สปั ดาห์ท่ี 6
โรงเรียนขจรเกียรติพัฒนา
แผนการจดั การเรยี นรู้
ภาคเรยี นท่ี 1 / ……. ชอ่ื ผ้สู อน นายซุลกฟิ ลี ดอื ราโอะ
กลุ่มสาระ สขุ ศึกษาและพลศกึ ษา ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี 4 จำนวน 1 คาบ
หนว่ ยการเรยี นร้ทู ี่ 2 ชีวติ และครอบครัว เร่ือง ความสำคญั ของการเปน็ เพ่ือนและสมาชกิ ครอบครวั ท่ดี ี
1. มาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตวั ช้วี ัด
มาตรฐาน พ 2.1เขา้ ใจและเหน็ คุณค่าตนเอง ครอบครัว เพศศึกษา และมที ักษะในการดำเนินชีวติ
ตัวช้วี ัดท่ี ป. 4/1อธิอบายคณุ ลกั ษณะของความเปน็ เพือ่ นและสมาชิกทดี่ ขี องครอบครวั
2. สาระสำคญั
ในชวี ิตของเราจะตอ้ งอยู่ร่วมกับสมาชกิ ในครอบครัว ไดแ้ ก่ พ่อ แม่ พี่ น้อง และบุคคลอ่ืน ๆ ในโรงเรียน
ได้แก่ เพือ่ นการเรียนรู้วธิ กี ารปรับตัวเพือ่ ใช้ชีวิตร่วมกับบุคคลอน่ื ให้เกิดความราบรน่ื จึงมีความสำคญั และทำให้ชวี ติ มี
ความสขุ โดยเราจะต้องปฏิบัตติ นเปน็ เพื่อนและสมาชิกทีด่ ขี องครอบครวั
3. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
1. อธิบายความสำคญั ของการเป็นเพอื่ นและสมาชิกที่ดขี องครอบครัวอยา่ งถูกต้องได้ (K)
2. ตระหนักถึงความสำคญั ของการเปน็ เพอ่ื นและสมาชกิ ที่ดขี องครอบครวั (A)
3. สามารถสอื่ สารเพอื่ อธิบายความสำคญั ของการเปน็ เพือ่ นและสมาชกิ ทด่ี ขี องครอบครวั
อยา่ งถูกต้องได้ (P)
4. สาระการเรยี นรู้ สาระการเรียนรทู้ อ้ งถ่ิน
สาระการเรยี นรู้แกนกลาง พจิ ารณาตามหลกั สูตรขอองสถานศึกษา
1.การเป็นและสมาชิกครอบครวั ทด่ี ี
- การปฏิบัตติ นของเป็นเพ่ือนและสมาชกิ
ครอบครวั
- ความสำคัญของเพอ่ื นและครอบครัว
- การดูแลครอบครัว
5. สาระการเรียนรู้
คาบที่ 6
ข้ันเตรียมกอ่ นนำเขา้ สู่บทเรยี น
• นกั เรยี นทำแบบทดสอบความรู้กอ่ นการเรยี นหนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 2 ชีวติ และครอบครวั โดยครูอ่าน
คำช้ีแจงให้นักเรยี นฟัง เพื่อเปน็ การประเมนิ พน้ื ฐานความรู้
ขน้ั ที่ 1: นำเข้าสู่บทเรียน
1. สมุ่ ตัวแทนนักเรียนออกมาเลา่ เรอ่ื งเพื่อนทป่ี ระทบั ใจ และเล่าถงึ ความสมั พันธ์ทม่ี ีตอ่ เพือ่ น
2. ครถู ามคำถามนำเข้าสู่บทเรยี น “นกั เรยี นอยรู่ ว่ มกับเพอ่ื นและสมาชกิ ในครอบครวั ได้อย่างมีความสุข
หรือไม่ อยา่ งไร”
ขน้ั ท่ี 2: กจิ กรรมการเรียนรู้
1. นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลมุ่ ละ 3–5 คน รว่ มกนั แสดงความคดิ เห็นเกย่ี วกับความสำคญั ของการเปน็ เพื่อน
และสมาชกิ ทด่ี ีของครอบครวั
2. นักเรียนแตล่ ะกลุม่ สรุปผลการแสดงความคิดเหน็ และสง่ ตวั แทนกลมุ่ ออกมารายงานผลหน้าช้นั
เรยี น
3. ครูเปดิ โอกาสใหน้ ักเรียนซักถามขอ้ สงสัยและใหข้ อ้ เสนอแนะเพ่ิมเตมิ
ขน้ั ที่ 3: ฝึกฝนทกั ษะและประสบการณ์
• นกั เรียนเขยี นเรยี งความเร่ือง ความสำคญั ของการเปน็ เพื่อนและสมาชิกทีด่ ีของครอบครัว และนำมา
ผลัดกนั อ่านกับเพือ่ น ๆ ในชัน้ เรียน
ขนั้ ที่ 4: การนำไปใช้
• นกั เรียนนำความรูท้ ่ีไดจ้ ากการศกึ ษาและการปฏบิ ตั ิกิจกรรมไปเล่าให้ผูป้ กครองฟงั และให้ผูป้ กครอง
ตอบรับการปฏบิ ัตกิ จิ กรรมกลับมาทีค่ รู
ขนั้ ท่ี 5: สรุปความรู้
• นักเรียนสรปุ สาระสำคัญทไี่ ดจ้ ากการปฏบิ ัตกิ ิจกรรมและบนั ทึกความรโู้ ดยสังเขปในสมุด
บนั ทึก
6. การวดั และประเมินผล วิธกี ารวัดผล เคร่ืองมอื วดั เกณฑก์ าร
การวัดและประเมนิ ผล
จดุ ประสงค์ ประเมนิ ผล
ความรคู้ วามเข้าใจ (K)
- ตรวจกจิ กรรมฝึกทกั ษะ -กจิ กรรมฝกึ ทักษะ 80% ข้ึนไป ถอื วา่
ทักษะ/กระบวนการ (P)
-ตรวจแบบฝกึ หดั -แบบฝึกหัด ผา่ นเกณฑ์การ
คุณลกั ษณะนสิ ัย (A)
ประเมิน
-สงั เกตพฤตกิ รรม การ - แบบประเมิน 80% ขน้ึ ไป ถอื ว่า
ทำงานรายบคุ คล/กลมุ่ ทักษะและ ผ่านเกณฑก์ าร
กระบวนการทางสุข ประเมิน
ศึกษาและพลศกึ ษา
1. สงั เกตจากการเรียนมี 1. แบบสงั เกต 80% ขึ้นไป ถอื วา่
ความรับผดิ ชอบตอ่ งานทีส่ ่ัง พฤตกิ รรม ผา่ นเกณฑก์ าร
และสง่ งานได้ทันตามท่ี ประเมนิ
กำหนด
2. สงั เกตจากการเรียนใฝ่
เรยี นรู้
3. สงั เกตจากการมุง่ มนั่ ใน
การทำงาน
7. สอ่ื /อปุ กรณ์/แหลง่ การเรยี นรู้
1. หนงั สือเรยี นสาระการเรยี นรู้พื้นฐาน สุขศึกษาและพลศึกษา ป. 4 บรษิ ัท สำนกั พมิ พว์ ัฒนาพานิช จำกดั
2. สือ่ การเรียนรู้ สขุ ศึกษาและพลศกึ ษา สมบรู ณ์แบบ ป. 4 บรษิ ัท สำนักพิมพ์วัฒนาพานชิ จำกัด
3. แบบฝกึ หัด สขุ ศกึ ษาและพลศึกษา ป. 4 บริษทั สำนักพิมพ์วฒั นาพานิช จำกัด
8. กจิ กรรมเสนอแนะ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
ลงชอ่ื .................................................ผสู้ อนลง ชอื่ ...............................................ฝ่ายวชิ าการ
(.................................................................) (.................................................................)
ลงช่อื ...........................................ผ้อู ำนวยการ
(.................................................................)
สปั ดาห์ท่ี 7
โรงเรียนขจรเกยี รติพฒั นา
แผนการจัดการเรียนรู้
ภาคเรยี นท่ี 1 / ……. ชอื่ ผู้สอน นายซลุ กฟิ ลี ดอื ราโอะ
กลุ่มสาระ สุขศึกษาและพลศึกษา ชัน้ ประถมศึกษาปีที่ 4 จำนวน 1 คาบ
หนว่ ยการเรยี นร้ทู ี่ 2 ชีวิตและครอบครวั เรอ่ื ง ความสำคัญของการเป็นเพ่ือนและสมาชกิ ครอบครวั ท่ดี ี
1. มาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตวั ชวี้ ัด
มาตรฐาน พ 2.1เข้าใจและเหน็ คณุ ค่าตนเอง ครอบครวั เพศศึกษา และมที กั ษะในการดำเนินชีวติ
ตัวช้วี ัดท่ี ป. 4/1อธอิ บายคณุ ลกั ษณะของความเปน็ เพ่ือนและสมาชกิ ทดี่ ขี องครอบครวั
2. สาระสำคญั
ในชวี ิตของเราจะตอ้ งอยู่ร่วมกบั สมาชกิ ในครอบครัว ได้แก่ พ่อ แม่ พี่ น้อง และบคุ คลอน่ื ๆ ในโรงเรียน
ได้แก่ เพือ่ นการเรียนรู้วธิ กี ารปรับตวั เพื่อใช้ชวี ิตร่วมกับบคุ คลอ่นื ให้เกิดความราบร่ืนจงึ มคี วามสำคญั และทำให้ชวี ติ มี
ความสขุ โดยเราจะต้องปฏบิ ตั ติ นเปน็ เพื่อนและสมาชกิ ทดี่ ีของครอบครวั
3. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
1. อธิบายความสำคญั ของการเป็นเพอื่ นและสมาชกิ ท่ีดีของครอบครวั อยา่ งถกู ต้องได้ (K)
2. ตระหนักถึงความสำคญั ของการเปน็ เพอ่ื นและสมาชกิ ท่ดี ีของครอบครวั (A)
3. สามารถสอื่ สารเพอ่ื อธิบายความสำคญั ของการเปน็ เพื่อนและสมาชิกทีด่ ขี องครอบครวั
อยา่ งถูกต้องได้ (P)
4. สาระการเรยี นรู้ สาระการเรยี นรทู้ อ้ งถนิ่
สาระการเรียนรู้แกนกลาง พจิ ารณาตามหลักสูตรขอองสถานศกึ ษา
1.การเป็นและสมาชิกครอบครวั ทดี่ ี
- การปฏิบัตติ นของเป็นเพ่ือนและสมาชกิ
ครอบครวั
- ความสำคัญของเพอื่ นและครอบครัว
- การดูแลครอบครัว
5. สาระการเรียนรู้
คาบที่ 7
ข้ันเตรียมกอ่ นนำเขา้ สู่บทเรยี น
• นกั เรยี นทำแบบทดสอบความร้กู ่อนการเรียนหน่วยการเรียนรทู้ ่ี 2 ชีวติ และครอบครวั โดยครูอ่าน
คำช้ีแจงให้นักเรยี นฟัง เพื่อเปน็ การประเมินพ้นื ฐานความรู้
ขน้ั ที่ 1: นำเข้าสู่บทเรยี น
1. สมุ่ ตัวแทนนักเรียนออกมาเล่าเร่ืองเพอ่ื นทีป่ ระทับใจ และเล่าถึงความสมั พันธ์ทม่ี ีต่อเพือ่ น
2. ครถู ามคำถามนำเข้าสู่บทเรยี น “นกั เรียนอยรู่ ่วมกับเพ่ือนและสมาชกิ ในครอบครวั ได้อยา่ งมคี วามสุข
หรือไม่ อยา่ งไร”
ขน้ั ท่ี 2: กจิ กรรมการเรียนรู้
2. นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลมุ่ ละ 3–5 คน รว่ มกนั แสดงความคิดเหน็ เกย่ี วกับความสำคญั ของการเปน็ เพื่อน
และสมาชกิ ทดี่ ีของครอบครวั
2. นักเรียนแตล่ ะกลุม่ สรุปผลการแสดงความคดิ เหน็ และสง่ ตวั แทนกลุม่ ออกมารายงานผลหน้าช้นั
เรยี น
3. ครูเปดิ โอกาสใหน้ ักเรียนซักถามข้อสงสยั และให้ขอ้ เสนอแนะเพิ่มเตมิ
ขน้ั ที่ 3: ฝึกฝนทกั ษะและประสบการณ์
• นกั เรียนเขยี นเรียงความเร่ือง ความสำคญั ของการเปน็ เพือ่ นและสมาชิกทีด่ ีของครอบครัว และนำมา
ผลัดกนั อ่านกับเพือ่ น ๆ ในชัน้ เรยี น
ขนั้ ที่ 4: การนำไปใช้
• นกั เรียนนำความรูท้ ่ีไดจ้ ากการศกึ ษาและการปฏบิ ัติกิจกรรมไปเล่าให้ผปู้ กครองฟงั และให้ผูป้ กครอง
ตอบรับการปฏิบัตกิ จิ กรรมกลบั มาทีค่ รู
ขนั้ ท่ี 5: สรุปความรู้
• นักเรียนสรปุ สาระสำคัญทไี่ ด้จากการปฏิบัตกิ จิ กรรมและบนั ทกึ ความรูโ้ ดยสังเขปในสมุด
บนั ทึก
6. การวดั และประเมินผล วธิ กี ารวดั ผล เครอ่ื งมือวดั เกณฑก์ าร
การวดั และประเมนิ ผล
จดุ ประสงค์ ประเมินผล
ความรู้ความเข้าใจ (K)
- ตรวจกิจกรรมฝึกทักษะ -กิจกรรมฝึกทักษะ 80% ข้ึนไป ถอื ว่า
ทักษะ/กระบวนการ (P)
-ตรวจแบบฝึกหดั -แบบฝึกหัด ผา่ นเกณฑ์การ
คุณลักษณะนิสยั (A)
ประเมนิ
-สงั เกตพฤติกรรม การ - แบบประเมิน 80% ข้นึ ไป ถอื วา่
ทำงานรายบคุ คล/กลมุ่ ทกั ษะและ ผา่ นเกณฑก์ าร
กระบวนการทางสขุ ประเมนิ
ศกึ ษาและพลศกึ ษา
1. สังเกตจากการเรยี นมี 1. แบบสงั เกต 80% ขึ้นไป ถอื ว่า
ความรับผดิ ชอบตอ่ งานท่ีส่ัง พฤติกรรม ผา่ นเกณฑก์ าร
และสง่ งานได้ทันตามที่ ประเมนิ
กำหนด
2. สังเกตจากการเรียนใฝ่
เรยี นรู้
3. สังเกตจากการมงุ่ ม่นั ใน
การทำงาน
7. สอ่ื /อปุ กรณ์/แหลง่ การเรียนรู้
1. หนงั สือเรยี นสาระการเรียนรู้พ้ืนฐาน สุขศึกษาและพลศกึ ษา ป. 4 บรษิ ทั สำนักพมิ พว์ ัฒนาพานิช จำกัด
2. สือ่ การเรียนรู้ สุขศกึ ษาและพลศกึ ษา สมบูรณ์แบบ ป. 4 บรษิ ัท สำนักพมิ พ์วัฒนาพานิช จำกดั
3. แบบฝกึ หัด สุขศึกษาและพลศกึ ษา ป. 4 บรษิ ัท สำนักพิมพ์วัฒนาพานชิ จำกัด
8. กจิ กรรมเสนอแนะ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
ลงชอ่ื .................................................ผสู้ อนลง ชอื่ ...............................................ฝ่ายวชิ าการ
(.................................................................) (.................................................................)
ลงช่อื ...........................................ผ้อู ำนวยการ
(.................................................................)
สัปดาห์ท่ี 8
โรงเรยี นขจรเกียรตพิ ฒั นา
แผนการจดั การเรยี นรู้
ภาคเรียนท่ี 1 / …….. ชอ่ื ผ้สู อน นายซุลกิฟลี ดอื ราโอะ
กล่มุ สาระ สุขศกึ ษาและพลศึกษา ชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี 4 จำนวน 1 คาบ
หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 ชวี ิตและครอบครวั เรื่อง ความหมายและความสำคัญของพฤติกรรม
ทางเพศทีเ่ หมาะสมตามวฒั นธรรมไทย
1. มาตรฐานการเรียนร/ู้ ตัวชว้ี ดั
มาตรฐาน พ 2.1เขา้ ใจและเห็นคณุ คา่ ตนเอง ครอบครัว เพศศึกษา และมที กั ษะในการดำเนินชีวิต
ตวั ชี้วัดที่ ป. 4/2แสดงพฤตกิ รรมทเ่ี หมาะสมกับเพศของตนตามวฒั นธรรมไทย
2. สาระสำคัญ
พฤติกรรมทางเพศ หมายถงึ ความคดิ และการแสดงออกของบุคคลเกย่ี วกับเร่ืองเพศ ซึ่งมผี ลต่อการดำรงชวี ิต
เราทกุ คนจึงตอ้ งเรยี นรู้มารยาทและวธิ ีการปฏิบัตใิ ห้เหมาะสมกับเพศตามวัฒนธรรมไทยเพ่ือการอย่รู ว่ มกันในสงั คม
อยา่ งมคี วามสุขมีสขุ ภาพและบคุ ลกิ ภาพท่ดี ี
3. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
1. อธิบายความหมายและความสำคัญของพฤติกรรมทางเพศอย่างถกู ตอ้ งได้ (K)
2. ศกึ ษาเรอื่ งทีเ่ กยี่ วขอ้ งกับพฤตกิ รรมทางเพศด้วยความสนใจ (A)
3. สามารถแสดงพฤติกรรมทางเพศอย่างเหมาะสมได้ (P)
4. สาระการเรียนรู้
สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง สาระการเรียนรูท้ อ้ งถน่ิ
1.พฤตกิ รรมทางเพศท่เี หมาะสมตามวฒั นธรรม พจิ ารณาตามหลักสูตรขอองสถานศึกษา
ไทย
- การปฏิบัตติ นทางเพศทีเ่ หมาะสม
- ความสำคญั ของพฤตกิ รรมทางเพศ
- การแนะนำพฤติกรรมทางเพศตามวฒั นธรรม
ไทย
5.กจิ กรรมการเรยี นรู้
คาบท่ี 8
ข้ันที่ 1: นำเข้าสู่บทเรยี น
• ครูแสดงภาพเพศหญิงและเพศชาย และตั้งคำถามทบทวนความรู้เรอ่ื ง ความแตกตา่ งระหว่าง
เพศหญงิ และเพศชาย เช่น เพศหญิงและเพศชายมคี วามเหมอื นและแตกตา่ งกันอย่างไร มีการ
กระทำอะไรบา้ งที่บ่งบอกถึงพฤตกิ รรมทางเพศ
(ครอู าจถามดว้ ยคำถามอ่นื ๆ ท่ีเหมาะสมกบั สภาพการจัดการเรียนการสอนไดเ้ พอ่ื ทจ่ี ะไดใ้ ชเ้ ชอ่ื มโยง
เขา้ สู่บทเรียน)
ขั้นที่ 2: กจิ กรรมการเรยี นรู้
1. ครูนำเสนอถงึ ความหมายและความสำคัญของพฤตกิ รรมทางเพศท่ีเหมาะสมตามวัฒนธรรมไทย
2. นกั เรียนแบง่ กลมุ่ กลมุ่ ละ 3–4 คน ร่วมกันอภปิ รายถึงความหมายและความสำคญั ของพฤตกิ รรม
ทางเพศที่เหมาะสมตามวัฒนธรรมไทยและบันทึกผลการอภปิ ราย
3. แต่ละกลุ่มสง่ ตัวแทนรายงานผลการอภปิ รายหนา้ ชัน้ เรยี น
4. ใหค้ วามรู้เกยี่ วกบั วัฒนธรรมการแต่งกายของประเทศเพื่อนบา้ นในกลมุ่ ประเทศสมาชิก
อาเซยี นเช่น ชดุ ประจำชาติของประเทศลาว ผหู้ ญงิ นงุ่ ผ้าซ่นิ (ผ้าถงุ ) สวมเสือ้ แขนยาว
ทรงกระบอกคล้ายกนั กับการแตง่ กายทางภาคอีสานของไทย ผูช้ ายจะแต่งกายแบบ
สากลหรือนุง่ โจงกระเบน สวมเสอ้ื ช้ันนอกกระดมุ เจ็ดเม็ดคล้ายกันกับเสอ้ื พระราชทาน
ของไทย
ขั้นท่ี 3: ฝึกฝนทกั ษะและประสบการณ์
• นักเรียนผลัดกันถามและตอบคำถามเก่ียวกับความหมายและความสำคญั ของพฤตกิ รรมทางเพศที่
เหมาะสมตามวฒั นธรรมไทยและจดบันทกึ ลงในสมุดบนั ทึก
ขน้ั ที่ 4: การนำไปใช้
• นกั เรียนนำความรู้ทไี่ ด้จากการศึกษาและการปฏิบัตกิ จิ กรรมไปเลา่ ใหผ้ ้ปู กครองฟงั และใหผ้ ู้ปกครอง
ตอบรบั ผลการปฏบิ ตั กิ ิจกรรมนกั เรียนกลบั มาทค่ี รู
ขน้ั ที่ 5: สรปุ ความรู้
• นักเรียนสรปุ สาระสำคญั ท่ีได้จากการปฏบิ ัติกจิ กรรมและบนั ทึกความรู้โดยสงั เขปลงในสมดุ
บนั ทกึ
6. การวดั และประเมนิ ผล วิธกี ารวัดผล เคร่อื งมอื วดั เกณฑก์ าร
การวัดและประเมินผล
จุดประสงค์ ประเมนิ ผล
ความรคู้ วามเข้าใจ (K)
- ตรวจกจิ กรรมฝกึ ทกั ษะ -กิจกรรมฝกึ ทกั ษะ 80% ขน้ึ ไป ถอื ว่า
ทกั ษะ/กระบวนการ (P)
-ตรวจแบบฝึกหัด -แบบฝึกหดั ผา่ นเกณฑก์ าร
คณุ ลักษณะนสิ ัย (A)
ประเมิน
-สงั เกตพฤตกิ รรม การ - แบบประเมิน 80% ขึ้นไป ถือว่า
ทำงานรายบุคคล/กลุ่ม ทกั ษะและ ผา่ นเกณฑ์การ
กระบวนการทางสขุ ประเมิน
ศกึ ษาและพลศึกษา
1. สังเกตจากการเรยี นมี 1. แบบสงั เกต 80% ข้นึ ไป ถอื ว่า
ความรับผดิ ชอบต่องานที่สั่ง พฤตกิ รรม ผา่ นเกณฑก์ าร
และสง่ งานไดท้ ันตามที่ ประเมิน
กำหนด
2. สงั เกตจากการเรียนใฝ่
เรยี นรู้
3. สังเกตจากการมุง่ มั่นใน
การทำงาน
7. ส่อื /อปุ กรณ์/แหลง่ การเรยี นรู้
1. ภาพเพศหญิงและเพศชาย
2. หนงั สือเรียน รายวิชาพ้ืนฐาน สุขศกึ ษาและพลศึกษา ป. 4 บริษทั สำนักพมิ พว์ ัฒนาพานิช จำกัด
3. สื่อการเรยี นรู้ สุขศึกษาและพลศกึ ษา สมบรู ณแ์ บบ ป. 4 บรษิ ัท สำนกั พมิ พ์วฒั นาพานิช จำกัด
4. แบบฝึกทักษะ รายวชิ าพนื้ ฐาน สุขศึกษาและพลศึกษา ป. 4 บริษทั สำนักพิมพ์วฒั นาพานชิ จำกัด
8. กจิ กรรมเสนอแนะ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
ลงชอ่ื .................................................ผสู้ อนลง ชอื่ ...............................................ฝ่ายวชิ าการ
(.................................................................) (.................................................................)
ลงช่อื ...........................................ผ้อู ำนวยการ
(.................................................................)
สัปดาห์ท่ี 9
โรงเรยี นขจรเกียรตพิ ฒั นา
แผนการจดั การเรยี นรู้
ภาคเรียนท่ี 1 / …….. ชอ่ื ผ้สู อน นายซุลกิฟลี ดอื ราโอะ
กล่มุ สาระ สุขศกึ ษาและพลศึกษา ชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี 4 จำนวน 1 คาบ
หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 ชวี ิตและครอบครวั เรื่อง ความหมายและความสำคัญของพฤติกรรม
ทางเพศทีเ่ หมาะสมตามวฒั นธรรมไทย
1. มาตรฐานการเรียนร/ู้ ตัวชว้ี ดั
มาตรฐาน พ 2.1เขา้ ใจและเห็นคณุ คา่ ตนเอง ครอบครัว เพศศึกษา และมที กั ษะในการดำเนินชีวิต
ตวั ชี้วัดที่ ป. 4/2แสดงพฤตกิ รรมทเ่ี หมาะสมกับเพศของตนตามวฒั นธรรมไทย
2. สาระสำคัญ
พฤติกรรมทางเพศ หมายถงึ ความคดิ และการแสดงออกของบุคคลเกย่ี วกับเร่ืองเพศ ซึ่งมผี ลต่อการดำรงชวี ิต
เราทกุ คนจึงตอ้ งเรยี นรู้มารยาทและวธิ ีการปฏิบัตใิ ห้เหมาะสมกับเพศตามวัฒนธรรมไทยเพ่ือการอย่รู ว่ มกันในสงั คม
อยา่ งมคี วามสุขมีสขุ ภาพและบคุ ลกิ ภาพท่ดี ี
3. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
1. อธิบายความหมายและความสำคัญของพฤติกรรมทางเพศอย่างถกู ตอ้ งได้ (K)
2. ศกึ ษาเรอื่ งทีเ่ กยี่ วขอ้ งกับพฤตกิ รรมทางเพศด้วยความสนใจ (A)
3. สามารถแสดงพฤติกรรมทางเพศอย่างเหมาะสมได้ (P)
4. สาระการเรียนรู้
สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง สาระการเรียนรูท้ อ้ งถน่ิ
1.พฤตกิ รรมทางเพศท่เี หมาะสมตามวฒั นธรรม พจิ ารณาตามหลักสูตรขอองสถานศกึ ษา
ไทย
- การปฏิบัตติ นทางเพศทีเ่ หมาะสม
- ความสำคญั ของพฤตกิ รรมทางเพศ
- การแนะนำพฤติกรรมทางเพศตามวฒั นธรรม
ไทย
5.กจิ กรรมการเรยี นรู้
คาบท่ี 9
ข้ันที่ 1: นำเข้าสู่บทเรยี น
• ครูแสดงภาพเพศหญิงและเพศชาย และตั้งคำถามทบทวนความรู้เรอ่ื ง ความแตกตา่ งระหว่าง
เพศหญงิ และเพศชาย เช่น เพศหญิงและเพศชายมคี วามเหมอื นและแตกตา่ งกันอย่างไร มกี าร
กระทำอะไรบา้ งทบ่ี ง่ บอกถึงพฤตกิ รรมทางเพศ
(ครอู าจถามดว้ ยคำถามอ่นื ๆ ท่ีเหมาะสมกบั สภาพการจัดการเรียนการสอนไดเ้ พอ่ื ทจ่ี ะไดใ้ ชเ้ ชอ่ื มโยง
เขา้ สู่บทเรียน)
ขั้นที่ 2: กจิ กรรมการเรียนรู้
2. ครูนำเสนอถงึ ความหมายและความสำคัญของพฤตกิ รรมทางเพศท่ีเหมาะสมตามวัฒนธรรมไทย
2. นกั เรียนแบง่ กลุ่ม กลมุ่ ละ 3–4 คน ร่วมกันอภปิ รายถึงความหมายและความสำคญั ของพฤตกิ รรม
ทางเพศที่เหมาะสมตามวัฒนธรรมไทยและบันทึกผลการอภปิ ราย
3. แต่ละกลมุ่ สง่ ตัวแทนรายงานผลการอภปิ รายหนา้ ชัน้ เรยี น
4. ใหค้ วามรู้เกย่ี วกับวัฒนธรรมการแตง่ กายของประเทศเพื่อนบา้ นในกลมุ่ ประเทศสมาชิก
อาเซยี นเช่น ชุดประจำชาติของประเทศลาว ผหู้ ญงิ นงุ่ ผ้าซ่นิ (ผ้าถงุ ) สวมเสือ้ แขนยาว
ทรงกระบอกคล้ายกนั กับการแตง่ กายทางภาคอีสานของไทย ผูช้ ายจะแต่งกายแบบ
สากลหรอื น่งุ โจงกระเบน สวมเสอ้ื ชน้ั นอกกระดุมเจ็ดเม็ดคล้ายกันกับเสอ้ื พระราชทาน
ของไทย
ขั้นท่ี 3: ฝึกฝนทกั ษะและประสบการณ์
• นักเรียนผลดั กันถามและตอบคำถามเก่ียวกับความหมายและความสำคญั ของพฤตกิ รรมทางเพศที่
เหมาะสมตามวฒั นธรรมไทยและจดบันทกึ ลงในสมุดบนั ทึก
ขน้ั ที่ 4: การนำไปใช้
• นกั เรียนนำความรู้ท่ไี ด้จากการศกึ ษาและการปฏิบัตกิ จิ กรรมไปเลา่ ใหผ้ ้ปู กครองฟงั และใหผ้ ู้ปกครอง
ตอบรบั ผลการปฏิบตั กิ ิจกรรมนกั เรียนกลับมาทค่ี รู
ขน้ั ที่ 5: สรปุ ความรู้
• นักเรียนสรปุ สาระสำคญั ท่ีไดจ้ ากการปฏบิ ัติกจิ กรรมและบนั ทึกความรู้โดยสงั เขปลงในสมดุ
บนั ทกึ
6. การวดั และประเมนิ ผล วิธกี ารวดั ผล เคร่อื งมอื วดั เกณฑก์ าร
การวัดและประเมินผล
จุดประสงค์ ประเมนิ ผล
ความรคู้ วามเข้าใจ (K)
- ตรวจกิจกรรมฝกึ ทกั ษะ -กิจกรรมฝกึ ทกั ษะ 80% ขน้ึ ไป ถอื ว่า
ทกั ษะ/กระบวนการ (P)
-ตรวจแบบฝกึ หัด -แบบฝึกหดั ผา่ นเกณฑก์ าร
คณุ ลักษณะนสิ ัย (A)
ประเมิน
-สงั เกตพฤติกรรม การ - แบบประเมิน 80% ขึ้นไป ถือว่า
ทำงานรายบคุ คล/กลุ่ม ทกั ษะและ ผา่ นเกณฑ์การ
กระบวนการทางสขุ ประเมิน
ศกึ ษาและพลศึกษา
1. สงั เกตจากการเรยี นมี 1. แบบสงั เกต 80% ข้นึ ไป ถอื ว่า
ความรบั ผิดชอบต่องานที่สั่ง พฤตกิ รรม ผา่ นเกณฑก์ าร
และส่งงานไดท้ นั ตามที่ ประเมิน
กำหนด
2. สงั เกตจากการเรียนใฝ่
เรยี นรู้
3. สังเกตจากการมุง่ มั่นใน
การทำงาน
7. ส่อื /อปุ กรณ์/แหลง่ การเรยี นรู้
1. ภาพเพศหญิงและเพศชาย
2. หนงั สือเรียน รายวิชาพ้ืนฐาน สขุ ศึกษาและพลศึกษา ป. 4 บริษทั สำนักพมิ พว์ ัฒนาพานิช จำกัด
3. สื่อการเรยี นรู้ สุขศึกษาและพลศกึ ษา สมบรู ณแ์ บบ ป. 4 บรษิ ัท สำนกั พมิ พ์วฒั นาพานิช จำกัด
4. แบบฝึกทกั ษะ รายวชิ าพนื้ ฐาน สขุ ศกึ ษาและพลศึกษา ป. 4 บริษทั สำนักพิมพ์วฒั นาพานชิ จำกัด
8. กจิ กรรมเสนอแนะ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
ลงชอ่ื .................................................ผสู้ อนลง ชอื่ ...............................................ฝ่ายวชิ าการ
(.................................................................) (.................................................................)
ลงช่อื ...........................................ผ้อู ำนวยการ
(.................................................................)
สปั ดาห์ที่ 11
โรงเรียนขจรเกียรติพัฒนา
แผนการจดั การเรียนรู้
ภาคเรียนที่ 1 / ……. ช่อื ผู้สอน นายซลุ กฟิ ลี ดือราโอะ
กลุ่มสาระ สุขศกึ ษาและพลศึกษา ชนั้ ประถมศึกษาปที ี่ 4 จำนวน 1 คาบ
หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 3 เพมิ่ พูนทกั ษะการเคลอ่ื นไหว เร่ือง ดำน้ำเกบ็ ของ
1. มาตรฐานการเรียนร/ู้ ตวั ชว้ี ัด
มาตรฐาน พ 3.1เขา้ ใจ มีทักษะในการเคลื่อนไหว กิจกรรมทางกาย การเลน่ เกม และกฬี า
ตวั ชวี้ ัดที่ ป. 4/1ควบคมุ ตนเองเมอื่ ใช้ทกั ษะการเคลอื่ นไหวในลักษณะผสมผสานไดท้ ัง้ แบบอยกู่ ับที่
เคลือ่ นท่ี และใชอ้ ปุ กรณ์ประกอบ
มาตรฐาน พ 3.2 รกั การออกกำลังกาย การเล่นเกม และการเลน่ กฬี า ปฏิบตั ิเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอ
มวี นิ ัย เคารพสทิ ธิ กฎ กติกา มนี ำ้ ใจนกั กฬี า มีจติ วิญญาณ ในการแขง่ ขันและชน่ื ชมในสนุ ทรียภาพของการกีฬา
ตวั ชว้ี ัดที่ ป. 4/1ออกกำลงั กาย เลน่ เกม และกีฬา ทตี่ นเองชอบและมคี วามสามารถในการวเิ คราะห์
ผลพฒั นาการของตนเองตามตัวอย่างและแบบปฏบิ ัติของผู้อนื่
2. สาระสำคัญ
การดำน้ำเกบ็ ของ เปน็ ทกั ษะการฝกึ ขน้ั พ้นื ฐานของการเล่นกฬี าวา่ ยน้ำ เพราะเป็นการฝึกทีเ่ นน้ จังหวะการ
กล่ันหายใจในน้ำใหไ้ ด้นานทส่ี ุด เพ่อื ใหเ้ กดิ ความเคยชนิ กับการอยู่ในน้ำการดำขน้ึ ลงในนำ้ ทำให้อวัยวะส่วนตา่ งๆของ
รา่ งกายทำงานสัมพนั ธก์ นั
3. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
1.สามารถอธิบายและเข้าใจการดำน้ำเก็บของอย่างถูกตอ้ งได้(K)
2. สนใจเข้าร่วมปฏิบตั ิกิจกรรมการเรยี นรู้เกย่ี วกับการดำนำ้ เก็บของ(A)
3. สามารถปฏิบตั ทิ กั ษะการดำน้ำเกบ็ ของไดถ้ กู ต้อง (P)
4. สาระการเรยี นรู้
สาระการเรียนร้แู กนกลาง สาระการเรยี นรูท้ ้องถิน่
1.ประวตั ิความเป็นมาและทักษะการดำนำ้ เกบ็ พจิ ารณาตามหลักสูตรขอองสถานศกึ ษา
ของ
-ทกั ษะเบอ้ื งตน้ ของการดำน้ำเก็บของ
5. กจิ กรรมการเรียนรู้
คาบที่ 11
ขั้นที่ 1 นำเข้าสบู่ ทเรียน
1. แบง่ กลุ่มผู้เรียน 4 กลุม่ กล่มุ ละประมาณ 8-9 คนแยก-ชายหญิง จะไดช้ าย 2 แถวหญงิ 2 แถว
เรยี งตามลำดับไหล่
2. สำรวจจำนวนนกั เรียนการเขา้ แถว ความพรอ้ มและสุขภาพของผู้เรยี น
3. สำรวจอุปกรณ์และการแตง่ กายและสุขภาพของนกั เรยี น
-เครื่องแตง่ กาย
4. ครอู ธิบายสาระการเรยี นรูใ้ หน้ ักเรียนทราบ
5. อบอุน่ ร่างกาย แจ้งจุดประสงค์การเรียนรู้ และให้นกั เรยี นอบอุ่นร่างกายเพื่อเตรียมความพร้อม
โดยการอบอุ่นรา่ งกายแบบอยู่กบั ท่วี ง่ิ รอบสระ 5 รอบ
ขั้นท่ี 2 กิจกรรมการเรยี นรู้
1.ใหน้ ักเรียนเขา้ แถวหนา้ กระดาน 4 แถว แบง่ เปน็ ชาย 2 แถว หญงิ 2 แถว จัดแถวเสรจ็ แล้วให้
นั่งลง
☺☺☺☺ ☺ = นักเรยี น
☺☺☺☺
☺☺☺☺
☺☺☺☺
☺☺☺☺
☺☺☺☺
= ครู
2. ครอู ธบิ ายความสำคญั ของการดำน้ำเกบ็ ของให้นักเรยี นฟัง
3. ครอู ธบิ ายแบบฝึกการดำน้ำเก็บของ พร้อมท้ังทำให้ดูเปน็ ตัวอย่าง
- การเปา่ ลมออกในน้ำ
- การกล่นั หายใจในน้ำ
ข้ันท่ี 3 ฝึกฝนทักษะและประสบการณ์
1.ใหน้ ักเรียนเข้าตอน 4 แถว แบ่งเป็นชาย แถวท่ี 1,2 หญงิ แถวท่ี 3,4
2.ใหน้ ักเรียนฝกึ การดำน้ำเก็บของทแ่ี ถว เป็นจงั หวะตามสญั ญาณนกหวีด
3.ใหค้ รูผู้สอนค่อยแนะนำการปฏิบัตขิ องนักเรยี น
☺ ☺ ☺ ☺
☺☺ ☺☺
☺☺ ☺☺
☺☺ ☺☺
= ครู ☺ = นกั เรยี น
ขัน้ ท่ี 4 การ นำไปใช้
1.ให้นกั เรียนเขา้ ตอน 4 แถว แบง่ เปน็ ชาย แถวที่ 1,2 หญิงแถวท่ี 3,4
2.ใหแ้ ต่แถวสง่ ตวั แทนมา แถวละ 2 คน
3.ทำการแข่งขนั การดำน้ำเก็บของ แถวไหนเก็บได้เยอะกเ็ ปน็ ฝา่ ยชนะ
4.นกั เรียนทเ่ี หลอื ของแต่ละแถว เปน็ ผชู้ ว่ ยบอกว่าของอย่ตู รงไหนใหก้ ับเพื่อนทเ่ี ป็นตวั แทน
☺☺ ☺☺ ☺☺ ☺☺
☺ ☺ ☺ ☺
☺☺ ☺☺
☺☺ ☺☺
☺☺ ☺☺
= ครู ☺ = นักเรยี น
ข้นั ท่ี 5 สรุปความรู้
1.ให้นักเรียนเขา้ แถวตอน 4 แถว แล้วน่งั ลง
2.ครใู ห้นักเรียนที่ปฏบิ ตั ิการดำน้ำเกบ็ ของไดถ้ กู ต้องออกมาทำใหเ้ พ่ือนดู
3.ครูกล่าวสรปุ ร่วมกบั นักเรียน
4.ครกู ลา่ วชมเชยสำหรบั นักเรยี นท่ปี ฏิบัติไดถ้ ูกต้องและใหก้ ำลังใจสำหรบั นกั เรียนทีย่ งั ปฏิบัติไม่
ค่อยได้
5.ครูใหน้ ักเรียนไปอาบนำ้ ล้างตวั
☺☺☺☺
☺☺☺☺
☺☺☺☺
☺☺☺☺
= ครู ☺ = นกั เรยี น
6. การวดั และประเมินผล วิธีการวดั ผล เครื่องมอื วัด เกณฑก์ าร
การวดั และประเมินผล
จุดประสงค์ ประเมนิ ผล
ความรู้ความเข้าใจ (K)
- ตรวจกจิ กรรมฝึกทักษะ -กจิ กรรมฝึกทักษะ 80% ขึ้นไป ถอื วา่
ทกั ษะ/กระบวนการ (P)
-ตรวจแบบฝกึ หดั -แบบฝกึ หัด ผ่านเกณฑ์การ
คุณลกั ษณะนิสยั (A)
ประเมนิ
-สังเกตพฤตกิ รรม การ - แบบประเมิน 80% ขน้ึ ไป ถือวา่
ทำงานรายบคุ คล/กลมุ่ ทกั ษะและ ผ่านเกณฑ์การ
กระบวนการทางสุข ประเมิน
ศึกษาและพลศึกษา
1. สังเกตจากการเรยี นมี 1. แบบสงั เกต 80% ขน้ึ ไป ถอื วา่
ความรับผิดชอบตอ่ งานทสี่ ่ัง พฤตกิ รรม ผา่ นเกณฑก์ าร
และสง่ งานไดท้ นั ตามที่ ประเมิน
กำหนด
2. สงั เกตจากการเรยี นใฝ่
เรียนรู้
3. สังเกตจากการมุ่งม่ันใน
การทำงาน
7. ส่ือ/อุปกรณ์/แหลง่ การเรยี นรู้
1. สระว่ายน้ำ
2. สิ่งของที่จมนำ้
8. กิจกรรมเสนอแนะ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
ลงชอื่ .................................................ผ้สู อนลง ชอื่ ...............................................ฝา่ ยวชิ าการ
(.................................................................) (.................................................................)
ลงชอื่ ...........................................ผู้อำนวยการ
(.................................................................)
สปั ดาห์ที่ 12
โรงเรียนขจรเกียรติพัฒนา
แผนการจดั การเรียนรู้
ภาคเรียนที่ 1 / ……. ช่อื ผู้สอน นายซลุ กฟิ ลี ดือราโอะ
กลุ่มสาระ สุขศกึ ษาและพลศึกษา ชนั้ ประถมศึกษาปที ี่ 4 จำนวน 1 คาบ
หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 3 เพมิ่ พูนทกั ษะการเคลอ่ื นไหว เร่ือง ดำน้ำเกบ็ ของ
1. มาตรฐานการเรียนร/ู้ ตวั ชว้ี ัด
มาตรฐาน พ 3.1เขา้ ใจ มีทักษะในการเคลื่อนไหว กิจกรรมทางกาย การเลน่ เกม และกฬี า
ตวั ชวี้ ัดที่ ป. 4/1ควบคมุ ตนเองเมอื่ ใช้ทกั ษะการเคลอื่ นไหวในลักษณะผสมผสานไดท้ ัง้ แบบอยกู่ ับที่
เคลือ่ นท่ี และใชอ้ ปุ กรณ์ประกอบ
มาตรฐาน พ 3.2 รกั การออกกำลังกาย การเล่นเกม และการเลน่ กฬี า ปฏิบตั ิเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอ
มวี นิ ัย เคารพสทิ ธิ กฎ กติกา มนี ำ้ ใจนกั กฬี า มีจติ วิญญาณ ในการแขง่ ขันและชน่ื ชมในสนุ ทรียภาพของการกีฬา
ตวั ชว้ี ัดที่ ป. 4/1ออกกำลงั กาย เลน่ เกม และกีฬา ทตี่ นเองชอบและมคี วามสามารถในการวเิ คราะห์
ผลพฒั นาการของตนเองตามตัวอย่างและแบบปฏบิ ัติของผู้อนื่
2. สาระสำคัญ
การดำน้ำเกบ็ ของ เปน็ ทกั ษะการฝกึ ขน้ั พ้นื ฐานของการเล่นกฬี าวา่ ยน้ำ เพราะเป็นการฝึกทีเ่ นน้ จังหวะการ
กล่ันหายใจในน้ำใหไ้ ด้นานทส่ี ุด เพ่อื ใหเ้ กดิ ความเคยชนิ กับการอยู่ในน้ำการดำขน้ึ ลงในนำ้ ทำให้อวัยวะส่วนตา่ งๆของ
รา่ งกายทำงานสัมพนั ธก์ นั
3. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
1.สามารถอธิบายและเข้าใจการดำน้ำเก็บของอย่างถูกตอ้ งได้(K)
2. สนใจเข้าร่วมปฏิบตั ิกิจกรรมการเรยี นรู้เกย่ี วกับการดำนำ้ เก็บของ(A)
3. สามารถปฏิบตั ทิ กั ษะการดำน้ำเกบ็ ของไดถ้ กู ต้อง (P)
4. สาระการเรยี นรู้
สาระการเรียนร้แู กนกลาง สาระการเรยี นรูท้ ้องถิน่
1.ประวตั ิความเป็นมาและทักษะการดำนำ้ เกบ็ พจิ ารณาตามหลักสูตรขอองสถานศกึ ษา
ของ
-ทกั ษะเบอ้ื งตน้ ของการดำน้ำเก็บของ
5. กจิ กรรมการเรียนรู้
คาบที่ 12
ขั้นที่ 1 นำเข้าสบู่ ทเรียน
1. แบง่ กลุ่มผู้เรียน 4 กลุม่ กล่มุ ละประมาณ 8-9 คนแยก-ชายหญิง จะไดช้ าย 2 แถวหญงิ 2 แถว
เรยี งตามลำดับไหล่
2. สำรวจจำนวนนกั เรียนการเขา้ แถว ความพรอ้ มและสุขภาพของผู้เรยี น
3. สำรวจอุปกรณ์และการแตง่ กายและสุขภาพของนกั เรยี น
-เครื่องแตง่ กาย
4. ครอู ธิบายสาระการเรยี นรูใ้ หน้ ักเรียนทราบ
5. อบอุน่ ร่างกาย แจ้งจุดประสงค์การเรียนรู้ และให้นกั เรยี นอบอุ่นร่างกายเพื่อเตรียมความพร้อม
โดยการอบอุ่นรา่ งกายแบบอยู่กบั ท่วี ง่ิ รอบสระ 5 รอบ
ขั้นท่ี 2 กิจกรรมการเรยี นรู้
1.ใหน้ ักเรียนเขา้ แถวหนา้ กระดาน 4 แถว แบง่ เปน็ ชาย 2 แถว หญงิ 2 แถว จัดแถวเสรจ็ แล้วให้
นั่งลง
☺☺☺☺ ☺ = นักเรยี น
☺☺☺☺
☺☺☺☺
☺☺☺☺
☺☺☺☺
☺☺☺☺
= ครู
2. ครอู ธบิ ายความสำคญั ของการดำน้ำเกบ็ ของให้นักเรยี นฟัง
3. ครอู ธบิ ายแบบฝึกการดำน้ำเก็บของ พร้อมท้ังทำให้ดูเปน็ ตัวอย่าง
- การเปา่ ลมออกในน้ำ
- การกล่นั หายใจในน้ำ
ข้ันท่ี 3 ฝึกฝนทักษะและประสบการณ์
1.ใหน้ ักเรียนเข้าตอน 4 แถว แบ่งเป็นชาย แถวท่ี 1,2 หญงิ แถวท่ี 3,4
2.ใหน้ ักเรียนฝกึ การดำน้ำเก็บของทแ่ี ถว เป็นจงั หวะตามสญั ญาณนกหวีด
3.ใหค้ รูผู้สอนค่อยแนะนำการปฏิบัตขิ องนักเรยี น
☺ ☺ ☺ ☺
☺☺ ☺☺
☺☺ ☺☺
☺☺ ☺☺
= ครู ☺ = นกั เรยี น
ขัน้ ท่ี 4 การ นำไปใช้
1.ให้นกั เรียนเขา้ ตอน 4 แถว แบง่ เปน็ ชาย แถวที่ 1,2 หญิงแถวท่ี 3,4
2.ใหแ้ ต่แถวสง่ ตวั แทนมา แถวละ 2 คน
3.ทำการแข่งขนั การดำน้ำเก็บของ แถวไหนเก็บได้เยอะกเ็ ปน็ ฝา่ ยชนะ
4.นกั เรียนทเ่ี หลอื ของแต่ละแถว เปน็ ผชู้ ว่ ยบอกว่าของอย่ตู รงไหนใหก้ ับเพื่อนทเ่ี ป็นตวั แทน
☺☺ ☺☺ ☺☺ ☺☺
☺ ☺ ☺ ☺
☺☺ ☺☺
☺☺ ☺☺
☺☺ ☺☺
= ครู ☺ = นักเรยี น
ข้นั ท่ี 5 สรุปความรู้
1.ให้นักเรียนเขา้ แถวตอน 4 แถว แล้วน่งั ลง
2.ครใู ห้นักเรียนที่ปฏบิ ตั ิการดำน้ำเกบ็ ของไดถ้ กู ต้องออกมาทำใหเ้ พ่ือนดู
3.ครูกล่าวสรปุ ร่วมกบั นักเรียน
4.ครกู ลา่ วชมเชยสำหรบั นักเรยี นท่ปี ฏิบัติไดถ้ ูกต้องและใหก้ ำลังใจสำหรบั นกั เรียนทีย่ งั ปฏิบัติไม่
ค่อยได้
5.ครูใหน้ ักเรียนไปอาบนำ้ ล้างตวั
☺☺☺☺
☺☺☺☺
☺☺☺☺
☺☺☺☺
= ครู ☺ = นกั เรยี น
6. การวดั และประเมินผล วิธีการวดั ผล เครื่องมอื วัด เกณฑก์ าร
การวดั และประเมินผล
จุดประสงค์ ประเมนิ ผล
ความรู้ความเข้าใจ (K)
- ตรวจกจิ กรรมฝึกทักษะ -กจิ กรรมฝึกทักษะ 80% ขึ้นไป ถอื วา่
ทกั ษะ/กระบวนการ (P)
-ตรวจแบบฝกึ หดั -แบบฝกึ หัด ผ่านเกณฑ์การ
คุณลกั ษณะนิสยั (A)
ประเมนิ
-สังเกตพฤตกิ รรม การ - แบบประเมิน 80% ขน้ึ ไป ถือวา่
ทำงานรายบคุ คล/กลมุ่ ทกั ษะและ ผ่านเกณฑ์การ
กระบวนการทางสุข ประเมิน
ศึกษาและพลศึกษา
1. สังเกตจากการเรยี นมี 1. แบบสงั เกต 80% ขน้ึ ไป ถอื วา่
ความรับผิดชอบตอ่ งานทสี่ ่ัง พฤตกิ รรม ผา่ นเกณฑก์ าร
และสง่ งานไดท้ นั ตามที่ ประเมิน
กำหนด
2. สงั เกตจากการเรยี นใฝ่
เรียนรู้
3. สังเกตจากการมุ่งม่ันใน
การทำงาน
7. ส่ือ/อุปกรณ์/แหลง่ การเรยี นรู้
1. สระว่ายน้ำ
2. สิ่งของที่จมนำ้
8. กิจกรรมเสนอแนะ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
ลงชอื่ .................................................ผ้สู อนลง ชอื่ ...............................................ฝา่ ยวชิ าการ
(.................................................................) (.................................................................)
ลงชอื่ ...........................................ผู้อำนวยการ
(.................................................................)
สปั ดาห์ที่ 13
โรงเรียนขจรเกียรติพัฒนา
แผนการจดั การเรียนรู้
ภาคเรียนที่ 1 / ……. ช่อื ผู้สอน นายซลุ กฟิ ลี ดือราโอะ
กลุ่มสาระ สุขศกึ ษาและพลศึกษา ชนั้ ประถมศึกษาปที ี่ 4 จำนวน 1 คาบ
หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 3 เพมิ่ พูนทกั ษะการเคลอ่ื นไหว เร่ือง ดำน้ำเกบ็ ของ
1. มาตรฐานการเรียนร/ู้ ตวั ชว้ี ัด
มาตรฐาน พ 3.1เขา้ ใจ มีทักษะในการเคลื่อนไหว กิจกรรมทางกาย การเลน่ เกม และกฬี า
ตวั ชวี้ ัดที่ ป. 4/1ควบคมุ ตนเองเมอื่ ใช้ทกั ษะการเคลอื่ นไหวในลักษณะผสมผสานไดท้ ัง้ แบบอยกู่ ับที่
เคลือ่ นท่ี และใชอ้ ปุ กรณ์ประกอบ
มาตรฐาน พ 3.2 รกั การออกกำลังกาย การเล่นเกม และการเลน่ กฬี า ปฏิบตั ิเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอ
มวี นิ ัย เคารพสทิ ธิ กฎ กติกา มนี ำ้ ใจนกั กฬี า มีจติ วิญญาณ ในการแขง่ ขันและชน่ื ชมในสนุ ทรียภาพของการกีฬา
ตวั ชว้ี ัดที่ ป. 4/1ออกกำลงั กาย เลน่ เกม และกีฬา ทตี่ นเองชอบและมคี วามสามารถในการวเิ คราะห์
ผลพฒั นาการของตนเองตามตัวอย่างและแบบปฏบิ ัติของผู้อนื่
2. สาระสำคัญ
การดำน้ำเกบ็ ของ เปน็ ทกั ษะการฝกึ ขน้ั พ้นื ฐานของการเล่นกฬี าวา่ ยน้ำ เพราะเป็นการฝึกทีเ่ นน้ จังหวะการ
กล่ันหายใจในน้ำใหไ้ ด้นานทส่ี ุด เพ่อื ใหเ้ กดิ ความเคยชนิ กับการอยู่ในน้ำการดำขน้ึ ลงในนำ้ ทำให้อวัยวะส่วนตา่ งๆของ
รา่ งกายทำงานสัมพนั ธก์ นั
3. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
1.สามารถอธิบายและเข้าใจการดำน้ำเก็บของอย่างถูกตอ้ งได้(K)
2. สนใจเข้าร่วมปฏิบตั ิกิจกรรมการเรยี นรู้เกย่ี วกับการดำนำ้ เก็บของ(A)
3. สามารถปฏิบตั ทิ กั ษะการดำน้ำเกบ็ ของไดถ้ กู ต้อง (P)
4. สาระการเรยี นรู้
สาระการเรียนร้แู กนกลาง สาระการเรยี นรูท้ ้องถิน่
1.ประวตั ิความเป็นมาและทักษะการดำนำ้ เกบ็ พจิ ารณาตามหลักสูตรขอองสถานศกึ ษา
ของ
-ทกั ษะเบอ้ื งตน้ ของการดำน้ำเก็บของ
5. กจิ กรรมการเรียนรู้
คาบที่ 13
ขั้นที่ 1 นำเข้าสบู่ ทเรียน
1. แบง่ กลุ่มผู้เรียน 4 กลุม่ กล่มุ ละประมาณ 8-9 คนแยก-ชายหญิง จะไดช้ าย 2 แถวหญงิ 2 แถว
เรยี งตามลำดับไหล่
2. สำรวจจำนวนนกั เรียนการเขา้ แถว ความพรอ้ มและสุขภาพของผู้เรยี น
3. สำรวจอุปกรณ์และการแตง่ กายและสุขภาพของนกั เรยี น
-เครื่องแตง่ กาย
4. ครอู ธิบายสาระการเรยี นรูใ้ หน้ ักเรียนทราบ
5. อบอุน่ ร่างกาย แจ้งจุดประสงค์การเรียนรู้ และให้นกั เรยี นอบอุ่นร่างกายเพื่อเตรียมความพร้อม
โดยการอบอุ่นรา่ งกายแบบอยู่กบั ท่วี ง่ิ รอบสระ 5 รอบ
ขั้นท่ี 2 กิจกรรมการเรยี นรู้
1.ใหน้ ักเรียนเขา้ แถวหนา้ กระดาน 4 แถว แบง่ เปน็ ชาย 2 แถว หญงิ 2 แถว จัดแถวเสรจ็ แล้วให้
นั่งลง
☺☺☺☺ ☺ = นักเรยี น
☺☺☺☺
☺☺☺☺
☺☺☺☺
☺☺☺☺
☺☺☺☺
= ครู
2. ครอู ธบิ ายความสำคญั ของการดำน้ำเกบ็ ของให้นักเรยี นฟัง
3. ครอู ธบิ ายแบบฝึกการดำน้ำเก็บของ พร้อมท้ังทำให้ดูเปน็ ตัวอย่าง
- การเปา่ ลมออกในน้ำ
- การกล่นั หายใจในน้ำ
ข้ันท่ี 3 ฝึกฝนทักษะและประสบการณ์
1.ใหน้ ักเรียนเข้าตอน 4 แถว แบ่งเป็นชาย แถวท่ี 1,2 หญงิ แถวท่ี 3,4
2.ใหน้ ักเรียนฝกึ การดำน้ำเก็บของทแ่ี ถว เป็นจงั หวะตามสญั ญาณนกหวีด
3.ใหค้ รูผู้สอนค่อยแนะนำการปฏิบัตขิ องนักเรยี น
☺ ☺ ☺ ☺
☺☺ ☺☺
☺☺ ☺☺
☺☺ ☺☺
= ครู ☺ = นกั เรยี น
ขัน้ ท่ี 4 การ นำไปใช้
1.ให้นกั เรียนเขา้ ตอน 4 แถว แบง่ เปน็ ชาย แถวที่ 1,2 หญิงแถวท่ี 3,4
2.ใหแ้ ต่แถวสง่ ตวั แทนมา แถวละ 2 คน
3.ทำการแข่งขนั การดำน้ำเก็บของ แถวไหนเก็บได้เยอะกเ็ ปน็ ฝา่ ยชนะ
4.นกั เรียนทเ่ี หลอื ของแต่ละแถว เปน็ ผชู้ ว่ ยบอกว่าของอย่ตู รงไหนใหก้ ับเพื่อนทเ่ี ป็นตวั แทน
☺☺ ☺☺ ☺☺ ☺☺
☺ ☺ ☺ ☺
☺☺ ☺☺
☺☺ ☺☺
☺☺ ☺☺
= ครู ☺ = นักเรยี น
ข้นั ท่ี 5 สรุปความรู้
1.ให้นักเรียนเขา้ แถวตอน 4 แถว แล้วน่งั ลง
2.ครใู ห้นักเรียนที่ปฏบิ ตั ิการดำน้ำเกบ็ ของไดถ้ กู ต้องออกมาทำใหเ้ พ่ือนดู
3.ครูกล่าวสรปุ ร่วมกบั นักเรียน
4.ครกู ลา่ วชมเชยสำหรบั นักเรยี นท่ปี ฏิบัติไดถ้ ูกต้องและใหก้ ำลังใจสำหรบั นกั เรียนทีย่ งั ปฏิบัติไม่
ค่อยได้
5.ครูใหน้ ักเรียนไปอาบนำ้ ล้างตวั
☺☺☺☺
☺☺☺☺
☺☺☺☺
☺☺☺☺
= ครู ☺ = นกั เรยี น
6. การวดั และประเมินผล วิธีการวดั ผล เครื่องมอื วัด เกณฑก์ าร
การวดั และประเมินผล
จุดประสงค์ ประเมนิ ผล
ความรู้ความเข้าใจ (K)
- ตรวจกจิ กรรมฝึกทักษะ -กจิ กรรมฝึกทักษะ 80% ขึ้นไป ถอื วา่
ทกั ษะ/กระบวนการ (P)
-ตรวจแบบฝกึ หดั -แบบฝกึ หัด ผ่านเกณฑ์การ
คุณลกั ษณะนิสยั (A)
ประเมนิ
-สังเกตพฤตกิ รรม การ - แบบประเมิน 80% ขน้ึ ไป ถือวา่
ทำงานรายบคุ คล/กลมุ่ ทกั ษะและ ผ่านเกณฑ์การ
กระบวนการทางสุข ประเมิน
ศึกษาและพลศึกษา
1. สังเกตจากการเรยี นมี 1. แบบสงั เกต 80% ขน้ึ ไป ถอื วา่
ความรับผิดชอบตอ่ งานทสี่ ่ัง พฤตกิ รรม ผา่ นเกณฑก์ าร
และสง่ งานไดท้ นั ตามที่ ประเมิน
กำหนด
2. สงั เกตจากการเรยี นใฝ่
เรียนรู้
3. สังเกตจากการมุ่งม่ันใน
การทำงาน
7. ส่ือ/อุปกรณ์/แหลง่ การเรยี นรู้
1. สระว่ายน้ำ
2. สิ่งของที่จมนำ้
8. กิจกรรมเสนอแนะ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
ลงชอื่ .................................................ผ้สู อนลง ชอื่ ...............................................ฝา่ ยวชิ าการ
(.................................................................) (.................................................................)
ลงชอื่ ...........................................ผู้อำนวยการ
(.................................................................)
สปั ดาห์ที่ 14
โรงเรียนขจรเกียรติพฒั นา
แผนการจดั การเรียนรู้
ภาคเรยี นที่ 1 / ……. ชื่อผู้สอน นายซลุ กิฟลี ดอื ราโอะ
กลุ่มสาระ สขุ ศกึ ษาและพลศึกษา ช้นั ประถมศกึ ษาปีท่ี 4 จำนวน 1 คาบ
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 3 เพิ่มพนู ทักษะการเคล่ือนไหว เรอื่ ง ปลาดาวหงาย
1. มาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตวั ชวี้ ดั
มาตรฐาน พ 3.1เข้าใจ มีทักษะในการเคลือ่ นไหว กจิ กรรมทางกาย การเลน่ เกม และกีฬา
ตวั ช้วี ัดที่ ป. 4/ควบคุมตนเองเมอื่ ใช้ทกั ษะการเคลื่อนไหวในลกั ษณะผสมผสานไดท้ ้งั แบบอยู่กับที่
เคล่อื นท่ี และใชอ้ ปุ กรณ์ประกอบ
มาตรฐาน พ 3.2รักการออกกำลงั กาย การเลน่ เกม และการเล่นกีฬา ปฏบิ ตั เิ ป็นประจำอย่างสม่ำเสมอ
มวี นิ ยั เคารพสิทธิ กฎ กตกิ า มีน้ำใจนกั กีฬา มีจติ วิญญาณ ในการแข่งขันและช่ืนชมในสุนทรยี ภาพของการกีฬา
ตวั ช้วี ัดท่ี ป. 4/1ออกกำลังกาย เลน่ เกม และกฬี า ทตี่ นเองชอบและมีความสามารถในการวิเคราะห์
ผลพฒั นาการของตนเองตามตัวอย่างและแบบปฏิบัตขิ องผู้อื่น
2. สาระสำคญั
การทำปลาดาวหงาย (การลอยตัวในนำ้ ) เป็นทักษะการฝกึ ขั้นพืน้ ฐานของการฝึกว่ายน้ำ เพราะเปน็ การฝึก
การเอาตัวรอดในนำ้ เวลาเหน่อื ยขณะวา่ ยน้ำ การลอยตัวไดน้ านสรา้ งความมัน่ ใจในการว่ายนำ้ ให้กบั ตวั เรา
3. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
1. สามารถบอกข้ันตอนการทำปลาดาวหงายได้อย่างถูกตอ้ ง (K)
2. ตระหนักถึงคุณค่าของการออกกำลังกาย และการเล่นกีฬายอมรับให้ความร่วมมือเคารพในสิทธิหน้าที่ของ
ตนเองและผู้อื่น และปฏิบัติตามกฎ ระเบียบ ข้อตกลงด้วยความเต็มใจนักเรียนมีความสนใจและต้ังใจฝึกฝนในการ
เรียน (A)
3. สามารถปฏบิ ตั ทิ ักษะการทำปลาดาวหงายได้อย่างถกู ตอ้ ง(P)
4. สาระการเรียนรู้
สาระการเรยี นรู้แกนกลาง สาระการเรยี นรทู้ ้องถิน่
1.การทำปลาดาวหงาย พจิ ารณาตามหลกั สตู รขอองสถานศกึ ษา
-ทกั ษะเบือ้ งต้นของการทปลาดาวหงาย
5. กิจกรรมการเรยี นรู้
คาบท่ี 14
ข้ันท่ี 1 นำเขา้ สู่บทเรียน
1. แบ่งกลมุ่ ผู้เรียน 4 กลุ่ม กลุม่ ละเทา่ ๆกนั แยก-ชาย,หญิง จะได้ชาย 2 แถวหญงิ 2 แถว เรียงตามลำดบั
ไหล่
2. สำรวจจำนวนนกั เรยี นการเข้าแถว ความพรอ้ มและสขุ ภาพของผู้เรียน
3. สำรวจอปุ กรณแ์ ละการแต่งกายและสขุ ภาพของนกั เรียน
-เครอ่ื งแตง่ กาย
4. ครอู ธบิ ายสาระการเรียนร้ใู หน้ กั เรียนทราบ
5. อบอนุ่ รา่ งกาย แจ้งจุดประสงค์การเรียนรู้ และให้นกั เรียนอบอุ่นร่างกายเพื่อเตรียมความพรอ้ มโดยการ
อบอุ่นร่างกายแบบอยูก่ บั ทว่ี ่ิงรอบสนาม 5 รอบ
ขน้ั ที่ 2 กิจกรรมการเรียนรู้
1.แบง่ กลุ่มผเู้ รียน 4 กลมุ่ กล่มุ ละเทา่ ๆกนั แยก-ชาย,หญงิ จะได้ชาย 2 แถวหญิง 2 แถว เรยี งตามลำดบั ไหล่
แล้วนัง่ ลง
☺☺☺☺
☺☺☺☺
☺☺☺☺
= ครู ☺ = นักเรยี น
2. ครอู ธิบายทักษะการทำปลาดาวหงายและทำใหด้ เู ป็นตัวอย่าง
ขัน้ ท่ี 3 ฝึกฝนทักษะและประสบการณ์
1.ให้นกั เรยี นแบ่งกลมุ่ ออกเป็นกล่มุ ละ 5 คน แลว้ น่งั เป็นแถว
2.ใหน้ กั เรยี นฝกึ การทำปลาดาวหงายทก่ี ลมุ่
3.ครูคอ่ ยดูแลและแนะนำนักเรียนอย่างใกล้ชดิ
☺☺☺☺☺☺
☺☺☺☺☺☺
☺☺☺☺☺☺
= ครู ☺ = นกั เรียน
ข้นั ท่ี 4 การ นำไปใช้
1.ใหน้ กั เรียนแบง่ กลุม่ ออกเปน็ กลมุ่ 4 กลุ่มเทา่ ๆกัน แล้วน่ังเปน็ แถว จดั แถวเสร็จแล้วให้น่งั ลง
2.ใหน้ กั เรยี นแต่ละสง่ ตวั แทนมากลุ่มละ 2 คน
3.ใหน้ กั เรียนทเ่ี ปน็ ตวั แทนแขง่ ขันการทำปลาดาวหงาย
4.นกั เรียนคนไหนลอยตวั ไดน้ านทส่ี ดุ เป็นผู้ชนะ
5.การแข่งขนั ให้ครสู ลบั นกั เรยี นออกมาเลน่ เรื่อยๆ
ข้นั ท่ี 5 สรุปความรู้
1.ใหน้ กั เรยี นเข้าแถวตอน 4 แถว แลว้ นั่งลง
2.ครูใหน้ ักเรยี นท่ปี ฏบิ ัตกิ ารทำปลาดาวหงายไดถ้ ูกตอ้ งออกมาทำให้เพอื่ นดู
3.ครูกลา่ วสรปุ ร่วมกบั นกั เรยี น
4.ครกู ลา่ วชมเชยสำหรับนักเรียนทีป่ ฏิบัตไิ ด้ถกู ต้องและให้กำลังใจสำหรับนักเรียนทยี่ ังปฏบิ ัติไมค่ ่อยได้
5.ครูนัดหมายคาบต่อไป
6.ครใู ห้นักเรยี นไปอาบน้ำลา้ งตวั แลว้ ขนึ้ หอ้ งเรียน
☺☺☺☺
☺☺☺☺
☺☺☺☺
☺☺☺☺
= ครู ☺ = นกั เรียน
6. การวดั และประเมนิ ผล วิธกี ารวดั ผล เครื่องมือวดั เกณฑ์การ
การวัดและประเมินผล
จดุ ประสงค์ ประเมินผล
ความรคู้ วามเข้าใจ (K)
- ตรวจกิจกรรมฝกึ ทักษะ -กิจกรรมฝึกทักษะ 80% ข้นึ ไป ถือวา่
ทักษะ/กระบวนการ (P)
-ตรวจแบบฝึกหดั -แบบฝึกหดั ผา่ นเกณฑก์ าร
คณุ ลักษณะนสิ ยั (A)
ประเมิน
-สังเกตพฤตกิ รรม การ - แบบประเมิน 80% ขนึ้ ไป ถอื ว่า
ทำงานรายบุคคล/กลุ่ม ทักษะและ ผา่ นเกณฑก์ าร
กระบวนการทางสขุ ประเมนิ
ศึกษาและพลศกึ ษา
1. สงั เกตจากการเรยี นมี 1. แบบสังเกต 80% ข้ึนไป ถอื วา่
ความรบั ผิดชอบตอ่ งานทีส่ ่ัง พฤตกิ รรม ผ่านเกณฑ์การ
และส่งงานไดท้ ันตามท่ี ประเมิน
กำหนด
2. สงั เกตจากการเรยี นใฝ่
เรียนรู้
3. สงั เกตจากการมุ่งม่ันใน
การทำงาน
7.อปุ กรณ์/แหล่งการเรียนรู้
1. สระว่ายนำ้
2. แทง่ โฟม
8. กจิ กรรมเสนอแนะ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
ลงชื่อ.................................................ผู้สอนลง ชอื่ ...............................................ฝ่ายวิชาการ
(.................................................................) (.................................................................)
ลงช่อื ...........................................ผู้อำนวยการ
(.................................................................)
สปั ดาห์ที่ 15
โรงเรียนขจรเกียรติพฒั นา
แผนการจดั การเรียนรู้
ภาคเรยี นที่ 1 / ……. ชื่อผู้สอน นายซลุ กิฟลี ดอื ราโอะ
กลุ่มสาระ สขุ ศกึ ษาและพลศึกษา ช้นั ประถมศกึ ษาปีท่ี 4 จำนวน 1 คาบ
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 3 เพิ่มพนู ทักษะการเคล่ือนไหว เรอื่ ง ปลาดาวหงาย
1. มาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตวั ชวี้ ดั
มาตรฐาน พ 3.1เข้าใจ มีทักษะในการเคลือ่ นไหว กจิ กรรมทางกาย การเลน่ เกม และกีฬา
ตวั ช้วี ัดที่ ป. 4/ควบคุมตนเองเมอื่ ใช้ทกั ษะการเคลื่อนไหวในลกั ษณะผสมผสานไดท้ ้งั แบบอยู่กับที่
เคล่อื นท่ี และใชอ้ ปุ กรณ์ประกอบ
มาตรฐาน พ 3.2รักการออกกำลงั กาย การเลน่ เกม และการเล่นกีฬา ปฏบิ ตั เิ ป็นประจำอย่างสม่ำเสมอ
มวี นิ ยั เคารพสิทธิ กฎ กตกิ า มีน้ำใจนกั กีฬา มีจติ วิญญาณ ในการแข่งขันและช่ืนชมในสุนทรยี ภาพของการกีฬา
ตวั ช้วี ัดท่ี ป. 4/1ออกกำลังกาย เลน่ เกม และกฬี า ทตี่ นเองชอบและมีความสามารถในการวิเคราะห์
ผลพฒั นาการของตนเองตามตัวอย่างและแบบปฏิบัตขิ องผู้อื่น
2. สาระสำคญั
การทำปลาดาวหงาย (การลอยตัวในนำ้ ) เป็นทักษะการฝกึ ขั้นพืน้ ฐานของการฝึกว่ายน้ำ เพราะเปน็ การฝึก
การเอาตัวรอดในนำ้ เวลาเหน่อื ยขณะวา่ ยน้ำ การลอยตัวไดน้ านสรา้ งความมัน่ ใจในการว่ายนำ้ ให้กบั ตวั เรา
3. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
1. สามารถบอกข้ันตอนการทำปลาดาวหงายได้อย่างถูกตอ้ ง (K)
2. ตระหนักถึงคุณค่าของการออกกำลังกาย และการเล่นกีฬายอมรับให้ความร่วมมือเคารพในสิทธิหน้าที่ของ
ตนเองและผู้อื่น และปฏิบัติตามกฎ ระเบียบ ข้อตกลงด้วยความเต็มใจนักเรียนมีความสนใจและต้ังใจฝึกฝนในการ
เรียน (A)
3. สามารถปฏบิ ตั ทิ ักษะการทำปลาดาวหงายได้อย่างถกู ตอ้ ง(P)
4. สาระการเรียนรู้
สาระการเรยี นรู้แกนกลาง สาระการเรยี นรทู้ ้องถิน่
1.การทำปลาดาวหงาย พจิ ารณาตามหลกั สตู รขอองสถานศกึ ษา
-ทกั ษะเบือ้ งต้นของการทปลาดาวหงาย
5. กิจกรรมการเรยี นรู้
คาบท่ี 15
ข้ันท่ี 1 นำเขา้ สู่บทเรียน
1. แบ่งกลมุ่ ผู้เรียน 4 กลุ่ม กลุม่ ละเทา่ ๆกนั แยก-ชาย,หญิง จะได้ชาย 2 แถวหญงิ 2 แถว เรียงตามลำดบั
ไหล่
2. สำรวจจำนวนนกั เรยี นการเข้าแถว ความพรอ้ มและสขุ ภาพของผู้เรียน
3. สำรวจอปุ กรณแ์ ละการแต่งกายและสขุ ภาพของนกั เรียน
-เครอ่ื งแตง่ กาย
4. ครอู ธบิ ายสาระการเรียนร้ใู หน้ กั เรียนทราบ
5. อบอนุ่ รา่ งกาย แจ้งจุดประสงค์การเรียนรู้ และให้นกั เรียนอบอุ่นร่างกายเพื่อเตรียมความพรอ้ มโดยการ
อบอุ่นร่างกายแบบอยูก่ บั ทว่ี ่ิงรอบสนาม 5 รอบ
ขน้ั ที่ 2 กิจกรรมการเรียนรู้
1.แบง่ กลุ่มผเู้ รียน 4 กลมุ่ กล่มุ ละเทา่ ๆกนั แยก-ชาย,หญงิ จะได้ชาย 2 แถวหญิง 2 แถว เรยี งตามลำดบั ไหล่
แล้วนัง่ ลง
☺☺☺☺
☺☺☺☺
☺☺☺☺
= ครู ☺ = นักเรยี น
2. ครอู ธิบายทักษะการทำปลาดาวหงายและทำใหด้ เู ป็นตัวอย่าง
ขัน้ ท่ี 3 ฝึกฝนทักษะและประสบการณ์
1.ให้นกั เรยี นแบ่งกลมุ่ ออกเป็นกล่มุ ละ 5 คน แลว้ น่งั เป็นแถว
2.ใหน้ กั เรยี นฝกึ การทำปลาดาวหงายทก่ี ลมุ่
3.ครูคอ่ ยดูแลและแนะนำนักเรียนอย่างใกล้ชดิ
☺☺☺☺☺☺
☺☺☺☺☺☺
☺☺☺☺☺☺
= ครู ☺ = นกั เรียน
ข้นั ท่ี 4 การ นำไปใช้
1.ใหน้ กั เรียนแบง่ กลุม่ ออกเปน็ กลมุ่ 4 กลุ่มเทา่ ๆกัน แล้วน่ังเปน็ แถว จดั แถวเสร็จแล้วให้น่งั ลง
2.ใหน้ กั เรยี นแต่ละสง่ ตวั แทนมากลุ่มละ 2 คน
3.ใหน้ กั เรียนทเ่ี ปน็ ตวั แทนแขง่ ขันการทำปลาดาวหงาย
4.นกั เรียนคนไหนลอยตวั ไดน้ านทส่ี ดุ เป็นผู้ชนะ
5.การแข่งขนั ให้ครสู ลบั นกั เรยี นออกมาเลน่ เรื่อยๆ
ข้นั ท่ี 5 สรุปความรู้
1.ใหน้ กั เรยี นเข้าแถวตอน 4 แถว แลว้ นั่งลง
2.ครูใหน้ ักเรยี นท่ปี ฏบิ ัตกิ ารทำปลาดาวหงายไดถ้ ูกตอ้ งออกมาทำให้เพอื่ นดู
3.ครูกลา่ วสรปุ ร่วมกบั นกั เรยี น
4.ครกู ลา่ วชมเชยสำหรับนักเรียนทีป่ ฏิบัตไิ ด้ถกู ต้องและให้กำลังใจสำหรับนักเรียนทยี่ ังปฏบิ ัติไมค่ ่อยได้
5.ครูนัดหมายคาบต่อไป
6.ครใู ห้นักเรยี นไปอาบน้ำลา้ งตวั แลว้ ขนึ้ หอ้ งเรียน
☺☺☺☺
☺☺☺☺
☺☺☺☺
☺☺☺☺
= ครู ☺ = นกั เรียน
6. การวดั และประเมนิ ผล วิธกี ารวดั ผล เครื่องมือวดั เกณฑ์การ
การวัดและประเมินผล
จดุ ประสงค์ ประเมินผล
ความรคู้ วามเข้าใจ (K)
- ตรวจกิจกรรมฝกึ ทักษะ -กิจกรรมฝึกทักษะ 80% ข้นึ ไป ถือวา่
ทักษะ/กระบวนการ (P)
-ตรวจแบบฝึกหดั -แบบฝึกหดั ผา่ นเกณฑก์ าร
คณุ ลักษณะนสิ ยั (A)
ประเมิน
-สังเกตพฤตกิ รรม การ - แบบประเมิน 80% ขนึ้ ไป ถอื ว่า
ทำงานรายบุคคล/กลุ่ม ทักษะและ ผา่ นเกณฑก์ าร
กระบวนการทางสขุ ประเมนิ
ศึกษาและพลศกึ ษา
1. สงั เกตจากการเรยี นมี 1. แบบสังเกต 80% ข้ึนไป ถอื วา่
ความรบั ผิดชอบตอ่ งานทีส่ ่ัง พฤตกิ รรม ผ่านเกณฑ์การ
และส่งงานไดท้ ันตามท่ี ประเมิน
กำหนด
2. สงั เกตจากการเรยี นใฝ่
เรียนรู้
3. สงั เกตจากการมุ่งม่ันใน
การทำงาน
7.อปุ กรณ์/แหล่งการเรียนรู้
1. สระว่ายนำ้
2. แทง่ โฟม
8. กจิ กรรมเสนอแนะ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
ลงชื่อ.................................................ผู้สอนลง ชอื่ ...............................................ฝ่ายวิชาการ
(.................................................................) (.................................................................)
ลงช่อื ...........................................ผู้อำนวยการ
(.................................................................)
สัปดาห์ที่ 16
โรงเรยี นขจรเกยี รตพิ ัฒนา
แผนการจดั การเรียนรู้
ภาคเรยี นท่ี 1 / …… ชอื่ ผูส้ อน นายซลุ กิฟลี ดือราโอะ
กลุ่มสาระ สขุ ศกึ ษาและพลศึกษา ชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี 4 จำนวน 1 คาบ
หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 3 เพ่มิ พนู ทกั ษะการเคลื่อนไหว เรอื่ ง ปลาดาวคว่ำ
1. มาตรฐานการเรียนร/ู้ ตัวชี้วดั
มาตรฐาน พ 3.1เขา้ ใจ มที กั ษะในการเคลอ่ื นไหว กิจกรรมทางกาย การเล่นเกม และกีฬา
ตัวชว้ี ดั ท่ี ป. 4/1ควบคมุ ตนเองเม่ือใช้ทักษะการเคลือ่ นไหวในลกั ษณะผสมผสานไดท้ ั้งแบบอยู่กบั ท่ี เคลอ่ื นท่ี
และใช้อปุ กรณ์ประกอบ
มาตรฐาน พ 3.2รักการออกกำลังกาย การเลน่ เกม และการเลน่ กฬี า ปฏบิ ตั ิเป็นประจำอยา่ งสมำ่ เสมอ มี
วินัย เคารพสิทธิ กฎ กติกา มีน้ำใจนักกีฬา มจี ิตวิญญาณ ในการแขง่ ขันและชน่ื ชมในสุนทรยี ภาพของการกฬี า
ตัวช้วี ดั ท่ี ป. 4/1ออกกำลังกาย เลน่ เกม และกีฬา ทต่ี นเองชอบและมคี วามสามารถในการวิเคราะห์ผล
พฒั นาการของตนเองตามตัวอย่างและแบบปฏิบตั ขิ องผ้อู น่ื
2. สาระสำคัญ
การทำปลาดาวควำ่ (การลอยตัวในน้ำท่านอนคว่ำ) เป็นทกั ษะการฝึกข้ันพน้ื ฐานของการฝึกว่ายนำ้
เพราะเปน็ การฝกึ การกล่ันหายใจในน้ำ การกลนั่ หายใจได้นานสรา้ งความมน่ั ใจในการว่ายน้ำให้กบั ตัวเราไดม้ าก
3. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
1. สามารถบอกขั้นตอนการทำปลาดาวควำ่ ได้อยา่ งถูกต้อง (K)
2. ตระหนักถึงคุณค่าของการออกกำลังกาย และการเล่นกีฬายอมรับให้ความร่วมมือเคารพในสิทธิหน้าท่ีของ
ตนเองและผู้อื่น และปฏิบัติตามกฎ ระเบียบ ข้อตกลงด้วยความเต็มใจนักเรียนมีความสนใจและต้ังใจฝึกฝนในการ
เรียน (A)
3. สามารถปฏิบตั ิทักษะการทำปลาดาวคว่ำได้อยา่ งถกู ตอ้ ง(P)
4. สาระการเรียนรู้
สาระการเรียนร้แู กนกลาง สาระการเรยี นร้ทู ้องถิน่
1.การทำปลาดาวคว่ำ พจิ ารณาตามหลกั สูตรขอองสถานศกึ ษา
-ทักษะเบอ้ื งต้นของการทปลาดาวคว่ำ
5. กจิ กรรมการเรียนรู้
คาบท่ี 16
ข้ันท่ี 1 นำเขา้ ส่บู ทเรียน
1. แบง่ กลมุ่ ผู้เรยี น 4 กลมุ่ กลมุ่ ละเทา่ ๆกันแยก-ชาย,หญิง จะไดช้ าย 2 แถวหญิง 2 แถว เรยี งตามลำดบั
ไหล่
2. สำรวจจำนวนนักเรียนการเข้าแถว ความพรอ้ มและสุขภาพของผเู้ รียน
3. สำรวจอปุ กรณ์และการแตง่ กายและสขุ ภาพของนกั เรยี น
-เคร่ืองแตง่ กาย
4. ครูอธิบายสาระการเรียนรใู้ หน้ กั เรียนทราบ
5. อบอนุ่ รา่ งกาย แจ้งจุดประสงคก์ ารเรียนรู้ และให้นักเรยี นอบอนุ่ รา่ งกายเพื่อเตรียมความพรอ้ มโดยการ
อบอุ่นร่างกายแบบอยกู่ บั ทีว่ ่ิงรอบสนาม 5 รอบ
ขนั้ ท่ี 2 กจิ กรรมการเรยี นรู้
1.แบ่งกล่มุ ผ้เู รียน 4 กลุ่ม กล่มุ ละเท่าๆกันแยก-ชาย,หญิง จะไดช้ าย 2 แถวหญิง 2 แถว เรียงตามลำดบั
ไหล่แล้วนง่ั ลง
☺☺☺☺
☺☺☺☺
☺☺☺☺
= ครู ☺ = นักเรยี น
2. ครูอธบิ ายทักษะการทำปลาดาวคว่ำและทำให้ดูเปน็ ตวั อย่าง
ขั้นที่ 3 ฝึกฝนทกั ษะและประสบการณ์
1.ให้นกั เรียนแบง่ กลุ่มออกเป็นกลุ่มละ 5 คน แลว้ นัง่ เป็นแถว
2.ใหน้ ักเรียนฝกึ การทำปลาดาวคว่ำท่กี ลุ่ม
3.ครูค่อยดแู ลและแนะนำนักเรียนอย่างใกล้ชิด
☺☺☺☺☺☺
☺☺☺☺☺☺
☺☺☺☺☺☺
= ครู ☺ = นักเรียน
ข้นั ที่ 4 การ นำไปใช้
1.ให้นกั เรียนแบ่งกลุม่ ออกเป็นกลุ่ม 4 กล่มุ เทา่ ๆกัน แลว้ นงั่ เปน็ แถว จัดแถวเสร็จแลว้ ให้นงั่ ลง
2.ให้นักเรยี นแต่ละส่งตวั แทนมากลุ่มละ 2 คน
3.ให้นักเรยี นท่ีเป็นตัวแทนแข่งขันการทำปลาดาวคว่ำ
4.นักเรียนคนไหนกล่ันหายใจในน้ำได้นานที่สุดเปน็ ผู้ชนะ
5.การแข่งขนั ใหค้ รสู ลบั นักเรยี นออกมาเลน่ เร่อื ยๆ
ข้ันที่ 5 สรุปความรู้
1.ให้นักเรียนเขา้ แถวตอน 4 แถว แลว้ นั่งลง
2.ครใู หน้ กั เรียนท่ีปฏิบัติการทำปลาดาวคว่ำไดถ้ ูกต้องออกมาทำให้เพื่อนดู
3.ครูกล่าวสรุปรว่ มกบั นกั เรยี นและเปิดโอกาศให้นักเรยี นได้ซักถาม
4.ครกู ล่าวชมเชยสำหรับนักเรยี นท่ีปฏิบตั ไิ ดถ้ กู ตอ้ งและให้กำลังใจสำหรับนกั เรียนท่ยี งั ปฏิบัตไิ ม่คอ่ ยได้
5.ครูนดั หมายคาบต่อไป
6.ครใู หน้ กั เรียนไปอาบนำ้ ล้างตัวแล้วขึน้ ห้องเรียน
☺☺☺☺
☺☺☺☺
☺☺☺☺
☺☺☺☺
= ครู ☺ = นักเรยี น
6. การวัดและประเมนิ ผล วธิ ีการวัดผล เครือ่ งมือวดั เกณฑก์ าร
การวัดและประเมนิ ผล
จุดประสงค์ ประเมนิ ผล
ความรคู้ วามเข้าใจ (K)
- ตรวจกจิ กรรมฝกึ ทักษะ -กิจกรรมฝึกทกั ษะ 80% ขน้ึ ไป ถือว่า
ทักษะ/กระบวนการ (P)
-ตรวจแบบฝกึ หดั -แบบฝึกหัด ผ่านเกณฑก์ าร
คุณลกั ษณะนิสัย (A)
ประเมนิ
-สงั เกตพฤตกิ รรม การ - แบบประเมนิ 80% ขน้ึ ไป ถือวา่
ทำงานรายบคุ คล/กลุ่ม ทักษะและ ผ่านเกณฑ์การ
กระบวนการทางสขุ ประเมิน
ศกึ ษาและพลศึกษา
1. สังเกตจากการเรยี นมี 1. แบบสังเกต 80% ขนึ้ ไป ถือว่า
ความรับผิดชอบต่องานที่สั่ง พฤติกรรม ผา่ นเกณฑ์การ
และสง่ งานไดท้ นั ตามท่ี ประเมนิ
กำหนด
2. สังเกตจากการเรยี นใฝ่
เรยี นรู้
3. สงั เกตจากการมุ่งมน่ั ใน
การทำงาน
7. สื่อ/อุปกรณ์/แหล่งการเรียนรู้
1. สระว่ายนำ้
2. แทง่ โฟม
8. กจิ กรรมเสนอแนะ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
ลงชอื่ .................................................ผู้สอนลง ชอ่ื ...............................................ฝ่ายวิชาการ
(.................................................................) (.................................................................)
ลงชอ่ื ...........................................ผู้อำนวยการ
(.................................................................)
สัปดาห์ที่ 17
โรงเรยี นขจรเกยี รตพิ ัฒนา
แผนการจดั การเรียนรู้
ภาคเรยี นท่ี 1 / …… ชอื่ ผูส้ อน นายซลุ กิฟลี ดือราโอะ
กลุ่มสาระ สขุ ศกึ ษาและพลศึกษา ชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี 4 จำนวน 1 คาบ
หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 3 เพ่มิ พนู ทกั ษะการเคลื่อนไหว เรอื่ ง ปลาดาวคว่ำ
1. มาตรฐานการเรียนร/ู้ ตัวชี้วดั
มาตรฐาน พ 3.1เขา้ ใจ มที กั ษะในการเคลอ่ื นไหว กิจกรรมทางกาย การเล่นเกม และกีฬา
ตัวชว้ี ดั ท่ี ป. 4/1ควบคมุ ตนเองเม่ือใช้ทักษะการเคลือ่ นไหวในลกั ษณะผสมผสานไดท้ ั้งแบบอยู่กบั ท่ี เคลอ่ื นท่ี
และใช้อปุ กรณ์ประกอบ
มาตรฐาน พ 3.2รักการออกกำลังกาย การเลน่ เกม และการเลน่ กฬี า ปฏบิ ตั ิเป็นประจำอยา่ งสมำ่ เสมอ มี
วินัย เคารพสิทธิ กฎ กติกา มีน้ำใจนักกีฬา มจี ิตวิญญาณ ในการแขง่ ขันและชน่ื ชมในสุนทรยี ภาพของการกฬี า
ตัวช้วี ดั ท่ี ป. 4/1ออกกำลังกาย เลน่ เกม และกีฬา ทต่ี นเองชอบและมคี วามสามารถในการวิเคราะห์ผล
พฒั นาการของตนเองตามตัวอย่างและแบบปฏิบตั ขิ องผ้อู น่ื
2. สาระสำคัญ
การทำปลาดาวควำ่ (การลอยตัวในน้ำท่านอนคว่ำ) เป็นทกั ษะการฝึกข้ันพน้ื ฐานของการฝึกว่ายนำ้
เพราะเปน็ การฝกึ การกล่ันหายใจในน้ำ การกลนั่ หายใจได้นานสรา้ งความมน่ั ใจในการว่ายน้ำให้กบั ตัวเราไดม้ าก
3. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
1. สามารถบอกขั้นตอนการทำปลาดาวควำ่ ได้อยา่ งถูกต้อง (K)
2. ตระหนักถึงคุณค่าของการออกกำลังกาย และการเล่นกีฬายอมรับให้ความร่วมมือเคารพในสิทธิหน้าท่ีของ
ตนเองและผู้อื่น และปฏิบัติตามกฎ ระเบียบ ข้อตกลงด้วยความเต็มใจนักเรียนมีความสนใจและต้ังใจฝึกฝนในการ
เรียน (A)
3. สามารถปฏิบตั ิทักษะการทำปลาดาวคว่ำได้อยา่ งถกู ตอ้ ง(P)
4. สาระการเรียนรู้
สาระการเรียนร้แู กนกลาง สาระการเรยี นร้ทู ้องถิน่
1.การทำปลาดาวคว่ำ พจิ ารณาตามหลกั สูตรขอองสถานศกึ ษา
-ทักษะเบอ้ื งต้นของการทปลาดาวคว่ำ
5. กจิ กรรมการเรียนรู้
คาบท่ี 17
ข้ันท่ี 1 นำเขา้ ส่บู ทเรียน
1. แบง่ กลมุ่ ผู้เรยี น 4 กลมุ่ กลมุ่ ละเทา่ ๆกันแยก-ชาย,หญิง จะไดช้ าย 2 แถวหญิง 2 แถว เรยี งตามลำดบั
ไหล่
2. สำรวจจำนวนนักเรียนการเข้าแถว ความพรอ้ มและสุขภาพของผเู้ รียน
3. สำรวจอปุ กรณ์และการแตง่ กายและสขุ ภาพของนกั เรยี น
-เคร่ืองแตง่ กาย
4. ครูอธิบายสาระการเรียนรใู้ หน้ กั เรียนทราบ
5. อบอนุ่ รา่ งกาย แจ้งจุดประสงคก์ ารเรียนรู้ และให้นักเรยี นอบอนุ่ รา่ งกายเพื่อเตรียมความพรอ้ มโดยการ
อบอุ่นร่างกายแบบอยกู่ บั ทีว่ ่ิงรอบสนาม 5 รอบ
ขนั้ ท่ี 2 กจิ กรรมการเรยี นรู้
1.แบ่งกล่มุ ผ้เู รียน 4 กลุ่ม กล่มุ ละเท่าๆกันแยก-ชาย,หญิง จะไดช้ าย 2 แถวหญิง 2 แถว เรียงตามลำดบั
ไหล่แล้วนง่ั ลง
☺☺☺☺
☺☺☺☺
☺☺☺☺
= ครู ☺ = นักเรยี น
2. ครูอธบิ ายทักษะการทำปลาดาวคว่ำและทำให้ดูเปน็ ตวั อย่าง
ขั้นที่ 3 ฝึกฝนทกั ษะและประสบการณ์
1.ให้นกั เรียนแบง่ กลุ่มออกเป็นกลุ่มละ 5 คน แลว้ นัง่ เป็นแถว
2.ใหน้ ักเรียนฝกึ การทำปลาดาวคว่ำท่กี ลุ่ม
3.ครูค่อยดแู ลและแนะนำนักเรียนอย่างใกล้ชิด
☺☺☺☺☺☺
☺☺☺☺☺☺
☺☺☺☺☺☺
= ครู ☺ = นักเรียน
ข้นั ที่ 4 การ นำไปใช้
1.ให้นกั เรียนแบ่งกลุม่ ออกเป็นกลุ่ม 4 กล่มุ เทา่ ๆกัน แลว้ นงั่ เปน็ แถว จัดแถวเสร็จแลว้ ให้นงั่ ลง
2.ให้นักเรยี นแต่ละส่งตวั แทนมากลุ่มละ 2 คน
3.ให้นักเรยี นท่ีเป็นตัวแทนแข่งขันการทำปลาดาวคว่ำ
4.นักเรียนคนไหนกล่ันหายใจในน้ำได้นานที่สุดเปน็ ผู้ชนะ
5.การแข่งขนั ใหค้ รสู ลบั นักเรยี นออกมาเลน่ เร่อื ยๆ
ข้ันที่ 5 สรุปความรู้
1.ให้นักเรียนเขา้ แถวตอน 4 แถว แลว้ นั่งลง
2.ครใู หน้ กั เรียนท่ีปฏิบัติการทำปลาดาวคว่ำไดถ้ ูกต้องออกมาทำให้เพื่อนดู
3.ครูกล่าวสรุปรว่ มกบั นกั เรยี นและเปิดโอกาศให้นักเรยี นได้ซักถาม
4.ครกู ล่าวชมเชยสำหรับนักเรยี นท่ีปฏิบตั ไิ ดถ้ กู ตอ้ งและให้กำลังใจสำหรับนกั เรียนท่ยี งั ปฏิบัตไิ ม่คอ่ ยได้
5.ครูนดั หมายคาบต่อไป
6.ครใู หน้ กั เรียนไปอาบนำ้ ล้างตัวแล้วขึน้ ห้องเรียน
☺☺☺☺
☺☺☺☺
☺☺☺☺
☺☺☺☺
= ครู ☺ = นักเรยี น
6. การวัดและประเมนิ ผล วธิ ีการวัดผล เครือ่ งมือวดั เกณฑก์ าร
การวัดและประเมนิ ผล
จุดประสงค์ ประเมนิ ผล
ความรคู้ วามเข้าใจ (K)
- ตรวจกจิ กรรมฝกึ ทักษะ -กิจกรรมฝึกทกั ษะ 80% ขน้ึ ไป ถือว่า
ทักษะ/กระบวนการ (P)
-ตรวจแบบฝกึ หดั -แบบฝึกหัด ผ่านเกณฑก์ าร
คุณลกั ษณะนิสัย (A)
ประเมนิ
-สงั เกตพฤตกิ รรม การ - แบบประเมนิ 80% ขน้ึ ไป ถือวา่
ทำงานรายบคุ คล/กลุ่ม ทักษะและ ผ่านเกณฑ์การ
กระบวนการทางสขุ ประเมิน
ศกึ ษาและพลศึกษา
1. สังเกตจากการเรยี นมี 1. แบบสังเกต 80% ขนึ้ ไป ถือว่า
ความรับผิดชอบต่องานที่สั่ง พฤติกรรม ผา่ นเกณฑ์การ
และสง่ งานไดท้ นั ตามท่ี ประเมนิ
กำหนด
2. สังเกตจากการเรยี นใฝ่
เรยี นรู้
3. สงั เกตจากการมุ่งมน่ั ใน
การทำงาน
7. สื่อ/อุปกรณ์/แหล่งการเรียนรู้
1. สระว่ายนำ้
2. แทง่ โฟม
8. กจิ กรรมเสนอแนะ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
ลงชอื่ .................................................ผู้สอนลง ชอ่ื ...............................................ฝ่ายวิชาการ
(.................................................................) (.................................................................)
ลงชอ่ื ...........................................ผู้อำนวยการ
(.................................................................)
สัปดาหท์ ี่ 18
โรงเรยี นขจรเกียรตพิ ัฒนา
แผนการจัดการเรียนรู้
ภาคเรยี นที่ 1 / ……. ชื่อผ้สู อน นายซลุ กฟิ ลี ดอื ราโอะ
กลมุ่ สาระ สุขศกึ ษาและพลศกึ ษา ชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี 4 จำนวน 1 คาบ
หน่วยการเรียนรูท้ ่ี 3 เพิ่มพนู ทกั ษะการเคลื่อนไหว เร่อื ง แมงกะพรุน่
1. มาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตัวชีว้ ดั
มาตรฐาน พ 3.1เข้าใจ มที ักษะในการเคล่อื นไหว กิจกรรมทางกาย การเล่นเกม และกฬี า
ตวั ชว้ี ดั ท่ี ป. 4/1ควบคุมตนเองเม่ือใช้ทักษะการเคลื่อนไหวในลกั ษณะผสมผสานไดท้ ง้ั แบบอยู่กับที่ เคล่อื นท่ี
และใช้อุปกรณป์ ระกอบ
มาตรฐาน พ 3.2รักการออกกำลงั กาย การเลน่ เกม และการเลน่ กฬี า ปฏบิ ัตเิ ป็นประจำอยา่ งสม่ำเสมอ มี
วนิ ัย เคารพสิทธิ กฎ กติกา มนี ้ำใจนกั กีฬา มจี ิตวญิ ญาณ ในการแขง่ ขันและชนื่ ชมในสนุ ทรียภาพของการกฬี า
ตัวชีว้ ดั ท่ี ป. 4/1ออกกำลังกาย เลน่ เกม และกีฬา ทีต่ นเองชอบและมีความสามารถในการวิเคราะหผ์ ล
พัฒนาการของตนเองตามตวั อยา่ งและแบบปฏบิ ัติของผู้อน่ื
2. สาระสำคญั
การทำท่าแมงกะพรุน่ (การลอยตวั ในน้ำทา่ นอนคว่ำงอขา) เป็นทกั ษะการฝึกขั้นพนื้ ฐานของการฝึกว่าย
นำ้ เพราะเป็นการฝกึ การกลนั่ หายใจในน้ำ การกล่ันหายใจได้นานสร้างความมั่นใจในการวา่ ยน้ำใหก้ ับตัวเราไดม้ าก
และการทำทา่ แมงกะพรุ่นชว่ ยให้อวัยวะของร่างกาย เชน่ มือ ขา ทำงานพร้อมกันกับการกล่ันหายใจในน้ำ
3. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
1. สามารถบอกข้ันตอนการทำท่าแมงกะพรนุ่ ไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ ง (K)
2. ตระหนักถึงคุณค่าของการออกกำลังกาย และการเล่นกีฬายอมรับให้ความร่วมมือเคารพในสิทธิหน้าท่ีของ
ตนเองและผอู้ ่ืน และปฏบิ ัติตามกฎ ระเบยี บ ข้อตกลงด้วยความเต็มใจ (A)
3. สามารถปฏิบัติทักษะการทำท่าแมงกะพรนุ่ ได้อย่างถูกต้อง(P)
4. สาระการเรียนรู้
สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง สาระการเรยี นรทู้ อ้ งถ่ิน
1.การทำแมงกะพรุน พจิ ารณาตามหลกั สตู รขอองสถานศึกษา
-ทักษะเบ้อื งตน้ ของการทำแมงกะพรนุ
5. กจิ กรรมการเรยี นรู้
คาบท่ี 18
ข้นั ท่ี 1 นำเขา้ สู่บทเรยี น
1. แบ่งกลุ่มผู้เรยี น 4 กล่มุ กลุ่มละเท่าๆกนั แยก-ชาย,หญิง จะไดช้ าย 2 แถวหญิง 2 แถว เรยี งตามลำดบั
ไหล่
2. สำรวจจำนวนนกั เรียนการเข้าแถว ความพรอ้ มและสขุ ภาพของผูเ้ รยี น
3. สำรวจอปุ กรณแ์ ละการแต่งกายและสขุ ภาพของนกั เรยี น
-เคร่ืองแตง่ กาย
4. ครอู ธบิ ายสาระการเรียนรูใ้ หน้ ักเรียนทราบ
5. อบอนุ่ ร่างกาย แจ้งจดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ และให้นักเรยี นอบอุ่นร่างกายเพื่อเตรียมความพรอ้ มโดยการ
อบอุ่นรา่ งกายแบบอยกู่ บั ทวี่ ง่ิ รอบสนาม 5 รอบ
ขนั้ ที่ 2 กิจกรรมการเรียนรู้
1.แบง่ กลมุ่ ผู้เรียน 4 กลุ่ม กล่มุ ละเท่าๆกันแยก-ชาย,หญิง จะไดช้ าย 2 แถวหญิง 2 แถว เรียงตามลำดับ
ไหล่แลว้ นั่งลง
☺☺☺☺
☺☺☺☺
☺☺☺☺
= ครู ☺ = นักเรยี น
2. ครอู ธิบายทักษะการทำท่าแมงกะพรนุ่ และทำใหด้ ูเป็นตวั อยา่ ง
ขั้นที่ 3 ฝกึ ฝนทักษะและประสบการณ์
1.ให้นกั เรียนแบง่ กลมุ่ ออกเปน็ กลุ่มละ 5 คน แลว้ นง่ั เปน็ แถว
2.ให้นักเรยี นฝกึ การทำทา่ แมงกะพรนุ่ ทีละกลุม่
3.ครูคอ่ ยดูแลและแนะนำนกั เรยี นอย่างใกลช้ ดิ
☺☺☺☺☺☺
☺☺☺☺☺☺
☺☺☺☺☺☺
= ครู ☺ = นกั เรียน
ข้นั ที่ 4 การ นำไปใช้
1.ให้นกั เรยี นแบ่งกลุม่ ออกเป็นกลุม่ 4 กลมุ่ เท่าๆกัน แลว้ นง่ั เปน็ แถว จัดแถวเสรจ็ แล้วให้นง่ั ลง
2.ใหน้ กั เรยี นแตล่ ะสง่ ตวั แทนมากลมุ่ ละ 2 คน
3.ใหน้ ักเรยี นทเ่ี ป็นตัวแทนแขง่ ขนั การทำทา่ แมงกะพร่นุ
4.นกั เรียนคนไหนกล่นั หายใจในน้ำไดน้ านทส่ี ุดเปน็ ผู้ชนะ
5.การแข่งขันใหค้ รสู ลบั นักเรยี นออกมาเลน่ เร่ือยๆ
ขัน้ ท่ี 5 สรปุ ความรู้
1.ให้นักเรียนเขา้ แถวตอน 4 แถว แลว้ นัง่ ลง
2.ครูใหน้ กั เรยี นท่ปี ฏิบัติการทำท่าแมงกะพรุ่นไดถ้ ูกต้องออกมาทำให้เพอ่ื นดู
3.ครกู ลา่ วสรปุ รว่ มกบั นกั เรียนและเปิดโอกาศใหน้ กั เรยี นไดซ้ กั ถาม
4.ครกู ลา่ วชมเชยสำหรับนักเรยี นทปี่ ฏิบัติไดถ้ ูกตอ้ งและให้กำลงั ใจสำหรับนักเรียนที่ยังปฏบิ ัติไมค่ ่อยได้
5.ครูนัดหมายคาบตอ่ ไป
6.ครูใหน้ ักเรียนไปอาบนำ้ ล้างตวั แลว้ ขึ้นหอ้ งเรยี น
☺☺☺☺
☺☺☺☺
☺☺☺☺
☺☺☺☺
= ครู ☺ = นักเรยี น