3. จุดประสงค์การเรียนรู้
1.อธิบายความหมาย และหลักการอ่านจับใจความสาคญั (K)
2.อธบิ ายวิธีการเขยี นขอ้ แนะนาการปฏิบัติตน (K)
3.อธิบายลกั ษณะหนา้ ทีข่ องคาวิเศษณ์ และบอกหนา้ ทีข่ องคาวเิ ศษณ์ (K)
4.อา่ นเรื่องได้คล่องแคล่วรวดเร็วและถกู ต้องตามอักขรวิธี (P)
5.แยกข้อเท็จจริงและขอ้ คิดเหน็ จากเรือ่ งท่ีอา่ น (P)
6.เขียนแนะนาการปฏบิ ตั ิตน (P)
7.จาแนกคาวิเศษณอ์ อกจากคาอืน่ ๆ (P)
8.ยกตวั อยา่ งคาวเิ ศษณ์มาใช้ถกู ต้อง (P)
9.เหน็ ความสาคญั ของการอ่านและมารยาทในการอ่าน (A)
10. เหน็ ความสาคัญของการเขยี นขอ้ แนะนา (A)
11.กระตือรือรน้ ในการรว่ มกจิ กรรม (A)
4. สาระการเรยี นรู้ สาระการเรยี นร้ทู อ้ งถิน่
สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง
1. อธบิ ายความหมาย และหลักการอา่ นจบั ใจความสาคญั
2. อธิบายวธิ ีการเขยี นข้อแนะนาการปฏิบตั ติ น
3. อธบิ ายลกั ษณะหนา้ ท่ีของคาวเิ ศษณ์ และบอกหน้าท่ีของคาวิเศษณ์
5. กจิ กรรมการเรยี นรู้
คาบที่ กิจกรรมการเรียนการสอน
คาบที่ 1 สาระสาคญั
การอ่านเพอื่ จบั ใจความหรือขอ้ คิด ความคิดสาคัญหลกั ของข้อความหรือเรอ่ื งทอี่ า่ นการอ่านจับ
การอา่ น ใจความสาคญั ถือเปน็ ทกั ษะสาคญั ทใี่ ช้ในการอา่ นเพอ่ื การส่ือสารมากที่สดุ เพราะเปน็ พืน้ ฐานสาคญั ใน
จบั ใจความ การศึกษาหาความรู้ จงึ ควรฝึกฝนให้เกิดความชานาญ
สาคัญ ข้ันท่ี 1ขัน้ รวบรวมขอ้ มูล
1. ครูและนกั เรยี นร่วมกันสนทนา โดยครูใช้คาถามกระตนุ้ ความคดิ ดงั นี้
- นกั เรียนเคยช่วยเหลอื เพอื่ นบา้ งหรอื ไม่ ชว่ ยอย่างไร
- นักเรยี นรู้สึกอยา่ งไรเวลาทาความดี
- นักเรยี นเคยเหน็ เพ่อื นทาความดีอะไรบา้ งในโรงเรียน ให้นักเรยี นช่วยกนั ตอบ เพอื่ โยง
เขา้ สู่สาระการเรียนรู้นกั เรียนทบทวนเกี่ยวกบั การอ่านจับใจความสาคัญ โดยครูถามคาถามดังน้ี
-การอา่ นสรปุ ใจความคอื อะไร
-นักเรยี นใชท้ ักษะอะไรบ้างในการอ่านสรุปใจความ
*ในการตอบคาถามให้ครูใช้ไมเ้ รียกเลขท่ี เพ่ือให้นกั เรยี นตอบทลี ะคน โดยถามคาถามก่อนจะ
เรยี กเลขทีเ่ พอื่ ให้ทกุ คนได้คิด
2. นกั เรียนเข้ากล่มุ ศกึ ษาเรอ่ื ง คนดีศรโี รงเรียน โดยครใู ช้คาถามดงั น้ี
- เร่ืองที่นกั เรียนอ่านเปน็ เรอ่ื งเกย่ี วกบั อะไร
- นักเรยี นชอบตัวละครใดมากท่ีสุด เพราะอะไร
ขัน้ ที่ 2 ขัน้ คดิ วเิ คราะห์และสรปุ ความ
3. นกั เรียนแต่ละกลุม่ ร่วมกันวิเคราะห์เกยี่ วกบั เรอื่ งทอ่ี ่าน โดยครูใช้คาถามดังน้ี
- ตัวละครสาคญั ในเรื่องมใี ครบา้ ง แตล่ ะตัวละครมีนิสัยอย่างไร
- จากเรื่องที่อา่ นนกั เรียนไดข้ อ้ คิดอะไรบา้ ง
4.นักเรียนแตล่ ะกลมุ่ คิดประเมนิ เพอื่ เพ่ิมคณุ ค่าโดยครูใช้คาถามดงั ต่อไปน้ี
- นักเรยี นสามารถนาความร้ทู ไี่ ด้รบั ไปใช้ประโยชนใ์ นชวี ติ ประจาวันได้อยา่ งไร
ข้นั ท่ี 3 ข้นั ปฏิบตั ิและสรปุ ความรหู้ ลังการปฏิบัติ
5.นักเรยี นเขา้ กลุ่มทากิจกรรมการตงั้ คาถามและตอบคาถามจากเร่ืองท่ีอ่าน กลมุ่ ละ 5 ข้อ
กติกาในการตั้งคาถาม คณุ ครแู บง่ จานวนนักเรียน หนา้ ทแี่ ตล่ ะกล่มุ ทจี่ ะต้องรบั ผิดชอบใน
การตัง้ คาถาม เพือ่ ไม่ให้การตั้งคาถามของแต่ละกลุ่มซ้ากนั
6.นักเรียนรว่ มกนั สรปุ ขอ้ คดิ ท่ีไดจ้ ากการอา่ น
ขั้นที่ 4 ข้นั สื่อสารและนาเสนอ
7.นกั เรียนแตล่ ะกลมุ่ นาเสนอคาถามหน้าช้นั เรียน แล้วให้เพ่อื นตอบคาถาม
ข้นั ที่ 5 ขน้ั ประเมนิ เพ่อื เพมิ่ คณุ คา่ บริการสังคมและจิตสาธารณะ
8.นกั เรียนร่วมกันแสดงความคิดเหน็ โดยครใู ช้คาถามดงั น้ี
นกั เรียนสามารถนาความร้เู ก่ยี วกับเร่อื งทเ่ี รียนไปใช้ประโยชนใ์ นสงั คมไดอ้ ยา่ งไร
คาบท่ี 2-3 สาระสาคัญ
การเขียนส่ือสารเพอ่ื ให้ผู้อา่ นเข้าใจตรงกัน ตอ้ งเลอื กใช้คาท่ีถูกตอ้ งเหมาะสม สามารถส่ือ
การเขียน
แนะนาการ ความหมายได้ชัดเจนตรงตามจุดประสงค์
ปฏบิ ัตติ น ขั้นท่ี 1ขั้นรวบรวมข้อมลู
วันลอย
1. นกั เรียนดูภาพของบุคคลต่างๆ ในวนั ลอยกระทง แล้วสนทนาร่วมกัน โดยครูใชค้ าถามดงั นี้
กระทง - นกั เรยี นทราบหรอื ไม่ว่าในวนั ลอยกระทงจะมกี ารจัดงานอะไรบา้ ง
- ในภาพมกี ารแต่งกายทเี่ หมาะสมหรอื ไม่
- การใชว้ สั ดใุ นการทากระทงเหมาะสมหรือไม่
2. นกั เรยี นร่วมกนั ศึกษาเร่อื ง การเขยี นแนะนาการปฏบิ ัติตน แลว้ ร่วมกนั สนทนาโดยครู
ใช้คาถาม ดงั น้ี
- องคป์ ระกอบในการเขียนแนะนาการปฏบิ ตั ติ น มีอะไรบ้าง
- การเขยี นแนะนาการปฏิบัติตน ในวันลอยกระทง มปี ระโยชน์อย่างไร
ขั้นที่ 2 ขั้นคดิ วเิ คราะห์และสรปุ ความ
3. นักเรียนร่วมกนั วิเคราะหก์ ารเขียนแนะนาการปฏิบตั ิตน ในวนั ลอยกระทง ว่ามีอะไรบ้าง
ตัวอยา่ ง เช่น
- การเลอื กใชว้ ัสดุในการทากระทง
- การแตง่ กายท่เี หมาะสม ในวันลอยกระทง
- มารยาทในการรว่ มงาน ในวนั ลอยกระทง
- ขอ้ ห้ามหรือขอ้ ควรระวัง ในวนั ลอยกระทง มอี ะไรบ้าง
4.นักเรียนแตล่ ะกล่มุ คิดประเมินเพ่ือเพิ่มคุณค่าโดยครใู ช้คาถามดังต่อไปนี้
- นักเรียนสามารถนาเรือ่ งทเี่ รียนไปใชป้ ระโยชน์ในชีวิตประจาวันไดอ้ ย่างไร
ข้นั ท่ี 3 ขัน้ ปฏิบตั ิและสรุปความรูห้ ลงั การปฏิบตั ิ
5. นักเรยี นเขา้ กลมุ่ ทากิจกรรมการเขียนแนะนาการปฏบิ ตั ติ นในวนั ลอยกระทง
6. ให้นักเรยี นร่วมกันสรุปความสาคัญของการเขยี นแนะนาการปฏิบตั ิตน ในวันลอยกระทง
ครูอธบิ ายเพม่ิ เตมิ เกีย่ วกับสว่ นประกอบในการเขยี นแนะนาการปฏบิ ตั ิตน ในวนั ลอยกระทง
ข้ันที่ 4 ขั้นสอ่ื สารและนาเสนอ
7. นักเรียนแต่ละกลุม่ นาเสนอผลงานหนา้ ช้ันเรยี น เพ่อื นกลุ่มอ่ืนร่วมกนั แสดงความคิดเหน็
8. นกั เรยี นรวบรวมการเขียนแนะนาการปฏบิ ตั ติ น ในวนั ลอยกระทง ไวท้ ม่ี ุมหอ้ งเพอื่ ให้
เพื่อนๆ ไดอ้ ่าน
ขน้ั ท่ี 5 ขัน้ ประเมนิ เพอื่ เพิ่มคณุ ค่าบรกิ ารสังคมและจิตสาธารณ
9.นักเรยี นรว่ มกนั แสดงความคดิ เหน็ โดยครใู ช้คาถามดงั นี้
-นักเรยี นสามารถนาความรู้เกยี่ วกบั เร่อื งที่เรียนไปใช้ประโยชน์ในสงั คมไดอ้ ยา่ งไร
คาบที่ 4-5 สาระสาคญั
คาวเิ ศษณ์ คาวเิ ศษณ์จะอยู่หลังคาท่ีถกู ขยายซ่งึ เปน็ คาชนดิ ตา่ ง ๆ ท้ังคานาม คาสรรพนาม คากรยิ า และคา
วิเศษณ์ ทาหน้าท่ขี ยายคาต่าง ๆ ให้มคี วามหมายชดั เจนขึน้
ขัน้ ที่ 1 ขั้นรวบรวมข้อมลู
1.ใหน้ กั เรียนแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกบั คาวิเศษณ์ โดยครูใช้คาถามดงั น้ี
- คาวเิ ศษณ์มีหนา้ ทอ่ี ย่างไร (ขยายคา)
- ให้นักเรียนลองคิดคาวิเศษณ์ คนละ 1 คา
2. ครใู หน้ ักเรียนศึกษาความรเู้ ร่ือง คาวเิ ศษณ์ แลว้ รว่ มกันสนทนาโดยใชค้ าถามดงั น้ี
- ทาไมจึงตอ้ งมีคาวเิ ศษณ์ใช้ (เพราะช่วยขยายคาอน่ื ให้มีความหมายชัดเจนยิ่งขน้ึ )
- คาวเิ ศษณ์ขยายคาชนิดใดไดบ้ ้าง
ขน้ั ที่ 2 ขั้นคิดวเิ คราะหแ์ ละสรปุ ความ
3.นักเรียนสงั เกตบตั รคาวิเศษณ์ และนาไปตดิ บนกระดานว่าเปน็ คาวเิ ศษณ์ขยายคาชนิดใด
4.นกั เรียนแตล่ ะกล่มุ คิดประเมนิ เพิม่ คุณคา่ โดยครใู ช้คาถามดังต่อไปนี้
- นักเรียนสามารถนาเร่ืองที่เรยี นไปใช้ประโยชนใ์ นชีวิตประจาวนั ไดอ้ ย่างไร
ขัน้ ท่ี 3 ขัน้ ปฏบิ ตั แิ ละสรุปความรูห้ ลังการปฏิบตั ิ
5.ใหน้ ักเรยี นเล่นเกมเขยี นคาวิเศษณ์ ที่มีความหมายตรงกนั ขา้ มลงในบัตรคา
เชน่
- สูง ต่า - ดา ขาว - ส้นั ยาว - อ้วน ผอม
โดยใชไ้ มเ้ รยี กเลขที่เรยี กนักเรียนใหต้ อบ และครเู ขยี นคาตอบของนักเรียนบนกระดานดา แลว้
อา่ นออกเสยี งพร้อมกัน ให้ทุกคนช่วยกันพิจารณาความถูกตอ้ งของคาวเิ ศษณ์
6.นกั เรียนเข้ากลุม่ ทากิจกรรมคดิ คาวิเศษณ์ โดยสง่ ตัวแทนออกมาจับฉลากชนดิ ของคาทม่ี คี า
วเิ ศษณ์ขยาย
7.นกั เรียนฝึกอา่ นคาวิเศษณ์จากบัตรคา
8.นกั เรยี นรว่ มกันสรปุ เรือ่ งคาวเิ ศษณ์ดังนีค้ าวเิ ศษณจ์ ะอยหู่ ลังคาทถี่ กู ขยายซ่งึ เป็นคาชนิด
ต่าง ๆ ทง้ั คานาม คาสรรพนาม คากริยา และคาวิเศษณ์ ทาหนา้ ท่ีขยายคาตา่ ง ๆ ให้มคี วามหมาย
ชดั เจนขน้ึ 9.นักเรยี นทาแบบฝกึ หดั
ขั้นที่ 4 ขัน้ สอ่ื สารและนาเสนอ
10.นกั เรยี นนาเสนอคากรยิ าในแตล่ ะชนิด ตามกลุม่ ที่จับฉลากได้ โดยครใู ชไ้ ม้เรียกเลขที่
เพอ่ื ให้นักเรยี นนาเสนอทีละกลุ่ม และร่วมกนั แสดงความคิดเห็น และรวบรวมเปน็ เลม่ ไว้ทม่ี ุมหอ้ งเรียน
ให้เพ่ือนๆไดศ้ ึกษาตอ่ ไป
ขั้นท่ี 5 ขัน้ ประเมนิ เพอ่ื เพ่มิ คณุ ค่าบรกิ ารสังคมและจติ สาธารณะ
11.นักเรยี นร่วมกนั แสดงความคดิ เหน็ โดยครูใช้คาถามดังนี้
-นกั เรยี นสามารถนาความรู้เกยี่ วกับเรอื่ งทีเ่ รยี นไปใชป้ ระโยชน์ในสงั คมได้อยา่ งไร
6. การวัดและประเมินผลการเรยี นรู้
การประเมิน วธิ กี าร เครอื่ งมอื
- คาถาม
ด้านความรู้ (K) - การตอบคาถาม - แบบฝึกหดั
- ทาแบบฝกึ หัด -แบบประเมนิ การอา่ นในใจ
-แบบประเมินการเขยี น
ด้านทักษะและกระบวนการ (P) -ทักษะการอ่านในใจ
-ทักษะการเขียน -แบบฝกึ หัด
- แบบสงั เกตพฤติกรรม
-ทกั ษะการคิดวิเคราะห์
ด้านคณุ ธรรม จริยธรรมและ -สงั เกตพฤติกรรมในการรว่ ม
คา่ นยิ ม (A) กจิ กรรม การทางานกลมุ่
-สงั เกตพฤตกิ รรมความ
กระตอื รือร้นในการร่วมกจิ กรรม
7. สอื่ /อุปกรณ์/แหล่งการเรียนรู้ 2.ภาพประกอบวันลอยกระทง
4. หนังสอื ภาษาไทยชนั้ ประถมศกึ ษาปีที่ 4
1.ภาพการทาความดี 6. บัตรคาวิเศษณ์
3.รปู แบบการเขยี นแนะนาการปฏิบัติตน
5.ไมเ้ รยี กเลขที่
8. กิจกรรมเสนอแนะ
...................................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................................
ลงชอื่ .............................................ครูผู้สอน ลงช่ือ...................................................ฝา่ ยวิชาการ
(...........................................................) (...........................................................)
vv ลงช่ือ................................................... ผ้บู ริหาร
(...........................................................)
สปั ดาห์ท่ี 6
โรงเรยี นขจรเกยี รติพฒั นา
แผนการจดั การเรียนรู้
ภาคเรียนที่..…2…../.…... ชื่อผ้สู อน ……………………………………………………..
กลุม่ สาระการเรียนรู้ ภาษาไทย ชัน้ ประถมศกึ ษาปีท่ี……4..... จานวน……5….คาบ
หนว่ ยการเรยี นร้ทู ี่ ..……11…..… เรอื่ ง.................คนดศี รโี รงเรียน.........................
1. มาตรฐานการเรียนร/ู้ ตัวช้วี ดั
มาตรฐานท่ี ท 5.1 เขา้ ใจและแสดงความคิดเห็น วจิ ารณว์ รรณคดีและวรรณกรรมไทยอยา่ งเหน็ คุณค่าและนามา
ประยุกต์ใชใ้ นชีวติ จริง
ตัวชว้ี ดั ท่ี ป 4/1 ระบขุ ้อคิดจากนิทานพืน้ บ้านหรือนทิ านคตธิ รรม
ตัวชีว้ ัดท่ี ป 4/2 อธิบายข้อคดิ จากการอ่านเพ่อื นาไปใช้ในชีวติ จรงิ
มาตรฐานที่ ท 2.1 ใช้กระบวนการเขียนเขยี นส่อื สาร เขียนเรยี งความ ย่อความ และเขียนเรอื่ งราวในรปู แบบตา่ งๆ
เขยี น รายงานขอ้ มลู สารสนเทศและรายงานการศกึ ษาค้นควา้ อย่างมปี ระสิทธภิ าพ
ตวั ชวี้ ัดท่ี ป 4/2 เขียนสอื่ สารโดยใชค้ าได้ถูกตอ้ งชดั เจนและเหมาะสม
ตัวชี้วดั ที่ ป 4/8 มีมารยาทในการเขียน
มาตรฐาน ท 3.1 สามารถเลือกฟงั และดูอย่างมีวิจารณญาณ และพดู แสดงความรู้ ความคดิ และความรสู้ ึกในโอกาสตา่ ง
ๆ อยา่ งมวี ิจารณญาณและสร้างสรรค์
ตวั ชีว้ ัดท่ี ป 4/3 พดู แสดงความรู้ ความคิดเหน็ และความรูส้ ึกเกย่ี วกบั เรื่องทฟ่ี ังและดู
มาตรฐานท่ี ท 4.1 เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปล่ียนแปลงของภาษา และพลังของภาษา ภูมิ
ปัญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไวเ้ ปน็ สมบัติของชาติ
ตวั ชี้วัดท่ี ป 4/4 แตง่ ประโยคไดถ้ ูกตอ้ งตามหลักภาษา
มาตรฐาน ท 3.1สามารถเลอื กฟังและดอู ยา่ งมีวจิ ารณญาณและพูดแสดงความรู้ความคิด และความรู้สึกในโอกาสต่างๆ
อยา่ งมีวจิ ารณญาณและสร้างสรรค์
ตวั ช้ีวัดที่ ป 4/1 จาแนกข้อเทจ็ จริงและข้อคดิ เห็นจากเรื่องท่ฟี งั และดู
มาตรฐาน ท 4.1 เข้าใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลักภาษาไทย การเปลีย่ นแปลงของภาษา และพลังของภาษา ภมู ิ
ปัญญาทางภาษาและรักษาภาษาไทยไว้เป็นสมบตั ิของชาติ
ตวั ช้ีวดั ป. 4/2 ระบชุ นิดและหนา้ ทขี่ องคาในประโยค
2. สาระสาคัญ/ความคดิ รวบยอด
การอา่ นจบั ใจความสาคญั คือ การอา่ นเพอ่ื จับใจความหรอื ข้อคดิ ความคิดสาคญั หลกั ของข้อความหรอื เรื่องท่ีอ่าน
การอ่านจบั ใจความสาคัญ ถือเป็นทกั ษะสาคัญทีใ่ ชใ้ นการอ่านเพอ่ื การสือ่ สารมากทส่ี ุดเพราะเปน็ พน้ื ฐานสาคัญในการศกึ ษา
หาความรู้ จงึ ควรฝกึ ฝนให้เกิดความชานาญ
การเขยี นโนม้ นา้ วใจ คอื การเขยี นสื่อสารเพือ่ ใหผ้ อู้ ่านเขา้ ใจตรงกนั ต้องเลือกใช้คาที่ถกู ตอ้ งเหมาะสม สามารถส่ือ
ความหมายไดช้ ดั เจนตรงตามจุดประสงค์
ชนิดและหน้าทีข่ องคาในประโยค คือ ประโยค คือ คาหรอื ข้อความทน่ี ามาเรียงกันแล้วได้ใจความสมบรู ณ์ มีภาค
ประธาน และภาคแสดง ประโยคประกอบด้วยคาชนดิ ต่างๆ ท่ีทาหน้าทีต่ ่างกนั
3. จุดประสงค์การเรียนรู้
1.อธิบายความหมาย และหลักการอ่านจับใจความสาคัญ (K)
2.อธบิ ายการใช้คาเขียนสือ่ สารโน้มนา้ วใจไดถ้ ูกต้องชดั เจน และเหมาะสม (K)
3.ร้แู ละเข้าใจหลกั การอา่ น การเขยี น ประโยค (K)
4.อา่ นเรอ่ื งไดค้ ล่องแคลว่ รวดเรว็ และถูกต้องตามอกั ขรวธิ ี (P)
5.แยกข้อเท็จจริงและข้อคิดเหน็ จากเรอ่ื งทอ่ี า่ น (P)
6. เขยี นโน้มนา้ วใจสอื่ สารได้อยา่ งถูกต้อง ชัดเจน และเหมาะสม (P)
7.อ่าน เขยี นและนาประโยค ไปใชไ้ ด้ถูกต้อง (P)
8.เห็นความสาคญั ของการอ่านและมารยาทในการอา่ น (A)
9. เห็นความสาคัญของการเขียนสอ่ื สารที่ถกู ตอ้ ง ชัดเจน และเหมาะสม (A)
10.กระตือรือรน้ ในการร่วมกิจกรรม (A)
4. สาระการเรยี นรู้
สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง สาระการเรยี นรู้ท้องถิ่น
1. อธบิ ายความหมาย และหลกั การอ่านจับใจความสาคญั
2. อธิบายการใช้คาเขียนสือ่ สารโนม้ นา้ วใจได้ถกู ต้องชดั เจน และ
เหมาะสม
3. รู้และเขา้ ใจหลกั การอ่าน การเขยี น ประโยค
5. กจิ กรรมการเรียนรู้
คาบท่ี กิจกรรมการเรียนการสอน
คาบท่ี 1 สาระสาคัญ
การอา่ นเพอื่ จับใจความหรอื ขอ้ คิด ความคิดสาคัญหลกั ของข้อความหรอื เร่ืองทอี่ า่ นการอ่านจับ
การอา่ น ใจความสาคญั ถอื เป็นทักษะสาคญั ที่ใช้ในการอา่ นเพือ่ การสื่อสารมากท่ีสุดเพราะเป็นพ้นื ฐานสาคญั ใน
จับใจความ การศึกษาหาความรู้ จงึ ควรฝึกฝนให้เกิดความชานาญ
สาคัญ ขนั้ ท่ี 1ขนั้ รวบรวมข้อมูล
1. ครแู ละนกั เรยี นรว่ มกันสนทนา โดยครูใช้คาถามกระตนุ้ ความคดิ ดังนี้
- นักเรยี นเคยไปทาบุญหรือไม่ และเคยไปทว่ี ัดใดมาบา้ ง
- นักเรยี นเคยเห็นคาสอน ขอ้ คิด ข้อเตอื นใจ ในปา้ ยท่ตี ิดอยู่ทต่ี น้ ไม้ในวดั บา้ งหรือไม่
- นกั เรยี นคดิ ว่าการทม่ี ีคาสอน ข้อคิด ข้อเตือนใจ ติดอยู่ท่ตี น้ ไม้ดีหรอื ไม่ เพราะอะไร
ให้นักเรยี นช่วยกันตอบ เพ่ือโยงเข้าสสู่ าระการเรยี นรู้นักเรยี นทบทวนเกย่ี วกับการอ่านจบั ใจความสาคญั
โดยครูถามคาถามดงั น้ี
-การอ่านสรุปใจความคอื อะไร
-นักเรียนใชท้ ักษะอะไรบ้างในการอ่านสรุปใจความ
*ในการตอบคาถามใหค้ รูใชไ้ มเ้ รียกเลขที่ เพื่อให้นักเรียนตอบทีละคน โดยถามคาถามก่อนจะ
เรียกเลขที่เพือ่ ใหท้ ุกคนไดค้ ิด
2. นักเรียนเขา้ กลมุ่ ศกึ ษาเรอ่ื ง ห้องสมุดป่า โดยครูใชค้ าถามดงั น้ี
- เรื่องท่นี ักเรียนอ่านเป็นเรอ่ื งเกี่ยวกบั อะไร
- นักเรยี นชอบตวั ละครใดมากที่สุด เพราะอะไร
ขั้นที่ 2 ขัน้ คดิ วิเคราะหแ์ ละสรปุ ความ
3. นกั เรียนแต่ละกลุ่มรว่ มกนั วิเคราะห์เก่ยี วกบั เรอ่ื งท่อี า่ น โดยครูใช้คาถามดงั นี้
- ตวั ละครสาคญั ในเร่อื งมีใครบ้าง แต่ละตวั ละครมีนสิ ัยอยา่ งไร
- จากเรอ่ื งท่ีอ่านนกั เรยี นชอบขอ้ ความในป้ายท่ีติดที่ต้นไม้ปา้ ยใดมากท่ีสุด
- จากเร่ืองที่อา่ นนักเรียนได้ขอ้ คิดอะไรบา้ ง
4.นกั เรียนแต่ละกลมุ่ คิดประเมนิ เพ่ือเพิม่ คณุ ค่าโดยครูใช้คาถามดงั ตอ่ ไปน้ี
- นกั เรียนสามารถนาความรทู้ ่ีไดร้ บั ไปใช้ประโยชน์ในชวี ติ ประจาวนั ได้อย่างไร
ขน้ั ที่ 3 ขน้ั ปฏบิ ัตแิ ละสรุปความรู้หลงั การปฏิบตั ิ
5.นักเรียนเข้ากลมุ่ ทากิจกรรมการตง้ั คาถามและตอบคาถามจากเรอื่ งทอี่ า่ น กลมุ่ ละ 5 ขอ้
กตกิ าในการตงั้ คาถาม คุณครแู บ่งจานวนนกั เรยี น หนา้ ท่แี ต่ละกลุ่มทจี่ ะตอ้ งรับผดิ ชอบใน
การต้งั คาถาม เพื่อไมใ่ หก้ ารต้ังคาถามของแตล่ ะกลมุ่ ซา้ กัน
6.นกั เรียนรว่ มกนั สรุปขอ้ คิดท่ไี ด้จากการอา่ น
ขัน้ ท่ี 4 ขนั้ สื่อสารและนาเสนอ
7.นักเรยี นแตล่ ะกล่มุ นาเสนอคาถามหน้าชน้ั เรียน แลว้ ใหเ้ พ่อื นตอบคาถาม
ขน้ั ที่ 5 ขนั้ ประเมนิ เพ่ือเพิม่ คุณคา่ บริการสังคมและจติ สาธารณะ
8.นกั เรียนร่วมกนั แสดงความคิดเหน็ โดยครใู ช้คาถามดังน้ี
นักเรียนสามารถนาความรู้เกีย่ วกบั เรอ่ื งท่เี รียนไปใชป้ ระโยชน์ในสังคมไดอ้ ยา่ งไร
คาบที่ 2-3 สาระสาคญั
การเขยี นส่ือสารเพ่ือให้ผูอ้ ่านเข้าใจตรงกัน ตอ้ งเลือกใช้คาท่ถี กู ต้องเหมาะสม สามารถสื่อ
การเขยี น
โน้มน้าวใจ ความหมายไดช้ ดั เจนตรงตามจุดประสงค์
ขั้นท่ี 1ขั้นรวบรวมข้อมูล
1. นักเรยี นดูวีดโี อการโฆษณา แบบโน้มน้าวใจ ในการซื้อสนิ ค้า แลว้ สนทนารว่ มกัน
โดยครใู ช้คาถามดงั น้ี
- นักเรียนเชอ่ื คาโฆษณานั้นหรือไม่
- การเลือกใชค้ าในการเขียนโฆษณามีความนา่ เช่อื ถือหรือไม่ เพราะอะไร
2. นักเรียนร่วมกนั ศึกษาเร่อื ง การเขยี นโน้มนา้ วใจ แล้วร่วมกนั สนทนาโดยครใู ชค้ าถาม ดงั นี้
- องค์ประกอบในการเขยี นโน้มนา้ วใจ มีอะไรบ้าง
- การเขียนโน้มน้าวใจ มปี ระโยชนอ์ ยา่ งไร
ขั้นที่ 2 ขัน้ คดิ วเิ คราะห์และสรุปความ
3. นักเรยี นร่วมกนั วเิ คราะหก์ ารเขียนโนม้ น้าวใจ วา่ มอี ะไรบา้ ง
ตวั อยา่ ง เช่น
1)การวิเคราะหผ์ ู้อ่าน ผู้เขียนจะต้องวเิ คราะหผ์ ้อู ่านว่า มลี กั ษณะอยา่ งไร เช่น
เพศ วัย การศึกษา อาชพี ฐานะทางเศรษฐกิจ ฐานะทางสังคม และค่านิยม เปน็ ต้น การวิเคราะห์ผู้อา่ น
จะชว่ ย ใหผ้ ู้เขยี นสามารถกาหนด เน้ือหาและกลวิธีการนาเสนอไดอ้ ยา่ งเหมาะสม
2)ผเู้ ขยี นต้องทาความเข้าใจธรรมชาติ ความสนใจ และความต้องการของผู้อา่ น
วา่ นา่ จะเป็น ไปในทิศทางใด แลว้ จงึ นามาเป็นประโยชนใ์ นการเขียนโนม้ นา้ วใจต่อไป
3)การให้เหตุผล ผู้เขียนตอ้ งพยายามหาเหตุผลมาสนบั สนนุ ความคิดเหน็ ของ
ตน เหตุผลทนี่ ามาอ้างนน้ั ควรน่าเชอื่ ถือ มีนา้ หนกั เพียงพอ และเปน็ ไปไดใ้ นทางปฏิบตั ิ ทั้งนี้เพ่อื ใหผ้ ู้อ่าน
เชื่อถือ และยอมรับ ตลอดจนมีปฏกิ ิรยิ าตอบสนองความต้องการของผเู้ ขยี น
4)การใช้ภาษา ภาษาทีใช้ในการเขียนโน้มน้าวใจ ควรรจู้ ักเลือกสรรถ้อยคาที่
ส่อื ความหมายได้ชดั เจน ก่อใหเ้ กดิ ภาพ และกระตนุ้ อารมณ์ความรูส้ กึ ของผ้อู ่าน
คาบที่ 4-5 4.นกั เรียนแต่ละกลุ่มคดิ ประเมนิ เพอ่ื เพม่ิ คุณคา่ โดยครูใชค้ าถามดงั ตอ่ ไปน้ี
- นักเรียนสามารถนาเรื่องทเ่ี รยี นไปใช้ประโยชน์ในชวี ติ ประจาวันไดอ้ ยา่ งไร
ขั้นที่ 3 ข้นั ปฏบิ ัติและสรปุ ความรูห้ ลังการปฏิบัติ
5. นกั เรียนเขา้ กลุ่มทากจิ กรรมการเขยี นโน้มน้าวใจ ตามความสนใจของสมาชิกในกลุ่ม
6. ให้นักเรยี นรว่ มกนั สรปุ ความสาคัญของการเขียนโน้มน้าวใจ ครอู ธบิ ายเพ่มิ เติมเกี่ยวกับ
การเขยี นโนม้ น้าวใจ
ข้นั ที่ 4 ขน้ั สื่อสารและนาเสนอ
. นักเรียนแต่ละกลุ่มนาเสนอผลงานหนา้ ชัน้ เรียน เพ่ือนกล่มุ อนื่ ร่วมกนั แสดงความคิดเหน็
8. นกั เรียนรวบรวมการเขยี นโนม้ น้าวใจ ไวท้ ี่มุมหอ้ ง เพื่อให้เพอื่ นๆ ได้อ่าน
ขน้ั ท่ี 5 ขัน้ ประเมนิ เพอื่ เพมิ่ คุณค่าบริการสงั คมและจติ สาธารณ
9.นกั เรียนรว่ มกนั แสดงความคดิ เห็น โดยครูใชค้ าถามดงั น้ี
-นกั เรียนสามารถนาความร้เู กีย่ วกับเร่อื งท่ีเรยี นไปใช้ประโยชน์ในสงั คมได้อย่างไร
สาระสาคัญ
ประโยค คือ คาหรอื ข้อความทีน่ ามาเรยี งกนั แล้วได้ใจความสมบรู ณ์ มีภาคประธาน และภาค
ชนิดและ แสดง ประโยคประกอบดว้ ยคาชนดิ ตา่ งๆ ท่ีทาหนา้ ทต่ี ่างกนั
หน้าทข่ี องคา ขนั้ ท่ี 1 ขน้ั รวบรวมข้อมลู
ในประโยค 1.ใหน้ กั เรียนแสดงความคิดเห็น เก่ียวกบั ชนิดและหน้าท่ีของคาในประโยค
สนทนารว่ มกัน ให้ตัวแทนนักเรียนพูดกลมุ่ ละ 1 ประโยค และดแู ถบประโยค โดยใช้คาถามดงั นี้
แมวจบั หนู ฉันว่ิง
- คาชนิดใดบ้างทีท่ าหนา้ ทเี่ ปน็ ประธานในประโยคได้
- กรรมในประโยค เปน็ คาชนดิ ใดได้บา้ ง
2. ครูให้นกั เรยี นศกึ ษาความร้เู รื่อง ชนดิ และหน้าท่ขี องคาในประโยค แล้วรว่ มกันสนทนา
โดยใช้คาถามดังน้ี
- ชนดิ ของคาทใ่ี ชใ้ นการแตง่ ประโยค มีคาชนิดใดบ้าง
- ประโยคประกอบดว้ ยอะไรบ้าง
ข้นั ที่ 2 ขั้นคิดวเิ คราะห์และสรุปความ
3.นกั เรียนสงั เกตแถบประโยค และบอกชนดิ ของคา และหน้าที่ของประโยค เช่น
ประโยค แมร่ ักลกู มาก
ประโยค คา ชนดิ ของคา หน้าทีข่ องคา
แมร่ ักลกู แม่ คานาม ประธาน
มาก รกั คากรยิ า กรยิ า
ลูก คานาม กรรม
มาก คาวเิ ศษณ์ วิเศษณป์ ระกอบคากริยา
ใหท้ ุกคนชว่ ยกนั พจิ ารณาความถกู ต้องของชนิดและหนา้ ทข่ี องประโยค
4.นักเรียนแตล่ ะกล่มุ คิดประเมินเพม่ิ คุณคา่ โดยครูใช้คาถามดังตอ่ ไปน้ี
- นักเรียนสามารถนาเรื่องทเี่ รยี นไปใชป้ ระโยชน์ในชีวติ ประจาวนั ไดอ้ ย่างไร
ข้นั ท่ี 3 ขัน้ ปฏบิ ตั ิและสรปุ ความร้หู ลังการปฏบิ ัติ
5.ให้นกั เรียนเล่นเกมโดยหยิบบตั รคาในกลอ่ ง และบอกวา่ เป็นคาชนดิ ใด และแตง่ ประโยค
โดยใช้ไม้เรียกเลขที่ เรียกนกั เรียนใหต้ อบ และครูเขียนคาตอบของนักเรียนบนกระดานดา แล้วอ่าน
ออกเสยี งพรอ้ มกนั ใหท้ ุกคนชว่ ยกนั พิจารณาความถกู ตอ้ งของชนิดของคาและประโยค
6.นกั เรียนเข้ากลมุ่ ทากิจกรรมคดิ ประโยคและแยกชนดิ ของคา และหน้าท่ขี องคาในประโยค
กลมุ่ ละ 5 ประโยค
7.นกั เรียนฝึกอ่านบตั รคาและแถบประโยค
8.นกั เรียนรว่ มกันสรุปเรอื่ ง ชนดิ และหนา้ ที่ของคาในประโยค ดงั นี้
ประโยค คือ คาหรือข้อความทนี่ ามาเรียงกนั แลว้ ได้ใจความสมบรู ณ์ มีภาคประธาน
และภาคแสดง ประโยคประกอบดว้ ยคาชนดิ ต่างๆ ท่ีทาหน้าที่ต่างกัน
9.นกั เรยี นทาแบบฝึกหดั
ข้นั ที่ 4 ข้นั สือ่ สารและนาเสนอ
10.นักเรียนนาเสนอคากริยาในแตล่ ะชนิด ตามกลุม่ ท่ีจับฉลากได้ โดยครใู ช้ไม้เรียกเลขท่ี
เพ่อื ใหน้ ักเรยี นนาเสนอ
ทลี ะกลุ่ม และรว่ มกนั แสดงความคิดเหน็ และรวบรวมเป็นเล่มไวท้ ีม่ ุมห้องเรียนใหเ้ พอ่ื นๆไดศ้ ึกษา
ข้ันท่ี 5 ขัน้ ประเมนิ เพอื่ เพิ่มคุณคา่ บรกิ ารสังคมและจติ สาธารณะ
11.นกั เรียนร่วมกันแสดงความคดิ เห็น โดยครใู ชค้ าถามดังน้ี
-นกั เรยี นสามารถนาความรู้เก่ยี วกบั เร่อื งทเี่ รียนไปใช้ประโยชนใ์ นสงั คมได้อย่างไร
6. การวดั และประเมนิ ผลการเรยี นรู้
การประเมนิ วธิ กี าร เครอื่ งมือ
ดา้ นความรู้ (K) - การตอบคาถาม - คาถาม
- ทาแบบฝึกหัด - แบบฝึกหัด
-แบบประเมินการอ่านในใจ
ดา้ นทักษะและกระบวนการ (P) -ทกั ษะการอา่ นในใจ -แบบประเมนิ การเขียน
-ทกั ษะการเขยี น -คาถาม
-แบบฝึกหัด
-ทักษะการคิดวเิ คราะห์ - แบบสังเกตพฤตกิ รรม
ด้านคุณธรรม จริยธรรมและ -สังเกตพฤตกิ รรมในการร่วม
ค่านยิ ม (A) กิจกรรม การทางานกลุม่
-สงั เกตพฤติกรรมความ
กระตอื รือร้นในการร่วมกิจกรรม
7. สือ่ /อปุ กรณ์/แหล่งการเรียนรู้ 2.ตัวอย่างการเขยี นโน้มนา้ วใจ
4.ไมเ้ รียกเลขที่
1.ตวั อย่าง ภาพปา้ ยขอ้ คิด คาสอน ขอ้ เตอื นใจ 6.แถบประโยค
3. หนงั สือภาษาไทยชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี 4
5. บตั รคา (ชนิดของคา)
8. กจิ กรรมเสนอแนะ
...................................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................................
ลงช่อื .............................................ครูผู้สอน ลงชอ่ื ...................................................ฝา่ ยวิชาการ
(...........................................................) (...........................................................)
vv ลงช่อื ................................................... ผู้บรหิ าร
(...........................................................)
สปั ดาห์ท่ี 7
โรงเรยี นขจรเกยี รตพิ ัฒนา
แผนการจัดการเรียนรู้
ภาคเรยี นท.่ี .…2…../.…... ชือ่ ผูส้ อน ……………………………………………………..
กลุ่มสาระการเรยี นรู้ ภาษาไทย ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ี่……4..... จานวน……5….คาบ
หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ ..……12…..… เรอื่ ง..........สารพษิ ในชีวิตประจาวนั ....................
1. มาตรฐานการเรียนร/ู้ ตวั ชี้วัด
มาตรฐานที่ ท 1.1ใช้กระบวนการอ่านสรา้ งความรูแ้ ละความคดิ เพอ่ื นาไปใชต้ ัดสนิ ใจ แก้ปัญหาในการดาเนินชีวติ และ
มี นิสยั รกั การอ่าน
ตัวช้วี ัดที่ ป 4/1 อา่ นออกเสียงบทรอ้ ยแก้วและบทร้อยกรองได้ถกู ตอ้ ง
ตวั ช้วี ัดที่ ป 4/2 อธิบายความหมายของคา ประโยค และสานวนจากเรื่องทอี่ า่ น
ตัวชว้ี ดั ท่ี ป 4/8 มีมารยาทในการอ่าน
มาตรฐานที่ ท 2.1 ใช้กระบวนการเขยี นเขยี นสื่อสาร เขียนเรยี งความ ย่อความ และเขยี นเรื่องราวในรูปแบบตา่ งๆ
เขยี นรายงานข้อมลู สารสนเทศและรายงานการศึกษาคน้ ควา้ อยา่ งมีประสทิ ธภิ าพ
ตวั ชวี้ ดั ที่ ป 4/2 เขยี นส่อื สารโดยใชค้ าได้ถูกตอ้ งชัดเจนและเหมาะสม
ตวั ช้ีวดั ที่ ป 4/8 มีมารยาทในการเขยี น
มาตรฐานท่ี ท 4.1 เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลย่ี นแปลงของภาษา และพลังของภาษา ภูมิ
ปัญญา ทางภาษา และรกั ษาภาษาไทยไวเ้ ปน็ สมบัตขิ องชาติ
ตัวช้ีวัดที่ ป 4/5 แต่งบทรอ้ ยกรองและคาขวัญ
2. สาระสาคญั /ความคดิ รวบยอด
การอา่ นจบั ใจความสาคัญ คอื การอ่านเพ่ือจับใจความหรือข้อคิด ความคิดสาคญั หลักของขอ้ ความหรือเรื่องท่ีอา่ น
การอา่ นจับใจความสาคญั ถอื เป็นทกั ษะสาคัญทใ่ี ชใ้ นการอ่านเพอ่ื การสอื่ สารมากที่สุดเพราะเปน็ พื้นฐานสาคญั ในการศึกษา
หาความรู้ จงึ ควรฝกึ ฝนให้เกดิ ความชานาญ
การเขียนคาขวัญ คอื คาขวัญเป็นถ้อยคาทแี่ ต่งขึ้น เพอ่ื เตอื นใจหรอื เพ่อื เป็นสิริมงคล มลี กั ษณะเป็นการเชิญชวน หรอื
ขอรอ้ งให้ผู้อา่ นหรอื ผู้ฟังยึดเปน็ แนวในการปฏบิ ตั ิ ถอ้ ยคามกั มี ความคล้องจอง หรอื มีสัมผัสเปน็ ร้อยกรองสัน้ ๆ เพ่ือให้จดจาขึ้น
ใจ
คาขวญั คือ คาขวัญเป็นถอ้ ยคาทีแ่ ตง่ ขนึ้ เพอ่ื เตือนใจหรือเพือ่ เปน็ สิรมิ งคล มีลักษณะเปน็ การเชิญชวน หรือขอร้องให้
ผอู้ ่านหรอื ผู้ฟังยดึ เปน็ แนวในการปฏบิ ัติ ถ้อยคามักมี ความคลอ้ งจอง หรอื มสี มั ผัสเป็นรอ้ ยกรองสัน้ ๆ เพอ่ื ให้จดจาขึ้นใจ
3. จุดประสงค์การเรยี นรู้
1.อธบิ ายความหมาย และหลักการอา่ นจับใจความสาคญั (K)
2.รแู้ ละเข้าใจลกั ษณะของคาขวัญ (K)
3. รู้และเขา้ ใจลักษณะของคาขวญั (K)
4.อา่ นเร่ืองได้คล่องแคลว่ รวดเร็วและถกู ต้องตามอักขรวิธี (P)
5.แยกขอ้ เท็จจรงิ และขอ้ คิดเหน็ จากเร่ืองทอี่ ่าน (P)
6. เขยี นคาขวญั ให้ถกู ต้อง (P)
7.เห็นความสาคญั ของการอา่ นและมารยาทในการอา่ น (A)
8.กระตือรอื รน้ ในการร่วมกิจกรรม (A)
4. สาระการเรยี นรู้ สาระการเรยี นรูท้ ้องถนิ่
สาระการเรยี นรู้แกนกลาง
1. อธบิ ายความหมาย และหลกั การอา่ นจับใจความสาคัญ
2. รู้และเขา้ ใจลักษณะของคาขวัญ
3. รูแ้ ละเข้าใจลกั ษณะของคาขวัญ
5. กจิ กรรมการเรยี นรู้
คาบที่ กจิ กรรมการเรียนการสอน
คาบท่ี 1 สาระสาคัญ
การอา่ นเพ่อื จบั ใจความหรอื ข้อคิด ความคิดสาคัญหลกั ของข้อความหรอื เรื่องทีอ่ ่านการอา่ นจบั
การอ่าน ใจความสาคัญ ถอื เป็นทักษะสาคญั ท่ใี ช้ในการอ่านเพอ่ื การส่อื สารมากท่ีสดุ เพราะเป็นพื้นฐานสาคัญใน
จบั ใจความ การศึกษาหาความรู้ จงึ ควรฝกึ ฝนให้เกิดความชานาญ
สาคัญ ขัน้ ที่ 1ขนั้ รวบรวมขอ้ มลู
1. ครแู ละนักเรียนร่วมกนั สนทนา โดยครใู ช้คาถามกระตุน้ ความคดิ ดังนี้
- นกั เรยี นเคยไปซื้อของที่ตลาดกับผู้ปกครองบา้ งหรอื ไม่
- นกั เรยี นเคยซือ้ อาหารทรี่ ถเขน็ บ้างหรือไม่
- นกั เรียนคิดว่าอาหารที่ซื้อรับประทานในแตล่ ะวนั มีผงชรู สหรือไม่ ใหน้ กั เรยี นชว่ ยกนั
ตอบ เพือ่ โยงเข้าสูส่ าระ
การเรยี นร้นู ักเรยี นทบทวนเก่ียวกับการอ่านจบั ใจความสาคัญ โดยครูถามคาถามดังน้ี
-การอ่านสรปุ ใจความคอื อะไร
-นักเรียนใชท้ กั ษะอะไรบ้างในการอา่ นสรุปใจความ
*ในการตอบคาถามใหค้ รูใชไ้ ม้เรียกเลขที่ เพ่อื ให้นกั เรยี นตอบทีละคน โดยถามคาถามก่อนจะ
เรยี กเลขท่ีเพ่ือใหท้ กุ คนไดค้ ิด
2. นกั เรยี นเข้ากล่มุ ศกึ ษาเรอ่ื ง สารพษิ ในชวี ิตประจาวนั โดยครใู ชค้ าถามดงั นี้
- เรอ่ื งท่นี กั เรยี นอ่านเป็นเร่อื งเกยี่ วกบั อะไร
- นกั เรยี นชอบตวั ละครใดมากที่สดุ เพราะอะไร
ขน้ั ที่ 2 ขั้นคดิ วิเคราะหแ์ ละสรุปความ
3. นักเรียนแตล่ ะกล่มุ รว่ มกนั วเิ คราะหเ์ ก่ียวกับเร่ืองท่ีอา่ น โดยครใู ช้คาถามดังน้ี
- ตัวละครสาคญั ในเรือ่ งมีใครบา้ ง แต่ละตวั ละครมนี สิ ัยอยา่ งไร
- จากเรือ่ งทอ่ี า่ นนักเรยี นไดข้ ้อคิดอะไรบ้าง
4.นกั เรยี นแตล่ ะกลมุ่ คิดประเมนิ เพือ่ เพ่มิ คุณค่าโดยครใู ช้คาถามดังตอ่ ไปนี้
- นกั เรยี นสามารถนาความร้ทู ่ไี ด้รับไปใช้ประโยชนใ์ นชีวติ ประจาวนั ไดอ้ ย่างไร
ขั้นท่ี 3 ขั้นปฏิบตั แิ ละสรปุ ความรหู้ ลังการปฏบิ ัติ
5.นักเรยี นเข้ากลุ่มทากิจกรรมการตั้งคาถามและตอบคาถามจากเรื่องทอี่ ่าน กลมุ่ ละ 5 ข้อ
กติกาในการต้งั คาถาม คณุ ครูแบง่ จานวนนกั เรียน หน้าท่ีแต่ละกลุ่มทจ่ี ะต้องรบั ผิดชอบใน
การตัง้ คาถาม เพือ่ ไม่ใหก้ ารตงั้ คาถามของแต่ละกลุ่มซา้ กนั
6.นกั เรียนร่วมกันสรปุ ข้อคดิ ท่ีได้จากการอา่ น
ข้ันท่ี 4 ขนั้ สอ่ื สารและนาเสนอ
7.นกั เรียนแต่ละกลุ่มนาเสนอคาถามหน้าช้ันเรียน แล้วใหเ้ พอ่ื นตอบคาถาม
ข้นั ท่ี 5 ขั้นประเมินเพื่อเพ่ิมคุณค่าบรกิ ารสังคมและจติ สาธารณะ
8.นักเรยี นรว่ มกันแสดงความคดิ เห็น โดยครใู ชค้ าถามดังนี้
นักเรยี นสามารถนาความรเู้ กี่ยวกบั เร่อื งท่เี รียนไปใช้ประโยชนใ์ นสังคมไดอ้ ย่างไร
คาบท่ี 2-3 สาระสาคัญ
คาขวัญเปน็ ถ้อยคาทแี่ ตง่ ข้นึ เพือ่ เตือนใจหรือเพือ่ เป็นสิริมงคล มลี ักษณะเป็นการเชิญชวน หรือ
การเขยี น
คาขวญั ขอร้องใหผ้ ู้อ่านหรอื ผฟู้ ังยดึ เป็นแนวในการปฏบิ ตั ิ ถ้อยคามกั มี ความคลอ้ งจอง หรอื มีสมั ผัสเปน็ ร้อย
กรองส้ัน ๆ เพื่อใหจ้ ดจาขนึ้ ใจ
ขนั้ ท่ี 1ขน้ั รวบรวมข้อมลู
1.ครแู ละนกั เรยี นร่วมกนั สนทนาเกยี่ วกบั คาขวัญ ว่ามีใครจาคาขวญั วันเดก็ ไดห้ รอื ไม่ และให้
นักเรียนไดแ้ สดงความคิดเห็นรว่ มกนั จากนั้นครูใช้คาถามท้าทาย ดังนี้
- นกั เรยี นจาคาขวญั ประจาจงั หวดั ทีน่ กั เรียนอยู่ไดห้ รอื ไม่ มวี า่ อย่างไร และให้
นักเรยี นอ่านคาขวัญต่อไปน้ี
ไทยทา ไทยใช้ ไทย รักของพอ่ ยิง่ ใหญ่ เหนือสง่ิ ใดในโลกหล้า
เจรญิ
ลูกขอต้ังม่นั ให้สญั ญา กตัญญูต่อบดิ า....ทกุ ชาติ
ไป
- คาขวัญสองคาขวญั นแี้ ตกตา่ งกนั อยา่ งไร (ไม่มีคาสมั ผสั คลอ้ งจอง และมีสัมผสั คลอ้ งจอง)
2. นักเรยี นรว่ มกนั ศกึ ษาเร่อื ง การเขียนคาขวัญ (วันพ่อ) แลว้ ร่วมกนั สนทนาโดยครใู ช้
คาถาม ดังน้ี
- องค์ประกอบในการเขยี นคาขวญั (วนั พอ่ ) มีอะไรบา้ ง
- นักเรียนประทบั ใจอะไรพอ่ มากทสี่ ุด
ขน้ั ที่ 2 ขั้นคดิ วเิ คราะหแ์ ละสรปุ ความ
3. นักเรยี นรว่ มกนั วเิ คราะหก์ ารเขียนคาขวญั (วันพอ่ ) วา่ มอี ะไรบา้ ง
ตวั อยา่ ง เชน่
- เสนอใจความสาคัญอะไร
- นาใจความสาคญั ที่คิดไว้มาเขยี นเรยี บเรียง
- นาขอ้ ความทคี่ ิดเรียบเรยี งใหไ้ พเราะและไดใ้ จความ
4.นักเรียนแต่ละกล่มุ คดิ ประเมินเพื่อเพ่ิมคณุ ค่าโดยครูใชค้ าถามดังตอ่ ไปน้ี
- นกั เรยี นสามารถนาเรอ่ื งทีเ่ รียนไปใช้ประโยชนใ์ นชีวิตประจาวันได้อย่างไร
ขน้ั ที่ 3 ขน้ั ปฏิบตั แิ ละสรุปความรูห้ ลังการปฏบิ ตั ิ
5.นกั เรยี นเข้ากลมุ่ ทากจิ กรรมการเขยี นคาขวญั (วนั พ่อ) ตามความสนใจของสมาชกิ ในกลมุ่
6.ใหน้ ักเรียนร่วมกันสรปุ ความสาคญั ของการเขียนคาขวัญ (วันพอ่ ) ครูอธบิ ายเพ่ิมเติม
เกี่ยวกบั การเขยี นคาขวญั
(วันพอ่ )
ขนั้ ที่ 4 ขนั้ ส่ือสารและนาเสนอ
7. นักเรียนแต่ละกลมุ่ นาเสนอผลงานหนา้ ชัน้ เรยี น เพอื่ นกล่มุ อืน่ รว่ มกนั แสดงความคดิ เหน็
8. นักเรยี นรวบรวมการเขียนคาขวญั (วนั พอ่ ) ไว้ทม่ี มุ หอ้ ง เพอื่ ให้เพอ่ื นๆ ไดอ้ ่าน
ข้ันที่ 5 ขน้ั ประเมนิ เพื่อเพม่ิ คณุ ค่าบรกิ ารสงั คมและจิตสาธารณ
9.นกั เรียนรว่ มกันแสดงความคดิ เหน็ โดยครูใช้คาถามดงั น้ี
-นักเรียนสามารถนาความรเู้ ก่ยี วกบั เร่ืองทีเ่ รยี นไปใชป้ ระโยชนใ์ นสังคมได้อยา่ งไร
คาบท่ี 4-5 สาระสาคญั
คาขวญั คาขวญั เปน็ ถ้อยคาท่แี ตง่ ขึ้น เพ่อื เตือนใจหรอื เพ่อื เป็นสริ ิมงคล มีลักษณะเปน็ การเชิญชวน หรือ
ขอรอ้ งใหผ้ ู้อา่ นหรอื ผู้ฟงั ยดึ เป็นแนวในการปฏบิ ตั ิ ถอ้ ยคามักมี ความคล้องจอง หรอื มีสมั ผัสเป็นรอ้ ย
กรองสน้ั ๆ เพื่อให้
ขน้ั ที่ 1 ขน้ั รวบรวมข้อมูล
1.ให้นกั เรียนแสดงความคดิ เหน็ เกี่ยวกับ คาขวญั สนทนาร่วมกัน โดยใช้คาถามดังน้ี
- นักเรียนจาคาขวญั จงั หวัดอะไรไดบ้ ้าง
- นกั เรียนจาขวัญวันเดก็ ไดบ้ า้ งหรือไม่
2. ครใู หน้ กั เรียนศึกษาความรู้เรือ่ ง คาขวัญ แล้วรว่ มกนั สนทนาโดยใชค้ าถามดังนี้
- องค์ประกอบในการเขียนคาขวญั มอี ะไรบา้ ง
- นักเรยี นชอบคาขวญั ทม่ี คี วามคลอ้ งจองกนั หรือ ไม่คลอ้ งจองกนั
- นกั เรียนจะเขยี นคาขวัญในลกั ษณะใด
ข้ันที่ 2 ขนั้ คดิ วเิ คราะห์และสรปุ ความ
3. นกั เรียนรว่ มกันวิเคราะห์การเขียนคาขวัญ ว่ามอี ะไรบา้ ง
ตวั อย่าง เช่น
- เสนอใจความสาคัญอะไร
- นาใจความสาคัญทีค่ ิดไวม้ าเขยี นเรียบเรยี ง
- นาขอ้ ความทค่ี ิดเรียบเรียงใหไ้ พเราะและได้ใจความ
4.นักเรยี นแตล่ ะกลุม่ คิดประเมนิ เพมิ่ คุณคา่ โดยครูใช้คาถามดงั ต่อไปนี้
- นักเรยี นสามารถนาเร่อื งที่เรียนไปใช้ประโยชนใ์ นชีวติ ประจาวนั ไดอ้ ยา่ งไร
ขน้ั ที่ 3 ขน้ั ปฏิบตั ิและสรุปความรหู้ ลังการปฏบิ ัติ
5.ใหน้ กั เรียนเล่นเกมโดยหยบิ บตั รคาในกลอ่ งของแต่ละกลุ่ม และนาคาศพั ทม์ าเรียงตอ่ กันให้
เปน็ คาขวญั โดยใชไ้ ม้เรียกเลขท่ี เรยี กนกั เรยี นให้ตอบเปน็ กล่มุ และครูเขียนคาตอบของนักเรยี นบน
กระดานดาแลว้ อา่ นออกเสียงพร้อมกัน ให้ทกุ คนช่วยกันพิจารณาความถกู ต้องของการเรยี งคาขวญั
6.นักเรียนเข้ากลุ่มทากิจกรรมคิดคาขวัญ โดยสง่ ตัวแทนออกมาจบั ฉลากหัวข้อเร่ืองท่ีจะแตง่
คาขวญั
7.นกั เรยี นฝึกอา่ นคาขวัญ
8.นักเรียนรว่ มกนั สรุปเรอ่ื ง คาขวัญ ดังนี้
คาขวญั เปน็ ถ้อยคาท่ีแต่งขึ้น เพื่อเตือนใจหรอื เพือ่ เป็นสิรมิ งคล มีลักษณะเป็นการเชญิ
ชวน หรอื ขอร้องให้ผอู้ า่ นหรอื ผูฟ้ ังยึดเปน็ แนวในการปฏบิ ตั ิ ถ้อยคามกั มี ความคลอ้ งจอง หรอื มีสัมผสั
เป็นร้อยกรองสน้ั ๆ เพอื่ ให้จดจาขนึ้ ใจ
9.นกั เรียนทาช้นิ งานคาขวัญ
ขนั้ ที่ 4 ขน้ั ส่อื สารและนาเสนอ
10.นักเรียนนาเสนอคาขวัญตามกลุ่มท่จี ับฉลากได้ โดยครใู ชไ้ ม้เรยี กเลขท่ี เพื่อให้นกั เรียน
นาเสนอทีละกลมุ่ และรว่ มกนั แสดงความคิดเห็น และรวบรวมเป็นเลม่ ไวท้ ีม่ มุ หอ้ งเรยี นใหเ้ พื่อนๆได้
ศึกษาต่อไป
ขนั้ ที่ 5 ขน้ั ประเมนิ เพ่ือเพิ่มคุณคา่ บรกิ ารสงั คมและจติ สาธารณะ
11.นกั เรยี นรว่ มกนั แสดงความคดิ เหน็ โดยครูใช้คาถามดงั นี้
-นักเรยี นสามารถนาความรเู้ กย่ี วกบั เรื่องทเ่ี รียนไปใช้ประโยชน์ในสังคมได้อยา่ งไร
6. การวดั และประเมินผลการเรยี นรู้
การประเมิน วธิ ีการ เครอ่ื งมอื
ดา้ นความรู้ (K) - การตอบคาถาม - คาถาม
- แบบฝึกหดั
- ทาแบบฝึกหัด -แบบประเมนิ การอา่ นในใจ
-แบบประเมินการเขียน
ด้านทกั ษะและกระบวนการ (P) -ทกั ษะการอ่านในใจ -คาถาม
-แบบฝกึ หัด
-ทกั ษะการเขียน - แบบสงั เกตพฤติกรรม
-ทกั ษะการคิดวิเคราะห์
ดา้ นคุณธรรม จรยิ ธรรมและ -สงั เกตพฤตกิ รรมในการรว่ ม
คา่ นยิ ม (A) กจิ กรรม การทางานกลมุ่
-สังเกตพฤติกรรมความ
กระตอื รือร้นในการร่วมกิจกรรม
7. ส่ือ/อปุ กรณ์/แหลง่ การเรยี นรู้
1.ตัวอยา่ ง รถเข็นท่ขี ายอาหาร 2.ตัวอย่างการเขยี นคาขวัญ
3. หนังสอื ภาษาไทยชนั้ ประถมศึกษาปีที่ 4 4.ไมเ้ รียกเลขที่
5. บตั รคา
8. กจิ กรรมเสนอแนะ
...................................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................................
ลงชื่อ.............................................ครผู ูส้ อน ลงชื่อ...................................................ฝ่ายวิชาการ
(...........................................................) (...........................................................)
ลงชื่อ................................................... ผ้บู รหิ าร
(...........................................................)
สัปดาห์ท่ี 8
โรงเรยี นขจรเกยี รติพัฒนา
แผนการจดั การเรียนรู้
ภาคเรียนท.ี่ .…2…../.…………... ชื่อผสู้ อน ………………………….……………………………
กลมุ่ สาระการเรียนรู้ ภาษาไทย ช้นั ประถมศึกษาปีที่……4..... จานวน……5….คาบ
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี ..……12…..… เร่ือง..........สารพิษในชีวิตประจาวนั ......................
1. มาตรฐานการเรียนร/ู้ ตวั ชี้วดั
มาตรฐานที่ ท 1.1 ใชก้ ระบวนการอา่ นสรา้ งความรู้และความคิดเพือ่ นาไปใชต้ ดั สินใจ แก้ปญั หาในการดาเนนิ ชวี ติ และ
มีนสิ ัยรักการอ่าน
ตวั ชว้ี ดั ที่ ป 4/3 อ่านเร่ืองสนั้ ๆตามเวลาทก่ี าหนดและตอบคาถามจากเรื่องท่อี า่ น
ตวั ช้ีวดั ท่ี ป 4/4 แยกขอ้ เทจ็ จริงและขอ้ คิดเหน็ จากเร่ืองที่อา่ น
ตวั ชี้วัดท่ี ป 4/5 รายงานเร่อื งหรือประเด็นทีศ่ ึกษาค้นควา้ จากการฟัง การดู และการสนทนา
ตัวชี้วัดที่ ป 4/6 สรุปความรแู้ ละขอ้ คิดจากเร่อื งที่อา่ นเพ่ือนาไปใชใ้ นการดาเนนิ ชวี ติ
ตัวชวี้ ดั ที่ ป 4/8 มีมารยาทในการเขยี น
มาตรฐานท่ี ท 2.1 ใช้กระบวนการเขียนเขยี นสอ่ื สาร เขียนเรยี งความ ย่อความ และเขียนเรอ่ื งราวในรปู แบบตา่ งๆ
เขยี น รายงานขอ้ มูลสารสนเทศและรายงานการศึกษาค้นคว้าอยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ
ตวั ชีว้ ัดท่ี ป 4/4 แยกขอ้ เทจ็ จริงและข้อคดิ เห็นจากเรอ่ื งทอ่ี ่าน
ตัวช้ีวัดท่ี ป 4/8 มมี ารยาทในการเขียน
มาตรฐานที่ ท 3.1 สามารถเลือกฟงั และดูอยา่ งมวี จิ ารณญาณ และพูดแสดงความรู้ ความคิดและความร้สู กึ ในโอกาส
ต่าง ๆ อย่างมีวิจารณญาณและสร้างสรรค์
ตัวชี้วัดท่ี ป 4/1 จาแนกขอ้ เท็จจรงิ และข้อคิดเหน็ จากเรอ่ื งทฟี่ งั และดู
ตวั ชี้วดั ท่ี ป 4/2 พูดสรปุ จากการฟังและดู
ตัวชี้วดั ท่ี ป 4/3 พดู แสดงความรู้ ความคิดเห็น และความรเู้ กยี่ วกับเร่อื งทีฟ่ งั และดู
ตวั ชวี้ ัดที่ ป 4/4 ตงั้ คาถามและตอบคาถามเชิงเหตุผลจากเรื่องทฟ่ี งั และดู
มาตรฐานที่ ท 4.1 เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลกั ภาษาไทย การเปล่ยี นแปลงของภาษาและพลังของภาษา ภูมิ
ปญั ญา ทางภาษา และรกั ษาภาษาไทยไว้เป็นสมบตั ขิ องชาติ
ตวั ชว้ี ัดท่ี ป 4/5 แต่งบทร้อยกรอง
2. สาระสาคญั /ความคดิ รวบยอด
การอา่ นจับใจความสาคญั คือ การอ่านเพอ่ื จับใจความหรือข้อคิด ความคดิ สาคญั หลักของข้อความหรือเรอ่ื งทอ่ี ่าน
การอา่ นจบั ใจความสาคัญ ถือเปน็ ทกั ษะสาคัญทีใ่ ช้ในการอา่ นเพอ่ื การส่อื สารมากทส่ี ุดเพราะเป็นพน้ื ฐานสาคญั ในการศึกษา
หาความรู้ จึงควรฝกึ ฝนให้เกดิ ความชานาญ
การเขียน ยอ่ บทความ คือ การยอ่ ความมรี ูปแบบทแ่ี สดงขอ้ มลู เกย่ี วกับเร่อื งทีย่ อ่ แหลง่ ขอ้ มูลท่ยี อ่ และเน้อื เรอ่ื งยอ่
คาคล้องจอง คอื ต้องมคี าสมั ผสั บงั คบั ใหค้ รบถว้ น และเลอื กใช้คาให้เหมาะสมกบั ใจความเป็นเรอื่ งราวเดียวกนั
3. จุดประสงค์การเรียนรู้
1.อธิบายความหมาย และหลักการอ่านจับใจความสาคัญ (K)
2. บอกรปู แบบการยอ่ ความ (K)
3.สรปุ ความรเู้ รอ่ื งคาคลอ้ งจอง (K)
4.อา่ นเรือ่ งไดค้ ลอ่ งแคลว่ รวดเร็วและถกู ต้องตามอกั ขรวิธี (P)
5.แยกข้อเท็จจรงิ และข้อคดิ เห็นจากเร่ืองทอ่ี ่าน (P)
6. เขยี นรูปแบบการย่อความได้ (P)
7.แตง่ คาคล้องจองได้ (P)
8.เหน็ ความสาคัญของการอ่านและมารยาทในการอ่าน (A)
9. เหน็ ความสาคญั ของการเขยี นรูปแบบการย่อความไดถ้ กู ตอ้ ง (A)
10.กระตือรอื รน้ ในการร่วมกจิ กรรม (A)
4. สาระการเรยี นรู้ สาระการเรยี นรทู้ อ้ งถิ่น
สาระการเรยี นรู้แกนกลาง
1. อธิบายความหมาย และหลกั การอ่านจับใจความสาคญั
2. บอกรูปแบบการย่อความ
3. สรุปความรู้เรือ่ งคาคลอ้ งจอง
5. กิจกรรมการเรียนรู้
คาบท่ี กจิ กรรมการเรียนการสอน
คาบที่ 1 สาระสาคญั
การอ่านเพือ่ จบั ใจความหรือข้อคิด ความคิดสาคญั หลกั ของข้อความหรอื เรือ่ งทอ่ี า่ นการอ่านจบั
การอ่าน ใจความสาคัญ ถือเป็นทักษะสาคญั ท่ใี ช้ในการอา่ นเพอ่ื การสอื่ สารมากท่ีสดุ เพราะเปน็ พ้ืนฐานสาคญั ใน
จบั ใจความ การศกึ ษาหาความรู้ จึงควรฝึกฝนให้เกิดความชานาญ
สาคัญ ขนั้ ท่ี 1ขน้ั รวบรวมขอ้ มลู
1. ครูและนกั เรยี นรว่ มกนั สนทนา โดยครูใช้คาถามกระตุน้ ความคิด ดังน้ี
- นกั เรียนรู้จกั โฆษณาอะไรบ้าง จากส่อื ตา่ งๆทีน่ กั เรียนใช้ในชวี ติ ประจาวนั
- นักเรียนชอบผลงานการโฆษณาของสิ่งใดมากท่ีสุด
ให้นักเรยี นชว่ ยกนั ตอบ โดยครถู ามนาเพอื่ โยงเขา้ สู่สาระการเรียนรนู้ ักเรยี นทบทวนเกีย่ วกับ
การอ่านจบั ใจความสาคญั โดยครถู ามคาถามดังน้ี
-การอ่านสรปุ ใจความคอื อะไร
-นกั เรยี นใชท้ กั ษะอะไรบ้างในการอ่านสรปุ ใจความ
*ในการตอบคาถามให้ครูใชไ้ มเ้ รยี กเลขท่ี เพ่ือให้นักเรียนตอบทลี ะคน โดยถามคาถามกอ่ นจะ
เรยี กเลขท่ีเพื่อใหท้ ุกคนได้คิด
2. นักเรยี นเข้ากลุม่ ศึกษาเรื่อง การอา่ นจับใจความโฆษณา ท่ีครไู ดเ้ ตรยี มมาให้ โดยครูใช้
คาถามดงั นี้
- โฆษณาทอี่ ่านเป็นโฆษณาเก่ยี วกับอะไร
- โฆษณาที่อา่ นมจี ดุ เด่นทน่ี า่ สนใจอย่างไร
ขั้นท่ี 2 ขนั้ คดิ วิเคราะหแ์ ละสรปุ ความ
3. นกั เรียนแตล่ ะกลุ่มร่วมกันวิเคราะห์เกี่ยวกบั โฆษณาทอี่ า่ น โดยครูใช้คาถามดงั นี้
- โฆษณาทนี่ ักเรียนไดอ้ ่านต้องการนาเสนออะไร
- นกั เรยี นคิดว่าอะไรคอื จุดเด่นของโฆษณาช้นิ นี้
- นักเรียนคิดว่าโฆษณาใชค้ าได้เข้าใจงา่ ย ตรงประเดน็ หรอื ไม่ อย่างไร
4.นกั เรยี นแต่ละกล่มุ คดิ ประเมนิ เพ่ือเพิ่มคณุ ค่าโดยครใู ช้คาถามดังต่อไปนี้
- นกั เรยี นสามารถนาความรูท้ ่ีไดร้ ับไปใช้ประโยชน์ในชวี ติ ประจาวนั ได้อย่างไร
ขั้นที่ 3 ขัน้ ปฏบิ ตั แิ ละสรปุ ความรหู้ ลงั การปฏบิ ัติ
5.นกั เรียนเขา้ กลุ่มทากิจกรรมการตงั้ คาถามและตอบคาถามจากเรอ่ื งทีอ่ า่ น กลุม่ ละ 3 ข้อ
กติกาในการต้งั คาถาม คณุ ครูแบ่งจานวนนกั เรยี น หนา้ ที่แต่ละกลุ่มท่ีจะต้องรบั ผิดชอบใน
การตง้ั คาถาม เพอ่ื ไมใ่ ห้การต้ังคาถามของแต่ละกลมุ่ ซา้ กัน
6.นักเรยี นรว่ มกนั สรปุ ขอ้ คิดที่ได้จากการอ่านสรุปความการโฆษณา
ขั้นที่ 4 ขน้ั ส่อื สารและนาเสนอ
7.นักเรยี นแต่ละกลุม่ นาเสนอคาถามหนา้ ชัน้ เรยี น แลว้ ใหเ้ พ่อื นตอบคาถาม
ข้นั ท่ี 5 ขัน้ ประเมินเพ่อื เพมิ่ คณุ ค่าบรกิ ารสงั คมและจติ สาธารณะ
8.นักเรียนรว่ มกนั แสดงความคิดเหน็ โดยครใู ช้คาถามดังนี้
นักเรียนสามารถนาความร้เู กี่ยวกับเร่ืองท่ีเรยี นไปใชป้ ระโยชน์ในสังคมไดอ้ ย่างไร
คาบที่ 2-3 สาระสาคญั
การย่อความมีรปู แบบที่แสดงขอ้ มูลเก่ียวกับเร่ืองทีย่ ่อ แหล่งข้อมูลทยี่ อ่ และเนือ้ เร่อื งย่อ
การเขียน ย่อ ขน้ั ท่ี 1ขั้นรวบรวมขอ้ มลู
บทความ 1. นักเรียนดตู วั อย่าง บทความ แล้วสนทนาร่วมกัน โดยครใู ช้คาถามดังนี้
- นักเรียนเคยอา่ นบทความหรอื ไม่
- นกั เรียนคดิ วา่ บทความส่วนใหญจ่ ะปรากฏในส่ือชนดิ ใด (วารสาร นติ ยสาร
หนงั สือพมิ พ์ )
2. นกั เรียนร่วมกนั ศึกษาเรื่อง การเขยี นย่อบทความ แลว้ รว่ มกันสนทนาโดยครใู ชค้ าถาม ดงั นี้
- องคป์ ระกอบในการเขียนย่อบทความมีอะไรบ้าง
- นกั เรยี นคิดว่าบทความแตกต่างจากเรียงความอยา่ งไร
- การเขียนยอ่ บทความมีประโยชน์อยา่ งไร
ขน้ั ที่ 2 ขั้นคิดวเิ คราะหแ์ ละสรุปความ
3. นกั เรียนรว่ มกันวิเคราะหก์ ารเขียนยอ่ บทความ ซึง่ มหี ลักในการเขียนย่อ
บทความดังน้ี
1. อา่ นบทความให้เข้าใจ
2. จบั ใจความสาคญั ของบทความที่อา่ น
3. ใช้ภาษาง่าย ๆ ไมเ่ ปล่ยี นแปลงเนอ้ื หาเดมิ
4. ใชเ้ ปน็ สรรพนามบรุ ุษท่ี 3
5. เขียนเปน็ เร่อื งเล่าไมม่ เี ครื่องหมายอนื่ ใด
รปู แบบการย่อบทความ บทความเร่อื ง...................จาก...................ของ
.........................ความว่า....................
4.นักเรียนแตล่ ะกลุม่ คดิ ประเมินเพอ่ื เพ่ิมคณุ ค่าโดยครูใชค้ าถามดังต่อไปน้ี
- นักเรยี นสามารถนาเรือ่ งท่เี รยี นไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจาวันไดอ้ ยา่ งไร
ข้ันท่ี 3 ข้นั ปฏิบตั ิและสรุปความรู้หลังการปฏบิ ัติ
5. นักเรยี นฝกึ การเขียนยอ่ บทความ ของวนั รัฐธรรมนญู แลว้ ชว่ ยกันตรวจสอบความถูกต้อง
6. ใหน้ กั เรียนรว่ มกนั สรุปความสาคญั ของการเขียนย่อบทความ และการเขยี นย่อบทความ
ของวนั รัฐธรรมนูญ
ครอู ธิบายเพิ่มเตมิ เก่ยี วกบั ส่วนประกอบในการเขียนยอ่ บทความ
ขนั้ ท่ี 4 ขน้ั ส่อื สารและนาเสนอ
7. นักเรียนแตล่ ะคนนาเสนอผลงานการย่อบทความวนั รัฐธรรมนญู หน้าชน้ั เรยี น เพอ่ื นๆ
ร่วมกันแสดงความคิดเหน็
8. นกั เรียนรวบรวมการเขียนยอ่ บทความ วันรัฐธรรมนญู ไว้ท่มี ุมห้อง เพอ่ื ใหเ้ พื่อนๆได้
ศึกษาตอ่ ไป
ข้ันท่ี 5 ขัน้ ประเมินเพอ่ื เพิ่มคณุ คา่ บริการสงั คมและจิตสาธารณ
9.นกั เรยี นร่วมกันแสดงความคดิ เหน็ โดยครใู ชค้ าถามดงั นี้
-นักเรยี นสามารถนาความรู้เกย่ี วกับเร่อื งท่ีเรียนไปใช้ประโยชน์ในสงั คมได้อย่างไร
คาบที่ 4-5 สาระสาคญั
คาคลอ้ งจอง คาคลอ้ งจอง ต้องมีคาสัมผัสบังคบั ให้ครบถ้วน และเลือกใช้คาใหเ้ หมาะสมกับใจความเปน็
เรอ่ื งราวเดยี วกัน
ข้นั ที่ 1 ขน้ั รวบรวมขอ้ มลู
1.ให้นักเรียนแสดงความคิดเห็นเก่ยี วกับคาคลอ้ งจอง โดยครูใช้คาถามท้าทาย ดังนี้
- นกั เรยี นเคยคิดคาคลอ้ งจองหรือไม่
- ให้นกั เรียนช่วยกันคิดคาคลอ้ งจอง เช่น
คาท่ี 1 คาว่า ไร-่ ไก่-ไผ่-ไว-ไข-้ ไป และคดิ ต่อไปเรื่อยๆ จนครบทุกคน
คาที่ 2 คาว่า หา-นา –มา-ลา-ปลา-กลา้
คาที่ 3 คาว่า กอ่ น-นอน-ผอ่ น-ชอ้ น-กอ้ น-ร้อน
จากนน้ั ให้นักเรยี นลองเรียงบตั รคาใหค้ ลอ้ งจองกัน
1) ชีวติ / มพี ิษ / มภี ยั / อากาศ
..............................
2) รักษา / แมน่ า้ / ใหด้ ี / มคี า่
...............................................
3) ใหด้ ี / ยงั มี / แยกขยะ / คุณคา่
................................................
4) ชีวิต / ไดเ้ ลี้ยง / พอเพียง / ครอบครวั
.................................................
2. ครูใหน้ กั เรยี นศกึ ษาความรเู้ รื่อง คาคลอ้ งจอง แล้วรว่ มกนั สนทนาโดยใช้คาถามดงั นี้
- คาคล้องจองมีลกั ษณะอยา่ งไร
- การเขยี นคาคลอ้ งจองควรคานงึ ถงึ ส่ิงใดบา้ ง
ข้นั ท่ี 2 ขัน้ คดิ วเิ คราะหแ์ ละสรปุ ความ
3. นกั เรยี นร่วมกันวเิ คราะห์เรื่อง คาคลอ้ งจอง ว่ามหี ลักในการเขยี นอย่างไรบา้ ง
ตวั อย่าง เช่น
- คาสัมผัสคลอ้ งจองมีสระเดยี วกนั และตวั สะกดเดียวกนั
- มเี นอ้ื หาท่เี กีย่ วเนือ่ งกนั ในคาคล้องจอง
- มีสาระขอ้ คดิ เตอื นใจเปน็ ประโยชนต์ ่อผอู้ ่านในเชิงสร้างสรรค์
4.นกั เรยี นแตล่ ะกลมุ่ คดิ ประเมินเพ่อื เพม่ิ คุณค่าโดยครูใชค้ าถามดงั ต่อไปน้ี
- นกั เรียนสามารถนาเรอื่ งที่เรยี นไปใช้ประโยชน์ในชวี ติ ประจาวันไดอ้ ยา่ งไร
ข้ันท่ี 3 ขั้นปฏิบตั แิ ละสรุปความรหู้ ลงั การปฏิบัติ
5.ใหน้ ักเรยี นเล่นเกมโดยหยบิ บัตรคาในกล่องของแตล่ ะกลุม่ และนาคาศัพท์มาเรยี งตอ่ กัน
ใหเ้ ปน็ คาคลอ้ งจอง
โดยใชไ้ ม้เรียกเลขท่ี เรียกนกั เรยี นใหต้ อบเปน็ กลุ่ม และครเู ขยี นคาตอบของนักเรยี นบนกระดานดาแล้ว
อ่านออกเสยี ง
พร้อมกนั ใหท้ ุกคนช่วยกนั พจิ ารณาความถกู ตอ้ งของการเรียงคาคลอ้ งจอง
6.นกั เรยี นเขา้ กลมุ่ ทากิจกรรมคิดคาคล้องจอง โดยส่งตัวแทนออกมาจบั ฉลากหวั ขอ้ เรื่องท่จี ะ
คดิ คาคล้องจอง
7.นกั เรยี นฝกึ อ่านคาคลอ้ งจอง
8.นักเรียนรว่ มกนั สรปุ เรอ่ื ง คาคลอ้ งจอง ดังน้ี
คาคลอ้ งจอง ตอ้ งมคี าสมั ผัสบงั คับใหค้ รบถว้ น และเลอื กใช้คาใหเ้ หมาะสมกับใจความเป็น
เร่อื งราวเดยี วกนั
9.นักเรยี นทาชิ้นงานคาคลอ้ งจอง
ขน้ั ที่ 4 ขัน้ สื่อสารและนาเสนอ
10.นักเรยี นนาเสนอคาคล้องจองตามกลุ่มท่ีจับฉลากได้ โดยครูใชไ้ ม้เรียกเลขที่ เพื่อให้
นักเรยี นนาเสนอทีละกลุ่ม และรว่ มกันแสดงความคดิ เห็น และรวบรวมเป็นเลม่ ไวท้ ี่มุมห้องเรยี นให้
เพอื่ นๆได้ศกึ ษาต่อไป
ข้นั ที่ 5 ขัน้ ประเมินเพอ่ื เพมิ่ คณุ ค่าบรกิ ารสงั คมและจิตสาธารณะ
11.นักเรยี นร่วมกันแสดงความคิดเหน็ โดยครูใชค้ าถามดงั นี้
-นกั เรยี นสามารถนาความรูเ้ กยี่ วกบั เรอ่ื งท่ีเรยี นไปใช้ประโยชนใ์ นสังคมไดอ้ ย่างไร
6. การวัดและประเมนิ ผลการเรยี นรู้
การประเมนิ วธิ กี าร เครอ่ื งมอื
ด้านความรู้ (K) - การตอบคาถาม - คาถาม
- แบบฝึกหัด
- ทาแบบฝึกหัด -แบบประเมินการอา่ นในใจ
-แบบประเมินการเขยี น
ด้านทักษะและกระบวนการ (P) -ทักษะการอา่ นในใจ -คาถาม
-แบบฝกึ หัด
-ทักษะการเขียน - แบบสงั เกตพฤติกรรม
-ทกั ษะการคิดวเิ คราะห์
ดา้ นคณุ ธรรม จรยิ ธรรมและ -สงั เกตพฤตกิ รรมในการร่วม
ค่านิยม (A) กิจกรรม การทางานกลุม่
-สังเกตพฤตกิ รรมความ
กระตอื รอื ร้นในการรว่ มกจิ กรรม
7. สอ่ื /อปุ กรณ์/แหลง่ การเรยี นรู้
1. ตวั อย่าง รถเขน็ ท่ขี ายอาหาร 2.ตวั อยา่ งการเขียนคาขวญั
3. หนังสือภาษาไทยช้ันประถมศกึ ษาปีท่ี 4 4.ไมเ้ รียกเลขที่
5. บัตรคา
8. กิจกรรมเสนอแนะ
...................................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................................
ลงช่ือ.............................................ครผู ู้สอน ลงชื่อ...................................................ฝา่ ยวิชาการ
(...........................................................) (...........................................................)
ลงชอื่ ................................................... ผบู้ รหิ าร
(...........................................................)
สัปดาห์ที่ 11
โรงเรียนขจรเกยี รติพัฒนา
แผนการจัดการเรียนรู้
ภาคเรยี นที่..…2…../.…... ชอ่ื ผสู้ อน ……………………………………………………..
กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีท่ี……4..... จานวน……5….คาบ
หน่วยการเรยี นรู้ที่ ..……13…..… เร่อื ง................อยา่ งน้ีดีควรทา.............................
1. มาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตวั ชี้วดั
มาตรฐานที่ ท 1.1ใชก้ ระบวนการอ่านสรา้ งความรูแ้ ละความคดิ เห็นเพื่อนาไปใช้ตัดสนิ ใจ แกป้ ัญหาในการดาเนนิ ชีวิต
และมนี ิสัยรกั การอา่ น
ตวั ช้วี ัดท่ี ป 4/1อ่านออกเสยี งบทรอ้ ยแก้วและบทร้อยกรองได้ถูกตอ้ ง
ตัวช้ีวดั ท่ี ป 4/2เขยี นสอื่ สารโดยใช้คาท่ีถกู ตอ้ งชัดเจนและเหมาะสม
ตวั ชว้ี ัดท่ี ป 4/8มีมารยาทในการอ่าน
มาตรฐานที่ ท 2.1 ใช้กระบวนการเขียนเขยี นสือ่ สาร เขียนเรยี งความ ย่อความ และเขยี นเรอื่ งราวในรปู แบบต่างๆ
เขยี นรายงานขอ้ มลู สารสนเทศและรายงานการศึกษาคน้ คว้าอยา่ งมีประสิทธิภาพ
ตวั ชี้วดั ที่ ป 4/2อธิบายความหมายของการเขยี นโฆษณา
มาตรฐานที่ ท 3.1 เข้าใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลกั ภาษาไทย การเปลย่ี นแปลงของภาษาและพลงั ของภาษา ภมู ิ
ปญั ญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไวเ้ ป็นสมบัตขิ องชาติ
ตัวชี้วดั ท่ี ป 4/1ฟงั คาแนะนา คาสั่งง่ายๆและปฏิบตั ติ าม
มาตรฐานท่ี ท 4.1 เข้าใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลักภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของภาษาและพลงั ของภาษา ภมู ิ
ปัญญาทางภาษา และรกั ษาภาษาไทยไวเ้ ปน็ สมบัติของชาติ
ตัวชว้ี ดั ที่ ป 4/1สะกดคาและบอกความหมายของคาในบริบทต่างๆ
2. สาระสาคัญ/ความคดิ รวบยอด
การอา่ นจับใจความสาคัญ คอื การอ่านเพื่อจับใจความหรอื ขอ้ คิด ความคดิ สาคัญหลกั ของขอ้ ความหรอื เรอื่ งทอ่ี ่าน
การอา่ นจบั ใจความสาคญั ถอื เปน็ ทกั ษะสาคัญที่ใช้ในการอ่านเพื่อการสอ่ื สารมากท่ีสุดเพราะเป็นพ้นื ฐานสาคญั ในการศกึ ษา
หาความรู้ จงึ ควรฝกึ ฝนให้เกดิ ความชานาญ
เขียนโฆษณา คอื พูดแสดงความรู้ เล่าเรื่องยอ่ หรอื สรุปจากเร่ืองท่ีฟังและดุ ตงั้ คาถาม ตอบคาถามจากเร่อื งทฟ่ี งั และดู
รวมท้งั ประเมนิ ความนา่ เช่อื ถอื จากการฟงั และโฆษณา การเขียนโฆษณา เป็นการประชาสมั พนั ธ์เพ่ือเผยแพร่สินคา้ และบรกิ าร
เป็นข้อความเชิญชวน ชักจูง โนม้ นา้ วในให้ผู้อา่ นหรอื ผ้ฟู งั คลอ้ ยตามหรือให้เช่อื และปฏิบตั ติ าม
คาพ้องเสยี ง คือ คาพ้องเสียงจะออกเสยี งเหมอื นกนั แต่เขียนตา่ งกนั และมีความหมายไม่เหมอื นกนั การสะกดคาและ
บอกความหมายของคาจากการรจู้ กั คาพ้องเสียงในบริบทตา่ งๆ ได้อย่างถกู ต้องและการใชพ้ จนานุกรมเรยี นรู้วิธเี รียงลาดับคา หา
ความหมายเพื่อนาคาไปสอ่ื ความหมายได้ชัดเจนข้ึนและเข้าใจความหมายของคาไดด้ ยี ่งิ ขนึ้
3. จุดประสงค์การเรยี นรู้
1.อธิบายความหมาย และหลักการอา่ นจับใจความสาคญั (K)
2.อธบิ ายความหมายและหลักการเขยี นโฆษณาได้ถกู ตอ้ ง (K)
3.บอกความหมายและอา่ นออกเสยี งคาพอ้ งเสียงไดอ้ ยา่ งถกู ต้อง (K)
4.อ่านเรอื่ งไดค้ ล่องแคลว่ รวดเรว็ และถกู ตอ้ งตามอักขรวิธี (P)
5.เขียนโฆษณาได้ (P)
6.ยกตวั อย่างคาพ้องเสียงไดอ้ ย่างถูกต้อง (P)
7.เห็นความสาคญั ของการอ่านและมารยาทในการอ่าน (A)
8. นาเรื่องท่โี ฆษณานาไปใชใ้ นชวี ิตประจาวันได้ (A)
9.มวี นิ ยั ใฝ่เรยี นรู้ กระตือรือร้นในการทากจิ กรรม (A)
4. สาระการเรยี นรู้ สาระการเรียนรทู้ อ้ งถ่นิ
สาระการเรียนรูแ้ กนกลาง
1. อธบิ ายความหมาย และหลักการอ่านจับใจความสาคญั
2. อธิบายความหมายและหลกั การเขียนโฆษณาได้ถกู ตอ้ ง
3. บอกความหมายและอา่ นออกเสยี งคาพ้องเสยี งไดอ้ ย่างถกู ต้อง
5. กิจกรรมการเรียนรู้
คาบที่ กิจกรรมการเรียนการสอน
คาบท่ี 1 สาระสาคญั
การอ่านเพอื่ จบั ใจความหรือขอ้ คิด ความคิดสาคญั หลกั ของข้อความหรอื เร่ืองที่อา่ นการอ่านจับ
การอ่าน ใจความสาคญั ถือเปน็ ทกั ษะสาคญั ท่ีใช้ในการอา่ นเพอื่ การสือ่ สารมากที่สุดเพราะเป็นพ้นื ฐานสาคญั ใน
จับใจความ การศึกษาหาความรู้ จึงควรฝกึ ฝนให้เกดิ ความชานาญ
สาคญั ขน้ั ที่ 1ขนั้ รวบรวมขอ้ มูล
1.ครแู ละนักเรยี นรว่ มกนั สนทนา โดยครูใช้คาถามกระตนุ้ ความคดิ ดังน้ี
-เล่าประสบการณ์การทาความดีที่นา่ ภูมิใจของนักเรยี น
- นกั เรียนแยกแยะการทาความดี และการทาความช่วั ใหน้ กั เรียนชว่ ยกนั ตอบ โดยครถู ามนาเพือ่
โยงเขา้ สู่สาระการเรยี นรู้นกั เรยี นทบทวนเกี่ยวกบั การอา่ นจบั ใจความสาคญั โดยใช้คาถามต่อไปนี้
-การอ่านสรุปใจความคอื อะไร
-นักเรยี นใช้ทักษะอะไรบา้ งในการอา่ นสรุปใจความ
-นักเรียนจะนาหลกั การอา่ นสรุปความไปใช้ในชีวิตประจาวนั ได้อยา่ งไร
*ในการตอบคาถามใหค้ รใู ชไ้ ม้เรยี กเลขท่ี เพอ่ื ใหน้ ักเรยี นตอบทีละคน โดยถามคาถามก่อนจะเรยี ก
เลขที่เพ่ือใหท้ ุกคนไดค้ ิด ในแต่ละคาถามควรใหน้ ักเรยี นนาเสนอ 4-5 คน
2.นักเรียนเขา้ กลุ่มศึกษาเร่อื ง “อย่างนด้ี คี วรทา” โดยครใู ช้คาถามต่อไปนี้
-นักเรียนยกตัวอย่างการทาความดี มอี ะไรบ้าง
-นักเรียนยกตวั อยา่ งการทาความช่วั ควรทาหรือปฏิบัติตามหรือไม่
-นักเรยี นสามารถทาความดีในใช้ชีวติ ประจาวนั ไดอ้ ยา่ งไรบา้ ง
ข้นั ท่ี 2 ขน้ั คดิ วิเคราะห์และสรุปความ
3.นักเรยี นอา่ นเนื้อเรอ่ื ง “อย่างน้ีดคี วรทา” นักเรยี นรว่ มกนั วเิ คราะหว์ ่าเนอ้ื เรอ่ื งท่อี า่ นสอนแทรก
แนวคิดอะไรบา้ ง
4.ให้นกั เรียนแตล่ ะกลมุ่ คิดประเมินเพ่อื เพิ่มคณุ ค่าโดยครใู ช้คาถามดงั ต่อไปนี้
-จากการศกึ ษา เรอื่ งอยา่ งนด้ี คี วรทา นักเรียนสามารถนาไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจาวนั ได้
อย่างไร
ขั้นที่ 3 ขัน้ ปฏิบัตแิ ละสรุปความรูห้ ลังการปฏบิ ตั ิ
5.นกั เรยี นเข้ากล่มุ ร่วมกนั หาการกระทาของการทาความดี และความชว่ั จากเรอ่ื ง
“อย่างนี้ดีควรทา”
6. นักเรียนรว่ มกนั สรปุ ขอ้ คดิ ทีไ่ ดจ้ ากการอ่าน
ขั้นที่ 4 ข้ันส่อื สารและนาเสนอ
7. ใหน้ กั เรียนนาเสนอความภาคภมู ิใจในการกระทาความดีของตนเองใหเ้ พื่อนฟัง
ขั้นที่ 5 ขน้ั ประเมนิ เพอื่ เพิม่ คุณค่าบรกิ ารสงั คมและจิตสาธารณะ
8.นกั เรียนรว่ มกนั แสดงความคิดเหน็ โดยครใู ชค้ าถามดงั นี้
- นกั เรียนสามารถนาความรูเ้ ก่ียวกบั เร่ืองที่เรียนไปใช้ประโยชน์ในสังคมไดอ้ ยา่ งไร
คาบที่ 2-3 สาระสาคญั
พูดแสดงความรู้ เล่าเรื่องยอ่ หรือสรปุ จากเร่อื งท่ฟี งั และดู ต้ังคาถาม ตอบคาถามจากเร่ืองท่ฟี ัง
การเขียน และดู รวมท้งั ประเมินความนา่ เชือ่ ถือจากการฟังและโฆษณา การเขียนโฆษณา เป็นการประชาสมั พนั ธ์
เขียนโฆษณา เพื่อเผยแพรส่ นิ คา้ และบริการ เป็นขอ้ ความเชญิ ชวน ชกั จงู โน้มน้าวในให้ผอู้ า่ นหรือผ้ฟู งั คล้อยตามหรอื
ให้เชอ่ื และปฏบิ ัติตาม
ขั้นที่ 1ข้นั รวบรวมข้อมลู
1.ครใู ห้นกั เรยี นดตู วั อยา่ ง โดยครูใช้คาถามดังนี้
-ภาพนี้คือภาพอะไร
-ภาพทนี่ ักเรยี นเห็นมปี ระโยชน์อย่างไร
2. ใหน้ กั เรียนร่วมกนั ศกึ ษาเรื่อง การเขียนโฆษณา โดยใช้คาถามต่อไปน้ี
-การเขยี นโฆษณาให้ประโยชน์อย่างไร
-การเขียนโฆษณาจากสือ่ ตา่ งๆ มีอะไรบา้ ง
ขน้ั ที่ 2 ข้นั คิดวเิ คราะหแ์ ละสรุปความ
3.นกั เรยี นร่วมกันวิเคราะหห์ ลกั การเขียนโฆษณามอี ะไรบ้าง
4.นกั เรียนแต่ละกลุ่มคดิ ประเมินเพ่อื เพิ่มคณุ ค่าโดยครูใชค้ าถามดงั ต่อไปน้ี
- นกั เรยี นสามารถนาเรอ่ื งทเ่ี รียนไปใช้ประโยชนใ์ นชีวิตประจาวันได้อยา่ งไร
- นักเรยี นได้ความรจู้ ากส่อื ตา่ งๆ และนาไปประยุกต์ใชใ้ นการทาสื่อการโฆษณาไดเ้ กิดผลมาก
นอ้ ยเพียงไร
ขั้นท่ี 3 ข้นั ปฏบิ ตั แิ ละสรุปความรหู้ ลังการปฏบิ ตั ิ
5.นกั เรยี นแบง่ กลุม่ 4 -5 คน ในการเขียนรายงานตามหวั ข้อท่สี มาชิกในกล่มุ สนใจท่จี ะศึกษา
6.นกั เรยี นร่วมกนั สรปุ ความสาคญั ของการเขียนรายงาน ครอู ธบิ ายเพม่ิ เตมิ เก่ยี วกบั การเขยี น
โฆษณา
ขน้ั ที่ 4 ขนั้ ส่ือสารและนาเสนอ
7.นักเรียนแตล่ ะกลุ่มนาเสนอผลงานหน้าชนั้ เรียน เพ่ือนกลุม่ อนื่ ร่วมกันแสดงความคดิ เหน็
8.นกั เรียนรวบรวมเล่มการเขยี นโฆษณาในใบงานไว้ท่ีมุมห้องเรยี นเพือ่ ใหเ้ พอ่ื นๆได้ศึกษาต่อไป
ขน้ั ท่ี 5 ข้ันประเมนิ เพือ่ เพิม่ คณุ คา่ บริการสังคมและจิตสาธารณ
9.นักเรยี นรว่ มกนั แสดงความคดิ เห็น โดยครใู ชค้ าถามดังน้ี
-นกั เรยี นสามารถนาความรเู้ ก่ียวกบั เรอ่ื งท่ีเรียนไปใช้ประโยชน์ในสงั คมไดอ้ ย่างไร
คาบที่ 4-5 สาระสาคญั
คาพอ้ งเสียง คาพอ้ งเสยี งจะออกเสียงเหมือนกันแตเ่ ขียนตา่ งกนั และมีความหมายไม่เหมือนกนั การสะกดคา
และบอกความหมายของคาจากการร้จู กั คาพอ้ งเสียงในบริบทต่างๆ ไดอ้ ยา่ งถูกต้องและการใช้
พจนานุกรมเรยี นรวู้ ธิ เี รยี งลาดับคา หาความหมายเพอ่ื นาคาไปสอื่ ความหมายได้ชดั เจนขึ้นและเขา้ ใจ
ความหมายของคาไดด้ ยี งิ่ ข้ึน
ขั้นท่ี 1 ขั้นรวบรวมขอ้ มลู
1. ครแู ละนกั เรยี นรว่ มกนั แสดงความคิดเหน็ เกีย่ วกบั คาพอ้ งเสียงโดยครูใช้คาถาม ดงั นี้
-ถา้ พดู ออกเสยี งว่า “บาด” นกั เรยี นจะนึกถงึ อะไร
2.ให้นกั เรียนศกึ ษาคาพอ้ งบทรอ้ ยกรอง และร่วมสนทนาโดยครใู ช้คาถามดังต่อไปนี้
-ถา้ โต๊ะไมท้ ่าคุณพ่อทาข้ึนใชม้ าได้เกือบ 2 ปี เกิดขาชารุด คุณพอ่ จะนาโตะ๊ น้ีไปทาอะไร
(ซอ่ มแซม)
-คุณลงุ ใชส้ ิ่งใดในการรบั ประทานอาหารคกู่ ับชอ้ น (สอ้ ม)
ใหน้ กั เรียนสังเกตคาว่า ซ่อม กบั สอ้ ม ครูใช้คาถามว่า
- คาท้งั สองอา่ นออกเสียงเหมือนกัน แต่มสี ง่ิ ใดตา่ งกนั บา้ ง (การเขียน พยัญชนะต้น และรูป
วรรณยกุ ตต์ ่างกนั ความหมายก็ต่างกัน ซ่อม หรือซ่อมแซม หมายถึง การทาสง่ิ ใดใหด้ ีขนึ้ ให้ใชไ้ ดอ้ กี
จากการชารุด เสยี หายไป แต่ สอ้ ม คาท่ีสอง หมายถึง สิ่งทจ่ี มิ้ อาหาร หรือใช้ตกั อาหารคู่กับชอ้ น)
ขั้นท่ี 2 ขั้นคิดวิเคราะหแ์ ละสรุปความ
3.ให้นักเรียนอา่ นบทร้อยกรอง “นา้ ใจมีให้แกก่ ัน” สงั เกตคาท่ีครูกาหนดช่วยกนั จัดกลมุ่ ของคา
เหลา่ น้นั พร้อมอธบิ าย
เหตผุ ลและรว่ มกนั สนทนาโดยใช้คาถามตอ่ ไปนี้
-นักเรยี นเจอคาพอ้ งเสียงในบทร้อยกรองมคี าวา่ อะไรบา้ ง
-นักเรยี นอา่ นคาพอ้ งเสียงได้ถูกต้องหรอื ไม่
นา้ ใจมีใหแ้ กก่ นั รถตอ้ งหยุดซ่อมแซมเร่งแกไ้ ข
เพลาเชา้ วันหนึง่ เพลาลอ้ หลดุ ซาบซึง้ ใจให้สอ้ มเงนิ แสนยินดี
หน่มุ แขมเขา้ มาช่วยอยา่ งเร็วไว หมดสนกุ แหวนหล่นลงพงแขมน่ี
ทกุ วนั ย้ิมวนั นไี้ ยดเู ป็นทกุ ข์ บทกลอนน้มี คี าพ้องลองคน้ ดู
ทราบแลว้ ชว่ ยกนั หาอย่าช้าที
ประพันธโ์ ดย นฤภร รจุ เิ รข
4.นกั เรียนแตล่ ะกล่มุ คิดประเมินเพม่ิ คุณค่า โดยครูใช้คาถามดงั ตอ่ ไปนี้
- นักเรียนสามารถนาเรอ่ื งท่ีเรยี นไปใชป้ ระโยชนใ์ นชวี ิตประจาวันไดอ้ ย่างไร
ขนั้ ท่ี 3 ขนั้ ปฏบิ ัตแิ ละสรุปความรหู้ ลงั การปฏิบตั ิ
5..ให้นักเรียนออกมาเขียนคาตามที่ครพู ดู คนละ 1 คา บนกระดานเช่น
๏กมุ - พา - พนั กมุ ภาพนั ธ์ ๏ แพร่ - พัน - พืด แพรพ่ นั ธพุ์ ืช
๏ ผ้า - พนั - แ.ผล ผา้ พนั แผล ๏ สุ - พนั - บุ - รี สุพรรณบุรี
6.ให้นักเรียนสงั เกต หรือตรวจสอบคาที่เพอ่ื นเขยี นทุกคา (ในกรณีท่เี ขียนถกู ต้องแลว้ ทุกคา)
แต่ละคาที่มีคา พนั จะเขยี นตา่ งกนั ไป ความหมายกไ็ มเ่ หมอื นกัน (เช่น เปน็ ชื่อเดือน ช่ือจงั หวัด ฯลฯ).
ครแู ละนกั เรยี นรว่ มกนั สรปุ คาที่มีเสยี งเหมือนกัน แต่เขียนตา่ งกนั และมคี วามหมายไมเ่ หมอื นกันเรยี กวา่
คาพ้องเสียง การจะเขยี นคาพ้องเสยี งใหถ้ กู ตอ้ งได้น้นั ตอ้ งสังเกต หรอื พจิ ารณาคาหรือขอ้ ความท่ี
แวดลอ้ มคานั้น ๆ จงึ จะเข้าใจวา่ หมายถงึ อะไร หรือหมายถงึ คาใด เช่น จังหวัดสุพรรณบรุ ี, สพี่ ันหา้ รอ้ ย
บาท, เดอื นกมุ ภาพันธ์
-ใหน้ กั เรียนสังเกตการเขียนคาทีเ่ ปน็ คาพอ้ งเสียงในแตล่ ะภาพ แลว้ หาเพ่มิ เตมิ บางคา เชน่
มีดบาด - บ่วงบาศ, รดนา้ - สับปะรด, จรรยา (จัน - ยา)
- ใหน้ กั เรยี นเขยี นคาทมี่ เี สยี งพอ้ งกับคาทีค่ รูพดู ในกระดาษทค่ี รูแจกให้หรือเขียนบนกระดาน
เช่น
1. กัน .............(กรรไกร) 2. คนพาล ..........(สมภาร, พานดอกไม้)
3. คดั สรร .............(สังสรรค์, สนั มีด) 4. วันพธุ ................(พระพทุ ธ,
ดอกพุด)
5. วนั ศกุ ร์ ...........(ผาสกุ , ความสขุ ) 6. วันเพ็ญ ..............(เถาวลั ย์, สวุ รรณ)
7. นา่ รกั ............(หนา้ ตา่ ง) 8. ทศิ ใต้ ..............(ขไี้ ต้)
9. ทศิ เหนอื ...........(อาทติ ย์, ทดิ สกึ ใหม่) 10. บรรทุก ..............(ความทุกข์)
ให้นกั เรียนหรอื อาสาสมัครออกมาเขยี นคาเฉลยบนกระดาน คนละ ๑ คา ให้ทกุ คนรว่ มกัน
ตรวจสอบ แก้ไขให้ถกู ต้อง จากน้นั รวบรวมผลงานส่งให้ครูตรวจสอบอกี คร้ัง
-ให้นกั เรยี นฝกึ อ่านคาพ้องเสียงจากบัตรคา
7. ครูและนกั เรยี นรว่ มกันสรปุ ความรู้ ดังนี้
๏ คาพ้องเสยี งจะออกเสยี งเหมอื นกนั แตเ่ ขียนตา่ งกัน และมีความหมายไมเ่ หมือนกนั
8.นกั เรยี นทาแบบฝกึ หัดคาพอ้ งรปู จากใบงานท่ีครทู าข้ึน
ขนั้ ท่ี 4 ขัน้ ส่ือสารและนาเสนอ
9.นกั เรยี นนาเสนอคาตัวพ้องเสียงตามท่ีจับฉลากได้โดยครูใช้ไม้เรียกเลขที่ เพื่อใหน้ ักเรยี นนาเสนอ
ทลี ะคนและรว่ มกันแสดงความคิดเหน็ และรวบรวมเป็นเล่มไว้ที่มมุ หอ้ งเรยี นให้เพอ่ื นๆได้อา่ นด้วย
ขั้นที่ 5 ขัน้ ประเมินเพือ่ เพิม่ คุณคา่ บริการสังคมและจิตสาธารณะ
10.นักเรียนรว่ มกนั แสดงความคดิ เห็น โดยครูใช้คาถามดงั น้ี
-นกั เรยี นสามารถนาความรูเ้ ก่ยี วกบั เรื่องท่ีเรยี นไปใช้ประโยชนใ์ นสังคมไดอ้ ยา่ งไร
6. การวดั และประเมนิ ผลการเรยี นรู้
การประเมนิ วธิ กี าร เครอื่ งมือ
ดา้ นความรู้ (K) - การตอบคาถาม - คาถาม
- ทาแบบฝึกหัด - แบบฝึกหัด
ดา้ นทักษะและกระบวนการ (P) -ทกั ษะการอา่ นในใจ -แบบประเมินการอ่านในใจ
-ทักษะการเขยี น -แบบประเมินการเขียน
-ทกั ษะการคดิ วิเคราะห์ -คาถาม
-ทักษะการอา่ น -แบบฝึกหัด
ด้านคณุ ธรรม จรยิ ธรรมและ -สังเกตพฤติกรรมในการรว่ ม - แบบสังเกตพฤติกรรม
ค่านยิ ม (A) กิจกรรม การทางานกลมุ่
-สังเกตพฤติกรรมความ
กระตือรอื รน้ ในการร่วมกิจกรรม
7. สอื่ /อปุ กรณ์/แหล่งการเรียนรู้
1.บทรอ้ ยกรอง “น้าใจมีใหก้ นั ” 2.บัตรคา บัตรภาพ
3.แผนภูมิตวั อย่างคาพ้องเสียง 4. หนงั สือภาษาไทยชน้ั ประถมศกึ ษาปีที่ 4
5.ไม้เรียกเลขท่ี
8. กิจกรรมเสนอแนะ
...................................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................................
.......................................................................................
ลงชื่อ.............................................ครูผสู้ อน ลงช่ือ...................................................ฝ่ายวิชาการ
(...........................................................) (...........................................................)
ลงชอ่ื ................................................... ผู้บริหาร
(...........................................................)
สปั ดาห์ที่ 12
โรงเรียนขจรเกยี รติพัฒนา
แผนการจัดการเรียนรู้
ภาคเรยี นท.ี่ .…2…../…………..... ชือ่ ผูส้ อน …………………………………………
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ ภาษาไทย ช้นั ประถมศกึ ษาปีที่……4..... จานวน……5….คาบ
หน่วยการเรียนรทู้ ี่ ..……13…..… เรื่อง................อย่างนีด้ คี วรทา.............................
1. มาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตัวชีว้ ัด
มาตรฐานที่ ท 1.1ใชก้ ระบวนการอ่านสร้างความรูแ้ ละความคดิ เพอื่ นาไปใชต้ ดั สนิ ใจ แก้ปัญหาในการดาเนนิ ชีวติ และ
มีนิสัยรกั การอา่ น
ตัวชี้วดั ที่ ป 4/3อา่ นเร่อื งส้ันๆตามเวลาทีก่ าหนดและตอบคาถามจากเรือ่ งท่อี า่ น
ตัวช้ีวัดที่ ป 4/4แยกข้อเท็จจริงและข้อคิดเหน็ จากเร่อื งทอี่ า่ น
ตัวชว้ี ดั ที่ ป 4/5คาดคะเนเหตุการณ์จากเรอ่ื งทอี่ า่ นโดยระบเุ หตผุ ลประกอบ
ตัวช้ีวัดท่ี ป 4/6สรปุ ความรู้และขอ้ คดิ จากเรอ่ื งทีอ่ ่านเพอื่ นาไปใช้ในการดาเนนิ ชวี ิต
มาตรฐานที่ ท 2.1 ใชก้ ระบวนการเขียนเขียนสอื่ สาร เขยี นเรยี งความ ย่อความ และเขียนเรื่องราวในรปู แบบตา่ ง ๆ
เขียนรายงานข้อมูลสารสนเทศและรายงานการศึกษาค้นควา้ อยา่ งมีประสิทธิภาพ
ตวั ชี้วดั ท่ี ป 4/2 เขยี นสื่อสารโดยใชค้ าได้ถูกต้องชัดเจน และเหมาะสม
ตวั ชว้ี ัดที่ ป 4/8 มีมารยาทในการเขียน
มาตรฐานท่ี ท 3.1สามารถเลอื กฟังและดูอย่างมวี ิจารณญาณและพูดแสดงความรู้ ความคิด ความรู้สึกในโอกาสต่างๆ
อย่างมีวิจารณญาณ และสรา้ งสรรค์
ตัวชี้วดั ท่ี ป 4/1จาแนกข้อเท็จจริงและข้อคิดเหน็ จากเรอ่ื งท่ฟี ังและดู
ตัวชว้ี ัดที่ ป 4/6มีมารยาทในการฟัง การดู และการพดู
มาตรฐานที่ ท 4.1เขา้ ใจธรรมชาติของภาษาและหลกั ภาษาไทย การเปล่ยี นแปลงของภาษา และพลังของภาษา ภมู ิ
ปัญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไว้เป็นสมบัติของชาติ
ตัวชว้ี ัดท่ี ป 4/1สะกดคาและบอกความหมายของคาในบรบิ ทต่างๆ
2. สาระสาคัญ/ความคิดรวบยอด
การอา่ นจบั ใจความสาคญั คือ การอ่านเพื่อจับใจความหรอื ข้อคดิ ความคิดสาคัญหลกั ของขอ้ ความหรอื เร่ืองท่ีอ่าน
การอา่ นจับใจความสาคัญ ถอื เปน็ ทักษะสาคัญท่ีใช้ในการอ่านเพ่ือการสอ่ื สารมากท่ีสุดเพราะเปน็ พนื้ ฐานสาคัญในการศึกษา
หาความรู้ จึงควรฝกึ ฝนใหเ้ กิดความชานาญ
การเขียนแสดงความคิดเหน็ จากการฟงั และการดู คือ การเขยี นแสดงความคิดเห็นจากเรื่องที่ฟงั และการดูจากการ
จัดกิจกรรมวันเด็กช่วยพัฒนาทักษะการคิด การเขยี น ร้จู ักการเชอ่ื มโยงประโยคจากภาพท่เี ห็นใหเ้ ป็นเรอ่ื งราวใหส้ มั พันธก์ ัน เพอื่
เพิ่มความรัก สามัคคี ในการทากิจกรรมรว่ มกนั
คาพอ้ งรปู คอื คาพ้องรปู จะเขียนเหมอื นกัน แตอ่ อกเสยี งตา่ งกนั และมีความหมายไมเ่ หมอื นกนั
3. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
1.อธบิ ายความหมาย และหลักการอ่านจับใจความสาคัญ (K)
2.อธิบายความหมาย และหลกั การอา่ นจับใจความสาคัญของการเขียนประเภทโตแ้ ยง้ ได้อยา่ งถกู ต้อง (K)
3.ระบขุ ้อคิดทไี่ ดจ้ ากการแสดงความคิดเห็นในกิจกรรมวันเดก็ (K)
4.บอกความหมาย และอา่ นคาพอ้ งรปู ได้อย่างถูกตอ้ ง (K)
5.อา่ นเรือ่ งไดค้ ลอ่ งแคล่ว รวดเรว็ และถกู ต้องตามอกั ขรวิธี (P)
6.แยกข้อเท็จจรงิ และขอ้ คดิ เห็นจากเรื่องทอี่ า่ น (P)
7.จดจาคาขวญั วนั เด็กได้ (P)
8.ยกตัวอยา่ งคาพอ้ งรปู ได้อยา่ งถูกตอ้ ง (P)
9.เหน็ ความสาคญั ของการอา่ นและมารยาทในการอา่ น (A)
4. สาระการเรยี นรู้ สาระการเรยี นร้ทู ้องถนิ่
สาระการเรยี นรูแ้ กนกลาง
1. อธิบายความหมาย และหลกั การอ่านจบั ใจความสาคญั
2. อธิบายความหมาย และหลักการอ่านจบั ใจความสาคญั ของการ
เขียนประเภทโต้แย้งได้อยา่ งถกู ต้อง
3. ระบขุ อ้ คิดทีไ่ ดจ้ ากการแสดงความคดิ เห็นในกิจกรรมวนั เด็ก
5. กจิ กรรมการเรียนรู้
คาบที่ กจิ กรรมการเรยี นการสอน
คาบที่ 1 สาระสาคัญ
การอา่ นเพ่อื จบั ใจความหรอื ข้อคิด ความคิดสาคัญหลกั ของขอ้ ความหรอื เรื่องทีอ่ า่ นการอา่ นจับ
การอา่ น ใจความสาคญั ถือเป็นทักษะสาคญั ท่ีใช้ในการอา่ นเพือ่ การสือ่ สารมากที่สดุ เพราะเป็นพื้นฐานสาคญั ใน
จบั ใจความ การศกึ ษาหาความรู้ จงึ ควรฝกึ ฝนให้เกิดความชานาญ
สาคัญ ขน้ั ท่ี 1ขัน้ รวบรวมขอ้ มูล
1. ครูและนักเรียนรว่ มกนั สนทนา โดยใชค้ าถามกระตนุ้ ความคิด ดังนี้
- นกั เรียนรจู้ ักบทความหรอื ไม่ หรอื เคยเหน็ บทความทีไ่ หนบ้าง
- นักเรยี นเคยอา่ นบทความอะไรบ้าง มลี ักษณะเหมอื นหรือแตกต่างกนั อยา่ งไร
ให้นกั เรียนช่วยกนั ตอบ โดยครูถามนาเพ่ือโยงเขา้ สูส่ าระการเรยี นรู้และกระตนุ้ ความสนใจของ และ
นาเข้าสู่เน้อื หาในบทเรียนโดยครถู ามคาถามดงั นี้
-การอ่านสรุปใจความคอื อะไร
-นักเรียนใช้ทักษะอะไรบ้างในการอ่านสรุปใจความ
-นักเรียนจะนาหลักการอา่ นสรุปความไปใช้ในชวี ติ ประจาวันได้อยา่ งไร
*ในการตอบคาถามใหค้ รูใชไ้ มเ้ รียกเลขที่ เพื่อให้นักเรียนตอบทีละคน โดยถามคาถามก่อนจะ
เรียกเลขทเ่ี พอื่ ใหท้ กุ คนได้คิด
2.นกั เรียนศึกษาวธิ ีการอ่านจบั ใจความสาคญั จากใบความรู้ และสนทนาเกยี่ วกับการอ่านจับ
ใจความสาคัญโดยครูใช้คาถามดังน้ี
-การอา่ นจับใจความสาคญั คอื อะไร
-นักเรยี นอ่านบทความแล้วมบี ทความใดทีเ่ ป็นคาโต้แยง้ บ้าง
ขน้ั ท่ี 2 ขน้ั คิดวเิ คราะหแ์ ละสรุปความ
3.นักเรยี นแตล่ ะกลุม่ รว่ มกนั วิเคราะหเ์ กยี่ วกับเรอื่ งที่อ่าน โดยครใู ช้คาถามดังน้ี
-ใจความสาคญั ของบทโต้แย้งบทน้ีคอื อะไร
-จากเรือ่ งทีอ่ ่านนักเรยี นไดข้ ้อคิดอะไรบ้าง
4. นักเรียนแต่ละกลุม่ คิดประเมินเพ่อื เพ่ิมคณุ ค่าโดยครูใช้คาถามดงั ตอ่ ไปนี้
- นกั เรยี นสามารถนาความร้ทู ี่ไดร้ บั ไปปรับใชป้ ระโยชน์ในชวี ติ ประจาวนั ไดอ้ ย่างไร
ข้ันท่ี 3 ข้นั ปฏิบตั ิและสรุปความรู้หลงั การปฏิบัติ
5.นักเรียนทากจิ กรรมการถามตอบจากเรอื่ งทศี่ ึกษา
6.นกั เรยี นรว่ มกันสรุปหลักการอา่ นจบั ใจความการเขียนประเภทโต้แย้ง
ขน้ั ท่ี 4 ข้นั สือ่ สารและนาเสนอ
7. แต่ละกลุ่มออกมานาเสนอผลของการทากจิ กรรม การสรุปใจความสาคญั บทความ
8. เปดิ โอกาสให้นกั เรียนแสดงความคดิ เหน็ วิพากษ์วจิ ารณ์ผลงานของเพื่อน ลักษณะการ
นาเสนอของเพอ่ื น อยา่ งอิสระ นาจุดเด่นจดุ ดอ้ ย จดุ ควรพัฒนา สิ่งทเี่ หมือนกัน และแตกต่างกัน ของ
แต่ละกลุม่ มาแสดงใหน้ กั เรยี นเหน็ ถึงความหลากหลายของความคิด ซึ่งขึน้ อยกู่ ับเหตุผล
ข้นั ที่ 5 ขั้นประเมินเพือ่ เพิม่ คุณค่าบรกิ ารสงั คมและจิตสาธารณะ
9.นกั เรยี นรว่ มกนั แสดงความคดิ เหน็ โดยครูใชค้ าถามดังนี้
- นักเรียนสามารถนาความรู้เก่ียวกบั เรอื่ งทเี่ รียนไปใชป้ ระโยชนใ์ นสงั คมได้อยา่ งไร
คาบที่ 2-3 สาระสาคัญ
การเขยี นแสดงความคดิ เหน็ จากเรื่องทฟี่ งั และการดจู ากการจดั กิจกรรมวันเด็กชว่ ยพัฒนาทกั ษะ
การเขยี น
แสดงความ การคิด การเขยี น รู้จักการเชอ่ื มโยงประโยคจากภาพทเ่ี ห็นใหเ้ ปน็ เร่ืองราวใหส้ ัมพนั ธ์กัน เพอ่ื เพ่ิมความ
คิดเหน็ จาก รกั สามคั คี ในการทากิจกรรมร่วมกนั
การฟังและ ขั้นที่ 1ข้ันรวบรวมข้อมูล
การดู 1. นกั เรยี นดกู ิจกรรมในวนั เดก็ จากภาพท่คี รนู าเสนอ แลว้ รว่ มสนทนาโยงเข้าสู่บทเรียนโดยครูใช้
คาถามตอ่ ไปน้ี
-นกั เรยี นเคยไปทากจิ กรรมวันเดก็ ท่ไี หนบ้าง
- นักเรยี นเคยอยากทากจิ กรรมในวนั เดก็ อะไรบ้าง ใหน้ กั เรียนช่วยกนั ตอบ โดยครถู ามนาเพ่ือ
โยงเขา้ สู่สาระการเรียนรู้และกระต้นุ ความสนใจของผูเ้ รียน
2.นกั เรยี นศึกษาความรู้เร่อื ง การเขียนแสดงความคิดเหน็ จากการดกู ิจกรรรมวันเด็ก แลว้ รว่ มกนั
สนทนาโดยครูใชค้ าถามดังนี้
- นกั เรียนจะเขียนเรือ่ งจากกิจกรรมท่ีไดด้ ูนกั เรยี นต้องคานึงถึงเรอ่ื งอะไรมากท่สี ุด
- นักเรียนควรระมดั ระวงั เกย่ี วกบั อะไรใน การเขยี นแสดงความคิดเห็นในกจิ กรรมที่ได้ดแู ละได้ฟัง
ขน้ั ที่ 2 ขั้นคดิ วิเคราะหแ์ ละสรุปความ
3.ครูนาภาพกจิ กรรมวันเดก็ มาใหน้ กั เรียนดแู ล้วรว่ มกันวิเคราะห์ โดยครถู ามคาถามดงั นี้
- การเขยี นแสดงความคิดเหน็ จากภาพมีความสาคัญอย่างไร
- ภาพทนี่ กั เรียนเหน็ มีองคป์ ระกอบอะไรบา้ ง
- จากภาพนกั เรียนสามารถเขยี นแสดงความคดิ เห็นจากภาพไดอ้ ย่างไร
4.นักเรียนแต่ละกลุม่ คดิ ประเมินเพื่อเพิ่มคุณค่าโดยครูใชค้ าถามดงั ต่อไปน้ี
- นกั เรียนสามารถนาเร่ืองที่เรยี นไปใชป้ ระโยชนใ์ นชีวติ ประจาวันไดอ้ ย่างไร
ขั้นท่ี 3 ขั้นปฏิบตั ิและสรุปความร้หู ลงั การปฏิบัติ
5.นกั เรียนเขา้ กลมุ่ การทากิจกรรมเขียนแสดงความคิดเห็นจากการไดฟ้ ังและดใู นกิจกรรมวนั เดก็
6.นักเรยี นร่วมกนั สรปุ ความสาคัญของการเขียนแสดงความคิดเห็นจากการได้ฟงั และดูกจิ กรรมวนั
เด็ก
ขนั้ ที่ 4 ขั้นส่ือสารและนาเสนอ
7.นักเรยี นแต่ละกลุม่ นาเสนอผลงานหนา้ ชน้ั เรยี นโดยใหส้ อดคล้องกับภาพทก่ี าหนด
8.นักเรยี นรวบรวมเล่มการเขยี นแสดงความคดิ เห็นไวท้ ี่มุมห้องเรียนเพอ่ื ให้เพอ่ื นๆ ไดศ้ ึกษาต่อไป
ขัน้ ที่ 5 ขัน้ ประเมนิ เพอ่ื เพม่ิ คุณคา่ บรกิ ารสังคมและจติ สาธารณ
9.นกั เรียนร่วมกนั แสดงความคดิ เห็น โดยครใู ช้คาถามดงั นี้
-นกั เรียนได้รบั ความร้แู ละขอ้ คิดจากกจิ กรรมในวันเด็กอยา่ งไรบ้าง
10.นักเรียนรว่ มกันแสดงความคดิ เห็น โดยครใู ชค้ าถามดงั นี้
-นกั เรียนสามารถนาความร้เู กย่ี วกบั เร่อื งที่เรยี นไปใช้ประโยชน์ในสังคมได้อยา่ งไร
คาบท่ี 4-5 สาระสาคญั
คาพอ้ งรปู คาพ้องรูปจะเขยี นเหมอื นกัน แต่ออกเสียงต่างกนั และมคี วามหมายไม่เหมอื นกนั
ขั้นที่ 1ขัน้ รวบรวมข้อมูล
1.ให้นักเรยี นออกมาทีละ 2คน เขยี นคาบนกระดานคนละ ๑ คา แล้วให้เพื่อนหาคาพ้องเสยี งกบั
คาท่ีตนเขียน แลกเปลีย่ นกนั (เชน่ คนท่ี 1 เขยี นว่า ดอกพุด ............. คนที่ 2 เขยี นว่า รงั ผ้ึง ..............
คนท่ี 2 ตอ้ งเติมคาว่า วนั พุธ หรอื พระพุทธเจา้ คนที่1 เขยี นคาวา่ ทพี่ ่งึ )
๏ รถยนต์ ................ ๏ โศกศลั ย์ .................. ๏ พระสงฆ์ ....................
๏ พระธรรม .............. ๏ อนุญาต .................. ๏ สดั ส่วน .....................
-คาพอ้ งรปู เขยี นเหมือนกนั ความหมายเหมอื นหรือตา่ งกนั อย่างไร
ข้ันท่ี 2ขนั้ คดิ วิเคราะห์และสรปุ ความ
2. ใหน้ กั เรยี นสังเกตขอ้ ความต่อไปน้ี แล้วใหอ้ าสาสมัครออกมาเตมิ คาในช่องว่าง
(ครูอาจบอกใบว้ า่ เปน็ คาท่เี ขียนเหมอื นกัน) เชน่
*น้องท่องบทร้อยกรองคาประสม ............... โอขณะกาลงั อาบน้า ............ผม
*นดิ ชวนปอไปชอ้ น ........ใบเขียวเลก็ ๆ ในสระนา้ นดิ ชอบปอเพราะปอใจดีไมเ่ คยหวง .........
สง่ิ ของ
จากนนั้ ครใู ช้คาถามว่า
- ข้อ ก. ทีเ่ ตมิ คาว่า สระ ทงั้ 2ชอ่ ง อา่ นเหมอื นกนั หรือไม่ (ชอ่ งแรก อ่านวา่ สะ - หระ• ช่องท่ี
2สระ อ่านวา่ สะ)
- ข้อ ข. เตมิ คาว่า แหน อา่ นว่าอย่างไรบา้ ง (ชอ่ งแรกอา่ นเปน็ คาอกั ษรนา หอ - นอ - แอ -
แหน ช่องที่ ๒ อา่ นสะกดคาว่า หอ - แอ - นอ - แหน มี น เป็นตัวสะกด จงึ อา่ นต่างกัน และ
3.ให้นกั เรยี นทกุ คนพจิ ารณาความถกู ต้องของคาพ้องรูป
4.นกั เรยี นแต่ละกลุ่มคดิ ประเมนิ เพม่ิ คุณค่า โดยครใู ชค้ าถามดังตอ่ ไปน้ี
-นกั เรยี นสามารถนาเร่ืองท่เี รียนไปใช้ประโยชนใ์ นชวี ติ ประจาวนั ได้อยา่ งไร
ขนั้ ท่ี 3 ขั้นปฏบิ ัติและสรปุ ความรู้หลงั การปฏิบัติ
5.ใหน้ กั เรียนฝึกอา่ นคาพ้องรูปให้ถกู ต้องคลอ่ งแคลว่ ขนึ้ ๑ - ๒ ครง้ั จากบัตรคา, แถบประโยค
บนกระดาน เชน่
๏ใบเสมา (เส - มา) ๏ หญา้ เสมา ๏ ตน้ เสลา (สะ•- เหลา) ๏ หินเสลา (เส - ลา)
๏ เพลา (เพ - ลา) เยน็ ๏ ดเู พลารถ ๏ พระเพลา (คาราชาศพั ท์ หมายถงึ ตกั )
๏ ในสระ (สะ) น้ามจี อกแหน ๏ ไม่หวงแหน ๏ กระบวนแหแ่ หน
6.นักเรียนฝกึ อ่านคาพ้องรปู จากการอา่ นบัตรคา เพ่อื จดจาการอา่ นออกเสียงทถี่ ูกต้อง
7.ครแู ละนกั เรียนร่วมกนั สรุปเร่ืองคาพอ้ งรปู
8.นักเรียนทาแบบฝกึ หัด
ข้ันที่ 4 ขน้ั ส่ือสารและนาเสนอ
9.นักเรยี นนาเสนอการทาแบบฝึกหัด โดยครใู ช้ไมเ้ รยี กเลขท่ี เพ่ือใหน้ กั เรียนนาเสนอทลี ะคน
เพือ่ นๆช่วยกันตรวจสอบความถูกตอ้ ง
ขัน้ ที่ 5 ขั้นประเมนิ เพอ่ื เพ่มิ คุณคา่ บรกิ ารสงั คมและจติ สาธารณะ
10.นักเรียนรว่ มกันแสดงความคดิ เหน็ โดยครใู ชค้ าถามดังนี้
-นกั เรียนสามารถนาความรเู้ กย่ี วกบั เรื่องทีเ่ รียนไปใช้ประโยชนใ์ นสงั คมไดอ้ ยา่ งไร
6. การวดั และประเมินผลการเรยี นรู้
การประเมิน วธิ ีการ เคร่อื งมือ
ด้านความรู้ (K) - การตอบคาถาม - คาถาม
- ทาแบบฝกึ หัด - แบบฝกึ หดั
-แบบประเมินการอา่ นในใจ
ดา้ นทักษะและกระบวนการ (P) -ทักษะการอา่ นในใจ -แบบประเมินการเขยี น
-คาถาม
-ทักษะการเขียน -แบบฝกึ หัด
-ทกั ษะการคิดวิเคราะห์ - แบบสงั เกตพฤตกิ รรม
-ทกั ษะการอา่ น
ดา้ นคณุ ธรรม จรยิ ธรรมและ -สังเกตพฤติกรรมในการรว่ ม
คา่ นิยม (A) กจิ กรรม การทางานกลุ่ม
-สงั เกตพฤตกิ รรมความ
กระตอื รือรน้ ในการร่วมกิจกรรม
7. สอ่ื /อปุ กรณ์/แหลง่ การเรยี นรู้ 2.แผนภมู ิคาพอ้ งรูป3.บัตร บัตรภาพ
4. หนงั สอื หลกั ภาษาไทยชัน้ ประถมศกึ ษาปีที่ 4
1.ภาพสัตว์ต่างๆ
3.แถบประโยคเพ่ือแยกคาพ้องรปู
8. กจิ กรรมเสนอแนะ
...................................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................................
ลงชือ่ .............................................ครูผ้สู อน ลงช่ือ...................................................ฝ่ายวชิ าการ
(...........................................................) (...........................................................)
vv ลงชอ่ื ................................................... ผ้บู รหิ าร
(...........................................................)
สปั ดาห์ที่ 13
โรงเรียนขจรเกียรติพฒั นา
แผนการจดั การเรียนรู้
ภาคเรียนที.่ .…2…../…………….... ชอ่ื ผสู้ อน ……………………………………………………..
กล่มุ สาระการเรียนรู้ ภาษาไทย ชั้นประถมศกึ ษาปที ่ี……4..... จานวน……5….คาบ
หน่วยการเรยี นรูท้ ี่ ..……14…..… เร่อื ง................อย่างนดี้ ีควรทา.............................
1. มาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตวั ช้ีวัด
มาตรฐานที่ ท 1.1 ใช้กระบวนการอา่ นสร้างความรแู้ ละความคดิ เพอ่ื นาไปใช้ตดั สินใจ แกป้ ัญหาในการดาเนินชวี ิต
และ มนี สิ ัยรกั การอ่าน
ตวั ช้ีวัดท่ี ป 4/1 อา่ นออกเสียงบทร้อยแก้วและบทรอ้ ยกรองไดถ้ กู ตอ้ ง
ตัวชี้วดั ที่ ป 4/2 เขียนสอ่ื สารโดยใช้คาที่ถกู ต้องชดั เจน และเหมาะสม
ตัวช้ีวัดที่ ป 4/8 มมี ารยาทในการอา่ น
มาตรฐานท่ี ท 2.1 ใช้กระบวนการเขียนเขียนสื่อสาร เขียนเรยี งความ ยอ่ ความ และเขยี นเร่อื งราวในรปู แบบตา่ ง
ๆ เขียนรายงานข้อมลู สารสนเทศและรายงานการศกึ ษาค้นคว้าอย่างมีประสทิ ธิภาพ
ตวั ชว้ี ัดท่ี ป 4/6 การเขียนบันทกึ และการเขียนรายงานจากการศึกษาคน้ ควา้
ตัวชว้ี ัดที่ ป 4/8 มีมารยาทในการเขยี น
มาตรฐานที่ ท 3.1 สามารถเลอื กฟงั และดอู ย่างมีวจิ ารณญาณและพดู แสดงความรู้ ความคิด ความรสู้ ึกในโอกาสตา่ งๆ
อย่างมีวจิ ารณญาณ และสรา้ งสรรค์
ตวั ชว้ี ดั ที่ ป 4/1 จาแนกขอ้ เท็จจรงิ และขอ้ คดิ เห็นจากเร่ืองที่ฟงั และดู
ตัวชี้วัดท่ี ป 4/2 พดู สรุปจากการฟังและดู
ตัวช้ีวัดที่ ป 4/3 พูดแสดงความรู้ ความคิดเห็นและความรสู้ กึ เกยี่ วกับเรอื่ งท่ฟี งั และดู
ตัวช้วี ัดท่ี ป 4/5 รายงานเรอื่ งหรอื ประเดน็ ท่ศี กึ ษาคน้ คว้าจากการฟัง การดู และการสนทนา
ตวั ชี้วดั ท่ี ป 4/6 มีมารยาทในการฟงั การดู และการพูด
มาตรฐานที่ ท 4.1 เขา้ ใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลยี่ นแปลงของภาษา และพลังของภาษา ภูมิ
ปญั ญา ทางภาษา และรักษาภาษาไทยไว้เป็นสมบตั ิของชาติ
ตัวช้ีวัดที่ ป 4/1 สะกดคาและบอกความหมายของคาในบรบิ ทตา่ งๆ
2. สาระสาคัญ/ความคดิ รวบยอด
การอา่ นจับใจความสาคัญ คอื การอา่ นเพ่อื จับใจความหรือขอ้ คิด ความคดิ สาคัญหลักของข้อความหรือเรือ่ งท่อี ่าน
การอ่านจบั ใจความสาคญั ถือเปน็ ทักษะสาคัญทใ่ี ชใ้ นการอา่ นเพื่อการสอื่ สารมากทสี่ ุดเพราะเป็นพ้นื ฐานสาคัญในการศกึ ษา
หาความรู้ จงึ ควรฝกึ ฝนใหเ้ กดิ ความชานาญ
การเขียนการเขยี นการเขยี นรายงาน คอื การเขียนรายงานเปน็ การเขียนเสนอผลการศกึ ษาคน้ ควา้ เรอ่ื งใดเรอ่ื งหน่งึ
อย่างมรี ะเบยี บแบบแผนและมหี ลกั ฐานอ้างองิ จากแหล่งต่าง ๆ เรียบเรยี งและจดั ทารายงานเพือ่ เผยแพร่ความรู้ให้ผู้ที่สนใจ เช่น
ครู เพอื่ นๆ ในช้นั เรียน ต่อท่ีประชมุ ซง่ึ อาจเขียนคนเดยี วหรือเป็นกล่มุ ก็ได้
คาสภุ าพ คือ คาสุภาพ คือคาทม่ี ีความไพเราะเมอ่ื นาไปใชแ้ ลว้ ทาให้ผฟู้ ังเกิดความนิยมในตวั ผูว้ า่ ใชค้ าไดเ้ หมาะสม นา่
ฟงั เป็นการใชค้ าให้ถูกต้องเหมาะสม ตามกาลเทศะ และบุคคล คาสภุ าพเป็นสว่ นหน่งึ ของคาราชาศพั ท์ กฎเกณฑก์ ารใช้คา
สุภาพ ไม่มีกาหนดตายตวั บางคาใชใ้ นภาษาพูด บางคาใชใ้ นภาษาเขียน
3. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
1.อธิบายความหมาย และหลกั การอา่ นจับใจความสาคญั (K)
2.อธิบายความหมาย และหลักการการเขียนรายงานไดถ้ ูกต้อง (K)
3.อธิบายความหมายและเขา้ ใจคาสภุ าพได้ (K)
4.อา่ นเรือ่ งได้คล่องแคล่ว รวดเร็วและถกู ต้องตามอกั ขรวธิ ี (P)
5.แยกขอ้ เทจ็ จริงและข้อคดิ เหน็ จากเรอ่ื งที่อ่าน (P)
6.เขยี นรายงานได้ (P)
7.อ่านสะกดคา และเขยี นคาสภุ าพท่มี ีลักษณะตา่ งๆ ได้ (P)
8.เห็นความสาคญั ของการอา่ นและมารยาทในการอ่าน (A)
9.กระตอื รอื รน้ ในการรว่ มกจิ กรรม (A)
4. สาระการเรยี นรู้ สาระการเรยี นรู้ทอ้ งถิ่น
สาระการเรยี นร้แู กนกลาง
1. อธบิ ายความหมาย และหลักการอ่านจับใจความสาคัญ
2. อธิบายความหมาย และหลกั การการเขียนรายงานได้ถูกตอ้ ง
3. อธบิ ายความหมายและเขา้ ใจคาสุภาพได้
5. กิจกรรมการเรยี นรู้
คาบที่ กิจกรรมการเรียนการสอน
คาบท่ี 1 สาระสาคัญ
การอา่ นเพ่อื จับใจความหรอื ขอ้ คิด ความคิดสาคญั หลักของข้อความหรอื เรื่องท่อี ่านการอ่านจบั
การอ่าน ใจความสาคญั ถอื เปน็ ทักษะสาคัญทใี่ ช้ในการอ่านเพื่อการสื่อสารมากท่ีสดุ เพราะเปน็ พนื้ ฐานสาคญั ใน
จบั ใจความ การศึกษาหาความรู้ จงึ ควรฝกึ ฝนให้เกดิ ความชานาญ
สาคัญ ขนั้ ที่ 1ขัน้ รวบรวมขอ้ มลู
1. ครูและนกั เรยี นร่วมกันสนทนา โดยใช้คาถามกระตนุ้ ความคิด ดังน้ี
- นักเรียนร้จู กั การทากระดาษ หรอื เคยเหน็ การทากระดาษจากท่ีไหนบา้ ง
- นักเรียนคดิ วา่ กระดาษสามารถทามาจากอะไรไดบ้ ้างใหน้ ักเรยี นช่วยกนั ตอบ โดยครูถามนา
เพอ่ื โยงเขา้ สสู่ าระการเรียนรู้และกระต้นุ ความสนใจของ และนาเขา้ สูเ่ นอื้ หาในบทเรียน โดยครูถาม
คาถามดงั นี้
-การอา่ นสรปุ ใจความคืออะไร
-นกั เรียนใชท้ กั ษะอะไรบ้างในการอา่ นสรุปใจความ
*ในการตอบคาถามใหค้ รใู ชไ้ มเ้ รียกเลขที่ เพื่อให้นกั เรียนตอบทีละคน โดยถามคาถามก่อนจะ
เรยี กเลขท่ีเพอ่ื ใหท้ ุกคนไดค้ ิด
2.นักเรียนศกึ ษาวธิ กี ารอ่านจบั ใจความสาคัญเร่ืองกระดาษนีม้ ที ่ีมาโดยครูใช้คาถามดงั นี้
-การอ่านจบั ใจความสาคญั คอื อะไร
-นกั เรยี นอ่านจับใจความแล้วไดข้ ้อคิดอะไรบา้ ง
ขั้นท่ี 2 ข้ันคดิ วิเคราะหแ์ ละสรุปความ
3.นกั เรียนแต่ละกลุ่มรว่ มกันวิเคราะหเ์ กย่ี วกับเรอื่ งทอี่ ่าน โดยครูใช้คาถามดังน้ี
-ตวั ละครสาคญั ในเรอื่ งมีใครบ้างอยใู่ นยคุ สมัยใด
-จากเร่อื งทีอ่ า่ นนักเรยี นได้ขอ้ สงั เกตจากการทากระดาษอย่างไรบ้าง
4. นกั เรยี นแตล่ ะกลุม่ คิดประเมินเพื่อเพ่ิมคณุ ค่าโดยครูใช้คาถามดงั ต่อไปน้ี
- นกั เรียนสามารถนาความร้ทู ีไ่ ดร้ บั ไปปรบั ใช้ประโยชนใ์ นชวี ิตประจาวนั ไดอ้ ย่างไร
ขน้ั ท่ี 3 ขั้นปฏิบตั แิ ละสรปุ ความรู้หลงั การปฏิบตั ิ
5.นกั เรียนเขา้ กลุม่ รว่ มกนั แสดงความคิดเห็นและความหมายของท่ีมาของการทากระดาษ
ขั้นที่ 4 ขั้นสอ่ื สารและนาเสนอ
6.นักเรยี นนาเสนอแนวความคิดทไ่ี ด้จากการทากระดาษเป็นรายบคุ คลหนา้ ช้นั เรยี น
ข้นั ท่ี 5 ข้ันประเมนิ เพื่อเพมิ่ คณุ คา่ บรกิ ารสงั คมและจติ สาธารณะ
7.นกั เรียนรว่ มกนั แสดงความคดิ เหน็ โดยครใู ช้คาถามดังน้ี
- นักเรยี นสามารถนาความรู้เกี่ยวกบั เรือ่ งที่เรยี นไปใช้ประโยชน์ในสงั คมได้อยา่ งไร
คาบท่ี 2-3 สาระสาคัญ
การเขียนรายงานเปน็ การเขยี นเสนอผลการศกึ ษาค้นควา้ เรื่องใดเรื่องหนึ่งอย่างมรี ะเบียบแบบ
การเขยี น
รายงาน แผนและมีหลกั ฐานอ้างองิ จากแหล่งต่าง ๆ เรียบเรยี งและจัดทารายงานเพ่อื เผยแพรค่ วามร้ใู ห้ผู้ที่สนใจ
เช่นครู เพอ่ื นๆ ในช้ันเรยี น ต่อท่ีประชุม ซ่งึ อาจเขยี นคนเดยี วหรอื เป็นกลุ่มกไ็ ด้
ข้นั ท่ี 1ขั้นรวบรวมข้อมูล
1. นักเรยี นดูตัวอยา่ งรายงานแลว้ ร่มกนั สนทนาโดยครใู ช้คาถามตอ่ ไปนี้
- เอกสารที่นักเรยี นดูเรยี กวา่ อะไร
- นักเรยี นเคยเห็นรายงานหรือไม่
2.นกั เรยี นรว่ มกนั ศึกษาเร่ือง การเขยี นรายงาน แลว้ ร่วมกนั สนทนาโดยครใู ช้คาถามดงั นี้
- การเขยี นรายงานมีประโยชนอ์ ยา่ งไร
- องคป์ ระกอบของรายงานมีอะไรบา้ ง
-การเขยี นแผนภาพความคดิ กอ่ นทารายงานมีประโยชนอ์ ยา่ งไร
ขั้นที่ 2 ข้ันคดิ วเิ คราะหแ์ ละสรปุ ความ
3.นักเรียนรว่ มกนั วิเคราะหว์ ่าการเขียนรายงานเรื่องหมแี พนดาจะต้องเขยี นเร่ืองอะไรบ้าง โดย
เขยี นเป็นแผนภาพความคิด
ตวั อยา่ งเชน่
4.นกั เรยี นแต่ละกลุ่มคดิ ประเมินเพื่อเพมิ่ คุณคา่ โดยครูใช้คาถามดังต่อไปนี้
- นักเรยี นสามารถนาเรอ่ื งท่ีเรียนไปใชป้ ระโยชน์ในชวี ติ ประจาวันได้อยา่ งไร
ขั้นที่ 3 ขัน้ ปฏบิ ัติและสรุปความรูห้ ลังการปฏบิ ัติ
5.นกั เรยี นเขา้ กลมุ่ ทากิจกรรมเขยี นรายงาน ตามหัวขอ้ ที่สมาชิกในกล่มุ สนใจทีจ่ ะศกึ ษา
6.นกั เรียนร่วมกันสรปุ ความสาคญั ของการเขยี นรายงาน ครอู ธบิ ายเพมิ่ เติมเกีย่ วกบั การเขียน
รายงาน
ขน้ั ที่ 4 ขั้นส่อื สารและนาเสนอ
7.นักเรียนแตล่ ะกลุ่มนาเสนอผลงานหน้าช้ันเรียนเพอ่ื นกลมุ่ อ่ืนร่วมกันแสดงความคิดเห็น
8.นกั เรียนรวบรวมเล่มการเขียนการเขียนรายงานไวท้ มี่ มุ หอ้ งเรยี นเพื่อใหเ้ พ่อื นๆ ได้ศกึ ษาตอ่ ไป
ขน้ั ท่ี 5 ขั้นประเมนิ เพอื่ เพ่ิมคณุ คา่ บริการสังคมและจิตสาธารณะ
9.นักเรียนร่วมกนั แสดงความคิดเห็น โดยครูใชค้ าถามดังน้ี
-นักเรยี นสามารถนาความร้เู กีย่ วกับเรอ่ื งทเ่ี รียนไปใชป้ ระโยชน์ในสงั คมไดอ้ ย่างไร
คาบที่ 4-5 สาระสาคญั
คาสุภาพ คาสภุ าพ คือคาที่มีความไพเราะเม่ือนาไปใช้แลว้ ทาให้ผฟู้ ังเกิดความนยิ มในตวั ผูว้ ่าใช้คาได้
เหมาะสม นา่ ฟงั เป็นการใช้คาให้ถกู ต้องเหมาะสม ตามกาลเทศะ และบคุ คล คาสภุ าพเปน็ สว่ นหนึง่ ของ
คาราชาศัพท์ กฎเกณฑ์การใช้คาสุภาพ ไมม่ กี าหนดตายตัว บางคาใชใ้ นภาษาพดู บางคาใช้ในภาษาเขียน
ข้ันท่ี 1ขั้นรวบรวมข้อมูล
1. ครูเขียนคาเหลา่ น้บี นกระดานดา ให้นักเรยี นอา่ นแลว้ ให้นกั เรยี นหาคาสุภาพมาแทนคาท่ี
พมิ พต์ วั หนา
1. บ้านฉันเลยี้ งหมาพันธไ์ุ ทย (สุนัข)
2. แมผ่ ดั ผกั บงุ้ ไฟแดง (ผักทอดยอด)
3. พ่ีนาผ้าห่มไปตากแดดทกุ วัน (ผึง่ แดด)
4. คุณครูครบั ผมปวดหัวมากครบั (ศรี ษะ)
5. สมชายขออนุญาตครไู ปเยี่ยว (ปสั สาวะ)
2.นักเรียนศกึ ษาเรอื่ งคาสภุ าพ แลว้ ร่วมสนทนาโดยครใู ช้คาถามตอ่ ไปนี้
-คาสภุ าพ มีลกั ษณะการนาไปใช้อย่างไร
-นักเรียนจะใชค้ าสุภาพเน่ืองในโอกาสใดบา้ ง
-นกั เรยี นคดิ วา่ คาสุภาพมีประโยชนใ์ นการใช้ในชีวติ ประจาวันได้อย่างไร
ขน้ั ที่ 2 ข้นั คดิ วิเคราะห์และสรปุ ความ
3.ให้นกั เรียนจบั ค่กู นั ทายคาสุภาพ จนเกดิ ความมัน่ ใจและจาคาสุภาพต่าง ๆ ได้
4. นักเรียนสงั เกตคาจากคาตอบจากการทายคาสภุ าพ
-ใหน้ กั เรียนทุกคนช่วยกนั พจิ ารณาความถกู ต้องของคาสุภาพ
5.นักเรียนแต่ละกล่มุ คดิ ประเมินเพ่ิมคณุ ค่า โดยครูใชค้ าถามดังต่อไปนี้
- นักเรียนสามารถนาเร่อื งท่เี รยี นไปใช้ประโยชน์ในชวี ติ ประจาวันได้อยา่ งไร
ขั้นท่ี 3 ขั้นปฏิบตั แิ ละสรุปความรู้หลงั การปฏิบตั ิ
6.นกั เรยี นจับคคู าสภุ าพ และคาธรรมดา จากบัตรคา
7. ครแู ละนักเรียนรว่ มกันสรปุ เรือ่ งคาสภุ าพ
8.นกั เรยี นฝึกอา่ นคาสุภาพจากบัตรคา
9.นักเรียนทาแบบฝึกหดั และแบบทดสอบเรอ่ื ง คาสภุ าพ
ขนั้ ที่ 4 ขัน้ สื่อสารและนาเสนอ
10.นกั เรียนนาเสนอการทาแบบฝกึ หัด โดยครูใชไ้ มเ้ รียกเลขท่ี เพื่อให้นกั เรยี นนาเสนอทีละ
คน เพื่อนๆชว่ ยกันตรวจสอบความถูกต้อง
ขั้นที่ 5 ขนั้ ประเมินเพื่อเพ่มิ คณุ คา่ บริการสงั คมและจติ สาธารณะ
11.นักเรยี นรว่ มกันแสดงความคดิ เหน็ โดยครใู ช้คาถามดังน้ี
-นกั เรียนสามารถนาความรู้เก่ียวกบั เรอ่ื งท่เี รยี นไปใชป้ ระโยชนใ์ นสงั คมไดอ้ ยา่ งไร
6. การวดั และประเมนิ ผลการเรยี นรู้
การประเมนิ วธิ กี าร เคร่ืองมอื
ดา้ นความรู้ (K) - การตอบคาถาม - คาถาม
- ทาแบบฝึกหัด - แบบฝกึ หดั
-แบบประเมินการอา่ นในใจ
ด้านทกั ษะและกระบวนการ (P) -ทักษะการอา่ นในใจ -แบบประเมนิ การเขยี น
-คาถาม
-ทักษะการเขียน -แบบฝกึ หัด
-ทกั ษะการคดิ วเิ คราะห์ - แบบสังเกตพฤติกรรม
-ทกั ษะการอา่ น
ดา้ นคุณธรรม จรยิ ธรรมและ -สังเกตพฤติกรรมในการร่วม
ค่านยิ ม (A) กิจกรรม การทางานกลุ่ม
-สงั เกตพฤตกิ รรมความ
กระตอื รือร้นในการรว่ มกจิ กรรม
7. สือ่ /อุปกรณ์/แหลง่ การเรยี นรู้ 2.ภาพสงิ่ ของเคร่ืองใช้ 3. บตั รคา บตั รภาพ
1.ภาพสัตว์ตา่ งๆ 5. หนงั สือหลกั ภาษาไทยชั้นประถมศึกษาปที ี่ 4
4.แถบประโยค คาสุภาพ
8. กจิ กรรมเสนอแนะ
...................................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................................
ลงชอื่ .............................................ครูผู้สอน ลงชือ่ ...................................................ฝ่ายวิชาการ
(...........................................................) (...........................................................)
ลงช่ือ................................................... ผู้บริหาร
(...........................................................)
สปั ดาห์ที่ 14
โรงเรียนขจรเกยี รตพิ ัฒนา
แผนการจัดการเรียนรู้
ภาคเรียนที.่ .…2…../.…….... ชื่อผสู้ อน ……………………………………………………..
กลุ่มสาระการเรยี นรู้ ภาษาไทย ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ่ี……4..... จานวน……5….คาบ
หน่วยการเรียนรู้ที่ ..……14…..… เร่ือง................กระดาษน้มี ที ีม่ า.............................
1. มาตรฐานการเรียนร/ู้ ตวั ชี้วดั
มาตรฐานท่ี ท 2.1 ใช้กระบวนการเขียนเขยี นส่อื สาร เขยี นเรียงความ ยอ่ ความ และเขยี นเร่อื งราวในรปู แบบตา่ งๆ
เขยี นรายงานข้อมลู สารสนเทศและรายงานการศึกษาค้นควา้ อย่างมปี ระสทิ ธิภาพ
ตวั ชวี้ ัดท่ี ป 4/7 เขียนเรอื่ งตามจินตนาการ
ตวั ช้ีวดั ท่ี ป 4/8 มมี ารยาทในการเขียน
มาตรฐานที่ ท 4.1 เข้าใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลกั ภาษาไทย การเปลีย่ นแปลงของภาษาและพลังของภาษา ภมู ิ
ปัญญา ทางภาษา และรกั ษาภาษาไทยไว้เป็นสมบัตขิ องชาติ
ตวั ช้วี ัดท่ี ป 4/1 สะกดคาและบอกความหมายของคาในบรบิ ทตา่ ง ๆ
มาตรฐานท่ี ท 5.1 เข้าใจและแสดงความคิดเหน็ วจิ ารณว์ รรณคดี และวรรณกรรมไทยอยา่ งเห็นคุณค่าและนามา
ประยกุ ต์ใชใ้ นชีวิตจริง
ตวั ช้ีวัดท่ี ป 4/1 ระบขุ ้อคดิ จากนิทานพน้ื บ้านหรอื นทิ านคตธิ รรม
ตวั ช้วี ดั ท่ี ป 4/2 อธิบายข้อคดิ จากนิทานเพ่อื นาไปใช้ในชวี ิตจรงิ
2. สาระสาคญั /ความคดิ รวบยอด
การอา่ นจบั ใจความสาคญั คอื การอ่านเพอ่ื จับใจความหรือขอ้ คดิ ความคิดสาคญั หลกั ของข้อความหรือเรอื่ งทอ่ี ่าน
การอ่านจับใจความสาคัญ ถือเปน็ ทักษะสาคัญทใ่ี ชใ้ นการอา่ นเพือ่ การส่ือสารมากทส่ี ุดเพราะเป็นพ้นื ฐานสาคัญในการศกึ ษา
หาความรู้ จงึ ควรฝึกฝนใหเ้ กดิ ความชานาญ
การเขยี นตามจนิ ตนาการ คือ การเขยี นเร่ืองตามจินตนาการช่วยฝึกการสงั เกต พฒั นาการคิดอารมณ์ ความรู้สกึ และ
สามารถถ่ายทอดออกมาดว้ ยการเขียน
คาทใ่ี ช้กบั พระภกิ ษสุ ามเณร คอื ในภาษาไทยมีการกาหนดถ้อยคาไวจ้ านวนหนึ่งสาหรบั ใช้กบั ภิกษสุ ามเณรโดยเฉพาะ
เป็นการเลือกใช้คาท่ีถูกตอ้ งเหมาะสม ตามกาลเทศะ และบคุ คล
3. จุดประสงค์การเรยี นรู้
1.อธบิ ายความหมาย และหลกั การอา่ นจับใจความสาคัญ (K)
2.อธิบายความหมาย และหลักการเขียนตามจินตนาการไดถ้ กู ตอ้ ง (K)
3.อธบิ ายความหมายและเข้าใจคาสภุ าพที่ใช้กบั ภิกษุ สามเณรได้ (K)
4.อา่ นเร่ืองได้คล่องแคล่ว รวดเร็วและถูกตอ้ งตามอักขรวิธี (P)
5.เขียนเนือ้ เร่อื งตามจนิ ตนาการไดอ้ ย่างถกู ตอ้ งเหมาะสมกับเรอื่ งท่ีจะเขียน (P)
6.อา่ นสะกดคา และเขียนคาสภุ าพทใ่ี ช้กบั พระภกิ ษุ สามเณร (P)
7.เหน็ ความสาคญั ของการอ่านและมารยาทในการอ่าน (A)
8.นาความร้เู รอ่ื งการคัดลายมอื ไปใช้ในชีวติ ประจาวัน (A)
9. มีวนิ ัย ใฝ่ความรู้ และกระตอื รอื รน้ ในการรว่ มกจิ กรรม (A)
4. สาระการเรยี นรู้ สาระการเรียนรทู้ อ้ งถ่ิน
สาระการเรียนรู้แกนกลาง
1. อธิบายความหมาย และหลักการอ่านจบั ใจความสาคญั
2. อธบิ ายความหมาย และหลกั การเขยี นตามจนิ ตนาการได้ถูกตอ้ ง
3. อธบิ ายความหมายและเข้าใจคาสุภาพท่ใี ชก้ บั ภิกษุ สามเณรได้
5. กจิ กรรมการเรียนรู้
คาบท่ี กิจกรรมการเรยี นการสอน
คาบท่ี 1 สาระสาคัญ
การอา่ นเพือ่ จบั ใจความหรอื ขอ้ คิด ความคิดสาคัญหลักของขอ้ ความหรือเรื่องที่อ่านการอา่ นจบั
การอา่ น ใจความสาคญั ถือเป็นทักษะสาคญั ทใี่ ช้ในการอา่ นเพ่อื การส่อื สารมากท่ีสุดเพราะเป็นพื้นฐานสาคญั ใน
จบั ใจความ การศึกษาหาความรู้ จงึ ควรฝกึ ฝนให้เกิดความชานาญ
สาคัญ ขั้นที่ 1 ขัน้ รวบรวมขอ้ มูล
1. ครแู ละนกั เรยี นร่วมกนั สนทนาโดยครใู ช้คาถามกระตนุ้ ดังน้ี
- มัคคเุ ทศกน์ อ้ ยคืออะไร มหี น้าทีอยา่ งไรบา้ ง
- ถ้านักเรียนเปน็ มัคคเุ ทศกน์ อ้ ย นักเรียนจะมวี ธิ ปี ฏบิ ตั กิ ับนักทอ่ งเท่ียวอย่างไร
- ใหน้ ักเรียนยกตัวอยา่ งสถานทส่ี าคัญในสมยั พระร่วง
2.นักเรยี นศึกษาวธิ ีการอา่ นจบั ใจความสาคัญจากใบความรู้ และสนทนาเก่ียวกับการอ่านจบั
ใจความสาคัญโดยครใู ช้คาถามดังน้ี
-การอ่านจบั ใจความสาคัญคอื อะไร
*ในการตอบคาถามใหค้ รูใช้ไม้เรยี กเลขท่ี เพ่อื ให้นกั เรียนตอบทีละคน โดยถามคาถามก่อนจะ
เรียกเลขที่เพอื่ ให้ทุกคน
ได้คิด
3.นกั เรียนเขา้ กลุม่ ศึกษาเรื่องเทีย่ วเมอื งพระร่วง โดยครูใช้คาถามต่อไปน้ี
-พระรว่ งมีความรคู้ วามสามารถในการใช้สติปัญญาเพื่อต่อกรกับชาวขอมอย่างไร
-ข้อคิดท่ไี ด้จากการศกึ ษานกั เรียนสามารถนามาประยุกต์ใชใ้ นชวี ติ ประจาวันไดอ้ ยา่ งไร
ขน้ั ที่ 2 ข้ันคดิ วเิ คราะห์และสรุปความ
4. ใหน้ ักเรียนแบง่ กลุ่ม ร่วมกันวิเคราะห์เก่ยี วกับเรือ่ งท่อี า่ นโดยครูใชค้ าถามดงั นี้
-พระรว่ งมชี วี ติ อยู่ในสมัยใด
-นักเรียนวิเคราะหล์ กั ษณะนสิ ยั ของพระร่วง แลว้ อภิปรายเก่ยี วกบั แบบอยา่ งทีด่ ีในการ
ดาเนนิ ชีวิต
5. นักเรียนแต่ละกลมุ่ คิดประเมินเพ่อื เพม่ิ คุณค่า โดยครูใช้คาถามดังต่อไปนี้
-นักเรยี นสามารถนาเรือ่ งทเี่ รียนไปใช้ประโยชน์ในชวี ิตประจาวันได้อย่างไร
ข้ันท่ี 3 ขั้นปฏบิ ัติและสรุปความรหู้ ลงั การปฏิบตั ิ
6.นักเรยี นทากิจกรรมการถามตอบจากเรอ่ื งท่ศี กึ ษา
7.นักเรียนร่วมกนั สรุปขอ้ คิดที่ได้จากการอา่ น
ขั้นที่ 4 ข้ันสอ่ื สารและนาเสนอ
8. นกั เรียนนาเสนอคาถามหนา้ ชัน้ เรยี น แล้วให้เพอื่ นตอบคาถาม
ขน้ั ที่ 5 ขั้นประเมินเพื่อเพม่ิ คณุ ค่าบรกิ ารสังคมและจติ สาธารณะ
9.นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเหน็ โดยครูใชค้ าถาม
-นกั เรียนสามารถนาความรเู้ กีย่ วกบั เรอื่ งทเ่ี รียนไปใชป้ ระโยชนใ์ นสงั คมไดอ้ ย่างไร
คาบที่ 2-3 สาระสาคญั
การเขียนเร่อื งตามจินตนาการชว่ ยฝกึ การสังเกต พฒั นาการคิดอารมณ์ ความรูส้ กึ และสามารถ
การเขียนตาม ถ่ายทอดออกมาดว้ ยการเขยี น
จนิ ตนาการ ขน้ั ท่ี 1 ขนั้ รวบรวมขอ้ มลู
1.นักเรยี นดูตวั อย่างการเขียนตามจนิ ตนาการ แล้วรว่ มกนั สนทนาโดยครูใช้คาถามดงั นี้
-การเขยี นเรื่องตามจนิ ตนาการมแี นวคดิ และความสาคัญอย่างไร
-ใคร ทาอะไร ทไี่ หน อยา่ งไรบา้ ง
-มหี ลักแนวความคิดเรือ่ งท่จี ะต้องเขียนอย่างไรเพอื่ ใหส้ อดคลอ้ งและนา่ สนใจ
2.นักเรียนศกึ ษาความรูเ้ รอ่ื ง การเขียนจินตนาการจากคาแล้วรว่ มกันสนทนาโดยครใู ช้คาถาม
ดงั นี้
- นักเรียนจะเขยี นตามจนิ ตนาการจากคานกั เรยี นตอ้ งคานงึ ถงึ เรื่องอะไรมากทีส่ ุด
-การเขยี นตามจนิ ตนาการมีความสาคัญอยา่ งไร
-การเขียนตามจนิ ตนาการมหี ลักการเขียนอยา่ งไรบ้าง
๏ นกั เรียนควรระมดั ระวงั เก่ยี วกบั การเขียนตามจนิ ตนาการจากคา
ขั้นท่ี 2 ขั้นคดิ วิเคราะหแ์ ละสรุปความ
3.ครูนาคาศพั ท์ต่างๆ มาใหน้ กั เรียนเลือกในการเขยี นจินตนาการแลว้ รว่ มกันวเิ คราะห์ โดย
ครถู ามคาถามดังนี้
- การเขยี นตามจินตนาการมีความสาคัญอย่างไร
- จากคานกั เรียนเขียนจนิ ตนาการได้อย่างไร
4.นักเรียนแต่ละกลุ่มคิดประเมินเพ่ือเพมิ่ คุณค่าโดยครูใช้คาถามดังต่อไปน้ี
- นกั เรียนสามารถนาเรือ่ งท่เี รยี นไปใชป้ ระโยชนใ์ นชวี ิตประจาวันได้อยา่ งไร
ขั้นท่ี 3 ขั้นปฏิบตั ิและสรุปความร้หู ลงั การปฏิบัติ
5.ครูแบ่งนักเรียนออกเป็น 4 กลุม่ สมาชิกในกลุ่มช่วยกันวเิ คราะห์ภาพแลว้ เขียนจนิ ตนาการ
ใหส้ อดคลอ้ งกบั คาทก่ี าหนด
6.นกั เรียนร่วมกนั สรุปความสาคัญของการเขียนตามจนิ ตนาการจากคา ครูอธิบายเพมิ่ เติม
เกีย่ วกบั องคป์ ระกอบของการเขียนตามจินตนาการ
ขั้นที่ 4 ข้ันสอื่ สารและนาเสนอ
7.นักเรียนแตล่ ะกลุ่มนาเสนอผลงานหน้าชนั้ เรียน เพ่ือนกลุ่มอน่ื ร่วมกนั แสดงความคิดเหน็
8.นกั เรยี นรว่ มกนั คดั เลือกประโยคที่ชอบมากทีส่ ุด 3 อันดบั แล้วนาไปจดั แสดงทีป่ ้ายนเิ ทศ
หนา้ ชนั้ เรียน
ขัน้ ท่ี 5 ขนั้ ประเมนิ เพอื่ เพ่ิมคณุ ค่าบริการสงั คมและจิตสาธารณะ
9.ครูและนักเรยี นร่วมกนั สรุปสาระสาคญั ของเรื่อง การเขียนตามจนิ ตนาการจากคา
10.ใหน้ ักเรยี นนาความรู้เรือ่ ง การเขยี นจนิ ตนาการจากคา ทไี่ ด้เรียนรไู้ ปใช้เพื่อการฝกึ ทักษะ
การเขยี นสอ่ื สารและแนะนาเพ่ือนๆ นอ้ ง ๆ หรือคนใกลช้ ดิ ในเรอ่ื งการเขียนจนิ ตนาการ
11.นกั เรียนรว่ มกันแสดงความคดิ เห็น โดยครใู ช้คาถามดังนี้
-นักเรียนสามารถนาความรเู้ ก่ียวกบั เร่ืองทีเ่ รยี นไปใช้ประโยชน์ในสังคมได้อย่างไร
คาบท่ี 4-5 สาระสาคญั
ในภาษาไทยมีการกาหนดถ้อยคาไว้จานวนหนึง่ สาหรับใช้กับภิกษสุ ามเณรโดยเฉพาะเป็นการ
คาที่ใช้กับ
พระภกิ ษุ เลอื กใช้คาท่ีถูกตอ้ งเหมาะสม ตามกาลเทศะ และบคุ คล
สามเณร ขั้นที่ 1 ขน้ั รวบรวมข้อมูล
1.นกั เรียนรว่ มกนั แสดงความคดิ เห็น โดยครใู ช้คาถาม ดังนี้
- คาท่ใี ช้เรียกแทนตัวเองของภกิ ษุสามเณร
2.นกั เรยี นศึกษาเก่ยี วกับคาท่ีใชก้ บั ภิกษุสามเณรแลว้ ร่วมกันสนทนาโดยครใู ช้คาถามตอ่ ไปน้ี
-การสนทนากบั ภิกษสุ ามเณรควรใช้คาอย่างไรให้เหมาะสมและถกู ตอ้ ง
-นกั เรยี นมีวิธปี ฏบิ ัติในการใชค้ าท่ีเหมาะสมกับภกิ ษสุ ามเณรอย่างไร
ขน้ั ที่ 2 ข้นั คดิ วเิ คราะห์และสรปุ ความ
3.ให้นักเรยี นทายคาดังนี้
- มคี าอะไรอกี บ้างทีเ่ ปน็ ไดท้ ้งั คานาม และคาบรุ ุษสรรพนามทีใ่ ชก้ บั ภิกษสุ ามเณร
(อาตมา,โยม)
- พระ.......อะไรมิใช่พระสงฆ์มชี ีวิต (พระพุทธรูป)
-จา.........อะไรทห่ี มายถึงการนอน (จาวดั )
4.นักเรยี นคดิ ประเมนิ เพม่ิ คณุ คา่ โดยครูใช้คาถามดังตอ่ ไปนี้
- นักเรียนสามารถนาเรื่องทเ่ี รยี นไปใช้ประโยชนใ์ นชีวิตประจาวันไดอ้ ย่างไร
ข้ันท่ี 3 ขน้ั ปฏบิ ตั ิและสรุปความรู้หลังการปฏบิ ัติ
5.ใหน้ ักเรียนทาแบบฝึกหัดเร่ืองคาที่ใช้กับภกิ ษสุ ามเณร ร่วมกนั ตรวจสอบความถูกตอ้ ง เพ่ือ
การแกไ้ ข ปรบั ปรุง และซักถามเมอื่ เกิดความสงสัย สง่ ให้ครูตรวจสอบอกี ครงั้
6.ใหน้ กั เรียนแบ่งกลุ่มทากิจกรรมโดยการคดิ คาทีใ่ ชก้ ับพระภกิ ษุสามเณร
7.นกั เรยี นฝึกอ่านคาที่ใช้กบั ภิกษสุ ามเณรจากบตั รคา
8.นกั เรียนรว่ มกันสรปุ เรื่องคาท่ีใช้กบั พระภิกษุสามเณร
ขน้ั ที่ 4ขัน้ ส่ือสารและนาเสนอ
9.นักเรยี นนาเสนอคาทใี่ ช้กบั ภิกษสุ ามเณร โดยครใู ช้ไม้เรยี กเลขท่ี เพ่ือให้นกั เรียนนาเสนอทลี ะ
คนและรว่ มกันแสดงความคิดเหน็ และรวบรวมเปน็ ลม่ ไว้ทุ่มหอ้ งเรยี นใหเ้ พื่อนๆ ได้อา่ นด้วย
ขั้นที่ 5 ข้ันประเมนิ เพื่อเพ่ิมคณุ คา่ บรกิ ารสังคมและจติ สาธารณะ
10.นกั เรียนรว่ มกันแสดงความคิดเห็น โดยครูใช้คาถามดงั นี้
-นกั เรยี นสามารถนาความรเู้ กี่ยวกบั เร่อื งที่เรียนไปใช้ประโยชนใ์ นสังคมได้อย่างไร
6. การวัดและประเมนิ ผลการเรยี นรู้
การประเมนิ วธิ ีการ เครอื่ งมือ
ด้านความรู้ (K) - การตอบคาถาม - คาถาม
- ทาแบบฝึกหัด - แบบฝกึ หดั
-แบบประเมินการอา่ นในใจ
ดา้ นทกั ษะและกระบวนการ (P) -ทกั ษะการอา่ นในใจ -แบบประเมินการเขียน
-ทักษะการเขียน -คาถาม
-แบบฝึกหัด
-ทกั ษะการคิดวิเคราะห์ - แบบสงั เกตพฤติกรรม
-ทักษะการอ่าน
ดา้ นคณุ ธรรม จริยธรรมและ -สงั เกตพฤติกรรมในการร่วม
คา่ นยิ ม (A) กจิ กรรม การทางานกลุม่
-สงั เกตพฤติกรรมความ
กระตือรอื ร้นในการรว่ มกจิ กรรม
7. ส่อื /อปุ กรณ์/แหลง่ การเรียนรู้
1. แบบฝึกหัด 2. บตั รคา 3. บตั รภาพ 4. ปริศนาคาทาย
5. หนังสือหลกั ภาษาชั้นประถมศกึ ษาปีท่ี 4 6.ไม้เรยี กเลขท่ี
8. กจิ กรรมเสนอแนะ
...................................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................................
ลงชือ่ .............................................ครผู ู้สอน ลงชอ่ื ...................................................ฝ่ายวชิ าการ
(...........................................................) (...........................................................)
vv ลงชอ่ื ................................................... ผู้บริหาร
(...........................................................)
สปั ดาห์ท่ี 15
โรงเรยี นขจรเกยี รตพิ ฒั นา
แผนการจัดการเรียนรู้
ภาคเรียนท.่ี .…2…../.………..... ชือ่ ผสู้ อน ……………………………………………………..
กลุ่มสาระการเรยี นรู้ ภาษาไทย ชน้ั ประถมศกึ ษาปีที่……4..... จานวน……5….คาบ
หนว่ ยการเรยี นร้ทู ี่ ..……15…..… เรื่อง.................รกั ทค่ี ้มุ ภัย..................................
1. มาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตวั ชีว้ ดั
มาตรฐานท่ี ท 1.1 ใชก้ ระบวนการอา่ นสรา้ งความรูแ้ ละความคดิ เพื่อนาไปใชต้ ดั สนิ ใจ แก้ปญั หาในการดาเนนิ ชวี ติ
และ มีนิสัยรกั การอ่าน
ตวั ชี้วัดที่ ป 4/1 อ่านออกเสยี งบทรอ้ ยแกว้ และบทรอ้ ยกรองไดถ้ ูกตอ้ ง
ตัวชวี้ ัดที่ ป 4/2 อธบิ ายความหมายของคา ประโยค และสานวนจากเรือ่ งท่ีอ่าน
ตัวชว้ี ัดท่ี ป 4/8 มีมารยาทในการอ่าน
มาตรฐานท่ี ท 2.1 ใชก้ ระบวนการเขียนเขยี นส่ือสาร เขยี นเรียงความ ย่อความ และเขียนเรอื่ งราวในรปู แบบต่างๆ
เขยี น รายงานขอ้ มูลสารสนเทศและรายงานการศึกษาค้นคว้าอยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ
ตวั ช้ีวดั ท่ี ป 4/4 เขยี นยอ่ ความจากเรื่องสั้น ๆ
ตัวชว้ี ัดท่ี ป 4/8 มีมารยาทในการเขียน
มาตรฐานท่ี ท 3.1 สามารถเลือกฟงั และดูอย่างมีวิจารณญาณและพูดแสดงความรู้ ความคิด ความรู้สึกในโอกาสต่างๆ
อยา่ งมีวิจารณญาณ และสร้างสรรค์
ตวั ชี้วดั ท่ี ป 4/2 พดู สรุปจากการฟงั และการดู
ตวั ชี้วัดท่ี ป 4/3 พดู แสดงความรู้ ความคดิ เหน็ และความรสู้ ึกเก่ียวกบั เรอื่ งท่ฟี งั และดู
ตัวช้วี ดั ท่ี ป 4/6 มีมารยาทในการฟงั การดู และการพูด
มาตรฐานท่ี ท 4.1 เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลยี่ นแปลงของภาษา และพลงั ของภาษา ภมู ิ
ปัญญาทางภาษา และรกั ษาภาษาไทยไวเ้ ปน็ สมบัตขิ องชาติ
ตวั ชว้ี ัดท่ี ป 4/1 สะกดคาและบอกความหมายของคาในบริบทต่าง ๆ
2. สาระสาคัญ/ความคดิ รวบยอด
การอา่ นจับใจความสาคญั คอื การอา่ นเพ่ือจับใจความหรอื ข้อคิด ความคิดสาคัญหลักของข้อความหรอื เรอื่ งท่ีอ่าน
การอ่านจับใจความสาคัญ ถือเปน็ ทักษะสาคัญทใี่ ชใ้ นการอา่ นเพื่อการสื่อสารมากท่ีสุดเพราะเป็นพ้ืนฐานสาคัญในการศกึ ษา
หาความรู้ จึงควรฝกึ ฝนใหเ้ กิดความชานาญ
การเขยี นยอ่ ความจากการฟังบทความวนั ตรษุ จีน คือ การเขียนย่อความเป็นการสรุปสาระสาคัญของเนอ้ื เรอ่ื ง
นาเสนอตอ่ ผอู้ ่ืน การเขียนแสดงความคิดเห็น การเกบ็ ใจความสาคญั ของเรอ่ื งใดเร่ืองหนึ่งจากบทความแลว้ นามาเขียนเรียบเรยี ง
ใหม่
คาราชาศัพท์ คือ ราชาศพั ท์เป็นระเบยี บของภาษาที่ต้องใช้ใหถ้ กู ต้องเหมาะสมกบั ระดับของบคุ คล ประเทศไทยมีการ
ปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เปน็ ประมขุ จงึ มีการใช้ถอ้ ยคาอยา่ งประณตี เป็นพิเศษสาหรบั พระประมุข
และพระราชวงศ์ นอกจากพระราชาแลว้ ยงั มชี ั้นของบุคคลท่ีตอ้ งมีถ้อยคา
3. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
1.อธิบายความหมาย และหลักการอา่ นจับใจความสาคญั (K)
2. อธบิ ายความหมาย และหลกั การเขยี นย่อความวนั ตรุษจีนได้ (K)
3. รแู้ ละเขา้ ใจหลกั การอา่ น การ เขยี น คาราชาศัพท์ได้(K)
4.อา่ นเร่ืองได้คลอ่ งแคลว่ รวดเร็วและถกู ตอ้ งตามอกั ขรวิธี (P)
5.เขียนยอ่ ความประเภทวนั ตรุษจนี ได้ (P)
6.อา่ นเขียนและจาแนกคาที่เป็นคาราชาศพั ทไ์ ด้ (P)
7. เห็นความสาคญั ของการอา่ นและมารยาทในการอา่ น (A)
8.นาความรู้เรอื่ งการเขียนย่อความไปใช้ในชีวิตประจาวนั (A)
9. มีวินัย ใฝค่ วามรู้ และกระตอื รอื รน้ ในการรว่ มกจิ กรรม (A)
4. สาระการเรยี นรู้ สาระการเรียนรูท้ ้องถิ่น
สาระการเรยี นรู้แกนกลาง
1. อธิบายความหมาย และหลกั การอา่ นจบั ใจความสาคัญ
2. อธบิ ายความหมาย และหลักการเขียนยอ่ ความวนั ตรษุ จนี ได้
3. รู้และเข้าใจหลักการอา่ น การ เขยี น คาราชาศัพทไ์ ด้
5. กจิ กรรมการเรยี นรู้
คาบท่ี กิจกรรมการเรียนการสอน
คาบท่ี 1 สาระสาคญั
การอา่ นเพ่ือจบั ใจความหรือขอ้ คิด ความคิดสาคัญหลกั ของขอ้ ความหรอื เร่อื งที่อ่านการอ่านจับ
การอา่ น ใจความสาคญั ถือเป็นทกั ษะสาคัญทใี่ ช้ในการอ่านเพื่อการสื่อสารมากท่ีสดุ เพราะเป็นพื้นฐานสาคัญใน
จบั ใจความ การศกึ ษาหาความรู้ จึงควรฝกึ ฝนให้เกดิ ความชานาญ
สาคัญ ขั้นที่ 1 ขั้นรวบรวมขอ้ มูล