The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หลักสูตรพุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาพระพุทธศาสนา ebook

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by mcu pali, 2021-04-26 11:44:59

หลักสูตรพุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาพระพุทธศาสนา ebook

หลักสูตรพุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาพระพุทธศาสนา ebook

Keywords: หลักสูตรพุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาพระพุทธศาสนา ebook

รายละเอียดของหลกั สตู รพทุ ธศาสตรดษุ ฎบี ณั ฑติ
สาขาวชิ าพระพทุ ธศาสนา หลกั สตู รใหม่ พ.ศ.๒๕๖๒

สาหรบั บรรพชติ และคฤหสั ถ์
แบบ ๑.๑ และแบบ ๒.๑

ช่ือสถาบนั อดุ มศกึ ษา มหาวิทยาลัยมหาจฬุ าลงกรณราชวิทยาลัย
วทิ ยาเขต/คณะ/ภาควชิ า วทิ ยาเขตบาฬีศกึ ษาพทุ ธโฆส นครปฐม

หมวดที่ ๑ ข้อมลู ทว่ั ไป

๑. รหัสและช่อื หลกั สูตร : พุทธศาสตรดุษฎบี ณั ฑิต สาขาวชิ าพระพุทธศาสนา
ชอ่ื หลกั สูตรภาษาไทย : Doctoral Programme in Buddhist Studies
ช่ือหลกั สูตรภาษาอังกฤษ
: พทุ ธศาสตรดุษฎีบณั ฑติ (พระพุทธศาสนา)
๒. ชอื่ ปรญิ ญาและสาขาวิชา : Doctor of Philosophy (Buddhist Studies)
ช่อื เต็มภาษาไทย : พธ.ด. (พระพทุ ธศาสนา)
ชื่อเต็มภาษาองั กฤษ : Ph.D. (Buddhist Studies)
ช่ือยอ่ ภาษาไทย
ชอ่ื ย่อภาษาอังกฤษ

๓. วิชาเอก
สาขาวชิ าพระพทุ ธศาสนา (Buddhist Studies)

๔. จานวนหนว่ ยวิชาที่เรียนตลอดหลักสูตร
๔.๑ หลักสตู รแบบ ๑.๑ จานวน ๕๔ หน่วยกิต หลักสูตรทาดุษฎีนิพนธ์อย่างเดียว โดยต้องศึกษา

รายวิชาไมน่ ับหนว่ ยกิตอย่างนอ้ ย ๕ รายวิชา
๔.๒ หลักสูตรแบบ ๒.๑ จานวน ๕๔ หน่วยกิต หลักสูตรเน้นวิจัยเข้าห้องเรียนและทาดุษฎีนิพนธ์

โดยทาวิยานิพนธ์ ๓๖ หน่วยกิต ศึกษารายวิชา ๑๘ หน่วยกิต และรายวิชาไม่นับหน่วยกิตอย่างน้อย ๕
รายวิชา

๕. รูปแบบของหลกั สตู ร
๕.๑ รปู แบบ
หลักสูตรระดับปรญิ ญาเอก หลักสูตร ๓ ปี เปน็ หลักสูตรระดบั ดษุ ฎบี ณั ฑติ แบบ ๑.๑ และ แบบ

๒.๑ ให้มรี ะยะเวลาศึกษาไม่น้อยกว่า ๖ ภาคการศึกษาปกติ และไม่เกิน ๑๐ ภาคการศึกษาปกติ ในระบบ
ทวิภาคหรือให้มีระยะเวลาไม่น้อยกว่า ๖ ภาคการศึกษาปกติ และไม่เกิน ๑๕ ภาคการศึกษาปกติในระบบ

มคอ.๒ หลกั สูตรพทุ ธศาสตรดุษฎีบณั ฑิต สาขาวิชาพระพทุ ธศาสนา / ๒

ไตรภาค
๕.๒ ภาษาทใ่ี ช้
ภาษาไทยหรือภาษาองั กฤษ
๕.๓ การรบั เขา้ ศกึ ษา
รับนิสติ ชาวไทยและนสิ ติ ต่างประเทศ
๕.๔ ความรว่ มมอื กบั สถาบนั อื่น
เป็นหลกั สูตรเฉพาะของสถาบนั
๕.๕ การใหป้ รญิ ญาแกผ่ สู้ าเรจ็ การศกึ ษา
ใหป้ รญิ ญาเพียงสาขาวิชาเดยี ว คือ พุทธศาสตรดุษฎบี ัณฑิต สาขาวชิ าพระพุทธศาสนา

๖. สถานภาพของหลกั สตู ร
๖.๑ หลักสตู รใหม่ พ.ศ. ๒๕๖๒
๖.๒ เร่ิมใชใ้ นภาคการศึกษาท่ี ๑ ปกี ารศึกษา ๒๕๖๓ เป็นต้นไป
๖.๓ สภาวิชาการ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เห็นชอบในการประชุม คร้ังท่ี............ /

๒๕๖๒ เมื่อวนั ที่ ...........เดือน....................... พ.ศ.๒๕๖๒
๖.๔ สภามหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย อนุมัติในการประชุม คร้ังท่ี............ /๒๕๖๒ เมื่อ

วันท่ี ...........เดอื น....................... พ.ศ.๒๕๖๒

๗. ความพรอ้ มในการเผยแพรห่ ลกั สูตรที่มีคณุ ภาพและมาตรฐาน
หลักสูตรมีความพร้อมในการเผยแพร่ว่าเป็นหลักสูตรท่ีมีคุณภาพและมาตรฐานตามกรอบมาตรฐาน

คณุ วฒุ ิระดับอดุ มศกึ ษาแหง่ ชาติในปกี ารศึกษา ๒๕๖๖ (หลังจากเปดิ สอนหลักสูตรเปน็ เวลา ๓ ปี)

๘. อาชพี ที่สามารถประกอบได้หลงั สาเร็จการศึกษา
๘.๑ อาจารย์ประจาสาขาวิชาพระพทุ ธศาสนาและปรัชญา ในสถาบันอุดมศึกษาท้งั ภาครฐั และเอกชน
๘.๒ นกั วชิ าการด้านการศกึ ษาและพระพุทธศาสนา
๘.๓ นักวิจยั ทางพระพุทธศาสนา
๘.๔ ท่ีปรกึ ษาท้ังองค์กรภาครฐั และเอกชนเช่น ราชบณั ฑติ นักเจรจา เป็นตน้
๘.๕ นักพฒั นาสงั คม เช่น วิปสั สนาจารย์ วทิ ยากรอบรมคณุ ธรรมจริยธรรม
๘.๖ นกั วชิ าการอสิ ระ
๘.๗ นักพฒั นาด้านกิจการคณะสงฆ์ เชน่ พระสังฆาธกิ าร
๘.๘ ประกอบอาชพี เดมิ ของตน เชน่ แพทย์ นักธรุ กจิ โดยนาแนวคดิ และกระบวนการทางพระพุทธศาสนา

ไปสรา้ งความเปล่ยี นแปลงในวิชาชพี นัน้ ๆ

๙. ชื่อ สกุล เลขประจาตวั บัตรประชาชนตาแหน่งและคุณวุฒขิ องอาจารยผ์ รู้ ับผดิ ชอบหลักสตู ร

ตาแหนง่ ชอื่ - นามสกลุ คณุ วฒุ /ิ สาขาวชิ า สถาบนั ทสี่ าเรจ็ ปที ส่ี าเรจ็

มคอ.๒ หลกั สูตรพทุ ธศาสตรดุษฎีบณั ฑิต สาขาวิชาพระพทุ ธศาสนา / ๓

ตาแหนง่ ชื่อ- นามสกลุ คณุ วฒุ /ิ สาขาวชิ า สถาบนั ทสี่ าเรจ็ ปที สี่ าเรจ็
รอง พระเทพสวุ รรณเมธี,รศ.ดร. พธ.ด. (พระพทุ ธศาสนา) มหาวิทยาลยั มหาจฬุ าฯ
ศาสตราจารย์ ศศ.ม. (ภาษาสนั สกฤต) มหาวทิ ยาลยั ศลิ ปากร ๒๕๕๘
[สชุ าติ กิตตฺ ปิ ญฺโ (หวลจิตต)์ ] พธ.บ. (ปรัชญา) มหาวทิ ยาลยั มหาจฬุ าฯ ๒๕๔๖
(ภาษาสนั สกฤต) ๒๕๓๕
๓ ๑๓๐๔ ๐๐๑๓๐ ๗๙ ๗

อาจารย์ ดร.สพุ ชิ ฌาย์ พรพิชณรงค์ พธ.ด. (พระพุทธศาสนา) มหาวทิ ยาลัยมหาจุฬาฯ ๒๕๕๗
๓ ๑๐๒๐ ๐๑๖๗๐ ๘๖ ๒ ศน.ม. (พทุ ธศาสน์ศกึ ษา) มหาวิทยาลัยมหามกฏุ ฯ
บธ.ม. (บรหิ ารธรุ กิจ) สถาบนั บณั ฑิตพัฒนฯ (นดิ ้า) ๒๕๕๓
ศศ.บ. (ภาษาไทย) ๒๕๔๓
มหาวทิ ยาลยั รามคาแหง ๒๕๓๐

อาจารย์ ดร.นวลวรรณ พูนวสพุ ลฉัตร พธ.ด. (พระพทุ ธศาสนา) มหาวทิ ยาลยั มหาจุฬาฯ ๒๕๕๖
๓ ๔๐๙๙ ๐๐๖๔๓ ๔๔ ๖ M.A. (Applied Western Michigan
University, USA ๒๕๓๓
Economics) มหาวทิ ยาลยั ขอนแก่น ๒๕๒๘
วท.บ. (พยาบาลและ

ผดงุ ครรภ์)

๑๐. สถานทีจ่ ัดการเรียนการสอน
มหาวิทยาลยั มหาจฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลัย วิทยาเขตบาฬีศึกษาพุทธโฆส นครปฐม
หมู่ที่ ๒ ซอยวัดมหาสวัสด์ิ ถนนศาลายา-นครชยั ศรี ตาบลหอมเกร็ด อาเภอสามพราน
จังหวัดนครปฐม ๗๓๑๑๐

๑๑. สถานการณภ์ ายนอกหรือการพัฒนาทจี่ าเป็นต้องนามาพจิ ารณาในการวางแผนหลกั สูตร

๑๑.๑ สถานการณ์หรอื การพัฒนาทางเศรษฐกจิ
ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ ๑๒ (พ.ศ. ๒๕๖๐ – ๒๕๖๔) ได้กาหนด

วิสัยทัศน์หนึ่งในหลาย ๆ ข้อ คือ มุ่งสร้างคุณภาพชีวิตและสุขภาวะที่ดีสาหรับคนไทย พัฒนาคนให้มีความ
เป็นคนที่สมบูรณ์มีวินัยใฝ่รู้ มีความรู้ มีทักษะ มีความคิดสร้างสรรค์ มีทัศนคติที่ดีรับผิดชอบต่อสังคม มี
จริยธรรมและคณุ ธรรม เปน็ ตน้ โดยกาหนดเป็นกรอบวสิ ัยทัศนว์ า่ “ประเทศมีความมั่นคง ม่ังคั่ง ยั่งยืน เป็น
ประเทศพัฒนาแลว้ ดว้ ยการพัฒนาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง”

เศรษฐกิจตามแนวพระพุทธศาสนาหรือพุทธเศรษฐศาสตร์กาลังเป็นท่ีต้องการของสังคม
เพราะสามารถนามาประยกุ ต์แก้ปัญหาเศรษฐกจิ ในระบบทนุ นยิ มในยคุ วัตถุนิยมได้ กรอปกับประเทศไทยได้
พัฒนาเศรษฐกิจควบคู่กับการพัฒนาประเทศเพื่อเตรียมความพร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ประกอบกับ
การไหลบ่าของวัฒนธรรมตะวันตก ทาให้สังคมไทยในปัจจุบันเป็นสังคมวัตถุนิยม ประชาชนแข่งขันกันใน
เรอื่ งวัตถุอย่างเดยี วไม่คานึงถึงดา้ นจติ ใจ วตั ถุนยิ มไดล้ ดทอนคณุ คา่ ทางด้านจติ ใจของมนุษย์ทาให้การพัฒนา

มคอ.๒ หลกั สูตรพทุ ธศาสตรดุษฎีบณั ฑิต สาขาวชิ าพระพทุ ธศาสนา / ๔

เศรษฐกิจไม่เสถียร การพัฒนามนุษย์ในสังคมจะต้องพัฒนาทั้งร่างกายและจิตใจด้วยการนาหลักธรรมทาง
พระพทุ ธศาสนาไปประยกุ ต์ใช้กับตนเอง องคก์ ร ชุมชน และประเทศชาติ

การพัฒนาหลักสูตรทั้งในและนอกระบบจึงมีความจาเป็นต้องทาให้หลากหลายมีเป้าหมาย
สอดคลอ้ งกับพฒั นาการและบูรณาการเรื่องศีลธรรม ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม เป็นการสร้างความรู้ ความ
เขา้ ใจใน รากเหง้าของวัฒนธรรมทีด่ ีของชาติ และเรียนรู้การอยรู่ ่วมกนั อย่างสงบสุข

๑๑.๒ สถานการณห์ รือการพฒั นาทางสงั คมและวฒั นธรรม
การเลอ่ื นไหลของวฒั นธรรมตา่ งชาติท่ีเข้าสู่ประเทศไทยผ่านส่ือและเทคโนโลยีสารสนเทศ

ทาให้ประสบปัญหาวิกฤตค่านิยม จริยธรรม และพฤติกรรมเชื่อมโยงถึงการดาเนินชีวิต ความประพฤติ
ความคิด ทัศนคติและคุณธรรมของคนในสังคม ประกอบกับสถาบันทางสังคม เช่น สถาบันครอบครัว
สถาบันศาสนาและสถาบันการศึกษาได้ดาเนินบทบาทตามภาระหน้าที่ยังไม่ครอบคลุม สถาบันการศึกษา
ให้ความสาคัญกับการพัฒนาคุณธรรมของผู้เรียนไม่มากเท่าท่ีควรสถาบันศาสนายั งไม่สามารถพัฒนา
บุคลากรยังซึ่งมีอยู่มากมายไม่เต็มที่ และขาดความสอดคล้องกับภาวะปัจจุบัน ดังนั้นจึงควรมีหลักสูตรการ
เรียนการสอนที่แสดงรากเหง้าวัฒนธรรมไทยท่ีมีความหลากหลายโดดเด่น พัฒนาบุคลากรทางศาสนาให้มี
ความรู้ครอบคลุมทางด้านวัฒนธรรมศาสนาสามารถรักษาสืบทอดเผยแผ่ พระพุทธศาสนาได้อย่างมี
ประสิทธภิ าพ

ประเทศไทยและเพ่ือนบ้านกาลังก้าวเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซ่ียนอย่างเต็มตัวในปี
๒๕๕๘ ซ่ึงอาเซียนมีแผนงานการจัดตั้งประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน ครอบคลุมถึงเรื่องการ
ปราบปรามยาเสพตดิ การพัฒนาชนบท การขจัดความยากจน ส่ิงแวดล้อม การศึกษา วัฒนธรรม สตรี
สาธารณสุข โรคเอดส์ และเยาวชนเปน็ ตน้ ซ่ึงจะเป็นกลไกสาคัญเพ่ือการบรรลุจุดมุ่งหมาย ๔ ด้านคือ (๑)
การสร้างประชาคมแห่งสังคมท่ีเอื้ออาทร (๒) แก้ไขผลกระทบต่อสังคมอันเน่ืองมาจากการรวมตัวทาง
เศรษฐกิจ (๓) ส่งเสริมความย่ังยืนของสิ่งแวดล้อม และการจัดการดูแลส่ิงแวดล้อมอย่างถูกต้อง (๔)
สง่ เสรมิ ความเขา้ ใจระหวา่ งประชาชนในระดับรากหญ้า การเรียนรูป้ ระวตั ศิ าสตร์และวฒั นธรรม

มหาวิทยาลัยได้พิจารณาเห็นความสาคัญในประเด็นดังกล่าว จึงได้พัฒนาหลักสูตร ให้มี
เน้อื หาวชิ าทีส่ ามารถประยุกต์หลกั พทุ ธธรรมมาใชใ้ นการบรหิ ารจดั การเพอ่ื รองรับความเป็นประชาคมสังคม
และวัฒนธรรม ในด้านพัฒนาสงั คมมนุษย์ มนษุ ยก์ ับสิง่ แวดลอ้ ม และวัฒนธรรมแห่งความเอื้ออาทรต่อกัน
ของคนในสังคม

๑๒. ผลกระทบจากขอ้ ๑๑ ต่อการพฒั นาหลกั สตู รและความเกยี่ วข้องกบั พนั ธกจิ ของมหาวิทยาลยั

๑๒.๑ การพฒั นาหลักสตู ร
ท่ามกลางกระแสโลกาภวิ ัฒน์ จาเป็นต้องวางแผนและพฒั นาหลกั สูตรให้สอดคล้องกับแผน

ยุทธศาสตร์การพัฒนาคุณภาพคนและสังคมไทยสู่สังคมแห่งภูมิปัญญาและการเรียนรู้ ที่บูรณาการเรื่อง
ศีลธรรม ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม เป็นการสร้างความรู้ ความเข้าใจในหลักคาสอนทางพระพุทธศาสนาท่ี
เป็นรากเหง้าแห่งวัฒนธรรมของสังคมไทย โดยการเรียนรู้และวิจัยสร้างองค์ความรู้ใหม่จากบาลี

มคอ.๒ หลกั สูตรพทุ ธศาสตรดุษฎีบณั ฑิต สาขาวิชาพระพทุ ธศาสนา / ๕

พระไตรปิฎก
ระบบเศรษฐกิจตามแนวพระพุทธศาสนาหรือพุทธเศรษฐศาสตร์กาลังเป็นท่ีต้องการทาง

สังคมเพราะสามารถแก้ไขปัญหาทางสังคมได้ และสถานการณ์ด้านสังคมและวัฒนธรรมแห่งการพัฒนาใน
เชิงพุทธถูกลดคุณค่าและกาลังลืมเลือน ภายใต้สถานการณ์ของระบบโลกที่ผันผวนและเปล่ียนแปลงอย่าง
รวดเร็วอยูต่ ลอดเวลา เพ่อื ใหท้ ันต่อกระแสการเปลีย่ นแปลงของสังคมและวัฒนธรรม และรองรับกับแนวคิด
และหลักการพฒั นาสงั คมในประชาคมอาเซียน

ดังนั้น หลกั สูตรพุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาพระพุทธศาสนา จึงได้มุ่งพัฒนาทรัพยากร
มนุษย์ให้มีความรู้เท่าทันต่อการเผชิญสถานการณ์ใหม่ๆ ที่ท้าทายต่อการดาเนินชีวิตของมนุษย์ให้มีความ
เขา้ ใจเหตุและผล ทง้ั น้เี พื่อสรา้ งบคุ ลากรทีม่ ีความร้คู วามสามารถในการนาหลกั ธรรมทางพระพุทธศาสนาไป
ใช้กับตนเองและผู้อ่ืนอย่างลึกซึ้ง และสามารถประยุกต์ใช้อย่างสอดคล้องกับเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม
และจติ วญิ ญาณ ในระดบั สากล

๑๒.๒ ความเก่ียวข้องกับพันธกิจของสถาบนั

เป็นหลักสูตรการเรียนการสอนการวิจัยคัมภีร์พระพุทธศาสนา พระไตรปิฎก โดยมุ่งเน้น
สร้างองค์ความรู้ในการรักษาสืบทอดและเผยแผ่หลักพุทธธรรม มุ่งพัฒนาบุคลากรของสถาบันศาสนาให้มี
ความรคู้ วามสามารถในการสอนธรรมนาปฏบิ ัติ จงึ สอดคล้องกบั พนั ธกจิ ของสถาบันการศึกษา มหาวิทยาลัย
มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลยั คือ ผลิตบัณฑิต วิจัยและพัฒนา ส่งเสริมพระพุทธศาสนาบริการวิชาการแก่
สังคม และทานุบารุงศลิ ปวฒั นธรรม

เป้าหมายของหลักสูตรเพื่อการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ โดยการพัฒนาระดับบุคคลไปสู่
ระดับองค์กรและสังคมซึง่ อยู่บนพ้นื ฐานของพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
ซ่ึงเป็นพันธกิจของมหาวิทยาลัย คือ “ผลิตบัณฑิต วิจัยและพัฒนา ส่งเสริมพระพุทธศาสนาและบริการ
วิชาการแก่สังคม และทานุบารุงศิลปวัฒนธรรม”และมุ่งผลิตบัณฑิตให้สอดคล้องกับเอกลักษณ์และอัต
ลักษณ์ของมหาวิทยาลัยคือ บริการวิชาการด้านพระพุทธศาสนา และประยุกต์พระพุทธศาสนาเพ่ือพัฒนา
จิตใจและสงั คม และอตั ลักษณ์บณั ฑิตคือมีศรทั ธาอทุ ิศตนเพือ่ พระพุทธศาสนา

๑๓. ความสัมพันธ์กบั หลักสูตรอื่นในสถาบัน
๑๓.๑ ความสัมพันธ์ระหว่างคณะ มหาวิทยาลัยเป็นมหาวิทยาลัยทางพระพุทธศาสนา มีการศึกษา

พระพุทธศาสนาเป็นแกนหลัก คณะต่างๆ จึงมีความสัมพันธ์ท้ังโครงสร้างหลักสูตรและเน้ือหาการศึกษา
การบริหารหลักสูตรได้มีการเชิญอาจารย์จากคณะพุทธศาสตร์ สังคมศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์ และ
คณะครุศาสตร์ มาพัฒนาพิจารณาปรับปรุงเนื้อหาให้เหมาะสม และเชิญบรรยาในรายวิชาท่ีเกี่ยวกับพุทธ
ศาสนากับศาสตร์สมัยใหม่ และการประยุกต์พุทธธรรมมาใช้ในการบริหารจัดการด้านรัฐศาสตร์ จิตวิทยา
ศาสนาเปรียบเทยี บ และการบริหารการศึกษา

มคอ.๒ หลกั สูตรพทุ ธศาสตรดุษฎีบณั ฑิต สาขาวิชาพระพทุ ธศาสนา / ๖

๑๓.๒ การบริหารจัดการหลักสูตร
๑๓.๒.๑ โครงการหลักสูตรพุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต (พธ.ด.) สาขาวิชาพระพุทธศาสนา มี

รูปแบบการบริหารหลักสูตร โดยการแต่งต้ังคณะกรรมการบริหารโครงการหลักสูตร ผู้อานวยการหลักสูตร
อาจารยผ์ ู้รบั ผดิ ชอบหลักสตู ร อาจารย์ประจาหลกั สูตร และเลขานกุ ารหลกั สตู ร

๑๓.๒.๒ มอบหมายให้คณะกรรมการบริหารหลักสูตรพุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต (พธ.ด.)
สาขาวิชาพระพุทธศาสนา ควบคุมการดาเนินการเกี่ยวกับการจัดการเรียนการสอนเพ่ือให้เป็นไปตาม
ข้อกาหนดรายวิชา

๑๓.๒.๓ แตง่ ต้ังผูป้ ระสานงานหลักสูตร ทาหน้าท่ีประสานงานกับอาจารย์จากคณะอ่ืน และ
สาขาวิชาอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ตลอดท้ังอาจารย์ผู้สอนเพื่อพิจารณาแนวสังเขปประจาวิชาและรายละเอียด
ประจาวชิ า การจัดการเรียนการสอน การวัดผลและการประเมินผลการเรยี น

๑๓.๒.๔ การบริหารหลกั สตู ร เป็นไปตามมติ ประกาศ กฎ ระเบียบว่าดว้ ยการจดั การศึกษา
ระดับบัณฑติ ศกึ ษา มตสิ ภาวชิ าการ สภามหาวทิ ยาลัย สอดคลอ้ งกับเกณฑ์และมาตรฐานการศึกษาแหง่ ชาติ

หมวดที่ ๒
ขอ้ มลู เฉพาะของหลกั สตู ร

๑. ปรชั ญา ความสาคญั และวตั ถปุ ระสงค์ของหลกั สตู ร

๑.๑ ปรชั ญาของหลกั สตู ร
เรียนรู้และเข้าใจพุทธศาสน์อย่างถูกต้อง วิเคราะห์บาลีพระไตรปิฎก จัดระบบองค์ความรู้

ประยุกตใ์ ช้และเผยแผพ่ ระสทั ธรรม บูรณาการกับศาสตร์สมัยใหม่ มีจิตมั่นคงเป็นกัลยาณมิตรทาประโยชน์
ตนและคนอืน่ อย่างเหมาะสม

๑.๒ ความสาคัญของหลักสูตร

เปน็ หลกั สตู รที่แสดงถึงความเป็นมหาวิทยาลัยสงฆ์จัดการศึกษาพระพุทธศาสนาด้านปริยัติ ปฏิบัติ
และปฏิเวธ และประยุกต์พระพุทธศาสนาเพื่อพัฒนาจิตใจและสังคมและพระพุทธศาสนาถือเป็นสถาบัน
หลักของประเทศไทย เป็นรากฐานวัฒนธรรมประเพณีของชาติ เป็นเบ้าหล่อหลอมจิตของประชาชน และ
พระพุทธศาสนาถือว่ามนุษย์เป็นผู้ท่ีสามารถพัฒนาจิตปัญญาให้เป็นคนประเสริฐได้ หลักสูตรพุทธศาสตร
ดุษฎีบัณฑิตสาขาวิชาพระพุทธศาสนามีความจาเป็นต่อการพัฒนาดังกล่าวเพ่ือสร้างนักวิชาการด้าน
พระพุทธศาสนา สร้างนักวิจัยด้านพระพุทธศาสนา แสวงหาองค์ความรู้ใหม่โดยมีพระพุทธศาสนาเป็นฐาน
คดิ ให้ผู้เรียนเป็นผ้ทู ี่ทนั กับการเปลีย่ นแปลงของสังคมและมีคณุ ธรรมและจริยธรรม

มคอ.๒ หลกั สูตรพทุ ธศาสตรดุษฎีบณั ฑิต สาขาวิชาพระพทุ ธศาสนา / ๗

๑.๓ วัตถุประสงคข์ องหลกั สูตร
๑.๓.๑ เพ่ือผลิตพุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต ให้มีความรู้ความเข้าใจพระไตรปิฎกและคัมภีร์

พระพุทธศาสนาอื่นอย่างละเอียดลึกซ้ึงท้ังด้านทฤษฎีและการปฏิบัติ และสามารถบูรณาการเข้ากับศาสตร์
สมยั ใหมไ่ ดอ้ ยา่ งเหมาะสม

๑.๓.๒ เพื่อผลิตพุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต ให้มีความใฝ่รู้ มีความคิดสร้างสรรค์ สามารถวิเคราะห์
สังเคราะห์ ตัดสินใจในการศึกษาวิจัยหลักพุทธธรรมในเชิงวิชาการ เพื่อพัฒนาองค์ความรู้ใหม่ทาง
พระพทุ ธศาสนา

๑.๓.๓ เพื่อผลิตพุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต ให้เป็นผู้มีคุณธรรมจริยธรรมอันดีงาม มีศรัทธาพร้อม
อุทิศตนเพ่ือพระพุทธศาสนา สามารถประยุกต์พุทธธรรมเพื่อพัฒนาชีวิตและสังคมและประสานประโยชน์
ตนและคนอนื่ อย่างถูกต้องเหมาะสม

๒. แผนพฒั นาปรบั ปรงุ

คาดวา่ จะดาเนนิ การใหแ้ ลว้ เสรจ็ ครบถ้วนภายในรอบปกี ารปรับปรงุ หลักสูตร (๔ ปี)

แผนการพฒั นา/ กลยทุ ธ์ หลกั ฐาน/ตวั บ่งช้ี

เปลย่ี นแปลง

- จดั ทาและปรับปรุง - พัฒนาหลักสูตรทกุ ๔ ปี มเี อกสาร แผนงาน และงานวิจยั

หลกั สูตรให้มาตรฐานไม่ - ติดตามประเมินหลักสูตร เกย่ี วกบั การวิจยั และพฒั นาหลกั สูตร

ต่ากว่าท่สี กอ. กาหนด อยา่ งสมา่ เสมอ

- ปรบั ปรุงหลักสูตรให้ - ติดตามความเปลย่ี นแปลง - รายงานผลความพึงพอใจของผู้เรียน

สอดคลอ้ งกบั ความ และความต้องการของสังคม ต่อความรแู้ ละความทันสมยั ของ

ต้องการของคณะสงฆ์ ภาครฐั และเอกชน หลกั สตู ร

องค์กรภาครฐั และเอกชน - เพ่ิมศักยภาพของหลักสตู ร - รายงานผลการประเมนิ ความพงึ

โดยการจัดสมั มนา ประชมุ พอใจของผู้ใชบ้ ัณฑติ

และนาความคดิ รวมทงั้

เทคโนโลยีใหม่ ๆ มาใช้

- พัฒนาบคุ ลากรด้านการ - สนบั สนนุ ใหม้ กี ารวจิ ัยด้าน - ปรมิ าณงานวชิ าการของอาจารย์ใน

เรียนการสอนและบริการ คัมภีรแ์ ละการบริการ หลักสูตร

วิชาการ ให้มี วชิ าการ - จานวนกจิ กรรมบริการวิชาการของ

มคอ.๒ หลกั สูตรพทุ ธศาสตรดุษฎีบณั ฑิต สาขาวชิ าพระพทุ ธศาสนา / ๘

ประสบการณจ์ ากคัมภีร์ - สง่ เสริมและนาผลการวจิ ัย อาจารย์และนสิ ติ
พระพุทธศาสนาในการ จากคัมภีรไ์ ปประยุกตใ์ ช้ใน - ใบประกาศเกยี รตคิ ณุ ทไ่ี ดร้ บั จาก
พัฒนาการเรยี นการสอน การเรียนการสอนการศึกษา
พระพุทธศาสนา การบรกิ ารวชิ าการ

หมวดที่ ๓
ระบบการจดั การศกึ ษา การดาเนนิ การ และโครงสร้างหลกั สตู ร

๑. ระบบการจัดการศกึ ษา

๑.๑ ระบบ
๑.๑.๑ หลักสูตรพุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาพระพุทธศาสนา จัดการศึกษาระบบ

ทวิภาค โดยแบ่งเวลาการศึกษาในแต่ละปีการศึกษาออกเป็น ๒ ภาคการศึกษาปกติ แต่ละภาคการศึกษามี
เวลาศึกษาไม่นอ้ ยกวา่ ๑๕ สัปดาห์ และอาจจัดการศกึ ษาภาคฤดูร้อนได้อีก ๑ ภาค มีเวลาศึกษาไม่น้อยกว่า
๖ สัปดาห์ โดยกาหนดระเบียบว่าด้วยการศึกษาภาคฤดูร้อนตามเกณฑ์มาตรฐานหลักสูตรระดับ
บัณฑิตศึกษา และข้อบังคับ ระเบียบ ประกาศของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย และบัณฑิต
วทิ ยาลยั

๑.๑.๒ นิสิตต องสอบผ านการสอบวัดคุณสมบัติตามข อบังคับระเบียบประกาศของ
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย และบัณฑติ วิทยาลยั

๑.๑.๓ นิสิตต้องสอบผ่านภาษาอังกฤษจากสถาบันภาษา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราช
วิทยาลัย (LIMCU) หรือสถาบันภาษาอ่ืนท่ีมหาวิทยาลัยกาหนด และเลือกสอบภาษาต่างประเทศอีก ๑
ภาษา คือ ภาษาบาลี ภาษาสันสกฤต ภาษาเยอรมัน ภาษาญ่ีปุ่น ภาษาจีน หรือภาษาฝรั่งเศส นิสิตชาว
ต่างประเทศท่ีจบการศึกษาระดับปริญญาโทจากสถาบันการศึกษาในต่างประเทศ สามารถเลือกภาษาไทย
เป็นภาษาต่างประเทศได้

๑.๑.๔ ระบบการศึกษาในเรื่องอ่ืนๆ ให นาขอบังคับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราช

มคอ.๒ หลกั สูตรพทุ ธศาสตรดุษฎีบณั ฑิต สาขาวิชาพระพทุ ธศาสนา / ๙

วิทยาลัยวาดวยการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา พ.ศ.๒๕๔๑ และฉบับแกไขเพ่ิมเติม พ.ศ.๒๕๔๙ (ภาคผนวก
ข) มาใชโดยอนุโลม

๑.๒ การจัดการศึกษาภาคฤดูรอ้ น ข้นึ อยู่กบั คณะกรรมการประจาหลักสูตร
อาจจัดการศึกษาภาคฤดูร้อนได้อีก ๑ ภาคการศึกษา มีระยะเวลาศึกษาไม่น้อยกว่า ๖ สัปดาห์

และจะกาหนดระเบียบว่าด้วยการศึกษาภาคฤดูร้อนท่ีไม่ขัดแย้งกับข้อบังคับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ
ราชวทิ ยาลัย ว่าดว้ ยการศกึ ษาระดับบัณฑิตศึกษา

๑.๓ การเทียบเคียงหนว่ ยกิตในระบบทวภิ าค
๑.๓.๑ รายวชิ าภาคทฤษฎีทีก่ าหนดใหน้ สิ ิตฟงั การบรรยายสปั ดาหล์ ะ ๑ ชั่วโมงและศึกษานอกเวลา

อีกไม่น้อยกวา่ สัปดาหล์ ะ ๓ ช่วั โมงตลอดภาคการศึกษาให้มีค่าเท่ากบั ๑ หนว่ ยกิต
๑.๓.๒ รายวิชาที่นิสิตใช้เวลาปฏิบัติการอภิปรายหรือสัมมนาสัปดาห์ละ ๒ ถึง ๓ ชั่วโมงและเม่ือ

รวมเวลาศึกษานอกเวลาแล้วนสิ ติ ใชเ้ วลาไมน่ อ้ ยกว่าสปั ดาหล์ ะ ๑ ช่ัวโมงตลอดภาคการศึกษาให้มีค่าเท่ากับ
๑หน่วยกิต

๑.๓.๓ รายละเอยี ดอ่นื ๆ ใดทเ่ี ก่ียวกับระยะเวลาการศึกษา ให้นาข้อบังคับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลง
กรณราชวทิ ยาลัย วา่ ดว้ ยการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา มาใช้โดยอนุโลม

๒. การดาเนินการหลักสูตร

๒.๑ วัน-เวลาในการดาเนินการเรียนการสอน ทั้งน้ีให้เป็นไปตามประกาศ
แบง่ เปน็ ภาคการศกึ ษาดังนี้

ภาคการศกึ ษาท่ี ๑ เดือนมถิ ุนายน – ตุลาคม
ภาคการศึกษาท่ี ๒ เดอื นพฤศจกิ ายน– มนี าคม
ภาคฤดูร้อน เดอื นเมษายน - พฤษภาคม
เรียนวันเวลาปกติ วันจันทร์ – ศุกร์ และวันเสาร์ – อาทิตย์
มหาวิทยาลยั

๒.๒ คุณสมบตั ขิ องผเู้ ขา้ ศกึ ษา
๒.๒.๑ คณุ สมบตั ิของผู้เข้าศึกษาในหลักสูตร แบบ ๑.๑ (เน้นการวิจัยโดยมีการทาดุษฎีนิพนธ์อย่าง
เดียว)
๑) ต้องเป็นผสู้ าเร็จการศกึ ษาระดับปริญญามหาบณั ฑิตหรือเทียบเท่าจากมหาวิทยาลัยหรือสถาบัน
ทสี่ ภามหาวทิ ยาลยั รบั รอง
๒) ต้องไดร้ บั คา่ ระดับเฉล่ียสะสมในระดับปริญญาโท ไม่ต่ากว่า ๓.๕๐ จากระบบ ๔ แต้ม ยกเว้นผู้
มีประสบการณ์ทางานติดต่อกันเป็นเวลาไม่น้อยกว่า ๒ ปี นับแต่สาเร็จการศึกษาหรือผลงานทางวิชาการที่
คณะกรรมการประจาบณั ฑติ วิทยาลยั เหน็ ชอบ

มคอ.๒ หลกั สูตรพทุ ธศาสตรดุษฎีบณั ฑิต สาขาวชิ าพระพทุ ธศาสนา / ๑๐

๓) มผี ลการสอบภาษาองั กฤษไดต้ ามเกณฑท์ ่ีมหาวิทยาลยั กาหนด และ
๔) คณะกรรมการบริหารหลักสตู รพิจารณาเห็นสมควรใหมสี ทิ ธเิ ขาศึกษาในแบบ ๑.๑ ได
๕) ไมเคยถูกลงโทษใหพนสภาพการเปนนสิ ิตบณั ฑติ วทิ ยาลัย มหาวิทยาลัยมหาจุฬา
ลงกรณราชวทิ ยาลยั

๒.๒.๒ คณุ สมบัติของผู้เขา้ ศึกษาในหลักสูตร แบบ ๒.๑ (เน้นการวิจัยโดยมีการทาดุษฎีนิพนธ์และมี
การเรยี นการสอน)

๑) ตอ้ งเป็นผู้สาเร็จการศึกษาระดับปริญญามหาบณั ฑติ หรือเทียบเท่าจากมหาวิทยาลัยหรือสถาบัน
ทส่ี ภามหาวิทยาลัยรับรอง

๒) ต้องได้รับคา่ ระดับเฉล่ียสะสมในระดับปริญญาโท ไม่ต่ากว่า ๓.๕๐ จากระบบ ๔ แต้ม ยกเว้นผู้
มีประสบการณ์ทางานติดต่อกันเป็นเวลาไม่น้อยกว่า ๒ ปี นับแต่สาเร็จการศึกษาหรือผลงานทางวิชาการท่ี
คณะกรรมการประจาบัณฑิตวทิ ยาลัยเหน็ ชอบ และคณะกรรมการบริหารหลักสูตรพิจารณาเห็นสมควรใหมี
สิทธเิ ขาศกึ ษาได

๓) มีผลการสอบภาษาอังกฤษไดต้ ามเกณฑท์ ่ีมหาวทิ ยาลัยกาหนด และ
๔) ไมเคยถูกลงโทษใหพนสภาพการเปนนิสิตบณั ฑิตวิทยาลยั มหาวิทยาลยั มหาจุฬา
ลงกรณราชวิทยาลยั

๒.๓ วธิ คี ดั เลอื กผู้เขา้ ศกึ ษา
บัณฑิตวิทยาลัยจะดาเนินการคัดเลือกผู้เข้าศึกษา โดยพิจารณาแต่งตั้งคณะกรรมการสอบ

คัดเลือกผ้สู มคั รเขา้ ศกึ ษา ในแต่ละปีการศึกษา โดยมหี ลักเกณฑ์ดังต่อไปน้ี
๑) ผู้สมัครต้องเสนอหัวข้อและโครงร่างวิทยานิพนธ์ที่มีความเป็นไปได้ มีรายละเอียด เนื้อหา

ครอบคลุมประเดน็ ดงั ต่อไปน้ี
๑. ช่อื หัวข้อวิทยานิพนธ์
๒. รายชื่อคณะกรรมการควบคมุ วทิ ยานพิ นธท์ ีต่ อบรบั แล้ว
๓. ความเปน็ มาและความสาคญั ของปญั หา
๔. วตั ถุประสงค์ของการวิจัย
๕.ทบทวนเอกสารและงานวจิ ยั ที่เก่ยี วขอ้ ง
๖. วิธดี าเนินการวิจัย
๗. ประโยชน์ทีค่ าดวา่ จะไดร้ ับ
๘. โครงสรา้ งวทิ ยานิพนธ์ (สารบญั ช่วั คราว)
๙. บรรณานกุ รมและเชงิ อรรถ
๑๐. ประวัติผู้วิจัย

๒) ผสู้ มัครต้องผา่ นการสอบขอ้ เขียนวดั ความรู้ตามท่บี ัณฑิตวทิ ยาลยั กาหนด
๓) ผู้สมัครต้องผ่านการสอบสัมภาษณ์ในเนื้อหาโครงร่างวิทยานิพนธ์และความรู้ความสามารถ

มคอ.๒ หลกั สูตรพทุ ธศาสตรดุษฎีบณั ฑิต สาขาวชิ าพระพทุ ธศาสนา / ๑๑

ดา้ นอนื่ ๆ ตามทบ่ี ณั ฑติ วิทยาลยั กาหนด
๔) ผู้สอบเขา้ ได้ตามประกาศของบัณฑิตวิทยาลัย ต้องเข้ารายงานตัวตามวัน เวลา และสถานท่ีที่

บัณฑติ วิทยาลยั กาหนด

๒.๔ ปัญหาของนิสติ แรกเข้า และ ๒.๕ กลยทุ ธใ์ นการดาเนินการเพ่อื แก้ไขปัญหา/ข้อจากดั ของนิสิต

ปญั หาของนสิ ติ แรกเขา้ กลยทุ ธใ์ นการดาเนนิ การแก้ไขปญั หา

- ขาดความเขา้ ใจพน้ื ฐานในพระพทุ ธศาสนา - ส่งเสริมให้คณาจารย์แต่ละวิชา บูรณาการความรู้ด้าน

- ขาดทักษะการวิจัยทั้งเชิงคุณภาพและเชิง พระไตรปิฎก พระพุทธศาสนา ภาษาอังกฤษ ภาษาบาลี

ปรมิ าณ และการวจิ ยั เขา้ ในรายวิชาท่รี บั ผดิ ชอบ

- ขาดทกั ษะการใช้ภาษาอังกฤษ - จัดโครงการคลินิกวิทยานิพนธ์ โดยการจัดอบรมพิเศษ

- ขาดทักษะการใชภ้ าษาบาลี เกี่ยวกับการเขียนโครงร่างการวิจัยและการจัดทาเอกสาร

- ขาดความเข้าใจเก่ียวกับพระไตรปิฎกและ ค่มู อื เก่ยี วกบั การเขยี นงานวิจยั ทางพระพุทธศาสนา

พระพุทธศาสนา - จัดให้มีการเรยี นการสอนรายวิชาศึกษาเพ่ิมเติม เพื่อปรับ

- ข า ด ค ว า ม เ ข้ า ใ จ เ ก่ี ย ว กั บ ก า ร เ ขี ย น พ้นื ฐานความรู้

โครงการวจิ ยั โครงร่างวิทยานพิ นธ์

๒.๖ แผนการรบั นสิ ติ และจานวนผสู้ าเรจ็ การศกึ ษาในระยะเวลา ๕ ปี

๒.๖.๑ แผนการรับนิสิต แบบ ๑.๑

ชนั้ ปี จานวนนสิ ติ (รปู /คน) ๒๕๖๗
ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๓ ๒๕๖๔ ๒๕๖๕ ๒๕๖๖ ๕

ชัน้ ปที ี่ ๑ ๕๕๕ ๕ ๕
๑๕
ชนั้ ปีที่ ๒ - ๕๕ ๕

ชั้นปีที่ ๓ - -๕๕

รวม ๕ ๑๐ ๑๕ ๑๕

จานวนที่คาดว่าจะสาเร็จ - -๕ ๕
การศกึ ษา (รปู /คน)

๒.๖.๒ แผนการรบั นสิ ติ แบบ ๒.๑

มคอ.๒ หลกั สูตรพทุ ธศาสตรดุษฎีบณั ฑิต สาขาวชิ าพระพทุ ธศาสนา / ๑๒

ช้ันปี ๒๕๖๓ จานวนนสิ ติ (รปู /คน) ๒๕๖๗
ปี การศึกษา ๒๐ ๒๕๖๔ ๒๕๖๕ ๒๕๖๖ ๒๐
- ๒๐ ๒๐ ๒๐ ๒๐
ช้ันปที ี่ ๑ - ๒๐ ๒๐ ๒๐ ๒๐
๒๐ ๖๐
ช้ันปีท่ี ๒ - ๒๐ ๒๐
- ๔๐ ๖๐ ๖๐ ๒๐
ชั้นปที ่ี ๓
- ๒๐ ๒๐
รวม

จ า น ว น ที่ ค า ด ว่ า จ ะ จ บ
(รปู /คน)

๒.๗ งบประมาณตามแผน

๒.๗.๑ งบประมาณรายรบั หลักสตู รแบบ ๑.๑ (หน่วย : บาท)

รายละเอยี ดรายรบั ประมาณรายรบั ในปงี บประมาณ (พ.ศ.)
๒๕๖๓ ๒๕๖๔ ๒๕๖๕ ๒๕๖๖ ๒๕๖๗

คา่ ข้นึ ทะเบยี นนสิ ิตใหม่ ๑๒,๕๐๐ ๑๒,๕๐๐ ๑๒,๕๐๐ ๑๒,๕๐๐ ๑๒,๕๐๐

ค่าธรรมเนยี มการศกึ ษา ๑๓๔,๐๐๐ ๒๘๐,๕๐๐ ๔๒๗,๐๐๐ ๔๒๗,๐๐๐ ๔๒๗,๐๐๐

ค่าลงทะเบียนหนว่ ยกติ ๓๑๕,๐๐๐ ๖๓๐,๐๐๐ ๙๔๕,๐๐๐ ๙๔๕,๐๐๐ ๙๔๕,๐๐๐

ค่าบารงุ การศึกษา ๖๐,๐๐๐ ๑๒๐,๐๐๐ ๑๘๐,๐๐๐ ๑๘๐,๐๐๐ ๑๘๐,๐๐๐

เงินอุดหนนุ จากรัฐบาล (ตอ่ คน) - - - - -

รวม ๕๒๑,๐๐๐ ๑,๐๔๓,๐๐๐ ๑,๕๖๔,๕๐๐ ๑,๕๖๔,๕๐๐ ๑,๕๖๔,๕๐๐

มคอ.๒ หลกั สูตรพทุ ธศาสตรดุษฎีบณั ฑิต สาขาวิชาพระพทุ ธศาสนา / ๑๓

๒.๗.๒ งบประมาณรายรบั หลกั สตู รแบบ ๒.๑ (หนว่ ย : บาท)

รายละเอยี ดรายรบั ประมาณรายรบั ในปงี บประมาณ (พ.ศ.)
๒๕๖๓ ๒๕๖๔ ๒๕๖๕ ๒๕๖๖ ๒๕๖๗

ค่าข้ึนทะเบียนนิสติ ใหม่ ๕๐,๐๐๐ ๕๐,๐๐๐ ๕๐,๐๐๐ ๕๐,๐๐๐ ๕๐,๐๐๐

ค่าธรรมเนียมการศึกษา ๗๔๖,๐๐๐ ๑,๕๔๒,๐๐๐ ๒,๓๓๘,๐๐๐ ๒,๓๓๘,๐๐๐ ๒,๓๓๘,๐๐๐

ค่าลงทะเบยี นหน่วยกิต ๑,๐๘๐,๐๐๐ ๒,๑๖๐,๐๐๐ ๓,๒๔๐,๐๐๐ ๓,๒๔๐,๐๐๐ ๓,๒๔๐,๐๐๐

ค่าบารุงการศกึ ษา ๒๔๐,๐๐๐ ๔๘๐,๐๐๐ ๗๒๐,๐๐๐ ๗๒๐,๐๐๐ ๗๒๐,๐๐๐

เงินอุดหนุนจากรฐั บาล(ต่อคน) - - - - -

รวม ๒,๑๑๖,๐๐๐ ๔,๒๓๒,๐๐๐ ๖,๓๔๘,๐๐๐ ๖,๓๔๘,๐๐๐ ๖,๓๔๘,๐๐๐

๒.๗.๓ งบประมาณรายจา่ ย หลกั สตู รแบบ ๑.๑ และแบบ ๒.๑ (หนว่ ย : บาท)

รายละเอยี ดรายจา่ ย ประมาณรายรบั ในปงี บประมาณ (พ.ศ.)
๒๕๖๓ ๒๕๖๔ ๒๕๖๕ ๒๕๖๖ ๒๕๖๗

งบดาเนินการ ๑,๒๗๘,๐๐๐ ๑,๗๒๒,๐๐๐ ๒,๐๖๖,๐๐๐ ๒,๐๖๖,๐๐๐ ๒,๐๖๖,๐๐๐

- ค่าตอบแทนบุคลากรประจาสาย

สนับสนุน (๑ คน x ๑๒,๐๐๐ บาท ๑๔๔,๐๐๐ ๒๘๘,๐๐๐ ๔๓๒,๐๐๐ ๔๓๒,๐๐๐ ๔๓๒,๐๐๐

x ๑๒ เดือน)

- ค่าตอบแทนวิทยากร อาจารย์

พเิ ศษ ๕๐๐,๐๐๐ ๕๐๐,๐๐๐ ๕๐๐,๐๐๐ ๕๐๐,๐๐๐ ๕๐๐,๐๐๐

คา่ เดินทาง คา่ ท่ีพัก

- ค่าตอบแทนคณะกรรมการสอบ

ดุ ษ ฎี นิ พ น ธ์ ผู้ ต ร ว จ รู ป แ บ บ ๓๓๔,๐๐๐ ๓๓๔,๐๐๐ ๓๓๔,๐๐๐ ๓๓๔,๐๐๐ ๓๓๔,๐๐๐

ผู้ตรวจบทคดั ยอ่ ภาษาอังกฤษ

- ค่าจัดซอ้ื หนังสือและวารสาร ๑๐๐,๐๐๐ ๒๐๐,๐๐๐ ๒๐๐,๐๐๐ ๒๐๐,๐๐๐ ๒๐๐,๐๐๐

- คา่ ดาเนินการและบริหารหลกั สูตร ๒๐๐,๐๐๐ ๔๐๐,๐๐๐ ๖๐๐,๐๐๐ ๖๐๐,๐๐๐ ๖๐๐,๐๐๐

งบลงทนุ ๑๐๐,๐๐๐ ๒๐๐,๐๐๐ ๒๐๐,๐๐๐ ๒๐๐,๐๐๐ ๒๐๐,๐๐๐

- คา่ ครภุ ัณฑ์ ๑๐๐,๐๐๐ ๒๐๐,๐๐๐ ๒๐๐,๐๐๐ ๒๐๐,๐๐๐ ๒๐๐,๐๐๐

งบพัฒนาบุคลากร ๑๐๐,๐๐๐ ๒๐๐,๐๐๐ ๒๐๐,๐๐๐ ๒๐๐,๐๐๐ ๒๐๐,๐๐๐

รวม ๑,๔๗๘,๐๐๐ ๒,๑๒๒,๐๐๐ ๒,๔๖๖,๐๐๐ ๒,๔๖๖,๐๐๐ ๒,๔๖๖,๐๐๐

หมายเหตุ: มีบุคลากรสายสนบั สนุนประจาหลกั สูตร ๑ รปู หรอื คน

มคอ.๒ หลกั สูตรพทุ ธศาสตรดุษฎีบณั ฑิต สาขาวิชาพระพทุ ธศาสนา / ๑๔

๒.๘ ระบบการศึกษา
เปน็ แบบช้ันเรียน ใช้ระบบทวิภาคโดยแบ่งเวลาการศึกษาออกเป็น ๒ ภาคการศึกษาปกติคือภาค

การศกึ ษาที่ ๑ และภาคการศกึ ษาท่ี ๒ แต่ละภาคการศึกษามเี วลาศกึ ษาไมน่ ้อยกว่า ๑๕ สปั ดาห์
ซึ่งเป็นไปตามข้อบังคับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ว่าด้วยการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา
พ.ศ.๒๕๔๑ และฉบบั แก้ไขเพ่ิมเติม พ.ศ.๒๕๔๙

๒.๙ การเทียบโอนหนว่ ยกิตรายวิชา และการลงทะเบียนขา้ มสถาบนั
เป็นไปตามข้อบังคับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ว่าด้วยการศึกษาระดับ

บณั ฑิตศึกษา พ.ศ.๒๕๔๑ และฉบับแก้ไขเพ่มิ เติม พ.ศ.๒๕๔๙ และ พ.ศ.๒๕๕๘ (ฉบับท่ี๖)

๓. หลกั สูตรและอาจารย์ผูส้ อน
๓.๑ หลักสูตร
๓.๑.๑ จานวนหนว่ ยกิต
จานวนหน่วยกิตตลอดหลกั สูตร ๕๔ หนว่ ยกติ ใชร้ ะยะเวลาในการศึกษาตลอด

หลกั สตู ร อยา่ งนอ้ ย ๖ ภาคการศกึ ษาปกติ และอยา่ งมากไม่เกิน ๑๒ ภาคการศึกษาปกติ (๖ ปี)
๑) หลักสูตรแบบ ๑.๑ ทาดุษฎีนิพนธ์จานวน ๕๔ หน่วยกิต ตลอดหลักสูตร เป็น

หลักสูตรทาดษุ ฎีนพิ นธ์อยา่ งเดียว โดยต้องศึกษารายวชิ าไม่นบั หน่วยกติ อยา่ งนอ้ ย ๕ รายวิชา
๒) หลกั สูตรแบบ ๒.๑ ศกึ ษารายวชิ ารวม ๑๘ หนว่ ยกิตและทาดษุ ฎีนพิ นธ์จานวน

๓๖ หน่วยกิต ตลอดหลักสตู ร และศึกษารายวชิ าทีไ่ มน่ ับหน่วยกติ อย่างน้อย ๕ รายวิชา

๓.๑.๒ โครงสรา้ งหลกั สูตร

โครงสร้างหลักสูตร เป็นแบบ ๑.๑ และแบบ ๒.๑ โดยแบ่งหมวดวิชาตามท่ี

กาหนดไว้ในเกณฑม์ าตรฐานหลักสูตรระดบั บณั ฑิตศึกษา พ.ศ. ๒๕๕๘ ดงั นี้

หมวดวชิ า จานวนหนว่ ยกติ จานวนหนว่ ยกติ
แบบ ๑.๑ แบบ ๒.๑

๑. หมวดวิชาบงั คับ

๑.๑ นบั หนว่ ยกิต ๖

๑.๒ ไมน่ บั หน่วยกิต (๙) (๙)

๒. หมวดวชิ าเอก

๒.๑ นับหน่วยกิต ๖

๒.๒ ไม่นบั หนว่ ยกิต (๖) (๖)

๓. หมวดวิชาเลอื ก - ๖

๔. ดุษฎีนพิ นธ์ ๕๔ ๓๖

รวมท้งั สนิ ๕๔ (๑๕) ๕๔ (๑๕)

มคอ.๒ หลกั สูตรพทุ ธศาสตรดุษฎีบณั ฑิต สาขาวชิ าพระพทุ ธศาสนา / ๑๕

หมายเหต:ุ รายวิชาใน ( ) นิสติ ตอ้ งเรยี นโดยไม่นบั หนว่ ยกิต

๓.๑.๓ รายวชิ าในหลักสูตร

คาอธบิ ายรหสั วชิ า
ความหมายของเลขรหัสประจารายวิชาในหลักสูตรพุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิตสาขาวิชา
พระพทุ ธศาสนา ประกอบดว้ ยเลข ๖ หลัก มีความหมายดงั นี้
๑. เลข ๘ ตวั ทห่ี นงึ่ หมายถงึ หลักสูตรพทุ ธศาสตรดษุ ฎีบัณฑติ
๒. เลขตัวที่ ๒ - ๓ หมายถึงสาขาวิชา เริ่มต้ังแต่ ๐๑ ไปถึง ๙๙ ในทุกหลักสูตรโดยให้นับเลข
ตามลาดับสาขาวิชา และเลข ๐๐ หมายถึง หลายสาขาวิชาในหลักสูตรนั้นบังคับให้ศึกษารายวิชา
เหมอื นกนั
๓. เลขตัวที่ ๔ หมายถงึ ช้นั ปที จี่ ัดใหม้ กี ารศึกษา ตง้ั แตภ่ าคการศึกษาท่ี ๑ เปน็ ต้นไป
๔. เลขตัวที่ ๕ และ ๖ หมายถึง ลาดับรายวิชาในแต่ละหลักสูตร เร่ิมต้ังแต่ ๐๑ ไปถึง ๙๙และ
เลข ๐๐ หมายถงึ ดษุ ฎีนพิ นธ์

๑) หลกั สูตรแบบ ๑.๑

หลกั สูตร แบบ ๑.๑ จานวน ๕๔ หน่วยกติ หลกั สูตรทาดษุ ฎีนพิ นธอ์ ย่างเดียว โดยตอ้ งศกึ ษา

รายวิชาไม่นบั หน่วยกติ อยา่ งน้อย ๕ รายวิชา

(๑) วชิ าบังคบั (แบบไมน่ ับหน่วยกิต)

๘๐๑ ๑๐๑ สัมมนาพระไตรปฎิ กและอรรถกถา (๓) (๓-๐-๖)

Seminar on the Tipitaka and Its Commentaries

๘๐๐ ๑๐๒ พระพุทธศาสนากับศาสตร์แหง่ การตคี วาม (๓) (๓-๐-๖)

Buddhism and Hermeneutics

๘๐๑ ๒๐๓ ระเบยี บวิธีวจิ ัยชัน้ สงู ทางพระพุทธศาสนา (๓) (๓-๐-๖)

Advanced Research Methodology in Buddhism

(๒) วิชาเอก (แบบไม่นับหน่วยกิต)

๘๐๑ ๒๐๗ สมั มนาหลักพุทธธรรม (๓) (๓-๐-๖)

Seminar on the on Buddhamma

๘๐๑ ๒๐๘ สมั มนาพระพทุ ธศาสนากบั วทิ ยาการสมยั ใหม่ (๓) (๓-๐-๖)

Seminar on Buddhism and Modern Sciences

๘๐๑ ๓๐๙ พระพุทธศาสนากบั ศาสตรแ์ ห่งการใชเ้ หตุผล (๓) (๓-๐-๖)

Buddhism and Reasoning Sciences

มคอ.๒ หลกั สูตรพทุ ธศาสตรดุษฎีบณั ฑิต สาขาวิชาพระพทุ ธศาสนา / ๑๖

(๓) ดษุ ฎีนพิ นธ์

๘๐๐ ๓๐๐ ดษุ ฎีนพิ นธ์ ๕๔ หน่วยกติ

Dissertation

๒) รายวชิ าหลกั สตู ร แบบ ๒.๑

หลักสตู รแบบ ๒.๑ จานวน ๕๔ หน่วยกติ เปน็ หลักสูตรเน้นวจิ ยั เขา้ หอ้ งเรยี นและทาดุษฎีนพิ นธ์ โดย

ทาวิยานิพนธ์ ๓๖ หน่วยกิต ศกึ ษารายวิชา ๑๘ หนว่ ยกติ รายวชิ าไม่นบั หนว่ ยกิตอย่างน้อย ๕ รายวิชา

(๑) วิชาบงั คบั แบบนบั หนว่ ยกติ

๘๐๑ ๑๐๑ สมั มนาพระไตรปฎิ กและอรรถกถา ๓ (๓-๐-๖)

Seminar on the Tipitaka and Its Commentaries

๘๐๐ ๑๐๒ พระพทุ ธศาสนากบั ศาสตร์แหง่ การตคี วาม ๓ (๓-๐-๖)

Buddhism and Hermeneutics

(๒) วิชาบงั คบั แบบไมน่ ับหนว่ ยกิต

๘๐๑ ๒๐๓ ระเบยี บวธิ ีวิจัยชั้นสงู ทางพระพุทธศาสนา (๓) (๓-๐-๖)

Advanced Research Methodology in Buddhism

๘๐๑ ๑๐๔ สมั มนาพระพุทธศาสนากับวิชาชีพ (๓) (๓-๐-๖)

Buddhism and Profession

๘๐๑ ๑๐๕ สมั มนาพระไตรปิฎกและงานนิพนธ์ (๓) (๓-๐-๖)

Seminar on the Tipitakaand Literary Works

๘๐๒ ๓๐๖ วปิ สั สนากรรมฐาน (๓) (๓-๓-๖)

Insight Meditation

๘๐๐ ๒๐๔ ภาษาอังกฤษ (๓) (๓-๐-๖)

English

๘๐๐ ๔๐๑ สมั มนางานวจิ ยั และวทิ ยานิพนธ์ (๓) (๓-๐-๖)

Seminar on Research and Thesis

(๓) วิชาเอก ๖ หน่วยกิตนิสิตต้องศึกษาวิชาเอกพระพุทธศาสนา ๖ หน่วยกิตและศึกษาวิชาท่ี

กาหนดใหเ้ พ่มิ เตมิ อกี ๑ รายวชิ า คือ

ก. วิชาเอกแบบนับหนว่ ยกิต

๘๐๑ ๒๐๗ สมั มนาหลักพุทธธรรม ๓ (๓-๐-๖)

Seminar on the on Buddhamma

๘๐๑ ๒๐๘ สัมมนาพระพุทธศาสนากบั วทิ ยาการสมยั ใหม่ ๓ (๓-๐-๖)

Seminar on Buddhism and Modern Sciences

ข. วิชาเอกแบบไมน่ บั หนว่ ยกิต

มคอ.๒ หลกั สูตรพทุ ธศาสตรดุษฎีบณั ฑิต สาขาวิชาพระพทุ ธศาสนา / ๑๗

๘๐๑ ๒๑๒ สัมมนาพระพุทธศาสนากับการพฒั นาทย่ี งั่ ยืน (๓) (๓-๐-๖)
๘๐๑ ๓๐๙ Seminar on Buddhism and Sustainable Development
พระพุทธศาสนากับศาสตร์แหง่ การใชเ้ หตผุ ล (๓) (๓-๐-๖)
Buddhism and Reasoning Sciences

(๔) วิชาเลือก นสิ ติ ตอ้ งเลอื กศกึ ษาจากรายวิชาทีก่ าหนดให้ไม่นอ้ ยกว่า ๖ หน่วยกิต

๘๐๑ ๒๑๐ ศกึ ษาอสิ ระในศาสนศกึ ษา ๓ (๓-๐-๖)

Independent Study in Religious Studies

๘๐๑ ๒๑๑ สัมมนาพุทธจรยิ ศาสตรป์ ระยกุ ต์ ๓ (๓-๐-๖)

Seminar on Applied Buddhist Ethics

๘๐๑ ๒๑๓ สมั มนาพระพุทธศาสนากับสตรนี ิยม ๓ (๓-๐-๖)

Seminar on Buddhism and Feminism

๘๐๑ ๒๑๔ พระพทุ ธศาสนาในวรรณคดไี ทย ๓ (๓-๐-๖)

Buddhism in Thai Literatures

๘๐๑ ๓๑๕ จติ รกั ษากบั การปรึกษาเชิงพุทธ ๓ (๓-๐-๖)

Buddhist Psychotherapy and Counseling

๘๐๑ ๓๑๖ พระพุทธศาสนากับสงั คมผสู้ งู อายุ ๓ (๓-๐-๖)

Seminar on Buddhism and Aged Society

๘๐๑ ๓๑๗ สัมมนาพระพุทธศาสนากับเศรษฐกิจพอเพยี ง ๓ (๓-๐-๖)

Seminar on Buddhism and Sufficiency Economy

๘๐๑ ๓๑๘ สัมมนาพระพทุ ธศาสนาเพือ่ สังคม ๓ (๓-๐-๖)

Seminar on Socially Engaged Buddhism

๘๐๑ ๓๑๙ สมั มนาพระอภธิ รรมปิฎก ๓ (๓-๐-๖)

Seminar on AbhidhammaPitaka

๘๐๑ ๓๒๐ พระพุทธศาสนากบั ประชาคมอาเซยี น ๓ (๓-๐-๖)

Buddhism and ASEAN Community

(๕) ดุษฎีนพิ นธ์

๘๐๐ ๓๐๐ ดุษฎีนิพนธ์ ๓๖ หนว่ ยกติ

Dissertation

มคอ.๒ หลกั สูตรพทุ ธศาสตรดุษฎีบณั ฑิต สาขาวชิ าพระพทุ ธศาสนา / ๑๘

๓.๑.๔ แผนการศกึ ษา
๑) แผนการศกึ ษา แบบ ๑.๑

ภาคการศกึ ษาที่ ๑

ภาค รหสั วชิ า/รายวชิ า แบบ ๑.๑
การศกึ ษาที่ หนว่ ยกติ ทฤษฎี ปฏบิ ตั ิ ศกึ ษาดว้ ยตนเอง

๑ วชิ าบังคับ (๓) ๓ ๐ ๖
๘๐๑ ๑๐๑ สัมมนาพระไตรปิฎก (๓) ๓ ๐ ๖
และอรรถกถา
๘๐๑ ๒๐๓ ระเบยี บวิธีวิจัยชั้นสงู ฯ (๓) ๓ ๐ ๖
๘๐๐ ๑๐๒ พระพทุ ธศาสนากับศาสตร์
แหง่ การตีความ -
วชิ าเอก (๙)
วชิ าเลือก
รวมนบั หนว่ ยกติ

รวมไมน่ บั หนว่ ยกติ

ภาคการศึกษาท่ี ๒

ภาค รหสั วชิ า/รายวชิ า แบบ ๑.๑
การศึกษา หน่วยกิต ทฤษฎี ปฏิบัติ ศกึ ษาด้วยตนเอง

๒ วชิ าบังคบั

มคอ.๒ หลกั สูตรพทุ ธศาสตรดุษฎีบณั ฑิต สาขาวิชาพระพทุ ธศาสนา / ๑๙

วชิ าเอก สมั มนาหลักพุทธธรรม (๓) ๓ ๒ ๖
๘๐๑ ๒๐๗ พระพทุ ธศาสนากับศาสตร์ (๓) ๓ ๐ ๖
๘๐๑ ๓๐๙ แหง่ การใชเ้ หตผุ ล

วิชาเลือก ๖
ดษุ ฎีนพิ นธ์
๘๐๐ ๓๐๐ ดุษฎีนพิ นธ์ ๖
(๖)
รวมนับหนว่ ยกติ
รวมไม่นบั หนว่ ยกติ

ภาคการศกึ ษาท่ี ๓

ภาค รหสั วชิ า/รายวชิ า แบบ ๑.๑
การศึกษา
ดษุ ฎีนพิ นธ์ หน่วยกิต ทฤษฎี ปฏิบัติ ศกึ ษาด้วยตนเอง
๓ ๘๐๐ ๓๐๐ ดุษฎีนิพนธ์
๑๒
รวมนบั หนว่ ยกติ ๑๒
รวมไม่นบั หนว่ ยกติ -

ภาคการศึกษาที่ ๔

ภาค รหสั วชิ า/รายวชิ า แบบ ๑.๑
การศึกษา
ดุษฎีนิพนธ์ หนว่ ยกติ ทฤษฎี ปฏบิ ตั ิ ศกึ ษาด้วยตนเอง
๔ ๘๐๐ ๓๐๐ ดษุ ฎีนพิ นธ์
๑๒

รวมนบั หนว่ ยกิต ๑๒
รวมไมน่ บั หนว่ ยกติ -

ภาคการศึกษาท่ี ๕

มคอ.๒ หลกั สูตรพทุ ธศาสตรดุษฎีบณั ฑิต สาขาวิชาพระพทุ ธศาสนา / ๒๐

ภาค รหสั วชิ า/รายวชิ า แบบ ๑.๑
การศึกษา หน่วยกิต ทฤษฎี ปฏิบตั ิ ศึกษาด้วยตนเอง

๕ ดุษฎีนิพนธ์ ๑๒
๑๒
๘๐๐ ๓๐๐ ดุษฎีนพิ นธ์ -

รวมนบั หนว่ ยกติ

รวมไม่นบั หนว่ ยกติ

ภาคการศึกษาท่ี ๖

ภาค รหสั วชิ า/รายวชิ า แบบ ๑.๑
การศึกษา หนว่ ยกติ ทฤษฎี ปฏิบตั ิ ศกึ ษาดว้ ยตนเอง

๖ ดษุ ฎีนพิ นธ์ ๑๒
๑๒
๘๐๐ ๓๐๐ ดษุ ฎีนิพนธ์ -

รวมนบั หนว่ ยกิต

รวมไม่นบั หนว่ ยกติ

๒) แผนการศกึ ษาแบบ ๒.๑

ภาคการศึกษาที่ ๑

ภาค รหสั วชิ า/รายวชิ า แบบ ๒.๑ ศกึ ษาด้วย
การศกึ ษา หนว่ ยกติ ทฤษฎี ปฏิบัติ ตนเอง

๑ วิชาบังคบั ๓๓ ๐ ๖
๘๐๑ ๑๐๑ สัมมนาพระไตรปิฎก
และอรรถกถา ๓๓ ๐ ๖
๘๐๐ ๑๐๒ พระพทุ ธศาสนากับศาสตร์ (๓) ๓ ๐ ๖
แหง่ การตีความ
๘๐๑ ๒๐๓ ระเบียบวิธีวจิ ยั ชั้นสูงฯ ๓๓ ๐ ๖
วิชาเอก
๘๐๑ ๒๐๗ สัมมนาหลักพุทธธรรม
วชิ าเลือก

มคอ.๒ หลกั สูตรพทุ ธศาสตรดุษฎีบณั ฑิต สาขาวิชาพระพทุ ธศาสนา / ๒๑

รวมนับหนว่ ยกติ ๙
รวมไมน่ บั หนว่ ยกติ (๓)

ภาคการศกึ ษาท่ี ๒

ภาค รหสั วชิ า/รายวชิ า แบบ ๒.๑
การศกึ ษา หน่วยกติ ทฤษฎี ปฏิบตั ิ ศึกษาด้วยตนเอง
วิชาบังคบั
๒ ๘๐๑ ๑๐๕ สัมมนาพระไตรปฎิ กและ

งานนิพนธ์ (๓) ๓ ๐ ๖
(๓) ๓ ๐ ๖
๘๐๒ ๓๐๖ วิปัสสนากรรมฐาน

วชิ าเอก ๓๓ ๐ ๖
๘๐๑ ๒๐๘ สัมมนาพระพุทธศาสนา ๐ ๖
๓๓
กับวิทยาการสมยั ใหม่ ๖
วชิ าเลอื ก (๖)
(เลือกจากหมวดวชิ าเลือก จานวน ๑ วชิ า)

รวมนับหนว่ ยกิต
รวมไมน่ บั หนว่ ยกติ

ภาคการศึกษาที่ ๓

ภาค รหสั วชิ า/รายวชิ า หน่วยกติ แบบ ๒.๑ ศกึ ษาด้วยตนเอง
การศกึ ษา (๓) ทฤษฎี ปฏบิ ตั ิ
วิชาบังคบั ๖
๓ วิชาเอก ๓๐
๘๐๑ ๒๑๒ สมั มนาพระพทุ ธศาสนา

กับการพัฒนาท่ยี ั่งยนื
๘๐๑ ๓๐๙ พระพุทธศาสนากับศาสตร์

มคอ.๒ หลกั สูตรพทุ ธศาสตรดุษฎีบณั ฑิต สาขาวิชาพระพทุ ธศาสนา / ๒๒

แหง่ การใชเ้ หตผุ ล (๓) ๓ ๐ ๖

วิชาเลอื ก ๓ ๓๐

xxx xxx เลือกศึกษาจากหมวดวชิ าเลือก ๑ รายวิชา

ดุษฎีนิพนธ์ ๖
๘๐๐ ๓๐๐ ดุษฎีนพิ นธ์

รวมนบั หนว่ ยกิต ๙

รวมไม่นบั หนว่ ยกติ (๖)

ภาคการศึกษาที่ ๔

ภาค รหสั วชิ า/รายวชิ า หน่วยกติ แบบ ๒.๑
การศกึ ษา ๖ ทฤษฎี ปฏบิ ตั ิ ศึกษาดว้ ยตนเอง
ดุษฎีนิพนธ์
๔ ๘๐๐ ๓๐๐ ดุษฎีนพิ นธ์

รวมนับหนว่ ยกติ ๖

ภาคการศึกษาที่ ๕

ภาค รหสั วชิ า/รายวชิ า แบบ ๒.๑ ศึกษาดว้ ย
การศึกษา หนว่ ยกิต ทฤษฎี ปฏิบัติ ตนเอง

๕ ดษุ ฎีนิพนธ์ ๑๒
๘๐๐ ๓๐๐ ดุษฎีนิพนธ์ ๑๒
รวมนบั หนว่ ยกิต

ภาคการศึกษาท่ี ๖

ภาค รหสั วชิ า/รายวชิ า หนว่ ยกิ แบบ ๒.๑
การศกึ ษา ๑๒ ทฤษฎี ปฏิบตั ิ ศกึ ษาด้วยตนเอง

๖ ๘๐๐ ๓๐๐ ดษุ ฎีนิพนธ์

มคอ.๒ หลกั สูตรพทุ ธศาสตรดุษฎีบณั ฑิต สาขาวิชาพระพทุ ธศาสนา / ๒๓

รวมนบั หนว่ ยกิต ๑๒

๓.๑.๕ คาอธบิ ายรายวชิ า
(ระบไุ ว้ในภาคผนวก)

๓.๒ อาจารยป์ ระจาหลกั สตู ร

๓.๒.๑ ชอื่ นามสกุล เลขประจาตัวประชาชน ตาแหน่งและคุณวุฒิของอาจารย์ประจาหลักสตู ร

มีคณุ วฒุ ิตรงหรอื สมั พันธ์กบั สาขาวิชาทเ่ี ปดิ สอน จานวน ๙ รูป/คน

ตาแหนง่ ชือ่ - นามสกลุ คณุ วฒุ /ิ สาขาวชิ า สถาบนั ทส่ี าเรจ็ ปที ี่

สาเรจ็

รอง พระเทพสุวรรณเมธี,รศ.ดร.* พธ.ด. (พระพุทธศาสนา) มหาวิทยาลัยมหาจุฬาฯ ๒๕๕๘

ศาสตราจารย์ [สชุ าติ กิตตฺ ปิ ญโฺ (หวลจติ ต)์ ] ศศ.ม. (ภาษาสนั สกฤต) มหาวทิ ยาลัยศลิ ปากร ๒๕๔๖

(ภาษาสนั สกฤต) ๓ ๑๓๐๔ ๐๐๑๓๐ ๗๙ ๗ พธ.บ. (ปรชั ญา) มหาวทิ ยาลยั มหาจฬุ าฯ ๒๕๓๕

อาจารย์ ดร.สุพิชฌาย์ พรพิชณรงค์* พธ.ด. (พระพุทธศาสนา) มหาวทิ ยาลยั มหาจฬุ าฯ ๒๕๕๗

๓ ๑๐๒๐ ๐๑๖๗๐ ๘๖ ๒ ศน.ม. (พทุ ธศาสน์ศึกษา) มหาวทิ ยาลัยมหามกฏุ ฯ ๒๕๕๓

บธ.ม. (บริหารธรุ กจิ ) สถาบนั บณั ฑติ พัฒนฯ นิด้า) ๒๕๔๓

ศศ.บ. (ภาษาไทย) มหาวทิ ยาลัยรามคาแหง ๒๕๓๐

อาจารย์ ดร.นวลวรรณ พูนวสุพลฉัตร* พธ.ด. (พระพุทธศาสนา) มหาวิทยาลยั มหาจฬุ าฯ ๒๕๕๖

๓ ๔๐๙๙ ๐๐๖๔๓ ๔๔ ๖ M.A. (Applied Economics) Western Michigan University, USA ๒๕๓๓
พย.บ. (พยาบาลและผดุงครรภ์) มหาวิทยาลัยขอนแกน่ ๒๕๒๘

รอง รศ.ดร.เวทย์ บรรณกรกลุ พธ.ด. (บาลีพุทธศาสตร)์ มหาวิทยาลยั มหาจุฬาฯ ๒๕๖๐

ศาสตราจารย์ ๓ ๓๕๐๖ ๐๐๔๖๔ ๕๑ ๔ ศษ.ม. (ประชากรศกึ ษา) มหาวิทยาลยั มหิดล ๒๕๔๓

(ภาษาบาล)ี พธ.บ. (ปรชั ญา) มหาวิทยาลัยมหาจฬุ าฯ ๒๕๓๔

ป.ธ. ๙ กองบาลีสนามหลวง ๒๕๓๕

ผชู้ ว่ ย พระราชรตั นมนุ ี,ผศ.ดร. พธ.ด. (บาลีพุทธศาสตร)์ มหาวิทยาลยั มหาจุฬาฯ ๒๕๖๐

ศาสตราจารย์ [บญุ เทยี ม าณนิ โฺ ท (มุส)ุ ] พธ.ม. (บาลี) มหาวิทยาลัยมหาจุฬาฯ ๒๕๔๘

(พระพุทธศาสนา) ๓ ๕๖๐๑ ๐๐๐๑๐๖ ๑๐๓ ๐ พธ.บ. (บาลพี ทุ ธศาสตร)์ มหาวทิ ยาลัยมหาจฬุ าฯ ๒๕๔๒

รอง พระเทพปรยิ ัติมนุ ี,รศ.ดร. บธ.ด. (บรหิ ารธุรกิจ) ม.ตะวันออกเฉยี งเหนอื ๒๕๕๖

ศาสตราจารย์ [มีชัย วีรปญฺโ (ตุวนั โน)] รป.ม. (รัฐประศาสนศาสตร)์ ม.ตะวนั ออกเฉียงเหนอื ๒๕๔๖

(พระพทุ ธศาสนา) ๓ ๒๒๐๑ ๐๐๓๘๗ ๑๗ ๑ ป.ธ.๙ (กองบาลีสนามหลวง) กองบาลีสนามหลวง ๒๕๔๐

ผู้ช่วย พระศรสี ทุ ธิเวที,ผศ.ดร. ปร.ด. (วฒั นธรรมศาสตร)์ มหาวทิ ยาลัยมหาสารคาม ๒๕๕๓
ศาสตราจารย์ [ขวญั ถิรมโน/แดงหน่าย)] ศษ.ม. (บรหิ ารการศกึ ษา) มหาวิทยาลัยปทุมธานี ๒๕๔๘
พธ.บ. (ภาษาอังกฤษ) มหาวทิ ยาลัยมหาจุฬาฯ ๒๕๔๒
(ภาษาบาลี) ๓ ๕๓๐๑ ๐๐๗๐๓ ๑๔ ๓ ป.ธ. ๙ กองบาลสี นามหลวง ๒๕๔๓

ผ้ชู ว่ ย ผศ.ดร.วิโรจน์ คมุ้ ครอง พธ.ด. (พระพทุ ธศาสนา) มหาวิทยาลัยมหาจฬุ าฯ ๒๕๕๖

ศาสตราจารย์ ๓ ๗๔๐๓ ๐๐๐๙๑ ๐๒ ๖ พธ.ม. (พระพุทธศาสนา) มหาวิทยาลัยมหาจฬุ าฯ ๒๕๔๙

มคอ.๒ หลกั สูตรพทุ ธศาสตรดุษฎีบณั ฑิต สาขาวิชาพระพทุ ธศาสนา / ๒๔

ตาแหนง่ ช่อื - นามสกลุ คณุ วฒุ /ิ สาขาวชิ า สถาบนั ทส่ี าเรจ็ ปที ่ี

(ภาษาบาลี) ดร.ธานี สวุ รรณประทีป ป.ธ. ๙ สาเรจ็
๓ ๗๒๐๕ ๐๐๒๖ ๙๑๒ ๑ พธ.ด. (พระพุทธศาสนา)
อาจารย์ ศน.ม.(พทุ ธศาสนาและปรชั ญา) แมก่ องบาลสี นามหลวง ๒๕๓๘
ป.ธ. ๙ (กองบาลสี นามหลวง)
มหาวทิ ยาลยั มหาจฬุ าฯ ๒๕๕๙
มหาวิทยาลัยมหามกฎุ ฯ ๒๕๔๘
แม่กองบาลสี นามหลวง ๒๕๓๙

*อาจารยผ์ รู้ บั ผดิ ชอบหลกั สูตร

๓.๒.๒ อาจารย์บรรยายพเิ ศษ

ท่ี ช่ือ-ฉายา/นามสกลุ คุณวฒุ /ิ สาขาวชิ า ตาแหนง่ ทางวชิ าการ
๑ พระราชปรยิ ัติกว,ี ศ.ดร. Ph.D. (Pali & Buddhist Studies) ศาสตราจารย์
พธ.ม. (พระพทุ ธศาสนา)
(สมจนิ ต์ สมมฺ าปญฺโ ) ศษ.บ. (มธั ยมศึกษา) ศาสตราจารย์พเิ ศษ
๒ ศ.พิเศษ จานงค์ ทองประเสรฐิ ป.ธ. ๙ (ภาษาบาลี) ราชบัณฑิต
๓ ศ.ดร.จานงค์ อดวิ ฒั นสิทธ์ิ M.A. (Asian Studies) ศาสตราจารย์
๔ ศ.ดร.วชั ระ งามจติ รเจริญ พธ.บ. (พระพุทธศาสนา) ศาสตราจารย์
ป.ธ. ๙ (ภาษาบาล)ี
๕ ศ.พเิ ศษ ดร.ร.ท.บรรจบ บรรณรจุ ิ Ph.D. (Sociology) ศาสตราจารย์พเิ ศษ
M.A. (Sociology)
๖ รศ.ดร. สาเนยี ง เลื่อมใส พธ.บ. (พทุ ธศาสนา) รองศาสตราจารย์
อ.ด. (ปรชั ญา)
๗ ผศ.ดร.ชาญณรงค์ บุญหนุน M.A. (Philosophy) ผชู้ ่วยศาสตราจารย์
พธ.บ. (ศาสนาและปรชั ญา)
ป.ธ. ๙ (ภาษาบาลี)
Ph.D. (Buddhist Philosophy)
อ.ม. (บาลสี นั สกฤต)
พธ.บ. (การสอนสังคมศึกษา)
ป.ธ. ๙ (ภาษาบาลี)
Ph.D. (Pali & Sanskrit)
M.A. (Pali & Sanskrit)
พธ.บ. (บาลสี ันสกฤต)
ป.ธ. ๙ (ภาษาบาล)ี
อ.ด. (ปรชั ญา)

มคอ.๒ หลกั สูตรพทุ ธศาสตรดุษฎีบณั ฑิต สาขาวชิ าพระพทุ ธศาสนา / ๒๕

๘ ผศ.ดร.วุฒินันท์ กันทะเตยี น อ.ม. (ปรชั ญา) อาจารย์พิเศษ
พธ.บ. (ปรัชญา)
พธ.ด. (พระพุทธศาสนา)
อ.ม. (ศาสนาเปรียบเทียบ)
พธ.บ. (ภาษาอังกฤษ)
ป.ธ. ๙ (ภาษาบาล)ี

มคอ.๒ หลกั สูตรพทุ ธศาสตรดุษฎีบณั ฑิต สาขาวชิ าพระพทุ ธศาสนา / ๒๖

๔. องคป์ ระกอบเกย่ี วกบั ประสบการณ์ภาคสนาม (การฝึกงาน หรือสหกิจศกึ ษา)
(ไม่ม)ี

๕. ข้อกาหนดเกยี่ วกบั การทาดุษฎนี ิพนธ์
๕.๑ คาอธิบายโดยย่อ
หลักสูตรพทุ ธศาสตรดุษฎีบณั ฑิต แบบ ๑.๑
การทาดุษฎีนิพนธ์ในสาขาวิชาพระพุทธศาสนา แบบ ๑.๑ คือ การศึกษาค้นคว้า การ

แสวงหาความรู้ การประยุกต์ วิเคราะห์ และสังเคราะห์องค์ความรู้ใหม่ในรูปแบบการวิจัยอย่างเป็นระบบ
ตามหลักวิชาการความรู้ด้านพระพุทธศาสนา พระไตรปิฎก และศาสตร์สมัยใหม่ ภายใต้การควบคุมดูแล
ของคณะกรรมการและอาจารย์ท่ีปรึกษา ซ่ึงทาหน้าท่ีให้คาปรึกษาและควบคุมวิทยานิพนธ์ของนิสิตแต่ละ
คน ใหเ้ ป็นไปตามขอ้ บังคบั ระเบยี บฯ และประกาศของบัณฑิตวทิ ยาลยั จนกว่าจะแล้วเสรจ็

หลกั สูตรพุทธศาสตรดุษฎบี ณั ฑิต แบบ ๒.๑
การทาดุษฎีนิพนธ์ในสาขาวิชาพระพุทธศาสนา แบบ ๒.๑ คือ การศึกษาค้นคว้า การ
แสวงหาความรู้ การประยุกต์ วิเคราะห์ และสังเคราะห์องค์ความรู้ในรูปแบบการวิจัยท่ีมีคุณภาพสูง และ
ก่อให้เกิดความก้าวหน้าทางวิชาการและวิชาชีพ อย่างเป็นระบบตามหลักวิชาการความรู้ด้าน
พระพุทธศาสนา พระไตรปิฎก และศาสตร์สมัยใหม่ ภายใต้การควบคุมดูแลของคณะกรรมการและ
อาจารย์ที่ปรึกษา ซ่ึงทาหน้าท่ีให้คาปรึกษาและควบคุมวิทยานิพนธ์ของนิสิตแต่ละคน ให้เป็นไปตาม
ขอ้ บงั คับ ระเบยี บฯ และประกาศของบณั ฑติ วิทยาลยั จนกว่าจะแลว้ เสร็จ

๕.๒ มาตรฐานผลการเรยี นรู้
นิสิตมีศักยภาพในการเรียนรู้ด้วยตนเอง สามารถคิดและวิเคราะห์ปัญหาเก่ียวกับ

พระพุทธศาสนาและหลักธรรมอย่างเป็นระบบ และมีหลักการ สามารถประยุกต์ใช้ศาสตร์ต่าง ๆ ท้ังทาง
ภาคทฤษฎีและภาคปฏบิ ัติ เพอื่ ใช้ในการทาดุษฎีนิพนธ์ได้

๕.๓ ชว่ งเวลา
๕.๓.๑ นิสิตแบบ ๑.๑ จะเสนอหัวข้อและโครงร่างดุษฎีนิพนธ์เพ่ือขออนุมัติลงทะเบียนทา

ดุษฎนี พิ นธ์ได้หลงั จากขน้ึ ทะเบยี นเปน็ นิสติ แลว้ โดยนิสิตตอ้ งทาดุษฎีนิพนธ์ไม่น้อยกว่า ๕๔ หน่วยกิต และ
ต้องศึกษารายวิชาเพ่ิมเติมท่ีไม่นับหน่วยกิต จานวน ๙ หน่วยกิตตามท่ีระบุไว้ในหลักสูตร และอาจจะมี
เรียนรายวิชาเพิ่มเติมได้ ตามคาแนะนาของคณะกรรมการบริหารหลักสูตรหรือคณะกรรมการที่ปรึกษา
ดุษฎีนพิ นธ์ โดยไมน่ ับจานวนหน่วยกิต

๕.๓.๒ นิสิตแบบ ๒.๑ จะเสนอหัวข้อและโครงร่างดุษฎีนิพนธ์เพ่ือขออนุมัติลงทะเบียนทา
ดษุ ฎีนพิ นธ์ไดเ้ ม่ือศกึ ษารายวชิ ามาแล้วไม่น้อยกว่า ๑ ภาคการศึกษาปกติ และมีหน่วยกิตสะสมในรายวิชา
ไม่น้อยกว่า ๖ หน่วยกิต โดยนิสิตต้องทาดุษฎีนิพนธ์ไม่น้อยกว่า ๓๖ หน่วยกิต และต้องศึกษารายวิชาอีก
ไม่นอ้ ยกว่า ๑๘ หนว่ ยกติ

มคอ.๒ หลกั สูตรพทุ ธศาสตรดุษฎีบณั ฑิต สาขาวชิ าพระพทุ ธศาสนา / ๒๗

๕.๓.๒ คณะกรรมการควบคมุ ดุษฎีนพิ นธ์ตอ้ งมจี านวนไมน่ ้อยกว่า ๒ ท่าน แต่ไม่เกิน ๓ ทา่ น
๕.๓.๓ นิสิตแบบ ๑.๑ มสี ิทธิขอสอบดษุ ฎีนพิ นธ์ได้ตอ่ เม่ือทาดุษฎีนิพนธ์เสร็จสมบูรณ์ โดยใช้
เวลาทาดษุ ฎนี พิ นธ์ไม่น้อยกวา่ ๖ ภาคการศกึ ษาปกติ นับจากวันลงทะเบยี นทาดุษฎนี ิพนธ์
๕.๓.๔ นิสิตแบบ ๒.๑ มีสิทธิขอสอบดุษฎีนิพนธ์ได้เม่ือศึกษารายละเอียดครบตามกาหนด
ได้ค่าระดับเฉล่ียสะสมในรายวิชาไม่น้อยกว่า ๓.๐๐ และทาดุษฎีนิพนธ์เสร็จสมบูรณ์ โดยใช้เวลาทาดุษฎี
นพิ นธ์ไม่นอ้ ยกว่า ๘ เดือน นับจากวันลงทะเบียนทาวิดุษฎนี พิ นธ์

๕.๔ จานวนหนว่ ยกิต
๕.๔.๑ หลักสูตร แบบ ๑.๑ จานวน ๕๔ หน่วยกิต หลักสูตรทาดุษฎีนิพนธ์อย่างเดียว

โดยตอ้ งศกึ ษารายวิชาไม่นับหนว่ ยกติ อย่างน้อย ๕ รายวิชา

๕.๔.๒ หลักสตู รแบบ ๒.๑ จานวน ๕๔ หน่วยกติ เปน็ หลกั สตู รเนน้ วจิ ัยเขา้ หอ้ งเรยี นและ
ทาดุษฎนี พิ นธ์ โดยทาวยิ านิพนธ์ ๓๖ หน่วยกิต ศึกษารายวิชา ๑๘ หน่วยกติ และตอ้ งศึกษารายวิชาไม่นับ
หนว่ ยกิตอยา่ งน้อย ๕ รายวชิ า

๕.๕ การเตรียมการ
๕.๕.๑ ให้ลงทะเบียนเรียนวิชาเก่ียวข้องกับการวิจัยทางพระพุทธศาสนา
๕.๕.๒ จัดใหม้ กี ารแต่งต้ังอาจารยท์ ปี่ รกึ ษาดุษฎนี พิ นธ์
๕.๕.๓ จดั สัมมนาให้ความรเู้ กี่ยวกับการทาดษุ ฎนี พิ นธ์ และจัดใหม้ คี ลินิกดุษฎีนิพนธ์

๕.๖ กระบวนการประเมินผล
๕.๖.๑ การสอบวัดคณุ สมบตั ิ
นิสิตจะต้องสอบผ่านการสอบวัดคุณสมบัติทั้งข้อเขียนและปากเปล่าภายหลังจากที่

ศึกษารายวิชาครบถ้วน และได้เกรดเฉลี่ยสะสมตลอดหลักสูตรไม่ต่ากว่า ๓.๐๐ ในการสอบวัดคุณสมบัติ
ใหค้ ณบดีบัณฑิตวิทยาลัยแต่งตั้งอาจารย์อย่างน้อย ๓ คน เป็นคณะกรรมการสอบวัดคุณสมบัติ ทั้งนี้ ให้มี
กรรมการอย่างน้อย ๑ คน มาจากสาขาวิชาเดียวกันหรือเก่ียวข้องกัน ซึ่งมิใช่อาจารย์ท่ีปรึกษา และให้
คณะกรรมการสอบวดั คณุ สมบตั ิดาเนินการสอบให้เป็นไปด้วยวความเรียบร้อย เกณฑ์ในการสอบผ่านและ
การสอบแก้ตัวให้เป็นไปตามข้อบังคับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ว่าด้วยการศึกษาระดับ
บัณฑติ ศกึ ษา พ.ศ. ๒๕๔๑ แกไ้ ขเพิม่ เติม พุทธศักราช ๒๕๔๘ และข้อบังคับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ
ราชวิทยาลัย ว่าด้วยการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๑ (ฉบับที่ ๓) แก้ไขเพิ่มเติม พุทธศักราช
๒๕๔๙

การสอบวัดคุณสมบัติประกอบด้วยหมวดวิชาบังคับ และหมวดวิชาเอกท่ีนิสิตเลือก
เรียน นิสิตต้องสอบผ่านข้อเขียนทุกหมวดและสอบปากเปล่าจึงมีสิทธินาเสนอหัวข้อดุษฎีนิพนธ์ การ
ประเมินผลการสอบข้อเขียนและปากเปล่าให้เป็นไปตามมาตรฐานการศึกษาและดุลพินิจของคณะ

มคอ.๒ หลกั สูตรพทุ ธศาสตรดุษฎีบณั ฑิต สาขาวชิ าพระพทุ ธศาสนา / ๒๘

กรรมการบรหิ ารหลกั สตู ร
๕.๖.๒ การสอบป้องกนั ดษุ ฎนี ิพนธ์
๑) นิสิตต้องสอบป้องกันดุษฎีนิพนธ์ต่อคณะกรรมการที่ปรึกษาดุษฎีนิพนธ์และ

กรรมการสอบดษุ ฎนี พิ นธ์ตามท่ีโครงการกาหนดขึน้ ซ่ึงประกอบดว้ ย
(๑) ประธาน ได้แก่ คณบดหี รอื ผทู้ ี่คณบดมี อบหมาย
(๒) คณะกรรมการควบคุมดษุ ฎีนพิ นธ์
(๓) กรรมการผ้ทู รงคณุ วุฒจิ ากภายนอกมหาวิทยาลัย จานวนไมเ่ กิน ๓ ท่าน

ในกรณีท่ีคณะกรรมการที่ปรึกษาและกรรมการดุษฎีนิพนธ์มีมติให้นิสิตปรับปรุง
แก้ไขดุษฎีนิพนธ์ภายหลังการสอบป้องกันดุษฎีนิพนธ์ ให้นิสิตดาเนินการแก้ไขและนาดุษฎีนิพนธ์ท่ีได้
ปรับปรุงแก้ไขแล้วทั้งฉบับให้คณะกรรมการท่ีปรึกษาและกรรมการสอบดุษฎีนิพนธ์พิจารณา หาก
คณะกรรมการดังกล่าวให้ความเห็นชอบและลงนามผลการสอบผ่านจึงจะถือว่านิสิตได้สอบป้องกันดุษฎี
นิพนธ์และผ่านการสอบท่ีสมบูรณ์เพ่ือนาออกเผยแพร่ต่อสาธารณะโดยตีพิมพ์ผลงานดังกล่าวใน
วารสารวชิ าการทเี่ ป็นทยี่ อมรบั ในสาขาวชิ านั้น

๒) ในการสอบดุษฎีนิพนธ์นิสิตต้องตอบข้อซักถามต่าง ๆ เก่ียวกับดุษฎีนิพนธ์หรือ
เรื่องที่เก่ียวข้อง หลังจากสอบแล้วให้คณะกรรมการตรวจสอบดุษฎีนิพนธ์ประชุมพิจารณาประเมินผล
ในขณะประเมนิ ผลให้นิสติ ออกจากห้องสอบ

๓) ใหม้ ีการจดบันทกึ รายละเอยี ดเกย่ี วกับการประเมนิ ผลดุษฎนี ิพนธ์ทุกครั้ง
๔) หากคณะกรรมการตรวจสอบดุษฎีนพิ นธ์มมี ตใิ ห้แก้ไขวิทยานิพนธ์ไม่ว่ากรณีใด ๆ
นสิ ติ ต้องแกไ้ ขดษุ ฎีนิพนธ์ให้ถกู ตอ้ งตามมติ และคาแนะนานั้นก่อนท่ีจะนาวิทยานิพนธ์ ฉบับท่ีแก้ไขแล้วส่ง
บัณฑิตวิทยาลัย กรณีท่ีนิสิตไม่สามารถส่งดุษฎีนิพนธ์ได้ทันเวลาตามที่คณะกรรมการกาหนด จะต้อง
ดาเนินการยื่นขอขยายเวลาการส่งวิทยานิพนธ์ต่อบัณฑิตวิทยาลัยโดยผ่านความเห็นชอบของประธาน
คณะกรรมการตรวจสอบดุษฎีนิพนธ์ ทั้งน้ีการขยายเวลา ต้องอยู่ภายในระยะเวลา ๖ เดือนนับแต่วันสอบ
หากเกินจากกาหนดนี้ให้ถือว่าสอบไม่ผ่านและจะต้องดาเนินการขอสอบใหม่ กรณีที่ยังคงสถานภาพนิสิต
เท่านนั้
๕) ให้คณะกรรมการตรวจสอบดุษฎีนิพนธ์ทาการประเมินผลดุษฎีนิพนธ์โดย
กาหนดเป็น ๔ ระดับ ดงั นี้

ผลการศกึ ษา ระดบั
ดเี ยี่ยม (Excellence) A
ดี (Good) B+
ผ่าน (Passed) B
ตก (Failed) F

มคอ.๒ หลกั สูตรพทุ ธศาสตรดุษฎีบณั ฑิต สาขาวชิ าพระพทุ ธศาสนา / ๒๙

ส่วนดุษฎีนิพนธ์ที่อยู่ในระหว่างการเรียบเรียงให้แสดงสถานะด้วยสัญลักษณ์ IP
(Inprogress) ท้ังน้ี ให้เป็นไปตามระเบียบบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ว่า
ดว้ ยวธิ ปี ฏิบัตเิ กีย่ วกบั วิทยานิพนธ์ พ.ศ. ๒๕๕๐ หมวดท่ี ๖ ข้อท่ี ๑๔ (ภาคผนวก )

๖) การลงนามของกรรมการตรวจสอบดุษฎีนิพนธ์ในหน้าอนุมัติ อาจกระทาได้เม่ือ
เห็นสมควรแต่ประธานคณะกรรมการตรวจสอบดุษฎีนิพนธ์จะลงนามได้ต่อเม่ือดุษฎีนิพนธ์น้ันได้รับการ
แก้ไขทั้งรูปแบบและเนือ้ หาเรียบรอ้ ยแล้วเท่านั้น จากนัน้ คณบดบี ณั ฑติ วทิ ยาลยั จึงลงนามอนมุ ตั ิ

๗) ให้ประธานคณะกรรมการตรวจสอบดุษฎีนิพนธ์เสนอผลการประเมินต่อคณบดี
บัณฑิตวิทยาลัย หากมีมติไม่เป็นเอกฉันท์โดยคณะกรรมการเสียงข้างมากมีมติให้ผ่าน ให้รวบรวมใบ
ประเมินผลของกรรมการทุกท่าน เพอ่ื ส่งให้คณะกรรมการประจาบณั ฑติ วทิ ยาลัยพิจารณาช้ีขาด เม่ือทราบ
ผลการประเมินและนสิ ติ ส่งดษุ ฎีนพิ นธ์ฉบับทแี่ ก้ไขเรียบรอ้ ย บัณฑิตวทิ ยาลยั จะประกาศผลใหท้ ราบโดยท่ัว
กัน

มคอ.๒ หลกั สูตรพทุ ธศาสตรดุษฎีบณั ฑิต สาขาวชิ าพระพทุ ธศาสนา / ๓๐

หมวดที่ ๔
ผลการเรยี นรู้ กลยทุ ธก์ ารสอนและการประเมนิ ผล

๑. การพัฒนาคณุ ลักษณะพิเศษของนิสิต

คณุ ลักษณะพเิ ศษ กลยทุ ธห์ รือกจิ กรรมของนสิ ติ

๑ M – Morality มมี ารยาททางกาย มีการฝึกฝนด้านระเบยี บวนิ ัยกริ ิยามารยาทท้ังทางกายและวาจาที่
และวาจาทเี่ หมาะสมตามกาลเทศะ เหมาะสม เชน่ การแต่งกาย การพดู

๒. A – Awareness รู้เท่าทันความ มีการส่งเสริมให้รู้เท่าทันการเปล่ียนแปลงของโลกและสังคม
เปลย่ี นแปลงทางสังคม ปจั จุบันในด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง และเทคโนโลยี

๓. H – Helpfulness มีศรทั ธา อทุ ิศตน มีการส่งเสริมให้นิสิตมีศรัทธาอุทิศตนเพื่อทางานเผยแผ่

เพ่ือพระพทุ ธศาสนา พระพุทธศาสนา โดยการให้ออกคา่ ยบณั ฑิตอาสาพัฒนาชมุ ชน

๔. A – Ability มีความสามารถในการ มีการส่งเสริมให้นิสิตมีทักษะในการแก้ปัญหาตนเองและสังคม
แก้ปญั หา โดยจัดกิจกรรมการเรียนการสอนจากกรณีปัญหา (Problem-
Based Learning: PBL) เพ่ือนาไปสู่การคิดแก้ไขปัญหาน้ัน ๆ
ตามหลักพุทธธรรม

๕. C – Curiosity มคี วามใฝ่รใู้ ฝค่ ิด มีการส่งเสริมให้นิสิตแสวงหาความรู้รอบด้าน คิดสร้างสรรค์ ต่อ
ยอดองค์ความรู้ ด้วยการศึกษาค้นคว้าวิจัย วิเคราะห์ สังเคราะห์
และวจิ ารณป์ ระเด็นปญั หาตา่ ง ๆ ที่เกดิ ขึน้ ในสงั คม

๖. H - Hospitality มนี ้าใจเสียสละเพ่อื มีการส่งเสริมให้นิสิตมีจิตอาสาในการเข้าร่วมกิจกรรมบาเพ็ญ

ส่วนรวม สาธารณประโยชน์ต่าง ๆ เช่น กิจกรรมสังคมสงเคราะห์ กิจกรรม

ชว่ ยเหลือผู้ประสบภยั พบิ ัติต่างๆ

๗. U – Universality มีโลกทัศน์ มีการส่งเสริมให้นิสิตเข้าร่วมกิจกรรมทั้งในระดับชาติและ
กว้างไกล นานาชาติ เพ่ือสร้างเสริมประสบการณ์ด้านพระพุทธศาสนาและ
สังคม

มคอ.๒ หลกั สูตรพทุ ธศาสตรดุษฎีบณั ฑิต สาขาวิชาพระพทุ ธศาสนา / ๓๑

๘. L – Leadership มีความเปน็ ผนู้ าด้าน มีการส่งเสรมิ ให้นสิ ติ วางตนเป็นแบบอยา่ งด้านจติ ใจและปัญญา
จิตใจและปญั ญา

๙. A – Aspiration มีความมุ่งมนั่ พัฒนา มีการส่งเสริมให้นิสิตฝึกอบรมคุณธรรมจริยธรรม โดยการบูรณา
ตนใหเ้ พยี บพรอ้ มด้วยคณุ ธรรมจริยธรรม การหลักคุณธรรมจริยธรรมไว้ในในรายวิชาต่างๆ จัดกิจกรรมค่าย

บัณฑิตอาสาพฒั นาชุมชน

๒. การพัฒนาผลการเรยี นรูใ้ นแตล่ ะดา้ น

๒.๑ คณุ ธรรมจรยิ ธรรม(Moral and Ethics)

๒.๑.๑ ผลการเรยี นรดู้ า้ นคณุ ธรรม จรยิ ธรรม
นิสิตมีคุณธรรม จรยิ ธรรม มีความตระหนกั ในคุณคา่ ของการดาเนินภารกิจ ที่ส่งผลต่อการพัฒนาคุณภาพ
ชีวิต การทาประโยชน์ การป้องกนั และการแก้ไขปัญหา และการดาเนินชีวิตร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้อย่างราบร่ืน
โดยมีคุณสมบตั ิโดยสงั เขปดงั น้ี

(๑) มคี วามม่งุ มัน่ พัฒนาตนให้เพียบพร้อมด้วยคณุ ธรรมจริยธรรม ประกอบด้วยศีลาจารวัตรงดงามและ
เปน็ แบบอย่างท่ดี ีของสังคม

(๒) มีความรู้คู่คุณธรรม สามารถประยุกต์หลักพุทธธรรมเพื่อแก้ปัญหาชีวิตตน และเพื่อนร่วมสังคมได้
อย่างเหมาะสม ดา้ นการครองตน ครองคน ครองงาน

(๓) เปน็ ผมู้ ีน้าใจเสยี สละ มีจิตอาสาอทุ ิศตนเพอ่ื พระพุทธศาสนาและสงั คม
(๔) มีความเป็นผู้นาด้านจิตใจและปัญญา และส่งเสริมให้มีการประพฤติปฏิบัติตามหลักคุณธรรม
จรยิ ธรรม
(๕) เคารพสิทธิ รับฟงั ความคิดเหน็ ของผอู้ ่ืน รวมถงึ เคารพในคณุ ค่าและศกั ดิ์ศรีของความเปน็ มนุษย์
(๖) การยอมรับประเดน็ ทางศลี ธรรมและจรยิ ธรรมอันเน่ืองมาจากความหลากหลายทางวัฒนธรรมและ
การอยรู่ ่วมกันอยา่ งสนั ติ

๒.๑.๒ กลยทุ ธ์การสอนที่ใช้พัฒนาการเรยี นรดู้ ้านคุณธรรม จริยธรรม
เพื่อให้เกิดผลการเรียนรู้ด้านคุณธรรม จริยธรรม หลักสูตรจึงใช้กลยุทธ์ในการสอนเพ่ือพัฒนาการเรียนรู้
ของผเู้ รียนดงั น้ี

(๑) การจัดกิจกรรมในรายวิชาที่เน้นการปลูกฝังให้นิสิตมีระเบียบวินัยในตนเอง แต่งกายเหมาะสมกับ
สถานภาพนกั ศกึ ษา มีความรบั ผิดชอบในการเขา้ เรียนและการสง่ งานตรงเวลา

(๒) ฝึกฝนภาวะความเป็นผู้นา ผู้ตาม รวมถึงการเคารพสิทธิ และการรับฟังความคิดเห็นผู้อ่ืนในการ
ปฏบิ ัตงิ านเปน็ ทมี และการทางานวิจัย

(๓) การสอดแทรกความรู้ด้านคุณธรรม จริยธรรม ในการเรียนการสอน ท้ังในด้านการดารงชีวิตอยู่ใน
สงั คม และในการวิจยั

มคอ.๒ หลกั สูตรพทุ ธศาสตรดุษฎีบณั ฑิต สาขาวิชาพระพทุ ธศาสนา / ๓๒

๒.๑.๓ กลยุทธก์ ารประเมินผลการเรยี นรู้ดา้ นคุณธรรม จรยิ ธรรม
มีการประเมินผลการเรียนรูด้ า้ นคุณธรรม จรยิ ธรรม ท้งั ระหว่างกาลงั ศึกษา และภายหลังสาเร็จการศึกษา
ด้วยวิธีการต่างๆ เช่น การสังเกต การสัมภาษณ์ การสนทนากลุ่ม การใช้แบบสอบถาม แบบประเมิน และแบบ
วัดผล โดยประเมนิ จากหลายๆ ด้าน ดงั นี้

(๑) ประเมินจากการมวี นิ ัยในการเรียน การตรงเวลา การทางานเสร็จและส่งงานตามกาหนด
(๒) ประเมนิ จากความรับผดิ ชอบในการปฏิบัติงานเป็นทีม การทางานวิจัย และการเข้าร่วมกิจกรรมใน
การใชอ้ งคค์ วามรู้ทางการศกึ ษาทาประโยชนต์ ่อสงั คม
(๓) ประเมนิ จากความซ่อื สตั ย์ และจรรยาบรรณในการสอบ
(๔) ผู้เรียนประเมินตนเองและประเมินโดยเพือ่ นและอาจารย์ โดยใช้แบบประเมินและแบบวัดผล
(๕) ภายหลงั สาเรจ็ การศึกษา ให้ดุษฎีบัณฑิตประเมินตนเอง โดยประเมินจากผู้ใช้บัณฑิต และประเมิน
จากผู้ปกครองของดุษฎีบณั ฑิต โดยใชแ้ บบสอบถาม

๒.๒ ด้านความรู้ (Knowledge)

๒.๒.๑ ผลการเรียนรดู้ า้ นความรู้
นิ สิ ตมีคว ามรู้ แล ะเชี่ย ว ช าญท้ังภ าคทฤษฎีแล ะภ าคปฏิ บัติมีคว ามส ามาร ถใน การ เรี ย น รู้ ด้ว ย ตน เอ ง
สามารถคดิ และวิเคราะห์ปัญหาอย่างเป็นระบบ มีความในการวิจัยสร้างนวัตกรรมใหม่ที่สามารถนามาใช้ให้เกิด
ประโยชน์ตอ่ สงั คมได้ และมศี กั ยภาพในการผลิตงานวิจัยเชิงบูรณาการเพ่ือการพัฒนาประเทศ โดยมีคุณสมบัติ
สรุปโดยสังเขปดังต่อไปนี้

(๑) มีความร้เู ช่ยี วชาญในพระไตรปิฎกและคมั ภีร์ทางพระพุทธศาสนา
(๒) มีความใฝร่ ู้ใฝค่ ิดสร้างสรรคใ์ นงานวิชาการดา้ นพระพุทธศาสนา และสามารถบูรณาการองค์ความรู้
ในพระพทุ ธศาสนากบั ศาสตรส์ มยั ใหม่ได้
(๓) สามารถพัฒนาสร้างสรรค์องค์ความรู้ใหม่จากงานวิจัย เพ่ือตอบสนองความต้องการทางสังคมใน
ด้านวิชาการพระพุทธศาสนา
(๔) มีโลกทรรศน์กว้างไกลและรู้เทา่ ทันความเปลี่ยนแปลงทางสังคม
(๕) สามารถพัฒนาองค์ความรู้ จากงานวิจัยเพ่ือเช่ือมโยงกับการพัฒนาองค์กรเพ่ือตอบสนองความ
ตอ้ งการของสังคม
(๖) สามารถสังเคราะห์องค์ความรู้จากงานวิจัยเพื่อสร้างสรรค์งานด้านภาษาบาลีและคัมภีร์พุทธ
ศาสนา
๒.๒.๒ กลยทุ ธ์การสอนทใ่ี ชพ้ ัฒนาการเรียนร้ดู า้ นความรู้
เพื่อใหเ้ กิดผลการเรยี นรดู้ ้านความรู้ หลกั สูตรจงึ ใชก้ ลยุทธใ์ นการสอนเพือ่ พฒั นาการเรียนรู้ของผู้เรียนดังน้ี
(๑) การจัดการเรียนรู้โดยผู้เรียนเป็นสาคัญ และมุ่งเน้นให้นิสิตมีความรู้ความเข้าใจศาสตร์ในเชิงลึก
ผสมผสานให้นาไปสู่วิธีการดาเนินการที่เป็นการพัฒนาอย่างย่ังยืน โดยใช้วิธีการเรียนการสอนที่เน้นหลักการ
ทางทฤษฎี และปฏิบัติการวิจัยในสภาพแวดล้อมจริง เป็นรูปแบบการเรียนรู้ท่ีกระตุ้นให้เกิดการคิด วิเคราะห์

มคอ.๒ หลกั สูตรพทุ ธศาสตรดุษฎีบณั ฑิต สาขาวิชาพระพทุ ธศาสนา / ๓๓

และตดั สินใจดว้ ยตนเอง เช่นให้มกี ารนาเสนองาน การร่วมแสดงความคิดเห็น การตอบคาถาม เพ่ือสนับสนุนให้
นสิ ติ คิดเป็นและมีนิสยั ใฝร่ ู้

(๒) การจดั การเรยี นรดู้ ้วยตนเอง มีอิสระในการแสวงหาความรู้โดยไม่ยึดติดกับการรับข้อมูลจากผู้สอน
เพียงฝ่ายเดยี ว

(๓) การจัดการเรียนรแู้ บบมีสว่ นรว่ ม
(๔) การจดั การเรียนรจู้ ากสถานการณจ์ ริง มกี ารเรียนรทู้ ั้งในชน้ั เรยี นและการศึกษาดูงาน
(๕) การทาวจิ ัยทง้ั ในรายวชิ าทีเ่ กยี่ วขอ้ งและวิทยานพิ นธ์
(๖) การเรียนรู้ท่ีเน้นการนาความรู้ไปประยุกต์ใช้ในงานวิจัยและงานการสอนที่เป็นประโยชน์ต่อชุมชน
ทอ้ งถนิ่ และในระดบั ที่สงู ข้ึน

๒.๒.๓ กลยทุ ธ์การประเมินผลการเรียนรดู้ า้ นความรู้
ประเมินจากผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนและการปฏิบัติของนิสิต ให้ครอบคลุมในทุกด้าน ด้วยวิธีการ
ดังตอ่ ไปนี้

(๑) การทดสอบย่อย
(๒) การสอบกลางภาคและปลายภาค
(๓) การวดั ผลสาเรจ็ ของการปฏบิ ัตงิ านเปน็ ทมี
(๔) การนาเสนอผลงาน
(๕) การนาความรู้ไปประยุกต์ใชใ้ หส้ มั พันธ์กบั ศาสตรส์ มยั ใหม่
(๖) การสอบประมวลความรู้
(๗) การสอบวัดคณุ สมบัติในรายวชิ าที่หลกั สูตรกาหนด และสอบความรภู้ าษาทีห่ ลักสูตรกาหนด
(๘) การสอบวิทยานิพนธ์

๒.๓ ทกั ษะทางปญั ญา (Cognitive Skills)

๒.๓.๑ ผลการเรยี นรดู้ ้านทักษะทางปัญญา
นิสิตมีวิจารณญาณในการคิดวิเคราะห์อย่างเป็นระบบและสร้างสรรค์โดยใช้องค์ความรู้ทางวิชาชีพท่ี

เรียนมาท้ังภาคทฤษฎี ภาคปฏิบัติและประสบการณ์จริง มาบูรณาการใช้ในการแก้ไขปัญหาการเรียนรู้ การ
ประกอบอาชพี และการดารงชีวติ เพือ่ ให้เกิดผลลพั ธ์ท่มี ีคุณภาพ และเป็นประโยชนท์ ั้งต่อตนเองและสังคม โดยมี
คุณสมบตั ิสรปุ โดยสงั เขปดงั ตอ่ ไปน้ี

(๑) สามารถเขา้ ใจทฤษฎีทางพระพทุ ธศาสนานาไปสูก่ ารวิจัยอย่างสร้างสรรค์
(๒) สามารถวิเคราะห์และสังเคราะห์ผลงานวิจัยและทฤษฎีเพื่อพัฒนาองค์ความรู้ใหม่ด้าน
พระพทุ ธศาสนา
(๓) สามารถจัดการความร้ทู างดา้ นภาษาบาลแี ละคมั ภรี ์พระพทุ ธศาสนาอย่างเปน็ ระบบ
(๔) สามารถออกแบบและดาเนินการวิจัยในประเด็นสาคัญทางพระพุทธศาสนา
(๕) สามารถวางแผนและดาเนินการโครงการท่ีสาคัญหรือโครงการวิจัยค้นคว้าทางพระพุทธศสนาและ

มคอ.๒ หลกั สูตรพทุ ธศาสตรดุษฎีบณั ฑิต สาขาวชิ าพระพทุ ธศาสนา / ๓๔

คัมภรี พ์ ระพุทธศาสนา ไดด้ ว้ ยตนเอง
(๖) สามารถประยกุ ต์ใชห้ ลักพทุ ธธรรมในการแกป้ ญั หาทเ่ี กิดขึ้นในสงั คมสมยั ใหม่

๒.๓.๒ กลยุทธก์ ารสอนท่ใี ชใ้ นการพฒั นาการเรียนร้ดู า้ นทกั ษะทางปญั ญา
เพอ่ื ใหเ้ กิดผลการเรยี นรู้ดา้ นทักษะทางปัญญา หลักสูตรจึงใช้กลยุทธ์ในการสอนเพ่ือพัฒนาการเรียนรู้ของ
ผ้เู รียนดังน้ี

(๑) เน้นการฝึกทกั ษะด้านการคิดและการสรา้ งสรรค์งานวชิ าการ
(๒) เน้นการเรียนรู้ดว้ ยตนเอง และการปฏิบตั ิงานวจิ ัยอยา่ งจรงิ จัง
(๓) เน้นการเรียนรู้ท่ีสามารถประยุกต์ใช้กับการวิจัยค้นคว้าในสถานการณ์จริง โดยใช้ปัญหาเป็น
ตัวกระต้นุ ให้เกดิ การเรียนรู้
(๔) เน้นการอภปิ รายกลมุ่

๒.๓.๓กลยุทธก์ ารประเมินผลการเรียนร้ดู ้านทกั ษะทางปญั ญา
ประเมนิ ทกั ษะทางปัญญาดว้ ยวิธีการดงั ต่อไปนี้

(๑) วัดผลจากการแสดงออกทางการกระบวนการคิดและการแกไ้ ขปัญหา
(๒) วดั ผลจากการปฏิบตั ิงานที่ไดร้ ับมอบหมาย
(๓) วดั ผลจากการนาเสนอผลงาน
(๔) วดั ผลจากการอธบิ าย การถามและตอบคาถาม
(๕) วดั ผลจากการโต้ตอบสื่อสารกับผอู้ ่นื
(๖) วดั ผลจากการอภปิ รายกลมุ่

๒.๔ ด้านทักษะความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลและความรับผิดชอบ (Interpersonal Skill and
Responsibilies)

๒.๔.๑ ผลการเรียนรู้ด้านทักษะความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งบุคคลและความรับผดิ ชอบ
นิสิตมีปฏิสัมพันธ์อย่างสร้างสรรค์ สามารถในการปรับตัวเข้ากับกลุ่มคนต่างๆ ได้ มีความเคารพและ
ยอมรับความแตกต่างระหว่างบุคคลและสังคม มีความรับผิดชอบในบทบาทหน้าท่ี เรียนรู้และพัฒนาตนเอง
และสงั คมอย่างต่อเนอ่ื ง โดยมคี ณุ สมบัตสิ รุปโดยสงั เขปดงั ตอ่ ไปน้ี

(๑) มีความสามารถในการแสดงความเห็นทางวชิ าการดา้ นพระพุทธศาสนา
(๒) มคี วามรับผดิ ชอบในการพฒั นาความรขู้ องตนเอง องค์กร และสังคม
(๓) สามารถใช้ความรูด้ า้ นพระพุทธศาสนามาช้ีนาสงั คมในประเด็นทเี่ หมาะสม
(๔) มีภาวะความเปน็ ผ้นู าทโ่ี ดดเด่นในองค์กร บริหารการทางานเป็นทีม และภาวะการเป็นผู้ตามในทีม
ได้อย่างเหมาะสมตามโอกาสและสถานการณ์
(๕) สามารถแสดงทกั ษะภาวะความเปน็ ผู้นาไดอ้ ย่างเหมาะสมตามโอกาสและสถานการณ์เพื่อเพ่ิมพูนประสิทธิภาพ

มคอ.๒ หลกั สูตรพทุ ธศาสตรดุษฎีบณั ฑิต สาขาวชิ าพระพทุ ธศาสนา / ๓๕

ในการทางานเป็นกลมุ่
(๖) สามารถให้ความร่วมมือในการทางานเป็นกลุ่มพร้อมทั้งสามารถช้ีแจงแสดงเหตุผลเพ่ือเพ่ิมพูนประสิทธิภาพ

ระหว่างกลมุ่

๒.๔.๒ กลยุทธ์การสอนท่ีใช้พัฒนาการเรียนรู้ ด้านทักษะความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล และ ความ
รับผิดชอบ

เพื่อให้เกดิ ผลการเรียนร้ดู ้านทกั ษะความสมั พนั ธร์ ะหว่างบคุ คล และความรบั ผิดชอบหลักสูตรจึงใช้กลยุทธ์
ในการสอนเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ของผเู้ รียนดังนี้

(๑) การจดั กจิ กรรมในรายวิชาทีเ่ นน้ การเรียนการสอนท่ีมกี ารปฏสิ ัมพนั ธท์ ่ีดรี ะหวา่ งผเู้ รียนและผ้สู อน
(๒) จดั ใหม้ ีกจิ กรรมฝึกฝนภาวะความเปน็ ผู้นา ผู้ตาม การแสดงออกถึงภาวะความเป็นผู้นาและผู้ตามที่
ดี การมีมนุษยสัมพนั ธ์ท่ดี กี ับผรู้ ว่ มงาน และการรับฟังความคิดเห็นผู้อื่นในการปฏิบัติงานเป็นทีมและการทางาน
วจิ ัย
(๓) จดั ให้มกี ิจกรรมฝกึ ฝนการทากิจกรรมเพ่อื สังคม
(๔) จัดให้มีกจิ กรรมฝึกฝนการวางตัวทีเ่ หมาะสมตอ่ กาลเทศะ
(๕) จัดให้มกี ิจกรรมฝกึ ฝนการประสานงานกับผูอ้ ่ืนทง้ั ภายในและภายนอกสถาบนั การศึกษา

๒.๔.๓ กลยทุ ธ์การประเมินผลการเรียนรู้ ดา้ นทกั ษะความสัมพนั ธ์ระหวา่ งบุคคล และ ความรับผิดชอบ
ประเมนิ ทักษะความสมั พนั ธ์ระหว่างบุคคลและความรับผดิ ชอบด้วยวธิ กี ารดงั ต่อไปนี้

(๑) สังเกตจากพฤติกรรมและการแสดงออกของนิสิตในหลายๆ ด้าน ระหว่างกิจกรรมการเรียนการ
สอน เช่น พฤตกิ รรมความสนใจ ตั้งใจเรียนรู้ และพฒั นาตนเอง

(๒) สังเกตจากพฤตกิ รรมการแสดงบทบาทภาวะผู้นาและผู้ตามท่ีดี ความสามารถในการทางานร่วมกับ
ผอู้ น่ื

(๓) สังเกตจากพฤติกรรมความรับผิดชอบในการเรียนและงานท่ีได้รับมอบหมาย การนาเสนอผลงาน
การทางานวจิ ยั และการร่วมทากจิ กรรมเพ่อื สงั คม

๒.๕ ด้านทักษะการวิเคราะห์เชิงตัวเลข การสื่อสาร และการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ (Numerical
Analysis, Communication and Information Technology Skills)

๒.๕.๑ ผลการเรยี นรูด้ ้านทกั ษะการวเิ คราะห์เชงิ ตวั เลข การสือ่ สาร และการใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศ
นสิ ิตสามารถประยุกต์ใช้ความรู้และกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ สถิติและคณิตศาสตร์ ในการวิเคราะห์
และประมวลผลข้อมูลหรือสถานการณ์ต่าง ๆ ในการเรียนการสอน การปฏิบัติงาน และการทางานวิจัยได้
สามารถเรียนรู้ศาสตร์ทางด้านวิวัฒนาการทางเทคโนโลยี และรู้จักนาเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ให้เกิดประโยชน์
ต่อสังคม โดยมีคณุ สมบัตสิ รุปโดยสังเขปดังต่อไปน้ี

(๑) สามารถคัดกรองข้อมูลและใช้หลักตรรกะทางคณิตศาสตร์และสถิติ ในการศึกษาค้นคว้าปัญหา

มคอ.๒ หลกั สูตรพทุ ธศาสตรดุษฎีบณั ฑิต สาขาวิชาพระพทุ ธศาสนา / ๓๖

สรุปปญั หาและเสนอแนะแก้ไขปัญหาในด้านตา่ งๆ ดว้ ยหลกั การทางพระพทุ ธศาสนา
(๒) สามารถวิเคราะห์ข้อมูลเชิงเนื้อหา เชิงตัวเลขและสถิติในการศึกษากาหนดประเด็นปัญหาท่ีสาคัญ

ไดอ้ ย่างถูกต้อง
(๓) สามารถนาเสนอรายงานการวจิ ัยดษุ ฎีนพิ นธ์ ทัง้ ในรปู แบบท่ีเป็นทางการและไมเ่ ป็นทางการ
(๔) สามารถสื่อสารโดยใช้ภาษาไทยและภาษาองั กฤษไดอ้ ยา่ งมปี ระสทิ ธิภาพ และสื่อสารกับกลุ่มบุคคล
ต่างๆ ท้ังในวงการวชิ าการและวชิ าชีพ รวมถงึ ชมุ ชนทั่วไปไดอ้ ย่างเหมาะสม
(๕) สามารถใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศในการนาเสนอรายงานการวิจัย วิทยานิพนธ์ หรือโครงการค้นคว้า
ที่สาคัญ ท้ังในรูปแบบท่เี ปน็ ทางการและไมเ่ ป็นทางการ รวมถึงการตีพิมพผ์ า่ นส่อื ทางวิชาการได้อยา่ งเหมาะสม
(๖) สามารถสื่อสารและสร้างสรรค์งานทางด้านภาษาบาลี ทั้งในวงการวิชาการและวิชาชีพ ได้อย่าง
เหมาะสม

๒.๕.๒ กลยุทธ์การสอนท่ีใช้พัฒนาการเรียนรู้ด้านทักษะการวิเคราะห์เชิงตัวเลข การสื่อสาร และการใช้
เทคโนโลยสี ารสนเทศ

เพ่ือให้เกิดผลการเรียนรู้ด้านทักษะการวิเคราะห์เชิงตัวเลข การส่ือสาร และการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ
หลักสูตรจึงใช้กลยุทธ์ในการสอนเพอื่ พฒั นาการเรยี นรขู้ องผ้เู รยี นดังน้ี

(๑) จัดการเรียนรายวิชาสัมมนาให้นิสิตได้ฝึกทักษะท้ังด้านการวิเคราะห์ การวิจารณ์ การส่ือสาร และ
การใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศ ในการค้นควา้ และนาเสนองานท้ังเป็นภาษาไทยและภาษาองั กฤษ

(๒) จดั กจิ กรรมการเรียนการสอนที่มุ่งเน้นให้ผู้เรียนได้ฝึกฝนทักษะการสื่อสาร และการนาเสนอโดยใช้
เทคโนโลยที ้ังดว้ ยตนเองและรว่ มกับผอู้ ่ืน การอภปิ ราย

(๓) จัดกจิ กรรมการเรยี นการสอนท่ีเนน้ การวเิ คราะหป์ ัญหาทางปรัชญาและการทางานวจิ ัย
(๔)จัดกิจกรรมเพอื่ ให้เกดิ ทักษะในการบริหารจัดการข้อมลู ที่ได้จากการศึกษาและวจิ ยั

๒.๕.๓ กลยทุ ธก์ ารประเมนิ ผลการเรยี นรดู้ ้านทักษะการวเิ คราะหเ์ ชงิ ตวั เลข การสอ่ื สารและการใช้
เทคโนโลยสี ารสนเทศ

ประเมินทักษะการวเิ คราะหเ์ ชงิ ตัวเลข การส่ือสาร และการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ ดว้ ยวธิ กี ารดังตอ่ ไปนี้
(๑) การทดสอบความร้แู ละเทคนิคการวิเคราะห์และวิจารณท์ ฤษฎีหรอื แนวคิดใหม่ ๆ
(๒) การทางานวิจยั ตงั้ แต่เริ่มตน้ จนถึงขัน้ ตอนการเขียนรายงาน และการนาเสนอผลงาน

๓. แผนท่แี สดงการกระจายความรบั ผิดชอบตอ่ ผลการเรียนรู้ จากหลกั สตู รสูร่ ายวชิ า (Curriculum mapping)

หลักสตู รรบั ผิดชอบต่อผลการเรยี นรู้ตามมาตรฐานการเรียนรู้ ๕ ด้าน ดงั ตอ่ ไปน้ี
๓.๑ ด้านคุณธรรม จริยธรรม(Moral and Ethics)
๓.๑.๑ มีความมุ่งม่ันพัฒนาตนให้เพียบพร้อมด้วยคุณธรรมจริยธรรม ประกอบด้วยศีลาจารวัตรงดงาม

มคอ.๒ หลกั สูตรพทุ ธศาสตรดุษฎีบณั ฑิต สาขาวชิ าพระพทุ ธศาสนา / ๓๗

และเป็นแบบอย่างทดี่ ขี องสังคม
๓.๑.๒ มคี วามรู้คคู่ ุณธรรม สามารถประยุกต์หลักพุทธธรรมเพื่อแก้ปัญหาชีวิตตน และเพ่ือนร่วมสังคม

ได้อยา่ งเหมาะสม ดา้ นการครองตน ครองคน ครองงาน
๓.๑.๓ เปน็ ผ้มู ีน้าใจเสียสละ มีจติ อาสาอทุ ิศตนเพอ่ื พระพุทธศาสนาและสังคม
๓.๑.๔ มีความเป็นผู้นาด้านจิตใจและปัญญา และส่งเสริมให้มีการประพฤติปฏิบัติตามหลักคุณธรรม

จริยธรรม
๓.๑.๕ เคารพสิทธิและเสรีภาพ รับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น รวมถึงเคารพในคุณค่าและศักด์ิศรีของ

ความเปน็ มนุษย์
๓.๑.๖ การยอมรับประเด็นทางศีลธรรมและจริยธรรมอันเน่ืองมาจากความหลากหลายทางวัฒนธรรม

และการอยู่ร่วมกนั อย่างสันติ

๓.๒ ดา้ นความรู้ (Knowledge)
๓.๒.๑ มคี วามรู้เช่ียวชาญในพระไตรปฎิ กและคัมภีรท์ างพระพุทธศาสนา
๓.๒.๒ มีความใฝ่รู้ใฝ่คิดสร้างสรรค์ในงานวิชาการด้านพระพุทธศาสนา และสามารถบูรณาการองค์

ความรูใ้ นพระพทุ ธศาสนากับศาสตรส์ มยั ใหม่ได้
๓.๒.๓ สามารถพัฒนาสร้างสรรค์องค์ความรู้ใหม่จากงานวิจัย เพื่อตอบสนองความต้องการทางสังคม

ในด้านวิชาการพระพุทธศาสนา
๓.๒.๔ มโี ลกทรรศนก์ วา้ งไกลและรเู้ ท่าทนั ความเปล่ียนแปลงทางสังคม
๓.๒.๕ สามารถพฒั นาองคค์ วามรู้ จากงานวจิ ัยเพอื่ เช่ือมโยงกับการพัฒนาองค์กรเพื่อตอบสนองความ

ตอ้ งการของสงั คม
๓.๒.๖ สามารถสังเคราะห์องค์ความรู้จากงานวิจัยเพื่อสร้างสรรค์งานด้านภาษาบาลีและคัมภีร์พุทธ

ศาสนา

๓.๓ ด้านทักษะทางปญั ญา (Cognitive Skills)
๓.๓.๑ สามารถเขา้ ใจทฤษฎีทางพระพทุ ธศาสนานาไปสู่การวจิ ยั อยา่ งสร้างสรรค์
๓.๓.๒ สามารถวิเคราะห์และสังเคราะห์ผลงานวิจัยและทฤษฎีเพ่ือพัฒนาองค์ความรู้ใหม่ด้าน

พระพุทธศาสนา
๓.๓.๓ สามารถจัดการความรูท้ างดา้ นภาษาบาลีและคัมภีร์พระพทุ ธศาสนาอย่างเป็นระบบ
๓.๓.๔ สามารถออกแบบและดาเนินการวิจยั ในประเดน็ สาคัญทางพระพุทธศาสนา
๓.๓.๕ สามารถวางแผนและดาเนินการโครงการท่ีสาคัญหรือโครงการวิจัยค้นคว้าทางพระพุทธศสนา

และคมั ภรี พ์ ระพทุ ธศาสนา ไดด้ ว้ ยตนเอง
๓.๓.๖ สามารถประยกุ ตใ์ ช้หลักพุทธธรรมในการแก้ปญั หาทเ่ี กิดขึน้ ในสังคมสมัยใหม่

๓.๔ ด้านทักษะความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลและความรับผิดชอบ (Interpersonal Skill and

มคอ.๒ หลกั สูตรพทุ ธศาสตรดุษฎีบณั ฑิต สาขาวชิ าพระพทุ ธศาสนา / ๓๘

Responsibilies)
๓.๔.๑ มีความสามารถในการแสดงความเหน็ ทางวิชาการด้านพระพุทธศาสนา
๓.๔.๒ มคี วามรบั ผิดชอบในการพัฒนาความร้ขู องตนเอง องค์กร และสังคม
๓.๔.๓ สามารถใชค้ วามร้ดู ้านพระพุทธศาสนามาช้นี าสังคมในประเดน็ ทเ่ี หมาะสม
๓.๔.๔ มีภาวะความเป็นผูน้ าทโี่ ดดเด่นในองค์กร บริหารการทางานเป็นทีม และภาวะการเป็นผู้ตามใน

ทีมได้อย่างเหมาะสมตามโอกาสและสถานการณ์
๓.๔.๕ สามารถแสดงทักษะภาวะความเป็นผู้นาได้อย่างเหมาะสมตามโอกาสและสถานการณ์เพ่ือเพ่ิมพูน

ประสิทธภิ าพในการทางานเป็นกลุ่ม
๓.๔.๖ สามารถให้ความร่วมมือในการทางานเป็นกลุ่มพร้อมทั้งสามารถช้ีแจงแสดงเหตุผลเพ่ือเพ่ิมพูน

ประสิทธิภาพระหว่างกลมุ่

๓.๕ ด้านทักษะการวิเคราะห์ การสื่อสาร และเทคโนโลยีสารสนเทศ (Numerical Analysis,
Communication and Information Technology Skills)

๓.๕.๑ สามารถคัดกรองข้อมูลและใช้หลักตรรกะทางคณิตศาสตร์และสถิติ ในการศึกษาค้นคว้าปัญหา
สรปุ ปญั หาและเสนอแนะแกไ้ ขปัญหาในดา้ นตา่ งๆ ด้วยหลกั การทางพระพุทธศาสนา

๓.๕.๒ สามารถวิเคราะห์ข้อมูลเชิงเน้ือหา เชิงตัวเลขและสถิติในการศึกษากาหนดประเด็นปัญหาท่ี
สาคัญได้อย่างถูกต้อง

๓.๕.๓ สามารถนาเสนอรายงานการวิจัยดษุ ฎีนพิ นธ์ ทง้ั ในรูปแบบทเ่ี ป็นทางการและไมเ่ ป็นทางการ
๓.๕.๔ สามารถสื่อสารโดยใช้ภาษาไทยและภาษาอังกฤษได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสื่อสารกับกลุ่ม
บคุ คลต่างๆ ทั้งในวงการวิชาการและวชิ าชีพ รวมถึงชุมชนท่ัวไปไดอ้ ย่างเหมาะสม
๓.๕.๕ สามารถใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการนาเสนอรายงานการวิจัย วิทยานิพนธ์ หรือโครงการ
ค้นคว้าที่สาคัญ ท้ังในรูปแบบที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ รวมถึงการตีพิมพ์ผ่านส่ือทางวิชาการได้อย่าง
เหมาะสม
๓.๕.๖ สามารถสอื่ สารและสร้างสรรค์งานทางด้านภาษาบาลี ท้ังในวงการวิชาการและวิชาชีพ ได้อย่าง
เหมาะสม

๔. ความคาดหวังของผลลัพธ์การเรยี นร้เู มอ่ื ส้นิ ปีการศึกษา
นิสติ เมื่อจบการศึกษาชั้นปที ี่ ๑
ด้านคุณธรรม จริยธรรม : มีการยอมรับประเด็นทางศีลธรรมและจริยธรรมอันเน่ืองมาจากความ

หลากหลายทางวฒั นธรรมและการอยู่ร่วมกันอยา่ งสันติ
ด้านความรู้ : มีความใฝ่รู้ใฝ่คิดสร้างสรรค์ในงานวิชาการด้านพระพุทธศาสนา และสามารถบูรณาการ

องคค์ วามรู้ในพระพทุ ธศาสนากบั ศาสตรส์ มยั ใหมไ่ ด้
ดา้ นทักษะทางปัญญา : สามารถเข้าใจทฤษฎที างพระพุทธศาสนานาไปสู่การวิจยั อย่างสรา้ งสรรค์
ด้านทักษะความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลและความรับผิดชอบ : มีความสามารถในการแสดงความเห็น

ทางวิชาการดา้ นพระพทุ ธศาสนา
ด้านทักษะการวิเคราะห์ การส่ือสาร และเทคโนโลยีสารสนเทศ : สามารถคัดกรองข้อมูลและใช้หลัก

มคอ.๒ หลกั สูตรพทุ ธศาสตรดุษฎีบณั ฑิต สาขาวชิ าพระพทุ ธศาสนา / ๓๙

ตรรกะทางคณติ ศาสตร์และสถิติ ในการศึกษาค้นคว้าปัญหา สรุปปัญหาและเสนอแนะแก้ไขปัญหาในด้านต่างๆ
ดว้ ยหลกั การทางพระพทุ ธศาสนา

แผนทแี่ สดงการกระจายความรบั ผดิ ชอบมาตรฐานผลการ

 ความรบั ผดิ ชอบหลัก

รายวชิ า ๑. ดา้ นคุณธรรม ๒. ด้านความร

จรยิ ธรรม

๑๒๓๔๕๖๑๒๓๔๕

- หมวดวชิ าบงั คับ

๘๐๐ ๑๐๒ พระพทุ ธศาสนากับศาสตร์           

แหง่ การตคี วาม

๘๐๐ ๔๐๑ สมั มนางานวจิ ัยและ           

วทิ ยานิพนธ์

๘๐๑ ๑๐๑ สมั มนาพระไตรปฎิ ก 
และอรรถกถา 
๘๐๑ ๑๐๔ สัมมนา

พระพทุ ธศาสนากับวชิ าชีพ

๘๐๑ ๑๐๕ สัมมนาพระไตรปิฎก           

และงานนพิ นธ์

๘๐๑ ๒๐๓ ระเบยี บวธิ ีวจิ ยั ช้ันสูงทาง 

พระพุทธศาสนา

๘๐๒ ๓๐๖ วปิ สั สนากรรมฐาน

- หมวดวชิ าเอก

รเรยี นรจู้ ากหลกั สตู รสรู่ ายวชิ า (Curriculum mapping)

 ความรบั ผดิ ชอบรอง ๔. ด้านทกั ษะ ๕. ดา้ นทักษะการ
รู้ ๓. ด้านทกั ษะทาง ความสมั พนั ธร์ ะหวา่ ง วเิ คราะห์การส่ือสาร

ปัญญา บุคคลและความ และเทคโนโลยี
รบั ผิดชอบ สารสนเทศ

๕๖๑๒๓๔๕๖๑๒๓๔๕๖๑๒๓๔๕๖











รายวชิ า ๑. ดา้ นคณุ ธรรม ๒. ดา้ นความร
จรยิ ธรรม

๘๐๑ ๒๐๗ สัมมนาหลกั พทุ ธ ๑๒๓๔๕๖๑๒๓๔๕

ธรรม

๘๐๑ ๒๐๘ สมั มนาระพทุ ธศาสนากับ 

วิทยาการสมัยใหม่
๘๐๑ ๒๑๒ สมั มนาพระพุทธศาสนากับ 
การพัฒนาทย่ี ัง่ ยนื 
๘๐๑ ๓๐๙ พระพุทธศาสนากบั ศาสตร์ 
แหง่ การใช้เหตุผล 

- หมวดวชิ าเลอื ก

๘๐๑ ๒๑๐ ศึกษาอสิ ระในศาสน
ศกึ ษา

๘๐๑ ๒๑๑ สมั มนาพทุ ธจริย
ศาสตรป์ ระยุกต์
๘๐๑ ๒๑๓ สัมมนา
พระพุทธศาสนากบั สตรีนยิ ม
๘๐๑ ๒๑๔ พระพุทธศาสนาใน
วรรณคดีไทย

มคอ.๒ หลกั สูตรพทุ ธศาสตรดุษฎีบณั ฑิต สาขาวชิ าพระพทุ ธศาสนา / ๓๖

รู้ ๓. ด้านทกั ษะทาง ๔. ด้านทกั ษะ ๕. ด้านทกั ษะการ
ความสัมพนั ธร์ ะหว่าง
ปญั ญา บุคคลและความ วเิ คราะห์การสื่อสาร
รบั ผดิ ชอบ และเทคโนโลยี

สารสนเทศ

๕๖๑๒๓๔๕๖๑๒๓๔๕๖๑๒๓๔๕๖












รายวชิ า ๑. ด้านคุณธรรม ๒. ดา้ นความร
จริยธรรม

๑๒๓๔๕๖๑๒๓๔๕

๘๐๑ ๓๑๕ จติ รกั ษากับการ 
ปรึกษาเชิงพทุ ธ

๘๐๑ ๓๑๖ พระพุทธศาสนากบั           

สงั คมผสู้ ูงอายุ

๘๐๑ ๓๑๗ สัมมนาพระพทุ ธศาสนากับ           

เศรษฐกจิ พอเพียง

๘๐๑ ๓๑๘ สัมมนา 
พระพุทธศาสนาเพื่อสงั คม

๘๐๑ ๓๒๐ พระพทุ ธศาสนากบั 
ประชาคมอาเซียน

- ดษุ ฎนี พิ นธ์ แบบ ๑.๑ และ แบบ ๒.๑

๘๐๐ ๓๐๐ ดษุ ฎนี พิ นธ์ 

มคอ.๒ หลกั สูตรพทุ ธศาสตรดุษฎีบณั ฑิต สาขาวชิ าพระพทุ ธศาสนา / ๓๗

รู้ ๓. ด้านทกั ษะทาง ๔. ด้านทกั ษะ ๕. ด้านทกั ษะการ
ความสมั พนั ธร์ ะหว่าง
ปญั ญา บคุ คลและความ วิเคราะห์การสื่อสาร
รับผดิ ชอบ และเทคโนโลยี

สารสนเทศ

๕๖๑๒๓๔๕๖๑๒๓๔๕๖๑๒๓๔๕๖












มคอ.๒ หลักสูตรพุทธศาสตรดษุ ฎบี ัณฑติ สาขาวิชาพระพทุ ธศาสนา / ๔๔

หมวดที่ ๕
หลกั เกณฑใ์ นการประเมนิ ผลนสิ ติ

๑. กฎระเบียบหรือหลกั เกณฑใ์ นการใหร้ ะดบั คะแนน (เกรด)

เป็นไปตามข้อบังคับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ว่าด้วยการศึกษาระดับ

บณั ฑิตศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๑ (ฉบับท่ี ๓) แก้ไขเพีมเตมิ พุทธศกั ราช ๒๕๔๙

๑. ให้มีการวัดผลทุกรายวชิ าที่นสิ ิตลงทะเบียนแต่ละภาคการศึกษาโดยวิธกี ารทดสอบท้ังก่อน

และหลงั เรียน เขยี นรายงาน มอบหมายงานใหท้ าผลการฝกึ ภาคสนามหรอื วิธีอ่นื ใดที่เหมาะสมกบั

รายวชิ า

๒. นิสิตจะมีสิทธเิ ข้าสอบไล่ หรอื ได้รับการวดั ผลในรายวชิ าใดก็ตอ่ เม่อื มเี วลาศึกษาในรายวิชานนั้

มาแล้วไม่น้อยกวา่ ร้อยละ ๘๐ ของเวลาการศึกษาทงั้ หมดในภาคการศึกษาน้นั

๓. การประเมินผลการศึกษารายวิชา แบ่งเป็น ๗ ระดับ คือ A, A-, B+, B, C+,C และ F มีผล

การศกึ ษา ระดับ ค่าระดับ และเกณฑ์คะแนน แต่ละระดับ ดงั น้ี

เกณฑ์คะแนน

ผลการศึกษา ระดบั คา่ ระดบั วิชาเลอื ก วิชาบังคับ เกณฑ์

และวิชาเอก

เย่ยี ม (Excellent) A ๔.๐๐ ๙๕ - ๑๐๐ ๙๕-๑๐๐ เกณฑ์ผ่านวิชา

บังคบั แลวชิ าเอก

ดมี าก (Very Good) A- ๓.๖๗ ๙๐ - ๙๔ ๙๐ - ๙๔ ”

ดี (Good) B+ ๓.๓๓ ๘๕ - ๘๙ ๘๕ - ๘๙ ”

ค่อนข้างดี (Quite B ๓.๐๐ ๘๐ – ๘๔ ๘๐ – ๘๔ ”

Good)

ปานกลาง (Moderate) C+ ๒.๕๐ ๗๕ - ๗๙ ต่ากวา่ ๘๐ เกณฑผ์ ่านวิชา

ผ่าน (Pass) C ๒.๐๐ ๗๐ - ๗๔ เลือก

ตก (Failed) F ๐ ต่ากว่า ๗๐ ”

๔. นิสิตต้องสอบไล่ได้ระดับ A, A-, B+ และ B หรือ S ในรายวิชาท่ีหลักสูตรกาหนดไว้เป็นวิชา

บังคับ วิชาเอก หรือวิชาเลือก นิสิตที่ได้ระดับต่ากว่า B ในรายวิชาบังคับหรือวิชาเอก ต้องลงทะเบียน

รายวิชาน้ันใหม่ และต้องสอบให้ได้ระดับไม่ต่ากว่า B หรือ Sแล้วแต่กรณี เง่ือนไขอ่ืนๆ ให้เป็นไปตาม

ข้อบังคับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยว่าด้วยเร่ืองการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา พ.ศ.๒๕๔๑

และฉบบั แกไ้ ขเพมิ่ เติม พ.ศ.๒๕๔๙

๕. การประเมินผลวิทยานิพนธ์ ให้เป็นไปตามระเบียบบัณฑิตวิทยาลัยว่าด้วยวิธีปฏิบัติเก่ียวกับ

วิทยานพิ นธ์ พ.ศ.๒๕๔๒ แก้ไขเพม่ิ เตมิ พ.ศ.๒๕๕๐

๖. ระบบการวัดผลและประเมินผลในเรื่องอ่ืน ๆ ให้นาข้อบังคับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ

มคอ.๒ หลักสตู รพุทธศาสตรดุษฎบี ณั ฑติ สาขาวิชาพระพุทธศาสนา / ๔๕

ราชวิทยาลยั วา่ ดว้ ยการศกึ ษาระดับบัณฑิตศึกษา พ.ศ.๒๕๔๑ และขอ้ บงั คบั ของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลง
กรณราชวทิ ยาลัย ฉบบั แก้ไขเพ่ิมเตมิ พ.ศ. ๒๕๔๙ มาถือปฏบิ ัติโดยอนโุ ลม

๗. การประเมินผลการศึกษารายวิชาที่กาหนดให้ศึกษาเพิ่มเติมโดยไม่นับหน่วยกิตให้ได้รับผล
ประเมนิ เป็น S (Satisfactory – ผา่ น) หรอื U (Unsatisfactory – ไม่ผา่ น)

๒. กระบวนการทวนสอบมาตรฐานผลสัมฤทธิ์ของนสิ ิต
การกาหนดระบบและกลไกการทวนสอบมาตรฐานผลการเรียนรู้ เกิดข้ึนเพ่ือแสดงหลักฐานยืนยัน

หรือสนับสนุนว่านิสิตและดุษฎีบัณฑิตทุกคนมีมาตรฐานผลการเรียนรู้ทุกด้านเป็นไปตามที่กาหนดไว้ใน
มาตรฐานคุณวฒุ ิ เปน็ อยา่ งน้อย

๒.๑. การทวนสอบมาตรฐานผลการเรยี นรู้ขณะนิสิตยังไมส่ าเรจ็ การศกึ ษา
การทวนสอบในทุกรายวิชา ทั้งภาคทฤษฎี ภาคปฏิบัติ การสัมมนา การทาวิทยานิพนธ์ จะต้อง

สอดคล้องกับกลยุทธ์การประเมินผลการเรียนรู้โดยให้เป็นความรับผิดชอบของอาจารย์ผู้สอนในการออก
ขอ้ สอบหรือกาหนดกลไกและกระบวนการสอบ และมีการประเมินแผนการสอนสัมพันธ์กับการประเมิน
ข้อสอบ การประเมินผลสมั ฤทธิ์ทางการเรยี นการสอนจากผลการสอบ โดยคณะกรรมการประจาหลักสูตร
และ/หรือ คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิทั้งจากภายในและภายนอกสถาบัน รวมถึงการประเมินอาจารย์
และการประเมินผลการเรียนการสอนโดยนิสติ เอง ส่วนการทวนสอบในระดับหลักสูตร ให้มีระบบประกัน
คุณภาพภายในของสาขาวิชาพระพุทธศาสนาเอง ระบบประกันคุณภาพภายในระดับคณะ และระบบ
ประกันคณุ ภาพภายในระดับสถาบนั เพอ่ื ดาเนินการทวนสอบมาตรฐานผลการเรียนร้แู ละรายงานผล

๒.๒. การทวนสอบมาตรฐานผลการเรยี นรูห้ ลังจากนิสติ สาเรจ็ การศึกษา
การทวนสอบมาตรฐานผลการเรยี นร้หู ลงั จากนิสติ สาเร็จการศึกษา เน้นการทาวิจัยสัมฤทธิผลของ
การประกอบอาชพี หรอื การศกึ ษาตอ่ ของดษุ ฎีบัณฑิต โดยทาการวิจัยอย่างต่อเน่ือง แล้วนาผลที่ได้มาเป็น
ข้อมูลในการประเมินคุณภาพของหลักสูตร การพัฒนาหรือปรับปรุงหลักสูตร และกระบวนการเรียนการ
สอน โดยมีหวั ข้อการทวนสอบมาตรฐานผลการเรยี นรู้ ดังตอ่ ไปน้ี

๒.๒.๑ สภาวะการได้งานทาหรือศึกษาต่อของดุษฎีบัณฑิต ประเมินจากการได้งานทาหรือ
ศึกษาต่อตรงตามสาขาหรอื ในสาขาท่ีเก่ียวข้อง และระยะเวลาในการหางาน โดยทาการประเมินจากดุษฎี
บณั ฑิตแต่ละรนุ่ ท่ีสาเร็จการศกึ ษา

๒.๒.๒ ตาแหนง่ งานและความก้าวหน้าในสายงานของดษุ ฎบี ณั ฑติ
๒.๒.๓ ความพึงพอใจของดุษฎีบัณฑิต ตอ่ ความรู้ความสามารถทไ่ี ด้เรียนรู้จากหลักสูตร ท่ีใช้ใน
การประกอบอาชีพหรือศึกษาตอ่ พร้อมกบั เปดิ โอกาสให้มกี ารเสนอข้อคิดเห็นในการปรับปรุงหลักสูตรให้มี
ประสิทธภิ าพยิ่งขนึ้
๒.๒.๔ ความพึงพอใจของผู้ใช้ดุษฎีบัณฑิตหรือนายจ้าง พร้อมกับเปิดโอกาสให้มีข้อเสนอแนะ
ต่อสง่ิ ทค่ี าดหวังหรอื ต้องการจากหลักสตู รในการนาไปใชใ้ นการปฏิบัตงิ านในสถานประกอบการ
๒.๒.๕ ความพึงพอใจของสถาบันการศึกษาอื่น ซ่ึงรับดุษฎีบัณฑิตท่ีสาเร็จจากหลักสูตรเข้า

มคอ.๒ หลักสูตรพทุ ธศาสตรดษุ ฎีบณั ฑิต สาขาวิชาพระพทุ ธศาสนา / ๔๖

ศึกษาตอ่ เพ่ือปริญญาท่ีสงู ขึน้ โดยประเมนิ ทางด้านความรู้ ความพร้อม และคุณสมบัตอิ น่ื ๆ
๒.๒.๖ ความเห็นและข้อเสนอแนะจากอาจารย์พิเศษและผู้ทรงคุณวุฒิภายนอก ต่อผลสัมฤทธิ์

ทางการศึกษาของดุษฎีบัณฑิตที่สาเร็จการศึกษา กระบวนการพัฒนาการเรียนรู้ องค์ความรู้ และการ
ปรบั ปรงุ หลกั สตู ร ให้มีความเหมาะสมกบั สถานการณ์ทางการศึกษา และสงั คมในปจั จบุ ันมากยิง่ ข้นึ

๒.๒.๗ ผลงานของนสิ ติ และวทิ ยานิพนธ์ท่สี ามารถวัดเป็นรปู ธรรมได้ เชน่
(๑) จานวนผลงานวิจัยทีเ่ ผยแพร่
(๒) จานวนสทิ ธิบตั ร
(๓) จานวนกิจกรรมเพ่อื สังคมและประเทศชาติ

(๔) จานวนกจิ กรรมอาสาสมัครในองคก์ รท่ีทาประโยชน์เพื่อสงั คม
(๕) จานวนรางวัล ผลงาน ประกาศเกยี รติคณุ ทไ่ี ด้รับระดบั ชาติและนานาชาติ

๓. เกณฑก์ ารสาเรจ็ การศกึ ษาของหลกั สูตร
๓.๑ หลักสตู ร แบบ ๑.๑
๑. มีเวลาการศกึ ษาไม่นอ้ ยกวา่ ๖ ภาคการศึกษาปกติ หรือไม่เกินกว่า ๑๒ ภาคการศกึ ษาปกติ
๒. สอบผ่านภาษาอังกฤษจากสถาบันภาษา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

(LIMCU) หรือสถาบันภาษาอ่ืนท่ีมหาวิทยาลัยกาหนด และเลือกสอบภาษาต่างประเทศอีก ๑ ภาษา คือ
ภาษาบาลี ภาษาสันสกฤต ภาษาเยอรมัน ภาษาญ่ีปุ่น ภาษาจีน หรือภาษาฝร่ังเศส นิสิตชาวต่างประเทศท่ี
จบการศึกษาระดับปริญญาโทจากสถาบันการศึกษาในต่างประเทศ สามารถเลือกภาษาไทยเป็น
ภาษาตา่ งประเทศ

๓. สอบผ่านการสอบวัดคุณสมบัติ (Qualifying Examination) ตามที่คณะกรรมบริหาร
หลกั สูตรกาหนด

๔. นาเสนอดุษฎีนิพนธ์ (Public Hearing) ต่อคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิและสาธารณชน
และสอบประเมินผลดุษฎีนิพนธ์ปากเปล่า โดยคณะกรรมการท่ีบัณฑิตวิทยาลัยแต่งตั้ง ซ่ึงประกอบด้วย
ผู้ทรงคณุ วฒุ ิจากภายในและภายนอกมหาวทิ ยาลัย และเป็นระบบเปิดให้ผสู้ นใจเข้ารับฟังได้

๕. สอบผ่านการประเมินผลดุษฎีนิพนธ์ และส่งดุษฎีนิพนธ์ฉบับสมบูรณ์ ตามท่ีมหาวิทยาลัย
กาหนด

๖. ผลงานดุษฎีนิพนธ์หรือส่วนหนึ่งของดุษฎีนิพนธ์ต้องได้รับการตีพิมพ์หรืออย่างน้อย
ดาเนินการให้ทั้งหมดหรือส่วนหนึ่งของดุษฎีนิพนธ์ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารหรือสิ่งพิมพ์ทางวิชาการ
ระดับชาติหรือนานาชาติท่ีมีคุณภาพตามประกาศคณะกรรมการการอุดมศึกษา เรื่อง หลักเกณฑ์การ
พิจารณาวารสารทางวิชาการสาหรบั การเผยแพร่ผลงานทางวิชาการ

๗. เกณฑอ์ ื่น ๆ ตอ้ งปฏิบตั วิ ิปสั สนากรรมฐานตามท่มี หาวิทยาลัยกาหนด (ภาคผนวก )

๓.๒ หลกั สูตร แบบ ๒.๑
๑. มีเวลาการศกึ ษาไมน่ ้อยกวา่ ๖ ภาคการศกึ ษาปกติ หรือไมเ่ กนิ กวา่ ๑๒ ภาคการศึกษาปกติ
๒. สอบผ่านภาษาอังกฤษจากสถาบันภาษา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

มคอ.๒ หลกั สตู รพทุ ธศาสตรดษุ ฎีบัณฑิต สาขาวิชาพระพุทธศาสนา / ๔๗

(LIMCU) หรือสถาบันภาษาอ่ืนที่มหาวิทยาลัยกาหนด และเลือกสอบภาษาต่างประเทศอีก ๑ ภาษา คือ
ภาษาบาลี ภาษาสันสกฤต ภาษาเยอรมัน ภาษาญ่ีปุ่น ภาษาจีน หรือภาษาฝร่ังเศส นิสิตชาวต่างประเทศที่
จบการศึกษาระดับปริญญาโทจากสถาบันการศึกษาในต่างประเทศ สามารถเลือกภาษาไทยเป็น
ภาษาตา่ งประเทศ

๓. ศกึ ษารายวชิ าต่าง ๆ ครบถว้ นและถกู ตอ้ งตามเง่ือนไขที่กาหนดไว้ในหลักสูตร
๔. ไดห้ นว่ ยกิตสะสมไมน่ ้อยกวา่ ท่ีกาหนดไวใ้ นหลักสตู ร
๕. ได้ค่าระดับเฉลี่ยสะสมไมต่ า่ กวา่ ๓.๐๐ จากระบบ ๔ แตม้
๖. ได้ระดับไม่ต่ากว่า B ในรายวิชาบังคับและวิชาเอกทุกวิชา และได้รับ S ในกรณีที่หลักสูตร
กาหนดใหว้ ดั ผลเปน็ S หรือ U
๗. สอบผ่านประมวลผลรายวิชาพระไตรปิฎก (Comprehensive Examination) ตามท่ีคณะ
กรรมบริหารหลกั สตู รกาหนด
๘. นาเสนอดษุ ฎีนพิ นธ์ (Public Hearing) ต่อคณะกรรมการผูท้ รงคุณวฒุ แิ ละสาธารณชน
๙. สอบผ่านการประเมินผลดุษฎีนิพนธ์ และส่งดุษฎีนิพนธ์ฉบับสมบูรณ์ ตามท่ีมหาวิทยาลัย
กาหนด
๑๐. ผลงานดุษฎีนิพนธ์หรือส่วนหนึ่งของดุษฎีนิพนธ์ต้องได้รับการตีพิมพ์หรืออย่างน้อย
ดาเนินการให้ท้ังหมดหรือส่วนหน่ึงของดุษฎีนิพนธ์ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารหรือสิ่งพิมพ์ทางวิชาการ
ระดับชาติหรือนานาชาติที่มีคุณภาพตามประกาศคณะกรรมการการอุดมศึกษา เร่ือง หลักเกณฑ์การ
พจิ ารณาวารสารทางวิชาการสาหรบั การเผยแพร่ผลงานทางวิชาการ
๑๑. เกณฑ์อื่น ๆ ต้องปฏิบตั วิ ปิ ัสสนากรรมฐานตามทีม่ หาวทิ ยาลัยกาหนด (ภาคผนวก )

หมวดท่ี ๖
การพฒั นาคณาจารย์

๑. การเตรียมการสาหรบั อาจารย์ใหม่
มีการปฐมนิเทศแนะแนวอาจารย์ใหม่ ให้มีความรู้และเข้าใจนโยบายของสถาบันอุดมศึกษา คณะและ

หลักสตู รทส่ี อน โดยสาระประกอบดว้ ย
๑.๑ บทบาทหนา้ ท่ี จรรยาบรรณของอาจารยใ์ นพันธกจิ ของสถาบัน

๑.๒ สิทธผิ ลประโยชนข์ องอาจารย์และกฎระเบียบต่างๆ
๑.๓ หลกั สตู ร การจัดการเรียนการสอน และกจิ กรรมตา่ งๆ ของสาขาวิชาฯ
และมีอาจารยอ์ าวุโสเปน็ อาจารยพ์ ่เี ลย้ี งโดยมีหน้าท่ีให้คาแนะนาและการปรึกษาเพื่อเรียนรู้และปรับตัว
เองเข้าสูก่ ารเป็นอาจารยใ์ นสาขาวิชาฯ มีการนิเทศการสอนทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติที่ต้องสอนและมีการ
ประเมินและตดิ ตามความกา้ วหน้าในการปฏิบตั ิงานของอาจารย์ใหม่

๒. การพัฒนาความรแู้ ละทักษะให้แกค่ ณาจารย์


Click to View FlipBook Version