The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการขยายพันธุ์พืช65

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ngeabsurakit, 2022-05-17 10:09:36

แผนการขยายพันธุ์พืช65

แผนการขยายพันธุ์พืช65

- นำนักเรียนมำที่แปลงเกษตร ครสู ำธิตวิธีกำรตอนให้นกั เรียนดู และอธิบำยข้ันตอนในกำรทำอย่ำง
ละเอียด พรอ้ มท้ังให้นักรเรียนซักถำมข้อสงสัย
- นกั เรียนปฏิบัติกิจกรรมตำม เรื่อง กำรติดตำ โดยใหศ้ กึ ษำรำยละเอียดในกำรปฏิบตั ิงำน
(เมื่อเสรจ็ แล้วใหน้ ักเรียนเขียนชือ่ เลขที่ กำกบั ไว้)

3. ขั้นสรปุ และประเมินผล

- ครูและนักเรยี นชว่ ยกันสรุปชนิดของพันธ์ไุ มแ้ ละประโยชนข์ องการขยายพนั ธุ์พืชด้วยวิธีการตดิ ตา
- ใหน้ ักเรียนทาแบบทดสอบหลงั เรยี น

๔. สือ่ การเรียนรู้/ แหล่งเรียนรู้

- ภำพประกอบกำรขยำยพันธุ์พืชด้วยวิธีกำรติดตำ

- ใบงำน เรอ่ื งกำรติดตำ

- ใบควำมรู้ เร่ือง กำรติดตำ

- เอกสำรประกอบกำรเรียน

- วัสดอุ ปุ กรณ์

7. บนั ทึกผลหลงั แผนการจัดการเรียนรู้

1. ผลการเรียนรู้

1.1 ด้ำนควำมรู้ (K)
ตำรำงที่ 1 แสดงค่ำร้อยละระดับผลสัมฤทธิท์ ำงกำรเรียน เรือ่ ง ...................................................

ระดบั ผลสมั ฤทธิ์ จานวนนกั เรยี น ร้อยละ
ดีมำก (80-100 คะแนน)
ดี (70-79 คะแนน)
พอใช้ (60-69 คะแนน)
ปรับปรุง (50-59 คะแนน)

จำกตำรำงที่ 1 พบว่ำนกั เรียนผลสัมฤทธิท์ ำงกำรเรียน รอ้ ยละ................อยู่ในระดบั ..........และ
รองลงมำร้อยละ.................อยู่ในระดบั ...............และพบว่ำนกั เรียน....................................................
............................................................................................................................................................

1.2 ด้ำนทกั ษะ/กระบวนกำร (P )

ตำรำงที่ 2 แสดงค่ำร้อยละระดบั ผลสัมฤทธิ์ทำงกำรเรียน เรื่อง ..................................................

ระดบั ผลสมั ฤทธิ์ จานวนนกั เรยี น ร้อยละ

ดีมำก (80-100 คะแนน)

ดี (70-79 คะแนน)

พอใช้ (60-69 คะแนน)

ปรบั ปรงุ (50-59 คะแนน)

จำกตำรำงที่ 2 พบว่ำนักเรียนผลสมั ฤทธิ์ทำงกำรเรียน ร้อยละ................อยู่ในระดบั ..........และรองลงมำร้อย
ละ.................อยู่ในระดับ................และพบว่ำนกั เรียน.............................................
.......................................................................................................................................................

1.3 ด้ำนเจตคติ / คุณลักษณะฯ (A)/ สมรรถนะ (C) เชื่อมโยงกับมำตรฐำนหลักสตู ร

ตำรำงที่ 3 แสดงคำ่ ร้อยละคุณลักษณะอนั พึงประสงค์ เรื่อง ............................................

ระดับผลสัมฤทธิ์ จานวนนักเรยี น รอ้ ยละ

ดีมำก (80-100 คะแนน)

ดี (70-79 คะแนน)

พอใช้ (60-69 คะแนน)

ปรบั ปรงุ (50-59 คะแนน)

จำกตำรำงที่ 3 พบว่ำนกั เรียนคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ ร้อยละ..............อยู่ในระดับ............และ
รองลงมำร้อยละ.................อยู่ในระดบั ...............และพบว่ำนักเรียน.....................................................
..................................................................................................................................................................
สรุป ผลกำรใช้แผนกำรจัดกำรเรียนรทู้ ี่ …………………………..
1) นกั เรียนมผี ลสมั ฤทธิท์ ำงกำรเรียนอยู่ในระดบั ...................
2) นักเรียนมที ักษะในระดับ..................
3) นักเรียนมคี ุณลกั ษณะในระดับ...............

2.บรรยากาศการเรียนรู้
.....................................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................

3. การปรบั เปลีย่ นแผนการจดั การเรียนรู้ (ถ้ามี)
.....................................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................

4. ข้อค้นพบด้านพฤติกรรมการจดั การเรียนรู้
.....................................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................

5. อืน่ ๆ....................................................................................................................................................

ใบความรู้

วตั ถุประสงค์
1. บอกถึงข้อได้เปรียบและขอ้ เสียเปรียบของวิธีกำรตดิ ตำได้
2. บอกถึงข้ันตอนต่ำงๆ ในกำรตดิ ตำได้อย่ำงถกู ต้อง
3. บอกถึงเหตุผลของกำรเลือกใช้วธิ ีกำรตดิ ตำแบบต่ำงๆ ได้อย่ำงเหมำะสม

กำรตดิ ตำเป็นวิธีกำรขยำยพันธุ์พืชอีกวิธีหน่งึ ที่นำชิ้นส่วนของตำ เพียง
ตำเดียวของต้นพันธ์ุหนึ่งมำเชื่อมต่อกับเนือ้ เยือ่ ของตน้ อีกพนั ธ์ุหน่งึ เพือ่
วัตถุประสงค์ตอ้ งกำรเปลีย่ นพันธุ์เดิมจำกตำที่จะเจรญิ เติบโตเป็นกิ่งก้ำน และ
สำมำรถออกดอกติดผลเป็นพนั ธ์ุที่ตอ้ งกำรได้ อำจเรียกกำรตดิ ตำว่ำ bud
grafting

วิธีกำรตดิ ตำสำมำรถทำได้รวดเรว็ กว่ำกำรตอ่ กิ่งและ
ประสพผลสำเรจ็ สูงถึง 90 - 100 เปอร์เซน็ ต์ จึงเป็นวิธีที่
นักขยำยพนั ธุ์พืชนิยมเลือกใช้ ในกำรปฏิบตั ิงำน
นอกจำกนั้นกำรตดิ ตำยังเป็นวิธีกำรที่ใชช้ ิน้ ส่วนของ กิ่ง
พันธุ์ดใี นกำรขยำยพันธ์ุตน้ ใหมไ่ ด้จำนวนมำกและยงั ไม่
สิน้ เปลืองกิ่ง พนั ธ์ุดี ถ้ำไม่สำมำรถหำกิง่ พันธุ์ดีได้ใน
ปริมำณมำกนัก กำรติดตำจึงเปน็ กำรประหยดั กิง่ พนั ธ์ุดีได้
มำกกว่ำกำรต่อกิ่งเนือ่ งจำกตำเดียวสำมำรถให้ ต้นใหม่ได้
จำนวนมำก เมื่อแผ่นตำเกิดรอยเช่ือมประสำนกับต้นตอ
แล้ว ยังจะให้รอยต่อที่แขง็ แรงกว่ำกำรต่อกิ่งบำงวิธีดว้ ย
โดยเฉพำะอย่ำงยิ่ง ในระยะแรก หลงั จำกกำรเช่อื มต่อแล้ว
กิ่งพันธ์ุดีจะไม่ฉีกออกง่ำยเมอ่ื มลี มแรง

การเลือกต้นตอสาหรบั การติดตา
สำมำรถใช้กับต้นที่มีอำยนุ ้อยหรอื กิ่งขนำดเล็กกิง่ ทีม่ ี

ขนำด เส้นผำ่ ศนู ย์กลำงตงั้ แต่ 0.25-1.00 นิว้ อำจได้มำจำก
กำรปกั ชำกิ่งหรอื ตอนกิง่ ก็ได้ แตน่ ิยมเลือกใช้ต้นตอทีไ่ ด้มำจำก
กำรเพำะเมล็ดทีม่ อี ำยุ ประมำณหนึง่ ปีหรือสองปีจะได้ระบบรำก
แล้วของต้นตอด้วยต้นตอที่มี ควำมสมบูรณ์จะ มคี วำมแข็งแรง

และเกิดกำรเชื่อมประสำนแผลได้ดี กว่ำต้นทีไ่ ม่ได้รบั กำรดแู ล
รกั ษำอย่ำงดี วิธีกำรเตรียมตน้ ตอ

การเลือกกิง่ ตาของกิง่ พนั ธด์ุ ี

ควรได้จำกกิง่ ทีส่ มบูรณ์มอี ำยไุ ม่เกินหนึ่งปี ตำที่จะเลือกมำใชค้ วร
อยู่ในระยะ พักตวั ยังไม่เจริญออกมำเปน็ ใบอ่อนหรอื กิ่งก้ำนหรือตำที่
สมบูรณ์พร้อมทีจ่ ะ เจรญิ เติบโตเป็นกิง่ ได้ ตำที่เล็กและไม่สมบูรณ์
เพียงพอมกั จะใช้ได้ไม่ดี ไม่มี กำรแตกตำออกมำ กิ่งพันธุ์ที่เลือกมำควร
อยู่ในสภำพใหม่และสด เมอ่ื ตัดจำก ต้นแลว้ ควรริดใบออกเหลอื ไว้
เฉพำะก้ำนใบสำหรับใช้จบั ขณะทำกำรตดิ ตำ ถ้ำตัดมำกิ่งจำกต้นแม่
แล้วควรใชใ้ นวันน้ัน จะทำใหป้ ระสพผลสำเร็จได้ดีกว่ำ เกบ็ กิง่ ไว้นำน
แตถ่ ้ำจำเปน็ ต้องเก็บรกั ษำกิ่งพนั ธ์ุดีไว้จะต้องคงสภำพควำมสด ไมค่ วร
อยู่ในสภำพแหง้ จงึ ใชก้ ระดำษหอ่ แล้ว นำใส่ถงุ พลำสติกเก็บไว้ใน
สภำพที่มอี ณุ หภมู ิตำ่

กำรเลือกตำที่จะนำมำติดน้ันจะต้องเปน็ ตำใบ (leaf bud) จะมี
ลกั ษณะเรียวแหลมกว่ำ ตำดอก (flower bud) ตำแหน่งของ ตำดอก
มกั จะอยู่บริเวณโคนกิ่งหรอื ส่วนปลำยกิง่ จงึ ควรหลกี เลี่ยง ไม่นำมำใช้

ตำแหน่งในกำรติดตำบนต้นตอควรอยู่ทำงดำ้ นทิศเหนือ ของกิ่ง
ถ้ำสำมำรถเลือกได้ เพื่อหลีกเลีย่ งกำรถกู แดดโดยตรง บริเวณที่
ติดตำควรอยู่ระหว่ำงขอ้ ของกิง่ ทีเ่ รียบ อำจสูงจำก ระดับผวิ ดิน
1-2 นิว้ ข้ึนอยู่กบั ขนำดของตน้ ตอและวตั ถุ ประสงค์ของกำรติด
ตำด้วย ต้นตอทีแ่ ขง็ แรงสมบูรณ์จะช่วย ให้ตำเจริญได้เร็ว
หลังจำกติดตำได้ 10-14 วนั จงึ ตดั ต้นตอ เหนอื ตำหรือกรีดเป็น
รอยเหนือตำที่ติดไว้เพื่อกระตุ้นใหแ้ ตก ตำได้ดขี นึ้

เมื่อตำเริ่มเจรญิ แล้วให้กรีดวสั ดุพันตำออกด้วย ถ้ำปล่อยไว้จะทำให้ตำ
คุดอยู่ อำจตำยได้และต้องคอยดูแลตัดยอดของกิ่งที่เจริญข้ึนจำกต้นตอ
เพื่อไม่ให้แย่ง อำหำรและบ่มกำรเจรญิ ของกิ่งพนั ธ์ุดีที่เจรญิ จำกตำทีต่ ดิ ไว้
ได้ ตำที่เจรญิ ยำว ออกมำมีใบมำกพอสมควรอำจใชห้ ลักผูกยึดไว้ใน
ระยะแรกป้องกนั กำรฉีกหักก็ได้

กำรตดิ ตำให้ประสพผลสำเร็จจะต้องเลือกใช้ตน้ ตอและกิ่งพันธ์ุดีที่
แขง็ แรง ผปู้ ฏิบตั ิงำนจะต้องมีควำมชำนำญ สำมำรถเตรียมแผลบนต้นตอ
และเฉือนแผน่ ตำ โดยไม่ทำให้เนอื้ เยือ่ ช้ำหรือเสียหำยมำกนกั เครื่องมือทีใ่ ช้
ในกำรทำงำน เช่น มีด เฉือนกิง่ ตอ้ งสะอำดและคมเพียงพอสำหรับใช้งำนได้
ดี จงึ จะต้องหมัน่ ทำควำม สะอำดและลับมีดเป็นประจำ

กำรเตรียมตน้ ตอควรทำไว้ก่อนกำรเฉือนแผน่ ตำมำสอดเข้ำไปบนกิง่ ตน้ ตอ ทีเ่ ตรยี มไว้เพรำะเนือ้ เยือ่
แผ่นตำของกิ่งพนั ธ์ุดีจะได้ไม่แหง้ กำรทำงำนใหร้ วดเร็จจงึ อำจใชส้ องคนโดยคนหน่ึงทำหน้ำที่เตรยี มกิ่ง
และเฉือนแผน่ ตำ สว่ นอีกคนหนึง่ ทำ หน้ำทีพ่ นั ผ้ำพลำสติกให้ จะทำงำนได้สะดวกและรวดเร็วภำยในหนึง่
วนั อำจติดตำได้ มำกกว่ำหนึง่ พนั ต้น

การเลือกวิธีการติดตา
กำรเลือกวิธีกำรตดิ ตำใหเ้ หมำะสมนั้นพิจำรณำจำกระยะกำรพัฒนำ

ของตน้ ตออยู่ในระยะทีส่ ำมำรถลอกเปลือกได้ง่ำยหรือไม่สำมำรถลอก
เปลือกได้ พืชที่เจรญิ เติบโตในฤดูฝนจะลอกเปลือกได้ง่ำยกว่ำพืชที่กำลังพัก
ตัวในฤดูหนำว

ลกั ษณะของเปลือกต้นตอมคี วำมหนำหรือบำงดว้ ย เช่น เฟื่องฟ้ำเป็นพืชที่มี
เปลือกบำงเปรำะลอกได้ยำก หรอื ชบำเปน็ พืชที่มเี ปลือกหนำ เหนียว ลอกได้ง่ำย
ลักษณะเหล่ำนี้จะช่วยในกำรตดั สินใจว่ำควรจะเลือก ใช้วิธีกำรตดิ ตำแบบใดจงึ จะ
เหมำะสม

แบบบันทึกการสังเกตและประเมินผลพฤตกิ รรมรายบคุ คล

คร้ังที่ ………… เรื่อง ................................................................
รหสั วิชำ .......................... ภำคเรียนที่…....ปีกำรศึกษำ………… ชั้น................ โรงเรียน ..................................

พฤติกรรม / ระดบั คะแนน

ควำมสนใจใน กำรมสี ่วน กำรตอบ กำรยอมรบั ทำงำนตำมท่ี

ลำดบั ที่ ชื่อ – สกลุ กำรทำ ร่วมในกำร คำถำม ฟงั ควำม ได้รับ รวม
กจิ กรรม แสดงควำม
คิดเหน็ ผู้อื่น มอบหมำย

คิดเหน็

321321321321321

เกณฑ์การให้คะแนน เกณฑ์การประเมิน คะแนนเตม็ 15 คะแนน
ระดบั 3 หมำยถึง มพี ฤตกิ รรมในระดบั ดี คะแนน 13 - 15 หมำยถึง ดี
ระดับ 2 หมำยถึง มพี ฤตกิ รรมในระดบั ปำนกลำง คะแนน 9 - 12 หมำยถึง ปำนกลำง
ระดบั 1 หมำยถึง มพี ฤตกิ รรมในระดับ ปรับปรุง คะแนน 5 - 8 หมำยถึง ปรบั ปรุง เกณฑ์การ

ผ่าน ร้อยละ 60 ( 9 คะแนน ) ลงชื่อ ................................................
()
ครผู ู้สอน / ผู้ประเมิน

แบบประเมินพฤติกรรมการทางานกล่มุ

กลุ่ม ..........................................................................................................

สมำชิกในกลุ่ม 1.......................................................................
2. ......................................................................
3. ......................................................................
4. ......................................................................
5. ......................................................................

คาชีแ้ จง : ให้นักเรียนทำเครื่องหมำย  ในช่องทีต่ รงกบั ควำมเป็นจริง

พฤติกรรมทส่ี ังเกต คะแนน
321

1. มีสว่ นร่วมในกำรแสดงควำมคิดเหน็

2. มีควำมกระตอื รอื ร้นในกำรทำงำน

3. รับผิดชอบในงำนที่ได้รับมอบหมำย

4. มีขน้ั ตอนในกำรทำงำนอย่ำงเปน็ ระบบ

5. ใช้เวลำในกำรทำงำนอย่ำงเหมำะสม

รวม

เกณฑ์การใหค้ ะแนน พฤติกรรมที่ทำเปน็ ประจำ ให้ 3 คะแนน
เกณฑก์ ารให้คะแนน พฤติกรรมทีท่ ำเปน็ บำงครงั้ ให้ 2 คะแนน
พฤติกรรมที่ทำนอ้ ยคร้ัง ให้ 1 คะแนน

ช่วงคะแนน ระดับคณุ ภำพ
13-15 ดี
8-12 ปำนกลำง
5-7 ปรบั ปรงุ

ผงั มโน
เรอ่ื ง การขยายพันธ์พุ ืชโดยการทา
ระดบั ช้นั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 1 ภาคเรยี นท่ี 1

เรื่อง ควำมรทู้ ั่วไป
เวลำ ...๑... ชวั่ โมง

หน่วยก

เรื่องกำรขยำยพัน
จำนว

เรื่อง

เวลำ.

นทัศน์
าบกิ่ง รายวิชา. การขยายพนั ธุพ์ ืช

เวลา ๘๐ ช่ัวโมง จานวน. ๒.๐ หนว่ ยกิต

เรือ่ ง วิธีกำรทำบกิ่ง
เวลำ...๖..... ชว่ั โมง

การเรียนรทู้ ี่ .3

นธุ์พชื โดยกำรทำบกิ่ง
วน ๘ ชั่วโมง

ง กำรดูแลรกั ษำ

...๑... ชัว่ โมง

แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ ๘

เร่อื ง การขยายพันธโ์ุ ดยการทาบกิ่ง เวลา ๖ ช่ัวโมง ระดบั ชั้น ม. ๑

__________________________________________________________________________

1. เปา้ หมายการเรียนรู้ / หลักฐานการเรียนรู้ / การวัดและการประเมินผล

ผลกำรเรียนรู้ สิ่งที่ตอ้ งรแู้ ละปฏิบัติได้ ผลงำน / ชิน้ งำน กำรวัดผลและกำร

ประเมินผล

2.มึควำมรคู้ วำมเข้ำใจเกีย่ วกบั - ลกั ษณะทวั่ ไปของกำรทำบกิ่ง -ผลงำนกำร - ตรวจผลงำน

กำรขยำยพนั ธ์ุพชื แบบอำศยั - กำรปฏิบตั ิกำรทำบกิ่ง - ประเมินพฤติกรรม
เพศ และแบบไม่อำศยั เพศ - กำรทดสอบ
4.สำมำรถเลือกเครือ่ งมือและ

วัสดุอุปกรณใ์ ห้เหมำะกับ

วิธีกำรขยำยพันธ์ุพชื

5.มีทักษะในกำรขยำยพนั ธ์ุพชื

แบบอำศยั เพศ และแบบไม่

อำศัยเพศ

๘. มีควำมรับผดิ ชอบ ตรงต่อ

เวลำ ขยนั ซอ่ื สตั ย์ สำมัคคี

ประณีต รอบคอบ ทำงำนเปน็

กลุ่ม และรกั กำรทำงำน

2. สาระการเรียนรู้ (Learning Contents)
1. ความรู้ (Knowledge)
- ลกั ษณะท่วั ไปของกำรทำบกิ่ง
- กำรปฏิบัติกำรทำบกิ่ง
2. ทกั ษะ/กระบวนการ (Skill during the process)
- ทกั ษะกำรปฏิบัติงำน

๓. สมรรถนะ (Competency)
1. ควำมสำมำรถในกำรสอ่ื สำร
2. ควำมสำมำรถในกำรคิด
3. ควำมสำมำรถในกำรแก้ปญั หำ
4. ควำมสำมำรถในกำรใชท้ กั ษะชีวติ
5. ควำมสำมำรถในกำรใชเ้ ทคโนโลยี

3. หลกั ฐานการเรียนรู้ชิน้ งำนหรอื ภำระงำน (Work)
ผลงำน กำรปฏิบัติงำน

4. การวดั และการประเมินผล ( Evaluation )

สิง่ ที่วดั ผล วิธีวัดผล เครือ่ งมือวดั ผล เกณฑก์ ำรประเมิน
ใบงำน ผำ่ นเกณฑ์
ด้ำนควำมรู้ (K) ตรวจใบงำน แบบสังเกต ผำ่ นเกณฑ์
แบบสงั เกต ผำ่ นเกณฑ์
ด้ำนทกั ษะ/กระบวนกำร(P) สงั เกตพฤติกรรม
แบบสังเกต ผำ่ นเกณฑ์
เจตคติ/คุณลกั ษณะ (A) มีควำมรับผดิ ชอบ ตรง

ต่อเวลำ ทำงำนเปน็ กลุ่ม

สมรถนะของผู้เรยี น (C) สังเกตพฤติกรรม

5. กระบวนการการจดั กิจกรรม / รปู แบบการจัดกิจกรรม ( Learning Process )

กำรจัดกิจกรรมกำรเรยี นรู้/แนวทำงกำรเสริมแรงหรอื ช่วยเหลอื นกั เรียน
- ศกึ ษำค้นคว้ำ รวบรวมข้อมลู สรุปผล และปฏิบัติงำน

6. กิจกรรมการเรียนการสอน
1. ข้ันนาเข้าสู่บทเรียน (15 นาที )
1. สนทนำทบทวนกับนกั เรียนเรอ่ื งกำรทำบกิ่ง ด้วยกำรซักถำม โดยกำรสุ่มนักเรียน
- กำรทำบกิง่ ทีน่ ิยมใชม้ ำกทีส่ ุดคือวธิ ีใด
- กำรทำบกิ่งนยิ มใช้กบั พืชชนิดใด
- ไม้ดอกประดับชนิดใดบ้ำงที่นิยมขยำยพนั ธุ์ด้วยกำรทำบกิง่
2. ให้คำชมเชยในกำรตอบปัญหำของนกั เรียนและใหข้ ้อเสนอแนะเพิ่มเติม
3. ครูแจง้ ผลกำรเรียนรทู้ ีค่ ำดหวงั บทเรียนใหม่และใหน้ กั เรียนจดบนั ทึกไว้

2. ข้ันสอน (กระบวนกำรทำงสงั คม/กระบวนกำรสร้ำงองค์ควำมรู้/กระบวนกำรคิดวิเครำะห์/ กระบวนกำร
เรียนรู้จำกประสบกำรณจ์ ริง)

1. ให้นกั เรียนทำแบบทดสอบก่อนเรียน
2. เสนอบทเรียนใหม่โดยใหน้ ักเรียนศกึ ษำใบควำมรู้ เรื่องกำรขยำยพนั ธ์ุพืชโดยกำรทำบกิง่
3. ครูอธิบำย ซกั ถำมและนกั เรียนร่วมกันอภปิ รำยสรปุ ควำมหมำย วิธีกำร ขอ้ ดี – ข้อเสียของกำรทำบกิง่
4. นักเรียนศึกษำวิธีกำรทำบกิ่ง และดภู ำพสไลด์ โดยครูให้คำอธิบำยประกอบภำพ
5. ให้นักเรียนไปทีแ่ ปลงเกษตร ให้นกั เรียนศึกษำพันธุ์ไม้ของจริงทีค่ รูได้ทำกำรทำงกิ่งไว้แล้ว
6, ครสู ำธิตกำรทำบกิง่ ให้นกั เรียนดูโดยอธิบำยข้ันตอนกำรปฏิบตั ิงำนอย่ำงละเอียดและให้นักเรียน

ซักถำม
7.นักเรียนปฏิบตั ิกิจกรรม กำรทำบกิ่ง เมือ่ ปฏิบัติงำนเสร็จแล้วให้นักเรียนเขียนป้ำยชอ่ื – สกุล เลขทีก่ ำกบั

3. ข้ันสรปุ และประเมินผล
1. ครูตง้ั คำถำมและกระตนุ้ ใหน้ กั เรียนช่วยกนั อภปิ รำยสรุปกำรปฏิบัติงำนและข้อดี – ข้อเสียของกำร
ขยำยพนั ธุ์ด้วยวิธีกำรทำบกิ่ง
2. ครใู ห้คำแนะนำเพิม่ เติมเพือ่ ควำมถูกต้องอีกคร้ัง นกั เรียนซักถำมขอ้ สงสัย และจดบันทึกข้อมลู ที่
ถูกต้องไว้
3. ให้นักเรียนทำแบบทดสอบ

๔. สื่อการเรียนรู้/ แหล่งเรียนรู้
1. ภำพประกอบกำรขยำยพนั ธ์ุพชื ด้วยวิธีกำรทำบกิง่
2. พนั ธ์ุไม้ของจรงิ ที่ได้ทำบกิง่ ไว้แล้ว เช่น โกสน มะม่วง เปน็ ต้น
3. กิง่ พนั ธุ์ไม้ที่ใชใ้ นกำรทำบกิง่
4.อปุ กรณ์ที่ใชใ้ นกำรทำบกิ่ง เช่น มดี ,คัตเตอร์,พลำสตกิ ใสหรอื ทึบแสง
5. ใบควำมรู้ เรื่องกำรขยำยพนั ธ์ุพชื (กำรทำบกิ่ง)
6. เอกสำรประกอบกำรเรียน

7. บนั ทึกผลหลังแผนการจัดการเรียนรู้

1. ผลการเรียนรู้

1.1 ด้ำนควำมรู้ (K)
ตำรำงที่ 1 แสดงค่ำร้อยละระดบั ผลสัมฤทธิ์ทำงกำรเรียน เรื่อง ...................................................

ระดับผลสัมฤทธิ์ จานวนนกั เรยี น รอ้ ยละ
ดีมำก (80-100 คะแนน)
ดี (70-79 คะแนน)
พอใช้ (60-69 คะแนน)
ปรับปรุง (50-59 คะแนน)

จำกตำรำงที่ 1 พบว่ำนักเรียนผลสัมฤทธิ์ทำงกำรเรียน ร้อยละ................อยู่ในระดับ..........และ
รองลงมำร้อยละ.................อยู่ในระดับ...............และพบว่ำนกั เรียน....................................................
............................................................................................................................................................

1.2 ด้ำนทกั ษะ/กระบวนกำร (P )

ตำรำงที่ 2 แสดงค่ำร้อยละระดบั ผลสัมฤทธิ์ทำงกำรเรียน เรื่อง ..................................................

ระดับผลสัมฤทธิ์ จานวนนกั เรยี น รอ้ ยละ

ดีมำก (80-100 คะแนน)

ดี (70-79 คะแนน)

พอใช้ (60-69 คะแนน)

ปรบั ปรงุ (50-59 คะแนน)

จำกตำรำงที่ 2 พบว่ำนกั เรียนผลสมั ฤทธิ์ทำงกำรเรียน ร้อยละ................อยู่ในระดับ..........และรองลงมำร้อย
ละ.................อยู่ในระดบั ................และพบว่ำนักเรียน.............................................
.......................................................................................................................................................

1.3 ด้ำนเจตคติ / คุณลักษณะฯ (A)/ สมรรถนะ (C) เชื่อมโยงกบั มำตรฐำนหลักสูตร

ตำรำงที่ 3 แสดงคำ่ ร้อยละคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ เรื่อง ............................................

ระดบั ผลสัมฤทธิ์ จานวนนกั เรยี น ร้อยละ

ดีมำก (80-100 คะแนน)

ดี (70-79 คะแนน)

พอใช้ (60-69 คะแนน)

ปรับปรงุ (50-59 คะแนน)

จำกตำรำงที่ 3 พบว่ำนักเรียนคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ ร้อยละ..............อยู่ในระดบั ............และ
รองลงมำร้อยละ.................อยู่ในระดับ...............และพบว่ำนักเรียน.....................................................
..................................................................................................................................................................
สรุป ผลกำรใช้แผนกำรจดั กำรเรียนรทู้ ี่ …………………………..
1) นกั เรียนมผี ลสัมฤทธิท์ ำงกำรเรียนอยู่ในระดบั ...................
2) นกั เรียนมที กั ษะในระดับ..................
3) นกั เรียนมคี ุณลกั ษณะในระดับ...............

2.บรรยากาศการเรียนรู้
.....................................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................

3. การปรับเปลี่ยนแผนการจดั การเรียนรู้ (ถ้ามี)
.....................................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................

4. ข้อคน้ พบด้านพฤติกรรมการจัดการเรียนรู้
.....................................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................

5. อืน่ ๆ....................................................................................................................................................

ใบความรู้

การทาบกิง่

กำรทำบกิง่ เปน็ วิธีกำรขยำยพนั ธุ์ที่ให้ได้ตน้ พนั ธุ์ที่ให้ไดต้ ้นพันธ์ุดีซึง่ มีลักษณะทำงสำยพันธ์ุเหมอื นต้นแมว่ ิธีหน่ึง โดยกิง่
พันธุ์ดจี ะทำหน้ำทีเ่ ปน็ ลำต้นของตน้ พืชใหม่ ส่วนต้นตอที่นำมำทำบติดกบั กิ่งของต้นพันธ์ุดจี ะทำหน้ำทีเ่ ปน็ ระบบรำก เพือ่
หำอำหำรใหก้ ับต้นพนั ธ์ุดี

วัสดอุ ุปกรณท์ ่ใี ช้ในการทาบกิง่
๑. มีดบำงหรอื มีดที่ใชส้ ำหรับขยำยพันธุ์
๒. กรรไกรตดั แต่งกิ่ง
๓. แผน่ พลำสติกขนำด ๐.๕ x ๑๒ นิว้ หรอื เทปพลำสติกสำเรจ็ รปู เปน็ มว้ น
๔. ต้นตอหรอื ตุ้มทำบ
๕. เชือกหรือลวด

วิธีการทาบกิ่ง แบ่งออกเป็น ๒ แบบ คือ

๑. การทาบกิ่งแบบประกับ (Approach grafting)
กำรทำบกิง่ แบบนีท้ ้ังต้นตอและกิง่ พนั ธุ์ดีต่ำงก็ยงั มีรำกและยอดอยู่ทั้งคู่ มักใช้ในกำรทำบกิ่งไม้ผลทีร่ อยแผล
ประสำนกนั ช้ำ เช่น กำรทำบกิ่งมะขำม เปน็ ต้น สำหรบั วิธีกำรทำบมี ๓ วิธีดงั น้ี

๑.๑ วิธีทาบกิง่ แบบฝานบวบ (Spliced approach grafting)
๑. เลือกต้นตอและกิ่งพันธุ์ดี ใหบ้ ริเวณที่จะทำบมีขนำดพอ ๆ กันและมีลักษณะเรียบตรง
๒. เฉือนกิง่ พันธ์ุดีเข้ำไปในเน้ือไม้เลก็ น้อย รอยแผลยำวประมำณ ๑-๒ นิว้ ลกั ษณะแผลรอยเฉือน

คล้ำยรูปโล่
๓. เตือนต้นตอในทำนองเดียวกนั และใหม้ ีควำมยำวเท่ำกบั แผลบนกิง่ พนั ธ์ุดี
๔. มดั ต้นตอและยอดพนั ธ์ุดีเข้ำด้วยกันโดยจดั แนวเยื่อเจรญิ ใหส้ มั ผัสกนั มำกที่สดุ
๕. พนั รอบรอยด้วยพลำสติกใหแ้ นน่

๑.๒ วิธีการทาบกิง่ แบบเขา้ ลิ้น (Tongued approach grafting) เปน็ วิธีที่คล้ำยวิธีแรก แตต่ ่ำงกันตรงทีร่ อย
แผลของตน้ ตอและกิง่ พันธุ์ดีจะทำเปน็ ลิน้ เพือ่ ให้สำมำรถสอดเข้ำหำกันได้

๑. เลือกต้นตอและกิ่งพันธ์ุดี ใหบ้ ริเวณทีจ่ ะทำบมีขนำดพอ ๆ กนั
๒. เฉือนต้นตอใหม้ ีแผลเปน็ รปู โล่ยำวประมำณ ๑-๒ นิว้ พยำยำมเฉือนใหเ้ รียบอย่ำให้เป็นคลืน่
๓. จำก ๑/๓ ของปลำยรอยแผลทีเ่ ฉือนน้ี เฉือนให้เป็นลิ้นลงมำเสมอกับโคนรอยแผลด้ำนล่ำง
๔. เฉือนกิง่ พนั ธุ์ดีในลกั ษณะเดียวกนั แต่ให้ล้นิ ทีเ่ ฉือนกลับลงในลักษณะตรงกนั กบั ลิน้ ของตน้ ตอ
๕. สวมลิ้นของต้นตอและกิ่งพันธ์ุดีเข้ำด้วยกนั โดยจัดใหแ้ นวเยื่อเจรญิ สัมผัสกัน
๖. พนั รอบรอยแผลด้วยพลำสติกใหแ้ นน่

๑.๓ วิธีทาบกิ่งแบบพาดร่อง (Inlay approach grafting) กำรทำบกิง่ วิธีนมี้ ักใช้เพือ่ กำรเปลี่ยนยอด หรอื
กำรเสริมรำกใหต้ ้นไมท้ ีม่ รี ะบบรำกไม่แข็งแรง หรอื ระบบรำกถกู ทำลำย วิธีทำงกิง่ ปฏิบัติได้ดงั น้ี

๑. กรีดเปลือกต้นตอตรงบริเวณที่จะทำกำรทำบ ใหม้ ีควำมยำวประมำณ ๒-๓ นิว้ โดยกรีดเปน็ สอง
รอยใหข้ นำนกัน และให้รอยกรีหำ่ งกนั เท่ำกบั เส้นผำ่ ศูนย์กลำงของกิ่งพันธุ์ดี

๒. กรีดเปลือกตำมขวำงตรงหวั และท้ำยรอยกรีดที่ขนำนกนั แลว้ แกะเอำเปลือกออก
๓. เฉือนกิ่งพันธ์ุดีให้เข้ำไปในเนื้อไม้เป็นรปู โล่ และให้ยำวเท่ำกบั ควำมยำวของแผลทีเ่ ตรยี มบนต้นตอ

๔. ทำบกิง่ พนั ธ์ุดีตรงบริเวณทีเ่ ฉือนนน้ั ให้เข้ำในแผลบนต้นตอ
๕. ใช้ตะปูเขม็ ขนำดเลก็ ตอกกิ่งพันธุ์ดตี ิดกับต้นตอ แล้วพันด้วยพลำสตกิ ใหแ้ น่น
๖. เมื่อกิ่งพันธ์ุดีและต้นตอติดกนั ดีแลว้ จึงทำกำรตัดต้นตอเหนอื รอยต่อและตดั กิง่ พันธ์ุดใี ต้รอยต่อ
กรณีต้องกำรเปลีย่ นเปน็ ยอดพนั ธ์ุดี

๒. การทาบกิง่ แบบเสียบ (Modified approach grafting) เปน็ วิธีทำบกิง่ ที่แปลงมำจำกวิธีกำรทำบกิง่ แบบประกบั
โดยจะทำกำรตดั ยอดต้นตอออกใหเ้ หลือสน้ั ประมำณ ๓-๕ นิว้ เพือ่ ลดกำรคำยน้ำ สำหรบั วิธีทำบแบบเสียบทีน่ ยิ ม
ปฏิบัติกนั มี ๓ วิธีคือ

๒.๑ การทาบกิ่งแบบฝานบวบแปลง (Modified spliced approach grafting) เป็นวิธีที่นิยมใชก้ นั มำก
เพรำะสำมำรถทำได้รวดเร็ว และใช้กับพืชได้ทวั่ ๆ ไป พชื ทีน่ ยิ มใช้วธิ ีทำบแบบนี้ ได้แก่ มะม่วง มะขำม ขนุน
ทุเรียน เปน็ ต้น โดยมีวธิ ีปฏิบตั ิดังนี้

๑. นำต้นตอขึน้ ไปทำบโดยกะดูบริเวณที่จะทำแผลท้ังตน้ ตอและกิง่ พันธ์ุดี
๒. เฉือนกิ่งพนั ธุ์ดีเปน็ รูปโล่เข้ำเนือ้ ไม้เล็กน้อย และให้แผลยำวประมำณ ๑.๕-๒ นิ้ว
๓. เฉือนต้นตอเฉียงข้ึนเป็นปำกฉลำมให้แผลยำวเท่ำกับแผลที่เตรยี มบนกิ่งพนั ธ์ุดี
๔. นำต้นตอประกบกบั กิ่งพันธุ์ดี โดยใหแ้ นวเยือ่ เจรญิ ทับกนั ด้ำนในด้ำนหน่งึ หรอื ทั้งสองด้ำน
๕. พนั รอบรอยแผลด้วยพลำสติกใหแ้ นน่ และมัดต้นตอเข้ำกับกิง่ พนั ธุ์ดี

๒.๒ การทาบกิง่ แบบเข้าบา่ ขัดหลัง (Modified veneer side approach grafting) วิธีกำรทำบกิ่งแบบนี้
คล้ำยกับวิธีฝำนบวบแปลง แตแ่ ตกต่ำงกนั ตรงรอยแผลของกิง่ พนั ธุ์ดีจะเฉือนทำเป็นบ่ำหรอื เงีย่ งปลำ ส่วนของ
ต้นตอจะเฉือนด้ำนหลงั ของรอยแผลปำกฉลำมออกเล็กน้อย พชื ที่นยิ มใช้เช่นเดียวกับแบบฝำนบวบแปลง โดยมี
วิธีปฏิบัติดงั นี้

๑. เฉือนกิ่งพันธ์ุดีเอียงขนึ้ เข้ำเนือ้ ไม้ประมำณ ๑/๔ ของเส้นผ่ำศูนย์กลำงของกิ่งควำมยำวแผล
ประมำณ ๑.๕-๒ นิว้ เฉือนแผลด้ำนบนทำเป็นบ่ำหรอื เง่ยี งปลำประมำณ ๑/๔ ของควำมยำวของแผล

๒. เฉือนต้นตอเป็นรูปปำกฉลำมตัดด้ำนหลังเอียงข้นึ เข้ำหำปำกฉลำมขนำดควำมยำวแผลประมำณ
๑/๔ ของแผลปำกฉลำม

๓. นำต้นตอที่ปำดเรียบร้อยแลว้ สอดเข้ำไปขัดกบั บ่ำหรือเง่ยี งปลำที่ทำไว้ แล้วจัดใหแ้ นวเยือ่ เจรญิ
สมั ผัสกันมำกทีส่ ุด

๔. พนั ด้วยพลำสติกใหแ้ น่น

๒.๓ การทาบกิง่ แบบเสียบขา้ งแปลง (Modified side approach grafting) วิธีกำรทำบแบบนีม้ ีขั้นตอนต่ำง
ๆ เหมอื นวิธีแรก แตแ่ ตกต่ำงกันที่ลักษณะเฉือนต้นตอและกิ่งพันธุ์ดี โดยมีวธิ ีปฏิบัติ ดงั นี้

๑. เฉือนกิง่ พนั ธุ์ดีเป็นมุมเอียงขึน้ ประมำณ ๒๐-๓๐ องศำ เข้ำไปในเนื้อไม้ประมำณ ๑/๔ ของ
เส้นผ่ำศูนย์กลำงของกิ่ง ควำมยำวแผลประมำณ ๑.๕-๒ นิว้

๒. เฉือนต้นตอเปน็ รปู ลิ่มโดยใหแ้ ผลส่วนที่สมั ผสั ดำ้ นในำวกว่ำแผลหน้ำทีส่ มั ผสั ดำ้ นนอก
๓. สอดต้นตอเข้ำไปในเนื้อไม้แบบตอกลิม่ โดยให้แนวเยื่อเจริญสัมผัสกันมำกทีส่ ดุ
๔. พนั ด้วยพลำสติกใหแ้ น่น

การปฏิบตั ิดแู ลหลังจากทาการทาบแลว้
๑. ควรใหน้ ้ำแก่ตน้ แมพ่ นั ธ์ุกิ่งพันธ์ุดีอย่ำงสม่ำเสมอ พร้อมกับสงั เกตดูน้ำในตุ้มทำบทีท่ ำบแบบประกับซึ่งมกั จะ
แหง้ จึงตอ้ งให้น้ำโดยกำรใช้หัวฉีดฉีดนำ้ เข้ำไปในถงุ ตมุ้ ทำบบ้ำงในบำงครั้ง แตส่ ำหรับตุ้มทำบแบบเสียบมักจะไม่
พบปัญหำตุ้มทำบแหง้ เท่ำใดนกั ยกเว้นทำกำรทำบในฤดูแล้ง
๒. กรณีทีส่ ว่ นยอดกิง่ พนั ธุ์ดีหลังจำกทำบแล้วมโี รคและแมลงเข้ำทำลำย ควรกำจัดโดยกำรฉีดพ่นสำรเคมีกำจัด
โรค และแมลง
๓. กรณีที่มพี ำยุหรือฝนตกหนักต้องหำไม้มำช่วยพยงุ หรอื ค้ำกิ่งไว้เพื่อไมใ่ ห้กิง่ พันธ์ุที่ทำกำรทำบหักได้
๔. กรณีที่ทำกำรทำบหลำยตุ้มในกิ่งเดียวกนั ควรต้องหำไม้คำ้ หรือเชอื กโยงไว้กบั ลำต้นเพ่ือไม่ให้กิง่ ใหญ่หกั
เสียหำย

ลักษณะของกิง่ ทาบทีส่ ามารถตดั ไปชาได้
๑. กิง่ ทำบมีอำยุประมำณ ๔๕-๖๐ วัน
๒. สงั เกตรอยแผลของตน้ ตอและกิ่งพันธ์ุดีว่ำประสำนกันดี เปลีย่ นเปน็ สีนำ้ ตำล และนูน
๓. กระเปำะหรอื ตุ้มทำบีควำมชื้นพอประมำณณ (ค่อนข้ำงแหง้ )
๔. กระเปำะหรอื ตุ้มทำบมีรำกเจรญิ ออกมำใหม่เห็นชดั รำกเปน็ สีนำ้ ตำล และปลำยรำกมีสขี ำว

วิธีการตัดกิง่ ทาบ
ให้ตดั กิง่ พันธุ์ดีตรงระดับก้นกระเปำะหรอื ตุ้มทำบ เพื่อสะดวกในกำรย้ำยชำและช่วยทำให้รอยต่อของแผลไม่หกั
หรอื ฉีกเนื่องจำกน้ำหนกั ของสว่ นยอดพนั ธ์ุดี เพรำะส่วนโคนกิง่ พนั ธ์ุดีทีย่ ำวเลยรอยแผลจะช่วยพยุงน้ำหนักของ
ส่วนปลำยยอดพนั ธ์ุดเี อง

การชากิ่งทาบ
เมื่อตดั กิ่งทำบจำกต้นพันธ์ุดี ให้นำมำแกะเอำถุงพลำสติกออก แล้วชำลงในถุงพลำสติกสีดำขนำด ๘x๑๐ นวิ้
หรอื กระถำงดนิ เผำขนำดเส้นผ่ำศนู ย์กลำง ๘ นวิ้ ทีบ่ รรจุด้วยขุยมะพร้ำวล้วน ๆ หรือดินผสม ปกั หลกั และผูก
เชอื กกิง่ ทำบให้แนน่ นำเข้ำพกั ไว้ในโรงเรือนทีร่ ม่ รดน้ำให้ชุ่ม ทงิ้ ไว้ประมำณ ๑๕-๒๐ วันหรือจนกิง่ พันธ์ุดีเริม่
แตกใบใหม่ จงึ นำไปปลูกหรือจำหน่ำยได้ สำหรบั กำรชำกิ่งพนั ธุ์ดีทีท่ ิง้ ใบงำ่ ย เชน่ ขนุน กระท้อน ควรพกั ไว้ใน
โรงเรือนทีม่ ีควำมชนื้ สูง เช่น กระโจม พลำสติก หรอื โรงเรือนระบบพ่นหมอก จะช่วยลดปญั หำกำรทิ้งใบของพืช
นั้นลงได้

แบบบันทึกการสงั เกตและประเมินผลพฤติกรรมรายบุคคล

ครั้งที่ ………… เรื่อง ................................................................
รหสั วิชำ .......................... ภำคเรียนที่…....ปีกำรศึกษำ………… ช้ัน................ โรงเรียน ..................................

พฤติกรรม / ระดับคะแนน

ควำมสนใจใน กำรมสี ่วน กำรตอบ กำรยอมรับ ทำงำนตำมท่ี

ลำดับที่ ชื่อ – สกุล กำรทำ ร่วมในกำร คำถำม ฟงั ควำม ได้รับ รวม
กจิ กรรม แสดงควำม
คิดเหน็ ผู้อื่น มอบหมำย

คิดเห็น

321321321321321

เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน เกณฑ์การประเมิน คะแนนเตม็ 15 คะแนน
ระดับ 3 หมำยถึง มพี ฤตกิ รรมในระดับ ดี คะแนน 13 - 15 หมำยถึง ดี
ระดับ 2 หมำยถึง มพี ฤตกิ รรมในระดับ ปำนกลำง คะแนน 9 - 12 หมำยถึง ปำนกลำง
ระดับ 1 หมำยถึง มพี ฤตกิ รรมในระดับ ปรับปรุง คะแนน 5 - 8 หมำยถึง ปรบั ปรุง เกณฑก์ าร

ผา่ น ร้อยละ 60 ( 9 คะแนน ) ลงชือ่ ................................................
()
ครูผู้สอน / ผู้ประเมิน

ผังมโน
เร่อื ง การขยายพันธุ์พืชโดยการตอ่
ระดบั ช้นั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 1 ภาคเรยี นท่ี 1

เรือ่ ง ควำมรทู้ ่ัวไป
เวลำ .....๑... ช่ัวโมง

หนว่ ยการ

เรือ่ ง กำรขยำยพนั
จำนวน ๖

เรือ่ ง กำรด

เวลำ...๑...

นทัศน์
อกิ่ง รายวิชา. การขยายพันธ์ุพืช

เวลา ๘๐ ช่ัวโมง จานวน. ๒.๐ หน่วยกิต

เรือ่ ง วิธีกำรตอ่ กิง่
เวลำ...๔..... ช่ัวโมง

รเรียนรทู้ ี่ .3

นธุ์พชื โดยกำรตอ่ กิ่ง
๖ ช่วั โมง

ดูแลรกั ษำ
ชว่ั โมง

แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ ๙

เรอ่ื ง การขยายพันธ์โุ ดยการต่อกิ่ง เวลา ๖ ช่ัวโมง ระดบั ช้นั ม. ๑

__________________________________________________________________________

1. เปา้ หมายการเรียนรู้ / หลกั ฐานการเรียนรู้ / การวัดและการประเมินผล

ผลกำรเรียนรู้ สิง่ ทีต่ อ้ งรแู้ ละปฏิบัติได้ ผลงำน / ชนิ้ งำน กำรวัดผลและกำร

ประเมินผล

2.มึควำมรคู้ วำมเข้ำใจเกี่ยวกบั - ลกั ษณะท่ัวไปของกำรตอ่ กิง่ -ผลงำน - ตรวจผลงำน

กำรขยำยพนั ธ์ุพชื แบบอำศยั - กำรปฏิบตั ิกำรตอ่ กิง่ แบบต่ำงๆ - ประเมินพฤติกรรม
เพศ และแบบไม่อำศัยเพศ - กำรทดสอบ
4.สำมำรถเลือกเครือ่ งมือและ

วสั ดอุ ุปกรณใ์ ห้เหมำะกับ

วิธีกำรขยำยพนั ธ์ุพชื

5.มีทกั ษะในกำรขยำยพนั ธ์ุพชื

แบบอำศัยเพศ และแบบไม่

อำศยั เพศ

๘. มีควำมรับผดิ ชอบ ตรงต่อ

เวลำ ขยนั ซ่อื สตั ย์ สำมัคคี

ประณีต รอบคอบ ทำงำนเปน็

กลุ่ม และรักกำรทำงำน

2. สาระการเรียนรู้ (Learning Contents)
1. ความรู้ (Knowledge)
- ลกั ษณะทั่วไปของกำรตอ่ กิ่ง
- กำรปฏิบตั ิกำรตอ่ กิง่ แบบต่ำงๆ
2. ทักษะ/กระบวนการ (Skill during the process)
-ทักษะกำรทำงำนกลุ่ม
- ทกั ษะกำรปฏิบัติงำน

๓. สมรรถนะ (Competency)
1. ควำมสำมำรถในกำรสอื่ สำร
2. ควำมสำมำรถในกำรคิด
3. ควำมสำมำรถในกำรแก้ปญั หำ
4. ควำมสำมำรถในกำรใชท้ กั ษะชีวติ
5. ควำมสำมำรถในกำรใชเ้ ทคโนโลยี

3. หลักฐานการเรียนรู้ชิน้ งำนหรอื ภำระงำน (Work)
ผลงำน กำรปฏิบัติงำน

4. การวดั และการประเมินผล ( Evaluation )

สิง่ ทีว่ ัดผล วิธีวดั ผล เครื่องมือวัดผล เกณฑก์ ำรประเมิน
ใบงำน ผำ่ นเกณฑ์
ด้ำนควำมรู้ (K) ตรวจใบงำน แบบสังเกต ผำ่ นเกณฑ์
แบบสงั เกต ผำ่ นเกณฑ์
ด้ำนทักษะ/กระบวนกำร(P) สังเกตพฤติกรรม
แบบสงั เกต ผำ่ นเกณฑ์
เจตคติ/คุณลักษณะ (A) มีควำมรบั ผดิ ชอบ ตรง

ต่อเวลำ ทำงำนเปน็ กลุ่ม

สมรถนะของผู้เรยี น (C) สังเกตพฤติกรรม

5. กระบวนการการจดั กิจกรรม / รูปแบบการจดั กิจกรรม ( Learning Process )

กำรจัดกิจกรรมกำรเรยี นรู้/แนวทำงกำรเสริมแรงหรอื ช่วยเหลอื นักเรียน
- ศกึ ษำค้นคว้ำ รวบรวมข้อมลู สรปุ ผล และปฏิบตั ิงำน

6. กิจกรรมการเรียนการสอน
1. ขั้นนาเข้าสบู่ ทเรียน (15 นาที )
1. สนทนำกับนักเรียนเกี่ยวกบั วิธีกำรขยำยพันธ์ุพิชที่ได้เคยศกึ ษำมำ
2. ให้นกั เรียนชมวีดีทศั น์ เร่อื งกำรต่อกิง่
3. ครแู จง้ ผลกำรเรียนรู้ที่คำดหวงั บทเรียนใหม่
2. ขน้ั สอน (กระบวนกำรทำงสังคม/กระบวนกำรสร้ำงองค์ควำมรู้/กระบวนกำรคิดวิเครำะห์/ กระบวนกำร
1. ให้นกั เรียนทำแบบทดสอบก่อนเรียน
2.นกั เรียนศกึ ษำใบควำมรู้ เร่อื งกำรต่อกิ่ง
3. ครูซักถำมเกีย่ วกับควำมหมำยควำมสำคัญ ประเภทและของกำรตดิ ตำ - ต่อกิง่

4.นักเรียนรว่ มกนั อภปิ รำยสรปุ เนือ้ หำและจดบันทึกข้อมลู ไว้
5.ให้นักเรียนศึกษำวิธีกำรตอ่ กิง่ จำกใบงำน และดูภำพสไลด์โดยให้ครูอธิบำยประกอบ
6. ครู นำนกั เรียนไปทีแ่ ปลงเกษตร ครสู ำธิตวิธีกำรกำรตอ่ กิง่ ให้นักเรียนดู โดยอธิบำยขั้นตอนกำรปฏิบตั ิงำน
7. นกั เรียนปฏิบัติกิจกรรมกำรต่อกิ่ง เมื่อปฏิบตั ิงำนเสรจ็ แล้วให้นกั เรียนเขียนป้ำยชอ่ื – สกุล เลขที่ กำกับไว้
เรียนรู้จำกประสบกำรณจ์ ริง)

3. ข้ันสรุปและประเมินผล

1. ครูและนักเรียนช่วยสรปุ เรือ่ งกำรตอ่ กิง่

2. นกั เรียนซักถำมข้อสงสัย และจดบนั ทึกข้อมูลทีถ่ กู ต้องไว้

3. ให้นกั เรียนทำแบบทดสอบหลงั เรยี น

๔. สื่อการเรียนรู้/ แหล่งเรียนรู้

1. ภำพประกอบกำรขยำยพนั ธุ์พชื ด้วยวิธีกำรต่อกิ่ง

2. พนั ธุ์ไม้ของจรงิ ที่ได้ตอ่ กิง่ ไว้แล้ว เชน่ โกสน มะม่วง เป็นต้น

3. กิง่ พันธุ์ไม้ที่ใชใ้ นกำรตอ่ กิ่ง

4.อปุ กรณ์ทีใ่ ชใ้ นกำรตอ่ กิ่ง เช่น มีด,คตั เตอร์,พลำสตกิ ใสหรอื ทึบแสง

5. ใบควำมรู้ เรื่องกำรขยำยพันธุ์พชื (กำรตอ่ กิ่ง)

6. เอกสำรประกอบกำรเรียน

7. บันทึกผลหลังแผนการจดั การเรียนรู้

1. ผลการเรียนรู้

1.1 ด้ำนควำมรู้ (K)

ตำรำงที่ 1 แสดงค่ำร้อยละระดบั ผลสัมฤทธิ์ทำงกำรเรียน เรื่อง ...................................................

ระดับผลสัมฤทธิ์ จานวนนักเรยี น รอ้ ยละ

ดีมำก (80-100 คะแนน)

ดี (70-79 คะแนน)

พอใช้ (60-69 คะแนน)

ปรับปรงุ (50-59 คะแนน)

จำกตำรำงที่ 1 พบว่ำนกั เรียนผลสัมฤทธิ์ทำงกำรเรียน ร้อยละ................อยู่ในระดบั ..........และ
รองลงมำร้อยละ.................อยู่ในระดับ...............และพบว่ำนกั เรียน....................................................
............................................................................................................................................................

1.2 ด้ำนทกั ษะ/กระบวนกำร (P )

ตำรำงที่ 2 แสดงค่ำร้อยละระดบั ผลสัมฤทธิ์ทำงกำรเรียน เรื่อง ..................................................

ระดบั ผลสมั ฤทธิ์ จานวนนกั เรยี น ร้อยละ

ดีมำก (80-100 คะแนน)

ดี (70-79 คะแนน)

พอใช้ (60-69 คะแนน)

ปรบั ปรงุ (50-59 คะแนน)

จำกตำรำงที่ 2 พบว่ำนักเรียนผลสมั ฤทธิ์ทำงกำรเรียน ร้อยละ................อยู่ในระดบั ..........และรองลงมำร้อย
ละ.................อยู่ในระดับ................และพบว่ำนกั เรียน.............................................
.......................................................................................................................................................

1.3 ด้ำนเจตคติ / คุณลักษณะฯ (A)/ สมรรถนะ (C) เชื่อมโยงกับมำตรฐำนหลักสตู ร

ตำรำงที่ 3 แสดงคำ่ ร้อยละคุณลักษณะอนั พึงประสงค์ เรื่อง ............................................

ระดับผลสัมฤทธิ์ จานวนนักเรยี น รอ้ ยละ

ดีมำก (80-100 คะแนน)

ดี (70-79 คะแนน)

พอใช้ (60-69 คะแนน)

ปรบั ปรงุ (50-59 คะแนน)

จำกตำรำงที่ 3 พบว่ำนกั เรียนคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ ร้อยละ..............อยู่ในระดบั ............และ
รองลงมำร้อยละ.................อยู่ในระดบั ...............และพบว่ำนักเรียน.....................................................
..................................................................................................................................................................
สรุป ผลกำรใช้แผนกำรจัดกำรเรียนรทู้ ี่ …………………………..
1) นกั เรียนมผี ลสมั ฤทธิท์ ำงกำรเรียนอยู่ในระดับ...................
2) นักเรียนมที ักษะในระดับ..................
3) นักเรียนมคี ุณลกั ษณะในระดับ...............

2.บรรยากาศการเรียนรู้
.....................................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................

3. การปรับเปลี่ยนแผนการจัดการเรยี นรู้ (ถ้ามี)
.....................................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................

4. ขอ้ คน้ พบด้านพฤติกรรมการจัดการเรียนรู้
.....................................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................

5. อื่นๆ....................................................................................................................................................

ใบความรู้
การตอ่ กิง่ (GRAFTING)

กำรตอ่ กิ่งเป็นวิธีกำรขยำยพนั ธุ์พชื อีกวิธีหน่งึ ซึง่ รวมไปถึงกำรเปลี่ยนพันธุ์พืชจำกพนั ธ์ุที่ไม่ดใี ห้เป็นพนั ธุ์ดที ี่
ต้องกำร วธิ ีนีเ้ หมำะสำหรบั พืชประเภทไม้เน้ืออ่อน โดยมีวธิ ีทำดงั น้ี
๑. การต่อกิ่งไม้เนือ้ อ่อน (Herbaceous grafting๑)
เป็นวิธีที่ใช้ตอ่ อกิ่งไม้เน้ือออ่ น ไม้ชุ่มน้ำ และยอดอ่อนองไม้เนือ้ แข็งทว่ั ๆ ไป วธิ ีกำรต่อมีอยู่ ๒ วิธีดังนี้
๑.๑. การตอ่ กิ่งแบบฝานบวบ (Spliced grafting) ปฏิบัติดงั นี้

๑. เลือกต้นตอและกิ่งพันธุ์ใหม้ ีขนำดเท่ำ ๆ กัน และควรให้บริเวณที่ตอ่ เรียบและตรง
๒. เฉือนปลำยกิ่งต้นตอให้เฉียงขึน้ ใหแ้ ผลทีเ่ ฉือนยำวประมำณ ๑-๑.๕ นวิ้
๓. เฉือนกิ่งพันธ์ุดีให้เฉียงลงให้แผลและองศำทีเ่ ฉียงพอ ๆ กับทีเ่ ตรยี มบนต้นตอ
๔. ประกอบแผลของกิง่ พันธุ์ดีลงบนแผลที่เตรยี มไว้บนต้นตอให้สนิท
๕. พันด้วยผำ้ พลำสติกใหแ้ น่น

๑.๒. การต่อกิ่งแบบเขา้ เดือย (Saddle grafting๑) ปฏิบัติดังนี้
๑. เลือกต้นตอและกิ่งพันธ์ุดีเหมอื นวิธีแบบฝำนบวบ
๒. เฉือนต้นตอใหเ้ ฉียงข้ึนทั้งสองข้ำงเปน็ รูปลิ่ม
๓. เฉือนกิ่งพนั ธ์ุดีให้เปน็ รปู งำ่ ม (รปู ตัว V หงำย) พอเหมำะกบั แผลของต้นตอที่เตรียมไว้
๔. เสียบกิง่ พนั ธุ์ดีลงบนต้นตอให้รอยแผลประกบกันพอดี
๕. พนั ด้วยพลำสติกใหแ้ น่น

๒. การต่อกิง่ แบบเสียบแปลือก (Bark grafting)
เป็นวิธีกำรที่นยิ มในกำรตอ่ ยอดไม้ผล ทั้งพืชทีม่ เี ปลือกหนำและเปลือกบำง ขอ้ ดีของกำรต่อกิ่งวิธีนคี้ ือ เน้ือไม้จะ
ไม่ถูกผำ่ ออกจำกกัน โอกำสที่รอยต่อจะเน่ำหรือถูกทำลำยจำกเชือ้ โรคจงึ มีน้อย แต่มีขอ้ เสียคือจะต้องทำกำรต่อ
ขณะทีต่ น้ ตอมีเปลือกล่อนในระยะทีต่ น้ พืชมีกำรเจรญิ เติบโตดีเท่ำนน้ั โดยมีวิธีกำรต่อดงั นี้

๒.๑. การตอ่ กิ่งแบบเสียบเปลือก (Bark grafting)
๑. เลือกต้นตอบริเวณทีจ่ ะทำกำรตอ่ ให้ตรง
๒. ตัดต้นตอในแนวระดับ ใหร้ อยตัดอยู่ใต้ขอ้ เล็กน้อย
๓. กรีดเปลือตน้ ตอถึงเนื้อไม้จำกรอยตดั ลงลำ่ งยำวประมำณ ๑-๒ นิว้
๔. เผยอเปลือกไม้เล็กน้อยตรงรอยกรีดที่ตดิ กับหัวรอยตัด
๕. เฉือนกิ่งพันธุ์ดีเฉียงลง ใหแ้ ผลยำวเท่ำรอยกรีดบนต้นตอ
๖. บำกโคนแผลรำยเฉือนของกิ่งพนั ธ์ุดีใหเ้ ป็นบ่ำ และเฉือนปลำยรอยแผลทำงด้ำนตรงขำ้ มเลก็ น้อย
๗. เสียบกิ่งพันธุ์ดีให้รอยบำกเข้ำหำต้นตอจนรอยบำกวำงบนหัวต้นตอพอดี
๘. พนั ด้วยพลำสตกิ ให้แนน่

๒.๒. วิธีเสียบเปลือกแปลงวธิ ีที่ ๑ (Modified Bark grafting I)
๑. ทำกำรเตรยี มต้นตอเหมือนข้อ ๒.๑ แตเ่ ผยอเปลือกต้นตอแถบเดียว
๒. เฉือนกิ่งพันธุ์ดีเฉียงลง ให้แผลยำวเท่ำรอยกรีดบนต้นตอ
๓. บำกโคนแผลรอยเฉือนของกิง่ พนั ธ์ุดีใหเ้ ปน็ บ่ำ
๔. เฉือนปลำยรอยเฉือนทำงดำ้ นตรงข้ำมแตใ่ ห้เอียงเข้ำมำทำงทีเ่ ปิดเปลือกของข้ำงต้นตอ
๕. นำกิ่งพันธ์ุดีไปเสียบบนแผลที่เตรยี มไว้แลว้ พนั ด้วยพลำสตกิ ใหม้ ิดรอยแผล

๒.๓. วิธีเสียบเปลือกแปลงวธิ ีที่ ๒ (Modified Bark grafting II)
๑. ตัดต้นตอเหมอื นข้อ ๒.๑
๒. กรีดเปลือกต้นตอถึงเนื้อไม้จำกรอยตัดลงลำ่ ง ๒ รอยยำวประมำณ ๑-๒ นิว้ และใหร้ อยกรีดทั้ง

สองหำ่ งกันเท่ำเส้นผำ่ ศูนย์กลำงของกิง่ พนั ธุ์ดี
๓. ตัดเปลือกต้นตอทีอ่ ยู่ระหว่ำงรอยกรีดออกใหเ้ หลือไว้เพียง ๑/๓ ของรอยกรีด
๔. เฉือนโคนกิ่งพนั ธุ์ดีเฉียงลงให้รอยเฉือนยำวเท่ำแผลบนต้นตอและเฉือนโคนกิ่งด้ำนตรงข้ำมรอย

เฉือนครั้งแรกออกเล็กน้อย
๕. เสียบกิง่ พนั ธ์ุดีลงบนแผลที่เตรยี มไว้บนต้นตอ โดยใหป้ ลำยรอยเฉือนด้ำนนอกสอดอยู่ด้ำนในของ

แผ่นเปลือกของต้นตอทีเ่ หลือ
๖. พันด้วยพลำสติกใหแ้ นน่

๒.๔. วิธีเสียบเปลือกแปลงวธิ ีที่ ๓ หรอื วิธีเสียบเปลอื กแบบตัว T (Modified Bark grafting III of
Modified T graft)

๑. เลือกต้นตอบริเวณที่เป็นปล้องตรงและเรียบ
๒. กรีดเปลือกต้นตอถึงเนื้อไม้ให้เปน็ รปู ตวั T แล้วเผยอเปลือกหวั ตัว T และทำกำรปำดเปลือกเหนือ
ตัว T ออกเล็กน้อย
๓. เฉือนกิ่งพันธ์ุดีเฉียงลงพร้อมทั้งปำดแผน่ เปลือกโคนกิ่งด้ำนตรงขำ้ มรอยเฉือนคร้ังแรกออก
เลก็ น้อย
๔. สอดกิง่ พันธุ์ดีลงบนรอยแผลรูปตัว T ทีเ่ ตรยี มไว้
๕. พนั ด้วยพลำสติกใหแ้ น่น

๒.๕. วิธีเสียบเปลือกแปลงวธิ ีที่ ๔ (Modified Bark grafting IV)
เป็นวิธีต่อกิ่งไม้ผลเมืองร้อนทว่ั ไป เช่น มะม่วง ขนุน อำโวกำโด เป็นต้น มักใช้เป็นวิธีเปลี่ยนยอดต้นใหญ่ ๆ
มำกกว่ำใช้เป็นวิธีขยำยพันธุ์ สำหรับวิธีกำรต่อทำดังน้ี

๑. กรีดเปลือกต้นตอถึงเนอื้ ไม้บริเวณปล้องให้รอยกรีดหำ่ งกันประมำณ ๐.๕ นิว้
๒. เฉือนตดั ขวำงหวั รอยกรีดตอนบนของทั้งสองรอยถึงเนือ้ ไม้
๓. เผยอเปลือกหัวรอยตัดด้วยปลำยมดี เลก็ น้อย
๔. ลอกแผน่ เปลือกระหว่ำงรอยกรีดท้ังสองลงมำจนสดุ รอยกรีด
๕. พบั แผน่ เปลือกเข้ำที่เดิม แล้วตดั โคนแผ่นเปลือกเฉียงลงใหเ้ หลือโคนแผ่นเปลือกประมำณ ๑/๔ -
๑/๓ ของแผน่ เปลือกทั้งหมด
๖. เฉือนกิ่งตำพนั ธุ์ดเี ปน็ ปำกฉลำมให้แผลยำวประมำณ ๒ นวิ้ จำกน้ันจงึ เฉือนโคนกิ่งพันธ์ุดีทำง
ด้ำนหลังให้ถึงเนือ้ ไม้เปน็ แผลยำวประมำณ ๐.๕ นิว้
๗. สอดกิง่ พันธ์ุดลี งในแผลที่เตรยี มไว้บนต้นตอ โดยให้รอยเฉือนด้ำนยำวท้ังหมดสอดลงในแผลของ
ต้นตอและให้แผน่ เปลือกของตน้ ตอทีเ่ หลือทับรอยเฉือนด้ำนหลังของกิ่งพันธุ์ดีพอดี
๘. พันด้วยพลำสตกิ ให้แนน่

๓. การตอ่ กิ่งแบบเสียงขา้ ง (Side grafting)
เปน็ วิธีกำรตอ่ กิ่งไม้ประดับที่ปลกู อยู่ในกระถำง เชน่ เฟื่องฟ้ำ โกศล เล็บครฑุ ชะบำ ชนิดต่ำง ๆ นอกจำกนยี้ งั
อำจใชต้ ่อกิง่ ไม้ผลบำงชนิดได้ดี เชน่ มะม่วง ทบั ทิม ลองกอง เปน็ ต้น สว่ นใหญ่ของช่วงเวลำทีท่ ำกำรต่อจะทำใน
ระยะทีก่ ิ่งเปลือกติด ซึง่ เกิดจำกกำรชะงักหรอื หยดุ กำรเจรญิ ในช่วั เวลำหนง่ึ วธิ ีกำรต่อกิง่ แบ่งออกได้เปน็ ๓
แบบ ดังนี้

๓.๑. การต่อกิ่งแบบเสียบขา้ ง (Side grafting)
๑. เลือกต้นตอที่มขี นำดเส้นผำ่ ศูนย์กลำงประมำณไม่เกิน ๑ นิว้
๒. เฉือนต้นตอลงมำเป็นมมุ ๒๐-๓๐ องศำ ให้รอยเฉือนยำวประมำณ ๒-๓ นิว้
๓. เลือกกิง่ พันธุ์ดที ีม่ ตี ำประมำณ ๒-๓ ตำ และยำวประมำณ ๒-๓ นิว้
๔. เฉือนโคนกิ่งพันธุ์ดีเปน็ รูปลิ่มใหแ้ ผลรอยเฉือนยำวประมำณ ๑.๕-๒ นิว้ และให้รอยเฉือนด้ำนหน้ำ

ยำวกว่ำรอยเฉือนด้ำนหลังเลก็ น้อย

๕. เสียบกิ่งพันธ์ุดีลงบนแผลทีเ่ ตรยี มไว้บนต้นตอ โดยกำรโน้มตน้ ตอไปทำงดำ้ นตรงข้ำมรอยบำก
เลก็ น้อยและให้รอยเฉือนด้ำนส้ันอยู่ดำ้ นหลงั จดั ให้แนวเยือ่ เจรญิ ของกิ่งพนั ธุ์ดีและต้นตอตรงกันแล้วจึงปล่อยให้
ต้นตอกลับที่เดิม

๖. พันด้วยพลำสติกใหแ้ นน่

๓.๒. การตอ่ กิ่งแบบเสียบขา้ งเข้าลิ้น (Side tongue grafting)
๑. เลือกต้นตอบริเวณทีส่ งู กว่ำผวิ ดินเล็กน้อยให้เรียบและตรง
๒. เฉือนต้นตอเฉียงลงให้เข้ำเนือ้ ไม้เลก็ น้อย
๓. ประมำณ ๒/๓ ของรอยแผลจำกตอนบนเฉือนเข้ำไปในเน้ือไม่ให้ควำมยำวของแผลเท่ำกับควำม

ยำวของโคนแผลบนต้นตอ
๔. เลือกกิง่ พันธุ์ดที ีม่ ขี นำดเลก็ กว่ำต้นตอเล็กน้อย
๕. เฉือนโคนกิ่งพันธุ์ดีเปน็ รูปปำกฉลำม จำกนั้นจึงทำเปน็ ลนิ้ ให้ควำมยำวเท่ำกบั ควำมยำวของล้ินต้น

ตอ
๖. เสียบกิง่ พันธุ์ดีลงบนต้นตอให้ลนิ้ ขดั กัน
๗. พนั ด้วยพลำสติกใหแ้ นน่

๓.๓. การต่อกิง่ แบบเสียบขา้ งเข้าบ่า (Side veneer grafting)
๑. เฉือนต้นตอเฉียงลงตรงบริเวณทีเ่ รยี บเหนอื ผวิ ดินเล็กน้อยเข้ำไปในเนื้อไม้ให้แผลยำวประมำณ ๑-

๒ นิว้
๒. ตัดชิน้ ส่วนทีเ่ ฉือนออกใหเ้ หลือเพียง ๑/๓ ของสว่ นทีเ่ ฉือนออกทั้งหมด
๓. เตรียมกิ่งพันธุ์ดีโดยเฉือนให้เฉียงเป็นปำกฉลำม ให้แผลยำวเท่ำกบั แผลทีเ่ ตรียมบนต้นตอ

๔. เฉือนโคนกิง่ พนั ธุ์ดีด้ำนตรงขำ้ มกบั ทีเ่ ฉือนครั้งแรกออกถึงเนือ้ ไม้ให้แผลทีเ่ ฉือนออกมีขนำดเท่ำลิ้น
รอยเฉือนทีเ่ หลอื ไว้บนต้นตอ

๕. สวมกิง่ พันธ์ุดีลงบนแผลที่เตรยี มบนต้นตอให้เยื่อเจริญตรงกันและให้ลิน้ ของตน้ ตอทบั รอยเฉือน
ของกิง่ พนั ธุ์ดีพอดี

๖. พนั ด้วยพลำสติกใหแ้ น่น

๔. การตอ่ กิ่งแบบเสียบลิ่ม (Cleft grafting)
กำรตอ่ กิ่งแบบนีเ้ ปน็ วิธีทีน่ ิยมใชส้ ำหรบั กำรตอ่ ยอดโดยเฉพำะ ไม่ว่ำจะเป็นกิ่งทีม่ ขี นำดใหญ่หรอื เลก็ แตข่ นำด
ของกิ่งที่พอเหมำะจะมีขนำดเส้นผำ่ ศนู ย์กลำงประมำณ ๑-๔ นิว้ ใช้ในกำรต่อกิง่ พืชที่มเี ส้นเนือ้ ไม้ตรง กิ่งพันธุ์ดี
ควรเป็นกิง่ แก่อำยุประมำณ ๑ ปี ขณะทำกำรตอ่ ต้นตอควรมีเปลือกไม่ล่อนจำกเน้ือไม้ มักใช้ตอ่ พันธุ์พืชผลัดใบ
เชน่ ทบั ทิม น้อยหน่ำ เปน็ ต้น มีวธิ ีกำรดงั นี้

๔.๑. การตอ่ แบบเสียบลิ่ม (Cleft grafting)
๑. ตดั ต้นตอบริเวณทีต่ รง ไม่มีขอ้ หรอื ตำ เป็นมุมฉำกกับกิ่งทีต่ อ่
๒. ผ่ำต้นตอตำมยำวให้ลกึ ประมำณ ๒-๓ นิว้ แลว้ แต่ขนำดของกิง่
๓. เฉือนโคนกิ่งพันธุ์ดีให้เฉียงลงทั้งสองข้ำง แต่เฉือนใหด้ ้ำนหนึง่ หนำกว่ำอีกด้ำนหน่งึ
๔. เผยอรอยผ่ำบนต้นตอโดยใช้ใบมีดสอดเข้ำไปในรอยผำ่ แล้วบิดใบมีดใหร้ อยผ่ำเผยออก
๕. สอดโคนกิ่งพันธุ์ดีให้แนวเยือ่ เจริญของรอยเฉือนบนต้นและกิ่งพันธุ์ดีทบั กนั โดยเอำด้ำนหนำที่

เฉือนไว้ดำ้ นนอก
๖. พนั ด้วยพลำสิตกใหแ้ นน่

๔.๒. การตอ่ กิง่ แบบอินเลย์ (Inlay grafting)
๑. ตัดต้นตอตั้งฉำกกับกิง่ เหมอื นข้อ ๔.๑.
๒. ผ่ำตดั ตอเข้ำไปในเน้ือไม้เล็กน้อยประมำณ ๑/๔-๑/๓ ของเส้นผำ่ ศูนย์กลำงและใหร้ อยผ่ำยำว

ประมำณ ๑.๕-๒ นิว้ แล้วแต่ขนำดของตน้ ตอ
๓. ตัดชิน้ ส่วนที่เฉือนสุดรอยเฉือนเปน็ มุม ๔๕ องศำ และใหเ้ หลือเปน็ ลิ้นยำวประมำณ ๑/๓ ของสว่ น

ที่เฉือน
๔. เฉือนโคนกิง่ พนั ธ์ุดีเปน็ ปำกฉลำมให้รอยเฉือนยำวเท่ำแผลบนต้นตอและเฉือนโคนกิ่งด้ำนตรงข้ำม

รอยเฉือนครั้งแรกใหเ้ ป็นแผลรอยเฉือนยำวเท่ำกับลิน้ ทีเ่ หลือบนต้นตอ
๕. เสียบกิง่ พนั ธุ์ดีบนต้นตอให้แผลรอยเฉือนครั้งแรกสัมผสั กบั แผลบนต้นตอและใหล้ ิน้ ของต้นตอทับ

แผลด้ำนหลังของกิ่งพันธ์ุดีพอดี
๖. พนั รอยต่อด้วยพลำสติกให้แนน่

๕. การต่อกิ่งแบบเข้าลิน้ (Whip of Tongue grafting)
เปน็ วิธีทีใ่ ช้ตอ่ กิ่งขนำดเล็ก ๑/๓ - ๑/๒ นิว้ และกิ่งตอ้ งมีขนำดเท่ำ ๆ กนั และควรใช้กิ่งที่ตรงและเรียบ โดยมีวธิ ี
ปฏิบัติดงั นี้

๕.๑. การต่อกิง่ แบบเขา้ ลิ้น (Whip of Tongue graft)
๑. เฉือนต้นตอใหเ้ ฉียงข้ึน รอยแผลยำวประมำณ ๑-๓ นิว้ แลว้ แต่ขนำดของกิง่
๒. ผ่ำต้นตอหำ่ งจำกปลำยรอยเฉือน ๑/๓ ให้รอยผ่ำยำวเสมอโคนแผลรอยเฉือน
๓. เตรียมกิ่งพนั ธุ์ดีเชน่ เดียวกับกำรเตรียมแผลบนต้นตอ
๔. สอดกิ่งพันธ์ุดีเชน่ เดียวกับกำรเตรียมแผลบนต้นตอโดยใหล้ ิน้ ที่เฉือนขัดกัน ๑/๓ ของรอยผ่ำ โดย

ต้องกะให้แนวเยือ่ เจริญของกิง่ พันธุ์ดีและต้นตอทบั กันสนิท
๕. พนั รอยต่อด้วยพลำสติกให้แนน่

๕.๒. การต่อกิง่ แบบแชมปิน (Champin grafting)
กำรตอ่ กิง่ แบบนีเ้ หมอื นกำรตอ่ กิ่งแบบเข้ำลิน้ ทุกอย่ำง แตกต่ำงกันที่จะสอดต้นตอและกิ่งพันธ์ุดีให้

ลิน้ ขดั กัน ๒/๓ จนกระท่งั ปลำยรอยเฉือนเลยแผลที่เตรียมไว้ แตจ่ ะตดั ปลำยรอยเฉือนตรงส่วนทีเ่ ลยออกให้
เสมอกบั แผลที่เตรยี มไว้เท่ำนั้น

๖. การตอ่ กิง่ ค้ายันและการต่อซอ่ ม

ก. การต่อกิง่ เพื่อค้ายัน ส่วนใหญ่จะทำเพื่อกำรเสริมรำก เนือ่ งจำกพืชที่ปลกู ไปแล้วมปี ัญหำจำกระบบรำกที่
เกิดจำกกำรขยำยพันธ์ุพืชแบบกำรตอน ตัดชำ และกำรทำบกิ่ง จงึ จำเปน็ ต้องหำต้นตอที่ได้จำกเพำะเมลด็ มำทำ
กำรตอ่ กิ่งเพื่อเปน็ กำรค้ำยัน สรำ้ งควำมแขง็ แรงใหแ้ ก่ต้นพืชที่ปลกู ไปแล้ว
การเตรยี มต้นตอเพือ่ การต่อกิง่ สามารถทาได้หลายวิธีดงั นี้
๑. เพำะเมล็ดที่เปน็ ต้นตอบริเวณโคนต้นพืชที่จะทำกำรเสริมรำก เมื่อต้นตอมีขนำดเหมำะสมกท็ ำกำรตอ่ กิง่ ได้
๒. เพำะต้นกล้ำที่เปน็ ต้นตอในภำชนะอ่นื เมอ่ื มีขนำดเหมำะสมแลว้ ย้ำยมำปลกู บริเวณโคนต้น พร้อมกบั ทำกำร
ต่อกิ่งในเวลำเดียวกัน
๓. ย้ำยต้นตอจำกแปลงเพำะอื่นที่มีขนำดเหมำะสมแบบรำกเปลือยมำปลูกบริเวณโคนต้นพืชทีจ่ ะทำกำรเสริม
รำกพร้อมกบั ทำกำรเสริมรำกในเวลำเดียวกนั สำหรบั วิธีกำรตอ่ กิง่ ค้ำยันหรอื เสริมรำก มีดว้ ยกันหลำยวิธีดงั น้ี
๖.๑. การตอ่ กิ่งค้ายนั แปลงจากวิธีเสียบขา้ ง

๑. ทำแผลบนต้นพันธ์ุดีทีท่ ำกำรเสริมรำกหรือค้ำยนั โดยเฉือนเข้ำเนือ้ ไม้เปน็ มุมเอียงข้นึ ประมำณ
๒๐-๓๐ องศำ คล้ำยวิธีกำรตอ่ กิง่ แบบเสียบข้ำง

๒. เตรียมต้นตอแบบรูปลิ่ม โดยใหแ้ ผลด้ำนในยำวกว่ำแผลดำ้ นนอก
๓. เสียบต้นตอเข้ำในรอยแผลใหแ้ นวเยือ่ เจริญสมั ผัสกันมำกที่สดุ แลว้ พนั ด้วยพลำสติกหุ้มรอยแผลให้
แนน่

๖.๒. การตอ่ กิ่งคา้ ยันเหมือนการตอ่ กิ่งแบบตัวทหี ัวกลบั
๑. เปิดปำกแผลบริเวณโคนต้นพชื ทีจ่ ะทำกำรเสริมรำกเปน็ รปู ตัวทีหัวกลับ
๒. ทำแผลตน้ ตอเปน็ รปู ปำกฉลำมเฉือนด้ำนหลังทิง้ เล็กน้อย
๓. สอดต้นตอเข้ำไปในรอยแผลบนต้นพันธุ์ดใี ห้สนิท
๔. ใช้ตะปูเข็มตอกยึด แล้วพนั ด้วยพลำสตกิ ใหแ้ น่น กรณีทีม่ ลี มพดั แรงอำจต้องใช้เชือกยึดต้นตอและ

ต้นพนั ธ์ุดีไว้ให้แน่น เพื่อไม่ใหแ้ ผลหลุดออกจำกกนั ได้

๖.๓. การต่อกิ่งค้ายนั เหมือนวิธีการเสียบเปลือก
๑. เปิดปำกแผลต้นพันธ์ุดีทีจะเสริมรำกโดยกำรกรีดแผลขนำนกันไปตำมควำมยำวของลำต้น

ประมำณ ๒-๓ นิว้ ควำมกว้ำงของแผลใหญ่กว่ำต้นที่ทำหน้ำทีค่ ้ำยนั เล็กน้อย แล้วเผยอเปลือกขนึ้ ด้ำนบน
๒. เฉือนแผลตน้ ตอที่จะมำช่วยค้ำยันแบบปำกฉลำมและเฉือนดำ้ นหลังเล็กน้อยลักษณะเป็นรูปลิม่
๓. เสียบต้นตอที่ช่วยค้ำยันเข้ำกบั รอยแผลบนต้นพนั ธ์ุดีให้สนิท แลว้ พนั ด้วยพลำสติกใหแ้ นน่ กรณีที่

ต้นพนั ธ์ุมขี นำดเลก็ ถ้ำมีลมพดั อำจทำให้แผลหลดุ ควรทำกำรผกู เชือกยึดต้นตอกับต้นพนั ธุ์ดีใหแ้ นน่

ข. การต่อกิ่งเพื่อซ่อมเปลือกไม้ของตน้ พืชที่ชารดุ หรอื ถกู ทาลาย
๑. ตัดแต่งเปลือกไม้ส่วนที่ตำยออกให้หมดจนถึงส่วนที่ยงั สมบรู ณ์อยู่ทั้ง ๒ ด้ำน
๒. กรีดเปลือกไม้เป็นช่อง แล้วเผยอเปลือกไม้ขึน้ เลก็ น้อย ต้องทำทั้งด้ำนล่ำงและด้ำนบนใหร้ ่อง

ตรงกนั

๓. เฉือนกิง่ ที่จะมำซ่อมเปน็ สะพำนแบบปำกฉลำดที่ปลำยกิ่งท้ังสองด้ำน โดยจะให้เหลอื ควำมยำวกิง่
ทีจ่ ะเสียบเป็นสะพำนต่อรอยเปลือกด้ำนบนและด้ำนล่ำงของต้นไมท้ ีจ่ ะทำกำรซ่อมได้พอดี

๔. เฉือนปำกแผลด้ำนหลังของกิง่ เดิมทั้งสองปลำยเป็นรูปปำกฉลำมและปำกแผลเล็กกว่ำครั้งแรก
เลก็ น้อย โดยทำให้ปลำยกิง่ ท้ังสองด้ำนมีลักษณะเป็นรูปลิ่ม

๕. สอดกิง่ ที่ทำหน้ำทีเ่ ป็นสะพำนเข้ำในรอยแผลบนต้นไม้ทีต่ อ้ งกำรจะซ่อมใหส้ นิท
๖. ตอกตะปเู ขม็ บริเวณรอยแผลทีก่ ิ่งสะพำนเสียบเข้ำไปให้แน่นท้ังด้ำนบนและด้ำนล่ำง แล้วพนั ด้วย
พลำสตกิ หรือทำด้วยขี้ผึ้งต่อกิง่

แบบบันทึกการสงั เกตและประเมินผลพฤติกรรมรายบุคคล

ครั้งที่ ………… เรื่อง ................................................................
รหสั วิชำ .......................... ภำคเรียนที่…....ปีกำรศึกษำ………… ช้ัน................ โรงเรียน ..................................

พฤติกรรม / ระดบั คะแนน

ควำมสนใจใน กำรมสี ่วน กำรตอบ กำรยอมรับ ทำงำนตำมท่ี

ลำดับที่ ชื่อ – สกุล กำรทำ ร่วมในกำร คำถำม ฟงั ควำม ได้รับ รวม
กจิ กรรม แสดงควำม
คิดเหน็ ผู้อืน่ มอบหมำย

คิดเห็น

321321321321321

เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน เกณฑ์การประเมิน คะแนนเตม็ 15 คะแนน
ระดับ 3 หมำยถึง มพี ฤตกิ รรมในระดับ ดี คะแนน 13 - 15 หมำยถึง ดี
ระดับ 2 หมำยถึง มพี ฤตกิ รรมในระดับ ปำนกลำง คะแนน 9 - 12 หมำยถึง ปำนกลำง
ระดับ 1 หมำยถึง มพี ฤตกิ รรมในระดับ ปรับปรุง คะแนน 5 - 8 หมำยถึง ปรบั ปรุง เกณฑก์ าร

ผา่ น ร้อยละ 60 ( 9 คะแนน ) ลงชือ่ ................................................
()
ครูผู้สอน / ผู้ประเมิน

ผังมโน
เร่อื ง การขยายพันธพุ์ ืชโดยการแยก
ระดับช้นั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 1 ภาคเรยี นท่ี 1

เรื่อง ควำมรทู้ ั่วไป
เวลำ ...๑... ช่ัวโมง

หน่วยก

เรื่องกำรขยำยพัน
จำนว

เรื่อง กำรด

เวลำ...๑...

นทัศน์
กหนอ่ รายวิชา. การขยายพันธุพ์ ืช

เวลา ๘๐ ชั่วโมง จานวน. ๒.๐ หน่วยกิต

เรือ่ ง วิธีกำรแยกหน่อ
เวลำ...๖..... ชวั่ โมง

การเรียนรทู้ ี่ .3

นธุ์พชื โดยกำรแยกหน่อ
วน ๘ ช่วั โมง

ดูแลรักษำ
. ช่ัวโมง

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๑๐

เรอ่ื ง การขยายพันธโ์ุ ดยการแยกหนอ่ เวลา ๘ ชวั่ โมง ระดบั ช้นั ม. ๑

__________________________________________________________________________

1. เป้าหมายการเรียนรู้ / หลักฐานการเรียนรู้ / การวัดและการประเมินผล

ผลกำรเรียนรู้ สิ่งทีต่ อ้ งรแู้ ละปฏิบัติได้ ผลงำน / ชิน้ งำน กำรวดั ผลและกำร

ประเมินผล

2.มึควำมรคู้ วำมเข้ำใจเกีย่ วกบั - ลกั ษณะทั่วไปของกำรแยกหน่อ -ผลงำน - ตรวจผลงำน

กำรขยำยพนั ธ์ุพชื แบบอำศัย - กำรปฏิบัติกำรแยกหน่อ - ประเมินพฤติกรรม
เพศ และแบบไม่อำศัยเพศ (ว่ำนหำงจระเข้,ลนิ้ มังกร,
4.สำมำรถเลือกเครื่องมือและ ว่ำนเศรษฐีเรอื นนอก)
วสั ดอุ ปุ กรณใ์ ห้เหมำะกับ

วิธีกำรขยำยพนั ธ์ุพชื

5.มีทักษะในกำรขยำยพนั ธ์ุพชื

แบบอำศยั เพศ และแบบไม่

อำศยั เพศ

๘. มีควำมรับผดิ ชอบ ตรงต่อ

เวลำ ขยนั ซอ่ื สตั ย์ สำมัคคี

ประณีต รอบคอบ ทำงำนเป็น

กลุ่ม และรักกำรทำงำน

2. สาระการเรียนรู้ (Learning Contents)
1. ความรู้ (Knowledge)
- ลกั ษณะท่ัวไปของกำรแยกหน่อ
- กำรปฏิบัติกำรแยกหน่อ
2. ทักษะ/กระบวนการ (Skill during the process)
- ทักษะกำรปฏิบัติงำน

๓. สมรรถนะ (Competency)
1. ควำมสำมำรถในกำรส่ือสำร
2. ควำมสำมำรถในกำรคิด
3. ควำมสำมำรถในกำรแก้ปัญหำ
4. ควำมสำมำรถในกำรใชท้ ักษะชีวติ
5. ควำมสำมำรถในกำรใชเ้ ทคโนโลยี

3. หลกั ฐานการเรียนรู้ชิน้ งำนหรอื ภำระงำน (Work)
ผลงำน กำรปฏิบัติงำน

4. การวดั และการประเมินผล ( Evaluation )

สิ่งทีว่ ดั ผล วิธีวดั ผล เครื่องมือวัดผล เกณฑก์ ำรประเมิน
ใบงำน ผำ่ นเกณฑ์
ด้ำนควำมรู้ (K) ตรวจใบงำน แบบสังเกต ผำ่ นเกณฑ์
แบบสงั เกต ผำ่ นเกณฑ์
ด้ำนทักษะ/กระบวนกำร(P) สังเกตพฤติกรรม
แบบสงั เกต ผำ่ นเกณฑ์
เจตคติ/คณุ ลกั ษณะ (A) มีควำมรับผดิ ชอบ ตรง

ต่อเวลำ ทำงำนเปน็ กลุ่ม

สมรถนะของผู้เรยี น (C) สงั เกตพฤติกรรม

5. กระบวนการการจัดกิจกรรม / รปู แบบการจดั กิจกรรม ( Learning Process )
- ศกึ ษำค้นคว้ำ รวบรวมข้อมลู สรปุ ผล และปฏิบตั ิงำน

6. กิจกรรมการเรียนการสอน
1. ข้ันนาเข้าสู่บทเรียน (15 นาที )
1. สนทนำทบทวนกับนกั เรียนเรอ่ื งพืชบำงชนิด ทีส่ ำมำรถเพิม่ จำนวนได้ด้วยกำรแยกหนอ่ ด้วยกำร
ซกั ถำม โดยกำรสุ่มนกั เรียน
2. ให้คำชมเชยในกำรตอบปัญหำของนกั เรียนและใหข้ ้อเสนอแนะเพิม่ เติม
3. ครูแจง้ ผลกำรเรียนรทู้ ีค่ ำดหวงั บทเรียนใหม่และใหน้ กั เรียนจดบนั ทึกไว้

2. ข้นั สอน (กระบวนกำรทำงสงั คม/กระบวนกำรสร้ำงองค์ควำมรู้/กระบวนกำรคิดวิเครำะห์/ กระบวนกำร
เรียนรู้จำกประสบกำรณจ์ ริง)

๑. เสนอบทเรียนใหม่โดยใหน้ กั เรียนศกึ ษำใบควำมรู้ เรือ่ งกำรขยำยพันธ์ุพืชโดยกำรแยกหนอ่
๒. ครูอธิบำย ซกั ถำมและนกั เรียนร่วมกันอภปิ รำยสรุป วธิ ีกำร ข้อดี – ข้อเสียของกำรแยกหน่อ
๓. นกั เรียนศึกษำวิธีกำรแยกหนอ่ พืชต่ำงๆ
๔. ให้นกั เรียนไปที่แปลงเกษตร ให้นกั เรียนศึกษำพันธ์ุไม้ของจริง
๕, ครสู ำธิตกำรแยกหนอ่ ให้นักเรียนดโู ดยอธิบำยข้ันตอนกำรปฏิบัติงำนอย่ำงละเอียดและให้นกั เรียน

ซักถำม
๖.นักเรียนปฏิบตั ิกิจกรรม กำรแยกหนอ่ พืชต่ำงๆ เช่น ว่ำนหำงจระเข้ วำ่ นเศรษฐีเรอื นนอก และ

ว่ำนลิน้ มังกร

3. ขั้นสรุปและประเมินผล
1. ครูให้คำแนะนำเพิม่ เติมเพื่อควำมถูกต้องอีกคร้ัง นักเรียนซกั ถำมข้อสงสัย และจดบันทึกข้อมูลที่
ถกู ต้องไว้

๔. สือ่ การเรียนรู้/ แหล่งเรียนรู้
1. ภำพประกอบกำรขยำยพนั ธ์ุพชื ด้วยวิธีกำรทำบกิง่
2. พนั ธุ์ไม้ของจรงิ ที่ได้ทำบกิง่ ไว้แล้ว เช่น โกสน มะม่วง เป็นต้น
3. กิ่งพนั ธุ์ไม้ที่ใชใ้ นกำรทำบกิง่
4.อุปกรณ์ทีใ่ ชใ้ นกำรทำบกิง่ เช่น มดี ,คตั เตอร์,พลำสตกิ ใสหรอื ทึบแสง
5. ใบควำมรู้ เรอื่ งกำรขยำยพนั ธุ์พชื (กำรทำบกิง่ )
6. เอกสำรประกอบกำรเรียน

7. บนั ทึกผลหลังแผนการจัดการเรียนรู้

1. ผลการเรียนรู้

1.1 ด้ำนควำมรู้ (K)
ตำรำงที่ 1 แสดงค่ำร้อยละระดบั ผลสัมฤทธิ์ทำงกำรเรียน เรื่อง ...................................................

ระดับผลสัมฤทธิ์ จานวนนกั เรยี น รอ้ ยละ
ดีมำก (80-100 คะแนน)
ดี (70-79 คะแนน)
พอใช้ (60-69 คะแนน)
ปรับปรุง (50-59 คะแนน)

จำกตำรำงที่ 1 พบว่ำนักเรียนผลสัมฤทธิ์ทำงกำรเรียน ร้อยละ................อยู่ในระดับ..........และ
รองลงมำร้อยละ.................อยู่ในระดับ...............และพบว่ำนกั เรียน....................................................
............................................................................................................................................................

1.2 ด้ำนทกั ษะ/กระบวนกำร (P )

ตำรำงที่ 2 แสดงค่ำร้อยละระดบั ผลสัมฤทธิ์ทำงกำรเรียน เรื่อง ..................................................

ระดับผลสัมฤทธิ์ จานวนนกั เรยี น รอ้ ยละ

ดีมำก (80-100 คะแนน)

ดี (70-79 คะแนน)

พอใช้ (60-69 คะแนน)

ปรบั ปรงุ (50-59 คะแนน)

จำกตำรำงที่ 2 พบว่ำนกั เรียนผลสมั ฤทธิ์ทำงกำรเรียน ร้อยละ................อยู่ในระดับ..........และรองลงมำร้อย
ละ.................อยู่ในระดบั ................และพบว่ำนักเรียน.............................................
.......................................................................................................................................................

1.3 ด้ำนเจตคติ / คุณลักษณะฯ (A)/ สมรรถนะ (C) เชื่อมโยงกบั มำตรฐำนหลักสูตร

ตำรำงที่ 3 แสดงคำ่ ร้อยละคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ เรื่อง ............................................

ระดบั ผลสัมฤทธิ์ จานวนนกั เรยี น ร้อยละ

ดีมำก (80-100 คะแนน)

ดี (70-79 คะแนน)

พอใช้ (60-69 คะแนน)

ปรับปรงุ (50-59 คะแนน)

จำกตำรำงที่ 3 พบว่ำนักเรียนคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ ร้อยละ..............อยู่ในระดบั ............และ
รองลงมำร้อยละ.................อยู่ในระดับ...............และพบว่ำนักเรียน.....................................................
..................................................................................................................................................................
สรุป ผลกำรใช้แผนกำรจดั กำรเรียนรทู้ ี่ …………………………..
1) นกั เรียนมผี ลสัมฤทธิท์ ำงกำรเรียนอยู่ในระดบั ...................
2) นกั เรียนมที กั ษะในระดับ..................
3) นกั เรียนมคี ุณลกั ษณะในระดับ...............

2.บรรยากาศการเรียนรู้
.....................................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................

3. การปรับเปลี่ยนแผนการจดั การเรียนรู้ (ถ้ามี)
.....................................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................

4. ข้อคน้ พบด้านพฤติกรรมการจัดการเรียนรู้
.....................................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................

5. อืน่ ๆ....................................................................................................................................................

ใบความรู้
การแยกหน่อ

กำรแยกหน่อน้ี เป็นกำรขยำยพันธ์ุ สำหรับพืชทีม่ หี นอ่ หรอื มีลำต้นอยู่ใต้ดิน โดยทว่ั ไปนิยมแยกหน่อทีม่ ขี นำดเล็ก ทีเ่ กิด
อยู่รอบ ๆ ตน้ แม่ กำรแยกหน่อเป็นกำรขยำยพนั ธ์ุทีไ่ ม่ยำก แต่จะต้องอำศัยควำมระมัดระวงั ในกำรขดุ หรอื ตดั แยก คอื
อย่ำให้หนอ่ ทีแ่ ยกออกมำนั้นหกั หรอื ช้ำเปน็ อันขำด และต้องให้มีรำกติดมำด้วยเสมอ พชื ทีน่ ยิ มขยำยพนั ธ์ุโดยวิธีน้ี ได้แก่
พืชตระกูลหมำก ตระกลู ปำล์มและตระกูลกล้วย เปน็ ต้น

วิธีแยกหวั และหน่อ กำรแยกหวั และหน่อของต้นพชื เพื่อนำไปปลูก มขี ้ันตอนในกำรปฏิบัติดังนี้
1. เม่อื เลือกหัวและหน่อได้ตำมตอ้ งกำรแล้ว ใช้เสียมหรอื ช้อนปลกู ขุดคุ้ยใหเ้ หน็ ส่วนของหัวและหน่อที่แยกออกมำจำก
ต้นเดิม
2. ใช้มีดคมๆเฉือนส่วนของหวั และหน่อทีต่ ิดกับต้นเดิมใหข้ ำดออกจำกกัน
3. ใชเ้ สียมหรอื ช้อนปลูกขุดหวั และหน่อที่เฉือนขำดจำกต้นแม่แล้วขึน้ มำ
4. ถ้ำหวั และหนอ่ มีใบติดมำก ควรตัดใบทิง้ บ้ำงเพื่อป้องกนั กำรคำยน้ำ
5. ตัดรำกที่ตดิ มำกบั หัวและหนอ่
6. นำไปปลูกในภำชนะหรอื แปลงที่เตรยี มไว้

ข้อดแี ละข้อเสียของกำรขยำยพนั ธ์ุด้วยวิธีแยกหนอ่ และหัว
ข้อดี 1. ได้พืชที่มลี ักษณะตรงตำมพนั ธุ์เดิมทกุ ประกำร
2. ทำได้ง่ำยกว่ำกำรขยำยพันธ์ุพชื โดยกำรใชส้ ่วนต่ำงๆ ของพืช วิธีอน่ื ๆ
3. ให้ผลผลิตเร็วกว่ำกำรขยำยพนั ธ์ุโดยกำรใชเ้ มล็ด
ข้อเสีย 1. ขยำยพันธุ์ได้คร้ังละน้อยๆ

2. ทำได้ช้ำกว่ำกำรขยำยพันธุ์ด้วยเมลด็
3. เสียค่ำใช้จ่ำยมำกกว่ำ

วิธีปลูก
1. ขุดหลุมในภำชนะหรอื แปลงที่เตรียมดินไว้แลว้ นำหัวและหน่อทีแ่ ยกไว้มำวำงกลำงหลุม
2. กลบดินให้มีสว่ นยอดโผล่ออกมำ ให้มีสภำพเหมือนก่อนแยกมำปลูก ระวงั อย่ำให้ดินกลบยอด หรอื ปลูกตื้นจนดนิ
กลบรำกไม่มิด
3. กำรปลูกเว้นระยะหำ่ งระหว่ำงแถวและระหว่ำงต้น โดยคำนึงถึงขนำดกำรเจรญิ เติบโตของพชื เมื่อโตเต็มที่แล้ว ตน้ พืช
มีขนำดใหญ่ระยะหำ่ งกม็ ำก สว่ นพืชทีม่ ขี นำดเลก็ ระยะหำ่ งก็น้อยลง
4. รดน้ำให้ชุ่มแต่อย่ำให้แฉะขงั เพรำะโคนต้นอำจเน่ำตำยได้ตอ่ ไปรดน้ำทกุ เช้ำเยน็
5. ทำร่มบังแดด ประมำณ 3-5 วันควรทำในเวลำตอนเชำ้ หรือเย็นที่แดดไม่จัดมำก

ตวั อย่างการขยายพนั ธ์ุพืชชนิดต่าง ๆ

ว่านสี่ทศิ
เป็นพืชทีม่ ใี บสีเขียวบำงชนิดมีสขี ำวอยู่ตรงกลำงใบดอกมีหลำยสี เช่น สีแดง สม้ ชมพู แสด ขำว เปน็ ต้น
กำรขยำยพนั ธุ์ เมื่อเลือกต้นพนั ธ์ุได้แลว้ ใชช้ ้อนปลูกขุดที่โคนต้นจนเหน็ หัวเดิมและหวั ที่เกิดจำกหัวของต้นแม่ ใช้ช้อนปลกู
งดั หัวข้นึ มำจำกดินเล็กน้อย จำกนั้นใช้มดี ตัดแยกส่วนของหัวที่เจรญิ ออกมำจำกต้นแมแ่ ล้วทำกำรตดั แต่งใบและรำกออก
บำงสว่ น ก่อนนำไปปลกู
กำรปลกู เมอ่ื เตรียมดินเสร็จ ใช้ช้อนปลกู ขดุ เปน็ หลุม วำงหวั ว่ำนสีท่ ิศลงไปกลบดินให้แน่น รดน้ำให้ชุ่มต่อไปรดน้ำเช้ำ
เย็นทุกวนั
หอม
เป็นพืชสวนครัว มีลำตน้ อยู่ใต้ดิน ใช้ใบและกำบใบเปน็ อำหำร สว่ นของกำบใบจะอัดกนั แนน่ กลำยเป็นส่วนทีเ่ รียกกันว่ำ
หวั
กำรขยำยพันธ์ุ 1.เมื่อเลอื กหัวที่จะนำมำใช้ได้แลว้ แกะกำบแห้งออกให้หมด แยกออกเปน็ กลีบๆตดั รำกและยอดออก
เลก็ น้อย
2. หำกต้องกำรจะให้หอมออกรำกเรว็ ควรนำไปจมุ่ น้ำแล้วห่อผ้ำที่ชืน้ ทิ้งไว้2-3 วันจงึ ค่อยนำไปปลูก
กำรปลกู เม่อื เตรียมดินเสร็จแล้ว ใช้ช้อนปลกู หรือไม้แทงดนิ เปน็ รู ระยะห่ำงระหว่ำงแถว15 เซนติเมตรระหว่ำงตน้ 10
เซนติเมตร ฝังหวั หอมลงไปในดิน 1½ เซนติเมตร ใชแ้ กลบหรอื ฟำงคลุมให้มดิ รดน้ำให้ชุ่มท่ัวแปลง
พุทธรักษา
เป็นพืชล้มลุกมีลำต้นหอ่ หมุ้ ด้วยกำบใบ ดอกและใบสวยงำมดอกมีหลำยสีเช่น สีขำว แดง เหลอื ง ส้ม ชมพู เปน็ ต้น ชอบ
ดินรว่ นซุย มีอนิ ทรีย์วัตถุมำก เป็นที่นิยมปลูกพืชโดยทัว่ ไป โดยเฉพำะริมน้ำ ริมถนน เพือ่ ควำมสวยงำม
กำรขยำยพันธุ์ เมื่อเลือกหน่อที่ตอ้ งกำรได้แล้ว ใชเ้ สียมขุดที่โคนต้นให้เห็นสว่ นโคนของหน่อทีแ่ ยกออกมำจำกต้นแม่
จำกนั้นใช้มีดเฉือนสว่ นโคนพทุ ธรกั ษำให้ขำดออกจำกกัน ใชช้ ้อนปลูกขดุ และตกั หน่อขึน้ มำ ใชม้ ีดตัดแตง่ รำกและใบออก
เสียบ้ำงเพื่อลดกำรคำยน้ำของใบก่อนนำไปปลกู

กำรปลูก เม่อื เตรียมดินเสร็จแล้วใช้ช้อนปลูกขดุ เป็นหลุม วำงหนอ่ พุทธรักษำลงไป กลบดินให้แน่น นิยมปลูกกันทั้งใน
ภำชนะและในแปลง รดน้ำใหช้ ุ่ม
กล้วย
กล้วยเป็นไม้ล้มลุกขนำดใหญ่ มีลำต้นแท้จริงอยู่ใต้ดนิ ส่วนลำต้นที่มองเหน็ นั้นเปน็ กำบใบทีอ่ ัดกันแนน่ เปน็ ผลไม้ชนิด
แรกทีค่ นนยิ มปลูกเพือ่ เป็นอำหำร ใช้ประโยชน์ได้เกือบทุกส่วนของลำต้น ให้ผลเรว็ เป็นทีน่ ิยมปลูกของคนท่วั ไป
กำรขยำยพันธุ์ ใช้วธิ ีกำรแยกหน่อ เมือ่ เลอื กหน่อที่ตอ้ งกำรได้แล้วใชเ้ สียมขุดคุ้ยดินให้เห็นโคนของหน่อที่แตกออกมำจำก
ต้นแม่ จำกน้ันใช้มดี เฉือนส่วนโคนของหนอ่ ที่ตดิ กับต้นแมใ่ ห้ขำดจำกกัน ใช้เสียมงัดหรอื ตกั หน่อขึน้ มำ ใชม้ ีดตัดแตง่ รำก
และใบออกเสียบ้ำง เพือ่ ลดกำรคำยน้ำก่อนนำไปปลกู
กำรปลกู ขุดหลุมกว้ำงและลึก 50 เซนติเมตร ใส่ดนิ ผสมใบไม้ ปุ๋ยคอก โรยปูนขำวเลก็ น้อยเพื่อลดควำมเปรี้ยวของดิน
วำงต้นพนั ธ์ุลงกลำงหลุม กลบดินให้แน่น รดน้ำให้ชุ่ม
.................................................
ทีม่ ำ….วิทยำนิพนธ์วิทยำศำสตรมหำบณั ฑติ ครศุ ำสตร์เกษตร “หนังสอื อ่ำนเพิ่มเติมเรื่องกำรขยำยพันธ์ุพืชโดยกำรใชห้ ัว
และหน่อเพื่อใช้ในกำรสอนงำนเกษตร ช้ันประถมศกึ ษำปีที่ 4 ” โดย… สุชำดำ ศรศี ักดิ์

แบบบนั ทึกการสังเกตและประเมินผลพฤติกรรมรายบุคคล

คร้ังที่ ………… เรื่อง ................................................................
รหสั วิชำ .......................... ภำคเรียนที่…....ปีกำรศึกษำ………… ช้ัน................ โรงเรียน ..................................

พฤติกรรม / ระดบั คะแนน

ควำมสนใจใน กำรมสี ่วน กำรตอบ กำรยอมรับ ทำงำนตำมท่ี

ลำดบั ที่ ชือ่ – สกุล กำรทำ ร่วมในกำร คำถำม ฟงั ควำม ได้รับ รวม
กจิ กรรม แสดงควำม
คิดเหน็ ผู้อื่น มอบหมำย

คิดเหน็

321321321321321

เกณฑ์การให้คะแนน เกณฑก์ ารประเมิน คะแนนเตม็ 15 คะแนน
ระดับ 3 หมำยถึง มพี ฤตกิ รรมในระดับ ดี คะแนน 13 - 15 หมำยถึง ดี
ระดับ 2 หมำยถึง มพี ฤตกิ รรมในระดับ ปำนกลำง คะแนน 9 - 12 หมำยถึง ปำนกลำง
ระดับ 1 หมำยถึง มพี ฤตกิ รรมในระดบั ปรบั ปรงุ คะแนน 5 - 8 หมำยถึง ปรบั ปรุง เกณฑก์ าร

ผา่ น ร้อยละ 60 ( 9 คะแนน ) ลงชือ่ ................................................
()
ครูผู้สอน / ผู้ประเมิน

แบบประเมินพฤติกรรมการทางานกล่มุ

กลุ่ม ..........................................................................................................

สมำชิกในกลุ่ม 1.......................................................................
2. ......................................................................
3. ......................................................................
4. ......................................................................
5. ......................................................................

คาชี้แจง : ให้นกั เรียนทำเครือ่ งหมำย  ในช่องที่ตรงกบั ควำมเปน็ จริง

พฤติกรรมท่สี ังเกต คะแนน
321

1. มีสว่ นร่วมในกำรแสดงควำมคิดเหน็

2. มีควำมกระตอื รอื ร้นในกำรทำงำน

3. รับผิดชอบในงำนที่ได้รบั มอบหมำย

4. มีขน้ั ตอนในกำรทำงำนอย่ำงเปน็ ระบบ

5. ใช้เวลำในกำรทำงำนอย่ำงเหมำะสม

รวม

เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน พฤติกรรมทีท่ ำเป็นประจำ ให้ 3 คะแนน
เกณฑ์การให้คะแนน พฤติกรรมทีท่ ำเป็นบำงครง้ั ให้ 2 คะแนน
พฤติกรรมทีท่ ำนอ้ ยครั้ง ให้ 1 คะแนน

ช่วงคะแนน ระดบั คุณภำพ
13-15 ดี
8-12 ปำนกลำง
5-7 ปรับปรงุ


Click to View FlipBook Version