ใบงานที่ ๒
เรื่อง กจิ กรรมทปี่ ฏิบตั ิและส่งผลให้เกดิ ความละอายและความไมท่ นต่อการทจุ ริตในชุมชน
คาชแ้ี จง ให้นักเรยี นบอกว่ากจิ กรรมใดบา้ งที่ปฏิบัติแลว้ ส่งผลให้เกิดความละอายและความไม่ทนต่อการทจุ รติ
ในชมุ ชนบ้าง
ชื่อ.............................................................................ชัน้ ......................เลขท.ี่ ...............
แบบสังเกตพฤติกรรมการปฏิบตั กิ ิจกรรม
ท่ี พฤตกิ รรม ความสนใจ การแสดงความ การตอบคาถาม การยอมรับฟงั การทางานท่ี หมาย
ชื่อ คดิ เหน็ ความคิดเหน็ ไดร้ บั มอบหมาย เหตุ
๔๓๒๑๔๓๒๑๔๓๒๑๔๓๒๑๔๓๒๑
เกณฑก์ ารวัดผล
ใหค้ ะแนนระดบั คุณภาพของแต่ละกล่มุ ดงั น้ี
ดีมาก เทา่ กบั ๔ ประสทิ ธภิ าพอยใู่ นเกณฑ์ ๙๐ - ๑๐๐ %
ดี เท่ากับ ๓ ประสิทธภิ าพอยู่ในเกณฑ์ ๗๐ - ๘๙ %
ปานกลาง เท่ากับ ๒ ประสิทธิภาพอยูใ่ นเกณฑ์ ๕๐ - ๖๙ %
ปรบั ปรุง เทา่ กับ ๑ ประสทิ ธิภาพต่ากวา่ เกณฑ์ ๕๐ %
( ลงชื่อ ) ผ้สู งั เกต
(.....................................................)
.............../................./....................
คาชี้แจง แบบประเมินผลงาน
ทาเคร่อื งหมาย ลงในช่องระดับคะแนนพฤติกรรมทนี่ ักเรียนปฏิบตั ิดังนี้
ระดับ 3 หมายถึง แสดงพฤตกิ รรมให้เหน็ มาก
ระดบั 2 หมายถึง แสดงพฤตกิ รรมให้เห็นปานกลาง
ระดับ 1 หมายถึง แสดงพฤตกิ รรมให้เหน็ นอ้ ย
หวั ขอ้ ประเมนิ การ
ความถกู ตอ้ ง ความ ความคดิ รวม ประ
321 เรียบร้อย สรา้ งสรรค์ คะ
ลาดับ ระดบั คะแนน เมิน หมายเหตุ
ท่ี 321 321 แนน
ผล
ช่อื -สกลุ ผา่ น ไม่
ผา่ น
1.
2.
3.
4.
5.
6.
7.
8.
9.
10.
เกณฑ์การประเมนิ
คะแนนตงั้ แต่ 4 - 9 ผ่าน
8 - 9 = ดี
6 - 7 = ปานกลาง
4 - 5 = พอใช้
คะแนนต่ากวา่ 4 ไมผ่ า่ น
หน่วยที่ ๓
STRONG : จติ พอเพยี งตา้ นทจุ รติ
แผนการจดั การเรียนรู้
หนว่ ยที่ ๓ ช่อื หน่วย STRONG : จิตพอเพียงตา้ นทจุ รติ ช้ันประถมศึกษาปีท่ี ๔
แผนการจดั การเรยี นร้ทู ี่ ๑ เรอ่ื ง การเลือกตง้ั ท้องถน่ิ ทสี่ อดคล้องกับ STRONG : จติ พอเพยี ง เวลา ๒ ช่วั โมง
ต้านทจุ รติ
๑. ผลการเรยี นรู้
๑.๑ มคี วามรู้ความเข้าใจเกยี่ วกบั STRONG : จติ พอเพียงต้านทจุ รติ
๑.๒ ปฏบิ ัตติ นเป็นผู้ท่ี STRONG : จิตพอเพียงตา้ นทจุ ริต
๒. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
๒.๑ นกั เรียนสามารถวิเคราะห์สถานการณ์การเลือกต้ังท้องถน่ิ ท่สี อดคลอ้ งกบั STRONG : จิตพอเพียงต้าน
ทุจรติ ได้
๒.๒ นกั เรยี นสามารถนาความรทู้ ไ่ี ดร้ ับไปปรบั ใช้ในชวี ติ ประจาวันได้
๓. สาระการเรียนรู้
๓.๑ ความรู้
ความหมายของการเลือกต้งั
การเลือกต้ัง คือ การท่ีราษฎรใช้สิทธิของตนเองลงคะแนนเสียงเลือกตัวแทน เพ่ือทาหน้าที่แทนตนใน
การปกครองแต่ละระดับของประเทศ การเลือกตั้งทเี่ ป็นประชาธปิ ไตยนั้นต้องเป็นการเลือกตัง้ โดยเสรี กล่าวคือ
ตอ้ งเปิดกว้างใหอ้ สิ ระในการตดั สนิ ใจทงั้ ในแง่ของผู้สมัครและผู้ออกเสยี ง ทง้ั นต้ี ้องเปน็ ไปโดยบริสุทธแิ์ ละยตุ ิธรรม
ไม่มีการช้ีนาหรอื บงั คับให้เลือก
ความหมายของ STRONG : จิตพอเพยี งตา้ นทุจริต
- S (Sufficient) หมายถึง การนาเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นเคร่ืองมือในการป้องกันการทุจริต เช่น
สรา้ งจติ พอเพียงให้แก่ตวั เราและเพอื่ นๆ เมื่อเราพอเพียงเรากจ็ ะไมท่ จุ ริต
- T (Transparent) หมายถึง การมุ่งเน้นการปฏิบัติงานและตรวจสอบได้ เช่น ไม่ลอกการบ้านเพ่ือน
และครูสามารถตรวจดูได้ ว่านักเรียนตอบไมเ่ หมอื นเพ่อื น
- R (Realize) หมายถึง ความเข้าใจ ความตระหนกั รู้ และการวิเคราะห์ความเส่ียง เชน่ หากนักเรียน
จะทาการบา้ น นกั เรียนต้องเรียนใหเ้ ข้าใจ และหากคิดวา่ ตัวเองจะทาไม่ได้ ก็ควรถามเพ่อื นหรอื ครู
- O (Onward) หมายถงึ การมแี นวคิดมุ่งสคู่ วามโปรง่ ใส
- N (Knowledge) หมายถงึ มกี ารพัฒนาองค์ความรู้อย่างสมา่ เสมอ เช่น เข้าหอ้ งสมุดเสมอๆ
- G (Generosity) หมายถึง การร่วมสร้างสงั คมไทยใหม้ คี วามเอือ้ อาทร เช่น แบง่ ปันส่งิ ของใหเ้ พอื่ น
๓.๒ ทกั ษะ / กระบวนการ (สมรรถนะท่เี กดิ )
๑) ความสามารถในการสอื่ สาร
๒) ความสามารถในการคิด
๓) ความสามารถในการคิดวเิ คราะห์
๓.๓ คุณลักษณะอันพึงประสงค์ / ค่านยิ ม
๑) ใฝ่เรียนรู้
๒) ซือ่ สัตย์สุจริต
๔. กิจกรรมการเรยี นรู้
๔.๑ ขั้นตอนการเรยี นรู้
๑) ช่วั โมงที่ ๑
๑. ครูทบทวนความหมายของคาว่า STRONG : จิตพอเพียงต้านทุจริต โดยการให้นักเรียนทา
ใบงานที่ ๑ เรือ่ ง STRONG : จิตพอเพยี งต้านทุจริต
๒. ครูให้นกั เรียนชมวีดิทัศน์ เร่ือง เลือกคนทีช่ อบกาเบอรท์ ีใ่ ช่
๓. ครูสร้างสถานการณจ์ าลองใหน้ ักเรียนทาการเลอื กตง้ั หัวหน้าห้อง
๔. ครูและนกั เรียนรว่ มอภปิ รายสรุปกจิ กรรมตามแบบของ STRONG : จิตพอเพยี งต้านทจุ ริต
๕. แบง่ กลมุ่ นักเรยี นกลมุ่ ละ ๓ - ๕ คน ให้รว่ มกันแต่งคาขวญั เก่ียวกับการเลอื กตั้งทอ้ งถนิ่
๒) ชว่ั โมงท่ี ๒
๑. ครูทบทวนความรูเ้ ดมิ จากชัว่ โมงที่แล้ว
๒. นกั เรียนแต่ละกลุ่มนาเสนอคาขวญั ทแี่ ตง่ มา
๓. นกั เรียนถอดองคค์ วามรู้ เร่ือง การเลือกต้งั ท้องถนิ่ ตามแบบของ STRONG : จติ พอเพยี งต้าน
ทุจริต ในใบงานท่ี ๒
๔. นกั เรยี นนาเสนอหนา้ ช้นั เรยี น
๕. ครูประเมินผลและกล่าวชื่นชมนักเรียน
๔.๒ สื่อการเรียนรู้ / แหลง่ การเรียนรู้
๑) วีดิทัศน์ เรอื่ ง เลือกคนที่ชอบกาเบอรท์ ่ีใช่
https://www.youtube.com/watch?v=5EhgtHBhEu0
๒) ใบงานที่ ๑ เรือ่ ง STRONG : จติ พอเพยี งตา้ นทุจรติ
๓) ใบงานท่ี ๒ เรื่อง การถอดองค์ความรู้ เร่ือง การเลือกตั้งท้องถิ่น ตามแบบของ STRONG :
จิตพอเพยี งตา้ นทุจรติ
๕. การประเมินผลการเรียนรู้
๕.๑ วธิ กี ารประเมนิ
๑) สังเกตพฤติกรรมของนักเรยี น
๒) ตรวจผลงานการแตง่ คาขวญั
๓) ประเมนิ ผลงานนักเรยี น
๕.๒ เครอื่ งมอื ท่ีใช้ในการประเมิน
๑) แบบสงั เกตพฤติกรรมของนกั เรียน
๒) แบบตรวจผลงานการแต่งคาขวัญ
๓) แบบประเมินผลงานนักเรียน
๕.๓ เกณฑ์การตดั สนิ
ผา่ นเกณฑ์การประเมิน ร้อยละ ๘๐
บันทกึ หลังสอน
หนว่ ยกำรสอนที.่ ............... แผนกำรจัดกำรเรียนรู้ท.ี่ .............
บนั ทกึ หลังสอน
.................................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
ปัญหำและอปุ สรรค
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ขอ้ เสนอแนะ/แนวทำงแกไ้ ข
.................................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
(นางสาวกันตนา จติ รบรรจง)
ครูผสู้ อน
ความคิดเห็นของผู้อานวยการโรงเรยี น (ตรวจ/นิเทศ/เสนอแนะ/รับรอง)
.................................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
(นางสาวกนั ตนา จติ รบรรจง)
ผูอ้ านวยการโรงเรียนวัดคลองหา้
๗. ภาคผนวก
ใบงานท่ี ๑
เร่อื ง STRONG : จติ พอเพยี งตา้ นทุจรติ
คาชแี้ จง ให้นกั เรียนโยงเสน้ จบั คู่พยัญชนะภาษาอังกฤษกับความหมายตามแบบ STRONG : จิตพอเพียงต้าน
ทุจริต ทก่ี าหนดให้ตอ่ ไปนี้
(Sufficient) หมายถงึ ความเข้าใจ ความตระหนักรู้ และการวเิ คราะห์
ความเส่ียง เช่น หากนักเรียนจะทาการบ้าน นักเรียน
ต้องเรียนให้เข้าใจ และหากคิดว่าตัวเองจะทาไม่ได้ ก็
ควรถามเพื่อนหรือครู
หมายถงึ มีการพัฒนาองค์ความรู้อยา่ งสมา่ เสมอ เชน่ เข้า
หอ้ งสมดุ เสมอๆ
(Transparent)
(Realize) หมายถงึ การมแี นวคิดมุ่งสู่ความโปร่งใส
(Onward)
หมายถึง การรว่ มสรา้ งสงั คมไทยใหม้ คี วามเออ้ื อาทร เช่น
(Knowledge) แบ่งปังสงิ่ ของให้เพื่อนๆ
หมายถึง การนาเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นเคร่ืองมือใน
การป้องกันการทุจรติ เช่น สร้างจติ พอเพียงให้แก่ตัวเรา
และเพ่อื นๆ เม่ือเราพอเพยี งเราก็จะไมท่ ุจริต
หมายถงึ การมงุ่ เน้นการปฏิบัตงิ านและตรวจสอบได้ เช่น
ไม่ลอกการบ้านเพ่ือน และครูสามารถตรวจดูได้ว่า
นกั เรียนตอบไมเ่ หมือนเพอ่ื น
(Generosity)
ช่ือ.............................................................................ช้ัน......................เลขท่.ี ...............
ใบงานที่ ๒
เรอ่ื ง การถอดองคค์ วามรู้
การเลอื กตง้ั ทอ้ งถนิ่ ตามแบบของ STRONG : จิตพอเพยี งต้านทุจรติ
คาชแี้ จง ให้นกั เรียนถอดองค์ความรู้ เรื่อง การเลือกตงั้ ท้องถน่ิ ตามแบบของ STRONG : จิตพอเพียงต้านทจุ ริต
การเลอื กตัง้ ทอ้ งถนิ่
แบบ STRONG
ชอ่ื .............................................................................ชั้น......................เลขท.ี่ ...............
แบบประเมนิ การแตง่ คาขวัญ
ท่ี พฤตกิ รรม ถูกต้องตาม ตรงตาม คดิ สรา้ งสรรค์ เสร็จทนั เวลาท่ี รวม
๑๖
ชื่อ ฉนั ทลกั ษณ์ ความหมาย กาหนด
๔๓๒๑๔๓๒๑๔๓๒๑๔๓๒๑
เกณฑก์ ารวัดผล
ใหค้ ะแนนระดบั คุณภาพของแต่ละกล่มุ ดงั นี้
ดมี าก เท่ากบั ๔ ประสิทธิภาพอย่ใู นเกณฑ์ ๙๐ - ๑๐๐ %
ดี เทา่ กบั ๓ ประสทิ ธิภาพอยใู่ นเกณฑ์ ๗๐ - ๘๙ %
ปานกลาง เท่ากับ ๒ ประสทิ ธิภาพอยใู่ นเกณฑ์ ๕๐ - ๖๙ %
ปรบั ปรงุ เทา่ กับ ๑ ประสทิ ธิภาพต่ากว่าเกณฑ์ ๕๐ %
( ลงชื่อ ) ผสู้ ังเกต
(.....................................................)
.............../................./....................
แบบสังเกตพฤติกรรมการปฏิบตั กิ ิจกรรม
ท่ี พฤตกิ รรม ความสนใจ การแสดงความ การตอบคาถาม การยอมรับฟงั การทางานท่ี หมาย
ชื่อ คดิ เหน็ ความคิดเหน็ ไดร้ บั มอบหมาย เหตุ
๔๓๒๑๔๓๒๑๔๓๒๑๔๓๒๑๔๓๒๑
เกณฑก์ ารวัดผล
ใหค้ ะแนนระดบั คุณภาพของแต่ละกล่มุ ดงั น้ี
ดีมาก เทา่ กบั ๔ ประสทิ ธภิ าพอยใู่ นเกณฑ์ ๙๐ - ๑๐๐ %
ดี เท่ากับ ๓ ประสิทธิภาพอยใู่ นเกณฑ์ ๗๐ - ๘๙ %
ปานกลาง เท่ากับ ๒ ประสิทธภิ าพอยใู่ นเกณฑ์ ๕๐ - ๖๙ %
ปรบั ปรุง เทา่ กับ ๑ ประสทิ ธภิ าพต่ากวา่ เกณฑ์ ๕๐ %
( ลงชื่อ ) ผ้สู งั เกต
(.....................................................)
.............../................./....................
คาชแี้ จง แบบประเมินผลงาน
เรื่อง STRONG : จิตพอเพียงต้านทุจริต
ทาเครื่องหมาย ลงในช่องระดับคะแนนพฤติกรรมทน่ี กั เรียนปฏบิ ัตดิ งั นี้
ระดบั 3 หมายถึง แสดงพฤติกรรมให้เหน็ มาก
ระดับ 2 หมายถงึ แสดงพฤติกรรมใหเ้ หน็ ปานกลาง
ระดับ 1 หมายถึง แสดงพฤตกิ รรมใหเ้ หน็ นอ้ ย
หวั ข้อประเมนิ การ
ความถูกตอ้ ง ความ ความคดิ รวม ประ
321 เรียบรอ้ ย สรา้ งสรรค์ คะ
ลาดบั ระดบั คะแนน แนน เมนิ หมายเหตุ
ที่ 321 321
ผล
ชื่อ-สกลุ ผา่ น ไม่
ผ่าน
1.
2.
3.
4.
5.
6.
7.
8.
9.
10.
เกณฑ์การประเมิน
คะแนนตั้งแต่ 4 - 9 ผา่ น
8 - 9 = ดี
6 - 7 = ปานกลาง
4 - 5 = พอใช้
คะแนนตา่ กว่า 4 ไมผ่ ่าน
แผนการจัดการเรียนรู้
หน่วยที่ ๓ ชอ่ื หน่วย STRONG : จิตพอเพียงต้านทจุ ริต ชัน้ ประถมศกึ ษาปีท่ี ๔
แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี ๒ เรื่อง การท้งิ ขยะในชุมชนท่สี อดคลอ้ งกับ STRONG : จติ พอเพียง เวลา ๑ ชั่วโมง
ต้านทุจริต
๑. ผลการเรยี นรู้
๑.๑ มคี วามรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ STRONG : จติ พอเพยี งตา้ นทุจรติ
๑.๒ ปฏบิ ัตติ นเปน็ ผู้ที่ STRONG : จติ พอเพยี งต้านทจุ รติ
๒. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
๒.๑ นักเรียนสามารถวเิ คราะหส์ ถานการณ์การทง้ิ ขยะในชมุ ชนทสี่ อดคลอ้ งกบั STRONG : จติ พอเพียงต้าน
ทุจริตได้
๒.๒ นกั เรยี นสามารถนาความรูท้ ไ่ี ด้รบั ไปปรบั ใช้ในชวี ิตประจาวนั ได้
๓. สาระการเรยี นรู้
๓.๑ ความรู้
ความหมายของขยะ
ขยะ หมายถึง สิ่งต่างๆ ที่ผู้คนไม่ต้องการ และทิ้งไป ขยะมีมากมายหลายรูปแบบ ทั้งที่เป็นของแข็ง
ของเหลว ขยะที่ย่อยสลายได้และที่ย่อยสลายไม่ได้ ของท่ีใช้ประโยชน์ได้และท่ีใช้ประโยชน์ไม่ได้ และขยะมพี ิษ
ตอ่ มนษุ ยแ์ ละส่งิ แวดล้อม
ความหมายของ STRONG : จิตพอเพียงตา้ นทุจริต
- S (Sufficient) หมายถึง การนาเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นเครื่องมือในการป้องกันการทุจริต เช่น
สรา้ งจิตพอเพยี งใหแ้ กต่ วั เราและเพ่อื นๆ เมอื่ เราพอเพียงเราก็จะไมท่ ุจรติ
- T (Transparent) หมายถึง การมุ่งเน้นการปฏิบัติงานและตรวจสอบได้ เช่น ไม่ลอกการบ้านเพื่อน
และครสู ามารถตรวจดูได้ วา่ นักเรียนตอบไมเ่ หมอื นเพื่อน
- R (Realize) หมายถึง ความเขา้ ใจ ความตระหนกั รู้ และการวิเคราะห์ความเสี่ยง เชน่ หากนักเรียน
จะทาการบา้ น นักเรียนต้องเรยี นให้เข้าใจ และหากคดิ ว่าตวั เองจะทาไมไ่ ด้ ก็ควรถามเพ่อื นหรอื ครู
- O (Onward) หมายถึง การมแี นวคิดม่งุ ส่คู วามโปรง่ ใส
- N (Knowledge) หมายถงึ มกี ารพัฒนาองค์ความรู้อยา่ งสม่าเสมอ เชน่ เขา้ หอ้ งสมดุ เสมอๆ
- G (Generosity) หมายถงึ การรว่ มสรา้ งสังคมไทยให้มีความเอื้ออาทร เชน่ แบง่ ปนั ส่งิ ของใหเ้ พือ่ น
๓.๒ ทักษะ / กระบวนการ ( สมรรถนะทเี่ กิด )
๑) ความสามารถในการส่อื สาร
๒) ความสามารถในการคิด
๓) ความสามารถในการคิดวเิ คราะห์
๓.๓ คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์ / คา่ นิยม
๑) ใฝ่เรียนรู้
๒) ซอ่ื สัตยส์ ุจริต
๔. กจิ กรรมการเรียนรู้
๔.๑ ขน้ั ตอนการเรียนรู้
๑. ครูใหน้ ักเรยี นชมวีดทิ ัศน์ เร่อื ง การทงิ้ ขยะให้ถกู ท่ี
๒. ครูใหน้ กั เรียนฝกึ การทง้ิ ขยะจากสถานการณจ์ รงิ โดยการคัดแยกขยะในโรงเรยี น
๓. ครูและนักเรียนร่วมอภิปรายสรปุ กิจกรรมตามแบบของ STRONG : จิตพอเพียงต้านทจุ ริต
๔. นักเรียนถอดองค์ความรู้ เรื่อง การทิ้งขยะในชุมชน ตามแบบของ STRONG : จิตพอเพียงต้าน
ทุจริต ในใบงาน
๕. นกั เรยี นนาเสนอหนา้ ชน้ั เรียน
๖. ครปู ระเมินผลและกล่าวชืน่ ชมนักเรยี น
๔.๒ สอ่ื การเรยี นรู้ / แหลง่ การเรยี นรู้
๑) วดี ิทศั น์ เร่อื ง การท้งิ ขยะใหถ้ กู ท่ี https://www.youtube.com/watch?v=XdHPPFXm0Ac
๒) ใบงาน เรอ่ื ง การถอดองค์ความรู้ เร่อื ง การทิ้งขยะในชมุ ชน ตามแบบของ STRONG : จิตพอเพียง
ตา้ นทุจรติ
๕. การประเมนิ ผลการเรียนรู้
๕.๑ วธิ กี ารประเมิน
๑) สงั เกตพฤติกรรมของนักเรยี น
๒) ประเมินผลงานนักเรยี น
๕.๒ เคร่ืองมือท่ใี ช้ในการประเมิน
๑) แบบสังเกตพฤตกิ รรมของนักเรียน
๒) แบบประเมินผลงานนักเรียน
๕.๓ เกณฑ์การตัดสิน
ผ่านเกณฑ์การประเมนิ รอ้ ยละ ๘๐
บันทึกหลังสอน
หน่วยกำรสอนท.ี่ ............... แผนกำรจัดกำรเรียนรทู้ .่ี .............
บนั ทึกหลงั สอน
.................................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
ปญั หำและอุปสรรค
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ข้อเสนอแนะ/แนวทำงแก้ไข
.................................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
(นางสาวกันตนา จติ รบรรจง)
ครูผสู้ อน
ความคดิ เหน็ ของผู้อานวยการโรงเรียน (ตรวจ/นเิ ทศ/เสนอแนะ/รบั รอง)
.................................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
(นางสาวกันตนา จติ รบรรจง)
ผ้อู านวยการโรงเรยี นวดั คลองหา้
๗. ภาคผนวก
ใบงาน
เร่ือง การถอดองคค์ วามรู้
การทิ้งขยะในชมุ ชน ตามแบบของ STRONG : จิตพอเพียงตา้ นทุจริต
คาช้แี จง ให้นกั เรียนถอดองค์ความรู้ เร่ือง การท้งิ ขยะในชุมชน ตามแบบของ STRONG : จิตพอเพียงตา้ นทุจริต
การท้งิ ขยะในชมุ ชน
แบบ STRONG
ช่ือ.............................................................................ชั้น......................เลขท.ี่ ...............
แบบสังเกตพฤติกรรมการปฏบิ ัตกิ ิจกรรม
ท่ี พฤตกิ รรม ความสนใจ การแสดงความ การตอบคาถาม การยอมรับฟงั การทางานท่ี หมาย
ชื่อ คดิ เหน็ ความคิดเหน็ ไดร้ บั มอบหมาย เหตุ
๔๓๒๑๔๓๒๑๔๓๒๑๔๓๒๑๔๓๒๑
เกณฑก์ ารวัดผล
ใหค้ ะแนนระดบั คุณภาพของแต่ละกล่มุ ดงั น้ี
ดีมาก เทา่ กบั ๔ ประสทิ ธภิ าพอยู่ในเกณฑ์ ๙๐ - ๑๐๐ %
ดี เท่ากับ ๓ ประสิทธภิ าพอยใู่ นเกณฑ์ ๗๐ - ๘๙ %
ปานกลาง เท่ากับ ๒ ประสิทธิภาพอยใู่ นเกณฑ์ ๕๐ - ๖๙ %
ปรบั ปรุง เทา่ กับ ๑ ประสทิ ธิภาพต่ากวา่ เกณฑ์ ๕๐ %
( ลงชื่อ ) ผ้สู งั เกต
(.....................................................)
.............../................./....................
คาช้แี จง แบบประเมินผลงาน
เรอ่ื ง STRONG : จติ พอเพียงตา้ นทจุ ริต
ทาเครอ่ื งหมาย ลงในชอ่ งระดับคะแนนพฤตกิ รรมทีน่ กั เรยี นปฏิบตั ดิ งั นี้
ระดบั 3 หมายถงึ แสดงพฤตกิ รรมให้เห็นมาก
ระดบั 2 หมายถงึ แสดงพฤตกิ รรมใหเ้ หน็ ปานกลาง
ระดับ 1 หมายถงึ แสดงพฤตกิ รรมใหเ้ ห็นนอ้ ย
หัวขอ้ ประเมนิ การ
ความถกู ต้อง ความ ความคดิ รวม ประ
321 เรียบร้อย สรา้ งสรรค์ คะ
ลาดับ ระดบั คะแนน แนน เมิน หมายเหตุ
ที่ 321 321
ผล
ชื่อ-สกลุ ผา่ น ไม่
ผา่ น
1.
2.
3.
4.
5.
6.
7.
8.
9.
10.
เกณฑก์ ารประเมิน
คะแนนตงั้ แต่ 4 - 9 ผา่ น
8 - 9 = ดี
6 - 7 = ปานกลาง
4 - 5 = พอใช้
คะแนนตา่ กวา่ 4 ไม่ผ่าน
แผนการจดั การเรยี นรู้
หนว่ ยท่ี ๓ ชอ่ื หนว่ ย STRONG : จติ พอเพียงต้านทุจริต ช้นั ประถมศกึ ษาปีที่ ๔
แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ ๓ เร่อื ง อาชพี ในชมุ ชนทีส่ อดคล้องกบั STRONG : จิตพอเพียง เวลา ๒ ชว่ั โมง
ต้านทุจริต
๑. ผลการเรียนรู้
๑.๑ มีความรู้ความเข้าใจเกยี่ วกบั STRONG : จิตพอเพียงตา้ นทจุ ริต
๑.๒ ปฏิบัตติ นเป็นผู้ท่ี STRONG : จติ พอเพียงต้านทจุ ริต
๒. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
๒.๑ นักเรยี นสามารถระบุอาชีพของคนในชุมชนได้
๒.๒ นักเรยี นสามารถวิเคราะห์การประกอบอาชีพในชุมชนท่ีสอดคลอ้ งกับ STRONG : จิตพอเพียงต้านทุจรติ ได้
๒.๒ นกั เรียนสามารถนาความรู้ท่ไี ด้รบั ไปปรบั ใช้ในชีวติ ประจาวันได้
๓. สาระการเรียนรู้
๓.๑ ความรู้
ความหมายของอาชพี
อาชีพ หมายถงึ การทากิจกรรม การทางาน การประกอบการท่ีไม่เป็นโทษแก่สังคม และมีรายได้ตอบ
แทน โดยอาศัยแรงงาน ความรู้ ทักษะ อุปกรณ์ เคร่ืองมือ วิธีการ แตกต่างกันไป กลุ่มอาชีพตามลักษณะ
การประกอบอาชพี มี 2 ลักษณะ คือ อาชีพอิสระ และอาชีพรับจ้าง
ความหมายของ STRONG : จติ พอเพยี งตา้ นทุจรติ
- S (Sufficient) หมายถึง การนาเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นเครื่องมือในการป้องกันการทุจริต เช่น
สรา้ งจิตพอเพียงให้แก่ตวั เราและเพอื่ นๆ เม่ือเราพอเพยี งเราก็จะไมท่ จุ ริต
- T (Transparent) หมายถึง การมุ่งเน้นการปฏิบัติงานและตรวจสอบได้ เช่น ไม่ลอกการบ้านเพ่ือน
และครสู ามารถตรวจดูได้ว่านักเรยี นตอบไมเ่ หมือนเพอื่ น
- R (Realize) หมายถึง ความเข้าใจ ความตระหนักรู้ และการวิเคราะห์ความเสี่ยง เชน่ หากนักเรียน
จะทาการบ้าน นักเรียนต้องเรียนใหเ้ ขา้ ใจ และหากคิดวา่ ตัวเองจะทาไมไ่ ด้ กค็ วรถามเพ่อื นหรือครู
- O (Onward) หมายถึง การมแี นวคิดมงุ่ สู่ความโปรง่ ใส
- N (Knowledge) หมายถึง มกี ารพัฒนาองค์ความรู้อย่างสมา่ เสมอ เช่น เข้าหอ้ งสมุดเสมอๆ
- G (Generosity) หมายถึง การร่วมสรา้ งสงั คมไทยให้มีความเอ้ืออาทร เชน่ แบ่งปนั ส่ิงของให้เพือ่ น
๓.๒ ทักษะ / กระบวนการ ( สมรรถนะทเี่ กดิ )
๑) ความสามารถในการสอ่ื สาร
๒) ความสามารถในการคิด
๓) ความสามารถในการคิดวิเคราะห์
๓.๓ คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์ / ค่านยิ ม
๑) ใฝ่เรียนรู้
๒) ซ่ือสตั ยส์ ุจริต
๔. กิจกรรมการเรียนรู้
๔.๑ ขั้นตอนการเรยี นรู้
๑) ช่ัวโมงท่ี ๑
๑. ครูใหใ้ บความรู้ เรื่อง อาชพี ในชมุ ชน แก่นักเรยี น
๒. ครูและนักเรียนสนทนาโดยใชค้ าถาม
๒.๑ จากใบความรู้ทแ่ี จกให้ นักเรยี นมีความรเู้ ก่ียวกบั อาชพี อะไร
๒.๒ ครอบครวั ของนกั เรยี นประกอบอาชีพอะไร
๒.๓ การประกอบอาชพี ทส่ี ุจริตดหี รอื ไม่ อยา่ งไร
๒.๔ การประกอบอาชีพท่ีไมส่ ุจรติ ดีหรอื ไม่ อย่างไร
๒. แบ่งกลุ่มนกั เรียนกลุ่มละ ๓ - ๕ ให้คน้ หาอาชพี ในชมุ ชนของนกั เรียน
๓. นักเรยี นนาเสนอผลการคน้ หาอาชีพในชมุ ชนหน้าชนั้ เรยี น
๔. ครูและนักเรยี นรว่ มอภิปรายสรุปกจิ กรรมตามแบบของ STRONG : จติ พอเพยี งตา้ นทุจรติ
๒) ช่วั โมงที่ ๒
๑. ครทู บทวนความร้เู ดมิ จากช่วั โมงทแ่ี ล้ว
๒. นักเรยี นถอดองคค์ วามรู้ เร่อื ง อาชีพในชมุ ชน ตามแบบของ STRONG : จิตพอเพยี งตา้ นทจุ รติ
ในใบงาน
๓. นกั เรยี นนาเสนอหน้าชัน้ เรียน
๔. ครูสรปุ ประเมินผลและกลา่ วชื่นชมนกั เรยี น
๔.๒ ส่ือการเรยี นรู้ / แหลง่ การเรยี นรู้
๑) ใบความรู้ เร่ือง อาชพี ในชุมชน
๒) ใบงาน เรอ่ื ง การถอดองคค์ วามรู้ เรื่อง อาชีพในชุมชน ตามแบบของ STRONG : จติ พอเพียงตา้ น
ทจุ ริต
๕. การประเมนิ ผลการเรียนรู้
๕.๑ วธิ ีการประเมิน
๑) สงั เกตพฤติกรรมของนักเรียน
๒) ประเมินผลงานนกั เรียน
๕.๒ เครอ่ื งมือทีใ่ ชใ้ นการประเมนิ
๑) แบบสังเกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี น
๒) แบบประเมนิ ผลงานนักเรยี น
๕.๓ เกณฑ์การตัดสิน
ผา่ นเกณฑก์ ารประเมนิ ร้อยละ ๘๐
บันทกึ หลงั สอน
หน่วยกำรสอนท.ี่ ............... แผนกำรจดั กำรเรยี นรู้ท่.ี .............
บันทกึ หลงั สอน
.................................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
ปญั หำและอุปสรรค
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ข้อเสนอแนะ/แนวทำงแก้ไข
.................................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
(นางสาวกนั ตนา จติ รบรรจง)
ครูผู้สอน
ความคดิ เหน็ ของผู้อานวยการโรงเรียน (ตรวจ/นเิ ทศ/เสนอแนะ/รับรอง)
.................................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
(นางสาวกันตนา จิตรบรรจง)
ผ้อู านวยการโรงเรียนวัดคลองห้า
๗. ภาคผนวก
ใบความรู้
เรือ่ ง อาชพี ในชุมชน
อาชีพของคนในสังคมชุมชนต่างๆ ล้วนแต่มีความหลากหลายทางการทาอาชีพต่างๆ อาชีพท่ีมีความน่าสนใจ
สาหรับการทาอาชีพในชุมชน ได้แก่ อาชีพการทาเกษตรกรรม อาชีพในการค้าขาย อาชีพท่ีให้บริการชุมชน อาชีพ
หัตถกรรมของชมุ ชน อาชพี อุตสาหกรรมชุมชน เป็นตน้ ความน่าสนใจของการทาอาชีพในชุมชนอย่ทู จ่ี านวนประชากรใน
พ้นื ที่ชมุ ชนจะมจี านวนมากและมีความแตกต่างกันไป บ้างก็ชอบใชบ้ ริการในอาชพี ทใี่ ห้บริการ บ้างก็ชอบซ้ือหาสินค้าใน
รา้ นค้าขายชุมชน บ้างก็ชอบลงทุนทาอาชีพอุตสาหกรรม ซ่ึงเกิดความแตกต่างทางด้านความต้องการจึงก่อให้เกิดอาชีพ
เพื่อตอบสนองความตอ้ งการของคนในชมุ ชนขึน้ ไวค้ อยบรกิ ารมากมาย ความสาคญั ทางดา้ นอาชพี ในชุมชน ได้แก่
๑. อาชีพค้าขายร้านค้าชุมชน ร้านค้าชุมชนถอื เป็นร้านค้าขายท่ีสาคัญสาหรับคนในชุมชน จะซ้ือจะหาสินค้าก็
ตอ้ งเดินมาที่ร้านค้าในชุมชน หากร้านค้าในชุมชนมีการปฏิบัติและปรับปรุงร้านให้ทันสมัยเหมือนร้านค้าปลีกสมัยใหม่
บา้ งรบั รองไดว้ ่าอาชีพค้าขายอย่างร้านโชว์ห่วยของชุมชนไมม่ ีวนั ที่จะดบั สญู ไปจากสังคมชุมชนแน่นอน อาชีพร้านค้าใน
ชมุ ชนมีความไดเ้ ปรยี บร้านค้าสมยั ใหม่อย่างเช่นความเป็นเพ่ือนเป็นญาติเปรยี บเสมือนพี่นอ้ งเพราะฉะน้นั ความไวว้ างใจ
ที่จะซ้ือหาสินค้าในชุมชนน้ันจึงไม่ยากเพียงแต่ผู้ที่ทาอาชีพเปิดร้านค้าในชุมชนต้องสนใจและใสใ่ จในความต้องการของ
คนในชุมชนให้มากข้ึนว่าคนในชุมชนตอ้ งการอะไรก็หามาใส่ไว้ในรา้ นกเ็ ท่าน้ัน และอกี อยา่ งคือความสะดวกสบายในการ
เดินทางในชมุ ชนไมต่ ้องเดินทางมากในการทีจ่ ะเลือกซ้ือหาสินคา้ จงึ ทาใหป้ ระหยดั ทัง้ เวลาและค่าใช้จ่ายเป็นอยา่ งมาก นี่
เป็นเพยี งเหตุผลบางข้อทน่ี ่าจะสนับสนุนคนท่ีมีความคดิ อยากเปิดร้านค้าขายในชมุ ชนได้
๒. อาชีพให้บริการในชุมชน หรือร้านบริการต่างๆ ในชุมชนน้ันถือเป็นอาชีพในชุมชนที่น่าลงทุน
เป็นอย่างมาก ด้วยเหตุท่ีในชุมชนมีคนมากย่อมมีความต้องการบริการมากเช่นกัน ตัวอย่างเช่น ต้องการร้านซักรีด หากมี
ร้านซักรีดในชุมชนก็จะตอบสนองความต้องการใช้บริการของชุมชนได้ แม้แต่ร้านรับซ่อมเครื่องยนต์ทางการเกษตรก็
เช่นกนั ในชุมชนมีผูท้ าอาชีพเกษตรกรรมอยไู่ ม่นอ้ ยเคร่ืองไมเ้ ครอ่ื งมือทางเกษตรกต็ ้องใชม้ ากเช่นกัน หากในชุมชนมีร้าน
รับซอ่ มเคร่อื งมือการเกษตรกจ็ ะเป็นการบริการชมุ ชนในอกี รูปแบบเช่นกัน
๓. อาชีพในด้านเกษตรกรรม การเพาะปลูกอาชีพเกษตรกรในชุมชนถือได้ว่าเป็นอาชีพหลักในชุมชนด้วย
เหตุผลท่ีคนทุกคนลว้ นแต่มีความต้องบริโภคสินค้าทางการเกษตรกันท้ังน้ัน ไมว่ ่าจะเป็น ข้าว พืชผัก และเน้ือสัตว์หรือ
ปลา ทุกคนในชุมชนหลีกหนีไม่พ้นท่ีจะต้องจับจ่ายกับสินค้าประเภทน้ีอย่างเสมอ ด้ังน้ันคงไม่แปลกอะไรหากคนส่วน
ใหญใ่ นชมุ ชนจะทาอาชพี เกษตรกรรม
๔. อาชีพหัตถกรรมของชุมชน เป็นอาชีพในชุมชนที่สร้างชอื่ เสียงให้กับชุมชนในการอวดสรรพคุณทางวตั ถุดิบ
ชุมชนและภูมิปัญญาของคนในชุมชน ผลิตภัณฑ์ในชุมชนท่ีถูกผลิตออกมาเป็นสินค้าของชุมชนจะเป็นอัตลักษณ์ของ
ชุมชนนนั้ ๆ สรา้ งความภาคภูมใิ จกับคนในชุมชนทีบ่ อกอัตลกั ษณ์ของชมุ ชนผา่ นหัตถกรรมชุมชนได้
๕. อาชีพอุตสาหกรรมในชุมชน ถือเป็นอาชีพท่ีจะช่วยพัฒนาแล ะนาความเจริญรุ่งเรื่องสู่ชุมชนได้
เป็นอย่างดีหากองค์กรหรือหน่วยงานของรัฐให้การสนับสนุนให้เกิดอุตสาหกรรมในชุมชนให้มากก็น่าจะแก้ปัญหาทาง
สังคมได้ไม่นอ้ ย ไมว่ ่าจะเป็นการท้งิ ถน่ิ ฐานเพ่ือหางานทาหรือการทิ้งครอบครัวก็ตาม หากชมุ ชนมีอุตสาหกรรมในชุมชน
มากก็จะสรา้ งสมดุลทางด้านการคา้ ขายและแหล่งการทางานได้อย่างสมบูรณ์ การคา้ ขายผา่ นผลิตภณั ฑ์ในชุมชนคือการ
นามาซ่งึ รายไดข้ องชมุ ชน แหล่งงานจะเกดิ ขึ้นตามอุตสาหกรรมในชมุ ชน ซึ่งเราเรียกว่าแหล่งงานในชุมชน และถ้าเราหัน
มาสนบั สนุนกันอย่างจริงจังจะเป็นการช่วยลดปญั หาในสงั คมและชมุ ชนลงได้
ใบงาน
เรอื่ ง การถอดองคค์ วามรู้
อาชีพในชมุ ชน ตามแบบของ STRONG : จิตพอเพียงตา้ นทจุ รติ
คาชีแ้ จง ให้นักเรยี นถอดองคค์ วามรู้ เร่ือง อาชีพในชุมชน ตามแบบของ STRONG : จติ พอเพยี งต้านทุจรติ
อาชพี ในชุมชน
แบบ STRONG
ช่ือ.............................................................................ชนั้ ......................เลขท.่ี ...............
แบบสังเกตพฤติกรรมการปฏิบตั กิ ิจกรรม
ท่ี พฤตกิ รรม ความสนใจ การแสดงความ การตอบคาถาม การยอมรับฟงั การทางานท่ี หมาย
ชื่อ คดิ เหน็ ความคิดเหน็ ไดร้ บั มอบหมาย เหตุ
๔๓๒๑๔๓๒๑๔๓๒๑๔๓๒๑๔๓๒๑
เกณฑก์ ารวัดผล
ใหค้ ะแนนระดบั คุณภาพของแต่ละกล่มุ ดงั น้ี
ดีมาก เทา่ กบั ๔ ประสทิ ธภิ าพอยใู่ นเกณฑ์ ๙๐ - ๑๐๐ %
ดี เท่ากับ ๓ ประสิทธิภาพอยใู่ นเกณฑ์ ๗๐ - ๘๙ %
ปานกลาง เท่ากับ ๒ ประสิทธภิ าพอยใู่ นเกณฑ์ ๕๐ - ๖๙ %
ปรบั ปรุง เทา่ กับ ๑ ประสิทธิภาพต่ากวา่ เกณฑ์ ๕๐ %
( ลงชื่อ ) ผ้สู งั เกต
(.....................................................)
.............../................./....................
คาชแี้ จง แบบประเมินผลงาน
เรื่อง STRONG : จิตพอเพียงต้านทุจริต
ทาเครื่องหมาย ลงในช่องระดับคะแนนพฤติกรรมทน่ี กั เรียนปฏบิ ัตดิ งั นี้
ระดบั 3 หมายถึง แสดงพฤติกรรมให้เห็นมาก
ระดับ 2 หมายถงึ แสดงพฤตกิ รรมให้เห็นปานกลาง
ระดับ 1 หมายถึง แสดงพฤติกรรมให้เหน็ นอ้ ย
หวั ข้อประเมนิ การ
ความถูกตอ้ ง ความ ความคดิ รวม ประ
321 เรียบรอ้ ย สรา้ งสรรค์ คะ
ลาดบั ระดบั คะแนน แนน เมนิ หมายเหตุ
ที่ 321 321
ผล
ชื่อ-สกลุ ผา่ น ไม่
ผ่าน
1.
2.
3.
4.
5.
6.
7.
8.
9.
10.
เกณฑ์การประเมิน
คะแนนตั้งแต่ 4 - 9 ผา่ น
8 - 9 = ดี
6 - 7 = ปานกลาง
4 - 5 = พอใช้
คะแนนตา่ กว่า 4 ไมผ่ ่าน
แผนการจัดการเรียนรู้
หนว่ ยท่ี ๓ ชอื่ หน่วย STRONG : จติ พอเพยี งต้านทจุ ริต ช้นั ประถมศึกษาปีท่ี ๔
แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี ๔ เรื่อง การใช้พื้นที่สาธารณะในชุมชนที่สอดคล้องกับ STRONG : จติ พอเพียง เวลา ๑ ชั่วโมง
ตา้ นทุจรติ
๑. ผลการเรียนรู้
๑.๑ มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกบั STRONG : จิตพอเพยี งต้านทจุ ริต
๑.๒ ปฏบิ ัตติ นเป็นผู้ที่ STRONG : จติ พอเพียงตา้ นทุจรติ
๒. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
๒.๑ นักเรียนสามารถวิเคราะห์สถานการณ์การใช้พ้ืนที่สาธารณะในชุมชนที่สอดคล้องกับ STRONG :
จติ พอเพยี งต้านทุจรติ ได้
๒.๒ นักเรยี นสามารถนาความรูท้ ี่ได้รับไปปรับใช้ในชีวิตประจาวันได้
๓. สาระการเรยี นรู้
๓.๑ ความรู้
ความหมายของพนื้ ที่สาธารณะ
พื้นท่ีสาธารณะ (public space) เป็นพื้นที่ในโลกทางสังคมซ่ึงปัจเจกบุคคลมาพบปะพูดคุยและ
อภิปรายกันอย่างเสรีในประเด็นปัญหาทางสังคม การเมือง และเศรษฐกิจ ประเด็นจากการอภิปรายโต้เถียง
ปัญหา ขอ้ มูลข่าวสารตา่ งๆ จะถูกตีแผ่แลกเปล่ียนกันในพ้ืนท่สี าธารณะ ก่อให้เกิดการรบั ร้รู ว่ มกนั และนาไปสู่การ
ตดั สินใจเข้าร่วมกิจกรรมทางสังคมและกิจกรรมทางการเมืองของสาธารณชนในอันดับต่อไป พื้นท่ีสาธารณะจึง
เป็นอาณาบริเวณที่เก่ียวข้องกับการส่ือสาร การสร้างความรู้สึ กเป็นส่วนรวม (sense of public) และ
ผลประโยชน์ของสว่ นรวม พ้ืนทีส่ าธารณะเป็นได้ทั้งรูปธรรมและนามธรรม กล่าวคอื รูปธรรมของพื้นท่สี าธารณะ
คือพื้นท่ีทางกายภาพท่ีกาหนดขอบเขตไว้แน่นอน เช่น ร้านกาแฟ ลานประชาชน จัตุรัสกลางเมือง
สวนสาธารณะ โรงละคร พิพิธภัณฑ์ เป็นต้น ส่วนพ้ืนที่นามธรรม เช่น สื่อมวลชน ส่ือสังคมออนไลน์ กลุ่มทาง
สังคม หรอื พน้ื ทีท่ างวัฒนธรรม เป็นตน้
ความหมายของ STRONG : จติ พอเพยี งต้านทจุ รติ
- S (Sufficient) หมายถึง การนาเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นเครื่องมือในการป้องกันการทุจริต เช่น
สรา้ งจติ พอเพยี งให้แก่ตวั เราและเพื่อนๆ เมอื่ เราพอเพยี งเรากจ็ ะไม่ทจุ รติ
- T (Transparent) หมายถึง การมุ่งเน้นการปฏิบัติงานและตรวจสอบได้ เช่น ไม่ลอกการบ้านเพ่ือน
และครูสามารถตรวจดูได้ว่านกั เรียนตอบไม่เหมอื นเพอื่ น
- R (Realize) หมายถึง ความเข้าใจ ความตระหนักรู้ และการวิเคราะห์ความเสี่ยง เชน่ หากนักเรียน
จะทาการบา้ น นกั เรยี นตอ้ งเรยี นใหเ้ ขา้ ใจ และหากคิดว่าตัวเองจะทาไม่ได้ ก็ควรถามเพอ่ื นหรือครู
- O (Onward) หมายถึง การมแี นวคดิ มุ่งส่คู วามโปรง่ ใส
- N (Knowledge) หมายถงึ มีการพัฒนาองค์ความรู้อย่างสม่าเสมอ เช่น เขา้ หอ้ งสมุดเสมอๆ
- G (Generosity) หมายถึง การรว่ มสร้างสงั คมไทยใหม้ ีความเออ้ื อาทร เช่น แบง่ ปนั สง่ิ ของใหเ้ พื่อน
๓.๒ ทักษะ / กระบวนการ ( สมรรถนะทเี่ กิด )
๑) ความสามารถในการสอ่ื สาร
๒) ความสามารถในการคิด
๓) ความสามารถในการคิดวเิ คราะห์
๓.๓ คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ / ค่านิยม
๑) ใฝเ่ รยี นรู้
๒) ซอ่ื สัตย์สุจรติ
๔. กจิ กรรมการเรยี นรู้
๔.๑ ขั้นตอนการเรยี นรู้
๑. ครูใหน้ ักเรยี นชมวดี ิทศั น์ เรื่อง การใช้พน้ื ทส่ี าธารณะอยา่ งถูกวธิ ี
๒. ครใู ห้นกั เรียนฝึกการใช้พนื้ ที่สาธารณะในโรงเรียนอย่างถกู วธิ ีจากสถานการณจ์ รงิ
๓. ครูและนักเรียนร่วมอภิปรายสรปุ กจิ กรรมตามแบบของ STRONG : จิตพอเพียงตา้ นทุจรติ
๔. นักเรียนถอดองค์ความรู้ เรื่อง การใช้พ้ืนท่ีสาธารณะในชุมชน ตามแบบของ STRONG :
จติ พอเพยี งตา้ นทุจรติ ในใบงาน
๕. นกั เรียนนาเสนอผลงานหน้าชน้ั เรียน
๖. ครูสรุป ประเมนิ ผลและกลา่ วชนื่ ชมนกั เรยี น
๔.๒ ส่อื การเรียนรู้ / แหล่งการเรยี นรู้
๑) วีดทิ ศั น์ เร่ือง การใช้พื้นท่ีสาธารณะอย่างถกู วิธี
https://www.youtube.com/watch?v=e3bdl1mI3D8
๒) ใบงาน เรอื่ ง การถอดองคค์ วามรู้ เร่อื ง การใช้พ้ืนท่สี าธารณะในชมุ ชน ตามแบบของ STRONG : จติ
พอเพียงตา้ นทจุ ริต
๕. การประเมินผลการเรยี นรู้
๕.๑ วิธกี ารประเมิน
๑) สงั เกตพฤตกิ รรมของนักเรียน
๒) ประเมนิ ผลงานนกั เรยี น
๕.๒ เคร่ืองมือทใี่ ชใ้ นการประเมนิ
๑) แบบสังเกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี น
๒) แบบประเมนิ ผลงานนกั เรียน
๕.๓ เกณฑก์ ารตัดสิน
ผา่ นเกณฑก์ ารประเมนิ ร้อยละ ๘๐
บันทกึ หลงั สอน
หน่วยกำรสอนที.่ ............... แผนกำรจัดกำรเรยี นรทู้ .่ี .............
บนั ทกึ หลงั สอน
.................................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
ปญั หำและอุปสรรค
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ข้อเสนอแนะ/แนวทำงแก้ไข
.................................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
(นางสาวกันตนา จิตรบรรจง)
ครูผู้สอน
ความคิดเห็นของผ้อู านวยการโรงเรยี น (ตรวจ/นิเทศ/เสนอแนะ/รับรอง)
.................................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
(นางสาวกนั ตนา จติ รบรรจง)
ผอู้ านวยการโรงเรียนวดั คลองห้า
๗. ภาคผนวก
ใบงาน
เรอื่ ง การถอดองคค์ วามรู้
การใช้พนื้ ทส่ี าธารณะในชมุ ชน ตามแบบของ STRONG / จิตพอเพยี งต้านทุจรติ
คาช้ีแจง ให้นักเรียนถอดองค์ความรู้ เร่ือง การใช้พ้ืนที่สาธารณะในชุมชน ตามแบบของ STRONG :
จิตพอเพยี งตา้ นทจุ รติ
การใชพ้ น้ื ที่สาธารณะในชมุ ชน
แบบ STRONG
ช่ือ.............................................................................ชั้น......................เลขท่.ี ...............
แบบสังเกตพฤติกรรมการปฏิบตั กิ ิจกรรม
ท่ี พฤตกิ รรม ความสนใจ การแสดงความ การตอบคาถาม การยอมรับฟงั การทางานท่ี หมาย
ชื่อ คดิ เหน็ ความคิดเหน็ ไดร้ บั มอบหมาย เหตุ
๔๓๒๑๔๓๒๑๔๓๒๑๔๓๒๑๔๓๒๑
เกณฑก์ ารวัดผล
ใหค้ ะแนนระดบั คุณภาพของแต่ละกล่มุ ดงั น้ี
ดีมาก เทา่ กบั ๔ ประสทิ ธภิ าพอยใู่ นเกณฑ์ ๙๐ - ๑๐๐ %
ดี เท่ากับ ๓ ประสิทธิภาพอยใู่ นเกณฑ์ ๗๐ - ๘๙ %
ปานกลาง เท่ากับ ๒ ประสิทธภิ าพอยใู่ นเกณฑ์ ๕๐ - ๖๙ %
ปรบั ปรุง เทา่ กับ ๑ ประสทิ ธภิ าพต่ากวา่ เกณฑ์ ๕๐ %
( ลงชื่อ ) ผ้สู งั เกต
(.....................................................)
.............../................./....................
คาชีแ้ จง แบบประเมินผลงาน
เรอ่ื ง STRONG : จติ พอเพียงตา้ นทจุ ริต
ทาเคร่ืองหมาย ลงในชอ่ งระดับคะแนนพฤตกิ รรมทีน่ กั เรยี นปฏิบตั ดิ งั นี้
ระดบั 3 หมายถงึ แสดงพฤตกิ รรมให้เห็นมาก
ระดับ 2 หมายถึง แสดงพฤตกิ รรมใหเ้ หน็ ปานกลาง
ระดับ 1 หมายถึง แสดงพฤตกิ รรมใหเ้ ห็นนอ้ ย
หวั ขอ้ ประเมนิ การ
ความถกู ต้อง ความ ความคดิ รวม ประ
321 เรียบร้อย สรา้ งสรรค์ คะ
ลาดับ ระดับคะแนน แนน เมิน หมายเหตุ
ท่ี 321 321
ผล
ช่อื -สกลุ ผา่ น ไม่
ผา่ น
1.
2.
3.
4.
5.
6.
7.
8.
9.
10.
เกณฑ์การประเมนิ
คะแนนตัง้ แต่ 4 - 9 ผา่ น
8 - 9 = ดี
6 - 7 = ปานกลาง
4 - 5 = พอใช้
คะแนนตา่ กวา่ 4 ไม่ผ่าน
หน่วยท่ี ๔
พลเมอื งกบั ความรับผดิ ชอบต่อสงั คม
แผนการจัดการเรยี นรู้
หน่วยท่ี ๔ ช่ือหนว่ ย พลเมืองกับความรับผิดชอบต่อสงั คม ชัน้ ประถมศึกษาปีท่ี ๔
แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ ๑ เรื่อง การเคารพสทิ ธิหน้าทีต่ ่อตนเองและผอู้ ื่นทมี่ ตี ่อชุมชน เวลา ๒ ชว่ั โมง
๑. ผลการเรียนรู้
๑.๑ มคี วามรู้ความเข้าใจเกี่ยวกบั พลเมืองและความรับผดิ ชอบต่อสังคม
๑.๒ ปฏบิ ัตติ นตามหน้าทพี่ ลเมอื งและมีความรับผิดชอบต่อสังคม
๒. จุดประสงค์การเรียนรู้
๒.๑ นักเรียนบอกบทบาทหนา้ ทข่ี องสมาชกิ ในชุมชนได้
๒.๒ นกั เรียนบอกแนวทางการปฏบิ ตั ิตนในการเคารพสิทธิหนา้ ทข่ี องสมาชกิ ในชุมชนได้
๒.๓ นกั เรยี นบอกผลที่ไดร้ บั จากการปฏบิ ัตติ นในการเคารพสทิ ธหิ น้าท่ขี องสมาชิกในชุมชนได้
๓. สาระการเรยี นรู้
๓.๑ ความรู้
สิทธิต่อชุมชน คือ สิทธิของชุมชนท้องถ่ินในการเข้ามามีส่วนร่วม จัดการ ดูแล บารุงรักษา และใช้
ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติส่งิ แวดล้อมอยา่ งสมดลุ และยัง่ ยนื
๓.๒ ทักษะ / กระบวนการ
๑) ความสามารถในการส่อื สาร
๒) ความสามารถในการคิด
๓) ความสามารถในการแก้ปญั หา
๓.๓ คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ / ค่านิยม
๑) มวี นิ ยั
๒) ใฝเ่ รียนรู้
๓) มุง่ มั่นในการทางาน
๔) รักความเปน็ ไทย
๔. กจิ กรรมการเรียนรู้
๔.๑ ขั้นการเรียนรู้
ชั่วโมงท่ี ๑
๑. ใหน้ กั เรียนชมวีดทิ ศั น์ เร่ือง ชาวบ้านห้วยสีเสยี ดสดุ ทนถนนพังมานานกวา่ 5 ปี เดอื ดร้อนหลาย
หมบู่ า้ น
๒. ใหน้ ักเรยี นรว่ มกันตอบคาถามต่อไปน้ี
๒.๑ นักเรียนฟงั ขา่ วน้แี ล้วมคี วามรู้สกึ เชน่ ไร
๒.๒ การกระทานีน้ ักเรยี นชอบหรอื ไม่ชอบ
๒.๓ นักเรยี นคดิ วา่ จะเกิดผลอยา่ งไรตอ่ ชุมชน
๓. นักเรียนอา่ นใบความรู้ เรอ่ื ง การเคารพสทิ ธหิ นา้ ท่ตี ่อตนเองและผู้อ่นื ทมี่ ตี อ่ ชุมชน
๔. แบ่งนกั เรยี นเป็นกลุ่ม กลมุ่ ละประมาณ ๔ - ๕ คน รว่ มกันอภิปราย แสดงความคิดเหน็ ค้นหา
ขอ้ มลู ตอบคาถามลงในใบงาน เรอื่ ง การเคารพสิทธหิ นา้ ทต่ี ่อตนเองและผู้อื่นท่มี ตี ่อชุมชน
ชว่ั โมงที่ ๒
๑. นกั เรยี นฟังเพลง ชมุ ชนของฉัน จาก YouTube แล้วร่วมกนั รอ้ ง ๑ - ๒ รอบ
๒. นกั เรยี นวาดภาพ หวั ขอ้ “ชุมชนของฉนั ” พรอ้ มบรรยายใต้ภาพ ๓ - ๕ บรรทดั และ
ระบายสใี หส้ วยงาม
๓. ครูให้นกั เรยี นนาเสนอผลงานของตนเอง
๔. ครูตรวจผลงานนกั เรยี น
๔.๒ สื่อการเรยี นรู้
๑) วีดิทศั น์ เรอื่ ง ชาวบ้านห้วยสเี สยี ดสดุ ทนถนนพังมานานกวา่ 5 ปี เดอื ดร้อนหลายหมู่บ้าน
https://www.youtube.com/watch?v=X9Rr-1Q49Io&t=11s
๒) ใบความรู้ เร่อื ง การเคารพสิทธหิ นา้ ท่ตี อ่ ตนเองและผู้อนื่ ท่ีมีตอ่ ชมุ ชน
๓) ใบงาน เรอื่ ง การเคารพสิทธหิ นา้ ทต่ี ่อตนเองและผู้อนื่ ทีม่ ตี อ่ ชมุ ชน
๔) YouTube เพลง ชมุ ชนของฉนั
๕) กระดาษ / สี
๕. การประเมนิ ผลการเรียนรู้
๕.๑ วิธีการประเมิน
๑) ตรวจใบงาน
๒) ประเมินชนิ้ งานการวาดภาพ
๕.๒ เครอื่ งมือในการประเมิน
๑) ใบงาน เร่อื ง การเคารพสิทธิหน้าท่ีตอ่ ตนเองและผอู้ น่ื ทม่ี ีตอ่ ชุมชน
๒) แบบประเมนิ ผลงานนักเรยี นเรอ่ื ง การวาดภาพชมุ ชนของฉนั
๕.๓ เกณฑก์ ารตัดสิน
๑) การตรวจใบงาน ร้อยละ ๘๐ ถือวา่ ผา่ น
๒) ประเมินผลงานการวาดภาพ คะแนน ๖ - ๙ ถือว่าผ่าน
บนั ทึกหลงั สอน
หน่วยกำรสอนที.่ ............... แผนกำรจดั กำรเรยี นรูท้ .ี่ .............
บนั ทึกหลังสอน
.................................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
ปญั หำและอปุ สรรค
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ข้อเสนอแนะ/แนวทำงแกไ้ ข
.................................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
(นางสาวกันตนา จติ รบรรจง)
ครูผู้สอน
ความคิดเห็นของผอู้ านวยการโรงเรยี น (ตรวจ/นเิ ทศ/เสนอแนะ/รับรอง)
.................................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
(นางสาวกันตนา จิตรบรรจง)
ผู้อานวยการโรงเรียนวัดคลองหา้
๗. ภาคผนวก
ใบความรู้
การเคารพสิทธิของตนเองและผอู้ น่ื ทม่ี ีตอ่ ชมุ ชน
สมาชิกทกุ คนในสังคมมีสิทธิเทา่ เทียมกันในการดารงชีวิตในสงั คม โดยสทิ ธดิ ังกล่าวจะต้องไมล่ ะเมดิ สทิ ธิ
ของสมาชิกคนอ่ืนในสังคม ในทน่ี ้ขี อยกตวั อยา่ งสิทธขิ องตนเองทมี่ ตี อ่ ชมุ ชนบางประการ ดังนี้
1) เสรีภาพในเคหสถาน ชาวไทยทุกคนย่อมมีเสรีภาพในเคหสถาน ท่ีจะสามารถอาศยั และครอบครอง
เคหสถานของตนโดยปกติสุข ไม่ว่าจะเกิดจาการเช่าหรือเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ ซ่ึงบุคคลอื่นจะต้องให้ความ
เคารพในสิทธิน้ี แม้แต่เจ้าหน้าท่ีของรัฐหากจะต้องเข้าไปดาเนินการตามกฎหมายใดๆ เช่น การตรวจค้น
เคหสถานของประชาชนก็จะทาการมไิ ด้ เว้นแต่จะมีหมายค้นทอ่ี อกโดยศาลเท่าน้ัน
2) เสรีภาพในหารเดินทางและการติดต่อสื่อสาร ชาวไทยทุกคนมีเสรภี าพทีจ่ ะเดินทางไปในท่ีต่างๆ บน
ผนื แผ่นดินไทยได้ทุกพื้นท่ีของประเทศไทย และสามารถเลือกถิ่นท่ีอยู่อาศัย ณ ท่ีใดก็ได้ในประเทศไทย รวมท้ัง
ชาวไทยทกุ คนสามารถที่จะตดิ ตอ่ สื่อสารกบั บคุ คลอืน่ ไม่วา่ จะเปน็ ทาง จดหมาย โทรศพั ท์ หรืออินเทอรเ์ น็ต
3) เสรีภาพในการนับถือศาสนา สมาชิกทุกคนในสังคมมีสิทธิเสรีภาพท่ีจะนับถือศาสนาแตกต่างกันได้
ซึ่งบคุ คลอื่นในสังคมรวมทัง้ รฐั จะตอ้ งใหค้ วามเคารพสิทธเิ สรีภาพในเรอ่ื งนี้ด้วย
4) เสรีภาพในทางวิชาการ เยาวชนไทยทกุ คนจะต้องได้รับการศึกษาขึ้นพน้ื ฐานไม่น้อยกว่า 12 ปี โดย
ไม่เสียค่าใช้จา่ ย นอกจากนี้คนไทยทกุ คนยังมีสิทธใิ นการท่ีจะศึกษาค้นหว้าหรือทาวิจัยตามท่ีต้องการ โดยไม่ขัด
ตอ่ กฎหมาย
5) เสรีภาพในการชุมนุมอยา่ งสงบโดยปราศจากอาวุธ หมายถึง ประชาชนทุกคนมีสิทธเิ สรีภาพในการ
ชุมนุมแต่ต้องเป็นไปโดยสงบ ปราศจากอาวุธ และต้องไม่รบกวนสิทธิของผู้อื่น การปราศจากอาวุธนั้น หมาย
รวมถึง ห้ามทุกคนที่มาร่วมชุมนุมพกพาอาวุธเข้ามาในที่ชุมนุมเด็ดขาด บุคคลใดพกพาอาวุธเข้ามาในท่ีชุมนุม
บุคคลนนั้ จะไม่ได้รับความค้มุ ครองตามรัฐธรรมนญู ในกรณีทีไ่ ด้กล่าวมาข้างตน้
6) สิทธิเสรีภาพในการอนุรักษ์และฟ้ืนฟูจารีตประเพณี ภูมิปัญญาท้องถนิ่ ทุกคนย่อมมีส่วนรว่ มในการ
อนุรักษ์ และร่วมสืบสานศิลปะหรือวฒั นธรรมอันดงี ามของทอ้ งถิ่นและของประเทศชาติเพ่ือใหด้ ารงอยู่ต่อไปกับ
อนชุ นรุน่ หลัง
7) สิทธิเสรีภาพในการประกอบอาชีพ โดยเสรภี าพในการประกอบอาชีพจะต้องไมเ่ อารดั เอาเปรียบผู้อ่ืน
เชน่ ผู้ประกอบการจะตอ้ งเคารพและซอ่ื สัตยต์ ่อผู้บริโภค และไมเ่ อาเปรยี บผู้บรโิ ภค เปน็ ต้น
ใบงาน
การเคารพสิทธิของตนเองและผอู้ นื่ ทมี่ ีตอ่ ชมุ ชน
คาช้ีแจง ให้นักเรียนตอบคาถามตอ่ ไปน้ี
๑. จงบอกบทบาทหน้าท่ขี องตนเองในฐานะสมาชกิ ในชมุ ชนมาคนละ ๓ ขอ้
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
๒. จงบอกแนวทางการปฏิบัติตนในการเคารพสทิ ธหิ นา้ ท่ี ของสมาชกิ ในชุมชนคนละ ๓ ข้อ
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
๓.ผลท่ไี ดร้ บั จากการปฏิบัติตนในการเคารพสทิ ธิหน้าที่ของสมาชกิ ในชมุ ชนมอี ะไรบา้ ง
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
สมาชกิ กล่มุ ที่ .......
๑......................................................................เลขท่ี.........ชัน้ ..................
๒......................................................................เลขที่.........ชั้น..................
๓......................................................................เลขที่.........ชั้น..................
๔......................................................................เลขท.ี่ ........ชน้ั ..................
๕......................................................................เลขท.ี่ ........ชั้น..................
แบบประเมนิ ผลงานนักเรยี น
เร่อื ง การวาดภาพชมุ ชนของฉัน
เลขท่ี ช่ือ-สกลุ รายการประเมนิ ผลการ
เน้อื หา ความสวยงาม บรรยายภาพ
๓๒๑๓๒๑๓๒๑ รวมคะแนน ประเมิน
ผ่าน/ไม่ผา่ น
ลงช่อื ................................................ประเมิน
(.................................................)
เกณฑก์ ารตัดสนิ
คะแนน ๖ - ๙ ถือว่าผ่าน
เกณฑ์การใหค้ ะแนนผลงาน
ประเดน็ ทป่ี ระเมนิ เกณฑ์การใหค้ ะแนน / ระดบั คณุ ภาพ
๑. เน้ือหา
๓๒ ๑
๒. ความสวยงาม
๓. บรรยายภาพ ตรงตามหวั ข้อ ตรงตามหวั ข้อ ตรงตามหัวขอ้
สอื่ ความหมายไดม้ าก สื่อความหมายไดป้ าน ส่ือความหมายได้
ที่สุด กลาง คอ่ นขา้ งน้อย
ความสวยงามระดับ ความสวยงามระดับ ความสวยงามคอ่ นข้าง
มาก ปานกลาง นอ้ ย
เน้อื หาสมั พันธก์ ับภาพ เนอื้ หาสมั พนั ธ์กับภาพ เน้อื หาไม่สัมพันธ์กับภาพ
มากทีส่ ดุ ครบตามท่ี ปานกลางครบตามท่ี และไม่ครบตามที่กาหนด
กาหนด กาหนด
แผนการจดั การเรียนรู้
หน่วยท่ี ๔ ชอ่ื หนว่ ย พลเมอื งกบั ความรบั ผดิ ชอบต่อสังคม ช้ันประถมศึกษาปีท่ี ๔
แผนการจัดการเรยี นรทู้ ่ี ๒ เร่อื ง สิทธทิ ไ่ี ด้รบั ในชุมชน : ทางสาธารณะ เวลา ๑ ชวั่ โมง
๑. ผลการเรียนรู้
๑. มีความรู้ความเขา้ ใจเกย่ี วกบั พลเมืองและมคี วามรับผดิ ชอบต่อสังคม
๒. ปฏิบตั ิตนตามหนา้ ทพ่ี ลเมืองและมคี วามรับผิดชอบต่อสังคม
๒. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
๒.๑ นกั เรียนสามารถบอกความหมายของทางสาธารณะได้
๒.๒ นกั เรยี นสามารถบอกสิทธิของตนเองในการใช้ทางสาธารณะได้
๒.๓ นกั เรยี นสามารถบอกหน้าที่ของตนเองในการใช้ทางสาธารณะได้
๒.๔ นักเรยี นสามารถใช้ทางสาธารณะโดยคานงึ ถึงสทิ ธิและหนา้ ท่ี
๓. สาระการเรยี นรู้
๓.๑ ความรู้
- ทางสาธารณะ หมายถึง ทางบก หรือทางน้าสาหรับประชาชนใช้ในการจราจร และหมายความรวม
ถึงทางรถไฟ และทางรถรางทีม่ ีรถเดนิ สาหรบั ประชาชนโดยสารดว้ ย
- สทิ ธิของนกั เรยี นตอ่ ทางสาธารระ
๑) นักเรียนมีสิทธิในการใช้ทางสาธารณะได้โดยไม่ต้องอนุญาต ได้แก่ ถนน, ทางม้าลาย,
ทางเทา้ , ทางเดินรถไฟ เป็นต้น
๒) นักเรยี นมีสิทธริ ้องเรียนหากทางสาธารณะทนี่ กั เรียนใชบ้ ริการชารุด
- หน้าท่ีของนักเรียนต่อทางสาธารณะ
๑) ไมท่ ้ิงขยะลงทางสาธารณะ
๒) ไม่กรดี ขวางทางสาธารณะ
๓) ไมท่ าให้ทางสาธารณะชารดุ
๔) ไมย่ ึดครองทางสาธารณะ
๓.๒ สมรรถนะสาคัญของผู้เรียน
๑) ความสามารถในการส่อื สาร
๒) ความสามารถในการคดิ
๓) ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
๓.๓ คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์
ซ่อื สตั ย์สจุ ริต
๔. กิจกรรมการเรียนรู้
๔.๑ ขัน้ ตอนการเรยี นรู้
๑) ชั่วโมงท่ี ๑
๑) ครใู ห้นักเรยี นฟังเพลง ขา้ มถนนระวงั รถชน
๒) ครสู นทนากบั นกั เรียนด้วยคาถาม เช่น นกั เรยี นมีวธิ ีการข้ามถนนอย่างไร, วธิ ีการที่นกั เรยี น
ใชถ้ ูกต้องหรอื ไม,่ นักเรยี นเคยทง้ิ ขยะบริเวณถนนหรือไม่
๓) ครูบอกความหมายของทางสาธารณะให้นักเรียนทราบ และยกบัตรภาพ ที่แสดงทาง
สาธารณะใหน้ ักเรยี นดู
๔) ครูบอกสิทธใิ นการใช้ทางสาธารณะใหน้ กั เรียนทราบ
๔.๑ นักเรียนมีสิทธิในการใช้ทางสาธารณะได้โดยไม่ต้องขออนญุ าต ได้แก่ ถนน, ทาง
ม้าลาย, ทางเทา้ , ทางเดินรถไฟ เปน็ ตน้
๔.๒ นักเรยี นมีสทิ ธิร้องเรยี นหากทางสาธารณะท่นี ักเรียนใชบ้ รกิ ารชารดุ
๕) ครใู ห้นักเรียนจับกลมุ่ กลุ่มละ ๓ คน และให้สง่ ตัวแทน ๑ คนเลือกบัตรภาพ ทางสาธารณะ
กล่มุ ละ ๑ ภาพ
๖) ครใู หน้ กั เรียนเขยี นหนา้ ทใี่ นการใชท้ างตามบัตรภาพทนี่ ักเรียนเลือก ตามความเข้าใจ
๗) นักเรียนแต่ละกลุ่มออกมานาเสนอผลงานและแนวคดิ ของตนเอง
๘) ครแู ละนกั เรียนรว่ มกันสรุปกิจกรรม
๙) ครยู ้าถงึ สิทธิและหนา้ ท่ขี องนกั เรียนตอ่ การใชท้ างสาธารณะ
๔.๒ ส่อื การเรยี นรู้ / แหล่งเรยี นรู้
๑) วีดทิ ศั น์ เรอื่ ง ขา้ มถนนระวงั รถชน
๒) บัตรภาพชดุ ทางสาธารณะ
๕. การประเมินผลการเรยี นรู้
๕.๑ วิธกี ารประเมนิ
- ตรวจจากการประเมินผลงานนักเรียน
๕.๒ เคร่ืองมอื ท่ีใช้ในการประเมนิ
๑) แบบประเมินผลงาน
๒) แบบสงั เกตพฤติกรรม การทางานกล่มุ
๕.๓ เกณฑ์การตดั สิน
นกั เรยี นผ่านเกณฑ์การประเมนิ รอ้ ยละ ๘๐ ข้ึนไป
บันทึกหลังสอน
หน่วยกำรสอนท.ี่ ............... แผนกำรจัดกำรเรียนรทู้ .่ี .............
บนั ทึกหลงั สอน
.................................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
ปญั หำและอุปสรรค
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ข้อเสนอแนะ/แนวทำงแก้ไข
.................................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
(นางสาวกันตนา จติ รบรรจง)
ครูผสู้ อน
ความคดิ เหน็ ของผู้อานวยการโรงเรียน (ตรวจ/นเิ ทศ/เสนอแนะ/รบั รอง)
.................................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
(นางสาวกันตนา จติ รบรรจง)
ผ้อู านวยการโรงเรยี นวดั คลองหา้
๗. ภาคผนวก
วดี ิทัศน์ เรือ่ ง ขา้ มถนนระวงั รถชน
จาก : https://www.youtube.com/watch?v=WUqkFOw6OM4
บตั รภาพชดุ ทางสาธารณะ
ทางเท้า
ชายหาด
ถนน
เกาะกลาง
ทางรถไฟ
แบบตรวจให้คะแนนชน้ิ งาน
เรือ่ ง หนา้ ทใี่ นการใช้ทางสาธารณะ
รายการประเมิน รวม สรุปผล
ที่ ชือ่ -สกลุ เนือ้ หาสอดคลอ้ ง การนาเสนอ ๑๐ ผ่าน ไมผ่ ่าน
(๕) (๕) คะแนน
ลงชือ่ ...............................................ผูต้ รวจ
(....................................................)
เกณฑก์ ารประเมิน
- นักเรยี นไดค้ ะแนนร้อยละ ๘๐ ขึ้นไป ถอื วา่ ผ่าน (ตอบถูก ๘ ขอ้ ข้นึ ไป)
แบบสังเกตพฤติกรรมการทางาน
ชอ่ื -สกลุ ......................................................................ชน้ั ...................ภาคเรียนท่.ี ..........ปีการศึกษา...................
คาชแ้ี จง ใหก้ าเคร่ืองหมาย ลงในช่องวา่ งท่ีตรงกับพฤตกิ รรมท่เี กดิ ข้ึนจริง
ระดบั การปฏบิ ัติ (คะแนน)
ที่ ข้อตกลง ปฏบิ ัติ ไม่ปฏบิ ัติ
๑ (๕ คะแนน) (๐ คะแนน)
๒
รวมคะแนน
ลงชื่อ..................................................ผู้ตรวจ
(......................................................)
เกณฑก์ ารประเมิน
- ได้คะแนน ๖ - ๑๐ คะแนน ถอื ว่า ผ่าน
- ไดค้ ะแนน ๐ - ๕ คะแนน ถอื วา่ ไมผ่ า่ น
แบบประเมินการทางานกลมุ่
เรื่อง .................................................................................
รายการประเมนิ
ท่ี ช่ือกล่มุ ความ การแสดง ความตั้งใจ การรับฟงั การรว่ ม รวม
๑๐ คะแนน
ร่วมมือ ความ (๒) ผู้อืน่ ปรบั ปรงุ
(๒) คิดเห็น (๒) ผลงาน
(๒) (๒)
ลงชอ่ื ..................................................ผู้ตรวจ
(......................................................)
เกณฑ์การประเมนิ
- นักเรียนผา่ นเกณฑ์การประเมินร้อยละ ๘๐ ข้ึนไป ถอื วา่ ผ่าน
แผนการจัดการเรยี นรู้
หน่วยท่ี ๔ ช่อื หน่วย พลเมืองกับความรับผดิ ชอบต่อสงั คม ช้นั ประถมศกึ ษาปที ่ี ๔
แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ ๓ เร่อื ง สิทธิท่ไี ดร้ บั ในชมุ ชน : พ้ืนทส่ี าธารณะในชุมชน เวลา ๑ ชวั่ โมง
๑. ผลการเรียนรู้
๑. มีความรู้ความเข้าใจเกย่ี วกบั พลเมืองและความรบั ผิดชอบตอ่ สังคม
๒. ปฏิบัตติ นตามหน้าทพ่ี ลเมอื งและมีความรับผดิ ชอบต่อสงั คม
๒. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
๒.๑ นักเรียนสามารถบอกความหมายของพ้ืนที่สาธารณะได้
๒.๒ นกั เรยี นสามารถบอกสิทธิของตนเองในการใช้พื้นท่ีสาธารณะในชมุ ชนได้
๒.๓ นกั เรียนสามารถบอกหน้าที่ของตนเองในการใช้พนื้ ที่สาธารณะในชุมชนได้
๒.๔ นกั เรียนสามารถใช้พืน้ ท่ีสาธารณะในชุมชนโดยคานงึ ถึงสิทธิและหนา้ ท่ี
๓. สาระการเรยี นรู้
๓.๑ ความรู้
- พ้ืนท่ีสาธารณะ คือ พื้นท่ีทากิจกรรมรว่ มกัน โดยไม่ไดจ้ ากัดว่าจะเป็นรูปแบบไหน เชน่ ถนน ทางเดิน
สวนสาธารณะ สนาม ลานชุมชน ลานเมือง เป็นต้น ซึ่งสามารถเข้าใช้พื้นที่ได้โดยไม่ต้องขออนุญาต ท้ังยังเป็น
พนื้ ทีท่ ส่ี ามารถเข้าถึงไดห้ รือแบง่ ปันร่วมกนั ของสมาชิกทกุ ๆ คน พน้ื ทีส่ าธารณะจึงเป็นพ้นื ทที่ สี่ ามารถเขา้ ถงึ ได้ใน
เชิงกายภาพซึ่งสามารถมองเหน็ ได้จากทุกคนและมีการเขา้ ถึงไดม้ ากกวา่ พืน้ ทีส่ ว่ นตัว
- สิทธขิ องนกั เรียนตอ่ การใช้พ้ืนทส่ี าธารณะ
๑) นักเรียนมีสิทธิใช้พนื้ ท่สี าธารณะโดยไมต่ อ้ งขออนุญาต
๒) นกั เรียนมีสิทธริ ้องเรยี นหากพนื้ ท่นี นั้ ชารดุ เสยี หาย
- หน้าท่ขี องนกั เรยี นต่อการใช้พื้นท่ีสาธารณะ
๑) นักเรียนต้องใชพ้ ื้นทสี่ าธารณะตามกฎ กติกา ของพนื้ ทีน่ น้ั ๆ
๒) นักเรยี นต้องไมท่ าใหพ้ ื้นที่สาธารณะชารุด เสยี หาย
๓) นักเรยี นต้องไมท่ ้ิงขยะลงในพื้นทน่ี นั้
๔) นกั เรียนตอ้ งไมท่ าผิดกฎหมาย ผดิ ศีลธรรมในพ้ืนทนี่ นั้ ๆ
๕) นกั เรียนต้องไม่ยึดครองพ้ืนทนี่ ้นั ๆ
๓.๒ สมรรถนะสาคัญของผู้เรยี น
๑) ความสามารถในการส่อื สาร
๒) ความสามารถในการคิด
๓) ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
๓.๓ คุณลักษณะอนั พึงประสงค์
ซ่อื สัตย์สุจริต
๔. กจิ กรรมการเรยี นรู้
๔.๑ ขัน้ ตอนการเรยี นรู้
๑) ชว่ั โมงท่ี ๑
๑) ครใู ห้นกั เรียนดูวีดทิ ศั น์ เร่ือง ส่วนรวมตอ้ งมากอ่ น
๒) ครูสนทนากบั นักเรียนดว้ ยคาถาม เช่น นักเรียนเหน็ ด้วยกับเนือ้ หาในเพลงหรือไม่, ทาไมเรา
ตอ้ งคานึงถึงประโยชนส์ ่วนรวมก่อน, นักเรียนเคยไปทไ่ี หนบา้ งทีเ่ ปน็ พ้นื ทส่ี ว่ นรวม
๓) ครูบอกความหมายของพื้นที่สาธารณะให้นักเรียนทราบ และยกบัตรภาพ ท่ีแสดงพื้นที่
สาธารณะในชมุ ชนให้นกั เรียนดู
๔) ครบู อกสทิ ธิในการใช้พน้ื ทีส่ าธารณะในชุมชนใหน้ กั เรยี นทราบ
๕) ครูให้นักเรียนจับกลุ่ม กลุ่มละ ๓ คน และให้ส่งตัวแทน ๑ คนเลือกบัตรภาพ ชุดพื้นที่
สาธารณะในชมุ ชน กลมุ่ ละ ๑ ภาพ
๖) ครูให้นักเรียนเขียนหน้าท่ีในการใช้พื้นที่สาธารณะในชุมชนตามบัตรภาพท่ีนักเรียนเลือก
ตามความเข้าใจ
๗) นกั เรียนแต่ละกลมุ่ ออกมานาเสนอผลงานและแนวคดิ ของตนเอง
๘) ครูและนักเรยี นรว่ มกนั สรุปกจิ กรรม
๙) ครยู ้าถงึ สทิ ธิและหน้าทข่ี องนกั เรียนต่อการใช้พื้นทสี่ าธารณะในชุมชน
๔.๒ สือ่ การเรียนรู้ / แหลง่ เรียนรู้
๑) วดี ทิ ัศน์ เรือ่ ง ส่วนรวมตอ้ งมาก่อน
๒) บัตรภาพชดุ พ้ืนที่สาธารณะในชมุ ชน
๕. การประเมนิ ผลการเรยี นรู้
๕.๑ วิธกี ารประเมิน
- ตรวจจากการประเมินผลงานนกั เรียน
๕.๒ เครือ่ งมอื ท่ใี ช้ในการประเมิน
๑) แบบประเมินผลงาน
๒) แบบสงั เกตพฤติกรรม การทางานกลมุ่
๕.๓ เกณฑก์ ารตัดสิน
นกั เรยี นผา่ นเกณฑก์ ารประเมนิ ร้อยละ ๘๐ ข้ึนไป
บนั ทึกหลงั สอน
หน่วยกำรสอนท.ี่ ............... แผนกำรจดั กำรเรยี นรู้ท.ี่ .............
บนั ทกึ หลงั สอน
.................................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
ปญั หำและอปุ สรรค
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ข้อเสนอแนะ/แนวทำงแก้ไข
.................................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
(นางสาวกนั ตนา จิตรบรรจง)
ครูผู้สอน
ความคิดเหน็ ของผ้อู านวยการโรงเรียน (ตรวจ/นิเทศ/เสนอแนะ/รบั รอง)
.................................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
(นางสาวกนั ตนา จติ รบรรจง)
ผอู้ านวยการโรงเรียนวัดคลองห้า