The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by 225จิรวรรณ จันทาสี, 2024-02-08 07:57:37

เล่มวิจัย RAFT

เล่มวิจัย RAFT

๙๒ ๑๑. กระบวนการวัดและประเมินผล พฤติกรรม วิธีการวัด เครื่องมือในการวัด เกณฑ์การประเมินผล ๑. นักเรียนบอกคุณค่าหรือข้อด้อย ของสิ่งที่สวยงามเพียงภาพลักษณ์ ภายนอกกับสิ่งที่ไม่ได้สวยงามเพียง ภาพลักษณ์ภายนอกได้ การถามคำถาม (ขั้นสอน ๙.๘) คำถาม นักเรียนยกตัวอย่างได้ ๕ ตัวอย่าง ถือว่าผ่านเกณฑ์ ๒. นักเรียนเขียนแสดงความคิดเห็น จากเนื้อหาของนิทานตามเทคนิค กระบวนการ RAFT ได้ การตรวจใบงาน “เขียนแสดง ความคิดเห็น จากนิทาน ตามเทคนิค กระบวนการ RAFT ได้” ใบงาน “เขียนแสดง ความคิดเห็นจากนิทาน ตามเทคนิคกระบวนการ RAFT ได้” นักเรียนผ่านเกณฑ์ การประเมิน ร้อยละ ๗๐ ๓. นักเรียนให้ความร่วมมือในการจัด กิจกรรมการเรียนรู้ การประเมิน พฤติกรรมใน ชั้นเรียน แบบประเมินพฤติกรรมใน ชั้นเรียน นักเรียนผ่านการ ประเมินพฤติกรรมใน ชั้นเรียนผ่านเกณฑ์ อย่างน้อย ร้อยละ ๘๐


๙๓ ใบงาน การเขียนแสดงความคิดเห็นจากนิทาน โดยใช้เทคนิคกระบวนการ RAFT R – Role บทบาทของผู้เขียน A – Audience ผู้อ่าน F – Format รูปแบบ Topic หัวข้อ ชื่อ นามสกุล เลขที่ ชั้น ………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………


๙๔ เนื้อเรื่อง นิทาน สโนไวท์ กาลครั้งหนึ่งนานมาแลว มีเจ้าหญิงรูปโฉมงดงามน่ารักนามว่า “สโนไวท์” เธออาศัยอยู่ในปราสาทกับพระ ราชินี แม่เลี้ยงของเธอ แต่ราชินีใจร้ายอิจฉาความสวยของสโนไวท์ จึงสั่งให้เธอทำงานปัดกวาดเช็ดถู ราวกับเป็นคนใช้ แต่ละวันพระราชินีจะคอยถามกระจกวิเศษว่า “กระจกวิเศษ จงบอกข้าเถิด ใครงามเลิศในปฐพี” และทุก ๆ ครั้งกระจกก็จะตอบว่า “ท่านนี่แหละ ไม่มีผู้ใดงดงามเกิน” แต่แล้ววันหนึ่ง ราชินีก็ถามเช่นเดิม แต่กระจกวิเศษกลับตอบว่า “มีหญิงสาวผู้หนึ่ง ริมฝีปากสีแดงดั่งกุหลาบ เส้นผมดำเงาดั่งไม้มะเกลือ ผิวกายขาว ดั่งหิมะ เธอชื่อสโนไวท์ ผู้งามเลิศในปฐพี” ราชินีถึงกับอ้าปากค้าง ขณะเดียวกัน สโนไวท์ที่กำลังทำความสะอาด ก็ได้อธิษฐานขอให้ได้พบกับรักแท้ ทันใดนั้นเธอก็ได้พบกับเจ้าชายผู้หล่อเหลา ซึ่งเดินมาตามเสียงร้องเพลงอัน ไพเราะของสโนไวท์ราชินีใจร้ายเห็นดังนั้นก็ตะโกนอย่างเกรี้ยวกราด และวางแผนกำจัดสโนไวท์ทันที นางเรียกตัว นายพรานมาพบ พร้อมออกคำสั่งให้พาสโนไวท์เข้าไปในป่า จากนั้นก็ฆ่าเธอเสีย นายพรานตกใจมาก แต่ก็ขัดคำสั่ง ราชินีไม่ได้ “เพื่อไม่ให้ภารกิจล้มเหลว จงเอาหัวใจของนางมาใส่ในนี้” ราชินีผู้ดุร้ายกระหน่ำซ้ำ พร้อมกับส่ง กล่องเล็ก ๆ กล่องหนึ่งให้เขา วันต่อมานายพรานหลอกล่อให้สโนไวท์เข้าไปในป่า แต่ขณะที่จะลงมือแทงมีด นายพรานกลับไม่สามารถ ฆ่าเจ้าหญิงน้อยได้ลงคอ เขาได้บอกความจริงแก่สโนไวท์ แล้วบอกให้เธอรีบวิ่งหนีไป แล้วอย่ากลับมาที่ปราสาทอีก สโนไวท์ที่หวาดกลัวหันหลังวิ่งเข้าไปในป่าเร็วเท่าที่จะทำได้ ยิ่งเข้าไปลึกเท่าไร รอบข้างก็ยิ่งมืด กิ่งไม้ต่างเกี่ยวเสื้อผ้าของเธอจนขาด ในที่สุดเธอก็พบแสงสว่าง และมองเห็นกระท่อมหลังเล็กกลางป่า “ใครกันนะ มาอาศัยอยู่ในป่าแบบนี้” เธอเคาะประตู แต่ไม่มีเสียงตอบรับ ประตูบานนั้นแง้มออกเล็กน้อย เธอจึงตัดสินใจ ก้าวเข้าไปในกระท่อม เจ้าหญิงสโนไวท์เห็นว่ากระท่อมดูสกปรก ไม่เป็นระเบียบ เธอจึงเริ่มทำความสะอาด เพื่อหวังว่าจะขอ เจ้าของบ้านอาศัยอยูที่กระท่อมนี้ เมื่อปัดกวาดชั้นแรกเสร็จแล้ว เธอก็พบว่าชั้นบนมีห้องนอน และมีเตียงเล็ก ๆ ทั้งหมด 7 เตียงวางเรียงกันอยู่ สโนไวท์คิดว่าต้องเป็นของเด็ก ๆ อย่างแน่นอน ด้วยความเหนื่อยล้า เธอล้มตัวลง นอนบนเตียงและงีบหลับไปอย่างรวดเร็ว หลังจากนั้นไม่นาน คนแคระทั้งเจ็ดกลับมาจากการทำงาน ในเหมืองพลอย พวกเขาเห็นว่าประตูกระท่อมเปิดอยู่ แถมด้านในยังทำความสะอาดเรียบร้อยอีกด้วย พวกเขาพากันสำรวจรอบบ้าน “ต้องมีอะไรผิดปกติแน่ ๆ” คนแคระคนหนึ่งบอกและขึ้นไปยังชั้นสอง ก่อนจะพบหญิงสาวกำลังนอนหลับอยู่ “เธอคือใคร ?” คนแคระถามทันทีที่สโนไวท์ลืมตาตื่น เธอประหลาดใจมากที่พวกเขาไม่ใช่เด็กอย่างที่คิด จากนั้นทั้งสองฝ่ายต่างก็ผลัดกันเล่าเรื่องราว สโนไวท์จดจำชื่อของคนแคระทั้งเจ็ด ได้แก่ แบชฟูล, ด็อค, ดูปปี้, กรัมป์ปี้, แฮปปี้, สลีปปี้ และ สนีซซี่ และคนแคระก็ยินยอมให้สโนไวท์พักอยู่กับพวกเขา เพื่อปกป้องเธอ จากแม่เลี้ยงใจร้าย โดยสโนไวท์รับอาสาทำอาหารและอ่านนิทานก่อนนอนให้คนแคระทั้งเจ็ดฟังเป็นการตอบแทน


๙๕ วันรุ่งขึ้น ก่อนที่คนแคระจะออกไปทำงาน พวกเขากำชับสโนว์ไวท์ว่า ห้ามเปิดประตูให้ใครเด็ดขาด เจ้าหญิง พยักหน้ารับคำ แล้วทุกวันก็ผ่านไปด้วยดี วันแล้ว วันเล่า กลับมาที่ปราสาท พระราชินีผู้ดุร้ายก็ไปหากระจกวิเศษอีก “กระจกวิเศษ จงบอกข้าเถิด ใครงามเลิศ ในปฐพี” กระจกวิเศษตอบว่า "ข้ามหุบเขาเพชรพลอยเจ็ดลูก หลังน้ำตกเจ็ดสาย ในกระท่อมที่คนแคระทั้งเจ็ด อยู่ สโนไวท์งดงามที่สุด" ราชินีบอกกระจกวิเศษว่าสโนไวท์ตายแล้ว นางเอากล่องออกมาเป็นหลักฐาน “สโนไวท์ยังมีชีวิตอยู่” กระจกวิเศษตอบ “นี่คือหัวใจหมูทีเจ้ากำลังถืออยู่น่ะ” พระราชินีโมโหรีบลงไปยังคุกใต้ดิน นางรีบผสมยาหลายสูตรเข้าด้วยกัน แล้วเปลี่ยนร่างตัวเองเป็นหญิงชรา หน้าตาน่าเกลียด จากนั้นนางก็ร่ายคาถาเพื่อทำแอปเปิลอาบยาพิษ ใครที่กัดแอปเปิลผลนี้แค่คำเดียวจะสิ้นลม หายใจทันที มีเพียงจูบแรกจากรักแท้เท่านั้นที่จะถอนคำสาปได้ วันต่อมาที่กระท่อมคนแคระทั้งเจ็ด ขณะที่พวกเขาออกไปทำงานดังเช่นทุกวัน แต่บ่ายวันนี้ กลับมีเสียงเคาะประตูดังขึ้น สโนไวท์จำได้ขึ้นใจว่าเหล่าคนแคระไม่ให้เธอเปิดรับคนแปลกหน้าเข้ามา “นั่นใครกัน” เธอร้องถาม “แค่หญิงชราขายแอปเปิลคนหนึ่งเท่านั้นจ้ะ ข้างนอกนี้ฝนตก ช่วยเปิดประตูให้ฉันได้ไหมจ้ะ” ราชินีในร่าง ของหญิงแก่น่าเกลียด พร้อมตะกร้าแอปเปิล เอ่ยปากขอร้องสโนไวท์ ด้วยความสงสาร สโนไวท์จึงเปิดประตูให้หญิง ชราเข้ามา “ดูแอปเปิลสีแดงน่ากินพวกนี้สิ เธออยากรับมันไว้ไหมล่ะ” นางแกล้งถาม “ฉันอยากจะซื้อแอปเปิลนะ จ้ะ แต่ฉันไม่มีเงินเลย” สโนไวท์ตอบ “ขอแลกกับหวีของเธอก็พอจ้ะ” หญิงชราจัดแจงมอบแอปเปิล ให้กับสโนไวท์ แล้วชักชวนให้เธอลองลิ้มรสดูนิทานอีสป สโนไวท์กัดแอปเปิลเข้าไปคำใหญ่ ทันใดนั้นร่างของเธอก็ล้มลงกับพื้นและสลบไป ราชินีดีใจอย่างยิ่ง พร้อมกระโดดโลดเต้นที่แผนของนางสำเร็จ ซึ่งได้เวลาที่คนแคระทั้งเจ็ดกลับบ้านมาพอดี และเห็นว่าแม่เลี้ยง ของสโนไวท์กำลังหัวเราะอยู่ พวกเขารีบออกไล่ตามทันที ราชินีใจร้ายในร่างของหญิงชราวิ่งหนีออกจากกระท่อม ระหว่างทางนั้นมีพายุหนัก นางปีนขึ้นไป บนยอดเขา ขณะที่คนแคระกำลังไล่ตามมาติด ๆ วินาทีนั้นราชินีสะดุดลื่นล้ม ตกลงไปสู่ก้นเหว และไม่มีใคร ได้พบเห็นเธออีกเลย ช่างน่าสงสารที่ไม่มีใครช่วยสโนไวท์ได้ เธอยังคงนอนแน่นิ่ง โดยคนแคระทั้งเจ็ดนำร่างของเธอ ใส่ในโลงแก้ว วันคืนผ่านไปที่พวกเขาเฝ้าคอยดูแลเธอ และแล้ววันหนึ่ง เจ้าชายรูปงามก็ผ่านมาพบเข้า ทันทีที่เขา ทราบว่าสโนไวท์หายไปจากปราสาท เขาก็พยายามค้นหาเธอมาตลอด ในที่สุดเขาก็พบกับสโนไวท์ ด้วยหัวใจ แตกสลาย เจ้าชายค่อย ๆ เปิดโลงแก้ว แล้วบรรจงจุมพิตเจ้าหญิง แล้วโค้งศรีษะลงคำนับในความเงียบ ทันใดนั้น เปลือกตาของสโนไวท์ก็กะพริบขึ้น คำสาปถูกทำลายลงแล้ว เธอตื่นขึ้นจากการหลับใหล เหล่าสัตว์ต่าง ๆ และคนแคระทั้งเจ็ดพากันดีใจอย่างที่สุด เจ้าชายโอบกอดเธอไว้และอุ้มขึ้นบนหลังม้าสีขาว ต่อมาทั้งเจ้าชายและเจ้าหญิงก็ได้แต่งงานกัน และครองรักกันในปราสาทอย่างมีความสุขตลอดไป


๙๖ แบบประเมินการเขียนแสดงความคิดเห็นตามเทคนิคกระบวนการ RAFT ที่ ชื่อ - สกุล ผลการประเมิน ๑.ด้านเนื้อหา (๕ คะแนน) ๒. ด้านการเสนอ ความคิด (๕ คะแนน) คะแนนรวม (๑๐ คะแนน) ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ ๗ ๘ ๙ ๑๐ ๑๑ ๑๒ ๑๓ ๑๔ ๑๕ ๑๖ ๑๗ ๑๘ ๑๙ ๒๐ ๒๑ ๒๒


๙๗ เกณฑ์การพิจารณาการเขียนแสดงความคิดเห็นตามเทคนิคกระบวนการ RAFT ประเด็น การประเมิน คะแนน ๕ ๔ ๓ ๒ ๑ ๑.ด้าน เนื้อหา เขียนแสดง ความคิดเห็น ตาม องค์ประกอบ ของเทคนิค กระบวนการ RAFT ได้ ครบถ้วน ๕ องค์ประกอบ เขียนแสดง ความคิดเห็น ตาม องค์ประกอบ ของเทคนิค กระบวนการ RAFT ได้ ๔ องค์ประกอบ เขียนแสดง ความคิดเห็น ตาม องค์ประกอบ ของเทคนิค กระบวนการ RAFT ได้ ๓ องค์ประกอบ เขียนแสดง ความคิดเห็น ตาม องค์ประกอบ ของเทคนิค กระบวนการ RAFT ได้ ๒ องค์ประกอบ เขียนแสดง ความคิดเห็น ตาม องค์ประกอบ ของเทคนิค กระบวนการ RAFT ได้ ๑ องค์ประกอบ ๒. ด้าน การเสนอ ความคิด แสดงความคิด อย่างชัดเจน มี ข้อสนับสนุน ประกอบ ทั้ง ข้อดีและ ข้อด้อย สมเหตุสมผล เชื่อมโยง ความคิด ในแต่ละส่วน ได้อย่าง สัมพันธ์กันดี แสดงความคิด อย่างชัดเจน มี ข้อสนับสนุน ประกอบทั้ง ข้อดีและ ข้อด้อย สมเหตุสมผล เชื่อมโยง ความคิด ในแต่ละส่วน พอประมาณ แสดงความคิด ได้น้อย มี ข้อสนับสนุน ประกอบทั้ง ข้อดีและ ข้อด้อยน้อยไป ไม่สมเหตุ สมผล เชื่อมโยง ความคิด ในแต่ละส่วน ได้น้อย ไม่แสดง ความคิด หรือ แสดงความคิด ได้น้อย ไม่ปรากฎ ข้อสนับสนุน หรือมี ข้อสนับสนุน เพียงข้อดี หรือมีเพียง ข้อด้อย ความคิดในแต่ ละส่วน ไม่เชื่อมโยง สัมพันธ์กัน ไม่แสดง ความคิด หรือแสดง ความคิดได้ น้อย ไม่ปรากฎ ข้อสนับสนุน หรือไม่มี ข้อสนับสนุน ทั้งข้อดี หรือ ข้อด้อย ความคิดใน แต่ละส่วน ไม่เชื่อมโยง สัมพันธ์กัน


๙๘ เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงชั้นคะแนน ระดับคุณภาพ ๙ - ๑๐ ดีมาก ๘ - ๙ ดี ๗ - ๘ พอใช้ ๐ - ๖ ปรับปรุง เกณฑ์การผ่านตั้งแต่ระดับ พอใช้ ขึ้นไป สรุป ผ่าน ไม่ผ่าน


๙๙ บันทึกหลังการสอน หน่วยการเรียนรู้ที่.......................................................................................................................... ................... เรื่อง.................................................................................................................................................................. ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒/๒, ๒/๖, ๒/๗ โรงเรียนกุมภวาปี ผลการจัดการเรียนการสอน .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... ปัญหาและอุปสรรค .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... ข้อเสนอแนะ/แนวทางแก้ไขปัญหา .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... ลงชื่อ.....................................................ผู้สอน (นางสาวจิรวรรณ จันทาสี) นักศึกษาปฏิบัติการสอนในสถานศึกษา วันที่.............เดือน......................พ.ศ................


๑๐๐ ความคิดเห็น/ข้อเสนอแนะของครูพี่เลี้ยง .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... ลงชื่อ........................................................... (นางสาวจุฑามาศ แก้วอินทร์) ครูพี่เลี้ยง วันที่.............เดือน......................พ.ศ................ ความคิดเห็น/ข้อเสนอแนะของรองผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการ .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... ลงชื่อ........................................................... (นางกรรณิการ์ ชัยรงค์ศรี) ตำแหน่ง รองผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการ วันที่.............เดือน......................พ.ศ................


๑๐๑ แบบบันทึกการประเมินพฤติกรรมในชั้นเรียน เลขที่ พฤติกรรม ชื่อ-สกุล พฤติกรรมและระดับคะแนน รวม ๑๒ ความตรง ต่อเวลาและ ความพร้อม ในการเรียน มุ่งมั่นใน การทำงาน ความสนใจ กระตือรือร้ นในการ เรียน มีคุณธรรม ในการเรียน เช่นความมี วินัย ๓ ๒ ๑ ๓ ๒ ๑ ๓ ๒ ๑ ๓ ๒ ๑ ๑ เด็กชายชาตรี ภูค าตา ๒ เด็กชายฐปนวัฒน์ วุฒิกุลพาณิชย์ ๓ เด็กชายณัฐกรสิษฐ์ ภู่แสนสะอาด ๔ เด็กชายณัฐรัฐ ธรรมลี ๕ เด็กชายเตชินท์ ไชยบุตร ๖ เด็กชายธนกฤต ลองศกัดิ์ ๗ เด็กชายธีรวัตร์ ทองเปี้ย ๘ เด็กชายนราวิชญ์ ถิ่นถาน ๙ เด็กชายพงศธร จันทวงษา ๑๐ เด็กชายพัชระวุธ ไชยคุณ ๑๑ เด็กชายพัสกร กรรมหาวงศ์ ๑๒ เด็กชายมงคลชัย ประเสระก้ง ๑๓ เด็กหญิงศิลายุ สุขใจ ๑๔ เด็กหญิงกนกวรรณ พึ่งสว่าง ๑๕ เด็กหญิงจิรนันท์ ไชยปัญหา ๑๖ เด็กหญิงจิรภัทร์ ไชยปัญหา ๑๗ เด็กหญิงฐิติพร อะวันนา ๑๘ เด็กหญิงณฑิรา วิบูลกุล ๑๙ เด็กหญิงณัฐนิชา เสิร์ฐสูงเนิน ๒๐ เด็กหญิงบัญฑิตา เต็งสุวรรณ ๒๑ เด็กหญิงปรียารัช ลุนลา ๒๒ เด็กหญิงปุณยาพร อ่อนภูเขา


๑๐๒ ๒๓ เด็กหญิงพิมพ์วรัญ โคตสพล ๒๔ เด็กหญิงพิริยากร พลที ๒๕ เด็กหญิงวรัญญา ทาสะโก ๒๖ เด็กหญิงศรันย์ชนก ศรีขอดแก้ว ๒๗ เด็กหญิงศุภกัญญา ดวงพรดี ๒๘ เด็กหญิงสุรัสดา บุตรสาระ ๒๙ เด็กหญิงอรวรรณ อินเรืองศรี ๓๐ เด็กหญิงอทิตยา พิชญเดชาธนากุล ๓๑ เด็กหญิงอิ่มใจ ค าภาษี ๓๒ เด็กหญิงเอิน ฉี ตัน ๓๓ เด็กหญิงไอยวริญช์ บ ารุงกูล ๓๔ เด็กชายนพรุจ ปู่ชัยเคน ๓๕ เด็กชายอรา บ ารุงภักดี ๓๖ เด็กหญิงจีราพร ศรีประเทศ ๓๗ เด็กหญิงพรชนก อนุเวช ๓๘ เด็กหญิงจารวี อุทัยกัน ๓๙ เด็กชายกตัญญู สุระเสน ลงชื่อ...........................................................ผู้ประเมิน (นางสาวจิรวรรณ จันทาสี) วันที่.................เดือน.............................พ.ศ..............


๑๐๓ เกณฑ์การประเมินพฤติกรรมในชั้นเรียน รายการประเมิน เกณฑ์การประเมิน ๓ (ดี) ๒ (พอใช้) ๑ (ปรับปรุง) ๑.ความตรงต่อเวลาและ ความพร้อมในการเรียน ๑. เข้าเรียนตรงเวลา ๒. อุปกรณ์การเรียนครบ ตามที่ครูกำหนด เช่น หนังสือ เรียน สมุด ๑. เข้าเรียนช้ากว่า กำหนด แต่ไม่เกิน ๑๐ นาที ๒. อุปกรณ์การเรียนไม่ ครบตามที่ครูกำหนด ๑. เข้าเรียนช้าเกินกว่า ๑๐ นาที ๒. ไม่นำอุปกรณ์การ เรียนมาเลยแม้แต่ชิ้น เดียว ๒.มุ่งมั่นในการทำงาน ๑. ทำงานด้วยความตั้งใจ ๒. ซักถามแสดงความคิดเห็น บ่อยครั้ง ๑. ทำงานด้วยความ ตั้งใจ ๒. ซักถามแสดงความ คิดเห็นบ้างบางครั้ง ๑. ไม่ตั้งใจทำงาน ๒. ไม่ซักถามหรือแสดง ความคิดเห็นใด ๆ ทั้งสิ้น ๓ . ค ว า ม ส น ใ ค ว า ม กระตือรือร้นในการเรียน ๑. ปฏิบัติงานที่ครูสั่งทันที ๒. จดบันทึก และตั้งใจฟังครู สอน ๑. ปฏิบัติงานตามที่ครู สั่ง ๒ . จ ด บ ั น ท ึ ก บ ้ า ง บางครั้ง ไม่ตั้งใจฟัง เท่าที่ควร ๑. ไม่ทำงานตามที่ครูสั่ง ๒. ไม่จดบันทึกและไม่ ตั้งใจฟัง ๔. มีคุณธรรมในการเรียน เช่น ความมีวินัย ๑. นั่งอยู่กับที่ ไม่เล่น ๒. ไม่พูดคุยเวลาครูสอน ๑. นั่งอยู่กับที่ ไม่เล่น ๒. พูดคุยกับเพื่อนบ้าง เป็นบางครั้ง ๑. เดินในห้องโดยไม่ได้ รับอนุญาต เล่นกับ เพื่อน ๒. พูดคุยกับเพื่อน ตลอด เวลา ระดับคุณภาพ/การวัดประเมินผล คะแนนรวม ๙ – ๑๒ หมายถึง นักเรียนมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ดี คะแนนรวม ๕ - ๘ หมายถึง นักเรียนมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ พอใช้ คะแนนรวม ๐ - ๔ หมายถึง นักเรียนมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ควรปรับปรุง


๑๐๔ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๓ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย โรงเรียนกุมภวาปี หน่วยการเรียนรู้ที่ ๗ โคลงสุภาษิตพระราชนิพนธ์ เวลา ๑๕ ชั่วโมง พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เรื่อง การเขียนแสดงความคิดเห็นจากข่าว เวลา ๑ ชั่วโมง ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ ผู้สอน นางสาวจิรวรรณ จันทาสี วันที่สอน ๒๙ ธันวาคม ๒๕๖๖ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒/๖ เวลา ๑๐.๒๐ – ๑๑.๑๐ น. ๒๙ ธันวาคม ๒๕๖๖ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒/๒ เวลา ๑๑.๑๐ – ๑๒.๐๐ น. ๒๙ ธันวาคม ๒๕๖๖ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒/๗ เวลา ๑๓.๐๐ – ๑๓.๕๐ น. ……………………….……………………….……………………….……………………….……………………….……………………… ๑. สาระสำคัญ การเขียนแสดงความคิดเห็น คือการแสดงอารมณ์ ความรู้สึก ความคิด และข้อสันนิษฐานนั้นออกมาให้ ผู้อ่านได้รับรู้ จำเป็นที่จะต้องเขียนด้วยข้อมูลที่เป็นข้อเท็จจริง มีเหตุและมีผล เป็นไปในทางที่สร้างสรรค์ ผู้เขียนจึง จำเป็นต้องมีความรู้ความเข้าใจในเรื่องที่จะแสดงความคิดเห็นเป็นอย่างดี เพื่อที่จะแสดงความคิดเห็นได้อย่างเข้าใจ และตรงประเด็น จากการรับข่าวสารเรื่องใดเรื่องหนึ่งมี่ผู้รับสารเกิดความคิดเห็นที่มีต่อเรื่องนั้น ทั้งเห็นด้วยและไม่ เห็นด้วย ในการเขียนแสดงความคิดเห็น ผู้เขียนต้องรู้จักการอ่านจับใจความสำคัญ วิเคราะห์ข้อเท็จจริง ข้อคิดเห็น พิจารณาข้อมูล และเหตุผลมาสนับสนุนว่ามีความน่าเชื่อถือเพียงใด มีความสมเหตุสมผล ดังนั้นเมื่อผู้เรียนได้ศึกษา หลักในการแสดงความคิดเห็น จะสามารถเขียนแสดงความคิดเห็นได้อย่างสร้างสรรค์ ๒. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ท ๒.๑ ใช้กระบวนการเขียน เขียนสื่อสาร เขียนเรียงความ ย่อความ และเขียน เรื่องราวในรูปแบบต่างๆ เขียนรายงานข้อมูลสารสนเทศและเขียนรายงานการศึกษาค้นคว้าอย่างมีประสิทธิภาพ ตัวชี้วัด ท ๒.๑ ม.๒/๗ เขียนวิเคราะห์ วิจารณ์ และแสดงความรู้ ความคิดเห็น หรือโต้แย้ง ในเรื่องที่อ่านอย่างมีเหตุผล ท ๒.๑ ม.๒/๘ มีมารยาทในการเขียน


๑๐๕ ๓.จุดประสงค์การเรียนรู้ ๓.๑ นักเรียนบอกข้อดีหรือข้อด้อยของ สิ่งของ เครื่องใช้ สัตว์เลี้ยง บุคคล พืช ยานพาหนะ ที่รักที่สุด พร้อมยกตัวอย่างสิ่งของ เครื่องใช้ สัตว์เลี้ยง บุคคล พืช ยานพาหนะที่จะมาทดแทน เมื่อไม่มีสิ่งดังกล่าวได้ ๓.๒ นักเรียนเขียนแสดงความคิดเห็นจากเนื้อหาของข่าวตามเทคนิคกระบวนการ RAFT ได้ ๓.๓ นักเรียนให้ความร่วมมือในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ๔. สมรรถนะของผู้เรียน ๔.๑ ความสามารถในการสื่อสาร ๔.๒ ความสามารถในการคิด ๔.๓ ความสามารถในการแก้ปัญหา ๔.๔ ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต ๕. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๕.๑ มุ่งมั่นในการทำงาน ๕.๒ ใฝ่เรียนรู้ ๕.๓ มีวินัย ๖. สาระการเรียนรู้ ๖.๑ การเขียนแสดงความคิดเห็น ๗. ชิ้นงานหรือภาระงาน ๗.๑ ใบงาน ๘.คำถามสำคัญ ๘.๑ ปัจจัยที่มีผลต่อการเขียนแสดงความคิดเห็นมีอะไรบ้าง ๙.การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ขั้นนำ ๙.๑ ครูนำเสนอตัวอย่างภาพยนตร์เรื่อง สัปเหร่อ ผ่านสื่อสารสอน YouTube ถามนักเรียนว่า รู้จักภาพยนตร์เรื่องนี้ไหม มีใครเคยดูบ้าง (นักเรียนตอบคำถามตามความสมัครใจ) ครูถามต่อไปว่า ภาพยนตร์เรื่อง นี้มีเนื้อเรื่องเป็นอย่างไร (เรื่องความตาย การยอมรับความจริง สัจธรรมในชีวิต)


๑๐๖ ๙.๔ ครูนำเสนอข่าว คติธรรมจากหนัง “สัปเหร่อ” ทำไมมนุษย์ต้องกลัวตาย (ที่มา : ไทรัฐออนไลน์วันที่ ๒๔ เดือน ตุลาคม ๒๕๖๖ เวลา ๑๖.๕๓ น. ) ครูให้นักเรียนอ่านชื่อข่าวพร้อมกัน จากนั้นให้นักเรียนรับชมเนื้อหาข่าว ขั้นสอน ๙.๓ ครูให้นักเรียนแสดงความคิดเห็นในประเด็น คำว่า “ทำไมมนุษย์ทุกคนถึงกลัวความตาย” จากข่าวไทรัฐออนไลน์ ( ให้นักเรียนยกมือแสดงความคิดเห็นได้ทุกคน ตามความสมัครใจ ) ครูรับฟังคำตอบ ของนักเรียน ๙.๔ ครูเชื่อมโยงเข้าคำถามชวนคิด โดยการคำถามดังนี้ การแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับข่าว ต้องอาศัยปัจจัยหลายอย่าง เช่น ความรู้ ความเข้าใจ ประสบการณ์ เพศ ช่วงวัย แต่ละปัจจัยนักเรียนคิดว่ามีผลต่อ การแสดงความคิดเห็นอย่างไร ให้ยกตัวอย่าง ๑ ปัจจัย (ประสบการณ์ คือ สิ่งที่เราได้พบเจอหรือได้กระทำมาแล้ว ซึ่งประสบการณ์ของแต่ละคนย่อมแตกต่างกันไป ทำให้ความคิด ทัศนะคติแตกต่างกันไปส่งผลให้การแสดงความ คิดเห็นแตกต่างกันไป) นักเรียนสามารถยกตัวอย่างได้หลายปัจจัย ๙.๕ จากนั้นครูแจกใบงาน เขียนแสดงความคิดเห็นจากข่าว โดยใช้เทคนิคกระบวนการ RAFT ครูนำตัวอย่างการเขียนแสดงความคิดเห็นโดยใช้เทคนิคกระบวนการ RAFT มาศึกษาร่วมกันในชั้นเรียน ครูและ นักเรียนร่วมกันจับใจความสำคัญจากเนื้อหาของข่าว คติธรรมจากหนัง “สัปเหร่อ” ทำไมมนุษย์ต้องกลัวตาย (ที่มา : ไทรัฐออนไลน์วันที่ ๒๔ เดือน ตุลาคม ๒๕๖๖ เวลา ๑๖.๕๓ น. ) โดยตั้งประเด็นคำถาม ได้แก่ จากเนื้อข่าว เป็นการกล่าวถึงเรื่องใด (ความตาย ความกลัว ข้อคิดจากภาพยนตร์ สัปเหร่อ), คนเราเกิดมาทำไมต้องตาย (เพราะทุกคนมีอายุไข เมื่อถึงเวลาร่างกายไม่สามารถใช้งานได้ ก็หมดอายุไข และเสียชีวิติ ), ทุกคนในโลกใบนี้กลัว การไม่ได้มีชีวิติอยู่ต่อ เราจะยอมรับและไม่เสียใจกับการตายอย่างไร (คิดว่าเป็นเรื่องธรรมดา เกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็นสัจธรรมของมนุษย์) ดังนั้น เราควรทำอย่างไร ถึงจะไม่เสียใจกับการที่เราต้องตาย (ยอมรับความจริง ปล่อย วาง) ๙.๖ ครูร่วมกันสนทนากับนักเรียนเกี่ยวกับข่าว คติธรรมจากหนัง “สัปเหร่อ” ทำไมมนุษย์ต้อง กลัวตาย (ที่มา : ไทรัฐออนไลน์วันที่ ๒๔ เดือน ตุลาคม ๒๕๖๖ เวลา ๑๖.๕๓ น. ) จากการอ่านข่าวแล้ว คิดว่าการ ยอมรับความจริง และทำความเข้าใจเกี่ยวกับสัจธรรมของชีวิต เป็นผลดีอย่างไร (ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข หมดห่วง กับการกลัวในสิ่งที่ยังไม่มาถึง) ๙.๗ ครูให้นักเรียนยกตัวอย่าง สิ่งของเครื่องใช้ สัตว์เลี้ยง บุคคล พืช ยานพาหนะ ที่รักที่สุดใน ชีวิต และบอกเหตุผลที่เรารักของสิ่งนั้นพร้อมบอกสิ่งที่จะมาทดแทน เมื่อไม่มีสิ่งเหล่านี้แล้ว เช่น สุนัข เหตุผลที่ยก


๑๐๗ ให้เป็นสิ่งรักคือ เป็นสัตว์เลี้ยงที่ครอบครัวยอมให้เลี้ยงดู ไม่ซุกซน ถ้าไม่มีสุขนักตัวนี้แล้ว จะเลี้ยงสุนัขตัวใหม่ (นักเรียนสามารถตอบได้หลากหลายคำตอบ) ๙.๘ ครูให้นักเรียนทำใบงานเขียนแสดงความคิดเห็นจากข่าว โดยใช้เทคนิคกระบวนการ RAFT โดยครูยกตัวอย่างผลงาน งานเขียนแสดงความคิดเห็นจากข่าว โดยใช้เทคนิคกระบวนการ RAFT ดังนี้ R – Role บทบาทของผู้เขียน A – Audience ผู้อ่าน F – Format รูปแบบ Topic หัวข้อ ครูฟ้า ข้าวเหนียว จดหมายสั้น รักที่สุด ......ข้าวเหนียวของฉัน แกไม่ใช่หมาธรรมดา แต่แกเป็นหมาวิเศษ แกช่วยให้ฉันคลายความทุกข์จากการทำงาน แกคอยดูแลบ้านเวลาที่ทุกคนออกไปทำงาน ถ้าวันนึงไม่ไม่มีแกแล้ว ฉันต้องแย่แน่ๆ แต่ไม่เป็นไรนะ เมื่อถึงเวลา นั้น ฉันจะยอมรับความจริง และใช้ชีวิตให้มีความสุข เหมือนกับเวลาที่ฉันอยู่กับแก ไม่มีใครแทนที่ของใครได้ ครูอธิบายการเขียนแสดงความคิดเห็นจากข่าว คติธรรมจากหนัง “สัปเหร่อ” ทำไมมนุษย์ต้องกลัวตาย (ที่มา : ไทรัฐออนไลน์วันที่ ๒๔ เดือน ตุลาคม ๒๕๖๖ เวลา ๑๖.๕๓ น. ) โดยใช้เทคนิคกระบวนการ RAFT ดังนี้ ขั้นตอนที่ ๑ นักเรียนกำหนดว่าตนเองเป็นใคร มีบทบาทอย่างไรในการเขียนครั้งนี้ เช่น ตัวอย่างข้างต้น กำหนด บทบาทของผู้เขียนเป็น “เจ้าของสุนัข” ซึ่งเป็นเจ้าของสัตว์เลี้ยงที่รักมากที่สุด ขั้นตอนที่ ๒ นักเรียนกำหนดบทบาทหรือผู้รับสาร โดยผู้อ่านอาจเป็นสิ่งมีชีวิต หรือไม่มีชีวิตก็ได้ เช่น ตัวอย่าง ข้างต้น กำหนดบทบาทของผู้อ่านเป็น “ข้าวเหนียว” ซึ่งเป็นสัตว์เลี้ยงที่รักมากที่สุด ขั้นตอนที่ ๓ นักเรียนกำหนดรูปแบบของงานเขียน ว่าเป็นงานเขียนประเภทใด เช่น ตัวอย่างข้างต้น กำหนดให้เป็น งานเขียนประเภท “จดหมายสั้น” ขั้นตอนที่ ๔ นักเรียนกำหนดหัวข้อของงานเขียน เช่น ตัวอย่างข้างต้น กำหนดให้หัวข้อคือ “รักที่สุด” เนื้อที่ครูเขียน เป็นการบรรยายเหตุผลที่รักสัตว์เลี้ยงตัวนี้มาก และเสนอแนวทางที่จะอยู่ต่ออย่างมี ความสุขเมื่อต้องสูญเสียสัตว์เลี้ยงตัวนี้ ๙.๙ ครูให้นักเรียนลงมือทำใบงานการ เขียนแสดงความคิดเห็นจากข่าว คติธรรมจากหนัง “สัปเหร่อ” ทำไมมนุษย์ต้องกลัวตาย (ที่มา : ไทรัฐออนไลน์วันที่ ๒๔ เดือน ตุลาคม ๒๕๖๖ เวลา ๑๖.๕๓ น. ) โดยใช้เทคนิคกระบวนการ RAFT ของตนเอง


๑๐๘ โดยให้นักเรียนเลือกเขียน สิ่งของเครื่องใช้ สัตว์เลี้ยง บุคคล พืช ยานพาหนะ ที่รักที่สุดในชีวิต ถึง เจ้าของ หรือ เจ้าของเขียนถึงสิ่งของเครื่องใช้ สัตว์เลี้ยง บุคคล พืช ยานพาหนะที่จะมาทดแทน แต่ในเนื้อหาให้ระบุ ข้อดีหรือข้อด้อยของบทบาทผู้เขียนและเสนอแนวทางการยอมรับความจริงเมื่อต้องสูญเสียสิ่งของเหล่านั้น ดังตัวอย่างที่ครูได้นำเสนอ ๙.๑๐ นักเรียนนำเสนอผลงานของตนเองหน้าชั้นเรียน ( เลือกจำนวนนักเรียนตาม ความเหมาะสมของเวลา ) ขั้นสรุป ๙.๑๑ เมื่อครูรับฟังการนำเสนอผลงานของนักเรียน ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปว่า จากที่เขียน แสดงความคิดเห็นในใบงาน มีนักเรียนที่แสดงความคิดเห็นในการเสนอแนวทางในการยอมรับความจริงอย่างไรบ้าง เช่น ยอมรับในการสูญเสีย หรือยึดติดกับสิ่งที่รัก เพื่อให้นักเรียนเข้าใจการเขียนแสดงความคิดเห็นชัดเจนมากขึ้นว่า การแสดงความคิดเห็น ควรให้เหตุผลเชิงสร้างสรรค์ประกอบด้วย พร้อมทั้งเสนอแนวทางแก้ไขหรือข้อแนะนำอย่าง หลากหลาย ๑๐.สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ ๑๐.๑ ประเภทสื่อ - YouTube - ใบงาน ๑๐.๒ แหล่งการเรียนรู้ - หนังสือภาษาไทยหลักภาษาและการใช้ภาษา ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ - อินเทอร์เน็ต


๑๐๙ ๑๑. กระบวนการวัดและประเมินผล พฤติกรรม วิธีการวัด เครื่องมือในการวัด เกณฑ์การประเมินผล ๑. นักเรียนบอกข้อดีหรือข้อด้อย ของ สิ่งของ เครื่องใช้ สัตว์เลี้ยง บุคคล พืช ยานพาหนะ ที่รักที่สุด พร้อมยกตัวอย่างสิ่งของ เครื่องใช้ สัตว์เลี้ยง บุคคล พืช ยานพาหนะที่ จะมาทดแทน เมื่อไม่มีสิ่งดังกล่าวได้ การถามคำถาม (ขั้นสอน ๙.๗) คำถาม นักเรียนยกตัวอย่างได้ ๕ ตัวอย่าง ถือว่าผ่านเกณฑ์ ๒. นักเรียนเขียนแสดงความคิดเห็น จากเนื้อหาของข่าวตามเทคนิค กระบวนการ RAFT ได้ การตรวจใบงาน “เขียนแสดง ความคิดเห็น จากข่าว ตามเทคนิค กระบวนการ RAFT ได้” ใบงาน “เขียนแสดง ความคิดเห็นจากข่าว ตามเทคนิคกระบวนการ RAFT ได้” นักเรียนผ่านเกณฑ์ การประเมิน ร้อยละ ๗๐ ๓. นักเรียนให้ความร่วมมือในการจัด กิจกรรมการเรียนรู้ การประเมิน พฤติกรรมใน ชั้นเรียน แบบประเมินพฤติกรรมใน ชั้นเรียน นักเรียนผ่านการ ประเมินพฤติกรรมใน ชั้นเรียนผ่านเกณฑ์ อย่างน้อย ร้อยละ ๘๐


๑๑๐ ใบงาน การเขียนแสดงความคิดเห็นจากข่าว โดยใช้เทคนิคกระบวนการ RAFT R – Role บทบาทของผู้เขียน A – Audience ผู้อ่าน F – Format รูปแบบ Topic หัวข้อ ชื่อ นามสกุล เลขที่ ชั้น ………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………


๑๑๑ เนื้อหาข่าว คติธรรมจากหนัง 'สัปเหร่อ' ทำไมมนุษย์ต้องกลัวตาย (ที่มา : ไทรัฐออนไลน์วันที่ ๒๔ เดือน ตุลาคม ๒๕๖๖ เวลา ๑๖.๕๓ น. ) 'ต้องตาย' แล้วทำไมถึงกลัวตาย? คุยกับ นพ.ลัญฉน์ศักดิ์ อาจารย์แพทย์ศูนย์ชีวาภิบาลฯ ผู้ทำความเข้าใจถึงวาระสุดท้ายของมนุษย์*เราต้องพบการเปลี่ยนแปลง และทุกคนต้องตาย* ภาพยนตร์เรื่อง 'สัปเหร่อ' มาแรงและเป็นกระแสแบบฉุดไม่อยู่ ในเวลาเพียง 2 สัปดาห์ สามารถทำรายได้ ไปมากกว่า 500 ล้านบาท ขึ้นแท่นภาพยนตร์ไทย ที่ทำรายได้สูงสุดในรอบ 8 ปี แม้จะชื่อ 'สัปเหร่อ' แต่นี่ไม่ใช่หนัง ผี 100% แต่เป็นหนังสะท้อนเรื่องราวความเป็นจริงของชีวิต ที่สอดแทรกให้เราเห็นและยอมรับความจริง การจาก ลา และความตาย ได้อย่างแยบยล แม้ 'ความตาย' จะเป็น 'สิ่งสามัญ' และเป็นความจริงในโลก ที่เราไม่มีทางปฏิเสธ ได้ว่า 'มนุษย์ทุกคนต้องตาย' ไม่ว่าคุณจะยากดีมีจน รวยล้นฟ้าหรือยาจก สุดท้ายร่างกายนั้นจะกลับคืนสู่ผืนดิน และเหลือเพียงเรื่องราว ดี-ชั่ว ให้ผู้อื่นได้เล่าขาน แต่ในเมื่อมนุษย์รู้ว่า 'ต้องตาย' แต่ทำไมถึงยัง 'กลัวตาย' บางคน อาจเลือกที่จะไม่พูดถึง หรือยอมรับกับสิ่งนี้ด้วยซ้ำ ซึ่งเรื่องราวนี้ปรากฏให้เราเห็นในภาพยนตร์ 'สัปเหร่อ' เช่นกัน ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ จะพาผู้อ่านทุกท่าน ไปทำความเข้าใจเรื่องนี้ให้มากขึ้น ผ่านการพูดคุยกับ 'นพ. ลัญฉน์ศักดิ์ อรรฆยากร' อาจารย์แพทย์ประจำศูนย์ชีวาภิบาล โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ซึ่งเป็นศูนย์ ที่เป็นต้นแบบในการประสานการบริบาล ให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตจนวาระสุดท้าย ครอบครัวยอมรับและปรับตัวได้ ความตายสอนว่า... : ตลอดชีวิตการทำงานของ นพ.ลัญฉน์ศักดิ์ เขาพบเจอกับผู้คนมากมาย ทั้งคนที่มีลมหายใจอยู่ บนโลก หรือคนที่ใกล้จะลาลับแบบไม่มีวันหวนกลับ แน่นอนว่าการทำงานของเขา และการพบเจอกับคนที่ใกล้โลก แห่งความตาย ย่อมสอนอะไรบางอย่างเกี่ยวกับ 'ความตาย' นพ.ลัญฉน์ศักดิ์ กล่าวว่า ความตายสอนให้เขาใช้ชีวิตใน ทุกๆ วันอย่างคุ้มค่า อย่าเอาเวลาไปยึดติดกับเรื่องต่างๆ มากเกินไป เพราะมนุษย์ทุกคนต่างมีเวลาอยู่บนโลกใบนี้ไม่


๑๑๒ เท่ากัน เราไม่รู้เสียด้วยซ้ำว่าวาระสุดท้ายของลมหายใจแห่งชีวิต จะมาถึงเมื่อไร.. "การที่มนุษย์จะรักหรือศรัทธากับ สิ่งใด นั่นเป็นเรื่องปกติที่คนเราทุกคนล้วนเจอ เราสามารถศรัทธาที่มีต่อโลก สังคม มนุษย์ หรือครอบครัวได้ แต่ต้อง พึงตระหนักว่า มนุษย์ทุกคนมีเวลาจำกัด จะใช้ชีวิตอย่างไรให้คุ้มค่า อย่าไปผูกกับเรื่องต่างๆ มากเกินไป มองความ ตายให้เป็นปกติ" อีกสิ่งหนึ่งที่ 'ความตาย' ได้สอนเขาก็คือ 'การเปลี่ยนแปลงเป็นเรื่องธรรมดา' หากตระหนักและ พิจารณาอย่างถี่ถ้วน จะพบว่า ความสวยงามและความสมบูรณ์ต่างๆ ที่เคยเห็นอยู่ขณะมีชีวิต สุดท้ายทุกสิ่งจะดับ สลายเหลือเพียงความว่างเปล่า ลาภ ยศ สรรเสริญ หรือการยอมรับ ก็ไม่ควรไปยึดติดมากเกินไป เพราะจะทำให้ใจ เกิดทุกข์ หากปล่อยวางไม่ลง วาระสุดท้ายของชีวิตเราจะมีแต่ความทุกข์ เพราะรู้สึกควบคุมอะไรไม่ได้ และเราก็จะ จากไปอย่างทรมาน... เมื่อต้องตาย แล้วใยจึงกลัวตาย : นพ.ลัญฉน์ศักดิ์ ระบุว่า ในทางจิตวิทยา 'Unconscious' หรือ 'จิตไร้สำนึก' ทำให้ มนุษย์อยากอยู่ห่างจากความตายมากที่สุด เพราะความตายทำให้มนุษย์ต้องเจอกับ ๒ สิ่ง ได้แก่ 'เผชิญกับความไม่ รู้หลังความตาย' และ 'ต้องห่างหายจากสิ่งที่รัก การใช้ชีวิต และความสุข' ไม่มีใครรู้ว่าโลกหลังความตายแท้จริงนั้น เป็นอย่างไร เราจะเจ็บปวดไหม หรือเราจะไปที่ไหนต่อ พอมนุษย์ 'เผชิญกับความไม่รู้' และตอบคำถามเหล่านี้ไม่ได้ ความตายจึงกลายเป็นความน่ากลัว บางคนตั้งใจใช้ชีวิตมาอย่างดี เอาชีวิตตัวเองไปผูกไว้กับเรื่องต่างๆ เพื่อให้ตัวเอง รู้สึกว่าต้องตายยากที่สุด เช่น อยู่เพื่อเรียนรู้ มีความสุข สะสมความมั่งคั่ง ตั้งเป้าหมายว่า ต้องรวยที่สุด ต้องสำเร็จ ที่สุด ต้องมีเพื่อนเยอะ ต้องมีเงินเยอะ ไม่เจ็บป่วย และสุขภาพดี ฯลฯ พอคิดว่าจะต้องตาย จึงกลัวที่จะสูญเสียสิ่ง เหล่านั้นไปอีกเหตุผลที่ทำให้มนุษย์กลัวตาย เพราะไม่ได้ยอมรับหรือเข้าใจลักษณะแห่ง 'ไตรลักษณ์' จึงทำให้ความ ตายเป็นอุปสรรคในการใช้ชีวิต ไตรลักษณ์ ประกอบด้วยลักษณะ ๓ อย่าง ได้แก่ อนิจจัง-ทุกขัง-อนัตตาอนิจจัง - ความไม่คงที่ ไม่ถาวร ไม่เที่ยง ทุกสิ่งบนโลกย่อมเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอด และจะดับสลายไปในที่สุด ทุกขัง - ความทุกข์ของสิ่งทั้งปวง ความทุกข์นั้นเป็นเรื่องที่ธรรมดา อนัตตา - ความเป็นของไม่ใช่ตัวตน คนปกติมัก ยึดมั่นในเรื่องตัวตน ว่านี่เป็นของเรา แต่ในทางพระพุทธศาสนาไม่มีอะไรที่เป็นของเรา ดังนั้น คนเราจึงกลัว ๓ สิ่งนี้ สิ่งที่ทำนายไม่ได้-สิ่งที่ทนอยู่ไม่ได้-สิ่งที่ควบคุมไม่ได้ ซึ่ง ๓ สิ่งนี้ เราเรียกรวมกันว่า 'ความตาย' คนพร้อม 'ตาย' :อย่างไรก็ตาม โลกมนุษย์ของเรา มีทั้งคนที่เตรียมพร้อมยอมรับความตาย และคนที่ยังไม่พร้อม ยอมรับความตาย สำหรับ 'คนที่พร้อมตาย' นพ.ลัญฉน์ศักดิ์ กล่าวว่า คนลักษณะนี้ จะเตรียมความพร้อมของ ร่างกาย จิตใจ และสังคม ซึ่งหากยอมรับเรื่องพวกนี้ได้ เราก็จะพร้อมตาย การเตรียมความพร้อมของร่างกาย คือ การมีสุขภาพที่ดีเท่าที่จะมีได้ แต่หากสุขภาพไม่ดี กระทั่งเป็นโรคต่างๆ คนพร้อมตายก็จะยอมรับต่อสิ่งที่เกิดขึ้นได้ กายที่พร้อมตายจึงเป็นกายที่ไม่ทุกข์การเตรียมความพร้อมของจิตใจ คือ การพยายามเข้าใจ และยอมรับไว้ ล่วงหน้า ว่าตนเองจะไม่อยู่แล้ว ตนเองต้องตายลาจากโลก การเตรียมความพร้อมของสังคม คือ การถอดหัวโขนใน หน้าที่การงานต่างๆ ไม่ยึดติดต่อหน้าที่การงานต่างๆ ที่เคย อย่างไรก็ตาม โลกมนุษย์ของเรา มีทั้งคนที่เตรียมพร้อม ยอมรับความตาย และคนที่ยังไม่พร้อมยอมรับความตาย สำหรับ 'คนที่พร้อมตาย' นพ.ลัญฉน์ศักดิ์ กล่าวว่า


๑๑๓ คนลักษณะนี้ จะเตรียมความพร้อมของร่างกาย จิตใจ และสังคม ซึ่งหากยอมรับเรื่องพวกนี้ได้ นพ.ลัญฉน์ศักดิ์ เสริมว่า "จิตจะอยู่กับปัจจุบันได้ เมื่อเรามองเห็นว่าทุกอย่างมีเกิดขึ้น ย่อมมีดับลง หากเข้าใจและ มองเห็นถึงเรื่องนี้ จิตและสติของมนุษย์จะคงอยู่กับปัจจุบัน เราต้องฝึกสติให้ยอมรับต่อความเปลี่ยนแปลงด้วย พอ เราเห็นความเป็นจริงของชีวิต ตั้งแต่ต้นจนจบได้ เราจะเกิด 'สติสัมปชัญญะ' สิ่งนี้จะทำให้ใจเราไม่หวั่นไหวไปกับ ความตาย" "การจากลาของมนุษย์ และคนที่เรารัก รวมถึงตัวเราต้องตายนั้นเป็นเรื่องธรรมชาติ คนที่ตายก่อนเรา เขาแค่มีประสบการณ์ก่อน ให้เราถือว่าเขาเป็นรุ่นพี่ ผมอยากให้มองเห็นเขาด้วยความรู้สึกเคารพ ไม่อยากให้สงสาร หรือจิตตกมากไป แต่เรียนรู้สัจธรรมจากเขา มีศรัทธาและให้เกียรติความเป็นมนุษย์ ถือว่าเขาเป็นอาจารย์เรา"


๑๑๔ แบบประเมินการเขียนแสดงความคิดเห็นตามเทคนิคกระบวนการ RAFT ที่ ชื่อ - สกุล ผลการประเมิน ๑.ด้านเนื้อหา (๕ คะแนน) ๒. ด้านการเสนอ ความคิด (๕ คะแนน) คะแนนรวม (๑๐ คะแนน) ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ ๗ ๘ ๙ ๑๐ ๑๑ ๑๒ ๑๓ ๑๔ ๑๕ ๑๖ ๑๗ ๑๘ ๑๙ ๒๐ ๒๑ ๒๒


๑๑๕ เกณฑ์การพิจารณาการเขียนแสดงความคิดเห็นตามเทคนิคกระบวนการ RAFT ประเด็น การประเมิน คะแนน ๕ ๔ ๓ ๒ ๑ ๑.ด้าน เนื้อหา เขียนแสดง ความคิดเห็น ตาม องค์ประกอบ ของเทคนิค กระบวนการ RAFT ได้ ครบถ้วน ๕ องค์ประกอบ เขียนแสดง ความคิดเห็น ตาม องค์ประกอบ ของเทคนิค กระบวนการ RAFT ได้ ๔ องค์ประกอบ เขียนแสดง ความคิดเห็น ตาม องค์ประกอบ ของเทคนิค กระบวนการ RAFT ได้ ๓ องค์ประกอบ เขียนแสดง ความคิดเห็น ตาม องค์ประกอบ ของเทคนิค กระบวนการ RAFT ได้ ๒ องค์ประกอบ เขียนแสดง ความคิดเห็น ตาม องค์ประกอบ ของเทคนิค กระบวนการ RAFT ได้ ๑ องค์ประกอบ ๒. ด้าน การเสนอ ความคิด แสดงความคิด อย่างชัดเจน มี ข้อสนับสนุน ประกอบ ทั้ง ข้อดีและ ข้อด้อย สมเหตุสมผล เชื่อมโยง ความคิด ในแต่ละส่วน ได้อย่าง สัมพันธ์กันดี แสดงความคิด อย่างชัดเจน มี ข้อสนับสนุน ประกอบทั้ง ข้อดีและ ข้อด้อย สมเหตุสมผล เชื่อมโยง ความคิด ในแต่ละส่วน พอประมาณ แสดงความคิด ได้น้อย มี ข้อสนับสนุน ประกอบทั้ง ข้อดีและ ข้อด้อยน้อยไป ไม่สมเหตุ สมผล เชื่อมโยง ความคิด ในแต่ละส่วน ได้น้อย ไม่แสดง ความคิด หรือ แสดงความคิด ได้น้อย ไม่ปรากฎ ข้อสนับสนุน หรือมี ข้อสนับสนุน เพียงข้อดี หรือมีเพียง ข้อด้อย ความคิดในแต่ ละส่วน ไม่เชื่อมโยง สัมพันธ์กัน ไม่แสดง ความคิด หรือแสดง ความคิดได้ น้อย ไม่ปรากฎ ข้อสนับสนุน หรือไม่มี ข้อสนับสนุน ทั้งข้อดี หรือ ข้อด้อย ความคิดใน แต่ละส่วน ไม่เชื่อมโยง สัมพันธ์กัน


๑๑๖ เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงชั้นคะแนน ระดับคุณภาพ ๙ - ๑๐ ดีมาก ๘ - ๙ ดี ๗ - ๘ พอใช้ ๐ - ๖ ปรับปรุง เกณฑ์การผ่านตั้งแต่ระดับ พอใช้ ขึ้นไป สรุป ผ่าน ไม่ผ่าน


๑๑๗ บันทึกหลังการสอน หน่วยการเรียนรู้ที่.......................................................................................................................... ................... เรื่อง.................................................................................................................................................................. ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒/๒, ๒/๖, ๒/๗ โรงเรียนกุมภวาปี ผลการจัดการเรียนการสอน .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... ปัญหาและอุปสรรค .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... ข้อเสนอแนะ/แนวทางแก้ไขปัญหา .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... ลงชื่อ.....................................................ผู้สอน (นางสาวจิรวรรณ จันทาสี) นักศึกษาปฏิบัติการสอนในสถานศึกษา วันที่.............เดือน......................พ.ศ................


๑๑๘ ความคิดเห็น/ข้อเสนอแนะของครูพี่เลี้ยง .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... ลงชื่อ........................................................... (นางสาวจุฑามาศ แก้วอินทร์) ครูพี่เลี้ยง วันที่.............เดือน......................พ.ศ................ ความคิดเห็น/ข้อเสนอแนะของรองผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการ .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... ลงชื่อ........................................................... (นางกรรณิการ์ ชัยรงค์ศรี) ตำแหน่ง รองผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการ วันที่.............เดือน......................พ.ศ................


๑๑๙ แบบบันทึกการประเมินพฤติกรรมในชั้นเรียน เลขที่ พฤติกรรม ชื่อ-สกุล พฤติกรรมและระดับคะแนน รวม ๑๒ ความตรง ต่อเวลาและ ความพร้อม ในการเรียน มุ่งมั่นใน การทำงาน ความสนใจ กระตือรือร้ นในการ เรียน มีคุณธรรม ในการเรียน เช่นความมี วินัย ๓ ๒ ๑ ๓ ๒ ๑ ๓ ๒ ๑ ๓ ๒ ๑ ๑ เด็กชายชาตรี ภูค าตา ๒ เด็กชายฐปนวัฒน์ วุฒิกุลพาณิชย์ ๓ เด็กชายณัฐกรสิษฐ์ ภู่แสนสะอาด ๔ เด็กชายณัฐรัฐ ธรรมลี ๕ เด็กชายเตชินท์ ไชยบุตร ๖ เด็กชายธนกฤต ลองศกัดิ์ ๗ เด็กชายธีรวัตร์ ทองเปี้ย ๘ เด็กชายนราวิชญ์ ถิ่นถาน ๙ เด็กชายพงศธร จันทวงษา ๑๐ เด็กชายพัชระวุธ ไชยคุณ ๑๑ เด็กชายพัสกร กรรมหาวงศ์ ๑๒ เด็กชายมงคลชัย ประเสระก้ง ๑๓ เด็กหญิงศิลายุ สุขใจ ๑๔ เด็กหญิงกนกวรรณ พึ่งสว่าง ๑๕ เด็กหญิงจิรนันท์ ไชยปัญหา ๑๖ เด็กหญิงจิรภัทร์ ไชยปัญหา ๑๗ เด็กหญิงฐิติพร อะวันนา ๑๘ เด็กหญิงณฑิรา วิบูลกุล ๑๙ เด็กหญิงณัฐนิชา เสิร์ฐสูงเนิน ๒๐ เด็กหญิงบัญฑิตา เต็งสุวรรณ ๒๑ เด็กหญิงปรียารัช ลุนลา ๒๒ เด็กหญิงปุณยาพร อ่อนภูเขา


๑๒๐ ๒๓ เด็กหญิงพิมพ์วรัญ โคตสพล ๒๔ เด็กหญิงพิริยากร พลที ๒๕ เด็กหญิงวรัญญา ทาสะโก ๒๖ เด็กหญิงศรันย์ชนก ศรีขอดแก้ว ๒๗ เด็กหญิงศุภกัญญา ดวงพรดี ๒๘ เด็กหญิงสุรัสดา บุตรสาระ ๒๙ เด็กหญิงอรวรรณ อินเรืองศรี ๓๐ เด็กหญิงอทิตยา พิชญเดชาธนากุล ๓๑ เด็กหญิงอิ่มใจ ค าภาษี ๓๒ เด็กหญิงเอิน ฉี ตัน ๓๓ เด็กหญิงไอยวริญช์ บ ารุงกูล ๓๔ เด็กชายนพรุจ ปู่ชัยเคน ๓๕ เด็กชายอรา บ ารุงภักดี ๓๖ เด็กหญิงจีราพร ศรีประเทศ ๓๗ เด็กหญิงพรชนก อนุเวช ๓๘ เด็กหญิงจารวี อุทัยกัน ๓๙ เด็กชายกตัญญู สุระเสน ลงชื่อ...........................................................ผู้ประเมิน (นางสาวจิรวรรณ จันทาสี) วันที่.................เดือน.............................พ.ศ..............


๑๒๑ เกณฑ์การประเมินพฤติกรรมในชั้นเรียน รายการประเมิน เกณฑ์การประเมิน ๓ (ดี) ๒ (พอใช้) ๑ (ปรับปรุง) ๑.ความตรงต่อเวลาและ ความพร้อมในการเรียน ๑. เข้าเรียนตรงเวลา ๒. อุปกรณ์การเรียนครบ ตามที่ครูกำหนด เช่น หนังสือ เรียน สมุด ๑. เข้าเรียนช้ากว่า กำหนด แต่ไม่เกิน ๑๐ นาที ๒. อุปกรณ์การเรียนไม่ ครบตามที่ครูกำหนด ๑. เข้าเรียนช้าเกินกว่า ๑๐ นาที ๒. ไม่นำอุปกรณ์การ เรียนมาเลยแม้แต่ชิ้น เดียว ๒.มุ่งมั่นในการทำงาน ๑. ทำงานด้วยความตั้งใจ ๒. ซักถามแสดงความคิดเห็น บ่อยครั้ง ๑. ทำงานด้วยความ ตั้งใจ ๒. ซักถามแสดงความ คิดเห็นบ้างบางครั้ง ๑. ไม่ตั้งใจทำงาน ๒. ไม่ซักถามหรือแสดง ความคิดเห็นใด ๆ ทั้งสิ้น ๓ . ค ว า ม ส น ใ ค ว า ม กระตือรือร้นในการเรียน ๑. ปฏิบัติงานที่ครูสั่งทันที ๒. จดบันทึก และตั้งใจฟังครู สอน ๑. ปฏิบัติงานตามที่ครู สั่ง ๒ . จ ด บ ั น ท ึ ก บ ้ า ง บางครั้ง ไม่ตั้งใจฟัง เท่าที่ควร ๑. ไม่ทำงานตามที่ครูสั่ง ๒. ไม่จดบันทึกและไม่ ตั้งใจฟัง ๔. มีคุณธรรมในการเรียน เช่น ความมีวินัย ๑. นั่งอยู่กับที่ ไม่เล่น ๒. ไม่พูดคุยเวลาครูสอน ๑. นั่งอยู่กับที่ ไม่เล่น ๒. พูดคุยกับเพื่อนบ้าง เป็นบางครั้ง ๑. เดินในห้องโดยไม่ได้ รับอนุญาต เล่นกับ เพื่อน ๒. พูดคุยกับเพื่อน ตลอด เวลา ระดับคุณภาพ/การวัดประเมินผล คะแนนรวม ๙ – ๑๒ หมายถึง นักเรียนมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ดี คะแนนรวม ๕ - ๘ หมายถึง นักเรียนมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ พอใช้ คะแนนรวม ๐ - ๔ หมายถึง นักเรียนมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ควรปรับปรุง


๑๒๒ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๔ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย โรงเรียนกุมภวาปี หน่วยการเรียนรู้ที่ ๗ โคลงสุภาษิตพระราชนิพนธ์ เวลา ๑๕ ชั่วโมง พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เรื่อง การเขียนแสดงความคิดเห็นจากบทความ เวลา ๑ ชั่วโมง ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ ผู้สอน นางสาวจิรวรรณ จันทาสี วันที่สอน ๑ มกราคม ๒๕๖๗ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒/๗ เวลา ๑๐.๒๐ – ๑๑.๑๐ น. ๒ มกราคม ๒๕๖๗ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒/๒ เวลา ๑๑.๑๐ – ๑๒.๐๐ น. ๓ มกราคม ๒๕๖๗ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒/๖ เวลา ๑๓.๐๐ – ๑๓.๕๐ น. ……………………….……………………….……………………….……………………….……………………….……………………… ๑. สาระสำคัญ การเขียนแสดงความคิดเห็น คือการแสดงอารมณ์ ความรู้สึก ความคิด และข้อสันนิษฐานนั้นออกมาให้ ผู้อ่านได้รับรู้ จำเป็นที่จะต้องเขียนด้วยข้อมูลที่เป็นข้อเท็จจริง มีเหตุและมีผล เป็นไปในทางที่สร้างสรรค์ ผู้เขียนจึง จำเป็นต้องมีความรู้ความเข้าใจในเรื่องที่จะแสดงความคิดเห็นเป็นอย่างดี เพื่อที่จะแสดงความคิดเห็นได้อย่างเข้าใจ และตรงประเด็น จากการรับข่าวสารเรื่องใดเรื่องหนึ่งมี่ผู้รับสารเกิดความคิดเห็นที่มีต่อเรื่องนั้น ทั้งเห็นด้วยและไม่ เห็นด้วย ในการเขียนแสดงความคิดเห็น ผู้เขียนต้องรู้จักการอ่านจับใจความสำคัญ วิเคราะห์ข้อเท็จจริง ข้อคิดเห็น พิจารณาข้อมูล และเหตุผลมาสนับสนุนว่ามีความน่าเชื่อถือเพียงใด มีความสมเหตุสมผล ดังนั้นเมื่อผู้เรียนได้ศึกษา หลักในการแสดงความคิดเห็น จะสามารถเขียนแสดงความคิดเห็นได้อย่างสร้างสรรค์ ๒. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ท ๒.๑ ใช้กระบวนการเขียน เขียนสื่อสาร เขียนเรียงความ ย่อความ และเขียนเรื่องราวในรูปแบบต่างๆ เขียนรายงานข้อมูลสารสนเทศและเขียนรายงานการศึกษาค้นคว้าอย่างมี ประสิทธิภาพ ตัวชี้วัด ท ๒.๑ ม.๒/๗ เขียนวิเคราะห์ วิจารณ์ และแสดงความรู้ ความคิดเห็น หรือโต้แย้ง ในเรื่องที่อ่านอย่างมีเหตุผล ท ๒.๑ ม.๒/๘ มีมารยาทในการเขียน


๑๒๓ ๓.จุดประสงค์การเรียนรู้ ๓.๑ นักเรียนบอกข้อดีหรือข้อด้วยของเครื่องมือสื่อสารในสมัยอดีตและสมัยปัจจุบันได้ ๓.๒ นักเรียนเขียนแสดงความคิดเห็นจากเนื้อหาของบทความตามเทคนิคกระบวนการ RAFT ได้ ๓.๓ นักเรียนให้ความร่วมมือในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ๔. สมรรถนะของผู้เรียน ๔.๑ ความสามารถในการสื่อสาร ๔.๒ ความสามารถในการคิด ๔.๓ ความสามารถในการแก้ปัญหา ๔.๔ ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต ๕. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๕.๑ มุ่งมั่นในการทำงาน ๕.๒ ใฝ่เรียนรู้ ๕.๓ มีวินัย ๖. สาระการเรียนรู้ ๖.๑ การเขียนแสดงความคิดเห็น ๗. ชิ้นงานหรือภาระงาน ๗.๑ ใบงาน ๘.คำถามสำคัญ ๘.๑ หลักการเขียนแสดงความคิดเห็นมีอะไรบ้าง ๙.การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ขั้นนำ ๙.๑ ครูนำเสนอโทษของโซเชียลและข้อดีของโซเชียลดังนี้ ผ่านสื่อการสอน PowerPoint เล่นไม่รู้จักเวลา ไม่กิน ไม่นอน เสียการเรียน เพิ่มความสะดวกสบาย ติดต่อกันง่าย เหมือนจะใกล้ชิดกันมากขึ้น ครูตั้งคำถามเพื่อดึงความสนใจจากนักเรียน ได้แก่ ให้นักเรียนจำแนกข้อความทั้งสอง ข้อความใดเป็นผลดี ข้อความใดเป็นผลเสีย (ผลเสีย คือ เล่นไม่รู้จักเวลา ไม่กิน ไม่นอน เสียการเรียน ผลดี คือ เพิ่มความสะดวกสบาย ติดต่อกันง่าย เหมือนจะใกล้ชิดกันมากขึ้น) ครูถามว่าข้อความข้างต้นเป็นผลดีและผลเสียในเรื่องใด


๑๒๔ ขั้นสอน ๙.๒ ครูนำเสนอบทความ ผ่านสื่อการสอน เว็บไซต์ บทความชื่อ เหรียญสองด้าน ของโซเชียลมีเดีย โดยแพทย์หญิงปรานี ปวีณชนาจิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น โรงพยาบาลมนารมย์ ๙.๓ ครูให้นักเรียนแสดงความคิดเห็นในประเด็น คำว่า “เหรียญสองด้าน” บทความชื่อ เหรียญสองด้านของโซเชียลมีเดีย โดยแพทย์หญิงปรานี ปวีณชนาจิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น โรงพยาบาลมนารมย์ ( ให้นักเรียนยกมือแสดงความคิดเห็นได้ทุกคน ตามความสมัครใจ ) ครูรับฟังคำตอบของนักเรียน ๙.๔ ครูเชื่อมโยงเข้าคำถามชวนคิด โดยการคำถามดังนี้ การแสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับบทความ มีหลายแง่มุม จากที่นักเรียนแสดงความคิดเห็นข้างต้นนั้น มีแง่มุมใดบ้าง (ข้อดีและ ข้อเสีย, ผลดีและผลเสีย, ผลดีและผลกระทบ จากนั้นครูแจกใบงาน เขียนแสดงความคิดเห็นจากเพลง โดยใช้เทคนิคกระบวนการ RAFT ๙.๕ ครูและนักเรียนร่วมกันจับใจความสำคัญจากเนื้อหาของบทความ “เหรียญ สองด้านของโซเชียลมีเดีย” โดยตั้งประเด็นคำถาม ได้แก่ จากบทความเป็นเรื่องเกี่ยวกับอะไร (การใช้โซเชียล มีเดีย), จากการอ่านบทความ ประโยชน์หลักๆ ของโซเชียลคืออะไร (ใช้ในการติดต่อสื่อสาร ง่าย สะดวก เหมือนอยู่ ใกล้กันตลอดเวลา), โซเชียลมีเดียที่นักเรียนใช้ติดต่อสื่อสารมีอะไรบ้าง (เฟซบุ๊ก ไลน์ อินสตาแกรม ทวิตเตอร์ ติ๊ กต็อก แอปพิเคชันสำหรับสั่งสินค้าออนไลน์ ), ดังนั้น เหรียญสองด้านของโซเชียลมีเดียคืออะไร (ข้อดีและข้อเสีย ของโซเชียลมีเดีย) ๙.๖ ครูนำเข้าสู่การตั้งคำถามจากภาพ ได้แก่ จากรูปภาพ ในอดีตเราเคยสื่อสาร กันด้วยวิธีใด (เขียนจดหมาย ส่งจดหมาย) จากภาพ ในปัจจุบันเราสื่อสารกันด้วยวิธีใด (สื่อสารกันโดยใช้สื่อโซ เชียล) ดังภาพ ช่วงเวลาในอดีต สังคมสมัยใหม่


๑๒๕ ๙.๗ ครูร่วมกันสนทนากับนักเรียนเกี่ยวกับบทความ “เหรียญสองด้านของ โซเชียลมีเดีย” จากการอ่านบทความแล้ว นักเรียนคิดว่า โซเชียลมีผลต่อการใช้ชีวิตเราหรือไม่ (มีทั้ง ข้อดี และข้อเสีย) ๙.๘ ครูให้นักเรียนยกตัวอย่าง เครื่องมือสื่อสารในสมัยอดีต และเปลี่ยนแปลง มาเป็นเครื่องมือสื่อสารอะไรบ้างในสมัยปัจจุบัน พร้อมกับให้นักเรียนระบุข้อดี หรือข้อเสีย ของสิ่งนั้นๆ กำกับด้วย เช่น อดีตเคยใช้การเขียนจดหมาย ปัจจุบัน ใช้การส่งข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ข้อดีของการเขียนจดหมาย คือ ข้อความ ชัดเจน เนื้อหาไม่บิดเบือน ไม่สามารถแอบอ้างข้อมูลได้ ข้อด้อยคือ ล่าช้า ใช้เวลาในการส่ง และข้อดีของการส่ง ข้อความ ผ่านเฟซบุ๊กคือสารถส่งได้ตลอดเวลาที่ต้องการสื่อสาร แต่ข้อด้อยคือ ข้อมูลอาจถูก ถ่ายทอดไปสู่บุคคลอื่นได้ หรือ อาจจะโดนผู้อื่นแอบอ้างในการใช้งานได้ (ให้นักเรียนตอบตามความสมัครใจ หรือ อาจตอบช่วยกันในชั้นเรียน) ๙.๙ ครูให้นักเรียนทำใบงานเขียนแสดงความคิดเห็นจากบทความ โดยใช้ เทคนิคกระบวนการ RAFT โดยครูยกตัวอย่างผลงาน งานเขียนแสดงความคิดเห็นจากบทความ โดยใช้เทคนิคกระบวนการ RAFT ดังนี้ R – Role บทบาทของผู้เขียน A – Audience ผู้อ่าน F – Format รูปแบบ Topic หัวข้อ เฟซบุ๊ก จดหมายไปรษณีย์ จดหมายสั้น เวลาที่เปลี่ยนไป ......เธอช้าเหมือนเต่าล้านปีเลย กว่าจะสื่อสารกันได้ คงใช้เวลาเป็นวันเป็นคืน ถ้ามีเรื่องด่วนมากๆ คงจะเกิด ปัญหาตามมามากมาย แต่ฉันสิ สะดวกรวดเร็ว ไม่ว่าจะต้องการถาม ต้องการบอก สามารถสื่อสารกันได้เพียงแค่ ไม่ถึง ๑ นาที สะดวก สบาย รวดเร็ว ครบจบที่ฉัน รีบพัฒนาตัวเองนะ ครูอธิบายการเขียนแสดงความคิดเห็นจากบทความ “เหรียญสองด้านของ โซเชียลมีเดีย” โดยใช้เทคนิคกระบวนการ RAFT ดังนี้ ขั้นตอนที่ ๑ นักเรียนกำหนดว่าตนเองเป็นใคร มีบทบาทอย่างไรในการเขียนครั้งนี้ เช่น ตัวอย่างข้างต้น กำหนดบทบาทของผู้เขียนเป็น “เฟซบุ๊ก” ซึ่งเป็นเครื่องมือสื่อสารในปัจจุบัน


๑๒๖ ขั้นตอนที่ ๒ นักเรียนกำหนดบทบาทหรือผู้รับสาร โดยผู้อ่านอาจเป็นสิ่งมีชีวิต หรือไม่มี ชีวิตก็ได้ เช่น ตัวอย่างข้างต้น กำหนดบทบาทของผู้อ่านเป็น “จดหมายไปรษณีย์” ซึ่งเป็นเครื่องมือสื่อสารในสมัย อดีต ขั้นตอนที่ ๓ นักเรียนกำหนดรูปแบบของงานเขียน ว่าเป็นงานเขียนประเภทใด เช่น ตัวอย่างข้างต้น กำหนดให้เป็นงานเขียนประเภท “จดหมายสั้น” ขั้นตอนที่ ๔ นักเรียนกำหนดหัวข้อของงานเขียน เช่น ตัวอย่างข้างต้น กำหนดให้หัวข้อ คือ “เวลาที่เปลี่ยนไป” เนื้อที่ครูเขียน เป็นการแสดงข้อดีของการใช้เฟซบุ๊ก ทำให้ผู้อ่านเห็นข้อด้อยของจดหมายไปรษณีย์ทันที ซึ่งเป็นการแสดงความคิดเห็นเชิงบวกต่อสิ่งของในสมัยใหม่ ๙.๑๐ ครูให้นักเรียนลงมือทำใบงานการ เขียนแสดงความคิดเห็นจากบทความ “เหรียญสองด้าน ของโซเชียลมีเดีย”โดยใช้เทคนิคกระบวนการ RAFT ของตนเอง โดยให้นักเรียนเลือกเขียน เครื่องมือสื่อสารในสมัยอดีต ในสมัยอดีตถึงเครื่องมือสื่อสารในสมัย อดีต ในสมัยปัจจุบัน หรือ เขียนจากเครื่องมือสื่อสารในสมัยอดีต ในสมัยปัจจุบัน ถึง เครื่องมือสื่อสารในสมัยอดีต ในสมัยอดีต แต่ในเนื้อหาให้ระบุข้อดีของบทบาทผู้เขียน และแสดงข้อด้วยของบทบาทผู้อ่าน ดังตัวอย่างที่ครูได้ นำเสนอ ๙.๑๑ นักเรียนนำเสนอผลงานของตนเองหน้าชั้นเรียน ( เลือกจำนวนนักเรียนตาม ความเหมาะสมของเวลา ) ขั้นสรุป ๙.๑๒ เมื่อครูรับฟังการนำเสนอผลงานของนักเรียน ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปว่า จากที่เขียน แสดงความคิดเห็นในใบงาน มีนักเรียนที่แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเครื่องมือสื่อสารในอดีตเชิงบวกจำนวนกี่คน และมีนักเรียนที่แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเครื่องมือสื่อสารในสมัยปัจจุบันในเชิงบวกกี่คน และระหว่างเชิงบวกกับ เชิงลบ ประเด็นใดมีจำนวนมากกว่ากัน จากนั้นครูจึงสรุปความคิดเห็นในเชิงบวก และในลบตามลำดับอีกครั้ง เพื่อให้นักเรียนเข้าใจการเขียนแสดงความคิดเห็นชัดเจนยิ่งขึ้น ๑๐.สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ ๑๐.๑ ประเภทสื่อ - PowerPoint - ใบงาน ๑๐.๒ แหล่งการเรียนรู้ - หนังสือภาษาไทยหลักภาษาและการใช้ภาษา ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ - อินเทอร์เน็ต


๑๒๗ ๑๑. กระบวนการวัดและประเมินผล พฤติกรรม วิธีการวัด เครื่องมือในการวัด เกณฑ์การประเมินผล ๑.นักเรียนบอกข้อดีหรือข้อด้วยของ เครื่องมือสื่อสารในสมัยอดีตและ สมัยปัจจุบันได้ การถามคำถาม (ขั้นสอน ๙.๘) คำถาม นักเรียนยกตัวอย่างได้ ๕ ตัวอย่าง ถือว่าผ่านเกณฑ์ ๒. นักเรียนเขียนแสดงความคิดเห็น จากเนื้อหาของบทความตามเทคนิค กระบวนการ RAFT ได้ การตรวจใบงาน “เขียนแสดง ความคิดเห็น จากเพลง ตามเทคนิค กระบวนการ RAFT ได้” ใบงาน “เขียนแสดง ความคิดเห็นจากเพลง ตามเทคนิคกระบวนการ RAFT ได้” นักเรียนผ่านเกณฑ์ การประเมิน ร้อยละ ๗๐ ๓. นักเรียนให้ความร่วมมือในการจัด กิจกรรมการเรียนรู้ การประเมิน พฤติกรรมใน ชั้นเรียน แบบประเมินพฤติกรรมใน ชั้นเรียน นักเรียนผ่านการ ประเมินพฤติกรรมใน ชั้นเรียนผ่านเกณฑ์ อย่างน้อย ร้อยละ ๘๐


๑๒๘ ใบงาน การเขียนแสดงความคิดเห็นจากบทความ โดยใช้เทคนิคกระบวนการ RAFT R – Role บทบาทของผู้เขียน A – Audience ผู้อ่าน F – Format รูปแบบ Topic หัวข้อ ชื่อ นามสกุล เลขที่ ชั้น ………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………


๑๒๙ “เหรียญสองด้านของโซเชียลมีเดีย” โดยแพทย์หญิงปรานี ปวีณชนาจิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น โรงพยาบาลมนารมย์ เทคโนโลยี “โซเชียลมีเดีย” เป็นรูปแบบการสื่อสารที่มีบทบาทในชีวิตเรามากขึ้นทุกที แต่ละวันทุกคนใช้ สื่อเหล่านี้ไม่มากก็น้อย เช่น ไลน์ เฟซบุ๊ก อินสตาแกรม ทวิตเตอร์ ยูทูบ บางคนจับมือถือเป็นอย่างแรกหลังตื่นนอน และวางเป็นสิ่งสุดท้ายก่อนเข้านอน จุดเด่นที่ทำให้โซเชียลมีเดียแตกต่างจากสื่ออื่น จนกลายเป็นปัจจัยที่ ๕ ของ การใช้ชีวิตเพราะลักษณะเฉพาะตัวที่ว่า “เข้าถึงง่าย สะดวก ฉับไว ไม่ลบเลือน” คนเราใช้โซเชียลมีเดียด้วยเหตุผล หลายอย่าง เช่น ติดต่อมีปฏิสัมพันธ์กับคนอื่น หาข้อมูลข่าวสารที่ต้องการทราบ ติดต่อธุระ ใช้เพื่อเบี่ยงเบนความ สนใจ เป็นวิธีการรับมือกับความเครียด โซเชียลมีเดียช่วยย่อโลกให้เล็กลง เพิ่มความสะดวกสบาย ติดต่อกันง่าย (เหมือนจะ)ใกล้ชิดกันมากขึ้น เข้าถึงข้อมูลต่างๆ ได้ ทุกอย่างเกิดขึ้นได้เพียงแค่กดปุ่มสัมผัสที่ปลายนิ้ว และมีข้อดี อีกหลายอย่างที่ทำให้ผู้คนใช้โซเชียลมีเดียกันมากขึ้นเรื่อยๆ แม้ว่าโซเชียลมีเดียมีข้อดีหลายอย่าง แต่ทุกอย่างย่อมมีข้อเสียด้วยเสมอ มีการศึกษาวิจัยเรื่องผลจากการ ใช้โซเชียลมีเดียกับการทำงานของสมอง พบว่าคนที่ใช้โซเชียลมีเดียบ่อยและมากในระดับหนึ่งจะมีการเปลี่ยนแปลง ของพฤติกรรม อารมณ์ และความสามารถในการเรียนรู้ เช่น มักอ่านอะไรสั้นๆ ไม่อ่านเนื้อหาทั้งหมด ทำให้ขาด ทักษะการจับใจความและวิเคราะห์ข้อมูล เห็นคนอื่นมีสิ่งต่างๆ เกิดการเปรียบเทียบ ทำให้ทุกข์ใจ จนอาจเป็น ซึมเศร้าได้ เวลาที่เราใช้โซเชียลมีเดีย สมองต้องรับข้อมูลปริมาณมากในเวลาเดียวกัน (ทั้งที่จำเป็นและไม่จำเป็น) ทำหลายๆ อย่างพร้อมกัน สมองถูกกระตุ้นให้ตื่นตัวตลอดเวลา เวลาเล่นมีการหลั่งสารเคมีโดปามีนออกมา ทำให้ เกิดอาการติดได้ (เหมือนคนติดสารเสพติด) สมองมีกระบวนการเก็บข้อมูลที่เรียนรู้ใหม่และความทรงจำใหม่ที่แย่ลง ความสามารถในการตัดสินใจไม่ดี การอดทนรอคอยลดลง จนมีอาการเหมือนคนเป็นโรคสมาธิสั้นได้ เมื่อติดโซเชียลมีเดียมากถึงในระดับหนึ่งจะวินิจฉัยว่าเป็น “โรคเสพติดโซเชียลมีเดีย” ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการรักษา เพราะอาการดังกล่าวส่งผลเสียต่อการใช้ชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการเรียน การทำงาน การดูแลสุขภาพสุขอนามัย หรือ สัมพันธภาพกับผู้อื่น เกณฑ์การวินิจฉัยต้องมีอาการครบ ๔ ข้อ คือ ๑. เล่นมากจนเกินไป เช่น เล่นไม่รู้จักเวลา ไม่กิน ไม่นอน เสียการเรียน เสียสัมพันธภาพกับคนอื่น ๒. มีอาการถอนเมื่อไม่ได้เล่น เช่น หงุดหงิด อาละวาด ทำลายข้าวของ เครียด ซึมเศร้า ๓. มีความต้องการที่จะเล่นเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เช่น เพิ่มจำนวนเวลาในการเล่น ความทันสมัยของอุปกรณ์ ๔. มีพฤติกรรมที่ไม่ดีที่ตามมาเพื่อให้ได้เล่น เช่น ขโมยเงิน โกหก ทะเลาะกับคนรอบข้าง “โรคเสพติดโซเชียลมีเดีย” มักพบร่วมกับโรคทางจิตเวชอื่นได้บ่อย จำเป็นต้องให้การรักษาควบคู่กันไป เช่น โรค สมาธิสั้น โรคซึมเศร้า โรควิตกกังวล โรคกลัวการเข้าสังคม โรคย้ำคิดย้ำทำ พฤติกรรมรุนแรงก้าวร้าว การใช้สาร เสพติด ข้อเสียอีกอย่างหนึ่งที่คนมักมองข้ามไปและเป็นประเด็นที่สำคัญ คือ การใช้โซเชียลมีเดียทำให้คนติดอยู่ใน โลกนั้น ถอยห่างจากโลกความเป็นจริง เพราะโลกโซเชียลมีเดียทำให้เรารู้สึกมีอำนาจ อยากเป็นใครก็ได้


๑๓๐ อยากทำอะไรก็ทำ ซึ่งแตกต่างจากชีวิตจริงที่เราต้องอยู่ในกฎกติกาของสังคม บางคนเล่นมากเกินไปจนไม่มี สัมพันธภาพกับคนอื่นในชีวิตจริง ไม่ออกจากบ้าน ขาดโอกาสฝึกทักษะการเข้าสังคม แม้บางคนจะคิดว่าการใช้ โซเชียลมีเดียเป็นรูปแบบการสื่อสารอย่างหนึ่ง แต่อย่าลืมว่ามันเป็นการสื่อสารทางเดียว (One way communication) ที่ไม่เหมือนกับการที่เรามาคุยกันต่อหน้า ได้เห็นภาษากาย (Nonverbal) ของอีกฝ่าย และมี การตอบสนองกันทันที เช่น เมื่อเห็นอีกฝ่ายเครียด เราสามารถพูดปลอบและใช้การแตะสัมผัสให้กำลังใจกันได้ พฤติกรรมการใช้โซเชียลมีเดียอาจทำให้คนเราห่างเหินกันมากขึ้น แม้จะนั่งติดกันก็ตาม เช่น ครอบครัวที่นั่งกินข้าว พร้อมกัน แต่ทุกคนก้มหน้าเล่นมือถือ (Phubbing) ไม่มีการพูดคุยกัน เด็กและเยาวชนถือเป็นกลุ่มเสี่ยงต่อการติดโซเชียลมีเดียและได้รับผลเสียจากการใช้ เช่น ถูกหลอกให้โอน เงิน ถูกหลอกให้ถ่ายรูปอนาจารส่งไปให้อีกฝ่ายดู การป้องกันและการให้การช่วยเหลือตั้งแต่แรกเริ่มจึงเป็นสิ่งที่ สำคัญ วิธีการ คือ พิจารณาอายุของเด็กว่าสามารถเข้าใช้เว็บใดได้หรือไม่ได้ ใช้โปรแกรมกรองเว็บที่ไม่เหมาะสม มี กติกาในการใช้โซเชียลมีเดีย รู้พฤติกรรมการใช้โซเชียลมีเดียของเด็ก สอนเด็กไม่ให้กรอกข้อมูลส่วนบุคคลตามเว็บ ต่างๆ ติดตามดูรูปของเด็กที่โพสต์ เป็นตัวอย่างที่ดีให้กับเด็กในการใช้โซเชียลมีเดีย สอนเรื่องความคงอยู่ของข้อมูล ที่โพสต์ลงไป สอนเรื่องอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้จากการใช้โซเชียลมีเดีย และผู้ใหญ่ต้องตามเทคโนโลยีให้ทันเด็ก หากคุณหรือคนใกล้ตัวเริ่มมีพฤติกรรมที่ติดโซเชียลมีเดียมากเกินไปจนเริ่มมีผลเสียต่อการใช้ชีวิต วิธีการ ช่วยเหลือเบื้องต้น เช่น พยายามลดเวลาที่เล่นลง กำหนดเวลา จำนวนครั้งที่จะเช็คข้อมูลต่อวัน ลบแอปพลิเคชันที่ ทำให้ติดมากๆ ออกจากเครื่อง เวลาทำกิจกรรมอย่างอื่นๆ ให้เอาอุปกรณ์หน้าจอห่างจากตัวให้มากที่สุด แต่ถ้าได้ ลองหลายวิธีแล้วยังไม่ดีขึ้น ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ เช่น จิตแพทย์ นักจิตวิทยา ข้อเสียอื่นๆ ที่ตามมาจากการใช้โซเชียลมีเดียที่ต้องเฝ้าระวัง ตัวอย่างเช่น การกลั่นแกล้งและคุกคาม (Cyberbullying and Online Harassment) การรับหรือส่งสื่อลามกไปให้คนอื่น (Sexting) ภาวะซึมเศร้าที่เกิด จากการใช้โซเชียลมีเดียมากเกินไป การถูกขโมยข้อมูลส่วนบุคคล การถูกจูงใจให้ซื้อของมากเกินความจำเป็น


๑๓๑ แบบประเมินการเขียนแสดงความคิดเห็นตามเทคนิคกระบวนการ RAFT ที่ ชื่อ - สกุล ผลการประเมิน ๑.ด้านเนื้อหา (๕ คะแนน) ๒. ด้านการเสนอ ความคิด (๕ คะแนน) คะแนนรวม (๑๐ คะแนน) ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ ๗ ๘ ๙ ๑๐ ๑๑ ๑๒ ๑๓ ๑๔ ๑๕ ๑๖ ๑๗ ๑๘ ๑๙ ๒๐ ๒๑ ๒๒


๑๓๒ เกณฑ์การพิจารณาการเขียนแสดงความคิดเห็นตามเทคนิคกระบวนการ RAFT ประเด็น การประเมิน คะแนน ๕ ๔ ๓ ๒ ๑ ๑.ด้าน เนื้อหา เขียนแสดง ความคิดเห็น ตาม องค์ประกอบ ของเทคนิค กระบวนการ RAFT ได้ ครบถ้วน ๕ องค์ประกอบ เขียนแสดง ความคิดเห็น ตาม องค์ประกอบ ของเทคนิค กระบวนการ RAFT ได้ ๔ องค์ประกอบ เขียนแสดง ความคิดเห็น ตาม องค์ประกอบ ของเทคนิค กระบวนการ RAFT ได้ ๓ องค์ประกอบ เขียนแสดง ความคิดเห็น ตาม องค์ประกอบ ของเทคนิค กระบวนการ RAFT ได้ ๒ องค์ประกอบ เขียนแสดง ความคิดเห็น ตาม องค์ประกอบ ของเทคนิค กระบวนการ RAFT ได้ ๑ องค์ประกอบ ๒. ด้าน การเสนอ ความคิด แสดงความคิด อย่างชัดเจน มี ข้อสนับสนุน ประกอบ ทั้ง ข้อดีและ ข้อด้อย สมเหตุสมผล เชื่อมโยง ความคิด ในแต่ละส่วน ได้อย่าง สัมพันธ์กันดี แสดงความคิด อย่างชัดเจน มี ข้อสนับสนุน ประกอบทั้ง ข้อดีและ ข้อด้อย สมเหตุสมผล เชื่อมโยง ความคิด ในแต่ละส่วน พอประมาณ แสดงความคิด ได้น้อย มี ข้อสนับสนุน ประกอบทั้ง ข้อดีและ ข้อด้อยน้อยไป ไม่สมเหตุ สมผล เชื่อมโยง ความคิด ในแต่ละส่วน ได้น้อย ไม่แสดง ความคิด หรือ แสดงความคิด ได้น้อย ไม่ปรากฎ ข้อสนับสนุน หรือมี ข้อสนับสนุน เพียงข้อดี หรือมีเพียง ข้อด้อย ความคิดในแต่ ละส่วน ไม่เชื่อมโยง สัมพันธ์กัน ไม่แสดง ความคิด หรือแสดง ความคิดได้ น้อย ไม่ปรากฎ ข้อสนับสนุน หรือไม่มี ข้อสนับสนุน ทั้งข้อดี หรือ ข้อด้อย ความคิดใน แต่ละส่วน ไม่เชื่อมโยง สัมพันธ์กัน


๑๓๓ เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงชั้นคะแนน ระดับคุณภาพ ๙ - ๑๐ ดีมาก ๘ - ๙ ดี ๗ - ๘ พอใช้ ๐ - ๖ ปรับปรุง เกณฑ์การผ่านตั้งแต่ระดับ พอใช้ ขึ้นไป สรุป ผ่าน ไม่ผ่าน


๑๓๔ บันทึกหลังการสอน หน่วยการเรียนรู้ที่.......................................................................................................................... ................... เรื่อง.................................................................................................................................................................. ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒/๒, ๒/๖, ๒/๗ โรงเรียนกุมภวาปี ผลการจัดการเรียนการสอน .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... ปัญหาและอุปสรรค .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... ข้อเสนอแนะ/แนวทางแก้ไขปัญหา .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... ลงชื่อ.....................................................ผู้สอน (นางสาวจิรวรรณ จันทาสี) นักศึกษาปฏิบัติการสอนในสถานศึกษา วันที่.............เดือน......................พ.ศ................


๑๓๕ ความคิดเห็น/ข้อเสนอแนะของครูพี่เลี้ยง .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... ลงชื่อ........................................................... (นางสาวจุฑามาศ แก้วอินทร์) ครูพี่เลี้ยง วันที่.............เดือน......................พ.ศ................ ความคิดเห็น/ข้อเสนอแนะของรองผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการ .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... ลงชื่อ........................................................... (นางกรรณิการ์ ชัยรงค์ศรี) ตำแหน่ง รองผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการ วันที่.............เดือน......................พ.ศ................


๑๓๖ แบบบันทึกการประเมินพฤติกรรมในชั้นเรียน เลขที่ พฤติกรรม ชื่อ-สกุล พฤติกรรมและระดับคะแนน รวม ๑๒ ความตรง ต่อเวลาและ ความพร้อม ในการเรียน มุ่งมั่นใน การทำงาน ความสนใจ กระตือรือร้ นในการ เรียน มีคุณธรรม ในการเรียน เช่นความมี วินัย ๓ ๒ ๑ ๓ ๒ ๑ ๓ ๒ ๑ ๓ ๒ ๑ ๑ เด็กชายชาตรี ภูค าตา ๒ เด็กชายฐปนวัฒน์ วุฒิกุลพาณิชย์ ๓ เด็กชายณัฐกรสิษฐ์ ภู่แสนสะอาด ๔ เด็กชายณัฐรัฐ ธรรมลี ๕ เด็กชายเตชินท์ ไชยบุตร ๖ เด็กชายธนกฤต ลองศกัดิ์ ๗ เด็กชายธีรวัตร์ ทองเปี้ย ๘ เด็กชายนราวิชญ์ ถิ่นถาน ๙ เด็กชายพงศธร จันทวงษา ๑๐ เด็กชายพัชระวุธ ไชยคุณ ๑๑ เด็กชายพัสกร กรรมหาวงศ์ ๑๒ เด็กชายมงคลชัย ประเสระก้ง ๑๓ เด็กหญิงศิลายุ สุขใจ ๑๔ เด็กหญิงกนกวรรณ พึ่งสว่าง ๑๕ เด็กหญิงจิรนันท์ ไชยปัญหา ๑๖ เด็กหญิงจิรภัทร์ ไชยปัญหา ๑๗ เด็กหญิงฐิติพร อะวันนา ๑๘ เด็กหญิงณฑิรา วิบูลกุล ๑๙ เด็กหญิงณัฐนิชา เสิร์ฐสูงเนิน ๒๐ เด็กหญิงบัญฑิตา เต็งสุวรรณ ๒๑ เด็กหญิงปรียารัช ลุนลา ๒๒ เด็กหญิงปุณยาพร อ่อนภูเขา


๑๓๗ ๒๓ เด็กหญิงพิมพ์วรัญ โคตสพล ๒๔ เด็กหญิงพิริยากร พลที ๒๕ เด็กหญิงวรัญญา ทาสะโก ๒๖ เด็กหญิงศรันย์ชนก ศรีขอดแก้ว ๒๗ เด็กหญิงศุภกัญญา ดวงพรดี ๒๘ เด็กหญิงสุรัสดา บุตรสาระ ๒๙ เด็กหญิงอรวรรณ อินเรืองศรี ๓๐ เด็กหญิงอทิตยา พิชญเดชาธนากุล ๓๑ เด็กหญิงอิ่มใจ ค าภาษี ๓๒ เด็กหญิงเอิน ฉี ตัน ๓๓ เด็กหญิงไอยวริญช์ บ ารุงกูล ๓๔ เด็กชายนพรุจ ปู่ชัยเคน ๓๕ เด็กชายอรา บ ารุงภักดี ๓๖ เด็กหญิงจีราพร ศรีประเทศ ๓๗ เด็กหญิงพรชนก อนุเวช ๓๘ เด็กหญิงจารวี อุทัยกัน ๓๙ เด็กชายกตัญญู สุระเสน ลงชื่อ...........................................................ผู้ประเมิน (นางสาวจิรวรรณ จันทาสี) วันที่.................เดือน.............................พ.ศ..............


๑๓๘ เกณฑ์การประเมินพฤติกรรมในชั้นเรียน รายการประเมิน เกณฑ์การประเมิน ๓ (ดี) ๒ (พอใช้) ๑ (ปรับปรุง) ๑.ความตรงต่อเวลาและ ความพร้อมในการเรียน ๑. เข้าเรียนตรงเวลา ๒. อุปกรณ์การเรียนครบ ตามที่ครูกำหนด เช่น หนังสือ เรียน สมุด ๑. เข้าเรียนช้ากว่า กำหนด แต่ไม่เกิน ๑๐ นาที ๒. อุปกรณ์การเรียนไม่ ครบตามที่ครูกำหนด ๑. เข้าเรียนช้าเกินกว่า ๑๐ นาที ๒. ไม่นำอุปกรณ์การ เรียนมาเลยแม้แต่ชิ้น เดียว ๒.มุ่งมั่นในการทำงาน ๑. ทำงานด้วยความตั้งใจ ๒. ซักถามแสดงความคิดเห็น บ่อยครั้ง ๑. ทำงานด้วยความ ตั้งใจ ๒. ซักถามแสดงความ คิดเห็นบ้างบางครั้ง ๑. ไม่ตั้งใจทำงาน ๒. ไม่ซักถามหรือแสดง ความคิดเห็นใด ๆ ทั้งสิ้น ๓ . ค ว า ม ส น ใ ค ว า ม กระตือรือร้นในการเรียน ๑. ปฏิบัติงานที่ครูสั่งทันที ๒. จดบันทึก และตั้งใจฟังครู สอน ๑. ปฏิบัติงานตามที่ครู สั่ง ๒ . จ ด บ ั น ท ึ ก บ ้ า ง บางครั้ง ไม่ตั้งใจฟัง เท่าที่ควร ๑. ไม่ทำงานตามที่ครูสั่ง ๒. ไม่จดบันทึกและไม่ ตั้งใจฟัง ๔. มีคุณธรรมในการเรียน เช่น ความมีวินัย ๑. นั่งอยู่กับที่ ไม่เล่น ๒. ไม่พูดคุยเวลาครูสอน ๑. นั่งอยู่กับที่ ไม่เล่น ๒. พูดคุยกับเพื่อนบ้าง เป็นบางครั้ง ๑. เดินในห้องโดยไม่ได้ รับอนุญาต เล่นกับ เพื่อน ๒. พูดคุยกับเพื่อน ตลอด เวลา ระดับคุณภาพ/การวัดประเมินผล คะแนนรวม ๙ – ๑๒ หมายถึง นักเรียนมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ดี คะแนนรวม ๕ - ๘ หมายถึง นักเรียนมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ พอใช้ คะแนนรวม ๐ - ๔ หมายถึง นักเรียนมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ควรปรับปรุง


๑๓๙ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๕ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย โรงเรียนกุมภวาปี หน่วยการเรียนรู้ที่ ๗ โคลงสุภาษิตพระราชนิพนธ์ เวลา ๑๕ ชั่วโมง พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เรื่อง การเขียนแสดงความคิดเห็นจากเพลง เวลา ๑ ชั่วโมง ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ ผู้สอน นางสาวจิรวรรณ จันทาสี วันที่สอน ๔ มกราคม ๒๕๖๗ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒/๗ เวลา ๐๘.๔๐ – ๐๙.๓๐ น. ๔ มกราคม ๒๕๖๗ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒/๒ เวลา ๑๑.๑๐ – ๑๒.๐๐ น. ๕ มกราคม ๒๕๖๗ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒/๖ เวลา ๑๑.๑๐ – ๑๒.๐๐ น. ……………………….……………………….……………………….……………………….……………………….……………………… ๑. สาระสำคัญ การเขียนแสดงความคิดเห็น คือการแสดงอารมณ์ ความรู้สึก ความคิด และข้อสันนิษฐานนั้นออกมาให้ ผู้อ่านได้รับรู้ จำเป็นที่จะต้องเขียนด้วยข้อมูลที่เป็นข้อเท็จจริง มีเหตุและมีผล เป็นไปในทางที่สร้างสรรค์ ผู้เขียนจึง จำเป็นต้องมีความรู้ความเข้าใจในเรื่องที่จะแสดงความคิดเห็นเป็นอย่างดี เพื่อที่จะแสดงความคิดเห็นได้อย่างเข้าใจ และตรงประเด็น จากการรับข่าวสารเรื่องใดเรื่องหนึ่งมี่ผู้รับสารเกิดความคิดเห็นที่มีต่อเรื่องนั้น ทั้งเห็นด้วยและไม่ เห็นด้วย ในการเขียนแสดงความคิดเห็น ผู้เขียนต้องรู้จักการอ่านจับใจความสำคัญ วิเคราะห์ข้อเท็จจริง ข้อคิดเห็น พิจารณาข้อมูล และเหตุผลมาสนับสนุนว่ามีความน่าเชื่อถือเพียงใด มีความสมเหตุสมผล ดังนั้นเมื่อผู้เรียนได้ศึกษา หลักในการแสดงความคิดเห็น จะสามารถเขียนแสดงความคิดเห็นได้อย่างสร้างสรรค์ ๒. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ท ๒.๑ ใช้กระบวนการเขียน เขียนสื่อสาร เขียนเรียงความ ย่อความ และเขียนเรื่องราวในรูปแบบต่างๆ เขียนรายงานข้อมูลสารสนเทศและเขียนรายงานการศึกษาค้นคว้าอย่างมี ประสิทธิภาพ ตัวชี้วัด ท ๒.๑ ม.๒/๗ เขียนวิเคราะห์ วิจารณ์ และแสดงความรู้ ความคิดเห็น หรือโต้แย้ง ในเรื่องที่อ่าน อย่างมีเหตุผล ท ๒.๑ ม.๒/๘ มีมารยาทในการเขียน


๑๔๐ ๓.จุดประสงค์การเรียนรู้ ๓.๑ นักเรียนบอกข้อดีหรือข้อด้วยของของอาชีพที่มั่นคงและอาชีพที่ไม่มั่นคงได้ ๓.๒ นักเรียนเขียนแสดงความคิดเห็นจากเนื้อหาของสื่อโฆษณาตามเทคนิคกระบวนการ RAFT ได้ ๓.๓ นักเรียนให้ความร่วมมือในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ๔. สมรรถนะของผู้เรียน ๔.๑ ความสามารถในการสื่อสาร ๔.๒ ความสามารถในการคิด ๔.๓ ความสามารถในการแก้ปัญหา ๔.๔ ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต ๕. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๕.๑ มุ่งมั่นในการทำงาน ๕.๒ ใฝ่เรียนรู้ ๕.๓ มีวินัย ๖. สาระการเรียนรู้ ๖.๑ การเขียนแสดงความคิดเห็น ๗. ชิ้นงานหรือภาระงาน ๗.๑ ใบงาน ๘.คำถามสำคัญ ๘.๑ หลักการเขียนแสดงความคิดเห็นมีอะไรบ้าง ๙.การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ขั้นนำ ๙.๑ ครูนำเสนอโฆษณา “พ่อแม่รังแกฉันในโลกคู่ขนาน” ให้นักเรียนได้รับชมสื่อวิดีโอ โดยนำเสนอผ่าน YouTube ขั้นสอน ๙.๒ ครูให้นักเรียนแสดงความคิดเห็นในประเด็น คำว่า “พ่อแม่รังแกฉัน” จากโฆษณา “พ่อแม่ รังแกฉันในโลกคู่ขนาน” ( ให้นักเรียนยกมือแสดงความคิดเห็นได้ทุกคน ตามความสมัครใจ ) ครูรับฟังคำตอบของ นักเรียน


๑๔๑ ๙.๓ ครูเชื่อมโยงเข้าคำถามชวนคิด โดยการคำถามดังนี้ การแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเพลง มีหลายแง่มุม จากที่นักเรียนแสดงความคิดเห็นข้างต้นนั้น มีแง่มุมใดบ้าง ( เนื้อหา เช่น เป็นเรื่องเกี่ยวกับอะไร, ข้อคิดที่ได้รับ เช่น ได้ข้อคิดในเรื่องใดบ้าง, ภาพสะท้อนสังคม เช่น มีการสะท้อนสังคมอย่างไร ) จากนั้นครูแจกใบงาน เขียนแสดงความคิดเห็นจากเพลง โดยใช้เทคนิคกระบวนการ RAFT ๙.๔ ครูนำตัวอย่างการเขียนแสดงความคิดเห็นโดยใช้เทคนิคกระบวนการ RAFT มาศึกษาร่วมกัน ในชั้นเรียน ๙.๕ ครูและนักเรียนร่วมกันจับใจความสำคัญจากเนื้อหาของโฆษณา “พ่อแม่รังแกฉันในโลก คู่ขนาน” โดยตั้งประเด็นคำถาม ได้แก่ จากโฆษณาเป็นการสนทนาระหว่างใครกับใคร (พ่อกับลูก), ลูกต้องการเป็น อาชีพอะไร (หมอ), ทำไมลูกอยากเป็นหมอ (เพื่อเป็นที่ยกย่องหน้าตาทางสังคม และเพื่อเกียรติยศแก่ครอบครัว), พ่ออยากให้ลูกเป็นอาชีพอะไร (นักดนตรี) ดังนั้น พ่อแม่รังแกฉันในโลกคู่ขนาน หมายถึงอะไร (พ่อแม่เข้าใจ และเคารพความคิดของลูก ส่งเสริมและสนับสนุนความใฝ่ฝันของลูกจนสำเร็จ) ๙.๖ ครูนำเข้าสู่การตั้งคำถาม ได้แก่ ทำไมพ่อกับแม่มักมีปัญหากับลูกในเรื่องการประกอบอาชีพ (เพราะพ่อแม่คาดหวังให้ลูกประกอบอาชีพที่ตนต้องการ), ทำไมพ่อแม่ถึงต้องการให้ลูกเป็นในแบบที่ตัวเองคาดหวัง (เพราะพ่อแม่ต้องการสร้างความมั่นคงให้แก่ลูก อยากให้ดูตัวเองได้อย่างดี), ๙.๗ ครูร่วมกันสนทนากับนักเรียนเกี่ยวกับโฆษณา “พ่อแม่รังแกฉันในโลกคู่ขนาน” จากการ รับชมโฆษณาแล้วนักเรียนคิดว่า พ่อแม่รังแกฉันในโลกคู่ขนาน หมายความว่าอย่าไร (พ่อแม่เข้าใจ และเคารพความคิดของลูก ส่งเสริมและสนับสนุนความใฝ่ฝันของลูกจนสำเร็จ เพราะถ้าเป็นพ่อแม่รังแกฉันในโลก ความจริง จะหมายถึงพ่อแม่ที่ส่งเสริมลูกตลอดโดยไม่ได้ถามว่าจริงๆแล้วลูกต้องสิ่งไหน) ๙.๘ ครูให้นักเรียนยกตัวอย่าง อาชีพที่คิดว่ามั่นคง และ อาชีพที่คิดว่าไม่มั่นคง พร้อมกับให้ นักเรียนระบุข้อดี หรือข้อเสีย ของอาชีพนั้นๆ กำกับด้วย เช่น อาชีพที่มั่นคงคือ หมอ อาชีพที่ไม่มั่นคงคือ นักดนตรี ข้อดีของอาชีพหมอคือ เป็นอาชีพที่มั่นคง มีเกียรติ คนย่องย่องชื่นชม ข้อด้อยคือ ไม่มีเวลาส่วนตัว ทำงานหนัก และข้อดีของอาชีพนักดนตรี คือ เป็นอาชีพที่ให้ความสนุกสนานทั้งคนบรรเลงและคนฟัง สุขภาพจิตดี มีรายได้มาก ขึ้นตามความสนใจของผู้ฟัง แต่ข้อด้อยคือ ไม่มีเวลาในการพักผ่อน เหมือนคนปกติ หากเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน ไม่ สามารถเล่นดนตรีได้ รายได้ก็จะสูญเสียไปทั้งหมด (ให้นักเรียนตอบตามความสมัครใจ หรืออาจตอบช่วยกัน ในชั้นเรียน) ๙.๙ ครูให้นักเรียนทำใบงานเขียนแสดงความคิดเห็นจากสื่อโฆษณา โดยใช้เทคนิคกระบวนการ RAFT โดยครูยกตัวอย่างผลงาน งานเขียนแสดงความคิดเห็นจากสื่อโฆษณา โดยใช้เทคนิคกระบวนการ RAFT ดังนี้


Click to View FlipBook Version