8. ความคดิ เห็น (ผบู้ ริหาร / หรือผทู้ ่ไี ดร้ บั มอบหมาย)
ได้ทำกำรตรวจแผนกำรจดั กำรเรียนรขู้ อง.................................................แล้วมีควำมเหน็ ดังน้ี
8.1 เป็นแผนกำรจดั กำรเรียนรู้ที่
ดีมำก ดี
พอใช้ ต้องปรับปรุง
8.2 กำรจดั กิจกรรมกำรเรียนรู้ได้นำเอำกระบวนกำรเรียนรู้
ทีเ่ น้นผเู้ รียนเป็นสำคญั ใช้กระบวนกำรสอนได้อย่ำงเหมำะสม
ที่ยังไม่เน้นผเู้ รียนเปน็ สำคญั ควรปรับปรุงพัฒนำต่อไป
8.3 เปน็ แผนกำรจัดกำรเรียนรู้ที่
นำไปใช้สอนได้
ควรปรับปรุงก่อนนำไปใช้
8.4 ข้อเสนอแนะอื่น ๆ
.............................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................
ลงชือ่ .................................................................
(นำยมนตรี สขุ พินจิ )
หวั หนำ้ กลุ่มสำระกำรเรียนรู้
ควำมคิดเห็นของรองผู้อำนวยกำรฝ่ำยวิชำกำร
.............................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................
ลงชื่อ............................................
( นำยชำญยุทธ สุทธิธรำนนท์ )
รองผอู้ ำนวยกำรกลุ่มบริหำรงำนวิชำกำร
ควำมคิดเห็นของผู้อำนวยกำรโรงเรียน
.............................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
ลงชือ่ .............................................
( นำยวีระ แก้วกัลยำ )
ผอู้ ำนวยกำรโรงเรียนรำชประชำนุเครำะห์ 47 จงั หวัดเพชรบุรี
ผังมโนทัศน์หน่วย
เร่อื ง การขยายพันธุ์พืชแบบอาศัยเ
ระดบั ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีท่ี 1 ภาคเรยี นท่ี 1
เรือ่ ง ควำมหมำย ควำมสำคญั
ของกำรเพำะเมล็ด
เวลำ...๒..... ชว่ั โมง
หน่วยการเรีย
เรื่อง กำรขยำยพนั
เรือ่ ง.กำรเพำะเมล
เวลา....๔.
ยการเรียนรู้ท่ี ๒
เพศ รายวิชา. การขยายพันธุพ์ ืช
1 เวลา ๑๐ ชว่ั โมง จานวน. ๒.๐ หน่วยกิต
เรือ่ ง กำรเพำะเมล็ดในภำชนะ
เวลำ .....4.... ชัว่ โมง
ยนรทู้ ี่ ..๒.
นธุ์พชื โดยกำรเพำะเมลด็
ลด็ ในแปลงเพำะ
... ชวั่ โมง
หน่วยการเรียนรู้ท่ี ๒ เร่ืองการขยายพันธ์พุ ืชแบบอาศัยเพศ จานวน ๑๐ ช่วั โมง
กลุม่ สาระการเรียนรกู้ ารงานอาชีพ ชัน้ . ม. ๑ ภาคเรยี นท่ี ๑ ปีการศึกษา 256๕
รายวิชาการขยายพนั ธพุ์ ืช รหัสวิชา ง ๒๑๒๔๕ ครผู ู้สอน นางเพลินตา พลู สวัสดิ์
_________________________________________________________
สาระสาคัญ / ความคดิ รวบยอด (Learning Concepts)
กำรขยำยพนั ธุ์พชื แบบอำศัยเพศได้แก่ กำรเพำะเมลด็ เป็นกำรขยำยพันธุ์โดยใช้สว่ นของเมลด็ ทีเ่ กิดจำก
กำรผสมเกสรระหว่ำงเกสรเพศผู้และเกสรเพศเมีย โดยนำมำเพำะในวัสดุเพำะ เช่น ทรำยหยำบ แกลบดำ ปุ๋ย
คอก และดิน ตำมอัตรำส่วนที่เหมำะสม
ผลกำรเรียนรู้ที่ 2.อธิบำยกำรขยำยพันธุ์พชื แบบอำศยั เพศ และแบบไม่อำศยั เพศ กำรอนุบำลพันธุ์พชื และ
กำรจัดจำหน่ำย
สมรรถนะสำคญั ของผู้เรยี น ( Competency ) คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ ( Desired Characteristics )
1. ควำมสำมำรถในกำรส่ือสำร มคี วำมรับผดิ ชอบ ตรงตอ่ เวลำ ขยนั ซื่อสัตย์ สำมคั คี
2. ควำมสำมำรถในกำรคิด ประณีต รอบคอบ ทำงำนเปน็ กลุ่ม และ รักกำรทำงำน
3. ควำมสำมำรถในกำรแก้ปญั หำ
4. ควำมสำมำรถในกำรใช้ทักษะชีวติ
5. ควำมสำมำรถในกำรใช้เทคโนโลยี
ทักษะ / กระบวนกำร ( Skill during the process )
ทกั ษะเฉพำะวิชำ ทกั ษะกำรคิด
- กระบวนกำรขยำยพันธุ์พืช และกำรปฏิบตั ิ - กำรค้นคว้ำข้อมลู
ดูแลรกั ษำ - กำรนำเสนอข้อมูล
ควำมเข้ำใจที่ยงั่ ยืน
กำรขยำยพันธ์ุพืชโดยกำรใช้เพศ เป็นกำรผสมพันธุ์ระหว่ำงเกสรตวั ผแู้ ละเกสรตวั เมีย ได้แก่ กำรเพำะเมล็ด
โดยนำมำเพำะในวสั ดเุ พำะ เชน่ ทรำยหยำบ แกลบดำ ปุ๋ยคอก และดนิ ตำมอัตรำส่วนทีเ่ หมำะสม
ควำมสมั พันธ์กบั กลุ่มสำระกำรเรียนรอู้ ืน่
ภำษำไทย -กำรอ่ำน กำรเขียน กำรฟงั
แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ ๔
เรอ่ื ง การขยายพันธโุ์ ดยการเพาะเมล็ด เวลา ๑๐ ชวั่ โมง ระดับชั้น ม. ๑
__________________________________________________________________________
1. เปา้ หมายการเรียนรู้ / หลักฐานการเรียนรู้ / การวัดและการประเมินผล
ผลกำรเรียนรู้ สิง่ ที่ตอ้ งรแู้ ละปฏิบัติได้ ผลงำน / ชิน้ งำน กำรวดั ผลและกำร
ประเมินผล
๒. อธิบำยกำรขยำยพันธ์ุ - ข้อดี –ข้อเสียของกำรเพำะเมลด็ -ใบงำน - ตรวจผลงำน
พืชแบบอำศัยเพศ และ กำร - กำรเพำะเมลด็ ในภำชนะ/ในแปลง -กำรเพำะเมล็ด - ประเมินพฤติกรรม
กำรเรียน
อนบุ ำลพนั ธ์ุพชื และ พืชผกั ,ไม้ดอก
กำรจดั จำหนำ่ ย
2. สาระการเรียนรู้ (Learning Contents)
1. ความรู้ (Knowledge)
- ข้อดี –ข้อเสียของกำรเพำะเมลด็
- กำรเพำะเมลด็ ในภำชนะ/ในแปลง
2. ทักษะ/กระบวนการ (Skill during the process)
-ทักษะกำรทำงำนกลุ่ม
- ทักษะกำรปฏิบัติงำน
๓. สมรรถนะ (Competency)
1. ควำมสำมำรถในกำรสือ่ สำร
2. ควำมสำมำรถในกำรคิด
3. ควำมสำมำรถในกำรแก้ปัญหำ
4. ควำมสำมำรถในกำรใชท้ ักษะชีวติ
5. ควำมสำมำรถในกำรใชเ้ ทคโนโลยี
3. หลกั ฐานการเรียนรู้ชิน้ งำนหรอื ภำระงำน (Work)
ผลงำน กำรปฏิบัติงำน
4. การวดั และการประเมินผล ( Evaluation )
สิง่ ทีว่ ดั ผล วิธีวัดผล เครื่องมือวัดผล เกณฑก์ ำรประเมิน
ใบงำน ผำ่ นเกณฑ์
ด้ำนควำมรู้ (K) ตรวจใบงำน แบบสังเกต ผำ่ นเกณฑ์
แบบสงั เกต ผำ่ นเกณฑ์
ด้ำนทกั ษะ/กระบวนกำร(P) สังเกตพฤติกรรม
แบบสงั เกต ผำ่ นเกณฑ์
เจตคติ/คุณลักษณะ (A) มีควำมรบั ผดิ ชอบ ตรง
ต่อเวลำ ทำงำนเปน็ กลุ่ม
สมรถนะของผู้เรยี น (C) สังเกตพฤติกรรม
5. กระบวนการการจัดกิจกรรม / รูปแบบการจัดกิจกรรม ( Learning Process )
กำรจัดกิจกรรมกำรเรยี นรู้/แนวทำงกำรเสริมแรงหรอื ช่วยเหลอื นกั เรียน
- ศกึ ษำค้นคว้ำ รวบรวมข้อมลู สรุปผล และปฏิบัติงำน
6. กิจกรรมการเรียนการสอน
1. ข้ันนาเข้าสบู่ ทเรียน ( 15 นาที )
- ครูต้ังคำถำมให้นกั เรียนแสดงควำมคิดเหน็ ดงั นี้
1. นักเรียนคิดว่ำกำรขยำยพนั ธ์ุพชื มีขอ้ ดีอย่ำงไร (ชว่ ยเพิ่มจำนวนพืชให้มีจำนวนต้นมำกขึ้น ช่วยให้
พืชไม่สญู พันธ์ุ)
2. นกั เรียนเคยขยำยพันธ์ุพชื หรือไม่ อย่ำงไร (เคย/ไม่เคย เชน่ กำรเพำะเมลด็ กำรปกั ชำกำรตอนกิ่ง
กำรตดิ ตำ กำรทำบกิ่ง กำรตอ่ กิ่ง กำรทำบกิ่ง กำรแบ่งแยก และกำรเพำะเลี้ยงเนื้อเยือ่ )
3 นกั เรียนคิดว่ำกำรขยำยพนั ธุ์พืชแบ่งออกกีป่ ระเภท อะไรบ้ำง (2 ประเภท ได้แก่ กำรขยำยพันธุ์
พืชแบบอำศัยเพศ ได้แก่ กำรเพำะเมลด็ และกำรขยำยพนั ธ์ุพืชแบบไม่อำศัยเพศ
2. ข้นั สอน
ชัว่ โมงท1ี่ -2
- ครูแจง้ จุดประสงค์กำรเรียนรวู้ ่ำนักเรียนจะได้เรยี นรู้ เรือ่ งกำรขยำยพันธ์ุพืชโดยกำรใชเ้ มล็ด ซึง่ มี 3
แบบ ได้แก่ กำรเพำะเมล็ดในภำชนะ กำรเพำะเมล็ดในกระบะเพำะชำ และกำรเพำะเมล็ดในแปลง
- สำหรับกิจกรรมในครั้งนี้ นักเรียนจะได้ทำกำรขยำยพนั ธุ์พืชโดยกำรใชเ้ มลด็ แบบที่ 1 คือกำรเพำะ
เมล็ดในภำชนะ
- นกั เรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 5 คน โดยภำยในกลุ่มมีสมำชกิ คละกนั ท้ังคนเก่ง ปำนกลำง และอ่อน
จำกน้ันเลือกประธำนกลุ่มและเลขำนุกำรกลุ่มด้วยกำรลงคะแนนเสียงหมุนเวียนผลัดเปลีย่ นกันในกำรทำงำนแต่
ละครง้ั และแนะนำให้รู้จักกำรทำงำนเปน็ กลุ่ม ดังน้ี
1. ประธำนกลุ่ม ผลัดเปลีย่ นกันเปน็ คนละกิจกรรม ......
2. สมำชิกกลุ่ม ท ำงำนทีร่ ับผดิ ชอบในหน้ำที่ เสนอควำมคิดเห็นในกำรอภปิ รำย ช่วยสังเกต
วิเครำะห์ เปรียบเทียบ แสวงหำควำมรใู้ นแต่ละกิจกรรม
3.เลขำนุกำรกลุ่ม จัดทำรำยงำน จดบันทึก และสรุปรำยงำนผล
ชว่ั โมงท๓ี่ -๔
- นกั เรียนแต่ละกลุ่มศกึ ษำ เร่อื งกำรขยำยพันธุ์พืชโดยกำรใชเ้ มลด็ และร่วมกันวำงแผนว่ำจะกำรทำงำน
อย่ำงไร จะแบ่งหน้ำทีอ่ ย่ำงไร ต้องใชว้ ัสดอุ ุปกรณ์อะไรบ้ำง จะต้องศึกษำค้นคว้ำควำมรู้จำกแหลง่ เรียนรู้
ใดบ้ำง
ชั่วโมงท๕ี่ -๘
- นกั เรียนแต่ละกลุ่มลงมอื ปฏิบัติกิจกรรมตำมข้ันตอนทีว่ ำงไว้ โดยครูคอยใหค้ ำแนะนำในกำรทำอย่ำง
ใกล้ชิด ถ้ำมีปัญหำครคู อยช่วยเหลือแก้ไขปัญหำกับนกั เรียน กิจกรรมที่ตอ้ งปฏิบัติ
- นักเรียนแตล่ ะกลุ่มประเมินผลทั้งกำรวำงแผนก่อนกำรทำงำน ขณะปฏิบัติงำน และเม่ือทำงำนเสร็จแล้ว
และปรับปรงุ ผลกำรปฏิบัติงำน
- นักเรียนแต่ละกลุ่มเสนอผลกำรขยำยพนั ธ์ุโดยกำรใช้เมลด็ และร่วมกันสรุปขั้นตอนกำรศกึ ษำค้นคว้ำเกี่ยวกับ
กำรขยำยพนั ธ์ุโดยกำรใชเ้ มล็ด
3. ขัน้ สรุป ( ชวั่ โมงท่๙ี -๑๐)
- นกั เรียนแต่ละคนทำแบบทดสอบ เร่อื งกำรขยำยพันธ์ุพืชโดยกำรใชเ้ มล็ด
- ครแู ละนักเรียนร่วมกนั ทบทวนควำมรอู้ ีกคร้ังพร้อมท้ังจดบันทึกลงสมุด
4. สือ่ การสอน / แหล่งเรียนรู้
- ใบงาน
- ใบความรู้
- แบบทดสอบ
- เมล็ดพันธพ์ุ ืชตา่ งๆ, ขยุ มะพรา้ ว , ข้เี ถ้าแกลบ,ดินร่วน
- ถงุ เพาะช้า,กระบะเพาะชา้ ,บัวรดน้า
7. บนั ทึกผลหลงั แผนการจัดการเรียนรู้
1. ผลการเรียนรู้
1.1 ด้ำนควำมรู้ (K)
ตำรำงที่ 1 แสดงค่ำร้อยละระดบั ผลสมั ฤทธิ์ทำงกำรเรียน เรื่อง ...................................................
ระดับผลสัมฤทธิ์ จานวนนกั เรยี น ร้อยละ
ดีมำก (80-100 คะแนน)
ดี (70-79 คะแนน)
พอใช้ (60-69 คะแนน)
ปรับปรงุ (50-59 คะแนน)
จำกตำรำงที่ 1 พบว่ำนกั เรียนผลสมั ฤทธิท์ ำงกำรเรียน ร้อยละ................อยู่ในระดับ..........และ
รองลงมำร้อยละ.................อยู่ในระดับ...............และพบว่ำนกั เรียน....................................................
............................................................................................................................................................
1.2 ด้ำนทกั ษะ/กระบวนกำร (P )
ตำรำงที่ 2 แสดงค่ำร้อยละระดับผลสมั ฤทธิ์ทำงกำรเรียน เรือ่ ง ..................................................
ระดบั ผลสมั ฤทธิ์ จานวนนกั เรยี น รอ้ ยละ
ดีมำก (80-100 คะแนน)
ดี (70-79 คะแนน)
พอใช้ (60-69 คะแนน)
ปรบั ปรงุ (50-59 คะแนน)
จำกตำรำงที่ 2 พบว่ำนักเรียนผลสมั ฤทธิท์ ำงกำรเรียน ร้อยละ................อยู่ในระดบั ..........และ
รองลงมำร้อยละ.................อยู่ในระดับ................และพบว่ำนักเรียน.............................................
.......................................................................................................................................................
1.3 ด้ำนเจตคติ / คุณลักษณะฯ (A)/ สมรรถนะ (C) เชือ่ มโยงกับมำตรฐำนหลักสูตร
ตำรำงที่ 3 แสดงคำ่ ร้อยละคุณลักษณะอันพึงประสงค์ เรื่อง ............................................
ระดับผลสมั ฤทธิ์ จานวนนักเรยี น รอ้ ยละ
ดีมำก (80-100 คะแนน)
ดี (70-79 คะแนน)
พอใช้ (60-69 คะแนน)
ปรับปรงุ (50-59 คะแนน)
จำกตำรำงที่ 3 พบว่ำนักเรียนคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ ร้อยละ..............อยู่ในระดับ............และ
รองลงมำร้อยละ.................อยู่ในระดบั ...............และพบว่ำนกั เรียน.....................................................
..................................................................................................................................................................
สรุป ผลกำรใช้แผนกำรจดั กำรเรียนรทู้ ี่ …………………………..
7) นกั เรียนมผี ลสัมฤทธิ์ทำงกำรเรียนอยู่ในระดับ...................
8) นักเรียนมที ักษะในระดับ..................
9) นักเรียนมคี ุณลักษณะในระดบั ...............
2.บรรยากาศการเรียนรู้
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
3. การปรบั เปลีย่ นแผนการจัดการเรียนรู้ (ถ้ามี)
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
4. ขอ้ คน้ พบด้านพฤติกรรมการจัดการเรียนรู้
..........................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................
5. อืน่ ๆ....................................................................................................................................................
ใบความรู้
กำรขยำยพันธ์ุพชื โดยกำรใช้เมลด็ หมำยถึง กำรนำเมล็ดพันธ์ุตำ่ ง ๆ ที่คัดเลือกแล้วว่ำเปน็ สำยพนั ธุ์ดีมำทำกำร
เพำะในวัสดุเพำะจนได้ต้นพืชใหม่
ข้อดขี องกำรขยำยพันธุ์พชื โดยกำรใชเ้ มลด็
1. สะดวกในกำรขนสง่ ระยะทำงไกล ๆ
2. ได้ตน้ พืชที่มรี ะบบรำกดี เพรำะมีรำกแก้ว
3. ทำได้ง่ำยและได้ปริมำณมำก เพรำะสะดวกในกำรปฏิบตั ิ
4. เสียค่ำใช้จ่ำยน้อยเพรำะไม่ต้องใช้เคร่อื งมอื หรืออปุ กรณ์มำกนกั
5. เกบ็ รักษำได้นำน เพรำะไม่ต้องกำรสิง่ แวดล้อมในกำรดำรงชีวติ มำก
ข้อเสียของกำรขยำยพันธ์ุพืชโดยกำรใชเ้ มล็ด
1. ให้ผลผลติ ช้ำ ต้องใช้เวลำในกำรเลีย้ งดูนำน
2. ปลกู ได้นอ้ ยต้นในเนื้อที่เท่ำกนั เพรำะทรงพมุ่ ใหญ่
3. กลำยพันธ์ุได้ง่ำย เพรำะต้นทีไ่ ด้เกิดจำกกำรผสมพันธ์ุ
4. ลำตน้ สูงใหญ่ ไม่สะดวกในกำรเกบ็ เกีย่ วและดูแลรกั ษำ
5. ต้นมีโอกำสรับแรงปะทะลมได้มำก ทำให้ดอกและผลร่วงหล่นเสียหำยมำก
กำรคัดเลือกเมลด็ พันธุ์พชื
1. เมล็ดต้องมำจำกต้นพันธุ์ที่สมบรู ณ์
2. กำรเลือกซอื้ เมลด็ พนั ธ์ุ ควรเลือกซอื้ จำกแหล่งทีเ่ ช่ือถือได้
3. เมลด็ ต้องแก่เต็มที่ ได้จำกฝักหรอื ผลทีส่ มบูรณ์ ไม่มีโรคแมลง
4. ผำ่ นกำรทดสอบเปอร์เซน็ ต์กำรงอกอย่ำงนอ้ ยต้อง 80% ขนึ้ ไป
5. กำรเกบ็ เมลด็ พนั ธุ์ตอ้ งเกบ็ รักษำเมลด็ พันธ์ุไว้ในที่โปร่ง อำกำศถ่ำยเทได้สะดวก
6. เมลด็ พวกธญั พืช ควรตำกใหแ้ หง้ สนทิ ก่อนคลุกยำป้องกนั มอด มด ปลวก และเชือ้ รำ
7. ถ้ำตอ้ งกำรเก็บรกั ษำเมล็ดพนั ธุ์ไว้นำน ๆ ต้องเกบ็ ไว้ในตู้เยน็ หรอื หอ้ งปรบั อำกำศเพือ่ ยืดอำยุกำรงอก
พืชที่นยิ มขยำยพันธ์ุโดยกำรใช้เมลด็ สว่ นใหญ่จะเปน็ พวกเมล็ดผัก เช่น ผักชี ผักกำด ผักบุ้งจนี เปน็ ต้น ถ่วั ต่ำง
ๆ เช่น ถ่ัวลิสง ถ่วั เหลอื ง ถั่วเขียว เปน็ ต้น และธญั พืช เช่น ขำ้ ว ข้ำวโพด เป็นต้น
วิธีกำรกำรขยำยพันธุ์พืชโดยกำรใชเ้ มลด็ โดยท่วั ไปมักทำกนั อยู่ 3 แบบ คอื
แบบที่ 1 กำรเพำะเมล็ดในภำชนะ
แบบที่ 2 กำรเพำะเมล็ดในกระบะเพำะ
แบบที่ 3 กำรเพำะเมล็ดในแปลงเพำะ
แบบทดสอบ
คำชแี้ จง ให้นกั เรียนทำเครื่องหมำย X ตัวอกั ษร ก ข ค หรอื ง ลงในแบบทดสอบและเลือกคำตอบทีถ่ กู ต้อง
ที่สดุ เพียงข้อเดียว (ข้อละ 1 คะแนน)
1. ข้อใดคือควำมหมำยที่ถกู ต้องของกำรขยำยพนั ธ์ุพืช
ก. กำรเก็บเมลด็ พันธุ์ทีด่ ีไว้เพือ่ ขยำยด้วยวิธีกำรตำ่ งๆ
ข. กำรคัดเลือกเมลด็ พนั ธุ์ที่ไม่สมบูรณ์ออกใหไ้ ด้มำกทีส่ ุด
ค. กำรเพำะปลูกเมล็ดพืชให้เจรญิ เติบโตตำมวัฎจักรเพือ่ ออกผลผลิตต่อไป
ง. กำรเพิม่ จำนวนต้นพืชใหม้ ำกขึ้นเพื่อนำไปใช้ประโยชนด์ ้ำนต่ำงๆ และอนุรกั ษ์ลกั ษณะที่ดไี ว้
2. กำรขยำยพันธุ์พชื แบ่งออกเปน็ 2 วิธีใหญ่ ๆได้แก่ข้อใด
ก. กำรตดิ ตำ กำรตอ่ กิง่ กำรปักชำ
ข. แบบอำศยั เพศ แบบไม่อำศัยเพศ
ค. กำรขยำยพันธุ์โดยกำรใช้ไหลและหน่อ
ง. กำรขยำยพันธ์ุโดยใช้จุกและกำรทำบกิ่ง
3. ข้อใด ไม่ใช่ ขอ้ ดีกำรขยำยพันธุ์พืชโดยกำรใชเ้ มลด็
ก. มีกำรกลำยพันธ์ุได้ง่ำย
ข. ทำได้ง่ำยไม่ต้องใช้เครื่องมอื มำก
ค. มีรำกแก้วสำมำรถหย่ังลกึ ลงไปในดินชว่ ยยึดลำต้นได้ดี
ง. สะดวกในกำรขนส่ง ปลอดจำกโรค พืชทีป่ ลกู ด้วยเมลด็ จะอยู่ได้นำน
4. พืชชนิดใดที่ ไม่นิยม ขยำยพนั ธุ์โดยกำรใชเ้ มลด็
ก. มะม่วง
ข. แตงกวำ
ค. ผักคะน้ำ
ง. ถว่ั ผกั ยำว
5. ข้อใดเป็น ขอ้ ดี ของกำรขยำยพนั ธ์ุโดยวิธีกำรใชเ้ มล็ด
ก.ได้ตน้ พืชตรงตำมพันธ์ุ
ข.ได้ต้นพชื ที่มรี ะบบรำกดี
ค. ได้ต้นพืชที่มขี นำดสม่ำเสมอ
ง. ต้นพืชให้ผลผลติ ใช้ระยะเวลำสน้ั
6. ข้อใดเรียงลำดบั ข้ันตอนกำรเพำะเมลด็ ได้ถกู ต้อง
1. กลบทบั เมลด็ ด้วยวสั ดเุ พำะบำง ๆ ใหท้ ั่ว
2. หว่ำนหรอื โรยเมล็ดเป็นแถว
3. คลุมทบั ด้วยกระดำษหนงั สือพมิ พ์ รดน้ำให้ชุ่ม
4. เตรียมผสมวสั ดุเพำะสำหรบั เพำะเมล็ด
ก. 2-4-1-3
ข. 2-4-3-1
ค. 4-2-3-1
ง. 4-2-1-3
7. วสั ดเุ พำะลกั ษณะใดเหมำะสำหรบั กำรเพำะเมลด็
ก. ดนิ รว่ นผสมแกลบและปุ๋ยคอก
ข. ดนิ ทรำยผสมขีเ้ ถ้ำแกลบและขยุ มะพร้ำว
ค. ดนิ รว่ นผสมขยุ มะพร้ำว และปุ๋ยเคมี
ง. ดินเหนยี วผสมขยุ มะพร้ำวและปุ๋ยเคมี
8. เรำควรเลือกเมลด็ พนั ธ์ุในข้อใดมำเพำะ
ก. เมล็ดมคี วำมชนื้ สงู
ข. เมล็ดใหญ่ เกบ็ ไว้นำน 2 ปี
ค. เมล็ดลีบเลก็ ไม่ถูกแมลงทำลำย
ง. มีเปอร์เซน็ ต์ควำมงอกร้อยละ 85
9. ถ้ำเมล็ดมขี นำดเล็ก ควรนำเมลด็ มำผสมกับสิง่ ใดก่อนกำรหว่ำนในแปลงเพำะ
ก. ผสมกับน้ำ
ข. ผสมกับทรำย
ค. ผสมกับหนิ กรวด
ง. ผสมกับขุยมะพร้ำว
10. หลงั จำกทำกำรเพำะเมล็ดเสรจ็ ใครมีควำมรบั ผดิ ชอบต่องำนมำกทีส่ ุด
ก. วชิ ยั นำอุปกรณ์มำหยอกล้อกบั เพื่อน
ข. วนิ ยั ส่ังใหเ้ พื่อน ๆ ในกลุ่มเก็บอปุ กรณ์
ค. ววิ ัฒน์รบี ไปเรียนวิชำต่อไปแล้วตอนเลิกเรียนค่อยมำเก็บอปุ กรณ์
ง. วิชำทำควำมสะอำดอุปกรณ์และเกบ็ อุปกรณ์ไว้เปน็ ระเบียบเรียบร้อย
แบบบันทึกการสังเกตและประเมินผลพฤติกรรมรายบคุ คล
คร้ังที่ ………… เรื่อง ................................................................
รหสั วิชำ .......................... ภำคเรียนที่…....ปีกำรศึกษำ………… ชั้น................ โรงเรียน ..................................
พฤติกรรม / ระดับคะแนน
ควำมสนใจใน กำรมสี ่วน กำรตอบ กำรยอมรบั ทำงำนตำมท่ี
ลำดบั ที่ ชื่อ – สกุล กำรทำ ร่วมในกำร คำถำม ฟังควำม ได้รบั รวม
กจิ กรรม แสดงควำม
คิดเห็นผู้อืน่ มอบหมำย
คิดเหน็
321321321321321
เกณฑ์การใหค้ ะแนน เกณฑ์การประเมิน คะแนนเต็ม 15 คะแนน
ระดับ 3 หมำยถึง มพี ฤตกิ รรมในระดบั ดี คะแนน 13 - 15 หมำยถึง ดี
ระดับ 2 หมำยถึง มพี ฤตกิ รรมในระดบั ปำนกลำง คะแนน 9 - 12 หมำยถึง ปำนกลำง
ระดับ 1 หมำยถึง มพี ฤตกิ รรมในระดบั ปรับปรงุ คะแนน 5 - 8 หมำยถึง ปรบั ปรุง
เกณฑก์ ารผ่าน ร้อยละ 60 ( 9 คะแนน )
ลงชือ่ ................................................
()
ครผู ู้สอน / ผู้ประเมิน
แบบประเมินพฤติกรรมการทางานกลุ่ม
กลุ่ม ..........................................................................................................
สมำชิกในกลุ่ม 1.......................................................................
2. ......................................................................
3. ......................................................................
4. ......................................................................
5. ......................................................................
คาชี้แจง : ให้นกั เรียนทำเครื่องหมำย ในช่องทีต่ รงกบั ควำมเป็นจริง
พฤติกรรมท่สี ังเกต คะแนน
321
1. มีสว่ นร่วมในกำรแสดงควำมคิดเห็น
2. มีควำมกระตอื รอื ร้นในกำรทำงำน
3. รบั ผิดชอบในงำนทีไ่ ด้รับมอบหมำย
4. มีขนั้ ตอนในกำรทำงำนอย่ำงเป็นระบบ
5. ใช้เวลำในกำรทำงำนอย่ำงเหมำะสม
รวม
เกณฑ์การให้คะแนน พฤติกรรมที่ทำเป็นประจำ ให้ 3 คะแนน
เกณฑก์ ารให้คะแนน พฤติกรรมที่ทำเปน็ บำงครง้ั ให้ 2 คะแนน
พฤติกรรมที่ทำนอ้ ยครั้ง ให้ 1 คะแนน
ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภำพ
13-15 ดี
8-12 ปำนกลำง
5-7 ปรบั ปรุง
( หลังจากจดั กิจกรรมการเรียนการสอนจบ หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี ๒ )
ปญั หา/สิง่ ที่พฒั นา / แนวทางแก้ปัญหา / แนวทางการพัฒนา
ปัญหา/สิ่งทพ่ี ฒั นา สาเหตุของปญั หา/ แนวทางแก้ไข/ วิธีแกไ้ ข/พฒั นา ผลการแก้ไข/พัฒนา
สิง่ ที่พัฒนา พฒั นา
ลงชือ่ ............................................. ผู้สอน
(นำงเพลินตำ พูลสวสั ดิ์)
รับทรำบผลกำรดำเนินกำร
ลงชื่อ...............................................
(นำมนตรี สุขพินจิ )
หวั หนำ้ กลุ่มสำระกำรเรียนรู้
ลงชื่อ............................................
( นำยชำญยทุ ธ สทุ ธิธรำนนท์ )
รองผู้อำนวยกำรกลุ่มบริหำรงำนวิชำกำร
ลงชือ่ ...........................................
( นำยวีระ แก้วกัลยำ )
ผอู้ ำนวยกำรโรงเรียนโรงเรียนรำชประชำนเุ ครำะห์ 47 จังหวดั เพชรบุรี
8. ความคดิ เหน็ (ผูบ้ ริหาร / หรือผู้ทไ่ี ดร้ บั มอบหมาย)
ได้ทำกำรตรวจแผนกำรจัดกำรเรียนรขู้ อง.................................................แล้วมีควำมเหน็ ดังน้ี
8.1 เปน็ แผนกำรจดั กำรเรียนรู้ที่
ดีมำก ดี
พอใช้ ต้องปรับปรงุ
8.2 กำรจดั กิจกรรมกำรเรียนรู้ได้นำเอำกระบวนกำรเรียนรู้
ทีเ่ น้นผเู้ รียนเปน็ สำคญั ใช้กระบวนกำรสอนได้อย่ำงเหมำะสม
ทีย่ ังไม่เน้นผเู้ รียนเป็นสำคัญ ควรปรบั ปรุงพฒั นำต่อไป
8.3 เป็นแผนกำรจดั กำรเรียนรู้ที่
นำไปใช้สอนได้
ควรปรับปรงุ ก่อนนำไปใช้
8.4 ข้อเสนอแนะอื่น ๆ
.............................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................
ลงชื่อ.................................................................
(นำยมนตรี สุขพินจิ )
หัวหนำ้ กลุ่มสำระกำรเรียนรู้
ควำมคิดเห็นของรองผู้อำนวยกำรฝ่ำยวิชำกำร
.............................................................................................................................................................
ลงชือ่ ............................................
( นำยชำญยทุ ธ สทุ ธิธรำนนท์ )
รองผอู้ ำนวยกำรกลุ่มบริหำรงำนวิชำกำร
ควำมคิดเหน็ ของผู้อำนวยกำรโรงเรียน
.............................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
ลงชือ่ .............................................
( นำยวีระ แก้วกลั ยำ )
ผอู้ ำนวยกำรโรงเรียนรำชประชำนเุ ครำะห์ 47 จงั หวัดเพชรบุรี
ผงั มโนทัศน์หน่วย
เร่อื ง การขยายพันธุพ์ ืชแบบไมอ่ าศัย
ระดบั ช้นั มัธยมศกึ ษาปีท่ี 1 ภาคเรยี นท่ี 1
เรื่อง กำรปักชำ เรื่อง กำร
เวลำ...๘..... ช่ัวโมง เวลำ ....
เรื่อง กำรตดิ ตำ หน่วยการ
เวลำ...๔... ชั่วโมง
เรือ่ ง กำรขยำยพนั
จำนวน 4
เรือ่ ง กำรต่อกิ่ง
เวลำ...4... ชว่ั โมง
ยการเรียนรทู้ ่ี 3
ยเพศ รายวิชา. การขยายพันธพุ์ ืช
เวลา ๘๐ ชว่ั โมง จานวน. ๒.๐ หน่วยกิต
รตอนกิ่ง
..๘.... ชั่วโมง
เรือ่ ง กำรเพำะเลี้ยงเน้ือเยื่อ
เวลำ ...4.. ชว่ั โมง
รเรียนรทู้ ี่ .3 เรือ่ ง กำรทำบกิง่
เวลำ...๖..... ชั่วโมง
นธุ์พชื แบบไม่อำศัยเพศ
44 ชั่วโมง
เรื่อง. กำรแยกหน่อ
เวลา....๘.. ชัว่ โมง
หน่วยการเรียนรทู้ ่ี ๓ เร่อื งการขยายพันธุ์พืชแบบไม่อาศัยเพศ จานวน ๔๔ ช่วั โมง
กลุ่มสาระการเรียนรกู้ ารงานอาชีพ ชน้ั . ม. ๑ ภาคเรยี นท่ี ๑ ปีการศึกษา 256๕
รายวิชาการขยายพนั ธพ์ุ ืช รหัสวิชา ง ๒๑๒๔๕ ครูผ้สู อน นางเพลินตา พูลสวัสดิ์
_________________________________________________________
สาระสาคญั / ความคดิ รวบยอด (Learning Concepts)
กำรขยำยพันธ์ุแบบไม่อำศยั เพศ เป็นวิธีกำรนำเอำส่วนต่ำงๆ ของพืชเชน่ ลำต้นใต้ดินของข่ำ ไหลของใบบัวบก
รำกของกระชำย ใบของเศรษฐีเงินหม่นื นอกจำกนี้ยงั มีกำรขยำยพันธ์ุพชื โดยกำร กำรตอน กำรปกั ชำ กำรติดตำ
กำรตอ่ กิ่ง กำรทำบกิ่ง วิธีกำรดงั กล่ำวเปน็ กำรดำรงลักษณะที่ดขี องพชื น้ันไว้
ผลการเรียนรู้ที่ 2.อธิบำยกำรขยำยพันธุ์พืชแบบอำศัยเพศ และแบบไม่อำศยั เพศ กำรอนุบำลพันธุ์พชื และ
กำรจัดจำหน่ำย
สมรรถนะสำคัญของผู้เรยี น ( Competency ) คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ ( Desired Characteristics )
1. ควำมสำมำรถในกำรสื่อสำร มคี วำมรบั ผดิ ชอบ ตรงตอ่ เวลำ ขยนั ซือ่ สัตย์ สำมคั คี
2. ควำมสำมำรถในกำรคิด ประณีต รอบคอบ ทำงำนเป็นกลุ่ม และ รักกำรทำงำน
3. ควำมสำมำรถในกำรแก้ปญั หำ
4. ควำมสำมำรถในกำรใช้ทกั ษะชีวติ
5. ควำมสำมำรถในกำรใช้เทคโนโลยี
ทักษะ / กระบวนการ ( Skill during the process )
ทกั ษะเฉพำะวิชำ ทกั ษะกำรคิด
- กระบวนกำรขยำยพันธ์ุพืช และกำรปฏิบัติ - กำรค้นคว้ำข้อมลู
และดูแลรักษำ - กำรนำเสนอข้อมูล
ความเข้าใจท่ยี ง่ั ยืน
กำรขยำยพันธ์ุแบบไม่อำศัยเพศ เป็นกำรใช้สว่ นต่ำงๆของพืช เช่น กำรตอน กำรปักชำ กำรติดตำ กำรตอ่ กิ่ง
กำรทำบกิง่ วธิ ีกำรดังกล่ำวเปน็ กำรดำรงลักษณะที่ดขี องพืชนั้นไว้
ความสมั พันธ์กับกลุม่ สาระการเรียนรู้อื่น
ภำษำไทย -กำรอ่ำน กำรเขียน กำรฟัง
ผังมโน
เร่อื ง การขยายพันธพุ์ ืชโดยการปกั
ระดบั ชนั้ มัธยมศกึ ษาปีท่ี 1 ภาคเรยี นท่ี 1
เรื่อง ควำมรู้ทว่ั ไป
เวลำ...๒..... ช่ัวโมง
หน่วยการ
เรือ่ ง กำรขยำยพนั
จำนวน ๘
นทัศน์
กชา รายวิชา. การขยายพันธพุ์ ืช
เวลา ๘๐ ช่ัวโมง จานวน. ๒.๐ หนว่ ยกิต
เรื่อง วิธีกำรปกั ชำพืชต่ำงๆ
เวลำ ...๖.. ชัว่ โมง
รเรียนรทู้ ี่ .3
นธุ์พชื โดยกำรปกั ชำ
๘ ชวั่ โมง
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ ๕
เรอ่ื ง การขยายพันธโ์ุ ดยการปกั ชา เวลา ๘ ชั่วโมง ระดับชนั้ ม. ๑
__________________________________________________________________________
1. เปา้ หมายการเรียนรู้ / หลักฐานการเรียนรู้ / การวัดและการประเมินผล
ผลกำรเรียนรู้ สิ่งทีต่ อ้ งรแู้ ละปฏิบัติได้ ผลงำน / ชนิ้ งำน กำรวัดผลและกำร
ประเมินผล
๒. อธิบำยกำรขยำยพนั ธ์ุ - ข้อดี –ข้อเสียของกำรปักชำ -ผลงำนกำรปกั ชำ - ตรวจผลงำน
พืชแบบอำศยั เพศ และ กำร - กำรปฏิบตั ิกำรปกั ชำ
อนบุ ำลพันธ์ุพชื และ พืชต่ำงๆ - ประเมินพฤติกรรม
กำรจัดจำหนำ่ ย
กำรเรียน
2. สาระการเรียนรู้ (Learning Contents)
1. ความรู้ (Knowledge)
- ควำมรทู้ ว่ั ไปเกี่ยวกบั กำรปกั ชำ
- กำรปฏิบตั ิกำรปักชำพืชต่ำงๆ
2. ทกั ษะ/กระบวนการ (Skill during the process)
-ทักษะกำรทำงำนกลุ่ม
- ทักษะกำรปฏิบตั ิงำน
๓. สมรรถนะ (Competency)
1. ควำมสำมำรถในกำรสอื่ สำร
2. ควำมสำมำรถในกำรคิด
3. ควำมสำมำรถในกำรแก้ปญั หำ
4. ควำมสำมำรถในกำรใชท้ ักษะชีวติ
5. ควำมสำมำรถในกำรใชเ้ ทคโนโลยี
3. หลักฐานการเรียนรู้ชิน้ งำนหรอื ภำระงำน (Work)
ผลงำน กำรปฏิบัติงำน
4. การวัดและการประเมินผล ( Evaluation )
สิง่ ที่วัดผล วิธีวดั ผล เครือ่ งมือวดั ผล เกณฑก์ ำรประเมิน
ใบงำน ผำ่ นเกณฑ์
ด้ำนควำมรู้ (K) ตรวจใบงำน แบบสังเกต ผำ่ นเกณฑ์
แบบสังเกต ผำ่ นเกณฑ์
ด้ำนทักษะ/กระบวนกำร(P) สงั เกตพฤติกรรม
แบบสงั เกต ผำ่ นเกณฑ์
เจตคติ/คณุ ลักษณะ (A) มีควำมรับผดิ ชอบ ตรง
ต่อเวลำ ทำงำนเปน็ กลุ่ม
สมรถนะของผู้เรยี น (C) สังเกตพฤติกรรม
5. กระบวนการการจัดกิจกรรม / รูปแบบการจดั กิจกรรม ( Learning Process )
- ศกึ ษำค้นคว้ำ รวบรวมข้อมูล สรปุ ผล และปฏิบตั ิงำน
6. กิจกรรมการเรียนการสอน
1. ขั้นนาเข้าสูบ่ ทเรียน ( 15 นาที )
- สนทนำซกั ถำมนกั เรียนถึงกำรทำกิจกรรมเสนอแนะในกำรเรียนครั้งที่แล้ว
- นกั เรียนได้ไปฝกึ ทำให้เกิดควำมชำนำญแล้วหรือไม่
- นักเรียนมแี ก้ปญั หำเกี่ยวกบั กำรปฏิบตั ิงำนหรือไม่
- ให้คำชมเชยและให้ข้อเสนอแนะเพิ่มเติมในกำรปฏิบัติงำนของนกั เรียน
- ครูแจ้งผลกำรเรียนรู้ที่คำดหวังบทเรียนใหม่และให้นกั เรียนจดบันทึกไว้
2. ขัน้ สอน (กระบวนกำรทำงสงั คม/กระบวนกำรสร้ำงองค์ควำมรู้/กระบวนกำรคิดวิเครำะห์/ กระบวนกำร
เรียนรู้จำกประสบกำรณ์จริง)
- นักเรียนศกึ ษำใบควำมรู้ที่ 3 เรือ่ งกำรปกั ชำ
- ครซู ักถำมและกระตุ้นใหน้ กั เรียนรว่ มกันสรปุ เกี่ยวกบั ประเภท วิธีกำร ขอ้ ดี ข้อเสีย ของกำรตัดชำ
คุณสมบัติของวสั ดุชำ และจดบนั ทึกไว้
- นักเรียนศกึ ษำวิธีกำรตัดชำจำกใบงำนที่ 3 และดูภำพ ประกอบคำอธิบำย
- นำนกั เรียนมำที่แปลงเกษตร ให้นกั เรียนได้ศกึ ษำวสั ดุเพำะชำของจริงทีค่ รูเตรียมไว้ เชน่ แกลบดำ ขุย
มะพร้ำว ดินผสม ทรำย เป็นต้น
- ครสู ำธิตกำรตัดชำให้นักเรียนดูโดยอธิบำยข้ันตอนกำรปฏิบตั ิงำนอย่ำงละเอียดและให้นักเรียนซกั ถำม
- ให้นกั เรียนปฏิบตั ิกิจกรรมตำมใบงำน เร่อื ง กำรตดั ชำ โดยให้ศกึ ษำรำยละเอียดจำกใบงำน ให้ใชพ้ ันธุ์ไม้
ดอกไม้ประดบั ที่มใี นโรงเรยี น เชน่ เทียนทอง ล้ินมังกร สำวนอ้ ยปะแป้ง รำกต้นฝรงั่ เปน็ ต้น (เมือ่ ปฏิบัติงำนเสร็จ
แล้วให้นักเรียนเขียนชือ่ – สกุล เลขที่ กำกับไว้)
- ให้นักเรียนทำแบบทดสอบหลังเรยี น
3. ข้ันสรปุ และประเมินผล
- นกั เรียนช่วยกนั สรุปกำรปฏิบัติงำนและข้อดี – ข้อเสีย ของกำรขยำยพันธุ์พืชด้วยวิธีกำรตดั ชำ ซกั ถำม
ข้อสงสยั และจดบันทึกข้อมูลที่ถกู ต้องไว้
๔. สื่อการเรียนรู้/ แหล่งเรียนรู้
- ภำพประกอบกำรขยำยพันธ์ุพืชด้วยวิธีกำรตัดชำ
- วัสดุทีใ่ ชใ้ นกำรชำ เช่น แกลบดำ ขุยมะพร้ำว ทรำย ดินผสม
- พันธุ์ไม้ที่ใชใ้ นกำรตัดชำ เช่น เทียนทอง สำวน้อยปะแป้ง ล้ินมงั กร ฝร่ังเปน็ ต้น
- น้ำยำเร่งรำกเบอร์ 2
- ใบงำน เรอ่ื งกำรตดั ชำ
- ใบควำมรู้ เรื่องกำรขยำยพนั ธุ์พชื (กำรตัดชำ) 2. ขนั้ สอน
7. บนั ทึกผลหลงั แผนการจดั การเรียนรู้
1. ผลการเรียนรู้
1.1 ด้ำนควำมรู้ (K)
ตำรำงที่ 1 แสดงค่ำร้อยละระดบั ผลสมั ฤทธิท์ ำงกำรเรียน เรื่อง ...................................................
ระดับผลสมั ฤทธิ์ จานวนนักเรยี น ร้อยละ
ดีมำก (80-100 คะแนน)
ดี (70-79 คะแนน)
พอใช้ (60-69 คะแนน)
ปรบั ปรุง (50-59 คะแนน)
จำกตำรำงที่ 1 พบว่ำนกั เรียนผลสมั ฤทธิ์ทำงกำรเรียน รอ้ ยละ................อยู่ในระดบั ..........และ
รองลงมำร้อยละ.................อยู่ในระดับ...............และพบว่ำนักเรียน....................................................
............................................................................................................................................................
1.2 ด้ำนทกั ษะ/กระบวนกำร (P )
ตำรำงที่ 2 แสดงค่ำร้อยละระดับผลสมั ฤทธิ์ทำงกำรเรียน เรือ่ ง ..................................................
ระดับผลสัมฤทธิ์ จานวนนักเรยี น ร้อยละ
ดีมำก (80-100 คะแนน)
ดี (70-79 คะแนน)
พอใช้ (60-69 คะแนน)
ปรบั ปรุง (50-59 คะแนน)
จำกตำรำงที่ 2 พบว่ำนกั เรียนผลสมั ฤทธิท์ ำงกำรเรียน ร้อยละ................อยู่ในระดับ..........และ
รองลงมำร้อยละ.................อยู่ในระดบั ................และพบว่ำนกั เรียน.............................................
.......................................................................................................................................................
1.3 ด้ำนเจตคติ / คุณลักษณะฯ (A)/ สมรรถนะ (C) เชื่อมโยงกับมำตรฐำนหลักสูตร
ตำรำงที่ 3 แสดงคำ่ ร้อยละคุณลักษณะอนั พึงประสงค์ เรื่อง ............................................
ระดับผลสัมฤทธิ์ จานวนนกั เรยี น ร้อยละ
ดีมำก (80-100 คะแนน)
ดี (70-79 คะแนน)
พอใช้ (60-69 คะแนน)
ปรับปรงุ (50-59 คะแนน)
จำกตำรำงที่ 3 พบว่ำนักเรียนคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ ร้อยละ..............อยู่ในระดบั ............
และ รองลงมำร้อยละ.................อยู่ในระดับ...............และพบว่ำนักเรียน.....................................................
..................................................................................................................................................................
สรปุ ผลกำรใช้แผนกำรจัดกำรเรียนรทู้ ี่ …………………………..
1) นกั เรียนมผี ลสมั ฤทธิ์ทำงกำรเรียนอยู่ในระดบั ...................
2) นกั เรียนมที กั ษะในระดับ..................
3) นกั เรียนมคี ณุ ลักษณะในระดบั ...............
2.บรรยากาศการเรียนรู้
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
3. การปรับเปลี่ยนแผนการจดั การเรียนรู้ (ถ้ามี)
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
4. ขอ้ ค้นพบด้านพฤติกรรมการจดั การเรียนรู้
..........................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................
5. อื่นๆ....................................................................................................................................................
ใบความรู้
การขยายพันธ์พุ ืชโดยการปักชา
วิธี ” ปักชำ ” ต้นไมส้ ำมำรถทำได้กับต้นไมห้ ลำยชนดิ บำงชนิดเหมำะสำหรับเพำะเมล็ด บำงอย่ำง
สำมำรถแยกกอ นำหวั ไหล หรอื รำกสะสมอำหำรใต้ดินออกมำปลูก บำงชนิดก็เหมำะสำหรบั ตอนกิ่ง รวมถึงกำร
ปกั ชำต้นไม้
เรำเลอื กวิธี ปักชา ซึง่ เปน็ วิธีงำ่ ยๆ ในกำรเพิม่ จำนวนต้นไม้ โดยมีคำแนะนำดีๆ จำกคนใกล้ตวั คุณอุไร จิรมงคล
กำรบรรณำธิกำรหนังสอื เล่ม สำนักพิมพบ์ ้ำนและสวน ซึง่ นอกจำกจะเขียนหนังสอื เกี่ยวกับพรรณไม้ไว้มำกมำย
แล้ว ยังเป็นนักสะสมตน้ ไม้ตัวยง ใครเคยลองปกั ชำแล้วไม่ได้ผล ตอ้ งลองอ่ำนดู รับรองว่ำ ต่อไปนจี้ ะปลกู ต้นอะไร
กง็ ่ำยนิดเดียว
ปักชาตน้ ไม้คอื อะไร
การปกั ชาคือ กำรนำส่วนต่ำงๆ ของพืช ได้แก่ กิ่ง ใบ รำกมำปลูกในสภำพทีเ่ หมำะสม เพือ่ ใหช้ ิน้ ส่วนนน้ั เกิดรำก
และแตกต้นใหม่ข้นึ มำแตท่ ีน่ ยิ มและพบเห็นได้ทั่วไปคือกำรนำกิ่งหรอื ท่อนพันธุ์มำปกั ชำ เพรำะเป็นวิธีที่ง่ำยและได้
ต้นใหมจ่ ำนวนมำกๆ ในครำวเดียวกัน
กำรปกั ชำให้ได้ผลดขี ึน้ อยู่กับปัจจัยหลำยอย่ำง ไม่ว่ำจะเปน็ ควำมยำกง่ำยในกำรออกรำกของกิง่ หรอื ท่อนพนั ธุ์
น้ันๆ ช่วงเวลำในกำรปักชำ เชน่ ปักชำในเวลำเช้ำหรือเย็นจะช่วยลดปญั หำกำรคำยน้ำได้ ควำมอ่อนแก่ของกิ่ง
พันธุ์ สภำพแวดล้อมทั้งเรอื่ งของควำมชนื้ และแสง ชนิดของกิง่ ที่นำมำปักชำ เช่น ถ้ำเปน็ กิ่งทีม่ ดี อกและผลตดิ อยู่
จะออกรำกยำกกว่ำกิ่งทีม่ ีแต่ใบเพียงอย่ำงเดียวเนือ่ งจำกอำหำรสะสมส่วนหนึ่งถูกใช้ไปกับกำรออกดอกและผล
แล้วนั่นเอง
ไม้ประดับส่วนใหญ่สำมำรถขยำยพนั ธ์ุด้วยวิธีปักชำได้
ต้นอะไรปกั ชาไดบ้ ้าง
ไม้ประดบั ส่วนใหญ่สำมำรถขยำยพนั ธุ์ด้วยวิธีปกั ชำได้เกือบท้ังสิน้ ที่นยิ มได้แก่ ไฮเดรนเยีย โกสน เล็บมอื นำง
เทียนทองมะลิ โมก ชบำ พู่เรอื หงส์ เปปเปอโรเมีย ไผ่ฟิลิปปินส์ดำ่ ง พุดพิชญำ เล็บครฑุ โฮย่ำ ล่ันทม ใบเงิน
ใบทอง ใบนำกฯลฯ ข้อดีของกำรปักชำกค็ ือ ได้พืชต้นใหม่ที่ตรงตำมพันธุ์เดิมไม่ค่อยมีกำรกลำยพันธ์ุ และยัง
เหมำะกบั ต้นไมท้ ี่ไม่ตดิ เมล็ดหรอื ติดเมลด็ ยำก เช่น เข็ม ชบำ มะลิ แต่ก็มีข้อเสียด้วยเช่นกนั คือ พืชที่ได้จำกกำรปกั
ชำจะไม่มรี ำกแก้ว จงึ มโี อกำสโค่นล้มได้ง่ำย โดยเฉพำะกรณีที่เปน็ ต้นไม้ใหญ่
วิธีเลือกและเตรยี มกิ่งปกั ชา
ควรเลือกกิ่งกึง่ แก่กึง่ อ่อน ลักษณะของกิ่งชนิดน้ีให้สังเกตว่ำมีเปลือกสีนำ้ ตำลปนเขียว (กิง่ ออ่ นเกินไปมักจะเนำ่
งำ่ ย ส่วนกิง่ แก่เกินไปก็จะออกรำกยำก)
1. ตดั กิง่ ให้มคี วำมยำวประมำณ 3 – 6 นิว้ โดยตัดใต้ขอ้ เพรำะบริเวณน้ัน
จะ มอี ำหำรสะสมและมีฮอรโ์ มนที่ช่วยกระตุ้นใหแ้ ตกตำใหม่ ตดั เฉียง
ประมำณ 45 องศำ(เพืเ่ พิม่ พืน้ ทีก่ ำรแตกรำกได้มำกขึ้น)
2. ควรตดั ใหม้ ีใบติดอยู่ ถ้ำใบมีขนำดใหญ่หรอื จำนวนมำกเกินไป
ลิดใบออกให้เหลือคร่งึ หนึ่ง หรอื เหลือใบทีป่ ลำยยอดสกั 3 – 4
ใบ จำกนั้นตัดใบออก หรอื ของใบ และลดิ ใบล่ำงออกให้หมด
เพื่อลดกำรคำยน้ำ
3. โดยปกติรำกของกิ่งชำจะออกตำมบำดแผล แตห่ ำกต้นไม้ทีต่ ้องกำร
ปกั ชำเป็นไม้ทีเ่ น้ือค่อนข้ำงแขง็ (สังเกตว่ำสำมำรถลอกเปลือกได้)ให้
กรีดเปน็ รอยแผลตรงๆ ยำวประมำณ 2 เซนติเมตร 3 – 4 รอย เพือ่
เพิ่มพื้นทีก่ ำรแตกรำกใหม้ ำกขึ้น หรอื หำกพืชชนิดน้ันออกรำกยำก
ควรนำไปจมุ่ ฮอร์โมนเร่งรำก(โดยใช้ในอตั รำตำมที่ระบุในฉลำก)หรือ
ใช้สำรป้องกนั เช้ือรำร่วมด้วย
4. ปักชำลงในวัสดลุ ึกประมำณ ของควำมยำวกิ่งวัสดุปกั ชำที่นยิ ม
ใช้
ได้แก่ ข้ีเถ้ำ แกลบ (ควรแช่นำ้ ก่อนประมำณ 3 วัน เพือ่ ลดควำม
เป็นด่ำงยกเว้นข้ีเถ้ำแกลบที่เก่ำแล้ว) ขอ้ ดีคือมีควำมรว่ นซยุ สงู พืชจึง
แตกรำกได้ดีทั้งยงั ไม่เกำะตวั กบั รำกต้นไม้ จึงทำใหย้ ้ำยปลูกงำ่ ยโดย
ทีร่ ำกไม่ขำด หำกไม่มีอำจใช้ดนิ รว่ นทวั่ ไปผสมกับขุยมะพรำ้ ว และ
ทรำยหยำบ อัตรำส่วน 1 : 1 : 1 หลังปกั ชำเสรจ็ แล้วควรรดน้ำ
ตำมทนั ทีซึ่งอำจใชส้ ำรป้องกันเชือ้ รำรดในขั้นตอนน้กี ไ็ ด้เช่นกนั
5. กรณีที่ ปักชำ ปริมำณมำกๆ ควรคลุมกระบะเพำะชำด้วย
พลำสติกใส เพื่อเก็บรกั ษำควำมชืน้ ขณะเดียวกัน ยงั ให้แสงสอ่ ง
ผ่ำนลงไปได้ แตก่ รณีที่มจี ำนวนไม่มำกนัก สำมำรถนำใส่
ถงุ พลำสติก หรอื ใช้ขวดพลำสตกิ ครอบแก้วทรงระฆังครอบเพื่อ
ควบคมุ ไม่ให้ควำมชื้นออกมำจนกว่ำจะแตกใบใหม่
6. หำกปกั ชำใส่กระบะหรอื กระถำงทีเ่ คลือ่ นย้ำยง่ำย ควรนำไป
วำงในบริเวณที่มแี สงสอ่ งถึงเพ่อื กระตนุ้ กำรเจรญิ เติบโต โดยที่
สภำพอำกำศบริเวณนั้นควรได้รับควำมชืน้ และอุณหภูมิ
เหมำะสม วิธีวัดคือ ใหล้ องลงนัง่ ดถู ้ำรู้สกึ ว่ำเย็นสบำย ตรงน้ัน
คือที่ที่เหมำะสำหรบั วำงตน้ ไม้ปักชำ หรอื วำงบนพื้นอิฐมอญ
เยน็ ๆ ชืน้ ๆ กไ็ ด้
พืชทีม่ ใี บบำงหรอื ไม้อวบน้ำบำงชนิดไม่จำเปน็ ต้องเดด็ ใบออก เช่น พวงแสด ฤๅษีผสม กหุ ลำบหิน
พืชทีม่ ยี ำง เช่น ลนั่ ทม โป๊ยเซียน ไม่ควรตัดแลว้ นำมำปักชำทันที เพรำะมีโอกำสเน่ำงำ่ ย หลังจำกตดั กิง่ แล้วควร
วำงผ่ึงลมในทีร่ ม่ ให้ยำงแหง้ และแผลปิดก่อนประมำณ 3 – 5 วนั จงึ นำไปปักชำ
บำงครง้ั อำจมกี รณีปกั ชำไปแล้วแตกใบใหม่ แตย่ ังออกรำกไม่ได้ เชน่ กุหลำบ เพรำะต้นไมย้ ังใช้อำหำรสะสมจำก
กิง่ อยู่ ดังนน้ั อำจลองดงึ โคนต้นเบำๆหำกมีแรงตึงมอื แปลว่ำต้นไมเ้ ริม่ แตกรำกแล้ว
แบบทดสอบ
เรอ่ื ง การขยายพันธพ์ุ ืชโดยการปักชา
คาสง่ั ใหน้ ักเรยี นทาเครือ่ งหมาย x หน้าข้อที่ถูกตอ้ งที่สดุ เพียงข้อเดียวลงในกระดาษคาตอบ
1. กำรปกั ชำคือข้อใด
ก. กำรปักชำ คอื กำรตัดส่วนใดส่วนหน่งึ ของพืช เช่น ใบ กิ่ง ลำต้น รำก ออกจำกต้นเดิม ไปเกบ็ ไว้ในทีท่ ี่มี
สภำพแวดล้อมที่เหมำะสม
ข. กำรปักชำคือ กำรตดั เอำส่วนใดส่วนหนึ่งของพืช เช่น ใบ กิ่ง ลำต้น รำก ออกจำกต้นเดิมแลว้ นำไปแช่น้ำ
ค. กำรปักชำ คอื ไม่ควรกำรตดั ส่วนใดส่วนหนง่ึ ของพืช เช่น ใบ กิง่ ลำต้น รำก ออกจำกต้นเดิม ไปเกบ็ ไว้ในที่ที่
มี สภำพแวดล้อมทีเ่ หมำะสม
ง. กำรปักชำ คอื ไม่ควรกำรตดั เอำสว่ นใดส่วนหนง่ึ ของพืช เช่น ใบ กิง่ ลำต้น รำก ออกจำกต้นเดิม แล้วนำไป
แช่นำ้ ไว้
2. กำรปกั ชำใบ หมำยถึงข้อใด
ก. กำรนำเอำแผน่ ใบหรอื ใบทีม่ กี ้ำนใบติด มำปกั ชำลงในวัสดปุ กั ชำ
ข. นำเอำกิง่ ก้ำนมำปักชำลงในวัสดปุ กั ชำ
ค. นำเอำรำกมำปกั ชำลงในวสั ดปุ ักชำ
ง. ไม่มขี ้อถูก
3. กำรปกั ชำกิ่งหรอื ลำต้นหมำยถึงคำตอบที่ถูกคือขอ้ ใด
ก. กำรนำเอำส่วนของรำกพืชมำตดั แบ่งออกเปน็ ส่วนๆ นำไป ปักในวัสดปุ กั ชำ
ข. กำรนำเอำส่วนของกิ่งหรอื ลำตน้ พืชมำตดั แบ่งออกเปน็ ส่วนๆ นำไป ปกั ในวัสดุปกั ชำ
ก. กำรนำเอำส่วนของกิ่งหรอื ลำตน้ พืชมำตดั แบ่งออกเปน็ ส่วนๆ นำไป ห้อยแขวนไว้
ข. กำรนำเอำส่วนของรำกพืชมำตัดแบ่งออกเป็นส่วนๆ นำไป ห้อยแขวนไว้
4. ข้อใดกล่ำวถูกต้อง
ก. อณุ หภมู ทิ ีจ่ ะทำให้กิง่ ตัดชำออกรำกได้ดีจะอยู่ระหว่ำง ๕๐ องศำ – ๖๐ องศำ ฟ.
ข. อณุ หภูมิที่จะทำให้กิง่ ตัดชำออกรำกได้ดีจะอยู่ระหว่ำง ๖๐ องศำ – ๗๐ องศำ ฟ.
ค. อณุ หภูมทิ ีจ่ ะทำให้กิง่ ตัดชำออกรำกได้ดีจะอยู่ระหว่ำง ๗๐ องศำ – ๘๐ องศำ ฟ.
ง. อณุ หภูมิที่จะทำให้กิ่งตดั ชำออกรำกได้ดีจะอยู่ระหว่ำง ๘๐ องศำ – ๙๐ องศำ ฟ.
5. ข้อใดเป็นเครื่องมอื ทีใ่ ชใ้ นกำรปักชำ
ก. ถังนำ้
ข. มีดคัดเตอร์
ค. เศษวัสดุต่ำงๆ
ง. กะละมัง
6. ข้อใดกล่ำวถูกต้อง
ก. กำรเลือกกิ่งทีม่ ตี ำและใบ ถ้ำเปน็ กิ่งแก่ควรเลือกกิง่ ที่มรี ำก เพรำะจะช่วยให้ออกรำกได้ดีข้นึ
ข. กำรเลือกกิ่งที่มตี ำและใบ ถ้ำเป็นกิง่ แก่ควรเลือกกิง่ ที่มีไมม่ ีรำก เพรำะจะช่วยใหอ้ อกรำกได้ดีข้นึ
ค. กำรเลือกกิง่ ทีม่ ตี ำและใบ ถ้ำเป็นกิง่ แก่ควรเลือกกิง่ ทีม่ ตี ำ เพรำะจะช่วยใหอ้ อกรำกได้ดีข้นึ
ง. กำรเลือกกิ่งที่มีตำและใบ ถ้ำเปน็ กิง่ แก่ควรเลือกกิง่ ที่มีไมม่ ีตำ เพรำะจะช่วยใหอ้ อกรำกได้ดีข้นึ
7. ขอ้ ใดเป็นเครือ่ งมอื ทีใ่ ช้ในกำรปกั ชำ
ก. กรรไกรตัดผ้ำ ข. มีดทำครวั ค. เศษผ้ำ ง. ถงุ พลำสติก
8. กำรเตรยี มวสั ดุที่ใชใ้ นกำรขยำยพนั ธ์ุโดยกำรปักชำคือ
ก. ทรำยหยำบและขีเ้ ถ้ำดำ ผสมในอัตรำส่วนทีเ่ ท่ำกัน 1 :1
ข. ทรำยหยำบและขีเ้ ถ้ำดำ ผสมในอตั รำส่วนทีเ่ ท่ำกัน 2 :1
ต. ทรำยหยำบและขีเ้ ถ้ำดำ ผสมในอตั รำส่วนทีเ่ ท่ำกัน 3 :1
ง. ทรำยหยำบและขีเ้ ถ้ำดำ ผสมในอัตรำส่วนทีเ่ ท่ำกนั 4 :1
9. พืชในข้อใดทีข่ ยำยพันธุ์ด้วยวิธีกำรปักชำ.
ก. ถั่วฝกั ยำว ข. กล้วยน้ำหว้ำ ค. บำนไม่รู้โรย ง. โกสน
10. กำรขยำยพันธ์ุโดยกำรปกั ชำจำเปน็ ใช้ฮอรโ์ มนเร่งกำรออกรำกหรอื ไม่
ก. ไม่จำเปน็ เพรำะปกั ชำอย่ำงไรก็ติดอยู่แล้ว
ข. จำเปน็ เพรำะพืชบำงชนิดต้องใช้ฮอร์โมนเร่งกำรออกรำกเปน็ ตวั กระตนุ้
ค. ไม่จำเปน็ เพรำะกำรปกั ชำเป็นวิธีขยำยพันธ์ุทีง่ ่ำยที่สุด
ง. จำเป็นเพรำะพืชทกุ ชนิดต้องตำยถ้ำไม่ได้ใช้ฮอรโ์ มนเร่งกำรออกรำก
แบบบันทึกการสังเกตและประเมินผลพฤติกรรมรายบุคคล
ครั้งที่ ………… เรือ่ ง ................................................................
รหัสวิชำ .......................... ภำคเรียนที่…....ปีกำรศึกษำ………… ชั้น................ โรงเรียน ..................................
พฤติกรรม / ระดับคะแนน
ควำมสนใจใน กำรมสี ่วน กำรตอบ กำรยอมรบั ทำงำนตำมท่ี
ลำดบั ที่ ชือ่ – สกุล กำรทำ ร่วมในกำร คำถำม ฟังควำม ได้รับ รวม
กจิ กรรม แสดงควำม
คิดเหน็ ผู้อืน่ มอบหมำย
คิดเหน็
321321321321321
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน เกณฑ์การประเมิน คะแนนเตม็ 15 คะแนน
ระดบั 3 หมำยถึง มพี ฤตกิ รรมในระดบั ดี คะแนน 13 - 15 หมำยถึง ดี
ระดบั 2 หมำยถึง มพี ฤตกิ รรมในระดับ ปำนกลำง คะแนน 9 - 12 หมำยถึง ปำนกลำง
ระดับ 1 หมำยถึง มพี ฤตกิ รรมในระดบั ปรบั ปรุง คะแนน 5 - 8 หมำยถึง ปรับปรุง
เกณฑก์ ารผ่าน ร้อยละ 60 ( 9 คะแนน )
ลงชือ่ ................................................
()
ครผู ู้สอน / ผู้ประเมิน
แบบประเมินพฤติกรรมการทางานกลมุ่
กลุ่ม ..........................................................................................................
สมำชิกในกลุ่ม 1.......................................................................
2. ......................................................................
3. ......................................................................
4. ......................................................................
5. ......................................................................
คาชี้แจง : ให้นักเรียนทำเครื่องหมำย ในช่องที่ตรงกบั ควำมเป็นจริง
พฤติกรรมท่สี ังเกต คะแนน
321
1. มีสว่ นร่วมในกำรแสดงควำมคิดเหน็
2. มีควำมกระตอื รอื ร้นในกำรทำงำน
3. รับผิดชอบในงำนทีไ่ ด้รบั มอบหมำย
4. มีขน้ั ตอนในกำรทำงำนอย่ำงเปน็ ระบบ
5. ใช้เวลำในกำรทำงำนอย่ำงเหมำะสม
รวม
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน พฤติกรรมทีท่ ำเปน็ ประจำ ให้ 3 คะแนน
เกณฑ์การใหค้ ะแนน พฤติกรรมที่ทำเปน็ บำงครงั้ ให้ 2 คะแนน
พฤติกรรมที่ทำนอ้ ยครั้ง ให้ 1 คะแนน
ช่วงคะแนน ระดบั คุณภำพ
13-15 ดี
8-12 ปำนกลำง
5-7 ปรบั ปรุง
ผังมโน
เร่อื ง การขยายพันธ์พุ ืชโดยการตอ
ระดบั ช้ันมัธยมศกึ ษาปีท่ี 1 ภาคเรยี นท่ี 1
เรื่อง ควำ
เวลำ ....
เรื่อง ข้อดี-ข้อเสีย หน่วยการ
เวลำ...๑... ชว่ั โมง
เรื่อง กำรขยำยพัน
จำนวน ๘
เรือ่ ง กำ
เวลำ...๑
นทัศน์
อนกิง่ รายวิชา. การขยายพันธ์พุ ืช
เวลา ๘๐ ชว่ั โมง จานวน. ๒.๐ หนว่ ยกิต
ำมรทู้ ่ัวไป
..๒... ช่ัวโมง
รเรียนรทู้ ี่ .3 เรื่อง วิธีกำรตอนกิง่
เวลำ...๔..... ชัว่ โมง
นธ์ุพชื โดยกำรตอนกิ่ง
๘ ช่ัวโมง
ำรดูแลรักษำ
๑... ชวั่ โมง
แผนการจัดการเรียนร้ทู ี่ ๖
เรอ่ื ง การขยายพันธโุ์ ดยการตอนกิ่ง เวลา ๘ ช่ัวโมง ระดบั ชั้น ม. ๑
__________________________________________________________________________
1. เปา้ หมายการเรียนรู้ / หลักฐานการเรียนรู้ / การวัดและการประเมินผล
ผลกำรเรียนรู้ สิ่งทีต่ อ้ งรแู้ ละปฏิบตั ิได้ ผลงำน / ชิน้ งำน กำรวัดผลและกำร
ประเมินผล
๒. อธิบำยกำรขยำยพนั ธ์ุ - ข้อดี –ข้อเสียของกำรตอนกิ่ง -ผลงำนกำรตอน
กิง่ พืชต่ำงๆ - ตรวจผลงำน
พืชแบบอำศยั เพศ และ กำร - กำรปฏิบัติกำรตอนกิ่งพชื แบบ - ประเมินพฤติกรรม
- กำรทดสอบ
อนุบำลพนั ธ์ุพชื และ ต่ำงๆ
กำรจดั จำหนำ่ ย
2. สาระการเรียนรู้ (Learning Contents)
1. ความรู้ (Knowledge)
- ข้อดี –ข้อเสียของกำรตอนกิง่
- กำรปฏิบัติกำรตอนกิง่ พืชแบบต่ำงๆ
2. ทกั ษะ/กระบวนการ (Skill during the process)
-ทกั ษะกำรทำงำนกลุ่ม
- ทักษะกำรปฏิบัติงำน
๓. สมรรถนะ (Competency)
1. ควำมสำมำรถในกำรสอ่ื สำร
2. ควำมสำมำรถในกำรคิด
3. ควำมสำมำรถในกำรแก้ปญั หำ
4. ควำมสำมำรถในกำรใชท้ กั ษะชีวติ
5. ควำมสำมำรถในกำรใชเ้ ทคโนโลยี
3. หลักฐานการเรียนรู้ชิน้ งำนหรอื ภำระงำน (Work)
ผลงำน กำรปฏิบตั ิงำน
4. การวัดและการประเมินผล ( Evaluation )
สิง่ ที่วดั ผล วิธีวัดผล เครือ่ งมือวัดผล เกณฑก์ ำรประเมิน
ใบงำน ผำ่ นเกณฑ์
ด้ำนควำมรู้ (K) ตรวจใบงำน แบบสงั เกต ผำ่ นเกณฑ์
แบบสงั เกต ผำ่ นเกณฑ์
ด้ำนทกั ษะ/กระบวนกำร(P) สงั เกตพฤติกรรม
แบบสงั เกต ผำ่ นเกณฑ์
เจตคติ/คุณลกั ษณะ (A) มีควำมรับผดิ ชอบ ตรง
ต่อเวลำ ทำงำนเปน็ กลุ่ม
สมรถนะของผู้เรยี น (C) สังเกตพฤติกรรม
5. กระบวนการการจัดกิจกรรม / รูปแบบการจัดกิจกรรม ( Learning Process )
กำรจัดกิจกรรมกำรเรยี นรู้/แนวทำงกำรเสริมแรงหรอื ช่วยเหลอื นกั เรียน
- ศกึ ษำค้นคว้ำ รวบรวมข้อมลู สรุปผล และปฏิบัติงำน
6. กิจกรรมการเรียนการสอน
1. ข้ันนาเข้าสู่บทเรียน (15 นาที )
- ครอู ธิบำยทบทวนสรุปกำรขยำยพนั ธุ์พชื แบบใช้เพศและแบบไม่ใช้เพศ
- ครแู จง้ ผลกำรเรียนรทู้ ี่คำดหวังบทเรียนใหม่และใหน้ กั เรียนจดบันทึกไว้
2. ขนั้ สอน (กระบวนกำรทำงสังคม/กระบวนกำรสร้ำงองค์ควำมรู้/กระบวนกำรคิดวิเครำะห์/ กระบวนกำร
เรียนรู้จำกประสบกำรณจ์ ริง)
- ให้นักเรียนทำแบบทดสอบก่อนเรียน
- ให้นักเรียนศึกษำใบควำมรทู้ ี่ 2 เร่อื งกำรตอนกิง่
- ครซู กั ถำมและกระตนุ้ ให้นักเรียนช่วยกนั ตอบอภปิ รำยสรปุ และให้นกั เรียนจดบนั ทึกไว้
- นักเรียนศกึ ษำใบงำนที่ 2 เร่อื ง วิธีกำรตอนแบบคว่นั กิ่ง
- ให้นักเรียนดูภำพ สไลด์ ประกอบใบงำนที่ 2 โดยครใู ห้คำอธิบำยประกอบ
- นำนกั เรียนมำทีแ่ ปลงเกษตร ครูสำธิตวิธีกำรตอนให้นักเรียนดู และอธิบำยข้ันตอนในกำรทำอย่ำง
ละเอียด พรอ้ มทั้งให้นักรเรียนซักถำมข้อสงสยั
- นกั เรียนปฏิบัติกิจกรรมตำม เรื่อง กำรตอนกิง่ โดยใหศ้ กึ ษำรำยละเอียดในกำรปฏิบตั ิงำน
(เมือ่ เสร็จแล้วใหน้ กั เรียนเขียนชื่อ เลขที่ กำกบั ไว้)
3. ขั้นสรปุ และประเมินผล
- ครแู ละนักเรียนชว่ ยกันสรุปชนดิ ของพนั ธ์ไุ มแ้ ละประโยชน์ของการขยายพนั ธ์ุพชื ด้วยวิธกี ารตอนกิง่
- ใหน้ ักเรียนทาแบบทดสอบหลังเรียน
๔. สื่อการเรียนรู้/ แหล่งเรียนรู้
- ภำพประกอบกำรขยำยพันธ์ุพืชด้วยวิธีกำรตอนกิ่ง
- ใบงำน เรอ่ื งกำรตอนกิ่ง
- ใบควำมรู้ เรื่อง กำรตอนกิง่
- เอกสำรประกอบกำรเรียน
- วัสดอุ ุปกรณ์
7. บันทึกผลหลังแผนการจดั การเรียนรู้
1. ผลการเรียนรู้
1.1 ด้ำนควำมรู้ (K)
ตำรำงที่ 1 แสดงค่ำร้อยละระดบั ผลสัมฤทธิท์ ำงกำรเรียน เรื่อง ...................................................
ระดบั ผลสัมฤทธิ์ จานวนนักเรยี น รอ้ ยละ
ดีมำก (80-100 คะแนน)
ดี (70-79 คะแนน)
พอใช้ (60-69 คะแนน)
ปรบั ปรุง (50-59 คะแนน)
จำกตำรำงที่ 1 พบว่ำนักเรียนผลสมั ฤทธิท์ ำงกำรเรียน ร้อยละ................อยู่ในระดับ..........และ
รองลงมำร้อยละ.................อยู่ในระดบั ...............และพบว่ำนักเรียน....................................................
............................................................................................................................................................
1.2 ด้ำนทักษะ/กระบวนกำร (P )
ตำรำงที่ 2 แสดงค่ำร้อยละระดบั ผลสมั ฤทธิ์ทำงกำรเรียน เรื่อง ..................................................
ระดบั ผลสัมฤทธิ์ จานวนนักเรยี น ร้อยละ
ดีมำก (80-100 คะแนน)
ดี (70-79 คะแนน)
พอใช้ (60-69 คะแนน)
ปรับปรงุ (50-59 คะแนน)
จำกตำรำงที่ 2 พบว่ำนักเรียนผลสัมฤทธิ์ทำงกำรเรียน ร้อยละ................อยู่ในระดบั ..........และรองลงมำร้อย
ละ.................อยู่ในระดับ................และพบว่ำนกั เรียน.............................................
.......................................................................................................................................................
1.3 ด้ำนเจตคติ / คณุ ลกั ษณะฯ (A)/ สมรรถนะ (C) เชื่อมโยงกบั มำตรฐำนหลักสูตร
ตำรำงที่ 3 แสดงคำ่ ร้อยละคุณลักษณะอันพึงประสงค์ เรือ่ ง ............................................
ระดบั ผลสัมฤทธิ์ จานวนนกั เรยี น ร้อยละ
ดีมำก (80-100 คะแนน)
ดี (70-79 คะแนน)
พอใช้ (60-69 คะแนน)
ปรบั ปรงุ (50-59 คะแนน)
จำกตำรำงที่ 3 พบว่ำนักเรียนคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ ร้อยละ..............อยู่ในระดบั ............และ
รองลงมำร้อยละ.................อยู่ในระดับ...............และพบว่ำนกั เรียน.....................................................
..................................................................................................................................................................
สรุป ผลกำรใช้แผนกำรจัดกำรเรียนรทู้ ี่ …………………………..
1) นักเรียนมผี ลสัมฤทธิ์ทำงกำรเรียนอยู่ในระดบั ...................
2) นกั เรียนมที กั ษะในระดบั ..................
3) นักเรียนมคี ุณลักษณะในระดับ...............
2.บรรยากาศการเรียนรู้
.....................................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................
3. การปรบั เปลี่ยนแผนการจัดการเรียนรู้ (ถ้ามี)
.....................................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................
4. ขอ้ ค้นพบด้านพฤติกรรมการจัดการเรียนรู้
.....................................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
5. อืน่ ๆ....................................................................................................................................................
ใบความรู้
การตอนกิง่ (LAYERING)
กำรตอนเป็นวิธีกำรขยำยพันธ์ุพืชอีกวิธีหนง่ึ ที่ทำให้กิ่งหรอื ต้นพชื เกิดรำกขณะติดอยู่กบั ต้นแม่ เมื่อตัดไปปลกู จะได้ตน้ พืช
ใหม่ทีม่ ลี กั ษณะทำงสำยพันธุ์เหมือนต้นแม่ทุกประกำร แตม่ ีขอ้ เสียคือ ระบบรำกของพชื ไม่ค่อยแข็งแรง เนื่องจำกไม่มี
ระบบรำกแก้ว
วสั ดอุ ุปกรณ์ทีใ่ ชใ้ นกำรตอนกิง่
๑. มีดบำงหรอื มีดที่ใชส้ ำหรับขยำยพนั ธ์ุพชื
๒. ตุ้มตอน (ตุ้มตอน หมำยถึง ขยุ มะพร้ำวอัดถงุ พลำสติกขนำด ๔ x ๖ นวิ้ )
๓. เชือกหรือลวด
๔. กรรไกรตัดแตง่ กิง่
วิธีกำรตอน ประกอบด้วยขั้นตอนตำ่ ง ๆ ดังน้ี
๑. กำรเลือกกิ่งทีจ่ ะทำกำรตอน
กำรเลือกกิง่ นับว่ำเป็นสิง่ สำคญั อนั ดบั แรกจงึ จำเป็นต้องเลือกกิง่ จำกต้นพันธ์ุดี ต้องเปน็ กิ่งเพสลำด (กิง่ กึ่งออ่ นกึ่งแก่) ที่
มีควำมสมบูรณ์ปรำศจำกกำรทำลำยของโรคและแมลง ถ้ำเปน็ กิ่งกระโดงได้ยิง่ ดี หรอื กิ่งจำกส่วนอืน่ ทีส่ มบรู ณ์แบบ
กรณีทีต่ ้นพนั ธุ์ดีมีอำยุมำก กิง่ ไม่สวย จำเปน็ ต้องตดั กิ่งเพื่อให้กิง่ ชดุ ใหม่แตกออกมำเสียก่อน แล้วจงึ ทำกำรตอนบนดิง่
ชดุ ใหมน่ ้ัน
๒. กำรทำแผลบนกิง่ ตอน มีวิธีกำรทำได้ ๓ แบบ คอื
๒.๑ แบบกำรควั่นกิง่ เป็นกำรทำแผลทีน่ ยิ มและใช้กนั มำนำนแล้ว สำมำรถใช้ได้กับพืชหลำยชนิด เช่น มะนำว ส้ม ชมพู่
ฝรัง่ ลิ้นจ่ี ส้มโอ และไม้ดอกไม้ประดับ ฯลฯ วิธีนีเ้ หมำะสำหรับพืชทีล่ อกเปลือกไม้ออกได้ง่ำย โดยกำรใช้มีดควน่ั กิ่ง
โดยรอบเปน็ วงแหวน ๒ วง ควำมห่ำงของวงแหวนประมำณควำมยำวของเส้นรอบวงของกิ่งทีท่ ำกำรตอน จำกน้ันกรีด
รอยแผลจำกด้ำนบนถึงด้ำนล่ำง แล้วลอกเอำเปลือกไม้ออก ใช้สันมขี ูดส่วนทีเ่ ปน็ เมือกลื่นทีต่ ดิ บนเนือ้ ไม้บริเวณรอยควนั่
ออกใหห้ มด โดยขูดจำกด้ำนบนลงมำด้ำนล่ำงเบำ ๆ เพรำะด้ำนบนเป็นส่วนทีใ่ ห้กำเนิดรำก ถ้ำหำกซ้ำกำรออกรำก
อำจจะไม่ดีเท่ำทีค่ วร
๒.๒ แบบกำรปำดกิ่ง เป็นวิธีกำรตอนอกี แบบหน่งึ เหมำะสำหรับพืชที่ออกรำกง่ำย และพืชบำงชนิดที่ลอกเปลือก นอก
ของกิง่ ออกยำว โดยกำรเฉือนใต้ท้องกิ่งบริเวณทีจ่ ะทำกำรตอนเข้ำเนือ้ ไม้เอียงเปน็ รูปปำกฉลำม เข้ำไปในเนื้อไม้
ประมำณ ๑/๓ ของเส้นผ่ำศูนย์กลำงของกิ่ง ควำมยำวแผลประมำณ ๑-๒ นิว้ จำกนั้นหำเศษไม้หรอื ลวดตะกวั่ หรอื ลวด
ฟิวไฟฟ้ำสอดแล้วมดั เพื่อไม่ให้รอยแผลที่เปิดไว้ตดิ กนั ซึ่งพชื ทีใ่ ชว้ ิธีนี้ ได้แก่ สำเก ชวนชม
๒.๓ แบบกำรกรีดกิง่ โดยใช้ใบมีดกรีดเปน็ รอยแผลตำมควำมยำวของกิง่ ยำวประมำณ ๑-๑.๕ นวิ้ จนลึกถึงเน้ือไม้
จำนวน ๓-๕ รอยรอบกิ่ง เหมำะสำหรบั พืชทีอ่ อกรำกง่ำยและกิง่ ที่จะทำกำรตอนยังออ่ นอยู่ เช่น หมำกผหู้ มำกเมีย
โกศล ยี่โถ
๓. กำรหมุ้ กิง่ ตอน
เปน็ กำรชกั นำใหร้ อยแผลที่ควั่นไว้ออกรำกโดยใช้ตมุ้ ตอนซึ่งได้จำกกำรนำขุยมะพร้ำวทีด่ เี อำเส้นใยออกแล้วไปแช่น้ำบีบ
ให้หมำด ๆ และอัดลงในถงุ พลำสตกิ ขนำดเล็ก ผกู ปำกถงุ ใหแ้ นน่ ผำ่ ตุ้มตอนตำมยำวแล้วหุ้มไปบนรอยแผล มัดด้วยเชือก
บริเวณหัวท้ำยเหนอื และใต้รอยแผลที่ควัน่ หรอื เฉือนเอำไว้ ต้องมัดให้แน่นโดยไม่ให้ตุ้มตอนหมนุ ได้ เพรำะถ้ำมักไม่แน่น
อำจทำให้กำรออกรำกไม่ดเี ท่ำทีค่ วร
๔. กำรปฏิบตั ิดูแลรักษำกิง่ ตอน
หลังจำกทำกำรตอนกิ่งไปแล้วควรหมนั่ ดแู ลตุ้มตอนให้มีควำมชืน้ อยู่เสมอ โดยสงั เกตดูควำมชื้นของตุ้มตอน ถ้ำยังมีฝำ้ ไอ
น้ำจับอยู่ที่ผิวของพลำสติกภำยในตุ้มตอนแสดงว่ำควำมชืน้ ยงั มีอยู่ แต่ถ้ำหำกไม่มีฝำ้ ไอน้ำจับ จำเปน็ ต้องใหน้ ้ำตุ้มตอน
เพิ่มเติมจนกว่ำกิ่งตอนจะออกรำก หรอื ถ้ำหำกพบแมลงทำลำยควรฉีดพ่นด้วยสำรเคมี
๕. กำรตัดกิ่งตอน
เมือ่ ตอนกิง่ ไปได้ประมำณ ๓๐-๔๕ วัน กิง่ ตอนกจ็ ะเริ่มออกรำกและแทงผำ่ นวสั ดุที่หุ้มภำยในออกมำจนมองเหน็ ดว้ ยตำ
เปล่ำ ระยะนีย้ งั ตัดกิ่งตอนไม่ได้ตอ้ งรอจนรำกทีง่ อกออกมำเปน็ สีเหลอื งแก่หรอื สีน้ำตำล จำนวนรำกมีมำกพอและปลำย
รำกมีสีขำว จึงตดั กิ่งตอนไปชำได้
๖. กำรชำกิ่งตอน
กิง่ ตอนทีต่ ัดมำแล้วใหต้ ัดแต่งใบและกิ่งออกทิง้ บ้ำงเพือ่ ลดกำรคำยน้ำของใบให้มปี ริมำณน้อยลง ถ้ำหำกมีกิง่ แขนงและใบ
มำกเกินไป เมอ่ื นำไปชำอำจจะทำให้ต้นพืชเหี่ยวเฉำและตำยได้ จำกนั้นให้ตัดเชือกและแกะถุงพลำสติกออก นำไปชำลง
ในถุงพลำสติกหรอื กระถำงดินเผำที่บรรจุดินผสมแลว้ พร้อมปักหลกั ยึดไว้ให้แนน่ นำเข้ำพกั ไว้ในโรงเรียนที่รม่ และชื้น
กรณีพืชที่เหย่ี วเฉำง่ำยควรก็บไว้ในโรงเรือนควบคมุ ควำมชื้นหรือกระบะพ่นหมอก พกั ไว้ในโรงเรือนประมำณ ๒๐-๓๐
วนั ก็สำมำรถนำไปปลกู ได้
แบบทดสอบ
เรอ่ื ง การขยายพันธโุ์ ดยการตอนกิ่ง
คาส่ัง ใหน้ ักเรยี นทาเครื่องหมาย x หน้าข้อทีถ่ ูกตอ้ งที่สุดเพียงข้อเดียวลงในกระดาษคาตอบ
1. ข้อใดกล่ำวไม่ถกู ต้อง
ก.ต้นพืชขยำยพันธุ์โดยกำรปกั ชำไม่ได้จึงนำมำทำกำรขยำยพันธุ์โดยกำรตอนกิ่ง
ข.กำรขยำยพันธุ์พืชโดยกำรตอนกิง่ เปน็ วิธีกำรที่ขยำยพันธุ์พืชได้เร็วกว่ำวิธีอื่นๆ
ค.กำรตอนกิ่งแบบยโุ รปมกั เรียกวิธีนวี้ ่ำ"กำรตอนทบั กิ่ง"
ง.กำรตอนกิ่ง่ไมใ่ ช่เปน็ กำรทำให้ตน้ หรอื ่กิงพชื ออกรำกขณะที่ยังตดิ อยู่กับต้นแม่
2. พืชที่ออกรำกยำก มีควำมจำเป็นทีจ่ ะต้องทำแผลอย่ำงไร
ก. แยกกิง่
ข. ถำกกิง่ ห่ำงๆ
ค. คว่นั กิ่ง
ง. เฉือนกิง่
3. ขอ้ ใดไม่ใช่ ประโยชน์ของกำรขยำยพันธ์ุพชื โดยวิธีกำรตอนกิ่ง
ก. สำมำรถขยำยพนั ธุ์ได้เป็นจำนวนมำก
ข. ทำใหพ้ ืชทีอ่ อกรำกยำกนำมำขยำยพันธ์ุได้
ค. ช่วยใหผ้ ลผลติ เรว็ ขึน้
ง. ทำให้พืชมีผลหรอื ดอกหลำยๆชนดิ บนต้นเดียวกัน
4. ในกำรขยำยพันธุ์พชื โดยวิธีกำรตอนกิง่ ถ้ำเลือกกิง่ ที่ไม่สมบรู ณ์จะมีผลอย่ำงไร
ก. ทำให้ได้ผลผลติ ทีด่ ี
ข. ทำใหส้ ะดวกต่อกำรปฏิบัติดูแล
ค. ทำให้ต้ำนทำนโรคและแมลง
ง. ทำให้ไม่มีรำกงอกออกมำเลย
5. ในกำรขยำยพันธุ์พชื โดยวิธีกำรตอนกิ่ง ส่วนมำกจะเลือกกิง่ ตรงกบั ข้อใด
ก. เปน็ กิง่ กระโดงตงั้ หรอื กระโดงครบี
ข. เป็นกิ่งที่มดี อกผลตดิ มำด้วย
ค. เป็นกิ่งใดก็ได้ทีด่ แู ข็งแรง
ง. กล่ำวมำทั้ง 3 ข้อไม่มขี ้อถูก
6. ในกำรขยำยพนั ธ์ุพืชโดยวิธีกำรตอนกิ่ง บริเวณทีท่ ำแผลบนกิง่ ให้ผลเปน็ อย่ำงไร
ก. ออกรำกแล้ว ยงั มีผลเกี่ยวกับกำรสะสมธำตอุ ำหำร รวมท้ังสำรฮอร์โมน
ข. ออกดอกออกผลได้ดี
ค. หำอำหำรและออกดอกออกผล
ง. ลำเลียงอำหำรได้ ไม่มีแมลงรบกวน
7. ถ้ำนกั เรียนจะขยำยพันธุ์พืชโดยวิธีกำรตอนกิ่ง ไม่ควรเลือกกิ่งที่มลี กั ษณะใด
ก. เปน็ กิ่งกระโดงตง้ั หรอื กระโดงครีบ
ข. เป็นกิง่ ทีม่ คี วำมแข็งแรงสมบรู ณ์
ค. เปน็ กิ่งออ่ นที่พึ่งงอกมำใหม่
ง. กล่ำวมำทั้ง 3 ข้อไม่มขี ้อถูก
8. ถ้ำนักเรียนจะขยำยพนั ธุ์พืชโดยวิธีกำรตอนกิง่ กำรทำฮอร์โมนควรทำบริเวณไหน
ก. กำรทำฮอร์โมนปกติจะทำเฉพำะบริเวณทีจ่ ะเกิดรำกเท่ำนั้น
ข. กำรทำฮอร์โมนปกติจะทำเฉพำะบริเวณที่จะเกิดแผลเท่ำน้ัน
ค. กำรทำฮอร์โมนปกติจะทำเฉพำะบริเวณทีจ่ ะเกิดกิง่ เท่ำน้ัน
ง. กำรทำฮอร์โมนปกติจะทำเฉพำะบริเวณที่จะเกิดดอกเท่ำนั้น
9. วสั ดุหุ้มกิ่งตอนส่วนมำกมักจะใช้อะไร
ก. เชอื กฟำง
ข. กำบมะพร้ำว
ค. กระดำษ
ง. ผ้ำพันแผล
10. ขอ้ ใดกล่ำวถูกต้อง
ก. กำรหมุ้ ผำ้ พลำสตกิ กระเปำะที่ตอนแล้ว ควรจะหุ้มตอนไหนกไ็ ด้
ข. กำรหุ้มผ้ำพลำสติกกระเปำะที่ตอนแล้ว ควรจะได้หุ้มเสียแต่ตอนแรก
ค. กำรหุ้มผ้ำพลำสติกกระเปำะทีต่ อนแล้ว ควรจะได้หุ้มเสียแต่ตอนสดุ ท้ำย
ง. กำรหมุ้ ผ้ำพลำสติกกระเปำะทีต่ อนแล้ว ไม่ควรจะได้หมุ้ เพรำะทำให้พืชหำยใจไม่ออก
แบบบันทึกการสังเกตและประเมินผลพฤตกิ รรมรายบคุ คล
คร้ังที่ ………… เรือ่ ง ................................................................
รหสั วิชำ .......................... ภำคเรียนที่…....ปีกำรศึกษำ………… ชั้น................ โรงเรียน ..................................
พฤติกรรม / ระดบั คะแนน
ควำมสนใจใน กำรมสี ่วน กำรตอบ กำรยอมรบั ทำงำนตำมท่ี
ลำดบั ที่ ชื่อ – สกลุ กำรทำ ร่วมในกำร คำถำม ฟงั ควำม ได้รับ รวม
กจิ กรรม แสดงควำม
คิดเหน็ ผู้อื่น มอบหมำย
คิดเหน็
321321321321321
เกณฑ์การให้คะแนน เกณฑ์การประเมิน คะแนนเตม็ 15 คะแนน
ระดบั 3 หมำยถึง มพี ฤตกิ รรมในระดบั ดี คะแนน 13 - 15 หมำยถึง ดี
ระดับ 2 หมำยถึง มพี ฤตกิ รรมในระดบั ปำนกลำง คะแนน 9 - 12 หมำยถึง ปำนกลำง
ระดบั 1 หมำยถึง มพี ฤตกิ รรมในระดบั ปรับปรงุ คะแนน 5 - 8 หมำยถึง ปรบั ปรุง เกณฑ์การ
ผ่าน ร้อยละ 60 ( 9 คะแนน ) ลงชื่อ ................................................
()
ครผู ู้สอน / ผู้ประเมิน
แบบประเมินพฤติกรรมการทางานกลุ่ม
กลุ่ม ..........................................................................................................
สมำชิกในกลุ่ม 1.......................................................................
2. ......................................................................
3. ......................................................................
4. ......................................................................
5. ......................................................................
คาชีแ้ จง : ให้นักเรียนทำเครื่องหมำย ในช่องทีต่ รงกบั ควำมเป็นจริง
พฤติกรรมท่สี ังเกต คะแนน
321
1. มีสว่ นร่วมในกำรแสดงควำมคิดเห็น
2. มีควำมกระตอื รอื ร้นในกำรทำงำน
3. รับผิดชอบในงำนที่ได้รับมอบหมำย
4. มีขนั้ ตอนในกำรทำงำนอย่ำงเปน็ ระบบ
5. ใช้เวลำในกำรทำงำนอย่ำงเหมำะสม
รวม
เกณฑ์การใหค้ ะแนน พฤติกรรมที่ทำเปน็ ประจำ ให้ 3 คะแนน
เกณฑก์ ารให้คะแนน พฤติกรรมทีท่ ำเปน็ บำงครงั้ ให้ 2 คะแนน
พฤติกรรมที่ทำนอ้ ยคร้ัง ให้ 1 คะแนน
ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภำพ
13-15 ดี
8-12 ปำนกลำง
5-7 ปรับปรงุ
ผงั มโน
เร่อื ง การขยายพันธพุ์ ืชโดยการติด
ระดบั ช้นั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 1 ภาคเรยี นท่ี 1
เรื่อง ควำมรทู้ ว่ั ไป
เวลำ .....๑... ช่วั โมง
หน่วยการ
เรื่อง กำรขยำยพัน
จำนวน ๔
เรื่อง กำรด
เวลำ...๑...
นทัศน์
ดตา รายวิชา. การขยายพันธ์ุพืช
1 เวลา ๘๐ ชว่ั โมง จานวน. ๒.๐ หนว่ ยกิต
เรื่อง วิธีกำรตดิ ตำ
เวลำ...๒..... ชั่วโมง
รเรียนรทู้ ี่ .3
นธุ์พชื โดยกำรตดิ ตำ
๔ ชว่ั โมง
ดแู ลรกั ษำ
ชว่ั โมง
แผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ ๗
เรอ่ื ง การขยายพันธโ์ุ ดยการติดตา เวลา ๔ ชั่วโมง ระดับช้นั ม. ๑
__________________________________________________________________________
1. เป้าหมายการเรียนรู้ / หลกั ฐานการเรียนรู้ / การวดั และการประเมินผล
ผลกำรเรียนรู้ สิง่ ที่ตอ้ งรแู้ ละปฏิบัติได้ ผลงำน / ชนิ้ งำน กำรวัดผลและกำร
ประเมินผล
2.มึควำมรคู้ วำมเข้ำใจเกี่ยวกบั - ลักษณะทว่ั ไปของกำรตดิ ตำ -ผลงำนกำรตดิ ตำ - ตรวจผลงำน
กำรขยำยพนั ธ์ุพชื แบบอำศยั - กำรปฏิบตั ิกำรตดิ ตำแบบต่ำงๆ - ประเมินพฤติกรรม
เพศ และแบบไม่อำศยั เพศ - กำรทดสอบ
4.สำมำรถเลือกเครือ่ งมือและ
วัสดอุ ุปกรณใ์ ห้เหมำะกับ
วิธีกำรขยำยพนั ธ์ุพชื
5.มีทักษะในกำรขยำยพนั ธุ์พชื
แบบอำศัยเพศ และแบบไม่
อำศยั เพศ
๘. มีควำมรับผดิ ชอบ ตรงต่อ
เวลำ ขยัน ซ่อื สตั ย์ สำมัคคี
ประณีต รอบคอบ ทำงำนเปน็
กลุ่ม และรกั กำรทำงำน
2. สาระการเรียนรู้ (Learning Contents)
1. ความรู้ (Knowledge)
- ลักษณะท่ัวไปของกำรตดิ ตำ
- กำรปฏิบัติกำรตดิ ตำแบบต่ำงๆ
2. ทกั ษะ/กระบวนการ (Skill during the process)
-ทักษะกำรทำงำนกลุ่ม
- ทกั ษะกำรปฏิบตั ิงำน
๓. สมรรถนะ (Competency)
1. ควำมสำมำรถในกำรสือ่ สำร
2. ควำมสำมำรถในกำรคิด
3. ควำมสำมำรถในกำรแก้ปญั หำ
4. ควำมสำมำรถในกำรใชท้ ักษะชีวติ
5. ควำมสำมำรถในกำรใชเ้ ทคโนโลยี
3. หลักฐานการเรียนรู้ชิน้ งำนหรอื ภำระงำน (Work)
ผลงำน กำรปฏิบตั ิงำน
4. การวัดและการประเมินผล ( Evaluation )
สิ่งทีว่ ดั ผล วิธีวัดผล เครือ่ งมือวดั ผล เกณฑก์ ำรประเมิน
ใบงำน ผำ่ นเกณฑ์
ด้ำนควำมรู้ (K) ตรวจใบงำน แบบสงั เกต ผำ่ นเกณฑ์
แบบสงั เกต ผำ่ นเกณฑ์
ด้ำนทกั ษะ/กระบวนกำร(P) สังเกตพฤติกรรม
แบบสังเกต ผำ่ นเกณฑ์
เจตคติ/คุณลกั ษณะ (A) มีควำมรบั ผดิ ชอบ ตรง
ต่อเวลำ ทำงำนเปน็ กลุ่ม
สมรถนะของผู้เรยี น (C) สงั เกตพฤติกรรม
5. กระบวนการการจดั กิจกรรม / รูปแบบการจัดกิจกรรม ( Learning Process )
กำรจัดกิจกรรมกำรเรยี นรู้/แนวทำงกำรเสริมแรงหรอื ช่วยเหลอื นกั เรียน
- ศกึ ษำค้นคว้ำ รวบรวมข้อมลู สรปุ ผล และปฏิบัติงำน
6. กิจกรรมการเรียนการสอน
1. ข้ันนาเข้าสู่บทเรียน (15 นาที )
- ครูอธิบำยทบทวนสรปุ กำรขยำยพนั ธ์ุพชื แบบใช้เพศและแบบไม่ใช้เพศ
- ครแู จง้ ผลกำรเรียนรทู้ ีค่ ำดหวงั บทเรียนใหม่และใหน้ ักเรียนจดบันทึกไว้
2. ขัน้ สอน (กระบวนกำรทำงสงั คม/กระบวนกำรสร้ำงองค์ควำมรู้/กระบวนกำรคิดวิเครำะห์/ กระบวนกำร
เรียนรู้จำกประสบกำรณจ์ ริง)
- ให้นกั เรียนทำแบบทดสอบก่อนเรียน
- ให้นกั เรียนศึกษำใบควำมรทู้ ี่ 2 เรอ่ื งกำรติดตำ
- ครซู กั ถำมและกระตนุ้ ให้นักเรียนช่วยกันตอบอภปิ รำยสรปุ และให้นกั เรียนจดบนั ทึกไว้
- นักเรียนศกึ ษำใบงำนที่ 2 เรอ่ื ง วิธีกำรติดตำ
- ให้นกั เรียนดูภำพ สไลด์ ประกอบใบงำนที่ 2 โดยครูให้คำอธิบำยประกอบ