The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หลักสูตรพุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาวิปัสสนาภาวนา ebook

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by mcu pali, 2021-04-27 22:01:52

หลักสูตรพุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาวิปัสสนาภาวนา ebook

หลักสูตรพุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาวิปัสสนาภาวนา ebook

Keywords: หลักสูตรพุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาวิปัสสนาภาวนา ebook

มคอ. ๒ หลกั สตู รพทุ ธศาสตรดษุ ฎบี ณั ฑติ สาขาวิชาวิปสั สนาภาวนา ๙๐

ภาวนา ตลอดจนหลักการและ วิธีการเรียนการสอนที่เน้น

ทฤษฎีที่สำคัญ และนำมา หลักการทางทฤษฎี และการ

ประยุกต์ใช้ในการศึกษาค้นคว้า ป ร ะ ย ุ ก ต ์ ท า ง ป ฏ ิ บ ั ต ิ ใ น

ทางวชิ าการหรือการปฏบิ ตั ิงาน สภาพแวดล้อมจริง กระตุ้นให้

เกิดการคิดวิเคราะห์ และ

ตัดสนิ ใจดว้ ยตนเอง

๒.๔ มีความเข้าใจทฤษฎี ๒.๔ จัดกิจกรรมการเรียนรู้ ๒.๔ ประเมินด้วยการ

การวิจัย และการปฏิบัติวิปัสสนา วิชาการและศาสตร์สมัยใหม่ นำเสนอรายงานในรายวชิ า

ภาวนา สามารถประยุกต์ความรู้ ควบคู่กับวิชาการด้านวิปัสสนา และ/หรือกิจกรรมและ

ทางด้านวิปัสสนาภาวนามาใช้กับ ภาวนา ประเมนิ ผล

แนวคิดในทางทฤษฎี ปฏิบัติและ

การวจิ ัย

๒.๕ มีความรู้ความเข้าใจใน ๒.๕ ส่งเสริมใหม้ กี ารวิจัยและ ๒.๕ ประเมินด้วยการ

วิธีการพัฒนาวิชาการสมัยใหม่ที่ ค้นคว้าองค์ความรู้ที่เกิดจากการ น ำ เ ส น อ ร า ย ง า น ส า ร

สามารถนำมาประยุกต์ใช้ร่วมกับ ปฏิบัติวิปัสสนาภาวนาด้วย นิพนธ์และ/หรือดุษฎี

ความรู้ด้านวิปัสสนาภาวนาอย่าง ตนเอง นิพนธ์

เหมาะสมกบั ยคุ สมยั

๒.๖ สามารถพัฒนาองค์ ๒.๖ จดั ให้มีการศึกษาค้นคว้า ๒ . ๖ ป ร ะ เ ม ิ น จ า ก

ความรู้หรือสร้างองค์ความรู้ใหม่ วิจัยด้วยตนเอง ในการพัฒนา ผลงานวิจัย บทความทาง

สะสมองค์ความรจู้ ากงานวจิ ัยเพื่อ และสร้างองค์ความรู้ด้าน วชิ าการ และการเผยแพร่สู่

เชื่อมโยงกับการพัฒนาองค์กรท้ัง ว ิ ป ั ส ส น า ม า ป ร ะ ย ุ ก ต ์ ใ ห้ สงั คม

การใช้ความรู้ เพื่อตอบสนอง ตอบสนองความต้องการของ

ความต้องการทางสังคมในด้าน สงั คม

การปฏบิ ัติวปิ สั สนาภาวนา

๓. ด้านทักษะทางปัญญา (Cognitive Skills)

๓.๑ สามารถใช้ความรู้ทาง ๓.๑ จัดกิจกรรมในรายวิชา ๓.๑ วัดการแสดงออก

ทฤษฎีและการปฏิบัติวิปัสสนา เพื่อฝึกทักษะการคิดและการ ทางกระบวนการคิดและ

ภาวนา เพื่อการจัดการในการ แกป้ ัญหา การแก้ไขปัญหาโดยการ

เรียนรู้และการสอนธรรมนำ สังเกตหรอื สมั ภาษณ์

ปฏบิ ตั ิวปิ สั สนาไดอ้ ย่างเปน็ ระบบ

มคอ. ๒ หลกั สูตรพทุ ธศาสตรดษุ ฎบี ณั ฑติ สาขาวชิ าวปิ สั สนาภาวนา ๙๑

๓.๒ สามารถตดั สินใจในเร่อื ง ๓.๒ จัดกิจกรรมส่งเสริม ๓ . ๒ ว ั ด ผ ล ก า ร

ที่ซับซ้อนที่เกี่ยวกับการพัฒนา ทักษะทางด้านวิชาการและการ ป ฏ ิ บ ั ต ิ ง า น ท ี ่ ไ ด ้ รั บ

องค์ความรู้ใหม่และสามารถ วิจัยโดยเน้นให้เกิดการเรียนรู้ มอบหมาย

ผลิตผลงานทางวิชาการและ ดว้ ยตนเอง

งานวิจัยด้านวิปัสสนาภาวนา ใน

ระดับชาตแิ ละนานาชาติ

๓.๓ สามารถออกแบบและ ๓.๓ ส่งเสริมกระตุ้นให้เกิด ๓ . ๓ ก า ร น ำ เ ส น อ

ดำเนินการโครงการวิจัยค้นคว้า การเรียนรู้ที่สามารถประยุกต์ใช้ ผลงาน การอธิบาย การ

ทางวิชาการเกี่ยวกับวิปัสสนา ใน กับสถานการณ์จริงโดยใช้ปัญหา ถามและตอบคำถาม

เรื่องที่ซับซ้อนที่เกี่ยวกับการ เปน็ ตวั กระตุ้นให้เกิดการเรยี นรู้

พัฒนาองค์ความรู้ใหม่ และ

สามารถผลิตผลงานทางวิชาการ

และงานวจิ ยั

๓.๔ สามารถประยุกต์ใช้ ๓.๔ ส่งเสริมให้มีการนำ ๓.๔ การอภิปรายกลุ่ม

ผลงานวิจัยและองค์ความรู้ ประเด็นปัญหาทางวิปัสสนา และการโต้ตอบสื่อสารกับ

ทางด้านวิปัสสนาภาวนาในการ ภ าว นามาร่ว มพิจารณาใน ผู้อ่ืน

แก้ปัญหาหรือพัฒนางานได้อย่าง รปู แบบการอภิปรายรายกลุ่ม

เหมาะสมและสรา้ งสรรค์

๓.๕ สามารถสืบค้นข้อมูล ๓.๕ ส่งเสริมการฝึกทักษะ ๓.๕ วัดผลจากการ

ผลงานวจิ ัย ส่ิงตีพมิ พท์ างวิชาการ ด้านการคิดและการสร้างสรรค์ แ ส ด ง อ อ ก ท า ง ก า ร

เ กี ่ ย ว กั ้บ วิ ปั สสน า จ า ก งานวิชาการ ด้วยตนเอง และ กระบวนการคิดและการ

แหล่งข้อม ูล ที่ หลา ก ห ล า ย การปฏบิ ตั ิงานวจิ ัยอยา่ งจริงจงั แ ก ้ ไ ข ป ั ญ ห า จ า ก ก า ร

สังเคราะห์ และนำไปใช้ประโยชน์ ป ฏ ิ บ ั ต ิ ง า น ท ี ่ ไ ด ้ รั บ

ในการพัฒนาความคิดใหม่ๆ โดย มอบหมาย

การบูรณาการแนวคิดต่างๆ ท้ัง

จากภายในและภายนอก

สาขาวชิ าทศี่ กึ ษาในขนั้ สงู

๓.๖ สามารถประยุกต์ใช้ ๓.๖ ส่งเสริมการเรียนรู้ท่ี ๓.๖ วัดผลจากการ

ผลงานวิจัยและองค์ความรู้ สามารถประยุกต์ใช้กับการ นำเสนอผลงาน การอธิบาย

ทางด้านวิปัสสนาภาวนาในการ วิจัยค้นคว้าในสถานการณ์จริง การถามและตอบคำถาม

สร้างสรรค์งานวิชาการให้ดีมี โดยใช้ปัญหาเป็นตัวกระตุ้นให้ การโต้ตอบสื่อสารกับผู้อ่ืน

คุณภาพและลึกซง้ึ มากขึ้น การอภิปรายกล่มุ

มคอ. ๒ หลกั สูตรพุทธศาสตรดษุ ฎบี ัณฑติ สาขาวชิ าวปิ ัสสนาภาวนา ๙๒

เกดิ การเรยี นรู้ เน้นการอภิปราย
กลมุ่

๔. ดา้ นทักษะความสมั พันธ์ระหว่างบคุ คลและความรบั ผดิ ชอบ

(Interpersonal Skill and Responsibilities)

๔.๑ มีระเบียบวินัยมีความ ๔.๑ จัดให้มีกิจกรรมฝึกฝน ๔ . ๑ ส ั ง เ ก ต จ า ก

รับผิด ชอบในการดำเนินงานของ ภาวะความเป็นผู้นำ ผู้ตามการ พ ฤ ต ิ ก ร ร ม แ ล ะ ก า ร

ตนเอง ทั้งต่อหน้าท่ี องค์กร และ แสดง ออกถึงภาวะความเป็น แสดงออกของนิสิต ใน

สังคม ทำงานเป็นทีม เคารพสิทธิ ผู้นำและผู้ตามที่ดี การมีมนุษย หลาย ๆ ด้าน ระหว่าง

รับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น และ สัมพันธ์ที่ดีกับผู้ร่วมงาน และ กิจกรรมการเรียนการสอน

มีปฏิสัมพันธ์อย่างสร้างสรรค์กับ การรับฟังความคิดเห็นผู้อื่นใน เช่น พฤติกรรมความสนใจ

ผูร้ ว่ มงานและผมู้ สี ว่ นได้สว่ นเสีย การปฏิบัติงานเป็นทีมและการ ตั้งใจเรียนรู้ และพัฒนา

ทำงานวิจยั ตนเอง

๔.๒ สามารถปรับตัวเข้ากับ ๔.๒ การจัดกิจกร ร มใน ๔.๒ สังเกตพฤติกรรม

กลุ่มคนต่าง ๆ มีความรับผิดชอบ รายวิชาที่เน้นการเรียนการสอน และการแสดงออกของ

ในบทบาทหน้าที่ เรียนรู้และ ที่มีการปฏิสัมพันธ์ที่ดีระหว่าง นิสิตในหลาย ๆ ด้าน

พัฒนาตนเอง และสังคมอย่าง ผ้เู รียนและผสู้ อน ระหว่างกิจกรรมการเรียน

ตอ่ เนอ่ื ง การสอน เช่น พฤติกรรม

ความสนใจ ตั้งใจเรียนรู้

และพฒั นาตนเอง

๔.๓ สามารถแก้ไขปัญหา ๔.๓ จัดการเรียนการสอนที่มี ๔.๓ สังเกตความสนใจ

ทางวิปัสสนาภาวนาที่มีความ การนำปัญหาในสถานการณ์ การแสดงความคดิ เหน็ เพ่ือ

ซับซ้อนหรือความยุ่งยากสูงได้ ปัจจุบันมาพิจารณาหาแนว การแก้ไขปัญหาและพัฒนา

ด้วยตนเอง ทางการแก้ไขร่วมกันอย่างมี ตนเองและกิจกรรมการ

ปฏิสัมพันธ์ที่ดีระหว่างผู้เรียน เรียนรูท้ ่ีเหมาะสม

และผู้สอน

๔.๔ มีความรับผิดชอบใน ๔.๔ ฝึกฝนการทำกิจกรรม ๔.๔ สังเกตพฤติกรรม

การดำเนินงานของตนเองและมี กลุ่มแบ่งหน้าที่ความรับผิดชอบ ความรับผิดชอบและความ

ปฏิสัมพันธ์ร่วมมือกับผู้อื่นอย่าง การทำกิจกรรมเพื่อสังคม และ ต ั ้ ง ใ น ใ น ก า ร ร ่ ว ม ท ำ

เต็มที่ การว างตัว ที่เหมาะ ส ม ต่ อ กจิ กรรมเพื่อสงั คม

กาลเทศะ

๔.๕ สามารถตัดสินใจด้วย ๔.๕ ฝึกฝนการประสานงาน ๔.๕ สังเกตพฤติกรรม

ตนเองและสามารถประเมิน กับผู้อื่นทั้งภายในและภายนอก ความรับผิดชอบในการ

มคอ. ๒ หลักสูตรพทุ ธศาสตรดษุ ฎบี ณั ฑติ สาขาวิชาวิปสั สนาภาวนา ๙๓

ศักยภาพของตนเอง พร้อมทั้ง สถาบันการศึกษา ฝึกสังเกต เรียนและงานที่ได้รับ

สามารถพัฒนาปรับปรุงตนเองให้ ติดตามผล สรุปรายงานและ มอบหมาย การนำเสนอ

มีประสทิ ธภิ าพ นำเสนอแนวทางการแก้ไขใน ผลงาน การทำงานวิจยั

การปฏบิ ัติงานเปน็ กลุ่ม และการ

ทำงานวิจัย

๔.๖ สามารถแสดงทักษะ ๔.๖ ฝึกฝนภาวะความเป็น ๔.๖ สังเกตพฤติกรรม

ภาวะความเป็นผู้นำได้อย่าง ผู้นำ การแสดงออกถึงภาวะ การแสดงบทบาทภาวะ

เ ห ม า ะ ส ม ต า ม โ อ ก า ส แ ล ะ ความเปน็ ผนู้ ำและการมสี ่วนร่วม ผู้นำและการมีส่วนร่วมที่ดี

ส ถ า น ก า ร ณ ์ เ พ ื ่ อ เ พ ิ ่ ม พู น ที่ดี การมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีกับ ค ว า ม ส า ม า ร ถ ใ น ก า ร

ประสิทธิภาพในการทำงานเป็น ผู้ร่วมงาน และการรับฟังความ ทำงานรว่ มกับผูอ้ นื่

กลุ่ม คดิ เหน็ ผอู้ ืน่

๕. ดา้ นทกั ษะการวิเคราะห์เชิงตัวเลข การสอื่ สาร และการใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศ

(Numerical Analysis, Communication and Information Technology Skills)

๕.๑ สามารถคิดแยกแยะ ๕.๑ จัดการเรียนรายวิชา ๕ . ๑ กา ร ทด ส อ บ

วิเคราะห์ข้อมูลทางคณิตศาสตร์ สัมมนาให้นิสิตได้ฝึกทักษะท้ัง ความรู้และเทคนิคการ

และสถิติในการศึกษาค้นคว้า ด้านการวิเคราะห์เชิงตวั เลข การ วิเคราะห์และวิจารณ์

ปัญหา เชื่อมโยงประเด็นปัญหาที่ วิจารณ์ การสื่อสาร และการใช้ ทฤษฎีหรือแนวคิด ใหม่

สำคัญและซับซ้อนและเสนอแนะ เทคโนโลยีสารสนเทศ ในการ ๆ

แนวทางการแก้ไขปัญหาในด้าน ค้นคว้าและนำเสนองานทั้งเป็น

ต่าง ๆ โดยเฉพาะทางด้าน ภาษาไทย ภาษาบาลี และ

วิปัสสนาภาวนาในเชิงลึกได้เป็น ภาษาอังกฤษ

อย่างดี

๕.๒ สามารถถ่ายทอดความรู้ ๕.๒ จัดกจิ กรรมการเรยี นการ ๕.๒ รายงานผล การ

หลักปฏิบัติวิปัสสนาภาวนา และ สอนที่มุ่งเน้นให้ผู้เรียนได้ฝึกฝน นำเสนอข้อมูลวิจัย

สอ่ื สารกบั กลมุ่ บุคคลตา่ ง ๆ ท้ังใน ทักษะการสื่อสาร และการ

ว งการว ิช าการและวิชาชีพ นำเสนอโดยใช้เทคโนโลยีท้ังด้วย

รวมถึงชุมชนทั่วไปได้อย่าง ตนเองและร่วมกับผู้อื่น การ

เหมาะสม อภปิ ราย

๕.๓ สามารถใช้เทคโนโลยี ๕.๓ จดั กจิ กรรมการเรยี นการ ๕.๓ ประเมินทักษะ

สารสนเทศในการนำเสนอ สอนที่เน้นการวิเคราะห์ปัญหา การวิเคราะห์เชิงตัวเลข

รายงานการวิจัยดุษฎีนิพนธ์ หรือ ทางในการเจริญวิปัสสนาภาวนา การสื่อสาร และการใช้

โครงการค้นคว้าที่สำคัญ ทั้งใน และการทำงานวิจัยโดยอาศัย เทคโนโลยีสารสนเทศ ด้วย

มคอ. ๒ หลกั สูตรพทุ ธศาสตรดุษฎีบัณฑติ สาขาวิชาวปิ ัสสนาภาวนา ๙๔

รูปแบบที่เป็นทางการและไม่เป็น เทคโนโลยีประกอบการค้นคว้า การทดสอบความรู้และ

ทางการ รวมถึงการตีพิมพ์ผ่าน และบริหารจัดการข้อมูลที่ได้ เทคนิคการวิเคราะห์และ

สื่อทางวิชาการและวิชาชีพได้ จากการศึกษาและวิจยั วิจารณ์ทฤษฎีหรือแนวคิด

อยา่ งเหมาะสม ใหม่

๕.๔ สามารถสื่อสารโดยใช้ ๕.๔ จัดการเรียนรายวิชา ๕.๔ ประเมินด้วยการ

ภาษาไทยและภาษาอังกฤษได้ สัมมนาให้นิสิตได้ฝึกทักษะท้ัง ให้ทํางานวิจัย ตั้งแต่เร่ิมต้น

อย่างมีประสิทธิภาพทั้งการพูด ด้านการวิเคราะห์ การวิจารณ์ จนถึงขั้นตอนการเขียน

การอ่าน การฟัง การเขียน และ ก า ร ส ื ่ อ ส า ร แ ล ะ ก า ร ใ ช้ รายงาน และการนําเสนอ

การนำเสนอ และสื่อสารกับกลุ่ม เทคโนโลยีสารสนเทศ ในการ ผลงาน

บุคคลต่างๆ ทั้งในวงการวิชาการ ค้นคว้าและนำเสนองานทั้งเป็น

และวิชาชพี รวมถึงชมุ ชนทวั่ ไปได้ ภาษาไทยและภาษาอังกฤษ

อยา่ งเหมาะสม

๕.๕ สามารถใช้เทคโนโลยี ๕.๕ จัดกจิ กรรมการเรียนการ

ส า ร ส น เ ท ศ ใ น ก า ร น ำ เ ส น อ สอนที่มุ่งเน้นการวิเคราะห์

รายงานการวจิ ยั ดษุ ฎนี ิพนธ์ หรอื ปัญหาทางวิปัสสนาภาวนา ให้

โครงการค้นคว้าที่สำคัญ ทั้งใน ผเู้ รยี นไดฝ้ กึ ฝนทกั ษะการสื่อสาร

รูปแบบที่เป็นทางการและไม่เป็น แ ล ะ ก า ร น ำ เ ส น อ โ ด ย ใ ช้

ทางการ รวมถึงการตีพิมพ์ผ่าน เทคโนโลยีทั้งด้วยตนเองและ

สื่อทางวิชาการและวิชาชีพได้ ร่วมกบั ผู้อื่น การอภปิ ราย

อยา่ งเหมาะสม

๕.๖ สามารถบริหารจัดการ ๕.๖ จัดกิจกรรมเพื่อให้เกิด

ขอ้ มลู ท่ไี ดจ้ ากการศึกษาและวจิ ยั ทักษะในการบริหารจัดการ

ข้อมูลที่ได้จากการศึกษาและ

วิจัย

๓. แผนที่แสดงการกระจายความรับผิดชอบมาตรฐานผลการเรียนรู้จากหลักสูตรสู่รายวิชา
(Curriculum mapping)

แสดงให้เห็นว่าแต่ละรายวิชา ในหลักสูตรรับผิดชอบต่อผลการเรียนรู้ในด้านใดบา้ ง โดยระบุ
ว่าเป็นความรับผิดชอบหลักหรือความรับผิดชอบรอง โดยที่ผลการเรียนรู้แต่ละข้อของด้านต่างๆ ใน
ตารางมคี วามหมายดังตอ่ ไปน้ี

๓.๑ ดา้ นคุณธรรม จริยธรรม (Moral and Ethics)

มคอ. ๒ หลักสูตรพุทธศาสตรดษุ ฎบี ณั ฑติ สาขาวชิ าวปิ ัสสนาภาวนา ๙๕

นิสิตมีคุณธรรม จริยธรรม มีความตระหนักในคุณค่าของการดำเนินภารกิจ ที่ส่งผลต่อการ
พัฒนาคุณภาพชีวิต การทำประโยชน์ การป้องกันและการแก้ไขปัญหา และการดำเนินชีวิตร่วมกับ
ผู้อ่นื ในสงั คมได้อย่างราบรนื่ โดยมีคณุ สมบัตดิ งั น้ี

๓.๑.๑ เข้าใจผู้อื่น ยอมรบั ความคดิ เห็นและความแตกต่างของบคุ คล ไม่ละเมิดสิทธิของ
บคุ คล หว่ งใยในสวัสดภิ าพ มคี วามเปน็ กลั ยาณมติ ร

๓.๑.๒ มคี วามสามารถทางวชิ าการดา้ นวปิ สั สนาภาวนาที่สามารถให้การบริการวิชาการ
แก่สงั คมไดอ้ ย่างมีคุณธรรมจริยธรรม

๓.๑.๓ มีศักยภาพทจ่ี ะพัฒนาตนเองให้เพียบพร้อมดว้ ยคุณธรรมจริยธรรมด้วยหลักการ
ทางพระพทุ ธศาสนาอนั เกดิ จากการศึกษาค้นคว้าวิจัยดา้ นการเจรญิ วิปัสสนาภาวนา

๓.๑.๔ สามารถวินิจฉัยและแก้ไขปัญหาบนพื้นฐานของหลกั การและเหตุผล ค่านิยมอนั
ดงี าม และหลกั วิชาการทส่ี อดคลอ้ งกับหลกั ธรรมในพระพทุ ธศาสนา

๓.๑.๕ แสดงออกซึ่งภาวะผู้นำในการส่งเสริมคณุ ธรรมจริยธรรมมคี วามประพฤติปฏิบัติ
ตามหลกั คณุ ธรรมจริยธรรมทางพระพุทธศาสนา

๓.๑.๖ มีภาวะผนู้ ำทกี่ ลา้ หาญทางจรยิ ธรรม และเปน็ ตัวแบบทด่ี ใี นการสง่ เสรมิ คุณธรรม
จรยิ ธรรมแก่พทุ ธศาสนกิ ชนและมนุษยชาตทิ ว่ั โลก

๓.๒ ด้านความรู้ (Knowledge)

นิสิตมีความรู้และเชี่ยวชาญทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติมีความสามารถในการเรียนรู้ด้วย
ตนเอง สามารถคิดและวิเคราะห์ปัญหาอย่างเป็นระบบในการวิจัยสร้างนวัตกรรมใหม่ ที่สามารถ
นำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมได้ และมีศักยภาพในการผลิตงานวิจัยเชิงบูรณาการเพื่อการพัฒนา
ประเทศ โดยมคี ณุ สมบัติดงั น้ี

๓.๒.๑ มีความรู้ความเชี่ยวชาญในกระบวนการวิเคราะห์ วิจารณ์ และสังเคราะห์
วปิ ัสสนาภาวนาสกู่ ารปฏิบตั ภาวนาและการสอนธรรมนำปฏบิ ัตไิ ด้

๓.๒.๒ มีความใฝ่รู้ ใฝ่คิดสร้างสรรค์ในงานวิชาการด้านวิปัสสนาภาวนา และสามารถ
บรู ณาการองคค์ วามรูว้ ปิ ัสสนากับศาสตร์สมัยใหม่ได้

๓.๒.๓ มีความรแู้ ละความเขา้ ใจอย่างถอ่ งแท้ ในเน้ือหาสาระหลกั ของการเจรญิ วปิ สั สนา
ภาวนา ตลอดจนหลักการและทฤษฎีที่สำคัญ และนำมาประยุกต์ใช้ในการศึกษาค้นคว้าทางวิชาการ
หรือการพฒั นาชวี ติ สูส่ นั ติสุขได้

๓.๒.๔ มีความเข้าใจทฤษฎี การวิจัย และการปฏิบัติวิปัสสนาภาวนา สามารถประยุกต์
ความรู้ทางด้านวิปสั สนาภาวนามาใชก้ ับแนวคดิ ในทางทฤษฎี ปฏิบัติและการวิจัย

๓.๒.๕ มคี วามรู้ความเขา้ ใจในวิธีการพัฒนาวิชาการสมัยใหม่ท่ีสามารถนำมาประยุกต์ใช้
ร่วมกบั ความรู้ด้านวิปสั สนาภาวนาอยา่ งเหมาะสมกบั ยคุ สมยั

มคอ. ๒ หลกั สตู รพุทธศาสตรดุษฎีบณั ฑติ สาขาวิชาวปิ สั สนาภาวนา ๙๖

๓.๒.๖ สามารถพัฒนาองค์ความรู้หรือสร้างองค์ความรู้ใหม่ สะสมองค์ความรู้จาก
งานวิจัยเพ่ือเชื่อมโยงกับการพัฒนาองค์กรทั้งการใชค้ วามรู้ เพื่อตอบสนองความต้องการทางสังคมใน
ดา้ นการปฏิบตั ิวิปสั สนาภาวนา

๓.๓ ด้านทกั ษะทางปญั ญา (Cognitive Skills)

นิสิตมีวิจารณญาณในการคิดวิเคราะห์อย่างเป็นระบบและสร้างสรรค์ โดยใช้องค์ความรู้ทาง
วปิ สั สนาภาวนาทีเ่ รยี นมาทั้งภาคทฤษฎี ภาคปฏบิ ัติและประสบการณจ์ ริง มาบูรณาการใช้ในการแก้ไข
ปัญหา การเรียนรู้ และการดำรงชีวิต เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่มีคุณภาพ และเป็นประโยชน์ทั้งต่อตนเอง
และสังคม โดยมคี ุณสมบัตดิ งั นี้

๓.๓.๑ สามารถใชค้ วามรู้ทางทฤษฎแี ละหลักวิชาการในเอกสารตำรา เพื่อการจัดการใน
การเรียนรู้ การปฏบิ ตั ิวปิ สั สนาภาวนา และการสอนธรรมนำปฏิบตั วิ ิปัสสนาไดอ้ ย่างเป็นระบบ

๓.๓.๒ สามารถตัดสินใจในเรื่องที่ซับซ้อนที่เกี่ยวกับการพัฒนาองค์ความรู้ใหม่และ
สามารถผลิตผลงานทางวชิ าการและงานวิจัยดา้ นวิปสั สนาภาวนา ในระดบั ชาติและนานาชาติ

๓.๓.๓ สามารถออกแบบและดำเนินการโครงการวิจัยค้นคว้าทางวิชาการเกี่ยวกับ
วิปัสสนา ในเรื่องที่ซับซ้อนที่เกี่ยวกับการพัฒนาองค์ความรู้ใหม่ และสามารถผลิตผลงานทางวชิ าการ
และงานวจิ ยั

๓.๓.๔ สามารถประยุกต์ใช้ผลงานวิจัยและองค์ความรู้ทางด้านวิปัสสนาภาวนาในการ
แก้ปญั หาหรอื พัฒนางานได้อยา่ งเหมาะสมและสร้างสรรค์

๓.๓.๕ สามารถสืบค้นข้อมูลผลงานวิจัย สิ่งตีพิมพ์ทางวิชาการเกี่ยวกับวิปัสสนา จาก
แหล่งข้อมูลที่หลากหลายสังเคราะห์ และนำไปใช้ประโยชน์ในการพัฒนาความคิดใหม่ๆ โดยการบูร
ณาการแนวคดิ ตา่ งๆ ท้ังจากภายในและภายนอกสาขาวชิ าท่ศี ึกษาในข้นั สงู

๓.๓.๖ สามารถประยุกต์ใช้ผลงานวิจัยและองค์ความรู้ทางด้านวิปัสสนาภาวนาในการ
สร้างสรรค์งานวชิ าการให้ดีมคี ุณภาพและลกึ ซึง้ มากขึ้น

๓.๔ ด้านทักษะความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลและความรับผิดชอบ (Interpersonal Skill
and Responsibilities)

นิสิตมีปฏิสัมพนั ธ์อย่างสร้างสรรค์ สามารถปรับตัวเข้ากบั กลุ่มคนต่างๆ ได้ มคี วามเคารพและ
ยอมรับความแตกต่างระหว่างบุคคลและสังคม มีความรับผิดชอบในบทบาทหน้าท่ี เรียนรู้และพัฒนา
ตนเอง และสงั คมอย่างตอ่ เน่อื ง โดยมคี ณุ สมบัติดงั น้ี

๓.๔.๑ มีระเบียบวินัย มีความรับผิดชอบในการดำเนินงานของตนเอง ทั้งต่อหน้าที่
องค์กร และสังคม ทำงานเป็นทีม เคารพสิทธิ รับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น และมีปฏิสัมพันธ์อย่าง
สร้างสรรค์กับผรู้ ่วมงานและผ้มู สี ่วนได้สว่ นเสีย

๓.๔.๒ สามารถปรับตัวเข้ากับกลุ่มคนต่างๆ มีความรับผิดชอบในบทบาทหนา้ ท่ี เรียนรู้
และพฒั นาตนเอง และสงั คมอย่างต่อเน่อื ง

มคอ. ๒ หลกั สตู รพทุ ธศาสตรดษุ ฎีบณั ฑติ สาขาวชิ าวปิ ัสสนาภาวนา ๙๗

๓.๔.๓ สามารถแก้ไขปัญหาทางวิปสั สนาภาวนาท่ีมคี วามซับซ้อนหรือความยุ่งยากสูงได้
ดว้ ยตนเอง

๓.๔.๔ มีความรับผิดชอบในการดำเนินงานของตนเองและมีปฏิสัมพันธ์ร่วมมือกับผู้อื่น
อยา่ งเต็มที่

๓.๔.๕ สามารถตัดสินใจด้วยตนเองและสามารถประเมินศักยภาพของตนเอง พร้อมท้ัง
สามารถพฒั นาปรับปรุงตนเองใหม้ ปี ระสทิ ธิภาพ

๓.๔.๖ สามารถแสดงทักษะภาวะความเป็นผู้นำได้อย่างเหมาะสมตามโอกาสและ
สถานการณ์ เพื่อเพม่ิ พูนประสิทธิภาพในการทำงานเป็นกล่มุ

๓.๕ ด้านทักษะการวิเคราะห์ การสื่อสาร และเทคโนโลยีสารสนเทศ (Numerical
Analysis, Communication and Information Technology Skills)

เพ่อื ใหเกดิ ผลการเรียนรูดานทักษะการวิเคราะหเชิงตัวเลข การสอ่ื สาร และการใชเทคโนโลยี
สารสนเทศ หลักสตู รจึงใชกลยุทธในการสอนเพือ่ พฒั นาการเรียนรูของผูเรยี นดังนี้

๓.๕.๑ สามารถคิดแยกแยะวิเคราะห์ข้อมูลทางคณิตศาสตร์และสถิติในการศึกษาค้นคว้า
ปัญหา เชื่อมโยงประเด็นปัญหาที่สำคัญและซับซ้อนและเสนอแนะแนวทางการแก้ไขปัญหาในด้าน
ตา่ ง ๆ โดยเฉพาะทางดา้ นวปิ ัสสนาภาวนาในเชิงลกึ ไดเ้ ปน็ อย่างดี

๓.๕.๒ สามารถถ่ายทอดความรู้หลักปฏิบัติวิปัสสนาภาวนา และสื่อสารผ่านเทคโนโลยีกับ
กลมุ่ บคุ คลต่าง ๆ ท้ังในวงการวชิ าการและวิชาชีพ รวมถึงชุมชนทัว่ ไปไดอ้ ย่างเหมาะสม

๓.๕.๓ สามารถใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการสืบค้นงานวิจัย ดุษฎีนิพนธ์ ตำราเอกสาร
รวมถงึ การตีพมิ พ์ผา่ นส่อื ทางวิชาการและวิชาชพี ไดอ้ ย่างเหมาะสม

๓.๕.๔ สามารถสื่อสารโดยใช้ภาษาไทยและภาษาอังกฤษได้อย่างมีประสิทธิภาพทั้งการพูด
การอ่าน การฟงั การเขียน และการนำเสนอ และสอื่ สารกบั กลุ่มบุคคลต่างๆ ท้งั ในวงการวิชาการและ
วิชาชีพ รวมถงึ ชมุ ชนท่วั ไปได้อย่างเหมาะสม

๓.๕.๕ สามารถใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการนำเสนอรายงานการวิจัย ดุษฎีนิพนธ์ หรือ
โครงการคน้ คว้าทสี่ ำคญั ทั้งในรปู แบบท่ีเปน็ ทางการและไม่เปน็ ทางการ รวมถึงการตพี ิมพ์ผ่านส่ือทาง
วิชาการและวชิ าชีพได้อย่างเหมาะสม

๓.๕.๖ สามารถบริหารจัดการข้อมูลที่ไดจ้ ากการศึกษาและวจิ ัยเกี่ยวกับวปิ ัสสนาภาวนา โดย
ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ได้อยา่ งเหมาะสม

แผนท่ีแสดงการกระจายความรบั ผิดชอบมาตรฐานผลก
 ความรบั ผิดชอบหล

รายวชิ า ๑. ดา้ นคุณธรรม ๒
หลกั สูตรแบบ ๑.๑ จริยธรรม

จํานวน ๕๔ หนวยกิต

๑๒๓๔๕๖๑๒

หมวดวชิ าบงั คับไม่นับหน่วยกติ ๑๕ หน่วยกิต

๘๑๘ ๑๐๑ กรรมและความสิ้นกรรมวิเคราะห์ 

๘๑๘ ๑๐๓ ภาษาองั กฤษเพือ่ การวจิ ัยวิปสั สนาภาวนา 

๘๑๘ ๒๐๔ สถติ ิและระเบยี บวิธีวจิ ัยชนั้ สูงทางวิปสั สนาภาวนา        

๘๑๘ ๒๐๗ ปฏิสมั ภทิ ามรรควเิ คราะห์ 

๘๑๘ ๔๐๘ การเจริญไตรสิกขาภาคปฏิบัติ 

หมวดดุษฎนี ิพนธ์ จำนวน ๕๔ หน่วยกิต

๘๐๐ ๒๐๐ ดุษฎนี ิพนธ์ 

มคอ. ๒ หลักสตู รพทุ ธศาสตรดุษฎบี ัณฑติ สาขาวชิ าวิปัสสนาภาวนา ๙๘ -

การเรยี นรจู้ ากหลกั สตู รสรู่ ายวชิ า (Curriculum mapping)
ลกั  ความรับผิดชอบรอง

๒. ด้านความรู้ ๓. ดา้ นทักษะทาง ๔. ด้านทกั ษะ ๕. ดา้ นทักษะการ
ปัญญา ความสมั พนั ธ์ระหวา่ ง วิเคราะห์ การสื่อสาร
เทคโนโลยีสารสนเทศ
บคุ คลและความ
รบั ผิดชอบ

๒๓๔๕๖๑๒๓๔๕๖๑๒๓๔๕๖๑๒๓๔๕๖









รายวิชา ๑. ด้านคณุ ธรรม ๒
หลกั สูตรแบบ ๒.๑ จริยธรรม
จำนวน ๕๔ หน่วยกติ
๑๒๓๔๕๖๑๒
หมวดวชิ าบงั คบั ๖ หนว่ ยกิต
๘๑๘๑๐๑ กรรมและความสิ้นกรรมวเิ คราะห์ 
๘๑๘๑๐๒ พระพทุ ธศาสนากบั ศาสตรแ์ ห่งการตีความ 
วิชาบงั คับแบบไม่นบั หนว่ ยกิต จำนวน ๒๑ หน่วยกิต
๘๑๘๑๐๓ ภาษาองั กฤษเพื่อการวจิ ัยวปิ สั สนาภาวนา 
๘๑๘๒๐๔ สถติ แิ ละระเบยี บวธิ วี จิ ยั ชน้ั สงู ทางวิปสั สนาภาวนา 
๘๑๘๓๐๕ งานวิชาการภาษาองั กฤษเพอื่ การวจิ ยั วิปสั สนาฯ 
๘๑๘๖๐๖ จติ วทิ ยาเพอ่ื การสอนวปิ สั สนาฯ และสอบอารมณ์ 
๘๐๐ ๔๐๑ สมั มนาดษุ ฎีนิพนธ์ 
๑๐๒ ๓๐๒ การใช้ภาษาบาลี ๑ 
๑๐๒ ๓๐๖ การใช้ภาษาบาลี ๒ 
หมวดวชิ าเอก ๖ หนว่ ยกิต
๘๑๘๑๐๗ ปฏสิ มั ภทิ ามรรควิเคราะห์ 
๘๑๘๔๐๘ การเจริญไตรสิกขาภาคปฏิบตั ิ 
วิชาเอกแบบไมน่ บั หน่วยกิต จำนวน ๓ หนว่ ยกติ
๘๑๘๒๐๙ ไตรสกิ ขาวเิ คราะห์ 

หมวดวชิ าเลือก ไม่นอ้ ยกว่า ๖ หน่วยกิต

มคอ. ๒ หลักสตู รพทุ ธศาสตรดุษฎบี ัณฑติ สาขาวชิ าวปิ สั สนาภาวนา ๙๙ -

๒. ดา้ นความรู้ ๓. ดา้ นทกั ษะทาง ๔. ดา้ นทักษะ ๕. ด้านทักษะการ
ปัญญา ความสมั พันธร์ ะหว่าง วิเคราะห์ การสอ่ื สาร
เทคโนโลยีสารสนเทศ
บุคคลและความ
รับผดิ ชอบ

๒๓๔๕๖๑๒๓๔๕๖๑๒๓๔๕๖๑๒๓๔๕๖

















รายวชิ า ๑. ดา้ นคณุ ธรรม ๒
หลักสูตรแบบ ๒.๑ จริยธรรม
จำนวน ๕๔ หน่วยกิต
๑๒๓๔๕๖๑๒
๘๑๘๒๑๐ โสฬสญาณวิเคราะห์
๘๑๘๓๑๑ อริยสัจวเิ คราะห์ 
๘๑๘๖๑๒ งานนพิ นธภ์ าษาบาลเี พอื่ การวจิ ยั วิปสั สนาภาวนา 
๘๑๘๓๑๓ โพธิปักขยิ ธรรมวิเคราะห์ 
๘๑๘๗๑๔ ภาษาอังกฤษชั้นสูงเพอื่ การสอนวิปัสสนาภาวนา 
๘๑๘๖๑๕ วิปัสสนาภาวนานานาชาติ 
หมวดวิชาพื้นฐาน 
ศึกษารายวิชาเพิ่มเตมิ อกี ๗ รายวิชา โดยไมนับหนวยกิต
๖๐๐ ๑๐๑ พระไตรปฎิ กวิเคราะห์ 
๖๐๖ ๑๐๕ สมถภาวนา 
๖๐๖ ๑๐๙ ปรมัตถธรรม 
๖๐๖ ๒๐๒ สติปฏั ฐานภาวนา 
๖๐๖ ๒๐๖ วิปสั สนาภาวนา

๓ (๓-๐-๖)
๖๐๖ ๓๐๗ สัมมนาวิปัสสนาภาวนา 
๘๑๘๖๑๖ สมั มนาวิปสั สนาภาวนาช้นั สงู 
หมวดดุษฎนี พิ นธ์ จำนวน ๓๖ หน่วยกติ
๘๐๐ ๒๐๐ ดุษฎนี พิ นธ์ 

มคอ. ๒ หลกั สูตรพุทธศาสตรดุษฎบี ัณฑติ สาขาวิชาวปิ สั สนาภาวนา ๑๐๐ -

๒. ด้านความรู้ ๓. ด้านทกั ษะทาง ๔. ด้านทักษะ ๕. ด้านทักษะการ
ปญั ญา ความสมั พนั ธ์ระหว่าง วเิ คราะห์ การส่ือสาร
เทคโนโลยสี ารสนเทศ
บคุ คลและความ
รับผิดชอบ

๒๓๔๕๖๑๒๓๔๕๖๑๒๓๔๕๖๑๒๓๔๕๖

























รายวิชา ๑. ด้านคณุ ธรรม ๒
หลักสตู รแบบ ๒.๑ จรยิ ธรรม
จำนวน ๕๔ หน่วยกติ

๑๒๓๔๕๖๑๒

รายวชิ า ๑. ดา้ นคุณธรรม ๒
หลักสูตรแบบ ๒.๒ จรยิ ธรรม
จำนวน ๗๘ หนว่ ยกิต
๑๒๓๔๕๖๑๒
หมวดวชิ าบงั คับ ๙ หน่วยกิต

๘๑๘๑๐๑ กรรมและความสิ้นกรรมวิเคราะห์ 
๘๑๘๑๐๒ พระพุทธศาสนากับศาสตร์แหง่ การตคี วาม 
๘๑๘๑๐๓ ภาษาอังกฤษเพื่อการวจิ ยั วปิ ัสสนาภาวนา
วิชาบังคับแบบไมน่ ับหน่วยกิต จำนวน ๒๑ หน่วยกิต 
๘๑๘๒๐๔ สถิตแิ ละระเบยี บวิธวี จิ ยั ชน้ั สงู ทางวิปสั สนาภาวนา 
๘๑๘๓๐๕ งานวิชาการภาษาองั กฤษเพอ่ื การวิจัยวปิ สั สนาฯ 
๘๑๘๖๐๖ จิตวทิ ยาเพอ่ื การสอนวปิ สั สนาฯ และสอบอารมณ์ 
๘๑๘๖๑๕ วิปสั สนาภาวนานานาชาติ 
๘๐๐ ๔๐๑ สัมมนาดุษฎีนิพนธ์ 
๑๐๒ ๓๐๒ การใช้ภาษาบาลี ๑

มคอ. ๒ หลักสตู รพุทธศาสตรดุษฎบี ัณฑติ สาขาวิชาวปิ ัสสนาภาวนา ๑๐๑ -

๒. ดา้ นความรู้ ๓. ดา้ นทักษะทาง ๔. ดา้ นทกั ษะ ๕. ดา้ นทกั ษะการ
ปัญญา ความสมั พันธ์ระหว่าง วิเคราะห์ การสื่อสาร
เทคโนโลยีสารสนเทศ
บคุ คลและความ
รับผดิ ชอบ

๒๓๔๕๖๑๒๓๔๕๖๑๒๓๔๕๖๑๒๓๔๕๖

๒. ด้านความรู้ ๓. ดา้ นทกั ษะทาง ๔. ดา้ นทักษะ ๕. ดา้ นทักษะการ
ปญั ญา ความสัมพนั ธร์ ะหว่าง วิเคราะห์ การสอื่ สาร
บคุ คลและความรับผดิ ชอบ เทคโนโลยีสารสนเทศ

๒๓๔๕๖๑๒๓๔๕๖๑๒๓๔๕๖๑๒๓๔๕๖












รายวชิ า ๑. ด้านคณุ ธรรม ๒
หลกั สตู รแบบ ๒.๑ จรยิ ธรรม
จำนวน ๕๔ หน่วยกิต
๑๒๓๔๕๖๑๒
๑๐๒ ๓๐๖ การใช้ภาษาบาลี ๒
หมวดวชิ าเอก ๑๒ หนว่ ยกิต 
๘๑๘๑๐๗ ปฏสิ มั ภทิ ามรรควเิ คราะห์
๘๑๘๔๐๘ การเจรญิ ไตรสกิ ขาภาคปฏิบัติ 
๘๑๘๒๐๙ ไตรสิกขาวเิ คราะห์ 
๘๑๘๒๑๐ โสฬสญาณวิเคราะห์ 

หมวดวิชาเลือก ๙ หน่วยกติ

๘๑๘๓๑๑ อรยิ สัจวิเคราะห์ 
๘๑๘๖๑๒ งานนิพนธภ์ าษาบาลเี พอ่ื การวิจยั วปิ สั สนาภาวนา 
๘๑๘๓๑๓ โพธปิ กั ขยิ ธรรมวิเคราะห์ 
๘๑๘๓๑๔ ภาษาอังกฤษชนั้ สูงเพื่อการสอนวปิ ัสสนาภาวนา
หมวดวิชาพนื้ ฐาน 
ศกึ ษารายวิชาเพิม่ เติมอกี ๗ รายวิชา โดยไมนบั หนวยกิต 
๖๐๐ ๑๐๑ พระไตรปฎิ กวิเคราะห์ 
๖๐๖ ๑๐๕ สมถภาวนา 
๖๐๖ ๑๐๙ ปรมัตถธรรม
๖๐๖ ๒๐๒ สติปัฏฐานภาวนา

มคอ. ๒ หลกั สตู รพทุ ธศาสตรดษุ ฎบี ณั ฑติ สาขาวชิ าวิปัสสนาภาวนา ๑๐๒ -

๒. ด้านความรู้ ๓. ด้านทักษะทาง ๔. ดา้ นทกั ษะ ๕. ดา้ นทกั ษะการ
ปญั ญา ความสมั พันธร์ ะหวา่ ง วเิ คราะห์ การสอื่ สาร
เทคโนโลยีสารสนเทศ
บุคคลและความ
รับผดิ ชอบ

๒๓๔๕๖๑๒๓๔๕๖๑๒๓๔๕๖๑๒๓๔๕๖


















รายวิชา ๑. ด้านคณุ ธรรม ๒
หลักสูตรแบบ ๒.๑ จริยธรรม
จำนวน ๕๔ หนว่ ยกติ
๑๒๓๔๕๖๑๒
๖๐๖ ๒๐๖ วิปสั สนาภาวนา
๓ (๓-๐-๖) 

๖๐๖ ๓๐๗ สมั มนาวิปัสสนาภาวนา 

๘๑๘๖๑๖ สมั มนาวปิ สั สนาภาวนาชั้นสงู 

หมวดดุษฎีนิพนธ์ จำนวน ๔๘ หน่วยกติ
๘๐๐ ๒๐๐ ดุษฎีนพิ นธ์

มคอ. ๒ หลกั สตู รพุทธศาสตรดุษฎีบัณฑติ สาขาวชิ าวิปสั สนาภาวนา ๑๐๓ -

๒. ด้านความรู้ ๓. ดา้ นทักษะทาง ๔. ด้านทักษะ ๕. ด้านทกั ษะการ
ปัญญา ความสมั พนั ธร์ ะหวา่ ง วเิ คราะห์ การสื่อสาร
เทคโนโลยีสารสนเทศ
บุคคลและความ
รับผดิ ชอบ

๒๓๔๕๖๑๒๓๔๕๖๑๒๓๔๕๖๑๒๓๔๕๖








มคอ. ๒ หลกั สูตรพทุ ธศาสตรดษุ ฎีบณั ฑติ สาขาวชิ าวปิ สั สนาภาวนา ๑๐๓

หมวดท่ี ๕

หลกั เกณฑใ์ นการประเมนิ ผลนสิ ติ

๕.๑ กฎระเบียบหรอื หลกั เกณฑ์ ในการให้ระดับคะแนน (เกรด)

เป็นไปตามข้อบังคับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ว่าด้วยการศึกษาระดับ

บัณฑติ ศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๑ และฉบบั ที่ ๓ แกไ้ ขเพมิ่ เตมิ พทุ ธศักราช ๒๕๔๙ ดงั น้ี

ระดับ คา่ ระดับ เกณฑ์คะแนน
วิชาเลือก วชิ าบงั คบั และเอก

A ๔.๐๐ ๙๕ – ๑๐๐ ๙๕ – ๑๐๐

A- ๓.๖๗ ๙๐ – ๙๔ ๙๐ – ๙๔

B+ ๓.๓๓ ๘๕ – ๘๙ ๘๕ – ๘๙

B ๓.๐๐ ๘๐ – ๘๔ ๘๐ – ๘๔

C+ ๒.๕๐ ๗๕ – ๗๙ ตำ่ กวา่ ๘๐

C ๒.๐๐ ๗๐ – ๗๔

F ๐ ตำ่ กวา่ ๗๐

๕.๒ กระบวนการทวนสอบมาตรฐานผลสัมฤทธข์ิ องนิสติ

การกำหนดระบบและกลไกการทวนสอบมาตรฐานผลการเรียนรู้ เกิดขึ้นเพื่อแสดงหลักฐาน
ยืนยันหรือสนับสนุนว่านิสิตและมหาบัณฑิตทุกคนมีมาตรฐานผลการเรียนรู้ทุกด้านเป็นไปตามที่
กำหนดไวใ้ นมาตรฐานคุณวฒุ ริ ะดับปริญญาโท สาขาวชิ าวิปสั สนาภาวนาเปน็ อย่างนอ้ ย

๕.๒.๑ การทวนสอบมาตรฐานผลการเรยี นร้ขู ณะนิสิตยังไมส่ ำเรจ็ การศึกษา

การทวนสอบในทุกรายวิชา ทั้งทางทฤษฎี การปฏิบัติการวิจัย การสัมมนา จะต้องสอดคล้อง
กับ กลยุทธ์การประเมินผลการเรียนรู้ โดยให้เป็นความรับผิดชอบของอาจารย์ผู้สอนในการออก
ข้อสอบหรือกำหนดกลไกและกระบวนการสอบ โดยมีคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพิจารณาความ
เหมาะสมของข้อสอบให้เป็นไปตามแผนการสอน ส่วนการทวนสอบในระดับหลักสูตรจะมีระบบ
ประกนั คณุ ภาพภายในสถาบันอดุ มศกึ ษาดำเนินการทวนสอบมาตรฐานผลการเรียนรูแ้ ละรายงานผล

๕.๒.๒ การทวนสอบมาตรฐานผลการเรยี นร้หู ลงั จากนิสิตสำเรจ็ การศึกษา

การกำหนดกลวิธีการทวนสอบมาตรฐานผลการเรยี นร้ขู องนิสิตหลังสำเร็จการศึกษา เน้นการ
ทำวิจัยสัมฤทธิ์ผลของการประกอบอาชีพของบัณฑิต โดยทำอย่างต่อเนื่อง และนำผลการวิจัยที่ได้มา
ปรับปรุงกระบวนการเรียนการสอนและหลักสูตรแบบครบวงจร รวมทั้งการประเมินคุณภาพของ
หลักสูตรและหน่วยงานโดยองคก์ รระดับสากล ซึ่งการวจิ ยั จะดำเนนิ การในเรื่องตอ่ ไปนี้

มคอ. ๒ หลกั สตู รพทุ ธศาสตรดษุ ฎีบณั ฑติ สาขาวิชาวิปสั สนาภาวนา ๑๐๔ -

๑) ภาวะการได้งานทำของดุษฎีบัณฑิต ประเมินจากบัณฑิตแต่ละรุ่นที่สำเร็จการศึกษา
เกี่ยวกับระยะเวลาในการทำหน้าที่วิปัสสนาจารย์ ความเห็นที่มีต่อความรู้ความสามารถ และความ
มนั่ ใจของบณั ฑติ ในการสอนวปิ สั สนาภาวนา

๒) ตำแหนง่ งานและความกา้ วหน้าในสายงานของดษุ ฎบี ณั ฑติ

๓) ความพึงพอใจของมหาบัณฑิต ต่อความรู้ความสามารถที่ได้เรยี นรู้จากหลักสูตรที่ใช้
ในการปฏิบัติหน้าที่ หรือศึกษาต่อ พร้อมกับเปิดโอกาสให้มีการเสนอข้อคิดเห็นในการปรับปรุง
หลักสูตรให้มปี ระสิทธภิ าพยงิ่ ขน้ึ

๔) ความพึงพอใจของผู้ใช้ดุษฎีบัณฑิต พุทธศาสนิกชน หรือเจ้าอาวาสพระสังฆาธิการ
ผู้ปกครอง พร้อมกับเปิดโอกาสให้มีข้อเสนอแนะต่อสิ่งที่คาดหวังหรือต้องการจากหลักสูตรในการ
นําไปใช้ในการปฏบิ ตั งิ านในสถานปฏบิ ตั ธิ รรม หรือหน่วยงานนั้น ๆ

๕) ความพึงพอใจของสถาบันการศึกษาอื่นหรือหน่วยงานด้านการเผยแผ่
พระพทุ ธศาสนา ซง่ึ รับดุษฎีบณั ฑติ ท่สี าํ เร็จจากหลกั สูตรเข้าศึกษาต่อเพอ่ื ปรญิ ญาทส่ี งู ขนึ้ โดยประเมิน
ทางดา้ นความรู้ ความพร้อม และคณุ สมบตั อิ ืน่ ๆ

๖) ความเห็นและข้อเสนอแนะจากอาจารย์พิเศษและผู้ทรงคุณวุฒิภายนอก ต่อ
ผลสัมฤทธ์ิทางการศึกษาของดุษฎีบัณฑิตทส่ี ําเร็จการศึกษา กระบวนการพฒั นาการเรียนรู้ องคค์ วามรู้
และการปรับปรงุ หลักสตู ร ให้มีความเหมาะสมกับสถานการณ์ทางการศึกษา และสงั คมในปัจจบุ ันมาก
ยงิ่ ขึ้น

๗) ผลงานของนิสิตและวิทยานพิ นธ์ทีส่ ามารถวดั เป็นรปู ธรรมได้ เช่น
(๑) จาํ นวนผลงานวิจัยท่เี ผยแพร่
(๒) จํานวนสทิ ธบิ ัตร
(๓) จํานวนกจิ กรรมเพ่อื สงั คมและประเทศชาติ
(๔) จํานวนกจิ กรรมอาสาสมัครในองค์กรทีท่ ําประโยชน์เพ่ือสงั คม
(๕) จาํ นวนรางวัล ผลงาน ประกาศเกียรตคิ ณุ ที่ได้รบั ระดับชาตแิ ละนานาชาติ

๕.๓ เกณฑ์การสำเร็จการศกึ ษาตามหลกั สูตร

การประเมินการสําเร็จการศึกษา เป็นไปตามข้อบังคับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราช
วิทยาลัย ว่าด้วยการศึกษาระดับบณั ฑิตศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๑ (หมวด ๖ การสําเร็จการศึกษา)

๕.๓.๑ คณุ สมบตั ิผูส้ ำเรจ็ การศกึ ษาตามหลกั สูตร แบบ ๑.๑ มีดงั ตอ่ ไปนี้
๑. นิสติ มรี ะยะเวลาการศกึ ษาตลอดหลักสูตรไม่นอ้ ยกวา่ ๖ ภาคการศึกษาปกติ และ

ไม่เกนิ ๑๐ ภาคการศกึ ษาปกติในระบบทวภิ าค หรอื ให้มรี ะยะเวลาไม่น้อยกว่า ๖ ภาคการศึกษาปกติ
และไมเ่ กนิ ๑๕ ภาคการศกึ ษาปกตใิ นระบบไตรภาค

มคอ. ๒ หลักสูตรพทุ ธศาสตรดุษฎีบณั ฑติ สาขาวิชาวิปสั สนาภาวนา ๑๐๕ -

๒. ศึกษารายวิชาที่กำหนดให้ศึกษาเพิ่มเติมครบถ้วนและถูกต้องตามเงื่อนไขท่ี
กำหนดไว้ในหลักสตู ร โดยไม่ติดคา้ งคา่ ธรรมเนียมใด ๆ

๓. สอบผ่านการสอบวัดคุณสมบัติ (Qualifying Examination) เพื่อเป็นผู้มีสิทธิขอ
ทําดุษฎีนิพนธ์ เสนอดุษฎีนิพนธ์ และสอบผ่านการสอบปากเปล่าขั้นสุดท้ายโดยคณะกรรมการที่
บัณฑิตวิทยาลัยแต่งตั้ง ซึ่งจะต้องประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิจากภายในและภายนอกสถาบันและต้อง
เป็นระบบเปิดให้ผู้สนใจเข้ารับฟงั ได้

๔. ผลงานวิทยานิพนธ์หรือส่วนหนึ่งของวิทยานิพนธ์ต้องได้รับการตีพิมพ์หรืออย่าง
น้อยได้รับการตีพิมพ์ในวารสารระดับชาติหรือนานาชาติที่มีคุณภาพ ตามประกาศคณะกรรมการ
อุดมศึกษาเรื่อง หลักเกณฑ์การพิจารณาวารสารทางวิชาการสําหรับการเผยแพร่ผลงานทางวิชาการ
อย่างน้อย ๒ เร่ือง

๕. สอบผ่านภาษาอังกฤษจากสถาบันภาษา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราช
วิทยาลัย (LIMCU) หรือสถาบันภาษาอื่นที่มหาวิทยาลัยกำหนด และเลือกสอบภาษาต่างประเทศอีก
๑ ภาษา คือ ภาษาบาลี ภาษาสนั สกฤต ภาษาเยอรมัน ภาษาญป่ี ุ่น ภาษาจีน หรือภาษาฝร่งั เศส นิสิต
ชาวต่างประเทศที่จบการศึกษาระดับปริญญาโทจากสถาบันการศึกษาในต่างประเทศ สามารถเลือก
ภาษาไทยเปน็ ภาษาตา่ งประเทศได้

๖. ผ่านการปฏบิ ัติวปิ ัสสนากรรมฐานตามทบี่ ัณฑิตวทิ ยาลยั กำหนด
๗. ได้นำเสนอดุษฎีนิพนธใ์ นทีป่ ระชมุ ทางวิชาการหรือบางสว่ นของดุษฎีนิพนธไ์ ดร้ บั
การพิมพเ์ ผยแพรใ่ นวารสารทางวิชาการที่บณั ฑติ วทิ ยาลยั รบั รอง
๘. สอบผ่านการประเมินผลดุษฎีนิพนธ์และส่งดุษฎีนิพนธ์ฉบับสมบูรณ์ตามที่
มหาวิทยาลัยกำหนด

๕.๓.๒ คุณสมบตั ผิ ู้สำเรจ็ การศึกษาตามหลกั สตู ร แบบ ๒.๑ มดี ังต่อไปน้ี

๑. นสิ ติ มรี ะยะเวลาการศึกษาตลอดหลักสตู รไม่น้อยกว่า ๖ ภาคการศึกษาปกติ และ
ไมเ่ กนิ ๑๐ ภาคการศึกษาปกติในระบบทวิภาค หรอื ใหม้ รี ะยะเวลาไมน่ ้อยกว่า ๖ ภาคการศึกษาปกติ
และไม่เกิน ๑๕ ภาคการศกึ ษาปกตใิ นระบบไตรภาค

๒. ศึกษารายวิชาครบถ้วนและถูกต้องตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ มีหน่วยกิตสะสมไม่
น้อยกว่าที่กำหนดไว้ในหลักสูตร และได้ค่าเฉลี่ยสะสมไม่ต่ำกว่า ๓.๐๐ จากระบบ ๔ แต้ม โดยไม่ติด
คา้ งคา่ ธรรมเนียมใด ๆ

๓. สอบผ่านการสอบวัดคุณสมบัติ (Qualifying Examination) เพื่อเป็นผู้มีสิทธิขอ
ทําดุษฎีนิพนธ์ เสนอดุษฎีนิพนธ์ และสอบผ่านการสอบปากเปล่าขั้นสุดท้ายโดยคณะกรรมการท่ี
บัณฑิตวิทยาลัยแต่งตั้ง ซึ่งจะต้องประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิจากภายในและภายนอกสถาบันและต้อง
เป็นระบบเปิดให้ผู้สนใจเข้ารบั ฟงั ได้

มคอ. ๒ หลกั สูตรพุทธศาสตรดุษฎีบณั ฑติ สาขาวิชาวปิ ัสสนาภาวนา ๑๐๖ -

๕. สอบผ่านภาษาอังกฤษจากสถาบันภาษา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราช
วิทยาลัย (LIMCU) หรือสถาบันภาษาอื่นที่มหาวิทยาลัยกำหนด และเลือกสอบภาษาต่างประเทศอีก
๑ ภาษา คอื ภาษาบาลี ภาษาสนั สกฤต ภาษาเยอรมัน ภาษาญป่ี ุน่ ภาษาจนี หรอื ภาษาฝรัง่ เศส นิสิต
ชาวต่างประเทศที่จบการศึกษาระดับปริญญาโทจากสถาบันการศึกษาในต่างประเทศ สามารถเลือก
ภาษาไทยเปน็ ภาษาตา่ งประเทศได้

๖. ผา่ นการปฏิบัตวิ ิปัสสนากรรมฐานตามทีบ่ ณั ฑติ วิทยาลัยกำหนด

๗. ได้นำเสนอดษุ ฎีนิพนธใ์ นทีป่ ระชุมทางวิชาการหรอื บางสว่ นของดุษฎีนิพนธ์ไดร้ ับ
การพิมพเ์ ผยแพรใ่ นวารสารทางวชิ าการทบี่ ัณฑิตวิทยาลยั รับรอง

๘. สอบผ่านการประเมินผลดุษฎีนิพนธ์และส่งดุษฎีนิพนธ์ฉบับสมบูรณ์ตามที่
มหาวิทยาลยั กำหนด

๕.๓.๓ คณุ สมบตั ผิ สู้ ำเร็จการศกึ ษาตามหลักสตู ร แบบ ๒.๒ มีดงั ตอ่ ไปน้ี

๑. นิสติ มรี ะยะเวลาการศึกษาตลอดหลักสูตรไม่นอ้ ยกว่า ๘ ภาคการศึกษาปกติ และ
ไมเ่ กิน ๑๔ ภาคการศึกษาปกติในระบบทวิภาค หรอื ใหม้ รี ะยะเวลาไมน่ ้อยกวา่ ๘ ภาคการศึกษาปกติ
และไมเ่ กนิ ๒๑ ภาคการศกึ ษาปกตใิ นระบบไตรภาค

๒. ศึกษารายวิชาครบถ้วนและถูกต้องตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ มีหน่วยกิตสะสมไม่
น้อยกว่าที่กำหนดไว้ในหลักสูตร และได้ค่าเฉลี่ยสะสมไม่ต่ำกว่า ๓.๐๐ จากระบบ ๔ แต้ม โดยไม่ติด
คา้ งคา่ ธรรมเนียมใด ๆ

๓. สอบผ่านการสอบวัดคุณคุณสมบัติ (Qualifying Examination) เพื่อเป็นผู้มีสิทธิ
ขอทําวิทยานิพนธ์ เสนอวิทยานิพนธ์ และสอบผ่านการสอบปากเปล่าขั้นสุดท้ายโดยคณะกรรมการที่
บณั ฑิตวิทยาลยั แต่งตง้ั ซ่ึงจะต้องประกอบด้วยผู้ทรงคุณวฒุ ิจากภายในและภายนอกสถาบัน และต้อง
เป็นระบบ เปิดให้ผู้สนใจเขา้ รบั ฟงั ได้

๔. ผลงานวิทยานิพนธ์หรือส่วนหนึ่งของวิทยานิพนธ์ต้องได้รับการตีพิมพ์หรืออย่าง
น้อยได้รับการตีพิมพ์ในวารสารระดับชาติหรือนานาชาติที่มีคุณภาพ ตามประกาศคณะกรรมการ
อุดมศึกษาเรื่อง หลักเกณฑ์การพิจารณาวารสารทางวิชาการสําหรับการเผยแพร่ผลงานทางวิชาการ
อย่างน้อย ๒ เรื่อง

๕. สอบผ่านภาษาอังกฤษจากสถาบันภาษา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราช
วิทยาลัย (LIMCU) หรือสถาบันภาษาอื่นที่มหาวิทยาลัยกำหนด และเลือกสอบภาษาต่างประเทศอีก
๑ ภาษา คอื ภาษาบาลี ภาษาสันสกฤต ภาษาเยอรมัน ภาษาญ่ีปนุ่ ภาษาจีน หรือภาษาฝรง่ั เศส นิสิต
ชาวต่างประเทศที่จบการศึกษาระดับปริญญาโทจากสถาบันการศึกษาในต่างประเทศ สามารถเลือก
ภาษาไทยเปน็ ภาษาต่างประเทศได้

มคอ. ๒ หลักสูตรพทุ ธศาสตรดุษฎบี ณั ฑติ สาขาวชิ าวปิ สั สนาภาวนา ๑๐๗ -

๖. ผา่ นการปฏิบัตวิ ปิ ัสสนากรรมฐานตามท่บี ัณฑติ วิทยาลัยกำหนด
๗. สอบผ่านการประเมินผลดุษฎีนิพนธ์และส่งดุษฎีนิพนธ์ฉบับสมบูรณ์ตามที่
มหาวทิ ยาลัยกำหนด
๘. ได้นำเสนอดุษฎีนิพนธใ์ นทีป่ ระชุมทางวิชาการหรอื บางสว่ นของดุษฎีนิพนธไ์ ดร้ ับ
การพมิ พเ์ ผยแพร่ในวารสารทางวิชาการทบี่ ัณฑติ วทิ ยาลยั รับรอง

หมวดที่ ๖
การพฒั นาคณาจารย์

๖.๑ การเตรยี มการสำหรับอาจารย์ใหม่

๖.๑.๑ มีการปฐมนิเทศแนะแนวการเป็นครูแก่อาจารย์ใหม่ ให้มีความรู้และเข้าใจ
นโยบายของสถาบนั คณะ ตลอดจนในหลักสตู รท่ีสอน โดยสาระประกอบด้วย

- บทบาทหนา้ ทข่ี องอาจารยใ์ นพันธกจิ ของสถาบัน
- สิทธิผลประโยชนข์ องอาจารย์และกฎระเบียบตา่ ง ๆ
- หลักสูตรการจัดการเรียนการสอน และกิจกรรมต่าง ๆ ของสาขาวิชาวิปัสสนา
ภาวนา และมีอาจารย์อาวุโสเป็นอาจารย์พี่เลี้ยงโดยมีหน้าที่ให้คําแนะนําและการปรึกษาเพื่อเรียนรู้
และปรบั ตัวเองเข้าสกู่ ารเปน็ อาจารย์ในสาขาวชิ าฯ มกี ารนิเทศการสอนทัง้ ภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ
ทต่ี ้องสอน และมกี ารประเมนิ และตดิ ตามความก้าวหนา้ ในการปฏิบตั งิ านของอาจารย์ใหม่
๖.๑.๒ ส่งเสรมิ อาจารย์ให้มีการเพิ่มพูนความรู้ สร้างเสริมประสบการณ์เพื่อส่งเสริมการ
สอนและการวิจัยอย่างต่อเนื่อง การสนับสนุนด้านการศึกษาต่อ ฝึกอบรม ดูงานทางวิชาการและ
วิชาชีพในองค์กรต่าง ๆ การประชุมทางวิชาการทั้งในประเทศและ/หรือต่างประเทศ หรือการลาเพื่อ
เพิ่มพนู ประสบการณ์
๖.๒ การพฒั นาความรแู้ ละทักษะใหแ้ กค่ ณาจารย์
๖.๒.๑ การพัฒนาทกั ษะการจดั การเรยี นการสอน การวัดและการประเมนิ ผล

มคอ. ๒ หลักสูตรพทุ ธศาสตรดุษฎีบณั ฑติ สาขาวชิ าวปิ ัสสนาภาวนา ๑๐๘ -

(๑) สง่ เสริมอาจารย์ให้มกี ารเพิ่มพูนความรู้ สรา้ งเสรมิ ประสบการณ์เพ่ือส่งเสริมการ
สอนและการวิจัยอย่างต่อเนื่อง การสนับสนุนด้านการศึกษาต่อ ฝึกอบรม ดูงานทางวิชาการและ
วิชาชีพในองค์กรต่างๆ การประชุมทางวิชาการทั้งในประเทศและ/หรือต่างประเทศหรือการลาเพ่ือ
เพิ่มพนู ประสบการณ์

(๒) ส่งเสริมให้อาจารย์ได้มีโอกาสในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์ด้านการ
จัดการเรียนการสอนระหว่างอาจารย์ในหลักสูตร หรือการทําวิจัยการเรียนการสอนที่สามารถนําไป
เผยแพรใ่ นการประชุมวชิ าการทีม่ จี ดั การเรียนการสอนในสาขาวชิ าเดยี วกันของหลาย ๆ สถาบนั

๖.๒.๒ การพฒั นาวชิ าการและวิชาชพี ด้านอ่นื ๆ

(๑) ส่งเสริมให้อาจารย์ได้ มีการเพิ่มพูนความรู้ สร้างสมประสบการณ์ในงานที่
เกี่ยวข้องกับสาขาวิชาที่รบั ผิดชอบเพื่อส่งเสริมการสอนและการวจิ ัยอย่างต่อเนื่องทั้งอาจารย์เก่าและ
อาจารย์ใหม่ โดยการสนับสนุนการฝึกอบรม ดูงานทางวิชาการ และวิชาชีพในองค์กรต่าง ๆ การ
ประชมุ ทางวชิ าการทง้ั ในประเทศและต่างประเทศ เพอื่ เพ่ิมพนู ความรูแ้ ละประสบการณ์ในวิชาชพี

(๒) ส่งเสริมให้อาจารย์ได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมบริการวิชาการแก้ชุมชนที่เกี่ยวข้อง
กบั การพัฒนาความรูแ้ ละคุณธรรม

(๓) ส่งเสริมใหอ้ าจารย์พฒั นาและผลิตผลงานทางวิชาการในรูปแบบต่าง ๆ และการ
นําเสนอผลงานในการประชุมวิชาการ และส่งเสริมการทําวิจัยที่สร้างองค์ความรู้ใหม่เพื่อนําไป
พฒั นาการเรยี นการสอนและเสรมิ สร้างให้อาจารยม์ คี วามเชย่ี วชาญในสาขาวชิ าชีพ

มคอ. ๒ หลักสูตรพทุ ธศาสตรดษุ ฎีบณั ฑติ สาขาวชิ าวปิ สั สนาภาวนา ๑๐๙ -

หมวดท่ี ๗
การประกันคณุ ภาพหลกั สตู ร

๗.๑ การบริหารหลกั สตู ร

หลักสูตรพุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาวิปัสสนาภาวนา จะอยู่ภายใต้การบริหารจัดการ
ของบัณฑิตศึกษา มีอาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิจากคณะต่าง ๆ มาปฏิบัติหน้าที่เต็มเวลาที่วิทยาเขตบาฬี
ศึกษาพุทธโฆส นครปฐม ภายใต้การบังคับบัญชาของรองอธิการบดีวิทยาเขตบาฬีศึกษาพุทธโฆส
นครปฐม โดยดำเนินการตามรายละเอยี ดตอ่ ไปนี้

๗.๑.๑ มีการจัดทำรายละเอียดของรายวชิ า (มคอ.๓)
๗.๑.๒ รปู แบบการจัดการเรยี นการสอนท่หี ลากหลาย
๗.๑.๓ มีอาจารย์ประจำหลักสูตรทั้งอาจารย์ประจำ อาจารย์พิเศษ (ผู้ทรงคุณวุฒิ)
อาจารย์ที่ปรึกษาดุษฎีนิพนธ์ มีคุณสมบัติตามเกณฑ์มาตรฐานหลักสูตรระดับอุดมศึกษา พ.ศ.๒๕๕๘
(ของสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา) และข้อบังคับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลกรณราชวิทยาลยั
ว่าด้วยการศกึ ษาระดับบัณฑิตศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๑
๗.๑.๔ มกี ารพฒั นาทกั ษะการสอนและการใหค้ ำปรึกษาดุษฎีนิพนธ์ของอาจารย์
๗.๑.๕ มกี ารประเมนิ และวิเคราะห์ขอ้ สอบให้ได้มาตรฐาน
๗.๑.๖ มรี ะบบฐานขอ้ มูลเก่ียวกบั รายวชิ าในหลักสูตร
๗.๑.๗ มีการประกนั คณุ ภาพดุษฎีนิพนธ์
โดยให้ดำเนินการตามข้อบังคับมหาวิทยาลยั มหาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลยั วา่ ด้วยการศึกษา
ระดบั บณั ฑติ ศกึ ษา พ.ศ.๒๕๔๑ ในหัวข้อหลกั ดังนี้

๗.๑.๗.๑ การทำดุษฎีนพิ นธ์
๗.๑.๗.๒. การสอบวัดคุณสมบตั ิ มีสอบวัดคณุ สมบตั ิภาษา ๒ ภาษา
๗.๑.๗.๓ การสอบดุษฎีนพิ นธ์

มคอ. ๒ หลักสูตรพทุ ธศาสตรดษุ ฎีบณั ฑติ สาขาวิชาวปิ ัสสนาภาวนา ๑๑๐ -

เป้าหมาย การดำเนนิ การ การประเมนิ ผล

๑. พัฒนาหลักสูตรให้ ๑. จัดหลักสูตรให้สอดคล้องกับมาตรฐาน ๑. หลักสูตรที่สามารถ

ทันสมัยโดยอาจารย์และ วิชาชีพด้านวิปัสสนาภาวนาในระดับสากลหรือ อ้างอิง กับมาตรฐานท่ี

นิสิตสามารถก้าวทันหรือ ระดับชาติ กำหนดโดยหน่วยงาน

เป็นผู้นำในการสร้างองค์ ๒. ปรับปรุงหลักสูตรให้ทันสมัยโดยมีการ วิชาชีพด้านปรัชญา มีความ

ความรู้ใหม่ ๆ ทางด้าน พิจารณาปรบั ปรงุ หลักสตู รทกุ ๆ ๕ ปี ทันสมัยและมีการปรับปรุง

วิปสั สนาภาวนา ๓. จัดแนวทางการเรียนในวิชาเรียนให้มีทั้ง สม่ำเสมอ

๒. กระตุ้นให้นิสิตเกดิ ภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติการวิจัย และมีแนว ๒. จำนวนวิชาเรียนที่มี

ความใฝ่รู้มีแนวทางการ ทางการเรียนหรือกิจกรรมประจำวิชาให้นิสิตได้ ภาคปฏิบัติและวิชาเรียนที่มี

เรียนที่สร้างทั้งความรู้ ศึกษาความรทู้ ่ที นั สมยั ดว้ ยตนเอง แนวทางให้นักศึกษาได้ศึกษา

ความสามารถในวิชาการ ๔. จัดให้มีผู้สนับสนุนการเรียนรู้ และผู้ช่วย ค้นคว้าความรู้ใหม่ได้ด้วย

วิชาชพี ทท่ี นั สมัย สอน เพือ่ กระตนุ้ ใหน้ สิ ิตเกิดความใฝร่ ู้ ตนเอง

๓. ตรวจสอบและ ๕. กำหนดให้อาจารย์ที่สอนมีคุณวุฒิไม่ต่ำ ๓. จำนวนและรายชื่อ

ปรับปรุงหลักสูตรให้มี กว่าปริญญาโทหรือเป็นผู้มีประสบการณ์ในการ คณาจารย์วุฒิประสบการณ์

คุ ณ ภ า พ แ ล ะ ต ร ง ต า ม สอนในระดับปริญญาโ ท หรือเป็นผู้มี แ ล ะ ก า ร พ ั ฒ น า อ บ ร ม

มาตรฐาน ประสบการณ์ในการสอนในระดับปริญญาโท มี อาจารย์

๔. มีการประเมิน อตั ราจำนวนคณาจารย์ประจำไมน่ ้อยกวา่ เกณฑ์ ๔. จำนว นบุคลากร

มาตรฐานของหลักสูตร มาตรฐานและตำแหน่งทางวชิ าการ ผู้สนับสนุนการเรียนรู้ และ

อย่างสมำ่ เสมอ ๖. สนับสนุนให้อาจารย์ผู้สอนเป็นผู้นำ บันทึกกิจกรรมในการ

ในทางวิชาการ และเป็นผู้เชี่ยวชาญทางวชิ าชพี สนับสนนุ การเรยี นรู้

ดา้ นวปิ สั สนาภาวนา หรือในดา้ นท่ีเกย่ี วขอ้ ง ๕. ผลการประเมินการ

๗. ส่งเสริมให้อาจารย์ประจำหลักสูตรไปดูงาน เรียนการสอนอาจารย์ผู้สอน

ในหลักสูตรหรือวิชาการที่เกี่ยวข้อง ทั้งในและ และการสนับสนุนการเรยี นรู้

ตา่ งประเทศ โดยนสิ ติ

๘. มีการประเมินหลักสูตรโดยคณะ ๖. ประเมินผลโดย

กรรมการผูท้ รงคุณวุฒภิ ายในทุกปีและภายนอก ค ณ ะ ก ร ร ม ก า ร ที่

อยา่ งน้อยทกุ ๔ ปี ประกอบด้วยอาจารย์ภายใน

๙. จัดทำฐานข้อมูลทางด้านนิสิต อาจารย์ บณั ฑิตวิทยาลยั ทุก ๒ ปี

อุปกรณ์ เครื่องมือวิจัย งบประมาณ ความ ๗. ประเมินผลโดย

ร่วมมือกับต่างประเทศ ผลงานทางวิชาการทุก คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ

ภาคการศึกษาเพื่อเป็นข้อมูลในการประเมิน ภายนอกทุก ๆ ๔ ปี

ของคณะกรรมการ

มคอ. ๒ หลักสตู รพุทธศาสตรดษุ ฎีบณั ฑติ สาขาวิชาวปิ สั สนาภาวนา ๑๑๑ -

๑๐. ประเมินความพึงพอใจของหลักสูตร ๘. ประเมินผลโดย

และการเรียนการสอนโดยบัณฑิตที่สำเร็จ บัณฑิตผสู้ ำเร็จการศกึ ษา ทกุ

การศกึ ษา ๆ ๒ ปี

๗.๒ การบรหิ ารทรัพยากรการเรียนการสอนและการจัดการ

นิสิตในหลักสูตรจะได้รับความรู้จากอาจารย์ผู้สอนและอาจารย์ที่ปรึกษาดุษฎีนิพนธ์ตาม
เกณฑ์มาตรฐานหลักสูตร ระดับบัณฑิตศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๘ ของกระทรวงศึกษาธิการ โดยบัณฑิต
วิทยาลัยร่วมกับส่วนหอสมุดกลาง วิทยาเขตบาฬีศึกษาพุทธโฆส นครปฐม ได้จัดเตรียมหนังสือตำรา
ด้านวิปสั สนาภาวนา พระไตรปฎิ กฉบบั ภาษาบาลี คมั ภรี ์อรรถกถาทง้ั ภาษาไทยและบาลี อุปกรณ์และ
ส่ือการสอน การสืบค้นขอ้ มลู วิชาการทางอินเตอร์เน็ตใหแ้ ก่นิสิตอย่างเพียงพอ

๗.๒.๑ การบริหารงบประมาณ

บัณฑิตวิทยาลัยจัดสรรงบประมาณประจำปี ทั้งงบประมาณแผ่นดินและเงินรายได้เพ่ือ
จัดซื้อตำรา สื่อการเรียนการสอน โสตทัศนูปกรณ์ และวัสดุครุภัณฑ์คอมพิวเตอร์อย่างเพียงพอเพื่อ
สนับสนุนการเรียนการสอนในชั้นเรยี นและสร้างสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมกับการเรยี นรู้ด้วยตนเอง
ของนสิ ติ

๗.๒.๒ ทรัพยากรการเรียนการสอนท่ีมอี ยู่เดิม

บัณฑิตวิทยาลัยมีความพร้อมดา้ นหนังสือ ตำราเฉพาะทาง และมีอปุ กรณ์ท่ีใช้สนับสนุน
การจัดการเรียนการสอนอย่างพอเพียง ซึ่งมีเอกสารสิ่งพิมพ์และสื่อการศึกษาที่สัมพันธ์กับสาขาวิชา
วิปสั สนาภาวนา

ใ น ป ี ก า ร ศ ึ ก ษ า ตาํ ราภาษาไทย ๙๔,๓๐๑ เล่ม
๒๕๖๑
๒,๗๙๐ เล่ม
ตําราภาษาอังกฤษ ๙๑ ช่อื เร่อื ง
วารสารภาษาไทยและ
องั กฤษ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ชื่อเรื่อง
ฐานข้อมูลออนไลน์

บัณฑิตวิทยาลัยมีสื่อการศึกษาในรูปแบบอื่น ๆ เช่น VCD, DVD, CD-ROM, แผนที่, หนังสือ
อิเลก็ ทรอนิกส์ และบรกิ ารหอ้ งสมุดผา่ นระบบอนิ เทอรเ์ นต็ ทว่ั ประเทศ (Journal-Link) และฐานขอ้ มูล
อิเล็กทรอนิกส์

บัณฑิตวิทยาลัยมีความพร้อมด้านหนังสือ ตำราวิชาการทางวิปัสสนาภาวนา และการสืบค้น
ผ่านฐานข้อมูลโดยมีสำนักหอสมุดกลางที่มีหนังสือ ตำราด้านวิปัสสนาภาวนาและด้านอื่นๆ รวมถึง
ฐานขอ้ มลู ทีจ่ ะสบื ค้นเพ่อื สนบั สนนุ การจดั การเรยี นการสอนอยา่ งพอเพียง

มคอ. ๒ หลักสตู รพุทธศาสตรดุษฎบี ัณฑติ สาขาวิชาวปิ สั สนาภาวนา ๑๑๒ -

๗.๒.๓ การจัดหาทรพั ยากรการเรียนการสอนเพิม่ เตมิ

มีการประสานงานกับสำนักหอสมุดกลาง ในการจัดซื้อหนังสือ และตำราที่เกี่ยวข้อง
เพื่อบริการให้อาจารย์และนักศึกษาได้ค้นคว้า และใช้ประกอบการเรียนการสอน ในการประสานการ
จัดซื้อหนังสือนั้น อาจารย์ผู้สอนแต่ละรายวิชาจะมีส่วนร่วมในการเสนอแนะรายชือ่ หนังสือ ตลอดจน
สื่ออื่น ๆ ที่จำเป็น นอกจากนี้อาจารย์พิเศษที่เชิญมาสอนบางรายวิชาและบางหัวข้อ ก็มีส่วนในการ
เสนอแนะรายชื่อหนังสือ สำหรับใหห้ อสมุดกลางจดั ซ้อื หนงั สอื ดว้ ย

ในส่วนของวิทยาเขตบาฬีศึกษาพุทธโฆส นครปฐม จะมีห้องสมุดย่อยเพื่อบริการ
หนงั สือ ตำรา หรอื วารสารเฉพาะทาง และคณะจะต้องจัดสื่อการสอนอ่ืนเพื่อใชป้ ระกอบการสอนของ
อาจารย์ เช่น เครือ่ งมัลติมีเดยี โปรเจคเตอร์ คอมพวิ เตอร์ เครือ่ งถ่ายทอดภาพ ๓ มิติ เครื่องฉายสไลด์
เปน็ ตน้

๗.๒.๔. การประเมนิ ความเพยี งพอของทรพั ยากร

การประเมนิ ความเพยี งพอของทรัพยากร มเี จา้ หน้าท่ปี ระจำห้องสมุดซง่ึ จะประสานงาน
การจัดซื้อจัดหาหนังสือเพื่อเข้าหอสมุดกลาง และทำหน้าที่ประเมินความพอเพียงของหนังสือ ตำรา
นอกจากน้มี เี จ้าหนา้ ท่ี ด้านโสตทัศนอุปกรณ์ ซ่ึงจะอำนวยความสะดวกในการใชส้ อื่ ของอาจารย์แล้วยัง
ต้องประเมินความพอเพียงและความต้องการใช้สื่อของอาจารย์ด้วย โดยมีรายละเอียดดังตาราง
ต่อไปนี้

เปา้ หมาย การดำเนินการ การประเมนิ ผล

จ ั ด ใ ห ้ ม ี ห ้ อ ง เ ร ี ย น ๑. จัดให้มีห้องเรียนมัลติมีเดีย ที่มี - รวบรวมทำสถติ ิจำนวนเครื่องมือ

ห้องปฏิบัติการ ระบบ คว ามพร้อมใช ้งานอย่างมี อุปกรณ์ ต่อนิสิต ชั่วโมงการใช้

เครือข่าย แม่ข่าย อุปกรณ์ ประสิทธิภาพ ทั้งในการสอน ง า น ห ้ อ ง ป ฏ ิ บ ั ต ิ ก า ร แ ล ะ

การทดลอง ทรัพยากร สื่อ การบันทึกเพื่อเตรียมจัดสร้างสือ่ เครื่องมือ ความเร็วของระบบ

และช่องทางการเรียนรู้ที่ สำหรบั การทบทวนการเรียน เครอื ขา่ ย

เพียบพร้อม เพื่อสนับสนุน ๒ . จ ั ด ใ ห ้ ม ี เ ค ร ื อ ข ่ า ย แ ล ะ - จำนวนนิสิตลงเรียนในวิชาเรียน

ทั้งการศึกษาในห้องเรียน ห้องปฏิบัติการทดลองเปิด ที่มี ที่มีการฝึกปฏิบัติด้วยเครื่อง

นอกห้องเรียน และเพื่อการ ทั้งเครื่องคอมพิวเตอร์และพื้นที่ อุปกรณ์คอมพวิ เตอรต์ า่ ง ๆ

เรียนรู้ได้ด้วยตนเอง อย่าง ที่นักศึกษาสามารถศึกษา - สถิติของจำนวนหนังสือตำรา

เพยี งพอ มปี ระสทิ ธิภาพ ทดลอง หาความรเู้ พม่ิ เติมได้ด้วย และสอื่ ดิจทิ ลั ที่มีใหบ้ รกิ าร และ

ต น เ อ ง ด ้ ว ย จ ำ น ว น แ ล ะ สถติ ิการใช้งานหนังสือ ตำรา สื่อ

ป ร ะ ส ิ ท ธ ิ ภ า พ ท ี ่ เ ห ม า ะ สม ดิจิทัล

เพยี งพอ

มคอ. ๒ หลกั สูตรพุทธศาสตรดุษฎบี ัณฑติ สาขาวชิ าวิปสั สนาภาวนา ๑๑๓ -

๓. จัดให้มีห้องสมุดให้บริการทั้ง - ผลสำรวจความพึงพอใจของ
หนังสือตำรา และสื่อดิจิทัลเพ่ือ นิสิตต่อการให้บริการทรัพยากร
การเรียนรู้ ทั้งห้องสมุดทาง เพื่อการเรียนรู้และการ
กายภาพและทางระบบเสมอื น ปฏบิ ัติการ

๗.๓ การบริหารคณาจารย์

๗.๓.๑ การรบั อาจารยใ์ หม่
มีการคัดเลือกอาจารย์ใหม่ตามระเบียบและหลักเกณฑ์ของมหาวิทยาลัย โดยอาจารย์ใหม่
จะต้องมีวุฒิการศึกษาระดับปริญญาโทในสาขาวิชาวิปัสสนาภาวนา และปริญญาเอกในสาขาท่ี
เก่ยี วขอ้ งเท่าน้ัน
๗.๓.๒ การมีสว่ นร่วมของคณาจารย์ในการวางแผน การติดตามและทบทวนหลักสูตร
คณาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตร และผู้สอน จะต้องประชุมร่วมกันในการวางแผนการจัดการ
เรียนการสอน ประเมินผล และให้ความเห็นชอบการประเมินผลทุกรายวิชา เก็บรวบรวมข้อมูลเพื่อ
เตรียมไว้สำหรับการปรับปรุงหลักสูตร ตลอดจนปรึกษาหารือแนวทางที่จะทำให้บรรลุเป้าหมายตาม
หลักสูตรและไดด้ ษุ ฎบี ณั ฑิตเปน็ ไปตามคณุ ลกั ษณะดษุ ฎีบัณฑติ ที่พึงประสงค์
๗.๓.๓ การแตง่ ต้งั คณาจารยพ์ เิ ศษ
สำหรับอาจารย์พิเศษถือว่ามีความสำคัญมาก เพราะจะเป็นผู้ถ่ายทอดประสบการณ์ตรงจาก
การปฏิบัติมาให้กับนิสิต ดังนั้นทางสาขาวิชาวิปัสสนาภาวนา จึงกำหนดนโยบายว่าจะต้องมีการเชิญ
อาจารย์พิเศษหรือวิทยากรมาบรรยาย โดยที่อาจารย์พิเศษหรือวิทยากรจะต้องเป็นผู้มีประสบการณ์
ตรงหรือมีวุฒิการศึกษาอย่างต่ำเป็นปริญญาเอก หรือรองศาสตราจารย์ หรือเป็นผู้เชี่ยวชาญเฉพาะ
เรอื่ ง

๗.๔ การบรหิ ารบุคลากรสนับสนุนการเรียนการสอน

๗.๔.๑ การกำหนดคุณสมบัตเิ ฉพาะสำหรับตำแหน่ง
บคุ ลากรสายสนับสนุนควรมีวฒุ ิปริญญาโทท่ีเก่ยี วข้องกับภาระงานที่รับผิดชอบ และมีความรู้
ดา้ นวชิ าการวปิ ัสสนาภาวนาทีใ่ ชก้ ารได้

๗.๔.๒ การเพิ่มทกั ษะความรู้เพ่ือการปฏบิ ัตงิ าน
บุคลากรต้องเข้าใจโครงสร้างและธรรมชาติของหลักสูตร และจะต้องสามารถบริหารให้
อาจารย์สามารถใช้สอ่ื การสอนไดอ้ ยา่ งสะดวก

มคอ. ๒ หลกั สูตรพุทธศาสตรดษุ ฎบี ัณฑติ สาขาวชิ าวปิ สั สนาภาวนา ๑๑๔ -

๗.๕ การสนบั สนนุ และใหค้ ำแนะนำแก่นิสติ

๗.๕.๑ การให้คำปรึกษาด้านวชิ าการและอ่ืน ๆ แกน่ ิสติ
คณะมีการแต่งตั้งอาจารย์ที่ปรึกษาทางวิชาการให้แก่นิสิตทุกคน โดยนิสิตที่มีปัญหาในการ
เรียนสามารถปรึกษากับอาจารย์ที่ปรึกษาทางวิชาการได้ โดยอาจารย์ประจำบัณฑิตวิทยาลัยทุกคน
จะต้องทำหน้าที่อาจารย์ที่ปรึกษาทางวิชาการให้แก่นิสิต และทุกคนต้องกำหนดชั่วโมงให้คำปรึกษา
(Office hours) เพื่อให้นิสิตเข้าปรึกษาได้ นอกจากนี้ยังมีระบบอาจารย์ที่ปรึกษาดุษฎีนิพนธ์ ซึ่งจะ
คอยชแี้ นะกระบวนการในการพัฒนาศักยภาพการเรียนรู้ และการวิจัย และมรี ะบบให้ข้อมูลย้อนกลับ
จากผลการศึกษาและการประเมินดา้ นตา่ ง ๆ เพอ่ื ให้นสิ ิตได้มกี ารพฒั นาตนเอง
๗.๕.๒ การอุทธรณข์ องนิสิต
บัณฑิตวิทยาลัยจะดำเนินการเพื่อให้นิสิตสามารถยื่นอุทธรณ์ ในกรณีที่นิสิตมีความสงสัย
เกย่ี วกับผลการประเมินในรายวิชาใดสามารถที่จะยนื่ คำรอ้ งขอดูกระดาษคำตอบในการสอบ ตลอดจน
ดูคะแนน และวิธีการประเมินของอาจารย์ในแต่ละรายวิชาได้ ซึ่งจะต้องผ่านความเห็นชอบของ
คณะกรรมการประจำบณั ฑติ วทิ ยาลัยกอ่ นประกาศใช้

๗.๖ ความตอ้ งการของตลาดแรงงาน สังคม และ/หรอื ความพึงพอใจของผูใ้ ชบ้ ัณฑติ

๗.๖.๑ มีการศึกษาและวเิ คราะห์ความต้องการของสังคมและพุทธศาสนิกชน เพื่อเป็นข้อมูล
พน้ื ฐานในการเปดิ และการปรบั ปรุงและพฒั นาหลกั สูตรอย่างต่อเน่ืองทุก ๆ ๕ ปี

๗.๖.๒ มกี ารศกึ ษาความพึงพอใจของผู้ใช้บณั ฑติ คือพทุ ธศาสนิกชน เจา้ อาวาส และเจ้าคณะ
พระสงั ฆาธิการ (ทุก ๆ ปีการศึกษา)

๗.๖.๓ มกี ารตดิ ตามการพัฒนาการสอบธรรมนำปฏบิ ตั ิวปิ สั สนาภาวนา และความก้าวหน้าใน
การทำงานของดษุ ฎีบัณฑิต เพ่อื ให้ได้ข้อมลู ยอ้ นกลบั มาพฒั นาและปรับปรงุ หลกั สูตร

๗.๗ ตัวบ่งชี้ผลการดำเนินงาน

๗.๗.๑ อาจารย์ประจำหลักสูตรอย่างนอ้ ยร้อยละ ๘๐ มีส่วนร่วมในการประชุม เพื่อวางแผน
ตดิ ตาม และทบทวนการดำเนินการของหลกั สตู ร

๗.๗.๒ มีรายละเอียดของหลักสูตร ตามแบบ มคอ.๒ ที่สอดคล้องกับกรอบมาตรฐานคุณวุฒิ
แหง่ ชาติ และ/หรอื มาตรฐานคณุ วุฒิสาขา (ถา้ มี)

มคอ. ๒ หลักสตู รพทุ ธศาสตรดุษฎบี ัณฑติ สาขาวชิ าวิปัสสนาภาวนา ๑๑๕ -

๗.๗.๓ มีรายละเอียดของรายวชิ า ตามแบบ มคอ.๓ อย่างน้อยก่อนเปดิ การสอนในแต่ละภาค
การศึกษาให้ครบทุกรายวิชา

๗.๗.๔ จัดทำรายงานผลการดำเนินการของรายวิชา ตามแบบ มคอ.๕ ภายใน ๓๐ วันหลัง
สิ้นสุดภาคการศึกษาที่เปิดสอนให้ครบทุกรายวิชา (ไม่มี มคอ.๖ รายงารผลการดำเนินการของ
ประสบการณ์ภาคสนาม)

๗.๗.๕ จัดทำรายงานการดำเนินการของหลักสูตร ตามแบบ มคอ.๗ ภายใน ๖๐ วันหลัง
ส้นิ สุดปกี ารศึกษา

๗.๗.๖ มีการทวนสอบผลสัมฤทธิ์ของนิสิตตามมาตรฐานผลการเรียนรู้ที่กำหนดใน มคอ. ๓
อย่างนอ้ ยรอ้ ยละ ๒๕ ของรายวิชาท่เี ปดิ สอนในแต่ละปกี ารศกึ ษา

๗.๗.๗ มีการพัฒนาและปรับปรุงการเรียนการสอน กลยุทธ์การสอนหรือประเมินผลการ
เรียนรจู้ ากผลการประเมนิ การดำเนินงานที่รายงานใน มอค.๗ ปที แี่ ล้ว

๗.๗.๘ อาจารย์ใหม่ทกุ คน (ถ้ามี) ไดร้ บั การปฐมนเิ ทศหรอื แนะนำดา้ นการเรียนการสอน

๗.๗.๙ อาจารย์ทกุ คนได้รับการพัฒนาทางวิชาการ และ/หรอื วิชาชีพอย่างนอ้ ยปีละ ๑ ครง้ั

๗.๗.๑๐ บคุ ลากรสนบั สนนุ การเรียนการสอน (ถ้าม)ี ไดรบั การพัฒนาทางวชิ าการ และ/หรือ
วิชาชีพอย่างนอ้ ยร้อยละ ๕๐ ต่อไป

๗.๗.๑๑ ระดบั ความพึงพอใจของนสิ ติ ปสี ุดท้ายดุษฎีบัณฑติ ใหม่ท่มี ีคุณภาพหลักสูตร เฉล่ียไม่
น้อยกวา่ ๓.๕ จากคะแนนเตม็ ๕.๐

๗.๗.๑๒ ระดับความพึงพอใจของผู้ใช้บัณฑิตต่อดุษฎีบัณฑิตใหม่เฉลี่ยไม่น้อยกว่า ๓.๕ จาก
คะแนนเตม็ ๕.๐

๗.๗.๑๓ ตัวบ่งช้ผี ลการดำเนนิ งาน (Key Performance Indicators)

ตวั บง่ ชี้ผลการดำเนนิ งาน (Key Performance Indicators) ของหลกั สตู ร

ชนดิ ของตัวบ่งชี้ : กระบวนการ

เกณฑ์มาตรฐาน : ระดับ / ปฏบิ ัติ x ไมป่ ฏิบตั ิ

ดชั นบี ง่ ชผ้ี ลการดำเนนิ งาน ปีที่ ปีที่ ปีที่ ปที ี่
๑๒๓๔

๑. มีอาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตร ตามเกณฑ์มาตรฐานหลักสูตร ✓ ✓ ✓
ของสำนกั งานคณะกรรมการการอดุ มศกึ ษา

มคอ. ๒ หลกั สูตรพุทธศาสตรดษุ ฎีบัณฑติ สาขาวชิ าวิปัสสนาภาวนา ๑๑๖ -

ดัชนบี ง่ ชผ้ี ลการดำเนินงาน ปีที่ ปีที่ ปีท่ี ปีที่
๑๒๓๔

๒. มีการจัดทำรายละเอียดของหลักสูตรตามแบบ มคอ. ๒ ท่ี

สอดคล้องกับมาตรฐานคุณวุฒิระดับปริญญาโทสาขาวิชาวิปัสสนา ✓ ✓ ✓
ภาวนาในสถาบนั อนื่

๓. อาจารย์ประจำมีส่วนร่วมในการวางแผน ติดตาม และทบทวน ✓ ✓ ✓
ผลการดำเนินงานหลักสตู ร

๔. มีการจัดทำรายละเอียดของรายวชิ า ที่จัดการเรยี นการสอนตาม ✓ ✓ ✓
แบบ มคอ. ๓ ก่อนการเปดิ สอนใหค้ รบทุกรายวชิ า

๕. มีการจัดทำรายงานผลการดำเนินการของรายวิชา ตามแบบ ✓ ✓ ✓
มคอ.๕ ภายใน ๓๐ วนั หลงั การเรียนการสอนให้ครบทกุ รายวิชา

๖. มีการจัดทำรายงานผลการดำเนินการของหลักสูตร ตามแบบ ✓ ✓ ✓
มคอ. ๗ ภายใน ๖๐ วัน หลังสนิ้ สุดปีการศกึ ษา

๗. มีการพฒั นา/ปรบั ปรุงการจดั การเรยี นการสอน กลยุทธ์การสอน

หรือการประเมินผลการเรียนรู้จากผลการประเมินการดำเนินงานที่ ✓ ✓ ✓
รายงานในปีกอ่ น

๘. มีการทวนสอบผลสัมฤทธ์ิของนิสิตตามมาตรฐานผลการเรียนร้ทู ่ี ✓ ✓ ✓
กำหนดในมาตรฐานคณุ วฒุ ิ

๙. อาจารย์ใหม่ทุกคนได้รับการปฐมนิเทศหรือคำแนะนำด้านการ ✓ ✓ ✓
จัดการเรยี นการสอน (เฉพาะปที ่ีมอี าจารยใ์ หม)่

๑๐. อาจารยป์ ระจำไดร้ บั การพฒั นา ไม่น้อยกวา่ รอ้ ยละ ๕๐ ตอ่ ปี ✓ ✓ ✓

๑๑. จำนวนบุคลากรสนับสนุนการเรียนการสอนได้รับการพัฒนา ✓ ✓ ✓
ดา้ นการเรยี นการสอนและอ่นื ๆ ไมน่ ้อยกวา่ ร้อยละ ๕๐ ตอ่ ปี

๑๒. ระดับความพึงพอใจของนิสิตต่อคุณภาพการศึกษาและ

ทรัพยากรสนับสนุนในสาขาวิชาเฉลี่ยไม่น้อยกว่า๓.๕จากคะแนน ✓

เตม็ ๕.๐

๑๓. จำนวนนสิ ติ ทส่ี ำเร็จการศึกษาตามกำหนดเวลาของหลักสูตรไม่ ✓✓✓
น้อยกว่าร้อยละ ๙๐ ของจำนวนนสิ ติ ทค่ี งอยู่ในชัน้ ปที ่ี ๒

๑๔. จำนวนนสิ ิตที่รับเขา้ เป็นไปตามแผน ✓✓✓

๑๕. ความพึงพอใจของผู้ใช้บัณฑิตไม่ต่ำกว่า ๓.๕ จากระดับ ๕ ✓
(หลังจากบณั ฑิตสำเร็จการศึกษาอย่างน้อย ๑ ปี)

๑๖. ร้อยละของดุษฎีบัณฑิตมีงานทำภายใน ๑ ปี หลังจากสำเร็จ ✓
การศึกษา ไมต่ ่ำกวา่ รอ้ ยละ ๘๐

๑๗. ดุษฎีบัณฑิตที่ได้งานทำได้รับเงินเดือนเริ่มต้นไม่ต่ำกว่าเกณฑ์ ✓
ก.พ. กำหนด

มคอ. ๒ หลกั สตู รพุทธศาสตรดษุ ฎบี ณั ฑติ สาขาวชิ าวปิ ัสสนาภาวนา ๑๑๗ -

หมวดที่ ๘
การประเมินและปรับปรงุ การดำเนนิ การของหลักสูตร

๘.๑ การประเมินประสิทธผิ ลของการสอบ

๘.๑.๑ การประเมินกลยทุ ธ์การสอน
กระบวนการที่จะใช้ในการประเมินและปรบั ปรุงยทุ ธศาสตรท์ ีว่ างแผนไว้เพื่อพัฒนาการเรยี น
การสอนนั้น พิจารณาจากตัวนสิ ิต โดยอาจารย์ผู้สอนจะต้องประเมินผู้เรยี นในทุก ๆ หัวข้อ ว่ามีความ
เข้าใจหรือไม่ โดยอาจประเมินจากการทดสอบย่อย การสังเกตพฤติกรรมของนิสิต การอภิปราย
โต้ตอบจากนิสิต การตอบคำถามของนิสิตในชั้นเรียน ซึ่งเมื่อรวบรวมข้อมูลจากที่กล่าวข้างต้นแล้ว ก็
ควรจะสามารถประเมินเบื้องตน้ ไดว้ า่ ผ้เู รียนมีความเข้าใจหรือไม่ หากวิธกี ารท่ีใช้ไม่สามารถทำให้นิสิต
เข้าใจได้ ก็จะต้องมีการปรับเปลี่ยนวิธีสอน การทดสอบกลางภาคเรียนและปลายภาคเรียน จะ
สามารถชี้ได้ว่านิสิตมีความเข้าใจหรือไม่ในเนื้อหาที่ได้สอนไป หากพบว่ามีปัญหาก็จะต้องมีการ
ดำเนินการวิจยั เพ่อื พัฒนาการเรยี นการสอนในโอกาสตอ่ ไป
๘.๑.๒ การประเมินทกั ษะของอาจารยใ์ นการใชแ้ ผนกลยทุ ธก์ ารสอน
ให้นิสิตได้มีการประเมินผลการสอนของอาจารย์ในทุกด้าน ทั้งด้านทักษะกลยุทธ์การสอน
การตรงต่อเวลา การชี้แจงเป้าหมาย วัตถุประสงค์รายวิชา ชี้แจงเกณฑ์การประเมินผลรายวิชา และ
การใช้ส่อื การสอนในทุกรายวิชา

๘.๒ การประเมินหลกั สูตรในภาพรวม

๘.๒.๑ ประเมินจากนสิ ิตและศษิ ยเ์ ก่า
ดำเนินการประเมินจากนิสิต โดยติดตามจากผลการทำดุษฎีนิพนธ์ ซึ่งอาจารย์สามารถ
ประเมินผลการทำงานได้ตั้งแต่เริ่มต้นกระบวนการจนถึงขั้นตอนการนำเสนอเป็นรายบุคคล และ
สำหรับศิษย์เก่านั้นจะประเมินโดยใช้แบบสอบถามหรืออาจจะจัดประชุมศิษย์เก่าตามโอกาสท่ี
เหมาะสม
๘.๒.๒ ประเมินเจา้ คณะพระสังฆาธิการหรอื สถานประกอบการ

มคอ. ๒ หลกั สตู รพทุ ธศาสตรดษุ ฎบี ัณฑติ สาขาวิชาวิปสั สนาภาวนา ๑๑๘ -

ดำเนินการโดยการสัมภาษณ์จากวัด สำนักปฏิบัติธรรม หรือใช้วิธีการส่งแบบสอบถามไปยัง
ผู้ใชบ้ ณั ฑิต

๘.๒.๓ ประเมินโดยผ้ทู รงคุณวุฒหิ รือที่ปรกึ ษา

ดำเนินการโดยเชิญผู้ทรงคุณวุฒิมาให้ความเห็นหรือจากข้อมูลในรายงานผลการดำเนินงาน
หลักสูตร หรอื จากรายงานของการประเมินผลการประกนั คณุ ภาพภายใน

๘.๓ การประเมนิ ผลการดำเนนิ งานตามท่กี ำหนดในรายละเอยี ดหลกั สูตร

ให้ประเมินตามตัวบ่งชี้ผลการดำเนินงานที่ระบุไว้ในหมวด ๗ ข้อ ๗ โดยคณะกรรมการ
ประเมนิ อย่างน้อย ๓ คน ซ่ึงต้องประกอบดว้ ยผ้ทู รงคุณวุฒใิ นสาขาวชิ าเดยี วกนั อย่างน้อย ๑ คน (ควร
เป็นคณะกรรมการประเมินชุดเดียวกับการประกันคุณภาพภายใน)

ระดบั คะแนนการประเมนิ

คะแนน ๑ คะแนน ๒ คะแนน ๓

มีการดำเนินการครบ ๕ ข้อ มีการดำเนินการครบ ๑๒ ข้อ มีการดำเนินการครบ ๑๗ ข้อ

ตามตวั บ่งช้ีผลการดำเนนิ งาน ตามตัวบ่งชผ้ี ลการดำเนนิ งาน ตามตัวบง่ ช้ีผลการดำเนินงาน

๘.๔ การทบทวนผลการประเมินและวางแผนปรับปรุง

ให้กรรมการวิชาการประจำสาขาวิชา/ภาควิชา รวบรวมข้อมูลจากการประเมินการเรยี นการ
สอนของอาจารย์ นกั ศกึ ษา บณั ฑติ และผูใ้ ช้บณั ฑิต และขอ้ มูลจาก มคอ.๕,๖,๗ เพื่อทราบปัญหาของ
การบริหารหลักสูตรทั้งในภาพรวมและในแต่ละรายวิชา จากการรวบรวมข้อมูลการประเมินทั้งหมด
จะทาํ ให้ทราบปัญหาของการบริหารหลักสตู รทง้ั ในภาพรวม และในแตล่ ะรายวิชา กรณที พ่ี บปัญหาใน
รายวชิ าก็สามารถที่จะดําเนินการปรับปรุงรายวิชาน้ัน ๆ ได้ทนั ที ซ่ึงก็จะเป็นการปรับปรุงย่อย ในการ
ปรับปรุงย่อยนั้นควรทําให้ตลอดเวลาที่พบปัญหา และนำไปสู่การดำเนินการปรับปรุงกระบวนวิชา
และหลกั สตู รต่อไป สำหรบั การปรับปรงุ หลักสูตรน้ันจะกระทำทุก ๆ ๕ ปี ท้ังนีเ้ พ่อื ให้หลักสูตรมีความ
ทันสมัยและสอดคล้องกบั ความตอ้ งการของผูใ้ ชบ้ ัณฑิตอยู่เสมอ

มคอ. ๒ หลกั สูตรพุทธศาสตรดษุ ฎบี ัณฑติ สาขาวิชาวิปัสสนาภาวนา ๑๑๙ -

ภาคผนวก

คำอธิบายรายวิชาหลกั สูตรพุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต
สาขาวิชาวิปัสสนาภาวนา

มคอ. ๒ หลักสูตรพุทธศาสตรดุษฎบี ณั ฑติ สาขาวิชาวปิ สั สนาภาวนา ๑๒๐ -

คาํ อธิบายรายวิชาหลักสูตรพทุ ธศาสตรดุษฎีบณั ฑติ
สาขาวิชาวปิ ัสสนาภาวนา

--------------------

(๑) คําอธบิ ายรายวชิ าหลักสตู รแบบ ๑.๑ จาํ นวน ๕๔ หนวยกติ

หลักสูตรทําดุษฎีนิพนธ์อย่างเดียว โดยต้องศึกษารายวิชาไม่นับหน่วยกิต ๕ รายวิชา
ประกอบด้วย

๑) หมวดวิชาบงั คับแบบไม่นับหนว่ ยกติ จำนวน ๑๕ หนว่ ยกติ

๘๑๘ ๑๐๑ กรรมและความส้ินกรรมวิเคราะห์ (๓) (๓-๐-๖)
Analysis on Kamma and its Cessation

ศึกษาแนวความคิดเรื่องกรรม ความหมายของกรรม ๑๒ ประการ และมรรควิธเี พื่อความสิ้น
กรรม และวิเคราะห์หาความสอดคล้องกับปุพเพนิวาสนุสติญาณ จุตูปปาตญาณ และอาสวักขยญาณ
ตามหลักคัมภีร์พระพุทธศาสนาเถรวาท และหลักธรรมอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ในการศึกษารายวิชาน้ี
นิสิตตองกําหนดประเด็นที่เกี่ยวของกับรายวิชาอยางนอย ๑ ประเด็น แลวจัดทําโครงรางรายงาน
ดําเนินการศึกษา รวบรวมขอมูล วิเคราะหขอมูล และเสนอผลการศึกษาโดยความเห็นชอบของ
อาจารยประจําวิชา

๘๑๘ ๑๐๓ ภาษาอังกฤษเพ่ือการวจิ ัยวิปสั สนาภาวนา (๓) (๓-๐-
English for Vipassana Meditation Research ๖)

ศึกษา ฝกึ ทกั ษะและกลวธิ ตี ่าง ๆ ระดับสงู ในการฟัง พดู อา่ น สนทนา (Dialogues) การเขียน
บทความ การวเิ คราะห์ การตคี วามหลักคำสอนเก่ยี วกับวิปัสสนาภาวนา ในคมั ภีรพ์ ุทธศาสนาเถรวาท
เพือ่ ความพร้อมในการศึกษา และการนำเทคนิคต่างๆ ไปใชใ้ นการอ่านหรือเขยี นบทความ ดษุ ฎีนิพนธ์
และตำราในสาขาวิชาวิปสั สนาภาวนา

มคอ. ๒ หลักสูตรพุทธศาสตรดุษฎบี ัณฑติ สาขาวิชาวปิ ัสสนาภาวนา ๑๒๑ -

๘๑๘ ๒๐๔ ระเบียบวธิ วี ิจยั ชัน้ สงู ทางวปิ ัสสนาภาวนา (๓) (๓-๐-

๖)

Advanced Research Methodology in Vipassana Meditation

ศึกษาการวิเคราะห์ข้อมูลด้วยการเปรียบเทียบ วิเคราะห์ความสัมพันธ์ ศึกษาวิเคราะห์
รูปแบบ และบูรณาการ ประเภทการวิจัยทางวิปัสสนาภาวนา การเลือกใช้สถิติขั้นสูงที่มีข้อมูลพหุ
ระดับ และการวิเคราะหโ์ มเดลเชงิ สาเหตุ และกระบวนการทางจิตวิทยา ประเภทของการวิจัย กรอบ
แนวคิดในการวิจัย การออกแบบการวิจัย การสร้างและใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีระดับสูงในการ
พัฒนางานวจิ ยั การนำเสนอผลงานวิจยั และจรรยาบรรณทางการวจิ ยั ทางวปิ ัสสนาภาวนา

๘๑๘ ๒๐๗ ปฏสิ มั ภิทามรรควิเคราะห์ (๓) (๓-๐-๖)
Patisambhidamagga Analysis

ศึกษาสภาวญาณ ๗๓ ญาณและแนวทางการปฏิบัติวิปัสสนาภาวนาแบบต่าง ๆ ที่พระธรรม
เสนาบดีสารีบุตรอธิบายไว้ในคัมภีร์ปฏิสัมภิทามรรค อันเป็นปกรณ์ทางกัมมัฏฐานเล่มแรกของ
พระพุทธศาสนาที่นอกจากพระไตรปิฎกที่เป็นพระพุทธพจน์โดยตรง โดยวิเคราะห์เปรียบเทียบกับ
เนื้อหาในพระสูตรตา่ ง ๆ ทีเ่ ปน็ พุทธพจน์

๘๑๘ ๔๐๘ การเจริญไตรสิกขาภาคปฏบิ ัติ (๓) (๐-๒, ๒๕๐-๐)

Threefold Training Development (Fieldwork)

กำหนดใหต้ อ้ งปฏิบตั ิวปิ สั สนากรรมฐาน ๒ ระยะ คือ

ระยะที่ ๑ ปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานแบบวิปัสสนายานิก หรือสุทธวิปัสสนา ตามแนวมหา
สติปัฏฐานสูตร ติดต่อกันเป็นเวลา ๗ เดือนหรือ ๒๑๐ วัน ๆ ละ ๑๔ ชั่วโมง รวมเวลาปฏิบัติ ๒,๙๔๐
ชั่วโมง โดยในแต่ละวันกำหนดให้นิสิตจะต้องฟังบรรยาย ถาม-ตอบสอบอารมณ์ทุก ๆ วัน หรืออย่าง
น้อย ๒ วันต่อ ๑ ครั้ง ในสถานที่ปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานทีม่ หาวิทยาลัยกำหนด โดยมีพระวิปัสสนา
จารย์เป็นผ้คู วบคุมการปฏิบัติและวดั ผลประเมนิ ผลการปฏบิ ัติ

ระยะที่ ๒ ปฏิบตั ิวิปัสสนากรรมฐานตามแนวสมถยานิก โดยใช้เมตตาเจโตวมิ ุตติเป็นบาทฐาน
ตามหลกั ไตรสิกขา คอื ศลี สมาธิ ปญั ญา ติดต่อกันเป็นเวลา ๕ เดือนหรอื ๑๕๐ วัน ๆ ละ ๑๕ ช่ัวโมง
เป็นอย่างน้อย รวมเวลาปฏิบัติ ๒,๒๕๐ ชั่วโมง โดยในแต่ละสัปดาห์กำหนดให้นิสิตจะต้องฟังบรรยาย
ถาม-ตอบสอบอารมณ์ ๓ ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ในสถานท่ีปฏิบัตวิ ิปัสสนากรรมฐานท่ีมหาวทิ ยาลัยกำหนด
โดยมพี ระวิปสั สนาจารยเ์ ปน็ ผูค้ วบคมุ การปฏิบัติและวดั ผลประเมินผลการปฏิบัติ

หมายเหตุ : นิสิตผู้สมัครเข้าศึกษาในหลักสูตรแบบ ๑.๑ ให้เข้าปฏิบัติในระยะที่ ๒ ได้เลย
๒) ดุษฎีนพิ นธ์

มคอ. ๒ หลกั สูตรพุทธศาสตรดษุ ฎบี ัณฑติ สาขาวิชาวิปัสสนาภาวนา ๑๒๒ -

๘๐๐ ๒๐๐ ดษุ ฎนี พิ นธ์ ๕๔ หน่วยกิต
Dissertation

วิชานี้เป็นโครงการวิจัยทางวิปัสสนาภาวนาเฉพาะบุคคล นิสิตต้องทําวิจัย เริ่มตั้งแต่การหา
ประเด็นปัญหา การเขียนโครงรา่ ง การสอบโครงร่าง การเขียนวิจัยจนสาํ เรจ็ แล้วนําเสนอสอบป้องกนั
ดุษฎีนิพนธ์และการตีพิมพ์บทความวิจัย ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามระเบียบบัณฑิตวิทยาลัยว่าดว้ ยวิธีปฏิบัติ
เกี่ยวกบั ดษุ ฎนี ิพนธ์ และระเบียบอนื่ ทีเ่ ก่ียวขอ้ ง

มคอ. ๒ หลักสูตรพทุ ธศาสตรดุษฎีบัณฑติ สาขาวชิ าวิปสั สนาภาวนา ๑๒๒

(๒) คำอธิบายรายวิชาหลักสูตรแบบ ๒.๑ จำนวน ๕๔ หน่วยกิต

เป็นหลักสูตรเน้นวิจัยเข้าห้องเรียนและทําดุษฎีนิพนธ์ โดยทําดุษฎีนิพนธ์ ๓๖ หน่วยกิต
ศึกษารายวิชารวม ๑๘ หน่วยกิต ศึกษารายวิชาที่ไม่นับหน่วยกิตจํานวน ๒๔ หน่วยกิต และศึกษา
รายวิชาพื้นฐาน ๒๑ หน่วยกิต (เฉพาะผู้ไม่จบปริญญาโท สาขาวิปัสสนาภาวนา ต้องศึกษารายวิชา
พื้นฐาน ประกอบด้วย

๑) หมวดวชิ าบังคับ

ก. วชิ าบงั คับแบบนบั หน่วยกติ จำนวน ๖ หน่วยกติ

๘๑๘ ๑๐๑ กรรมและความสิน้ กรรมวิเคราะห์ ๓ (๓-๐-๖)
Analysis on Kamma and its Cessation

ศึกษาแนวความคิดเรื่องกรรม ความหมายของกรรม ๑๒ ประการ และมรรควิธเี พื่อความส้ิน
กรรม และวิเคราะห์หาความสอดคล้องกับปุพเพนิวาสนุสติญาณ จุตูปปาตญาณ และอาสวักขยญาณ
ตามหลกั คัมภีร์พระพุทธศาสนาเถรวาท และหลกั ธรรมอืน่ ๆ ทเี่ กยี่ วข้อง ในการศกึ ษารายวชิ าน้ี นิสิตต
องกําหนดประเด็นที่เกี่ยวของกับรายวิชาอยางนอย ๑ ประเด็น แลวจัดทําโครงรางรายงาน ดําเนิน
การศึกษา รวบรวมขอมูล วิเคราะหขอมูล และเสนอผลการศึกษาโดยความเห็นชอบของอาจารย
ประจําวิชา

๘๑๘ ๑๐๒ วปิ สั สนาธรรมวจิ ัย ๓ (๓-๐-๖)
Vipassana Dhamma Research

ศึกษาธรรมวิจยั บรู ณาการกับศาสตรแหงการตีความในคัมภีรพ์ ุทธศาสนาเถรวาทและศาสตร์
สมัยใหม่แบบตะวันตกและตะวนั ออก โดยเนนศาสนสัมพันธภายในศาสนาและระหวางศาสนา (Intra
– Inter Relationship) เกี่ยวกับการเจริญภาวนา ที่นําไปสูการสรางรูปแบบการตีความแบบตาง ๆ
รวมทั้งบริบทแวดลอมทางสังคมและทางวิชาการที่มีอิทธิพลตอการตีความคําสอนทางศาสนาให
เหมาะสมกับยุคสมัย โดยเฉพาะหลักการตีความในพระพุทธศาสนาเถรวาทและมหายานทีป่ รากฏใน
คมั ภรี ตาง ๆ เชน กถาวัตถุ อรรถกถาเปฏโกปเทส เนตติปกรณ วิสุทธมิ รรค มลิ ินทปญหา ปรชั ญาปาร
มติ าสตู ร ลังกาวตารสูตร และหัวขอธรรมบางขอในพระอภธิ รรมปฎก เปนตน

ข. วชิ าบงั คบั แบบไมน่ ับหนว่ ยกติ จำนวน ๒๑ หน่วยกิต

๘๑๘ ๑๐๓ ภาษาอังกฤษเพื่อการวจิ ัยวิปสั สนาภาวนา (๓) (๓-๐-๖)
English for Vipassana Meditation Research

มคอ. หลกั สตู รพุทธศาสตรดุษฎบี ณั ฑิต สาขาวชิ าวปิ ัสสนาภาวนา ๑๒๓

ศึกษา ฝกึ ทักษะและกลวิธีตา่ ง ๆ ระดับสงู ในการฟัง พูด อ่าน สนทนา (Dialogues) การเขยี น
บทความ การวิเคราะห์ การตคี วามหลักคำสอนเก่ียวกับวิปสั สนาภาวนา ในคัมภรี ์พุทธศาสนาเถรวาท
เพ่ือความพร้อมในการศึกษา และการนำเทคนิคต่าง ๆ ไปใช้ในการอ่านหรือเขียนบทความ ดุษฎี
นิพนธ์ และตำราในสาขาวิชาวปิ ัสสนาภาวนา

๘๑๘ ๒๐๔ ระเบียบวธิ วี ิจยั ช้นั สูงทางวปิ ัสสนาภาวนา (๓) (๓-๐-๖)

Advanced Research Methodology for Vipassana Meditation

การใช้สถิติวิเคราะห์ข้อมูลด้วยการเปรียบเทียบ วิเคราะห์ความสัมพันธ์ ศึกษาวิเคราะห์
รูปแบบและประเภทการวิจัยทางวิปัสสนาภาวนา การเลือกใช้สถิติขั้นสูงที่มีข้อมูลพหุระดับ และการ
วิเคราะห์โมเดลเชิงสาเหตุ และกระบวนการทางจิตวิทยา ประเภทของการวิจัย กรอบแนวคิดในการ
วิจัย การออกแบบการวิจัย การสร้างและใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีระดับสูงในการพัฒนางานวิจัย
การนำเสนอผลงานวิจยั และจรรยาบรรณทางการวิจัยทางวิปสั สนาภาวนา

๘๑๘ งานวิชาการภาษาอังกฤษเพื่อการวิจยั วปิ สั สนาภาวนา (๓) (๓-๐-

๓๐๕ ๖)

English Academic Works for Research in Vipassana Meditation

ศึกษางานวิชาการหรืองานวิจัยที่สําคัญทางวิปัสสนาภาวนาในภาคภาษาอังกฤษ โดยเนน ให
นิสิตเกิดทักษะดานการอานเอกสารวิชาการภาษาอังกฤษ รูศัพทสํานวนทางวิปัสสนาในภาษาอังกฤษ
รวมทง้ั ศึกษาวเิ คราะหรูปแบบ โครงสราง เน้ือหา และองคความรูใหมในงานวชิ าการหรืองานวิจัยเรื่อง
นั้น ๆ ตลอดทั้งศึกษางานที่เกี่ยวข้องกับวิปัสสนาภาวนาที่มีความโดดเดนและมีผลกระทบอยางสูงต
อการศึกษาวิจัยทางวิปัสสนาในอดีตและปจจุบัน โดยเลือกศึกษาจากเอกสาร บทความทางวิชาการ
และตําราภาษาอังกฤษ เพื่อใหนิสิตมีทักษะดานการอานเอกสารวิชาการภาษาอังกฤษ มีขอมูลและ
องคความรูที่เปน ประโยชนตอการคนควา วิจัยดานด้านวิปัสสนาภาวนา เพื่อประโยชนในการคนคว
าขอมูลประกอบการทําวจิ ัย

๘๑๘ ๖๐๖ จิตวิทยาเพ่อื การสอนวิปสั สนาภาวนาและสอบอารมณ์ (๓) (๓-๐-๖)
Psychology for Vipassanabhavana research

ศึกษาวิเคราะห์แนวคิด ทฤษฎีทางพระพุทธศาสนา ว่าด้วยความจริงเกี่ยวกับโลกและชีวิต
เช่น ขันธ์ ๕, ธาตุ, อายตนะ, ไตรลักษณ์, อิทัปปัจจยตา, ปฏิจจสมุปบาท, กรรม, ชีวิตกับความตาย
หลักการและวิธีการประยุกต์หลักพุทธธรรม เพื่อการสอนธรรมนำปฏิบตั ิ และอธิบายญาณวิปัสสนภา
วนาและการสอบอารมณ์กรรมฐาน พัฒนารูปแบบการสอบอารมณ์โดยยึดหลักการและวิธีการของ
พระพุทธเจ้าและพระอรหันต์สาวกยุคพุทธกาลเป็นหลัก บูรณาการหลักพุทธธรรมเข้ากับทฤษฎี
จิตวิทยาการปรึกษา จรรยาบรรณการปรึกษาตามหลักพระพุทธศาสนา รูปแบบและวิธีการให้การ

มคอ. หลกั สตู รพทุ ธศาสตรดุษฎบี ณั ฑิต สาขาวชิ าวิปัสสนาภาวนา ๑๒๔

ปรึกษาเพื่อเป้าหมายระดับโลกิยะและระดับโลกุตตระ กรณีตัวอย่างที่พระพุทธเจ้าและพระสาวก
สาวกิ าส่งั สอนพทุ ธศาสนิกชน โดยใชก้ ระบวนการสอนธรรมนำปฏิบตั ิ และอธบิ ายญาณภาวนา

๘๐๐ ๔๐๑ สัมมนาดุษฎีนพิ นธ์ (๓) (๓-๐-๙)
Seminar on Dissertation

สัมมนาเชิงปฏิบัติการเกี่ยวกับเทคนิคการเขียนวิทยานิพนธ การวิเคราะหและการสังเคราะห
ขอมูล การตีความในเชิงพรรณนา การอางอิง การเขียนบทความวิจัย รูปแบบและวิธีการนําเสนอ
วิทยานพิ นธ เน้นตรวจสอบ กระบวนการและความกาวหนาในการเขยี นวิทยานิพนธของนิสติ

๑๐๒ ๓๐๒ ภาษาบาลีในพระไตรปฏิ ก ๑ (๓) (๓-๐-๖)
Pali in Tipitaka I

ศึกษาบทในภาษาบาลี ๔ บท คือ บทนาม บทอุปสัค บทนิบาต และบทอาขยาต และวิธีใช้ ๔
บทนใ้ี นพระสตู รทีเ่ กีย่ วขอ้ งกับวปิ ัสสนาภาวนา

๑๐๒ ๓๐๖ ภาษาบาลีในพระไตรปิฏก ๒ (๓) (๓-๐-๖)
Pali in Tipitaka II

ศึกษาวิเคราะห์ คำศัพท์บาลีทางวิปัสสนาภาวนา เช่น วิปสฺสนา ภาวนา สติปฏฺฐานา สติ
สมาธิ ปญฺญา ปญญฺ าวมิ ตุ ตฺ ิ เจโตวิมตุ ติ เปน็ ตน้ ที่ปรากฏในคมั ภีรบ์ าลพี ระพทุ ธศาสนาเถรวาท

๒) หมวดวิชาเอก นิสิตต้องศึกษาวิชาเอกวิปัสสนาภาวนา ๖ หน่วยกิต และศึกษาวิชาท่ี
กำหนดให้เพ่ิมเตมิ อกี ๑ รายวชิ า คอื

ก. วิชาเอกแบบนับหน่วยกติ

๘๑๘ ๑๐๗ ปฏิสมั ภทิ ามรรควเิ คราะห์ ๓ (๓-๐-๖)
Patisambhidamagga Analysis

ศึกษาสภาวญาณ ๗๓ ญาณและแนวทางการปฏิบัติวิปัสสนาภาวนาแบบต่างๆ ที่พระธรรม
เสนาบดีสารีบุตรอธิบายไว้ในคัมภีร์ปฏิสัมภิทามรรค (พระไตรปิฎกเล่มที่ ๓๑) อันเป็นปกรณ์ทาง
กัมมัฏฐานเล่มแรกของพระพุทธศาสนาที่นอกจากพระไตรปิฎกที่เป็นพระพุทธพจน์โดยตรง โดย
วเิ คราะห์เปรยี บเทียบกับเนื้อหาในพระสตู รตา่ ง ๆ ท่เี ป็นพทุ ธพจน์

๘๑๘ การเจริญไตรสิกขาภาคปฏบิ ัติ ๓ (๐-๕,๑๙๐-
๔๐๘ ๐)

มคอ. หลักสตู รพุทธศาสตรดษุ ฎบี ณั ฑติ สาขาวิชาวปิ ัสสนาภาวนา ๑๒๕

Threefold Training Development (Fieldwork)

กำหนดใหต้ ้องปฏบิ ตั ิวปิ ัสสนากรรมฐาน ๒ ระยะ คอื

ระยะทีห่ น่ึง ปฏบิ ตั ิวิปสั สนากรรมฐานแบบวปิ สั สนายานิก หรอื สุทธวปิ สั สนา ตามแนวทางใน
มหาสติปัฏฐานสูตร ติดต่อกันเป็นเวลา ๗ เดือนหรือ ๒๑๐ วัน ๆ ละ ๑๔ ชั่วโมง รวมเวลาปฏิบัติ
๒,๙๔๐ ชั่วโมง โดยในแต่ละวันกำหนดให้นิสิตจะต้องฟังบรรยาย ถาม-ตอบสอบอารมณ์ ทุก ๆ วัน
หรืออยา่ งน้อย ๒ วนั ต่อ ๑ คร้ัง ในสถานที่ปฏบิ ัติวิปสั สนากรรมฐานที่มหาวิทยาลัยกำหนด โดยมีพระ
วปิ ัสสนาจารย์เป็นผูค้ วบคมุ การปฏบิ ตั แิ ละวดั ผลประเมินผลการปฏิบตั ิ

ระยะท่ี ๒ ปฏบิ ัติวิปัสสนากรรมฐานตามแนวสมถยานิก โดยใชเ้ มตตาเจโตวิมุตติเป็นบาทฐาน
ตามหลักไตรสิกขา คอื ศลี สมาธิ ปญั ญา ตดิ ตอ่ กนั เปน็ เวลา ๕ เดอื นหรือ ๑๕๐ วนั ๆ ละ ๑๕ ช่ัวโมง
เป็นอย่างน้อย รวมเวลาปฏิบัติ ๒,๒๕๐ ชั่วโมง โดยในแต่ละสปั ดาห์กำหนดให้นิสิตจะต้องฟังบรรยาย
ถาม-ตอบสอบอารมณ์ ๓ ช่วั โมงต่อสัปดาห์ ในสถานทปี่ ฏิบัติวปิ สั สนากรรมฐานท่ีมหาวิทยาลัยกำหนด
โดยมีพระวิปัสสนาจารยเ์ ปน็ ผู้ควบคุมการปฏบิ ตั ิและวัดผลประเมินผลการปฏบิ ตั ิ

หมายเหตุ : นิสติ ผ้สู มัครเข้าศกึ ษาในหลักสตู รแบบ ๒.๑ ตอ้ งเขา้ ปฏิบตั ทิ ั้ง ๒ ระยะ รวมเป็น
เวลา ๑๒ เดอื น หรือ ๓๖๐ วนั หรอื ๕,๑๙๐ ชว่ั โมง

ข. วิชาเอกแบบไม่นบั หน่วยกิต จำนวน ๓ หน่วยกติ

๘๑๘ ๒๐๙ ไตรสกิ ขาวิเคราะห์ (๓) (๓-๐-๖)
Threefold Training Analysis

ศกึ ษาวเิ คราะหค์ วามหมายและความสำคญั ของสลี สิกขา จิตตสกิ ขาและปัญญาสกิ ขาในคัมภีร์
พระพุทธศาสนาเถรวาท เช่น พระไตรปิฎก อรรถกถา วิสุทธิมรรค พุทธธรรม เป็นต้น และประเด็น
ปญั หาท่เี กดิ ขึ้นจากการอธิบายความหมายในแต่ละสกิ ขา

๓) หมวดวชิ าเลือก นสิ ิตตอ้ งเลอื กศึกษาจากรายวิชาท่ีกำหนดให้ไม่น้อยกว่า ๖ หน่วยกิต

๘๑๘ ๒๑๐ ญาณวเิ คราะห์ ๓ (๓-๐-๖)
Ñāṇa Analysis

ศึกษาวิเคราะห์สภาวจิตที่เข้าสู่ลำดับญาณต่าง ๆ รวมทั้งสภาวะญาณแต่ละญาณที่ปรากฏ
โดยอาศยั พระไตรปฎิ ก อรรถกถา ฎีกา อนฎุ กี า และเอกสารหรอื ตำราอ่นื ๆ ท่ีเกย่ี วขอ้ ง

๘๑๘ ๓๑๑ อรยิ สัจวเิ คราะห์ ๓ (๓-๐-๖)
Ariyasacca Analysis

มคอ. หลักสตู รพทุ ธศาสตรดุษฎบี ณั ฑิต สาขาวิชาวิปัสสนาภาวนา ๑๒๖

ศึกษาวิเคราะห์ความหมายและความสำคัญของอริยสัจ ๔ และแง่มุมต่าง ๆ ที่พระพุทธเจ้า
ตรัสไว้ในพระไตรปิฎก เชื่อมโยงกับหลักปฏิบัติวิปัสสนาภาวนา และวิเคราะห์หาความสอดคล้องกับ
การเจรญิ สตปิ ัฏฐาน ๔

๘๑๘ งานนิพนธ์ภาษาบาลีเพอื่ การวจิ ยั วปิ สั สนาภาวนา ๓ (๓-๐-๖)
๖๑๒

Pali Works for Vipassana Meditation Research

ศึกษางานนิพนธภาษาบาลี จากคัมภีรสําคัญ เชน มิลินทปญหา วิมุตติมรรค วิสุทธิมรรค มังค
ลัตถทีปนี โดยเนนประเด็นปญหาเรื่องความเข้าใจในหลักวิปัสสนาภาวนา เชน ปัญหาเรื่องพอง-ยุบ
ปัญหาเรื่องศัพท์แต่งใหม่ทางวิปัสสนาที่นอกเหนือไปจากพุทธวจนะ ปัญหารเรื่องวิปัสสนาญาณ ๑๖
แนวคดิ เรอื่ งนพิ พานเป็นอัตตาหรืออนัตตา เปนตน เพือ่ ประโยชนในการคนควาขอมูลประกอบการทํา
วิจยั

๘๑๘ โพธปิ ักขยิ ธรรมวเิ คราะห์ ๓ (๓-๐-
๓๑๓ ๖)

Bodhipakkhiyadhamma Analysis

ศึกษาความหมายและองค์ธรรมของโพธิปักขิยธรรมทั้ง ๓๗ ประการ ในคัมภีร์
พระพทุ ธศาสนาเถรวาท เชอ่ื มโยงกบั หลักวปิ ัสสนาภาวนา และวิเคราะหห์ าความสอดคล้อง เชื่อมโยง
กบั การเจริญสตปิ ัฏฐาน ๔

๘๑๘ ๓๑๔ ภาษาอังกฤษชั้นสงู เพ่ือการสอนวิปัสสนาภาวนา ๓ (๓-๐-๖)

Advanced English for Vipassana Meditation

Teaching

ฝึกทักษะและกลวิธีต่าง ๆ ระดับสูงในการ ฟัง พูด อ่าน สนทนาภาษาอังกฤษ การเขียน
บทความวิปัสสนาภาวนาเป็นภาษาอังกฤษ เพือ่ ความพร้อมในการศึกษา และการนำเทคนิคตา่ ง ๆ ไป
ใช้ในการอา่ นหรอื เขียนบทความดุษฎนี ิพนธ์ และตำราในสาขาวชิ าวิปัสสนาภาวนา

๘๑๘ วปิ สั สนาภาวนานานาชาติ ๓ (๓-๐-๖)
Meditation
๖๑๕

International Vipassana

มคอ. หลกั สตู รพทุ ธศาสตรดษุ ฎบี ณั ฑิต สาขาวชิ าวปิ สั สนาภาวนา ๑๒๗

ศึกษาตำราและเอกสารบันทึกคำสอนของวิปัสสนาจารย์ชาวต่างประเทศ ที่มีเนื้อหา
เกี่ยวเนื่องกับการเจริญวิปัสสนาภาวนาตามแนวสติปัฏฐาน ๔ ทั้งที่เป็นภาษาอังกฤษหรือที่แปลเป็น
ภาษาไทยแลว้

๔) หมวดวิชาพื้นฐาน นิสิตผูสําเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทในสาขาวิชาอื่น ที่ไมใช่
สาขาวิชาวิปัสสนาภาวนา จะตองลงทะเบียนศึกษารายวิชาเพิ่มเติมอีก ๗ รายวชิ า โดยไมนับหน
วยกิต ประกอบดวยรายวิชาต่อไปนี้

๖๐๐ ๑๐๑ พระไตรปิฎกวเิ คราะห์ (๓) (๓-๐-๖)
Tipitaka Analysis

ศึกษาความเป็นมาของการรวบรวมพระธรรมวินัย เป็นพระไตรปิฎกและการถ่ายทอด
โครงสร้างและสาระสังเขปของพระไตรปิฎก วิเคราะห์หลักธรรมสำคัญ เช่น อริยสัจ ไตรลักษณ์
ไตรสิกขา นรก-สวรรค์ จติ วิญญาณ

๖๐๐ ๑๐๕ สมถภาวนา (๓) (๓-๐-๖)
Samathabhavana

ศึกษาความหมาย หลักธรรมที่เป็นอารมณ์ของสมถภาวนาแนวทางการปฏิบัติ และผลของ
การปฏิบัติสมถภาวนา

๖๐๐ ๑๐๙ ปรมตั ถธรรม (๓) (๓-๐-๖)
Paramatthadhamma

ศึกษาปรมัตถธรรม ๔ คือ จิต เจตสิก รูป นิพพาน เชิงบูรณาการตามหลักวิปัสสนาภาวนา

๖๐๐ ๒๐๒ สตปิ ัฏฐานภาวนา (๓) (๓-๐-๖)
Satipatthanabhavana

ศกึ ษาวธิ ปี ฏิบัติวิปัสสนาภาวนาตามแนวสตปิ ัฏฐานสูตรและสตู รอ่ืนๆ ทเี่ ก่ียวข้องกับการเจริญ
สติ

๖๐๐ ๒๐๖ วิปสั สนาภาวนา (๓) (๓-๐-๖)

Vipassanabhavana

ศึกษาความหมาย หลักธรรมที่เป็นภูมิของวิปัสสนาภาวนา แนวทางปฏิบัติและผลของการ

ปฏิบตั วิ ปิ สั สนาภาวนา

๖๐๐ ๓๐๗ สมั มนาวิปสั สนาภาวนา (๓) (๓-๐-๖)

Seminar on Vipassanabhavana

มคอ. หลักสตู รพุทธศาสตรดุษฎบี ณั ฑติ สาขาวิชาวิปสั สนาภาวนา ๑๒๘

สัมมนาหลักการถามตอบและสอบอารมณ์ของการปฏิบัติวิปัสสนาภาวนาเบื้องต้น และเรื่อง
อันเป็นประเด็นปัญหาของการปฏิบัติวิปัสสนาภาวนา สภาพปัญหา สาเหตุปัญหาและวิธีการแก้ไข
ปญั หาการปฏิบัตวิ ิปัสสนาภาวนาเบ้ืองต้น

๘๑๘ ๖๑๖ สัมมนาวปิ ัสสนาภาวนาชั้นสูง (๓) (๓-๐-๖)
Seminar on Advanced Vipassanabhavana

สัมมนาหลักการถามตอบและสอบอารมณ์ของการปฏิบตั ิวปิ ัสสนาภาวนาชัน้ สูง และเรื่องอัน
เป็นประเด็นปัญหาของการปฏิบัตวิ ิปัสสนาภาวนา สภาพปัญหา สาเหตปุ ญั หาและวธิ ีการแก้ไขปัญหา
การปฏบิ ตั วิ ิปัสสนาภาวนาชนั้ สงู

ข. ดษุ ฎีนิพนธ์

๘๐๐ ๒๐๐ ดุษฎีนพิ นธ์ ๓๖ หนว่ ย
Dissertation กติ

วิชานี้เปนโครงการวิจัยทางวิปัสสนาภาวนาเฉพาะบุคคล นิสิตตองทําวิจัย เริ่มตั้งแตการหา
ประเด็นปญหา การเขียนโครงราง การสอบโครงราง การเขียนวิจัยจนสําเรจ็ แลวนําเสนอสอบปองกนั
ดุษฎี นิพนธ และการตีพิมพบทความวิจัย ทั้งนี้ ใหเปนไปตามระเบียบบัณฑิตวิทยาลัยวาดวยวิธี
ปฏิบตั ิเกย่ี วกับวทิ ยานพิ นธและดษุ ฎนี ิพนธ์ และระเบียบอ่ืนท่เี ก่ียวของ

(๓) คำอธบิ ายรายวิชาหลักสูตรแบบ ๒.๒ จำนวน ๗๘ หนว่ ยกิต

เป็นหลักสูตรเน้นวิจัยเข้าห้องเรียนและทำดุษฎีนิพนธ์ โดยทำดุษฎีนิพนธ์ ๔๘ หน่วยกิต
ศึกษารายวิชารวม ๓๐ หน่วยกิตศึกษารายวิชาที่ไม่นับหน่วยกิต จำนวน ๒๑ หน่วยกิต และศึกษา
รายวิชาพนื้ ฐาน ๒๑ หนว่ ยกิต

๑) หมวดวชิ าบงั คบั

ก. วิชาบงั คบั แบบนบั หนว่ ยกิต จำนวน ๙ หน่วยกิต

๘๑๘ ๑๐๑ กรรมและความส้ินกรรมวเิ คราะห์ ๓ (๓-๐-๖)
Analysis on Kamma and its Cessation

มคอ. หลกั สตู รพทุ ธศาสตรดษุ ฎีบณั ฑติ สาขาวิชาวปิ สั สนาภาวนา ๑๒๙

ศึกษาแนวความคิดเร่ืองกรรม ความหมายของกรรม ๑๒ ประการ และมรรควิธีเพือ่ ความส้ิน
กรรม และวิเคราะห์หาความสอดคล้องกับปุพเพนิวาสนุสติญาณ จุตูปปาตญาณ และอาสวักขยญาณ
ตามหลักคัมภีร์พระพุทธศาสนาเถรวาท และหลักธรรมอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ในการศึกษารายวิชานี้
นิสิตตองกําหนดประเด็นที่เกี่ยวของกับรายวิชาอยางนอย ๑ ประเด็น แลวจัดทําโครงรางรายงาน
ดําเนินการศึกษา รวบรวมขอมูล วิเคราะหขอมูล และเสนอผลการศึกษาโดยความเห็นชอบของ
อาจารยประจําวชิ า

๘๑๘ ๑๐๒ วปิ ัสสนาธรรมวจิ ัย ๓ (๓-๐-๖)
Vipassana Dhamma Research

ศึกษาธรรมวิจยั บรู ณาการกับศาสตรแหงการตีความในคัมภีร์พุทธศาสนาเถรวาทและศาสตร์
สมัยใหม่แบบตะวันตกและตะวันออก โดยเนนศาสนสัมพันธภายในศาสนาและระหวางศาสนา (Intra
– Inter Relationship) เกี่ยวกับการเจริญภาวนา ที่นําไปสูการสรางรูปแบบการตีความแบบตาง ๆ
รวมทั้งบริบทแวดลอมทางสังคมและทางวิชาการที่มีอิทธิพลตอการตีความคําสอนทางศาสนาให
เหมาะสมกับยุคสมัย โดยเฉพาะหลักการตีความในพระพุทธศาสนาเถรวาทและมหายานทีป่ รากฏใน
คัมภีรตาง ๆ เชน กถาวัตถุ อรรถกถาเปฏโกปเทส เนตติปกรณ วิสุทธิมรรค มิลินทปญหา ปรัชญา
ปารมติ าสตู ร ลังกาวตารสตู ร และหัวขอธรรมบางขอในพระอภธิ รรมปฎก เปนตน

๘๑๘ ๑๐๓ ภาษาอังกฤษเพื่อการวิจัยวปิ สั สนาภาวนา ๓ (๓-๐-๖)
English for Vipassana Meditation Research

ศกึ ษา ฝกึ ทักษะและกลวธิ ตี ่าง ๆ ระดับสงู ในการฟงั พูด อา่ น สนทนา (Dialogues) การเขยี น
บทความ การวิเคราะห์ การตีความหลักคำสอนเกีย่ วกับวิปัสสนาภาวนา ในคมั ภีรพ์ ทุ ธศาสนาเถรวาท
เพ่ือความพร้อมในการศึกษา และการนำเทคนิคต่าง ๆ ไปใช้ในการอ่านหรือเขียนบทความ ดุษฎี
นพิ นธ์ และตำราในสาขาวิชาวปิ ัสสนาภาวนา

ข. วิชาบังคับแบบไมน่ ับหนว่ ยกติ จำนวน ๒๑ หน่วยกิต

๘๑๘ ๒๐๔ ระเบยี บวธิ ีวจิ ัยชั้นสงู ทางวปิ สั สนาภาวนา (๓) (๓-๐-

๖)

Advanced Research Methodology for Vipassana Meditation

การใช้สถิติวิเคราะห์ข้อมูลด้วยการเปรียบเทียบ วิเคราะห์ความสัมพันธ์ ศึกษาวิเคราะห์
รูปแบบและประเภทการวิจัยทางวิปัสสนาภาวนา การเลือกใช้สถิติขั้นสูงที่มีข้อมูลพหุระดับ และการ
วิเคราะห์โมเดลเชิงสาเหตุ และกระบวนการทางจิตวิทยา ประเภทของการวิจัย กรอบแนวคิดในการ

มคอ. หลักสตู รพุทธศาสตรดุษฎีบณั ฑิต สาขาวชิ าวปิ สั สนาภาวนา ๑๓๐

วิจัย การออกแบบการวิจัย การสร้างและใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีระดับสูงในการพัฒนางานวิจัย
การนำเสนอผลงานวิจัยและจรรยาบรรณทางการวิจัยทางวปิ ัสสนาภาวนา

๘๑๘ งานวชิ าการภาษาอังกฤษเพ่ือการวิจยั วิปสั สนาภาวนา (๓) (๓-๐-

๓๐๕ ๖)

English Academic Works for Research in Vipassana Meditation

ศึกษางานวิชาการหรืองานวิจัยท่ีสําคัญทางวิปัสสนาภาวนาในภาคภาษาอังกฤษ โดยเน้น ให้
นิสิตเกิดทักษะด้านการอ่านเอกสารวิชาการภาษาอังกฤษ รู้ศัพท์สํานวนทางวิปัสสนาในภาษาอังกฤษ
รวมทัง้ ศกึ ษาวิเคราะห์รปู แบบ โครงสร้าง เน้ือหา และองค์ความรู้ใหม่ในงานวชิ าการหรืองานวิจัยเรื่อง
นัน้ ๆ ตลอดทัง้ ศึกษางานที่เก่ยี วข้องกับวิปัสสนาภาวนาท่ีมีความโดดเด่นและมีผลกระทบอย่างสูงต่อ
การศึกษาวิจัยทางวิปัสสนาในอดีตและปัจจุบัน โดยเลือกศึกษาจากเอกสาร บทความทางวิชาการ
และตําราภาษาอังกฤษ เพื่อให้นิสิตมีทักษะด้านการอ่านเอกสารวิชาการภาษาอังกฤษ มีข้อมูลและ
องค์ความรู้ที่เป็น ประโยชนตอการคนควา วิจัยดานด้านวิปัสสนาภาวนา เพื่อประโยชนในการคนคว
าขอมูลประกอบการทาํ วิจัย

๘๑๘ ๖๐๖ จติ วทิ ยาเพื่อการสอนวปิ ัสสนาภาวนาและสอบอารมณ์ ๓ (๓-๐-๖)
Psychology for Vipassana Meditation research

ศึกษาวิเคราะห์แนวคิด ทฤษฎีทางพระพุทธศาสนา ว่าด้วยความจริงเกี่ยวกับโลกและชีวิต
เช่น ขันธ์ ๕, ธาตุ, อายตนะ, ไตรลักษณ์, อิทัปปัจจยตา, ปฏิจจสมุปบาท, กรรม, ชีวิตกับความตาย
หลักการและวิธีการประยุกต์หลักพุทธธรรม เพื่อการสอนธรรมนำปฏิบัติ และอธิบายญาณวิปัสสนภา
วนาและการสอบอารมณ์กรรมฐาน พัฒนารูปแบบการสอบอารมณ์โดยยึดหลักการและวิธีการของ
พระพุทธเจ้าและพระอรหันต์สาวกยุคพุทธกาลเป็นหลัก บูรณาการหลักพุทธธรรมเข้ากับ ทฤษฎี
จิตวิทยาการปรึกษา จรรยาบรรณการปรึกษาตามหลักพระพุทธศาสนา รูปแบบและวิธีการให้การ
ปรึกษาเพื่อเป้าหมายระดับโลกิยะและระดับโลกุตตระ กรณีตัวอย่างที่พระพุทธเจ้าและพระสาวก
สาวกิ าสั่งสอนพุทธศาสนิกชน โดยใชก้ ระบวนการสอนธรรมนำปฏิบัติ และอธิบายญาณภาวนา

๘๑๘ วิปัสสนาภาวนานานาชาติ (๓) (๓-๐-
๖)
๖๑๕
Meditation
International Vipassana

ศึกษาตำราและเอกสารบันทึกคำสอนของวิปัสสนาจารย์ชาวต่างประเทศ ที่มีเนื้อหา
เกี่ยวเนื่องกับการเจริญวิปัสสนาภาวนาตามแนวสติปัฏฐาน ๔ ทั้งที่เป็นภาษาอังกฤษหรือที่แปลเป็น
ภาษาไทยแลว้

มคอ. หลักสตู รพุทธศาสตรดษุ ฎบี ณั ฑติ สาขาวิชาวิปสั สนาภาวนา ๑๓๑

๘๐๐ ๔๐๑ สมั มนาดุษฎีนิพนธ์ (๓) (๓-๐-๙)
Seminar on Dissertation

สัมมนาเชิงปฏิบตั ิการเกี่ยวกบั เทคนิคการเขียนวิทยานพิ นธ การวิเคราะหและการสังเคราะห
ขอมูล การตีความในเชิงพรรณนา การอางอิง การเขียนบทความวิจัย รูปแบบและวิธีการนําเสนอ
วิทยานพิ นธ เนนตรวจสอบ กระบวนการและความกาวหนาในการเขียนวิทยานพิ นธของนสิ ติ

๑๐๒ ๓๐๒ ภาษาบาลีในพระไตรปิฏก ๑ (๓) (๓-๐-๖)
Pali in Tipitaka I

ศึกษาบทในภาษาบาลี ๔ บท คือ บทนาม บทอุปสัค บทนิบาต และบทอาขยาต และวิธีใช้ ๔
บทน้ีในพระสตู รทีเ่ กี่ยวขอ้ งกบั วปิ สั สนาภาวนา

๑๐๒ ๓๐๖ ภาษาบาลีในพระไตรปฏิ ก ๒ (๓) (๓-๐-๖)
Pali in Tipitaka II

ศึกษาวิเคราะห์ คำศัพท์บาลีทางวิปัสสนาภาวนา เช่น วิปสฺสนา ภาวนา สติปฏฺฐานา สติ
สมาธิ ปญฺญา ปญญฺ าวิมตุ ตฺ ิ เจโตวิมุตติ เป็นตน้ ทีป่ รากฏในคัมภรี ์บาลพี ระพทุ ธศาสนาเถรวาท

๒) หมวดวชิ าเอก ๑๒ หน่วยกติ นสิ ิตต้องศึกษาวชิ าเอกวปิ สั สนาภาวนา ๑๒ หน่วยกิต

ก. วชิ าเอกแบบนบั หน่วยกติ จำนวน ๑๒ หนว่ ยกิต

๘๑๘ ๑๐๗ ปฏสิ ัมภทิ ามรรควิเคราะห์ ๓ (๓-๐-๖)
Patisambhidamagga Analysis

ศึกษาสภาวญาณ ๗๓ ญาณและแนวทางการปฏิบัติวิปัสสนาภาวนาแบบต่างๆ ที่พระธรรม
เสนาบดีสารีบุตรอธิบายไว้ในคัมภีร์ปฏิสัมภิทามรรค (พระไตรปิฎกเล่มที่ ๓๑) อันเป็นปกรณ์ทาง
กัมมัฏฐานเล่มแรกของพระพุทธศาสนาที่นอกจากพระไตรปิฎกที่เป็นพระพุทธพจน์โดยตรง โดย
วิเคราะห์เปรียบเทียบกบั เน้ือหาในพระสตู รต่าง ๆ ทีเ่ ปน็ พุทธพจน์

๘๑๘ การเจรญิ ไตรสิกขาภาคปฏิบัติ ๓ (๐-๕,๑๙๐-

๔๐๘ ๐)

Threefold Training Development (Fieldwork)

กำหนดให้ตอ้ งปฏบิ ัติวิปสั สนากรรมฐาน ๒ ระยะ คือ

ระยะทหี่ น่ึง ปฏบิ ัตวิ ิปสั สนากรรมฐานแบบวปิ ัสสนายานิก หรอื สทุ ธวปิ ัสสนา ตามแนวทางใน
มหาสติปัฏฐานสูตร ติดต่อกันเป็นเวลา ๗ เดือนหรือ ๒๑๐ วัน ๆ ละ ๑๔ ชั่วโมง รวมเวลาปฏิบัติ
๒,๙๔๐ ชั่วโมง โดยในแต่ละวันกำหนดให้นิสิตจะต้องฟังบรรยาย ถาม-ตอบสอบอารมณ์ ทุก ๆ วัน


Click to View FlipBook Version