หน่วยที่ ๓
STRONG / จติ พอเพยี งตา้ นทจุ รติ
แผนการจดั การเรียนรู้ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖
เวลา ๒ ช่วั โมง
หน่วยที่ ๓ ชื่อหน่วย STRONG : จิตพอเพียงต้านทุจริต
แผนการจัดการเรยี นรทู้ ่ี ๑ เรือ่ ง การอนุรกั ษ์สงิ่ แวดลอ้ มทสี่ อดคลอ้ งกบั
STRONG: จิตพอเพยี งตา้ นทุจรติ
๑. ผลการเรยี นรู้
๑.๑ มคี วามรู้ ความเข้าใจเกย่ี วกบั STRONG : จิตพอเพียงต้านทุจริต
๑.๒ ปฏิบตั ิตนเป็นผทู้ ี่ STRONG : จิตพอเพยี งตา้ นทุจริต
๑.๓ ตระหนักและเห็นความสาคัญของการต่อตา้ นและป้องกันการทุจริต
๒. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
๒.๑ นกั เรียนสามารถบอกความหมายของคาว่าทุจริตได้
๒.๒ นกั เรียนสามารถบอกผลเสียของการทุจริตได้
๒.๓ นักเรยี นสามารถบอกการกระทาท่เี ปน็ การต่อต้านการทจุ ริตในเรอื่ งการอนรุ ักษ์สิง่ แวดลอ้ มได้
๒.๔ นักเรียนตระหนักและเห็นความสาคัญของการต่อต้านและป้องกันการทุจริตในเร่ืองการอนุรักษ์
สิ่งแวดล้อมได้
๓. สาระการเรียนรู้
๓.๑ ความรู้
- การตอ่ ตา้ นการทุจริต หมายถึงการไมส่ นับสนนุ กจิ การของกลุ่มหรือบุคคลทีก่ ระทาการโดยมิชอบใน
การแสวงหาผลประโยชน์
- การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม หมายถึงการใช้ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างฉลาด คือใช้น้อย
เพอื่ ใหเ้ กดิ ประโยชน์สงู สุดโดยคานึงถึงระยะเวลาในการใชใ้ ห้ยาวนานและก่อใหเ้ กดิ ผลเสยี หายนอ้ ยท่สี ุด
- STRONG หมายถึง ความแข็งแรงซงึ่ มาจาก STRONG Model :จติ พอเพียงตา้ นทุจรติ
๓.๒ ทกั ษะ / กระบวนการ ( สมรรถนะท่เี กิด )
๑) นักเรยี นมีทักษะการส่อื สาร
๒) นกั เรยี นมีทกั ษะการคิด
๓.๓ คุณลกั ษณะที่พงึ ประสงค์ / คา่ นิยม
ความซือ่ สตั ยส์ ุจรติ
๔. กจิ กรรมการเรียนรู้
๔.๑ ขัน้ ตอนการเรียนรู้
ชว่ั โมงท่ี ๑
๑) นักเรยี นช่วยกันบอกความหมายและทาความเข้าใจ เร่ืองการทุจริต การต่อตา้ นทุจรติ การอนุรกั ษ์
สง่ิ แวดล้อม
๒) นักเรียนอา่ นใบความรู้ STRONG Model : จติ พอเพยี งต้านทุจริต
๓) นกั เรียนและครรู ว่ มกนั ระดมความคิดเร่ือง STRONG Model : จติ พอเพียงต้านทจุ ริต ให้ตรงกัน
ชว่ั โมงท่ี ๒
๑) นักเรียนช่วยกันบอกเรื่องการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมในเรื่องต่างๆว่าเราควรอนุรักษ์ส่ิงแวดล้อมเร่อื ง
อะไรบ้าง เช่น
- อนรุ ักษ์สิง่ แวดล้อมป่าไม้
- อนรุ ักษ์ส่งิ แวดลอ้ มน้า
- อนุรักษส์ ง่ิ แวดล้อมสตั วป์ ่า
- อนุรกั ษ์สิง่ แวดลอ้ มแร่ธาตุ
๒) แบ่งนักเรยี นเปน็ ๕ กลุ่ม แล้วช่วยกนั ใช้ STRONG Model :จติ พอเพียงต้านทุจรติ เรอื่ งการอนุรักษ์
ส่ิงแวดล้อมท่ีสอดคลอ้ งกบั STRONG : จิตพอเพยี งต้านทจุ รติ
๓) ให้นกั เรยี นแต่ละกลุ่มสง่ ตวั แทนนาเสนอหน้าชนั้ เรียน
๔.๒ ส่อื การเรยี นรู้ / แหลง่ การเรียนรู้
๑) ใบความรเู้ ร่อื ง STRONG Model : จิตพอเพียงตา้ นทจุ รติ
๒) ใบงานแผนผังความคิดเร่ืองการอนรุ กั ษ์ส่งิ แวดล้อมที่สอดคลอ้ งกับ STRONG : จิตพอเพียงต้านทุจริต
๕. การประเมินผลการเรียนรู้
๕.๑ วิธกี ารประเมิน
๑) สังเกตพฤติกรรมกลุ่ม
๒) ตรวจใบงานแผนผงั ความคิดเรอ่ื งการอนรุ ักษ์สง่ิ แวดล้อมทีส่ อดคลอ้ งกับ STRONG : จติ พอเพยี ง
ตา้ นทจุ รติ
๕.๒ เครือ่ งมือท่ีใช้ในการประเมิน
๑) แบบสังเกตพฤตกิ รรมกลุ่ม
๒) แบบประเมนิ พฤตกิ รรมกลมุ่
๕.๓ เกณฑก์ ารตัดสนิ
นกั เรียนผ่านเกณฑก์ ารประเมินร้อยละ 80
บันทึกหลังสอน
หนว่ ยกำรสอนท.ี่ ............... แผนกำรจัดกำรเรยี นร้ทู ่.ี .............
บนั ทกึ หลังสอน
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ปัญหำและอุปสรรค
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ข้อเสนอแนะ/แนวทำงแกไ้ ข
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
(นางสาวกนั ตนา จติ รบรรจง)
ครูผู้สอน
ความคดิ เหน็ ของผ้อู านวยการโรงเรยี น (ตรวจ/นเิ ทศ/เสนอแนะ/รับรอง)
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
(นางสาวกนั ตนา จิตรบรรจง)
ผู้อานวยการโรงเรยี นวัดคลองห้า
๗. ภาคผนวก
ใบความรู้STRONG Model : จิตพอเพียงตา้ นทจุ ริต
ก าร ป ระ ยุ ก ต์ ห ลั ก ค วาม พ อเพี ย งด้ วย โม เด ล STRONG-จิต พ อ เพี ย งต้ าน ทุ จ ริต
ด้วยยุทธศาสตร์ชาติว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตระยะที่ 3 (พ.ศ. 2560 – 2564)
ได้มีการวิเคราะห์ภาพอนาคตของประชาชนและสังคมไทยในระยะ 5 ปีข้างหน้าไว้ว่า หากยุทธศาสตรช์ าติฯ
ได้รับความร่วมมอื รว่ มใจจากทุกภาคสว่ นของสงั คมไทยในการนาไปปฏบิ ัติจรงิ ประชาชนไทยจะมีความตื่นตัว
ต่อการทุจริตมากข้ึน มีการให้ความสนใจต่อข่าวสารและตระหนักถึงผลกระทบของการทุจริตที่มีต่อประเทศ
มากข้ึน มีการแสดงออกซ่งึ การต่อต้านการทุจริตท้งั ในชีวิตประจาวันและการแสดงออกผ่านส่ือสาธารณะและ
สื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ ประชาชนในแต่ละช่วงวัยได้รับกระบวนการกล่อมเกลาทางสังคมวา่ การทุจริตถือเป็น
พฤติกรรมท่ีนอกจากจะผิดกฎหมายและทาให้เกิดความเสียหายต่อประเทศแล้ว ยังเป็นพฤติกรรมท่ีผิดจริยธรรม
ไม่ได้รับการยอมรับจากสังคม ประชาชนจะเริ่มเรียนรู้การปรับเปลี่ยนฐานความคิดที่ทาให้สามารถแยกแยะ
ระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนกับผลประโยชน์ส่วนรวมได้ วัฒนธรรมทางสังคมท่ีมีฐานอยู่บนหลักปรชั ญาของ
เศรษฐกิจพอเพียงจะหล่อหลอมให้ประชาชนไม่กระทาการทุจริตเน่ืองจากมีพื้นฐานจิตท่ีพอเพียง มีความละอายต่อ
การทุจริตประพฤติมิชอบ และไม่ยอมให้ผอู้ ื่นกระทาการทุจรติ อันสง่ ผลให้เกิดความเสียหายต่อสังคมส่วนรวม
ดังน้ัน เพ่ือให้ภาพอนาคตดังกล่าวสามารถบรรลุผลได้จริง ภาคประชาชนต้องให้ความสาคัญ
อย่างแท้จริงกับการปรับประยุกต์หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ประกอบกับหลักการต่อต้านการ
ทุจริตอื่นๆเพ่ือสร้างฐานคิดจิตพอเพียงต่อต้านการทุจริตให้เกิดข้ึนเป็นพ้ืนฐานความคิดของปัจเจกบุคคล โดย
ประยุกต์หลักบูรณาการ “STRONG” (รศ.ดร.มาณี ไชยธีรานุวัฒศิริ,2560) เป็นแนวทางในการพัฒนา
วฒั นธรรมชุมชน ประกอบด้วย
1) S (sufficient) บคุ คลและชุมชนน้อมนาปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี งมาปรบั ประยกุ ตใ์ ชเ้ ป็น
หลักในการทางานและการดารงชีวติ รวมถงึ เป็นตัวอยา่ งในการเผยแพร่แนวคิดการนาปรชั ญาของเศรษฐกิจ
พอเพยี งมาเป็นเครือ่ งมือในการปอ้ งกันการทุจริต
2) T (transparent) บุคคลและชุมชนปฏิบัติงานบนฐานของความโปรง่ ใสตรวจสอบได้เปน็ ท่ีต้งั
3) R (realize) บุคคลและชุมชนมีความเขา้ ใจและตระหนักรถู้ ึงรากเหงา้
ของปัญหาการทุจรติ ประพฤติมิชอบภายในชมุ ชนและประเทศ สามารถวเิ คราะห์และระบถุ งึ ความเส่ียงต่อการ
ทุจรติ เขา้ ใจถ่องแท้เกี่ยวกบั การแยกแยะผลประโยชนส์ ่วนตัวและผลประโยชน์สว่ นรวม พรอ้ มแนวทางการ
แก้ไขปญั หาดังกลา่ วได้
4) O (onward) บุคคลและชุมชนมีแนวคดิ มงุ่ พฒั นาชุมชนใหเ้ กิดความโปรง่ ใสและร่วมสรา้ ง
วัฒนธรรมไมท่ นตอ่ การทุจริตให้เกดิ ข้นึ และไม่ย่อท้อตอ่ การแกไ้ ขปัญหาการทจุ รติ ประพฤติมชิ อบใหส้ าเรจ็
ลุลว่ งไดต้ ามเปา้ หมายทีก่ าหนดร่วมกนั
5) N (knowledge) บคุ คลและชมุ ชนมีการพัฒนาองคค์ วามรอู้ ย่างสมา่ เสมอเพ่อื ใหเ้ ท่าทนั ตอ่
สถานการณก์ ารทุจริตของชุมชนและของประเทศ
6) G (generosity) บคุ คลและชุมชนรว่ มพัฒนาชมุ ชนให้มีความเอือ้ อาทรบนพน้ื ฐานของ
จริยธรรมและจติ พอเพยี ง
กลุม่ ที่ รายชือ่
แผนผงั ความคดิ
การอนุรักษ์สง่ิ แวดลอ้ มทสี่ อดคลอ้ งกับ โมเดล STRONG : จติ พอเพียงต้านทจุ รติ
S
TR
การอนุรักษ์ส่ิงแวดล้อมทส่ี อดคล้องกบั
โมเดล STRONG : จติ พอเพยี งต้านทุจริต
ON
G
แบบประเมนิ พฤติกรรมการทางานกลุ่ม
กลมุ่ ..........................................................................................................
สมาชิกในกลมุ่ 1. 2....................................................................... ......................................................................
3. 4....................................................................... ......................................................................
5. 6....................................................................... ......................................................................
7. 8....................................................................... ......................................................................
9. 10....................................................................... ......................................................................
คาชีแ้ จง: ให้นกั เรียนทาเคร่อื งหมาย ลงในชอ่ งที่ตรงกบั ความเป็นจริง
พฤตกิ รรมทีส่ ังเกต คะแนน 1
32
1. มสี ว่ นรว่ มในการแสดงความคิดเหน็
2. มีความกระตอื รอื รน้ ในการทางาน
3. มีความรบั ผิดชอบในงานท่ไี ด้รบั มอบหมาย
4. มีขั้นตอนในการทางานอยา่ งเป็นระบบ
5. ใช้เวลาในการทางานอยา่ งเหมาะสม
รวม
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน
พฤตกิ รรมทีท่ าเป็นประจา ให้ 3 คะแนน
พฤตกิ รรมทที่ าเป็นบางครั้ง ให้ 2 คะแนน
พฤติกรรมที่ทาน้อยคร้งั ให้ 1 คะแนน
เกณฑก์ ารให้คะแนน
คะแนน ๑๓– ๑๕ ระดบั ดีเย่ยี ม
คะแนน ๘– ๑๒ ระดบั ดี
คะแนน ๕– ๗ ระดับ พอใช้
คะแนนต่ากว่า ๕ ระดับ ปรบั ปรงุ
แผนการจัดการเรยี นรู้ ช้นั ประถมศกึ ษาปีท่ี ๖
เวลา ๒ ชว่ั โมง
หนว่ ยที่ ๓ ชื่อหนว่ ย STRONG / จติ พอเพียงตา้ นทจุ รติ
แผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่ ๒ เร่ือง การอนรุ กั ษ์แหล่งนา้ ท่สี อดคลอ้ งกับ
STRONG : จิตพอเพียงตา้ นทุจริต
๑.ผลการเรยี นรู้
๑.๑ มคี วามรู้ ความเขา้ ใจเกย่ี วกับ STRONG : จติ พอเพยี งตา้ นทุจรติ
๑.๒ ปฏิบัตติ นเป็นผู้ที่ STRONG : จติ พอเพยี งตา้ นทุจรติ
๑.๓ ตระหนกั และเห็นความสาคญั ของการต่อต้านและป้องกันการทุจริต
๒. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
๒.๑ นกั เรยี นสามารถบอกการอนรุ กั ษ์แหล่งนา้ ทส่ี อดคล้องกับSTRONG : จิตพอเพียงต้านทจุ รติ ได้
๒.๒ นักเรียนตระหนักและเห็นความสาคัญของการต่อต้านและป้องกันการทุจริตในเร่ืองการอนรุ กั ษ์แหล่งน้า
๓. สาระการเรียนรู้
๓.๑ ความรู้
๑) แหลง่ นา้ หมายถงึ บรเิ วณทีม่ นี า้ สะสมของนา้ บนพนื้ ผวิ โลกหรือบนผิวดาวเคราะห์ เชน่ มหาสมุทร
ทะเล แม่น้า และคลอง แหล่งน้าแบง่ ได้ ๒ ประเภท คือ ๑. แหลง่ นา้ ทีเ่ กิดข้ึนตามธรรมชาติ เช่น หว้ ย หนอง
คลอง บงึ ทะเล มหาสมทุ ร ๒. แหลง่ น้าทมี่ นุษย์สร้างข้ึน เช่น อ่างเก็บน้า คลอง
๒) การอนุรกั ษ์ หมายถึง การใช้ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอยา่ งฉลาดโดยใช้ใหน้ ้อยเพอ่ื ให้
เกดิ ประโยชน์สงู สุดโดยคานึงถึงระยะเวลาในการใชใ้ ห้ยาวนาน และก่อให้เกิดผลเสียหายตอ่ สงิ่ แวดล้อมนอ้ ย
ทส่ี ุดรวมทงั้ ตอ้ งมีการกระจายการใชท้ รพั ยากรอย่างท่วั ถงึ อยา่ งไรกต็ ามในสภาพปัจจุบันทรพั ยากรและ
ส่ิงแวดลอ้ มมคี วามเสอื่ มโทรมมากข้นึ ดังนัน้ การอนรุ กั ษท์ รัพยากรและสงิ่ แวดลอ้ มจึงมีความหมายถึงการ
พฒั นาส่ิงแวดลอ้ มดว้ ย
๓.๒ ทักษะ / กระบวนการ ( สมรรถนะทเี่ กิด )
๑) ความสามารถในการสอ่ื สาร
๒) ความสามารถในการคิด
๓.๓ คณุ ลกั ษณะท่พี งึ ประสงค์ / ค่านยิ ม
ความซื่อสัตย์
๔. กจิ กรรมการเรียนรู้
๔.๑ ขน้ั ตอนการเรียนรู้
ชวั่ โมงที่ ๑
๑) ครูและนกั เรียนชว่ ยกันทบทวน เรอ่ื งการทุจริต การอนุรักษ์หมายถงึ อะไร แหล่งน้าหมายถงึ อะไร
๒) นักเรียนแต่ละคนเขยี นประโยชนข์ องแหลง่ นา้ ว่ามอี ะไรบ้างประมาณ ๑๐ ข้อ เช่น
- ใชอ้ ุปโภค บริโภค - ใช้ในการเกษตรกรรม
- แหล่งทอ่ งเทยี่ ว - รกั ษาระบบนเิ วศ
- ใช้เปน็ เสน้ ทางคมนาคม - เป็นท่อี ยอู่ าศัยของสตั วน์ ้า
๓) ครจู ับฉลากเลขที่ของนกั เรียน ออกมานาเสนอหนา้ ช้ันเรยี น
๔) ครูและนกั เรยี นชว่ ยกันสรปุ ประโยชนแ์ หลง่ นา้
ชวั่ โมงที่ ๒
๑) นักเรียนรว่ มกนั อภิปรายถงึ เรอ่ื งแหล่งน้าในประเทศไทยไดแ้ กอ้ ะไรบ้าง เช่น
- บงึ - บ่อนา้
- อ่างเก็บน้า - เขอ่ื น
- แมน่ ้า
๒) แบง่ กล่มุ นักเรยี น ๕ กล่มุ เขยี นแผนผงั ความคิด เรือ่ งการอนุรักษแ์ หล่งน้า ที่สอดคลอ้ งกบั
STRONG : จิตพอเพยี งต้านทจุ ริต และเขยี นลงในใบงานการอนรุ ักษ์แหลง่ นา้ ท่ีสอดคล้องกบั STRONG
๓) ครูให้นักเรยี นจับฉลากลาดับการนาเสนอแผนผงั ความคดิ เรอื่ งการอนุรักษแ์ หลง่ น้าท่สี อดคลอ้ งกบั
STRONG : จติ พอเพียงต้านทจุ รติ
๔.๒ สือ่ การเรียนรู้ / แหล่งการเรียนรู้
ใบความร้เู รื่องแหล่งนา้ และการอนุรักษแ์ หล่งน้า
๕. การประเมินผลการเรียนรู้
๕.๑ วธิ ีการประเมิน
๑) สงั เกตพฤติกรรมของนกั เรียน
๒) ตรวจแผนผังความคิดเร่อื งการอนรุ ักษ์แหล่งน้าท่ีสอดคลอ้ งกับ STRONG : จิตพอเพยี งต้านทุจรติ
๕.๒ เคร่อื งมือท่ใี ชใ้ นการประเมิน
๑) แบบสังเกตพฤตกิ รรมของนกั เรียน
๒) แบบประเมนิ พฤติกรรมกลุ่ม
๕.๓ เกณฑก์ ารตัดสิน
นกั เรยี นผา่ นเกณฑ์การประเมนิ ร้อยละ 80
บนั ทกึ หลงั สอน
หนว่ ยกำรสอนที่................ แผนกำรจัดกำรเรยี นร้ทู ่ี..............
บันทึกหลงั สอน
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ปญั หำและอปุ สรรค
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ข้อเสนอแนะ/แนวทำงแก้ไข
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
(นางสาวกนั ตนา จิตรบรรจง)
ครูผ้สู อน
ความคิดเห็นของผ้อู านวยการโรงเรียน (ตรวจ/นิเทศ/เสนอแนะ/รบั รอง)
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
(นางสาวกันตนา จิตรบรรจง)
ผู้อานวยการโรงเรียนวดั คลองห้า
๗. ภาคผนวก
ใบความรู้ เรอื่ งแหลง่ นา้
๑) แหลง่ น้า หมายถึง บริเวณทม่ี ีน้าสะสมของน้าบนพนื้ ผวิ โลกหรอื บนผิวดาวเคราะห์ เชน่ มหาสมุทร
ทะเล แมน่ ้า และคลอง แหลง่ นา้ แบง่ ได้ ๒ ประเภท คือ ๑. แหล่งน้าท่ีเกิดข้นึ ตามธรรมชาติ เช่น ห้วย หนอง
คลอง บึง ทะเล มหาสมุทร ๒. แหล่งน้าท่ีมนษุ ย์สร้างขึน้ เช่น อา่ งเก็บน้า คลอง
๒) การอนุรกั ษ์ หมายถงึ การใช้ทรัพยากรธรรมชาติและสิง่ แวดลอ้ มอย่างฉลาดโดยใช้ใหน้ อ้ ยเพอื่ ให้
เกดิ ประโยชน์สูงสดุ โดยคานึงถงึ ระยะเวลาในการใช้ใหย้ าวนาน และก่อให้เกดิ ผลเสยี หายต่อสง่ิ แวดล้อมน้อย
ทส่ี ุดรวมทั้งตอ้ งมีการกระจายการใชท้ รัพยากรอย่างทัว่ ถึง อยา่ งไรก็ตามในสภาพปจั จบุ ันทรพั ยากรและ
สง่ิ แวดลอ้ มมีความเสอ่ื มโทรมมากข้นึ ดังนั้นการอนุรกั ษท์ รพั ยากรและสิง่ แวดลอ้ มจงึ มคี วามหมายถึงการ
พฒั นาส่ิงแวดล้อมด้วย
กลุม่ ที่ รายชือ่
แผนผงั ความคดิ
การอนุรักษ์แหล่งน้าทีส่ อดคล้องกับ โมเดล STRONG : จติ พอเพยี งต้านทจุ รติ
S
TR
การอนุรักษ์แหล่งนา้ ทส่ี อดคล้องกบั โมเดล
STRONG : จติ พอเพยี งต้านทจุ ริต
ON
G
ใบงานแบบประเมินพฤติกรรมการทางานกลุ่ม
กลมุ่ ..........................................................................................................
สมาชิกในกลมุ่ 1. 2....................................................................... ......................................................................
3. 4....................................................................... ......................................................................
5. 6....................................................................... ......................................................................
7. 8....................................................................... ......................................................................
9. 10....................................................................... ......................................................................
คาชี้แจง : ใหน้ ักเรียนทาเคร่อื งหมาย ลงในช่องที่ตรงกับความเป็นจรงิ
พฤตกิ รรมท่ีสงั เกต คะแนน 1
32
1. มสี ว่ นร่วมในการแสดงความคดิ เห็น
2. มคี วามกระตอื รือร้นในการทางาน
3. มีความรบั ผดิ ชอบในงานท่ไี ดร้ ับมอบหมาย
4. มขี น้ั ตอนในการทางานอย่างเป็นระบบ
5. ใชเ้ วลาในการทางานอย่างเหมาะสม
รวม
เกณฑ์การให้คะแนน พฤติกรรมที่ทาเปน็ ประจา ให้ 3 คะแนน
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน พฤตกิ รรมทท่ี าเปน็ บางครั้ง ให้ 2 คะแนน
พฤติกรรมทที่ านอ้ ยคร้งั ให้ 1 คะแนน
คะแนน ๑๓– ๑๕ ระดบั ดีเยีย่ ม
คะแนน ๘– ๑๒ ระดบั ดี
คะแนน ๕– ๗ ระดับ พอใช้
คะแนนตา่ กว่า ๕ ระดับ ปรับปรุง
แบบประเมินผลงาน
ท่ี พฤติกรรม ตรงจดุ ประสงคท์ ่ี ผลงานมีความ การนาเสนอ เสร็จทันเวลาท่ี รวม
ชื่อ
กาหนด ถกู ต้อง สมบูรณ์ ผลงาน กาหนด ๑๖
๔๓๒๑๔๓๒๑๔๓๒๑๔๓๒๑
เกณฑก์ ารวัดผล
ใหค้ ะแนนระดับคณุ ภาพของแตล่ ะกลุ่ม ดงั นี้
ดเี ยยี่ ม เทา่ กบั ๔ คะแนนคดิ เป็นรอ้ ยละ ๙๐ – ๑๐๐
ดี เท่ากบั ๓ คะแนนคดิ เปน็ ร้อยละ ๗๐ – ๘๙
ปานกลาง เทา่ กบั ๒ คะแนนคดิ เป็นร้อยละ ๕๐ – ๖๙
ปรับปรุง เท่ากับ ๑ คะแนนคิดเป็นรอ้ ยละ ๕๐
( ลงชื่อ )..........................................................ผู้ประเมิน
(.....................................................)
.............../................./....................
ที่ พฤติกรรม แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการปฏบิ ตั กิ ิจกรรม
ชือ่
ความสนใจ การแสดงความ การตอบคาถาม การยอมรับฟงั การทางานท่ี หมาย
คดิ เหน็ ความคดิ เหน็ ไดร้ บั มอบหมาย เหตุ
๔๓๒๑๔๓๒๑๔๓๒๑๔๓๒๑๔๓๒๑
เกณฑ์การวัดผล
ให้คะแนนระดบั คณุ ภาพของแตล่ ะกลมุ่ ดงั น้ี
ดีเยี่ยม เทา่ กบั ๔ คะแนนคดิ เปน็ รอ้ ยละ ๙๐ – ๑๐๐
ดี เทา่ กบั ๓ คะแนนคดิ เปน็ ร้อยละ ๗๐ – ๘๙
ปานกลาง เทา่ กบั ๒ คะแนนคดิ เป็นร้อยละ ๕๐ – ๖๙
ปรบั ปรุง เท่ากบั ๑ คะแนนคิดเป็นร้อยละ ๕๐
( ลงชือ่ )..........................................................ผู้ประเมิน
(.....................................................)
.............../................./....................
แผนการจดั การเรียนรู้ ช้ันประถมศึกษาปีที่ ๖
เวลา ๒ ช่วั โมง
หนว่ ยท่ี ๓ ช่อื หน่วย STRONG / จิตพอเพยี งต้านทุจรติ
แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี ๓ เร่อื ง การเสยี ภาษีท่ีสอดคลอ้ งกบั
STRONG :จิตพอเพียงต้านทจุ ริต
๑. ผลการเรยี นรู้
๑.๑ มีความรู้ ความเข้าใจเกยี่ วกบั STRONG : จติ พอเพียงต้านทจุ ริต
๑.๒ ปฏิบตั ิตนเป็นผู้ที่ STRONG : จติ พอเพยี งตา้ นทุจรติ
๑.๓ ตระหนักและเห็นความสาคัญของการตอ่ ตา้ นและปอ้ งกันการทุจริต
๒. จุดประสงค์การเรยี นรู้
๒.๑ นักเรียนสามารถบอกการเสยี ภาษีท่ีสอดคล้องกับ STRONG ได้
๒.๒ นกั เรยี นตระหนกั และเหน็ ความสาคญั ของการต่อต้านและป้องกันการทุจรติ ในเร่ืองการเสยี ภาษี
๓. สาระการเรยี นรู้
๓.๑ ความรู้
ภาษี หมายถึง เงินที่รัฐ หรือท้องถ่ินบังคับเก็บจากราษฎรเพ่ือใช้จ่ายในการบริหารประเทศ หรือ
ทอ้ งถิน่ ให้เกดิ ประโยชน์แกส่ ว่ นรวม เชน่ ภาษีเงินได้ ภาษบี ารุงทอ้ งท่ี ภาษีที่ดนิ ฯลฯ
การเล่ียงภาษี คือการหลบหลีกเพื่อให้เสียภาษีน้อยลง ซึ่งไม่ควรทาเพราะเป็นการกระทาท่ีผิด
กฎหมาย
๓.๒ สมรรถนะสาคัญของผเู้ รยี น
๑) ความสามารถในการสอื่ สาร
๒) ความสามารถในการคิด
๓.๓ คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์
ความซอื่ สตั ย์
๔. กจิ กรรมการเรียนรู้
๔.๑ ข้ันตอนการเรยี นรู้
ชว่ั โมงท่ี ๑
๑) ทบทวนเร่ือง การทุจริตเป็นอย่างไร ภาษี การเส่ียงภาษี ทาไมบุคคลท่ีมีรายได้จึงต้องเสียภาษี
นกั เรียนตอ้ งเสียภาษีหรือไม่ อย่างไร รัฐเอาเงินภาษีไปทาอะไร ดหี รือไม่อยา่ งไร
๒) ทบทวน STRONG Model S,T,R,O,N,G มาจากคาวา่ อะไร และหมายถึงอย่างไร
ช่วั โมงที่ ๒
๑) นกั เรยี นช่วยกันบอกเรอื่ งภาษวี ่าในประเทศมีภาษีอะไรบ้าง ตวั อย่างเช่น
- ภาษเี งินได้
- ภาษกี ารคา้
- ภาษรี ถยนต์
- ภาษที ่ดี ิน
- ภาษมี ูลค่าเพิ่ม
- ภาษขี ายของผ่านระบบออนไลน์ ฯลฯ
๒) ให้นกั เรียนแบง่ กลุ่ม ๖ เขยี นแผนผังความคิดการเสยี ภาษที ่ีสอดคลอ้ งกบั STRONG :จิตพอเพียง
ต้านทจุ ริตในใบงานที่แจก
๓) ให้แต่ละกลุ่มส่งตัวแทนนาเสนอผลงาน
๔.๒ สือ่ การเรียนรู้ / แหล่งเรียนรู้
๑) ใบงานแผนผังความคดิ การเสยี ภาษีทส่ี อดคล้องกับ STRONG
๕. การประเมนิ ผลการเรียนรู้
๕.๑ วธิ กี ารประเมนิ
๑) สังเกตพฤตกิ รรมกลุ่ม
๒) ตรวจผลงานแผนผงั ความคิดการเสียภาษที ี่สอดคลอ้ งกบั STRONG :จิตพอเพยี งตา้ นทุจริต
๕.๒ เครอ่ื งมอื ทีใ่ ช้ในการประเมิน
๑) แบบสงั เกตพฤติกรรมกลุ่ม
๒) แบบประเมนิ ผลงาน
๕.๓ เกณฑ์การตดั สิน
นักเรียนผา่ นเกณฑก์ ารประเมินร้อยละ 80
บันทึกหลังสอน
หนว่ ยกำรสอนท่.ี ............... แผนกำรจัดกำรเรยี นรู้ท่.ี .............
บนั ทกึ หลงั สอน
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ปญั หำและอุปสรรค
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ข้อเสนอแนะ/แนวทำงแกไ้ ข
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
(นางสาวกนั ตนา จิตรบรรจง)
ครูผสู้ อน
ความคดิ เห็นของผอู้ านวยการโรงเรียน (ตรวจ/นิเทศ/เสนอแนะ/รับรอง)
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
(นางสาวกนั ตนา จติ รบรรจง)
ผูอ้ านวยการโรงเรยี นวัดคลองหา้
7. ภาคผนวก
ใบความรู้
ภาษี หมายถึง เงินท่ีรัฐ หรือท้องถิ่นบังคับเก็บจากราษฎรเพื่อใช้จ่ายในการบริหารประเทศ หรือ
ทอ้ งถิ่นใหเ้ กิดประโยชนแ์ กส่ ่วนรวม เชน่ ภาษีเงินได้ ภาษบี ารุงทอ้ งท่ี ภาษที ี่ดนิ ฯลฯ
การเล่ียงภาษี คือการหลบหลีกเพื่อให้เสียภาษีน้อยลง ซ่ึงไม่ควรทาเพราะเป็นการกระทาท่ีผิด
กฎหมาย
กลมุ่ ที่ รายชื่อ
แผนผงั ความคิด
การเสยี ภาษีทีส่ อดคล้องกับ โมเดล STRONG : จติ พอเพยี งต้านทุจรติ
S
TR
การเสียภาษีทสี่ อดคล้องกบั โมเดล
STRONG : จติ พอเพยี งต้านทจุ ริต
ON
G
ใบงานแบบประเมนิ พฤติกรรมการทางานกลุม่
กลุ่ม ..........................................................................................................
สมาชิกในกลุม่ 1. 2....................................................................... ......................................................................
3. 4....................................................................... ......................................................................
5. 6....................................................................... ......................................................................
7. 8....................................................................... ......................................................................
9. 10....................................................................... ......................................................................
คาช้แี จง: ให้นักเรยี นทาเครอ่ื งหมาย ลงในช่องทีต่ รงกบั ความเป็นจรงิ
พฤติกรรมทสี่ ังเกต คะแนน 1
32
1. มสี ว่ นร่วมในการแสดงความคดิ เหน็
2. มีความกระตอื รอื ร้นในการทางาน
3. มคี วามรับผดิ ชอบในงานทีไ่ ด้รับมอบหมาย
4. มีข้ันตอนในการทางานอย่างเป็นระบบ
5. ใช้เวลาในการทางานอยา่ งเหมาะสม
รวม
เกณฑ์การให้คะแนน
พฤติกรรมทท่ี าเป็นประจา ให้ 3 คะแนน
พฤติกรรมทีท่ าเปน็ บางครง้ั ให้ 2 คะแนน
พฤตกิ รรมที่ทาน้อยคร้งั ให้ 1 คะแนน
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน
คะแนน ๑๓– ๑๕ ระดับ ดเี ยย่ี ม
คะแนน ๘– ๑๒ ระดบั ดี
คะแนน ๕– ๗ ระดับ พอใช้
คะแนนต่ากวา่ ๕ ระดบั ปรับปรงุ
แบบประเมนิ ผลงาน
ท่ี พฤติกรรม ตรงจดุ ประสงคท์ ่ี ผลงานมีความ การนาเสนอ เสร็จทันเวลาท่ี รวม
ชื่อ
กาหนด ถกู ต้อง สมบรู ณ์ ผลงาน กาหนด ๑๖
๔๓๒๑๔๓๒๑๔๓๒๑๔๓๒๑
เกณฑก์ ารวัดผล
ใหค้ ะแนนระดับคณุ ภาพของแตล่ ะกลุ่ม ดงั นี้
ดเี ยยี่ ม เทา่ กบั ๔ คะแนนคดิ เป็นรอ้ ยละ ๙๐ – ๑๐๐
ดี เท่ากบั ๓ คะแนนคดิ เปน็ ร้อยละ ๗๐ – ๘๙
ปานกลาง เทา่ กบั ๒ คะแนนคดิ เปน็ ร้อยละ ๕๐ – ๖๙
ปรับปรุง เท่ากับ ๑ คะแนนคิดเป็นรอ้ ยละ ๕๐
( ลงชื่อ )..........................................................ผู้ประเมิน
(.....................................................)
.............../................./....................
ที่ พฤติกรรม แบบสงั เกตพฤติกรรมการปฏบิ ัตกิ ิจกรรม
ชือ่
ความสนใจ การแสดงความ การตอบคาถาม การยอมรับฟัง การทางานที่ หมาย
คดิ เหน็ ความคิดเหน็ ไดร้ บั มอบหมาย เหตุ
๔๓๒๑๔๓๒๑๔๓๒๑๔๓๒๑๔๓๒๑
เกณฑ์การวัดผล
ใหค้ ะแนนระดับคุณภาพของแตล่ ะกล่มุ ดังนี้
ดเี ย่ียม เท่ากับ ๔ คะแนนคดิ เปน็ รอ้ ยละ ๙๐ – ๑๐๐
ดี เท่ากับ ๓ คะแนนคดิ เป็นรอ้ ยละ ๗๐ – ๘๙
ปานกลาง เท่ากับ ๒ คะแนนคิดเป็นร้อยละ ๕๐ – ๖๙
ปรบั ปรงุ เทา่ กับ ๑ คะแนนคดิ เปน็ รอ้ ยละ ๕๐
( ลงช่อื )..........................................................ผู้ประเมนิ
(.....................................................)
.............../................./....................
แผนการจดั การเรียนรู้
หน่วยที่ ๓ ชอ่ื หน่วย STRONG / จิตพอเพียงตา้ นทุจริต ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ี่ ๖
แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ ๔ เร่อื ง การเลอื กตงั้ ทสี่ อดคล้องกบั เวลา ๒ ช่ัวโมง
STRONG :จิตพอเพียงตา้ นทจุ ริต
๑. ผลการเรยี นรู้
๑.๑ มคี วามรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกบั STRONG :จิตพอเพยี งต้านทจุ รติ
๑.๒ ปฏบิ ัติตนเปน็ ผู้ที่ STRONG :จติ พอเพียงตา้ นทจุ ริต
๑.๓ ตระหนักและเห็นความสาคญั ของการต่อต้านและปอ้ งกันการทจุ รติ
๒. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
๒.๑ นกั เรยี นสามารถบอกการเลอื กตงั้ ทีส่ อดคล้องกับ STRONG ได้
๒.๒ นักเรียนตระหนกั และเห็นความสาคัญของการตอ่ ต้านและป้องกนั การทจุ ริตในเรอ่ื งการเลือกตงั้
๓. สาระการเรียนรู้
๓.๑ ความรู้
ความหมายของการเลอื กตง้ั
การเลือกตั้ง หมายถึง การที่ราษฎรใช้สิทธิของตนเองลงคะแนนเสียงเลือกตัวแทน เพ่ือทาหน้าท่ี
แทนตนในการปกครองแตล่ ะระดับของประเทศ เชน่ การเลอื กตง้ั สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร การเลือกต้งั สมาชิก
สภาจงั หวดั เปน็ ต้น
๓.๒ สมรรถนะสาคัญของผูเ้ รียน
๑) ความสามารถในการสอื่ สาร
๒) ความสามารถในการคิด
๓.๓ คณุ ลักษณะทพี่ ึงประสงค์
ความซือ่ สัตย์
๔. กิจกรรมการเรยี นรู้
๔.๑ ขนั้ ตอนการเรียนรู้
ช่วั โมงท่ี ๑
๑) ทบทวนความหมายของการทุจริต ความหมายของการต้านทุจริต ความหมายของคาว่า STRONG
๒) นกั เรียนศึกษาใบความรู้ เรอ่ื ง การเลอื กตัง้ หมายถึง
๓) ครูและนักเรียนรว่ มกนั สรปุ เรอ่ื งของ
- การเลือกตงั้
- เลอื กต้ังไดอ้ ะไรบา้ ง
- ทาไมตอ้ งเลอื กต้ัง
- ถ้าไมเ่ ลอื กต้ังจะเป็นอะไรไหม
- ในฐานะทีเ่ ปน็ นักเรยี นช้ันประถมศึกษาปที ี่ ๖ นกั เรียนเลือกต้งั อะไรไดบ้ ้าง
- ในอนาคตนักเรียนมีสทิ ธิเลือกตง้ั นกั เรยี นจะไปใชส้ ิทธไิ หม เพราะอะไร
ชั่วโมงท่ี ๒
๑) ใหน้ ักเรียนช่วยกนั บอกประโยชน์ของการเลือกต้ังวา่ มีอะไรบ้าง เช่น
- สง่ เสริมคมุ้ ครองสิทธเิ สรีภาพของประชาชน
- ใหป้ ระชาชนมสี ว่ นรวมทางการเมอื ง
- มีการตรวจสอบการใช้อานาจรฐั
- ประชาชนมีโอกาสตดั สินใจกาหนดปัญหาและความต้องการของตนเองอย่างแท้จรงิ
- ดารงไวซ้ ง่ึ ความน่าเชอ่ื ถือและความชอบธรรม
๒) แบ่งกลมุ่ นักเรียน ๖ กลุ่ม เขียนแผนผงั ความคิดการเลอื กตั้งท่ีสอดคล้องกับ STRONG :จติ พอเพยี ง
ต้านทจุ ริตใหน้ ักเรยี นออกแบบแผนผังความคิดของกลมุ่ ตนเอง
๓) แตล่ ะกลุ่มสง่ ตัวแทนนาเสนอการเลอื กตง้ั ท่สี อดคล้องกบั STRONG :จติ พอเพยี งต้านทจุ ริต
๔.๒ ส่อื การเรียนรู้
๑) ใบงาน เรื่องความหมายของการเลอื กตัง้
๒) ใบงานแผนผงั ความคดิ การเลอื กตั้งทีส่ อดคล้องกับ STRONG :จติ พอเพยี งต้านทุจรติ
๕. การประเมนิ ผลการเรยี นรู้
๕.๑ วิธีการประเมิน
๑) สงั เกตพฤตกิ รรม
๒) ตรวจผลงานแผนผงั ความคดิ การเลือกตง้ั ทสี่ อดคล้องกับ STRONG :จติ พอเพยี งตา้ นทจุ รติ
๕.๒ เคร่ืองมอื ท่ใี ช้ในการประเมิน
๑) แบบสงั เกตพฤตกิ รรมกลุ่ม
๒) แบบประเมนิ ผลงาน
๕.๓ เกณฑ์การตัดสนิ
นักเรียนผา่ นเกณฑ์การประเมนิ ร้อยละ 80 ขน้ึ ไป
บนั ทกึ หลงั สอน
หนว่ ยกำรสอนที.่ ............... แผนกำรจัดกำรเรยี นรูท้ ี่..............
บนั ทกึ หลงั สอน
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ปญั หำและอปุ สรรค
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ข้อเสนอแนะ/แนวทำงแก้ไข
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
(นางสาวกนั ตนา จิตรบรรจง)
ครูผ้สู อน
ความคดิ เหน็ ของผูอ้ านวยการโรงเรยี น (ตรวจ/นเิ ทศ/เสนอแนะ/รบั รอง)
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
(นางสาวกันตนา จิตรบรรจง)
ผู้อานวยการโรงเรียนวดั คลองห้า
7. ภาคผนวก
ใบความรู้
การเลือกตั้ง หมายถงึ การท่รี าษฎรใชส้ ิทธิของตนเองลงคะแนนเสยี งเลือกตัวแทน เพือ่ ทาหน้าที่แทน
ตนในการปกครองแตล่ ะระดบั ของประเทศ เชน่ การเลือกตง้ั สมาชกิ สภาผ้แู ทนราษฎรการเลือกตง้ั สมาชิกสภา
จังหวัด เป็นต้น
กลุม่ ที่ รายชอ่ื
แผนผังความคิด
การเลือกตงั้ ทีส่ อดคล้องกับ โมเดล STRONG : จิตพอเพยี งต้านทจุ ริต
S
TR
การเลอื กต้งั ทสี่ อดคล้องกบั โมเดล
STRONG : จติ พอเพยี งต้านทจุ ริต
ON
G
ใบงานแบบประเมนิ พฤติกรรมการทางานกลุม่
กลมุ่ ..........................................................................................................
สมาชิกในกลุม่ 1. 2....................................................................... ......................................................................
3. 4....................................................................... ......................................................................
5. 6....................................................................... ......................................................................
7. 8....................................................................... ......................................................................
9. 10....................................................................... ......................................................................
คาช้แี จง: ให้นักเรยี นทาเครื่องหมาย ลงในช่องทีต่ รงกบั ความเปน็ จรงิ
พฤติกรรมทสี่ ังเกต คะแนน 1
32
1. มสี ว่ นร่วมในการแสดงความคดิ เหน็
2. มีความกระตอื รอื ร้นในการทางาน
3. มคี วามรับผดิ ชอบในงานที่ได้รบั มอบหมาย
4. มีข้ันตอนในการทางานอยา่ งเป็นระบบ
5. ใช้เวลาในการทางานอยา่ งเหมาะสม
รวม
เกณฑ์การให้คะแนน
พฤตกิ รรมท่ีทาเปน็ ประจา ให้ 3 คะแนน
พฤติกรรมที่ทาเปน็ บางครง้ั ให้ 2 คะแนน
พฤติกรรมท่ที านอ้ ยครั้ง ให้ 1 คะแนน
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน
คะแนน ๑๓– ๑๕ ระดับ ดีเยีย่ ม
คะแนน ๘– ๑๒ ระดับ ดี
คะแนน ๕– ๗ ระดบั พอใช้
คะแนนต่ากวา่ ๕ ระดบั ปรบั ปรงุ
แบบประเมินผลงาน
ท่ี พฤติกรรม ตรงจดุ ประสงคท์ ่ี ผลงานมีความ การนาเสนอ เสร็จทันเวลาท่ี รวม
ชื่อ
กาหนด ถกู ต้อง สมบูรณ์ ผลงาน กาหนด ๑๖
๔๓๒๑๔๓๒๑๔๓๒๑๔๓๒๑
เกณฑก์ ารวัดผล
ใหค้ ะแนนระดับคณุ ภาพของแตล่ ะกลุ่ม ดงั นี้
ดเี ยยี่ ม เทา่ กบั ๔ คะแนนคดิ เป็นรอ้ ยละ ๙๐ – ๑๐๐
ดี เท่ากบั ๓ คะแนนคดิ เปน็ ร้อยละ ๗๐ – ๘๙
ปานกลาง เทา่ กบั ๒ คะแนนคดิ เป็นร้อยละ ๕๐ – ๖๙
ปรับปรุง เท่ากับ ๑ คะแนนคิดเป็นรอ้ ยละ ๕๐
( ลงชื่อ )..........................................................ผู้ประเมิน
(.....................................................)
.............../................./....................
ที่ พฤติกรรม แบบสงั เกตพฤติกรรมการปฏบิ ัตกิ ิจกรรม
ชือ่
ความสนใจ การแสดงความ การตอบคาถาม การยอมรับฟัง การทางานที่ หมาย
คดิ เหน็ ความคิดเหน็ ไดร้ บั มอบหมาย เหตุ
๔๓๒๑๔๓๒๑๔๓๒๑๔๓๒๑๔๓๒๑
เกณฑ์การวัดผล
ใหค้ ะแนนระดับคุณภาพของแตล่ ะกล่มุ ดังนี้
ดเี ย่ียม เท่ากับ ๔ คะแนนคดิ เปน็ รอ้ ยละ ๙๐ – ๑๐๐
ดี เท่ากับ ๓ คะแนนคดิ เป็นรอ้ ยละ ๗๐ – ๘๙
ปานกลาง เท่ากับ ๒ คะแนนคิดเป็นรอ้ ยละ ๕๐ – ๖๙
ปรบั ปรงุ เทา่ กับ ๑ คะแนนคดิ เปน็ รอ้ ยละ ๕๐
( ลงช่อื )..........................................................ผู้ประเมนิ
(.....................................................)
.............../................./....................
แผนการจัดการเรยี นรู้
หน่วยท่ี ๓ ชือ่ หนว่ ย STRONG: จิตพอเพยี งต้านทุจรติ ชัน้ ประถมศึกษาปีท่ี ๖
แผนการจดั การเรียนร้ทู ี่ ๕ เร่อื ง พน้ื ทส่ี าธารณะทสี่ อดคล้องกบั เวลา ๒ ช่ัวโมง
STRONG : จติ พอเพยี งตา้ นทจุ ริต
๑. ผลการเรียนรู้
๑.๑ มคี วามรู้ ความเขา้ ใจเกี่ยวกบั STRONG :จิตพอเพียงตา้ นทจุ รติ
๑.๒ ปฏิบัตติ นเปน็ ผทู้ ี่ STRONG :จิตพอเพยี งต้านทุจริต
๑.๓ ตระหนกั และเหน็ ความสาคญั ของการต่อตา้ นและปอ้ งกนั การทจุ ริต
๒.จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
๒.๑ นักเรียนสามารถบอกการใช้พื้นท่ีสาธารณะท่ีสอดคล้องกับSTRONG:จิตพอเพยี งต้านทุจริต
๒.๒ นักเรยี นตระหนกั และเห็นความสาคญั ของการต่อตา้ นและปอ้ งกันการทุจริตในเรอื่ งการใช้พน้ื ท่ี
สาธารณะ
๓. สาระการเรยี นรู้
๓.๑ ความรู้
ความหมายของคาว่าพ้ืนท่ีสาธารณะ หมายถึงพ้ืนทท่ี ่ีอยู่ใชป้ ระโยชนร์ ว่ มกัน คือ พน้ื ท่ที ่ีต้อง ‘ปลอด’
จาก ‘อานาจ’ ของสถาบันใหญ่ในสังคมนะครบั ถงึ จะเรียกได้ว่าเป็นพนื้ ทีส่ าธารณะอย่างแทจ้ ริง อานาจใหญ่ๆ
ท่ีว่ามีอาทิอานาจรัฐกับอานาจทนุ แต่ถา้ เราทอดตาดูสวนสาธารณะในไทย เราจะพบว่าแทบท้ังหมดถูกกากับ
สั่งการโดยอานาจรัฐแทบทั้งส้ิน หรือในบางพื้นท่ีก็อยู่ในอานาจทุน แต่เราไม่เคยมี ‘จัตุรัสกลางเมือง’ หรือ
‘สวนสาธารณะ’ (หรือสาธารณูปโภคทางปญั ญาอน่ื ๆ) ที่เป็นของคนท่วั ไป ที่สรา้ ง ‘กลไก’ ให้คนทว่ั ไปสามารถ
มีสิทธิกาหนดได้ว่าอยากให้พื้นท่ีน้ันๆ เป็นอย่างไร-เลย ที่เป็นอย่างน้ันก็เพราะว่า รัฐไทยไม่เคยมี ‘สานึก
สาธารณะ’ ในอันท่จี ะใหป้ ระชาชนคนทัว่ ไปทเ่ี ปน็ คนธรรมดาสามัญสามารถสรา้ งพื้นทอ่ี ะไรขึ้นมาได้
๓.๒ ทกั ษะ / กระบวนการ (สมรรถนะทีเ่ กดิ )
๑) ความสามารถในการสอ่ื สาร
๒) ความสามารถในการคิด
๓.๓ คุณลกั ษณะท่ีพึงประสงค์ / ค่านิยม
ความซื่อสัตย์
๔. กิจกรรมการเรียนรู้
๔.๑ ข้นั ตอนการเรียนรู้
ชว่ั โมงที่ ๑
๑) นักเรียนทบทวนความหมายของการทุจรติ ความหมายของการต้านทจุ ริต
๒) นักเรียนอา่ นใบความรู้เร่ืองความหมายของพ้ืนทสี่ าธารณะชน ประโยชน์ของพ้ืนที่สาธารณะ และ
ร่วมกนั แสดงความคิดเหน็
๓) ครแู ละนกั เรียนช่วยกนั สรปุ
ช่วั โมงที่ ๒
๑) นกั เรยี นดูวดี ทิ ศั น์เร่อื งที่ ๑ จาก https://www.youtube.com/watch?v=W0NUsmXg5qw
เรือ่ งวางของก๊ักที่จอดรถโทษสูงสดุ ปรับ๑หมื่นบาท
วีดิทศั น์เรือ่ งที่ ๒ จาก https://www.youtube.com/watch?v=zKfBPqU3oSM เรอ่ื งมารยาทในที่
สาธารณะ
๒) เม่ือนกั เรียนดจู บแลว้ ใหน้ กั เรยี นรว่ มกนั ตอบคาถามดังน้ี
- ในเรอ่ื งเป็นเร่อื งอะไร
- ในเร่ืองนี้ถือวา่ เปน็ การใชพ้ ้ืนท่ีสาธารณะเผื่อตวั เองหรือไม่
- วธิ กี ารท่แี ก้ปัญหาจะทาอย่างไร
- บอกมารยาทในการใชส้ วนสาธารณะ
๓) ให้นักเรียนแต่ละคนเขียนแผนผังความคิดการใช้พ้ืนท่ีสาธารณะที่สอดคล้องกับ STRONG :จิต
พอเพยี งตา้ นทุจรติ ในกระดาษฟลปิ ชารท์ ที่ครแู จกให้ เมอ่ื ทาเสร็จแล้วครูสุ่มเลขท่ีนักเรยี นนาเสนอหนา้ ช้นั
๔) ครแู ละนักเรียนชว่ ยกนั สรุปการใช้พ้ืนท่ีสาธารณะที่สอดคล้องกับ STRONG :จติ พอเพียงต้านทุจริต
๔.๒ ส่ือการเรยี นรู้ / แหลง่ การเรียนรู้
๑) วดี ิทศั นเ์ รื่อง วางของก๊ักท่จี อดรถโทษสูงสดุ ปรับ ๑ หมน่ื บาท ใช้เวลา ๔.๑๘ นาที
๒) วดี ิทัศนเ์ รือ่ ง มารยาทในทส่ี าธารณะ ใช้เวลา ๕.๒๑ นาที
๓) ใบงานเรือ่ งแผนผังความคิดการใช้พนื้ ท่ีสาธารณะที่สอดคล้องกับ STRONG : จิตพอเพียงต้านทุจริต
๔) กระดาฟลปิ ชารท์
๕. การประเมนิ ผลการเรยี นรู้
๕.๑ วธิ กี ารประเมนิ
๑) สังเกตพฤติกรรมทางานกลุม่
๒) ตรวจใบงานเรือ่ งแผนผังความคิดการใชพ้ ื้นทีส่ าธารณะทส่ี อดคลอ้ งกับ STRONG : จิตพอเพยี ง
ต้านทุจรติ
๕.๒ เครอื่ งมอื ทใี่ ชใ้ นการประเมนิ
๑) แบบสงั เกตพฤตกิ รรมทางานกลมุ่
๒) ใบงานเรอื่ งแผนผังความคดิ การใชพ้ ืน้ ทีส่ าธารณะท่สี อดคลอ้ งกับ STRONG : จิตพอเพยี ง
ต้านทจุ ริต
๕.๓ เกณฑก์ ารตดั สิน
นักเรยี นผ่านเกณฑ์การประเมินร้อยละ ๘๐ ขึ้นไปถอื วา่ ผ่าน
บันทึกหลังสอน
หนว่ ยกำรสอนที.่ ............... แผนกำรจัดกำรเรียนร้ทู ี่..............
บนั ทกึ หลังสอน
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ปัญหำและอปุ สรรค
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ข้อเสนอแนะ/แนวทำงแกไ้ ข
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
(นางสาวกนั ตนา จิตรบรรจง)
ครูผสู้ อน
ความคดิ เห็นของผ้อู านวยการโรงเรยี น (ตรวจ/นเิ ทศ/เสนอแนะ/รบั รอง)
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
(นางสาวกนั ตนา จิตรบรรจง)
ผอู้ านวยการโรงเรียนวดั คลองหา้
๗. ภาคผนวก
ใบความรู้
ความหมายของคาวา่ พื้นท่ีสาธารณะ หมายถึงพื้นท่ีท่ีอยู่ใช้ประโยชน์รว่ มกัน คอื พนื้ ที่ทต่ี ้อง ‘ปลอด’
จาก ‘อานาจ’ ของสถาบันใหญ่ในสงั คมนะครับ ถงึ จะเรียกได้วา่ เปน็ พน้ื ท่ีสาธารณะอย่างแท้จริง อานาจใหญ่ๆ
ทว่ี ่ามีอาทิอานาจรัฐกับอานาจทนุ แต่ถ้าเราทอดตาดูสวนสาธารณะในไทย เราจะพบว่าแทบท้ังหมดถูกกากับ
สั่งการโดยอานาจรัฐแทบทั้งส้ิน หรือในบางพื้นท่ีก็อยู่ในอานาจทุน แต่เราไม่เคยมี ‘จัตุรัสกลางเมือง’ หรือ
‘สวนสาธารณะ’ (หรือสาธารณูปโภคทางปัญญาอ่นื ๆ) ทเ่ี ปน็ ของคนทัว่ ไป ที่สรา้ ง ‘กลไก’ ให้คนทว่ั ไปสามารถ
มีสิทธิกาหนดได้ว่าอยากให้พ้ืนท่ีน้ันๆ เป็นอย่างไร-เลย ท่ีเป็นอย่างนั้นก็เพราะว่า รัฐไทยไม่เคยมี ‘สานึก
สาธารณะ’ ในอนั ท่จี ะใหป้ ระชาชนคนทั่วไปที่เป็นคนธรรมดาสามัญสามารถสร้างพนื้ ที่อะไรขึ้นมาได้
ชื่อ ชน้ั เลขท่ี
ใบงานเรอ่ื งแผนผังความคดิ การใชพ้ ืน้ ท่สี าธารณะท่ีสอดคลอ้ งกบั STRONG : จติ พอเพยี งตา้ นทุจรติ
กลุ่มที่ รายชื่อ
แผนผังความคิด
พ้ืนที่สาธารณะที่สอดคล้องกับ โมเดล STRONG : จิตพอเพียงต้านทจุ รติ
S
TR
พน้ื ทีส่ าธารณะทสี่ อดคลอ้ งกบั โมเดล
STRONG : จติ พอเพยี งต้านทจุ รติ
ON
G
ใบงานแบบประเมินพฤติกรรมการทางานกลุ่ม
กลุ่ม ..........................................................................................................
สมาชิกในกลุม่ 1. 2....................................................................... ......................................................................
3. 4....................................................................... ......................................................................
5. 6....................................................................... ......................................................................
7. 8....................................................................... ......................................................................
9. 10....................................................................... ......................................................................
คาช้แี จง : ให้นักเรยี นทาเครอ่ื งหมาย ลงในช่องทีต่ รงกบั ความเป็นจริง
พฤติกรรมทสี่ ังเกต คะแนน 1
32
1. มสี ว่ นร่วมในการแสดงความคิดเหน็
2. มีความกระตอื รอื ร้นในการทางาน
3. มคี วามรับผดิ ชอบในงานทีไ่ ด้รบั มอบหมาย
4. มีข้ันตอนในการทางานอย่างเปน็ ระบบ
5. ใช้เวลาในการทางานอย่างเหมาะสม
รวม
เกณฑ์การใหค้ ะแนน
พฤติกรรมที่ทาเปน็ ประจา ให้ 3 คะแนน
พฤติกรรมที่ทาเป็นบางครง้ั ให้ 2 คะแนน
พฤตกิ รรมทที่ าน้อยคร้ัง ให้ 1 คะแนน
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน
คะแนน ๑๓– ๑๕ ระดับ ดเี ยย่ี ม
คะแนน ๘– ๑๒ ระดบั ดี
คะแนน ๕– ๗ ระดับ พอใช้
คะแนนต่ากวา่ ๕ ระดบั ปรับปรงุ
แบบประเมินผลงาน
ท่ี พฤติกรรม ตรงจดุ ประสงคท์ ่ี ผลงานมีความ การนาเสนอ เสร็จทันเวลาท่ี รวม
ชื่อ
กาหนด ถกู ต้อง สมบูรณ์ ผลงาน กาหนด ๑๖
๔๓๒๑๔๓๒๑๔๓๒๑๔๓๒๑
เกณฑก์ ารวัดผล
ใหค้ ะแนนระดับคณุ ภาพของแตล่ ะกลุ่ม ดงั นี้
ดเี ยยี่ ม เทา่ กบั ๔ คะแนนคดิ เป็นรอ้ ยละ ๙๐ – ๑๐๐
ดี เท่ากบั ๓ คะแนนคดิ เปน็ ร้อยละ ๗๐ – ๘๙
ปานกลาง เทา่ กบั ๒ คะแนนคดิ เป็นร้อยละ ๕๐ – ๖๙
ปรับปรุง เท่ากับ ๑ คะแนนคิดเป็นรอ้ ยละ ๕๐
( ลงชื่อ )..........................................................ผู้ประเมิน
(.....................................................)
.............../................./....................
ที่ พฤติกรรม แบบสงั เกตพฤติกรรมการปฏบิ ัตกิ ิจกรรม
ชือ่
ความสนใจ การแสดงความ การตอบคาถาม การยอมรับฟัง การทางานที่ หมาย
คิดเห็น ความคิดเหน็ ไดร้ บั มอบหมาย เหตุ
๔๓๒๑๔๓๒๑๔๓๒๑๔๓๒๑๔๓๒๑
เกณฑ์การวัดผล
ใหค้ ะแนนระดับคุณภาพของแตล่ ะกล่มุ ดังน้ี
ดเี ย่ียม เท่ากบั ๔ คะแนนคิดเปน็ รอ้ ยละ ๙๐ – ๑๐๐
ดี เท่ากับ ๓ คะแนนคดิ เป็นรอ้ ยละ ๗๐ – ๘๙
ปานกลาง เท่ากบั ๒ คะแนนคดิ เป็นร้อยละ ๕๐ – ๖๙
ปรบั ปรงุ เทา่ กับ ๑ คะแนนคดิ เปน็ รอ้ ยละ ๕๐
( ลงชอื่ )..........................................................ผู้ประเมนิ
(.....................................................)
.............../................./....................
หน่วยท่ี ๔
พลเมอื งกบั ความรับผดิ ชอบต่อสงั คม
แผนการจดั การเรียนรู้
หนว่ ยท่ี ๔ ชอ่ื หน่วย พลเมืองกับความรับผิดชอบต่อสังคม ช้นั ประถมศึกษาปีที่ 6
แผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่ ๑ เร่อื ง ความหมายของคาว่าพลเมอื งและทม่ี าของ เวลา ๒ ช่ัวโมง
คาว่าพลเมือง ประชากร ประชาชน ราษฎร
๑. ผลการเรยี นรู้
๑.๑ มคี วามรู้ ความเขา้ ใจเก่ยี วกับเกี่ยวกบั พลเมืองและมคี วามรับผิดชอบตอ่ สงั คม
๑.๒ ปฏบิ ตั ติ นตามหน้าทแ่ี ละมคี วามรับผดิ ชอบต่อสังคม
๒. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
๒.๑ นักเรยี นบอกความหมายของคาวา่ พลเมือง ประชาชน ประชากร ราษฎร
๒.๒ นกั เรียนสามารถบอกความเหมือนและความแตกต่างของพลเมือง ประชาชน ประชากร ราษฎร
๓. สาระการเรียนรู้
๓.๑ ความรู้
พลเมือง หมายถึง คนท่ีมีสิทธิ หน้าท่ี ในฐานะประชาชนที่อยู่ภายใต้ผู้ปกครองเดียวกัน วัฒนธรรม
เดยี วกนั
ประชาชน หมายถึงคนทเ่ี กิดและอาศยั อยู่ในประเทศใดประเทศหนึ่งถือวา่ เปน็ เจ้าของหรือสมาชกิ ของ
ประเทศน้นั ๆ คาว่าประชาชนมกั ใช้ในความหมายพหูพจน์คือคนจานวนมาก
ประชากร หมายถึงกลุ่มสิ่งมีชีวิตท่ีอาศัยอยู่ในพื้นท่ีหน่ึงๆ คาว่าประชากรจะใช้กับสิ่งมีชีวิตใดๆก็ได้
เชน่ ประชากรนก ประชากรเสือ แต่ในทนี่ ีห้ มายถงึ ประชากรมนุษย์
ราษฎร หมายถึง ประชาชน
๓.๒ ทักษะ / กระบวนการ ( สมรรถนะท่ีเกิด )
๑.นักเรยี นมที ักษะการสื่อสาร
๒. นกั เรียนมที กั ษะการคดิ
๓. นกั เรียนมีความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
๓.๓ คุณลกั ษณะทพ่ี ึงประสงค์ / คา่ นยิ ม
ความซื่อสตั ยแ์ ละสจุ ริต
๔. กจิ กรรมการเรยี นรู้
๔.๑ ขน้ั ตอนการเรยี นรู้
ชั่วโมงที่ ๑
๑) ใหน้ ักเรียนอ่านใบความรู้ ความหมายของคาว่า พลเมือง ประชาชน ประชากร ราษฎร
๒) ใหน้ กั เรียนแบง่ กล่มุ เพ่ือศกึ ษาใบความรู้ เร่ืองความหมายของคาเหลา่ นี้
๓) สง่ ตวั แทนแต่ละกล่มุ มานาเสนอหน้าชั้นเรยี น
ชวั่ โมงที่ ๒
๑) นักเรยี นแบง่ กลมุ่ ๕ กล่มุ สืบคน้ จากหวั ขอ้ ตอ่ ไปนี้
- ลกั ษณะของพลเมอื งทดี่ ีเปน็ อย่างไร
- หน้าท่ีของพลเมืองท่ดี มี ีอะไรบ้าง
- การเปน็ พลเมอื งท่ดี กี อ่ ให้เกดิ ประโยชนอ์ ะไรบ้าง
- พลเมืองดตี ามหลักเศรษฐกจิ พอเพยี งเปน็ อย่างไร
- ผลเสยี จากการไมเ่ ปน็ พลเมืองดีมีอะไรบา้ ง
๒) เม่ือสบื ค้นได้แล้ว ให้นกั เรียนแตล่ ะกลุ่มเขียนตอบลงในใบงานตามหวั ข้อ
๓) ใหน้ กั เรียนแตล่ ะกลุ่มนาเสนอผลงานหน้าชัน้ เรียน
๔.๒ สื่อการเรยี นรู้ / แหลง่ การเรียนรู้
๑) เว็บไซต์ http//sites.google.com
๒) ใบความรเู้ รือ่ ง ความหมายของพลเมอื ง ประชาชน ประชากร และราษฎร
๕. การประเมินผลการเรยี นรู้
๕.๑ วธิ กี ารประเมิน
๑) แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทางานกลุ่ม
๒) ตรวจใบงานหัวขอ้ ตา่ งๆ
๕.๒ เครอ่ื งมือทใ่ี ช้ในการประเมนิ
๑) แบบสังเกตพฤตกิ รรมกล่มุ
๒) แบบประเมินผลงานกลมุ่
๕.๓ เกณฑ์การตัดสิน
นักเรียนผา่ นเกณฑ์การประเมินรอ้ ยละ ๘๐ ข้นึ ไป
บนั ทึกหลังสอน
หนว่ ยกำรสอนท่.ี ............... แผนกำรจดั กำรเรียนรู้ที.่ .............
บนั ทึกหลงั สอน
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ปญั หำและอปุ สรรค
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ข้อเสนอแนะ/แนวทำงแกไ้ ข
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
(นางสาวกนั ตนา จิตรบรรจง)
ครูผ้สู อน
ความคดิ เหน็ ของผอู้ านวยการโรงเรยี น (ตรวจ/นิเทศ/เสนอแนะ/รับรอง)
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
(นางสาวกันตนา จิตรบรรจง)
ผู้อานวยการโรงเรยี นวัดคลองห้า
๗. ภาคผนวก
ใบความรู้
พลเมือง หมายถงึ คนที่มีสิทธิ หน้าท่ี ในฐานะประชาชนท่ีอดยู่ภายใต้ผู้ปกครองเดียวกัน วัฒนธรรม
เดยี วกัน
ประชาชน หมายถึง คนที่เกิดและอาศัยอยู่ในประเทศใดประเทศหนึ่งถือว่าเป็นเจ้าของหรือสมาชิก
ของประเทศนั้นๆ คาว่าประชาชนมักใชใ้ นความหมายพหูพจนค์ อื คนจานวนมาก
ประชากร หมายถึง กลุ่มสิ่งมีชีวิตท่ีอาศัยอยู่ในพ้ืนที่หนึ่งๆ คาว่าประชากรจะใช้กับส่ิงมีชีวิตใดๆก็ได้
เช่น ประชากรนก ประชากรเสอื แต่ในทีน่ ้หี มายถงึ ประชากรมนุษย์
ราษฎร หมายถงึ ประชาชน
กล่มุ ที่ รายชื่อ
ใบงานในหวั ข้อ ลักษณะของพลเมอื งที่ดีเปน็ อยา่ งไร
กล่มุ ที่ รายช่อื
ใบงานในหัวข้อ หน้าท่ขี องพลเมอื งที่ดมี อี ะไรบา้ ง
กลุ่มท่ี รายช่อื
ใบงานในหวั ข้อ การเปน็ พลเมอื งท่ดี ีกอ่ ใหเ้ กิดประโยชน์อะไรบา้ ง
กล่มุ ที่ รายช่ือ
ใบงานในหวั ข้อ พลเมอื งดตี ามหลกั เศรษฐกิจพอเพยี งเป็นอยา่ งไร