The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการขยายพันธุ์พืช65

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ngeabsurakit, 2022-05-17 10:09:36

แผนการขยายพันธุ์พืช65

แผนการขยายพันธุ์พืช65

ผังมโน
เร่อื ง การขยายพันธพุ์ ืชโดยการวธิ ีการเพาะ
ระดบั ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีท่ี 1 ภาคเรยี นท่ี 1

หน่วยการเร
เรือ่ ง กำรขยำยพันธุ์พชื โด

จำนวน ๔

เรือ่ ง ควำมรทู้ ว่ั ไป
เวลำ .....๒... ช่วั โมง

นทัศน์
ะเลีย้ งเน้อื เยื่อ รายวิชา. การขยายพนั ธุพ์ ืช
1 เวลา ๔ ชั่วโมง จานวน. ๒.๐ หนว่ ยกิต

รียนรทู้ ่ี .3
ดยวิธีกำรเพำะเลี้ยงเนื้อเยือ่
๔ ชว่ั โมง

เรื่องวิธีกำรเพำะเลี้ยงเน้ือเยื่อ
เวลำ...๒..... ชวั่ โมง

แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ ๑๑

เร่อื ง วิธีการเพาะเลี้ยงเน้ือเยื่อ เวลา ๔ ชั่วโมง ระดบั ชนั้ ม. ๑

__________________________________________________________________________

1. เป้าหมายการเรียนรู้ / หลกั ฐานการเรียนรู้ / การวัดและการประเมินผล

ผลกำรเรียนรู้ สิง่ ที่ตอ้ งรแู้ ละปฏิบตั ิได้ ผลงำน / ชนิ้ งำน กำรวดั ผลและกำร

ประเมินผล

2.มึควำมรคู้ วำมเข้ำใจเกีย่ วกบั - ลักษณะท่ัวไปของวิธีกำร -ใบงำน - ตรวจผลงำน

กำรขยำยพนั ธ์ุพชื แบบอำศัย เพำะเลี้ยงเนื้อเยือ่ - ประเมินพฤติกรรม
เพศ และแบบไม่อำศยั เพศ - กำรทดสอบ
4.สำมำรถเลือกเครื่องมือและ

วัสดุอปุ กรณใ์ ห้เหมำะกับ

วิธีกำรขยำยพันธุ์พชื

5.มีทกั ษะในกำรขยำยพนั ธ์ุพชื

แบบอำศัยเพศ และแบบไม่

อำศยั เพศ

๘. มีควำมรบั ผดิ ชอบ ตรงต่อ

เวลำ ขยนั ซอ่ื สตั ย์ สำมัคคี

ประณีต รอบคอบ ทำงำนเป็น

กลุ่ม และรกั กำรทำงำน

2. สาระการเรียนรู้ (Learning Contents)
1. ความรู้ (Knowledge)
- ลักษณะท่วั ไปของวิธีกำรเพำะเลี้ยงเนื้อเยื่อ
2. ทักษะ/กระบวนการ (Skill during the process)
- ทกั ษะกำรฟัง

๓. สมรรถนะ (Competency)
1. ควำมสำมำรถในกำรสื่อสำร
2. ควำมสำมำรถในกำรคิด
3. ควำมสำมำรถในกำรแก้ปญั หำ
4. ควำมสำมำรถในกำรใชท้ กั ษะชีวติ
5. ควำมสำมำรถในกำรใชเ้ ทคโนโลยี

3. หลักฐานการเรียนรู้ชิน้ งำนหรอื ภำระงำน (Work)
ใบงำน

4. การวัดและการประเมินผล ( Evaluation )

สิ่งที่วดั ผล วิธีวดั ผล เครื่องมือวัดผล เกณฑก์ ำรประเมิน
ใบงำน ผำ่ นเกณฑ์
ด้ำนควำมรู้ (K) ตรวจใบงำน แบบสงั เกต ผำ่ นเกณฑ์
แบบสังเกต ผำ่ นเกณฑ์
ด้ำนทักษะ/กระบวนกำร(P) สงั เกตพฤติกรรม
แบบสังเกต ผำ่ นเกณฑ์
เจตคติ/คณุ ลักษณะ (A) มีควำมรบั ผดิ ชอบ ตรง

ต่อเวลำ ทำงำนเปน็ กลุ่ม

สมรถนะของผู้เรยี น (C) สงั เกตพฤติกรรม

5. กระบวนการการจดั กิจกรรม / รูปแบบการจดั กิจกรรม ( Learning Process )

กำรจัดกิจกรรมกำรเรยี นรู้/แนวทำงกำรเสริมแรงหรอื ช่วยเหลอื นักเรียน
- ศกึ ษำค้นคว้ำ รวบรวมข้อมูล สรุปผล และปฏิบัติงำน

6. กิจกรรมการเรียนการสอน
1. ขั้นนาเข้าสบู่ ทเรียน (15 นาที )
๑. สนทนำซักถำมนักเรียนถึงกำรทำกิจกรรมเสนอแนะในกำรเรียนครั้งที่แล้ว
๒. ให้คำชมเชยและให้ข้อเสนอแนะเพิม่ เติมในกำรปฏิบัติงำนของนกั เรียน
๓. ครแู จ้งผลกำรเรียนรทู้ ีค่ ำดหวังบทเรียนใหม่และใหน้ กั เรียนจดบันทึกไว้

2. ข้ันสอน (กระบวนกำรทำงสังคม/กระบวนกำรสร้ำงองค์ควำมรู้/กระบวนกำรคิดวิเครำะห์/ กระบวนกำร
เรียนรู้จำกประสบกำรณจ์ ริง)

1. ให้นกั เรียนทำแบบทดสอบก่อนเรียน
2. เสนอบทเรียนใหม่โดยใหน้ ักเรียนศกึ ษำใบควำมรู้ เรือ่ งกำรขยำยพันธ์ุพืชโดยวิธีกำรเพำะเลี้ยงเนื้อเยือ่
3. ครอู ธิบำย ซักถำมและนกั เรียนร่วมกันอภปิ รำยสรุป ควำมหมำย วิธีกำรของกำรวิธีกำรเพำะเลี้ยงเน้ือเยือ่
4. นกั เรียนศึกษำวิธีกำรเพำะเลี้ยงเน้ือเยือ่ และดูภำพสไลด์ โดยครใู ห้คำอธิบำยประกอบภำพ

3. ข้ันสรุปและประเมินผล

1. ครูตง้ั คำถำมและกระตนุ้ ใหน้ ักเรียนช่วยกันอภปิ รำยสรุปกำรปฏิบตั ิงำนและข้อดี – ข้อเสียของวิธี

กำรเพำะเลี้ยงเนื้อเยือ่

2. ครใู ห้คำแนะนำเพิ่มเติมเพื่อควำมถูกต้องอีกคร้ัง นกั เรียนซกั ถำมขอ้ สงสัย และจดบันทึกข้อมูลที่

ถูกต้องไว้

3. ให้นกั เรียนทำแบบทดสอบ

๔. สื่อการเรียนรู้/ แหล่งเรียนรู้

1. ภำพประกอบกำรขยำยพนั ธุ์พชื ด้วยวิธีกำรแยกหนอ่

2. พันธุ์ไม้ของจรงิ เช่นกล้วยไม้

5. ใบควำมรู้ เรอ่ื งกำรขยำยพันธุ์พชื วิธีกำรเพำะเลี้ยงเนื้อเยือ่

6. เอกสำรประกอบกำรเรียน

7. บนั ทึกผลหลงั แผนการจดั การเรียนรู้

1. ผลการเรียนรู้

1.1 ด้ำนควำมรู้ (K)
ตำรำงที่ 1 แสดงค่ำร้อยละระดบั ผลสมั ฤทธิท์ ำงกำรเรียน เรื่อง ...................................................

ระดบั ผลสมั ฤทธิ์ จานวนนักเรยี น ร้อยละ
ดีมำก (80-100 คะแนน)
ดี (70-79 คะแนน)
พอใช้ (60-69 คะแนน)
ปรับปรุง (50-59 คะแนน)

จำกตำรำงที่ 1 พบว่ำนักเรียนผลสัมฤทธิท์ ำงกำรเรียน ร้อยละ................อยู่ในระดบั ..........และ
รองลงมำร้อยละ.................อยู่ในระดบั ...............และพบว่ำนกั เรียน....................................................

............................................................................................................................................................

1.2 ด้ำนทกั ษะ/กระบวนกำร (P )

ตำรำงที่ 2 แสดงค่ำร้อยละระดับผลสัมฤทธิ์ทำงกำรเรียน เรื่อง ..................................................

ระดับผลสัมฤทธิ์ จานวนนักเรยี น รอ้ ยละ

ดีมำก (80-100 คะแนน)

ดี (70-79 คะแนน)

พอใช้ (60-69 คะแนน)

ปรับปรุง (50-59 คะแนน)

จำกตำรำงที่ 2 พบว่ำนกั เรียนผลสัมฤทธิ์ทำงกำรเรียน ร้อยละ................อยู่ในระดบั ..........และรองลงมำร้อย
ละ.................อยู่ในระดับ................และพบว่ำนกั เรียน.............................................
.......................................................................................................................................................

1.3 ด้ำนเจตคติ / คุณลักษณะฯ (A)/ สมรรถนะ (C) เชื่อมโยงกบั มำตรฐำนหลักสตู ร

ตำรำงที่ 3 แสดงคำ่ ร้อยละคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ เรือ่ ง ............................................

ระดบั ผลสัมฤทธิ์ จานวนนักเรยี น รอ้ ยละ

ดีมำก (80-100 คะแนน)

ดี (70-79 คะแนน)

พอใช้ (60-69 คะแนน)

ปรบั ปรุง (50-59 คะแนน)

จำกตำรำงที่ 3 พบว่ำนกั เรียนคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ ร้อยละ..............อยู่ในระดบั ............และ
รองลงมำร้อยละ.................อยู่ในระดับ...............และพบว่ำนกั เรียน.....................................................
..................................................................................................................................................................
สรปุ ผลกำรใช้แผนกำรจัดกำรเรียนรทู้ ี่ …………………………..
1) นกั เรียนมผี ลสัมฤทธิท์ ำงกำรเรียนอยู่ในระดับ...................
2) นักเรียนมที ักษะในระดบั ..................
3) นกั เรียนมคี ุณลกั ษณะในระดับ...............

2.บรรยากาศการเรียนรู้
.....................................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................

3. การปรับเปลี่ยนแผนการจัดการเรียนรู้ (ถ้ามี)
.....................................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................

4. ขอ้ คน้ พบด้านพฤติกรรมการจัดการเรียนรู้
.....................................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................

5. อื่นๆ....................................................................................................................................................

ใบความรู้

การเพาะเลี้ยงเนอ้ื เยือ่
เปน็ กำรขยำยพนั ธุ์พืชแบบไม่ใช้เพศ วิธีหน่ึง ทำโดยกำรนำชิน้ ส่วนตำ่ งๆของพืชเชน่ ตำข้ำงตำยอด หน่ออ่อน ใบ
เมลด็ มำเพำะเลี้ยงในอำหำรสงั เครำะหป์ ระกอบด้วยเกลือแร ่น้ำตำลวิตำมิน และสำรควบคมุ กำรเจรญิ เติบโตภำยใต้
สภำพแวดล้อมทีค่ วบคมุ ได้ปลอดจำกเช้ือจลุ ินทรีย์ ให้พฒั นำเป็นต้นพืชที่สมบรู ณ์เป็นวิธีกำรขยำยพนั ธ์ุพืชที่มี
ประสิทธิภำพสำมำรถผลิตพืชได้จำนวนมำกในเวลำที่กำหนดต้นพืชสมบูรณ์แข็งแรง ปลอดโรคทีม่ สี ำเหตจุ ำกเชือ้ ไวรสั
เช้อื รำและเชอื้ แบคทีเรยี ทีอ่ ำจตดิ มำกบั ต้นพนั ธ์ุตลอดจนกำรอนุรักษ์พนั ธุกรรมพืช และกำรปรับปรงุ พันธ์ุพืชพืชที่นยิ ม
ขยำยพนั ธ์ุดว้ ยวิธีน้ีได้แก่
ไม้ยืนตน้ เช่น ยูคำลิปตัส ไผส่ ัก เปน็ ต้น
พืชผัก เช่น ขิง หนอ่ ไม้ฝรั่ง และปูเล่ เปน็ ต้น
ไม้ผล เช่น กล้วย สับปะรด สตรอวเ์ บอร์รีแ่ ละสม้ เปน็ ต้น
ไม้ดอกไม้ประดบั เช่น หน้ำวัว เบญจมำศกล้วยไม้ว่ำนสีท่ ิศเยอบีรำ่ เฮลิโคเนียและ
ฟิโลเดนดรอน เป็นต้น
พืชกินแมลง เช่น หยำดน้ำค้ำง กำบหอยแครง และหม้อข้ำวหม้อแกงลิง เป็นต้น

ขอ้ ดีของกำรเพำะเลี้ยงเน้ือเยือ่ พืช

1. เพิม่ ปริมำณได้จำนวนมำกในระยะเวลำส้ันต้นทีไ่ ด้มีลักษณะทำงพนั ธุกรรมเหมอื นต้นแม่พันธุ์
ขยำยพันธ์ุพชื จำนวนมำกในเวลำทีก่ ำหนด ได้ต้นพชื ทีส่ ม่ำเสมอเหมอื นต้นเดิม ต้นทีไ่ ด้จะสะอำดปรำศจำก
ศัตรพู ชื โดยเฉพำะโรคที่มสี ำเหตจุ ำกเชื้อไวรสั ไฟโตพลำสม่ำและแบคทีเรยี
2. ต้นพืชทีไ่ ด้ควำมสม่ำเสมอ เก็บเกีย่ วผลผลิตได้พร้อมกนั เหมำะกับกำรผลติ พืชเชิงกำรคำ้
3. เพือ่ ผลติ พนั ธุ์พชื ปลอดโรค ได้ต้นพืชปลอดเชอื้ ไวรัส และปลอดเชือ้ แบคทีเรยี
4. เพือ่ อนุรักษ์และเกบ็ รักษำพนั ธุ์พชื ปรบั ปรงุ พันธ์ุพืช และเปน็ กำรสร้ำงพันธุ์พืชใหมๆ่ เพื่อกำรผลติ
ยำหรือผลติ สำรทตุ ิยภมู ิสกัดตวั ยำหรอื ส่วนผสมของยำรักษำโรคจำกพืชและเพื่อศึกษำทำงชีวเคมีสรีรวิทยำ
และพันธุศำสตร์

แบบบันทึกการสงั เกตและประเมินผลพฤตกิ รรมรายบคุ คล

คร้ังที่ ………… เรือ่ ง ................................................................
รหสั วิชำ .......................... ภำคเรียนที่…....ปีกำรศึกษำ………… ชั้น................ โรงเรียน ..................................

พฤติกรรม / ระดบั คะแนน

ควำมสนใจใน กำรมสี ่วน กำรตอบ กำรยอมรบั ทำงำนตำมท่ี

ลำดบั ที่ ชื่อ – สกลุ กำรทำ ร่วมในกำร คำถำม ฟงั ควำม ได้รับ รวม
กจิ กรรม แสดงควำม
คิดเหน็ ผู้อื่น มอบหมำย

คิดเหน็

321321321321321

เกณฑ์การให้คะแนน เกณฑ์การประเมิน คะแนนเตม็ 15 คะแนน
ระดบั 3 หมำยถึง มพี ฤตกิ รรมในระดบั ดี คะแนน 13 - 15 หมำยถึง ดี
ระดับ 2 หมำยถึง มพี ฤตกิ รรมในระดับ ปำนกลำง คะแนน 9 - 12 หมำยถึง ปำนกลำง
ระดบั 1 หมำยถึง มพี ฤตกิ รรมในระดบั ปรบั ปรุง คะแนน 5 - 8 หมำยถึง ปรบั ปรุง เกณฑ์การ

ผ่าน ร้อยละ 60 ( 9 คะแนน ) ลงชื่อ ................................................
()
ครผู ู้สอน / ผู้ประเมิน

ชือ่ ....................................................................................ช้นั ...............เลขที.่ ............

ใบงาน

การเพาะเลี้ยงเน้อื เยื่อ

1. จงอธิบำยควำมหมำยของกำรเพำะเลี้ยงเนื้อเยื่อ
……………………………………………………………………………………………………….……………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………..........................................................................................................................

2. นกั เรียนคิดว่ำพืชดอกท้องถิ่นชนิดใดน่ำจะเหมำะสมตอ่ กำรเพำะเลี้ยงเนื้อเยื่อ เพรำะเหตุใด

……………………………………………………………………………………………………….……………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………….……………………………………………………………………………………………………….………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………......................................................................

3. จงอธิบำยประโยชน์ของกำรเพำะเลี้ยงเน้ือเยื่อ
……………………………………………………………………………………………………….……………………………………………………………………………………
………………….…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………......................
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………......................................................................

แบบทดสอบการเพาะเลีย้ งเนอ้ื เยือ่

1. แรธ่ ำตุที่จำเปน็ ต่อกำรเจริญเติบโตของพชื มำก
ที่สดุ คือข้อใด
ก. ฟอสฟอรสั ไนโตรเจน สังกะสี
ข.ไนโตรเจน โพแทสเซียม ฟอสฟอรัส
ค. กำมะถนั แคลเซียม เหล็ก.
ง.โพแทสเซียม แมงกำนีส ทองแดง

2. พืชในข้อใดทีน่ ยิ มขยำยพันธุ์โดยกำรเพำะเลี้ยง -
เนื้อเยื่อ
ก. ชบำ
ข. มงั คดุ
ค.แอปเปิล้
ง.กล้วยไม้

3. ส่วนใดของพืชทีส่ ำมำรถนำไปใช้เพำะเลี้ยงเน้ือเยือ่ ได้ดีทีส่ ดุ
ก. รำก
ข. ตำอ่อน
ค. ละอองเรณู
ง. ไข่อ่อน

4. ควำมจำเป็นในข้อใดทีท่ ำให้มีกำรเพำะเลี้ยง
เนือ้ เยือ่
ก. ต้องกำรใชป้ ระโยชน์จำกพืชชนดิ น้ันเป็นจำนวนมำก
ข. เพือ่ ช่วยไม่ใหพ้ ืชชนิดน้ันสญู พันธุ์ไป
ค, ต้องกำรให้ได้พืชพันธ์ุทีต่ ำยยำก
ง. ทำให้ได้พืชทีม่ รี ะบบรำกแข็งแรง

5. ฮอร์โมนพืช ( ออกซิน ) มีประโยชน์อย่ำงไร
ก.ช่วยใหพ้ ืชมีใบดก
ข. ช่วยใหพ้ ืชมีลำต้นที่แขง็ แรง
ค. ช่วยใหพ้ ืชงอกรำกเร็วขึน้
ง. ช่วยใหพ้ ืชสังเครำะหแ์ สงได้เร็วขึน้

6. กำรขยำยพนั ธ์ุพืชโดยวิธีใดที่ทำให้ได้ตน้ ใหม่
ปริมำณมำก ๆ
ก.ตอนกิ่ง
ข. เพำะเมล็ด
ค, เพำะเลี้ยงเน้ือเยื่อ
ง. โน้มกิง่

7.สิง่ ทีส่ ำคญั ในกำรเพำะเลี้ยงเนือ้ เยือ่ คอื ข้อใด
ก. กำรนำต้นอ่อนปลูกในแปลงเพำะ
ข. กำรเตรียมขวดเพำะเลี้ยง
ค. กำรแยกต้นอ่อนออกจำกกนั
ง. กำรทำให้เน้ือเยือ่ ปลอดจำกเชือ้ จุลินทรีย์

8.จำกกำรศกึ ษำผลของฮอร์โมนพชื สิง่ ใดทีท่ ำให้
กิ่งตอนท้ัง 2 กิ่งใชเ้ วลำในกำรงอกรำกไม่เท่ำกนั
ก. ดิน
ข. สำรเร่งรำก
ค. กำบมะพร้ำว
ง. ควำมสมบรู ณ์ของกิง่

9. ดอกไม้ชนิดใดนิยมขยำยพนั ธุ์โดยกำรเพำะเลี้ยง-
เนื้อเยื่อ
ก. เยอบีรำ่
ข. ชบำ
ค.พุทธรักษำ
ง. บัว

10.กำรเพำะเลี้ยงเน้ือเยื่อ มีขอ้ ดีดังตอ่ ไปนีย้ กเว้น
ข้อใด
ก. ขยำยพนั ธ์ุได้มำกในเวลำรวดเรว็
ข. พืชต้นใหมม่ ีลักษณะเหมอื นเดิม
ค.พืชที่ได้มรี ะบบรำกแขง็ แรงและทนทำน
ง. ได้พันธ์ุพืชตำมตอ้ งกำร

( หลงั จากจดั กิจกรรมการเรียนการสอนจบ หน่วยการเรียนรู้ท่ี ๓ )

ปัญหา/สิ่งที่พฒั นา / แนวทางแก้ปญั หา / แนวทางการพัฒนา

ปัญหา/สิ่งท่พี ัฒนา สาเหตุของปญั หา/ แนวทางแก้ไข/ วิธีแก้ไข/พฒั นา ผลการแกไ้ ข/พัฒนา

สิ่งที่พัฒนา พฒั นา

ลงชือ่ ............................................. ผู้สอน
(นำงเพลินตำ พูลสวสั ดิ์)

รับทรำบผลกำรดำเนินกำร

ลงชือ่ ...............................................
(นำมนตรี สขุ พินจิ )

หวั หนำ้ กลุ่มสำระกำรเรียนรู้

ลงชื่อ............................................
( นำยชำญยุทธ สทุ ธิธรำนนท์ )
รองผู้อำนวยกำรกลุ่มบริหำรงำนวิชำกำร

ลงชือ่ ...........................................
( นำยวีระ แก้วกัลยำ )

ผอู้ ำนวยกำรโรงเรียนโรงเรียนรำชประชำนุเครำะห์ 47 จงั หวัดเพชรบรุ ี

8. ความคดิ เหน็ (ผูบ้ ริหาร / หรือผทู้ ่ไี ด้รบั มอบหมาย)
ได้ทำกำรตรวจแผนกำรจดั กำรเรียนรขู้ อง.................................................แล้วมีควำมเห็นดังน้ี
8.1 เปน็ แผนกำรจัดกำรเรียนรู้ที่
ดีมำก ดี
พอใช้ ต้องปรับปรงุ
8.2 กำรจัดกิจกรรมกำรเรียนรู้ได้นำเอำกระบวนกำรเรียนรู้
ทีเ่ น้นผเู้ รียนเป็นสำคัญ ใช้กระบวนกำรสอนได้อย่ำงเหมำะสม
ทีย่ งั ไม่เน้นผเู้ รียนเป็นสำคัญ ควรปรับปรุงพฒั นำต่อไป
8.3 เปน็ แผนกำรจดั กำรเรียนรู้ที่
นำไปใช้สอนได้
ควรปรบั ปรงุ ก่อนนำไปใช้
8.4 ข้อเสนอแนะอืน่ ๆ
........................................................................................................................................................................

.............................................................................................................................................................

ลงชื่อ.................................................................
(นำยมนตรี สขุ พินจิ )
หัวหนำ้ กลุ่มสำระกำรเรียนรู้

ควำมคิดเห็นของรองผู้อำนวยกำรฝ่ำยวิชำกำร
........................................................................................................................................................................

.............................................................................................................................................................

ลงชือ่ ............................................
( นำยชำญยทุ ธ สทุ ธิธรำนนท์ )

รองผอู้ ำนวยกำรกลุ่มบริหำรงำนวิชำกำร
ควำมคิดเห็นของผู้อำนวยกำรโรงเรียน

........................................................................................................................................................................
ลงชือ่ .............................................
( นำยวีระ แก้วกลั ยำ )

ผอู้ ำนวยกำรโรงเรียนรำชประชำนุเครำะห์ 47 จงั หวัดเพชรบุรี

ผงั มโนทัศน์หน่วย
เร่อื ง การอนบุ าลพันธุไ์ ม้ ร
ระดับช้ันมธั ยมศกึ ษาปีท่ี 1 ภาคเรยี นท่ี 1

เรือ่ ง กำรปฏิบตั ิดแู ลรกั ษำ หน่วยกา
พันธ์ุไม้ เรือ่ ง การอ

เวลำ...๔..... ชัว่ โมง จานวน

เวลำ .....๘.... ชวั่ โมง

ยการเรียนรู้ท่ี ๔
รายวิชา. การขยายพันธพุ์ ืช
เวลา ๘๐ ชว่ั โมง จานวน. ๒.๐ หนว่ ยกิต

เรือ่ ง กำรบำรงุ รักษำ
เวลำ ...๔.. ชว่ั โมง

รเรียนร้ทู ่ี .๔
อนบุ าลพนั ธไ์ุ ม้
น ๘ ชว่ั โมง

หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี ๔ เรอ่ื งการอนบุ าลพันธุ์ไม้ จานวน ๘ ชว่ั โมง
กลุ่มสาระการเรียนรกู้ ารงานอาชีพ ชั้น. ม. ๑ ภาคเรยี นท่ี ๑ ปีการศึกษา 256๕
รายวิชาการขยายพันธพุ์ ืช รหัสวิชา ง ๒๑๒๔๕ ครผู ูส้ อน นางเพลินตา พูลสวสั ดิ์

_________________________________________________________
สำระสำคญั / ควำมคิดรวบยอด (Learning Concepts)

กำรปลูกต้นไมใ้ ห้สำมำรถเจริญเติบโตได้ดีจำเปน็ ต้องได้รบั กำรเอำใจใส่ดแู ลบำรงุ รักษำที่ดจี ำกผู้ปลูก
มำกพอสมควร

ผลกำรเรียนรู้ที่ 6 .เลือกพนั ธุ์พชื เพื่อขยำยพนั ธุ์อย่ำงน้อย 3 วธิ ี และดูแลบำรุงรักษำ

สมรรถนะสำคัญของผู้เรยี น ( Competency ) คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ ( Desired Characteristics )
หลักกำร เทคนิควิธีกำรและกระบวนกำร มคี วำมรบั ผดิ ชอบ ตรงตอ่ เวลำ ขยัน ซื่อสัตย์ สำมัคคี
ขยำยพนั ธ์ุพชื และกำรปฏิบตั ิดูแลรักษำ ประณีต รอบคอบ ทำงำนเปน็ กลุ่ม และ รกั กำรทำงำน

ทกั ษะ / กระบวนกำร ( Skill during the process ) ทกั ษะกำรคิด
ทกั ษะเฉพำะวิชำ - กำรค้นคว้ำข้อมลู
- กระบวนกำรดแู ลรกั ษำ - กำรนำเสนอข้อมลู

ควำมเข้ำใจทีย่ ง่ั ยืน
กำรปลกู ต้นไมใ้ ห้สำมำรถเจริญเติบโตได้ดีจำเปน็ ต้องได้รับกำรเอำใจใส่ดแู ลบำรุงรักษำทีด่ จี ำกผู้ปลกู มำก

พอสมควร

ควำมสมั พนั ธ์กบั กลุ่มสำระกำรเรียนรอู้ ื่น
ภำษำไทย -กำรอ่ำน กำรเขียน กำรฟงั

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๑๒
เรอ่ื ง การอนุบาลพนั ธ์ไุ ม้ เวลา ๘ ชั่วโมง ระดบั ชน้ั ม. ๑
__________________________________________________________________________
1. เป้าหมายการเรียนรู้ / หลกั ฐานการเรยี นรู้ / การวัดและการประเมินผล

ผลกำรเรียนรู้ สิง่ ทีต่ อ้ งรแู้ ละปฏิบตั ิได้ ผลงำน / ชนิ้ งำน กำรวัดผลและกำร
-ผลงำน ประเมินผล
6 .เลือกพนั ธ์ุพชื เพือ่ กำรปฏิบัติดแู ลรกั ษำ และกำร
ขยำยพันธ์ุอย่ำงน้อย 3 บำรุงรกั ษำพันธุ์ไม้ - ตรวจผลงำน
วิธี และดูแลบำรุงรักษำ - ประเมินพฤติกรรม
กำรเรียน

2. สาระการเรียนรู้ (Learning Contents)
1. ความรู้ (Knowledge)
- ข้อดี –ข้อเสียของกำรปกั ชำ
- กำรปฏิบัติกำรปกั ชำพืชต่ำงๆ
2. ทกั ษะ/กระบวนการ (Skill during the process)
-ทักษะกำรทำงำนกลุ่ม
- ทกั ษะกำรปฏิบัติงำน
๓. สมรรถนะ (Competency)
1. ควำมสำมำรถในกำรสื่อสำร
2. ควำมสำมำรถในกำรคิด
3. ควำมสำมำรถในกำรแก้ปัญหำ
4. ควำมสำมำรถในกำรใชท้ ักษะชีวติ
5. ควำมสำมำรถในกำรใชเ้ ทคโนโลยี

3. หลกั ฐานการเรียนรู้ชิน้ งำนหรอื ภำระงำน (Work)
ผลงำน กำรปฏิบัติงำน

4. การวัดและการประเมินผล ( Evaluation )

สิ่งที่วดั ผล วิธีวัดผล เครื่องมือวัดผล เกณฑก์ ำรประเมิน
ด้ำนควำมรู้ (K) ตรวจใบงำน ใบงำน ผำ่ นเกณฑ์
ด้ำนทกั ษะ/กระบวนกำร(P) สงั เกตพฤติกรรม แบบสังเกต ผำ่ นเกณฑ์
เจตคติ/คณุ ลักษณะ (A) มีควำมรบั ผดิ ชอบ ตรง แบบสงั เกต ผำ่ นเกณฑ์
ต่อเวลำ ทำงำนเปน็ กลุ่ม
สมรถนะของผู้เรยี น (C) สังเกตพฤติกรรม แบบสงั เกต ผำ่ นเกณฑ์

5. กระบวนการการจดั กิจกรรม / รปู แบบการจัดกิจกรรม ( Learning Process )
กำรจัดกิจกรรมกำรเรยี นรู้/แนวทำงกำรเสริมแรงหรอื ช่วยเหลอื นักเรียน
- ศกึ ษำค้นคว้ำ รวบรวมข้อมูล สรปุ ผล และปฏิบัติงำน

6. กิจกรรมการเรียนการสอน
1. ขั้นนาเข้าสู่บทเรียน ( 15 นาที )
1. สนทนำกับนักเรียนเกีย่ วกับวิธีกำรขยำยพันธ์ุพืชทีไ่ ด้ปฏิบัติมำ
2. ข้ันสอน (กระบวนกำรทำงสังคม/กระบวนกำรสร้ำงองค์ควำมร/ู้ กระบวนกำรคิดวิเครำะห/์
กระบวนกำรเรียนรจู้ ำกประสบกำรณ์จริง)
1. ให้นักเรียนรว่ มกนั อภิปรำยเกี่ยวกับกำรดแู ลรกั ษำพันธ์ุไม้ทีท่ ำกำรขยำยพนั ธุ์ไว้
2.นกั เรียนศกึ ษำใบควำมรเู้ กีย่ วกบั ปจั จัยต่ำงๆทีม่ ผี ลตอ่ กำรเจรญิ เติบโตของพชื
3. นักเรียนศกึ ษำเกี่ยวกบั ลักษณะของเรอื นเพำะชำ
4.นกั เรียนรว่ มกันอภปิ รำยสรปุ เนือ้ หำและจดบันทึกข้อมลู ไว้
๕. ครู นำนักเรียนไปที่แปลงเกษตร อธิบำยข้ันตอนกำรอนุบำลพันธ์ุไม้
๖. นักเรียนปฏิบัติกิจกรรมกำรอนบุ ำลพันธ์ุไม้
3. ข้นั สรปุ และประเมินผล
1. ครูและนักเรียนช่วยสรุปเรือ่ งกำรอนบุ ำลพนั ธ์ุไม้
2. นักเรียนซกั ถำมข้อสงสยั และจดบันทึกข้อมลู ทีถ่ กู ต้องไว้
3. ให้นักเรียนทำแบบทดสอบหลงั เรยี น

๔. สื่อการเรียนร/ู้ แหลง่ เรียนรู้

1. พนั ธ์ุไม้ทีไ่ ด้จำกกำรขยำยพนั ธุ์แบบต่ำงๆ

2. อปุ กรณ์ เช่น บัวรดน้ำ

๓. ใบควำมรู้ เร่อื งกำรอนุบำลพนั ธ์ุไม้

๔. เรือนเพำะชำ

7. บนั ทึกผลหลงั แผนการจดั การเรียนรู้

1. ผลการเรียนรู้

1.1 ด้ำนควำมรู้ (K)
ตำรำงที่ 1 แสดงค่ำร้อยละระดบั ผลสัมฤทธิ์ทำงกำรเรียน เรื่อง ...................................................

ระดับผลสัมฤทธิ์ จานวนนักเรยี น รอ้ ยละ
ดีมำก (80-100 คะแนน)
ดี (70-79 คะแนน)
พอใช้ (60-69 คะแนน)
ปรับปรงุ (50-59 คะแนน)

จำกตำรำงที่ 1 พบว่ำนกั เรียนผลสมั ฤทธิท์ ำงกำรเรียน ร้อยละ................อยู่ในระดับ..........และ
รองลงมำร้อยละ.................อยู่ในระดับ...............และพบว่ำนักเรียน....................................................
............................................................................................................................................................

1.2 ด้ำนทักษะ/กระบวนกำร (P )

ตำรำงที่ 2 แสดงค่ำร้อยละระดบั ผลสมั ฤทธิท์ ำงกำรเรียน เรือ่ ง ..................................................

ระดับผลสัมฤทธิ์ จานวนนกั เรยี น ร้อยละ

ดีมำก (80-100 คะแนน)

ดี (70-79 คะแนน)

พอใช้ (60-69 คะแนน)

ปรบั ปรุง (50-59 คะแนน)

จำกตำรำงที่ 2 พบว่ำนักเรียนผลสัมฤทธิท์ ำงกำรเรียน ร้อยละ................อยู่ในระดบั ..........และ
รองลงมำร้อยละ.................อยู่ในระดบั ................และพบว่ำนกั เรียน.............................................
.......................................................................................................................................................

1.3 ด้ำนเจตคติ / คุณลักษณะฯ (A)/ สมรรถนะ (C) เชื่อมโยงกบั มำตรฐำนหลักสูตร

ตำรำงที่ 3 แสดงคำ่ ร้อยละคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ เรื่อง ............................................

ระดบั ผลสัมฤทธิ์ จานวนนกั เรยี น ร้อยละ

ดีมำก (80-100 คะแนน)

ดี (70-79 คะแนน)

พอใช้ (60-69 คะแนน)

ปรบั ปรงุ (50-59 คะแนน)

จำกตำรำงที่ 3 พบว่ำนักเรียนคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ ร้อยละ..............อยู่ในระดบั ............และ
รองลงมำร้อยละ.................อยู่ในระดบั ...............และพบว่ำนักเรียน.....................................................
..................................................................................................................................................................
สรุป ผลกำรใช้แผนกำรจดั กำรเรียนรทู้ ี่ …………………………..
4) นกั เรียนมผี ลสัมฤทธิท์ ำงกำรเรียนอยู่ในระดบั ...................
5) นกั เรียนมที กั ษะในระดับ..................
6) นกั เรียนมคี ุณลกั ษณะในระดับ...............

2.บรรยากาศการเรียนรู้
.....................................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................

3. การปรับเปลี่ยนแผนการจดั การเรียนรู้ (ถ้ามี)
.....................................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................

4. ข้อคน้ พบด้านพฤติกรรมการจัดการเรียนรู้
.....................................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................

5. อืน่ ๆ....................................................................................................................................................

ใบความรู้
การอนบุ าลพันธไุ์ ม้

การปฏิบัติดูแลรกั ษาพันธุ์ไม้

กำรปฏิบตั ิกำรดแู ลรกั ษำพันธุ์ไม้ นอกจำกขึ้นอยู่กบั เงินทนุ พันธ์ุไม้ และปัญหำอื่น ๆ แล้ว สิ่งที่จะช่วยให้
บังเกิดผลและสำคญั ยิง่ คือกำรปฏิบตั ิดแู ลรักษำพันธ์ุไม้ ซึ่งจะต้องเริ่มทำตง้ั แตเ่ ริม่ แรกแล้วมกี ำรเพำะ กำรชำและกำร
ปลกู ลงในกระถำงหรอื ถุง และต้องคอยติดตำมดแู ลอย่ำงสม่ำเสมอค่อนข้ำงใกล้ชิดอยู่ตลอดเวลำ
กำรบำรุงรกั ษำไม้อ่อน

ไม้อ่อน หมำยถึง พืชอ่อนที่มรี ำกและกิ่งก้ำนใบยังไม่แข็งแรงสมบูรณ์ เมอ่ื นำออกปลูกกลำงแจง้ จะไม่ทนทำน
ต่อสภำพดินฟ้ำอำกำศดีพอ อำจจะตำยได้ง่ำย ได้แก่ ต้นกล้ำทีจ่ ำกกำร เพำะเมล็ด ทั้งไม้ยืนต้นและไม้ล้มลุก
และต้นอ่อนทีไ่ ด้จำกกำรขยำยพันธุ์จำกส่วนต่ำง ๆ ของพชื เช่น กิ่งปักชำ กิ่งตอน กิง่ ตดิ ตำ กำรทำบกิ่ง เปน็ ต้น

ดังนนั้ จงึ จำเปน็ ต้องบำรุงรกั ษำเลี้ยงไม้ออ่ นดังกล่ำวอยู่ช่ัวระยะเวลำหน่ึงก่อน เพื่อใหร้ ะบบรำกแข็งแรงและแตก
กิง่ ก้ำนใบดีเสียก่อนแล้วจงึ ย้ำยออกปลกู หรอื จำหน่ำยต่อไป

การบารงุ รักษาไม้ออ่ น
ต้นกล้ำ หมำยถึง ต้นออ่ นทีไ่ ด้จำกกำรเพำะเมลด็ มอี ำยปุ ระมำณ 20 - 35 วนั
ต้นกล้ำพืชล้มลกุ ได้แก่ พืชผกั ต่ำง ๆ ที่ตอ้ งทำกำรเพำะเมลด็ อ่อนปลกู เช่น กะหลำ่ ปลี กะหล่ำดอก
ผักกำดต่ำง ๆ พรกิ มะเขือ เป็นต้น พชื ไม้ดอกไม้ประดบั ได้แก่ หงอนไก่ ล้ินมังกร ผเี สื้อ แอสเตอร์ ดำวเรือง
เทียน ฯลฯ
กำรย้ำยชำ คอื กำรย้ำยต้นกล้ำจำกกระบะหรอื แปลงเพำะออกชำในแปลงชำ เพื่อให้ตน้ กล้ำเจริญเติบโต
แข็งแรงดกี ่อน แล้วจึงนำไปปลกู ในหลุมปลกู แปลงปลกู หรอื กระถำงตอ่ ไป
ตำมปกติตน้ กล้ำทีเ่ พำะไม่ถี่หรอื แนน่ แขง็ แรง สมบรู ณ์ ชำวไร่ชำวสวนมกั จะย้ำยต้นกล้ำออกปลกู เลย โดยไม่
ย้ำยชำแตถ่ ้ำต้นกล้ำที่เพำะแนน่ หรอื ถีเ่ กินไป ทำให้ตน้ สูงชะลดู หรอื แคระแกร็น เนื่องจำกดินเพำะมีธำตุอำหำรนอ้ ยไม่
เพียงพอกจ็ ำเปน็ ต้องย้ำยกล้ำออกชำเสียก่อน

กำรย้ำยชำมีขอ้ ควรปฏิบตั ิดังน้ี
แปลงชำหรอื กระบะชำควรอยู่ในที่รม่ รำไร หรอื ในเรอื นเพำะชำใช้ดินรว่ นชยุ มีอำหำรพืชสมบรู ณ์ เพื่อต้นกล้ำ

เจริญเติบโตได้รวดเรว็ หรอื ใช้ดนิ ผสมโดยใช้ดนิ ดีรว่ นซยุ 3 ส่วนผสมกับปุ๋ยหรอื ปุ๋ยหมัก 1 สว่ น ถ้ำเป็นดินเหนียวให้
เพิม่ ทรำยอีก 1 สว่ น ผสมคลุกเคล้ำให้เข้ำกันดี

กำรย้ำยต้นกล้ำอ่อนออกชำควรปฏิบตั ิดงั นี้
1. ฉีดหรอื พ่นยำป้องกนั กำจดั โรคแมลงก่อนย้ำยประมำณ 2 - 3 วัน
2. ต้นออ่ นทีย่ ้ำยชำควรมีอำยปุ ระมำณ 20 วัน หรือเมอ่ื งอกใบจรงิ แล้ว 1 - 2 คู่
3. รดน้ำกระบะเพำะหรอื แปลงเพำะด้วยบัวรดน้ำฝอยละเอียดเพื่อให้ดินอ่อนตัวถอนต้นอ่อนได้ง่ำย
4. ค่อยดึงหรอื ถอนต้นอ่อนอย่ำให้รำกฝอยขำด อำจจะถอนทีละต้น ถ้ำต้นออ่ นห่ำงกนั หรือถอนที
ละ 2 - 3 ตน้ ถ้ำต้นอ่อนงอกติดกนั มำก
5. นำต้นออ่ นปลูกในแปลงชำเป็นแถว ๆ ระยะห่ำงระหว่ำงแถว 2 - 3 นวิ้ ระหว่ำงตน้ ในแถว
1 - 2 นิว้ แล้วแตช่ นิดของพืช
6.รดนำ้ ด้วยบวั ฝอยละเอียดให้ชุ่มทวั่ ทุกส่วนของดินชำ

การบารงุ รกั ษา
1. รดน้ำด้วยบัวฝอยละเอียดใหช้ ุ่มท่วั ทกุ วันแตร่ ะวงั อย่ำให้ดินแฉะ
2 หำกมีฝนตกหนกั ใหใ้ ช้ผ้ำพลำสตกิ หรอื ผ้ำคลุม
3. กำรให้ปุ๋ยสำหรบั เร่งรำกและแตกกิ่งก้ำนใบเรว็
3.1 ปุ๋ยน้ำรด ใช้ปุ๋ยยเู รียหรอื แอมโมเนียซลั เฟตและปุ๋ยสูตร 15-15-15 ประมำณ 1 - 2 ช้อนแกงพูน
ต่อนำ้ 20 ลติ รดด้วยบวั ฝอยละเอียดสลับกันทุก ๆ วัน แล้วใช้นำ้ เปล่ำรดอีกบำง ๆ
3.2 ให้ปุ๋ยทำงใบ ใช้ปุ๋ยเคมีละลำยน้ำฉีดเปน็ ฝอยละเอียดทกุ ๆ วัน เช่น ปุ๋ยทวินเฟอร์ต้ีสตู ร 30-20-
10 บี 1 สลบั กนั หรอื ปุ๋ยอื่น ๆ ทีม่ ขี ำยตำมท้องตลำดทวั่ ไป โดยใช้ตำมคำแนะนำที่บอกไว้

กำรป้องกนั กำจัดโรคแมลงและวัชพืช
โรคแมลงที่สำคญั ที่มกั จะพบอยู่เสมอในแปลงต้นกล้ำ ได้แก่ โรคโคนเน่ำ โรคจำกเชือ้ รำชนิดต่ำง ๆ เพลี้ย

อ่อน เพลี้ยแป้ง หนอน และดว้ งกินใบชนิดต่ำง ๆ เป็นต้น

วิธีปอ้ งกนั และกาจัดโรคแมลง มีดงั นี้
1.ทำให้กระบะชำหรอื แปลงชำระบำยน้ำและถ่ำยเทอำกำศได้ดี
2.อย่ำให้ดินชืน้ แฉะมำกเกินไป
3.ให้ตน้ กล้ำได้รับแสงแดดพอสมควร
4.อย่ำปลูกต้นกล้ำลึกเกินไป จะทำให้เกิดโรคโคนเน่ำได้ง่ำย
5.อย่ำใช้ภำชนะที่เป็นโรคมำก่อนใช้ชำต้นกล้ำ
6.เมอ่ื ต้นกล้ำเปน็ โรคและไม่สำมำรถป้องกนั รกั ษำได้ ควรรีบทำลำยและเผำไฟเสีย
7.ควรทำกำหนดกำรฉีดยำป้องกนั โรคและแมลงไว้ถือปฏิบตั ิทุก ๆ 15 วัน
8.ยำทีป่ ้องกนั และกำจัดโรครำ ได้แก่ คิวปรำวิท โลนำโคล ซีเนป ไดเทนเอ็ม 45 โดไปสำแทน ฮอรโ์ รไซด์

เบนเลท เปน็ ต้น ขนำดกำรใชย้ ำและชนิดดังกล่ำวใหใ้ ช้ตำมคำแนะนำของพืชแต่ละชนิด

9.ยำที่ใชป้ ้องกนั กำจดั แมลงได้แก่ เซวิน 85 มำลำไธออน ทำมำลอน แลนเนท เปน็ ต้น กำรใชย้ ำดังกล่ำว
จะต้องระมัดระวังและใช้ตำมคำแนะนำของยำนั้น

10. หมั่นกำจัดวัชพืชในแปลงโดยกำรถอนทงิ้
11. เมือ่ ต้นกล้ำเจริญเติบโตแขง็ แรงดมี ีอำยปุ ระมำณ 30 - 35 วัน ก็ย้ำยออกปลูกได้

การบารุงรักษาไมอ้ อ่ น
ก. กำรย้ำยปลกู เตรียมภำชนะปลกู เช่น กระถำง ถุงพลำสติก กระเปำะไม้ไผ่ ฯลฯ ใช้กระเบือ้ งแตกหรอื อิฐ

หกั รองก้น แล้วนำดินปลูกที่ผสมแลว้ ใส่ลงประมำณครึ่งกระถำง จบั ลำต้นตอนหรอื กิ่งปักชำให้ตั้งตรง ให้รอยต่อ
ระหว่ำงโคนกับรำกต่ำกว่ำระดับปำกกระถำงประมำณ 1 เซนติเมตร จดั รำกใหเ้ รียบร้อยอย่ำงให้พับหรืองอ แล้วใส่ดิน
ปลูกลงในกระถำงใหก้ ลบเหนือรอยระหว่ำงโคนกับรำกเล็กน้อยกดดินรอบ ๆ โคนต้นให้แน่น แล้วเติมดินอกี จนดินอยู่
ตำ่ กว่ำระดับปำกกระถำงประมำณ ครึ่งเซนติเมตร รดน้ำทันทีเพือ่ ไล่อำกำศออกจำกดิน และดินยุบตวั แนบสนิทกับ
รำกดีข้นึ ควรรดน้ำให้มำกกว่ำปกตินิดหน่อย นำกระถำงไปวำงเรียงกันไว้ในทีร่ ม่ รำไรหรือในเรือน เพำะชำ แหลง่ ที่
วำงควรมีกำรระบำยอำกำศดี มที ีร่ องก้นกระถำงที่โปร่ง เช่น บนพืน้ อิฐหักหรอื ชั้นไม้ระแนง ไม่ควรให้ถกู แดดจัดและ
ลมพดั มำกเกินไป

ข. กำรบำรงุ รักษำ
1. กำรรดน้ำควรหมน่ั รดน้ำใหช้ ุ่มอยู่เสมอ แต่อย่ำให้แฉะด้วยบัวรดน้ำฝอยละเอียด
2. กำรใช้ปุ๋ย ควรใส่ปุ๋ยเคมีเสริมเพื่อเร่งกำรแตกรำกและตำให้แตกกิ่งก้ำนใบเร็วขึ้น กำรปฏิบตั ิกำรใส่ปุ๋ยเสริม
ให้ปฏิบัติเชน่ เดียวกับกำรบำรุงรักษำต้นกล้ำ
3. ถ้ำเป็นกิ่งต่อหรอื กิง่ ทำบหรอื กิ่งตดิ ตำ ใหค้ อยกำจดั กิง่ ทีแ่ ตกออกจำกต้นตอ เพือ่ ไม่ให้แย่งน้ำแย่งอำหำรกิ่ง
พนั ธ์ุดอี ยู่ข้ำงบน

ค. กำรป้องกนั กำจัดโรคแมลงและวัชพืช
1. ให้ปฏิบตั ิเชน่ เดียวกบั กำรบำรงุ รักษำต้นกล้ำ
2.เม่อื ต้นกล้ำต้นไม้อ่อนมีอำยุ 30 - 60 วัน ก็ย้ำยปลูกหรือจำหนำ่ ยได้
ตำมควำมคิดเห็นของผู้เขียนกำรอนบุ ำลพันธุ์ไม้ก็เปรียบเสมอื นเรำเลยี้ งดทู ำรกที่คลอดออกมำใหม่ ๆ จะต้องประคบ
ประหงม คอยดูแลอย่ำงใกล้ชิด จะปล่อยไว้ไม่ได้ ต้นไม้ก็เช่นเดียวกนั หลังจำกที่เรำได้ทำกำรขยำยพันธุ์ไม่ว่ำจะเป็นวิธี
ใดกต็ ำม จะต้องคอยดูแลเอำใจใส่อยู่ตลอดเวลำ ข้อสำคญั จะต้องมีควำมรเู้ รื่องเบื้องต้นของกำรดแู ลต้นไม้ก่อนเปน็
อนั ดบั แรก เพรำะจะทำใหเ้ รำปฏิบตั ิกับต้นพชื ได้ถกู ต้อง นอกจำกนแี้ ล้วในด้ำนใจรักก็เป็นสิ่งจำเปน็ อย่ำงยิง่ คนที่รกั
ต้นไมน้ ้ันจะคอยเอำใจใส่และวนั หน่ึง ๆ ก็จะคลุกคลีกบั ต้นไมด้ แู ลจนกว่ำจะนำไปปลกู ลงในดินตอ่ ไป ข้ันตอนกำร
อนบุ ำลพันธ์ุไม้นน้ั จึงมคี วำมสำคัญและมีควำมจำเป็นอย่ำงยิง่ ทำงดำ้ นทฤษฎี ผทู้ ีท่ ำกำรผลิตพันธ์ุไม้ควรจะค้นคว้ำหำ
ตำรำหลำย ๆ ตำรำมำอ่ำน เพือ่ ทำควำมเข้ำใจและจะได้ปฏิบตั ิอย่ำงถกู ต้องและตำมควำมตอ้ งกำรของต้นไม้

แบบทดสอบหลังเรยี น

เร่อื ง การอนุบาลพันธไ์ุ ม้

คำชแี้ จง ให้นกั เรียนทำเครื่องหมำยกำกบำท (x) ทบั ตวั พยญั ชนะหน้ำข้อที่นกั เรียนเลือกตอบเพียง
ข้อเดียว

1. กิง่ ตอนทีต่ ดั จำกต้นแมใ่ หม่ ๆ ควรปฏิบตั ิตำมข้อใดถกู ต้องที่สดุ
ก. นำไปปลกู ทนั ที
ข. นำไปแช่น้ำ
ค. นำไปเพำะชำไว้ในเรือนเพำะชำ
ง. นำไปเพำะชำไว้ที่กลำงแจง้ เพือ่ ตน้ ต้ังตวั ได้เรว็

2. เรือนเพำะชำในข้อใดที่ควบคมุ อุณหภมู ิได้ดที ีส่ ดุ
ก. เรือนไม้ระแนง
ข. เรอื นกระจก
ค. ซุ้มตน้ ไม้
ง. เรอื นเพำะชำกลำงแจ้ง

3. กำรสร้ำงเรือนเพำะชำควรเลือกทำเลในข้อใดเหมำะสมที่สดุ
ก. ใต้ตน้ ไม้ใหญ่
ข. ที่กลำงแจ้งมีแหล่งน้ำเพียงพอ
ค. ที่ลมุ่ มนี ้ำท่วมขัง
ง. ดินอุดมสมบรู ณ์อยู่ไกลชุมชน

4. กำรปกั ชำต้นไม้ที่มีใบติดควรปกั ชำไว้ทีใ่ ด
ก. เรอื นโรงกลำงแจง้
ข. เรอื นโรงในร่ม
ค. ใต้ตน้ ไม้
ง. เรือนโรงที่มกี ำรพรำงแสงแดด

5. กำรสร้ำงเรือนเพำะชำข้อใดถกู ต้อง
ก. หนั หน้ำไปทำงทิศใต้
ข. ไม้กันแดดควรตแี นวขวำง
ค. ให้แสงแดส่องเข้ำ 80%
ง. ไม้กันแดดควรตแี นวตั้ง

6. กระบะปักชำกิง่ ซึง่ สร้ำงไว้ภำยในเรือนโรงระแนง ควรทำหลงั คำพรำงแสงแดดใหเ้ หลือประมำณเท่ำใด
ก. 20 - 30%
ข. 30 - 40%
ค. 30 - 50%
ง. 50 - 80%

7. แปลงพ่นหมอกใช้ได้ดีกับกำรปักชำพืชชนิดใด
ก. พืชที่ไม่มีใบติด
ข. พชื ทีม่ ใี บติด
ค. พืชไม้อวบน้ำ
ง. พชื ทีง่ อกรำกยำก

8. ขอ้ ควรปฏิบัติในเรือนเพำะชำข้อใดถูกต้อง
ก. ควรมีทีร่ ะเหยน้ำได้ดี
ข. ตรวจดูต้นไมอ้ ยู่เสมอ
ค. ระบบน้ำอยู่ในสภำพสมบรู ณ์
ง. ถกู ทกุ ข้อ

9. ข้อใด ไม่ควรปฏิบัติในกำรย้ำยกล้ำ
ก.ใหต้ ้นกล้ำได้รบั แสงพอสมควร
ข.กำจดั วัชพืชเสมอ
ค.ค่อยๆดึงกล้ำอย่ำให้รำกขำด
ง.ทำให้ดินแฉะอยู่เสมอ

10. หัวฉีดที่ทำให้น้ำไหลผำ่ นขยำยเปน็ ฝอยคล้ำยหมอกที่นยิ มใช้ในปจั จบุ นั นเี้ ปน็ แบบใดที่ใชใ้ นกระบะใน
เรือนเพำะชำ
ก. ฉีดเป็นวงกลม
ข. ฉีดเปน็ แถว
ค. ฉีดเปน็ ครึ่งวงกลม

ง. ฉีดได้ไกลทุกทิศทำง

เรอื่ ง การอนบุ าลพันธไ์ุ ม้

ชื่อ-สกุล ........................................................................................เลขที.่ ...............ช้ันมธั ยมศึกษาปีท่ี 1

คาช้แี จง ให้นักเรียนทาเคร่อื งหมายถูกหรือผดิ ใส่หน้าหมายเลขขอ้ ความ ใหถ้ กู ต้อง (5 คะแนน)
..........1. เรือนเพาะช้าทค่ี วบคมุ อุณหภมู ไิ ดด้ ีทสี่ ุด คือ เรือนกระจก
..........2. ก่งิ ตอนที่ตดั จากต้นแมใ่ หม่ๆ ควรนา้ ไปเพาะช้าไว้ทกี่ ลางแจง้ เพื่อต้นจะไดต้ ้งั ตรง
..........3. การสรา้ งเรอื นเพาะช้าไมก้ นั แดด ควรตแี นวตั้ง
..........4. การปกั ช้าตน้ ไมท้ ่มี ีใบตดิ ควรปกั ชา้ ไว้ ในโรงเรอื นกลางแจง้
..........5. Planting house หมายถงึ เรือนโรงสา้ หรบั ปลกู พืชลงกระถาง
..........6. หัวฉดี ท่ีทา้ ให้น้าไหลผา่ น ขยายเปน็ ฝอยคลา้ ยหมอก ควรใช้หวั ฉดี เป็นแถว
..........7. ขอ้ ควรปฏิบตั ใิ นการดแู ลรกั ษาโรคเรือนเพาะช้า ควรตรวจดตู น้ ไม้อยูเ่ สมอ
..........8. การกระตุ้นพืชวันสัน้ ให้เกดิ ดอก ท้าไดโ้ ดยลดแสงโดยใชผ้ า้ สีด้ากนั แสงไว้
..........9. ต้นกล้าพชื ล้มลุก ได้แก่ พชื ผกั ต่างๆทตี่ ้องท้าการเพาะกอ่ นปลูก เช่น ผกั กาดตา่ งๆ ฯลฯ
.........10. การบ้ารุงรักษาไม้อ่อน ควรหมั่นรดน้าให้ชุ่มอยเู่ สมอและให้แฉะมากๆจะได้ไมต่ ้องรดบ่อยๆ

แบบบันทึกการสังเกตและประเมินผลพฤตกิ รรมรายบคุ คล

คร้ังที่ ………… เรือ่ ง ................................................................
รหสั วิชำ .......................... ภำคเรียนที่…....ปีกำรศึกษำ………… ชั้น................ โรงเรียน ..................................

พฤติกรรม / ระดบั คะแนน

ควำมสนใจใน กำรมสี ่วน กำรตอบ กำรยอมรบั ทำงำนตำมท่ี

ลำดบั ที่ ชื่อ – สกลุ กำรทำ ร่วมในกำร คำถำม ฟงั ควำม ได้รับ รวม
กจิ กรรม แสดงควำม
คิดเหน็ ผู้อื่น มอบหมำย

คิดเหน็

321321321321321

เกณฑ์การให้คะแนน เกณฑ์การประเมิน คะแนนเตม็ 15 คะแนน
ระดบั 3 หมำยถึง มพี ฤตกิ รรมในระดบั ดี คะแนน 13 - 15 หมำยถึง ดี
ระดับ 2 หมำยถึง มพี ฤตกิ รรมในระดบั ปำนกลำง คะแนน 9 - 12 หมำยถึง ปำนกลำง
ระดบั 1 หมำยถึง มพี ฤตกิ รรมในระดับ ปรับปรงุ คะแนน 5 - 8 หมำยถึง ปรบั ปรุง เกณฑ์การ

ผ่าน ร้อยละ 60 ( 9 คะแนน ) ลงชื่อ ................................................
()
ครผู ู้สอน / ผู้ประเมิน

แบบประเมินพฤติกรรมการทางานกลุ่ม

กลุ่ม ..........................................................................................................

สมำชิกในกลุ่ม 1.......................................................................
2. ......................................................................
3. ......................................................................
4. ......................................................................
5. ......................................................................

คาชีแ้ จง : ให้นักเรียนทำเครื่องหมำย  ในช่องทีต่ รงกบั ควำมเป็นจริง

พฤติกรรมทส่ี ังเกต คะแนน
321

1. มีสว่ นร่วมในกำรแสดงควำมคิดเหน็

2. มีควำมกระตอื รอื ร้นในกำรทำงำน

3. รับผิดชอบในงำนที่ได้รับมอบหมำย

4. มีขนั้ ตอนในกำรทำงำนอย่ำงเปน็ ระบบ

5. ใช้เวลำในกำรทำงำนอย่ำงเหมำะสม

รวม

เกณฑ์การใหค้ ะแนน พฤติกรรมที่ทำเปน็ ประจำ ให้ 3 คะแนน
เกณฑก์ ารให้คะแนน พฤติกรรมทีท่ ำเปน็ บำงครงั้ ให้ 2 คะแนน
พฤติกรรมที่ทำนอ้ ยคร้ัง ให้ 1 คะแนน

ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภำพ
13-15 ดี
8-12 ปำนกลำง
5-7 ปรับปรงุ

( หลงั จากจัดกิจกรรมการเรียนการสอนจบ หน่วยการเรียนรู้ท่ี ๔ )

ปญั หา/สิง่ ที่พฒั นา / แนวทางแก้ปญั หา / แนวทางการพัฒนา

ปัญหา/สิง่ ทพ่ี ัฒนา สาเหตุของปัญหา/ แนวทางแก้ไข/ วิธีแก้ไข/พฒั นา ผลการแกไ้ ข/พัฒนา

สิ่งที่พัฒนา พฒั นา

ลงชื่อ............................................. ผู้สอน
(นำงเพลินตำ พูลสวสั ดิ์)

รบั ทรำบผลกำรดำเนินกำร

ลงชือ่ ...............................................
(นำมนตรี สุขพินจิ )

หวั หนำ้ กลุ่มสำระกำรเรียนรู้

ลงชือ่ ............................................
( นำยชำญยุทธ สุทธิธรำนนท์ )
รองผู้อำนวยกำรกลุ่มบริหำรงำนวิชำกำร

ลงชื่อ...........................................
( นำยวีระ แก้วกัลยำ )

ผอู้ ำนวยกำรโรงเรียนโรงเรียนรำชประชำนุเครำะห์ 47 จงั หวัดเพชรบรุ ี

8. ความคดิ เห็น (ผูบ้ ริหาร / หรือผู้ทไ่ี ดร้ ับมอบหมาย)
ได้ทำกำรตรวจแผนกำรจัดกำรเรียนรขู้ อง.................................................แล้วมีควำมเหน็ ดังน้ี
8.1 เป็นแผนกำรจัดกำรเรียนรู้ที่
ดีมำก ดี
พอใช้ ต้องปรับปรุง
8.2 กำรจัดกิจกรรมกำรเรียนรู้ได้นำเอำกระบวนกำรเรียนรู้
ที่เน้นผเู้ รียนเป็นสำคญั ใช้กระบวนกำรสอนได้อย่ำงเหมำะสม
ที่ยงั ไม่เน้นผเู้ รียนเป็นสำคญั ควรปรับปรงุ พัฒนำต่อไป
8.3 เปน็ แผนกำรจดั กำรเรียนรู้ที่
นำไปใช้สอนได้
ควรปรับปรงุ ก่อนนำไปใช้
8.4 ข้อเสนอแนะอื่น ๆ
........................................................................................................................................................................

.............................................................................................................................................................

ลงชือ่ .................................................................
(นำยมนตรี สุขพินจิ )
หัวหนำ้ กลุ่มสำระกำรเรียนรู้

ควำมคิดเห็นของรองผู้อำนวยกำรฝ่ำยวิชำกำร
........................................................................................................................................................................

.............................................................................................................................................................

ลงชื่อ............................................
( นำยชำญยุทธ สทุ ธิธรำนนท์ )

รองผอู้ ำนวยกำรกลุ่มบริหำรงำนวิชำกำร
ควำมคิดเหน็ ของผู้อำนวยกำรโรงเรียน

.............................................................................................................................................................

ลงชือ่ .............................................
( นำยวีระ แก้วกัลยำ )

ผอู้ ำนวยกำรโรงเรียนรำชประชำนเุ ครำะห์ 47 จงั หวัดเพชรบุรี

ผังมโนทัศน์หน่วย
เรอ่ื ง การจดั จาหน่ายพันธุไ์ ม้
ระดบั ชั้นมัธยมศกึ ษาปีท่ี 1 ภาคเรยี นท่ี 1

เรือ่ ง กำรจดั จำหน่ำย
เวลำ...๑.. ช่ัวโมง

เวลำ .....๘.... ชวั่ โมง

หนว่ ยกา
เรื่อง การจ

จานวน

เรือ่ ง กำรประ
เวลำ...๑...

เวลำ .....๘

ยการเรียนรทู้ ่ี ๕
รายวิชา. การขยายพันธ์พุ ืช
เวลา ๘๐ ชั่วโมง จานวน. ๒.๐ หน่วยกิต

เรื่อง ทำบญั ชรี ำยรบั -รำยจ่ำย
เวลำ ...๒.. ชว่ั โมง

รเรียนรู้ท่ี .๔
จาหน่ายพนั ธุ์ไม้

๔ ชั่วโมง

ะเมินผล
ชัว่ โมง

๘.... ช่วั โมง

หน่วยการเรียนรู้ท่ี ๕ เร่อื งจดั จาหน่ายพันธุไ์ ม้ จานวน ๔ ชั่วโมง
กล่มุ สาระการเรียนรกู้ ารงานอาชีพ ช้ัน. ม. ๑ ภาคเรยี นท่ี ๑ ปีการศึกษา 256๕
รายวิชาการขยายพนั ธ์ุพืช รหสั วิชา ง ๒๑๒๔๕ ครผู ู้สอน นางเพลินตา พลู สวสั ดิ์

_________________________________________________________
สำระสำคญั / ควำมคิดรวบยอด (Learning Concepts)

กำรจำหน่ำยพันธุ์ไม้ เป็นแนวทำงประกอบอำชีพ ทีน่ ำควำมรู้ด้ำนกำรขยำยพันธุ์พชื ไปใช้และสำมำรถต่อยอด
เพือ่ ให้มรี ำยได้

ผลกำรเรียนรู้ที่ ๗. คำนวณ ค่ำใช้จำ่ ย กำหนดรำคำขำย จดั จำหน่ำย จดบันทึกกำรปฏิบตั ิงำน
ทำบญั ชรี ำยรบั – รำยจำ่ ย และประเมินผล

สมรรถนะสำคญั ของผู้เรยี น ( Competency ) คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ ( Desired Characteristics )
หลกั กำร เทคนิควิธีกำรและกระบวนกำร มคี วำมรบั ผดิ ชอบ ตรงตอ่ เวลำ ขยนั ซือ่ สัตย์ สำมัคคี
ขยำยพันธ์ุพชื และกำรปฏิบัติดูแลรกั ษำ ประณีต รอบคอบ ทำงำนเปน็ กลุ่ม และ รกั กำรทำงำน

ทกั ษะ / กระบวนกำร ( Skill during the process ) ทกั ษะกำรคิด
ทกั ษะเฉพำะวิชำ - กำรค้นคว้ำข้อมลู
- กำรกำหนดรำคำ กำรจัดจำหน่ำย - กำรนำเสนอข้อมูล

ควำมเข้ำใจที่ย่งั ยืน
กำรจำหน่ำยพันธ์ุไม้ เป็นแนวทำงประกอบอำชีพ ที่ตอ้ งนำควำมรดู้ ้ำนกำรขยำยพันธ์ุพืชไปใช้และสำมำรถต่อ

ยอดเพือ่ ให้มีรำยได้

ควำมสมั พนั ธ์กับกลุ่มสำระกำรเรียนรอู้ ืน่
ภำษำไทย -กำรอ่ำน กำรเขียน กำรฟัง

แผนการจดั การเรียนร้ทู ี่ ๑๓
เร่อื ง การจดั จาหน่ายพันธ์ุไม้ เวลา ๔ ช่ัวโมง ระดับช้ัน ม. ๑
__________________________________________________________________________
1. เป้าหมายการเรียนรู้ / หลักฐานการเรียนรู้ / การวดั และการประเมินผล

ผลกำรเรียนรู้ สิ่งทีต่ อ้ งรแู้ ละปฏิบตั ิได้ ผลงำน / ชนิ้ งำน กำรวดั ผลและกำร
-ใบงำน ประเมินผล
๗. คำนวณ ค่ำใช้จำ่ ย คำนวณ ค่ำใช้จ่ำย
กำหนดรำคำขำย จัด กำหนดรำคำขำย จัดจำหน่ำย - ตรวจใบงำน
จำหน่ำย จดบันทึกกำร จดบนั ทึกกำรปฏิบตั ิงำน - ประเมินพฤติกรรม
ปฏิบัติงำน ทำบัญชรี ำยรับ – รำยจ่ำย และ กำรเรียน
ทำบัญชรี ำยรบั – ประเมินผล
รำยจ่ำย และประเมินผล

2. สาระการเรียนรู้ (Learning Contents)
1. ความรู้ (Knowledge)
คำนวณ ค่ำใช้จ่ำย กำหนดรำคำขำย จัดจำหน่ำย จดบนั ทึกกำรปฏิบัติงำน
ทำบัญชรี ำยรบั – รำยจ่ำย
2. ทักษะ/กระบวนการ (Skill during the process)
-ทกั ษะกำรทำงำนกลุ่ม
๓. สมรรถนะ (Competency)
1. ควำมสำมำรถในกำรสอื่ สำร
2. ควำมสำมำรถในกำรคิด
3. ควำมสำมำรถในกำรแก้ปญั หำ
4. ควำมสำมำรถในกำรใชท้ ักษะชีวติ
5. ควำมสำมำรถในกำรใชเ้ ทคโนโลยี

3. หลกั ฐานการเรียนรู้ชิน้ งำนหรอื ภำระงำน (Work)
ใบงำน

4. การวดั และการประเมินผล ( Evaluation )

สิ่งทีว่ ัดผล วิธีวดั ผล เครื่องมือวดั ผล เกณฑก์ ำรประเมิน
ด้ำนควำมรู้ (K) ตรวจใบงำน ใบงำน ผำ่ นเกณฑ์
ด้ำนทักษะ/กระบวนกำร(P) สงั เกตพฤติกรรม แบบสงั เกต ผำ่ นเกณฑ์
เจตคติ/คุณลกั ษณะ (A) มีควำมรับผดิ ชอบ ตรง แบบสังเกต ผำ่ นเกณฑ์
ต่อเวลำ ทำงำนเปน็ กลุ่ม
สมรถนะของผู้เรยี น (C) สังเกตพฤติกรรม แบบสังเกต ผำ่ นเกณฑ์

5. กระบวนการการจดั กิจกรรม / รูปแบบการจดั กิจกรรม ( Learning Process )
กำรจดั กิจกรรมกำรเรยี นรู้/แนวทำงกำรเสริมแรงหรอื ช่วยเหลอื นกั เรียน
- ศกึ ษำค้นคว้ำ รวบรวมข้อมูล สรุปผล

6. กิจกรรมการเรียนการสอน
1. ข้ันนาเขา้ สู่บทเรียน ( 15 นาที )
1. สนทนำกบั นกั เรียนเกี่ยวกบั วิธีกำรขยำยพนั ธ์ุพืชทีไ่ ด้ปฏิบตั ิมำ
2. ขั้นสอน (กระบวนกำรทำงสังคม/กระบวนกำรสร้ำงองค์ควำมร/ู้ กระบวนกำรคิดวิเครำะห/์
กระบวนกำรเรียนรู้จำกประสบกำรณ์จริง)
1. ใหน้ ักเรียนรว่ มกนั ศกึ ษำกำรกำหนดรำคำขำยพนั ธ์ุไม้ ต่ำงๆที่ผลิต
2.นกั เรียนฝกึ ทำบัญชรี ำยรบั -รำยจ่ำยเป็นรำยกลุ่ม
3. นกั เรียนแตล่ ะกลุ่มเขยี นบนั ทึกกำรปฏิบัติงำน
4. ครูและนกั เรียนรว่ มกันอภิปรำยสรุปผลกำรปฏิบตั ิงำนต่ำงๆ ปญั หำ อุปสรรคและแนวทำงกำรแก้ไข

3. ข้ันสรุปและประเมินผล
๑. ให้นกั เรียนทำแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์

๔. สือ่ การเรียนร/ู้ แหลง่ เรียนรู้

1. พันธุ์ไม้ทีไ่ ด้จำกกำรขยำยพนั ธ์ุแบบต่ำงๆ

๒. แบบบนั ทึกกำรปฏิบัติงำน

๓. แบบสรุปผลกำรปฏิบัติงำน

๔. แบบทดสอบ

7. บนั ทึกผลหลงั แผนการจัดการเรียนรู้

1. ผลการเรียนรู้

1.1 ด้ำนควำมรู้ (K)
ตำรำงที่ 1 แสดงค่ำร้อยละระดบั ผลสมั ฤทธิ์ทำงกำรเรียน เรือ่ ง ...................................................

ระดับผลสมั ฤทธิ์ จานวนนกั เรยี น ร้อยละ
ดีมำก (80-100 คะแนน)
ดี (70-79 คะแนน)
พอใช้ (60-69 คะแนน)
ปรบั ปรุง (50-59 คะแนน)

จำกตำรำงที่ 1 พบว่ำนกั เรียนผลสมั ฤทธิท์ ำงกำรเรียน รอ้ ยละ................อยู่ในระดับ..........และ
รองลงมำร้อยละ.................อยู่ในระดับ...............และพบว่ำนักเรียน....................................................
............................................................................................................................................................

1.2 ด้ำนทกั ษะ/กระบวนกำร (P )

ตำรำงที่ 2 แสดงค่ำร้อยละระดับผลสมั ฤทธิ์ทำงกำรเรียน เรื่อง ..................................................

ระดับผลสัมฤทธิ์ จานวนนกั เรยี น รอ้ ยละ

ดีมำก (80-100 คะแนน)

ดี (70-79 คะแนน)

พอใช้ (60-69 คะแนน)

ปรบั ปรงุ (50-59 คะแนน)

จำกตำรำงที่ 2 พบว่ำนักเรียนผลสัมฤทธิท์ ำงกำรเรียน ร้อยละ................อยู่ในระดับ..........และ
รองลงมำร้อยละ.................อยู่ในระดับ................และพบว่ำนกั เรียน.............................................
.......................................................................................................................................................

1.3 ด้ำนเจตคติ / คณุ ลกั ษณะฯ (A)/ สมรรถนะ (C) เชือ่ มโยงกับมำตรฐำนหลักสตู ร

ตำรำงที่ 3 แสดงคำ่ ร้อยละคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ เรื่อง ............................................

ระดบั ผลสมั ฤทธิ์ จานวนนกั เรยี น ร้อยละ

ดีมำก (80-100 คะแนน)

ดี (70-79 คะแนน)

พอใช้ (60-69 คะแนน)

ปรบั ปรงุ (50-59 คะแนน)

จำกตำรำงที่ 3 พบว่ำนกั เรียนคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ ร้อยละ..............อยู่ในระดับ............และ
รองลงมำร้อยละ.................อยู่ในระดบั ...............และพบว่ำนกั เรียน.....................................................
..................................................................................................................................................................
สรุป ผลกำรใช้แผนกำรจดั กำรเรียนรทู้ ี่ …………………………..
10) นกั เรียนมผี ลสัมฤทธิท์ ำงกำรเรียนอยู่ในระดับ...................
11) นกั เรียนมที ักษะในระดับ..................
12) นกั เรียนมคี ุณลักษณะในระดบั ...............

2.บรรยากาศการเรียนรู้
.....................................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................

3. การปรบั เปลี่ยนแผนการจดั การเรียนรู้ (ถ้ามี)
.....................................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................

4. ขอ้ คน้ พบด้านพฤติกรรมการจดั การเรียนรู้
.....................................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................

5. อื่นๆ....................................................................................................................................................

แบบบนั ทึกการสังเกตและประเมินผลพฤติกรรมรายบุคคล

คร้ังที่ ………… เรือ่ ง ................................................................
รหสั วิชำ .......................... ภำคเรียนที่…....ปีกำรศึกษำ………… ช้ัน................ โรงเรียน ..................................

พฤติกรรม / ระดบั คะแนน

ควำมสนใจใน กำรมสี ่วน กำรตอบ กำรยอมรับ ทำงำนตำมท่ี

ลำดบั ที่ ชือ่ – สกุล กำรทำ ร่วมในกำร คำถำม ฟงั ควำม ได้รับ รวม
กจิ กรรม แสดงควำม
คิดเหน็ ผู้อื่น มอบหมำย

คิดเหน็

321321321321321

เกณฑ์การให้คะแนน เกณฑก์ ารประเมิน คะแนนเตม็ 15 คะแนน
ระดับ 3 หมำยถึง มพี ฤตกิ รรมในระดบั ดี คะแนน 13 - 15 หมำยถึง ดี
ระดับ 2 หมำยถึง มพี ฤตกิ รรมในระดับ ปำนกลำง คะแนน 9 - 12 หมำยถึง ปำนกลำง
ระดับ 1 หมำยถึง มพี ฤตกิ รรมในระดับ ปรบั ปรงุ คะแนน 5 - 8 หมำยถึง ปรบั ปรุง เกณฑก์ าร

ผา่ น ร้อยละ 60 ( 9 คะแนน ) ลงชือ่ ................................................
()
ครูผู้สอน / ผู้ประเมิน

แบบประเมินพฤติกรรมการทางานกลมุ่
กลุ่ม ..........................................................................................................

สมำชิกในกลุ่ม 1.......................................................................
2. ......................................................................
3. ......................................................................
4. ......................................................................
5. ......................................................................

คาชีแ้ จง : ให้นักเรียนทำเครื่องหมำย  ในช่องทีต่ รงกบั ควำมเป็นจริง

พฤติกรรมท่สี ังเกต คะแนน
32
1

1. มีสว่ นร่วมในกำรแสดงควำมคิดเห็น

2. มีควำมกระตอื รอื ร้นในกำรทำงำน

3. รับผิดชอบในงำนที่ได้รบั มอบหมำย

4. มีขนั้ ตอนในกำรทำงำนอย่ำงเป็นระบบ

5. ใช้เวลำในกำรทำงำนอย่ำงเหมำะสม

รวม

เกณฑก์ ารให้คะแนน พฤติกรรมทีท่ ำเป็นประจำ ให้ 3 คะแนน
เกณฑ์การให้คะแนน พฤติกรรมที่ทำเป็นบำงครงั้ ให้ 2 คะแนน
พฤติกรรมทีท่ ำนอ้ ยคร้ัง ให้ 1 คะแนน

ช่วงคะแนน ระดับคณุ ภำพ
13-15 ดี

8-12 ปำนกลำง
5-7 ปรับปรงุ

( หลังจากจัดกิจกรรมการเรียนการสอนจบ หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี ๕)

ปญั หา/สิ่งที่พฒั นา / แนวทางแกป้ ญั หา / แนวทางการพัฒนา

ปัญหา/สิง่ ทพ่ี ัฒนา สาเหตขุ องปญั หา/ แนวทางแก้ไข/ วิธีแก้ไข/พฒั นา ผลการแกไ้ ข/พัฒนา

สิ่งทีพ่ ัฒนา พัฒนา

ลงชื่อ............................................. ผู้สอน
(นำงเพลินตำ พูลสวสั ดิ์)

รับทรำบผลกำรดำเนินกำร

ลงชือ่ ...............................................
(นำมนตรี สุขพินจิ )

หัวหนำ้ กลุ่มสำระกำรเรียนรู้

ลงชื่อ............................................
( นำยชำญยุทธ สทุ ธิธรำนนท์ )
รองผู้อำนวยกำรกลุ่มบริหำรงำนวิชำกำร

ลงชื่อ...........................................
( นำยวีระ แก้วกัลยำ )

ผอู้ ำนวยกำรโรงเรียนโรงเรียนรำชประชำนเุ ครำะห์ 47 จงั หวัดเพชรบรุ ี

8. ความคดิ เหน็ (ผบู้ ริหาร / หรือผทู้ ไ่ี ดร้ บั มอบหมาย)
ได้ทำกำรตรวจแผนกำรจัดกำรเรียนรขู้ อง.................................................แล้วมีควำมเหน็ ดังน้ี
8.1 เป็นแผนกำรจัดกำรเรียนรู้ที่
ดีมำก ดี
พอใช้ ต้องปรับปรงุ
8.2 กำรจัดกิจกรรมกำรเรียนรู้ได้นำเอำกระบวนกำรเรียนรู้
ทีเ่ น้นผเู้ รียนเป็นสำคัญ ใช้กระบวนกำรสอนได้อย่ำงเหมำะสม
ทีย่ ังไม่เน้นผเู้ รียนเป็นสำคญั ควรปรบั ปรุงพฒั นำต่อไป
8.3 เป็นแผนกำรจดั กำรเรียนรู้ที่
นำไปใช้สอนได้
ควรปรบั ปรงุ ก่อนนำไปใช้
8.4 ข้อเสนอแนะอื่น ๆ
........................................................................................................................................................................

.............................................................................................................................................................

ลงชื่อ.................................................................
(นำยมนตรี สขุ พินจิ )
หัวหนำ้ กลุ่มสำระกำรเรียนรู้

ควำมคิดเห็นของรองผู้อำนวยกำรฝ่ำยวิชำกำร
........................................................................................................................................................................

.............................................................................................................................................................

ลงชือ่ ............................................
( นำยชำญยทุ ธ สุทธิธรำนนท์ )

รองผอู้ ำนวยกำรกลุ่มบริหำรงำนวิชำกำร
ควำมคิดเหน็ ของผู้อำนวยกำรโรงเรียน

........................................................................................................................................................................

ลงชื่อ.............................................
( นำยวีระ แก้วกัลยำ )

ผอู้ ำนวยกำรโรงเรียนรำชประชำนุเครำะห์ 47 จงั หวัดเพชรบุรี

แบบทดสอบวัดผลปลายภาคเรียน

รหสั วิชา ง21245 รายวิชาการการขยายพนั ธุพ์ ืช กลมุ่ สาระการเรียนรู้การงานอาชีพ

ชน้ั มธั ยมศึกษาปีที่ 1 คะแนนเตม็ 20 คะแนน เวลา 30 นาที

คาชี้แจง

1. ข้อสอบแบบปรนยั 35 ข้อ 15 คะแนน และแบบอัตนัย 6 ข้อ 5 คะแนน
2. ให้นักเรียนทำเครือ่ งหมำย X (กำกบำท) ลงในช่อง ในกระดำษคำตอบให้ตรงกับตัวเลือกทีถ่ ูกต้องเพียง

คำตอบเดียว
3. ถ้ำตอ้ งกำรเปลี่ยนตัวเลือกใหม่ ให้ทำเครอ่ื งหมำย X ทับตวั เลือกที่ไม่ตอ้ งกำร แล้วทำ เครื่องหมำยดังขอ้ 2 ใน

ตวั เลือกทีต่ อ้ งกำรเลอื กใหม่
4. หำ้ มนำข้อสอบออกจำกห้องสอบโดยเด็ดขำด หำกมีข้อสงสัยควรสอบถำมกรรมกำรคุมหอ้ งสอบ
5. เมือ่ ทำขอ้ สอบเสรจ็ แล้วสง่ ข้อสอบคืนทีก่ รรมกำรคมุ หอ้ งสอบ

ผลการเรียนร้ทู ี่คาดหวัง

1. บอกควำมหมำย ควำมสำคัญของกำรขยำยพันธ์ุพืช และ เครือ่ งมืออปุ กรณ์ในกำรขยำยพันธ์ุพชื (ข้อ 1-4)
2. บอกวิธีกำรขยำยพันธุ์พืชแบบอำศัยเพศ และแบบไม่อำศยั เพศ กำรอนุบำลพนั ธ์ุพชื (ข้อ 5-8)
3. บอกปัจจยั กำรผลิตและสภำพกำรตลำด วำงแผนกำรผลติ พันธ์ุพชื (ข้อ 9-12)
4. เลือกเครือ่ งมอื และวสั ดุอุปกรณ์ให้เหมำะกบั วิธีกำรขยำยพันธ์ุพืช (ข้อ 13-15)
5. มีทกั ษะในกำรขยำยพนั ธ์ุพชื แบบอำศัยเพศ และแบบไม่อำศัย (ข้อ 16-25)
6. เลือกพันธุ์พชื เพื่อขยำยพนั ธ์ุ อย่ำงนอ้ ย 3 วิธี และดูแลบำรุงรกั ษำ (ข้อ 26-35)
7. คำนวณค่ำใช้จ่ำย กำหนดรำคำขำย จัดจำหน่ำย จดบนั ทึกกำรปฏิบตั ิงำน ทำบญั ชีรำยรับ – รำยจ่ำย และ

ประเมินผล
8. มีควำมรบั ผดิ ชอบ ตรงต่อเวลำ ขยนั ซือ่ สัตย์ สำมคั คี ประณีต รอบคอบ ทำงำนเป็นกลุ่ม และรักกำรทำงำน

ตอนท่ี 1 ใหน้ ักเรยี นทาเครื่องหมายกากบาท (X) ทบั ขอ้ ที่ถูกทีส่ ุดเพียงข้อเดียว

1. มนุษยร์ ้จู กั การขยายพันธพุ์ ืชวิธีแรกคอื ขอ้ ใด. ง. กำรตอนกิง่
ก. กำรเพำะเมล็ด ข. กำรทำบกิ่ง ค. กำรตดิ ตำ

2. การขยายพันธพุ์ ืชหมายถงึ ข้อใด.
ก. วิธีกำรทีท่ ำให้ตน้ พืชมีจำนวนเพิม่ ขึ้นเพื่อดำรงสำยพันธ์ุของพืชชนิดตำ่ งๆไม่ให้สูญพนั ธ์ุ
ข. วิธีกำรเพำะเมลด็ พันธ์ุใหม่ ๆที่ไม่มีในท้องถิน่ แตน่ ำมำจำกท้องถิ่นอืน่
ค. วิธีกำรขยำยพนั ธ์ุพืชโดยกำรเพำะพนั ธุ์เมล็ด กำรทำบกิ่ง กำรตอนกิ่งและกำรติดตำ
ง. วิธีกำรคดั เลือกพนั ธุ์พืชที่ดมี ำปลูกและแบบแบ่งแยกทีไ่ ม่ตอ้ งอำศยั เพศโดยทำพืชต้นเดิมใหเ้ กิดรำก

3. ขอ้ ใดคือความสาคญั ของการขยายพันธุพ์ ืช
ก. มีควำมสำคญั ต่อมนษุ ย์เพรำะกำรเพิ่มจำนวนของตน้ ไม้เปน็ กำรเพิม่ อำหำร เครอ่ื งนุ่งห่ม

ที่อยู่อำศัย ยำรักษำโรค
ข. ควำมสำคัญต่อต้นพืข สำมำรถดำรงพนั ธุ์ที่ดีไว้ได้เกิดพนั ธ์ุพชื ใหม่ๆ
ค. ควำมสำคัญต่อสิ่งแวดล้อมกำรเพิ่มจำนวนของตน้ พืชให้เกิดควำมรม่ ร่นื

เพิ่มออกซิเจนในอำกำศเมอ่ื ขยำยพนั ธ์ุแล้วนำไปปลูกเพิม่
ง. ถูกทุกข้อ

4. ข้อใดกลา่ วไมถ่ กู ตอ้ งตามหลักของการขยายพันธ์ุพืชให้ประสบผลสาเร็จ
ก. ผทู้ ำกำรขยำยพันธุ์ต้องมีควำมรู้เกี่ยวกบั โครงสรำ้ งภำยในต้นพืช ลักษณะกำรเจรญิ เติบโต

กำรใชว้ ัสดอุ ุปกรณ์เครือ่ งมอื ในกำรขยำยพนั ธ์ุ รวมทั้งเทคนิคและวิธีกำรขยำยพันธุ์
ข. ผทู้ ำกำรขยำยพนั ธุ์พืขตอ้ งหมน่ั ฝกึ ฝนและขยำยพันธุ์พชื โดยใช้เทคนิค วิธีกำรตำ่ งๆหลำยๆคร้ัง

จนเกิดควำมชำนำญ
ค. ผทู้ ำกำรขยำยพนั ธุ์พืชต้องเฝ้ำสังเกต ติดตำม ดแู ลและควบคุมกำรเจริญเติบโตของตน้ พืชทีข่ ยำยพนั ธ์ุไว้

เพือ่ ให้เกิดเปน็ ต้นใหม่ทีส่ มบรู ณ์พร้อมที่จะนำไปปลกู
ง. ผทู้ ำกำรขยำยพันธุ์พืชต้องติดตำมข่ำวสำรกำรเกษตรเพื่อจะทันต่อเหตุกำรณ์ปจั จุบันเกี่ยวกบั กำรขยำยพนั ธุ์
พืช

5. การขยายพันธ์ุพืชแบ่งออกได้ 2 ประเภทคอื ข้อใด.

ก. กำรขยำยพันธ์ุพืชแบบอำศัยเพศ ข. กำรขยำยพนั ธ์ุพชื แบบไม่อำศยั เพศ

ค. กำรขยำยพนั ธ์ุพืชแบบตอนกิง่ และทำบกิง่ ง. ถกู ท้ังข้อ ก และ ข

6. การขยายพันธโุ์ ดยการผสมเกสรเพื่อให้เกิดเปน็ เมล็ดและนาเมล็ดไปเพาะใหเ้ กิดต้นใหม่หมายถึงข้อใด.

( ใชต้ ัวเลือกข้อ ๕)

7. การขยายพันธุใ์ นขอ้ 5 นิยมขยายพันธ์พุ ืชจาพวกใด.

ก. ผัก ข. พืชไร่ ค. ไม้ดอก ไม้ประดับ ง. ถูกทุกข้อ

8. ขอ้ ใดคือวสั ดทุ ่ี ไมใ่ ช้ ในการขยายพนั ธุพ์ ืชโดยการเพาะเมล็ด

ก. ทรำยหยำบ ข้ีเถ้ำแกลบ ข. ขยุ มะพร้ำว ค. ฮอร์โมนเร่งรำก ง. สมนุ ไพรป้องกัน

แมลง

9. ข้อใดคือเครือ่ งมือทีจ่ าเป็นตอ้ งใชใ้ นการขยายพันธุ์พืช.

ก. กรรไกรตัดกิ่ง ข. มีดคทั เตอร์ ค. เลือ่ ยตดั กิง่ ง. ถกู ทกุ ข้อ

10.ใชส้ าหรบั ตดั กิ่งไม้ขนาดเลก็ ตัดกิง่ พชื ไปปกั ชา ตัดกิ่งตอนท่อี อกรากแลว้ กิง่ พืชทีต่ ัดจะไม่ชา้ หมายถงึ
อุปกรณ์ข้อใด

(ใช้ตวั เลือกข้อ 9)

11.การกลายพันธุ์ มกั เกิดกบั การขยายพันธ์ุพืชวิธีใด

ก.กำรเพำะเมลด็ ข.กำรปักชำ ค. กำรตอนกิง่ ง. กำรเพำะเลี้ยงเนื้อเยื่อ

12. ขอ้ ดีของการขยายพันธ์ุโดยอาศยั เพศ คอื ข้อใด

ก. มีระบบรำกแก้วที่แข็งแรง ข. พืชไม่กลำยพนั ธุ์ ค.ให้ผลผลิตมำกแต่ช้ำ ง. ใชเ้ ทคนิคเฉพำะด้ำน

13. การเลือกซือ้ เมล็ดพันธ์ุ ควรพิจารณาสิง่ ใดเป็นอนั ดบั แรก

ก. รำคำ ข. วัน เดือน ปี ทีผ่ ลิต ค.ปริมำณสุทธิ ง. ภำชนะบรรจุ

14. ควรเลือกเมลด็ ทม่ี ีลกั ษณะอย่างไรมาเพาะ

ก. เมล็ดที่สมบรู ณ์และแก่เต็มที่ ข.สะอำด ปรำศจำกสิ่งเจือปน ค.ไม่มีโรคและแมลง ง.ทุกข้อ
รวมกัน

15. พืชในข้อใด ควรใช้วิธีการขยายพันธ์โุ ดยการเพาะเมลด็

ก. พืชที่เปน็ ไม้ยนื ต้นขนำดใหญ่ ข.พืชที่มรี ำคำแพง ค.พืชที่หำเมล็ดได้ง่ำย ง.พืชที่ใกล้สญู พนั ธ์ุ

16.การนาเมลด็ ไปแชน่ ้าอนุ่ กอ่ นนาไปเพาะ เพื่อประโยชนใ์ ด

ก. ป้องกันโรค ข.ทำควำมสะอำดเมล็ด ค.ทำให้เมล็ดมีขนำดใหญ่ ง.ทำใหเ้ มลด็ งอกเรว็
ขนึ้

17.เมล็ดท่มี ีความงอก 80% หมายความว่าอยา่ งไร

ก. เมล็ดสะอำดดี ข.เมล็ดงอกได้ดี ค.ให้ผลผลิตดี ง.เมล็ดมีควำมชื้นมำก

18. เมลด็ มะละกอ ควรทาการเพะแบบใด

ก. เพำะแปลงแล้วย้ำยปลกู ข.เพำะในภำชนะแล้วย้ำยปลกู

ค. เพำะในกระบะพ่นหมอก ง.เพำะเลี้ยงในอำหำรวุ้น

19.พืชในขอ้ ใด ทาการขยายพันธุ์โดยการเพาะเมล็ด

ก. มะกรูด ข.มะพร้ำว ค. มะม่วงหำว มะนำวโห่ ง.ถกู ทกุ ข้อ

20. ข้อใด ไม่ใช่ วิธีการขยายพันธ์พุ ืชโดยไมอ่ าศยั เพศ

ก. กำรปกั ชำ ข.กำรตอนกิง่ ค.เพำะเมลด็ ง. กำรต่อกิ่ง

21. ขยายพันธุพ์ ืชโดยไม่อาศยั เพศ มีขอ้ ดีอย่างไร

ก. ไม่กลำยพนั ธุ์ ข. ให้ผลผลิตมำก ค. ระบบรำกแข็งแรง ง.ทำได้กบั พืชทกุ ชนิด

22. ขยายพันธ์พุ ืชโดยไมอ่ าศัยเพศ มีขอ้ เสียอยา่ งไร

ก. กลำยพนั ธุ์ ข. ให้ผลผลิตเรว็ ค. ระบบรำกไม่แขง็ แรง ง.ออ่ นแอ เป็นโรคง่ำย

23. การปกั ชาคอื ขอ้ ใด

ก กำรปกั ชำคือกำรตดั ส่วนใดส่วนหนึ่งของพืช เช่น ใบ กิ่ง ลำต้น รำก ออกจำกต้นเดิม ไปเกบ็ ไว้ในทีท่ ีม่ ี
สภำพแวดล้อมทีเ่ หมำะสม

ข. กำรปักชำคือ กำรตัดเอำส่วนใดส่วนหนึ่งของพืช เช่น ใบ กิ่ง ลำตน้ รำก ออกจำกต้นเดิมแลว้ นำไป
แช่น้ำ

ค. กำรปกั ชำ คอื ไม่ควรกำรตัดส่วนใดส่วนหนึ่งของพืช เช่น ใบ กิง่ ลำต้น รำก ออกจำกต้นเดิม ไปเกบ็ ไว้
ในที่ทีม่ สี ภำพแวดล้อมทีเ่ หมำะสม

ง. กำรปกั ชำ ไม่ควรกำรตัดเอำส่วนใดส่วนหนึ่งของพืช เช่น ใบ กิง่ ลำต้น รำก ออกจำกต้นเดิมนำไปแช่น้ำ
24. การปักชากิ่งหรอื ลาตน้ หมายถึงขอ้ ใด

ก. กำรนำเอำส่วนของรำกพืชมำตดั แบ่งออกเป็นส่วนๆ นำไป ปกั ในวัสดุปักชำ
ข. กำรนำเอำส่วนของกิง่ หรอื ลำต้นพืชมำตดั แบ่งออกเป็นส่วนๆ นำไป ปักในวัสดุปักชำ
ค. กำรนำเอำส่วนของกิ่งหรอื ลำต้นพืชมำตดั แบ่งออกเปน็ ส่วนๆ นำไป ห้อยแขวนไว้
ง. กำรนำเอำส่วนของรำกพืชมำตดั แบ่งออกเป็นส่วนๆ นำไป ห้อยแขวนไว้
25. การขยายพันธ์โุ ดยการปกั ชาจาเปน็ ตอ้ งใช้ฮอร์โมนเรง่ การออกรากหรอื ไม่

ก. ไม่จำเปน็ เพรำะปกั ชำอย่ำงไรกต็ ิดอยู่แล้ว

ข. จำเป็นเพรำะพืชบำงชนิดต้องใช้ฮอร์โมนเร่งกำรออกรำกเปน็ ตวั กระตุ้น

ค. ไม่จำเป็นเพรำะกำรปกั ชำเปน็ วิธีขยำยพันธ์ุที่ง่ำยทีส่ ดุ

ง. จำเปน็ เพรำะพืชทกุ ชนิดตอ้ งตำยถ้ำไม่ได้ใช้ฮอร์โมนเร่งกำรออกรำก

26. พืชขอ้ ใด ควรนามาขยายพันธ์โุ ดยการปักชา

ก. ผกั บุ้ง ผักคะน้ำ ข. กระเพรำ โหระพำ

ค. มะนำว มะกรูด ง. ดำวเรอื ง คุณนำยตื่นสำย

27. สว่ นใดของพืชท่ไี มส่ ามารถนามาทาการปกั ชาได้

ก. รำก ข.ลำต้น ค. ใบ ง. ดอก

28. ลิ้นมงั กร สามารถขยายพนั ธโุ์ ดยการปักชาส่วนใด

ก. กิ่งอ่อน ข .สว่ นของใบ ค. รำก ง. ปักชำได้ทกุ ส่วน

29. การตอนกิง่ ทน่ี ิยมทาได้แกว่ ิธีแบบใด

ก. กำรตอนกิ่งแบบคว่นั กิง่ ข. กำรตอนกิ่งแบบกรีดกิ่ง

ค. กำรตอนกิง่ แบบปำดกิง่ ง. กำรตอนกิ่งแบบงูเลือ้ ย

30. กิ่งกึง่ แกก่ ึง่ อ่อน สังเกตดว้ ยตามีลักษณะอย่างไร

ก. สีเขียวอ่อน ข. สีเขียวเข้ม ค. สเี ขียวปนน้ำตำล ง. สีนำ้ ตำลเข้ม

31. พืชขอ้ ใดที่สามารถทาการขยายพนั ธโ์ุ ดยการตอนกิ่งไดท้ ้ังหมด

ก. ผักบุ้ง ,ผกั ชี, ผักกำดขำว ข. ดำวเรือง , คณุ นำยต่นื สำย, แก้ว
ค. ทองอุไร .ยีโ่ ถ, ไทรเกำหลี ง. ล้ินมังกร ,หูกระจง, มะม่งหำว มะนำวโห่
ใชต้ อบขอ้ 32-35

1 .ทำแผลบนกิง่ โดยคว่ันกิ่งท้ังดำ้ นบนและด้ำนล่ำงลอกเอำเปลือกออกแล้วขดู เน้ือเยื่อเจรญิ ทีเ่ ปน็ เมอื กลื่นๆออก
2. เลือกกิ่งกึง่ แก่กึ่งอ่อนที่สมบรู ณ์หรอื อำยุไม่เกิน 1 ปี ใบงำมไมม่ ีโรคหรอื แมลงทำลำยโดยปกติมกั จะเลอื กกิ่ง
กระโดงตั้ง

3. ทำฮอร์โมนเร่งรำกบริเวณรอยแผลบนกิ่งตอนจะช่วยใหก้ ิ่งพืชออกรำกเรว็ มีรำกมำกและเจริญเรว็ ขึน้
4. เมื่อกิ่งตอนมีรำกงอกแทงผ่ำนขุยมะพร้ำวและเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเหลอื ง สีน้ำตำล ปลำยรำกมีสีขำวและมี
จำนวนมำก ใหต้ ัดกิ่งไปชำในภำชนะหรือกระถำง
5.หมุ้ กิ่งตอนโดยนำตุ้มตอน ซึ่งเปน็ ขุยมะพร้ำวที่แช่น้ำแล้วบีบหมำดๆอัดลงในถงุ พลำสตกิ ผกู ปำกถงุ ให้แนน่ มัด
ด้วยเชือก ท้ังบนและล่ำงรอยแผล หลงั ตอนกิง่ 3-5 วันจะต้องรดน้ำตุ้มตอนแลว้ หมุ้ พลำสตกิ ให้มิดถ้ำมีมดเจำะ
ผำ้ ถงุ พลำสติกทำให้ตุ้มตอนแห้งให้ใช้เข็มฉีดยำฉีดน้ำเข้ำไปในตุ้มตอน5-7 วนั /คร้ังจนกว่ำรำกจะออก

32.ใหน้ ักเรยี นเรยี งลาดับการขยายพันธโ์ุ ดยวิธีการตอนจากก่อนไปหลังตามลาดับ.

ก. 1 2 3 4 5 ข. 2 1 3 4 5

ค. 1 2 5 3 4 ง. 2 1 3 5 4

33. ในการทาแผลบนกิ่งตอนควน่ั กิง่ ทง้ั บนและล่างออกเปลือกออกแล้วขูดเนื้อเยือ่ เจริญทเ่ี ป็นเมือกลนื่

ออก เพือ่ จุดประสงคใ์ นข้อใด.

ก. เพือ่ ให้นำ้ และอำหำรได้สะดวก ข. เพื่อรำกจะได้ออกเร็วกว่ำปกติ

ค. เพื่อตัดทำงลำเลียงอำหำรของพืช ง. เพือ่ ควำมสะดวกในกำรฉีดน้ำเข้ำตุ้มตอน

34. ควรทาฮอร์โมนเรง่ ราก บริเวณใดของกิง่ ตอน

ก. แผลบน ซึ่งเปน็ บริเวณทีอ่ อกรำก ข. แผลล่ำง ซึง่ เปน็ บริเวณทีอ่ อกรำก

ค. แผลบนและแผลล่ำง ง. บริเวณทีล่ อกเปลือกออก

35.นกั เรยี นจะตัดกิ่งตอน ชาในถุง กระถาง หรอื ภาชนะเมื่อใด.

ก. รำกเปลี่ยนเปน็ สีเหลอื ง ข. รำกเปลีย่ นเปน็ สีนำ้ ตำล

ค. รำกเปลีย่ นเปน็ สีนำ้ ตำลปลำยรำกสีขำว ง. ถูกทกุ ข้อ

ตอนท่ี 2 ให้นักเรียนดูภำพแล้วเขียนชอ่ื วิธีกำรขยำยพนั ธ์ุพชื ให้ถูกต้อง (5 คะแนน)

1……………………………………………… 2…………………………………………. 3……………….…………………………

4………………………………………….. 5…………………………………………….. 6………………………………………………..
ชื่อ-สกลุ ……………………………………………………………………………………………………………………ช้ัน................................

บนั ทึกขอ้ ความ

สว่ นราชการ โรงเรยี นรำชประชำนุเครำะห์ 47 อำเภอชะอำ จงั หวดั เพชรบรุ ี
ท่…ี ………………………………………… วนั ท่ี …………………………………………………….
เรื่อง ขออนุมตั ิใชแ้ ผนกำรจดั กำรเรียนรู้
เรียน ผอู้ ำนวยกำรโรงเรยี นรำชประชำนุเครำะห์ 47 จังหวัดเพชรบรุ ี
............................................................................................................................. .............................

ด้วยขำ้ พเจำ้ นำงเพลินตำ พูลสวัสดิ์ ตำแหน่ง.ครูชำนำญกำรพเิ ศษ ได้รบั มอบหมำยให้สอนในรำยวิชำ
กำรขยำยพนั ธ์ุพชื รหัสวิชำ ง๒๑๒๔๕ จำนวน ๒.๐ หนว่ ยกติ เวลำเรียน ๔ ชวั่ โมง/ สัปดำห์ จำนวน ๘๐ชัว่ โมง/ภำคเรยี น
ได้จดั ทำแผนกำรจัดกำรเรยี นรู้ ในรำยวิชำดังกล่ำว เพือ่ ใช้ในกำรประกอบกำรจดั กจิ กรรมกำรเรียนกำรสอนในระดับช้ัน
มธั ยมศึกษำปีที่ ๑ .ภำคเรยี นที่ ๑ ประจำปีกำรศึกษำ. ๒๕๖๕ เป็นที่เรยี บรอ้ ยแล้ว

จงึ เรียนมำเพื่อโปรดอนุมตั ิ
ลงชือ่ ....................................
( นำงเพลินตำ พลู สวสั ดิ์ )

............................................................................................................................. .............................
ควำมเหน็ ของรองผอู้ ำนวยกำรกลุ่มบรหิ ำรงำนวิชำกำร / ผทู้ ีไ่ ด้รับมอบหมำย

ได้ตรวจสอบองคป์ ระกอบของแผนกำรจัดกำรเรยี นรู้รำยวิชำดงั กล่ำวแล้ว พบวำ่
ครบถว้ น ครอบคลมุ และสอดคล้องตำมหัวข้อ เนอื้ หำ สำระมำตรฐำนตวั ช้วี ดั / ผลกำรเรียนรู้
ควรปรบั ปรุง เพิม่ เตมิ หรอื แก้ไข ดังนี้ …………………………………………………………………………………….

ลงชอื่ ......................................

( นำยชำญยทุ ธ สุทธิธรำนนท์ )

รองผอู้ ำนวยกำรกลุ่มบรหิ ำรงำนวิชำกำร

............/............./.............

............................................................................................................................. .................................

เรียนเสนอเพือ่ โปรดพิจำรณำ

อนมุ ตั ติ ำมเสนอ ไมอ่ นุมตั ิ เนือ่ งจำก ......................................................................

ลงชือ่ .....................................................

( นำยวีระ แก้วกลั ยำ )

ผู้อำนวยกำรโรงเรยี นรำชประชำนเุ ครำะห์ 47 จงั หวดั เพชรบุรี


Click to View FlipBook Version