The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

โครงสร้างและแผนการสอน วิชาวิทยาศาสตร์ ป.3 เทอม 2/2563

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by จิรพงศ์ ไมตรีจิตร, 2020-11-25 10:18:13

โครงสร้างและแผนการสอน วิชาวิทยาศาสตร์ ป.3 เทอม 2/2563

โครงสร้างและแผนการสอน วิชาวิทยาศาสตร์ ป.3 เทอม 2/2563

5. กจิ กรรมการเรยี นรู้

คาบที่ 1

ขน้ั นำ

ขั้นกระตนุ้ ความสนใจ
1. ครูกลา่ วทักทายนกั เรยี นและแจ้งจุดประสงค์การเรียนรู้ท่ีจะเรยี นในชั่วโมงนี้
2. ครูใหน้ ักเรียนดภู าพในหนังสือเรยี นชดุ แม่บทมาตรฐานวทิ ยาศาสตร์ ป.3 หนา้ 133 จากนน้ั ต้ังคำถามวา่
• ลมมปี ระโยชน์และโทษตอ่ การดำรงชีวิตของมนุษยอ์ ย่างไร
(แนวคำตอบ ประโยชน์ คอื ใชใ้ นการสรา้ งกังหันลมเพ่ือผลิตกระแสไฟฟ้า และโทษ คือ หากลมแรงเกนิ ไปอาจ

ก่อให้เกดิ เป็นพายุ)
3. ครูใหน้ กั เรยี นทำกจิ กรรมลองทำดู ในหนังสือเรียนชดุ แม่บทมาตรฐานวิทยาศาสตร์ ป.3 หน้า 133
4. ครูอธิบายเพม่ิ เตมิ เก่ียวกับแรงลม เป็นพลงั งานสะอาดท่ีมนุษย์เลอื กนำมาใชป้ ระโยชน์ โดยเฉพาะอยา่ งย่งิ ใชเ้ ป็น

พลงั งานธรรมชาติผลติ กระแสไฟฟา้ แต่หากลมเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงอาจทำให้เกิดอนั ตรายและความเสียหายต่อชีวิตและ
ทรพั ย์สินได้

ขั้นสอน

ขนั้ สำรวจค้นหา
1. ครูใชว้ ธิ ีสอนโดยใชก้ ารสาธติ (Demonstration) มาจัดกระบวนการเรียนรู้ โดยครใู ห้นักเรียนแต่ละกลุ่มศึกษา

ขั้นตอนการทำกิจกรรมพฒั นาทกั ษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ที่ 2 ในหนงั สอื เรยี นชุดแม่บทมาตรฐานวิทยาศาสตร์ ป.3
หน้า 134

2. ครูจบั สลากเลือกนักเรยี น 2 กลุ่ม จากนั้นให้ออกมาสาธิตการทำกิจกรรมตามที่ไดศ้ ึกษาข้ันตอนการทำกิจกรรม
3. นักเรียนกลมุ่ อืน่ ๆ ชว่ ยกันสงั เกตการสาธติ การทำกิจกรรมจากกลุ่มทีท่ ำการสาธติ จากน้ันนำผลการสงั เกตบันทึกลง
ในสมุดประจำตวั นักเรยี น หรือในหนงั สอื เรยี นแมบ่ ทมาตรฐานวิทยาศาสตร์ ป.3 หน้า 135
4. ใหน้ ักเรยี นทำใบงาน เร่อื ง อากาศมสี มบตั อิ ยา่ งไร

คาบท่ี 2

ข้ันอธิบายความรู้
ครูสรุปผลการทำกิจกรรมพัฒนาทกั ษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ที่ 2 ว่าเมื่อนำแบบจำลองกงั หันลมปะทะกบั ลมท่ี

พดั ผา่ น ทำให้กังหันลมเกิดการหมุนตามแรงลม มนษุ ย์จงึ นำหลักการหมนุ ของกังหันลมน้ีไปเช่อื มต่อเข้ากบั แกนหมนุ เพอ่ื หมนุ
เครือ่ งกำเนิดไฟฟา้ ในการผลติ กระแสไฟฟ้าต่อไป ดงั น้นั พลังงานลม จงึ เป็นพลังงานทางเลือกท่สี ะอาด ไมส่ ง่ ผลกระทบต่อ
สภาพแวดลอ้ ม

ข้นั ขยายความเข้าใจ
ครูให้นักเรียนทำกิจกรรมพัฒนาทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 โดยใช้รูปแบบการเรียนรู้แบบร่วมมือ เทคนิค LT มาจัด
กระบวนการเรียนรู้ โดยให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 3 คน จากน้ันกำหนดให้สมาชิกแต่ละคนภายในกลุ่มมีบทบาทหน้าท่ี
ของตนเอง

ขนั้ ตรวจสอบผล
3. ชว่ ยกนั ระดมความคิด เพื่อรวบรวมความรู้เกยี่ วกับพายุหมุนในเขตตา่ ง ๆ ของโลก และสบื ค้นข้อมูลเพ่ิมเตมิ ในสว่ นที่

ยังไมเ่ ขา้ ใจ
4. นำขอ้ มลู มาจดั ทำแผน่ พับ โดยใชเ้ ทคโนโลยเี ข้ามาชว่ ย
5. สง่ ตวั แทนนำเสนอผลงานหนา้ ช้ันเรียน โดยใชว้ ธิ ีการสอื่ สารทน่ี า่ สนใจ

6. การวัดและประเมินผล

การวดั และประเมนิ ผล วธิ กี ารวัดผล เครือ่ งมือวัด เกณฑ์การ
จุดประสงค์ ประเมินผล
1. สงั เกตจากการซักถาม ตอบคำถาม 1.คำถามกระตุน้ 70% ขน้ึ ไป ถือวา่
ความรู้ความเข้าใจ (K) 2. เขา้ ใจแรงลม ความคิด ผา่ นเกณฑ์การ
ประเมนิ
ทักษะ/กระบวนการ (P) 1. อธบิ ายแรงลม 1.ใบงาน 70% ข้นึ ไป ถอื วา่
ผ่านเกณฑ์การ
คณุ ลกั ษณะนิสัย (A) 1. สังเกตจากการเรียนมีความ 1. แบบสังเกต ประเมนิ
รบั ผิดชอบต่องานท่ีสั่งและส่งงานไดท้ ัน พฤติกรรม 70% ขนึ้ ไป ถอื วา่
ตามท่กี ำหนด ผา่ นเกณฑ์การ
2. สังเกตจากการเรยี นใฝ่เรยี นรู้ ประเมิน
3. สังเกตจากการม่งุ มน่ั ในการทำงาน

7. สอื่ /แหล่งการเรยี นรู้
7.1 สอ่ื การเรียนรู้
1) หนงั สอื เรยี นวิทยาศาสตร์ ป.3 หน่วยการเรยี นรูท้ ี่ 5 อากาศรอบตัวเรา
2) แบบฝึกหดั วิทยาศาสตร์ ป.3 หนว่ ยการเรยี นรูท้ ่ี 5 อากาศรอบตัวเรา
3) วัสดุ-อุปกรณก์ ารทดลองในกิจกรรม
4) บตั รภาพ

7.2 แหลง่ การเรียนรู้
1) หอ้ งเรียน
2) ห้องสมดุ
3) อนิ เทอรเ์ นต็

8. กิจกรรมเสนอแนะ
.................................................................................................................................................................................. ......
........................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................... .................................................

ลงชื่อ............................................ครูผู้สอน ลงช่ือ...................................................ฝ่ายวชิ าการ
(...........................................................) (...........................................................)

ลงชือ่ ................................................... ผบู้ รหิ าร
(...........................................................)

สัปดาหท์ ี่ 8

โรงเรยี นขจรเกียรติพฒั นา

แผนการจดั การเรยี นรู้

ภาคเรียนที่ ……2...... ช่อื ผสู้ อน ….……………………………………………....
กลุม่ สาระการเรยี นรู้ วิทยาศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีท่ี 3 จำนวน 2 คาบ
หน่วยการเรยี นรู้ที่ 5 อากาศรอบตวั เรา เรอื่ ง กังหนั ลม

1. มาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตัวช้ีวดั
มาตรฐานที่ ว 3.2 เข้าใจองค์ประกอบ และความสัมพนั ธ์ของระบบโลก กระบวนการเปลีย่ นแปลงภายในโลก

และบนผิวโลก ธรณพี ิบตั ิภัย กระบวนการเปลีย่ นแปลงลมฟ้าอากาศและภมู ิอากาศโลกรวมท้ังผลตอ่ ส่งิ มชี วี ติ และส่งิ แวดลอ้ ม
ตวั ชว้ี ดั ท่ี ป. 3/4 บรรยายประโยชนแ์ ละโทษของลม จากข้อมลู ทร่ี วบรวมได้

มาตรฐานท่ี ว 8.1 ใชก้ ระบวนการทางวิทยาศาสตร์และจติ วิทยาศาสตรใ์ นการสืบเสาะหาความรู้ การแก้ปัญหา รู้
วา่ ปรากฏการณท์ างธรรมชาติที่เกิดขน้ึ ส่วนใหญ่มรี ูปแบบ ที่แนน่ อน สามารถอธบิ ายและตรวจสอบได้ ภายใต้ข้อมลู และ
เครือ่ งมอื ท่ีมอี ยูใ่ นช่วงเวลาน้ันๆ เขา้ ใจวา่ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีสังคม และ สงิ่ แวดล้อม มคี วามเก่ยี วข้องสมั พันธ์กัน

ตวั ชว้ี ัดที่ ป. 3/1-8

2. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด
แรงลมเปน็ พลังงานทส่ี ะอาดท่ีมนุษย์เลือกนำมาใชป้ ระโยชน์โดยเฉพาะอยา่ งย่ิงใชพ้ ลังงานธรรมชาตผิ ลิตกระแสไฟฟ้า

3. จุดประสงค์การเรียนรู้

1) อธิบายประโยชนข์ องลมได้ (K)
2) ทดลองสร้างส่ิงประดิษฐ์ที่ใช้ประโยชนจ์ ากลมได้อย่างถูกต้อง (P)
3) รับผดิ ชอบต่องานท่ีได้รับมอบหมาย (A)

4. สาระการเรยี นรู้

สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง สาระการเรียนร้ทู ้องถิ่น

ลมสามารถนำมาใช้เป็นแหล่งพลังงานทดแทนในการ พจิ ารณาตามหลักสตู รของสถานศึกษา

ผลิตไฟฟ้า และนำไปใช้ประโยชน์ในการทำกิจกรรม

ต่าง ๆ ของมนุษย์ หากลมเคล่ือนที่ด้วยความเร็วสูง

อาจทำให้เกิดอันตรายและความเสียหายต่อชีวิตและ

ทรพั ย์สนิ ได้

5. กจิ กรรมการเรยี นรู้

คาบที่ 3

ขน้ั นำ

ขั้นกระตนุ้ ความสนใจ
1. ครูกลา่ วทกั ทายนกั เรยี นและแจ้งจุดประสงค์การเรียนรู้ท่ีจะเรียนในชวั่ โมงนี้
2. ครูใหน้ ักเรียนดภู าพในหนังสือเรยี นชดุ แม่บทมาตรฐานวทิ ยาศาสตร์ ป.3 หนา้ 133 จากนน้ั ต้ังคำถามวา่
• ลมมีประโยชน์และโทษตอ่ การดำรงชีวิตของมนุษยอ์ ย่างไร
(แนวคำตอบ ประโยชน์ คอื ใชใ้ นการสรา้ งกังหันลมเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า และโทษ คือ หากลมแรงเกนิ ไปอาจ

ก่อให้เกดิ เป็นพายุ)
3. ครูใหน้ กั เรยี นทำกจิ กรรมลองทำดู ในหนังสือเรียนชดุ แม่บทมาตรฐานวิทยาศาสตร์ ป.3 หน้า 133
4. ครูอธิบายเพ่ิมเตมิ เก่ียวกับแรงลม เป็นพลงั งานสะอาดที่มนุษยเ์ ลอื กนำมาใชป้ ระโยชน์ โดยเฉพาะอยา่ งย่งิ ใชเ้ ป็น

พลงั งานธรรมชาติผลติ กระแสไฟฟา้ แต่หากลมเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงอาจทำใหเ้ กิดอนั ตรายและความเสียหายต่อชีวิตและ
ทรพั ย์สินได้

ขั้นสอน

ขนั้ สำรวจค้นหา
1. ครูใช้วธิ ีสอนโดยใชก้ ารสาธติ (Demonstration) มาจัดกระบวนการเรียนรู้ โดยครใู ห้นักเรียนแต่ละกลุ่มศึกษา

ขั้นตอนการทำกิจกรรมพฒั นาทกั ษะกระบวนการทางวิทยาศาสตรท์ ี่ 2 ในหนงั สอื เรยี นชุดแม่บทมาตรฐานวิทยาศาสตร์ ป.3
หน้า 134

2. ครูจบั สลากเลือกนักเรยี น 2 กลุ่ม จากนั้นให้ออกมาสาธิตการทำกิจกรรมตามที่ไดศ้ ึกษาข้ันตอนการทำกิจกรรม
3. นักเรียนกลมุ่ อืน่ ๆ ชว่ ยกันสงั เกตการสาธติ การทำกิจกรรมจากกลุ่มทท่ี ำการสาธติ จากน้ันนำผลการสงั เกตบันทึกลง
ในสมุดประจำตวั นักเรยี น หรือในหนงั สอื เรยี นแมบ่ ทมาตรฐานวิทยาศาสตร์ ป.3 หนา้ 135
4. ใหน้ ักเรยี นทำใบงาน เร่อื ง อากาศมสี มบตั อิ ยา่ งไร

คาบที่ 4

ข้ันอธิบายความรู้
ครูสรุปผลการทำกิจกรรมพัฒนาทกั ษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ที่ 2 วา่ เม่ือนำแบบจำลองกงั หันลมปะทะกบั ลมท่ี

พดั ผา่ น ทำให้กังหันลมเกิดการหมุนตามแรงลม มนษุ ย์จงึ นำหลกั การหมุนของกังหันลมน้ีไปเชือ่ มต่อเข้ากบั แกนหมนุ เพอ่ื หมนุ
เครือ่ งกำเนิดไฟฟา้ ในการผลติ กระแสไฟฟ้าต่อไป ดงั น้นั พลังงานลม จงึ เปน็ พลังงานทางเลือกท่สี ะอาด ไมส่ ง่ ผลกระทบต่อ
สภาพแวดลอ้ ม

ข้นั ขยายความเข้าใจ
ครูให้นักเรียนทำกิจกรรมพัฒนาทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 โดยใช้รูปแบบการเรียนรู้แบบร่วมมือ เทคนิค LT มาจัด
กระบวนการเรียนรู้ โดยให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 3 คน จากน้ันกำหนดให้สมาชิกแต่ละคนภายในกลุ่มมีบทบาทหน้าท่ี
ของตนเอง

ขนั้ ตรวจสอบผล
3. ช่วยกันระดมความคิด เพ่ือรวบรวมความรู้เกย่ี วกบั พายุหมุนในเขตตา่ ง ๆ ของโลก และสบื ค้นข้อมลู เพ่มิ เติมในสว่ นท่ี

ยงั ไม่เข้าใจ
4. นำขอ้ มูลมาจัดทำแผ่นพับ โดยใช้เทคโนโลยีเข้ามาชว่ ย
5. ส่งตวั แทนนำเสนอผลงานหนา้ ชั้นเรียน โดยใช้วิธีการสือ่ สารที่น่าสนใจ

6. การวดั และประเมินผล

การวัดและประเมนิ ผล วิธีการวดั ผล เครอื่ งมอื วัด เกณฑ์การ
จุดประสงค์ ประเมนิ ผล
1. สังเกตจากการซักถาม ตอบคำถาม 1.คำถามกระตนุ้ 70% ขนึ้ ไป ถอื วา่
ความรคู้ วามเขา้ ใจ (K) 2. เขา้ ใจแรงลม ความคดิ ผา่ นเกณฑ์การ
ประเมิน
ทักษะ/กระบวนการ (P) 1. อธิบายแรงลม 1.ใบงาน 70% ขน้ึ ไป ถอื วา่
ผ่านเกณฑ์การ
คณุ ลกั ษณะนิสยั (A) 1. สงั เกตจากการเรยี นมคี วาม 1. แบบสังเกต ประเมนิ
รบั ผดิ ชอบต่องานท่ีสั่งและส่งงานไดท้ นั พฤติกรรม 70% ขึ้นไป ถือวา่
ตามที่กำหนด ผา่ นเกณฑ์การ
2. สงั เกตจากการเรยี นใฝเ่ รยี นรู้ ประเมิน
3. สังเกตจากการมุง่ มั่นในการทำงาน

7. สอื่ /แหล่งการเรยี นรู้
7.1 สอ่ื การเรียนรู้
1) หนังสอื เรยี นวิทยาศาสตร์ ป.3 หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 5 อากาศรอบตัวเรา
2) แบบฝึกหดั วิทยาศาสตร์ ป.3 หน่วยการเรยี นรูท้ ี่ 5 อากาศรอบตัวเรา
3) วัสดุ-อุปกรณ์การทดลองในกิจกรรม
4) บัตรภาพ

7.2 แหล่งการเรยี นรู้
1) ห้องเรยี น
2) ห้องสมดุ
3) อนิ เทอรเ์ นต็

8. กิจกรรมเสนอแนะ
................................................................................................................................................................................... .....
........................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................ ................................................

ลงชอื่ ............................................ครูผู้สอน ลงช่ือ...................................................ฝา่ ยวิชาการ
(...........................................................) (...........................................................)

ลงชือ่ ................................................... ผู้บริหาร
(...........................................................)

สัปดาห์ที่ 9

โรงเรียนขจรเกียรติพฒั นา

แผนการจัดการเรียนรู้

ภาคเรยี นท่ี ……2...... ช่ือผสู้ อน ….……………………………………………....
กลมุ่ สาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์ ชั้นประถมศกึ ษาปีที่ 3 จำนวน 2 คาบ
หน่วยการเรียนรู้ที่ 5 อากาศรอบตวั เรา เรือ่ ง ลมท่ีเคล่ือนทดี่ ้วยความเร็วสูง

1. มาตรฐานการเรยี นรู/้ ตัวชี้วดั
มาตรฐานท่ี ว 3.2 เขา้ ใจองคป์ ระกอบ และความสัมพนั ธ์ของระบบโลก กระบวนการเปลี่ยนแปลงภายในโลก

และบนผิวโลก ธรณีพบิ ตั ภิ ัย กระบวนการเปลยี่ นแปลงลมฟา้ อากาศและภมู ิอากาศโลกรวมท้ังผลตอ่ ส่งิ มีชีวิตและสงิ่ แวดล้อม
ตัวชีว้ ดั ที่ ป. 3/4 บรรยายประโยชน์และโทษของลม จากข้อมลู ท่รี วบรวมได้

มาตรฐานที่ ว 8.1 ใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์และจิตวทิ ยาศาสตรใ์ นการสืบเสาะหาความรู้ การแกป้ ัญหา รู้
ว่าปรากฏการณท์ างธรรมชาติที่เกดิ ขึ้นส่วนใหญ่มรี ปู แบบ ท่ีแนน่ อน สามารถอธบิ ายและตรวจสอบได้ ภายใต้ข้อมูลและ
เครื่องมือ ที่มอี ย่ใู นช่วงเวลานัน้ ๆ เขา้ ใจวา่ วทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยสี งั คม และ สง่ิ แวดล้อม มคี วามเกย่ี วข้องสมั พนั ธ์กัน

ตวั ชว้ี ดั ที่ ป. 3/1-8

2. สาระสำคญั /ความคิดรวบยอด
ลม เปน็ พลังงานที่มนษุ ยเ์ ลือกใช้ประโยชน์ โดยเฉพาะอยา่ งย่งิ ใชเ้ ป็นพลังงานธรรมชาตผิ ลติ กระแสไฟฟ้า

แต่ในบางคร้ังลมอาจก่อให้เกิดโทษได้ เชน่ ลมมีกำลงั แรงและเกดิ เปน็ พายุ จะสรา้ งความเสยี หายตอ่ ชีวิตและทรัพยส์ นิ ได้

3. จุดประสงค์การเรยี นรู้

1) อธบิ ายประโยชน์ของลมได้ (K)
2) ทดลองสรา้ งส่งิ ประดิษฐท์ ่ีใช้ประโยชน์จากลมได้อยา่ งถูกตอ้ ง (P)
3) รับผดิ ชอบต่องานที่ไดร้ ับมอบหมาย (A)

4. สาระการเรียนรู้

สาระการเรียนรแู้ กนกลาง สาระการเรียนรูท้ ้องถนิ่

ลมสามารถนำมาใช้เป็นแหล่งพลังงานทดแทนในการ พจิ ารณาตามหลกั สูตรของสถานศึกษา

ผลิตไฟฟ้า และนำไปใช้ประโยชน์ในการทำกิจกรรม

ต่าง ๆ ของมนุษย์ หากลมเคล่ือนที่ด้วยความเร็วสูง

อาจทำให้เกิดอันตรายและความเสียหายต่อชีวิตและ

ทรัพย์สินได้

5. กจิ กรรมการเรียนรู้

คาบที่ 1

ข้นั นำ

ข้นั กระต้นุ ความสนใจ
1. ครกู ลา่ วทักทายนักเรียนและแจ้งจุดประสงค์การเรยี นรทู้ ี่จะเรียนในชว่ั โมงนี้
2. ครใู หน้ ักเรียนดภู าพในหนังสือเรียนชดุ แม่บทมาตรฐานวิทยาศาสตร์ ป.3 หนา้ 133 จากนัน้ ตัง้ คำถามว่า
• ลมมีประโยชนแ์ ละโทษตอ่ การดำรงชวี ติ ของมนุษยอ์ ย่างไร
(แนวคำตอบ ประโยชน์ คือ ใช้ในการสร้างกงั หนั ลมเพ่ือผลิตกระแสไฟฟา้ และโทษ คือ หากลมแรงเกนิ ไปอาจ

กอ่ ใหเ้ กดิ เป็นพาย)ุ
3. ครใู หน้ กั เรียนทำกิจกรรมลองทำดู ในหนังสือเรียนชุดแมบ่ ทมาตรฐานวิทยาศาสตร์ ป.3 หน้า 133
4. ครูอธิบายเพ่มิ เตมิ เก่ียวกบั แรงลม เป็นพลังงานสะอาดที่มนุษย์เลอื กนำมาใช้ประโยชน์ โดยเฉพาะอย่างยง่ิ ใชเ้ ป็น

พลังงานธรรมชาตผิ ลติ กระแสไฟฟ้า แต่หากลมเคล่ือนท่ดี ว้ ยความเร็วสงู อาจทำใหเ้ กดิ อนั ตรายและความเสียหายต่อชวี ติ และ
ทรัพย์สินได้

ขนั้ สอน

ขน้ั สำรวจคน้ หา
1. ครใู ช้วธิ สี อนโดยใช้การสาธติ (Demonstration) มาจดั กระบวนการเรยี นรู้ โดยครูใหน้ ักเรียนแต่ละกลมุ่ ศึกษา

ข้นั ตอนการทำกิจกรรมพัฒนาทักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตรท์ ่ี 2 ในหนังสอื เรียนชุดแม่บทมาตรฐานวิทยาศาสตร์ ป.3
หนา้ 134

2. ครจู ับสลากเลือกนกั เรียน 2 กลุม่ จากนนั้ ให้ออกมาสาธิตการทำกจิ กรรมตามที่ได้ศึกษาขั้นตอนการทำกิจกรรม
3. นกั เรียนกลุม่ อืน่ ๆ ช่วยกันสังเกตการสาธิตการทำกจิ กรรมจากกลุ่มท่ีทำการสาธิต จากนน้ั นำผลการสังเกตบนั ทกึ ลง
ในสมุดประจำตวั นักเรยี น หรือในหนังสอื เรียนแมบ่ ทมาตรฐานวิทยาศาสตร์ ป.3 หนา้ 135
4. ให้นักเรยี นทำใบงาน เร่อื ง อากาศมีสมบตั อิ ยา่ งไร

คาบที่ 2

ข้ันอธบิ ายความรู้
ครสู รุปผลการทำกิจกรรมพฒั นาทักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ท่ี 2 วา่ เม่ือนำแบบจำลองกงั หันลมปะทะกับลมที่

พดั ผ่าน ทำให้กังหันลมเกิดการหมุนตามแรงลม มนษุ ยจ์ งึ นำหลกั การหมนุ ของกังหันลมน้ีไปเชอ่ื มต่อเข้ากับแกนหมุน เพ่อื หมุน
เครอ่ื งกำเนิดไฟฟ้าในการผลติ กระแสไฟฟ้าต่อไป ดังน้ัน พลังงานลม จงึ เปน็ พลงั งานทางเลือกทีส่ ะอาด ไมส่ ่งผลกระทบต่อ
สภาพแวดล้อม

ขั้นขยายความเขา้ ใจ
ครูให้นักเรียนทำกิจกรรมพัฒนาทักษะแห่งศตวรรษท่ี 21 โดยใช้รูปแบบการเรียนรู้แบบร่วมมือ เทคนิค LT มาจัด
กระบวนการเรียนรู้ โดยให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 4 คน จากน้ันกำหนดให้สมาชิกแต่ละคนภายในกลุ่มมีบทบาทหน้าที่
ของตนเอง ดังนี้

สมาชิกคนที่ 1 : ทำหนา้ ทเี่ ตรียมอุปกรณ์
สมาชิกคนท่ี 2 : ทำหน้าทอี่ า่ นวิธที ำ
สมาชิกคนท่ี 3 : ทำหน้าทบ่ี ันทกึ ผล
สมาชิกคนท่ี 4 : ทำหน้าท่นี ำเสนอผลงานหนา้ ชั้นเรียน

ขน้ั ตรวจสอบผล
3. ชว่ ยกนั ระดมความคิด เพื่อรวบรวมความรู้เกีย่ วกับพายุหมุนในเขตต่าง ๆ ของโลก และสบื คน้ ข้อมลู เพม่ิ เติมในส่วนท่ี

ยังไม่เขา้ ใจ
4. นำขอ้ มูลมาจดั ทำแผน่ พับ โดยใชเ้ ทคโนโลยีเขา้ มาชว่ ย
5. ส่งตวั แทนนำเสนอผลงานหนา้ ชนั้ เรียน โดยใชว้ ธิ ีการส่ือสารทน่ี ่าสนใจ

6. การวัดและประเมนิ ผล

การวัดและประเมินผล วธิ ีการวัดผล เครือ่ งมอื วัด เกณฑก์ าร
จุดประสงค์ ประเมนิ ผล
1. สังเกตจากการซักถาม ตอบคำถาม 1.คำถามกระตนุ้ 70% ข้ึนไป ถอื ว่า
ความรู้ความเขา้ ใจ (K) 2. เขา้ ใจประโยชน์และโทษของลม ความคิด ผ่านเกณฑ์การ
ประเมนิ
ทักษะ/กระบวนการ (P) 1. อธิบายประโยชนแ์ ละโทษของลม 1.ใบงาน 70% ขน้ึ ไป ถอื วา่
ผ่านเกณฑ์การ
คณุ ลักษณะนสิ ัย (A) 1. สังเกตจากการเรียนมคี วาม 1. แบบสงั เกต ประเมนิ
รบั ผิดชอบต่องานที่ส่ังและสง่ งานไดท้ ัน พฤติกรรม 70% ข้นึ ไป ถือวา่
ตามท่ีกำหนด ผ่านเกณฑ์การ
2. สงั เกตจากการเรยี นใฝ่เรียนรู้ ประเมิน
3. สังเกตจากการมงุ่ มน่ั ในการทำงาน

7. สื่อ/แหล่งการเรยี นรู้
7.1 ส่ือการเรียนรู้
1) หนงั สอื เรยี นวทิ ยาศาสตร์ ป.3 หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 5 อากาศรอบตวั เรา
2) แบบฝึกหดั วิทยาศาสตร์ ป.3 หน่วยการเรยี นร้ทู ่ี 5 อากาศรอบตัวเรา
3) วสั ดุ-อุปกรณก์ ารทดลองในกิจกรรม
4) บตั รภาพ

7.2 แหล่งการเรยี นรู้
1) หอ้ งเรียน
2) หอ้ งสมดุ
3) อินเทอรเ์ น็ต

8. กจิ กรรมเสนอแนะ
................................................................................................................................................................................... .....
........................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................ ................................................

ลงชือ่ ............................................ครผู ู้สอน ลงชื่อ...................................................ฝ่ายวิชาการ
(...........................................................) (...........................................................)

ลงช่อื ................................................... ผู้บรหิ าร
(...........................................................)

สปั ดาห์ท่ี 9

โรงเรียนขจรเกยี รตพิ ฒั นา

แผนการจัดการเรยี นรู้

ภาคเรียนท่ี ……2...... ชอื่ ผสู้ อน ….……………………………………………....
กลมุ่ สาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์ ชั้นประถมศกึ ษาปีท่ี 3 จำนวน 2 คาบ
หนว่ ยการเรียนรูท้ ี่ 5 อากาศรอบตัวเรา เรือ่ ง พายุเขตรอ้ น

1. มาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตัวช้ีวดั
มาตรฐานที่ ว 3.2 เข้าใจองคป์ ระกอบ และความสัมพันธข์ องระบบโลก กระบวนการเปล่ยี นแปลงภายในโลก

และบนผิวโลก ธรณพี ิบัตภิ ัย กระบวนการเปลีย่ นแปลงลมฟ้าอากาศและภมู ิอากาศโลกรวมทงั้ ผลตอ่ สิง่ มชี วี ิตและส่ิงแวดล้อม
ตวั ชี้วัดท่ี ป. 3/4 บรรยายประโยชนแ์ ละโทษของลม จากข้อมูลทร่ี วบรวมได้

มาตรฐานท่ี ว 8.1 ใชก้ ระบวนการทางวิทยาศาสตร์และจติ วิทยาศาสตรใ์ นการสืบเสาะหาความรู้ การแกป้ ัญหา รู้
ว่าปรากฏการณ์ทางธรรมชาติท่ีเกดิ ขน้ึ ส่วนใหญ่มีรปู แบบ ท่ีแน่นอน สามารถอธิบายและตรวจสอบได้ ภายใต้ข้อมลู และ
เครอื่ งมอื ท่ีมีอย่ใู นชว่ งเวลานน้ั ๆ เข้าใจวา่ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีสังคม และ ส่งิ แวดล้อม มีความเก่ยี วข้องสมั พันธ์กัน

ตัวชวี้ ดั ที่ ป. 3/1-8

2. สาระสำคัญ/ความคดิ รวบยอด
ลม เปน็ พลังงานท่ีมนุษย์เลือกใชป้ ระโยชน์ โดยเฉพาะอยา่ งยง่ิ ใช้เปน็ พลังงานธรรมชาตผิ ลติ กระแสไฟฟา้

แตใ่ นบางครั้งลมอาจก่อใหเ้ กิดโทษได้ เช่น ลมมกี ำลังแรงและเกิดเป็นพายุ จะสร้างความเสยี หายต่อชีวิตและทรัพย์สินได้

3. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้

1) อธิบายประโยชน์ของลมได้ (K)
2) ทดลองสร้างสงิ่ ประดิษฐท์ ใี่ ชป้ ระโยชนจ์ ากลมได้อยา่ งถูกต้อง (P)
3) รบั ผดิ ชอบตอ่ งานท่ีไดร้ ับมอบหมาย (A)

4. สาระการเรียนรู้

สาระการเรียนรแู้ กนกลาง สาระการเรียนรทู้ ้องถนิ่

ลมสามารถนำมาใช้เป็นแหล่งพลังงานทดแทนในการ พิจารณาตามหลักสตู รของสถานศึกษา

ผลิตไฟฟ้า และนำไปใช้ประโยชน์ในการทำกิจกรรม

ต่าง ๆ ของมนุษย์ หากลมเคลื่อนท่ีด้วยความเร็วสูง

อาจทำให้เกิดอันตรายและความเสียหายต่อชีวิตและ

ทรพั ย์สินได้

5. กจิ กรรมการเรียนรู้

คาบที่ 3

ข้นั นำ

ข้นั กระต้นุ ความสนใจ
1. ครกู ลา่ วทักทายนักเรียนและแจง้ จุดประสงค์การเรียนรทู้ จ่ี ะเรียนในช่ัวโมงน้ี
2. ครใู หน้ ักเรียนดภู าพในหนังสือเรียนชดุ แม่บทมาตรฐานวิทยาศาสตร์ ป.3 หนา้ 133 จากนน้ั ตัง้ คำถามว่า
• ลมมีประโยชนแ์ ละโทษต่อการดำรงชวี ติ ของมนุษยอ์ ย่างไร
(แนวคำตอบ ประโยชน์ คือ ใช้ในการสร้างกงั หนั ลมเพ่ือผลิตกระแสไฟฟ้า และโทษ คือ หากลมแรงเกนิ ไปอาจ

กอ่ ใหเ้ กดิ เป็นพายุ)
3. ครใู หน้ กั เรยี นทำกิจกรรมลองทำดู ในหนังสือเรียนชดุ แมบ่ ทมาตรฐานวทิ ยาศาสตร์ ป.3 หน้า 133
4. ครูอธิบายเพมิ่ เตมิ เก่ียวกบั แรงลม เป็นพลังงานสะอาดท่ีมนษุ ยเ์ ลือกนำมาใชป้ ระโยชน์ โดยเฉพาะอย่างยง่ิ ใชเ้ ปน็

พลังงานธรรมชาติผลิตกระแสไฟฟ้า แต่หากลมเคล่ือนท่ดี ว้ ยความเร็วสงู อาจทำใหเ้ กิดอนั ตรายและความเสียหายต่อชีวติ และ
ทรัพย์สินได้

ขนั้ สอน

ขน้ั สำรวจคน้ หา
1. ครใู ช้วธิ สี อนโดยใช้การสาธติ (Demonstration) มาจดั กระบวนการเรียนรู้ โดยครูให้นักเรยี นแต่ละกลุ่มศึกษา

ข้นั ตอนการทำกิจกรรมพัฒนาทักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตรท์ ี่ 2 ในหนังสอื เรยี นชดุ แม่บทมาตรฐานวิทยาศาสตร์ ป.3
หนา้ 134

2. ครจู ับสลากเลือกนกั เรียน 2 กลุม่ จากนนั้ ให้ออกมาสาธิตการทำกจิ กรรมตามที่ได้ศึกษาขน้ั ตอนการทำกิจกรรม
3. นกั เรียนกลมุ่ อืน่ ๆ ช่วยกันสังเกตการสาธติ การทำกิจกรรมจากกล่มุ ทท่ี ำการสาธิต จากน้ันนำผลการสังเกตบนั ทึกลง
ในสมุดประจำตวั นักเรยี น หรือในหนังสอื เรียนแมบ่ ทมาตรฐานวทิ ยาศาสตร์ ป.3 หนา้ 135
4. ให้นักเรียนทำใบงาน เร่อื ง อากาศมีสมบัตอิ ยา่ งไร

คาบที่ 4

ข้ันอธบิ ายความรู้
ครสู รุปผลการทำกิจกรรมพฒั นาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ที่ 2 ว่าเมื่อนำแบบจำลองกงั หันลมปะทะกบั ลมที่

พดั ผ่าน ทำให้กังหันลมเกิดการหมุนตามแรงลม มนษุ ยจ์ งึ นำหลกั การหมนุ ของกงั หันลมน้ีไปเช่ือมต่อเข้ากับแกนหมุน เพือ่ หมุน
เครอ่ื งกำเนิดไฟฟ้าในการผลติ กระแสไฟฟ้าต่อไป ดงั น้ัน พลังงานลม จึงเป็นพลังงานทางเลือกที่สะอาด ไม่ส่งผลกระทบต่อ
สภาพแวดล้อม

ขั้นขยายความเขา้ ใจ
ครูให้นักเรียนทำกิจกรรมพัฒนาทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 โดยใช้รูปแบบการเรียนรู้แบบร่วมมือ เทคนิค LT มาจัด
กระบวนการเรียนรู้ โดยให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 4 คน จากนั้นกำหนดให้สมาชิกแต่ละคนภายในกลุ่มมีบทบาทหน้าท่ี
ของตนเอง ดังนี้

สมาชิกคนที่ 1 : ทำหนา้ ทเี่ ตรียมอุปกรณ์
สมาชิกคนท่ี 2 : ทำหน้าทีอ่ า่ นวธิ ีทำ
สมาชิกคนท่ี 3 : ทำหนา้ ท่บี ันทึกผล
สมาชิกคนท่ี 4 : ทำหนา้ ทนี่ ำเสนอผลงานหนา้ ชั้นเรียน

ขน้ั ตรวจสอบผล
3. ช่วยกนั ระดมความคิด เพื่อรวบรวมความรูเ้ กีย่ วกบั พายุหมุนในเขตตา่ ง ๆ ของโลก และสบื คน้ ข้อมลู เพม่ิ เตมิ ในสว่ นท่ี

ยงั ไม่เขา้ ใจ
4. นำขอ้ มลู มาจดั ทำแผน่ พับ โดยใช้เทคโนโลยีเขา้ มาชว่ ย
5. ส่งตวั แทนนำเสนอผลงานหน้าช้ันเรยี น โดยใช้วธิ กี ารส่ือสารทนี่ ่าสนใจ

6. การวดั และประเมินผล

การวัดและประเมนิ ผล วิธกี ารวัดผล เคร่อื งมอื วดั เกณฑก์ าร
จุดประสงค์ ประเมินผล
1. สงั เกตจากการซักถาม ตอบคำถาม 1.คำถามกระตุน้ 70% ขนึ้ ไป ถอื วา่
ความรคู้ วามเขา้ ใจ (K) 2. เขา้ ใจประโยชนแ์ ละโทษของลม ความคดิ ผา่ นเกณฑ์การ
ประเมนิ
ทกั ษะ/กระบวนการ (P) 1. อธบิ ายประโยชนแ์ ละโทษของลม 1.ใบงาน 70% ขน้ึ ไป ถอื ว่า
ผา่ นเกณฑ์การ
คุณลกั ษณะนสิ ยั (A) 1. สังเกตจากการเรียนมคี วาม 1. แบบสังเกต ประเมนิ
รบั ผดิ ชอบต่องานท่ีส่ังและสง่ งานไดท้ นั พฤติกรรม 70% ขึ้นไป ถือว่า
ตามทก่ี ำหนด ผ่านเกณฑ์การ
2. สงั เกตจากการเรยี นใฝ่เรียนรู้ ประเมนิ
3. สงั เกตจากการมงุ่ มั่นในการทำงาน

7. ส่อื /แหล่งการเรียนรู้
7.1 ส่ือการเรยี นรู้
1) หนงั สอื เรียนวิทยาศาสตร์ ป.3 หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 5 อากาศรอบตัวเรา
2) แบบฝึกหดั วิทยาศาสตร์ ป.3 หน่วยการเรียนรทู้ ่ี 5 อากาศรอบตวั เรา
3) วัสดุ-อุปกรณ์การทดลองในกิจกรรม
4) บตั รภาพ

7.2 แหล่งการเรยี นรู้
1) หอ้ งเรียน
2) หอ้ งสมุด
3) อินเทอรเ์ น็ต

8. กิจกรรมเสนอแนะ
................................................................................................................................................................................... .....
........................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................ ................................................

ลงชือ่ ............................................ครผู ู้สอน ลงชื่อ...................................................ฝ่ายวิชาการ
(...........................................................) (...........................................................)

ลงช่อื ................................................... ผู้บรหิ าร
(...........................................................)

สัปดาห์ที่ 11

โรงเรียนขจรเกยี รตพิ ฒั นา

แผนการจัดการเรียนรู้

ภาคเรียนท่ี .....2..... ชอ่ื ผสู้ อน ….…………………………………………...
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ วิทยาศาสตร์ ชั้นประถมศกึ ษาปที ี่ 3 จำนวน 2 คาบ
หนว่ ยการเรยี นรูท้ ่ี 6 พลงั งานบนโลกของเรา เรอื่ ง พลังงาน

1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวช้ีวดั
มาตรฐานท่ี ว 2.3 เขา้ ใจความหมายของพลังงาน การเปลี่ยนแปลงและการถา่ ยโอนพลังงาน ปฏิสมั พนั ธ์ระหวา่ ง

สสารและพลงั งาน พลงั งานในชวี ิตประจำวัน ธรรมชาติของคล่นื ปรากฏการณ์ท่ีเกี่ยวข้องกับเสียง แสง และคล่ืนแมเ่ หลก็ ไฟฟา้
รวมท้ังนำความรู้ไปใชป้ ระโยชน์

ตัวชี้วัดท่ี ป. 3/1 ยกตวั อยา่ งการเปลี่ยนแปลงพลงั งานหน่งึ ไปเป็นอีกพลังงานหนง่ึ จากหลกั ฐานเชิงประจักษ์

มาตรฐานท่ี ว 8.1 ใชก้ ระบวนการทางวิทยาศาสตรแ์ ละจิตวิทยาศาสตร์ในการสบื เสาะหาความรู้ การแกป้ ัญหา รู้
วา่ ปรากฏการณท์ างธรรมชาติท่ีเกิดข้นึ สว่ นใหญ่มีรปู แบบ ที่แนน่ อน สามารถอธิบายและตรวจสอบได้ ภายใต้ข้อมูลและ
เครอื่ งมอื ที่มีอย่ใู นชว่ งเวลานนั้ ๆ เข้าใจว่า วทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยีสังคม และ สง่ิ แวดล้อม มคี วามเกย่ี วข้องสมั พันธก์ ัน

ตัวชี้วดั ท่ี ป. 3/1-8

2. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด
พลังงานเปน็ ปริมาณที่แสดงถึงความสามารถในการทำงาน เมื่อวัตถเุ กิดการเคล่ือนทพ่ี ลังงานจะเคลื่อนท่ี จากท่ีหนึ่ง

ไปอีกทหี่ นึ่ง หรือเรียกวา่ การเปล่ยี นแปลงของพลงั งาน

3. จุดประสงค์การเรียนรู้

1) อธบิ ายการเปลี่ยนแปลงของพลังงานรูปแบบหน่ึงไปเป็นอีกรปู แบบหนึ่งได้ (K)
2) ทดลองการเปลย่ี นแปลงของพลงั งานรปู แบบหน่ึงไปเป็นอีกรูปแบบหนึ่งได้อยา่ งถูกต้อง (P)
3) รบั ผดิ ชอบต่องานที่ได้รบั มอบหมาย (A)

4. สาระการเรยี นรู้

สาระการเรยี นรู้แกนกลาง สาระการเรยี นรู้ท้องถิ่น

พลังงานเป็นปริมาณที่แสดงถึงความสามารถในการ พจิ ารณาตามหลักสตู รของสถานศกึ ษา

ทำงาน พลังงานมีหลายแบบ เช่น พลังงานกล

พลังงานไฟฟ้า พลังงานแสง พลังงานเสียง และ

พลังงานความร้อน โดยพลังงานสามารถเปล่ียนจาก

พลังงานหนึ่งไปเปน็ อีกพลังงานหนึง่ ได้เช่น การถูมือจน

รูส้ กึ รอ้ น

5. กจิ กรรมการเรียนรู้

คาบที่ 1

ข้นั นำ

ขัน้ กระตนุ้ ความสนใจ
1. ครูกลา่ วทกั ทายนกั เรยี นและแจ้งจดุ ประสงค์การเรยี นร้ทู ่ีจะเรยี นในชัว่ โมงน้ี
2. ให้นักเรียนดภู าพในหนังสือเรียนชดุ แมบ่ ทมาตรฐาน วิทยาศาสตร์ ป.3 หนา้ 147 จากน้ันครูถามคำถาม แลว้ ให้นักเรียน

ช่วยกันตอบ ดังน้ี
• นอกจากเขื่อนแลว้ ยงั มสี ถานทใ่ี ดอีกบ้างทส่ี ามารถผลติ กระแสไฟฟ้า
(แนวคำตอบ ขน้ึ อยู่กบั คำตอบของนักเรียน ให้อยู่กบั ดลุ ยพินจิ ของครผู ู้สอน)
• นักเรยี นคิดวา่ เข่ือนผลิตไฟฟ้าไดอ้ ย่างไร
(แนวคำตอบ ขึ้นอยู่กับคำตอบของนักเรียน ใหอ้ ยู่กบั ดุลยพินจิ ของครูผสู้ อน)
3. ใหน้ ักเรยี นเปิดหนงั สือเรยี นชุดแม่บทมาตรฐาน วทิ ยาศาสตร์ ป.3 หนา้ 147 จากนน้ั ศึกษาชวนอ่านชวนคิด แลว้

ช่วยกนั ตอบคำถาม
4. นกั เรยี นศึกษาศัพท์หนา้ รู้จากหนงั สือเรียนชุดแม่บทมาตรฐานวทิ ยาศาสตร์ ป.3 หนา้ 147 จากนั้นครสู มุ่ ตัวแทน

นักเรยี น 2-3 คน ให้ออกมาอ่านคำศัพท์

ข้นั สอน

ข้ันสำรวจค้นหา
1. นักเรียนทำกจิ กรรมพัฒนาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ที่ 1 ในหนังสือเรยี นชุดแมบ่ ทมาตรฐาน วทิ ยาศาสตร์

ป.3 หน้า 149 เรือ่ ง พลังงานและการเปล่ยี นแปลง
2. นกั เรียนและครรู ว่ มกันสรุปผลการทำกิจกรรม ดังนี้ เมื่อนำยางลบถบู นไม้บรรทดั แล้วไม้บรรทดั เกดิ ความร้อนขึ้น เป็น

การเปลี่ยนพลงั งานกลจากขัดถูของยางลบไปเปน็ พลงั งานความรอ้ น
3. ครูอธิบายเพิ่มเตมิ เก่ียวกบั การทำกจิ กรรมวา่ เมื่อสัมผสั ไมบ้ รรทัดก่อนถดู ว้ ยยางลบ ไม้บรรทดั มอี ุณหภมู เิ ทา่ กบั

อุณหภูมหิ ้อง แต่เม่ือนำยางลบมาถูไปมาที่ไมบ้ รรทดั ซ่ึงจดั เป็นพลังงานความร้อน ดงั น้ัน พลงั งานกลสามารถเปลย่ี นแปลงเป็น
พลังงานความร้อนได้

คาบที่ 2

ขัน้ อธบิ ายความรู้
1. ครูเปิดวดี ทิ ัศน์ เรือ่ ง พลังงานบนโลก ให้นักเรียนศกึ ษา จากนั้นครูตง้ั คำถามเพ่ือกระตุ้นการเรยี นรู้ ดงั น้ี

• จากการศึกษาวีดิทศั น์ นกั เรยี นสามารถแบง่ พลังงานบนโลกออกเปน็ กี่ประเภท อะไรบ้าง และใหย้ กตัวอยา่ งที่เกย่ี วข้องกับ
พลังงานนนั้
(แนวคำตอบ พลังงานบนโลกแบง่ ออกเป็น 5 ประเภท ได้แก่ พลงั งานกล เช่น การไกวชิงชา้ พลงั งานไฟฟา้ เชน่
การทำงานของพัดลม พลงั งานแสง เช่น แสงจากเทยี นไข พลงั งานเสียง เช่น เสยี งทเี่ กิดจากเปียโน พลงั งานความร้อน
เช่น ความร้อนของเตาไฟ)

• หากไม่มีดวงอาทติ ย์ โลกของเราจะเป็นอยา่ งไร
(แนวคำตอบ โลกจะขาดแหล่งพลังงานความร้อน และขาดตน้ กำเนิดของแหลง่ ผลิตพลังงานไฟฟ้า)
ครูถามคำถามกระต้นุ ความคิด โดยใหน้ กั เรยี นแต่ละกลมุ่ อภปิ รายและหาคำตอบรว่ มกันว่า พลังงานหนงึ่ มีการเปล่ยี นแปลงไป
เปน็ อกี พลังงานหนึ่งไดห้ รอื ไม่ อย่างไร
(แนวคำตอบ เปลยี่ นแปลงได้ เพราะพลงั งานเป็นปริมาณที่แสดงถงึ ความสามารถในการทำงาน เม่ือวตั ถุเกิดการเคลอ่ื นท่ีจาก
ทีห่ น่งึ ไปอีกที่หน่ึง หรอื เรียกว่า การเปล่ียนแปลงของพลงั งาน)

ขนั้ ขยายความเขา้ ใจ

1. ให้นักเรยี นแตล่ ะกลุ่มทำกิจกรรมพฒั นาทักษะแห่งศตวรรษท่ี 21 โดยครูใหน้ ักเรียนแต่ละกลุ่มนำเสนอการ
เปลยี่ นแปลงพลงั งานหนึ่งไปเปน็ อกี พลงั งานหนึ่ง โดยใหน้ กั เรยี นสาธิตหรอื วาดภาพการเปลี่ยนแปลงพลงั งานที่เลอื กไว้

พรอ้ มยกตวั อย่างเคร่ืองใช้ ท่ีพบเห็นได้ในชวี ติ ประจำวัน

2. นักเรียนแต่ละกลุ่มออกมานำเสนอผลงานหน้าชั้นเรียน

3. ให้นักเรยี นแต่ละกลุ่มผลัดกนั ออกมาเขียนตวั อย่าง ในชวี ติ ประจำวันทีพ่ บเหน็ ซึง่ เกดิ จากการเปลี่ยนแปลงพลังงาน
หน่ึง

ขน้ั ตรวจสอบผล
1. ครูให้นกั เรยี นสรุปความรู้จากการเรยี นจนได้ข้อสรปุ ร่วมกันวา่ สิ่งมชี ีวิตจะมคี วามสัมพนั ธ์กับส่ิงแวดลอ้ มในด้านเป็น
แหล่งทอ่ี ยูอ่ าศัย แหล่งอาหาร แหล่งสบื พนั ธ์ุ และ แหล่งหลบภยั
2. ครูตรวจสอบผลการทำแบบทดสอบกอ่ นเรียน เพอื่ ตรวจสอบความเขา้ ใจกอ่ นเรยี นของนักเรียน
3. ครูประเมินผลนักเรียน โดยการสังเกตพฤติกรรมการตอบคำถาม พฤติกรรมการทำงานรายบุคคล พฤติกรรมการ
ทำงานกลุ่ม และจากการนำเสนอผลการทำกจิ กรรมหน้าช้ันเรยี น
4. ครูตรวจสอบผลการทำกจิ กรรมหนูตอบไดใ้ นสมุด หรอื ในแบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์
5. ครูตรวจสอบผลนักเรียนจากการอธิบายเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตกับสิ่งแวดล้อม และจากการทำใ บ
งาน เรอื่ ง การใช้ประโยชน์ ของอากาศและแร่ธาตุ
6. นกั เรยี นและครรู ่วมกันสรุปเรอื่ งที่เรียนมาว่า พลงั งานมีหลายรปู แบบ เชน่ พลังงานกล พลังงานความร้อน พลังงาน
ไฟฟ้า พลงั งานแสง พลังงานเสยี ง โดยพลงั งานเหลา่ น้สี ามารถเปลีย่ นจากพลังงานหน่ึงไปเปน็ อีกพลังงานหนง่ึ ได้

6. การวดั และประเมินผล

การวดั และประเมนิ ผล วิธกี ารวดั ผล เครอ่ื งมอื วดั เกณฑก์ าร
จุดประสงค์ ประเมนิ ผล
1. สังเกตจากการซักถาม ตอบคำถาม 1.คำถามกระตุ้น
ความรู้ความเขา้ ใจ (K) 2. อธบิ ายการเปลี่ยนแปลงของพลังงาน ความคิด 70% ขึน้ ไป ถือว่า
รปู แบบหนึ่งไปเป็นอกี รูปแบบหนึง่ ผ่านเกณฑ์การ
ประเมิน

ทักษะ/กระบวนการ (P) 1.ทดลองการเปลย่ี นแปลงของพลังงาน 1.ใบงาน 70% ขึ้นไป ถือวา่
รูปแบบหนึง่ ไปเปน็ อีกรปู แบบหนง่ึ ผา่ นเกณฑ์การ
ประเมนิ
คุณลักษณะนสิ ยั (A) 1. สงั เกตจากการเรียนมีความ 1. แบบสงั เกต
รับผิดชอบต่องานที่สั่งและส่งงานได้ทนั พฤติกรรม 70% ขึ้นไป ถอื ว่า
ตามทกี่ ำหนด ผา่ นเกณฑ์การ
2. สงั เกตจากการเรียนใฝ่เรยี นรู้ ประเมิน
3. สงั เกตจากการมงุ่ ม่นั ในการทำงาน

7. สอ่ื /แหล่งการเรียนรู้
7.1 ส่ือการเรยี นรู้
1) หนังสอื เรยี นวิทยาศาสตร์ ป.3 หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 6 พลงั งานบนโลกของเรา
2) แบบฝึกหดั วิทยาศาสตร์ ป.3 หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 6 พลงั งานบนโลกของเรา
3) วัสดุ-อุปกรณก์ ารทดลองในกจิ กรรม
4) ใบงานท่ี
5) บัตรภาพ

7.2 แหลง่ การเรยี นรู้
4) ห้องเรียน
5) ห้องสมุด
6) อินเทอร์เน็ต

8. กิจกรรมเสนอแนะ
..................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................

ลงชื่อ............................................ครูผู้สอน ลงชอื่ ...................................................ฝ่ายวชิ าการ
(...........................................................) (...........................................................)

ลงชื่อ................................................... ผบู้ ริหาร
(...........................................................)

สัปดาห์ท่ี 11

โรงเรยี นขจรเกียรตพิ ฒั นา

แผนการจัดการเรียนรู้

ภาคเรยี นที่ .....2..... ชื่อผสู้ อน ….…………………………………………...
กลุ่มสาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปที ่ี 3 จำนวน 2 คาบ
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 6 พลงั งานบนโลกของเรา เร่ือง การเปล่ียนแปลงพลงั งาน

1. มาตรฐานการเรยี นรู้/ตัวช้ีวัด
มาตรฐานที่ ว 2.3 เข้าใจความหมายของพลงั งาน การเปลยี่ นแปลงและการถา่ ยโอนพลงั งาน ปฏิสัมพนั ธ์ระหว่าง

สสารและพลังงาน พลังงานในชวี ติ ประจำวนั ธรรมชาตขิ องคลน่ื ปรากฏการณ์ที่เกีย่ วข้องกับเสยี ง แสง และคลื่นแม่เหลก็ ไฟฟา้
รวมท้งั นำความรู้ไปใช้ประโยชน์

ตวั ชว้ี ัดท่ี ป. 3/1 ยกตวั อยา่ งการเปลย่ี นแปลงพลังงานหน่งึ ไปเป็นอีกพลงั งานหน่งึ จากหลกั ฐานเชงิ ประจักษ์

มาตรฐานที่ ว 8.1 ใชก้ ระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์และจิตวทิ ยาศาสตร์ในการสบื เสาะหาความรู้ การแกป้ ัญหา รู้
วา่ ปรากฏการณท์ างธรรมชาติท่ีเกดิ ข้ึนส่วนใหญ่มีรปู แบบ ที่แนน่ อน สามารถอธิบายและตรวจสอบได้ ภายใต้ข้อมลู และ
เครอ่ื งมอื ท่ีมอี ยใู่ นช่วงเวลานน้ั ๆ เข้าใจว่า วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยสี งั คม และ สงิ่ แวดล้อม มคี วามเกีย่ วข้องสมั พันธ์กัน

ตวั ชีว้ ดั ที่ ป. 3/1-8

2. สาระสำคัญ/ความคดิ รวบยอด
พลงั งานเปน็ ปรมิ าณท่ีแสดงถึงความสามารถในการทำงาน เม่ือวตั ถุเกิดการเคลื่อนที่พลังงานจะเคลื่อนท่ี จากท่ีหนึ่ง

ไปอีกที่หนึ่ง หรือเรียกว่า การเปลี่ยนแปลงของพลงั งาน

3. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้

1) อธบิ ายการเปลย่ี นแปลงของพลงั งานรปู แบบหนึง่ ไปเป็นอีกรูปแบบหนึ่งได้ (K)
2) ทดลองการเปลยี่ นแปลงของพลงั งานรูปแบบหน่งึ ไปเป็นอีกรปู แบบหนึ่งได้อยา่ งถูกต้อง (P)
3) รบั ผิดชอบต่องานท่ีไดร้ ับมอบหมาย (A)

4. สาระการเรียนรู้

สาระการเรียนรแู้ กนกลาง สาระการเรียนรู้ทอ้ งถิน่

พลังงานเป็นปริมาณท่ีแสดงถึงความสามารถในการ พิจารณาตามหลักสตู รของสถานศกึ ษา

ทำงาน พลังงานมีหลายแบบ เช่น พลังงานกล

พลังงานไฟฟ้า พลังงานแสง พลังงานเสียง และ

พลังงานความร้อน โดยพลังงานสามารถเปลี่ยนจาก

พลงั งานหนึ่งไปเปน็ อีกพลงั งานหน่งึ ได้เชน่ การถูมอื จน

รูส้ กึ ร้อน

5. กจิ กรรมการเรียนรู้

คาบที่ 3

ข้นั นำ

ขั้นกระตนุ้ ความสนใจ
1. ครูกลา่ วทกั ทายนกั เรยี นและแจ้งจดุ ประสงค์การเรยี นร้ทู จ่ี ะเรยี นในชวั่ โมงน้ี
2. ให้นักเรียนดภู าพในหนังสือเรียนชดุ แมบ่ ทมาตรฐาน วิทยาศาสตร์ ป.3 หนา้ 147 จากน้ันครูถามคำถาม แลว้ ให้นักเรียน

ชว่ ยกันตอบ ดังน้ี
• นอกจากเขื่อนแลว้ ยงั มสี ถานทใ่ี ดอีกบา้ งทส่ี ามารถผลติ กระแสไฟฟ้า
(แนวคำตอบ ข้นึ อยู่กบั คำตอบของนักเรียน ให้อยู่กบั ดลุ ยพินจิ ของครูผู้สอน)
• นักเรยี นคิดวา่ เข่ือนผลติ ไฟฟ้าไดอ้ ย่างไร
(แนวคำตอบ ขน้ึ อยู่กบั คำตอบของนักเรียน ใหอ้ ยู่กบั ดุลยพินิจของครูผสู้ อน)
3. ใหน้ ักเรยี นเปิดหนงั สือเรยี นชุดแม่บทมาตรฐาน วทิ ยาศาสตร์ ป.3 หนา้ 147 จากน้ันศึกษาชวนอ่านชวนคิด แลว้

ช่วยกนั ตอบคำถาม
4. นกั เรยี นศึกษาศัพทห์ นา้ รู้จากหนงั สือเรียนชุดแม่บทมาตรฐานวทิ ยาศาสตร์ ป.3 หนา้ 147 จากนั้นครสู มุ่ ตัวแทน

นกั เรยี น 2-3 คน ให้ออกมาอ่านคำศัพท์

ข้นั สอน

ขนั้ สำรวจค้นหา
1. นักเรียนทำกจิ กรรมพัฒนาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ที่ 1 ในหนังสอื เรียนชุดแมบ่ ทมาตรฐาน วทิ ยาศาสตร์

ป.3 หน้า 149 เรือ่ ง พลังงานและการเปล่ยี นแปลง
2. นกั เรียนและครรู ว่ มกันสรุปผลการทำกิจกรรม ดังนี้ เมื่อนำยางลบถบู นไม้บรรทดั แล้วไม้บรรทดั เกดิ ความร้อนขึ้น เป็น

การเปลี่ยนพลงั งานกลจากขัดถูของยางลบไปเปน็ พลงั งานความร้อน
3. ครูอธิบายเพิ่มเตมิ เก่ียวกบั การทำกจิ กรรมวา่ เมื่อสัมผสั ไมบ้ รรทัดก่อนถูดว้ ยยางลบ ไม้บรรทดั มอี ุณหภมู เิ ทา่ กบั

อณุ หภูมหิ ้อง แต่เม่ือนำยางลบมาถูไปมาที่ไมบ้ รรทดั ซ่ึงจดั เป็นพลังงานความร้อน ดงั น้ัน พลงั งานกลสามารถเปลย่ี นแปลงเป็น
พลงั งานความร้อนได้

คาบที่ 4

ขนั้ อธบิ ายความรู้
1. ครูเปิดวดี ทิ ัศน์ เรือ่ ง พลังงานบนโลก ให้นักเรียนศกึ ษา จากนั้นครตู ง้ั คำถามเพ่ือกระตุ้นการเรยี นรู้ ดงั น้ี

• จากการศึกษาวีดิทศั น์ นกั เรยี นสามารถแบง่ พลังงานบนโลกออกเปน็ ก่ีประเภท อะไรบ้าง และใหย้ กตัวอยา่ งที่เกย่ี วข้องกับ
พลังงานนัน้
(แนวคำตอบ พลังงานบนโลกแบง่ ออกเป็น 5 ประเภท ได้แก่ พลงั งานกล เชน่ การไกวชิงชา้ พลงั งานไฟฟา้ เชน่
การทำงานของพัดลม พลงั งานแสง เช่น แสงจากเทียนไข พลงั งานเสียง เชน่ เสยี งทเี่ กิดจากเปียโน พลงั งานความร้อน
เช่น ความร้อนของเตาไฟ)

• หากไม่มีดวงอาทิตย์ โลกของเราจะเปน็ อยา่ งไร
(แนวคำตอบ โลกจะขาดแหล่งพลังงานความรอ้ น และขาดต้นกำเนิดของแหลง่ ผลิตพลงั งานไฟฟา้ )
ครูถามคำถามกระตุ้นความคิด โดยให้นักเรยี นแตล่ ะกลุ่มอภิปรายและหาคำตอบร่วมกันว่า พลังงานหน่ึงมีการเปลี่ยนแปลงไป
เป็นอกี พลังงานหนึง่ ไดห้ รอื ไม่ อยา่ งไร
(แนวคำตอบ เปลี่ยนแปลงได้ เพราะพลงั งานเป็นปริมาณท่ีแสดงถึงความสามารถในการทำงาน เมื่อวตั ถุเกิดการเคลือ่ นท่จี าก
ทหี่ นงึ่ ไปอีกทห่ี น่ึง หรอื เรยี กว่า การเปลี่ยนแปลงของพลงั งาน)

ข้ันขยายความเขา้ ใจ

1. ใหน้ ักเรยี นแตล่ ะกลุ่มทำกิจกรรมพัฒนาทกั ษะแห่งศตวรรษที่ 21 โดยครใู ห้นักเรยี นแต่ละกลมุ่ นำเสนอการ
เปล่ียนแปลงพลังงานหนง่ึ ไปเป็นอกี พลังงานหนงึ่ โดยให้นกั เรยี นสาธติ หรือวาดภาพการเปล่ียนแปลงพลงั งานที่เลอื กไว้

พรอ้ มยกตวั อยา่ งเครื่องใช้ ที่พบเหน็ ได้ในชีวติ ประจำวัน

2. นกั เรยี นแตล่ ะกลุ่มออกมานำเสนอผลงานหนา้ ชนั้ เรยี น

3. ให้นกั เรยี นแตล่ ะกลุ่มผลดั กันออกมาเขียนตัวอยา่ ง ในชีวิตประจำวนั ทีพ่ บเห็น ซง่ึ เกิดจากการเปลย่ี นแปลงพลงั งาน
หน่ึง

ขน้ั ตรวจสอบผล
7. ครูให้นกั เรียนสรปุ ความรู้จากการเรยี นจนไดข้ ้อสรุปร่วมกนั ว่า ส่ิงมีชีวิตจะมีความสมั พนั ธ์กับสิ่งแวดล้อมในดา้ นเป็น
แหล่งทีอ่ ยู่อาศัย แหลง่ อาหาร แหล่งสบื พนั ธุ์ และ แหล่งหลบภยั
8. ครตู รวจสอบผลการทำแบบทดสอบกอ่ นเรียน เพอื่ ตรวจสอบความเข้าใจกอ่ นเรียนของนักเรียน
9. ครูประเมินผลนักเรียน โดยการสังเกตพฤติกรรมการตอบคำถาม พฤติกรรมการทำงานรายบุคคล พฤติกรรมการ
ทำงานกลุ่ม และจากการนำเสนอผลการทำกิจกรรมหน้าชน้ั เรียน
10. ครตู รวจสอบผลการทำกจิ กรรมหนตู อบไดใ้ นสมุด หรือในแบบฝึกหดั วิทยาศาสตร์
11. ครูตรวจสอบผลนักเรียนจากการอธิบายเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างส่ิงมีชีวิตกับส่ิงแวดล้อม และจากการทำใ บ
งาน เรื่อง การใชป้ ระโยชน์ ของอากาศและแร่ธาตุ
12. นกั เรยี นและครรู ่วมกนั สรุปเรือ่ งที่เรียนมาว่า พลังงานมีหลายรูปแบบ เช่น พลังงานกล พลังงานความร้อน พลังงาน
ไฟฟ้า พลังงานแสง พลงั งานเสียง โดยพลังงานเหล่าน้ีสามารถเปลี่ยนจากพลงั งานหนง่ึ ไปเป็นอกี พลงั งานหน่งึ ได้

6. การวัดและประเมนิ ผล

การวัดและประเมนิ ผล วิธกี ารวดั ผล เครอื่ งมือวัด เกณฑ์การ
จุดประสงค์ ประเมินผล
1. สงั เกตจากการซกั ถาม ตอบคำถาม 1.คำถามกระตุน้
ความรู้ความเขา้ ใจ (K) 2. อธิบายการเปลยี่ นแปลงของพลงั งาน ความคิด 70% ขน้ึ ไป ถอื วา่
รปู แบบหนง่ึ ไปเปน็ อีกรปู แบบหนึ่ง ผา่ นเกณฑ์การ
ประเมนิ

ทักษะ/กระบวนการ (P) 1.ทดลองการเปลี่ยนแปลงของพลังงาน 1.ใบงาน 70% ขนึ้ ไป ถอื วา่
รปู แบบหน่งึ ไปเป็นอีกรปู แบบหนึง่ ผา่ นเกณฑ์การ
ประเมนิ
คุณลักษณะนิสัย (A) 1. สงั เกตจากการเรยี นมีความ 1. แบบสังเกต
รับผิดชอบต่องานท่สี งั่ และสง่ งานได้ทนั พฤติกรรม 70% ข้นึ ไป ถือวา่
ตามทกี่ ำหนด ผา่ นเกณฑ์การ
2. สังเกตจากการเรียนใฝเ่ รียนรู้ ประเมนิ
3. สังเกตจากการมุ่งม่ันในการทำงาน

7. สอ่ื /แหล่งการเรยี นรู้
7.1 สือ่ การเรยี นรู้
1) หนังสอื เรียนวทิ ยาศาสตร์ ป.3 หนว่ ยการเรยี นร้ทู ่ี 6 พลังงานบนโลกของเรา
2) แบบฝึกหดั วิทยาศาสตร์ ป.3 หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 6 พลงั งานบนโลกของเรา
3) วัสดุ-อุปกรณ์การทดลองในกิจกรรม
4) ใบงานที่
5) บัตรภาพ

7.2 แหล่งการเรยี นรู้
1) หอ้ งเรียน
2) หอ้ งสมุด
3) อินเทอรเ์ นต็

8. กิจกรรมเสนอแนะ
..................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................

ลงชื่อ............................................ครผู สู้ อน ลงชือ่ ...................................................ฝ่ายวิชาการ
(...........................................................) (...........................................................)

ลงชื่อ................................................... ผูบ้ รหิ าร
(...........................................................)

สัปดาห์ที่ 12

โรงเรยี นขจรเกยี รติพฒั นา

แผนการจดั การเรียนรู้

ภาคเรยี นท่ี ……2...... ชื่อผสู้ อน ….……………………………………………....
กลุ่มสาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์ ช้นั ประถมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 2 คาบ
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 6 พลงั งานบนโลกของเรา เรอ่ื ง รปู แบบพลังงาน

1. มาตรฐานการเรียนรู/้ ตัวชี้วดั
มาตรฐานท่ี ว 2.3 เขา้ ใจความหมายของพลงั งาน การเปลีย่ นแปลงและการถา่ ยโอนพลังงาน ปฏิสัมพนั ธ์ระหวา่ ง

สสารและพลงั งาน พลังงานในชีวติ ประจำวัน ธรรมชาตขิ องคลืน่ ปรากฏการณ์ทีเ่ ก่ียวข้องกบั เสียง แสง และคลนื่ แม่เหล็กไฟฟา้
รวมท้ังนำความรู้ไปใช้ประโยชน์

ตวั ช้ีวัดที่ ป. 3/1 ยกตัวอย่างการเปลีย่ นแปลงพลงั งานหนึ่งไปเปน็ อีกพลังงานหนึ่งจากหลักฐานเชงิ ประจักษ์

มาตรฐานที่ ว 8.1 ใชก้ ระบวนการทางวทิ ยาศาสตรแ์ ละจติ วิทยาศาสตร์ในการสืบเสาะหาความรู้ การแก้ปัญหา รู้
ว่าปรากฏการณท์ างธรรมชาติท่ีเกิดข้ึนส่วนใหญ่มรี ูปแบบ ที่แนน่ อน สามารถอธบิ ายและตรวจสอบได้ ภายใต้ข้อมูลและ
เคร่อื งมอื ท่ีมีอยู่ในชว่ งเวลาน้ันๆ เขา้ ใจว่า วทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยีสงั คม และ สง่ิ แวดล้อม มีความเก่ยี วข้องสัมพันธก์ ัน

ตัวชว้ี ดั ที่ ป. 3/1-8

2. สาระสำคัญ/ความคดิ รวบยอด
พลังงานเป็นปริมาณท่ีแสดงถึงความสามารถในการทำงาน เมอื่ วัตถุเกดิ การเคล่อื นทีพ่ ลังงานจะเคล่ือนที่

จากทห่ี นึ่งไปอีกทห่ี น่ึง หรอื เรยี กวา่ การเปล่ยี นแปลงของพลังงาน

3. จุดประสงค์การเรยี นรู้

1) อธบิ ายการเปลีย่ นแปลงของพลงั งานรูปแบบหน่งึ ไปเป็นอีกรูปแบบหนึ่งได้ (K)
2) ทดลองการเปล่ยี นแปลงของพลงั งานรูปแบบหน่ึงไปเป็นอีกรปู แบบหนึ่งได้อย่างถกู ต้อง (P)
3) รบั ผดิ ชอบต่องานท่ีไดร้ ับมอบหมาย (A)

4. สาระการเรยี นรู้

สาระการเรยี นรู้แกนกลาง สาระการเรยี นรู้ท้องถ่นิ

พลังงานเป็นปริมาณท่ีแสดงถึงความสามารถในการ พิจารณาตามหลักสูตรของสถานศึกษา

ทำงาน พลังงานมีหลายแบบ เช่น พลังงานกล

พลังงานไฟฟ้า พลังงานแสง พลังงานเสียง และ

พลังงานความร้อน โดยพลังงานสามารถเปล่ียนจาก

พลังงานหน่ึงไปเป็นอีกพลงั งานหน่ึงได้เชน่ การถูมือจน

รสู้ กึ รอ้ น

5. กจิ กรรมการเรยี นรู้ คาบท่ี 1

ขน้ั นำ

ขัน้ กระต้นุ ความสนใจ

1. ครกู ลา่ วทักทายนักเรยี นและทบทวนความรเู้ ดิมจากเรอื่ งท่เี รียนไปแล้ว
2. ครใู ห้นกั เรยี นดูภาพจากบัตรคำ จากนั้นตอบคำถามต่อไปน้ี

• จากภาพ มนษุ ยน์ ำแหล่งพลังงานใดมาผลิตไฟฟ้า

(แนวคำตอบ พลงั งานน้ำเปลยี่ นเป็นพลังงานไฟฟ้า)
• ไฟฟ้ามีประโยชนต์ ่อการดำรงชวี ติ ของเราอย่างไร

(แนวคำตอบ ไฟฟา้ เปน็ สงิ่ จำเปน็ ในชีวิตประจำวนั ของเราเนอ่ื งจากเราใช้เคร่อื งใช้ไฟฟ้า)

ขั้นสอน

ขนั้ สำรวจค้นหา
1. ครูให้นกั เรยี นทำกจิ กรรมการผลติ ไฟฟ้า โดยใช้รปู แบบการเรยี นรแู้ บบร่วมมอื เทคนคิ LT มาจดั กระบวนการเรยี นรู้ โดยให้
นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 4 คน จากนนั้ กำหนดใหส้ มาชกิ แต่ละคนภายในกลมุ่ มบี ทบาทหนา้ ที่ของตนเอง ดงั นี้
สมาชิกคนที่ 1 : ทำหน้าทเี่ ตรียมอปุ กรณ์
สมาชกิ คนท่ี 2 : ทำหนา้ ที่อา่ นวิธที ำการทดลอง
สมาชิกคนที่ 3 : ทำหน้าท่ีบันทกึ ผลการทดลอง
สมาชกิ คนท่ี 4 : ทำหนา้ ท่นี ำเสนอผลการทดลอง
2. ให้สมาชกิ คนที่ 1 เตรยี มอปุ กรณ์ เรอ่ื ง การผลิตไฟฟ้า ดังน้ี

1) ชุดเครื่องกำเนดิ ไฟฟ้า 1 ชดุ
2) แหล่งขอ้ มลู เช่น อินเทอร์เน็ต ห้องสมุด
3. ให้สมาชกิ คนท่ี 2 อธบิ ายวิธกี ารทำกจิ กรรมให้เพื่อนภายในกลุม่ ฟัง เพ่ือให้ปฏบิ ัติตามได้ถูกต้อง ดังนี้
1) สงั เกตสว่ นประกอบของชดุ เคร่อื งกำเนิดไฟฟา้
2) หมนุ ชุดเครอ่ื งกำเนิดไฟฟา้ อย่างชา้ ๆ สังเกต การเปล่ยี นแปลงท่ีหลอดไฟฟ้า
3) หมนุ ชดุ เคร่อื งกำเนิดไฟฟ้าอย่างรวดเร็ว สังเกต การเปล่ยี นแปลงท่หี ลอดไฟฟา้
4) สืบคน้ และบนั ทึกข้อมลู เกย่ี วกับการทำงานของเครื่องกำเนิดไฟฟา้

คาบท่ี 2

ขัน้ อธบิ ายความรู้
ครสู รปุ ผลการทำกจิ กรรมเพ่ิมเติมวา่ ไฟฟา้ ที่ใชใ้ นชีวติ ประจำวันผลติ มาจากแหล่งพลงั งานทีม่ าจากทรพั ยากรธรรมชาติ

เชน่ การผลติ ไฟฟ้าโดยใช้พลงั งานนำ้ ใช้พลงั งานถ่านหิน ซง่ึ ไฟฟ้าทใี่ ช้ในปจั จบุ ันเกือบทัง้ หมดผลิตจากโรงงานไฟฟ้า

ข้ันขยายความเขา้ ใจ
1. ครอู ธบิ ายเพม่ิ เติมว่า พลังงานเปน็ ปริมาณทแี่ สดงถงึ ความสามารถในการทำงาน พลงั งานมหี ลายรปู แบบ เช่น

1) พลังงานกล
2) พลังงานไฟฟา้
3) พลังงานแสง
4) พลงั งานเสียง
5) พลังงานความรอ้ น
1. ครใู หน้ กั เรยี นดบู ัตรภาพตอ่ ไปน้ี

12

34

2. ครตู ้ังคำถามวา่ จากบัตรคำ นกั เรียนคดิ วา่ เป็นการเปลย่ี นพลังงานจากรปู หน่ึงไปเปน็ อกี รูปหนึง่ ไดอ้ ย่างไร
(แนวคำตอบ ภาพท่ี 1 เปล่ียนจากพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานแสง ภาพที่ 2 เปล่ียนจากพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงาน
ความร้อน
ภาพที่ 3 เปลี่ยนจากพลังงานไฟฟ้าเป็นพลงั งานเสยี ง ภาพท่ี 4 เปลย่ี นจากพลงั งานลมเป็นพลงั งานไฟฟ้า)

3. นักเรยี นตอบคำถามตอ่ ไปนลี้ งในสมดุ ประจำตวั นักเรยี น
1) เคร่ืองซกั ผ้ากับเครอื่ งปั่นน้ำผลไม้ สามารถเปล่ียนพลังงานไฟฟา้ เปน็ พลงั งานกลได้เหมือนกันหรือไม่ เพราะเหตุใด
(แนวคำตอบ ได้ เพราะเครื่องซักผ้ากับเครื่องป่ันน้ำผลไม้ เป็นพลังงานไฟฟ้าและค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นพลังงานกล
เมือ่ เกิดการหมนุ )
2) ถา้ ไมม่ แี สงจากดวงอาทิตย์ เซลลส์ รุ ยิ ะสามารถทำงานได้หรอื ไม่ เพราะเหตุใด
(แนวคำตอบ ไมไ่ ด้ เพราะเซลล์สุริยะ ซง่ึ เป็นอปุ กรณ์ทใ่ี ช้รบั แสงจากดวงอาทิตย์และเปลยี่ นเปน็ พลงั งานไฟฟ้า)

ขนั้ ตรวจสอบผล
1. ครใู หน้ ักเรยี นดูภาพการเปลย่ี นรปู พลงั งานจากพลงั งานหน่ึงไปเปน็ อีกพลงั งานหน่งึ ในหนงั สอื เรยี นชดุ แม่บทมาตรฐาน
วิทยาศาสตร์ ป.3 หนา้ 154-155
2. ครตู รวจสอบแบบฝกึ พัฒนาการเรียนรทู้ ่ี 1 ในหนังสือเรียน ชดุ แม่บทมาตรฐาน วทิ ยาศาสตร์ ป.3 หนา้ 156

6. การวัดและประเมินผล

การวดั และประเมนิ ผล วธิ ีการวัดผล เครอ่ื งมอื วัด เกณฑ์การ
จุดประสงค์ ประเมนิ ผล
1. สงั เกตจากการซักถาม ตอบคำถาม 1.คำถามกระตนุ้ 70% ขึ้นไป ถอื วา่
ความรคู้ วามเขา้ ใจ (K) 2. เขา้ ใจพลังงาน ความคิด ผ่านเกณฑ์การ
ประเมนิ
ทักษะ/กระบวนการ (P) 1. อธิบายพลงั งาน 1.ใบงาน 70% ขึ้นไป ถือว่า
ผ่านเกณฑ์การ
คุณลกั ษณะนสิ ยั (A) 1. สังเกตจากการเรยี นมีความ 1. แบบสังเกต ประเมนิ
รับผดิ ชอบต่องานที่ส่ังและส่งงานได้ทนั พฤติกรรม 70% ขน้ึ ไป ถอื ว่า
ตามทีก่ ำหนด ผ่านเกณฑ์การ
2. สงั เกตจากการเรียนใฝ่เรียนรู้ ประเมนิ
3. สงั เกตจากการม่งุ มน่ั ในการทำงาน

7. สอ่ื /แหล่งการเรยี นรู้
7.1 สอื่ การเรยี นรู้
1) หนงั สอื เรยี นวิทยาศาสตร์ ป.3 หน่วยการเรียนรู้ที่ 6 พลังงานบนโลกของเรา
2) แบบฝึกหดั วิทยาศาสตร์ ป.3 หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 6 พลังงานบนโลกของเรา
3) วัสดุ-อปุ กรณ์การทดลองในกิจกรรม
4) บัตรภาพ

7.2 แหล่งการเรยี นรู้
1) หอ้ งเรียน
2) หอ้ งสมุด
3) อินเทอรเ์ น็ต

8. กิจกรรมเสนอแนะ
........................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................

ลงชอื่ ............................................ครูผสู้ อน ลงชอื่ ...................................................ฝ่ายวชิ าการ
(...........................................................) (...........................................................)

ลงช่ือ................................................... ผบู้ ริหาร
(...........................................................)

บตั รภาพ

สัปดาหท์ ่ี 12

โรงเรยี นขจรเกยี รติพฒั นา

แผนการจดั การเรียนรู้

ภาคเรียนท่ี ……2...... ชอ่ื ผสู้ อน ….……………………………………………....
กลุ่มสาระการเรยี นรู้ วิทยาศาสตร์ ชัน้ ประถมศึกษาปีท่ี 3 จำนวน 2 คาบ
หน่วยการเรยี นรูท้ ี่ 6 พลงั งานบนโลกของเรา เรือ่ ง พลงั งานคือชีวิต

1. มาตรฐานการเรยี นรู/้ ตัวช้ีวดั
มาตรฐานท่ี ว 2.3 เขา้ ใจความหมายของพลงั งาน การเปลย่ี นแปลงและการถา่ ยโอนพลงั งาน ปฏิสมั พนั ธ์ระหวา่ ง

สสารและพลงั งาน พลังงานในชีวิตประจำวัน ธรรมชาติของคลืน่ ปรากฏการณ์ท่เี ก่ียวข้องกบั เสียง แสง และคลืน่ แม่เหลก็ ไฟฟา้
รวมทงั้ นำความรู้ไปใชป้ ระโยชน์

ตวั ชีว้ ัดท่ี ป. 3/1 ยกตวั อย่างการเปลี่ยนแปลงพลังงานหนึ่งไปเป็นอีกพลงั งานหนง่ึ จากหลักฐานเชงิ ประจักษ์

มาตรฐานที่ ว 8.1 ใช้กระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์และจติ วทิ ยาศาสตร์ในการสบื เสาะหาความรู้ การแกป้ ัญหา รู้
วา่ ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่เกิดขนึ้ ส่วนใหญ่มีรูปแบบ ท่ีแน่นอน สามารถอธิบายและตรวจสอบได้ ภายใตข้ ้อมลู และ
เครอ่ื งมอื ท่ีมีอยใู่ นชว่ งเวลานั้นๆ เขา้ ใจว่า วทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยีสังคม และ สิง่ แวดล้อม มีความเก่ยี วข้องสัมพันธก์ ัน

ตวั ชวี้ ดั ที่ ป. 3/1-8

2. สาระสำคญั /ความคิดรวบยอด
พลงั งานเป็นปรมิ าณที่แสดงถึงความสามารถในการทำงาน เมือ่ วัตถเุ กดิ การเคลื่อนท่พี ลงั งานจะเคล่ือนท่ี

จากทห่ี นึง่ ไปอีกท่ีหนงึ่ หรือเรียกวา่ การเปลี่ยนแปลงของพลังงาน

3. จุดประสงค์การเรยี นรู้

1) อธิบายการเปล่ียนแปลงของพลังงานรปู แบบหน่ึงไปเป็นอกี รูปแบบหน่ึงได้ (K)
2) ทดลองการเปลีย่ นแปลงของพลงั งานรูปแบบหนึ่งไปเป็นอีกรปู แบบหน่ึงได้อย่างถูกต้อง (P)
3) รบั ผดิ ชอบต่องานท่ีไดร้ บั มอบหมาย (A)

4. สาระการเรยี นรู้

สาระการเรียนรแู้ กนกลาง สาระการเรียนรู้ท้องถ่ิน

พลังงานเป็นปริมาณที่แสดงถึงความสามารถในการ พจิ ารณาตามหลกั สูตรของสถานศึกษา

ทำงาน พลังงานมีหลายแบบ เช่น พลังงานกล

พลังงานไฟฟ้า พลังงานแสง พลังงานเสียง และ

พลังงานความร้อน โดยพลังงานสามารถเปล่ียนจาก

พลังงานหนึ่งไปเปน็ อีกพลงั งานหนึ่งได้เช่น การถูมือจน

ร้สู ึกร้อน

5. กจิ กรรมการเรยี นรู้ คาบท่ี 3

ขน้ั นำ

ขัน้ กระต้นุ ความสนใจ

2. ครกู ลา่ วทกั ทายนักเรยี นและทบทวนความรู้เดิมจากเรือ่ งท่เี รียนไปแล้ว
2. ครใู ห้นักเรียนดูภาพจากบัตรคำ จากนั้นตอบคำถามต่อไปน้ี

• จากภาพ มนุษยน์ ำแหลง่ พลังงานใดมาผลติ ไฟฟา้

(แนวคำตอบ พลงั งานน้ำเปลยี่ นเป็นพลังงานไฟฟ้า)
• ไฟฟ้ามีประโยชน์ตอ่ การดำรงชวี ติ ของเราอย่างไร

(แนวคำตอบ ไฟฟ้าเปน็ สงิ่ จำเปน็ ในชีวิตประจำวนั ของเราเนอ่ื งจากเราใช้เคร่อื งใช้ไฟฟ้า)

ขั้นสอน

ขนั้ สำรวจค้นหา
1. ครูให้นักเรยี นทำกิจกรรมการผลติ ไฟฟ้า โดยใช้รูปแบบการเรยี นรแู้ บบร่วมมอื เทคนคิ LT มาจดั กระบวนการเรยี นรู้ โดยให้
นักเรียนแบง่ กลุ่ม กลุ่มละ 4 คน จากนน้ั กำหนดให้สมาชกิ แต่ละคนภายในกลมุ่ มบี ทบาทหนา้ ที่ของตนเอง ดงั นี้
สมาชิกคนท่ี 1 : ทำหน้าทเ่ี ตรียมอปุ กรณ์
สมาชกิ คนที่ 2 : ทำหน้าที่อ่านวิธที ำการทดลอง
สมาชิกคนที่ 3 : ทำหน้าท่บี นั ทกึ ผลการทดลอง
สมาชกิ คนท่ี 4 : ทำหนา้ ทนี่ ำเสนอผลการทดลอง
2. ให้สมาชิกคนที่ 1 เตรียมอปุ กรณ์ เรอ่ื ง การผลิตไฟฟ้า ดงั นี้

1) ชุดเคร่อื งกำเนดิ ไฟฟา้ 1 ชดุ
2) แหลง่ ขอ้ มลู เช่น อินเทอร์เนต็ ห้องสมุด
3. ให้สมาชิกคนท่ี 2 อธิบายวิธีการทำกจิ กรรมให้เพื่อนภายในกลุม่ ฟัง เพ่ือให้ปฏบิ ัติตามได้ถูกต้อง ดังนี้
1) สงั เกตส่วนประกอบของชุดเคร่อื งกำเนิดไฟฟา้
2) หมนุ ชดุ เครือ่ งกำเนิดไฟฟา้ อย่างชา้ ๆ สังเกต การเปลี่ยนแปลงท่ีหลอดไฟฟ้า
3) หมนุ ชดุ เครือ่ งกำเนดิ ไฟฟ้าอย่างรวดเร็ว สังเกต การเปลี่ยนแปลงท่หี ลอดไฟฟา้
4) สืบค้นและบนั ทึกข้อมลู เก่ยี วกับการทำงานของเครื่องกำเนิดไฟฟา้

คาบท่ี 4

ขัน้ อธบิ ายความรู้
ครูสรุปผลการทำกจิ กรรมเพ่ิมเติมวา่ ไฟฟา้ ท่ีใช้ในชวี ิตประจำวนั ผลิตมาจากแหล่งพลงั งานทม่ี าจากทรพั ยากรธรรมชาติ

เชน่ การผลติ ไฟฟา้ โดยใชพ้ ลงั งานนำ้ ใช้พลังงานถ่านหนิ ซงึ่ ไฟฟา้ ที่ใชใ้ นปัจจบุ ันเกือบท้ังหมดผลิตจากโรงงานไฟฟา้

ข้ันขยายความเข้าใจ
2. ครอู ธบิ ายเพมิ่ เติมว่า พลงั งานเป็นปรมิ าณท่แี สดงถงึ ความสามารถในการทำงาน พลังงานมีหลายรปู แบบ เช่น

6) พลังงานกล
7) พลงั งานไฟฟา้
8) พลังงานแสง
9) พลังงานเสยี ง
10) พลงั งานความรอ้ น
2. ครูใหน้ กั เรียนดูบัตรภาพต่อไปน้ี

12

34

2. ครตู ้ังคำถามวา่ จากบัตรคำ นักเรียนคดิ ว่า เป็นการเปล่ียนพลังงานจากรปู หน่งึ ไปเป็นอีกรปู หน่ึงไดอ้ ย่างไร
(แนวคำตอบ ภาพท่ี 1 เปลี่ยนจากพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานแสง ภาพที่ 2 เปลี่ยนจากพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงาน
ความรอ้ น
ภาพที่ 3 เปลีย่ นจากพลังงานไฟฟา้ เปน็ พลงั งานเสียง ภาพท่ี 4 เปลีย่ นจากพลังงานลมเปน็ พลงั งานไฟฟา้ )

3. นักเรยี นตอบคำถามต่อไปน้ีลงในสมุดประจำตัวนกั เรียน
3) เคร่ืองซักผ้ากบั เครอื่ งปั่นน้ำผลไม้ สามารถเปล่ยี นพลงั งานไฟฟา้ เปน็ พลังงานกลไดเ้ หมือนกนั หรอื ไม่ เพราะเหตุใด
(แนวคำตอบ ได้ เพราะเคร่ืองซักผ้ากับเคร่ืองปั่นน้ำผลไม้ เป็นพลังงานไฟฟ้าและค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นพลังงานกล
เม่ือเกิดการหมุน)
4) ถ้าไม่มแี สงจากดวงอาทิตย์ เซลลส์ รุ ิยะสามารถทำงานไดห้ รอื ไม่ เพราะเหตุใด
(แนวคำตอบ ไมไ่ ด้ เพราะเซลล์สรุ ยิ ะ ซึ่งเป็นอปุ กรณ์ท่ีใช้รบั แสงจากดวงอาทิตย์และเปลย่ี นเป็นพลังงานไฟฟา้ )

ขนั้ ตรวจสอบผล
1. ครูใหน้ ักเรยี นดูภาพการเปลย่ี นรปู พลงั งานจากพลังงานหน่งึ ไปเป็นอีกพลังงานหนึ่ง ในหนังสอื เรยี นชดุ แม่บทมาตรฐาน
วิทยาศาสตร์ ป.3 หนา้ 154-155
2. ครูตรวจสอบแบบฝกึ พฒั นาการเรียนร้ทู ่ี 1 ในหนงั สือเรียน ชุดแมบ่ ทมาตรฐาน วิทยาศาสตร์ ป.3 หนา้ 156

6. การวัดและประเมินผล

การวดั และประเมินผล วธิ กี ารวัดผล เคร่อื งมอื วัด เกณฑก์ าร
จุดประสงค์ ประเมนิ ผล
1. สังเกตจากการซกั ถาม ตอบคำถาม 1.คำถามกระตนุ้ 70% ขึ้นไป ถอื วา่
ความรคู้ วามเขา้ ใจ (K) 2. เขา้ ใจพลงั งาน ความคดิ ผ่านเกณฑ์การ
ประเมนิ
ทักษะ/กระบวนการ (P) 1. อธิบายพลงั งาน 1.ใบงาน 70% ขึ้นไป ถือว่า
ผ่านเกณฑ์การ
คุณลกั ษณะนสิ ยั (A) 1. สงั เกตจากการเรยี นมคี วาม 1. แบบสังเกต ประเมนิ
รับผดิ ชอบตอ่ งานที่สงั่ และสง่ งานได้ทนั พฤติกรรม 70% ขน้ึ ไป ถอื ว่า
ตามทก่ี ำหนด ผ่านเกณฑ์การ
2. สังเกตจากการเรยี นใฝเ่ รยี นรู้ ประเมนิ
3. สังเกตจากการมงุ่ ม่ันในการทำงาน

7. สอ่ื /แหล่งการเรยี นรู้
7.1 สอื่ การเรยี นรู้
1) หนงั สอื เรียนวทิ ยาศาสตร์ ป.3 หนว่ ยการเรียนร้ทู ี่ 6 พลงั งานบนโลกของเรา
2) แบบฝึกหดั วิทยาศาสตร์ ป.3 หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 6 พลังงานบนโลกของเรา
3) วัสดุ-อปุ กรณ์การทดลองในกิจกรรม
4) บัตรภาพ

7.2 แหล่งการเรยี นรู้
1) หอ้ งเรียน
2) หอ้ งสมุด
3) อินเทอรเ์ น็ต

8. กิจกรรมเสนอแนะ
........................................................................................................................................................... .............................
........................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................
................................................................................................................ ........................................................................

ลงชอื่ ............................................ครูผสู้ อน ลงชอ่ื ...................................................ฝา่ ยวชิ าการ
(...........................................................) (...........................................................)

ลงช่ือ................................................... ผูบ้ รหิ าร
(...........................................................)

สัปดาห์ที่ 13

โรงเรียนขจรเกยี รตพิ ัฒนา

แผนการจดั การเรยี นรู้

ภาคเรยี นท่ี ……2...... ชือ่ ผสู้ อน ….……………………………………………....
กลุ่มสาระการเรยี นรู้ วิทยาศาสตร์ ช้นั ประถมศกึ ษาปที ี่ 3 จำนวน 2 คาบ
หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 6 พลงั งานบนโลกของเรา เร่ือง การผลิตไฟฟ้า

1. มาตรฐานการเรยี นรู้/ตวั ช้ีวดั
มาตรฐานที่ ว 2.3 เขา้ ใจความหมายของพลังงาน การเปล่ยี นแปลงและการถ่ายโอนพลังงาน ปฏิสัมพันธร์ ะหวา่ ง

สสารและพลงั งาน พลงั งานในชีวติ ประจำวัน ธรรมชาตขิ องคลน่ื ปรากฏการณ์ที่เกี่ยวข้องกบั เสยี ง แสง และคล่นื แมเ่ หล็กไฟฟ้า
รวมทง้ั นำความรู้ไปใช้ประโยชน์

ตวั ช้วี ัดท่ี ป. 3/1 ยกตวั อยา่ งการเปล่ียนแปลงพลังงานหน่งึ ไปเป็นอีกพลังงานหนง่ึ จากหลกั ฐานเชงิ ประจักษ์

มาตรฐานที่ ว 8.1 ใชก้ ระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์และจิตวิทยาศาสตรใ์ นการสบื เสาะหาความรู้ การแก้ปัญหา รู้
ว่าปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่เกดิ ข้ึนส่วนใหญ่มรี ูปแบบ ท่ีแนน่ อน สามารถอธบิ ายและตรวจสอบได้ ภายใต้ข้อมลู และ
เครอ่ื งมือ ที่มอี ย่ใู นชว่ งเวลานั้นๆ เข้าใจวา่ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยสี ังคม และ ส่ิงแวดล้อม มคี วามเกยี่ วข้องสัมพันธก์ ัน

ตัวชว้ี ัดที่ ป. 3/1-8

2. สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอด
ไฟฟา้ เป็นพลังงานรูปแบบหน่ึงท่ีสามารถเปลีย่ นรปู เปน็ พลังงานอืน่ และทำให้เคร่อื งมือต่าง ๆ สามารถทำงาน

ได้ และเพ่อื ชว่ ยอำนวยความสะดวกในดา้ นต่าง ๆ

3. จุดประสงค์การเรยี นรู้

1) อธบิ ายการเปลี่ยนแปลงของพลังงานรูปแบบหนึ่งไปเป็นอกี รูปแบบหน่ึงได้ (K)
2) ทดลองการเปล่ยี นแปลงของพลังงานรปู แบบหนง่ึ ไปเป็นอกี รูปแบบหนึ่งได้อย่างถกู ต้อง (P)
3) รับผิดชอบตอ่ งานที่ได้รับมอบหมาย (A)

4. สาระการเรียนรู้

สาระการเรียนรแู้ กนกลาง สาระการเรียนรทู้ ้องถน่ิ

ไฟฟ้าผลิตจากเคร่ืองกำเนิดไฟฟ้าซึ่งใช้พลังงานจาก พิจารณาตามหลกั สตู รของสถานศึกษา

แหล่งพลังงานธรรมชาติหลายแหล่ง เช่น พลังงานจาก

ลม พลงั งานจากนำ้ พลังงานจากแก๊สธรรมชาติ

5. กจิ กรรมการเรยี นรู้ คาบท่ี 1

ขั้นนำ

ข้ันกระตุ้นความสนใจ
ครูกล่าวทักทายนกั เรียนและแจ้งจดุ ประสงค์การเรยี นรู้ทจ่ี ะเรียนในชัว่ โมงน้ี

1. ครูให้นักเรียนดูภาพในหนังสือเรียนชุดแม่บทมาตรฐาน วิทยาศาสตร์ ป.3 หน้า160 จากนั้นครูถามคำถาม แล้วให้
นกั เรียนช่วยกันตอบ ดงั นี้

•นกั เรยี นคดิ ว่า หากตอนกลางคืนไมม่ ีไฟฟ้าใช้ จะเกิดอะไรขนึ้

(แนวคำตอบ ขน้ึ อยู่กบั คำตอบของนักเรียน ใหอ้ ยกู่ บั ดุลยพินจิ ของครูผู้สอน)
•ไฟฟ้าท่ีเราใช้ผลิตไดอ้ ย่างไร

(แนวคำตอบ ข้ึนอยกู่ บั คำตอบของนกั เรียน ให้อย่กู ับดุลยพนิ จิ ของครผู ู้สอน)
2. นักเรียนเปิดหนังสือเรียนชุดแม่บทมาตรฐาน วิทยาศาสตร์ ป.3 หน้า 160 จากนั้นศึกษาชวนอ่านชวนคิด แล้วช่วยกัน

ตอบคำถาม

4. นักเรียนศึกษาศัพท์หน้ารู้ในหนังสือเรียนชุดแม่บทมาตรฐานวิทยาศาสตร์ ป.3 หน้า 160 จากน้ันครูสุ่มตัวแทนนักเรียน
2-3 คน ใหอ้ อกมาอา่ นคำศพั ท์

5. นักเรียนและครรู ่วมกันสรุปผลจากกิจกรรมทไ่ี ด้ทำ ดังน้ี ไฟฟ้าเป็นพลงั งานรูปแบบหนึ่งทสี่ ามารถเปล่ียนรูปเป็นพลังงาน
อื่น และทำให้เครื่องมอื ต่าง ๆ สามารถทำงานได้ และเพอื่ ชว่ ยอำนวยความสะดวกในดา้ นต่าง ๆ

6. ครูใหน้ กั เรยี นทำกจิ กรรมลองทำดู ในหนังสอื เรียนชดุ แม่บทมาตรฐาน วิทยาศาสตร์ ป.3 หนา้ 161

ข้นั สอน

ขน้ั สำรวจค้นหา
1. นกั เรยี นทำกจิ กรรมพฒั นาทักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ ท่ี 1 ในหนงั สอื เรียนชดุ แม่บทมาตรฐาน วิทยาศาสตร์ ป.3
หนา้ 162 เรอ่ื ง การผลิตไฟฟ้า
2. นักเรียนและครรู ว่ มกันสรุปผลการทำกจิ กรรม ดงั นี้ เม่ือออกแรงหมนุ ทแ่ี กนขดลวดตวั นำจะเคลื่อนท่ีตดั กบั สนามแม่เหลก็
ทำใหส้ นามแมเ่ หล็กเปลีย่ นแปลงแล้วเกดิ กระแสไฟฟ้าเหนยี่ วนำข้นึ ในขดลวด
3. ครอู ธิบายเพิ่มเตมิ เก่ยี วกับการทำกิจกรรมว่า จากการทำกจิ กรรม ทำใหท้ ราบว่า ไดนาโมเปน็ เคร่ืองกำเนิดไฟฟา้ โดยอาศยั
หลักการเคลื่อนที่ของขดลวดตดั กบั สนามแม่เหลก็ ทำให้สนามแม่เหลก็ เปลีย่ นแปลงแล้วเกิดกระแสไฟฟ้าขึ้นในขดลวด เรียกวา่
กระแสเหนยี่ วนำ

คาบที่ 2

ขนั้ อธิบายความรู้
1. ครูถามนักเรียนว่า เครือ่ งกำเนิดไฟฟ้ามหี ลกั การทำงานอย่างไร

(แนวคำตอบ อาศัยการเหน่ียวนำของสนามแมเ่ หลก็ เพื่อให้กำเนดิ พลังงานในเครอื่ งกำเนดิ ไฟฟ้า)
2. ครูให้นักเรยี นหาความรู้เพิ่มเติมเก่ยี วกบั ไดนาโม แลว้ นำมาสรปุ และอภิปรายร่วมกัน
3. ครูใช้การสอนโดยใช้การสาธิต (Demonstration) มาจัดกระบวนการเรียนรู้ โดยครูสาธิตการสร้างมอเตอร์ไดนาโม
จากน้ันนำอุปกรณ์ที่ได้แจกให้นักเรียน โดยให้นักเรียนแบ่งกลุ่มและช่วยกันสร้างมอเตอร์ไดนาโม ครูสุ่มนักเรียนออกมา
นำเสนองานหน้าชั้นเรียน
4. ครใู ห้นักเรยี นวาดภาพและเขยี นบรรยายการทำงานของไดนาโมลงในสมดุ ประจำตวั นักเรียน
5. ครสู รปุ ผลการทำกิจกรรมวา่ ไดนาโมมี 2 ชนดิ คือ ไดนาโมไฟฟ้ากระแสสลับและไดนาโมไฟฟ้ากระแสตรง

ขน้ั ขยายความเขา้ ใจ
1. ครูอธิบายเพ่ิมเติมว่า กระแสเหน่ียวนำท่ีเกิดข้ึนจากการหมุนของไดนาโมจะมีปริมาณมากหรือน้อยข้ึนอยู่กับปัจจัยต่าง ๆ
ดงั นี้

1) ความเร็วในการหมนุ ขดลวด
2) จำนวนรอบในการพันขดลวด
3) แทง่ แมเ่ หลก็ ขนาดใหญ่จะมีแรงแมเ่ หล็กมากกวา่ แท่งแม่เหล็กขนาดเล็ก จึงทำใหม้ ีปริมาณกระแสไฟฟ้ามากกว่า

ครใู ห้นกั เรียนดูภาพประกอบจากในหนังสอื เรยี นชุดแมบ่ ทมาตรฐาน วทิ ยาศาสตร์ ป.3 หนา้ 165
2. ใหน้ กั เรยี นทำแบบฝึกพฒั นาการเรียนร้ทู ี่ 1 ในหนังสือเรียนชดุ แมบ่ ทมาตรฐาน วิทยาศาสตร์ ป.3 หน้า 166

ขน้ั ตรวจสอบผล
1. ครูตรวจสอบกิจกรรมลองทำดู ในหนังสอื เรยี นชุดแม่บทมาตรฐาน วทิ ยาศาสตร์ ป.3 หน้า 161
2. ครูตรวจสอบผลการทำกจิ กรรมพัฒนาทักษะการคิด ประจำเร่อื งที่ 1 ในหนังสือเรียนชดุ แมบ่ ทมาตรฐาน วิทยาศาสตร์ ป.3
หน้า 162
3. ครตู รวจสอบผลการวาดภาพและเขยี นภาพไดนาโมในสมุดประจำตวั นกั เรียน
4. ครตู รวจสอบผลการทำแบบฝกึ พัฒนาการเรยี นรู้ที่ 1 ในหนงั สอื เรียนชดุ แมบ่ ทมาตรฐาน วิทยาศาสตร์ ป.3 หนา้ 166

6. การวดั และประเมินผล

การวัดและประเมนิ ผล วธิ ีการวดั ผล เครอื่ งมอื วัด เกณฑ์การ
จุดประสงค์ ประเมินผล
1. สังเกตจากการซกั ถาม ตอบคำถาม 1.คำถามกระตุน้
ความรูค้ วามเข้าใจ (K) 2. เขา้ ใจการผลติ ไฟฟ้า ความคดิ 70% ขนึ้ ไป ถือวา่
ผา่ นเกณฑ์การ
ประเมิน

ทกั ษะ/กระบวนการ (P) 1. อธบิ ายการผลติ ไฟฟ้า 1.ใบงาน 70% ขนึ้ ไป ถอื วา่
ผ่านเกณฑ์การ
คุณลกั ษณะนิสยั (A) 1. สงั เกตจากการเรยี นมคี วาม 1. แบบสังเกต ประเมนิ
รบั ผิดชอบต่องานที่สงั่ และส่งงานได้ทัน พฤติกรรม
ตามทกี่ ำหนด 70% ขนึ้ ไป ถือวา่
2. สงั เกตจากการเรยี นใฝเ่ รยี นรู้ ผา่ นเกณฑ์การ
3. สงั เกตจากการมงุ่ ม่นั ในการทำงาน ประเมิน

7. สอื่ /แหล่งการเรียนรู้
7.1 สอ่ื การเรียนรู้
1) หนงั สือเรียนวทิ ยาศาสตร์ ป.3 หน่วยการเรียนรูท้ ่ี 6 พลังงานบนโลกของเรา
2) แบบฝึกหดั วิทยาศาสตร์ ป.3 หนว่ ยการเรยี นรูท้ ี่ 6 พลงั งานบนโลกของเรา
3) วสั ดุ-อปุ กรณ์การทดลองในกิจกรรม
4) บตั รภาพ

7.2 แหลง่ การเรียนรู้
1) ห้องเรียน
2) หอ้ งสมุด
3) อนิ เทอรเ์ นต็

8. กจิ กรรมเสนอแนะ
................................................................................................................................................................ ........................
........................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................... ...................................................................

ลงชื่อ............................................ครผู สู้ อน ลงชอ่ื ...................................................ฝ่ายวิชาการ
(...........................................................) (...........................................................)

ลงชื่อ................................................... ผู้บริหาร
(...........................................................)

สปั ดาหท์ ่ี 13

โรงเรยี นขจรเกยี รติพฒั นา

แผนการจดั การเรียนรู้

ภาคเรยี นที่ ……2...... ชื่อผสู้ อน ….……………………………………………....
กลุม่ สาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์ ชัน้ ประถมศึกษาปที ่ี 3 จำนวน 2 คาบ
หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 6 พลงั งานบนโลกของเรา เร่ือง เครื่องกำเนดิ ไฟฟ้า(ไดนาโม)

1. มาตรฐานการเรยี นรู้/ตวั ชี้วดั
มาตรฐานท่ี ว 2.3 เข้าใจความหมายของพลังงาน การเปลยี่ นแปลงและการถ่ายโอนพลงั งาน ปฏิสมั พันธ์ระหว่าง

สสารและพลังงาน พลงั งานในชีวติ ประจำวัน ธรรมชาตขิ องคลื่น ปรากฏการณ์ทีเ่ ก่ยี วข้องกับเสียง แสง และคลน่ื แม่เหล็กไฟฟ้า
รวมท้งั นำความรู้ไปใช้ประโยชน์

ตัวชวี้ ัดที่ ป. 3/1 ยกตัวอย่างการเปลีย่ นแปลงพลงั งานหนึ่งไปเปน็ อีกพลงั งานหนึง่ จากหลักฐานเชงิ ประจักษ์

มาตรฐานที่ ว 8.1 ใชก้ ระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์และจิตวิทยาศาสตรใ์ นการสบื เสาะหาความรู้ การแกป้ ัญหา รู้
วา่ ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติท่ีเกิดข้นึ ส่วนใหญ่มีรูปแบบ ท่ีแนน่ อน สามารถอธบิ ายและตรวจสอบได้ ภายใตข้ ้อมลู และ
เครอื่ งมือ ที่มอี ยใู่ นช่วงเวลาน้ันๆ เขา้ ใจวา่ วทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยีสังคม และ ส่ิงแวดล้อม มคี วามเก่ยี วข้องสมั พันธ์กัน

ตวั ชวี้ ดั ที่ ป. 3/1-8

2. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด
ไฟฟา้ เป็นพลังงานรปู แบบหนึ่งทส่ี ามารถเปลย่ี นรปู เป็นพลังงานอ่ืน และทำให้เคร่อื งมอื ต่าง ๆ สามารถทำงาน

ได้ และเพอื่ ชว่ ยอำนวยความสะดวกในดา้ นต่าง ๆ

3. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้

1) อธิบายการเปลย่ี นแปลงของพลังงานรปู แบบหนงึ่ ไปเป็นอกี รปู แบบหน่ึงได้ (K)
2) ทดลองการเปลย่ี นแปลงของพลังงานรูปแบบหน่ึงไปเป็นอกี รูปแบบหนึ่งได้อย่างถูกต้อง (P)
3) รบั ผดิ ชอบต่องานท่ีได้รับมอบหมาย (A)

4. สาระการเรียนรู้

สาระการเรียนรแู้ กนกลาง สาระการเรยี นรูท้ ้องถิ่น

ไฟฟ้าผลิตจากเคร่ืองกำเนิดไฟฟ้าซ่ึงใช้พลังงานจาก พิจารณาตามหลกั สตู รของสถานศึกษา

แหล่งพลังงานธรรมชาติหลายแหล่ง เช่น พลังงานจาก

ลม พลงั งานจากน้ำ พลังงานจากแก๊สธรรมชาติ

5. กจิ กรรมการเรยี นรู้ คาบท่ี 3

ขั้นนำ

ข้ันกระตุ้นความสนใจ
ครูกล่าวทักทายนกั เรียนและแจ้งจุดประสงค์การเรยี นรู้ทีจ่ ะเรียนในช่ัวโมงน้ี

3. ครูให้นักเรียนดูภาพในหนังสือเรียนชุดแม่บทมาตรฐาน วิทยาศาสตร์ ป.3 หน้า160 จากน้ันครูถามคำถาม แล้วให้
นกั เรียนช่วยกันตอบ ดงั นี้

•นกั เรยี นคดิ ว่า หากตอนกลางคืนไมม่ ีไฟฟา้ ใช้ จะเกิดอะไรข้ึน

(แนวคำตอบ ขน้ึ อยู่กบั คำตอบของนักเรยี น ให้อยูก่ บั ดุลยพินจิ ของครูผู้สอน)
•ไฟฟ้าท่ีเราใช้ผลติ ไดอ้ ย่างไร

(แนวคำตอบ ข้ึนอยกู่ บั คำตอบของนกั เรยี น ให้อยู่กับดุลยพินจิ ของครูผู้สอน)
4. นักเรียนเปิดหนังสือเรียนชุดแม่บทมาตรฐาน วิทยาศาสตร์ ป.3 หน้า 160 จากน้ันศึกษาชวนอ่านชวนคิด แล้วช่วยกัน

ตอบคำถาม

4. นักเรียนศึกษาศัพท์หน้ารู้ในหนังสือเรียนชุดแม่บทมาตรฐานวิทยาศาสตร์ ป.3 หน้า 160 จากน้ันครูสุ่มตัวแทนนักเรียน
2-3 คน ใหอ้ อกมาอา่ นคำศพั ท์

5. นักเรียนและครรู ่วมกนั สรุปผลจากกิจกรรมทไี่ ด้ทำ ดังนี้ ไฟฟ้าเป็นพลังงานรูปแบบหนึ่งทสี่ ามารถเปลี่ยนรปู เป็นพลังงาน
อื่น และทำให้เครื่องมอื ต่าง ๆ สามารถทำงานได้ และเพอ่ื ชว่ ยอำนวยความสะดวกในดา้ นต่าง ๆ

6. ครูใหน้ ักเรยี นทำกจิ กรรมลองทำดู ในหนังสอื เรียนชุดแมบ่ ทมาตรฐาน วิทยาศาสตร์ ป.3 หนา้ 161

ข้นั สอน

ขน้ั สำรวจค้นหา
1. นกั เรยี นทำกจิ กรรมพฒั นาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ที่ 1 ในหนงั สอื เรียนชดุ แมบ่ ทมาตรฐาน วทิ ยาศาสตร์ ป.3
หนา้ 162 เรอ่ื ง การผลิตไฟฟ้า
2. นักเรียนและครรู ว่ มกนั สรุปผลการทำกจิ กรรม ดงั นี้ เม่ือออกแรงหมนุ ทแี่ กนขดลวดตวั นำจะเคลื่อนท่ีตัดกับสนามแม่เหลก็
ทำใหส้ นามแมเ่ หล็กเปลีย่ นแปลงแลว้ เกดิ กระแสไฟฟ้าเหน่ยี วนำขน้ึ ในขดลวด
3. ครอู ธิบายเพิ่มเตมิ เก่ยี วกับการทำกิจกรรมว่า จากการทำกิจกรรม ทำให้ทราบว่า ไดนาโมเป็นเคร่ืองกำเนิดไฟฟ้า โดยอาศยั
หลักการเคลื่อนที่ของขดลวดตดั กับสนามแม่เหล็ก ทำใหส้ นามแมเ่ หล็กเปลยี่ นแปลงแล้วเกิดกระแสไฟฟ้าขึ้นในขดลวด เรียกวา่
กระแสเหนยี่ วนำ

คาบที่ 4

ขนั้ อธิบายความรู้
2. ครูถามนักเรยี นว่า เคร่อื งกำเนิดไฟฟ้ามหี ลักการทำงานอย่างไร

(แนวคำตอบ อาศยั การเหนย่ี วนำของสนามแม่เหลก็ เพือ่ ให้กำเนดิ พลังงานในเคร่ืองกำเนิดไฟฟา้ )
2. ครูใหน้ ักเรียนหาความรเู้ พ่ิมเติมเกย่ี วกบั ไดนาโม แล้วนำมาสรุปและอภปิ รายรว่ มกัน
3. ครูใช้การสอนโดยใช้การสาธิต (Demonstration) มาจัดกระบวนการเรียนรู้ โดยครูสาธิตการสร้างมอเตอร์ไดนาโม
จากน้ันนำอุปกรณ์ที่ได้แจกให้นักเรียน โดยให้นักเรียนแบ่งกลุ่มและช่วยกันสร้างมอเตอร์ไดนาโม ครูสุ่มนักเรียนออกมา
นำเสนองานหน้าชน้ั เรยี น
4. ครใู ห้นักเรยี นวาดภาพและเขียนบรรยายการทำงานของไดนาโมลงในสมุดประจำตัวนกั เรยี น
5. ครสู รปุ ผลการทำกิจกรรมวา่ ไดนาโมมี 2 ชนิด คอื ไดนาโมไฟฟ้ากระแสสลบั และไดนาโมไฟฟา้ กระแสตรง

ขน้ั ขยายความเข้าใจ
1. ครูอธิบายเพิ่มเติมว่า กระแสเหน่ียวนำท่ีเกิดขึ้นจากการหมุนของไดนาโมจะมีปริมาณมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับปัจจัยต่าง ๆ
ดงั นี้

1) ความเร็วในการหมนุ ขดลวด
2) จำนวนรอบในการพนั ขดลวด
3) แทง่ แมเ่ หล็กขนาดใหญ่จะมีแรงแมเ่ หล็กมากกวา่ แทง่ แม่เหล็กขนาดเล็ก จึงทำใหม้ ปี รมิ าณกระแสไฟฟ้ามากกว่า

ครใู หน้ ักเรียนดูภาพประกอบจากในหนงั สือเรยี นชดุ แมบ่ ทมาตรฐาน วทิ ยาศาสตร์ ป.3 หน้า 165
2. ใหน้ กั เรียนทำแบบฝกึ พฒั นาการเรียนรทู้ ี่ 1 ในหนงั สอื เรียนชดุ แม่บทมาตรฐาน วทิ ยาศาสตร์ ป.3 หน้า 166

ขน้ั ตรวจสอบผล
1. ครูตรวจสอบกิจกรรมลองทำดู ในหนงั สอื เรยี นชุดแม่บทมาตรฐาน วิทยาศาสตร์ ป.3 หน้า 161
2. ครูตรวจสอบผลการทำกจิ กรรมพฒั นาทักษะการคดิ ประจำเรอ่ื งที่ 1 ในหนงั สือเรียนชุดแม่บทมาตรฐาน วิทยาศาสตร์ ป.3
หน้า 162
3. ครตู รวจสอบผลการวาดภาพและเขยี นภาพไดนาโมในสมุดประจำตัวนกั เรยี น
4. ครตู รวจสอบผลการทำแบบฝกึ พัฒนาการเรยี นรทู้ ่ี 1 ในหนงั สือเรยี นชดุ แมบ่ ทมาตรฐาน วทิ ยาศาสตร์ ป.3 หน้า 166

6. การวัดและประเมนิ ผล

การวดั และประเมนิ ผล วิธีการวดั ผล เคร่ืองมอื วดั เกณฑ์การ
จุดประสงค์ ประเมนิ ผล
1. สังเกตจากการซกั ถาม ตอบคำถาม 1.คำถามกระตนุ้
ความรู้ความเข้าใจ (K) 2. เขา้ ใจการผลติ ไฟฟา้ ความคิด 70% ขนึ้ ไป ถอื วา่
ผ่านเกณฑ์การ
ประเมิน

ทกั ษะ/กระบวนการ (P) 1. อธบิ ายการผลติ ไฟฟ้า 1.ใบงาน 70% ขึน้ ไป ถอื ว่า
ผ่านเกณฑ์การ
คุณลกั ษณะนิสยั (A) 1. สังเกตจากการเรยี นมคี วาม 1. แบบสังเกต ประเมนิ
รบั ผิดชอบต่องานที่สงั่ และส่งงานได้ทนั พฤติกรรม
ตามทก่ี ำหนด 70% ขนึ้ ไป ถือวา่
2. สงั เกตจากการเรยี นใฝเ่ รยี นรู้ ผา่ นเกณฑ์การ
3. สังเกตจากการมงุ่ ม่นั ในการทำงาน ประเมิน

7. สอื่ /แหล่งการเรียนรู้
7.1 สอ่ื การเรียนรู้
1) หนงั สือเรียนวิทยาศาสตร์ ป.3 หน่วยการเรียนรูท้ ่ี 6 พลังงานบนโลกของเรา
2) แบบฝึกหดั วิทยาศาสตร์ ป.3 หน่วยการเรยี นรูท้ ี่ 6 พลงั งานบนโลกของเรา
3) วัสดุ-อปุ กรณ์การทดลองในกิจกรรม
4) บตั รภาพ

7.2 แหลง่ การเรียนรู้
1) หอ้ งเรียน
2) หอ้ งสมดุ
3) อนิ เทอรเ์ นต็

8. กจิ กรรมเสนอแนะ
................................................................................................................................................................ ........................
........................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................... ...................................................................

ลงชื่อ............................................ครูผ้สู อน ลงช่อื ...................................................ฝ่ายวิชาการ
(...........................................................) (...........................................................)

ลงชอ่ื ................................................... ผู้บริหาร
(...........................................................)

สัปดาห์ท่ี 14

โรงเรียนขจรเกยี รติพัฒนา

แผนการจัดการเรียนรู้

ภาคเรียนที่ ……2...... ชื่อผสู้ อน ….……………………………………………....
กลุ่มสาระการเรยี นรู้ วิทยาศาสตร์ ชัน้ ประถมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 2 คาบ
หน่วยการเรียนร้ทู ่ี 6 พลังงานบนโลกของเรา เร่อื ง แหล่งพลังงานในการผลติ ไฟฟ้า

1. มาตรฐานการเรยี นรู/้ ตวั ชี้วัด
มาตรฐานที่ ว 2.3 เขา้ ใจความหมายของพลงั งาน การเปลีย่ นแปลงและการถา่ ยโอนพลังงาน ปฏิสัมพันธร์ ะหวา่ ง

สสารและพลังงาน พลงั งานในชวี ิตประจำวนั ธรรมชาตขิ องคลน่ื ปรากฏการณ์ท่ีเก่ยี วข้องกับเสียง แสง และคล่นื แม่เหลก็ ไฟฟา้
รวมทงั้ นำความรู้ไปใชป้ ระโยชน์

ตัวชี้วดั ที่ ป. 3/2 บรรยายการทำงานของเครื่องกำเนิดไฟฟ้าและระบุแหลง่ พลังงานผลิตกระแสไฟฟา้ จากข้อมูลท่ี
รวบรวมได้

มาตรฐานที่ ว 8.1 ใชก้ ระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์และจติ วิทยาศาสตรใ์ นการสืบเสาะหาความรู้ การแก้ปัญหา รู้
วา่ ปรากฏการณท์ างธรรมชาติที่เกดิ ข้ึนส่วนใหญ่มีรูปแบบ ท่ีแน่นอน สามารถอธิบายและตรวจสอบได้ ภายใต้ข้อมูลและ
เครื่องมือ ท่ีมอี ยใู่ นชว่ งเวลานัน้ ๆ เขา้ ใจวา่ วทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยสี ังคม และ สง่ิ แวดล้อม มคี วามเก่ียวข้องสัมพันธก์ ัน

ตวั ชว้ี ดั ที่ ป. 3/1-8

2. สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอด
ไฟฟา้ เปน็ พลงั งานที่ใช้ในชวี ติ ประจำวนั เปน็ จำนวนมาก ในการผลติ ไฟฟา้ ต้องอาศัยแหลง่ พลังงานตา่ ง ๆ

มาผลิตไฟฟา้ แหล่งพลังงานบางแหล่งเป็นแหลง่ พลังงานท่ีมีจำกดั เชน่ น้ำ ถ่านหนิ และบางแหล่งเปน็ แหลง่ พลงั งานหมุนเวียน
เชน่ นำ้ แสงจากดวงอาทิตย์

3. จดุ ประสงค์การเรียนรู้

1) อธิบายแหลง่ พลังงานในการผลติ ไฟฟ้าได้ (K)
2) สบื คน้ ข้อมูลเพือ่ บอกแหลง่ พลงั งานที่ใช้ในการผลิตไฟฟ้าได้อยา่ งถกู ต้อง (P)
3) รบั ผดิ ชอบต่องานท่ีไดร้ บั มอบหมาย (A)

4. สาระการเรยี นรู้

สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง สาระการเรียนร้ทู ้องถิ่น

ไฟฟ้าผลิตจากเครื่องกำเนิดไฟฟ้า ซึ่งใช้พลังงานจาก พจิ ารณาตามหลกั สูตรของสถานศึกษา

แหล่งพลังงานธรรมชาติหลายแหล่ง เช่น พลังงานจาก

ลม พลังงานจากนำ้ พลังงานจากแก๊สธรรมชาติ

5. กจิ กรรมการเรยี นรู้ คาบท่ี 1

ข้นั นำ

ขน้ั กระต้นุ ความสนใจ

3. ครกู ลา่ วทกั ทายนกั เรียนและทบทวนความรู้เดิมจากเรื่องท่ีเรียนไปแล้ว

4. ครใู หน้ กั เรียนดูภาพจากบัตรคำ จากนน้ั ตอบคำถามตอ่ ไปนี้

• จากภาพ มนษุ ย์นำแหล่งพลงั งานใดมาผลติ ไฟฟา้

(แนวคำตอบ พลังงานลมและพลงั งานแสง)
• นักเรียนคิดวา่ ไฟฟ้ามาจากไหนและมแี หลง่ ผลติ จากทีใ่ ดบ้าง

(แนวคำตอบ การผลิตไฟฟ้าจากแกส๊ ธรรมชาติ จากน้ำ จากถา่ นหนิ )
5. ครูใหน้ ักเรียนทำกจิ กรรมลองทำดู ในหนงั สือเรียนชุดแมบ่ ทมาตรฐาน วิทยาศาสตร์ ป.3 หน้า 167

ขน้ั สอน

ขน้ั สำรวจคน้ หา
ขั้นสำรวจคน้ หา
1. ครใู ห้นักเรียนทำกิจกรรมพัฒนาทักษะกระบวนกา ทางวิทยาศาสตรท์ ี่ 2 โดยใชร้ ูปแบบการเรียนรู้แบบรว่ มมือ เทคนคิ LT
มาจัดกระบวนการเรียนรู้ โดยให้นกั เรยี นแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 4 คน จากน้ันกำหนดใหส้ มาชิกแต่ละคนภายในกล่มุ มีบทบาท
หน้าทขี่ องตนเอง ดังน้ี
สมาชกิ คนที่ 1 : ทำหน้าท่เี ตรยี มอปุ กรณ์
สมาชิกคนที่ 2 : ทำหน้าท่ีอ่านวิธีทำการทดลอง
สมาชิกคนที่ 3 : ทำหน้าท่ีบนั ทึกผลการทดลอง
สมาชิกคนที่ 4 : ทำหนา้ ทนี่ ำเสนอผลการทดลอง

2. ให้สมาชิกคนที่ 1 เตรยี มอุปกรณ์ เร่ือง การผลติ ไฟฟ้า ดังนี้
1) วิดโี อ “แหล่งพลังงานทใ่ี ชใ้ นการผลิตไฟฟ้ามีแหลง่ งานใดบ้าง”
2) แหลง่ ข้อมลู เชน่ อินเทอร์เน็ต หอ้ งสมุด
3) ดนิ สอ สเี มจกิ กระดาษสำหรับเขียนแผนภาพ

3. ใหส้ มาชกิ คนท่ี 2 อธิบายวิธีการทำกจิ กรรมให้เพื่อนภายในกลุ่มฟัง เพ่ือใหป้ ฏิบัตติ ามไดถ้ ูกตอ้ ง ดังนี้
1) แบง่ กลุ่ม จากน้ันใหแ้ ต่ละกลุ่มศกึ ษาข้อมลู “แหลง่ พลงั งานที่ใชใ้ นการผลิตไฟฟา้ ของโลก” จากวิดีโอ แล้วรว่ มกัน
ศกึ ษาข้อมลู เพ่ิมเตมิ จากในอินเทอร์เน็ตและหนังสอื เรยน
2) นำข้อมลู ที่ศึกษาและสืบค้นได้มาอภิปรายร่วมกันแลว้ วาดแผนภาพ “แหล่งพลังงานท่ีใชใ้ นการผลิตไฟฟ้าของโลก”
ลงในกระดาษ พร้อมท้งั ตกแต่งให้สวยงาม แล้วนำเสนอข้อมูล

คาบท่ี 2

ขัน้ อธบิ ายความรู้
ครสู รุปผลการทำกิจกรรมว่า แหล่งพลังงานที่ใช้ผลติ กระแสไฟฟ้า แบง่ ออกเปน็ 2 ประเภท คอื แหลง่ พลงั งานท่ีมีจำกดั

เช่น น้ำมนั ดบิ ถา่ นหิน แกส๊ ธรรมชาติ และแหล่งพลังงานหมนุ เวียน เช่น แสงอาทติ ย์ ลม น้ำ

ขัน้ ขยายความเขา้ ใจ
ขั้นอธิบายความรู้
3. ครูอธบิ ายเพิ่มเติมว่า แหล่งพลังงานท่ีใช้ในการผลิตไฟฟ้า แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ แหล่งพลังงานท่ีมีจำกัด เช่น ถ่านหิน

นำ้ มนั ดบิ แก๊สธรรมชาติ และแหล่งพลงั งานหมุนเวียน เช่น แสงอาทติ ย์ ลม น้ำ ชวี มวล

2. ครูให้นกั เรียนจับกลุ่ม โดยใช้สมาชิกของกลุ่มเดมิ จากนั้นหาข้อมูลตามหวั ข้อทีค่ รใู ห้ ดงั นี้
1) น้ำมนั และแกส๊ ธรรมชาติ

2) ถา่ นหนิ

3) พลังงานลม

4) พลงั งานแสงอาทติ ย์

5) พลงั งานนำ้

โดยให้นักเรียนค้นคว้าเก่ียวกับข้อดีและข้อเสีย จากน้ันวาดภาพประกอบ พร้อมตกแต่งให้สวยงามลงในกระดาษแข็ง
แผน่ ใหญ่ นำเสนองานทีละกลมุ่ หนา้ ชัน้ เรียน
ครูให้นกั เรียนแต่ละกล่มุ ช่วยกันศึกษาขอ้ มลู เกี่ยวกบั แหลง่ พลังงานทใี่ ช้ในการผลติ ไฟฟา้ ในหนงั สอื เรยี นชดุ แม่
บทมาตรฐาน วิทยาศาสตร์ ป.3 หน้า 170

ขน้ั ตรวจสอบผล
1. ครูตรวจสอบกจิ กรรมลองทำดู ในหนงั สอื เรยี นชุดแม่บทมาตรฐาน วิทยาศาสตร์ ป.3 หน้า 167
2. ครูตรวจสอบกิจกรรมพฒั นาทักษะกระบวนการวทิ ยาศาสตร์ท่ี 2 ในหนังสือเรียนชุดแม่บทมาตรฐาน วิทยาศาสตร์ ป.
3 หนา้ 168

3. ครตู รวจสอบแบบฝึกพัฒนาการเรยี นรทู้ ่ี 2 ในหนังสือเรียนชุดแม่บทมาตรฐาน วทิ ยาศาสตร์ ป.3 หนา้ 174
4. ครตู รวจสอบผลการตอบคำถามลงในสมดุ ประจำตวั นักเรยี น โดยการสังเกตพฤตกิ รรมรายบุคคล การแสดงความ

คิดเหน็ การตอบคำถาม
5. ครตู รวจสอบผลการทำใบงานท่ี 6.2 เรื่อง แหลง่ พลังงานทีใ่ ช้ในการผลติ ไฟฟา้

6. การวัดและประเมนิ ผล

การวัดและประเมินผล วธิ ีการวัดผล เครื่องมอื วัด เกณฑ์การ
จุดประสงค์ ประเมนิ ผล
1. สังเกตจากการซกั ถาม ตอบคำถาม 1.คำถามกระตุน้ 70% ขนึ้ ไป ถอื ว่า
ความรู้ความเขา้ ใจ (K) 2. เขา้ ใจแหลง่ พลังงานในการผลติ ไฟฟ้า ความคดิ ผา่ นเกณฑ์การ
ประเมนิ
ทกั ษะ/กระบวนการ (P) 1. อธบิ ายแหล่งพลงั งานในการผลิต 1.ใบงาน 70% ขึน้ ไป ถือวา่
ไฟฟ้า ผ่านเกณฑ์การ
ประเมนิ
คณุ ลกั ษณะนสิ ัย (A) 1. สงั เกตจากการเรยี นมีความ 1. แบบสงั เกต 70% ขึ้นไป ถอื ว่า
รับผดิ ชอบต่องานท่ีส่ังและสง่ งานไดท้ ัน พฤติกรรม ผา่ นเกณฑ์การ
ตามที่กำหนด ประเมนิ
2. สังเกตจากการเรียนใฝ่เรียนรู้
3. สังเกตจากการม่งุ มน่ั ในการทำงาน

7. ส่ือ/แหล่งการเรยี นรู้
7.1 สอ่ื การเรยี นรู้
1) หนงั สือเรียนวทิ ยาศาสตร์ ป.3 หน่วยการเรียนรูท้ ี่ 6 พลงั งานบนโลกของเรา
2) แบบฝึกหดั วิทยาศาสตร์ ป.3 หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 6 พลังงานบนโลกของเรา
3) วสั ดุ-อปุ กรณ์การทดลองในกิจกรรม
4) บตั รภาพ

7.2 แหลง่ การเรียนรู้
1) ห้องเรียน
2) ห้องสมุด
3) อนิ เทอรเ์ น็ต

8. กิจกรรมเสนอแนะ
........................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................... ..................................

ลงชอื่ ............................................ครผู ูส้ อน ลงช่อื ...................................................ฝ่ายวิชาการ
(...........................................................) (...........................................................)

ลงชื่อ................................................... ผู้บรหิ าร
(...........................................................)

สัปดาหท์ ่ี 14

โรงเรียนขจรเกียรติพฒั นา

แผนการจดั การเรยี นรู้

ภาคเรยี นท่ี ……2...... ชอื่ ผสู้ อน ….……………………………………………....
กลุ่มสาระการเรยี นรู้ วิทยาศาสตร์ ชนั้ ประถมศึกษาปที ี่ 3 จำนวน 2 คาบ
หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 6 พลงั งานบนโลกของเรา เรอื่ ง แหล่งพลังงานท่ีไดม้ าจากธรรมชาติ

1. มาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตัวชี้วัด
มาตรฐานที่ ว 2.3 เขา้ ใจความหมายของพลงั งาน การเปลย่ี นแปลงและการถ่ายโอนพลงั งาน ปฏิสมั พนั ธ์ระหว่าง

สสารและพลงั งาน พลงั งานในชีวิตประจำวนั ธรรมชาติของคลื่น ปรากฏการณ์ทเ่ี ก่ยี วข้องกับเสยี ง แสง และคล่นื แม่เหล็กไฟฟา้
รวมทั้งนำความรู้ไปใช้ประโยชน์

ตัวชี้วดั ที่ ป. 3/2 บรรยายการทำงานของเคร่ืองกำเนิดไฟฟ้าและระบุแหลง่ พลังงานผลติ กระแสไฟฟา้ จากข้อมูลท่ี
รวบรวมได้

มาตรฐานท่ี ว 8.1 ใชก้ ระบวนการทางวิทยาศาสตร์และจติ วิทยาศาสตรใ์ นการสบื เสาะหาความรู้ การแก้ปัญหา รู้
วา่ ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่เกิดขนึ้ ส่วนใหญ่มีรปู แบบ ท่ีแน่นอน สามารถอธบิ ายและตรวจสอบได้ ภายใต้ข้อมลู และ
เครอื่ งมือ ที่มีอยใู่ นช่วงเวลานัน้ ๆ เข้าใจว่า วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีสงั คม และ สิ่งแวดล้อม มีความเก่ียวข้องสมั พันธก์ ัน

ตวั ชว้ี ดั ท่ี ป. 3/1-8

2. สาระสำคัญ/ความคดิ รวบยอด
ไฟฟา้ เป็นพลังงานที่ใชใ้ นชวี ติ ประจำวันเป็นจำนวนมาก ในการผลิตไฟฟา้ ต้องอาศยั แหล่งพลงั งานต่าง ๆ

มาผลิตไฟฟา้ แหลง่ พลังงานบางแหลง่ เป็นแหล่งพลงั งานท่ีมีจำกัด เชน่ น้ำ ถ่านหนิ และบางแหล่งเป็นแหล่งพลังงานหมุนเวียน
เช่น น้ำ แสงจากดวงอาทิตย์

3. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้

1) อธบิ ายแหลง่ พลังงานในการผลิตไฟฟ้าได้ (K)
2) สืบคน้ ข้อมลู เพือ่ บอกแหล่งพลังงานท่ีใชใ้ นการผลิตไฟฟา้ ไดอ้ ย่างถูกตอ้ ง (P)
3) รับผิดชอบต่องานท่ีได้รับมอบหมาย (A)

4. สาระการเรยี นรู้

สาระการเรียนรแู้ กนกลาง สาระการเรยี นรูท้ ้องถน่ิ

ไฟฟ้าผลิตจากเครื่องกำเนิดไฟฟ้า ซึ่งใช้พลังงานจาก พจิ ารณาตามหลกั สตู รของสถานศึกษา

แหล่งพลังงานธรรมชาติหลายแหล่ง เช่น พลังงานจาก

ลม พลังงานจากน้ำ พลังงานจากแกส๊ ธรรมชาติ

5. กจิ กรรมการเรยี นรู้ คาบท่ี 3

ข้นั นำ

ขน้ั กระต้นุ ความสนใจ

6. ครกู ลา่ วทกั ทายนกั เรียนและทบทวนความรู้เดิมจากเรื่องท่ีเรยี นไปแล้ว

7. ครใู หน้ กั เรียนดูภาพจากบัตรคำ จากนน้ั ตอบคำถามตอ่ ไปนี้

• จากภาพ มนษุ ย์นำแหล่งพลงั งานใดมาผลิตไฟฟา้

(แนวคำตอบ พลังงานลมและพลงั งานแสง)
• นักเรียนคิดวา่ ไฟฟ้ามาจากไหนและมแี หลง่ ผลิตจากทีใ่ ดบ้าง

(แนวคำตอบ การผลิตไฟฟ้าจากแกส๊ ธรรมชาติ จากน้ำ จากถา่ นหนิ )
8. ครูให้นักเรียนทำกจิ กรรมลองทำดู ในหนงั สอื เรียนชดุ แมบ่ ทมาตรฐาน วิทยาศาสตร์ ป.3 หน้า 167

ขน้ั สอน

ขน้ั สำรวจคน้ หา
ขั้นสำรวจคน้ หา
1. ครใู ห้นักเรียนทำกิจกรรมพัฒนาทักษะกระบวนกา ทางวิทยาศาสตรท์ ี่ 2 โดยใช้รปู แบบการเรียนรูแ้ บบร่วมมือ เทคนคิ LT
มาจัดกระบวนการเรียนรู้ โดยให้นกั เรยี นแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 4 คน จากน้ันกำหนดใหส้ มาชิกแต่ละคนภายในกลุ่มมีบทบาท
หน้าทขี่ องตนเอง ดังน้ี
สมาชกิ คนที่ 1 : ทำหน้าท่เี ตรยี มอปุ กรณ์
สมาชิกคนที่ 2 : ทำหน้าท่ีอา่ นวิธีทำการทดลอง
สมาชิกคนที่ 3 : ทำหน้าทบ่ี นั ทึกผลการทดลอง
สมาชิกคนที่ 4 : ทำหนา้ ที่นำเสนอผลการทดลอง

2. ให้สมาชิกคนที่ 1 เตรยี มอุปกรณ์ เร่ือง การผลติ ไฟฟ้า ดังนี้
1) วดิ ีโอ “แหลง่ พลงั งานท่ีใชใ้ นการผลิตไฟฟา้ มแี หล่งงานใดบ้าง”
2) แหลง่ ข้อมูล เช่น อนิ เทอร์เน็ต ห้องสมุด
3) ดินสอ สีเมจกิ กระดาษสำหรับเขียนแผนภาพ

3. ให้สมาชกิ คนที่ 2 อธิบายวธิ ีการทำกจิ กรรมให้เพ่ือนภายในกลมุ่ ฟัง เพ่ือให้ปฏบิ ตั ติ ามไดถ้ ูกตอ้ ง ดังนี้
1) แบง่ กลุ่ม จากนัน้ ให้แตล่ ะกลมุ่ ศึกษาข้อมูล “แหลง่ พลงั งานทีใ่ ชใ้ นการผลติ ไฟฟา้ ของโลก” จากวิดโี อ แลว้ รว่ มกนั
ศึกษาขอ้ มลู เพิ่มเติมจากในอนิ เทอร์เน็ตและหนงั สอื เรยน
2) นำข้อมลู ทีศ่ ึกษาและสบื ค้นไดม้ าอภิปรายร่วมกนั แลว้ วาดแผนภาพ “แหลง่ พลงั งานที่ใช้ในการผลติ ไฟฟา้ ของโลก”
ลงในกระดาษ พร้อมทงั้ ตกแต่งใหส้ วยงาม แลว้ นำเสนอข้อมูล

คาบท่ี 4

ขนั้ อธบิ ายความรู้
ครสู รุปผลการทำกจิ กรรมวา่ แหล่งพลงั งานท่ีใช้ผลิตกระแสไฟฟ้า แบ่งออกเปน็ 2 ประเภท คอื แหล่งพลงั งานที่มีจำกดั

เช่น น้ำมันดิบ ถ่านหนิ แกส๊ ธรรมชาติ และแหลง่ พลังงานหมุนเวยี น เช่น แสงอาทิตย์ ลม นำ้

ข้ันขยายความเข้าใจ
ข้นั อธิบายความรู้
4. ครูอธบิ ายเพิ่มเติมวา่ แหล่งพลังงานท่ีใช้ในการผลติ ไฟฟา้ แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ แหลง่ พลงั งานที่มีจำกัด เช่น ถ่านหิน

นำ้ มันดบิ แกส๊ ธรรมชาติ และแหล่งพลงั งานหมุนเวยี น เชน่ แสงอาทติ ย์ ลม น้ำ ชวี มวล

2. ครูใหน้ ักเรยี นจบั กลุ่ม โดยใช้สมาชิกของกลมุ่ เดิม จากนัน้ หาข้อมูลตามหวั ข้อทค่ี รูให้ ดังนี้
6) นำ้ มนั และแกส๊ ธรรมชาติ

7) ถ่านหิน

8) พลังงานลม

9) พลงั งานแสงอาทิตย์

10) พลงั งานน้ำ

โดยให้นักเรียนค้นคว้าเก่ียวกับข้อดีและข้อเสีย จากน้ันวาดภาพประกอบ พร้อมตกแต่งให้สวยงามลงในกระดาษแข็ง
แผน่ ใหญ่ นำเสนองานทลี ะกลุม่ หน้าช้ันเรียน
ครใู หน้ กั เรยี นแต่ละกลมุ่ ชว่ ยกนั ศึกษาขอ้ มลู เก่ยี วกับแหลง่ พลังงานทใ่ี ช้ในการผลิตไฟฟา้ ในหนงั สือเรยี นชุดแม่
บทมาตรฐาน วทิ ยาศาสตร์ ป.3 หน้า 170

ขน้ั ตรวจสอบผล
6. ครตู รวจสอบกจิ กรรมลองทำดู ในหนังสอื เรียนชุดแมบ่ ทมาตรฐาน วิทยาศาสตร์ ป.3 หนา้ 167
7. ครูตรวจสอบกิจกรรมพฒั นาทักษะกระบวนการวิทยาศาสตร์ที่ 2 ในหนังสอื เรยี นชุดแมบ่ ทมาตรฐาน วิทยาศาสตร์ ป.
3 หนา้ 168


Click to View FlipBook Version