The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

โครงสร้างและแผนการสอน วิชาวิทยาศาสตร์ ป.2 เทอม 1-63

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by จิรพงศ์ ไมตรีจิตร, 2020-06-13 09:14:00

โครงสร้างและแผนการสอน วิชาวิทยาศาสตร์ ป.2 เทอม 1-63

โครงสร้างและแผนการสอน วิชาวิทยาศาสตร์ ป.2 เทอม 1-63

สปั ดาหท์ ่ี 5

โรงเรียนขจรเกยี รตพิ ัฒนา

แผนการจดั การเรยี นรู้

ภาคเรยี นที่…1……/………………………............. ชื่อผสู้ อน..........................................................................

กลุม่ สาระการเรยี นรู้ วิทยาศาสตร์ ช้นั ประถมศกึ ษาปที ี่ 2 จานวน 2 คาบ

หน่วยการเรียนรูท้ ี่ 2 สง่ิ แวดล้อมรอบตวั เรา เรอื่ ง ความแตกต่างระหว่างสง่ิ มีชีวติ และสิง่ ไมม่ ชี ีวิต

1.มาตรฐานการเรยี นรู้/ตัวช้ีวัด

มาตรฐาน ว 1.3

เข้าใจกระบวนการและความสาคัญของการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม สารพันธุกรรม การ
เปล่ียนแปลงทางพนั ธกุ รรมท่ีมผี ลตอ่ สิ่งมชี วี ติ ความหลากหลายทางชีวภาพและวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิต รวมทั้ง
นาความรไู้ ปใช้ประโยชน์

ตวั ช้ีวดั
ป.2/1 เปรียบเทียบลักษณะของสง่ิ มชี ีวิตและสง่ิ ไมม่ ชี ีวติ จากข้อมูลท่ีรวบรวมได้

2. สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด
ส่ิงมีชีวิตมีลักษณะแตกต่างจากสิ่งไม่มีชีวิต โดยสิ่งมีชีวิตจะมีการเคลื่อนที่ กินอาหาร ขับถ่าย หายใจ

เจริญเตบิ โต สืบพันธุ์ และตอบสนองต่อสง่ิ เรา้ แตส่ งิ่ ไมม่ ชี ีวติ จะไมม่ ีลกั ษณะดงั กลา่ ว

3. จดุ ประสงค์การเรียนรู้

1. อธิบายลักษณะของส่งิ มชี วี ติ และสิง่ ไมม่ ีชีวติ ได้ (K)

2. เปรียบเทยี บความแตกตา่ งของส่ิงมชี วี ติ และสงิ่ ไมม่ ชี ีวิตได้ (P)

3. มีความใฝ่เรยี นรแู้ ละมงุ่ ม่ันในการทางาน (A)

4. สาระการเรยี นรู้

สาระการเรยี นร้แู กนกลาง สาระการเรยี นรูท้ อ้ งถนิ่

ส่ิงท่ีอยู่รอบตัวเรามีท้ังท่ีเป็นส่ิงมีชีวิตและ พิจารณาตามหลกั สูตรของสถานศกึ ษา

ส่ิงไม่มีชีวิต สิ่งมีชีวิตต้องการอาหาร มีการ

หายใจ เจริญเติบโต ขับถ่าย เคล่ือนไหว

ตอบสนองต่อส่ิงเร้า และสืบพันธุ์ได้ลูกท่ีมี

ลักษณะคล้ายคลึงกับพ่อแม่ ส่วนสิ่งไม่มีชีวิตจะ

ไม่มลี ักษณะดงั กล่าว

5. กจิ กรรมการเรยี นรู้

คาบท่ี 1

ขั้นนา

ขนั้ กระต้นุ ความสนใจ
1.ครูนาสิ่งของเคร่ืองใช้ในชีวิตประจาวันทน่ี ักเรียนรู้จักและคุน้ เคยมาใหน้ ักเรียนดู 2-3 ชน้ิ จากนั้นถาม
คาถามนกั เรยี นว่า สิ่งของเหล่าน้เี ป็นส่ิงมีชีวิตหรือไม่ เพราะเหตใุ ด
(แนวตอบ ไม่เป็น เพราะหายใจไม่ได้ กนิ อาหารไม่ได้ เปน็ ต้น)
2.ครูขออาสาสมัครนกั เรยี น 4-5 คน ใหย้ กตัวอย่างสิ่งไมม่ ีชวี ติ ท่ีอยู่ในชีวิตประจาวนั นกั เรียน พร้อมให้
เพือ่ น ๆ ในชนั้ เรยี น ร่วมกนั แสดงความคิดเห็นว่า ไมใ่ ช่ส่ิงมชี วี ิตหรือไม่ เพราะอะไร
(หมายเหตุ : ครเู ริ่มประเมินนักเรยี น โดยใชแ้ บบสังเกตพฤติกรรมการทางานรายบคุ คล)
3.ครชู ูบตั รภาพสิ่งมชี วี ิตใหน้ ักเรยี นสังเกต แลว้ ช่วยกันตอบว่า สิ่งมีชวี ติ ในภาพมีลักษณะสาคญั อย่างไร
4.ครใู ห้นกั เรียนบนั ทึกผลการตอบคาถาม

คาบที่ 2

ขัน้ สอน

ขน้ั สารวจคน้ หา
1.ครแู บ่งกลมุ่ ให้นกั เรียนกลมุ่ ละ 4 คน และมคี วามสามารถคละกัน คอื เก่ง ปานกลาง (ค่อนข้างเก่ง) ปาน
กลาง (คอ่ นขา้ งออ่ น) และอ่อน
2.แต่ละกลุ่มช่วยกันสืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับลักษณะสาคัญของสิ่งมีชีวิตและส่ิงไม่มีชีวิตจากหนังสือเรียน
วิทยาศาสตร์ ป.2 เล่ม 1 หน้า 34-38 ศึกษาจาก PowerPoint เร่ือง ลักษณะสาคัญของสิ่งมีชีวิต หรือ
สแกนจาก QR Code เรือ่ ง ลักษณะสาคัญของส่ิงมีชวี ิต จากหนงั สือเรียน หนา้ 34
(หมายเหตุ : ครูเร่มิ ประเมนิ นกั เรียน โดยใช้แบบสงั เกตพฤติกรรมการทางานกลมุ่ )

6. การวัดและประเมินผล

การวัดและ วธิ กี ารวัดผล เครื่องมอื วัด เกณฑ์การ
ประเมนิ ผล
จดุ ประสงค์ ประเมนิ ผล
ความรคู้ วาม
เขา้ ใจ (K) 1. สงั เกตจากการซกั ถาม ตอบ 1.คาถามกระต้นุ 70% ขน้ึ ไป ถือ

คาถาม ความคิด วา่ ผ่านเกณฑ์

2. อธิบายลกั ษณะของสงิ่ มชี วี ิต 2. แบบทดสอบก่อน การประเมิน

และส่งิ ไม่มีชีวิตได้ เรียนวทิ ยาศาสตร์

ทักษะ/ 1.เปรยี บเทยี บลกั ษณะของ 1. แบบฝึกหัด 70% ข้นึ ไป ถือ
กระบวนการ (P) สง่ิ มชี ีวติ และสิ่งไมม่ ีชีวิต วิทยาศาสตร์ วา่ ผ่านเกณฑ์
2.ใบงานเร่อื งร้จู ัก การประเมนิ
สงิ่ มชี ีวิตและไมม่ ี
ชวี ิต

คณุ ลักษณะ 1. สังเกตจากการเรียนมีความ 1. แบบสังเกต 70% ขนึ้ ไป ถือ
นิสัย (A) รบั ผิดชอบตอ่ งานที่ส่ังและส่ง พฤติกรรม วา่ ผา่ นเกณฑ์
งานได้ทันตามทก่ี าหนด การประเมิน
2. สงั เกตจากการเรยี นใฝ่
เรียนรู้
3. สังเกตจากการมุ่งม่นั ในการ
ทางาน

7. สือ่ /แหล่งการเรยี นรู้
7.1สอ่ื การเรยี นรู้

1.หนงั สอื เรยี นวิทยาศาสตร์ ป.2 เล่ม 1 หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 2 สงิ่ มชี วี ติ และสง่ิ ไม่มีชีวติ
2.ใบงาน เร่อื ง ลักษณะสาคัญของสงิ่ มชี ีวิตและสง่ิ ไมม่ ชี วี ติ
3.QR Code เร่อื ง ลักษณะสาคญั ของสิง่ มีชีวิต
4.PowerPoint เรือ่ ง ลักษณะสาคญั ของสงิ่ มชี ีวติ

7.2แหลง่ การเรยี นรู้
1.หอ้ งเรยี น
2.ห้องสมุด
3.อนิ เทอร์เน็ต

8. กจิ กรรมเสนอแนะ
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................

ลงชอ่ื ............................................ครผู ู้สอน ลงช่ือ............................................ฝา่ ยวิชาการ
(....................................................) (...............................................)

ลงชื่อ..............................................ผู้บริหาร
(................................................)

สปั ดาห์ที่ 5

โรงเรียนขจรเกียรตพิ ฒั นา

แผนการจัดการเรยี นรู้

ภาคเรียนท่ี…1……/……………….………............. ชื่อผสู้ อน............................................................................

กล่มุ สาระการเรยี นรู้ วทิ ยาศาสตร์ ชนั้ ประถมศึกษาปที ี่ 2 จานวน 2 คาบ

หน่วยการเรียนรูท้ ี่ 2 สง่ิ แวดลอ้ มรอบตวั เรา เร่ือง ความแตกต่างระหวา่ งส่ิงมชี วี ติ และ

สิ่งไมม่ ชี ีวติ

1.มาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ชวี้ ัด

มาตรฐาน ว 1.3
เขา้ ใจกระบวนการและความสาคัญของการถา่ ยทอดลักษณะทางพนั ธุกรรม สารพันธกุ รรม การ

เปลีย่ นแปลงทางพนั ธกุ รรมทม่ี ีผลตอ่ ส่ิงมีชวี ิต ความหลากหลายทางชีวภาพและวิวัฒนาการของสง่ิ มีชีวิต รวมทงั้
นาความรไู้ ปใชป้ ระโยชน์

ตัวชี้วดั
ป.2/1 เปรยี บเทยี บลักษณะของสงิ่ มีชีวิตและส่งิ ไม่มชี วี ิต จากข้อมลู ที่รวบรวมได้

2. สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด
สิ่งมีชีวิตมีลักษณะแตกต่างจากสิ่งไม่มีชีวิต โดยส่ิงมีชีวิตจะมีการเคล่ือนที่ กินอาหาร ขับถ่าย หายใจ

เจริญเติบโต สืบพันธุ์ และตอบสนองตอ่ สงิ่ เร้า แต่สิ่งไม่มชี ีวิตจะไม่มีลักษณะดงั กล่าว

3. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
1. อธบิ ายลักษณะของส่ิงมชี ีวิตและสิ่งไม่มีชวี ิตได้ (K)
2. สารวจสิ่งมีชีวติ และสิ่งไมม่ ีชวี ิตได้ (P)
3. มคี วามใฝเ่ รียนรแู้ ละมุ่งมนั่ ในการทางาน (A)

4. สาระการเรยี นรู้

สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง สาระการเรยี นรทู้ อ้ งถิน่

สิ่งที่อยู่รอบตัวเรามีทั้งที่เป็นสิ่งมีชีวิตและ พจิ ารณาตามหลกั สูตรของสถานศกึ ษา

สิ่งไม่มีชีวิต สิ่งมีชีวิตต้องการอาหาร มีการ

หายใจ เจริญเติบโต ขับถ่าย เคลื่อนไหว

ตอบสนองต่อสิ่งเร้า และสืบพันธุ์ได้ลูกที่มี

ลักษณะคล้ายคลึงกับพ่อแม่ ส่วนสิ่งไม่มีชีวิตจะ
ไม่มลี กั ษณะดังกลา่ ว

5. กจิ กรรมการเรยี นรู้

คาบที่ 3

ขน้ั สอน

ขั้นอธิบายความรู้
1.นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันอภิปรายและสรุปความรู้ที่ได้จากการศึกษาจากคาบท่ีแล้ว แล้วนามาจัด
กระทาในรปู แบบตา่ ง ๆ ตามความคดิ เห็นของแต่ละกล่มุ ลงในกระดาษท่ีครแู จกให้
2.ครูสุ่มให้แต่ละกลุ่มออกมานาเสนอผลงานการสรุปความรู้หน้าช้ันเรียน โดยมีครูและนักเรียนกลุ่มอ่ืน
ช่วยกนั เสนอแนะและแสดงความคดิ เห็นเกยี่ วกบั ผลงานของกลมุ่ ทอี่ อกมานาเสนอ
(หมายเหตุ : ครูเริม่ ประเมินนกั เรียน โดยใชแ้ บบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานกลุ่ม)
3.ครูแจกใบงาน เรือ่ ง ลกั ษณะของสง่ิ มชี ีวิตและส่ิงไมม่ ชี วี ิต ใหน้ ักเรยี นแตล่ ะคนทา
(หมายเหตุ : ครูเร่ิมประเมินนักเรยี น โดยใชแ้ บบสังเกตพฤติกรรมการทางานรายบคุ คล)
4.ครูใหน้ ักเรียนส่งใบงานหนา้ ช้ันเรยี น ครทู าการสุ่มเลือกใบงานข้นึ มาทีละชน้ิ จานวน 4-5 ใบ แล้วให้
เจ้าของใบงานออกมานาเสนอข้อมลู จากใบงานของตนเอง เพื่อแลกเปลย่ี นข้อมูลกับเพอ่ื นคนอนื่ ๆ

คาบท่ี 4

ขน้ั สอน

ขัน้ ตรวจสอบผล
1. นักเรียนทากจิ กรรมพัฒนาการเรียนรูท้ ี่ 1 จากหนังสือเรยี น หนา้ 39 ลงในสมดุ ประจาตัว
2. ครูสุ่มนกั เรยี น 3-4 คน ออกมาเฉลยคาตอบจากการทากจิ กรรมพฒั นาการเรียนรู้ โดยมีครูคอยเสริมใน
สว่ นทบี่ กพรอ่ ง
3. ครถู ามคาถามท้าทายการคิดข้ันสูง จากหนงั สอื เรียน หนา้ 39 แล้วใหน้ ักเรยี นชว่ ยกนั ตอบคาถาม
4. นกั เรยี นทากิจกรรมสรุปความรู้ประจาบทท่ี 1 ลงในสมดุ ประจาตัว
5. ครูประเมินผลจากการสังเกตพฤติกรรมการตอบคาถาม พฤติกรรมการทางานรายบุคคล พฤติกรรม
การทางานกลุ่ม และจากการนาเสนอผลการทากจิ กรรมหนา้ ชนั้ เรียน

6. ครูตรวจผลการทาใบงาน เร่ือง ลกั ษณะของส่งิ มีชีวิตและส่งิ ไมม่ ีชวี ิต
7. ครูตรวจสอบผลการทากจิ กรรมพฒั นาการเรยี นรทู้ ี่ 1 ในสมดุ ประจาตัว
8. ครูตรวจสอบผลการทาสรุปความรู้ประจาบทที่ 1 ในสมดุ ประจาตวั

6. การวดั และประเมินผล

การวัดและ วธิ กี ารวดั ผล เครอื่ งมือวัด เกณฑก์ าร
ประเมนิ ผล
จุดประสงค์ ประเมนิ ผล
ความร้คู วาม
เข้าใจ (K) 1. สงั เกตจากการซักถาม ตอบ 1.คาถามกระตนุ้ 70% ขึน้ ไป ถือ

คาถาม ความคิด วา่ ผ่านเกณฑ์

2. อธิบายลกั ษณะของส่ิงมีชีวิต 2. แบบทดสอบก่อน การประเมิน

และสง่ิ ไม่มีชีวิตได้ เรยี นวิทยาศาสตร์

ทกั ษะ/ 1.เปรียบเทยี บลกั ษณะของ 1. แบบฝกึ หัด 70% ขึน้ ไป ถือ
กระบวนการ (P) สิง่ มชี ีวติ และสง่ิ ไม่มีชวี ติ วทิ ยาศาสตร์ ว่าผา่ นเกณฑ์
2.ใบงานเรื่องร้จู ัก การประเมิน
สิง่ มชี ีวติ และไมม่ ี
ชีวติ

คุณลักษณะนิสัย (A) 1. สงั เกตจากการเรยี นมีความ 1. แบบสังเกต 70% ข้ึนไป ถือ
รบั ผิดชอบต่องานท่ีส่ังและส่ง พฤติกรรม วา่ ผา่ นเกณฑ์
งานได้ทันตามที่กาหนด การประเมิน
2. สงั เกตจากการเรยี นใฝ่
เรยี นรู้
3. สังเกตจากการม่งุ ม่นั ในการ
ทางาน

7. ส่ือ/แหลง่ การเรียนรู้
7.1สอ่ื การเรยี นรู้
1.หนงั สอื เรียนวิทยาศาสตร์ ป.2 เลม่ 1 หนว่ ยการเรียนร้ทู ี่ 2 ส่งิ มีชีวิตและส่ิงไม่มชี วี ิต
2.ใบงาน เรอ่ื ง ลักษณะสาคญั ของสงิ่ มีชวี ิตและสิ่งไม่มีชีวติ
3.QR Code เร่อื ง ลกั ษณะสาคัญของสงิ่ มีชวี ิต
4.PowerPoint เร่อื ง ลกั ษณะสาคัญของสง่ิ มีชีวติ

7.2แหลง่ การเรยี นรู้
1.ห้องเรยี น
2.หอ้ งสมดุ
3.อินเทอรเ์ นต็

8. กจิ กรรมเสนอแนะ
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................

ลงชอ่ื ............................................ครผู สู้ อน ลงชื่อ............................................ฝ่ายวิชาการ
(....................................................) (...............................................)

ลงชื่อ..............................................ผูบ้ ริหาร
(................................................)

สปั ดาหท์ ่ี 6

โรงเรียนขจรเกยี รตพิ ัฒนา

แผนการจัดการเรยี นรู้

ภาคเรียนที่…1……/………………………............. ช่อื ผสู้ อน.............................................................................

กลุ่มสาระการเรยี นรู้ วทิ ยาศาสตร์ ชั้นประถมศกึ ษาปที ่ี 2 จานวน 2 คาบ

หน่วยการเรยี นรูท้ ี่ 2 สิ่งแวดลอ้ มรอบตัวเรา เรื่อง เปรยี บเทยี บลกั ษณะสาคญั ของส่ิงมีชวี ติ และ

ส่งิ ไมม่ ีชีวิต

1.มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด

มาตรฐาน ว 1.3

เข้าใจกระบวนการและความสาคัญของการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม สารพันธุกรรม การ
เปล่ียนแปลงทางพันธุกรรมทมี่ ีผลต่อสง่ิ มีชวี ิต ความหลากหลายทางชีวภาพและวิวัฒนาการของส่ิงมีชีวิต รวมท้ัง
นาความรไู้ ปใชป้ ระโยชน์

ตวั ช้ีวัด
ป.2/1 เปรยี บเทียบลกั ษณะของสง่ิ มชี วี ิตและส่งิ ไมม่ ชี ีวิต จากข้อมลู ที่รวบรวมได้

2. สาระสาคัญ/ความคิดรวบยอด
สิ่งมีชีวิตมีลักษณะแตกต่างจากสิ่งไม่มีชีวิต โดยสิ่งมีชีวิตจะมีการเคล่ือนท่ี กินอาหาร ขับถ่าย หายใจ

เจริญเติบโต สืบพนั ธุ์ และตอบสนองต่อสง่ิ เรา้ แต่สง่ิ ไมม่ ีชีวิตจะไมม่ ีลกั ษณะดงั กลา่ ว

3. จุดประสงค์การเรียนรู้
1. อธบิ ายลักษณะของสงิ่ มีชีวิตและส่งิ ไมม่ ีชีวิตได้ (K)
2. เปรียบเทยี บและบอกความแตกต่างของส่ิงมีชีวติ และสิง่ ไม่มีชีวิตได้ (P)
3. มีความใฝ่เรียนรแู้ ละมุ่งมั่นในการทางาน (A)

4. สาระการเรยี นรู้

สาระการเรยี นร้แู กนกลาง สาระการเรยี นร้ทู ้องถิน่

ส่ิงท่ีอยู่รอบตัวเรามีท้ังท่ีเป็นส่ิงมีชีวิตและ พจิ ารณาตามหลักสูตรของสถานศกึ ษา

ส่ิงไม่มีชีวิต สิ่งมีชีวิตต้องการอาหาร มีการ

หายใจ เจริญเติบโต ขับถ่าย เคลื่อนไหว

ตอบสนองต่อส่ิงเร้า และสืบพันธุ์ได้ลูกที่มี
ลักษณะคล้ายคลึงกับพ่อแม่ ส่วนส่ิงไม่มีชีวิตจะ
ไมม่ ีลักษณะดงั กล่าว

5. กจิ กรรมการเรยี นรู้

คาบที่ 1

ขน้ั นา

ขัน้ กระต้นุ ความสนใจ
1.ครทู บทวนความรู้เดิม โดยการถามคาถามนักเรียนว่า ภายในห้องเรียนของเรามสี ่ิงมชี วี ิตและส่ิงไมม่ ีชีวติ
อะไรบา้ ง ใหน้ กั เรียนยกมือช่วยกนั ตอบ
(หมายเหตุ : ครูเรม่ิ ประเมนิ นกั เรยี น โดยใช้แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทางานรายบคุ คล)

2.นกั เรยี นทุกคนร่วมกนั ศึกษาแผนผังความคิดสรุปสาระสาคญั ประจาหน่วยการเรียนรูท้ ี่ 2 บทที่ 1

คาบที่ 2

ขน้ั สอน

ขน้ั อธบิ ายความรู้
1.ครูสุ่มเรียกนักเรียนทีละคน แล้วให้อธิบายความแตกต่างของสิ่งมีชีวิตและไม่มีชีวิต โดยครูคอยอธิบาย
เพิ่มเติมในส่วนทบี่ กพร่อง
2.ครูขออาสาสมัครนักเรียน 4-5 คน แล้วให้นักเรียนต้ังคาถามที่อยากรู้เก่ียวกับ เรื่อง ส่ิงมีชีวิตและ
สิ่งไม่มชี ีวิต คนละ 1 คาถาม
3.นกั เรยี นคนอ่นื ๆ ชว่ ยกันตอบคาถาม โดยมีครคู อยอธบิ ายส่วนทบ่ี กพรอ่ ง
(หมายเหตุ : ครเู ริม่ ประเมินนักเรียน โดยใชแ้ บบสังเกตพฤตกิ รรมการทางานรายบุคคล)

6. การวดั และประเมนิ ผล

การวดั และ วธิ กี ารวัดผล เครอ่ื งมือวดั เกณฑ์การ
ประเมนิ ผล ประเมนิ ผล
จุดประสงค์

ความรคู้ วาม 1. สงั เกตจากการซกั ถาม ตอบ 1.คาถามกระตุ้น 70% ขน้ึ ไป ถอื
เข้าใจ (K) คาถาม ความคิด ว่าผา่ นเกณฑ์
2. อธิบายลกั ษณะของสง่ิ มชี ีวิต การประเมนิ
และสง่ิ ไมม่ ชี ีวิตได้

ทกั ษะ/ 1.เปรยี บเทียบลกั ษณะของ 1. แบบฝกึ หดั 70% ขึ้นไป ถอื
กระบวนการ (P) สิ่งมชี วี ติ และสิง่ ไมม่ ีชีวิต วิทยาศาสตร์ วา่ ผา่ นเกณฑ์
การประเมนิ

คุณลักษณะ 1. สังเกตจากการเรยี นมคี วาม 1. แบบสงั เกต 70% ขึน้ ไป ถอื
นิสยั (A) รบั ผิดชอบต่องานทส่ี ่งั และส่ง พฤตกิ รรม วา่ ผา่ นเกณฑ์
งานไดท้ ันตามทีก่ าหนด การประเมนิ
2. สงั เกตจากการเรียนใฝ่
เรียนรู้
3. สงั เกตจากการมุ่งม่นั ในการ
ทางาน

7. สื่อ/แหล่งการเรยี นรู้
7.1สอ่ื การเรียนรู้
1.หนงั สือเรียนวทิ ยาศาสตร์ ป.2 เลม่ 1 หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 2 ส่งิ มีชีวติ และส่งิ ไมม่ ชี ีวิต
2.แบบฝกึ หดั วทิ ยาศาสตร์ ป.2 เลม่ 1 หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 2 ส่งิ มีชวี ิตและสิง่ ไมม่ ชี ีวิต
3.สมุดประจาตวั นักเรียน

7.2แหล่งการเรยี นรู้
1.ห้องเรยี น
2.หอ้ งสมุด
3.อินเทอรเ์ น็ต

8. กจิ กรรมเสนอแนะ
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................

ลงช่อื ............................................ครูผสู้ อน ลงชอื่ ............................................ฝ่ายวชิ าการ
(....................................................) (...............................................)

ลงชื่อ..............................................ผบู้ รหิ าร
(................................................)

สัปดาหท์ ี่ 6

โรงเรียนขจรเกยี รตพิ ฒั นา

แผนการจัดการเรยี นรู้

ภาคเรียนท่ี…1……/………………..………............. ช่ือผสู้ อน.............................................................................

กลุ่มสาระการเรยี นรู้ วิทยาศาสตร์ ช้นั ประถมศกึ ษาปีที่ 2 จานวน 2 คาบ

หน่วยการเรียนรทู้ ี่ 2 สง่ิ แวดลอ้ มรอบตัวเรา เร่ือง เปรยี บเทยี บลกั ษณะสาคัญของสิ่งมชี วี ติ และ

ส่ิงไม่มชี วี ิต

1.มาตรฐานการเรียนร/ู้ ตัวช้ีวดั

มาตรฐาน ว 1.3
เข้าใจกระบวนการและความสาคญั ของการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม สารพนั ธุกรรม การ
เปลยี่ นแปลงทางพนั ธุกรรมท่ีมผี ลต่อสง่ิ มีชีวิต ความหลากหลายทางชวี ภาพและววิ ฒั นาการของสงิ่ มชี ีวิต รวมทั้ง
นาความรู้ไปใชป้ ระโยชน์

ตวั ชีว้ ัด
ป.2/1 เปรียบเทียบลกั ษณะของส่งิ มีชีวิตและส่งิ ไมม่ ชี วี ิต จากข้อมูลทีร่ วบรวมได้

2. สาระสาคญั /ความคดิ รวบยอด
สิ่งมีชีวิตมีลักษณะแตกต่างจากส่ิงไม่มีชีวิต โดยสิ่งมีชีวิตจะมีการเคล่ือนท่ี กินอาหาร ขับถ่าย หายใจ

เจรญิ เติบโต สบื พันธ์ุ และตอบสนองต่อสง่ิ เรา้ แต่ส่ิงไมม่ ีชีวติ จะไม่มีลกั ษณะดงั กลา่ ว

3. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
1. อธิบายลกั ษณะของสิง่ มีชวี ิตและส่ิงไม่มีชีวิตได้ (K)
2. เปรียบเทยี บและบอกความแตกต่างของสิ่งมีชีวติ และส่งิ ไม่มชี วี ิตได้ (P)
3. มีความใฝเ่ รียนรู้และมุ่งมน่ั ในการทางาน (A)

4. สาระการเรยี นรู้

สาระการเรยี นรู้แกนกลาง สาระการเรยี นรูท้ อ้ งถน่ิ

ส่ิงที่อยู่รอบตัวเรามีทั้งที่เป็นสิ่งมีชีวิตและ พจิ ารณาตามหลักสูตรของสถานศกึ ษา

สิ่งไม่มีชีวิต สิ่งมีชีวิตต้องการอาหาร มีการ

หายใจ เจริญเติบโต ขับถ่าย เคลื่อนไหว

ตอบสนองต่อสิ่งเร้า และสืบพันธ์ุได้ลูกที่มี

ลักษณะคล้ายคลึงกับพ่อแม่ ส่วนส่ิงไม่มีชีวิตจะ
ไมม่ ีลกั ษณะดังกลา่ ว

5. กิจกรรมการเรยี นรู้

คาบท่ี 3

ขน้ั สอน

ขน้ั ขยายความเขา้ ใจ
1. นักเรียนแต่ละคนทากจิ กรรมฝกึ ทกั ษะบทที่ 1 จากหนังสือเรยี น ลงในสมุดประจาตัวหรือในแบบฝึกหัด
วิทยาศาสตร์ ป.2 เล่ม 1
2. ครูสมุ่ นกั เรยี น 5 คน ออกมาเฉลยคาตอบของแตล่ ะข้อ โดยมคี รคู อยเสรมิ ในสว่ นที่บกพร่องไป
3. นักเรยี นทากิจกรรมทา้ ทายการคิดขนั้ สูง ในแบบฝกึ หดั วทิ ยาศาสตร์ ป.2 เลม่ 1
(หมายเหตุ : ครูเรม่ิ ประเมนิ นกั เรยี น โดยใชแ้ บบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานรายบคุ คล)
4. นกั เรยี นแบ่งกลุม่ จากน้นั ให้แต่ละกลมุ่ ทากจิ กรรมสรา้ งสรรค์ผลงาน จากหนงั สือเรียน

คาบท่ี 4

ขน้ั สอน

ขั้นตรวจสอบผล
1. นกั เรียนแบ่งกลุ่ม จากนน้ั ให้แต่ละกลมุ่ ทากิจกรรมสร้างสรรค์ผลงาน จากหนังสือเรียน
 ใหแ้ ตล่ ะกล่มุ วางแผนและจดั ทาสมุดภาพส่ิงมีชีวิตและสิง่ ไม่มีชวี ติ ลงในสมดุ ภาพ แลว้ เขียนชอื่ และ

บอกลกั ษณะของสงิ่ มีชวี ิตและสง่ิ ไม่มีชีวติ ในภาพ พร้อมตกแตง่ ใหส้ วยงาม
 นาผลงานออกมานาเสนอหน้าชั้นเรยี น เพื่อแลกเปลีย่ นข้อมูลกัน

2. ให้แตล่ ะกลุ่มนาผลงานสมดุ ภาพของกลุ่มตนเองไปวางไว้ที่แหลง่ การเรยี นรู้ของหอ้ งเพื่อใหเ้ พ่อื นกล่มุ อื่นมา

ศึกษาตอ่ ไป

3.นักเรยี นทาแบบทดสอบทา้ ยหน่วยในแบบฝึกหดั วิทยาศาสตร์ ป.2 เลม่ 1
4.ครูใหน้ ักเรียนทาแบบทดสอบหลังเรยี นหนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 2
5.ครูประเมินผลจากการสังเกตพฤติกรรมการตอบคาถาม พฤตกิ รรมการทางานรายบคุ คล พฤติกรรมการ
ทางานกลุม่ และจากการนาเสนอผลการทากิจกรรมหนา้ ชัน้ เรยี น
6.ครตู รวจสอบผลการทากิจกรรมฝึกทกั ษะบทท่ี 1 ในสมดุ ประจาตัวหรือในแบบฝึกหดั วทิ ยาศาสตร์ ป.2 เล่ม 1

7.ครูตรวจสอบผลการทากิจกรรมท้าทายการคดิ ขั้นสูงในแบบฝกึ หัดวทิ ยาศาสตร์ ป.2 เล่ม 1
8.ครตู รวจสอบชนิ้ งานสมุดภาพสิ่งมีชวี ติ และสิ่งไม่มชี วี ิต และการนาเสนอชิ้นงาน/ผลงานหน้าชนั้ เรยี น

6. การวดั และประเมินผล

การวดั และ วธิ ีการวัดผล เครื่องมอื วดั เกณฑ์การ
ประเมนิ ผล
จดุ ประสงค์ ประเมนิ ผล
ความรู้ความ
เขา้ ใจ (K) 1. สงั เกตจากการซักถาม ตอบ 1.คาถามกระตนุ้ 70% ข้ึนไป ถือ

คาถาม ความคิด วา่ ผ่านเกณฑ์

2. อธิบายลกั ษณะของสิ่งมีชีวิต 2. แบบทดสอบหลงั การประเมนิ

และส่งิ ไม่มีชวี ิตได้ เรียนวิทยาศาสตร์

ทักษะ/ 1.เปรียบเทยี บลกั ษณะของ 1. แบบฝึกหดั 70% ขน้ึ ไป ถือ
กระบวนการ (P) สิ่งมชี ีวติ และส่ิงไม่มีชวี ิต
วิทยาศาสตร์ วา่ ผ่านเกณฑ์

2.สมุดภาพสง่ิ มีชวี ติ การประเมนิ

และไมม่ ชี ีวติ

คณุ ลกั ษณะนิสยั (A) 1. สงั เกตจากการเรียนมคี วาม 1. แบบสงั เกต 70% ข้นึ ไป ถือ
รบั ผดิ ชอบตอ่ งานท่ีสัง่ และส่ง พฤตกิ รรม วา่ ผา่ นเกณฑ์
งานไดท้ นั ตามที่กาหนด การประเมิน
2. สังเกตจากการเรยี นใฝ่
เรยี นรู้
3. สังเกตจากการม่งุ ม่นั ในการ
ทางาน

7. สื่อ/แหล่งการเรยี นรู้
7.1สือ่ การเรียนรู้

1.หนังสือเรียนวทิ ยาศาสตร์ ป.2 เล่ม 1 หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 2 ส่ิงมีชวี ิตและสิง่ ไมม่ ีชวี ิต
2.แบบฝกึ หดั วิทยาศาสตร์ ป.2 เล่ม 1 หน่วยการเรยี นร้ทู ่ี 2 สง่ิ มชี ีวติ และสิ่งไม่มีชวี ิต
3.สมดุ ประจาตัวนักเรยี น

7.2แหลง่ การเรยี นรู้
1.หอ้ งเรียน
2.หอ้ งสมุด
3.อินเทอรเ์ นต็

8. กจิ กรรมเสนอแนะ
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................

ลงชอ่ื ............................................ครผู ู้สอน ลงชื่อ............................................ฝ่ายวชิ าการ
(....................................................) (...............................................)

ลงช่ือ..............................................ผู้บรหิ าร
(................................................)

สัปดาหท์ ่ี 7

โรงเรียนขจรเกียรตพิ ฒั นา

แผนการจัดการเรยี นรู้

ภาคเรียนที่…1……/……………..………............. ชื่อผสู้ อน..........................................................................

กลุ่มสาระการเรยี นรู้ วิทยาศาสตร์ ชน้ั ประถมศึกษาปที ่ี 2 จานวน 2 คาบ

หน่วยการเรียนร้ทู ่ี 3 ชวี ติ พืชน่ารู้ เรื่อง การดารงชีวติ ของพืช

1.มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวช้วี ัด

มาตรฐาน ว 1.2

เข้าใจสมบัติของสิ่งมีชีวิต หน่วยพื้นฐานของส่ิงมีชีวิต การลาเลียงสารเข้าและออกจากเซลล์
ความสัมพันธ์ของโครงสร้างและหน้าท่ีของระบบต่าง ๆ ของสัตว์และมนุษย์ท่ีทางานสัมพันธ์กัน ความสัมพันธ์
ของโครงสร้างและหน้าที่ของอวัยวะต่าง ๆ ของพืชที่ทางานสมั พนั ธ์กัน รวมท้ังนาความรูไ้ ปใช้ประโยชน์

ตัวช้วี ัด
ป.2/1 ระบุวา่ พืชตอ้ งการแสงและนา้ เพ่อื การเจริญเตบิ โตโดยใช้ข้อมูลจากหลักฐานเชงิ ประจกั ษ์

2. สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด
พืชเป็นสงิ่ มชี ีวิตที่มีการเจรญิ เตบิ โตและจะดารงชีวติ อยู่ไดต้ ้องอาศยั น้าและแสงในการดารงชวี ิต

3. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
1. ระบุว่าน้าและแสงเปน็ ปจั จยั ท่จี าเปน็ ตอ่ การเจรญิ เตบิ โตของพืชได้ (K)
2. บอกความจาเปน็ ทพี่ ชื ทีพ่ ืชต้องไดร้ บั น้าและแสงในการเจริญเตบิ โตได้(P)
3. มคี วามใฝเ่ รียนร้แู ละมุ่งมั่นในการทางาน (A)

4. สาระการเรยี นรู้

สาระการเรยี นรูแ้ กนกลาง สาระการเรยี นรูท้ ้องถิ่น

พชื ต้องการน้า แสง เพอื่ การเจรญิ เติบโต พิจารณาตามหลกั สูตรของสถานศกึ ษา

5. กิจกรรมการเรยี นรู้

คาบท่ี 1

ขน้ั นา

ขั้นกระตุน้ ความสนใจ
1.ครสู นทนากบั นกั เรยี น โดยถามคาถามว่า นักเรยี นทราบหรอื ไม่วา่ วันน้ีจะได้เรยี นรเู้ ก่ียวกบั เรื่องอะไร
แล้วให้นกั เรยี นชว่ ยกันตอบคาถาม จากนน้ั ครแู จง้ ชอ่ื เรื่องและผลการเรยี นรู้ใหน้ ักเรยี นทราบ
2.นักเรียนทาแบบทดสอบกอ่ นเรียน เพ่ือวดั ความรเู้ ดิมของนักเรยี นก่อนเขา้ สู่บทเรียน
3.ครูชวนนักเรยี นสนทนาว่า มนี กั เรยี นคนใดเคยปลูกตน้ พืชบ้าง จากนน้ั ครูใหน้ ักเรยี นทเ่ี คยปลูกต้นพืช
ออกมาเล่าประสบการณ์ของตนเองให้เพ่อื น ๆ ในชัน้ เรียนฟงั ว่า มีวิธีการปลูกพชื และการดแู ลใหพ้ ชื
เจรญิ เตบิ โตอย่างไรบ้าง

(หมายเหตุ : ครูเร่มิ ประเมนิ นักเรยี น โดยใชแ้ บบสังเกตพฤติกรรมการทางานรายบุคคล)

คาบที่ 2

ขน้ั สอน

ขน้ั สารวจคน้ หา
1.นกั เรยี นสงั เกตภาพหน้าหนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 3 เรยี นร้ชู วี ติ พชื จากหนังสือเรยี นวิทยาศาสตร์ ป.2 จากนนั้
ใหน้ ักเรียนรว่ มกันแสดงความคิดเห็นว่า พืชผกั ตอ้ งการปจั จัยใดบา้ งในการดารงชีวติ
(แนวตอบ น้า แสง อากาศ และธาตุอาหาร)
2.นกั เรียนเรยี นรแู้ ละอา่ นคาศัพท์ท่เี กี่ยวข้องกับการเรียนในหน่วยท่ี 3 บทที่ 1 เรื่อง การดารงชีวิตของพชื
จากหนงั สอื เรียน โดยครสู มุ่ เลอื กตัวแทนหรือขออาสาสมคั รนกั เรยี น 1 คน ออกมาหน้าช้นั เรียนเพือ่ เปน็
ผอู้ ่านนาและใหน้ กั เรยี นคนอื่น ๆ อ่านตาม ดังน้ี

plant (พลานท) พชื
light (ไลท) แสง
water ('วอเทอ) น้า
air (แอ) อากาศ
oxygen ('ออ็ คซเิ จน็ ) ออกซเิ จน
carbon dioxide ('คาบัน ได'ออกไซด) คารบ์ อนไดออกไซด์

(หมายเหตุ : ครูเร่ิมประเมนิ นักเรียน โดยใช้แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทางานรายบคุ คล)
3.ครถู ามคาถามสาคญั ประจาบท จากหนังสือเรยี นวา่ นักเรยี นคิดวา่ พืชต้องการปัจจัยใดบ้างในการ
ดารงชวี ิต แลว้ ใหน้ ักเรยี นร่วมกนั แสดงความคดิ เห็นอย่างอิสระในการตอบคาถาม

(แนวตอบ พชื ตอ้ งการแสง น้า อากาศ และธาตอุ าหาร เพ่ือใช้ในการดารงชีวติ )
4.ครแู ละนกั เรียนรว่ มกนั อภิปรายคาถามและคาตอบทหี่ ลากหลาย

6. การวัดและประเมนิ ผล

การวดั และ วิธีการวัดผล เครื่องมอื วัด เกณฑก์ าร
ประเมนิ ผล ประเมนิ ผล
จุดประสงค์ 1. สังเกตจากการซักถาม ตอบ 1.คาถามกระตุ้น 70% ขน้ึ ไป ถือ
ความรู้ความ คาถาม ความคิด ว่าผ่านเกณฑ์
เขา้ ใจ (K) การประเมนิ
2.แบบทดสอบก่อน
เรียน

ทกั ษะ/ 1.ระบปุ ัจจัยสาคญั ทพี่ ชื ใชใ้ น 1. แบบฝึกหดั 70% ขน้ึ ไป ถอื
กระบวนการ (P) การเจรญิ เติบโต วิทยาศาสตร์ วา่ ผา่ นเกณฑ์
2.ใบงาน เรือ่ ง การประเมิน
คุณลกั ษณะ 1. สงั เกตจากการเรยี นมีความ ปจั จยั ท่ีจาเป็น ตอ่
นสิ ยั (A) รบั ผิดชอบตอ่ งานท่สี งั่ และส่ง การดารงชีวติ ของ 70% ขน้ึ ไป ถอื
งานไดท้ ันตามท่ีกาหนด พชื ว่าผ่านเกณฑ์
2. สังเกตจากการเรยี นใฝ่ 1. แบบสังเกต การประเมิน
เรียนรู้ พฤติกรรม
3. สังเกตจากการมุ่งม่นั ในการ
ทางาน

7. สอ่ื /แหล่งการเรยี นรู้
7.1ส่ือการเรยี นรู้
1.หนงั สอื เรยี นวิทยาศาสตร์ ป.2 เล่ม 1 หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 3 เรยี นรู้ชวี ติ พชื
2.แบบฝกึ หดั วิทยาศาสตร์ ป.2 เลม่ 1 หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 3 เรยี นรชู้ วี ติ พืช
3.PowerPoint เร่ือง ปจั จยั ทีจ่ าเปน็ ต่อการเจริญเตบิ โตของพืช
4.ใบงาน เรอ่ื ง ปจั จัยท่ีจาเป็นต่อการดารงชีวิตของพชื
5.บตั รภาพ
6.บัตรข้อความ
7.สมดุ ประจาตวั นักเรียน

7.2แหลง่ การเรียนรู้
1.หอ้ งเรียน
2.ห้องสมุด
3.อินเทอร์เนต็

8. กิจกรรมเสนอแนะ
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................

ลงชอ่ื ............................................ครูผ้สู อน ลงชือ่ ............................................ฝ่ายวิชาการ
(....................................................) (...............................................)

ลงช่ือ..............................................ผ้บู รหิ าร
(................................................)

สัปดาห์ท่ี 7

โรงเรียนขจรเกยี รตพิ ัฒนา

แผนการจัดการเรยี นรู้

ภาคเรยี นที่…1……/……………….………............. ช่ือผสู้ อน..........................................................................

กลุ่มสาระการเรยี นรู้ วิทยาศาสตร์ ชั้นประถมศกึ ษาปที ่ี 2 จานวน 2 คาบ

หน่วยการเรียนรทู้ ่ี 2 สงิ่ แวดลอ้ มรอบตัวเรา เรอ่ื ง การดารงชีวิตของพชื

1.มาตรฐานการเรยี นร้/ู ตัวชีว้ ัด

มาตรฐาน ว 1.2
เข้าใจสมบัติของสิ่งมีชีวิต หน่วยพื้นฐานของสิ่งมีชีวิต การลาเลียงสารเข้าและออกจากเซลล์
ความสัมพันธ์ของโครงสร้างและหน้าที่ของระบบต่าง ๆ ของสัตว์และมนุษย์ที่ทางานสัมพันธ์กัน ความสัมพันธ์
ของโครงสร้างและหนา้ ที่ของอวัยวะต่าง ๆ ของพชื ทีท่ างานสัมพนั ธก์ ัน รวมท้ังนาความรไู้ ปใช้ประโยชน์

ตัวชี้วัด
ป.2/1 ระบวุ า่ พชื ตอ้ งการแสงและน้า เพ่อื การเจริญเตบิ โตโดยใช้ข้อมูลจากหลักฐานเชิงประจกั ษ์

2. สาระสาคัญ/ความคดิ รวบยอด
พืชเปน็ ส่งิ มชี ีวิตท่ีมกี ารเจริญเตบิ โตและจะดารงชีวติ อยไู่ ดต้ ้องอาศัยน้าและแสงในการดารงชวี ิต

3. จุดประสงค์การเรยี นรู้
1. ระบุว่าน้าและแสงเปน็ ปจั จัยท่ีจาเป็นต่อการเจริญเติบโตของพชื ได้ (K)
2. บอกความจาเปน็ ทีพ่ ชื ท่พี ืชตอ้ งไดร้ ับนา้ และแสงในการเจรญิ เติบโตได้(P)
3. มคี วามใฝ่เรียนรูแ้ ละมุง่ มน่ั ในการทางาน (A)

4. สาระการเรยี นรู้

สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง สาระการเรยี นรู้ทอ้ งถิ่น
พชื ตอ้ งการนา้ แสง เพอื่ การเจรญิ เตบิ โต พิจารณาตามหลกั สูตรของสถานศึกษา

5. กิจกรรมการเรยี นรู้

คาบที่ 3

ขน้ั สอน

ข้ันอธิบายความรู้
1.ครูทบทวนความรู้เดมิ จากคาบท่ีแลว้ จากนนั้ ครเู ปดิ PowerPoint เร่ือง ปัจจัยทจ่ี าเปน็ ตอ่ การ
เจรญิ เติบโตของพืช ให้นักเรยี นศกึ ษาข้อมูล
2.ครูถามคาถามนักเรียนจากการดู PowerPoint เร่ือง ปัจจัยที่จาเป็นต่อการเจริญเติบโตของพืชว่า ถ้า
นกั เรยี นจะปลูกต้นไม้ให้เจริญ นักเรียนตอ้ งทาอย่างไรบ้าง
(แนวตอบ รดน้า ใสป่ ุย๋ ปลกู ตน้ ไม้ในบริเวณทแี่ สงแดดสอ่ งถึง)
3.ครูขออาสาสมัครหรือสุ่มเลือกนักเรียน 4-5 คน ให้ออกมาตอบคาถาม จากน้ันให้นักเรียนช่วยกัน
อภิปรายคาตอบของเพ่อื น และสรปุ คาตอบทถี่ กู ต้องร่วมกัน โดยมีครคู อยตรวจสอบความถกู ตอ้ ง
4.นกั เรยี นทากจิ กรรมนาสู่การเรียน จากหนังสอื เรียน แล้วตอบคาถามลงในสมดุ ประจาตัวหรือทากิจกรรม
นาสกู่ ารเรียนในแบบฝกึ หดั วิทยาศาสตร์ ป.2
(หมายเหตุ : ครเู ริ่มประเมินนกั เรียน โดยใช้แบบสังเกตพฤติกรรมการทางานรายบุคคล)

คาบท่ี 4

ขน้ั สอน

ขั้นขยายความเขา้ ใจ
1. ครูทบทวนจากกจิ กรรมคาบท่ีแลว้ ครนู าบตั รภาพตน้ ไม้ทเ่ี จรญิ เติบโตได้ดีกบั บตั รภาพต้นไม้ทเ่ี ห่ยี วเฉา
มาติดไวบ้ นกระดานดา และนาบตั รขอ้ ความเกีย่ วกับปัจจยั ในการดารงชีวิตของพืชมาวางคละกนั ไว้
หน้าชน้ั เรยี น
2. ครูแบง่ กลมุ่ นักเรยี นกลมุ่ ละ 3-4 คน ตามความเหมาะสม จากน้นั ให้แต่ละกลมุ่ ส่งตวั แทนออกมาจับ
สลากวา่ จะไดบ้ ตั รภาพตน้ ไม้ลกั ษณะใด
3. นกั เรียนแต่ละกลุ่มนาบัตรภาพกลับไปปรึกษากนั ทก่ี ล่มุ ของนกั เรยี น แล้วสง่ ตวั แทนออกมาเลอื กบัตร
ขอ้ ความ จากน้นั จบั คูก่ ับบัตรภาพใหส้ อดคล้องกัน โดยครูกาหนดเวลาในการทากิจกรรมกลุ่มละ 10
นาที

(หมายเหตุ : ครูเรมิ่ ประเมนิ นักเรียน โดยใชแ้ บบสังเกตพฤตกิ รรมการทางานกลุ่ม)

6. การวดั และประเมนิ ผล

การวัดและ วธิ ีการวดั ผล เคร่อื งมอื วัด เกณฑก์ าร
ประเมนิ ผล ประเมนิ ผล
จุดประสงค์ 1. สังเกตจากการซกั ถาม ตอบ 1.คาถามกระตุ้น 70% ขนึ้ ไป ถอื
ความรูค้ วาม คาถาม ความคิด วา่ ผา่ นเกณฑ์
เขา้ ใจ (K) 2. อธบิ ายลกั ษณะของสิ่งมีชีวติ การประเมนิ
และสง่ิ ไม่มชี ีวิตได้

ทักษะ/ 1.ระบปุ จั จยั สาคัญท่ีพืชใช้ใน 1. แบบฝกึ หดั 70% ขึ้นไป ถอื
กระบวนการ (P) การเจรญิ เติบโต วทิ ยาศาสตร์ วา่ ผ่านเกณฑ์
2. กจิ กรรมกลุ่ม การประเมนิ

คณุ ลักษณะนสิ ัย (A) 1. สงั เกตจากการเรียนมีความ 1. แบบสังเกต 70% ขนึ้ ไป ถือ
รับผดิ ชอบตอ่ งานทีส่ ั่งและส่ง พฤตกิ รรม วา่ ผ่านเกณฑ์
งานได้ทนั ตามทีก่ าหนด การประเมิน
2. สังเกตจากการเรียนใฝ่
เรียนรู้
3. สงั เกตจากการมงุ่ มั่นในการ
ทางาน

7. ส่ือ/แหล่งการเรยี นรู้
7.1ส่อื การเรยี นรู้
1.หนังสือเรียนวทิ ยาศาสตร์ ป.2 เลม่ 1 หน่วยการเรยี นร้ทู ี่ 3 เรียนรชู้ วี ิตพืช
2.แบบฝึกหดั วิทยาศาสตร์ ป.2 เลม่ 1 หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 3 เรยี นร้ชู วี ติ พืช
3.PowerPoint เร่อื ง ปัจจยั ที่จาเป็นต่อการเจรญิ เติบโตของพืช
4.ใบงาน เรื่อง ปัจจัยทจี่ าเป็นตอ่ การดารงชีวิตของพชื

5.บัตรภาพ
6.บตั รขอ้ ความ
7.สมุดประจาตัวนักเรียน
7.2แหลง่ การเรียนรู้
1.หอ้ งเรียน
2.หอ้ งสมดุ
3.อินเทอร์เนต็

8. กิจกรรมเสนอแนะ
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................

ลงชอื่ ............................................ครูผูส้ อน ลงชื่อ............................................ฝ่ายวชิ าการ
(....................................................) (...............................................)

ลงช่ือ..............................................ผบู้ รหิ าร
(................................................)

สปั ดาห์ท่ี 8

โรงเรียนขจรเกียรติพัฒนา

แผนการจดั การเรยี นรู้

ภาคเรยี นท่ี…1……/……………..………............. ช่ือผ้สู อน..........................................................................

กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ วิทยาศาสตร์ ช้นั ประถมศึกษาปที ี่ 2 จานวน 2 คาบ

หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 2 สิ่งแวดลอ้ มรอบตัวเรา เร่อื ง การดารงชีวิตของพชื (2)

1.มาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตวั ช้วี ดั

มาตรฐาน ว 1.2
เข้าใจสมบัติของสิ่งมีชีวิต หน่วยพื้นฐานของส่ิงมีชีวิต การลาเลียงสารเข้าและออกจากเซลล์
ความสัมพันธ์ของโครงสร้างและหน้าท่ีของระบบต่าง ๆ ของสัตว์และมนุษย์ที่ทางานสัมพันธ์กัน ความสัมพันธ์
ของโครงสร้างและหนา้ ท่ีของอวัยวะต่าง ๆ ของพืชที่ทางานสัมพันธ์กัน รวมท้ังนาความรู้ไปใช้ประโยชน์

ตัวชีว้ ดั
ป.2/1 ระบุว่าพืชตอ้ งการแสงและน้า เพือ่ การเจริญเตบิ โตโดยใช้ขอ้ มูลจากหลักฐานเชิงประจกั ษ์

2. สาระสาคัญ/ความคิดรวบยอด
พชื เป็นสงิ่ มีชีวติ ทมี่ ีการเจรญิ เติบโตและจะดารงชีวิตอย่ไู ดต้ ้องอาศัยนา้ และแสงในการดารงชวี ติ

3. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
1. ระบวุ ่านา้ และแสงเป็นปจั จยั ทีจ่ าเป็นตอ่ การเจริญเตบิ โตของพืชได้ (K)
2. บอกความจาเปน็ ทีพ่ ืชที่พชื ตอ้ งไดร้ ับน้าและแสงในการเจรญิ เตบิ โตได้(P)
3. มคี วามใฝ่เรียนรู้และมงุ่ ม่ันในการทางาน (A)

4. สาระการเรยี นรู้

สาระการเรยี นรูแ้ กนกลาง สาระการเรยี นรทู้ ้องถิ่น
พืชตอ้ งการน้า แสง เพ่อื การเจรญิ เตบิ โต พจิ ารณาตามหลักสูตรของสถานศึกษา

5. กจิ กรรมการเรยี นรู้

คาบที่ 1

ขน้ั สอน

ขั้นอธบิ ายความรู้
1.ครูขออาสาสมัคร หรือสุ่มเลือกนักเรียน 4-5 คน ให้ออกมาเฉลยคาตอบจากการทากิจกรรมคาบท่ีแล้ว
นาสกู่ ารเรยี นหน้าชั้นเรียน โดยมคี รูคอยตรวจสอบความถกู ต้อง
(หมายเหตุ : ครเู ร่มิ ประเมนิ นกั เรียน โดยใชแ้ บบสงั เกตพฤติกรรมการทางานรายบุคคล)
2.นักเรียนแต่ละกล่มุ ออกมานาเสนอผลการทากจิ กรรมจบั คูบ่ ัตรภาพกับบตั รข้อความหน้าช้นั เรียน
(หมายเหตุ : ครูเรม่ิ ประเมินนกั เรยี น โดยใช้แบบสงั เกตพฤติกรรมการทางานกลุม่ )
3.ครูและนกั เรียนร่วมกันสรุปความถูกตอ้ งอีกครั้ง

คาบท่ี 2

ขน้ั สอน
ขน้ั ขยายความเขา้ ใจ

1.ครแู จกใบงาน เรอ่ื ง ปัจจัยทจ่ี าเปน็ ตอ่ การดารงชวี ิตของพืช จากนั้นใหน้ กั เรียนนากลับไปทาเป็นการบ้าน
แล้วนามาส่งในช่ัวโมงถดั ไป
(หมายเหตุ : ครเู ริม่ ประเมนิ นักเรียน โดยใชแ้ บบสงั เกตพฤติกรรมการทางานรายบุคคล)
2.ครูสมุ่ นักเรียน จากนั้นใหแ้ ตล่ ะคนอธบิ ายเกีย่ วกับปัจจยั ท่จี าเป็นตอ่ การดารงชวี ิตของพชื

ขน้ั สอน
ขนั้ ตรวจสอบผล

1. ครูประเมินผลจากการสังเกตพฤติกรรมการตอบคาถาม พฤติกรรมการทางานรายบุคคล พฤติกรรมการ
ทางานกลมุ่ และจากการนาเสนอผลการทากจิ กรรมหนา้ ชน้ั เรยี น

2. ครตู รวจสอบผลการทาแบบทดสอบก่อนเรยี นหน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 3 เรยี นรชู้ วี ติ พืช
3. ครูตรวจสอบผลการทากิจกรรมนาสกู่ ารเรียนในสมดุ ประจาตวั หรือในแบบฝึกหดั วทิ ยาศาสตร์ ป.2

6. การวัดและประเมินผล

การวัดและ วิธีการวัดผล เครอ่ื งมือวัด เกณฑก์ าร
ประเมนิ ผล ประเมนิ ผล
จุดประสงค์ 1. สงั เกตจากการซักถาม ตอบ 1.คาถามกระต้นุ 70% ขึ้นไป ถือ
ความรคู้ วาม คาถาม ความคิด วา่ ผ่านเกณฑ์
เขา้ ใจ (K) 2. อธบิ ายลักษณะของส่งิ มชี วี ิต การประเมิน
และสิ่งไมม่ ชี วี ิตได้

ทกั ษะ/ 1.ระบปุ จั จัยสาคญั ท่ีพชื ใช้ใน 1. แบบฝกึ หดั 70% ขน้ึ ไป ถือ
กระบวนการ (P) การเจริญเติบโต
วิทยาศาสตร์ ว่าผ่านเกณฑ์

2. ใบงานเรอ่ื งปัจจัย การประเมิน

ในการเจริญเตบิ โต

ของพชื

คุณลักษณะนสิ ัย (A) 1. สังเกตจากการเรยี นมีความ 1. แบบสงั เกต 70% ขึ้นไป ถือ
รับผดิ ชอบตอ่ งานทสี่ ั่งและส่ง พฤตกิ รรม วา่ ผา่ นเกณฑ์
งานไดท้ นั ตามทกี่ าหนด การประเมนิ
2. สงั เกตจากการเรยี นใฝ่
เรยี นรู้
3. สังเกตจากการมงุ่ ม่นั ในการ
ทางาน

7. ส่อื /แหลง่ การเรียนรู้
7.1สอื่ การเรยี นรู้
1.หนงั สอื เรียนวิทยาศาสตร์ ป.2 เล่ม 1 หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 3 เรียนร้ชู วี ิตพืช
2.แบบฝกึ หดั วิทยาศาสตร์ ป.2 เลม่ 1 หน่วยการเรียนรู้ท่ี 3 เรียนรชู้ ีวิตพชื
3.PowerPoint เร่อื ง ปัจจยั ที่จาเป็นตอ่ การเจรญิ เติบโตของพืช

4.ใบงาน เร่ือง ปัจจยั ทจ่ี าเป็นต่อการดารงชวี ติ ของพืช

5.บัตรภาพ
6.บตั รขอ้ ความ
7.สมดุ ประจาตวั นักเรยี น
7.2แหลง่ การเรียนรู้
1.หอ้ งเรยี น
2.หอ้ งสมุด
3.อนิ เทอรเ์ นต็

8. กจิ กรรมเสนอแนะ
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................

ลงชอื่ ............................................ครผู สู้ อน ลงชื่อ............................................ฝ่ายวิชาการ
(....................................................) (...............................................)

ลงช่ือ..............................................ผู้บริหาร
(................................................)

สปั ดาห์ท่ี 8

โรงเรียนขจรเกยี รติพัฒนา

แผนการจดั การเรยี นรู้

ภาคเรียนท่ี…1……/……………….………............. ชอ่ื ผ้สู อน..........................................................................

กลุม่ สาระการเรยี นรู้ วทิ ยาศาสตร์ ชัน้ ประถมศึกษาปีท่ี 2 จานวน 2 คาบ

หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 3 ชีวิตพืช เรอื่ ง แสงกับการดารงชีวติ ของพืช

1.มาตรฐานการเรียนร/ู้ ตัวชว้ี ัด

มาตรฐาน ว 1.2
เข้าใจสมบัติของสิ่งมีชีวิต หน่วยพื้นฐานของส่ิงมีชีวิต การลาเลียงสารเข้าและออกจากเซลล์
ความสัมพันธ์ของโครงสร้างและหน้าท่ีของระบบต่าง ๆ ของสัตว์และมนุษย์ท่ีทางานสัมพันธ์กัน ความสัมพันธ์
ของโครงสร้างและหน้าท่ีของอวัยวะต่าง ๆ ของพืชทท่ี างานสัมพันธ์กนั รวมทัง้ นาความรู้ไปใช้ประโยชน์

ตวั ชว้ี ัด
ป.2/1 ระบวุ ่าพชื ต้องการแสงและนา้ เพ่อื การเจรญิ เตบิ โตโดยใชข้ อ้ มูลจากหลักฐานเชงิ ประจักษ์
ป.2/2 ตระหนักถึงความจาเป็นที่พืชต้องได้รับน้าและแสง เพ่ือการเจริญเติบโตโดยดูแลพืชให้ได้รับสิ่ง

ดงั กลา่ วอย่างเหมาะสม

2. สาระสาคัญ/ความคดิ รวบยอด
พชื ต้องการแสงมาใชใ้ นการสร้างอาหาร ถ้าขาดแสงพืชจะแคระแกร็น ใบจะมีสีเหลืองหรือขาวซีดและ

ตายในทีส่ ุด พืชแต่ละชนิดต้องการแสงไม่เท่ากัน พืชบางชนิดอาจต้องการแสงมาก แต่พืชบางชนิดต้องการแสง
น้อย

3. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
1. อธบิ ายวา่ แสงเปน็ ปจั จัยทจ่ี าเป็นตอ่ การเจริญเตบิ โตของพืชได้ (K)
2. ทดลองวา่ พชื ตอ้ งการแสง เพ่ือการเจรญิ เติบโตได้ (P)
3. บนั ทกึ ผลการทดลองดว้ ยความซ่ือสตั ย์ (A)

4. สาระการเรยี นรู้ สาระการเรยี นรทู้ อ้ งถน่ิ
สาระการเรยี นรู้แกนกลาง พิจารณาตามหลกั สูตรของสถานศกึ ษา

พชื ต้องการน้า แสง เพือ่ การเจรญิ เตบิ โต

5. กจิ กรรมการเรยี นรู้

คาบที่ 3

ขัน้ สอน

ข้ันกระต้นุ ความสนใจ
1.ครสู นทนาทักทายกบั นกั เรยี น จากน้ันครูแจ้งช่อื เร่อื งและผลการเรยี นรูท้ ีจ่ ะเรยี นในชั่วโมงนใี้ หน้ ักเรยี น
ทราบ
2.ครูชบู ัตรภาพตน้ พชื ท่มี ีใบสีเหลือง แล้วให้นักเรียนทุกคนรว่ มกนั แสดงความคดิ เห็นว่า เพราะเหตใุ ดใบ
พืชจึงมสี ีเหลือง โดยครูอธิบายเพม่ิ เตมิ ในสว่ นที่บกพร่อง (แนวตอบ ต้นพืชขาดแสง)

(หมายเหตุ : ครูเร่ิมประเมนิ นกั เรยี น โดยใช้แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานรายบคุ คล

ขัน้ สอน

ขั้นสารวจคน้ หา
1.ครใู หน้ กั เรยี นแบง่ กลมุ่ ตามเดิมจากชวั่ โมงทีแ่ ลว้
2.ครูแจ้งว่าจะใหน้ ักเรยี นแตล่ ะกลมุ่ ทากิจกรรมที่ 1 เรื่อง แสงมคี วามสาคญั กบั พืชหรอื ไม่
3.นกั เรยี นแต่ละกลุ่มชว่ ยกันศกึ ษาขั้นตอนการทากจิ กรรมท่ี 1 เร่อื ง แสงมีความสาคัญกับพืชหรอื ไม่ โดย

ศึกษาขั้นตอนการทากจิ กรรม จากหนังสอื เรียนวิทยาศาสตร์ ป.2

คาบที่ 4

ขน้ั สอน

ขนั้ สารวจค้นหา
1.ครูถามคาถามนักเรียนก่อนทากิจกรรมว่าจากการศึกษากิจกรรมคาบท่ีแล้ว สิ่งใดที่นักเรียนต้องสังเกต
การเปลีย่ นแปลงในระหวา่ งการทากิจกรรม

(แนวตอบ การเจรญิ เตบิ โตของต้นถว่ั เขียว)
2.แต่ละกลุ่มรว่ มกันทากิจกรรมที่ 1 เรอื่ ง แสงมีความสาคญั กบั พืชหรือไม่ จากหนงั สือเรยี น แล้วบันทึกผล
การทากิจกรรมลงในสมดุ ประจาตวั หรือในแบบฝกึ หัดวทิ ยาศาสตร์ ป.2

3.ครูคอยสงั เกตการทากจิ กรรมของนกั เรียนแตล่ ะกลมุ่ อย่างใกลช้ ิด พรอ้ มท้งั คอยให้คาแนะนากับนักเรียน
ที่มขี อ้ สงสยั
(หมายเหตุ : ครูเริม่ ประเมนิ นักเรยี น โดยใช้แบบสงั เกตพฤติกรรมการทางานกลมุ่ )

6. การวดั และประเมินผล

การวัดและ วิธีการวัดผล เคร่ืองมอื วดั เกณฑก์ าร
ประเมนิ ผล ประเมนิ ผล
จุดประสงค์ 1. สังเกตจากการซกั ถาม ตอบ 1.คาถามกระต้นุ 70% ขึ้นไป ถือ
ความรคู้ วาม คาถาม ความคิด ว่าผ่านเกณฑ์
เขา้ ใจ (K) การประเมิน

ทักษะ/ 1.ระบปุ ัจจัยสาคัญทพ่ี ืชใช้ใน 1. แบบฝึกหัด 70% ขนึ้ ไป ถอื
กระบวนการ (P) การเจริญเตบิ โต(แสง) วทิ ยาศาสตร์ วา่ ผา่ นเกณฑ์
2. กิจกรรมกล่มุ การประเมนิ

คุณลักษณะนิสยั (A) 1. สังเกตจากการเรียนมคี วาม 1. แบบสังเกต 70% ขึน้ ไป ถอื
รบั ผดิ ชอบตอ่ งานทส่ี งั่ และส่ง พฤตกิ รรม ว่าผ่านเกณฑ์
งานได้ทันตามทกี่ าหนด การประเมิน
2. สงั เกตจากการเรียนใฝ่
เรยี นรู้
3. สังเกตจากการมุง่ มั่นในการ
ทางาน

7. ส่ือ/แหล่งการเรยี นรู้
7.1ส่ือการเรยี นรู้
1.หนังสอื เรียนวิทยาศาสตร์ ป.2 เล่ม 1 หน่วยการเรียนรู้ท่ี 3 เรียนรชู้ วี ติ พชื
2.แบบฝกึ หัดวทิ ยาศาสตร์ ป.2 เล่ม 1 หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 3 เรยี นรูช้ ีวิตพชื

3.วัสดุ-อุปกรณ์การทดลองในกิจกรรมท่ี 1 เช่น ดิน ถุงพลาสติกสีดา ไม้บรรทัด กล่องทึบมีฝาปิด น้า
กระปอ๋ งนม ปา้ ยชอ่ื เมลด็ ถวั่ เขยี ว
4.บตั รภาพตน้ พชื ท่ีมใี บสเี หลอื ง
5.สมดุ ประจาตวั นักเรยี น
7.2แหล่งการเรยี นรู้
1.ห้องเรยี น
2.หอ้ งสมุด
3.อินเทอร์เน็ต

8. กิจกรรมเสนอแนะ
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................

ลงชื่อ............................................ครผู ู้สอน ลงชื่อ............................................ฝ่ายวิชาการ
(....................................................) (...............................................)

ลงชื่อ..............................................ผู้บรหิ าร
(................................................)

สปั ดาหท์ ี่ 9

โรงเรียนขจรเกยี รตพิ ัฒนา

แผนการจดั การเรยี นรู้

ภาคเรียนที่…1……/……………..………............. ชอ่ื ผู้สอน..........................................................................

กล่มุ สาระการเรยี นรู้ วิทยาศาสตร์ ช้นั ประถมศึกษาปที ี่ 2 จานวน 2 คาบ

หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 3 ชีวิตพชื เรือ่ ง แสงกับการดารงชวี ิตของพืช (2)

1.มาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ช้ีวดั

มาตรฐาน ว 1.2
เข้าใจสมบัติของส่ิงมีชีวิต หน่วยพื้นฐานของส่ิงมีชีวิต การลาเลียงสารเข้าและออกจากเซลล์
ความสัมพันธ์ของโครงสร้างและหน้าที่ของระบบต่าง ๆ ของสัตว์และมนุษย์ที่ทางานสัมพันธ์กัน ความสัมพันธ์
ของโครงสรา้ งและหน้าทีข่ องอวัยวะต่าง ๆ ของพืชทท่ี างานสัมพนั ธก์ ัน รวมทง้ั นาความร้ไู ปใชป้ ระโยชน์

ตัวชว้ี ดั
ป.2/1 ระบวุ า่ พชื ต้องการแสงและน้า เพ่อื การเจริญเตบิ โตโดยใชข้ ้อมลู จากหลกั ฐานเชงิ ประจกั ษ์
ป.2/2 ตระหนักถึงความจาเป็นที่พืชต้องได้รับน้าและแสง เพื่อการเจริญเติบโตโดยดูแลพืชให้ได้รับส่ิง

ดงั กลา่ วอย่างเหมาะสม

2. สาระสาคญั /ความคดิ รวบยอด
พืชต้องการแสงมาใช้ในการสร้างอาหาร ถ้าขาดแสงพืชจะแคระแกร็น ใบจะมีสีเหลืองหรือขาวซีดและ

ตายในทสี่ ดุ พืชแต่ละชนิดต้องการแสงไม่เท่ากัน พืชบางชนิดอาจต้องการแสงมาก แต่พืชบางชนิดต้องการแสง
น้อย

3. จุดประสงค์การเรียนรู้
1. อธิบายว่าแสงเป็นปจั จัยท่จี าเป็นตอ่ การเจรญิ เตบิ โตของพืชได้ (K)
2. ทดลองวา่ พชื ต้องการแสง เพื่อการเจรญิ เติบโตได้ (P)
3. บันทกึ ผลการทดลองด้วยความซ่ือสัตย์ (A)

4. สาระการเรยี นรู้ สาระการเรยี นรทู้ ้องถิน่
สาระการเรยี นรูแ้ กนกลาง พจิ ารณาตามหลักสูตรของสถานศึกษา

พชื ตอ้ งการนา้ แสง เพื่อการเจริญเตบิ โต

5. กิจกรรมการเรยี นรู้

คาบที่ 1

ข้ันสอน

ข้ันอธบิ ายความรู้
1.ครใู ห้นกั เรยี นนากระปอ๋ งทัง้ 2 ใบ ทที่ าการทดลองมาวางไว้ทก่ี ล่มุ ของตนเอง แล้วร่วมกนั อภปิ ราย
ภายในกลมุ่ ถึงผลการทดลองที่ได้ทง้ั หมดวา่ แสงเป็นสง่ิ จาเปน็ สาหรบั พืชหรือไม่ แล้วสรุปผลการทดลอง
ทง้ั หมดลงในสมดุ ประจาตัว หรือในแบบฝึกหัดวทิ ยาศาสตร์ ป.2
2.นักเรยี นแตล่ ะกลุม่ เตรยี มความพรอ้ ม เพอ่ื ออกมานาเสนอผลงานของกลุ่มทห่ี น้าชนั้ เรียน
3.เม่ือนาเสนอครบทุกกลุ่มแลว้ นักเรยี นและครรู ่วมกันอภิปรายและสรปุ ผลที่แตล่ ะกลุ่มนาเสนอไป เพื่อ
เสนอแนะขอ้ บกพร่องในสว่ นท่บี กพร่อง จนได้ข้อสรุปวา่ ตน้ ถ่ัวเขยี วในกระป๋องที่ 1 ทีไ่ ด้รับแสงมีการ
เจริญเติบโตดี ส่วนตน้ ถั่วเขียวในกระปอ๋ งที่ 2 ท่ไี มไ่ ดร้ บั แสงมีการเจรญิ เติบโตช้ากว่า โดยมี
ลาตน้ สงู แตผ่ อมซีด และใบมสี ีเหลือง แสดงวา่ แสงมีผลตอ่ การเจริญเตบิ โตของตน้ ถ่ัวเขียว

(หมายเหตุ : ครูเร่ิมประเมินนักเรยี น โดยใช้แบบสังเกตพฤติกรรมการทางานกลุม่ )

ขน้ั สอน

ขั้นขยายความเขา้ ใจ
1. นักเรยี นแต่ละคนทากิจกรรมหนูตอบได้ จากหนังสือเรยี น ลงในสมดุ ประจาตัวหรือลงในแบบฝึกหัด

วทิ ยาศาสตร์ ป.2

2.ครูสุ่มถามนักเรยี นเป็นรายบคุ คลเก่ียวกับความสาคญั ของแสงทีม่ ตี อ่ พืช เพ่อื สรปุ ความรู้หลังจากท่ีได้เรียน
มา ตวั อย่างคาถาม
(หมายเหตุ : ครูเรม่ิ ประเมนิ นักเรียน โดยใชแ้ บบสังเกตพฤตกิ รรมการทางานรายบคุ คล)

คาบที่ 2

ขน้ั สอน

ขน้ั ตรวจสอบผล
1.ครูประเมินผลจากการสังเกตพฤติกรรมการตอบคาถาม พฤติกรรมการทางานรายบุคคล พฤติกรรมการ
ทางานกลมุ่ และจากการนาเสนอผลการทากิจกรรมหนา้ ช้นั เรียน
2.ครูตรวจสอบผลการทากิจกรรมท่ี 1 เร่ือง แสงมีความสาคัญกับพืชหรือไม่ ในสมุดประจาตัวหรือใน
แบบฝกึ หดั วิทยาศาสตร์ ป.2
3.ครตู รวจสอบผลการทากจิ กรรมหนูตอบได้ในสมุดประจาตวั หรอื ในแบบฝึกหดั วทิ ยาศาสตร์ ป.2

6.การวัดและประเมนิ ผล

การวัดและ วิธีการวดั ผล เครอื่ งมอื วดั เกณฑก์ าร
ประเมนิ ผล ประเมนิ ผล
จุดประสงค์ 1. สังเกตจากการซกั ถาม ตอบ 1.คาถามกระตนุ้ 70% ขึน้ ไป ถอื
ความร้คู วาม คาถาม ความคิด ว่าผ่านเกณฑ์
เข้าใจ (K) การประเมนิ

ทักษะ/ 1.ระบปุ ัจจัยสาคัญทีพ่ ชื ใชใ้ น 1. แบบฝึกหัด 70% ข้ึนไป ถือ
กระบวนการ (P) การเจรญิ เตบิ โต(แสง) วิทยาศาสตร์ ว่าผ่านเกณฑ์
2. กจิ กรรมกลุ่ม การประเมนิ

คุณลกั ษณะนิสัย (A) 1. สังเกตจากการเรยี นมีความ 1. แบบสังเกต 70% ขึ้นไป ถอื
รบั ผิดชอบตอ่ งานท่ีส่ังและส่ง พฤติกรรม วา่ ผา่ นเกณฑ์
งานไดท้ ันตามท่ีกาหนด การประเมนิ
2. สังเกตจากการเรียนใฝ่
เรยี นรู้
3. สังเกตจากการมงุ่ ม่นั ในการ
ทางาน

7. สื่อ/แหล่งการเรยี นรู้
7.1 ส่ือการเรียนรู้
1.หนงั สือเรยี นวทิ ยาศาสตร์ ป.2 เล่ม 1 หนว่ ยการเรยี นรูท้ ่ี 3 เรียนร้ชู วี ติ พชื
2.แบบฝึกหัดวทิ ยาศาสตร์ ป.2 เลม่ 1 หน่วยการเรยี นรู้ที่ 3 เรียนร้ชู วี ติ พืช
3.วัสดุ-อุปกรณ์การทดลองในกิจกรรมที่ 1 เช่น ดิน ถุงพลาสติกสีดา ไม้บรรทัด กล่องทึบมีฝาปิด น้า
กระป๋องนม ปา้ ยช่ือ เมล็ดถว่ั เขียว
4.บัตรภาพตน้ พชื ทมี่ ีใบสีเหลอื ง
5.สมุดประจาตวั นกั เรยี น

7.2แหลง่ การเรียนรู้
1.หอ้ งเรยี น
2.ห้องสมุด
3.อินเทอร์เน็ต

8. กจิ กรรมเสนอแนะ
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................

ลงชอ่ื ............................................ครูผู้สอน ลงชอ่ื ............................................ฝา่ ยวิชาการ
(....................................................) (...............................................)

ลงชื่อ..............................................ผู้บริหาร
(................................................)

สปั ดาหท์ ่ี 9-10

โรงเรียนขจรเกยี รตพิ ฒั นา

แผนการจัดการเรยี นรู้

ภาคเรียนท่ี…1……/………………………............. ชื่อผู้สอน..........................................................................

กล่มุ สาระการเรยี นรู้ วิทยาศาสตร์ ช้ันประถมศึกษาปีท่ี 2 จานวน 2 คาบ

หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 3 ชวี ิตพชื เรือ่ ง นา้ กบั การดารงชีวิตของพชื

1.มาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตวั ชวี้ ดั

มาตรฐาน ว 1.2
เข้าใจสมบัติของสิ่งมีชีวิต หน่วยพ้ืนฐานของส่ิงมีชีวิต การลาเลียงสารเข้าและอ อกจากเซลล์
ความสัมพันธ์ของโครงสร้างและหน้าที่ของระบบต่าง ๆ ของสัตว์และมนุษย์ท่ีทางานสัมพันธ์กัน ความสัมพันธ์
ของโครงสร้างและหนา้ ที่ของอวยั วะตา่ ง ๆ ของพืชที่ทางานสมั พันธก์ ัน รวมทง้ั นาความรู้ไปใชป้ ระโยชน์

ตวั ชว้ี ัด
ป.2/1 ระบุว่าพชื ต้องการแสงและน้า เพ่อื การเจรญิ เติบโตโดยใช้ข้อมูลจากหลักฐานเชงิ ประจกั ษ์
ป.2/2 ตระหนักถึงความจาเป็นท่ีพืชต้องได้รับน้าและแสง เพ่ือการเจริญเติบโตโดยดูแลพืชให้ได้รับส่ิง

ดังกล่าวอยา่ งเหมาะสม

2. สาระสาคัญ/ความคิดรวบยอด
นา้ มคี วามสาคัญต่อการเจรญิ เตบิ โตของพชื มาก เนือ่ งจากนา้ ช่วยละลายธาตุอาหารในดิน เพอื่ ใหร้ าก

ของพืชดูดซมึ ธาตุอาหารไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของลาตน้ ได้
3. จุดประสงค์การเรยี นรู้

1. อธิบายว่านา้ เป็นปจั จัยทจ่ี าเปน็ ตอ่ การเจริญเติบโตของพชื ได้ (K)
2. ทดลองว่าพืชต้องการน้า เพ่ือการเจริญเติบโตได้ (P)
3. บนั ทกึ ผลการทดลองด้วยความซ่อื สัตย์ (A)

4. สาระการเรยี นรู้ สาระการเรยี นรู้ท้องถน่ิ
สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง พิจารณาตามหลักสูตรของสถานศกึ ษา

พืชตอ้ งการน้า แสง เพ่อื การเจริญเติบโต

5. กิจกรรมการเรยี นรู้

คาบที่ 1

ขน้ั สอน

ขัน้ กระตุ้นความสนใจ
1.ครูสนทนาทักทายกบั นักเรียน จากน้นั ครูแจง้ ช่ือเรื่องและผลการเรยี นรทู้ ีจ่ ะเรียนในชวั่ โมงนีใ้ ห้นกั เรียน
ทราบ
2.ครูถามคาถามกระตนุ้ ความคิดวา่ หากครูปลกู ตน้ พชื แล้วไม่ได้รดน้า 5 วนั นกั เรียนคดิ ว่า ต้นพชื จะเปน็
อยา่ งไร แล้วใหน้ กั เรียนชว่ ยกันตอบคาถามตามความเข้าใจของนักเรียน

(หมายเหตุ : ครูเร่มิ ประเมินนกั เรียน โดยใชแ้ บบสงั เกตพฤติกรรมการทางานรายบุคคล)
3.ครอู ธิบายให้นักเรียนฟังวา่ นักเรยี นจะได้คาตอบจากการทากจิ กรรมที่ 2 เรื่อง น้ามีความสาคญั กบั พืช
หรือไม่ จากหนังสือเรยี นวทิ ยาศาสตร์ ป.2

ขนั้ สอน

ขน้ั สารวจค้นหา
1. โดยใหน้ กั เรยี นแบง่ กลุ่มกลมุ่ ละ 4 คน จากนนั้ กาหนดให้สมาชิกแต่ละคนภายในกลุ่มมีบทบาทหนา้ ที่

ของตนเอง ดังน้ี
สมาชิกคนที่ 1 : ทาหน้าทเ่ี ตรยี มอุปกรณ์ต่าง ๆ
สมาชกิ คนท่ี 2 : ทาหน้าทอี่ ่านลองทาดู ทาความเขา้ ใจ และนามาอธบิ ายให้สมาชกิ ภายในกลุม่ ฟงั
สมาชกิ คนที่ 3 : ทาหนา้ ที่บนั ทึกผลการทดลอง
สมาชกิ คนที่ 4 : ทาหน้าท่นี าเสนอผลการทดลอง
2. สมาชกิ คนท่ี 1 เตรียมและตรวจสอบอปุ กรณ์ทัง้ หมดทใี่ ช้ในการทากจิ กรรมท่ี 2 เรื่อง นา้ มีความ สาคญั

กับพชื หรอื ไม่ จากหนงั สอื เรยี น
3. สมาชิกคนท่ี 2 อธิบายวิธีทากจิ กรรมใหเ้ พื่อนภายในกลมุ่ ฟงั เพอื่ ใหป้ ฏบิ ตั ิตามไดถ้ ูกตอ้ ง
4. ครูถามคาถามนักเรียนก่อนทากจิ กรรมวา่ ส่ิงใดท่นี ักเรยี นต้องสงั เกตการเปลย่ี นแปลงในระหว่างการทา

กจิ กรรม
(แนวตอบ การเจริญเตบิ โตของตน้ ถวั่ เขียว)

5. สมาชกิ ทกุ คนในกลมุ่ ช่วยกันลงมือทากิจกรรมท่ี 2 เร่ือง นา้ มคี วามสาคญั กับพชื หรอื ไม่ จากหนังสือ
เรยี นแลว้ บนั ทึกผลลงในสมุดประจาตัว หรือบนั ทกึ ผลลงในแบบฝึกหัดวทิ ยาศาสตร์ ป.2
(หมายเหตุ : ครูเร่มิ ประเมนิ นกั เรยี น โดยใช้แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานกลุ่ม)

คาบท่ี 2

ขน้ั สอน

ข้ันอธิบายความรู้
1.นักเรียนแต่ละกลมุ่ รว่ มกนั อภปิ รายและสรปุ ผลจากการทากจิ กรรมภายในกลมุ่
2.แต่ละกลุ่มสง่ ตวั แทนออกมานาเสนอผลงานหนา้ ช้ันเรียน โดยครูสุม่ จบั สลากเลอื กทลี ะกลุ่ม
3.นกั เรียนแต่ละกลมุ่ ออกมานาเสนอผลงานหน้าชั้นเรยี น จากนนั้ รว่ มกนั อภิปรายและสรุปผลเกีย่ วกับ
ความสาคญั ของน้าทม่ี ตี อ่ พืช จนได้ข้อสรุปว่า ตน้ ถั่วเขียวในกระปอ๋ งท่ี 1 ทไ่ี ด้รับน้ามีการเจรญิ เตบิ โตมาก
ขึ้น สว่ นตน้ ถัว่ เขยี วในกระป๋องที่ 2 ทีไ่ มไ่ ดร้ บั นา้ มลี กั ษณะเหี่ยวเฉา และไม่มกี ารเจริญเติบโต แสดงว่าน้ามี
ผลต่อการเจรญิ เติบโตของตน้ ถวั่ เขียว

(หมายเหตุ : ครูเรมิ่ ประเมนิ นักเรียน โดยใช้แบบสังเกตพฤติกรรมการทางานรายบุคคล)

6. การวดั และประเมินผล

การวัดและ วิธีการวัดผล เครอ่ื งมอื วดั เกณฑ์การ
ประเมนิ ผล ประเมนิ ผล
จุดประสงค์ 1. สังเกตจากการซกั ถาม ตอบ 1.คาถามกระตุน้ 70% ข้นึ ไป ถอื
ความรู้ความ คาถาม ความคิด ว่าผ่านเกณฑ์
เข้าใจ (K) การประเมนิ

ทักษะ/ 1.ระบปุ จั จัยสาคัญทีพ่ ชื ใช้ใน 1. แบบฝึกหัด 70% ข้ึนไป ถือ
กระบวนการ (P) การเจรญิ เติบโต(นา้ )
วทิ ยาศาสตร์ ว่าผ่านเกณฑ์

2. ใบงาน เร่ือง นา้ มี การประเมนิ

ความสาคัญ

กับพืชหรอื ไม่

คณุ ลักษณะนิสัย (A) 1. สงั เกตจากการเรียนมีความ 1. แบบสงั เกต 70% ขน้ึ ไป ถือ
รบั ผดิ ชอบต่องานท่ีส่งั และส่ง พฤตกิ รรม ว่าผา่ นเกณฑ์
งานได้ทนั ตามทีก่ าหนด การประเมิน
2. สงั เกตจากการเรียนใฝ่
เรียนรู้
3. สังเกตจากการมุ่งมัน่ ในการ
ทางาน

7. สอ่ื /แหลง่ การเรยี นรู้
7.1สื่อการเรยี นรู้

1.หนังสอื เรยี นวทิ ยาศาสตร์ ป.2 เลม่ 1 หนว่ ยการเรยี นร้ทู ่ี 3 เรียนรชู้ วี ิตพืช
2.แบบฝกึ หดั วทิ ยาศาสตร์ ป.2 เล่ม 1 หนว่ ยการเรียนร้ทู ี่ 3 เรยี นร้ชู ีวติ พืช
3.วสั ด-ุ อุปกรณก์ ารทดลองในกจิ กรรมท่ี 2 เช่น น้า ต้นถ่วั เขยี ว ไม้บรรทดั กระปอ๋ งนม ดิน

7.2แหลง่ การเรียนรู้
1.ห้องเรยี น
2.ห้องสมดุ
3.อินเทอรเ์ น็ต

8. กิจกรรมเสนอแนะ
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................

ลงชอ่ื ............................................ครผู สู้ อน ลงชื่อ............................................ฝ่ายวชิ าการ
(....................................................) (...............................................)

ลงช่ือ..............................................ผบู้ ริหาร
(................................................)

สัปดาห์ท่ี 9-10

โรงเรียนขจรเกยี รติพัฒนา

แผนการจดั การเรยี นรู้

ภาคเรยี นท่ี…1……/……………..………............. ชื่อผู้สอน..........................................................................

กลุ่มสาระการเรยี นรู้ วทิ ยาศาสตร์ ชน้ั ประถมศึกษาปีที่ 2 จานวน 2 คาบหน่วย

การเรยี นรทู้ ่ี 3 ชีวิตพืช เรื่อง นา้ กับการดารงชีวติ ของพชื (2)

1.มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด

มาตรฐาน ว 1.2
เข้าใจสมบัติของส่ิงมีชีวิต หน่วยพ้ืนฐานของสิ่งมีชีวิต การลาเลียงสารเข้าและออกจากเซลล์

ความสัมพันธ์ของโครงสร้างและหน้าที่ของระบบต่าง ๆ ของสัตว์และมนุษย์ท่ีทางานสัมพันธ์กัน ความสัมพันธ์
ของโครงสรา้ งและหนา้ ทีข่ องอวยั วะต่าง ๆ ของพชื ทที่ างานสัมพันธก์ ัน รวมทง้ั นาความร้ไู ปใชป้ ระโยชน์

ตัวชวี้ ดั
ป.2/1 ระบวุ า่ พืชต้องการแสงและน้า เพ่ือการเจริญเตบิ โตโดยใช้ขอ้ มลู จากหลักฐานเชงิ ประจกั ษ์
ป.2/2 ตระหนักถึงความจาเป็นท่ีพืชต้องได้รับน้าและแสง เพ่ือการเจริญเติบโตโดยดูแลพืชให้ได้รับสิ่ง

ดังกล่าวอยา่ งเหมาะสม

2. สาระสาคญั /ความคดิ รวบยอด
นา้ มีความสาคัญต่อการเจริญเติบโตของพืชมาก เน่ืองจากนา้ ช่วยละลายธาตอุ าหารในดิน เพอ่ื ให้ราก

ของพชื ดดู ซึมธาตุอาหารไปเลีย้ งส่วนต่าง ๆ ของลาตน้ ได้
3. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้

1. อธบิ ายวา่ นา้ เปน็ ปจั จัยทีจ่ าเป็นตอ่ การเจรญิ เติบโตของพชื ได้ (K)
2. ทดลองวา่ พืชตอ้ งการน้า เพ่ือการเจริญเติบโตได้ (P)
3. บันทกึ ผลการทดลองด้วยความซือ่ สัตย์ (A)

4. สาระการเรยี นรู้ สาระการเรยี นรู้ทอ้ งถ่นิ
สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง พิจารณาตามหลักสูตรของสถานศกึ ษา

พืชต้องการนา้ แสง เพ่อื การเจรญิ เตบิ โต

5. กจิ กรรมการเรยี นรู้

คาบที่ 3

ขน้ั สอน

ข้ันขยายความเข้าใจ
1. ครถู ามคาถามเดิมกบั นักเรียนว่า หากครูปลูกตน้ พชื แล้วไม่ได้รดนา้ 5 วัน นักเรียนคิดว่า ต้นพชื จะเปน็
อย่างไร แลว้ ให้นกั เรียนช่วยกนั แสดงความคิดเหน็ โดยมคี รคู อยอธิบายสว่ นทบ่ี กพรอ่ ง

(แนวตอบ ตน้ พชื จะมลี ักษณะเหี่ยวเฉา)
2. นักเรยี นแตล่ ะคนทากจิ กรรมหนตู อบได้ จากหนังสอื เรียนลงในสมุดประจาตวั หรอื ลงในแบบฝึกหัด
วทิ ยาศาสตร์ ป.2

(หมายเหตุ : ครูเร่ิมประเมินนกั เรยี น โดยใช้แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานรายบคุ คล)

คาบที่ 4

ขน้ั สอน
ขั้นตรวจสอบผล

1.ครูแจกใบงาน เรื่อง น้ามีความสาคัญกับพืชหรือไม่ จากนั้นให้นักเรียนนากลับไปทาเป็นการบ้าน แล้ว
นามาสง่ ในช่วั โมงถดั ไป
2.ครูสุม่ ถามนักเรียนเป็นรายบคุ คลเก่ียวกับความสาคัญของน้าที่มีต่อพืช เพ่ือเป็นการสรุปความรู้หลังจาก
ที่ไดเ้ รียนมา
(หมายเหตุ : ครูเรม่ิ ประเมนิ นกั เรียน โดยใชแ้ บบสังเกตพฤตกิ รรมการทางานกลุ่ม)
3.ครปู ระเมนิ ผลจากการสังเกตพฤตกิ รรมการตอบคาถาม พฤติกรรมการทางานรายบุคคล พฤติกรรมการ
ทางานกลุ่ม และจากการนาเสนอผลการทากจิ กรรมหน้าชั้นเรยี น
4.ครูตรวจสอบผลการทากิจกรรมท่ี 2 เร่ือง น้ามีความสาคัญกับพืชหรือไม่ ในสมุดประจาตัว หรือใน
แบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ ป.2
5.ครูตรวจสอบผลการทากิจกรรมหนตู อบไดใ้ นสมดุ ประจาตัว หรือในแบบฝึกหดั วิทยาศาสตร์ ป.2
6.ครตู รวจสอบผลการทาใบงาน เร่ือง น้ามคี วามสาคัญกบั พชื หรือไม่

6. การวัดและประเมินผล

การวดั และ วิธกี ารวดั ผล เครือ่ งมือวดั เกณฑก์ าร
ประเมนิ ผล ประเมนิ ผล
จุดประสงค์ 1. สงั เกตจากการซักถาม ตอบ 1.คาถามกระตุ้น 70% ขนึ้ ไป ถือ
ความรู้ความ คาถาม ความคิด ว่าผ่านเกณฑ์
เขา้ ใจ (K) การประเมิน

ทกั ษะ/ 1.ระบปุ ัจจยั สาคญั ท่พี ืชใช้ใน 1. แบบฝึกหัด 70% ขึ้นไป ถอื
กระบวนการ (P) การเจริญเติบโต(น้า)
วทิ ยาศาสตร์ ว่าผา่ นเกณฑ์

2. ใบงาน เรอ่ื ง นา้ มี การประเมิน

ความสาคญั

กับพชื หรือไม่

คุณลักษณะนิสัย (A) 1. สงั เกตจากการเรียนมีความ 1. แบบสงั เกต 70% ขึน้ ไป ถือ
รับผิดชอบต่องานที่สัง่ และส่ง พฤติกรรม วา่ ผ่านเกณฑ์
งานได้ทนั ตามทีก่ าหนด การประเมิน
2. สังเกตจากการเรยี นใฝ่
เรยี นรู้
3. สงั เกตจากการมงุ่ ม่นั ในการ
ทางาน

7. สื่อ/แหลง่ การเรยี นรู้
7.1สือ่ การเรียนรู้

1.หนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ป.2 เลม่ 1 หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 3 เรียนรู้ชวี ิตพชื
2.แบบฝึกหดั วทิ ยาศาสตร์ ป.2 เลม่ 1 หน่วยการเรียนรูท้ ี่ 3 เรียนรู้ชวี ิตพชื
3.วัสด-ุ อปุ กรณก์ ารทดลองในกจิ กรรมที่ 2 เชน่ น้า ตน้ ถ่ัวเขยี ว ไมบ้ รรทัด กระป๋องนม ดนิ
4.ใบงาน เรอื่ ง นา้ มคี วามสาคัญกับพืชหรือไม่

7.2แหล่งการเรยี นรู้
1.ห้องเรียน
2.หอ้ งสมดุ
3.อนิ เทอร์เนต็

8. กิจกรรมเสนอแนะ
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................

ลงชื่อ............................................ครผู ู้สอน ลงชื่อ............................................ฝ่ายวิชาการ
(....................................................) (...............................................)

ลงชื่อ..............................................ผู้บรหิ าร
(................................................)

สัปดาหท์ ่ี 11

โรงเรียนขจรเกียรตพิ ัฒนา

แผนการจดั การเรยี นรู้

ภาคเรียนท่ี…1……/……………..………............. ชื่อผู้สอน..........................................................................

กลุม่ สาระการเรยี นรู้ วิทยาศาสตร์ ชน้ั ประถมศึกษาปที ี่ 2 จานวน 2 คาบ

หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 3 ชวี ติ พชื เรือ่ ง ปจั จัยท่จี าเปน็ ต่อการดารงชีวิตของพชื (1)

1.มาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ช้ีวัด

มาตรฐาน ว 1.2
เข้าใจสมบัติของสิ่งมีชีวิต หน่วยพื้นฐานของสิ่งมีชีวิต การลาเลียงสารเข้าและออกจากเซลล์
ความสัมพันธ์ของโครงสร้างและหน้าท่ีของระบบต่าง ๆ ของสัตว์และมนุษย์ท่ีทางานสัมพันธ์กัน ความสัมพันธ์
ของโครงสร้างและหนา้ ทขี่ องอวยั วะตา่ ง ๆ ของพืชทที่ างานสมั พันธก์ นั รวมทง้ั นาความรู้ไปใชป้ ระโยชน์

ตัวชี้วัด
ป.2/1 ระบวุ า่ พชื ตอ้ งการแสงและนา้ เพ่อื การเจริญเตบิ โตโดยใชข้ ้อมลู จากหลกั ฐานเชิงประจกั ษ์
ป.2/2 ตระหนักถึงความจาเป็นท่ีพืชต้องได้รับน้าและแสง เพื่อการเจริญเติบโตโดยดูแลพืชให้ได้รับสิ่ง

ดังกลา่ วอยา่ งเหมาะสม

2. สาระสาคัญ/ความคิดรวบยอด
ปจั จยั ทจี่ าเป็นต่อการดารงชวี ิตและการเจริญเตบิ โตของพืช คือ นา้ แสง อากาศ และธาตุอาหาร

3. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
1. อธิบายปจั จยั ท่ีจาเปน็ ตอ่ การเจริญเตบิ โตของพืชได้ (K)
2. ตระหนกั ถึงความจาเปน็ ทีพ่ ชื ต้องได้รบั แสงและน้า เพ่ือการเจริญเตบิ โตได้ (A)

4. สาระการเรยี นรู้

สาระการเรยี นรูแ้ กนกลาง สาระการเรยี นร้ทู ้องถ่ิน
พชื ต้องการนา้ แสง เพือ่ การเจริญเติบโต พจิ ารณาตามหลกั สูตรของสถานศึกษา

5. กิจกรรมการเรยี นรู้

คาบที่ 1

ขน้ั สอน

ขัน้ กระตุ้นความสนใจ
1.ครกู ระตุ้นความสนใจของนกั เรียนกอ่ นจะเร่มิ เรยี นในวันน้ี โดยครนู าต้นพืชทม่ี ีลกั ษณะเหี่ยวเฉามาให้
นกั เรียนสังเกต
2.ครถู ามคาถามกระตุ้นความคิดของนกั เรยี น ดงั น้ี
1) นกั เรียนสังเกตเหน็ ตน้ พืชท่คี รนู ามามีลกั ษณะอย่างไร
(แนวตอบ ตน้ พืชเห่ียวเฉา)
2) นักเรียนคิดว่า ทต่ี น้ พืชมีลักษณะดังกล่าวเกิดมาจากสาเหตุใด
(แนวตอบ ต้นพชื ขาดนา้ )
3) นักเรยี นจะทาอยา่ งไร เพื่อไม่ให้ต้นพชื มีลักษณะเหมือนต้นพชื ทค่ี รูนามาให้สังเกต
(แนวตอบ รดนา้ อยา่ งเหมาะสม และต้งั ตน้ พชื ให้อยู่ในบรเิ วณท่มี ีแสงแดดสอ่ งถงึ )
3.ครูถามคาถามท้าทายการคดิ ขั้นสูง จากหนงั สือเรยี นแลว้ ให้นักเรยี นช่วยกนั นาความรู้ท่ีไดจ้ ากการทา
กิจกรรมมาตอบคาถามว่า ตมู ตามปลูกกระบองเพชรในห้องที่มแี สงจากหลอดไฟ
จากข้อมลู ดงั กลา่ ว นักเรียนคิดว่า กระบองเพชรจะสามารถเจรญิ เตบิ โตได้หรือไม่ อย่างไร

(แนวตอบ ตะบองเพชรสามารถเจริญเติบโตได้ เพราะแสงจากหลอดไฟทีม่ ีความเข้มของแสงท่ี
เหมาะสมสามารถทดแทนแสงแดดได้ จึงทาให้ตน้ กระบองเพชรเจรญิ เติบโต)

(หมายเหตุ : ครูเร่ิมประเมนิ นักเรียน โดยใช้แบบสงั เกตพฤติกรรมการทางานรายบุคคล)

ขน้ั สอน

ขน้ั สารวจคน้ หา
4.นักเรียนช่วยกนั ศึกษาข้อมลู จากหนังสือเรียนวทิ ยาศาสตร์ ป.2 จากนน้ั ครถู ามคาถามนกั เรยี นวา่
นักเรียนทราบหรอื ไมว่ ่า นอกจากแสงและน้าทเี่ ป็นปัจจยั ในการดารงชีวิตของพืชแล้ว ยังมปี ัจจยั ใดทมี่ ี
ความสาคัญตอ่ การดารงชวี ิตของพืชอีกหรือไม่ อะไรบา้ ง แล้วให้นักเรียนชว่ ยกนั ตอบคาถามตามความ
เข้าใจของนักเรยี น
5.ครแู บง่ กลุม่ ใหน้ ักเรียน กลุ่มละ 4-5 คน โดยใหน้ ักเรียนจับสลากทค่ี รูเตรียมไว้คนละ 1 ใบ ซ่ึงมีช่ือพชื
เขยี นไว้ เชน่ ตน้ กหุ ลาบ ตน้ มะลิ ต้นชบา ต้นทานตะวนั แลว้ ครูให้นกั เรียนแต่ละคนดสู ลากที่ตนเองจับได้
วา่ ไดต้ น้ พืชท่ีช่ือว่าอะไร จากนั้นให้นักเรยี นท่ีจบั ไดต้ ้นพชื ชนิดเดยี วกันอย่กู ลุ่มดว้ ยกนั เพ่ือทากิจกรรมใน
คาบถดั ไป

คาบที่ 2

ขน้ั สอน

ขน้ั อธิบายความรู้
1. นกั เรียนแต่ละกลุม่ ช่วยกันศกึ ษาเกีย่ วกับปัจจยั ที่จาเป็นตอ่ การดารงชีวิตของพืช จากหนังสือเรยี น
2. นกั เรียนแตล่ ะกล่มุ ชว่ ยกันศึกษาขอ้ มลู จากส่ือดิจิทัลเพ่ิมเตมิ ในหนงั สอื เรียน โดยใหใ้ ช้โทรศัพท์มอื ถอื
สแกน QR Code เร่อื ง ปัจจยั ทจ่ี าเป็นตอ่ การดารงชวี ิตของพืช จากนน้ั รว่ มกนั สรุปความรทู้ ีไ่ ดจ้ าก
การศึกษาภายในกลมุ่

6. การวัดและประเมินผล

การวดั และ วิธีการวัดผล เครือ่ งมอื วดั เกณฑก์ าร
ประเมนิ ผล ประเมนิ ผล
จุดประสงค์ 1. สงั เกตจากการซกั ถาม ตอบ 1.คาถามกระตุ้น 70% ขึ้นไป ถอื
ความรคู้ วาม คาถาม ความคิด ว่าผ่านเกณฑ์
เข้าใจ (K) การประเมิน

ทักษะ/ 1.ระบปุ ัจจยั สาคญั ทพ่ี ชื ใชใ้ น 1. แบบฝึกหดั 70% ขน้ึ ไป ถือ

กระบวนการ (P) การเจรญิ เติบโต วทิ ยาศาสตร์ ว่าผ่านเกณฑ์

2. แผนผัง แผนภาพ การประเมนิ

หรืออนื่ ๆปจั จัยท่ี

จาเป็นต่อการ

ดารงชีวิต

ของพชื

คุณลกั ษณะนสิ ยั (A) 1. สงั เกตจากการเรียนมีความ 1. แบบสังเกต 70% ขึ้นไป ถือ

รับผิดชอบต่องานท่ีส่งั และส่ง พฤตกิ รรม ว่าผ่านเกณฑ์

งานไดท้ ันตามท่กี าหนด การประเมิน

2. สงั เกตจากการเรียนใฝ่

เรยี นรู้

3. สงั เกตจากการม่งุ มั่นในการ

ทางาน

7. สื่อ/แหล่งการเรยี นรู้
7.1ส่อื การเรยี นรู้
1.หนงั สือเรยี นวิทยาศาสตร์ ป.2 เล่ม 1 หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 3 เรยี นร้ชู วี ิตพชื
2.แบบฝึกหดั วิทยาศาสตร์ ป.2 เล่ม 1 หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 3 เรยี นรู้ชวี ติ พืช
3.บัตรคาและบตั รข้อความเก่ยี วกบั ปจั จัยท่ีจาเปน็ ต่อการดารงชีวติ ของพืช
4.QR Code เร่อื ง ปัจจัยท่จี าเป็นต่อการดารงชวี ติ ของพชื
5.ตน้ พชื ท่มี ลี กั ษณะเห่ยี วเฉา
6.สลากชอ่ื ตน้ ไม้
7.กระดาษ

7.2 แหล่งการเรียนรู้

1.หอ้ งเรยี น
2.ห้องสมุด
3.อนิ เทอร์เนต็

8. กจิ กรรมเสนอแนะ
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................

ลงชอ่ื ............................................ครผู ู้สอน ลงช่ือ............................................ฝา่ ยวิชาการ
(....................................................) (...............................................)

ลงชื่อ..............................................ผู้บรหิ าร
(................................................)

สัปดาหท์ ่ี 11

โรงเรียนขจรเกยี รติพฒั นา

แผนการจดั การเรยี นรู้

ภาคเรียนที่…1……/……………..………............. ชื่อผูส้ อน..........................................................................

กลุ่มสาระการเรยี นรู้ วทิ ยาศาสตร์ ชัน้ ประถมศึกษาปีที่ 2 จานวน 2 คาบ

หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 ชีวติ พืช เร่ือง ปัจจยั ที่จาเปน็ ตอ่ การดารงชีวิตของพชื (2)

1.มาตรฐานการเรยี นรู้/ตัวชว้ี ดั

มาตรฐาน ว 1.2
เข้าใจสมบตั ขิ องส่ิงมีชวี ติ หน่วยพ้ืนฐานของสงิ่ มชี วี ติ การลาเลยี งสารเข้าและออกจากเซลล์

ความสมั พนั ธข์ องโครงสร้างและหน้าทีข่ องระบบต่าง ๆ ของสัตวแ์ ละมนุษยท์ ีท่ างานสัมพนั ธ์กนั ความสมั พนั ธ์
ของโครงสร้างและหน้าทีข่ องอวยั วะต่าง ๆ ของพชื ท่ที างานสัมพนั ธ์กนั รวมทง้ั นาความรไู้ ปใชป้ ระโยชน์

ตวั ชวี้ ดั
ป.2/1 ระบวุ ่าพชื ต้องการแสงและน้า เพ่ือการเจริญเติบโตโดยใช้ขอ้ มลู จากหลักฐานเชงิ ประจกั ษ์
ป.2/2 ตระหนักถึงความจาเป็นท่ีพืชต้องได้รับน้าและแสง เพื่อการเจริญเติบโตโดยดูแลพืชให้ได้รับสิ่ง

ดงั กล่าวอย่างเหมาะสม

2. สาระสาคญั /ความคดิ รวบยอด
ปัจจยั ทจี่ าเปน็ ตอ่ การดารงชีวิตและการเจริญเตบิ โตของพชื คอื นา้ แสง อากาศ และธาตอุ าหาร

3. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
1. อธบิ ายปจั จยั ท่ีจาเปน็ ตอ่ การเจรญิ เติบโตของพืชได้ (K)
2. ตระหนักถึงความจาเปน็ ท่ีพืชตอ้ งได้รบั แสงและน้า เพือ่ การเจริญเติบโตได้ (A)

4. สาระการเรยี นรู้

สาระการเรยี นรูแ้ กนกลาง สาระการเรยี นรู้ท้องถิน่
พชื ตอ้ งการน้า แสง เพื่อการเจริญเติบโต พจิ ารณาตามหลักสูตรของสถานศกึ ษา

5. กจิ กรรมการเรยี นรู้

คาบที่ 3

ขน้ั สอน

ขน้ั สารวจคน้ หา
1.จากการศกึ ษาคาบทแี่ ลว้ ครูใหน้ กั เรียนเลน่ เกมการแขง่ ขันจับคูบ่ ัตรคาและบตั รข้อความ โดยครแู จกบัตร
คาและบตั รข้อความใหแ้ ตล่ ะกลมุ่
2.ครูอธบิ ายวธิ กี ารเล่มเกมแข่งขนั การจับคู่บัตรคาและบัตรขอ้ ความเกี่ยวกบั ปัจจยั ท่ีจาเปน็ ตอ่ การ
ดารงชวี ิตของพืชให้นักเรยี นเข้าใจว่า ใหน้ ักเรียนจบั คบู่ ตั รคาและบัตรขอ้ ความทมี่ ีความสัมพนั ธ์
กันในเวลาทีก่ าหนด และเม่ือหมดเวลาครูจะเปน็ ผู้ตรวจสอบความถกู ตอ้ ง ถ้านกั เรียนจบั ค่บู ตั รคาและบตั ร
ข้อความไดถ้ กู ตอ้ ง 1 คู่ จะได้ 2 คะแนน
3.เม่ือนกั เรียนร่วมกันเลน่ เกมเสรจ็ แลว้ ใหน้ ักเรียนรว่ มกนั สรปุ ว่า ได้ประโยชนอ์ ะไรจากการเล่นเกม

คาบที่ 4

ขน้ั สอน

ขั้นอธิบายความรู้
1. ครแู จกกระดาษให้กลมุ่ ละ 1 แผน่ จากนนั้ ให้ช่วยกันนาความรทู้ ี่ไดจ้ ากการศึกษาข้อมูล จากหนังสอื
เรยี นและจากการเลน่ เกมมาระดมความคดิ ว่า นอกจากน้าและแสงแลว้ พืชยงั ต้องการปจั จัยใดบา้ ง
เพอ่ื ใช้ในการดารงชีวิต แล้วนาขอ้ มลู มาเขียนปจั จยั ทจี่ าเป็นต่อการดารงชวี ิตของพืชในรูปแบบแผนผัง
แผนภาพ หรืออ่ืน ๆ ลงในกระดาษท่ีครูแจก พรอ้ มตกแตง่ ให้สวยงาม

(หมายเหตุ : ครูเริ่มประเมนิ นักเรยี น โดยใชแ้ บบสังเกตพฤติกรรมการทางานกลมุ่ )


Click to View FlipBook Version