นาํ นาํ สอน สรปุ ประเมนิ
ขนั้ นาํ (กระบวนการกลมุ สมั พนั ธ)์ 7. ¡ÒÃÊÃÒŒ §â¨·Â»Þ˜ ËÒ¡Òä³Ù 123 × 13 = ÊÌҧ⨷Â
»˜ÞËÒ¨Ò¡»ÃÐâ¤ÊÑÞÅѡɳ
นาํ เขา้ สบู นเรยี น 䴌͋ҧäÃ
1. ครูสรางสถานการณสมมติ แลวสุมนักเรียน โรงงานท่ี 1 ผลติ เสื้อยดื คอกลมได 6,000 ตัวตอวนั โรงงานที่ 2 ผลติ ไดเปน 5 เทา ของโรงงานที่ 1
สองคนออกมาเปนแมคา ครูบอกกับนักเรียน
คนอ่ืนๆ วา ครูใหนักเรียนไปซ้ือของจากท่ี จากสถานการณ สรา งโจทยป ญหาการคณู ได ดังน้ี
เพื่อนขาย นักเรียนจะซื้ออะไรบาง จํานวน
เทาไร โจทยป ญหา
2. ครูถามนักเรียนตอไปวา นักเรียนจะคิดหา โรงงานท่ี 1 ผลิตเส้อื ยืดคอกลมได 6,000 ตัวตอวัน โรงงานที่ 2 ผลิตเสอื้ ยดื
จาํ นวนเงนิ ทตี่ อ งจายแมคาไดอ ยางไร คอกลมไดเ ปน 5 เทาของโรงงานที่ 1 ถาโรงงานทั้งสองเปดทุกวนั ภายในเวลา
(แนวตอบ นาํ จาํ นวนสงิ่ ของคณู กบั ราคาสง่ิ ของ) 30 วัน โรงงานที่ 2 จะผลติ เสอื้ ยดื คอกลมไดก ต่ี วั
3. ครเู ขยี นประโยคสญั ลกั ษณบ นกระดาน แลว ให การวางแผนแกโจทยปญ หา
นกั เรียนรวมกนั สรางโจทยป ญหาการคูณ
ข้นั ที่ 1 โรงงานที่ 1 ผลิตเสอื้ ยดื คอกลมได 6,000 ตัวตอ วัน
4. ครสู มุ นกั เรยี นสรา งโจทยป ญ หาจากสถานการณ
ซ้ือขายสินคา เพม่ิ เตมิ 4 - 5 คน โรงงานท่ี 2 ผลติ เสื้อยดื คอกลมไดตอวัน
ขน้ั ท่ี 2 โรงงานที่ 2 ผลติ เส้ือ 30 วนั
ขนั้ สอน
?
จดั การเรยี นรู้
การแกปญหา ประโยคสัญลกั ษณ 30 × (5 × 6,000) =
1. ครตู ดิ แถบประโยคบนกระดาน แลว ใหน กั เรยี น วิธที ํา โรงงานที่ 1 ผลิตเส้ือยดื คอกลมได 6,000 ตัวตอ วนั
อา นพรอ มกนั และชว ยกนั เตมิ ประโยคทหี่ ายไป โรงงานที่ 2 ผลติ เส้อื ยืดคอกลมได 5 × เทาของโรงงานท่ี 1
เพื่อใหไ ดโ จทยปญ หาการคูณ 2 ขน้ั ตอน
แมซ อ้ื แอปเปล 30 ถงุ แตล ะถงุ มแี อปเปล 5 ผล โรงงานท่ี 2 ผลติ เสื้อยดื คอกลมได 30,000 × ตวั ตอวัน
ถา แอปเปล ราคาผลละ 13 บาท ...................... ภายในเวลา 30 วนั
(แนวตอบ แมตองจายเงินกี่บาท) โรงงานท่ี 2 ผลติ เสือ้ ยดื คอกลมได 900,000 ตวั
ปน มเี งนิ 12,389 บาท ....................... ปา นมเี งนิ
เปน 3 เทาของปู ปานมเี งนิ ก่บี าท
(แนวตอบ ปูมีเงินเปน 3 เทาของปน )
โรงงานผลิตกางเกงไดเปน 2 เทาของการ
ผลติ เสื้อ ถา โรงงานเปดทุกวนั ภายใน 45 วนั
โรงงานจะผลิตเส้อื และกางเกงไดก ีต่ ัว
(แนวตอบ โรงงานผลิตเสื้อได 3,000 ตัวตอ วนั )
82 ตอบ โรงงานท่ี 2 ผลิตเส้ือยดื คอกลมได ๙๐๐,๐๐๐ ตวั
เกร็ดแนะครู ขอสอบเนน การคิดแนว O-NET
ขอ ใดตอไปนีส้ รา งโจทยปญ หาการคณู ไมถกู ตอ ง
การเรยี นเรอ่ื งการสรา งโจทยป ญ หา ครคู วรกาํ หนดสถานการณท เี่ ปน ปญ หา 1. ใน 1 สปั ดาห แมค า ขายเสอื้ ไดเ ฉลยี่ วนั ละ 21 ตวั แมค า ขาย
จากสิ่งตางๆ ที่เก่ียวของกับตัวนักเรียนหรือชีวิตประจําวันที่อยูรอบตัวนักเรียน เสอื้ ไดท้งั หมดกต่ี ัว
ซ่ึงจะชวยทําใหนักเรียนเกิดความสนใจ สนุกสนาน และมีเจตคติท่ีดีในการ 2. ครูซอ้ื ถงุ ผา จํานวน 8 ใบ เปน เงินท้งั หมด 792 บาท ถุงผา
แกโ จทยป ญหามากยิง่ ข้นึ ราคาใบละกบ่ี าท
3. เกดออมเงนิ วันละ 15 บาท เปน เวลา 3 สัปดาห เกดออม
สื่อ Digital เงินไดท ง้ั หมดกีบ่ าท
4. เส้อื หนงึ่ ตัวติดกระดมุ 5 เมด็ ถา โรงงานมีเส้อื อยู 943 ตัว
ครูอาจใหนักเรียนดูส่ือการเรียนรูผานทาง www.youtube.com โดย โรงงานตอ งใชก ระดมุ ท้ังหมดก่ีเม็ด
ใชคําสืบคน วา "การสรา งโจทยปญหาการคูณ"
(เฉลยคาํ ตอบ ขอ 2. เพราะ 7 × 21 = )
T88 1. เขียนเปนประโยคสัญลักษณ 792 ÷ 8 =
2. เขยี นเปนประโยคสญั ลกั ษณ 21 × 15 =
3. เขียนเปน ประโยคสัญลักษณ 943 × 5 =
4. เขยี นเปนประโยคสญั ลกั ษณ
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ
กิจกรรมฝกทักษะ ขน้ั สอน
1 สรางโจทยปญ หาการคณู จากจาํ นวนทก่ี าํ หนด จดั การเรยี นรู้
1. 258 70 13 2. ครใู หน กั เรยี นอา นโจทยป ญ หาทงั้ หมดพรอ มกนั
แลว ใหส งั เกตวธิ กี ารสรา งโจทยป ญ หาการคณู
2. 125 26 12,345 และคาํ ทค่ี วรนํามาใช เชน เทา วันละ ชนิ้ ละ
เปนตน
3. 2,864 135 5
3. ครูติดบัตรจํานวนบนกระดาน 8 ใบ แลว
4. 3,589 1,050 3 แบง นกั เรียนออกเปนกลุม กลุมละ 4 คน ให
นกั เรียนเลอื กจาํ นวนมา 3 จาํ นวน แลว ชวย
5. 4,500 1,250 2 กนั สรางโจทยปญ หาการคูณ 2 ขนั้ ตอน
2 สรา งโจทยป ญหาการคณู จากภาพท่ีกําหนด 4. นกั เรยี นแตล ะกลมุ สง ตวั แทนออกมานาํ เสนอ
โจทยป ญ หาหนา ชนั้ เรยี น ครแู ละนกั เรยี นรว ม
รถบรรทุกของเลน รถจักรยานยนตราคาเปน กันอภิปรายวาโจทยปญหาท่ีนักเรียนแตละ
ราคา 715 บาท 50 เทาของราคารถบรรทกุ ของเลน กลุมนําเสนอเปนโจทยปญหาการคูณหรือไม
มคี วามเหมาะสมกับความจรงิ หรือไม หากมี
รถบรรทกุ ของจรงิ ขนาดเล็กราคาเปน ฝก ทาํ ตอใน ขอ บกพรอ งใหรว มกันแกไ ข
90 เทา ของราคารถจักรยานยนต บฝ.คณติ ศาสตร ป.4 เลม 1
5. ครใู หน กั เรยี นทกุ คนทาํ กจิ กรรมฝก ทกั ษะ ขอ 1
83 ในหนังสอื เรียน หนา 83 เปนการบาน
6. นกั เรียนตอบคําถามกระตนุ ความคดิ วา การ
สรา งโจทยป ญ หาการคณู ควรสงั เกตจากสงิ่ ใด
(แนวตอบ เชน จํานวน หรอื ภาพทก่ี าํ หนดให)
7. นักเรียนกลุมเดิมรวมกันศึกษาความรูเร่ือง
การสรางโจทยปญหาการคณู จากรปู ภาพ ใน
หนังสอื เรียน หนา 82
8. นักเรียนแตละกลุมรวมกันอภิปรายแลก
เปลย่ี นความรูความเขา ใจกัน
9. ครใู หน กั เรยี นดตู วั อยา งการสรา งโจทยป ญ หา
การคณู จากภาพบนกระดาน โดยใหน กั เรยี น
สงั เกตและฝก เชอื่ มโยงประโยคใหเ กดิ คาํ ถาม
หรอื สถานการณท นี่ า สนใจใหเ ปน โจทยป ญ หา
การคณู
10. นักเรียนรวมกันวางแผนแกโจทยปญหา
ท่ีครสู ราง และครขู ออาสาสมคั รออกมาเขยี น
ประโยคสญั ลกั ษณแ ละแสดงวธิ ที าํ บนกระดาน
กิจกรรม ทา ทาย เกร็ดแนะครู
ใหนักเรียนสํารวจราคาส่ิงของตางๆ ในรานคา เชน ราน ครูอาจวาดภาพส่ิงตางๆ ท่ีอยูรอบตัว 5 อยางบนกระดาน จากนั้นครู
สะดวกซือ้ ซูเปอรมารเกต็ แลว จดบนั ทกึ ขอมลู จากน้นั นาํ ขอมูล ใหนกั เรยี นสรางโจทยปญ หาการคูณและแสดงวธิ ที ําจากสง่ิ ทีค่ รูวาด
เหลาน้ันมาสรางโจทยปญ หาการคูณ คนละ 3 ขอ แลว นาํ สงครู
T89
นาํ สอน สรุป ประเมนิ
ขน้ั สอน ÊÃ»Ø ÊÒÃÐÊÒí ¤ÑÞ 3»ÃШíÒ˹Nj ¡ÒÃàÃչ̷٠èÕ
จดั การเรยี นรู้ ตวั ตง้ั คณู ตัวคณู เทากับ ผลคณู ใหดูสถานการณเปนกรณี ๆ และ
ใหเริ่มคูณจากขวาไปซา ย แลวนํา ประมาณตัวเลขใหใกลเคียงกับ
11. ครูแจกภาพและกระดาษ A4 ใหนักเรียน ผลคณู ในแตล ะหลกั มาบวกกัน คา จริงมากที่สุด
แตละกลุมสรางโจทยปญหาการคูณจาก
ภาพ โดยครูช้ีแจงกับนักเรียนวา ใหใชภาพ การประมาณผลลัพธข องการคณู
ท่ีกําหนดมาสรางออกมาเปนสถานการณ
หรือคําถามใหเกิดเปนโจทยปญหาการคูณ การหาผลคูณ การหาจํานวนแทนสัญลักษณตาง ๆ
ทางคณิตศาสตร 2 ข้ันตอน เมื่อสราง ที่เปนตัวไมทราบคา โดยจํานวนท่ีได
โจทยปญหาแลวใหเขียนประโยคสัญลักษณ 3 1=การคณู ตองทําใหประโยคสัญลักษณเปนจริง
และแสดงวธิ ที ําลงในกระดาษทแ่ี จกให อาจใชความสัมพันธของการคูณและ
การหารมาชว ยในการหาได
ขน้ั สรปุ การหาตวั ไมท ราบคาใน
ประโยคสัญลักษณแสดงการคณู
สรปุ และนาํ หลกั การไปประยกุ ต์ใช้
โจทยปญ หาการคูณ
1. ครใู หนักเรียนทาํ กิจกรรมฝก ทกั ษะ ขอ 2 ใน
หนงั สอื เรยี น หนา 83 และทาํ ใบงานท่ี 3.7 เรอ่ื ง การสรา งโจทยป ญ หาการคณู มีข้ันตอนดงั นี้
การสรา งโจทยป ญ หาการคณู เปนการบา น คําหรือขอความที่ควรนํามาใชใน 1. การวิเคราะหโ จทยป ญหา
การสรางโจทยปญหาการคูณ เชน 2. การวางแผนแกป ญหา
2. ครูมอบหมายใหนักเรียนทุกคนจัดทําชิ้นงาน เทา วันละ เปนตน 3. การแกปญหา
โดยเขยี นโจทยป ญ หาการคณู ในชวี ติ ประจาํ วนั 4. การตรวจสอบความสมเหตุสมผล
พรอมท้ังวาดภาพประกอบใหสอดคลอง
กับโจทยปญหาที่สรางในกระดาษแข็ง ขนาด ของคาํ ตอบ
40 x 50 เซนติเมตร และเขียนเน้ือหาให
ครอบคลมุ ประเด็นตามท่ีกําหนด 84
• การวิเคราะหโ จทยปญหา
• การวางแผนแกโจทยป ญหา
• การเขียนประโยคสญั ลกั ษณ
• การแสดงวิธีทาํ และหาคาํ ตอบ
• การตรวจสอบความสมเหตุสมผลของ
คําตอบ
3. ครูใหน ักเรียนดสู รุปสาระสําคญั ประจําหนว ย
การเรียนรูที่ 3 ในหนังสือเรียน หนา 84
เพ่อื ทบทวนความรทู ง้ั หนว ยอกี ครง้ั
4. ครูใหนักเรียนทําแบบฝกหัด จากแบบฝกหัด
คณติ ศาสตร ป.4 เลม 1 หนา 56 - 57
เกร็ดแนะครู กิจกรรม เสรมิ สรางคุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค
ครคู วรทบทวนใหน กั เรยี นเกย่ี วกบั สงิ่ ทนี่ กั เรยี นไดเ รยี นรใู นหนว ยการเรยี นรู ครูใหนักเรียนสรางโจทยปญหาจากสถานการณที่เกิดขึ้น
อีกคร้ังพรอมยกตัวอยาง หัวขอละ 1 - 2 ตัวอยาง หากนักเรียนมีขอบกพรอง ในชวี ติ ประจาํ วนั ของนกั เรยี น 5 ขอ พรอ มแสดงวธิ ที าํ ลงในกระดาษ
ท่ีจุดใด ใหครูอธิบายเพ่ิมเติม รวมท้ังเปดโอกาสใหนักเรียนไดซักถามขอสงสัย A4 เปนการบาน โดยครูเนนยํ้ากับนักเรียนวา ใหนักเรียนทําดวย
ตางๆ จากสง่ิ ทไ่ี ดเ รียนรูมา ตนเอง หา มคดั ลอกจากเพ่ือนโดยเด็ดขาด และนํามาสงครูในคาบ
เรยี นถัดไป
ครสู อนเทคนคิ การคณู เร็วของการคูณจาํ นวนหลายหลักกับเลข 11 ดังนี้
1. ใหนาํ 0 ไปเตมิ ไวท ั้งหนาและหลงั ของจาํ นวนทีม่ หี ลายหลัก
2. ใหน าํ จํานวนท่ีอยตู ดิ กนั มาบวกกนั เชน
2,436 × 11 = 0 2+ 2 6+ 4 +7 3 9+ 6 +6 0
ดงั นนั้ 2,436 × 11 = 26,796
T90
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ
¤Ó¶ÒÁ·ŒÒ·Ò¡Òä´Ô ¢é¹Ñ ÊÙ§ ขนั้ สรปุ
ใหน ักเรียนทาํ ตามเงือ่ นไขตอ ไปน้ี สรปุ และนาํ หลกั การไปประยกุ ต์ใช้
1. ในการแขงขนั “ว่งิ 3 ขา 2 คน” จะใหค นสองคนยนื เรียงกนั แลว ผูกขอเทา ขา งหน่ึง 4. ครูใหนักเรียนแตละคูตอบคําถามทาทาย
ไวด วยกนั เหมือนกับวา มคี นสองคนแตมีสามขา โดยใชเ ชอื กเสนเดียวเทานนั้ ใน การคิดขัน้ สงู ในหนงั สือเรยี น หนา 85 แลวครู
การผกู ขอ เทา ตดิ กัน และถา เปนการแขง ขัน “วง่ิ 4 ขา 3 คน” กจ็ ะใชว ิธีการอยาง และนกั เรยี นรวมกันเฉลยคาํ ตอบ
เดียวกบั “วงิ่ 3 ขา 2 คน” (แนวตอบ ในการวิง่ 31 ขา 30 คน จะตองใช
เชอื ก 29 เสน ซ่งึ โรงเรียนนี้ใชเ ชอื กไป 2,900
2. ถานกั เรยี นในโรงเรยี นทัง้ หมดเขา รวมแขง ขนั “วง่ิ 31 ขา 30 คน” โดยใชเชือก เสน แสดงวา มนี กั เรยี นทง้ั หมด 29 ทมี ซง่ึ 1 ทมี
ท้ังหมด 2,900 เสน ใหห าวาในโรงเรยี นน้มี นี กั เรยี นท้งั หมดก่ีคน มี 30 คน ดังนน้ั โรงเรยี นน้ีมีนกั เรียนทั้งหมด
29 x 30 = 870 คน)
(คาํ แนะนาํ : นักเรยี นตอ งหาจาํ นวนเชือกทีแ่ ตละทีมใชกอน)
5. ครูอานสถานการณจากกิจกรรมเช่ือมโยงสู
àªèÍ× Áâ§ʪ‹Ù ÇÕ Ôµ»ÃШÓÇ¹Ñ ชีวิตประจําวนั ในหนงั สือเรียน หนา 85 แลว
ใหน กั เรียนตอบคําถาม
จงั หวดั ทม่ี ีจาํ นวนใบอนญุ าตขายยาแผนปจ จุบนั มากทส่ี ดุ 10 ลําดับ พ.ศ. 2554 (แนวตอบ ประมาณ 4,400 ÷ 200 = 22 เทา)
ลําดับที่ จังหวดั จาํ นวน ขน้ั ประเมนิ
1 กรงุ เทพมหานคร 4,424
2 ชลบรุ ี 553 วดั และประเมนิ ผล
3 สมทุ รปราการ 514
4 นนทบรุ ี 506 1. ครูมอบหมายใหนักเรียนทุกคนจัดทําชิ้นงาน
5 ปทุมธานี 454 โดยเขยี นโจทยป ญ หาการคณู ในชวี ติ ประจาํ วนั
6 เชยี งใหม 378 โดยใหน กั เรียนวาดภาพประกอบใหสอดคลอง
7 สงขลา 263 กับโจทยปญหาที่สรางในกระดาษแข็ง ขนาด
8 ขอนแกน 232 40 × 50 เซนติเมตร และเขียนเน้ือหาให
9 นครปฐม 231 คลอบคลมุ ประเดน็ ตามทก่ี าํ หนด ดงั นี้
10 ภเู ก็ต 226 1) การวิเคราะหโ จทยปญ หา
2) การวางแผนแกโ จทยป ญหา
ท่มี า : สํานักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข 3) การเขยี นประโยคสญั ลักษณ
4) การแสดงวิธีทําและหาคาํ ตอบ
ใหนกั เรียนหาวา จังหวัดทีม่ จี ํานวนใบอนญุ าตขายยาแผนปจจุบันมากทสี่ ดุ มาก 5) ตรวจสอบความสมเหตุสมผลของคาํ ตอบ
เปนประมาณกี่เทา ของจังหวดั ทม่ี ใี บอนญุ าตนอ ยทส่ี ดุ
2. ครปู ระเมนิ ผล โดยการสงั เกตการตอบคาํ ถาม
85 และการรว มกนั ทํากจิ กรรมกลมุ ของนักเรียน
3. ครูตรวจสอบผลจากการทําใบงานท่ี 3.7
กิจกรรมฝก ทักษะ และแบบฝกหัด
กิจกรรม ทาทาย แนวทางการวัดและประเมินผล
สมมติวา นักเรียนเปนแมคา/พอคาตองการซื้อสินคามาขาย ครูสามารถวัดและประเมินพฤติกรรมการทํางานกลุมจากการทํากิจกรรม
3 ชนดิ ชนดิ ท่ี 1 จาํ นวน 120 ชน้ิ ช้ินท่ี 2 จํานวน 160 ช้ิน และ ในขน้ั จดั การเรยี นรู โดยศกึ ษาเกณฑก ารวดั และประเมนิ ผลจากแบบประเมนิ ของ
ชน้ิ ท่ี 3 จํานวน 250 ชน้ิ ใหนกั เรยี นสรา งโจทยปญ หาจากตาราง แผนการจัดการเรยี นรใู นหนว ยการเรียนรทู ่ี 3
ขอมูลสินคาที่กําหนดให และนักเรียนจะตองจายเงินซ้ือสินคามา
ขายทัง้ หมดก่ีบาท แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทางานกลุ่ม
คาชแี้ จง : ให้ผู้สอนสงั เกตพฤติกรรมของนักเรยี นในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรยี น แล้วขีด ✓ลงในชอ่ งท่ี
ตรงกบั ระดับคะแนน
สนิ คา ราคาตอ ชิน้ (บาท) ลาดบั ที่ ชอื่ – สกุล การแสดง การยอมรับ การทางาน ความมนี า้ ใจ การมี รวม
ของเลน 159 ของนกั เรยี น ความคดิ เหน็ ฟงั คนอื่น ตามทีไ่ ดร้ บั ส่วนรว่ มใน 15
กลองดินสอ 99 มอบหมาย การปรบั ปรุง คะแนน
ชดุ เครอ่ื งเขยี น 59 ผลงานกล่มุ
จิกซอว 175
ชุดนอน 220 321321321321321
ชุดนกั เรยี น 335
เกณฑ์การให้คะแนน ลงชอ่ื ...................................................ผูป้ ระเมนิ
ปฏิบตั หิ รือแสดงพฤตกิ รรมอย่างสมา่ เสมอ ............../.................../...............
ปฏิบัติหรอื แสดงพฤติกรรมบ่อยครัง้ ให้ 3 คะแนน
ปฏิบัตหิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางครง้ั ให้ 2 คะแนน
ให้ 1 คะแนน
เกณฑ์การตัดสนิ คุณภาพ
ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
12 - 15 ดี
8 - 11 พอใช้
ต่ากว่า 8 ปรบั ปรุง
T91
Chapter Overview
แผนการจัด สอื่ ท่ีใช้ จดุ ประสงค์ วิธสี อน ประเมนิ ทกั ษะท่ีได้ คุณลกั ษณะ
การเรยี นรู้ อนั พึงประสงค์
แผนฯ ที่ 1 - ห นงั สอื เรยี น 1. เข้าใจขั้นตอนการหาร โมเดลซิปปา - ต รวจใบงานที่ 4.1 - ทกั ษะการแปลความ 1. มวี นิ ยั
การหารทตี่ วั หาร คณติ ศาสตร์ ป.4 เล่ม 1 ทต่ี ัวหารมหี น่ึงหลกั (CIPPA Model) เรื่อง การหารท่ตี วั หาร - ท ักษะการใหเ้ หตผุ ล 2. ใฝเ่ รียนรู้
มีหนึง่ หลัก - แ บบฝึกหดั ด้วยวิธหี ารยาวและ มหี นง่ึ หลกั 3. ม่งุ มั่นใน
คณิตศาสตร์ ป.4 เลม่ 1 หารสน้ั (K) - ตรวจกิจกรรมฝกึ ทักษะ การทำ� งาน
- ใบงานท่ี 4.1 2. ห าค�ำตอบของโจทย์ เรื่อง การหารทต่ี ัวหาร
2 - ขวดโหล การหารที่ตวั หาร มหี น่งึ หลกั
- ล ูกปดั มหี น่ึงหลกั โดยวธิ ี - ต รวจแบบฝึกหดั
ชวั่ โมง - ลกู เต๋า หารยาวได้ พรอ้ มท้งั เรื่อง การหารทต่ี วั หาร
- บ ัตรประโยคสญั ลักษณ์ ตระหนกั ถงึ ความ มีหน่งึ หลกั
สมเหตสุ มผล - สงั เกตพฤตกิ รรม
ของค�ำตอบท่ีได้ (P) การท�ำงานรายบคุ คล
3. หาค�ำตอบของโจทย์ - สังเกตพฤตกิ รรม
การหารที่ตวั หาร การท�ำงานกล่มุ
มีหนึง่ หลัก โดยวิธี - สงั เกตคุณลกั ษณะ
หารสนั้ ได้ พร้อมทัง้ อันพึงประสงค์
ตรวจสอบความ
สมเหตุสมผลของ
คำ� ตอบทีไ่ ด้ (P)
4. ร ับผิดชอบต่อหน้าท่ี
ทีไ่ ดร้ บั มอบหมาย (A)
แผนฯ ท่ี 2 - หนงั สอื เรยี น 1. เ ข้าใจขนั้ ตอนการหาร กระบวนการ - ต รวจใบงานที่ 4.2 - ท ักษะการแปลความ 1. มีวินยั
การหารทตี่ วั หาร คณิตศาสตร์ ป.4 เลม่ 1 ท่ีตวั หารมสี องหลกั ดว้ ย ปฏบิ ตั ิ เรื่อง การหารทต่ี วั หาร - ท กั ษะการให้เหตผุ ล 2. ใฝ่เรียนรู้
มีสองหลกั - แบบฝึกหดั วธิ หี ารยาว (K) มีสองหลัก 3. มงุ่ มั่นใน
คณิตศาสตร์ ป.4 เลม่ 1 2. หาค�ำตอบของโจทย์ - ตรวจกิจกรรมฝึกทักษะ การทำ� งาน
- ใบงานท่ี 4.2 การหารที่ตวั หารเป็น เรอ่ื ง การหารทีต่ วั หาร
2 - บตั รโจทย์คดิ เลขเรว็ พหุคูณของ 10 มสี องหลกั
- บตั รประโยคสญั ลักษณ์ พร้อมท้งั ตรวจสอบ - ต รวจแบบฝึกหัด
ชัว่ โมง ความสมเหตสุ มผล เรื่อง การหารทต่ี ัวหาร
การหาร ของค�ำตอบทีไ่ ด้ (P) มสี องหลัก
- จ ิกซอว์ต่อผลหาร
3. ห าค�ำตอบของโจทย์ - ส งั เกตพฤติกรรม
การหารที่ตวั หารมี การท�ำงานรายบุคคล
สองหลักโดยวิธหี ารยาว - สังเกตพฤตกิ รรม
พรอ้ มทงั้ ตระหนกั ถงึ การท�ำงานกล่มุ
ความสมเหตุสมผลของ - สังเกตคณุ ลกั ษณะ
คำ� ตอบทไี่ ด้ (P) อนั พึงประสงค์
4. รบั ผดิ ชอบตอ่ หน้าท่ี
ทไี่ ดร้ บั มอบหมาย (A)
แผนฯ ท่ี 3 - หนังสือเรียน 1. เ ขา้ ใจขั้นตอนการหาร กระบวนการ - ตรวจใบงานท่ี 4.3 - ทักษะการแปลความ 1. มวี ินยั
การหารทีต่ ัวหาร คณิตศาสตร์ ป.4 เลม่ 1 ท่ตี วั หารมสี ามหลักด้วย ปฏบิ ัติ เรอ่ื ง การหารทีต่ วั หาร - ทักษะการให้เหตุผล 2. ใฝเ่ รยี นรู้
มีสามหลกั - แ บบฝึกหัด วิธหี ารยาว(K) มีสามหลกั 3. ม่งุ มั่นใน
คณิตศาสตร์ ป.4 เลม่ 1 2. ห าค�ำตอบของโจทย์ - ตรวจกิจกรรมฝึกทักษะ การทำ� งาน
- ใบงานที่ 4.3 การหารท่ตี วั หารเป็น เรอ่ื ง การหารทตี่ ัวหาร
2 - บตั รประโยคสญั ลกั ษณ์ พหุคณู ของ 100 มีสามหลกั
พรอ้ มทง้ั ตรวจสอบ - ตรวจแบบฝกึ หดั
ชวั่ โมง การหาร ความสมเหตสุ มผลของ เรอ่ื ง การหารทีต่ วั หาร
- บัตรโจทย์การหาร ค�ำตอบท่ีได(้ P) มสี ามหลกั
- บัตรคำ� เกม
3. ห าค�ำตอบของโจทย์ - ส ังเกตพฤติกรรม
การหารทตี่ วั หารมีสาม การท�ำงานรายบุคคล
หลกั โดยวิธหี ารยาวได ้ - สังเกตพฤตกิ รรม
พร้อมทงั้ ตระหนกั ถงึ การท�ำงานกลุ่ม
ความสมเหตุสมผลของ - ส งั เกตคณุ ลักษณะ
ค�ำตอบที่ได้(P) อันพงึ ประสงค์
4. รบั ผดิ ชอบตอ่ หนา้ ทท่ี ี่
T ได้รับมอบหมาย (A)
92
แผนการจัด สอ่ื ท่ีใช้ จุดประสงค์ วธิ สี อน ประเมนิ ทักษะที่ได้ คุณลกั ษณะ
การเรยี นรู้ อนั พึงประสงค์
แผนฯ ท่ี 4 - ห นังสอื เรยี น 1. เ ขา้ ใจหลกั การประมาณ กระบวนการ - ตรวจใบงานที่ 4.4 - ท กั ษะการแปลความ 1. มวี นิ ยั
การประมาณ คณติ ศาสตร์ ป.4 เลม่ 1 ผลลพั ธข์ องการหาร (K) กลุ่มสมั พันธ์ เรื่อง การประมาณฯ - ทักษะการใหเ้ หตผุ ล 2. ใฝ่เรียนรู้
ผลลัพธ์ของ - แ บบฝึกหัด 2. ป ระมาณผลลัพธ์ - ตรวจกจิ กรรมฝกึ ทักษะ 3. มุ่งม่ันใน
การหาร คณิตศาสตร์ ป.4 เล่ม 1 การหารของจำ� นวน เรอ่ื ง การประมาณฯ การทำ� งาน
- ใ บงานท่ี 4.4 สองจ�ำนวนได้ (P) - ตรวจแบบฝึกหัด
2 - บ ัตรโจทย์การหาร 3. ประยกุ ตใ์ ชห้ ลกั การ เรอ่ื ง การประมาณฯ
- แ ถบโจทยป์ ัญหา ประมาณผลลัพธก์ บั - สังเกตพฤตกิ รรม
ชั่วโมง การหาร สถานการณใ์ นชีวติ การท�ำงานรายบุคคล
ประจ�ำวันได้ (P) - สังเกตพฤติกรรม
4. รบั ผดิ ชอบต่อหน้าท่ี การท�ำงานกลุ่ม
ท่ีได้รับมอบหมาย (A) - ส ังเกตคณุ ลกั ษณะ
อนั พึงประสงค์
แผนฯ ที่ 5 - หนังสือเรียน 1. เ ข้าใจวธิ ีการหาตัว การเรยี นรู้ - ต รวจใบงานที่ 4.5 เรอ่ื ง - ท กั ษะกระบวนการ 1. มวี ินัย
การหาตัว คณิตศาสตร์ ป.4 เล่ม 1 ไมท่ ราบคา่ ในประโยค โดยใช้ การหาตัวไมท่ ราบคา่ ฯ คดิ แก้ปัญหา 2. ใฝ่เรียนรู้
ไมท่ ราบค่า - แบบฝกึ หดั สัญลักษณแ์ สดง กิจกรรม - ต รวจกิจกรรมฝกึ ทักษะ - ทักษะการน�ำความรู้ 3. มงุ่ มัน่ ใน
ในประโยค คณิตศาสตร์ ป.4 เล่ม 1 การหาร (K) เปน็ ฐาน เรอ่ื ง การหาตัวไม่ทราบ ไปใช้ การทำ� งาน
สญั ลกั ษณ์แสดง - ใบงานที่ 4.5 2. ห าค่าของตวั ไมท่ ราบ (Activity- คา่ ฯ
การหาร - ก ระดาษแขง็ รูปบา้ น ค่าในประโยคสัญลกั ษณ์ Based - ต รวจแบบฝึกหดั
5 ส่วน แสดงการหาร Learning) เรือ่ ง การหาตัวไมท่ ราบ
- แ ถบประโยค พร้อมท้ังตรวจสอบ คา่ ฯ
3 - ก ระดาษรปู วงกลม ความสมเหตุสมผล - สงั เกตพฤตกิ รรม
ชัว่ โมง - ต รวจตาราง ของค�ำตอบได้ (P) การท�ำงานรายบุคคล
การประเมินผล 3. ร บั ผิดชอบต่อหน้าที่ - สงั เกตพฤติกรรม
- ฟ วิ เจอร์บอรด์ ทไี่ ด้รบั มอบหมาย (A) การท�ำงานกลุ่ม
- สังเกตคณุ ลกั ษณะ
อนั พึงประสงค์
แผนฯ ท่ี 6 - หนังสอื เรยี น 1. วิเคราะหโ์ จทย์วางแผน กระบวนการ - ต รวจใบงานท่ี 4.6 - ท ักษะกระบวนการ 1. มวี นิ ัย
โจทยป์ ัญหาการ คณิตศาสตร์ ป.4 เล่ม 1 แก้โจทยป์ ัญหาการหาร ทางคณิตศาสตร์ เรือ่ ง โจทย์ปัญหาฯ คดิ แก้ปญั หา 2. ใฝ่เรยี นรู้
หาร - แ บบฝกึ หัด ที่กำ� หนดใหไ้ ด้ (K) (ทักษะการ - ต รวจกจิ กรรมฝึกทกั ษะ - ทักษะการน�ำความรู้ 3. มุ่งมัน่ ใน
คณิตศาสตร์ ป.4 เล่ม 1 2. แสดงวิธีท�ำโจทยป์ ัญหา แกโ้ จทยป์ ัญหา) เร่ือง โจทย์ปญั หาฯ ไปใช้ การทำ� งาน
- ใบงานที่ 4.6 การหารทกี่ �ำหนดใหไ้ ด้ - ต รวจแบบฝึกหัด
3 - ร ูปภาพสนิ ค้า (P) เรื่อง โจทย์ปญั หาฯ
- แถบโจทย์ปัญหา 3. หาค�ำตอบโจทยป์ ญั หา - ส งั เกตพฤตกิ รรม
ชั่วโมง - แ ผนภาพโจทย์ปญั หา การหาร พร้อมท้งั การท�ำงานรายบคุ คล
- ก ระดาษฟลิปชาร์ต ตรวจสอบความสมเหตุ - ส ังเกตพฤติกรรม
สมผลของค�ำตอบ (P) การท�ำงานกลุ่ม
4. ร ับผดิ ชอบตอ่ หนา้ ที่ - ส งั เกตคุณลกั ษณะ
ที่ไดร้ บั มอบหมาย (A) อันพงึ ประสงค์
แผนฯ ท่ี 7 - ห นงั สือเรียน 1. เขา้ ใจหลักการสร้าง กระบวนการ - ต รวจใบงานที่ 4.7 - ทักษะกระบวนการ 1. มวี ินัย
การสรา้ งโจทย์ คณติ ศาสตร์ ป.4 เล่ม 1 โจทย์ปัญหาและมีความ กล่มุ สมั พนั ธ์ เรื่อง การสรา้ งโจทยฯ์ คดิ สร้างสรรค์ 2. ใฝเ่ รยี นรู้
ปญั หาการหาร - แ บบฝึกหดั สมเหตุสมผลของ - ตรวจกจิ กรรมฝกึ ทกั ษะ - ท กั ษะการน�ำความรู้ 3. มงุ่ ม่นั ใน
คณิตศาสตร์ ป.4 เล่ม 1 คำ� ตอบ เรอ่ื ง การสรา้ งโจทยฯ์ ไปใช้ การทำ� งาน
1 - ใ บงานท่ี 4.7 2. ส รา้ งโจทย์ปัญหา - ต รวจแบบฝกึ หัด
- รา้ นค้าจำ� ลอง การหาร 2 ขัน้ ตอน เร่ือง การสร้างโจทยฯ์
ชั่วโมง - แถบโจทยป์ ัญหา ของจ�ำนวนนบั จากภาพ - ส งั เกตพฤตกิ รรม
- บัตรตวั เลข หรอื ขอ้ ความทก่ี �ำหนด การท�ำงานรายบุคคล
- บัตรภาพ ให้ได้ (P) - สงั เกตพฤตกิ รรม
- กระดาษ A4 3. ร ับผิดชอบต่อหน้าท่ี การท�ำงานกลุ่ม
- กระดาษสี Post it ทไ่ี ดร้ ับมอบหมาย (A) - สงั เกตคุณลกั ษณะ
- ฟ วิ เจอร์บอรด์ อนั พงึ ประสงค์
T93
นาํ นาํ สอน สรปุ ประเมนิ
ขน้ั นาํ (CIPPA Model) 4 ¡ÒÃËÒÃหนวยการเรียนรูที่
ทบทวนความรเู้ ดมิ µÑǪÇÕé Ñ´
• ประมาณผลลพั ธของการบวก การลบ
1. นักเรียนรวมกันรองเพลง พรอมคิดทาทาง ¹Ô´ÒáÅÐÍÒ·ÔµÂ
ประกอบเพลง “การหารแลวแบง” จากน้ัน การคูณ การหาร จากสถานการณตาง ๆ
รว มกนั อภิปรายเนอื้ เพลง อยางสมเหตสุ มผล (ค 1.1 ป.4/7) ?à´×͵¹ŒÍŧл¡˜è¹Õè¡Ôâ¨ÅÑ¡àÃÁµÒùáÅÐ
• หาคาของตวั ไมทราบคา ในประโยค ÇѹÅСÕè¡ÔâÅàÁµÃ
เพลงการหารแลว แบง สัญลักษณแ สดงการคณู ของจํานวน ÁÕÇÔ¸ÍÕËÂÒ‹Ò¤§íÒäõͺ
หลายหลกั 2 จํานวน ทม่ี ีผลคณู ไมเกิน
แบง ๆ ๆ พวกเรามาแบง ๆ ของกนั เถอะ 6 หลัก และประโยคสัญลักษณแ สดง
ของเรานัน้ มอี ยเู ยอะ ตะละลา (ซ้าํ ) การหารที่ตัวต้ังไมเกนิ 6 หลกั ตัวหาร
ถอื รวมเด๋ยี วเลอะตอ งแบง ใสจ าน ไมเกิน 2 หลัก (ค 1.1 ป.4/9)
มขี องอยู 15 หยิบใสจ านมาจานละ 5 อัน • แสดงวธิ หี าคําตอบของโจทยป ญหา
รีบชวยกนั หารเร็วพลัน (ซ้าํ ) 2 ขนั้ ตอน ของจาํ นวนนับที่มากกวา
เม่อื นับจานนั้นได 3 ใบเอย 100,000 และ 0 (ค 1.1 ป.4/11)
• สรา งโจทยป ญหา 2 ขัน้ ตอนของ
(เนื้อรอง: ปฎาชมยั ทองชมุ นุม) จาํ นวนนบั และ 0 พรอมทั้งหาคาํ ตอบ
(ค 1.1 ป.4/12)
หมายเหตุ: ตัวเลขในชองวาง ครูสามารถ
เปล่ยี นแปลงได เพอ่ื ใหน ักเรียนฝก คิดทบทวน
การหาร
2. ครูทบทวนความรูเกี่ยวกับสัมพันธของการคูณ
และการหาร โดยใหน กั เรยี นชว ยกนั เตมิ จาํ นวน
ทีห่ ายไปในโจทยบนกระดาน
3. ครูใหนักเรียนสังเกตการหาคําตอบ แลวสรุป
รวมกันจะไดวา “จํานวนสองจํานวนคูณกัน
เมื่อนาํ ผลคณู มาหารดว ยตวั คูณ จะไดคาํ ตอบ
เปนตวั ตงั้ หรือ ถาหารดวยตวั ต้งั จะไดค ําตอบ
เปน ตวั คูณ”
นดิ าและอาทิตยต อ งการปน จกั รยานใหไ ดร ะยะทาง 2,160 กโิ ลเมตร ภายในระยะเวลา 6 เดอื น
โดยปน จักรยานทกุ วนั และแตล ะวันมรี ะยะทางเทา ๆ กนั
ÊÒÃСÒÃàÃÕ¹ÃÙŒ • การหาตวั ไมทราบคา ในประโยคสัญลักษณแ สดงการหาร
• การหารทีต่ วั หารมหี นง่ึ หลัก • โจทยปญ หาการหาร
• การหารท่ีตวั หารมีสองหลกั • การสรางโจทยปญ หาการหาร
• การหารทต่ี ัวหารมสี ามหลัก
• การประมาณผลลัพธของการหาร
เกร็ดแนะครู
ครจู ดั กระบวนการเรียนรโู ดยการใหน กั เรยี นฝก ปฏิบัติ ดังนี้
• ฝก ทักษะการคดิ คํานวณ
• อภปิ รายเกีย่ วกับวธิ กี ารหาคาํ ตอบ
• ยกตัวอยา งประกอบการอธิบาย
จนเกดิ เปน ความรคู วามเขา ใจเกย่ี วกบั การหารทตี่ วั หารมหี นงึ่ หลกั การหาร
ที่ตัวหารมีสองหลัก การหารที่ตัวหารมีสามหลัก การประมาณผลลัพธของ
การหาร การหาตวั ไมท ราบคาในประโยคสญั ลกั ษณแ สดงการหาร โจทยปญ หา
การหาร และการสรางโจทยป ญ หาการหารได
ครอู ธบิ ายเพม่ิ เตมิ ใหน กั เรยี นฟง วา เมอื่ นกั เรยี นไดเ รยี นรหู นว ยการเรยี นรนู ี้
จบแลว นักเรียนจะสามารถหาผลหารของสถานการณตางๆ ท่ีเกิดข้ึน
ในชีวติ ประจําวนั ได รวมทั้งเปน ความรพู ้ืนฐานในการเรียนรูในอนาคตตอไป
T94
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ
1. ¡ÒÃËÒ÷èµÕ ÇÑ ËÒÃÁËÕ ¹§Öè ËÅÑ¡ ¹Ñ¡àÃÕ¹¤Ô´Ç‹Ò ¼ÅËÒáѺàÈÉ ขนั้ สอน
ÁÕ¤ÇÒÁÊÑÁ¾Ñ¹¸¡Ñ¹Í‹ҧäÃ
การแสวงหาความรใู้ หม
จาํ นวนบลอ็ ก 496 อัน แบง ออกเปน 4 กลมุ
เทา ๆ กัน จะได 1. ครนู ําขวดโหลมาตัง้ 4 ใบ แลวสมุ แจกลูกปด
ใหน กั เรยี นทงั้ หมด 20 ลกู และถามนกั เรยี นวา
124 ถาครูตองการนําลูกปดใสในขวด ขวดละ
เทา ๆ กัน ใหนักเรียนชวยกันใสแลวสรุป
124 คําตอบวา แตล ะขวดมีลูกปด ก่ลี กู
124 2. ครูบอกนักเรียนวา ถาครูเพิ่มจํานวนลูกปด
ใหนักเรียนเปน 756 ลูก และตองการนํา
496 ลูกปดใสใ นขวด ขวดละเทา ๆ กนั เหมือนเดิม
124 แตใชเวลานอยที่สุด ครูควรใชวิธีใดเพ่ือให
ทราบวาแตละขวดโหลมีลูกปดก่ีลูก จากนั้น
การแบงจาํ นวนบลอ็ ก 496 อัน ออกเปน วิธตี รวจคาํ ตอบ ใหนักเรียนรวมกันอภิปรายกับเพ่ือนใหไดวิธี
ผลหาร × ตวั หาร = ตัวตงั้ การคิด
4 กลมุ เทา ๆ กนั จะไดก ลุมละ 124 อนั (แนวตอบ ใชก ารหาร 756 ÷ 4 )
ดงั นัน้ 496 ÷ 4 = 124
การศกึ ษาทาํ ความเขา้ ใจขอ้ มลู /ความรู้ใหมฯ
1. ครูแสดงวิธีการหาคําตอบดวยวิธีหารยาวให
นกั เรยี นดบู นกระดาน
2. นักเรียนรวมกันสรุปแนวทางการตรวจสอบ
ความสมเหตุสมผลของคาํ ตอบทไ่ี ด
3. ครูยกตัวอยางวิธีการหารยาวโจทยท่ีหาร
ไมลงตัวหรือการหารที่เหลือเศษ โดยให
นักเรยี นสงั เกตขอ แตกตา ง และเปดโอกาสให
ซกั ถามขอสงสัย
ตอบ ๑๒๔ ตรวจคาํ ตอบ 124 × 4 = 496 ✓
การหารที่มีเศษเปน 0 เรยี กวา การหารที่ลงตวั การหารทีม่ ีเศษมากกวา 0
และเศษตอ งนอ ยกวา ตวั หาร เรยี กวา การหารทไ่ี มล งตวั หรอื การหารทเี่ หลอื เศษ
87
ขอสอบเนน การคิด เกร็ดแนะครู
ขอ ใดถกู ตอง 2. 711 ÷ 9 = 77 กอ นเร่ิมเรยี น ครูควรใหน ักเรยี นทบทวนการทอ งสูตรคณู แม 2 ถงึ แม 12
1. 602 ÷ 7 < 87 4. 189 ÷ 3 > 66 จากนั้นใหทองแบบยอนกลับ เพ่ือใหนักเรียนทองสูตรคูณไดอยางถูกตอง
3. 652 ÷ 4 < 90 และคลองแคลว เพ่ือเปน พ้ืนฐานในการคดิ คาํ นวณ
(เฉลยคําตอบ ขอ 1. เพราะ 86 < 87 ถูกตอง ส่ือ Digital
1. 602 ÷ 7 = 86 ดังน้ัน 79 77 ไมถูกตอ ง
2. 711 ÷ 9 = 79 ดงั น้นั 163 > 90 ไมถ กู ตอง ครูอาจใหนักเรียนดูส่ือการเรียนรูผานทาง www.youtube.com โดย
3. 652 ÷ 4 = 163 ดังน้นั 63 < 66 ไมถ ูกตอง) ใชคาํ สบื คนวา "การหารท่ตี ัวหารมีหน่งึ หลกั "
4. 189 ÷ 3 = 63 ดงั นนั้
T95
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ
ขนั้ สอน หาผลหารของ 9,633 ÷ 3 =
การแลกเปลย่ี นความรคู้ วามเขา้ ใจกบั กลมุ 1,000 1,000 1,000 100 100 10 1
1,000 1,000 1,000 100 100 10 1
1. ครูแบงนักเรียนออกเปนกลุม กลุมละ 4 คน 1,000 1,000 1,000 100 100 10 1
ใหแตละกลุมรวมกันทํากิจกรรม “เกมลูกเตา
เจาปญหา” โดยสุมตัวแทน 2 คน ออกมา ➜ 3
โยนลูกเตาตัวต้ัง และลูกเตาตัวหาร เม่ือได
จํานวนท่ีเปนตัวต้ังและตัวหารเรียบรอยแลว 1,000 1,000 1,000 100 100 10 1 ➜ 3,211
ใหนักเรียนแตละกลุมชวยกันแสดงวิธีทําการ
หารยาว 1,000 1,000 1,000 100 100 10 1 ➜ 3,211
2. ครูใหนักเรียนสงตัวแทนออกมานําเสนอ
คําตอบหนาช้ันเรียน และรวมกันตรวจสอบ
ความถูกตองและตรวจสอบความสมเหตุสม
ผลของคาํ ตอบ
3. ครใู หค าํ ชมเชยแกน กั เรยี นทน่ี าํ เสนอไดถ กู ตอ ง
และใหค าํ แนะนาํ แกน กั เรยี นทยี่ งั มขี อ บกพรอ ง
อยู
4. ครูและนักเรียนรวมกันสรุปคะแนนกลุมและ
มอบรางวัลใหกลุมท่ีทําถกู ตอ งมากทีส่ ุด
5. ครใู หน กั เรยี นทกุ คนทาํ กจิ กรรมฝก ทกั ษะ ขอ 1
ในหนังสือเรยี น หนา 91
1,000 1,000 1,000 100 100 10 1 ➜ 3,211
ดงั นั้น 9,633 ÷ 3 = 3,211
ตรวจคําตอบ 3,211 × 3 = 9,633 ✓
1.1 การหารยาว
การหารยาว เปน การตง้ั หารโดยนาํ ตวั หารไปหารทลี ะหลกั เรม่ิ หารในหลกั
ทางซายมอื กอน แลวจึงหารในหลักถดั ไปทางขวามอื
88
เกร็ดแนะครู กจิ กรรม ทา ทาย
ครูแนะนาํ เพม่ิ เติมเรอ่ื งการหารใหนักเรียนเขาใจวา จํานวนนับสองจํานวน ใหนักเรียนนําโจทยท่ีครูกําหนดให มาสรางเปนเกมทายวา
ท่ีจํานวนหนึ่งนอยกวาอีกจํานวนหน่ึง ถานําแตละจํานวนไปหารจํานวนนับท่ี บา นหลงั ไหนเปน ของหนนู อ ยมาลี โดยคาํ ตอบในแตล ะขอ จะนาํ ไปสู
เทากัน แลวนําผลหารมาเปรียบเทียบกัน ผลหารของจํานวนท่ีตัวหารนอยกวา การหาบา นของหนนู อ ยมาลี แลว นาํ มาเสนอหนา ชน้ั เรยี นใหเ พอ่ื นๆ
จะมคี ามากกวาผลหารของจํานวนทตี่ วั หารมากกวา เชน ไดลองเลนกนั โดยทาํ ลงในกระดาษ
1. 2,904 ÷ 8 = 6. 630 ÷ 3 =
20 ÷ 2 = 20 ÷ 4 = 2. 1,482 ÷ 2 = 7. 900 ÷ 3 =
2 20 4 20 3. 6,432 ÷ 8 = 8. 320 ÷ 5 =
4. 3,782 ÷ 3 = 9. 472 ÷ 2 =
10 5 5. 7,326 ÷ 9 = 10. 590 ÷ 5 =
ดงั น้นั ผลหารของ 20 ÷ 2 คอื 10 ดงั นน้ั ผลหารของ 20 ÷ 4 คือ 5
T96
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ
ตัวอยา งท่ี 1 ขนั้ สอน
หาผลหารของ 11,928 ÷ 8 = การสรปุ และจดั ระเบยี บความรู้
ขน้ั ที่ 1 หาร 11831199 พัน ดว ย 8 1 พนั 1. ครตู ดิ บตั รประโยคสญั ลกั ษณก ารหารทต่ี วั หาร
81 28 1 พนั × 8 = 8 พนั มีหน่ึงหลักบนกระดาน แลวครูขออาสาสมัคร
3 พนั กบั 9 รอย เทากบั 39 รอย ออกมาแสดงวิธีการหารยาวและตรวจคําตอบ
หนาช้นั เรียน
ข้ันท่ี 2 หาร 131833949972 รอย ดว ย 8 4 รอย
81 28 4 รอย × 8 = 32 รอย 2. ครูต้ังคําถามและใหนักเรียนตอบคําถาม
7 รอ ย กบั 2 สบิ เทากบั 72 สบิ กระตุน ความคิด
2 การหารสน้ั ทนี่ กั เรยี นเคยเรยี นมาในชน้ั ประถม
ขน้ั ที่ 3 หาร 3118372942977 92สบิ 8 ดว ย 8 ศกึ ษาปที่ 3 มีหลักการหารอยา งไร
81 22 9 สิบ (แนวตอบ นําตัวหารไปหารตัวต้ังทีละหลัก
9 สบิ × 8 = 72 สบิ โดยเรม่ิ หารในหลกั ทางซา ยมอื กอ น แลว จงึ หาร
ในหลักถัดไปทางขวามือ)
ขั้นที่ 4 หาร 318138497297ห9222น18088ว ย ดว ย 8 1 หนวย
81 1 หนว ย × 8 = 8 หนว ย 3. ครูแนะนําการเขียน คือ สัญลักษณ
ไมเ หลอื เศษ หรือเศษเทากับ 0 ของการหารสั้น โดยเขียนตัวตั้งไวดานใน
เครื่องหมาย และเขียนตัวหารไวทางซาย
ผลหารท่ีไดเขียนไวขางลางตัวต้ัง จากน้ัน
ใหนักเรียนรวมกันอธิบายขั้นตอนการหารสั้น
ทตี่ วั ตัง้ มสี ามหลักและตวั หารมีหน่งึ หลกั
4. ครยู กตวั อยา งโจทยก ารหารสนั้ ทตี่ วั ตง้ั มสี ห่ี ลกั
และตวั หารมหี นงึ่ หลกั 2 - 3 ขอ โดยใชห ลกั การ
เดียวกันกับการหารที่ตัวต้ังมีสามหลักและตัว
หารมีหน่ึงหลัก
5. ครูและนักเรียนรวมกันอภิปรายเกี่ยวกับ
การหารสน้ั และการหารยาววา มคี วามแตกตา ง
กันอยางไร และคาํ ตอบทหี่ าไดเ ทากนั หรอื ไม
ดงั น้ัน 11,928 ÷ 8 = 1,491 ตรวจคาํ ตอบ 1,491 × 8 = 11,928 ✓
ตอบ ๑,๔๙๑
89
ขอสอบเนน การคดิ เกร็ดแนะครู
ผลลพั ธใ นขอ ใดไมถูกตอง ครูอธิบายเพิ่มเติมเก่ียวกับการหารวา จํานวนนับท่ีกําหนดใหหารดวย
1. 1,524 ÷ 6 = 254 จํานวนใดลงตวั บาง เชน
2. 1,725 ÷ 5 = 345
3. 1,000 ÷ 8 = 150 • จํานวนท่ีหารดวย 2 ลงตวั จะตอ งลงทายดวยจํานวนคู คอื 0, 2, 4, 6, 8
4. 8,768 ÷ 2 = 4,384 • จาํ นวนทห่ี ารดว ย 3 ลงตวั ผลรวมของเลขโดดของจาํ นวนนน้ั จะตอ งหาร
(เฉลยคําตอบ ขอ 3. เพราะ
1. 1,524 ÷ 6 = 254 ดว ย 3 ลงตัว เชน 123 หารดว ย 3 ลงตัว ผลรวมของเลขโดด 1 + 2 + 3
2. 1,725 ÷ 5 = 345 = 6 (หารดวย 3 ลงตัว) 123 ÷ 3 = 41
3. 1,000 ÷ 8 = 125 • จาํ นวนทหี่ ารดว ย 4 ลงตวั ใหด ทู เี่ ลข 2 หลกั สดุ ทา ย ถา เลข 2 หลกั สดุ ทา ย
4. 8,768 ÷ 2 = 4,384) หารดวย 2 ลงตัว จาํ นวนนน้ั ก็จะหารดว ย 4 ลงตัว เชน 672 ÷ 4 ลงตวั
เพราะ 72 หารดว ย 4 ลงตัว
• จํานวนท่หี ารดวย 5 ลงตวั จะตองลงทายดวย 0 และ 5 เชน 295 ÷ 5
ลงตวั เพราะลงทา ยดว ย 5
T97
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ
ขน้ั สอน ตัวอยา งที่ 2
การปฏบิ ตั แิ ละ/หรอื การแสดงผลงาน หาผลหารของ 14,849 ÷ 7 =
244 18 24 19
1. ครูแบงนักเรียนออกเปนกลุม กลุมละ 4 คน วิธที าํ 7 11 8117 44 927 2 พนั × 7 = 14 พนั
ทํากิจกรรม “เกมสรรพสัตวกําจัดโจทยหาร” 1 รอย × 7 = 7 รอ ย
โดยใหนักเรียนแตละกลุมต้ังแถวตอนเรียง 2 สบิ × 7 = 14 สบิ
หนึ่งดานหลังหองเรียน และใหตัวแทน 1 หนวย × 7 = 7 หนวย
ดานหนารอฟงเสียงสัญญาณครูปลอยสัตว
ซ่ึงครูจะพูดชื่อสัตวออกมา ใหนักเรียนวิ่ง ดังนน้ั 14,849 ÷ 7 = 2,121 เศษ 2
กระโดด หรือเคล่ือนไหวคลายสัตวท่ีครูเอย ตอบ ๒,๑๒๑ เศษ ๒ ตรวจคาํ ตอบ (2,121 × 7) + 2 = 14,849 ✓
ชือ่ ตรงมายงั กระดาน เชน กระโดดเหมอื นกบ
เลื้อยเหมือนงู คลานเหมือนสุนัข เปนตน 1.2 การหารสนั้ วิธตี รวจคําตอบ
แลวนักเรียนมาหยิบบัตรประโยคสัญลักษณ การหารสน้ั ใชวิธเี ดยี วกับวธิ หี ารยาว (ผลหาร × ตวั หาร) + เศษ = ตวั ตงั้
การหารท่ีติดไวบนกระดาน และแสดงวิธี แตเ ขยี นในรปู การหารทีต่ างกนั
การหารส้ันบนกระดาน เม่ือครูสงสัญญาณ
หมดเวลานกั เรยี นทกุ คนหยุดทํา ตัวอยา งท่ี 3
2. ครูตรวจสอบความถูกตองและใหคําชมเชย หาผลหารของ 252 ÷ 3 =
แกนักเรียนที่ทําไดถูกตองและใหคําแนะนํา จาก 252 ÷ 3 = เขียนแสดงรูปได ดังนี้
แกนกั เรยี นที่ยังมีขอบกพรอ งอยู
3. ครูใหนกั เรียนแตล ะกลุม ทาํ กิจกรรมจนครบ 4
รอบ จากนนั้ จงึ สรปุ คะแนนแตล ะกลมุ และมอบ
รางวัลใหกลุม ที่ทําถกู ตองมากทส่ี ุด
4. ครใู หน กั เรยี นทกุ คนทาํ กจิ กรรมฝก ทกั ษะ ขอ 2
ในหนงั สือเรยี น หนา 91
??? ขั้นที่ 1 นํา 3 หาร 25 สิบ ได 8 สบิ
เหลือ 1 สบิ
252
ขนั้ ที่ 2 นาํ 1 ในหลักสบิ รวมกับ 2
วิธีทาํ 3 285142 ในหลักหนว ยได 12 จากนั้น
ดงั นั้น 252 ÷ 3 = 84 นาํ 3 หาร 12 ได 4 หนว ย
เหลือเศษ 0
ตอบ ๘๔ ตรวจคาํ ตอบ 84 × 3 = 252 ✓
90
เกร็ดแนะครู ใหน กั เรียนหาผลหารตอ ไปนี้ กิจกรรม สรา งเสรมิ
1. 25,635 ÷ 5 =
ครูอธิบายเพิ่มเติมเก่ียวกับการหารตอวา จํานวนนับท่ีกําหนดใหหารดวย 2. 26,856 ÷ 6 = 6. 24,976 ÷ 7 =
จาํ นวนใดลงตวั บา ง เชน 3. 27,972 ÷ 9 = 7. 31,647 ÷ 7 =
4. 28,652 ÷ 4 = 8. 42,128 ÷ 2 =
• จํานวนท่ีหารดว ย 6 ลงตวั เลขโดดในหลักหนวยตองเปน จาํ นวนคู และ 5. 28,980 ÷ 3 = 9. 45,327 ÷ 3 =
ผลรวมของเลขโดด หารดวย 3 ลงตัว เชน 432 ÷ 6 = 72 ลงตวั (เลขโดด 10. 68,368 ÷ 8 =
ในหลกั หนว ยเปนจํานวนคู คอื 2 ผลรวมของเลขโดด 4 + 3 + 2 = 9
ซึง่ 9 หารดวย 3 ลงตวั )
• จํานวนท่ีหารดวย 8 ลงตัว ใหดเู ลข 3 หลกั สดุ ทา ย หารดว ย 8 ลงตวั
จาํ นวนน้ันก็จะหารดวย 8 ลงตวั เชน 7,928 ÷ 8 ลงตวั เพราะ 928 ÷ 8
ลงตวั
• จํานวนท่ีหารดวย 9 ลงตัว ผลรวมของเลขโดดทุกตัวตองหารดวย 9
ลงตัว เชน 459 ÷ 9 ลงตัว เพราะ 4 + 5 + 9 = 18 หารดว ย 9 ลงตัว
T98
นาํ สอน สรปุ ประเมิน
ตัวอยา งท่ี 4 ขนั้ สรปุ
หาผลหารของ 777 ÷ 6 = การประยกุ ต์ใชค้ วามรู้
จาก 777 ÷ 6 = เขยี นแสดงรูปได ดงั นี้ 1. นกั เรยี นทาํ ใบงานที่ 4.1 เรอ่ื ง การหารทตี่ วั หาร
มีหนง่ึ หลกั เสรจ็ แลวรวมกันเฉลยคาํ ตอบของ
?????? ข้ันที่ 1 นํา 6 หาร 7 รอ ยได 1 รอย ใบงาน
เหลอื 1 รอ ย
777 2. นกั เรยี นรว มกนั สรปุ ความรเู กยี่ วกบั การหารสน้ั
ข้ันที่ 2 นาํ 1 ในหลักรอ ยรวมกบั 7 ในหลกั ทต่ี วั หารมหี นง่ึ หลกั โดยมคี รคู อยใหค าํ แนะนาํ
สบิ ได 17 สิบ จากน้นั นํา 6 หาร และอธิบายเพ่ิมเติมในสวนที่ยังมีขอบกพรอง
วธิ ีทาํ 6 71172597 เศษ 3 17 สิบ ได 2 สบิ เหลือ 5 สิบ อยู
ดงั น้ัน 777 ÷ 6 = 129 เศษ 3 ขัน้ ท่ี 3 นาํ 5 ในหลกั สบิ รวมกบั 7 ในหลกั
หนวยได 57 จากน้นั นํา 6 หาร 57 3. ครูใหนักเรียนทําแบบฝกหัดขอ 1 - 2 จาก
ได 9 หนว ย เหลอื เศษ 3 แบบฝก หดั คณติ ศาสตร ป.4 เลม 1 หนา 64 - 67
ตอบ ๑๒๙ เศษ ๓ เปนการบาน
ตรวจคําตอบ (129 × 6) + 3 = 777 ✓
ขน้ั ประเมนิ
กิจกรรมฝกทักษะ
1. ครปู ระเมินผล โดยการสงั เกตการตอบคาํ ถาม
และการรวมกิจกรรมกลมุ ของนกั เรียน
2. ครูตรวจสอบผลจากการทําใบงานท่ี 4.1
กิจกรรมฝก ทกั ษะ และแบบฝกหดั
1 หาผลหารโดยวธิ หี ารยาว
1. 95 ÷ 4 = 2. 1,025 ÷ 4 = 3. 3,690 ÷ 9 =
4. 12,485 ÷ 5 = 5. 30,335 ÷ 6 = 6. 52,700 ÷ 9 =
7. 28,956 ÷ 3 = 8. 24,068 ÷ 6 = 9. 15,441 ÷ 6 =
10. 51,755 ÷ 8 = 11. 63,005 ÷ 9 = 12. 79,790 ÷ 9 =
2 หาผลหารโดยวิธีหารส้นั 4. 4 3021
1. 4 328 2. 3 1532 3. 9 2052 8. 6 9888
5. 5 4505 6. 7 8122 7. 3 9428
ฝกทาํ ตอใน
บฝ.คณติ ศาสตร ป.4 เลม 1
91
ขอ สอบเนน การคดิ แนวทางการวัดและประเมินผล
ขอใดมีผลหารมากทส่ี ดุ ครูสามารถวัดและประเมินพฤติกรรมการทํางานรายบุคคลจากการทํา
1. 32,564 ÷ 4 = ใบงานในข้นั การประยุกตใ ชค วามรู โดยศกึ ษาเกณฑก ารวดั และประเมินผลจาก
2. 48,852 ÷ 6 = แบบประเมินของแผนการจดั การเรียนรใู นหนวยการเรียนรูท่ี 4
3. 53,109 ÷ 7 =
4. 60,240 ÷ 8 = แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทางานรายบุคคล
(เฉลยคําตอบ ขอ 2. เพราะ
1. 32,564 ÷ 4 = 8,141 คาชแี้ จง : ใหผ้ ู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนกั เรียนในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรียน แล้วขดี ✓ลงในชอ่ งท่ี
2. 48,852 ÷ 6 = 8,142
3. 53,109 ÷ 7 = 7,587 ตรงกบั ระดบั คะแนน
4. 60,240 ÷ 8 = 7,530)
ลาดบั ท่ี รายการประเมนิ ระดบั คะแนน 1
32
1 การแสดงความคิดเห็น
2 การยอมรบั ฟังความคดิ เห็นของผ้อู น่ื
3 การทางานตามหน้าที่ทไี่ ด้รบั มอบหมาย
4 ความมนี ้าใจ
5 การตรงต่อเวลา
รวม
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน ลงชือ่ ...................................................ผู้ประเมนิ
ปฏบิ ตั ิหรอื แสดงพฤตกิ รรมอย่างสม่าเสมอ ............../.................../................
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤติกรรมบ่อยคร้ัง
ให้ 3 คะแนน
ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมบางครง้ั ให้ 2 คะแนน
ให้ 1 คะแนน
เกณฑก์ ารตดั สนิ คุณภาพ
ชว่ งคะแนน ระดับคุณภาพ
12 - 15 ดี
8 - 11 พอใช้
ตา่ กว่า 8 ปรับปรุง
T99
นาํ นํา สอน สรปุ ประเมนิ
ขนั้ นาํ (กระบวนการปฏบิ ตั )ิ 2. ¡ÒÃËÒ÷µèÕ ÑÇËÒÃÁÊÕ Í§ËÅ¡Ñ ¹Ñ¡àÃÕ¹¤Ô´Ç‹Ò 3,030 ÷ 6 ¡Ñº
6,060 ÷ 3 ÁÕ¼ÅËÒÃ෋ҡѹ
1. ครนู าํ ลกู ปด จาํ นวน 120 ลกู มาวางหนา ชนั้ เรยี น 2.1 การหารทต่ี ัวหารเปนพหุคูณของ 10 ËÃ×ÍäÁ‹
แลว ถามนกั เรยี นวา
• จดั ลกู ปด ใหเปนกอง กองละ 10 ลกู จะได ตัวอยางท่ี 5 พหุคณู ของ 10 คอื 10, 20, 30, 40, …, 90, ...
กกี่ อง
(แนวตอบ 12 กอง) หาผลหารของ 3,840 ÷ 20 =
• เขียนประโยคสญั ลกั ษณไ ดอยางไร 10888 94 20
(แนวตอบ 120 ÷ 10 = ) วธิ ที าํ วิธที ี่ 1 20 2113 4440 000
แลวใหนักเรียนออกมาแสดงวิธีการหารยาว
หรอื หารสน้ั และแสดงวิธกี ารตรวจสอบความ 1 รอย × 20 = 20 รอ ย
สมเหตสุ มผลของคาํ ตอบ 9 สบิ × 20 = 180 สบิ
2 หนว ย × 20 = 40 หนวย
2. ครูใหนักเรียนตอบคําถามในหนังสือเรียน
หนา 92 ที่ถามวา “นักเรียนคิดวา 3,030 ÷ 6 วธิ ีท่ี 2 3,840 ÷ 20 = (3,840 ÷ 10) ÷ 2
กับ 6,060 ÷ 3 มีผลหารเทา กันหรอื ไม = 384 ÷ 2
= 192 เนือ่ งจาก 20 = 10 × 2
ขน้ั สอน ดงั นั้น 3,840 ÷ 20 = (3,840 ÷ 10) ÷ 2
สงั เกต รบั รู้ ตอบ ๑๙๒
ตรวจคาํ ตอบ 192 × 20 = 3,840 ✓
1. ครใู หน กั เรยี นสลบั กนั ทอ งสตู รคณู แม 2 ถงึ แม 12
โดยใหผูชายทองแมคู และผูหญิงทองแมคี่ ตวั อยา งที่ 6
แขงขันกนั เพอื่ ใหน กั เรยี นตืน่ ตัวในการทอ ง
2. ครูสมุ ถาม เชน 9 x 8, 7 x 6 เปนตน เพือ่ ให
นักเรียนทองสูตรคูณไดคลองแคลว และเปน
พ้ืนฐานในการคิดคาํ นวณ
หาผลหารของ 3,660 ÷ 30 =
วิธที ํา 3,660 ÷ 30 = (3,660 ÷ 10) ÷ 3
= 366 ÷ 3
ตอบ ๑๒๒ = 122 เนือ่ งจาก 30 = 10 × 3
ดังน้ัน 3,660 ÷ 30 = (3,660 ÷ 10) ÷ 3
ตรวจคาํ ตอบ 122 × 30 = 3,660 ✓
92
เกร็ดแนะครู ขอ สอบเนน การคดิ
ครูอธิบายเพิ่มเติมเก่ียวกับวิธีลัดในการหาผลหารของจํานวนหนึ่งดวย 5 ขอใดมีผลหารนอ ยทีส่ ดุ
มขี น้ั ตอน ดงั นี้ 1. 5,822 ÷ 71 =
2. 2,848 ÷ 89 =
หลักการ ตัวอยา งการหาร 630 ÷ 5 = 3. 6,831 ÷ 69 =
1. นําตวั ตัง้ มาคูณกบั 2 1. 635 × 2 = 1,270 4. 4,840 ÷ 55 =
2. เลื่อนจุดทศนิยมไปทางซาย 2. 1,270.
1 ตําแหนง 3. 127.0 (เฉลยคําตอบ ขอ 2. เพราะ
3. ไดคาํ ตอบ 1. 5,822 ÷ 71 = 82
2. 2,848 ÷ 89 = 32
3. 6,831 ÷ 69 = 99
4. 4,840 ÷ 55 = 88)
T100
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ
2.2 การหารท่ตี วั หารเปน จํานวนทมี่ ีสองหลกั ขน้ั สอน
ตัวอยางท่ี 7 ทาํ ตามแบบ
หาผลหารของ 2,448 ÷ 34 = 1. ครูและนักเรียนรวมกันอภิปรายแลกเปล่ียน
วิธีทาํ 34 2 4 74 28 เรียนรูเกี่ยวกับ “พหุคูณ” จากน้ันครูเขียน
238 7 สิบ × 34 = 238 สบิ ประโยคสัญลักษณการหารบนกระดาน ให
68 นักเรยี นรวมกันสังเกต แลวรวมกนั อภปิ ราย
ตอบ ๗๒ 6 8 2 หนวย × 34 = 68 หนวย
0 2. ครูติดแถบโจทยการหารที่ตัวตั้งมีสามหลัก
และตวั หารเปน พหคุ ณู ของ 10, 20, 30, . . ., 90
ตรวจคาํ ตอบ 72 × 34 = 2,448 ✓ กรณีที่เปนการหารลงตัว ใหนักเรียนชวยกัน
หาผลหาร หากเปน กรณที เี่ ปน การหารไมล งตวั
ตวั อยางที่ 8 ใหน กั เรยี นสง ตวั แทนชายและหญงิ ฝา ยละ 1 คน
ออกมาแสดงวธิ หี ารยาวบนกระดาน โดยแตล ะ
หาผลหารของ 18,930 ÷ 23 = ฝายสามารถชวยบอกเพือ่ นได
วิธีทํา 23 1 8 89 23 30
184 8 รอย × 23 = 184 รอ ย 3. ครูและนักเรียนรวมกันสรุปความรูเก่ียวกับ
53 2 สิบ × 23 = 46 สบิ การหารที่ตัวตั้งมีสามหลัก และตัวหารเปน
46 3 หนว ย × 23 = 69 หนว ย พหุคูณของ 10 กรณีท่ีเปนการหารไมลงตัว
70 โดยมคี รคู อยใหค าํ แนะนาํ และอธบิ ายเพม่ิ เตมิ
69 ในสว นทยี่ งั มขี อ บกพรอ ง จากนน้ั ครใู หน กั เรยี น
1 ทํากิจกรรมฝกทักษะ ขอ 1 ใหญ ขอ 1 - 5
ในหนังสือเรียน หนา 94
4. ครเู ขยี นโจทยก ารหารทีต่ วั ตงั้ มสี ามหลกั และ
ตัวหารมีสองหลัก กรณีท่ีเปนการหารลงตัว
จากนั้นรวมกันอภิปราย และแสดงวิธีการหา
ผลหารทีละข้ันตอน พรอมท้ังตระหนักถึง
ความสมเหตุสมผลของคําตอบทีไ่ ด
ทาํ เองโดยไมม แี บบ
1. ครูติดแถบโจทยการหารท่ีตัวตั้งมีสามหลัก
และตวั หารมสี องหลกั กรณที เี่ ปน การหารลงตวั
ตอบ ๘๒๓ เศษ ๑ แลวใหนักเรียนแขงขันกันหาคําตอบ จากนั้น
ตรวจคาํ ตอบ (823 × 23) + 1 = 18,930 ✓
รวมกันอภิปรายและตรวจสอบความถูกตอง
หากเปนกรณีท่ีเปนการหารไมลงตัว จากน้ัน
93 รวมกันอภิปราย และแสดงวิธีหาผลหารทีละ
ข้นั ตอน
ขอ สอบเนน การคิด เกร็ดแนะครู
ขอ ใดถูกตอ ง ครอู ธบิ ายเพม่ิ เตมิ เกยี่ วกบั เทคนคิ การหารจาํ นวนใดจาํ นวนหนง่ึ ดว ย 25 ดงั น้ี
1. ผลคณู ของ 88,217 × 7 < ผลหารของ 152,922 ÷ 6 ใหนํา 4 คณู จํานวนนน้ั ๆ ไดผ ลลัพธเทา ไร ใหเลอ่ื นจดุ ทศนิยมไปทางซา ย
2. ผลคณู ของ 1,523 × 12 = ผลหารของ 73,104 ÷ 4 2 ตาํ แหนง จะไดผลลัพธ เชน
3. ผลคณู ของ 77,863 × 5 > ผลหารของ 4,282,465 ÷11 4,200 ÷ 25 =
4. ผลคณู ของ 22,365 × 18 > ผลหารของ 101,447,724 ÷ 14 ใหน าํ 4,200 × 4 = 16,800 แลว เลื่อนจดุ ทศนยิ มไปทางซา ย 2 ตาํ แหนง
จะได 168.00
(เฉลยคาํ ตอบ ขอ 2. เพราะ ดงั น้ัน 4,200 ÷ 25 = 168
ผลคูณของ 1,523 × 12 = 18,276
ผลหารของ 73,104 ÷ 4 = 18,276 ส่ือ Digital
ดงั นัน้ ผลคณู ของ 1,523 × 12 เทากับผลหารของ 73,104 ÷ 4)
ครูอาจใหนักเรียนดูส่ือการเรียนรูผานทาง www.youtube.com โดย
ใชคาํ สืบคน วา "การหารท่ตี วั หารมสี องหลกั "
T101
นาํ สอน สรุป ประเมนิ
ขน้ั สอน กิจกรรมฝกทักษะ 2. 3,440 ÷ 20 =
4. 4,850 ÷ 50 =
ทาํ เองโดยไมม แี บบ 1 แสดงวธิ ที าํ จากโจทยทีก่ าํ หนดให 6. 4,410 ÷ 45 =
8. 4,984 ÷ 56 =
2. ครูแบงนักเรียนออกเปนกลุม กลุมละ 4 คน 1. 2,360 ÷ 10 = 10. 9,805 ÷ 53 =
ทาํ กจิ กรรม “เกมจิกซอว ตอ ผลหาร” ครแู จก 3. 3,120 ÷ 60 =
จกิ ซอวใ หนักเรียน กลุมละ 1 ชดุ ใหน กั เรียน 5. 10,140 ÷ 30 =
แตล ะกลมุ ชว ยกนั หาผลหาร แลว ตอ จกิ ซอวใ ห 7. 11,400 ÷ 25 =
ถกู ตอ ง ครตู รวจสอบคาํ ตอบ และรว มกนั เฉลย 9. 12,768 ÷ 28 =
บนกระดาน
2 หาคาํ ตอบจากโจทยท่กี ําหนดให แลวตอบคําถาม
ฝก ทาํ ใหช้ าํ นาญ
ก. 8,928 ÷ 16 = ค. 6,162 ÷ 39 =
1. ครูใหนักเรียนทุกคนทํากิจกรรมฝกทักษะ
ขอ 1ใหญขอ 6-10และขอ 2ใหญในหนงั สอื เรยี น ข. 5,428 ÷ 23 = ง. 6,665 ÷ 43 =
หนา 94 และทาํ ใบงานท่ี 4.2 เรื่อง การหาร
ทต่ี ัวหารมีสองหลัก 1. ขอ ก. มคี าํ ตอบเทา ไร
2. ขอ ข. มีคําตอบเทาไร
2. ครูใหนักเรียนทําแบบฝกหัด จากแบบฝกหัด 3. ขอ ค. มคี าํ ตอบเทา ไร
คณติ ศาสตร ป.4 เลม 1 หนา 68 - 69 เปน 4. ขอ ง. มคี าํ ตอบเทา ไร
การบา น 5. คาํ ตอบในขอใดมคี ามากทส่ี ดุ
6. คําตอบในขอ ใดมคี า นอ ยที่สดุ
ขน้ั สรปุ 7. เรยี งลาํ ดบั คําตอบทมี่ คี ามากไปนอ ย
8. เรียงลาํ ดับคาํ ตอบที่มคี านอ ยไปมาก
ครูและนักเรียนรวมกันสรุปเกี่ยวกับวิธีการหา
ผลหารของโจทยการหารที่ตัวหารมสี องหลกั
ขน้ั ประเมนิ
1. ครูประเมินผล โดยการสงั เกตการตอบคําถาม
และการรวมกิจกรรมกลมุ ของนักเรียน
2. ครูตรวจสอบผลจากการทําใบงานที่ 4.2
กจิ กรรมฝกทกั ษะ และแบบฝกหดั
ฝก ทาํ ตอใน
บฝ.คณิตศาสตร ป.4 เลม 1
94
แนวทางการวัดและประเมินผล ขอ สอบเนน การคิดแนว O-NET
A 9,216 ÷ 36 =
ครูสามารถวัดและประเมินพฤติกรรมการทํางานรายบุคคลจากการทํา B 4,928 ÷ 16 =
ใบงานในข้ันฝกทําใหชํานาญ โดยศึกษาเกณฑการวัดและประเมินผลจากแบบ C 6,510 ÷ 42 =
ประเมินของแผนการจัดการเรียนรูในหนว ยการเรียนรทู ี่ 4 D 8,575 ÷ 25 =
แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานรายบุคคล ขอ ใดเรียงผลหารจากนอ ยไปมากไดถกู ตอ ง
คาชแี้ จง : ใหผ้ สู้ อนสังเกตพฤตกิ รรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรยี น แล้วขีด ✓ลงในชอ่ งที่
ตรงกบั ระดบั คะแนน
ลาดับท่ี รายการประเมิน ระดับคะแนน 1 1. C B D A 2. C A D B
32
1 การแสดงความคดิ เห็น
2 การยอมรบั ฟังความคดิ เหน็ ของผู้อืน่ 3. C D A B 4. C A B D
3 การทางานตามหนา้ ท่ีท่ีไดร้ ับมอบหมาย
4 ความมีน้าใจ
5 การตรงต่อเวลา
รวม (เฉลยคาํ ตอบ ขอ 4. เพราะ
A 9,216 ÷ 36 = 256 B 4,928 ÷ 16 = 308
เกณฑ์การใหค้ ะแนน ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมนิ C 6,510 ÷ 42 = 155 D 8,575 ÷ 25 = 343
ปฏบิ ตั ิหรอื แสดงพฤติกรรมอย่างสมา่ เสมอ ............../.................../................ ดงั นั้น เรียงผลหารจากนอ ยไปมาก ไดแ ก 155, 256, 308, 343
ปฏบิ ัติหรอื แสดงพฤติกรรมบ่อยคร้งั หรือ C A B D)
ให้ 3 คะแนน
ปฏิบตั หิ รอื แสดงพฤติกรรมบางครง้ั ให้ 2 คะแนน
ให้ 1 คะแนน
เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ
ช่วงคะแนน ระดับคณุ ภาพ
12 - 15 ดี
8 - 11 พอใช้
ต่ากว่า 8 ปรับปรุง
T102
นาํ นาํ สอน สรปุ ประเมนิ
3. ¡ÒÃËÒ÷յè ÇÑ ËÒÃÁÕÊÒÁËÅÑ¡ ¹Ñ¡àÃÕ¹¤Ô´Ç‹Ò 4,800 ÷ 4 ¡Ñº ขนั้ นาํ (กระบวนการปฏบิ ตั )ิ
4,800 ÷ 40 ¼ÅËÒâͧ⨷Âã´
3.1 การหารท่ีตัวหารเปน พหุคูณของ 100 ÁÕ¤‹ÒÁÒ¡¡Ç‹Ò¡Ñ¹ 1. ครูเขียนโจทยการหารที่ตัวหารมีสองหลัก
บนกระดาน ใหนักเรียนคิดเลขเร็วในเวลา 3
พหคุ ณู ของ 100 คือ 100, 200, 300, 400, …, 900, ... นาที แลวรว มกันเฉลยคําตอบ
ตัวอยางที่ 9 2. ครูอธิบายเช่ือมโยงความรูสูการหารที่ตัวหาร
มสี ามหลักทีเ่ ปนพหุคณู ของ 100
หาผลหารของ 34,800 ÷ 600 = 5 สิบ × 600 = 3000 สบิ
วธิ ีทํา วิธีท่ี 1 600 3 4 8 50 80 8 หนว ย × 600 = 4800 หนว ย 3. นักเรยี นตอบคาํ ถามกระตุนความคดิ เชน
จํานวนที่เปนพหุคูณของ 100 ไดแกจํานวน
3000 ใดบาง
4800 (แนวตอบ 200, 300, 400, 500, 600, 700, 800,
4800 900, ...)
0 ขนั้ สอน
วิธที ี่ 2 34,800 ÷ 600 = (34,800 ÷ 100) ÷ 6 สงั เกต รบั รู้
ตอบ ๕๘ = 348 ÷ 6
= 58 1. นกั เรียนจับคูก นั ครแู จกบัตรโจทยการหารให
นักเรียนแตละคู แลวใหรวมกันศึกษาวาจะ
เนือ่ งจาก 600 = 100 × 6 หาผลหารท่ีตัวหารมีสามหลักที่เปนพหุคูณ
ดงั นัน้ 34,800 ÷ 600 = (34,800 ÷ 100) ÷ 6 ของ 100 ไดอยางไร จากนั้นครูสุมถาม
นกั เรียนแตละคูใหอ ภิปรายแลกเปลยี่ นความรู
ความเขาใจกนั
2. นักเรียนตอบคําถามในหนังสือเรียนท่ีถามวา
“นักเรียนคิดวา 4,800 ÷ 4 กบั 4,800 ÷ 40
ผลหารของโจทยใดมีคามากกวา กนั ”
ตรวจคาํ ตอบ 58 × 600 = 34,800 ✓
95
ขอ สอบเนน การคดิ เกร็ดแนะครู
ขอ ใดมีผลหารเทากับ 38 ครูอาจจัดกิจกรรม เพื่อฝกทักษะการหาร โดยใหนักเรียนแบงกลุม
1. 21,600 ÷ 100 = แลว ครกู าํ หนดจาํ นวนขน้ึ มาจาํ นวนหนง่ึ เชน 3,000 จากนน้ั ใหแ ตล ะกลมุ ชว ยกนั
2. 22,000 ÷ 200 = คดิ วา มจี าํ นวนใดบา งทห่ี าร 3,000 ไดล งตวั โดยใหเ วลาแตล ะกลมุ ไดร ว มกนั คดิ
3. 24,400 ÷ 400 = ประมาณ 5 - 7 นาที จากนนั้ ใหแ ตละกลมุ สง ตัวแทนมาตอบ โดยกลมุ ที่ตอบได
4. 26,600 ÷ 700 = ถูกตองเปนจํานวนมากทส่ี ดุ เปนฝายชนะ
(เฉลยคาํ ตอบ ขอ 4. เพราะ
1. 21,600 ÷ 100 = 216 ส่ือ Digital
2. 22,000 ÷ 200 = 110
3. 24,400 ÷ 400 = 61 ครูอาจใหนักเรียนดูสื่อการเรียนรูผานทาง www.youtube.com โดย
4. 26,600 ÷ 700 = 38) ใชค าํ สืบคนวา "การหารที่ตัวหารมีสามหลกั "
T103
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ
ขน้ั สอน 3.2 การหารท่ีตวั หารเปนจาํ นวนทม่ี ีสามหลกั
ทาํ ตามแบบ ตวั อยางท่ี 10
1. ครูยกตัวอยางโจทยการหารที่ตัวหารมีสาม หาผลหารของ 70,875 ÷ 315 = 2 รอย × 315 = 630 รอย
หลกั ทีเ่ ปน พหุคูณของ 100 บนกระดาน 2 - 3 วธิ ีทํา 315 7 0 28 27 55 2 สบิ × 315 = 630 สิบ
ขอ ใหน ักเรียนพิจารณา 5 หนวย × 315 = 1,575 หนว ย
630
2. ครูขอตวั แทนนักเรยี น 2 - 3 คน มาหาผลหาร 787
ท่ีตัวหารมีสามหลักท่ีเปนพหุคูณของ 100 630
จากบตั รโจทยก ารหารทค่ี รแู จกใหห นา ชนั้ เรยี น 1575
1575
3. ครูและนักเรียนรวมกันสรุปความรูเกี่ยวกับ
การหารที่ตัวต้ังมีหลายหลัก และตัวหารมี 0
สามหลกั ท่ีเปนพหคุ ณู ของ 100 โดยมีครคู อย
ใหคําแนะนํา และอธิบายเพ่ิมเติมในสวนท่ียัง ตอบ ๒๒๕ ตรวจคําตอบ 225 × 315 = 70,875 ✓
มีขอบกพรองอยู
ตวั อยา งที่ 11
ทาํ เองโดยไมม แี บบ
หาผลหารของ 38,156 ÷ 241 =
1. ครูติดบัตรโจทยการหารบนกระดาน ให วิธที ํา 241 3 8 11 55 86
นกั เรียนแขงกันคดิ คาํ ตอบ ถามนี กั เรียนคนใด 241 1 รอย × 241 = 241 รอ ย
หาคาํ ตอบไดร วดเรว็ และถกู ตอ งทกุ ขอ จะเปน 1405 5 สิบ × 241 = 1,205 สบิ
ผชู นะ 1205 8 หนวย × 241 = 1,928 หนวย
2006
2. ครใู หน กั เรยี นทกุ คนทาํ กจิ กรรมฝก ทกั ษะ ขอ 1 1928
ในหนงั สือเรียน หนา 97 78
3. ครูยกตัวอยางโจทยการหารท่ีตัวหารมีสาม
หลัก โดยใหนักเรียนชวยกันหาคําตอบ แลว
รวมกันอภิปราย และแสดงวิธีการหาผลหาร
พรอมทั้งตระหนักถึงความสมเหตุสมผล
ของคาํ ตอบทห่ี าได
ตอบ ๑๕๘ เศษ ๗๘ ตรวจคําตอบ (158 × 241) + 78 = 38,156 ✓
96
เกร็ดแนะครู ขอสอบเนน การคดิ แนว O-NET
ผลคูณในขอ ใดเทา กบั 102,695 ÷ 115 =
ครจู ดั กิจกรรมเกมเพ่ิมเติม เพื่อฝกทกั ษะการหาร ดังน้ี 1. 47 × 19 =
1. ครูแจกบัตรตัวเลข 0 - 9 ใหนักเรียน คนละ 1 จํานวน 2. 58 × 15 =
2. ครอู อกคาํ สงั่ ใหน กั เรยี นรวมตวั กนั ตามจาํ นวนหลกั และตามเงอื่ นไขของ 3. 61 × 13 =
4. 73 × 11 =
ตวั หารท่ีครูส่ัง เชน ครสู ั่ง “รวมกนั เปนจํานวน 4 หลกั ที่ 3 หารลงตัว”
หรือ “รวมกนั เปน จํานวน 5 หลัก ท่ี 5 หารลงตวั ” เปนตน (เฉลยคําตอบ ขอ 1. เพราะ
3. ใหครทู าํ กจิ กรรมน้ีซํา้ ๆ จนแนใ จวา นักเรยี นมที กั ษะในการหารท่ีดีข้นึ
ผลหารของ 102,695 ÷ 115 = 893
และผลคูณของ 47 × 19 = 893)
T104
นาํ สอน สรปุ ประเมิน
กิจกรรมฝกทักษะ ขนั้ สอน
1 หาผลหาร พรอ มทง้ั ตรวจคําตอบ 2. 30,600 ÷ 600 = ทาํ เองโดยไมม แี บบ
4. 41,300 ÷ 700 =
1. 14,400 ÷ 200 = 6. 86,802 ÷ 111 = 4. ครูแบงนักเรียนออกเปนกลุม กลุมละ 4 คน
3. 34,560 ÷ 500 = 8. 14,924 ÷ 287 = แขงขนั กันหาคาํ ตอบจากเกม “หาผลหารผาน
5. 50,219 ÷ 800 = 10. 129,766 ÷ 112 = ตัวการต นู ”
7. 152,628 ÷ 316 =
9. 95,161 ÷ 211 = 5. ครูและนักเรียนรวมกันเฉลยคําตอบแตละขอ
บนกระดาน กลุม ทถี่ กู ตอ งไดรับคะแนนสะสม
2 จับคูโ จทยก ารหารทีก่ าํ หนด ใหตรงกบั คาํ ตอบท่ีถูกตอ ง ในกลมุ จากนนั้ ใหน กั เรยี นตอบคาํ ถามกระตนุ
1. 1,734 ÷ 102 = ก. 127 ความคิด
2. 3,024 ÷ 112 = ข. 52 ฝก ทาํ ใหช้ าํ นาญ
3. 9,100 ÷ 175 = ค. 201 1. ครูใหนักเรียนทุกคนทํากิจกรรมฝกทักษะ ขอ
2 - 3 ในหนงั สือเรียน หนา 97 และทาํ ใบงาน
4. 23,241 ÷ 183 = ง. 17 ที่ 4.3 เรอื่ ง การหารที่ตัวหารมีสามหลัก เสรจ็
แลวรว มกันเฉลยคาํ ตอบ
5. 43,617 ÷ 217 = จ. 27
2. ครูใหนักเรียนทําแบบฝกหัด ขอ 1 - 8 จาก
6. 27,768 ÷ 312 = ฉ. 211 แบบฝก หดั คณติ ศาสตร ป.4 เลม 1 หนา 70 - 71
เปนการบา น
7. 84,568 ÷ 682 = ช. 235
8. 72,013 ÷ 101 = ขน้ั สรปุ
ซ. 89
ครูและนักเรียนรวมกันสรุปความรูเก่ียวกับ
9. 89,042 ÷ 422 = ฌ. 124 การหารทต่ี วั ตง้ั มหี ลายหลกั และตวั หารมสี ามหลกั
โดยมีครูคอยใหคําแนะนํา และอธิบายเพ่ิมเติม
10. 126,430 ÷ 538 = ญ. 713 ในสวนทย่ี งั มีขอ บกพรองอยู
3 เลือกเลขโดด 3 และ 5 แทน เพ่ือสรา งจาํ นวนทมี่ ีหา หลกั ทมี่ คี า นอย ขนั้ ประเมนิ
ท่สี ดุ แลวหารจํานวนดังกลา วดว ย 125
137 1. ครปู ระเมนิ ผล โดยการสงั เกตการตอบคาํ ถาม
ฝก ทําตอ ใน และการรวมกจิ กรรมกลมุ ของนักเรียน
บฝ.คณติ ศาสตร ป.4 เลม 1
2. ครูตรวจสอบผลจากการทําใบงานที่ 4.3
กจิ กรรมฝกทกั ษะ และแบบฝกหัด
97
ขอ สอบเนน การคิดแนว O-NET แนวทางการวัดและประเมินผล
ผลหารในขอ ใดมีคามากท่สี ุด ครูสามารถวัดและประเมินพฤติกรรมการทํางานรายบุคคลจากการทํา
1. 12,544 ÷ 8 = กจิ กรรมฝก ทกั ษะในขนั้ ฝก ทาํ ใหช าํ นาญ โดยศกึ ษาเกณฑก ารวดั และประเมนิ ผล
2. 32,787 ÷ 37 = จากแบบประเมินของแผนการจัดการเรยี นรูใ นหนว ยการเรยี นรูที่ 4
3. 661,200 ÷ 120 =
4. 8,645 ÷ 13 = แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานรายบคุ คล
(เฉลยคาํ ตอบ ขอ 3. เพราะ
1. 12,544 ÷ 8 = 1,568 คาชแี้ จง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤตกิ รรมของนักเรยี นในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรยี น แล้วขดี ✓ลงในชอ่ งท่ี
2. 32,787 ÷ 37 = 886 เศษ 5
3. 661,200 ÷ 120 = 5,510 ตรงกับระดับคะแนน
4. 8,645 ÷ 13 = 665)
ลาดับที่ รายการประเมนิ ระดบั คะแนน 1
32
1 การแสดงความคดิ เห็น
2 การยอมรับฟงั ความคดิ เห็นของผอู้ ่ืน
3 การทางานตามหน้าท่ีทไี่ ด้รบั มอบหมาย
4 ความมีนา้ ใจ
5 การตรงต่อเวลา
รวม
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน ลงช่อื ...................................................ผู้ประเมิน
ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมอย่างสม่าเสมอ ............../.................../................
ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบ่อยครั้ง
ให้ 3 คะแนน
ปฏิบตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางครัง้ ให้ 2 คะแนน
ให้ 1 คะแนน
เกณฑ์การตัดสินคณุ ภาพ
ช่วงคะแนน ระดับคณุ ภาพ
12 - 15 ดี
8 - 11 พอใช้
ตา่ กวา่ 8 ปรบั ปรุง
T105
นาํ นาํ สอน สรปุ ประเมนิ
ขน้ั นาํ (กระบวนการกลมุ สมั พนั ธ)์ 4. ¡ÒûÃÐÁÒ³¼ÅÅ¾Ñ ¸¢Í§ 292,500 ÁÕ¤‹Ò»ÃÐÁÒ³ã¡ÅŒà¤Õ§
¨íҹǹàµçÁ¾Ñ¹ àµçÁËÁ×è¹
นาํ เขา้ สบู ทเรยี น ¡ÒÃËÒà áÅÐàµçÁáʹ෋ÒäÃ
1. ครูบอกนักเรียนวา ใหนักเรียนคิดหาคําตอบ การประมาณผลลัพธของการหาร เราสามารถนําความรูเก่ียวกับการ
จากโจทยใ นใจ แลว เลอื กคาํ ตอบทค่ี ดิ วา ถกู ตอ ง ประมาณคาใกลเคียงจํานวนเต็มสิบ เต็มรอย เต็มพัน เต็มหมื่น เต็มแสน
โดยทําทาทางตางๆ จากน้ันครูถามนักเรียน และเตม็ ลา นมาชวยในการประมาณผลลพั ธไ ด
คนที่ตอบถูกวาใชวิธีคิดอยางไร แลวรวมกัน
อภปิ ราย พิจารณาสถานการณตอไปน้ี
2. ครูบอกนักเรียนวา การประมาณผลลัพธ แมใหเ งนิ กิตติ 1,950 บาท
ของการหาร สามารถนําความรูเร่ืองการหา กติ ตแิ บงใชว นั ละ 98 บาท
คา ประมาณของจาํ นวนนบั เปน จาํ นวนเตม็ สบิ
เต็มรอย เต็มพัน เต็มหมื่น เต็มแสน และ กติ ติจะใชเ งินทง้ั หมดไดประมาณกว่ี ัน
เต็มลานมาชวยในการประมาณผลลัพธของ
การหารได จากสถานการณ
เขียนเปน ประโยคสัญลักษณไ ด ดังน้ี 1,950 ÷ 98 =
ขน้ั สอน พิจารณา 1,950 มีคา ประมาณใกลเคยี งจํานวนเตม็ พัน คอื 2,000
พิจารณา 98 มีคาประมาณใกลเคียงจาํ นวนเตม็ รอ ย คอื 100
จดั การความรู้ จะไดวา 1,950 ÷ 98 ≈ 2,000 ÷ 100
1. ครูแบงนักเรียนออกเปนกลุม กลุมละ 4 คน =20
แ ล ว ใ ห นั ก เ รี ย น ต้ั ง ชื่ อ เ พื่ อ น ใ น ก ลุ ม เ ป น ดังน้นั กติ ตจิ ะใชเงนิ ท้ังหมดไดประมาณ 20 วัน
ชื่อการตูน ซึ่งครูกําหนดภารกิจใหนักเรียน
แตละกลุมแบงกันศึกษาและทบทวนการหา การตรวจสอบความสมเหตสุ มผล 1,950 ÷ 98 ได 19 เหลอื เศษ 88
คาประมาณของจํานวนนับเปนจํานวนเต็ม จะเห็นวา 1,950 ÷ 98 ≈ 20 จงึ มีความสมเหตุสมผล
ก า ร ห า ค า ป ร ะ ม า ณ ข อ ง จํ า น ว น นั บ เ ป น
จํานวนเต็มมาใชในการหาคําตอบโจทยการ 98
หาร และวิธีการตรวจสอบความเหตุสมผล
ของคําตอบ
2. สมาชิกในกลุมรวมกันอธิบายส่ิงท่ีตนเองได
ศึกษามาภายในกลุม
3. ครูแจกโจทยก ารหารใหน ักเรียนกลุมละ 1 ขอ
ใหนักเรียนรวมกันแสดงวิธีประมาณผลลัพธ
ของการหารลงในกระดาษ พรอมตรวจสอบ
ความสมเหตสุ มผล
4. ครูสุมช่ือการตูนมา 1 ชื่อ ใหคนที่ช่ือการตูน
น้ันออกมานําเสนอวิธีการคิดบนกระดาน ครู
จดั ทาํ กจิ กรรม 2 - 3 รอบ
เกร็ดแนะครู ขอสอบเนน การคิด
ครูอาจยกตัวอยางเก่ียวกับสถานการณในชีวิตประจําวันเพิ่มเติม เพื่อให ประมาณผลลัพธของ 62,640 ÷ 464 =
นักเรียนไดเห็นถึงความสําคัญของคณิตศาสตรที่มีความเก่ียวของหรือสามารถ
นาํ ไปใชใ นชีวิตจรงิ ได เชน (แนวตอบ จาก 62,640 ÷ 464 =
พจิ ารณา 62,640 มีคาประมาณใกลเคียงจํานวนเต็มพัน
• แมใ หเ งนิ ฉนั เดอื นละ 2,250 บาท ฉนั แบง เงนิ ใชว นั ละเทา ๆ กนั ฉนั จะมเี งนิ คอื 63,000
ใชประมาณวันละเทาไร (กาํ หนดให 1 เดือน = 30 วัน) 464 มีคาประมาณใกลเคียงจํานวนเต็มรอย
คอื 500
• แมค า มเี งนิ 1,080 บาท นาํ ไปซอื้ ไขไกฟองละ 4 บาท แมคาจะไดไขไ ก จะไดวา 62,640 ÷ 464 ≈ 63,000 ÷ 500
ประมาณกฟี่ อง
≈ 126
การตรวจสอบความสมเหตุสมผล 62,640 ÷ 464 = 135
ดังน้ัน 62,640 ÷ 464 ≈ 126 จงึ มีความสมเหตุสมผล)
T106
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ
ตวั อยางที่ 12 ขนั้ สอน
ประมาณผลลพั ธของ 54,720 ÷ 456 = จดั การเรยี นรู้
วธิ ีทาํ จาก 54,720 ÷ 456 =
5. ครใู หน กั เรยี นทกุ คนทาํ กจิ กรรมฝก ทกั ษะ ขอ 1
พจิ ารณา 54,720มคี า ประมาณใกลเ คยี งจาํ นวนเตม็ พนั คอื 55,000 ในหนงั สือเรียน หนา 99
456 มคี าประมาณใกลเคียงจาํ นวนเต็มรอ ย คอื 500
6. ครตู ดิ บตั รโจทยก ารหารบนกระดานใหน กั เรยี น
จะไดวา 54,720 ÷ 456 ≈ 55,000 ÷ 500 ประมาณผลลัพธของการหาร จากนั้นครูสุม
= 110 นักเรียนออกมาแสดงวิธีคดิ บนกระดาน
การตรวจสอบความสมเหตุสมผล 54,720 ÷ 456 = 120 7. ครูติดแถบโจทยปญหาการหารบนกระดาน
จะเห็นวา 54,720 ÷ 456 ≈ 110 จึงมีความสมเหตุสมผล จากนั้นครูและนักเรียนรวมกันประมาณ
ผลลัพธและแสดงวธิ ีคดิ บนกระดาน
กิจกรรมฝกทักษะ
8. ครูแบงนักเรียนออกเปนกลุม กลุมละ 4 คน
1 ประมาณผลลพั ธข องโจทยก ารหารตอ ไปนี้ พรอ มตรวจสอบความสมเหตสุ มผล นักเรียนสงตัวแทนออกมา 1 คน หยิบบัตร
1. 1,025 ÷ 202 ≈ 2. 2,870 ÷ 235 ≈ โจทยป ญ หาการหาร 1 ขอ แลว รวมกันแสดง
3. 8,706 ÷ 321 ≈ 4. 13,356 ÷ 212 ≈ สถานการณสมมติหนาช้ันเรียนตามโจทยท่ีได
5. 22,890 ÷ 210 ≈ 6. 44,940 ÷ 210 ≈ รบั โดยนกั เรยี นกลมุ อน่ื ๆ รว มกนั คดิ ประมาณ
ผลลัพธ จากน้ันตัวแทนนักเรียนกลุมที่เปน
2 ประมาณผลลัพธจ ากสถานการณต อไปนี้ ผูแ สดงเฉลยคําตอบ
1. มีดอกกหุ ลาบ 1,824 ดอก มัดเปน กาํ กาํ ละ 12 ดอก จะมดั ดอกกหุ ลาบ
ไดป ระมาณกี่กาํ ขน้ั สรปุ
2. นกั เรียนโรงเรยี นหนึ่งมี 1,350 คน แบงดินสอสี 2,780 แทง ใหนักเรียน
คนละเทา ๆ กัน นักเรียนจะไดรบั ดนิ สอสปี ระมาณคนละกี่แทง สรปุ และนาํ หลกั การไปประยกุ ต์ใช้
3. ชาวนามเี งนิ 14,700 บาท นําไปซ้ือปุย ราคากระสอบละ 280 บาท จะได
ปุยประมาณก่กี ระสอบ 1. ครูและนักเรียนรวมกันสรุปหลักการประมาณ
ฝก ทําตอ ใน ผลลพั ธของโจทยก ารหาร
บฝ.คณิตศาสตร ป.4 เลม 1
2. ครใู หน กั เรยี นทกุ คนทาํ กจิ กรรมฝก ทกั ษะ ขอ 2
99 ในหนงั สอื เรยี น หนา 99 และใบงานที่ 4.4 เรอื่ ง
การประมาณผลลพั ธข องการหาร
3. ครูใหนักเรียนทําแบบฝกหัด ขอ 1 - 2 จาก
แบบฝก หดั คณติ ศาสตร ป.4 เลม 1 หนา 72
เปน การบา น
ขน้ั ประเมนิ
วดั และประเมนิ ผล
ครูประเมินความรูความเขาใจของนักเรียน
จากการทําใบงานท่ี 4.4 กจิ กรรมฝก ทกั ษะ และ
แบบฝกหดั
ขอสอบเนน การคดิ แนวทางการวัดและประเมินผล
โรงเรยี นแหงหนงึ่ มนี กั เรยี น 2,550 คน ครูใหญม ีขนมทัง้ หมด ครูสามารถวัดและประเมินพฤติกรรมการทํางานกลุมจากการทํากิจกรรม
7,660 หอ หากตอ งการแจกใหน ักเรยี นคนละเทาๆ กนั นักเรียน ในข้ันจัดการเรียนรู โดยศึกษาเกณฑการวัดและประเมินผลจากแบบประเมิน
จะไดร ับขนมคนละประมาณกห่ี อ ของแผนการจดั การเรยี นรใู นหนวยการเรยี นรทู ี่ 4
(แนวตอบ จากโจทย สามารถเขียนประโยคสัญลักษณได คือ
7,660 ÷ 2,550 = แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานกล่มุ
พจิ ารณา 7,660 มคี า ประมาณใกลเ คยี งจาํ นวนเตม็ พนั คอื คาช้แี จง : ใหผ้ ้สู อนสังเกตพฤติกรรมของนกั เรียนในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรยี น แล้วขดี ✓ลงในช่องที่
ตรงกับระดบั คะแนน
ลาดบั ที่ ช่อื – สกุล การแสดง การยอมรบั การทางาน ความมนี ้าใจ การมี รวม
ของนกั เรียน ความคดิ เห็น ฟงั คนอนื่ ตามท่ไี ดร้ บั สว่ นรว่ มใน 15
มอบหมาย การปรับปรุง คะแนน
ผลงานกลุม่
7,700 321321321321321
2,550 มคี า ประมาณใกลเ คยี งจาํ นวนเตม็ รอ ย คอื
2,600
จะไดวา 7,660 ÷ 2,550 ≈ 7,700 ÷ 2,600 ≈ 3 ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน
การตรวจสอบความสมเหตุสมผล 7,660 ÷ 2,550 = 3 เกณฑ์การให้คะแนน ............../.................../...............
ปฏิบตั หิ รอื แสดงพฤติกรรมอย่างสม่าเสมอ
ให้ 3 คะแนน
ปฏิบตั ิหรอื แสดงพฤตกิ รรมบ่อยครง้ั ให้ 2 คะแนน
ปฏิบตั หิ รือแสดงพฤตกิ รรมบางครง้ั ให้ 1 คะแนน
เกณฑก์ ารตัดสนิ คณุ ภาพ
ดงั นัน้ 7,660 ÷ 2,550 ≈ 3 จงึ มคี วามสมเหตสุ มผล) ช่วงคะแนน ระดบั คุณภาพ
12 - 15 ดี
8 - 11 พอใช้
ตา่ กว่า 8 ปรบั ปรุง
T107
นาํ นาํ สอน สรปุ ประเมนิ
ขนั้ นาํ (Activity-Based Learning) 5. ¡ÒÃËÒµÑÇäÁ‹·ÃÒº¤Ò‹ ã¹»ÃÐ⤠¹Ñ¡àÃÕ¹¤Ô´Ç‹Ò 125 × 45 ෋ҡѺ
5,625 áÅŒÇ 5,625 ÷ 45
การกระตนุ้ และใหป้ ระสบการณ์ ÊÑÞÅѡɳá Ê´§¡ÒÃËÒà ෋ҡѺ෋Òã´
1. ครูกลาวทักทายนักเรียน จากน้ันครูหยิบ การหาตวั ไมท ราบคา ในประโยคสญั ลกั ษณแ สดงการหาร เราอาจใชค วามรู
ชน้ิ สว นบา นทสี่ มบรู ณ 1 ชดุ มาตดิ บนกระดาน เกี่ยวกบั ความสมั พนั ธของการคูณและการหารมาชว ยในการหาคาํ ตอบ
จากนน้ั ใหน กั เรยี นรว มกนั อภปิ รายเพอื่ ทบทวน
ความรู เรื่อง ความสัมพันธของการคูณและ พจิ ารณา 125 × 30 = 3,750
การหารรวมกนั แลว 3,750 ÷ = 125
จากความสมั พันธข องการคณู และการหาร จะได
2. ครูใหนักเรียนรวมกันอภิปรายวา ถาตองการ
หาตวั ไมทราบคา จะมวี ธิ ีทาํ อยางไร 3,750 ÷ 30 = 125
ดงั นั้น มคี า เทากบั 30
ขนั้ สอน
ตวั อยา งที่ 13
การใหค้ วามรแู้ ละลงมอื ปฏบิ ตั ิ
ถา 11,500 ÷ = 23 แลว มคี าเทากับเทาใด
1. ครูเฉลยวิธีการหาคาตัวไมทราบคาจากโจทย วิธที ํา 11,500 ÷ = 23
ดังกลา วบนกระดาน
จากความสมั พันธของการคูณและการหาร
2. ครเู ขียนโจทย 3,500 ÷ = 28 บนกระดาน จะไดวา × 23 = 11,500
เพมิ่ เตมิ อกี 1 ขอ ครใู หต วั แทนนกั เรยี นออกมา
เขียนแสดงความสัมพันธการคูณและการหาร = 11,500 ÷ 23
บนกระดาน จากนนั้ ครถู ามนกั เรยี นวา ซ่งึ 500 × 23 = 11,500
เราสามารถหาตวั ไมท ราบคา ไดห รอื ไม อยา งไร นัน่ คอื 11,500 ÷ 500 = 23
(แนวตอบ ได โดยนาํ 3,500 ÷ 28) ดังนั้น มคี า เทา กบั 500
ตวั ไมท ราบคา ดังกลา วมีคา เทาไร ตอบ มคี า เทากบั ๕๐๐
(แนวตอบ 125)
เราเรียก และ วาตัวไมทราบคา
3. ครูยกตัวอยางโจทยการหารท่ีมีตัวไมทราบคา ในประโยคสัญลกั ษณแ สดงการหาร
เพิ่มเติม จากน้ันใหนักเรียนออกมาแสดงวิธี
การหาตัวไมท ราบคาหนา ชนั้ เรียน 100
4. ครูแจกกระดาษรูปวงกลมใหนักเรียนคนละ
3 แผน จากนน้ั อธิบายวิธีการดาํ เนินกิจกรรม
นกั เรียนเพ่มิ เติม เมอ่ื นกั เรียนทาํ เสร็จใหนาํ มา
สงครูเพ่ือตรวจสอบความถกู ตอ งหนา ชน้ั เรียน
5. ครใู หน กั เรยี นจับกลุม กลุมละ 5 คน จากนน้ั
ใหนักเรียนสงตัวแทนกลุมละ 2 คน ออกมา
หนา ช้ันเรียน และใหนกั เรยี นเลนเกม “ปด ตา
หาวงกลม”
เกร็ดแนะครู ขอ สอบเนน การคดิ
☆ ☆ถา 15,300 ÷ = 51 แลว มีคา ตรงกบั ขอ ใด
ครูช้ีแนะเพิ่มเติมใหนักเรียนฟงวา เม่ือนักเรียนไดทราบคาของตัวไมทราบ 1. 100
คาในประโยคสัญลักษณแลว นักเรียนควรนําความสัมพันธของการคูณและ 2. 200
การหารมาชว ยในการตรวจสอบคาํ ตอบ 3. 300
4. 400
สื่อ Digital
(เฉลยคําตอบ ขอ 3. เพราะ
ครูอาจใหนักเรียนดูสื่อการเรียนรูผานทาง www.youtube.com โดย จากความสมั พันธของการคณู และการหาร
ใชคาํ สืบคนวา "การหาตวั ไมทราบคาในประโยคสญั ลกั ษณแ สดงการหาร" ☆ ☆จะไดว าx 51 = 15,300
= 15,300 ÷ 51
T108 ซ่งึ 300 x 51 = 15,300
น่ันคือ 15,300 ÷ 300 = 51
☆ดังน้นั มคี า เทากับ 300)
นาํ สอน สรปุ ประเมิน
ตัวอยางท่ี 14 ขนั้ สอน
ถา ▲ ÷ 13 = 256 แลว ▲ มคี าเทา กับเทาใด การใหค้ วามรแู้ ละลงมอื ปฏบิ ตั ิ
วิธีทํา ▲ ÷ 13 = 256
6. ครใู หน กั เรยี นทาํ กจิ กรรมกลมุ “สรา งภาพจาก
จากความสมั พนั ธของการคณู และการหาร จินตนาการ” จากนั้นครูใหนักเรียนรวมกัน
จะไดว า 256 × 13 = ▲ ระดมสมองออกแบบรูปภาพ โดยใชวงกลม
ซงึ่ 256 × 13 = 3,328 ดังกลาวเปนสวนประกอบดวยใชความคิด
น่ันคือ 3,328 ÷ 13 = 256 สรางสรรค
ดังน้นั ▲ มีคา เทา กับ 3,328
ตอบ ▲ มคี าเทา กบั ๓,๓๒๘ ขน้ั สรปุ
กิจกรรมฝกทักษะ ผลสะทอ้ นกลบั
1 หาจาํ นวนแทน ▲ ท่ที ําใหประโยคสญั ลักษณเปน จริง 1. ครูแจกตารางการประเมินผลใหกับนักเรียน
1. ▲ ÷ 4 = 271 2. 532 ÷ ▲ = 133 กลุมละ 1 แผน
3. 3,110 ÷ ▲ = 622 4. ▲ ÷ 6 = 1,373 2. ครูใหนักเรียนแตละกลุมออกมานําเสนอ
คําตอบและวิธีการหาคาํ ตอบหนาช้นั เรยี น
5. 3,876 ÷ ▲ = 646 6. ▲ ÷ 2 = 698
3. ครแู ละนกั เรยี นรว มกนั สรปุ บทเรยี นเรอื่ งการหา
7. 3,452 ÷ ▲ = 863 8. ▲ ÷ 5 = 345 ตัวไมทราบคาของโจทยการหาร
9. ▲ ÷ 34 = 3,944 10. 2,187 ÷ ▲ = 81 4. ครูใหนักเรียนทํากิจกรรมฝกทักษะ ขอ 1 - 3
จากหนังสือเรยี น หนา 101 เสรจ็ แลว รว มกนั
2 ถา ❀ + ❀ + ❀ + ❀ + ❀ = 12,525 แลว ❀ มคี า เทา กับเทา ใด เฉลยคาํ ตอบ
3 ถา (✩ + ✩ + ✩ + ✩) + 14,525 = 15,025 แลว ✩ มคี า เทา กับเทาใด 5. ครใู หนักเรียนทําใบงานท่ี 4.5 เรอ่ื ง การหาตวั
ไมท ราบคา ในประโยคสญั ลกั ษณแ สดงการหาร
ฝกทาํ ตฝอ กในทําตอ ใน
บฝ.คณบติ ฝศ.าคสณตรติ ศปา.ส4ตเรล มป.41 6. ครูใหนักเรียนทําแบบฝกหัด ขอ 1 - 2 จาก
แบบฝกหดั คณติ ศาสตร ป.4 เลม 1 หนา 73
เปน การบาน
ขนั้ ประเมนิ
การประเมนิ ผล
ครูประเมินความรูความเขาใจของนักเรียน
จากการทาํ ใบงานท่ี 4.5 กจิ กรรมฝก ทักษะ และ
แบบฝก หัด
101
ขอ สอบเนน การคิด แนวทางการวัดและประเมินผล
ถา ÷ 26 = 3,425 แลว มคี าตรงกับขอใด ครูสามารถวัดและประเมินพฤติกรรมการทํางานกลุมจากการทํากิจกรรม
1. 89,050 ในข้ันการใหความรูและลงมือปฏิบัติ โดยศึกษาเกณฑการวัดและประเมินผล
2. 92,550 จากแบบประเมนิ ของแผนการจดั การเรยี นรูใ นหนวยการเรียนรูท่ี 4
3. 92,750
4. 93,920 แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานกลมุ่
คาชแ้ี จง : ใหผ้ ู้สอนสงั เกตพฤติกรรมของนกั เรยี นในระหวา่ งเรียนและนอกเวลาเรยี น แล้วขีด ✓ลงในชอ่ งท่ี
ตรงกับระดบั คะแนน
(เฉลยคําตอบ ขอ 1. เพราะ ลาดบั ท่ี ชอ่ื – สกุล การแสดง การยอมรับ การทางาน ความมีนา้ ใจ การมี รวม
จากความสมั พนั ธของการคูณและการหาร ของนักเรียน ความคิดเหน็ ฟงั คนอืน่ ตามทไ่ี ด้รบั สว่ นร่วมใน 15
จะไดวา 3,425 x 26 = มอบหมาย การปรับปรงุ คะแนน
ซงึ่ 3,425 x 26 = 89,050 ผลงานกลุม่
น่ันคอื 89,050 ÷ 26 = 3,425
ดังนนั้ มคี าเทากบั 89,050) 321321321321321
เกณฑ์การใหค้ ะแนน ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน
ปฏิบัติหรอื แสดงพฤติกรรมอย่างสม่าเสมอ ............../.................../...............
ปฏิบัติหรอื แสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง ให้ 3 คะแนน
ปฏิบตั ิหรอื แสดงพฤตกิ รรมบางครัง้ ให้ 2 คะแนน
ให้ 1 คะแนน
เกณฑ์การตดั สนิ คุณภาพ
ช่วงคะแนน ระดับคณุ ภาพ
12 - 15 ดี
8 - 11 พอใช้
ต่ากวา่ 8 ปรับปรุง
T109
นาํ นาํ สอน สรปุ ประเมนิ
ขนั้ นาํ (กระบวนการทางคณติ ศาสตร)์ 6. ⨷»˜ÞËÒ¡ÒÃËÒà ¤íÒÊíÒ¤ÑÞ·ÕèËÁÒ¶֧ “¡ÒÃËÒÔ
¤×ͤíÒÇ‹ÒÍÐääÃѺ
วเิ คราะหป์ ญ หาโจทย์
ข้นั ตอนวธิ กี ารหาคําตอบโจทยปญ หา
1. ครูกลาวทักทายนักเรียน จากน้ันทบทวน 1. การวิเคราะหโจทยป ญ หา
ความรูเดิมของนักเรียน เร่ือง การแกโจทย 2. การวางแผนแกโจทยปญหา
ปญ หาการบวก การแกโ จทยป ญ หาการลบ และ 3. การแกปญ หา
การแกโ จทยปญ หาการคณู กับนกั เรยี น 4. การตรวจสอบความสมเหตุสมผลของคําตอบ
2. ครแู ละนกั เรยี นรว มกนั สรปุ ลกั ษณะสาํ คญั ของ ตวั อยางท่ี 15
โจทยปญหาการบวก การลบ และการคูณ
แมคาผลไมซ ือ้ มงั คดุ ราคากิโลกรมั ละ 22 บาท จา ยเงนิ ไป 1,320 บาท
3. ครูติดรูปภาพสนิ คาตางๆ บนกระดาน แมคา ผลไมซื้อมังคุดไดก กี่ โิ ลกรมั
4. ครถู ามนักเรยี นวา
การวเิ คราะหโจทยปญ หา
ทารตไขราคาชิ้นละ 8 บาท ถารานคาขาย
ทารตไขไดเ งินทั้งหมด 248 บาท และตอ งการ ส่ิงที่โจทยก าํ หนดให - แมค า ผลไมซื้อมงั คุดราคากิโลกรัมละ 22 บาท จา ยเงนิ ไป
ทราบวา รา นคา จะขายทารต ไขไ ดก ชี่ น้ิ จะมวี ธิ ี 1,320 บาท
การหาคําตอบอยางไร
(แนวตอบ ใชการหาร โดยนาํ 248 ÷ 8 = 31 สิง่ ทโี่ จทยถาม - แมคา ผลไมซอ้ื มงั คดุ ไดกก่ี ิโลกรัม
น่นั คอื รา นขายทารตไขได 31 ชน้ิ )
การวางแผนแกโ จทยปญหา
จา ยเงนิ 1,320 บาท
กิโลกรมั ละ 22 บาท
การแกปญหา เขยี นเปน ประโยคสญั ลักษณ 1,320 ÷ 22 =
102
เกร็ดแนะครู ขอสอบเนน การคิด
ปญ หาอยา งหนง่ึ ของนกั เรยี นทไี่ มส ามารถแกโ จทยป ญ หาได คอื อา นหนงั สอื ถุงเทา ราคาคูละ 25 บาท ถา แมมีเงิน 1,095 บาท จะซื้อถงุ เทา
ไมค ลอ ง ไมเ ขา ใจขอ ความของโจทย ตคี วามหมายของขอ ความไมไ ดจ งึ ไมเ ขา ใจ ไดท ้ังหมดกีค่ ู และเหลอื เงนิ ก่ีบาท
ส่ิงที่โจทยถ าม
1. 40 คู และเหลอื เงนิ 20 บาท
ถาหากครูพบนักเรียนท่ีมีปญหาเชนนี้ ใหรีบชวยเหลือ โดยใหนักเรียนฝก 2. 41 คู และเหลือเงิน 25 บาท
อา นโจทยป ญ หาบอ ยๆ แลว ครถู ามขอ ความในโจทยว า นกั เรยี นเขา ใจวา อยา งไร 3. 43 คู และเหลอื เงนิ 20 บาท
แลวใหน กั เรียนฝกพดู อธบิ ายความคดิ และตีความหมายของขอ ความของโจทย 4. 43 คู และเหลือเงิน 25 บาท
ปญ หา (เฉลยคาํ ตอบ ขอ 3. เพราะ
วิธที าํ ถงุ เทาราคาคลู ะ 25 บาท
ถาแมมีเงนิ อยู 1,095 บาท
จะได 1,095 ÷ 25 ได 43 เหลือเศษ 20
ดังนนั้ ซอ้ื ถงุ เทาไดท้ังหมด 43 คู และเหลอื เงนิ 20 บาท)
T110
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ
วิธที าํ แมคา ผลไมจายเงนิ ซอื้ มงั คุด 1,320 บาท วิธีคิด 22 132600 ขน้ั สอน
ซอ้ื มงั คดุ ราคากโิ ลกรมั ละ 22 บาท 132
แมคาผลไมซอ้ื มังคดุ ได 1,320 ÷ 22 = 60 กิโลกรมั 00 วางแผนและกาํ หนดขนั้ ตอน
ตอบ แมค าผลไมซ ้อื มงั คุดได ๖๐ กิโลกรัม 00
0 1. ครวู าดแผนภาพบนกระดาน และแสดงขน้ั ตอน
การวางแผนแกโ จทยป ญ หาโดยใชแผนภาพ
การตรวจสอบความสมเหตุสมผลของคาํ ตอบ
2. ครสู มุ ตวั แทนนกั เรยี นออกมาเขยี นแสดงวธิ ที าํ
ผลหาร × ตวั หาร = ตัวตงั้ ➜ 60 × 22 = 1,320 ✓ หนา ชนั้ เรยี น โดยในนกั เรยี น 1 คน เขยี นแสดง
วิธีทาํ 1 บรรทัด จากนัน้ ใหน กั เรยี นในช้นั เรียน
ตวั อยา งที่ 16 รวมกนั ตรวจสอบความถูกตอ ง
หองสมุดแหงหน่ึงมีหนังสือ 26,775 เลม จัดหนังสือใสตู 35 หลัง หลังละ 3. ครตู ง้ั โจทยป ญ หาการหารจากรปู ภาพทตี่ ดิ บน
เทา ๆ กัน ไดห มดพอดี กระดานเพ่ิมเติม จากนั้นใหนักเรียนชวยกัน
ตอบคําถาม
1. ในการจดั หนังสือใสต ู 1 หลัง จะใสห นังสือไดกเ่ี ลม
2. ถาตู 1 หลงั มชี น้ั วางหนงั สือ 5 ชนั้ แตละชน้ั วางหนงั สือจํานวนเทา ๆ กนั
เฉลีย่ แลวแตล ะชั้นวางหนังสือไดก เี่ ลม
1. การวิเคราะหโ จทยปญ หา
สงิ่ ท่โี จทยก าํ หนดให - หองสมุดแหงหนึ่งมีหนังสือ 26,775 เลม จัดหนังสือใสตู
35 หลัง หลงั ละเทา ๆ กนั
ส่งิ ที่โจทยถาม - ตู 1 หลงั จะใสหนงั สอื ไดก่ีเลม
การวางแผนแกโ จทยปญหา ?
มีหนังสือ 26,775 เลม
??
จัดใสต ู 35 หลงั
การแกปญหา เขยี นเปนประโยคสญั ลกั ษณ 26,775 ÷ 35 =
103
ขอสอบเนน การคดิ เกร็ดแนะครู
พนักงานขาย 15 คน ไดรับเงินคานายหนารวมกันในเดือน ครูควรเนนยา้ํ กบั นักเรยี นในเรอื่ ง ขั้นตอนในการแกโ จทยป ญหา ดังน้ี
ตุลาคม 200,000 บาท ขอใดตอไปนี้คือเงินท่ีพนักงานแตละคน 1. อา นโจทยใ หเ ขาใจ
จะไดร ับเทาๆ กัน 2. รวู าโจทยก ําหนดสิ่งใดให
1. 12,333 บาท 2. 13,333 บาท 3. รวู า โจทยถ ามอะไร และใชว ิธีใดในการแกโจทยป ญ หา
3. 14,333 บาท 4. 15,333 บาท 4. เขียนประโยคสญั ลักษณใหถกู ตอ ง
(เฉลยคําตอบ ขอ 2. เพราะ 5. แสดงวิธที าํ และหาคําตอบใหถ กู ตอง
วธิ ที าํ พนกั งานขาย 15 คน
ไดร ับเงนิ คานายหนารวมกัน 200,000 บาท สื่อ Digital
พนกั งานแตละคนจะไดร บั เงินเทาๆ กันประมาณ
200,000 ÷15 = 13,333 บาท) ครูอาจใหนักเรียนดูส่ือการเรียนรูผานทาง www.youtube.com โดย
ใชค ําสบื คน วา "การใชเทคนคิ Bar Model ในการแกโ จทยปญหาการหาร"
T111
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ
ขนั้ สอน วธิ ีทํา วธิ คี ิด 35 26777655
หอ งสมดุ แหง หนงึ่ มหี นงั สอื 26,775 เลม 245
ปฏบิ ตั ติ ามขนั้ ตอน จดั หนงั สอื ใสต ูห ลงั ละเทา ๆ กัน 35 หลัง 227
ตหู น่งึ หลังใสหนังสอื ได 26,775 ÷ 35 = 765 เลม 210
1. ครูใหนักเรียนแบงกลุมเปน 5 กลุม จากนั้น ตอบ ตูหนึ่งหลงั ใสหนงั สือได ๗๖๕ เลม 175
ใหนกั เรียนจบั ฉลากแถบประโยค 175
การตรวจสอบความสมเหตสุ มผลของคาํ ตอบ 00
2. ครูแจกกระดาษฟลิปชารตใหนักเรียนกลุมละ
1 แผน จากน้ันใหนกั เรียนรว มกันเขียนขอมูล ผลหาร × ตวั หาร = ตัวตง้ั ➜ 765 × 35 = 26,775 ✓
ในประเด็นตา ง ๆ
2. การวเิ คราะหโ จทยป ญหา จากขอ 1. ตู 1 หลัง
3. ครูใหนักเรียนรวมกันระดมความคิดเพ่ือสราง ใสหนังสือ 765 เลม
โจทยปญหาการบวก การลบ และการคูณ
เพ่ิมเติม โดยใหเปนเร่ืองราวเดียวกับโจทย สิ่งที่โจทยก าํ หนดให - หอ งสมดุ แหง หนึ่งมีหนงั สอื 26,775 เลม
ปญหาตาง ๆ ทไ่ี ด พรอ มทั้งระบุวา สามารถ
วิเคราะหไดอยางไร วาโจทยปญหาใดเปน
โจทยปญหาการบวก การลบ หรือการคูณ
จัดหนงั สอื ใสตู 35 หลงั หลงั ละเทา ๆ กัน
- ตู 1 หลัง มีช้ันวางหนงั สอื 5 ชัน้
สิ่งท่โี จทยถาม - เฉลย่ี แลวแตละช้ันวางหนังสือไดก่เี ลม
การวางแผนแกโ จทยปญ หา ตู 1 หลัง ใสห นงั สอื 765 เลม
?
การแกป ญ หา เขียนเปนประโยคสัญลักษณ 765 ÷ 5 = วิธคี ิด 5 176535
5
วิธีทํา ตู 1 หลัง ใสหนงั สอื ได 765 เลม 26
ตู 1 หลงั มีช้นั วางหนังสือ 5 ช้ัน
เฉลยี่ แลวแตล ะชั้นวางหนังสอื ได 765 ÷ 5 = 153 เลม 25
ตอบ เฉลย่ี แลว แตละชัน้ วางหนงั สือได ๑๕๓ เลม 15
15
0
การตรวจสอบความสมเหตสุ มผลของคาํ ตอบ
ผลหาร × ตัวหาร = ตวั ต้งั ➜ 153 × 5 = 765 ✓
104
เกร็ดแนะครู ขอสอบเนน การคิด
ครเู นน ยา้ํ กบั นกั เรยี นวา ใหน กั เรยี นตรวจสอบความสมเหตสุ มผลของคาํ ตอบ โรงงานแหง หนงึ่ ผลติ กระดาษได 493,000 แผน บรรจใุ สห อ หอ ละ
ทกุ ครง้ั หลงั จากทแี่ กโ จทยป ญ หาแลว หาคาํ ตอบได โดยใชค วามสมั พนั ธข องการ เทาๆ กนั ไดทงั้ หมด 986 หอ โรงงานแหง นีบ้ รรจุกระดาษหอ ละ
คณู และการหารในการตรวจสอบคําตอบ ก่ีแผน จากโจทยปญหาที่กําหนดใหเขียนเปนประโยคสัญลักษณ
ไดอ ยางไร
ผลหาร x ตวั หาร = ตวั ตั้ง 1. 493,00 - 986 = 2. 493,000 × 986 =
3. 493,000 + 986 = 4. 493,000 ÷ 986 =
ส่ือ Digital (เฉลยคําตอบ ขอ 4. เพราะโรงงานผลิตกระดาษได 493,000
แผน บรรจใุ สหอ หอละเทา ๆ กนั ได 983 หอ แสดงวา 493,000
ครูอาจใหนักเรียนดูส่ือการเรียนรูผานทาง www.youtube.com โดย เทา กบั จาํ นวนกระดาษทบี่ รรจใุ นแตล ะหอ คณู กบั 983 จงึ หาจาํ นวน
ใชคาํ สบื คนวา "โจทยปญหาการหาร" กระดาษทบี่ รรจใุ นแตล ะหอโดยใชว ิธหี าร)
T112
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ
ตวั อยางที่ 17 ขน้ั สอน
ใน 1 ป กิตติตองการมีเงินเก็บ 54,000 บาท อยากทราบวา กิตติจะตอง ตรวจสอบความถกู ตอ้ ง
เก็บเงินเฉลีย่ เดือนละกบี่ าท และจะตอ งเกบ็ เงินเฉลย่ี วันละก่ีบาท
1. เมือ่ นกั เรยี นแตล ะกลุมทําเสร็จ ครใู หนกั เรียน
การวิเคราะหโจทยปญหา ออกมานําเสนอผลงานหนาช้ันเรียน จากน้ัน
ใหเพื่อนในช้ันเรียนรวมกันตรวจสอบความ
สงิ่ ที่โจทยกําหนดให - ใน 1 ป กิตตติ อ งการมเี งินเก็บ 54,000 บาท ถูกตอง หากพบขอผิดพลาด ครูจะอธิบาย
สงิ่ ทโ่ี จทยถ าม - กติ ติจะตอ งเกบ็ เงนิ เฉลย่ี เดือนละกบี่ าท เพิ่มเติม โดยครูเนนวา การสรา งโจทยปญ หา
การบวก การลบ และการคณู นน้ั จะตอ งสมเหตุ
- กติ ตจิ ะตอ งเก็บเงนิ เฉลย่ี วนั ละกี่บาท สมผลดวย
การวางแผนแกโจทยป ญ หา มเี งนิ เก็บ 54,000 บาท 2. ครูใหนักเรียนนําผลงานมาติดไวในรอบๆ
หองเรยี นเพ่ือใชเ ปน แหลงเรียนรู
ขนั้ ท่ี 1
? ?
ข้นั ท่ี 2
30
การแกปญหา เขยี นเปนประโยคสัญลกั ษณ (54,000 ÷ 12) ÷ 30 = วธิ คี ดิ12 54448665000000000000
วิธีทํา ขั้นที่ 1 กิตตติ อ งการมีเงนิ เกบ็ 54,000 บาท
ในเวลา 1 ป เทา กบั 12 เดอื น
กิตตจิ ะตอ งเกบ็ เงินเฉลี่ยเดือนละ 54,000 ÷ 12
= 4,500 บาท
ข้ันที่ 2 เวลา 1 เดอื น เทากับ 30 วนั
กติ ติจะตอ งเก็บเงนิ เฉล่ียวันละ 4,500 ÷ 30
= 150 บาท วิธคี ดิ 30 431115055500000000
ตอบ กติ ติจะตอ งเกบ็ เงนิ เฉลี่ยเดอื นละ ๔,๕๐๐ บาท
และจะตองเก็บเงนิ วันละ ๑๕๐ บาท
การตรวจสอบความสมเหตุสมผลของคาํ ตอบ
ผลหาร × ตัวหาร = ตัวต้งั ➜ 4,500 × 12 = 54,000 ✓
150 × 30 = 4,500 ✓
105
ขอสอบเนน การคดิ แนว O-NET
คําตอบของโจทยป ญหาในขอ ใดมีคา มากทีส่ ุด
1. แมซื้อเงาะมา 7 กิโลกรัม เปน เงิน 245 บาท แมซอื้ เงาะกโิ ลกรัมละกีบ่ าท
2. ก๊บิ มเี งนิ 144 บาท ตองการซ้อื สมุดเลมละ 12 บาท กบิ๊ จะซอ้ื สมุดไดทั้งหมดก่ีเลม
3. แมคาขายผาเช็ดหนาได 13 ผืน ไดเงินทั้งหมด 585 บาท แมคาขายผาเช็ดหนาผืนละ
กบ่ี าท
4. ปา มีเงนิ 2,750 บาท แบงเงินใหหลานคนละ 550 บาท ปาจะแบง เงินใหหลานไดท้งั หมด
กค่ี น
(เฉลยคาํ ตอบ ขอ 3. เพราะ
1. 245 ÷ 7 = 35
2. 144 ÷ 12 = 12
3. 585 ÷ 13 = 45
4. 2,750 ÷ 550 = 5)
T113
นาํ สอน สรุป ประเมิน
ขนั้ สรปุ กิจกรรมฝกทักษะ
1. ครูและนักเรียนรวมกันสรุปเก่ียวกับการ วเิ คราะหโ จทยป ญหา แสดงวธิ ที ํา พรอ มทัง้ ตรวจสอบคําตอบ
วิเคราะหโจทยปญหา และขั้นตอนการแสดง 1. มแี อปเปล 108 ผล แบงออกเปน กอง กองละ 3 ผล จะแบง ไดกก่ี อง
วิธหี าคําตอบของโจทยป ญ หาการหาร 2. มเี งนิ 12,000 บาท ตองการแบง ใหห ลาน 2 คน คนละเทา ๆ กนั หลานจะได
2. ครแู จกใบงานท่ี 4.6 เรอื่ ง โจทยป ญ หาการหาร เงนิ คนละกีบ่ าท
ใหนักเรียนทํา และทํากิจกรรมฝกทักษะ ขอ 3. หองสมุดแหง หนึ่งมีหนังสือ 27,370 เลม ตอ งการจดั ใสตู ตลู ะ 782 เลม จะตอง
1 - 6 ในหนังสือเรยี น หนา 106
ใชต กู ่ีหลงั
3. ครูใหนักเรียนทําแบบฝกหัด จากแบบฝกหัด 4. ในเวลา 1 ป ตะวันเกบ็ ออมเงนิ ได 198,000 บาท
คณิตศาสตร ป.4 เลม 1 หนา 74 - 75 เปน
การบา น 1) ตะวนั เกบ็ ออมเงนิ ไดเฉลีย่ เดอื นละก่บี าท
2) ตะวันเก็บออมเงนิ ไดเฉลยี่ วันละก่ีบาท
ขนั้ ประเมนิ 5. รานคา มปี ากกาหมึกสีแดง ปากกาหมกึ สีน้ําเงนิ และปากกาหมึกสดี ํา ชนดิ ละ
เทา ๆ กนั ทงั้ หมด 744 ดา ม แบง ใสก ลอง กลอ งละ 12 ดาม
1. ครูประเมินผล โดยการสังเกตการตอบคําถาม 1) รา นคา แบง ปากกาไดท้ังหมดก่กี ลอง
และการรวมกจิ กรรมกลมุ ของนกั เรยี น 2) ถา รานคาแบงปากกาใหแ ตล ะกลอ งมีปากกาหมกึ ชนิดตา ง ๆ เทา กนั
2. ครูตรวจสอบผลจากการทําใบงานท่ี 4.6 ใน 1 กลอง จะมปี ากกาหมึกสีตาง ๆ อยา งละกแ่ี ทง
กจิ กรรมฝกทกั ษะ และแบบฝก หดั 6. ซื้อขา วสาร 15 ถุง เปน เงิน 2,700 บาท ถา ขาวสาร 1 ถงุ บรรจุ 5 กิโลกรมั
แสดงวาซอ้ื ขาวสารราคากโิ ลกรมั ละกบี่ าท
7. รานคา ขายไขไกไ ด 4,650 ฟอง เปน เงิน 11,625 บาท ถาไขไ ก 1 แผง บรรจุ
30 ฟอง รา นคา ขายไขไกราคาแผงละกบ่ี าท
8. สวนสัตวแหงหน่ึงขายบัตรแสดงละครสัตวไดเงิน 97,500 บาท โดยขาย
บัตรราคาใบละ 125 บาท ถาคร่ึงหนึ่งของผูเขาชมเปนผูหญิง แสดงวา
ผูชมทเี่ ขาชมการแสดงละครสัตวรอบนเ้ี ปน ผชู ายกี่คน
ฝกทาํ ตอ ใน
บฝ.คณิตศาสตร ป.4 เลม 1
106
แนวทางการวัดและประเมินผล ขอ สอบเนน การคิด
ครูสามารถวัดและประเมินพฤติกรรมการทํางานกลุมจากการทํากิจกรรม โรงงานผลิตถงุ เทา ได 27,429 คู สงใหร า นคา รา นละเทา ๆ กนั
ในข้ันปฏิบัติตามข้ันตอน โดยศึกษาเกณฑการวัดและประเมินผลจากแบบ 123 รา น โดยโรงงานขายถุงเทา ราคาคูละ 15 บาท รานคาจะตอง
ประเมนิ ของแผนการจดั การเรียนรูใ นหนว ยการเรียนรูท่ี 4 จายเงนิ ใหโ รงงานรานละกบี่ าท
1. 223 บาท 2. 1,445 บาท
แบบสงั เกตพฤติกรรมการทางานกลุ่ม 3. 3,345 บาท 4. 4,345 บาท
คาช้ีแจง : ใหผ้ ู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหวา่ งเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขดี ✓ลงในช่องท่ี
ตรงกับระดบั คะแนน
ลาดับที่ ช่ือ – สกุล การแสดง การยอมรบั การทางาน ความมีน้าใจ การมี รวม (เฉลยคําตอบ ขอ 3. เพราะ
ของนักเรียน ความคิดเหน็ ฟังคนอืน่ ตามทไ่ี ดร้ ับ ส่วนรว่ มใน 15
มอบหมาย การปรับปรงุ คะแนน
ผลงานกลมุ่
321321321321321 วธิ ที ํา โรงงานผลติ ถงุ เทา ได 27,429 คู
สงใหรานคา รานละเทาๆ กัน 123 ราน
รา นคาไดรับถุงเทา รานละ 27,429 ÷ 123 = 223 คู
ลงชอื่ ...................................................ผู้ประเมิน โรงงานขายถุงเทาราคาคูละ 15 บาท
เกณฑ์การใหค้ ะแนน ............../.................../............... รา นคาแตละรา นตอ งจายเงนิ ใหโรงงาน 223 × 15
ปฏิบตั ิหรอื แสดงพฤติกรรมอย่างสมา่ เสมอ
ให้ 3 คะแนน
ปฏบิ ัตหิ รือแสดงพฤตกิ รรมบ่อยคร้งั ให้ 2 คะแนน
ปฏบิ ัตหิ รือแสดงพฤตกิ รรมบางครัง้ ให้ 1 คะแนน
เกณฑก์ ารตัดสินคณุ ภาพ = 3,345 บาท)
ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
12 - 15 ดี
8 - 11 พอใช้
ตา่ กว่า 8 ปรับปรุง
T114
นาํ นํา สอน สรปุ ประเมนิ
7. ¡ÒÃÊÌҧ⨷» ˜ÞËÒ¡ÒÃËÒà àÃÒÊÒÁÒö¹íÒàÃ×èͧ¡ÒÃËÒÃä»ãªŒ ขน้ั นาํ (กระบวนการกลมุ สมั พนั ธ)์
㹪ÕÇÔµ»ÃШíÒÇѹàÃ×èͧ㴺ŒÒ§
ในการสรางโจทยปญ หาการหาร คาํ หรือ นาํ เขา้ สบู ทเรยี น
ขอความท่คี วรนํามาใช ไดแ ก แบง แจก
จดั เปน กลุม กลุม ละ ๆ เทา กนั เปนตน 1. ครูกลาวทักทายนักเรียน จากนั้นครูทบทวน
วิธีการหาผลลัพธของโจทยการบวก ลบ คูณ
43,200 120 24 และหาร โดยใหนักเรียนทํากิจกรรม ครูแจก
กระดาษสี Post it ใหนกั เรยี นคร้งั ละ 1 แผน
จากสงิ่ ทกี่ ําหนดให สามารถสรางโจทยป ญหาได ดงั นี้ คละสีกัน จากน้ันครูชี้แจงวาสําหรับกระดาษ
สชี มพใู หน กั เรยี นเขยี นโจทยก ารบวก กระดาษ
สเี หลอื งใหน กั เรยี นเขยี นโจทยก ารลบ กระดาษ
สีเขียวใหนักเรียนเขียนโจทยการหาร และ
กระดาษสสี ม ใหนักเรยี นเขียนโจทยการคูณ
2. ครูจะเขียนคําตอบบนกระดาน เชน คําตอบ
เทากบั 79 จากนนั้ นกั เรียนจะตองสรา งโจทย
ตางๆ ท่ีมีคําตอบเทากับจํานวนท่ีครูเขียนบน
กระดาน ลงในกระดาษสี Post it ท่ีตนเอง
ไดร บั
3. เมอ่ื นกั เรยี นแตล ะคนเขยี นเสรจ็ ครสู มุ ตวั แทน
นักเรียน 5 - 6 คน บอกโจทยห นาชน้ั เรยี นและ
ใหเ พอื่ นๆ ชว ยตรวจสอบความถกู ตอ ง จากนน้ั
ครูใหนักเรียนนํากระดาษของตนเองมาติด
รวมกนั เปน แถวในฟวเจอรบ อรด
4. ครทู ํากจิ กรรมเชน เดมิ อีก 3 - 4 คร้งั จากน้ัน
นาํ ฟวเจอรบ อรด ตดิ ไวร อบๆ หอ งเรียนเพ่อื ใช
เปนแหลงเรยี นรู
โจทยป ญหา
โรงงานแหงหนง่ึ ผลติ ลูกอมได 43,200 เม็ด จดั ใสห อ หอ ละ 120 เมด็
สง ใหร า นคา ปลีก 24 รา น รานละเทา ๆ กัน แตละรา นจะไดล กู อมกี่หอ
107
กจิ กรรม สรางเสริม เกร็ดแนะครู
ครูกาํ หนดจาํ นวน เชน 2) 52,020 ในการสรางโจทยปญหา ครูเนนย้ําใหนักเรียนสรางโจทยที่มีความคิด
1) 3,284 สรา งสรรคเ ชงิ บวก มคี วามสมเหตสุ มผล และมคี วามเปน ไปไดใ นชวี ติ ประจาํ วนั
3) 41,444 4) 613,977
5) 462,963 การสรางโจทยปญหา ครูควรใหนักเรียนสรางโจทยปญหาท่ีไมซับซอน
ใหน กั เรยี นสรา งโจทยป ญ หาจากจาํ นวนทคี่ รกู าํ หนดใหท ง้ั 5 ขอ และใชจํานวนที่มีคานอยๆ กอน แลวจึงสรางโจทยปญหาท่ีซับซอนมากขึ้น
โดยเลอื กทําคนละ 2 ขอ ลงในสมุด เสร็จแลว นาํ สงครตู รวจ มจี ํานวนมากข้ึน กจ็ ะทาํ ใหนกั เรียนมีความเชอ่ื มนั่ ตวั เองวา สามารถสรางโจทย
ปญ หาได
กิจกรรม ทาทาย
ใหน กั เรยี นสรา งโจทยป ญ หาจากจาํ นวนทค่ี รกู าํ หนดใหท ง้ั 5 ขอ
โดยเลอื กทําคนละ 3 ขอ ลงในสมุด เสร็จแลวนาํ สงครูตรวจ
T115
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ
ขน้ั สอน การวางแผนแกโ จทยป ญหา 43,200 เม็ด
จดั ได ? หอ
จดั การเรยี นรู้ ขั้นที่ 1
120
1. ครูใหนักเรียนทํางานกลุมรวมกันท้ังช้ันเรียน
โดยครูอธิบายวาจะใหนักเรียนสรางปฏิทิน ขนั้ ที่ 2
โจทยปญหา โดยครูอาจกําหนดเดือนที่ผาน
มาแลว หรอื ใหนกั เรยี นรวมกนั เลือกและโหวต ?
เดอื นทน่ี กั เรียนชน่ื ชอบ
การแกป ญหา ประโยคสญั ลักษณ (43,200 ÷ 120) ÷ 24 =
2. เม่ือไดเดือนท่ีตองการ ครูใหนักเรียนแตละ
คนเลือกวาตนเองชอบวันที่เทาไร (1 วัน ตอ วิธที ํา
1 คน) จากนน้ั ใหน กั เรยี นไปคนควาหาขอ มลู
ขาว/เหตุการณตางๆ ท่ีเกิดข้ึนในวันน้ันๆ
จากแหลงขอมูลตางๆ ท้ังหนังสือพิมพ
อนิ เทอรเน็ต เปน ตน โดยใหหาภาพขาวน้นั ๆ
มา 2 ภาพ
ข้ันท่ี 1 โรงงานแหงหนึ่งผลติ ลูกอมได 43,200 เมด็
จดั ใสหอ หอ ละ 120 เม็ด
จะจดั ใสห อได 43,200 ÷ 120 = 360 หอ
รา น
ข้ันที่ 2 โรงงานสงใหร านคา ปลกี รานละเทา ๆ กัน 24 หอ
แตละรานจะไดล ูกอม 360 ÷ 24 = 15
ตอบ รานคาปลกี แตละรา นจะไดล กู อม ๑๕ หอ
การตรวจสอบความสมเหตสุ มผลของคําตอบ
ตัวหาร × ตวั หาร = ตัวต้งั
360 × 120 = 43,200
15 × 24 = 360
108
บูรณาการอาเซียน กิจกรรม เสรมิ สรางคณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค
ป พ.ศ. 2559 ลาวมีประชากรประมาณ 6,758,000 คน มีพื้นท่ีทั้งหมด ครูใหนักเรียนสรางโจทยปญหาการหารจากสถานการณท่ีได
ประมาณ 236,800 ตารางกิโลเมตร (ทีม่ า : http://wikipedia.org) เกดิ ขนึ้ ในชวี ติ ประจาํ วนั 5 ขอ แลว แกโ จทยป ญ หาทลี ะขนั้ ตอนตาม
ตวั อยา งในหนงั สอื เรยี น ลงในกระดาษ A4 โดยครเู นน ยาํ้ กบั นกั เรยี น
จากขอมลู สามารถนาํ มาสรา งเปน โจทยป ญ หาได เชน วา ใหน กั เรยี นทาํ ดว ยตนเอง หา มคดั ลอกจากเพอ่ื นโดยเดด็ ขาด และ
นํามาสงครตู รวจในคาบเรียนถัดไป
ลาวมปี ระชากรประมาณ 6,758,000 คน มพี นื้ ทท่ี งั้ หมดประมาณ 236,800
ตารางกิโลเมตร เฉล่ยี แลว ลาวมีประชากรประมาณกี่คนตอพื้นที่ 1 ตาราง
กโิ ลเมตร
วธิ ีทํา ลาวมปี ระชากรประมาณ 6,758,000 คน
มพี ้นื ทท่ี ง้ั หมดประมาณ 236,800 ตารางกโิ ลเมตร
ลาวมีประชากรประมาณ 6,758,000 ÷ 236,800
= 29 คน ตอพืน้ ท่ี 1 ตารางกโิ ลเมตร
T116
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ
กิจกรรมฝกทักษะ ขนั้ สอน
1 สรางโจทยปญหาการหารจากจาํ นวนท่ีกําหนด จดั การเรยี นรู้
1. 1,980 12 5 3. ใหน กั เรียนแตล ะคนสรางโจทยปญหาการหาร
จากขา ว/เหตกุ ารณน น้ั ๆ และเขยี นแสดงวธิ ที าํ
2. 1,125 15 25 ลงในกระดาษ A4 พรอ มทงั้ นาํ ภาพขา ว 1 ภาพ
ตดิ เปน ภาพประกอบใหเ รยี บรอ ย สว นภาพขา ว
3. 1,464 12 2 อกี 1 ภาพ ใหนํามาติดลงในปฏิทนิ ขนาดใหญ
ทคี่ รูเตรียมไวให
4. 5,250 150 7
4. เม่ือนักเรียนทุกคนทําเสร็จ ครูสุมตัวแทน
5. 84,375 1,125 5 นักเรียนออกมานําเสนอผลงานหนาช้ันเรียน
โดยใหน ักเรยี นเลาขา วใหเ พ่อื น ๆ ฟง จากนน้ั
2 สรา งโจทยปญ หาการหารจากประโยคสญั ลกั ษณทก่ี ําหนด ใหบอกโจทยป ญ หาท่สี รา งขึ้น และวิธีทําอยา ง
ครา วๆ พรอ มทงั้ ใหน กั เรยี นในชน้ั เรยี นรว มกนั
1. 2,800 ÷ 25 = 2. 4,800 ÷ 15 = ตรวจสอบความถกู ตองของโจทยป ญหา
3. 12,100 ÷ 22 = 4. 19,200 ÷ 30 = 5. ครูนําผลงานของนักเรียนมาเย็บเลมรวมกัน
เพือ่ ใชเปน แหลงความรใู นช้นั เรียน
6. ครูใหนกั รเรยี นทาํ กิจกรรมฝกทกั ษะ ขอ 1 - 3
ในหนังสือเรียน ลงสมุดเม่ือเสร็จแลวครูให
นกั เรยี นรว มกันเฉลยคาํ ตอบ
7. ครูใหนักเรียนทําแบบฝกหัด จากแบบฝกหัด
คณติ ศาสตร ป.4 เลม 1 หนา 76 เปน การบาน
5. 11,250 ÷ 18 = 6. 22,080 ÷ 24 =
3 เขียนประโยคสัญลักษณแสดงการหารมา 2 ประโยค จากนั้นนําไปสรางเปน
โจทยปญหาตามความคดิ สรางสรรคข องนักเรียน
ฝกทาํ ตอใน
บฝ.คณิตศาสตร ป.4 เลม 2
109
ขอ สอบเนน การคดิ เกร็ดแนะครู
ระยะทางจากกรงุ เทพฯ ถงึ หนองคาย 656 กโิ ลเมตร ถา สรุ พล ครอู าจตรวจสอบความเขา ใจของนกั เรยี น โดยการสมุ นกั เรยี นเสนอขอ ความ
ใชเ วลาขบั รถตง้ั แต 08.00 น. - 16.00 น. จงึ ถงึ หนองคาย แสดง ขึน้ มา 5 ขอ ความ จากนน้ั ใหน กั เรยี นนําขอความดงั กลาวไปสรางโจทยป ญหา
วา สรุ พลใชเวลาขับรถเฉล่ียชัว่ โมงละเทา ไร การหาร 1 ขั้นตอน และ 2 ขนั้ ตอน พรอมแสดงวิธที ํา 3 ขอ ลงในกระดาษ A4
จากโจทยตองหาคาํ ตอบดวยวิธีใด และคําตอบเทากบั เทา ใด แลว นาํ สงครตู รวจในคาบถัดไป
1. การบวก 75 กโิ ลเมตร 2. การลบ 80 กโิ ลเมตร
3. การคูณ 82 กโิ ลเมตร 4. การหาร 93 กโิ ลเมตร T117
(เฉลยคาํ ตอบ ขอ 3. เพราะโจทยถามวา สรุ พลใชเวลาขบั รถเฉล่ีย
ช่วั โมงละเทาไร แสดงวา ตอ งนาํ เวลาทีส่ รุ พลใชใ นการขับรถมาลบออก
จากระยะทางครง้ั ละเทา ๆ กนั จงึ จะไดร ะยะทใี่ ชใ นการขบั รถตอ ชว่ั โมง
จงึ ใชวิธหี าร ซง่ึ จะแกโ จทยป ญหา ดงั น้ี
เวลาท่ีใชขบั รถต้งั แต 08.00 น. - 16.00 น. แสดงวาใชเวลาขบั รถ
8 ชั่วโมง ดังนั้น สุรพลใชเวลาขับรถเฉล่ียชั่วโมงละ 656 ÷ 8 = 82
กิโลเมตร)
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ
ขนั้ สรปุ ÊÃ»Ø ÊÒÃÐÊíÒ¤ÑÞ 4»ÃШÒí ˹‹Ç¡ÒÃàÃÕ¹÷ŒÙ èÕ
สรปุ และนาํ หลกั ไปประยกุ ต์ใช้ การหารที่ตวั หารมีหนงึ่ หลกั การหารทต่ี ัวหารมสี องหลัก
1. ครูและนักเรียนรวมกันสรุปหลักการสราง ตวั หารมีหน่งึ หลกั
โจทยปญหาการหารวา นักเรียนตองเขาใจ
เกี่ยวกับสวนประกอบของโจทยปญหา และ • 9,633 ÷ 3 = พหุคณู ของ 10
สรางใหสอดคลองกับภาพและเหมาะสมกับ
สถานการณในชวี ิตจริง คาํ หรือขอ ความที่ควร สามารถหาคาํ ตอบไดท ัง้ หารยาว • 3,440 ÷ 20 =
นาํ มาใชในการสรา งโจทยป ญหาการหาร เชน และหารสนั้ • 12,768 ÷ 28 =
เทา วันละ ช้ินละ เปนตน
ตวั หารมสี องหลกั
2. ครูใหน ักเรยี นทําใบงานที่ 4.7 เร่อื ง การสรา ง
โจทยปญ หาการหาร สามารถหาคําตอบไดท้งั หารยาวและหารสนั้ แตหารสัน้
อาจจะเกิดขอผิดพลาดไดเ น่อื งจากตวั หารมีหลายหลัก
3. ครูใหนกั เรยี นดูสรุปสาระสาํ คญั ประจาํ หนวย
การเรยี นรทู ่ี 4 จากหนงั สอื เรยี น หนา 110 เพอ่ื การหาร การหารทต่ี ัวหารมีสามหลัก
ทบทวนความรู จาํ นวนนบั ที่
มากกวา 100,000 พหคุ ณู ของ 100
และ 0 • 41,300 ÷ 100 =
• 23,241 ÷ 183 =
ตัวหารมสี ามหลัก
สามารถหาคําตอบไดท้ังหารยาวและหารส้ัน แตห ารสนั้
อาจจะเกดิ ขอ ผดิ พลาดไดเน่อื งจากตวั หารมีหลายหลัก
การประมาณผลลัพธของการหาร
• นําความรเู ก่ยี วกับการประมาณคา ใกลเ คยี งจํานวนเต็มสิบ เต็มรอ ย
เตม็ พัน เตม็ หม่ืน เตม็ แสน และเต็มลา น มาชวยในการประมาณได
การหาตวั ไมทราบคาในประโยคสัญลกั ษณ
แสดงการหาร
• นาํ ความรเู ก่ยี วกับความสมั พนั ธข องการคูณและการหาร
มาชว ยในการหาตัวไมท ราบคา
การสรางโจทยปญหาการหาร โจทยป ญ หาการหาร
• คาํ หรอื ขอ ความทคี่ วรนาํ มาใชใ นการสรา งโจทยป ญ หา 1. การวิเคราะหโจทยปญ หา
การหาร ไดแ ก แบง แจก จดั เปน กลมุ กลมุ ละเทา ๆ กนั 2. การวางแผนแกโ จทยป ญหา
เปน ตน 3. การแกปญ หา
4. การตรวจสอบความสมเหตุสมผลของคาํ ตอบ
110
เกร็ดแนะครู กิจกรรม ทา ทาย
หลังจากที่ครูใหนักเรียนอานสรุปสาระสําคัญ ครูควรยกตัวอยางประกอบ ใหน กั เรยี นสรา งโจทยป ญ หาการหาร 1 ขน้ั ตอน และ 2 ขนั้ ตอน
เพม่ิ เตมิ ในแตล ะหวั ขอ เพอื่ เปน การทบทวนความรใู หก บั นกั เรยี น จากนน้ั ครเู ปด จากขอมลู สินคาทีม่ ไี วเ พือ่ จําหนา ย ดังตาราง
โอกาสใหน ักเรยี นไดซ ักถามขอ สงสัยตางๆ
สินคา จํานวน ราคา (บาท)
สื่อ Digital (หนว ย) ตอหนว ย
ครูอาจใหนักเรียนดูสื่อการเรียนรูผานทาง www.youtube.com โดย กระเปาเป 10 300
ใชค าํ สบื คน วา "การสรางโจทยปญ หาการหาร"
กลอ งดนิ สอ 20 60
T118
ชดุ เครอ่ื งเขียน 25 40
จิกซอว 5 80
ชุดดินสอสี 30 155
ชุดของเลนเสรมิ สรางทกั ษะ 40 190
นาํ สอน สรุป ประเมิน
¤Ó¶ÒÁ·ŒÒ·Ò¡Òä´Ô ¢é¹Ñ ÊÙ§ ขน้ั สรปุ
1. จาํ นวนใดเม่อื แทน ❀ และ แลว ทาํ ใหป ระโยคสญั ลกั ษณเปน จริง สรปุ และนาํ หลกั การไปประยกุ ต์ใช้
❀ ÷ 12 = 1,890 ÷ 18 4. ครูใหนักเรียนแตละคูตอบคําถามทาทายการ
คิดข้ันสูง ในหนังสือเรียน หนา 111 แลวครู
÷ 20 = 1,890 ÷ 18 และนกั เรียนรว มกนั เฉลยคําตอบ
2. จากขอ 1. ผลตางระหวา ง ❀ กบั ประมาณคาใกลเ คียงจํานวนเตม็ พนั 5. ครอู า นสถานการณจ ากกจิ กรรมเชอ่ื มโยงสชู วี ติ
ประจาํ วนั ในหนงั สอื เรียน หนา 111 แลวให
ไดเทา กบั เทาใด นักเรียนตอบคาํ ถาม
(แนวตอบ ตอ งขายนา้ํ ผลไมไ ด 8,400 ÷ 15 =
àªÍ×è Áâ§ÊÙª‹ ÕÇµÔ »ÃШÓÇ¹Ñ 560 ขวด เฉลย่ี แลวในหน่ึงสัปดาหต องขายนํา้
ผลไมได 560 ÷ 7 = 80 ขวด)
หากนักเรียนตอ งทาํ นา้ํ ผลไมขาย โดยมีเปา หมายวา ในเวลา 1 สปั ดาห จะตองขาย
น้าํ ผลไมใ หไ ดเงนิ 8,400 บาท ซ่ึงตองขายนา้ํ ผลไมร าคาขวดละ 15 บาท เทา กันทกุ ชนดิ ขนั้ ประเมนิ
เฉล่ยี แลวใน 1 สปั ดาห นักเรยี นจะตอ งขายนาํ้ ผลไมก ่ีขวด และเฉล่ยี ตอ วันนกั เรียนจะตอง
ขายนํ้าผลไมใหไดกขี่ วด วดั และประเมนิ ผล
รา นขายน้ำผลไม 1. ครูมอบหมายใหนักเรียนทุกคนจัดทําช้ินงาน
โดยเขยี นโจทยป ญ หาการหารในชวี ติ ประจาํ วนั
เปด โดยใหนกั เรยี นวาดภาพประกอบใหสอดคลอ ง
กับโจทยปญหาท่ีสรางในกระดาษแข็ง ขนาด
40 × 50 เซนติเมตร และเขียนเน้ือหาให
คลอบคลมุ ประเด็นตามท่ีกําหนด ดงั นี้
1) การวิเคราะหโ จทยปญ หา
2) การวางแผนแกโ จทยป ญ หา
3) การเขียนประโยคสญั ลักษณ
4) การแสดงวธิ ที าํ และหาคาํ ตอบ
5) ตรวจสอบความสมเหตสุ มผลของคาํ ตอบ
2. ครปู ระเมินผล โดยการสงั เกตการตอบคาํ ถาม
รวมอภปิ ราย และการรวมกันทาํ กิจกรรมกลมุ
3. ครูตรวจสอบผลจากการทําใบงานท่ี 4.7
กิจกรรมฝก ทักษะ และแบบฝกหัด
111
กิจกรรม 21st Century Skills แนวทางการวัดและประเมินผล
ใหน กั เรยี นแบงกลมุ กลมุ ละ 5 คน รวมกนั สรางโจทยปญ หา ครูสามารถวัดและประเมินพฤติกรรมการทํางานกลุมจากการทํากิจกรรม
การหาร กลุมละ 2 ขอ (โจทยป ญ หาการหาร 1 ข้นั ตอน 1 ขอ และ ในขน้ั จดั การเรยี นรู โดยศกึ ษาเกณฑก ารวดั และประเมนิ ผลจากแบบประเมนิ ของ
2 ข้นั ตอน 1 ขอ ) แลวนาํ เสนอหนา ชน้ั เรียนปญ หาทห่ี นา ชัน้ เรยี น แผนการจดั การเรียนรูในหนวยการเรยี นรทู ่ี 4
ดว ยโปรแกรม PowerPoint จากน้ันครูนาํ โจทยที่นกั เรียนไดสรา ง
มาใหน ักเรียนแตล ะกลุม แสดงวธิ ีทําลงในสมดุ แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทางานกลมุ่
คาช้ีแจง : ให้ผู้สอนสงั เกตพฤตกิ รรมของนักเรียนในระหวา่ งเรียนและนอกเวลาเรยี น แล้วขดี ✓ลงในชอ่ งท่ี
ตรงกับระดับคะแนน
ลาดบั ที่ ช่อื – สกุล การแสดง การยอมรับ การทางาน ความมนี า้ ใจ การมี รวม
ของนักเรียน ความคดิ เห็น ฟงั คนอ่นื ตามที่ไดร้ ับ สว่ นรว่ มใน 15
มอบหมาย การปรับปรุง คะแนน
ผลงานกลุ่ม
321321321321321
เกณฑ์การให้คะแนน ลงชือ่ ...................................................ผู้ประเมนิ
ปฏิบตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอย่างสม่าเสมอ ............../.................../...............
ปฏบิ ัติหรือแสดงพฤตกิ รรมบ่อยครง้ั ให้ 3 คะแนน
ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง ให้ 2 คะแนน
ให้ 1 คะแนน
เกณฑก์ ารตดั สนิ คณุ ภาพ
ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
12 - 15 ดี
8 - 11 พอใช้
ต่ากว่า 8 ปรับปรงุ
T119
Chapter Overview
แผนการจดั สื่อท่ีใช้ จดุ ประสงค์ วธิ ีสอน ประเมิน ทกั ษะท่ีได้ คุณลกั ษณะ
การเรยี นรู้ อนั พึงประสงค์
แผนฯ ที่ 1 - ห นังสอื เรยี น 1. เข้าใจหลกั การหา การเรยี นรู้ - ตรวจใบงานที่ 5.1 - ทกั ษะการเช่ือมโยง 1. มวี ินยั
แบบรูปของ คณิตศาสตร์ ป.4 เล่ม 1 จ�ำนวนในแบบรปู ของ โดยใช้กจิ กรรม เรอ่ื ง แบบรปู ของ - ท กั ษะการหา 2. ใฝ่เรยี นรู้
จ�ำนวนทเ่ี กิด - แบบฝึกหดั จ�ำนวนที่เกดิ จากการ เป็นฐาน จ�ำนวนที่เกิดจากการ แบบแผน 3. มงุ่ ม่นั ใน
จากการคณู ดว้ ย คณติ ศาสตร์ ป. 4 เลม่ 1 คูณด้วยจำ� นวนเดียวกัน (Activity- คณู ดว้ ยจำ� นวนเดยี วกนั การทำ� งาน
จำ� นวนเดยี วกนั - ใ บงานท่ี 5.1 ได้ (K) Based - ตรวจกิจกรรมฝกึ ทักษะ
- ก ระดาษรูปวงล้อ 2. หาจ�ำนวนทีห่ ายไปหรือ Learning) เรอ่ื ง แบบรูปของ
- แ ผน่ จำ� นวน 1 - 300 จ�ำนวนทอี่ ยถู่ ดั ไปของ จ�ำนวนท่ีเกดิ จากการ
3 - ก ระดาษแข็งรปู วงแหวน แบบรูปของจำ� นวนที่ คณู ด้วยจำ� นวนเดียวกนั
- แ ผน่ ตารางและกระดาษ เกดิ จากการคูณด้วย - ตรวจแบบฝกึ หัด
ชั่วโมง จ�ำนวนเดียวกันได้ (P) เร่ือง แบบรปู ของ
รปู สี่เหลย่ี ม 5 x 5
3. ร บั ผดิ ชอบต่อหนา้ ท่ี จ�ำนวนทเ่ี กิดจากการ
ท่ไี ดร้ บั มอบหมาย (A) คณู ดว้ ยจำ� นวนเดยี วกนั
- สงั เกตพฤตกิ รรม
การท�ำงานรายบุคคล
- สงั เกตพฤตกิ รรม
การท�ำงานกลุ่ม
- ส งั เกตคณุ ลกั ษณะ
อันพึงประสงค์
แผนฯ ท่ี 2 - ห นงั สอื เรยี น 1. เ ข้าใจหลกั การหา แบบอปุ นัย - ต รวจใบงานที่ 5.2 - ท กั ษะการเชอ่ื มโยง 1. มวี ินยั
แบบรปู ของ คณิตศาสตร์ ป.4 เลม่ 1 จ�ำนวนในแบบรปู ของ (Induction เร่อื ง แบบรูปของ - ท กั ษะการหา 2. ใฝเ่ รียนรู้
จำ� นวนทเี่ กดิ - แ บบฝึกหดั จ�ำนวนท่เี กดิ จาก Method) จ�ำนวนทเ่ี กดิ จากการ แบบแผน 3. มงุ่ มน่ั ใน
จากการหาร คณติ ศาสตร์ ป. 4 เลม่ 1 การหารดว้ ยจำ� นวน หารด้วยจำ� นวน การทำ� งาน
ดว้ ยจ�ำนวน - ใ บงานที่ 5.2 เดยี วกนั ได้ (K) เดยี วกนั
เดยี วกัน - ฉ ลากโจทยก์ ารหาร 2. หาจ�ำนวนท่ีหายไป - ตรวจกิจกรรมฝกึ ทกั ษะ
- แถบประโยคแบบรปู หรอื จำ� นวนทอี่ ย่ถู ัดไป เรื่อง แบบรปู ของ
3 - แ ผนภาพรูปตึก ของแบบรูปของจำ� นวน จำ� นวนทเ่ี กิดจากการ
ทเ่ี กิดจากการหาร หารดว้ ยจำ� นวน
ชว่ั โมง ด้วยจำ� นวนเดียวได้ (P) เดียวกนั
4. รับผดิ ชอบต่อหน้าท่ี - ตรวจแบบฝกึ หดั
ทีไ่ ด้รบั มอบหมาย (A) เรอ่ื ง แบบรปู ของ
จำ� นวนท่เี กดิ จากการ
หารดว้ ยจำ� นวน
เดียวกนั
- สังเกตพฤตกิ รรม
การท�ำงานรายบุคคล
- สงั เกตพฤตกิ รรม
การท�ำงานกลมุ่
- ส งั เกตคณุ ลกั ษณะ
อันพงึ ประสงค์
T120
Ẻû٠¢Í§¨Òí ¹Ç¹·àèÕ ¡´Ô ¨Ò¡¡Òä³Ù
´ÇŒ ¨Òí ¹Ç¹à´ÕÂÇ¡¹Ñ
คูณดวย 2 คณู ดวย 2 คณู ดวย 2 (.............)
มงั คดุ 3 ผล มงั คดุ 6 ผล มงั คุด 12 ผล มังคดุ .........ผล
(.............)
คูณดวย 3 คณู ดวย 3 คณู ดว ย 3
กระตาย 1 ตวั กระตาย 3 ตัว กระตา ย 9 ตัว กระตาย.........ตวั
Ẻû٠¢Í§¨Òí ¹Ç¹·àèÕ ¡´Ô ¨Ò¡¡ÒÃËÒÃ
´ÇŒ ¨íҹǹà´ÕÂǡѹ
(.............)
หารดวย 2 หารดว ย 2 หารดวย 2
ไขไ ก 16 ฟอง ไขไก 8 ฟอง
ไขไ ก 4 ฟอง ไขไก. ........ฟอง
หารดวย 5 หารดว ย 5 (.............)
เตา.........ตวั
เตา 50 ตัว เตา 10 ตวั
T121
นาํ นํา สอน สรปุ ประเมนิ
ขนั้ นาํ (Activity-Based Learning) 5หนวยการเรียนรูที่
Ẻû٠¢Í§¨Òí ¹Ç¹
การกระตนุ้ และใหป้ ระสบการณ์ µÑǪÇéÕ Ñ´ ã¹Çѹ·èÕ 6
- ?´.Þ. Á³Õ ¨ÐµŒÍ§ËÂÍ´
1. ครูกลาวทักทายนักเรียน จากน้ันใหนักเรียน
ทบทวนความรูเร่ือง การคูณ โดยครูเลือก ¡Ãлء໚¹¨íҹǹà§Ô¹
ผลคณู ทตี่ อ กนั 5 จาํ นวน เชน สูตรคูณแม 9 à·‹Òã´ áÅÐËÒ¤íҵͺ
䴌͋ҧäÃ
2. ครูใหนักเรียนสังเกตจํานวนท่ีครูเขียนบน
กระดาน จากน้ันครูถามนักเรียนวา จํานวน àÃÒÇҧἹNjҨÐËÂÍ´¡Ãлء
ท่ีอยถู ัดจาก 45 คอื จาํ นวนใด โดยครอู าจตัง้ à¾èÔÁ¢Öé¹·¡Ø Ç¹Ñ ´§Ñ ¹éÕ
คาํ ถามกระตนุ ความคิดนักเรียน เชน
• จํานวนท่ีครูเขียนบนกระดานเปนจํานวน Çѹ·Õè 1 2 ºÒ·
ทเี่ รยี งลําดับมลี กั ษณะอยา งไร Ç¹Ñ ·Õè 2 4 ºÒ·
(แนวตอบ เรียงจากนอยไปมาก) Çѹ·Õè 3 8 ºÒ·
• 18 มีคามากกวา 9 อยเู ทาไร Çѹ·Õè 4 16 ºÒ·
(แนวตอบ 18 - 9 อยู 9)
• 27 มคี า มากกวา 18 อยูเทา ไร ⋮⋮
(แนวตอบ 27 - 18 อยู 9)
3. ครใู หน กั เรยี นรว มกนั อภปิ รายวา จาํ นวนแตล ะ
จํานวนมีคาเพิ่มขึ้นครั้งละ 9 พรอมทั้งเขียน
ลกู ศรแสดงทิศทางการเพ่ิมของจํานวน
4. ใหนักเรยี นชวยกนั หาจาํ นวนทอ่ี ยูถัดจาก 45
(แนวตอบ 45 + 9 = 54)
จากนั้นครูบอกนักเรียนวา ตัวอยางขางตน
เปนแบบรูปของจํานวนทเี่ พิม่ ข้นึ ครง้ั ละ 9
ÊÒÃСÒÃàÃÂÕ ¹ÃÙŒ
• แบบรูปของจาํ นวนทีเ่ กิดจากการคณู ดวยจาํ นวนเดียวกนั
• แบบรูปของจํานวนทเี่ กดิ จากการหารดว ยจาํ นวนเดียวกัน
เกร็ดแนะครู
ครูจดั กระบวนการเรียนรโู ดยการใหน กั เรยี นฝกปฏิบตั ิ ดังน้ี
• ฝกทกั ษะการคดิ คาํ นวณ
• อภปิ รายเกีย่ วกับวธิ ีการหาคําตอบ
• ยกตัวอยางประกอบการอธิบาย
จนเกดิ เปน ความรคู วามเขา ใจเกยี่ วกบั แบบรปู ของจาํ นวนทเ่ี กดิ จากการคณู
ดวยจํานวนเดียวกัน และแบบรูปของจํานวนท่ีเกิดจากการหารดวยจํานวน
เดยี วกันได
ครอู ธบิ ายเพม่ิ เตมิ ใหน กั เรยี นฟง วา เมอื่ นกั เรยี นไดเ รยี นรหู นว ยการเรยี นรนู ี้
จบแลว นักเรียนสามารถหาความสัมพันธของจํานวนท่ีเพ่ิมขึ้นหรือลดลง
ของสถานการณใ นชวี ติ ประจาํ วนั ได
T122
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ
1. ẺÃÙ»¢Í§¨íҹǹ·Õèà¡´Ô ¨Ò¡ ËÒ¨Òí ¹Ç¹¶´Ñ 仢ͧẺû٠µÍ‹ 仹éÕ ขน้ั สอน
ä´ŒÍÂÒ‹ §äà 250, 300, 350,
¡Òäٳ´ŒÇ¨Òí ¹Ç¹à´ÕÂǡѹ 400, … การใหค้ วามรแู้ ละลงมอื ปฏบิ ตั ิ
พจิ ารณาแบบรูปของจํานวนตอ ไปน้ี 1. ครขู อตัวแทนนกั เรียนใหเริ่มจํานวน 1 จํานวน
จากนั้นใหนักเรียนคนอ่ืนบอกจํานวนที่เปน
10 20 40 80 160 พหคุ ณู ของจาํ นวนแรกทเ่ี พอ่ื นบอกเปน จาํ นวน
ท่ี 2 และครเู ขยี นจาํ นวนอกี 3 จาํ นวนใหเ ปน แบบ
หาความสัมพันธของจาํ นวนทอ่ี ยตู ดิ กนั รูปของจํานวนที่เพ่ิมข้ึนโดยการคูณ พรอมทั้ง
10 20 40 80 160 ใหนกั เรียนหาจํานวนถดั ไป
คณู ดว ย 2 คูณดวย 2 คูณดวย 2 คูณดว ย 2 2. ครูใหนักเรียนทํากิจกรรม โดยครูวางแผน
จํานวน 1 - 300 ลงกลางหอง จากนั้นให
จากแบบรูปของจํานวนมีความสัมพันธ 10 × 2 = 20 นักเรียนนั่งเปนวงกลมลอมรอบแผนจํานวน
20 × 2 = 40 และใหนักเรียนนําเสนอและวางวงแหวน
แบบเพ่มิ ข้นึ โดยการคูณจํานวนทางซายดว ย 2 40 × 2 = 80 จํานวนแรกของแมสตู รคูณ 1 แม และนกั เรยี น
80 × 2 = 160 คนอน่ื ๆ หาและวางวงแหวนจาํ นวนถดั ไปทอี่ ยู
ในแมส ูตรคูณน้นั
ตวั อยา งท่ี 1
3. ครูใหนักเรียนทํากิจกรรมกลุม 2 - 3 คน
หาจาํ นวนถัดไปจากแบบรปู ทก่ี ําหนดให โดยครแู จกแผน ตารางและกระดาษรปู สเ่ี หลยี่ ม
5 × 5 แลว ครกู าํ หนดจาํ นวนเรม่ิ ตน ใหน กั เรยี น
200 800 3,200 12,800 ... แตละกลุม
หาความสมั พนั ธข องจาํ นวนท่อี ยูตดิ กนั 4. ใหนักเรียนรวมกันวิเคราะหวา จากจํานวน
200 800 3,200 12,800 ... ท่ีครูกําหนดใหในตําแหนงตางๆ นั้นเปน
แบบรูปของจํานวนท่ีเกิดข้ึนจากการคูณดวย
คูณดวย 4 คูณดวย 4 คูณดว ย 4 คูณดว ย 4 จาํ นวนใด และชว ยกนั คาํ นวณหาจาํ นวนอนื่ ๆ
ในแบบรูปใหสมบูรณ เม่ือเสร็จแลวครูใหแลก
เปลี่ยนคาํ ตอบกับเพื่อนกลุมอ่นื
ผลสะทอ้ นกลบั
จากแบบรูปของจํานวนมีความสัมพันธแบบเพิ่มขึ้นโดยการคูณจํานวน 1. ครูและนักเรียนรวมกันอภิปรายวิธีการทํางาน
ทางซายดวย 4 กลุมวา แตละกลุมเจอปญหาใดบาง และมี
วิธีแกปญหาอยางไร โดยครูเปนผูแนะนําและ
ดังน้นั จํานวนท่ีถดั จาก 12,800 คือ 12,800 × 4 = 51,200 ใหผลสะทอนกลับการทํางานของนักเรียน
113 แตล ะกลมุ เพอื่ ใหน กั เรยี นได ฝก ฝนทกั ษะการ
ทํางานเปน ทมี
2. ครูใหนักเรียนนําผลงานของตนเองไปติดไว
ทป่ี ายนเิ ทศเพือ่ ใหเปนแหลงเรียนรูเพิ่มเตมิ
ขอสอบเนน การคิด
เกร็ดแนะครู
แบบรูปของจํานวนในขอใดท่ีมีความสัมพันธแบบเพิ่มขึ้น ครูอาจใหน ักเรียนเลนเกมแขงขนั กัน โดยใหนักเรียนจบั กลมุ กลมุ ละ 5 - 6
โดยการคูณจํานวนทางซายดว ย 3 คน (คละกันตามความสามารถ) จากนัน้ ครเู ขยี นโจทยแบบรูปของจาํ นวนท่เี กดิ
จากการคูณดวยจํานวนเดียวกันแลวใหนักเรียนแตละกลุมหาจํานวนท่ีหายไป
1. 10 13 16 19 หากกลุมใดยกมือและบอกคําตอบไดถูกตองจะไดรับคะแนนสะสม 1 คะแนน
2. 5 15 45 135 การเลนเกมในครั้งน้ีใหครูเขียนโจทยปญหาอีก 10 ขอ บนกระดาน หาก
3. 108 36 12 4 กลุมใดมีคะแนนสะสมมากท่ีสุดจะเปนผูชนะ ซึ่งครูอาจหาขนมเล็กๆ นอยๆ
4. 61 58 55 52 เปนของรางวัลเพ่ือเสรมิ แรงใหกบั นกั เรียน
(เฉลยคาํ ตอบ ขอ 2. เพราะเมอื่ พจิ ารณาความสมั พนั ธข องจาํ นวน
ทอ่ี ยูต ิดกนั จากซายไปขวาของแบบรูป 5 15 45 135 ส่ือ Digital
พบวา แบบรปู ของจาํ นวนมคี วามสมั พนั ธแ บบเพมิ่ ขน้ึ โดยการคณู
จาํ นวนทางซายดวย 3 ดังน้ี ครูอาจใหนักเรียนดูส่ือการเรียนรูผานทาง www.youtube.com โดย
ใชคาํ สบื คนวา "แบบรูปของจํานวนที่เกิดจากการคณู ดวยจํานวนเดียวกัน"
3 × 5 = 15
3 × 15 = 45 T123
3 × 45 = 135)
นาํ สอน สรุป ประเมนิ
ขน้ั สรปุ กิจกรรมฝกทักษะ
1. ครใู หน กั เรยี นรว มกนั อภปิ รายเพอื่ สรปุ ลกั ษณะ 1 บอกความสัมพนั ธของแบบรปู ของจาํ นวนท่กี ําหนดให 192
ของแบบรูปของจํานวนทเ่ี พม่ิ ขนึ้ ดว ยการคูณ
1. 12 24 48 96
2. ครตู ้ังสถานการณใหนกั เรยี นฟง
ชาวนาคนหนึ่ง ในปแรกเขาปลูกพืชบน 2. 6 30 150 750 3,750
พนื้ ที่ 20 งาน และในปถ ดั มา เขาปลูกพืชบน
พ้ืนท่ีเพิ่มขึ้นเปน 2 เทาของปกอนหนา ถา 3. 15 45 135 405 1,215
ตองการทราบวา ปท่ี 6 เขาจะปลูกพชื โดยใช
พ้นื ที่ทัง้ หมดเทา ไร จะมวี ิธคี ดิ อยา งไร 4. 250 1,000 4,000 16,000 64,000
3. ครูใหเวลานักเรียนแตละคนวิเคราะหปญหา 5. 20 240 2,880 34,560 414,720
พรอ มทง้ั หาคําตอบ
2 เติมจํานวนใน ของแบบรูปตอ ไปนี้
4. ครใู หน กั เรยี นทาํ กจิ กรรมฝก ทกั ษะ ในหนงั สอื - 20 40
เรยี น หนา 114 และแบบฝก หดั จากแบบฝก หดั 1. 5 10
คณิตศาสตร ป.4 หนา 84 - 87 เปนการบา น
2. 2 8 32 128 512
ขน้ั ประเมนิ
3. 9 27 81 243 2,187
การประเมนิ ผล
4. 45 90 180 360 1,440
1. ครปู ระเมินผล โดยการสงั เกตการตอบคาํ ถาม
และการรวมกนั ทํากิจกรรมกลุมของนักเรยี น 5. 12 48 192 768
2. ครูตรวจสอบผลจากการทําใบงานที่ 5.1
กิจกรรมฝก ทกั ษะ และแบบฝกหดั
6. 10 30 90 270
7. 600 1,200 2,400 9,600 19,200
8. 25 125 625 15,625 78,125
9. 16 64 4,096 16,384
10. 375 750 6,000 12,000
114 ฝก ทาํ ตอใน
บฝ.คณิตศาสตร ป.4 เลม 1
แนวทางการวัดและประเมินผล ขอสอบเนน การคดิ
ครูสามารถวัดและประเมินพฤติกรรมการทํางานกลุมจากการทํากิจกรรม 11 33 99 297 ... จํานวนถัดไปคือจํานวนใด
ในข้ันการใหความรูและลงมือปฏิบัติ โดยศึกษาเกณฑการวัดและประเมินผล 1. 891 2. 691
จากแบบประเมนิ ของแผนการจดั การเรยี นรใู นหนว ยการเรียนรทู ี่ 5 3. 594 4. 397
(เฉลยคําตอบ ขอ 1. เพราะจากแบบรูปที่กําหนดให คือ 11
แบบสังเกตพฤติกรรมการทางานกลุ่ม
33 99 297 ... แบบรูปของจํานวนท่ีมีความสัมพันธแบบ
คาชีแ้ จง : ให้ผสู้ อนสังเกตพฤตกิ รรมของนักเรียนในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรียน แล้วขดี ✓ลงในชอ่ งที่ เพม่ิ ข้ึนโดยการคูณ พิจารณาความสัมพนั ธข องจํานวนที่อยตู ิดกัน
ตรงกับระดบั คะแนน จากซายไปขวา
ลาดบั ท่ี ชอ่ื – สกุล การแสดง การยอมรบั การทางาน ความมีน้าใจ การมี รวม 3 × 11 = 33 หรอื 33 ÷ 11 = 3
ของนกั เรยี น ความคดิ เห็น ฟังคนอ่ืน ตามทไี่ ดร้ บั ส่วนร่วมใน 15 3 × 33 = 99 หรือ 99 ÷ 33 = 3
มอบหมาย การปรับปรงุ คะแนน 3 × 99 = 297 หรือ 297 ÷ 99 = 3
ผลงานกลุ่ม 3 × 297 = 891 หรือ 891 ÷ 297 = 3
พบวา แบบรปู ของจาํ นวนมคี วามสมั พนั ธแ บบเพม่ิ ขนึ้ โดยการคณู
321321321321321 จาํ นวนทางซา ยดว ย 3 ดงั น้นั จาํ นวนถัดไป คือ 891)
เกณฑ์การใหค้ ะแนน ลงชอ่ื ...................................................ผู้ประเมนิ
ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอย่างสมา่ เสมอ ............../.................../...............
ปฏบิ ตั ิหรอื แสดงพฤติกรรมบ่อยครง้ั ให้ 3 คะแนน
ปฏิบัติหรอื แสดงพฤติกรรมบางครงั้ ให้ 2 คะแนน
ให้ 1 คะแนน
เกณฑก์ ารตัดสนิ คณุ ภาพ
ชว่ งคะแนน ระดับคุณภาพ
12 - 15 ดี
8 - 11 พอใช้
ต่ากว่า 8 ปรับปรงุ
T124
นาํ นาํ สอน สรปุ ประเมนิ
2. Ẻû٠¢Í§¨íҹǹ1 ·àÕè ¡Ô´¨Ò¡ ËÒ¨Òí ¹Ç¹¶´Ñ 仢ͧẺû٠µÍ‹ 仹éÕ ขนั้ นาํ (Induction Method)
ä´ÍŒ ÂÒ‹ §äà 750, 650, 550,
¡ÒÃËÒônj ¨Òí ¹Ç¹à´ÕÂÇ¡¹Ñ 450, … เตรยี ม
พจิ ารณาแบบรปู ของจํานวนตอ ไปน้ี 30 15 1. ครูกลาวทักทายนักเรียน จากนั้นใหนักเรียน
240 120 60 ทบทวนความรูเร่ือง การหารโดยใหนักเรียน
เลน เกม โดยครูเขยี นตารางบนกระดาน
หาความสมั พนั ธข องจํานวนทอี่ ยตู ดิ กัน
240 120 60 30 15 2. ครสู มุ ตวั แทนนกั เรยี นใหอ อกมาจบั ฉลากโจทย
การหารหนา ชัน้ เรียน
หารดวย 2 หารดว ย 2 หารดว ย 2 หารดวย 2
3. ครูใหน กั เรยี นแบง ออกเปน 2 ทีม เปนนักเรยี น
จากแบบรูปของจํานวนมีความสัมพันธ 240 ÷ 2 = 120 ชายและนักเรียนหญิง เมื่อเพื่อนหยิบโจทย
แบบลดลงโดยการหารจาํ นวนทางซายดวย 2 120 ÷ 2 = 60 มาได ครูใหนักเรียนแตละทีมสงตัวแทนออก
60 ÷ 2 = 30 มาแขงขันกันเขียนแสดงวิธีทําหนาช้ันเรียน
ตัวอยางท่ี 2 30 ÷ 2 = 15 ใครทําไดถูกตองและเร็วที่สุด จะไดรับ 1
คะแนน และครูใหนักเรียนในช้ันเรียนชวยกัน
หาจาํ นวนถัดไปจากแบบรูปทกี่ ําหนดให 27 ... เติมจํานวนลงในตาราง
729 243 81
4. ครูทาํ กจิ กรรมใหค รบทงั้ 16 ขอ โดยครสู ังเกต
ความชํานาญในการหาผลหารของนักเรียน
หากนกั เรยี นเขา ใจผดิ ครอู ธบิ ายเพมิ่ เตมิ พรอ ม
ใหกาํ ลังใจ
ขนั้ สอน
สอนหรอื แสดง
1. ครูเลาสถานการณใ หน กั เรยี นฟง
หาความสัมพนั ธข องจํานวนที่อยูตดิ กนั บอ นา้ํ ในหมบู า นแหง หนง่ึ มบี รรจนุ า้ํ อยู 21,875
729 243 81 27 ... ลิตร บอนํ้าแหงน้ีเปนแหลงน้ําแหลงสําคัญ
ท่ีชาวบานจะนํานาํ้ ไปใชดําเนินชวี ติ เมือ่ เวลา
หารดวย 3 หารดวย 3 หารดว ย 3 หารดว ย 3 ผา นไปปท ี่ 1 บอ นาํ้ เหลอื นา้ํ อยู 4,375 ลติ ร เมอื่
เวลาผานไปปท่ี 2 บอ นาํ้ เหลอื นํ้าอยู 875 ลติ ร
จากแบบรูปของจํานวนมีความสัมพันธแบบลดลงโดยการหารจํานวน
ทางซายดว ย 3 จากน้ันครเู ขยี นจาํ นวนบนกระดาน
ดงั นั้น จํานวนทีถ่ ดั จาก 27 คือ 27 ÷ 3 = 9 21,875 4,375 875
115 2. ครูใหนักเรียนสังเกตวา ปริมาณน้ําในบอหนา
ในแตล ะปลดลงหรือเพิ่มขึน้
(แนวตอบ ลดลง)
ขอสอบเนน การคดิ แนว O-NET นักเรียนควรรู
5,888 1,472 ... 92 ...
จากแบบรูปของจาํ นวนที่กําหนด ควรเติมจาํ นวนใดลงในชองวา ง 1 แบบรูปของจํานวน เปนชุดของจํานวนท่ีมีความสัมพันธกันอยางใด
1. 386 32 2. 368 23 อยา งหนง่ึ เชน ชุดของจํานวนท่ีลดลงทีละเทาๆ กัน ชุดของจํานวนท่ีเพิ่มข้ึน
3. 683 23 4. 836 32 ทีละเทาๆ กัน เปนตน
(เฉลยคาํ ตอบ ขอ 1. เพราะจากแบบรปู ของจาํ นวนทีก่ ําหนดให คือ
5,888 1,472 ... 92 ... เปนแบบรูปของจํานวนที่มีความสัมพันธแบบ การสังเกตความสัมพันธของแบบรูปของจํานวน ตองพิจารณาจากจํานวน
ลดลงโดยวิธีหาร พิจารณาความสัมพันธของจํานวนท่ีอยูติดกันจาก ท่อี ยูในชุดของจาํ นวนน้ันๆ แลวหาความสมั พันธข องจํานวนทตี่ ิดกัน
ซา ยไปขวา
5,888 ÷ 4 = 1,472 368 ÷ 4 = 92 T125
1,472 ÷ 4 = 368 92 ÷ 4 = 23
พบวา แบบรปู ของจาํ นวนมคี วามสมั พนั ธแ บบลดลงโดยการหาร
จาํ นวนทางซา ยดวย 4)
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ
ขน้ั สอน ตัวอยางที่ 3 48 ...
สอนหรอื แสดง หาจํานวนถัดไปจากแบบรูปทก่ี ําหนดให
12,288 3,072 768 192
3. ครตู งั้ คาํ ถามใหน กั เรยี นรว มกนั อภปิ รายวา ใน
ปท ี่ 4 จะเหลือนาํ้ ในบอ นาํ้ กี่ลิตร โดยครอู าจ หาความสัมพนั ธของจาํ นวนทอ่ี ยูติดกัน
ตง้ั คําถามกระตุนความคิดนกั เรียน 12,288 3,072 768 192 48 ...
• 21,875 เปน ผลหารของจํานวนใด
(แนวตอบ 21,875 ÷ 1) หารดวย 4 หารดว ย 4 หารดว ย 4 หารดว ย 4 หารดวย 4
• 4,375 เกิดจากผลคูณของจาํ นวนใด
(แนวตอบ 4,375 ÷ 1 หรอื 21,875 ÷ 5) จากแบบรูปของจํานวนมีความสัมพันธแบบลดลงโดยการหารจํานวน
• 875 เกิดจากผลคูณของจํานวนใด ทางซา ยดว ย 4
(แนวตอบ 875 ÷ 1 หรอื 21,875 ÷ 25 หรือ
4,375 ÷ 5) ดงั น้นั จาํ นวนที่ถัดจาก 48 คอื 48 ÷ 4 = 12
4. ครูใหนกั เรียนสังเกตวา จํานวนทกุ จาํ นวนเกิด พาคเณพิตลิน
จากการหารดว ย 5 พรอ มทง้ั ใหน กั เรยี นออกมา
วงกลมโจทยการหาร และเขียนลูกศรแสดง ใหนักเรียนจับคูก นั แลว ชว ยกนั พจิ ารณาแบบรูปของจํานวนทีก่ าํ หนดวามีความ
การหาร สมั พันธก นั อยางไร และควรเตมิ จํานวนใดในชองวา ง
5. ครูใหนักเรียนชวยกันหาจํานวนที่อยูถัดจาก 14 112 1,792
875 (แนวตอบ 875 ÷ 5 = 175) 28 448 896
จากนั้นครูบอกนักเรียนวาตัวอยางขางตนเปน
แบบรปู ของจํานวนที่ลดลงโดยการหารดว ย 5 56
6. ครูขอตัวแทนนักเรยี นใหเรมิ่ จาํ นวน 1 จาํ นวน 116
จากน้ันใหนักเรียนคนอ่ืนบอกจํานวนที่หาร
จํานวนแรกท่ีเพ่ือนบอกลงตัวเปนจํานวนที่ 2
และครูเขียนจาํ นวนอกี 3 จาํ นวน ใหเปนแบบ
รปู ของจาํ นวนทล่ี ดลง โดยการหาร พรอ มท้งั
ใหน กั เรยี นหาจาํ นวนถดั ไป และรว มกนั สรปุ วา
แบบรปู ดงั กลา วเปน แบบรปู ของจาํ นวนทลี่ ดลง
ดว ยจํานวนใด
เปรยี บเทยี บและรวบรวม
1. ครูใหนักเรียนชวยกันยกตัวอยางแบบรูป
ของจํานวนท่ีลดลงดวยการหารดวยจํานวน
เดยี วกนั 1 แบบรูป พรอ มท้งั ใหน กั เรียนออก
มาเขยี นบนกระดาน
เกร็ดแนะครู ขอสอบเนน การคิด
ครูอาจจัดกิจกรรม "คิดดี คิดสนุก" โดยใหนักเรียนจับกลุม กลุมละ 5 45,000 9,000 1,800 … …
คน (คละกันตามความสามารถ) จากน้ันครูเขียนโจทยแบบรูปของจํานวนที่ จากแบบรปู ของจาํ นวนทกี่ าํ หนดให ควรเตมิ จาํ นวนใดลงในชอ งวา ง
เกิดจากการคูณดวยจํานวนเดียวกัน และแบบรูปของจํานวนท่ีเกิดจากการหาร
ดว ยจาํ นวนเดยี วกนั แบบรปู ละ 5 ขอ บนกระดาน โดยครเู ขยี นจาํ นวนท่ี 1 จาํ นวน (แนวตอบ จากแบบรูปที่กําหนดให คือ 45,000 9,000 1,800
ที่ 2 และจาํ นวนท่ี 3 แลว ใหน กั เรยี นหาจาํ นวนที่ 4 และจาํ นวนที่ 5 กลมุ ใดยกมอื บอก … … เปนแบบรูปของจํานวนท่ีมีความสัมพันธแบบลดลงโดยวิธี
คาํ ตอบกอ นและตอบไดถ กู ตอ ง จะไดร บั คะแนนสะสม 1 คะแนน เมอ่ื จบกจิ กรรม การหาร พิจารณาความสัมพันธของจํานวนที่อยูติดกันจากซาย
กลมุ ใดมคี ะแนนสะสมมากทส่ี ุดเปนผชู นะ ไปขวา จะไดว า
ส่ือ Digital 45,000 ÷ 5 = 9,000
9,000 ÷ 5 = 1,800
ครูอาจใหนักเรียนดูส่ือการเรียนรูผานทาง www.youtube.com โดย 1,800 ÷ 5 = 360
ใชค าํ สืบคนวา "แบบรูปของจาํ นวนท่ีเกิดจากการหารดว ยจํานวนเดยี วกนั " 360 ÷ 5 = 72
ดงั นน้ั จาํ นวนทค่ี วรเตมิ ในชอ งวา ง คอื 360 และ 72 ตามลาํ ดบั )
T126
นาํ สอน สรุป ประเมนิ
กิจกรรมฝกทักษะ ขน้ั สอน
1 บอกความสมั พนั ธของแบบรูปของจํานวนทก่ี ําหนดให เปรยี บเทยี บและรวบรวม
1. 64 32 16 8 4 2. ครูสลับการเรียงลําดับของจํานวนในแบบรูป
จากซา ยไปทางขวา จากนน้ั ครตู ง้ั ใหค าํ ถามให
2. 486 162 54 18 6 นกั เรยี นรว มกนั วเิ คราะห
• แบบรูปดังกลาวมีลักษณะเปล่ียนแปลงไป
3. 3,072 768 192 48 12 อยา งไร
(แนวตอบ เรียงจากนอ ยไปมาก)
4. 15,625 3,125 625 125 25 • แบบรูปเพิม่ ขึน้ ดว ยวธิ ใี ด
(แนวตอบ การคูณดวย 4)
5. 26,730 8,910 2,970 990 330
3. ครูและนักเรียนรวมกันอภิปรายจนไดขอ
2 เตมิ จํานวนใน ของแบบรูปตอไปน้ี 12 สรุปเก่ียวกับความแตกตางของแบบรูปของ
48 24 35 จํานวนที่เกิดจากการคูณหรือการหารดวย
1. 96 280 140 จาํ นวนเดยี วกนั วา แบบรปู ของจาํ นวนเกดิ จาก
2. 560 135 45 15 การคณู ดว ยจาํ นวนเดยี วกนั จะเปน แบบรปู ของ
3. 405 810 270 30 จํานวนท่ีเพิ่มข้ึน แตแบบรูปของจํานวนที่เกิด
4. 2,430 675 225 จากการหารดวยจํานวนเดียวกันจะเปนแบบ
5. 2,025 512 128 75 รูปของจํานวนท่ลี ดลง
6. 2,048 686 32
7. 4,802 14 2 4. ครใู หน กั เรยี นทาํ ใบงานที่ 5.2 เรอ่ื ง แบบรปู ของ
8. 4,375 6,480 35 7 จํานวนที่เกิดจากการหารดวยจํานวนเดียวกัน
9. 38,880 9,000 180 เมอื่ ทําเสรจ็ แลว ครูใหนักเรยี นรวมกนั เฉลย
10. 45,000 360 72
5. ครใู หน กั เรยี นทาํ กจิ กรรมฝก ทกั ษะในหนงั สอื -
ฝกทาํ ตอใน เรยี น หนา 117
บฝ.คณิตศาสตร ป.4 เลม 1
ขนั้ สรปุ
117
สรปุ
1. ครใู หน ักเรยี นเลมเกม ซงึ่ มกี ตกิ า ดังนี้
• ครูใหนักเรียนแบงกลุมออกเปน 6 กลุม
โดยครูจะมีฐานความรูทั้งหมด 6 ฐานใน
แตละฐานจะมีแถบประโยคแบบรูปจํานวน
ท่ีลดลงดวยการหารดวยจํานวนเดียวกัน
จํานวน 10 ขอ ใหนกั เรยี นหยบิ ข้ึนมาและ
ตอบคําถามตอ ไปน้ีลงสมดุ
กจิ กรรม สรา งเสริม เกร็ดแนะครู
ใหนักเรียนหาจํานวนเติมลงในชอ งวางตอไปนี้ กอนท่จี ะใหนักเรยี นไดทาํ กิจกรรมฝกทักษะดวยตนเอง ครคู วรยกตัวอยา ง
1. 9,600 2,400 1,200 600 เร่ือง การหาจํานวนท่ีหายไปจากแบบรูปท่ีเกิดจากการหารจํานวนเดียวกัน
2. 100,000 10,000 1,000 112 เพม่ิ เตมิ 5 ขอ บนกระดาน แลวครสู ุม นักเรียนหาคําตอบ
3. 70,000 14,000 560 3,875
4. 62,000 31,000 ครูชี้แนะเพิ่มเติมวา นักเรียนสามารถตรวจสอบคําตอบท่ีนักเรียนหาได
โดยการนําจํานวนท่ีอยูทางดานขวามือคูณดวยจํานวนที่เพ่ิมข้ึน หรือลดลง
เทาๆ กัน ซ่ึงจะไดคา เทา กับจาํ นวนที่อยทู างดา นซายมือ
T127
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ
ขนั้ สรปุ ÊÃ»Ø ÊÒÃÐÊíÒ¤ÑÞ 5»ÃШíÒ˹Nj ¡ÒÃàÃÂÕ ¹Ã·ŒÙ èÕ
สรปุ 2 4 8 16 32
1)จํานวนที่หายไปคอื จาํ นวนใด คูณดวย 2 คูณดวย 2 คณู ดวย 2 คูณดวย 2
2) แ บ บ รู ป ข อ ง จํ า น ว น ที่ ล ด ล ง ด ว ย ก า ร ห า ร
แบบรูปของจํานวนมีความสัมพันธแบบ เพ่ิมขึ้นโดยการคูณ
ดว ยจาํ นวนเทา ใด จาํ นวนทางซายดวย 2
• แตละขอ ครูใหเวลาประมาณ 5 นาที ครู
แบบรูปของจํานวนทีเ่ กดิ จากการคูณดวย
จะเปา นกหวดี ใหส ญั ญาณเรมิ่ และเมอ่ื หมด จาํ นวนเดยี วกนั
เวลาจะเปานกหวีดอีกครั้ง แลวใหนักเรียน
เวียนกลุมไปในฐานถัดไป โดยรอบแรก แบบรูปของ
กลุม ที่ 1 ถงึ กลมุ ท่ี 6 จะเขาประจาํ ฐานที่ 1 จาํ นวน
ถงึ 6 ตามลาํ ดับ
• เม่ือหมดเวลา กลุมใดตอบถูกมากที่สุด แบบรปู ของจาํ นวนที่เกดิ จากการหารดว ย
จะเปนผชู นะ และไดรบั ของรางวัลเปนขนม จาํ นวนเดียวกัน
2. ครูและนักเรียนรวมกันสรุปเกี่ยวกับแบบรูป
ของจํานวนที่เกิดจากการหารดวยจํานวน 625 125 25 5 1
เดยี วกนั มีลกั ษณะอยางไร
หารดวย 5 หารดว ย 5 หารดวย 5 หารดว ย 5
นาํ ไปใช้
แบบรูปของจํานวนมีความสัมพันธแบบ ลดลงโดยการหาร
1. ครูติดแผนภาพเปน รูปตกึ บนกระดาน จํานวนทางซายดวย 5
2. ครูใหนักเรียนรวมกันตอบวา ตึกแตละชั้นมี
118
พื้นที่กี่ตารางหนวย พรอมทั้งใหนักเรียนรวม
กันอภิปรายวา ตึกแตละชั้นเกิดจากการคูณ
ของจาํ นวนใด
3. ครูและนักเรียนรวมกันอภิปรายจนสรุปไดวา
ตกึ แตล ะชนั้ จะมพี นื้ ทเี่ ทา กบั ชนั้ ของตกึ คณู กนั
เชน ชั้นที่ 1 มีพื้นท่ีเทากับ 1 × 1 ตาราง
หนวย ชน้ั ที่ 2 มีพื้นท่ีเทา กบั 2 × 2 ตาราง
หนว ย เปนตน
4. ครูถามนักเรยี นวา ถาตอ งการสรางตึก 10 ชนั้
จะมีพ้นื ทีท่ งั้ หมดกี่ตารางหนวย
(แนวตอบ 1 + 4 + 9 + 16 +25 + 36 + 49 +
64 +81 + 100 = 385 ตารางหนวย)
เกร็ดแนะครู กจิ กรรม ทาทาย
ครูอาจจัดกิจกรรม "แบบรูปจากภาพ" โดยครูแจกกระดาษ A4 ให ครูใหนักเรียนจับกลุม กลุมละ 5 คน (คละกันตามความ
นักเรียนคนละ 1 แผนแลวใหน กั เรยี นสรา งแบบรปู ของจํานวนทเี่ กิดจากการคูณ สามารถ) รวมกันสรางโจทยแบบรูปที่มีจํานวนหายไป โดยใช
ดวยจํานวนเดียวกัน และแบบรูปของจํานวนท่ีเกิดจากการหารดวยจํานวน แบบรปู ของจาํ นวนทเี่ กดิ จากการหารดว ยจาํ นวนเดยี วกนั จาํ นวน 10
เดยี วกัน แบบรปู ละ 2 ขอ โดยใชภาพแทนตวั เลข เชน ขอ ทน่ี กั เรยี นคดิ วา ยากทส่ี ดุ เพอ่ื ทจ่ี ะนาํ โจทยท นี่ กั เรยี นสรา งไปให
กลุม อืน่ ๆ ทํา โดยครจู ะจบั เวลาในการทาํ หากกลมุ ใดใชเ วลานอย
คณู ดว ย 2 คณู ดว ย 2 คณู ดวย 2 ที่สุด จะเปนผูชนะ ซ่ึงครูอาจหาของรางวัลเล็กๆ นอย เพ่ือเปน
การเสรมิ แรงใหกบั นักเรยี น
แอปเปล 1 ผล แอปเปล 2 ผล แอปเปล 4 ผล แอปเปล 8 ผล
T128
นาํ สอน สรปุ ประเมิน
¤Ó¶ÒÁ·ŒÒ·Ò¡Òä´Ô ¢é¹Ñ ÊÙ§ ขนั้ สรปุ
1. เติมตัวเลขเพื่อสรา งแบบรปู ของจาํ นวนท่ีเกดิ จากการคูณดว ยจํานวนทเี่ ทากัน นาํ ไปใช้
โดยทจี่ ํานวนแรกมี 1 หลัก จาํ นวนถดั ไปมี 2 3 4 และ 5 หลกั ตามลาํ ดับ
5. ครูใหนักเรียนดูสรุปสาระสําคัญ ประจาํ หนว ย
2. เตมิ ตวั เลขเพอื่ สรางแบบรูปของจํานวนที่เกิดจากการหารดวยจาํ นวนท่ีเทา กัน การเรียนรูท่ี 5 ในหนังสือเรียน หนา 118
โดยทจ่ี าํ นวนแรกมี 4 หลัก จํานวนถดั ไปมี 3 3 2 และ 1 หลกั ตามลําดบั เพื่อทบทวนความรทู ้งั หนวยอกี คร้งั
àªèÍ× Áâ§ʪ‹Ù ÇÕ µÔ »ÃШÓÇ¹Ñ 6. ครูใหนักเรียนทําแบบฝกหัด ขอ 1 - 3 จาก
แบบฝกหัดคณิตศาสตร ป.4 เลม 1 หนา
แผนกของเลน เดก็ ä´Œ¨ŒÒ... áµ‹Ç‹Ò 88 - 91 เปนการบา น
µÐÇѹ¨ÐµŒÍ§ª‹ÇÂáÁ‹
5,500 บาท áÁ‹¤ÃѺ ·íÒ§Ò¹ºŒÒ¹ã¹ÇѹÍҷԵ สรปุ
µÐÇѹÍÂÒ¡ä´ŒËØ‹¹Â¹µ µÒÁ¢ŒÍµ¡Å§ à¾è×Íà¡çºà§Ô¹
1. ครูใหนักเรียนแตละคูตอบคําถามทาทาย
µÑǹ¤éÕ ÃѺ «é×ÍËØ‹¹Â¹µ การคดิ ขน้ั สงู ในหนงั สอื เรยี น หนา 119 จากนน้ั
ครแู ละนักเรียนรว มกันเฉลยคาํ ตอบ
2,500 บาท (แนวตอบ 1. 8 64 512 4,096 32,768
2. 2,304 576 144 36 9
500 บาท
2. ครอู า นสถานการณจ ากกจิ กรรมเชอ่ื มโยงสชู วี ติ
ขอ ตกลง แมใ หเ งนิ ตะวนั 100 บาท ในอาทติ ยแ รก สว นอาทติ ยถ ดั ไป ถา ตะวนั ชว ยแมท าํ งานบา น ประจําวนั ในหนงั สอื เรียน หนา 119 แลวให
แมจ ะใหเงินเพ่ิมเปน 2 เทา ของอาทิตยกอนหนา นักเรียนตอบคาํ ถาม
(แนวตอบ 6 สัปดาห ถงึ จะมีเงนิ พอซื้อหุนยนต)
©Ñ¹¨ÐµŒÍ§à¡çºà§Ô¹¡èÕÍҷԵ ¨Ö§¨ÐÁÕà§Ô¹ÁÒ¡¾Í·Õè¨Ð«é×ÍËØ‹¹Â¹µ¹Ð
ขนั้ ประเมนิ
Ê»Ñ ´ÒË· Õè áÁ‹ãËàŒ §Ô¹ à§¹Ô à¡çº
1. ครูมอบหมายช้ินงานใหนักเรียนสรางโจทย
1 100 100 แบบรูปของจํานวนท่ีเกิดจากการคูณดวย
2 200 100 + 200 = 300 จํานวนเดียวกัน 2 ขอ และแบบรูปของจาํ นวน
3 400 300 + 400 = 700 ที่เกิดจากการหารดวยจํานวนเดียวกัน 2 ขอ
ลงในกระดาษ A4 และนาํ สง ครใู นชว่ั โมงถดั ไป
2. ครปู ระเมินผล โดยการสงั เกตการตอบคาํ ถาม
และการรวมกันทาํ กิจกรรมกลมุ ของนักเรยี น
3. ครูตรวจสอบผลจากการทําใบงานที่ 5.2
กิจกรรมฝก ทักษะ และแบบฝก หัด
119
กิจกรรม 21st Century Skills แนวทางการวัดและประเมินผล
ใหน กั เรียนแบงกลุม กลมุ ละ 8 คน ชว ยกันสรางโจทยแ บบรูป ครูสามารถวัดและประเมินพฤติกรรมการทํางานรายบุคคลจากการทํา
ทมี่ กี ารหาจาํ นวนทห่ี ายไปจากแบบรปู ทเี่ กดิ จากการคณู 5 ขอ และ ใบงานในข้ันเปรียบเทียบและรวบรวม โดยศึกษาเกณฑการวัดและประเมินผล
จากแบบรูปท่ีเกิดจากการหาร 5 ขอ พรอมเฉลยคําตอบ โดยนํา จากแบบประเมินของแผนการจดั การเรียนรใู นหนว ยการเรยี นรูท ี่ 5
เสนอโจทยท่ีหนาชั้นเรียนดวยโปรแกรม PowerPoint จากนั้นให
เพอ่ื นกลมุ อ่นื ๆ รว มกันหาจาํ นวนทีห่ ายไป แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทางานรายบุคคล
คาช้ีแจง : ให้ผูส้ อนสังเกตพฤตกิ รรมของนักเรยี นในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ✓ลงในช่องท่ี
ตรงกบั ระดับคะแนน
ลาดบั ท่ี รายการประเมนิ ระดบั คะแนน 1
32
1 การแสดงความคดิ เห็น
2 การยอมรับฟังความคดิ เห็นของผู้อน่ื
3 การทางานตามหนา้ ที่ที่ได้รบั มอบหมาย
4 ความมนี ้าใจ
5 การตรงต่อเวลา
รวม
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน ลงชื่อ...................................................ผ้ปู ระเมิน
ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมอย่างสมา่ เสมอ ............../.................../................
ปฏบิ ัติหรือแสดงพฤตกิ รรมบ่อยคร้ัง
ให้ 3 คะแนน
ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤติกรรมบางคร้งั ให้ 2 คะแนน
ให้ 1 คะแนน
เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ
ช่วงคะแนน ระดับคณุ ภาพ
12 - 15 ดี
8 - 11 พอใช้
ต่ากว่า 8 ปรับปรุง
T129
Chapter Overview
แผนการจดั สือ่ ท่ีใช้ จุดประสงค์ วธิ สี อน ประเมิน ทักษะท่ีได้ คุณลกั ษณะ
การเรียนรู้ อันพงึ ประสงค์
1. มีวินัย
แผนฯ ที่ 1 - หนังสือเรยี น 1. เข้าใจลกั ษณะของ กระบวนการ - ต รวจใบงานท่ี 6.1 - ทักษะการระบุ 2. ใฝ่เรียนรู้
ระนาบ จุด คณิตศาสตร์ ป.4 เล่ม 1 ระนาบ จุด เส้นตรง ปฏิบตั ิ เรือ่ ง ระนาบ จุด 3. ม่งุ มนั่ ใน
เส้นตรง รังสี - แ บบฝกึ หดั รังสี ส่วนของเส้นตรง เสน้ ตรง รังสี การทำ� งาน
สว่ นของเส้นตรง คณติ ศาสตร์ ป.4 เล่ม 1 (K) ส่วนของเสน้ ตรง
และสัญลักษณ์ - ใ บงานท่ี 6.1 2. เขยี นสัญลักษณแ์ ทน และสัญลกั ษณ์ 1. มวี ินยั
- แผนทโ่ี ลก จุด เสน้ ตรง รังสี 2. ใฝเ่ รยี นรู้
- เข็มหมดุ สว่ นของเส้นตรงได้ (P) - ตรวจกิจกรรมฝกึ ทกั ษะ 3. มงุ่ มัน่ ใน
3 - กระดาษขนาด A4 3. บอกสง่ิ ของใน เรอ่ื ง ระนาบ จุด การทำ� งาน
เสน้ ตรง รังสี
ชว่ั โมง ชวี ติ ประจำ� วันท่ีมีพน้ื ผิว ส่วนของเสน้ ตรง
เปน็ ระนาบได้ (P) และสัญลกั ษณ์
4. ว าดภาพทีป่ ระกอบด้วย
ระนาบ จุด เสน้ ตรง - ต รวจแบบฝกึ หดั
รังสี สว่ นของเสน้ ตรง เรือ่ ง ระนาบ จุด
ได้ (P) เสน้ ตรง รงั สี
5. รับผิดชอบต่อหน้าท่ี ส่วนของเสน้ ตรง
ท่ไี ดร้ บั มอบหมาย (A) และสัญลกั ษณ์
- ส งั เกตพฤติกรรม
การท�ำงานรายบุคคล
- ส ังเกตพฤตกิ รรม
การท�ำงานกลมุ่
- ส ังเกตคุณลกั ษณะ
อันพึงประสงค์
แผนฯ ท่ี 2 - หนังสอื เรียน 1. เขา้ ใจลักษณะ โมเดลซปิ ปา - ต รวจใบงานท่ี 6.2 - ทกั ษะการระบุ
มมุ คณิตศาสตร์ ป.4 เล่ม 1 ของมมุ ฉาก มุมแหลม (CIPPA Model) เรอื่ ง มมุ
- แ บบฝกึ หัด มุมปา้ น มุมกลบั - ต รวจกิจกรรมฝกึ ทกั ษะ
3 คณติ ศาสตร์ ป.4 เลม่ 1 และมมุ ตรง (K) เรื่อง มมุ
- ใ บงานที่ 6.2 2. บ อกสว่ นประกอบ - ต รวจแบบฝกึ หดั
ชัว่ โมง - ร ูปภาพ ของมมุ ได้ (P) เรอื่ ง มมุ
- บ ตั รคำ� ช่ือมมุ 3. บ อกลกั ษณะ - สังเกตพฤติกรรม
- ก ระดาษขนาด A4 ของมุมฉาก มุมแหลม การท�ำงานรายบุคคล
มุมปา้ น มุมกลบั - ส ังเกตพฤตกิ รรม
และมมุ ตรงได ้ (P) การท�ำงานกลุ่ม
4. จ�ำแนกมุมฉาก - ส ังเกตคุณลักษณะ
มมุ แหลม มุมป้าน อันพงึ ประสงค์
มุมกลับ และมมุ ตรงได้
(P)
5. เรียกชื่อมุมและเขียน
สัญลกั ษณแ์ สดงมุม
แต่ละชนิดไดถ้ ูกต้อง
(P)
6. รบั ผิดชอบต่อหน้าที่
ท่ีได้รบั มอบหมาย (A)
T130
แผนการจดั สอ่ื ท่ีใช้ จุดประสงค์ วธิ สี อน ประเมนิ ทกั ษะท่ีได้ คณุ ลักษณะ
การเรยี นรู้ อันพึงประสงค์
แผนฯ ที่ 3 - ห นังสือเรียน 1. อธบิ ายวธิ กี ารวัดขนาด แบบคน้ พบ - ต รวจใบงานท่ี 6.3 - ทกั ษะการเชอ่ื มโยง 1. มีวินัย
การวัด คณติ ศาสตร์ ป.4 เลม่ 1 ของมุมและวิธี (Discovery เรอ่ื ง การวดั และ - ท ักษะการน�ำความรู้ 2. ใฝเ่ รยี นรู้
และการสรา้ งมมุ - แบบฝกึ หัด การสร้างมุมโดยใช้ Method) การสร้างมุม ไปใช้ 3. มงุ่ ม่ันใน
คณติ ศาสตร์ ป.4 เลม่ 1 ไม้โพรแทรกเตอร์ได้ - ตรวจกจิ กรรมฝกึ ทักษะ การทำ� งาน
- ใบงานที่ 6.3 (K) เรือ่ ง การวัดและ
- ไ ม้โพรแทรกเตอร์ 2. วัดขนาดของมมุ ท่ี การสรา้ งมมุ
4 ขนาดใหญ่ ก�ำหนดให้ได้ถูกตอ้ ง - ตรวจแบบฝกึ หดั
- ก ระดาษสีรปู วงกลม (P) เรื่อง การวัดและ
ชัว่ โมง - ก ระดาษขนาด A4 การสร้างมุม
3. ส ร้างมมุ ท่มี ขี นาดตาม
- ฟวิ เจอร์บอร์ด ท่กี ำ� หนดให้โดยใช้ - ส งั เกตพฤติกรรม
- ส กอตเทปสสี ดใส ไม้โพรแทรกเตอร์ การท�ำงานรายบคุ คล
ไดถ้ ูกต้อง (P) - ส งั เกตพฤติกรรม
4. ตระหนักถงึ การท�ำงานกลุม่
ความสมั พันธข์ อง - สังเกตคุณลักษณะ
ขนาดของมมุ และชนดิ อนั พึงประสงค์
ของมมุ ท่สี รา้ ง (P)
5. ม คี วามกระตอื รือร้น
ในการเขา้ รว่ มกจิ กรรม
การเรียนรใู้ นชั้นเรียน
(A)
T131
นาํ นํา สอน สรปุ ประเมนิ
ขน้ั นาํ (กระบวนการปฏบิ ตั )ิ 6 û٠àâҤ³µÔหนวยการเรียนรู้ที่ 1
ขนั้ นาํ µÑǪéÕÇ´Ñ ¨Ò¡ÃÙ» ºÍ¡ä´Œ
• วัดและสรำ้ งมมุ โดยใชโ้ พรแทรกเตอร
ครูกลาวทักทายนักเรียน จากน้ันใหนักเรียน ?ËÃ×ÍäÁ‹Ç‹Ò ÊèÔ§ã´ÁÕÅѡɳÐ
ตอบคําถามในหนังสือเรียน หนา 121 ที่ถามวา (ค 2.1 ป.4/2)
ส่ิงของรอบตัวอะไรบางท่ีมีพื้นผิวเปนรูปสี่เหล่ียม • จ�ำแนกชนิดของมมุ บอกชื่อมมุ ໚¹ÁØÁáËÅÁ ÁØÁ©Ò¡
ถกู ตอง สวนประกอบของมมุ และเขยี น ÁØÁ»éÒ¹ ÁØÁµÃ§
สัญลักษณแสดงมุม áÅÐÁØÁ¡ÅѺ
ขนั้ สอน (ค 2.2 ป.4/1)
สงั เกต รบั รู้ ÊÒÃСÒÃàÃÂÕ ¹ÃÙŒ
• ระนำบ จดุ เส้นตรง รงั สี สวนของเส้นตรงและสัญลกั ษณ
1. ครูแบงนักเรียนออกเปน 2 กลุม จากน้ันครู • มุม
ขอตวั แทนนกั เรยี นออกมาหนา ชน้ั เรยี นแลว ทาํ • กำรวัดและกำรสร้ำงมมุ
กิจกรรม ดงั น้ี
• กลุมท่ี 1 ครูใหนักเรียน 2 คนออกมายืน
โดยนํามือท้ังสองของตนเองกําเขาหากัน
และวางบริเวณคางของตนเอง โดยนักเรยี น
2 คนยืนหา งกันเล็กนอย
• กลมุ ท่ี 2 ครูใหน กั เรียน 4 คน ออกมายนื
กางแขนท้ังสองขางตอกันเปนแถวหนา
กระดานโดยจับมือกนั ใหแนนสนทิ
2. ครใู หน กั เรยี นรว มกนั อภปิ รายวา เพอื่ นกลมุ ที่ 1
และกลมุ ท่ี 2 คลา ยรูปเรขาคณติ ใด
(แนวตอบ กลุมท่ี 1 คือ จุด และกลมุ ท่ี 2 คือ
เสน ตรง)
3. ครูถามนักเรียนตอวา ถาครูจับนักเรียน
คนที่ 2 ในกลมุ ที่ 2 ออกมา แลว ถามนกั เรยี นวา
เพอื่ นคนนจ้ี ะเปน รปู ใด
(แนวตอบ สว นของเสนตรง)
4. ครูใหนกั เรยี นรวมกันอภปิ รายเพ่มิ เตมิ วา ยงั มี
รปู เรขาคณิต 1 มติ ิ รูปใดอกี
(แนวตอบ รังส)ี
จากนน้ั ใหน กั เรยี นรว มกนั อภปิ รายลกั ษณะของ
รังสีและระนาบ พรอมท้ังใหชวยกันออกแบบ
วาควรทําทาทางอยางไร จึงจะคลายรังสีและ
ระนาบ
เกร็ดแนะครู
ครอู ธบิ ายเพม่ิ เตมิ ใหน กั เรยี นฟง วา เมอ่ื นกั เรยี นไดเ รยี นรหู นว ยการเรยี นรนู ี้
จบแลว นักเรียนจะรจู กั รูปเรขาคณิตตา งๆ และเปน ความรพู ื้นฐานในการเรียนรู
และประกอบอาชีพในอนาคตตอ ไป
นักเรียนควรรู
1 รูปเรขาคณิต สามารถแบง เปน 3 กลมุ คือ
1. รปู หนง่ึ มิติ ไดแก จุดเสนตรง เสน โคง และระนาบ
2. รูปสองมิติ เปน รปู ที่มคี วามกวา งและความยาว
3. รูปสามมติ ิ เปนรปู ทีม่ ีความกวาง ความยาว และความสงู หรือความลึก
T132
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ
1. ÃйҺ ¨´Ø àʹŒ µÃ§ ÃѧÊÕ ÊÔ觢ͧÃͺµÑÇÍÐäúŒÒ§·èÕÁÕ¾×é¹¼ÔÇ ขนั้ สอน
ÊÇ‹ ¹¢Í§àʹŒ µÃ§ áÅÐÊÞÑ Å¡Ñ É³ ໚¹ÃÙ»ÊÕèàËÅÕèÂÁ
ทาํ ตามแบบ
1.1 ระนาบ
ระนาบ มลี กั ษณะเปน พน้ื ผวิ แบนเรยี บไมม คี วำมหนำ แผอ อกไปทกุ ทศิ ทำง 1. ครูติดแผนที่โลกบนกระดาน และถาม
สวนของพ้ืนผิวที่เรำสำมำรถมองเห็นขอบเขตที่ส้ินสุดได้น้ัน เรำเรียกวำ นักเรียนวา ประเทศตางๆ อยูต ําแหนงใดบน
สว นของระนาบ แผนท่ีโลก พรอมทั้งขออาสาสมัครออกมา
ปกหมุดลงในแผนท่ีโลกและเขียนตัวอักษร
ในªีวÔต¨ÃÔงสงÔ่ ของที่เÃา¾ºเหน็ สงÔ่ ใดºาŒ ง A - Z แทนประเทศตางๆ ประมาณ 10 - 15
มีลกÑ É³Ðเป็นส่วนของÃÐนาº ประเทศ
¾×éน¼Ô วâตÐดŒานºน 2. ครูใหนักเรียนชวยกันตอบอีกคร้ังวา หมุด
เป็นส่วนของÃÐนาº A - Z บนแผนทีโ่ ลกแทนประเทศอะไรบา ง เพ่ือ
ใหนักเรียนเขาใจวา เราสามารถใชจุดแสดง
ปกสมุด ตาํ แหนง ของสง่ิ ตางๆ
เป็นส่วนของÃÐนาº
3. ครูใหนักเรียนชวยกันเขียนแผนผังของ
หองเรียน โดยครูเปนผูวาดกรอบแสดง
อาณาเขตของหองเรียนบนกระดาน จากน้ัน
ใหนักเรียนออกมาชวยกันวาดสิ่งของตางๆ
ภายในหองเรียน
4. ครขู อตวั แทนนกั เรยี นออกมาเขยี นจดุ พรอ มทงั้
ตั้งช่ือจุดเพื่อแสดงตําแหนงของส่ิงของตางๆ
จากนนั้ ครอู ธบิ ายวา เราจะใชจ ดุ แสดงตาํ แหนง
ของส่ิงของตางๆ
5. ครถู ามนกั เรยี นตอ วา ถา นําจดุ มาเขยี นชิดตอ
กนั ไปเร่อื ยๆ จะเกดิ เปนอะไร
(แนวตอบ เสนตรง)
พรอมท้ังใหนักเรียน 2 คน ออกมาเขียนจุด
เรยี งชิดตอกนั บนกระดาน
หนŒา¨อâทÃทÑ Èน
เป็นส่วนของÃÐนาº
121
กิจกรรม เสรมิ สรา งคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค บูรณาการอาเซียน
1. ครูใหนักเรียนแบงกลุม กลุมละ 4 - 5 คน จากนั้นครูแจก ครอู าจใหน กั เรยี นปก หมดุ แผนทโ่ี ลกเฉพาะบรเิ วณประเทศอาเซยี น เพอ่ื ให
กระดาษ A4 ใหนักเรียนแตละกลุม กลมุ ละ 1 ใบ นกั เรยี นสามารถจดจาํ ประเทศทเี่ ปน สมาชกิ ในอาเซยี นได และเปน การบรู ณาการ
ความรเู ก่ยี วกบั อาเซียน
2. ครูใหนักเรียนสํารวจภายในโรงเรียนวา มีสิ่งใดบางเปน
สวนของระนาบ จากน้ันครูใหนักเรียนวาดภาพลงในกระดาษ
ท่คี รูแจกใหอ ยางนอ ย 5 อยาง
3. นักเรยี นแตละกลมุ ออกมานาํ เสนอผลงานหนาชั้นเรียน
T133
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ
ขน้ั สอน 1.2 จุด
ทาํ ตามแบบ ¨ุด ก แสดงตíาแหน่ง ก ¨ุด ¤ แสดงตíาแหน่ง ค
ของวÑด ของâÃงเÃีÂน
6. ครวู าดรปู สว นของเสนตรง เสน ตรง และรังสี
บนกระดาน และใหนักเรียนรวมกันอภิปราย บ้ำนกิตติ
วา เสนท้ัง 3 เสน บนกระดาน มีลักษณะ
ทเ่ี หมอื นกัน และแตกตางกันอยา งไร จากน้นั ¨ุด ข แสดงตíาแหน่ง ข
ครใู หน กั เรยี นรว มกนั สรปุ ลกั ษณะของเสน ตรง ของºŒานกÔตตÔ
สว นของเสนตรง และรงั สี
จุด “ • ” ใช้แสดงต�ำแหนงของ
7. ครูใหนักเรียนรวมกันอภิปรายวา เราสามารถ
เขียนสญั ลกั ษณแทนเสนตรง สว นของเสนตรง ส่ิงตำง ๆ เรำนิยมใช้ตัวอักษร
และรงั สไี ด โดยครเู ขยี นตวั อกั ษรแทนจดุ ปลาย ตง้ั ช่อื จุด เชน • ก อำ นวำ จดุ ก
ท้ังสองขา งของเสนทั้ง 3 แบบ จากนน้ั ครเู ขียน ใชแ้ สดงต�ำแหนง ของวดั
สัญลักษณแ ทนเสนตรง สว นของเสน ตรง และ
รงั สีใหนักเรียนดู ดงั นี้ 1.3 เสน้ ตรง จำกรูป แสดงเสน้ ตรง กข หรอื
กข แทนสวนของเสน ตรง กข
คง แทนเสน ตรง คง ข เส้นตรง ขก เส้นตรงเปนเส้นที่ไมมี
จฉ แทนรงั สี จฉ
8. ครูตั้งคําถามกระตุนความคิดวา ระนาบมี
ลักษณะเปน อยางไร โดยครูใหนักเรียนรวมกัน
ยกตัวอยางส่ิงของในชั้นเรียนท่ีมีพื้นผิวเปน
ระนาบ
9. ครูใหนักเรียนรวมกันอภิปรายจนไดขอสรุปวา
ระนาบมีลักษณะเปนพ้ืนผิวท่ีแบนและเรียบ
ไมมีความหนา จะแผขยายออกไปไดอยาง
ไมม สี นิ้ สุด
ก จุดปลำย แตมีหัวลูกศร ซ่ึงแสดงวำ
สำมำรถตอ ออกไปได้ไมส ้นิ สดุ
• เสน้ ตรง กข เขียนแทนดว้ ยสัญลกั ษณ กข
• เสน้ ตรง ขก เขียนแทนดว้ ยสัญลกั ษณ ขก
122
เกร็ดแนะครู ขอ สอบเนน การคดิ B
ครูเนนย้ํากับนักเรียนวา การเขียนสัญลักษณแทนสวนของเสนตรง และ A
เสน ตรง ตวั อกั ษรสามารถสลบั ท่กี นั ได เชน กข สามารถเขยี นเปน ขก ได และ
คง สามารถเขียนเปน งค ได แตการเขียนสัญลักษณแทนรงั สไี มส ามารถสลบั จากรูป สามารถเขียนสัญลกั ษณไ ดต ามขอใด
ที่ตัวอักษรได เชน จฉ ไมสามารถเขียนเปน ฉจ ได เพราะจะมีความหมาย 1. AB
ไมเ หมือนกนั 2. AB
3. BA
4. BA
(เฉลยคาํ ตอบ ขอ 4. เพราะ จากรปู เปน รงั สที ม่ี จี ดุ B เปน จดุ ปลาย
จึงเขยี นสัญลกั ษณแ ทนไดเปน BA)
T134
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ
1.4 รงั สี ต จำกรูป แสดงรังส ี นต ที่มีจดุ น ขน้ั สอน
เปนจุดปลำย รังสีเปนสวนหนึ่งของ
น เสน้ ตรงที่มจี ุดปลำยเพยี งหนงึ่ จุด ทาํ เองโดยไมม แี บบ
• รังส ี นต เขียนแทนด้วยสญั ลักษณ นต 1. ครูใหนักเรียนทํากิจกรรมกลุม โดยแบงกลุม
กลุมละ 5 คน จากน้ันใหนักเรียนแตละกลุม
1.5 สวนของเสน้ ตรง1 จำกรูป แสดงสวนของเส้นตรง ชวยกันวาดภาพเมืองในฝน ที่เนนการดําเนิน
คง หรือสว นของเสน้ ตรง งค มีจดุ ค ชีวิตตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง และเนนการ
ค และจดุ ง เปน จดุ ปลำย ชวยลดภาวะโลกรอน โดยภาพเมืองดังกลาว
ง ตอ งประกอบดว ย จดุ เสน ตรง สว นของเสน ตรง
รังสี และระนาบ อยางละ 3 แบบขึ้นไป
• สวนของเสน้ ตรง คง เขียนแทนดว้ ยสญั ลกั ษณ คง (นักเรียนใชสีหรือปากกาหัวใหญเนนให
• สวนของเสน้ ตรง งค เขียนแทนด้วยสญั ลกั ษณ งค เดนกวาจุดอ่ืนๆ) พรอมท้ังเขียนสัญลักษณ
แสดงจุด เสนตรง สวนของเสนตรง รังสี
สวนของเส้นตรง คอื สว นหนึง่ ของเสน้ ตรงท่มี ี ใหชัดเจนถกู ตอ ง และตกแตง ใหสวยงาม
ควำมยำวจำ� กัด โดยมจี ดุ ปลำยทง้ั สองข้ำง
2. ครแู จกกระดาษขนาด A4 ใหนกั เรียนกลุมละ
รŒä٠nj㪌¶กÙ ตŒÍง 1 แผน จากนน้ั ใหน กั เรยี นรว มกนั วางแผนและ
แบง หนา ทกี่ นั ทํางานกลมุ
ควAามแตกตา งของเส้นตรงกับสวนของเส้นตรง
• สว นของเสน้ ตรง เปน เพยี งสว นหนง่ึ ของเสน้ ตรงเทำ นน้ั ซงึ่ มคี วำมยำวจำ� กดั 3. ครูใหนักเรียนนําเสนอผลงานโดยใหนักเรียน
• สัญลักษณทเ่ี ขยี นบนตัวอักษรเพื่อแสดงเส้นตรง คอื บอกวา มสี ว นใดบา งทเ่ี ปน จดุ เสน ตรง สว นของ
• สัญลักษณทเี่ ขยี นบนตัวอักษรเพอ่ื แสดงสว นของเสน้ ตรง คอื เสนตรง รงั สี และระนาบ และมีวธิ ีการเขียน
สัญลักษณแทนอยางไร โดยใหนักเรียนใน
เส้นตรง ชัน้ เรียนรวมกันตรวจสอบความถกู ตอ ง
4. ครูใหนักเรียนรวมกันสรุปวิธีการดําเนินชีวิต
ตามหลกั เศรษฐกจิ พอเพียง การชว ยลดภาวะ
โลกรอ นจากผลงานทเ่ี พอ่ื นแตล ะกลมุ นาํ เสนอ
สวนของเสน้ ตรง
123
ขอ สอบเนน การคดิ ส่ือ Digital
รูปในขอ ใดแสดง CD D 2. C D ครูอาจใหนักเรียนดูส่ือการเรียนรูผานทาง www.youtube.com โดย
1. C ใชคาํ สบื คน วา "เสน ตรง สว นของเสนตรง รังสี และมมุ "
3. C D 4. D C นักเรียนควรรู
(เฉลยคาํ ตอบ ขอ 2. เพราะ CD เปนสญั ลักษณแสดงรังสี CD)
1 สวนของเสนตรง เปนสวนหนึ่งของเสนตรงที่มีความยาวจํากัด เชน สวน
ของเสน AB เขยี นแทนดว ยสญั ลักษณ AB
AB
T135
นาํ สอน สรุป ประเมิน
ขน้ั สอน กิจกรรมฝึกทักษะ
ฝก ทาํ ใหช้ าํ นาญ 1 สิ่งของขอ้ ใดท่ีพื้นผวิ มีลกั ษณะเปน สวนของระนาบ
1. ครูใหนักเรียนแตละกลุมทําแบบฝกหัด ขอ 1. 2. 3.
1 - 5 จากแบบฝก หัด คณิตศาสตร ป.4 เลม 1
หนา 99 - 102 เสร็จแลวสงตัวแทนออกมา 4. 5. 6.
นําเสนอคําตอบหนาชั้นเรียน จากนั้นครูแจก
ใบงานที่ 6.1 ใหนกั เรียนแตล ะคนทาํ
2 จากรูป ตอบคา� ถามตอ ไปน้ี
2. ครูขอตัวแทนนักเรียนคร้ังละ 1 คน เปนคน
เฉลยคาํ ตอบ หากมนี กั เรยี นตอบผดิ ครอู ธบิ าย จดุ E จดุ B 1. จดุ A แสดงต�ำแหนง ของอะไร
เพมิ่ เติม จุด D 2. จดุ B แสดงตำ� แหนงของอะไร
3. จุด C แสดงต�ำแหนง ของอะไร
3. ครูใหนักเรียนทํากิจกรรมฝกทักษะ ขอ 1 - 2 4. จดุ D แสดงต�ำแหนง ของอะไร
ในหนงั สือเรียน หนา 124 เปน การบา น 5. จุด E แสดงตำ� แหนงของอะไร
ขน้ั สรปุ จดุ C จดุ A
ครูและนักเรียนรวมกันสรุปความรูเก่ียวกับ
ระนาบ จดุ เสนตรง รงั สี สวนของเสนตรง และ
สัญลกั ษณ
ขนั้ ประเมนิ
1. ครปู ระเมนิ ผล โดยการสงั เกตการตอบคาํ ถาม
และการรว มกิจกรรมกลมุ ของนกั เรยี น
2. ครูตรวจสอบผลจากการทําใบงานท่ี 6.1
กจิ กรรมฝกทักษะ และแบบฝกหัด
3 เ ขยี นชอ่ื และสัญลักษณแ ทนเส้นตรง สวนของเส้นตรง และรังสีตอไปน้ี ย
บ 2. A น
1. ท 3.
4. M B
พ
N 5. ย
6. ข
ถ
ฝก ท�าตอใน
124 บฝ.คณิตศาสตร ป.4 เลม 1
แนวทางการวัดและประเมินผล ขอ สอบเนน การคิด
ครูสามารถวัดและประเมินพฤติกรรมการทํางานกลุมจากการทํากิจกรรม ขอใดตอ ไปนม้ี ีพื้นผวิ สว นหน่งึ เปน ระนาบ
ในข้ันทําเองโดยไมมีแบบ โดยศึกษาเกณฑการวัดและการประเมินผลจาก 1. 2.
แบบประเมนิ ของแผนการจัดการเรยี นรใู นหนวยการเรยี นรูที่ 6
3. 4.
แบบสงั เกตพฤติกรรมการทางานกลุม่ (เฉลยคาํ ตอบ ขอ 2. เพราะ จอโทรทศั นม ลี กั ษณะเปน พนื้ ผวิ แบน
เรยี บ)
คาชีแ้ จง : ใหผ้ สู้ อนสงั เกตพฤติกรรมของนักเรยี นในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรียน แล้วขดี ✓ลงในช่องที่
ตรงกับระดบั คะแนน
ลาดบั ที่ ชอื่ – สกุล การแสดง การยอมรบั การทางาน ความมีน้าใจ การมี รวม
ของนักเรยี น ความคดิ เหน็ ฟงั คนอื่น ตามท่ีได้รบั สว่ นรว่ มใน 15
มอบหมาย การปรบั ปรงุ คะแนน
ผลงานกลมุ่
321321321321321
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน ลงชื่อ...................................................ผปู้ ระเมนิ
ปฏบิ ตั หิ รือแสดงพฤตกิ รรมอย่างสมา่ เสมอ ............../.................../...............
ปฏบิ ตั หิ รือแสดงพฤติกรรมบ่อยคร้งั ให้ 3 คะแนน
ปฏิบัตหิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางคร้งั ให้ 2 คะแนน
ให้ 1 คะแนน
เกณฑก์ ารตดั สนิ คุณภาพ
ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
12 - 15 ดี
8 - 11 พอใช้
ต่ากวา่ 8 ปรบั ปรงุ
T136
นาํ นํา สอน สรปุ ประเมนิ
ขนั้ นาํ (CIPPA Model)
ÃѧÊÕᵡµ‹Ò§¨Ò¡àÊŒ¹µÃ§¡Ñº ทบทวนความรเู้ ดมิ
ʋǹ¢Í§àÊŒ¹µÃ§Í‹ҧäÃ
2. ÁÁØ 1. ครกู ลา วทกั ทายนกั เรยี น จากนน้ั ทบทวนความรู
2.1 สว นประกอบของมุม การเรยี กช่อื มุม เรอ่ื ง เสนตรง สว นของเสนตรง และรงั สี
และสัญลักษณแทนมมุ
มุม เกดิ จำกรงั สหี รอื สวนของเสน้ ตรงสองเส้นท่มี ีจุดปลำยเปนจดุ เดียวกนั 2. ครสู มุ ตวั แทนนกั เรยี นออกมาวาดรปู รงั สี 2 เสน
บนกระดาน จากนนั้ ครตู ง้ั ชอ่ื รงั สที นี่ กั เรยี นวาด
แขนของมุม ก จำกรปู มีรงั ส ี 2 เส้น คอื รังส ี ขก (ขก) และ เปน งว และ งจ พรอ มทงั้ ถามนกั เรยี นวา หากครู
รังสี ขค (ขค) นํารงั สีทัง้ สองเสนมาตอกนั จะเกิดเปนอะไร
จุดยอดมมุ ข มจี ุดปลำยเปน จดุ เดยี วกนั คอื จดุ ข (แนวตอบ มมุ )
จดุ ข เรยี กวำ จดุ ยอดมุม
แขนของมุม ค ขก และ ขค เรียกวำ แขนของมมุ 3. ครูใหนักเรียนรวมกันอภิปรายมุมท่ีนักเรียน
เคยรูจักวา ช่ืออะไร และมีลักษณะอยางไร
มมุ กขค เขยี นแทนดว้ ยสัญลักษณ กข∧ค หรือ ∠กขค หรือ ข∧ จ า ก น้ั น ค รู เ ขี ย น คํ า ต อ บ ข อ ง นั ก เ รี ย น บ น
หรือมุม คขก เขยี นแทนดว้ ยสญั ลักษณ คข∧ก หรือ ∠คขก หรือ ข∧ กระดานและใหนักเรียนออกมาวาดรูปมุม
ท่ีเคยเห็นบนกระดาน แตครูยังไมเฉลยวา
คาํ ตอบใดถูกตอง
รäŒÙ nj㪌¶กÙ ตÍŒ ง ขนั้ สอน
กำรเรยี กชอื่ มมุ ตวั อกั ษรทแี่ สดงจดุ ยอดมมุ จะอยตู รงกลำงเสมอ และสญั ลกั ษณ ∧ แสวงหาความร้ใู หม
เขยี นไวเ้ หนอื ตวั อกั ษรทเี่ ปน จดุ ยอดมมุ และสญั ลกั ษณ ∠ เขยี นไวห้ นำ้ ตวั อกั ษรทเี่ ปน
ช่ือมมุ 1. ครใู หน ักเรยี นแบงกลุม กลมุ ละ 5 - 6 คน แลว
แจกรปู ภาพใหน กั เรยี นกลมุ ละ 1 ชดุ จากนั้น
2.2 ชนดิ ของมมุ ใหนักเรียนชวยกันหาคําตอบจากแหลงขอมูล
1) มมุ ฉาก ตา งๆ เชน หนังสือเรียนคณติ ศาสตร หนังสือ
ในหอ งสมดุ อนิ เทอรเ นต็ หรอื สแกน QR Code
กระดำษ 1 แผน พบั เปน 2 สวน พบั อกี ครัง้ ให้รอยพบั มุมทเ่ี กิดจำกรอยพับน้ี จากหนังสอื เรยี น หนา 125 เปน ตน เพือ่ ตอบ
ทับกันสนิท เปน มมุ ฉำก คําถามวาสวนประกอบของมุมมีอะไรบาง
ก• ภาพที่ครูแจกใหเปนมุมใดบาง และมุมชนิด
มุมฉากเป็นมุมที่เกÔด¨ากกาÃ ตา งๆ มลี ักษณะเปน อยางไร
ข ค• ¾Ñ ºกÃÐดาÉขŒางตŒน
2. ครูใหนักเรียนเขียนคําตอบลงในดานหลังของ
สว นประกอบของมุม และชนิดของมมุ 125 รูปภาพท่ีครูกําหนด ครูใหเวลานักเรียนทํา
กิจกรรมประมาณ 20 นาที โดยอนุญาตให
นกั เรยี นไปหาขอ มลู จากแหลง ความรตู า ง ๆ ได
แตม ขี อ ตกลงวา หากหมดเวลานกั เรยี นกลมุ ใด
กลบั มาไมท นั จะถกู หักคะแนน 20 คะแนน
ขอ สอบเนน การคดิ ส่ือ Digital
มมุ แหลมคอื มุมชนิดใด ครูเปดส่ือการเรียนรูเรื่อง สวนประกอบของมุม และชนิดของมุม
1. มุมที่มีขนาดเทา กบั 1 มุมฉาก ในหนงั สอื เรียน หนา 125 ดว ยการสแกน QR Code
2. มมุ ที่มขี นาดเลก็ กวา 1 มุมฉาก
3. มมุ ทม่ี ีขนาดใหญก วา 2 มุมฉาก
4. มมุ ทีม่ ขี นาดเล็กกวา 2 มุมฉาก
(เฉลยคําตอบ ขอ 2. เพราะมุมแหลมเปนมุมท่ีมีขนาดใหญกวา
0 องศา แตเล็กกวา 90 องศา หรอื เล็กกวา 1 มุมฉาก)
T137