The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หลักสูตรพุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาวิปัสสนาภาวนา ebook

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by mcu pali, 2021-04-27 22:01:52

หลักสูตรพุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาวิปัสสนาภาวนา ebook

หลักสูตรพุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาวิปัสสนาภาวนา ebook

Keywords: หลักสูตรพุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาวิปัสสนาภาวนา ebook

มคอ. ๒
รายละเอยี ดของหลักสูตร

หลกั สูตรพทุ ธศาสตรดุษฎีบณั ฑติ

สาขาวิชาวิปัสสนาภาวนา
หลักสูตรใหม่ พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๒

บณั ฑิตศกึ ษา วิทยาลยั สงฆบ์ าฬีศึกษาพทุ ธโฆส
มหาวิทยาลยั มหาจฬุ าลงกรณราชวิทยาลยั
วทิ ยาเขตบาฬศี ึกษาพทุ ธโฆส นครปฐม

มคอ.๒ หลักสูตรพุทธศาสตรดุษฎบี ณั ฑติ สาขาวิชาวิปัสสนาภาวนา ข

รายละเอียดของหลกั สตู รพุทธศาสตรดุษฎีบณั ฑิต

สาขาวิชาวปิ สั สนาภาวนา
หลกั สตู รใหม่ พุทธศักราช ๒๕๖๒
(สำหรบั บรรพชิตและคฤหสั ถ์)
แบบ ๑.๑ แบบ ๒.๑ และแบบ ๒.๒

บณั ฑิตศึกษา วิทยาลยั สงฆบ์ าฬศี ึกษาพุทธโฆส
มหาวิทยาลยั มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
วทิ ยาเขตบาฬีศกึ ษาพุทธโฆส นครปฐม

สภามหาวิทยาลยั มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลยั อนุมัติ ในการประชมุ ครงั้ ที่ ..../.......
เม่ือวนั ท.่ี ......... เดือน...................... พ.ศ. ๒๕๖๒

มคอ.๒ หลกั สตู รพทุ ธศาสตรดษุ ฎบี ณั ฑติ สาขาวชิ าวปิ สั สนาภาวนา ค

คำนำ

มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นมหาวิทยาลัยแห่งคณะสงฆ์ไทยที่
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงสถาปนาขึ้นเพื่อเป็น
สถานศึกษาพระไตรปิฎกและวิชาชั้นสูง สำหรับพระภิกษุสามเณรและคฤหัสถ์ทั่วไป มหาวิทยาลัยมี
ปรัชญาที่จัดการศึกษาพระพุทธศาสนาบูรณาการณ์กับศาสตร์สมัยใหม่พัฒนาจิตใจและสังคม มี
ปณธิ านจดั การศึกษา มงุ่ พฒั นามหาวทิ ยาลัยเป็นศูนย์กลางการศึกษาพระพุทธศาสนาระดับนานาชาติ
โดยจัดการศึกษาและพัฒนาองค์ความรู้บูรณาการกับศาสตร์สมัยใหม่ ให้นำไปสู่การพัฒนาจิตใจและ
สังคมอย่างย่ังยืน มีอัตลักษณ์มหาวทิ ยาลัยในการประยกุ ต์พระพุทธศาสนาเพือ่ พัฒนาจิตใจและสังคม
และมอี ตั ลกั ษณบ์ ัณฑติ ให้มีศรัทธาอทุ ิศตนเพื่อพระพุทธศาสนา

หลักสูตรบัณฑิตศึกษา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตบาฬีศึกษาพุทธ
โฆส นครปฐม มีเป้าหมายผลิตบัณฑิตให้มีคุณธรรมและจริยธรรม มีปฏิปทาน่าเลื่อมใส เป็นผู้นำด้าน
จิตใจและปัญญา สามารถเผยแผ่พระพุทธศาสนา สนองงานคณะสงฆ์ และปฏิบัติงานในหน่วยงาน
ภาครฐั ภาคเอกชน และสถาบนั ต่าง ๆ ไดอ้ ย่างมีประสิทธิภาพ รวมท้ังมพี ืน้ ฐานการศึกษาต่อในระดับ
ปริญญาโทและปริญญาเอกต่อไป การจัดการศึกษาเน้นนโยบายจัดการเรียนการสอนสาขาวิชา
พระพทุ ธศาสนา สาขาบาลพี ุทธศาสตร์ สาขาพระไตรปิฎกศึกษา และสาขาวิปสั สนาภาวนา

ฉะนั้น จึงได้เปิดการเรียนการสอนหลายหลักสูตร ได้แก่ หลักสูตรประกาศนียบัตรบริหาร
กิจการคณะสงฆ์ (ป.บส.) หลักสตู รประกาศนยี บตั รวิปัสสนาภาวนา (ป.วภ.) หลักสูตรประกาศนียบัตร
พุทธศิลปศึกษา (ป.พศ.ศ.) หลักสูตรประกาศนียบัตรบาลีพุทธศาสตร์ (ป.บพ.) หลักสูตรพุทธศาสตร
บัณฑิต สาขาวิชาพระพุทธศาสนา และสาขาวิชาบาลีพุทธศาสตร์ หลักสูตรพุทธศาสตรมหาบัณฑิต
สาขาวิชาพระพุทธศาสนา สาขาวิชาพระไตรปิฎกศึกษา และสาขาวิชาวิปัสสนาภาวนา พร้อมท้ัง
หลักสูตรพุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาวิปัสสนาภาวนา ซึ่งเป็นหลักสูตรระดับปริญญาเอก ดัง
รายละเอยี ดในเอกสารนี้

หลกั สตู รบณั ฑติ ศกึ ษา
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

วิทยาเขตบาฬีศึกษาพทุ ธโฆส นครปฐม

มคอ.๒ หลักสตู รพทุ ธศาสตรดุษฎบี ัณฑิต สาขาวชิ าวปิ สั สนาภาวนา ง

สารบญั

เร่อื ง หนา้

หมวดที่ ๑ ขอ้ มูลท่ัวไป ๑
หมวดที่ ๒ ข้อมูลเฉพาะของหลักสูตร ๘
หมวดท่ี ๓ ระบบการจดั การศึกษา การดำเนนิ การ และโครงสรา้ งหลกั สตู ร ๑๑
หมวดท่ี ๔ ผลการเรียนรู้ กลยุทธก์ ารสอนและประเมินผล ๔๔
หมวดที่ ๕ หลกั เกณฑใ์ นการประเมินผลนิสิต ๖๐
หมวดท่ี ๖ การพฒั นาคณาจารย์ ๖๕
หมวดท่ี ๗ การประกนั คุณภาพหลกั สตู ร ๖๗
หมวดท่ี ๘ การประเมนิ และปรบั ปรุงการดำเนินการของหลักสตู ร ๗๕

ภาคผนวก

คำอธิบายรายวิชาหลักสูตรพุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาวิปัสสนา ๗๗
ภาวนา
ขอ้ บังคับ กฎระเบียบตา่ ง ๆ มหาวิทยาลยั มหาจฬุ าลงกรณราชวิทาลัย และ ๙๑
ขอ้ บงั คับต่าง ๆ ท่ีเกี่ยวขอ้ ง
ประวัติและผลงานอาจารย์ประจำหลักสูตรระดับบัณฑิตศึกษา สาขาวิชา ๑๕๑
วิปสั สนาภาวนา

มคอ. ๒ หลักสตู รพทุ ธศาสตรดุษฎีบัณฑติ สาขาวชิ าวิปสั สนาภาวนา ๔๕

รายละเอียดของหลักสูตรพทุ ธศาสตรดษุ ฎีบณั ฑิต
สาขาวิชาวิปัสสนาภาวนา หลักสูตรใหม่ พ.ศ. ๒๕๖๒

(สำหรบั บรรพชติ และคฤหสั ถ์)
แบบ ๑.๑, แบบ ๒.๑ และแบบ ๒.๒

-------------

ช่ือสถาบันอุดมศกึ ษา มหาวทิ ยาลยั มหาจฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลัย
วิทยาเขต/คณะ/ภาควิชา วทิ ยาเขตบาฬีศึกษาพทุ ธโฆส นครปฐม

หมวดที่ ๑
ข้อมูลท่ัวไป

๑. ชือ่ หลกั สตู ร

ชอ่ื หลักสูตรภาษาไทย : พทุ ธศาสตรดษุ ฎีบัณฑติ สาขาวิชาวิปัสสนาภาวนา
ชอ่ื หลักสตู รภาษาอังกฤษ : Doctor of Philosophy in Vipassana Meditation

๒. ช่อื ปรญิ ญาและสาขาวชิ า

ช่อื เตม็ ภาษาไทย : พทุ ธศาสตรดษุ ฎบี ัณฑติ (วิปสั สนาภาวนา)
ชื่อเตม็ ภาษาองั กฤษ : Doctor of Philosophy (Vipassana Meditation)
ช่อื ยอ่ ภาษาไทย : พธ.ด. (วิปสั สนาภาวนา)
ชอ่ื ยอ่ ภาษาอังกฤษ : Ph.D. (Vipassana Meditation)

๓. วชิ าเอก

สาขาวิชาวปิ สั สนาภาวนา (Vipassana Meditation)

๔. จำนวนหนว่ ยกิตทเี่ รียนตลอดหลักสูตร

๑) หลักสูตร แบบ ๑.๑ จำนวน ๕๔ หน่วยกิต หลักสูตรทำดุษฎีนิพนธ์อย่างเดียว โดยต้อง
ศึกษารายวิชาไม่นบั หน่วยกติ อย่างนอ้ ย ๕ รายวิชา

๒) หลักสูตร แบบ ๒.๑ จำนวน ๕๔ หน่วยกิต เป็นหลักสูตรเน้นวิจัยเข้าห้องเรียน และทำ
ดุษฎีนิพนธ์ โดยทำดุษฎนี พิ นธ์ ๓๖ หน่วยกิต ศึกษารายวชิ ารวม ๑๘ หน่วยกิต ศึกษารายวชิ าที่ไมน่ บั
หน่วยกิต จำนวน ๒๔ หน่วยกิต และศึกษารายวิชาพื้นฐาน ๒๑ หน่วยกิต (เฉพาะผู้ไม่จบปริญญาโท
สาขาวิชาวิปสั สนาภาวนา ตอ้ งศึกษารายวชิ าพื้นฐาน)

มคอ. ๒ หลักสตู รพุทธศาสตรดุษฎบี ัณฑติ สาขาวิชาวิปสั สนาภาวนา ๔๖

๓) หลักสูตร แบบ ๒.๒ จำนวน ๗๘ หน่วยกิต เป็นหลักสูตรเน้นวิจัยเข้าห้องเรียนและทำ
ดุษฎีนิพนธ์ โดยทำดุษฎีนิพนธ์ ๔๘ หน่วยกิต ศึกษารายวิชารวม ๓๐ หน่วยกิตศึกษารายวิชาที่ไม่นับ
หน่วยกิต จำนวน ๒๑ หน่วยกิต และศึกษารายวิชาพื้นฐาน ๒๑ หน่วยกิต (เฉพาะผู้ไม่จบปริญญาโท
สาขาวิชาวปิ สั สนาภาวนา ต้องศกึ ษารายวชิ าพื้นฐาน)

๕. รูปแบบของหลักสูตร

๕.๑ รปู แบบ

กำหนดให้เปน็ ไปตามขอ้ บงั คบั มหาวิทยาลัย ว่าด้วยการศกึ ษาระดับบณั ฑิตศึกษา พ.ศ.๒๕๔๑
(ฉบบั ท่ี ๓) แกไ้ ขเพิม่ เติม พ.ศ. ๒๕๔๙ ข้อ ๕

หลักสูตรระดับดุษฎีบัณฑิต แบบ ๑.๑ และ ๒.๑ ให้มีระยะเวลาศึกษามีน้อยกว่า ๖ ภาค
การศึกษาปกติ และไม่เกนิ ๑๐ ภาคการศึกษาปกติ ในระบบทวิภาค

หลักสูตรระดับดุษฎีบัณฑิต แบบ ๑.๒ และ ๒.๒ ให้มีระยะเวลาศึกษาไม่น้อยกว่า ๘ ภาค
การศกึ ษาปกติ และไม่เกนิ ๑๔ ภาคการศึกษาปกติ ในระบบทวภิ าค

ในกรณีที่นิสิตไม่สามารถสำเร็จการศึกษาในระยะเวลาตามที่กำหน ดคณะกรรมการประจำ
บัณฑติ วทิ ยาลัยอาจอนมุ ัติให้ตอ่ อายสุ ภาพนสิ ิตได้อีก แตท่ ้งั นต้ี ้องไม่เกิน ๒ ภาคการศกึ ษาปกติ

๕.๒ ภาษาท่ีใช้
หลกั สตู รจัดการเรียนการสอนเป็นภาษาไทย ภาษาบาลแี ละภาษาอังกฤษ
๕.๓ การรบั เขา้ ศึกษา
รบั ผู้เข้าศึกษาเป็นชาวไทยและชาวต่างประเทศ
๕.๔ ความร่วมมือกบั สถาบนั อนื่
เป็นหลักสูตรเฉพาะของมหาวิทยาลยั
๕.๕ การใหป้ ริญญาแก่ผ้สู ำเร็จการศกึ ษา

ใหป้ รญิ ญาเพยี งสาขาวิชาเดียว คอื พุทธศาสตรดษุ ฎีบณั ฑิต สาขาวิปสั สนาภาวนา

๖. สถานภาพของหลกั สูตรและการพิจารณาอนุมตั /ิ เหน็ ชอบหลักสูตร

๖.๑ หลกั สูตรใหม่ พ.ศ. ๒๕๖๒
๖.๒ เริ่มใช้ในภาคเรียนที่ ๑ ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๒ เปน็ ตน้ ไป
๖.๓ คณะกรรมการประจำหลกั สตู รบณั ฑติ ศึกษา เหน็ ชอบในการประชมุ ครง้ั ท่ี ๒ /๒๕๖๒

เมอ่ื วนั ที่ ๑ เดือน มนี าคม พ.ศ. ๒๕๖๒
๖.๔ คณะกรรมการวิทยาลยั สงฆเ์ หน็ ชอบ ในการประชมุ คร้ังท่ี ๒ /๒๕๖๒

เมอื่ วันที่ ๘ เดอื น มนี าคม พ.ศ. ๒๕๖๒
๖.๕ คณะกรรมการบัณฑิตวทิ ยาลัย เห็นชอบในการประชุม คร้ังท่ี ๔ /๒๕๖๒

เม่ือวนั ที่ ๕ เดอื น เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๒

มคอ. ๒ หลักสูตรพทุ ธศาสตรดุษฎีบัณฑติ สาขาวชิ าวิปสั สนาภาวนา ๔๗

๖.๖ สภาวิชาการมหาวิทยาลัยมหาจฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลัยเห็นชอบในการประชมุ ครง้ั ที่ ๓/
๒๕๖๒ เมอ่ื วันท่ี ๒๐ เดอื น เมษายน ๒๕๖๒

๖.๗ สภามหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลัย อนุมัติในการประชมุ ครั้งที่ ๓ /๒๕๖๒
เม่อื วันที่ เดือน เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๒

๗. ความพรอ้ มในการเผยแพรห่ ลกั สตู รที่มคี ุณภาพและมาตรฐาน

จะขอประเมินความพร้อมเพื่อการแผยแพร่หลักสูตร ในปีการศึกษา ๒๕๖๖ (หลังจากเปิด
สอนหลกั สูตรเป็นเวลา ๔ ป)ี

๘. อาชีพท่สี ามารถประกอบไดห้ ลงั สำเรจ็ การศกึ ษา

๘.๑ ครู อาจารยในสถาบนั การศึกษา นกั วิชาการ อาจารย์
๘.๒ ผู้เช่ยี วชาญด้านวปิ ัสสนาภาวนา
๘.๓ นกั วจิ ยั ทางด้านพระพุทธศาสนาและวปิ ัสสนาภาวนา
๘.๔ เจ้าคณะ พระสังฆาธิการผูบ้ รหิ ารคณะสงฆ์
๘.๕ พระวปิ ัสสนาจารยผ์ ู้เผยแผพ่ ระพุทธศาสนา
๘.๖ ทป่ี รกึ ษาทงั้ องคกรภาครัฐและเอกชน
๘.๗ อ่นื ๆ ทเี่ กยี่ วข้องกับสาขาวิชาวิปสั สนาภาวนาและศาสนา

๙. ชื่อ นามสกุล เลขประจำตัวประชาชน ตำแหน่งและคุณวุฒิการศึกษาของอาจารย์
ผู้รับผดิ ชอบหลักสตู ร

๑) อาจารยผ์ ูร้ บั ผิดชอบหลกั สูตร สาขาวชิ าวปิ สั สนาภาวนา

มหาวทิ ยาลยั จฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลยั วทิ ยาเขตบาฬศี กึ ษาพุทธโฆส นครปฐม

ตำแหน่ง ชื่อ- นามสกุล คณุ วฒุ ิ/สาขาวิชา สถาบันทีส่ ำเรจ็ ปที สี่ ำเรจ็

ผูช้ ว่ ย พระมหาชิต ฐานชโิ ต,ผศ. Ph.D. (SanskritVedic Sumputananan Sanskrit ๒๕๔๕
ศาสตราจ ดร*(โตง้ กระโทก) Studies) University, India ๒๕๔๑
Banaras Hindu Uni, India ๒๕๓๓
ารย์ ๓ ๓๐๐๖ ๐๐๐๒๙ ๗๘ ๘ M.A. (Sanskrit Literature) มหาวิทยาลัยมหามกฎุ ฯ ๒๕๕๖
ศน.บ. (การศกึ ษา) ๒๕๔๙
๒๕๓๘
ผชู้ ่วย ผศ.ดร.วโิ รจน์ คมุ้ ครอง* พธ.ด. (พระพุทธศาสนา) มหาวทิ ยาลยั มหาจุฬาฯ ๒๕๕๙
๒๕๔๘
ศาสตราจ ๓ ๗๔๐๓ ๐๐๐๙๑ ๐๒ ๖ พธ.ม. (พระพทุ ธศาสนา) มหาวทิ ยาลัยมหาจุฬาฯ ๒๕๓๙

ารย์ ป.ธ. ๙ (บาลี) แมก่ องบาลีสนามหลวง

อาจารย์ ดร.ธานี สวุ รรณประทีป* พธ.ด. (พระพทุ ธศาสนา) มหาวทิ ยาลัยมหาจุฬาฯ

๓ ๗๒๐๕ ๐๐๒๖ ๙๑๒ ๑ ศน.ม.(พุทธศาสนาและปรชั ญา) มหาวิทยาลยั มหามกฎุ ฯ

ป.ธ. ๙ (บาลี) แมก่ องบาลีสนามหลวง

*อาจารยผ์ รู้ ับผดิ ชอบหลกั สตู ร

มคอ. ๒ หลกั สตู รพทุ ธศาสตรดษุ ฎีบัณฑติ สาขาวชิ าวปิ ัสสนาภาวนา ๔๘

๑๐. สถานทจี่ ัดการเรยี นการสอน

มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตบาฬีศึกษาพุทธโฆส นครปฐม ที่อยู่ :
เลขที่ ๑๐๘/๕ วัดมหาสวัสดิน์ าคพุฒาราม หมู่ที่ ๒ ซอยวัดมหาสวสั ดิ์ ถนนศาลายา-นครชัยศรี ตำบล
หอมเกร็ด อาเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม ๗๓๑๑๐

๑๑. สถานการณ์ภายนอกหรือการพัฒนาที่จำเป็นต้องนำมาพิจารณาในการวางแผน
หลกั สตู ร

๑๑.๑ สถานการณ์หรอื การพัฒนาทางเศรษฐกิจ

สถานการณ์ของระบบเศรษฐกิจโลกในยุคโลกาภิวัตน์ที่มีความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
แนวคิดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเป็นเป้าหมายการพัฒนาประเทศไทย ที่ได้กําหนดไว้ในแผนพัฒนา
เศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๘ และต่อเนื่องมาจนฉบับที่ ๑๒ ที่ต้องการสร้างการเติบโตของ
คนไทย อย่างมีคุณภาพ และหล่อหลอมให้คนไทยมีค่านิยมตามบรรทัดฐานที่ดีทางสังคม เป็นคนดี มี
สุขภาวะทด่ี ี มีคุณธรรมจริยธรรม มรี ะเบยี บวนิ ยั และมีจติ สาํ นกึ ท่ีดีต่อสังคมส่วนรวม ตลอดจนพัฒนา
ทักษะให้สอดคล้องกบั ความต้องการในตลาดแรงงานและทกั ษะท่จี ําเปน็ ต่อการดาํ รงชีวิตในศตวรรษที่
๒๑ เมื่อพิจารณาแผนพฒั นาฯ ฉบบั ที่ ๑๒ ทยี่ ดึ หลัก “ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง” “การพัฒนาท่ี
ยั่งยืน” และ “คนเป็น ศูนย์กลางการพัฒนา” จะพบว่า รัฐบาลต้องการวางรากฐานเพื่อพัฒนาให้คน
ไทยเป็นคนที่สมบูรณ์ มีคุณธรรม จริยธรรม มีระเบียบวินัย ค่านิยมที่ดี มีจิตสาธารณะและมีความสุข
โดยมีสุขภาวะและสุขภาพที่ดี ครอบครัวอบอุ่น ตลอดจนเป็นคนเก่งที่มีทักษะความรู้ความสามารถ
และพฒั นาตนเองได้ต่อเนือ่ งตลอดชีวติ

สถานการณ์ดังกล่าวนี้จึงต้องการการจัดการศึกษาที่สามารถพัฒนาคนในด้านสติปัญญา
ความรอบรู้ในเชิงวิชาการและญาณปัญญาในด้านวิปัสสนาภาวนา ที่จะนำพาไปสู่การพัฒนาชีวิตและ
จิตวิญญาณที่ยั่งยืน โดยมีคนเป็นศูนย์กลาง แล้วประยุกต์องค์ความรู้นั้นขับเคลื่อนชุมชนสังคม และ
ประเทศชาตติ ่อไป

๑๑.๒ สถานการณ์หรอื การพัฒนาทางสงั คมและวฒั นธรรม
สภาพสงั คมท่ีเปลีย่ นแปลงไปตามกระแสโลกาภิวตั น์ ส่ิงทป่ี รากฏอย่างเด่นชัดก็คือ ประเทศมี
ความก้าวหน้าทางด้านเศรษฐกิจ โดยมีตัวบ่งชี้ที่สําคัญ คือ GDP (Gross Domestic Product) ที่
เติบโตตามลําดับ แต่ในขณะเดียวกนั กลับพบว่า ปัญหาต่าง ๆ ในสังคมที่ก่อตัวขึ้นและมีผลกระทบต่อ
ชุมชน สังคม ประเทศชาติมีมากมาย เช่น ปัญหาความรุนแรงในครอบครัว สังคม และประเทศชาติ
ปัญหาการทุจริตคอรัปชั่น ปัญหาการว่างงาน ปัญหาความเหลื่อมล้ำในสังคม ปัญหาด้านการบริหาร
จัดการที่เกิดจากการใช้กฎหมายอย่างไม่เป็นธรรม ปัญหาการขาดธรรมาภิบาลในองค์กรปัญหาเรื่อง
ค่านิยมที่ดีงาม เป็นต้น ประเด็นปัญหาดังกล่าวข้างต้น ทําให้เกิดการเรียกร้องหาหลักการและวิธีการ
แก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คือ หลักการและวิธีการทางปรัชญาและศาสนา เพื่อใช้

มคอ. ๒ หลักสตู รพทุ ธศาสตรดุษฎบี ณั ฑติ สาขาวชิ าวิปัสสนาภาวนา ๔๙

เป็นแนวทางในการแก้ไขปัญหา เพราะปรัชญาและศาสนาถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิต เมื่อมนุษย์
ในสงั คมประสบปัญหาจําเป็นจะต้องหาหลักการ วธิ กี าร ที่อยู่ในวิถชี ีวิตของมนุษย์มาเป็นกรอบในการ
พิจารณาแก้ไข ดังนั้น การปรับปรุงการจัดการเรียนการสอนด้านปรัชญาและ ศาสนาให้ทันต่อความ
เปลย่ี นแปลงของสังคม ที่ขบั เคล่ือนด้วยความเจริญของเทคโนโลยีในสงั คมปัจจุบันจึงเป็นสิง่ สําคญั

๑๒. ผลกระทบจาก ข้อ ๑๑ ต่อการพัฒนาหลักสตู รและความเกี่ยวข้องกับพนั ธกิจของ
สถาบัน

๑๒.๑ การพฒั นาหลกั สตู ร

หลักสูตรบัณฑิตศึกษาวิทยาเขตบาฬีศึกษาพุทธโฆส นครปฐม ได้ตระหนกั ถึงความสำคัญและ
ความจำเป็นในการผลิตบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถทางด้านการปฏิบัติวิปัสสนาภาวนาอันเป็น
หัวใจของพระพุทธศาสนาที่แท้จริง มีองค์ความรู้และประสบการณ์ในลักษณะท่ีเป็นผู้รู้จริงและปฏิบตั ิ
ได้ กระตุ้นให้เกิดการเรียนรู้พระพุทธศาสนาในเชิงรุกที่มีศักยภาพ เพื่อให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง
เหล่านั้น จึงต้องพัฒนามนุษย์ให้รู้เท่าทันต่อการเผชิญสิ่งแวดล้อมใหม่ ๆ ที่ท้าทายต่อการดำเนินชีวิต
ของมนุษย์ให้มีความเขา้ ใจเหตแุ ละผล ดงั นัน้ จึงตอ้ งมีหลกั สูตรเพ่ือสร้างบุคลากรที่มีความรู้อย่างลึกซ้ึง
ในหลักธรรมและการปฏิบัติวิปัสสนาภาวนาด้วยตนเองและสามารถสอนผู้อื่น สามารถประยุกต์ใช้
อย่างสอดคลอ้ งกับเศรษฐกิจ สังคม วฒั นธรรมและจติ วญิ ญาณได้อย่างมปี ระสทิ ธภิ าพ

การจัดการศึกษาวิปัสสนาภาวนาเป็นการพัฒนาจิตวิญญาณผู้คนในสังคมให้เป็นผู้รู้เท่ารู้ทัน
และรแู้ จง้ ในศาสตรต่าง ๆ อย่างรู้เท่าทนั โดยเฉพาะศาสตร์สมยั ใหม ใหนสิ ิตมที ักษะการคิด วิเคราะห
วิพากษ วจิ ารณ และสามารถสงั เคราะหองคความรูทางดา้ นวปิ สั สนาภาวนา ตลอดถึงศาสตรสมัยใหม
ในเชิงลึก สามารถพัฒนาตนเองและสังคมอยางยง่ั ยืนได เปนผูมีคณุ ธรรมจริยธรรม ซงึ่ จะเปนทางเลือก
หนง่ึ ในการพัฒนาศกั ยภาพของคนไทยในยุคไทยแลนด ๔.๐

๑๒.๒ ความเกี่ยวขอ้ งกับพนั ธกจิ ของสถาบัน

เป็นหลักสูตรการเรียนการสอน การวิจัยหลักการและหลักปฏิบัติวิปัสสนาภาวนาในคัมภีร์
พระพุทธศาสนา โดยมุ่งเน้นสร้างองค์ความรู้ในการรักษาสืบทอดและเผยแผ่หลักปฏิบัติวิปัสสนา
ภาวนา มงุ่ พัฒนาบุคลากรของสถาบันศาสนาให้มคี วามร้คู วามสามารถในการสอนธรรมนำปฏบิ ตั ิ และ
อธิบายญาณและชี้ทางสว่างแก่สังคม จึงสอดคล้องกับพันธกิจของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราช
วิทยาลัย คือ ผลิตบัณฑิต วิจัยและพัฒนา ส่งเสริมพระพุทธศาสนาบริการวิชาการแก่สังคม และทำนุ
บำรงุ ศิลปวัฒนธรรม

ตามที่ปรัชญาของมหาวิทยาลัยหรือนโยบายของมหาวิทยาลัยที่มุ่งเน้นการเป็นศูนย์กลาง
การศึกษาพระพุทธศาสนา บูรณาการกับศาสตร์สมัยใหม่ เพื่อพัฒนาจิตใจและสงั คม ไปพร้อมกับการ
พัฒนาสู่ความเป็นเลิศทางวิชาการ และมีความคิดวิเคราะห์ทางด้านศาสนาและปรัชญา โดยเฉพาะ

มคอ. ๒ หลกั สตู รพุทธศาสตรดุษฎีบัณฑติ สาขาวชิ าวปิ สั สนาภาวนา ๕๐

ศาสตร์ที่เป็น ปรัชญาและศาสนารวมทั้งศาสตร์สมัยใหม่ เมื่อมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราช
วิทยาลัยได้กําหนดพนั ธกิจ ไว้เช่นน้ัน จึงจําเปน็ จะต้องมีการปรบั ปรุงและพัฒนาหลกั สูตรพุทธศาสนา
ดุษฎีบณั ฑิต สาขาวิชาวปิ ัสสนาภาวนา เพือ่ พัฒนานิสติ ใหม้ ีความรู้ความสามารถ แตกฉานดา้ นปรัชญา
และศาสนา อันจะนําไปสู่การผลิตงานวิจัยเชิงบูรณาการระหว่างสาขาวิชาวิปัสสนาภาวนากับศาสตร์
สมัยใหม่ นอกจากนี้ความรู้ความสามารถดังกล่าวจะทําให้นิสิตเป็นผู้มีทักษะการสื่อสาร การทํางาน
เป็นหมู่คณะ การแก้ปัญหา การบริหารความเสี่ยง การคิดสร้างสรรค์ ตลอดถึงความรับผิดชอบทั้งต่อ
ตนเองและต่อผู้อื่น ตามแนวทางการเรียนรู้ตลอดชีวิตเป็น คนที่สมบูรณ์ มีคุณธรรมจริยธรรม มี
ระเบียบ วินัย ค่านิยมที่ดี มีจิตสาธารณะ และมีความสุข โดยมีสุขภาวะและสุขภาพที่ดี ครอบครัว
อบอุ่น ตลอดจน เป็นคนเก่งที่มีทักษะความรู้ความสามารถและพัฒนาตนเองได้ต่อเนื่องตลอดชีวิต
ดว้ ยเหตผุ ลทีก่ ล่าวมาข้างตน้ บณั ฑติ ศกึ ษา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตบาฬี
ศึกษาพุทธโฆส นครปฐม จึงเล็งเห็นความสําคัญอย่างยิ่งในการปรับปรุงและพัฒนาหลักสูตรพุทธ
ศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาวิปัสสนาภาวนา แล้วนําเสนอส่วนงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเห็นชอบและ
ดาํ เนินการในขั้นต่อไป

๑๓. ความสัมพันธ์กับหลักสตู รอ่นื ท่เี ปดิ สอนในคณะ/ภาควิชาอน่ื ของสถาบนั

๑๓.๑ กล่มุ วชิ า/รายวิชาในหลักสูตรนท้ี เ่ี ปิดสอนโดยคณะ/ภาควิชา/หลกั สตู รอ่นื

รายวิชาที่บัณฑิตวิทยาลัยกำหนดให้นิสิตต้องศึกษา คือ วิปัสสนาภานาในคัมภีร์
พระพุทธศาสนา เป็นรายวิชาพ้ืนฐานท่ีจำเป็นต้องเรียนรู้เกี่ยวกบั หลักการและวธิ ีการปฏิบัติกรรมฐาน
ในคมั ภีร์พระพทุ ธศาสนาเถรวาท เพือ่ ความเขา้ ใจและใชเ้ ป็นเคร่ืองมือสบื คน้ งานวิจยั ตอ่ ไป

นอกจากนี้ การศึกษาหลักสูตรพุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิปัสสนาภาวนายังเป็น
การศึกษาต่อเนื่องจากหลักสูตรพุทธศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาพระพุทธศาสนา และบาลีพุทธศาสตร์
เช่น วิชาธรรมภาคปฏิบัติ วิชากรรมฐานเป็นต้น และหลักสูตรพุทธศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชา
วิปสั สนาภาวนา ทำให้ผศู้ กึ ษา/นิสิตมีความสัมพันธ์ต่อเน่ือง และเกิดความร้คู วามเข้าใจหลกั การปฏิบัติ
วปิ ัสสนาภาวนาในพระพุทธศาสนามากย่ิงข้นึ

๑๓.๒ กลมุ่ วิชา/รายวิชาในหลักสูตรที่เปดิ สอนให้ภาควชิ า/หลักสตู รอืน่ ต้องมาเรียน

-ไมม่ -ี

๑.๓.๓ การบรหิ ารจัดการหลักสูตร

๑.๓.๓.๑ โครงการหลักสูตรพุทธศาสตรดุษฎีบณั ฑิต (พธ.ด.) สาขาวิชาวิปัสสนาภาวนา
มีรูปแบบการบริหารโดยคณาจารยประจาํ หลักสูตร

มคอ. ๒ หลักสูตรพทุ ธศาสตรดษุ ฎีบัณฑติ สาขาวิชาวิปสั สนาภาวนา ๕๑

๑๓.๓.๒ อาจารยประจําหลักสูตรพุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาวิปัสสนาภาวนา
ควบคุมการดําเนนิ การเก่ียวกบั การจดั การเรียนการสอนเพื่อใหเปนไปตามขอกําหนดรายวชิ า โดยยึด
หลักเกณฑการประเมินของ สกอ.

๑๓.๓.๓ อาจารยประจําหลักสูตร ทําหนาที่ประสานงานกับอาจารยที่เกี่ยวของกับ
หลักสูตร ตลอดทั้งอาจารยผูสอน เพื่อพิจารณาแนวสังเขปประจําวิชาและรายละเอียดประจําวิชา
การจัดการเรยี นการสอน การวดั ผลและการประเมนิ ผลการเรยี น

หมวดท่ี ๒
ขอ้ มลู เฉพาะของหลักสตู ร

๑. ปรัชญา ความสำคญั และวัตถปุ ระสงค์ของหลักสูตร

๑.๑ ปรัชญาของหลักสูตร
ผลิตพุทธศาสตรดุษฎบี ัณฑิต สาขาวิชาวิปัสสนาภาวนา ให้เป็นผู้รูจ้ ริงรู้แจ้งในหลักพทุ ธธรรม
พฒั นาองค์ความรูด้ ้านวปิ สั สนาภาวนา มีวสิ ัยทศั นก์ า้ วไกลมุ่งสูก่ ารเผยแผ่สันตธิ รรม
๑.๒ ความสําคญั ของหลกั สตู ร
ความเจรญิ ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีได้ทําให้สังคมมนุษย์เปลย่ี นแปลงไปอย่างรวดเร็ว
การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวมีผลกระทบ อย่างมาก ต่อ มนุษย์ในหลายด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ด้าน
ความจริง ความดี และความงามที่มนุษย์คยยึดถือ จึงส่งผลให้สังคมต้องเผชิญปัญหาที่ไม่สามารถจะ
แก้ไขได้ด้วย กฎหมายหรือระเบียบทางสังคม การจะแก้ไขปัญหาดังกล่าวจําเป็นจะต้องจัดการศึกษา
ให้มนุษย์เป็นผู้มีความสามารถรู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลง โดยวิเคราะห์ วิจารณ์ วิพากษ์เรื่องความจริง
ความดี และความงาม จนกระทั่ง รู้จักแยกแยะคณุ ค่าทีส่ ําคญั ระหวา่ งมนุษย์กบั มนษุ ย์ มนษุ ยก์ ับสังคม
มนุษย์กบั ส่งิ แวดล้อม และมนุษย์กับเทคโนโลยี ซงึ่ จะทําให้มนุษยส์ ามารถ รู้และตดั สินใจว่าส่ิงใดควร
ทํา สง่ิ ใดไมค่ วรทาํ เพ่ือการดํารงชวี ิตอย่ใู นสงั คมได้อย่างมีความสุข

มคอ. ๒ หลกั สูตรพุทธศาสตรดษุ ฎีบณั ฑติ สาขาวชิ าวิปสั สนาภาวนา ๕๒

การศกึ ษาวชิ าวิปัสสนาภาวนาจึงมีความสําคัญต่อมนุษย์อย่างยิ่ง เพราะวิชาน้ีสอนให้มนุษย์มี
ความรู้แจ้งเห็นจริงในภาวะการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นกับชีวิต และสอนให้เกิดความดีความงาม โดยเน้น
การปลูกฝังศักยภาพในด้านการรู้จักคิดวิเคราะห์ วิจารณ์ วิพากษ์ และสังเคราะห์องค์ความรู้บนฐาน
ของความจริง ความดี และความงาม ผลที่ได้จากการศึกษาวิชานี้จะทําให้ผู้เรียนพัฒนาตนเองและ
สงั คมให้มีความผาสกุ อย่างยั่งยืนและถาวรได้

๑.๓ วัตถุประสงคข์ องหลักสตู ร

๑.๓.๑ เพื่อผลิตพุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาวิปัสสนาภาวนา ให้เป็นผู้มีความรู้
ความเข้าใจ และเชี่ยวชาญในการปฏิบัติวิปัสสนาภาวนาที่ถูกต้องตามหลักพระพุทธศาสนาทั้งภาค
ปรยิ ตั แิ ละปฏบิ ตั ิ

๑.๓.๒ เพื่อผลิตพุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาวิปัสสนาภาวนา ให้เป็นผู้มี
ความสามารถสอนธรรมนำปฏบิ ัติ ตลอดถึงอธบิ ายญาณวิปสั สนาภาวนาได้ และมีความรู้ความสามารถ
ปราบปรับวาท ทเ่ี กดิ ขน้ึ ใหเ้ รียบร้อยโดยชอบธรรม ได้อยา่ งถูกต้องตามพุทธประสงค์และมปี ระสิทธิภาพ

๑.๓.๓ เพื่อผลิตพทุ ธศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาวปิ ัสสนาภาวนา ให้เป็นผู้มีความรู้ มี
ทักษะ สามารถศึกษาค้นคว้าและวิจัยพัฒนาแนวทางการปฏิบัติและหลักการสอนวิปัสสนาภาวนาใน
ระดบั สูงได้

๑.๓.๔ เพื่อผลิตพุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาวิปัสสนาภาวนา ให้เป็นผู้มี
ความสามารถในการคิด วิเคราะห์ วิพากษ์ วิจารณ์ และสังเคราะห์ องค์ความรู้ทางด้านวิปัสสนา
ภาวนาและศาสนาเขา้ กบั ศาสตร์สมยั ใหมไ่ ด้

๒. แผนพัฒนาปรบั ปรงุ

แผนการพฒั นา/เปล่ยี นแปลง กลยุทธ์ หลกั ฐาน/ตัวบ่งช้ี

๑. จัดทำและปรับปรุงหลักสูตร - พัฒนาหลักสูตรโดยมีพื้นฐาน - เ อ ก ส า ร ป ร ั บ ป รุ ง

ให้มีมาตรฐานไม่ต่ำกว่าที่ สกอ. จากหลักสูตรมาตรฐานคุณวุฒิ หลักสตู ร

กำหนด และสอดคล้องกับกรอบ ระดับ อดุ มศึกษาแหง่ ชาติ - ร า ย ง า น ผ ล ก า ร

แผนอุดมศึกษาระยะยาว ๑๕ ปี - ติดตามประเมินหลักสูตรอย่าง ประเมินหลักสูตร

ฉบับที่ ๒ (๒๕๕๑-๒๕๖๕) สมำ่ เสมอ

๒. ปรับปรุงหลักสูตรใ ห้ - ติดตามความเปลี่ยนแปลงใน - ร า ย ง า น ผ ล ก า ร

สอดคล้องกับความต้องการของ ความต้องการขององค์กร ประเมินความพงึ พอใจ

องค์กรภาครัฐและเอกชน รวมท้ัง ภาครัฐและเอกชน รวมถึง ของผู้เรียนต่อความรู้

คณะสงฆ์ คณะสงฆ์ และความทันสมัยของ

- นำแนวคิด รวมทั้งเทคโนโลยี หลัก สตู ร

ใหม่ ๆ มาใช้ในการเรียนการ - ร า ย ง า น ผ ล ก า ร

ประเมินความพงึ พอใจ

มคอ. ๒ หลกั สูตรพทุ ธศาสตรดุษฎีบัณฑติ สาขาวิชาวปิ สั สนาภาวนา ๕๓

แผนการพฒั นา/เปลีย่ นแปลง กลยทุ ธ์ หลักฐาน/ตวั บง่ ช้ี

สอนเพื่อเพิ่มศักยภาพของ ของผู้ใช้บัณฑิตหรือ

หลักสูตร นายจ้าง

๓. พัฒนาบุคลากรด้านการ - อาจารย์ทุกคนโดยเฉพาะ - รายชื่อบุคลากรและ

เรียนการสอน การวิจัยและการ อาจารย์ใหม่ต้องเข้าอบรม อาจารยท์ รี่ ับการอบรม

บริการวิชาการ สอดคล้องกับพันธ หลักสูตรการสอนรูปแบบ - ปริมาณงานบริการ

กิจของมหาวิทยาลัย การบริการ ต ่ า ง ๆ แ ล ะ ก า ร ว ั ด ผ ล วิชาการต่ออาจารย์ใน

วิชาการให้มีประสบการณ์จากการ ประเมินผลทั้งนี้เพื่อให้มี หลักสูตร

นำความรู้ด้านพระไตรปิฎกและ ความรู้ความสามารถในการ - รายงานผลประเมิน

หลักปฏิบัติวิปัสสนาภาวนาไป ป ร ะ เ ม ิ น ผ ล ต า ม ก ร อ บ ความของผู้ใช้บริการ

ปฏบิ ัตงิ านจริง มาตรฐานคุณวุฒิที่ผู้สอน วิชาการ

จะต้องสามารถวัดและ - จำนวนโครงการ/

ประเมินผลไดเ้ ป็นอย่างดี ก ิ จ ก ร ร ม ท ี ่ เ ป็ น

- สนับสนุนบุคลากรด้านการ ประโยชน์ต่อชุมชน

สอนให้ทำงานบริการวิชาการ แ ล ะ ก า ร บ ร ร ล ุ ผ ล

แกอ่ งค์กรภายนอก สำเรจ็

- อาจารย์สายปฏิบัติการต้องมี - ใบรบั รองวิชาชพี

ใบรับรองวิชาชีพในสาขาวิชา

ที่สอนปฎิบัติ (Workshop

Certification)

- ส่งเสริมให้มีการนำความรู้ท้ัง
ภาคทฤษฎีและปฏิบัติ และ
งานวิจัยไปใช้จริงเพื่อทำ
ประโยชน์ให้แก่สังคมและ
คณะสงฆ์

มคอ. ๒ หลกั สูตรพทุ ธศาสตรดุษฎีบัณฑติ สาขาวชิ าวิปัสสนาภาวนา ๕๔

หมวดที่ ๓
ระบบการจดั การศึกษา การดำเนนิ การ และโครงสร้างหลักสตู ร

๑. ระบบการจัดการศึกษา

๑.๑. ระบบการศึกษา

๑.๑.๑ บัณฑิตวิทยาลัย จัดการศึกษาระบบหนว่ ยกิตทวภิ าค โดยแบ่งเวลาการศึกษาใน
แต่ละปีการศึกษาออกเป็น ๒ ภาคการศึกษาปกติ แต่ละภาคการศึกษามีเวลาศึกษาไม่น้อยกว่า ๑๕
สัปดาห์

บัณฑิตวิทยาลัยอาจจัดการศึกษาภาคฤดูร้อนได้อีก ๑ ภาค มีเวลาศึกษาไม่น้อยกว่า ๖
สัปดาห์ โดยกําหนดระเบียบวาดวยการศึกษาภาคฤดูรอนตามเกณฑมาตรฐานหลักสูตรระดับ
บัณฑิตศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ๒๕๔๘ และตามระเบียบบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหา
จฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลัย วาดวยการศกึ ษาภาคฤดูรอน พ.ศ. ๒๕๕๒

๑.๑.๒ สำหรบั สอบวดั คุณสมบัติ ดงั ต่อไปนี้

๑) แบบ ๑ สอบผ่านการสอบวัดคุณสมบัติ (Qualifying Examination) เพื่อเป็น
ผู้มีสิทธิขอทำดุษฎีนิพนธ์ เสนอดุษฎีนิพนธ์ และสอบผ่านการสอบปากเปล่าขั้นสุดท้าย โดย
คณะกรรมการที่สถาบันอุดมศึกษานั้นแต่งตั้ง ซึ่งต้องประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิจากภายในและ
ภายนอกสถาบัน และตอ้ งเปน็ ระบบเปดิ ใหผ้ ู้สนใจเขา้ รบั ฟงั ได้

สำหรับผลงานดุษฎีนิพนธ์หรือส่วนหนึ่งของดุษฎีนิพนธ์ต้องได้รับการตีพิมพ์หรือ
อย่าน้อยได้รับการยอมรับให้ตีพิมพ์ในวารสารระดับชาติหรือนานาชาติที่มีคุณภาพตามประกาศ
คณะกรรมการอุดมศึกษา เรื่อง หลักเกณฑ์การพิจารณาวารสารทางวิชาการสำหรับการเผยแพร่
ผลงานทางวิชาการ อยา่ งน้อย ๒ เร่อื ง

๒) แบบ ๒ ศึกษารายวิชาครบถ้วนตามที่กำหนดในหลักสูตร โดยจะต้องได้รับ
คะแนนเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า ๓.๐๐ จากระบบ ๔ ระดับคะแนนหรือเทียบเท่า สอบผ่านการสอบวัด
คุณสมบัติ (Qualifying Examination) เพื่อเป็นผู้มีสิทธิขอทำดุษฎีนิพนธ์ เสนอดุษฎีนิพนธ์ และสอบ
ผ่านการสอบปากเปล่าขั้นสุดท้าย โดยคณะกรรมการที่สถาบันอุดมศึกษานั้นแต่งตั้ง ซึ่งต้อง
ประกอบดว้ ยผู้ทรงคุณวุฒิจากภายในและภายนอกสถาบัน และตอ้ งเป็นระบบเปิดใหผ้ สู้ นใจเข้ารับฟัง
ได้

สำหรับผลงานดุษฎีนิพนธ์หรือส่วนหนึ่งของดุษฎีนิพนธ์ต้องได้รับการตีพิมพ์หรือ
อย่าน้อยได้รับการยอมรับให้ตีพิมพ์ในวารสารระดับชาติหรือนานาชาติที่มีคุณภาพตามประกาศ

มคอ. ๒ หลักสตู รพุทธศาสตรดุษฎบี ัณฑติ สาขาวชิ าวิปสั สนาภาวนา ๕๕

คณะกรรมการอุดมศึกษา เรื่อง หลักเกณฑ์การพิจารณาวารสารทางวิชาการสำหรับการเผยแพร่
ผลงานทางวชิ าการ อย่างน้อย ๒ เรือ่ ง

ทั้งนี้ให้เป็นไปตาม ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่องเกณฑ์มาตราฐานหลักสูตรระดับ
บณั ฑิตศึกษา พ.ศ. ๒๕๕๘ (เลม่ ที่ ๑๓๒ ตอนพิเศษ ๒๙๕ ง ๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๘ หนา้ ๑๒-๒๔)

๑.๑.๓ นิสิตตอ้ งสอบผ่านภาษาองั กฤษจากสถาบันภาษา มหาวทิ ยาลัยมหาจุฬาลงกรณ
ราชวิทยาลัย (LIMCU) หรือสถาบันภาษาอื่นที่มหาวิทยาลัยกำหนด และเลือกสอบภาษาต่างประเทศ
อีก ๑ ภาษา คือ ภาษาบาลี ภาษาสันสกฤต ภาษาเยอรมัน ภาษาญี่ปุ่น ภาษาจีน หรือภาษาฝรั่งเศส
นิสิตชาวต่างประเทศที่จบการศึกษาระดับปริญญาโทจากสถาบันการศึกษาในต่างประเทศ สามารถ
เลอื กภาษาไทยเปน็ ภาษาตา่ งประเทศได้

๑.๑.๔ นิสิตที่ศึกษารายวิชามาแล้วไม่น้อยกว่า ๑ ภาคการศึกษาปกติ และมีหน่วยกิต
สะสมไม่น้อยกวา่ ๖ หนว่ ยกิต มีสิทธเิ สนอโครงรา่ งดุษฎีนิพนธเ์ พอื่ ขออนุมตั ิลงทะเบยี นทําดุษฎนี พิ นธ์

๑.๑.๖ ระบบการศึกษาในเรื่องอื่น ๆ ให้นําข้อบังคับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราช
วิทยาลยั วา่ ด้วยการศึกษาระดับบัณฑิตศกึ ษา พ.ศ. ๒๕๔๑ และฉบบั แก้ไขเพมิ่ เตมิ พ.ศ. ๒๕๔๙ มาใช้
โดยอนุโลม

๑.๒ การจัดการศึกษาภาคฤดูร้อน

บัณฑิตวิทยาลัยอาจจัดการศึกษาภาคฤดูร้อนได้อีก ๑ ภาคการศึกษา โดยกําหนดระยะเวลา
และจํานวนหน่วยกิตให้มีสัดส่วนเทียบเคียงกันได้กับการศึกษา ภาคปกติ โดยให้เป็นไปตามข้อบังคับ
ของมหาวิทยาลยั มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลยั ว่าดว้ ยการศึกษาระดับบณั ฑิตศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๑ และ
ฉบับแก้ไขเพ่ิมเติม พ.ศ.๒๕๔๙

๑.๓ การเทยี บเคียงหนว่ ยกิตในระบบทวิภาค

๑.๓.๑ ให้มีระยะเวลาการศึกษาตลอดหลักสูตรไม่น้อยกว่า ๖ ภาคการศึกษาปกติและ
ไม่เกนิ ๑๐ ภาคการศึกษาปกติในระบบทวิภาค

๑.๓.๒ รายวิชาที่กำหนดให้นิสิตฟังการบรรยายสัปดาห์ละ ๑ ชั่วโมง และศึกษานอก
เวลาอกี ไมน่ อ้ ยกวา่ สัปดาหล์ ะ ๓ ช่วั โมง ตลอดภาคการศกึ ษา ให้มีคา่ เท่ากบั ๑ หนว่ ยกิต

๑.๓.๓ รายวิชาที่นิสิตใช้เวลาปฏิบัติการ อภิปราย หรือสัมมนาสัปดาห์ละ ๒ ถึง ๓
ชั่วโมง และเมื่อรวมเวลาศึกษานอกเวลาแล้ว นิสิตให้เวลาไม่น้อยกว่าสัปดาห์ละ ๓ ชั่วโมง ตลอดภาค
การศึกษา ให้มีคา่ เทา่ กับ ๑ หน่วยกิต

๑.๓.๔ รายละเอียดอื่นใด ที่เกี่ยวกับระยะเวลาการศึกษา ให้นำข้อบังคับมหาวิทยาลัย
มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ว่าด้วยการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๑ และฉบับแก้ไข
เพิม่ เตมิ พ.ศ. ๒๕๔๙ มาใชโ้ ดยอนโุ ลม

มคอ. ๒ หลกั สตู รพุทธศาสตรดุษฎบี ณั ฑติ สาขาวิชาวปิ ัสสนาภาวนา ๕๖

๒. การดำเนนิ การหลักสตู ร

๒.๑ วัน-เวลาในการดำเนนิ การเรียนการสอน

ให้มีระยะเวลาการศึกษาตลอดหลักสูตรไม่น้อยกว่า ๖ ภาคการศึกษาปกติ (๓) และไม่เกิน
๑๒ ภาคการศึกษาปกติ (๖) โดยแบง่ เป็นภาคการศึกษา ดังนี้

ภาคการศกึ ษาที่ ๑ เดอื น มิถุนายน – เดือน กันยายน

ภาคการศกึ ษาท่ี ๒ เดอื น พฤศจิกายน – เดือน มีนาคม

เรยี นเวลาปกติ คือ วนั จันทร์ – วันศุกร์

ทงั้ น้ีให้เป็นไปตามประกาศมหาวทิ ยาลยั และเปิดโอกาสให้ผู้เขา้ ศกึ ษาแบบ

เตม็ เวลา

๒.๒. คุณสมบัตขิ องผูเ้ ข้าศกึ ษา

๒.๒.๑ หลักสตู รแบบ ๑.๑

๑) เป็นผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโท สาขาวิชาวิปัสสนภาวนา และต้องมี
คุณสมบัติอื่นท่มี หาวิทยาลัยกำหนด

๒) ได้รับค่าระดับเฉลี่ยสะสมในระดับปริญญาโท ไม่ต่ำกว่า ๓.๕๐ จากระบบ ๔
แต้ม ยกเว้นผู้มีประสบการณ์ทำงานติดต่อกันเป็นเวลาไม่น้อยกว่า ๓ ปี นับแต่สำเร็จการศึกษาหรือ
ผลงานทางวิชาการทค่ี ณะกรรมการบริหารหลักสตู รเหน็ ชอบ และ

๓) ไมเ่ คยถกู ลงโทษให้พ้นสภาพการเป็นนสิ ิตของบัณฑิตวทิ ยาลยั

๒.๒.๒ หลักสูตรแบบ ๒.๑

๑) เป็นผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโท สาขาวิชาวิปัสสนาภาวนา หรือ
เทียบเท่าจากมหาวิทยาลัยหรือสถาบันการศึกษาที่สภามหาวิทยาลัยรับรอง ต้องมีคุณสมบัติอื่นท่ี
มหาวทิ ยาลยั กำหนด และต้องสำเรจ็ การศกึ ษาประกาศนยี บัตรวปิ สั สนาภาวนา (ป.วน.หรอื ป.วภ.หรอื
ป.กว.) หรือประกาศนยี บัตรอภิธรรมบัณฑิตประกอบดว้ ย

๒) ได้รับค่าระดับเฉลี่ยสะสมในระดับปริญญาโท ไม่ต่ำกว่า ๓.๕๐ จากระบบ ๔
แต้ม ยกเว้นผู้มีประสบการณ์ทำงานติดต่อกันเป็นเวลาไม่น้อยกว่า ๓ ปี นับแต่สำเร็จการศึกษาหรือ
ผลงานทางวชิ าการที่คณะกรรมการบริหารหลักสตู รเหน็ ชอบ และ

๓) ไมเ่ คยถูกลงโทษให้พ้นสภาพการเป็นนิสติ ของบัณฑติ วทิ ยาลยั

๒.๒.๓ หลักสูตร แบบ ๒.๒

๑) ต้องเป็นผู้จบเปรียญธรรมเก้าประโยค หรือผู้สำเร็จการศึกษาระดับปรญิ ญาตรี
หรือเทียบเท่าจากมหาวิทยาลัย หรือสถาบันการศึกษาที่สภามหาวิทยาลัยรับรอง และต้องสำเร็จ

มคอ. ๒ หลักสตู รพุทธศาสตรดุษฎบี ัณฑติ สาขาวชิ าวปิ ัสสนาภาวนา ๕๗

การศึกษาประกาศนียบัตรวิปัสสนาภาวนา (ป.วน.หรือ ป.วภ.หรือป.กว.) หรือประกาศนียบัตร
อภธิ รรมบณั ฑติ ประกอบดว้ ย

๒) ได้รับค่าเฉลี่ยสะสมในระดับปริญญาตรี ไม่ต่ำกว่า ๓.๒๕ จากระบบ ๔ แต้ม
ยกเว้นผจู้ บเปรียญธรรมเก้าประโยค

๓) คณะกรรมการบริหารหลักสูตรพิจารณาเหน็ สมควรใหม้ สี ทิ ธเิ ขา้ ศึกษาได้ และ
๔) ไม่เคยถูกลงโทษใหพ้ ้นสภาพการเป็นนิสติ บณั ฑติ วิทยาลยั

การคดั เลอื กผเู้ ขา้ ศกึ ษา

บัณฑิตวิทยาลัยจะดำเนินการเกี่ยวกับการรับนิสิตใหม่ โดยพิจารณาแต่งตั้งคณะกรรมการ
สอบคดั เลอื กผู้สมคั รเขา้ ศึกษาในระดบั ปริญญาเอก ในแตล่ ะปกี ารศกึ ษา โดยมีหลักการดังต่อไปนี้

(๑) ผู้สมัครต้องเสนอหัวข้อและโครงร่างดุษฎีนิพนธ์ที่มีความเป็นไปได้ มี
รายละเอียดเนือ้ หา ครอบคลมุ ประเด็น ดังต่อไปนี้

๑.๑) หัวข้อดุษฎีนพิ นธ์ทง้ั ภาษาไทยและภาษาอังกฤษ
๑.๒) รายชอ่ื คณะกรรมการควบคมุ ดุษฎนี พิ นธ์ทตี่ อบรับแลว้
๑.๓) ความเปน็ มาและความสำคัญของปัญหา
๑.๔) วัตถุประสงคก์ ารวิจยั
๑.๕) ทบทวนเอกสารและงานวจิ ัยที่เกย่ี วขอ้ ง
๑.๖) วธิ ดี ำเนนิ การวิจยั
๑.๗) ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รบั
๑.๘) โครงสรา้ งของดุษฎีนิพนธ์ (สารบญั ชัว่ คราว)
๑.๙) บรรณานุกรมและเชงิ อรรถ
๑.๑๐) ประวัติผ้วู ิจัย
(๒) ผูสมัครตองผานการสอบขอเขยี นตามทบ่ี ณั ฑิตวิทยาลยั กาํ หนด
(๓) ผูสมัครตองผานการสอบสัมภาษณในเนื้อหาโครงรางวทิ ยานิพนธ และความรู
ความ สามารถดานอ่นื ๆ ตามทีบ่ ณั ฑิตวทิ ยาลัยกําหนด
(๔) ผูสอบเขาไดตามประกาศของบัณฑิตวทิ ยาลัย ตองเขารายงานตัวตามวัน เวลา
และสถานทีท่ ี่บัณฑิตวิทยาลัยกาํ หนด
(๕) ผูที่ไมไดจบปริญญาโท สาขาวิชาวิปัสสนาภาวนามาโดยตรง ตองลงทะเบียน
เรยี นรายวิชาเพ่มิ เติม เพอื่ ปรับพืน้ ฐานวิชาการดานวปิ ัสสนาภาวนา ๗ รายวิชา คอื

มคอ. ๒ หลกั สตู รพุทธศาสตรดษุ ฎบี ัณฑติ สาขาวชิ าวิปัสสนาภาวนา ๕๘

(๑) ๖๐๐ ๑๐๑ พระไตรปฎิ กวิเคราะห์
(๒) ๖๐๖ ๑๐๕ สมถภาวนา
(๓) ๖๐๖ ๑๐๙ ปรมตั ถธรรม
(๔) ๖๐๖ ๒๐๒ สตปิ ฏั ฐานภาวนา
(๕) ๖๐๖ ๒๐๖ วิปัสสนาภาวนา
(๖) ๖๐๖ ๓๐๗ สมั มนาวปิ ัสสนาภาวนา
(๗) ๘๑๘ ๓๑๓ สัมมนาวิปสั สนาภาวนาชนั้ สงู

และผ่านการเข้าปฏิบัติวิปัสสนาภาวนาเป็นเวลา ๓๐ วัน เพื่อเสริมภูมิความรู้และวัดกำลัง
ศรทั ธาอนิ ทรีย์ มีรปู แบบคลา้ ยกับการเข้าติตถยิ ปริวาส

(๖) ผู้สมัครต้องผ่านการสอบสัมภาษณ์ในเนื้อหาโครงร่างดุษฎีนิพนธ์และความรู้
ความสามารถด้านอนื่ ๆ ตามทบี่ ณั ฑติ วิทยาลยั กำหนด

วิธีการคัดเลือกอื่น ๆ ให้นำข้อบังคับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยว่าด้วย
การศึกษาระดบั บณั ฑิตศกึ ษา มาใช้โดยอนโุ ลม

๒.๓ ปญั หาของนกั ศึกษาแรกเข้า

ปญั หาการปรับตัวในการเรียนระดับบัณฑติ ศึกษา ปัญหาทักษะด้านภาษาอังกฤษ และปัญหา
ความรู้พืน้ ฐานในสาขาวชิ าวิปสั สนาภาวนา

อนึ่ง ผู้ศึกษาหลักสูตร แบบ ๒.๒ ขาดทักษะการเขียนโครงการวิจัย และขาดทักษะสถิติการ
วจิ ยั

๒.๔ กลยทุ ธ์ในการดำเนนิ การเพือ่ แก้ไขปัญหา / ข้อจำกัดของนสิ ติ

ปัญหาของนสิ ติ แรกเข้า กลยทุ ธ์ในการดำเนนิ การเพอื่ แก้ไขปญั หา

- ปญั หาการปรบั ตัวในการเรยี น - กําหนดให้มอี าจารย์ทปี่ รึกษาเพอ่ื ใหค้ ําปรึกษาแกน่ สิ ิต
ระดบั บัณฑติ ศึกษา และการบริหาร - ประชุมนิสิตในแต่ละภาคการศึกษา เพื่อติดตามและให้คํา
เวลา ปรกึ ษา ด้านการปรบั ตวั
- ขาดทักษะสถติ ิการวิจัย - ลงทะเบียนเรียนวิชาสถิตกิ ารวิจัย โดยจัดอาจารย์ที่ปรึกษา
ให้เปน็ กรณพี เิ ศษ
- ขาดทกั ษะภาษาองั กฤษ - ลงทะเบียนเรียนวิชาภาษาอังกฤษพื้นฐานสำหรับนิสิต
ระดับปริญญาเอกและสร้างความคุ้นเคยกับภาษาอังกฤษ
- ขาดทกั ษะการเขยี นโครงการวิจยั โดยใชเ้ อกสาร ภาษาอังกฤษประกอบการสอน
- จัดคลินิกวิจัยไว้ให้นิสิตเข้าปรึกษาเรื่องการวิจัยเป็นการ
เฉพาะ ท้ังน้ี ใหข้ ้นึ อยูก่ บั ดลุ ยพินิจของคณะกรรมการบริหาร
หลกั สูตร

มคอ. ๒ หลกั สูตรพทุ ธศาสตรดษุ ฎบี ณั ฑติ สาขาวิชาวิปัสสนาภาวนา ๕๙

ปญั หาของนสิ ติ แรกเข้า กลยุทธ์ในการดำเนนิ การเพอื่ แก้ไขปัญหา

- ปัญหาความร้พู ้ืนฐานในสาขาวชิ า ลงทะเบียนเรยี นรายวชิ าเพิ่มเตมิ ๗ รายวชิ า คอื
วิปัสสนาภาวนา ๑) ๖๐๐ ๑๐๑ พระไตรปิฎกวิเคราะห์
๒) ๖๐๖ ๑๐๕ สมถภาวนา
๓) ๖๐๖ ๑๐๙ ปรมัตถธรรม
๔) ๖๐๖ ๒๐๒ สติปฏั ฐานภาวนา
๕) ๖๐๖ ๒๐๖ วปิ สั สนาภาวนา
๖) ๖๐๖ ๓๐๗ สมั มนาวิปสั สนาภาวนา
๗) ๘๑๘ ๓๑๓ สมั มนาวิปสั สนาภาวนาชน้ั สูง

๒.๕ แผนการรบั นกั ศึกษาและผูส้ ำเร็จการศึกษาในระยะ ๕ ปี

๒.๕.๑ แผนการรบั นสิ ติ แบบ ๑.๑

ช้ันปี จำนวนนสิ ิต(รูป/คน)

ศึกษา ปีาร ๒๕๖๒ ๒๕๖๓ ๒๕๖๔ ๒๕๖๕ ๒๕๖๖

ชน้ั ปีท่ี ๑ ๕ ๕๕ ๕ ๕

ชน้ั ปที ่ี ๒ - ๕๕ ๕ ๕
๑๕
ช้ันปีที่ ๓ - -๕๕ ๕

รวม - ๑๐ ๑๕ ๑๕

จำนวนท่คี าดว่าจะจบ - -๕๕

๒.๕.๒ แผนการรบั นสิ ิตแบบ ๒.๑

ชน้ั ปี จำนวนนสิ ิต(รูป/คน)

ศกึ ษา ปาี ร ๒๕๖๒ ๒๕๖๓ ๒๕๖๔ ๒๕๖๕ ๒๕๖๖

ชัน้ ปีท่ี ๑ ๑๕ ๑๕ ๑๕ ๑๕ ๑๕
๑๕
ชั้นปีท่ี ๒ - ๑๕ ๑๕ ๑๕ ๑๕
๔๕
ชน้ั ปที ี่ ๓ - - ๑๕ ๑๕ ๑๕

รวม ๓๐ ๔๕ ๔๕

จำนวนท่คี าดว่าจะจบ - - - ๑๕

มคอ. ๒ หลกั สตู รพุทธศาสตรดุษฎบี ัณฑติ สาขาวิชาวปิ ัสสนาภาวนา ๖๐

๒.๕.๓ แผนการรับนสิ ิตแบบ ๒.๒

ช้นั ปี ๒๕๖๒ จำนวนนสิ ิต(รปู /คน) ๒๕๖๖
ปาี ร
- ๒๕๖๓ ๒๕๖๔ ๒๕๖๕ -
ศกึ ษา - -
ช้นั ปที ่ี ๑ - -- - -
ชนั้ ปีที่ ๒ - -- - -
ชน้ั ปที ี่ ๓ - -- - -
รวม -- -
-- -
จำนวนทค่ี าดวา่ จะจบ

๒.๖. งบประมาณตามแผน แบบ ๑.๑

งบประมาณรายรบั (หน่วย : บาท) (สำหรับพระภิกษแุ ละคฤหัสถ์)

รายละเอียดรายรับ ประมาณรายรบั ในปีงบประมาณ (พ.ศ.๒๕๖๒-๒๕๖๖)
๒๕๖๒ ๒๕๖๓ ๒๕๖๔ ๒๕๖๕ ๒๕๖๖

คา่ ตอบแทน

๑) ค ่ า ต อ บ แ ท น ก ร ร ม ก า ร

ควบคุม ดุษฎีนิพนธ์ ๒๒๔,๐๐๐ ๔๔๐,๐๐๐ ๔๔๐,๐๐๐ ๔๔๐,๐๐๐ ๔๔๐,๐๐๐
(๓,๐๐๐ บ. X ๔ คน/นิสิต ๑

คน)*

๒) ค ่ า ต อ บ แ ท น ก ร ร ม ก า ร

พิจารณาหัวข้อและ โครงร่าง ๙๐,๐๐๐ ๑๘๐,๐๐๐ ๑๘๐,๐๐๐ ๑๘๐,๐๐๐ ๑๘๐,๐๐๐
ดุษฎีนิพนธ์ (๑,๒๐๐ บ. X ๔

คน/นสิ ติ ๑ คน)**

๓) ค ่ า ต อ บ แ ท น ก ร ร ม ก า ร

ตรวจสอบดษุ ฎีนิพนธ์ ๑๔๐,๐๐๐ ๓๐๐,๐๐๐ ๓๐๐,๐๐๐ ๓๐๐,๐๐๐ ๓๐๐,๐๐๐
(๒,๐๐๐บ. X ๔ คน/นิสิต ๑

คน)***

๔) ค ่ า ต อ บ แ ท น อ า จ า ร ย์ ๔๐,๐๐๐ ๔๐,๐๐๐ ๔๐,๐๐๐ ๔๐,๐๐๐ ๔๐,๐๐๐

(ภายใน)

๕) ค่าตอบแทนอาจารย์บรรยาย ๘๐,๐๐๐ ๘๐,๐๐๐ ๘๐,๐๐๐ ๘๐,๐๐๐ ๘๐,๐๐๐

พเิ ศษ

๕) ค ่ า พ า ห น ะ แ ก ่ อ า จ า ร ย์ ๔๐,๐๐๐ ๔๐,๐๐๐ ๔๐,๐๐๐ ๔๐,๐๐๐ ๔๐,๐๐๐

(ภายนอก)

มคอ. ๒ หลกั สูตรพทุ ธศาสตรดษุ ฎบี ัณฑติ สาขาวชิ าวิปัสสนาภาวนา ๖๑

รายละเอียดรายรับ ประมาณรายรบั ในปีงบประมาณ (พ.ศ.๒๕๖๒-๒๕๖๖)
๒๕๖๒ ๒๕๖๓ ๒๕๖๔ ๒๕๖๕ ๒๕๖๖

ทบี่ รรยายพิเศษ

๗) ค่าจัดซื้อหนังสือ วารสาร และ ๓๐,๐๐๐ ๓๐,๐๐๐ ๓๐,๐๐๐ ๓๐,๐๐๐ ๓๐,๐๐๐

ตำรา

๘) ค่าวัสดุอุปกรณ์การเรียนการ ๒๐,๐๐๐ ๒๐,๐๐๐ ๒๐,๐๐๐ ๒๐,๐๐๐ ๒๐,๐๐๐

สอน

งบลงทนุ

- คา่ ครุภัณฑ์ ๔๐,๐๐๐ ๔๐,๐๐๐ ๔๐,๐๐๐ ๔๐,๐๐๐ ๔๐,๐๐๐

รวมรายรบั ทง้ั หมด ๗๐๔,๐๐๐ ๑,๑๗๐,๐๐๐ ๑,๑๗๐,๐๐๐ ๑,๑๗๐,๐๐๐ ๑,๑๗๐,๐๐๐

หมายเหตุ : * ที่มา : ประกาศมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เรื่อง การจ่าย ค่าตอบแทน

คณะกรรมการควบคุมดุษฎีนิพนธ์ และคณะกรรมการตรวจสอบดุษฎีนิพนธ์ (ฉบับที่ ๓)

พ.ศ. ๒๕๔๘

** ท่มี า : ประกาศมหาวทิ ยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลัย เร่อื ง การจ่ายค่าตอบแทนคณะกรรมการ

พจิ ารณาหวั ข้อโครงร่างวทิ ยานพิ นธและดุษฎนี ิพนธ์ พ.ศ. ๒๕๔๘

*** ที่มา : ประกาศมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เรื่อง การจ่ายค่าตอบแทน

คณะกรรมการควบคุมดุษฎีนิพนธ์ และคณะกรรมการตรวจสอบดุษฎีนิพนธ์ (ฉบับที่ ๓)

พ.ศ. ๒๕๔๘

๒.๗ งบประมาณรายจ่ายตามแผน ก แบบ ๒.๑

งบประมาณรายรบั (หน่วย : บาท) (สำหรับพระภิกษุและคฤหัสถ์)*

รายละเอียดรายรบั ประมาณรายรบั ในปีงบประมาณ (พ.ศ.๒๕๖๒-๒๕๖๖)**

คา่ ข้ึนทะเบียนเป็นนสิ ติ ใหม่ ๒๕๖๒ ๒๕๖๓ ๒๕๖๔ ๒๕๖๕ ๒๕๖๖
(๒,๕๐๐ บ./คน)
คา่ บัตรประจำตัวนสิ ติ (๓๐๐ ๓๗,๕๐๐ ๓๗,๕๐๐ ๓๗,๕๐๐ ๓๗,๕๐๐ ๓๗,๕๐๐
บ./คน)
ค่าลงทะเบียนรายวิชา ๔,๕๐๐ ๔,๔๐๐ ๔,๔๐๐ ๔,๔๐๐ ๔,๔๐๐
(๒,๐๐๐ บ.*๙ นก./คน/เทอม)
คา่ ลงทะเบยี นดุษฎีนิพนธ์ ๕๔๐,๐๐๐ ๑,๘๐๐,๐๐๐ ๑,๖๒๐,๐๐๐ ๑,๖๒๐,๐๐๐ ๑,๖๒๐,๐๐๐
(๒,๕๐๐บ*๑๒นก./คน/ครัง้ )***
คา่ ข้นึ ทะเบียนรับปรญิ ญา - ๔๔๐,๐๐๐ ๙๐๐,๐๐๐ ๙๐๐,๐๐๐ ๙๐๐,๐๐๐
(๓,๕๐๐ บ./คน)
คา่ บำรงุ ส่ิงอำนวยความสะดวก ๔๒,๔๐๐ ๔๒,๔๐๐ ๔๒,๔๐๐ ๔๒,๔๐๐ ๔๒,๔๐๐
(๒,๐๐๐ บ./คน)
คา่ กิจกรรมนอกสถานที่ ๓๐,๐๐๐ ๓๐,๐๐๐ ๓๐,๐๐๐ ๓๐,๐๐๐ ๓๐,๐๐๐
(๑,๕๐๐ บ./คน)
๒๒,๔๐๐ ๒๒,๔๐๐ ๒๒,๔๐๐ ๒๒,๔๐๐ ๒๒,๔๐๐

มคอ. ๒ หลกั สูตรพุทธศาสตรดุษฎบี ัณฑติ สาขาวิชาวิปัสสนาภาวนา ๖๒

รายละเอยี ดรายรบั ประมาณรายรบั ในปงี บประมาณ (พ.ศ.๒๕๖๒-๒๕๖๖)**

๒๕๖๒ ๒๕๖๓ ๒๕๖๔ ๒๕๖๕ ๒๕๖๖

คา่ บำรุงกจิ กรรมปฏบิ ตั ธิ รรม ๔๔,๐๐๐ ๔๔,๐๐๐ ๔๔,๐๐๐ ๔๔,๐๐๐ ๔๔,๐๐๐
(๓,๐๐๐ บ./คน)

ค่าประกนั อบุ ตั เิ หตุ (๑,๕๐๐ บ./ ๓,๐๐๐ ๖,๐๐๐ ๙,๐๐๐ ๙,๐๐๐ ๙,๐๐๐
คน/ปี)

คา่ บำรงุ การศกึ ษา ๑๘๐,๐๐๐ ๓๖๐,๐๐๐ ๔๔๐,๐๐๐ ๔๔๐,๐๐๐ ๔๔๐,๐๐๐
(๖,๐๐๐ บ./คน/เทอม)

คา่ บำรุงหอ้ งสมดุ ๑๔,๐๐๐ ๓๐,๐๐๐ ๔๔,๐๐๐ ๔๔,๐๐๐ ๔๔,๐๐๐
(๑,๕๐๐ บ./คน/เทอม)

ค่าบรกิ ารเทคโนโลยสี ารสนเทศ ๑๔,๐๐๐ ๓๐,๐๐๐ ๔๔,๐๐๐ ๔๔,๐๐๐ ๔๔,๐๐๐
(๑,๕๐๐ บ./คน/เทอม)

คา่ บำรุงหอ้ งพยาบาล ๓,๐๐๐ ๖,๐๐๐ ๙,๐๐๐ ๙,๐๐๐ ๙,๐๐๐
(๑๐๐ บ./คน/เทอม)

คา่ นิตยสาร วารสาร สิงพมิ พ์ ๙,๐๐๐ ๑๘,๐๐๐ ๒๗,๐๐๐ ๒๗,๐๐๐ ๒๗,๐๐๐
(๓๐๐ บ./คน/เทอม)

คา่ สอบวดั ความรู้ภาษาทสี อง ๗๔,๐๐๐ ๗๔,๐๐๐ ๗๔,๐๐๐ ๗๔,๐๐๐ ๗๔,๐๐๐

(คร้ังละ ๕,๐๐๐ บ.)

รวมรายรบั ทง้ั หมด ๑,๐๑๗,๘๐๐ ๒,๙๔๔,๖๐๐ ๓,๓๔๗,๖๐๐ ๓,๓๔๗,๖๐๐ ๓,๓๔๗,๖๐๐

หมายเหตุ : * ที่มา: ประกาศมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เรื่องค่าธรรมเนียมการศึกษาระดับ
บณั ฑิตศึกษา พ.ศ.๒๕๕๘ ประกาศ ณ วันที่ ๓๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๘

*** ลงทะเบียนดุษฎีนิพนธ์ ๓๖ หน่วยกิต แบ่งเป็น ๓ ครั้ง คือ ๑) สอบโครงร่างดุษฎีนิพนธ์ ๑๒ หน่วย
กติ ๒) สอบ Public Hearing ๑๒ หนว่ ยกิต และ ๓) สอบป้องกนั ดษุ ฎนี พิ นธ์ ๑๒ หนว่ ยกติ

๒.๗. ระบบการศกึ ษา

ใช้ระบบการจัดการเรยี นการสอนตามขอ้ บังคบั มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลยั ว่า
ด้วยการศึกษาระดบั บัณฑติ ศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๑ และฉบับแก้ไขเพมิ่ เตมิ พ.ศ.๒๕๕๘

๒.๘. การเทยี บโอนหนว่ ยกติ รายวชิ าและการลงทะเบียนเรยี นข้ามสถาบนั อุดมศกึ ษา

สามารถเทียบโอนผลการเรียนรู้ระหว่างสถาบันการศึกษาที่ขึ้นทะเบียนรับรองมาตรฐานผล
การเรียนรู้ตามกรอบมาตรฐานผลการเรียนรู้ระดบั ชาติ โดยให้เป็นไปตามขอ้ บังคับมหาวิทยาลัยมหา
จุฬา ลงกรณราชวิทยาลัย ว่าด้วยการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา พ.ศ.๒๕๔๑ และฉบับแก้ไข
เพิม่ เติม พ.ศ. ๒๕๔๙

มคอ. ๒ หลกั สตู รพทุ ธศาสตรดุษฎีบัณฑติ สาขาวชิ าวิปสั สนาภาวนา ๖๓

๓. หลักสูตรและอาจารย์ผู้สอน

๓.๑ หลกั สูตร

๓.๑.๑ จำนวนหน่วยกติ

๑) หลกั สตู ร แบบ ๑.๑ จำนวน ๕๔ หนว่ ยกิต หลักสตู รทำดุษฎีนิพนธ์อย่างเดียว
โดยต้องศกึ ษารายวิชาไม่นับหน่วยกิต ๕ รายวชิ า

๒) หลักสูตร แบบ ๒.๑ จำนวน ๕๔ หน่วยกติ เป็นหลกั สูตรเน้นวจิ ัยเขา้ ห้องเรียน
และทำดุษฎีนิพนธ์ โดยทำดุษฎีนิพนธ์ ๓๖ หน่วยกิต ศึกษารายวิชารวม ๑๘ หน่วยกิต ศึกษารายวิชา
ที่ไม่นับหน่วยกิต จำนวน ๒๔ หน่วยกิต และผู้ไม่จบปริญญาโท สาขาวิชาวิปัสสนาภาวนา ต้องศึกษา
รายวชิ าพน้ื ฐาน ๒๑ หนว่ ยกิต

๓) หลักสูตร แบบ ๒.๒ จำนวน ๗๘ หน่วยกิต เปน็ หลักสูตรเนน้ วจิ ยั เข้าหอ้ งเรียน
และทำดุษฎีนิพนธ์ โดยทำดุษฎนี ิพนธ์ ๔๘ หน่วยกิต ศึกษารายวิชารวม ๓๐ หน่วยกิตศึกษารายวชิ า
ที่ไม่นบั หน่วยกิต จำนวน ๒๑ หนว่ ยกติ และตอ้ งศกึ ษารายวชิ าพื้นฐาน ๒๑ หน่วยกติ

๓.๑.๒ โครงสร้างหลกั สูตร

จำนวนหนว่ ยกติ

หมวดวิชา แบบ ๒.๑ แบบ ๒.๑

๑. หมวดวิชาบังคับ แบบ ๑.๑ จบโท ไม่จบโท แบบ ๒.๒
๑.๑ นับหน่วยกติ
๑.๒ ไม่นบั หน่วยกติ วปิ ัสสนา วิปสั สนา

๒. หมวดวชิ าเอก -๖ ๖๙
๒.๑ นบั หนว่ ยกติ (๑๕) (๒๑) (๒๑) (๒๑)
๒.๒ ไม่นบั หน่วยกิต
-๖ ๖ ๑๒
๓. หมวดวิชาเลือก - (๓) (๓) -
๔. หมวดวิชาพ้นื ฐาน -๖ ๖๙
๕. ดุษฎนี ิพนธ์ -- (๒๑) (๒๑)
๕๔ ๓๖ ๓๖ ๔๘

รวมท้ังสน้ิ มคอ. ๒ หลักสตู รพุทธศาสตรดุษฎบี ณั ฑติ สาขาวชิ าวปิ ัสสนาภาวนา ๖๔

๕๔ (๑๕) ๕๔ (๒๔) ๕๔ (๔๕) ๗๘ (๔๒)

๑) จำนวนหนว่ ยกติ หลกั สูตรแบบ ๑.๑

หมวดวิชา จำนวนหน่วยกิต ไมน่ บั หนว่ ยกติ
๑. วิชาบงั คบั - (๑๕)
๒. วิชาเอก - -
๓. วิชาเลือก - -
๔. หมวดวชิ าพ้นื ฐาน - -
๔. ดษุ ฎีนพิ นธ์ ๕๔ -
๕๔ (๑๕)
รวมหน่วยกิต

๒) จำนวนหนว่ ยกิต หลกั สูตรแบบ ๒.๑

หมวดวชิ า จำนวนหน่วยกติ รายวชิ าเพ่มิ เติมไมน่ ับหน่วยกติ

๑. วิชาบงั คบั ๖ จบโท วปิ ัสสนา ไม่จบโท วปิ สั สนา
๒. วิชาเอก ๖
๓. วชิ าเลือก ๖ (๒๑) (๒๑)
๔. หมวดวชิ าพ้นื ฐาน - (๓) (๓)
๔. ดษุ ฎนี ิพนธ์ ๓๖ --
๕๔ - (๒๑)
รวมหน่วยกติ --
(๒๔) (๔๕)

๓) จำนวนหนว่ ยกติ หลกั สูตรแบบ ๒.๒

หมวดวิชา จำนวนหนว่ ยกิต รายวชิ าเพ่มิ เติม
ไมน่ ับหน่วยกติ
๑. วิชาบงั คับ ๙
๒. วชิ าเอก ๑๒ (๒๑)
๓. วิชาเลอื ก ๙ -
๔. หมวดวชิ าพืน้ ฐาน - -
๔. ดษุ ฎีนิพนธ์ ๔๘
(๒๑)
-

รวมหน่วยกิต มคอ. ๒ หลักสตู รพุทธศาสตรดษุ ฎีบณั ฑติ สาขาวชิ าวิปสั สนาภาวนา ๖๕

๗๘ (๔๒)

๓.๑.๓ รายวชิ าในหลักสตู ร

รหสั วชิ า

ความหมายของเลขรหสั ประจำวชิ าในหลักสตู รพทุ ธศาสตรดุษฎีบัณฑติ มีความหมายดงั น้ี
๑. เลข ๓ ตัวแรก = ตวั ที่ ๑ แสดงคณะ ตวั ที่ ๒-๓ แสดงสาขาวชิ า/ภาควชิ า
๒. เลข ๓ ตัวหลัง = ตวั ที่ ๑ แสดงภาคการศกึ ษา ตัวที่ ๒-๓ แสดงชื่อวิชา

ความหมายของเลขรหัสประจำวิชาในหลักสูตรพุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาวิปัสสนา
ภาวนา ประกอบด้วยเลข ๖ หลัก มีความหมาย ดังน้ี

๑. เลข ๓ ตัวแรก = ตัวที่ ๑ แสดงคณะและระดับของหลักสูตร คือ ๘ เป็นหลักสูตร
ระดบั พุทธศาสตรดุษฎบี ัณฑติ

๒. เลขตวั ท่ี ๒-๓ หมายถงึ สาขาวิชา คือ ๐x เป็นหลักสตู รระดบั พุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต
หลกั สูตรท่ี x ของมหาวิทยาลัย

๓. เลขตัวที่ ๔ หมายถึงภาคการศึกษา คือ ๑ จัดภาคเรียนที่ ๑, ๒ จัดภาคเรียนที่ ๒
และ ๓ จัดภาคเรยี นท่ี ๓

๔. เลขตวั ท่ี ๕ -๖ หมายถึงลำดบั รายวชิ าในหลักสูตร

(๑) หลักสูตรแบบ ๑.๑ จำนวน ๕๔ หน่วยกิต

๑) หมวดวิชาบงั คับแบบไมน่ บั หน่วยกติ จำนวน ๑๕ หนว่ ยกิต

๘๑๘ ๑๐๑ กรรมและความสิ้นกรรมวิเคราะห์ (๓) (๓-๐-๖)

Analysis on Kamma and its Cessation

๘๑๘ ๑๐๓ ภาษาอังกฤษเพื่อการวจิ ยั วิปัสสนาภาวนา (๓) (๓-๐-๖)

English for Vipassana Meditation Research

๘๑๘ ๒๐๔ ระเบยี บวธิ วี ิจัยชนั้ สงู ทางวิปัสสนาภาวนา (๓) (๓-๐-๖)

Advanced Research Methodology in Vipassana Meditation

๘๑๘ ๒๐๗ ปฏสิ มั ภิทามรรควเิ คราะห์ (๓) (๓-๐-๖)

Patisambhidamagga Analysis

๘๑๘ ๔๐๘ การเจรญิ ไตรสกิ ขาภาคปฏบิ ัติ (๑ ปี) (๓)

Threefold Training Development (Fieldwork)

๒) ดุษฎนี ิพนธ์

๘๐๐ ๒๐๐ ดษุ ฎีนพิ นธ์ ๕๔

มคอ. ๒ หลกั สูตรพทุ ธศาสตรดุษฎบี ณั ฑติ สาขาวชิ าวิปัสสนาภาวนา ๖๖

Dissertation

๓) กิจกรรมทางวชิ าการ ประกอบดว้ ย

๑) การจัดสัมมนาและการนำเสนอผลงานในการสัมมนา อย่างน้อยภาค
การศึกษาละ ๑ ครั้ง เป็นจำนวนไม่น้อยกว่า ๖ ภาคการศึกษา และต้องเข้าร่วมสัมมนาทุกครั้งตลอด
ระยะเวลาการศกึ ษา

๒) ผลงานดุษฎีนิพนธ์ต้องได้รับการตีพิมพ์ หรืออย่างน้อยดำเนินการให้ผลงาน
หรือส่วนหนึ่งของผลงานได้รับการยอมรับให้ตีพิมพ์ในวารสาร หรือสิ่งพิมพ์ทางวิชาการที่มีกรรมการ
ภายนอกมาร่วมกลั่นกรอง (peer review) ก่อนการตีพิมพ์และเป็นที่ยอมรับในสาขาวิชานั้น จำนวน
อยา่ งน้อย ๑ เร่ือง

๓) นิสิตต้องรายงานผลการศึกษา ตามแบบรายงานผลของบัณฑิตวิทยาลัยโดย
ผ่านความเห็นชอบของประธานคณะกรรมการบริหารโครงการ

๔) กระบวนวชิ าท่ไี มน่ ับหนว่ ยกติ สะสม

๑) ตามเงอื่ นไขของบัณฑติ วิทยาลยั
๒) ตามเงอื่ นไขของสาขาวชิ า

๕) การสอบวัดคุณสมบตั ิ

นิสิตจะต้องสอบวัดคุณสมบัติเพื่อประเมินความพร้อมและความสามารถ เพื่อมีสิทธิเสนอ
โครงร่างดุษฎีนิพนธ์ นิสิตที่สอบไม่ผ่าน มีสิทธิสอบแก้ตัวได้อีก ๑ ครั้ง โดยต้องยื่นคำร้องขอสอบใหม่
การสอบแกต้ ัวตอ้ งสอบใหเ้ สรจ็ สิน้ ภายใน ๑ ภาคการศกึ ษาถัดไปนบั จากการสอบคร้งั แรก

(๒) หลกั สตู รแบบ ๒.๑ จำนวน ๕๔ หน่วยกิต

๑) หมวดวชิ าบังคับ

ก. หมวดวชิ าบงั คบั แบบนบั หนว่ ยกติ จำนวน ๖ หนว่ ยกติ

๘๑๘ ๑๐๑ กรรมและความสิ้นกรรมวิเคราะห์ ๓ (๓-๐-๖)
๘๑๘๑๐๒ Analysis on Kamma and its Cessation ๓ (๓-๐-๖)
วิปัสสนาธรรมวิจัย
Vipassana Dhamma Research

ข. วิชาบังคบั แบบไมน่ ับหน่วยกติ จำนวน ๒๑ หนว่ ยกิต

๘๑๘ ๑๐๓ ภาษาอังกฤษเพื่อการวิจยั วปิ ัสสนาภาวนา (๓) (๓-๐-๖)
English for Vipassana Meditation Research

มคอ. ๒ หลกั สูตรพุทธศาสตรดุษฎบี ัณฑติ สาขาวชิ าวิปสั สนาภาวนา ๖๗

๘๑๘ ๒๐๔ ระเบียบวิธวี จิ ยั ช้ันสูงทางวิปัสสนาภาวนา (๓) (๓-๐-๖)

Advanced Research Methodology for Vipassana Meditation

๘๑๘ ๓๐๕ งานวิชาการภาษาอังกฤษเพอ่ื การวิจยั วปิ สั สนาภาวนา (๓) (๓-๐-๖)

English Academic Works for Research in Vipassana Meditation

๘๑๘ ๖๐๖ จิตวทิ ยาเพ่ือการสอนวิปสั สนาภาวนาและสอบอารมณ์ (๓) (๓-๐-๖)

Psychology for Vipassana Meditation research

๘๐๐ ๔๐๑ สัมมนาดษุ ฎนี พิ นธ์ (๓) (๓-๐-๙)

Seminar on Dissertation

๑๐๒ ๓๐๒ ภาษาบาลีในพระไตรปฏิ ก ๑ (๓) (๓-๐-๖)

Pali in Tipitaka I

๑๐๒ ๓๐๖ ภาษาบาลีในพระไตรปฏิ ก ๒ (๓) (๓-๐-๖ )

Pali in Tipitaka II

๒) หมวดวิชาเอก นิสิตต้องศึกษาวิชาเอกวิปัสสนาภาวนา ๖ หน่วยกิต และศึกษา
วชิ าที่กำหนดให้เพม่ิ เติมอกี ๑ รายวชิ า

ก. วชิ าเอกแบบนับหนว่ ยกิต จำนวน ๖ หน่วยกิต

๘๑๘ ๑๐๗ ปฏิสมั ภทิ ามรรควเิ คราะห์ ๓ (๓-๐-๖)
๘๑๘ ๔๐๘ Patisambhidamagga Analysis ๓
การเจรญิ ไตรสกิ ขาภาคปฏบิ ตั ิ (๑ ปี)
Threefold Training Development (Fieldwork)

ข. วิชาเอกแบบไมน่ ับหนว่ ยกิต จำนวน ๓ หนว่ ยกติ

๘๑๘ ๒๐๙ ไตรสิกขาวเิ คราะห์ (๓) (๓-๐-
Threefold training Analysis ๖)

๓) หมวดวชิ าเลอื ก นสิ ิตต้องเลือกศึกษาจากรายวชิ าท่ีกำหนดให้ไม่น้อยกว่า ๖ หน่วย
กติ

ก. วชิ าเลอื ก แบบนับหนว่ ยกติ จำนวน ๖ หนว่ ยกิต

๘๑๘ ๒๑๐ ญาณวเิ คราะห์ ๓ (๓-๐-๖)
Ñāṇa Analysis ๓ (๓-๐-๖)
๓ (๓-๐-๖)
๘๑๘ ๓๑๑ อริยสัจวิเคราะห์
Ariyasacca Analysis

๘๑๘ ๖๑๒ งานนพิ นธ์ภาษาบาลเี พือ่ การวจิ ยั วปิ ัสสนาภาวนา

มคอ. ๒ หลักสูตรพทุ ธศาสตรดุษฎีบณั ฑติ สาขาวชิ าวิปสั สนาภาวนา ๖๘

๘๑๘ ๓๑๓ Pali Works for Vipassana Meditation Research ๓ (๓-๐-๖)
๘๑๘ ๗๑๔ โพธิปักขิยธรรมวิเคราะห์ ๓ (๓-๐-๖)
๘๑๘ ๖๑๕ Bodhipakkhiyadhamma Analysis ๓ (๓-๐-๖)
ภาษาองั กฤษชน้ั สงู เพอื่ การสอนวปิ สั สนาภาวนา
Advanced English for Vipassana Meditation Teaching
วิปัสสนาภาวนานานาชาติ
International Vipassana Meditation

๔) หมวดวิชาพื้นฐาน นิสิตผูสําเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทในสาขาวิชาอื่น ที่ไมใช่
สาขาวิชาวิปัสสนาภาวนา จะตองลงทะเบียนศึกษารายวิชาเพิ่มเติมอกี ๗ รายวชิ า โดยไมนับหน
วยกิต ประกอบดว้ ยรายวิชาต่อไปน้ี

๖๐๐ ๑๐๑ พระไตรปฎิ กวิเคราะห์ (๓) (๓-๐-๖)
๖๐๖ ๑๐๕ Tipitaka Analysis (๓) (๓-๐-๖)
๖๐๖ ๑๐๙ สมถภาวนา (๓) (๓-๐-๖)
๖๐๖ ๒๐๒ Samathabhavana (๓) (๓-๐-๖)
๖๐๖ ๒๐๖ ปรมัตถธรรม (๓) (๓-๐-๖)
๖๐๖ ๓๐๗ Paramatthadhamma (๓) (๓-๐-๖)
๘๑๘ ๖๑๖ สติปัฏฐานภาวนา (๓) (๓-๐-๖)
Satipatthanabhavana
วิปสั สนาภาวนา
Vipassana Meditation
สมั มนาวปิ ัสสนาภาวนา
Seminar on Vipassana Meditation
สมั มนาวปิ สั สนาภาวนาช้ันสูง
Seminar on Advanced Vipassana Meditation

ข. ดษุ ฎีนิพนธ์

๘๐๐ ๒๐๐ ดุษฎนี ิพนธ์ ๓๖
Dissertation

มคอ. ๒ หลักสูตรพุทธศาสตรดุษฎีบัณฑติ สาขาวชิ าวปิ สั สนาภาวนา ๖๙

(๓) หลักสูตรแบบ ๒.๒ จำนวน ๗๘ หนว่ ยกติ

๑) หมวดวิชาบังคับ

ก. วิชาบังคบั แบบนับหน่วยกติ จำนวน ๙ หน่วยกติ

๘๑๘ ๑๐๑ กรรมและความสิน้ กรรมวเิ คราะห์ ๓ (๓-๐-๖)
๘๑๘๑๐๒ Analysis on Kamma and its Cessation ๓ (๓-๐-๖)
๘๑๘ ๑๐๓ วิปสั สนาธรรมวจิ ยั ๓ (๓-๐-๖)
Vipassana Dhamma Research
ภาษาอังกฤษเพ่อื การวิจัยวปิ ัสสนาภาวนา
English for Vipassana Meditation Research

ข. วชิ าบังคับแบบไมน่ ับหน่วยกติ จำนวน ๒๑ หนว่ ยกิต

๘๑๘ ๒๐๔ ระเบียบวธิ วี จิ ัยชั้นสงู ทางวิปัสสนาภาวนา (๓) (๓-๐-๖)

Advanced Research Methodology for Vipassana Meditation

๘๑๘ ๓๐๕ งานวชิ าการภาษาอังกฤษเพือ่ การวิจัยวปิ ัสสนาภาวนา (๓) (๓-๐-๖)

English Academic Works for Research in Vipassana Meditation

๘๑๘ ๖๐๖ จติ วทิ ยาเพื่อการสอนวิปัสสนาภาวนาและสอบอารมณ์ (๓) (๓-๐-๖)

Psychology for Vipassana Meditation research

๘๑๘ ๖๑๕ วปิ ัสสนาภาวนานานาชาติ (๓) (๓-๐-๖)

International Vipassana Meditation

๘๐๐ ๔๐๑ สัมมนาดุษฎนี พิ นธ์ (๓) (๓-๐-๙)

Seminar on Dissertation

๑๐๒ ๓๐๒ ภาษาบาลีในพระไตรปฏิ ก ๑ (๓) (๓-๐-๖)

Pali in Tipitaka I

๑๐๒ ๓๐๖ ภาษาบาลีในพระไตรปฏิ ก ๒ (๓) (๓-๐-๖ )

Pali in Tipitaka II

๒) หมวดวชิ าเอก ๑๒ หนว่ ยกติ นิสติ ตอ้ งศกึ ษาวิชาเอกวิปสั สนาภาวนา ๑๒ หน่วยกิต

ก. วชิ าเอกแบบนับหน่วยกิต จำนวน ๑๒ หนว่ ยกติ

มคอ. ๒ หลกั สูตรพุทธศาสตรดุษฎบี ณั ฑติ สาขาวิชาวปิ สั สนาภาวนา ๗๐

๘๑๘ ๑๐๗ ปฏสิ มั ภิทามรรควเิ คราะห์ ๓ (๓-๐-๖)
๘๑๘ ๔๐๘ Patisambhidamagga Analysis ๓ (๐-๕,๑๙๐-๐)
๘๑๘ ๒๐๙ การเจริญไตรสกิ ขาภาคปฏบิ ัติ
๘๑๘ ๒๑๐ Threefold Training Development (Fieldwork) ๓ (๓-๐-๖)
ไตรสิกขาวเิ คราะห์ ๓ (๓-๐-๖)
Threefold training Analysis
ญาณวิเคราะห์
Ñāṇa Analysis

๓) หมวดวิชาเลือก ๙ หนว่ ยกติ นสิ ติ ต้องเลือกศึกษาจากรายวิชาที่กำหนดให้ไม่น้อยกว่า
๙ หนว่ ยกิต

๘๑๘ ๓๑๑ อริยสัจวิเคราะห์ ๓ (๓-๐-๖)
๘๑๘ ๖๑๒ Ariyasacca Analysis ๓ (๓-๐-๖)
๘๑๘ ๓๑๓ งานนิพนธ์ภาษาบาลีเพื่อการวจิ ัยวปิ สั สนาภาวนา ๓ (๓-๐-๖)
๘๑๘ ๗๑๔ Pali Works for Vipassana Meditation Research ๓ (๓-๐-๖)
๘๑๘ ๖๑๕ โพธปิ กั ขิยธรรมวเิ คราะห์ ๓ (๓-๐-๖)
Bodhipakkhiyadhamma Analysis
ภาษาองั กฤษชัน้ สูงเพ่ือการสอนวปิ ัสสนาภาวนา
Advanced English for Vipassana Meditation Teaching
วิปัสสนาภาวนานานาชาติ
International Vipassana Meditation

๔) หมวดวิชาพ้นื ฐาน นิสิตผูสาํ เร็จการศกึ ษาระดบั ปริญญาโทในสาขาวิชาอืน่ ท่ไี มใช่
สาขาวิชาวิปัสสนาภาวนา จะตองลงทะเบียนศึกษารายวิชาเพิ่มเติมอีก ๗ รายวิชา โดยไมนับหน
วยกิต ประกอบดวยรายวิชาต่อไปน้ี

๖๐๐ ๑๐๑ พระไตรปิฎกวิเคราะห์ (๓) (๓-๐-๖)
Tipitaka Analysis (๓) (๓-๐-๖)
(๓) (๓-๐-๖)
๖๐๖ ๑๐๕ สมถภาวนา (๓) (๓-๐-๖)
Samathabhavana

๖๐๖ ๑๐๙ ปรมัตถธรรม
Paramatthadhamma

๖๐๖ ๒๐๒ สตปิ ัฏฐานภาวนา
Satipatthanabhavana

มคอ. ๒ หลักสูตรพุทธศาสตรดษุ ฎีบัณฑติ สาขาวิชาวปิ ัสสนาภาวนา ๗๑

๖๐๖ ๒๐๖ วิปัสสนาภาวนา (๓) (๓-๐-๖)
Vipassana Meditation (๓) (๓-๐-๖)
(๓) (๓-๐-๖)
๖๐๖ ๓๐๗ สมั มนาวิปัสสนาภาวนา
Seminar on Vipassana Meditation

๘๑๘ ๖๑๖ สมั มนาวิปัสสนาภาวนาช้ันสูง
Seminar on Advanced Vipassana Meditation

๕) ดษุ ฎนี พิ นธ์

๘๐๐ ๒๐๐ ดุษฎีนิพนธ์ ๔๘
Dissertation

๖) กระบวนวิชาทไ่ี มน่ ับหน่วยกิตสะสม

๑. ตามเง่ือนไขของบัณฑิตวิทยาลัย
๒. ตามเง่ือนไขของสาขาวชิ า

๗) การสอบวดั คุณสมบัติ

นิสิตจะต้องสอบวัดคุณสมบัติเพื่อประเมินความพร้อมและความสามารถ เพื่อมีสิทธิ
เสนอโครงรา่ งดษุ ฎีนิพนธ์ นิสติ ที่สอบไมผ่ ่าน มสี ทิ ธิสอบแกต้ ัวได้อีก ๑ ครง้ั โดยตอ้ งย่ืนคำร้องขอสอบ
ใหม่ การสอบแก้ตัวต้องสอบให้เสร็จส้ินภายใน ๑ ภาคการศึกษาถดั ไป นับจากการสอบครั้งแรก นิสิต
ที่สอบไม่ผ่านการสอบวดั คุณสมบตั ิ คณะกรรมการบริหารหลกั สตู รประจำสาขาวชิ าอาจพิจารณาให้มี
ผลการศึกษาในระดบั มหาบณั ฑติ ได้

๘) กิจกรรมทางวชิ าการ ประกอบดว้ ย

๑) การจดั สัมมนาและการนำเสนอผลงานในการสมั มนา อย่างน้อยภาคการศึกษาละ ๑
ครั้ง เป็นจำนวนไม่น้อยกว่า ๖ ภาคการศึกษา และต้องเข้าร่วมสัมมนาทุกครั้งตลอดระยะเวลา
การศกึ ษา

๒) ผลงานดษุ ฎีนพิ นธต์ ้องไดร้ ับการตีพมิ พ์ หรืออยา่ งน้อยดำเนินการใหผ้ ลงานหรือส่วน
หนึ่งของผลงานได้รับการยอมรับให้ตีพิมพ์ในวารสาร หรือสิ่งพิมพ์ทางวิชาการที่มีกรรมการภายนอก
มารว่ มกลนั่ กรอง (peer review) ก่อนการตพี มิ พ์ และเป็นท่ยี อมรบั ในสาขาวชิ านั้น จำนวนอยา่ งน้อย
๑ เรื่อง

๓) นิสิตต้องรายงานผลการศึกษา ตามแบบรายงานผลของบัณฑิตวิทยาลัยโดยผ่าน
ความเห็นชอบของประธานคณะกรรมการบรหิ ารโครงการ

มคอ. ๒ หลกั สูตรพุทธศาสตรดษุ ฎบี ณั ฑติ สาขาวชิ าวปิ ัสสนาภาวนา ๗๒

๓.๑.๔ แผนการศึกษา
(๑) แผนการศึกษาแบบ ๑.๑

ภาคเรียน รหัสวิชา/รายวชิ า หนว่ ยกิต

วิชาบังคบั แบบไม่นับหน่วยกติ (๓)
(๓)
๑ ๘๑๘ ๑๐๑ กรรมและความสน้ิ กรรมวเิ คราะห์ (๓)
๘๑๘ ๑๐๓ ภาษาองั กฤษเพ่ือการวจิ ัยวปิ สั สนาภาวนา (๙)
หน่วยกติ
๘๑๘ ๑๐๗ ปฏสิ มั ภทิ ามรรควเิ คราะห์
(๓)
รวม

ภาคเรยี น รหัสวิชา/รายวชิ า ๖ (๓)

วิชาบงั คบั แบบไมน่ ับหนว่ ยกติ หนว่ ยกิต

๒ ๘๑๘ ๒๐๔ ระเบียบวิธีวิจยั ช้นั สูงทางวิปสั สนาภาวนา ๑๒
ดุษฎีนพิ นธ์ ๑๒

๘๐๐ ๒๐๐ ดุษฎนี ิพนธ์ หนว่ ยกติ

รวม -

ภาคเรยี น รหสั วชิ า/รายวชิ า

๓ ดษุ ฎนี พิ นธ์
๘๐๐ ๒๐๐ ดษุ ฎีนพิ นธ์

รวม

ภาคเรียน รหสั วิชา/รายวชิ า

วชิ าเอก แบบนบั หน่วยกิต

๔ ๘๑๘ ๔๐๘ การเจริญไตรสิกขาภาคปฏิบัติ ๑
(ปฏบิ ัตธิ รรม ๗ เดือน)

ดุษฎีนิพนธ์

มคอ. ๒ หลกั สตู รพุทธศาสตรดุษฎีบัณฑติ สาขาวชิ าวปิ ัสสนาภาวนา ๗๓

๘๐๐ ๒๐๐ ดุษฎนี ิพนธ์ ๑๒
รวม ๑๒

ภาคเรียน รหสั วชิ า/รายวิชา หน่วยกติ

๕ วชิ าเอก แบบนบั หน่วยกิต (๓)

๘๑๘ ๔๐๘ การเจริญไตรสิกขาภาคปฏบิ ตั ิ ๒ ๑๒
(ปฏบิ ัตธิ รรม ๕ เดอื น) ๑๒(๓)

ดษุ ฎีนพิ นธ์

๘๐๐ ๒๐๐ ดษุ ฎนี พิ นธ์

รวม

ภาคเรยี น รหัสวชิ า/รายวิชา หน่วยกิต

๖ ดุษฎนี พิ นธ์ ดุษฎีนพิ นธ์ ๑๒
๘๐๐ ๒๐๐ รวม ๑๒

(๒) แผนการศกึ ษาแบบ ๒.๑

ภาคเรียน รหสั วชิ า/รายวชิ า หน่วยกติ

วชิ าบังคับ ๓
๘๑๘ ๑๐๑ กรรมและความสน้ิ กรรมวิเคราะห์ ๓
๘๑๘ ๑๐๒ วปิ สั สนาธรรมวิจยั
วชิ าบังคับแบบไมน่ บั หนว่ ยกิต (๓)
๑ ๘๑๘ ๑๐๓ ภาษาอังกฤษเพ่ือการวิจัยวิปัสสนาภาวนา
วชิ าเอก ๓
๘๑๘ ๑๐๗ ปฏสิ มั ภทิ ามรรควเิ คราะห์
วชิ าพื้นฐาน (๓)
๖๐๐ ๑๐๑ พระไตรปิฎกวเิ คราะห์ ๙ (๖)

รวม

มคอ. ๒ หลักสตู รพุทธศาสตรดุษฎีบณั ฑติ สาขาวิชาวปิ สั สนาภาวนา ๗๔

ภาคเรียน รหสั วิชา/รายวชิ า หน่วยกิต

วิชาบังคบั แบบไมน่ บั หน่วยกิต (๓)

๘๑๘ ๒๐๔ ระเบยี บวธิ วี จิ ัยชน้ั สงู ทางวิปัสสนาภาวนา (๓)

วิชาเอก แบบไม่นับหน่วยกิต ๓

๘๑๘ ๒๐๙ ไตรสิกขาวิเคราะห์ (๓)
(๓)
๒ วชิ าเลอื ก ๓ (๑๒)

(เลอื กศึกษาจากหมวดวชิ าเลือก จำนวน ๑ รายวชิ า)

วิชาพืน้ ฐาน

๖๐๖ ๑๐๕ สมถภาวนา

๖๐๖ ๑๐๙ ปรมัตถธรรม

รวม

ภาคเรยี น รหัสวชิ า/รายวชิ า หนว่ ยกติ

๓ วชิ าบงั คบั แบบไม่นบั หน่วยกติ (๓)
๘๑๘ ๓๐๕ งานวิชาการภาษาอังกฤษเพ่ือการวิจยั วิปัสสนาภาวนา (๓)
๑๐๒ ๓๐๒ ภาษาบาลใี นพระไตรปฏิ ก ๑
วิชาเลือก ๓
(เลอื กศึกษาจากหมวดวิชาเลอื ก จำนวน ๑ รายวชิ า)
วชิ าพ้นื ฐาน (๓)
๖๐๖ ๒๐๒ สติปฏั ฐานภาวนา (๓)
๖๐๖ ๒๐๖ วิปัสสนาภาวนา ๓ (๑๒)
รวม

ภาคเรยี น รหัสวชิ า/รายวชิ า หน่วยกติ
-
วชิ าเอก แบบนบั หนว่ ยกิต

๘๑๘ ๔๐๘ การเจริญไตรสิกขาภาคปฏิบัติ ๑ (ปฏบิ ัติธรรม ๗ เดอื น)

มคอ. ๒ หลกั สูตรพทุ ธศาสตรดุษฎีบณั ฑติ สาขาวิชาวิปสั สนาภาวนา ๗๕

ดุษฎีนพิ นธ์ ๙

๘๐๐ ๒๐๐ ดษุ ฎนี ิพนธ์ หน่วยกิต
รวม

ภาคเรยี น รหสั วชิ า/รายวิชา
๑๒
วชิ าเอก แบบนับหนว่ ยกิต ๑๕
หน่วยกิต
๘๑๘ ๔๐๘ การเจรญิ ไตรสิกขาภาคปฏบิ ตั ิ ๒
(ปฏิบตั ิธรรม ๕ เดอื น) (๓)
๕ ดุษฎนี ิพนธ์ (๓)

๘๐๐ ๒๐๐ ดษุ ฎนี ิพนธ์ (๓)
(๓)
รวม

ภาคเรียน รหสั วิชา/รายวชิ า ๓ (๑๒)

วิชาบังคับ แบบไม่นบั หน่วยกิต
๘๑๘ ๖๐๖ จิตวทิ ยาเพือ่ การสอนวปิ สั สนาและการสอบอารมณ์
๑๐๒ ๓๐๖ ภาษาบาลใี นพระไตรปิฏก ๒
๖ วิชาพ้ืนฐาน
๖๐๖ ๓๐๗ สัมมนาวปิ สั สนาภาวนาขั้นสงู
๘๑๘ ๒๐๐ สัมมนาวปิ สั สนาภาวนา
ดษุ ฎีนิพนธ์
๘๐๐ ๒๐๐ ดษุ ฎีนิพนธ์

รวม

ภาคเรียน รหัสวชิ า/รายวิชา หนว่ ยกติ
(๓)
วชิ าเอก แบบไม่นับหน่วยกติ ๑๒

๗ ๘๐๐ ๔๐๑ สมั มนาดษุ ฎีนิพนธ์
ดษุ ฎีนิพนธ์

๘๐๐ ๒๐๐ ดษุ ฎีนพิ นธ์

มคอ. ๒ หลกั สูตรพทุ ธศาสตรดษุ ฎบี ณั ฑติ สาขาวิชาวิปสั สนาภาวนา ๗๖

รวม ๑๒ (๓)

(๓) แผนการศกึ ษาแบบ ๒.๒

ภาคเรยี น รหสั วชิ า/รายวชิ า หนว่ ยกิต

วิชาบงั คบั แบบนับหน่วยกติ ๓

๘๑๘ ๑๐๑ กรรมและความสิ้นกรรมวิเคราะห์ ๓

๘๑๘ ๑๐๒ วปิ สั สนาธรรมวจิ ยั ๓

๑ ๘๑๘ ๑๐๓ ภาษาอังกฤษเพื่อการวิจยั วปิ สั สนาภาวนา (๓)
วิชาเอก ๑๒ (๓)

๘๑๘ ๑๐๗ ปฏิสัมภิทามรรควิเคราะห์

วชิ าพน้ื ฐาน

๖๐๐ ๑๐๑ พระไตรปฎิ กวเิ คราะห์

รวม

ภาคเรยี น รหสั วชิ า/รายวชิ า หน่วยกิต

วชิ าบังคบั แบบไม่นบั หนว่ ยกติ (๓)
๑๐๒ ๓๐๒ ภาษาบาลีในพระไตรปิฏก ๑
วิชาเอก แบบนับหนว่ ยกิต ๓
๘๑๘ ๒๐๙ ไตรสิกขาวเิ คราะห์
๒ วชิ าเลอื ก ๓

(เลอื กศกึ ษาจากหมวดวชิ าเลือก จำนวน ๑ รายวิชา) (๓)
วชิ าพ้นื ฐาน (๓)
๖๐๖ ๑๐๕ สมถภาวนา ๖ (๙)
๖๐๖ ๑๐๙ ปรมตั ถธรรม

รวม

มคอ. ๒ หลกั สตู รพุทธศาสตรดษุ ฎบี ัณฑติ สาขาวิชาวปิ ัสสนาภาวนา ๗๗

ภาคเรยี น รหัสวิชา/รายวชิ า หน่วยกิต

วิชาบังคบั แบบไมน่ บั หนว่ ยกติ (๓)
๘๑๘ ๓๐๕ งานวิชาการภาษาอังกฤษเพื่อการวจิ ัยวปิ สั สนาภาวนา
วชิ าเอก ๓
๘๑๘ ๓๑๐ ญาณวเิ คราะห์
๓ วิชาเลอื ก ๓

(เลอื กศกึ ษาจากหมวดวิชาเลือก จำนวน ๑ รายวชิ า) (๓)
วิชาพนื้ ฐาน (๓)
๖๐๖ ๒๐๒ สติปฏั ฐานภาวนา ๖ (๙)
๖๐๖ ๒๐๖ วิปัสสนาภาวนา

รวม

ภาคเรียน รหสั วิชา/รายวิชา หน่วยกิต

วชิ าเอก แบบนับหนว่ ยกติ -

๔ ๘๑๘ ๔๐๘ การเจริญไตรสิกขาภาคปฏิบัติ ๑ ๑๕
(ปฏบิ ัติธรรม ๗ เดือน) ๑๕
หนว่ ยกิต
ดุษฎีนพิ นธ์

๘๐๐ ๒๐๐ ดุษฎนี ิพนธ์
๑๒
รวม ๑๕

ภาคเรยี น รหสั วิชา/รายวชิ า

วชิ าเอก แบบนับหนว่ ยกิต

๘๑๘ ๔๐๘ การเจรญิ ไตรสิกขาภาคปฏิบัติ ๒
(ปฏิบตั ธิ รรม ๕ เดือน)

ดุษฎีนิพนธ์

๘๐๐ ดุษฎนี พิ นธ์
๒๐๐

รวม

มคอ. ๒ หลกั สตู รพุทธศาสตรดษุ ฎีบัณฑติ สาขาวิชาวิปสั สนาภาวนา ๗๘

ภาคเรยี น รหัสวิชา/รายวิชา หน่วยกติ

วชิ าเอก แบบนบั หน่วยกิต (๓)
๘๑๘ ๖๐๖ จิตวทิ ยาเพ่ือการสอนวิปสั สนาและการสอบอารมณ์ (๓)
๑๐๒ ๓๐๖ ภาษาบาลีในพระไตรปฏิ ก ๒ (๓)
๖ ๘๑๘ ๒๐๔ ระเบียบวธิ วี จิ ัยชั้นสงู ทางวิปัสสนาภาวนา (๓)
๘๑๘ ๖๑๕ วิปัสสนานานาชาติ
วชิ าพื้นฐาน (๓)
๘๑๘ ๒๐๐ สัมมนาวิปสั สนาภาวนา (๑๕)

รวม หนว่ ยกิต

ภาคเรยี น รหสั วิชา/รายวิชา (๓)

วิชาเอก แบบนบั หน่วยกิต ๑๒
๑๒ (๓)
๗ ๘๐๐ ๔๐๑ สมั มนาดษุ ฎีนิพนธ์ หน่วยกติ
ดุษฎนี พิ นธ์

๘๐๐ ๒๐๐ ดุษฎนี ิพนธ์
(๓)
รวม

ภาคเรยี น รหัสวิชา/รายวิชา ๑๒(๓)

วิชาเลือก

(เลอื กศึกษาจากหมวดวิชาเลอื ก จำนวน ๑ รายวิชา)

๘ วิชาพ้นื ฐาน
๖๐๖ ๓๐๗ สมั มนาวิปัสสนาภาวนาช้นั สูง

ดษุ ฎีนพิ นธ์

๘๐๐ ๒๐๐ ดุษฎนี พิ นธ์

รวม

มคอ. ๒ หลักสตู รพทุ ธศาสตรดุษฎบี ณั ฑติ สาขาวิชาวปิ สั สนาภาวนา ๗๙

๓.๒ ชือ่ สกลุ เลขประจำตัวบตั รประชาชน ตำแหน่งและคุณวุฒิของอาจารย์

๓.๒.๑ อาจารยป์ ระจำหลักสูตร

ตำแหน่ง ชือ่ - นามสกุล คุณวฒุ ิ/สาขาวชิ า สถาบนั ทส่ี ำเรจ็ ปีท่ีสำเรจ็
ผชู้ ว่ ย พระมหาชิต ฐานชิโต,ผศ.
ศาสตรา ดร*(โตง้ กระโทก) Ph.D. (Sanskrit Vedic Studies) Sumputananan Sanskrit ๒๕๔๕
จารย์ ๓ ๓๐๐๖ ๐๐๐๒๙ ๗๘ ๘ University, India ๒๕๔๑
M.A. (Sanskrit Literature) Banaras Hindu Uni, India ๒๕๓๓
ผูช้ ว่ ย ผศ.ดร.วิโรจน์ คุ้มครอง* ศน.บ. (การศกึ ษา) ๒๕๕๖
ศาสตรา ๓ ๗๔๐๓ ๐๐๐๙๑ ๐๒ ๖ พธ.ด. (พระพทุ ธศาสนา) มหาวิทยาลัยมหามกุฎฯ ๒๕๔๙
จารย์ พธ.ม. (พระพุทธศาสนา) มหาวทิ ยาลัยมหาจฬุ าฯ ๒๕๓๘
อาจารย์ ดร.ธานี สุวรรณประทีป* ป.ธ. ๙ (บาล)ี มหาวทิ ยาลยั มหาจฬุ าฯ ๒๕๕๙
พธ.ด. (พระพุทธศาสนา) แมก่ องบาลีสนามหลวง ๒๕๔๘
๓ ๗๒๐๕ ๐๐๒๖ ๙๑๒ ๑ ศน.ม.(พทุ ธศาสนาและปรัชญา) มหาวิทยาลยั มหาจฬุ าฯ ๒๕๓๙
ป.ธ. ๙ (บาล)ี มหาวิทยาลยั มหามกุฎฯ ๒๕๖๐
รอง รศ.ดร.เวทย์ บรรณกรกุล พธ.ด. (บาลพี ทุ ธศาสตร์) แมก่ องบาลีสนามหลวง ๒๕๔๓
ศาสตรา ๓ ๓๕๐๖ ๐๐๔๖๔ ๕๑ ๔ ศษ.ม. (ประชากรศกึ ษา) มหาวิทยาลัยมหาจฬุ าฯ ๒๕๓๔
จารย์ พธ.บ. (ปรชั ญา) มหาวทิ ยาลยั มหิดล ๒๕๓๕
ป.ธ. ๙ (บาลี) มหาวทิ ยาลัยมหาจฬุ าฯ ๒๕๖๐
ผู้ชว่ ย พระราชรัตนมนุ ี,ผศ.ดร. พธ.ด. (บาลพี ทุ ธศาสตร)์ แม่กองบาลสี นามหลวง ๒๕๔๘
พธ.ม. (บาล)ี มหาวทิ ยาลยั มหาจุฬาฯ ๒๕๔๒
ศาสตรา [บญุ เทียม าณินโฺ ท (มุสุ)] พธ.บ. (บาลีพทุ ธศาสตร์) มหาวิทยาลยั มหาจฬุ าฯ ๒๕๕๓
จารย์ ๓ ๕๖๐๑ ๐๐๐๑๐๖ ๑๐๓ ๐ Ph.D. (Pali&Buddhist Studies) มหาวทิ ยาลยั มหาจฬุ าฯ ๒๕๕๑
M.A. (Buddhist Studies) ๒๕๔๘
ผชู้ ่วย พระครูพพิ ธิ วรกิจจานกุ าร,ผศ. ศน.บ. (พระพทุ ธศาสนา) Banaras Hindu University,India
ศาสตรา ดร. Banaras Hindu University,India ๒๕๕๘
[มานติ ย์ เฟ่ืองผล (เขมคตุ ฺโต)] พธ.ด. (พระพทุ ธศาสนา) ๒๕๔๖
จารย์ ศศ.ม. (ภาษาสันสกฤต) มหาวทิ ยาลยั มหามกุฎฯ ๒๕๓๕
๓ ๑๐๐๙ ๐๐๖๔๗ ๖๒ ๔ พธ.บ. (ปรชั ญา) ๒๕๕๗
พธ.ด. (พระพทุ ธศาสนา) มหาวทิ ยาลัยมหาจฬุ าฯ ๒๕๕๓
ร อ ง พระเทพสวุ รรณเมธี,รศ.ดร. ศน.ม. (พทุ ธศาสน์ศึกษา) มหาวทิ ยาลัยศลิ ปากร ๒๕๔๓
บธ.ม. (บริหารธุรกจิ ) มหาวิทยาลัยมหาจุฬาฯ ๒๕๓๐
ศาสตรา [สชุ าติ กิตฺติปญโฺ (หวลจิตต์)] ศศ.บ. (ภาษาไทย) มหาวทิ ยาลยั มหาจฬุ าฯ
จารย์ ๓ ๑๓๐๔ ๐๐๑๓๐ ๗๙ ๗ มหาวทิ ยาลยั มหามกุฏฯ

อาจารย์ ดร.สุพิชฌาย์ พรพชิ ณรงค์ สถาบนั บณั ฑิตพัฒนฯ (นิด้า)

๓ ๑๐๒๐ ๐๑๖๗๐ ๘๖ ๒ มหาวทิ ยาลยั รามคำแหง

มคอ. ๒ หลกั สูตรพทุ ธศาสตรดษุ ฎีบณั ฑติ สาขาวชิ าวิปสั สนาภาวนา ๘๐

ตำแหน่ง ช่ือ- นามสกุล คุณวุฒ/ิ สาขาวชิ า สถาบันทสี่ ำเร็จ ปที สี่ ำเร็จ

อาจารย์ ดร.นวลวรรณ พนู วสพุ ลฉตั ร พธ.ด. (พระพุทธศาสนา) มหาวิทยาลยั มหาจุฬาฯ ๒๕๕๖
๓ ๔๐๙๙ ๐๐๖๔๓ ๔๔ ๖ M.A. (Applied Economics) ๒๕๓๓
วท.บ. (พยาบาลและผดุงครรภ์) Western Michigan ๒๕๒๘
University, USA

มหาวทิ ยาลยั ขอนแก่น

*อาจารย์ผู้รบั ผิดชอบหลกั สูตรและประจำหลกั สตู ร

๓.๒.๒ อาจารย์บรรยายพเิ ศษ

ชือ่ -ฉายา/นามสกุล คุณวฒุ /ิ สาขาวิชา ตำแหนง่ ทางวิชาการ
อาจารยพ์ เิ ศษ
พระเทพวิสุทธิโสภณ, ดร. (เฉลา เตชวนฺโต) พธ.ด. (พระพุทธศาสนา) อาจารยพ์ เิ ศษ

พธ.ม. (พระพทุ ธศาสนา) อาจารยพ์ ิเศษ

ป.ธ.๙ (บาล)ี อาจารยพ์ ิเศษ

พระเทพสิทธมิ ุนี, ดร. (บญุ สิน อตุ ตฺ มชาโต) Ph.D. (Pali & Buddhist อาจารย์พิเศษ
อาจารยพ์ เิ ศษ
study) อาจารย์พิเศษ

M.A. (Pali & Buddhist

study)

ป.ธ.๙ (บาลี)

พระเทพวสิ ุทธิมนุ ี,รศ.ดร. พธ.ด. (พระพุทธศาสนา)

(บุญชติ ญาณวโร) อ.ม. (ศาสนาเปรียบเทียบ)

พธ.บ. (ศาสนาปรชั ญา)

ป.ธ. ๙ (บาลี)

พระราชปัญญารังส,ี ดร. (วีระเวส สุวโี ร) ปร.ด. (การพฒั นาการบรหิ าร)

อ.ม. (จรยิ ศาสตรศ์ ึกษา)

พธ.บ. (การบริหารรฐั กจิ )

ป.ธ. ๗ (บาล)ี

พระศรีธีรวงศ์ (สมัย ตน้ สอน) พธ.ม. (วิปัสสนาภาวนา)

ป.ธ. ๙ (บาลี)

พระมหาประนอม ธมฺมาลงฺกาโร ธัมมาจรยิ ะ

ป.ธ. ๗ (บาล)ี

ดร. สภุ ีร์ ทุมทอง พธ.ม. (พระพทุ ธศาสนา)

วศ.บ. (ไฟฟ้า)

อภิธรรมบัณฑติ

ประกาศนียบตั รบาลใี หญ่

ป.ธ. ๔ (บาลี)

มคอ. ๒ หลักสูตรพทุ ธศาสตรดษุ ฎีบณั ฑติ สาขาวิชาวิปสั สนาภาวนา ๘๑

๓.๒.๓ พระวปิ ัสสนาจารย์

ช่อื -ฉายา/นามสกุล คณุ วุฒิ ตำแหน่งทางวิชาการ

พระเทพสิทธิมนุ ี, ดร. Ph.D. (Pali & Buddhist study) อาจารย์
(บญุ สิน อุตตฺ มชาโต)
M.A. (Pali & Buddhist study)
พระเทพวิสุทธโิ สภณ, ดร.
(เฉลา เตชวนฺโต) ป.ธ.๙ (บาลี)

พระเทพวสิ ทุ ธิมนุ ี,รศ.ดร. พธ.ด. (พระพุทธศาสนา) อาจารย์
(บญุ ชติ ญาณวโร)
พธ.ม. (พระพุทธศาสนา)

ป.ธ. ๙ (บาลี)

พธ.ด. (พระพุทธศาสนา) อาจารย์

อ.ม. (ศาสนาเปรียบเทยี บ)

พธ.บ. (ศาสนาปรัชญา)

ป.ธ. ๙ (บาลี)

๔. องค์ประกอบเกย่ี วกับประสบการณ์ภาคสนาม

ผู้สมัครทีไ่ ม่จบปรญิ ญาโท สาขาวิชาวปิ สั สนาภาวนา ก่อนลงทะเบียนเข้าศึกษาต้องผ่านการ
เข้าปฏิบัติวิปัสสนาภาวนาเป็นเวลา ๓๐ วัน และก่อนสำเร็จการศึกษาต้องผ่านการปฏิบัติวิปัสสนา
กรรมฐานตดิ ต่อกันเปน็ เวลา ๑๒ เดือน ในสถานทปี่ ฏิบัตวิ ิปสั สนากรรมฐานทม่ี หาวิทยาลัยกำหนดโดย
มพี ระวปิ ัสสนาจารย์เป็นผ้คู วบคมุ การปฏิบตั ิและวัดผลประเมินผลการปฏิบตั ิ

๕. ข้อกำหนดเกย่ี วกบั การทำดุษฎีนพิ นธ์

ข้อกำหนดเก่ียวกับการทำดษุ ฎีนิพนธ์ ต้องเปน็ หัวข้อท่ีเกี่ยวข้องกบั การเจริญวิปัสสนาภาวนา
ที่ปรากฏในพระไตรปิฎกอันเป็นคัมภีร์หลักทางพระพุทธศาสนา ทั้งนี้เพื่อให้ได้เหมาะสมกับการเรียน
การสอน เพื่อส่งเสริมการปฏิบัติธรรมตามหลักไตรสิกขา โดยนำส่งตามรูปแบบและระยะเวลาที่
หลักสูตรกำหนด มีระเบยี บข้องบังคบั ดังนี้

๕.๑ คำอธิบายโดยย่อ

๕.๑.๑ นิสิตที่ศึกษารายวิชามาแล้วไม่น้อยกว่า ๑ ภาคการศึกษาปกติ และมีหน่วยกิต
สะสมไมน่ ้อยกว่า ๖ หน่วยกติ มีสทิ ธเิ สนอโครงร่างดุษฎีนิพนธ์เพือ่ ขออนุมตั ลิ งทะเบยี นทาํ ดุษฎีนิพนธ์

๕.๑.๒ ดุษฎีนิพนธ์ต้องมีเนื้อหาประกอบด้วยจำนวนบทอย่างน้อย ๕ บท แต่ไม่เกิน ๗
บท โดยแบ่งการสอบออกเป็น ๓ คร้ัง ดังน้ี

ครงั้ ที่ ๑ สอบหัวข้อและโครงรา่ งดษุ ฎนี ิพนธ์

ครัง้ ท่ี ๒ นำเสนองานต่อสาธารณะ ( Public Hearing)

มคอ. ๒ หลักสตู รพทุ ธศาสตรดุษฎีบัณฑติ สาขาวิชาวปิ ัสสนาภาวนา ๘๒

คร้ังที่ ๓ สอบป้องกันดุษฎีนิพนธ์

๕.๑.๓ การลงทะเบียนและการชำระค่าลงทะเบียนดุษฎีนิพนธ์ให้เป็นไปตามที่บัณฑิต
วทิ ยาลยั กำหนด

๕.๑.๔ นิสิตมีสิทธิ์เสนอสอบดุษฎีนิพนธ์ครั้งที่ ๓ (ครั้งสุดท้าย) เพื่อสอบจบการศึกษา
เมื่อได้รับผลประเมินผ่าน ในการศึกษารายวิชาที่ได้รับการพิจารณาให้ศึกษาเพิ่มเติม สอบผ่านการ
สอบวัดคุณสมบัติ สอบผ่านการสอบวัดความรู้ภาษาต่างประเทศ ๒ ภาษา ผ่านการปฏิบัติวิปัสสนา
กรรมฐานเป็นเวลา ๕ หรือ ๑๒ เดือน และมีระยะเวลาการศึกษาไม่น้อยกว่า ๖ ภาคการศึกษาปกติ
สำหรับหลักสูตรแบบ ๑.๑ และ ๒.๑ และมีระยะเวลาการศึกษาไม่น้อยกว่า ๘ ภาคการศึกษาปกติ
สำหรบั หลกั สูตรแบบ ๒.๒ ในระบบทวภิ าค

๕.๑.๕ การเสนอหัวข้อและโครงร่างดุษฎีนิพนธ์ การลงทะเบียนดุษฎีนิพนธ์ นําเสนอ
งานต่อสาธารณะ (Public Hearing) และการสอบป้องกันดุษฎีนิพนธ์ ให้เป็นไปตามระเบียบบัณฑิต
วิทยาลยั ว่าด้วยวิธปี ฏิบัติเกี่ยวกับดษุ ฎีนิพนธ์ พ.ศ. ๒๕๕๐

๕.๒ มาตรฐานผลการเรียนรู้

นิสติ มศี ักยภาพในการเรียนร้ดู ้วยตนเอง สามารถขบคิดและวิเคราะหป์ ัญหาเกีย่ วกับวิปัสสนา
ภาวนาและสภาวญาณได้อย่างเป็นระบบ สามารถประยุกต์ใช้ศาสตร์ต่างๆ ทั้งทางภาคทฤษฎีและ
ภาคปฏิบัติ เพื่อให้ได้รับผลการปฏิบัติไดอ้ ย่างมีประสิทธิภาพ ให้มีความรู้ความสามารถเป็นวปิ ัสสนา
จารย์ ปราบปรับวาททเี่ กิดข้ึนใหเ้ รียบร้อยโดยชอบธรรมได้ ทง้ั นี้ เพื่อการเผยแผด่ า้ นวิปัสสนาภาวนาให้
เกิดการ บูรณาการด้านปรยิ ัติและปฏิบัติ สามารถรู้เท่าทนั ความเปลี่ยนแปลงของสังคมและธรรมชาติ
มีแนวคิดที่สร้างสรรค์และวิสัยทัศน์ท่ีกว้างไกลประกอบด้วยศีลาจารวัตรงดงาม เป็นแบบอย่างที่ดีใน
สังคม สามารถนำความรู้เกี่ยวกับวิปัสสนาภาวนาในพุทธศาสนามาพัฒนาตนเองและพัฒนาองค์กร
ชุมชน มวลมนษุ ยชาติอยา่ งเหมาะสม

๕.๓ ช่วงเวลา

๕.๓.๑ นิสิตแบบ ๑.๑ จะเสนอหัวข้อและโครงรา่ งดุษฎีนิพนธ์เพื่อขออนุมัติลงทะเบียน
ทำดุษฎีนิพนธ์ได้หลังจากขึ้นทะเบียนเป็นนิสติ แล้ว มีสิทธิ์ขอสอบดุษฎีนิพนธ์ได้ต่อเมื่อทำดุษฎีนิพนธ์
เสร็จสมบูรณ์ โดยใช้เวลาทำดุษฎีนิพนธ์ไม่น้อยกว่า ๖ ภาคการศึกษาปกติ นับจากวันลงทะเบียนทำ
ดุษฎีนพิ นธ์

๕.๓.๒ นิสิตแบบ ๒.๑ จะเสนอหัวข้อและโครงร่างดุษฎนี ิพนธ์เพือ่ ขออนุมัติลงทะเบียน
ทำดุษฎีนิพนธ์ได้ เมื่อศึกษารายวิชาแล้วไม่น้อยกว่า ๑ ภาคการศึกษาปกติ และมีหน่วยกิตสะสมใน
รายวิชาไม่น้อยกว่า ๖ หน่วยกิต มีสิทธิ์ขอสอบดุษฎีนิพนธ์ได้ต่อเมื่อได้ศึกษารายวิชาครบถ้วนและ
ถูกต้องตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้มีหน่วยกิตสะสมไม่น้อยกว่าที่กำหนดไว้ในหลักสูตร และได้ค่าเฉล่ีย

มคอ. ๒ หลักสูตรพุทธศาสตรดุษฎีบณั ฑติ สาขาวิชาวิปสั สนาภาวนา ๘๓

สะสมไม่ตำ่ กวา่ ๓.๐๐ จากระบบ ๔ แต้ม และทำดุษฎีนิพนธ์เสร็จสมบรู ณ์ โดยใช้เวลาทำดุษฎีนิพนธ์
ไมน่ อ้ ยกว่า ๘ เดือน นับจากวนั ลงทะเบียนทำดษุ ฎนี ิพนธ์

๕.๓.๓ นิสิตแบบ ๒.๒ จะเสนอหัวข้อและโครงรา่ งดุษฎีนพิ นธเ์ พื่อขออนุมัติลงทะเบียน
ทำดุษฎีนิพนธ์ได้ เมื่อศึกษารายวิชาแล้วไม่น้อยกว่า ๑ ภาคการศึกษาปกติ และมีหน่วยกิตสะสมใน
รายวิชาไม่น้อยกว่า ๖ หน่วยกิต มีสิทธิ์ขอสอบดุษฎีนิพนธ์ได้ต่อเมื่อได้ศึกษารายวิชาครบถ้วนและ
ถูกต้องตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้มีหน่วยกิตสะสมไม่น้อยกว่าที่กำหนดไว้ในหลักสูตร และได้ค่าเฉลี่ย
สะสมไม่ตำ่ กวา่ ๓.๐๐ จากระบบ ๔ แต้ม และทำดษุ ฎีนิพนธ์เสร็จสมบูรณ์ โดยใชเ้ วลาทำดุษฎีนิพนธ์
ไม่น้อยกวา่ ๘ เดอื น นับจากวนั ลงทะเบียนทำดุษฎีนิพนธ์

๕.๓.๔ คณะกรรมการควบคุมดุษฎีนิพนธ์ตอ้ งมีทั้งบรรพชติ และคฤหัสถ์ จำนวนไม่น้อย
กว่า ๒ ทา่ น แตไ่ ม่เกนิ ๓ ทา่ น ทงั้ น้จี ะต้องมีอาจารยป์ ระจำมหาวิทยาลัยอยา่ งนอ้ ย ๑ ท่าน

๕.๔ จำนวนหนว่ ยกิต

๑) หลักสูตร แบบ ๑.๑ จำนวน ๕๔ หน่วยกิต หลักสูตรทำดุษฎีนิพนธ์อย่างเดียว โดย
ต้องศกึ ษารายวชิ าไม่นับหนว่ ยกิตอยา่ งน้อย ๕ รายวชิ า

๒) หลักสูตร แบบ ๒.๑ จำนวน ๕๔ หน่วยกิต เป็นหลักสูตรเน้นวิจัยเข้าห้องเรียนและ
ทำดุษฎีนิพนธ์ โดยทำดุษฎีนิพนธ์ ๓๖ หน่วยกิต ศึกษารายวิชารวม ๑๘ หน่วยกิต ศึกษารายวิชาที่ไม่
นับหน่วยกิต จำนวน ๒๔ หน่วยกิต และศึกษารายวิชาพื้นฐาน ๒๑ หน่วยกิต (เฉพาะผู้ไม่จบปริญญา
โท สาขาวชิ าวิปสั สนาภาวนา ตอ้ งศกึ ษารายวชิ าพนื้ ฐาน)

๓) หลักสูตร แบบ ๒.๒ จำนวน ๗๘ หน่วยกิต เป็นหลักสูตรเน้นวิจัยเข้าห้องเรียนและ
ทำดุษฎีนิพนธ์ โดยทำดุษฎีนพิ นธ์ ๔๘ หน่วยกิต ศึกษารายวิชารวม ๓๐ หน่วยกิตศึกษารายวิชาที่ไม่
นับหน่วยกิต จำนวน ๒๑ หน่วยกิต และศึกษารายวิชาพื้นฐาน ๒๑ หน่วยกิต (เฉพาะผู้ไม่จบปริญญา
โท สาขาวิชาวปิ ัสสนาภาวนา ตอ้ งศึกษารายวิชาพ้ืนฐาน)

๕.๕ การเตรียมการ

มกี ารแตง่ ต้ังอาจารย์ท่ีปรึกษาและรายวชิ าท่ีเกยี่ วข้องกบั การวิจัย รวมไปถึงการจัดสัมมนาให้
ความรู้เกี่ยวกับการทำดุษฎีนิพนธ์ และจัดให้มีโครงการสัมมนาเทคนิคการเขียนดุษฎีนิพนธ์เพื่อ
แก้ปัญหาใหน้ สิ ติ มขี น้ั ตอนดังน้ี

๕.๕.๑ จัดเตรียมคณาจารย์ เจ้าหน้าที่ ห้องเรียน ห้องสมุดและอุปกรณ์การศึกษาให้
พร้อมในแตล่ ะปกี ารศกึ ษาให้พร้อมทีท่ าํ งาน

๕.๕.๒ เตรียมคณาจารย์ผู้ให้คําปรึกษา แนะนําแก่นิสิต และให้นิสิตจัดทําหัวข้อและ
โครง ร่างดุษฎีนิพนธ์โดยความเห็นชอบของผูhที่จะได้รับแต่งตั้งเป็นประธานหรือกรรมการควบคุม
ดุษฎีนิพนธ์

มคอ. ๒ หลกั สูตรพทุ ธศาสตรดษุ ฎบี ณั ฑติ สาขาวชิ าวปิ ัสสนาภาวนา ๘๔

๕.๕.๓ อาจารย์จัดทําตารางการเรียนการสอนและตารางสําหรับให้คําปรึกษาแก่นิสิต
เป็นรายบคุ คล

๕.๕.๔ คณะกรรมการควบคุมดษุ ฎีนพิ นธ์ต้องมีจํานวนไม่น้อยกว่า ๒ ท่าน แต่ไม่เกิน ๓
ท่าน

๕.๕.๕ อาจารย์ท่ปี รึกษาดษุ ฎีนิพนธ์ท่ใี ห้คําปรึกษาในการเลือกหัวข้อดุษฎีนิพนธ์ การจัด
เตรียมโครงร่าง การสอบโครงร่าง กระบวนการศึกษาค้นคว้า การจัดทํารายงานดุษฎีนิพนธ์ และการ
ประเมนิ ผลกระบวนการทําดษุ ฎีนิพนธข์ องผู้เรียน

๕.๖ กระบวนการประเมนิ ผล

๕.๖.๑ ให้คณบดีบัณฑิตวิทยาลัยแต่งตั้ง คณะกรรมการสอบดุษฎีนิพนธ์ โดยอาจารย์
ผู้สอบดษุ ฎนี พิ นธต์ ้อง ประกอบด้วยอาจารย์ประจําหลักสูตรและผู้ทรงคุณวฒุ ภิ ายนอกสถาบนั รวมไม่
น้อยกว่า ๕ คน เป็นคณะกรรมการสอบวัดคุณสมบัติ ทั้งนี้ให้มีกรรมการอย่างน้อย ๑ คน มาจาก
สาขาวิชาเดียวกันหรือเกี่ยวข้องกัน ซึ่งมิใช่อาจารย์ที่ปรึกษา และให้คณะกรรมการสอบวัดคุณสมบัติ
บรหิ ารการสอบให้เป็นไปดว้ ยความเรียบร้อย

๕.๖.๒ แบบ ๑ สอบผ่านการสอบวดั คุณสมบตั ิ (Qualifying Examination) เพือ่ เป็นผู้มี
สทิ ธิขอทําดุษฎีนพิ นธ์ เสนอดษุ ฎีนิพนธ์ และสอบผ่านการสอบปากเปล่าข้ันสุดทา้ ย โดยคณะกรรมการ
ที่สถาบันอุดมศึกษานั้นแต่งตั้ง ซึ่งจะต้องประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิจากภายในและภายนอกสถาบัน
และต้อง เป็นระบบเปิดให้ผู้สนใจเข้ารับฟังได้ สําหรับผลงานดุษฎนี ิพนธ์หรือส่วนหนึ่งของดุษฎีนิพนธ์
ต้องได้รับการตีพิมพ์ หรืออย่างน้อยได้รับการตีพิมพ์ในวารสารระดับชาติ หรือนานาชาติที่มีคุณภาพ
ตามประกาศคณะกรรมการอุดมศึกษา เร่ือง หลักเกณฑ์การพิจารณาวารสารทางวิชาการสําหรับการ
เผยแพร่ผลงานทางวิชาการ อย่างน้อย ๒ เรื่อง

แบบ ๒ ศึกษารายวิชาครบถ้วนตามที่กาํ หนดในหลักสูตร โดยจะต้องได้คะแนนเฉล่ยี ไม่
ต่ำกว่า ๓.๐๐ จากระบบ ๔ ระดับคะแนนหรือเทียบเท่า สอบผ่านการสอบวัดคุณคุณสมบัติ
(Qualifying Examination) เพื่อเป็นผู้มีสิทธิขอทําดุษฎีนิพนธ์ เสนอดุษฎีนิพนธ์ และสอบผ่านการ
สอบปากเปล่าขั้นสุดท้าย โดยคณะกรรมการที่สถาบันอุดมศึกษานั้นแต่งตั้ง ซึ่งจะต้องประกอบด้วย
ผู้ทรงคุณวุฒิจากภายในและภายนอกสถาบัน และต้องเป็นระบบเปิดให้ผู้สนใจเข้ารับฟังได้ สําหรับ
ผลงานดุษฎีนิพนธ์หรือส่วนหนึ่งของดุษฎีนิพนธ์ต้องได้รับการตีพิมพ์ หรืออย่างน้อยได้รับการยอมรับ
ให้ตีพิมพ์ในวารสารระดับชาติหรือนานาชาติที่มีคุณภาพตามประกาศคณะกรรมการอุดมศึกษา เรื่อง
หลักเกณฑ์การพจิ ารณาวารสารทางวชิ าการสาํ หรับการเผยแพร่ผลงานทางวิชาการ

๕.๖.๓ ในการสอบดุษฎีนิพนธ์ นิสิตต้องสอบผ่านการสอบปากเปล่าขั้นสุดท้าย โดย
คณะกรรมการสอบในการตอบข้อซักถามต่าง ๆ เกี่ยวกับดุษฎีนิพนธ์หรือเรื่องที่เกี่ยวข้อง หลังจาก
สอบแล้ว ให้คณะกรรมการตรวจสอบดษุ ฎีนิพนธ์ประชุมพิจารณาประเมินผล ในขณะประเมินให้นสิ ติ
ออกจากห้องสอบ

มคอ. ๒ หลกั สูตรพทุ ธศาสตรดุษฎบี ณั ฑติ สาขาวชิ าวิปสั สนาภาวนา ๘๕

๕.๖.๔ ให้มีการจดบันทกึ รายละเอียดเกีย่ วกบั การประเมนิ ผลดุษฎีนพิ นธท์ ุกคร้งั

๕.๖.๕ ให้คณะกรรมการตรวจสอบดุษฎีนิพนธ์ประเมินคุณภาพดุษฎีนิพนธ์ โดย
กําหนดเป็น ๔ ระดบั ดงั น้ี

ผลการศึกษา ระดบั
ดเี ยี่ยม (Excellent) A
ดี (Good) B+
ผ่าน (Passed) B
ตก (Failed ) F

ทั้งนี้ให้เป็นไปตามระเบียบบัณฑิตวิทยาลัย ว่าด้วยวิธีปฏิบตั ิเกี่ยวกับดุษฎีนพิ นธ์ พุทธศักราช
๒๕๕๐ หมวดท่ี ๖ การประเมนิ ผลวทิ ยานิพนธแ์ ละดุษฎีนิพนธ์ ขอ้ ๑๔ และขอ้ ๑๕ ดงั น้ี

๑) ให้มีการวัดผลทุกรายวิชาที่นิสิตลงทะเบียนแตล่ ะภาคการศึกษา โดยวิธีการทดสอบเขียน
รายงาน มอบหมายงานใหท้ ำ หรือวิธีการอ่นื ใดทเ่ี หมาะสมกับรายวชิ า

๒) นิสิตจะมีสิทธิ์เข้าสอบไล่ หรือได้รับการวัดผลในรายวิชาใด ก็ต่อเมื่อมีเวลาศึกษาใน
รายวชิ าน้ันมาแล้ว ไม่น้อยกว่ารอ้ ยละ ๘๐ ของเวลาการศึกษาในภาคการศึกษาน้ัน

๓) การประเมินผลการศึกษารายวิชา แบ่งเป็น ๗ ระดับ คือ A, A-, B+, B, C+, C และ F มี
ผลการศึกษา ระดับ และเกณฑค์ ะแนน แต่ละระดับ ดงั นี้

ผลการศกึ ษา ระดับ ค่าระดับ เกณฑค์ ะแนน เกณฑ์
วชิ าเลือก วิชาบังคบั และวิชาเอก

ดเี ยยี่ ม (Excellent) A ๔.๐๐ ๙๕ - ๑๐๐ ๙๕ - ๑๐๐ เกณฑ์ผา่ นวชิ า
บงั คบั และวิชาเอก

เยีย่ ม (Very Good) A- ๓.๖๗ ๙๐ - ๙๔ ๙๐ - ๙๔ ”

ดมี าก (Fairy Good) B+ ๓.๓๓ ๘๕ - ๘๙ ๘๕ - ๘๙ ”

ดี (Good) B ๓.๐๐ ๘๐ - ๘๔ ๘๐ - ๘๔ ”

คอ่ นขา้ งดี (Very Fair) C+ ๒.๕๐ ๗๕ - ๗๙ ต่ำกว่า ๘๐ เกณฑผ์ า่ นวชิ าเลือก

พอใช้ (Fair) C ๒.๐๐ ๗๐ - ๗๔ ”

ตก (Failed) F ๐ ตำ่ กวา่ ๗๐

๔) นิสิตต้องสอบไล่ได้ระดับ A, A-, B+, และ B หรือ S ในรายวิชาที่หลักสูตรกำหนดไว้เป็น
รายวิชาบังคับ วิชาเอก หรือวิชาเลือก นิสิตที่ได้ระดับต่ำกว่า B ในรายวิชาบังคับหรือวิชาเอก ต้อง
ลงทะเบยี นรายวิชานน้ั ใหม่ และตอ้ งสอบให้ได้ระดับไมต่ ่ำกวา่ B หรอื S แล้วแตก่ รณี เงอ่ื นไขอ่นื ๆ ให้

มคอ. ๒ หลกั สูตรพุทธศาสตรดษุ ฎบี ณั ฑติ สาขาวิชาวปิ สั สนาภาวนา ๘๖

เป็นไปตามข้อบังคับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ว่าด้วยเรื่องการศึกษาระดับ
บณั ฑติ ศกึ ษา พ.ศ. ๒๕๔๑ และฉบบั แกไ้ ขเพิม่ เตมิ พ.ศ. ๒๕๔๙

๕) การประเมินผลดุษฎีนิพนธ์ให้เป็นไปตามระเบียบบัณฑิตวิทยาลัยว่าดว้ ยวิธีปฏิบัติเก่ียวกับ
ดุษฎีนพิ นธ์ พ.ศ. ๒๕๔๒ แกไ้ ขปรับปรุ่ง พ.ศ. ๒๕๕๐ ดำเนินการดังนี้

ก. ในการสอบดุษฎีนิพนธ์ นิสิตต้องตอบข้อซกั ถามต่าง ๆ เกี่ยวกับดุษฎนี ิพนธห์ รือเรือ่ ง
ที่เกี่ยวข้อง หลังจากสอบแล้วให้คณะกรรมการตรวจสอบดุษฎีนิพนธ์ประชุมพิจารณาประเมินผล
ในขณะประเมินผลใหน้ ิสิตออกจากหอ้ งสอบ

ข. ใหม้ ีการจดบันทึกรายละเอยี ดเกี่ยวกับการประเมินผลดุษฎีนิพนธ์ทุกครง้ั

ค. หากคณะกรรมการตรวจสอบดุษฎีนิพนธ์มีมติให้แก้ไขดุษฎีนิพนธ์ไม่ว่ากรณีใด ๆ
นิสิตตอ้ งแกไ้ ขดุษฎีนพิ นธใ์ หถ้ ูกต้องตามมติ และคำแนะนำนนั้ กอ่ นทจ่ี ะนำดษุ ฎนี พิ นธ์ฉบบั ทแ่ี กไ้ ขแล้ว
ส่งบัณฑิตวิทยาลัย กรณีที่นิสิตไม่สามารถส่งดุษฎีนิพนธ์ได้ทันเวลาตามที่คณะกรรมการกำหนด
จะต้องดำเนินการยื่นขอขยายเวลาการส่งดุษฎีนิพนธ์ต่อบัณฑิตวิทยาลัยโดยผ่านความเห็นชอบของ
ประธานคณะกรรมการตรวจสอบดุษฎนี ิพนธ์ ทั้งนี้ การขยายเวลา ต้องอยู่ภายในระยะเวลา ๖ เดือน
นับแต่วันสอบ หากเกินจากกำหนดนี้ ให้ถือว่าสอบไม่ผ่านและจำต้องดำเนินการขอสอบใหม่ กรณีท่ี
ยังคงสภาพนสิ ิตอยู่เท่าน้นั

ง. ใหค้ ณะกรรมการตรวจสอบดุษฎีนิพนธ์ทำการประเมินผลดุษฎีนิพนธ์โดยกำหนดเป็น

๔ ระดบั ดังนี้

ผลการศึกษา ระดบั

ดีเยีย่ ม (Excellent) A

ดี (Good) B+

ผ่าน (Passed) B

ตก (Failed ) F

สว่ นดุษฎีนิพนธ์ที่อย่ใู นระหวา่ งการเรยี บเรยี งให้แสดงสถานะด้วยสญั ญลักณ์ IP (Inprogress)

๖) ระบบการวัดผลและประเมินผลเรื่องอื่นๆ ให้นำข้อบังคับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ
ราชวิทยาลัย ว่าดว้ ยการศึกษาระดับบัณฑิตศกึ ษา พ.ศ. ๒๕๔๑ และขอ้ บงั คับมหาวทิ ยาลยั มหาจุฬาลง
กรณราชวิทยาลัย ฉบบั แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. ๒๕๔๙ มาถือปฏบิ ัตโิ ดยอนุโลม

๗) การประเมินผลการศึกษารายวิชาทีก่ ำหนดให้ศึกษาเพิ่มเติม โดยไม่นับหน่วยกิต ให้ได้รับ
ผลประเมนิ เปน็ S (Satisfactory – ผ่าน) หรือ U (Unsatisfactory)

หมวดท่ี ๔

มคอ. ๒ หลกั สูตรพุทธศาสตรดุษฎบี ัณฑติ สาขาวชิ าวปิ ัสสนาภาวนา ๘๗

ผลการเรียนรู้ กลยทุ ธก์ ารสอนและการประเมนิ ผล

๑. การพัฒนาคณุ ลกั ษณะพิเศษของนสิ ิต

คณุ ลกั ษณะพิเศษ กลยทุ ธห์ รือกิจกรรมของนสิ ิต
๑. M – Morality มีการฝึกฝนด้านระเบียบวินัย เช่น การครองจีวร ถอด
รองเท้า การไม่สะพายย่าม การใช้โทรศัพท์ตามความ
มีปฏปิ ทานา่ เลือ่ มใส เหมาะสม
มีการฝึกอบรมเสริมความรู้ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ
๒. A- Awareness และส่งเสริมใหม้ กี ารตดิ ตามข่าวสารบ้านเมือง ตลอดถึง
รเู้ ทา่ ทนั ความเปลย่ี นแปลง สังคมโลก และจัดกิจกรรมเสวนาแลกเปลี่ยนความ
คดิ เห็นเชงิ วชิ าการเพ่อื ช้นี ำสังคมด้วยหลักไตรสกิ ขา
๓. H- Helpfulness มีการส่งเสรมิ ให้นิสติ มสี ว่ นรว่ มในกิจกรรมการกุศลต่าง
มศี รัทธา อุทิศตนเพ่ือพระพุทธศาสนา ๆ ทั้งด้านพระพุทธศาสนา และกิจกรรม
สาธารณประโยชนต์ ่าง ๆ
๔. A- Ability มีการส่งเสริมให้นิสิตมีทักษะในการแก้ปัญหาตนเอง
มคี วามสามารถในการแกป้ ญั หา และสังคม โดยจัดกิจกรรมการเรียนการสอนจากกรณี
ป ั ญ ห า ( Problem – Based Learning : PBL) เ พ่ื อ
๕. C- Curiosity นาํ ไปสู่การคดิ แกไ้ ขปญั หานน้ั ๆ ตามหลกั ไตรสกิ ขา
มีความใฝร่ ใู้ ฝ่คิด มีการส่งเสริมให้นิสิตแสวงหาความรู้รอบด้าน คิด
สร้างสรรค์ ต่อยอดองค์ความรู้ ด้วยการศึกษา
๖. H- Hospitality ค้นคว้าวิจัย วิเคราะห์ สังเคราะห์ และวิจารณ์ประเด็น
มนี ำ้ ใจเสยี สละเพอื่ สว่ นรวม ปัญหาตา่ ง ๆ ทเี่ กิดขึน้ ในสงั คม
มีการส่งเสริมให้นิสิตมีจิตอาสาในการเข้าร่วมกิจกรรม
๗. U- Universality บําเพ็ญสาธารณประโยชน์ต่าง ๆ เช่น กิจกรรมสังคม
มโี ลกทศั น์กว้างไกล สงเคราะห์ กิจกรรมช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติต่าง ๆ
กจิ กรรมคา่ ยบัณฑติ อาสาพัฒนาชุมชน
มีการส่งเสริมให้นิสิตเข้าร่วมกิจกรรมทั้งในระดับชาติ
และนานาชาติ เพื่อสร้างเสริมประสบการณ์ด้านการ
สอนธรรมนำปฏบิ ัติ และอธบิ ายญาณวิปัสสนา

๘. L- Leadership มีการส่งเสริมให้นิสิตเป็นผู้นำในการจัดกิจกรรมเพื่อ

มคี วามเปน็ ผ้นู ำดา้ นจิตใจและปัญญา พัฒนาสงั คมโดยการปฏิบัติในสถานท่ีจริง

มคอ. ๒ หลกั สตู รพุทธศาสตรดุษฎบี ัณฑติ สาขาวิชาวิปัสสนาภาวนา ๘๘

คุณลกั ษณะพเิ ศษ กลยทุ ธ์หรือกิจกรรมของนิสิต

๙. A- Aspiration มีการส่งเสริมให้นิสิตฝึกอบรมวิปัสสนาภาวนา ตาม

มีความมุ่งมั่นพัฒนาตนให้เพียบพร้อม หลกั การและเนอื้ หาทีไ่ ด้ศกึ ษาในรายวิชาต่าง ๆ

ดว้ ยคุณธรรมจริยธรรม

๒. การพัฒนาผลการเรียนรู้ในแตล่ ะดา้ น

ผลการเรียนรู้ กลยุทธการสอนท่ีใช้ กลยุทธในการประเมนิ ผล

ตามกรอบมาตรฐานคณุ วุฒิ ในการพัฒนา การเรยี นรู้

๑. ดา้ นคุณธรรมจรยิ ธรรม (Moral and Ethics)

๑.๑ เข้าใจผู้อื่น ยอมรับ ๑.๑ ฝึกฝนและพัฒนาตน ๑.๑ ประเมินด้วยการ

ความคิดเห็นและความแตกต่าง ด้วยการลงมือปฏิบัติตามหลัก สังเกตุความสำรวมอินทรีย์

ของบุคคล ไม่ละเมิดสิทธิของ ไตรสิกขาด้วยตนเอง ผ่านการ ขณะปฏิบัติวิปัสสนา

บุคคล ห่วงใยในสวัสดิภาพ มี ก ร ะ บ ว น ก า ร ว ิ เ ค ร า ะ ห์ ภาวนาร่วมกัน และการ

ความเป็นกัลยาณมติ ร สงั เคราะหภ์ ายในตนเอง สอบอารมณ์

๑.๒ มีความสามารถทาง ๑.๒ จัดกิจกรรมเชิงวิชาการ ๑.๒ ประเมินด้ ว ย

วิชาการด้านวิปัสสนาภาวนาที่ และภาคปฏิบัติที่ส่งเสริมให้มี ผลงานวิชาการ และการ

สามารถให้การบริการวิชาการแก่ ความ สามารถทางวิชาการ บำเพ็ญตนให้เปน็ ประโยชน์

ส ั ง ค ม ไ ด ้ อ ย ่ า ง ม ี ค ุ ณ ธ ร ร ม วิปัสสนาภาวนาการเรียนรู้ด้าน ตอ่ สังคม

จริยธรรม คุณธรรม จริยธรรม ให้เป็นผู้มี

น ้ ำ ใ จ เ ส ี ย ส ล ะ อ ุ ท ิ ศ ต น เ พื่ อ

พระพทุ ธศาสนาและสงั คม

๑.๓ มีศักยภาพที่จะพัฒนา ๑.๓ ฝึกฝนให้มีความใฝ่รู้ ใฝ่ ๑.๓ ประเมินด้วยแบบ

ตนเองให้เพียบพร้อมด้วย คิด เป็นผู้นำด้านจิตใจและ ทดสอบ การสังเกต

คุณธรรมจริยธรรมด้วยหลักการ ปัญญาเพื่อพัฒนาตนเองและ สัมภาษณ์ การสนทนากลุ่ม

ทางพระพุทธศาสนาอันเกิดจาก สังคม และแบบวดั ผล

การศึกษาค้นคว้าวิจัยด้านการ

เจริญวิปสั สนาภาวนา

๑.๔ สามารถวินิจฉัยและ ๑.๔ การจัดกิจกร ร มใน ๑.๔ ประเมินจากความ

แก้ไขปัญหาบนพื้นฐานของ รายวิชาท่เี นน้ การปลูกฝังให้นิสิต ร ั บ ผ ิ ด ช อ บ ใ น ก า ร

หลักการและเหตุผลและค่านิยม มีระเบียบวินัยในตนเอง และ ปฏิบัติงานเป็นทีม การ

อนั ดีงาม แก้ไขปัญหาของตนเองและ ทำงานวิจัย และการเข้า

สงั คมได้ ร่วมกิจกรรมในการใช้องค์

มคอ. ๒ หลักสตู รพุทธศาสตรดษุ ฎบี ณั ฑติ สาขาวชิ าวปิ สั สนาภาวนา ๘๙

ความรู้ทางการศึกษาทำ

ประโยชนต์ อ่ สงั คม

๑.๕ แสดงออกซึ่งภาวะผู้นำ ๑.๕ ฝึกฝนภาวะความเป็น ๑.๕ ผู้เรียนประเมิน

ในการส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรม ผู้นำ รวมถึงการเคารพสิทธิและ ตนเองและประเมินโดย

มีความ ประพฤติปฏิบัติตามหลัก การรับฟังความคิดเห็นผู้อื่นใน เพื่อนและอาจารย์ โดยใช้

คุณธรรมจริยธรรมทางพระพุทธ การปฏิบัติงานเป็นทีมและการ แบบประเมินและแบบ

ศาสนา ทำงานวจิ ัย วัดผล

๑.๖ มีภาวะผู้นำที่กล้าหาญ ๑.๖ ส่งเสริมการเข้าร่วม ๑.๖ ภายหลังสำเร็จ

ทางจริยธรรม และเป็นตัวแบบที่ กิจกรรมและการมีส่วนร่วมใน การศกึ ษา ประเมินจากผู้ใช้

ด ี ใ น ก า ร ส ่ ง เ ส ร ิ ม ค ุ ณ ธ ร ร ม การใช้องค์ความรู้จากการศึกษา ดุษฎีบัณฑิต และประเมิน

จริยธรรม และสอนธรรมนำ และปฏิบัติวิปัสสนาภาวนา ทำ จากผู้ปกครองของดุษฎี

ปฏิบัติวิปัสสนาภาวนาได้อย่าง ประโยชนต์ ่อสังคม บ ั ณ ฑ ิ ต โ ด ย ใ ช้

ถกู ตอ้ ง และมีประสทิ ธิภาพ แบบสอบถาม

๒. ด้านความรู้ (Knowledge)

๒.๑ มีความร้คู วามเช่ียวชาญ ๒.๑ จัดการเรียนรู้ให้นิสิต ๒.๑ ประเมินผล ด้วย

ในกระบวนการวิเคราะห์ วิจารณ์ เป็นผู้มีทักษะการวิเคราะห์ วิธีการทดสอบย่อย การ

และสังเคราะห์วิปัสสนาภาวนาสู่ วิจารณ์ และสังเคราะห์ เช่น ให้ สอบกลางภาคและปลาย

การปฏิบัติและสอนธรรมนำ มีสาธิตปฏิบัติวิปัสสนาภาวนา ภาค

ปฏิบัตไิ ด้ การร่วมแสดงความคิดเห็น เพื่อ

สนับสนุนให้นิสิตคิดเป็นและมี

นิสยั ใฝร่ ู้

๒. ๒ มีคว ามใฝ่รู้ ใฝ่คิด ๒.๒ จัดการเรียนรู้ให้นิสิต ๒ . ๒ ป ร ะ เ ม ิ น จ า ก

สร้างสรรค์ในงานวิชาการด้าน แสวงหาความรู้โดยไม่ยึดติดกับ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน

วิปัสสนาภาวนา และสามารถ การรบั ขอ้ มูลจากผูส้ อนเพยี งฝ่าย และการปฏิบัติของนิสิต

บูรณาการองคค์ วามรูว้ ิปัสสนากับ เดียว โดยการศึกษาโจทย์ที่เป็น ดว้ ยวธิ ีการวดั ผลสำเร็จของ

ศาสตรส์ มยั ใหมไ่ ด้ ปัญหาในทางวิปัสสนา ทั้งใน การปฏิบัติงานเป็นทีมการ

รายวิชาที่เกี่ยวข้องและดุษฎี นำเสนอผลงาน การนำ

นพิ นธ์ ความรู้ไปประยุกต์ใช้ให้

สัมพันธก์ ับศาสตร์สมยั ใหม่

๒.๓ มีความรู้และความ ๒.๓ จัดการเรียนรู้มุ่งเน้นให้ ๒.๓ ประเมินด้วยการ

เข้าใจอย่างถ่องแท้ ในเนื้อหา นิสิตมีความรู้ความเข้าใจในการ สอบวัดผลและ/หรือการ

สาระหลักของการเจริญวิปัสสนา ปฏิบัติวิปัสสนาภาวนา โดยใช้ ทำรายงาน


Click to View FlipBook Version