สปั ดาหท์ ี่ 5
โรงเรยี นขจรเกียรติพฒั นา
แผนการจดั การเรียนรู้
ภาคเรยี นที่ 1/............... ชือ่ ผ้สู อน.............................................................
กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาไทย ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี 1 จานวน 2 คาบ
หน่วยการเรยี นที่ 2 เรื่อง สระอู
1 . มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐานท่ี ท 2.1ใช้กระบวนการเขียนเขียนส่ือสาร เขยี นเรยี งความ ยอ่ ความ และเขียนเร่อื งราวในรปู แบบต่างๆ
เขียนรายงานขอ้ มลู สารสนเทศและรายงานการศึกษาคน้ คว้าอยา่ งมปี ระสทิ ธิภาพ
ตวั ชีว้ ดั ท่ี ป 1/2 เขยี นส่ือสารดว้ ยคาและประโยคงา่ ยๆ
ตวั ชวี้ ดั ที่ ป 1/3 มีมารยาทในการเขยี น
มาตรฐานที่ ท 4.1เขา้ ใจธรรมชาติของภาษาและหลกั ภาษาไทยการเปลีย่ นแปลงของภาษาและพลงั ของภาษา
ภูมปิ ัญญาทางภาษาและรกั ษาภาษาไทยไวเ้ ป็นสมบัติของชาติ
ตวั ชีว้ ัดที่ ป1/1 บอกและเขียนพยญั ชนะ สระ วรรณยกุ ต์ และเลขไทย
ตัวช้วี ัดท่ี ป 1/2 เขยี นสะกดคาและบอกความหมายของคา
2.สาระสาคญั /ความคดิ รวบยอด
สระ อู ออกเสียง อู เป็นสระเสยี งยาวเขียนไวใ้ ตพ้ ยญั ชนะตน้ คาทใ่ี ชส้ ระ ู จะมตี ัวสะกด
3.จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
1. รู้และเข้าใจหลกั การอ่าน การเขยี นอักษรสูง อักษรตา่ (K)
2. บอกส่วนประกอบของคาท่ปี ระสมดว้ ยสระ -ู (K)
3. อ่าน เขียน คาอกั ษรสูง อกั ษรตา่ ได(้ P)
4. อ่านและจาแนกสว่ นประกอบของคาทป่ี ระสมด้วยสระ -ู (P)
5. มีความกระตือรอื ร้นและภูมใิ จในการนาคามาใช้ในชีวิตประจาวนั (A)
6. มีความตงั้ ใจในการอ่านออกเสยี งคาให้ถกู ตอ้ ง (A)
4. สาระการเรียนรู้
4.1 ความรู้ : Knowledge (K) การอา่ นจับใจความ การเขียนประโยคจากภาพ สระอู
4.2 กระบวนการจดั การเรยี นรู้ : Process (P)
4.3 คุณลกั ษณะท่ีพึงประสงค์ : Attitude (A)ใฝ่เรยี นรู้ มวี ินัย มุ่งมั่นในการทางาน ซอ่ื สัตยส์ จุ ริต อยูอ่ ยา่ งพอเพยี ง
รักความเป็นไทย มีจิตสาธารณะ
5. กิจกรรมการเรยี นรู้
คาบ กิจกรรมการเรียนการสอน
ที่
1-2 ขั้นที่ 1 ขน้ั รวบรวมขอ้ มลู
1.นักเรียนฟัง เพลง สระอู และฝกึ ร้องเพลงสระ อู 1-2 รอบ แลว้ ร่วมกันสนทนาโดยครใู ช้คาถามดงั น้ี
-เพลงท่ีนักเรยี นรอ้ งเก่ยี วขอ้ งกบั เรอื่ งอะไร
-จากเนอ้ื เพลงมีคาใดบา้ งทป่ี ระสมดว้ ยสระอู
*ในการตอบคาถามให้ครใู ชไ้ ม้เรยี กเลขท่ี เพื่อให้นกั เรียนตอบทลี ะคน โดยถามคาถามก่อนจะเรยี กเลขท่ีเพอื่ ให้ทกุ คน
ไดค้ ดิ
2. นกั เรยี นศกึ ษาเรอื่ งคาสระอู
ขั้นท่ี 2 ข้ันคิดวเิ คราะห์และสรปุ ความ
3.นกั เรียนเขา้ กลมุ่ ร่วมกันวเิ คราะหส์ านวนต่อไปน้ี (ขว้างงไู มพ่ ้นคอ ยกภูเขาออกจากอก แมวไมอ่ ยูห่ นรู า่ เรงิ ) ครูถาม
นกั เรียนทล่ี ะกลมุ่ โดยใช้คาถามดงั นี้
-จากสานวนท่นี กั เรยี นอา่ นมีคาใดบ้างทป่ี ระสมดว้ ยสระอู เมอื่ กลมุ่ ใดตอบถกู ครูให้กาลงั ใจโดยการให้
เพื่อนในชั้นเรยี นปรบมือ
4. นกั เรียนแต่ละกลมุ่ คดิ ประมลู เพอื่ เพม่ิ คุณค่าโดยครใู ช้คาถามดงั ต่อไปนี้
- นกั เรียนสามารถนาความรทู้ ไี่ ด้รบั ไปใช้ในชีวติ ประจาวันได้อยา่ งไร
ขั้นท่ี 3 ขั้นปฏิบตั แิ ละสรุปความรู้หลังการปฏบิ ตั ิ
5 . นักเรยี นแตล่ ะกลมุ่ เลน่ เกมจบั คู่คากบั รปู ภาพ ครใู ห้สญั ญาณเรม่ิ เลน่ กลุ่มใดเสร็จกอ่ นให้ยกมือ ครูและเพอ่ื น
นักเรยี นในช้ันชว่ ยกนั ตรวจสอบความถูกต้องทลี ะกล่มุ และนบั จานวนคาท่จี บั ค่ไู ด้ถูกตอ้ งกลุ่มใดถูกตอ้ งมากกว่าจะเป็น
ผู้ชนะครูใหค้ ะแนนกลุ่มเป็นแรงเสรมิ
6.นกั เรยี นฝกึ อา่ นคาทปี่ ระสมดว้ ยสระอูจากบตั รคา (บัตรคาจากแบบฝึกหดั )
7. นกั เรียนทาแบบฝกึ หัด ครเู ดินตรวจดูความถูกต้องในการทาของนักเรยี น
ขน้ั ที่ 4 ข้ันสื่อสารและนาเสนอ
8.นกั เรยี นนาเสนอคาสระอู หน้าช้นั เรยี น โดยครใู ช้ไมเ้ รยี กเลขที่ เรยี กนกั เรียนออกมานาเสนอคาหน้าชน้ั เรยี น
ประมาณ 4-5 คน
ข้ันที่ 5ข้ันประเมนิ เพื่อเพมิ่ คุณค่าบรกิ ารสงั คมและจติ สาธารณะ
9.นักเรียนรว่ มกนั แสดงความคิดเหน็ โดยครูใชค้ าถามดงั น้ี
- นกั เรยี นสามารถนาความรู้เกยี่ วกบั เร่อื งทีเ่ รียนไปใชป้ ระโยชน์ในสงั คมได้อยา่ งไร
6. การวัดผลและการประเมินผล
การวดั และประเมนิ ผลจุดประสงค์ วธิ กี ารวัดผล เครื่องมอื วดั เกณฑ์การประเมินผล
ความรู้ความเขา้ ใจ (K) - ตรวจกิจกรรมฝึกทักษะ -กจิ กรรมฝึกทกั ษะ 80% ขึ้นไป ถอื วา่ ผ่าน
ทกั ษะ/กระบวนการ (P) -ตรวจแบบฝึกหดั -แบบฝึกหดั เกณฑ์การประเมนิ
คุณลักษณะนสิ ัย (A) -สังเกตพฤติกรรม การทางาน - แบบประเมินทักษะและ 80% ขึ้นไป ถอื ว่าผ่าน
รายบุคคล/กล่มุ กระบวนการทาง เกณฑก์ ารประเมิน
คณติ ศาสตร์
1. สงั เกตจากการเรียนมีความ 1. แบบสังเกต 80% ข้ึนไป ถือว่าผ่าน
รบั ผิดชอบตอ่ งานทสี่ ัง่ และสง่ งานได้ พฤติกรรม เกณฑ์การประเมิน
ทนั ตามท่ีกาหนด
2. สังเกตจากการเรยี นใฝเ่ รยี นรู้
3. สังเกตจากการมงุ่ ม่ันในการ
ทางาน
7. ส่อื /อุปกรณ์/แหลง่ การเรียนรู้
1. บตั รคา 2. บัตรภาพ 3. หนังสือภาษาไทย 1
4. เพลง 5. วีดีทศั น์ 6. หนังสือวรรณคดลี านา
7. ไมเ้ รยี กเลขท่ี 8. บตั รพยญั ชนะ
8.กจิ กรรมเสนอแนะ
...................................................................................................................................................................... ......................................................
.......................................................................................................................................................................................................... ..................
ลงชอ่ื ............................................ครผู ้สู อน ลงช่อื ...................................................ฝ่ายวชิ าการ
(...........................................................) (...........................................................)
ลงชอื่ ...................................................ผบู้ รหิ าร
(...........................................................)
สปั ดาหท์ ี่ 6
โรงเรียนขจรเกียรตพิ ฒั นา
แผนการจดั การเรียนรู้
ภาคเรยี นที่ 1/............... ชอื่ ผูส้ อน.........................................................
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ ภาษาไทย ช้ันประถมศกึ ษาปีท่ี 1 จานวน 2 คาบ
หน่วยการเรยี นที่ 2 เร่อื ง วรรณคดีลานา(ของเธอของฉัน)
1 . มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐานท่ี ท 1.1ใชก้ ระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคดิ เพ่อื นาไปใชต้ ัดสินใจ แกป้ ญั หาในการดาเนินชวี ิต
และมีนสิ ัยรกั การอา่ น
ตัวชีว้ ัดท่ี ป 1/1 บอกข้อคิดทีไ่ ด้จากการอา่ นหรอื การฟังวรรณกรรมร้อยแก้วและรอ้ ยกรองสาหรบั เดก็
ตวั ชว้ี ดั ที่ ป 1/2 บอกความหมายของคาและขอ้ ความทอ่ี า่ น
ตัวช้ีวดั ที่ ป1/8 มมี ารยาทในการอา่ น
ตัวชวี้ ดั ท่ี ป 1/2 เขยี นสะกดคาและบอกความหมายของคา
มาตรฐานที่ ท 5.1เขา้ ใจและแสดงความคิดเหน็ วจิ ารณว์ รรณคดแี ละวรรณกรรมไทยอยา่ งเหน็ คณุ ค่าและนามา
ประยุกตใ์ ชใ้ นชวี ิตจรงิ
ตวั ช้ีวดั ที่ ป 1/1 บอกขอ้ คิดท่ีได้จากการอา่ นหรอื การฟังวรรณกรรมรอ้ ยแกว้ และรอ้ ยกรองสาหรับเดก็
ตัวช้วี ัดที่ ป 1/2 ทอ่ งจาบทอาขยานตามทก่ี าหนดและบทรอ้ ยกรองตามความสนใจ
2.สาระสาคญั /ความคดิ รวบยอด
การอา่ นจบั ใจความสาคัญ คอื การอา่ นเพื่อจบั ใจความหรอื ขอ้ คดิ ความคดิ สาคัญหลักของข้อความ หรือเรือ่ งท่ี
อา่ น การอา่ นจบั ใจความสาคญั ถอื เป็นทกั ษะสาคญั ท่ีใช้ในการอ่านเพ่อื การส่อื สารมากทสี่ ดุ เพราะเปน็ พื้นฐานสาคญั ใน
การศึกษาหาความรู้ จงึ ควรฝกึ ฝนใหเ้ กดิ ความชานาญ
3. จุดประสงค์การเรียนรู้
1. อธิบายความหมาย และหลักการอา่ นจบั ใจความสาคัญ (K)
2. อา่ นเรื่องได้คลอ่ งแคลว่ รวดเร็วและถกู ต้องตามอักขรวิธี (P)
3. แยกขอ้ เท็จจรงิ และขอ้ คิดเห็นจากเร่ืองทอี่ า่ น (P)
4. อ่านและเขยี นเลขไทย 1-10 ได้ถูกตอ้ ง (P)
5. เหน็ ความสาคัญของการอา่ นและมารยาทในการอา่ น (A)
6. มคี วามสนใจในการเรียนการสอน(A)
7. มีความกระตือรอื รน้ และภมู ใิ จในการนาคามาใชใ้ นชีวติ ประจาวัน(A)
4. สาระการเรยี นรู้
4.1 ความรู้ : Knowledge (K) การอา่ นจบั ใจความของเธอของฉนั (วรรณคดลี านา) การเขยี นแนะนาผลไม้ สระอือ
สระอะ
4.2 กระบวนการจัดการเรยี นรู้ : Process (P)
4.3 คุณลกั ษณะท่พี งึ ประสงค์ : Attitude (A)ใฝ่เรยี นรู้ มวี นิ ยั มงุ่ มน่ั ในการทางาน ซอ่ื สัตย์สจุ รติ อยอู่ ย่างพอเพียง
รกั ความเป็นไทย มีจิตสาธารณะ
5.กจิ กรรมการเรียนรู้
คาบ กจิ กรรมการเรียนการสอน
ที่
1-2 ข้ันท่ี 1 ข้นั รวบรวมขอ้ มลู
1.นกั เรยี นทบทวนเกีย่ วกบั การอ่านสรปุ ใจความ โดยใชค้ าถามดงั ตอ่ ไปน้ี
- การอา่ นสรปุ ใจความคอื อะไร
- นักเรยี นใชท้ กั ษะอะไรบ้างในการอ่านสรปุ ใจความสาคัญ
2. นักเรียนอา่ นเรอื่ งของเธอของฉัน(วรรณคดลี านา)ในใจ
ขัน้ ที่ 2 ขั้นคิดวิเคราะหแ์ ละสรปุ ความ
3. ครแู ละนกั เรียนรว่ มกนั สนทนาเก่ยี วกบั เรอ่ื ง ของฉันของเธอ โดยครสู ุ่มถามนกั เรียน
- ถา้ ดินสอนกั เรียนสับเปลี่ยนกับเพ่ือน นักเรียนควรทาอย่างไร
- ถ้านักเรียนเจอยางลบทเ่ี พ่ือนทาตกไว้นักเรยี นควรทาอยา่ งไร
- เพ่อื นแบง่ ปนั สงิ่ ของใหฉ้ ัน ฉนั ควรพดู วา่ ..................
- เพ่ือนทาของตก ฉนั ชว่ ยหยบิ สง่ ให้ ฉนั เปน็ คนม.ี ................
*ในการตอบคาถามให้ครใู ชไ้ ม้เรียกเลขที่ เพอื่ ใหน้ ักเรยี นตอบทลี ะคน โดยถามคาถามกอ่ นจะเรียกเลขท่ี
เพ่ือใหท้ กุ คนได้คดิ ในแต่ละคาถามควรให้นกั เรยี นนาเสนอ 4-5 คน
4. นักเรียนแต่ละกลมุ่ คิดประมลู เพอ่ื เพม่ิ คณุ คา่ โดยครใู ชค้ าถามดงั ต่อไปน้ี
- นกั เรยี นสามารถนาความรทู้ ไี่ ด้รบั ไปใชใ้ นชีวิตประจาวนั ไดอ้ ย่างไร
ขนั้ ท่ี 3 ขน้ั ปฏิบัตแิ ละสรุปความรู้หลงั การปฏิบัติ
5.นักเรียนเข้ากลมุ่ ทากจิ กรรมอา่ นคิดแล้วลองตอบคาถาม คนมีนา้ ใจทาอย่างไรดี จากคาถามที่คณุ ครูกาหนดใหด้ งั น้ี
- เพอ่ื นลมื ดนิ สอ เขาขอยืมหนู หนลู องคดิ ดู จะให้ยมื ไหม
- เพอ่ื นทาน้าหก ตกเลอะทัว่ ไป คนมีนา้ ใจ ทาอยา่ งไรดี
6.นกั เรียนแต่ละกลมุ่ ช่วยกันเขยี นแผนผงั ความคิด คนมนี ้าใจทาอะไรอกี บ้าง
ขน้ั ที่ 4 ข้ันสือ่ สารและนาเสนอ
7.นกั เรยี นนาเสนอกิจกรรมในขอ้ ท่ี 5 โดยครูใช้ไมเ้ รยี กเลขท่ี เรยี กนกั เรยี นออกมานาเสนอประมาณ 4-5 คน
ขั้นที่ 5ขั้นประเมนิ เพ่ือเพิ่มคุณคา่ บริการสงั คมและจิตสาธารณะ
8.นกั เรยี นรว่ มกันแสดงความคิดเหน็ โดยครใู ช้คาถามดังนี้
- นักเรียนสามารถนาความรู้เกยี่ วกับเรอ่ื งท่เี รยี นไปใช้ประโยชนใ์ นสงั คมได้อย่างไร
6. การวดั ผลและการประเมินผล
การวดั และประเมนิ ผลจดุ ประสงค์ วธิ ีการวัดผล เครอ่ื งมือวดั เกณฑ์การประเมนิ ผล
ความรคู้ วามเข้าใจ (K) - ตรวจกิจกรรมฝกึ ทกั ษะ -กิจกรรมฝึกทกั ษะ 80% ขึน้ ไป ถือว่าผ่าน
-ตรวจแบบฝกึ หัด -แบบฝึกหดั เกณฑก์ ารประเมิน
ทักษะ/กระบวนการ (P) -สงั เกตพฤตกิ รรม การทางาน - แบบประเมินทกั ษะ 80% ขึ้นไป ถอื ว่าผ่าน
คุณลกั ษณะนิสัย (A) รายบคุ คล/กลุ่ม และกระบวนการทาง เกณฑ์การประเมนิ
คณติ ศาสตร์
1. สังเกตจากการเรยี นมีความ 1. แบบสังเกต 80% ขนึ้ ไป ถอื วา่ ผา่ น
รบั ผดิ ชอบตอ่ งานทสี่ ง่ั และส่ง พฤติกรรม เกณฑก์ ารประเมิน
งานไดท้ นั ตามท่กี าหนด
2. สังเกตจากการเรียนใฝเ่ รยี นรู้
3. สงั เกตจากการมงุ่ มนั่ ในการ
ทางาน
7. สอื่ /แหล่งการเรยี นรู้ 2. บัตรภาพ
4. เพลง
1. บัตรคา 6. หนังสือวรรณคดีลานา
3. หนงั สอื ภาษาไทย 1 8. บตั รเลขไทย
5. วดี ีทศั น์
7. ไม้เรยี กเลขท่ี
8.กจิ กรรมเสนอแนะ
.............................................................................................................................................. ..............................................................................
.................................................................................................................................................................................. ..........................................
ลงช่ือ............................................ครผู สู้ อน ลงชอ่ื ...................................................ฝ่ายวิชาการ
(...........................................................) (...........................................................)
ลงชอ่ื ...................................................ผบู้ รหิ าร
(...........................................................)
สปั ดาหท์ ี่ 6
โรงเรยี นขจรเกยี รตพิ ัฒนา
แผนการจดั การเรียนรู้
ภาคเรยี นท่ี 1/.................... ช่อื ผสู้ อน........................................................
กลุ่มสาระการเรยี นรู้ ภาษาไทย ชั้นประถมศกึ ษาปที ี่ 1 จานวน 2 คาบ
หนว่ ยการเรียนท่ี 2 เรอื่ ง การเขียนแนะนาผลไม้
1. มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐานท่ี ท 2.1ใชก้ ระบวนการเขยี นเขียนสอื่ สาร เขียนเรยี งความ ย่อความ และเขยี นเร่ืองราวในรปู แบบตา่ งๆ
เขยี นรายงานขอ้ มลู สารสนเทศและรายงานการศกึ ษาคน้ ควา้ อย่างมปี ระสทิ ธิภาพ
ตัวช้ีวดั ที่ ป 1/2 เขียนสื่อสารดว้ ยคาและประโยคงา่ ยๆ
ตวั ช้วี ดั ท่ี ป 1/3 มีมารยาทในการเขียน
มาตรฐานท่ี ท 4.1เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลกั ภาษาไทยการเปล่ียนแปลงของภาษาและพลงั ของภาษา
ภูมิปญั ญาทางภาษาและรกั ษาภาษาไทยไวเ้ ป็นสมบตั ิของชาติ
ตัวชว้ี ดั ที่ ป1/1 บอกและเขียนพยญั ชนะ สระ วรรณยุกต์ และเลขไทย
ตวั ช้ีวดั ที่ ป 1/2 เขยี นสะกดคาและบอกความหมายของคา
2.สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด
การเขยี นแนะนา เป็นการเขยี นเพ่อื สอ่ื สารโดยใช้ถอ้ ยคาท่ีถกู ตอ้ ง ชดั เจน มีความสละสลวยทส่ี ามารถสือ่ สาร
ใหผ้ ู้อา่ นเขา้ ใจ และแสดงให้เห็นความเปน็ ผมู้ ีมารยาทในการเขยี น
3.จุดประสงค์การเรียนรู้
1. รแู้ ละเข้าใจการเขียนแนะนา (K)
2. รู้และเขา้ ใจหลักการอา่ น การเขยี นเลขไทย 1-10 (K)
3. เขยี นแนะนาผลไมท้ ต่ี นเองชอบได้ถูกต้อง(P)
4. อา่ นและเขยี นเลขไทย 1-10 ไดถ้ กู ตอ้ ง (P)
5. มคี วามสนใจในการเรียนการสอน(A)
6. มคี วามกระตือรอื ร้นและภมู ิใจในการนาคามาใช้ในชีวิตประจาวนั (A)
4. สาระการเรยี นรู้
4.1 ความรู้ : Knowledge (K) การอ่านจบั ใจความของเธอของฉนั (วรรณคดลี านา) การเขียนแนะนาผลไม้ สระอือ
สระอะ
4.2 กระบวนการจดั การเรียนรู้ : Process (P)
4.3 คุณลักษณะทพ่ี งึ ประสงค์ : Attitude (A)ใฝ่เรียนรู้ มีวนิ ยั มุง่ มั่นในการทางาน ซ่อื สัตย์สจุ รติ อยอู่ ย่างพอเพยี ง
รกั ความเปน็ ไทย มจี ิตสาธารณะ
5.กจิ กรรมการเรียนการรู้
คาบที่ กจิ กรรมการเรยี นการสอน
1-2 ขน้ั ท่ี 1 ขน้ั รวบรวมขอ้ มูล
1. นกั เรยี นรว่ มกันแสดงความคิดเห็น โดยครใู ช้คาถาม ดังนี้
- นักเรียนชอบผลไม้ชนิดใด
2. นกั เรยี นศึกษาเรอ่ื งการเขยี นแนะนา
ขน้ั ที่ 2 ข้ันคิดวเิ คราะหแ์ ละสรปุ ความ
3. นักเรียนดูตวั อย่างการเขยี นแนะนาผลไม้ แลว้ รว่ มกนั สนทนาในประเด็นตอ่ ไปน้ี
- การเขียนแนะนาผลไม้มีวตั ถุประสงคใ์ ด
- การเขยี นแนะนาผลไมม้ ีหลกั การเขียนอยา่ งไร
- ข้อมลู ทค่ี วรนาเสนอในการเขยี นแนะนาผลไม้มีอะไรบ้าง
4. นกั เรยี นแต่ละกลมุ่ คดิ ประเมนิ เพ่อื เพมิ่ คณุ คา่ โดยครใู ชค้ าถามดงั ตอ่ ไปน้ี
- นกั เรยี นสามารถนาความรทู้ ่ีไดร้ ับไปใชใ้ นชีวิตประจาวันได้อย่างไร
ขั้นท่ี 3 ขั้นปฏบิ ตั แิ ละสรุปความรู้หลังการปฏบิ ตั ิ
5. นักเรียนแต่ละคนจัดระบบข้อมลู ทจ่ี ะนามาเขยี นแนะนาผลไม้ โดยใช้แผนภาพความคิด จากนัน้ ลองหารปู แบบ
การนาเสนอที่น่าสนใจแล้วฝกึ เรยี บเรยี ง
6. นักเรยี นเขียนแนะนาผลไมท้ ่ตี นเองชอบ
ขน้ั ที่ 4 ข้ันสอ่ื สารและนาเสนอ
7.นกั เรยี นนาเสนอผลงานหน้าชน้ั เรยี น โดยครใู ชไ้ ม้เรียกเลขที่ เรียกนกั เรียนออกมานาเสนอหนา้ ช้ันเรียนประมาณ
4-5 คน
ขั้นที่ 5 ขั้นประเมนิ เพ่ือเพิม่ คุณค่าบรกิ ารสังคมและจิตสาธารณะ
8.นกั เรียนรว่ มกันแสดงความคิดเห็น โดยครใู ชค้ าถามดังนี้
- นกั เรยี นสามารถนาความรู้เกีย่ วกบั เร่อื งที่เรียนไปใชป้ ระโยชน์ในสังคมไดอ้ ยา่ งไร
6. การวัดผลและการประเมนิ ผล
การวดั และประเมินผลจดุ ประสงค์ วธิ ีการวัดผล เครื่องมอื วัด เกณฑ์การประเมนิ ผล
ความรคู้ วามเขา้ ใจ (K) - ตรวจกิจกรรมฝึกทักษะ -กิจกรรมฝึกทกั ษะ 80% ข้นึ ไป ถือวา่ ผ่าน
-ตรวจแบบฝึกหัด -แบบฝึกหัด เกณฑก์ ารประเมนิ
ทักษะ/กระบวนการ (P)
-สงั เกตพฤตกิ รรม การทางาน - แบบประเมนิ ทกั ษะและ 80% ขนึ้ ไป ถอื วา่ ผ่าน
รายบุคคล/กลุ่ม กระบวนการทาง เกณฑก์ ารประเมนิ
คณิตศาสตร์
คณุ ลักษณะนสิ ัย (A) 1. สงั เกตจากการเรยี นมีความ 1. แบบสงั เกต 80% ขน้ึ ไป ถอื ว่าผ่าน
รบั ผิดชอบตอ่ งานที่สัง่ และสง่ งานได้ พฤตกิ รรม เกณฑ์การประเมนิ
ทันตามท่ีกาหนด
2. สังเกตจากการเรยี นใฝ่เรยี นรู้
3. สังเกตจากการมงุ่ มั่นในการ
ทางาน
7. สื่อ/อปุ กรณ/์ แหลง่ การเรียนรู้
1. บตั รคา 2. บัตรภาพ
3. หนังสือภาษาไทย 1 4. เพลง
5. วดี ที ัศน์ 6. หนงั สอื วรรณคดีลานา
7. ไม้เรียกเลขที่ 8. บัตรเลขไทย
9. ตัวอยา่ งการเขยี นแนะนาผลไม้
8.กิจกรรมเสนอแนะ
............................................................................................................................. ...............................................................................................
............................................................................................................................. ...............................................................................................
ลงชื่อ............................................ครผู ู้สอน ลงช่ือ...................................................ฝ่ายวชิ าการ
(...........................................................) (...........................................................)
ลงชอ่ื ...................................................ผบู้ รหิ าร
(...........................................................)
สปั ดาห์ที่ 6
โรงเรยี นขจรเกยี รตพิ ฒั นา
แผนการจัดการเรียนรู้
ภาคเรยี นท่ี 1/.................... ชือ่ ผู้สอน..........................................................
กลุ่มสาระการเรยี นรู้ ภาษาไทย ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี 1 จานวน 1 คาบ
หนว่ ยการเรียนที่ 2 เรอื่ ง สระออื
1 . มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐานที่ ท 4.1เขา้ ใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลกั ภาษาไทยการเปล่ยี นแปลงของภาษาและพลงั ของภาษา
ภมู ปิ ญั ญาทางภาษาและรกั ษาภาษาไทยไว้เปน็ สมบตั ขิ องชาติ
ตัวชี้วัดท่ี ป1/1 บอกและเขยี นพยญั ชนะ สระ วรรณยุกต์ และเลขไทย
ตัวช้ีวดั ที่ ป 1/2 เขยี นสะกดคาและบอกความหมายของคา
2.สาระสาคญั /ความคดิ รวบยอด
สระ อื ออกเสยี ง อือ เป็นสระเสยี งยาวเขยี นไวบ้ นพยัญชนะตน้ เมอื่ ไม่มตี วั สะกด สระ ื มี อ เปน็ ตวั กากบั มาขา้ ง
หลงั คาท่ีใชส้ ระ ื เวลามตี ัวสะกด อ จะหายไป
3.จดุ ประสงค์การเรียนรู้
1. รูแ้ ละเข้าหลกั การอ่านการเขียนคาท่ีประสมดว้ ยสระอือได(้ K)
2. อ่านและเขียนเลขไทย 1-10 ไดถ้ กู ตอ้ ง (P)
3. อ่านและเขียนคาท่ีประสมด้วยสระอือ ได้ถกู ต้อง (P)
4. มีความสนใจในการเรยี นการสอน(A)
5. มคี วามกระตอื รอื ร้นและภมู ิใจในการนาคามาใช้ในชีวติ ประจาวนั (A)
4. สาระการเรียนรู้
4.1 ความรู้ : Knowledge (K) การอ่านจบั ใจความของเธอของฉัน(วรรณคดลี านา) การเขยี นแนะนาผลไม้ สระออื
สระอะ
4.2 กระบวนการจัดการเรียนรู้ : Process (P)
4.3 คุณลักษณะทพี่ ึงประสงค์ : Attitude (A)ใฝเ่ รียนรู้ มีวินัย มงุ่ มั่นในการทางาน ซ่อื สตั ยส์ จุ ริต อยูอ่ ย่างพอเพยี ง
รกั ความเป็นไทย มีจิตสาธารณะ
5.กิจกรรมการเรียนรู้
คาบ กิจกรรมการเรียนการสอน
ที่
1 ข้นั ที่ 1 ข้ันรวบรวมข้อมูล
1. นักเรยี นฟงั สระออื และฝึกร้องเพลงสระ ออื 1-2 รอบ
2. นักเรียนสังเกตคาทมี่ สี ระออื ในเพลง สุ่มเรยี กนกั เรียนโดยใช้ไมเ้ รยี กเลขที่ใหอ้ อกมาเขยี นบนกระดานดา
3. ครูอธิบายเรอ่ื ง สระออื มเี สียงยาว คาทีม่ ตี ัวสะกดและไมม่ ตี ัวสะกด
ขน้ั ที่ 2 ขัน้ คดิ วิเคราะห์และสรุปความ
4. ครสู ุ่มแจกบตั รคาและบัตรภาพใหน้ กั เรยี นเป็นกลมุ่ เช่น ยนื ลมื มอื ถอื ยมื นักเรยี นแตล่ ะกลุ่มเรียงจบั คู่คากับ
รูปภาพ ครใู หส้ ญั ญาณเรมิ่ เล่น กลมุ่ ใดเสรจ็ ก่อนใหย้ กมือ ครูและเพือ่ นนักเรียนในช้นั ชว่ ยกนั ตรวจสอบความถกู ต้องที
ละกลุ่มและนบั จานวนคาท่จี บั คไู่ ด้ถกู ตอ้ งกลมุ่ ใดถกู ต้องมากกว่าจะเป็นผูช้ นะเพอ่ื นในหอ้ งช่วยกันปรบมอื ใหห้ รือครู
อาจมีแรงเสรมิ ให้ เช่นดาว คะแนนกลมุ่
5. นกั เรยี นแตล่ ะกลมุ่ คิดประมลู เพอื่ เพมิ่ คุณค่าโดยครใู ช้คาถามดังตอ่ ไปนี้
- นกั เรยี นสามารถนาความรทู้ ่ไี ดร้ ับไปใช้ในชีวติ ประจาวันไดอ้ ยา่ งไร
ข้นั ท่ี 3 ข้ันปฏิบัตแิ ละสรุปความรหู้ ลังการปฏบิ ัติ
6.นักเรยี นฝกึ อ่านออกเสยี งคาสระออื จากบัตรคา (บัตรคาจากแบบฝึกหัด)
7.นักเรยี นรว่ มกนั สรปุ เนอ้ื หาเรือ่ งสระอือ ครอู ธบิ ายเพมิ่ เติมดงั นี้
สระ ออื ออกเสยี ง อือ เปน็ สระเสียงยาวเขียนไว้บนพยญั ชนะต้น เม่ือไม่มีตัวสะกด สระ ื มี อ เป็น
ตวั กากับมาขา้ งหลงั คาที่ใช้สระ ื เวลามีตวั สะกด อ จะหายไป
8. นักเรียนทาแบบฝึกหดั
ข้ันท่ี 4 ข้ันสอ่ื สารและนาเสนอ
9. นักเรียนนาเสนอคาสระอือ โดยครูใช้ไมเ้ รียกเลขทเี่ รียกให้นกั เรยี นออกมายกตัวอย่างคาสระอือประมาณ 4-5 คน
ขัน้ ท่ี 5ข้ันประเมินเพ่ือเพิ่มคุณค่าบรกิ ารสังคมและจิตสาธารณะ
10.นกั เรียนรว่ มกันแสดงความคิดเหน็ โดยครใู ช้คาถามดังนี้
- นกั เรยี นสามารถนาความรเู้ ก่ียวกับเรื่องท่เี รียนไปใชป้ ระโยชน์ในสังคมได้อยา่ งไร
6. การวัดผลและการประเมินผล
การวัดและประเมินผลจดุ ประสงค์ วิธีการวดั ผล เคร่อื งมือวัด เกณฑก์ ารประเมินผล
ความร้คู วามเขา้ ใจ (K) - ตรวจกจิ กรรมฝึกทกั ษะ -กิจกรรมฝึกทักษะ 80% ขึ้นไป ถอื ว่าผ่าน
-ตรวจแบบฝึกหัด -แบบฝึกหัด เกณฑ์การประเมนิ
ทักษะ/กระบวนการ (P)
-สงั เกตพฤตกิ รรม การทางาน - แบบประเมนิ ทักษะและ 80% ขึ้นไป ถือวา่ ผ่าน
รายบคุ คล/กลมุ่ กระบวนการทาง เกณฑ์การประเมิน
คณติ ศาสตร์
คณุ ลักษณะนิสัย (A) 1. สังเกตจากการเรยี นมคี วาม 1. แบบสงั เกต 80% ขนึ้ ไป ถอื ว่าผ่าน
รับผดิ ชอบตอ่ งานท่ีส่ังและสง่ งานได้ พฤติกรรม เกณฑก์ ารประเมนิ
ทนั ตามท่ีกาหนด
2. สังเกตจากการเรียนใฝ่เรยี นรู้
3. สังเกตจากการมุ่งมั่นในการ
ทางาน
7. ส่อื /แหลง่ การเรยี นรู้
1. บตั รคา 2. บตั รภาพ
3. หนงั สอื ภาษาไทย 1 4. เพลง
5. วดี ที ศั น์ 6. หนังสอื วรรณคดีลานา
7. ไมเ้ รยี กเลขท่ี 8. บตั รเลขไทย
8. กิจกรรมเสนอแนะ
............................................................................................................................................................................................. ...............................
.......................................................................................................................................................................................................... ..................
ลงชื่อ............................................ครผู สู้ อน ลงช่ือ...................................................ฝ่ายวชิ าการ
(...........................................................) (...........................................................)
ลงชอ่ื ...................................................ผบู้ รหิ าร
(...........................................................)
สัปดาหท์ ี่ 6
โรงเรยี นขจรเกียรตพิ ฒั นา
แผนการจัดการเรียนรู้
ภาคเรยี นท่ี 1/..................... ชอ่ื ผสู้ อน........................................................
กล่มุ สาระการเรยี นรู้ ภาษาไทย ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ี่ 1 จานวน 1 คาบ
หนว่ ยการเรยี นท่ี 2 เรื่อง สระอะ
1 . มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐานที่ ท 4.1เข้าใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลกั ภาษาไทยการเปลีย่ นแปลงของภาษาและพลงั ของภาษา
ภูมปิ ัญญาทางภาษาและรกั ษาภาษาไทยไวเ้ ปน็ สมบตั ิของชาติ
ตัวชว้ี ัดที่ ป1/1 บอกและเขียนพยญั ชนะ สระ วรรณยุกต์ และเลขไทย
ตัวช้ีวดั ท่ี ป 1/2 เขยี นสะกดคาและบอกความหมายของคา
2.สาระสาคญั /ความคดิ รวบยอด
สระ _ะ ออกเสยี ง อะ เปน็ สระเสียงส้นั เขียนไว้ข้างหลงั พยญั ชนะต้น เม่ือมีตัวสะกด สระ _ะ เปลย่ี นรูปไปเปน็ ั
(ไม้หันอากาศ)
3.จุดประสงค์การเรียนรู้
1. รู้และเขา้ ใจหลักการอา่ น การเขียนเลขไทย 1-10 (K)
2. รูแ้ ละเขา้ หลกั การอา่ นการเขียนคาท่ีประสมด้วยสระอะได้(K)
3. อา่ นและเขียนเลขไทย 1-10 ได้ถูกต้อง (P)
4. อา่ นและเขยี นคาท่ปี ระสมดว้ ยสระอะ ไดถ้ ูกต้อง (P)
5. มคี วามสนใจในการเรยี นการสอน(A)
6. มคี วามกระตือรอื ร้นและภูมิใจในการนาคามาใชใ้ นชีวิตประจาวัน(A)
4. สาระการเรียนรู้
4.1 ความรู้ : Knowledge (K) การอ่านจบั ใจความของเธอของฉัน(วรรณคดีลานา) การเขียนแนะนาผลไม้ สระอือ
สระอะ
4.2 กระบวนการจัดการเรียนรู้ : Process (P)
4.3 คณุ ลักษณะทพี่ งึ ประสงค์ : Attitude (A)ใฝเ่ รยี นรู้ มวี นิ ยั มุ่งม่ันในการทางาน ซือ่ สตั ย์สจุ รติ อยูอ่ ยา่ งพอเพยี ง
รักความเป็นไทย มจี ิตสาธารณะ
5.กิจกรรมการเรียนรู้
คาบ กิจกรรมการเรยี นการสอน
ที่
1 ขน้ั ที่ 1 ข้ันรวบรวมขอ้ มูล
1. นกั เรียนฟงั สระอะ และฝึกร้องเพลงสระ อะ 1-2 รอบ
2. นกั เรยี นสังเกตคาทม่ี สี ระอะในเพลง สุ่มเรยี กนักเรยี นโดยใชไ้ ม้เรียกเลขท่ีใหอ้ อกมาเขยี นบนกระดานดา
3. ครอู ธบิ ายเรอื่ ง สระอะ มเี สียงสัน้ คาทม่ี ตี วั สะกดและไมม่ ตี วั สะกด
ขั้นที่ 2 ขนั้ คดิ วิเคราะหแ์ ละสรปุ ความ
4. ครูสุ่มแจกบตั รคาและบตั รภาพใหน้ ักเรียนเป็นกลมุ่ เชน่ จะ รกั วัด ชัก งบั นกั เรียนแตล่ ะกลมุ่ เรยี งจบั คู่คากับ
รปู ภาพ ครใู หส้ ญั ญาณเรมิ่ เลน่ กลมุ่ ใดเสรจ็ กอ่ นให้ยกมือ ครูและเพอ่ื นนกั เรียนในช้ันช่วยกันตรวจสอบความถูกต้องที
ละกลมุ่ และนับจานวนคาทจ่ี บั คูไ่ ดถ้ กู ต้องกลมุ่ ใดถูกตอ้ งมากกว่าจะเปน็ ผชู้ นะเพื่อนในหอ้ งชว่ ยกนั ปรบมอื ใหห้ รอื ครู
อาจมีแรงเสรมิ ให้ เชน่ ดาว คะแนนกลุ่ม
5. นักเรียนแต่ละกลมุ่ คิดประมลู เพอ่ื เพมิ่ คณุ ค่าโดยครใู ชค้ าถามดงั ตอ่ ไปน้ี
- นกั เรยี นสามารถนาความรทู้ ่ไี ด้รับไปใชใ้ นชีวิตประจาวนั ได้อย่างไร
ขั้นที่ 3 ข้ันปฏบิ ตั ิและสรุปความรูห้ ลังการปฏบิ ตั ิ
6.นักเรียนฝกึ อ่านออกเสยี งคาสระอะจากบตั รคา (บตั รคาจากแบบฝกึ หดั )
7.นกั เรยี นรว่ มกันสรุปเน้ือหาเรอ่ื งสระอะ ครูอธบิ ายเพิ่มเตมิ ดงั นี้
สระ _ะ ออกเสียง อะ เป็นสระเสยี งสนั้ เขยี นไวข้ ้างหลงั พยัญชนะตน้ เม่ือมตี วั สะกด สระ _ะ เปลี่ยน
รูปไปเปน็ ั (ไม้หันอากาศ )
8. นักเรียนทาแบบฝึกหัด
ขน้ั ท่ี 4 ขั้นสือ่ สารและนาเสนอ
9. นักเรียนนาเสนอคาสระอะ โดยครใู ช้ไม้เรยี กเลขที่เรียกใหน้ ักเรียนออกมายกตัวอย่างคาสระอะประมาณ 4-5 คน
ขนั้ ที่ 5ข้ันประเมนิ เพื่อเพ่มิ คุณค่าบรกิ ารสงั คมและจติ สาธารณะ
10.นกั เรยี นรว่ มกันแสดงความคดิ เห็น โดยครใู ช้คาถามดงั นี้
- นักเรียนสามารถนาความรูเ้ กีย่ วกับเร่ืองทเี่ รยี นไปใช้ประโยชน์ในสังคมไดอ้ ยา่ งไร
6. การวดั ผลและการประเมินผล
การวัดและประเมินผลจุดประสงค์ วิธกี ารวัดผล เครื่องมอื วัด เกณฑ์การประเมินผล
ความรคู้ วามเข้าใจ (K) - ตรวจกจิ กรรมฝกึ ทกั ษะ -กิจกรรมฝึกทกั ษะ 80% ขึ้นไป ถอื วา่ ผา่ น
-ตรวจแบบฝึกหดั -แบบฝึกหดั เกณฑก์ ารประเมนิ
ทักษะ/กระบวนการ (P) -สงั เกตพฤตกิ รรม การทางาน - แบบประเมินทกั ษะ 80% ข้นึ ไป ถือวา่ ผ่าน
รายบุคคล/กลมุ่ และกระบวนการทาง เกณฑก์ ารประเมิน
คณติ ศาสตร์
คณุ ลกั ษณะนสิ ยั (A) 1. สังเกตจากการเรียนมคี วาม 1. แบบสงั เกต 80% ข้ึนไป ถอื วา่ ผ่าน
รับผิดชอบต่องานท่ีสง่ั และส่ง พฤตกิ รรม เกณฑ์การประเมิน
งานได้ทนั ตามที่กาหนด
2. สังเกตจากการเรียนใฝเ่ รียนรู้
3. สังเกตจากการมงุ่ มัน่ ในการ
ทางาน
7. ส่อื /แหล่งการเรยี นรู้
1. บตั รคา 2. บัตรภาพ
3. หนงั สอื ภาษาไทย 1 4. เพลง
5. วดี ที ศั น์ 6. หนังสอื วรรณคดลี านา
7. ไม้เรยี กเลขท่ี 8. บัตรเลขไทย
8.กจิ กรรมเสนอแนะ
............................................................................................................................................................................................................... .............
...................................................................................................................... .....................................................................................................
ลงช่ือ............................................ครผู สู้ อน ลงชอื่ ...................................................ฝ่ายวชิ าการ
(...........................................................) (...........................................................)
ลงชือ่ ...................................................ผบู้ รหิ าร
(...........................................................)
สัปดาหท์ ่ี 7
โรงเรยี นขจรเกียรติพัฒนา
แผนการจดั การเรียนรู้
ภาคเรยี นท่ี 1/..................... ชอ่ื ผ้สู อน................................................
กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาไทย ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ่ี 1 จานวน 2 คาบ
หน่วยการเรยี นที่ 3 เรอ่ื ง เพอ่ื นกัน (การอ่านจบั ใจความ)
1 . มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐานท่ี ท 1.1ใช้กระบวนการอ่านสรา้ งความรูแ้ ละความคดิ เพอ่ื นาไปใช้ตดั สินใจ แก้ปญั หาในการดาเนินชวี ติ
และมนี สิ ัยรกั การอา่ น
ตัวช้วี ดั ที่ ป 1/1 บอกข้อคดิ ทไี่ ดจ้ ากการอ่านหรอื การฟงั วรรณกรรมร้อยแกว้ และรอ้ ยกรองสาหรบั เดก็
ตวั ชีว้ ัดท่ี ป 1/2 บอกความหมายของคาและข้อความทอี่ ่าน
ตัวชวี้ ดั ที่ ป 1/3 ตอบคาถามเกี่ยวกับเรอื่ งทอ่ี า่ น
ตัวชว้ี ดั ที่ ป1/8 มมี ารยาทในการอ่าน
2.สาระสาคญั /ความคดิ รวบยอด
การอ่านจบั ใจความสาคญั คือ การอา่ นเพ่ือจบั ใจความหรือขอ้ คิด ความคิดสาคญั หลกั ของข้อความ หรอื เรือ่ งท่ี
อา่ นการอ่านจบั ใจความสาคัญ ถือเป็นทักษะสาคัญท่ใี ช้ในการอ่านเพื่อการสอ่ื สารมากทส่ี ดุ เพราะเป็นพ้ืนฐานสาคญั ใน
การศกึ ษาหาความรู้ จงึ ควรฝกึ ฝนให้เกดิ ความชานาญ
3.จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
1. อธิบายความหมาย และหลักการอา่ นจบั ใจความสาคัญ (K)
2. รแู้ ละเข้าใจหลกั การอา่ น การเขียนอกั ษรสงู อักษรต่า(K)
3.อ่านเรอื่ งไดค้ ล่องแคล่ว รวดเร็วและถกู ตอ้ งตามอักขรวธิ ี (P)
4. แยกขอ้ เท็จจรงิ และข้อคิดเหน็ จากเรอ่ื งทอี่ ่าน (P)
5. อา่ นและเขียน คาอักษรสงู อักษรตา่ ได้(P)
6. เห็นความสาคัญของการอ่านและมารยาทในการอ่าน (A
7. มคี วามสนใจในการเรียนภาษาไทย (A )
8. มีความกระตือรอื ร้นและภูมิใจในการนาคามาใชใ้ นชวี ติ ประจาวนั (A)
9. มคี วามตงั้ ใจที่จะอา่ นออกเสยี งใหถ้ กู ตอ้ ง (A)
4. สาระการเรียนรู้
4.1 ความรู้ : Knowledge (K) การอ่านจบั ใจความ การเขียนบรรยายภาพ สระเอ
4.2 กระบวนการจัดการเรยี นรู้ : Process (P)
4.3 คุณลกั ษณะท่ีพึงประสงค์ : Attitude (A)ใฝเ่ รียนรู้ มีวินัย มงุ่ มั่นในการทางาน ซ่อื สตั ยส์ ุจรติ อยอู่ ยา่ งพอเพยี ง
รักความเป็นไทย มีจิตสาธารณะ
5. กจิ กรรมการเรียนรู้
คาบท่ี กิจกรรมการเรียนการสอน
1-2 ขัน้ ท่ี 1 ขั้นรวบรวมขอ้ มูล
1. นกั เรียนและครรู ว่ มกนั สนทนาเก่ยี วกบั เพ่อื น แลว้ โยงไปชื่อเรอื่ ง “เพอื่ นกนั ”
2. นักเรยี นดูภาพบนกระดานดาและอ่านคาตามภาพ ดังน้ี ไก่ ลกู ชา้ ง ชู จอ้ ง ร้อง เพ่ือน เด็ก
3.นกั เรียนทบทวนเกี่ยวกับการอ่านสรปุ ใจความ โดยใช้คาถามดงั ตอ่ ไปนี้
- การอ่านสรปุ ใจความคืออะไร
- นักเรยี นใชท้ ักษะอะไรบา้ งในการอ่านสรปุ ใจความ
*ในการตอบคาถามให้ครใู ชไ้ ม้เรียกเลขท่ี เพอ่ื ใหน้ ักเรียนตอบทีละคน โดยถามคาถามก่อนจะ
เรยี กเลขทเ่ี พือ่ ให้ทกุ คนได้คดิ ในแตล่ ะคาถามควรใหน้ ักเรียนนาเสนอ 4-5 คน
ขั้นท่ี 2 ขน้ั คิดวเิ คราะห์และสรปุ ความ
4. นักเรยี นแบ่งกลมุ่ ให้แต่ละกล่มุ อา่ นในใจเรือ่ ง เพอื่ นกนั จากหนงั สอื ภาษาพาที ช้ันประถมศึกษาปี
ท่ี 1 โดยนาหลกั การอ่านในใจมาใช้ ครสู ังเกตการอ่านของนกั เรียนแตล่ ะคนว่าปฏบิ ตั ไิ ดถ้ ูกตอ้ งตาม
หลักการอ่านหรอื ไม่
5. นกั เรยี นแตล่ ะกลมุ่ รว่ มกนั สรุปใจความสาคญั ของเร่อื ง เพอื่ นกัน
6.นักเรียนแตล่ ะกลุ่มคิดประเมินเพอ่ื เพ่มิ คุณค่าโดยครูใช้คาถามดังต่อไปน้ี
- คนและสัตวส์ ามารถเปน็ เพอื่ นกันไดห้ รือไม่ เพราะเหตุใด
- นักเรียนสามารถนาความรทู้ ่ีไดร้ ับไปใชใ้ นชวี ติ ประจาวนั ไดอ้ ย่างไร
ข้นั ที่ 3 ข้นั ปฏบิ ตั แิ ละสรปุ ความรหู้ ลังการปฏบิ ตั ิ
7. นักเรยี นทากจิ กรรมถามตอบจากเรื่องทีศ่ กึ ษาและต้งั คาถามกลุ่มละ 5 คาถาม
8. นกั เรียนร่วมกันสรปุ เกย่ี วกบั ข้อคิดจากเรอื่ ง เพ่อื นกนั
ขัน้ ที่ 4 ขั้นส่ือสารและนาเสนอ
9.นักเรยี นนาเสนอคาถาม โดยครใู ช้ไมเ้ รียกเลขทเี่ รียกนกั เรยี นออกมานาเสนอหน้าช้ันเรียนทีละกลมุ่
ขน้ั ท่ี 5 ข้ันประเมนิ เพ่ือเพม่ิ คุณค่าบริการสังคมและจิตสาธารณะ
10.นักเรียนรว่ มกนั แสดงความคดิ เห็น โดยครูใช้คาถามดงั น้ี
- นักเรียนสามารถนาความรเู้ ก่ยี วกับเรือ่ งที่เรียนไปใช้ประโยชน์ในสงั คมได้อย่างไร
6. การวัดผลและการประเมนิ ผล
การวัดและประเมินผลจุดประสงค์ วธิ กี ารวัดผล เครือ่ งมือวัด เกณฑก์ ารประเมินผล
ความรู้ความเขา้ ใจ (K) - ตรวจกิจกรรมฝกึ ทกั ษะ -กิจกรรมฝกึ ทกั ษะ 80% ขึ้นไป ถอื ว่าผ่าน
-แบบฝึกหัด เกณฑ์การประเมนิ
-ตรวจแบบฝึกหดั
ทกั ษะ/กระบวนการ (P) -สงั เกตพฤตกิ รรม การทางาน - แบบประเมินทกั ษะ 80% ขน้ึ ไป ถอื วา่ ผ่าน
คุณลกั ษณะนิสัย (A) รายบุคคล/กล่มุ และกระบวนการทาง เกณฑก์ ารประเมิน
คณติ ศาสตร์
1. สงั เกตจากการเรยี นมคี วาม 1. แบบสังเกต 80% ขึน้ ไป ถือว่าผ่าน
รับผดิ ชอบต่องานท่สี งั่ และสง่ พฤติกรรม เกณฑ์การประเมิน
งานได้ทนั ตามท่ีกาหนด
2. สังเกตจากการเรียนใฝเ่ รียนรู้
3. สงั เกตจากการมงุ่ มั่นในการ
ทางาน
7. ส่อื /แหล่งการเรยี นรู้ 2. บตั รภาพ 3. หนังสอื ภาษาไทย 1
5. วีดที ศั น์ 6. หนังสือภาษาพาที
1. บตั รคา
4. เพลง
7. ไม้เรยี กเลขที่
8 .กจิ กรรมเสนอแนะ
..................................................................................................................................................................................... .......................................
.......................................................................................................................................................................................................... .................
ลงช่ือ............................................ครผู สู้ อน ลงชอื่ ...................................................ฝ่ายวชิ าการ
(...........................................................) (...........................................................)
ลงชอื่ ...................................................ผบู้ รหิ าร
(...........................................................)
สัปดาหท์ ี่ 7
โรงเรยี นขจรเกียรตพิ ฒั นา
แผนการจัดการเรียนรู้
ภาคเรยี นท่ี 1/....................... ชอื่ ผสู้ อน....................................................
กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาไทย ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ่ี 1 จานวน 2 คาบ
หนว่ ยการเรยี นที่ 3 เร่อื ง การเขียนบรรยายภาพ
1 . มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐานที่ ท 2.1ใชก้ ระบวนการเขยี นเขียนส่อื สาร เขียนเรยี งความ ยอ่ ความ และเขยี นเรื่องราวในรปู แบบต่างๆ
เขียนรายงานขอ้ มลู สารสนเทศและรายงานการศึกษาคน้ คว้าอย่างมีประสทิ ธิภาพ
ตวั ช้ีวัดท่ี ป 1/2 เขียนสอื่ สารดว้ ยคาและประโยคงา่ ยๆ
ตัวชว้ี ดั ท่ี ป 1/3 มีมารยาทในการเขียน
มาตรฐานที่ ท 4.1เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลกั ภาษาไทยการเปลย่ี นแปลงของภาษาและพลงั ของภาษา
ภูมิปัญญาทางภาษาและรกั ษาภาษาไทยไว้เปน็ สมบัตขิ องชาติ
ตัวชี้วดั ที่ ป1/1 บอกและเขียนพยญั ชนะ สระ วรรณยกุ ต์ และเลขไทย
ตัวชว้ี ัดท่ี ป 1/2 เขียนสะกดคาและบอกความหมายของคา
2. สาระสาคญั /ความคดิ รวบยอด
การเขยี นบรรยายภาพ เปน็ การใช้ประสบการณร์ ว่ มกบั จนิ ตนาการของผเู้ ขยี น โดยดูรายละเอยี ดต่างๆจากภาพเป็น
พ้ืนฐาน เขียนเป็นเร่อื งราวที่นา่ สนใจหรือสนกุ สนานเพลิดเพลินแก่ผอู้ า่ น
3.จุดประสงค์การเรียนรู้
1. รู้และเขา้ ใจหลกั การเขียนบรรยายภาพ (K)
2. ร้แู ละเขา้ ใจหลักการอา่ น การเขียนอกั ษรสูง อกั ษรต่า(K)
3. แยกข้อเท็จจรงิ และข้อคิดเห็นจากเรือ่ งทีอ่ ่าน (P)
4. เขียนบรรยายภาพได้(P)
5. อ่านและเขยี น คาอกั ษรสงู อกั ษรต่าได้(P)
6.. มคี วามสนใจในการเรียนภาษาไทย (A )
7. มคี วามกระตอื รอื รน้ และภมู ิใจในการนาคามาใช้ในชีวิตประจาวัน(A)
8.. มคี วามตั้งใจทจ่ี ะอา่ นออกเสียงใหถ้ ูกต้อง (A)
4. สาระการเรยี นรู้
4.1 ความรู้ : Knowledge (K) การอา่ นจบั ใจความ การเขยี นบรรยายภาพ สระเอ
4.2 กระบวนการจดั การเรียนรู้ : Process (P)
4.3 คณุ ลกั ษณะทีพ่ ึงประสงค์ : Attitude (A)ใฝ่เรยี นรู้ มวี ินยั มุ่งม่นั ในการทางาน ซ่อื สตั ยส์ ุจริต อยู่อยา่ งพอเพยี ง
รกั ความเปน็ ไทย มจี ิตสาธารณะ
5.กิจกรรมการเรียนรู้
คาบท่ี กจิ กรรมการเรยี นการสอน
1 - 2 ข้ันที่ 1 ขัน้ รวบรวมข้อมลู
1. ครูนาตวั อย่างภาพมาให้นกั เรียนดู แลว้ ร่วมกนั สนทนาโดยใชค้ าถามดงั น้ี
- ในภาพนกั เรยี นคิดวา่ เกดิ ข้ึนทไี่ หน อย่างไร เมื่อไร มีใครบา้ ง
2. ครอู ธบิ ายวธิ กี ารเขยี นบรรยายภาพ สังเกตภาพ รายละเอียดอยา่ งถ่ถี ้วน เพือ่ นามาเป็นประเดน็
สาคญั ในการเขยี น
ข้ันท่ี 2 ขน้ั คิดวิเคราะห์และสรุปความ
3. นกั เรียนรว่ มกันสนทนาวิเคราะหเ์ ก่ยี วกบั การเขยี นบรรยายภาพ โดยครูใช้คาถามดงั นี้
- การเขียนบรรยายภาพมีวตั ถปุ ระสงคใ์ ด
- การเขยี นบรรยายภาพมีหลกั การเขียนอย่างไร
- ข้อมลู ที่ควรนาเสนอในการเขยี นบรรยายภาพมีอะไรบ้าง
4. นกั เรยี นแต่ละกลมุ่ คดิ ประเมินเพื่อเพ่ิมคุณค่าโดยครใู ชค้ าถามดังตอ่ ไปนี้
- นกั เรียนสามารถนาความรทู้ ่ีไดร้ ับไปใชใ้ นชวี ิตประจาวันได้อย่างไร
ข้นั ท่ี 3 ขั้นปฏิบัติและสรปุ ความรหู้ ลังการปฏิบัติ
5.นกั เรยี นแตล่ ะคนจัดระบบขอ้ มลู ทจี่ ะนามาเขยี นบรรยายภาพ
6. นกั เรยี นเขยี นบรรยายภาพ
ขัน้ ท่ี 4 ข้ันส่อื สารและนาเสนอ
7.นักเรียนนาเสนอการเขียนบรรยายภาพ โดยครใู ช้ไม้เรียกเลขท่ีเรยี กนักเรียนออกมานาเสนอหน้าชน้ั
เรยี นประมาณ 4-5 คน
ขน้ั ที่ 5 ขั้นประเมนิ เพื่อเพ่มิ คุณค่าบรกิ ารสงั คมและจิตสาธารณะ
8.นักเรียนรว่ มกนั แสดงความคิดเห็น โดยครูใชค้ าถามดังน้ี
- นกั เรยี นสามารถนาความรู้เกย่ี วกับเรือ่ งท่ีเรยี นไปใช้ประโยชน์ในสงั คมได้อยา่ งไร
6. การวดั ผลและการประเมินผล เกณฑ์การประเมนิ ผล
การวดั และประเมินผลจุดประสงค์ วิธีการวัดผล เครื่องมือวดั
80% ข้นึ ไป ถือว่าผ่าน
ความรูค้ วามเข้าใจ (K) - ตรวจกิจกรรมฝึกทักษะ -กิจกรรมฝึกทกั ษะ เกณฑก์ ารประเมิน
-แบบฝกึ หัด
-ตรวจแบบฝึกหดั
ทักษะ/กระบวนการ (P) -สังเกตพฤตกิ รรม การทางาน - แบบประเมินทกั ษะ 80% ขึ้นไป ถอื ว่าผา่ น
คุณลกั ษณะนิสยั (A) รายบคุ คล/กลุ่ม และกระบวนการทาง เกณฑ์การประเมิน
คณติ ศาสตร์
1. สงั เกตจากการเรียนมีความ 1. แบบสังเกต 80% ขึ้นไป ถือว่าผ่าน
รบั ผดิ ชอบตอ่ งานทสี่ ง่ั และส่ง พฤตกิ รรม เกณฑก์ ารประเมิน
งานได้ทนั ตามทกี่ าหนด
2. สังเกตจากการเรียนใฝเ่ รียนรู้
3. สงั เกตจากการมงุ่ มัน่ ในการ
ทางาน
7. สือ่ /แหลง่ การเรียนรู้ 2. บตั รภาพ 3. หนงั สอื ภาษาไทย 1
1. บัตรคา 5. วดี ีทศั น์ 6. หนังสือภาษาพาที
4. เพลง
7. ไม้เรยี กเลขท่ี 8. ตวั อยา่ งการเขียนบรรยายภาพ
8 .กิจกรรมเสนอแนะ
...................................................................................................................................... ......................................................................................
.......................................................................................................................................................................... ..................................................
ลงชือ่ ............................................ครผู ู้สอน ลงช่ือ...................................................ฝ่ายวิชาการ
(...........................................................) (...........................................................)
ลงช่ือ...................................................ผบู้ รหิ าร
(...........................................................)
สปั ดาหท์ ่ี 7
โรงเรียนขจรเกยี รติพฒั นา
แผนจดั การเรยี นรู้
ภาคเรยี นที่ 1/.................... ชื่อผสู้ อน........................................................
กล่มุ สาระการเรยี นรู้ ภาษาไทย ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ี่ 1 จานวน 2 คาบ
หนว่ ยการเรยี นท่ี 3 เร่อื ง สระเอ
1 . มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐานท่ี ท 4.1 เข้าใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลกั ภาษาไทยการเปลย่ี นแปลงของภาษาและพลงั ของภาษา
ภูมิปัญญาทางภาษาและรกั ษาภาษาไทยไว้เป็นสมบัตขิ องชาติ
ตวั ชีว้ ัดที่ ป1/1 บอกและเขยี นพยญั ชนะ สระ วรรณยกุ ต์ และเลขไทย
ตัวชี้วัดท่ี ป 1/2 เขียนสะกดคาและบอกความหมายของคา
2. สาระสาคญั /ความคดิ รวบยอด
สระ เ_ ออกเสียง เอ เปน็ สระเสียงยาวเขียนไวข้ า้ งหน้าพยญั ชนะต้น คาทใ่ี ชส้ ระ เ_ จะมีตัวสะกด คาทใ่ี ช้ในการ
ส่อื สารในชีวิตประจาวันประสมดว้ ยสระ เอ อยูห่ ลายคา
3 จดุ ประสงค์การเรียนรู้
1. รูแ้ ละเข้าใจหลักการอ่าน การเขียนอักษรสูง อกั ษรตา่ (K)
2. บอกสว่ นประกอบของคาท่ปี ระสมด้วยสระ เ- (K)
3. อ่านและเขยี น คาอักษรสูง อักษรตา่ ได้(P)
4. อ่านและจาแนกส่วนประกอบของคาทป่ี ระสมดว้ ยสระ เ- (P)
5. มีความสนใจในการเรียนภาษาไทย (A )
6. มคี วามกระตือรอื ร้นและภมู ใิ จในการนาคามาใชใ้ นชีวิตประจาวัน(A)
7. มีความตง้ั ใจที่จะอ่านออกเสยี งให้ถกู ตอ้ ง (A)
4. สาระการเรยี นรู้
4.1 ความรู้ : Knowledge (K) การอ่านจบั ใจความ การเขียนบรรยายภาพ สระเอ
4.2 กระบวนการจดั การเรียนรู้ : Process (P)
4.3 คณุ ลักษณะทีพ่ ึงประสงค์ : Attitude (A)ใฝเ่ รยี นรู้ มีวนิ ยั มุ่งมัน่ ในการทางาน ซ่ือสตั ยส์ จุ รติ อยอู่ ย่างพอเพยี ง
รกั ความเป็นไทย มีจติ สาธารณะ
5.กิจกรรมการเรียนรู้
คาบที่ กิจกรรมการเรยี นการสอน
1-2 ขั้นที่ 1 ขัน้ รวบรวมข้อมูล
1. นักเรยี นฟงั เพลง สระเอ และฝึกร้องเพลงสระเอ 1-2 รอบ
2. นักเรยี นสังเกตคาท่มี สี ระเอในเพลง สมุ่ เรียกนกั เรยี นโดยใชไ้ ม้เรียกเลขท่ีใหอ้ อกมาเขียนบนกระดานดา
3. นักเรียนศกึ ษาเรอ่ื ง สระเอ ครอู ธิบายเพ่ิมเตมิ ดังน้ี สระ เ_ ออกเสียง เอ เป็นสระเสียงยาวเขยี นไว้ขา้ งหนา้
พยัญชนะตน้ คาทใ่ี ช้สระ เ_ จะมตี วั สะกด คาทใ่ี ชใ้ นการสอื่ สารในชีวติ ประจาวันประสมดว้ ยสระ เอ อยหู่ ลาย
คา
ขนั้ ท่ี 2 ข้นั คิดวิเคราะห์และสรุปความ
4. นกั เรียนเล่นเกมสป์ รศิ นาคาทาย โดยแบ่งเปน็ กลมุ่ กล่มุ ละ 4-5 คน ช่วยกนั ทายคาตอบของปริศนาต่อไปน้ี
ฉนั คืออะไร อยู่ไดใ้ นนา้
หนังหนาแขง็ ล้า รา่ งลา้ เลอ้ื ยคลาน (จระเข)้
ฉันคือแหล่งน้า คนฉา่ ช่นื ใจ
มีหาดทรายไว้ ใหค้ นเดนิ เล่น (ทะเล)
ฉนั คืออะไร รู้ไหมอาหาร
ในทุกทกุ จาน กลา่ วขานแต่ผกั (เจ)
ฉันคืออะไร เหน็ ไดบ้ นฟ้า
ละอองน้าหนา ตกมาเป็นฝน (เมฆ)
ฉันคืออะไร รไู้ หมสตั วแ์ ปลก
มขี นผดิ แผก แยกไปคลา้ ยเข็ม (เม่น)
ฉนั คอื อะไร รู้ไหมหนจู า๋
แทนจานวนนา บอกมาอะไร (ตวั เลข)
ฉันคืออะไร ไวใ้ สค่ เู่ สื้อ
กระโปรงถ้าเบอ่ื โปรดเช่ือใสฉ่ ัน (กางเกง)
ครูใหส้ ญั ญาณเรม่ิ เลน่ ใหอ้ าสาสมัครออกมาเขยี นคาตอบบนกระดาน ครแู ละเพือ่ นนกั เรียนในชน้ั
ช่วยกนั ตรวจสอบความถกู ต้องทลี ะกล่มุ และนับจานวนที่ทาได้ถกู ตอ้ งกลมุ่ ใดถกู ตอ้ งมากกว่าจะเป็นผู้ชนะเพอื่ น
ในห้องช่วยกนั ปรบมอื ใหห้ รือครูอาจมแี รงเสรมิ ให้ เชน่ ดาว คะแนนกลุ่ม
5. นกั เรยี นแต่ละกลมุ่ คิดประเมินเพือ่ เพิ่มคุณค่าโดยครูใช้คาถามดังตอ่ ไปน้ี
- นักเรียนสามารถนาความรทู้ ่ไี ดร้ บั ไปใชใ้ นชีวติ ประจาวนั ไดอ้ ยา่ งไร
ข้ันท่ี 3 ขั้นปฏิบัติและสรุปความรูห้ ลงั การปฏิบัติ
6. นกั เรียนฝึกอ่านคาทปี่ ระสมดว้ ยสระ เอ จากบตั รคา (คาจากแบบฝึกหัด) แลว้ ให้นกั เรยี นทาแบบฝกึ หัด
7.นกั เรยี นรว่ มกันสรปุ เกยี่ วกับคาทปี่ ระสมด้วนสระ เอ
ขัน้ ท่ี 4 ขั้นสอื่ สารและนาเสนอ
8.นักเรียนนาเสนอคาท่ปี ระสมดว้ ยสระ เอ โดยครูใช้ไมเ้ รียกเลขทเ่ี รียกนักเรยี นออกมานาเสนอคาหน้าช้ันเรยี น
ขนั้ ท่ี 5ข้ันประเมนิ เพ่ือเพ่มิ คุณคา่ บริการสังคมและจติ สาธารณะ
9.นักเรยี นร่วมกันแสดงความคิดเหน็ โดยครูใชค้ าถามดังน้ี
- นกั เรยี นสามารถนาความรูเ้ กย่ี วกับเรอ่ื งท่ีเรียนไปใชป้ ระโยชนใ์ นสังคมไดอ้ ยา่ งไร
6. การวดั ผลและการประเมนิ ผล วธิ ีการวัดผล เครอื่ งมือวดั เกณฑ์การประเมนิ ผล
การวัดและประเมนิ ผลจดุ ประสงค์
-กิจกรรมฝกึ ทกั ษะ 80% ข้นึ ไป ถอื ว่าผ่าน
ความร้คู วามเข้าใจ (K) - ตรวจกิจกรรมฝกึ ทักษะ -แบบฝึกหดั เกณฑ์การประเมิน
-ตรวจแบบฝกึ หดั
ทกั ษะ/กระบวนการ (P) -สงั เกตพฤตกิ รรม การทางาน - แบบประเมนิ ทกั ษะ 80% ข้นึ ไป ถือวา่ ผา่ น
คุณลกั ษณะนิสัย (A) รายบคุ คล/กล่มุ และกระบวนการทาง เกณฑก์ ารประเมิน
คณติ ศาสตร์
1. สังเกตจากการเรยี นมคี วาม 1. แบบสงั เกต 80% ขนึ้ ไป ถือวา่ ผา่ น
รบั ผิดชอบต่องานทสี่ งั่ และส่ง พฤตกิ รรม เกณฑ์การประเมิน
งานไดท้ ันตามทก่ี าหนด
2. สงั เกตจากการเรียนใฝเ่ รยี นรู้
3. สงั เกตจากการมงุ่ มนั่ ในการ
ทางาน
7. สอ่ื /แหลง่ การเรยี นรู้
1. บัตรคา 2. บตั รภาพ 3. หนังสอื ภาษาไทย 1
4. เพลง 5. วีดที ัศน์ 6. หนังสือภาษาพาที
7. ไมเ้ รียกเลขท่ี
8 .กจิ กรรมเสนอแนะ
......................................................................................................................................................................... ...................................................
.......................................................................................................................................................................................................... ..................
ลงช่อื ............................................ครผู สู้ อน ลงชื่อ...................................................ฝ่ายวชิ าการ
(...........................................................) (...........................................................)
ลงชอ่ื ...................................................ผบู้ รหิ าร
(...........................................................
สัปดาหท์ ่ี 8
โรงเรยี นขจรเกียรตพิ ฒั นา
แผนการจัดการเรียนรู้
ภาคเรยี นท่ี 1/................... ชอื่ ผูส้ อน.............................................................
กลุม่ สาระการเรียนรู้ ภาษาไทย ชั้นประถมศกึ ษาปีที่ 1 จานวน 2 คาบ
หนว่ ยการเรยี นท่ี 3 เรอื่ ง วรรณคดลี านา (ฝนตกแดดออก)
1 . มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐานท่ี ท 1.1ใชก้ ระบวนการอ่านสร้างความรแู้ ละความคิดเพ่ือนาไปใช้ตัดสนิ ใจ แก้ปญั หาในการดาเนนิ ชวี ิต
และมีนสิ ยั รกั การอา่ น
ตัวชว้ี ดั ท่ี ป 1/1 บอกข้อคดิ ทไ่ี ดจ้ ากการอา่ นหรอื การฟังวรรณกรรมร้อยแก้วและร้อยกรองสาหรบั เดก็
ตัวชี้วัดท่ี ป 1/2 บอกความหมายของคาและข้อความทอี่ ่าน
ตวั ชี้วัดท่ี ป 1/3 ตอบคาถามเกยี่ วกบั เรื่องท่อี ่าน
ตัวช้วี ัดท่ี ป1/8 มีมารยาทในการอ่าน
มาตรฐานที่ ท 5.1 เข้าใจและแสดงความคิดเห็นวิจารณว์ รรณคดแี ละวรรณกรรมไทยอย่างเหน็ คณุ คา่ และนามา
ประยุกตใ์ ชใ้ นชีวติ จรงิ
ตวั ชี้วดั ท่ี ป 1/1 บอกขอ้ คิดทไี่ ดจ้ ากการอ่านหรอื การฟงั วรรณกรรมร้อยแกว้ และร้อยกรองสาหรบั เดก็
2.สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด
การอา่ นจับใจความสาคัญ คือ การอ่านเพอ่ื จบั ใจความหรอื ขอ้ คดิ ความคิดสาคัญหลกั ของข้อความ หรอื เรือ่ งที่
อ่าน การอ่านจบั ใจความสาคญั ถอื เป็นทกั ษะสาคญั ที่ใชใ้ นการอา่ นเพือ่ การสื่อสารมากทส่ี ุด เพราะเปน็ พ้ืนฐานสาคญั ใน
การศึกษาหาความรู้ จงึ ควรฝกึ ฝนให้เกิดความชานาญ
3.จุดประสงค์การเรยี นรู้
1. รแู้ ละเข้าใจเรือ่ งฝนตกแดดออก(K)
2. รูแ้ ละเข้าใจการเขยี นคาคลอ้ งจอง (K)
3. อ่านเรอ่ื งฝนตกแดดออก ได้ถูกต้องตามอกั ขรวิธี(P)
4. เห็นความสาคญั ของการอ่านและมารยาทในการอ่าน (A)
5. มคี วามสนใจในการเรียนการสอน( A)
6. กระตอื รอื รน้ ในการร่วมกจิ กรรม (A)
7. มีความต้งั ใจในการอ่านออกเสียงคา (A)
8. มคี วามต้งั ใจท่จี ะอา่ นออกเสียงคาใหถ้ ูกต้อง (A)
4. สาระการเรียนรู้
4.1 ความรู้ : Knowledge (K) การอ่านจบั ใจความ การเขียนคาคล้องจอง สระเอะ สระแอ
4.2 กระบวนการจัดการเรยี นรู้ : Process (P)
4.3 คุณลกั ษณะทพี่ ึงประสงค์ : Attitude (A)ใฝ่เรียนรู้ มวี ินยั มุ่งมั่นในการทางาน ซอื่ สตั ย์สจุ รติ อยู่อย่างพอเพยี ง
รักความเปน็ ไทย มจี ิตสาธารณะ
5. กิจกรรมการเรยี นรู้
คาบ กจิ กรรมการเรยี นการสอน
ท่ี
1-2 ขั้นท่ี 1 ขน้ั รวบรวมขอ้ มลู
1.นักเรียนทบทวนเกยี่ วกบั การอา่ นสรุปใจความ โดยใชค้ าถามดังตอ่ ไปน้ี
- การอา่ นสรปุ ใจความคอื อะไร
- นกั เรียนใชท้ กั ษะอะไรบ้างในการอา่ นสรปุ ใจความ
2. นกั เรยี นฟงั เพลง ฉันรกั สายฝน จากวีดีทัศน์ เพ่ือเชื่อมโยงเข้าส่บู ทเรียน
ข้ันที่ 2 ข้ันคิดวิเคราะหแ์ ละสรุปความ
3.นักเรยี นร่วมกนั สนทนาเกย่ี วกับเรอ่ื ง ฝนตกแดดออก
- ทาไมนกกระจอกจงึ ขอพักทต่ี น้ มะพรา้ ว (หนาว)
- ใครชักชวนนกกระจอกมารอ้ งเพลง (ตน้ หญา้ )
- เรามองเห็นอะไรบนท้องฟ้าขณะฝนตกแดดออก (รงุ้ กินนา้ )
- นกั เรียนคดิ ว่า ขณะฝนตกทาไมนกจงึ ไมบ่ นิ และยงั ต้องหลบฝนตามต้นไมด้ ้วย (กลวั ขนเปยี กน้าทาให้บิน
ไม่ไหว)
*ในการตอบคาถามใหค้ รูใชไ้ ม้เรยี กเลขที่ เพ่อื ใหน้ ักเรยี นตอบทลี ะคน โดยถามคาถามกอ่ นจะเรยี กเลขท่ี
เพ่ือใหท้ กุ คนได้คิด ในแตล่ ะคาถามควรให้นักเรียนนาเสนอ 4-5 คน
4.นกั เรยี นแตล่ ะกลุม่ คดิ ประเมินเพือ่ เพิ่มคุณคา่ โดยครใู ช้คาถามดงั ตอ่ ไปนี้
- คนและสัตว์สามารถเป็นเพอ่ื นกนั ไดห้ รือไม่ เพราะเหตใุ ด
- นกั เรยี นสามารถนาความรทู้ ไ่ี ดร้ ับไปใชใ้ นชีวติ ประจาวันไดอ้ ย่างไร
ขั้นท่ี 3 ข้ันปฏิบัติและสรปุ ความรู้หลังการปฏิบัติ
5. นกั เรยี นทากิจกรรมถามตอบจากเรือ่ งทศ่ี กึ ษาและตง้ั คาถามกลุ่มละ 5 คาถาม
6. นกั เรยี นรว่ มกนั สรุปเกย่ี วกบั ข้อคดิ จากเร่ือง ฝนตกแดดออก
ขัน้ ท่ี 4 ข้ันส่อื สารและนาเสนอ
7.นกั เรียนนาเสนอคาถาม โดยครใู ช้ไม้เรียกเลขท่ีเรยี กนักเรยี นออกมานาเสนอหนา้ ชั้นเรียนทลี ะกลมุ่
ข้นั ท่ี 5ข้ันประเมินเพ่ือเพ่ิมคุณค่าบริการสังคมและจติ สาธารณะ
8.นักเรยี นร่วมกันแสดงความคิดเหน็ โดยครใู ชค้ าถามดงั นี้
- นักเรียนสามารถนาความรเู้ กี่ยวกับเร่ืองที่เรยี นไปใช้ประโยชน์ในสงั คมไดอ้ ย่างไร
6. การวัดผลและการประเมินผล
การวดั และประเมินผลจดุ ประสงค์ วิธกี ารวดั ผล เครื่องมือวัด เกณฑ์การประเมินผล
ความรคู้ วามเขา้ ใจ (K) - ตรวจกิจกรรมฝึกทกั ษะ -กิจกรรมฝกึ ทกั ษะ 80% ขน้ึ ไป ถือวา่ ผ่าน
-ตรวจแบบฝกึ หดั -แบบฝึกหัด เกณฑก์ ารประเมนิ
ทักษะ/กระบวนการ (P) -สังเกตพฤตกิ รรม การทางาน - แบบประเมินทกั ษะ 80% ขน้ึ ไป ถอื ว่าผ่าน
คุณลกั ษณะนสิ ัย (A) รายบุคคล/กลุ่ม และกระบวนการทาง เกณฑ์การประเมนิ
คณติ ศาสตร์
1. สังเกตจากการเรียนมคี วาม 1. แบบสังเกต 80% ขน้ึ ไป ถือว่าผ่าน
รบั ผดิ ชอบต่องานทีส่ งั่ และส่ง พฤติกรรม เกณฑ์การประเมนิ
งานได้ทันตามทก่ี าหนด
2. สงั เกตจากการเรียนใฝเ่ รียนรู้
3. สังเกตจากการมงุ่ ม่นั ในการ
ทางาน
7. สื่อ/แหลง่ การเรียนรู้ 2. บตั รภาพ 3. หนังสอื ภาษาไทย 1 7. ไมเ้ รียกเลขท่ี
5. วดี ที ัศน์ 6. หนงั สือวรรณคดีลานา
1. บตั รคา
4. เพลง
8 .กิจกรรมเสนอแนะ
.................................................................................................................... ........................................................................................................
............................................................................................................................. ...............................................................................................
ลงชือ่ ............................................ครผู ู้สอน ลงช่ือ...................................................ฝ่ายวชิ าการ
(...........................................................) (...........................................................)
ลงชือ่ ...................................................ผบู้ รหิ าร
(...........................................................)
สปั ดาห์ท่ี 8
โรงเรยี นขจรเกียรตพิ ัฒนา
แผนการจัดการเรียนรู้
ภาคเรยี นท่ี 1/................... ชือ่ ผสู้ อน.........................................................
กล่มุ สาระการเรยี นรู้ ภาษาไทย ช้ันประถมศกึ ษาปีท่ี 1 จานวน 2 คาบ
หนว่ ยการเรียนท่ี 3 เรอื่ ง การเขียนคาคล้องจอง
1 . มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐานที่ ท 2.1ใช้กระบวนการเขียนเขียนสื่อสาร เขียนเรยี งความ ย่อความ และเขยี นเรอ่ื งราวในรปู แบบต่างๆ
เขยี นรายงานขอ้ มลู สารสนเทศและรายงานการศกึ ษาคน้ ควา้ อยา่ งมปี ระสทิ ธิภาพ
ตัวชี้วัดที่ ป 1/2 เขียนสอ่ื สารด้วยคาและประโยคงา่ ยๆ
มาตรฐานท่ี ท 4.1เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลกั ภาษาไทยการเปลยี่ นแปลงของภาษาและพลงั ของภาษา
ภูมปิ ญั ญาทางภาษาและรกั ษาภาษาไทยไว้เปน็ สมบัตขิ องชาติ
ตวั ชวี้ ดั ท่ี ป1/1 บอกและเขยี นพยญั ชนะ สระ วรรณยกุ ต์ และเลขไทย
ตัวชวี้ ัดท่ี ป 1/2 เขียนสะกดคาและบอกความหมายของคา
ตวั ช้ีวดั ท่ี ป 1/4 ตอ่ คาคล้องจองง่ายๆ
2.สาระสาคญั
การเรียบเรียงคาใหเ้ ป็นประโยค และการเขยี นคาคล้องจอง เพอ่ื นามาใช้สอื่ สารให้บคุ คลอ่นื เขา้ ใจ
3.จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
1. รแู้ ละเขา้ ใจการเขยี นคาคลอ้ งจอง (K)
2. เขยี นคาคล้องจองได้ถกู ตอ้ ง (P)
3. มคี วามสนใจในการเรยี นการสอน( A)
4. กระตือรอื ร้นในการร่วมกจิ กรรม (A)
5. มีความตงั้ ใจในการอา่ นออกเสียงคา (A)
6. มคี วามต้ังใจทีจ่ ะอ่านออกเสยี งคาให้ถกู ต้อง (A)
4. สาระการเรยี นรู้
4.1 ความรู้ : Knowledge (K) การอา่ นจบั ใจความ การเขยี นคาคลอ้ งจอง สระเอะ สระแอ
4.2 กระบวนการจดั การเรียนรู้ : Process (P)
4.3 คณุ ลักษณะท่ีพงึ ประสงค์ : Attitude (A)ใฝเ่ รยี นรู้ มวี ินยั มุ่งมน่ั ในการทางาน ซ่ือสัตย์สจุ รติ อยู่อยา่ งพอเพยี ง
รกั ความเป็นไทย มีจิตสาธารณะ
5.กิจกรรมการเรียนรู้
คาบ กจิ กรรมการเรียนการสอน
ท่ี
1-2 ขั้นที่ 1 ข้ันรวบรวมขอ้ มูล
1. นกั เรียนอา่ นคาบนกระดานและรว่ มกนั สนทนาโดยใชค้ าถามดังนี้
กลมุ่ ท่ี 1 หา ขา ผ้า กว่า ปลา หล้า น่า ข้า
กลุม่ ที่ 2 คณุ แม่ แก้ไข ไหว้พระ ระวงั ส่ังสอน หมอนข้าง
ทางเดิน
-คาในกลุม่ ท่ี 1 และ 2 เหมอื นและแตกตา่ งกนั อยา่ งไร
-คาในกล่มุ ท่ี 1 และ 2 เรยี กว่าคาอะไร
2. นกั เรยี นอ่านแผนภมู ิคาคลอ้ งจองท่คี รูติดบนกระดาน และร่วมกนั ศึกษาเกยี่ วกบั คาคลอ้ งจอง
ขัน้ ท่ี 2 ข้นั คดิ วิเคราะหแ์ ละสรปุ ความ
3. นักเรียนเลน่ เกมตอ่ คาคลอ้ งจอง 1 2 พยางค์ ภายใน 10 วนิ าที โดยเรมิ่ คณุ ครเู ขยี นคาบนกระดานดา ให้
นกั เรียนออกมาเขียนตอ่ ทลี ะคน
* ในการตอบคาถามให้ครใู ชไ้ ม้เรยี กเลขที่ เพือ่ เรยี กใหน้ ักเรยี นตอบทลี ะคน
4. นกั เรียนแต่ละกลมุ่ คดิ ประเมินเพอ่ื เพม่ิ คณุ ค่าโดยครูใช้คาถามดังต่อไปน้ี
- นักเรยี นสามารถนาความรทู้ ี่ได้รับไปใชใ้ นชีวิตประจาวนั ได้อยา่ งไร
ข้ันท่ี 3 ขั้นปฏิบตั ิและสรปุ ความรหู้ ลังการปฏบิ ัติ
5. นักเรียนร่วมกนั แสดงความคิดเหน็ โดยครูใช้คาถามดงั นี้ “ คาคลอ้ งจอง แตกตา่ งจากคาท่ัวไปอยา่ งไร ”
6. นักเรยี นจับคเู่ ขียนคาคล้องจอง 10 คา สลับกนั ตรวจสอบความถกู ต้อง
7. นักเรยี นร่วมกันสรุปความรู้ เรอื่ ง คาคล้องจอง
ขน้ั ที่ 4 ข้ันส่ือสารและนาเสนอ
8. นักเรียน 4-5 คู่ ออกมานาเสนอผลงานหน้าชัน้ เรยี น
ขน้ั ที่ 5 ข้ันประเมนิ เพื่อเพมิ่ คุณค่าบรกิ ารสังคมและจติ สาธารณะ
9.นักเรียนร่วมกนั แสดงความคิดเหน็ โดยครใู ชค้ าถามดงั น้ี
- นักเรียนสามารถนาความรู้เกี่ยวกับเรอ่ื งท่เี รยี นไปใชป้ ระโยชนใ์ นสงั คมไดอ้ ย่างไร
6. การวดั ผลและการประเมนิ ผล
การวัดและประเมินผลจุดประสงค์ วธิ ีการวัดผล เครอื่ งมือวดั เกณฑก์ ารประเมนิ ผล
ความรู้ความเข้าใจ (K) - ตรวจกจิ กรรมฝกึ ทกั ษะ -กิจกรรมฝกึ ทกั ษะ 80% ข้ึนไป ถอื ว่าผ่าน
-แบบฝึกหดั เกณฑ์การประเมนิ
-ตรวจแบบฝกึ หดั
ทักษะ/กระบวนการ (P) -สังเกตพฤตกิ รรม การทางาน - แบบประเมนิ ทกั ษะ 80% ขึน้ ไป ถือวา่ ผ่าน
คณุ ลกั ษณะนิสัย (A) รายบุคคล/กลมุ่ และกระบวนการทาง เกณฑก์ ารประเมิน
คณิตศาสตร์
1. สงั เกตจากการเรียนมีความ 1. แบบสงั เกต 80% ขนึ้ ไป ถือว่าผา่ น
รับผิดชอบต่องานทส่ี ง่ั และสง่ พฤติกรรม เกณฑก์ ารประเมิน
งานไดท้ ันตามที่กาหนด
2. สงั เกตจากการเรยี นใฝเ่ รยี นรู้
3. สงั เกตจากการมงุ่ ม่นั ในการ
ทางาน
7. ส่ือ/แหลง่ การเรยี นรู้
1. บตั รคา 2. บตั รภาพ 3. หนังสอื ภาษาไทย 1
6. หนังสอื วรรณคดลี านา
4. เพลง 5. วดี ที ัศน์ 7. ไมเ้ รยี กเลขที่
8 .กิจกรรมเสนอแนะ
............................................................................................................................................... .............................................................................
................................................................................................................................................................................... .........................................
ลงชอื่ ............................................ครผู ้สู อน ลงช่ือ...................................................ฝ่ายวชิ าการ
(...........................................................) (...........................................................)
ลงชื่อ...................................................ผบู้ รหิ าร
(...........................................................)
สัปดาห์ท่ี 8
โรงเรยี นขจรเกยี รติพฒั นา
แผนการจัดการเรียนรู้
ภาคเรยี นท่ี 1/………............ ชอ่ื ผู้สอน........................................................
กลมุ่ สาระการเรียนรู้ ภาษาไทย ชั้นประถมศกึ ษาปที ่ี 1 จานวน 1 คาบ
หน่วยการเรียนที่ 3 เรื่อง สระ เอะ
1 . มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐานท่ี ท 2.1ใช้กระบวนการเขยี นเขยี นสือ่ สาร เขียนเรยี งความ ยอ่ ความ และเขียนเร่อื งราวในรปู แบบต่างๆ
เขยี นรายงานขอ้ มลู สารสนเทศและรายงานการศกึ ษาคน้ ควา้ อยา่ งมปี ระสิทธภิ าพ
ตัวช้ีวัดที่ ป 1/2 เขียนสอ่ื สารดว้ ยคาและประโยคงา่ ยๆ
มาตรฐานท่ี ท 4.1เขา้ ใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลกั ภาษาไทยการเปล่ียนแปลงของภาษาและพลงั ของภาษา
ภมู ิปัญญาทางภาษาและรกั ษาภาษาไทยไว้เป็นสมบตั ิของชาติ
ตัวชี้วัดที่ ป1/1 บอกและเขยี นพยญั ชนะ สระ วรรณยกุ ต์ และเลขไทย
ตัวชีว้ ัดท่ี ป 1/2 เขียนสะกดคาและบอกความหมายของคา
2.สาระสาคญั /ความคดิ รวบยอด
สระ เ_ะ ออกเสยี ง เอะ เปน็ สระเสยี งส้นั เขียนพยญั ชนะตน้ ไวต้ รงกลางระหว่างสระ เ_กับสระ _ะ เมือ่ มีตวั สะกด
สระ _ะ เปล่ียนรปู เป็น ็ (ไมไ้ ต่ค)ู้
3. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
1. อธิบายวิธกี ารเขยี นและตาแหนง่ ของสระ เ-ะ ทง้ั รปู สระทไ่ี มม่ ีตวั สะกดและรปู สระทมี่ ตี ัวสะกด (K)
2. เขียนสระ เ-ะ ไดถ้ ูกวิธแี ละถูกตาแหน่ง ท้ังรปู สระท่ีไมม่ ตี วั สะกดและรูปสระทม่ี ีตัวสะกด (P)
3. อา่ นออกเสยี งคาทป่ี ระสมด้วยสระ เ-ะ (P)
4. มคี วามสนใจในการเรียนการสอน( A)
5. มีความตงั้ ใจในการอ่านออกเสียงคา (A)
6. มีความตั้งใจที่จะอ่านออกเสียงคาให้ถูกต้อง (A)
4. สาระการเรยี นรู้
4.1 ความรู้ : Knowledge (K) การอ่านจบั ใจความ การเขยี นคาคลอ้ งจอง สระเอะ สระแอ
4.2 กระบวนการจัดการเรียนรู้ : Process (P)
4.3 คณุ ลักษณะทพ่ี ึงประสงค์ : Attitude (A)ใฝเ่ รยี นรู้ มีวินยั ม่งุ มน่ั ในการทางาน ซ่อื สตั ยส์ จุ ริต อยอู่ ย่างพอเพยี ง
รักความเป็นไทย มีจิตสาธารณะ
5.กจิ กรรมการเรยี นรู้
คาบ กจิ กรรมการเรยี นการสอน
ที่
1 ขนั้ ท่ี 1 ขน้ั รวบรวมข้อมลู
1. นกั เรียนฟงั เพลง สระ เอะ และฝกึ ร้องเพลงสระ เอะ 1-2 รอบ
2. นักเรียนสังเกตคาทม่ี สี ระ เอะในเพลง สมุ่ เรียกนกั เรียนโดยใชไ้ มเ้ รียกเลขท่ใี หอ้ อกมาเขยี นคาบนกระดานดา
3. นักเรยี นศึกษาเรอื่ ง สระ เอะ จากวดี ีทัศน์
ขน้ั ที่ 2 ขนั้ คดิ วเิ คราะห์และสรปุ ความ
4. นกั เรียนรว่ มกนั วเิ คราะห์คาต่อไปนี้ เตะ เขม็ แลว้ รว่ มกนั สนทนาโดยใชค้ าถามดงั น้ี
-คาทัง้ สองเหมือนและต่างกนั อย่างไร
5. นกั เรียนแตล่ ะกลมุ่ คิดประเมนิ เพือ่ เพม่ิ คุณค่าโดยครูใชค้ าถามดงั ตอ่ ไปนี้
- นักเรยี นสามารถนาความรู้ท่ไี ดร้ ับไปใชใ้ นชีวิตประจาวันไดอ้ ยา่ งไร
ข้ันที่ 3 ข้ันปฏิบตั ิและสรปุ ความร้หู ลงั การปฏิบัติ
6. นกั เรยี นเลน่ เกมจบั คคู่ าสระ เอะ กับภาพ และฝกึ อ่านคาจากบตั รคา (คาจากแบบฝกึ หดั )
7. นักเรยี นรว่ มกันสรุปเรอื่ งสระ เอะ และครอู ธิบายเพม่ิ เตมิ ดังนี้
สระ เ_ะ ออกเสยี ง เอะ เป็นสระเสยี งสัน้ เขียนพยญั ชนะต้นไวต้ รงกลางระหว่างสระ เ_กับสระ _ะ
เมือ่ มีตัวสะกด สระ _ะ เปล่ยี นรปู เป็น ็ (ไม้ไตค่ ู้)
8. นกั เรียนทาแบบฝึกหัด ในขณะทน่ี กั เรยี นช่วยกนั คิดครเู ดนิ ตรวจดคู วามถกู ตอ้ ง
ขน้ั ที่ 4 ข้ันสอื่ สารและนาเสนอ
9. นกั เรียนนาเสนอคาสระ เอะ โดยครใู ช้ไมเ้ รียกเลขที่เรยี กใหน้ ักเรียนยกตวั อย่างคาทลี ะคน เพอื่ นๆชว่ ยกนั
ตรวจสอบความถกู ตอ้ ง
ขั้นท่ี 5ขั้นประเมินเพ่ือเพ่มิ คุณคา่ บรกิ ารสังคมและจิตสาธารณะ
10.นกั เรยี นร่วมกันแสดงความคิดเห็น โดยครูใช้คาถามดงั นี้
- นกั เรียนสามารถนาความรเู้ กย่ี วกบั เรื่องที่เรียนไปใชป้ ระโยชน์ในสังคมได้อยา่ งไร
6. การวัดผลและการประเมนิ ผล
การวดั และประเมินผลจดุ ประสงค์ วธิ ีการวัดผล เคร่อื งมือวัด เกณฑ์การประเมนิ ผล
ความรู้ความเข้าใจ (K) - ตรวจกจิ กรรมฝึกทักษะ -กจิ กรรมฝึกทกั ษะ 80% ขน้ึ ไป ถือว่าผ่าน
-แบบฝึกหดั เกณฑก์ ารประเมิน
-ตรวจแบบฝกึ หัด
ทกั ษะ/กระบวนการ (P) -สงั เกตพฤตกิ รรม การทางาน - แบบประเมนิ ทกั ษะ 80% ข้นึ ไป ถอื ว่าผา่ น
รายบุคคล/กลุม่ และกระบวนการทาง เกณฑ์การประเมิน
คณิตศาสตร์
คุณลกั ษณะนิสัย (A) 1. สงั เกตจากการเรียนมีความ 1. แบบสังเกต 80% ขน้ึ ไป ถอื วา่ ผ่าน
รับผิดชอบต่องานท่ีสงั่ และสง่ พฤตกิ รรม เกณฑก์ ารประเมิน
งานไดท้ ันตามทก่ี าหนด
2. สงั เกตจากการเรียนใฝเ่ รยี นรู้
3. สงั เกตจากการมงุ่ มัน่ ในการ
ทางาน
7. ส่อื /แหล่งการเรียนรู้
1. บัตรคา 2. บัตรภาพ 3. หนังสอื ภาษาไทย 1
4. เพลง 5. วดี ีทศั น์ 6. หนังสอื วรรณคดลี านา 7. ไม้เรยี กเลขที่
8 .กจิ กรรมเสนอแนะ
............................................................................................................................. ...............................................................................................
................................................................................................................................. ...........................................................................................
ลงชอ่ื ............................................ครผู ู้สอน ลงช่อื ...................................................ฝ่ายวิชาการ
(...........................................................) (...........................................................)
ลงชอ่ื ...................................................ผบู้ รหิ าร
(...........................................................)
สปั ดาหท์ ่ี 8
โรงเรยี นขจรเกียรตพิ ฒั นา
แผนการจดั การเรยี นรู้
ภาคเรยี นที่ 1/...................... ช่ือผู้สอน...............................................
กลมุ่ สาระการเรียนรู้ ภาษาไทย ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี 1 จานวน 1 คาบ
หนว่ ยการเรียนที่ 3 เรอ่ื ง สระ แอ
1 . มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐานที่ ท 2.1ใช้กระบวนการเขียนเขียนส่อื สาร เขยี นเรยี งความ ยอ่ ความ และเขยี นเรื่องราวในรปู แบบตา่ งๆ
เขยี นรายงานขอ้ มลู สารสนเทศและรายงานการศึกษาคน้ ควา้ อย่างมีประสทิ ธิภาพ
ตัวชว้ี ัดท่ี ป 1/2 เขียนสื่อสารดว้ ยคาและประโยคง่ายๆ
มาตรฐานท่ี ท 4.1เข้าใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลกั ภาษาไทยการเปล่ียนแปลงของภาษาและพลงั ของภาษา
ภมู ปิ ญั ญาทางภาษาและรกั ษาภาษาไทยไวเ้ ป็นสมบัตขิ องชาติ
ตัวช้ีวัดที่ ป1/1 บอกและเขยี นพยญั ชนะ สระ วรรณยกุ ต์ และเลขไทย
ตัวชี้วัดท่ี ป 1/2 เขียนสะกดคาและบอกความหมายของคา
มาตรฐานที่ ท 5.1 เข้าใจและแสดงความคิดเหน็ วิจารณ์วรรณคดแี ละวรรณกรรมไทยอยา่ งเห็นคุณคา่ และนามา
ประยุกต์ใช้ในชีวติ จรงิ
ตัวชีว้ ดั ที่ ป 1/1 บอกขอ้ คิดที่ไดจ้ ากการอา่ นหรอื การฟงั วรรณกรรมร้อยแกว้ และรอ้ ยกรองสาหรบั เด็ก
2.สาระสาคญั /ความคดิ รวบยอด
สระ แ_ ออกเสียง แอ เป็นสระเสียงยาว เขยี นไว้ข้างหนา้ พยัญชนะต้น คาทีใ่ ช้สระ แ_ จะมตี วั สะกด
3.จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
1. บอกสว่ นประกอบของคาทป่ี ระสมดว้ ยสระ แ- (K)
2. อา่ นและจาแนกส่วนประกอบของคาทปี่ ระสมดว้ ยสระ แ- (P)
3. มคี วามสนใจในการเรยี นการสอน( A)
4. กระตือรอื รน้ ในการรว่ มกิจกรรม (A)
5. มคี วามตั้งใจในการอา่ นออกเสยี งคา (A)
6. มีความต้ังใจที่จะอา่ นออกเสยี งคาให้ถกู ตอ้ ง (A)
4. สาระการเรยี นรู้
4.1 ความรู้ : Knowledge (K) การอา่ นจบั ใจความ การเขียนคาคล้องจอง สระเอะ สระแอ
4.2 กระบวนการจัดการเรียนรู้ : Process (P)
4.3 คุณลักษณะท่ีพึงประสงค์ : Attitude (A)ใฝเ่ รยี นรู้ มีวินยั มุ่งมน่ั ในการทางาน ซอ่ื สตั ย์สจุ ริต อยอู่ ย่างพอเพยี ง
รกั ความเปน็ ไทย มีจติ สาธารณะ
5.กจิ กรรมการเรียนรู้
คาบท่ี กิจกรรมการเรยี นการสอน
1 ขน้ั ที่ 1 ข้นั รวบรวมข้อมลู
1. นักเรียนฟงั เพลง สระ แอ และฝกึ รอ้ งเพลงสระ แอ 1-2 รอบ
2. นกั เรยี นสงั เกตคาทม่ี สี ระ แอ ในเพลง สมุ่ เรียกนักเรียนโดยใชไ้ มเ้ รยี กเลขที่ใหอ้ อกมาเขยี นคาบน
กระดานดา
3. นกั เรยี นศึกษาเร่ือง สระ แอ จากวีดีทศั น์
ขั้นที่ 2 ข้ันคดิ วเิ คราะห์และสรปุ ความ
4. นักเรยี นร่วมกนั วิเคราะห์คาตอ่ ไปนี้ เตะ เขม็ แมว เรว็ แก้ว เตม็ แม่ แห ใหน้ ักเรยี นจัดแบง่ คา
เปน็ สองกลุ่ม แล้วร่วมกันสนทนาโดยใชค้ าถามดงั นี้
-นักเรยี นใช้เกณฑอ์ ะไรในการแบ่งกลมุ่
-คาท้ังสองกลมุ่ แตกตา่ งกนั อยา่ งไร
5. นักเรยี นแตล่ ะกลมุ่ คิดประเมินเพื่อเพิม่ คุณคา่ โดยครใู ชค้ าถามดงั ต่อไปน้ี
- นักเรยี นสามารถนาความรทู้ ไี่ ดร้ ับไปใชใ้ นชีวติ ประจาวันได้อย่างไร
ขั้นที่ 3 ขั้นปฏบิ ตั แิ ละสรปุ ความรู้หลังการปฏบิ ัติ
6. นกั เรยี นเล่นเกมจับคคู่ าสระ แอ กบั ภาพ และฝกึ อ่านคาจากบตั รคา (คาจากแบบฝึกหัด)
7. นักเรียนร่วมกันสรปุ เรอ่ื งสระ แอ และครอู ธบิ ายเพิม่ เตมิ ดงั น้ี
สระ แ_ ออกเสยี ง แอ เป็นสระเสยี งยาว เขยี นไวข้ า้ งหนา้ พยญั ชนะตน้ คาท่ีใช้สระ แ_ จะมีตวั สะกด
8. นกั เรยี นทาแบบฝกึ หดั ในขณะทนี่ กั เรียนช่วยกนั คิดครเู ดนิ ตรวจดูความถกู ต้อง
ขน้ั ที่ 4 ข้ันสื่อสารและนาเสนอ
9. นกั เรยี นนาเสนอคาสระ แอ โดยครใู ชไ้ มเ้ รยี กเลขท่เี รยี กใหน้ ักเรียนยกตวั อยา่ งคาทลี ะคน เพอื่ นๆ
ช่วยกันตรวจสอบความถกู ตอ้ ง
ขน้ั ที่ 5ข้ันประเมนิ เพื่อเพิม่ คุณค่าบริการสังคมและจติ สาธารณะ
10.นักเรียนรว่ มกนั แสดงความคิดเห็น โดยครใู ชค้ าถามดังน้ี
- นกั เรยี นสามารถนาความร้เู ก่ียวกับเร่อื งท่เี รยี นไปใชป้ ระโยชนใ์ นสงั คมได้อยา่ งไร
6. การวดั ผลและการประเมนิ ผล
การวดั และประเมินผลจดุ ประสงค์ วิธีการวัดผล เครอ่ื งมือวดั เกณฑก์ ารประเมนิ ผล
ความรูค้ วามเข้าใจ (K) - ตรวจกจิ กรรมฝกึ ทักษะ -กิจกรรมฝึกทกั ษะ 80% ขึน้ ไป ถอื ว่าผ่าน
-แบบฝึกหดั เกณฑ์การประเมิน
-ตรวจแบบฝึกหดั
ทักษะ/กระบวนการ (P) -สงั เกตพฤตกิ รรม การทางาน - แบบประเมนิ ทกั ษะ 80% ขึน้ ไป ถอื ว่าผ่าน
คณุ ลักษณะนสิ ัย (A) รายบคุ คล/กลุ่ม และกระบวนการทาง เกณฑ์การประเมนิ
คณติ ศาสตร์
1. สังเกตจากการเรียนมีความ 1. แบบสงั เกต 80% ขน้ึ ไป ถอื ว่าผ่าน
รบั ผดิ ชอบตอ่ งานที่สง่ั และส่ง พฤตกิ รรม เกณฑ์การประเมิน
งานไดท้ นั ตามทกี่ าหนด
2. สงั เกตจากการเรยี นใฝเ่ รียนรู้
3. สงั เกตจากการมงุ่ มน่ั ในการ
ทางาน
7. ส่อื /แหลง่ การเรียนรู้
1. บตั รคา 2. บัตรภาพ 3. หนงั สือภาษาไทย 1
4. เพลง 5.วีดที ศั น์ 6. หนังสอื วรรณคดีลานา 7. ไมเ้ รียก
8 .กจิ กรรมเสนอแนะ
............................................................................................................................. ...............................................................................................
................................................................................................................................................. ...........................................................................
ลงชือ่ ............................................ครูผสู้ อน ลงช่ือ...................................................ฝา่ ยวชิ าการ
(...........................................................) (...........................................................)
ลงชอ่ื ...................................................ผบู้ รหิ าร
(...........................................................)
สัปดาหท์ ่ี 11
โรงเรยี นขจรเกียรติพัฒนา
แผนการจัดการเรียนรู้
ภาคเรยี นที่ 1/.................... ช่อื ผู้สอน....................................................
กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาไทย ชนั้ ประถมศกึ ษาปีที่ 1 จานวน 2 คาบ
หน่วยการเรยี นท่ี 4 เร่ือง ตามหา(การอา่ นจับใจความ)
1.มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐานท่ี ท 1.1ใชก้ ระบวนการอ่านสร้างความรแู้ ละความคิดเพื่อนาไปใช้ตดั สินใจ แกป้ ญั หาในการดาเนินชวี ิต
และมนี สิ ยั รกั การอ่าน
ตวั ชว้ี ดั ที่ ป 1/1 บอกขอ้ คดิ ทไ่ี ดจ้ ากการอา่ นหรอื การฟงั วรรณกรรมร้อยแกว้ และร้อยกรองสาหรบั เดก็
ตัวชี้วัดที่ ป 1/2 บอกความหมายของคา และข้อความทอ่ี า่ น
ตวั ชีว้ ัดที่ ป1/3 ตอบคาถามเกยี่ วกบั เรอื่ งทอี่ ่าน
ตัวชีว้ ดั ที่ ป 1/4 เล่าเรื่องยอ่ จากเรอื่ งท่ีอ่าน
ตวั ชีว้ ดั ที่ ป 1/5 คาดคะเนเหตุการณจ์ ากเรอ่ื งท่อี ่าน
ตัวชี้วดั ท่ี ป1/8 มีมารยาทในการอ่าน
2.สาระสาคญั /ความคดิ รวบยอด
การอ่านจบั ใจความสาคัญ คือ การอ่านเพือ่ จับใจความหรือข้อคิด ความคิดสาคัญหลกั ของข้อความ หรือเรื่องท่อี า่ น
การอา่ นจบั ใจความสาคญั ถือเปน็ ทกั ษะสาคัญทใ่ี ชใ้ นการอา่ นเพือ่ การสอื่ สารมากทส่ี ุด เพราะเป็นพน้ื ฐานสาคญั ในการศึกษา
หาความรู้ จงึ ควรฝึกฝนใหเ้ กิดความชานาญ
3.จุดประสงค์การเรยี นรู้
1. อธบิ ายความหมาย และหลกั การอา่ นจบั ใจความสาคญั (K)
2. รแู้ ละเขา้ ใจหลกั การอ่าน การเขยี นอักษรสงู อกั ษรตา่ (K)
3. อา่ นเรอ่ื งไดค้ ล่องแคลว่ รวดเร็วและถกู ตอ้ งตามอักขรวิธี (P)
4. แยกขอ้ เท็จจรงิ และข้อคิดเห็นจากเรอ่ื งทีอ่ า่ น (P)
5. อ่านและเขียน คาอกั ษรสงู อกั ษรตา่ ได(้ P)
6. เห็นความสาคัญของการอา่ นและมารยาทในการอ่าน (A)
7. มคี วามกระตือรอื รน้ และภมู ใิ จในการนาคามาใช้ในชวี ติ ประจาวนั (A)
4. สาระการเรียนรู้
4.1 ความรู้ : Knowledge (K) การอ่านจบั ใจความ การเขยี นคาพื้นฐานในบทเรยี น สระแอะ
4.2 กระบวนการจดั การเรยี นรู้ : Process (P)
4.3 คุณลกั ษณะทีพ่ ึงประสงค์ : Attitude (A) ใฝเ่ รียนรู้ มวี นิ ัย มุง่ มั่นในการทางาน ซ่อื สตั ยส์ ุจริต อยอู่ ย่างพอเพยี ง
รกั ความเปน็ ไทย มจี ิตสาธารณะ
5.กจิ กรรมการเรยี นรู้
คาบท่ี กิจกรรมการเรยี นการสอน
1-2 ขั้นที่ 1 ขั้นรวบรวมขอ้ มูล
1. นกั เรียนและครรู ว่ มกันสนทนาเพอื่ เช่ือมโยงเขา้ สู่บทเรยี นโดยครใู ชค้ าถามดงั น้ี
-นกั เรียนรจู้ ักกระดงึ และกระพรวนหรอื ไม่ และแตล่ ะชนิดมลี กั ษณะอย่างไร
-นักเรยี นเคยทาของหายหรอื ไม่ และเมือ่ ของนกั เรียนหายนกั เรียนจะทาอย่างไร
2. นกั เรียนฟงั ครูอา่ นเรอ่ื งหรือเล่าเรือ่ ง “ตามหา” จากบทเรียนโดยเน้นมารยาทในการฟงั โดย
แล้วรว่ มสนทนาโดยครใู ชค้ าถามดงั น้ี
- เรื่องทฟ่ี งั เป็นเรอ่ื งราวของใครกบั ใคร
- ตวั ละครของเรอ่ื งกาลงั ทาอะไร
- เหตกุ ารณ์เกดิ ขึ้นที่ไหน
- เกิดเหตุการณอ์ ะไรข้ึนและผลเป็นอย่างไร
*ในการตอบคาถามใหค้ รูใช้ไม้เรยี กเลขท่ี เพื่อให้นักเรียนตอบทลี ะคน โดยถามคาถามก่อนจะ
เรียกเลขทเ่ี พอื่ ให้ทุกคนได้คดิ
ขั้นท่ี 2 ขัน้ คดิ วิเคราะห์และสรปุ ความ
3. นักเรยี นแตล่ ะกลมุ่ ร่วมกนั วเิ คราะหเ์ ก่ยี วกบั เรอ่ื งท่ีอา่ น โดยครูใชค้ าถามดงั น้ี
-ตัวละครสาคัญในเรือ่ งมใี ครบ้าง แตล่ ะคนมนี สิ ัยอยา่ งไร
-จากเรอ่ื งทอี่ า่ นนกั เรียนได้ข้อคดิ อะไรบ้าง
4. นกั เรียนแต่ละกลุ่มคิดประเมินเพอื่ เพ่มิ คุณคา่ โดยครใู ช้คาถามดังต่อไปนี้
- นักเรียนสามารถนาความรทู้ ไ่ี ด้รับไปใชใ้ นชีวิตประจาวันได้อย่างไร
ขน้ั ที่ 3 ขั้นปฏบิ ตั แิ ละสรุปความร้หู ลงั การปฏิบัติ
5.นกั เรยี นเขา้ กลมุ่ ทากจิ กรรมการตง้ั คาถามและตอบคาถามจากเรอื่ งทอี่ ่าน กลมุ่ ละ 5 ข้อ
กติกาในการต้ังคาถาม คณุ ครูแบ่งจานวนหนา้ ทแ่ี ตล่ ะกลุม่ จะต้องรบั ผิดชอบในการตงั้ คาถาม
เพอื่ ปอ้ งกันไม่ใหก้ ารตงั้ คาถามของแตล่ ะกลมุ่ ไม่ใหซ้ า้ กัน
6. นักเรียนรว่ มกันสรปุ ขอ้ คิดท่ีไดจ้ ากการอา่ น
ขั้นท่ี 4 ข้ันสอ่ื สารและนาเสนอ
7.นกั เรยี นแตล่ ะกลุ่มนาเสนอคาถามหนา้ ช้ันเรียน แล้วใหเ้ พือ่ นตอบคาถาม
ข้นั ท่ี 5ขั้นประเมินเพื่อเพมิ่ คุณค่าบริการสังคมและจติ สาธารณะ
8.นกั เรยี นร่วมกันแสดงความคดิ เห็น โดยครใู ชค้ าถามดงั นี้
- นกั เรียนสามารถนาความรู้เกยี่ วกบั เรื่องทเี่ รยี นไปใช้ประโยชน์ในสังคมไดอ้ ย่างไร
6.การวัดผลและการประเมนิ ผล
การวัดและประเมนิ ผลจุดประสงค์ วิธีการวดั ผล เครือ่ งมือวัด เกณฑก์ ารประเมินผล
ความรู้ความเข้าใจ (K) - ตรวจกจิ กรรมฝึกทักษะ -กิจกรรมฝกึ ทกั ษะ 80% ขึ้นไป ถือวา่ ผ่าน
-ตรวจแบบฝึกหดั -แบบฝกึ หดั เกณฑก์ ารประเมิน
ทักษะ/กระบวนการ (P) -สังเกตพฤตกิ รรม การทางาน - แบบประเมินทกั ษะ 80% ข้ึนไป ถอื วา่ ผ่าน
คณุ ลกั ษณะนิสัย (A) รายบคุ คล/กลมุ่ และกระบวนการทาง เกณฑ์การประเมนิ
คณิตศาสตร์
1. สังเกตจากการเรยี นมคี วาม 1. แบบสังเกต 80% ขึ้นไป ถือวา่ ผ่าน
รับผดิ ชอบต่องานทีส่ งั่ และสง่ พฤตกิ รรม เกณฑ์การประเมิน
งานไดท้ นั ตามทีก่ าหนด
2. สงั เกตจากการเรยี นใฝเ่ รียนรู้
3. สงั เกตจากการมงุ่ ม่ันในการ
ทางาน
7. สื่อ/แหล่งการเรยี นรู้
1. บัตรคา 2. บตั รภาพ 3. หนังสือภาษาพาที
4. ไม้เรยี กเลขท่ี
8 .กิจกรรมเสนอแนะ
............................................................................................................................. ...............................................................................................
............................................................................................................................. ...............................................................................................
ลงชอ่ื ............................................ครผู ู้สอน ลงช่ือ...................................................ฝ่ายวิชาการ
(...........................................................) (...........................................................)
ลงชอ่ื ...................................................ผบู้ รหิ าร
(...........................................................)
สปั ดาหท์ ี่ 11
โรงเรยี นขจรเกยี รติพฒั นา
แผนการจัดการเรียนรู้
ภาคเรยี นที่ 1/................ ชอ่ื ผสู้ อน...................................................
กลมุ่ สาระการเรียนรู้ ภาษาไทย ชัน้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 1 จานวน 2 คาบ
หนว่ ยการเรยี นที่ 4 เรือ่ ง การเขยี นคาพ้ืนฐานในบทเรยี น
1. มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐานที่ ท 2.1ใชก้ ระบวนการเขียนเขียนสอ่ื สาร เขยี นเรยี งความ ยอ่ ความ และเขยี นเรอื่ งราวในรปู แบบตา่ งๆ
เขียนรายงานขอ้ มลู สารสนเทศและรายงานการศึกษาคน้ ควา้ อยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ
ตัวชี้วดั ท่ี ป 1/2 เขยี นสอื่ สารด้วยคาและประโยคง่ายๆ
ตัวช้ีวดั ท่ี ป 1/3 มีมารยาทในการเขยี น
มาตรฐานท่ี ท 4.1เข้าใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลกั ภาษาไทยการเปลี่ยนแปลงของภาษาและพลงั ของภาษา
ภมู ิปญั ญาทางภาษาและรกั ษาภาษาไทยไวเ้ ปน็ สมบตั ิของชาติ
ตวั ชี้วดั ท่ี ป1/2 เขียนสะกดคาและบอกความหมายของคา
2.สาระสาคญั /ความคดิ รวบยอด
คาพ้ืนฐานของแต่ละระดบั ชน้ั จะเปน็ ประโยชน์ตอ่ การเรียนการสอน จะทาให้นักเรียนเขียนหนงั สอื ไดเ้ หมาะสมกบั
ระดับความรู้และความสามารถ
3. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
1. รแู้ ละเขา้ ใจหลักการอ่าน การเขยี นคาพืน้ ฐาน(K)
2. รูแ้ ละเขา้ ใจหลักการอา่ น การเขียนอกั ษรสงู อักษรต่า(K)
3. อา่ นและเขียนคาพน้ื ฐานในบทเรียนได(้ P)
4. อา่ นและเขยี น คาอักษรสูง อักษรต่าได(้ P)
5. มคี วามกระตือรอื รน้ และภูมิใจในการนาคามาใช้ในชีวิตประจาวนั (A)
4. สาระการเรยี นรู้
4.1 ความรู้ : Knowledge (K) การอา่ นจบั ใจความ การเขยี นคาพน้ื ฐานในบทเรียน สระแอะ
4.2 กระบวนการจัดการเรียนรู้ : Process (P)
4.3 คุณลกั ษณะที่พงึ ประสงค์ : Attitude (A) ใฝ่เรียนรู้ มวี ินัย มุ่งม่นั ในการทางาน ซ่ือสัตยส์ จุ รติ อยูอ่ ยา่ งพอเพยี ง
รักความเป็นไทย มีจิตสาธารณะ
5.กจิ กรรมการเรียนรู้
คาบท่ี กิจกรรมการเรียนการสอน
1-2 ขั้นที่ 1 ขนั้ รวบรวมขอ้ มูล
1.นักเรียนดบู ตั รคาและบัตรภาพ แลว้ ใหน้ ักเรยี นอา่ นพรอ้ มกนั
ตัวอยา่ งบตั รคา คอ ผกู ลาน อ้อย เดนิ เลน่ นา้ ลาธาร กระดึง กระพรวน
2. นกั เรยี นศึกษาความรเู้ รือ่ ง การเขียนคาพื้นฐานในบทเรยี นทค่ี รกู าหนดให้
ข้ันที่ 2 ขนั้ คดิ วเิ คราะหแ์ ละสรุปความ
3. ครนู าบตั รคามาใหน้ กั เรยี นร่วมกันวเิ คราะหแ์ ละฝกึ แตง่ ประโยค แล้วสนทนาโดยครถู ามคาถามดงั น้ี
- ลาธารหมายถึงอะไร
- อ้อยหมายถึงอะไร
4. นักเรียนแต่ละกลมุ่ คิดประเมนิ เพ่ือเพิ่มคณุ ค่าโดยครูใช้คาถามดงั ตอ่ ไปน้ี
- นักเรยี นสามารถนาความรทู้ ไ่ี ดร้ ับไปใช้ในชีวติ ประจาวนั ได้อยา่ งไร
ขน้ั ท่ี 3 ขั้นปฏิบัติและสรุปความรู้หลงั การปฏิบตั ิ
5. นักเรยี นเขา้ กลุ่มทากจิ กรรม การสรา้ งคาเพมิ่ จากคาท่คี รกู าหนดให้ขอ้ ละ 4 คา และฝกึ อา่ นออก
เสยี งคาศัพทพ์ รอ้ มกันและทลี ะคน
6.นกั เรียนสรปุ ความสาคัญของคาพื้นฐาน
7.นกั เรียนทาแบบฝึกหัด
ขน้ั ท่ี 4 ข้ันสอ่ื สารและนาเสนอ
8. นกั เรียนแตล่ ะกลมุ่ นาเสนอผลการสร้างคาศพั ท์หนา้ ช้นั เรยี น เพื่อนกลมุ่ อื่นรว่ มกนั ตรวจสอบความ
ถูกต้อง
ขัน้ ท่ี 5ขั้นประเมินเพื่อเพ่ิมคุณคา่ บรกิ ารสงั คมและจติ สาธารณะ
9.นกั เรียนรว่ มกนั แสดงความคดิ เหน็ โดยครใู ชค้ าถามดงั นี้
- นกั เรยี นสามารถนาความรเู้ กย่ี วกับเรือ่ งที่เรียนไปใช้ประโยชนใ์ นสังคมไดอ้ ยา่ งไร
6. การวดั ผลและการประเมินผล วิธกี ารวดั ผล เครอ่ื งมอื วดั
การวดั และประเมนิ ผลจดุ ประสงค์ เกณฑก์ ารประเมนิ ผล
-กิจกรรมฝึกทกั ษะ
ความรูค้ วามเขา้ ใจ (K) - ตรวจกจิ กรรมฝกึ ทกั ษะ -แบบฝึกหัด 80% ข้นึ ไป ถือว่าผา่ น
เกณฑ์การประเมิน
-ตรวจแบบฝึกหดั
ทักษะ/กระบวนการ (P) -สังเกตพฤตกิ รรม การทางาน - แบบประเมินทกั ษะ 80% ขึน้ ไป ถอื ว่าผ่าน
รายบคุ คล/กลุม่ และกระบวนการทาง เกณฑก์ ารประเมิน
คณิตศาสตร์
คณุ ลักษณะนสิ ยั (A) 1. สงั เกตจากการเรยี นมคี วาม 1. แบบสังเกต 80% ขึ้นไป ถือว่าผา่ น
รับผิดชอบตอ่ งานทสี่ ง่ั และส่ง พฤตกิ รรม เกณฑก์ ารประเมนิ
งานได้ทันตามทกี่ าหนด
2. สงั เกตจากการเรียนใฝเ่ รยี นรู้
3. สังเกตจากการมงุ่ มนั่ ในการ
ทางาน
7. สือ่ /แหลง่ การเรียนรู้ 2. บตั รภาพ 3. หนงั สอื ภาษาพาที
1. บตั รคา
4. ไมเ้ รยี กเลขที่
8 .กจิ กรรมเสนอแนะ
................................................................................................................................................................................ ............................................
.......................................................................................................................................................................................................... ..................
ลงช่ือ............................................ครผู ู้สอน ลงช่ือ...................................................ฝา่ ยวิชาการ
(...........................................................) (...........................................................)
ลงชือ่ ...................................................ผบู้ รหิ าร
(...........................................................)
สปั ดาห์ที่ 11
โรงเรียนขจรเกยี รตพิ ฒั นา
แผนการจดั การเรียนรู้
ภาคเรยี นท่ี 1/........................ ชอื่ ผูส้ อน...................................................
กลุ่มสาระการเรยี นรู้ ภาษาไทย ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ่ี 1 จานวน 2 คาบ
หนว่ ยการเรยี นที่ 4 เรอ่ื ง สระแอะ
1 . มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐานที่ ท 2.1ใชก้ ระบวนการเขยี นเขียนสอ่ื สาร เขียนเรยี งความ ยอ่ ความ และเขียนเร่ืองราวในรปู แบบตา่ งๆ
เขียนรายงานข้อมลู สารสนเทศและรายงานการศึกษาค้นคว้าอย่างมีประสทิ ธิภาพ
ตวั ช้วี ัดที่ ป 1/2 เขียนสอ่ื สารดว้ ยคาและประโยคงา่ ยๆ
ตวั ชว้ี ัดท่ี ป 1/3 มมี ารยาทในการเขยี น
มาตรฐานท่ี ท 4.1เขา้ ใจธรรมชาติของภาษาและหลกั ภาษาไทยการเปลีย่ นแปลงของภาษาและพลงั ของภาษา
ภมู ปิ ัญญาทางภาษาและรกั ษาภาษาไทยไวเ้ ป็นสมบัติของชาติ
ตัวชว้ี ัดที่ ป1/2 เขยี นสะกดคาและบอกความหมายของคา
2.สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด
สระ แ_ะ ออกเสียง แอะ เป็นสระเสยี งสน้ั เขยี นพยญั ชนะตน้ ไวต้ รงกลางระหว่างสระ แ_กับสระ _ะ เมอื่ มตี วั สะกด
สระ _ะ เปลี่ยนรปู เป็น ็ (ไมไ้ ต่ค)ู้
3. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
1. รู้และเขา้ ใจหลกั การอา่ น การเขยี นอักษรสูง อักษรตา่ (K)
2. อา่ นและเขียน คาอกั ษรสูง อักษรตา่ ได้(P)
3. เห็นความสาคญั ของการอา่ นและมารยาทในการอ่าน คาสระแอะ (A)
4. มคี วามกระตอื รอื รน้ และภมู ิใจในการนาคามาใชใ้ นชวี ิตประจาวัน(A)
4. สาระการเรยี นรู้
4.1 ความรู้ : Knowledge (K) การอา่ นจบั ใจความ การเขียนคาพ้ืนฐานในบทเรียน สระแอะ
4.2 กระบวนการจดั การเรียนรู้ : Process (P)
4.3 คุณลกั ษณะทพ่ี งึ ประสงค์ : Attitude (A) ใฝเ่ รียนรู้ มีวินยั มุง่ มน่ั ในการทางาน ซ่อื สัตยส์ ุจริต อยอู่ ย่างพอเพยี ง
รักความเปน็ ไทย มจี ิตสาธารณะ
5.กจิ กรรมการเรยี นรู้
คาบท่ี กิจกรรมการเรียนการสอน
1-2 ขน้ั ท่ี 1 ข้ันรวบรวมข้อมลู
1. นักเรยี นฟงั เพลง สระ แอะ และฝกึ รอ้ งเพลงสระ แอะ 1-2 รอบ
2. นักเรยี นสงั เกตคาทมี่ สี ระ แอะ ในเพลง ส่มุ เรียกนกั เรยี นโดยใช้ไมเ้ รียกเลขที่ใหอ้ อกมาเขยี นคาบน
กระดานดา
3. นักเรยี นศกึ ษาเร่อื ง สระ แอะ จากวีดีทศั น์
ข้นั ที่ 2 ข้นั คดิ วเิ คราะห์และสรปุ ความ
4. นกั เรยี นรว่ มกนั วเิ คราะหค์ าต่อไปนี้ แกะ เขม็ แข็ง เตะ เตม็ แปะ ให้นกั เรยี นจัดแบง่ คาเป็น
สองกลุม่ แลว้ รว่ มกันสนทนาโดยใชค้ าถามดังน้ี
-นกั เรียนใช้เกณฑ์อะไรในการแบ่งกลมุ่
-คาทัง้ สองกลมุ่ แตกตา่ งกันอย่างไร
5. นักเรยี นแตล่ ะกลมุ่ คดิ ประเมนิ เพ่ือเพิม่ คณุ ค่าโดยครใู ชค้ าถามดงั ต่อไปนี้
- นักเรยี นสามารถนาความรทู้ ่ไี ด้รับไปใช้ในชีวิตประจาวนั ได้อยา่ งไร
ขน้ั ท่ี 3 ข้ันปฏบิ ัตแิ ละสรปุ ความรู้หลังการปฏิบัติ
6. นกั เรยี นเลน่ เกมจบั คู่คาสระ แอะ กบั ภาพ และฝกึ อ่านคาจากบตั รคา (คาจากแบบฝกึ หัด)
7. นักเรยี นรว่ มกันสรุปเรอ่ื งสระ แอะ และครูอธบิ ายเพ่ิมเตมิ ดงั น้ี
สระ แ_ะ ออกเสียง แอะ เปน็ สระเสียงสน้ั เขยี นพยญั ชนะตน้ ไวต้ รงกลาง
ระหว่างสระ แ_กบั สระ _ะ เมื่อมีตัวสะกด สระ _ะ เปล่ยี นรปู เป็น ็ (ไม้ไต่ค)ู้
8. นกั เรยี นทาแบบฝึกหัด ในขณะทีน่ ักเรียนชว่ ยกนั คิดครเู ดินตรวจดูความถูกตอ้ ง
ข้ันที่ 4 ขั้นสือ่ สารและนาเสนอ
9. นักเรยี นนาเสนอคาสระ แอะ โดยครใู ช้ไมเ้ รียกเลขท่เี รียกให้นักเรยี นยกตัวอยา่ งคาทลี ะคน
เพ่ือนๆชว่ ยกันตรวจสอบความถกู ต้อง
ขัน้ ท่ี 5ขั้นประเมนิ เพ่ือเพิ่มคุณค่าบริการสงั คมและจิตสาธารณะ
10.นกั เรยี นร่วมกันแสดงความคดิ เหน็ โดยครใู ชค้ าถามดังน้ี
- นักเรยี นสามารถนาความรเู้ ก่ยี วกบั เรอ่ื งท่ีเรียนไปใช้ประโยชน์ในสงั คมไดอ้ ย่างไร
6. การวัดผลและการประเมนิ ผล
การวดั และประเมินผลจดุ ประสงค์ วธิ ีการวดั ผล เครอื่ งมอื วดั เกณฑก์ ารประเมินผล
ความรู้ความเขา้ ใจ (K) - ตรวจกจิ กรรมฝกึ ทกั ษะ -กิจกรรมฝึกทกั ษะ 80% ขึ้นไป ถอื ว่าผา่ น
-ตรวจแบบฝกึ หัด -แบบฝกึ หัด เกณฑก์ ารประเมิน
ทกั ษะ/กระบวนการ (P) -สงั เกตพฤตกิ รรม การทางาน - แบบประเมินทกั ษะ 80% ขึ้นไป ถอื วา่ ผา่ น
คุณลกั ษณะนิสยั (A) รายบุคคล/กลมุ่ และกระบวนการทาง เกณฑก์ ารประเมนิ
คณติ ศาสตร์
1. สังเกตจากการเรียนมีความ 1. แบบสังเกต 80% ข้ึนไป ถือวา่ ผา่ น
รบั ผิดชอบต่องานที่สง่ั และสง่ พฤตกิ รรม เกณฑ์การประเมิน
งานไดท้ ันตามทก่ี าหนด
2. สงั เกตจากการเรียนใฝเ่ รยี นรู้
3. สังเกตจากการมงุ่ มนั่ ในการ
ทางาน
7. สอ่ื /แหลง่ การเรียนรู้ 2. บตั รภาพ 3. หนงั สอื ภาษาพาที
1. บตั รคา
4. ไมเ้ รยี กเลขที่
8 .กจิ กรรมเสนอแนะ
............................................................................................................................. ...............................................................................................
............................................................................................................................. ...............................................................................................
ลงช่ือ............................................ครผู ู้สอน ลงชือ่ ...................................................ฝ่ายวชิ าการ
(...........................................................) (...........................................................)
ลงช่อื ...................................................ผบู้ รหิ าร
(...........................................................)
สัปดาหท์ ่ี 12
โรงเรียนขจรเกยี รตพิ ฒั นา
แผนการจัดการเรียนรู้
ภาคเรยี นท่ี 1/....................... ชอื่ ผูส้ อน................................................
กลมุ่ สาระการเรียนรู้ ภาษาไทย ช้ันประถมศกึ ษาปที ่ี 1 จานวน 2 คาบ
หน่วยการเรียนท่ี 4 เรื่อง ตามหา(อ่านจบั ใจความบทรอ้ งเลน่ )
1 . มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐานที่ ท 1.1ใช้กระบวนการอา่ นสรา้ งความร้แู ละความคดิ เพอ่ื นาไปใชต้ ัดสนิ ใจ แก้ปญั หาในการดาเนนิ ชวี ติ
และมีนสิ ัยรกั การอ่าน
ตวั ช้วี ดั ท่ี ป 1/1 บอกข้อคดิ ท่ไี ดจ้ ากการอ่านหรอื การฟงั วรรณกรรมร้อยแกว้ และร้อยกรองสาหรบั เดก็
ตวั ชว้ี ัดท่ี ป 1/2 บอกความหมายของคาและข้อความทอ่ี า่ น
ตัวชีว้ ดั ท่ี ป 1/3 ตอบคาถามเกี่ยวกับเรอื่ งที่อ่าน
ตวั ช้วี ัดท่ี ป 1/4 เลา่ เรอ่ื งย่อจากเรอื่ งทอ่ี า่ น
ตวั ชีว้ ดั ท่ี ป 1/5 คาดคะเนเหตุการณจ์ ากเรอื่ งทอี่ า่ น
ตัวช้ีวัดที่ ป1/8 มีมารยาทในการอา่ น
2.สาระสาคญั /ความคดิ รวบยอด
การอา่ นจับใจความสาคญั คอื การอา่ นเพอ่ื จบั ใจความหรอื ขอ้ คิด ความคดิ สาคญั หลกั ของข้อความ หรอื เรอื่ งที่
อ่าน การอ่านจบั ใจความสาคญั ถือเปน็ ทกั ษะสาคญั ทีใ่ ช้ในการอา่ นเพอ่ื การสื่อสารมากทส่ี ดุ เพราะเป็นพืน้ ฐานสาคญั ใน
การศึกษาหาความรู้ จงึ ควรฝกึ ฝนใหเ้ กดิ ความชานาญ
3 จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
1. อธบิ ายความหมาย และหลกั การอา่ นจบั ใจความสาคญั (K)
2. อ่านเรื่องได้คลอ่ งแคล่ว รวดเรว็ และถูกตอ้ งตามอักขรวิธี (P)
3. แยกข้อเท็จจรงิ และข้อคดิ เหน็ จากเรอื่ งท่อี ่าน (P)
4. เหน็ ความสาคญั ของการอา่ นและมารยาทในการอา่ น (A)
5. มคี วามสนใจในการเรยี นการสอน( A)
6. มีความตงั้ ใจท่จี ะอา่ นออกเสยี งคาใหถ้ ูกตอ้ ง (A)
7. เห็นความสาคัญของการเรยี นรคู้ วามหมายของคาทเ่ี ขียนและอ่าน (A)
4. สาระการเรยี นรู้
4.1 ความรู้ : Knowledge (K) การอา่ นจบั ใจความ การเขียนบรรยายภาพ สระ ใอ สระ ไอ
4.2 กระบวนการจัดการเรยี นรู้ : Process (P)
4.3 คณุ ลกั ษณะที่พงึ ประสงค์ : Attitude (A)ใฝ่เรยี นรู้ มีวินัย มุง่ มัน่ ในการทางาน ซือ่ สัตยส์ ุจริต อยอู่ ยา่ งพอเพยี ง
รักความเปน็ ไทย มจี ติ สาธารณะ
5.กจิ กรรมการเรียนรู้
คาบที่ กิจกรรมการเรียนการสอน
1- 2 ขนั้ ท่ี 1 ข้นั รวบรวมข้อมลู
1. นกั เรยี นดูวีดทิ ศั นบ์ ทร้องเลน่ โป๊ก เป๊ก และใหน้ กั เรยี นรอ้ งพรอ้ มกนั 1-2 รอบ ครูสมุ่ ถามนักเรยี นว่า
นกั เรยี นมคี วามคิดเหน็ อย่างไรกบั บทร้องเลน่ นี้ โดยการใชไ้ มเ้ รียกเลขที่
2.นักเรียนศกึ ษาเน้ือหา แล้วร่วมกนั สนทนาโดยครใู ช้คาถามดังนี้
- การทามาหากินของไก่คืออะไร
- ในบทเรียนนล้ี ูกไกเ่ ดนิ ตามแม่ไกไ่ ปทาอะไร
- เวลาเราสง่ เสียงเรยี กไก่ เราจะเรียกอย่างไร
- อาหารของไกค่ อื อะไร
- ลายมือไม่สวยมักเปรียบเทียบเหมือนอะไร
- กินน้าบอ่ โศก โยกไปกโ็ ยกมา เป็นการละเล่นของอะไร
- ในการเล่นแมง่ ูเอ๋ย ผทู้ ีก่ นิ หัวกินหางกนิ กลางตลอดตัวคือใคร
*ในการตอบคาถามให้ครูใช้ไมเ้ รยี กเลขที่ เพื่อใหน้ ักเรียนตอบทีละคน โดยถามคาถามกอ่ นจะเรยี กเลขที่
เพอ่ื ใหท้ ุกคนไดค้ ิด ในแตล่ ะคาถามควรใหน้ ักเรยี นนาเสนอ 4-5 คน
ข้นั ที่ 2 ขน้ั คดิ วเิ คราะห์และสรุปความ
3.นกั เรียนแตล่ ะกลุ่มชว่ ยกนั วิเคราะหป์ ระโยชนท์ ไี่ ดร้ ับจากบทรอ้ งเล่น
4.นักเรยี นแตล่ ะกลุม่ คิดประเมินเพ่ือเพ่มิ คุณคา่ โดยครูใช้คาถามดงั ต่อไปน้ี
- นกั เรยี นสามารถนาความรทู้ ่ไี ด้รบั ไปใช้ในชีวิตประจาวันได้อยา่ งไร
ขนั้ ท่ี 3 ขั้นปฏิบตั ิและสรุปความรู้หลังการปฏิบตั ิ
5.นกั เรียนแบง่ กลมุ่ กลุ่มละ 10-12 คน ทากจิ กรรมรอ้ งเลน่ โปก๊ เปก๊ กลมุ่ ไหนชนะ มคี วามสามคั คี ครูจะให้
รางวลั เชน่ การใหค้ ะแนนกลมุ่
6.นกั เรยี นสรปุ ความรทู้ ไี่ ด้จากการทากจิ กรรมร้องเล่น
ขน้ั ที่ 4 ขั้นสอื่ สารและนาเสนอ
7. นกั เรยี นนาเสนอกจิ กรรมรอ้ งเลน่
ขั้นท่ี 5 ข้ันประเมินเพ่ือเพ่ิมคุณคา่ บรกิ ารสังคมและจิตสาธารณะ
8.นักเรยี นรว่ มกันแสดงความคิดเหน็ โดยครใู ชค้ าถามดงั นี้
- นักเรยี นสามารถนาความรูเ้ ก่ียวกับเร่อื งท่ีเรียนไปใช้ประโยชนใ์ นสังคมได้อยา่ งไร
6. การวดั ผลและการประเมนิ ผล
การวัดและประเมนิ ผลจุดประสงค์ วิธกี ารวัดผล เครอ่ื งมือวัด เกณฑก์ ารประเมินผล
ความรู้ความเข้าใจ (K) - ตรวจกิจกรรมฝกึ ทักษะ -กจิ กรรมฝึกทกั ษะ 80% ข้ึนไป ถอื ว่าผา่ น
-ตรวจแบบฝึกหัด -แบบฝึกหัด เกณฑ์การประเมิน
ทกั ษะ/กระบวนการ (P) -สังเกตพฤตกิ รรม การทางาน - แบบประเมินทกั ษะ 80% ข้ึนไป ถือว่าผ่าน
คณุ ลักษณะนิสยั (A) รายบุคคล/กลุ่ม และกระบวนการทาง เกณฑ์การประเมนิ
คณิตศาสตร์
1. สังเกตจากการเรียนมีความ 1. แบบสงั เกต 80% ขนึ้ ไป ถือวา่ ผา่ น
รับผดิ ชอบตอ่ งานท่ีสงั่ และส่ง พฤตกิ รรม เกณฑ์การประเมิน
งานได้ทันตามทก่ี าหนด
2. สงั เกตจากการเรียนใฝเ่ รยี นรู้
3. สังเกตจากการมงุ่ ม่ันในการ
ทางาน
7. สอ่ื /แหลง่ การเรยี นรู้ 2. บตั รภาพ 3. หนังสือภาษาไทย 1
5. วดี ที ัศน์ 6. หนงั สอื วรรณคดลี านา
1. บตั รคา 7. เกม
4. เพลง
7. ไมเ้ รยี กเลขท่ี
8.กิจกรรมเสนอแนะ
............................................................................................................................. ...............................................................................................
............................................................................................................................. ...............................................................................................
ลงชอื่ ............................................ครผู ู้สอน ลงช่อื ...................................................ฝ่ายวิชาการ
(...........................................................) (...........................................................)
ลงชอื่ ...................................................ผบู้ รหิ าร
(...........................................................)
สัปดาห์ที่ 12
โรงเรียนขจรเกียรตพิ ัฒนา
แผนการจัดการเรียนรู้
ภาคเรยี นท่ี 1/................... ชอื่ ผู้สอน................................................
กล่มุ สาระการเรยี นรู้ ภาษาไทย ช้ันประถมศกึ ษาปที ่ี 1 จานวน 2 คาบ
หนว่ ยการเรียนที่ 4 เรอ่ื ง การเขยี นบรรยายภาพ
1 . มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐานท่ี ท 2.1ใชก้ ระบวนการเขียนเขยี นสือ่ สาร เขยี นเรยี งความ ย่อความ และเขียนเรอ่ื งราวในรปู แบบตา่ งๆ
เขยี นรายงานข้อมลู สารสนเทศและรายงานการศึกษาค้นควา้ อย่างมีประสทิ ธิภาพ
ตัวชีว้ ัดที่ ป 1/2 เขยี นสอื่ สารดว้ ยคาและประโยคง่ายๆ
ตวั ช้วี ดั ที่ ป 1/3 มมี ารยาทในการเขียน
มาตรฐานที่ ท 4.1เขา้ ใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลกั ภาษาไทยการเปลี่ยนแปลงของภาษาและพลงั ของภาษา
ภมู ปิ ญั ญาทางภาษาและรกั ษาภาษาไทยไว้เป็นสมบัตขิ องชาติ
ตัวชวี้ ัดที่ ป1/1 บอกและเขียนพยญั ชนะ สระ วรรณยกุ ต์ และเลขไทย
ตัวช้วี ดั ท่ี ป 1/2 เขยี นสะกดคาและบอกความหมายของคา
2.สาระสาคญั /ความคดิ รวบยอด
การเขียนบรรยายภาพ เปน็ การใชป้ ระสบการณร์ ว่ มกับจินตนาการของผเู้ ขยี น โดยดูรายละเอียดต่างๆจากภาพเป็น
พนื้ ฐาน เขียนเป็นเรอื่ งราวท่ีนา่ สนใจหรอื สนุกสนานเพลิดเพลนิ แก่ผอู้ ่าน
3. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
1. รแู้ ละเข้าใจหลักการเขียนบรรยายภาพ (K)
2. เขยี นบรรยายภาพไดถ้ ูกตอ้ ง(P)
3. มคี วามสนใจในการเรยี นการสอน( A)
4. มีความตง้ั ใจที่จะอา่ นออกเสยี งคาใหถ้ กู ต้อง (A)
5. เหน็ ความสาคญั ของการเรยี นรูค้ วามหมายของคาทีเ่ ขยี นและอา่ น (A)
4. สาระการเรยี นรู้
4.1 ความรู้ : Knowledge (K) การอา่ นจบั ใจความ การเขียนบรรยายภาพ สระ ใอ สระ ไอ
4.2 กระบวนการจัดการเรียนรู้ : Process (P)
4.3 คุณลักษณะทพ่ี งึ ประสงค์ : Attitude (A)ใฝเ่ รียนรู้ มวี นิ ยั มงุ่ มน่ั ในการทางาน ซ่ือสตั ยส์ ุจริต อยู่อยา่ งพอเพยี ง
รกั ความเปน็ ไทย มีจิตสาธารณะ
5.กจิ กรรมการเรียนรู้
คาบที่ กจิ กรรมการเรียนการสอน
1- 2 ขั้นที่ 1 ขัน้ รวบรวมขอ้ มลู
1. นกั เรียนดู แล้วร่วมสนทนาเพอ่ื โยงเข้าสู่บทเรยี นโดยครใู ช้คาถามดงั นี้
- ในภาพนกั เรยี นคดิ วา่ เกิดขึน้ ทไี่ หน อยา่ งไร เมือ่ ไร มีใครบ้าง
2. นักเรียนศึกษาเรอ่ื ง การเขียนบรรยายภาพ แลว้ รว่ มกนั สนทนาในประเดน็ ต่อไปนี้
- การเขยี นบรรยายภาพมีวัตถปุ ระสงคใ์ ด
- การเขียนบรรยายภาพมีหลกั การเขยี นอย่างไร
- ขอ้ มลู ที่ควรนาเสนอในการเขียนบรรยายภาพมอี ะไรบ้าง
ขน้ั ที่ 2 ขั้นคดิ วเิ คราะหแ์ ละสรปุ ความ
3. นักเรยี นดตู วั อย่างการเขยี นบรรยาย แลว้ รว่ มกนั สนทนาโดยครใู ช้คาถามดังนี้
-ในการเขียนบรรยายนักเรยี นต้องคานึงถงึ อะไรบา้ ง
-จากตัวอยา่ งทีศ่ ึกษา นกั เรยี นคิดว่าเปน็ การเขียนบรรยายทด่ี หี รือไมเ่ พราะอะไร
4. นักเรยี นแต่ละกลุ่มคิดประเมินเพ่อื เพม่ิ คณุ ค่าโดยครใู ช้คาถามดงั ตอ่ ไปน้ี
- นักเรียนสามารถนาความรทู้ ่ีได้รบั ไปใช้ในชีวติ ประจาวนั ไดอ้ ย่างไร
ขั้นท่ี 3 ขั้นปฏบิ ตั แิ ละสรปุ ความรหู้ ลังการปฏิบตั ิ
5. นักเรียนแต่ละคนจดั ระบบข้อมูลทจี่ ะนามาเขียนบรรยายภาพ โดยใช้แผนภาพความคิด จากนั้นลองหา
รปู แบบการนาเสนอทีน่ า่ สนใจแล้วฝึกเรียบเรยี ง
6. นักเรียนสรุปเก่ียวกับบการเขยี นบรรยายภาพและทาใบงานเร่อื งการเขียนบรรยายภาพ
ขน้ั ที่ 4 ขั้นสื่อสารและนาเส
7.นักเรยี นนาเสนอผลงานหน้าชั้นเรียน โดยครูใช้ไม้เรยี กเลขท่ี เรียกนกั เรยี นออกมานาเสนอหน้าชนั้ เรยี น
ประมาณ 4-5 คน
ขั้นท่ี 5 ข้ันประเมนิ เพื่อเพม่ิ คุณค่าบริการสงั คมและจติ สาธารณะ
8.นักเรียนร่วมกนั แสดงความคิดเหน็ โดยครูใช้คาถามดงั น้ี
- นักเรียนสามารถนาความรู้เก่ยี วกับเรอื่ งทีเ่ รียนไปใช้ประโยชน์ในสังคมได้อย่างไร