1. ครแู ละนกั เรยี นร่วมกนั สนทนา โดยครูใชค้ าถามกระต้นุ ความคิด ดังน้ี
- นักเรียนไดค้ วามรักความอบอ่นุ จากครอบครวั อยา่ งไรบา้ ง เช่น กอ่ นมาโรงเรยี นหอม
คุณพ่อคุณแม่
- นกั เรียนมีความภมู ใิ จในความรกั ตอ่ ใครมากท่ีสุด
โดยครถู ามนาเพื่อโยงเขา้ สู่สาระการเรยี นร้เู กย่ี วกบั เรื่อง “รกั ท่ีค้มุ ภยั ” นาเสนอตัวอย่างความ
รักความอบอ่นุ ในครอบครัว และกระตนุ้ ความสนใจของผู้เรียนโดยครถู ามคาถามดงั น้ี
-การอา่ นสรุปใจความในเน้ือเรื่องทศี่ ึกษาคอื อะไร
-นกั เรียนใชท้ กั ษะอะไรบ้างในการอ่านสรปุ ใจความ
-นกั เรยี นจะนาหลกั การอา่ นสรปุ ความไปใช้ในชวี ติ ประจาวนั ไดอ้ ย่างไร
*ในการตอบคาถามใหค้ รใู ช้ไมเ้ รียกเลขท่ี เพอื่ ให้นักเรียนตอบทีละคน โดยถามคาถามกอ่ นจะ
เรียกเลขทเ่ี พ่อื ให้ทุกคนไดค้ ิด
2.นักเรียนเขา้ กลุม่ ศกึ ษาเรือ่ ง รกั ท่ีค้มุ ภัย โดยครใู ช้คาถามดงั นี้
-ความรกั ความอบอนุ่ มีความสาคัญในการดาเนนิ ชีวติ อย่างไร
-นกั เรียนคิดว่าส่ิงใดท่ีจะสามารถเปน็ เกราะปอ้ งกันจากครอบครัวไดม้ ากทส่ี ุด
-นกั เรียนสามารถสร้างความรกั ความอบอนุ่ ให้เกดิ ขนึ้ ไดโ้ ดยอาศัยปัจจัยอะไรบา้ ง
ขนั้ ท่ี 2 ขัน้ คดิ วเิ คราะหแ์ ละสรปุ ความ
3.นักเรยี นแตล่ ะกลมุ่ ร่วมกันวเิ คราะห์เกี่ยวกับเร่อื งท่อี า่ น โดยครใู ช้คาถามดังน้ี
-จ๊อกกบั แจก๊ เปน็ ใคร และจะมาพบกนั ในเวลาใด
-ครอบครัวของจอ๊ กกับครอบครวั ของแจก๊ มีความแตกต่างกันอยา่ งไรและนักเรียนชอบบ้านหลงั
ไหนพรอ้ มบอกเหตุผล
-ใหน้ กั เรียนยกตัวอยา่ งโทษของยาเสพตดิ ในเรื่องท่ีอา่ นและวิธปี ้องกัน
4.ให้นักเรียนแตล่ ะกลุ่มคิดประเมนิ เพอ่ื เพิม่ คณุ ค่าโดยครูใช้คาถามดงั ต่อไปน้ี
- นกั เรยี นสามารถนาเรอื่ งท่ีเรียนไปใชป้ ระโยชน์ในชีวิตประจาวนั ได้อยา่ งไร
ข้นั ที่ 3 ขัน้ ปฏิบัตแิ ละสรุปความรหู้ ลังการปฏบิ ตั ิ
5.นักเรยี นทากจิ กรรมการถามตอบจากเร่ืองที่ศกึ ษา
6.นักเรียนรว่ มกนั สรุปหลกั การอา่ นจบั ใจความดังนี้
ขัน้ ที่ 4 ข้ันส่ือสารและนาเสนอ
7. แตล่ ะกลุ่มออกมานาเสนอผลของการทากิจกรรมใหเ้ พ่อื นฟงั โดยใชว้ ิธจี บั สลาก
ขั้นที่ 5 ขัน้ ประเมินเพอ่ื เพม่ิ คุณคา่ บรกิ ารสงั คมและจติ สาธารณะ
8.นักเรียนช่วยกนั สรุป แสดงความคิดเห็น โดยครูใชค้ าถามดังนี้เพ่ือเปน็ การประเมินความ
เข้าใจไปในตัวดว้ ย
-นักเรยี นสามารถนาความรู้เกีย่ วกบั เรอื่ งที่เรยี นไปใช้ประโยชน์ในสงั คมได้อย่างไร
คาบที่ 2-3 สาระสาคัญ
การเขยี นยอ่ ความเป็นการสรุปสาระสาคัญของเนอ้ื เร่อื งนาเสนอต่อผอู้ ่ืน การเขยี นแสดงความ
การเขียนย่อ คดิ เหน็ การเก็บใจความสาคัญของเร่อื งใดเรือ่ งหนงึ่ จากบทความแลว้ นามาเขยี นเรียบเรียงใหม่
ความจากการ ขน้ั ที่ 1 ขนั้ รวบรวมขอ้ มูล
ฟังบทความ 1.ครแู ละนกั เรยี นร่วมกนั สนทนาเก่ยี วกับวันตรษุ จีน และขออาสาสมัครเลา่ 1 เรอื่ ง ให้
วนั ตรุษจีน นักเรยี นรว่ มกนั แสดงความคดิ เหน็ โดยครใู ช้คาถามทา้ ทาย ดังน้ี
- มเี หตกุ ารณ์ใดบ้างในชวี ิตประจาวันท่ีมลี กั ษณะคลา้ ยการยอ่ ความ
- นักเรียนทราบหรอื ไม่ว่าหลักการยอ่ ความมีอะไรบา้ ง
* หลักการยอ่ ความ
1. อา่ นเร่ืองท่ีจะย่อให้เข้าใจ
2. จบั ใจความสาคญั หรือสาระสาคญั ของเร่อื ง
3. ใช้สานวนภาษาง่าย ๆ ของผยู้ ่อเองโดยไมเ่ ปล่ยี นแปลงเร่อื งเดมิ
4. เปล่ียนสรรพนามบุรุษท่ี 1 หรอื สรรพนามบุรษุ ท่ี 2 เป็นสรรพนามบรุ ษุ ท่ี 3
รปู แบบการย่อความ ยอ่ บทความเร่ือง...................จาก...................ของ.........................
ความวา่ ....................
2.นักเรยี นศกึ ษาความรเู้ รอ่ื ง การย่อบทความแลว้ ร่วมกันสนทนาโดยครูใช้คาถามดงั น้ี
- ในการยอ่ บทความจากการฟังนักเรียนตอ้ งคานงึ ถงึ เรอื่ งอะไรมากท่สี ุด
- นกั เรียนควรระมัดระวงั เก่ยี วกับอะไรในการยอ่ ความ
ขัน้ ที่ 2 ขั้นคิดวเิ คราะห์และสรุปความ
3.ครูนาตัวอย่างการเขยี นย่อบทความจากการฟงั บทความวันตรษุ จนี ให้นกั เรยี นดแู ล้วร่วมกนั
วิเคราะห์ โดยครูถามคาถามดังน้ี
- การยอ่ ความจากบบทความวนั ตรุษจนี มคี วามสาคัญอย่างไร
4.นักเรยี นแต่ละกลุ่มคิดประเมนิ เพอ่ื เพิ่มคุณค่าโดยครใู ช้คาถามดงั ตอ่ ไปนี้
- นกั เรียนสามารถนาเรอ่ื งที่เรยี นไปใช้ประโยชนใ์ นชวี ิตประจาวันไดอ้ ยา่ งไร
ขน้ั ที่ 3 ขั้นปฏบิ ตั แิ ละสรปุ ความรหู้ ลงั การปฏิบัติ
5.นักเรยี นเขา้ กล่มุ ทากิจกรรมเขยี นย่อความจากการฟังบทความวันตรษุ จนี
6.นักเรียนร่วมกนั สรปุ ความสาคัญจากการฟงั บทความ ครอู ธบิ ายเพม่ิ เตมิ เกีย่ วกบั
องคป์ ระกอบของการยอ่ บทความ
ข้ันท่ี 4 ขัน้ ส่ือสารและนาเสนอ
7.นกั เรียนแตล่ ะคนนาเสนอผลงานหน้าชนั้ เรยี น เพ่อื นในหอ้ งเรยี นรว่ มกันแสดงความคดิ เหน็
8.นกั เรียนรว่ มกนั คัดเลือกการยอ่ บทความวันตรุษจีนทีช่ อบมากทีส่ ุด 3 อนั ดบั แลว้ นาไปจดั
แสดงทีป่ ้ายนเิ ทศหน้าชนั้ เรียน
ข้นั ที่ 5 ข้นั ประเมินเพอื่ เพมิ่ คณุ ค่าบรกิ ารสงั คมและจติ สาธารณะ
9.ครูและนกั เรยี นรว่ มกันสรปุ สาระสาคัญของเร่อื ง การยอ่ ความทไี่ ด้ฟังบทความวนั ตรุษจนี
10.นกั เรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็น โดยครใู ช้คาถามดงั นี้
-นักเรียนสามารถนาความรเู้ กยี่ วกับเรือ่ งทเี่ รียนไปใชป้ ระโยชน์ในสงั คมไดอ้ ยา่ งไร
คาบท่ี 4-5 สาระสาคัญ
ราชาศพั ท์เปน็ ระเบียบของภาษาที่ต้องใช้ให้ถูกตอ้ งเหมาะสมกบั ระดบั ของบุคคล ประเทศไทยมี
คาราชาศพั ท์ การปกครองระบอบประชาธิปไตยอนั มพี ระมหากษตั ริยเ์ ป็นประมขุ จึงมีการใชถ้ อ้ ยคาอย่างประณตี เป็น
พิเศษสาหรับพระประมขุ และพระราชวงศ์ นอกจากพระราชาแล้วยงั มีช้ันของบคุ คลท่ีต้องมถี อ้ ยคา
ขนั้ ที่ 1 ข้ันรวบรวมข้อมูล
1. นกั เรยี นร่วมกนั แสดงความคิดเห็นเกีย่ วกับภาพขา่ วพระราชกรณยี ะกิจของพระบาทสมเด็จพระ
เจา้ อยหู่ ัวจากหนงั สอื พิมพแ์ ลว้ ร่วมกันสนทนาโดยใชค้ าถามดังน้ี
-ถ้อยคาภาษาทีใ่ ชบ้ รรยายใต้ภาพนน้ั แตกตา่ งจากภาษาโดยท่วั ไปอย่างไร
-คาศพั ท์ท่ีปรากฏอยู่ในภาพมคี วามหมายวา่ อย่างไร
2.นักเรยี นศึกษาเรอ่ื งคาราชาศพั ท์ แล้วร่วมกนั สนทนาโดยครูใช้คาถาม ดงั น้ี
-ความหมายของคาราชาศัพทต์ ามความเข้าใจของนกั เรียนเป็นอย่างไร
-สาเหตุทต่ี อ้ งมคี าราชาศัพทใ์ ช้
-ทาอย่างไรจึงจะใช้คาราชาศพั ทไ์ ด้ถูกต้อง
ข้ันที่ 2 ขน้ั คิดวิเคราะห์และสรุปความ
3.นักเรียนแตล่ ะกลมุ่ คิดประเมินเพมิ่ คณุ ค่า โดยครใู ชค้ าถามดังตอ่ ไปน้ี
- คาราชาศพั ทม์ หี ลกั การใช้อย่างไร
-นกั เรียนจะใชค้ าราชาศัพทก์ บั บุคลใดไดบ้ ้าง ยกตวั อยา่ ง
-นักเรียนสามารถนาเรอื่ งท่เี รียนไปใช้ประโยชนใ์ นชีวติ ประจาวันได้อยา่ งไร
ข้นั ที่ 3 ขัน้ ปฏิบัติและสรุปความรหู้ ลงั การปฏิบตั ิ
4.นกั เรยี นเลน่ เกมจับคู่ภาพและบตั รคาคาราชาศัพท์ทค่ี รูกาหนดให้ โดยใชไ้ มเ้ รยี กเลขทเี่ รยี กช่ือ
นกั เรยี นมาเป็นคูโ่ ดยการใหน้ ักเรียนท่จี ับคไู่ ดแ้ ลว้ อ่านใหเ้ พอ่ื นฟัง
5.ครูตดิ บตั รคาบนกระดานดา แลว้ ใหน้ กั เรยี นฝกึ อ่านทบทวนอกี ครัง้
6.นกั เรยี นสรปุ เรอ่ื งคาราชาศพั ท์
7.นักเรยี นทาแบบฝกึ หัด
ขั้นที่ 4 ขัน้ ส่อื สารและนาเสนอ
8.นักเรียนนาเสนอการทาแบบฝกึ หดั หน้าช้ันเรยี น เพ่ือนๆชว่ ยกนั ตรวจสอบความถกู ต้อง
ข้นั ท่ี 5 ข้ันประเมนิ เพอื่ เพ่มิ คณุ ค่าบรกิ ารสังคมและจิตสาธารณะ
10.นักเรยี นรว่ มกันแสดงความคดิ เห็น โดยครูใชค้ าถามดงั น้ี
-นกั เรยี นสามารถนาความรูเ้ กยี่ วกับเรื่องทเ่ี รยี นไปใชป้ ระโยชนใ์ นสังคมไดอ้ ย่างไร
6. การวัดและประเมนิ ผลการเรยี นรู้
การประเมนิ วิธีการ เคร่ืองมอื
ด้านความรู้ (K) - การตอบคาถาม - คาถาม
- ทาแบบฝกึ หัด - แบบฝึกหดั
-แบบประเมนิ การอ่านในใจ
ด้านทักษะและกระบวนการ (P) -ทกั ษะการอ่านในใจ -แบบประเมนิ การเขียน
-คาถาม
-ทักษะการเขยี น -แบบฝกึ หัด
-ทกั ษะการคดิ วเิ คราะห์ - แบบสังเกตพฤตกิ รรม
-ทกั ษะการอา่ น
ด้านคณุ ธรรม จริยธรรมและ -สงั เกตพฤติกรรมในการร่วม
คา่ นิยม (A) กิจกรรม การทางานกล่มุ
-สงั เกตพฤติกรรมความ
กระตือรือร้นในการร่วมกิจกรรม
7. สือ่ /อุปกรณ์/แหล่งการเรยี นรู้ 2.บัตรภาพคาราชาศพั ท์ \
4.ไมเ้ รียกเลขที่
1.ภาพประกอบเกย่ี วกบั คาราชาศพั ท์ 6.แบบฝกึ หัด
3. หนังสอื หลกั ภาษาไทยช้ันประถมศึกษาปที ่ี 4
5. เกมจบั คู่คาราชาศพั ท์
8. กจิ กรรมเสนอแนะ
...................................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................................
ลงชอ่ื .............................................ครผู สู้ อน ลงช่อื ...................................................ฝ่ายวิชาการ
(...........................................................) (...........................................................)
vv ลงช่ือ................................................... ผู้บริหาร
(...........................................................)
สัปดาห์ท่ี 16
โรงเรยี นขจรเกยี รติพฒั นา
แผนการจดั การเรยี นรู้
ภาคเรียนที่..…2…../.……..... ชอ่ื ผู้สอน ……………………………………………………..
กลุ่มสาระการเรยี นรู้ ภาษาไทย ชัน้ ประถมศึกษาปที ่ี……4..... จานวน……5….คาบ
หน่วยการเรียนรู้ที่ ..……15…..… เร่อื ง.................รักท่ีคุ้มภัย..................................
1. มาตรฐานการเรียนร/ู้ ตวั ชี้วัด
มาตรฐานท่ี ท 1.1 ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรแู้ ละความคิดเพื่อนาไปใช้ตดั สินใจ แก้ปัญหาในการดาเนนิ ชีวติ
และ มีนสิ ยั รักการอา่ น
ตัวชี้วดั ท่ี ป 4/7 อา่ นหนังสือท่มี คี ณุ คา่ ตามความสนใจอยา่ งสม่าเสมอและแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกบั เรอื่ งอ่าน
ตวั ชว้ี ัดท่ี ป 4/8 มมี ารยาทในการอา่ น
มาตรฐานที่ ท 2.1 ใช้กระบวนการเขียนเขียนสื่อสาร เขียนเรียงความ ย่อความ และเขียนเร่อื งราวในรูปแบบต่างๆ
เขียน รายงานข้อมูลสารสนเทศและรายงานการศกึ ษาค้นควา้ อย่างมปี ระสทิ ธิภาพ
ตัวชวี้ ดั ท่ี ป 4/4 เขยี นยอ่ ความจากเรอื่ งสัน้ ๆ
ตัวช้วี ดั ท่ี ป 4/8 มีมารยาทในการเขยี น
มาตรฐานที่ ท 3.1 สามารถเลอื กฟังและดอู ยา่ งมวี ิจารณญาณและพดู แสดงความรู้ ความคดิ ความรู้สึกในโอกาสตา่ งๆ
อยา่ งมีวิจารณญาณ และสร้างสรรค์
ตัวช้ีวัดที่ ป 4/1 จาแนกข้อเทจ็ จริงและข้อคดิ เห็นจากเร่ืองที่ฟังและดู
ตวั ชี้วัดที่ ป 4/2 พูดสรปุ ความจากการฟังและดู
ตัวช้วี ดั ท่ี ป 4/3 พูดแสดงความคิดรู้ ความคดิ เห็นและความรสู้ กึ เกี่ยวกับเร่ืองท่ฟี ังและดู
ตวั ชว้ี ดั ที่ ป 4/4 ตั้งคาถามและตอบคาถามเชงิ เหตผุ ลจากเร่อื งทฟี่ งั และดู
ตวั ชว้ี ัดท่ี ป 4/5 รายงานเรื่องหรือประเดน็ ท่ศี ึกษาคน้ คว้าจากการฟัง การดู และการสนทนา
ตวั ชี้วัดท่ี ป 4/6 มมี ารยาทในการฟัง การดู และการพดู
มาตรฐานที่ ท 4.1 เขา้ ใจธรรมชาติของภาษาและหลกั ภาษาไทย การเปล่ียนแปลงของภาษา และพลังของภาษา ภูมิ
ปญั ญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไว้เปน็ สมบัติของชาติ
ตัวชว้ี ดั ที่ ป 4/1 สะกดคาและบอกความหมายของคาในบริบทต่าง ๆ
2. สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด
การอา่ นจับใจความสาคัญ คอื การอา่ นเพอ่ื จับใจความหรือข้อคดิ ความคิดสาคญั หลักของขอ้ ความหรอื เร่ืองทอ่ี า่ น
การอา่ นจับใจความสาคัญ ถอื เปน็ ทักษะสาคัญทใ่ี ชใ้ นการอ่านเพือ่ การส่อื สารมากที่สุดเพราะเป็นพนื้ ฐานสาคญั ในการศกึ ษา
หาความรู้ จึงควรฝึกฝนให้เกดิ ความชานาญ
การเขียนย่อข่าวจากการฟงั และการดู คอื การเขยี นย่อความเปน็ การสรปุ สาระสาคญั ของเนอ้ื เร่อื งนาเสนอตอ่ ผ้อู น่ื
การเขยี นแสดงความคิดเหน็ การเกบ็ ใจความสาคัญของเรื่องใดเรอื่ งหนง่ึ จากบทความแลว้ นามาเขียนเรียบเรยี งใหม่
คาพงั เพย คือ เปน็ ถ้อยคาท่ีใช้เปรยี บเทียบเพ่ือให้เขา้ ใจเรื่องที่พดู ถึง แฝงดว้ ยขอ้ คิดเตอื นใจในการดาเนนิ ชีวติ สภุ าษิต
เปน็ ถอ้ ยคาทม่ี ีคติ ขอ้ คดิ ดี ใช้เปรียบเทยี บเพื่อสอนให้ทาสิ่งท่ีดหี รือเวน้ ไมใ่ หท้ าสงิ่ ทีไ่ ม่ดี คาพงั เพยและสภุ าษติ ชว่ ยใหก้ ารใช้
ภาษากระชบั กินใจ และไพเราะ แสดงถึงความเป็นผมู้ ศี ลิ ปะในการส่อื สาร
3. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
1.อธิบายความหมาย และหลักการอ่านจับใจความสาคญั (K)
2. อธบิ ายความหมาย และหลักการเขียนย่อข่าวจากการฟงั และการดู (K)
3. รแู้ ละเข้าใจคาพงั เพย(K)
4.อา่ นเรื่องได้คล่องแคลว่ รวดเร็วและถูกตอ้ งตามอกั ขรวธิ ี (P)
5.เขียนย่อข่าวจากการฟังและการดไู ด้ (P)
6.เขยี นคาพงั เพยได้ถูกต้อง (P)
7. แยกข้อเทจ็ จรงิ และข้อคดิ เห็นจากเรื่องท่อี า่ น (P)
8.เห็นความสาคญั ของการอา่ นและมารยาทในการอา่ น (A)
9.กระตือรอื รน้ ในการ่วมกจิ กรรม (A)
4. สาระการเรยี นรู้ สาระการเรียนรูท้ อ้ งถนิ่
สาระการเรยี นร้แู กนกลาง
1. อธิบายความหมาย และหลกั การอ่านจบั ใจความสาคญั
2. อธิบายความหมาย และหลกั การเขยี นย่อข่าวจากการฟงั และการดู
3. รู้และเขา้ ใจคาพงั เพย
5. กจิ กรรมการเรยี นรู้
คาบที่ กจิ กรรมการเรยี นการสอน
คาบท่ี 1 สาระสาคญั
การอ่านเพอื่ จับใจความหรอื ข้อคิด ความคิดสาคัญหลักของข้อความหรือเรือ่ งที่อ่านการอา่ นจับ
การอา่ น ใจความสาคญั ถือเป็นทักษะสาคญั ท่ีใช้ในการอ่านเพอื่ การสื่อสารมากท่ีสดุ เพราะเปน็ พน้ื ฐานสาคัญใน
จับใจความ การศกึ ษาหาความรู้ จงึ ควรฝกึ ฝนให้เกิดความชานาญ
สาคัญ ขัน้ ท่ี 1 ขั้นรวบรวมข้อมลู
1. ครพู านกั เรียนไปห้องสมดุ ให้นกั เรยี นเลอื กหนังสอื ท่สี นใจและชอบอ่านคนละ 1 เรือ่ ง
2.นกั เรียนศึกษาวธิ ีการอา่ นจบั ใจความสาคัญ และสนทนาเกยี่ วกบั การอ่านจบั ใจความสาคัญโดย
ครูใช้คาถามดังน้ี
-นกั เรยี นใช้ทักษะอะไรบ้างไรการอา่ นสรปุ ความ
-การอ่านสรปุ ใจความสาคัญคือ
ขน้ั ที่ 2 ข้ันคิดวเิ คราะห์และสรุปความ
3.ใหน้ กั เรยี นวิเคราะห์เร่ืองที่อา่ น โดยครูใช้คาถามดังน้ี
-ตัวละครสาคญั ในเรอ่ื งมใี ครบ้าง
-ตวั ละครแต่ละตวั มีนิสยั เหมือนกันหรือแตกต่างกนั อยา่ งไร
-จากเรอื่ งท่อี ่านนักเรียนไดข้ ้อคิดอะไรบ้าง
4.นกั เรียนแตล่ ะกลมุ่ คดิ ประเมนิ เพื่อเพิม่ คณุ คา่ โดยครูใช้คาถามดังนี้
- นักเรยี นสามารถนาเรื่องท่ีเรียนไปใชป้ ระโยชน์ในชวี ิตประจาวนั ไดอ้ ยา่ งไร
ขั้นที่ 3 ขั้นปฏบิ ตั ิและสรุปความร้หู ลังการปฏบิ ัติ
5.นกั เรยี นทากิจกรรมการถามตอบจากเร่ืองทศี่ ึกษา
6.นักเรียนรว่ มกนั สรปุ ขอ้ คิดทไ่ี ดจ้ ากการอา่ น
ขั้นท่ี 4 ข้ันสื่อสารและนาเสนอ
7. แต่ละกลมุ่ ออกมานาเสนอผลของการทากจิ กรรมใหเ้ พอื่ นฟงั โดยใช้วธิ จี ับสลาก
ขัน้ ที่ 5 ข้นั ประเมนิ เพื่อเพ่มิ คณุ ค่าบรกิ ารสังคมและจติ สาธารณะ
8.นกั เรยี นชว่ ยกนั สรปุ แสดงความคิดเหน็ โดยครใู ช้คาถามดงั นเี้ พอื่ เปน็ การประเมินความเขา้ ใจ
ไปในตวั ดว้ ย
-นกั เรียนสามารถนาความรเู้ กย่ี วกับเรอื่ งที่เรยี นไปใชป้ ระโยชนใ์ นสงั คมได้อยา่ งไร
คาบที่ 2-3 สาระสาคัญ
การเขียนย่อความเป็นการสรปุ สาระสาคญั ของเนอ้ื เรอื่ งนาเสนอต่อผู้อืน่ การเขยี นแสดงความ
การเขยี นยอ่
ข่าวจากการ คิดเหน็ การเก็บใจความสาคัญของเรอ่ื งใดเร่ืองหนง่ึ จากบทความแล้วนามาเขยี นเรียบเรียงใหม่
ฟังและการดู ขน้ั ท่ี 1 ข้นั รวบรวมข้อมูล
1.ครใู หน้ ักเรียนดตู ัวอยา่ งจากข่าวในหนังสือพิมพ์ พรอ้ มกบั ยกตัวอย่างใหน้ กั เรียนฟงั แล้ว
รว่ มกนั แสดงความคดิ เหน็ โดยครูใช้คาถาม ดังน้ี
- มีเหตกุ ารณ์ใดบ้างในชวี ติ ประจาวันทม่ี ลี กั ษณะทาให้เปน็ ข่าวได้
- นกั เรียนทราบหรือไมว่ ่าขา่ วแต่ละขา่ วมาจากแหลง่ ข่าวจากแหลง่ ใดบา้ ง
* หลกั การยอ่ ขา่ ว
1. อ่านเรื่องท่ีจะย่อให้เขา้ ใจ
2. จับใจความสาคญั หรอื สาระสาคญั ของเรื่อง
3. ใชส้ านวนภาษางา่ ย ๆ ของผู้ย่อเองโดยไมเ่ ปลยี่ นแปลงเรอื่ งเดิม
4. เปลีย่ นสรรพนามบุรษุ ที่ 1 หรอื สรรพนามบุรุษที่ 2 เปน็ สรรพนามบุรุษท่ี 3
รูปแบบการย่อข่าว ยอ่ ข่าวเรอื่ ง...................จาก...................ของ.........................ความวา่
....................
2.นักเรยี นศกึ ษาความรู้เรื่อง การย่อบทความแลว้ รว่ มกนั สนทนาโดยครูใช้คาถามดังน้ี
- ในการยอ่ ข่าวนักเรยี นตอ้ งคานงึ ถึงเรอ่ื งอะไรมากท่สี ดุ
- นกั เรยี นควรระมดั ระวงั เกย่ี วกับอะไรในการยอ่ ความ
ข้นั ที่ 2 ขัน้ คดิ วเิ คราะหแ์ ละสรปุ ความ
3.ครนู าตวั อย่างการเขียนย่อข่าวให้นกั เรียนดูแลว้ รว่ มกันวเิ คราะห์ โดยครถู ามคาถามดงั นี้
- การย่อขา่ วมคี วามสาคญั อยา่ งไร
4.นกั เรียนแต่ละกลุม่ คิดประเมินเพอื่ เพิม่ คณุ ค่าโดยครูใชค้ าถามดงั ต่อไปนี้
- นักเรยี นสามารถนาเร่อื งที่เรยี นไปใชป้ ระโยชนใ์ นชวี ิตประจาวันไดอ้ ยา่ งไร
ขนั้ ที่ 3 ขน้ั ปฏิบัตแิ ละสรปุ ความรหู้ ลงั การปฏบิ ัติ
5.ให้นกั เรียนทากิจกรรมโดยการเข้ากลุ่มและเลือกข่าวตามความสนใจ
6.นกั เรยี นร่วมกนั สรปุ ความสาคัญของการยอ่ ความจากการฟงั และดู
ขน้ั ท่ี 4 ขน้ั สอ่ื สารและนาเสนอ
7.นกั เรยี นแตล่ ะคนนาเสนอผลงานหน้าช้นั เรียน เพื่อนในห้องเรียนรว่ มกันแสดงความคดิ เห็น
ขั้นท่ี 5 ขัน้ ประเมนิ เพ่ือเพ่ิมคณุ ค่าบรกิ ารสังคมและจิตสาธารณะ
8.นักเรียนร่วมกนั แสดงความคดิ เหน็ โดยครูใช้คาถามดังนี้
-นักเรียนสามารถนาความรู้เก่ยี วกบั เรื่องทเี่ รยี นไปใช้ประโยชนใ์ นสังคมได้อยา่ งไร
คาบที่ 4-5 สาระสาคัญ
คาพังเพย คาพงั เพย เป็นถ้อยคาทีใ่ ช้เปรยี บเทยี บเพอ่ื ให้เขา้ ใจเรอ่ื งท่พี ดู ถึง แฝงดว้ ยข้อคดิ เตือนใจในการ
ดาเนินชีวิต สุภาษติ เปน็ ถอ้ ยคาทมี่ ีคติ ข้อคิดดี ใช้เปรยี บเทยี บเพื่อสอนให้ทาส่ิงที่ดีหรอื เว้นไมใ่ ห้ทาสิ่งท่ี
ไม่ดี คาพังเพยและสภุ าษติ ชว่ ยให้การใชภ้ าษากระชับ กนิ ใจ และไพเราะ แสดงถงึ ความเป็นผมู้ ศี ิลปะใน
การสอื่ สาร
ขน้ั ที่ 1 ขน้ั รวบรวมขอ้ มูล
1.ให้นักเรียนสังเกตบทรอ้ ยกรอง เรอื่ ง “ภาษติ คาพังเพย”
โบราณว่าเรียนผกู ตอ้ งเรียนแก้ คาพังเพย
น้าตาลใกลม้ ดใครจะอดได้ นา้ นอ้ ยแพไ้ ฟแน่อย่าสงสยั
รักดีหามจว่ั รกั ชั่วหามเสา น้าหนึง่ ใจเดยี วกันนนั่ แหละดี
อย่าโลภมากลาภหายในทันที พระศกุ ร์เข้าพระเสาร์แทรกไม่สขุ ศรี
สานวนนีม้ ีภาษิตคาพังเพย
ประพันธ์โดย นฤภร รุจเิ รข
2. นกั เรยี นสังเกตคาทเี่ ป็นตัวหนา แล้วร่วมกนั แสดงความคิดเห็น สรุปความร้ใู นประเด็นท่ี
กาหนด ดังน้ี
-คาทีเ่ ปน็ ตัวหนามลี ักษณะอย่างไร
3.ครูให้นักเรียนศึกษาความรูเ้ รื่องคาพงั เพย แล้วร่วมกนั สนทนาโดยใช้คาถามดังนี้
-นกั เรยี นรู้จักคาพงั เพยอะไรบ้าง
-นักเรยี นชอบคาพังเพยอะไรมากทส่ี ดุ เพราะอะไร
ขนั้ ที่ 2 ขน้ั คดิ วิเคราะห์และสรุปความ
4. นักเรียนวเิ คราะห์ความหมายการใช้คาพงั เพย
-เรยี นผกู ตอ้ งเรียนแก้ นา้ นอ้ ยย่อมแพ้ไฟ
*จากนน้ั ให้นักเรียนปฏิบัติตามประเด็นทค่ี รกู าหนด
-บอกลักษณะการใช้คาพังเพย
-แต่งประโยคเพอ่ื ช่วยอธบิ ายความหมาย
5.นักเรยี นแตล่ ะกลมุ่ คิดประเมินเพิม่ คุณค่า โดยครูใช้คาถามดังตอ่ ไปน้ี
- นกั เรียนสามารถนาเรื่องท่ีเรยี นไปใชป้ ระโยชน์ในชวี ติ ประจาวันไดอ้ ย่างไร
ขัน้ ท่ี 3 ข้ันปฏิบัติและสรุปความรูห้ ลงั การปฏิบตั ิ
6.นกั เรียนเลน่ เกมทายคาพังเพย โดยการใหน้ กั เรียนแตล่ ะกลุ่มเตรียมคาพังเพย มา 2 ชนดิ ให้
เพ่อื นกลุ่มอ่ืนทายว่ามีความหมายอยา่ งไร
7. นกั เรียนทากจิ กรรมการใชค้ าพังเพย โดยการใหน้ กั เรียนฝึกการแต่งประโยคปากเปล่า และฝึก
อา่ นคาพงั เพยจากบตั รคา
8.นกั เรียนสรปุ คาพังเพย ดังน้ี
-คาพังเพย เป็นถอ้ ยคาที่ใช้เปรียบเทยี บเพ่อื ใหเ้ ข้าใจเรอื่ งทีพ่ ดู ถงึ แฝงด้วยข้อคิดเตือนใจในการ
ดาเนนิ ชวี ติ สภุ าษิตเปน็ ถอ้ ยคาท่ีมีคติ ข้อคิดดี ใช้เปรยี บเทยี บเพื่อสอนให้ทาส่งิ ท่ีดหี รือเว้นไม่ใหท้ าสิ่งท่ี
ไม่ดี
9.นักเรียนทาแบบฝกึ หัด
ขน้ั ที่ 4 ขนั้ สอื่ สารและนาเสนอ
10.นักเรยี นนาเสนอการทาแบบฝึกหดั หน้าชน้ั เรียน
ขน้ั ท่ี 5 ขั้นประเมินเพ่ือเพม่ิ คุณค่าบรกิ ารสังคมและจิตสาธารณะ
11.นกั เรียนรว่ มกนั แสดงความคดิ เห็น โดยครใู ช้คาถามดงั นี้
-นกั เรียนสามารถนาความร้เู ก่ียวกบั เรือ่ งท่เี รยี นไปใชป้ ระโยชน์ในสังคมไดอ้ ยา่ งไร
6. การวัดและประเมินผลการเรยี นรู้
การประเมิน วธิ ีการ เครอ่ื งมอื
ดา้ นความรู้ (K) - การตอบคาถาม - คาถาม
- ทาแบบฝกึ หัด - แบบฝกึ หัด
-แบบประเมนิ การอ่านในใจ
ด้านทักษะและกระบวนการ (P) -ทกั ษะการอา่ นในใจ -แบบประเมินการเขียน
-คาถาม
-ทักษะการเขียน -แบบฝกึ หัด
-ทกั ษะการคดิ วเิ คราะห์ - แบบสงั เกตพฤตกิ รรม
-ทกั ษะการอ่าน
ด้านคณุ ธรรม จริยธรรมและ -สงั เกตพฤติกรรมในการรว่ ม
คา่ นยิ ม (A) กจิ กรรม การทางานกลุม่
-สังเกตพฤตกิ รรมความ
กระตอื รือรน้ ในการรว่ มกจิ กรรม
7. สื่อ/อุปกรณ์/แหลง่ การเรียนรู้ 2.บัตรภาพ บัตรคา
4.ไม้เรยี กเลขท่ี
1.ใบความรคู้ าพังเพย
3. หนังสอื หลกั ภาษาไทยช้นั ประถมศึกษาปที ี่ 4
5.แบบฝึกหดั
8. กิจกรรมเสนอแนะ
...................................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................................
ลงชอื่ .............................................ครผู สู้ อน ลงชอ่ื ...................................................ฝ่ายวิชาการ
(...........................................................) (...........................................................)
ลงช่ือ................................................... ผู้บริหาร
(...........................................................)
สัปดาห์ท่ี 17
โรงเรยี นขจรเกยี รตพิ ฒั นา
แผนการจัดการเรยี นรู้
ภาคเรียนท่.ี .…2…../.………... ชือ่ ผู้สอน ……………………………………………………..
กลุ่มสาระการเรยี นรู้ ภาษาไทย ช้นั ประถมศกึ ษาปที ่ี……4..... จานวน……5….คาบ
หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ ..……16…..… เร่ือง.....................ธรรมชาตินี้มีคณุ .....................
1. มาตรฐานการเรียนร/ู้ ตัวชี้วัด
มาตรฐานท่ี ท 1.1 ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรแู้ ละความคิดเพื่อนาไปใช้ตัดสนิ ใจ แกป้ ัญหาในการดาเนินชีวิต
และ มนี ิสัยรักการอ่าน
ตัวชว้ี ดั ที่ ป 4/1 อา่ นออกเสียงบทรอ้ ยแก้วและบทร้อยกรองไดถ้ ูกต้อง
ตัวชว้ี ัดท่ี ป 4/2 อธบิ ายความหมายของคา ประโยค และสานวนจากเรอ่ื งท่อี า่ น
ตวั ชว้ี ัดท่ี ป 4/8 มมี ารยาทในการเขยี น
มาตรฐานท่ี ท 2.1 ใชก้ ระบวนการเขยี นเขียนสือ่ สาร เขียนเรียงความ ยอ่ ความ และเขียนเรอ่ื งราวในรูปแบบต่างๆ
เขยี นรายงานข้อมูลสารสนเทศและรายงานการศึกษาค้นควา้ อยา่ งมีประสทิ ธิภาพ
ตัวชว้ี ดั ท่ี ป 4/6 เขยี นบันทึกและเขียนรายงานจากการศกึ ษาค้นคว้า
ตัวช้ีวดั ที่ ป 4/8 มีมารยาทในการเขยี น
มาตรฐานที่ ท 3.1 สามารถเลอื กฟงั และดูอย่างมีวจิ ารณญาณและพูดแสดงความรู้ ความคิด ความรูส้ ึกในโอกาสต่างๆ
อย่างมวี ิจารณญาณ และสรา้ งสรรค์
ตัวชี้วัดที่ ป 4/1 จาแนกข้อเท็จจรงิ และขอ้ คิดจากเรอ่ื งทฟ่ี ังและดู
ตวั ชี้วัดท่ี ป 4/2 พูดสรุปการฟงั และการดู
ตัวชี้วดั ท่ี ป 4/3 พดู แสดงความรู้ ความคดิ เห็นและความรู้สึกเกี่ยวกบั เร่ืองทฟี่ ังและดู
ตัวชว้ี ดั ท่ี ป 4/4 ตั้งคาถามและตอบคาถามเชิงเหตุผลจากเร่อื งที่ฟังและดู
ตัวชว้ี ดั ที่ ป 4/5 รายงานเรอื่ งหรือประเด็นที่ศึกษาค้นควา้ จากการฟัง การดู และการสนทนา
ตวั ชี้วัดที่ ป 4/6 มีมารยาทในการฟงั การดู และการพดู
มาตรฐานท่ี ท 4.1 เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลย่ี นแปลงของภาษา และพลังของภาษา ภมู ิ
ปัญญาทางภาษา และรกั ษาภาษาไทยไว้เป็นสมบัตขิ องชาติ
ตัวชี้วัดท่ี ป 4/6 บอกความหมายของสานวน
2. สาระสาคญั /ความคดิ รวบยอด
การอา่ นจบั ใจความสาคัญ คือ การอา่ นเพือ่ จับใจความหรือข้อคิด ความคดิ สาคญั หลักของข้อความหรือเร่ืองทอี่ า่ น
การอ่านจับใจความสาคัญ ถือเปน็ ทักษะสาคัญทใี่ ช้ในการอา่ นเพ่ือการสอ่ื สารมากทสี่ ุดเพราะเป็นพ้ืนฐานสาคัญในการศกึ ษา
หาความรู้ จงึ ควรฝกึ ฝนให้เกดิ ความชานาญ
การเขียนรายงานจากการศึกษาคน้ ควา้ คอื เปน็ การเขียนเสนอผลการศกึ ษาคน้ ควา้ เรอื่ งใดเรอ่ื งหน่งึ อย่างมรี ะเบยี บ
แบบแผนและมีหลกั ฐานอ้างอิง เพอ่ื นาเสนอตอ่ ครู ต่อเพ่ือนๆ ในชัน้ เรยี น ตอ่ ท่ีประชุม หรอื เพือ่ เผยแพร่ ซ่งึ อาจเขียนคนเดยี ว
หรือเปน็ กลุ่มกไ็ ด้
สานวนภาษา คือ สานวน ใช้เปน็ ขอ้ คิดแกผ่ ู้ฟงั และผอู้ า่ นในดา้ นตา่ งๆ การแสดงความคดิ เห็นเชงิ วจิ ารณ์ จาแนก
ขอ้ เท็จจริง และขอ้ คดิ เหน็ จากเรอื่ งทอี่ า่ น
3. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
1.อธิบายความหมาย และหลักการอา่ นจับใจความสาคัญ (K)
2.อธบิ ายความหมาย และหลักการเขยี นรายงานจากการศกึ ษาคน้ คว้าได้ (K)
3.เขียนสานวนภาษาได้ (K)
4.อา่ นเรอื่ งได้คล่องแคล่ว รวดเร็วและถกู ต้องตามอกั ขรวธิ ี (P)
5.แยกขอ้ เทจ็ จรงิ และขอ้ คิดเหน็ จากเร่ืองท่ีอ่าน (P)
6.ยกตวั อยา่ งสานวนภาษาไทย (P)
7.เห็นความสาคัญของการอ่านและมารยาทในการอา่ น (A)
8.กระตอื รือรน้ ในการรว่ มกิจกรรม(A)
4. สาระการเรยี นรู้ สาระการเรยี นรทู้ อ้ งถน่ิ
สาระการเรยี นรู้แกนกลาง
1. อธิบายความหมาย และหลกั การอา่ นจับใจความสาคญั
2. อธบิ ายความหมาย และหลกั การเขยี นรายงานจากการศกึ ษา
คน้ คว้าได้
3. เขยี นสานวนภาษาได้
5. กิจกรรมการเรียนรู้
คาบท่ี กิจกรรมการเรียนการสอน
คาบท่ี 1 สาระสาคัญ
การอา่ นเพอ่ื จับใจความหรอื ขอ้ คิด ความคิดสาคญั หลักของข้อความหรอื เรือ่ งทอ่ี ่านการอ่านจับ
การอา่ น ใจความสาคญั ถอื เป็นทักษะสาคัญท่ใี ช้ในการอ่านเพื่อการสอ่ื สารมากท่ีสุดเพราะเปน็ พื้นฐานสาคญั ใน
จับใจความ การศึกษาหาความรู้ จึงควรฝึกฝนให้เกดิ ความชานาญ
สาคัญ ขั้นท่ี 1 ขนั้ รวบรวมขอ้ มูล
1. ครแู ละนกั เรยี นรว่ มกนั สนทนาเร่อื ง “ธรรมชาตนิ ม้ี ีคณุ ” โดยใช้คาถามกระตนุ้ ความคดิ ดังนี้
- นักเรียนร้คู วามหมายของธรรมชาติที่มีคณุ ตอ่ เราหรือไม่ หรอื เคยเห็นธรรมชาติท่สี วยงามที่
ไหนบา้ ง
- นกั เรียนเคยอา่ นบทความเกี่ยวกับธรรมชาติอะไรบา้ ง
ใหน้ กั เรยี นช่วยกนั ตอบ โดยครถู ามนาเพื่อโยงเข้าสสู่ าระการเรยี นรูแ้ ละกระตนุ้ ความ
สนใจของผู้เรียน และนาเสนอบทความ โดยมีบทความเกยี่ วกบั สภาพแวดล้อมเก่ียวกับธรรมชาติ ให้
นกั เรยี นกลมุ่ ละ 1 เรือ่ ง และนาเข้าสเู่ น้ือหาในบทเรียน โดยครูถามคาถามดงั นี้
-การอา่ นสรุปใจความคอื อะไร
-นกั เรียนใชท้ กั ษะอะไรบ้างในการอ่านสรุปใจความ
-นกั เรยี นจะนาหลกั การอา่ นสรุปความไปใช้ในชีวติ ประจาวนั ได้อยา่ งไร
*ในการตอบคาถามใหค้ รูใชไ้ ม้เรียกเลขท่ี เพอื่ ให้นกั เรียนตอบทลี ะคน โดยถามคาถามกอ่ นจะ
เรียกเลขท่เี พื่อใหท้ ุกคนได้คิด
2.นกั เรียนเข้ากล่มุ ศกึ ษาเร่อื ง “ธรรมชาตินมี้ ีคุณ” โดยครใู ช้คาถามต่อไปนี้
-ธรรมชาติให้คุณกบั เราอยา่ งไรบา้ ง
-ธรรมชาติมโี ทษตอ่ เราหรอื ไม่
-ถา้ ไมม่ ธี รรมชาตมิ นษุ ยจ์ ะสามารถดารงชวี ิตอย่ไู ดห้ รอื ไม่
ขนั้ ที่ 2 ข้นั คิดวิเคราะห์และสรปุ ความ
3.นักเรียนแต่ละกลุ่มรว่ มกันวเิ คราะหเ์ กี่ยวกับเร่อื งที่อา่ นโดยครูใช้คาถามต่อไปน้ี
-ธรรมชาตทิ ี่กล่าวถงึ ในบทเรียนประกอบด้วยอะไรบา้ ง
-ปรากฏการณใ์ ดบ้างทีแ่ สดงว่าธรรมชาติขาดดุลเกดิ จากความแปรปรวนไม่ปกติ
4.ใหน้ กั เรยี นแตล่ ะกลมุ่ คิดประเมินเพอ่ื เพม่ิ คณุ ค่าโดยครูใช้คาถามดังตอ่ ไปนี้
-จากการอ่านเร่ือง “ธรรมชาตนิ ี้มีคุณ” นกั เรยี นสามารถนาไปปรับใช้ประโยชนใ์ น
ชวี ติ ประจาวันได้อยา่ งไร
ขั้นท่ี 3 ขน้ั ปฏิบตั ิและสรปุ ความรู้หลังการปฏิบัติ
5.นักเรยี นทากิจกรรมการถามตอบจากเรือ่ งทศี่ กึ ษาตอบคาถามจากเร่ืองทีอ่ า่ น กลุ่มละ 5 ข้อ
กติกาในการต้งั คาถาม คุณครแู บ่งจานวนหน้าทแี่ ต่ละกลมุ่ จะตอ้ งรับผิดชอบในการต้ังคาถาม
เพือ่ ป้องกนั ไม่ใหก้ ารตง้ั คาถามของแต่ละกลุม่ ไมใ่ ห้ซ้ากนั
6.นกั เรยี นรว่ มกันสรุปข้อคิดทีไ่ ด้จากการอา่ น
ขั้นท่ี 4 ขนั้ ส่อื สารและนาเสนอ
7. แตล่ ะกลุ่มออกมานาเสนอคาถามหนา้ ช้นั เรยี น การสรปุ ใจความสาคัญบทความ
ขนั้ ที่ 5 ขนั้ ประเมินเพ่ือเพมิ่ คณุ คา่ บริการสังคมและจติ สาธารณะ
8.นักเรยี นร่วมกนั แสดงความคดิ เหน็ โดยครใู ชค้ าถามดงั นี้
- นักเรียนสามารถนาความร้เู กีย่ วกบั เรอื่ งทีเ่ รียนไปใช้ประโยชนใ์ นสงั คมได้อย่างไร
คาบที่ 2-3 สาระสาคญั
เป็นการเขยี นเสนอผลการศกึ ษาคน้ ควา้ เรื่องใดเรอ่ื งหน่ึงอย่างมีระเบียบแบบแผนและมหี ลักฐาน
การเขียน
รายงานจาก อ้างองิ เพอ่ื นาเสนอต่อครู ตอ่ เพ่อื นๆ ในชั้นเรยี น ตอ่ ท่ปี ระชุม หรอื เพ่ือเผยแพร่ ซ่งึ อาจเขยี นคนเดยี ว
การศึกษา หรือเป็นกลุ่มกไ็ ด้
ขั้นที่ 1 ข้ันรวบรวมข้อมูล
คน้ คว้า
1. ให้นักเรียนศกึ ษาค้นควา้ หาความรู้จากหนังสอื เอกสาร ส่ิงพิมพ์ สื่อ เทคโนโลยีตา่ ง ๆ แหล่ง
เรยี นรทู้ ั้งภายในและภายนอกโรงเรยี น และเลอื กใช้สื่อไดอ้ ย่างเหมาะสม ตัวอย่างคนละ 1 หวั ขอ้ โดยใช้
คาถามกระตนุ้ ความคิด ดงั นี้
- เอกสารท่ีนกั เรยี นศกึ ษาค้นคว้าเรียกวา่ อะไร
- นักเรยี นเคยเห็นการเขยี นรายงานหรือไม่
2.นักเรยี นศึกษาความรู้เรื่อง การเขียนรายงาน แลว้ ร่วมกันสนทนาโดยครูใช้คาถามดงั นี้
- นกั เรียนจะเขียนรายงานจากการศึกษาค้นคว้ามีประโยชน์อย่างไร
- องค์ประกอบของการเขียนรายงานจากการศกึ ษาคน้ ควา้ มอี ะไรบา้ ง
- การแผนภาพความคิดก่อนการเขียนรายงานจากการศึกษาคน้ ควา้ มีประโยชนอ์ ย่างไร
ขนั้ ที่ 2 ขน้ั คดิ วเิ คราะห์และสรปุ ความ
3.ครูตงั้ ประเดน็ คาถามนาให้นกั เรียนร่วมกันวเิ คราะห์ถึงความสาคัญของการเขยี นรายงานจาก
การศกึ ษาคน้ คว้า โดยการตัง้ คาถามตอ่ ไปนี้
-การเขียนรายงานจากการศกึ ษาคน้ ควา้ มีความรมู้ ีความจาเปน็ หรอื ไม่ เพยี งไร
-ถา้ จะเขียนรายงานจากความรจู้ ากการศกึ ษาค้นควา้ เราควรปฏบิ ัติอย่างไร
4.ครทู บทวนการการเขยี นรายงานดว้ ยแผนผงั ความคิด (mind mapping) การใชก้ ระดาษ วธิ ี
เขียนผังความคดิ การใช้เส้น สี ภาพ การสรุปสาระสาคญั จากเรอ่ื งที่นกั เรียนศึกษาค้นคว้า
ข้ันท่ี 3 ขน้ั ปฏิบัติและสรุปความรู้หลงั การปฏบิ ัติ
5.นักเรียนรว่ มกบั เขา้ กลมุ่ ทากจิ กรรมเขียนรายงานจากการศกึ คน้ ควา้ ตามหัวขอ้ ทีส่ มาชกิ ใน
กลุ่มสนใจทจ่ี ะศกึ ษา
6.นักเรียนร่วมกนั สรปุ ความสาคัญของการเขยี นรายงานจากการศึกษาคน้ คว้า ครูอธิบายเพิ่มเติม
เกีย่ วกับการเขยี นรายงาน
ขน้ั ที่ 4 ขน้ั ส่ือสารและนาเสนอ
7.นกั เรียนแต่ละกลุม่ นาเสนอผลงานหน้าชัน้ เรยี น เพ่ือนกลุ่มอ่ืนร่วมกันแสดงความคดิ เห็น
8.นักเรียนรวบรวมเลม่ การเขียนรายงานไว้ที่มมุ หอ้ งเพอ่ื ให้เพอ่ื นๆ ได้ศกึ ษาต่อไป
ขัน้ ที่ 5 ขัน้ ประเมินเพือ่ เพมิ่ คณุ คา่ บรกิ ารสังคมและจิตสาธารณะ
9.นักเรยี นรว่ มกันแสดงความคิดเห็น โดยครใู ชค้ าถามดังนี้
-นักเรยี นสามารถนาความรเู้ ก่ยี วกบั เรอื่ งท่ีเรยี นไปใชป้ ระโยชนใ์ นสังคมไดอ้ ยา่ งไร
คาบที่ 4-5 สาระสาคญั
สานวน ใชเ้ ป็นขอ้ คิดแก่ผฟู้ ังและผอู้ า่ นในดา้ นต่างๆ การแสดงความคดิ เหน็ เชิงวจิ ารณ์ จาแนก
สานวนภาษา ขอ้ เทจ็ จริง และขอ้ คิดเหน็ จากเรอื่ งที่อ่าน
ข้ันท่ี 1 ข้นั รวบรวมขอ้ มูล
1. ครูติดบัตรคา 10 ใบ บนกระเป๋าผนงั ดังนี้
ปลา มด มา กิน
ลด กิน น้า มด
ครูสุ่มเรยี กตัวแทนนกั เรียน 1 คน มาเรยี งบตั รคาใหเ้ ป็นสานวน ซง่ึ จะได้ว่า
- น้ามาปลากินมด นา้ ลดมดกินปลา (หมายถึง ทีใครทีมนั )
แลว้ ใหน้ ักเรยี นช่วยกนั อธิบายความหมายของสานวนตามความเข้าใจ
2.ครูและนักเรียนร่วมกนั สนทนาเกีย่ วกับ ถ้อยคาสานวนไทย และใหน้ กั เรียนศึกษาความรู้เรอื่ ง
สานวนไทย จากหนงั สือเรยี น จากน้ันครซู ักถามนักเรยี นโดยใชค้ าถาม ดังนี้
- สานวน มลี ักษณะเด่นอย่างไร (ถอ้ ยคากระชับคมคาย มคี วามหมายเชิง
เปรยี บเทียบ)
ขนั้ ที่ 2 ขัน้ คิดวิเคราะหแ์ ละสรปุ ความ
3.นกั เรยี นวเิ คราะห์ และเปรียบเทียบความแตกตา่ งของความหมาย และการใช้สานวนภาษา
งูๆ ปลาๆ ตนี เท่าฝาหอย เห็นช้างขี้ ข้ตี ามช้าง
จากนน้ั ใหน้ ักเรียนปฏบิ ัตติ ามประเด็นท่คี รูกาหนด ดงั น้ี
-บอกลกั ษณะการใช้
-แต่งประโยค เพื่อช่วยอธบิ ายความหมายการใชท้ ่ีเหมาะสม
4. นักเรียนแต่ละกลมุ่ คดิ ประเมินเพอื่ เพม่ิ คณุ คา่ โดยครใู ช้คาถามดงั ต่อไปน้ี
- นกั เรียนสามารถนาเร่อื งท่เี รียนไปใช้ประโยชน์ในชวี ิตประจาวันได้อย่างไร
ขั้นท่ี 3 ข้นั ปฏบิ ตั ิและสรปุ ความรู้หลงั การปฏิบัติ
5. นกั เรยี นเลน่ เกมทายสานวนภาษา โดยการให้นกั เรยี น แตล่ ะกลุ่มเตรียมสานวนภาษา มาชนดิ
ละ 2 สานวน มาทายเพื่อนกล่มุ อน่ื ว่าทน่ี ักเรียนยกมาเปน็ สานวนหมายถงึ อะไร
6. นักเรยี นทากิจกรรมจากการนาสานวนภาษามาแตง่ ประโยคและฝึกอ่านจากบตั รคา
7. นกั เรียนทาแบบฝกึ หัด
ขน้ั ที่ 4 ขนั้ ส่ือสารและนาเสนอ
8.นกั เรียนนาเสนอการทาแบบฝึกหดั หน้าช้ันเรียน
ขั้นท่ี 5 ข้นั ประเมนิ เพือ่ เพมิ่ คณุ คา่ บริการสังคมและจติ สาธารณะ
9.นกั เรยี นรว่ มกันแสดงความคดิ เหน็ โดยครูใชค้ าถามดังน้ี
-นักเรียนสามารถนาความร้เู ก่ยี วกบั เร่ืองทเ่ี รียนไปใช้ประโยชน์ในสงั คมได้อย่างไร
6. การวัดและประเมินผลการเรยี นรู้
การประเมิน วิธีการ เครื่องมือ
ดา้ นความรู้ (K) - การตอบคาถาม - คาถาม
- ทาแบบฝึกหัด - แบบฝกึ หดั
ดา้ นทักษะและกระบวนการ (P) -ทกั ษะการอา่ นในใจ -แบบประเมนิ การอ่านในใจ
-แบบประเมินการเขียน
-ทกั ษะการเขยี น -แบบฝึกหัด
-ทักษะการคิดวิเคราะห์
-ทกั ษะการอา่ น
ดา้ นคณุ ธรรม จริยธรรมและ -สังเกตพฤติกรรมในการรว่ ม - แบบสังเกตพฤตกิ รรม
คา่ นิยม (A) กิจกรรม การทางานกลุ่ม
-สงั เกตพฤตกิ รรมความ
กระตอื รือรน้ ในการร่วมกจิ กรรม
7. สือ่ /อปุ กรณ์/แหล่งการเรียนรู้
1.ใบความรู้เร่อื งสานวนภาษา 2.ใบความรู้เรอ่ื งแบบรายงาน
3. บัตรคา (สาหรบั เรยี งประโยค) 4.ไม้เรยี กเลขท่ี
5.บตั รภาพสานวนภาษา 6. หนงั สือหลักภาษาไทยชัน้ ประถมศึกษาปีที่ 4
8. กิจกรรมเสนอแนะ
...................................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................................
ลงชื่อ.............................................ครผู ้สู อน ลงชื่อ...................................................ฝา่ ยวชิ าการ
(...........................................................) (...........................................................)
ลงช่ือ................................................... ผู้บรหิ าร
(...........................................................)
สัปดาห์ท่ี 18
โรงเรียนขจรเกียรตพิ ัฒนา
แผนการจัดการเรยี นรู้
ภาคเรียนท.่ี .…2…../.………... ช่อื ผสู้ อน ……………………………………………………..
กลมุ่ สาระการเรียนรู้ ภาษาไทย ชน้ั ประถมศึกษาปที ่ี……4..... จานวน……5….คาบ
หนว่ ยการเรียนรูท้ ่ี ..……16…..… เรอ่ื ง.....................ธรรมชาตนิ ้มี คี ณุ .....................
1. มาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตัวช้ีวดั
มาตรฐานที่ ท 1.1 ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิดเพ่อื นาไปใชต้ ัดสนิ ใจ แก้ปัญหาในการดาเนินชีวติ
และมีนสิ ัยรกั การอ่าน
ตวั ชว้ี ดั ท่ี ป 4/1 อ่านออกเสยี งร้อยแกว้ และบทรอ้ ยกรองไดถ้ ูกตอ้ ง
ตัวชว้ี ัดที่ ป 4/8 มมี ารยาทในการอา่ น
มาตรฐานท่ี ท 2.1 ใชก้ ระบวนการเขยี นเขยี นส่ือสาร เขียนเรยี งความ ย่อความ และเขยี นเร่อื งราวในรูปแบบต่างๆ
เขยี นรายงานข้อมูลสารสนเทศและรายงานการศกึ ษาค้นคว้าอยา่ งมปี ระสิทธิภาพ
ตวั ชีว้ ดั ที่ ป 4/7 เขยี นเรอ่ื งตามจินตนาการ
ตัวชว้ี ัดท่ี ป 4/8 มีมารยาทในการเขยี น
มาตรฐานที่ ท 4.1 เขา้ ใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปล่ียนแปลงของภาษา และพลังของภาษา ภูมิ
ปัญญาทางภาษา และรกั ษาภาษาไทยไวเ้ ปน็ สมบัตขิ องชาติ
ตวั ชว้ี ดั ท่ี ป 4/1 สะกดคาและบอกความหมายของคาในบรบิ ทต่าง ๆ
มาตรฐานท่ี ท 5.1 เขา้ ใจและแสดงความคิดเห็น วจิ ารณ์วรรณคดีและวรรณกรรมไทยอยา่ งเห็นคณุ ค่าและนามา
ประยกุ ตใ์ ชใ้ นชีวติ จรงิ
ตัวชี้วดั ท่ี ป 4/3 ร้องเพลงพนื้ บ้าน
2. สาระสาคัญ/ความคิดรวบยอด
การอ่านจับใจความสาคัญ คือ การอา่ นเพอ่ื จับใจความหรอื ข้อคดิ ความคิดสาคญั หลักของข้อความ หรอื เร่อื งท่ีอ่าน
การอา่ นจบั ใจความสาคัญ ถอื เปน็ ทกั ษะสาคัญท่ีใช้ในการอ่านเพ่ือการสื่อสารมากท่ีสุด เพราะเป็นพ้นื ฐานสาคญั ในการศกึ ษาหา
ความรู้ จึงควรฝกึ ฝนให้เกดิ ความชานาญเพลงพืน้ บา้ น คือเพลงของชาวบ้านท่จี ดจาสืบทอดกันมาแบบปากเปล่า ใชร้ ้องเลน่ เพอื่
ความสนุกสนานรื่นเริงโดยใช้คางา่ ยๆ เนน้ เสยี งสัมผัสและจังหวะการรอ้ งเป็นเพลง
การเขียนตามจนิ ตนาการจากภาพ คือ การเขียนเร่ืองตามจินตนาการช่วยฝกึ การสงั เกต พัฒนาการคดิ อารมณ์
ความรสู้ กึ และสามารถถ่ายทอดออกมาดว้ ยการเขียน
เครื่องหมายวรรคตอน คือ การเข้าใจเกีย่ วกับเครอื่ งหมายวรรคตอนจะทาใหส้ ามารถอ่านข้อความหรอื เรอ่ื งราวต่างๆ
ไดเ้ ขา้ ใจและสือ่ สารกบั บคุ คลอน่ื ได้
3. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
1.อธบิ ายความหมาย และหลักการอา่ นจับใจความสาคญั (K)
2. อธบิ ายการเขียนเรือ่ งตามจินตนาการ (K)
3.รู้และเข้าใจหลกั การอ่าน การเขยี นเคร่ืองหมายวรรคตอน (K)
4.แยกข้อเทจ็ จรงิ และขอ้ คดิ เห็นจากเรอื่ งท่อี ่าน (P)
5. อา่ นเร่อื งได้คล่องแคลว่ รวดเรว็ และถกู ตอ้ งตามอักขรวธิ ี (P)
6.อ่าน เขียนและนาคานาไปใช้ได้ถกู ต้อง (P)
7.เขยี นเรื่องตามจินตนาการ (P)
8.เหน็ ความสาคญั ของการอ่านและมารยาทในการอ่าน (A)
9.เห็นความสาคญั ของการเขยี นและมีมารยาทในการเขยี น (A)
10. กระตือรือรน้ ในการรว่ มกิจกรรม (A)
4. สาระการเรยี นรู้ สาระการเรยี นรู้ทอ้ งถ่นิ
สาระการเรยี นร้แู กนกลาง
1. อธบิ ายความหมาย และหลักการอา่ นจบั ใจความสาคญั
2. อธิบายการเขียนเรื่องตามจินตนาการ
3. รแู้ ละเข้าใจหลักการอา่ น การเขียนเครือ่ งหมายวรรคตอน
5. กิจกรรมการเรียนรู้
คาบที่ กจิ กรรมการเรียนการสอน
คาบท่ี 1 สาระสาคญั
การอา่ นจับใจความสาคญั ถือเปน็ ทักษะสาคัญทใี่ ชใ้ นการอ่านเพือ่ การสื่อสารมากที่สดุ เพราะเป็น
การอ่านจบั พ้นื ฐานสาคัญในการศกึ ษาหาความรู้ จงึ ควรฝึกฝนใหเ้ กดิ ความชานาญเพลงพนื้ บา้ น คือเพลงของ
ใจความ ชาวบ้านท่ีจดจาสืบทอดกันมาแบบปากเปล่า ใชร้ อ้ งเล่นเพื่อความสนุกสนานรื่นเริงโดยใชค้ าง่ายๆ เน้น
เพลงพนื้ บ้าน เสียงสัมผัสและจังหวะการรอ้ งเปน็ เพลง
ภเู กต็ ข้นั ที่ 1 ข้ันรวบรวมขอ้ มูล
1. ครูและนกั เรยี นร่วมกนั รอ้ งเพลงพื้นบา้ นในทอ้ งถ่นิ 1 รอบ
2. ครแู ละนกั เรียนร่วมกันสนทนาอภปิ รายเก่ยี วกบั ลักษณะของเพลงพน้ื บ้าน โดยครูอธบิ าย
เพ่มิ เตมิ เกย่ี วกับลกั ษณะของเพลงพ้นื บ้านใหน้ ักเรยี นฟงั ดงั นี้
ลกั ษณะเน้ือรอ้ งของเพลงพ้นื บา้ นไม่มีระเบยี บแบบแผน
ข้ึนอยกู่ บั แต่ละทอ้ งถ่ินจะคิดแบบแผนการร้องของตนไปตามความนิยม
ลกั ษณะเด่นของเพลงพ้นื บา้ นอยทู่ ีค่ วามไพเราะของการใชถ้ อ้ ยคาที่ง่าย ๆ
แตม่ ีความหมายกินใจ และปฏิภาณไหวพริบของผรู้ ้อง
3. ครูใชค้ าถามเพอื่ ให้นักเรียนร่วมกนั สนทนาแสดงความคดิ เห็น ดังนี้
๏ เพลงพน้ื บ้านของแต่ละภาคมีความแตกตา่ งกันหรอื ไม่ อย่างไร
๏ นกั เรียนร้จู ักเพลงพื้นบา้ นของภาคใด ไดแ้ กเ่ พลงอะไรบา้ ง
4. นักเรียนเข้ากล่มุ ศึกษาเพลงพื้นบ้านโดยครใู ชค้ าถามต่อไปน้ี
-เพลงพื้นบา้ นท่นี กั เรยี นร้จู ักมเี พลงอะไรบ้าง
-นักเรยี นสามารถรอ้ งเพลงพ้นื บา้ นของตวั เองได้หรือไม่
-นักเรียนจะจูงใจให้คนในชุมชนสนใจเพลงพ้นื บา้ นไดอ้ ย่างไร
ขั้นท่ี 2 ขนั้ คิดวิเคราะห์และสรุปความ
5.นกั เรยี นแต่ละกล่มุ รว่ มกนั วิเคราะหเ์ รอื่ งท่อี า่ น โดยครใู ช้คาถามดงั นี้
-กลมุ่ ท่ี 1 ลกั ษณะเพลงพืน้ บา้ นภาคเหนือ
-กลมุ่ ที่ 2 ลกั ษณะ เพลงพ้นื บ้านภาคอสี าน
-กล่มุ ที่ 3 ลกั ษณะเพลงพ้นื บ้านภาคกลาง
-กลุม่ ที่ 4 ลักษณะเพลงพืน้ บา้ นภาคใต้
6. ให้นักเรียนแต่ละกลมุ่ คิดประเมนิ เพอ่ื เพม่ิ คุณค่าโดยครูใช้คาถามตอ่ ไปนี้
-นกั เรยี นสามารถนาไปปรบั ใช้ใหเ้ กิดประโยชน์ในชวี ติ ประจาวันอยา่ งไร
ขน้ั ท่ี 3 ข้นั ปฏบิ ัติและสรุปความร้หู ลังการปฏบิ ตั ิ
7.นกั เรยี นทากจิ กรรมการถามตอบจากเร่อื งท่ศี กึ ษา
8.นกั เรียนร่วมกันสรปุ ข้อคดิ ทไี่ ด้จากการอา่ น
ขั้นที่ 4 ขนั้ สอ่ื สารและนาเสนอ
9. นักเรียนแต่ละกลมุ่ ออกมานาเสนอผลงานหนา้ ชั้นเรียน เพอื่ นกล่มุ อืน่ รว่ มกนั แสดงความ
คิดเห็น
ขัน้ ที่ 5 ขน้ั ประเมนิ เพอื่ เพ่มิ คณุ ค่าบริการสงั คมและจิตสาธารณะ
10.นักเรยี นร่วมกนั แสดงความคิดเหน็ โดยครใู ช้คาถามดงั นี้
-นกั เรยี นสามารถนาความรูเ้ กี่ยวกบั เรื่องที่เรียนไปใช้ประโยชน์ในสงั คมได้อยา่ งไร
สาระสาคัญ
คาบท่ี 2-3 การเขียนเร่ืองตามจินตนาการชว่ ยฝกึ การสังเกต พัฒนาการคดิ อารมณ์ ความรู้สกึ และสามารถ
ถ่ายทอดออกมาดว้ ยการเขียน
การเขยี นตาม ขน้ั ท่ี 1 ข้ันรวบรวมขอ้ มูล
จนิ ตนาการ 1 .นักเรียนดูตัวอยา่ งการเขียนตามจินตนาการจากภาพ แลว้ ร่วมกันสนทนาโดยครูใช้คาถาม
จากภาพ ดังนี้
-การเขียนเรื่องตามจนิ ตนาการจากภาพมีแนวคดิ และความสาคญั อยา่ งไร
-จากภาพใคร ทาอะไร ทไี่ หน อย่างไรบา้ ง
-มีหลกั แนวความคิดเรอื่ งที่จะตอ้ งเขียนอย่างไรเพอื่ ให้สอดคลอ้ งและน่าสนใจ
2.นกั เรยี นศกึ ษาความร้เู รือ่ ง การเขยี นจนิ ตนาการจากคาแลว้ ร่วมกนั สนทนาโดยครใู ช้คาถาม
ดงั น้ี
- นักเรยี นจะเขยี นตามจินตนาการจากคานักเรยี นต้องคานึงถงึ เรือ่ งอะไรมากทีส่ ดุ
-การเขยี นตามจนิ ตนาการมีความสาคัญอย่างไร
-การเขยี นตามจนิ ตนาการมีหลักการเขียนอยา่ งไรบ้าง
ขน้ั ที่ 2 ขั้นคิดวเิ คราะหแ์ ละสรปุ ความ
3.ครูนาภาพต่างๆ มาใหน้ ักเรยี นเลือกในการเขียนจนิ ตนาการจากภาพแล้วรว่ มกันวเิ คราะห์
โดยครูถามคาถามดังนี้
- การเขยี นตามจินตนาการจากภาพมคี วามสาคัญอย่างไร
- จากภาพนกั เรียนเขยี นจนิ ตนาการได้อย่างไร
4.นักเรียนแตล่ ะกลมุ่ คิดประเมินเพอื่ เพ่มิ คุณค่าโดยครูใชค้ าถามดังตอ่ ไปน้ี
- นักเรียนสามารถนาเรื่องที่เรยี นไปใชป้ ระโยชน์ในชีวติ ประจาวันไดอ้ ยา่ งไร
ขน้ั ที่ 3 ขัน้ ปฏิบัติและสรปุ ความรู้หลังการปฏิบัติ
5.ครูแบ่งนักเรยี นออกเป็น 4 กล่มุ สมาชกิ ในกลุ่มช่วยกันวเิ คราะห์ภาพแล้วเขยี นจินตนาการ
ให้สอดคล้องกบั คาที่กาหนด
6.นักเรียนรว่ มกนั สรปุ ความสาคญั ของการเขียนตามจินตนาการจากคา ครูอธิบายเพิ่มเติม
เก่ยี วกบั องคป์ ระกอบของเรอ่ื งทนี่ กั เรยี นเขยี น
ขั้นที่ 4 ขน้ั สือ่ สารและนาเสนอ
7.นักเรียนแต่ละกลุ่มนาเสนอผลงานหนา้ ชัน้ เรียน เพอ่ื นกลุม่ อ่นื ร่วมกนั แสดงความคิดเห็น
8.นกั เรียนรว่ มกนั คดั เลอื กประโยคท่ีชอบมากท่สี ุด 3 อันดบั แลว้ นาไปจดั แสดงท่ีป้ายนิเทศ
หนา้ ชน้ั เรียน
ขัน้ ที่ 5 ขน้ั ประเมนิ เพ่อื เพิ่มคุณค่าบริการสังคมและจติ สาธารณะ
9.ครแู ละนักเรียนร่วมกนั สรุปสาระสาคัญของเร่อื ง การเขียนตามจนิ ตนาการจากคา
10.ใหน้ กั เรียนนาความรู้เรือ่ ง การเขียนจินตนาการจากคา ทไี่ ดเ้ รียนรู้ไปใชเ้ พอื่ การฝึก
ทักษะการเขยี นสอ่ื สารและแนะนาเพ่ือนๆ น้อง ๆ หรอื คนใกลช้ ิดในเรื่องการเขยี นจนิ ตนาการ
11.นักเรียนร่วมกนั แสดงความคิดเห็น โดยครูใช้คาถามดังนี้
-นกั เรียนสามารถนาความรู้เกยี่ วกบั เรอ่ื งทีเ่ รียนไปใชป้ ระโยชน์ในสงั คมได้อยา่ งไร
คาบที่ 4-5 สาระสาคญั
เคร่อื งหมาย การเขา้ ใจเก่ยี วกับเครอ่ื งหมายวรรคตอนจะทาให้สามารถอา่ นข้อความหรอื เรอ่ื งราวตา่ งๆ ได้
วรรคตอน
เขา้ ใจและส่ือสารกบั บคุ คลอนื่ ได้
ขั้นที่ 1 ข้ันรวบรวมข้อมูล
1. ครูติดบัตรเครื่องหมายวรรคตอนต่อไปนี้ แลว้ ถามนักเรยี นวา่ เป็นเครอ่ื งหมายอะไร
. เรยี กว่า มหัพภาค
“ ” เรียกวา่ อัญประกาศ
! เรียกว่า อัศเจรีย์
- เรียกวา่ ยัติภงั ค์
....... เรยี กว่า จุดไขป่ ลา
2. ครูใหน้ ักเรียนศึกษาความรเู้ ร่ือง เครอื่ งหมายวรรคตอน จากหนังสอื เรียน แล้วร่วมกนั สนทนา
โดยครใู ช้คาถามดงั น้ี
-นกั เรยี นรู้จักเครอ่ื งหมายวรรคตอนอะไรบ้าง
-ยกตวั อย่างเคร่อื งหมายวรรคตอนท่นี ักเรยี นเคยใชส้ ่อื สารในชีวติ ประจาวนั มอี ะไรบา้ ง
ขนั้ ท่ี 2 ขัน้ คดิ วเิ คราะหแ์ ละสรุปความ
3. ครตู ดิ แถบประโยคบนกระดาน นกั เรยี นสงั เกตบัตรคาบนกระดานใหน้ ักเรยี นช่วยกนั พิจารณา
ความถูกต้องของเครื่องหมายวรรคตอน
ตัวอย่าง เช่น
- อุ๊ย ตกใจหมดเลย ( ! )
- สนุก อ่านวา่ สะ หนุก ( - )
- 14 ตุลาคม พ ศ 2516 ( . )
- เดก็ ชอบกนิ ขนม ( ๆ )
- น้อยไปเท่ยี วกรงุ เทพ ( ฯ )
4.นักเรยี นแต่ละกลุ่มคดิ ประเมินเพม่ิ คุณคา่ โดยครใู ช้คาถามดงั ต่อไปนี้
- นักเรียนสามารถนาเร่ืองทเ่ี รยี นไปใช้ประโยชน์ในชวี ิตประจาวนั ไดอ้ ยา่ งไร
ขน้ั ที่ 3 ขน้ั ปฏิบัติและสรุปความรูห้ ลงั การปฏิบตั ิ
10. ครใู ห้นกั เรยี นทาช้ินงานเร่ือง เครอ่ื งหมายวรรคตอน โดยให้นกั เรยี นอา่ นออกเสยี งประโยคที่มี
เครอ่ื งหมายวรรคตอน พรอ้ มท้งั บอกชอื่ เคร่ืองหมายวรรคตอนน้นั
11.นกั เรียนฝกึ อ่านเครือ่ งหมายวรรคตอนจากบัตรคา
12. ครูและนักเรียนรว่ มกนั สรปุ สาระสาคัญของเรอื่ ง เครื่องหมายวรรคตอน
13.นักเรียนทาแบบฝึกหดั
ขั้นท่ี 4 ข้ันส่อื สารและนาเสนอ
14.นกั เรียนนาเสนอเครอื่ งหมายวรรคตอนจากทีท่ าชิ้นงานมานาเสนอและให้เพื่อนๆ ทาย โดยครู
ใช้ไม้เรียกเลขที่ เพื่อใหน้ กั เรียนนาเสนอทีละคน เพ่อื ใหน้ ักเรยี นได้รว่ มกนั แสดงความคิดเห็น และ
รวบรวมจดั แสดงผลงานของนักเรียนไวท้ ีป่ า้ นนเิ ทศหนา้ หอ้ งเรียน
ข้นั ที่ 5 ขั้นประเมนิ เพอ่ื เพ่ิมคุณคา่ บริการสงั คมและจติ สาธารณะ
15.นักเรยี นร่วมกนั แสดงความคิดเห็น โดยครใู ชค้ าถามดงั นี้
-นักเรียนสามารถนาความรเู้ ก่ียวกบั เร่ืองท่ีเรยี นไปใช้ประโยชน์ในสังคมไดอ้ ย่างไร
6. การวัดและประเมินผลการเรยี นรู้
การประเมนิ วิธกี าร เคร่อื งมอื
ดา้ นความรู้ (K) - การตอบคาถาม - คาถาม
- แบบฝึกหดั
- ทาแบบฝึกหัด
ดา้ นทักษะและกระบวนการ (P) -ทักษะการอ่านในใจ -แบบประเมินการอ่านในใจ
-แบบประเมินการเขยี น
-ทกั ษะการเขยี น -แบบฝึกหัด
-ทักษะการคิดวเิ คราะห์
-ทักษะการอา่ น
ด้านคุณธรรม จรยิ ธรรมและ -สังเกตพฤตกิ รรมในการร่วม - แบบสังเกตพฤติกรรม
คา่ นิยม (A) กิจกรรม การทางานกลุ่ม
-สังเกตพฤติกรรมความ
กระตอื รอื รน้ ในการร่วมกจิ กรรม
7. สือ่ /อปุ กรณ์/แหลง่ การเรยี นรู้ 2.ใบความรู้เรอ่ื งแบบรายงาน
4.ไมเ้ รยี กเลขท่ี
1.ใบความรเู้ รอื่ งสานวนภาษา
3. บตั รคา (สาหรบั เรยี งประโยค)
8. กิจกรรมเสนอแนะ
...................................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................................
ลงชอื่ .............................................ครผู สู้ อน ลงช่อื ...................................................ฝา่ ยวิชาการ
(...........................................................) (...........................................................)
ลงชอื่ ................................................... ผู้บริหาร
(...........................................................)