The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการสอนวิชาการป้องกันการทุจริต ป.6
โรงเรียนวัดคลองห้า

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by tummeng.kt, 2021-05-31 00:33:34

แผนการสอนวิชาการป้องกันการทุจริต ป.6

แผนการสอนวิชาการป้องกันการทุจริต ป.6
โรงเรียนวัดคลองห้า

๒) ครูตง้ั คาถามนักเรียนวา่
๒.๑) ประโยชน์ทับซ้อนมีก่ีประเภท

๒.๒) ประโยชนท์ บั ซ้อนมีอะไรบ้าง
๓) ครใู ห้นกั เรียนตรวจสอบคาตอบที่เขียนไวก้ บั ใบความรู้ถกู ตอ้ งตรงกันหรือไม่หากไม่ถกู ต้องให้แก้ไข

ใหถ้ กู ตอ้ ง
๔) ครมู อบหมายให้นกั เรียนแตล่ ะคนสร้างผังมโนทศั น์ เรื่อง ประเภทของผลประโยชนท์ ับซ้อน
๕) ครยู กตวั อยา่ งสถานการณ์ทต่ี รงตามประเภทของผลประโยชน์ทับซอ้ น เพ่ือใหน้ กั เรยี นเกิดความรู้

ความเข้าใจมากย่ิงขนึ้ ดังต่อไปน้ี
๕.๑) การรับผลประโยชน์ตา่ งๆ เชน่ หน่วยงานราชการรับเงนิ บรจิ าคจากบรษิ ทั เพอ่ื จัดซ้อื

จัดจ้างแลว้ เจ้าหนา้ ทไ่ี ด้รบั ของแถมหรอื ผลประโยชนอ์ ื่นตอบแทน
๕.๒) การทาธุรกจิ กบั ตวั เองหรอื เป็นคสู่ ัญญา เชน่ การใช้ตาแหน่งหน้าทท่ี ่ที าให้หน่วยงานทาสญั ญา

ซื้อสินคา้ จากบริษทั ของตนเอง

๕.๓) การทางานหลงั จากออกจากตาแหนง่ สาธารณะหรอื หลงั เกษยี ณเชน่ บุคลากรออกจาก
หนว่ ยงานของรฐั และไปทางานในบรษิ ัทเอกชนท่ีดาเนนิ ธรุ กิจประเภทเดยี วกบั ท่ีตนเองเคยมอี านาจควบคุม

๕.๔) การทางานพิเศษเช่น เจา้ หนา้ ท่ีของรัฐตั้งบริษทั ดาเนินธุรกิจท่เี ปน็ การแขง่ ขนั กับหน่วยงาน
หรือองคก์ รสาธารณะทีต่ นสงั กัด

๕.๕) การรับรขู้ อ้ มูลภายในเช่น ทราบว่าจะมีการตัดถนนไปตรงไหนก็รีบไปซื้อท่ดี นิ โดยใส่ชื่อภรรยา

๕.๖) การใช้ทรพั ย์สินของหน่วยงานเพอื่ ประโยชนข์ องธรุ กิจส่วนตัวเช่น การนาเครอ่ื งใช้สานักงาน
ต่างๆ กลับไปใช้ทบ่ี ้าน

๕.๗) การนาโครงการสาธารณะลงในเขตเลือกตั้งเพือ่ ประโยชนใ์ นทางการเมือง เช่น การใช้
งบประมาณสาธารณะ เพื่อการหาเสยี งเลือกต้ัง

๖) ใหน้ กั เรียนแตล่ ะคนหาเหตุการณใ์ นชวี ติ ประจาวนั ท่ีเกยี่ วกบั ผลประโยชนท์ ับซอ้ นจากข่าวใน

หนงั สือพมิ พห์ รืออินเทอร์เนต็ ตามประเภทของผลประโยชนท์ ับซอ้ นใหไ้ ด้มากทส่ี ุด
๗) ครูและนกั เรยี นร่วมกันบอกรปู แบบของผลประโยชน์ทบั ซอ้ นในสงั คม

๔.๒ ส่ือการเรียนรู้ / แหลง่ การเรียนรู้
๑) ใบความรู้ เรือ่ ง ประเภทของผลประโยชน์ทับซ้อน
๒) ใบงาน เรือ่ ง การหาเหตกุ ารณใ์ นชีวิตประจาวันทีเ่ กี่ยวกบั ผลประโยชนท์ บั ซ้อน

๕. การประเมินผลการเรยี นรู้
๕.๑ วธิ ีการประเมนิ

๑) ตรวจสอบผลงานการทาผงั มโนทัศน์
๒) ตรวจผลงานการทาใบงาน เรอื่ ง การหาเหตุการณ์ในชีวิตประจาวนั ที่เกีย่ วกับผลประโยชนท์ บั ซอ้ น
๕.๒ เครอ่ื งมอื ท่ใี ช้ในการประเมิน

๑) แบบประเมินผังมโนทศั น์ เร่ือง ประเภทของผลประโยชน์ทับซอ้ น
๒) แบบตรวจผลงานการทาใบกจิ กรรม เร่ือง ประเภทของผลประโยชน์ทบั ซ้อน

๕.๓ เกณฑ์การตัดสนิ
๑) นักเรียนผา่ นการประเมิน ระดับดีขึ้นไป
๒) นักเรยี นยกตัวอย่างประเภทของประโยชน์ทบั ซอ้ นได้ ๕ ประเภทข้ึนไป ถือวา่ ผ่าน

บันทกึ หลงั สอน

หน่วยกำรสอนท.่ี ............... แผนกำรจดั กำรเรียนรู้ท.ี่ .............
บันทกึ หลังสอน
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ปญั หำและอปุ สรรค
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ขอ้ เสนอแนะ/แนวทำงแก้ไข
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

(นางสาวกันตนา จิตรบรรจง)
ครูผสู้ อน

ความคิดเห็นของผ้อู านวยการโรงเรียน (ตรวจ/นิเทศ/เสนอแนะ/รับรอง)
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

(นางสาวกนั ตนา จิตรบรรจง)
ผูอ้ านวยการโรงเรียนวัดคลองหา้

๗. ภาคผนวก

ใบความรู้ เร่อื ง ประเภทของผลประโยชนท์ ับซ้อน

ชื่อ.......................................................สกุล.......................................................เลขท่.ี .............ชน้ั ................

รปู แบบของผลประโยชนท์ ับซอ้ น แบง่ ออกเปน็ 7 รูปแบบ ไดแ้ ก่

1. การรับผลประโยชนต์ า่ งๆ

คือ การรับสินบน หรือผลประโยชน์ในรูปแบบอ่ืนๆ ท่ีไม่เหมาะสมและมีผลต่อการปฏิบัติงานของ
เจา้ หน้าที่ เชน่ หน่วยงานราชการรบั เงนิ บรจิ าคสร้างสานักงานจากนกั ธุรกจิ หรือบริษทั ธุรกิจที่เป็นคสู่ ัญญากับ
หน่วยงาน การใชง้ บประมาณ ของรฐั เพอื่ จดั ซ้อื จัดจา้ งแลว้ เจ้าหน้าที่ไดร้ บั ของแถมหรอื ผลประโยชน์อน่ื ตอบแทน

2. การทาธรุ กจิ กับตวั เองหรือเป็นค่สู ญั ญา
คอื สถานการณ์ท่ีเจ้าหน้าที่ของรัฐมีสว่ นได้เสียในสญั ญาที่ทากับหนว่ ยงานทีต่ นสังกัด
เช่น การใช้ตาแหน่งหน้าทที่ ่ีทาให้หน่วยงานทาสญั ญาซื้อสินค้าจากบริษัทของตนเองหรอื จา้ งบรษิ ัทของตนเอง
เป็นท่ปี รกึ ษา หรือซือ้ ทดี่ นิ ของตนเองในการจดั สรา้ งสานกั งาน

3. การทางานหลงั จากออกจากตาแหนง่ สาธารณะหรอื หลงั เกษียณ
คือ การที่บุคลากรออกจากหน่วยงานของรัฐ และไปทางานในบริษัทเอกชนที่ดาเนินธุรกิจประเภท
เดยี วกบั ท่ีตนเองเคยมอี านาจควบคุม กากบั ดูแล

4. การทางานพเิ ศษ
เช่น เจ้าหน้าที่ของรัฐตั้งบริษัทดาเนินธุรกิจที่เป็นการแข่งขันกับหน่วยงานหรือองคก์ รสาธารณะท่ีตน
สงั กดั หรือการรบั จา้ งเปน็ ที่ปรกึ ษาโครงการโดยอาศัยตาแหน่งในราชการสรา้ งความน่าเชอื่ ถอื วา่ โครงการของผู้
วา่ จา้ ง จะไมม่ ีปัญหาตดิ ขดั ในการพจิ ารณาจากหน่วยงานทต่ี นสงั กดั อยู่

5. การรับรูข้ อ้ มลู ภายใน
คือ สถานการณ์ท่ีผู้ดารงตาแหน่งสาธารณะใช้ประโยชน์จากการรู้ข้อมูลภายในเพ่ือประโยชน์ของ
ตนเองเช่น ทราบว่าจะมีการตัดถนนไปตรงไหนก็รีบไปซ้ือท่ีดินโดยใส่ชื่อภรรยา หรือทราบวา่ จะมีการซ้อื ท่ีดิน
เพือ่ ทาโครงการของรฐั กร็ ีบไปซอื้ ทด่ี นิ เพ่อื เก็งกาไรและขายใหก้ ับรฐั ในราคาทีส่ งู ขึ้น

6. การใชท้ รพั ยส์ นิ ของหน่วยงานเพอื่ ประโยชนข์ องธรุ กิจสว่ นตวั
เช่น การนาเครื่องใช้สานักงานต่างๆ กลบั ไปใชท้ ่ีบา้ น การนารถยนต์ในราชการไปใชเ้ พ่ืองานสว่ นตัว

7. การนาโครงการสาธารณะลงในเขตเลือกต้ังเพื่อประโยชน์ในทางการเมอื ง
เช่น การท่ีรัฐมนตรีอนุมัติโครงการของกระทรวงไปลงในพื้นที่หรือบ้านเกิดของตนเอง หรือการใช้
งบประมาณสาธารณะ เพื่อการหาเสียงเลือกต้ัง

ใบงาน เรอื่ ง ประเภทของของผลประโยชนท์ บั ซ้อน

ชอื่ ...............................................................สกลุ ..............................................เลขที.่ ..................ช้นั ...............

จงยกตวั อย่างเหตุการณ์ผลประโยชนท์ บั ซ้อนที่นักเรียนเคยพบเห็นตามประเภทของผลประโยชน์ทับซ้อนที่

กาหนดให้ถกู ตอ้ งและเหมาะสม 1. การรบั ผลประโยชนต์ า่ งๆ

…………………………………………………………

…………………………………………………………

…………………………………………………………

………………………………………………………… 2. การทาธุรกจิ กบั ตัวเอง
………………………………………………………
7. การนาโครงการสาธารณะลงในเขต …… ………………………………………………………
เลอื กตัง้ เพื่อประโยชน์ในทางการเมือง ………………………………………………………
……………………………………………………… ………………………………………………………
……………………………………………………… ……
……………………………………………………… 3. ก าร ท าง าน ห ลั งจ าก อ อ ก จ าก
………………………………………………………

……………………………………………………… ตาแหน่งสาธารณะหรือหลังเกษยี ณ

… ………………………………………………………
6. การใช้ทรัพย์สินของหน่วยงานเพ่ือ ………………………………………………………
ประโยชนข์ องธรุ กิจสว่ นตัว ………………………………………………………
………………………………………………………… …………………………………………………….
………………………………………………………… ……….
…………………………………………………………
…………………………………………………..…… 4. การทางานพเิ ศษ
…… ……………………………………………………………
5. การรับร้ขู อ้ มูลภายใน ……………………………………………………………

……………………………………………………………………… ……………………………………………………………

……………………………………………………………………… ……………………………………………………………

……………………………………………………………………… ….…

…………………………………………………………………..…

……

เกณฑก์ ารให้คะแนน ท่ี ช่อื -สกลุ

คะแนน ๓๖– ๔๐ 5 5 5 5 5 5 5 5 40 ผา่ น ไมผ่ า่ น เลอื กใชผ้ งั มโนทศั นเ์ หมาะสม แบบประเมนิ ผงั มโนทศั น์
คะแนน ๓๒– ๓๕ ความสวยงามประณตี ของผงั มโนทศั น์
รายละเอียดเหมาะสม
คะแนน ๒๐– ๓๑ สาระถูกตอ้ ง
คะแนน ต่ากวา่ ๒๐ การสะกดคา เคร่อื งหมาย การใช้ภาษาถูกตอ้ ง
องคป์ ระกอบของผงั มโนทศั น์ครบถว้ นตามที่
ระดับ ดีเยี่ยม กกาารหนนาดเสนอข้อมลู ดูง่ายนา่ สนใจ
ระดับ ดี ขอ้ มลู ท่นี าเสนอชดั เจนถูกตอ้ ง

ระดับ พอใช้
ระดบั ปรบั ปรงุ

รวม ผลการประเมิน

แบบบันทึกคะแนนใบงาน

ท่ี ชือ่ -สกลุ จานวนข้อที่ คะแนน ผลการประเมนิ
ถกู ตอ้ ง ผา่ น ไมผ่ ่าน

หนว่ ยท่ี ๒

ความละอายและความไม่ทนตอ่ การทจุ รติ

แผนการจดั การเรยี นรู้

หนว่ ยที่ ๒ ชอ่ื หนว่ ย ความละอายและความไม่ทนต่อการทุจริต ชน้ั ประถมศึกษาปีที่ ๖

แผนการจดั การเรียนรูท้ ่ี ๑ เร่ือง ความละอายและความไมท่ นตอ่ การทุจริตในระดบั ประเทศ เวลา ๒ ชวั่ โมง

๑. ผลการเรยี นรู้
๑.๑ มคี วามรู้ความเขา้ ใจ เกี่ยวกบั ความไม่ทนและความละอายตอ่ การทุจริต
๑.๒ ปฏิบัตติ นเป็นผู้ไมท่ นและละอายต่อการทจุ รติ ในระดับประเทศทกุ รูปแบบ

๒. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
๒.๑ นกั เรยี นสามารถอธิบายความหมายของคาว่าละอาย ความไม่ทน และการทุจรติ ได้
๒.๒ นกั เรียนสามารถปฏิบตั ติ นเป็นผ้ไู ม่ทนและละอายตอ่ การทจุ ริตทุกรปู แบบ

๓. สาระการเรียนรู้
๓.๑ ความรู้
๑) ความละอายเป็นความละอายและความเกรงกลัวต่อสิ่งท่ีไม่ดี ไม่ถูกตอ้ ง ไม่เหมาะสม เพราะเห็นถึงโทษ

หรอื ผลกระทบที่จะได้รับจากการกระทาน้ัน จงึ ไม่กลัวท่จี ะกระทาทาให้ตนเองไม่หลงทาในสิ่งท่ีผิด
๒) ความไม่ทนต่อการทุจริต บุคคลจะมีความไม่ทนต่อการทุจริตมากน้อยเพียงใด ขึน้ อยู่กับจติ สานึก

ของแตล่ ะบุคคล และผลกระทบท่ีเกดิ ข้ึนจากการกระทานน้ั ๆ แล้วมพี ฤติกรรมท่ีแสดงออกมาซ่ึงการแสดงกรยิ า
หรือการกระทาจะมหี ลายระดับ

๓) การอยู่รว่ มกันในสังคมจาเป็นอย่างยง่ิ ทเ่ี ราตอ้ งร้จู กั มีความรับผิดชอบ รูห้ นา้ ท่ีของตนเอง แยกแยะ
ระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชน์ส่วนรวม มีความรับผิดชอบต่อสังคม รักษาสมบัติส่วนตนและ
สว่ นรวม

๓.๒ สมรรถนะสาคญั ของผูเ้ รียน
1) ความสามารถในการแก้ปัญหา
2) ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ิต

๓.๓ คณุ ลักษณะท่พี ึงประสงค์ / ค่านยิ ม
1) ซื่อสตั ย์สจุ ริต
2) มจี ิตสาธารณะ
3) ม่งุ มนั่ ในการทางาน

๔. กจิ กรรมการเรียนรู้
๔.๑ ข้ันการเรียนรู้
ชว่ั โมงท่ี ๑
๑) ใหน้ กั เรียนอา่ นใบความรู้เรือ่ งความละอายความไม่ทนตอ่ การทจุ รติ การอยูร่ ว่ มกนั ในสงั คม

๒) ให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม จานวน ๖ กลุ่ม ให้แต่ละกลุ่มจับฉลาก โดยกลุ่มที่ ๑ และ กลุ่มท่ี ๒ อธิบาย
เรื่องความละอาย กลุ่มที่ ๓ และ กลุ่มท่ี ๔ อธิบายเรอ่ื งความไม่ทนต่อการทุจริต กลุ่ม ๕ และกลุ่ม ๖ อธิบาย
เรอ่ื งการอยู่รว่ มกันในสงั คม

๓) ครูและนักเรยี นช่วยกันอธบิ ายถงึ การทจุ ริตท่ีเกิดข้นึ ในระดบั ประเทศวา่ มเี ร่ืองอะไรบา้ ง
ชว่ั โมงท่ี ๒
๑) ครูหาภาพท่ีเก่ียวกับการทจุ ริตและไม่ทุจริตต่างๆจานวน ๖ ภาพ ให้นักเรียนวิเคราะห์โดยแจกให้
นกั เรยี นกลุ่มละภาพ
๒) ใหน้ กั เรยี นแบ่งกลุม่ ๖ กลมุ่ แตล่ ะกลุ่มช่วยกันวเิ คราะห์ในหวั ข้อต่อไปน้ี

- ภาพทไ่ี ดเ้ ป็นภาพทจุ ริตหรือไมท่ ุจรติ
- ถ้าเปน็ ภาพทจุ รติ ทุจริตเร่อื งใด
- ทาไมจงึ ต้องทจุ ริต
๓) ครใู ห้นักเรียนแต่ละกลมุ่ นาเสนอภาพทีไ่ ด้ร่วมกันวเิ คราะห์
๔) ครูและนกั เรยี นร่วมกันสรปุ ในหัวขอ้ ดงั กล่าว และมีวิธกี ารแก้ปัญหาอยา่ งไร
๔.๒ สอ่ื การเรยี นรู้
๑) ใบงานความร้เู ร่อื งความละอายความไม่ทนต่อการทุจรติ
๒) ภาพตา่ งๆ
๕. การประเมินผลการเรียนรู้
๕.๑ วธิ ีการประเมิน
สงั เกตการพฤติกรรมของนกั เรียนในการทากิจกรรมกล่มุ
๕.๒ เครือ่ งมอื ในการประเมนิ
แบบสงั เกตการพฤตกิ รรมของนักเรียนในการทากิจกรรมกลุ่ม

บันทึกหลงั สอน

หน่วยกำรสอนที.่ ............... แผนกำรจดั กำรเรียนรูท้ .่ี .............
บนั ทกึ หลงั สอน
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ปัญหำและอปุ สรรค
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ขอ้ เสนอแนะ/แนวทำงแก้ไข
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

(นางสาวกนั ตนา จิตรบรรจง)
ครูผสู้ อน

ความคดิ เห็นของผ้อู านวยการโรงเรยี น (ตรวจ/นิเทศ/เสนอแนะ/รับรอง)
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

(นางสาวกนั ตนา จิตรบรรจง)
ผอู้ านวยการโรงเรยี นวดั คลองห้า

๗. ภาคผนวก

แบบสงั เกตพฤติกรรมของนักเรยี นในการทากิจกรรมกลุ่ม
เรื่อง …………………………………….

ขอ้ รายการประเมนิ ระดบั คะแนนแตล่ ะกลุ่ม
กลุม่ กล่มุ กลมุ่ กลมุ่ กล่มุ กลุม่ กลมุ่ กลมุ่ กลมุ่

123456789

1 สงั เกตจากการตอบคาถาม

2 สงั เกตจาการกลา้ ออกมาสรุป

3 สงั เกตจากการทากจิ กรรมรว่ มกัน

4 สงั เกตจากความสนใจเรียน

5 อภปิ รายเรื่องได้ถูกตอ้ งตรงประเด็น

รวม
ผลการประเมินแต่ละกลมุ่

1. เกณฑ์การประเมิน
ระดบั 4 หมายถึงดเี ยย่ี ม
ระดบั 3 หมายถึงดี

ระดับ 2 หมายถงึ พอใช้
ระดบั 1 หมายถึงต้องปรบั ปรงุ

2. การสรุปผลการประเมินใหเ้ ปน็ ระดับคุณภาพ 4, 3, 2, 1 กาหนดเกณฑ์ได้ตามความ เหมาะสมหรอื อาจใช้
เกณฑด์ งั น้ี

16–20 คะแนน = 4 (ดีเยีย่ ม)

11–15 คะแนน = 3 (ดี)
6–10 คะแนน = 2 (พอใช้)

ตา่ กวา่ ๖ คะแนน = 1 (ควรปรบั ปรงุ )

ใบความรู้

ความละอายเป็นความละอายและความเกรงกลัวต่อส่ิงท่ีไม่ดี ไม่ถูกต้อง ไม่เหมาะสม เพราะเห็นถึง
โทษหรอื ผลกระทบท่จี ะไดร้ บั จากการกระทานัน้ จงึ ไม่กลัวท่ีจะกระทาทาให้ตนเองไม่หลงทาในสิ่งท่ีผดิ

ความไมท่ นต่อการทุจริต บุคคลจะมีความไมท่ นต่อการทุจรติ มากน้อยเพียงใด ขึ้นอยกู่ ับจิตสานึกของ
แต่ละบุคคล และผลกระทบท่ีเกิดข้ึนจากการกระทาน้ันๆ แล้วมีพฤติกรรมท่ีแสดงออกมาซ่ึงการแสดงกริยา
หรอื การกระทาจะมหี ลายระดับ

การอยู่ร่วมกันในสังคมจาเป็นอย่างย่ิงท่ีเราต้องรู้จักมีความรับผิดชอบ รู้หน้าที่ของตนเอง แยกแยะ
ระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนกับผลประโยชน์ส่วนรวม มีความรับผิดชอบต่อสังคม รักษาสมบัติส่วนตนและ
สว่ นรวม

ภาพท่ี ๑

ภาพท่ี ๒

ภาพท่ี ๓

ภาพท่ี ๔

ภาพท่ี ๕

ภาพท่ี ๖

แผนการจัดการเรียนรู้

หน่วยที่ ๒ ชื่อหนว่ ย ความละอายและความไมท่ นต่อการทจุ รติ ช้ันประถมศกึ ษาปีที่ ๖

แผนการจดั การเรียนรูท้ ่ี ๒ เร่ือง กิจกรรมที่ปฏิบตั แิ ละสง่ ผลใหเ้ กิดความละอายและ เวลา ๒ ชวั่ โมง

ความไม่ทนตอ่ การทุจริตในระดบั ประเทศ

๑. ผลการเรียนรู้
๑.๑ มีความร้คู วามเขา้ ใจ เกย่ี วกบั ความละอายและความไม่ทนต่อการทุจริต
๑.๒ ปฏิบตั ติ นเป็นผู้มคี วามละอายและไมท่ นต่อการทุจรติ ทนทุกรูปแบบ
๑.๓ ตระหนกั และเห็นความสาคัญของการตอ่ ต้านและการป้องกันการทุจรติ

๒. จุดประสงค์การเรียนรู้
๒.๑ นกั เรียนสามารถอธิบายความหมายของคาวา่ ละอาย ความไม่ทน และการทุจริตได้
๒.๒ นักเรียนสามารถบอกกิจกรรมที่ปฏิบัติและส่งผลให้เกิดความละอายและความไม่ทนต่อการทุจริตใน

ระดับประเทศได้
๓. สาระการเรียนรู้

๓.๑ ความรู้
๑) ความละอายเป็นความละอายและความเกรงกลวั ต่อส่ิงที่ไม่ดี ไม่ถูกต้อง ไม่เหมาะสม เพราะเห็นถึงโทษ

หรือผลกระทบท่จี ะไดร้ ับจากการกระทาน้ัน จึงไมก่ ลวั ที่จะกระทาทาให้ตนเองไม่หลงทาในสง่ิ ท่ผี ิด
๒) ความไม่ทนต่อการทุจรติ บุคคลจะมคี วามไม่ทนต่อการทุจริตมากน้อยเพียงใด ขน้ึ อยู่กับจิตสานึก

ของแต่ละบุคคล และผลกระทบทเี่ กดิ ข้ึนจากการกระทานั้นๆ แลว้ มีพฤติกรรมที่แสดงออกมาซ่ึงการแสดงกรยิ า
หรอื การกระทาจะมีหลายระดบั

๓.๒ สมรรถนะสาคัญของผเู้ รียน
๑) สมรรถนะในการส่ือสาร
๒) ความสามารถในการคิด

๓.๓ คุณลักษณะท่พี งึ ประสงค์ / ค่านยิ ม
ซ่ือสตั ยส์ ุจรติ

๔. กิจกรรมการเรยี นรู้
๔.๑ ขั้นการเรียนรู้
ช่ัวโมงท่ี ๑
๑) ครูทบทวนคาว่าความละอายความไมท่ นต่อการทจุ รติ
๒) นักเรยี นอา่ นขา่ วต่างๆที่เกีย่ วกบั การทุจรติ ระดบั ประเทศ
- ขา่ วการทุจริตการเลือกต้ัง
- ข่าวทจุ ริตเงินทอนวัด
- ขา่ วทจุ ริตเงนิ คนจน

- ขา่ วทจุ รติ อาหารกลางวันเด็กนักเรยี น
- ขา่ วทจุ ริตเลี่ยงภาษี
- ขา่ วทุจริตจานาข้าว
๓) นกั เรียนและครรู ว่ มกันสรปุ สาเหตขุ องการทจุ รติ
ชวั่ โมงที่ ๒
๑) ใหน้ กั เรยี นแบง่ กลุม่ ๕ กลุ่มอา่ นขา่ วสวนดุสติ โพล์ เรอื่ ง มองรัฐแก้ปัญหาทจุ ริตในปจั จบุ นั ไมไ่ ด้
๒) ให้แต่นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันวิเคราะห์กิจกรรมท่ีส่งผลให้เกิดความละอายและไม่ทนต่อการ
ทจุ ริต โดยสง่ ตวั แทนออกมานาเสนอ
๓) ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปกิจกรรมท่ีส่งผลให้เกิดความละอายและไม่ทนต่อการทุจริตใน
ระดบั ประเทศพรอ้ มทั้งเขยี นใส่ใบงานกจิ กรรมที่สง่ ผลให้เกดิ ความละอายและไม่ทนตอ่ การทจุ รติ
๔.๒ สื่อการเรยี นรู้
๑) ขา่ วตา่ งๆ
๒) ขา่ วสวนดุสิตโพล์ เรอ่ื ง มองรัฐแก้ปญั หาทุจรติ ในปจั จบุ นั ไม่ได้
๓) ใบงานกิจกรรมทส่ี ง่ ผลให้เกิดความละอายและไม่ทนต่อการทุจริต
๕. การประเมนิ ผลการเรียนรู้
๕.๑ วธิ กี ารประเมนิ
๑) สงั เกตการพฤตกิ รรมของนักเรียนในการทากิจกรรมกลุ่ม
๒) ตรวจผลงานการทาใบงานกจิ กรรมทสี่ ่งผลให้เกิดความละอายและไมท่ นตอ่ การทุจริต
๕.๒ เคร่ืองมือในการประเมิน
๑) แบบสงั เกตการพฤติกรรมของนกั เรยี นในการทากิจกรรมกลุ่ม
๒) แบบให้คะแนนการตรวจผลงานใบงานกิจกรรมทีส่ ง่ ผลใหเ้ กิดความละอายและไมท่ นตอ่ การทจุ รติ

บันทกึ หลงั สอน

หน่วยกำรสอนท.ี่ ............... แผนกำรจัดกำรเรียนร้ทู ่.ี .............
บนั ทกึ หลังสอน
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ปัญหำและอุปสรรค
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ขอ้ เสนอแนะ/แนวทำงแกไ้ ข
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

(นางสาวกันตนา จิตรบรรจง)
ครูผ้สู อน

ความคิดเหน็ ของผอู้ านวยการโรงเรยี น (ตรวจ/นเิ ทศ/เสนอแนะ/รบั รอง)
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

(นางสาวกนั ตนา จติ รบรรจง)
ผู้อานวยการโรงเรียนวัดคลองห้า

๗. ภาคผนวก

แบบสงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรียนในการทากจิ กรรมกลุ่ม
เรือ่ ง …………………………………….

ข้อ รายการประเมนิ ระดับคะแนนแต่ละกลมุ่
กลมุ่ กลมุ่ กลุ่ม กลุม่ กลมุ่ กลุม่ กลุม่ กลุ่ม กลมุ่

123456789

1 สังเกตจากการตอบคาถาม

2 สงั เกตจาการกล้าออกมาสรุป

3 สังเกตจากการทากจิ กรรมรว่ มกนั

4 สงั เกตจากความสนใจเรียน

5 อภปิ รายเร่อื งไดถ้ กู ตอ้ งตรงประเดน็

รวม
ผลการประเมนิ แต่ละกลมุ่

1. เกณฑ์การประเมนิ
ระดับ 4 หมายถึงดีเย่ียม
ระดบั 3 หมายถึงดี

ระดับ 2 หมายถึงพอใช้
ระดบั 1 หมายถงึ ต้องปรบั ปรุง

2. การสรุปผลการประเมินใหเ้ ป็นระดบั คณุ ภาพ 4, 3, 2, 1 กาหนดเกณฑ์ได้ตามความ เหมาะสมหรืออาจใช้
เกณฑด์ งั น้ี

16–20 คะแนน = 4 (ดเี ย่ียม)

11–15 คะแนน = 3 (ดี)
6–10 คะแนน = 2 (พอใช้)

ตา่ กวา่ 6 คะแนน = 1 (ควรปรับปรงุ )

ข่าวที่ ๑
ศาลอุทธรณค์ กุ 3ปี เบญจา อดตี รมช.คลงั ชว่ ย “พานทองแท-้ พนิ ทองทา” เลยี่ งภาษี

ศาลอทุ ธรณ์พิพากษายืน จาคุก 3 ปี “เบญจา” อดตี รมช.คลัง ชว่ ย “พานทองแท้-พินทองทา”
เล่ียงภาษีหุ้นชนิ ฯ

ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ศาลอ่านคาพิพากษาศาลอุทธรณ์ ในคดีที่ ป.ป.ช. เป็น
โจทก์ ยื่นฟ้องนางเบญจา หลุยเจริญ อดีต รมช.คลัง สมัยรัฐบาล น.ส.ย่ิงลักษณ์ ชินวัตร ข้าราชการ
กระทรวงการคลัง 3 คน และ น.ส.ปราณี เวชพฤกษ์พิทักษ์ คนใกล้ชิดเลขานุการส่วนตัวของคุณหญิงพจมาน
ณ ป้อมเพชร อดีตภริยานายทักษิณ เป็นจาเลยที่ 1-5 ต่อ แผนกคดที จุ ริตและประพฤติมชิ อบของเจา้ หน้าทรี่ ัฐ
ในศาลอาญา ในความผิดฐานร่วมกันเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่ โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่
ราชการ

จากกรณีที่ จาเลยที่ 1-4 ซึ่งเป็นเจ้าพนกั งานของกรมสรรพากร ปฏิบัติหนา้ ทโ่ี ดยมชิ อบ เพ่ือไม่ใหน้ าย
พานทองแท้ และน.ส.พินทองทา ชินวัตร บุตรของนายทักษิณ ต้องเสียภาษีอากรหรือเสียภาษีน้อยกว่าที่
จะต้องเสยี และไดร้ ับประโยชน์ที่มิควร โดยชอบดว้ ยกฎหมาย จากการทนี่ ายพานทองแท้ และ น.ส.พนิ ทองทา
ซื้อหนุ้ บรษิ ัทชินคอรป์ อเรชน่ั จากดั เมอื่ ปี 2549

ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืนตามศาลช้ันต้น ส่ังจาคุกเบญจากับข้าราชการ 3 คนคนละ 3 ปี ไม่รอลง
อาญา สว่ น น.ส.ปราณี ศาลสงั่ จาคุก 2 ปี เป็นผู้สนบั สนนุ เจา้ พนกั งานปฏบิ ตั ิหนา้ ทมี่ ชิ อบ

ขา่ วท่ี ๒

บญุ จง วงศไ์ ตรรัตน์ กกต.ให้ใบแดง ทุจรติ เลอื กตัง้

กกต.มีมติให้ใบแดง บุญจง วงศ์ไตรรตั น์ ส.ส.นครราชสีมา พรรคภูมิใจไทย กรณีถูกร้องเรียนเร่ือง
จดั เลีย้ งชว่ งเลือกต้งั ซอ่ มท่ีผา่ นมา

ท้ังนี้ นายสมชัย จงึ ประเสริฐ กกต.ฝา่ ยสืบสวนสอบสวน เปิดเผยว่า ท่ีประชุม กกต.มีมติ 3 ต่อ 2 ให้
ใบแดง นายบญุ จง กรณีถกู ร้องเรียนว่ามีส่วนรว่ มในการจัดเลี้ยงกานนั ผ้ใู หญ่บา้ นในการเลอื กต้ังซ่อมเมื่อคร้ังที่
ผ่านมา ซ่ึงไม่ใช่การเลือกต้ังใหญ่วันท่ี 3 กรกฎาคม 2554 โดยให้เหตุผลท่ีเพ่ิงมีการวินิจฉัยว่า เน่ืองจาก
เป็นไปตามวาระของการสอบสวน ไม่ได้เป็นการกล่ันแกล้งทางการเมือง เบื้องต้นเตรยี มส่งศาลฎีกาแผนกคดี
เลือกตัง้ พจิ ารณา หากศาลเหน็ ตามมติ กกต. ก็จะมผี ลต่อสถานภาพ ส.ส.ของนายบญุ จง . - สานกั ขา่ วไทย

ประวัติตาแหน่งทางการเมือง ในรัฐบาลของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า
พรรคประชาธิปัตย์ นายบุญจง ได้รับตาแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และในวันที่ 14
กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552 พรรคภูมิใจไทยได้มมี ตใิ หน้ ายบุญจงดารงตาแหนง่ รองหัวหนา้ พรรค คนที่ 1

ตอ่ มาในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2553 นายบุญจง วงศไ์ ตรรัตน์ ได้ลาออกจากตาแหน่งรฐั มนตรี เพ่ือ
ลงสมัครรับเลือกต้ังซอ่ ม หลังจากท่ีตุลาการศาลรฐั ธรรมนญู มมี ติ 7 ตอ่ 1 ให้หมดสมาชกิ ภาพ เนอื่ งจากถือหุ้น
ในกิจการต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 265 และมาตรา 48 รวมทั้งได้หุ้นมาหลังจากได้รับเลือกตั้งเป็น
ส.ส. ต่อจากน้นั ไดร้ ับการโปรดเกลา้ ฯ ให้ดารงตาแหนง่ รฐั มนตรีชว่ ยวา่ การกระทรวงมหาดไทยอกี ครง้ั เม่อื วนั ท่ี
14 มกราคม 2554 จนถงึ 8 สิงหาคม 2554

ขา่ วที่ ๓

เปดิ รปู แบบทุจรติ "เงนิ ทอนวดั "

เปิดช่องโหว่รูปแบบทุจริตเงินทอนวัด คนในพศ.เดินสายพูดคุยกับทางวัด สัญญาช่วยขอ
งบประมาณทั้งในรูปแบบการบูรณปฎิสังขรณ์วัด และใช้เพื่อการศึกษาสงฆ์ แต่ขอบวกเพิ่ม 75% "เงิน
ทอน" สว่ นวดั รับแค่ 25%

สานักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ หรือพศ.มีหน้าที่ในการทานุบารุงพระพุทธศาสนา โดยได้จัดสรร
งบประมาณที่เรียกว่า เงนิ อดุ หนุนใหก้ ับวัดต่าง โดยมหี ลักสาคัญ 4 ด้านคือ ๑. เพื่อปฏบิ ัติ 2.เพ่ือการศึกษา
พระปริญัติธรรม 3.เพื่อการเผยแผ่และบารุงศาสนาทั้งน้ีวัดที่จะขอเงินอุดหนุนบูรณปฏิสังขรณ์วัด ต้องมี
คุณลักษณะคือ เป็นวัดที่ได้รับอนุญาตให้ตั้งเป็นวัดตามกฎหมาย มีชื่อในทะเบียนวัด ของสานักงาน
พระพุทธศาสนาแห่งชาติ เจ้าอาวาสปกครองวัดให้เป็นไปตามกฎหมาย พระสงฆแ์ ละประชาชนท่ขี ้ึนกับวัดเอา
ใจใส่ในการพัฒนาวัด และวัดมีเงินทุนในการบูรณะที่จะขอรับเงินอุดหนุนบูรณปฏิสังขรณ์วัด หรือจัดหาวัสดุ
ก่อสร้าง หรือก่อสร้างไปแล้ว 1 ใน 3 ของงานก่อสร้าง และเจ้าอาวาสหรือรักษาการเจ้าอาวาสได้รับการ
แต่งต้ังถูกต้องตามกฎหมาย“การทจุ ริตเงินทอนวัดเกิดขึ้นก่อนปี 2558 เนื่องจากกฎหมายมชี ่องโหว่ รูปแบบ
ของการทุจริตเงินทอนวัด เจ้าหน้าท่ี พศ.จะเข้าไปพุดคุยกับวัด โดยระบุว่าสามารถช่วยให้วัดได้รับเงิน
งบประมาณซ่อมแซมวัด โดยให้วัดเขียนโครงการเพื่อเสนอของบ และบวกเพิ่มให้เจ้าหน้าท่ี สานักงาน
พระพุทธศาสนาแหง่ ชาติ (พศ.) โดยคดิ เพิม่ ในอตั ราสว่ น 3 ใน 4 หรือวัดรับไปร้อยละ 25 วัดรับไปรอ้ ยละ 75
จากนั้นจะส่งงบไปให้ สานักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) พิจารณา เมื่องบได้รับการอนุมัติ วดั ต้องเบิก
เงินร้อยละ 75 ให้เจ้าหน้าท่ี สานักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) หรือที่เรียกวา่ "เงินทอน"”กอ่ นหน้านี้
วัดสามารถทาเรือ่ งของงบโดยตรงไปยังสานักพระพุทธศาสนาแหง่ ชาติ โดยมีเจา้ หน้าที่ให้ความช่วยเหลือ และ
ทอนเงินเข้าบัญชีวัดโดยตรง โดยไมผ่ ่านการตรวจสอบ แตต่ อ่ มาสานกั งานตรวจเงินแผ่นดนิ ไดเ้ สนอแนะเพื่อให้
ตรวจสอบได้ง่ายข้ึน โดยวัดต้องส่งคาของบประมาณไปยัง สานักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) จังหวัด
จากนัน้ สง่ ไปยัง สานักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ส่วนกลางพิจารณา และงบที่ได้รับการอนุมัตจิ ะถูก
โอนไปยงั สานกั งานพระพทุ ธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) จงั หวดั

ขา่ วที่ ๔

อึง้ !!! “โกงเงนิ คนจน” สดุ โจ๋งครม่ึ ! มเี จา้ หนา้ รัฐฯ เขา้ ขา่ ยทุจรติ เกือบ200คน!

บอร์ด ปปท. เคาะต้ังอนุไต่ส่วนข้อเท็จจริงคดีทุจริตเงินคนไร้ท่ีพึ่ง 33 จว. มีผู้ถูกกล่าวหา 158
ราย ระดับ ผอ.ศูนย์ 35 ราย

6 เมษายน ผูส้ ่ือข่าวรายงานว่า เมื่อวันท่ี 5 เมษายน ท่ีผ่านมา คณะกรรมการปอ้ งกนั และปราบปราม
การทุจริตในภาครฐั (ป.ป.ท.)ได้ประชุมพจิ ารณาสานวนการตรวจสอบข้อเทจ็ ริงการทุจริตเบกิ จา่ ยเงนิ สงเคราะห์
ของศูนย์คุ้มครองคนไร้ท่ีพึ่งพร้อมแผนประทุษกรรมท่ีตรวจสอบพบ ซึ่งป.ป.ท.เสนอให้คณะกรรมการ ป.ป.ท.
พิจารณาเพื่อลงมติแต่งต้ังคณะอนกุ รรมการไตส่ วนความผิดทางอาญากับผู้อานวยการศนู ย์ และเจ้าหน้าท่ขี อง
รัฐที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริต โดยที่ประชุมมีมติต้ังอนุกรรมการไต่ส่วน 16 จังหวัด ประกอบด้วย
1. จังหวัดปัตตานี 2. จังหวัดสตูล 3. จังหวัดสงขลา 4. จังหวัดชุมพร 5. จังหวัดภูเก็ต 6. จังหวัดระนอง
7. จังหวัดแม่ฮ่องสอน 8. จังหวัดลาปาง 9. จังหวัดพิษณุโลก 10. จังหวัดพิจิตร 11.จังหวัดกาแพงเพชร
12. จังหวัดจันทบุรี 13. จังหวัดสระบุรี 14. จังหวัดลพบรุ ี 15. จังหวดั สมุทรสงคราม 16. จงั หวัดศรีสะเกษ
นอกจากนี้ยังมี นิคมสร้างตนเองฯ 1 แห่ง คือ 1. นิคมสร้างตนเองเชียงพิณ และศูนย์ประสานงานหมู่บ้าน
สหกรณ์ฯ 1 แห่ง คือ ศนู ย์ประสานงานโครงการหมบู่ ้านสหกรณส์ นั กาแพง จังหวัดเชียงใหม่

ทัง้ น้รี วมสรุปผลทป่ี ระชุมมีมติแต่งตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนข้อเท็จจรงิ ศนู ย์ค้มุ ครองคนไร้ทพ่ี ่งึ แลว้
จานวน 33 จังหวัด ซึ่งจะมผี ถู้ ูกกล่าวหาท้ังสน้ิ 158 คน ประกอบดว้ ย ตาแหนง่ ผอ.ศูนย์คุ้มครองคนไร้ทพี่ ง่ึ
จานวน 35 คน ตาแหน่งผอ.นคิ มสร้างตนเอง 1 คน ตาแหน่งผอ.ศูนยป์ ระสานงาน 1 คน และระดบั เจา้ หนา้ ที่
และผสู้ นบั สนนุ ฯ 121 คน รวมท้งั ส้ิน

ขา่ วท่ี ๕
กรณที จุ รติ อาหารกลางวนั เดก็ นกั เรยี น ไม่ไดเ้ กดิ ขน้ึ เฉพาะโรงเรยี นบ้านท่าใหม่
จงั หวดั สรุ าษฎร์ธานี เท่านนั้ แต่ยังมพี นื้ ที่อน่ื ๆ ที่มปี ญั หาในลกั ษณะเดยี วกนั

หากเปรียบเทียบกรณีทุจริตอาหารกลางวันเด็กนักเรียน ที่ถูกแฉไม่เว้นแต่ละวัน เป็นดั่งสุภาษิต
“น้าลดตอผุด”ในยุคโซเชียลมีเดีย แบ่งบาน ก็คงไม่ผิดนัก เพราะย่ิงขุด ก็ยิ่งเจอแทบทุกพ้ืนท่ี ไล่เรียงมา
ตั้งแต่กรณี ฉาวโฉ่ของอดีตผู้อานวยการโรงเรียนบ้านท่าใหม่ อาเภอท่าชนะ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ที่โกง
งบประมาณอาหารกลางวัน เหลือให้นักเรียนช้ันอนุบาล ทานแค่เส้นขนมจนี คลุกน้าปลา หรือน้าซุปวิญญาณ
เน้ือสัตว์ ไม่ต่างจากโรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดลพบุรี ท่ีแฟนเพจ “แหม่มโพธิ์ดา” แฉภาพปริมาณอาหาร
กลางวัน อันน้อยนิดของเด็กนักเรียน ไม่สมกับงบประมาณท่ีได้ปีละเกือบ 2 แสนบาท จนมาถึงกรณีของ
โรงเรียนในอาเภอตะพานหิน จังหวัดพิจิตร ที่วัตถุดิบทาอาหารกลางวัน ล่องหนหายไปหลายรายการ รวม
หลายสบิ กโิ ลกรัม

เม่อื สาวลึกลงไป จะพบพฤติกรรมทุจรติ ตั้งแต่การจดั ซ้ือวัตถุดิบจากตลาดในราคาปกติ แต่ขอเบิกจา่ ย
เกินราคา หรือจัดส่งไม่ครบถ้วนตามใบสั่งซ้ือ แต่ลงนามเบกิ คา่ วัตถดุ ิบครบเต็มจานวน อย่างไรก็ตาม เมอ่ื “ต้อ
ตอ” ถูกแฉ กลับมีการลงโทษแค่ย้ายออกนอกพื้นที่ หรือเด้งเข้ากรุสานักงานเขตพ้ืนที่การศึกษาของจังหวัด
น้ันๆ และตั้งคณะกรรมการสอบ แต่กลับไม่มีการเอาผิดทางอาญา หรือให้ชดใช้ค่าเสีย ก่อนลงเอยด้วยเร่ือง
เงียบหายขณะที่ล่าสุด นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถ่ิน ได้คลอด 3 มาตรการ
เพ่ือแก้ปัญหาโกงอาหารกลางวันเด็ก ได้แก่ ให้ผู้ว่าราชการทุกจังหวัด ตั้งคณะทางานออกสุ่มตรวจ ขอความ
ร่วมมอื ผปู้ กครอง ดแู ลเรอ่ื งเมนอู าหาร โดยใหท้ างโรงเรยี นทาเมนูลว่ งหน้า 1-2 สัปดาห์ พร้อมประชาสัมพันธ์
สร้างจิตสานึก มาตรการท้ังหมดน้ี อาจช่วยแก้ปัญหาได้เพียงเบื้องต้น แต่หากผู้เก่ียวข้องโดยตรง ยังไม่มี
จิตสานกึ ในเรอ่ื งทุจรติ ก็ยากทีจ่ ะแกป้ ญั หาไดใ้ นระยะยาว และเด็กๆ กค็ งต้องรบั กรรมต่อไป

ข่าวท่ี ๖
“พงศอ์ นิ ทร์ อินทรขาว” มอื ปราบดีเอสไอ เปดิ กระบวนการทจุ ริตจานาขา้ ว โกงไดท้ กุ ขน้ั ตอน
ระบสุ าวไม่ถึงตน้ ตอ

ล่าสุดเกิดการทุจริตในโครงการรับจานาข้าวในฤดูการผลิต 2554/2555 ของรัฐบาล “ยิ่งลักษณ์
ชินวตั ร” ท่ีนาระบบรับจานากลับมาใช้อีกคร้งั หลังจากยกเลิกไปชว่ งหนึ่งในรัฐบาล “อภิสิทธ์ิ เวชชาชวี ะ” ซึ่ง
หนั ไปใช้นโยบายประกันรายได้เกษตรกรแทน โครงการรับจานาของรฐั บาลชุดน้ีการันตีว่าจะควบคมุ ดูแลไมใ่ ห้
มีการทุจริต โดยแต่งต้ังคณะกรรมการหลายๆ ชุดข้ึนมากากับตรวจสอบ แต่ประวัติศาสตร์ก็ซ้ารอย พบการ
ทจุ ริตจานาข้าวเกิดข้ึนจนได้ โดยครั้งน้ีเป็นคร้ังแรกที่กระทรวงพาณิชย์ส่งเร่ืองคดีทุจริตจานาข้าวเป็น “คดีพิเศษ”
ให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดเี อสไอ) กระทรวงยตุ ิธรรม รบั ไปดาเนินการ 2 คดี คอื คดกี ารทุจริตโครงการจานา
ข้าวจังหวัดกาญจนบุรีและจังหวัดนครนายก ซึ่งอาจมีพื้นที่อ่ืนเพ่ิมเติมเข้ามาอีก เช่น ในพ้ืนที่จังหวัดบุรีรัมย์
เป็นตน้

การทุจรติ ทง้ั สองคดี พบพฤติกรรมของผกู้ ระทาความผิดคือ มกี ารสวมสิทธแ์ิ ทนเกษตรกรตัวจรงิ โดยผู้
ทเ่ี ข้าสวมสิทธิ์ไม่ไดเ้ ป็นเกษตรกร เพือ่ เขา้ รว่ มโครงการรับจานาข้าวเปลือกจานวนหลายราย ซ่ึงจะทาให้รฐั เกิด
ความเสยี หาย

ท้ังน้ี คดีทุจริตจานาข้าวที่ยกระดับเป็นคดีพิเศษ อยภู่ ายใต้ความรับผิดชอบของสานักคดีความม่ันคง
ของดเี อสไอ มมี ือปราบทด่ี ูแลในเร่ืองนี้คอื “พ.ต.ท. พงศอ์ ินทร์ อินทรขาว” ผู้บัญชาการสานักคดีความมั่นคง
ซ่ึงได้กลา่ วถงึ ทาคดีทุจรติ จานาข้าววา่ “ไม่งา่ ยเลยท่ีจะทาคดีเกย่ี วกับการทจุ รติ โครงการรบั จานาข้าว เพราะแต่
ละกระบวนการทเ่ี ก่ยี วขอ้ งมผี ลประโยชน์เยอะมาก”

โดยสานวนเก่ียวกับโครงการรับจานาจานาพืชผลเกษตร รวมถึงจานาข้าวจะมีหลักเกณฑ์ท่ีสาคัญ
แบ่งเปน็ 3 ส่วน

1. เกษตรกรทน่ี าพชื ผลหรอื ขา้ วเปลือกไปจานา
2. คนกลาง เพราะรฐั ไม่มที ีร่ ับจานาหน้างาน ไมม่ ีไซโล สว่ นใหญ่ถา้ จานามนั สาปะหลงั กไ็ ปโรงมนั โรง

แป้ง ถ้าเปน็ ข้าวก็ไปโรงสี ส่วนลาไยก็เป็นโรงอบ แล้วแตก่ รณี จะมคี นกลางเข้ามาเกย่ี วข้อง
3. เม่ือรบั จานาเสร็จก็ต้องเอาไปเข้าคลังสินค้ากลาง จากน้นั กไ็ ปสู่โครงการระบายสินค้า

น่ีคอื กระบวนการทั้งหมดของการจานาขา้ วทงั้ ระบบ
พ.ต.ท.พงศ์อินทร์ กล่าวว่า โครงการรับจานาพืชผลเกษตรทุกอย่างจะมีเกษตรกร หลังจากนั้นจะมี

เรอ่ื งของคนกลาง กรณีจานาขา้ วคอื โรงสี จากโรงสีไปคลังสินค้ากลาง จากน้นั กข็ ั้นตอนสุดท้ายคือการระบายข้าว

ขา่ วสวนดุสติ โพล์ เรือ่ ง มองรัฐแกป้ ญั หาทจุ รติ ในปจั จบุ นั ไมไ่ ด้

ขา่ ว ดุสิตโพลเผยคน 47.50% มองรฐั แก้ปัญหาทจุ รติ ในปจั จุบันไม่ได้

สวนดุสิตโพล เผยผลสารวจกลุ่มตัวอย่างพบประชาชนร้อยละ 47.50 คิดว่ารัฐบาลไม่สามารถ
แก้ปัญหาการทุจรติ ได้ เน่ืองจากเกิดข้ึนมานานและมีอยู่ทุกวงการ ขณะที่ข่าวการทุจริตที่ประชาชนสนใจ
มากสดุ คอื อาหารกลางวนั เดก็ นกั เรยี น รองลงมาคือ เงินทอนวดั
"สวนดุสิตโพล" มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สารวจความคิดเห็นของประชาชนท่ัวประเทศ จากกรณีข่าวการทุจริต
ในช่วงน้ีมีหลายคดีที่อยู่ในความสนใจของประชาชน ไมว่ ่าจะเป็นการทุจริตในแวดวงราชการ หรอื วงการสงฆ์
ตา่ งชี้ให้เห็นถึงปัญหาสาคัญทฝ่ี ังรากลกึ ในสงั คมไทยมานาน และยงั คงมีให้เหน็ อยู่เสมอ ซงึ่ ผลสารวจสรุปได้ดงั นี้
"5 อนั ดบั " ข่าวการทจุ ริต ท่ปี ระชาชนสนใจมากท่สี ดุ

อนั ดบั 1 อาหารกลางวนั เดก็ นักเรียนร้อยละ 42.03
อันดบั 2 เงนิ ทอนวดั รอ้ ยละ 40
อันดบั 3 เงนิ คนจน เบย้ี ผู้สูงอายุ ศนู ยค์ มุ้ ครองคนไรท้ ี่พ่ึงรอ้ ยละ 37
อันดับ 4 การใชง้ บประมาณแผน่ ดินของรัฐบาล งบโครงการต่าง ๆ ร้อยละ 21.06
อนั ดบั 5 การทุจริตตา่ ง ๆ ในกระทรวงศกึ ษาธกิ าร เชน่ คุรภุ ณั ฑ์ นมโรงเรียน กองทนุ เสมา ร้อยละ 20.68
ประชาชนคดิ ว่า "สาเหตุการทจุ ริต" คือ
อนั ดับ 1 กิเลส โลภ ละโมบ ความเห็นแก่ตวั ร้อยละ 68.35
อันดับ 2 ระบบการตรวจสอบมีช่องโหว่ ไม่รดั กมุ เจา้ หน้าท่ีร้เู หน็ เป็นใจร้อยละ 28.42
อนั ดบั 3 ไมเ่ กรงกลัวกฎหมาย บทลงโทษไม่รนุ แรงร้อยละ 19.30
อันดบั 4 สงั คมเปลีย่ นแปลง มีสง่ิ ยว่ั ยมุ ากขึน้ ค่านยิ มผิด ๆ รอ้ ยละ 17.11

อันดับ 5 เงินเดือนน้อย เศรษฐกิจไมด่ ี เงินไม่พอใชร้ อ้ ยละ 14.83
ประชาชนคดิ วา่ ควรจะมี "วธิ กี ารป้องกันการทจุ รติ " คอื

อันดับ 1 ปลกู ฝงั ค่านิยม เนน้ ความซอ่ื สตั ย์ จติ สานกึ ท่ดี รี ้อยละ 45.79
อนั ดับ 2 กฎหมายต้องใชไ้ ด้จริง ไม่สองมาตรฐาน บทลงโทษรนุ แรงร้อยละ 38.81

อนั ดับ 3 มมี าตรการป้องกนั และระบบการตรวจสอบทรี่ ัดกุมรอ้ ยละ 31.21
อันดับ 4 ทกุ คนทุกฝ่ายตอ้ งช่วยกัน สอดส่องดแู ล เป็นหเู ปน็ ตารอ้ ยละ 21.77
อนั ดบั 5 นักการเมอื ง ข้าราชการ ผู้ใหญต่ อ้ งเปน็ แบบอย่างท่ดี ใี ห้กบั เดก็ ร้อยละ 13.24

ประชาชนคดิ ว่ารัฐบาลจะสามารถแกป้ ญั หาทจุ รติ ในปจั จุบันได้หรอื ไม่?
อนั ดับ 1 แก้ไขไม่ได้ร้อยละ 47.50 เพราะการทุจริตเกิดข้ึนมานานและมีอยู่ทุกวงการ แก้ไขได้ยาก

สังคมเสื่อมโทรม คนมีค่านิยมในทางที่ผิด มีตัวอย่างที่ไม่ดีให้เห็น ผู้มีอานาจมีอิทธิพลเข้ามาเก่ียวข้อง
ดาเนนิ คดไี ดย้ าก ฯลฯ

อันดับ 2 ไม่แนใ่ จร้อยละ 32.54 เพราะ ปัญหาการทจุ ริตมีทกุ ท่ี มีทงั้ ที่แก้ไขได้และไม่ได้ อาจดูแลไม่

ทวั่ ถงึ ต้องใช้เวลานาน รอติดตามการทางานต่อไป ฯลฯ
อันดับ 3 แก้ไขได้ร้อยละ 19.96 เพราะรัฐบาลมอี านาจเด็ดขาด หากตงั้ ใจจรงิ ก็สามารถทาได้ ที่ผา่ น

มามีผลงานการปราบปรามการทุจรติ ให้เหน็ ถ้ามีมาตรการเด็ดขาดกวาดล้างอย่างจรงิ จังนา่ จะทาให้การทุจริต
ลดลงได้ ฯลฯ
ประชาชนได้ "บทเรียน" อะไร? จากขา่ วทุจริต ณ วันนี้

อันดบั 1 เป็นปัญหาสาคญั ของสังคมไทย ฝงั รากลกึ แก้ไขไดย้ าก 51.87%
อนั ดับ 2 การบงั คับใช้กฎหมายยังอ่อนแอ ไมร่ นุ แรงรอ้ ยละ 33.38

อันดับ 3 การทุจรติ เกดิ ขึ้นได้ทุกวงการ ทุกฝา่ ยต้องหันมาชว่ ยกันแก้ไขร้อยละ 27.07 อันดับ 4 ทา
ให้ภาพลักษณ์วงการราชการเส่ือมเสีย ถดถอยร้อยละ 20.53 อันดับ 5 คนขาดคุณธรรมจริยธรรม ต้องเร่ง
สรา้ งจติ สานึกร้อยละ 17.87

ใบงานกิจกรรมที่สง่ ผลให้เกดิ ความละอายและไม่ทนตอ่ การทจุ รติ

แบบประเมินผลงานนกั เรียน
ช่ือ-นามสกุล ...................................................................ชน้ั ...............
หนว่ ยการเรยี นร้ทู ี.่ ........กจิ กรรม.............................................................

คาช้แี จง ใหผ้ ปู้ ระเมนิ ใส่เครอ่ื งหมาย  ลงในชอ่ งทต่ี รงกับระดับคะแนน

ประเดน็ ทีป่ ระเมนิ ผูป้ ระเมนิ

๑. ตรงจดุ ประสงค์ทกี่ าหนด ตนเอง เพอ่ื น ครู
๒. มคี วามถูกต้อง
๓. มคี วามคดิ สร้างสรรค์ ๔๓๒๑๔๓๒๑๔๓๒๑
๔. มีความเปน็ ระเบียบ

รวม
รวมทุกรายเฉกลาีย่ร

ลงชอ่ื ผปู้ ระเมนิ ................................................(ตนเอง) ลงชื่อผู้ประเมิน................................................(เพื่อน)
ลงช่อื ผู้ประเมนิ ................................................(คร)ู

เกณฑ์การใหค้ ะแนนผลงาน คะแนน
ประเด็นทป่ี ระเมิน
๑. ผลงานตรงกับจุดประสงคท์ ี่ ๔๓๒๑
กาหนด
๒. ผลงานมีความถกู ตอ้ งสมบรู ณ์ ผลงานสอดคลอ้ ง ผลงานสอดคลอ้ ง ผลงานสอดคลอ้ ง ผลงานไม่

๓. ผลงานมีความคิดสร้างสรรค์ จุดประสงคท์ กุ กบั จุดประสงค์ กบั จดุ ประสงค์ สอดคลอ้ งกับ

๔. ผลงานมคี วามเป็นระเบียบ ประเด็น เปน็ สว่ นใหญ่ บางประเดน็ จดุ ประสงค์

เนอื้ หาสาระของ เนอื้ หาสาระของ เนื้อหาสาระของ เนื้อหาสาระของ

ผลงานถูกตอ้ ง ผลงานถูกต้องเปน็ ผลงานถูกตอ้ งเป็น ผลงานไมถ่ กู ต้อง

ครบถว้ น สว่ นใหญ่ บางประเดน็ เปน็ สว่ นใหญ่

ผลงานแสดงออก ผลงานมีแนวคดิ ผลงานมาความ ผลงานไมแ่ สดง

ถงึ ความคดิ แปลกใหมแ่ ต่ยงั ไม่ น่าสนใจ แตย่ ังไม่ แนวคดิ ใหม่

สรา้ งสรรคแ์ ปลก เป็นระบบ มแี นวคดิ แปลก

ใหม่และเปน็ ใหม่

ระบบ

ผลงานมีความเปน็ ผลงานสว่ นใหญม่ ี ผลงานมคี วามเป็น ผลงานสว่ นใหญ่

ระเบียบแสดงออก ความเปน็ ระเบียบ ระเบียบแต่มี ไม่เปน็ ระเบียบ

ถงึ ความประณีต แตย่ งั มี ข้อบกพร่อง และมีขอ้ บกพรอ่ ง

ข้อบกพรอ่ ง บางสว่ น

เกณฑก์ ารตัดสินคณุ ภาพ
นักเรยี นได้ระดับดีขนึ้ ไป ถอื ว่าผ่าน

แผนการจัดการเรียนรู้ ชั้นประถมศกึ ษาปีท่ี ๖
เวลา ๒ ชั่วโมง
หน่วยที่ ๒ ชอ่ื หน่วย ความละอายและความไมท่ นต่อการทุจริต
แผนการจัดการเรียนรูท้ ่ี ๓ เรอ่ื ง แนวทางการปฏบิ ัตติ นเปน็ ผู้มคี วามละอายและ

ความไม่ทนตอ่ การทจุ ริตในระดับประเทศ

๑. ผลการเรียนรู้
๑.๑ มีความรูค้ วามเขา้ ใจ เกี่ยวกับความละอายและความไมท่ นตอ่ การทุจรติ
๑.๒ ปฏบิ ตั ิตนเปน็ ผู้มคี วามละอายและไมท่ นต่อการทุจริตทนทกุ รปู แบบ
๑.๓ ตระหนักและเหน็ ความสาคัญของการตอ่ ต้านและการปอ้ งกันการทุจรติ

๒. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
๒.๑ นักเรยี นสามารถอธบิ ายความหมายของคาวา่ ละอาย ความไมท่ น และการทจุ รติ ได้
๒.๒ นักเรียนสามารถบอกแนวทางการปฏิบัติตนเป็นผู้มีความละอายและความไม่ทนต่อการทุจริตใน

ระดับประเทศได้
๓. สาระการเรียนรู้

๓.๑ ความรู้
๑) ความละอายเปน็ ความละอายและความเกรงกลวั ต่อส่ิงทไ่ี ม่ดี ไม่ถูกต้อง ไม่เหมาะสม เพราะเหน็ ถึง

โทษหรอื ผลกระทบทจ่ี ะได้รับจากการกระทานนั้ จึงไมก่ ลัวทจี่ ะกระทาทาให้ตนเองไม่หลงทาในสิง่ ท่ีผดิ
๒) ความไม่ทนต่อการทุจริต บุคคลจะมีความไม่ทนต่อการทุจริตมากน้อยเพียงใด ขน้ึ อยู่กับจติ สานึก

ของแต่ละบุคคล และผลกระทบที่เกิดข้นึ จากการกระทาน้นั ๆ แลว้ มีพฤติกรรมที่แสดงออกมาซึ่งการแสดงกรยิ า
หรอื การกระทาจะมหี ลายระดบั

๓.๒ สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รียน
๑) ความสามารถในการคิด
๒) ความสามารถในการสอื่ สาร

๓.๓ คุณลกั ษณะที่พงึ ประสงค์ / ค่านิยม
ซ่อื สตั ยส์ ุจรติ

๔. กจิ กรรมการเรียนรู้
๔.๑ ขั้นการเรียนรู้
ชวั่ โมงท่ี ๑
๑) ครูทบทวนคาวา่ ความละอายความไมท่ นตอ่ การทุจริต
๒) ใหน้ ักเรยี นอ่านข่าวหนว่ ยงานตา่ งๆมีแนวทางในการปอ้ งกันการทจุ ริต
- ขา่ วหน่วยงานสานักงานคณะกรรมการปอ้ งกนั และปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)
- ข่าวหน่วยงานจงั หวัดนครราชสีมา
- ขา่ วหน่วยงานบรษิ ทั เอสซีจี

- ข่าวหน่วยงานศูนย์ปฏิบัตกิ ารตอ่ ต้านการทจุ รติ กระทรวงยตุ ธิ รรม
- ขา่ วหนว่ ยงานบริษัท อสมท จากัด (มหาชน)
- ขา่ วหน่วยงานบริษทั สหกล จากัด (มหาชน)
ช่วั โมงท่ี ๒
๑) ให้นักเรียนแบ่งกลมุ่ ๕ กลุ่มให้แต่ละกลุ่มสรุปแนวทางการปฏบิ ัติตนเป็นผู้มคี วามละอายและความ
ไม่ทนต่อการทจุ รติ ในระดบั ประเทศจากข่าวที่ได้อ่านไปแล้วนาเสนอหนา้ ชนั้
๒) ครูและนักเรียนร่วมกันสรปุ สรปุ แนวทางการปฏิบัติตนเป็นผูม้ ีความละอายและความไมท่ นต่อการ
ทจุ ริตในระดบั ประเทศพร้อมท้ังเขียนใส่ใบงานสรุปแนวทางการปฏิบตั ิตนเป็นผมู้ ีความละอายและความไม่ทน
ตอ่ การทุจริตในระดบั ประเทศ
๔.๒ ส่อื การเรียนรู้
๑) ข่าวหนว่ ยงานตา่ งๆมีแนวทางในการปอ้ งกนั การทจุ รติ
๒) ใบงานแนวทางการปฏิบตั ิตนเป็นผูม้ ีความละอายและความไมท่ นต่อการทุจริตในระดบั ประเทศ
๕. การประเมนิ ผลการเรยี นรู้
๕.๑ วิธีการประเมิน

๑) สงั เกตการพฤตกิ รรมของนักเรียนในการทากิจกรรมกลุ่ม
๒) ตรวจผลงานการทาใบงานสรุปแนวทางการปฏิบัติตนเป็นผู้มีความละอายและความไม่ทนต่อการ
ทุจริตในระดบั ประเทศ
๕.๒ เครอื่ งมือในการประเมิน

๑) แบบสงั เกตการพฤติกรรมของนกั เรียนในการทากิจกรรมกลมุ่
๒) แบบให้คะแนนการตรวจผลงานใบงานสรปุ แนวทางการปฏิบัติตนเป็นผู้มีความละอายและความไม่
ทนตอ่ การทุจรติ ในระดับประเทศ

บนั ทกึ หลงั สอน

หนว่ ยกำรสอนที่................ แผนกำรจัดกำรเรียนร้ทู .ี่ .............
บันทึกหลงั สอน
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ปัญหำและอปุ สรรค
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ขอ้ เสนอแนะ/แนวทำงแก้ไข
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

(นางสาวกันตนา จิตรบรรจง)
ครูผสู้ อน

ความคดิ เหน็ ของผอู้ านวยการโรงเรียน (ตรวจ/นเิ ทศ/เสนอแนะ/รับรอง)
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

(นางสาวกนั ตนา จิตรบรรจง)
ผู้อานวยการโรงเรียนวดั คลองหา้

๗. ภาคผนวก

หน่วยงานที่ ๑

สานกั งานคณะกรรมการป้องกนั และปราบปรามการทจุ รติ แหง่ ชาติ (ป.ป.ช.)

(Office of the National Anti-Corruption Commission)

เป็นสานักงานเลขานุการของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจรติ แห่งชาติ เป็นหนว่ ยงาน
ที่เป็นอิสระ มีฐานะเทียบเท่ากรมตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน มีเลขาธิการ
คณะกรรมการปอ้ งกันและปราบปรามการทจุ รติ แห่งชาติเปน็ ผู้บงั คับบญั ชาข้ึนตรงตอ่ ประธานกรรมการปอ้ งกัน
และปราบปรามการทจุ รติ แหง่ ชาตมิ ีหนา้ ท่ี

1. กาหนดแนวทางและสง่ เสริมในการนามาตรการป้องกนั การทจุ รติ ไปสู่การปฏิบัติเพอ่ื ให้มีการปรบั ปรงุ
การปฏิบตั ริ าชการ หรือวางแผนงานโครงการของสว่ นราชการ รฐั วสิ าหกิจหรอื หน่วยงานของรฐั เพ่อื ป้องกนั
หรือปราบปรามการทุจริตต่อหนา้ ที่ การกระทาความผิดต่อตาแหน่งหน้าที่หรือการกระทาความผิดตอ่ ตาแหน่งหนา้ ท่ใี นการยุติธ
รฐั วิสาหกจิ และธุรกจิ เอกชน
2. ศึกษาวเิ คราะหส์ ืบค้นสภาวะขององคก์ ร หรอื สภาวการณก์ รณเี กดิ การทุจริตในหนว่ ยงานเพอื่ นาเสนอ
แนวทางการป้องกันการทุจริตตอ่ สานักมาตรการป้องกันการทจุ ริต
3. ดาเนินการแผนงาน โครงการ และกิจกรรมเพ่ือเสรมิ สรา้ งทัศนคติ ค่านยิ มในความซื่อสัตย์สุจรติ และ
การมสี ่วนร่วมในการปอ้ งกันและปราบปรามการทจุ รติ ในกล่มุ เป้าหมายภาครัฐวสิ าหกจิ และธุรกิจเอกชน
4. ดาเนนิ การประสาน เผยแพร่และสนบั สนนุ ส่งเสริมให้มกี ารเสริมสร้างคณุ ธรรมจรยิ ธรรม ทศั นคตคิ า่ นิยม
ในความซื่อสตั ย์สุจรติ ภายในองคก์ รและบคุ ลากรในกลมุ่ เป้าหมายภาครฐั วิสาหกิจและธรุ กิจเอกชน
5. ดาเนินการสนับสนนุ สง่ เสริม พฒั นาและรณรงค์ใหก้ ล่มุ เป้าหมายภาครัฐวิสาหกิจและธุรกจิ เอกชนเข้ามา
มสี ว่ นร่วมในการป้องกันและปราบปรามการทุจรติ
6. ตรวจสอบขอ้ เทจ็ จรงิ เฝ้าระวงั ตั้งข้อสังเกตหรอื ศกึ ษากระบวนการทางานของเรื่องท่ีมกี ารร้องเรยี น
กล่มุ เปา้ หมายภาครฐั วิสาหกจิ และธรุ กจิ เอกชนเพ่อื วิเคราะห์ขอ้ บกพรอ่ งในการปฏิบตั ิและจัดทารายงานผล
เสนอแนะแนวทางป้องกันการทจุ รติ และแกไ้ ขปญั หา
7. ประสานงานและปฏบิ ตั ิงานรว่ มกบั หรอื สนับสนุนการปฏิบัติงานของสานกั งาน ป.ป.ช.จงั หวดั เขตพ้นื ท่ี
และหน่วยงานอ่ืนท่เี กีย่ วขอ้ ง

8. ส่งเสริมการป้องกันและปราบปรามการทจุ ริตตามทีไ่ ดร้ บั มอบหมาย
9. ปฏบิ ตั งิ านอ่นื ตามท่ีได้รบั มอบหมาย

หน่วยงานท่ี ๒
ท่ัวไทยรว่ มแสดงพลัง ‘วันต่อตา้ นคอร์รปั ชน่ั สากล’ ปลกุ สงั คมตา้ นทุจรติ

เว
ลา 09.30 น. นายมุรธาธีย์ รักชาติเจริญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ได้เป็นประธานเปิดโครงการ
การจัดงานวันต่อต้านคอร์รัปชั่นสากลประเทศไทย (จังหวัดนครราชสีมา) ภายใต้แนวคิด “สุจริตตามรอยพ่อ
ขอทาดีเพ่ือแผ่นดิน” ที่ห้องประชุมตะโกราย 2 (อาคาร 35) ภายในมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน
อาเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา ขณะที่บริเวณหน้าอาคารห้องประชุม ได้มีคณาจารย์และนักศึกษา
มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมากว่า 300 คน นาโดยอาจารย์สามารถ จับโจร ผู้ช่วยอธิการบดี ได้นา
นักศึกษาแสดงพลังด้วยการแสดงสัญลักษณ์ โดยใช้แขนสองข้างทาเป็นรูปกากบาท พร้อมกับจับมือชูขึ้น
ประกาศเจตนารมณ์การแสดงออกถึงความรู้สึกการให้ความสาคัญกับปัญหาการคอร์รัปชั่น ร่วมกันในการ
รณรงค์การต่อต้านคอร์รัปชั่นทุกรูปแบบไปตามถนนสุรนารายณ์ไปยังห้องประชุม จนได้รับความสนใจเป็น
อยา่ งมาก

อย่างไรก็ตาม ได้มีกิจกรรมประกวดวาดภาพและสุนทรพจน์หัวข้อ “สุจริตตามรอยพ่อ ขอทาดีเพ่ือ
แผ่นดิน” การจัดคร้ังนม้ี ีวตั ถุประสงคห์ ลักเพ่อื กระตนุ้ เตอื นให้สังคมและทกุ ภาคส่วนได้ตระหนักในผลเสียหาย
ร้ายแรงท่ีเกิดขึน้ จากการทจุ ริตคอร์รัปช่ัน และเป็นการประสานความรว่ มมือระหวา่ งองค์กรภาคีเครือข่ายทุก
ภาคส่วนร่วมมือกันในการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชน่ั รวมท้ังเป็นการสร้างกลุ่มเครือข่ายป้องกันการทุจริตที่
ย่งั ยนื ซึ่งในเวลาต่อมา พลเอกประยทุ ธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ไดว้ ิดีโอคอนเฟอเรนซร์ ายการสดมายังหอ้ ง
ประชุมตะโกราย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน จังหวดั นครราชสีมา โดยบรรยากาศทุกคนน่ังเงียบ
รับฟังอย่างตั้งอกตั้งใจฟังด้วยความแน่วแน่ ซึ่งถือว่าเป็นวันที่มีความสาคัญมากของประชาชนคนไทย ที่ต้อง
ตระหนกั รแู้ ละต่อสู้ใหไ้ ดก้ บั ปญั หาคอร์รัปชัน่ แมว้ า่ จะยากเย็น แตถ่ ้าทกุ คนทาได้ ไม่ชา้ กเ็ รว็ สาเร็จไดแ้ นน่ อน

หนว่ ยงานท่ี ๓

ประกาศ บรษิ ัท เอสซีจี เรื่อง นโยบายตอ่ ตา้ นคอร์รปั ชนั่

นโยบายต่อต้านคอร์รัปชัน (Anti-corruption Policy) เอสซีจี มีอุดมการณ์ในการดาเนินธุรกิจ
อย่างมีคุณธรรมโดยยึดมั่นในความรับผิดชอบต่อสังคมและผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มตามหลักบรรษัทภิบาลที่ดี
และจรรยาบรรณเอสซีจี ตลอดจนนโยบายและแนวปฏิบัติตอ่ ผู้มีส่วนไดเ้ สยี กลุ่มตา่ งๆของเอสซีจี ในปี 2555
เอสซจี ี ไดเ้ ขา้ ร่วมใน “แนวร่วมปฏิบตั ขิ องภาคเอกชนไทย ในการต่อต้านการทุจรติ ” เพอ่ื แสดงเจตนารมณแ์ ละ
ความมุ่งม่ันในการต่อต้านคอร์รัปชันในทุกรูปแบบเพ่ือให้มั่นใจว่า เอสซีจี มีนโยบายการกาหนดความรับผิดชอบ
แนวปฏบิ ัติ และขอ้ กาหนดในการดาเนินการที่เหมาะสม เพื่อป้ องกันคอร์รปั ชันกับทุกกิจกรรมทางธุรกิจของ
เอสซีจี และเพ่ือให้การตัดสินใจและการดาเนินการทางธุรกิจที่อาจมคี วามเสยี่ งด้านการทุจริตคอร์รปั ชันได้รับ
การพิจารณาและปฏบิ ตั ิอย่างรอบคอบ เอสซีจี จงึ ได้จดั ทา “นโยบายต่อต้านคอรร์ ัปชัน” เป็นลายลกั ษณ์อักษร
ขน้ึ เพอ่ื เป็นแนวทางการปฏบิ ตั ิทชี่ ดั เจนในการดาเนินธุรกจิ และพฒั นาสูอ่ งคก์ รแหง่ ความยงั่ ยืน

คานิยามตามนโยบายต่อต้านคอร์รปั ชันคอร์รปั ชัน (Corruption) หมายถงึ การตดิ สินบนไม่วา่ จะอยู่
ในรูปแบบใดๆ โดยการเสนอให้ สัญญาว่าจะให้มอบให้ให้คาม่ันว่าจะให้เรียกร้อง หรือรับ ซ่ึงเงิน ทรัพย์สิน
หรอื ประโยชนอ์ ื่นใดซ่ึงไมเ่ หมาะสม กับเจา้ หน้าท่ีของรฐั หนว่ ยงานของรัฐ หนว่ ยงานของเอกชน หรอื ผู้มหี นา้ ท่ี
ไม่ว่าจะโดยทางตรงหรือทางออ้ ม เพื่อให้บุคคลดังกล่าวปฏบิ ัติหรือละเวน้ การปฏิบัติหนา้ ท่อี ันเป็นการให้ได้มา
หรือรกั ษาไว้ซงึ่ ธุรกิจ หรือนาธุรกจิ ให้กบั บริษทั โดยเฉพาะ หรือ เพื่อใหไ้ ด้มาหรือรกั ษาไว้ ซึง่ ผลประโยชนอ์ ืน่ ใด
ทไ่ี มเ่ หมาะสมทางธรุ กิจ เว้นแต่เป็นกรณีท่ีกฎหมาย ระเบียบ ประกาศ ข้อบังคบั ขนบธรรมเนียมประเพณีของ
ท้องถน่ิ หรือจารตี ทางการค้า ใหก้ ระทาได้

นโยบายต่อต้านคอร์รัปชันห้ามกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานของเอสซีจีดาเนินการหรือยอมรับ
การคอร์รัปชันในทุกรูปแบบทั้งทางตรงหรือทางอ้อม โดยครอบคลุมถึงทุกธุรกิจในทุกประเทศและทุกหน่วยงาน
ทเี่ กี่ยวข้อง และใหม้ ีการสอบทานการปฏบิ ัติตามนโยบายต่อต้านคอร์รัปชนั นอ้ี ยา่ งสม่าเสมอ ตลอดจนทบทวน
แนวทางการปฏิบัติ และข้อกาหนดในการดาเนินการเพื่อให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของธุรกิจ ระเบียบ
ขอ้ บงั คับ และขอ้ กาหนดของกฎหมาย

แนวทางการปฏิบตั ิ
1. กรรมการบรษิ ทั ผู้บรหิ าร พนกั งานเอสซีจที กุ ระดบั ตอ้ งปฏิบัติตามนโยบายตอ่ ตา้ นคอร์รัปชันและ
จรรยาบรรณเอสซีจีโดยต้องไมเ่ ขา้ ไปเกยี่ วข้องกบั เรือ่ งคอร์รัปชนั ไม่ว่าโดยทางตรงหรอื ทางอ้อม
2. พนักงานเอสซจี ี ไม่พึงละเลยหรือเพิกเฉย เมือ่ พบเหน็ การกระทาทเ่ี ขา้ ข่ายคอรร์ ปั ชันท่ีเกีย่ วขอ้ งกับ
เอสซีจตี ้องแจง้ ให้ผ้บู ังคบั บัญชา หรอื บคุ คลท่ีรับผิดชอบทราบ และให้ความรว่ มมือในการตรวจสอบขอ้ เทจ็ จริง
ต่างๆ หากมีข้อสงสัยหรือข้อซักถามให้ปรึกษากับผู้บังคับบัญชา หรือบุคคลท่ีกาหนดให้ทาหน้าที่รับผิดชอบ
เก่ียวกับการติดตามการปฏบิ ตั ิตามจรรยาบรรณเอสซจี ผี า่ นชอ่ งทางต่างๆ ทก่ี าหนดไว้
3. เอสซจี ีจะใหค้ วามเป็นธรรมและคุ้มครองพนักงานทป่ี ฏิเสธหรือแจ้งเรอื่ งคอรร์ ัปชันที่เกี่ยวข้องกับ
เอสซีจีโดยใช้มาตรการคุ้มครองผู้ร้องเรียน หรือผู้ท่ีให้ความร่วมมือในการรายงานการทุจรติ คอร์รัปชัน ตามที่
เอสซีจกี าหนดไว้ใน Whistleblower Policy

4. ผูท้ ีก่ ระทาคอร์รปั ชัน เปน็ การกระทาผิดจรรยาบรรณเอสซีจี ซ่ึงจะตอ้ งได้รับการพิจารณาทางวินัย
ตามระเบียบทเี่ อสซจี กี าหนดไว้ นอกจากน้อี าจจะได้รับโทษตามกฎหมาย หากการกระทานนั้ ผิดกฎหมาย

5. เอสซีจีตระหนักถึงความสาคัญในการเผยแพร่ ให้ความรู้และทาความเข้าใจกับบุคคลอื่นท่ี ต้อง
ปฏิบตั ิหน้าท่ีที่เกยี่ วข้องกับเอสซีจี หรืออาจเกิดผลกระทบต่อเอสซีจี ในเรอื่ งที่ตอ้ งปฏิบตั ใิ ห้เป็นไปตามนโยบาย

ตอ่ ตา้ นคอรร์ ัปชนั นี้
6. เอสซีจี มุ่งมั่นที่จะสร้างและรักษาวัฒนธรรมองค์กรที่ยึดมั่นว่าคอร์รัปชันเป็นส่ิงที่ยอมรับไม่ได้

ทัง้ การทาธรุ กรรมกับภาครัฐและภาคเอกชน

ข้อกาหนดในการดาเนนิ การ
1. นโยบายต่อต้านคอร์รัปชันน้ีให้ครอบคลุมไปถึงกระบวนการบริหารงานบุคคล ตั้งแต่การสรรหา

หรอื การคัดเลอื กบุคคลากร การเล่ือนตาแหนง่ การฝึกอบรม การประเมินผลการปฏิบตั ิงานพนกั งาน และการ
ให้ผลตอบแทน โดยกาหนดให้ผู้บังคับบัญชาทกุ ระดับสื่อสารทาความเขา้ ใจ กับพนักงานเพอ่ื ใชใ้ นกิจกรรมทาง
ธุรกจิ ทอ่ี ยูใ่ นความรบั ผิดชอบและควบคมุ ดแู ลการปฏิบตั ใิ หเ้ ป็นไปอย่างมปี ระสิทธิภาพ

2. การดาเนินการใดๆ ตามนโยบายต่อต้านคอร์รัปชันให้ใช้แนวปฏิบัติตามที่กาหนดไว้ในคู่มือจรรยาบรรณ
เอสซีจีคู่มือบรรษัทภิบาล นโยบายและแนวปฏิบัติต่อผู้มีสว่ นได้เสียกลุ่มต่างๆ รวมทั้งระเบียบ และคมู่ ือปฏิบัติงาน

ของเอสซีจที ่ีเกีย่ วขอ้ ง ตลอดจนแนวทางปฏิบัตอิ ื่นใดท่เี อสซจี จี ะก าหนดขน้ึ ตอ่ ไป
3. เพื่อความชัดเจนในการดาเนินการในเร่ืองที่มีความเส่ียงสูงกับการเกิดคอร์รัปชนั กรรมการบริษัท

ผบู้ ริหารและพนักงานเอสซจี ที ุกระดับต้องปฏบิ ตั ิด้วยความระมัดระวังในเร่อื งดังตอ่ ไปนี้

3.1 ของกานัล การเล้ียงรับรองและค่าใช้จ่ายการให้ มอบ หรือรับ ของกานัล การเล้ียง
รับรอง ให้เป็นไปตามที่กาหนดในจรรยาบรรณเอสซีจี

3.2 เงินบริจาคเพ่ือการกุศล หรือเงินสนับสนุนการให้หรือรับเงินบริจาค หรือเงินสนับสนุน
ต้องเป็นไปอย่างโปร่งใสและถูกต้องตามกฎหมาย โดยต้องม่ันใจว่าเงินบริจาค หรือเงินสนับสนุนไม่ได้ถูก
นาไปใชเ้ พ่อื เปน็ ขอ้ อา้ งในการตดิ สนิ บน

3.3 ความสัมพันธ์ทางธุรกิจและการจัดซื้อจัดจ้างกับภาครัฐห้ามให้หรือรับสินบนในการ
ดาเนินธุรกิจทุกชนิด การดาเนินงานของเอสซีจี และการติดต่องานกับภาครัฐจะต้องเป็นไปอย่างโปร่งใส

ซอื่ สตั ย์ และต้องดาเนนิ การให้เป็นไปตามกฎหมายท่เี กย่ี วข้อง

หน่วยงานท่ี ๔
ศนู ยป์ ฏบิ ัตกิ ารตอ่ ต้านการทจุ รติ กระทรวงยุตธิ รรม

ความเป็นมา จากปัญหาการทจุ รติ ท่ีผา่ นมา มีความรุนแรงอยา่ งต่อเน่ือง คณะรักษาความสงบแห่งชาติ
ได้มีคาส่ังที่ ๖๙/๒๕๕๗ เร่ืองมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาการทุจริตประพฤติมิชอบ ลงวันที่ ๑๘
มิถุนายน ๒๕๕๗ ให้ทุกส่วนราชการและหน่วยงานของรัฐกาหนดมาตรการหรือแนวทางการป้องกนั และแกไ้ ข
ปญั หาการทุจรติ ประพฤตมิ ิชอบในหน่วยงาน โดยมุ่งการสรา้ งธรรมาภบิ าลในการบรหิ ารงาน และสง่ เสริมการมี
ส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนในการตรวจสอบ เฝ้าระวังเพื่อสกัดกั้นมิให้เกิดการทุจริตประพฤติมิชอบ รัฐบาลได้
เหน็ ถึงความสาคัญของการแกไ้ ขปญั หาการทจุ ริต ซ่ึงได้กาหนดเป็นวาระแหง่ ชาติ
อานาจหน้าท่ีของศูนย์ปฏบิ ตั ิการต่อต้านการทุจริต

ศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการทุจริต (ศปท.)เป็นหน่วยงานในส่วนราชการตามกฎกระทรวงแบ่งส่วน
ราชการ สานักงานปลัดกระทรวงยุตธิ รรม กระทรวงยุติธรรม(ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2556 ทาหน้าท่หี ลักในการบูร
ณาการขับเคล่ือนแผนป้องกันและปราบปรามการทุจริต และการส่งเสริมและคุ้มครองจริยธรรมในกระทรวง
โดยได้กาหนดอานาจหน้าที่และกรอบอัตรากาลังศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการทุจริต เป็น 2 กลุ่มงาน ดังน้ี

1. กลุม่ งานป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤตมิ ิชอบมหี น้าทใ่ี นการใหค้ าปรกึ ษา ประสาน
ส่วนราชการในสังกัด เพ่ือจดั ทาแผนปฏิบตั ริ าชการฯ ประสานเรง่ รดั และกากับให้หนว่ ยงานในสังกัดดาเนินการ
ตามแผนประสานและติดตามหน่วยงานที่เก่ียวข้องกับการจัดการเรื่องร้องเรียนกรณีการทุจริตฯ ติดตามผล
และ จัดทารายงาน ก ารป้ องกั น และปราบป รามก ารทุจริตฯ ขอ งกระท รวงทุก 2 เดือ น ฯลฯ

2. กลุ่มงานสง่ เสริมและคุ้มครองจริยธรรมมีหน้าท่ีคุ้มครองจริยธรรมตามประมวลจริยธรรมข้าราชการ
พลเรือน ประสานงานเก่ยี วกับการค้มุ ครองจรยิ ธรรมกับหน่วยงานท่ีเก่ียวข้อง ติดตามประเมินผล และจัดทา
รายงานการคุ้มครองจริยธรรมเสนอต่อปลดั กระทรวงยตุ ิธรรมและหน่วยงานที่เกยี่ วข้อง

หนว่ ยงานที่ ๕

ประกาศ บรษิ ทั อสมท จากัด (มหาชน) ที่. 178/2557 เร่อื ง นโยบายตอ่ ตา้ นคอรร์ ปั ชนั่

บริษัท อสมท จากัด (มหาชน) (บมจ. อสมท) ยึดมั่นที่จะดาเนินธุรกิจด้วยความซ่ือสัตย์ โปร่งใส
มคี ุณธรรมและตรวจสอบได้ มีความรับผิดชอบต่อสังคมและผู้มีส่วนได้เสีย ตามหลักการกากับดูแลกิจการท่ีดี
อีกทท้ังได้ตระหนักดวี ่าการให้สินบนและการคอร์รบั ปชน่ั เป็นภัยรา้ ยแรง กอ่ ให้เกิดความเสียหายต่อการพฒั นา
เศรษฐกจิ และสังคม บมจ. อสมท จึงได้เข้าร่วมใน "แนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านการทุจริต"
เพ่ือแสดงเจตนารมณ์และความมุ่งม่ันในการต่อตา้ นคอร์รปั ช่ันในทุกรูปแบบ เพอ่ื สร้างมาตรฐานการประกอบ
ธรุ กจิ ที่ใสสะอาด และประกาศใช้ "นโยบายตอ่ ตา้ นคอร์ปรัปชั่น" เป็นแนวทางการปฏบิ ัตทิ ีช่ ัดเจนในการดาเนิน
ธุรกิจ และจะดาเนินการสอบทานขั้นตอนการปฏิบัติงานของบริษัทอย่างสม่าเสมอเพ่ือให้สอดคล้องกับการ
เปล่ียนแปลงของกฎหมาย ธุรกิจ และรกั ษาชือ่ เสยี งของบริษัท โดยกรรมการผู้บรหิ าร พนักงานและลกู จา้ งหรือ
บุคคลอ่นื ใดทเี่ ก่ียวข้องตอ้ งปฏิบตั ิตามโนบายอย่างท่วั กัน

คณะกรรมการ บมจ. อสมท ในการประชมุ ครัง้ ท่ี 28/2557 วันที่ 23 ธนั วาคม 2557 จงึ เห็นชอบใหอ้ อก
ประกาศไว้ดังต่อไปนี้

1. ประกาศนี้เรียกวา่ "ประกาศ บริษทั อสมท จากัด (มหาชน) เรือ่ งนโยบายตอ่ ตา้ นคอร์รัปช่ัน

2. ประกาศนใ้ี หใ้ ชบ้ ังคบั ตั้งแตว่ นั ท่ี 24 ธนั วาคม 2557 เปน็ ต้นไป

3. ในประกาศน้ี

“นโยบาย” หมายความ นโยบายตอ่ ต้านคอรร์ ัปช่ัน

“คอรร์ ปั ชน่ั ” (Corruption) หมายถึง การติดสินบนไม่วา่ จะอย่ใู นรปู แบบใดๆ โดยการเสนอให้
สญั ญามอบให้ ให้คามัน่ เรียกร้อง หรอื รับ ซ่ึงเงิน ทรัพยส์ ิน หรือประโยชนอ์ ื่นใดซึ่งไม่เหมาะสม กบั เจ้าหน้าท่ี
ของรฐั หน่วยงานของรัฐ หนว่ ยงานของเอกชน หรอื ผู้มหี นา้ ท่ี ไมว่ า่ จะโดยทางตรงหรือทางออ้ มเพอ่ื ให้บคุ คล
ดงั กลา่ วกระทาหรือละเว้นการปฏิบัตหิ นา้ ที่ อันเป็นการใหไ้ ด้มาหรือรักษาไว้ซึง่ ธรุ กจิ หรอื แนะนาธรุ กิจให้กบั
บริษทั โดยเฉพาะ หรือเพอื่ ให้ไดม้ าหรือรักษาไวซ้ ่ึงผลประโยชอ์ น่ื ใดที่ไมเ่ หมาะสมทางธรุ กจิ เวน้ แต่เปน็ กรณีที่
กฎหมาย ระเบยี บ ประกาศ ข้อบังคับ ขนบธรรมเนยี ม ประเพณีของท้องถนิ่ หรือจารตี ทางการค้าให้กระทาได้

“บคุ คลของ บมจ. อสมท” หมายความว่า กรรมการ ผู้บรหิ าร พนักงานและลกู จา้ งของ บมจ. อสมท

4. บมจ. อสมท กาหนดนโยบายตามประกาศนีข้ นึ้ โดยมวี ัตถุประสงค์เพ่ือแสดงให้ปรากฎถงึ ความโปร่งใส
(Transparency) และภาระรบั ผดิ ชอบ (Accountability) ของ บมจ. อสมท และเพ่อื ใหต้ ระหนักถึงภัยอัน
ร้ายแรงของการคอร์รปั ชน่ั ท่ีบั่นทอนผลประกอบการ ชอื่ เสยี งของ บมจ. อสมท และความเชือ่ มนั่ ของผู้มสี ่วน
ได้เสยี และสงั คมโดยรวมทม่ี ีตอ่ บมจ. อสมท

5. บมจ. อสมท มีนโยบายต่อต้านคอร์รัปชั่นทุกรูปแบบ (Zero Tolerance) ไม่ว่าจะเป็นการกระทาของ
บุคลากรของ บมจ. อสมท หรือบุคคลท่ีเกี่ยวข้องกับกิจการของ บมจ. อสมท ดังน้ัน บมจ. อสมท จะดาเนินการ
เพื่อใหน้ โยบายเป็นผลในทางปฏิบตั ดิ ังตอ่ ไปนี้

1. กาหนดมาตรการท่ีเข้มงวด เพอ่ื ปอ้ งกันการคอรร์ ัปชั่นไม่ใหเ้ กิดข้นึ ในการทาธรุ กรรมทุกประเภทของ
บมจ. อสมท ซง่ึ ครอบคลุมถงึ การกระทาของบคุ ลากรของ บมจ. อสมท และคู่ค้าของ บมจ. อสมท โดย บมจ.
อสมท จะตอ้ งจดั ใหม้ ี

 การทางานท่ีมีการตรวจสอบถ่วงดุล ( Check and Balance)

 การออกกฎเกณฑ์ท่ชี ดั เจนเกย่ี วกบั จดั หาพัสดแุ ละการใชจ้ ่ายเงินของ บมจ. อสมท

2. ไม่ทาธรุ กรรมกับบุคคล บริษัท หรือหน่วยงานใดที่ บมจ. อสมท ตรวจสอบว่ามีการกระทาท่ีเป็นการ
คอรร์ ัปชน่ั

3. ส่งเสริมและสนับสนุนให้บุคลากรของ บมจ. อสมท ยึดมั่นในการปฏิบัติ ด้วยมาตรฐานสุงสุดและมี
จิตสานกึ ตอ่ ตา้ นการคอร์รปั ชนั่ ในการปฏิบตั งิ าน

6. บมจ. อสมท จัดให้มมี าตรการใดๆ โดยครอบคลมุ ถงึ

6.1 การประเมินความเสย่ี งดา้ นการคอร์รัปช่ันภายในหนว่ ยงาน รวมทงั้ การติดตามและตรวจสอบผลการ
บรหิ ารความเสีย่ งดงั กล่าวอย่างเข้มงวดและสม่าเสมอ

6.2การประเมินประสิทธภิ าพและประสิทธผิ ลของการควบคุมภายในอย่างเขม้ งวดสม่าเสมอ
6.3 การเกบ็ รักษาข้อมลู การทาธรุ กรรม เพื่อใหพ้ รอ้ มสาหรับการตรวจสอบ
6.4 การจดั ฝกึ อบรมท่ีต่อเนือ่ งให้แก่บคุ ลากรของ บมจ. อสมท

6.5 การดาเนินการอ่นื ใดทนี่ อกเหนอื จากขอ้ (2) - ขอ้ (4) ที่อาจจะมขี ้ึนอกี ในการปอ้ งกนั และปราบปราม
คอรร์ ปั ชั่น

7. บมจ. อสมท จะจัดใหม้ ีการตรวจสอบใดๆ ที่มปี ระสทิ ธิภาพจากภายนอก โดยสานักงานการตรวจเงิน
แผน่ ดนิ และหรอื หน่วยงานตรวจสอบอ่นื ใดท่เี หมาะสมตามหลกั เกณฑ์ที่กฎหมายกาหนด

8. ผอู้ านวยการใหญ่/กรรมการผู้อานวยการใหญ่ บมจ. อสมท และฝ่ายบรหิ ารที่เกย่ี วขอ้ ง เปน็ ผ้กู ากับดูแล
และมอบหมายใหม้ กี ารปฏิบตั ติ ามนโยบายนี้ โดยมคี ณะกรรมการตรวจสอบเป็นผู้กากับดูแลและตรวจสอบ
ระบบและมาตรการตา่ งๆ ท่ีบมจ. อสมท นามาใช้ในการตอ่ ต้านคอร์รปั ช่ันว่า มคี วามเหมาะสมและเพยี งพอ
หรอื ไม่

9. บุคลากรของ บมจ. อสมท จะตอ้ งให้ความร่วมมอื ในการปฏบิ ัติตามนโยบาย โดยจะตอ้ งปฏิบตั ิดังต่อไปน้ี

9.1 ปฏิบัตติ ามนโยบาย ระเบียบ ข้อบงั คบั ประกาศ และคาสัง่ ของ บมจ. อสมท ซ่งึ กาหนดเกี่ยวกบั
วนิ ัยและจรรยาบรรณของบุคลากรของ บมจ. อสมท อย่างเคร่งครัดและเป็นไปตามมาตรฐานสูงสุด

9.2 ไมเ่ ข้าไปมสี ่วนร่วม สง่ เสริม หรอื สนบั สนุนการคอรร์ ปั ชน่ั อย่างเด็ดขาด

9.3 ละเวน้ เขา้ รว่ มการกระทาใดทอ่ี าจก่อให้เกิดความขดั แย้งทางผลประโยชน์ทม่ี คิ วรได้โดยชอบด้วย
กฎหมายสาหรบั ตัวเองหรือบคุ คลอ่นื

9.4 ใชค้ วามระมัดระวังในการปฏบิ ตั งิ าน โดยปฏบิ ตั ติ ามมาตรการที่ใช้เกี่ยวกบั การควบคุมภายใน
และการบรหิ ารความเสย่ี ง ที่ใชส้ าหรับการป้องกนั การคอรร์ ปั ช่ันอยา่ งเคร่งครัด

9.5 ใช้ทรพั ยากรและทรพั ยส์ ินของ บมจ. อสมท ใหเ้ ป็นไปเพอื่ ประโยชนแ์ กก่ ิจการของ บมจ. อสมท
และหลกี เล่ยี งการใชท้ รพั ยากรและทรพั ยส์ ินใดของ บมจ. อสมท ทีข่ ัดแย้งกับนโยบาย

9.6 ปอ้ งกนั สอดส่องดแู ล และรายงานหรือแจง้ เบาะแสการกระทาหรือการพยายามกระทาการใดที่
เป็นการคอรร์ ปั ชน่ั ตามหลกั เกณฑ์และวธิ กี ารที่ บมจ. อสมท กาหนดโดยเรว็

ในกรณที ี่บคุ ลกรของ บมจ. อสมท คนใดกระทาหรอื ละเวน้ การกระทาตามที่กาหนดไวใ้ นประกาศน้ี
หรอื มสี ่วนสนับสนนุ การกระทาใดท่ขี ดั กบั ข้อกาหนดตามประกาศน้ี บมจ. อสมท จะดาเนนิ การ ทางกฎหมาย
ต่อบุคลากรดงั กลา่ งอยา่ งเคร่งครัด

10. บมจ. อสมท ได้จัดให้มีช่องทางการแจ้งเบาะเเส และกาหนดกระบวนการสอบสวนลงโทษสาหรับการ
กระทาของบุคลากรของ บมจ. อสมท ท่ีเกี่ยวข้องกับการคอร์รัปช่ันไว้แล้วและ บมจ. อสมท จะดาเนินการ
สอบสวนลงโทษบุคลากรของ บมจ. อสมท ทเี่ ก่ยี วขอ้ งกบั การคอรร์ ัปชนั่ ตามระเบยี บทเ่ี กี่ยวขอ้ งอยา่ งเครง่ ครดั

11. ในกรณีที่มีการคอร์รัปช่ันของบุคลากรของ บมจ. อสมท และบุคคลใดที่เป็นการกระทาความผิดอาญา
ตามกฎหมายต่อ บมจ. อสมท จะดาเนินการร้องทุกข์ กล่าวโทษ หรือส่งเรื่องไปยังส่วนงานท่ีมีอานาจหน้าท่ี
ดาเนินคดีตามกฎหมายในกรณีท่ีการคอร์รัปช่ันของบุคลากรของ บมจ. อสมท และบุคคลใดก่อให้เกิดความ
เสียหายแก่ บมจ. อสมท ไม่ว่าจะเป็นความเสียหายท่ีเกิดแก่ทรัพย์สินหรือช่ือเสียงเกียรติคุณ บมจ. อสมท
จะใช้สิทธิเรยี กร้องค่าเสียหายจากผุ้นัน้

12.บมจ. อสมท จะร่วมและให้การสนับสนุนบุคคลและองค์กรใดๆ ท่ีมีวัตถุประสงค์ในการต่อต้านคอร์รัปชั่น
เพ่อื สรา้ งสังคมและสภาพแวดลอ้ มทป่ี ราศจากคอร์รปั ชนั่ อย่างยั่งยนื ตอ่ ไป

หนว่ ยงานท่ี ๖
ประกาศ บรษิ ทั สหกล จากดั (มหาชน) เรอ่ื ง นโยบายตอ่ ต้านคอรร์ ปั ชนั่

การตอ่ ต้านการทจุ ริตคอรร์ ปั ช่ัน
บรษิ ทั ฯ มกี ารบริหารกิจการบนพ้ืนฐานความโปร่งใส มจี รยิ ธรรม ยดึ มั่นในหลกั การการกากบั ดแู ล

กิจการ และปฏบิ ตั ิตามกฎหมายที่เก่ียวขอ้ งกบั การป้องกนั และตอ่ ต้านการทจุ ริตคอรร์ ัปช่ัน การใหห้ รอื รบั
สินบนกบั เจ้าหนา้ ท่ีของรัฐหรอื ภาคเอกชน โดยบรษิ ัทฯ ไดก้ าหนดโครงสร้างองคก์ รให้มีการแบ่งหนา้ ทค่ี วาม
รบั ผดิ ชอบ กระบวนการทางาน และสายการบังคับบญั ชาในแต่ละหนว่ ยงานใหม้ ีความชัดเจน เพอื่ ใหม้ ีการ
ถว่ งดุลอานาจและมีความรดั กมุ ในการตรวจสอบระหว่างกนั อยา่ งเหมาะสม นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังไดก้ าหนด
แนวทางการปฏบิ ัติใหแ้ กก่ รรมการ ผบู้ ริหาร และพนักงานของบรษิ ัทฯ และบรษิ ทั ยอ่ ย ดังน้ี

1. ห้ามมิให้กรรมการ ผู้บรหิ ารและพนกั งานของบรษิ ัทฯ ดาเนนิ การหรอื ยอมรับการทจุ รติ คอร์รปั ชั่น
ในทกุ รปู แบบทัง้ ทางตรงหรือทางออ้ ม โดยครอบคลมุ ถงึ ทุกหนว่ ยงานทเ่ี กี่ยวขอ้ ง และใหม้ ีการสอบทานการ
ปฏบิ ตั ติ ามนโยบายตอ่ ตา้ นการทจุ ริตคอรร์ ปั ชน่ั นอ้ี ยา่ งสมา่ เสมอ

2. กรรมการ ผู้บริหารและพนักงานของบริษทั ฯ มีหนา้ ที่ต้องรายงานให้บรษิ ัทฯ ทราบถึงการกระทาที่
เข้าข่ายการทจุ ริตคอรร์ ัปชั่นท่เี ก่ยี วข้องกบั บริษทั ฯ โดยแจง้ ต่อผู้บงั คับบัญชา หรอื บุคคลทีร่ ับผดิ ชอบ และให้
ความร่วมมือในการตรวจสอบข้อเทจ็ จรงิ ตา่ ง ๆ

3. บรษิ ัทฯ จะให้ความเปน็ ธรรมและคุม้ ครองผรู้ อ้ งเรียนท่ีแจ้งเรื่องการทุจรติ คอร์รปั ช่ัน รวมทั้งบคุ คล
ทใ่ี หค้ วามร่วมมือในการรายงานและในกระบวนการสอบสวนการทจุ รติ คอร์รปั ชัน่

4. คณะกรรมการบริษทั คณะกรรมการบริหาร และฝา่ ยจดั การต้องปฏบิ ัตติ นเปน็ แบบอย่างในการ
ต่อตา้ นการทุจรติ คอรร์ ัปชัน่ และมีหน้าท่ีในการให้การส่งเสริมและสนบั สนุนนโยบายต่อตา้ นการทุจริต
คอร์รปั ชน่ั เพ่อื สื่อสารไปยงั พนักงานและผทู้ ่เี ก่ียวข้องทกุ ฝ่าย รวมทัง้ ทบทวนความเหมาะสมของนโยบายและ

มาตรการต่างๆ เพอื่ ให้เหมาะสมกบั การเปลยี่ นแปลงของสภาพธรุ กจิ ระเบยี บ ข้อบงั คับ และขอ้ กาหนดของ
กฎหมาย

5. ผทู้ ่ีกระทาการทุจริตคอร์รัปชน่ั จะต้องได้รับการพิจารณาโทษทางวินัยตามระเบยี บทบี่ รษิ ัทฯ กาหนดไว้
และอาจไดร้ ับโทษตามกฎหมาย หากการ กระทานั้นผิดกฎหมาย

6. บริษัทฯ จัดให้มีการฝึกอบรมและการเผยแพร่ความรู้ให้แก่กรรมการ ผู้บริหารและพนักงานของ
บริษัทฯ ใหม้ ีความเข้าใจในการปฏิบัติตามนโยบายการต่อต้านการทุจริตคอรร์ ัปช่ัน และส่งเสริมด้านคุณธรรม
ความซอื่ สตั ยค์ วามรบั ผดิ ชอบ และภาระหนา้ ท่ีของตน

7. บริษัทฯสนบั สนนุ ใหค้ ่สู ัญญา คู่คา้ หรอื บคุ คลอื่นทตี่ ้องปฏบิ ัติหน้าทท่ี ่ีเก่ียวขอ้ งกับบรษิ ทั ฯ รายงาน
การละเมิดนโยบายตอ่ ต้านการทจุ ริต คอรร์ ัปชน่ั ของบริษทั

8. บริษัทฯ มีนโยบายในการสรรหาหรือการคัดเลือกบุคลากร การเล่ือนตาแหน่ง การฝึกอบรม
การประเมินผลการปฏิบัติงาน และการกาหนดค่าตอบแทนของพนักงานและลูกจ้างของบริษัทฯ อย่างเป็น
ธรรมและเพยี งพอ เพ่อื ป้องกนั การทจุ ริตคอรร์ ัปชัน่ ภายในองค์กร และเปน็ การสรา้ งหลกั ประกันใหแ้ ก่พนกั งาน

และลกู จา้ งของบรษิ ทั ฯ
9. เพอ่ื ความชัดเจนในการดาเนินการในเร่อื งที่มีความเสีย่ งสูงกับการเกิดการทจุ รติ คอร์รปั ช่ันในเรื่อง

ดงั ตอ่ ไปน้ี ใหก้ รรมการ ผู้บริหารและพนกั งานของบรษิ ทั ฯ ตอ้ งปฏบิ ัตดิ ว้ ยความระมดั ระวงั และตรวจสอบให้
แน่ชดั

9.1. การให้ มอบหรือรับของกานัล และการเลี้ยงรับรองจะต้องเป็นไปอย่างโปร่งใส ถูกต้อง

ตามกฎหมาย เป็นตามธรรมเนียมทางการค้าปกติหรอื ประเพณีนิยมในมูลคา่ ทเี่ หมาะสม
9.2. การให้หรือรับเงินบริจาค หรือเงินสนับสนุนต้องเป็นไปอย่างโปร่งใส และถูกต้องตาม

กฎหมาย โดยต้องม่ันใจว่าการให้หรือรับเงินบริจาค หรือเงินสนับสนุนดังกล่าวไม่ได้เป็นการอาพรางการติด
สินบน

9.3. ในการดาเนินกิจการ การติดต่อการเจรจา การประมูลและการดาเนินการอ่ืนๆ กับ

หน่วยงานภาครัฐหรือเอกชนจะต้องเป็นไปอย่างโปร่งใส และถกู ต้องตามกฎหมาย นอกจากนี้ กรรมการบรษิ ัท
ผูบ้ ริหาร พนกั งาน และลกู จา้ งของบริษัทฯ จะตอ้ งไม่ให้หรอื รบั สนิ บนในทุกขน้ั ตอนของการดาเนินกิจการ

ขอ้ รายการประเมนิ แบบสงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรียนในการทากจิ กรรมกลุ่ม

เร่ือง …………………………………….

ระดบั คะแนนแต่ละกลมุ่
ก ลุ่ ม ก ลุ่ ม ก ลุ่ ม ก ลุ่ ม ก ลุ่ ม ก ลุ่ ม ก ลุ่ ม ก ลุ่ ม ก ลุ่ ม
123456789

1 สงั เกตจากการตอบคาถาม

2 สังเกตจาการกลา้ ออกมาสรุป

3 สังเกตจากการทากจิ กรรมรว่ มกัน

4 สงั เกตจากความสนใจเรยี น

5 อภปิ รายเร่อื งไดถ้ กู ตอ้ งตรงประเด็น

รวม
ผลการประเมนิ แตล่ ะกลมุ่

1. เกณฑ์การประเมิน

ระดับ 4 หมายถงึ ดีเย่ียม
ระดบั 3 หมายถึงดี
ระดับ 2 หมายถงึ พอใช้

ระดบั 1 หมายถึงต้องปรบั ปรุง
2. การสรุปผลการประเมินให้เป็นระดบั คณุ ภาพ 4, 3, 2, 1 กาหนดเกณฑ์ได้ตามความ เหมาะสมหรอื อาจใช้

เกณฑ์ดงั นี้
16–20 คะแนน = 4 (ดเี ยีย่ ม)
11–15 คะแนน = 3 (ดี)

6–10 คะแนน = 2 (พอใช)้
ตา่ กว่า ๖ คะแนน = 1 (ควรปรับปรงุ )

ใบงานสรปุ แนวทางการปฏิบตั ิตนเปน็ ผ้มู ีความละอายและความไมท่ นตอ่ การทจุ ริตในระดบั ประเทศ

แบบประเมนิ ผลงานนักเรยี น

ช่อื -นามสกลุ ...................................................................ชั้น...............

หน่วยการเรยี นรทู้ ี่.........กจิ กรรม.............................................................
คาชี้แจง ให้ผูป้ ระเมินใสเ่ ครื่องหมาย  ลงในชอ่ งทตี่ รงกบั ระดบั คะแนน

ประเดน็ ทป่ี ระเมนิ ผูป้ ระเมิน

ตนเอง เพ่อื น ครู
๓๒
๔๓๒๑๔๓๒๑๔ ๑

๑. ตรงจุดประสงค์ทกี่ าหนด

๒. มีความถกู ตอ้ ง

๓. มคี วามคดิ สรา้ งสรรค์

๔. มคี วามเปน็ ระเบยี บ

รวม
รวมทกุ รายเฉกลา่ียร

ลงช่ือผ้ปู ระเมนิ ................................................(ตนเอง) ลงชือ่ ผปู้ ระเมนิ ................................................(เพื่อน)

ลงชื่อผูป้ ระเมิน................................................(ครู)

เกณฑ์การให้คะแนนผลงาน

ประเด็นที่ประเมิน คะแนน

๔๓ ๒๑

๑. ผลงานตรงกบั จดุ ประสงค์ท่ี ผลงานสอดคลอ้ ง ผลงานสอดคลอ้ งกบั ผลงานสอดคลอ้ ง ผลงานไมส่ อดคล้อง

กาหนด จุดประสงค์ทกุ จดุ ประสงค์เป็นสว่ น กบั จดุ ประสงค์บาง กบั จดุ ประสงค์

ประเดน็ ใหญ่ ประเดน็

๒. ผลงานมคี วามถกู ต้อง เนอื้ หาสาระของ เน้ือหาสาระของ เนอ้ื หาสาระของ เน้ือหาสาระของ

สมบรู ณ์ ผลงานถูกต้อง ผลงานถูกตอ้ งเป็น ผลงานถกู ตอ้ งเป็น ผลงานไมถ่ ูกต้อง

ครบถ้วน สว่ นใหญ่ บางประเด็น เปน็ สว่ นใหญ่

๓. ผลงานมคี วามคิดสร้างสรรค์ ผลงานแสดงออกถงึ ผลงานมีแนวคิด ผลงานมาความ ผลงานไม่แสดง

ความคดิ สร้างสรรค์ แปลกใหมแ่ ต่ยังไม่ น่าสนใจ แต่ยงั ไมม่ ี แนวคดิ ใหม่

แปลกใหมแ่ ละเป็น เป็นระบบ แนวคิดแปลกใหม่

ระบบ

๔. ผลงานมีความเปน็ ระเบียบ ผลงานมีความเปน็ ผลงานสว่ นใหญม่ ี ผลงานมคี วามเปน็ ผลงานส่วนใหญ่ไม่

ระเบยี บแสดงออก ความเปน็ ระเบียบแต่ ระเบยี บแต่มี เปน็ ระเบียบและมี

ถงึ ความประณตี ยงั มขี ้อบกพรอ่ ง ข้อบกพร่องบางสว่ น ขอ้ บกพรอ่ ง

เกณฑ์การตัดสนิ คณุ ภาพ

นักเรยี นได้ระดบั ดขี ึ้นไป ถือวา่ ผา่ น


Click to View FlipBook Version