The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หลักสูตรพุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาวิปัสสนาภาวนา ebook

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by mcu pali, 2021-04-27 22:01:52

หลักสูตรพุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาวิปัสสนาภาวนา ebook

หลักสูตรพุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาวิปัสสนาภาวนา ebook

Keywords: หลักสูตรพุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาวิปัสสนาภาวนา ebook

มคอ. หลกั สตู รพุทธศาสตรดุษฎีบณั ฑติ สาขาวชิ าวปิ ัสสนาภาวนา ๑๓๒

หรอื อยา่ งน้อย ๒ วนั ต่อ ๑ ครั้ง ในสถานทป่ี ฏิบตั ิวปิ สั สนากรรมฐานท่ีมหาวทิ ยาลัยกำหนด โดยมีพระ
วปิ ัสสนาจารย์เปน็ ผคู้ วบคมุ การปฏบิ ัติและวดั ผลประเมินผลการปฏบิ ตั ิ

ระยะที่ ๒ ปฏบิ ตั วิ ิปสั สนากรรมฐานตามแนวสมถยานิก โดยใช้เมตตาเจโตวมิ ุตตเิ ปน็ บาทฐาน
ตามหลกั ไตรสิกขา คือ ศลี สมาธิ ปญั ญา ติดต่อกันเป็นเวลา ๕ เดอื นหรือ ๑๕๐ วัน ๆ ละ ๑๕ ช่ัวโมง
เป็นอย่างน้อย รวมเวลาปฏิบัติ ๒,๒๕๐ ชั่วโมง โดยในแต่ละสัปดาห์กำหนดให้นิสิตจะต้องฟังบรรยาย
ถาม-ตอบสอบอารมณ์ ๓ ชัว่ โมงต่อสปั ดาห์ ในสถานท่ีปฏบิ ตั วิ ปิ สั สนากรรมฐานท่มี หาวิทยาลัยกำหนด
โดยมพี ระวิปสั สนาจารยเ์ ปน็ ผู้ควบคมุ การปฏบิ ัตแิ ละวัดผลประเมินผลการปฏบิ ตั ิ

หมายเหตุ : นสิ ติ ผ้สู มัครเข้าศกึ ษาในหลกั สูตรแบบ ๒.๒ ต้องเขา้ ปฏบิ ัตทิ ั้ง ๒ ระยะ รวมเป็น
เวลา ๑๒ เดอื น หรอื ๓๖๐ วัน หรอื ๕,๑๙๐ ชั่วโมง

๘๑๘ ๒๐๙ ไตรสกิ ขาวิเคราะห์ ๓ (๓-๐-๖)
Threefold Training Analysis

ศึกษาวิเคราะหค์ วามหมายและความสำคญั ของสลี สิกขา จติ ตสิกขาและปญั ญาสกิ ขาในคัมภีร์
พระพุทธศาสนาเถรวาท เช่น พระไตรปิฎก อรรถกถา วิสุทธิมรรค พุทธธรรม เป็นต้น และประเด็น
ปญั หาท่เี กิดขนึ้ จากการอธิบายความหมายในแต่ละสิกขา

๘๑๘ ๒๑๐ ญาณวเิ คราะห์ ๓ (๓-๐-๖)
Ñāṇa Analysis

ศึกษาวิเคราะห์สภาวจิตที่เข้าสู่ลำดับญาณต่าง ๆ รวมทั้งสภาวะญาณแต่ละญาณที่ปรากฏ
โดยอาศัยพระไตรปิฎก อรรถกถา ฎกี า อนฎุ ีกา และเอกสารหรอื ตำราอน่ื ๆ ทเ่ี ก่ียวข้อง

๓) หมวดวิชาเลือก ๙ หน่วยกติ นิสติ ตอ้ งเลือกศึกษาจากรายวิชาที่กำหนดให้ไม่น้อยกว่า
๙ หนว่ ยกิต

๘๑๘ ๓๑๑ อรยิ สัจวเิ คราะห์ (๓) (๓-๐-๖)
Ariyasacca Analysis

ศึกษาวิเคราะห์ความหมายและความสำคัญของอริยสัจ ๔ และแง่มุมต่าง ๆ ที่พระพุทธเจ้า
ตรัสไว้ในพระไตรปิฎก เชื่อมโยงกับหลักปฏิบัติวิปัสสนาภาวนา และวิเคราะห์หาความสอดคล้องกับ
การเจรญิ สตปิ ัฏฐาน ๔

๘๑๘ งานนิพนธ์ภาษาบาลีเพ่อื การวจิ ยั วิปัสสนาภาวนา (๓) (๓-๐-
๖๑๒ ๖)

Pali Works for Vipassana Meditation Research

มคอ. หลกั สตู รพุทธศาสตรดุษฎีบณั ฑิต สาขาวิชาวิปสั สนาภาวนา ๑๓๓

ศึกษางานนิพนธภาษาบาลี จากคัมภรี สําคญั เชน มิลนิ ทปญหา วิมตุ ตมิ รรค วสิ ุทธิมรรค มังค
ลัตถทีปนี โดยเนนประเด็นปญหาเรื่องความเข้าใจในหลักวิปัสสนาภาวนา เชน ปัญหาเรื่องพอง-ยุบ
ปัญหาเรื่องศัพท์แต่งใหม่ทางวิปัสสนาที่นอกเหนือไปจากพุทธวจนะ ปัญหารเรื่องวิปัสสนาญาณ ๑๖
แนวคิดเร่ืองนิพพานเป็นอตั ตาหรืออนัตตา เปนตน เพ่ือประโยชนในการคนควาขอมูลประกอบการทํา
วจิ ยั

๘๑๘ โพธปิ กั ขิยธรรมวเิ คราะห์ ๓ (๓-๐-
๓๑๓ ๖)

Bodhipakkhiyadhamma Analysis

ศึกษาความหมายและองค์ธรรมของโพธิปักขิยธรรมทั้ง ๓๗ ประการ ในคัมภีร์
พระพทุ ธศาสนาเถรวาท เชื่อมโยงกับหลักวิปัสสนาภาวนา และวิเคราะห์หาความสอดคล้อง เชื่อมโยง
กับการเจรญิ สตปิ ัฏฐาน ๔

๘๑๘ ๓๑๔ ภาษาองั กฤษช้นั สูงเพอื่ การสอนวิปสั สนาภาวนา ๓ (๓-๐-๖)

Advanced English for Vipassana Meditation

Teaching

ฝึกทักษะและกลวิธีต่าง ๆ ระดับสูงในการ ฟัง พูด อ่าน สนทนาภาษาอังกฤษ การเขียน
บทความวปิ ัสสนาภาวนาเปน็ ภาษาอังกฤษ เพอ่ื ความพร้อมในการศึกษา และการนำเทคนิคตา่ ง ๆ ไป
ใช้ในการอา่ นหรอื เขียนบทความดุษฎนี ิพนธ์ และตำราในสาขาวชิ าวปิ สั สนาภาวนา

๔) หมวดวิชาพื้นฐาน นิสิตผูสําเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทในสาขาวิชาอื่น ที่ไมใช่
สาขาวิชาวิปัสสนาภาวนา จะตองลงทะเบียนศึกษารายวิชาเพ่ิมเติมอกี ๗ รายวชิ า โดยไมนับหน
วยกติ ประกอบดวยรายวชิ าต่อไปนี้

๖๐๐ ๑๐๑ พระไตรปฎิ กวเิ คราะห์ (๓) (๓-๐-๖)
Tipitaka Analysis

ศึกษาความเป็นมาของการรวบรวมพระธรรมวินัย เป็นพระไตรปิฎกและการถ่ายทอด
โครงสร้างและสาระสังเขปของพระไตรปิฎก วิเคราะห์หลักธรรมสำคัญ เช่น อริยสัจ ไตรลักษณ์
ไตรสกิ ขา นรก-สวรรค์ จิต วิญญาณ

๖๐๐ ๑๐๕ สมถภาวนา (๓) (๓-๐-๖)
Samathabhavana

ศึกษาความหมาย หลักธรรมที่เป็นอารมณ์ของสมถภาวนาแนวทางการปฏิบัติ และผลของ
การปฏิบตั สิ มถภาวนา

มคอ. หลกั สตู รพุทธศาสตรดุษฎีบณั ฑติ สาขาวชิ าวปิ ัสสนาภาวนา ๑๓๔

๖๐๐ ๑๐๙ ปรมตั ถธรรม (๓) (๓-๐-๖)
Paramatthadhamma

ศึกษาปรมัตถธรรม ๔ คือ จิต เจตสิก รูป นิพพาน เชิงบูรณาการตามหลักวิปัสสนาภาวนา

๖๐๐ ๒๐๒ สติปฏั ฐานภาวนา (๓) (๓-๐-๖)
Satipatthanabhavana

ศกึ ษาวิธปี ฏบิ ัตวิ ิปสั สนาภาวนาตามแนวสติปฏั ฐานสูตรและสตู รอ่นื ๆ ทเี่ กี่ยวข้องกบั การเจริญ
สติ

๖๐๐ ๒๐๖ วปิ ัสสนาภาวนา (๓) (๓-๐-๖)

Vipassanabhavana

ศึกษาความหมาย หลักธรรมที่เป็นภูมิของวิปัสสนาภาวนา แนวทางปฏิบัติและผลของการ

ปฏบิ ัติวิปัสสนาภาวนา

๖๐๐ ๓๐๗ สมั มนาวิปัสสนาภาวนา (๓) (๓-๐-๖)

Seminar on Vipassanabhavana

สัมมนาหลักการถามตอบและสอบอารมณ์ของการปฏิบัติวิปัสสนาภาวนาเบื้องต้น และเรื่อง
อันเป็นประเด็นปัญหาของการปฏิบัติวิปัสสนาภาวนา สภาพปัญหา สาเหตุปัญหาและวิธีการแก้ไข
ปัญหาการปฏบิ ตั ิวิปัสสนาภาวนาเบ้ืองตน้

๘๑๘ ๖๑๖ สมั มนาวปิ ัสสนาภาวนาชั้นสงู (๓) (๓-๐-๖)
Seminar on Advanced Vipassanabhavana

สัมมนาหลักการถามตอบและสอบอารมณ์ของการปฏิบัติวปิ ัสสนาภาวนาชั้นสูง และเรื่องอนั
เปน็ ประเด็นปัญหาของการปฏิบัตวิ ปิ ัสสนาภาวนา สภาพปญั หา สาเหตุปญั หาและวิธีการแก้ไขปัญหา
การปฏิบตั วิ ิปัสสนาภาวนาชัน้ สูง

๕. ดุษฎนี พิ นธ์

๘๐๐ ๒๐๐ ดุษฎีนิพนธ์ ๔๘ หนว่ ย
Dissertation กติ

วิชานี้เปนโครงการวิจัยทางวิปัสสนาภาวนาเฉพาะบุคคล นิสิตตองทําวิจัย เริ่มตั้งแตการหา
ประเด็นปญหา การเขียนโครงราง การสอบโครงราง การเขียนวิจัยจนสาํ เร็จแลวนําเสนอสอบปองกัน

มคอ. หลกั สตู รพทุ ธศาสตรดษุ ฎบี ณั ฑติ สาขาวิชาวปิ ัสสนาภาวนา ๑๓๕

ดุษฎี นิพนธ และการตีพิมพบทความวิจัย ทั้งนี้ ใหเปนไปตามระเบียบบัณฑิตวิทยาลัยวาดวยวิธี
ปฏบิ ตั ิเกี่ยวกบั วทิ ยานพิ นธและดษุ ฎนี พิ นธ์ และระเบยี บอนื่ ทเ่ี ก่ยี วของ

ขอ้ บังคับ ข้อบงั คับ และประกาศท่ีเกย่ี วขอ้ ง
มหาวิทยาลัยมหาจฬุ าลงกรณราชวิทยาลยั

ว่าด้วยการศกึ ษาระดับบัณฑิตศึกษา

มคอ. หลักสตู รพทุ ธศาสตรดษุ ฎบี ณั ฑติ สาขาวิชาวิปสั สนาภาวนา ๑๓๖

ขอ้ บังคบั มหาวทิ ยาลยั มหาจฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลัย
ว่าด้วยการศึกษาระดับบณั ฑติ ศกึ ษา พ.ศ. ๒๕๔๑

เพื่อให้การบริหารงานในบัณฑิตวิทยาลัยบรรลุวัตถุประสงค์ของมหาวิทยาลัยจึงเห็นสมควร
ออกขอ้ บังคบั มหาวทิ ยาลยั ว่าด้วยการศึกษาระดบั บณั ฑติ ศึกษา

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๙ (๒) แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ
ราชวิทยาลัย พ.ศ. ๒๕๔๐ สภามหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ในคราวประชุมครั้งที่ ๙/
๒๕๔๑ เม่อื วนั ท่ี ๒๔ กนั ยายน พ.ศ. ๒๕๔๑ จึงมมี ติให้ออกข้อบงั คับไว้ ดังต่อไปน้ี

หมวดท่ี ๑
บทท่ัวไป
ข้อ ๑ ข้อบังคับนี้เรียกว่า “ ข้อบังคับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยว่าด้วย
การศกึ ษาระดับบัณฑิตศกึ ษา พ.ศ. ๒๕๔๑”
ขอ้ ๒ ใหใ้ ชข้ ้อบงั คบั น้ตี ั้งแตว่ นั ถัดจากวันประกาศเปน็ ต้นไป
ขอ้ ๓ บรรดาข้อบงั คับ ระเบยี บ ประกาศ คำส่งั หรือมตอิ ่ืนใดซง่ึ ขัดหรือแย้งกบั ข้อบังคับนี้ ให้
ใชข้ อ้ บงั คบั น้ีแทน
ขอ้ ๔ ในขอ้ บังคับน้ี

มคอ. หลกั สตู รพุทธศาสตรดุษฎบี ณั ฑิต สาขาวิชาวปิ สั สนาภาวนา ๑๓๗

“นิสติ ” ผูท้ ่ีได้ขน้ึ ทะเบยี นเป็นนิสติ บณั ฑิตวทิ ยาลัยเรียบร้อยแลว้
ข้อ ๕ ใหอ้ ธิการบดีรกั ษาการใหเ้ ป็นไปตามขอ้ บังคับน้ี
ขอ้ ๖ คณุ สมบัตขิ องผู้สมัครเข้าศึกษาระดบั มหาบัณฑติ

๖.๑ ผู้สมัครเข้าเป็นนิสิตต้องเป็นผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีหรือเทียบเท่า
จากมหาวิทยาลัยหรือสถาบันการศึกษาที่สภามหาวิทยาลัยรับรอง และต้องมีคุณสมบัติอื่นตามที่
มหาวิทยาลัยกำหนด

๖.๒ ต้องได้ค่าระดับเฉลี่ยสะสมในระดับปริญญาตรี ไม่ต่ำกว่า ๒.๕๐ จากระบบ ๔
แต้ม ยกเว้นผู้มีประสบการณ์การทำงานติดต่อกันเป็นเวลาไม่น้อยกว่า ๒ ปีนับตั้งแต่สำเร็จการศึกษา
และผจู้ บเปรียญธรรมเกา้ ประโยค และ

๖.๓ ไม่เคยถกู ลงโทษให้พน้ สภาพการเปน็ นสิ ิตบัณฑิตวทิ ยาลัย
ข้อ ๗ บัณฑิตวิทยาลัยจะดำเนินการเกี่ยวกับการรับสมัครนิสิตใหม่ โดยพิจารณาแต่งตั้ง
คณะกรรมการสอบคดั เลอื กผูส้ มัครเขา้ ศึกษาในระดับบณั ฑติ ศึกษาในแตล่ ะปีการศึกษา

๗.๑ ผูส้ มัครเข้าเป็นนสิ ิตต้องเปน็ ผู้สำเร็จการศึกษาข้นั ปรญิ ญาโท หรอื เทียบเท่าจาก
มหาวิทยาลัยหรือสถาบันการศึกาที่สภามหาวิทยาลัยรับรองและต้องมีคุณสมบัติอื่นตามท่ี
มหาวทิ ยาลัยกำหนด

๗.๒ ต้องได้ค่าระดับเฉลี่ยสะสมในระดับปริญญาโทไม่ต่ำกว่า ๓.๕๐ จากระบบ ๔
แต้ม ยกเว้นผู้มีประสบการณ์การทำงานติดต่อกันเป็นเวลาไม่น้อยกวา่ ๓ ปีนับตั้งแต้สำเร็จการศึกษา
หรอื มผี ลงานทางวชิ าการท่คี ณะกรรมการบัณฑิตวิทยาลยั เห็นชอบ

๗.๓ ไม่เคยถูกลงโทษให้พ้นจากการเปน็ นิสติ บณั ฑิตวิทยาลยั
ข้อ ๘ บัณฑิตวิทยาลัยจะดำเนินการเกี่ยวกับการรับสมัครนิสิตใหม่ โดยพิจารณาแต่งต้ัง
คณะกรรมการสอบคดั เลอื กผูส้ มคั รเขา้ ศกึ ษาในระดบั บัณฑติ ศึกษาในแตล่ ะปีการศึกษา

หมวดที่ ๒

การจัดและวิธีการศึกษา

ขอ้ ๙ ระบบการศึกษา
บัณฑิตวิทยาลัย จัดการศึกษาเป็นระบบหน่วยกิตทวิภาค โดยแบ่งเวลาการศึกษาในแต่ละปี
การศกึ ษาออกเป็น ๒ ภาคการศกึ ษาปกติ แต่ละภาคการศึกษามเี วลาศกึ ษาไม่น้อยกว่า ๑๖ สปั ดาห์
บณั ฑิตวทิ ยาลัยอาจจัดการศกึ ษาภาคฤดูรอ้ นได้อีก ๑ ภาคมเี วลาศึกษาไม่น้อยกว่า ๖ สปั ดาห์
และจะกำหนดระเบียบว่าด้วยการศึกษาภาคฤดูร้อนที่ไม่ขัดกับข้อบังคับนี้โดยความเห็นชอบของ
คณะกรรมการประจำบณั ฑติ วิทยาลยั
ข้อ ๑๐ หลักสตู ร

มคอ. หลกั สตู รพุทธศาสตรดุษฎบี ณั ฑิต สาขาวชิ าวปิ ัสสนาภาวนา ๑๓๘

๑๐.๑ หลกั สูตรปรญิ ญาพทุ ธศาสตรมหาบณั ฑิต ใหศ้ ึกษางานรายวิชาไม่นอ้ ยกว่า

๓๖ หน่วยกิต และดษุ ฎีนพิ นธ์ ๑๒ หน่วยกติ จำแนกประเภทดังนี้

วชิ าบงั คับ ๑๒ หนว่ ยกติ

วชิ าเอก ๑๘ หน่วยกติ

วชิ าเลอื ก ไม่น้อยกว่า ๖ หน่วยกติ

ดุษฎนี ิพนธ์ ๑๒ หน่วยกติ

รวมทั้งสิน้ ๔๘ หน่วยกิต

๑๐.๒ หลกั สูตรปริญญาพทุ ธศาสตรดษุ ฎีบัณฑติ ให้ศึกษางานรายวชิ าไม่นอ้ ยกว่า

๒๔ หน่วยกติ และดุษฎีนพิ นธ์ ๓๖ หนว่ ยกติ จำแนกประเภทดังน้ี

วิชาบงั คับ ๙ หน่วยกิต

วชิ าเอก ๙ หน่วยกิต

วชิ าเลอื ก ไม่น้อยกวา่ ๖ หนว่ ยกิต

ดุษฎีนิพนธ์ ๓๖ หน่วยกิต

รวมทั้งสน้ิ ๖๐ หนว่ ยกติ

ข้อ ๑๑ ระยะเวลาการศึกษาตามหลกั สตู รระดับบณั ฑิตศึกษามีดังนี้

๑๑.๑ หลักสูตรปริญญาพุทธศาสตรมหาบัณฑิต ให้มีระยะเวลาศึกษาไม่น้อยกว่า ๔

ภาคการศึกษาปกติ และไม่เกนิ ๑๐ ภาคการศกึ ษาปกติ

๑๑.๒ หลกั สูตรปรญิ ญาพุทธศาสตรดุษฎบี ัณฑิต ให้มีระยะเวลาศึกษาไม่น้อยกว่า ๖

ภาคการศกึ ษาปกติ และไม่เกนิ ๑๐ ภาคการศกึ ษาปกติ

ในกรณีที่นิสิตไม่สามารถจบการศึกษาได้ในระยะเวลา ๑๐ ภาคการศึกษาปกติ ตาม

ข้อ ๑๑.๑ และข้อ ๑๑.๒ คณะกรรมการประจำบัณฑิตวิทยาลัยอาจอนุมัติให้ต่ออายุสภาพนิสิตได้อกี

แตท่ ้ังนี้ต้องไม่เกนิ ๒ ภาคการศึกษาปกติ

๑๑.๓ การนบั เวลาในข้อ ๑๑.๑ ใหน้ บั รวมเวลาที่นสิ ิตไดร้ บั อนมุ ัติให้ลาพักการศึกษา

ดว้ ย ยกเว้นนิสติ ท่ไี ดร้ ับอนมุ ัตใิ ห้ลาพกั การศกึ ษาตามขอ้ ๑๓.๑.๑

๑๑.๔ รายวิชาที่กำหนดให้นิสิตฟังการบรรยายสัปดาห์ละ ๑ ชั่วโมงและศึกษานอก

เวลาอีกไม่นอ้ ยกว่าสัปดาหล์ ะ ๓ ช่ัวโมงตลอดภาคการศกึ ษา ให้มคี ่าเท่ากบั ๑ หนว่ ยกิต

๑๑.๕ รายวิชาที่นิสิตใช้เวลาปฎิบัติการ อภิปรายหรือสัมมนาสัปดาห์ละ ๒ ถึง ๓

ชั่วโมง และเมื่อรวมเวลาการศึกษานอกเวลาแล้ว นิสิตใช้เวลาไม่น้อยกว่าสัปดาห์ละ ๓ ชั่วโมง ตลอด

ภาคการศึกษา ใหม้ ีคา่ เทา่ กับ ๑ หนว่ ยกติ

ข้อ ๑๒ การเปลี่ยนสาขาวิชาจะกระทำได้ก็ต่อเมื่อได้รับความเห็นชอบจากอาจารย์ที่ปรึกษา

ท่วั ไป และคณบดบี ณั ฑติ วิทยาลัย

มคอ. หลักสตู รพุทธศาสตรดษุ ฎบี ณั ฑติ สาขาวิชาวปิ สั สนาภาวนา ๑๓๙

บัณฑิตวิทยาลัยอาจอนุมัติให้นิสิตที่ขอเปลี่ยนสาขาวิชาโอนหน่วยกิตของรายวิชาในระดับ
บัณฑิตศึกษาที่ได้ศึกษาไว้แล้วไม่เกิน ๕ ปีได้ตามที่เห็นสมควรแต่ต้องไม่เกิน ๙ หน่วยกิต โดยไม่ให้
นำไปคำนวนค่าระดบั เฉล่ยี สะสมและรายวชิ าน้ันต้องได้ผลการศึกษาไม่ตำ่ กวา่ B หรอื S

ข้อ ๑๓ การลาพักรอ้ นและการกลบั เข้าศกึ ษาใหม่
๑๓.๑ นสิ ติ มีเหตจุ ำเป็น อาจลาพักการศึกษาภาคใดภาคหนึ่ง เมอ่ื ได้ศึกษาในบัณฑิต

วิทยาลยั ไม่น้อยกว่า ๑ ภาคการศึกษาปกติ โดยความเห็นชอบของอาจารยท์ ่ปี รึกษาทัว่ ไป
นสิ ิตตอ้ งยื่นคำร้องตอ่ คณบดบี ัณฑิตวิทยาลยั ภายใน ๓๐ วันนบั จากวันเปดิ ภาคการศึกษาใหม่

หากพ้นจากกำหนดการลาพกั การศกึ ษาดังกล่าว นิสติ อาจขอลาพักการศึกษาเป็นกรณีพิเศษในกรณีใด
กรณีหนึง่ ดังต่อไปน้ี

๑๓.๑.๑ ถกู เกณฑห์ รอื ระดมเข้ารบั ราชการทหารกองประจำการ
๑๓.๑.๒ มคี วามจำเป็นตอ้ งเดินทางไปตา่ งประเทศ
๑๓.๑.๓ เจ็บป่วยต้องพักรักษาตัวเป็นเวลานานตามคำสั่งแพทย์โดยมี
ใบรับรองแพทย์มาแสดงต่อบณั ฑิตวทิ ยาลยั
๑๓.๑.๔ มีเหตุจำเป็นสุดวสิ ยั อืน่ ทสี่ ำคญั
ในกรณีที่นิสิตได้รับอนุมัติให้ลาพักการศึกษา ให้นับระยะเวลาที่ลาพักการศึกษารวมอยู่ใน
ระยะเวลาศกึ ษาดว้ ย ยกเว้นนสิ ติ ทไี่ ดร้ บั อนมุ ตั ใิ หล้ าพักการศึกษาตามข้อ ๑๓.๑.๑
นสิ ิตที่ไดร้ ับอนุมัตใิ ห้ลาพกั การศกึ ษา ตอ้ งชำระค่าธรรมเนียมเพอื่ รกั ษาสภาพการเป็นนิสิตทุก
ภาคการศึกษา ยกเว้นนิสิตที่ได้รับอนุมัติให้ลาพักการศึกษาหลังจากที่ได้ลงทะเบียนรายวิชาแล้ว ใน
กรณีนี้ให้นิสิตได้ w ในทุกรายวิชาที่ได้ลงทะเบียนไว้ในภาคการศึกษาที่ได้รับอนุมัติให้ลาพัก
การศกึ ษา
ข้อ ๑๔ การพ้นสภาพการเปน็ นสิ ติ
นิสติ พน้ สภาพการเป็นนสิ ิตในกรณใี ดกรณีหนง่ึ ดงั ต่อไปน้ึ
๑๔.๑ สอบได้คา่ ระดบั เฉล่ียประจำภาคการศกึ ษาที่ ๑ ต่ำกวา่ ๒.๕๐
๑๔.๒ สอบได้ค่าระดบั เฉลี่ยสะสมต่ำกว่า ๓.๐๐
๑๔.๓ ไม่สามารถสำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรภายในกำหนดเวลาตามข้อ ๑๑.๑
หรอื ขอ้ ๑๑.๒ แลว้ แตก่ รณี
๑๔.๔ มหาวทิ ยาลยั ลงโทษใหพ้ น้ สภาพการเป็นนสิ ิตตามขอ้ ๓๒.๕
๑๔.๕ ไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขการลาพักตามข้อ ๑๓ หรือไม่ลงทะเบียนรายวิชาใน
ภาคการศกึ ษาปกติตามข้อ ๑๗.๕
๑๔.๖ ไดร้ บั อนมุ ัตใิ หล้ าออกจากการเป็นนิสติ
ข้อ ๑๕ นิสิตที่พ้นสภาพตามข้อ ๑๔.๕ และ ๑๔.๖ อาจขอกลับเข้าเป็นนิสิตใหม่ได้ภายใน
กำหนดระยะเวลา ๒ ปี นับจากวันที่นิสิตพ้นสภาพการเป็นนิสิต และถ้าคณบดีบัณฑิตวิทยาลัยโดย

มคอ. หลักสตู รพุทธศาสตรดษุ ฎบี ณั ฑติ สาขาวชิ าวิปัสสนาภาวนา ๑๔๐

คำแนะนำของคณะกรรมการประจำบัณฑติ วิทยาลัย เห็นสมควรอนุมตั ิโดยใหค้ ิดระยะเวลาท่ีพ้นสภาพ
การเป็นนิสิตนั้นรวมอยู่ในระยะเวลาการศึกษาทั้งหมด ในกรณีเช่นน้ีนิสิตตอ้ งเสียคา่ ธรรมเนียมต่าง ๆ
เหมอื นกับผลู้ าพักการศกึ ษาท่ัวไป

หมวดท่ี ๓

การขน้ึ ทะเบยี นเป็นนิสิตและการลงทะเบียนรายวิชา

ขอ้ ๑๖ การขน้ึ ทะเบียนเปน็ นิสิต
๑๖.๑ ผูข้ ้ึนทะเบียนเป็นนสิ ติ ตอ้ งนำหลกั ฐานท่ีบัณฑิตวิทยาลัยกำหนดมายื่นต่อกอง

ทะเบียนและวัดผลด้วยตนเองตามวันเวลา และสถานท่ีท่ีกำหนด พร้อมทัง้ ชำระค่าธรรมเนียมต่าง ๆ
ตามที่มหาวิทยาลัยกำหนด สำหรับภาคการศึกษาแรกที่เข้าศึกษาในบัณฑิตวิทยาลัย นิสิตต้อง
ลงทะเบียนรายวชิ าท่ตี อ้ งศึกษาในภาคน้นั ท้ังหมดพร้อมกับการข้นึ ทะเบยี นเป็นนสิ ิตดว้ ย

๑๖.๒ ผู้ไม่สามารถมายื่นคำร้องขอขึ้นทะเบียนเป็นนิสิตตามวันที่กำหนดต้องแจ้ง
เหตุขัดข้องให้กองทะเบียนและวัดผลทราบ เป็นลายลักษณ์อักษรภายใน ๗ วันหลังจากวันที่กำหนด
ไว้ มฉิ ะนน้ั จะถือวา่ สละสิทธิ์

ในกรณีที่ได้แจ้งให้กองทะเบียนและวัดผลทราบตามความความในวรรคแรกแล้ว
ต้องมาขึ้นทะเบียนเป็นนิสิตด้วยตนเอง ยกเว้นกรณีที่มหาวิทยาลัยพิจารณาเห็นว่ามีเหตุจำเป็นอย่าง
ยิ่ง จึงอนุญาตให้มอบหมายผู้แทนมาขึ้นทะเบียนแทนได้ ทั้งน้ีต้องทำให้เรียบร้อยภายใน ๗ วัน นับ
จากวันเปิดภาคการศกึ ษา

๑๖.๓ ผู้ที่ได้รับอนุมัติให้เข้าศึกษาในสาขาวิชาใด ต้องขึ้นทะเบียนเป็นนิสิตของ
บัณฑิตวทิ ยาลยั ในสาขาวชิ านน้ั และจะศกึ ษาเกินกว่า ๑ สาขาวชิ าในขณะเดียวกนั ไม่ได้

ขอ้ ๑๗ การลงทะเบียนรายวิชา
๑๗.๑ นิสิตต้องลงทะเบียนรายวิชาทุกภาคการศึกษาตามกำหนดเวลาในปฏิทิน

การศึกษา โดยความเห็นชอบจากอาจารยท์ ่ีปรึกษาทว่ั ไป
๑๗.๒ นิสิตที่ไม่มาลงทะเบียนรายวิชาภายใน ๑๔ วันแรกของภาคการศึกษาปกติ

นับจากวันเปิดภาคการศึกษา ไม่มีสิทธิลงทะเบียนในภาคการศึกษานั้น เว้นแต่จะได้รับอนุมัติจาก
คณบดบี ณั ฑิตวิทยาลยั

๑๗.๓ จำนวนหน่วยกิตที่กำหนดให้นิสิตลงทะเบียนแตล่ ะภาคการศึกษาต้องไม่น้อย
กว่า ๖ หนว่ ยกิต และไมเ่ กนิ ๑๕ หนว่ ยกติ

๑๗.๔ นิสิตที่ลงทะเบียนล่าช้ากว่าที่กำหนด ต้องชำระค่าธรรมเนียมการศึกษา
ตามที่มหาวทิ ยาลัยกำหนด

๑๗.๕ นิสิตที่ไม่ลงทะเบียนรายวิชาในภาคการศึกษาใดต้องลาพักการศึกษา ตาม
เงอ่ื นไขที่ระบไุ ว้ในข้อ ๑๓ หากไมป่ ฏบิ ัตติ ามต้องพ้นสภาพการเปน็ นิสติ

มคอ. หลกั สตู รพุทธศาสตรดษุ ฎีบณั ฑิต สาขาวิชาวิปสั สนาภาวนา ๑๔๑

๑๗.๖ นิสิตท่ีได้ศึกษารายวชิ าครบตามหลักสูตรแล้ว แต่ยังไมส่ ำเร็จการศกึ ษาตอ้ ง
ลงทะเบียนรักษาสภาพการเปน็ นสิ ติ ทกุ ภาคการศกึ ษา

ข้อ ๑๘ อาจารยท์ ี่ปรึกษาทัว่ ไป
นิสิตต้องมีอาจารย์ที่ปรึกษาทั่วไปหนึ่งท่านเป็นผู้แนะนำและช่วยวางแผนการศึกษา

โดยคณบดีบัณฑติ วทิ ยาลัยเป็นผู้แตง่ ต้ังจากอาจารย์ท่ีมชี อ่ื ในทำเนยี บอาจารยบ์ ัณฑติ วทิ ยาลยั
ขอ้ ๑๙ การถอน เพิ่ม และเปลยี่ นรายวชิ า
๑๙.๑ การถอนรายวชิ าจะกระทำไดภ้ ายใต้เงอื่ นไข และมีผลสบื เนอื่ งดงั ต่อไปน้ี
๑๙.๑.๑ ในกรณีทขี่ อถอนภายใน ๑๔ วนั แรกของภาคการศึกษาปกติโดย

ได้รับความเหน็ ชอบจากอาจารยท์ ป่ี รกึ ษาทว่ั ไป รายวชิ าท่ถี อนน้นั จะไม่ปรากฎในระเบียน
๑๙.๑.๒ ในกรณีท่ขี อถอนหลักจาก ๑๔ วนั ของภาคการศึกษาปกติแต่ไม่

เกิน ๓๐ วันแรกของภาคการศึกษาปกติ โดยไดร้ ับความเหน็ ชอบจากอาจารย์ท่ปี รึกษาท่ัวไป นสิ ติ จะ
ได้รบั w ในรายวิชาทถ่ี อน

๑๙.๑.๓ ถ้านิสิตขอถอนรายวิชาใด เมื่อพ้นกำหนดตามข้อ ๑๙.๑.๒ นิสิต
จะได้ F ในรายวิชานั้น เว้นแต่กรณีที่มีเหตุผลพิเศษซึ่งคณะกรรมการประจำบัณฑิตวิทยาลัย
เห็นสมควรอนมุ ัตใิ ห้ถอนได้ ในกรณเี ชน่ น้นี ิสติ จะได้ w ในรายวชิ านั้น

๑๙.๒ การเพิ่มหรือเปลี่ยนรายวิชา ให้กระทำได้ภายใน ๑๔ วันแรกของภาค
การศึกษาปกติโดยได้รับความเห็นชอบจากอาจารย์ที่ปรึกษาทั่วไป และหากพ้นกำหนดนี้ต้องไปรับ
อนุมัติจากคณบดีบัณฑิตวิทยาลัย ทั้งนี้นิสิตผู้นั้นจะต้องมีเวลาศึกษาต่อไปไม่น้อยกว่าร้อยละ ๘๐
ของเวลาการศึกษาทง้ั หมดในภาคการศึกษานน้ั

หมวดท่ี ๔

การวัดผลและประเมนิ ผลการศกึ ษา

ขอ้ ๒๐ การวัดผลการศึกษา
๒๐.๑ ใหม้ กี ารวดั ผลการศึกษาทุกรายวชิ าท่ีนสิ ิตลงทะเบียนในแต่ละภาคการศึกษา

โดยอาจทำการวัดผลระหว่างภาคด้วยวิธีการทดสอบ การเขียนรายงานการมอบหมายงานให้ทำหรือ
วธิ อี นื่ ใดทเ่ี หมาะสมกบั รายวชิ านั้น

เมื่อสิน้ ภาคการศึกษา ให้มกี ารสอบไลส่ ำหรับแต่ละรายวิชาที่ศึกษาในภาคการศึกษา
นนั้ หรือจะใช้วธิ ีการวดั ผลอยา่ งอ่ืนทเ่ี หมาะสมกบั ลักษณะของวชิ านน้ั ๆ ก็ได้

บัณฑิตวิทยาลัยอาจกำหนดระเบียบที่ไม่ขัดกับข้อบังคับนี้ เพื่อใช้ในการวัดผลตาม
ความเหมาะสมของแตล่ ะสาขาวชิ าหรอื รายวชิ าก็ได้

มคอ. หลักสตู รพทุ ธศาสตรดษุ ฎีบณั ฑิต สาขาวชิ าวปิ สั สนาภาวนา ๑๔๒

๒๐.๒ เมื่อสิ้นภาคการศึกษาแต่ละภาค นิสิตจะมีสิทธิเข้าสอบไล่หรือได้รับการ

วัดผลในรายวิชาใดก็ต่อเมื่อมีเวลาศึกษาในรายวิชานั้นมาแล้วไม่น้อยกว่าร้อยละ ๘๐ ของเวลา

การศึกษาทั้งหมด ในภาคการศึกษานั้นและ/หรือมีผลการทดสอบระหว่างภาคการศึกษาหรืองานท่ี

ไดร้ บั มอบหมายเป็นที่พอใจของอาจารยป์ ระจำวชิ า

ขอ้ ๒๑ การประเมนิ ผลการศึกษา

๒๑.๑ ระบบการประเมินผลการศึกษารายวิชาของบณั ฑติ วทิ ยาลัยใช้เพยี ง ๖ ระดับ

มผี ลการศึกษาระดบั และคา่ ระดบั ดงั นี้

ผลการศกึ ษา ระดับ ค่าระดับ

ดเี ยย่ี ม (Excellent) A ๔.๐

ดีมาก (Very good) B+ ๓.๕

ดี (Good) B ๓.๐

ค่อนข้างดี (Very Fair) C+ ๒.๕

พอใช้ (Fair) C ๒.๐

ตก (Failed) F๐

๒๑.๒ ในรายวชิ าใดท่ีหลักสตู รกำหนดให้เปน็ รายวชิ าที่ไม่นบั หนว่ ยกิตให้แสดงผล

การศึกษาในรายวิชานน้ั ด้วยสัญลักษณ์ดังน้ี

สัญลกั ษณ์ ผลการศึกษา

S (Satisfactory) เปน็ ที่พอใจ

U (Unsatisfactory) ไม่เป็นท่ีพอใจ

๒๑.๓ ในรายวชิ าใดยงั ไม่ได้ทำการวดั ผลหรอื ไม่มีการวดั ผล ใหร้ ายงานการศึกษา

รายวชิ านัน้ ด้วยสญั ลักษณอ์ ย่างใดอยา่ งหนงึ่ ดงั ต่อไปน้ี

สญั ลักษณ์ สภาพการศึกษา

I (Incomplete) ไมส่ มบูรณ์

SP (Satisfactory Progress) ก้าวหน้าเป็นทีน่ า่ พอใจ

UP (Unsatisfactory Progress) ไม่กา้ วหน้าเปน็ ทน่ี า่ พอใจ

W (Withdrawn) ถอนรายชอ่ื วชิ าที่ศกึ ษา

Au (Audit) ศกึ ษาโดยไมน่ บั หน่วยกิต

๒๑.๔ การประเมินผลดุษฎีนิพนธ์

๒๑.๔.๑ ใหใ้ ช้ IP (In Progress) สำหรบั ดษุ ฎีนพิ นธ์ทอ่ี ยรู่ ะหว่างการเรียบ

เรยี ง

๒๑.๔.๒ การประเมนิ ผลดุษฎีนิพนธ์ทเี่ รยี บเรียงเสร็จเรยี บรอ้ ยแล้วให้

กำหนดเปน็ ๔ ระดบั ดังน้ีผลการศึกษา ระดบั

มคอ. หลักสตู รพทุ ธศาสตรดษุ ฎีบณั ฑิต สาขาวิชาวิปัสสนาภาวนา ๑๔๓

ดีเย่ียม (Excellent) A

ดี (Good) B+

ผ่าน (Passed) B

ตก (Failed) F

๒๑.๕ การให้ F ให้กระทำในกรณใี ดกรณหี นง่ึ ดังตอ่ ไปน้ี

๒๑.๕.๑ นิสิตขอถอนรายวชิ า เมือ่ พ้นกำหนดตามข้อ ๑๙.๑.๓

๒๑.๕.๒ นสิ ิตเขา้ สอบและสอบตกตามข้อ ๒๐.๑

๒๑.๕.๓ นิสติ ไม่มสี ิทธิเขา้ สอบตามข้อ ๒๐.๒

๒๑.๕.๔ นสิ ติ ไมแ่ กค้ า่ I ตามขอ้ ๒๑.๖.๒ วรรคสดุ ทา้ ย

๒๑.๕.๕ นสิ ิตทำผดิ ระเบียบการสอบไลแ่ ละไดร้ ับการตัดสินให้สอบตก

๒๑.๖ การให้ I จะกระทำได้ในกรณีใดกรณหี นงึ่ ดังต่อไปน้ี

๒๑.๖.๑ นสิ ติ มีเวลาเรยี นในรายวิชาไม่น้อยกว่ารอ้ ยละ ๘๐ แตม่ ไิ ด้สอบ

เพราะป่วยหรือเหตสุ ุดวสิ ัย และไดร้ บั อนุมัตจิ ากคณบดบี ัณฑิตวทิ ยาลยั

๒๑.๖.๒ อาจารยป์ ระจำวิชาและคณบดบี ณั ฑิตวิทยาลยั เห็นสมควรใหร้ อ

ผลการศึกษาเพราะนสิ ิตยังปฏิบัติงาน ซึง่ เป็นสว่ นประกอบการศึกษารายวิชานั้นยังไม่สมบูรณ์

การแก้คา่ I นิสติ จะต้องสอบและ/หรือปฏบิ ตั ิงานทไี่ ด้รับมอบหมายจาก

อาจารยป์ ระจำวิชาให้ครบถว้ น เพื่อให้อาจารยป์ ระจำวชิ าวัดผล และส่งผลการศกึ ษาของนิสิตผ้นู ้นั แก่

บัณฑติ วิทยาลยั ภายในภาคการศึกษาถัดไป

๒๑.๗ การให้ S จะกระทำได้ในกรณีใดกรณีหน่ึงดงั ต่อไปนี้

๒๑.๗.๑ รายวชิ าซง่ึ มผี ลการศึกษาเป็นที่พอใจ และหลกั สูตรกำหนดให้

วัดผลการศกึ ษาโดยไม่มีค่าระดบั

๒๑.๗.๒ รายวชิ าซง่ึ นิสิตไดล้ งทะเบียนศกึ ษาในระดบั บัณฑิตวิทยาลัยและ

ได้รบั อนุมัตใิ ห้โอนหน่วยกติ ตามข้อ ๑๒

๒๑.๘ การให้ U จะกระทำได้เฉพาะในรายวิชาที่หลักสูตรกำหนดว่าให้วัดผลโดยไม่

มคี ่าระดับและมผี ลการศึกษาไม่เป็นที่พอใจ

๒๑.๙ การให้ IP จะกระทำเพื่อแสดงฐานะของดุษฎีนิพนธ์ท่ีอย่ใู นระหวา่ งการเรียบ

เรยี งเม่อื สิน้ ภาคการศึกษาปกติทุกภาค นับแต่ภาคที่นิสิตลงทะเบียนเพอื่ ทำดุษฎีนิพนธ์

๒๑.๑๐ การให้ W จะกระทำได้เฉพาะในกรณีที่ได้ระบุไวใ้ นขอ้ ๑๓ ข้อ ๑๙.๑.๒

และข้อ ๑๙.๑.๓

๒๑.๑๑ การให้ Au ในรายวชิ าใดจะกระทำไดใ้ นกรณีทน่ี สิ ิตได้รบั อนุมตั ใิ ห้

ลงทะเบยี นเรยี นเป็นพิเศษโดยไมน่ บั หน่วยกิต

๒๑.๑๒ การให้ SP จะใหเ้ ฉพาะกรณีท่ีเปน็ รายวิชา

มคอ. หลักสตู รพทุ ธศาสตรดษุ ฎบี ณั ฑิต สาขาวิชาวิปสั สนาภาวนา ๑๔๔

ตอ่ เนื่องกบั รายวิชาในภาคการศกึ ษาถดั ไป และผลการศึกษาเมือ่ สิ้นภาคการศึกษากา้ วหน้าเป็นท่ีนา่

พอใจ แต่ยังมิไดว้ ัดผล การวัดผลใหก้ ระทำเม่ือนิสติ ไดศ้ กึ ษา

รายวชิ าต่อเนือ่ งในภาคการศึกษาถัดไปตามหลกั สตู รแล้ว แต่ถ้านสิ ิตไม่ศกึ ษารายวชิ าต่อเน่ืองในภาค

การศกึ ษาถัดไปด้วยเหตุใดก็ตามใหท้ ำการวัดผล รายวชิ าท่ไี ด้ SP เปน็ ระดบั และใช้ผลนั้นแทน

๒๑.๑๓ การ

ให้ UP จะใหเ้ ฉพาะกรณีทเ่ี ป็นรายวชิ าตอ่ เน่อื งกบั รายวิชาในภาคการศึกษาถดั ไป และผลการศกึ ษา

ไม่ก้าวหนา้ เป็นทนี่ า่ พอใจแต่ยังมิไดว้ ดั ผล การ

วัดผลให้กระทำเม่ือนิสิตไดศ้ ึกษารายวิชาต่อเนื่องในภาคการศึกษาถดั ไปตามหลกั สตู รแล้ว แต่ถา้ นสิ ิต

ไม่ศึกษารายวชิ าต่อเนอ่ื งในภาคการศึกษาถัดไปดว้ ยเหตุใดกต็ าม ให้ทำการวัดผลรายวชิ าท่ไี ด้ UP นน้ั

เป็นระดับและใชผ้ ลนัน้ แทน

ข้อ ๒๒ การนับหน่วยกิตและการลงทะเบยี นรายวิชาซ้ำ

๒๒.๑ การนับหน่วยให้ครบหลักสูตร ให้นับหน่วยกิตเฉพาะรายวิชาที่นิสิตสอบได้

ระดบั A, B, C หรือ S เท่าน้ัน เวน้ แต่รายวชิ าทีห่ ลักสูตรกำหนดไว้เป็นวิชาบังคบั หรือวชิ าเอก ซึง่ นิสิต

ตอ้ งไดไ้ ม่ต่ำกวา่ B หรือ S

๒๒.๒ นิสิตทไี่ ด้ต่ำกว่า B หรือได้ U ในรายวชิ าบังคับหรือวิชาเอกต้องลงทะเบียน

ศกึ ษารายวิชานัน้ อีก และสอบใหไ้ ดร้ ะดบั ไมต่ ำ่ กว่า B หรือ S แล้วแตก่ รณี

๒๒.๓ ในกรณีที่นิสิตได้ต่ำกว่า B หรือได้ U ในวิชาเลือก นิสิตมีสิทธิลงทะเบียน

รายวชิ าเดมิ หรอื อาจลงทะเบียนรายวิชาอน่ื ในกลุ่มเดียวกันได้

๒๒.๔ ในกรณีที่นิสิตลงทะเบยี นรายวิชาซ้ำหรือแทนตามท่ีหลักสูตรกำหนดการนบั

หนว่ ยกติ ตามขอ้ ๒๒.๑ นับจำนวนหนว่ ยกติ ได้เพียงครง้ั เดียว

ข้อ ๒๓ ให้มีการประเมินผลการศึกษาเม่ือสิ้นภาคการศึกษาปกติทุกภาค โดยคำนวณหาค่า

ระดับเฉลย่ี ประจำภาคของรายวิชาท่นี สิ ติ ไดล้ งทะเบียนไวใ้ นภาคการศึกษานั้น และคำนวณหาคา่ เฉล่ีย

สะสมสำหรบั รายวิชาทง้ั หมดทุกภาคการศึกษา ตงั้ แตเ่ รม่ิ เขา้ ศึกษาจนถึงภาคการศึกษาปัจจุบัน

ขอ้ ๒๔ การคดิ คา่ ระดับเฉลีย่ ประจำภาค ใหค้ ำนวณโดยคูณคา่ ระดบั ของแต่ละรายวิชาด้วย

หน่วยกติ ของรายวิชานน้ั แล้วรวมผลคูณของแต่ละรายวชิ าเขา้ ดว้ ยกนั และหารผลรวมนั้นด้วยจำนวน

หน่วยกิต

ท้งั หมดทีล่ งทะเบยี นไวใ้ นภาคการศึกษานัน้ โดยคิดทศนิยมสองตำแหนง่ ไมป่ ัดเศษ

ข้อ ๒๕ รายวิชาใดที่มีรายงานผลการศึกษาเป็นสัญลักษณ์ I S U W และ Au ไม่ให้นำ

รายวชิ านน้ั มาคำนวณหาค่าระดบั เฉลย่ี ตามขอ้ ๒๔

มคอ. หลกั สตู รพทุ ธศาสตรดุษฎีบณั ฑติ สาขาวชิ าวิปสั สนาภาวนา ๑๔๕

หมวดที่ ๕

การทำดษุ ฎนี พิ นธ์

ขอ้ ๒๖ ใหบ้ ัณฑติ วิทยาลยั วางระเบียบวา่ ดว้ ยการทำดษุ ฎนี พิ นธ์และการสอบดุษฎนี พิ นธ์
ขอ้ ๒๗ การเสนอโครงร่างดษุ ฎีนิพนธ์และลงทะเบียนทำดษุ ฎนี ิพนธ์ มีหลักปฏบิ ตั ิดงั นี้

ข้อ ๒๗.๑ ระดับปริญญาพุทธศาสตรมหาบัณฑิต นิสิตที่ศึกษารายวิชามาแล้วไม่
น้อยกว่า ๒ ภาคการศึกษาปกติ และมีหน่วยกิตสะสมไม่น้อยกว่า ๑๖ หน่วยกิต จึงจะมีสิทธิ์เสนอ
โครงร่างดษุ ฎีนิพนธ์ เพือ่ ขออนุมัตลิ งทะเบยี นทำดษุ ฎนี พิ นธ์

๒๗.๒ ระดับปริญญาพุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต นิสิตที่ศึกษารายวิชามาแล้วไม้น้อย
กวา่ ๒ ภาคการศกึ ษาปกติ และมหี น่วยกติ สะสมไม่น้อยกว่า ๑๒ หน่วยกติ จงึ จะมสี ิทธิ์เสนอโครงร่าง
ดุษฎนี พิ นธ์ เพ่ือขออนมุ ตั ิลงทะเบยี นทำดษุ ฎีนิพนธ์

๒๗.๓ นิสิตสามารถลงทะเบียนดุษฎีนิพนธ์ได้หลังจากได้รับอนุมัติหัวข้อและโครง
ร่างดุษฎีนพิ นธ์แลว้

ข้อ ๒๘ รูปแบบของดุษฎนี พิ นธ์ใหเ้ ป็นไปตามที่บณั ฑิตวิทยาลัยกำหนด
ข้อ ๒๙ ดุษฎีนิพนธ์ซึ่งผ่านการประเมินผลแล้ว ให้นับเป็นส่วนหนึ่งของการศึกษา เพื่อรับ
ปริญญาพุทธศาสตรมหาบัณฑิตหรือปริญญาพทุ ธศาสตรดษุ ฎบี ัณฑิต
การนำดษุ ฎนี ิพนธ์ออกโฆษณาเผยแพร่ ตอ้ งได้รับอนมุ ตั จิ ากบณั ฑิตวทิ ยาลยั ก่อน

หมวดท่ี ๖

การสำเรจ็ การศกึ ษา

ข้อ ๓๐ คุณสมบัติของผูส้ ำเรจ็ การศึกษา
๓๐.๑ มีเวลาศึกษาไม่น้อยกว่าหรือไม่เกินกว่าที่กำหนดไว้ใน ข้อ ๑๑.๑ และข้อ

๑๑.๒
๓๐.๒ ได้ศึกษารายวิชาต่าง ๆ ครบถ้วนและถูกต้องตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ใน

หลกั สูตร
๓๐.๓ ไดห้ นว่ ยกิตสะสมไม่น้อยกวา่ ที่กำหนดไว้ในหลักสตู ร
๓๐.๔ ได้ค่าระดบั เฉลี่ยสะสมไมต่ ่ำกวา่ ๓.๐๐ จากระบบ ๔ แต้ม
๓๐.๕ ไดร้ ะดบั ไม่ตำ่ กว่า B ในรายวชิ าบงั คับและรายวชิ าเอกทุกวิชาและได้ระดับ S

ในกรณีทหี่ ลกั สตู รกำหนดใหว้ ัดผลเปน็ S เปน็ U
๓๐.๖ สอบผ่านการประเมินผลดุษฎีนิพนธ์ และส่งดุษฎีนิพนธ์ฉบับสมบูรณ์ตามท่ี

มหาวทิ ยาลยั กำหนด
ขอ้ ๓๑ คุณสมบัตขิ องผมู้ สี ทิ ธริ บั ปริญญา
๓๑.๑ มคี ณุ สมบตั ิตามขอ้ ๓๐

มคอ. หลกั สตู รพุทธศาสตรดุษฎบี ณั ฑติ สาขาวชิ าวิปัสสนาภาวนา ๑๔๖

๓๑.๒ ไมต่ ดิ ค้างคา่ ธรรมเนียมใด ๆ
๓๑.๓ ไมอ่ ยู่ระหวา่ งการถกู ลงโทษใด ๆ

หมวดท่ี ๗

ความประพฤตแิ ละวนิ ัยนสิ ติ

ขอ้ ๓๒ ในกรณีทนี่ สิ ติ กระทำผดิ เกีย่ วกบั การสอบ ต้องได้รับโทษสถานใดสถานหนึง่ ตาม
สมควรแกค่ วามผดิ ดังน้ี

๓๒.๑ ภาคทณั ฑ์
๓๒.๒ ใหส้ อบตกรายวชิ าใดวิชาหน่ึงหรือหลายรายวิชา
๓๒.๓ ให้สอบตกหมดทกุ รายวชิ าในภาคการศึกษาน้นั
๓๒.๔ ให้พกั การศกึ ษาตงั้ แต่ ๑ ภาคการศึกษา ถึง ๓ ภาคการศึกษาแล้วแต่กรณี
๓๒.๕ ให้พน้ สภาพการเป็นนิสติ
ขอ้ ๓๓ นิสิตตอ้ งมีความประพฤตเิ รียบร้อยดีงาม ในกรณีที่นิสติ กระทำผดิ ข้อบงั คับ
ระเบียบ คำส่งั หรือประกาศของบัณฑติ วิทยาลยั หรือมหาวทิ ยาลัย และได้รับโทษนอกจากที่ระบุไวแ้ ลว้
ใน ข้อ ๓๒ นสิ ิตตอ้ งได้รบั โทษสถานใดสถานหน่ึงตามสมควรแก่ความผดิ ดงั น้ี
๓๓.๑ ชดใชค้ ่าเสยี หาย
๓๓.๒ ระงับการให้ปริญญามีกำหนดไม่เกนิ ๓ ปกี ารศกึ ษา
๓๓.๓ ระงบั การออกใบแสดงผลการศึกษามีกำหนดไม่เกิน ๓ ปีการศกึ ษา
ขอ้ ๓๔ ใหค้ ณะกรรมการประจำบัณฑติ วิทยาลัย เปน็ ผู้พจิ ารณาลงโทษนิสติ ที่มีความ
ประพฤตเิ สียหายหรอื กระทำผิดต่าง ๆ ตามเกณฑ์ท่รี ะบุไวใ้ นข้อ ๓๒ และข้อ ๓๓ ตามสมควรแก่กรณี
เฉพาะกรณีที่นิสติ กระทำผดิ ระเบียบการสอบทุกประเภทของบณั ฑติ วิทยาลัยให้
คณะกรรมการประจำบัณฑิตวทิ ยาลยั ร่วมกับกรรมการควบคุมการสอบ เป็นผูพ้ จิ ารณาลงโทษตาม
สมควรแก่กรณีตามเกณฑท์ ร่ี ะบไุ ว้ในข้อ ๓๒

บทเฉพาะกาล

ขอ้ ๓๕ ให้ใช้ข้อบังคับนี้กบั นิสติ ระดบั บณั ฑติ ศึกษา ดงั ต่อไปน้ี
๓๕.๑ นสิ ิตทเ่ี ขา้ ศึกษาตามหลกั สตู รปรญิ ญามหาบัณฑิต ก่อนปีการศึกษา ๒๕๔๒

ยงั คงปฏิบตั ิตามขอ้ บังคบั มหาวทิ ยาลยั มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลยั ในพระบรมราชูปถมั ภ์ วา่ ด้วย
การศึกษาระดับปริญญาโท พุทธศกั ราช ๒๕๓๐

๓๕.๒ นิสติ ทเ่ี ขา้ ศกึ ษาตามหลักสตู รระดับบัณฑติ ศึกษา ต้ังแต่ปกี ารศึกษา ๒๕๔๒
เปน็ ตน้ ไป ให้ปฏบิ ัติตามข้อบังคบั นี้

มคอ. หลกั สตู รพทุ ธศาสตรดุษฎบี ณั ฑิต สาขาวชิ าวปิ สั สนาภาวนา ๑๔๗

ประกาศ ณ วนั ท่ี ๒๔ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๑
(พระสุเมธาธิบดี)

นายกสภามหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

มคอ. หลกั สตู รพทุ ธศาสตรดุษฎีบณั ฑิต สาขาวชิ าวิปสั สนาภาวนา ๑๔๘

ขอ้ บังคบั มหาวิทยาลยั มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
ว่าดว้ ยการศกึ ษาระดบั บณั ฑิตศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๑

แก้ไขเพิม่ เติม พ.ศ. ๒๕๔๘

อาศยั อำนาจตามความในมาตรา ๑๙ (๒) แหง่ พระราชบัญญตั มิ หาวิทยาลัยมหาจุฬาลง

กรณราชวทิ ยาลัย พ.ศ. ๒๕๔๐ และมตสิ ภามหาวทิ ยาลัย ในคราวประชุมครง้ั ท่ี ๔/๒๕๔๘ เมอ่ื วนั

พฤหัสบดี ที่ ๒๘ เมษายน พ.ศ. ๒๕๔๘ จงึ มมี ติใหแ้ ก้ไขเพ่มิ เตมิ ข้อบงั คบั มหาวทิ ยาลัยมหาจฬุ าลง

กรณราชวทิ ยาลัย ว่าดว้ ยการศึกษาระดับบัณฑติ ศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๑ ดงั น้ี

ขอ้ ๑ ข้อบังคบั นีเ้ รยี กว่า “ข้อบงั คับมหาวิทยาลยั มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลยั ว่าดว้ ย

การศึกษาระดบั บณั ฑติ ศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๑ แกไ้ ขเพิ่มเติม พ.ศ. ๒๕๔๘”

ข้อ ๒ ให้ยกเลิกข้อความในข้อ ๑๐.๑ และใหใ้ สชข้ อ้ ความตอ่ ไปน้ีแทน

“๑๐.๑ หลักสตู รปรญิ ญาพทุ ธศาสตรมหาบณั ฑิต ใหศ้ ึกษางานรายวชิ าไมน่ อ้ ยกว่า

๒๖ หน่วยกิต และดษุ ฎีนิพนธ์ ๑๒ หน่วยกิต จำแนกประเภทดงั นี้

วิชาบงั คับ ไมน่ อ้ ยกวา่ ๘ หน่วยกิต

วชิ าเอก ไม่นอ้ ยกว่า ๑๒ หน่วยกิต

วชิ าเลอื ก ไมน่ อ้ ยกว่า ๖ หนว่ ยกิต

ดษุ ฎีนิพนธ์ ๑๒ หน่วยกติ

รวมทัง้ ส้นิ ไม่น้อยกว่า ๓๘ หนว่ ยกติ

ประกาศ ณ วันท่ี ๙ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๔๘

(พระราชรตั นโมล)ี
อปุ นายกสภามหาวิทยาลัย ทำหนา้ ทแี่ ทน
นายกสภามหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

มคอ. หลักสตู รพุทธศาสตรดษุ ฎบี ณั ฑติ สาขาวิชาวิปสั สนาภาวนา ๑๔๙

ขอ้ บังคบั มหาวิทยาลยั มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
วา่ ดว้ ยการศึกษาระดบั บณั ฑิตศึกษา พุทธศักราช ๒๕๔๑ (ฉบับท่ี ๓)

แกไ้ ขเพ่มิ เตมิ พุทธศักราช ๒๕๔๙

เพื่อให้การบริหารจัดการเกี่ยวกับการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาของมหาวิทยาลัยดำเนินไป
ดว้ ยความเรียบรอ้ ย มีประสทิ ธิภาพ และบรรลวุ ัตถุประสงคต์ ามนโยบายของมหาวิทยาลยั

อาศยั อำนาจตามความในมาตรา ๑๙ (๒) แห่งพระราชบัญญัตมิ หาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ
ราชวิทยาลัย พ.ศ. ๒๕๔๐ และมติสภามหาวิทยาลัย ในคราวประชุมครั้งที่ ๕/๒๕๔๙ เมื่อวันศุกร์ที่
๑ กันยายน พ.ศ.๒๕๔๙ จงึ ให้แก้ไขเพมิ่ เติมข้อบังคับมหาวิทยาลยั มหาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลัย วา่
ด้วยการศึกษาระดบั บัณฑติ ศกึ ษา พ.ศ. ๒๕๔๑ ดงั ต่อไปน้ี

ขอ้ ๑ คณุ สมบตั ขิ องผูเ้ ขา้ ศกึ ษาระดับประกาศนียบตั รบัณฑิตและมหาบณั ฑติ
๖.๑ ผู้สมัครเข้าศึกษาระดับประกาศนียบัตรบัณฑติ
๖.๑.๑ ต้องเป็นผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีหรือเทียบเท่าจาก

มหาวิทยาลัยหรอื สถาบันการศึกษาท่สี ภามหาวทิ ยาลยั รบั รอง และ
๖.๑.๒ ไม่เคยถูกลงโทษใหพ้ ้นสภาพการเปน็ นสิ ติ บณั ฑิตวทิ ยาลัย

๖.๒ ผูส้ มคั รเขา้ ศึกษาระดบั มหาบณั ฑิต
๖.๒.๑ ต้องเป็นผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีหรือเทียบเท่าจาก

มหาวทิ ยาลัยหรอื สถาบนั การศึกษาที่สภามหาวิทยาลัยรบั รอง
๖.๒.๒ ต้องได้รับค่าระดับเฉลี่ยสะสมในระดับปริญญาตรีไม่ต่ำกว่า ๒.๕๐

จากระบบ ๔ แต้ม ยกเว้นผู้มีประสบการณ์การทำงานติดต่อกันเป็นเวลาไม่น้อยกว่า ๒ ปี นับแต่
สำเร็จการศึกษาและผ้จู บเปรียญธรรมเก้าประโยค และ

๖.๒.๓ ไมเ่ คยถกู ลงโทษใหพ้ น้ สภาพการเปน็ นิสิตบัณฑิตวทิ ยาลยั
ขอ้ ๗ ผ้สู มคั รเขา้ ศึกษาระดับดษุ ฎบี ัณฑิต

๗.๑ ระดบั ดุษฎบี ัณฑิต แบบ ๑.๑ และแบบ ๒.๑
๗.๑.๑ ต้องเป็นผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทหรือเทียบเท่าจาก

มหาวทิ ยาลัยหรือสถาบันการศึกษาทสี่ ภามหาวิทยาลัยรบั รอง

มคอ. หลกั สตู รพทุ ธศาสตรดษุ ฎีบณั ฑิต สาขาวิชาวิปัสสนาภาวนา ๑๕๐

๗.๑.๒ ต้องได้ค่าระดับเฉลี่ยสะสมในระดับปริญญาโทไม่ต่ำกว่า ๓.๕๐ ระบบ
๔ แต้ม ยกเว้นผู้มีประสบการณ์การทำงานติดต่อกันเป็นเวลาไม่น้อยกว่า ๒ ปี นับแต่วันสำเร็จ
การศึกษาหรือมผี ลงานทางวิชาการที่คณะกรรมการประจำบณั ฑิตวทิ ยาลัยเหน็ ชอบ และ

๗.๑.๓ ไมเ่ คยถูกลงโทษให้พ้นสภาพการเป็นนิสติ บัณฑิตวิทยาลัย
๗.๒ ระดับดษุ ฎบี ัณฑติ แบบ ๑.๒ และแบบ ๒.๒

๗.๒.๑ ต้องเป็นผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีหรือเทียบเท่าจาก
มหาวทิ ยาลัยหรือสถาบนั การศึกษาท่ีสภามหาวิทยาลัยรบั รองหรือเปรียญธรรมเก้าประโยค ซงึ่ บัณฑิต
วิทยาลยั อนมุ ัตใิ ห้เขา้ ศึกษาเป็นกรณีพเิ ศษ

๗.๒.๒ ต้องได้ค่าระดับเฉลี่ยสะสมในระดับปริญญาตรีไม่ต่ำกว่า ๓.๒๕ จาก
ระบบ ๔ แต้ม ยกเว้นผู้มีประสบการณ์การทำงานติดต่อกันเป็นเวลาไม่น้อยกว่า ๒ ปี นับแต่สำเร็จ
การศึกษาและผู้จบเปรียญธรรมเก้าประโยค

๗.๒.๓ ไม่เคยถกู ลงโทษใหพ้ น้ สภาพการเป็นนิสิตบัณฑิตวทิ ยาลัย
ข้อ ๓ ให้ยกเลิกข้อความในข้อ ๙ แห่งข้อบังคับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
วา่ ดว้ ยการศึกษาระดับบณั ฑติ ศกึ ษา พ.ศ.๒๕๔๑ และให้ใช้ขอ้ ความต่อไปนแ้ี ทน
ข้อ ๙ การศึกษาในบัณฑิตวิทยาลัยใชร้ ะบบทวิภาคหรือไตรภาค ตามท่กี ำหนดไวใ้ นหลักสูตร
แต่ละสาขาวชิ า

ระบบทวิภาค ๑ ปี การศึกษาแบ่งออกเป็น ๒ ภาคการศึกษาปกติ ๑ ภาคการศึกษา
ปกติ มีระยะเวลาศึกษาไม่น้อยกว่า ๑๕ สัปดาห์ และอาจจัดการศึกษาภาคฤดูร้อนได้อีก ๑ ภาค มี
ระยะเวลาศึกษาไม่น้อยกว่า ๖ สัปดาห์ และจะกำหนดระเบียบว่าด้วยการศกึ ษาภาคฤดูร้อน ที่ไม่ขัด
กับข้อบังคับนโี้ ดยความเห็นชอบของคณะกรรมการประจำบัณฑิตวทิ ยาลัยก็ได้

ระบบไตรภาค ๑ ปี การศกึ ษาแบง่ ออกเป็น ๓ ภาคการศกึ ษาปกติ ๑ ภาคการศึกษา
ปกติ มรี ะยะเวลาไม่น้อยกวา่ ๑๒ สปั ดาห์

ข้อ ๔ ใหย้ กเลกิ ข้อความในข้อ ๑๐ แห่งขอ้ บังคับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
ว่าด้วยการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา พ.ศ.๒๕๔๑ แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.๒๕๔๘ และให้ใช้ข้อความ
ตอ่ ไปนี้แทน

“ขอ้ ๑๐ หลกั สูตร
๑๐.๑ หลกั สูตรประกาศนียบตั รบณั ฑิต
๑๐.๒ หลกั สตู รระดับมหาบัณฑิต แผน ก แบบ ก (๑) และ แผน ก (๒)
๑๐.๓ หลักสตู รระดับมหาบัณฑติ แผน ข
๑๐.๔ หลักสตู รระดับดุษฎีบัณฑติ แบบ ๑ และแบบ ๒
โครงสร้างของแต่ละหลักสตู ร การศึกษารายวิชาและการทำดุษฎีนิพนธ์ตามจำนวน

หนว่ ยกิต ใหเ้ ป็นไปตามประกาศของมหาวทิ ยาลัย
ข้อ ๕ ระยะเวลาการศกึ ษาตามหลักสตู ร
๑๑.๑ หลกั สูตรประกาศนียบัตร ใหม้ ีระยะเวลาศึกษาไม่นอ้ ยกวา่ ๒ ภาคการศกึ ษา

ปกติ และไม่เกิน ๔ ภาคการศึกษาปกติ ในระบบทวิภาคหรือให้มีระยะเวลาไม่น้อยกว่า ๓ ภาค
การศกึ ษาปกติ และไมเ่ กิน ๖ ภาคการศึกษาปกตใิ นระบบไตรภาค

มคอ. หลกั สตู รพุทธศาสตรดษุ ฎบี ณั ฑิต สาขาวชิ าวปิ ัสสนาภาวนา ๑๕๑

๑๑.๒ หลักสูตรระดับมหาบัณฑิต ให้มีระยะเวลาศึกษาไม่น้อยกว่า ๔ ภาค
การศกึ ษาปกติ และไมเ่ กนิ ๑๐ ภาคการศึกษาปกติ ในระบบทวิภาคหรือให้มีระยะเวลาไม่น้อยกว่า ๔
ภาคการศกึ ษาปกติ และไมเ่ กิน ๑๕ ภาคการศึกษาปกติในระบบไตรภาค

๑๑.๓ หลักสตู รระดบั ดุษฎีบัณฑติ แบบ ๑.๑ และ ๒.๑ ให้มีระยะเวลาศกึ ษามนี ้อย
กว่า ๖ ภาคการศกึ ษาปกติ และไม่เกิน ๑๐ ภาคการศกึ ษาปกติ ในระบบทวภิ าคหรอื ให้มรี ะยะเวลาไม่
น้อยกวา่ ๖ ภาคการศึกษาปกติ และไมเ่ กนิ ๑๕ ภาคการศึกษาปกติในระบบไตรภาค

๑๑.๔ หลักสูตรระดับดุษฎีบัณฑิต แบบ ๑.๒ และ ๒.๒ ใหม้ รี ะยะเวลาศกึ ษาไม่น้อย
กวา่ ๘ ภาคการศกึ ษาปกติ และไม่เกนิ ๑๔ ภาคการศึกษาปกติ ในระบบทวภิ าคหรอื ให้มรี ะยะเวลาไม่
นอ้ ยกว่า ๘ ภาคการศกึ ษาปกติ และไม่เกิน ๒๑ ภาคการศกึ ษาปกตใิ นระบบไตรภาค

ในกรณีที่นิสิตไม่สามารถสำเร็จการศึกษาในระยะเวลาตามที่กำหนดคณะกรรมการ
ประจำบัณฑิตวิทยาลัย อาจอนุมัติให้ต่ออายุสภาพนิสิตได้อีก แต่ทั้งนี้ต้องไม่เกิน ๒ ภาคการศึกษา
ปกติ

๑๑.๕ การนับเวลาในข้อ ๑๑ ใหน้ บั รวมเวลาทนี่ ิสิตได้รับอนุมตั ิให้ลาพักการศึกษา
ด้วยยกเว้นนสิ ิตทไ่ี ดร้ บั อนมุ ัติให้ลาพักการศึกษาตามข้อ ๑๓.๑.๑

ข้อ ๖ ให้ยกเลิกข้อความในข้อ ๒๑.๑ แห่งข้อบังคับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราช
วทิ ยาลยั ว่าดว้ ยการศึกษาระดบั บัณฑติ ศึกษา พ.ศ.๒๕๔๑ และให้ใช้ข้อความต่อไปนีแ้ ทน

ขอ้ ๒๑.๑ ระบบการประเมนิ ผลการศกึ ษารายวชิ า แบ่งเป็น ๗ ระดับและคา่ ระดบั ดังน้ี
ระดับ A A- B+ B C+ C F
คา่ ระดบั ๔.๐๐ ๓.๖๗ ๓.๓๓ ๓.๐๐ ๒.๕๐ ๒.๐๐ ๐

ข้อ ๗ ให้ยกเลิกข้อความในข้อ ๒๗ แห่งข้อบังคับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
วา่ ดว้ ยการศกึ ษาระดับบัณฑิตศึกษา พุทธศกั ราช ๒๕๔๑ และใหข้ ้อความต่อไปนแี้ ทน

ข้อ ๒๗ การเสนอโครงร่างดษุ ฎนี พิ นธ์และลงทะเบียนทำดุษฎนี ิพนธ์ มหี ลกั ปฏบิ ตั ิดังน้ี
๒๗.๑ นสิ ติ หลักสตู รระดบั มหาบัณฑิต ทีศ่ กึ ษารายวชิ ามาแล้วไม่น้อยกว่า ๑ ภาค
๒๗.๒ นิสิตหลักสูตรระดับดุษฎีบัณฑิต แบบ ๑ มีสิทธิ์เสนอโครงร่างดุษฎีนิพนธ์

เพอื่ ขออนมุ ัตลิ งทะเบียนทำดุษฎนี ิพนธ์ หลงั จากขนึ้ ทะเบยี นเป็นนสิ ติ แล้ว
๒๗.๓ นสิ ิตหลักสูตรระดับดุษฎีบัณฑิต แบบ ๒ ท่ศี กึ ษารายวชิ ามาแล้วไม่น้อยกว่า

๑ ภาคการศึกษาปกติ และมหี น่วยกิตสะสมไมน่ ้อยกว่า ๖ หนว่ ยกติ มีสทิ ธิเ์ สนอโครงร่างดุษฎีนิพนธ์
เพอ่ื ขออนุมตั ิลงทะเบยี นทำดษุ ฎีนิพนธ์

๒๗.๔ นิสิตสามารถลงทะเบียนดุษฎีนิพนธ์ได้ หลังจากได้รับอนุมัติหวั ข้อและโครง
รา่ งดษุ ฎนี พิ นธ์แล้ว

ประกาศ ณ วนั ท่ี ๑๘ กนั ยายน พทุ ธศกั ราช ๒๕๔๙

(พระธรรมสธุ ี)
นายกสภามหาวิทยาลยั มหาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลัย

มคอ. หลักสตู รพุทธศาสตรดษุ ฎบี ณั ฑติ สาขาวชิ าวิปสั สนาภาวนา ๑๕๒

มคอ. หลกั สตู รพุทธศาสตรดุษฎบี ณั ฑติ สาขาวชิ าวปิ สั สนาภาวนา ๑๕๓

ข้อบังคับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
วา่ ดว้ ยคณะกรรมการประจำบณั ฑิตวิทยาลัยและคณะกรรมการประจำคณะ

พ.ศ. ๒๕๔๑

เพื่ออนุวัตให้เป็นไปตามความในมาตรา ๓๕ แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลง
กรณราชวิทยาลัย พ.ศ. ๒๕๔๐ จึงเห็นสมควรออกข้อบังคับมหาวิทยาลัยว่าด้วยคณะกรรมการ
ประจำบัณฑติ วทิ ยาลยั และคณะกรรมการประจำคณะ

อาศยั อำนาจตามความในมาตรา ๑๙ (๒) แหง่ พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ
ราชวิทยาลัย พ.ศ. ๒๕๔๐ สภามหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยในคราวประชุมครั้งที่ ๘/
๒๕๔๑ เม่ือวันที่ ๒๗ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๔๑ จึงมมี ตใิ หอ้ อกบังคบั ไว้ดงั ต่อไปน้ี

ข้อ ๑ ข้อบังคับนี้เรียกว่า “ข้อบังคับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ว่าด้วย
คณะกรรมการประจำบณั ฑติ วทิ ยาลัยและคณะกรรมการประจำคณะ พ.ศ.๒๕๔๑”

ขอ้ ๒ ใหใ้ ช้ข้อบังคับน้ีตัง้ แต่วันถดั จากวันประกาศเป็นต้นไป
ข้อ ๓ บรรดากฎ ระเบียบ ขอ้ บงั คบั ข้อกำหนด คำส่ัง หรอื ประกาศอน่ื ใดซ่งึ ขัดหรือแย้ง
กบั ขอ้ บงั คบั นี้ ให้ใช้ขอ้ บงั คบั นแ้ี ทน
ขอ้ ๔ ให้มคี ณะกรรมการประจำบัณฑติ วทิ ยาลยั ประกอบด้วย

(๑) ประธานกรรมการ ไดแ้ ก่ คณบดี
(๒) รองประธานกรรมการ ได้แก่ รองคณบดซี ่ึงเปน็ พระภิกษุ
(๓) กรรมการผู้เป็นคณาจารย์ประจำบัณฑิตวิทยาลัยจำนวนสี่รูปหรือคนที่อธิการบดี

แตง่ ตัง้ โดยคำแนะนำของคณบดี
(๔) กรรมการผ้ทู รงคุณวฒุ ิจำนวนไม่เกินห้ารูปหรือคนท่ีอธิการบดีแต่งต้ังโดยคำแนะนำ

ของคณบดี
(๕) กรรมการและเลขานกุ าร ได้แก่ เลขานุการบัณฑติ วิทยาลัย
ข้อ ๕ ใหม้ ีคณะกรรมการประจำคณะ ประกอบด้วย
(๑) ประธานกรรมการ ไดแ้ ก่ คณบดี
(๒) รองประธานกรรมการ ไดแ้ ก่ รองคณบดีซ่ึงเป็นพระภกิ ษุ
(๓) กรรมการโดยตำแหน่ง ไดแ้ ก่ หวั หน้าภาควชิ า

มคอ. หลักสตู รพทุ ธศาสตรดุษฎบี ณั ฑติ สาขาวชิ าวปิ สั สนาภาวนา ๑๕๔

(๔) กรรมการผู้ทรงคุณวฒุ ิจำนวนไม่เกนิ ห้ารูปหรือคนท่ีอธิการบดีแต่งตัง้ โยคำแนะนำ
ของคณบดี

(๕) กรรมการและเลขานกุ าร ได้แก่ เลขานกุ ารประจำคณะ
ข้อ ๖ คณะกรรมการประจำบัณฑิตวิทยาลัยและคณะกรรมการประจำคณะมวี าระการดำรง
ตำแหนง่ เท่ากับวาระการดำรงตำแหนง่ ของคณบดี
ในกรณีที่กรรมการตามข้อ ๔ และข้อ ๕ พ้นจากตำแหน่งก่อนวาระและได้มีการแต่งตั้งผู้
ดำรงตำแหน่งแทนแล้ว ใหผ้ ทู้ ไี่ ด้รบั แต่งตั้งอยู่ในตำแหน่งเพียงเท่าวาระทเ่ี หลือของผ้ซู ่งึ ตนแทน
ในกรณีที่กรรมการพ้นจากตำแหน่งตามวาระแต่ยังมิได้แต่งตั้งกรรมการขึ้นใหม่ให้กรรมการ
ซงึ่ พ้นจากตำแหนง่ ปฏิบตั หิ นา้ ทต่ี ่อไปจนกวา่ จะไดแ้ ต่งตงั้ กรรมการข้ึนใหม่ ทงั้ นต้ี ้องไมเ่ กนิ หกสบิ วัน
ข้อ ๗ คณะกรรมการประจำบัณฑิตวิทยาลัยและคณะกรรมการประจำคณะมีอำนาจและ
หนา้ ท่ี ดังนี้

(๑) วางนโยบายและแผนงานให้สอดคลอ้ งกบั นโยบายของมหาวิทยาลัย
(๒) พิจารณาหลักสตู รเพ่ือนำเสนอต่อสภาวชิ าการ
(๓) พิจารณาวางระเบียบ ข้อบังคับ ที่เกี่ยวกับการบริหารและการดำเนินงาน เพ่ือ

เสนอตอ่ สภาวชิ าการ
(๔) ใหค้ ำปรกึ ษาและเสนอความเห็นแก่คณบดี
(๕) ปฏบิ ัติหน้าท่ีอ่นื ๆ ตามท่ีสภาวชิ าการหรืออธกิ ารบดมี อบหมาย
ข้อ ๘ ให้มีการประชุมคณะกรรมการประจำบณั ฑิตวิทยาลัยและคณะกรรมการประจำคณะ
อย่างน้อยปีละสีค่ รั้ง วิธีการประชุมให้นำข้อบังคบั มหาวิทยาลัยมหาจฬุ าลงกรณราชวิทยาลยั ว่าด้วย
การประชุมสภามหาวทิ ยาลัยมาใช้บังคบั โดยอนโุ ลม
ขอ้ ๙ ใหอ้ ธกิ ารดรี กั ษาการให้เปน็ ไปตามข้อบังคับนี้

ประกาศ ณ วันท่ี ๒๗ สงิ หาคม พ.ศ. ๒๕๔๑

(พระสเุ มธาธบิ ด)ี
นายกสภามหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลยั

มคอ. หลักสตู รพุทธศาสตรดุษฎีบณั ฑติ สาขาวชิ าวิปัสสนาภาวนา ๑๕๕

ระเบียบบัณฑิตวิทยาลัย
มหาวิทยาลัยมหาจฬุ าลงกรณราชวิทยาลัย
ว่าดว้ ยการศกึ ษาภาคฤดรู ้อน พ.ศ. ๒๕๕๒

เพื่อให้การจัดการศึกษาในภาคการศึกษาฤดูร้อนในระดับบัณฑิตศึกษาเป็นไปด้วยความ
เรียบร้อย มีประสิทธิภาพ บรรลุตามวัตถุประสงค์และนโยบายของมหาวิทยาลัย และเพื่ออนุมัติให้
เป็นไปตามความในข้อ ๙ แห่งข้อบังคับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ว่าด้วยการศึกษา
ระดับบัณฑิตศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๑ โดยอาศัยมติที่ประชุมคณะกรรมการประจำบัณฑิตวิทยาลัย
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ในคราวประชุมครั้งที่ ๔/๒๕๔๒ เมื่อวันที่ ๓๐ ตุลาคม
พ.ศ.๒๕๔๒ บัณฑติ วทิ ยาลยั จงึ วางระเบียบไวด้ งั ต่อไปนนี้

ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า กฎระเบียบบัณฑิตวิทยาลัย ว่าด้วยการศึกษาภาคฤดูร้อน พ.ศ.
๒๕๔๒”

ข้อ ๒ ให้ใช้ระเบยี บนี้ต้ังแตว่ ันถดั จากวนั ประกาศเปน็ ตน้ ไป
ข้อ ๓ ภาคการศึกษาฤดูร้อน ต้องมีเวลาการศึกษาไม่นอ้ ยกว่า ๖ สัปดาห์ และมีจำนวนชัว่ โมง
การศกึ ษาในแตล่ ะรายวชิ าเทา่ กับการศกึ ษาภาคปกติ
ข้อ ๔ จำนวนหน่วยกิตที่กำหนดให้นิสิตลงทะเบียนในภาคการศึกษาฤดูร้อนไม่น้อยกว่า ๓
หนว่ ยกติ และไม่เกิน ๖ หนว่ ยกิต โดยความเหน็ ชอบของอาจารยท์ ่ปี รกึ ษาท่วั ไป
นิสิตที่ประสงค์จะลงทะเบียนน้อยกว่าหรือมากกกว่าที่กำหนดไว้ในข้อ ๔ ให้ยื่นคำร้องต่อ
คณบดีบัณฑติ วทิ ยาลยั เพ่อื ขออนมุ ตั ิเป็นกรณพี ิเศษ
ข้อ ๕ อัตราค่าธรรมเนียมการศึกษาในภาคการศึกษาฤดูร้อนให้เป็นไปตามที่มหาวิทยาลัย
กำหนด
ขอ้ ๖ ให้ใช้ระเบียบนี้สำหรับนิสติ ทเี่ ข้าศึกษาต้งั แตป่ ี พ.ศ. ๒๕๔๒
ข้อ ๗ ใหค้ ณบดีบณั ฑิตวทิ ยาลยั รักษาการใหเ้ ป็นไปตามระเบียบน้ี

ประกาศ ณ วนั ที่ ๑ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๔๒

มคอ. หลกั สตู รพุทธศาสตรดษุ ฎีบณั ฑิต สาขาวชิ าวปิ สั สนาภาวนา ๑๕๖

(พระมหาสมจินต์ สมฺมาปญโฺ ญ)
คณบดีบัณฑติ วิทยาลัย

ประธานคณะกรรมการประจำบณั ฑิตวทิ ยาลยั

ระเบียบบณั ฑติ วิทยาลัย
มหาวิทยาลัยมหาจฬุ าลงกรณราชวิทยาลัย
วา่ ดว้ ยการฝึกภาคปฏบิ ัติวปิ ัสสนากรรมฐาน พ.ศ. ๒๕๔๗

เพื่อให้การศึกษาวิชากรรมฐานของนิสิตบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราช
วทิ ยาลัย เปน็ ไปด้วยความเรียบร้อย บรรลวุ ตั ถปุ ระสงคต์ ามนโยบายของมหาวิทยาลัย

โดยอาศยั มติทีป่ ระชุมคณะกรรมการประจำบัณฑิตวิทยาลยั ในคราวประชุมครัง้ ที่ ๒/๒๕๔๗
เมอื่ วันท่ี ๑๖ สงิ หาคม พ.ศ. ๒๕๔๗ บัณฑิตวทิ ยาลัย จงึ วางระเบียบไวด้ ังต่อไปนี้

ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบบัณฑิตวิทยาลัยมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราช
วิทยาลยั วา่ ด้วยการฝกึ ภาคปฏิบัตวิ ปิ สั สนากรรมฐาน พ.ศ. ๒๕๔๗

ข้อ ๒ ให้ใชร้ ะเบียบน้ีตัง้ แต่วันถดั จากวันประกาศเปน็ ต้นไป
ข้อ ๓ ให้คณะกรรมการประจำบัณฑิตวิทยาลัย มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับการฝึกปฏิบัติ
วปิ ัสสนากรรมฐาน ดังนี้

(๑) วางนโยบาย กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีปฏิบัติเกี่ยวกับวิธีการฝึกภาคปฏิบัติ
วิปัสสนากรรมฐาน การวัดผลและติดตามผลลัพธ์ของการฝึกภาคปฏิบัติ
วปิ สั สนากรรมฐาน

(๒) กำหนดวนั เวลาและสถานที่ สำหรบั การฝึกภาคปฏบิ ัติวิปสั สนากรรมฐาน
(๓) รายงานผลการฝึกภาคปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานตอ่ มหาวทิ ยาลัย
ข้อ ๔ ให้นิสิตบัณฑิตวิทยาลัยฝึกภาคปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน ในวัน เวลาและสถานท่ี
ตามท่ีคณะกรรมการประจำบณั ฑิตวิทยาลยั กำหนด ดังน้ี
(๑) นสิ ติ ระดบั ประกาศนยี บตั รบณั ฑิต ต้องฝกึ ภาคปฏบิ ตั ิวิปสั สนากรรมฐานไม่น้อย

กวา่ ๑๕ วัน
(๒) นสิ ติ ระดบั มหาบัณฑิตต้องฝึกภาคปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานไม่น้อยกว่า ๓๐ วนั
(๓) นสิ ิตระดับดุษฎีบณั ฑติ ตอ้ งฝกึ ภาคปฏิบัตวิ ิปสั สนากรรมฐานไม่นอ้ ยกว่า ๔๕

วนั โดยใหใ้ ชก้ บั นิสิตท่ีเข้าศึกษาต้งั แต่ปีการศึกษา ๒๕๔๓ เปน็ ตน้ ไป
ข้อ ๕ ให้คณบดบี ณั ฑิตวิทยาลยั รักษาการให้เป็นไปตามระเบยี บน้ี

ประกาศ ณ วนั ที่ ๒๕ สิงหาคม พทุ ธศักราช ๒๕๔๗

มคอ. หลกั สตู รพทุ ธศาสตรดุษฎีบณั ฑิต สาขาวชิ าวปิ ัสสนาภาวนา ๑๕๗

(พระมหาสมจินต์ สมฺมาปญโฺ ญ)
คณบดีบณั ฑติ วทิ ยาลัย

ประธานคณะกรรมการประจำบัณฑติ วิทยาลัย

ประกาศบัณฑิตวิทยาลัย
มหาวิทยาลัยมหาจฬุ าลงกรณราชวิทยาลัย
เร่อื ง กำหนดส่วนประกอบเพมิ่ เตมิ ของโครงรา่ งดุษฎนี ิพนธ์

เพื่ออนุวัตให้เป็นไปตามความในข้อ ๔.๒ แห่งระเบียบบัณฑิตวิทยาลัยมหาวิทยาลัยมหาจุฬา
ลงกรณราชวิทยาลัย ว่าด้วยวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับดุษฎีนิพนธ์ พ.ศ. ๒๕๔๒ จึงกำหนดส่วนประกอบของ
โครงร่างดุษฎีนิพนธ์เพ่ิมเติม เพอ่ื ความสมบูรณ์ ชัดเจน ดังนี้

๑. ให้มีลายเซ็นต์รับรองของผู้สมควรเป็นคณะกรรมการควบคุมดุษฎีนิพนธ์ทุกคนบนปกของ
โครงร่างฯ จำนวน ๑ ฉบับ

๒. ใหม้ ีประวัตยิ อ่ ของนิสติ ผู้เสนอหัวขอ้ และโครงรา่ งดุษฎนี พิ นธ์แนบในส่วนท้ายดว้ ย
๓. ระเบียบวิธีวจิ ัยและแบบสอบถามชั่วคราว สำหรับดุษฎนี ิพนธ์เชงิ ปริมาณนสิ ิตต้องส่งก่อน
วันพจิ ารณาหวั ขอ้ และโครงร่างดุษฎีนิพนธ์ ไม่น้อยกวา่ ๓ วัน
ให้นิสิตผู้ประสงค์จะสอบหัวข้อและโครงร่างดุษฎีนิพนธ์ เสนอหัวขอ้ และโครงร่างดุษฎีนิพนธ์
จำนวน ๑ ชุด เพื่อตรวจรูปแบบก่อน เมื่อผ่านการตรวจรูปแบบและแก้ไขแล้ว จึงเสนอขออนุมัติ
หัวข้อและโครงร่างดุษฎีนิพนธ์ จำนวน ๘ ชุด ต่อบัณฑิตวิทยาลัย เพื่อขอสอบอนุมัติหัวข้อและโครง
รา่ งดุษฎนี ิพนธ์

ประกาศ ณ วันท่ี ๑๐ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๔

(พระมหาสมจนิ ต์ สมฺมาปญฺโญ)
คณบดบี ณั ฑติ วิทยาลัย

มคอ. หลักสตู รพุทธศาสตรดุษฎีบณั ฑิต สาขาวชิ าวิปสั สนาภาวนา ๑๕๘

ประกาศบณั ฑิตวิทยาลัย
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลัย
เรื่อง กำหนดการพิจารณาหัวข้อและอนุมัตโิ ครงรา่ งดษุ ฎนี ิพนธ์

เพื่อการดำเนนิ การพจิ ารณาหวั ข้อและอนุมัตโิ ครงร่างดุษฎีนิพนธ์ มีช่วงระยะเวลาทีแ่ นน่ อน
อันจะทำให้นิสิตผู้ประสงค์จะขออนุมัติหัวข้อและโครงร่าง ดุษฎีนิพนธ์สามารถวางแผนจัดทำได้
สอดคล้องกบั ช่วงระยะเวลาทีป่ ระชุมคณะกรรมการ เพอ่ื พจิ ารณาหวั ข้อและโครงร่างดุษฎีนิพนธ์ จึง
ประกาศกำหนดการไว้เป็นแนวปฏิบตั ดิ ังน้ี

คร้งั ที่ ๑ วันท่ี ๒๐ – ๒๘ กมุ ภาพันธ์ ของทุกปี
คร้งั ท่ี ๒ วนั ที่ ๒๐ – ๓๑ พฤษภาคม ของทกุ ปี
คร้งั ที่ ๓ วันที่ ๒๐ – ๓๑ สิงหาคม ของทุกปี
ครั้งท่ี ๔ วันท่ี ๒๐ – ๓๐ พฤศจิกายน ของทุกปี

ทง้ั นี้ ตง้ั แตบ่ ดั นีเ้ ป็นต้นไป

ประกาศ ณ วันท่ี ๒๖ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๔๙

(พระศรสี ิทธมิ นุ ี)
รกั ษาการคณบดี
ประธานคณะกรรมการประจำบณั ฑิตวทิ ยาลยั

มคอ. หลักสตู รพุทธศาสตรดุษฎบี ณั ฑิต สาขาวชิ าวิปสั สนาภาวนา ๑๕๙

ประกาศบัณฑิตวิทยาลัย
มหาวิทยาลัยมหาจฬุ าลงกรณราชวิทยาลัย
เรื่อง กำหนดรายวชิ าใหน้ สิ ิตคฤหสั ถศ์ ึกษาเพิ่มเติม

เพื่อให้การจัดการศึกษาหลักสูตรพุทธศาสตรมหาบัณฑิต สำหรับคฤหัสถ์ เป็นไปด้วยความ
เรียบร้อย มีประสิทธิภาพ บรรลุตามวัตถุประสงค์และนโยบายของมหาวิทยาลัยจึงสมควรกำหนด
รายวชิ าบาลี ใหศ้ ึกษาเพมิ่ เติม

อาศัยมติที่ประชุมคณะกรรมการประจำบัณฑิตวิทยาลัย ในคราวประชุมครั้งที่ ๒/๒๕๔๙
เมื่อวันอังคารที่ ๒๐ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๔๙ จึงให้ยกเลิกประกาศบัณฑิตวิทยาลัย เรื่อง กำหนด
รายวชิ าให้นิสิตคฤหสั ถ์ศึกษาเพม่ิ เติม ลงวันที่ ๒๖ เมษายน พ.ศ. ๒๕๔๘ และกำหนดรายวชิ าบาลี ให้
ศกึ ษาเพิ่มเติม ดังน้ี

๑. วิชา ๑๐๒ ๓๐๒ การใช้ภาษาบาลี ๑ (๓) (๓-๐-๖)
Usage of Pali I

๒. วชิ า ๑๐๒ ๓๐๖ การใช้ภาษาบาลี ๒ (๓) (๓-๐-๖)
Usage of Pali II

ให้รายวิชาเหล่านี้เป็นรายวิชาเรียนเสริมโดยไม่นับหน่วยกิตและแสดงผลการเรียนด้วย
สญั ลกั ษณ์ S หรอื U

นิสิตที่สอบได้เปรียญธรรมหรือบาลีศึกษาตั้งแต่ประโยค ป.ธ.๓ ขึ้นไป หรือสำเร็จการศึกษา
ท้งั น้ี ต้งั แต่ปกี ารศึกษา ๒๕๔๙ เป็นต้นไป

ประกาศ ณ วนั ท่ี ๒๗ มิถุนายน พทุ ธศักราช ๒๕๔๙

(พระมหาสมจนิ ต์ สมมฺ าปญโฺ ญ)
คณบดีบัณฑิตวทิ ยาลยั

มคอ. หลักสตู รพทุ ธศาสตรดุษฎีบณั ฑิต สาขาวิชาวปิ สั สนาภาวนา ๑๖๐

ข้อบังคบั มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
วา่ ดว้ ยการศึกษาระดับบัณฑิตศกึ ษา พุทธศักราช ๒๕๔๑ (ฉบับที่ ๔)

แก้ไขเพม่ิ เตมิ พุทธศกั ราช ๒๕๕๓
---------------------

เพื่อใหก้ ารบรหิ ารจัดการเกี่ยวกบั การศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา ของมหาวทิ ยาลยั มหาจุฬาลง
กรณราชวิทยาลัย ดำเนินไปด้วยความเรียบร้อย มีประสิทธิภาพ และบรรลุวัตถุประสงค์ตาม
นโยบายของมหาวิทยาลัย

อาศยั อำนาจตามความในมาตรา ๑๙ (๒) แหง่ พระราชบัญญัติมหาวิทยาลยั มหาจุฬาลงกรณ
ราชวิทยาลัย พ.ศ. ๒๕๔๐ และมติสภามหาวิทยาลัย ในคราวประชุมครั้งที่ ๑/๒๕๕๓ เมื่อวัน
พฤหัสบดีที่ ๑๘ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๓ จึงแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ
ราชวทิ ยาลัย วา่ ด้วยการศกึ ษาระดบั บณั ฑิตศกึ ษา พ.ศ. ๒๕๔๑ ดังตอ่ ไปน้ี

ข้อ ๑ ข้อบังคับนี้ เรียกว่า “ข้อบังคับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ว่าด้วย
การศกึ ษาระดบั บณั ฑติ ศกึ ษา พทุ ธศกั ราช ๒๕๔๑ (ฉบับท่ี ๔) แกไ้ ขเพมิ่ เตมิ พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๓”

ขอ้ ๒ ให้ใชข้ ้อบงั คับนกี้ บั นิสิตท่ีรับเขา้ ศึกษา ตัง้ แต่ปีการศกึ ษา ๒๕๕๓ เปน็ ต้นไป
ขอ้ ๓ ใหย้ กเลิกข้อความในข้อ ๓๐ แหง่ ข้อบงั คับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
วา่ ดว้ ยการศกึ ษาระดับบัณฑิตศึกษา พุทธศกั ราช ๒๕๔๑ และใหใ้ ชข้ ้อความต่อไปนแ้ี ทน

“ขอ้ ๓๐ คณุ สมบตั ขิ องผสู้ ำเร็จการศึกษา
๓๐.๑ มีเวลาศกึ ษาไม่น้อยกว่าและไม่เกนิ กว่าท่กี ำหนดไว้ในข้อ ๑๑
๓๐.๒ ได้ศึกษารายวิชาต่าง ๆ ครบถ้วนและถูกต้องตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ใน

หลักสตู ร
๓๐.๓ ได้หน่วยกติ สะสมไม่น้อยกวา่ ทก่ี ำหนดไว้ในหลักสูตร
๓๐.๔ ไดค้ ่าระดบั เฉลย่ี สะสมไม่ต่ำกว่า ๓.๐๐ จากระบบ ๔ แตม้
๓๐.๕ ได้ระดับไม่ต่ำกว่า B ในรายวิชาบังคับและรายวิชาเอกทุกรายวิชาและได้
ระดับ S ในกรณที ห่ี ลักสูตรกำหนดให้วดั ผลเป็น S หรือ U
๓๐.๖ สอบผา่ นการประเมนิ ผลดุษฎนี ิพนธ์ และส่งดษุ ฎีนพิ นธ์ฉบบั สมบูรณ์ตามท่ี
มหาวิทยาลัยกำหนด

มคอ. หลักสตู รพทุ ธศาสตรดุษฎีบณั ฑิต สาขาวิชาวปิ สั สนาภาวนา ๑๖๑

๓๐.๗ ดุษฎีนิพนธ์ในหลักสูตรพุทธศาสตรมหาบัณฑิต จะต้องได้รับการตีพิมพ์
หรืออยา่ งนอ้ ยดำเนนิ การให้ท้ังหมดหรือสว่ นหนึ่งของดษุ ฎีนิพนธ์ได้รับการ
ยอมรับให้ตีพิมพ์ในวารสารหรือสิ่งพิมพ์ทางวิชาการ หรือเสนอต่อที่
ประชุมวิชาการทมี่ ีรายงานการประชมุ (proceeding)

๓๐.๘ ดุษฎีนิพนธ์ในหลักสูตรพุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต จะต้องได้รับการตีพิมพ์
หรืออยา่ งน้อยดำเนินการใหท้ ั้งหมดหรือส่วนหนึง่ ของดุษฎีนิพนธ์ได้รับการ
ยอมรับให้ตีพิมพใ์ นวารสารหรือส่ิงพิมพท์ างวิชาการที่มีกรรมการภายนอก
ร่วมกลัน่ กรองกอ่ นการตพี ิมพ์ (Pre-review) และเป็นทยี่ อมรับ”

ประกาศ ณ วันที่ ๒๖ มนี าคม พทุ ธศักราช ๒๕๕๓

(พระธรรมสธุ )ี
นายกสภามหาวิทยาลยั มหาจฬุ าลงกรณราชวิทยาลยั

มคอ. หลักสตู รพทุ ธศาสตรดษุ ฎบี ณั ฑติ สาขาวิชาวิปสั สนาภาวนา ๑๖๒

ข้อบังคับมหาวทิ ยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลยั
ว่าดว้ ยการศกึ ษาระดบั บณั ฑติ ศกึ ษา (ฉบับท่ี ๕)
พุทธศักราช ๒๕๕๓

-----------------------

โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงบางส่วนของข้อบังคับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราช
วิทยาลัย ว่าด้วยการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา พุทธศักราช ๒๕๔๑ (ฉบับที่ ๔) แก้ไขเพิ่มเติม
พุทธศกั ราช ๒๕๕๓ ใหม้ คี วามเหมาะสมมากยิง่ ขน้ึ

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๙ (๒) แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยมหาจฬุ าลง
กรณ ราชวิทยาลัย พ.ศ. ๒๕๔๐ และมติสภามหาวิทยาลัย ในคราวประชุมครั้งที่ ๔/
๒๕๕๓ เมือ่ วนั พฤหัสบดี ท่ี ๑๗ มถิ นุ ายน ๒๕๕๓ จงึ ออกขอ้ บังคับไว้ ดังตอ่ ไปน้ี

ข้อ ๑ ข้อบังคับนี้เรียกว่า “ข้อบังคับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยว่าด้วย
การศึกษาระดบั บัณฑติ ศกึ ษา (ฉบบั ท่ี ๕ แกไ้ ขเพ่มิ เตมิ พุทธศกั ราช ๒๕๕๓)”

ข้อ ๒ ใหใ้ ช้ขอ้ บังคบั น้ีกับนิสติ เขา้ ศกึ ษา ต้ังแต่ปีการศกึ ษา ๒๕๕๓ เป็นต้นไป
ข้อ ๓ ให้ยกเลิกข้อความในข้อ ๒ แห่งข้อบังคับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราช
วิทยาลยั
วา่ ด้วยการศกึ ษาระดับบณั ฑติ ศกึ ษา พทุ ธศักราช ๒๕๔๑ (ฉบับที่ ๔) แกไ้ ขเพม่ิ เตมิ พทุ ธศกั ราช
๒๕๕๓
และใหใ้ ชข้ อ้ ความต่อไปนแ้ี ทน

“ข้อ ๒ ให้ใช้ข้อบังคับบีก้ ับนิสิตทีร่ ับเข้าศึกษา ตั้งแต่ปีการศึกษา ๒๕๔๙ เป็นตน้
ไป”

ประกาศ ณ วันที่ ๑๕ กรกฎาคม พุทธศกั ราช ๒๕๕๓

มคอ. หลกั สตู รพทุ ธศาสตรดษุ ฎีบณั ฑติ สาขาวิชาวปิ ัสสนาภาวนา ๑๖๓

(พระธรรมสธุ ี)
นายกสภามหาวทิ ยาลยั มหาจฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลยั

มคอ. หลักสตู รพุทธศาสตรดษุ ฎบี ณั ฑติ สาขาวชิ าวิปสั สนาภาวนา ๑๖๔

มคอ. หลักสตู รพุทธศาสตรดษุ ฎบี ณั ฑติ สาขาวชิ าวิปสั สนาภาวนา ๑๖๕

มคอ. หลักสตู รพุทธศาสตรดษุ ฎบี ณั ฑติ สาขาวชิ าวิปสั สนาภาวนา ๑๖๖

มคอ. หลักสตู รพุทธศาสตรดษุ ฎบี ณั ฑติ สาขาวชิ าวิปสั สนาภาวนา ๑๖๗

มคอ. หลักสตู รพุทธศาสตรดษุ ฎบี ณั ฑติ สาขาวชิ าวิปสั สนาภาวนา ๑๖๘

มคอ. หลักสตู รพุทธศาสตรดษุ ฎบี ณั ฑติ สาขาวชิ าวิปสั สนาภาวนา ๑๖๙

มคอ. หลักสตู รพุทธศาสตรดษุ ฎบี ณั ฑติ สาขาวชิ าวิปสั สนาภาวนา ๑๗๐

มคอ. หลักสตู รพุทธศาสตรดษุ ฎบี ณั ฑติ สาขาวชิ าวิปสั สนาภาวนา ๑๗๑

มคอ. หลักสตู รพุทธศาสตรดษุ ฎบี ณั ฑติ สาขาวชิ าวิปสั สนาภาวนา ๑๗๒

มคอ. หลักสตู รพุทธศาสตรดษุ ฎบี ณั ฑติ สาขาวชิ าวิปสั สนาภาวนา ๑๗๓

มคอ. หลักสตู รพุทธศาสตรดษุ ฎบี ณั ฑติ สาขาวชิ าวิปสั สนาภาวนา ๑๗๔

มคอ. หลักสตู รพุทธศาสตรดษุ ฎบี ณั ฑติ สาขาวชิ าวิปสั สนาภาวนา ๑๗๕

มคอ. หลักสตู รพุทธศาสตรดษุ ฎบี ณั ฑติ สาขาวชิ าวิปสั สนาภาวนา ๑๗๖

มคอ. หลักสตู รพุทธศาสตรดษุ ฎบี ณั ฑติ สาขาวชิ าวิปสั สนาภาวนา ๑๗๗

มคอ. หลักสตู รพุทธศาสตรดษุ ฎบี ณั ฑติ สาขาวชิ าวิปสั สนาภาวนา ๑๗๘

มคอ. หลักสตู รพุทธศาสตรดษุ ฎบี ณั ฑติ สาขาวชิ าวิปสั สนาภาวนา ๑๗๙

มคอ. หลักสตู รพุทธศาสตรดษุ ฎบี ณั ฑติ สาขาวชิ าวิปสั สนาภาวนา ๑๘๐

มคอ. หลักสตู รพุทธศาสตรดษุ ฎบี ณั ฑติ สาขาวชิ าวิปสั สนาภาวนา ๑๘๑


Click to View FlipBook Version