มคอ.๒ หลักสตู รพุทธศาสตรดุษฎบี ณั ฑิต สาขาวชิ าพระพุทธศาสนา / ๙๔
ข้อบังคับมหาวิทยาลยั มหาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลยั
วา่ ดว้ ยการศกึ ษาระดบั บณั ฑติ ศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๑
เพ่ือให้การบริหารงานในบัณฑิตวิทยาลัยบรรลุวัตถุประสงค์ของมหาวิทยาลัยจึงเห็นสมควรออก
ขอ้ บังคับมหาวิทยาลัยว่าด้วยการศกึ ษาระดับบัณฑิตศึกษา
อาศัยอานาจตามความในมาตรา ๑๙ (๒) แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราช
วิทยาลัย พ.ศ. ๒๕๔๐ สภามหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ในคราวประชุมคร้ังท่ี ๙/๒๕๔๑
เม่อื วนั ท่ี ๒๔ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๑ จึงมมี ติใหอ้ อกขอ้ บังคับไว้ ดงั ตอ่ ไปน้ี
หมวดที่ ๑
บททว่ั ไป
ขอ้ ๑ ข้อบังคบั น้เี รียกวา่ “ ขอ้ บงั คับมหาวิทยาลัยมหาจฬุ าลงกรณราชวิทยาลัยว่าด้วยการศึกษา
ระดับบณั ฑิตศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๑”
ขอ้ ๒ ให้ใชข้ อ้ บงั คบั น้ตี ัง้ แตว่ ันถัดจากวันประกาศเปน็ ตน้ ไป
ข้อ ๓ บรรดาข้อบังคับ ระเบียบ ประกาศ คาส่ังหรือมติอื่นใดซึ่งขัดหรือแย้งกับข้อบังคับนี้ ให้ใช้
ข้อบังคับนีแ้ ทน
ข้อ ๔ ในขอ้ บงั คบั นี้
“นิสิต” ผูท้ ไ่ี ด้ขน้ึ ทะเบียนเปน็ นิสิตบัณฑติ วิทยาลัยเรยี บร้อยแลว้
ข้อ ๕ ใหอ้ ธิการบดีรักษาการให้เป็นไปตามข้อบังคบั น้ี
ข้อ ๖ คุณสมบัติของผ้สู มคั รเข้าศึกษาระดบั มหาบัณฑติ
๖.๑ ผู้สมัครเข้าเป็นนิสิตต้องเป็นผู้สาเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีหรือเทียบเท่าจาก
มหาวทิ ยาลัยหรอื สถาบนั การศกึ ษาที่สภามหาวิทยาลยั รับรอง และต้องมีคุณสมบัติอื่นตามที่มหาวิทยาลัย
กาหนด
๖.๒ ตอ้ งไดค้ า่ ระดบั เฉลีย่ สะสมในระดบั ปรญิ ญาตรี ไม่ต่ากว่า ๒.๕๐ จากระบบ ๔ แต้ม
ยกเว้นผมู้ ปี ระสบการณ์การทางานติดต่อกันเป็นเวลาไม่น้อยกว่า ๒ ปีนับต้ังแต่สาเร็จการศึกษา และผู้จบ
เปรียญธรรมเกา้ ประโยค และ
๖.๓ ไมเ่ คยถกู ลงโทษให้พน้ สภาพการเป็นนสิ ติ บณั ฑิตวิทยาลัย
ข้อ ๗ บัณฑิตวิทยาลัยจะดาเนินการเกี่ยวกับการรับสมัครนิสิตใหม่ โดยพิจารณาแต่งต้ัง
คณะกรรมการสอบคดั เลอื กผสู้ มคั รเข้าศกึ ษาในระดับบัณฑติ ศึกษาในแตล่ ะปีการศึกษา
มคอ.๒ หลักสตู รพุทธศาสตรดษุ ฎีบัณฑติ สาขาวชิ าพระพุทธศาสนา / ๙๕
๗.๑ ผู้สมัครเข้าเป็นนิสิตต้องเป็นผู้สาเร็จการศึกษาข้ันปริญญาโท หรือเทียบเท่าจาก
มหาวิทยาลัยหรือสถาบันการศึกาที่สภามหาวิทยาลัยรับรองและต้องมีคุณสมบัติอื่นตามที่มหาวิทยาลัย
กาหนด
๗.๒ ต้องได้ค่าระดับเฉล่ียสะสมในระดับปริญญาโทไม่ต่ากว่า ๓.๕๐ จากระบบ ๔ แต้ม
ยกเว้นผู้มีประสบการณ์การทางานติดต่อกันเป็นเวลาไม่น้อยกว่า ๓ ปีนับต้ังแต้สาเร็จการศึกษาหรือมี
ผลงานทางวิชาการที่คณะกรรมการบัณฑติ วิทยาลัยเห็นชอบ
๗.๓ ไม่เคยถูกลงโทษให้พน้ จากการเป็นนสิ ติ บณั ฑิตวทิ ยาลยั
ข้อ ๘ บัณฑิตวิทยาลัยจะดาเนินการเกี่ยวกับการรับสมัครนิสิตใหม่ โดยพิจารณาแต่งต้ัง
คณะกรรมการสอบคัดเลือกผู้สมัครเขา้ ศกึ ษาในระดับบณั ฑิตศึกษาในแต่ละปีการศึกษา
หมวดท่ี ๒
การจดั และวธิ ีการศึกษา
ข้อ ๙ ระบบการศกึ ษา
บัณฑิตวิทยาลัย จัดการศึกษาเป็นระบบหน่วยกิตทวิภาค โดยแบ่งเวลาการศึกษาในแต่ละปี
การศึกษาออกเปน็ ๒ ภาคการศกึ ษาปกติ แตล่ ะภาคการศึกษามเี วลาศกึ ษาไมน่ ้อยกวา่ ๑๖ สัปดาห์
บัณฑิตวิทยาลัยอาจจัดการศึกษาภาคฤดูร้อนได้อีก ๑ ภาคมีเวลาศึกษาไม่น้อยกว่า ๖ สัปดาห์
และจะกาหนดระเบียบว่าด้วยการศึกษาภาคฤดูร้อนท่ีไม่ขัดกับข้อบังคับนี้โดยความเห็นชอบของ
คณะกรรมการประจาบัณฑติ วิทยาลยั
ข้อ ๑๐ หลกั สูตร
๑๐.๑ หลักสูตรปริญญาพุทธศาสตรมหาบัณฑิต ให้ศึกษางานรายวิชาไม่น้อยกว่า ๓๖
หนว่ ยกติ และวทิ ยานิพนธ์ ๑๒ หนว่ ยกิต จาแนกประเภทดังน้ี
วชิ าบังคบั ๑๒ หน่วยกติ
วชิ าเอก ๑๘ หนว่ ยกิต
วชิ าเลอื ก ไมน่ ้อยกวา่ ๖ หน่วยกิต
วทิ ยานพิ นธ์ ๑๒ หนว่ ยกติ
รวมท้ังสิ้น ๔๘ หนว่ ยกิต
๑๐.๒ หลักสูตรปริญญาพุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต ให้ศึกษางานรายวิชาไม่น้อยกว่า ๒๔
หน่วยกิต และวทิ ยานิพนธ์ ๓๖ หนว่ ยกิต จาแนกประเภทดังนี้
วิชาบังคบั ๙ หน่วยกิต
วิชาเอก ๙ หน่วยกิต
วิชาเลือก ไมน่ ้อยกวา่ ๖ หน่วยกิต
วิทยานพิ นธ์ ๓๖ หนว่ ยกติ
รวมทัง้ ส้นิ ๖๐ หน่วยกติ
มคอ.๒ หลกั สตู รพุทธศาสตรดุษฎีบณั ฑติ สาขาวิชาพระพทุ ธศาสนา / ๙๖
ข้อ ๑๑ ระยะเวลาการศกึ ษาตามหลกั สตู รระดบั บัณฑิตศกึ ษามดี ังน้ี
๑๑.๑ หลักสูตรปริญญาพุทธศาสตรมหาบัณฑิต ให้มีระยะเวลาศึกษาไม่น้อยกว่า ๔
ภาคการศกึ ษาปกติ และไมเ่ กนิ ๑๐ ภาคการศึกษาปกติ
๑๑.๒ หลักสูตรปริญญาพุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต ให้มีระยะเวลาศึกษาไม่น้อยกว่า ๖
ภาคการศกึ ษาปกติ และไม่เกนิ ๑๐ ภาคการศกึ ษาปกติ
ในกรณีท่ีนิสิตไม่สามารถจบการศึกษาได้ในระยะเวลา ๑๐ ภาคการศึกษาปกติ ตามข้อ
๑๑.๑ และข้อ ๑๑.๒ คณะกรรมการประจาบัณฑิตวิทยาลัยอาจอนุมัติให้ต่ออายุสภาพนิสิตได้อีก แต่ทั้งนี้
ตอ้ งไม่เกนิ ๒ ภาคการศึกษาปกติ
๑๑.๓ การนับเวลาในข้อ ๑๑.๑ ให้นับรวมเวลาท่ีนิสิตได้รับอนุมัติให้ลาพักการศึกษา
ดว้ ย ยกเว้นนิสิตทไี่ ดร้ ับอนมุ ตั ใิ หล้ าพักการศกึ ษาตามข้อ ๑๓.๑.๑
๑๑.๔ รายวชิ าทีก่ าหนดใหน้ สิ ิตฟังการบรรยายสัปดาห์ละ ๑ ชั่วโมงและศึกษานอกเวลา
อีกไมน่ ้อยกว่าสปั ดาห์ละ ๓ ชว่ั โมงตลอดภาคการศึกษา ใหม้ ีคา่ เท่ากับ ๑ หนว่ ยกิต
๑๑.๕ รายวชิ าที่นสิ ิตใช้เวลาปฎบิ ัตกิ าร อภปิ รายหรือสมั มนาสัปดาห์ละ ๒ ถึง ๓ ช่ัวโมง
และเม่ือรวมเวลาการศึกษานอกเวลาแล้ว นิสิตใช้เวลาไม่น้อยกว่าสัปดาห์ละ ๓ ช่ัวโมง ตลอดภาค
การศึกษา ให้มคี า่ เทา่ กบั ๑ หน่วยกิต
ข้อ ๑๒ การเปลี่ยนสาขาวิชาจะกระทาได้ก็ต่อเมื่อได้รับความเห็นชอบจากอาจารย์ท่ีปรึกษา
ท่วั ไป และคณบดบี ณั ฑติ วิทยาลัย
บัณฑิตวิทยาลัยอาจอนุมัติให้นิสิตท่ีขอเปล่ียนสาขาวิชาโอนหน่วยกิตของรายวิชาในระดับ
บัณฑิตศึกษาที่ได้ศึกษาไว้แล้วไม่เกิน ๕ ปีได้ตามท่ีเห็นสมควรแต่ต้องไม่เกิน ๙ หน่วยกิต โดยไม่ให้นาไป
คานวนคา่ ระดบั เฉลยี่ สะสมและรายวิชานั้นต้องไดผ้ ลการศึกษาไม่ต่ากวา่ B หรือ S
ข้อ ๑๓ การลาพกั ร้อนและการกลบั เขา้ ศกึ ษาใหม่
๑๓.๑ นิสิตมีเหตุจาเป็น อาจลาพักการศึกษาภาคใดภาคหนึ่ง เมื่อได้ศึกษาในบัณฑิต
วทิ ยาลยั ไมน่ อ้ ยกวา่ ๑ ภาคการศึกษาปกติ โดยความเหน็ ชอบของอาจารย์ท่ีปรกึ ษาทวั่ ไป
นิสิตต้องยื่นคาร้องต่อคณบดีบัณฑิตวิทยาลัยภายใน ๓๐ วันนับจากวันเปิดภาคการศึกษาใหม่
หากพ้นจากกาหนดการลาพักการศึกษาดังกล่าว นิสิตอาจขอลาพักการศึกษาเป็นกรณีพิเศษในกรณีใด
กรณหี นงึ่ ดังตอ่ ไปนี้
๑๓.๑.๑ ถกู เกณฑห์ รอื ระดมเขา้ รับราชการทหารกองประจาการ
๑๓.๑.๒ มีความจาเป็นตอ้ งเดินทางไปตา่ งประเทศ
๑๓.๑.๓ เจบ็ ป่วยต้องพักรกั ษาตวั เปน็ เวลานานตามคาสั่งแพทย์โดยมีใบรับรอง
แพทยม์ าแสดงต่อบัณฑิตวิทยาลยั
๑๓.๑.๔ มเี หตุจาเปน็ สุดวิสยั อน่ื ท่สี าคัญ
ในกรณีท่ีนิสิตได้รับอนุมัติให้ลาพักการศึกษา ให้นับระยะเวลาท่ีลาพักการศึกษารวมอยู่ใน
ระยะเวลาศกึ ษาดว้ ย ยกเว้นนสิ ิตทไี่ ด้รับอนมุ ตั ใิ ห้ลาพักการศึกษาตามขอ้ ๑๓.๑.๑
มคอ.๒ หลักสูตรพุทธศาสตรดุษฎีบณั ฑติ สาขาวิชาพระพุทธศาสนา / ๙๗
นิสิตที่ได้รับอนุมัติให้ลาพักการศึกษา ต้องชาระค่าธรรมเนียมเพื่อรักษาสภาพการเป็นนิสิตทุก
ภาคการศึกษา ยกเว้นนิสติ ทไี่ ด้รบั อนุมัติให้ลาพักการศึกษาหลังจากที่ได้ลงทะเบียนรายวิชาแล้ว ในกรณี
นใี้ หน้ ิสติ ได้ w ในทกุ รายวชิ าที่ไดล้ งทะเบียนไว้ในภาคการศกึ ษาที่ได้รับอนุมตั ใิ ห้ลาพักการศกึ ษา
ขอ้ ๑๔ การพน้ สภาพการเปน็ นิสติ
นิสิตพน้ สภาพการเปน็ นสิ ิตในกรณีใดกรณีหนึ่งดงั ตอ่ ไปนึ้
๑๔.๑ สอบได้ค่าระดับเฉลีย่ ประจาภาคการศึกษาที่ ๑ ต่ากว่า ๒.๕๐
๑๔.๒ สอบไดค้ ่าระดับเฉลย่ี สะสมต่ากว่า ๓.๐๐
๑๔.๓ ไมส่ ามารถสาเรจ็ การศกึ ษาตามหลักสูตรภายในกาหนดเวลาตามข้อ ๑๑.๑ หรือ
ข้อ ๑๑.๒ แลว้ แตก่ รณี
๑๔.๔ มหาวิทยาลยั ลงโทษให้พน้ สภาพการเป็นนสิ ิตตามขอ้ ๓๒.๕
๑๔.๕ ไม่ปฏิบัติตามเง่ือนไขการลาพักตามข้อ ๑๓ หรือไม่ลงทะเบียนรายวิชาในภาค
การศึกษาปกติตามข้อ ๑๗.๕
๑๔.๖ ไดร้ ับอนมุ ตั ิใหล้ าออกจากการเปน็ นสิ ติ
ข้อ ๑๕ นิสิตที่พ้นสภาพตามข้อ ๑๔.๕ และ ๑๔.๖ อาจขอกลับเข้าเป็นนิสิตใหม่ได้ภายใน
กาหนดระยะเวลา ๒ ปี นับจากวันท่ีนิสิตพ้นสภาพการเป็นนิสิต และถ้าคณบดีบัณฑิตวิทยาลัยโดย
คาแนะนาของคณะกรรมการประจาบัณฑิตวิทยาลัย เห็นสมควรอนุมัติโดยให้คิดระยะเวลาท่ีพ้นสภาพ
การเป็นนิสิตน้ันรวมอยู่ในระยะเวลาการศึกษาท้ังหมด ในกรณีเช่นนี้นิสิตต้องเสียค่าธรรมเนียมต่าง ๆ
เหมอื นกบั ผูล้ าพักการศึกษาท่ัวไป
หมวดท่ี ๓
การขน้ึ ทะเบยี นเปน็ นสิ ติ และการลงทะเบยี นรายวชิ า
ข้อ ๑๖ การขน้ึ ทะเบียนเปน็ นสิ ติ
๑๖.๑ ผู้ขึ้นทะเบียนเป็นนิสิตต้องนาหลักฐานที่บัณฑิตวิทยาลัยกาหนดมาย่ืนต่อกอง
ทะเบียนและวัดผลด้วยตนเองตามวันเวลา และสถานที่ท่ีกาหนด พร้อมทั้งชาระค่าธรรมเนียมต่าง ๆ
ตามทม่ี หาวิทยาลัยกาหนด สาหรับภาคการศกึ ษาแรกทีเ่ ข้าศึกษาในบณั ฑิตวทิ ยาลยั นิสิตต้องลงทะเบียน
รายวชิ าที่ตอ้ งศกึ ษาในภาคนนั้ ท้งั หมดพรอ้ มกบั การขึน้ ทะเบยี นเปน็ นสิ ติ ดว้ ย
๑๖.๒ ผู้ไม่สามารถมาย่ืนคาร้องขอขึ้นทะเบียนเป็นนิสิตตามวันท่ีกาหนดต้องแจ้ง
เหตุขัดข้องให้กองทะเบียนและวัดผลทราบ เป็นลายลักษณ์อักษรภายใน ๗ วันหลังจากวันท่ีกาหนดไว้
มฉิ ะน้ันจะถือว่าสละสิทธิ์
ในกรณีทีไ่ ด้แจ้งให้กองทะเบยี นและวดั ผลทราบตามความความในวรรคแรกแล้ว ต้องมา
ข้ึนทะเบียนเป็นนิสิตด้วยตนเอง ยกเว้นกรณีท่ีมหาวิทยาลัยพิจารณาเห็นว่ามีเหตุจาเป็นอย่างยิ่ง จึง
อนญุ าตให้มอบหมายผู้แทนมาข้ึนทะเบียนแทนได้ ทั้งนี้ต้องทาให้เรียบร้อยภายใน ๗ วัน นับจากวันเปิด
ภาคการศึกษา
มคอ.๒ หลักสูตรพุทธศาสตรดุษฎีบณั ฑิต สาขาวชิ าพระพุทธศาสนา / ๙๘
๑๖.๓ ผู้ท่ีได้รบั อนุมัติให้เขา้ ศึกษาในสาขาวิชาใด ต้องข้ึนทะเบียนเป็นนิสิตของบัณฑิต
วิทยาลยั ในสาขาวิชานั้น และจะศึกษาเกินกวา่ ๑ สาขาวชิ าในขณะเดยี วกนั ไม่ได้
ขอ้ ๑๗ การลงทะเบียนรายวิชา
๑๗.๑ นิสิตต้องลงทะเบียนรายวิชาทุกภาคการศึกษาตามกาหนดเวลาในปฏิทิน
การศึกษา โดยความเห็นชอบจากอาจารย์ทีป่ รกึ ษาทว่ั ไป
๑๗.๒ นิสิตที่ไม่มาลงทะเบียนรายวิชาภายใน ๑๔ วันแรกของภาคการศึกษาปกตินับ
จากวันเปิดภาคการศึกษา ไม่มีสิทธิลงทะเบียนในภาคการศึกษาน้ัน เว้นแต่จะได้รับอนุมัติจากคณบดี
บณั ฑิตวิทยาลัย
๑๗.๓ จานวนหน่วยกิตที่กาหนดให้นิสิตลงทะเบียนแต่ละภาคการศึกษาต้องไม่น้อย
กว่า ๖ หนว่ ยกิต และไมเ่ กิน ๑๕ หน่วยกติ
๑๗.๔ นิสิตท่ีลงทะเบียนล่าช้ากว่าท่ีกาหนด ต้องชาระค่าธรรมเนียมการศึกษาตามท่ี
มหาวิทยาลัยกาหนด
๑๗.๕ นิสิตที่ไม่ลงทะเบียนรายวิชาในภาคการศึกษาใดต้องลาพักการศึกษา ตาม
เง่อื นไขท่รี ะบไุ ว้ในขอ้ ๑๓ หากไมป่ ฏบิ ัตติ ามต้องพน้ สภาพการเปน็ นิสติ
๑๗.๖ นิสิตท่ีได้ศึกษารายวิชาครบตามหลักสูตรแล้ว แต่ยังไม่สาเร็จการศึกษาต้อง
ลงทะเบียนรกั ษาสภาพการเป็นนิสิตทกุ ภาคการศกึ ษา
ข้อ ๑๘ อาจารย์ที่ปรกึ ษาท่ัวไป
นิสิตต้องมีอาจารย์ที่ปรึกษาท่ัวไปหนึ่งท่านเป็นผู้แนะนาและช่วยวางแผนการศึกษาโดยคณบดี
บณั ฑติ วิทยาลัยเปน็ ผู้แต่งตง้ั จากอาจารย์ท่มี ชี ือ่ ในทาเนียบอาจารยบ์ ัณฑิตวิทยาลัย
ขอ้ ๑๙ การถอน เพม่ิ และเปลี่ยนรายวิชา
๑๙.๑ การถอนรายวิชาจะกระทาได้ภายใตเ้ ง่ือนไข และมีผลสืบเน่ืองดงั ต่อไปน้ี
๑๙.๑.๑ ในกรณีท่ีขอถอนภายใน ๑๔ วันแรกของภาคการศึกษาปกติโดย
ไดร้ บั ความเหน็ ชอบจากอาจารยท์ ปี่ รกึ ษาท่ัวไป รายวิชาท่ีถอนนนั้ จะไม่ปรากฎในระเบียน
๑๙.๑.๒ ในกรณีทขี่ อถอนหลักจาก ๑๔ วนั ของภาคการศึกษาปกติแต่ไม่เกิน
๓๐ วันแรกของภาคการศึกษาปกติ โดยได้รับความเห็นชอบจากอาจารย์ท่ีปรึกษาท่ัวไป นิสิตจะได้รับ
w ในรายวิชาท่ถี อน
๑๙.๑.๓ ถ้านสิ ิตขอถอนรายวิชาใด เม่ือพ้นกาหนดตามข้อ ๑๙.๑.๒ นิสิตจะได้
F ในรายวิชานั้น เว้นแต่กรณีที่มีเหตุผลพิเศษซึ่งคณะกรรมการประจาบัณฑิตวิทยาลัยเห็นสมควรอนุมัติ
ใหถ้ อนได้ ในกรณเี ชน่ น้นี ิสติ จะได้ w ในรายวชิ าน้นั
๑๙.๒ การเพ่ิมหรือเปล่ียนรายวิชา ให้กระทาได้ภายใน ๑๔ วันแรกของภาคการศึกษา
ปกติโดยได้รับความเห็นชอบจากอาจารย์ท่ีปรึกษาท่ัวไป และหากพ้นกาหนดน้ีต้องไปรับอนุมัติจาก
คณบดีบัณฑิตวิทยาลัย ท้ังนี้นิสิตผู้นั้นจะต้องมีเวลาศึกษาต่อไปไม่น้อยกว่าร้อยละ ๘๐ ของเวลา
การศึกษาทง้ั หมดในภาคการศึกษานน้ั
มคอ.๒ หลกั สูตรพุทธศาสตรดษุ ฎีบณั ฑิต สาขาวชิ าพระพทุ ธศาสนา / ๙๙
หมวดท่ี ๔
การวดั ผลและประเมนิ ผลการศึกษา
ข้อ ๒๐ การวดั ผลการศึกษา
๒๐.๑ ให้มีการวัดผลการศึกษาทุกรายวิชาที่นิสิตลงทะเบียนในแต่ละภาคการศึกษา
โดยอาจทาการวัดผลระหว่างภาคด้วยวิธกี ารทดสอบ การเขียนรายงานการมอบหมายงานให้ทาหรือวิธีอ่ืน
ใดทีเ่ หมาะสมกับรายวิชานน้ั
เม่ือสน้ิ ภาคการศึกษา ให้มีการสอบไลส่ าหรับแต่ละรายวิชาที่ศึกษาในภาคการศึกษานั้น
หรือจะใช้วธิ ีการวดั ผลอย่างอื่นที่เหมาะสมกบั ลกั ษณะของวิชานั้น ๆ ก็ได้
บณั ฑติ วทิ ยาลยั อาจกาหนดระเบยี บทไ่ี มข่ ัดกับข้อบังคบั นี้ เพอ่ื ใช้ในการวดั ผลตามความ
เหมาะสมของแตล่ ะสาขาวิชาหรือรายวิชาก็ได้
๒๐.๒ เมอื่ สน้ิ ภาคการศึกษาแตล่ ะภาค นิสิตจะมีสิทธิเข้าสอบไล่หรือได้รับการวัดผลใน
รายวิชาใดก็ต่อเมื่อมีเวลาศึกษาในรายวิชาน้ันมาแล้วไม่น้อยกว่าร้อยละ ๘๐ ของเวลาการศึกษาทั้งหมด
ในภาคการศึกษาน้ันและ/หรือมีผลการทดสอบระหว่างภาคการศึกษาหรืองานท่ีได้รับมอบหมายเป็นท่ี
พอใจของอาจารย์ประจาวชิ า
ขอ้ ๒๑ การประเมินผลการศกึ ษา
๒๑.๑ ระบบการประเมินผลการศกึ ษารายวิชาของบัณฑติ วิทยาลัยใช้เพียง ๖ ระดับ มี
ผลการศึกษาระดับและคา่ ระดบั ดังนี้
ผลการศกึ ษา ระดบั คา่ ระดบั
ดเี ย่ียม (Excellent) A ๔.๐
ดีมาก (Very good) B+ ๓.๕
ดี (Good) B ๓.๐
คอ่ นข้างดี (Very Fair) C+ ๒.๕
พอใช้ (Fair) C ๒.๐
ตก (Failed) F๐
๒๑.๒ ในรายวิชาใดที่หลักสูตรกาหนดให้เป็นรายวิชาที่ไม่นับหน่วยกิตให้แสดงผล
การศึกษาในรายวชิ านั้นด้วยสญั ลักษณ์ดงั น้ี
สญั ลกั ษณ์ ผลการศกึ ษา
S (Satisfactory) เป็นท่พี อใจ
U (Unsatisfactory) ไม่เปน็ ท่พี อใจ
๒๑.๓ ในรายวิชาใดยังไม่ได้ทาการวัดผลหรือไม่มีการวัดผล ให้รายงานการศึกษา
รายวิชานั้นด้วยสญั ลกั ษณ์อย่างใดอย่างหนง่ึ ดังต่อไปนี้
สญั ลักษณ์ สภาพการศกึ ษา
มคอ.๒ หลกั สตู รพุทธศาสตรดษุ ฎบี ัณฑติ สาขาวชิ าพระพทุ ธศาสนา / ๑๐๐
I (Incomplete) ไมส่ มบรู ณ์
SP (Satisfactory Progress) กา้ วหน้าเปน็ ท่ีนา่ พอใจ
UP (Unsatisfactory Progress) ไม่กา้ วหนา้ เป็นที่นา่ พอใจ
W (Withdrawn) ถอนรายชือ่ วชิ าทศ่ี ึกษา
Au (Audit) ศึกษาโดยไมน่ บั หนว่ ยกิต
๒๑.๔ การประเมนิ ผลวทิ ยานิพนธ์
๒๑.๔.๑ ให้ใช้ IP (In Progress) สาหรับวิทยานิพนธ์ท่ีอยู่ระหว่างการเรียบ
เรียง
๒๑.๔.๒ การประเมนิ ผลวทิ ยานิพนธ์ท่ีเรียบเรียงเสร็จเรียบร้อยแล้วให้กาหนด
เปน็ ๔ ระดับดงั นี้
ผลการศึกษา ระดบั
ดีเย่ยี ม (Excellent) A
ดี (Good) B+
ผ่าน (Passed) B
ตก (Failed) F
๒๑.๕ การให้ F ใหก้ ระทาในกรณใี ดกรณหี นง่ึ ดังตอ่ ไปนี้
๒๑.๕.๑ นิสติ ขอถอนรายวชิ า เม่ือพ้นกาหนดตามขอ้ ๑๙.๑.๓
๒๑.๕.๒ นิสิตเขา้ สอบและสอบตกตามขอ้ ๒๐.๑
๒๑.๕.๓ นสิ ิตไมม่ ีสิทธิเขา้ สอบตามข้อ ๒๐.๒
๒๑.๕.๔ นสิ ติ ไมแ่ กค้ า่ I ตามข้อ ๒๑.๖.๒ วรรคสุดท้าย
๒๑.๕.๕ นสิ ติ ทาผิดระเบยี บการสอบไลแ่ ละได้รบั การตดั สินให้สอบตก
๒๑.๖ การให้ I จะกระทาได้ในกรณใี ดกรณีหนง่ึ ดงั ตอ่ ไปนี้
๒๑.๖.๑ นิสิตมีเวลาเรียนในรายวิชาไม่น้อยกว่าร้อยละ ๘๐ แต่มิได้สอบ
เพราะป่วยหรือเหตุสดุ วิสยั และไดร้ บั อนมุ ตั จิ ากคณบดีบณั ฑติ วทิ ยาลัย
๒๑.๖.๒ อาจารย์ประจาวิชาและคณบดีบัณฑิตวิทยาลัยเห็นสมควรให้รอผล
การศกึ ษาเพราะนสิ ิตยงั ปฏิบัติงาน ซ่งึ เปน็ ส่วนประกอบการศึกษารายวชิ าน้ันยงั ไมส่ มบูรณ์
การแก้ค่า I นิสิตจะต้องสอบและ/หรือปฏิบัติงานที่ได้รับมอบหมายจาก
อาจารย์ประจาวิชาให้ครบถ้วน เพื่อให้อาจารย์ประจาวิชาวัดผล และส่งผลการศึกษาของนิสิตผู้นั้นแก่
บัณฑติ วิทยาลัยภายในภาคการศึกษาถดั ไป
๒๑.๗ การให้ S จะกระทาได้ในกรณีใดกรณหี นง่ึ ดังตอ่ ไปน้ี
๒๑.๗.๑ รายวชิ าซงึ่ มผี ลการศึกษาเป็นท่ีพอใจ และหลักสูตรกาหนดให้วัดผล
การศึกษาโดยไมม่ ีค่าระดบั
มคอ.๒ หลกั สูตรพทุ ธศาสตรดษุ ฎบี ณั ฑิต สาขาวิชาพระพุทธศาสนา / ๑๐๑
๒๑.๗.๒ รายวิชาซึ่งนิสิตได้ลงทะเบียนศึกษาในระดับบัณฑิตวิทยาลัยและ
ได้รบั อนุมัติให้โอนหนว่ ยกิตตามขอ้ ๑๒
๒๑.๘ การให้ U จะกระทาได้เฉพาะในรายวิชาท่ีหลักสูตรกาหนดว่าให้วัดผลโดยไม่มี
คา่ ระดับและมผี ลการศกึ ษาไมเ่ ป็นท่ีพอใจ
๒๑.๙ การให้ IP จะกระทาเพ่ือแสดงฐานะของวิทยานิพนธ์ที่อยู่ในระหว่างการเรียบ
เรียงเมอื่ สิน้ ภาคการศึกษาปกติทกุ ภาค นับแตภ่ าคท่ีนิสิตลงทะเบยี นเพ่อื ทาวทิ ยานิพนธ์
๒๑.๑๐ การให้ W จะกระทาได้เฉพาะในกรณีท่ีได้ระบุไว้ในข้อ ๑๓ ข้อ ๑๙.๑.๒
และขอ้ ๑๙.๑.๓
๒๑.๑๑ การให้ Au ในรายวิชาใดจะกระทาได้ในกรณีที่นิสิตได้รับอนุมัติให้ลงทะเบียนเรียนเป็น
พเิ ศษโดยไมน่ ับหนว่ ยกติ
๒๑.๑๒ การให้ SP จะให้เฉพาะกรณีที่เป็นรายวิชาต่อเนื่องกับรายวิชาในภาคการศึกษาถัดไป
และผลการศึกษาเม่อื สนิ้ ภาคการศกึ ษาก้าวหนา้ เป็นทนี่ า่ พอใจ แตย่ งั มไิ ด้วดั ผล
การวัดผลให้กระทาเมื่อนิสิตได้ศึกษารายวิชาต่อเน่ืองในภาคการศึกษาถัดไปตามหลักสูตรแล้ว
แตถ่ า้ นิสิตไม่ศึกษารายวิชาต่อเน่ืองในภาคการศึกษาถัดไปด้วยเหตุใดก็ตามให้ทาการวัดผล รายวิชาที่ได้
SP เปน็ ระดบั และใชผ้ ลน้ันแทน
๒๑.๑๓ การให้ UP จะให้เฉพาะกรณีท่ีเป็นรายวิชาต่อเนื่องกับรายวิชาในภาคการศึกษาถัดไป
และผลการศึกษาไมก่ ้าวหนา้ เป็นท่นี า่ พอใจแต่ยงั มิได้วัดผล
การวัดผลให้กระทาเมื่อนิสิตได้ศึกษารายวิชาต่อเน่ืองในภาคการศึกษาถัดไปตามหลักสูตรแล้ว
แต่ถ้านิสิตไม่ศึกษารายวิชาต่อเนื่องในภาคการศึกษาถัดไปด้วยเหตุใดก็ตาม ให้ทาการวัดผลรายวิชาที่ได้
UP นัน้ เป็นระดับและใชผ้ ลนน้ั แทน
ข้อ ๒๒ การนบั หน่วยกิตและการลงทะเบยี นรายวิชาซา้
๒๒.๑ การนับหน่วยใหค้ รบหลักสูตร ให้นบั หน่วยกิตเฉพาะรายวิชาท่ีนิสิตสอบได้ระดับ
A, B, C หรอื S เทา่ นัน้ เว้นแต่รายวิชาทหี่ ลักสตู รกาหนดไว้เปน็ วชิ าบงั คบั หรือวิชาเอก ซ่ึงนิสิตต้องได้ไม่
ต่ากว่า B หรือ S
๒๒.๒ นิสิตท่ีได้ต่ากว่า B หรือได้ U ในรายวิชาบังคับหรือวิชาเอกต้องลงทะเบียน
ศึกษารายวิชาน้ันอกี และสอบให้ได้ระดับไม่ต่ากวา่ B หรือ S แลว้ แตก่ รณี
๒๒.๓ ในกรณีท่ีนิสิตได้ต่ากว่า B หรือได้ U ในวิชาเลือก นิสิตมีสิทธิลงทะเบียน
รายวิชาเดิมหรืออาจลงทะเบียนรายวิชาอน่ื ในกลมุ่ เดยี วกันได้
๒๒.๔ ในกรณีท่ีนิสิตลงทะเบียนรายวิชาซ้าหรือแทนตามท่ีหลักสูตรกาหนดการนับ
หน่วยกติ ตามขอ้ ๒๒.๑ นับจานวนหนว่ ยกิตได้เพยี งคร้ังเดยี ว
ข้อ ๒๓ ให้มีการประเมินผลการศึกษาเม่ือส้ินภาคการศึกษาปกติทุกภาค โดยคานวณหาค่า
ระดับเฉล่ียประจาภาคของรายวิชาที่นิสิตได้ลงทะเบียนไว้ในภาคการศึกษานั้น และคานวณหาค่าเฉล่ีย
สะสมสาหรบั รายวชิ าทั้งหมดทุกภาคการศกึ ษา ต้งั แตเ่ ร่ิมเขา้ ศกึ ษาจนถงึ ภาคการศึกษาปจั จุบัน
มคอ.๒ หลกั สูตรพุทธศาสตรดษุ ฎีบัณฑติ สาขาวชิ าพระพุทธศาสนา / ๑๐๒
ข้อ ๒๔ การคิดค่าระดับเฉล่ียประจาภาค ให้คานวณโดยคูณค่าระดับของแต่ละรายวิชาด้วย
หน่วยกิตของรายวิชาน้ันแล้วรวมผลคูณของแต่ละรายวิชาเข้าด้วยกัน และหารผลรวมน้ันด้วยจานวน
หน่วยกติ ทงั้ หมดทล่ี งทะเบยี นไวใ้ นภาคการศึกษาน้นั โดยคิดทศนิยมสองตาแหน่งไม่ปดั เศษ
ข้อ ๒๕ รายวิชาใดท่ีมีรายงานผลการศึกษาเป็นสัญลักษณ์ I S U W และ Au ไม่ให้นา
รายวิชานั้นมาคานวณหาค่าระดับเฉลี่ยตามขอ้ ๒๔
หมวดที่ ๕
การทาวทิ ยานพิ นธ์
ข้อ ๒๖ ใหบ้ ณั ฑติ วทิ ยาลัยวางระเบยี บว่าดว้ ยการทาวิทยานพิ นธแ์ ละการสอบวทิ ยานพิ นธ์
ข้อ ๒๗ การเสนอโครงรา่ งวิทยานิพนธแ์ ละลงทะเบยี นทาวทิ ยานพิ นธ์ มีหลักปฏบิ ัตดิ งั น้ี
ข้อ ๒๗.๑ ระดับปริญญาพุทธศาสตรมหาบัณฑิต นิสิตท่ีศึกษารายวิชามาแล้วไม่น้อย
กว่า ๒ ภาคการศึกษาปกติ และมีหน่วยกิตสะสมไม่น้อยกว่า ๑๖ หน่วยกิต จึงจะมีสิทธ์ิเสนอโครงร่าง
วิทยานิพนธ์ เพ่อื ขออนมุ ตั ิลงทะเบยี นทาวทิ ยานิพนธ์
๒๗.๒ ระดับปริญญาพุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต นิสิตที่ศึกษารายวิชามาแล้วไม้น้อยกว่า
๒ ภาคการศึกษาปกติ และมีหน่วยกิตสะสมไม่น้อยกว่า ๑๒ หน่วยกิตจึงจะมีสิทธิ์เสนอโครงร่าง
วทิ ยานพิ นธ์ เพอื่ ขออนมุ ตั ิลงทะเบียนทาวิทยานิพนธ์
๒๗.๓ นิสิตสามารถลงทะเบียนวิทยานิพนธ์ได้หลังจากได้รับอนุมัติหัวข้อและโครงร่าง
วทิ ยานพิ นธ์แลว้
ข้อ ๒๘ รปู แบบของวิทยานิพนธใ์ ห้เป็นไปตามทบี่ ณั ฑิตวทิ ยาลัยกาหนด
ข้อ ๒๙ วิทยานิพนธ์ซึ่งผ่านการประเมินผลแล้ว ให้นับเป็นส่วนหนึ่งของการศึกษา เพื่อรับ
ปรญิ ญาพทุ ธศาสตรมหาบณั ฑติ หรอื ปรญิ ญาพุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต
การนาวิทยานพิ นธ์ออกโฆษณาเผยแพร่ ตอ้ งไดร้ ับอนมุ ัติจากบณั ฑติ วทิ ยาลัยกอ่ น
หมวดท่ี ๖
การสาเรจ็ การศึกษา
ข้อ ๓๐ คณุ สมบัติของผสู้ าเร็จการศึกษา
๓๐.๑ มีเวลาศึกษาไมน่ อ้ ยกวา่ หรอื ไม่เกนิ กวา่ ทีก่ าหนดไวใ้ น ข้อ ๑๑.๑ และขอ้ ๑๑.๒
๓๐.๒ ไดศ้ ึกษารายวชิ าตา่ ง ๆ ครบถ้วนและถกู ต้องตามเงอ่ื นไขท่ีกาหนดไว้ในหลักสูตร
๓๐.๓ ได้หน่วยกติ สะสมไมน่ ้อยกว่าทกี่ าหนดไวใ้ นหลกั สูตร
๓๐.๔ ได้คา่ ระดบั เฉลยี่ สะสมไม่ตา่ กวา่ ๓.๐๐ จากระบบ ๔ แต้ม
๓๐.๕ ไดร้ ะดับไมต่ า่ กวา่ B ในรายวิชาบังคับและรายวิชาเอกทุกวิชาและได้ระดับ S ใน
กรณที ห่ี ลักสตู รกาหนดให้วัดผลเปน็ S เป็น U
มคอ.๒ หลักสูตรพุทธศาสตรดุษฎีบณั ฑติ สาขาวชิ าพระพุทธศาสนา / ๑๐๓
๓๐.๖ สอบผ่านการประเมินผลวิทยานิพนธ์ และส่งวิทยานิพนธ์ฉบับสมบูรณ์ตามที่
มหาวิทยาลยั กาหนด
ข้อ ๓๑ คุณสมบตั ิของผู้มสี ิทธิรบั ปรญิ ญา
๓๑.๑ มคี ุณสมบัติตามข้อ ๓๐
๓๑.๒ ไมต่ ดิ ค้างค่าธรรมเนียมใด ๆ
๓๑.๓ ไม่อยรู่ ะหว่างการถกู ลงโทษใด ๆ
หมวดที่ ๗
ความประพฤตแิ ละวนิ ยั นสิ ติ
ขอ้ ๓๒ ในกรณีที่นิสิตกระทาผิดเก่ียวกับการสอบ ต้องได้รับโทษสถานใดสถานหน่ึงตามสมควร
แกค่ วามผิด ดงั นี้
๓๒.๑ ภาคทัณฑ์
๓๒.๒ ให้สอบตกรายวิชาใดวิชาหนึ่งหรือหลายรายวิชา
๓๒.๓ ใหส้ อบตกหมดทกุ รายวชิ าในภาคการศึกษานนั้
๓๒.๔ ใหพ้ ักการศึกษาตัง้ แต่ ๑ ภาคการศึกษา ถึง ๓ ภาคการศึกษาแลว้ แต่กรณี
๓๒.๕ ใหพ้ ้นสภาพการเป็นนสิ ติ
ข้อ ๓๓ นิสิตต้องมีความประพฤติเรียบร้อยดีงาม ในกรณีที่นิสิตกระทาผิดข้อบังคับ ระเบียบ
คาส่ังหรือประกาศของบัณฑิตวิทยาลัยหรือมหาวิทยาลัย และได้รับโทษนอกจากที่ระบุไว้แล้วใน ข้อ ๓๒
นสิ ติ ต้องไดร้ ับโทษสถานใดสถานหนงึ่ ตามสมควรแก่ความผิดดังนี้
๓๓.๑ ชดใชค้ ่าเสียหาย
๓๓.๒ ระงบั การใหป้ รญิ ญามีกาหนดไมเ่ กนิ ๓ ปกี ารศึกษา
๓๓.๓ ระงับการออกใบแสดงผลการศกึ ษามีกาหนดไมเ่ กนิ ๓ ปกี ารศึกษา
ข้อ ๓๔ ให้คณะกรรมการประจาบัณฑิตวิทยาลัย เป็นผู้พิจารณาลงโทษนิสิตท่ีมีความประพฤติ
เสยี หายหรือกระทาผิดต่าง ๆ ตามเกณฑท์ รี่ ะบุไว้ในข้อ ๓๒ และขอ้ ๓๓ ตามสมควรแก่กรณี
เฉพาะกรณีท่ีนิสิตกระทาผิดระเบียบการสอบทุกประเภทของบัณฑิตวิทยาลัยให้คณะกรรมการ
ประจาบัณฑิตวิทยาลัยร่วมกับกรรมการควบคุมการสอบ เป็นผู้พิจารณาลงโทษตามสมควรแก่กรณีตาม
เกณฑท์ ่ีระบุไวใ้ นขอ้ ๓๒
บทเฉพาะกาล
ข้อ ๓๕ ให้ใชข้ ้อบังคบั นี้กบั นิสิตระดบั บณั ฑิตศกึ ษา ดังตอ่ ไปน้ี
๓๕.๑ นิสิตที่เข้าศึกษาตามหลักสูตรปริญญามหาบัณฑิต ก่อนปีการศึกษา ๒๕๔๒
ยังคงปฏิบัติตามข้อบังคับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยในพระบรมราชูปถัมภ์ ว่าด้วย
การศึกษาระดับปรญิ ญาโท พุทธศกั ราช ๒๕๓๐
มคอ.๒ หลักสตู รพทุ ธศาสตรดุษฎบี ัณฑติ สาขาวิชาพระพทุ ธศาสนา / ๑๐๔
๓๕.๒ นิสิตท่ีเข้าศึกษาตามหลักสูตรระดับบัณฑิตศึกษา ตั้งแต่ปีการศึกษา ๒๕๔๒ เป็น
ตน้ ไป ใหป้ ฏบิ ัตติ ามขอ้ บงั คบั น้ี
ประกาศ ณ วันท่ี ๒๔ กนั ยายน พ.ศ. ๒๕๔๑
(พระสเุ มธาธิบด)ี
นายกสภามหาวทิ ยาลยั มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลยั
มคอ.๒ หลกั สูตรพทุ ธศาสตรดษุ ฎีบัณฑติ สาขาวชิ าพระพุทธศาสนา / ๑๐๕
ข้อบงั คับมหาวทิ ยาลยั มหาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลยั
วา่ ดว้ ยการศกึ ษาระดบั บณั ฑติ ศกึ ษา พ.ศ. ๒๕๔๑
แกไ้ ขเพ่ิมเตมิ พ.ศ. ๒๕๔๘
อาศัยอานาจตามความในมาตรา ๑๙ (๒) แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ
ราชวทิ ยาลัย พ.ศ. ๒๕๔๐ และมติสภามหาวทิ ยาลัย ในคราวประชุมครั้งที่ ๔/๒๕๔๘ เมื่อวันพฤหัสบดี
ที่ ๒๘ เมษายน พ.ศ. ๒๕๔๘ จึงมีมติให้แก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราช
วทิ ยาลยั วา่ ด้วยการศกึ ษาระดับบณั ฑิตศกึ ษา พ.ศ. ๒๕๔๑ ดงั น้ี
ขอ้ ๑ ขอ้ บงั คับน้ีเรียกวา่ “ข้อบังคบั มหาวิทยาลยั มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยว่าด้วยการศึกษา
ระดับบณั ฑิตศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๑ แกไ้ ขเพิม่ เตมิ พ.ศ. ๒๕๔๘”
ขอ้ ๒ ให้ยกเลกิ ข้อความในข้อ ๑๐.๑ และใหใ้ สช้ขอ้ ความต่อไปนี้แทน
“๑๐.๑ หลักสูตรปรญิ ญาพุทธศาสตรมหาบัณฑิต ให้ศึกษางานรายวิชาไม่น้อยกว่า ๒๖
หนว่ ยกติ และวิทยานพิ นธ์ ๑๒ หน่วยกิจ จาแนกประเภทดังนี้
วิชาบังคับ ไมน่ อ้ ยกว่า ๘ หนว่ ยกิต
วชิ าเอก ไม่นอ้ ยกวา่ ๑๒ หนว่ ยกิต
วชิ าเลอื ก ไมน่ อ้ ยกวา่ ๖ หนว่ ยกติ
วิทยานิพนธ์ ๑๒ หน่วยกติ
รวมทงั้ ส้ิน ไมน่ ้อยกว่า ๓๘ หนว่ ยกติ
ประกาศ ณ วันที่ ๙ พฤษภาคม พทุ ธศักราช ๒๕๔๘
(พระราชรตั นโมลี)
อปุ นายกสภามหาวิทยาลยั ทาหนา้ ท่แี ทน
นายกสภามหาวทิ ยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
มคอ.๒ หลกั สตู รพุทธศาสตรดุษฎบี ัณฑิต สาขาวิชาพระพทุ ธศาสนา / ๑๐๖
ขอ้ บังคับมหาวทิ ยาลยั มหาจฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลยั
วา่ ดว้ ยการศกึ ษาระดบั บณั ฑติ ศกึ ษา พทุ ธศักราช ๒๕๔๑ (ฉบบั ท่ี ๓)
แก้ไขเพม่ิ เตมิ พทุ ธศกั ราช ๒๕๔๙
เพ่ือให้การบริหารจัดการเกี่ยวกับการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาของมหาวิทยาลัยดาเนินไปด้วย
ความเรยี บรอ้ ย มปี ระสทิ ธภิ าพ และบรรลุวตั ถุประสงค์ตามนโยบายของมหาวิทยาลยั
อาศยั อานาจตามความในมาตรา ๑๙ (๒) แหง่ พระราชบญั ญตั ิมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราช
วิทยาลัย พ.ศ. ๒๕๔๐ และมติสภามหาวิทยาลัย ในคราวประชุมครั้งที่ ๕/๒๕๔๙ เมื่อวันศุกร์ท่ี ๑
กันยายน พ.ศ.๒๕๔๙ จึงให้แก้ไขเพ่ิมเติมข้อบังคับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ว่าด้วย
การศกึ ษาระดบั บณั ฑิตศกึ ษา พ.ศ. ๒๕๔๑ ดังตอ่ ไปนี้
ข้อ ๑ คุณสมบัติของผเู้ ข้าศึกษาระดบั ประกาศนียบัตรบัณฑิตและมหาบณั ฑติ
๖.๑ ผู้สมคั รเข้าศกึ ษาระดบั ประกาศนียบตั รบณั ฑิต
๖.๑.๑ ต้องเป็นผู้สาเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีหรือเทียบเท่าจาก
มหาวทิ ยาลัยหรอื สถาบนั การศกึ ษาทีส่ ภามหาวทิ ยาลยั รับรอง และ
๖.๑.๒ ไม่เคยถูกลงโทษใหพ้ น้ สภาพการเป็นนิสติ บณั ฑิตวิทยาลยั
๖.๒ ผสู้ มัครเข้าศึกษาระดับมหาบณั ฑติ
๖.๒.๑ ต้องเป็นผู้สาเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีหรือเทียบเท่าจาก
มหาวิทยาลัยหรอื สถาบันการศึกษาท่สี ภามหาวทิ ยาลยั รับรอง
๖.๒.๒ ต้องได้รับค่าระดับเฉล่ียสะสมในระดับปริญญาตรีไม่ต่ากว่า ๒.๕๐ จาก
ระบบ ๔ แต้ม ยกเว้นผู้มีประสบการณ์การทางานติดต่อกันเป็นเวลาไม่น้อยกว่า ๒ ปี นับแต่สาเร็จ
การศกึ ษาและผู้จบเปรียญธรรมเกา้ ประโยค และ
๖.๒.๓ ไม่เคยถกู ลงโทษใหพ้ ้นสภาพการเป็นนสิ ิตบณั ฑติ วิทยาลัย
ข้อ ๗ ผูส้ มคั รเขา้ ศกึ ษาระดบั ดษุ ฎีบัณฑติ
๗.๑ ระดบั ดุษฎีบัณฑติ แบบ ๑.๑ และแบบ ๒.๑
๗.๑.๑ ต้องเป็นผู้สาเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทหรือเทียบเท่าจาก
มหาวทิ ยาลยั หรือสถาบันการศึกษาท่ีสภามหาวิทยาลยั รับรอง
๗.๑.๒ ต้องได้ค่าระดับเฉลี่ยสะสมในระดับปริญญาโทไม่ต่ากว่า ๓.๕๐ ระบบ ๔
แตม้ ยกเว้นผูม้ ปี ระสบการณก์ ารทางานตดิ ตอ่ กนั เป็นเวลาไม่น้อยกว่า ๒ ปี นับแต่วนั สาเรจ็ การศึกษาหรือ
มผี ลงานทางวิชาการทีค่ ณะกรรมการประจาบณั ฑิตวิทยาลัยเห็นชอบ และ
มคอ.๒ หลกั สูตรพุทธศาสตรดษุ ฎีบณั ฑติ สาขาวิชาพระพุทธศาสนา / ๑๐๗
๗.๑.๓ ไมเ่ คยถกู ลงโทษให้พ้นสภาพการเป็นนสิ ติ บัณฑติ วิทยาลัย
๗.๒ ระดับดษุ ฎีบัณฑิต แบบ ๑.๒ และแบบ ๒.๒
๗.๒.๑ ต้องเป็นผู้สาเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีหรือเทียบเท่าจาก
มหาวิทยาลัยหรือสถาบันการศึกษาที่สภามหาวิทยาลัยรับรองหรือเปรียญธรรมเก้าประโยค ซึ่งบัณฑิต
วทิ ยาลัยอนุมตั ิให้เขา้ ศึกษาเปน็ กรณีพเิ ศษ
๗.๒.๒ ต้องได้ค่าระดับเฉล่ียสะสมในระดับปริญญาตรีไม่ต่ากว่า ๓.๒๕ จาก
ระบบ ๔ แต้ม ยกเว้นผู้มีประสบการณ์การทางานติดต่อกันเป็นเวลาไม่น้อยกว่า ๒ ปี นับแต่สาเร็จ
การศกึ ษาและผจู้ บเปรียญธรรมเกา้ ประโยค
๗.๒.๓ ไม่เคยถกู ลงโทษให้พ้นสภาพการเป็นนิสติ บณั ฑติ วทิ ยาลัย
ข้อ ๓ ให้ยกเลิกข้อความในข้อ ๙ แห่งข้อบังคับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ว่า
ดว้ ยการศกึ ษาระดับบณั ฑติ ศกึ ษา พ.ศ.๒๕๔๑ และให้ใช้ข้อความต่อไปน้ีแทน
ข้อ ๙ การศึกษาในบณั ฑิตวิทยาลยั ใช้ระบบทวิภาคหรือไตรภาค ตามท่ีกาหนดไว้ในหลักสูตรแต่
ละสาขาวิชา
ระบบทวิภาค ๑ ปี การศึกษาแบ่งออกเป็น ๒ ภาคการศึกษาปกติ ๑ ภาคการศึกษา
ปกติ มีระยะเวลาศึกษาไม่น้อยกว่า ๑๕ สัปดาห์ และอาจจัดการศึกษาภาคฤดูร้อนได้อีก ๑ ภาค มี
ระยะเวลาศกึ ษาไม่นอ้ ยกวา่ ๖ สัปดาห์ และจะกาหนดระเบียบว่าด้วยการศึกษาภาคฤดูร้อน ท่ีไม่ขัดกับ
ขอ้ บังคบั น้โี ดยความเห็นชอบของคณะกรรมการประจาบัณฑิตวทิ ยาลยั ก็ได้
ระบบไตรภาค ๑ ปี การศึกษาแบ่งออกเป็น ๓ ภาคการศึกษาปกติ ๑ ภาคการศึกษา
ปกติ มรี ะยะเวลาไม่นอ้ ยกวา่ ๑๒ สปั ดาห์
ข้อ ๔ ใหย้ กเลิกขอ้ ความในข้อ ๑๐ แหง่ ข้อบงั คบั มหาวทิ ยาลยั มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ว่า
ดว้ ยการศกึ ษาระดบั บณั ฑิตศกึ ษา พ.ศ.๒๕๔๑ แกไ้ ขเพ่มิ เติม พ.ศ.๒๕๔๘ และให้ใชข้ ้อความตอ่ ไปน้ีแทน
“ข้อ ๑๐ หลกั สูตร
๑๐.๑ หลักสูตรประกาศนยี บตั รบัณฑิต
๑๐.๒ หลกั สตู รระดับมหาบณั ฑิต แผน ก แบบ ก (๑) และ แผน ก (๒)
๑๐.๓ หลกั สตู รระดบั มหาบณั ฑติ แผน ข
๑๐.๔ หลักสตู รระดับดษุ ฎบี ณั ฑิต แบบ ๑ และแบบ ๒
โครงสร้างของแต่ละหลักสูตร การศึกษารายวิชาและการทาวิทยานิพนธ์ตาม
จานวนหนว่ ยกิต ให้เป็นไปตามประกาศของมหาวิทยาลยั
ขอ้ ๕ ระยะเวลาการศกึ ษาตามหลักสูตร
๑๑.๑ หลักสูตรประกาศนียบัตร ให้มีระยะเวลาศึกษาไม่น้อยกว่า ๒ ภาคการศึกษา
ปกติ และไมเ่ กนิ ๔ ภาคการศึกษาปกติ ในระบบทวิภาคหรอื ให้มีระยะเวลาไม่น้อยกว่า ๓ ภาคการศึกษา
ปกติ และไมเ่ กิน ๖ ภาคการศึกษาปกติในระบบไตรภาค
มคอ.๒ หลกั สตู รพุทธศาสตรดษุ ฎีบัณฑติ สาขาวชิ าพระพุทธศาสนา / ๑๐๘
๑๑.๒ หลักสูตรระดับมหาบัณฑิต ให้มีระยะเวลาศึกษาไม่น้อยกว่า ๔ ภาคการศึกษา
ปกติ และไม่เกิน ๑๐ ภาคการศึกษาปกติ ในระบบทวิภาคหรือให้มีระยะเวลาไม่น้อยกว่า ๔ ภาค
การศึกษาปกติ และไมเ่ กิน ๑๕ ภาคการศกึ ษาปกตใิ นระบบไตรภาค
๑๑.๓ หลักสูตรระดับดุษฎีบณั ฑติ แบบ ๑.๑ และ ๒.๑ ให้มีระยะเวลาศึกษามีน้อยกว่า
๖ ภาคการศึกษาปกติ และไมเ่ กิน ๑๐ ภาคการศกึ ษาปกติ ในระบบทวภิ าคหรือให้มีระยะเวลาไม่น้อยกว่า
๖ ภาคการศึกษาปกติ และไม่เกิน ๑๕ ภาคการศกึ ษาปกติในระบบไตรภาค
๑๑.๔ หลักสูตรระดับดุษฎีบัณฑิต แบบ ๑.๒ และ ๒.๒ ให้มีระยะเวลาศึกษาไม่น้อย
กว่า ๘ ภาคการศึกษาปกติ และไม่เกิน ๑๔ ภาคการศึกษาปกติ ในระบบทวิภาคหรือให้มีระยะเวลาไม่
น้อยกวา่ ๘ ภาคการศกึ ษาปกติ และไมเ่ กิน ๒๑ ภาคการศึกษาปกตใิ นระบบไตรภาค
ในกรณีท่ีนิสิตไม่สามารถสาเร็จการศึกษาในระยะเวลาตามท่ีกาหนดคณะกรรมการ
ประจาบณั ฑิตวิทยาลยั อาจอนมุ ัติให้ต่ออายสุ ภาพนสิ ิตไดอ้ ีก แตท่ ้งั น้ีต้องไมเ่ กิน ๒ ภาคการศกึ ษาปกติ
๑๑.๕ การนับเวลาในข้อ ๑๑ ให้นับรวมเวลาทีน่ สิ ติ ได้รบั อนุมตั ใิ ห้ลาพักการศึกษาด้วย
ยกเวน้ นสิ ติ ทไี่ ด้รับอนมุ ตั ใิ หล้ าพกั การศึกษาตามข้อ ๑๓.๑.๑
ข้อ ๖ ให้ยกเลิกข้อความในข้อ ๒๑.๑ แห่งข้อบังคับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
วา่ ดว้ ยการศกึ ษาระดับบัณฑติ ศกึ ษา พ.ศ.๒๕๔๑ และใหใ้ ช้ขอ้ ความต่อไปนี้แทน
ข้อ ๒๑.๑ ระบบการประเมินผลการศึกษารายวิชา แบ่งเป็น ๗ ระดับและค่าระดับ
ดงั นี้
ระดับ A A- B+ B C+ C F
คา่ ระดบั ๔.๐๐ ๓.๖๗ ๓.๓๓ ๓.๐๐ ๒.๕๐ ๒.๐๐ ๐
ข้อ ๗ ให้ยกเลิกข้อความในข้อ ๒๗ แห่งข้อบังคับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ว่า
ด้วยการศกึ ษาระดบั บณั ฑิตศึกษา พทุ ธศักราช ๒๕๔๑ และใหข้ ้อความตอ่ ไปน้ีแทน
ข้อ ๗ การเสนอโครงรา่ งวิทยานิพนธแ์ ละลงทะเบียนทาวทิ ยานิพนธ์ มีหลักปฏบิ ตั ิดังน้ี
๒๗.๑ นิสติ หลกั สูตรระดับมหาบณั ฑิต ที่ศกึ ษารายวิชามาแล้วไมน่ อ้ ยกวา่ ๑ ภาค
๒๗.๒ นสิ ิตหลักสูตรระดับดุษฎีบัณฑิต แบบ ๑ มีสิทธ์ิเสนอโครงร่างวิทยานิพนธ์ เพ่ือ
ขออนมุ ัติลงทะเบียนทาวิทยานิพนธ์ หลังจากขน้ึ ทะเบียนเป็นนิสิตแล้ว
๒๗.๓ นิสิตหลักสูตรระดับดุษฎีบัณฑิต แบบ ๒ ท่ีศึกษารายวิชามาแล้วไม่น้อยกว่า ๑
ภาคการศึกษาปกติ และมีหน่วยกิตสะสมไม่น้อยกว่า ๖ หน่วยกิต มีสิทธ์ิเสนอโครงร่างวิทยานิพนธ์
เพ่อื ขออนมุ ตั ลิ งทะเบยี นทาวิทยานิพนธ์
๒๗.๔ นิสติ สามารถลงทะเบยี นวทิ ยานิพนธไ์ ด้ หลังจากได้รับอนุมัติหัวข้อและโครงร่าง
วิทยานพิ นธแ์ ล้ว
ประกาศ ณ วนั ท่ี ๑๘ กันยายน พทุ ธศักราช ๒๕๔๙
มคอ.๒ หลักสูตรพุทธศาสตรดุษฎีบณั ฑิต สาขาวิชาพระพทุ ธศาสนา / ๑๐๙
(พระธรรมสธุ )ี
นายกสภามหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลัย
มคอ.๒ หลกั สตู รพทุ ธศาสตรดษุ ฎบี ัณฑิต สาขาวิชาพระพุทธศาสนา / ๑๑๐
ขอ้ บงั คบั มหาวิทยาลยั มหาจฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลยั
วา่ ดว้ ยการศกึ ษาระดบั บณั ฑติ ศึกษา พทุ ธศกั ราช ๒๕๔๑ (ฉบบั ท่ี ๔)
แก้ไขเพิ่มเติม พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๓
---------------------
เพ่ือให้การบริหารจัดการเกี่ยวกับการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา ของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลง
กรณราชวิทยาลยั ดาเนนิ ไปด้วยความเรียบร้อย มีประสิทธิภาพ และบรรลุวัตถุประสงค์ตามนโยบายของ
มหาวทิ ยาลยั
อาศยอานาจตามความในมาตรา ๑๙ (๒) แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราช
วิทยาลัย พ.ศ. ๒๕๔๐ และมติสภามหาวิทยาลัย ในคราวประชุมคร้ังท่ี ๑/๒๕๕๓ เม่ือวันพฤหัสบดีที่ ๑๘
กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๓ จึงแก้ไขเพ่ิมเติมข้อบังคับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ว่าด้วย
การศึกษาระดับบณั ฑติ ศกึ ษา พ.ศ. ๒๕๔๑ ดงั ตอ่ ไปน้ี
ข้อ ๑ ข้อบังคับน้ี เรียกว่า “ข้อบังคับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ว่าด้วย
การศกึ ษาระดับบณั ฑิตศึกษา พุทธศักราช ๒๕๔๑ (ฉบับท่ี ๔) แกไ้ ขเพิ่มเตมิ พุทธศกั ราช ๒๕๕๓”
ขอ้ ๒ ให้ใชข้ อ้ บังคบั นก้ี ับนสิ ติ ทรี่ ับเขา้ ศึกษา ตั้งแต่ปีการศึกษา ๒๕๕๓ เป็นต้นไป
ขอ้ ๓ ใหย้ กเลกิ ขอ้ ความในขอ้ ๓๐ แหง่ ข้อบงั คับมหาวทิ ยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ว่า
ด้วยการศกึ ษาระดบั บัณฑิตศกึ ษา พทุ ธศกั ราช ๒๕๔๑ และใหใ้ ช้ขอ้ ความตอ่ ไปนแี้ ทน
“ข้อ ๓๐ คุณสมบัตขิ องผสู้ าเรจ็ การศึกษา
๓๐.๑ มีเวลาศกึ ษาไมน่ ้อยกวา่ และไม่เกนิ กว่าทกี่ าหนดไวใ้ นข้อ ๑๑
๓๐.๒ ได้ศกึ ษารายวชิ าต่าง ๆ ครบถว้ นและถกู ต้องตามเงือ่ นไขท่ีกาหนด
ไว้ในหลักสตู ร
๓๐.๓ ได้หนว่ ยกติ สะสมไมน่ อ้ ยกว่าทีก่ าหนดไว้ในหลกั สูตร
๓๐.๔ ไดค้ า่ ระดบั เฉล่ยี สะสมไมต่ ่ากวา่ ๓.๐๐ จากระบบ ๔ แตม้
๓๐.๕ ได้ระดบั ไมต่ ่ากวา่ B ในรายวชิ าบังคบั และรายวิชาเอกทุกรายวชิ า
และได้ระดับ S ในกรณที ่หี ลกั สูตรกาหนดใหว้ ดั ผลเป็น S หรือ U
๓๐.๖ สอบผ่านการประเมนิ ผลวิทยานพิ นธ์ และส่งวิทยานพิ นธฉ์ บบั สมบรู ณ์
ตามท่มี หาวทิ ยาลัยกาหนด
๓๐.๗ วิทยานพิ นธใ์ นหลักสตู รพุทธศาสตรมหาบณั ฑิต จะตอ้ งได้รบั การ
ตพี ิมพ์ หรืออยา่ งนอ้ ยดาเนนิ การใหท้ ้งั หมดหรือสว่ นหนง่ึ ของ
วทิ ยานิพนธไ์ ดร้ บั การยอมรบั ใหต้ พี มิ พใ์ นวารสารหรือส่ิงพมิ พ์ทาง
มคอ.๒ หลักสูตรพุทธศาสตรดุษฎบี ณั ฑิต สาขาวชิ าพระพุทธศาสนา / ๑๑๑
วชิ าการ หรอื เสนอตอ่ ท่ีประชุมวิชาการที่มรี ายงานการประชุม
(proceeding)
๓๐.๘ วทิ ยานพิ นธ์ในหลกั สตู รพทุ ธศาสตรดษุ ฎบี ณั ฑติ จะต้องไดร้ ับการ
ตพี ิมพ์ หรืออย่างน้อยดาเนนิ การให้ท้งั หมดหรอื ส่วนหน่ึงของ
วทิ ยานิพนธไ์ ดร้ ับการยอมรับให้ตีพิมพใ์ นวารสารหรือสงิ่ พมิ พ์ทาง
วิชาการทม่ี กี รรมการภายนอกรว่ มกล่ันกรองก่อนการตพี มิ พ์
(Pre-review) และเป็นทย่ี อมรับ”
ประกาศ ณ วนั ที่ ๒๖ มนี าคม พทุ ธศักราช ๒๕๕๓
(พระธรรมสธุ ี)
นายกสภามหาวิทยาลัยมหาจฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลัย
มคอ.๒ หลักสตู รพทุ ธศาสตรดุษฎีบณั ฑติ สาขาวิชาพระพุทธศาสนา / ๑๑๒
ข้อบังคับมหาวทิ ยาลยั มหาจฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลยั
วา่ ดว้ ยการศกึ ษาระดบั บณั ฑติ ศกึ ษา (ฉบบั ที่ ๕)
พุทธศกั ราช ๒๕๕๓
-----------------------
โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงบางส่วนของข้อบังคับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
ว่าด้วยการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา พุทธศักราช ๒๕๔๑ (ฉบับท่ี ๔) แก้ไขเพ่ิมเติม พุทธศักราช๒๕๕๓
ใหม้ ีความเหมาะสมมากย่งิ ข้นึ
อาศัยอานาจตามความในมาตรา ๑๙ (๒) แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราช
วิทยาลัย พ.ศ. ๒๕๔๐ และมติสภามหาวิทยาลัย ในคราวประชุมครั้งท่ี ๔/๒๕๕๓ เม่ือวันพฤหัสบดี ท่ี
๑๗ มถิ ุนายน จงึ ออกข้อบงั คับไว้ ดงั ต่อไปนี้
ข้อ ๑ ข้อบังคับน้ีเรียกวา่ “ ข้อบังคบั มหาวิทยาลยั มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยว่าด้วยการศึกษา
ระดบั บณั ฑิตศึกษา (ฉบับที่ ๕ แกไ้ ขเพมิ่ เตมิ พุทธศกั ราช ๒๕๕๓”
ข้อ ๒ ให้ใชข้ อ้ บงั คบั นกี้ บั นสิ ติ เข้าศกึ ษา ตัง้ แตป่ กี ารศึกษา ๒๕๕๓ เปน็ ตน้ ไป
ข้อ ๓ ใหย้ กเลิกขอ้ ความในขอ้ ๒ แห่งข้อบังคับมหาวิทยาลยั มหาจฬุ าลงกรณราชวิทยาลัย
วา่ ดว้ ยการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา พุทธศกั ราช ๒๕๔๑ (ฉบบั ที่ ๔) แก้ไขเพิ่มเตมิ พุทธศักราช ๒๕๕๓
และให้ใช้ขอ้ ความตอ่ ไปน้แี ทน
“ข้อ ๒ ให้ใช้ข้อบังคบั บีก้ ับนสิ ติ ท่รี บั เข้าศกึ ษา ต้ังแต่ปีการศกึ ษา ๒๕๔๙ เปน็ ต้นไป”
ประกาศ ณ วันท่ี ๑๕ กรกฎาคม พุทธศกั ราช ๒๕๕๓
(พระธรรมสุธี)
นายกสภามหาวทิ ยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลยั
มคอ.๒ หลักสตู รพุทธศาสตรดษุ ฎบี ัณฑติ สาขาวชิ าพระพทุ ธศาสนา / ๑๑๓
มคอ.๒ หลักสตู รพุทธศาสตรดษุ ฎบี ัณฑติ สาขาวชิ าพระพทุ ธศาสนา / ๑๑๔
มคอ.๒ หลักสตู รพุทธศาสตรดษุ ฎบี ัณฑติ สาขาวชิ าพระพทุ ธศาสนา / ๑๑๕
มคอ.๒ หลักสตู รพุทธศาสตรดุษฎบี ณั ฑติ สาขาวิชาพระพทุ ธศาสนา / ๑๑๖
ข้อบงั คับมหาวิทยาลยั มหาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลยั
วา่ ดว้ ยคณะกรรมการประจาบณั ฑติ วทิ ยาลยั และคณะกรรมการประจาคณะ
พ.ศ. ๒๕๔๑
เพ่ืออนุวัตให้เป็นไปตามความในมาตรา ๓๕ แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ
ราชวิทยาลัย พ.ศ. ๒๕๔๐ จึงเหน็ สมควรออกข้อบังคบั มหาวทิ ยาลยั ว่าด้วยคณะกรรมการประจาบัณฑิต
วิทยาลัยและคณะกรรมการประจาคณะ
อาศยั อานาจตามความในมาตรา ๑๙ (๒) แห่งพระราชบญั ญตั ิมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราช
วิทยาลัย พ.ศ. ๒๕๔๐ สภามหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยในคราวประชุมคร้ังที่ ๘/๒๕๔๑
เมอ่ื วันท่ี ๒๗ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๔๑ จงึ มมี ตใิ หอ้ อกบังคับไวด้ งั ตอ่ ไปน้ี
ข้อ ๑ ข้อบังคับน้ีเรียกว่า “ข้อบังคับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ว่าด้วย
คณะกรรมการประจาบณั ฑติ วิทยาลยั และคณะกรรมการประจาคณะ พ.ศ.๒๕๔๑”
ข้อ ๒ ใหใ้ ชข้ ้อบงั คับนี้ตัง้ แตว่ นั ถดั จากวันประกาศเปน็ ตน้ ไป
ข้อ ๓ บรรดากฎ ระเบยี บ ข้อบงั คับ ข้อกาหนด คาสั่ง หรือประกาศอื่นใดซ่ึงขัดหรือแย้งกับ
ข้อบังคับนี้ ให้ใช้ขอ้ บงั คับน้ีแทน
ข้อ ๔ ให้มีคณะกรรมการประจาบณั ฑิตวทิ ยาลัย ประกอบดว้ ย
(๑) ประธานกรรมการ ได้แก่ คณบดี
(๒) รองประธานกรรมการ ได้แก่ รองคณบดซี ึ่งเป็นพระภิกษุ
(๓) กรรมการผ้เู ปน็ คณาจารยป์ ระจาบณั ฑิตวทิ ยาลยั จานวนส่ีรูปหรือคนที่
อธิการบดแี ต่งตั้งโดยคาแนะนาของคณบดี
(๔) กรรมการผทู้ รงคณุ วฒุ จิ านวนไม่เกนิ ห้ารูปหรอื คนทอี่ ธกิ ารบดแี ตง่ ต้ังโดย
คาแนะนาของคณบดี
(๕) กรรมการและเลขานกุ าร ได้แก่ เลขานกุ ารบณั ฑติ วทิ ยาลัย
ขอ้ ๕ ใหม้ คี ณะกรรมการประจาคณะ ประกอบด้วย
(๑) ประธานกรรมการ ไดแ้ ก่ คณบดี
(๒) รองประธานกรรมการ ได้แก่ รองคณบดีซ่ึงเป็นพระภิกษุ
(๓) กรรมการโดยตาแหน่ง ได้แก่ หัวหนา้ ภาควชิ า
(๔) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจานวนไม่เกินห้ารูปหรือคนท่ีอธิการบดีแต่งตั้งโย
คาแนะนาของคณบดี
มคอ.๒ หลกั สตู รพทุ ธศาสตรดษุ ฎีบัณฑติ สาขาวิชาพระพุทธศาสนา / ๑๑๗
(๕) กรรมการและเลขานกุ าร ไดแ้ ก่ เลขานกุ ารประจาคณะ
ข้อ ๖ คณะกรรมการประจาบัณฑติ วทิ ยาลัยและคณะกรรมการประจาคณะมีวาระ
การดารงตาแหน่งเทา่ กับวาระการดารงตาแหนง่ ของคณบดี
ในกรณที ี่กรรมการตามข้อ ๔ และข้อ ๕ พ้นจากตาแหน่งกอ่ นวาระและไดม้ ีการ
แตง่ ตง้ั ผูด้ ารงตาแหนง่ แทนแลว้ ให้ผทู้ ไ่ี ดร้ บั แตง่ ตง้ั อย่ใู นตาแหนง่ เพยี งเท่าวาระทเ่ี หลือของผซู้ ง่ึ ตนแทน
ในกรณีทกี่ รรมการพน้ จากตาแหนง่ ตามวาระแตย่ ังมิได้แตง่ ต้ังกรรมการขึน้ ใหม่ให้
กรรมการซ่ึงพ้นจากตาแหน่งปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะได้แต่งต้ังกรรมการขึ้นใหม่ ทั้งน้ีต้องไม่เกินหก
สิบวัน
ขอ้ ๗ คณะกรรมการประจาบณั ฑติ วทิ ยาลยั และคณะกรรมการประจาคณะมีอานาจและ
หนา้ ที่ ดงั น้ี
(๑) วางนโยบายและแผนงานใหส้ อดคลอ้ งกับนโยบายของมหาวทิ ยาลัย
(๒) พิจารณาหลักสูตรเพอ่ื นาเสนอตอ่ สภาวชิ าการ
(๓) พิจารณาวางระเบียบ ขอ้ บังคบั ท่เี กีย่ วกับการบรหิ ารและการดาเนนิ งาน
เพื่อเสนอต่อสภาวิชาการ
(๔) ใหค้ าปรกึ ษาและเสนอความเหน็ แก่คณบดี
(๕) ปฏิบัติหน้าทอี่ นื่ ๆ ตามทส่ี ภาวชิ าการหรอื อธิการบดีมอบหมาย
ข้อ ๘ ให้มีการประชุมคณะกรรมการประจาบัณฑิตวิทยาลัยและคณะกรรมการประจาคณะ
อยา่ งน้อยปลี ะสี่คร้ัง วิธีการประชุมให้นาขอ้ บงั คับมหาวทิ ยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ว่าด้วยการ
ประชมุ สภามหาวทิ ยาลยั มาใช้บงั คับโดยอนุโลม
ขอ้ ๙ ใหอ้ ธิการดีรกั ษาการให้เป็นไปตามข้อบงั คับนี้
ประกาศ ณ วันท่ี ๒๗ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๑
(พระสุเมธาธบิ ด)ี
นายกสภามหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลยั
มคอ.๒ หลักสตู รพุทธศาสตรดษุ ฎบี ัณฑติ สาขาวชิ าพระพทุ ธศาสนา / ๑๑๘
มคอ.๒ หลักสตู รพุทธศาสตรดษุ ฎบี ัณฑติ สาขาวชิ าพระพทุ ธศาสนา / ๑๑๙
มคอ.๒ หลักสตู รพุทธศาสตรดษุ ฎบี ัณฑติ สาขาวชิ าพระพทุ ธศาสนา / ๑๒๐
มคอ.๒ หลักสตู รพุทธศาสตรดษุ ฎบี ัณฑติ สาขาวชิ าพระพทุ ธศาสนา / ๑๒๑
มคอ.๒ หลักสตู รพุทธศาสตรดษุ ฎบี ัณฑติ สาขาวชิ าพระพทุ ธศาสนา / ๑๒๒
มคอ.๒ หลักสตู รพุทธศาสตรดษุ ฎบี ัณฑติ สาขาวชิ าพระพทุ ธศาสนา / ๑๒๓
มคอ.๒ หลักสตู รพุทธศาสตรดษุ ฎบี ัณฑติ สาขาวชิ าพระพทุ ธศาสนา / ๑๒๔
มคอ.๒ หลักสตู รพุทธศาสตรดษุ ฎบี ัณฑติ สาขาวชิ าพระพทุ ธศาสนา / ๑๒๕
มคอ.๒ หลกั สตู รพุทธศาสตรดษุ ฎีบัณฑติ สาขาวชิ าพระพุทธศาสนา / ๑๒๖
ระเบยี บบณั ฑติ วทิ ยาลยั
มหาวทิ ยาลยั มหาจฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลยั
วา่ ดว้ ยวธิ ปี ฏบิ ตั ิเกย่ี วกบั วทิ ยานิพนธ์ พ.ศ. ๒๕๔๒
เพ่อื ให้การทาวิทยานิพนธ์ และการสอบวทิ ยานพิ นธ์ของนสิ ติ ระดบั บณั ฑิตศึกษาเป็นไปด้วยความ
เรยี บร้อย จึงเห็นสมควรวางระเบยี บว่าดว้ ยวิธปี ฏิบัติเก่ียวกับวทิ ยานิพนธ์
อาศัยอานาจตามความในข้อ ๒๖ แห่งข้อบังคับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ว่า
ดว้ ยการศกึ ษาระดบั บณั ฑติ ศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๑ บัณฑิตวทิ ยาลยั จึงวางระเบยี บไวด้ ังตอ่ ไปนี้
หมวดที่ ๑
บททวั่ ไป
ข้อ ๑ ระเบียบน้ีเรียกว่า “ระเบียบบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
ว่าดว้ ยวิธีปฏิบตั เิ กี่ยวกบั วิทยานิพนธ์ พ.ศ.๒๕๔๒
ขอ้ ๒ ให้ใช้ระเบยี บนตี้ ั้งแตว่ ันถดั จากวันประกาศเปน็ ตน้ ไป
ขอ้ ๓ ใหค้ ณะบดบี ณั ฑิตวทิ ยาลยั รกั ษาการใหเ้ ป็นไปตามระเบยี บน้ี
หมวดที่ ๒
การอนมุ ัตหิ วั ขอ้ และโครงรา่ งวทิ ยานพิ นธแ์ ละการลงทะเบยี น
ขอ้ ๔ การอนุมัติหัวข้อและโครงรา่ งวิทยานิพนธ์
๔.๑ ให้นิสิตจัดทาโครงร่างวิทยานิพนธ์โดยความเห็นชอบของผู้ที่จะได้รับแต่งต้ังเป็น
ประธานหรอื กรรมการควบคมุ วทิ ยานิพนธ์
๔.๒ โครงร่างวทิ ยานิพนธ์ มสี ่วนประกอบดงั นี้
(๑) หัวขอ้ วิทยานิพนธ์ทง้ั ภาษาไทยและภาษาอังกฤษ
(๒) รายชอ่ื คณะกรรมการควบคุมวิทยานิพนธ์
(๓) ความเป็นมาและความสาคัญของปัญหา
(๔) วัตถุประสงคข์ องการวิจยั
(๕) วิธดี าเนินการวิจัย
(๖) ประโยชนท์ ีค่ าดวา่ จะไดร้ ับจากการวจิ ยั
(๗) โครงสรา้ งของรายงานวทิ ยานพิ นธ์
มคอ.๒ หลักสตู รพทุ ธศาสตรดษุ ฎบี ณั ฑติ สาขาวิชาพระพทุ ธศาสนา / ๑๒๗
(๘) บรรณานุกรม
(๙) เชงิ อรรถ
สว่ นประกอบอ่นื ๆ นอกจากนี้ ใหเ้ ป็นไปตามขอ้ กาหนดของบณั ฑติ วทิ ยาลัย
๔.๓ การเสนอขออนุมัติหัวข้อและโครงร่างวิทยานิพนธ์ ให้นิสิตย่ืนแบบคาร้อง บท ๘
พร้อมดว้ ยหัวข้อและโครงร่างวทิ ยานิพนธ์ จาวน ๘ ชุดต่อบณั ฑิตวทิ ยาลัย
๔.๔ คณบดีบัณฑิตวิทยาลัยแต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาหัวข้อ และโครงร่าง
วิทยานิพนธ์ในแต่ละปีการศึกษา คณะกรรมการท่ีได้รับแต่งต้ังจะเป็นผู้พิจารณาหัวข้อและโครงร่าง
วิทยานิพนธ์ท่ีนิสิตเสนอ และในการประชุมพิจารณาแต่ละคร้ังประธานกรรมการอาจให้นิสิตเข้าชี้แจง
เกี่ยวกบั โครงร่างวิทยานิพนธด์ ้วยก็ได้
๔.๕ ให้ประธานคณะกรรมการพิจารณาหัวข้อและโครงร่างวิทยานิพนธ์เสนอผลการ
พิจารณาหัวข้อและโครงร่างวิทยานิพนธ์ของนิสิตท่ีผ่านความเห็นชอบแล้วพร้อมรายชื่อผู้สมควรเป็น
คณะกรรมการควบคุมวิทยานพิ นธ์ ในหวั ข้อน้นั ต่อคณบดีบณั ฑติ วทิ ยาลัยเพ่อื พจิ ารณาอนุมัติ
๔.๖ เม่ือคณบดีบัณฑิตวิทยาลัยอนุมัติหัวข้อและโครงร่างวิทยานิพนธ์และเม่ือบัณฑิต
วทิ ยาลยั ประกาศรายชือ่ นิสิตละหัวขอ้ วิทยานพิ นธ์ พรอ้ มทั้งรายชื่อคณะกรรมการควบคุมวิทยานสิพนธ์ท่ี
ไดร้ บั อนมุ ัติแล้ว นสิ ติ จึงมสี ิทธลิ งทะเบยี นวิทยานิพนธ์
ข้อ ๕ การลงทะเบยี นวิทยานิพนธ์
๕.๑ นิสิตระดับปริญญาโทที่มีสิทธิลงทะเบียนวิทยานิพนธ์ ต้องศึกษารายวิชาใน
หลกั สตู รของบัณฑิตวิทยาลัยมาแล้วไม่น้อยกว่า ๒ ภาคการศึกษาปกติ และมีหน่วยกิตสะสมไม่น้อยกว่า
๑๖ หน่วยกติ
๕.๒ นิสิตรตะดับปริญญาเอกท่ีมีสิทธิลงทะเบียนวิทยานิพนธ์ ต้องศึกษารายวิชาใน
หลักสูตรของบัณฑิตวิทยาลัยมาแล้วไม่น้อยกว่า ๒ ภาคการศึกษาปกติ และมีหน่วยกิตสะสมไม่น้อยกว่า
๑๒ หน่วยกิต
๕.๓ ให้นิสิตลงทะเบียนวิทยานิพนธ์ ภายใน ๓๐ วัน นับจากวันที่บัณฑิตวิทยราลัย
ประกาศอนุมัติหัวข้อวิทยานิพนธ์ โดยกรอกแบบการลงทะเบียนวิทยานิพนธ์บท ๙ แล้วย่ืนต่อบัณฑิต
วทิ ยาลยั พร้อมท้งั ชาระเงินคา่ ลงทะเบยี น ในส่วนงานตามที่มหาวทิ ยาลยั กาหนด
ข้อ ๖ การเปล่ยี นแปลงเก่ียวกับโครงรา่ งวทิ ยานพิ นธ์
๖.๑ การขอเปลีย่ นแปลงใด ๆ เกี่ยวกับวิทยานิพนธ์ที่ไม่ใช่สาระสาคัญให้นาสิตยื่นแบบ
คาร้อง บท ๘ พร้อมทั้งชี้แจงเหตุผลที่ขอเปลี่ยนแปลงต่อคณบดีบัณฑิตวิทยาลัยเพ่ือขออนุมัติโดยผ่าน
คณะกรรมการควบคมุ วิทยานิพนธ์
๖.๒ หากการเปล่ียนแปลงหัวข้อหรือโครงร่างวิทยานิพนธ์ที่เป็นสาระสาคัญ นิสิตต้อง
ปฏิบัติเช่นเดียวกับการยื่นขออนุมัติหัวข้อและโครงร่างวิทยานิพนธ์ใหม่แต่ไม่ต้องลงทะเบียนวิทยานิพนธ์
ซา้ อีก
มคอ.๒ หลักสตู รพทุ ธศาสตรดษุ ฎบี ัณฑติ สาขาวชิ าพระพทุ ธศาสนา / ๑๒๘
๖.๓ ให้นิสิตติดตามผลการขออนุมัติการเปล่ียนแปลงเกี่ยวกับวิทยานิพนธ์หลังจากท่ีได้
ยน่ื คารอ้ งแลว้
หมวดท่ี ๓
คณะกรรมการควบคมุ วทิ ยานพิ นธ์
ข้อ ๗ คณะกรรมการควบคมุ วทิ ยานพิ นธ์
๗.๑ คณะกรรมการควบคุมวิทยานิพนธ์ต้องมีทั้งบรรพชิตและคฤหัสถ์จานวนไม่น้อย
กว่า ๒ ทา่ น แต่ไม่เกิน ๓ ท่าน ท้งั น้จี ะต้องมอี าจารยป์ ระจามหาวทิ ยาลัยอย่างนอ้ ย ๑ ท่าน
๗.๒ คณะกรรมการผู้ควบคุมวิทยานิพนธ์ของนิสิตระดับปริญญาโท ต้องมีคุณสมบัติ
ได้รบั ปริญญาช้ันใดชั้นหนึง่ ในสาขาวชิ าทน่ี ิสติ ทาวทิ ยานิพนธห์ รือสาขาวชิ าทีเ่ ก่ียวขอ้ ง
คณะกรรมการผู้มีคุณสมบัติได้รับปริญญาต่ากว่าระดับปริญญาโท ต้องมีตาแหน่งทาง
วิชาการไมต่ า่ กวา่ ผชู้ ว่ ยศาสตราจารยห์ รือเป็นผูเ้ ชีย่ วชาญ
๗.๓ คณะกรรมการผู้ควบคุมวิทยานิพนธ์ของนิสิตระดับปริญญาเอก ต้องมีคุณสมบัติ
ไดร้ บั ปริญญาชน้ั ใดชั้นหน่งึ ในสาขาวชิ าที่นิสติ ทาวิทยานิพนธ์หรือสาขาวชิ าที่เกย่ี วข้อง
คณะกรรมการผู้มีคุณสมบัติได้รับปริญญาต่ากว่าระดับปริญญาเอก ต้องมีตาแหน่งทาง
วิชาการไมต่ ่ากว่ารองศาสตราจารย์หรอื เป็นผู้เช่ียวชาญ
๗.๔ คณะกรรมการควบคุมวิทยานพิ นธม์ หี นา้ ทด่ี ังตอ่ ไปนี้
(๑) ให้คาปรึกษาแนะนาเกยี่ วกับวิธีทาวิทยานิพนธ์ รวมท้ังตัดสินแก้ไขปัญหา
ที่เกิดขึน้ ขณะทาวทิ ยานพิ นธ์
(๒) ให้คาปรกึ ษาแนะนาเกย่ี วกับการเขยี นวิทยานพิ นธ์
(๓) พิจารณาใหค้ วามเห็นชอบในการขอสอบวิทยานิพนธข์ องนิสติ
ข้อ ๘ การเขยี นวทิ ยานิพนธ์
ให้นิสิตเรียบเรียงวิทยานิพนธ์โดยให้มีรูปแบบและขนาดวิทยานิพนธ์ ตามคู่มือการทา
วิทยานิพนธข์ องบณั ฑติ วิทยาลัย
หมวดท่ี ๔
การสอบวทิ ยานพิ นธ์
ข้อ ๙ การขอสอบวทิ ยานพิ นธ์
๙.๑ นสิ ติ ระดบั ปรญิ ญาโทมีสิทธขิ อสอบวิทยานิพนธไ์ ด้เม่ือ
(๑) ใช้เวลาทาวิทยานิพนธ์ไม่น้อยกว่า ๓ เดือน นับตั้งแต่วันท่ีได้รับอนุมัติ
หัวขอ้ และโครงรา่ งวิทยานิพนธ์ และลงทะเบยี นวิทยานพิ นธ์
มคอ.๒ หลักสตู รพทุ ธศาสตรดุษฎบี ณั ฑิต สาขาวิชาพระพุทธศาสนา / ๑๒๙
(๒) สอบผ่านรายวิชาต่าง ๆ ครบถ้วนตามเง่ือนไขท่ีกาหนดไว้ในหลักสูตร
และไดค้ ่าระดบั เฉล่ยี สะสมในรายวชิ าตลอดหลักสูตรไมต่ า่ กว่า ๓.๐๐
(๓) เขียนวิทยานิพนธ์เสร็จสมบูรณ์ตามคาแนะนาของคณะกรรมการควบคุม
วิทยานพิ นธ์ และไดร้ ับความเห็นชอบจากคณะกรรมการดังกล่าวใหท้ าการขอสอบได้
๙.๒ นสิ ิตระดบั ปรญิ ญาเอกมีสทิ ธขิ อสอบวิทยานพิ นธไ์ ดเ้ มื่อ
(๑) ใช้เวลาทาวทิ ยานิพนธ์ไม่นอ้ ยกวา่ ๙ เดอื น นบั ตั้งแต่วันท่ไี ดร้ ับ
อนมุ ตั ิหวั ขอ้ และโครงรา่ งวิทยานิพนธ์ และลงทะเบยี นวทิ ยานิพนธ์
(๒) สอบผา่ นรายวิชาต่าง ๆ ครบถ้วนตามเงอ่ื นไขที่กาหนดไว้ใน
หลักสตู รและไดร้ บั คา่ ระดบั เฉล่ยี สะสมในรายวิชาตลอดหลกั สตู รไม่ตา่ กว่า ๓.๐๐
(๓) สอบผา่ นการสอบวัดคุณสมบัติในรายวิชาตามทบ่ี ณั ฑติ วิทยาลยั
กาหนด
(๔) เขยี นวทิ ยานิพนธ์สาเรจ็ สมบูรณ์ตามคาแนะนาของคณะกรรมกา
ควบคมุ วทิ ยานพิ นธ์ และได้รับความเหน็ ชอบจากคณะกรรมการดงั กล่าวใหท้ าการขอสอบได้
๙.๓ ใหน้ ิสติ ยน่ื คาร้องขอตรวจรปู แบบวทิ ยานพิ นธ์ พร้อมท้ังแนบวิทยานิพนธ์ ๑ ฉบับ
ตอ่ บัณฑิตวทิ ยาลัยก่อนวนั สอบวิทยานิพนธไ์ มน่ อ้ ยกว่า ๓๐ วัน
๙.๔ ใหน้ สิ ติ รับผลการตรวจรปู แบบวิทยานิพนธ์จากบัณฑิตวิทยาลัยหลังจากย่ืนคาร้อง
แลว้ ๑๐ วันทาการ
๙.๕ ให้นสิ ติ ยน่ื แบบคาร้องขอสอบวิทยานพิ นธ์ บท ๘ ต่อบัณฑิตวิทยาลัยผ่านประธาน
คณะกรรมการควบคุมวิทยานิพนธ์ พร้อมกับเสนอวิทยานิพนธ์ที่เรียบเรียงเสร็จแล้ว รวมทั้งบทคัดย่อ
ภาษาไทยและภาษาองั กฤษ อย่างละ ๖ ชดุ
๙.๖ ให้บัณฑิตวิทยาลัยส่งวิทยานิพนธ์และบทคัดย่อถึงคณะกรรมการตรวจสอบ
วทิ ยานพิ นธก์ อ่ นวันสอบไม่นอ้ ยกว่า ๒ สัปดาห์
ข้อ ๑๐ คณะกรรมการตรวจสอบวทิ ยานิพนธ์
๑๐.๑ คณะกรรมการตรวจสอบวทิ ยานิพนธ์ มจี านวนไม่น้อยกวา่ ๓ ท่าน แต่ไม่เกิน ๕
ท่าน ประกอบด้วย
(๑) ประธาน ไดแ้ ก่ คณบดหี รอื ผู้ทค่ี ณบดมี อบหมาย
(๒) คณะกรรมการควบคุมวิทยานพิ นธ์
(๓) กรรมการผูท้ รงคณุ วุฒิจากภายนอกมหาวิทยาลัย จานวนไม่เกิน ๓ ท่าน
๑๐.๒ เมื่อบัณฑิตวิทยาลัยติดต่อเชิญผู้ท่ีสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นกรรมการตรวจสอบ
วิทยานิพนธ์ได้แล้ว ให้เสนอรายนามกรรมการตรวจสอบวิทยานิพนธ์ต่อคณะกรรมการประจาบัณฑิต
วทิ ยาลัย เพอ่ื พิจารณาแต่งตง้ั
๑๐.๓ เม่ือประธานคณะกรรมการประจาบัณฑิตวิทยาลัย ลงนามแต่งตั้ง
คณะกรรมการตรวจสอบวิทยานิพนธ์แล้ว ให้บัณฑิตวิทยาลัยประกาศกาหนดวัน เวลาและสถานที่สอบ
มคอ.๒ หลกั สตู รพุทธศาสตรดุษฎีบัณฑติ สาขาวิชาพระพทุ ธศาสนา / ๑๓๐
ให้ทราบโดยทั่วกัน และมีหนังสือเชิญถึงกรรมการตรวจสอบวิทยานิพนธ์ไม่สามารถมาตรวจสอบ
วิทยานิพนธ์ได้ ให้แจ้งต่อบัณฑิตวิทยาลัยโดยผ่านประธานคณะกรรมการตรวจสอบวิทยานิพนธ์ พร้อม
ท้ังแจง้ ผลการตรวจสอบวิทยานิพนธ์ดว้ ย
หมวดท่ี ๕
การประเมนิ ผลวทิ ยานิพนธ์
ข้อ ๑๑ การประเมนิ ผลวิทยานพิ นธ์
๑๑.๑ ในการสอบวิทยานิพนธ์ นิสิตต้องตอบข้อซักถามต่าง ๆ เก่ียวกับวิทยานิพนธ์
หรือเร่ืองที่เกี่ยวข้อง หลังจากสอบแล้วให้คณะกรรมการตรวจสอบวิทยานิพนธ์ประชุมพิจารณา
ประเมนิ ผล ในขณะประเมินผลใหน้ ิสติ ออกจากห้องสอบ
๑๑.๒ ให้มกี ารจดบนั ทึกรายละเอยี ดเก่ียวกับการประเมินผลวิทยานิพนธ์ทุกคร้ัง
๑๑.๓ หากคณะกรรมการตรวจสอบวิทยานิพนธ์มีมติให้แก้ไขวิทยานิพนธ์ไม่ว่ากรณีใด
ๆ นิสิตต้องแก้ไขวิทยานิพนธ์ให้ถูกต้องตามมติและคาแนะนาน้ัน ก่อนท่ีจะนาวิทยานิพนธ์ฉบับที่แก้ไข
แลว้ ส่งบณั ฑติ วทิ ยาลัย
๑๑.๔ ให้คณะกรรมการตรวจสอบวิทยานิพนธ์ทาการประเมินผลวิทยานิพนธ์โดย
กาหนดเปน็ ๔ ระดับ ดังนี้
ผลการศกึ ษา ระดับ
ดีเยีย่ ม (Excellence) A
ดี (Good) B+
ผา่ น (Passed) B
ตก (Failed) F
สว่ นวิทยานิพนธท์ ีอ่ ยใู่ นระหว่างการเรยี บเรยี งใหแ้ สดงสถานะด้วยสัญลกั ษณ์ IP
๑๑.๕ การลงนามของกรรมการตรวจสอบวิทยานิพนธ์ในหน้าอนุมัติวิทยานิพนธ์ อาจ
กระทาได้เม่ือเห็นสมควร แต่ประธานคณะกรรมการตรวจสอบวิทยานิพนธ์จะลงนามได้ต่อเมื่อ
วิทยานิพนธ์นั้นได้รับการแก้ไขท้ังรูปแบบ และเนื้อหาเรียบร้อยแล้วเท่าน้ัน จากนั้นคณะบดีบัณฑิต
วทิ ยาลยั จงึ ลงนามอนมุ ตั ิ
๑๑.๖ ใหป้ ระธานคณะกรรมการตรวจสอบวิทยานิพนธ์เสนอผลการประเมินต่อคณบดี
บัณฑิตวิทยาลัย หากมีมติไม่เป็นเอกฉันท์ให้รวบรวมใบประเมินผลของกรรมการทุกท่าน เพื่อส่งให้
คณะกรรมการประจาบัณฑิตวิทยาลัยพิจารณาชี้ขาดเม่ือทราบผลการประเมิน และนิสิตส่งวิทยานิพนธ์
ฉบบั ที่แกไ้ ขเรยี บร้อยแลว้ บัณฑิตวิทยาลยั จะประกาศผลให้ทราบโดยทั่วกัน
ข้อ ๑๒ การสง่ วทิ ยานิพนธ์ฉบับสมบูรณ์
๑๒.๑ เม่ือนสิ ิตแก้ไขเน้อื หาและรูปแบบ ตามมติคณะกรรมการตรวจสอบวิทยานิพนธ์
แล้ว ให้นิสิตส่งวิทยานิพนธ์ฉบับท่ีแก้ไขท่ีมีลายมือช่ือคณะกรรมการตรวจสอบวิทยานิพนธ์ครบถ้วนทุก
มคอ.๒ หลกั สูตรพุทธศาสตรดษุ ฎีบัณฑิต สาขาวชิ าพระพทุ ธศาสนา / ๑๓๑
คน จานวน ๗ เล่ม โดยเย็บเล่มและเข้าปกแข็งเรียบร้อย ตามรูปแบบท่ีบัณฑิตวิทยาลัยกาหนดพร้อม
ด้วย บทคัดย่อภาษาไทยและภาษาอังกฤษอีกอย่างละ ๒ ชุด ต่อบัณฑิตวิทยาลัย วันท่ีนิสิตส่ง
วทิ ยานิพนธฉ์ บับสมบูรณถ์ ือวา่ เปน็ วันทน่ี สิ ติ สาเร็จการศึกษา
๑๒.๒ ในกรณีที่นิสิตประสงค์จะเผยแพร่วิทยานิพนธ์หรือมอบให้แก่หน่วยงานใดตาม
ข้อผูกพันหรืออ่ืน ๆ หลังจากที่ได้รับอนุมัติวิทยานิพนธ์ ให้นิสิตยื่นคาร้องพร้อมด้วยวิทยานิพนธ์ตาม
จานวนที่ต้องการเสนอต่อคณบดีบัณฑิตวิทยาลัย เพื่อพิจารณาลงนามในหน้าอนุมัติ ท้ังนี้ให้แนบ
วิทยานิพนธ์ฉบับซึ่งคณบดีบัณฑิตวิทยาลัยลงนามไว้แล้ว ๑ เล่ม พร้อมท้ังแผ่นบันทึกข้อมูลวิทยานิพนธ์
ฉบบั สมบูรณจ์ านวน ๑ ชดุ
๑๒.๓ วิทยานิพนธ์และบทคัดย่อท้ังฉบับภาษาไทย และภาษาอังกฤษของนิสิตที่สาเร็จ
การศึกษาให้เป็นลิขสิทธ์ิของบัณฑิตวิทยาลัย ก่อนนาไปพิมพ์เผยแร่ต้องได้รับอนุมัติจากคณบดีบัณฑิต
วิทยาลัย
บทเฉพาะกาล
ข้อ ๑๓ นิสิตท่ีได้รับอนุมัติหัวข้อและโครงการวิทยานิพนธ์และลงทะเบียนไว้แล้วก่อนท่ีจะ
ประกาศใช้ระเบียบนี้ ให้ปฏิบัติตามระเบียบบัณฑิตวิทยาลัย มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ในพระบรม
ราชูปถัมภ์ วา่ ด้วยวิธีปฏบิ ัตเิ กี่ยวกบั วทิ ยานิพนธ์ พุทธศักราช ๒๕๓๓
ข้อ ๑๔ นิสิตที่ได้รับอนุมัติหัวข้อและโครงร่างวิทยานิพนธ์ และลงทะเบียนภายหลังท่ี
ประกาศใชร้ ะเบียบน้แี ล้ว ใหป้ ฏิบัตติ ามระเบียบน้ี
ประกาศ ณ วันท่ี ๒ มนี าคม พ.ศ. ๒๕๔๒
(พระมหาสมจนิ ต์ สมมฺ าปญโฺ ญ)
คณบดบี ณั ฑิตวิทยาลยั
มคอ.๒ หลักสตู รพทุ ธศาสตรดุษฎบี ัณฑติ สาขาวิชาพระพุทธศาสนา / ๑๓๒
ระเบยี บบณั ฑติ วทิ ยาลยั
มหาวทิ ยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลยั
วา่ ดว้ ยวธิ ปี ฏบิ ตั เิ กยี่ วกบั วทิ ยานพิ นธ์ พ.ศ.๒๕๕๐
อนวุ ัตใหเ้ ปน็ ไปตามความในขอ้ ๒๖ แหง่ ขอ้ บงั คบั มหาวิทยาลยั มหาจฬุ าลงกรณราชวิทยาลัย ว่า
ด้วยการศึกษาระดบั บณั ฑติ ศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๑ จึงเห็นสมควรออกระเบียบบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัย
มหาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลัย ว่าด้วยวธิ ีปฏบิ ัติเก่ียวกับวิทยานิพนธ์ของบัณฑิตวทิ ยาลัย
อาศัยอานาจตามความในข้อ ๒๖ แห่งข้อบังคับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ว่า
ดว้ ยการศกึ ษาระดบั บัณฑติ ศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๑ คณะกรรมการประจาบณั ฑิตวทิ ยาลัย ในคราวประชุมคร้ัง
ที่ ๓/๒๕๕๐ เมื่อวันท่ี ๒๔ กนั ยายน พ.ศ. ๒๕๕๐ จงึ มีมติใหว้ างระเบียบไวด้ ังตอ่ ไปน้ี
หมวดท่ี ๑
บททวั่ ไป
ข้อ ๑ ระเบียบน้ีเรียกว่า “ระเบียบบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
ว่าด้วยวิธีปฏิบัติเกีย่ วกับวทิ ยานิพนธ์ พ.ศ.๒๕๕๐”
ขอ้ ๒ บรรดา กฎ ระเบยี บ ข้อบงั คบั คาสั่ง หรือประกาศอน่ื ใดซึง่ ขดั หรือแย้งกบั ระเบียบน้ี ให้ใช้
ระเบยี บน้แี ทน
ข้อ ๓ ให้ยกเลกิ
(๑) ระเบียบบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ว่าด้วยวิธีปฏิบัติ
เก่ียวกบั วทิ ยานพิ นธ์ พ.ศ.๒๕๔๒
(๒) ระเบียบบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ว่าด้วยวิธีปฏิบัติ
เกี่ยวกบั วิทยานพิ นธ์ พ.ศ.๒๕๔๒ แก้ไขเพิม่ เตมิ พ.ศ. ๒๕๔๖
(๓) ประกาศบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เรื่อง กาหนด
ส่วนประกอบเพม่ิ เติมของโครงร่างวทิ ยานิพนธ์ พ.ศ. ๒๕๔๔
(๔) ประกาศบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เรื่อง การรายงาน
ความกา้ วหนา้ วิทยานพิ นธ์ พ.ศ. ๒๕๕๐
ข้อ ๕ ให้ใชร้ ะเบยี บนี้ตง้ั แตว่ นั ถัดจากประกาศ เปน็ ต้นไป
ข้อ ๖ ใหค้ ณบดีบณั ฑติ วทิ ยาลัยรักษาการใหเ้ ปน็ ไปตามระเบียบนี้
มคอ.๒ หลักสตู รพุทธศาสตรดษุ ฎบี ณั ฑติ สาขาวิชาพระพุทธศาสนา / ๑๓๓
หมวดท่ี ๒
การอนมุ ตั หิ วั ขอ้ และโครงรา่ งวทิ ยานิพนธแ์ ละการลงทะเบยี น
ข้อ ๖ การอนมุ ัติหัวขอ้ และโครงร่างวิทยานิพนธ์
๖.๑ ให้นิสิตจัดทาหัวข้อและโครงร่างวิทยานิพนธ์โดยความเห็นชอบของผู้ที่จะได้รับ
แต่งตั้งเป็นประธานหรือกรรมการควบคุมวิทยานิพนธ์ และเสนอต่อบัณฑิตวิทยาลัย เพื่อตรวจรูปแบบ
กอ่ น เมื่อผ่านการตรวจรูปแบบและแก้ไขแล้ว จึงเสนอขอสอบอนุมัติหัวข้อและโครงร่างวิทยานิพนธ์ ตาม
ขน้ั ตอน
๖.๒ โครงร่างวิทยานิพนธ์ มีส่วนประกอบดงั นี้
(๑) หัวข้อวทิ ยานพิ นธ์ท้งั ภาษาไทยและภาษาองั กฤษ
(๒) รายชื่อคณะกรรมการควบคุมวิทยานพิ นธ์
(๓) ความเป็นมาและความสาคัญของปญั หา
(๔) วตั ถุประสงคข์ องการวิจยั
(๕) ทบทวนเอกสารและงานวจิ ยั ที่เกีย่ วขอ้ ง
(๖) วิธดี าเนินการวจิ ยั
(๗) ประโยชน์ทค่ี าดว่าจะไดร้ บั จากการวิจัย
(๘) โครงสร้างของรายงานวทิ ยานพิ นธ์ (สารบญั ชัว่ คราว)
(๙) บรรณานกุ รมและเชิงอรรถ
(๑๐) ประวตั ิผ้วู จิ ยั
สว่ นประกอบอ่ืน ๆ นอกจากน้ี ให้เปน็ ไปตามคู่มอื การทาวิทยานิพนธ์ และข้อกาหนดอ่ืน ๆ ของ
บัณฑิตวทิ ยาลยั
๖.๓ การเสนอขออนุมัติสอบหัวข้อและโครงร่างวิทยานิพนธ์ ให้นิสิตยื่นแบบคาร้อง
บฑ ๘ พร้อมดว้ ยหัวข้อและโครงรา่ งวทิ ยานพิ นธ์ จาวน ๖ ฉบับ ในจานวนนี้ต้องมีลายเซ็นรับรองของผู้
สมควรเปน็ กรรมการควบคมุ วทิ ยานพิ นธท์ กุ คน บนปกของโครงรา่ งฯ จานวน ๑ ฉบับ ต่อบัณฑิตวทิ ยาลยั
๖.๔ นิสิตที่ประสงค์จะเสนอหัวข้อและโครงร่างวิทยานิพนธ์เชิงปริมาณ ที่มีเคร่ืองมือ
วิจัยหรือแบบสอบถามชั่วคราว ต้องส่งให้คณะกรรมการตรวจสอบ ในวันพิจารณาหัวข้อและโครงร่าง
วิทยานพิ นธ์
๖.๕ คณบดีบัณฑิตวิทยาลัยแต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาหัวข้อและโครงร่าง
วิทยานิพนธ์ ในแต่ละปีการศึกษา คณะกรรมการท่ีได้รับแต่งตั้งจะเป็นผู้พิจารณาหัวข้อและโครงร่าง
มคอ.๒ หลกั สูตรพทุ ธศาสตรดษุ ฎีบณั ฑิต สาขาวชิ าพระพุทธศาสนา / ๑๓๔
วิทยานิพนธ์ที่นิสิตเสนอ และในการประชุมพิจารณาสอบแต่ละครั้ง นิสิตต้องเข้านาเสนอและชี้แจง
เกีย่ วกับหวั ขอ้ และโครงร่างวิทยานพิ นธด์ ว้ ย
๖.๖ เมื่อนิสิตแก้ไขหัวข้อและโครงร่างวิทยานิพนธ์ตามมติคณะกรรมการแล้วให้ยื่น
แบบคาร้อง บฑ ๘.๑ พร้อมด้วยหัวข้อและโครงร่างวิทยานิพนธ์ จานวน ๔ ชุด ต่อบัณฑิตวิทยาลัย ให้
ประธานคณะกรรมการพิจารณาหวั ขอ้ และโครงร่างวิทยานิพนธ์ เสนอผลการพิจารณาหัวข้อและโครงร่าง
วิทยานิพนธ์ของนิสิตที่ผ่านความเห็นชอบแล้วพร้อมรายชื่อ ผู้สมควรเป็นคณะกรรมการควบคุม
วิทยานิพนธ์ในหวั ขอ้ นั้นต่อคณบดบี ัณฑิตวิทยาลัยเพ่อื พิจารณาอนมุ ัติ
๖.๗ เมื่อคณบดีบัณฑิตวิทยาลัยอนุมัติหัวข้อและโครงร่างวิทยานิพนธ์และเมื่อ
บัณฑิตวิทยาลัยประกาศรายชื่อนิสิตและหัวข้อวิทยานิพนธ์พร้อมท้ังรายช่ือคณะกรรมการควบคุม
วิทยานิพนธท์ ีไ่ ด้รับอนุมตั ิแลว้ นสิ ิตจงึ จะมีสิทธิลงทะเบียนวทิ ยานพิ นธ์
ข้อ ๗ การลงทะเบยี นวิทยานิพนธ์
๗.๑ นิสิตระดับปริญญาโทท่ีมีสิทธิลงทะเบียนวิทยานิพนธ์ ต้องศึกษารายวิชาใน
หลกั สูตรของบณั ฑติ วิทยาลัยมาแล้วไม่น้อยกว่า ๑ ภาคการศึกษาปกติ และมีหน่วยกิตสะสมไม่น้อยกว่า
๙ หน่วยกิต
๕.๒ นิสิตระดับปริญญาเอก แบบ ๑ ท่ีมีสิทธิลงทะเบียนวิทยานิพนธ์ ภายหลังจากขึ้น
ทะเบียนเปน็ นสิ ิตแลว้ นิสติ ระดบั ปริญญาเอก แบบ ๒ ท่ีมีสทิ ธิลงทะเบียนวิทยานิพนธ์ ต้องศึกษารายวิชา
ในหลักสูตรของบัณฑิตวิทยาลัยมาแล้วไม่น้อยกว่า ๑ ภาคการศึกษาปกติ และมีหน่วยกิตสะสมไม่น้อย
กวา่ ๖ หนว่ ยกติ
๗.๓ ให้นิสิตลงทะเบียนวิทยานิพนธ์ ภายใน ๓๐ วัน นับจากวันที่บัณฑิตวิทยาลัย
ประกาศอนุมัติหัวข้อวิทยานิพนธ์ โดยกรอกแบบการลงทะเบียนวิทยานิพนธ์ บฑ ๙ แล้วยื่นต่อบัณฑิต
วิทยาลัยพร้อมท้ังชาระเงินค่าลงทะเบียนในส่วนงานตามท่ีมหาวิทยาลัยกาหนด หากไม่สามารถชาระ
ค่าลงทะเบียนวิทยานิพนธ์ ภายในระยะเวลาท่ีกาหนด ต้องยื่นคาร้องขอชาระค่าลงทะเบียนล่าช้าต่อ
บัณฑิตวิทยาลัย ทั้งนี้ ต้องไม่เกิน ๓๐ วันทาการ หากเกินต้องชาระเป็นค่าปรับในอัตราการลงทะเบียน
ลา่ ช้า จานวน ๕๐ บาท ตอ่ ๑ วันทาการ
ข้อ ๘ การเปลย่ี นแปลงเก่ยี วกับโครงรา่ งวทิ ยานิพนธ์
๘.๑ การขอเปล่ียนแปลงใด ๆ เก่ียวกับวิทยานิพนธ์ที่ไม่ใช่สาระสาคัญให้นิสิตย่ืนแบบ
คาร้อง บฑ ๘ พร้อมท้ังชี้แจงเหตุผลที่ขอเปล่ียนแปลงต่อคณบดีบัณฑิตวิทยาลัยเพื่อขออนุมัติโดยผ่าน
คณะกรรมการควบคุมวิทยานิพนธ์ เมื่อได้รับการอนุมัติให้เปล่ียนแปลงให้นาส่งหัวข้อและโครงร่างที่
เปล่ยี นแปลงใหมต่ ่อบณั ฑิตวทิ ยาลยั จานวน ๔ ชดุ
๘.๒ หากการเปลี่ยนแปลงหัวข้อหรือโครงร่างวิทยานิพนธ์ท่ีเป็นสาระสาคัญ นิสิตต้อง
ปฏิบัติเชน่ เดียวกบั การย่ืนขออนมุ ตั ิหวั ข้อและโครงร่างวิทยานพิ นธใ์ หม่ โดยไมต่ อ้ งลงทะเบียนวิทยานิพนธ์
ซ้าอีก ยกเว้น หากการเปลี่ยนแปลงเป็นความประสงค์ส่วนตัวของนิสิต เมื่อคณะกรรมการพิจารณาแล้ว
พบว่าไม่มีเหตุผลความจาเปน็ เพยี งพอ นสิ ติ ตอ้ งชาระค่าลงทะเบียนวิทยานิพนธ์ซ้าอกี
มคอ.๒ หลักสูตรพทุ ธศาสตรดษุ ฎบี ณั ฑติ สาขาวชิ าพระพุทธศาสนา / ๑๓๕
๘.๓ ให้นิสติ ติดตามผลการขออนุมัติการเปล่ียนแปลงเกี่ยวกับวิทยานิพนธ์หลังจากท่ีได้
ยน่ื คาร้องและไดเ้ ขา้ ช้ีแจงแลว้
หมวดท่ี ๓
คณะกรรมการควบคมุ วิทยานพิ นธ์
ขอ้ ๙ คณะกรรมการควบคุมวิทยานพิ นธ์
๙.๑ คณะกรรมการควบคุมวิทยานิพนธ์ต้องมีท้ังบรรพชิตและคฤหัสถ์จานวนไม่น้อย
กว่า ๒ รปู คน แต่ไม่เกิน ๓ รปู /คน ทง้ั น้จี ะตอ้ งมีอาจารย์ประจามหาวทิ ยาลัยอย่างนอ้ ย ๑ รปู /คน
๙.๒ คณะกรรมการผู้ควบคุมวิทยานิพนธ์ของนิสิตระดับปริญญาโท ต้องมีคุณสมบัติ
ได้รับปรญิ ญาชน้ั ใดช้นั หน่ึงในสาขาวิชาทนี่ ิสติ ทาวิทยานิพนธห์ รือสาขาวชิ าท่ีเกีย่ วข้อง
คณะกรรมการผู้มีคุณสมบัติได้รับปริญญาต่ากว่าระดับปริญญาเอก ต้องมีตาแหน่งทาง
วิชาการไมต่ า่ กวา่ ผชู้ ่วยศาสตราจารย์หรอื เป็นผู้เชี่ยวชาญ
๙.๓ คณะกรรมการผู้ควบคุมวิทยานิพนธ์ของนิสิตระดับปริญญาเอก ต้องมีคุณสมบัติ
ไดร้ ับปริญญาช้นั ใดช้นั หนึง่ ในสาขาวิชาท่ีนสิ ิตทาวิทยานพิ นธ์หรอื สาขาวิชาท่ีเกยี่ วข้อง
คณะกรรมการผู้มีคุณสมบัติได้รับปริญญาต่ากว่าระดับปริญญาเอก ต้องมีตาแหน่งทาง
วิชาการไม่ตา่ กวา่ รองศาสตราจารย์หรือเปน็ ผเู้ ชย่ี วชาญ
๙.๔ คณะกรรมการควบคมุ วทิ ยานพิ นธ์มีหน้าท่ดี ังต่อไปนี้
(๑) ใหค้ าปรกึ ษาแนะนาเก่ียวกับวิธีทาวิทยานิพนธ์ รวมท้ังตัดสินแก้ไขปัญหา
ท่เี กดิ ขน้ึ ขณะทาวทิ ยานพิ นธ์
(๒) ใหค้ าปรกึ ษาแนะนาเกีย่ วกับการเขยี นวิทยานิพนธ์
(๓) พิจารณาใหค้ วามเหน็ ชอบในการขอสอบวิทยานิพนธข์ องนิสติ
ข้อ ๑๐ การเขียนวิทยานิพนธ์
ให้นิสิตเรียบเรียงวิทยานิพนธ์โดยให้มีรูปแบบและขนาดวิทยานิพนธ์ ตามคู่มือการทา
วิทยานพิ นธข์ องบัณฑติ วิทยาลยั
หมวดที่ ๔
การรายงานความกา้ วหนา้ วทิ ยานพิ นธ์
ขอ้ ๑๑ การรายงานความก้าวหน้าวิทยานิพนธ์
๑๑.๑ นิสิตระดับปริญญาโททุกสาขา ผู้ได้รับผลการศึกษา ตั้งแต่ ๙ หน่วยกิต ข้ึนไป
และยังไมไ่ ด้ยื่นเสนอหวั ขอ้ และโครงรา่ งวทิ ยานพิ นธ์ ตอ้ งมารายงานความก้าวหน้าในการจัดทาหัวข้อและ
โครงร่างวทิ ยานิพนธ์ ตอ่ บัณฑิตวิทยาลยั และอาจารย์ผู้ตดิ ตามความก้าวหนา้ วทิ ยานพิ นธ์ ทกุ ๑ เดอื น
มคอ.๒ หลกั สตู รพุทธศาสตรดุษฎบี ณั ฑติ สาขาวชิ าพระพุทธศาสนา / ๑๓๖
๑๑.๒ นิสิตระดับปริญญาเอก แบบ ๒.๑ (หลักสูตรภาษาไทย) ผู้ได้รับผลการศึกษา
ตั้งแต่ ๖ หน่วยกิตข้ึนไป และยังไม่ได้ย่ืนเสนอขอสอบหัวข้อและโครงร่างวิทยานิพนธ์ต้องมารายงาน
ความก้าวหน้าในการจัดทาหัวข้อและโครงร่างวิทยานิพนธ์ ต่อบัณฑิตวิทยาลัยและอาจารย์ผู้ติดตาม
ความก้าวหนา้ วทิ ยานิพนธ์ ทกุ ๑ เดอื น
๑๑.๓ นิสิตระดับปริญญาเอก แบบ ๑.๑ (หลักสูตรภาษาอังกฤษ) ผู้ผ่านรายวิชาท่ี
กาหนดให้ศึกษาเพิ่มเติมครบ ๓ รายวิชาแล้ว และยังไม่ได้ย่ืนเสนอขอสอบหัวข้อและโครงร่าง
วิทยานิพนธ์ต้องมารายงานความก้าวหน้าในการจัดทาหัวข้อและโครงร่างวิทยานิพนธ์ ต่อบัณฑิตวิทยาลัย
และอาจารยผ์ ตู้ ิดตามความกา้ วหนา้ วิทยานิพนธ์ ทุก ๑ เดือน
๑๑.๔ นิสิตผู้ลงทะเบียนทาวิทยานิพนธ์แล้ว ต้องมารายงานความก้าวหน้าในการทา
วทิ ยานพิ นธ์ต่อบณั ฑิตวทิ ยาลัยและอาจารย์ผู้ตดิ ตามความกา้ วหน้าวิทยานิพนธ์ ทุก ๓ เดอื น
หมวดที่ ๕
การสอบวทิ ยานพิ นธ์
ข้อ ๑๒ การขอสอบวทิ ยานิพนธ์
๑๒.๑ นสิ ติ ระดบั ปริญญาโท มีสทิ ธขิ อสอบวิทยานิพนธ์ไดเ้ มื่อ
(๑) ใช้เวลาทาวิทยานิพนธ์ไม่น้อยกว่า ๓ เดือน นับตั้งแต่วันท่ีได้รับอนุมัติ
หวั ขอ้ และโครงร่างวิทยานพิ นธ์ และลงทะเบยี นวิทยานพิ นธ์
(๒) สอบผ่านรายวิชาต่าง ๆ ครบถ้วนตามเงื่อนไขท่ีกาหนดไว้ในหลักสูตร
และไดค้ ่าระดบั เฉลีย่ สะสมในรายวชิ าตลอดหลักสตู รไมต่ า่ กวา่ ๓.๐๐
(๓) เขียนวิทยานิพนธ์เสร็จสมบูรณ์ตามคาแนะนาของคณะกรรมการควบคุม
วิทยานพิ นธ์ และได้รับความเหน็ ชอบจากคณะกรรมการดังกล่าวใหท้ าการขอสอบได้
๑๒.๒ นิสติ ระดบั ปริญญาเอก มสี ิทธขิ อสอบวิทยานิพนธไ์ ดเ้ ม่อื
(๑) ใช้เวลาทาวทิ ยานิพนธไ์ ม่น้อยกว่า ๘ เดือน นับต้งั แตว่ นั ที่ไดร้ บั
อนุมตั หิ ัวขอ้ และโครงรา่ งวิทยานิพนธ์ และลงทะเบียนวิทยานิพนธ์
(๒) สอบผา่ นรายวิชาต่าง ๆ ครบถว้ นตามเงอื่ นไขทีก่ าหนดไวใ้ น
หลักสูตรและได้รับค่าระดับเฉลย่ี สะสมในรายวิชาตลอดหลักสูตรไม่ตา่ กวา่ ๓.๐๐
(๓) สอบผา่ นการสอบวัดคุณสมบัตใิ นรายวิชาตามทบ่ี ัณฑติ วทิ ยาลัย
กาหนด
(๔) เขยี นวิทยานพิ นธส์ าเร็จสมบูรณต์ ามคาแนะนาของคณะกรรมกา
ควบคุมวิทยานพิ นธ์ และไดร้ ับความเห็นชอบจากคณะกรรมการดงั กล่าวให้ทาการขอสอบได้
๑๒.๓ ให้นิสิตยื่นคาร้องขอตรวจรูปแบบวิทยานิพนธ์ พร้อมทั้งแนบวิทยานิพนธ์ ๑
ฉบบั ตอ่ บณั ฑิตวทิ ยาลยั ก่อนวันสอบวิทยานิพนธไ์ มน่ ้อยกว่า ๓๐ วัน
มคอ.๒ หลกั สตู รพุทธศาสตรดษุ ฎบี ณั ฑติ สาขาวิชาพระพทุ ธศาสนา / ๑๓๗
๑๒.๔ ให้นิสิตรับผลการตรวจรูปแบบวิทยานิพนธ์จากบัณฑิตวิทยาลัยหลังจากยื่นคา
ร้องแลว้ ๑๐ วนั ทาการ
๑๒.๕ ให้นิสิตย่ืนแบบคาร้องขอสอบวิทยานิพนธ์ บท ๘ ต่อบัณฑิตวิทยาลัยผ่าน
ประธานคณะกรรมการควบคุมวิทยานิพนธ์ พร้อมกับเสนอวิทยานิพนธ์ท่ีเรียบเรียงเสร็จแล้ว รวมทั้ง
บทคัดย่อภาษาไทยและภาษาองั กฤษ อย่างละ ๖ ชุด
๑๒.๖ ให้บัณฑิตวิทยาลัยส่งวิทยานิพนธ์และบทคัดย่อถึงคณะกรรมการตรวจสอบ
วทิ ยานพิ นธก์ ่อนวันสอบไม่น้อยกว่า ๒ สัปดาห์
ข้อ ๑๓ คณะกรรมการตรวจสอบวิทยานิพนธ์
๑๓.๑ คณะกรรมการตรวจสอบวทิ ยานิพนธ์ มีจานวนไมน่ อ้ ยกวา่ ๓ ท่าน แต่ไม่เกิน ๕
ทา่ น ประกอบด้วย
(๑) ประธาน ไดแ้ ก่ คณบดหี รอื ผูท้ ่ีคณบดีมอบหมาย
(๒) คณะกรรมการควบคมุ วทิ ยานิพนธ์
(๓) กรรมการผู้ทรงคณุ วฒุ ิจากภายนอกมหาวทิ ยาลยั จานวนไมเ่ กนิ ๓ ทา่ น
๑๓.๒ เม่ือบัณฑิตวิทยาลัยติดต่อเชิญผู้ที่สมควรได้รับแต่งต้ังเป็นกรรมการตรวจสอบ
วิทยานิพนธ์ได้แล้ว ให้เสนอรายนามกรรมการตรวจสอบวิทยานิพนธ์ต่อคณะกรรมการประจาบัณฑิต
วทิ ยาลยั เพอื่ พจิ ารณาแตง่ ตั้ง
๑๓.๓ เมื่อประธานคณะกรรมการประจาบัณฑิตวิทยาลัย ลงนามแต่งตั้ง
คณะกรรมการตรวจสอบวิทยานิพนธ์แล้ว ให้บัณฑิตวิทยาลัยประกาศกาหนดวัน เวลาและสถานท่ีสอบ
ให้ทราบโดยทวั่ กนั และมีหนงั สือเชิญถงึ กรรมการตรวจสอบวิทยานพิ นธ์กอ่ นวนั สอบ ไม่น้อยกว่า ๑๐ วัน
รายนามคณะกรรมการตรวจสอบวิทยานพิ นธใ์ ห้ถือเปน็ ความลบั สาหรบั ผูส้ อบ
๑๓.๔ ในกรณีท่ีกรรมการตรวจสอบวิทยานิพนธ์ไม่สามารถมาตรวจสอบวิทยานิพนธ์
ได้ ให้แจ้งต่อบัณฑิตวิทยาลัยโดยผ่านประธานคณะกรรมการตรวจสอบวิทยานิพนธ์พร้อมท้ังแจ้งผลการ
ตรวจสอบวทิ ยานิพนธด์ ้วย
หมวดที่ ๖
การประเมินผลวทิ ยานิพนธ์
ขอ้ ๑๔ การประเมนิ ผลวิทยานพิ นธ์
๑๔.๑ ในการสอบวิทยานิพนธ์ นิสิตต้องตอบข้อซักถามต่าง ๆ เก่ียวกับวิทยานิพนธ์
หรือเร่ืองที่เกี่ยวข้อง หลังจากสอบแล้วให้คณะกรรมการตรวจสอบวิทยานิพนธ์ประชุมพิจารณา
ประเมนิ ผล ในขณะประเมนิ ผลให้นสิ ิตออกจากหอ้ งสอบ
๑๔.๒ ใหม้ ีการจดบันทกึ รายละเอยี ดเกี่ยวกับการประเมินผลวิทยานพิ นธท์ กุ ครั้ง
มคอ.๒ หลกั สตู รพทุ ธศาสตรดษุ ฎีบัณฑิต สาขาวิชาพระพทุ ธศาสนา / ๑๓๘
๑๔.๓ หากคณะกรรมการตรวจสอบวทิ ยานพิ นธม์ มี ติให้แก้ไขวิทยานิพนธ์ ไม่ว่ากรณีใด
ๆ นิสิตต้องแก้ไขวิทยานิพนธ์ให้ถูกต้องตามมติและคาแนะนาน้ัน ก่อนท่ีจะนาวิทยานิพนธ์ฉบับท่ีแก้ไข
แล้วส่งบัณฑิตวิทยาลัย กรณีท่ีนิสิตไม่สามารถส่งวิทยานิพนธ์ได้ทันเวลา ตามที่คณะกรรมการกาหนด
จะต้องดาเนินการย่ืนขอขยายเวลาการส่งวิทยานิพนธ์ต่อบัณฑิตวิทยาลัย โดยผ่านความเห็นชอบของ
ประธานคณะกรรมการตรวจสอบวิทยานิพนธ์ ทั้งนี้ การขยายเวลาต้องอยู่ภายใต้ในระยะเวลา ๖ เดือน
นบั แตว่ นั สอบ หากเกนิ จากกาหนดน้ี ให้ถือวา่ สอบไมผ่ า่ น และจะต้องดาเนนิ การขอสอบใหม่ กรณีท่ียังคง
สถานภาพนสิ ติ อยเู่ ท่านน้ั
๑๔.๔ ให้คณะกรรมการตรวจสอบวิทยานิพนธ์ทาการประเมินผลวิทยานิพนธ์โดย
กาหนดเป็น ๔ ระดับ ดงั น้ี
ผลการศึกษา ระดบั
ดเี ยย่ี ม (Excellence) A
ดี (Good) B+
ผ่าน (Passed) B
ตก (Failed) F
สว่ นวิทยานพิ นธ์ทีอ่ ยใู่ นระหวา่ งการเรยี บเรยี งใหแ้ สดงสถานะด้วยสญั ลักษณ์ IP (In progress)
๑๔.๕ การลงนามของกรรมการตรวจสอบวิทยานิพนธ์ในหน้าอนุมัติวิทยานิพนธ์ อาจ
กระทาได้เมื่อเห็นสมควร แต่ประธานคณะกรรมการตรวจสอบวิทยานิพนธ์จะลงนามได้ต่อเม่ือ
วิทยานิพนธ์นั้นได้รับการแก้ไขทั้งรูปแบบ และเนื้อหาเรียบร้อยแล้วเท่าน้ัน จากน้ันคณะบดีบัณฑิต
วิทยาลัยจงึ ลงนามอนุมัติ
๑๔.๖ ใหป้ ระธานคณะกรรมการตรวจสอบวิทยานิพนธ์เสนอผลการประเมินต่อคณบดี
บัณฑิตวิทยาลัย หากมีมติไม่เป็นเอกฉันท์ให้รวบรวมใบประเมินผลของกรรมการทุกท่าน เพื่อส่งให้
คณะกรรมการประจาบัณฑิตวิทยาลัยพิจารณาชี้ขาดเม่ือทราบผลการประเมิน และนิสิตส่งวิทยานิพนธ์
ฉบบั ทแ่ี ก้ไขเรียบร้อยแล้วบณั ฑติ วทิ ยาลัยจะประกาศผลให้ทราบโดยทว่ั กนั
ขอ้ ๑๕ การส่งวทิ ยานพิ นธ์ฉบบั สมบูรณ์
๑๕.๑ เมอ่ื นิสติ แก้ไขเนื้อหาและรูปแบบ ตามมติคณะกรรมการตรวจสอบวิทยานิพนธ์
แล้ว ให้นิสิตส่งวิทยานิพนธ์ฉบับท่ีแก้ไขท่ีมีลายมือชื่อคณะกรรมการตรวจสอบวิทยานิพนธ์ครบถ้วนทุก
คน จานวน ๗ เล่ม โดยเย็บเล่มและเข้าปกแข็งเรียบร้อย ตามรูปแบบท่ีบัณฑิตวิทยาลัยกาหนดพร้อม
ด้วย บทคัดย่อภาษาไทยและภาษาอังกฤษอีกอย่างละ ๒ ชุด และแผ่นซีดีบันทึกไฟล์หัวข้อวิทยานิพนธ์
ฉบับสมบูรณ์ท้ังที่เป็นแบบไฟล์ Microsoft Word และไฟล์ Adobe PDF จานวนไฟล์ละ ๑ แผ่น ต่อ
บณั ฑิตวิทยาลัย วันที่นสิ ิตส่งวทิ ยานพิ นธ์ฉบบั สมบรู ณถ์ อื ว่าเป็นวนั ท่นี ิสติ สาเรจ็ การศกึ ษา
๑๕.๒ ในกรณีท่ีนิสิตประสงค์จะเผยแพร่วิทยานิพนธ์หรือมอบให้แก่หน่วยงานใดตาม
ข้อผูกพันหรืออื่น ๆ หลังจากที่ได้รับอนุมัติวิทยานิพนธ์ ให้นิสิตย่ืนคาร้องพร้อมด้วยวิทยานิพนธ์ตาม
จานวนท่ีต้องการเสนอต่อคณบดีบัณฑิตวิทยาลัย เพื่อพิจารณาลงนามในหน้าอนุมัติ ท้ังน้ีให้แนบ
วิทยานิพนธ์ฉบับซ่ึงคณบดีบัณฑิตวิทยาลัยลงนามไว้แล้ว ๑ เล่ม พร้อมทั้งแผ่นบันทึกข้อมูลวิทยานิพนธ์
ฉบับสมบูรณ์จานวน ๑ ชดุ
มคอ.๒ หลกั สตู รพุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาพระพทุ ธศาสนา / ๑๓๙
๑๕.๓ วิทยานิพนธ์และบทคัดย่อท้ังฉบับภาษาไทย และภาษาอังกฤษของนิสิตที่สาเร็จ
การศึกษาให้เป็นลิขสิทธิ์ของบัณฑิตวิทยาลัย ก่อนนาไปพิมพ์เผยแร่ต้องได้รับอนุมัติจากคณบดีบัณฑิต
วิทยาลัย
บทเฉพาะกาล
ข้อ ๑๖ นิสิตที่ได้รับอนุมัติหัวข้อและโครงการวิทยานิพนธ์และลงทะเบียนไว้แล้วก่อนท่ีจะ
ประกาศใชร้ ะเบียบน้ี ให้ปฏิบัติตามระเบียบบณั ฑติ วิทยาลัย มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ในพระบรม
ราชูปถัมภ์ ว่าด้วยวิธีปฏิบัติเก่ียวกับวิทยานิพนธ์ พุทธศักราช ๒๕๔๒ และระเบียบบัณฑิตวิทยาลัย
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ว่าด้วยวิธีปฏิบัติวิทยานิพนธ์ แก้ไขเพ่ิมเติม พุทธศักราช
๒๕๔๖
ข้อ ๑๗ นิสิตท่ีได้รับอนุมัติหัวข้อและโครงร่างวิทยานิพนธ์ และลงทะเบียนภายหลังที่
ประกาศใช้ระเบียบนแ้ี ล้ว ให้ปฏิบัติตามระเบยี บน้ี
ประกาศ ณ วันท่ี ๒๔ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๐
(พระศรีสิทธมิ ุนี)
คณบดบี ณั ฑิตวิทยาลัย
ประธานคณะกรรมการประจาบัณฑติ วิทยาลยั
มคอ.๒ หลกั สูตรพทุ ธศาสตรดษุ ฎบี ัณฑิต สาขาวิชาพระพทุ ธศาสนา / ๑๔๐
ระเบยี บบณั ฑติ วทิ ยาลยั
มหาวทิ ยาลยั มหาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลยั
วา่ ดว้ ยการศกึ ษาภาคฤดรู อ้ น พ.ศ.๒๕๕๒
เพื่อใหก้ ารจัดการศกึ ษาในภาคการศึกษาฤดรู อ้ นในระดับบัณฑิตศึกษาเป็นไปด้วยความเรียบร้อย
มีประสทิ ธิภาพ บรรลตุ ามวัตถุประสงค์และนโยบาลของมหาวทิ ยาลยั เพละเพื่ออนุมัติให้เป็นไปตามความ
ในข้อ ๙ แห่งข้อบังคับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ว่าด้วยการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา
พ.ศ. ๒๕๔๑ โดยอาศัยมติท่ีประชุมคณะกรรมการประจาบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลยัมหาจุฬาลงกรณ
ราชวทิ ยาลัย ในคราวประชุมครั้งท่ี ๔/๒๕๔๒ เม่ือวันท่ี ๓๐ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๔๒ บัณฑิตวิทยาลัย จึงวาง
ระเบียบไวด้ งั ต่อไปนนี้
ข้อ ๑ ระเบียบนีเ้ รยี กวา่ ฎระเบยี บบัณฑิตวทิ ยาลัย วา่ ดว้ ยการศึกษาภาคฤดรู ้อน พ.ศ. ๒๕๔๒”
ข้อ ๒ ใหใ้ ชร้ ะเบียบน้ตี ัง้ แต่วัถัดจากวันประกาศเป็นตน้ ไป
ข้อ ๓ ภาคการศึกษาฤดูร้อน ต้องมีเวลาการศึกษาไม่น้อยกว่า ๖ สัปดาห์ และมีจานวนชั่วโมง
การศึกษาในแตล่ ะรายวิชาเท่ากับการศกึ ษาภาคปกติ
ขอ้ ๔ จานวนหนว่ ยกิตท่ีกาหนดใหน้ สิ ิตลงทะเบียนในภาคการศกึ ษาฤดูร้อนไม่น้อยกว่า ๓ หน่วย
กติ และไมเ่ กิน ๖ หน่วยกิต โดยความเห็นชอบของอาจารยท์ ่ปี รึกษาทวั่ ไป
นสิ คิ ทปี่ ระสงค์จะลงทะเบียนน้อยกว่าหรือมากกกว่าที่กาหนดไว้ในข้อ ๔ ให้ย่ืนคาร้องต่อคณบดี
บณั ฑิตวทิ ยาลัย เพอื่ ขออนมุ ตั ิเปน็ กรณีพเิ ศษ
ขอ้ ๕ อัตราค่าธรรมเนียมการศกึ ษาในภาคการศึกษาฤดูร้อนให้เปน็ ไปตามท่ีมหาวิทยาลัยกาหนด
ขอ้ ๖ ให้ใชร้ ะเบียบน้ีสาหรับนสิ ติ ท่เี ขา้ ศกึ ษาตัง้ แต่ปี พ.ศ. ๒๕๔๒
ข้อ ๗ ใหค้ ณบดีบณั ฑิตวทิ ยาลยั รกั ษาการใหเ้ ปน็ ไปตามระเบียบน้ี
ประกาศ ณ วนั ที่ ๑ ธนั วาคม พ.ศ.๒๕๔๒
(พระมหาสมจนิ ต์ สมมฺ าปญฺโญ)
คณบดบี ัณฑติ วิทยาลัย
ประธานคณะกรรมการประจาบณั ฑิตวทิ ยาลยั
มคอ.๒ หลักสูตรพุทธศาสตรดษุ ฎบี ณั ฑติ สาขาวชิ าพระพทุ ธศาสนา / ๑๔๑
ระเบยี บบณั ฑติ วทิ ยาลยั
มหาวทิ ยาลัยมหาจฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลยั
วา่ ดว้ ยการฝกึ ภาคปฏบิ ตั วิ ปิ สั สนากรรมฐาน พ.ศ. ๒๕๔๗
เพื่อให้การศึกษาวิชากรรมฐานของนิสิตบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราช
วิทยาลยั เปน็ ไปดว้ ยความเรยี บรอ้ ย บรรลุวตั ถปุ ระสงค์ตามนโยบายของมหาวิทยาลัย
โดยอาศัยมติท่ีประชุมคณะกรรมการประจาบัณฑิตวิทยาลัย ในคราวประชุมครั้งที่ ๒/๒๕๔๗
เมื่อวนั ท่ี ๑๖ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๗ บัณฑติ วทิ ยาลยั จงึ วางระเบียบไวด้ ังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบบัณฑิตวิทยาลัยมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
วา่ ดว้ ยการฝกึ ภาคปฏิบตั วิ ปิ สั สนากรรมฐาน พ.ศ. ๒๕๔๗
ขอ้ ๒ ให้ใช้ระเบยี บนีต้ ั้งแต่วันถดั จากวนั ประกาศเปน็ ตน้ ไป
ข้อ ๓ ให้คณะกรรมการประจาบัณฑิตวิทยาลัย มีอานาจหน้าที่เกี่ยวกับการฝึกปฏิบัติวิปัสสนา
กรรมฐาน ดงั น้ี
(๑) วางนโยบาย กาหนดหลักเกณฑ์ วิธีปฏิบัติเก่ียวกับวิธีการฝึกภาคปฏิบัติวิปัสสนา
กรรมฐาน การวัดผลและตดิ ตามผลลัพธ์ของการฝกึ ภาคปฏิบตั ิวปิ สั สนากรรมฐาน
(๒) กาหนดวัน เวลาและสถานที่ สาหรับการฝกึ ภาคปฏิบตั วิ ิปัสสนากรรมฐาน
(๓) รายงานผลการฝึกภาคปฏิบตั วิ ิปัสสนากรรมฐานต่อมหาวิทยาลัย
ขอ้ ๔ ให้นิสิตบัณฑิตวิทยาลัยฝึกภาคปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน ในวัน เวลาและสถานที่ตามท่ี
คณะกรรมการประจาบัณฑติ วทิ ยาลยั กาหนด ดังนี้
(๑) นิสิตระดับประกาศนียบัตรบัณฑิต ต้องฝึกภาคปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานไม่น้อยกว่า
๑๕ วนั
(๒) นสิ ิตระดบั มหาบณั ฑิตตอ้ งฝกึ ภาคปฏบิ ตั วิ ปิ ัสสนากรรมฐานไมน่ อ้ ยกว่า ๓๐ วัน
(๓) นิสิตระดับดุษฎีบัณฑิต ต้องฝึกภาคปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานไม่น้อยกว่า ๔๕ วัน
โดยให้ใช้กบั นสิ ิตที่เขา้ ศกึ ษาตงั้ แต่ปกี ารศึกษา ๒๕๔๓ เป็นต้นไป
ข้อ ๕ ให้คณบดีบณั ฑติ วทิ ยาลัยรกั ษาการให้เปน็ ไปตามระเบียบน้ี
ประกาศ ณ วันท่ี ๒๕ สิงหาคม พทุ ธศักราช ๒๕๔๗
(พระมหาสมจินต์ สมมฺ าปญโฺ ญ)
คณบดีบัณฑิตวทิ ยาลัย
ประธานคณะกรรมการประจาบัณฑติ วทิ ยาลยั
มคอ.๒ หลักสูตรพทุ ธศาสตรดษุ ฎบี ัณฑติ สาขาวิชาพระพทุ ธศาสนา / ๑๔๒
หนา้ ๑๖
เลม่ ท่ี ๑๑๖ ตอนพิเศษ ๖๓ ง ราชกจิ จานิเบกษา ๑ กนั ยายน ๒๕๔๒
ประกาศมหาวทิ ยาลยั มหาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลยั
เรือ่ ง ปรญิ ญาในสาขาวชิ าและอักษรยอ่ สาหรบั สาขาวชิ า พ.ศ. ๒๕๔๒
___________________
โดยทเ่ี ป็นการสมควรใหม้ ีปริญญาในสาขาวิชาและอกั ษรยอ่ สาหรบั สาขาวิชา
ในมหาวทิ ยาลัยมหาจฬุ าลงกรณราชวทิ ยลัย เพอ่ื ใหส้ อดคล้องกบั ความในมาตรา ๕๔
แห่งพระราชบญั ญัติมหาวทิ ยาลัยมหาจฬุ าลงกรณราชวิทยาลยั พ.ศ. ๒๕๔๐
อาศยั อานาจตามความในมาตรา ๑๙ (๒) แห่งพระราชบญั ญตั มิ หาวทิ ยาลยั
มหาจฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลยั พ.ศ. ๒๕๔๐ สภามหาวทิ ยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
ในคราวประชมุ ครัง้ ที่ ๑/๒๕๔๒ เมือ่ วันท่ี ๒๘ มกราคม พ.ศ. ๒๕๔๒ จงึ มมี ตใิ หป้ ระกาศ
กาหนดปรญิ ญา ในสาขาวิชาและอักษรย่อสาหรบั สาขาวิชาของมหาวทิ ยาลัยมหาจุฬาลงกรณ
ราชวิทยาลัยไว้ ดงั ตอ่ ไปน้ี
ปริญญามีสามชัน้ คือ
เอก เรียกวา่ “พุทธศาสตรดุษฎบี ณั ฑิต” ใชอ้ กั ษรย่อ “พธ.ด.”
โท เรยี กว่า “พทุ ธศาสตรมหาบัณฑิต” ใชอ้ กั ษรย่อ “พธ.ม.”
ตรี เรยี กว่า “พทุ ธศาสตรบัณฑิต” ใช้อกั ษรย่อ “พธ.บ.”
ทง้ั นี้ ตั้งแต่บดั นเี้ ป็นต้นไป
ประกาศ ณ วันที่ ๑๒ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๔๒
พระสเุ มธาธิบดี
นายกสภามหาวทิ ยาลยั มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
มคอ.๒ หลักสตู รพุทธศาสตรดษุ ฎบี ัณฑติ สาขาวชิ าพระพทุ ธศาสนา / ๑๔๓