โครงสรา้ งการสอน วิชา ภาษาไทย ชัน้ ประถมศึกษาปีที่ 4
ภาคเรียนที่ 2 ปกี ารศึกษา............... เวลา 100 ชั่วโมง
หน่วย ชอื่ หน่วยการ มาตรฐาน สาระสาคัญ เวลา นา้ หนัก
ท่ี เรียนรู้ การเรียนรูต้ ัวชี้วัด (ชั่วโมง) คะแนน
9 สนกุ สนาน มาตรฐานที่ ท 1.1 การอ่านในใจเพอื่ จบั ใจความ 10 35
กับการเลน่ ใชก้ ระบวนการอ่านสรา้ งความรแู้ ละความคิด ถือเป็นทักษะสาคญั ที่คนใช้อา่ น (ส.1-2)
-การอา่ นจบั เพ่ือนาไปใช้ตัดสนิ ใจ แกป้ ญั หาในการดาเนนิ เพ่ือการสอ่ื สารมากท่ีสุด เพราะ 2
ใจความ ชวี ติ และมีนสิ ัยรักการอา่ น การอ่านในใจเพ่ือจบั ใจเป็นพ้นื ฐาน
สาคัญ ตัวชวี้ ัดท่ี ป 4/1 ที่จาเปน็ ในการศกึ ษาหาความรู้ จึง
อ่านออกเสียงบทรอ้ ยแก้วและบทร้อยกรองได้ ควรฝึกฝนให้เกิดความชานาญจน
ถูกต้อง สามารถจับใจความสาคญั ในงาน
ตัวช้วี ดั ที่ ป 4/2 เขยี นทุกประเภท
อธบิ ายความหมายของคา ประโยค และ
สานวนจากเรือ่ งที่อา่ น
ตัวช้ีวดั ที่ ป 4/3
อา่ นเรอื่ งสน้ั ๆตามเวลาท่ีกาหนดและตอบ
คาถามจากเรือ่ งที่อา่ น
ตวั ชว้ี ัดท่ี ป 4/4
แยกขอ้ เทจ็ จรงิ และขอ้ คิดเห็นจากเรือ่ งทอ่ี า่ น
ตัวชว้ี ดั ที่ ป 4/5
คาดคะเนเหตุการณจ์ ากเรอื่ งทีอ่ ่านโดยระบุ
เหตผุ ลประกอบ
ตวั ชี้วดั ที่ ป 4/6
สรุปความรู้และขอ้ คดิ จากเรือ่ งทอ่ี ่านเพ่อื
นาไปใช้ในการดาเนนิ ชวี ติ
ตัวช้วี ดั ท่ี ป 4/8
มีมารยาทในการอ่าน
หนว่ ย ชอื่ หน่วยการ มาตรฐาน สาระสาคัญ เวลา นา้ หนกั
ท่ี เรยี นรู้ การเรยี นร้ตู วั ช้ีวดั (ชวั่ โมง) คะแนน
-การเขียน มาตรฐานที่ ท 2.1 การเขยี นจดหมาย เปน็ การ 22
จดหมายลา ใช้กระบวนการเขยี นเขยี นสอื่ สาร เขียน สือ่ สารระหว่างผ้สู ่งสารกับผรู้ ับสาร
ป่วย เรยี งความ การเขียนจดหมายไดถ้ ูกตอ้ ง
-การเขยี น ย่อความ และเขียนเร่ืองราวในรปู แบบต่าง ๆ ชดั เจนย่อมช่วยให้การส่ือสาร
จดหมายถงึ เขียนรายงานข้อมลู สารสนเทศและรายงาน บรรลวุ ตั ถปุ ระสงค์และการเลือกใช้
บิดา มารดา การศึกษาค้นควา้ อยา่ งมีประสิทธิภาพ ภาษาต้องเหมาะสมกับผรู้ ับสาร
ตวั ชี้วัดท่ี ป 4/1
คดั ลายมือตวั บรรจงเตม็ บรรทัดและครึง่
บรรทัด
ตัวช้วี ดั ที่ ป 4/8
มีมารยาทในการเขียน
มาตรา มาตรฐานท่ี ท 4.1 มาตราตัวสะกดคือเปน็ สว่ นประ 2 3
ตัวสะกด เขา้ ใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลักภาษาไทย กอบหนึ่งของคา เสยี งตัวสะกดมี 8
การเปล่ยี นแปลงของภาษาและพลังของภาษา มาตรา บางมาตรา มพี ยัญชนะที่
ภูมิปญั ญาทางภาษา และรกั ษาภาษาไทยไว้ เปน็ ตัวสะกดตัวเดียว บางมาตรา
เปน็ สมบัติของชาติ มีพยญั ชนะท่ีเปน็ ตวั สะกดหลายตัว
ตวั ชีว้ ดั ที่ ป 4/1
สะกดคาและบอกความหมายของคาในบริบท
ต่าง ๆ
-การอา่ น มาตรฐานที่ ท 5.1 การอา่ นในใจเพอ่ื จบั ใจความ 2
จบั ใจความ เข้าใจและแสดงความคิดเห็น วิจารณ์ ถอื เปน็ ทกั ษะสาคญั ท่ีคนใช้อา่ น
(บท วรรณคดีและวรรณกรรมไทยอยา่ งเหน็ คณุ คา่ เพอื่ การส่ือสารมากท่ีสดุ เพราะ
อาขยาน) และนามาประยกุ ต์ใชใ้ นชวี ติ จรงิ การอา่ นในใจเพอื่ จบั ใจเป็นพนื้ ฐาน
ตัวช้ีวดั ที่ ป 4/4 ทจ่ี าเปน็ ในการศึกษาหาความรู้ จงึ
ท่องจาบทอาขยานตามที่กาหนดและบทรอ้ ย ควรฝกึ ฝนใหเ้ กิดความชานาญจน
กรองทมี่ ีคณุ คา่ ตามความสนใจ สามารถจับใจความสาคัญในงาน
เขียนทุกประเภท
หนว่ ย ชือ่ หนว่ ยการ มาตรฐาน สาระสาคญั เวลา นา้ หนัก
ท่ี เรยี นรู้ การเรยี นรตู้ วั ชี้วัด (ชว่ั โมง) คะแนน
คานาม มาตรฐานที่ ท 4.1 คานาม คือ เปน็ คาท่ีใชเ้ รยี กชอ่ื คน 2 3
เขา้ ใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลกั ภาษาไทย สัตว์ พืช สงิ่ ของ สถานที่และสิ่ง
การเปล่ยี นแปลงของภาษาและพลังของภาษา ตา่ ง ๆ มที งั้ คานามไม่ชีเ้ ฉพาะ ใช้
ภูมปิ ญั ญาทางภาษา และรกั ษาภาษาไทยไว้ เรียกชื่อทว่ั ๆ ไป และคานามช้ี
เปน็ สมบตั ิของชาติ เฉพาะของส่ิงใดส่ิงหนง่ึ คานาม
ตัวชว้ี ัดท่ี ป 4/1 แตล่ ะชนิดทาหน้าท่เี ป็นได้ทั้ง
สะกดคาและบอกความหมายของคาในบรบิ ท ประธานและกรรมในประโยค
ต่าง ๆ
10 หนเู อยจะ มาตรฐานที่ ท 1.1 การอา่ นในใจเพอื่ จับใจความ 10
บอกให้ ใช้กระบวนการอา่ นสรา้ งความรู้และความคดิ ถอื เป็นทักษะสาคัญท่ีคนใชอ้ า่ น (ส.3-4)
-การอ่านจบั เพ่อื นาไปใชต้ ดั สนิ ใจ แก้ปญั หาในการดาเนนิ เพื่อการสอื่ สารมากที่สุด เพราะ 2
ใจความ ชีวิต และมนี สิ ยั รกั การอา่ น การอา่ นในใจเพื่อจบั ใจเป็นพ้นื ฐาน
สาคญั ตัวชว้ี ดั ท่ี ป 4/1 ที่จาเป็นในการศกึ ษาหาความรู้ จงึ
อา่ นออกเสยี งบทร้อยแก้วและบทร้อยกรองได้ ควรฝกึ ฝนให้เกดิ ความชานาญจน
ถกู ตอ้ ง สามารถจับใจความสาคญั ในงาน
ตัวชี้วัดที่ ป 4/2 เขียนทุกประเภท
อธิบายความหมายของคา ประโยค และ
สานวนจากเรอื่ งท่ีอา่ น
ตวั ชี้วัดท่ี ป 4/3
อ่านเรอื่ งส้นั ๆตามเวลาท่กี าหนดและตอบ
คาถามจากเรอื่ งท่ีอา่ น
ตวั ชี้วัดท่ี ป 4/4
แยกข้อเทจ็ จรงิ และข้อคิดเห็นจากเรอื่ งทีอ่ ่าน
ตวั ชว้ี ดั ที่ ป 4/5
คาดคะเนเหตุการณจ์ ากเรอ่ื งท่ีอา่ นโดยระบุ
เหตผุ ลประกอบ
ตัวชว้ี ดั ท่ี ป 4/6
สรุปความรแู้ ละข้อคิดจากเร่ืองที่อ่านเพ่ือ
หนว่ ย ชอื่ หนว่ ยการ มาตรฐาน สาระสาคญั เวลา นา้ หนกั
ท่ี เรียนรู้ การเรียนรตู้ ัวช้ีวดั (ชั่วโมง) คะแนน
นาไปใชใ้ นการดาเนนิ ชีวติ
ตัวชีว้ ัดท่ี ป 4/8
มมี ารยาทในการอ่าน
การเขียน มาตรฐานที่ ท 2.1 ใช้กระบวนการเขยี น การเขยี นบันทึกจากการศกึ ษา 1
บนั ทกึ เขยี นสอ่ื สาร เขยี นเรยี งความ ย่อความ และ คน้ คว้า เปน็ การสรา้ งลักษณะนิสัย
ความรู้ เขยี นเร่ืองราวในรปู แบบต่างๆ เขยี น ในการเป็นนักเขยี น เนอื่ งจากการ
รายงานขอ้ มลู สารสนเทศและรายงาน อา่ นมาก และจดบันทกึ มาก ๆ จะ
การศึกษาค้นคว้าอย่างมปี ระสทิ ธภิ าพ ชว่ ยใหน้ กั เรียนมขี อ้ มลู และมี
ตัวชวี้ ัดที่ ป 4/6 สรุปความรแู้ ละข้อคิดจาก ประสบการณใ์ นการเขียนมาก
เรอื่ งท่ีอ่านเพอื่ นาไปใช้ในชีวติ ประจาวัน ยงิ่ ขน้ึ
ตวั ชว้ี ัดที่ ป 4/8 มมี ารยาทในการเขยี น
คาสรรพนาม มาตรฐานที่ ท 4.1 คาสรรพนามในแต่ละประโยคจะมี 2 3
เขา้ ใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลักภาษาไทย หนา้ ทีแ่ ตกต่างกนั การใช้คาสรรพ
การเปลย่ี นแปลงของภาษาและพลังของภาษา นามชนิดต่าง ๆ ต้องพิจารณา
ภมู ิปัญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไว้ เลือกใช้ให้ถกู ตอ้ งเหมาะสมกับ
เปน็ สมบตั ขิ องชาติ บุคคลในฐานะตา่ ง ๆ กัน
ตัวชว้ี ัดท่ี ป 4/1
สะกดคาและบอกความหมายของคาในบรบิ ท
ตา่ ง ๆ
-การอา่ น มาตรฐานท่ี ท 5.1 การอ่านในใจเพอื่ จบั ใจความ ถอื 1
จบั ใจความ เขา้ ใจและแสดงความคดิ เห็น วจิ ารณ์ เปน็ ทกั ษะสาคญั ท่ีคนใชอ้ ่านเพอ่ื
(ดวงจนั ทร์ วรรณคดแี ละวรรณกรรมไทยอยา่ งเห็นคุณค่า การสอื่ สารมากท่ีสดุ เพราะการ
ของลาเจียก) และนามาประยกุ ตใ์ ชใ้ นชีวติ จรงิ อ่านในใจเพอ่ื จับใจเปน็ พืน้ ฐานที่
ตวั ช้วี ัดที่ ป 4/4 จาเป็นในการศึกษาหาความรู้ จึง
ท่องจาบทอาขยานตามที่กาหนดและบทร้อย ควรฝึกฝนให้เกิดความชานาญจน
กรองท่มี คี ุณคา่ ตามความสนใจ สามารถจับใจความสาคัญในงาน
เขียนทุกประเภท
หน่วย ชอื่ หน่วยการ มาตรฐาน สาระสาคัญ เวลา น้าหนกั
ท่ี เรยี นรู้ การเรยี นรู้ตัวช้ีวัด (ชวั่ โมง) คะแนน
การเขยี นย่อ มาตรฐานที่ ท 2.1 ใช้กระบวนการเขยี น การเขยี นบันทกึ จากการศกึ ษา 2
นิทาน เขียนส่อื สาร เขียนเรยี งความ ย่อความ และ คน้ ควา้ เปน็ การสร้างลกั ษณะนสิ ัย
เขยี นเรอื่ งราวในรูปแบบต่างๆ เขียน ในการเป็นนกั เขยี น เนือ่ งจากการ
รายงานข้อมลู สารสนเทศและรายงาน อา่ นมาก และจดบันทกึ มาก ๆ จะ
การศึกษาค้นคว้าอยา่ งมีประสทิ ธภิ าพ ช่วยใหน้ ักเรียนมขี ้อมลู และมี
ตวั ช้ีวดั ที่ ป 4/6 สรปุ ความรแู้ ละขอ้ คิดจาก ประสบการณใ์ นการเขียนมาก
เรื่องที่อ่านเพ่อื นาไปใช้ในชวี ติ ประจาวัน ยง่ิ ขน้ึ
ตวั ช้ีวัดท่ี ป 4/8 มีมารยาทในการเขยี น
คากรยิ า มาตรฐานที่ ท 4.1 คากริยา ทาหน้าทีแ่ สดงอาการ 2 4
เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย หรอื การกระทาของนามและสรรพ
การเปลยี่ นแปลงของภาษาและพลงั ของภาษา นามซ่งึ เป็นประธานในประโยค มี
ภมู ปิ ญั ญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไว้ ท้งั คากริยาอกรรมและคากริยาสก
เปน็ สมบัตขิ องชาติ รรม คากริยาตอ้ งการกรรมเพราะ
ตวั ช้วี ดั ที่ ป 4/1 ยงั มีใจความไมส่ มบรู ณ์ ส่วน
สะกดคาและบอกความหมายของคาในบรบิ ท คากรยิ าไม่ตอ้ งการกรรมเพราะ
ต่าง ๆ คากริยาน้นั มใี จความสมบรู ณ์
11 คนดศี รี มาตรฐานท่ี ท 1.1 การอา่ นในใจเพอ่ื จบั ใจความ ถือ 10
โรงเรียน ใชก้ ระบวนการอ่านสรา้ งความรู้และความคดิ เปน็ ทักษะสาคัญที่คนใช้อ่านเพ่อื (ส.5-6)
-การอา่ นจับ เพอ่ื นาไปใช้ตัดสินใจ แกป้ ัญหาในการดาเนนิ การสอ่ื สารมากท่ีสดุ เพราะการ 1
ใจความ ชีวิต และมนี สิ ยั รักการอ่าน อา่ นในใจเพอ่ื จบั ใจเปน็ พ้ืนฐานที่
สาคัญ ตวั ชี้วัดท่ี ป 4/1 จาเปน็ ในการศึกษาหาความรู้ จึง
อา่ นออกเสียงบทร้อยแกว้ และบทร้อยกรองได้ ควรฝึกฝนใหเ้ กิดความชานาญจน
ถูกต้อง สามารถจับใจความสาคัญในงาน
ตวั ชี้วัดท่ี ป 4/2 เขยี นทุกประเภท
อธบิ ายความหมายของคา ประโยค และ
สานวนจากเรอ่ื งทีอ่ ่าน
หนว่ ย ชอ่ื หนว่ ยการ มาตรฐาน สาระสาคญั เวลา น้าหนัก
ท่ี เรียนรู้ การเรยี นรูต้ ัวชี้วัด (ชว่ั โมง) คะแนน
ตัวชี้วัดที่ ป 4/3
อา่ นเร่ืองสนั้ ๆตามเวลาที่กาหนดและตอบ
คาถามจากเรอื่ งทอี่ ่าน
ตวั ชว้ี ัดที่ ป 4/4
แยกข้อเทจ็ จรงิ และข้อคิดเห็นจากเรื่องทอี่ า่ น
ตวั ช้ีวดั ท่ี ป 4/5
คาดคะเนเหตกุ ารณ์จากเรอื่ งทอ่ี า่ นโดยระบุ
เหตุผลประกอบ
ตัวชี้วดั ที่ ป 4/6
สรปุ ความรู้และขอ้ คดิ จากเรอ่ื งทอี่ ่านเพือ่
นาไปใช้ในการดาเนินชีวิต
ตวั ชวี้ ัดที่ ป 4/8
มีมารยาทในการอ่าน
การเขยี น มาตรฐานท่ี ท 2.1 ใช้กระบวนการเขียน การเขยี นสือ่ สารเพื่อใหผ้ ู้อา่ น 13
แนะนาการ เขยี นส่อื สาร เขียนเรียงความ ย่อความ และ เขา้ ใจตรงกนั ตอ้ งเลอื กใช้คาที่
ปฏิบัตติ น เขยี นเรือ่ งราวในรปู แบบต่างๆ เขียน ถูกตอ้ งเหมาะสม สามารถสื่อ
วนั ลอย รายงานข้อมูลสารสนเทศและรายงาน ความหมายไดช้ ดั เจนตรงตาม
กระทง การศึกษาคน้ ควา้ อยา่ งมีประสทิ ธภิ าพ จุดประสงค์
ตัวชวี้ ัดที่ ป 4/6 สรุปความรแู้ ละขอ้ คิดจาก
เรอื่ งที่อา่ นเพื่อนาไปใช้ในชีวติ ประจาวนั
ตวั ช้ีวดั ที่ ป 4/8 มีมารยาทในการเขยี น
คาวิเศษณ์ มาตรฐานที่ ท 4.1 เข้าใจธรรมชาตขิ องภาษา คาวิเศษณ์จะอยู่หลังคาท่ีถกู ขยาย 2 3
และหลักภาษาไทย การเปลย่ี นแปลงของ ซึ่งเปน็ คาชนดิ ตา่ ง ๆ ทงั้ คานาม
ภาษาและพลังของภาษา ภูมปิ ัญญาทางภาษา คาสรรพนาม คากรยิ า และคา
และรักษาภาษาไทยไวเ้ ปน็ สมบัติของชาติ วเิ ศษณ์ ทาหน้าทข่ี ยายคาตา่ ง ๆ
ตวั ชว้ี ัดท่ี ป 4/1 ให้มคี วามหมายชัดเจนขนึ้
สะกดคาและบอกความหมายของคาในบรบิ ท
ต่าง ๆ
หนว่ ย ชอ่ื หนว่ ยการ มาตรฐาน สาระสาคญั เวลา นา้ หนัก
ท่ี เรียนรู้ การเรยี นรตู้ วั ชี้วดั (ชว่ั โมง) คะแนน
ห้องสมุดปา่ มาตรฐานท่ี ท 1.1 การอ่านในใจเพอื่ จบั ใจความ 1
-การอา่ นจับ ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคดิ ถอื เป็นทกั ษะสาคญั ที่คนใชอ้ า่ น
ใจความ เพอ่ื นาไปใชต้ ัดสนิ ใจ แกป้ ัญหาในการดาเนิน เพื่อการสื่อสารมากท่ีสดุ เพราะ
สาคัญ ชวี ติ และมีนสิ ัยรกั การอา่ น การอา่ นในใจเพอ่ื จบั ใจเป็นพนื้ ฐาน
ตวั ชี้วัดที่ ป 4/1 ท่จี าเป็นในการศกึ ษาหาความรู้ จึง
อา่ นออกเสียงบทร้อยแก้วและบทร้อยกรองได้ ควรฝกึ ฝนให้เกดิ ความชานาญจน
ถูกตอ้ ง สามารถจับใจความสาคัญในงาน
ตวั ชว้ี ดั ท่ี ป 4/2 เขยี นทุกประเภท
อธิบายความหมายของคา ประโยค และ
สานวนจากเร่อื งที่อ่าน
ตัวชี้วดั ที่ ป 4/3
อ่านเร่อื งสน้ั ๆตามเวลาท่ีกาหนดและตอบ
คาถามจากเรอ่ื งท่ีอ่าน
ตวั ช้ีวัดที่ ป 4/4
แยกขอ้ เท็จจรงิ และข้อคดิ เห็นจากเรอื่ งทอ่ี า่ น
ตวั ชว้ี ดั ที่ ป 4/5
คาดคะเนเหตุการณ์จากเรอ่ื งทอี่ ่านโดยระบุ
เหตุผลประกอบ
ตัวช้ีวดั ที่ ป 4/6
สรุปความรแู้ ละขอ้ คิดจากเรอ่ื งที่อ่านเพอ่ื
นาไปใชใ้ นการดาเนนิ ชีวิต
ตัวชี้วดั ที่ ป 4/8
มีมารยาทในการอา่ น
การเขียน มาตรฐานท่ี ท 2.1 ใชก้ ระบวนการเขียน การเขียนส่อื สารเพือ่ ให้ผอู้ า่ นเข้า 1
โนม้ น้าว เขียนสอื่ สาร เขียนเรยี งความ ยอ่ ความ และ ใจตรงกัน ตอ้ งเลือกใช้คาทถี่ ูกตอ้ ง
จติ ใจ เขียนเร่ืองราวในรูปแบบตา่ งๆ เขียน เหมาะสม สามารถสือ่ ความหมาย
รายงานข้อมูลสารสนเทศและรายงาน ได้ชดั เจนตรงตามจดุ ประสงค์
หนว่ ย ชอ่ื หน่วยการ มาตรฐาน สาระสาคญั เวลา นา้ หนกั
ท่ี เรียนรู้ การเรยี นรูต้ วั ช้ีวัด (ชัว่ โมง) คะแนน
การศกึ ษาค้นคว้าอย่างมปี ระสทิ ธภิ าพ
ตัวชีว้ ัดท่ี ป 4/6 สรปุ ความร้แู ละข้อคิดจาก
เร่อื งท่อี ่านเพอ่ื นาไปใชใ้ นชวี ิตประจาวัน
ชนิดและ มาตรฐานที่ ท 4.1 ประโยค คอื คาหรอื ข้อความท่ีนา 4 5
หนา้ ท่ีของคา เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลกั ภาษาไทย มาเรียงกันแล้วได้ใจความสมบรู ณ์
ในประโยค การเปลี่ยนแปลงของภาษาและพลงั ของภาษา มีภาคประธาน และภาคแสดง
ภมู ิปัญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไว้ ประโยคประกอบดว้ ยคาชนิดตา่ งๆ
เป็นสมบตั ิของชาติ ทที่ าหนา้ ท่ตี ่างกนั
ตัวชว้ี ดั ที่ ป 4/1
สะกดคาและบอกความหมายของคาในบริบท
ตา่ ง ๆ
ตวั ชว้ี ดั ที่ ป 4/8 มีมารยาทในการเขียน
12 สารพษิ ใน มาตรฐานท่ี ท 1.1 การอา่ นในใจเพอื่ จบั ใจความ 10
ชีวิตประจา ใชก้ ระบวนการอา่ นสร้างความรแู้ ละความคดิ ถอื เป็นทักษะสาคญั ที่คนใชอ้ ่าน (ส.7-8)
วัน เพ่อื นาไปใช้ตดั สินใจ แก้ปญั หาในการดาเนิน เพ่อื การส่ือสารมากท่ีสดุ เพราะ 2
-การอา่ นจบั ชีวิต และมีนิสัยรกั การอา่ น การอา่ นในใจเพือ่ จับใจเป็นพืน้ ฐาน
ใจความ ตัวชว้ี ัดที่ ป 4/1 ที่จาเปน็ ในการศกึ ษาหาความรู้ จงึ
สาคญั อ่านออกเสยี งบทร้อยแกว้ และบทร้อยกรองได้ ควรฝึกฝนให้เกดิ ความชานาญจน
ถูกตอ้ ง สามารถจับใจความสาคัญในงาน
ตัวชี้วดั ที่ ป 4/2 เขียนทกุ ประเภท
อธิบายความหมายของคา ประโยค และ
สานวนจากเรอ่ื งทีอ่ า่ น
ตวั ชี้วัดท่ี ป 4/3
อา่ นเรือ่ งสนั้ ๆตามเวลาทก่ี าหนดและตอบ
คาถามจากเร่อื งท่ีอ่าน
ตวั ชีว้ ดั ที่ ป 4/4
แยกข้อเทจ็ จริงและขอ้ คดิ เห็นจากเรื่องทีอ่ ่าน
หนว่ ย ชอื่ หนว่ ยการ มาตรฐาน สาระสาคัญ เวลา นา้ หนัก
ท่ี เรยี นรู้ การเรยี นรู้ตวั ชี้วดั (ชั่วโมง) คะแนน
ตัวชว้ี ัดที่ ป 4/5
คาดคะเนเหตกุ ารณจ์ ากเร่ืองท่อี า่ นโดยระบุ
เหตผุ ลประกอบ
ตัวชี้วัดที่ ป 4/6
สรปุ ความร้แู ละขอ้ คดิ จากเรอ่ื งทอ่ี ่านเพื่อ
นาไปใชใ้ นการดาเนินชวี ติ
ตัวชีว้ ัดท่ี ป 4/8
มีมารยาทในการอา่ น
การเขียนคา มาตรฐานท่ี ท 2.1 ใช้กระบวนการเขียน คาขวัญเป็นถอ้ ยคาท่ีแต่งขนึ้ เพือ่ 2 5
ขวญั เขยี นสื่อสาร เขยี นเรยี งความ ยอ่ ความ และ เตอื นใจหรอื เพ่อื เปน็ สริ มิ งคล มี
เขียนเร่ืองราวในรูปแบบตา่ งๆ เขยี น ลกั ษณะเป็นการเชญิ ชวน หรือ
รายงานข้อมลู สารสนเทศและรายงาน ขอร้องใหผ้ ู้อ่านหรอื ผฟู้ งั ยึดเป็น
การศกึ ษาคน้ ควา้ อยา่ งมีประสิทธิภาพ แนวในการปฏิบตั ิ ถอ้ ยคามักมี
ตวั ช้วี ัดที่ ป 4/5 แตง่ บทร้อยกรองและคา ความคลอ้ งจอง หรอื มสี ัมผสั เปน็
ขวัญ ร้อยกรองสัน้ ๆ เพ่อื ให้จดจาข้ึนใจ
ตวั ช้วี ดั ที่ ป 4/6 สรปุ ความรูแ้ ละข้อคิดจาก
เรอ่ื งที่อา่ นเพือ่ นาไปใชใ้ นชวี ติ ประจาวนั
คาขวัญ มาตรฐานท่ี ท 4.1 1
เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย
การเปล่ียนแปลงของภาษาและพลังของภาษา
ภูมปิ ัญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไว้
เป็นสมบัติของชาติ
ตัวชว้ี ดั ที่ ป 4/1
สะกดคาและบอกความหมายของคาในบริบท
ตา่ ง ๆ
ตัวชี้วดั ท่ี ป 4/8 มีมารยาทในการเขียน
หนว่ ย ชอื่ หน่วยการ มาตรฐาน สาระสาคัญ เวลา นา้ หนกั
ท่ี เรียนรู้ การเรียนรตู้ วั ช้ีวัด (ชั่วโมง) คะแนน
การอ่าน มาตรฐานที่ ท 1.1 การอ่านในใจเพอ่ื จบั ใจความ 1
โฆษณา ใชก้ ระบวนการอ่านสรา้ งความรู้และความคิด ถือเป็นทักษะสาคญั ท่ีคนใช้อา่ น
-การอ่านจบั เพ่อื นาไปใชต้ ัดสนิ ใจ แกป้ ัญหาในการดาเนนิ เพือ่ การส่อื สารมากท่ีสุด เพราะ
ใจความ ชีวติ และมีนิสัยรกั การอ่าน การอา่ นในใจเพือ่ จบั ใจเป็น
สาคัญ ตัวชี้วัดท่ี ป 4/1 อา่ นออกเสยี งบทรอ้ ยแก้ว พน้ื ฐานท่จี าเป็นในการศกึ ษาหา
และบทรอ้ ยกรองได้ถกู ต้อง ความรู้ จึงควรฝกึ ฝนให้เกิด
ตัวช้วี ัดท่ี ป 4/2 อธบิ ายความหมายของคา ความชานาญจนสามารถจับ
ประโยค และสานวนจากเรื่องท่อี ่าน ใจความสาคัญในงานเขียนทกุ
ตวั ชวี้ ัดที่ ป 4/3 อา่ นเร่ืองสน้ั ๆตามเวลาที่ ประเภท
กาหนดและตอบคาถามจากเรอ่ื งทอี่ ่าน
ตัวชี้วัดที่ ป 4/4 แยกข้อเทจ็ จริงและ
ขอ้ คดิ เหน็ จากเร่ืองทอ่ี า่ น
ตวั ชีว้ ัดที่ ป 4/5 คาดคะเนเหตุการณ์จากเร่อื ง
ท่อี ่านโดยระบเุ หตผุ ลประกอบ
ตัวชวี้ ัดท่ี ป 4/6
สรปุ ความรู้และข้อคดิ จากเรือ่ งที่อา่ นเพอื่
นาไปใช้ในการดาเนนิ ชวี ติ
ตัวชว้ี ัดที่ ป 4/8
มมี ารยาทในการอา่ น
การเขยี นยอ่ มาตรฐานที่ ท 2.1 ใช้กระบวนการเขยี นเขยี น การยอ่ ความมีรปู แบบท่ีแสดง 2
บทความ สอ่ื สาร เขียนเรียงความ ย่อความ และเขยี น ข้อมูลเกีย่ วกบั เรือ่ งทย่ี อ่
เร่ืองราวในรปู แบบตา่ งๆ เขยี นรายงานข้อมูล แหลง่ ข้อมลู ที่ย่อและเน้ือเร่อื งย่อ
สารสนเทศและรายงานการศึกษาคน้ คว้าอย่างมี
ประสทิ ธิภาพ
ตัวชีว้ ดั ที่ ป 4/6 สรุปความรแู้ ละข้อคิดจาก
เรื่องทอี่ า่ นเพอื่ นาไปใช้ในชวี ิตประจาวนั
หนว่ ย ชอ่ื หน่วยการ มาตรฐาน สาระสาคญั เวลา น้าหนกั
ท่ี เรียนรู้ การเรียนรตู้ วั ชี้วัด (ชัว่ โมง) คะแนน
คาคลอ้ งจอง มาตรฐานท่ี ท 4.1 คาคล้องจอง ตอ้ งมคี าสมั ผสั บังคับ 2 4
เข้าใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลักภาษาไทย ใหค้ รบถ้วน และเลือกใช้คาให้
การเปล่ยี นแปลงของภาษาและพลงั ของภาษา เหมาะสมกับใจความเปน็ เรอื่ งราว
ภูมิปญั ญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไว้ เดียวกัน
เปน็ สมบตั ิของชาติ
ตวั ชีว้ ดั ท่ี ป 4/1
สะกดคาและบอกความหมายของคาในบริบท
ตา่ ง ๆ
ตัวชี้วัดท่ี ป 4/8 มมี ารยาทในการเขียน
ทบทวนบทเรยี น (ส.9-10)
10
วัดและประเมนิ ผลการเรียนรู้กลางภาค 10
รวมคะแนนกลางภาค 45
หน่วย ช่อื หน่วยการ มาตรฐาน สาระสาคัญ เวลา นา้ หนกั
ท่ี เรยี นรู้ การเรยี นรตู้ ัวชี้วดั (ชว่ั โมง) คะแนน
13 อย่างน้ดี ีควร มาตรฐานท่ี ท 1.1 การอ่านในใจเพอื่ จบั ใจความ (ส.11-12)
ทา ใชก้ ระบวนการอา่ นสรา้ งความรูแ้ ละความคิด ถือเปน็ ทกั ษะสาคัญที่คนใช้อา่ น 10
-การอา่ นจับ เพือ่ นาไปใชต้ ัดสนิ ใจ แกป้ ญั หาในการดาเนิน เพ่อื การส่ือสารมากท่ีสดุ เพราะ 1
ใจความ ชีวิต และมนี ิสยั รกั การอา่ น การอา่ นในใจเพอ่ื จับใจเปน็
สาคญั ตัวชว้ี ัดท่ี ป 4/1 พน้ื ฐานทจี่ าเปน็ ในการศึกษาหา
อา่ นออกเสยี งบทร้อยแก้วและบทร้อยกรองได้ ความรู้ จงึ ควรฝึกฝนให้เกิดความ
ถกู ต้อง ชานาญจนสามารถจับใจความ
ตวั ชีว้ ดั ท่ี ป 4/2 สาคญั ในงานเขียนทกุ ประเภท
อธบิ ายความหมายของคา ประโยค และ
สานวนจากเร่อื งทีอ่ า่ น
ตวั ชว้ี ดั ท่ี ป 4/3
อา่ นเร่อื งส้นั ๆตามเวลาที่กาหนดและตอบ
คาถามจากเรอื่ งท่ีอ่าน
ตวั ชว้ี ดั ที่ ป 4/4
แยกข้อเทจ็ จรงิ และข้อคดิ เหน็ จากเรื่องท่อี า่ น
ตัวช้วี ัดที่ ป 4/5
คาดคะเนเหตุการณจ์ ากเรอ่ื งท่อี า่ นโดยระบุ
เหตุผลประกอบ
ตัวชี้วัดที่ ป 4/6
สรปุ ความรูแ้ ละขอ้ คิดจากเร่อื งทีอ่ ่านเพ่อื
นาไปใชใ้ นการดาเนินชวี ติ
ตัวชี้วัดที่ ป 4/8
มีมารยาทในการอา่ น
หนว่ ย ช่ือหน่วยการ มาตรฐาน สาระสาคญั เวลา นา้ หนัก
ท่ี เรยี นรู้ การเรียนรตู้ วั ช้ีวัด (ชั่วโมง) คะแนน
การเขยี น มาตรฐานท่ี ท 2.1 ใชก้ ระบวนการเขยี น พูดแสดงความรู้ เลา่ เรอ่ื งย่อหรือ 2 2
โฆษณา เขยี นสอ่ื สาร เขียนเรียงความ ย่อความ และ สรปุ จากเร่ืองทีฟ่ งั และดู ตั้ง
เขียนเรื่องราวในรปู แบบตา่ งๆ เขียน คาถาม ตอบคาถามจากเร่อื งที่ฟงั
รายงานขอ้ มลู สารสนเทศและรายงาน และดู รวมทง้ั ประเมนิ ความ
การศึกษาค้นควา้ อยา่ งมีประสิทธิภาพ น่าเช่ือถอื จากการฟงั และโฆษณา
ตวั ชีว้ ดั ท่ี ป 4/6 สรุปความรู้และข้อคิดจาก การเขยี นโฆษณา เป็นการ
เรื่องท่ีอา่ นเพอื่ นาไปใชใ้ นชีวติ ประจาวัน ประชาสัมพันธ์เพอ่ื เผยแพร่สินคา้
และบรกิ าร เป็นขอ้ ความเชิญชวน
ชกั จูง โนม้ นา้ วในให้ผอู้ ่านหรอื
ผู้ฟังคล้อยตามหรอื ให้เชอื่ และ
ปฏิบตั ิตาม
คาพ้องเสียง มาตรฐานที่ ท 4.1 คาพอ้ งเสียงจะออกเสียง 2
เขา้ ใจธรรมชาติของภาษาและหลกั ภาษาไทย เหมือนกนั แตเ่ ขียนตา่ งกนั และมี
การเปล่ียนแปลงของภาษาและพลงั ของภาษา ความหมายไม่เหมอื นกนั การ
ภมู ิปญั ญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไว้ สะกดคาและบอกความหมายของ
เป็นสมบัติของชาติ คาจากการรจู้ ักคาพ้องเสยี งใน
ตัวชว้ี ัดท่ี ป 4/1 บรบิ ทต่างๆ ไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ งและ
สะกดคาและบอกความหมายของคาในบริบท การใชพ้ จนานกุ รมเรียนรวู้ ธิ ี
ต่าง ๆ เรียงลาดบั คา หาความหมายเพอ่ื
ตวั ชว้ี ัดท่ี ป 4/8 มมี ารยาทในการเขียน นาคาไปสอ่ื ความหมายไดช้ ัดเจน
ขึน้ และเขา้ ใจความหมายของคา
ไดด้ ยี งิ่ ข้ึน
-การอา่ นจบั มาตรฐานที่ ท 1.1 การอา่ นในใจเพอ่ื จบั ใจความ 1
ใจความ ใช้กระบวนการอ่านสรา้ งความรู้และความคิด ถือเป็นทักษะสาคญั ท่ีคนใช้อ่าน
สาคัญ เพื่อนาไปใช้ตดั สินใจ แกป้ ัญหาในการดาเนนิ เพอื่ การส่อื สารมากที่สุด เพราะ
ชวี ิต และมนี สิ ยั รกั การอ่าน การอา่ นในใจเพอ่ื จับใจเป็น
ตัวชว้ี ัดท่ี ป 4/1 อา่ นออกเสยี งบทร้อยแก้ว พืน้ ฐานท่จี าเปน็ ในการศึกษาหา
และบทร้อยกรองได้ถกู ต้อง ความรู้ จึงควรฝกึ ฝนใหเ้ กดิ ความ
หนว่ ย ช่ือหน่วยการ มาตรฐาน สาระสาคัญ เวลา นา้ หนัก
ท่ี เรียนรู้ การเรียนรู้ตัวช้ีวัด (ชัว่ โมง) คะแนน
ตวั ชวี้ ดั ท่ี ป 4/2 อธิบายความหมายของคา ชานาญจนสามารถจับใจความ 2
ประโยค และสานวนจากเรอ่ื งที่อา่ น สาคญั ในงานเขียนทุกประเภท
ตัวชว้ี ดั ท่ี ป 4/3 อา่ นเร่ืองส้นั ๆตามเวลาท่ี
กาหนดและตอบคาถามจากเรอื่ งทอี่ า่ น
ตัวชว้ี ดั ที่ ป 4/4 แยกข้อเท็จจริงและ
ข้อคดิ เหน็ จากเร่ืองที่อ่าน
ตวั ชว้ี ดั ท่ี ป 4/5 คาดคะเนเหตกุ ารณจ์ าก
เรอ่ื งทอ่ี า่ นโดยระบุเหตุผลประกอบ
ตวั ช้ีวัดท่ี ป 4/6 สรปุ ความรแู้ ละขอ้ คิดจาก
เรื่องท่ีอา่ นเพอื่ นาไปใชใ้ นการดาเนนิ ชีวิต
ตัวชี้วัดท่ี ป 4/8 มีมารยาทในการอา่ น
การเขียน มาตรฐานที่ ท 2.1 ใชก้ ระบวนการเขียน การเขียนแสดงความคิดเหน็ จาก 2
แสดงความ เขยี นสื่อสาร เขยี นเรยี งความ ยอ่ ความ และ เรือ่ งทีฟ่ งั และการดจู ากการจัด
คิดเห็นจาก เขยี นเรื่องราวในรูปแบบต่างๆ เขียน กจิ กรรมวนั เดก็ ชว่ ยพฒั นาทกั ษะ
การฟงั และ รายงานข้อมูลสารสนเทศและรายงาน การคิด การเขยี น รจู้ กั การ
การดู การศกึ ษาคน้ คว้าอยา่ งมีประสทิ ธิภาพ เชื่อมโยงประโยคจากภาพทีเ่ หน็
ตัวชี้วดั ที่ ป 4/6 สรปุ ความรูแ้ ละขอ้ คิดจาก ให้เปน็ เร่ืองราวใหส้ ัมพนั ธ์กัน
เรื่องที่อ่านเพอื่ นาไปใชใ้ นชวี ติ ประจาวนั เพ่อื เพิ่มความรกั สามัคคี ในการ
ทากิจกรรมร่วมกนั
คาพ้องรปู มาตรฐานท่ี ท 4.1 คาพ้องรปู จะเขียนเหมือนกัน แต่ 2
เขา้ ใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลักภาษาไทย ออกเสียงต่างกนั และมี
การเปลีย่ นแปลงของภาษาและพลังของภาษา ความหมายไม่เหมือนกนั
ภมู ปิ ญั ญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไว้
เปน็ สมบัตขิ องชาติ
ตวั ชว้ี ดั ที่ ป 4/1
สะกดคาและบอกความหมายของคาในบริบท
ต่าง ๆ
ตวั ชว้ี ดั ที่ ป 4/8 มมี ารยาทในการเขยี น
หน่วย ชือ่ หนว่ ยการ มาตรฐาน สาระสาคญั เวลา นา้ หนัก
ท่ี เรียนรู้ การเรยี นรู้ตวั ชี้วดั (ชวั่ โมง) คะแนน
14 กระดาษน้ีมี มาตรฐานที่ ท 1.1 การอ่านในใจเพอ่ื จบั ใจความ 1
ทมี่ า ใชก้ ระบวนการอา่ นสรา้ งความรูแ้ ละความคิด ถือเป็นทักษะสาคัญท่ีคนใชอ้ า่ น
-การอา่ นจบั เพือ่ นาไปใช้ตัดสนิ ใจ แกป้ ัญหาในการดาเนิน เพื่อการสือ่ สารมากท่ีสดุ เพราะ
ใจความ ชวี ิต และมนี ิสยั รักการอ่าน การอา่ นในใจเพ่อื จบั ใจเป็น
สาคัญ ตัวชี้วัดท่ี ป 4/1 พ้ืนฐานท่ีจาเป็นในการศกึ ษาหา
อา่ นออกเสียงบทรอ้ ยแก้วและบทรอ้ ยกรองได้ ความรู้ จึงควรฝกึ ฝนใหเ้ กิดความ
ถกู ตอ้ ง ชานาญจนสามารถจับใจความ
ตัวชว้ี ัดที่ ป 4/2 สาคัญในงานเขยี นทกุ ประเภท
อธิบายความหมายของคา ประโยค และ
สานวนจากเรอ่ื งทอ่ี ่าน
ตวั ช้ีวดั ที่ ป 4/3
อ่านเร่อื งส้ันๆตามเวลาทกี่ าหนดและตอบ
คาถามจากเรื่องทอี่ า่ น
ตัวช้วี ดั ที่ ป 4/4
แยกขอ้ เทจ็ จริงและขอ้ คิดเห็นจากเร่อื งทีอ่ ่าน
ตวั ช้ีวดั ที่ ป 4/5
คาดคะเนเหตุการณจ์ ากเรอ่ื งท่อี า่ นโดยระบุ
เหตผุ ลประกอบ
ตวั ช้ีวัดท่ี ป 4/6
สรุปความรูแ้ ละข้อคิดจากเรื่องที่อ่านเพ่อื
นาไปใช้ในการดาเนินชวี ติ
ตัวชีว้ ดั ท่ี ป 4/8
มีมารยาทในการอา่ น
การเขยี น มาตรฐานที่ ท 2.1 ใชก้ ระบวนการเขียน การเขยี นรายงานเปน็ การเขยี น 2
รายงาน เขียนสอ่ื สาร เขียนเรยี งความ ย่อความ และ เสนอผลการศึกษาคน้ ควา้ เรอ่ื งใด
เขยี นเรอื่ งราวในรปู แบบต่างๆ เขยี น เร่ืองหน่งึ อย่างมรี ะเบียบแบบ
รายงานข้อมูลสารสนเทศและรายงาน แผนและมหี ลักฐานอ้างองิ จาก
การศกึ ษาคน้ ควา้ อยา่ งมีประสทิ ธิภาพ แหล่งตา่ ง ๆ เรียบเรียงและจัดทา
หนว่ ย ช่อื หน่วยการ มาตรฐาน สาระสาคัญ เวลา น้าหนัก
ท่ี เรยี นรู้ การเรยี นรู้ตัวชี้วดั (ช่ัวโมง) คะแนน
ตวั ชวี้ ัดท่ี ป 4/6 สรปุ ความรู้และขอ้ คิดจาก รายงานเพ่อื เผยแพร่ความร้ใู หผ้ ทู้ ่ี 3
เรือ่ งท่อี ่านเพ่อื นาไปใช้ในชีวิตประจาวัน สนใจ เช่นครู เพ่อื นๆ ในชั้นเรยี น
ต่อทปี่ ระชมุ ซึง่ อาจเขยี นคน
เดียวหรือเป็นกลุ่มก็ได้
คาสภุ าพ มาตรฐานท่ี ท 4.1 คาสุภาพ คือคาทมี่ ีความไพเราะ 2
เขา้ ใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลักภาษาไทย เมอื่ นาไปใชแ้ ลว้ ทาให้ผูฟ้ ังเกดิ
การเปล่ยี นแปลงของภาษาและพลังของภาษา ความนยิ มในตวั ผวู้ ่าใช้คาได้
ภมู ปิ ญั ญาทางภาษา และรกั ษาภาษาไทยไว้ เหมาะสม น่าฟัง เป็นการใช้คาให้
เป็นสมบตั ิของชาติ ถูกตอ้ งเหมาะสม ตามกาลเทศะ
ตวั ชีว้ ดั ท่ี ป 4/1 และบุคคล คาสุภาพเปน็ ส่วนหน่ึง
สะกดคาและบอกความหมายของคาในบรบิ ท ของคาราชาศพั ท์ กฎเกณฑ์การ
ต่าง ๆ ใช้คาสภุ าพ ไม่มีกาหนดตายตัว
ตัวชว้ี ดั ท่ี ป 4/8 มมี ารยาทในการเขยี น บางคาใชใ้ นภาษาพูด บางคาใช้
ในภาษาเขียน
-การอ่านจับ มาตรฐานท่ี ท 1.1 การอ่านในใจเพอื่ จับใจความ 1
ใจความ ใชก้ ระบวนการอา่ นสรา้ งความร้แู ละความคดิ ถือเปน็ ทกั ษะสาคัญท่ีคนใชอ้ ่าน
สาคัญ เพือ่ นาไปใช้ตดั สินใจ แก้ปัญหาในการดาเนิน เพ่ือการสอื่ สารมากที่สดุ เพราะ
ชวี ิต และมีนสิ ัยรักการอา่ น การอ่านในใจเพ่ือจับใจเป็น
ตวั ชีว้ ัดท่ี ป 4/1 พืน้ ฐานทจี่ าเป็นในการศกึ ษาหา
อ่านออกเสียงบทร้อยแกว้ และบทรอ้ ยกรองได้ ความรู้ จงึ ควรฝกึ ฝนใหเ้ กิดความ
ถูกตอ้ ง ชานาญจนสามารถจับใจความ
ตัวชี้วัดที่ ป 4/2 สาคัญในงานเขียนทุกประเภท
อธิบายความหมายของคา ประโยค และ
สานวนจากเรือ่ งทีอ่ า่ น
ตัวชีว้ ัดที่ ป 4/3
อ่านเรอ่ื งสัน้ ๆตามเวลาทก่ี าหนดและตอบ
คาถามจากเรอื่ งทีอ่ า่ น
หนว่ ย ชือ่ หนว่ ยการ มาตรฐาน สาระสาคญั เวลา นา้ หนกั
ท่ี เรียนรู้ การเรียนรู้ตวั ชี้วัด (ช่วั โมง) คะแนน
ตวั ชี้วัดท่ี ป 4/4 3
แยกขอ้ เทจ็ จริงและขอ้ คิดเหน็ จากเรื่องที่อ่าน
ตัวชวี้ ดั ที่ ป 4/5
คาดคะเนเหตุการณ์จากเรื่องทอ่ี ่านโดยระบุ
เหตผุ ลประกอบ
ตวั ชว้ี ัดท่ี ป 4/6
สรปุ ความรูแ้ ละข้อคดิ จากเรอื่ งท่อี ่านเพื่อ
นาไปใช้ในการดาเนินชวี ติ
ตวั ชว้ี ดั ที่ ป 4/8
มมี ารยาทในการอา่ น
การเขยี น มาตรฐานท่ี ท 2.1 ใช้กระบวนการเขยี น การเขียนเรื่องตามจินตนาการ 1
ตาม เขียนสอื่ สาร เขียนเรียงความ ย่อความ และ ชว่ ยฝกึ การสงั เกต พฒั นาการคดิ
จินตนาการ เขียนเรือ่ งราวในรปู แบบตา่ งๆ เขียน อารมณ์ ความรสู้ กึ และสามารถ
รายงานขอ้ มลู สารสนเทศและรายงาน ถา่ ยทอดออกมาดว้ ยการเขยี น
การศึกษาคน้ คว้าอยา่ งมีประสทิ ธิภาพ
ตวั ชว้ี ดั ที่ ป 4/6 สรปุ ความร้แู ละข้อคิดจาก
เร่ืองท่อี ่านเพือ่ นาไปใชใ้ นชีวิตประจาวนั
คาทใ่ี ชก้ ับ มาตรฐานที่ ท 4.1 ในภาษาไทยมกี ารกาหนดถ้อยคา 3
พระภกิ ษุ เขา้ ใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลักภาษาไทย ไวจ้ านวนหนงึ่ สาหรบั ใช้กับภกิ ษุ
สามเณร การเปลยี่ นแปลงของภาษาและพลงั ของภาษา สามเณรโดยเฉพาะเป็นการ
ภมู ปิ ญั ญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไว้ เลอื กใช้คาท่ีถกู ต้องเหมาะสม
เป็นสมบตั ขิ องชาติ ตามกาลเทศะ และบคุ คล
ตัวชว้ี ดั ที่ ป 4/1
สะกดคาและบอกความหมายของคาในบริบท
ต่าง ๆ
ตวั ชี้วัดที่ ป 4/8 มีมารยาทในการเขยี น
หน่วย ช่อื หน่วยการ มาตรฐาน สาระสาคญั เวลา นา้ หนกั
คะแนน
ท่ี เรียนรู้ การเรยี นรูต้ ัวช้ีวัด (ชัว่ โมง)
5
15 รกั ทค่ี มุ้ ภัย มาตรฐานที่ ท 1.1 การอ่านในใจเพอ่ื จับใจความ 1
-การอา่ นจับ ใชก้ ระบวนการอ่านสรา้ งความรู้และความคิด ถอื เปน็ ทักษะสาคัญที่คนใช้อา่ น
ใจความ เพ่อื นาไปใชต้ ัดสินใจ แก้ปัญหาในการดาเนิน เพ่อื การสื่อสารมากที่สุด เพราะ
สาคัญ ชวี ติ และมนี สิ ัยรกั การอา่ น การอ่านในใจเพือ่ จับใจเป็น
ตัวชี้วัดที่ ป 4/1 อ่านออกเสียงบทร้อยแก้ว พื้นฐานที่จาเปน็ ในการศกึ ษาหา
และบทรอ้ ยกรองไดถ้ ูกตอ้ ง ความรู้ จงึ ควรฝึกฝนใหเ้ กิดความ
ตวั ช้ีวัดท่ี ป 4/2 อธบิ ายความหมายของคา ชานาญจนสามารถจับใจความ
ประโยค และสานวนจากเรอื่ งทีอ่ า่ น สาคัญในงานเขียนทุกประเภท
ตัวชี้วัดที่ ป 4/3 อา่ นเร่อื งส้ันๆตามเวลาที่
กาหนดและตอบคาถามจากเรื่องทีอ่ า่ น
การเขยี นยอ่ มาตรฐานที่ ท 2.1 ใช้กระบวนการเขยี น การเขียนยอ่ ความเป็นการสรปุ 1
ความจาก เขยี นสื่อสาร เขียนเรียงความ ยอ่ ความ และ สาระสาคญั ของเนือ้ เร่อื งนาเสนอ
การฟัง เขียนเร่อื งราวในรูปแบบต่างๆ เขยี น ตอ่ ผอู้ ืน่ การเขียนแสดงความ
บทความวัน รายงานขอ้ มลู สารสนเทศและรายงาน คดิ เห็น การเกบ็ ใจความสาคัญ
ตรุษจนี การศึกษาคน้ ควา้ อย่างมปี ระสิทธภิ าพ ของเรื่องใดเร่ืองหน่งึ จาก
ตวั ช้วี ัดท่ี ป 4/6 สรปุ ความร้แู ละข้อคิดจาก บทความแล้วนามาเขียนเรียบ
เรอื่ งท่ีอ่านเพ่ือนาไปใชใ้ นชีวิตประจาวัน เรยี งใหม่
คาราชาศัพท์ มาตรฐานท่ี ท 4.1 ราชาศพั ท์เปน็ ระเบียบของภาษา 3
เขา้ ใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลักภาษาไทย ท่ีต้องใชใ้ ห้ถูกต้องเหมาะสมกับ
การเปลยี่ นแปลงของภาษาและพลังของภาษา ระดบั ของบคุ คล ประเทศไทยมี
ภมู ิปัญญาทางภาษา และรกั ษาภาษาไทยไว้ การปกครองระบอบประชาธิป
เป็นสมบตั ิของชาติ -ไตยอันมพี ระมหากษตั ริยเ์ ป็น
ตัวช้วี ดั ท่ี ป 4/1 สะกดคาและบอก ประมุข จึงมีการใชถ้ ้อยคาอย่าง
ความหมายของคาในบรบิ ทต่าง ๆ ประณตี เป็นพิเศษสาหรบั พระ
ตวั ชีว้ ดั ที่ ป 4/8 มีมารยาทในการเขียน ประมขุ และพระราชวงศ์
นอกจากพระราชาแล้วยังมีช้นั
ของบุคคลทตี่ อ้ งมถี อ้ ยคา
หนว่ ย ชื่อหนว่ ยการ มาตรฐาน สาระสาคัญ เวลา น้าหนัก
ท่ี เรียนรู้ การเรียนรู้ตวั ช้ีวัด (ชวั่ โมง) คะแนน
-การอา่ นจบั มาตรฐานที่ ท 1.1 การอ่านในใจเพอื่ จับใจความ 1
ใจความ ใช้กระบวนการอ่านสรา้ งความรู้และความคดิ ถอื เปน็ ทกั ษะสาคญั ท่ีคนใช้อา่ น
สาคญั เพื่อนาไปใชต้ ดั สนิ ใจ แก้ปัญหาในการดาเนิน เพื่อการส่อื สารมากที่สุด เพราะ
ชีวติ และมีนิสัยรกั การอา่ น การอ่านในใจเพ่ือจบั ใจเป็น
ตวั ชวี้ ดั ที่ ป 4/1 อ่านออกเสียงบทร้อยแก้ว พื้นฐานท่ีจาเปน็ ในการศกึ ษาหา
และบทรอ้ ยกรองได้ถูกต้อง ความรู้ จึงควรฝึกฝนให้เกิดความ
ตวั ชวี้ ดั ท่ี ป 4/2 อธบิ ายความหมายของคา ชานาญจนสามารถจับใจความ
ประโยค และสานวนจากเรอื่ งทอ่ี า่ น สาคญั ในงานเขยี นทุกประเภท
ตัวชี้วัดท่ี ป 4/3
อา่ นเรอื่ งส้นั ๆตามเวลาท่กี าหนดและตอบ
คาถามจากเรือ่ งทอ่ี ่าน
ตัวชว้ี ดั ที่ ป 4/4
แยกขอ้ เท็จจรงิ และข้อคดิ เหน็ จากเร่ืองท่อี า่ น
ตัวชว้ี ัดท่ี ป 4/5
คาดคะเนเหตกุ ารณ์จากเรือ่ งทีอ่ ่านโดยระบุ
เหตผุ ลประกอบ
ตวั ชว้ี ัดที่ ป 4/6
สรุปความรูแ้ ละข้อคิดจากเรื่องทอี่ ่านเพ่อื
นาไปใชใ้ นการดาเนินชีวิต
ตวั ชี้วดั ที่ ป 4/8
มีมารยาทในการอา่ น
การเขียนยอ่ มาตรฐานที่ ท 2.1 ใชก้ ระบวนการเขียน การเขยี นยอ่ ความเป็นการสรปุ 1
ขา่ วจากการ เขียนสอื่ สาร เขียนเรยี งความ ย่อความ และ สาระสาคญั ของเนื้อเรื่องนาเสนอ
ฟงั และการดู เขียนเรื่องราวในรูปแบบต่างๆ เขียน ต่อผ้อู ื่น การเขยี นแสดงความ
รายงานข้อมลู สารสนเทศและรายงาน คดิ เห็น การเก็บใจความสาคญั
การศึกษาคน้ คว้าอยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ ของเรื่องใดเรอื่ งหนง่ึ จาก
ตัวชว้ี ัดท่ี ป 4/6 สรุปความรแู้ ละขอ้ คิดจาก บทความแล้วนามาเขยี นเรียบ
เรอ่ื งท่อี า่ นเพอ่ื นาไปใชใ้ นชีวิตประจาวนั เรยี งใหม่
หนว่ ย ชอื่ หน่วยการ มาตรฐาน สาระสาคญั เวลา นา้ หนัก
คะแนน
ท่ี เรียนรู้ การเรียนรูต้ วั ช้ีวัด (ชว่ั โมง)
5
คาพงั เพย มาตรฐานท่ี ท 4.1 คาพังเพย เปน็ ถ้อยคาท่ีใช้ 3
เข้าใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลกั ภาษาไทย เปรยี บเทียบเพอ่ื ให้เข้าใจเรอื่ งท่ี
การเปลยี่ นแปลงของภาษาและพลงั ของภาษา พดู ถึง แฝงด้วยขอ้ คิดเตือนใจใน
ภมู ิปญั ญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไว้ การดาเนินชีวติ สภุ าษิตเปน็
เปน็ สมบตั ิของชาติ ถอ้ ยคาท่ีมีคติ ขอ้ คดิ ดี ใช้
ตัวชว้ี ัดที่ ป 4/1 เปรยี บเทยี บเพือ่ สอนใหท้ าสิง่ ทีด่ ี
สะกดคาและบอกความหมายของคาในบริบท หรอื เว้นไม่ให้ทาส่ิงท่ไี ม่ดี คา
ตา่ ง ๆ พงั เพยและสุภาษิตชว่ ยใหก้ ารใช้
ตัวชี้วดั ท่ี ป 4/8 มมี ารยาทในการเขียน ภาษากระชับ กนิ ใจ และไพเราะ
แสดงถงึ ความเป็นผู้มีศลิ ปะใน
การสอื่ สาร
16 ธรรมชาตินม้ี ี มาตรฐานที่ ท 1.1 การอ่านในใจเพอื่ จับใจความ 1
คุณ ใชก้ ระบวนการอา่ นสรา้ งความรแู้ ละความคิด ถือเป็นทักษะสาคัญท่ีคนใชอ้ ่าน
-การอา่ นจับ เพือ่ นาไปใชต้ ัดสนิ ใจ แก้ปัญหาในการดาเนิน เพื่อการส่ือสารมากท่ีสุด เพราะ
ใจความ ชวี ติ และมีนสิ ัยรักการอ่าน การอ่านในใจเพ่ือจับใจเป็น
สาคญั ตัวชว้ี ดั ท่ี ป 4/1 อา่ นออกเสียงบทรอ้ ยแกว้ พ้นื ฐานทจี่ าเป็นในการศึกษาหา
และบทร้อยกรองได้ถกู ต้อง ความรู้ จงึ ควรฝึกฝนใหเ้ กดิ ความ
ตวั ชว้ี ัดท่ี ป 4/2 อธบิ ายความหมายของคา ชานาญจนสามารถจับใจความ
ประโยค และสานวนจากเร่อื งที่อ่าน สาคัญในงานเขียนทุกประเภท
ตัวชีว้ ดั ท่ี ป 4/3 อ่านเรื่องสนั้ ๆตามเวลาท่ี
กาหนดและตอบคาถามจากเรอื่ งทอ่ี า่ น
ตวั ชี้วดั ที่ ป 4/4 แยกข้อเท็จจริงและ
ขอ้ คิดเห็นจากเรือ่ งทอี่ า่ น
ตัวชี้วดั ท่ี ป 4/5 คาดคะเนเหตุการณจ์ าก
เรอื่ งท่อี ่านโดยระบเุ หตุผลประกอบ
ตวั ชี้วัดที่ ป 4/6 สรุปความรแู้ ละขอ้ คิดจาก
เร่อื งทอ่ี ่านเพอื่ นาไปใชใ้ นการดาเนนิ ชวี ิต
ตัวชวี้ ดั ที่ ป 4/8 มมี ารยาทในการอ่าน
หนว่ ย ชือ่ หนว่ ยการ มาตรฐาน สาระสาคญั เวลา นา้ หนัก
คะแนน
ท่ี เรยี นรู้ การเรยี นรตู้ วั ชี้วดั (ชั่วโมง)
การเขยี น มาตรฐานท่ี ท 2.1 ใช้กระบวนการเขยี น เปน็ การเขยี นเสนอผล 1
รายงานจาก เขยี นสือ่ สาร เขียนเรียงความ ยอ่ ความ และ การศกึ ษาคน้ ควา้ เรอื่ งใดเร่ืองหนึ่ง
การศกึ ษา เขยี นเรอ่ื งราวในรูปแบบตา่ งๆ เขยี น อยา่ งมรี ะเบยี บแบบแผนและมี
คน้ คว้า รายงานข้อมูลสารสนเทศและรายงาน หลักฐานอ้างอิง เพื่อนาเสนอต่อ
การศึกษาคน้ คว้าอยา่ งมีประสทิ ธภิ าพ ครู ตอ่ เพอื่ นๆ ในชนั้ เรียน ตอ่ ที่
ตัวชวี้ ดั ที่ ป 4/6 สรปุ ความรู้และขอ้ คิดจาก ประชมุ หรอื เพอื่ เผยแพร่ ซึง่ อาจ
เร่ืองท่ีอา่ นเพ่ือนาไปใช้ในชวี ติ ประจาวัน เขยี นคนเดียวหรือเปน็ กลุ่มกไ็ ด้
สานวนภาษา มาตรฐานที่ ท 4.1 สานวน ใช้เปน็ ข้อคดิ แก่ 3 5
2
เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลกั ภาษาไทย ผูฟ้ ังและผู้อา่ นในดา้ นตา่ งๆ การ
การเปลี่ยนแปลงของภาษาและพลังของภาษา แสดงความคิดเหน็ เชิงวจิ ารณ์
ภมู ิปญั ญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไว้ จาแนกข้อเทจ็ จริง และข้อคิดเห็น
เปน็ สมบัตขิ องชาติ จากเรื่องท่อี ่าน
ตัวชว้ี ดั ท่ี ป 4/1
สะกดคาและบอกความหมายของคาในบริบท
ต่าง ๆ
ตวั ชวี้ ัดท่ี ป 4/8 มีมารยาทในการเขยี น
การอา่ นจับ มาตรฐานท่ี ท 1.1 การอ่านจับใจความสาคัญ ถอื
ใจความ ใชก้ ระบวนการอา่ นสร้างความร้แู ละความคดิ เปน็ ทักษะสาคญั ทีใ่ ชใ้ นการอา่ น
เพลงพ้นื บา้ น เพอ่ื นาไปใช้ตัดสินใจ แกป้ ัญหาในการดาเนนิ เพ่อื การส่ือสารมากที่สุด เพราะ
ภูเกต็ ชีวิต และมนี สิ ัยรกั การอา่ น เป็นพ้นื ฐานสาคัญในการศึกษาหา
ตวั ชี้วัดที่ ป 4/1 อา่ นออกเสียงบทร้อยแก้ว ความรู้ จึงควรฝึกฝนให้เกิดความ
และบทร้อยกรองได้ถกู ตอ้ ง ชานาญเพลงพื้นบ้าน คอื เพลง
ตวั ชว้ี ดั ท่ี ป 4/2 อธบิ ายความหมายของคา ของชาวบ้านที่จดจาสืบทอดกนั
ประโยค และสานวนจากเรือ่ งทอ่ี ่าน มาแบบปากเปล่า ใชร้ ้องเล่นเพ่ือ
ตวั ชี้วัดที่ ป 4/3 อ่านเรือ่ งส้ันๆตามเวลาที่ ความสนกุ สนานรืน่ เริงโดยใช้คา
กาหนดและตอบคาถามจากเร่ืองทีอ่ า่ น งา่ ยๆ เน้นเสยี งสัมผสั และจงั หวะ
การร้องเปน็ เพลง
หนว่ ย ชือ่ หน่วยการ มาตรฐาน สาระสาคญั เวลา นา้ หนกั
ท่ี เรียนรู้ การเรยี นรตู้ วั ชี้วดั (ชว่ั โมง) คะแนน
ตวั ชี้วดั ท่ี ป 4/4 แยกขอ้ เทจ็ จริงและ
ข้อคิดเหน็ จากเร่อื งทีอ่ า่ น
ตัวชี้วัดที่ ป 4/5 คาดคะเนเหตุการณจ์ าก
เรื่องทอ่ี า่ นโดยระบเุ หตุผลประกอบ
ตัวช้ีวัดท่ี ป 4/6 สรปุ ความรู้และข้อคดิ จาก
เรื่องทอี่ า่ นเพอ่ื นาไปใชใ้ นการดาเนนิ ชีวิต
ตัวชวี้ ัดที่ ป 4/8 มีมารยาทในการอ่าน
การเขียน มาตรฐานที่ ท 2.1 ใชก้ ระบวนการเขียน การเขียนเร่อื งตาม 1
ตาม เขยี นส่ือสาร เขยี นเรียงความ ย่อความ และ จนิ ตนาการช่วยฝกึ การสังเกต
จนิ ตนาการ เขียนเร่อื งราวในรูปแบบต่างๆ เขยี น พฒั นาการคดิ อารมณ์ ความร้สู ึก
จากภาพ รายงานข้อมูลสารสนเทศและรายงาน และสามารถถ่ายทอดออกมาดว้ ย
การศกึ ษาคน้ คว้าอย่างมีประสิทธภิ าพ การเขียน
ตวั ชว้ี ัดที่ ป 4/6 สรปุ ความรแู้ ละข้อคิดจาก
เร่อื งทอ่ี า่ นเพอื่ นาไปใช้ในชีวติ ประจาวัน
เครื่องหมาย มาตรฐานที่ ท 4.1 การเขา้ ใจเก่ียวกบั 25
วรรคตอน เขา้ ใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลักภาษาไทย เครื่องหมายวรรคตอนจะทาให้
การเปลี่ยนแปลงของภาษาและพลงั ของภาษา สามารถอ่านขอ้ ความหรอื
ภมู ปิ ัญญาทางภาษา และรกั ษาภาษาไทยไว้ เรือ่ งราวตา่ งๆ ได้เขา้ ใจและ
เป็นสมบตั ิของชาติ สื่อสารกบั บุคคลอื่นได้
ตวั ชี้วดั ที่ ป 4/1
สะกดคาและบอกความหมายของคาในบรบิ ท
ตา่ ง ๆ
ตวั ชวี้ ดั ที่ ป 4/8 มมี ารยาทในการเขียน
ทบทวนบทเรยี น (ส.19-20)
10
วดั และประเมินผลการเรียนร้ปู ลายภาค 20
รวมคะแนนปลายภาค 55
รวมคะแนนทงั้ ปีการศกึ ษา 100
สปั ดาห์ที่ 1
โรงเรยี นขจรเกียรตพิ ฒั นา
แผนการจดั การเรียนรู้
ภาคเรียนท่ี..…2…../.…………..... ช่อื ผู้สอน ……………………………………………………..
กลุ่มสาระการเรยี นรู้ ภาษาไทย ชนั้ ประถมศึกษาปที ี่……4..... จานวน……5….คาบ
หนว่ ยการเรียนรู้ที่ ..……9…..… เร่ือง................สนกุ สนานกบั การละเล่น...............
1. มาตรฐานการเรียนร/ู้ ตวั ชี้วัด
มาตรฐานท่ี ท 1.1 ใชก้ ระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคดิ เพอื่ นาไปใช้ตัดสนิ ใจ แกป้ ัญหาในการดาเนินชีวิต
และมีนสิ ยั รกั การอา่ น
ตวั ช้ีวดั ที่ ป 4/1 อ่านออกเสียงบทร้อยแก้วและบทรอ้ ยกรองได้ถกู ต้อง
ตวั ชี้วดั ที่ ป 4/2 อธิบายความหมายของคา ประโยค และสานวนจากเรือ่ งทอี่ ่าน
ตัวช้ีวดั ท่ี ป 4/8 มีมารยาทในการอ่าน
มาตรฐานที่ ท 2.1 ใช้กระบวนการเขียนเขยี นส่อื สาร เขียนเรียงความ ยอ่ ความ และเขยี นเรอ่ื งราวในรปู แบบตา่ งๆ
เขยี นรายงานขอ้ มูลสารสนเทศและรายงานการศึกษาคน้ ควา้ อย่างมีประสิทธิภาพ
ตวั ชว้ี ัดท่ี ป 4/3 เขียนแผนภาพโครงเร่ือง และแผนภาพความคดิ เพ่ือใชพ้ ฒั นางานเขียน
ตัวชี้วัดที่ ป 4/5 การเขยี นจดหมายลาปว่ ย
ตัวชวี้ ัดท่ี ป 4/8 มมี ารยาทในการเขยี น
มาตรฐานท่ี ท 4.1 เขา้ ใจธรรมชาติของภาษาและหลกั ภาษาไทย การเปลีย่ นแปลงของภาษาและพลังของภาษา ภูมิ
ปญั ญาทางภาษา และรกั ษาภาษาไทยไวเ้ ป็นสมบัตขิ องชาติ
ตัวชวี้ ัดที่ ป 4/1 สะกดคาและบอกความหมายของคาในบรบิ ทตา่ ง ๆ
2. สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด
การอา่ นจบั ใจความสาคัญ คือ การอา่ นเพอ่ื จับใจความหรอื ขอ้ คดิ ความคดิ สาคญั หลักของข้อความหรือเร่ืองทอ่ี า่ น
การอา่ นจับใจความสาคัญ ถอื เปน็ ทักษะสาคัญท่ใี ชใ้ นการอา่ นเพอ่ื การสอื่ สารมากทีส่ ุดเพราะเป็นพ้ืนฐานสาคัญในการศกึ ษา
หาความรู้ จึงควรฝึกฝนใหเ้ กดิ ความชานาญ
การเขียนจดหมาย คือ เปน็ การสอื่ สารระหวา่ งผู้ส่งสารกบั ผ้รู ับสาร การเขียนจดหมายได้ถูกต้องชัดเจนย่อมชว่ ยให้การ
สื่อสารบรรลวุ ัตถุประสงค์และการเลอื กใชภ้ าษาต้องเหมาะสมกบั ผู้รับสาร
มาตราตัวสะกด คอื เป็นสว่ นประกอบหนึง่ ของคา เสียงตัวสะกดมี 8 มาตรา บางมาตรา มีพยญั ชนะทีเ่ ปน็ ตวั สะกดตัว
เดยี ว บางมาตรามพี ยัญชนะทีเ่ ปน็ ตัวสะกดหลายตวั
3. จุดประสงค์การเรียนรู้
1. อธิบายความหมาย และหลกั การอา่ นจับใจความสาคญั (K)
2. อธิบายการใช้คาในการเขยี นจดหมายลาปว่ ย (K)
3. อธิบายลักษณะของคาในมาตราตวั สะกดตา่ งๆได้ (K)
4. อา่ นเร่อื งได้คลอ่ งแคลว่ รวดเร็วและถกู ตอ้ งตามอกั ขรวธิ ี (P)
5. แยกขอ้ เท็จจรงิ และขอ้ คิดเหน็ จากเรื่องทอี่ ่าน (P)
6. ใช้คาข้ึนต้นและคาลงท้ายของจดหมายลาป่วยไดเ้ หมาะสม (P)
7. จาแนกคาในมาตราตัวสะกดตา่ งๆได้ (P)
8. เห็นความสาคญั ของการอา่ นและมารยาทในการอา่ น (A)
9.ตระหนกั ถึงความสาคญั ของการเลอื กใช้คาขึ้นต้น และคาลงทา้ ยของจดหมายลาปว่ ย (A)
10. เห็นความสาคัญของการจาแนกคาในมาตราตวั สะกด เพื่อนาไปใช้ในชีวติ ประจาวนั (A)
4. สาระการเรยี นรู้ สาระการเรยี นรทู้ อ้ งถิ่น
สาระการเรยี นรูแ้ กนกลาง
1. อธบิ ายความหมาย และหลักการอา่ นจับใจความสาคญั
2. อธิบายการใช้คาในการเขียนจดหมายลาปว่ ย
3. อธิบายลกั ษณะของคาในมาตรา ตวั สะกดตา่ งๆได้
5. กจิ กรรมการเรยี นรู้
คาบที่ กจิ กรรมการเรียนการสอน
คาบท่ี 1 สาระสาคัญ
การอา่ นเพื่อจบั ใจความหรอื ขอ้ คิด ความคิดสาคญั หลักของขอ้ ความหรือเรื่องทอี่ ่านการอา่ นจบั
การอา่ น ใจความสาคญั ถอื เป็นทักษะสาคัญทใี่ ช้ในการอา่ นเพื่อการสอื่ สารมากท่ีสดุ เพราะเปน็ พืน้ ฐานสาคญั ใน
จบั ใจความ การศึกษาหาความรู้ จึงควรฝึกฝนให้เกิดความชานาญ
สาคญั ขั้นที่ 1ขัน้ รวบรวมข้อมูล
1. ครแู ละนกั เรียนร่วมกนั สนทนา โดยครใู ช้คาถามกระตุ้นความคิด ดังนี้
- นกั เรยี นเคยประดษิ ฐข์ องเลน่ ด้วยตัวเองบา้ งหรือไม่
- นกั เรียนรู้จักการละเลน่ แบบไทยๆ อะไรบา้ ง และใหด้ ภู าพประกอบการละเล่นและทายวา่
การละเล่นอะไร
ใหน้ กั เรยี นช่วยกนั ตอบ โดยครูถามนาเพอื่ โยงเข้าสูส่ าระการเรยี นรูน้ กั เรียนทบทวนเก่ยี วกับการอ่านจบั
ใจความสาคัญ โดยครถู ามคาถามดงั น้ี
-การอ่านสรุปใจความคืออะไร
-นกั เรียนใชท้ ักษะอะไรบ้างในการอา่ นสรปุ ใจความ
*ในการตอบคาถามให้ครูใช้ไม้เรียกเลขท่ี เพอื่ ให้นกั เรียนตอบทีละคน โดยถามคาถามก่อนจะ
เรียกเลขท่ีเพอ่ื ใหท้ ุกคนได้คิด
2. นกั เรยี นเข้ากลมุ่ ศึกษาเรือ่ ง สนุกสนานกับการเลน่ โดยครใู ชค้ าถามดังนี้
- เรือ่ งท่ีนกั เรียนอา่ นเปน็ เรอื่ งเกีย่ วกบั อะไร
- นักเรียนชอบตัวละครใดมากที่สุด เพราะอะไร
ขนั้ ท่ี 2 ข้นั คดิ วิเคราะหแ์ ละสรปุ ความ
3. นักเรยี นแตล่ ะกลมุ่ รว่ มกนั วิเคราะห์เกย่ี วกับเร่อื งทีอ่ ่าน โดยครใู ช้คาถามดังน้ี
- ตัวละครสาคัญในเรือ่ งมีใครบา้ ง แตล่ ะตัวละครมีนสิ ัยอยา่ งไร
- จากเรือ่ งทอี่ า่ นนกั เรียนได้ขอ้ คิดอะไรบา้ ง
4.นักเรยี นแต่ละกลุ่มคิดประเมินเพื่อเพ่ิมคุณค่าโดยครใู ช้คาถามดงั ตอ่ ไปนี้
- นักเรยี นสามารถนาความรทู้ ีไ่ ดร้ บั ไปใชป้ ระโยชนใ์ นชีวติ ประจาวนั ได้อยา่ งไร
ข้นั ที่ 3 ขน้ั ปฏบิ ตั ิและสรุปความรูห้ ลังการปฏบิ ตั ิ
5.นกั เรียนเขา้ กลมุ่ ทากจิ กรรมการต้งั คาถามและตอบคาถามจากเรอ่ื งที่อ่าน กลุ่มละ 5 ข้อ
กติกาในการตั้งคาถาม คุณครแู บง่ จานวนนักเรียน หนา้ ทแี่ ตล่ ะกลุ่มท่จี ะต้องรบั ผิดชอบใน
การต้ังคาถาม เพอื่ ไม่ใหก้ ารต้งั คาถามของแตล่ ะกล่มุ ซ้ากนั
6.นกั เรยี นร่วมกนั สรปุ ข้อคดิ ท่ีได้จากการอา่ น
ข้ันท่ี 4 ขัน้ สอ่ื สารและนาเสนอ
7.นักเรยี นแต่ละกลมุ่ นาเสนอคาถามหน้าชนั้ เรยี น แล้วใหเ้ พอ่ื นตอบคาถาม
ขั้นที่ 5 ขน้ั ประเมินเพอื่ เพ่มิ คณุ คา่ บริการสงั คมและจติ สาธารณะ
8.นักเรียนร่วมกนั แสดงความคดิ เห็น โดยครใู ช้คาถามดงั น้ี
นกั เรยี นสามารถนาความรู้เกี่ยวกบั เร่ืองทเี่ รียนไปใช้ประโยชน์ในสังคมไดอ้ ยา่ งไร
คาบที่ 2-3 สาระสาคญั
การเขียนจดหมาย เปน็ การสอ่ื สารระหวา่ งผู้ส่งสารกบั ผู้รับสาร การเขียนจดหมายได้ถูกต้อง
การเขียน
จดหมายลา ชดั เจนย่อมชว่ ยใหก้ ารสือ่ สารบรรลุวัตถุประสงค์และการเลอื กใชภ้ าษาต้องเหมาะสมกบั ผ้รู ับสาร
ข้ันที่ 1ข้นั รวบรวมขอ้ มลู
ปว่ ย
1. นกั เรียนดตู ัวอยา่ งจดหมาย แลว้ สนทนาร่วมกนั โดยครูใชค้ าถามดงั น้ี
- นกั เรียนคิดวา่ ในปจั จบุ ันยังมกี ารเขียนจดหมายถึงกันอยหู่ รือไม่
- นกั เรียนคดิ ว่าจดหมายฉบบั น้ีเป็นจดหมายที่เขยี นถึงใคร
- ทีผ่ า่ นมานักเรียนเคยเขยี นจดหมายแบบนบี้ า้ งหรอื ไม่
2. นกั เรียนรว่ มกันศกึ ษาเรอื่ ง การเขียนจดหมายลาป่วย แลว้ รว่ มกันสนทนาโดยครูใช้คาถาม
ดังน้ี
- องค์ประกอบในการเขยี นจดหมายมอี ะไรบ้าง
- นักเรียนคดิ วา่ การเขยี นจดหมายลาป่วยและจดหมายถึงเพือ่ นแตกตา่ งกันอยา่ งไร
- การเขยี นจดหมายมีประโยชน์อยา่ งไร
ข้นั ที่ 2 ขัน้ คดิ วิเคราะหแ์ ละสรุปความ
3. นักเรียนร่วมกันวิเคราะห์ว่าหากนักเรียนตอ้ งการเขียนจดหมายลาป่วยตอ้ งเขียนเก่ยี วกบั สิ่ง
ใดบ้าง เช่น ท่ีอยู่ วันท่ี คาข้นึ ตน้ จานวนวันท่ีลา สาเหตุในการลา คาลงทา้ ย การรับรองจาก
ผู้ปกครอง
4.นักเรียนแต่ละกลุ่มคดิ ประเมนิ เพอื่ เพิ่มคุณคา่ โดยครใู ช้คาถามดงั ต่อไปน้ี
- นกั เรียนสามารถนาเร่ืองทเ่ี รยี นไปใช้ประโยชน์ในชวี ติ ประจาวนั ไดอ้ ย่างไร
ขั้นท่ี 3 ขนั้ ปฏิบัตแิ ละสรปุ ความรู้หลงั การปฏบิ ัติ
5. นกั เรยี นฝึกการเขยี นจดหมายลาป่วย แล้วชว่ ยกนั ตรวจสอบความถกู ต้อง
6. ใหน้ ักเรยี นร่วมกนั สรุปความสาคัญของการเขียนจดหมายลาปว่ ยครูอธบิ ายเพ่ิมเติมเก่ียวกับ
สว่ นประกอบในการเขียนจดหมายลาป่วย
ขนั้ ท่ี 4 ขน้ั สอ่ื สารและนาเสนอ
7. นกั เรยี นแตล่ ะคนนาเสนอผลงานการเขียนจดหมายของตนเองหน้าช้ันเรียน เพื่อนๆรว่ มกนั
แสดงความคิดเห็น
8. นกั เรียนรวบรวมจดหมายลาปว่ ยท่เี ขียนถูกต้องไว้ท่ีมมุ ห้อง เพื่อให้เพือ่ นๆไดศ้ กึ ษาต่อไป
ข้ันท่ี 5 ขั้นประเมนิ เพ่ือเพ่มิ คณุ ค่าบรกิ ารสงั คมและจิตสาธารณ
9.นกั เรยี นรว่ มกนั แสดงความคิดเหน็ โดยครใู ช้คาถามดังน้ี
-นกั เรียนสามารถนาความรูเ้ ก่ยี วกบั เรอื่ งทีเ่ รียนไปใช้ประโยชน์ในสังคมไดอ้ ยา่ งไร
คาบท่ี 4-5 สาระสาคัญ
มาตราตัวสะกด คือ เป็นส่วนประกอบหนึง่ ของคา เสยี งตวั สะกดมี 8 มาตรา บางมาตรา มี
มาตรา
ตวั สะกด พยญั ชนะที่เปน็ ตวั สะกดตวั เดยี ว บางมาตรามีพยัญชนะท่เี ป็นตัวสะกดหลายตวั
ขนั้ ท่ี 1 ขน้ั รวบรวมขอ้ มลู
1.ให้นกั เรยี นแสดงความคิดเหน็ เกี่ยวกบั มาตราตวั สะกด โดยครใู ช้คาถามทา้ ทาย ดังน้ี
- มีชื่อจงั หวดั ใดบ้างท่มี ีคามาตรา ก กา และมาตรา กง
- ให้นักเรียนช่วยกันคิดคามาตอ่ คาหนา้ หรอื พยางคห์ น้าให้เปน็ คาในมาตราต่าง ๆ เช่น
อา - อาศัย อาลยั / อาคม อาศรม อารมณ์ / อาณัติ อากาศ อาทติ ย์ อาบัติ อาพาธ อาฆาต อาเพศ
/ อาจณิ อาสญั อาคาร อาการ อากร อาจารย์ อาหาร / อาชีพ อาภพั
- นกั เรียนหาความหมายของคาที่สนใจคนละ 2 คา หรือใช้บางคาแตง่ ประโยค
2. ครูใหน้ กั เรยี นศึกษาความร้เู รอื่ ง มาตราตวั สะกด แล้วร่วมกนั สนทนาโดยใชค้ าถามดงั น้ี
- มาตราตัวสะกดที่ตรงมาตรา มีกีม่ าตรา อะไรบา้ ง
- มาตราตัวสะกดท่ไี มต่ รงมาตรา มกี ี่มาตรา อะไรบ้าง
ข้ันที่ 2 ขนั้ คิดวิเคราะหแ์ ละสรุปความ
3.ให้นักเรียนแบง่ เปน็ 8 กลมุ่ จากน้นั ใหค้ รูทาตารางบนกระดานเปน็ 8 ชอ่ ง ดงั นี้
กง กม เกย เกอว กก กด กน กบ
จากน้นั ให้ตวั แทนกลุ่ม 1 คน มาจับฉลากว่าจะได้มาตราใด จากนั้นให้ครูนาหนังสอื พมิ พ์ ให้
กลุ่มละ 1 ฉบับ หาคาทีอ่ ยู่ในมาตราที่จบั ฉลาก แลว้ เขยี นบนกระดานใหไ้ ดม้ ากท่สี ุด แลว้ ให้ทกุ คน
ร่วมกันพจิ ารณาความถูกต้อง
4.นกั เรียนแตล่ ะกลมุ่ คิดประเมนิ เพ่มิ คณุ ค่า โดยครใู ช้คาถามดงั ตอ่ ไปน้ี
- นกั เรียนสามารถนาเรื่องทีเ่ รียนไปใชป้ ระโยชนใ์ นชีวิตประจาวันไดอ้ ย่างไร
ขั้นท่ี 3 ข้นั ปฏบิ ตั แิ ละสรุปความรูห้ ลังการปฏบิ ัติ
5.นักเรยี นเล่นเกมโดยคิดคาในแต่ละมาตราตวั สะกด โดยใช้ไมเ้ รยี กเลขท่เี รียกชื่อนกั เรียนตอบที
ละคน ครูเขียนคาตอบของนกั เรยี นบนกระดานดา แล้วอ่านออกเสียงพร้อมกัน ให้ทกุ คนชว่ ยกัน
พิจารณาความถูกต้องของตวั มาตราตวั สะกด
6.นักเรยี นเข้ากลมุ่ ทากจิ กรรมคดิ คาทม่ี ีตัวสะกด โดยสง่ ตัวแทนออกมาจับฉลากมาตรา
ตวั สะกด
7.นกั เรียนฝึกอ่านคาที่มีตัวสะกดจากบัตรคา และบอกวา่ อยูใ่ นมาตราใด
8.นักเรียนรว่ มกนั สรปุ เรอ่ื งมาตราตวั สะกดดงั นี้
ตวั อย่างแผนภาพ
มาตรา กง มาตราตวั สะกด
มี ง เป็นตวั สะกด 8 มาตรา
มาตรา กบ มี บ ป พ
ฟ ภ เป็นตวั สะกด
มาตรา กน มี น ณ ญ มาตราตวั สะกด มาตรา เกย
ร ล ฬ เป็นตวั สะกด 8 มาตรา มี ย เป็นตวั สะกด
มาตรา กด มี ด จ ช ซ มาตรา กก มี ก ข ค ฆ มาตรา เกอว มี ว
ฎฏฐฑฒตถทธ เป็นตวั สะกด เป็นตวั สะกด
ศ ษ ส เป็นตวั สะกด
9.นักเรยี นทาแบบฝกึ หดั
ข้ันที่ 4 ขั้นส่อื สารและนาเสนอ
10.นกั เรยี นนาเสนอคาทีม่ ีตวั สะกดในแต่ละมาตรา ตามกล่มุ ทจ่ี บั ฉลากได้ โดยครูใชไ้ ม้เรยี ก
เลขท่ี เพอื่ ให้นกั เรยี นนาเสนอทีละกลุม่ และร่วมกันแสดงความคดิ เหน็ และรวบรวมเปน็ เลม่ ไว้ทีม่ ุม
ห้องเรียนใหเ้ พ่ือนๆได้อา่ นดว้ ย
ข้นั ที่ 5 ขน้ั ประเมินเพือ่ เพ่ิมคุณคา่ บรกิ ารสังคมและจติ สาธารณะ
11. นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเหน็ โดยครใู ชค้ าถามดังน้ี
-นกั เรียนสามารถนาความรเู้ กี่ยวกับเรอ่ื งทเ่ี รียนไปใช้ประโยชนใ์ นสงั คมได้อยา่ งไร
6. การวดั และประเมินผลการเรยี นรู้
การประเมิน วิธีการ เคร่ืองมอื
ดา้ นความรู้ (K) - การตอบคาถาม - คาถาม
- แบบฝกึ หัด
- ทาแบบฝึกหัด -แบบประเมนิ การอา่ นในใจ
-แบบประเมินการเขยี น
ด้านทกั ษะและกระบวนการ (P) -ทกั ษะการอา่ นในใจ -คาถาม
-แบบฝึกหัด
-ทกั ษะการเขยี น - แบบสังเกตพฤติกรรม
-ทกั ษะการคิดวิเคราะห์
ด้านคณุ ธรรม จริยธรรมและ -สังเกตพฤติกรรมในการรว่ ม
ค่านยิ ม (A) กิจกรรม การทางานกลมุ่
-สังเกตพฤตกิ รรมความ
กระตือรือรน้ ในการร่วมกิจกรรม
7. ส่อื /อปุ กรณ์/แหล่งการเรียนรู้ 2 .วีดโิ อ นทิ าน
4. หนงั สอื ภาษาไทยชั้นประถมศึกษาปีท่ี 4
1.ภาพประกอบวนั ลอยกระทง 6. บัตรคาในการแยกชนิดคากรยิ า
3.รปู แบบการยอ่ นทิ าน
5.ไม้เรยี กเลขที่
8. กิจกรรมเสนอแนะ
...................................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................................
ลงชือ่ .............................................ครูผ้สู อน ลงชื่อ...................................................ฝา่ ยวชิ าการ
(...........................................................) (...........................................................)
ลงช่อื ................................................... ผ้บู รหิ าร
(...........................................................)
สัปดาห์ท่ี 2
โรงเรียนขจรเกียรตพิ ัฒนา
แผนการจดั การเรยี นรู้
ภาคเรียนท่ี..…2…../.……..... ชือ่ ผสู้ อน ……………………………………………………..
กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาไทย ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ่ี……4..... จานวน……5….คาบ
หนว่ ยการเรียนรูท้ ่ี ..……9…..… เรื่อง................สนกุ สนานกับการละเล่น...............
1. มาตรฐานการเรียนร/ู้ ตวั ชี้วัด
มาตรฐานที่ ท 2.1 ใชก้ ระบวนการเขียนเขียนสือ่ สาร เขยี นเรียงความ ยอ่ ความ และเขียนเรื่องราวในรูปแบบ
ต่างๆ เขียนรายงานข้อมูลสารสนเทศและรายงานการศกึ ษาคน้ คว้าอย่างมีประสิทธิภาพ
ตวั ชวี้ ดั ท่ี ป 4/5 การเขยี นจดหมายถงึ บิดามารดา
ตัวชี้วดั ท่ี ป 4/8 มีมารยาทในการเขียน
มาตรฐานที่ ท 4.1 เขา้ ใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลักภาษาไทย การเปลยี่ นแปลงของภาษา และพลังของภาษา ภมู ิ
ปญั ญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไวเ้ ป็นสมบัตขิ องชาติ
ตัวชว้ี ัดท่ี ป 4/2 ระบชุ นิดและหน้าที่ของคาในประโยค
มาตรฐานที่ ท 5.1 เข้าใจและแสดงความคิดเห็น วิจารณว์ รรณคดีและวรรณกรรมไทยอย่างเหน็ คุณค่าและนามา
ประยกุ ตใ์ ช้ในชวี ิตจรงิ
ตวั ชีว้ ดั ที่ ป 4/4 แยกขอ้ เท็จจรงิ และขอ้ คิดเห็นจากเรอื่ งท่อี ่าน
2. สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด
การอ่านจับใจความสาคญั คอื การอ่านเพือ่ จับใจความหรอื ข้อคิด ความคิดสาคัญหลักของข้อความหรอื เรื่องท่ีอา่ น
การอ่านจับใจความสาคญั ถือเป็นทกั ษะสาคัญที่ใช้ในการอ่านเพื่อการส่อื สารมากท่ีสุดเพราะเป็นพื้นฐานสาคญั ในการศกึ ษา
หาความรู้ จงึ ควรฝึกฝนให้เกิดความชานาญ
การเขียนจดหมาย คอื เป็นการสื่อสารระหว่างผู้สง่ สารกบั ผรู้ บั สาร การเขยี นจดหมายได้ถกู ตอ้ งชัดเจนย่อมชว่ ยใหก้ าร
ส่ือสารบรรลวุ ัตถปุ ระสงคแ์ ละการเลอื กใช้ภาษาต้องเหมาะสมกับผู้รับสาร
คานาม คอื เป็นคาท่ีใชเ้ รยี กชอ่ื คน สัตว์ พชื สิ่งของ สถานท่แี ละสิง่ ต่าง ๆ มที งั้ คานามไมช่ ้เี ฉพาะ ใช้เรยี กชื่อท่ัว ๆ ไป
และคานามชเี้ ฉพาะของสงิ่ ใดสิ่งหนง่ึ คานามแต่ละชนิดทาหน้าท่เี ปน็ ไดท้ ้งั ประธานและกรรมในประโยค
3. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
1.อธิบายความหมาย และหลักการอา่ นจับใจความสาคญั (K)
2.อธิบายการใช้คาในการเขียนจดหมายถงึ บิดามารดา (K)
3.บอกชนิดและหนา้ ท่ขี องคานามในประโยค (K)
4.อา่ นเรอ่ื งไดค้ ล่องแคล่วรวดเรว็ และถกู ต้องตามอักขรวธิ ี (P)
5.แยกข้อเท็จจรงิ และข้อคดิ เหน็ จากเร่ืองท่ีอา่ น (P)
6.แต่งประโยคจากคานามชนดิ ตา่ งๆ เปรียบเทียบความเหมือน และความแตกตา่ งของคานาม (P)
7.ใช้คาขนึ้ ต้นและคาลงทา้ ยของจดหมายในการเขียนถึงบิดามารดาได้เหมาะสม (P)
8.เหน็ ความสาคญั ของการอ่านและมารยาทในการอ่าน (A)
9.ตระหนกั ถึงความสาคญั ของการเลือกใช้คาข้นึ ต้น และคาลงทา้ ยของการเขียนจดหมายถึงบดิ ามารดา (A)
10.กระตอื รือรน้ ในการรว่ มกจิ กรรม (A)
4. สาระการเรยี นรู้ สาระการเรยี นรทู้ ้องถน่ิ
สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง
1. อธบิ ายความหมาย และหลักการอา่ นจับใจความสาคญั
2. อธิบายการใช้คาในการเขยี นจดหมายถงึ บดิ ามารดา
3. บอกชนิดและหน้าท่ขี องคานามในประโยค
5. กจิ กรรมการเรียนรู้
คาบท่ี กจิ กรรมการเรียนการสอน
คาบที่ 1 สาระสาคญั
การอา่ นเพ่ือจบั ใจความหรอื ขอ้ คิด ความคิดสาคญั หลักของขอ้ ความหรอื เรอ่ื งทีอ่ า่ นการอา่ นจบั
การอ่าน ใจความสาคญั ถอื เปน็ ทักษะสาคญั ทีใ่ ช้ในการอ่านเพือ่ การส่อื สารมากท่ีสุดเพราะเปน็ พื้นฐานสาคัญใน
จับใจความ การศึกษาหาความรู้ จงึ ควรฝึกฝนให้เกดิ ความชานาญ
สาคญั ขน้ั ที่ 1ขนั้ รวบรวมข้อมลู
1. ครูและนกั เรยี นรว่ มกนั สนทนาเก่ยี วกบั บทอาขยานท่ีนกั เรยี นตอ้ งศึกษาในภาคเรียนท่ี2 ของ
ระดับช้ันประถมศกึ ษาปีที่ 4 โดยครเู ปิดใหฟ้ งั และใช้คาถามกระตุน้ ความคิด ดงั นี้
- นักเรียนเคยฟังบทอาขยานบทน้หี รือไม่
- ในบทอาขยานบทนี้กล่าวถงึ สง่ิ ใดบา้ ง
ประพันธโ์ ดย พระนิพนธ์ในสมเดจ็ พระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานชุ ิตชิโนรส
- นกั เรยี นคดิ วา่ ในบทอาขยานบทนมี้ ีสัตวก์ ีช่ นิด อะไรบา้ ง ให้นกั เรียนช่วยกนั ตอบ เพือ่ โยง
เข้าสู่สาระการเรียนรูน้ กั เรียนทบทวนเกยี่ วกับการอ่านจบั ใจความสาคัญ โดยครูถามคาถามดังน้ี
-การอา่ นสรุปใจความคืออะไร
-นกั เรยี นใชท้ กั ษะอะไรบา้ งในการอ่านสรุปใจความ
*ในการตอบคาถามให้ครูใช้ไมเ้ รียกเลขที่ เพื่อให้นักเรยี นตอบทลี ะคน โดยถามคาถามก่อนจะเรียกเลขท่ี
เพื่อให้ทกุ คนได้คดิ
2. นกั เรียนเข้ากลุ่มศกึ ษาเรื่องการอ่านจับใจความบทอาขยาน โดยครูใช้คาถามดังน้ี
- เรือ่ งที่นกั เรยี นอา่ นเปน็ เรือ่ งเกีย่ วกบั อะไร
- จากบทอาขยานนักเรียนคดิ ว่าสตั ว์แตล่ ะชนิดมปี ระโยชนอ์ ย่างไร
ขน้ั ที่ 2 ขน้ั คดิ วิเคราะห์และสรุปความ
3. นักเรียนแตล่ ะกลมุ่ ร่วมกันวเิ คราะห์เกี่ยวกับเรือ่ งทอ่ี า่ นโดยครใู ชค้ าถามดงั น้ี
- จากบทอาขยานท่อี ่านนกั เรยี นไดข้ อ้ คดิ อะไรบา้ ง
4.นกั เรียนแต่ละกลุ่มคิดประเมินเพือ่ เพม่ิ คณุ ค่าโดยครูใช้คาถามดังต่อไปนี้
- นักเรยี นสามารถนาความร้ทู ไ่ี ด้รบั ไปใชป้ ระโยชน์ในชวี ติ ประจาวนั ไดอ้ ยา่ งไร
ขนั้ ที่ 3 ขน้ั ปฏบิ ัติและสรุปความรูห้ ลงั การปฏบิ ตั ิ
5.นกั เรยี นเข้ากล่มุ ทากิจกรรมการตัง้ คาถามและตอบคาถามจากเร่อื งทอ่ี า่ น กลมุ่ ละ 3 ข้อ
กตกิ าในการตัง้ คาถามคุณครแู บง่ จานวนนกั เรียน หน้าท่แี ต่ละกลมุ่ ท่ีจะตอ้ งรับผดิ ชอบในการ
ต้งั คาถาม เพ่ือไม่ให้การต้งั คาถามของแตล่ ะกล่มุ ซ้ากนั และนักเรียนฝึกการอ่านออกเสยี งบทอาขยาน
พร้อมกัน 2-3 รอบ ครูสังเกตการณอ์ ่านออกเสียง และการเวน้ วรรคตอน
6.นักเรยี นร่วมกนั สรปุ ขอ้ คิดที่ไดจ้ ากการอ่านบทอาขยาน
ข้ันท่ี 4 ขั้นสอื่ สารและนาเสนอ
7.นกั เรียนแตล่ ะกลุม่ นาเสนอการอา่ นบทอาขยานและคาถามหนา้ ชั้นเรยี น แล้วให้เพ่ือนตอบ
คาถาม
สังเกตการอ่านของแตล่ ะกลุ่มพรอ้ มท้ังเสนอวธิ แี ก้ไข ครนู ัดหมายนกั เรยี นทอ่ งบทอาขยาน
ข้นั ท่ี 5 ขั้นประเมนิ เพอ่ื เพ่มิ คณุ คา่ บริการสังคมและจติ สาธารณะ
8.นักเรียนร่วมกนั แสดงความคดิ เห็น โดยครใู ชค้ าถามดังนี้
นกั เรยี นสามารถนาความรู้เกย่ี วกบั เรอื่ งที่เรยี นไปใชป้ ระโยชนใ์ นสงั คมไดอ้ ยา่ งไร
คาบที่ 2-3 สาระสาคัญ
การเขยี นจดหมาย เป็นการส่อื สารระหว่างผสู้ ่งสารกบั ผรู้ บั สาร การเขยี นจดหมายได้ถูกตอ้ ง
การเขยี น
จดหมายถึง ชัดเจนย่อมช่วยใหก้ ารส่อื สารบรรลุวัตถุประสงค์และการเลือกใชภ้ าษาต้องเหมาะสมกับผูร้ บั สาร
บดิ า มารดา ขน้ั ท่ี 1ขน้ั รวบรวมขอ้ มลู
1. นักเรยี นดตู วั อยา่ งจดหมาย แลว้ สนทนาร่วมกัน โดยครใู ช้คาถามดงั น้ี
- นักเรียนคดิ วา่ ในปัจจบุ นั จดหมายมีความสาคญั หรอื ไม่ เพราะอะไร
- นักเรยี นคดิ วา่ จดหมายฉบับนี้เปน็ จดหมายท่ีใครเขยี นถึงใคร
- นักเรียนเคยเขยี นจดหมายถงึ ใครบ้าง
2. นกั เรียนรว่ มกันศึกษาเรอ่ื ง การเขียนจดหมายถึงบดิ ามารดาแล้วรว่ มกันสนทนาโดยครใู ช้
คาถาม ดังน้ี
- องคป์ ระกอบในการเขียนจดหมายถึงบดิ ามารดามอี ะไรบ้าง
- นกั เรยี นคิดวา่ การเขยี นจดหมายถึงบดิ ามารดาแตกต่างกันอยา่ งไรกบั การเขยี นจดหมาย
ลาป่วย
- การเขียนจดหมายมีประโยชน์อยา่ งไร
ขั้นท่ี 2 ข้นั คิดวเิ คราะห์และสรปุ ความ
3. นกั เรยี นรว่ มกนั วเิ คราะหว์ ่าหากนกั เรียนต้องการเขยี นจดหมายถึงบิดามารดาตอ้ งเขยี นสง่ิ
ใดบา้ ง เช่น ทีอ่ ยู่ วันที่ คาขึ้นต้น เนือ้ ความในจดหมาย คาลงท้าย และการจ่าหนา้ ซองจดหมาย
4.นกั เรียนแตล่ ะกลมุ่ คดิ ประเมนิ เพอ่ื เพ่มิ คณุ ค่าโดยครใู ช้คาถามดังตอ่ ไปนี้
- นกั เรยี นสามารถนาเรือ่ งท่เี รียนไปใช้ประโยชน์ในชวี ิตประจาวันได้อย่างไร
ข้นั ท่ี 3 ขน้ั ปฏิบัตแิ ละสรปุ ความรูห้ ลังการปฏบิ ตั ิ
5. นกั เรยี นฝึกการเขียนจดหมายถงึ บิดามารดาการจ่าหน้าซองจดหมายแลว้ ช่วยกันตรวจสอบ
ความถกู ตอ้ ง
6. ให้นักเรียนร่วมกนั สรุปความสาคัญของการเขียนจดหมายถึงบิดามารดา ครูอธิบายเพ่มิ เติม
เกยี่ วกบั ส่วนประกอบ
ขัน้ ท่ี 4 ข้นั สอื่ สารและนาเสนอ
7. นกั เรียนแตล่ ะคนนาเสนอผลงานการเขียนจดหมายของตนเองหนา้ ชัน้ เรียน เพือ่ นๆร่วมกนั
แสดงความคิดเหน็
8. นักเรียนรวบรวมจดหมายทเี่ ขียนถงึ บดิ ามารดาไวท้ มี่ ุมหอ้ งเพื่อให้เพื่อนๆได้ศกึ ษาตอ่ ไป
ขน้ั ที่ 5 ขัน้ ประเมนิ เพอ่ื เพ่มิ คุณค่าบรกิ ารสงั คมและจิตสาธารณ
9.นักเรียนรว่ มกนั แสดงความคิดเหน็ โดยครใู ชค้ าถามดังนี้
-นกั เรยี นสามารถนาความร้เู กย่ี วกับเรื่องทเ่ี รยี นไปใช้ประโยชนใ์ นสังคมไดอ้ ย่างไร
คาบที่ 4-5 สาระสาคัญ
คานาม
คานาม คือ เปน็ คาที่ใชเ้ รยี กชือ่ คน สัตว์ พืช สง่ิ ของ สถานที่และส่ิงต่าง ๆ มีทง้ั คานามไมช่ ี้
เฉพาะ ใชเ้ รียกช่ือท่วั ๆ ไป และคานามชีเ้ ฉพาะของส่งิ ใดส่ิงหนงึ่ คานามแต่ละชนดิ ทาหนา้ ท่ีเปน็ ไดท้ ั้ง
ประธานและกรรมในประโยค
ขัน้ ที่ 1 ข้นั รวบรวมข้อมลู
1.ให้นักเรยี นแสดงความคิดเห็นเกย่ี วกบั คานาม โดยครใู ชค้ าถามท้าทาย ดงั นี้
- ให้นกั เรียนลองคิดคานามทเี่ ปน็ สถานท่ีทอ่ งเที่ยว มาคนละ 1 สถานท่ี
- ใหน้ ักเรยี นช่วยกันเขียนชื่อเฉพาะของสิง่ ตา่ ง ๆ บนกระดานประเภทละ 2 ข้อ เชน่
- ชื่อวดั ............, ............... - ชือ่ อาเภอ .................., .....................
- ช่ือสะพาน ..............., .............. - ชื่อนิทาน ..............., ......................
- ช่อื ถนน ..................., .............. - ชอ่ื บคุ คลสาคญั ................, ...................
2. ครูใหน้ กั เรียนศกึ ษาความร้เู ร่ือง คานาม แลว้ รว่ มกนั สนทนาโดยใช้คาถามดังนี้
- นกั เรยี นรู้จักคานามชนดิ ใดบา้ ง
- คานามมกี ี่ชนดิ อะไรบ้าง
ขั้นท่ี 2 ขัน้ คิดวเิ คราะห์และสรุปความ
3.ใหน้ กั เรยี นสังเกตบตั รคา และนาไปตดิ ที่ชนิดของคานาม เชน่
นามทว่ั ไป นามเฉพาะ นามท่ีเป็นกิริยา อาการ นามแสดงหมวดหมู่ นามแสดงลกั ษณะ
โรงเรียน ประเทศไทย การพูด โขลงชา้ ง เลม่
ใหท้ กุ คนชว่ ยกนั พจิ ารณาความถกู ต้องชนดิ ของคานาม
4.นกั เรยี นแต่ละกล่มุ คดิ ประเมินเพิม่ คุณคา่ โดยครใู ช้คาถามดงั ต่อไปนี้
- นกั เรียนสามารถนาเร่ืองทีเ่ รียนไปใช้ประโยชน์ในชวี ิตประจาวนั ได้อย่างไร
ขนั้ ที่ 3 ขนั้ ปฏิบัติและสรปุ ความรูห้ ลงั การปฏิบัติ
5.นกั เรียนเล่นเกมโดยโยนลกู ปิงปองทีม่ คี าศัพทใ์ ส่ตะกรา้ ให้ถูกต้องตรงกบั ชนิดของคานาม
โดยใชไ้ ม้เรยี กเลขที่เรยี กนักเรียนทลี ะคน ครูเขยี นคาตอบของนกั เรยี นทีโ่ ยนลงในตะกร้าบนกระดานดา
แลว้ อา่ นออกเสยี งพร้อมกนั ใหท้ กุ คนช่วยกันพจิ ารณาความถกู ตอ้ งของชนดิ ของคานาม
6.นกั เรยี นเขา้ กลุ่มทากิจกรรมคดิ คานาม โดยส่งตวั แทนออกมาจบั ฉลากชนดิ ของคานาม
7.นกั เรียนฝึกอา่ นคานามจากบตั รคาและบอกว่าเป็นคานามชนดิ ใด
8.นกั เรียนร่วมกนั สรปุ เรือ่ งคานามดงั นี้
คานามใชเ้ รยี กชื่อคน สตั ว์ พืช สิ่งของ สถานท่ี และสงิ่ ท่ัว ๆ ไป มที ้งั นามท่ัวไป นาม
เฉพาะ นามท่เี ปน็ กริ ิยา อาการ นามแสดงหมวดหมู่ นามแสดงลักษณะ ควรนาไปใช้ให้ถูกตอ้ งและ
เหมาะสมในรปู ประโยค
9.นักเรยี นทาแบบฝึกหัด
ข้ันท่ี 4 ขั้นสอื่ สารและนาเสนอ
10.นักเรยี นนาเสนอคานามในแตล่ ะชนิด ตามกลุม่ ท่จี ับฉลากได้โดยครูใช้ไมเ้ รยี กเลขทเ่ี พ่ือให้
นักเรยี นนาเสนอทลี ะกลุม่ และร่วมกันแสดงความคิดเห็น และรวบรวมเป็นเล่มไวท้ ี่มมุ หอ้ งเรยี นให้
เพอื่ นๆได้ศกึ ษาต่อไป
ขนั้ ที่ 5 ขนั้ ประเมินเพอื่ เพมิ่ คุณค่าบริการสงั คมและจติ สาธารณะ
11.นกั เรียนร่วมกนั แสดงความคดิ เหน็ โดยครใู ชค้ าถามดังนี้
-นักเรียนสามารถนาความร้เู กี่ยวกบั เร่ืองทเ่ี รยี นไปใช้ประโยชน์ในสงั คมได้อย่างไร
6. การวัดและประเมินผลการเรยี นรู้
การประเมนิ วธิ กี าร เครื่องมือ
ด้านความรู้ (K) - การตอบคาถาม - คาถาม
- แบบฝกึ หดั
- ทาแบบฝกึ หัด -แบบประเมินการอา่ นในใจ
-แบบประเมินการเขียน
ดา้ นทักษะและกระบวนการ (P) -ทักษะการอ่านในใจ -คาถาม
-แบบฝึกหัด
-ทกั ษะการเขยี น - แบบสงั เกตพฤติกรรม
-ทักษะการคดิ วเิ คราะห์
ดา้ นคุณธรรม จริยธรรมและ -สงั เกตพฤติกรรมในการร่วม
ค่านยิ ม (A) กิจกรรม การทางานกลุ่ม
-สงั เกตพฤตกิ รรมความ
กระตอื รอื รน้ ในการรว่ มกิจกรรม
7. สือ่ /อปุ กรณ์/แหล่งการเรยี นรู้ 2.ตวั อยา่ งจดหมาย และซองจดหมาย
4. หนังสอื ภาษาไทยชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี 4
1.บทอาขยาน 6. บตั รคาในการแยกชนดิ คานาม
3.คาศพั ท์ลูกปงิ ปอง
5.ไมเ้ รียกเลขท่ี
8. กจิ กรรมเสนอแนะ
...................................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................................
ลงชือ่ .............................................ครูผู้สอน ลงชือ่ ...................................................ฝ่ายวชิ าการ
(...........................................................) (...........................................................)
vv ลงช่อื ................................................... ผู้บรหิ าร
(...........................................................)
สัปดาห์ท่ี 3
โรงเรียนขจรเกยี รติพัฒนา
แผนการจัดการเรยี นรู้
ภาคเรียนท.ี่ .…2…../…………... ช่ือผู้สอน ……………………………………………………..
กลมุ่ สาระการเรียนรู้ ภาษาไทย ช้นั ประถมศกึ ษาปที ่ี……4..... จานวน……5….คาบ
หน่วยการเรียนร้ทู ่ี ..……10…..… เรอื่ ง...............หนเู อยจะบอกให้...........................
1. มาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตัวชีว้ ัด
มาตรฐานที่ ท 1.1 ใช้กระบวนการอา่ นสร้างความรแู้ ละความคิดเพ่ือนาไปใชต้ ดั สินใจ แกป้ ญั หาในการดาเนนิ ชีวิต
และมีนสิ ัยรักการอา่ น
ตวั ชี้วัดท่ี ป 4/1 อา่ นออกเสียงบทร้อยแก้วและบทรอ้ ยกรองไดถ้ ูกต้อง
ตวั ชี้วัดที่ ป 4/2 อธบิ ายความหมายของคา ประโยค และสานวนจากเรื่องทีอ่ า่ น
ตัวช้ีวัดที่ ป 4/8 มมี ารยาทในการอ่าน
มาตรฐานท่ี ท 2.1 ใช้กระบวนการเขยี นเขียนสอ่ื สาร เขียนเรยี งความ ย่อความ และเขยี นเรอื่ งราวในรูปแบบตา่ งๆ
เขียนรายงานข้อมูลสารสนเทศและรายงานการศกึ ษาค้นคว้าอยา่ งมปี ระสิทธภิ าพ
ตัวชว้ี ดั ท่ี ป 4/6 สรปุ ความรแู้ ละข้อคิดจากเรือ่ งทอี่ า่ นเพอ่ื นาไปใชใ้ นชีวิตประจาวนั
ตวั ชี้วดั ที่ ป 4/8 มมี ารยาทในการเขยี น
มาตรฐาน ท 4.1 เขา้ ใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลักภาษาไทย การเปล่ยี นแปลงของภาษา และพลังของภาษา ภูมิ
ปัญญาทางภาษา และรกั ษาภาษาไทยไว้เปน็ สมบัติของชาติ
ตัวช้ีวัด ป. 4/2 ระบชุ นดิ และหน้าทีข่ องคาในประโยค
2. สาระสาคญั /ความคดิ รวบยอด
การอา่ นจบั ใจความสาคญั คือ การอา่ นเพื่อจับใจความหรือขอ้ คดิ ความคดิ สาคัญหลกั ของขอ้ ความหรือเร่อื งทีอ่ า่ น
การอ่านจบั ใจความสาคัญ ถอื เป็นทกั ษะสาคัญที่ใชใ้ นการอ่านเพือ่ การสอ่ื สารมากทส่ี ุดเพราะเป็นพืน้ ฐานสาคญั ในการศกึ ษา
หาความรู้ จึงควรฝกึ ฝนใหเ้ กิดความชานาญ
การเขียนบนั ทกึ ความรู้ คือ การเขยี นบันทกึ จากการศกึ ษาค้นควา้ เปน็ การสร้างลกั ษณะนิสยั ในการเปน็ นักเขยี น
เน่ืองจากการอา่ นมาก และจดบันทกึ มาก ๆ จะช่วยใหน้ ักเรยี นมขี ้อมูลและมปี ระสบการณ์ในการเขยี นมากยงิ่ ข้ึน
คาสรรพนาม คอื คาสรรพนามในแตล่ ะประโยคจะมหี น้าท่ีแตกตา่ งกนั การใช้คาสรรพนามชนิดต่าง ๆ ต้องพจิ ารณา
เลือกใช้ใหถ้ กู ต้องเหมาะสมกับบุคคลในฐานะตา่ ง ๆ กนั
3. จุดประสงค์การเรียนรู้
1.อธิบายความหมาย และหลักการอ่านจับใจความสาคญั (K)
2.อธบิ ายวิธกี ารเขยี นบนั ทกึ จากการศกึ ษาคน้ คว้า (K)
3.การบอกชนดิ และหนา้ ทีข่ องคาสรรพนามในประโยค (K)
4.อา่ นเรอ่ื งได้คล่องแคล่วรวดเร็วและถกู ตอ้ งตามอักขรวิธี (P)
5.แยกข้อเทจ็ จริงและขอ้ คดิ เห็นจากเรอ่ื งทอี่ า่ น (P)
6. อา่ นเร่อื งแลว้ เขยี นบนั ทึก (P)
7.แตง่ ประโยคให้มคี าสรรพนามตามทก่ี าหนด (P)
8.เห็นความสาคญั ของการอา่ นและมารยาทในการอา่ น (A)
10.กระตือรอื รน้ ในการรว่ มกิจกรรม (A)
4. สาระการเรยี นรู้ สาระการเรยี นรูท้ อ้ งถ่นิ
สาระการเรยี นรู้แกนกลาง
1. อธบิ ายความหมาย และหลักการอา่ นจบั ใจความสาคญั
2. อธิบายวิธกี ารเขยี นบนั ทกึ จากการศึกษาค้นคว้า
3. การบอกชนดิ และหนา้ ที่ของคาสรรพนามในประโยค
5. กิจกรรมการเรยี นรู้
คาบท่ี กจิ กรรมการเรียนการสอน
คาบที่ 1 สาระสาคัญ
การอา่ นเพ่ือจับใจความหรอื ขอ้ คิด ความคิดสาคัญหลักของขอ้ ความหรือเรอื่ งทอ่ี า่ นการอา่ นจับ
การอ่าน ใจความสาคญั ถอื เป็นทกั ษะสาคัญทใ่ี ช้ในการอา่ นเพ่ือการส่อื สารมากท่ีสดุ เพราะเป็นพน้ื ฐานสาคัญใน
จบั ใจความ การศึกษาหาความรู้ จงึ ควรฝกึ ฝนให้เกิดความชานาญ
สาคัญ ขนั้ ท่ี 1ขัน้ รวบรวมขอ้ มูล
1. ครแู ละนกั เรียนร่วมกนั สนทนา โดยครใู ช้คาถามกระตุ้นความคิด ดงั น้ี
- นักเรยี นเคยดขู ่าวอะไรบ้าง ในชวี ติ ประจาวนั
- นกั เรยี นเคยดขู า่ วหรอื พบเจอสถานการณ์ท่เี กี่ยวกับโจรว่ิงราวกระเปา๋ บ้างหรือไม่
หลังจากน้ันครูใหน้ กั เรียนดูภาพประกอบ ใหน้ กั เรียนช่วยกนั ตอบ เพือ่ โยงเข้าสสู่ าระการเรียนรู้นกั เรียน
ทบทวนเกยี่ วกบั การอ่านจบั ใจความสาคัญ โดยครถู ามคาถามดงั น้ี
-การอ่านสรปุ ใจความคืออะไร
-นกั เรยี นใชท้ ักษะอะไรบา้ งในการอ่านสรปุ ใจความ
*ในการตอบคาถามให้ครูใช้ไม้เรียกเลขท่ี เพื่อให้นกั เรยี นตอบทลี ะคน โดยถามคาถามก่อนจะ
เรียกเลขทเี่ พือ่ ใหท้ กุ คนได้คิด
2. นกั เรยี นเข้ากลุ่มศึกษาเรอื่ ง หนูเอยจะบอกให้ โดยครใู ช้คาถามดังน้ี
- เร่อื งทนี่ ักเรยี นอา่ นเปน็ เรอื่ งเกี่ยวกบั อะไร
- นกั เรยี นชอบตัวละครใดมากที่สดุ เพราะอะไร
ขัน้ ท่ี 2 ขัน้ คดิ วิเคราะหแ์ ละสรุปความ
3. นักเรยี นแต่ละกลมุ่ ร่วมกันวเิ คราะหเ์ ก่ียวกบั เรื่องท่อี า่ น โดยครใู ช้คาถามดงั นี้
- ตัวละครสาคญั ในเรื่องมใี ครบา้ ง แต่ละตวั ละครมนี สิ ัยอยา่ งไร
- จากเรอื่ งทอี่ า่ นนักเรียนได้ข้อคดิ อะไรบา้ ง
4.นกั เรียนแตล่ ะกลุ่มคดิ ประเมินเพื่อเพม่ิ คณุ ค่าโดยครูใช้คาถามดงั ตอ่ ไปนี้
- นักเรยี นสามารถนาความรทู้ ่ีได้รบั ไปใชป้ ระโยชนใ์ นชวี ิตประจาวันไดอ้ ยา่ งไร
ขน้ั ที่ 3 ข้ันปฏิบัติและสรุปความรหู้ ลงั การปฏบิ ัติ
5.นกั เรยี นเข้ากลุ่มทากจิ กรรมการตงั้ คาถามและตอบคาถามจากเรอื่ งทีอ่ า่ น กลุม่ ละ 5 ข้อ
กติกาในการต้งั คาถาม คณุ ครูแบ่งจานวนนักเรยี น หน้าที่แตล่ ะกลุ่มทีจ่ ะต้องรับผดิ ชอบใน
การตั้งคาถาม เพอื่ ไมใ่ ห้การตงั้ คาถามของแตล่ ะกล่มุ ซา้ กนั
6.นกั เรียนร่วมกันสรุปขอ้ คดิ ท่ีได้จากการอา่ น
ขัน้ ท่ี 4 ขน้ั ส่ือสารและนาเสนอ
7.นักเรียนแตล่ ะกลมุ่ นาเสนอคาถามหน้าชนั้ เรยี น แลว้ ใหเ้ พ่อื นตอบคาถาม
ขั้นท่ี 5 ข้นั ประเมนิ เพ่ือเพม่ิ คุณค่าบริการสังคมและจิตสาธารณะ
8.นกั เรยี นรว่ มกนั แสดงความคิดเห็น โดยครใู ช้คาถามดังน้ี
นกั เรียนสามารถนาความรู้เกยี่ วกับเรอื่ งทเ่ี รียนไปใชป้ ระโยชน์ในสังคมไดอ้ ยา่ งไร
คาบที่ 2-3 สาระสาคญั
การเขยี นบนั ทกึ จากการศกึ ษาค้นควา้ เป็นการสรา้ งลกั ษณะนสิ ัยในการเปน็ นกั เขียน เนอื่ งจาก
การเขียน การอ่านมาก และจดบันทึกมาก ๆ จะช่วยให้นักเรียนมขี อ้ มูลและมปี ระสบการณ์ในการเขียนมากยิ่งขึน้
บันทึกความรู้ ขั้นท่ี 1ขน้ั รวบรวมขอ้ มลู
1. นกั เรยี นดภู าพ แลว้ สนทนารว่ มกนั โดยครใู ช้คาถามดังน้ี
- นักเรยี นคดิ ว่าภาพนเ้ี กย่ี วขอ้ งกบั วนั อะไร ในทางพระพุทธศาสนา
- นกั เรยี นคิดว่ามีความสาคญั อย่างไร
- นักเรียนเคยไปร่วมพธิ เี ก่ยี วกบั วนั สาคัญทางพระพุทธศาสนาบ้างหรอื ไม่
2. นกั เรียนรว่ มกนั ศกึ ษาเรอ่ื ง การเขยี นบันทึกความรู้ แลว้ รว่ มกันสนทนาโดยครูใช้คาถาม ดงั น้ี
- องค์ประกอบในการเขยี นบนั ทกึ ความรู้มอี ะไรบา้ ง
- การเขยี นบนั ทกึ ความรู้ตา่ งจากการเขียนบันทึกประจาวันอยา่ งไร
- การเขียนบนั ทึกความรู้มปี ระโยชน์อย่างไร
ข้ันท่ี 2 ขั้นคดิ วเิ คราะหแ์ ละสรปุ ความ
นกั เรียนร่วมกนั วิเคราะห์การเขยี นบันทึกความรู้ วา่ มีอะไรบ้าง
ตวั อยา่ ง เชน่
4.นักเรียนแต่ละกลุ่มคิดประเมนิ เพื่อเพม่ิ คณุ ค่าโดยครูใช้คาถามดังต่อไปน้ี
- นักเรยี นสามารถนาเรอ่ื งที่เรยี นไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจาวนั ได้อย่างไร
ขัน้ ที่ 3 ขั้นปฏบิ ัตแิ ละสรุปความรูห้ ลังการปฏิบตั ิ
5. นักเรียนเข้ากลุ่มทากจิ กรรมการศกึ ษาค้นควา้ ข้อมูลและเขยี นบันทึกความรู้ เก่ยี วกับวนั
เข้าพรรษา
6. ให้นักเรียนรว่ มกนั สรุปความสาคัญของการเขียนการบนั ทึกความรู้ และการเขยี นบันทกึ
ความร้ขู องวนั เข้าพรรษา
ครอู ธบิ ายเพมิ่ เตมิ เกี่ยวกับสว่ นประกอบในการเขยี นบนั ทึกความรู้
ขั้นที่ 4 ขน้ั สอื่ สารและนาเสนอ
7. นกั เรียนแต่ละกลมุ่ นาเสนอผลงานหนา้ ชั้นเรยี น เพ่อื นกล่มุ อนื่ ร่วมกนั แสดงความคิดเห็น
8. นักเรียนรวบรวมการเขยี นบันทกึ ความรู้ เกีย่ วกับวนั เข้าพรรษา ไว้ท่ีมมุ หอ้ ง เพอ่ื ให้
เพื่อนๆ ไดศ้ กึ ษา
ขน้ั ท่ี 5 ข้ันประเมนิ เพื่อเพ่ิมคณุ ค่าบริการสังคมและจิตสาธารณ
9.นักเรยี นร่วมกันแสดงความคิดเหน็ โดยครใู ช้คาถามดังน้ี
-นักเรียนสามารถนาความรเู้ กีย่ วกับเร่อื งทเี่ รยี นไปใช้ประโยชน์ในสงั คมไดอ้ ย่างไร
คาบที่ 4-5 สาระสาคัญ
คาสรรพนามในแต่ละประโยคจะมีหน้าที่แตกตา่ งกนั การใชค้ าสรรพนามชนิดตา่ ง ๆ ต้อง
คาสรรพนาม พจิ ารณาเลือกใช้ให้ถูกตอ้ งเหมาะสมกับบคุ คลในฐานะต่าง ๆ กัน
ขนั้ ที่ 1 ขน้ั รวบรวมขอ้ มลู
1.ใหน้ ักเรยี นแสดงความคิดเห็นเกย่ี วกับคาสรรพนาม โดยครใู ช้คาถามดงั น้ี
- ใหน้ ักเรียนลองคิดคาสรรพนามทใ่ี ชแ้ ทนคน มากกวา่ 1 คน มีคาอะไรบ้าง
- ใหน้ ักเรยี นช่วยกนั เขียน คาสรรพนาม มา คนละ 3 คา
- คาสรรพนามทใ่ี ช้แทนผู้พูด ............................................................
- คาสรรพนามทีใ่ ชแ้ ทนผฟู้ งั ..........................................................
- คาสรรพนามทใี่ ช้แทนผู้ท่ีถูกกล่าวถึง ..........................................................
2. ครใู หน้ กั เรยี นศึกษาความรเู้ รอื่ ง คาสรรพนาม แล้วรว่ มกนั สนทนาโดยใชค้ าถามดังน้ี
- นักเรียนรูจ้ ักคาสรรพนามชนิดใดบ้าง
- มคี าสรรพนามคาใดบ้าง ที่สามารถเปน็ คานามได้
ขัน้ ที่ 2 ขน้ั คดิ วเิ คราะห์และสรุปความ
3.ให้นกั เรียนอาสาสมัคร 3 - 4 คน ออกมาแตง่ ประโยคให้มีคาสรรพนามคนละ 1 ประโยค
หรอื 1 ขอ้ ความ
ตวั อย่าง เช่น
1. ทา่ นผ้นู ้ี เมตตาพวกเรามาก ทา่ นให้ความช่วยเหลืออยู่เสมอ
2. นีเ่ ดน่ นายรไู้ ดอ้ ยา่ งไรว่าเกิดเหตุร้ายขึ้นกับเขา
3. เจ้าแตม้ ขี้ประจบ เจ้านายรักมันมาก
4. ขา้ พระพทุ ธเจา้ ใชเ้ วลาบกุ เบกิ ที่ดนิ แหง่ นอี้ ยู่นานถงึ 10 ปี พระพทุ ธเจ้าขา้
จากนน้ั ครูใชค้ าถามว่า
คาสรรพนามคาใดทาหน้าท่เี ป็นประธานบ้าง (ทา่ น - ข้อ 1, นาย - ขอ้ 2)
ใหท้ กุ คนช่วยกันพจิ ารณาความถกู ต้องของคาสรรพนามทเี่ พอื่ นแตง่ ประโยค
4.นักเรยี นแต่ละกลุ่มคิดประเมินเพิ่มคณุ ค่า โดยครใู ช้คาถามดงั ต่อไปนี้
- นกั เรยี นสามารถนาเร่ืองท่เี รียนไปใช้ประโยชน์ในชีวติ ประจาวันได้อยา่ งไร
ขั้นท่ี 3 ข้ันปฏิบตั ิและสรุปความร้หู ลงั การปฏิบัติ
5.นักเรียนเลน่ เกมโดยจบั บัตรคาท่ีอยู่ในกล่อง และพิจารณาว่าเปน็ คาสรรพนามหรอื ไม่
เป็นคาสรรพนามชนิดใด และแตง่ ประโยคโดยใช้ไม้เรียกเลขทีเ่ รยี กนักเรียนทลี ะคนครูเขียนคาตอบของ
นกั เรยี นบนกระดานดา แลว้ อ่านออกเสยี งพรอ้ มกนั ใหท้ ุกคนชว่ ยกนั พจิ ารณาความถกู ต้อง
6.นักเรียนเข้ากลุ่มทากจิ กรรมคดิ คาสรรพนาม โดยสง่ ตวั แทนออกมาจบั ฉลากชนดิ ของคา
สรรพนาม
7.นักเรียนฝึกอ่านคาสรรพนามจากบัตรคาและบอกวา่ เป็นคาสรรพนามชนดิ ใด
8.นักเรียนรว่ มกันสรปุ เรือ่ งคาสรรพนามดงั น้ี
คาสรรพนามในแต่ละประโยคจะมีหนา้ ทีแ่ ตกต่างกันการใช้คาสรรพนามชนดิ ต่าง ๆ ต้อง
พิจารณาเลอื กใช้ให้ถกู ต้องเหมาะสมกบั บคุ คลในฐานะตา่ ง ๆ กัน
9.นักเรียนทาแบบฝึกหัด
ข้นั ท่ี 4 ขนั้ สอ่ื สารและนาเสนอ
10.นักเรียนนาเสนอคาสรรพนามในแต่ละชนดิ ตามกลมุ่ ท่ีจับฉลากได้ โดยครใู ช้ไมเ้ รียกเลขที่
เพื่อใหน้ ักเรียนนาเสนอทลี ะกลุ่ม และร่วมกนั แสดงความคดิ เหน็ และรวบรวมเป็นเลม่ ไว้ท่มี ุมหอ้ งเรยี น
ใหเ้ พอ่ื นๆได้ศึกษาตอ่ ไป
ขั้นท่ี 5 ข้ันประเมนิ เพอื่ เพิม่ คุณค่าบริการสังคมและจิตสาธารณะ
11.นักเรียนร่วมกนั แสดงความคิดเห็น โดยครูใช้คาถามดังนี้
-นกั เรยี นสามารถนาความรู้เกี่ยวกบั เรือ่ งท่ีเรียนไปใชป้ ระโยชน์ในสังคมได้อยา่ งไร
6. การวัดและประเมนิ ผลการเรยี นรู้
การประเมิน วธิ กี าร เครื่องมือ
ดา้ นความรู้ (K) - การตอบคาถาม - คาถาม
- ทาแบบฝกึ หัด - แบบฝกึ หัด
ด้านทกั ษะและกระบวนการ (P) -ทกั ษะการอ่านในใจ -แบบประเมนิ การอ่านในใจ
-ทักษะการเขียน -แบบประเมนิ การเขยี น
-ทักษะการคดิ วเิ คราะห์ -คาถาม
-แบบฝึกหัด
ดา้ นคณุ ธรรม จริยธรรมและ -สังเกตพฤติกรรมในการร่วม - แบบสงั เกตพฤตกิ รรม
ค่านิยม (A) กจิ กรรม การทางานกลมุ่
-สงั เกตพฤตกิ รรมความ
กระตือรือร้นในการร่วมกิจกรรม
7. ส่อื /อุปกรณ์/แหลง่ การเรียนรู้
1.ตัวอยา่ งข่าวอาชญากรรม 2.แผนผงั ความคิดการเขียนบนั ทกึ ความรู้
3.ภาพประกอบวันเข้าพรรษา 4. หนังสอื ภาษาไทยชั้นประถมศกึ ษาปที ่ี 4
5.ไมเ้ รยี กเลขที่ 6. บตั รคาในการแยกชนดิ คาสรรพนาม
8. กจิ กรรมเสนอแนะ
...................................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................................
ลงช่ือ.............................................ครูผู้สอน ลงช่อื ...................................................ฝ่ายวชิ าการ
(...........................................................) (...........................................................)
vv ลงช่อื ................................................... ผูบ้ ริหาร
(...........................................................)
สปั ดาห์ท่ี 4
โรงเรียนขจรเกียรติพัฒนา
แผนการจัดการเรียนรู้
ภาคเรยี นที่..…2…../.………..... ชอื่ ผู้สอน ……………………………………………………..
กลุ่มสาระการเรยี นรู้ ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีท่ี……4..... จานวน……5….คาบ
หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ ..……10…..… เรอ่ื ง...............หนเู อยจะบอกให้...........................
1. มาตรฐานการเรียนร/ู้ ตัวช้วี ัด
มาตรฐานท่ี ท 2.1 ใช้กระบวนการเขยี นเขยี นสอื่ สาร เขยี นเรยี งความ ย่อความ และเขยี นเรื่องราวในรปู แบบตา่ งๆ
เขยี นรายงานข้อมูลสารสนเทศและรายงานการศกึ ษาค้นคว้าอยา่ งมีประสทิ ธิภาพ
ตัวชวี้ ัดที่ ป 4/4 เขียนยอ่ ความจากเรอื่ งสนั้ ๆ
ตวั ชี้วดั ที่ ป 4/8 มมี ารยาทในการเขยี น
มาตรฐาน ท 4.1 เขา้ ใจธรรมชาติของภาษาและหลกั ภาษาไทย การเปลีย่ นแปลงของภาษา และพลังของภาษา ภมู ิ
ปญั ญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไว้เปน็ สมบัติของชาติ
ตัวชว้ี ดั ป.4/2 ระบุชนิดและหนา้ ทขี่ องคาในประโยค
มาตรฐานท่ี ท 5.1 เข้าใจและแสดงความคิดเหน็ วิจารณว์ รรณคดีและวรรณกรรมไทยอย่างเห็นคณุ ค่าและนามา
ประยกุ ต์ใชใ้ นชวี ิตจริง
ตัวชว้ี ัดท่ี ป 4/1 ระบุข้อคดิ จากนิทานพ้นื บา้ นหรือนิทานคตธิ รรม
ตวั ช้วี ัดท่ี ป 4/2 อธิบายขอ้ คดิ จากการอา่ นเพื่อนาไปใช้ในชีวิตจรงิ
2. สาระสาคัญ/ความคิดรวบยอด
การอา่ นจบั ใจความสาคญั คอื การอา่ นเพื่อจับใจความหรอื ขอ้ คิด ความคิดสาคญั หลกั ของขอ้ ความหรอื เร่ืองทอ่ี า่ น
การอ่านจับใจความสาคญั ถอื เป็นทกั ษะสาคัญท่ีใช้ในการอ่านเพอื่ การส่ือสารมากที่สุดเพราะเป็นพืน้ ฐานสาคัญในการศึกษา
หาความรู้ จึงควรฝึกฝนให้เกิดความชานาญ
การเขยี นย่อนทิ าน คือ การเขียนย่อความเปน็ การสรุปสาระสาคัญของเนอื้ เรือ่ งนาเสนอตอ่ ผู้อืน่
คากรยิ า คือ คากรยิ าทาหนา้ ทีแ่ สดงอาการหรือการกระทาของนามและสรรพนามซึง่ เปน็ ประธานในประโยค มที ้งั
คากรยิ าอกรรม และคากรยิ าสกรรม คากริยาตอ้ งการกรรมเพราะยงั มใี จความไมส่ มบูรณ์ ส่วนคากริยาไมต่ อ้ งการกรรมเพราะ
คากรยิ านั้นมีใจความสมบรู ณ์
3. จุดประสงค์การเรยี นรู้
1.อธบิ ายความหมาย และหลักการอา่ นจับใจความสาคญั (K)
2.อธบิ ายวธิ กี ารเขียนยอ่ ความทีด่ ี (K)
3.บอกลกั ษณะและชนดิ ของคากรยิ า (K)
4.อา่ นเรอื่ งได้คล่องแคลว่ รวดเร็วและถูกต้องตามอักขรวธิ ี (P)
5.แยกขอ้ เทจ็ จริงและข้อคิดเห็นจากเร่อื งท่ีอา่ น (P)
6.ยกตวั อย่างคากริยาแต่ละชนดิ (P)
7.เขียนย่อความนทิ าน (P)
8.เหน็ ความสาคญั ของการอ่านและมารยาทในการอา่ น (A)
9.นาความร้เู รือ่ งการเขยี นยอ่ ความไปใชใ้ นชีวติ ประจาวนั (A)
10.กระตอื รอื รน้ ในการร่วมกิจกรรม (A)
4. สาระการเรยี นรู้ สาระการเรยี นรู้ท้องถน่ิ
สาระการเรยี นรู้แกนกลาง
1. อธบิ ายความหมาย และหลกั การอ่านจบั ใจความสาคัญ
2. อธบิ ายวธิ กี ารเขียนยอ่ ความทด่ี ี
3. บอกลกั ษณะและชนดิ ของคากริยา
5. กิจกรรมการเรียนรู้
คาบท่ี กิจกรรมการเรยี นการสอน
คาบที่ 1 สาระสาคญั
การอา่ นเพอื่ จบั ใจความหรอื ขอ้ คิด ความคิดสาคญั หลกั ของข้อความหรอื เรื่องทอี่ ่านการอา่ นจับ
การอา่ น ใจความสาคัญ ถือเป็นทกั ษะสาคญั ที่ใช้ในการอา่ นเพอื่ การสื่อสารมากที่สุดเพราะเป็นพื้นฐานสาคญั ใน
จับใจความ การศกึ ษาหาความรู้ จงึ ควรฝึกฝนให้เกิดความชานาญ
สาคญั ข้นั ที่ 1ขนั้ รวบรวมข้อมลู
1. ครูและนกั เรียนร่วมกนั สนทนา โดยครูใช้คาถามกระตุ้นความคิด ดงั น้ี
- นักเรยี นเคยไดม้ โี อกาสน่งั ดูดวงจนั ทร์บา้ งหรอื ไม่
- นักเรยี นรู้ประวัตคิ วามเป็นมาวนั ลอยกระทงหรือไม่
- นกั เรยี นเคยไปลอยกระทงท่ีไหนบา้ ง ให้นักเรยี นช่วยกนั ตอบ เพ่อื โยงเขา้ สสู่ าระการ
เรียนรนู้ ักเรียนทบทวนเก่ยี วกับการอา่ นจบั ใจความสาคญั โดยครูถามคาถามดงั น้ี
-การอา่ นสรปุ ใจความคอื อะไร
-นักเรียนใชท้ กั ษะอะไรบา้ งในการอา่ นสรปุ ใจความ
*ในการตอบคาถามใหค้ รใู ชไ้ ม้เรียกเลขที่ เพ่ือให้นักเรียนตอบทลี ะคน โดยถามคาถามกอ่ นจะ
เรยี กเลขทเี่ พื่อใหท้ ุกคนได้คิด
2. นกั เรยี นเขา้ กลมุ่ ศกึ ษาเร่ือง ดวงจันทร์ของลาเจียก (วรรณคดลี านา) โดยครูใช้คาถามดงั นี้
- เร่ืองทนี่ กั เรยี นอ่านเปน็ เรื่องเก่ียวกบั อะไร
- นกั เรยี นชอบตัวละครใดมากทสี่ ุด เพราะอะไร
ขัน้ ท่ี 2 ข้นั คดิ วิเคราะหแ์ ละสรุปความ
3. นักเรยี นแต่ละกลุ่มรว่ มกนั วเิ คราะหเ์ กยี่ วกบั เรอื่ งทอี่ ่าน โดยครูใช้คาถามดังน้ี
- ตัวละครสาคญั ในเร่อื งมีใครบา้ ง แต่ละตัวละครมนี สิ ัยอยา่ งไร
- จากเรอื่ งท่ีอ่านนักเรยี นได้ขอ้ คิดอะไรบ้าง
4.นักเรยี นแตล่ ะกลมุ่ คดิ ประเมนิ เพือ่ เพิ่มคุณค่าโดยครูใชค้ าถามดงั ต่อไปน้ี
- นักเรียนสามารถนาความรทู้ ีไ่ ด้รบั ไปใช้ประโยชนใ์ นชีวิตประจาวันไดอ้ ย่างไร
ขั้นท่ี 3 ข้ันปฏบิ ัติและสรปุ ความร้หู ลังการปฏิบตั ิ
5.นกั เรยี นเข้ากลุม่ ทากิจกรรมการต้งั คาถามและตอบคาถามจากเรือ่ งทอี่ า่ น กลมุ่ ละ 5 ข้อ
กตกิ าในการต้งั คาถาม คณุ ครูแบง่ จานวนนักเรียน หน้าท่แี ต่ละกลุ่มท่ีจะตอ้ งรับผดิ ชอบในการ
ตง้ั คาถาม เพือ่ ไมใ่ ห้การตง้ั คาถามของแตล่ ะกล่มุ ซ้ากนั
6.นักเรียนรว่ มกนั สรุปขอ้ คดิ ที่ไดจ้ ากการอ่าน
ขน้ั ท่ี 4 ขั้นสอื่ สารและนาเสนอ
7.นักเรียนแต่ละกลุ่มนาเสนอคาถามหน้าชน้ั เรียน แลว้ ให้เพอ่ื นตอบคาถาม
ข้ันท่ี 5 ขั้นประเมนิ เพือ่ เพ่ิมคุณคา่ บริการสงั คมและจติ สาธารณะ
8.นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็น โดยครใู ช้คาถามดงั น้ี
นักเรียนสามารถนาความรเู้ กย่ี วกับเร่ืองท่ีเรียนไปใช้ประโยชน์ในสังคมไดอ้ ย่างไร
คาบที่ 2-3 สาระสาคัญ
การเขียนยอ่ ความเป็นการสรุปสาระสาคัญของเนอื้ เรอื่ งนาเสนอต่อผูอ้ น่ื
การเขียน ขั้นที่ 1ขน้ั รวบรวมขอ้ มูล
ย่อนทิ าน
1. นกั เรียนดูนิทานคณุ ธรรม 1 เรือ่ งจากวีดิโอ แล้วสนทนารว่ มกัน โดยครใู ชค้ าถามดงั น้ี
- นกั เรียนรู้สึกอยา่ งไรเม่อื ไดด้ ูนิทาน
- ในเร่ืองมีตัวละครอะไรบา้ ง
- ใครสามารถเลา่ นทิ านเรอื่ งนีใ้ ห้เพอ่ื นฟังไดบ้ ้าง และจากนิทานมขี อ้ คิดอะไรบา้ ง
2. นักเรียนร่วมกนั ศกึ ษาเรือ่ ง การเขียนยอ่ นิทาน แล้วร่วมกันสนทนาโดยครใู ช้คาถาม ดงั น้ี
- องคป์ ระกอบในการเขียนย่อนิทานมอี ะไรบา้ ง
- การเขยี นยอ่ นิทานมีประโยชนอ์ ย่างไร
ขัน้ ท่ี 2 ขั้นคิดวเิ คราะห์และสรุปความ
3. นกั เรยี นรว่ มกนั วิเคราะหอ์ งค์ประกอบของการเขยี นนทิ านวา่ มอี ะไรบา้ ง
ตัวอยา่ ง เช่น
1. อา่ นเร่อื งทจี่ ะย่อใหเ้ ข้าใจ
2. จับใจความสาคัญหรอื สาระสาคัญของเรอ่ื ง
3. ใชส้ านวนภาษาง่าย ๆ ของผู้ย่อเองโดยไมเ่ ปลย่ี นแปลงเรอ่ื งเดมิ
4. เปลย่ี นสรรพนามบุรษุ ท่ี 1 หรือสรรพนามบรุ ุษท่ี 2 เปน็ สรรพนามบรุ ษุ ที่ 3
รูปแบบการย่อนทิ าน นิทานเร่ือง...................จาก....................ของ(ผู้แตง่ )....................
ความว่า.............................
4.นักเรยี นแตล่ ะกลุ่มคดิ ประเมินเพอ่ื เพ่มิ คุณคา่ โดยครูใช้คาถามดังตอ่ ไปน้ี
- นกั เรียนสามารถนาเร่อื งทเ่ี รียนไปใช้ประโยชน์ในชวี ิตประจาวันได้อยา่ งไร
ขน้ั ที่ 3 ขัน้ ปฏบิ ัติและสรปุ ความรู้หลงั การปฏิบัติ
5. นักเรียนเข้ากลุ่มทากิจกรรมการเลือกนทิ านท่จี ะย่อ ตามความสนใจของนักเรยี น
6. ใหน้ ักเรยี นร่วมกนั สรุปความสาคญั ของการเขียนยอ่ นิทาน ครูอธบิ ายเพิม่ เติมเกีย่ วกับ
ส่วนประกอบในการเขยี นยอ่ นทิ าน
ขั้นท่ี 4 ขั้นสื่อสารและนาเสนอ
7. นักเรียนแตล่ ะกลุ่มนาเสนอผลงานหนา้ ชน้ั เรยี น เพอ่ื นกลมุ่ อื่นร่วมกนั แสดงความคิดเหน็
8. นกั เรยี นรวบรวมการเขียนยอ่ นิทาน ไวท้ ีม่ มุ ห้อง เพือ่ ให้เพอ่ื นๆ ไดอ้ ่าน
ขน้ั ท่ี 5 ขน้ั ประเมินเพ่ือเพมิ่ คณุ คา่ บรกิ ารสงั คมและจิตสาธารณ
9.นักเรียนรว่ มกนั แสดงความคดิ เหน็ โดยครูใชค้ าถามดังนี้
-นกั เรียนสามารถนาความรู้เกย่ี วกับเรือ่ งท่ีเรียนไปใชป้ ระโยชนใ์ นสังคมได้อยา่ งไร
คาบท่ี 4-5 สาระสาคัญ
คากริยา คากริยา ทาหน้าที่แสดงอาการหรือการกระทาของนามและสรรพนามซ่งึ เปน็ ประธานในประโยค
มีท้งั คากรยิ าอกรรมและคากริยาสกรรม คากรยิ าตอ้ งการกรรมเพราะยังมีใจความไมส่ มบูรณ์ สว่ น
คากริยาไมต่ อ้ งการกรรมเพราะคากรยิ านน้ั มีใจความสมบูรณ์
ขัน้ ท่ี 1 ข้นั รวบรวมขอ้ มลู
1.ให้นกั เรยี นแสดงความคิดเหน็ เกีย่ วกบั คากริยา โดยครใู ชค้ าถามดังน้ี
- ในชวี ิตประจาวนั นักเรยี นมกี ารแสดงกรยิ าอาการอะไรบา้ ง พรอ้ มกับให้นักเรียนทาท่าทาง
ประกอบ
- ใหน้ ักเรยี นลองคดิ คากรยิ าท่ไี มต่ ้องมกี รรมมา คนละ 1 คา
2. ครูใหน้ กั เรยี นศึกษาความร้เู รอื่ ง คากริยา แล้วรว่ มกันสนทนาโดยใช้คาถามดังนี้
- นักเรยี นร้จู กั คากริยาชนดิ ใดบ้าง
- คาใดบ้างทีเ่ ป็นคากริยาแล้วอาจทาหน้าท่ีเปน็ คาชนดิ อ่ืนได้
ตัวอย่าง เช่น
ขนั ไก่ขนั (คากริยา) ขนั น้า (คานาม)
กา (ทาเครอื่ งหมาย) กานา้ , กาดา (คานาม)
ขน้ั ที่ 2 ขน้ั คิดวิเคราะห์และสรุปความ
3.นกั เรยี นสงั เกตบตั รคากรยิ า และนาไปติดบนกระดานวา่ เปน็ คากริยาชนิดใด เชน่
อกรรมกรยิ า สกรมกริยา วิกตรรถกรยิ า
บิน ถือ เหมือน
ให้ทกุ คนช่วยกันพิจารณาความถูกต้องของคากรยิ าแต่ละชนดิ
4.นักเรยี นแตล่ ะกลมุ่ คิดประเมินเพิ่มคณุ คา่ โดยครูใช้คาถามดงั ตอ่ ไปน้ี
- นกั เรยี นสามารถนาเรอ่ื งทีเ่ รียนไปใช้ประโยชน์ในชวี ิตประจาวันได้อยา่ งไร
ขัน้ ท่ี 3 ขัน้ ปฏบิ ตั แิ ละสรุปความรู้หลงั การปฏบิ ัติ
5.ให้นักเรยี นทายคากรยิ าจากปริศนาคาทาย ดงั นี้
-สะ..........อะไร อาการเคลอื่ นไหวเรว็ ๆ แรง ๆ เพ่ือใหส้ ง่ิ ใดหลุดออกไป (สะบดั )
-สะ.........อะไร เปน็ สิ่งดี คือ ทาเร่อื งทม่ี ีปัญหาหมกั หมมคา้ งไวใ้ หเ้ สรจ็ สน้ิ ไป (สะสาง)
-สะ.........อะไร เป็นการใชส้ ่ิงหนงึ่ ส่งิ ใดเขย่ี ตัวคน หรอื แตะเบา ๆ ให้ร้ตู วั (สะกิด)
-น้องรอ้ งไห.้ .............ดว้ ยความเสียใจ (สะอึกสะอืน้ )
-นทั ตะโกนเสยี งดงั จนอรทนี่ ัง่ เหมอ่ ............ตกใจ (สะด้งุ )
โดยใช้ไมเ้ รยี กเลขที่เรยี กนักเรยี นให้ตอบ และครูเขียนคาตอบของนกั เรียนบนกระดานดา แล้ว
อา่ นออกเสยี งพร้อมกนั ให้ทกุ คนชว่ ยกนั พจิ ารณาความถูกตอ้ งของคากริยา
6.นักเรยี นเข้ากลมุ่ ทากจิ กรรมคดิ คากริยา โดยส่งตัวแทนออกมาจับฉลากชนดิ ของคากรยิ า
7.นกั เรียนฝึกอ่านคากริยาจากบตั รคา
8.นักเรยี นร่วมกนั สรปุ เรื่องคากริยาดงั น้ี
คากริยา ทาหนา้ ท่ีแสดงอาการหรอื การกระทาของนามและสรรพนามซง่ึ เปน็ ประธานใน
ประโยค มที ั้งคากริยาอกรรม และคากริยาสกรรม คากริยาต้องการกรรมเพราะยงั มใี จความไมส่ มบูรณ์
ส่วนคากรยิ าไมต่ ้องการกรรมเพราะคากรยิ านั้นมใี จความสมบรู ณ์
9.นกั เรียนทาแบบฝกึ หดั
ขั้นท่ี 4 ขน้ั สอื่ สารและนาเสนอ
10.นกั เรียนนาเสนอคากริยาในแต่ละชนิด ตามกลมุ่ ทีจ่ ับฉลากได้ โดยครูใช้ไมเ้ รยี กเลขท่ี
เพอ่ื ใหน้ กั เรียนนาเสนอทลี ะกลุ่ม และรว่ มกนั แสดงความคิดเหน็ และรวบรวมเปน็ เลม่ ไวท้ ี่มมุ ห้องเรยี น
ใหเ้ พือ่ นๆไดศ้ กึ ษาตอ่ ไป
ข้นั ท่ี 5 ข้ันประเมนิ เพื่อเพมิ่ คุณคา่ บริการสงั คมและจติ สาธารณะ
11.นกั เรียนรว่ มกนั แสดงความคิดเห็น โดยครูใช้คาถามดงั น้ี
-นกั เรียนสามารถนาความรเู้ กี่ยวกบั เรอื่ งที่เรียนไปใช้ประโยชน์ในสงั คมได้อย่างไร
6. การวดั และประเมนิ ผลการเรยี นรู้
การประเมิน วธิ กี าร เครือ่ งมือ
ด้านความรู้ (K) - การตอบคาถาม - คาถาม
- แบบฝกึ หดั
- ทาแบบฝึกหัด -แบบประเมนิ การอา่ นในใจ
-แบบประเมินการเขียน
ดา้ นทกั ษะและกระบวนการ (P) -ทกั ษะการอ่านในใจ -คาถาม
-แบบฝึกหัด
-ทักษะการเขยี น - แบบสังเกตพฤติกรรม
-ทกั ษะการคดิ วิเคราะห์
ด้านคณุ ธรรม จริยธรรมและ -สงั เกตพฤติกรรมในการรว่ ม
คา่ นยิ ม (A) กจิ กรรม การทางานกลุ่ม
-สงั เกตพฤตกิ รรมความ
กระตือรือร้นในการร่วมกจิ กรรม
7. สื่อ/อุปกรณ์/แหล่งการเรียนรู้ 2 .วีดิโอ นิทาน
4. หนงั สือภาษาไทยชั้นประถมศึกษาปที ่ี 4
1.ภาพประกอบวันลอยกระทง 6. บัตรคาในการแยกชนิดคากริยา
3.รูปแบบการย่อนทิ าน
5.ไม้เรียกเลขท่ี
8. กจิ กรรมเสนอแนะ
...................................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................................
ลงช่ือ.............................................ครผู สู้ อน ลงชื่อ...................................................ฝา่ ยวชิ าการ
(...........................................................) (...........................................................)
vv ลงชอื่ ................................................... ผู้บรหิ าร
(...........................................................)
สัปดาห์ท่ี 5
โรงเรียนขจรเกียรตพิ ัฒนา
แผนการจัดการเรียนรู้
ภาคเรยี นที.่ .…2…../…………... ชอื่ ผูส้ อน ……………………………………………………..
กลมุ่ สาระการเรียนรู้ ภาษาไทย ชัน้ ประถมศึกษาปที ี่……4..... จานวน……5….คาบ
หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ ..……11…..… เรือ่ ง.................คนดศี รีโรงเรียน...........................
1. มาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตัวชวี้ ดั
มาตรฐานท่ี ท 1.1 ใช้กระบวนการอา่ นสร้างความรู้และความคิดเพือ่ นาไปใชต้ ดั สนิ ใจ แก้ปัญหาในการดาเนนิ ชีวติ และ
มนี สิ ยั รกั การอ่าน
ตัวชว้ี ัดที่ ป 4/1 อา่ นออกเสียงบทร้อยแก้วและบทร้อยกรองไดถ้ ูกต้อง
ตวั ชว้ี ัดที่ ป 4/2 อธิบายความหมายของคา ประโยค และสานวนจากเรื่องทอี่ า่ น
ตวั ชวี้ ดั ที่ ป 4/8 มีมารยาทในการอา่ น
มาตรฐานท่ี ท 2.1 ใช้กระบวนการเขยี นเขยี นสอ่ื สาร เขียนเรียงความ ย่อความ และเขียนเรื่องราวในรปู แบบตา่ งๆ
เขียนรายงานข้อมลู สารสนเทศและรายงานการศึกษาคน้ คว้าอยา่ งมปี ระสิทธภิ าพ
ตวั ช้ีวัดที่ ป 4/2 เขยี นสื่อสารโดยใชค้ าได้ถูกต้องชัดเจนและเหมาะสม
ตัวชี้วดั ที่ ป 4/8 มีมารยาทในการเขียน
มาตรฐาน ท 3.1สามารถเลอื กฟังและดอู ยา่ งมวี ิจารณญาณและพดู แสดงความรคู้ วามคดิ และความร้สู กึ ในโอกาสตา่ งๆ
อย่างมีวิจารณญาณและสรา้ งสรรค์
ตัวช้ีวดั ท่ี ป 4/1 จาแนกข้อเทจ็ จรงิ และขอ้ คิดเห็นจากเร่อื งท่ฟี ังและดู
มาตรฐาน ท 4.1 เขา้ ใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลกั ภาษาไทย การเปลีย่ นแปลงของภาษา และพลังของภาษา ภมู ิ
ปัญญาทางภาษาและรักษาภาษาไทยไว้เป็นสมบตั ิของชาติ
ตัวชว้ี ดั ป. 4/2 ระบชุ นดิ และหนา้ ทข่ี องคาในประโยค
2. สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด
การอ่านจับใจความสาคญั คือ การอ่านเพอื่ จับใจความหรือขอ้ คดิ ความคดิ สาคญั หลักของขอ้ ความหรอื เร่อื งทอ่ี า่ น
การอ่านจับใจความสาคญั ถือเปน็ ทกั ษะสาคัญท่ีใช้ในการอา่ นเพอ่ื การสอื่ สารมากที่สุดเพราะเป็นพ้นื ฐานสาคัญในการศกึ ษา
หาความรู้ จึงควรฝกึ ฝนใหเ้ กดิ ความชานาญ
การเขยี นแนะนาการปฏิบตั ติ น คอื การเขยี นสอ่ื สารเพ่อื ให้ผอู้ ่านเข้าใจตรงกัน ตอ้ งเลอื กใช้คาที่ถกู ต้องเหมาะสม
สามารถสือ่ ความหมายได้ชัดเจนตรงตามจดุ ประสงค์
คาวเิ ศษณ์ คือ คาวเิ ศษณจ์ ะอยหู่ ลังคาทีถ่ กู ขยายซ่ึงเปน็ คาชนดิ ต่าง ๆ ท้ังคานาม คาสรรพนาม คากรยิ า และคา
วิเศษณ์ ทาหน้าทข่ี ยายคาตา่ ง ๆ ใหม้ ีความหมายชัดเจนขึ้น