The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการสอนวิชาการป้องกันการทุจริต ป.6
โรงเรียนวัดคลองห้า

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by tummeng.kt, 2021-05-31 00:33:34

แผนการสอนวิชาการป้องกันการทุจริต ป.6

แผนการสอนวิชาการป้องกันการทุจริต ป.6
โรงเรียนวัดคลองห้า

กล่มุ ท่ี รายช่อื

ใบงานในหัวข้อ ผลเสียจากการไม่เปน็ พลเมอื งดมี ีอะไรบา้ ง

ใบงานแบบประเมินพฤติกรรมการทางานกลมุ่

กลุ่ม ..........................................................................................................

สมาชิกในกลุม่ 1. 2....................................................................... ......................................................................

3. 4....................................................................... ......................................................................

5. 6....................................................................... ......................................................................

7. 8....................................................................... ......................................................................

9. 10....................................................................... ......................................................................

คาช้แี จง: ให้นักเรยี นทาเครอ่ื งหมาย  ลงในช่องทีต่ รงกบั ความเป็นจรงิ

พฤติกรรมทสี่ ังเกต คะแนน 1
32

1. มสี ว่ นร่วมในการแสดงความคดิ เหน็
2. มีความกระตอื รอื ร้นในการทางาน
3. มคี วามรับผดิ ชอบในงานทีไ่ ด้รบั มอบหมาย
4. มีข้ันตอนในการทางานอย่างเป็นระบบ
5. ใช้เวลาในการทางานอยา่ งเหมาะสม

รวม

เกณฑ์การให้คะแนน

พฤติกรรมทีท่ าเปน็ ประจา ให้ 3 คะแนน
พฤติกรรมที่ทาเป็นบางครง้ั ให้ 2 คะแนน
พฤตกิ รรมทที่ าน้อยครงั้ ให้ 1 คะแนน

เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน

คะแนน ๑๓– ๑๕ ระดับ ดเี ย่ียม
คะแนน ๘– ๑๒ ระดับ ดี

คะแนน ๕– ๗ ระดบั พอใช้
คะแนนต่ากวา่ ๕ ระดบั ปรับปรงุ

แบบประเมินผลงาน

ท่ี พฤติกรรม ตรงจดุ ประสงค์ท่ี ผลงานมีความ การนาเสนอ เสร็จทันเวลาท่ี รวม
ชื่อ
กาหนด ถกู ต้อง สมบูรณ์ ผลงาน กาหนด ๑๖

๔๓๒๑๔๓๒๑๔๓๒๑๔๓๒๑

เกณฑก์ ารวัดผล
ใหค้ ะแนนระดับคณุ ภาพของแตล่ ะกลุ่ม ดงั นี้

ดเี ยยี่ ม เทา่ กบั ๔ คะแนนคดิ เป็นรอ้ ยละ ๙๐ – ๑๐๐
ดี เท่ากบั ๓ คะแนนคดิ เปน็ ร้อยละ ๗๐ – ๘๙
ปานกลาง เทา่ กบั ๒ คะแนนคดิ เป็นร้อยละ ๕๐ – ๖๙
ปรับปรุง เท่ากับ ๑ คะแนนคิดเป็นรอ้ ยละ ๕๐

( ลงชื่อ )..........................................................ผู้ประเมิน
(.....................................................)
.............../................./....................

ที่ พฤติกรรม แบบสงั เกตพฤติกรรมการปฏบิ ัตกิ ิจกรรม
ชือ่
ความสนใจ การแสดงความ การตอบคาถาม การยอมรับฟัง การทางานที่ หมาย
คดิ เหน็ ความคิดเหน็ ไดร้ บั มอบหมาย เหตุ

๔๓๒๑๔๓๒๑๔๓๒๑๔๓๒๑๔๓๒๑

เกณฑ์การวัดผล
ใหค้ ะแนนระดับคุณภาพของแตล่ ะกล่มุ ดังนี้

ดเี ย่ียม เท่ากับ ๔ คะแนนคดิ เปน็ รอ้ ยละ ๙๐ – ๑๐๐
ดี เท่ากับ ๓ คะแนนคดิ เป็นรอ้ ยละ ๗๐ – ๘๙
ปานกลาง เท่ากับ ๒ คะแนนคิดเป็นร้อยละ ๕๐ – ๖๙
ปรบั ปรงุ เทา่ กับ ๑ คะแนนคดิ เปน็ รอ้ ยละ ๕๐

( ลงช่อื )..........................................................ผู้ประเมนิ
(.....................................................)
.............../................./....................

แผนการจดั การเรยี นรู้

หนว่ ยที่ ๔ ชอ่ื หนว่ ย พลเมืองกับความรับผดิ ชอบต่อสังคม ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี ๖

แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ ๒ เรือ่ ง การเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างราษฎรกบั พลเมือง เวลา ๓ ชวั่ โมง

๑. ผลการเรียนรู้

๑.๑ มีความรู้ ความเขา้ ใจเกี่ยวกบั พลเมืองและมคี วามรบั ผดิ ชอบต่อสังคม
๑.๒ ปฏบิ ตั ิตนตามหนา้ ทพี่ ลเมอื งและมคี วามรบั ผิดชอบต่อสงั คม
๑. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ นกั เรยี นสามารถ

๒.๑ บอกความหมายของคาว่าพลเมอื งได้
๒.๒ บอกความหมายของคาวา่ ราษฎรได้

๒.๓ บอกความหมายของการเป็นพลเมืองที่ดีได้
๒.๔ ยกตวั อยา่ งการปฏิบัติให้เป็นพลเมืองท่ีดีได้
๒.๕ บอกผลเสียท่ีเกิดจากการไม่ปฏิบตั ิตนตามหน้าท่ีของพลเมืองทด่ี ไี ด้

๒. สาระการเรยี นรู้
๓.๑ ความรู้

ราษฎร หมายถึงประชาชน
พลเมอื ง หมายถงึ คนที่มีสิทธแิ ละหน้าท่ีในฐานะประชาชนท่อี ยู่ภายใต้ผู้ปกครองเดยี วกนั มีวฒั นธรรม
เดยี วกัน ความแตกต่างระหวา่ งราษฎรและพลเมืองคือสทิ ธิ และหนา้ ท่ี

พลเมอื งดี หมายถึง ผู้ทป่ี ฏิบัตหิ นา้ ทีพ่ ลเมืองได้ครบถ้วน ทงั้ กจิ ท่ตี อ้ งทา และกจิ ท่ีควรทาหน้าที่
หมายถงึ กจิ ทตี่ ้องทา หรือควรทา เปน็ ส่ิงทกี่ าหนดให้ทา หรอื ห้ามมใิ ห้กระทา ถ้าทาก็จะกอ่ ใหเ้ กิดผลดี เกดิ

ประโยชนต์ ่อตนเอง ครอบครัว หรอื สงั คมสว่ นรวมแล้วแตก่ รณี ถ้าไม่ทาหรือไมล่ ะเว้นการกระทาตามทีก่ าหนด
จะได้รับผลเสยี โดยตรง คือ ได้รบั โทษ หรอื ถูกบังคับ เช่น ปรบั จา คุก หรือประหารชวี ิต เปน็ ตน้ โดยท่ัวไปส่งิ ท่ี
ระบกุ จิ ท่ตี ้องทา ไดแ้ ก่ กฎหมาย เป็นตน้

๓.๒ ทกั ษะ / กระบวนการ (สมรรถนะทีเ่ กดิ )
1) ความสามารถในการคิด

2) ความสามารถในการสือ่ สาร
๓.๓ คณุ ลักษณะทีพ่ งึ ประสงค์ / คา่ นิยม

คานึงถงึ ผลประโยชนข์ องสว่ นรวม และของชาติมากกวา่ ผลประโยชน์ของตนเอง

๔. กิจกรรมการเรียนรู้
๔.๑ ขั้นตอนการเรียนรู้

ชว่ั โมงท่ี ๑
๑) นกั เรยี นดูวีดิทัศน์ เร่อื งหกั เหลี่ยมคอรร์ ปั ชัน เรมิ่ ท่ีคณุ ...จบท่ีคุณ นกั เรียนชว่ ยกนั วเิ คราะห์ว่า ตวั
ละครในเรื่องดงั กลา่ วมีการกระทาใดที่แสดงออกถึงการเป็นพลเมืองดี การกระทาใดทีแ่ สดงวา่ เปน็ พลเมอื งไมด่ ี

และการเปน็ พลเมืองไม่ดี มผี ลกระทบตอ่ สงั คมอย่างไร
๒) นกั เรียนดภู าพกิจกรรมต่างๆ ทแี่ สดงถึงการมีส่วนร่วมในสังคม เชน่

๑. ภาพการปลกู ป่า
๒. ภาพการเลอื กตั้ง
๓. ภาพการตัดไม้

แล้วใหน้ ักเรยี นเขยี นแสดงความคดิ เหน็ ตามประเดน็ ที่กาหนดในใบงานเรื่อง เขาทาอะไร ?
๓) ครูและนกั เรียนรว่ มกันสรุปความหมายของพลเมืองทีด่ ี หมายถงึ “ ผูท้ ่ปี ฏิบัติหน้าทีพ่ ลเมอื งได้

ครบถ้วน ทง้ั กจิ ทตี่ ้องทา และกิจที่ควรทาหน้าที่ หมายถงึ กิจท่ตี ้องทา หรอื ควรทา เป็นสิง่ ทีก่ าหนดใหท้ า หรอื
หา้ มมิใหก้ ระทา ถ้าทาก็จะก่อใหเ้ กิดผลดี เกิดประโยชน์ตอ่ ตนเอง ครอบครัว หรือสังคมส่วนรวมแลว้ แตก่ รณี
ถา้ ไม่ทาหรือไม่ละเว้นการกระทาตามท่กี าหนดจะได้รบั ผลเสยี โดยตรง คือ ได้รบั โทษ หรอื ถกู บังคบั เชน่ ปรบั
จา คกุ หรือประหารชวี ิต เป็นตน้ โดยทว่ั ไปสงิ่ ที่ระบกุ จิ ท่ตี ้องทา ไดแ้ ก่ กฎหมาย เป็นต้น”

ช่วั โมงท่ี ๒
๑) ใหน้ กั เรียนแบง่ กลุ่ม ๕ – ๗ คน ศกึ ษาใบงานเร่อื ง บทบาทหน้าทพ่ี ลเมอื งทดี่ ี
๒) ใหน้ กั เรยี นยกตัวอย่างการปฏิบตั ติ นใหเ้ ป็นพลเมอื งทด่ี ีตอ้ งปฏิบัติอย่างไรบา้ งโดยใหน้ กั เรียน
คน้ ควา้ จากแหลง่ เรียนรตู้ ่างๆ
๓) ใหน้ ักเรียนแตล่ ะกลมุ่ เขยี นภาพการกระทาของพลเมอื งดแี ล้วอธิบายถงึ ผลดีจากการปฏิบตั แิ ละ
ผลเสียที่เกดิ จากการไม่ปฏิบตั ิตามหนา้ ท่พี ลเมอื งดี ในกระดาษโปสเตอร์เป็นป้ายนเิ ทศเพอื่ แสดงผลงานของ
กลมุ่
๔) ใหน้ กั เรยี นแต่ละกลุม่ ร่วมกันนาเสนอผลงานกลุ่มในชัน้ เรยี นโดยครชู ว่ ยแนะนาแนวทางการปฏิบตั ิ
ตนตามบทบาทหนา้ ท่ีผลเมอื งที่ดี
๕) ครแู ละนกั เรียนร่วมกนั สรปุ การปฏิบตั ิตนให้เป็นพลเมืองดี
๖) ครแู ละนักเรยี นร่วมกนั สรปุ ความแตกตา่ งระหว่างราษฎรกบั พลเมือง
ชัว่ โมงที่ ๓
๑) ครใู ห้นกั เรยี นเขยี นเรยี งความเรอื่ ง “พลเมอื งทดี่ ี”โดยใหน้ กั เรยี นแต่ละกล่มุ เขียนภาพการกระทา
ของพลเมืองดีแลว้ อธบิ ายถงึ ผลดจี ากการปฏิบตั ิและผลเสียทเ่ี กิดจากการไมป่ ฏิบัติตามหน้าทพ่ี ลเมืองดี ใน
กระดาษโปสเตอร์เป็นปา้ ยนเิ ทศเพื่อแสดงผลงานของกล่มุ
๒) ครแู ละนกั เรียนร่วมกนั สรุปความเป็นพลเมอื งดีว่า “บุคคลจะเป็นพลเมอื งดีของสงั คมนั้น ตอ้ ง
ตระหนักถึงบทบาทหน้าที่ ทจี่ ะตอ้ งปฏบิ ัติ และมงุ่ มน่ั เพ่ือใหบ้ รรลุเปา้ หมาย ด้วยความรับผิดชอบอย่างเตม็ ที่
สอดคล้องกบั หลกั ธรรม วัฒนธรรมประเพณี และรฐั ธรรมนูญที่กาหนดไว้ รวมทั้งบทบาททางสงั คมที่ตนดารง
อยู่ เพือ่ ให้เกดิ ประสิทธิภาพสงู สดุ และได้ประสิทธิผลทั้งในสว่ นตนและสงั คม เมอื่ สามารถปฏิบัติหน้าท่ีไดอ้ ยา่ ง
ถูกตอ้ งสมบูรณย์ ่อมเกดิ ความภาคภูมิใจและเกดิ ผลดีท้ังต่อตนเองและสังคม ดว้ ยการเป็นพลเมืองดีท่เี คารพ
กฎหมาย เคารพสิทธิเสรภี าพของผูอ้ น่ื มีความกระตอื รอื ร้นทีจ่ ะเข้ามามสี ่วนร่วมในการแกป้ ัญหาของชุมชน
และสงั คม มีคุณธรรมและจรยิ ธรรมเป็นหลกั ในการดาเนินชีวติ อย่างผาสุก”
๔.๒ สื่อการเรยี นรู้ / แหลง่ การเรยี นรู้
๑) วดี ีทัศน์ เรอ่ื งหักเหลี่ยมคอรร์ ปั ชนั่ เรม่ิ ที่คุณ...จบทค่ี ุณ

https://www.youtube.com/watch?v=ihrlY6zniZw

๒) ภาพกจิ กรรมการมีส่วนร่มในสงั คม

๓) ใบงานเรือ่ ง เขาทาอะไร ?
๔) ใบงานเรอ่ื ง บทบาทหนา้ ทพ่ี ลเมอื งดี
๕) เรียงความ เรอื่ ง พลเมืองดี
๕. การประเมนิ ผลการเรยี นรู้
๕.๑ วิธีการประเมนิ
๑) ตรวจใบงานเรอื่ ง เขาทาอะไร ?

๒) ตรวจใบงานเรื่อง บทบาทหนา้ ที่พลเมอื งดี
๓) ตรวจเรยี งความ เรื่อง พลเมอื งดี

๕.๒ เคร่อื งมอื ท่ใี ชใ้ นการประเมิน
๑) ใบงานเรอื่ ง เขาทาอะไร ?

๒) ใบงานเรื่อง บทบาทหน้าทพ่ี ลเมืองดี
๓) เรยี งความ เรื่อง พลเมอื งดี
๕.๓ เกณฑก์ ารตัดสนิ

นกั เรียนผ่านเกณฑ์การประเมินรอ้ ยละ๘๐ ขนึ้ ไป

บันทกึ หลังสอน

หน่วยกำรสอนที.่ ............... แผนกำรจดั กำรเรยี นรู้ท่ี..............
บันทกึ หลงั สอน
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ปญั หำและอปุ สรรค
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ข้อเสนอแนะ/แนวทำงแก้ไข
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

(นางสาวกนั ตนา จติ รบรรจง)
ครูผู้สอน

ความคิดเหน็ ของผอู้ านวยการโรงเรียน (ตรวจ/นเิ ทศ/เสนอแนะ/รบั รอง)
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

(นางสาวกันตนา จิตรบรรจง)
ผอู้ านวยการโรงเรียนวดั คลองห้า

๗. ภาคผนวก
ใบงาน

เรื่อง เขาทาอะไร ?
ชอื่ -สกุล...............................................................................................ชน้ั ..............เลขท่ี.................
คาชแ้ี จง ใหน้ ักเรียนเขียนแสดงความคิดเห็นใต้ภาพและเขียนบรรยายผลกระทบทเี่ กิดข้นึ ต่อสงั คมอย่างไร
ภาพท่ี ๑

กจิ กรรมในภาพเปน็ การกระทาใด........................................................................................................................
บุคลในภาพเป็นคนอย่างไร……………………………………………………………………………………………………………………
การกระทาดังกลา่ วสง่ ผลตอ่ สังคมและประเทศชาตอิ ยา่ งไร.................................................................................
.............................................................................................................................................................................
ภาพที่ ๒

กจิ กรรมในภาพเปน็ การกระทาใด........................................................................................................................
บคุ ลในภาพเปน็ คนอย่างไร……………………………………………………………………………………………………………………
การกระทาดงั กลา่ วส่งผลตอ่ สังคมและประเทศชาติอยา่ งไร.................................................................................
.............................................................................................................................................................................
ภาพท่ี ๓

กจิ กรรมในภาพเปน็ การกระทาใด........................................................................................................................
บคุ ลในภาพเปน็ คนอย่างไร……………………………………………………………………………………………………………………
การกระทาดังกลา่ วส่งผลต่อสงั คมและประเทศชาตอิ ย่างไร.................................................................................
.............................................................................................................................................................................

ใบงาน
เร่อื ง บทบาทหน้าทพ่ี ลเมอื งดี
คาชีแ้ จง ใหน้ ักเรียนเขยี นผังมโนทศั นแ์ สดงถงึ บทบาทหนา้ ทพ่ี ลเมืองดตี อ่ สงั คมและประเทศชาติ

บทบาทหนา้ ที่
พลเมอื งดีต่อสังคม
และประเทศชาติ

ใบงาน

คาชแี้ จง ใหน้ กั เรยี นเขียนเรียงความ เรือ่ งพลเมอื งดี ตัวบรรจงครึ่งบรรทดั ความยาว 20-25 บรรทดั

เรียงความ เรื่องพลเมอื งดี

..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................

แบบตรวจใบงานการเขยี นเรยี งความ

เกณฑก์ ารให้คะแนน

ระดบั คะแนน 3 ตรงจุดประสงค์ เขยี นเรียงลาดบั ข้นั ตอนครบถ้วน คดิ วิเคราะห์ และ มคี วามคดิ
สร้างสรรค์ ใชภ้ าษาถูกต้องเหมาะสม ผลงานมคี วามละเอยี ดเรยี บรอ้ ย

ระดับคะแนน 2 ตรงจดุ ประสงค์ เขียนเรียงลาดับข้ันตอน ใช้ภาษาถกู ตอ้ ง ผลงานมีความเรยี บรอ้ ย

ระดบั คะแนน 1 ตรงจุดประสงค์ ใชภ้ าษาถกู ตอ้ ง

วเิ คราะห์ สรุป
เขยี น ขอ้ มลู และ
ท่ี ชอ่ื - ตรง เรยี งลาดบั มคี วามคดิ ใช้ภาษา ละเอยี ด ผ่าน ไม่
สกุล จดุ ประสงค์ ขนั้ ตอน สรา้ งสรรค์ ถูกต้อง เรยี บรอ้ ย รวม 15 ผ่าน

(3) (3) (3) (3) (3) คะแนน

เกณฑ์การประเมิน
คะแนน 13-15 ระดบั ดเี ยย่ี ม
คะแนน 11-12 ระดับ ดี
คะแนน ๘-10 ระดับ พอใช้
คะแนนต่ากว่า ๘ ระดับ ปรบั ปรงุ

เกณฑ์การตัดสิน นักเรียนได้คะแนนระดับดขี ึ้นไปถอื ว่า ผา่ น

แผนการจดั การเรยี นรู้

หน่วยท่ี ๔ ช่อื หน่วย พลเมืองกับความรับผิดชอบต่อสังคม ชั้นประถมศกึ ษาปีที่ ๖

แผนการจัดการเรยี นรทู้ ่ี ๓ เรือ่ ง การเสยี ภาษีและการปฏบิ ัติตนตามกฎหมาย เวลา ๒ ชั่วโมง

กฎหมายสง่ิ แวดลอ้ ม การรกั ษาความสะอาดตามกฎหมาย

๑. ผลการเรยี นรู้

๑.๑ มคี วามรู้ ความเข้าใจเก่ยี วกับผลเมอื งและมีความรบั ผดิ ชอบต่อสงั คม
๑.๒ ปฏิบัตติ นตามหน้าที่พลเมืองและมคี วามรับผิดชอบต่อสงั คม
๒.จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้

๒.๑ นักเรียนสามารถอธบิ ายคาว่าภาษี การเสยี ภาษี กฎหมาย การปฏิบัติตนตามกฎหมายได้
๒.๒ นกั เรยี นมคี วามร้เู รื่องกฎหมายสิ่งแวดล้อม การรักษาความสะอาดตามกฎหมายได้

๓. สาระการเรยี นรู้
๓.๑ ความรู้
ภาษี หมายถึง เงินที่รัฐหรอื ท้องถิ่นเรียกเก็บจากบุคคลเพื่อใช้จ่ายในการบริหารประเทศหรือท้องถิ่น

เชน่ ภาษเี งนิ ได้ ภาษีบารุงท้องท่ี ภาษโี รงเรือน ภาษีทดี่ นิ ฯลฯ
การเสียภาษี หมายถึง เงินท่ีรัฐเรียกเก็บจากประชาชนที่มีรายได้เพ่ือนาไปพัฒนาประเทศ ภาษีมี ๒

แบบ คือ ภาษีทางตรง หมายถึง ภาษที ี่เก็บจากคนที่มีรายไดจ้ ากการทางาน ภาษีทางอ้อมหมายถงึ ภาษีท่ีเรียก
เก็บจาการทเ่ี ราซอ้ื สนิ คา้ หรอื บริการต่างๆทเ่ี ราเรียกวา่ ภาษมี ูลคา่ เพิม่

กฎหมาย หมายถึง คาส่ังหรือข้อบังคับ ความประพฤติของมนุษย์ซ่ึงผู้มีอานาจสูงสุดเป็นผู้บัญญัติข้ึน

ผใู้ ดฝ่าฝืนมีอานาจบังคับ
๓.๒ ทกั ษะ / กระบวนการ (สมรรถนะทเี่ กดิ )

๑) ความสามารถในการคิด
๒) ความสามารถในการการสอื่ สาร
๓) ความสามารถในการมใชเ้ ทคโนโลยี

๓.๓ คุณลักษณะทพ่ี ึงประสงค์ / คา่ นยิ ม
ความซื่อสตั ยส์ ุจรติ

๔. กจิ กรรมการเรียนรู้
๔.๑ ขัน้ ตอนการเรยี นรู้
ชว่ั โมงท่ี ๑

๑) ใหน้ กั เรียนอ่านใบความรู้ความหมายของคาว่าภาษี การเสียภาษี
๒) นกั เรยี นและครูรว่ มกันสรปุ ความหมายของคาดงั กลา่ วให้เข้าใจตรงกัน

๓) ให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม สืบค้นหาความรู้โดยการจับฉลาก ๒ หัวข้อคือ ๑.ภาษีท่ีมีในประเทศไทยมี
ภาษอี ะไรบ้าง ๒.กฎหมายที่มีในประเทศไทยมีกฎหมายอะไรบา้ งให้แต่ละกลุ่มส่งตัวแทนนาเสนอความร้เู รื่อง
ภาษีและกฎหมาย

ช่ัวโมงท่ี ๒
๑) แบง่ นักเรียน ๔ กลมุ่ สืบคน้ หมาความร้เู รือ่ งต่างๆดงั นี้

- กฎหมายสิ่งแวดล้อมคืออะไร
- สาระสาคัญของกฎหมายส่ิงแวดล้อมมอี ะไรบา้ ง

- จุดมุ่งหมายของการมีกฎหมายส่ิงแวดล้อมคอื อะไร
- ผลเสยี ของการไมป่ ฏบิ ตั ติ ามกฎหมายสง่ิ แวดลอ้ ม

๒) ใหน้ กั เรยี นแตล่ ะกลุ่มส่งตัวแทนออกมานาเสนอความรทู้ ี่ไดค้ ้นควา้ มา
๓) ใหน้ ักเรยี นแตล่ ะคนบอกวธิ กี ารรกั ษาสิง่ แวดล้อม คนละ ๑๐ ข้อ โดยเขยี นลงในใบงาน

๔) ครูตรวจใบงานวิธีการรักษาสิ่งแวดล้อมจากนั้นครูสุ่มเลขท่ีของนักเรียนจานวน ๕ คน นาเสนอ
ผลงาน

๔.๒ สือ่ การเรียนรู้ / แหลง่ การเรยี นรู้

๑) ความรูเ้ รือ่ งภาษแี ละกฎหมายจากอินเทอร์เนต็
๒) ใบความรเู้ รือ่ งภาษี การเสียภาษีกฎหมาย

๓) ใบงานวธิ ีการรักษาสงิ่ แวดลอ้ ม
๕.การประเมนิ ผลการเรียนรู้

๕.๑ วธิ กี ารประเมนิ

๑) สังเกตพฤตกิ รรมกล่มุ
๒) ตรวจผลงานเรือ่ งวิธีการรกั ษาสง่ิ แวดลอ้ ม

๕.๒เคร่อื งมอื ทีใ่ ชใ้ นการประเมิน
๑) แบบสังเกตพฤติกรรมกลุ่ม
๒) แบบตรวจผลงานนักเรยี น

๕.๓ เกณฑก์ ารตดั สิน
นกั เรียนผา่ นเกณฑก์ ารประเมินระดับดีข้ึนไป

บนั ทึกหลังสอน

หนว่ ยกำรสอนท่ี................ แผนกำรจัดกำรเรยี นร้ทู ี่..............
บนั ทึกหลงั สอน
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ปัญหำและอปุ สรรค
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ข้อเสนอแนะ/แนวทำงแกไ้ ข
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

(นางสาวกันตนา จติ รบรรจง)
ครูผูส้ อน

ความคดิ เหน็ ของผูอ้ านวยการโรงเรยี น (ตรวจ/นิเทศ/เสนอแนะ/รับรอง)
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

(นางสาวกนั ตนา จิตรบรรจง)
ผอู้ านวยการโรงเรยี นวดั คลองห้า

๗. ภาคผนวก

ใบความรู้
ภาษี หมายถึง เงนิ ทีร่ ฐั หรอื ท้องถิ่นเรียกเก็บจากบุคคลเพอื่ ใช้จ่ายในการบรหิ ารประเทศหรือทอ้ งถน่ิ
เชน่ ภาษีเงนิ ได้ ภาษีบารุงท้องท่ี ภาษโี รงเรือน ภาษที ด่ี ิน ฯลฯ
การเสยี ภาษี หมายถึง เงนิ ที่รฐั เรยี กเก็บจากประชาชนทมี่ ีรายได้เพอ่ื นาไปพฒั นาประเทศ ภาษมี ี ๒
แบบ คือ ภาษีทางตรง หมายถึง ภาษีท่ีเก็บจากคนท่มี ีรายไดจ้ ากการทางาน ภาษีทางออ้ มหมายถงึ ภาษีท่ีเรียก
เก็บจาการที่เราซอื้ สินคา้ หรือบริการตา่ งๆท่เี ราเรียกว่าภาษมี ูลค่าเพิม่
กฎหมาย หมายถึง คาสง่ั หรือข้อบังคับ ความประพฤตขิ องมนษุ ยซ์ งึ่ ผมู้ ีอานาจสงู สดุ เปน็ ผู้บญั ญัติข้นึ
ผใู้ ดฝา่ ฝืนมอี านาจบงั คบั

ช่อื ชน้ั เลขท่ี
ใบงานเรอ่ื งวิธีการรกั ษาสง่ิ แวดล้อม

ใบงานแบบประเมินพฤติกรรมการทางานกลุ่ม

กลุ่ม ..........................................................................................................

สมาชิกในกลุม่ 1. 2....................................................................... ......................................................................

3. 4....................................................................... ......................................................................

5. 6....................................................................... ......................................................................

7. 8....................................................................... ......................................................................

9. 10....................................................................... ......................................................................

คาช้แี จง: ให้นักเรยี นทาเครอ่ื งหมาย  ลงในช่องทีต่ รงกบั ความเป็นจรงิ

พฤติกรรมทสี่ ังเกต คะแนน 1
32

1. มสี ว่ นร่วมในการแสดงความคดิ เห็น
2. มีความกระตอื รอื ร้นในการทางาน
3. มคี วามรับผดิ ชอบในงานทีไ่ ด้รับมอบหมาย
4. มีข้ันตอนในการทางานอย่างเป็นระบบ
5. ใช้เวลาในการทางานอยา่ งเหมาะสม

รวม

เกณฑ์การให้คะแนน

พฤติกรรมท่ีทาเปน็ ประจา ให้ 3 คะแนน
พฤติกรรมท่ีทาเปน็ บางครง้ั ให้ 2 คะแนน
พฤตกิ รรมทท่ี านอ้ ยครัง้ ให้ 1 คะแนน

เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน

คะแนน ๑๓– ๑๕ ระดับ ดเี ยีย่ ม
คะแนน ๘– ๑๒ ระดับ ดี

คะแนน ๕– ๗ ระดบั พอใช้
คะแนนตา่ กวา่ ๕ ระดบั ปรบั ปรุง

แบบสังเกตพฤติกรรมการทางาน

ชั้น....................กลุ่มที่...................

ที่ พฤตกิ รรม เนือ้ หาทต่ี อบ ปฎิบัตติ าม ความรับผดิ ชอบ เสร็จทนั เวลา รวม
ชื่อ
ถกู ตอ้ ง ขอ้ ตกลง ที่กาหนด ๑๖

๔ ๓ ๒ ๑ ๔ ๓ ๒ ๑ ๔ ๓ ๒ ๑ ๔ ๓ ๒ ๑ คะแนน

เกณฑ์การประเมนิ

ให้คะแนนระดบั คณุ ภาพของแตล่ ะพฤตกิ รรม ดังน้ี

ดเี ยยี่ ม เท่ากบั ๔ คะแนนคดิ เปน็ ร้อยละ ๙๐ – ๑๐๐
ดี เท่ากบั ๓ คะแนนคิดเป็นร้อยละ ๗๐ – ๘๙
ปานกลาง เทา่ กบั ๒ คะแนนคิดเป็นร้อยละ ๕๐ – ๖๙
ปรบั ปรงุ เทา่ กับ ๑ คะแนนคดิ เปน็ รอ้ ยละ๕๐ หรอื ไมป่ ฏิบัตเิ ลย

( ลงช่อื ).........................................................ผู้ประเมิน
(.....................................................)
.............../................./....................

แผนการจัดการเรียนรู้

หน่วยท่ี ๔ ช่อื หนว่ ย พลเมอื งกับความรบั ผิดชอบต่อสังคม ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 6
แผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ ๔ เรื่อง สิทธแิ ละหน้าที่การเลือกตัง้ เวลา ๓ ชั่วโมง

๑. ผลการเรียนรู้
๑.๑ มคี วามรู้ ความเข้าใจเกีย่ วกับเกย่ี วกบั พลเมอื งและมคี วามรบั ผดิ ชอบต่อสงั คม
๑.๒ ปฏิบตั ติ นตามหนา้ ทแี่ ละมคี วามรับผิดชอบต่อสังคม

๒. จุดประสงค์การเรียนรู้
๒.๑ นกั เรยี นบอกแนวปฏิบตั ิในการเคารพสทิ ธิหน้าที่ต่อตนเองและผู้อน่ื ที่มีตอ่ ประเทศชาติได้
๒.๒ นกั เรยี นอธบิ ายผลทไี่ ด้รับจากการเคารพสิทธิหนา้ ทต่ี ่อตนเองและผูอ้ ่ืนทม่ี ีตอ่ ประเทศชาติได้

๓. สาระการเรียนรู้
๓.๑ ความรู้
การเคารพสิทธขิ องตนเองและผอู้ น่ื ที่มตี ่อประเทศชาติไดแ้ ก่
๑) สทิ ธิในการมสี ่วนรว่ ม ใน ทีน่ ้ี หมายถงึ สิทธิการมีส่วนรว่ มในกระบวนการพิจารณาของเจา้ หน้าท่ี

รฐั เกย่ี วกับการปฏบิ ัติ ราชการด้านการปกครอง อันมผี ลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของคนในสังคมโดยตรง
๒) สทิ ธิท่ีจะฟ้องร้องหนอ่ ยราชการ หน่วยงานของรฐั รัฐวสิ าหกจิ ราชการสว่ นทอ้ งถิ่น เชน่ เทศบาล

องคก์ ารบริหารส่วนตาบล องคก์ ารบริหารส่วนจงั หวัด หรือองค์กรของรัฐทเี่ ปน็ นติ บิ คุ คล ประชาชนมีสทิ ธทิ ีจ่ ะ
ฟ้องรอ้ งหนว่ ยงานต่าง ๆเหล่าน้ีใหร้ ับผิดชอบ หากการกระทาใด ๆหรือการละเว้นการกระทาใด ๆของ
ข้าราชการ พนักงาน หรือลูกจา้ งของหนว่ ยงานนน้ั สง่ ผลกระทบต่อการดาเนินชีวติ ของประชาชนต่อศาล
ปกครอง

๓) สทิ ธิท่ีจะต่อตา้ นโดยสนั ตวิ ิธี การกระทาใดจะที่เป็นไปเพอื่ ใหไ้ ด้มาซึ่งอานาจในการปกครอง
ประเทศ โดยวธิ ีการซงึ่ มิไดเ้ ป็นไปตามวถิ ีทางท่ีบญั ญตั ไิ ด้ในรฐั ธรรมนญู เชน่ การต่อต้านการทาปฏิวตั ิ
รัฐประหาร เปน็ ส่ิงทป่ี ระชาชนมีสิทธิทจี่ ะออกมาต่อต้าน แต่ต้องเป็นไปโดยสนั ตวิ ิธี

๔) การสรา้ งสานึกพลเมอื ง คอื การเช้าใน สทิ ธิ หน้าท่ี บทบาทตามกฎหมาย
๓.๒ ทักษะ / กระบวนการ ( สมรรถนะทเี่ กดิ )

๑) นกั เรยี นมที กั ษะการส่ือสาร
๒) นกั เรยี นมีทักษะการคิด
๓) นักเรยี นมคี วามสามารถในการใช้เทคโนโลยี
๔) นักเรยี นมีความสามารถในการใช้ทกั ษะชวี ิต
๓.๓ คณุ ลักษณะท่ีพงึ ประสงค์ / ค่านยิ ม
๑) ใฝ่เรยี นรู้
๒) ม่งุ มนั่ ในการทางาน
๓) รกั ความเปน็ ไทย

๔. กจิ กรรมการเรียนรู้
๔.๑ ขน้ั ตอนการเรียนรู้

ชัว่ โมงที่ ๑
๑) ใหน้ กั เรียนดภู าพการเลือกตง้ั สมาชกิ สภาผแู้ ทนราษฎร

๒) ใหน้ ักเรียนรว่ มกันตอบคาถามต่อไปนี้
- นกั เรียนเคยเข้าคูหาเลือกตง้ั หรอื ไม่ เลอื กตงั้ ใคร ทไี่ หน
- ในภาพน้ีเปน็ การเลือกตง้ั อะไร

- บุคคลที่ไดร้ ับการเลอื กต้ังมีหน้าทีอ่ ยา่ งไร
๓) นักเรียนอา่ นใบความรู้ เรื่องการเคารพสิทธิของตนเองและผ้อู ่ืนทมี่ ีตอ่ ประเทศชาติครูอธิบาย

เพมิ่ เติมแลว้ สุ่มถามนกั เรยี น
๔) นักเรยี นจบั ค่อู ภิปรายแสดงความคิดเห็น สบื ค้นข้อมูลตามหวั ข้อในใบงาน เรื่องการเคารพสทิ ธิ

หนา้ ทต่ี ่อตนเองและผอู้ ื่นที่มีตอ่ ประเทศชาติ

ขอ้ ๑ แนวปฏบิ ตั กิ ารเคารพสิทธหิ นา้ ท่ตี ่อตนเองและผ้อู น่ื ท่ีมตี อ่ ประเทศชาติ
ข้อ ๒ ผลทีไ่ ด้รบั จากการเคารพสิทธิหนา้ ทีข่ องตนเองและผู้อน่ื ที่มีต่อประเทศชาติ

ช่ัวโมงที่ ๒
๑) นักเรยี นนาใบงานตดิ ทีป่ า้ ยนิเทศ หรอื กระดานดาหนา้ ห้อง เพื่อให้เพื่อนไดศ้ ึกษาและแลกเปล่ียน
เรยี นรู้

๒) นักเรียนนาความรู้ทั้งสองหัวขอ้ ทีแ่ ลกเปลยี่ นเรยี นรมู้ าสรุปเป็น Mind Mapping ลงในสมดุ และครู
อธบิ ายเพมิ่ เติมให้สมบูรณ์

๓) ร่วมกันรอ้ งเพลง หนา้ ทพี่ ลเมืองดี จากวดี ิทศั น์
ชวั่ โมงที่ ๓
๑) ให้นักเรยี นอ่านกรอบแนวคิด แนวทางการดาเนินกิจกรรม การสรา้ งสานกึ พลเมือง

๒) ครแู ละนักเรยี นรว่ มกันอภิปรายถงึ การสร้างสานึกพลเมอื งต่อชมุ ชน
๓) ใหน้ กั เรียนแบ่งกลมุ่ ๕ กลุ่ม ทาโครงงานการสร้างสานกึ พลเมอื งในเร่ืองต่างในชุมชน โดยให้แต่ละ

กลุ่มต้ังชื่อเรือ่ งโครงงาน
๔) เม่ือทาเสรจ็ แล้วใหแ้ ต่ละกลมุ่ นาเสนอผลงาน
๕) ครแู ละนักเรยี นรว่ มกันอภิปรายถึงการสร้างสานึกความเป็นพลเมอื งท่ีดี

๔.๒ สอ่ื การเรียนรู้ / แหล่งการเรยี นรู้
๑) ภาพการเลอื กตั้งสมาชกิ สภาผู้แทนราษฎร

๒) ใบความรเู้ ร่อื ง การเคารพสทิ ธิของตนเองและผอู้ ่นื ทม่ี ีต่อประเทศชาติ
๓) ใบงานที่ ๑ การเคารพสิทธิหน้าทต่ี อ่ ตนเองและผู้อนื่ ที่มีต่อประเทศชาติ
๔) เพลง หนา้ ท่ีพลเมอื งดี จาก https : //m.youtube.com

๕) กรอบแนวคิด แนวทางการดาเนินกจิ กรรม การสร้างสานึกพลเมอื ง
๕. การประเมินผลการเรยี นรู้

๕.๑ วธิ กี ารประเมิน
๑) แบบสงั เกตพฤติกรรมการทางาน
๒) แบบประเมินการทาโครงงาน

๕.๒ เครื่องมือทใี่ ชใ้ นการประเมนิ
๑) แบบสงั เกตพฤติกรรม

๒) แบบตรวจผลงานการทาโครงงาน
๕.๓ เกณฑก์ ารตดั สนิ

นกั เรียนผา่ นเกณฑ์การประเมินร้อยละ ๘๐ ขึ้นไป

บันทกึ หลงั สอน

หน่วยกำรสอนท่ี................ แผนกำรจดั กำรเรียนร้ทู ี.่ .............
บนั ทกึ หลังสอน
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ปัญหำและอปุ สรรค
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ขอ้ เสนอแนะ/แนวทำงแกไ้ ข
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

(นางสาวกันตนา จิตรบรรจง)
ครูผู้สอน

ความคดิ เห็นของผู้อานวยการโรงเรียน (ตรวจ/นิเทศ/เสนอแนะ/รับรอง)
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

(นางสาวกันตนา จิตรบรรจง)
ผ้อู านวยการโรงเรยี นวัดคลองห้า

๗. ภาคผนวก

ใบความรู้
การเคารพสทิ ธิของตนเองและผ้อู ืน่ ท่ีมีต่อประเทศชาติได้แก่

๑) สทิ ธิในการมสี ่วนรว่ ม ใน ทีน่ ้ี หมายถึง สิทธกิ ารมสี ่วนร่วมในกระบวนการพิจารณาของ
เจ้าหนา้ ทีร่ ัฐเกยี่ วกบั การปฏบิ ตั ิ ราชการดา้ นการปกครอง อนั มผี ลกระทบต่อสิทธิและเสรภี าพของคนใน
สังคมโดยตรง

๒) สิทธิท่ีจะฟ้องรอ้ งหนอ่ ยราชการ หนว่ ยงานของรัฐ รัฐวสิ าหกิจ ราชการส่วนทอ้ งถ่นิ เชน่
เทศบาล องคก์ ารบริหารสว่ นตาบล องค์การบริหารส่วนจังหวดั หรอื องค์กรของรัฐที่เป็นนิตบิ ุคคล ประชาชน
มีสทิ ธทิ จี่ ะฟอ้ งรอ้ งหน่วยงานตา่ ง ๆเหลา่ นีใ้ หร้ ับผิดชอบ หากการกระทาใด ๆหรือการละเวน้ การกระทาใด ๆ
ของขา้ ราชการ พนกั งาน หรอื ลกู จา้ งของหนว่ ยงานนนั้ ส่งผลกระทบต่อการดาเนนิ ชวี ติ ของประชาชนต่อ
ศาลปกครอง

๓) สทิ ธทิ ี่จะต่อต้านโดยสนั ตวิ ธิ ี การกระทาใดจะที่เปน็ ไปเพื่อใหไ้ ด้มาซงึ่ อานาจในการปกครอง
ประเทศ โดยวธิ กี ารซงึ่ มไิ ด้เป็นไปตามวถิ ที างทีบ่ ัญญัติได้ในรฐั ธรรมนญู เช่นการต่อต้านการทาปฏิวัติ
รฐั ประหาร เป็นสงิ่ ทป่ี ระชาชนมสี ิทธทิ จี่ ะออกมาต่อต้าน แต่ตอ้ งเป็นไปโดยสันตวิ ิธี

๔) การสร้างสานึกพลเมอื ง คือการเช้าใน สิทธิ หนา้ ที่ บทบาทตามกฎหมาย

ภาพการเลือกต้งั สมาชกิ สภาผู้แทนราษฎร

กรอบแนวคิดแนวทางการดาเนนิ กจิ กรรมการสร้างสานกึ พลเมอื ง
เรยี นรูน้ โยบายสาธารณะ public policy

ปฏิบตั ิกจิ กรรมสรา้ งสานึกพลเมือง project citizen

ขนั้ ตอนท่ี ๑ การระบุปญั หานโยบายสาธารณะในชมุ ชน

ขัน้ ตอนท่ี ๒ การคดั เลอื กหนง่ึ ปญั หา

ขน้ั ตอนที่ ๓ การรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกบั ปญั หา
๓.๑ การรวบรวมขอ้ มูล

๓.๒ การตรวจสอบนโยบายทางเลือก
๓.๓ นาเสนอและพัฒนานโยบายสาธารณะของตน

๓.๔ พัฒนาแผนปฏบิ ัตกิ าร

ข้ันตอนที่ ๔
การพัฒนาแฟ้มผลงานของชน้ั เรยี น

ขน้ั ตอนที่ ๕
การนาเสนอแฟม้ สะสมผลงาน

ขนั้ ตอนที่ ๖
สรุป/ประมวลผล สะท้อนประประสบการณ์

ข้นั ตอนท่ี ๑
การระบุปัญหานโยบายสาธารณะในชุมชนเรา
คุณลกั ษณะของนักเรยี นเมื่อจัดกจิ กรรมในข้ันที่ ๑
- ทักษะกระบวนการคิด
- จติ สาธารณะ

กิจกรรมที่ ๑ : ระบุปัญหาของนโยบายสาธารณะในชุมชนทีจ่ ะทาการศกึ ษา
นักเรยี นจะตอ้ งระบปุ ัญหาในชุมชนท่คี ิดวา่ เปน็ เรือ่ งสาคัญ

หลักการในการเลือกปัญหา
๑. ปญั หาทีเ่ ลือกมีความสาคญั กบั คนในชมุ ชนหรือไม่
๒. ภาครฐั มีหนา้ ทีใ่ นการจดั การกับปัญหานัน้ หรือไม่
๓. ขอ้ มูลของปัญหาเพยี งพอสาหรับการพัฒนาใหเ้ ปน็ โครงการทดี่ ีหรือไม่
๔. ความเป็นไปได้ในการแก้ปัญหา
๕. ยงั มปี ญั หาอื่นทม่ี ปี ระโยชนต์ อ่ การพฒั นาชมุ ชมอกี หรอื ไม่

ขัน้ ตอนท่ี ๒
การคัดเลือกหนงึ่ ปญั หา
คุณลกั ษณะของนกั เรียนเมอื่ จดั กิจกรรมในขัน้ ท่ี ๒
- ทักษะกระบวนการคิด
- มีวินัย
- จติ สาธารณะ
- ซื่อสตั ย์สุจรติ

การตัดเลอื กปญั หาของชัน้ เรยี น มีวิธีการดังน้ี
- เลอื กปญั หาทีส่ าคญั ท่ีสุด
- รวมข้อมูลเพ่ิมเติม เพื่อใหเ้ ข้าใจปญั หาอยา่ งถอ่ งแท้
- กาหนดเกณฑ์ในการเลือกสรรหัวข้อ
- หาฉนั ทามติของกล่มุ ในการเลอื กปัญหา

รูปแบบทใ่ี ช้ในการตดั สินใจ
- เสียงข้างมาก
- ฉันทามติ

ใบงาน
เรื่อง การเคารพสทิ ธิหน้าที่ต่อตนเองและผูอ้ ื่นทมี่ ตี ่อประเทศชาติ
สมาชกิ ๑............................................................................. เลขท่ี ........................ ชน้ั .................................
๒............................................................................. เลขท่ี ........................ ชน้ั .................................
คาชีแ้ จง ให้นักเรียนตอบคาถามตอ่ ไปนี้
๑. แนวทางการปฏบิ ตั ติ นในการเคารพสิทธหิ นา้ ทตี่ ่อตนเองและผู้อืน่ ทีม่ ีตอ่ ประเทศชาติ ( ๑๐
คะแนน )

๒. ผลทีไ่ ด้รับจากากรเคารพสิทธหิ น้าที่ตอ่ ตนเองและผู้อื่นที่มตี อ่ ประเทศชาติ ( ๑๐ คะแนน )

ใบงานแบบประเมนิ พฤตกิ รรมการทางานกล่มุ

กลมุ่ ..........................................................................................................

สมาชิกในกล่มุ 1. 2....................................................................... ......................................................................

3. 4....................................................................... ......................................................................

5. 6....................................................................... ......................................................................

7. 8....................................................................... ......................................................................

9. 10....................................................................... ......................................................................

คาชีแ้ จง: ทาเครอื่ งหมาย  ลงในชอ่ งที่ตรงกบั ความเปน็ จรงิ

พฤติกรรมทส่ี งั เกต 3 คะแนน 1
2
1. มีสว่ นรว่ มในการแสดงความคดิ เหน็
2. มคี วามกระตอื รือร้นในการทางาน คะแนน
3. มีความรับผดิ ชอบในงานทไี่ ด้รบั มอบหมาย คะแนน
4. มขี ัน้ ตอนในการทางานอย่างเป็นระบบ คะแนน
5. ใช้เวลาในการทางานอยา่ งเหมาะสม

รวม

เกณฑ์การให้คะแนน

พฤติกรรมท่ที าเป็นประจา ให้ 3

พฤติกรรมทท่ี าเป็นบางครัง้ ให้ 2
พฤตกิ รรมท่ที าน้อยครงั้ ให้ 1

เกณฑ์การให้คะแนน

คะแนน ๑๓– ๑๕ ระดับ ดเี ย่ยี ม

คะแนน ๘– ๑๒ ระดบั ดี
คะแนน ๕– ๗ ระดบั พอใช้
คะแนนตา่ กว่า ๕ ระดับ ปรบั ปรุง

แบบประเมินผลงานโครงงาน

ท่ี พฤตกิ รรม ตรงจดุ ประสงคท์ ่ี ผลงานมคี วาม การนาเสนอ เสรจ็ ทันเวลาท่ี รวม
ชอ่ื
กาหนด ถูกต้อง สมบูรณ์ ผลงาน กาหนด ๑๖

๔๓๒๑๔๓๒๑๔๓๒๑๔๓๒๑

เกณฑ์การวัดผล
ใหค้ ะแนนระดบั คุณภาพของแต่ละกลุ่ม ดังนี้

ดีเย่ียม เท่ากับ ๔ คะแนนคิดเป็นร้อยละ ๙๐ – ๑๐๐
ดี เท่ากบั ๓ คะแนนคิดเปน็ ร้อยละ ๗๐ – ๘๙
ปานกลาง เทา่ กบั ๒ คะแนนคดิ เป็นร้อยละ ๕๐ – ๖๙
ปรบั ปรงุ เท่ากบั ๑ คะแนนคดิ เปน็ รอ้ ยละ ๕๐

( ลงชื่อ )..........................................................ผูป้ ระเมิน
(.....................................................)
.............../................./....................

แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางาน

ช้ัน....................กลุ่มท่ี...................

ที่ พฤตกิ รรม เนือ้ หาทต่ี อบ ปฎบิ ตั ิตาม ความรับผดิ ชอบ เสรจ็ ทันเวลา รวม
ชื่อ
ถกู ตอ้ ง ขอ้ ตกลง ทีก่ าหนด ๑๖

๔ ๓ ๒ ๑ ๔ ๓ ๒ ๑ ๔ ๓ ๒ ๑ ๔ ๓ ๒ ๑ คะแนน

เกณฑ์การประเมนิ

ให้คะแนนระดบั คณุ ภาพของแตล่ ะพฤตกิ รรม ดังนี้

ดเี ยยี่ ม เท่ากบั ๔ คะแนนคิดเป็นร้อยละ ๙๐ – ๑๐๐
ดี เทา่ กับ ๓ คะแนนคดิ เปน็ ร้อยละ ๗๐ – ๘๙
ปานกลาง เทา่ กบั ๒ คะแนนคิดเป็นรอ้ ยละ ๕๐ – ๖๙
ปรบั ปรงุ เทา่ กับ ๑ คะแนนคดิ เป็นรอ้ ยละ๕๐ หรอื ไมป่ ฏิบัตเิ ลย

( ลงช่อื ).........................................................ผปู้ ระเมิน
(.....................................................)
.............../................./....................


Click to View FlipBook Version