7.2 แหลง่ การเรียนรู้
1) หอ้ งเรยี น
2) หอ้ งสมุด
3) อินเทอร์เนต็
8. กิจกรรมเสนอแนะ
........................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................ ........................................
ลงชือ่ ............................................ครูผสู้ อน ลงชื่อ...................................................ฝา่ ยวิชาการ
(...........................................................) (...........................................................)
ลงช่อื ................................................... ผู้บริหาร
(...........................................................)
ใบงานที่ 5.1 สิ่งทีส่ ังเกตได้
เร่ือง อากาศมีสมบตั ิอยา่ งไร
คำสั่ง : ใหน้ ักเรยี นทำกจิ กรรมต่อไปน้ี สังเกตและบันทึกผล
การทำกจิ กรรม
1. นำกระดาษเยื่อติดที่ก้นแก้วด้านในด้วยเทปใส
แล้วคว่ำแก้วพลาสติกใสกดลงไปตรง ๆ ในอ่างใส่น้ำ
จากน้ันเอยี งแกว้ เลก็ น้อยโดยไมใ่ ห้ปากแก้วพน้ ผิวนำ้
2. เปา่ ลกู โปง่
สมบตั ิของอากาศ มีอะไรบ้าง
............................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................. .................................................. ............
ใบงาน
เรอื่ ง อากาศมีสมบตั ิอยา่ งไร
คำส่ัง : ใหน้ ักเรยี นทำกิจกรรมต่อไปนี้ สังเกตและบนั ทึกผล สิง่ ทีส่ ังเกตได้
การทำกิจกรรม (ครพู ิจารณาคำตอบของนักเรียน
1. นำกระดาษเย่ือติดที่ก้นแก้วด้านในด้วยเทปใส ตามดลุ ยพินิจของครผู ้สู อน)
แล้วคว่ำแก้วพลาสติกใสกดลงไปตรง ๆ ในอ่างใส่น้ำ
จากน้ันเอียงแก้วเลก็ น้อยโดยไม่ให้ปากแกว้ พ้นผิวน้ำ (ครพู จิ ารณาคำตอบของนักเรียน
ตามดุลยพนิ จิ ของครูผสู้ อน)
2. เป่าลูกโปง่
สมบตั ิของอากาศมีอะไรบ้าง
................................................................................................ .............................................................. ................................
................................................................................................................................................................. .............................
..............................................................................................................................................................................................
บตั รภาพ
สัปดาหท์ ่ี 2
โรงเรียนขจรเกยี รติพฒั นา
แผนการจดั การเรียนรู้
ภาคเรยี นที่ ……2...... ช่ือผสู้ อน ….……………………………………………....
กลุม่ สาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์ ช้ันประถมศกึ ษาปีท่ี 3 จำนวน 2 คาบ
หน่วยการเรยี นร้ทู ่ี 5 อากาศรอบตวั เรา เรื่อง อากาศมคี วามชื้น
1. มาตรฐานการเรยี นรู/้ ตัวชี้วดั
มาตรฐานที่ ว 3.2 เข้าใจองค์ประกอบ และความสัมพนั ธ์ของระบบโลก กระบวนการเปล่ียนแปลงภายในโลก
และบนผวิ โลก ธรณพี บิ ัตภิ ัย กระบวนการเปลยี่ นแปลงลมฟา้ อากาศและภมู ิอากาศโลกรวมท้งั ผลต่อสิ่งมชี วี ิตและสิง่ แวดล้อม
ตัวชี้วดั ที่ ป. 3/1 ระบสุ ว่ นประกอบของอากาศ บรรยายความสำคัญของอากาศ และผลกระทบของมลพิษ ทาง
อากาศตอ่ สิง่ มชี วี ติ จากข้อมูลที่รวบรวมได้
มาตรฐานที่ ว 8.1 ใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์และจิตวทิ ยาศาสตร์ในการสืบเสาะหาความรู้ การแก้ปัญหา รู้
วา่ ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติท่ีเกดิ ข้นึ สว่ นใหญ่มีรปู แบบ ที่แนน่ อน สามารถอธิบายและตรวจสอบได้ ภายใตข้ ้อมลู และ
เครอื่ งมอื ท่ีมีอยใู่ นชว่ งเวลาน้นั ๆ เข้าใจวา่ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีสังคม และ สิง่ แวดล้อม มีความเก่ียวข้องสมั พันธ์กัน
ตัวชวี้ ดั ที่ ป. 3/1-8
2. สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอด
อากาศ ประกอบด้วยแก๊สไนโตรเจน 78 % แกส๊ ออกซิเจน 21 % แก๊สคารบ์ อนไดออกไซด์ และแกส๊ อนื่ ๆ รวมทง้ั ไอ
น้ำและฝุนละออง 1%
3. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
1) อธิบายสมบัติของอากาศได้ (K)
2) ทดลองสมบัตขิ องอากาศได้ (P)
3) รบั ผดิ ชอบต่องานท่ีได้รับมอบหมาย (A)
4. สาระการเรียนรู้
สาระการเรียนรู้แกนกลาง สาระการเรียนรูท้ อ้ งถิ่น
-อากาศ โดยทั่วไปไม่มีสี ไม่มีกลิ่น ประกอบด้วยแก๊ส พจิ ารณาตามหลักสูตรของสถานศึกษา
ไนโตรเจน แก๊สออกซิเจน แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์
แก๊สอื่น ๆ รวมท้ังไอน้ำและฝุ่นละออง อากาศมี
ความสำคญั ต่อส่ิงมชี ีวติ
5. กิจกรรมการเรียนรู้ คาบท่ี 3
ขั้นอธบิ ายความรู้
1. ครูอธบิ ายเพิ่มเตมิ เก่ยี วกับกิจกรรมพัฒนาทักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตรท์ ี่ 1 วา่ จากการทำการทดลองทำใหท้ ราบวา่
ในอากาศทีเ่ ราหายใจเข้าไปนั้น มีส่วนประกอบของไอน้ำ จึงทำใหอ้ ากาศมีความชืน้ ซง่ึ เหมาะสมต่อการดำรงชีวติ ของสงิ่ มีชวี ติ
นอกจากนี้ อากาศยงั มีแกส๊ ชนิดตา่ ง ๆ เจือปนอยูด่ ้วย
2. ครกู ลา่ วทักทายนักเรียนและต้ังคำถามนักเรียนวา่ จากการทำการทดลองในช่ัวโมงทผ่ี ่านมานกั เรียนคดิ วา่
• อากาศมีสว่ นประกอบอะไรบ้าง
(แนวคำตอบ ขึน้ อยู่กับคำตอบของนักเรยี น)
• ส่วนประกอบในอากาศจะมีสัดส่วนคงทีต่ ลอด ไม่สามารถเปลย่ี นแปลงได้ นกั เรียนเห็นด้วยหรอื ไม่ เพราะอะไร
(แนวคำตอบ ขึ้นอยู่กบั คำตอบของนักเรยี น)
คาบที่ 4
3. ให้นักเรยี นทำในใบงานที่ 5.1 เรอ่ื ง อากาศมีสมบัติอยา่ งไร
4. ครูตั้งคำถามเพอื่ ทดสอบความรู้ของนักเรยี นหลงั จากไดท้ ำกิจกรรมไปแล้ว โดยมแี นวคำถาม ดังน้ี
• จากการค้นควา้ สรุปวา่ ในอากาศมีสว่ นประกอบใดบ้าง
(แนวคำตอบ อากาศประกอบด้วยแก๊สหลายชนิด ได้แก่ แก๊สไนโตรเจน แก๊สออกซิเจน แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์
และแก๊สอืน่ ๆ)
• หากในอากาศมีปริมาณของแก๊สออกซิเจนต่ำกวา่ ร้อยละ 21 จะสง่ ผลตอ่ การดำรงชวี ิตของสิ่งมชี ีวิตอย่างไร
(แนวคำตอบ สิ่งมีชีวิตต้องใช้แก๊สออกซิเจนในการหายใจ หากแก๊สออกซิเจนน้อยกว่าร้อยละ 21 จะส่งผลต่อการ
ดำรงชีวิต)
5. ครใู ห้นกั เรยี นดบู ตั รภาพ แล้วเขียนอธิบายความสำคัญของอากาศลงในสมุด
6. นักเรียนและครูร่วมกันสรุปผลเกี่ยวกับความสำคัญของอากาศว่าอากาศเป็นส่ิงที่สำคญั ต่อสิ่งมีชวี ิตในการหายใจ หาก
ไมม่ ีอากาศกจ็ ะทำให้ส่งิ มีชีวติ ไม่สามารถดำรงชวี ิตอยู่ได้และตายในที่สดุ
ครูใหน้ กั เรยี นทำกจิ กรรม สมบตั ขิ องอากาศ โดยให้แบง่ กลุ่ม แล้วปฏบิ ัติกิจกรรมและบันทกึ ขอ้ มูลลงในสมดุ
6. การวัดและประเมนิ ผล
การวัดและประเมินผล วิธกี ารวัดผล เครื่องมือวัด เกณฑ์การ
จุดประสงค์ ประเมนิ ผล
1. สังเกตจากการซักถาม ตอบคำถาม 1.คำถามกระตุ้น 70% ข้ึนไป ถอื วา่
ความรู้ความเขา้ ใจ (K) 2. เขา้ ใจสมบัตขิ องอากาศ ความคิด ผา่ นเกณฑ์การ
ประเมนิ
ทักษะ/กระบวนการ (P) 1. ทดลองสมบตั ิของอากาศได้ 1.ใบงาน 70% ขึ้นไป ถือวา่
ผ่านเกณฑ์การ
คุณลกั ษณะนสิ ัย (A) 1. สงั เกตจากการเรียนมคี วาม 1. แบบสังเกต ประเมนิ
รบั ผดิ ชอบต่องานท่ีสั่งและส่งงานได้ทัน พฤติกรรม 70% ขนึ้ ไป ถือว่า
ตามทีก่ ำหนด ผา่ นเกณฑ์การ
2. สังเกตจากการเรยี นใฝ่เรยี นรู้ ประเมิน
3. สังเกตจากการม่งุ ม่นั ในการทำงาน
7. ส่อื /แหล่งการเรียนรู้
7.1 ส่ือการเรยี นรู้
1) หนงั สอื เรียนวิทยาศาสตร์ ป.3 หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 5 อากาศรอบตัวเรา
2) แบบฝึกหดั วิทยาศาสตร์ ป.3 หน่วยการเรียนรทู้ ี่ 5 อากาศรอบตัวเรา
3) วสั ดุ-อปุ กรณ์การทดลองในกจิ กรรม
4) ใบงาน เรอ่ื ง สว่ นประกอบของอากาศ
5) บัตรภาพ
7.2 แหลง่ การเรยี นรู้
1) หอ้ งเรียน
2) หอ้ งสมุด
3) อนิ เทอร์เน็ต
8. กจิ กรรมเสนอแนะ
........................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................ ........................................
ลงชอื่ ............................................ครูผสู้ อน ลงช่อื ...................................................ฝา่ ยวิชาการ
(...........................................................) (...........................................................)
ลงชือ่ ................................................... ผบู้ ริหาร
(...........................................................)
สปั ดาหท์ ี่ 3
โรงเรยี นขจรเกียรตพิ ัฒนา
แผนการจัดการเรยี นรู้
ภาคเรียนท่ี ……2...... ช่อื ผสู้ อน ….……………………………………………....
กลุม่ สาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์ ชนั้ ประถมศกึ ษาปีที่ 3 จำนวน 2 คาบ
หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 5 อากาศรอบตัวเรา เรอื่ ง มลพษิ ทางอากาศตอ่ สงิ่ มชี ีวติ
1. มาตรฐานการเรียนร/ู้ ตวั ชี้วัด
มาตรฐานที่ ว 3.2 เข้าใจองค์ประกอบ และความสัมพนั ธ์ของระบบโลก กระบวนการเปลยี่ นแปลงภายในโลก
และบนผิวโลก ธรณีพิบัตภิ ยั กระบวนการเปลยี่ นแปลงลมฟ้าอากาศและภูมิอากาศโลกรวมท้งั ผลต่อสิง่ มีชวี ิตและส่ิงแวดล้อม
ตัวช้วี ัดท่ี ป. 3/2 ตระหนักถงึ ความสำคญั ของอากาศ โดยนำเสนอแนวทางการปฏิบัติตนในการลดการเกดิ มลพษิ
ทางอากาศ
มาตรฐานที่ ว 8.1 ใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์และจติ วทิ ยาศาสตร์ในการสบื เสาะหาความรู้ การแก้ปัญหา รู้
ว่าปรากฏการณ์ทางธรรมชาติท่ีเกิดขนึ้ สว่ นใหญ่มรี ูปแบบ ที่แน่นอน สามารถอธิบายและตรวจสอบได้ ภายใตข้ ้อมลู และ
เคร่ืองมอื ที่มอี ยใู่ นช่วงเวลาน้ันๆ เข้าใจวา่ วทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยีสงั คม และ สิง่ แวดล้อม มีความเกย่ี วข้องสมั พันธ์กัน
ตวั ชวี้ ดั ท่ี ป. 3/1-8
2. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด
แนวทางการปฏบิ ตั ติ นเพ่ือลดการปลอ่ ยมลพิษทางอากาศ เชน่ ใช้พาหนะร่วมกนั เลือกใช้เทคโนโลยีทล่ี ดมลพิษทาง
อากาศ
3. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
1) ระบสุ ว่ นประกอบของอากาศ บรรยายความสำคญั ของอากาศและผลกระทบของมลพิษ (K)
2) ทดลองเพ่ืออธบิ าย เรอ่ื ง มลพิษทางอากาศตอ่ สง่ิ มชี ีวติ (P)
3) ตระหนกั ถงึ ความสำคัญของอากาศ โดยนำเสนอแนวทางการปฏบิ ัติตนในการลดการเกดิ มลพษิ ทางอากาศได้ (A)
4. สาระการเรยี นรู้
สาระการเรียนรูแ้ กนกลาง สาระการเรยี นรู้ทอ้ งถ่ิน
-อากาศ โดยทั่วไปไม่มีสี ไม่มีกล่ิน ประกอบด้วยแก๊ส พจิ ารณาตามหลักสตู รของสถานศึกษา
ไนโตรเจน แก๊สออกซิเจน แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์
แก๊สอื่น ๆ รวมทั้งไอน้ำและฝุ่นละออง อากาศมี
ความสำคญั ตอ่ ส่ิงมชี ีวิต
5. กจิ กรรมการเรยี นรู้
คาบท่ี 1
ขัน้ นำ
ขั้นกระตุน้ ความสนใจ
1. ครูกล่าวทกั ทายนักเรียนและทบทวนความรเู้ ดมิ จากเรื่องทีเ่ รียนไปแล้ว
2. ครใู หน้ ักเรยี นดภู าพในหนงั สือเรียนชดุ แมบ่ ทมาตรฐาน วิทยาศาสตร์ ป.3 หนา้ 117 จากนน้ั ครูถามคำถาม แล้วให้
นักเรยี นชว่ ยกนั ตอบ ดังนี้
• มลพิษทางอากาศ ส่งผลเสียตอ่ ส่งิ มีชวี ติ อยา่ งไร
(แนวคำตอบ มลพิษทางอากาศ จะก่อให้เกิดอันตรายต่อส่ิงมีชวี ติ )
• มลพษิ ทางอากาศคืออะไร พร้อมยกตวั อยา่ งวธิ กี ารปฏบิ ัตติ นเพ่ือลดการเกิดมลพิษทางอากาศมา 1 ตวั อย่าง
(แนวคำตอบ มลพิษทางอากาศ คือ ภาวะของอากาศท่ีมีการเจือปนดว้ ยสารต่าง ๆ ที่ก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศ
และอนั ตรายตอ่ สิ่งมีชีวติ วิธีการลดมลพิษ คือ ไม่ปล่อยควันพิษออกสู่อากาศ)
ข้ันสอน
ขน้ั สำรวจคน้ หา
3. ครูให้นักเรียนทำกิจกรรมลองทำดู ในหนังสือเรียนชุดแม่บทมาตรฐาน วิทยาศาสตร์ ป.3 หน้า 117 โดยให้นักเรียนดูภาพ
แลว้ ตอบคำถาม
คาบที่ 2
ขั้นสอน
ขั้นสำรวจคน้ หา
1. ใหน้ ักเรยี นทำกิจกรรมพฒั นาทักษะกระบวนการวทิ ยาศาสตร์ ที่ 2 เรอ่ื ง มลพิษทางอากาศต่อสงิ่ มชี วี ติ โดยมขี น้ั ตอน
การทำดงั นี้
1) แบง่ กลุม่ กลุ่มละ 4-5 คน และมคี วามสามารถคละกัน คือ เกง่ ปานกลาง (ค่อนข้างเกง่ ) ปานกลาง (ค่อนข้างอ่อน)
และอ่อน
2) นำกระดาษแข็งสีขาว ขนาด 20 × 30 เซนตเิ มตรเจาะกระดาษเป็นชอ่ งขนาด 2 × 15 เซนติเมตร จำนวน 3 ช่อง
3) นำเทปใสมาตดิ ยาวท้ังแถบในสว่ นที่เจาะออกไป
4) เจาะรูแผน่ กระดาษแขง็ และร้อยเชือก จากนัน้ นำไปแขวนบรเิ วณต่าง ๆ รอบโรงเรยี น สังเกตการเปลีย่ นแปลงของ
เทปใส แลว้ บนั ทึกผล
(ครูเริ่มประเมนิ นักเรียน โดยใชแ้ บบสังเกตพฤตกิ รรมการทำงานกลุ่ม)
2. ให้ตวั แทนแตล่ ะกลุ่มออกมานำเสนอ จนครบทกุ กลุ่ม และสรุปอภปิ รายผลการทำกจิ กรรมที่ได้
3. ครูสรปุ ผลการทำกิจกรรมวา่ เทปใสท่ีติดไวต้ ามบรเิ วณต่าง ๆ ในโรงเรยี น มีฝุ่นละออง ผงชอล์ก และสตั วเ์ ล็ก ๆ ตดิ อยู่
แสดงวา่ ในอากาศภายในโรงเรียนมสี งิ่ ปนเปอ้ื นอยู่ในอากาศ
ขน้ั อธิบายความรู้
ครูอธิบายเพิ่มเตมิ ว่า สง่ิ ที่พบปะปนอยู่ในอากาศ คือ ฝุ่นละอองอากาศท่ีมีฝุน่ ละอองอยมู่ ากจะมผี ลต่อระบบหายใจของคน
และสัตว์ ก่อใหเ้ กิดโรคตา่ ง ๆ เชน่ โรคหลอดลมอักเสบ โรคหืด โรคถงุ ลมโปง่ พอง
ขนั้ ขยายความเขา้ ใจ
ให้ศึกษาข้อมูล จากส่ือดจิ ิทลั ในหนงั สือเรยี นชุดแม่บทมาตรฐาน วทิ ยาศาสตร์ ป.3 หนา้ 115 โดยใชโ้ ทรศพั ทม์ อื ถือสแกน
QR Code เรือ่ ง สมบตั ขิ องอากาศ
ขนั้ ตรวจสอบผล
ครสู นทนากับนักเรยี นโดยตง้ั คำถามว่า เราทำกิจกรรมใดบ้าง ท่ีก่อใหเ้ กดิ มลพษิ ทางอากาศ
(แนวคำตอบ ย่งิ ประชากรมนษุ ยเ์ พมิ่ มากขึน้ เทา่ ใด ก็ย่งิ สง่ ผลให้เกดิ มลพษิ ทางอากาศเพิ่มขึ้นตามไปด้วย)
สมาชิกทุกคนในกลุ่มช่วยกันทำกิจกรรมพัฒนาทักษะแห่งศตวรรษท่ี 21 โดยให้แต่ละกลุ่มนำเสนอสาเหตุที่ทำให้เกิด
มลพษิ ทางอากาศ
6. การวัดและประเมินผล
การวัดและประเมนิ ผล วิธีการวดั ผล เครอื่ งมือวัด เกณฑ์การ
จุดประสงค์ ประเมินผล
1. สงั เกตจากการซกั ถาม ตอบคำถาม 1.คำถามกระต้นุ 70% ขน้ึ ไป ถอื ว่า
ความรคู้ วามเข้าใจ (K) 2. เข้าใจมลพิษทางอากาศต่อสิ่งมชี วี ิต ความคดิ ผ่านเกณฑ์การ
ประเมิน
ทักษะ/กระบวนการ (P) 1. อธบิ ายมลพิษทางอากาศต่อส่งิ มชี วี ิต 1.ใบงาน 70% ขนึ้ ไป ถอื ว่า
ผา่ นเกณฑ์การ
คุณลกั ษณะนิสยั (A) 1. สงั เกตจากการเรียนมคี วาม 1. แบบสงั เกต ประเมนิ
รบั ผดิ ชอบต่องานท่ีสงั่ และส่งงานได้ทนั พฤติกรรม 70% ขึน้ ไป ถอื ว่า
ตามทกี่ ำหนด ผา่ นเกณฑ์การ
2. สังเกตจากการเรียนใฝเ่ รียนรู้ ประเมิน
3. สังเกตจากการมุ่งมัน่ ในการทำงาน
7. ส่อื /แหล่งการเรยี นรู้
7.1 ส่อื การเรยี นรู้
1) หนงั สอื เรยี นวทิ ยาศาสตร์ ป.3 หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 5 อากาศรอบตวั เรา
2) แบบฝึกหดั วิทยาศาสตร์ ป.3 หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 5 อากาศรอบตวั เรา
3) วสั ดุ-อุปกรณ์การทดลองในกิจกรรม
4) บตั รภาพ
7.2 แหล่งการเรยี นรู้
1) หอ้ งเรยี น
2) ห้องสมุด
3) อินเทอร์เน็ต
8. กจิ กรรมเสนอแนะ
........................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................... ..................................
ลงชื่อ............................................ครผู สู้ อน ลงชอ่ื ...................................................ฝา่ ยวิชาการ
(...........................................................) (...........................................................)
ลงช่ือ................................................... ผูบ้ ริหาร
(...........................................................)
สัปดาหท์ ่ี 3
โรงเรียนขจรเกยี รติพัฒนา
แผนการจัดการเรียนรู้
ภาคเรียนท่ี ……2...... ชอ่ื ผสู้ อน ….……………………………………………....
กลุม่ สาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์ ชัน้ ประถมศกึ ษาปีที่ 3 จำนวน 2 คาบ
หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 5 อากาศรอบตวั เรา เร่ือง ผลกระทบจากมลพิษทางอากาศ
1. มาตรฐานการเรยี นรู้/ตวั ชี้วดั
มาตรฐานท่ี ว 3.2 เขา้ ใจองคป์ ระกอบ และความสัมพนั ธข์ องระบบโลก กระบวนการเปลย่ี นแปลงภายในโลก
และบนผวิ โลก ธรณพี บิ ัตภิ ยั กระบวนการเปลี่ยนแปลงลมฟ้าอากาศและภมู ิอากาศโลกรวมทง้ั ผลต่อสงิ่ มีชีวิตและสิง่ แวดลอ้ ม
ตวั ชวี้ ัดท่ี ป. 3/2 ตระหนักถงึ ความสำคญั ของอากาศ โดยนำเสนอแนวทางการปฏบิ ัติตนในการลดการเกดิ มลพิษ
ทางอากาศ
มาตรฐานที่ ว 8.1 ใชก้ ระบวนการทางวิทยาศาสตรแ์ ละจติ วิทยาศาสตรใ์ นการสบื เสาะหาความรู้ การแกป้ ัญหา รู้
วา่ ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติท่ีเกดิ ข้ึนส่วนใหญ่มีรูปแบบ ท่ีแน่นอน สามารถอธิบายและตรวจสอบได้ ภายใตข้ ้อมลู และ
เครื่องมือ ที่มอี ย่ใู นช่วงเวลานนั้ ๆ เข้าใจวา่ วทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยีสงั คม และ สงิ่ แวดล้อม มีความเกย่ี วข้องสมั พนั ธก์ ัน
ตวั ชว้ี ัดท่ี ป. 3/1-8
2. สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอด
แนวทางการปฏบิ ตั ติ นเพื่อลดการปลอ่ ยมลพษิ ทางอากาศ เชน่ ใชพ้ าหนะรว่ มกัน เลอื กใช้เทคโนโลยที ี่ลดมลพิษทาง
อากาศ
3. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
1) ระบสุ ว่ นประกอบของอากาศ บรรยายความสำคัญของอากาศและผลกระทบของมลพิษ (K)
2) ทดลองเพือ่ อธิบาย เรื่อง มลพษิ ทางอากาศตอ่ สิ่งมชี ีวติ (P)
3) ตระหนกั ถงึ ความสำคัญของอากาศ โดยนำเสนอแนวทางการปฏบิ ัตติ นในการลดการเกิดมลพษิ ทางอากาศได้ (A)
4. สาระการเรยี นรู้
สาระการเรยี นรู้แกนกลาง สาระการเรยี นรูท้ อ้ งถ่นิ
-อากาศ โดยทั่วไปไม่มีสี ไม่มีกลิ่น ประกอบด้วยแก๊ส พจิ ารณาตามหลักสูตรของสถานศึกษา
ไนโตรเจน แก๊สออกซิเจน แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์
แก๊สอ่ืน ๆ รวมท้ังไอน้ำและฝุ่นละออง อากาศมี
ความสำคัญตอ่ สิ่งมชี ีวิต
5. กจิ กรรมการเรียนรู้
คาบที่ 3
ขัน้ นำ
ขั้นกระตุน้ ความสนใจ
1. ครูกล่าวทกั ทายนักเรยี นและทบทวนความรเู้ ดิมจากเรื่องท่ีเรียนไปแลว้
2. ครใู ห้นักเรียนดภู าพในหนังสือเรยี นชดุ แมบ่ ทมาตรฐาน วิทยาศาสตร์ ป.3 หน้า 117 จากนัน้ ครูถามคำถาม แล้วให้
นักเรยี นชว่ ยกนั ตอบ ดงั น้ี
• มลพิษทางอากาศ ส่งผลเสียต่อส่งิ มีชวี ติ อยา่ งไร
(แนวคำตอบ มลพิษทางอากาศ จะก่อให้เกิดอันตรายต่อสง่ิ มชี วี ติ )
• มลพษิ ทางอากาศคอื อะไร พร้อมยกตวั อยา่ งวธิ กี ารปฏบิ ัติตนเพ่ือลดการเกิดมลพิษทางอากาศมา 1 ตวั อย่าง
(แนวคำตอบ มลพิษทางอากาศ คือ ภาวะของอากาศที่มีการเจอื ปนดว้ ยสารต่าง ๆ ทก่ี ่อให้เกิดมลพิษทางอากาศ
และอนั ตรายต่อสิง่ มีชวี ติ วิธกี ารลดมลพษิ คือ ไมป่ ล่อยควันพิษออกสู่อากาศ)
ข้ันสอน
ขน้ั สำรวจคน้ หา
3. ครูให้นักเรียนทำกิจกรรมลองทำดู ในหนังสือเรียนชุดแม่บทมาตรฐาน วิทยาศาสตร์ ป.3 หน้า 117 โดยให้นักเรียนดูภาพ
แลว้ ตอบคำถาม
คาบท่ี 4
ขั้นสอน
ขั้นสำรวจคน้ หา
1. ใหน้ ักเรยี นทำกจิ กรรมพฒั นาทกั ษะกระบวนการวิทยาศาสตร์ ท่ี 2 เรอ่ื ง มลพิษทางอากาศต่อส่ิงมีชวี ติ โดยมขี ั้นตอน
การทำดงั นี้
1) แบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 4-5 คน และมีความสามารถคละกนั คอื เก่ง ปานกลาง (ค่อนข้างเกง่ ) ปานกลาง (ค่อนข้างอ่อน)
และอ่อน
2) นำกระดาษแข็งสีขาว ขนาด 20 × 30 เซนตเิ มตรเจาะกระดาษเป็นชอ่ งขนาด 2 × 15 เซนตเิ มตร จำนวน 3 ช่อง
3) นำเทปใสมาติดยาวท้งั แถบในส่วนท่ีเจาะออกไป
4) เจาะรแู ผ่นกระดาษแขง็ และร้อยเชอื ก จากนั้นนำไปแขวนบริเวณตา่ ง ๆ รอบโรงเรียน สังเกตการเปลีย่ นแปลงของ
เทปใส แลว้ บนั ทกึ ผล
(ครูเริ่มประเมนิ นักเรียน โดยใชแ้ บบสังเกตพฤตกิ รรมการทำงานกลมุ่ )
2. ให้ตวั แทนแต่ละกลุ่มออกมานำเสนอ จนครบทกุ กลุ่ม และสรุปอภิปรายผลการทำกิจกรรมที่ได้
3. ครูสรปุ ผลการทำกิจกรรมวา่ เทปใสทตี่ ิดไวต้ ามบรเิ วณต่าง ๆ ในโรงเรยี น มีฝุ่นละออง ผงชอล์ก และสัตว์เลก็ ๆ ตดิ อยู่
แสดงวา่ ในอากาศภายในโรงเรียนมสี ่ิงปนเปอ้ื นอยใู่ นอากาศ
ขน้ั อธิบายความรู้
ครูอธิบายเพิ่มเตมิ ว่า สง่ิ ที่พบปะปนอยู่ในอากาศ คือ ฝุ่นละอองอากาศท่ีมีฝุน่ ละอองอยมู่ ากจะมีผลต่อระบบหายใจของคน
และสัตว์ ก่อใหเ้ กิดโรคตา่ ง ๆ เช่น โรคหลอดลมอักเสบ โรคหืด โรคถงุ ลมโปง่ พอง
ขนั้ ขยายความเขา้ ใจ
ให้ศึกษาข้อมูล จากส่ือดจิ ิทลั ในหนงั สือเรียนชุดแม่บทมาตรฐาน วิทยาศาสตร์ ป.3 หนา้ 115 โดยใชโ้ ทรศพั ทม์ อื ถือสแกน
QR Code เรือ่ ง สมบตั ขิ องอากาศ
ขนั้ ตรวจสอบผล
ครสู นทนากับนักเรยี นโดยตง้ั คำถามว่า เราทำกิจกรรมใดบ้าง ท่ีก่อให้เกดิ มลพิษทางอากาศ
(แนวคำตอบ ย่งิ ประชากรมนษุ ยเ์ พมิ่ มากข้ึนเทา่ ใด ก็ย่งิ ส่งผลให้เกดิ มลพษิ ทางอากาศเพ่ิมขึ้นตามไปด้วย)
สมาชิกทุกคนในกลุ่มช่วยกันทำกิจกรรมพัฒนาทักษะแห่งศตวรรษท่ี 21 โดยให้แต่ละกลุ่มนำเสนอสาเหตุที่ทำให้เกิด
มลพษิ ทางอากาศ
6. การวัดและประเมินผล
การวัดและประเมนิ ผล วิธีการวัดผล เครือ่ งมือวดั เกณฑ์การ
จุดประสงค์ ประเมนิ ผล
1. สงั เกตจากการซกั ถาม ตอบคำถาม 1.คำถามกระตนุ้ 70% ขน้ึ ไป ถือว่า
ความรคู้ วามเข้าใจ (K) 2. เข้าใจมลพิษทางอากาศต่อสิ่งมชี ีวิต ความคิด ผ่านเกณฑ์การ
ประเมิน
ทักษะ/กระบวนการ (P) 1. อธบิ ายมลพษิ ทางอากาศต่อส่งิ มชี วี ิต 1.ใบงาน 70% ขนึ้ ไป ถอื ว่า
ผ่านเกณฑ์การ
คุณลกั ษณะนิสยั (A) 1. สงั เกตจากการเรยี นมีความ 1. แบบสังเกต ประเมนิ
รบั ผิดชอบต่องานท่ีสั่งและส่งงานได้ทนั พฤติกรรม 70% ขึน้ ไป ถอื ว่า
ตามทกี่ ำหนด ผา่ นเกณฑ์การ
2. สังเกตจากการเรียนใฝเ่ รยี นรู้ ประเมิน
3. สังเกตจากการมุ่งมน่ั ในการทำงาน
7. สื่อ/แหล่งการเรยี นรู้
7.1 ส่อื การเรยี นรู้
1) หนงั สอื เรียนวทิ ยาศาสตร์ ป.3 หน่วยการเรยี นรู้ที่ 5 อากาศรอบตวั เรา
2) แบบฝึกหดั วิทยาศาสตร์ ป.3 หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 5 อากาศรอบตวั เรา
3) วสั ดุ-อปุ กรณ์การทดลองในกจิ กรรม
4) บัตรภาพ
7.2 แหลง่ การเรียนรู้
1) ห้องเรยี น
2) หอ้ งสมุด
3) อนิ เทอร์เนต็
8. กจิ กรรมเสนอแนะ
........................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................
.................................................................................. .................................................................... ..................................
ลงชอ่ื ............................................ครผู ้สู อน ลงชื่อ...................................................ฝ่ายวิชาการ
(...........................................................) (...........................................................)
ลงช่ือ................................................... ผู้บรหิ าร
(...........................................................)
สัปดาห์ท่ี 4
โรงเรยี นขจรเกียรติพฒั นา
แผนการจัดการเรียนรู้
ภาคเรียนท่ี ……2...... ชื่อผสู้ อน ….……………………………………………....
กลุ่มสาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 2 คาบ
หน่วยการเรียนรู้ที่ 5 อากาศรอบตัวเรา เรอื่ ง แนวทางการแกป้ ัญหามลพิษทางอากาศ
1. มาตรฐานการเรยี นรู้/ตัวช้ีวดั
มาตรฐานท่ี ว 3.2 เข้าใจองคป์ ระกอบ และความสัมพันธข์ องระบบโลก กระบวนการเปล่ยี นแปลงภายในโลก
และบนผิวโลก ธรณีพิบัติภยั กระบวนการเปล่ยี นแปลงลมฟ้าอากาศและภมู ิอากาศโลกรวมทั้งผลตอ่ สงิ่ มชี ีวติ และสิง่ แวดลอ้ ม
ตัวชีว้ ดั ที่ ป. 3/1 ระบสุ ่วนประกอบของอากาศ บรรยายความสำคญั ของอากาศ และผลกระทบของมลพษิ ทาง
อากาศตอ่ ส่งิ มีชวี ิต จากข้อมลู ทีร่ วบรวมได้
มาตรฐานท่ี ว 8.1 ใชก้ ระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์และจิตวทิ ยาศาสตร์ในการสบื เสาะหาความรู้ การแก้ปัญหา รู้
วา่ ปรากฏการณท์ างธรรมชาติที่เกิดขึน้ ส่วนใหญ่มรี ปู แบบ ที่แน่นอน สามารถอธิบายและตรวจสอบได้ ภายใต้ข้อมูลและ
เคร่อื งมือ ท่ีมีอย่ใู นชว่ งเวลานน้ั ๆ เข้าใจว่า วทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยีสังคม และ ส่งิ แวดล้อม มีความเก่ียวข้องสมั พันธ์กัน
ตัวชว้ี ดั ท่ี ป. 3/1-8
2. สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอด
แนวทางการปฏิบัตติ นเพ่ือลดการปลอ่ ยมลพิษทางอากาศ เชน่ ใชพ้ าหนะรว่ มกัน เลือกใช้เทคโนโลยที ล่ี ด
มลพิษทางอากาศ
3. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
1) ระบุสว่ นประกอบของอากาศ บรรยายความสำคัญของอากาศและผลกระทบของมลพิษ (K)
2) ทดลองเพื่ออธบิ าย เรือ่ ง มลพิษทางอากาศตอ่ สงิ่ มชี วี ติ (P)
3) ตระหนักถงึ ความสำคญั ของอากาศ โดยนำเสนอแนวทางการปฏิบัติตนในการลดการเกดิ มลพษิ ทางอากาศได้ (A)
4. สาระการเรียนรู้
สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง สาระการเรยี นร้ทู ้องถิน่
-อากาศ โดยท่ัวไปไม่มีสี ไม่มีกล่ิน ประกอบด้วยแก๊ส พจิ ารณาตามหลกั สตู รของสถานศึกษา
ไนโตรเจน แก๊สออกซิเจน แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์
แก๊สอ่ืน ๆ รวมท้ังไอน้ำและฝุ่นละออง อากาศมี
ความสำคญั ตอ่ สิง่ มชี ีวติ
5. กจิ กรรมการเรียนรู้
คาบท่ี 1
ขน้ั นำ
ขน้ั กระตุ้นความสนใจ
1. ครูให้นักเรียนสูดลมหายใจเข้าลึกๆ และผ่อนลมหายใจออกอย่างช้าๆ แล้วให้นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นว่า
อากาศมคี วามสำคญั ตอ่ การดำรงชีวิตของสิง่ มชี วี ติ อย่างไร
ขน้ั สอน
ขน้ั สำรวจค้นหา
1. ครูให้นักเรียนทำกิจกรรมพัฒนาทักษะการคิด ประจำเร่ืองท่ี 1 ข้อที่ 3 ลงในหนังสือเรียนชุดแม่บทมาตรฐาน
วทิ ยาศาสตร์ ป.3 หน้า 125
2. ครูใช้เทคนิคคู่คิด โดยให้นักเรียนจับคู่กับเพ่ือน แล้วนำคำตอบของตนเองมาเปรียบเทียบกับคู่ของตนเอง และให้
ผลดั กันอภิปรายคำตอบ
3. หากนกั เรียนเกิดข้อสงสัยใหท้ ำการสบื ค้นขอ้ มลู เพ่ิมเติมเพ่อื หาคำตอบ
4. ครูสุ่มตัวแทน 4-5 คู่ เพื่อให้ออกมาอธิบายคำตอบให้เพ่ือนฟังหน้าช้ันเรียน โดยมีครูคอยตรวจสอบความถูกต้อง
ของคำตอบ
5. ครใู หน้ กั เรียนวาดภาพหรือติดภาพบริเวณทีม่ อี ากาศดีและ บริเวณที่มอี ากาศเสีย แล้วบันทกึ ขอ้ มูลลงในตารางพรอ้ ม
เปรยี บเทยี บความแตกตา่ งของบรเิ วณทัง้ 2 แห่ง มาอยา่ งนอ้ ย 3 ขอ้ ทำลงในกระดาษ A4
6. ครใู ห้นักเรียนตอบคำถามตอ่ ไปน้ี ลงในสมุดประจำตัวนักเรียน
1) มลพิษทางอากาศเกดิ จากสาเหตใุ ดบ้าง
2) มลพิษทางอากาศสง่ ผลกระทบตอ่ สง่ิ มีชีวิตอย่างไร บอกมา 3 ขอ้
3) การปลูกต้นไม้บรเิ วณริมถนนทำให้อากาศบรสิ ทุ ธ์หิ รอื ไม่ อยา่ งไร
4) ในชีวติ ประจำวนั นักเรียนมสี ว่ นช่วยลดมลพิษทางอากาศอยา่ งไร บอกมา 3 ขอ้
คาบท่ี 2
ขนั้ อธิบายความรู้
1. ครใู หน้ กั เรียนทำแบบฝึกพัฒนาการเรียนรทู้ ี่ 2 ในหนงั สือเรียนชดุ แมบ่ ทมาตรฐาน วทิ ยาศาสตร์ ป.3 หน้า 122
2. ครใู ห้นักเรยี นทำกจิ กรรมพัฒนาทักษะการคิด ประจำเร่อื งที่ 1 ข้อ 1 และข้อ 2 ในหนังสือเรียนชดุ แมบ่ ทมาตรฐาน
วิทยาศาสตร์ ป.3 หนา้ 124
ข้นั ขยายความเข้าใจ
1. ครตู รวจสอบผลการทำกจิ กรรมพัฒนาทกั ษะแห่งศตวรรษท่ี 21 ในหนังสือเรยี นชุดแม่บทมาตรฐาน วทิ ยาศาสตร์ ป.3
หนา้ 125
2. ครูตรวจสอบผลงานการทำชนิ้ งาน เร่ือง แนวทางในการดูแลรกั ษาสภาพอากาศในชุมชน
ขนั้ ตรวจสอบผล
1. ครตู รวจสอบผลการทำกิจกรรมพัฒนาทักษะการคดิ ประจำเร่อื งท่ี 1 ในหนงั สือเรยี นชดุ แมบ่ ทมาตรฐาน
วทิ ยาศาสตร์ ป.3 หนา้ 124
2. ครูตรวจสอบใบงาน การวาดภาพหรอื ติดภาพบรเิ วณท่ีมีอากาศดีและบริเวณท่ีมอี ากาศเสีย
3. ครูตรวจสอบการตอบคำถามในสมุดประจำตัวนักเรยี น
4. ครูตรวจสอบผลการทำแบบฝึกพัฒนาการเรียนรู้ท่ี 2 ในหนังสือเรยี นชดุ แม่บทมาตรฐาน วิทยาศาสตร์ ป.3 หน้า
122
6. การวดั และประเมินผล
การวัดและประเมนิ ผล วธิ ีการวัดผล เครื่องมือวัด เกณฑ์การ
จุดประสงค์ ประเมินผล
1. สังเกตจากการซกั ถาม ตอบคำถาม 1.คำถามกระตนุ้ 70% ขึ้นไป ถอื วา่
ความร้คู วามเขา้ ใจ (K) 2. เขา้ ใจแนวทางการแกป้ ัญหามลพษิ ความคิด ผ่านเกณฑ์การ
ทางอากาศ ประเมิน
ทักษะ/กระบวนการ (P) 1. อธิบายแนวทางการแกป้ ัญหามลพษิ 1.ใบงาน 70% ขนึ้ ไป ถือวา่
ทางอากาศ ผ่านเกณฑ์การ
ประเมนิ
คณุ ลักษณะนสิ ัย (A) 1. สังเกตจากการเรียนมคี วาม 1. แบบสังเกต 70% ขน้ึ ไป ถอื ว่า
รับผิดชอบต่องานที่สงั่ และสง่ งานไดท้ นั พฤติกรรม ผ่านเกณฑ์การ
ตามทีก่ ำหนด ประเมิน
2. สังเกตจากการเรยี นใฝเ่ รยี นรู้
3. สงั เกตจากการมุ่งมัน่ ในการทำงาน
7. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้
7.1 สอื่ การเรียนรู้
1) หนังสอื เรียนวทิ ยาศาสตร์ ป.3 หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 5 อากาศรอบตัวเรา
2) แบบฝึกหดั วิทยาศาสตร์ ป.3 หนว่ ยการเรียนร้ทู ่ี 5 อากาศรอบตัวเรา
3) วสั ดุ-อุปกรณ์การทดลองในกิจกรรม
4) บตั รภาพ
7.2 แหลง่ การเรยี นรู้
1) ห้องเรยี น
2) ห้องสมุด
3) อินเทอรเ์ นต็
8. กิจกรรมเสนอแนะ
........................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................. .......................................
ลงชื่อ............................................ครผู ู้สอน ลงชอ่ื ...................................................ฝ่ายวิชาการ
(...........................................................) (...........................................................)
ลงชื่อ................................................... ผบู้ รหิ าร
(...........................................................)
สปั ดาหท์ ่ี 4
โรงเรียนขจรเกียรติพฒั นา
แผนการจดั การเรียนรู้
ภาคเรยี นที่ ……2...... ช่อื ผสู้ อน ….……………………………………………....
กลุ่มสาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์ ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 3 จำนวน 2 คาบ
หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 5 อากาศรอบตวั เรา เร่อื ง รักษาคณุ ภาพของอากาศ
1. มาตรฐานการเรยี นร้/ู ตัวช้ีวดั
มาตรฐานที่ ว 3.2 เขา้ ใจองคป์ ระกอบ และความสัมพนั ธ์ของระบบโลก กระบวนการเปลี่ยนแปลงภายในโลก
และบนผิวโลก ธรณีพบิ ัติภยั กระบวนการเปล่ียนแปลงลมฟา้ อากาศและภูมิอากาศโลกรวมทง้ั ผลตอ่ สง่ิ มชี ีวติ และสิ่งแวดลอ้ ม
ตัวช้วี ัดที่ ป. 3/1 ระบสุ ว่ นประกอบของอากาศ บรรยายความสำคัญของอากาศ และผลกระทบของมลพิษทาง
อากาศต่อสงิ่ มีชีวิต จากข้อมลู ท่ีรวบรวมได้
มาตรฐานท่ี ว 8.1 ใช้กระบวนการทางวทิ ยาศาสตรแ์ ละจิตวทิ ยาศาสตร์ในการสืบเสาะหาความรู้ การแกป้ ัญหา รู้
วา่ ปรากฏการณท์ างธรรมชาติท่ีเกิดข้ึนส่วนใหญ่มีรปู แบบ ท่ีแน่นอน สามารถอธิบายและตรวจสอบได้ ภายใตข้ ้อมูลและ
เครื่องมอื ท่ีมีอย่ใู นชว่ งเวลาน้นั ๆ เข้าใจวา่ วทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยีสงั คม และ ส่ิงแวดล้อม มคี วามเกี่ยวข้องสมั พันธ์กัน
ตัวชว้ี ดั ท่ี ป. 3/1-8
2. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด
แนวทางการปฏบิ ัตติ นเพื่อลดการปลอ่ ยมลพิษทางอากาศ เช่น ใชพ้ าหนะรว่ มกนั เลอื กใช้เทคโนโลยที ี่ลด
มลพษิ ทางอากาศ
3. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
1) ระบุส่วนประกอบของอากาศ บรรยายความสำคญั ของอากาศและผลกระทบของมลพิษ (K)
2) ทดลองเพอ่ื อธิบาย เร่อื ง มลพิษทางอากาศต่อสงิ่ มชี วี ิต (P)
3) ตระหนกั ถงึ ความสำคัญของอากาศ โดยนำเสนอแนวทางการปฏบิ ตั ติ นในการลดการเกดิ มลพิษทางอากาศได้ (A)
4. สาระการเรียนรู้
สาระการเรยี นรู้แกนกลาง สาระการเรยี นรทู้ อ้ งถิ่น
-อากาศ โดยท่ัวไปไม่มีสี ไม่มีกลิ่น ประกอบด้วยแก๊ส พิจารณาตามหลกั สตู รของสถานศึกษา
ไนโตรเจน แก๊สออกซิเจน แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์
แก๊สอื่น ๆ รวมท้ังไอน้ำและฝุ่นละออง อากาศมี
ความสำคญั ต่อสิง่ มีชีวิต
5. กจิ กรรมการเรียนรู้
คาบท่ี 3
ขน้ั นำ
ขน้ั กระตุ้นความสนใจ
2. ครูให้นักเรียนสูดลมหายใจเข้าลึกๆ และผ่อนลมหายใจออกอย่างช้าๆ แล้วให้นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นว่า
อากาศมคี วามสำคญั ตอ่ การดำรงชีวิตของส่ิงมีชีวติ อย่างไร
ขน้ั สอน
ขน้ั สำรวจคน้ หา
1. ครูให้นักเรียนทำกิจกรรมพัฒนาทักษะการคิด ประจำเร่ืองที่ 1 ข้อที่ 3 ลงในหนังสือเรียนชุดแม่บทมาตรฐาน
วทิ ยาศาสตร์ ป.3 หน้า 125
2. ครูใช้เทคนิคคู่คิด โดยให้นักเรียนจับคู่กับเพ่ือน แล้วนำคำตอบของตนเองมาเปรียบเทียบกับคู่ของตนเอง และให้
ผลดั กนั อภิปรายคำตอบ
3. หากนกั เรียนเกดิ ข้อสงสัยใหท้ ำการสืบคน้ ข้อมลู เพม่ิ เติมเพ่อื หาคำตอบ
4. ครูสุ่มตัวแทน 4-5 คู่ เพื่อให้ออกมาอธิบายคำตอบให้เพื่อนฟังหน้าช้ันเรียน โดยมีครูคอยตรวจสอบความถูกต้อง
ของคำตอบ
5. ครใู หน้ ักเรียนวาดภาพหรือติดภาพบริเวณทีม่ ีอากาศดีและ บรเิ วณที่มอี ากาศเสีย แล้วบันทกึ ข้อมูลลงในตารางพร้อม
เปรียบเทยี บความแตกตา่ งของบรเิ วณทัง้ 2 แห่ง มาอยา่ งนอ้ ย 3 ขอ้ ทำลงในกระดาษ A4
6. ครใู หน้ ักเรียนตอบคำถามตอ่ ไปน้ี ลงในสมุดประจำตัวนักเรียน
1) มลพิษทางอากาศเกดิ จากสาเหตใุ ดบ้าง
2) มลพิษทางอากาศสง่ ผลกระทบต่อส่ิงมีชวี ติ อย่างไร บอกมา 3 ขอ้
3) การปลูกตน้ ไม้บรเิ วณริมถนนทำให้อากาศบรสิ ทุ ธ์หิ รอื ไม่ อย่างไร
4) ในชีวติ ประจำวันนักเรียนมีส่วนช่วยลดมลพิษทางอากาศอย่างไร บอกมา 3 ขอ้
คาบที่ 4
ขนั้ อธิบายความรู้
1. ครใู หน้ กั เรียนทำแบบฝึกพัฒนาการเรียนรู้ที่ 2 ในหนงั สือเรยี นชดุ แม่บทมาตรฐาน วทิ ยาศาสตร์ ป.3 หน้า 122
2. ครใู ห้นักเรยี นทำกิจกรรมพัฒนาทักษะการคิด ประจำเร่อื งที่ 1 ข้อ 1 และข้อ 2 ในหนงั สือเรียนชดุ แม่บทมาตรฐาน
วิทยาศาสตร์ ป.3 หนา้ 124
ข้นั ขยายความเข้าใจ
1. ครูตรวจสอบผลการทำกจิ กรรมพัฒนาทกั ษะแห่งศตวรรษที่ 21 ในหนงั สือเรยี นชุดแม่บทมาตรฐาน วทิ ยาศาสตร์ ป.3
หนา้ 125
2. ครตู รวจสอบผลงานการทำชนิ้ งาน เร่ือง แนวทางในการดูแลรกั ษาสภาพอากาศในชุมชน
ขนั้ ตรวจสอบผล
1. ครตู รวจสอบผลการทำกิจกรรมพัฒนาทักษะการคดิ ประจำเรื่องท่ี 1 ในหนังสือเรยี นชดุ แม่บทมาตรฐาน
วทิ ยาศาสตร์ ป.3 หน้า 124
2. ครตู รวจสอบใบงาน การวาดภาพหรอื ตดิ ภาพบรเิ วณท่ีมีอากาศดแี ละบรเิ วณท่ีมีอากาศเสีย
3. ครูตรวจสอบการตอบคำถามในสมุดประจำตวั นกั เรยี น
4. ครูตรวจสอบผลการทำแบบฝกึ พฒั นาการเรยี นรู้ท่ี 2 ในหนังสอื เรยี นชดุ แม่บทมาตรฐาน วทิ ยาศาสตร์ ป.3 หน้า
122
6. การวัดและประเมินผล
การวัดและประเมินผล วธิ กี ารวดั ผล เครื่องมอื วดั เกณฑ์การ
จุดประสงค์ ประเมินผล
1. สังเกตจากการซักถาม ตอบคำถาม 1.คำถามกระตนุ้ 70% ข้ึนไป ถือว่า
ความรู้ความเข้าใจ (K) 2. เขา้ ใจแนวทางการแก้ปัญหามลพิษ ความคดิ ผา่ นเกณฑ์การ
ทางอากาศ ประเมิน
ทกั ษะ/กระบวนการ (P) 1. อธบิ ายแนวทางการแก้ปญั หามลพษิ 1.ใบงาน 70% ขน้ึ ไป ถอื วา่
ทางอากาศ ผา่ นเกณฑ์การ
ประเมนิ
คุณลกั ษณะนิสัย (A) 1. สงั เกตจากการเรยี นมคี วาม 1. แบบสังเกต 70% ข้นึ ไป ถือว่า
รับผิดชอบต่องานท่ีสัง่ และสง่ งานได้ทนั พฤติกรรม ผา่ นเกณฑ์การ
ตามทีก่ ำหนด ประเมิน
2. สงั เกตจากการเรยี นใฝ่เรียนรู้
3. สังเกตจากการมุง่ มน่ั ในการทำงาน
7. สือ่ /แหล่งการเรียนรู้
7.1 สอ่ื การเรียนรู้
1) หนังสือเรยี นวิทยาศาสตร์ ป.3 หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 5 อากาศรอบตวั เรา
2) แบบฝึกหดั วิทยาศาสตร์ ป.3 หน่วยการเรียนรูท้ ี่ 5 อากาศรอบตวั เรา
3) วสั ดุ-อปุ กรณก์ ารทดลองในกิจกรรม
4) บตั รภาพ
7.2 แหล่งการเรยี นรู้
1) ห้องเรียน
2) ห้องสมุด
3) อินเทอรเ์ นต็
8. กิจกรรมเสนอแนะ
........................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................
ลงชือ่ ............................................ครผู ูส้ อน ลงชอื่ ...................................................ฝ่ายวิชาการ
(...........................................................) (...........................................................)
ลงช่อื ................................................... ผ้บู ริหาร
(...........................................................)
สัปดาหท์ ี่ 5
โรงเรยี นขจรเกียรติพัฒนา
แผนการจดั การเรยี นรู้
ภาคเรียนที่ ……2...... ชอ่ื ผสู้ อน ….……………………………………………....
กล่มุ สาระการเรยี นรู้ วิทยาศาสตร์ ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี 3 จำนวน 2 คาบ
หนว่ ยการเรยี นร้ทู ่ี 5 อากาศรอบตัวเรา เร่อื ง การเกดิ ลม
1. มาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตวั ช้ีวัด
มาตรฐานที่ ว 3.2 เขา้ ใจองคป์ ระกอบ และความสัมพนั ธข์ องระบบโลก กระบวนการเปลีย่ นแปลงภายในโลก
และบนผวิ โลก ธรณพี ิบัตภิ ยั กระบวนการเปลยี่ นแปลงลมฟา้ อากาศและภมู ิอากาศโลกรวมท้งั ผลตอ่ สิ่งมีชีวิตและส่ิงแวดลอ้ ม
ตวั ชวี้ ัดท่ี ป. 3/3 อธิบายการเกดิ ลมจากหลกั ฐานเชงิ ประจกั ษ์
มาตรฐานที่ ว 8.1 ใช้กระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์และจติ วทิ ยาศาสตร์ในการสบื เสาะหาความรู้ การแกป้ ัญหา รู้
ว่าปรากฏการณท์ างธรรมชาติที่เกดิ ข้นึ ส่วนใหญ่มีรูปแบบ ท่ีแน่นอน สามารถอธบิ ายและตรวจสอบได้ ภายใตข้ ้อมลู และ
เครื่องมอื ท่ีมีอยใู่ นชว่ งเวลานน้ั ๆ เข้าใจว่า วทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยสี ังคม และ สิง่ แวดล้อม มคี วามเก่ียวข้องสัมพนั ธก์ ัน
ตวั ชวี้ ัดท่ี ป. 3/1-8
2. สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอด
อณุ หภมู ิของอากาศแต่ละบรเิ วณแตกตา่ งกนั อากาศในบริเวณที่ร้อนจะลอยตัวสูงขึน้ อากาศบริเวณใกล้เคียง
ที่เย็นกวา่ จะเคลื่อนที่เขา้ มาแทนท่ี เรียกการเคลอื่ นทีข่ องอากาศว่า การเกิดลม
3. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
1) อธบิ ายความหมายของลมได้ (K)
2) ทดลองเพ่ือศึกษาทศิ ทางการเคลอื่ นท่ีของอากาศได้อย่างถูกตอ้ ง (P)
3) รับผดิ ชอบต่องานทไ่ี ดร้ ับมอบหมาย (A)
4. สาระการเรยี นรู้
สาระการเรยี นรูแ้ กนกลาง สาระการเรยี นรทู้ ้องถนิ่
- ลม คือ อากาศที่เคล่ือนท่ี เกิดจากความแตกต่าง พจิ ารณาตามหลักสตู รของสถานศึกษา
กันของอุณหภูมิอากาศบริเวณที่อยู่ใกล้กัน โดยอากาศ
บริเวณที่มีอุณหภูมิสูงจะลอยตัวสูงข้ึน และอากาศ
บริเวณท่ีมอี ุณหภูมติ ำ่ กว่าจะเคล่อื นเข้าไปแทนที่
5. กิจกรรมการเรยี นรู้
คาบที่ 1
ขน้ั นำ
ขน้ั กระตุ้นความสนใจ
1. ครูกล่าวทักทายนกั เรียนและแจง้ จดุ ประสงค์การเรียนรู้ทจ่ี ะเรียนในชั่วโมงนี้
2. ครูให้นกั เรยี นดูภาพในหนังสือเรยี นชุดแม่บทมาตรฐานวทิ ยาศาสตร์ ป.3 หน้า 126 จากนนั้ ตง้ั คำถามว่า
• จากภาพ ทำไมเรือใบถึงแลน่ อยู่กลางทะเลได้
(แนวคำตอบ ขึน้ อยู่กบั คำตอบของนักเรยี น ใหอ้ ยู่กับ ดุลยพนิ ิจของครูผสู้ อน)
• นกั เรยี นคิดวา่ ลมเกิดจากอะไร
(แนวคำตอบ ขึ้นอยู่กบั คำตอบของนักเรียน ให้อยู่กับ ดลุ ยพินิจของครูผู้สอน)
3. ครอู ธบิ ายเพ่ิมเติมว่า อุณหภมู ิของอากาศแต่ละบริเวณแตกต่างกัน อากาศในบริเวณที่รอ้ นจะลอยตัวสงู ขนึ้ อากาศ
บริเวณใกลเ้ คยี งทเี่ ยน็ กว่าจะเคลอ่ื นทเ่ี ขา้ มาแทนท่ี เรียกการเคลือ่ นที่ของอากาศวา่ การเกิดลม
4. ครใู ห้นักเรียนทำกิจกรรมลองทำดู ในหนงั สือเรียนชุดแมบ่ ทมาตรฐานวิทยาศาสตร์ ป.3 หน้า 127
5. ครตู ้ังคำถามวา่ ลมมีทิศทางการเคลื่อนที่อยา่ งไร
(แนวคำตอบ ลมมีทิศทางการเคลือ่ นท่ใี นแนวต้ังและแนวราบ ซง่ึ ขนานไปกับพ้นื โลกดว้ ยความเรว็ ต่างกัน)
ขั้นสอน
ขนั้ สำรวจค้นหา
1. ครูใช้วิธีสอนโดยใช้การสาธิต (Demonstration) มาจัดกระบวนการเรียนรู้ โดยครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มศึกษาข้ันตอน
การทำกิจกรรมพัฒนาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ท่ี 1 ในหนังสือเรียนชุดแม่บทมาตรฐานวิทยาศาสตร์ ป.3
หนา้ 128
2. ครจู ับสลากเลอื กนักเรียน 2 กล่มุ จากนั้นให้ออกมาสาธติ การทำกจิ กรรมตามที่ได้ศึกษาขั้นตอนการทำกจิ กรรม
นักเรียนกลุ่มอ่ืน ๆ ช่วยกันสังเกตการสาธิตการทำกิจกรรมจากกลุ่มท่ีทำการสาธิต จากน้ันนำผลการสังเกตบันทึกลง
ในสมุดประจำตวั นักเรียน หรอื ในหนังสอื เรยี นชดุ แมบ่ ทมาตรฐานวิทยาศาสตร์ ป.3 หน้า 129
คาบท่ี 2
ขนั้ อธบิ ายความรู้
1. ครูสรุปผลการทำกิจกรรมเพิม่ เติมวา่ ลมเกิดจากอุณหภมู ิของอากาศ 2 บรเิ วณ ที่อยใู่ กล้กนั มคี วามแตกต่างกนั โดย
บริเวณที่ไดร้ ับพลงั งานความร้อนจากดวงอาทิตย์มากจะคายความรอ้ นให้แก่อากาศทปี่ กคลุมบรเิ วณนน้ั อากาศจะร้อน มวล
อากาศจึงขยายตวั และลอยสูงขึน้ สว่ นบริเวณที่ได้รบั พลงั งานความรอ้ นจากดวงอาทติ ย์น้อย อากาศจะเยน็ มวลอากาศจึง
เคลือ่ นทเี่ ข้ามาแทนที่อากาศร้อนทีล่ อยตวั ขน้ึ เรยี กการเคลื่อนทข่ี องอากาศแบบน้วี า่ การเกิดลม
ขนั้ ขยายความเข้าใจ
1. ครูให้นกั เรยี นจับคู่กนั จากนัน้ คน้ คว้า เร่อื ง ประเภทของลม พร้อมวาดภาพหรอื ติดภาพประกอบ พรอ้ มตกแตง่ ให้
สวยงาม ลงในกระดาษ A4
2. ครใู หน้ กั เรียนทำแบบฝึกหัดพัฒนาการเรยี นรู้ท่ี 1 ในหนังสอื เรียนชดุ แมบ่ ทมาตรฐาน วทิ ยาศาสตร์ ป.3 หนา้ 132 โดย
ให้เขยี นแผนภาพ พรอ้ มอธบิ ายการเกดิ ลม และตอบคำถามจากภาพ
ขน้ั ตรวจสอบผล
1. ครูตรวจสอบผลการทำกจิ กรรมลองทำดู จากในหนังสือเรยี นชุดแม่บทมาตรฐาน วทิ ยาศาสตร์ ป.3 หน้า 127
2. ครูตรวจสอบผลการทำกจิ กรรมพฒั นาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ท่ี 1 อากาศเคล่อื นทอ่ี ย่างไร ในหนังสือ
เรยี นชดุ แมบ่ ทมาตรฐาน วทิ ยาศาสตร์ ป.3 หน้า 128
1. ครูตรวจสอบผลการทำกิจกรรมการเกิดลม โดยการสังเกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม การแสดงความคิดเห็น การตอบ
คำถาม การรว่ มกนั ทำงานกลุ่ม และการออกมานำเสนอผลงานหน้าชัน้ เรยี น
2. ครูตรวจสอบผลการทำแบบฝกึ หดั พัฒนาการเรียนรู้ที่ 1 ในหนงั สือเรยี นชดุ แม่บทมาตรฐาน วิทยาศาสตร์ ป.3 หนา้
132
6. การวัดและประเมนิ ผล
การวัดและประเมินผล วิธีการวดั ผล เครอ่ื งมือวัด เกณฑ์การ
จุดประสงค์ ประเมนิ ผล
1. สังเกตจากการซักถาม ตอบคำถาม 1.คำถามกระต้นุ 70% ขน้ึ ไป ถอื ว่า
ความรู้ความเข้าใจ (K) 2. เขา้ ใจการเกดิ ลม ความคิด ผ่านเกณฑ์การ
ประเมนิ
ทักษะ/กระบวนการ (P) 1. อธิบายการเกดิ ลม 1.ใบงาน 70% ขึ้นไป ถอื ว่า
ผ่านเกณฑ์การ
คุณลกั ษณะนิสยั (A) 1. สงั เกตจากการเรยี นมคี วาม 1. แบบสังเกต ประเมนิ
รับผิดชอบตอ่ งานท่ีสง่ั และสง่ งานได้ทัน พฤติกรรม 70% ขน้ึ ไป ถอื วา่
ตามทกี่ ำหนด ผ่านเกณฑ์การ
2. สงั เกตจากการเรียนใฝเ่ รยี นรู้ ประเมนิ
3. สังเกตจากการมุ่งมัน่ ในการทำงาน
7. สอ่ื /แหล่งการเรียนรู้
7.1 ส่อื การเรยี นรู้
1) หนงั สือเรยี นวิทยาศาสตร์ ป.3 หนว่ ยการเรยี นร้ทู ี่ 5 อากาศรอบตัวเรา
2) แบบฝึกหดั วิทยาศาสตร์ ป.3 หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 5 อากาศรอบตวั เรา
3) วัสดุ-อุปกรณ์การทดลองในกิจกรรม
4) บัตรภาพ
7.2 แหล่งการเรียนรู้
1) ห้องเรียน
2) หอ้ งสมดุ
3) อนิ เทอร์เน็ต
8. กิจกรรมเสนอแนะ
................................................................................................................................................................................... .....
........................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................ ................................................
ลงชอ่ื ............................................ครผู สู้ อน ลงชอ่ื ...................................................ฝ่ายวิชาการ
(...........................................................) (...........................................................)
ลงช่อื ................................................... ผ้บู ริหาร
(...........................................................)
บัตรคำ เรอื่ ง ลมบก ลมทะเล
อากาศรอ้ นลอยตวั ขนึ้ อากาศเยน็ จมตัว
ลง
อากาศเยน็ เหนอื พืน้ นำ้
พัดเขา้ มาแทนท่ี
ลมทะเล
อากาศเย็นจมตวั อากาศรอ้ นลอยตัวข้นึ
ลง
อากาศเยน็ เหนอื พื้นนำ้
พัดเขา้ มาแทนท่ี
ลมบก
สัปดาห์ที่ 5
โรงเรยี นขจรเกียรตพิ ัฒนา
แผนการจดั การเรยี นรู้
ภาคเรียนที่ ……2...... ชื่อผสู้ อน ….……………………………………………....
กลุ่มสาระการเรยี นรู้ วิทยาศาสตร์ ชัน้ ประถมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 2 คาบ
หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 5 อากาศรอบตวั เรา เร่อื ง ผลตอ่ การเปลีย่ นแปลงสภาพอากาศ
1. มาตรฐานการเรยี นรู/้ ตวั ชี้วัด
มาตรฐานที่ ว 3.2 เข้าใจองคป์ ระกอบ และความสัมพันธข์ องระบบโลก กระบวนการเปล่ียนแปลงภายในโลก
และบนผิวโลก ธรณีพิบัติภัย กระบวนการเปลีย่ นแปลงลมฟา้ อากาศและภมู ิอากาศโลกรวมทัง้ ผลตอ่ ส่ิงมชี วี ิตและสิ่งแวดลอ้ ม
ตวั ชีว้ ดั ที่ ป. 3/3 อธบิ ายการเกดิ ลมจากหลกั ฐานเชิงประจักษ์
มาตรฐานท่ี ว 8.1 ใช้กระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์และจติ วิทยาศาสตรใ์ นการสืบเสาะหาความรู้ การแก้ปัญหา รู้
ว่าปรากฏการณ์ทางธรรมชาติท่ีเกดิ ข้นึ ส่วนใหญ่มีรปู แบบ ที่แน่นอน สามารถอธบิ ายและตรวจสอบได้ ภายใต้ข้อมูลและ
เคร่ืองมือ ที่มอี ย่ใู นชว่ งเวลานัน้ ๆ เขา้ ใจว่า วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีสงั คม และ ส่ิงแวดล้อม มีความเกย่ี วข้องสมั พนั ธก์ ัน
ตวั ชวี้ ัดที่ ป. 3/1-8
2. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด
อณุ หภมู ิของอากาศแต่ละบรเิ วณแตกตา่ งกัน อากาศในบริเวณท่ีรอ้ นจะลอยตวั สูงขึน้ อากาศบริเวณใกล้เคยี ง
ทเ่ี ยน็ กวา่ จะเคล่อื นที่เข้ามาแทนท่ี เรียกการเคลื่อนทขี่ องอากาศวา่ การเกดิ ลม
3. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
1) อธิบายความหมายของลมได้ (K)
2) ทดลองเพอ่ื ศึกษาทิศทางการเคลื่อนที่ของอากาศได้อย่างถูกต้อง (P)
3) รับผิดชอบต่องานที่ไดร้ ับมอบหมาย (A)
4. สาระการเรยี นรู้
สาระการเรียนรแู้ กนกลาง สาระการเรยี นรทู้ ้องถนิ่
- ลม คือ อากาศท่ีเคลื่อนที่ เกิดจากความแตกต่าง พิจารณาตามหลักสตู รของสถานศึกษา
กันของอุณหภูมิอากาศบริเวณท่ีอยู่ใกล้กัน โดยอากาศ
บริเวณที่มีอุณหภูมิสูงจะลอยตัวสูงขึ้น และอากาศ
บริเวณท่มี ีอุณหภูมิตำ่ กว่าจะเคลือ่ นเข้าไปแทนที่
5. กิจกรรมการเรยี นรู้
คาบที่ 3
ขน้ั นำ
ขน้ั กระตุ้นความสนใจ
1. ครูกล่าวทักทายนกั เรียนและแจง้ จดุ ประสงค์การเรียนรู้ทจ่ี ะเรยี นในชวั่ โมงน้ี
2. ครูให้นกั เรยี นดูภาพในหนังสือเรยี นชุดแม่บทมาตรฐานวทิ ยาศาสตร์ ป.3 หน้า 126 จากนน้ั ตั้งคำถามว่า
• จากภาพ ทำไมเรือใบถึงแลน่ อยู่กลางทะเลได้
(แนวคำตอบ ขึน้ อยู่กบั คำตอบของนักเรยี น ใหอ้ ยู่กับ ดุลยพนิ จิ ของครผู ู้สอน)
• นกั เรยี นคิดวา่ ลมเกิดจากอะไร
(แนวคำตอบ ขึ้นอยู่กบั คำตอบของนักเรียน ให้อยู่กับ ดลุ ยพินจิ ของครูผู้สอน)
3. ครอู ธบิ ายเพ่ิมเติมว่า อุณหภมู ิของอากาศแต่ละบริเวณแตกตา่ งกัน อากาศในบรเิ วณท่ีรอ้ นจะลอยตัวสูงขนึ้ อากาศ
บริเวณใกลเ้ คยี งทเี่ ยน็ กว่าจะเคลอ่ื นทเ่ี ขา้ มาแทนท่ี เรียกการเคล่ือนท่ีของอากาศว่า การเกดิ ลม
4. ครใู ห้นักเรียนทำกิจกรรมลองทำดู ในหนงั สือเรียนชุดแม่บทมาตรฐานวทิ ยาศาสตร์ ป.3 หนา้ 127
5. ครตู ้ังคำถามวา่ ลมมีทิศทางการเคลื่อนที่อยา่ งไร
(แนวคำตอบ ลมมีทิศทางการเคลือ่ นท่ใี นแนวต้ังและแนวราบ ซง่ึ ขนานไปกับพ้นื โลกด้วยความเร็วตา่ งกนั )
ขั้นสอน
ขนั้ สำรวจค้นหา
2. ครูใช้วิธีสอนโดยใช้การสาธิต (Demonstration) มาจัดกระบวนการเรียนรู้ โดยครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มศึกษาข้ันตอน
การทำกิจกรรมพัฒนาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ท่ี 1 ในหนังสือเรียนชุดแม่บทมาตรฐานวิทยาศาสตร์ ป.3
หนา้ 128
2. ครจู ับสลากเลือกนักเรียน 2 กล่มุ จากนั้นให้ออกมาสาธติ การทำกจิ กรรมตามที่ได้ศึกษาข้ันตอนการทำกิจกรรม
นักเรียนกลุ่มอ่ืน ๆ ช่วยกันสังเกตการสาธิตการทำกิจกรรมจากกลุ่มท่ีทำการสาธิต จากนั้นนำผลการสังเกตบันทึกลง
ในสมุดประจำตวั นักเรียน หรอื ในหนังสอื เรยี นชดุ แมบ่ ทมาตรฐานวทิ ยาศาสตร์ ป.3 หน้า 129
คาบท่ี 4
ขนั้ อธบิ ายความรู้
1. ครูสรุปผลการทำกิจกรรมเพิม่ เติมวา่ ลมเกิดจากอุณหภมู ิของอากาศ 2 บริเวณ ท่ีอย่ใู กล้กนั มีความแตกต่างกนั โดย
บริเวณที่ไดร้ ับพลงั งานความร้อนจากดวงอาทิตย์มากจะคายความร้อนให้แก่อากาศที่ปกคลุมบรเิ วณน้นั อากาศจะร้อน มวล
อากาศจึงขยายตวั และลอยสงู ขึน้ สว่ นบรเิ วณที่ได้รบั พลงั งานความรอ้ นจากดวงอาทิตย์น้อย อากาศจะเยน็ มวลอากาศจึง
เคลือ่ นทเี่ ข้ามาแทนที่อากาศร้อนทีล่ อยตวั ขน้ึ เรยี กการเคลื่อนทข่ี องอากาศแบบนี้วา่ การเกิดลม
ขนั้ ขยายความเข้าใจ
1. ครูให้นกั เรยี นจับคู่กนั จากนัน้ คน้ คว้า เร่อื ง ประเภทของลม พร้อมวาดภาพหรือติดภาพประกอบ พรอ้ มตกแตง่ ให้
สวยงาม ลงในกระดาษ A4
2. ครใู หน้ กั เรียนทำแบบฝึกหัดพัฒนาการเรยี นรู้ที่ 1 ในหนังสอื เรียนชดุ แม่บทมาตรฐาน วทิ ยาศาสตร์ ป.3 หนา้ 132 โดย
ให้เขยี นแผนภาพ พรอ้ มอธบิ ายการเกดิ ลม และตอบคำถามจากภาพ
ขน้ั ตรวจสอบผล
1. ครูตรวจสอบผลการทำกจิ กรรมลองทำดู จากในหนังสือเรยี นชุดแม่บทมาตรฐาน วทิ ยาศาสตร์ ป.3 หน้า 127
2. ครูตรวจสอบผลการทำกจิ กรรมพฒั นาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตรท์ ่ี 1 อากาศเคล่อื นทอ่ี ยา่ งไร ในหนังสือ
เรยี นชดุ แมบ่ ทมาตรฐาน วทิ ยาศาสตร์ ป.3 หน้า 128
1. ครูตรวจสอบผลการทำกิจกรรมการเกิดลม โดยการสังเกตพฤติกรรมการทำงานกลมุ่ การแสดงความคดิ เหน็ การตอบ
คำถาม การรว่ มกนั ทำงานกลุ่ม และการออกมานำเสนอผลงานหน้าชัน้ เรยี น
2. ครูตรวจสอบผลการทำแบบฝกึ หดั พัฒนาการเรียนรู้ที่ 1 ในหนงั สือเรยี นชดุ แมบ่ ทมาตรฐาน วิทยาศาสตร์ ป.3 หนา้
132
6. การวัดและประเมนิ ผล
การวัดและประเมินผล วิธีการวดั ผล เครอ่ื งมอื วดั เกณฑ์การ
จุดประสงค์ ประเมนิ ผล
1. สังเกตจากการซกั ถาม ตอบคำถาม 1.คำถามกระตนุ้ 70% ขึ้นไป ถอื ว่า
ความรู้ความเข้าใจ (K) 2. เขา้ ใจการเกดิ ลม ความคดิ ผ่านเกณฑ์การ
ประเมิน
ทักษะ/กระบวนการ (P) 1. อธิบายการเกดิ ลม 1.ใบงาน 70% ข้ึนไป ถอื ว่า
ผ่านเกณฑ์การ
คุณลกั ษณะนิสยั (A) 1. สงั เกตจากการเรยี นมคี วาม 1. แบบสังเกต ประเมนิ
รับผิดชอบตอ่ งานที่ส่งั และส่งงานได้ทัน พฤติกรรม 70% ขน้ึ ไป ถอื ว่า
ตามทกี่ ำหนด ผ่านเกณฑ์การ
2. สงั เกตจากการเรียนใฝเ่ รยี นรู้ ประเมนิ
3. สังเกตจากการมุง่ ม่นั ในการทำงาน
7. สือ่ /แหล่งการเรียนรู้
7.1 สือ่ การเรยี นรู้
1) หนังสือเรยี นวิทยาศาสตร์ ป.3 หนว่ ยการเรยี นร้ทู ี่ 5 อากาศรอบตัวเรา
2) แบบฝึกหดั วิทยาศาสตร์ ป.3 หน่วยการเรียนรู้ที่ 5 อากาศรอบตวั เรา
3) วัสดุ-อุปกรณ์การทดลองในกิจกรรม
4) บัตรภาพ
7.2 แหล่งการเรียนรู้
1) ห้องเรยี น
2) หอ้ งสมดุ
3) อนิ เทอร์เน็ต
8. กิจกรรมเสนอแนะ
................................................................................................................................................................................... .....
........................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................ ................................................
ลงช่ือ............................................ครผู สู้ อน ลงชอ่ื ...................................................ฝ่ายวิชาการ
(...........................................................) (...........................................................)
ลงชอ่ื ................................................... ผ้บู ริหาร
(...........................................................)
สัปดาห์ที่ 6
โรงเรยี นขจรเกียรตพิ ฒั นา
แผนการจดั การเรียนรู้
ภาคเรยี นที่ ……2...... ชอื่ ผสู้ อน ….……………………………………………....
กล่มุ สาระการเรยี นรู้ วิทยาศาสตร์ ช้ันประถมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 2 คาบ
หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 5 อากาศรอบตวั เรา เร่อื ง ประเภทของลม
1. มาตรฐานการเรียนรู/้ ตวั ชี้วัด
มาตรฐานที่ ว 3.2 เขา้ ใจองค์ประกอบ และความสัมพนั ธ์ของระบบโลก กระบวนการเปลี่ยนแปลงภายในโลก
และบนผิวโลก ธรณพี บิ ตั ิภยั กระบวนการเปลยี่ นแปลงลมฟา้ อากาศและภูมิอากาศโลกรวมทั้งผลตอ่ ส่งิ มีชีวิตและส่ิงแวดล้อม
ตัวชีว้ ดั ท่ี ป. 3/1 ระบุสว่ นประกอบของอากาศ บรรยายความสำคญั ของอากาศ และผลกระทบของมลพษิ ทาง
อากาศต่อสิ่งมีชวี ิต จากข้อมูล ทีร่ วบรวมได้
มาตรฐานที่ ว 8.1 ใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์และจิตวทิ ยาศาสตรใ์ นการสบื เสาะหาความรู้ การแก้ปัญหา รู้
ว่าปรากฏการณ์ทางธรรมชาติท่ีเกดิ ขน้ึ ส่วนใหญ่มรี ูปแบบ ท่ีแนน่ อน สามารถอธบิ ายและตรวจสอบได้ ภายใต้ข้อมูลและ
เครอ่ื งมอื ที่มีอยูใ่ นชว่ งเวลานน้ั ๆ เข้าใจวา่ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีสังคม และ ส่ิงแวดล้อม มีความเก่ยี วข้องสมั พันธก์ ัน
ตัวชวี้ ดั ท่ี ป. 3/1-8
2. สาระสำคัญ/ความคดิ รวบยอด
อุณหภูมิของอากาศแต่ละบริเวณแตกตา่ งกนั อากาศในบริเวณที่ร้อนจะลอยตวั สงู ขนึ้ อากาศบริเวณใกล้เคยี ง
ทีเ่ ย็นกวา่ จะเคล่อื นท่ีเขา้ มาแทนท่ี เรยี กการเคลอื่ นที่ของอากาศวา่ การเกดิ ลม
3. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
1) อธิบายปัจจยั ทท่ี ำให้เกิดลมได้ (K)
2) ทดลองเพือ่ ศกึ ษาทศิ ทางการเคล่อื นที่ของอากาศได้อย่างถูกตอ้ ง (P)
3) รับผิดชอบตอ่ งานท่ไี ด้รับมอบหมาย (A)
4. สาระการเรียนรู้
สาระการเรียนรแู้ กนกลาง สาระการเรียนร้ทู อ้ งถ่ิน
-ลม คือ อากาศท่ีเคลื่อนที่ เกิดจากความแตกต่างกัน พิจารณาตามหลกั สูตรของสถานศึกษา
ของอุณหภูมิอากาศบริเวณท่ีอยู่ใกล้กัน โดยอากาศ
บริเวณท่ีมีอุณหภูมิสูงจะลอยตัวสูงขึ้น และอากาศ
บริเวณท่มี ีอณุ หภูมิต่ำกวา่ จะเคลื่อนเขา้ ไปแทนท่ี
5. กจิ กรรมการเรยี นรู้
คาบท่ี 1
ขัน้ นำ
ขั้นกระตุ้นความสนใจ
1. ครูกลา่ วทักทายนักเรยี นและแจ้งจดุ ประสงค์การเรียนร้ทู จี่ ะเรยี นในชั่วโมงนี้
2. ครใู หน้ ักเรียนดูภาพในหนังสือเรียนชุดแม่บทมาตรฐานวทิ ยาศาสตร์ ป.3 หนา้ 131 จากนั้นตัง้ คำถามวา่
• จากภาพ ลมบก ลมทะเล
(แนวคำตอบ ข้ึนอยู่กบั คำตอบของนักเรียน ใหอ้ ยู่กบั ดลุ ยพนิ ิจของครผู ู้สอน)
• นกั เรยี นคิดวา่ ลมบกและลมทะเลแตกต่างกนั อย่างไร
(แนวคำตอบ ขึ้นอยู่กบั คำตอบของนักเรยี น ใหอ้ ยู่กับ ดลุ ยพนิ ิจของครูผู้สอน)
ขน้ั สอน
ขนั้ สำรวจค้นหา
3. ครูอธิบายเพิ่มเติมว่า ลมบกและลมทะเลแตกต่างกัน ลมทะเลเกิดในตอนกลางวัน พัดจากทะเลลงเข้าสู่ฝ่ัง ส่วนลม
บกเกิดในเวลากลางคนื พัดจากฝั่งออกสูท่ ะเล
4. ครูใหน้ กั เรียนทำกจิ กรรมลองทำดู ในหนังสอื เรยี นชุดแม่บทมาตรฐานวทิ ยาศาสตร์ ป.3 หนา้ 132
คาบที่ 2
ขน้ั อธิบายความรู้
1. ครอู ธบิ ายเพิ่มเติมว่า ลม คือ อากาศทเี่ คลอ่ื นทจ่ี ากบริเวณหน่งึ ไปยังอกี บริเวณหน่งึ ซ่ึงเกิดจากอุณหภูมขิ องอากาศมี
การเปล่ยี นแปลงไปตามช่วงเวลาในแตล่ ะวันและแตล่ ะสถานท่ี
ขน้ั ขยายความเข้าใจ
1. ครตู รวจสอบผลการทำกจิ กรรมพัฒนาทกั ษะแห่งศตวรรษที่ 21 ในหนังสือเรียนชดุ แม่บทมาตรฐาน วทิ ยาศาสตร์ ป.
3 หนา้ 125
2. ครตู รวจสอบผลงานการทำชนิ้ งาน เรื่อง แนวทางในการดูแลรักษาสภาพอากาศในชมุ ชน
ขน้ั ตรวจสอบผล
1. ครตู รวจสอบผลการทำกิจกรรมพฒั นาทักษะการคิด ประจำเร่ืองที่ 1 ในหนังสือเรียนชุดแมบ่ ทมาตรฐาน
วทิ ยาศาสตร์ ป.3
2. ครตู รวจสอบใบงาน การวาดภาพหรอื ตดิ ภาพบริเวณท่ีมีอากาศดีและบริเวณที่มอี ากาศเสีย
3. ครูตรวจสอบการตอบคำถามในสมุดประจำตัวนกั เรียน
4. ครตู รวจสอบผลการทำแบบฝึกพฒั นาการเรยี นรูท้ ี่ 2 ในหนังสอื เรียนชุดแมบ่ ทมาตรฐาน วิทยาศาสตร์ ป.3 หน้า
6. การวัดและประเมนิ ผล
การวัดและประเมินผล วิธีการวดั ผล เคร่ืองมือวดั เกณฑ์การ
จุดประสงค์ ประเมินผล
1. สังเกตจากการซกั ถาม ตอบคำถาม 1.คำถามกระตนุ้ 70% ขนึ้ ไป ถอื วา่
ความรู้ความเขา้ ใจ (K) 2. เขา้ ใจประเภทของลม ความคิด ผ่านเกณฑ์การ
ประเมิน
ทักษะ/กระบวนการ (P) 1. อธิบายประเภทของลม 1.ใบงาน 70% ข้ึนไป ถอื ว่า
ผ่านเกณฑ์การ
คุณลกั ษณะนสิ ยั (A) 1. สังเกตจากการเรียนมีความ 1. แบบสงั เกต ประเมนิ
รับผิดชอบตอ่ งานที่ส่งั และส่งงานได้ทัน พฤติกรรม 70% ข้นึ ไป ถอื วา่
ตามทีก่ ำหนด ผา่ นเกณฑ์การ
2. สังเกตจากการเรยี นใฝเ่ รียนรู้ ประเมนิ
3. สงั เกตจากการม่งุ มัน่ ในการทำงาน
7. สื่อ/แหล่งการเรยี นรู้
7.1 สื่อการเรียนรู้
1) หนังสอื เรยี นวิทยาศาสตร์ ป.3 หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 5 อากาศรอบตัวเรา
2) แบบฝึกหดั วิทยาศาสตร์ ป.3 หนว่ ยการเรยี นรูท้ ่ี 5 อากาศรอบตวั เรา
3) วสั ดุ-อุปกรณก์ ารทดลองในกิจกรรม
4) บตั รภาพ
7.2 แหลง่ การเรียนรู้
1) ห้องเรียน
2) ห้องสมุด
3) อนิ เทอร์เน็ต
8. กิจกรรมเสนอแนะ
........................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................... ..................................
ลงชอื่ ............................................ครูผสู้ อน ลงช่อื ...................................................ฝ่ายวิชาการ
(...........................................................) (...........................................................)
ลงชือ่ ................................................... ผบู้ ริหาร
(...........................................................)
สปั ดาห์ท่ี 6
โรงเรียนขจรเกียรตพิ ัฒนา
แผนการจดั การเรียนรู้
ภาคเรียนที่ ……2...... ชือ่ ผสู้ อน ….……………………………………………....
กลุม่ สาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์ ช้ันประถมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 2 คาบ
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 5 อากาศรอบตัวเรา เรอ่ื ง ลมมรสุม
1. มาตรฐานการเรียนร/ู้ ตัวชี้วดั
มาตรฐานท่ี ว 3.2 เขา้ ใจองค์ประกอบ และความสัมพันธ์ของระบบโลก กระบวนการเปลย่ี นแปลงภายในโลก
และบนผวิ โลก ธรณีพิบัติภยั กระบวนการเปลีย่ นแปลงลมฟา้ อากาศและภมู ิอากาศโลกรวมท้งั ผลต่อสิง่ มชี ีวิตและสงิ่ แวดล้อม
ตวั ชีว้ ัดที่ ป. 3/1 ระบุสว่ นประกอบของอากาศ บรรยายความสำคัญของอากาศ และผลกระทบของมลพษิ ทาง
อากาศต่อสงิ่ มีชวี ติ จากข้อมลู ทร่ี วบรวมได้
มาตรฐานที่ ว 8.1 ใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์และจิตวิทยาศาสตร์ในการสบื เสาะหาความรู้ การแกป้ ัญหา รู้
วา่ ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่เกิดขนึ้ ส่วนใหญ่มีรูปแบบ ท่ีแนน่ อน สามารถอธบิ ายและตรวจสอบได้ ภายใตข้ ้อมลู และ
เครื่องมือ ท่ีมีอยใู่ นชว่ งเวลานั้นๆ เขา้ ใจว่า วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีสังคม และ ส่ิงแวดล้อม มคี วามเกย่ี วข้องสมั พันธก์ ัน
ตัวชวี้ ดั ที่ ป. 3/1-8
2. สาระสำคัญ/ความคดิ รวบยอด
อุณหภูมขิ องอากาศแต่ละบรเิ วณแตกต่างกนั อากาศในบริเวณทรี่ ้อนจะลอยตวั สูงขึน้ อากาศบรเิ วณใกลเ้ คียง
ทเ่ี ย็นกว่าจะเคลื่อนท่ีเข้ามาแทนที่ เรียกการเคลื่อนท่ีของอากาศว่า การเกิดลม
3. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
1) อธิบายปัจจยั ทีท่ ำให้เกดิ ลมได้ (K)
2) ทดลองเพ่ือศกึ ษาทิศทางการเคลอ่ื นที่ของอากาศไดอ้ ย่างถูกตอ้ ง (P)
3) รบั ผดิ ชอบตอ่ งานท่ีได้รบั มอบหมาย (A)
4. สาระการเรียนรู้
สาระการเรยี นรู้แกนกลาง สาระการเรียนรู้ท้องถ่ิน
-ลม คือ อากาศท่ีเคลื่อนท่ี เกิดจากความแตกต่างกัน พิจารณาตามหลักสตู รของสถานศึกษา
ของอุณหภูมิอากาศบริเวณท่ีอยู่ใกล้กัน โดยอากาศ
บริเวณที่มีอุณหภูมิสูงจะลอยตัวสูงข้ึน และอากาศ
บริเวณท่ีมีอณุ หภูมิต่ำกว่าจะเคลือ่ นเข้าไปแทนที่
5. กจิ กรรมการเรียนรู้
คาบที่ 3
ขัน้ นำ
ขั้นกระตุ้นความสนใจ
1. ครกู ล่าวทกั ทายนักเรียนและแจ้งจดุ ประสงค์การเรยี นร้ทู จ่ี ะเรยี นในช่วั โมงน้ี
2. ครูใหน้ กั เรียนดภู าพในหนังสอื เรียนชุดแม่บทมาตรฐานวิทยาศาสตร์ ป.3 หนา้ 131 จากนน้ั ตั้งคำถามวา่
• จากภาพ ลมบก ลมทะเล
(แนวคำตอบ ขนึ้ อยู่กบั คำตอบของนักเรยี น ใหอ้ ยู่กับ ดุลยพนิ จิ ของครูผูส้ อน)
• นักเรียนคดิ วา่ ลมบกและลมทะเลแตกตา่ งกนั อยา่ งไร
(แนวคำตอบ ขน้ึ อยู่กับคำตอบของนักเรยี น ให้อยู่กับ ดุลยพนิ จิ ของครผู สู้ อน)
ขน้ั สอน
ขนั้ สำรวจคน้ หา
3. ครูอธิบายเพ่ิมเติมว่า ลมบกและลมทะเลแตกต่างกัน ลมทะเลเกิดในตอนกลางวัน พัดจากทะเลลงเข้าสู่ฝั่ง ส่วนลม
บกเกดิ ในเวลากลางคนื พดั จากฝั่งออกสูท่ ะเล
4. ครูใหน้ ักเรยี นทำกิจกรรมลองทำดู ในหนังสอื เรียนชดุ แมบ่ ทมาตรฐานวิทยาศาสตร์ ป.3 หน้า 132
คาบที่ 4
ขน้ั อธิบายความรู้
2. ครอู ธิบายเพ่ิมเติมว่า ลม คือ อากาศทีเ่ คลื่อนทจี่ ากบรเิ วณหน่งึ ไปยังอกี บริเวณหนึ่ง ซ่ึงเกิดจากอุณหภมู ขิ องอากาศมี
การเปลี่ยนแปลงไปตามช่วงเวลาในแต่ละวนั และแต่ละสถานท่ี
ขน้ั ขยายความเข้าใจ
1. ครตู รวจสอบผลการทำกิจกรรมพฒั นาทกั ษะแห่งศตวรรษที่ 21 ในหนังสือเรียนชุดแม่บทมาตรฐาน วิทยาศาสตร์ ป.
3 หนา้ 125
2. ครตู รวจสอบผลงานการทำชิน้ งาน เรอื่ ง แนวทางในการดแู ลรกั ษาสภาพอากาศในชุมชน
ขน้ั ตรวจสอบผล
1. ครตู รวจสอบผลการทำกจิ กรรมพฒั นาทักษะการคดิ ประจำเร่ืองที่ 1 ในหนังสือเรียนชุดแม่บทมาตรฐาน
วทิ ยาศาสตร์ ป.3
2. ครูตรวจสอบใบงาน การวาดภาพหรือติดภาพบรเิ วณท่ีมีอากาศดีและบรเิ วณท่ีมอี ากาศเสีย
3. ครตู รวจสอบการตอบคำถามในสมดุ ประจำตวั นกั เรยี น
4. ครตู รวจสอบผลการทำแบบฝึกพฒั นาการเรยี นรทู้ ี่ 2 ในหนังสอื เรียนชุดแม่บทมาตรฐาน วทิ ยาศาสตร์ ป.3 หน้า
6. การวดั และประเมินผล
การวัดและประเมินผล วธิ ีการวัดผล เครื่องมอื วัด เกณฑ์การ
จุดประสงค์ ประเมินผล
1. สงั เกตจากการซกั ถาม ตอบคำถาม 1.คำถามกระตุ้น 70% ขึน้ ไป ถือวา่
ความรูค้ วามเขา้ ใจ (K) 2. เขา้ ใจประเภทของลม ความคดิ ผ่านเกณฑ์การ
ประเมนิ
ทกั ษะ/กระบวนการ (P) 1. อธบิ ายประเภทของลม 1.ใบงาน 70% ข้นึ ไป ถอื วา่
ผา่ นเกณฑ์การ
คณุ ลกั ษณะนิสยั (A) 1. สงั เกตจากการเรียนมคี วาม 1. แบบสงั เกต ประเมนิ
รับผดิ ชอบตอ่ งานที่สง่ั และสง่ งานไดท้ นั พฤติกรรม 70% ขึน้ ไป ถือว่า
ตามทกี่ ำหนด ผา่ นเกณฑ์การ
2. สังเกตจากการเรยี นใฝเ่ รียนรู้ ประเมิน
3. สงั เกตจากการมุ่งม่นั ในการทำงาน
7. สอื่ /แหล่งการเรียนรู้
7.1 สอ่ื การเรยี นรู้
1) หนงั สือเรียนวิทยาศาสตร์ ป.3 หน่วยการเรียนรทู้ ี่ 5 อากาศรอบตวั เรา
2) แบบฝึกหดั วิทยาศาสตร์ ป.3 หน่วยการเรียนรทู้ ่ี 5 อากาศรอบตวั เรา
3) วสั ดุ-อุปกรณ์การทดลองในกจิ กรรม
4) บัตรภาพ
7.2 แหล่งการเรียนรู้
1) ห้องเรยี น
2) หอ้ งสมุด
3) อนิ เทอรเ์ น็ต
8. กจิ กรรมเสนอแนะ
........................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................
ลงชอื่ ............................................ครูผสู้ อน ลงชอื่ ...................................................ฝา่ ยวิชาการ
(...........................................................) (...........................................................)
ลงชือ่ ................................................... ผบู้ ริหาร
(...........................................................)
สปั ดาหท์ ่ี 7
โรงเรยี นขจรเกียรติพัฒนา
แผนการจัดการเรียนรู้
ภาคเรียนท่ี ……2...... ชอื่ ผสู้ อน ….……………………………………………....
กลุ่มสาระการเรยี นรู้ วิทยาศาสตร์ ชน้ั ประถมศึกษาปที ่ี 3 จำนวน 2 คาบ
หน่วยการเรยี นรู้ที่ 5 อากาศรอบตวั เรา เรื่อง ประโยชน์ของลม
1. มาตรฐานการเรียนรู/้ ตวั ชี้วัด
มาตรฐานท่ี ว 3.2 เข้าใจองคป์ ระกอบ และความสัมพันธ์ของระบบโลก กระบวนการเปลีย่ นแปลงภายในโลก
และบนผวิ โลก ธรณพี ิบัตภิ ยั กระบวนการเปล่ยี นแปลงลมฟา้ อากาศและภูมิอากาศโลกรวมท้งั ผลตอ่ ส่ิงมชี วี ติ และส่ิงแวดลอ้ ม
ตัวชี้วัดที่ ป. 3/4 บรรยายประโยชนแ์ ละโทษของลม จากข้อมลู ทรี่ วบรวมได้
มาตรฐานท่ี ว 8.1 ใชก้ ระบวนการทางวิทยาศาสตรแ์ ละจิตวทิ ยาศาสตรใ์ นการสืบเสาะหาความรู้ การแกป้ ัญหา รู้
วา่ ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติท่ีเกดิ ขึ้นส่วนใหญ่มีรปู แบบ ที่แน่นอน สามารถอธบิ ายและตรวจสอบได้ ภายใต้ข้อมูลและ
เครอ่ื งมือ ท่ีมอี ยใู่ นชว่ งเวลานน้ั ๆ เขา้ ใจว่า วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยสี ังคม และ สิง่ แวดล้อม มีความเกย่ี วข้องสัมพันธก์ ัน
ตัวชวี้ ัดที่ ป. 3/1-8
2. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด
ลม เปน็ พลังงานท่ีมนษุ ยเ์ ลือกใชป้ ระโยชน์ โดยเฉพาะอย่างย่งิ ใชเ้ ปน็ พลงั งานธรรมชาติผลิตกระแสไฟฟ้า
แตใ่ นบางคร้ังลมอาจก่อใหเ้ กิดโทษได้ เชน่ ลมมกี ำลังแรงและเกดิ เป็นพายุ จะสรา้ งความเสียหายตอ่ ชวี ติ และทรัพยส์ นิ ได้
3. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
1) อธิบายประโยชนข์ องลมได้ (K)
2) ทดลองสร้างสิ่งประดิษฐ์ทีใ่ ชป้ ระโยชน์จากลมได้อย่างถูกตอ้ ง (P)
3) รบั ผดิ ชอบต่องานท่ีได้รบั มอบหมาย (A)
4. สาระการเรียนรู้
สาระการเรยี นรู้แกนกลาง สาระการเรียนรทู้ อ้ งถิ่น
ลมสามารถนำมาใช้เป็นแหล่งพลังงานทดแทนในการ พิจารณาตามหลกั สูตรของสถานศึกษา
ผลิตไฟฟ้า และนำไปใช้ประโยชน์ในการทำกิจกรรม
ต่าง ๆ ของมนุษย์ หากลมเคลื่อนท่ีด้วยความเร็วสูง
อาจทำให้เกิดอันตรายและความเสียหายต่อชีวิตและ
ทรพั ยส์ นิ ได้
5. กจิ กรรมการเรียนรู้
คาบที่ 1
ข้นั นำ
ข้นั กระต้นุ ความสนใจ
1. ครกู ลา่ วทักทายนักเรียนและแจง้ จุดประสงค์การเรียนร้ทู ี่จะเรียนในชวั่ โมงนี้
2. ครใู หน้ ักเรียนดภู าพในหนังสือเรียนชดุ แมบ่ ทมาตรฐานวิทยาศาสตร์ ป.3 หน้า 133 จากน้ันตั้งคำถามว่า
• ลมมปี ระโยชนแ์ ละโทษต่อการดำรงชีวิตของมนุษยอ์ ย่างไร
(แนวคำตอบ ประโยชน์ คือ ใช้ในการสร้างกงั หนั ลมเพ่ือผลิตกระแสไฟฟ้า และโทษ คือ หากลมแรงเกินไปอาจ
กอ่ ใหเ้ กดิ เป็นพาย)ุ
3. ครใู หน้ กั เรยี นทำกิจกรรมลองทำดู ในหนงั สือเรียนชดุ แม่บทมาตรฐานวิทยาศาสตร์ ป.3 หน้า 133
4. ครูอธิบายเพิ่มเตมิ เก่ียวกบั แรงลม เป็นพลงั งานสะอาดที่มนุษยเ์ ลอื กนำมาใช้ประโยชน์ โดยเฉพาะอยา่ งย่ิงใช้เปน็
พลังงานธรรมชาตผิ ลติ กระแสไฟฟ้า แต่หากลมเคลื่อนที่ด้วยความเรว็ สงู อาจทำให้เกดิ อนั ตรายและความเสยี หายต่อชีวิตและ
ทรัพย์สินได้
ขนั้ สอน
ขน้ั สำรวจคน้ หา
1. ครูใช้วธิ ีสอนโดยใช้การสาธติ (Demonstration) มาจัดกระบวนการเรยี นรู้ โดยครูให้นักเรยี นแต่ละกลุ่มศึกษา
ข้นั ตอนการทำกิจกรรมพัฒนาทักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ท่ี 2 ในหนงั สือเรยี นชุดแม่บทมาตรฐานวทิ ยาศาสตร์ ป.3
หนา้ 134
2. ครจู ับสลากเลือกนกั เรียน 2 กลุม่ จากนั้นให้ออกมาสาธิตการทำกิจกรรมตามท่ีไดศ้ ึกษาขัน้ ตอนการทำกจิ กรรม
3. นกั เรียนกล่มุ อืน่ ๆ ช่วยกันสังเกตการสาธิตการทำกิจกรรมจากกลุ่มทที่ ำการสาธติ จากน้นั นำผลการสังเกตบนั ทึกลง
ในสมุดประจำตวั นักเรียน หรือในหนังสอื เรียนแมบ่ ทมาตรฐานวทิ ยาศาสตร์ ป.3 หน้า 135
4. ให้นักเรียนทำใบงาน เร่อื ง อากาศมีสมบตั อิ ย่างไร
คาบท่ี 2
ข้ันอธบิ ายความรู้
ครสู รุปผลการทำกิจกรรมพฒั นาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตรท์ ี่ 2 ว่าเมื่อนำแบบจำลองกังหนั ลมปะทะกบั ลมที่
พดั ผ่าน ทำให้กังหันลมเกิดการหมุนตามแรงลม มนษุ ย์จงึ นำหลกั การหมุนของกงั หนั ลมน้ีไปเชอื่ มต่อเข้ากับแกนหมนุ เพอ่ื หมนุ
เครอ่ื งกำเนิดไฟฟา้ ในการผลติ กระแสไฟฟ้าต่อไป ดงั นัน้ พลังงานลม จึงเปน็ พลงั งานทางเลือกทีส่ ะอาด ไม่สง่ ผลกระทบตอ่
สภาพแวดล้อม
ขั้นขยายความเขา้ ใจ
ครูให้นักเรียนทำกิจกรรมพัฒนาทักษะแห่งศตวรรษท่ี 21 โดยใช้รูปแบบการเรียนรู้แบบร่วมมือ เทคนิค LT มาจัด
กระบวนการเรียนรู้ โดยให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 4 คน จากนั้นกำหนดให้สมาชิกแต่ละคนภายในกลุ่มมีบทบาทหน้าท่ี
ของตนเอง ดังนี้
สมาชิกคนที่ 1 : ทำหนา้ ทเี่ ตรียมอุปกรณ์
สมาชิกคนท่ี 2 : ทำหน้าทอี่ า่ นวิธที ำ
สมาชิกคนท่ี 3 : ทำหน้าทบ่ี ันทกึ ผล
สมาชิกคนท่ี 4 : ทำหน้าท่นี ำเสนอผลงานหนา้ ชั้นเรียน
ขน้ั ตรวจสอบผล
3. ชว่ ยกนั ระดมความคิด เพื่อรวบรวมความรู้เกีย่ วกับพายุหมุนในเขตต่าง ๆ ของโลก และสบื คน้ ข้อมลู เพม่ิ เติมในส่วนท่ี
ยังไม่เขา้ ใจ
4. นำขอ้ มูลมาจดั ทำแผน่ พับ โดยใชเ้ ทคโนโลยีเขา้ มาชว่ ย
5. ส่งตวั แทนนำเสนอผลงานหนา้ ชนั้ เรียน โดยใชว้ ธิ ีการส่ือสารท่นี า่ สนใจ
6. การวัดและประเมนิ ผล
การวัดและประเมินผล วิธีการวัดผล เครือ่ งมอื วัด เกณฑก์ าร
จุดประสงค์ ประเมนิ ผล
1. สังเกตจากการซักถาม ตอบคำถาม 1.คำถามกระตนุ้ 70% ขนึ้ ไป ถอื ว่า
ความรู้ความเขา้ ใจ (K) 2. เขา้ ใจประโยชน์และโทษของลม ความคิด ผ่านเกณฑ์การ
ประเมนิ
ทักษะ/กระบวนการ (P) 1. อธิบายประโยชนแ์ ละโทษของลม 1.ใบงาน 70% ขน้ึ ไป ถอื ว่า
ผา่ นเกณฑ์การ
คณุ ลักษณะนสิ ัย (A) 1. สังเกตจากการเรียนมคี วาม 1. แบบสงั เกต ประเมนิ
รบั ผิดชอบต่องานที่ส่ังและสง่ งานได้ทัน พฤติกรรม 70% ข้นึ ไป ถือว่า
ตามท่ีกำหนด ผา่ นเกณฑ์การ
2. สงั เกตจากการเรยี นใฝ่เรียนรู้ ประเมิน
3. สังเกตจากการมงุ่ มน่ั ในการทำงาน
7. สอื่ /แหล่งการเรยี นรู้
7.1 ส่ือการเรยี นรู้
1) หนงั สอื เรยี นวทิ ยาศาสตร์ ป.3 หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 5 อากาศรอบตวั เรา
2) แบบฝึกหดั วิทยาศาสตร์ ป.3 หน่วยการเรยี นร้ทู ี่ 5 อากาศรอบตวั เรา
3) วสั ดุ-อุปกรณก์ ารทดลองในกิจกรรม
4) บตั รภาพ
7.2 แหล่งการเรียนรู้
1) หอ้ งเรียน
2) หอ้ งสมุด
3) อินเทอรเ์ นต็
8. กจิ กรรมเสนอแนะ
........................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................
ลงชือ่ ............................................ครผู สู้ อน ลงชือ่ ...................................................ฝา่ ยวชิ าการ
(...........................................................) (...........................................................)
ลงชือ่ ................................................... ผบู้ รหิ าร
(...........................................................)
สัปดาหท์ ี่ 7
โรงเรยี นขจรเกยี รตพิ ัฒนา
แผนการจดั การเรยี นรู้
ภาคเรียนที่ ……2...... ช่อื ผสู้ อน ….……………………………………………....
กลุม่ สาระการเรยี นรู้ วิทยาศาสตร์ ชัน้ ประถมศกึ ษาปที ่ี 3 จำนวน 2 คาบ
หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 5 อากาศรอบตวั เรา เรือ่ ง โทษของลม
1. มาตรฐานการเรยี นร้/ู ตัวชี้วดั
มาตรฐานที่ ว 3.2 เข้าใจองค์ประกอบ และความสัมพนั ธ์ของระบบโลก กระบวนการเปล่ียนแปลงภายในโลก
และบนผวิ โลก ธรณพี ิบตั ภิ ัย กระบวนการเปลยี่ นแปลงลมฟ้าอากาศและภมู ิอากาศโลกรวมท้ังผลต่อส่ิงมีชีวิตและส่ิงแวดลอ้ ม
ตัวชี้วัดท่ี ป. 3/4 บรรยายประโยชน์และโทษของลม จากข้อมูลทรี่ วบรวมได้
มาตรฐานที่ ว 8.1 ใชก้ ระบวนการทางวิทยาศาสตร์และจติ วิทยาศาสตร์ในการสืบเสาะหาความรู้ การแกป้ ัญหา รู้
ว่าปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่เกิดข้ึนส่วนใหญ่มรี ูปแบบ ที่แน่นอน สามารถอธบิ ายและตรวจสอบได้ ภายใตข้ ้อมูลและ
เครอ่ื งมอื ท่ีมอี ยใู่ นช่วงเวลาน้นั ๆ เขา้ ใจว่า วทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยีสังคม และ ส่งิ แวดล้อม มคี วามเกยี่ วข้องสมั พนั ธก์ ัน
ตัวชว้ี ดั ท่ี ป. 3/1-8
2. สาระสำคญั /ความคิดรวบยอด
ลม เปน็ พลังงานท่ีมนษุ ยเ์ ลือกใชป้ ระโยชน์ โดยเฉพาะอยา่ งยง่ิ ใช้เปน็ พลงั งานธรรมชาติผลิตกระแสไฟฟ้า
แตใ่ นบางคร้ังลมอาจก่อให้เกิดโทษได้ เช่น ลมมีกำลงั แรงและเกดิ เป็นพายุ จะสรา้ งความเสียหายต่อชวี ติ และทรัพยส์ นิ ได้
3. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
1) อธิบายประโยชนข์ องลมได้ (K)
2) ทดลองสร้างสงิ่ ประดิษฐ์ที่ใชป้ ระโยชนจ์ ากลมได้อย่างถูกต้อง (P)
3) รับผิดชอบตอ่ งานท่ีไดร้ ับมอบหมาย (A)
4. สาระการเรียนรู้
สาระการเรยี นร้แู กนกลาง สาระการเรียนรูท้ ้องถ่ิน
ลมสามารถนำมาใช้เป็นแหล่งพลังงานทดแทนในการ พจิ ารณาตามหลักสูตรของสถานศึกษา
ผลิตไฟฟ้า และนำไปใช้ประโยชน์ในการทำกิจกรรม
ต่าง ๆ ของมนุษย์ หากลมเคล่ือนที่ด้วยความเร็วสูง
อาจทำให้เกิดอันตรายและความเสียหายต่อชีวิตและ
ทรพั ยส์ ินได้
5. กจิ กรรมการเรียนรู้
คาบที่ 3
ข้นั นำ
ข้นั กระต้นุ ความสนใจ
1. ครกู ลา่ วทักทายนักเรียนและแจง้ จุดประสงค์การเรียนรทู้ ี่จะเรียนในช่วั โมงนี้
2. ครใู หน้ ักเรียนดภู าพในหนังสือเรียนชดุ แม่บทมาตรฐานวิทยาศาสตร์ ป.3 หน้า 133 จากนนั้ ตัง้ คำถามว่า
• ลมมีประโยชนแ์ ละโทษต่อการดำรงชวี ิตของมนุษยอ์ ย่างไร
(แนวคำตอบ ประโยชน์ คือ ใช้ในการสร้างกงั หนั ลมเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า และโทษ คือ หากลมแรงเกนิ ไปอาจ
กอ่ ใหเ้ กดิ เป็นพาย)ุ
3. ครใู หน้ กั เรยี นทำกิจกรรมลองทำดู ในหนังสือเรียนชุดแม่บทมาตรฐานวทิ ยาศาสตร์ ป.3 หน้า 133
4. ครูอธิบายเพิ่มเติมเก่ียวกบั แรงลม เป็นพลงั งานสะอาดท่ีมนษุ ยเ์ ลอื กนำมาใชป้ ระโยชน์ โดยเฉพาะอย่างยง่ิ ใชเ้ ป็น
พลังงานธรรมชาตผิ ลติ กระแสไฟฟ้า แต่หากลมเคล่ือนท่ดี ว้ ยความเร็วสงู อาจทำให้เกดิ อันตรายและความเสียหายต่อชวี ิตและ
ทรัพย์สินได้
ขนั้ สอน
ขน้ั สำรวจคน้ หา
1. ครใู ช้วิธสี อนโดยใช้การสาธติ (Demonstration) มาจดั กระบวนการเรยี นรู้ โดยครใู หน้ ักเรยี นแต่ละกลุม่ ศึกษา
ข้นั ตอนการทำกิจกรรมพัฒนาทักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตรท์ ่ี 2 ในหนังสอื เรียนชดุ แมบ่ ทมาตรฐานวิทยาศาสตร์ ป.3
หนา้ 134
2. ครจู ับสลากเลือกนกั เรียน 2 กลุม่ จากนนั้ ให้ออกมาสาธิตการทำกิจกรรมตามที่ไดศ้ ึกษาข้ันตอนการทำกิจกรรม
3. นกั เรียนกล่มุ อืน่ ๆ ช่วยกันสังเกตการสาธติ การทำกิจกรรมจากกลุม่ ท่ีทำการสาธติ จากนน้ั นำผลการสังเกตบันทึกลง
ในสมุดประจำตัวนักเรียน หรือในหนังสอื เรียนแมบ่ ทมาตรฐานวทิ ยาศาสตร์ ป.3 หนา้ 135
4. ให้นักเรียนทำใบงาน เร่อื ง อากาศมีสมบัตอิ ยา่ งไร
คาบที่ 4
ข้ันอธบิ ายความรู้
ครสู รุปผลการทำกิจกรรมพฒั นาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ที่ 2 ว่าเมื่อนำแบบจำลองกงั หันลมปะทะกับลมที่
พดั ผ่าน ทำให้กงั หันลมเกิดการหมุนตามแรงลม มนษุ ยจ์ งึ นำหลกั การหมนุ ของกังหนั ลมน้ีไปเชือ่ มต่อเข้ากับแกนหมุน เพื่อหมนุ
เครอ่ื งกำเนิดไฟฟา้ ในการผลติ กระแสไฟฟ้าต่อไป ดงั น้ัน พลังงานลม จึงเป็นพลังงานทางเลอื กท่ีสะอาด ไมส่ ่งผลกระทบต่อ
สภาพแวดล้อม
ขั้นขยายความเขา้ ใจ
ครูให้นักเรียนทำกิจกรรมพัฒนาทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 โดยใช้รูปแบบการเรียนรู้แบบร่วมมือ เทคนิค LT มาจัด
กระบวนการเรียนรู้ โดยให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 4 คน จากนั้นกำหนดให้สมาชิกแต่ละคนภายในกลุ่มมีบทบาทหน้าท่ี
ของตนเอง ดังนี้
สมาชิกคนที่ 1 : ทำหนา้ ท่ีเตรยี มอุปกรณ์
สมาชกิ คนท่ี 2 : ทำหนา้ ทอ่ี า่ นวธิ ที ำ
สมาชกิ คนที่ 3 : ทำหนา้ ทบ่ี นั ทกึ ผล
สมาชกิ คนท่ี 4 : ทำหน้าทน่ี ำเสนอผลงานหน้าช้ันเรียน
ขนั้ ตรวจสอบผล
3. ชว่ ยกันระดมความคิด เพ่ือรวบรวมความรเู้ ก่ยี วกบั พายุหมุนในเขตตา่ ง ๆ ของโลก และสืบคน้ ข้อมูลเพิ่มเติมในส่วนที่
ยงั ไมเ่ ขา้ ใจ
4. นำข้อมลู มาจดั ทำแผ่นพับ โดยใชเ้ ทคโนโลยเี ขา้ มาชว่ ย
5. สง่ ตัวแทนนำเสนอผลงานหนา้ ชั้นเรียน โดยใช้วธิ กี ารสือ่ สารที่นา่ สนใจ
6. การวัดและประเมินผล
การวดั และประเมินผล วธิ กี ารวัดผล เครื่องมือวดั เกณฑ์การ
จุดประสงค์ ประเมนิ ผล
1. สังเกตจากการซักถาม ตอบคำถาม 1.คำถามกระตุ้น 70% ข้ึนไป ถือว่า
ความรูค้ วามเข้าใจ (K) 2. เขา้ ใจประโยชนแ์ ละโทษของลม ความคดิ ผ่านเกณฑ์การ
ประเมนิ
ทักษะ/กระบวนการ (P) 1. อธบิ ายประโยชน์และโทษของลม 1.ใบงาน 70% ขึน้ ไป ถอื ว่า
ผ่านเกณฑ์การ
คณุ ลักษณะนิสัย (A) 1. สงั เกตจากการเรยี นมคี วาม 1. แบบสงั เกต ประเมนิ
รบั ผิดชอบต่องานที่ส่ังและสง่ งานไดท้ ัน พฤติกรรม 70% ขึน้ ไป ถอื วา่
ตามทีก่ ำหนด ผา่ นเกณฑ์การ
2. สงั เกตจากการเรียนใฝเ่ รียนรู้ ประเมิน
3. สังเกตจากการม่งุ ม่ันในการทำงาน
7. ส่ือ/แหล่งการเรยี นรู้
7.1 สอื่ การเรยี นรู้
1) หนงั สอื เรยี นวิทยาศาสตร์ ป.3 หน่วยการเรยี นรูท้ ี่ 5 อากาศรอบตวั เรา
2) แบบฝึกหดั วิทยาศาสตร์ ป.3 หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 5 อากาศรอบตวั เรา
3) วัสดุ-อปุ กรณ์การทดลองในกจิ กรรม
4) บัตรภาพ
7.2 แหล่งการเรยี นรู้
1) หอ้ งเรยี น
2) หอ้ งสมุด
3) อนิ เทอร์เนต็
8. กจิ กรรมเสนอแนะ
........................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................
ลงชอ่ื ............................................ครผู ู้สอน ลงช่อื ...................................................ฝ่ายวชิ าการ
(...........................................................) (...........................................................)
ลงชื่อ................................................... ผบู้ ริหาร
(...........................................................)
สัปดาหท์ ี่ 8
โรงเรยี นขจรเกยี รตพิ ัฒนา
แผนการจดั การเรยี นรู้
ภาคเรียนท่ี ……2...... ชื่อผสู้ อน ….……………………………………………....
กล่มุ สาระการเรยี นรู้ วิทยาศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปที ่ี 3 จำนวน 2 คาบ
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 5 อากาศรอบตัวเรา เรอ่ื ง แรงลม
1. มาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตัวชี้วดั
มาตรฐานท่ี ว 3.2 เขา้ ใจองค์ประกอบ และความสัมพนั ธ์ของระบบโลก กระบวนการเปล่ยี นแปลงภายในโลก
และบนผิวโลก ธรณีพบิ ัตภิ ัย กระบวนการเปลยี่ นแปลงลมฟา้ อากาศและภมู ิอากาศโลกรวมท้งั ผลตอ่ สิง่ มีชวี ติ และสงิ่ แวดลอ้ ม
ตัวชีว้ ัดที่ ป. 3/4 บรรยายประโยชน์และโทษของลม จากข้อมลู ที่รวบรวมได้
มาตรฐานที่ ว 8.1 ใชก้ ระบวนการทางวทิ ยาศาสตรแ์ ละจติ วทิ ยาศาสตรใ์ นการสืบเสาะหาความรู้ การแก้ปัญหา รู้
ว่าปรากฏการณ์ทางธรรมชาติท่ีเกิดขนึ้ ส่วนใหญ่มรี ูปแบบ ท่ีแนน่ อน สามารถอธบิ ายและตรวจสอบได้ ภายใต้ข้อมลู และ
เคร่อื งมือ ท่ีมอี ยู่ในช่วงเวลาน้นั ๆ เข้าใจวา่ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยสี ังคม และ สง่ิ แวดล้อม มีความเกีย่ วข้องสัมพันธ์กัน
ตัวชว้ี ดั ท่ี ป. 3/1-8
2. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด
แรงลมเปน็ พลังงานทส่ี ะอาดท่ีมนุษย์เลือกนำมาใชป้ ระโยชนโ์ ดยเฉพาะอยา่ งย่ิงใช้พลังงานธรรมชาตผิ ลติ กระแสไฟฟ้า
3. จุดประสงค์การเรียนรู้
1) อธิบายประโยชน์ของลมได้ (K)
2) ทดลองสรา้ งสิง่ ประดิษฐท์ ใ่ี ช้ประโยชน์จากลมได้อย่างถูกตอ้ ง (P)
3) รับผดิ ชอบต่องานที่ไดร้ บั มอบหมาย (A)
4. สาระการเรียนรู้
สาระการเรยี นรู้แกนกลาง สาระการเรยี นรู้ท้องถิน่
ลมสามารถนำมาใช้เป็นแหล่งพลังงานทดแทนในการ พจิ ารณาตามหลักสตู รของสถานศึกษา
ผลิตไฟฟ้า และนำไปใช้ประโยชน์ในการทำกิจกรรม
ต่าง ๆ ของมนุษย์ หากลมเคล่ือนที่ด้วยความเร็วสูง
อาจทำให้เกิดอันตรายและความเสียหายต่อชีวิตและ
ทรพั ย์สนิ ได้