6. การวัดผลและการประเมินผล
การวดั และประเมนิ ผลจุดประสงค์ วธิ ีการวดั ผล เครอ่ื งมือวัด เกณฑ์การประเมินผล
-กจิ กรรมฝึกทกั ษะ 80% ขึ้นไป ถอื ว่าผา่ น
ความรู้ความเขา้ ใจ (K) - ตรวจกจิ กรรมฝึกทกั ษะ -แบบฝกึ หัด เกณฑก์ ารประเมนิ
-ตรวจแบบฝกึ หดั
ทกั ษะ/กระบวนการ (P) -สังเกตพฤตกิ รรม การทางาน - แบบประเมินทกั ษะ 80% ข้ึนไป ถือวา่ ผา่ น
คณุ ลักษณะนสิ ยั (A) รายบุคคล/กลุ่ม และกระบวนการทาง เกณฑก์ ารประเมิน
คณติ ศาสตร์
1. สงั เกตจากการเรยี นมีความ 1. แบบสังเกต 80% ขน้ึ ไป ถอื วา่ ผ่าน
รับผดิ ชอบต่องานที่สง่ั และส่ง พฤตกิ รรม เกณฑก์ ารประเมิน
งานได้ทันตามทีก่ าหนด
2. สังเกตจากการเรยี นใฝเ่ รียนรู้
3. สังเกตจากการมงุ่ มนั่ ในการ
ทางาน
7. ส่อื /แหลง่ การเรียนรู้
1. บตั รคา 2. บัตรภาพ 3. หนังสอื ภาษาไทย 1
4. เพลง 5. วีดที ัศน์ 6. หนังสอื วรรณคดลี านา
7. ไมเ้ รียกเลขที่ 7. เกม
8.กจิ กรรมเสนอแนะ
........................................................................................................... .................................................................................................................
............................................................................................................................. ...............................................................................................
ลงชื่อ............................................ครผู ู้สอน ลงชื่อ...................................................ฝ่ายวิชาการ
(...........................................................) (...........................................................)
ลงช่อื ...................................................ผบู้ รหิ าร
(...........................................................)
สปั ดาห์ที่ 12
โรงเรียนขจรเกียรตพิ ัฒนา
แผนการจัดการเรียนรู้
ภาคเรยี นที่ 1/………......... ชอ่ื ผ้สู อน................................................
กลุ่มสาระการเรยี นรู้ ภาษาไทย ชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี 1 จานวน 1 คาบ
หนว่ ยการเรยี นท่ี 4 เรอื่ ง สระใอ
1 . มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐานท่ี ท 2.1ใชก้ ระบวนการเขียนเขียนสือ่ สาร เขยี นเรยี งความ ยอ่ ความ และเขียนเร่ืองราวในรปู แบบตา่ งๆ
เขยี นรายงานขอ้ มลู สารสนเทศและรายงานการศึกษาคน้ ควา้ อยา่ งมปี ระสทิ ธิภาพ
ตวั ชวี้ ดั ที่ ป 1/2 เขียนสอ่ื สารดว้ ยคาและประโยคง่ายๆ
ตัวชว้ี ดั ที่ ป 1/3 มีมารยาทในการเขยี น
มาตรฐานที่ ท 4.1เขา้ ใจธรรมชาติของภาษาและหลกั ภาษาไทยการเปลี่ยนแปลงของภาษาและพลงั ของภาษา
ภูมิปัญญาทางภาษาและรกั ษาภาษาไทยไวเ้ ป็นสมบัติของชาติ
ตวั ชว้ี ดั ที่ ป1/1 บอกและเขียนพยญั ชนะ สระ วรรณยกุ ต์ และเลขไทย
ตัวชว้ี ัดท่ี ป 1/2 เขียนสะกดคาและบอกความหมายของคา
2. สาระสาคญั /ความคดิ รวบยอด
สระ ใ_ ออกเสยี ง ใอ เป็นสระเสยี งส้ัน เขยี นไวข้ า้ งหนา้ พยัญชนะต้น คาทใี่ ชก้ ับสระใ_ จะไม่มีตวั สะกด และมี 20 คา
3 จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
1. บอกส่วนประกอบของคาท่ปี ระสมด้วยสระ ใ- (K)
2. อ่านออกเสียงคาทป่ี ระสมดว้ ยสระ ใ- (P)
3. เห็นความสาคัญของการอ่านและมารยาทในการอ่าน (A)
4. มคี วามสนใจในการเรยี นการสอน( A)
5. มคี วามตัง้ ใจทจี่ ะอา่ นออกเสียงคาใหถ้ กู ต้อง (A)
6. เห็นความสาคัญของการเรียนรู้ความหมายของคาทเี่ ขยี นและอ่าน (A)
4. สาระการเรียนรู้
4.1 ความรู้ : Knowledge (K) การอา่ นจบั ใจความ การเขียนบรรยายภาพ สระ ใอ สระ ไอ
4.2 กระบวนการจดั การเรียนรู้ : Process (P)
4.3 คุณลกั ษณะทีพ่ งึ ประสงค์ : Attitude (A)ใฝ่เรยี นรู้ มีวินยั มงุ่ มัน่ ในการทางาน ซ่อื สัตยส์ จุ รติ อยูอ่ ย่างพอเพียง
รกั ความเป็นไทย มจี ติ สาธารณะ
5.กจิ กรรมการเรียนรู้
คาบที่ กิจกรรมการเรียนการสอน
1 ขัน้ ที่ 1 ขัน้ รวบรวมขอ้ มลู
1. นกั เรยี นฟงั เพลง สระใอ แล้วฝึกรอ้ งเพลงสระใอ 1-2 รอบ ให้นกั เรียนสงั เกตคาทมี่ สี ระใอในเพลง สุ่มเรยี ก
นักเรยี นโดยใชไ้ มเ้ รียกเลขท่ใี ห้ออกมาเขียนบนกระดานดา
2. นกั เรียนศึกษาเรอ่ื งสระใอ แลว้ รว่ มสนทนาโดยครใู ชค้ าถามดงั นี้
-คาท่ปี ระสมด้วยสระใอมลี กั ษณะอยา่ งไร
-นักเรียนรจู้ กั คาใดบ้างทป่ี ระสมดว้ ยสระใอ
ขั้นท่ี 2 ขน้ั คิดวเิ คราะหแ์ ละสรปุ ความ
3.นักเรียนวเิ คราะหแ์ ผนภูมคิ าที่ใช้สระใอ แลว้ บอกวา่ มคี าใดบ้างทใ่ี ช้สระใอ ครูใชไ้ ม้เรยี กเลขทใ่ี ห้นกั เรียน
ออกไปเขยี นคาจากแผนภมู ทิ ลี ะคน แล้วอ่านออกเสยี งพร้อมกัน
4. นักเรียนแต่ละกลมุ่ คดิ ประเมินเพ่ือเพิ่มคณุ คา่ โดยครใู ชค้ าถามดังตอ่ ไปนี้
- นกั เรยี นสามารถนาความรทู้ ี่ไดร้ ับไปใชใ้ นชวี ติ ประจาวนั ไดอ้ ยา่ งไร
ขน้ั ที่ 3 ขั้นปฏิบัติและสรปุ ความรูห้ ลังการปฏิบตั ิ
5. นกั เรยี นแตล่ ะกลมุ่ เลน่ เกมจบั คู่คากับรปู ภาพ ครใู หส้ ัญญาณเร่ิมเลน่ กลมุ่ ใดเสรจ็ กอ่ นให้ยกมอื ครแู ละเพอ่ื น
นกั เรียนในชนั้ ชว่ ยกนั ตรวจสอบความถกู ต้องทลี ะกลมุ่ และนบั จานวนคาท่ีจบั ค่ไู ด้ถกู ต้องกลุ่มใดถูกต้องมากกว่า
จะเป็นผู้ชนะเพ่ือนในหอ้ งชว่ ยกนั ปรบมือ
6.นกั เรียนทากิจกรรมฝกึ อา่ นออกเสยี งคาท่ีประสมดว้ ยสระใอ และแตง่ ประโยค (ให้พดู ประโยคทแ่ี ต่งออกมา
โดยไม่ตอ้ งเขยี น)
7. นกั เรียนสรปุ เก่ียวกบั การอ่านการเขยี นสระใอ และทาแบบฝกึ หัด ในขณะทน่ี ักเรยี นทาแบบผกึ หดั ครเู ดิน
ตรวจดคู วามถูกตอ้ ง นกั เรียนกลุ่มใดทางานไดเ้ รยี บรอ้ ย ลายมือสวยงาม ให้คณุ ครูช่นื ชม เพ่อื เป็นกาลงั ใจ และ
เป็นตวั อยา่ งทีด่ ใี ห้กบั กลมุ่ อน่ื
ขน้ั ท่ี 4 ขั้นส่อื สารและนาเสนอ
8. นกั เรยี นนาเสนอการทาแบบฝึกหัด โดยครูใช้ไมเ้ รียกเลขที่ เพอ่ื ใหน้ กั เรยี นนาเสนอทลี ะคน เพอ่ื นๆช่วยกัน
ตรวจสอบความถกู ตอ้ ง
ขั้นท่ี 5 ขั้นประเมนิ เพ่ือเพิ่มคุณคา่ บริการสังคมและจติ สาธารณะ
9.นกั เรยี นร่วมกนั แสดงความคดิ เห็น โดยครใู ชค้ าถามดังน้ี
- นักเรยี นสามารถนาความรเู้ ก่ียวกับเรื่องท่ีเรยี นไปใชป้ ระโยชนใ์ นสงั คมไดอ้ ยา่ งไร
6. การวัดผลและการประเมนิ ผล
การวดั และประเมินผลจุดประสงค์ วธิ ีการวดั ผล เครอ่ื งมือวัด เกณฑก์ ารประเมินผล
-กจิ กรรมฝึกทกั ษะ 80% ขึ้นไป ถอื วา่ ผา่ น
ความรคู้ วามเขา้ ใจ (K) - ตรวจกิจกรรมฝกึ ทกั ษะ -แบบฝึกหดั เกณฑก์ ารประเมนิ
-ตรวจแบบฝกึ หดั
ทกั ษะ/กระบวนการ (P) -สงั เกตพฤตกิ รรม การทางาน - แบบประเมินทกั ษะ 80% ขึ้นไป ถอื ว่าผ่าน
คณุ ลกั ษณะนสิ ยั (A) รายบคุ คล/กลุ่ม และกระบวนการทาง เกณฑก์ ารประเมิน
คณิตศาสตร์
1. สงั เกตจากการเรียนมีความ 1. แบบสังเกต 80% ขึ้นไป ถือวา่ ผ่าน
รับผดิ ชอบตอ่ งานทส่ี งั่ และสง่ พฤตกิ รรม เกณฑ์การประเมนิ
งานไดท้ ันตามทก่ี าหนด
2. สงั เกตจากการเรียนใฝเ่ รยี นรู้
3. สังเกตจากการมงุ่ ม่นั ในการ
ทางาน
7. สอ่ื /แหลง่ การเรยี นรู้ 2. บตั รภาพ 3. หนังสอื ภาษาไทย 1
5. วีดีทศั น์ 6. หนังสอื วรรณคดลี านา
1. บตั รคา 7. เกม
4. เพลง
7. ไมเ้ รียกเลขที่
8.กจิ กรรมเสนอแนะ
............................................................................................................................................................. ...............................................................
................................................................................................................................................................................................. ...........................
ลงช่ือ............................................ครผู ู้สอน ลงชือ่ ...................................................ฝ่ายวิชาการ
(...........................................................) (...........................................................)
ลงช่ือ...................................................ผบู้ รหิ าร
(...........................................................)
สัปดาห์ที่ 12
โรงเรียนขจรเกยี รติพัฒนา
แผนการจัดการเรียนรู้
ภาคเรยี นท่ี 1/............... ช่ือผู้สอน................................................
กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาไทย ช้นั ประถมศกึ ษาปที ี่ 1 จานวน 1 คาบ
หนว่ ยการเรยี นท่ี 4 เรอื่ ง สระไอ
1 . มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐานท่ี ท 4.1เขา้ ใจธรรมชาติของภาษาและหลกั ภาษาไทยการเปล่ียนแปลงของภาษาและพลงั ของภาษา
ภมู ิปัญญาทางภาษาและรกั ษาภาษาไทยไว้เปน็ สมบตั ิของชาติ
ตวั ชวี้ ดั ที่ ป1/1 บอกและเขียนพยญั ชนะ สระ วรรณยกุ ต์ และเลขไทย
ตัวชวี้ ดั ท่ี ป 1/2 เขยี นสะกดคาและบอกความหมายของคา
2.สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด
สระ ไ_ ออกเสยี ง ไอ เปน็ สระเสยี งส้นั เขยี นไวข้ า้ งหนา้ พยัญชนะต้น คาที่ใชก้ บั สระ ไ_ จะไม่มตี วั สะกด
3 จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
1. รู้และเขา้ ใจหลักการอ่าน การเขียนคาทีป่ ระสมดว้ ยสระ ไ- (K)
2. อา่ นและเขยี นคาท่ีประสมดว้ ยสระ ไ- ได้ (P)
3. มีความสนใจในการเรียนการสอน( A)
4. มีความตงั้ ใจทจ่ี ะอ่านออกเสยี งคาใหถ้ ูกต้อง (A)
5.. เห็นความสาคญั ของการเรียนรคู้ วามหมายของคาทเ่ี ขียนและอ่าน (A)
4. สาระการเรยี นรู้
4.1 ความรู้ : Knowledge (K) การอ่านจบั ใจความ การเขียนบรรยายภาพ สระ ใอ สระ ไอ
4.2 กระบวนการจัดการเรียนรู้ : Process (P)
4.3 คุณลักษณะที่พึงประสงค์ : Attitude (A)ใฝเ่ รียนรู้ มวี ินัย มงุ่ มนั่ ในการทางาน ซ่ือสตั ยส์ จุ ริต อยู่อย่างพอเพยี ง
รกั ความเปน็ ไทย มจี ิตสาธารณะ
5.กจิ กรรมการเรียนรู้
คาบที่ กจิ กรรมการเรยี นการสอน
1 ขนั้ ที่ 1 ขน้ั รวบรวมขอ้ มูล
1. นกั เรยี นฟงั เพลง สระไอ แลว้ ฝึกรอ้ งเพลงสระไอ 1-2 รอบ นกั เรยี นสงั เกตคาท่ีมสี ระไอในเพลง สุ่มเรียก
นักเรยี นโดยใช้ไมเ้ รียกเลขท่ใี หอ้ อกมาเขียนบนกระดานดา นักเรียนกลมุ่ ใดเขียนไดถ้ กู ต้องทสี่ ดุ เยอะท่สี ดุ จะ
ได้รับรางวลั
2. นกั เรียนศกึ ษาเร่ืองสระไอ แล้วร่วมสนทนาโดยครูใช้คาถามดงั น้ี
-คาทีป่ ระสมด้วยสระไอมลี ักษณะอยา่ งไร
-นักเรียนรจู้ ักคาใดบา้ งทปี่ ระสมดว้ ยสระไอ
ขนั้ ที่ 2 ขั้นคิดวเิ คราะหแ์ ละสรุปความ
3. นกั เรียนเล่นเกมจาแนกคาสระไอจากบัตรคาท่ีตดิ บนกระดาน (บตั รคามีคาท่ปี ระสมด้วยสระไอและใอ) ใน
การทากจิ กรรมครใู ช้ไมเ้ รียกเลขทเ่ี รยี กนกั เรยี นออกมาทากจิ กรรมทลี ะคน
4.นกั เรยี นแตล่ ะกลมุ่ คิดประเมนิ เพ่อื เพิ่มคณุ ค่าโดยครใู ชค้ าถามดังตอ่ ไปนี้
- นกั เรียนสามารถนาความรทู้ ีไ่ ด้รบั ไปใชใ้ นชวี ิตประจาวันได้อย่างไร
ขั้นท่ี 3 ขั้นปฏิบัติและสรปุ ความร้หู ลงั การปฏบิ ัติ
5.นกั เรียนทากจิ กรรมฝกึ อา่ นออกเสยี งคาทีป่ ระสมด้วยสระไอ และแต่งประโยค (ให้พูดประโยคทแี่ ตง่ ออกมา
โดยไมต่ อ้ งเขียน)
6. นักเรียนสรปุ เก่ยี วกบั การอา่ นการเขยี นสระไอ และทาแบบฝกึ หดั ในขณะทีน่ กั เรยี นทาแบบผกึ หดั ครเู ดนิ
ตรวจดูความถูกตอ้ ง นักเรยี นกลุ่มใดทางานไดเ้ รยี บร้อย ลายมอื สวยงาม ใหค้ ณุ ครูช่นื ชม เพ่อื เป็นกาลงั ใจ และ
เป็นตัวอยา่ งทีด่ ีให้กบั กลมุ่ อืน่
ขั้นที่ 4 ข้ันส่อื สารและนาเสนอ
7. นกั เรยี นนาเสนอการทาแบบฝกึ หดั โดยครใู ชไ้ มเ้ รียกเลขที่ เพอื่ ให้นกั เรียนนาเสนอทลี ะคน เพอื่ นๆช่วยกัน
ตรวจสอบความถกู ตอ้ ง
ขั้นที่ 5 ข้ันประเมนิ เพ่ือเพ่ิมคุณคา่ บริการสงั คมและจิตสาธารณะ
8.นักเรียนรว่ มกันแสดงความคดิ เหน็ โดยครใู ช้คาถามดังน้ี
- นักเรียนสามารถนาความรู้เก่ยี วกับเร่ืองท่ีเรยี นไปใช้ประโยชนใ์ นสงั คมได้อยา่ งไร
6. การวัดผลและการประเมนิ ผล
การวัดและประเมนิ ผลจุดประสงค์ วธิ กี ารวัดผล เครือ่ งมือวดั เกณฑ์การประเมินผล
ความรู้ความเขา้ ใจ (K) - ตรวจกจิ กรรมฝกึ ทกั ษะ -กิจกรรมฝกึ ทกั ษะ 80% ขนึ้ ไป ถือว่าผา่ น
-ตรวจแบบฝกึ หัด -แบบฝกึ หัด เกณฑก์ ารประเมนิ
ทักษะ/กระบวนการ (P) -สงั เกตพฤตกิ รรม การทางาน - แบบประเมนิ ทกั ษะ 80% ข้ึนไป ถือว่าผา่ น
รายบุคคล/กลุ่ม และกระบวนการทาง เกณฑก์ ารประเมนิ
คณติ ศาสตร์
คณุ ลกั ษณะนสิ ัย (A) 1. สงั เกตจากการเรยี นมีความ 1. แบบสังเกต 80% ข้นึ ไป ถือว่าผ่าน
รับผิดชอบต่องานท่ีสงั่ และสง่ พฤตกิ รรม เกณฑ์การประเมิน
งานไดท้ นั ตามท่ีกาหนด
2. สังเกตจากการเรียนใฝเ่ รยี นรู้
3. สังเกตจากการมงุ่ มั่นในการ
ทางาน
7. สือ่ /แหล่งการเรียนรู้ 2. บตั รภาพ 3. หนงั สอื ภาษาไทย 1
5. วดี ที ัศน์ 6. หนงั สือวรรณคดลี านา
1. บตั รคา 7. เกม
4. เพลง
7. ไม้เรยี กเลขที่
8.กิจกรรมเสนอแนะ
................................................................................................................................................................................ ............................................
............................................................................................................................................................................................. ...............................
ลงชอื่ ............................................ครผู ู้สอน ลงชอื่ ...................................................ฝ่ายวิชาการ
(...........................................................) (...........................................................)
ลงช่ือ...................................................ผบู้ รหิ าร
(...........................................................)
โรงเรียนขจรเกยี รติพฒั นา สปั ดาหท์ ี่ 13
แผนการจัดการเรียนรู้
ภาคเรยี นที่ 1/................ ชอ่ื ผสู้ อน..........................................................
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ ภาษาไทย ช้นั ประถมศกึ ษาปีท่ี 1 จานวน 2 คาบ
หนว่ ยการเรยี นที่ 4 เร่ือง ตามหา(การอ่านจบั ใจความเพลง)
1 . มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐานท่ี ท 1.1ใชก้ ระบวนการอ่านสร้างความร้แู ละความคิดเพอ่ื นาไปใช้ตัดสนิ ใจ แก้ปญั หาในการดาเนนิ ชวี ิต
และมนี สิ ัยรักการอา่ น
ตัวช้วี ัดท่ี ป 1/1 บอกขอ้ คิดท่ีไดจ้ ากการอ่านหรอื การฟงั วรรณกรรมรอ้ ยแก้วและรอ้ ยกรองสาหรบั เดก็
ตัวช้วี ัดท่ี ป 1/3 ตอบคาถามเก่ียวกับเร่ืองท่ีอ่าน
ตัวช้วี ัดที่ ป 1/4 เล่าเรือ่ งยอ่ จากเรื่องทอี่ ่าน
ตวั ชว้ี ัดที่ ป 1/5 คาดคะเนเหตกุ ารณจ์ ากเรอื่ งทอี่ ่าน
ตัวชี้วดั ท่ี ป1/8 มีมารยาทในการอา่ น
มาตรฐานที่ ท 2.1ใชก้ ระบวนการเขยี นเขียนสือ่ สาร เขียนเรยี งความ ยอ่ ความ และเขียนเรอ่ื งราวในรปู แบบต่างๆ
เขยี นรายงานขอ้ มลู สารสนเทศและรายงานการศึกษาค้นคว้าอยา่ งมีประสทิ ธภิ าพ
ตัวชี้วดั ท่ี ป 1/2 เขยี นส่อื สารด้วยคาและประโยคงา่ ยๆ
ตวั ช้ีวดั ที่ ป 1/3 มีมารยาทในการเขยี น
มาตรฐานที่ ท 4.1เขา้ ใจธรรมชาติของภาษาและหลกั ภาษาไทยการเปลย่ี นแปลงของภาษาและพลงั ของภาษา
ภูมิปญั ญาทางภาษาและรกั ษาภาษาไทยไวเ้ ป็นสมบตั ิของชาติ
ตัวชวี้ ดั ที่ ป1/1 บอกและเขียนพยญั ชนะ สระ วรรณยกุ ต์ และเลขไทย
ตัวชว้ี ัดที่ ป 1/2 เขยี นสะกดคาและบอกความหมายของคา
2.สาระสาคญั /ความคดิ รวบยอด
การอา่ นจับใจความสาคัญ คือ การอ่านเพื่อจบั ใจความหรอื ขอ้ คดิ ความคดิ สาคญั หลักของขอ้ ความ หรือเรอ่ื งทอ่ี ่าน
การอา่ นจบั ใจความสาคญั ถอื เป็นทกั ษะสาคญั ท่ใี ชใ้ นการอา่ นเพ่อื การสอ่ื สารมากทส่ี ดุ เพราะเป็นพื้นฐานสาคญั ในการศึกษา
หาความรู้ จงึ ควรฝกึ ฝนใหเ้ กิดความชานาญ
3.จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
1. รู้และเขา้ ใจการอา่ นจับใจความ (K)
2. อ่านจบั ใจความบทเพลงไดถ้ กู ตอ้ ง(P)
3. เห็นความสาคญั ของการอ่านและมารยาทในการอา่ น (A)
4.มีความสนใจในการเรียนการสอน (A)
5.มคี วามกระตอื รอื ร้นในการรว่ มกจิ กรรม (A)
4. สาระการเรยี นรู้
4.1 ความรู้ : Knowledge (K) การอา่ นจบั ใจความบทเพลง การเขยี นประโยคจากภาพ สระเอา
4.2 กระบวนการจัดการเรยี นรู้ : Process (P)
4.3 คุณลกั ษณะท่พี งึ ประสงค์ : Attitude (A)ใฝ่เรียนรู้ มีวินัย มงุ่ ม่นั ในการทางาน ซ่อื สัตยส์ จุ ริต อยูอ่ ยา่ งพอเพยี ง
รักความเปน็ ไทย มีจิตสาธารณะ
5.กจิ กรรมการเรียนรู้
คาบ กิจกรรมการเรียนการสอน
ที่
1-2 ขน้ั ที่ 1 ข้ันรวบรวมขอ้ มูล
1. นักเรียนดูวดี ทิ ัศนเ์ พลง ฉันรกั สายฝน และให้นกั เรยี นรอ้ งพร้อมกัน 1-2 รอบ
2. นกั เรียนทบทวนเก่ยี วกับการอ่านสรปุ ใจความ โดยใชค้ าถามดังตอ่ ไปน้ี
- การอา่ นสรปุ ใจความคอื อะไร
- นกั เรยี นใชท้ กั ษะอะไรบา้ งในการอา่ นสรุปใจความ
ขนั้ ที่ 2 ข้นั คิดวิเคราะห์และสรปุ ความ
3. นกั เรียนรว่ มกนั แสดงความคดิ เห็นเกยี่ วกบั ความรสู้ กึ เมือ่ ได้ฟงั บทเพลงน้แี ละรว่ มกันสนทนาเก่ียวกบั บทเพลง ฉนั รกั
สายฝน โดยครูสมุ่ ใหน้ กั เรยี นเลยี นเสียงตา่ งๆดงั นี้
- เสียง ฝน -เสียง ฟา้ รอ้ ง -เสยี ง กบร้อง -เสยี ง ไก่ขัน -เสียง รถไฟแล่น
*ในการตอบคาถามใหค้ รใู ช้ไม้เรียกเลขท่ี เพ่อื ใหน้ ักเรยี นตอบทีละคน โดยถามคาถามกอ่ นจะเรียกเลขทีเ่ พอ่ื ให้ทกุ
คนไดค้ ดิ ในแตล่ ะคาถามควรให้นกั เรียนนาเสนอ 4-5 คน
4. นักเรียนแต่ละกลมุ่ คดิ ประเมินเพ่อื เพิ่มคณุ คา่ โดยครูใช้คาถามดังต่อไปน้ี
- นกั เรียนสามารถนาความรทู้ ีไ่ ดร้ ับไปใช้ในชีวิตประจาวนั ได้อยา่ งไร
ขน้ั ที่ 3 ขนั้ ปฏบิ ัติและสรปุ ความรู้หลงั การปฏบิ ัติ
5.นกั เรยี นเข้ากลุม่ ร่วมกันสรปุ ขอ้ คดิ และประโยชน์ท่ีได้รบั จากการฟงั เพลง
6.นกั เรียนเข้ากลมุ่ ฝึกร้องเพลงฉันรกั สายฝนพรอ้ มแสดงทา่ ทางประกอบ
ขน้ั ท่ี 4 ข้ันสอื่ สารและนาเสนอ
7. แตล่ ะกลมุ่ ออกมานาเสนอการรอ้ งเพลงฉนั รกั สายฝนพรอ้ มแสดงท่าทางประกอบ
ข้ันที่ 5ขั้นประเมินเพ่ือเพิ่มคุณค่าบริการสงั คมและจิตสาธารณะ
8.นักเรยี นร่วมกนั แสดงความคิดเหน็ โดยครูใชค้ าถามดงั นี้
- นักเรยี นสามารถนาความรู้เกีย่ วกับเรือ่ งท่ีเรียนไปใชป้ ระโยชนใ์ นสงั คมได้อย่างไร
6. การวดั ผลและการประเมนิ ผล
การวดั และประเมินผลจดุ ประสงค์ วิธีการวัดผล เครื่องมอื วัด เกณฑ์การประเมินผล
-กจิ กรรมฝกึ ทกั ษะ 80% ขึ้นไป ถือว่าผา่ น
ความรูค้ วามเขา้ ใจ (K) - ตรวจกจิ กรรมฝึกทกั ษะ -แบบฝกึ หดั เกณฑ์การประเมิน
-ตรวจแบบฝึกหดั
ทักษะ/กระบวนการ (P) -สงั เกตพฤตกิ รรม การทางาน - แบบประเมินทกั ษะ 80% ข้ึนไป ถือวา่ ผา่ น
คุณลกั ษณะนสิ ัย (A) รายบุคคล/กล่มุ และกระบวนการทาง เกณฑ์การประเมนิ
คณติ ศาสตร์
1. สังเกตจากการเรียนมีความ 1. แบบสงั เกต 80% ขน้ึ ไป ถือว่าผา่ น
รบั ผดิ ชอบต่องานทีส่ ง่ั และสง่ พฤติกรรม เกณฑก์ ารประเมิน
งานได้ทนั ตามที่กาหนด
2. สังเกตจากการเรยี นใฝเ่ รยี นรู้
3. สังเกตจากการมงุ่ ม่นั ในการ
ทางาน
7. สอื่ /แหล่งการเรียนรู้
1. บตั รคา 2. บตั รภาพ 3. หนงั สอื ภาษาไทย 1
6. หนังสือวรรณคดลี านา
4. เพลง 5. วีดีทัศน์
7. ไม้เรียกเลขที่
8.กิจกรรมเสนอแนะ
........................................................................................................................................................................... .................................................
............................................................................................................................................................................................................... .............
ลงชอื่ ............................................ครผู ้สู อน ลงชอ่ื ...................................................ฝา่ ยวิชาการ
(...........................................................) (...........................................................)
ลงช่อื ...................................................ผบู้ รหิ าร
(...........................................................)
สปั ดาห์ท่ี 13
โรงเรียนขจรเกยี รติพฒั นา
แผนการจดั การเรียนรู้
ภาคเรยี นที่ 1/................... ชือ่ ผู้สอน.............................................................
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ ภาษาไทย ช้ันประถมศกึ ษาปีท่ี 1 จานวน 2 คาบ
หนว่ ยการเรียนท่ี 4 เรื่อง การเขียนประโยคจากภาพ
1 . มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐานที่ ท 2.1ใช้กระบวนการเขียนเขียนส่ือสาร เขียนเรยี งความ ย่อความ และเขยี นเร่อื งราวในรปู แบบต่างๆ
เขียนรายงานข้อมลู สารสนเทศและรายงานการศกึ ษาค้นคว้าอย่างมปี ระสิทธภิ าพ
ตวั ช้ีวดั ที่ ป 1/2 เขยี นสอ่ื สารด้วยคาและประโยคง่ายๆ
ตัวชว้ี ดั ที่ ป 1/3 มมี ารยาทในการเขียน
มาตรฐานท่ี ท 4.1เขา้ ใจธรรมชาติของภาษาและหลกั ภาษาไทยการเปลย่ี นแปลงของภาษาและพลงั ของภาษา
ภูมิปัญญาทางภาษาและรกั ษาภาษาไทยไว้เป็นสมบตั ขิ องชาติ
ตวั ช้วี ดั ที่ ป1/1 บอกและเขยี นพยญั ชนะ สระ วรรณยกุ ต์ และเลขไทย
ตวั ชี้วดั ที่ ป 1/2 เขียนสะกดคาและบอกความหมายของคา
2.สาระสาคญั /ความคดิ รวบยอด
การเขียนประโยคจากภาพช่วยพฒั นาทกั ษะการคิด การเขยี น รู้จักการเช่อื มโยงประโยคจากภาพที่เหน็ ให้ เป็น
เรื่องราวใหส้ ัมพันธก์ ัน
3.จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
1. รแู้ ละเขา้ ใจการเขียนประโยคจากภาพ (K)
2. เขียนประโยคจากภาพ ไดถ้ ูกต้อง(P)
3..มีความสนใจในการเรยี นการสอน (A)
4.มีความกระตอื รอื รน้ ในการรว่ มกจิ กรรม (A)
4. สาระการเรยี นรู้
4.1 ความรู้ : Knowledge (K) การอา่ นจบั ใจความบทเพลง การเขียนประโยคจากภาพ สระเอา
4.2 กระบวนการจัดการเรยี นรู้ : Process (P)
4.3 คุณลกั ษณะที่พงึ ประสงค์ : Attitude (A)ใฝ่เรียนรู้ มวี ินัย มุง่ ม่นั ในการทางาน ซอื่ สัตยส์ ุจรติ อยอู่ ย่างพอเพยี ง
รกั ความเป็นไทย มจี ติ สาธารณะ
5.กิจกรรมการเรียนรู้
คาบ กจิ กรรมการเรียนการสอน
ท่ี
1-2 ขนั้ ท่ี 1 ขน้ั รวบรวมขอ้ มูล
1.นักเรียนดูภาพ แล้วให้ชว่ ยกันแตง่ ประโยคจากภาพ
* ในการแต่งประโยคใหค้ รใู ชไ้ ม้เรียกเลขท่ี เพื่อใหน้ กั เรียนแต่งทลี ะคน
2. นกั เรียนศกึ ษาความรเู้ ร่อื ง การแตง่ ประโยคจากภาพ แลว้ รว่ มกนั อภปิ รายว่าการแตง่ ประโยคจาก
ภาพ มีหลักในการปฏบิ ตั อิ ยา่ งไรบา้ ง
ขัน้ ที่ 2 ขั้นคิดวเิ คราะหแ์ ละสรปุ ความ
3. นกั เรยี นร่วมกนั วเิ คราะห์ภาพ แล้วสนทนาโดยครถู ามคาถามดงั น้ี
- การแตง่ ประโยคจากภาพมีความสาคัญอย่างไร
4. นกั เรียนแต่ละกลมุ่ คิดประเมินเพ่ือเพม่ิ คุณคา่ โดยครใู ช้คาถามดงั ต่อไปน้ี
- นักเรยี นสามารถนาความรทู้ ีไ่ ด้รับไปใช้ในชวี ิตประจาวันไดอ้ ย่างไร
ขั้นที่ 3 ข้ันปฏิบตั ิและสรุปความรู้หลงั การปฏบิ ัติ
5. นกั เรยี นเขา้ กลุ่มทากิจกรรม ฝกึ แต่งประโยคจากภาพทค่ี รกู าหนดให้ และตัวแทนกลุ่มอ่านให้เพ่ือนฟัง
6.นกั เรยี นสรปุ วธิ ีการเขียนประโยคจากภาพ
7.นักเรยี นทาแบบฝกึ หดั
ข้นั ท่ี 4 ขั้นสือ่ สารและนาเสนอ
8.นกั เรียนนาเสนอการแตง่ ประโยค โดยครูใชไ้ ม้เรยี กเลขทีเ่ รียกออกมาแต่งทลี ะคน เพอ่ื นๆช่วยกัน ตรวจสอบ
ความถกู ตอ้ ง
ข้นั ที่ 5ข้ันประเมนิ เพ่ือเพิ่มคุณค่าบริการสังคมและจิตสาธารณะ
9.นกั เรยี นรว่ มกันแสดงความคิดเหน็ โดยครูใชค้ าถามดังนี้
- นกั เรยี นสามารถนาความร้เู กย่ี วกับเรือ่ งทเี่ รียนไปใชป้ ระโยชนใ์ นสงั คมได้อยา่ งไร
6. การวดั ผลและการประเมนิ ผล
การวัดและประเมินผลจดุ ประสงค์ วธิ ีการวัดผล เคร่ืองมอื วดั เกณฑ์การประเมินผล
ความรคู้ วามเขา้ ใจ (K) - ตรวจกจิ กรรมฝึกทักษะ -กิจกรรมฝกึ ทกั ษะ 80% ขนึ้ ไป ถอื ว่าผ่าน
-แบบฝึกหดั เกณฑก์ ารประเมนิ
-ตรวจแบบฝกึ หดั
ทักษะ/กระบวนการ (P) -สังเกตพฤตกิ รรม การทางาน - แบบประเมินทกั ษะ 80% ข้นึ ไป ถือว่าผา่ น
คณุ ลักษณะนสิ ัย (A) รายบคุ คล/กลุม่ และกระบวนการทาง เกณฑก์ ารประเมิน
คณิตศาสตร์
1. สังเกตจากการเรยี นมีความ 1. แบบสงั เกต 80% ขึ้นไป ถอื วา่ ผา่ น
รับผดิ ชอบตอ่ งานทีส่ งั่ และส่ง พฤตกิ รรม เกณฑ์การประเมนิ
งานได้ทนั ตามทกี่ าหนด
2. สงั เกตจากการเรยี นใฝเ่ รียนรู้
3. สงั เกตจากการมงุ่ มน่ั ในการ
ทางาน
7. สื่อ/แหลง่ การเรียนรู้ 2. บัตรภาพ 3. หนังสอื ภาษาไทย 1
5. วีดที ศั น์ 6. หนงั สอื วรรณคดลี านา
1. บัตรคา
4. เพลง
7. ไม้เรียกเลขท่ี
8.กจิ กรรมเสนอแนะ
.................................................................................................. ..........................................................................................................................
............................................................................................................................. ...............................................................................................
ลงชอ่ื ............................................ครผู ้สู อน ลงชื่อ...................................................ฝ่ายวิชาการ
(...........................................................) (...........................................................)
ลงชือ่ ...................................................ผบู้ รหิ าร
(...........................................................)
สัปดาหท์ ่ี 13
โรงเรียนขจรเกยี รติพัฒนา
แผนการจดั การเรียนรู้
ภาคเรยี นท่ี 1/................ ชอ่ื ผ้สู อน.............................................................
กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาไทย ช้ันประถมศกึ ษาปีท่ี 1 จานวน 2 คาบ
หน่วยการเรยี นท่ี 4 เรื่อง สระเอา
1. มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐานท่ี ท 2.1ใชก้ ระบวนการเขยี นเขยี นสอื่ สาร เขียนเรยี งความ ยอ่ ความ และเขยี นเรือ่ งราวในรปู แบบต่างๆ
เขียนรายงานขอ้ มลู สารสนเทศและรายงานการศกึ ษาค้นควา้ อย่างมปี ระสิทธิภาพ
ตวั ชี้วดั ที่ ป 1/2 เขยี นสอ่ื สารด้วยคาและประโยคงา่ ยๆ
ตวั ชี้วดั ที่ ป 1/3 มมี ารยาทในการเขยี น
มาตรฐานท่ี ท 4.1เข้าใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลกั ภาษาไทยการเปลี่ยนแปลงของภาษาและพลงั ของภาษา
ภมู ปิ ัญญาทางภาษาและรกั ษาภาษาไทยไว้เปน็ สมบัตขิ องชาติ
ตวั ช้วี ัดที่ ป1/1 บอกและเขยี นพยญั ชนะ สระ วรรณยกุ ต์ และเลขไทย
ตัวชีว้ ัดท่ี ป 1/2 เขียนสะกดคาและบอกความหมายของคา
2.สาระสาคญั /ความคดิ รวบยอด
สระ เ_า ออกเสียง เอา เปน็ สระเสยี งสั้น เขยี นพยญั ชนะตน้ ไว้ตรงกลางระหวา่ งสระ เ_ และสระ _า คาทีใ่ ช้กบั สระ
เ_า จะไม่มตี ัวสะกด
3.จุดประสงค์การเรยี นรู้
1. รู้และเข้าใจหลกั การอา่ น การเขียนคาท่ีประสมดว้ ยสระ เ-า (K)
2. อธิบายวธิ กี ารเขยี นสระ เ-า และตาแหน่งของสระ เ-า (K)
3. อา่ นและเขียนคาที่ประสมดว้ ยสระ เ-า ได้ (P)
4. เขยี นสระ เ-า ได้ถูกวธิ ี และถูกตาแหนง่ (P)
5.มคี วามสนใจในการเรียนการสอน (A)
6.มีความกระตือรือรน้ ในการรว่ มกจิ กรรม (A)
4. สาระการเรยี นรู้
4.1 ความรู้ : Knowledge (K) การอ่านจบั ใจความบทเพลง การเขียนประโยคจากภาพ สระเอา
4.2 กระบวนการจัดการเรียนรู้ : Process (P)
4.3 คณุ ลกั ษณะทพ่ี ึงประสงค์ : Attitude (A)ใฝเ่ รียนรู้ มวี นิ ัย มุ่งมนั่ ในการทางาน ซือ่ สตั ยส์ ุจริต อยู่อยา่ งพอเพยี ง
รักความเป็นไทย มจี ติ สาธารณะ
5.กจิ กรรมการเรยี นรู้
คาบ กิจกรรมการเรยี นการสอน
ที่
1-2 ข้ันท่ี 1 ข้ันรวบรวมข้อมูล
1. นักเรียนฟงั เพลง สระเอา และฝกึ ร้องเพลงสระเอา 1-2 รอบ
2. นกั เรยี นสงั เกตคาทีม่ สี ระเอาในเพลง สุ่มเรยี กนกั เรยี นโดยใช้ไมเ้ รยี กเลขที่ใหอ้ อกมาเขียนบนกระดานดา และอา่ น
พรอ้ มกนั
3. นกั เรยี นศกึ ษาเรอ่ื ง สระเอา จากวีดีทศั น์
ข้ันท่ี 2 ข้ันคิดวเิ คราะห์และสรุปความ
4. นกั เรยี นร่วมกันวเิ คราะหป์ ระโยคตอ่ ไปน้ี เขาเป็นทหารสว่ นเราเปน็ ตารวจมีหน้าทบ่ี รรเทาทุกให้กบั ประชาชนใน
ประเทศ แล้วบอกวา่ มีคาอะไรบา้ งทปี่ ระสมด้วย สระเอา โดยการออกมาเขยี นบนกระดานดา เพอื่ นๆชว่ ยตรวจสอบ
ความถูกตอ้ ง
5. นักเรยี นแตล่ ะกลมุ่ คิดประเมนิ เพอ่ื เพ่ิมคณุ ค่าโดยครใู ชค้ าถามดังต่อไปนี้
- นกั เรยี นสามารถนาความรทู้ ่ไี ด้รับไปใช้ในชวี ติ ประจาวันได้อย่างไร
ขั้นท่ี 3 ขั้นปฏิบัตแิ ละสรุปความรหู้ ลังการปฏิบัติ
6.นกั เรยี นฝึกอา่ นออกเสียงคาที่ประสมดว้ ย สระเอา จากบตั รคา (บัตรคาจากแบบฝกึ หดั ) และสรุปความรเู้ ร่ืองสระเอา
ดงั น้ี สระ เ_า ออกเสยี ง เอา เป็นสระเสยี งส้ัน เขียนพยญั ชนะต้นไว้ตรงกลางระหวา่ งสระ เ_ และสระ _า คาท่ีใช้
กบั สระ เ_า จะไมม่ ีตวั สะกด
7. นักเรียนทาแบบฝกึ หัด ครเู ดินตรวจความถูกตอ้ ง
ขนั้ ท่ี 4 ขั้นสื่อสารและนาเสนอ
8. นักเรยี นนาเสนอการทาแบบฝึกหัด โดยครใู ชไ้ มเ้ รยี กเลขที่ เพอ่ื ใหน้ ักเรียนนาเสนอทลี ะคน เพอื่ นๆชว่ ยกัน
ตรวจสอบความถูกตอ้ ง
ขน้ั ที่ 5ขั้นประเมนิ เพื่อเพิม่ คุณคา่ บรกิ ารสงั คมและจิตสาธารณะ
9.นกั เรยี นร่วมกนั แสดงความคดิ เหน็ โดยครูใชค้ าถามดงั น้ี
- นกั เรียนสามารถนาความรู้เกย่ี วกับเรอื่ งที่เรยี นไปใชป้ ระโยชน์ในสงั คมไดอ้ ยา่ งไร
6. การวดั ผลและการประเมินผล
การวดั และประเมนิ ผลจุดประสงค์ วิธกี ารวัดผล เครอ่ื งมือวัด เกณฑ์การประเมนิ ผล
ความรคู้ วามเข้าใจ (K) - ตรวจกิจกรรมฝึกทกั ษะ -กจิ กรรมฝึกทกั ษะ 80% ข้ึนไป ถือวา่ ผ่าน
-ตรวจแบบฝกึ หดั -แบบฝึกหดั เกณฑก์ ารประเมนิ
ทักษะ/กระบวนการ (P)
-สังเกตพฤตกิ รรม การทางาน - แบบประเมนิ ทกั ษะ 80% ขนึ้ ไป ถือว่าผ่าน
รายบุคคล/กลุ่ม และกระบวนการทาง เกณฑก์ ารประเมิน
คณิตศาสตร์
คุณลักษณะนสิ ัย (A) 1. สังเกตจากการเรียนมีความ 1. แบบสงั เกต 80% ขึ้นไป ถอื ว่าผ่าน
รบั ผิดชอบต่องานทีส่ งั่ และสง่ พฤติกรรม เกณฑก์ ารประเมนิ
งานไดท้ นั ตามท่กี าหนด
2. สังเกตจากการเรยี นใฝเ่ รยี นรู้
3. สงั เกตจากการมงุ่ ม่นั ในการ
ทางาน
7. สอื่ /แหลง่ การเรยี นรู้
1. บัตรคา 2. บตั รภาพ 3. หนงั สอื ภาษาไทย 1
4. เพลง 5. วีดที ศั น์ 6. หนงั สอื วรรณคดีลานา
7. ไม้เรียกเลขท่ี
8.กจิ กรรมเสนอแนะ
............................................................................................................................. .............................................................................................. .
............................................................................................................................. ...............................................................................................
ลงชอ่ื ............................................ครผู ้สู อน ลงชื่อ...................................................ฝา่ ยวิชาการ
(...........................................................) (...........................................................)
ลงชื่อ...................................................ผบู้ รหิ าร
(...........................................................)
โรงเรียนขจรเกียรติพัฒนา สัปดาหท์ ี่ 14
แผนการจัดการเรียนรู้
ภาคเรยี นที่ 1/.................... ช่อื ผสู้ อน.............................................................
กลมุ่ สาระหารเรียนรู้ ภาษาไทย ชน้ั ประถมศกึ ษาปีที่ 1 จานวน 2 คาบ
หน่วยการเรยี นที่ 4 เร่อื ง ไปโรงเรยี น(อ่านจับใจความ)
1. มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐานที่ ท 1.1ใชก้ ระบวนการอ่านสร้างความรแู้ ละความคดิ เพือ่ นาไปใช้ตัดสินใจ แกป้ ญั หาในการดาเนินชีวิต
และมีนสิ ัยรักการอ่าน
ตวั ชีว้ ัดท่ี ป 1/1 บอกขอ้ คิดท่ีได้จากการอา่ นหรอื การฟงั วรรณกรรมรอ้ ยแก้วและร้อยกรองสาหรบั เดก็
ตัวชี้วดั ที่ ป 1/2 บอกความหมายของคา และขอ้ ความทอี่ า่ น
ตวั ชี้วัดที่ ป 1/3 ตอบคาถามเก่ยี วกบั เร่อื งทอ่ี ่าน
ตวั ชี้วัดที่ ป1/8 มมี ารยาทในการอ่าน
มาตรฐานที่ ท 4.1เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลกั ภาษาไทยการเปลีย่ นแปลงของภาษาและพลงั ของภาษา
ภมู ิปญั ญาทางภาษาและรกั ษาภาษาไทยไว้เป็นสมบตั ขิ องชาติ
ตวั ช้วี ดั ท่ี ป1/1 บอกและเขียนพยญั ชนะ สระ วรรณยกุ ต์ และเลขไทย
ตวั ช้ีวดั ท่ี ป 1/2 เขียนสะกดคาและบอกความหมายของคา
2.สาระสาคญั /ความคดิ รวบยอด
การอา่ นจับใจความสาคัญ คือ การอ่านเพือ่ จบั ใจความหรอื ขอ้ คิด ความคดิ สาคญั หลกั ของขอ้ ความ หรอื เรือ่ งที่อ่าน
การอา่ นจบั ใจความสาคัญ ถือเปน็ ทกั ษะสาคัญท่ีใชใ้ นการอา่ นเพอ่ื การส่ือสารมากทส่ี ดุ เพราะเป็นพืน้ ฐานสาคญั ในการศึกษา
หาความรู้ จงึ ควรฝกึ ฝนใหเ้ กดิ ความชานาญ
3.จดุ ประสงค์การเรียนรู้
1. อธิบายความหมาย และหลักการอา่ นจบั ใจความสาคญั (K)
2. อา่ นเรอ่ื งไดค้ ลอ่ งแคลว่ รวดเร็วและถกู ต้องตามอักขรวิธี (P)
3. แยกข้อเทจ็ จรงิ และขอ้ คิดเหน็ จากเรือ่ งทอี่ า่ น (P)
4. เห็นความสาคัญของการอ่านและมารยาทในการอา่ น (A
5. มคี วามสนใจในการเรียนการสอน( A)
6. เห็นความสาคัญของการเรียนรู้ความหมายของคาท่ีเขยี นและอา่ น (A)
4. สาระการเรยี นรู้
4.1 ความรู้ : Knowledge (K) การอา่ นจบั ใจความ การเขยี นบันทึกประจาวนั สระ อา
4.2 กระบวนการจดั การเรยี นรู้ : Process (P)
4.3 คณุ ลักษณะท่ีพึงประสงค์ : Attitude (A)ใฝเ่ รียนรู้ มีวนิ ัย มงุ่ มน่ั ในการทางาน ซ่อื สตั ย์สจุ ริต อยู่อย่างพอเพยี ง
รกั ความเปน็ ไทย มจี ติ สาธารณะ
5.กิจกรรมการเรียนรู้
คาบ กิจกรรมการเรยี นการสอน
ที่
1-2 ขั้นที่ 1 ขั้นรวบรวมขอ้ มลู
1.นักเรียนอ่านบตั รคา และทาท่าทางเกย่ี วกบั ความหมายของคาแล้วร่วมสนทนาโยงเข้าสบู่ ทเรียน โดยครใู ช้คาถาม
ดงั น้ี
-คาที่นกั เรยี นอา่ นเกี่ยวขอ้ งกบั การไปโรงเรียนอย่างไร
นักเรียนทบทวนเกีย่ วกบั การอ่านสรปุ ใจความ โดยใช้คาถามดังต่อไปน้ี
- การอา่ นสรปุ ใจความคืออะไร
- นกั เรียนใชท้ กั ษะอะไรบ้างในการอ่านสรุปใจความ
2. นกั เรยี นอา่ นเรือ่ ง ไปโรงเรยี น แล้วรว่ มสนทนาโดยครูใชค้ าถามดงั นี้
- เรอื่ งน้ีมีตวั ละครก่ตี ัว
- ลูกชา้ งอาลาภูผาดว้ ยการทากิริยาอยา่ งไร
- ใครหิ้วกระเป๋าไปโรงเรียน
- ใบโบกหิว้ อะไรใหภ้ ผู า
*ในการตอบคาถามให้ครูใชไ้ มเ้ รียกเลขท่ี เพ่อื ใหน้ กั เรยี นตอบทีละคน โดยถามคาถามกอ่ นจะเรยี กเลขท่ี
เพ่ือใหท้ ุกคนไดค้ ิด ในแต่ละคาถามควรให้นักเรียนนาเสนอ 4-5 คน
ขั้นท่ี 2 ขนั้ คดิ วเิ คราะห์และสรปุ ความ
3. นักเรยี นแตล่ ะกลมุ่ ร่วมกนั วเิ คราะห์เก่ยี วกับเร่ืองที่อา่ น โดยครูใชค้ าถามดังนี้
-ตัวละครสาคญั ในเร่อื งแตล่ ะคนมนี สิ ัยอย่างไร
-จากเรอื่ งทอี่ า่ นนกั เรยี นได้ขอ้ คิดอะไรบา้ ง
4. นกั เรยี นแต่ละกลมุ่ คิดประเมินเพอ่ื เพ่ิมคณุ คา่ โดยครูใชค้ าถามดงั ตอ่ ไปน้ี
- นกั เรยี นสามารถนาความรทู้ ีไ่ ด้รบั ไปใชใ้ นชีวิตประจาวนั ได้อยา่ งไร
ขน้ั ที่ 3 ขั้นปฏิบัติและสรปุ ความรหู้ ลังการปฏบิ ตั ิ
5.นกั เรยี นเข้ากลมุ่ ทากจิ กรรมการตงั้ คาถามและตอบคาถามจากเรอ่ื งทีอ่ ่าน กลมุ่ ละ 5 ขอ้
กติกาในการต้ังคาถาม คณุ ครูแบ่งจานวนหนา้ ที่แต่ละกลุ่มจะตอ้ งรบั ผิดชอบในการตง้ั คาถาม เพือ่ ปอ้ งกนั ไมใ่ ห้
การต้งั คาถามของแตล่ ะกลมุ่ ไมใ่ หซ้ ้ากัน
6. นักเรยี นร่วมกนั สรุปขอ้ คิดทีไ่ ดจ้ ากการอ่าน
ขน้ั ท่ี 4 ข้ันส่ือสารและนาเสนอ
7.นักเรยี นแตล่ ะกลุ่มนาเสนอคาถามหนา้ ช้นั เรยี น แล้วใหเ้ พื่อนตอบคาถาม
ขั้นที่ 5ข้ันประเมินเพื่อเพิม่ คุณคา่ บรกิ ารสังคมและจิตสาธารณะ
8.นักเรียนรว่ มกันแสดงความคดิ เห็น โดยครูใชค้ าถามดังนี้
- นกั เรียนสามารถนาความรเู้ ก่ียวกบั เรื่องทเ่ี รยี นไปใชป้ ระโยชน์ในสังคมได้อย่างไร
6. การวดั ผลและการประเมินผล
การวัดและประเมินผลจดุ ประสงค์ วธิ ีการวัดผล เครอื่ งมือวดั เกณฑก์ ารประเมนิ ผล
ความรคู้ วามเขา้ ใจ (K) - ตรวจกิจกรรมฝกึ ทกั ษะ -กจิ กรรมฝึกทกั ษะ 80% ขน้ึ ไป ถอื วา่ ผ่าน
-แบบฝึกหดั เกณฑก์ ารประเมิน
-ตรวจแบบฝกึ หัด
ทกั ษะ/กระบวนการ (P) -สงั เกตพฤตกิ รรม การทางาน - แบบประเมินทกั ษะ 80% ขนึ้ ไป ถือวา่ ผ่าน
คณุ ลกั ษณะนสิ ยั (A) รายบคุ คล/กลมุ่ และกระบวนการทาง เกณฑ์การประเมิน
คณิตศาสตร์
1. สงั เกตจากการเรยี นมคี วาม 1. แบบสงั เกต 80% ขน้ึ ไป ถอื วา่ ผา่ น
รบั ผดิ ชอบตอ่ งานทสี่ ง่ั และส่ง พฤติกรรม เกณฑก์ ารประเมิน
งานไดท้ นั ตามที่กาหนด
2. สังเกตจากการเรียนใฝเ่ รียนรู้
3. สงั เกตจากการมงุ่ มั่นในการ
ทางาน
7. สอ่ื /แหลง่ การเรียนรู้
1. บัตรคา 2. บตั รภาพ 3. หนังสือภาษาไทย 1
4. เพลง 5. วีดที ศั น์ 6. หนงั สอื ภาษาพาที
7. ไมเ้ รียกเลขที่
8.กิจกรรมเสนอแนะ
.............................................................................................................................................................. ..............................................................
.................................................................................................................................................................................................. ..........................
ลงช่ือ............................................ครผู ้สู อน ลงชื่อ...................................................ฝ่ายวิชาการ
(...........................................................) (...........................................................)
ลงช่อื ...................................................ผบู้ รหิ าร
(...........................................................)
สปั ดาหท์ ี่ 14
โรงเรียนขจรเกยี รติพฒั นา
แผนการจัดการเรียนรู้
ภาคเรยี นท่ี 1/............... ชอื่ ผสู้ อน....................................................
กลมุ่ สาระ ภาษาไทย ชั้น ประถมศกึ ษาปีท่ี 1 จานวน 2 คาบ
หนว่ ยการเรียนท่ี 4 เร่ือง การเขียนบันทกึ ประจาวัน
1.มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐานที่ ท 2.1ใชก้ ระบวนการเขียนเขียนสอ่ื สาร เขยี นเรยี งความ ย่อความ และเขยี นเรื่องราวในรปู แบบตา่ งๆ
เขียนรายงานขอ้ มลู สารสนเทศและรายงานการศึกษาคน้ ควา้ อยา่ งมปี ระสิทธิภาพ
ตัวชี้วดั ที่ ป 1/2 เขียนสอื่ สารด้วยคาและประโยคงา่ ยๆ
ตัวช้วี ดั ท่ี ป 1/3 มีมารยาทในการเขยี น
มาตรฐานที่ ท 4.1เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลกั ภาษาไทยการเปล่ียนแปลงของภาษาและพลงั ของภาษา
ภมู ปิ ญั ญาทางภาษาและรกั ษาภาษาไทยไว้เป็นสมบัตขิ องชาติ
ตวั ชว้ี ัดที่ ป1/1 บอกและเขียนพยญั ชนะ สระ วรรณยกุ ต์ และเลขไทย
ตวั ชว้ี ดั ที่ ป 1/2 เขยี นสะกดคาและบอกความหมายของคา
2.สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด
การเขียนบนั ทกึ ประจาวนั เป็นการเขียนบนั ทกึ เร่ืองสว่ นตวั หรือเร่ืองราวตา่ งๆ ของตนเองที่เกิดขน้ึ ในแต่ละวนั เพ่ือ
เตือนความจา หรอื เป็นงานอดเิ รก สามารถเขียนบนั ทึกจากเหตุการณ์ต่างๆ ทพี่ บเหน็ ในชีวติ ประจาวัน หากเวลาล่วงเลยไป
แลว้ ย้อนกลบั มาอ่านจะทาให้ผบู้ นั ทึกสามารถจดจาเรอื่ งราวต่างๆทีเ่ กิดขึน้ ท้งั ยงั เปน็ การฝึกให้เกดิ ทักษะการเขียนทีด่ ีอกี ด้วย
3. จุดประสงค์การเรยี นรู้
1. รู้และเขา้ ใจหลกั การเขยี นบันทึกประจาวัน (K)
2. ร้แู ละเข้าใจหลักการอา่ น การเขยี นคาทมี่ ีอักษรสงู (K)
3. เขียนบันทกึ ประจาวนั ได้ถูกต้อง(P)
4. อา่ นและเขียนคาท่มี อี กั ษรสงู ได้ (P)
5. มีมารยาทในการเขียน (A)
6. มคี วามสนใจในการเรยี นการสอน( A)
7. เห็นความสาคญั ของการเรยี นรู้ความหมายของคาทีเ่ ขยี นและอ่าน (A)
4. สาระการเรยี นรู้
4.1 ความรู้ : Knowledge (K) การอ่านจบั ใจความ การเขียนบันทึกประจาวัน สระ อา
4.2 กระบวนการจดั การเรียนรู้ : Process (P)
4.3 คุณลักษณะท่พี งึ ประสงค์ : Attitude (A)ใฝเ่ รยี นรู้ มีวนิ ัย มุง่ ม่ันในการทางาน ซื่อสตั ยส์ จุ ริต อยอู่ ย่างพอเพยี ง
รักความเป็นไทย มีจติ สาธารณะ
5.กิจกรรมการเรยี นรู้
คาบท่ี กิจกรรมการเรยี นการสอน
1-2 ขัน้ ที่ 1 ขน้ั รวบรวมขอ้ มลู
1.นกั เรยี นรว่ มกันแสดงความคิดเห็น โดยครูใช้คาถามท้าทาย ดังนี้
๏ กจิ กรรมใดบ้างที่นักเรียนปฏบิ ัติเป็นประจาทุกวัน
2.นกั เรยี นทบทวนหลกั การเขยี นบันทกึ ประจาวันแลว้ ร่วมกันสรุปเป็นแผนภาพความคิดบนกระดาน
ตวั อย่างแผนภาพความคดิ
5. ผเู้ ขียนสามารถบรรยาย 1. เขียนวนั เดอื น ปี ทบี่ นั ทกึ 2. เขียนเหตกุ ารณ์ที่
ความรู้สึกของตนเอง และแสดง ประทบั ใจน่าสนใจ หรือ
หลกั การเขยี นบนั ทึก
ความคดิ เห็นตอ่ เหตุการณ์ ประจาวนั เกย่ี วขอ้ งกบั ตนเอง
น้นั ๆ ได้
4. ใชถ้ อ้ ยคาสุภาพ กะทดั รัด 3. เขียนใหเ้ ป็นประโยคที่อ่าน
และก่อใหเ้ กิดความเสียหายแก่ ง่ายหรือเป็นคาพดู ของตนเอง
ผทู้ ก่ี ลา่ วถงึ
ขน้ั ท่ี 2 ข้นั คิดวเิ คราะห์และสรุปความ
1. นักเรียนศกึ ษาตวั อย่างการเขยี นบันทึกประจาวัน แล้วรว่ มกนั วิเคราะหโ์ ดยครูใช้คาถามดงั น้ี
- ตัวอย่างการเขยี นบันทกึ ประจาวันทีน่ ักเรียนศกึ ษาเปน็ เหตกุ ารณ์ที่เกิดขึน้ ในชว่ งใด
-บนั ทกึ ประจาวันทนี่ กั เรียนอ่านถกู ตอ้ งตามหลักการเขียนหรือไม่อย่างไร
2. ให้นักเรยี นแตล่ ะกลุ่มประเมินเพ่ือเพม่ิ คุณคา่ โดยครูใช้คาถามดงั น้ี
- การเรียนรู้เรอื่ งการเขยี นบันทึกกิจกรรมประจาวนั นักเรียนสามารถนาไปใชป้ ระโยชนใ์ นชีวติ ประจาวนั ได้
อยา่ งไร
*ในการตอบคาถามให้ครูใชไ้ มเ้ รียกเลขท่ี เพ่อื ใหน้ กั เรียนตอบทีละคน โดยถามคาถามก่อนจะเรียกเลขที่
เพื่อใหท้ กุ คนได้คดิ
ข้นั ที่ 3 ขน้ั ปฏิบตั ิและสรปุ ความรหู้ ลงั ปฏิบัติ
3. นกั เรียนฝึกเขียนบันทึกประจาวันที่
4. นกั เรียนร่วมกนั สรปุ ความร้เู รือ่ งการเขยี นบนั ทกึ ประจาวนั ที่ ดงั นี้
หลกั การเขียนบนั ทึกกิจกรรมประจาวันตอ้ งมีการระบุวัน เดือน ปี ทบ่ี ันทึกโดยเขยี น
บันทกึ เหตุการณ์ท่ีประทับใจ นา่ สนใจ หรือเก่ียวข้องกับตนเองใหเ้ ป็นประโยคทอี่ า่ นง่าย หรอื เป็น
คาพดู ของตนเองและใช้ถอ้ ยคาสุภาพ กะทัดรัด ไม่กอ่ ให้เกดิ ความเสียหายแก่ผทู้ ่ีกล่าวถงึ ซ่ึง
ผูเ้ ขยี นสามารถบรรยายความรสู้ ึกของตนเองและแสดงความคดิ เห็นต่อเหตกุ ารณ์นัน้ ๆ ได้
ขน้ั ที่ 4 ขน้ั สอ่ื สารและนาเสนอ
5. ให้นกั เรียนแต่ละคนออกไปอ่านผลงานหน้าช้ันเรียนให้เพ่ือนและครูฟัง
ขน้ั ท่ี 5 ข้นั ประเมนิ เพื่อเพ่ิมพูนคุณคา่ บริการสงั คมและจติ สาธารณะ
8.นักเรียนร่วมกนั แสดงความคดิ เห็น โดยครูใช้คาถามดงั นี้
- นักเรยี นสามารถนาความร้เู กี่ยวกบั เร่ืองท่เี รยี นไปใชป้ ระโยชน์ในสงั คมไดอ้ ย่างไร
6.การวดั ผลและการประเมนิ ผล
การวัดและประเมินผลจดุ ประสงค์ วิธกี ารวัดผล เคร่ืองมอื วดั เกณฑ์การประเมนิ ผล
-กิจกรรมฝึกทกั ษะ 80% ขนึ้ ไป ถอื วา่ ผา่ น
ความรูค้ วามเขา้ ใจ (K) - ตรวจกจิ กรรมฝกึ ทักษะ -แบบฝกึ หดั เกณฑ์การประเมิน
-ตรวจแบบฝกึ หดั
ทักษะ/กระบวนการ (P) -สังเกตพฤตกิ รรม การทางาน - แบบประเมนิ ทกั ษะ 80% ขึน้ ไป ถอื ว่าผ่าน
คุณลักษณะนสิ ัย (A) รายบุคคล/กลมุ่ และกระบวนการทาง เกณฑก์ ารประเมิน
คณิตศาสตร์
1. สังเกตจากการเรยี นมีความ 1. แบบสงั เกต 80% ขนึ้ ไป ถอื ว่าผ่าน
รบั ผิดชอบตอ่ งานทส่ี งั่ และสง่ พฤติกรรม เกณฑ์การประเมิน
งานไดท้ นั ตามทก่ี าหนด
2. สงั เกตจากการเรียนใฝเ่ รียนรู้
3. สังเกตจากการมงุ่ ม่ันในการ
ทางาน
7. สอื่ /แหลง่ การเรียนรู้ 2. บตั รภาพ 3. หนงั สอื ภาษาไทย 1
5. วดี ีทศั น์ 6. หนงั สือภาษาพาที
1. บตั รคา
4. เพลง
7. ไม้เรียกเลขท่ี
8.กิจกรรมเสนอแนะ
......................................................................................................................................................................... ...................................................
............................................................................................................................................................................................................. ...............
ลงชอ่ื ............................................ครผู ้สู อน ลงชือ่ ...................................................ฝ่ายวิชาการ
(...........................................................) (...........................................................)
ลงชอื่ ...................................................ผบู้ รหิ าร
(...........................................................)
สัปดาห์ที่ 14
โรงเรยี นขจรเกยี รตพิ ัฒนา
แผนการจัดการเรียนรู้
ภาคเรยี นท่ี 1/................... ชอื่ ผสู้ อน..................................................
กลุ่มสาระการเรยี นรู้ ภาษาไทย ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ่ี 1 จานวน 2 คาบ
หน่วยการเรียนท่ี 4 เรื่อง สระอา
1. มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐานท่ี ท 4.1เขา้ ใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลกั ภาษาไทยการเปล่ียนแปลงของภาษาและพลงั ของภาษา
ภูมิปัญญาทางภาษาและรกั ษาภาษาไทยไว้เป็นสมบตั ิของชาติ
ตวั ชี้วัดที่ ป1/1 บอกและเขยี นพยญั ชนะ สระ วรรณยกุ ต์ และเลขไทย
ตวั ชีว้ ดั ท่ี ป 1/2 เขียนสะกดคาและบอกความหมายของคา
2.สาระสาคญั /ความคดิ รวบยอด
สระ อา ออกเสียง อา เปน็ สระเสียงส้นั เขยี น อยขู่ ้างบนพยญั ชนะตน้ และสระอา ไวข้ ้างหลัง คาทีใ่ ช้สระอา
จะไมม่ ตี วั สะกด
3. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
1. บอกความหมายของคาทป่ี ระสมด้วยสระ -ำ ที่เขียนและอ่าน (K)
2. อา่ นและเขยี นคาท่มี อี กั ษรสงู ได้ (P)
3. อ่านและเขยี นคาทป่ี ระสมดว้ ยสระ -ำ (P)
4. มคี วามสนใจในการเรียนการสอน( A)
5. เหน็ ความสาคัญของการเรยี นรคู้ วามหมายของคาท่ีเขียนและอ่าน (A)
4. สาระการเรยี นรู้
4.1 ความรู้ : Knowledge (K) การอ่านจบั ใจความ การเขียนบันทกึ ประจาวัน สระ อา
4.2 กระบวนการจัดการเรยี นรู้ : Process (P)
4.3 คณุ ลกั ษณะท่ีพึงประสงค์ : Attitude (A)ใฝเ่ รยี นรู้ มีวนิ ัย ม่งุ ม่นั ในการทางาน ซ่อื สตั ยส์ จุ ริต อย่อู ยา่ งพอเพยี ง
รกั ความเป็นไทย มีจิตสาธารณะ
5.กจิ กรรมการเรียนรู้
คาบที่ กจิ กรรมการเรยี นการสอน
1-2 ขัน้ ท่ี 1 ข้ันรวบรวมข้อมูล
1. นกั เรยี นฟงั เพลง สระอา และฝกึ รอ้ งพรอ้ มกนั 2 รอบ แลว้ สงั เกตคาทมี่ ีสระอาในเพลง สมุ่ เรยี ก
นักเรยี นโดยใชไ้ มเ้ รยี กเลขที่ใหอ้ อกมาเขยี นบนกระดานดา และอ่านพร้อมกนั ทุกคน
2. นกั เรยี นศกึ ษาเรอ่ื งสระอา แลว้ รว่ มสนทนาโดยครใู ชค้ าถามดังนี้
-สระอามลี ักษณะอยา่ งไร
-นกั เรียนมหี ลกั ในการเขยี นสระอาอยา่ งไร
-สระอาอ่านออกเสยี งอยา่ งไร
ขน้ั ท่ี 2 ขน้ั คดิ วิเคราะหแ์ ละสรปุ ความ
3. นกั เรียนอ่านประโยคต่อไปนี้ ( คุณยายสาลีมอี าชีพทานา ทา่ นกาลงั ดานาอยู่ ตาขาเดินผา่ นมาจงึ
ไปนาลูกชายมาช่วย) แลว้ รว่ มกนั วิเคราะห์โดยครูใช้คาถามดงั น้ี
-ประโยคท่ีนักเรียนอา่ นมคี าใดบ้างท่ปี ระสมดว้ ยสระอา
4. นักเรียนแตล่ ะกลุ่มคิดประเมินเพื่อเพ่มิ คุณคา่ โดยครใู ชค้ าถามดังต่อไปนี้
- นักเรยี นสามารถนาความรทู้ ีไ่ ดร้ บั ไปใช้ในชีวติ ประจาวันไดอ้ ยา่ งไร
ขัน้ ท่ี 3 ข้ันปฏิบตั แิ ละสรุปความรหู้ ลังการปฏบิ ตั ิ
5. นกั เรียนทากจิ กรรมยกตวั อย่างคาสระอาและฝกึ อา่ น
*ในการทากจิ กรรมให้ครใู ชไ้ มเ้ รียกเลขที่ เพอ่ื ใหน้ ักเรียนตอบทลี ะคน โดยถามคาถาม
ก่อนจะเรียกเลขทเี่ พอื่ ให้ทกุ คนไดค้ ิด
6. นกั เรยี นรว่ มกันสรุปความรเู้ รอ่ื งสระอา ดังนี้
สระ อา ออกเสยี ง อา เป็นสระเสยี งสั้น เขยี น อยูข่ า้ งบนพยญั ชนะต้น และสระอา
ไวข้ า้ งหลัง คาทใ่ี ชส้ ระอา จะไมม่ ตี ัวสะกด
7. นกั เรยี นทาแบบฝึกหดั
ขน้ั ที่ 4 ขั้นสอื่ สารและนาเสนอ
8.นกั เรียนนาเสนอคาสระอา โดยครูใชไ้ ม้เรียกเลขทีเ่ รียกใหน้ กั เรียนยกตวั อยา่ งคาทลี ะคน เพ่ือนๆ
ชว่ ยกัน ตรวจสอบความถกู ตอ้ ง
ขัน้ ที่ 5ขั้นประเมนิ เพื่อเพิ่มคุณค่าบริการสงั คมและจิตสาธารณะ
9. นกั เรยี นร่วมกันแสดงความคดิ เห็น โดยครใู ช้คาถามดงั นี้
- นักเรยี นสามารถนาความรเู้ กยี่ วกับเร่ืองทีเ่ รียนไปใชป้ ระโยชนใ์ นสงั คมไดอ้ ยา่ งไร
6. การวัดผลและการประเมินผล
การวัดและประเมินผลจุดประสงค์ วิธีการวดั ผล เครอ่ื งมือวัด เกณฑก์ ารประเมินผล
ความรู้ความเข้าใจ (K) - ตรวจกิจกรรมฝกึ ทกั ษะ -กจิ กรรมฝึกทกั ษะ 80% ขึ้นไป ถอื วา่ ผ่าน
-ตรวจแบบฝึกหดั -แบบฝึกหัด เกณฑ์การประเมนิ
ทกั ษะ/กระบวนการ (P) -สงั เกตพฤตกิ รรม การทางาน - แบบประเมินทกั ษะ 80% ขนึ้ ไป ถือวา่ ผา่ น
คุณลักษณะนิสยั (A) รายบุคคล/กลมุ่ และกระบวนการทาง เกณฑ์การประเมิน
คณิตศาสตร์
1. สงั เกตจากการเรียนมคี วาม 1. แบบสงั เกต 80% ขน้ึ ไป ถือว่าผ่าน
รบั ผดิ ชอบตอ่ งานท่ีสงั่ และสง่ พฤติกรรม เกณฑก์ ารประเมิน
งานไดท้ นั ตามที่กาหนด
2. สังเกตจากการเรียนใฝเ่ รียนรู้
3. สงั เกตจากการมงุ่ ม่ันในการ
ทางาน
7. ส่ือ/แหล่งการเรยี นรู้ 2. บตั รภาพ 3. หนังสอื ภาษาไทย 1
5. วดี ีทัศน์ 6. หนังสอื ภาษาพาที
1. บตั รคา
4. เพลง
7. ไม้เรยี กเลขที่
8.กิจกรรมเสนอแนะ
.................................................................................................................................................................................................... ........................
........................................................................................................... .................................................................................................................
ลงชอื่ ............................................ครผู ู้สอน ลงชื่อ...................................................ฝ่ายวชิ าการ
(...........................................................) (...........................................................)
ลงช่อื ...................................................ผบู้ รหิ าร
(...........................................................)
สัปดาห์ที่ 15
โรงเรียนขจรเกยี รติพัฒนา
แผนการจัดการเรียนรู้
ภาคเรยี นท่ี 1/……….…… ช่ือผ้สู อน..................................................
กลมุ่ สาระการเรียนรู้ ภาษาไทย ช้นั ประถมศกึ ษาปีที่ 1 จานวน 2 คาบ
หนว่ ยการเรียนที่ 5 เรื่อง ไปโรงเรยี น (การอา่ นจับใจความ)
1 . มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ท 1.1 ใชก้ ระบวนการอา่ นสรา้ งความรแู้ ละความคิดเพื่อนาไปใชต้ ัดสินใจแกป้ ัญหาในการดาเนนิ ชวี ติ และมีนสิ ยั
รักการอ่าน
ตัวช้ีวดั ท่ี ป 1/3 ตอบคาถามเกีย่ วกับเรอื่ งท่อี า่ น
ตวั ชี้วัดที่ ป 1/4 เลา่ เรือ่ งย่อจากเรื่องที่อา่ น
ตัวชีว้ ดั ท่ี ป 1/5 คาดคะเนเหตุการณ์จากเรื่องทอ่ี า่ น
ตวั ช้วี ดั ที่ ป 1/8 มมี ารยาท ในการอา่ น
2.สาระสาคญั /คามคดิ รวบยอด
การอ่านจับใจความสาคัญ คอื การอ่านเพ่อื จบั ใจความหรอื ขอ้ คิด ความคดิ สาคญั หลกั ของข้อความ หรอื เรอื่ งทอ่ี า่ น
การอ่านจบั ใจความ ถือเปน็ ทกั ษะสาคญั ทใี่ ชใ้ นการอ่านเพอ่ื การสอื่ สารมากทส่ี ุดเพราะเป็นพนื้ ฐานสาคัญในการศกึ ษาหา
ความรจู้ งึ ควรฝกึ ฝนใหเ้ กดิ ความชานาญ
3. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
1.อธิบายความหมาย และหลกั การอ่านจบั ใจความสาคญั (K)
2.อา่ นเรอื่ งได้คลอ่ งแคล่ว รวดเร็วและถกู ต้องตามอกั ขรวิธี (P)
3.แยกข้อเทจ็ จรงิ และขอ้ คดิ เหน็ จากเรอ่ื งทีอ่ า่ น (P)
4. เห็นความสาคญั ของการเรยี นร้คู วามหมายของคา (A)
5.มคี วามสนใจในการเรียนการสอน (A)
6.เหน็ ความสาคญั ของการอ่านและมารยาทในการอา่ น (A)
4. สาระการเรียนรู้
4.1 ความรู้ : Knowledge (K) การอ่านจับใจความเรอื่ งสนั้ การเขยี นนทิ าน สระเอีย
4.2 กระบวนการจัดการเรยี นรู้ : Process (P)
4.3 คณุ ลักษณะที่พงึ ประสงค์ : Attitude (A) ซื่อสตั ยส์ จุ รติ มีวนิ ัย ใฝเ่ รยี นรู้ อยูย่ ่างพอเพยี ง มุ่งมนั่ ในการทางาน
รักความเป็นไทย มีจติ สาธารณะ
5.กจิ กรรมการเรยี นรู้
คาบที่ กจิ กรรมการเรยี นการสอน
1-2 ขั้นที่ 1 ขัน้ รวบรวมข้อมลู
1.นกั เรยี นทบทวนเกยี่ วกับการอา่ นสรปุ ใจความ โดยใช้คาถามดังตอ่ ไปนี้
- การอ่านสรปุ ใจความคอื อะไร
- นกั เรยี นใช้ทกั ษะอะไรบา้ งในการอ่านสรุปใจความ
2.นกั เรียนอา่ นเรอ่ื งสนั้
ขัน้ ที่ 2 ขัน้ คดิ วเิ คราะหแ์ ละสรปุ ความ
3. นกั เรียนแต่ละกลมุ่ ร่วมกันวิเคราะห์เก่ียวกับเรอื่ งท่อี ่าน โดยครูใชค้ าถามดงั นี้
-ตวั ละครสาคญั ในเรอื่ งแตล่ ะคนมนี สิ ัยอยา่ งไร
-จากเรอื่ งทอี่ า่ นนกั เรียนได้ข้อคดิ อะไรบ้าง
4. นักเรียนแต่ละกลมุ่ คดิ ประเมินเพ่อื เพิ่มคณุ คา่ โดยครใู ช้คาถามดงั ต่อไปนี้
- นักเรียนสามารถนาความรทู้ ่ีได้รับไปใชใ้ นชีวติ ประจาวันไดอ้ ยา่ งไร
ขั้นที่ 3 ขั้นปฏบิ ัตแิ ละสรปุ ความรหู้ ลังการปฏิบตั ิ
5.นกั เรยี นเขา้ กลมุ่ ทากจิ กรรมการตง้ั คาถามและตอบคาถามจากเร่ืองทอ่ี า่ น กลมุ่ ละ 5 ขอ้
กติกาในการตั้งคาถาม คุณครูแบง่ จานวนหนา้ ทแ่ี ต่ละกลุม่ จะต้องรบั ผิดชอบในการตง้ั คาถาม
เพอื่ ปอ้ งกันไมใ่ หก้ ารตงั้ คาถามของแตล่ ะกลุ่มไมใ่ หซ้ ้ากัน
6. นักเรยี นร่วมกันสรปุ ข้อคิดที่ไดจ้ ากการอ่าน
ขั้นที่ 4 ขั้นสื่อสารและนาเสนอ
7.นกั เรยี นแตล่ ะกลุ่มนาเสนอคาถามหน้าช้ันเรยี น แลว้ ใหเ้ พื่อนตอบคาถาม
ขน้ั ที่ 5ข้ันประเมนิ เพื่อเพมิ่ คุณค่าบรกิ ารสงั คมและจติ สาธารณะ
8.นักเรยี นรว่ มกนั แสดงความคดิ เห็น โดยครใู ช้คาถามดังน้ี
- นักเรยี นสามารถนาความรเู้ กย่ี วกบั เร่ืองทเี่ รยี นไปใช้ประโยชนใ์ นสังคมไดอ้ ยา่ งไร
6. การวดั ผลและการประเมนิ ผล
การวดั และประเมนิ ผลจุดประสงค์ วธิ ีการวดั ผล เครอ่ื งมอื วดั เกณฑ์การประเมินผล
ความรูค้ วามเข้าใจ (K) - ตรวจกจิ กรรมฝึกทกั ษะ -กิจกรรมฝึกทักษะ 80% ขนึ้ ไป ถอื วา่ ผ่าน
-ตรวจแบบฝกึ หดั -แบบฝกึ หัด เกณฑก์ ารประเมิน
ทักษะ/กระบวนการ (P) -สังเกตพฤตกิ รรม การทางาน - แบบประเมนิ ทกั ษะและ 80% ขนึ้ ไป ถอื วา่ ผ่าน
รายบคุ คล/กลมุ่ กระบวนการทาง เกณฑ์การประเมิน
คณติ ศาสตร์
คณุ ลกั ษณะนสิ ัย (A) 1. สังเกตจากการเรยี นมคี วาม 1. แบบสังเกต 80% ข้นึ ไป ถือว่าผ่าน
รับผิดชอบต่องานท่สี ง่ั และส่งงานได้ พฤตกิ รรม เกณฑก์ ารประเมิน
ทันตามท่ีกาหนด
2. สงั เกตจากการเรียนใฝ่เรียนรู้
3. สังเกตจากการมงุ่ ม่ันในการ
ทางาน
7. สอ่ื /แหลง่ การเรียนรู้ 2. เรือ่ งสนั้ 3. หนงั สอื ภาษาไทยเล่ม 1 ประถมศึกษาปที ี่ 1
5.คาถาม 6.บตั รคาศพั ท์
1. แบบฝกึ หดั
4. ไม้เรียกเลขท่ี
7. นิทาน
8.กิจกรรมเสนอแนะ
..................................................................................................... .......................................................................................................................
............................................................................................................................. ...............................................................................................
ลงช่อื ............................................ครผู ู้สอน ลงช่ือ...................................................ฝ่ายวิชาการ
(...........................................................) (...........................................................)
ลงช่อื ...................................................ผบู้ รหิ าร
(...........................................................)
สัปดาหท์ ่ี 15
โรงเรียนขจรเกยี รตพิ ฒั นา
แผนการจัดการเรียนรู้
ภาคเรยี นที่ 1/.................... ชอ่ื ผ้สู อน.......................................................
กลุ่มสาระการเรยี นรู้ ภาษาไทย ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี 1 จานวน 2 คาบ
หนว่ ยการเรยี นท่ี 5 เรอ่ื ง การเขยี นนทิ าน
1 . มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐานที่ ท 2.1ใชก้ ระบวนการเขียนเขียนสอ่ื สาร เขยี นเรยี งความ ย่อความ และเขยี นเรอื่ งราวในรปู แบบ
ต่างๆ เขยี นรายงานขอ้ มลู สารสนเทศและรายงานการศกึ ษาค้นคว้าอยา่ งมปี ระสิทธิภาพ
ตัวชวี้ ดั ที่ ป 1/2เขียนสอื่ สารดว้ ยคาและประโยคงา่ ยๆ
ตวั ช้ีวดั ที่ ป 1/3มีมารยาทในการเขียน
มาตรฐานท่ี ท 4.1 เข้าใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลักภาษาไทยการเปลี่ยนแปลงของภาษาและพลังของภาษาภมู ิ
ปญั ญาทางภาษาและรกั ภาษาไทยไว้เปน็ สมบัตขิ องชาตริ กั ภาษาไทยไวเ้ ป็นสมบัติของชาติ
ตัวชวี้ ัดที่ ป 1/1บอกและเขยี นพยญั ชนะ สระ วรรณยกุ ต์ และเลขไทย
ตวั ช้วี ดั ท่ี ป 1/2เขียนสะกดคาและบอกความหมาย ของคา
2.สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด
การเขยี นนิทาน เปน็ การเขียนเพอื่ ส่อื สารโดยใชถ้ อ้ ยคาทถี่ ูกต้อง ชัดเจน มีความสละสลวยท่ีสามารถสอื่ สารให้
ผูอ้ า่ นเข้าใจ และแสดงใหเ้ ห็นความเปน็ ผมู้ ีมารยาทในการเขยี น
3 จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
1.ร้แู ละเขา้ ใจการเขยี นนิทาน (K)
2.เขียนนิทานได้ถูกตอ้ ง(P)
3.เห็นความสาคญั ของการเรียนรูค้ วามหมายของคา (A)
4.มีความสนใจในการเรียนการสอน (A)
5.เห็นความสาคญั ของการอ่านและมารยาทในการอ่าน (A)
4. สาระการเรยี นรู้
4.1 ความรู้ : Knowledge (K) การอ่านจับใจความเรอื่ งสน้ั การเขยี นนทิ าน สระเอยี
4.2 กระบวนการจัดการเรยี นรู้ : Process (P)
4.3 คุณลักษณะทพี่ ึงประสงค์ : Attitude (A) ซ่อื สัตย์สจุ รติ มวี ินัย ใฝเ่ รยี นรู้ อยยู่ า่ งพอเพยี ง มุ่งม่นั ในการทางาน
รกั ความเปน็ ไทย มีจติ สาธารณะ
5.กิจกรรมการเรียนรู้
คาบที่ กิจกรรมการเรยี นการสอน
1-2 ข้ันที่ 1 ข้ันรวบรวมขอ้ มลู
1.นกั เรยี นดนู ทิ านจากยทู ูป แลว้ รว่ มสนทนาโยงเขา้ สู่บทเรยี น โดยครูใช้คาถามดังนี้
-นักเรยี นคดิ อยา่ งไรเกีย่ วกบั นทิ านที่ดู
-ได้ขอ้ คิดอะไรบ้าง
-นักเรียนเคยแต่งนทิ านหรือไม่
2. นักเรียนศึกษาเรื่องการเขยี นนิทาน
ขน้ั ท่ี 2 ขน้ั คิดวิเคราะหแ์ ละสรุปความ
3. นักเรยี นดูตวั อยา่ งการแตง่ นทิ าน แล้วร่วมสนทนาโดยครใู ชค้ าถามดังน้ี
-นทิ านท่นี ักเรยี นอา่ นเป็นเรื่องราวเกย่ี วกบั อะไร
-นักเรียนคิดเหน็ อย่างไรกบั คาพดู ทว่ี า่ ในการแตง่ นิทานจะตอ้ งมภี าพประกอบ
4. นกั เรยี นแตล่ ะกลมุ่ คดิ ประเมินเพอื่ เพ่ิมคุณค่าโดยครใู ช้คาถามดงั ตอ่ ไปนี้
- นักเรียนสามารถนาความรทู้ ่ีไดร้ บั ไปใช้ในชวี ติ ประจาวันได้อย่างไร
ข้นั ที่ 3 ข้ันปฏบิ ัตแิ ละสรุปความรู้หลังการปฏิบตั ิ
5. นกั เรียนทากจิ กรรมแตง่ นทิ านหน้าเดียว พร้อมวาดภาพประกอบ
6. นกั เรยี นชว่ ยสรปุ เกย่ี วกบั หลกั การแต่งนทิ าน
ขน้ั ท่ี 4 ขั้นส่ือสารและนาเสนอ
7.นักเรยี นออกมานาเสนอนิทานท่แี ตง่ โดยการจดั มมุ นิทานไว้หลังหอ้ ง
ขนั้ ที่ 5ขั้นประเมินเพื่อเพิม่ คุณค่าบรกิ ารสังคมและจิตสาธารณะ
8.นักเรยี นร่วมกนั แสดงความคิดเห็น โดยครูใช้คาถามดังน้ี
- นกั เรยี นสามารถนาความรู้เก่ยี วกบั เรื่องทีเ่ รยี นไปใชป้ ระโยชน์ในสงั คมได้อยา่ งไร
6. การวัดผลและการประเมนิ ผล
การวัดและประเมนิ ผลจดุ ประสงค์ วธิ ีการวัดผล เคร่อื งมือวัด เกณฑก์ ารประเมนิ ผล
ความรคู้ วามเข้าใจ (K) - ตรวจกิจกรรมฝึกทักษะ -กจิ กรรมฝึกทักษะ 80% ขนึ้ ไป ถอื ว่าผ่าน
-ตรวจแบบฝกึ หดั -แบบฝกึ หัด เกณฑก์ ารประเมิน
ทกั ษะ/กระบวนการ (P) -สังเกตพฤติกรรม การทางาน - แบบประเมนิ ทักษะและ 80% ขึ้นไป ถือวา่ ผ่าน
รายบคุ คล/กลมุ่ กระบวนการทาง เกณฑ์การประเมนิ
คณติ ศาสตร์
คุณลักษณะนสิ ยั (A) 1. สังเกตจากการเรียนมีความ 1. แบบสงั เกต 80% ขน้ึ ไป ถือว่าผ่าน
รับผิดชอบต่องานที่ส่ังและส่งงานได้ พฤตกิ รรม เกณฑ์การประเมนิ
ทนั ตามที่กาหนด
2. สงั เกตจากการเรียนใฝเ่ รยี นรู้
3. สงั เกตจากการมุ่งม่ันในการ
ทางาน
7.. ส่อื /แหลง่ การเรียนรู้
1. แบบฝึกหดั 2. เรื่องสน้ั 3. หนังสอื ภาษาไทยเลม่ 1 ประถมศกึ ษาปที ่ี 1
4. ไม้เรยี กเลขท่ี 5.คาถาม 6.บัตรคาศัพท์
7. นิทาน
8.กิจกรรมเสนอแนะ
............................................................................................................................. ...............................................................................................
............................................................................................................................. ..............................................................................................
ลงชื่อ............................................ครผู สู้ อน ลงชื่อ...................................................ฝ่ายวิชาการ
(...........................................................) (...........................................................)
ลงชอื่ ...................................................ผบู้ รหิ าร
(...........................................................)
สัปดาหท์ ่ี 15
โรงเรียนขจรเกยี รตพิ ฒั นา
แผนการจัดการเรียนรู้
ภาคเรยี นที่ 1/.................. ชอ่ื ผูส้ อน.............................................................
กลุ่มสาระการเรยี นรู้ ภาษาไทย ชั้นประถมศกึ ษาปที ่ี 1 จานวน 2 คาบ
หน่วยการเรียนที่ 5 เรือ่ ง สระเอยี
1. มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐานท่ี ท 2.1ใช้กระบวนการเขียนเขยี นส่ือสาร เขียนเรยี งความ ย่อความ และเขยี นเร่อื งราวในรปู แบบตา่ งๆ
เขียนรายงานข้อมลู สารสนเทศและรายงานการศกึ ษาค้นคว้าอยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ
ตัวช้ีวัดท่ี ป 1/2เขยี นสอื่ สารด้วยคาและประโยคง่ายๆ
ตวั ชี้วดั ท่ี ป 1/3มีมารยาทในการเขียน
มาตรฐานท่ี ท 4.1 เข้าใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลักภาษาไทยการเปลย่ี นแปลงของภาษาและพลังของภาษาภมู ิ
ปัญญาทางภาษาและรกั ภาษาไทยไว้เป็นสมบัติของชาตริ กั ภาษาไทยไวเ้ ป็นสมบัตขิ องชาติ
ตวั ชวี้ ดั ท่ี ป 1/1บอกและเขยี นพยญั ชนะ สระ วรรณยกุ ต์ และเลขไทย
ตัวชีว้ ัดท่ี ป 1/2เขียนสะกดคาและบอกความหมาย ของคา
2.สาระสาคญั /ความคดิ รวบยอด
สระ เอยี ออกเสยี ง เอีย เปน็ สระเสียงยาว พยญั ชนะตน้ อย่ตู รงกลางสระ คาที่ใช้ สระเอยี จะมีตัวสะกด
3.จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
1.บอกความหมายของคาทปี่ ระสมดว้ ยสระ เ - ีย ทเี่ ขียนและอ่าน (K)
2.อา่ นและ เขยี นคาท่ีประสมดว้ ยสระ เ - ยี (P)
3. เหน็ ความสาคญั ของการเรยี นรู้ความหมายของคา (A)
4.มคี วามสนใจในการเรยี นการสอน (A)
5.เหน็ ความสาคญั ของการอ่านและมารยาทในการอา่ น (A)
4. สาระการเรียนรู้
4.1 ความรู้ : Knowledge (K) การอา่ นจบั ใจความเรอ่ื งสน้ั การเขียนนทิ าน สระเอยี
4.2 กระบวนการจดั การเรยี นรู้ : Process (P)
4.3 คุณลกั ษณะทพี่ ึงประสงค์ : Attitude (A) ซ่ือสัตย์สจุ ริต มีวินัย ใฝเ่ รียนรู้ อยู่ยา่ งพอเพียง มุ่งม่นั ในการทางาน
รกั ความเป็นไทย มีจติ สาธารณะ
5.กิจกรรมการเรียนรู้
คาบ กิจกรรมการเรียนการสอน
ท่ี
1-2 ขั้นที่ 1 ข้นั รวบรวมข้อมูล
1.นักเรยี นฟัง เพลงสระเอีย และสงั เกตคาทม่ี สี ระเอยี แลว้ รว่ มสนทนาโยงเขา้ สบู่ ทเรยี น โดยครใู ช้คาถามดังน้ี
-เพลงทีน่ ักเรยี นรอ้ งเกย่ี วกับเรือ่ งอะไร
-นกั เรยี นรจู้ ักคาอะไรบา้ งท่ีประสมด้วยสระเอยี
2. นกั เรียนศกึ ษาเร่อื งสระเอยี การออกเสียง การเขยี น ท้งั ทม่ี ตี วั สะกดและไม่มีตัวสะกด
ขัน้ ที่ 2 ขั้นคดิ วเิ คราะห์และสรุปความ
3.นักเรยี นเล่นเกมจาแนกคาสระเอยี โดยครตู ดิ บตั รคาท่มี สี ระต่างๆประสม แลว้ ใหเ้ ดก็ ออกมาแยกคาทป่ี ระสมสระเอีย
ออกจากกลมุ่ และอ่านออกเสยี งพรอ้ มกัน
4. นกั เรยี นแตล่ ะกลมุ่ คิดประเมนิ เพ่ือเพม่ิ คุณค่าโดยครูใชค้ าถามดงั ตอ่ ไปนี้
- นกั เรียนสามารถนาความรทู้ ไี่ ด้รบั ไปใชใ้ นชวี ิตประจาวันไดอ้ ย่างไร
ขน้ั ที่ 3 ข้ันปฏบิ ตั แิ ละสรุปความรู้หลังการปฏบิ ตั ิ
5. นักเรียนทากิจกรรมยกตวั อย่างคาสระเอยี ทร่ี ู้จกั โดยครใู ช้ไม้เรยี กเลขทเ่ี รียกให้ตอบทลี ะคน
6. นักเรียนฝึกอ่านคาทปี่ ระสมด้วยสระเอยี (คาที่ใชใ้ นการฝกึ อ่านคอื คาจากแบบฝกึ หดั )
7.นักเรยี นทาแบบฝกึ หดั ในขณะทน่ี กั เรียนตง้ั ใจทาแบบฝึกหดั ครูตรวจดูความถูกต้องช่ืนชมนักเรยี นทท่ี างานและเขียน
ลายมอื ได้เรยี บร้อย
ขัน้ ที่ 4 ข้ันสอื่ สารและนาเสนอ
8.นักเรียนนาเสนอการทาแบบฝึกหดั โดยครูใช้ไมเ้ รยี กเลขท่ี เพ่ือใหน้ ักเรียนนาเสนอทีละคน เพอ่ื นๆชว่ ยกัน
ตรวจสอบความถกู ตอ้ ง
ขน้ั ที่ 5ข้ันประเมนิ เพื่อเพ่มิ คุณคา่ บริการสังคมและจิตสาธารณะ
9.นักเรยี นรว่ มกนั แสดงความคดิ เหน็ โดยครูใช้คาถามดังน้ี
- นักเรียนสามารถนาความรูเ้ กยี่ วกับเร่อื งทเ่ี รียนไปใชป้ ระโยชน์ในสังคมได้อยา่ งไร
6.การวดั ผลและการประเมนิ ผล
การวดั และประเมินผลจดุ ประสงค์ วธิ ีการวัดผล เครอื่ งมอื วัด เกณฑก์ ารประเมนิ ผล
ความรคู้ วามเขา้ ใจ (K) - ตรวจกิจกรรมฝึกทักษะ -กิจกรรมฝึกทกั ษะ 80% ขนึ้ ไป ถือวา่ ผ่าน
-ตรวจแบบฝึกหัด -แบบฝึกหัด เกณฑก์ ารประเมนิ
ทักษะ/กระบวนการ (P) -สงั เกตพฤตกิ รรม การทางาน - แบบประเมินทกั ษะ 80% ข้ึนไป ถือวา่ ผา่ น
คุณลกั ษณะนิสยั (A) รายบคุ คล/กลุ่ม และกระบวนการทาง เกณฑ์การประเมนิ
คณิตศาสตร์
1. สังเกตจากการเรียนมคี วาม 1. แบบสังเกต 80% ขนึ้ ไป ถอื ว่าผ่าน
รบั ผิดชอบต่องานทส่ี งั่ และส่ง พฤตกิ รรม เกณฑก์ ารประเมนิ
งานไดท้ ันตามท่ีกาหนด
2. สงั เกตจากการเรยี นใฝเ่ รียนรู้
3. สงั เกตจากการมงุ่ ม่ันในการ
ทางาน
7. ส่อื /แหล่งการเรยี นรู้ 2. เรื่องสนั้ 3. หนังสอื ภาษาไทยเล่ม 1 ประถมศกึ ษาปที ่ี 1
5.คาถาม 6.บตั รคาศพั ท์
1. แบบฝึกหัด 8. นทิ าน
4. ไมเ้ รียกเลขที่
7. เพลงสระเอยี
8.กจิ กรรมเสนอแนะ
............................................................................................................................. ...............................................................................................
........................................................................................................................................ ....................................................................................
ลงชอ่ื ............................................ครผู สู้ อน ลงชอื่ ...................................................ฝา่ ยวชิ าการ
(...........................................................) (...........................................................)
ลงช่ือ...................................................ผบู้ รหิ าร
(...........................................................)
สัปดาหท์ ี่ 16
โรงเรียนขจรเกียรติพฒั นา
แผนการจัดการเรียนรู้
ภาคเรยี นที่ 1/.................. ชื่อผสู้ อน...........................................................
กลุ่มสาระการเรยี นรู้ ภาษาไทย ชน้ั ประถมศกึ ษาปีที่ 1 จานวน 2 คาบ
หนว่ ยการเรียนที่ 5 เรอื่ ง การอา่ นหนงั สอื ทนี่ กั เรียนสนใจ
1 . มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ท 1.1 ใช้กระบวนการอ่านสรา้ งความรูแ้ ละความคดิ เพ่อื นาไปใชต้ ดั สนิ ใจแกป้ ญั หาในการดาเนนิ ชวี ติ และมนี สิ ยั
รักการอ่าน
ตัวช้วี ดั ท่ี ป 1/1 อา่ นออกเสยี งคา คาคล้องจอง และขอ้ ความส้นั ๆ
ตวั ชวี้ ัดที่ ป 1/6อ่านหนงั สอื ตามความสนใจ อยา่ งสม่าเสมอและนาเสนอเร่ืองทีอ่ า่ น
ตวั ชว้ี ดั ท่ี ป 1/8 มมี ารยาท ในการอ่าน
2.สาระสาคญั /ความคดิ รวบยอด
การอา่ นจบั ใจความสาคัญ คอื การอ่านเพ่ือจบั ใจความหรอื ขอ้ คิด ความคดิ สาคญั หลักของข้อความ หรือเรื่องที่อ่านการอา่ น
จบั ใจความ ถือเปน็ ทักษะสาคญั ทใ่ี ชใ้ นการอา่ นเพอ่ื การส่ือสารมากทสี่ ุดเพราะเป็นพน้ื ฐานสาคัญในการศึกษาหาความรจู้ งึ ควร
ฝึกฝนให้เกดิ ความชานาญ
3.จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
1.อธบิ ายความหมาย และหลกั การอา่ นจบั ใจความสาคัญ (K)
2.อา่ นเร่อื งไดค้ ล่องแคล่ว รวดเร็วและถกู ต้องตามอักขรวิธี (P)
3.แยกข้อเทจ็ จริงและขอ้ คิดเห็นจากเร่ืองที่อา่ น (P)
4.เห็นความสาคญั ของการอ่านและมารยาทในการอา่ น (A)
5.มีความสนใจในการเรยี นการสอน (A)
6. เหน็ ความสาคัญของการอา่ น เขียน และเรยี นรู้ความหมายของคา (A)
4. สาระการเรียนรู้
4.1 ความรู้ : Knowledge (K) การอ่านจับใจความหนังสือที่นักเรยี นสนใจและเหมาะสมกบั วัย การเขยี นบันทกึ ประจาวนั
สระเอือ
4.2 กระบวนการจดั การเรียนรู้ : Process (P)
4.3 คุณลกั ษณะที่พงึ ประสงค์ : Attitude (A) ซือ่ สตั ย์สจุ รติ มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ อยู่ย่างพอเพยี ง มุ่งมัน่ ในการทางาน
รักความเปน็ ไทย มีจิตสาธารณะ
5.กจิ กรรมการเรียนรู้
คาบ กจิ กรรมการเรียนการสอน
ท่ี
1-2 ข้นั ท่ี 1 ข้นั รวบรวมขอ้ มูล
1.นักเรยี นฟงั ครเู ล่านทิ าน แล้วรว่ มสนทนาโดยครูใชค้ าถามดงั น้ี
-นกั เรยี นชอบฟงั นิทานหรอื ไม่
-นกั เรียนชอบอา่ นหนงั สือแบบใด
2.นักเรยี นศึกษาเร่อื งวธิ ีการเลือกหนงั สอื ท่นี กั เรียนสนใจและเหมาะสมกับวยั
ขั้นท่ี 2 ขนั้ คิดวเิ คราะห์และสรปุ ความ
3. นกั เรียนรว่ มกนั วเิ คราะหเ์ กย่ี วกบั การเลอื กอา่ นหนงั สือของนกั เรียน
4. นกั เรียนแตล่ ะกล่มุ คิดประเมินเพอื่ เพมิ่ คุณคา่ โดยครใู ช้คาถามดังตอ่ ไปนี้
- นกั เรียนสามารถนาความรู้ท่ไี ดร้ บั ไปใช้ในชีวิตประจาวนั ไดอ้ ย่างไร
ขนั้ ที่ 3 ข้ันปฏบิ ตั แิ ละสรปุ ความรหู้ ลังการปฏบิ ตั ิ
5. นักเรยี นเลือกอา่ นหนงั สอื ตามความสนใจ
ข้นั ท่ี 4 ข้ันสอื่ สารและนาเสนอ
6.นักเรยี นนาเสนอเกยี่ วกับหนงั สือทต่ี นเองเลือกอา่ น และบอกสิง่ ทไ่ี ดร้ บั จากเรื่องที่อ่าน
ขน้ั ที่ 5ขั้นประเมนิ เพื่อเพิ่มคุณค่าบรกิ ารสงั คมและจิตสาธารณะ
7.นักเรยี นรว่ มกันแสดงความคดิ เห็น โดยครใู ชค้ าถามดงั น้ี
- นักเรียนสามารถนาความรู้เกี่ยวกบั เรือ่ งที่เรียนไปใชป้ ระโยชนใ์ นสังคมไดอ้ ย่างไร
6. การวดั ผลและการประเมนิ ผล
การวัดและประเมินผลจุดประสงค์ วธิ ีการวดั ผล เครื่องมือวัด เกณฑก์ ารประเมินผล
ความรู้ความเข้าใจ (K) - ตรวจกิจกรรมฝึกทกั ษะ -กจิ กรรมฝึกทักษะ 80% ขนึ้ ไป ถอื ว่าผ่าน
-ตรวจแบบฝกึ หดั -แบบฝกึ หัด เกณฑ์การประเมนิ
ทกั ษะ/ -สงั เกตพฤติกรรม การทางาน - แบบประเมินทักษะและ 80% ขึ้นไป ถอื วา่ ผ่าน
กระบวนการ (P) รายบุคคล/กลุ่ม กระบวนการทาง เกณฑก์ ารประเมิน
คณิตศาสตร์
คุณลักษณะนิสยั (A) 1. สังเกตจากการเรยี นมคี วาม 1. แบบสงั เกต 80% ขึ้นไป ถือว่าผ่าน
รบั ผดิ ชอบตอ่ งานท่ีสงั่ และส่งงานได้ พฤติกรรม เกณฑก์ ารประเมิน
ทนั ตามที่กาหนด
2. สงั เกตจากการเรยี นใฝ่เรยี นรู้
3. สังเกตจากการมุ่งม่ันในการ
ทางาน
7. สอื่ /แหลง่ การเรยี นรู้
1. แบบฝึกหัด 2. เรอ่ื งสน้ั 3. หนังสอื ภาษาไทยเล่ม 1 ประถมศึกษาปที ่ี 1
6.บัตรคาศัพท์
4. ไมเ้ รียกเลขท่ี 5.คาถาม
8.กิจกรรมเสนอแนะ
................................................................................................................................................. ...........................................................................
..................................................................................................................................................................................... .......................................
ลงชื่อ............................................ครผู ู้สอน ลงชือ่ ...................................................ฝา่ ยวชิ าการ
(...........................................................) (...........................................................)
ลงชื่อ...................................................ผบู้ รหิ าร
(...........................................................)
สัปดาหท์ ่ี 16
โรงเรยี นขจรเกียรตพิ ฒั นา
แผนการจัดการเรียนรู้
ภาคเรยี นท่ี 1/........................ ช่ือผสู้ อน....................................................
กลมุ่ สาระการเรียนรู้ ภาษาไทย ช้ันประถมศกึ ษาปที ี่ 1 จานวน 2 คาบ
หน่วยการเรียนที่ 5 เร่อื ง การเขียนบนั ทึกประจาวนั
1 . มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐานที่ ท 2.1ใช้กระบวนการเขียนเขยี นสอื่ สาร เขียนเรยี งความ ย่อความ และเขยี นเรอื่ งราวในรูปแบบตา่ งๆ
เขยี นรายงานขอ้ มลู สารสนเทศและรายงานการศกึ ษาค้นควา้ อย่างมปี ระสิทธิภาพ
ตัวชีว้ ัดที่ ป 1/2ขียนเรอ่ื งสั้นๆ เกยี่ วกบั ประสบการณ์
ตัวชว้ี ัดที่ ป 1/3มีมารยาทในการเขยี น
มาตรฐานที่ ท 4.1 เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลกั ภาษาไทยการเปลย่ี นแปลงของภาษาและพลงั ของภาษาภูมิ
ปัญญาทางภาษาและรกั ภาษาไทยไวเ้ ป็นสมบัติของชาตริ กั ภาษาไทยไว้เปน็ สมบตั ิของชาติ
ตวั ชว้ี ัดท่ี ป 1/1บอกและเขยี นพยญั ชนะ สระ วรรณยุกต์ และเลขไทย
ตวั ช้ีวัดที่ ป 1/2เขยี นสะกดคาและบอกความหมาย ของคา
2.สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด
การเขียนบันทกึ ประจาวัน เปน็ การเขยี นบนั ทกึ เร่ืองส่วนตัว หรือเรื่องราวต่างๆ ของตนเองท่ีเกดิ ขึ้นในแตล่ ะวนั เพื่อ
เตอื นความจา หรอื เป็นงานอดิเรก สามารถเขียนบันทึกจากเหตุการณต์ ่างๆ ทพ่ี บเหน็ ในชวี ติ ประจาวนั หากเวลาล่วงเลยไป
แลว้ ย้อนกลบั มาอ่านจะทาใหผ้ บู้ นั ทึกสามารถจดจาเรอื่ งราวต่างๆทเี่ กิดข้นึ ทงั้ ยงั เปน็ การฝึกให้เกดิ ทกั ษะการเขยี นท่ดี ีอกี ด้วย
3.จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
1.รู้และเข้าใจหลกั การเขยี นบันทกึ ประจาวนั (K)
2.เขียนบันทกึ ประจาวนั ไดถ้ ูกตอ้ ง(P)
3.มคี วามสนใจในการเรยี นการสอน (A)
4. เหน็ ความสาคัญของการอา่ น เขียน และเรยี นรู้ความหมายของคา (A)
4. สาระการเรยี นรู้
4.1 ความรู้ : Knowledge (K) การอา่ นจบั ใจความหนงั สอื ทนี่ กั เรยี นสนใจและเหมาะสมกับวยั การเขียนบนั ทึกประจาวัน
สระเออื
4.2 กระบวนการจัดการเรยี นรู้ : Process (P)
4.3 คณุ ลักษณะทพี่ งึ ประสงค์ : Attitude (A) ซื่อสตั ยส์ จุ ริต มวี ินัย ใฝเ่ รยี นรู้ อยู่ย่างพอเพยี ง มุ่งมน่ั ในการทางาน
รักความเปน็ ไทย มีจติ สาธารณะ
5.กิจกรรมการเรียนรู้
คาบที่ กิจกรรมการเรียนการสอน
1-2 ข้นั ที่ 1 ขัน้ รวบรวมข้อมลู
1.นักเรยี นร่วมกันแสดงความคิดเห็น โดยครูใช้คาถามทา้ ทาย ดังนี้
๏ กจิ กรรมใดบ้างทน่ี ักเรียนปฏิบัติเป็นประจาทุกวัน
2.นกั เรยี นทบทวนหลกั การเขยี นบันทึกประจาวนั แลว้ ร่วมกันสรุปเป็นแผนภาพความคดิ บนกระดาน
ตวั อย่างแผนภาพความคดิ
5. ผเู้ ขียนสามารถบรรยาย 1. เขียนวนั เดอื น ปี ทีบ่ นั ทึก 2. เขยี นเหตุการณ์ที่
ความรู้สึกของตนเอง และแสดง ประทบั ใจน่าสนใจ หรือ
หลกั การเขียนบนั ทึก
ความคิดเหน็ ต่อเหตุการณ์ ประจาวนั เก่ียวขอ้ งกบั ตนเอง
น้นั ๆ ได้
4. ใชถ้ อ้ ยคาสุภาพ กะทดั รัด 3. เขยี นใหเ้ ป็นประโยคที่อ่าน
และกอ่ ใหเ้ กิดความเสียหายแก่ ง่ายหรือเป็นคาพดู ของตนเอง
ผทู้ ก่ี ลา่ วถึง
ขน้ั ที่ 2 ขัน้ คิดวิเคราะหแ์ ละสรุปความ
3.นักเรียนศกึ ษาตวั อยา่ งการเขียนบนั ทึกเหตกุ ารณ์ประจาวัน แลว้ ร่วมกนั วเิ คราะหโ์ ดยครูใช้คาถามดงั นี้
- ตัวอยา่ งการเขยี นบนั ทกึ เหตกุ ารณป์ ระจาวันท่ีนักเรียนศึกษาเป็นเหตกุ ารณท์ ี่เกดิ ขน้ึ ในช่วงใด
-บนั ทึกเหตุการณป์ ระจาวนั ท่นี ักเรียนอา่ นถกู ตอ้ งตามหลกั การเขยี นหรอื ไม่อย่างไร
4.ให้นักเรยี นแตล่ ะกลมุ่ ประเมินเพือ่ เพ่ิมคณุ คา่ โดยครูใช้คาถามดงั นี้
- การเรียนรเู้ รือ่ งการเขียนบนั ทกึ กจิ กรรมประจาวันนักเรยี นสามารถนาไปใช้ประโยชน์ในชวี ติ ประจาวนั
ได้อย่างไร
*ในการตอบคาถามใหค้ รูใชไ้ ม้เรยี กเลขที่ เพอ่ื ให้นกั เรียนตอบทีละคน โดยถามคาถามกอ่ นจะเรยี กเลขท่ี
เพื่อใหท้ ุกคนไดค้ ิด
ขั้นที่ 3 ขัน้ ปฏบิ ัติและสรุปความรหู้ ลังปฏิบัติ
5.นักเรยี นฝึกเขยี นบันทึกเหตุการณป์ ระจาวันท่ี
6.นักเรียนร่วมกนั สรปุ ความรเู้ รื่องการเขียนบนั ทกึ เหตกุ ารณป์ ระจาวันที่ ดงั นี้
หลกั การเขียนบันทึกกิจกรรมประจาวันตอ้ งมกี ารระบุวัน เดอื น ปี ทบี่ ันทึกโดยเขียนบันทึกเหตุการณ์
ทปี่ ระทบั ใจ น่าสนใจ หรือเกี่ยวข้องกับตนเองใหเ้ ป็นประโยคท่ีอา่ นง่าย หรอื เป็นคาพดู ของตนเองและใช้
ถ้อยคาสุภาพ กะทัดรัด ไมก่ อ่ ให้เกดิ ความเสยี หายแกผ่ ู้ทก่ี ลา่ วถึง ซึ่งผู้เขียนสามารถบรรยายความรสู้ ึก
ของตนเองและแสดงความคดิ เห็นต่อเหตกุ ารณ์นั้นๆ ได้
ขน้ั ท่ี 4 ขั้นส่อื สารและนาเสนอ
7.ให้นักเรียนแต่ละคนออกไปอ่านผลงานหน้าชั้นเรยี นให้เพอื่ นและครูฟงั
ขน้ั ที่ 5 ขัน้ ประเมนิ เพื่อเพ่มิ พนู คุณคา่ บรกิ ารสงั คมและจติ สาธารณะ
8.นกั เรยี นร่วมกนั แสดงความคิดเหน็ โดยครใู ชค้ าถามดังน้ี
- นักเรียนสามารถนาความรเู้ ก่ยี วกับเรือ่ งท่ีเรียนไปใช้ประโยชน์ในสงั คมไดอ้ ย่างไร
6.การวดั ผลและการประเมนิ ผล
การวัดและประเมินผลจดุ ประสงค์ วธิ กี ารวัดผล เคร่ืองมือวัด เกณฑก์ ารประเมินผล
ความร้คู วามเข้าใจ (K) - ตรวจกิจกรรมฝกึ ทักษะ -กิจกรรมฝึกทกั ษะ 80% ข้ึนไป ถอื ว่าผา่ น
-ตรวจแบบฝึกหดั -แบบฝกึ หดั เกณฑก์ ารประเมนิ
ทักษะ/กระบวนการ (P) -สงั เกตพฤตกิ รรม การทางาน - แบบประเมินทกั ษะ 80% ขนึ้ ไป ถือว่าผ่าน
คุณลกั ษณะนิสยั (A) เกณฑก์ ารประเมนิ
รายบคุ คล/กลุ่ม และกระบวนการทาง
80% ขน้ึ ไป ถือว่าผ่าน
คณิตศาสตร์ เกณฑ์การประเมนิ
1. สังเกตจากการเรยี นมคี วาม 1. แบบสังเกต
รับผิดชอบตอ่ งานทีส่ งั่ และสง่ พฤติกรรม
งานได้ทันตามท่ีกาหนด
2. สังเกตจากการเรียนใฝเ่ รยี นรู้
3. สังเกตจากการมงุ่ มัน่ ในการ
ทางาน
7. ส่ือ/แหลง่ การเรยี นรู้ 2. เร่ืองสนั้ 3. หนงั สอื ภาษาไทยเล่ม 1 ประถมศกึ ษาปที ่ี 1
5.คาถาม 6.บัตรคาศพั ท์
1. แบบฝึกหดั
4. ไมเ้ รยี กเลขท่ี
8.กจิ กรรมเสนอแนะ
............................................................................................................................. ...............................................................................................
.............................................................................................................................. ..............................................................................................
ลงชื่อ............................................ครผู ู้สอน ลงชอ่ื ...................................................ฝา่ ยวิชาการ
(...........................................................) (...........................................................)
ลงชื่อ...................................................ผบู้ รหิ าร
(...........................................................)
สปั ดาหท์ ี่ 16
โรงเรียนขจรเกยี รตพิ ฒั นา
แผนการจัดการเรียนรู้
ภาคเรยี นท่ี 1/....................... ชอ่ื ผ้สู อน....................................................
กล่มุ สาระการเรียนรู้ ภาษาไทย ชั้นประถมศกึ ษาปที ่ี 1 จานวน 2 คาบ
หนว่ ยการเรียนท่ี 5 เร่อื ง สระเออื
1 . มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐานท่ี ท 4.1 เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทยการเปล่ยี นแปลงของภาษาและพลังของภาษาภูมิ
ปญั ญาทางภาษาและรกั ภาษาไทยไว้เปน็ สมบัตขิ องชาติรกั ภาษาไทยไว้เป็นสมบตั ิของชาติ
ตวั ช้ีวดั ท่ี ป 1/1บอกและเขยี นพยญั ชนะ สระ วรรณยกุ ต์ และเลขไทย
ตัวชี้วดั ท่ี ป 1/2เขียนสะกดคาและบอกความหมาย ของคา
2.สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด
สระ เออื ออกเสียง เออื เป็นสระเสยี งยาว พยญั ชนะต้นอยูต่ รงกลางสระ คาทใี่ ชส้ ระเออื จะมตี ัวสะกด
3. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
1. ร้แู ละเข้าใจหลักการอา่ น การเขียนคาทีป่ ระสมด้วยสระเออื (K)
2. อา่ นและเขียนคาที่ประสมดว้ ยสระเอือได้ (P)
3.เห็นความสาคญั ของการอ่านและมารยาทในการอา่ น (A)
4.มีความสนใจในการเรยี นการสอน (A)
5. เหน็ ความสาคญั ของการอ่าน เขยี น และเรียนรู้ความหมายของคา (A)
4.สาระการเรยี นรู้
4.1 ความรู้ : Knowledge (K) การอา่ นจับใจความหนังสือท่ีนกั เรยี นสนใจและเหมาะสมกับวยั การเขียนบันทกึ ประจาวัน
สระเอือ
4.2 กระบวนการจัดการเรยี นรู้ : Process (P)
4.3 คุณลักษณะที่พึงประสงค์ : Attitude (A) ซือ่ สัตยส์ จุ รติ มวี นิ ัย ใฝเ่ รยี นรู้ อยยู่ า่ งพอเพียง มงุ่ มนั่ ในการทางาน
รักความเปน็ ไทย มจี ิตสาธารณะ
5.กจิ กรรมการเรยี นรู้
คาบท่ี กจิ กรรมการเรียนการสอน
1-2 ขน้ั ที่ 1 ข้ันรวบรวมข้อมลู
1.นกั เรยี นฟังเพลง สระเออื และสงั เกตคาท่ีมี สระเออื แล้วร่วมสนทนาโยงเขา้ สบู่ ทเรยี นโดยครูใช้
คาถามดังน้ี - เพลงท่ีนกั เรียนร้องเกีย่ วกับเรอ่ื งอะไร
2.นกั เรยี นศึกษาเรอ่ื ง สระเออื แลว้ รว่ มสนทนาโดยครใู ช้คาถามดังน้ี
-คาทปี่ ระสมดว้ ยสระเออื หมายถงึ อะไร
ข้ันที่ 2 ข้นั คิดวิเคราะห์และสรุปความ
3. นกั เรยี นทากจิ กรรมจาแนกคาท่ีประสมด้วย สระเอือ จากนิทาน โดยใช้ไมเ้ รียกเลขทใ่ี ห้นกั เรยี น
นาเสนอทีละคน
4. นกั เรียนแต่ละกลมุ่ คิดประเมนิ เพอ่ื เพิ่มคณุ ค่าโดยครใู ชค้ าถามดังต่อไปน้ี
- นักเรียนสามารถนาความรทู้ ่ไี ดร้ บั ไปใชใ้ นชวี ิตประจาวนั ไดอ้ ย่างไร
ขนั้ ที่ 3 ข้ันปฏบิ ตั แิ ละสรุปความรหู้ ลังการปฏบิ ตั ิ
5.นกั เรียนทากจิ กรรมยกตวั อยา่ งคาทีป่ ระสมดว้ ย สระเอือ โดยใชไ้ ม้เรียกเลขทใี่ ห้นกั เรียนนาเสนอทลี ะ
คน
6. นกั เรยี นรว่ มกนั สรปุ เร่ือง สระเออื ดงั น้ี สระ เออื ออกเสียง เอือ เปน็ สระเสยี งยาว พยัญชนะตน้
อย่ตู รงกลางสระ คาทใ่ี ช้สระเออื จะมีตวั สะกด
7.นกั เรยี นทาแบบฝกึ หัด
ขัน้ ที่ 4 ข้ันส่อื สารและนาเสนอ
8.นกั เรียนนาเสนอการทาแบบฝกึ หดั โดยครใู ช้ไม้เรียกเลขท่ี เพ่อื ใหน้ ักเรียนนาเสนอทลี ะคน
เพ่ือนๆช่วยกัน ตรวจสอบความถูกต้อง
ขั้นท่ี 5ข้ันประเมนิ เพ่ือเพมิ่ คุณค่าบรกิ ารสงั คมและจิตสาธารณะ
9.นกั เรียนรว่ มกนั แสดงความคิดเห็น โดยครใู ช้คาถามดังน้ี
- นกั เรยี นสามารถนาความรเู้ ก่ียวกบั เร่ืองทเ่ี รยี นไปใชป้ ระโยชนใ์ นสังคมได้อยา่ งไร
6.การวัดผลและการประเมินผล
การวัดและประเมนิ ผลจุดประสงค์ วธิ ีการวดั ผล เครอ่ื งมือวัด เกณฑก์ ารประเมินผล
ความรู้ความเข้าใจ (K) - ตรวจกิจกรรมฝึกทักษะ -กิจกรรมฝึกทกั ษะ 80% ขึ้นไป ถอื วา่ ผ่าน
-ตรวจแบบฝึกหดั -แบบฝึกหดั เกณฑ์การประเมนิ
ทกั ษะ/กระบวนการ (P) -สังเกตพฤติกรรม การทางาน - แบบประเมนิ ทักษะและ 80% ข้ึนไป ถือว่าผ่าน
รายบุคคล/กลุ่ม กระบวนการทาง เกณฑก์ ารประเมนิ
คณิตศาสตร์
คุณลักษณะนิสัย (A) 1. สังเกตจากการเรียนมคี วาม 1. แบบสังเกต 80% ขน้ึ ไป ถือว่าผ่าน
รบั ผดิ ชอบต่องานทส่ี งั่ และสง่ งานได้ พฤติกรรม เกณฑ์การประเมนิ
ทันตามท่ีกาหนด
2. สงั เกตจากการเรียนใฝ่เรียนรู้
3. สังเกตจากการมงุ่ ม่ันในการ
ทางาน
7. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ 2. เรือ่ งสนั้ 3. หนงั สอื ภาษาไทยเลม่ 1 ประถมศึกษาปที ่ี 1
5.คาถาม 6.บตั รคาศพั ท์
1. แบบฝกึ หัด
4. ไม้เรียกเลขท่ี
7. เพลง สระเอือ
8.กจิ กรรมเสนอแนะ
............................................................................................................................. ...............................................................................................
............................................................................................................................. ...............................................................................................
ลงชื่อ............................................ครผู ู้สอน ลงชือ่ ...................................................ฝ่ายวชิ าการ
(...........................................................) (...........................................................)
ลงชื่อ...................................................ผบู้ รหิ าร
(...........................................................)
สปั ดาหท์ ี่ 17
โรงเรียนขจรเกยี รติพฒั นา
แผนการจดั การเรียนรู้
ภาคเรยี นท่ี 1/...................... ชื่อผ้สู อน....................................................
กล่มุ สาระการเรียนรู้ ภาษาไทย ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ี่ 1 จานวน 2 คาบ
หนว่ ยการเรยี นที่ 6 เรอ่ื ง โรงเรยี นลูกช้าง(การอา่ นจบั ใจความ)
1 . มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ท 1.1 ใชก้ ระบวนการอา่ นสรา้ งความรู้และความคิดเพ่อื นาไปใชต้ ัดสนิ ใจแกป้ ญั หาในการดาเนินชีวติ และมี
นสิ ยั รกั การอ่าน
ตัวชว้ี ัดท่ี ป 1/1 อา่ นออกเสยี งคา คาคล้องจอง และขอ้ ความสัน้ ๆ
ตวั ชว้ี ดั ที่ ป 1/2บอกความหมายของคา และขอ้ ความท่อี า่ น
ตัวชี้วดั ที่ ป 1/3ตอบคาถามเก่ยี วกับเร่ืองท่อี ่าน
ตัวชี้วัดท่ี ป 1/8 มีมารยาท ในการอา่ น
2.สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด
การอ่านจบั ใจความสาคญั คอื การอา่ นเพื่อจับใจความหรอื ข้อคิด ความคิดสาคัญหลกั ของข้อความ หรอื เรอ่ื งที่
อ่านการอ่านจับใจความ ถอื เป็นทกั ษะสาคัญที่ใชใ้ นการอา่ นเพ่อื การสื่อสารมากทสี่ ุดเพราะเป็นพืน้ ฐานสาคญั ในการศึกษาหา
ความรู้จงึ ควรฝกึ ฝนใหเ้ กดิ ความชานาญ
3. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
1.อธิบายความหมาย และหลกั การอา่ นจบั ใจความสาคัญ (K)
2.ร้แู ละเข้าใจหลกั การอา่ น การเขยี นคาทีม่ ีอกั ษรต่า (K)
3.อา่ นเร่อื งไดค้ ลอ่ งแคล่ว รวดเร็วและถูกตอ้ งตามอักขรวิธี (P)
4.แยกขอ้ เทจ็ จรงิ และขอ้ คดิ เห็นจากเร่อื งทอี่ า่ น (P)
5. อ่าน เขียน และจาแนกคาที่มอี ักษรตา่ ได้ (P)
6.มคี วามสนใจเหน็ ความสาคญั ของการอา่ นและมารยาทในการอ่าน (A
7.มคี วามสนใจในการเรยี นการสอน(A)
8. เหน็ ความสาคัญของการอ่าน เขียน และเรียนรู้ความหมายของคา (A)
4. สาระการเรียนรู้
4.1 ความรู้ : Knowledge (K) การอ่านจบั ใจความโรงเรยี นลกู ช้าง การเขยี นปรโยค อกั ษรตา่ สระอวั
4.2 กระบวนการจดั การเรยี นรู้ : Process (P)
4.3 คุณลกั ษณะท่พี งึ ประสงค์ : Attitude (A) รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซ่อื สัตย์สุจรติ มีวินัย ใฝเ่ รยี นรู้ อย่ยู า่ งพอเพยี ง
มงุ่ มัน่ ในการทางาน รกั ความเปน็ ไทย มจี ิตสาธารณะ
5.กจิ กรรมการเรียนรู้
คาบที่ กจิ กรรมการเรยี นการสอน
1 -2 ข้ันที่ 1 ขน้ั รวบรวมขอ้ มลู
1.ครูนาเขา้ สบู่ ทเรียนโดยให้นักเรยี นเล่นเกมทายคา เก่ียวกบั ความหมายของคาและมีภาพประกอบ
เช่น
- ผลไมท้ ี่ลงิ ชอบกนิ ตอบ กล้วย
- ผู้เลี้ยงช้าง ตอบ ควาญช้าง
- ท่ีอยูก่ ันเปน็ กลมุ่ หลายๆหลัง ตอบ หมู่บา้ น
* ครสู ่มุ ถามนกั เรยี นโดยจับไมเ้ รยี กเลขท่ี
2.นักเรยี นอ่านบตั รคาศัพท์ รจู้ ักคา นาเร่อื งพรอ้ มกนั 1 รอบและฝกึ อา่ นเป็นกลุ่ม 1 รอบ
3.ครูอธบิ ายความหมายของคาท่ีนกั เรยี นไมเ่ ข้าใจ
4.นักเรียนอา่ น เรื่องโรงเรียนลกู ช้างในใจกอ่ น 1 รอบ โดยใหเ้ วลานกั เรยี นในการอ่าน 10 -15 นาที
(เวลาอาจเปลีย่ นแปลงได้ตามความเหมาะสมเพราะนักเรียนบางคนอา่ นเร็วบางคนอ่านช้า)
ขัน้ ท่ี 2 ขนั้ คิดวเิ คราะหแ์ ละสรปุ ความ
5.นักเรยี นแบง่ กล่มุ และจบั ใจความเร่ืองโรงเรยี นลูกช้างจากหนงั สอื ภาษาพาทีช้ันประถมศกึ ษาปที ี่ 1
6. นกั เรยี นแต่ละกลมุ่ รว่ มกันสรุปใจความสาคญั ของเร่ืองโรงเรียนลูกช้างและตงั้ คาถามกลมุ่ ละ 2
คาถาม
7.ใหน้ ักเรยี นแต่ละกลมุ่ คิดประเมินเพื่อเพ่มิ คณุ ค่าโดยครใู ชค้ าถามดังต่อไปนี้
- ตวั ละครในเร่ืองมีใครบ้าง มีเหตกุ ารณ์อะไรเกิดขึน้ บ้าง
- เหตกุ ารณท์ เี่ กิดขึ้นเกิดท่ีใด เมือ่ ไหร่
- นกั เรยี นรสู้ กึ อยา่ งไรกับเรอื่ งทอี่ า่ น
8.ใหน้ ักเรียนอ่านเป็นกลมุ่ โดยครแู บง่ เปน็ ตอนอ่านจบเรอ่ื งครสู งั เกตนักเรยี นท่อี ่านไมอ่ อก(ถา้ มี)
9. นกั เรียนฝึกอา่ นแจกลกู คา อ่านสะกดคา อ่านคาและอา่ นประโยคในอธบิ ายเพิ่มเตมิ ความร้ใู น
ขณะทีน่ กั เรียนอา่ นครูแนะนานกั เรยี นและอธบิ าย
10. ฝกึ อ่านออกเสยี งในอ่านคลอ่ งรอ้ งเลน่ ให้เปน็ จังหวะจนคล่อง อาจร้องเพลง ทาทา่ ประกอบเพ่ือ
ความสนกุ ในการเรยี นตามความเหมาะสม
ข้นั ที่ 3 ข้ันปฏิบัติและสรุปความรหู้ ลงั การปฏิบตั ิ
11. ครูสุ่มถามนักเรียนโดยใช้ไมเ้ รยี กเลขที่ ใหส้ รุปและแสดงความคดิ เห็นเร่ืองโรงเรยี นลกู ชา้ ง
ขนั้ ที่ 4 ขั้นสื่อสารและนาเสนอ
12. แตล่ ะกล่มุ ออกมานาเสนอผลงานของการทากจิ กรรม การระดมสมองให้เพอื่ นฟัง โดยใชว้ ธิ จี ับ
สลาก
*ขณะทีน่ ักเรยี นนาเสนอ ครูพยายามสังเกตพฤติกรรมทง้ั ของผฟู้ ังและผนู้ าเสนอ เพอื่ เก็บ
ไปเป็นขอ้ มูลในการพฒั นาปรบั ปรงุ ตอ่ ไป
พฤติกรรมทีน่ าไปเป็นเงือ่ นไขพฒั นา เช่น
- มารยาทในการพูดและฟงั
- ความสนใจ ให้เกียรติ
- การซักถาม เสนอแนวคดิ แยง้ หรอื คลอ้ ยตามอย่างมเี หตผุ ล
- การใชท้ ักษะทางภาษาเพ่อื การสือ่ สาร
13. เปดิ โอกาสให้นักเรียนแสดงความคดิ เหน็ วพิ ากษว์ ิจารณผ์ ลงานของเพอ่ื น ลักษณะการนาเสนอ
ของเพื่อน อย่างอสิ ระ นาจดุ เดน่ จุดด้อย จดุ ควรพัฒนา สงิ่ ทเ่ี หมอื นกัน และแตกต่างกนั ของแต่ละ
กลมุ่ มาแสดงใหน้ ักเรียนเห็นถึงความหลากหลายของความคิด ซง่ึ ข้นึ อยู่กบั เหตุผล
ข้นั ที่ 5ข้ันประเมนิ เพ่ือเพม่ิ คุณคา่ บริการสังคมและจติ สาธารณะ
14. นักเรียนช่วยกนั สรุปบทเรียน ครสู รปุ เพม่ิ เตมิ ดว้ ยการสุ่มถามนักเรียนบางคน เพ่ือเป็นการ
ประเมินความเข้าใจไปในตวั ดว้ ย
15. ให้นกั เรียนนาความรเู้ รื่อง โรงเรยี นลูกชา้ ง ท่ีได้เรียนรู้ไปใช้เพ่อื การฝกึ ทกั ษะการอ่านสือ่ สารและ
แนะนาเพื่อนๆ น้อง ๆ หรือคนใกลช้ ดิ
6. การวดั ผลและการประเมนิ ผล
การวดั และประเมนิ ผลจุดประสงค์ วิธกี ารวดั ผล เครือ่ งมอื วัด เกณฑ์การประเมินผล
ความร้คู วามเข้าใจ (K) - ตรวจกจิ กรรมฝึกทักษะ -กิจกรรมฝึกทกั ษะ 80% ขน้ึ ไป ถือว่าผ่าน
-ตรวจแบบฝึกหัด -แบบฝึกหดั เกณฑ์การประเมนิ
ทักษะ/กระบวนการ (P) -สังเกตพฤติกรรม การทางาน - แบบประเมนิ ทกั ษะและ 80% ขึ้นไป ถือว่าผ่าน
รายบคุ คล/กลุ่ม กระบวนการทาง เกณฑก์ ารประเมนิ
คณติ ศาสตร์
คณุ ลักษณะนิสัย (A) 1. สงั เกตจากการเรียนมีความ 1. แบบสังเกต 80% ขึน้ ไป ถอื ว่าผ่าน
รบั ผิดชอบต่องานท่ีสง่ั และส่งงานได้ พฤตกิ รรม เกณฑ์การประเมิน
ทันตามที่กาหนด
2. สังเกตจากการเรยี นใฝ่เรียนรู้
3. สังเกตจากการมุ่งมั่นในการ
ทางาน
7. สื่อ/แหลง่ การเรยี นรู้ 2. เรื่องสนั้ 3. หนงั สอื ภาษาไทยเล่ม 1 ประถมศึกษาปที ี่ 1
5.คาถาม 6.บตั รคาศัพท์
1. แบบฝึกหัด
4. ไมเ้ รียกเลขท่ี
7. เพลง จากยูทปู
8.กจิ กรรมเสนอแนะ
........................................................................................................................................................................................... .................................
.................................................................................................. ..........................................................................................................................
ลงชอื่ ............................................ครผู ู้สอน ลงช่ือ...................................................ฝ่ายวิชาการ
(...........................................................) (...........................................................)
ลงชอ่ื ...................................................ผบู้ รหิ าร
(...........................................................)