The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

โครงสร้างและแผนการสอน วิชาวิทยาศาสตร์ ป.2 เทอม 1-63

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by จิรพงศ์ ไมตรีจิตร, 2020-06-13 09:14:00

โครงสร้างและแผนการสอน วิชาวิทยาศาสตร์ ป.2 เทอม 1-63

โครงสร้างและแผนการสอน วิชาวิทยาศาสตร์ ป.2 เทอม 1-63

โครงสรา้ งการสอนวิชาวิทยาศาสตร์ ชัน้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 2

ภาคเรียนท่ี 1 ปกี ารศกึ ษา............. เวลา 80 ชั่วโมง

หน่วยที่ ช่ือหน่วยการเรยี นรู้ มาตรฐานการเรียนรู้ สาระสาคญั เวลา นา้ หนัก
ตวั ชวี้ ัด (ชว่ั โมง) คะแนน

1 กระบวนการทาง - กระบวนการทาง 4

การสบื เสาะ วิทยาศาสตร์ วิทยาศาสตร์ คอื วธิ ีการและ ส.1

หาความรู้ทาง ขน้ั ตอนท่ีนกั วทิ ยาศาสตรใ์ ช้

วิทยาศาสตร์ ดาเนนิ การเพอื่ ค้นควา้ หา

ความรู้ทางวทิ ยาศาสตร์

กระบวนการทาง

วทิ ยาศาสตร์แบง่ ออกเป็น 3

ประเภท คือ 1) วธิ ีการทาง

วิทยาศาสตร์ 2) ทักษะ

กระบวนการทาง

วทิ ยาศาสตร์ 3) จิต

วิทยาศาสตร์

วิธีการทางวิทยาศาสตร์

คือ ข้นั ตอนการทางานอยา่ ง

เป็นระบบทนี กั วิทยาศาสตร์

ใชใ้ นการคน้ คว้าหาความรู้

ทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งมี 5

ขัน้ ตอน ได้แก่ การตัง้

คาถาม การคาดคะเน

คาตอบ การรวบรวมข้อมลู

การวเิ คราะหข์ ้อมูล และการ

สรปุ ผล

โครงสร้างการสอนวชิ าวทิ ยาศาสตร์ ช้ันประถมศึกษาปที ี่ 2

ภาคเรยี นท่ี 1 ปกี ารศึกษา............ เวลา 80 ชั่วโมง

หน่วยที่ ชอื่ หนว่ ยการเรยี นรู้ มาตรฐานการเรียนรู้ สาระสาคัญ เวลา นา้ หนัก
ตัวชว้ี ัด (ชั่วโมง) คะแนน
2
ส่งิ แวดล้อม ส่ิงมีชวี ิตและ มาตรฐาน ว 1.3 ส่ิงแวดล้อมทอี่ ยู่รอบตัวเรา 4

รอบตัว สง่ิ ไม่มชี ีวติ เข้าใจกระบวนการและ นน้ั ประกอบด้วยสงิ่ มีชวี ติ ส.2
ความสาคัญของการ และสง่ิ ไม่มีชวี ติ ซ่ึงสงิ่ มชี ีวิต
ถ่ายทอดลกั ษณะทาง มลี กั ษณะท่แี ตกต่างจาก
พันธุกรรม สารพนั ธกุ รรม สง่ิ ไม่มชี วี ิต

การเปล่ียนแปลงทาง

พันธุกรรมท่ีมีผลตอ่ ส่งิ มชี ีวติ

ความหลากหลายทาง

ชีวภาพและวิวฒั นาการของ

ส่ิงมชี ีวิต รวมทั้งนาความรู้

ไปใชป้ ระโยชน์

ตัวช้วี ัดที่ ป. 2/1
เปรียบเทียบลกั ษณะของ

สง่ิ มีชีวติ และสิง่ ไม่มชี ีวติ
จากขอ้ มูลท่รี วบรวมได้

โครงสร้างการสอนวิชาวทิ ยาศาสตร์ ช้ันประถมศกึ ษาปีที่ 2

ภาคเรียนที่ 1 ปีการศกึ ษา............ เวลา 80 ช่ัวโมง

หน่วยท่ี ชอ่ื หนว่ ยการเรยี นรู้ มาตรฐานการเรยี นรู้ สาระสาคญั เวลา นา้ หนกั
ตวั ชว้ี ัด (ชวั่ โมง) คะแนน
2
ส่ิงแวดล้อม สังเกตส่ิงมีชวี ติ และ มาตรฐาน ว 1.3 ส่ิงมชี ีวติ มลี กั ษณะ 4

รอบตวั สิง่ ไมม่ ชี วี ิต เขา้ ใจกระบวนการและ แตกตา่ งจากสิ่งไม่มีชีวิต โดย ส.3

ความสาคัญของการ สง่ิ มีชวี ติ จะมีการเคลอื่ นที่

ถา่ ยทอดลกั ษณะทาง กินอาหาร ขับถ่าย หายใจ

พันธกุ รรม สารพันธกุ รรม เจรญิ เตบิ โต สบื พนั ธ์ุ และ

การเปลีย่ นแปลงทาง ตอบสนองต่อส่ิงเรา้ แต่

พนั ธกุ รรมท่ีมีผลตอ่ ส่ิงมีชวี ิต ส่ิงไมม่ ชี ีวิตจะไมม่ ีลกั ษณะ

ความหลากหลายทาง ดงั กลา่ ว

ชีวภาพและวิวฒั นาการของ

สงิ่ มีชีวิต รวมท้งั นาความรู้

ไปใช้ประโยชน์

ตวั ชี้วัดที่ ป. 2/1
เปรียบเทียบลกั ษณะของ

สิง่ มีชวี ิตและส่ิงไม่มชี วี ิต
จากขอ้ มูลทร่ี วบรวมได้

โครงสรา้ งการสอนวิชาวทิ ยาศาสตร์ ชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี 2

ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา............ เวลา 80 ช่ัวโมง

หน่วยที่ ชือ่ หน่วยการเรยี นรู้ มาตรฐานการเรยี นรู้ สาระสาคัญ เวลา น้าหนกั
ตัวชีว้ ัด (ช่ัวโมง) คะแนน
2
สิง่ แวดลอ้ ม สารวจส่ิงมชี ีวิตและ มาตรฐาน ว 1.3 สิง่ มชี วี ิตมีลกั ษณะแตกต่าง 4

รอบตวั สง่ิ ไม่มีชีวติ เข้าใจกระบวนการและ จากสง่ิ ไม่มีชีวติ โดยสงิ่ มีชวี ิต ส.4

ความสาคญั ของการ จะมกี ารเคลอ่ื นที่ กินอาหาร

ถา่ ยทอดลักษณะทาง ขับถา่ ย หายใจ เจริญเติบโต

พันธกุ รรม สารพันธกุ รรม สืบพันธุ์ และตอบสนองตอ่

การเปล่ียนแปลงทาง สิง่ เร้า แต่สง่ิ ไม่มีชวี ติ จะไม่มี

พันธุกรรมที่มีผลตอ่ ส่งิ มีชีวติ ลักษณะดังกล่าว

ความหลากหลายทาง

ชวี ภาพและววิ ัฒนาการของ

สิ่งมชี ีวติ รวมท้ังนาความรู้

ไปใชป้ ระโยชน์

ตวั ชวี้ ัดท่ี ป. 2/1
เปรียบเทียบลกั ษณะของ

สิง่ มีชีวิตและส่งิ ไม่มชี วี ิต
จากข้อมลู ท่รี วบรวมได้

โครงสรา้ งการสอนวิชาวิทยาศาสตร์ ช้ันประถมศกึ ษาปีท่ี 2

ภาคเรยี นที่ 1 ปกี ารศึกษา............ เวลา 80 ชั่วโมง

หน่วยที่ ชอ่ื หนว่ ยการเรียนรู้ มาตรฐานการเรียนรู้ สาระสาคัญ เวลา นา้ หนัก
ตัวชี้วัด (ช่ัวโมง) คะแนน
2
สิง่ แวดลอ้ ม ความแตกตา่ งระหวา่ ง มาตรฐาน ว 1.3 สง่ิ มีชวี ิตมีลักษณะ 4

รอบตัว สิง่ มชี วี ิตและ เขา้ ใจกระบวนการและ แตกตา่ งจากสิ่งไม่มชี วี ิต โดย ส.5
ส่งิ ไม่มีชีวิต
ความสาคญั ของการ ส่งิ มีชวี ติ จะมีการเคล่อื นที่

ถ่ายทอดลกั ษณะทาง กนิ อาหาร ขับถ่าย หายใจ

พันธุกรรม สารพันธกุ รรม เจรญิ เตบิ โต สบื พันธุ์ และ

การเปลีย่ นแปลงทาง ตอบสนองตอ่ ส่งิ เรา้ แต่

พันธกุ รรมทีม่ ผี ลต่อส่งิ มชี วี ิต สงิ่ ไม่มชี วี ติ จะไม่มลี ักษณะ

ความหลากหลายทาง ดงั กล่าว

ชีวภาพและววิ ัฒนาการของ

สิง่ มีชวี ติ รวมทงั้ นาความรู้

ไปใชป้ ระโยชน์

ตวั ชว้ี ัดที่ ป. 2/1
เปรียบเทยี บลักษณะของ

ส่งิ มชี วี ิตและส่ิงไม่มีชวี ติ
จากข้อมูลที่รวบรวมได้

โครงสร้างการสอนวิชาวิทยาศาสตร์ ชัน้ ประถมศึกษาปีที่ 2

ภาคเรยี นท่ี 1 ปีการศึกษา............ เวลา 80 ช่ัวโมง

หนว่ ยท่ี ชื่อหนว่ ยการเรยี นรู้ มาตรฐานการเรียนรู้ สาระสาคัญ เวลา นา้ หนัก
ตัวช้วี ัด (ช่วั โมง) คะแนน
2
ส่ิงแวดล้อม เปรียบเทยี บลักษณะ มาตรฐาน ว 1.3 สงิ่ มีชวี ติ มีลกั ษณะแตกต่าง 4

รอบตัว สาคัญของสงิ่ มีชวี ติ และ เข้าใจกระบวนการและ จากส่ิงไมม่ ีชีวติ โดยสิง่ มีชีวติ ส.6

ส่งิ ไมม่ ชี วี ติ ความสาคัญของการ จะมีการเคลื่อนท่ี กนิ อาหาร

ถ่ายทอดลักษณะทาง ขับถ่าย หายใจ เจรญิ เติบโต

พันธกุ รรม สารพันธกุ รรม สืบพนั ธ์ุ และตอบสนองตอ่

การเปล่ียนแปลงทาง สิ่งเรา้ แต่สิง่ ไมม่ ีชีวติ จะไมม่ ี

พันธกุ รรมทมี่ ีผลต่อสิ่งมีชีวิต ลกั ษณะดังกล่าว

ความหลากหลายทาง

ชวี ภาพและววิ ฒั นาการของ

สง่ิ มีชีวติ รวมท้ังนาความรู้

ไปใช้ประโยชน์

ตัวชีว้ ัดท่ี ป. 2/1
เปรียบเทียบลักษณะของ
สิ่งมชี ีวิตและสิง่ ไม่มีชีวิต
จากข้อมลู ท่ีรวบรวมได้

โครงสรา้ งการสอนวชิ าวิทยาศาสตร์ ช้ันประถมศกึ ษาปที ี่ 2

ภาคเรียนที่ 1 ปกี ารศึกษา............. เวลา 80 ช่ัวโมง

หน่วยที่ ชื่อหนว่ ยการเรยี นรู้ มาตรฐานการเรียนรู้ สาระสาคญั เวลา นา้ หนัก
ตวั ช้วี ัด (ชวั่ โมง) คะแนน
3
ชีวิตพืชนา่ รู้ การดารงชวี ิตของพชื มาตรฐาน ว 1.2 พืชเป็นส่ิงมชี วี ิตที่มีการ 4

เข้าใจสมบตั ิของสงิ่ มชี วี ติ เจรญิ เตบิ โตและจะ ส.7
หน่วยพื้นฐานของส่ิงมชี ีวติ ดารงชีวิตอยูไ่ ดต้ อ้ งอาศัยน้า
การลาเลียงสารเข้าและออก และแสงในการดารงชีวิต

จากเซลล์ ความสัมพันธ์ของ

โครงสรา้ งและหนา้ ทข่ี อง

ระบบตา่ ง ๆ ของสตั วแ์ ละ

มนุษย์ทท่ี างานสมั พนั ธก์ นั

ความสมั พนั ธ์ของโครงสร้าง

และหนา้ ทขี่ องอวยั วะต่าง ๆ

ของพชื ทที่ างานสมั พันธก์ นั

รวมท้ังนาความรไู้ ปใช้

ประโยชน์

ตัวชี้วัดป.2/1 ระบุว่าพืช
ต้องการแสงและนา้ เพ่ือการ
เ จ ริ ญ เ ติ บ โ ต โ ด ย ใ ช้ ข้ อ มู ล
จากหลักฐานเชิงประจักษ์

โครงสร้างการสอนวิชาวิทยาศาสตร์ ช้นั ประถมศกึ ษาปที ี่ 2

ภาคเรียนท่ี 1 ปีการศึกษา............ เวลา 80 ชั่วโมง

หนว่ ยที่ ชือ่ หน่วยการเรียนรู้ มาตรฐานการเรยี นรู้ สาระสาคัญ เวลา นา้ หนกั
ตัวชี้วัด (ช่ัวโมง) คะแนน
3
ชีวิตพชื นา่ รู้ แสงกบั การดารงชีวิต มาตรฐาน ว 1.2 พชื ต้องการแสงมาใช้ในการ 6

ของพืช เขา้ ใจสมบตั ิของสง่ิ มีชีวิต สรา้ งอาหาร ถ้าขาดแสงพืช ส.8
หนว่ ยพื้นฐานของสง่ิ มีชีวติ จะแคระแกร็น ใบจะมีสี
การลาเลยี งสารเข้าและออก เหลอื งหรอื ขาวซีดและตาย
จากเซลล์ ความสัมพันธ์ของ ในทีส่ ดุ พืชแตล่ ะชนดิ
โครงสรา้ งและหนา้ ทขี่ อง ตอ้ งการแสงไมเ่ ท่ากนั พชื
ระบบต่าง ๆ ของสตั ว์และ บางชนดิ อาจตอ้ งการแสง
มนุษย์ทท่ี างานสัมพนั ธก์ ัน มาก แตพ่ ชื บางชนิดต้องการ
ความสมั พนั ธข์ องโครงสรา้ ง แสงนอ้ ย

และหนา้ ทข่ี องอวยั วะตา่ ง ๆ

ของพชื ทีท่ างานสมั พนั ธ์กนั

รวมทัง้ นาความรู้ไปใช้

ประโยชน์

ตัวชี้วัดป.2/1 ระบุว่าพืช
ตอ้ งการแสงและน้า เพือ่ การ
เ จ ริ ญ เ ติ บ โ ต โ ด ย ใ ช้ ข้ อ มู ล
จากหลกั ฐานเชิงประจกั ษ์
ตวั ชว้ี ัดป.2/2
ตระหนกั ถงึ ความจาเป็นท่ี
พืชต้องได้รับนา้ และแสง
เพอื่ การเจริญเติบโตโดยดแู ล
พชื ใหไ้ ดร้ ับสิง่ ดงั กลา่ วอย่าง
เหมาะสม

โครงสรา้ งการสอนวชิ าวิทยาศาสตร์ ชั้นประถมศกึ ษาปที ี่ 2

ภาคเรยี นที่ 1 ปีการศกึ ษา............ เวลา 80 ชั่วโมง

หนว่ ยที่ ชอ่ื หนว่ ยการเรียนรู้ มาตรฐานการเรียนรู้ สาระสาคญั เวลา น้าหนกั
ตวั ช้วี ัด (ชวั่ โมง) คะแนน
3
ชวี ิตพชื น่ารู้ นา้ กับการดารงชีวติ มาตรฐาน ว 1.2 นา้ มีความสาคัญตอ่ การ 6

ของพชื เขา้ ใจสมบัติของสิง่ มชี วี ติ เจริญเตบิ โตของพชื มาก ส.9-10
หน่วยพื้นฐานของส่งิ มชี ีวิต เนอื่ งจากน้าชว่ ยละลายธาตุ
การลาเลยี งสารเข้าและออก อาหารในดิน เพือ่ ใหร้ ากของ
จากเซลล์ ความสัมพันธข์ อง พืชดดู ซึมธาตอุ าหารไปเล้ยี ง
โครงสรา้ งและหน้าทีข่ อง สว่ นต่าง ๆ ของลาตน้ ได้

ระบบตา่ ง ๆ ของสัตว์และ

มนุษย์ท่ีทางานสัมพันธ์กนั

ความสมั พนั ธ์ของโครงสร้าง

และหน้าทข่ี องอวัยวะตา่ ง ๆ

ของพชื ทีท่ างานสมั พันธ์กัน

รวมทงั้ นาความรไู้ ปใช้

ประโยชน์

ตัวชี้วัดป.2/1 ระบุว่าพืช

ต้องการแสงและน้า เพอ่ื การ

เจรญิ เติบโตโดยใช้ข้อมูลจาก

หลกั ฐานเชิงประจกั ษ์

ตวั ช้ีวดั ป.2/2

ตระหนักถึงความจาเปน็ ท่ี

พืชตอ้ งไดร้ ับน้าและแสง

เพ่ือการเจริญเติบโตโดยดแู ล

พชื ให้ได้รบั ส่ิงดงั กลา่ วอยา่ ง

เหมาะสม

ประเมนิ ผลกลางภาคเรียนที่ 1 (ส.10)

โครงสรา้ งการสอนวชิ าวิทยาศาสตร์ ช้ันประถมศึกษาปีท่ี 2

ภาคเรียนท่ี 1 ปีการศกึ ษา............ เวลา 80 ช่ัวโมง

หน่วยท่ี ชอื่ หน่วยการเรียนรู้ มาตรฐานการเรยี นรู้ สาระสาคญั เวลา น้าหนกั
ตวั ช้วี ัด (ชัว่ โมง) คะแนน
3
ชวี ิตพชื ปัจจัยท่จี าเป็นตอ่ การ มาตรฐาน ว 1.2 -ปจั จยั ทจี่ าเปน็ ต่อการ 8

ดารงชีวิตของพืช(1- เขา้ ใจสมบัตขิ อง ดารงชวี ิตและการ ส.11-12

4) ส่งิ มีชวี ิต หน่วยพน้ื ฐานของ เจริญเตบิ โตของพชื คอื น้า

สิง่ มีชวี ติ การลาเลยี งสารเขา้ แสง อากาศ และธาตุอาหาร

และออกจากเซลล์

ความสมั พันธข์ องโครงสรา้ ง

และหน้าท่ขี องระบบต่าง ๆ

ของสัตวแ์ ละมนุษย์ท่ที างาน

สมั พนั ธ์กนั ความสมั พันธ์

ของโครงสรา้ งและหนา้ ท่ี

ของอวัยวะตา่ ง ๆ ของพืชที่

ทางานสัมพันธก์ นั รวมทงั้ นา

ความรไู้ ปใชป้ ระโยชน์

ตวั ชว้ี ัด

ป.2/1 ระบุวา่ พืช

ต้องการแสงและนา้ เพ่อื การ

เจริญเตบิ โตโดยใชข้ อ้ มูล

จากหลกั ฐานเชงิ ประจักษ์

ป.2/2 ตระหนักถงึ

ความจาเปน็ ทพ่ี ชื ตอ้ งไดร้ ับ

นา้ และแสง เพอ่ื การ

เจรญิ เตบิ โตโดยดูแลพชื ให้

ไดร้ ับสง่ิ ดังกล่าวอยา่ ง

เหมาะสม

โครงสรา้ งการสอนวชิ าวิทยาศาสตร์ ช้ันประถมศึกษาปีท่ี 2

ภาคเรยี นท่ี 1 ปกี ารศกึ ษา............ เวลา 80 ช่ัวโมง

หนว่ ยท่ี ชื่อหน่วยการเรยี นรู้ มาตรฐานการเรียนรู้ สาระสาคญั เวลา น้าหนัก
ตวั ช้ีวัด (ช่ัวโมง) คะแนน
3
ชีวติ พืช ศึกษาชวี ิตของพืช มาตรฐาน ว 1.2 - พชื ดอกมหี ลายชนิด ซึง่ 4

ดอก(1-2) เขา้ ใจสมบตั ิของส่งิ มชี วี ิต ดอกของพชื แตล่ ะชนิดมี ส.13

หนว่ ยพื้นฐานของสิ่งมชี ีวิต ลกั ษณะแตกตา่ งกัน

การลาเลยี งสารเข้าและออก โดยทว่ั ไปดอกของพชื

จากเซลล์ ความสมั พนั ธ์ของ ประกอบด้วยสว่ นต่าง ๆ 4

โครงสร้างและหนา้ ทีข่ อง ส่วน คอื กลบี ดอก กลีบ

ระบบตา่ ง ๆ ของสตั ว์และ เล้ียง เกสรเพศผู้ และเกสร

มนษุ ย์ที่ทางานสมั พันธก์ ัน เพศเมยี

ความสัมพันธ์ของโครงสร้าง

และหน้าทีข่ องอวัยวะตา่ ง ๆ

ของพชื ทที่ างานสัมพันธ์กนั

รวมท้งั นาความร้ไู ปใช้

ประโยชน์

ตัวช้ีวัด ป.2/3 สร้าง

แบบจาลองท่บี รรยายวัฏ

จกั ร

โครงสร้างการสอนวิชาวิทยาศาสตร์ ช้นั ประถมศึกษาปที ่ี 2

ภาคเรียนท่ี 1 ปีการศึกษา............ เวลา 80 ชั่วโมง

หนว่ ยท่ี ชอื่ หนว่ ยการเรียนรู้ มาตรฐานการเรียนรู้ สาระสาคญั เวลา นา้ หนกั
ตวั ชวี้ ัด (ช่ัวโมง) คะแนน
3
ชีวิตพืช ส่วนประกอบของดอก มาตรฐาน ว 1.2 - พชื ดอกมหี ลายชนิด ซึง่ 4

(1-2) เข้าใจสมบตั ิของสิง่ มชี วี ิต ดอกของพชื แต่ละชนดิ มี ส.14

หน่วยพ้ืนฐานของส่ิงมีชีวติ ลกั ษณะแตกต่างกนั

การลาเลียงสารเขา้ และออก โดยทว่ั ไปดอกของพชื

จากเซลล์ ความสัมพนั ธข์ อง ประกอบดว้ ยสว่ นต่าง ๆ 4

โครงสรา้ งและหน้าที่ของ สว่ น คอื กลีบดอก กลบี

ระบบตา่ ง ๆ ของสัตวแ์ ละ เลี้ยง เกสรเพศผู้ และเกสร

มนุษยท์ ี่ทางานสมั พนั ธ์กัน เพศเมยี

ความสัมพันธข์ องโครงสร้าง

และหน้าทข่ี องอวัยวะตา่ ง ๆ

ของพืชที่ทางานสัมพันธก์ นั

รวมทัง้ นาความรไู้ ปใช้

ประโยชน์

ตัวช้วี ัด ป.2/3 สร้าง

แบบจาลองท่ีบรรยายวัฏ

จกั รชวี ติ ของพืชดอก

โครงสรา้ งการสอนวชิ าวิทยาศาสตร์ ชัน้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 2

ภาคเรยี นท่ี 1 ปีการศกึ ษา........... เวลา 80 ช่ัวโมง

หน่วยที่ ชอื่ หนว่ ยการเรยี นรู้ มาตรฐานการเรยี นรู้ สาระสาคัญ เวลา นา้ หนกั
ตวั ชี้วัด (ชว่ั โมง) คะแนน
3
ชวี ิตพชื การสบื พนั ธ์ขุ องพืช มาตรฐาน ว 1.2 -การสืบพันธแ์ุ บบอาศยั เพศ 8

ดอก(1-4) เข้าใจสมบตั ิของสง่ิ มีชวี ติ ของพชื ดอก เร่ิมจากการ ส.15-16

หน่วยพน้ื ฐานของสง่ิ มีชวี ติ ถา่ ยละอองเรณู เมื่อละออง

การลาเลียงสารเข้าและออก เรณูตกลงบนยอดเกสรเพศ

จากเซลล์ ความสมั พันธ์ของ เมยี จะได้รบั อาหารท่ียอด

โครงสรา้ งและหน้าทข่ี อง เกสรเพศเมยี แลว้ จึงงอก

ระบบต่าง ๆ ของสัตวแ์ ละ หลอดแทงเข้าไปตามก้าน

มนุษย์ที่ทางานสมั พันธ์กนั เกสรเพศเมยี ของรังไข่ และ

ความสัมพันธข์ องโครงสรา้ ง เข้าไปผสมกับเซลลไ์ ขภ่ ายใน

และหนา้ ทขี่ องอวยั วะตา่ ง ๆ ออวุลจนเกิดการปฏิสนธิ

ของพชื ทที่ างานสัมพันธ์กนั หลงั การปฏสิ นธิ ยอดและ

รวมทง้ั นาความรไู้ ปใช้ ก้านชูเกสรเพศเมียจะเหี่ยว

ประโยชน์ ลง กลีบเลี้ยง กลีบดอก

ตัวชวี้ ัด ป.2/3สร้าง เกสรเพศผู้ และเกสรเพศ

แบบจาลองทบ่ี รรยายวฏั เมยี จะแห้งแลว้ ร่วงไป ส่วน

จักรชีวติ ของพืชดอก รังไขจ่ ะเจริญกลายเปน็ ผล

และมีเมล็ดอยภู่ ายใน

โครงสร้างการสอนวชิ าวิทยาศาสตร์ ช้ันประถมศกึ ษาปีที่ 2

ภาคเรยี นท่ี 1 ปีการศกึ ษา............ เวลา 80 ชั่วโมง

หนว่ ยที่ ช่อื หน่วยการเรยี นรู้ มาตรฐานการเรียนรู้ สาระสาคัญ เวลา น้าหนัก
ตวั ชีว้ ัด (ชั่วโมง) คะแนน
3
ชีวิตของเรา เร่อื งวัฏจักรชีวติ ของ มาตรฐาน ว 1.2 -พชื ดอกเมอื่ เจรญิ เติบโต 12

พืชดอก (1-4) เขา้ ใจสมบัติของส่งิ มีชวี ิต เตม็ ท่จี ะออกดอก เมื่อดอก ส.17-19

หน่วยพ้นื ฐานของส่ิงมีชวี ติ ไดร้ บั การสืบพันธ์ุจะ

การลาเลียงสารเขา้ และออก กลายเปน็ ผล ผลมีเมล็ดซงึ่

จากเซลล์ ความสัมพนั ธข์ อง สามารถงอกเปน็ ต้นพชื ต้น

โครงสร้างและหน้าทขี่ อง ใหม่ หมุนเวียนเปน็ วฏั จกั ร

ระบบต่าง ๆ ของสตั วแ์ ละ ชีวิตของพชื

มนุษยท์ ี่ทางานสัมพนั ธก์ นั

ความสัมพันธ์ของโครงสร้าง

และหนา้ ทข่ี องอวัยวะต่าง ๆ

ของพืชท่ีทางานสมั พันธ์กัน

รวมท้งั นาความรไู้ ปใช้

ประโยชน์

ตวั ชี้วัด ป.2/3 สรา้ ง

แบบจาลองทบ่ี รรยายวฏั

จกั รชีวิตของพืชดอก

ประเมนิ ผลปลายภาคเรียนที่ 1 (ส.20) 80
รวมภาคเรยี นท่ี 1

สปั ดาห์ท่ี 1

โรงเรียนขจรเกียรติพัฒนา

แผนการจดั การเรยี นรู้

ภาคเรียนที่.....1...../……………..……..... ชอ่ื ผูส้ อน.................................................................................

กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ วทิ ยาศาสตร์ ชนั้ ประถมศึกษาปีที่ 2 จานวน 2 คาบ

หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 1 การสืบเสาะหาความรูท้ างวิทยาศาสตร์ เรื่อง กระบวนการทางวิทยาศาสตร์

1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ช้วี ัด
-

ตวั ชี้วัด
-

2. สาระสาคัญ/ความคดิ รวบยอด
กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ คอื วิธกี ารและขน้ั ตอนทน่ี ักวทิ ยาศาสตรใ์ ชด้ าเนนิ การเพ่อื คน้ ควา้ หาความรู้

ทางวทิ ยาศาสตร์ กระบวนการทางวทิ ยาศาสตรแ์ บ่งออกเป็น 3 ประเภท คอื 1) วธิ กี ารทางวิทยาศาสตร์ 2)
ทกั ษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ 3) จติ วิทยาศาสตร์

วิธกี ารทางวิทยาศาสตร์ คอื ขั้นตอนการทางานอยา่ งเปน็ ระบบทน่ี กั วิทยาศาสตรใ์ ช้ในการค้นควา้ หาความรู้
ทางวทิ ยาศาสตร์ ซ่งึ มี 5 ขั้นตอน ได้แก่ การตงั้ คาถาม การคาดคะเนคาตอบ การรวบรวมข้อมูล การวเิ คราะห์
ข้อมูล และการสรุปผล

3. จุดประสงค์การเรียนรู้
1. อธบิ ายกระบวนการทางวิทยาศาสตรไ์ ดอ้ ยา่ งถูกต้อง (K)
2. ฝกึ ใช้ทกั ษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง (P)
3. รบั ผิดชอบตอ่ งานทไ่ี ด้รับมอบหมาย (A)

4. สาระการเรยี นรู้ สาระการเรยี นรทู้ อ้ งถน่ิ
สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง พิจารณาตามหลักสูตรของสถานศึกษา
-

5. กจิ กรรมการเรยี นรู้

คาบท่ี 1

ขน้ั นา

ข้ันกระตนุ้ ความสนใจ
1. ครแู จง้ จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ที่จะเรียนในวนั น้ใี ห้นักเรียนทราบ
2. นกั เรยี นทาแบบทดสอบกอ่ นเรียน เพอ่ื วดั ความรู้เดิมของนักเรียนก่อนเข้าสู่บทเรยี น
3. นักเรยี นอา่ นสาระสาคัญและดูภาพหนว่ ยการเรยี นรูท้ ่ี 1 เรยี นรู้วิทยาศาสตร์ จากหนงั สือเรียน
วิทยาศาสตร์ ป.2 เล่ม 1 หน้า 2 จากนนั้ ถามนักเรยี นวา่ เด็กผู้ชายในภาพกาลังทาอะไร
(แนวตอบ เดก็ ผูช้ ายกาลังจดบนั ทกึ ผลการทดลอง)

4. นกั เรยี นเรียนรู้และอา่ นคาศัพท์ทเี่ ก่ยี วขอ้ งกับการเรียนในหนว่ ยที่ 1 บทท่ี 1 เร่ือง การสืบเสาะหา
ความรู้ จากหนังสอื เรยี น หนา้ 3 โดยครูสุ่มเลอื กตัวแทนหรอื ขออาสาสมคั ร นกั เรยี น 1 คน ออกมา
หน้าชัน้ เรยี นเพื่อเป็นผูอ้ า่ นนาและให้นกั เรียนคนอนื่ ๆ อา่ นตาม ดังน้ี

scientist (ไซอนึ ' ทฟิ คิ ) นักวิทยาศาสตร์
measurement (เมช็ เฌอมมนึ ท) การวัด
experiment (อิคซ เปรเิ ม็นท) การทดลอง
science process skill (ไซอนึ ซ โพเซช็ ซกิล) ทักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์

(หมายเหตุ : ครูเริ่มประเมนิ นกั เรยี น โดยใชแ้ บบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานรายบุคคล)
5. ครถู ามนักเรียนวา่ เม่ือโตข้ึนมใี ครอยากเป็นนักวทิ ยาศาสตร์บา้ ง (ใหน้ ักเรียนยกมอื ตอบ)
6. ครูถามคาถามสาคญั ประจาบทจากหนงั สอื เรียน หน้า 3 เพอ่ื กระตุ้นนกั เรยี นก่อนเข้าสู่เน้อื หาวา่ การ

สบื เสาะหาความรคู้ ืออะไร แล้วให้นกั เรียนร่วมกนั แสดงความคดิ เห็นอยา่ งอิสระในการตอบคาถาม
(แนวตอบ คือ วิธกี ารทน่ี ักวิทยาศาสตร์ใช้เพอื่ ศึกษาสิง่ ต่าง ๆ รอบตวั อยา่ งเปน็ ระบบและ

สามารถเสนอคาอธิบายเกี่ยวกับส่ิงที่ศกึ ษาด้วยข้อมลู ทไ่ี ดจ้ ากการทางานทางวิทยาศาสตร์ ซ่งึ มอี ยู่

หลายวิธดี ้วยกัน เชน่ การสารวจ การทดลอง การสืบค้น การสร้าง แบบจาลอง)

7. นกั เรียนแต่ละคนทากจิ กรรมนาส่กู ารเรยี น จากหนังสือเรียน หนา้ 4 ลงในสมุดประจาตัวหรอื ใน
แบบฝึกหดั วทิ ยาศาสตร์ ป.2 เล่ม 1

8. ครสู มุ่ นกั เรียน 3-4 คน ออกมาเฉลยคาตอบของกิจกรรมนาสกู่ ารเรียน จากนน้ั ให้นกั เรยี นทั้งห้อง
ช่วยกันตรวจสอบว่าเฉลยถกู ตอ้ งหรือไม่ โดยครคู อยเสริมในส่วนท่ีบกพรอ่ ง
(หมายเหตุ : ครูเริม่ ประเมนิ นกั เรยี น โดยใชแ้ บบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานรายบุคคล)

คาบท่ี 2

ขน้ั สอน

ขนั้ สารวจค้นหา
1. ครูนากล่องที่ปิดฝามิดชิดมาวางไว้หน้าชัน้ เรียน จากนน้ั ครถู ามคาถามนกั เรยี น แล้วให้นักเรยี นร่วมกัน
ตอบคาถาม ดังน้ี
1) นกั เรยี นสงสัยหรือไมว่ า่ ภายในกล่องมอี ะไรอยู่
(แนวตอบ สงสยั )
2) นักเรียนคิดวา่ มสี ่ิงใดอยู่ภายในกลอ่ ง
(แนวตอบ ขึ้นอย่กู บั คาตอบของนักเรยี นใหข้ ้นึ อยู่กบั ดุลยพนิ จิ ของผสู้ อน)
3) นักเรียนมวี ิธีการอยา่ งไรบา้ ง ถึงจะรู้วา่ ภายในกล่องมสี ่งิ ใดอยู่
(แนวตอบ ค้นหาคาตอบ เชน่ ถามจากเพ่อื น เข้าไปสงั เกตกลอ่ งใกล้ ๆ)
4) นักเรยี นร้คู าตอบว่า มีสงิ่ ใดอยูภ่ ายในกล่องแลว้ ใช่หรือไม่
(แนวตอบ ใช่/ ไมใ่ ช่)
5) นกั เรียนเดาคาตอบถกู หรือไม่ ว่ามสี ิ่งใดอยู่ภายในกล่อง
(แนวตอบ ขึน้ อยูก่ ับคาตอบของนักเรยี นให้ข้ึนอยกู่ บั ดุลยพนิ ิจของผู้สอน)
2. ครอู ธบิ ายความร้จู ากการตอบคาถามของนักเรียนวา่ คาถามท่คี รไู ด้ถามนักเรยี นเปน็ ส่วนหน่ึงในการหา
ขอ้ มูลจากส่งิ ท่ีเราสงสยั อยา่ งเปน็ ขัน้ ตอน เราเรียกวา่ วิธกี ารทางวทิ ยาศาสตร์
3. ครถู ามคาถามจากหนงั สอื เรยี น หน้า 5 กับนกั เรียนวา่ นักเรียนมีวธิ กี ารหาคาตอบในเรือ่ งท่ีสงสัย
อยา่ งไรบา้ ง
(แนวตอบ วิธกี ารหาคาตอบ เช่น การสบื คน้ ขอ้ มูล การทดลอง การสารวจ)
4. นักเรยี นแบง่ กลุ่มออกเปน็ กลุ่มละ 3-4 คน จากนน้ั ให้สมาชกิ และคนเลอื กศึกษาข้นั ตอนวิธีการทาง
วิทยาศาสตรม์ าคนละ 1 ขั้นตอน ไมซ่ า้ กัน โดยศึกษาขอ้ มูลจากหนงั สือเรยี น หนา้ 6 และศึกษาข้อมลู
เพม่ิ เติมจากสื่อดิจิทลั ในหนังสือเรียน หน้า 6 โดยใชโ้ ทรศพั ท์มือถือสแกน QR Code เรอ่ื ง วิธกี ารทาง
วิทยาศาสตร์หรือครสู ามารถเปดิ PowerPoint เรือ่ ง วธิ กี ารทางวิทยาศาสตร์ใหน้ ักเรยี นศกึ ษาเพม่ิ เตมิ
แล้วให้นกั เรยี นรว่ มกันสรุปเป็นแผนผงั ความคดิ ลงในกระดาษ A4 ทีค่ รแู จกให้
5. สมาชิกทุกคนในกลมุ่ นาขอ้ มูลที่ตนเองศึกษามาอภปิ รายร่วมกนั ในกล่มุ

(หมายเหตุ : ครูเรมิ่ ประเมนิ นกั เรยี น โดยใช้แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานกลมุ่ )

6. นักเรยี นแตล่ ะกลุ่มศึกษาตัวอยา่ งการใช้วธิ กี ารทางวทิ ยาศาสตร์ศึกษาการจม-ลอยของวตั ถุ จาก
หนังสือเรยี น หน้า 7-8

7. นักเรียนแตล่ ะกลมุ่ เลอื กหวั ขอ้ เร่อื งท่สี นใจศึกษามา 1 หัวข้อ เพือ่ นามาแสดงบทบาทสมมติในการใช้
วธิ ีการทางวิทยาศาสตร์คน้ คว้าหาคาตอบในเรอ่ื งท่ีสนใจ

8. ครสู ่มุ ให้แตล่ ะกลุ่มออกมาแสดงบทบาทสมมติหน้าช้ันเรยี น โดยครแู ละนักเรียนร่วมกันอภปิ ราย
เกีย่ วกบั วิธีการทางวทิ ยาศาสตรต์ ามข้ันตอนทแ่ี สดงบทบาทสมมติของแต่ละกลุ่ม

(หมายเหตุ : ครูเรม่ิ ประเมนิ นักเรียน โดยใช้แบบสงั เกตพฤติกรรมการทางานกล่มุ )
9. ครูนาบตั รขอ้ ความท่ีเก่ียวกบั วิธีการทางวทิ ยาศาสตรว์ างคละกนั ไว้หน้าชน้ั เรียน ตวั อยา่ งข้อความ
 ในกลอ่ งของขวัญมีอะไรอยู่ (การตั้งปญั หา)

 น่าจะมอี ุปกรณ์การเรียนอยภู่ ายในกลอ่ ง (การคาดคะเนคาตอบ)
 เปดิ กลอ่ งของขวญั เพอื่ ดูว่าภายในกลอ่ งมีส่ิงใด (การรวบรวมข้อมูล)
 จากการตรวจสอบ พบว่า มนี าฬิกาปลุกอย่ภู ายในกลอ่ ง (การวิเคราะห์ขอ้ มูล)
 สรุปไดว้ า่ ภายในกลอ่ งมีนาฬิกาปลกุ สีฟ้าอย่ขู ้างใน (การสรปุ ผล)

10.ครสู มุ่ นกั เรียนออกมา 5 คน ให้หยบิ บัตรข้อความแล้วอา่ นให้เพอ่ื นฟัง พร้อมบอกวา่ เปน็ วธิ กี ารทาง
วทิ ยาศาสตร์ข้ันตอนใด โดยครอู าจให้คาชมหรือของรางวัลกับนักเรียนทตี่ อบคาถามถูก เพ่อื เปน็ การเสริมแรง
(หมายเหตุ : ครูเร่มิ ประเมนิ นักเรยี น โดยใช้แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทางานรายบุคคล)

6. การวดั และประเมนิ ผล

การวัดและ วิธกี ารวดั ผล เคร่อื งมือวัด เกณฑ์การ
ประเมนิ ผล ประเมนิ ผล
จุดประสงค์ 1. สังเกตจากการซักถาม ตอบ 1.คาถามกระตนุ้ 70% ขนึ้ ไป ถือ
ความรู้ความ คาถาม ความคิด ว่าผ่านเกณฑ์
เขา้ ใจ (K) 2. อธิบายวิธกี ารทาง การประเมนิ
วทิ ยาศาสตร์ได้

ทกั ษะ/ 1.ใช้ทักษะทางวทิ ยาศาสตรใ์ น 1. แบบฝึกหดั ที่ 1 70% ขน้ึ ไป ถือ
กระบวนการ (P) ว่าผา่ นเกณฑ์
การแสวงหาความรูไ้ ด้ ทักษะทาง การประเมิน

วิทยาศาสตร์

คุณลกั ษณะ 1. สังเกตจากการเรียนมีความ 1. แบบสังเกต 70% ข้นึ ไป ถอื
นสิ ัย (A) รับผิดชอบต่องานท่ีสั่งและส่ง พฤตกิ รรม วา่ ผ่านเกณฑ์
งานได้ทนั ตามทก่ี าหนด การประเมนิ
2. สังเกตจากการเรียนใฝ่
เรียนรู้
3. สังเกตจากการมุ่งม่ันในการ

ทางาน

7. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้
7.1 สื่อการเรยี นรู้
1) หนังสือเรยี นวิทยาศาสตร์ ป.2 เล่ม 1 หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 1 เรยี นรู้วิทยาศาสตร์

2) แบบฝกึ หดั วิทยาศาสตร์ ป.2 เลม่ 1 หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 1 เรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์

3) PowerPoint เรื่อง วิธีการทางวิทยาศาสตร์

4) QR Code เรื่อง วธิ ีการทางวทิ ยาศาสตร์

7.2 แหลง่ การเรียนรู้
1) ห้องเรียน
2) หอ้ งสมุด
3) อินเทอร์เนต็

8. กิจกรรมเสนอแนะ
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................

ลงชื่อ............................................ครผู สู้ อน ลงชื่อ............................................ฝ่ายวชิ าการ
(....................................................) (...............................................)

ลงช่ือ..............................................ผู้บรหิ าร
(................................................)

สปั ดาหท์ ่ี 1

โรงเรียนขจรเกียรติพฒั นา

แผนการจัดการเรยี นรู้

ภาคเรียนที่.....1...../……………..……..... ช่อื ผสู้ อน.................................................................................

กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ วิทยาศาสตร์ ช้ันประถมศกึ ษาปีที่ 2 จานวน 2 คาบ

หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 1 การสบื เสาะหาความรู้ทางวทิ ยาศาสตร์ เรื่องการใช้ทกั ษะกระบวนการทาง

วิทยาศาสตร์

1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ชวี้ ัด
-

ตัวชว้ี ัด
-

2. สาระสาคัญ/ความคดิ รวบยอด
กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ คอื วธิ ีการและข้นั ตอนท่นี กั วทิ ยาศาสตร์ใชด้ าเนนิ การเพอ่ื คน้ คว้าหา

ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ กระบวนการทางวิทยาศาสตรแ์ บ่งออกเปน็ 3 ประเภท คือ 1) วิธีการทางวทิ ยาศาสตร์
2) ทกั ษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ 3) จติ วทิ ยาศาสตร์

วธิ กี ารทางวทิ ยาศาสตร์ คือ ขน้ั ตอนการทางานอย่างเป็นระบบท่ีนกั วิทยาศาสตรใ์ ช้ในการค้นคว้าหาความรู้
ทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งมี 5 ข้ันตอน ได้แก่ การตั้งคาถาม การคาดคะเนคาตอบ การรวบรวมขอ้ มูล การวิเคราะห์
ขอ้ มูล และการสรปุ ผล

3. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
1. อธิบายกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ไดอ้ ยา่ งถูกต้อง (K)
2. ฝึกใชท้ กั ษะกระบวนการทางวิทยาศาสตรไ์ ด้อยา่ งถูกต้อง (P)
3. รับผดิ ชอบต่องานทไี่ ดร้ บั มอบหมาย (A)

4. สาระการเรยี นรู้ สาระการเรยี นร้ทู ้องถ่นิ
สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง พจิ ารณาตามหลกั สูตรของสถานศกึ ษา
-

5. กจิ กรรมการเรยี นรู้

คาบท่ี 3

ขน้ั สอน

ขนั้ อธบิ ายความรู้
1. ครกู ระตุ้นความสนใจของนักเรยี นเกย่ี วกับเรือ่ งท่จี ะเรยี น โดยใหน้ ักเรียนดภู าพในหนังสอื เรยี น
หนา้ 9
2. ครถู ามคาถามว่า นักเรียนรจู้ กั ทักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตรท์ ักษะใดบา้ ง แลว้ ให้นกั เรยี น
ชว่ ยกนั แสดงความคดิ เห็น

(แนวตอบ คาตอบขนึ้ อยกู่ บั นกั เรียนใหอ้ ยใู่ นดลุ ยพินจิ ของครูผู้สอน)
3. ครใู ห้นักเรียนศึกษาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ จากหนงั สอื เรยี น หน้า 10-11
4. ครูสุ่มนักเรียน 5 คน ให้ออกมาหยบิ บัตรคาทกั ษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ แลว้ อธิบายทกั ษะท่ี
แตล่ ะคนหยิบไดใ้ ห้เพ่อื น ๆ ฟัง

(หมายเหตุ : ครูเริม่ ประเมนิ นักเรียน โดยใช้แบบสงั เกตพฤติกรรมการทางานรายบุคคล)
5. นกั เรียนแบง่ กลุ่มออกเป็นกลมุ่ ละ 3-4 คน แล้วครแู จกบัตรคาทกั ษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตรใ์ ห้
นักเรียนกลมุ่ ละ 1 ทักษะ
6. แตล่ ะกลุ่มศึกษาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ทีก่ ลุ่มตนเองได้ จากหนงั สอื เรยี น หน้า 12-18
หรอื ชว่ ยกนั สบื ค้นขอ้ มลู เพ่ิมเติมจากแหล่งข้อมูลอน่ื ๆ
7. แตล่ ะกลุม่ นาข้อมลู ทไ่ี ดม้ าจัดกระทาในรปู แบบต่าง ๆ เชน่ แผนผงั เพ่ือนาเสนอหน้าชนั้ เรยี น
8. แต่ละกลุม่ สง่ ตวั แทนออกมานาเสนอผลงานจากการศึกษาทกั ษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตรท์ ีก่ ลุ่ม
ของตนเองไดร้ บั หนา้ ชน้ั เรียน แล้วนักเรียนทง้ั หอ้ งรว่ มกันอภิปราย
9. ครูให้สมาชกิ แต่ละคนของแต่ละกล่มุ ตง้ั คาถามเกย่ี วกับทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตรท์ เี่ รียนมา
คนละ 1 คาถาม แลว้ นามาถามเพื่อนภายในกลุ่มให้ชว่ ยกันอภิปรายและตอบคาถาม จากนน้ั ใหแ้ ต่ละ
กลมุ่ นาคาถามท่ีสมาชกิ ในกลมุ่ ตั้งออกมาถามเพ่ือนกลุ่มอืน่ ๆ ในชั้นเรียน

(หมายเหตุ : ครูเรม่ิ ประเมนิ นักเรยี น โดยใช้แบบสังเกตพฤติกรรมการทางานกลุ่ม)
10. ครูให้รางวลั แก่กล่มุ ทต่ี อบคาถามได้ถกู ต้องมากทส่ี ดุ เพอื่ เปน็ การเสรมิ แรง
11. ครแู ละนกั เรยี นช่วยกันอภปิ รายและสรุปความรู้เกี่ยวกับทกั ษะกระบวนการทางวิทยาศาสต์ท่ีได้เรียน
ผา่ นมา

คาบที่ 4

ขน้ั สอน

ขน้ั ตรวจสอบผล
1. ครอู ธบิ ายความรเู้ พ่ิมเติมเกีย่ วกับการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ว่า การใช้วิธีการทางวิทยาศาสตร์และทักษะ
กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ข้ันพ้ืนฐาน เพื่อหาความรู้ทางวิทยาศาสตร์ จะทาให้นักเรียนเกิดจิต
วทิ ยาศาสตร์ได้ ซงึ่ ท้ังหมดนน้ั เปน็ กระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์
2. นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 3-4 คน จากน้ันให้แต่ละกลุ่มช่วยกันทากิจกรรมสร้างสรรค์ผลงาน จาก
หนังสือเรียน หน้า 25 โดยครูให้นักเรียนใช้วิธีการทางวิทยาศาสตร์และทักษะกระบวนการทาง
วิทยาศาสตร์ในการศึกษาเรือ่ งท่ีสนใจมา 1 หัวข้อ แลว้ บันทึกขอ้ มลู ทไ่ี ดจ้ ากการศึกษาในรูปแบบต่าง ๆ
เช่น แผนผัง แผนภาพ ตาราง ลงในกระดาษแข็ง พร้อมตกแตง่ ให้สวยงาม
3. แต่ละกลุ่มส่งตัวแทนออกมานาเสนอผลงานหน้าชั้นเรียน จากนั้นนาผลงานไปจัดวางไว้ตามจุดท่ีครู
กาหนด เพอื่ ใหเ้ พอ่ื นทุกคนได้ชื่นชมและศึกษาในยามว่าง
(หมายเหตุ : ครูเริ่มประเมินนักเรยี น โดยใช้แบบสังเกตพฤติกรรมการทางานกลมุ่ )
4. นกั เรยี นแตล่ ะคนทากจิ กรรมฝกึ ทักษะบทที่ 1 จากหนังสือเรียน หน้า 23-24 ลงในสมุดประจาตัวหรือ
ในแบบฝกึ หัดวิทยาศาสตร์ ป.2 เลม่ 1 เป็นการบา้ น
5. นกั เรียนทาทบทวนท้ายหน่วยในแบบฝึกหัดวิทยาศาสตรว์ ิทยาศาสตร์ ป.2 เลม่ 1
6. นักเรียนทาแบบทดสอบหลงั เรยี นของหนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 1 เรยี นรูว้ ิทยาศาสตร์
(หมายเหตุ : ครเู ริ่มประเมินนักเรยี น โดยใชแ้ บบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานรายบุคคล)
7.ครูประเมินผลจากการสังเกตพฤติกรรมการตอบคาถาม พฤติกรรมการทางานรายบุคคล พฤติกรรม
การทางานกลุ่ม และจากการนาเสนอผลการทากิจกรรมหนา้ ชัน้ เรยี น
8.ครตู รวจสอบผลการทาแบบทดสอบก่อนเรียนและแบบทดสอบหลังเรียนหน่วยการเรียนรู้ท่ี 1 เรียนรู้
วิทยาศาสตร์
9.ครูตรวจสอบผลการทากิจกรรมนาสู่การเรียนในสมุดประจาตัวหรอื ในแบบฝกึ หัดวทิ ยาศาสตร์ ป.2 เล่ม
1

6. การวัดและประเมนิ ผล

การวดั และ วิธกี ารวัดผล เครือ่ งมอื วัด เกณฑก์ าร
ประเมนิ ผล ประเมนิ ผล
จุดประสงค์ 1. สังเกตจากการซักถาม ตอบ 1.คาถามกระตุ้น 70% ขึน้ ไป ถือ
ความรู้ความ

เข้าใจ (K) คาถาม ความคิด วา่ ผ่านเกณฑ์
2. อธบิ ายวธิ กี ารทาง การประเมิน
วิทยาศาสตร์ได้

ทกั ษะ/ 1.ใชท้ ักษะทางวทิ ยาศาสตร์ใน 1. แบบฝึกหดั ที่ 1 70% ขนึ้ ไป ถอื
กระบวนการ (P) ว่าผา่ นเกณฑ์
การแสวงหาความรูไ้ ด้ ทักษะทาง การประเมนิ

วิทยาศาสตร์

คณุ ลกั ษณะ 1. สังเกตจากการเรยี นมีความ 1. แบบสงั เกต 70% ขึ้นไป ถือ
นสิ ยั (A) รบั ผดิ ชอบต่องานทสี่ ั่งและส่ง พฤติกรรม วา่ ผา่ นเกณฑ์
งานได้ทนั ตามที่กาหนด การประเมิน
2. สังเกตจากการเรยี นใฝ่
เรยี นรู้
3. สงั เกตจากการม่งุ มนั่ ในการ
ทางาน

7. ส่อื /แหลง่ การเรยี นรู้
7.1 สื่อการเรียนรู้

1.หนังสอื เรียนวทิ ยาศาสตร์ ป.2 เลม่ 1 หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 เรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์
2.แบบฝึกหัดวทิ ยาศาสตร์ ป.2 เล่ม 1 หน่วยการเรยี นรูท้ ่ี 1 เรียนรูว้ ิทยาศาสตร์
3.PowerPoit เร่อื ง วธิ ีการทางวทิ ยาศาสตร์
4.QR Cod เรอ่ื ง วธิ กี ารทางวิทยาศาสตร์
5.สมุดประจาตวั นักเรยี น

7.2แหล่งการเรยี นรู้

1.ห้องเรยี น
2.หอ้ งสมดุ
3.อินเทอร์เนต็

8. กิจกรรมเสนอแนะ
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................

ลงชอื่ ............................................ครูผู้สอน ลงชอื่ ............................................ฝ่ายวชิ าการ
(....................................................) (...............................................)

ลงช่ือ..............................................ผู้บริหาร
(................................................)

สปั ดาห์ที่ 2

โรงเรียนขจรเกยี รติพัฒนา

แผนการจดั การเรยี นรู้

ภาคเรียนท่ี…1……/………………………............. ชื่อผู้สอน.........................................................
กลุ่มสาระการเรยี นรู้ วิทยาศาสตร์ ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ี่ 2 จานวน 2 คาบ
หน่วยการเรยี นรู้ที่ 2 สง่ิ แวดล้อมรอบตวั เรา เรอ่ื ง ส่ิงมชี วี ิตและสงิ่ ไม่มชี ีวติ

1. มาตรฐานการเรยี นร้/ู ตวั ชวี้ ดั

มาตรฐาน ว 1.3

เข้าใจกระบวนการและความสาคัญของการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม สารพันธุกรรม การ
เปลย่ี นแปลงทางพนั ธุกรรมทม่ี ีผลต่อส่ิงมชี วี ติ ความหลากหลายทางชีวภาพและวิวัฒนาการของส่ิงมีชีวิต รวมทั้ง
นาความรูไ้ ปใช้ประโยชน์

ตัวชว้ี ัด
ป.2/1 เปรยี บเทยี บลกั ษณะของส่งิ มชี ีวิตและสงิ่ ไมม่ ชี ีวิต จากขอ้ มลู ที่รวบรวมได้

2. สาระสาคัญ/ความคิดรวบยอด
ส่งิ แวดลอ้ มทอ่ี ยู่รอบตัวเรานน้ั ประกอบด้วยสิ่งมชี ีวิตและส่งิ ไมม่ ีชวี ติ ซ่งึ สิ่งมชี วี ิตมลี ักษณะทีแ่ ตกตา่ งจาก

ส่ิงไม่มชี ีวติ

3. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้

1. บอกลักษณะของส่ิงมชี วี ติ และสิ่งไมม่ ชี ีวิตได้ (K)

2. เขียนลักษณะสาคญั ของส่ิงมีชวี ติ และสิ่งไม่มชี วี ติ ได้ (P)

3. มคี วามใฝเ่ รียนรูแ้ ละมุ่งม่ันในการทางาน (A)

4. สาระการเรยี นรู้

สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง สาระการเรยี นรูท้ ้องถิน่

ส่ิงที่อยู่รอบตัวเรามีท้ังที่เป็นส่ิงมีชีวิตและ พิจารณาตามหลกั สูตรของสถานศึกษา

ส่ิงไม่มีชีวิต สิ่งมีชีวิตต้องการอาหาร มีการ

หายใจ เจริญเติบโต ขับถ่าย เคลื่อนไหว

ตอบสนองต่อสิ่งเร้า และสืบพันธุ์ได้ลูกที่มี

ลักษณะคล้ายคลึงกับพ่อแม่ ส่วนสิ่งไม่มีชีวิตจะ

ไมม่ ีลกั ษณะดงั กลา่ ว

5. กจิ กรรมการเรยี นรู้

คาบท่ี 1

ขน้ั นา

ขั้นกระตนุ้ ความสนใจ
1.ครูสนทนากับนักเรียนโดยถามคาถามว่า นักเรียนทราบหรือไม่ว่า วันนี้จะได้เรียนรู้เกี่ยวกับเร่ืองอะไร
แลว้ ให้นักเรียนช่วยกันตอบคาถาม จากนั้นครูแจง้ ช่อื เร่อื งท่ีจะเรียนรแู้ ละผลการเรียนรู้ใหน้ ักเรียนทราบ
2.นักเรยี นทาแบบทดสอบกอ่ นเรยี น เพ่ือวดั ความรูเ้ ดิมของนักเรียนก่อนเขา้ สู่บทเรยี น
3.ครูถามคาถามสาคัญประจาบทว่า นักเรียนคิดว่า ส่ิงมีชีวิตมีลักษณะสาคัญอย่างไรบ้าง แล้วให้นักเรียน
ช่วยกนั แสดงความคดิ เหน็

(แนวตอบ ส่ิงมีชีวิตมีลักษณะสาคัญ ดังน้ี มีการเคลื่อนท่ี กินอาหาร ขับถ่าย หายใจ เจริญเติบโต สืบพันธ์ุและ
ตอบสนองต่อสิง่ เร้า และสิ่งมีชวี ติ บางชนิดสร้างอาหารเองได้)

4.นักเรียนเรียนรู้และอ่านคาศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับการเรียนในหน่วยที่ 2 บทที่ 1 เร่ือง ส่ิงมีชีวิตและ
สิ่งไมม่ ีชีวติ จากหนังสือเรยี นวิทยาศาสตร์ ป.2 เลม่ 1 หนา้ 27 โดยครสู ุ่มเลือกตัวแทนหรือขออาสาสมัคร
1 คน ออกมาหน้าชั้นเรยี นเพื่อเป็นผอู้ า่ นนาและให้นักเรยี นคนอื่น ๆ อา่ นตาม ดังนี้

living things ('ลฟิ วิง ธงิ ) ส่งิ มชี วี ติ
non-living things (นอน 'ลิฟวิง ธงิ ) สิ่งไมม่ ชี ีวติ
move (มฟู ว) เคลอื่ นไหว
excrete (เอ็คซ'กรีท) ขับถ่าย
reproduce (รีพร'ึ ดวิ ซ) สบื พนั ธ์ุ
environment (อิน 'ไวเออรันมึนท) สิ่งแวดลอ้ ม

(หมายเหตุ : ครเู ริม่ ประเมินนักเรียน โดยใชแ้ บบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานรายบุคคล)
5. นักเรยี นแตล่ ะคนทากิจกรรมนาสู่การเรยี น โดยอ่านเรื่องราวจากหนังสือเรียน แล้วตอบคาถาม

ลงในแบบฝกึ หัดวิทยาศาสตร์ ป.2
(หมายเหต:ุ ครเู รม่ิ ประเมินนักเรียน โดยใช้แบบสังเกตพฤติกรรมการทางานรายบคุ คล)

คาบที่ 2

ขน้ั สอน

ขน้ั สารวจคน้ หา
1. ครชู วนนักเรียนสนทนาวา่ มนี กั เรียนคนใดเคยปลูกต้นพชื บ้าง จากนัน้ ครถู ามคาถามนกั เรยี น ดังน้ี 1)
นักเรยี นคดิ ว่า ตน้ พืชเปน็ สง่ิ มชี ีวิตหรอื ไม่

(แนวตอบ ตน้ พืชเปน็ สง่ิ มีชวี ิต) 2) จากคาตอบข้อแรก เพราะเหตุใดจึงเปน็ เชน่ น้นั
(แนวตอบ เพราะสร้างอาหารเองได้ หายใจ เจริญเตบิ โต สบื พันธ์ุ และตอบสนองต่อสงิ่ เรา้ ได้)

2. ครแู บ่งกล่มุ ให้นักเรียนกลมุ่ ละ 4 คน และมีความสามารถคละกัน คือ เก่ง ปานกลาง (ค่อนข้างเก่ง)
ปานกลาง (ค่อนขา้ งออ่ น) และออ่ น จากน้นั ใหช้ ่วยกันสืบค้นขอ้ มูลเก่ยี วกบั ลกั ษณะสาคัญของสิ่งมชี วี ติ

3. ครนู าบัตรภาพสิ่งมีชีวติ มาใหน้ ักเรยี นแต่ละกลมุ่ สังเกต แล้วให้นกั เรยี นร่วมกันสนทนาเกี่ยวกบั ภาพ
วา่ แต่ละภาพมีลักษณะสาคญั ของสิ่งมีชวี ิตอย่างไรบา้ ง

ตวั อย่างบตั รภาพ เช่น - ภาพมนุษย์ - ภาพสตั ว์ - ภาพพชื
4. ครแู จกกระดาษ A4 ใหน้ กั เรียนกลุม่ ละ 1 แผน่ จากนั้นให้แต่ละกลุม่ ช่วยกนั เขียนลักษณะสาคญั ของ
แต่ละภาพลงในกระดาษท่คี รแู จกให้ พร้อมตกแต่งใหส้ วยงามน่าสนใจ
(หมายเหตุ : ครเู ริม่ ประเมนิ นักเรียน โดยใช้แบบสงั เกตพฤติกรรมการทางานกลมุ่ )

6. การวัดและประเมนิ ผล

การวัดและ วิธกี ารวัดผล เคร่อื งมือวดั เกณฑก์ าร
ประเมนิ ผล
จดุ ประสงค์ ประเมนิ ผล
ความร้คู วาม
เข้าใจ (K) 1. สงั เกตจากการซักถาม ตอบ 1.คาถามกระตนุ้ 70% ขึ้นไป ถือ

คาถาม ความคิด วา่ ผ่านเกณฑ์

2. อธบิ ายลกั ษณะของสงิ่ มีชวี ิต 2. แบบทดสอบก่อน การประเมนิ

และส่งิ ไม่มชี วี ิตได้ เรยี นวทิ ยาศาสตร์

ทักษะ/ 1.เปรยี บเทียบลกั ษณะของ 1. แบบฝึกหัด 70% ขึน้ ไป ถอื
กระบวนการ (P) ส่ิงมีชีวิตและสง่ิ ไมม่ ีชีวติ วิทยาศาสตร์ ว่าผ่านเกณฑ์
2.ใบงานสิ่งมีชวี ิต การประเมนิ
และไมม่ ีชวี ิต

คุณลกั ษณะ 1. สังเกตจากการเรยี นมีความ 1. แบบสังเกต 70% ข้นึ ไป ถอื
นิสัย (A) รบั ผิดชอบตอ่ งานทีส่ ัง่ และส่ง พฤติกรรม วา่ ผ่านเกณฑ์
งานได้ทันตามทกี่ าหนด การประเมิน
2. สังเกตจากการเรียนใฝ่
เรยี นรู้
3. สังเกตจากการมงุ่ มัน่ ในการ
ทางาน

7. ส่อื /แหลง่ การเรียนรู้
7.1สือ่ การเรยี นรู้

1.หนงั สอื เรียนวิทยาศาสตร์ ป.2 เล่ม 1 หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 2 สิ่งมีชีวิตและสิง่ ไมม่ ีชีวิต
2.แบบฝกึ หัดวทิ ยาศาสตร์ ป.2 เลม่ 1 หน่วยการเรยี นร้ทู ่ี 2 ส่งิ มชี ีวิตและสงิ่ ไม่มีชีวิต
3.ใบงาน เรอื่ ง ส่งิ มีชีวิตและสิ่งไม่มีชวี ติ
4.บตั รภาพ
7.2แหล่งการเรยี นรู้

1.หอ้ งเรียน
2.ห้องสมดุ
3.อินเทอรเ์ น็ต

8. กจิ กรรมเสนอแนะ

......................................................................................................................................................................

......................................................................................................................................................................

.....................................................................................................................................................................

......................................................................................................................................................................

.....................................................................................................................................................................

ลงชื่อ............................................ครูผู้สอน ลงชอื่ ............................................ฝา่ ยวิชาการ

(....................................................) (...............................................)

ลงชื่อ..............................................ผูบ้ รหิ าร
(................................................)

สปั ดาหท์ ่ี 2

โรงเรียนขจรเกียรติพัฒนา

แผนการจัดการเรยี นรู้

ภาคเรียนที่…1……/………………………............. ชอ่ื ผสู้ อน..........................................................................

กลุม่ สาระการเรยี นรู้ วิทยาศาสตร์ ชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี 2 จานวน 2 คาบ

หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 ส่งิ แวดล้อมรอบตัวเรา เรื่อง ลกั ษณะสงิ่ มชี ีวิตและสงิ่ ไมม่ ชี วี ติ

1. มาตรฐานการเรียนร/ู้ ตวั ชี้วัด

มาตรฐาน ว 1.3
เขา้ ใจกระบวนการและความสาคัญของการถา่ ยทอดลกั ษณะทางพนั ธุกรรม สารพันธกุ รรม การ

เปลย่ี นแปลงทางพันธุกรรมทีม่ ผี ลต่อสิ่งมีชวี ิต ความหลากหลายทางชีวภาพและวิวัฒนาการของสง่ิ มีชีวติ รวมทั้ง
นาความรไู้ ปใช้ประโยชน์

ตวั ช้วี ดั
ป.2/1 เปรยี บเทียบลกั ษณะของสิ่งมีชีวิตและสงิ่ ไมม่ ีชีวิต จากขอ้ มูลทรี่ วบรวมได้

2. สาระสาคัญ/ความคดิ รวบยอด
สง่ิ แวดล้อมทีอ่ ยู่รอบตัวเรานน้ั ประกอบด้วยส่ิงมีชวี ติ และสิง่ ไมม่ ีชวี ติ ซึ่งสิ่งมชี ีวิตมลี ักษณะทแ่ี ตกตา่ งจาก

สิง่ ไมม่ ีชวี ิต

3. จุดประสงค์การเรยี นรู้

1. บอกลกั ษณะของส่ิงมีชวี ิตและสิ่งไมม่ ีชีวิตได้ (K)

2. เขียนลกั ษณะสาคญั ของส่ิงมชี วี ิตและส่งิ ไม่มีชวี ติ ได้ (P)

3. มีความใฝ่เรยี นรแู้ ละมุ่งม่ันในการทางาน (A)

4. สาระการเรยี นรู้

สาระการเรยี นรูแ้ กนกลาง สาระการเรยี นรู้ท้องถิ่น

ส่ิงท่ีอยู่รอบตัวเรามีทั้งท่ีเป็นส่ิงมีชีวิตและ พิจารณาตามหลักสูตรของสถานศึกษา

สิ่งไม่มีชีวิต ส่ิงมีชีวิตต้องการอาหาร มีการ

หายใจ เจริญเติบโต ขับถ่าย เคลื่อนไหว

ตอบสนองต่อสิ่งเร้า และสืบพันธุ์ได้ลูกท่ีมี

ลักษณะคล้ายคลึงกับพ่อแม่ ส่วนส่ิงไม่มีชีวิตจะ

ไมม่ ลี ักษณะดังกล่าว

5. กิจกรรมการเรยี นรู้

คาบท่ี 3

ขน้ั สอน

ข้ันอธบิ ายความรู้
1.นกั เรยี นแต่ละกล่มุ เตรยี มความพรอ้ มในการนาข้อมูลจากการทากจิ กรรมคาบท่ีแล้วออกมานาเสนอ
2.ครจู บั สลากชื่อของนกั เรียน เพอ่ื เลือกตัวแทนกลมุ่ นกั เรยี นใหอ้ อกมานาเสนอลักษณะสาคญั ของสิ่งมีชีวติ
3.นักเรยี นแต่ละกลุ่มออกมานาเสนอผลการทากจิ กรรมหนา้ ช้นั เรยี น จนครบทุกกลุ่ม

(หมายเหตุ : ครูเริ่มประเมินนักเรยี น โดยใช้แบบสงั เกตพฤติกรรมการทางานกล่มุ )
4.ครชู บู ัตรภาพของสิง่ มีชวี ติ และส่ิงไมม่ ีชีวิต แล้วใหน้ กั เรียนช่วยกนั ตอบว่า ภาพใดเปน็ สิ่งมีชีวิตหรอื ไม่มี
ชีวิต
5.ครูถามคาถามว่า นักเรียนร้ไู ด้อยา่ งไรว่าสง่ิ ท่ีเราสังเกตคอื สิ่งไมม่ ชี ีวติ แล้วใหน้ ักเรยี นชว่ ยกันแสดงความ
คิดเห็น
6.ครูเขยี นคาว่า สิ่งมชี วี ิตและส่ิงไมม่ ีชีวติ ไว้คนละฝั่งกระดาน ดงั ภาพตัวอยา่ ง

ส่งิ มชี วี ิต สิ่งไม่มชี ีวิต

7.ครูนาบัตรภาพของส่ิงมีชีวิตและส่ิงไม่มีชีวิตใส่ไว้ในกล่อง จากน้ันสุ่มนักเรียนออกมาหยิบบัตรภาพใน
กล่องทีละคน แลว้ ให้นาไปติดบนกระดานให้ตรงกบั บัตรคาสิง่ มชี ีวติ และส่งิ ไม่มีชีวิตท่คี รตู ดิ ไว้บนกระดาน
8.ครูและนกั เรยี นรว่ มกนั ตรวจสอบคาตอบทตี่ ดิ ไว้บนกระดาน
(หมายเหตุ : ครูเริม่ ประเมนิ นักเรียน โดยใช้แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทางานกลุ่ม)

คาบท่ี 4

ขน้ั สอน

ขน้ั ตรวจสอบผล
1. ครูอธบิ ายเน้ือหาจากหนังสือเรยี น หน้า 29 ให้นกั เรียนเขา้ ใจเพม่ิ มากขึน้
2. ครูแจกใบงาน เร่อื ง สิ่งมีชีวติ และสิ่งไม่มีชีวติ ใหน้ กั เรียนวาดภาพสิง่ มชี วี ิตและสิ่งไมม่ ีชีวิตมาอยา่ งละ 1
ชนิด พรอ้ มบอกลกั ษณะของสง่ิ ทวี่ าดครูสมุ่ เรยี กนักเรียน 3-4 คน จากน้ันใหอ้ อกมานาเสนอใบงาน
เรือ่ ง ส่ิงมชี วี ติ และสิ่งไม่มีชีวิต แล้วให้นักเรยี นทัง้ หอ้ งร่วมกนั อภปิ รายเกยี่ วกบั สิ่งมชี วี ติ และสิ่งไมม่ ีชวี ิต

3. ครูใหน้ ักเรียนดูบัตรภาพของส่ิงมีชีวิตและส่ิงไม่มีชีวิตอีกคร้ัง พร้อมช่วยกันตอบว่า ส่ิงใดเป็นสิ่งมีชีวิต
หรอื สิง่ ไมม่ ชี ีวติ

4. ครูประเมินผลจากการสังเกตพฤติกรรมการตอบคาถาม พฤติกรรมการทางานรายบุคคล พฤติกรรม
การทางานกลุ่ม และจากการนาเสนอผลการทากจิ กรรมหน้าช้นั เรียน

5. ครูตรวจสอบผลการทาแบบทดสอบกอ่ นเรียนหน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 2 ส่ิงแวดลอ้ มรอบตัวเรา
6. ครูตรวจสอบผลการทากิจกรรมนาสู่การเรียนในแบบฝึกหัดวทิ ยาศาสตร์ ป.2 เลม่ 1
7. ครตู รวจสอบใบงาน เรอื่ ง ส่ิงมชี ีวติ และสิ่งไมม่ ีชีวติ

(หมายเหตุ : ครเู รม่ิ ประเมนิ นกั เรยี น โดยใชแ้ บบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานรายบคุ คล)

6. การวัดและประเมนิ ผล

การวัดและ วิธีการวดั ผล เครื่องมือวดั เกณฑก์ าร
ประเมนิ ผล
จุดประสงค์ ประเมนิ ผล
ความรู้ความ
เข้าใจ (K) 1. สงั เกตจากการซักถาม ตอบ 1.คาถามกระตนุ้ 70% ขึ้นไป ถอื

คาถาม ความคิด วา่ ผ่านเกณฑ์

2. อธิบายลักษณะของสง่ิ มชี ีวิต 2. แบบทดสอบกอ่ น การประเมนิ

และสิ่งไมม่ ีชีวิตได้ เรยี นวิทยาศาสตร์

ทกั ษะ/ 1.เปรยี บเทยี บลักษณะของ 1. แบบฝึกหัด 70% ขนึ้ ไป ถือ
กระบวนการ (P) ส่ิงมีชวี ิตและสงิ่ ไม่มีชวี ติ วทิ ยาศาสตร์ ว่าผ่านเกณฑ์
2.ใบงานสิ่งมชี ีวติ การประเมนิ
และไมม่ ีชีวติ

คณุ ลักษณะนสิ ยั (A) 1. สังเกตจากการเรียนมคี วาม 1. แบบสังเกต 70% ขึน้ ไป ถือ
รับผิดชอบต่องานที่ส่ังและส่ง พฤตกิ รรม ว่าผ่านเกณฑ์
งานไดท้ ันตามที่กาหนด การประเมนิ
2. สงั เกตจากการเรยี นใฝ่
เรยี นรู้
3. สงั เกตจากการมงุ่ ม่ันในการ
ทางาน

7. ส่ือ/แหลง่ การเรียนรู้
7.1สือ่ การเรยี นรู้
1.หนังสือเรยี นวทิ ยาศาสตร์ ป.2 เลม่ 1 หน่วยการเรยี นรู้ที่ 2 ส่งิ มีชีวิตและส่งิ ไมม่ ชี ีวติ
2.แบบฝกึ หดั วิทยาศาสตร์ ป.2 เล่ม 1 หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 2 สิ่งมีชีวติ และส่งิ ไม่มีชวี ิต
3.ใบงาน เรอ่ื ง สิ่งมีชีวิตและสิ่งไม่มีชีวิต
4.บตั รภาพ
7.2แหลง่ การเรยี นรู้
1.หอ้ งเรียน
2.ห้องสมดุ
3.อนิ เทอร์เน็ต

8. กิจกรรมเสนอแนะ
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................

ลงชอื่ ............................................ครผู สู้ อน ลงชือ่ ............................................ฝ่ายวชิ าการ
(....................................................) (...............................................)

ลงชื่อ..............................................ผ้บู ริหาร
(................................................)

สัปดาหท์ ี่ 3

โรงเรียนขจรเกียรติพัฒนา

แผนการจดั การเรยี นรู้

ภาคเรยี นที่…1……/………………………............. ช่ือผสู้ อน.......................................................................

กลุม่ สาระการเรยี นรู้ วิทยาศาสตร์ ชัน้ ประถมศึกษาปที ี่ 2 จานวน 2 คาบ

หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 2 สง่ิ แวดลอ้ มรอบตัวเรา เรอ่ื ง สงั เกตสิง่ มีชีวติ และสิ่งไมม่ ีชวี ิต

1. มาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตวั ช้วี ัด

มาตรฐาน ว 1.3

เข้าใจกระบวนการและความสาคัญของการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม สารพันธุกรรม การ
เปลยี่ นแปลงทางพันธุกรรมท่มี ผี ลตอ่ สิ่งมชี วี ิต ความหลากหลายทางชวี ภาพและวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิต รวมทั้ง
นาความรู้ไปใชป้ ระโยชน์

ตวั ชี้วัด
ป.2/1 เปรียบเทียบลักษณะของสิง่ มีชวี ติ และสง่ิ ไม่มชี ีวติ จากขอ้ มลู ทร่ี วบรวมได้

2. สาระสาคัญ/ความคิดรวบยอด
สิง่ มชี วี ิตมีลกั ษณะแตกตา่ งจากสงิ่ ไมม่ ชี วี ิต โดยสงิ่ มีชวี ิตจะมีการเคลื่อนท่ี กินอาหาร ขับถ่าย หายใจ

เจรญิ เตบิ โต สืบพนั ธ์ุ และตอบสนองต่อสิ่งเร้า แต่สิ่งไม่มีชีวติ จะไม่มลี กั ษณะดงั กล่าว

3. จดุ ประสงค์การเรียนรู้

1. บอกลกั ษณะของส่ิงมชี วี ติ และสิ่งไม่มีชวี ติ ได้ (K)

2. เปรียบเทยี บลักษณะสาคัญของส่ิงมชี ีวิตและสงิ่ ไมม่ ชี ีวิตได้ (K)

3. มีความใฝ่เรยี นรู้และมุ่งมั่นในการทางาน (A)

4. สาระการเรยี นรู้

สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง สาระการเรยี นรทู้ อ้ งถ่นิ

ส่ิงท่ีอยู่รอบตัวเรามีทั้งที่เป็นส่ิงมีชีวิตและ พจิ ารณาตามหลกั สูตรของสถานศกึ ษา

สิ่งไม่มีชีวิต ส่ิงมีชีวิตต้องการอาหาร มีการ

หายใจ เจริญเติบโต ขับถ่าย เคลื่อนไหว

ตอบสนองต่อสิ่งเร้า และสืบพันธ์ุได้ลูกที่มี

ลักษณะคล้ายคลึงกับพ่อแม่ ส่วนส่ิงไม่มีชีวิตจะ

ไมม่ ีลกั ษณะดังกล่าว

5. กจิ กรรมการเรยี นรู้

คาบที่ 1

ขน้ั นา

ขั้นกระตุ้นความสนใจ
1.ครแู บ่งนกั เรียนออกเปน็ 2 กลมุ่ แล้วใหส้ มาชิกในแต่ละกล่มุ เลอื กหวั หน้ากล่มุ และรองหัวหน้ากลมุ่ พร้อม

ทั้งตง้ั ชื่อกล่มุ ของตนเอง
2.ครูแจง้ ใหน้ กั เรียนทราบวา่ จะใหน้ ักเรียนเล่นเกม แล้วแจง้ ชื่อเกมวัตถปุ ระสงค์ และกตกิ าในการเล่นเกม

ดงั น้ี
1) ชอื่ เกม คอื ส่ิงมชี วี ติ หรือไม่มชี วี ติ
2) วัตถุประสงค์ คอื เพื่อใหน้ กั เรยี นสามารถจาแนกสิง่ มชี ีวิตและสิ่งไมม่ ีชีวติ ได้
3) กตกิ า คือ กลุ่มทีย่ กมือตอบได้ถกู ต้องมากทสี่ ดุ จะเปน็ กลมุ่ ทช่ี นะ

3. ครอู ธบิ ายวิธกี ารเล่นเกมตามลาดบั ข้ันตอน เพือ่ ให้นักเรยี นมีความรูค้ วามเข้าใจทถ่ี กู ตอ้ ง ชดั เจน ดังนี้
1) กาหนดให้เล่นจนบตั รภาพหมด
2) ให้แต่ละกลมุ่ นั่งรวมกันเป็นวงกลม เพ่ือรอยกมือตอบวา่ บัตรภาพท่คี รูชูข้ึนเปน็ สงิ่ มชี ีวติ หรอื

สงิ่ ไม่มีชีวิต
4. ครใู หน้ กั เรียนทบทวนลาดับขั้นตอนการเล่นเกม 1 รอบ ก่อนการเลน่ จรงิ
5. นักเรียนแตล่ ะกลุ่มร่วมกนั เลน่ เกม “สิง่ มีชวี ติ หรือไม่” โดยครคู อยสังเกตควบคุมดแู ลและกระตุน้ ให้

นักเรียนมสี ่วนรว่ มในการปฏิบัติกจิ กรรม
(หมายเหตุ : ครเู ร่มิ ประเมนิ นักเรยี น โดยใช้แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานกลุ่ม)

คาบที่ 2

ขน้ั สอน

ข้ันสารวจค้นหา
1.ครแู บง่ กลมุ่ ใหน้ ักเรียนกลมุ่ ละ 4 คน และมคี วามสามารถคละกัน คอื เก่ง ปานกลาง (ค่อนข้างเก่ง) ปาน
กลาง (คอ่ นข้างออ่ น) และอ่อน

2.นักเรยี นแตล่ ะกลุ่มศกึ ษาข้ันตอนการทากิจกรรมท่ี 1 เรอ่ื ง สงั เกตส่ิงมชี ีวติ และสงิ่ ไม่มีชีวติ จากหนังสอื
เรียนวิทยาศาสตร์ ป.2 เลม่ 1 หนา้ 30-31 จากนนั้ ช่วยกนั ทาการทดลองตามข้ันตอน แล้วบันทึกลงในสมดุ
ประจาตวั หรอื ทาในแบบฝึกหัดวทิ ยาศาสตร์ ป.2 เล่ม 1
3. นกั เรยี นแต่ละกล่มุ รว่ มกนั อภปิ รายผลการทากิจกรรมภายในกล่มุ จากนัน้ ช่วยกันตรวจสอบความถูก
ต้องเพือ่ เตรียมความพร้อมในการนาเสนอหนา้ ช้นั เรยี นคาบตอ่ ไป

(หมายเหตุ : ครูเรม่ิ ประเมินนกั เรยี น โดยใชแ้ บบสงั เกตพฤติกรรมการทางานกลุม่ )

6. การวัดและประเมินผล

การวัดและ วิธกี ารวัดผล เคร่ืองมือวดั เกณฑ์การ
ประเมนิ ผล
จุดประสงค์ ประเมนิ ผล
ความรคู้ วาม
เข้าใจ (K) 1. สังเกตจากการซักถาม ตอบ 1.คาถามกระตนุ้ 70% ข้นึ ไป ถอื

คาถาม ความคิด วา่ ผา่ นเกณฑ์

2. อธิบายลักษณะของสงิ่ มชี วี ิต 2. แบบทดสอบก่อน การประเมิน

และสงิ่ ไม่มชี วี ิตได้ เรียนวทิ ยาศาสตร์

ทกั ษะ/ 1.เปรยี บเทียบลกั ษณะของ 1. แบบฝึกหดั 70% ข้นึ ไป ถอื
กระบวนการ (P) สิง่ มชี ีวติ และสิง่ ไมม่ ีชวี ติ วิทยาศาสตร์ วา่ ผา่ นเกณฑ์
2.ใบงานส่งิ มีชีวติ การประเมิน
และไมม่ ชี ีวติ

คุณลกั ษณะ 1. สังเกตจากการเรยี นมีความ 1. แบบสังเกต 70% ขึ้นไป ถือ
นิสัย (A) รบั ผดิ ชอบตอ่ งานท่ีสงั่ และส่ง พฤติกรรม ว่าผ่านเกณฑ์
งานได้ทนั ตามทีก่ าหนด การประเมิน
2. สงั เกตจากการเรียนใฝ่
เรียนรู้
3. สงั เกตจากการมุง่ มั่นในการ
ทางาน

7. ส่อื /แหล่งการเรียนรู้
7.1ส่อื การเรยี นรู้
1.หนังสอื เรียนวทิ ยาศาสตร์ ป.2 เล่ม 1 หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 2 สิ่งมีชวี ติ และสง่ิ ไมม่ ชี วี ติ
2.แบบฝกึ หดั วทิ ยาศาสตร์ ป.2 เลม่ 1 หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 2 สง่ิ มชี วี ิตและสิ่งไมม่ ชี วี ิต
3.วัสด-ุ อปุ กรณ์การทดลองในกจิ กรรมที่ 1 เชน่ กระดาษแขง็ แผ่นใหญ่ ขวดโหลใส อาหารปลา น้า สีไม้
กอ้ นหนิ เล็ก ปลาหางนกยูง
4.บัตรภาพ

7.2แหลง่ การเรียนรู้
1.หอ้ งเรยี น
2.หอ้ งสมุด
3.อินเทอร์เนต็

8. กจิ กรรมเสนอแนะ
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................

ลงชอ่ื ............................................ครผู สู้ อน ลงชอื่ ............................................ฝ่ายวิชาการ
(....................................................) (...............................................)

ลงชื่อ..............................................ผู้บรหิ าร
(................................................)

สปั ดาห์ที่ 3

โรงเรียนขจรเกียรติพฒั นา

แผนการจัดการเรยี นรู้

ภาคเรียนท่ี…1……/……………….………............. ชื่อผู้สอน............................................................................

กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ วทิ ยาศาสตร์ ชั้นประถมศกึ ษาปที ่ี 2 จานวน 2 คาบ

หนว่ ยการเรียนร้ทู ่ี 2 สงิ่ แวดล้อมรอบตวั เรา เรือ่ ง สงั เกตสิ่งมชี ีวติ และสงิ่ ไม่มชี ีวติ

1.มาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตัวชวี้ ดั

มาตรฐาน ว 1.3
เข้าใจกระบวนการและความสาคัญของการถา่ ยทอดลกั ษณะทางพันธุกรรม สารพันธุกรรม การ

เปลย่ี นแปลงทางพนั ธุกรรมที่มผี ลตอ่ สง่ิ มีชีวิต ความหลากหลายทางชวี ภาพและววิ ัฒนาการของส่ิงมีชีวิต รวมทัง้
นาความรไู้ ปใช้ประโยชน์

ตวั ช้วี ัด
ป.2/1 เปรยี บเทยี บลกั ษณะของสิ่งมีชีวติ และส่งิ ไม่มชี ีวติ จากข้อมูลทร่ี วบรวมได้

2. สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด
สง่ิ มชี วี ิตมีลักษณะแตกต่างจากส่งิ ไม่มชี ีวติ โดยส่ิงมีชวี ิตจะมีการเคลื่อนท่ี กินอาหาร ขับถ่าย หายใจ

เจริญเติบโต สืบพนั ธ์ุ และตอบสนองต่อสงิ่ เรา้ แตส่ ่ิงไม่มชี ีวิตจะไมม่ ีลกั ษณะดงั กลา่ ว

3. จุดประสงค์การเรียนรู้

1. บอกลักษณะของส่งิ มีชีวิตและสิ่งไม่มชี ีวิตได้ (K)

2. เปรียบเทียบลักษณะสาคัญของสิง่ มีชีวิตและสิ่งไม่มชี วี ิตได้ (K)

3. มีความใฝ่เรยี นรู้และมุ่งม่ันในการทางาน (A)

4. สาระการเรยี นรู้

สาระการเรยี นร้แู กนกลาง สาระการเรยี นรู้ทอ้ งถิ่น

สิ่งท่ีอยู่รอบตัวเรามีทั้งท่ีเป็นสิ่งมีชีวิตและ พจิ ารณาตามหลกั สูตรของสถานศึกษา

ส่ิงไม่มีชีวิต ส่ิงมีชีวิตต้องการอาหาร มีการ

หายใจ เจริญเติบโต ขับถ่าย เคลื่อนไหว

ตอบสนองต่อสิ่งเร้า และสืบพันธ์ุได้ลูกที่มี

ลักษณะคล้ายคลึงกับพ่อแม่ ส่วนส่ิงไม่มีชีวิตจะ

ไม่มลี กั ษณะดังกล่าว

5. กิจกรรมการเรยี นรู้

คาบท่ี 3

ขนั้ สอน

ข้ันอธิบายความรู้
1.นักเรียนแต่ละกลุ่มออกมานาเสนอผลการทากิจกรรมจากคาบที่แล้วหน้าช้ันเรียนทีละกลุ่ม จนครบทุก
กลมุ่ โดยครูต้งั คาถาม ดังนี้
1) เมือ่ นักเรยี นสังเกตก้อนหินและปลา ส่งิ ใดมีการเคลือ่ นที่
(แนวตอบ ปลา)
2) เมื่อครูใสอ่ าหารปลาลงไปในขวดโหล ส่ิงใดท่กี นิ อาหาร
(แนวตอบ ปลา)
(หมายเหตุ : ครเู ร่มิ ประเมินนกั เรยี น โดยใชแ้ บบสังเกตพฤตกิ รรมการทางานกลมุ่ )
2.นักเรียนและครูร่วมกันอภสิปิง่ รมาชี ยีวแิตละสรุปเกี่ยวกับผลสกงิ่ าไมรท่มีชาีกวิติจกรรมที่ 1 เรื่อง สังเกตสิ่งมีชีวิตและ
ส่ิงไม่มีชีวิต

(หมายเหตุ : ครูเริ่มประเมินนกั เรยี น โดยใชแ้ บบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานกลุ่ม)

คาบท่ี 4

ขน้ั สอน

ขนั้ ตรวจสอบผล
1.ครูทบทวนกิจกรรมจากคาบที่แล้วให้นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นว่า ถ้าครูเปล่ียนจากปลาหาง
นกยูงเป็นปลาชนิดอ่นื ผลการสังเกตลักษณะของสิ่งมีชวี ติ จะเหมอื นเดิมหรือไม่ อย่างไร
2.ครสู ุ่มเรยี กนักเรยี น 3-4 คน ให้ออกมาบอกลักษณะสาคัญของสง่ิ มชี ีวติ และสิง่ ไมม่ ีชีวติ หนา้ ช้นั เรยี น
3.นักเรยี นทากจิ กรรมหนูตอบได้จากหนงั สือเรียน หนา้ 31 ลงในสมุดประจาตัวหรือในแบบฝึกหัด
วทิ ยาศาสตร์ ป.2 เลม่ 1

4.ครูประเมินผลจากการสงั เกตพฤตกิ รรมการตอบคาถาม พฤติกรรมการทางานรายบุคคล พฤติกรรมการ
ทางานกลมุ่ และจากการนาเสนอผลการทากจิ กรรมหนา้ ช้ันเรียน
5.ครูตรวจสอบผลการทากิจกรรมที่ 1 เร่ือง สังเกตสิ่งมีชีวิตและสิ่งไม่มีชีวิต ในสมุดหรือในแบบฝึกหัด
วิทยาศาสตร์ ป.2 เล่ม 1
6.ครูตรวจสอบผลการทากจิ กรรมหนูตอบไดใ้ นสมดุ ประจาตัวหรอื ในแบบฝึกหดั วิทยาศาสตร์ ป.2 เลม่ 1

6. การวดั และประเมนิ ผล

การวดั และ วิธีการวัดผล เครอื่ งมือวัด เกณฑก์ าร
ประเมนิ ผล
จุดประสงค์ ประเมนิ ผล
ความรคู้ วาม
เข้าใจ (K) 1. สังเกตจากการซักถาม ตอบ 1.คาถามกระตุ้น 70% ขนึ้ ไป ถอื

คาถาม ความคิด ว่าผ่านเกณฑ์

2. อธบิ ายลกั ษณะของส่ิงมีชีวติ 2. แบบทดสอบกอ่ น การประเมิน

และสงิ่ ไมม่ ีชวี ิตได้ เรียนวิทยาศาสตร์

ทกั ษะ/ 1.เปรียบเทยี บลักษณะของ 1. แบบฝกึ หัด 70% ข้ึนไป ถอื
กระบวนการ (P) ส่ิงมีชวี ิตและส่ิงไม่มีชวี ิต
วิทยาศาสตร์ วา่ ผา่ นเกณฑ์

2.บนั ทกึ ผลกจิ กรรม การประเมิน

คุณลกั ษณะนิสยั (A) 1. สังเกตจากการเรียนมคี วาม 1. แบบสังเกต 70% ขึ้นไป ถอื
รบั ผิดชอบตอ่ งานทสี่ ัง่ และส่ง พฤตกิ รรม วา่ ผา่ นเกณฑ์
งานได้ทันตามท่กี าหนด การประเมนิ
2. สังเกตจากการเรยี นใฝ่
เรียนรู้
3. สงั เกตจากการมุ่งม่นั ในการ
ทางาน

7. ส่อื /แหลง่ การเรยี นรู้
7.1สอื่ การเรยี นรู้
1.หนังสอื เรียนวทิ ยาศาสตร์ ป.2 เล่ม 1 หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 2 สิง่ มีชีวติ และสิ่งไมม่ ชี ีวิต
2.แบบฝึกหดั วิทยาศาสตร์ ป.2 เล่ม 1 หน่วยการเรียนร้ทู ่ี 2 สง่ิ มชี ีวติ และส่งิ ไมม่ ชี ีวิต
3.ใบงาน เรอื่ ง สิ่งมชี ีวติ และส่งิ ไม่มีชีวิต
4.บตั รภาพ
7.2 แหล่งการเรียนรู้
1.หอ้ งเรยี น
2.หอ้ งสมดุ
3.อินเทอร์เน็ต

8. กิจกรรมเสนอแนะ
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................

ลงช่อื ............................................ครผู สู้ อน ลงชอ่ื ............................................ฝ่ายวิชาการ
(....................................................) (...............................................)

ลงช่ือ..............................................ผู้บริหาร
(................................................)

สปั ดาหท์ ี่ 4

โรงเรียนขจรเกียรติพฒั นา

แผนการจดั การเรยี นรู้

ภาคเรียนที่…1……/………………..………............. ช่อื ผูส้ อน.........................................................

กลุ่มสาระการเรยี นรู้ วิทยาศาสตร์ ช้ันประถมศึกษาปีท่ี 2 จานวน 2 คาบ

หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 2 สง่ิ แวดล้อมรอบตวั เรา เรือ่ ง สารวจสิง่ มชี วี ิตและสิ่งไม่มชี วี ติ

1.มาตรฐานการเรียนร/ู้ ตัวช้วี ดั

มาตรฐาน ว 1.3

เข้าใจกระบวนการและความสาคัญของการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม สารพันธุกรรม การ
เปล่ยี นแปลงทางพันธกุ รรมทม่ี ผี ลต่อส่ิงมชี วี ติ ความหลากหลายทางชวี ภาพและวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิต รวมทั้ง
นาความรไู้ ปใชป้ ระโยชน์

ตัวชี้วดั
ป.2/1 เปรยี บเทียบลกั ษณะของส่ิงมชี ีวติ และสิ่งไม่มชี ีวติ จากข้อมลู ท่รี วบรวมได้

2. สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด
สงิ่ มีชีวิตมีลกั ษณะแตกตา่ งจากส่ิงไม่มีชีวติ โดยส่งิ มีชวี ิตจะมีการเคล่ือนที่ กินอาหาร ขับถ่าย หายใจ

เจริญเติบโต สืบพนั ธุ์ และตอบสนองตอ่ สง่ิ เร้า แตส่ ่ิงไม่มชี ีวติ จะไม่มลี กั ษณะดังกล่าว

3. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้

1. อธิบายลักษณะของส่งิ มชี วี ติ และสิ่งไม่มีชีวติ ได้ (K)

2. สารวจส่ิงมีชีวิตและสิ่งไมม่ ชี ีวิตได้ (P)

3. มคี วามใฝ่เรยี นร้แู ละมุ่งมน่ั ในการทางาน (A)

4. สาระการเรยี นรู้

สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง สาระการเรยี นรูท้ อ้ งถิ่น

ส่ิงท่ีอยู่รอบตัวเรามีท้ังท่ีเป็นสิ่งมีชีวิตและ พจิ ารณาตามหลกั สูตรของสถานศึกษา

สิ่งไม่มีชีวิต สิ่งมีชีวิตต้องการอาหาร มีการ

หายใจ เจริญเติบโต ขับถ่าย เคล่ือนไหว

ตอบสนองต่อสิ่งเร้า และสืบพันธ์ุได้ลูกที่มี

ลักษณะคล้ายคลึงกับพ่อแม่ ส่วนสิ่งไม่มีชีวิตจะ

ไมม่ ีลักษณะดังกล่าว

5. กิจกรรมการเรยี นรู้

คาบที่ 1

ขน้ั นา

ขั้นกระต้นุ ความสนใจ

1.ครูใช้เทคนิคการเล่าเร่ือง โดยเล่าเรอ่ื งส้นั ให้นกั เรียนฟัง 1 เรื่อง ดังน้ี

เรอื่ ง สุนขั ของแกว้
แก้วเปน็ คนโอบออ้ มอารี เช้าวนั หนึ่งมีคนนาลูกสุนัขมาทิ้งไว้หน้าบ้านของแก้ว 4 ตัว แก้วจึงนามาเลี้ยงและดูแล
อย่างดีโดยการให้อาหารอย่างเพียงพอ อาบน้าให้เป็นประจา แก้วกาหนดขอบเขตบริเวณขับถ่ายและปัสสาวะของ
สุนขั ในบรเิ วณบ้าน มีสนามหญ้าให้ลูกสุนัขวิ่งเล่นและวิ่งออกกาลังกาย หลายเดือนผ่านไปลูกสุนัขที่เคยตัวเล็ก ๆ ที่
แก้วอุ้มเลน่ ได้ ก็เร่ิมตัวใหญ่ข้ึนเรื่อย ๆ จนสูงเกือบถึงเอวของแก้ว เมื่อแก้วเล้ียงสุนัขด้วยความรักและเอาใจใส่ สุนัข
ทกุ ตวั จึงรักแกว้ เช่นกัน ทกุ วันทีแ่ กว้ ไปและกลบั จากโรงเรยี น สุนัขทั้ง 4 ตัวจะคอยว่ิงแข่งกันจนเหน่ือยหอบเพ่ือไปส่ง
และรับแกว้ ทหี่ น้าบ้าน เวลาทไ่ี ม่มีใครอยูบ่ า้ นสุนขั ทัง้ 4 ตวั กจ็ ะคอยเฝ้าบ้านให้เปน็ อยา่ งดี

2.ครแู ละนกั เรียนรว่ มกันสนทนาเกย่ี วกับ เร่ือง สุนัขของแก้ว จากนั้นครูถามคาถามนักเรียนว่า สุนัขทั้ง 4
ตัวของแกว้ แสดงพฤตกิ รรมอะไรบ้าง (แนวตอบ ปสั สาวะและขบั ถ่าย วง่ิ กินอาหารและนา้ เหนือ่ ยหอบ)

(หมายเหตุ : ครูเรมิ่ ประเมนิ นกั เรียน โดยใช้แบบสังเกตพฤติกรรมการทางานรายบุคคล)
3.ครูอธิบายเพ่ิมเติมเช่ือมโยงให้นักเรียนเข้าใจว่า จากคาตอบของนักเรียนส่ิงเหล่านั้นจัดเป็ นลักษณะ
สาคัญของส่ิงมีชีวิต คือ ส่ิงมีชีวิตจะต้องเคล่ือนที่ได้ ต้องการอาหาร มีการขับถ่าย ต้องการอากาศในการ
หายใจ มกี ารเจรญิ เติบโต มกี ารสบื พนั ธ์ุ และมกี ารตอบสนองตอ่ สิ่งเร้า

4.ครใู ห้นกั เรยี นบันทกึ ผลและตอบคาถามในแบบฝึกหัด

คาบที่ 2
ขน้ั สอน
ข้ันสารวจค้นหา

1.ครูแบ่งกลุ่มให้นักเรียนกลุ่มละ 4 คน และมีความสามารถคละกัน คอื เก่ง ปานกลาง (คอ่ นข้างเก่ง) ปาน
กลาง (ค่อนข้างอ่อน) และอ่อน

2.นักเรียนแต่ละกลุ่มศกึ ษาขน้ั ตอนการทากิจกรรมท่ี 2 เรอื่ ง สารวจสิ่งมชี ีวิตและส่ิงไมม่ ีชวี ติ จากหนงั สอื
เรียนวทิ ยาศาสตร์ ป.2 เลม่ 1 หนา้ 32-33 จากน้ันชว่ ยกนั ทาการทดลองตามขัน้ ตอน แล้วบันทึกลงในสมุด
ประจาตวั หรือทาในแบบฝึกหดั วิทยาศาสตร์ ป.2 เลม่ 1

(หมายเหตุ : ครูเรมิ่ ประเมินนักเรียน โดยใช้แบบสังเกตพฤติกรรมการทางานกลมุ่ )

6. การวัดและประเมนิ ผล

การวดั และ วิธีการวัดผล เครอ่ื งมือวัด เกณฑ์การ
ประเมนิ ผล
จุดประสงค์ ประเมนิ ผล
ความรคู้ วาม
เขา้ ใจ (K) 1. สังเกตจากการซกั ถาม ตอบ 1.คาถามกระต้นุ 70% ข้ึนไป ถือ

คาถาม ความคิด วา่ ผา่ นเกณฑ์

2. อธิบายลกั ษณะของส่งิ มชี ีวติ 2. แบบทดสอบก่อน การประเมนิ

และสิ่งไม่มีชวี ิตได้ เรยี นวทิ ยาศาสตร์

ทกั ษะ/ 1.เปรียบเทียบลักษณะของ 1. แบบฝกึ หัด 70% ขึ้นไป ถือ
กระบวนการ (P) สิ่งมีชีวิตและสิ่งไมม่ ีชวี ิต วิทยาศาสตร์ ว่าผา่ นเกณฑ์
2.ใบงานเรอ่ื งรูจ้ ัก การประเมิน
สงิ่ มีชีวิตและไม่มี
ชีวิต

คุณลกั ษณะ 1. สังเกตจากการเรียนมคี วาม 1. แบบสงั เกต 70% ข้นึ ไป ถือ
นิสัย (A) รบั ผิดชอบตอ่ งานที่ส่ังและส่ง พฤตกิ รรม ว่าผา่ นเกณฑ์
งานได้ทันตามท่ีกาหนด การประเมิน
2. สงั เกตจากการเรียนใฝ่
เรยี นรู้
3. สงั เกตจากการมุ่งมนั่ ในการ
ทางาน

7. ส่ือ/แหล่งการเรียนรู้
7.1ส่ือการเรยี นรู้
1.หนงั สือเรยี นวทิ ยาศาสตร์ ป.2 เลม่ 1 หน่วยการเรยี นร้ทู ี่ 2 สงิ่ มชี ีวติ และสิ่งไมม่ ีชวี ิต
2.แบบฝึกหดั วิทยาศาสตร์ ป.2 เล่ม 1 หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 2 สงิ่ มีชวี ติ และสิง่ ไมม่ ีชีวติ
3.วัสด-ุ อุปกรณก์ ารทดลองในกิจกรรมท่ี 1 เชน่ แว่นขยาย สีไม้ ดนิ สอ กระดาษแขง็
4.ใบงาน เรือ่ ง รจู้ กั สิ่งมีชวี ติ และสงิ่ ไมม่ ชี วี ิต

7.2แหล่งการเรยี นรู้
1.หอ้ งเรยี น
2.ห้องสมุด
3.อนิ เทอรเ์ นต็

8. กจิ กรรมเสนอแนะ
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................

ลงช่ือ............................................ครูผู้สอน ลงชอื่ ............................................ฝา่ ยวชิ าการ
(....................................................) (...............................................)

ลงช่ือ..............................................ผู้บรหิ าร
(................................................)

สัปดาห์ท่ี 4

โรงเรียนขจรเกยี รตพิ ฒั นา

แผนการจัดการเรยี นรู้

ภาคเรยี นท่ี…1……/……………….………............ ชอ่ื ผสู้ อน...........................................................................

กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ วิทยาศาสตร์ ชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี 2 จานวน 2 คาบ

หนว่ ยการเรียนร้ทู ่ี 2 สิ่งแวดล้อมรอบตวั เรา เรอื่ ง สารวจส่ิงมีชวี ติ และส่ิงไมม่ ีชีวติ

1.มาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตวั ชว้ี ัด

มาตรฐาน ว 1.3
เขา้ ใจกระบวนการและความสาคญั ของการถ่ายทอดลักษณะทางพนั ธุกรรม สารพนั ธุกรรม การ

เปลี่ยนแปลงทางพนั ธุกรรมท่ีมผี ลตอ่ ส่ิงมีชวี ิต ความหลากหลายทางชีวภาพและวิวฒั นาการของสง่ิ มีชีวิต รวมทง้ั
นาความร้ไู ปใชป้ ระโยชน์

ตวั ชวี้ ดั
ป.2/1 เปรียบเทยี บลกั ษณะของส่ิงมชี วี ติ และส่ิงไมม่ ีชวี ติ จากขอ้ มูลที่รวบรวมได้

2. สาระสาคัญ/ความคดิ รวบยอด
สง่ิ มีชวี ิตมลี กั ษณะแตกตา่ งจากสง่ิ ไม่มชี วี ติ โดยสิง่ มีชวี ิตจะมีการเคล่ือนที่ กินอาหาร ขับถ่าย หายใจ

เจรญิ เตบิ โต สบื พนั ธ์ุ และตอบสนองต่อสิ่งเรา้ แตส่ ่ิงไม่มีชวี ติ จะไม่มลี ักษณะดังกลา่ ว

3. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
1. อธบิ ายลักษณะของสงิ่ มีชีวิตและส่ิงไม่มีชีวติ ได้ (K)
2. สารวจสิง่ มีชวี ติ และส่ิงไม่มีชีวิตได้ (P)
3. มคี วามใฝเ่ รียนรแู้ ละมุ่งมน่ั ในการทางาน (A)

4. สาระการเรยี นรู้

สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง สาระการเรยี นรู้ท้องถ่นิ

ส่ิงท่ีอยู่รอบตัวเรามีทั้งท่ีเป็นสิ่งมีชีวิตและ พิจารณาตามหลกั สูตรของสถานศกึ ษา

สิ่งไม่มีชีวิต ส่ิงมีชีวิตต้องการอาหาร มีการ

หายใจ เจริญเติบโต ขับถ่าย เคลื่อนไหว

ตอบสนองต่อส่ิงเร้า และสืบพันธ์ุได้ลูกท่ีมี

ลักษณะคล้ายคลึงกับพ่อแม่ ส่วนสิ่งไม่มีชีวิตจะ
ไม่มลี ักษณะดังกล่าว

5. กิจกรรมการเรยี นรู้

คาบที่ 3

ขน้ั สอน

ขั้นอธบิ ายความรู้
1.นักเรียนแต่ละกลุ่มรว่ มกันอภิปรายผลการทากิจกรรมภายในกลุ่ม จากนั้นให้ช่วยกันตรวจสอบความถูก
ตอ้ งเพื่อเตรยี มความพร้อมในการนาเสนอหน้าช้ันเรียน
2.นกั เรยี นแตล่ ะกลุ่มออกมานาเสนอผลการทากิจกรรมหน้าช้ันเรียนทีละกลุ่ม จนครบทุกกลุ่ม โดยครูตั้ง
คาถาม ดังน้ี
1) ยกตัวอย่างสงิ่ มีชวี ิตและสิง่ ไม่มชี ีวติ ที่แต่ละกลมุ่ สารวจได้มาอยา่ งละ 3 ชนดิ
(แนวตอบ คาตอบข้ึนอยกู่ ับการสารวจ)
2) ลกั ษณะของสิ่งมีชีวติ ท่ไี ดจ้ ากการสารวจ
(แนวตอบ ตวั อย่างคาตอบ กินอาหาร เคล่อื นท่ี หายใจ ขับถา่ ย)
(หมายเหตุ : ครเู รม่ิ ประเมนิ นักเรียน โดยใชแ้ บบสังเกตพฤติกรรมการทางานกลมุ่ )
3.นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายและสรุปเกี่ยวกับผลการทากิจกรรมท่ี 2 เรื่อง สารวจสิ่งมีชีวิตและ
ส่ิงไม่มีชีวติ
4. นักเรียนทาใบงาน เรอ่ื ง รจู้ กั สง่ิ มชี วี ิตและส่งิ ไมม่ ีชวี ติ

(หมายเหตุ : ครูเรม่ิ ประเมินนกั เรยี น โดยใชแ้ บบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานกลุ่ม)

คาบท่ี 4

ขน้ั สอน

ข้ันตรวจสอบผล
1. ครูสุ่มนักเรียนให้ออกมานาเสนอใบงาน เรื่อง รู้จักสิ่งมีชีวิตและส่ิงไม่มีชีวิตจากคาบท่ีแล้ว แล้วให้
นักเรยี นทั้งห้องรว่ มกันอภิปรายเก่ียวกับส่ิงมีชวี ิตและส่งิ ไมม่ ีชีวติ
2.นักเรียนทากิจกรรมหนูตอบได้จากหนังสือเรียน หน้า 31 ลงในสมุดประจาตัวหรือในแบบฝึกหัด
วทิ ยาศาสตร์ ป.2 เล่ม 1

3.ครปู ระเมินผลจากการสังเกตพฤตกิ รรมการตอบคาถาม พฤติกรรมการทางานรายบุคคล พฤติกรรมการ
ทางานกลุ่ม และจากการนาเสนอผลการทากจิ กรรมหน้าชั้นเรียน
4.ครูตรวจสอบผลการทากิจกรรมที่ 2 เร่ือง สารวจสิ่งมีชีวิตและส่ิงไม่มีชีวิต ในสมุดประจาตัวหรือใน
แบบฝึกหดั วิทยาศาสตร์ ป.2 เลม่ 1
5.ครูตรวจผลการทาใบงาน เรอื่ ง รจู้ ักส่ิงมชี ีวิตและสิง่ ไมม่ ีชีวติ
6.ครูตรวจสอบผลการทากิจกรรมหนตู อบไดใ้ นสมดุ ประจาตัวหรือในแบบฝกึ หัดวิทยาศาสตร์ ป.2 เล่ม 1

6. การวดั และประเมินผล

การวัดและ วิธีการวัดผล เคร่อื งมอื วัด เกณฑ์การ
ประเมนิ ผล
จุดประสงค์ ประเมนิ ผล
ความรู้ความ
เขา้ ใจ (K) 1. สังเกตจากการซกั ถาม ตอบ 1.คาถามกระต้นุ 70% ขึ้นไป ถือ

คาถาม ความคิด ว่าผ่านเกณฑ์

2. อธิบายลักษณะของสิ่งมีชีวิต 2. แบบทดสอบกอ่ น การประเมนิ

และสิง่ ไมม่ ชี วี ิตได้ เรยี นวิทยาศาสตร์

ทกั ษะ/ 1.เปรียบเทียบลกั ษณะของ 1. แบบฝกึ หัด 70% ขึน้ ไป ถือ
กระบวนการ (P) ส่งิ มชี วี ิตและสงิ่ ไม่มีชีวติ วทิ ยาศาสตร์ วา่ ผ่านเกณฑ์
การประเมิน
2.ใบงานเรอ่ื งรูจ้ ัก
สงิ่ มีชีวิตและไม่มี 70% ข้นึ ไป ถือ
ชีวติ ว่าผ่านเกณฑ์
การประเมิน
คุณลักษณะนิสยั (A) 1. สงั เกตจากการเรยี นมคี วาม 1. แบบสังเกต
รบั ผดิ ชอบต่องานที่ส่ังและส่ง พฤติกรรม
งานไดท้ ันตามท่กี าหนด
2. สงั เกตจากการเรยี นใฝ่
เรียนรู้
3. สงั เกตจากการม่งุ มน่ั ในการ
ทางาน

7. ส่ือ/แหล่งการเรยี นรู้
7.1สอ่ื การเรยี นรู้
1.หนงั สือเรยี นวทิ ยาศาสตร์ ป.2 เลม่ 1 หน่วยการเรยี นร้ทู ี่ 2 สงิ่ มชี ีวติ และสิ่งไมม่ ีชวี ิต
2.แบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ ป.2 เล่ม 1 หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 2 สงิ่ มีชวี ติ และสิง่ ไมม่ ีชีวติ
3.วสั ด-ุ อปุ กรณ์การทดลองในกิจกรรมท่ี 1 เชน่ แว่นขยาย สีไม้ ดนิ สอ กระดาษแขง็
4.ใบงาน เร่อื ง รจู้ ักส่งิ มีชวี ติ และสงิ่ ไมม่ ชี วี ิต

7.2แหล่งการเรยี นรู้
1.หอ้ งเรยี น
2.หอ้ งสมดุ
3.อนิ เทอรเ์ นต็

8. กจิ กรรมเสนอแนะ
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................

ลงช่ือ............................................ครูผู้สอน ลงชอื่ ............................................ฝา่ ยวชิ าการ
(....................................................) (...............................................)

ลงช่ือ..............................................ผู้บรหิ าร
(................................................)


Click to View FlipBook Version