยทอด จำแนกประเภ
อเิ ลก็ ตรอน
3) ทักษะก
เปรียบเทียบ
4) ทักษะก
ตีควำมขอ้ มลู แ
ลงข้อสรปุ
3. ควำมสำม
กำรใชเ้ ทคโ
นาไปสู่
ถนะ คุณลกั ษณะ ชิ้นงาน/ภาระงาน การวัด แนวการจัด เวลาเรียน
ของ อันพ่ึง (ช่วั โมง)
ประเมินผล กจิ กรรมการ
ยน ประสงค์
เรยี นรู้
ำรถใน 1.ควำมซอ่ื สัตย์ - ตรวจแบบฝึกหดั - ตรวจผงั วธิ สี อนแบบ 8
ำรถใน สจุ รติ - ตรวจใบงาน มโนทัศน์ สืบเสำะหำ
กำร 2.ควำมมีวนิ ัย - สงั เกตพฤตกิ รรม จำกใบ ควำมรู้
3.ใฝเ่ รยี นรู้ การทางาน งำน (5Es
กำร 4. มงุ่ มั่นในกำร รายบุคคล - ตรวจ
ภท - สงั เกตพฤตกิ รรม แบบฝกึ หดั Instructional
ทำงำน
Model)
กำร การทางานกลมุ่
กำร - สงั เกตควำมมี
และกำร วินยั ใฝ่เรียนรู้
มำรถใน และม่งุ มน่ั ในกำร
โนโลยี ทำงำน
ผลการ สาระการเรยี นรู้เพมิ่ เติม สาระสาคญั สาระการเรียนรู้ สมรร
เรียนรู้ ความคดิ รวบ สาคัญ
ยอด ผ้เู ร
• กำรหำยใจระดับเซลล์
พลงั งำนส่วนใหญไ่ ด้จำก
ขนั้ ตอนกำรถ่ำยทอด
อเิ ล็กตรอน พลังงำนนี้ จะ
ถูกเกบ็ ไวใ้ นพนั ธะเคมใี น
โมเลกุลของ ATP
• ในภำวะทมี่ อี อกซิเจนไม่
เพยี งพอ ทำให้กำรหำยใจ
ของเซลลไ์ ม่สมบูรณจ์ ึง
เกิดได้เฉพำะไกลโคลซิ สิ
ผลที่ได้จำกกำรหำยใจใน
สภำวะนีใ้ นสัตวจ์ ะได้ กรด
แลกตกิ ในจุลินทรียแ์ ละ
พืชอำจได้ กรดแลกติก
หรอื เอทลิ แอลกอฮอล์
นาไปสู่ ชน้ิ งาน/ การวดั แนวการจดั เวลาเรยี น
ภาระงาน ประเมินผล กจิ กรรมการ (ชวั่ โมง)
รถนะ คณุ ลกั ษณะอัน
ญของ พึ่งประสงค์ เรียนรู้
รียน