The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

สรุปนวัตกรรมการศึกษาชั้นเรียน และวิธีแบบเปิด ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2563

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by จิรพงศ์ ไมตรีจิตร, 2021-05-04 13:00:37

สรุปนวัตกรรมการศึกษาชั้นเรียน และวิธีแบบเปิด ปีการศึกษา 2563

สรุปนวัตกรรมการศึกษาชั้นเรียน และวิธีแบบเปิด ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2563

147

สะทอ้ นผลนวตั กรรมกำรศกึ ษำชน้ั เรียน (Lesson Study)
และวิธกี ำรแบบเปิด (Open Approach)

รปู แบบการสอนวชิ าคณติ ศาสตร์โดยใชห้ ้อง ป.1/1,ป.1/2,ป.1/3,ป.1/4,ป.1/5,ป.1/6,ป.1/7

เป็นโมเดล : บทสนทนาในสปั ดาห์ท่ี 2

วนั เสาร์ ที่ 30 มกราคม 2564

ผู้เข้าร่วมประชมุ

1. นางสาวมุกดา ภทู่ อง
2. นางชมมณี พรัดภู่
3. นางสาวเสาวลักษณ์ แก่นทอง
4. นางจรรยาณี สงวนทรพั ย์
5. นางดลพร ชว่ ยสงเคราะห์
6. นางสาวอรรวี ไพถาวร
7. นางสาวสสิ ธ์ ัญฎา หลาวประเสริฐ
8. นายกีรติ รัตนภาสุร
9. นางสาวศุภาพชิ ญ์ วงศ์พิพัฒโนภาส
10. นางสาวเพชรดา บญุ สิทธ์ิ
11. นางสาวธิดารัตน์ ไมตรีจติ ร
12. นางสาวศุภาวรรณ เริงสมุทร

คำบที่ 4 148

ผู้สะท้อนผล รำยละเอียด
ครูมกุ ดา
ห้อง ป.1/1 ครูสร้างสถานการณ์ให้นกั เรยี นบวกตัวเลขกับจานวนที่อยตู่ รงกลาง ซ่ึงนักเรียนแสดงแนวคิดได้หลากหลาย
ครูอรรวี เชน่ นบั เพ่มิ ทลี ะ 1 วาดบล็อกและทาให้เปน็ 10 และแยกรา่ งการบวก ในการเลา่ เรือ่ งนักเรยี นจะใช้คาว่า รวมมี, ใหอ้ กี ,
เอามาเพ่ิม ในการเล่าเร่ือง ในตอนท้ายครเู ชอื่ มโยงแนวคิดของนกั เรียนในการเลา่ เร่ืองโดยใชค้ าวา่ ใหม้ า, เพ่ิมอกี , เอามา
ครูวภิ ัชชา รวม และมีทง้ั หมด วิธกี ารหาคาตอบโดยการทาใหเ้ ป็นสิบ
ห้อง ป.1/2 ครูทบทวนเน้ือหาจากคาบทแ่ี ล้ว กิจกรรมการบวกหรรษา คาสั่งโดยครูให้นักเรียน 1) บวกตัวเลขแต่ละตัว
ครูจรรยาณี กับจานวนที่อยู่ตรงกลาง 2) มีลิงอยู่ 5 ตัว มาเพ่ิมอีก 6 ตัว จะมีวิธีนับอย่างไร 3) มาเล่าเรื่อง 7+8 จากภาพที่ครู
กาหนดให้ ช่วงนาเสนอแนวคิด โมนาออกไปเล่าเร่ืองในคาส่ังท่ี 3 ว่า ฉันมีแอปเป้ิล 7 ผล พ่อให้มาอีก 8 ผล ฉันมีแอป
ครูจรรยาณี เป้ิลท้งั หมดกผี่ ล และในคาสง่ั ที่ 1 นกั เรยี นสว่ นใหญใ่ ชว้ ิธีการนบั น้วิ ไมม่ ีการเขียนแสดงแนวคิดหาท่ีมาของคาตอบ
ห้อง ป.1/3 ครูทบทวนเน้ือหาจากคาบที่แล้ว กิจกรรมบวกหรรษา คาส่ังโดยครูให้นักเรียน 1) บวกตัวเลขแต่ละตัวกับ
จานวนทอี่ ยตู่ รงกลาง 2) มลี งิ อยู่ 5 ตัว มาเพมิ่ อีก 6 ตัว จะมีวิธีนบั อยา่ งไร 3) มาเลา่ เรื่อง 7+8 จากภาพท่คี รูกาหนดให้
ช่วงนาเสนอแนวคิด เยลล่ีกับภาคิน ในข้อ 2 ใช้วิธีการนับทีละ 5 จากน้ันนามารวมกัน และโมจิกับภัทร ในข้อที่ 5 เล่า
เร่อื งว่า มีแอปเป้ลิ 7 ลูก เก็บเพมิ่ อกี 8 ลูก รวมแอปเป้ิลทัง้ หมด 8+7+15 ลกู
ห้อง ป.1/3 ครูสร้างสถานการณ์ปัญหา โดยให้นักเรียน 1) บวกตัวเลขแต่ละตัวกับจานวนท่ีอยู่ตรงกลาง ซ่ึงเยลล่ีกับ
ภาคนิ จะเตมิ เลขถูกต้อง 2) มลี ิงอยู่ 5 ตัว มาเพ่มิ อกี 6 ตัว จะมวี ิธนี บั อยา่ งไร ซ่งึ โมจิกบั ภทั ร จะกระจาย 6 เป็น 5 กับ 1
แล้วนาไปบวกกับ 5 เท่ากับ 10 แล้วนับไปบวกกับ 1 เท่ากับ 11 3) มาเล่าเรื่อง 7+8 จากภาพที่ครูกาหนดให้ ซ่ึงนาวา
เล่าว่า มีแอปเปล้ิ 7 ลูก เก็บมาเพ่มิ อีก 8 ลูก รวมมแี อปเป้ลิ 8+7=15 ลูก
ห้อง ป.1/4 ครทู บทวนเนือ้ หาจากคาบทีแ่ ล้ว กิจกรรมการบวกหรรษา คาสงั่ ที่ 1 บวกตวั เลขแต่ละตัวกบั จานวนทอ่ี ยู่ตรง
กลาง ซง่ึ นักเรยี นจะช่วยกนั หาคาตอบ เชน่ พ่ีคุนใชบ้ ลฮ็ กนบั กระจาย 10 คาส่ังที่ 2 มลี ิงอยู่ 5 ตวั มาเพ่ิมอกี 6 ตัว จะมี
ลิงทั้งหมดก่ีตัว ซ่ึงดีน์ นาเลขมาบวกกันเลย คือ 5+6=11 คาส่ังที่ 3 มาเล่าเรื่อง 7+8 ซ่ึงสตางค์เล่าว่า มีแอปเปิ้ล 8 ลูก
อย่ใู นจาน 7 ผล รวมเปน็ กผี่ ล

ผู้สะท้อนผล 149
ครูสสิ ์ธญั ฎา
ครูอรรวี รำยละเอยี ด

ครูมกุ ดา หอ้ ง ป.1/5 ครูทบทวนเนื้อหาจากคาบทแี่ ลว้ กิจกรรมการบวกหรรษา คาส่ังท่ี 1 แนวคดิ ทีน่ ักเรยี นนาเสนอ จุนฮองกับ
อนุ่ ใจ 9+5=14 แลว้ ตัวต่อมาก็นา 9+6แ9+7 คาตอบก็จะเพม่ิ มาทลี ะ 1 คาสั่งท่ี 2 จิระกับกาน ใชว้ ิธีนามารวมกนั นา
ครสู สิ ์ธัญฎา 5+6 แล้วนับต่อ
หอ้ ง ป.1/6 ครูสนทนากบั นกั เรียนเกย่ี วกบั การบวกแบบรวมกนั และการบวกแบบเพ่มิ จากน้ันเขา้ สู่กจิ กรรมการบวก
หรรษา ครตู ิดภาพและแถบคาสั่งทลี ะสถานการณ์ 1) บวกตัวเลขแต่ละตัวกับจานวนที่อย่ตู รงกลาง ซึง่ นกั เรยี นสว่ นใหญ่
ใช้วธิ ีการนบั นิ้ว 2) ฟอสนา 5 กบั 5 มาบวกกนั ได้ 10 แล้วนา 1 มาบวกับ 10 เทา่ กับ 11 สถานการณท์ ี่ 3 แอลม่า เลา่
เรื่องแอปเป้ิลในจาน 7 ลูก มีแอปเปิ้ลในตะกรา้ 8 ลลลูก มีแอปเป้ลิ ทัง้ หมดก่ผี ล อารนี า่ เขียนแยกร่างการบวกแตไ่ มไ่ ด้
เขยี นเปน็ ไดอะแกรม
หอ้ ง ป.1/6 กจิ กรรมการบวกหรรษา สถานการณห์ าคาตอบกบั จานวนตรงกลาง จากกจิ กรรมนี้นักเรยี นมแี นวคิดไดแ้ ก่
ใชก้ ารคิดแยกแยะการบวก เลา่ เร่ืองแตง่ ประโยค ในชว่ งนาเสนอนักเรียนออกมาแสดงแนวคิดโดยการนบั นว้ิ ญาญ่ากับ
หวาหยนิ ใช้วิธเี พ่ิมโดยใช้ 6 เปน็ ตวั ตัง้ อลั มะ ใชว้ ธิ ีการนับทีละ 1 ในการเล่าเรือ่ งนักเรยี นใช้สม้ ทงั้ หมดกผี่ ล และหา
คาตอบ คือ 7+8 โดยการแยก 8 เป็น 3 กบั 5 แล้วนา 7+3=10+5=15
หอ้ ง ป.1/7 ครทู บทวนเนอื้ หาจากคาบทแ่ี ลว้ กิจกรรมการบวกหรรษา คาสั่งท่ี 1 บวกตัวเลขแตล่ ะตวั กับตัวเลขที่อยู่ตรง

กลาง แนวคดิ มชิ ากบั ไมด้า บวกเลข 9 กบั 5 ได้ 14 จากนน้ั บวกตวั ตอ่ ไปเรือ่ ยๆ โดยมชิ าบอกว่าถ้าทา 9 ใหไ้ ด้ 10 และ

เหลอื อยู่ 4 เอาไปบวกกับ 10 เทา่ กับ 14 จะง่ายกวา่ คาสัง่ ท่ี 2 มีลิง 5 ตวั มาเพม่ิ อกี 6 ตวั จะมลี ิงทง้ั หมดกต่ี ัว แนวคดิ

โดยนลินกับเมลคิ เขียนเลขบนลิงแล้วนับ มาร์วินกบั คนุ วงกลมลิง 10 ตัวเหลอื 1 ตัวไม่ไดว้ งกลม มีลงิ ท้ังหมด 11 ตัว

คาสั่งที่ 3 เล่าเรอื่ ง 7+8 จากภาพอไปนี้ ออกัสกับอะตอม บอกว่ามะลิมแี อปเปลิ้ 7 ผล กระแต้วมแี อปเปล้ิ 8 ผล มแี อป

เป้ลิ ทัง้ หมดก่ีผล สรุปสง่ิ ที่ไดเ้ รียนรูเ้ กย่ี วกับการเขยี นแนวคดิ การบวก

150

สะท้อนผลนวตั กรรมกำรศึกษำชนั้ เรียน (Lesson Study)
และวิธีกำรแบบเปิด (Open Approach)

รปู แบบการสอนวิชาคณติ ศาสตร์โดยใช้หอ้ ง ป.1/1,ป.1/2,ป.1/3,ป.1/4,ป.1/5,ป.1/6,ป.1/7

เปน็ โมเดล : บทสนทนาในสปั ดาหท์ ่ี 7-8

วันเสาร์ ที่ 6 กมุ ภาพันธ์ 2564

ผ้เู ขา้ ร่วมประชุม

1. นางสาวมุกดา ภู่ทอง
2. นางชมมณี พรัดภู่
3. นางสาวเสาวลักษณ์ แกน่ ทอง
4. นางจรรยาณี สงวนทรพั ย์
5. นางดลพร ช่วยสงเคราะห์
6. นางสาวอรรวี ไพถาวร
7. นางสาวสสิ ธ์ ญั ฎา หลาวประเสรฐิ
8. นายกีรติ รัตนภาสรุ
9. นางสาวศภุ าพชิ ญ์ วงศ์พพิ ฒั โนภาส
10. นางสาวเพชรดา บญุ สิทธิ์
11. นางสาวธดิ ารัตน์ ไมตรจี ิตร
12. นางสาวศภุ าวรรณ เริงสมุทร

คำบที่ 7 151

ผู้สะทอ้ นผล รำยละเอยี ด
ครมู กุ ดา
หอ้ ง ป.1/1 กจิ กรรมการแยกรา่ งการลบ ครสู รา้ งสถานการณ์ปญั หา มเี ค้ก 11 ชน้ิ ถ้ากินไป 3 ช้ินจะเหลืออยูเ่ ทา่ ไหร่ โดย
ครูศภุ าพชิ ญ์ ใหน้ ักเรียนเขยี นประโยคสัญลักษณแ์ ละแสดงการหาคาตอบ แนวคดิ ของนักเรยี น ในการเขยี นประโยคสญั ลักษณ์นักเรยี น
เขียนได้ คือ 11-3= วาวา ใช้วิธีการนับ 3 ไปถึง 11 ออม จะใช้วิธีการวาดบล็อก ไตเติ้ลใช้วิธีการแยกส่วนประกอบ
ครศู ภุ าวรรณ คอื แยก 11 ออกเป็น 10 กบั 1 แลว้ นา 10-3=7+1=8
ครวู ภิ ัชชา ห้อง ป.1/1 ครูทบทวนเร่ืองการหาวิธ๊ของ 13-8 ในการใช้วิธีการนับ จากนั้นสร้างสถานการณ์ช็อกโกแลต ช่วงนาเสนอ
ครูศุภาพชิ ญ์ แนวคิดเริ่มจากการเขียนประโยคสัญลักษณ์ 11-3= นักเรียนใช้วิธีที่หลากหลาย เช่น การนับทีละ 1, นับจาก 3 ไป
ครูจรรยาณี 11, การวาดบล็อกแล้วกาทับออกและการเขียนอธิบายเป็นการเล่าเรื่อง นักเรียนเรียกการลบโดยใช้ไดอะแกรมว่าเป็น
การแยกส่วนประกอบการลบ
ห้อง ป.1/2 ครูทบทวนเรอ่ื งการลบการกระจาย กิจกรรมแยกรา่ งการลบ ครสู รา้ งสถานการณป์ ัญหา เร่อื ง ชอ็ กโกแลตมี
11 ชน้ิ ถ้านักเรียนกินไป 3 ชิ้น จะเหลืออยเู่ ทา่ ไหร่ ช่วงนาเสนอแนวคิด นักเรยี นส่วนใหญ่ใช้วธิ กี ารเขียนโจทย์ แสดงวิธี
ทา ณกนั ต์ ใช้การวาดบล็อก อนั ดา ใช้การแยกตวั ประกอบ
ห้อง ป.1/3 กิจกรรมแยกร่างการลบ ครูสร้างสถานการณ์ปัญหา มีช็อกโกแลต 11 ชิ้น ถ้านักเรียนกินไป 3 ช้ิน จะ
เหลืออยู่เทา่ ไหร่ โดยใหน้ กั เรียนเขียนประโยคสญั ลักษณ์และแสดงวธิ ีทาในการหาคาตอบ เปรม ใชว้ ิธกี ากบาทชิ้นที่กินไป
3 ช้นิ เหลือ 8 ช้ิน เยลลี่ ใชว้ ิธกี รแยกร่างการลบ โดยการแยก 11 เปน็ 10 กบั 1 แล้วนา 10-3=7+1=8
หอ้ ง ป.1/3 ครตู ้งั โจทยว์ ธิ กี ารลบ 13/8 ใชก้ ารนับ 8 ไปถึง 13, การใช้บล็อก 13 หักออกไป 8 ครจู ึ
เสนอวธิ กี ารแยกตัวตั้งลบ ชว่ งนาเสนอนักเรียนบางคนทาด้วยตัวเองไม่ได้ บางกลุ่มแกป้ ัญหาได้ แต่ออกมานาเสนอไม่ได้
เพราะขาดความมนั่ ใจ คาบน้ีคอ่ นข้างเงยี บ นักเรยี นไมก่ ล้าแสดงความคิดเหน็ เทา่ ท่ีควร
ห้อง ป.1/4 กิจกรรมแยกร่างการลบ ครูสร้างสถานการณ์ปัญหา มีช็อกโกแลต 11 ชิ้น ถ้านักเรียนกินไป 3 ชิ้น จะ
เหลอื อยู่เท่าไหร่ โดยให้นกั เรยี นเขยี นประโยคสญั ลักษณแ์ ละแสดงวิธที าในการหาคาตอบ เทยี นเขยี นประโยคสญั ลักษณ์
คอื 11-3= หวงั จอื ตอบว่า 11-3=8

ผูส้ ะท้อนผล 152
ครูดลพร
ครอู รรวี รำยละเอยี ด

ครสู ิสธ์ ัญฎา ห้อง ป.1/5 ครูทบทวนเนื้อหาจากคาบที่แล้ว พร้อมสร้างสถานการณ์มีช็อกโกแลต 11 ช้ิน กินไป 3 ช้ิน เหลือก่ีชิ้น ช่วง
นาเสนอโฟกัสจะใช้วิธีการนับถอยหลังจากเส้นจานวน กานต์ใช้วิธีการวาดบล็อก และออแกน ใช้วิธีกากบาทออกไปให้
ครูศภุ าพิชญ์ เหลอื 8
หอ้ ง ป.1/6 ครทู บทวนเนื้อหาจากคาบที่ผ่านมาเรอื่ งการลบ สรา้ งประโยคสัญลกั ษณ์ 15-8 แล้วถามวา่ มีวธิ ีการหาผลลบ
อยา่ งไร นกั เรียนช่วยกนั ตอบ พร้อมสรา้ งสถานการณ์มชี อ็ กโกแลต 11 ชน้ิ กนิ ไป 3 ชิ้น เหลือกช่ี น้ิ ชว่ งนาเสนอไตตั้นนับ
จาก 3 ไปถึง 11 ธีธัชเขียนเล่าเร่ือง อลิสกับหนูดีเขียนประโยคสัญลักษณ์ 11-8 และคิมท่ีเขยน 11+3 สิ่งที่ได้เรียนร้ใู น
เรอื่ งการลบ แยกตัวตัง้ ลบ และการเขียนประโยคสญั ลกั ษณ์
ห้อง ป.1/7 ครทู บทวนเนือ้ หาจากคาบที่แล้ว กจิ กรรมแยกร่างการลบ สนทนาเกยี่ วกับ 13-8 ซงึ่ เรานา 3-8 ไม่ได้ ดงั นั้น
เราแยก 13 ออกเป็น 10 กับ 3 แล้วนา 10-8=2 และนา 2+3=5 ครูสร้างสถานการณ์ปัญหา มีช็อกโกแลต 11 ชิ้น ถ้า
นักเรียนกนิ ไป 3 ชิ้น จะเหลอื อยู่เท่าไหร่ ช่วงนาเสนอแนวคิด กปั ตนั เสนอแนวคดิ หลายทาง เชน่ นา 11-3 โดยนา 10-
3=7+1=8 และใช้วิธีการตั้งลบ ไมด้าใช้วิธีวาดเส้นจานวนขีดมา 11 ถอยกลับ 3 ครั้ง ตอบ 8 และเซญ่าใช้วิธีกากบาท
ชอ็ กโกแลตในใบงาน กากบาทไป 3 คร้งั สรปุ การลบมีหลายวธิ ีนกั เรยี นสามารถเลือกใชไ้ ด้
ห้อง ป.1/7 ครทู บทวนและถามคาถามเกยี่ วกับเนื้อหาทไ่ี ดเ้ รียนในคาบออนไลน์ คือ เรอ่ื งการลบ 13-8 แบบไดอะแกรม
ช่วงนาเสนอแนวคิดนักเรยี นส่วนใหญ่ทาได้หลากหลายวิธี เช่น การนับต่อ การลบแนวต้ัง การวาดบล็อกแล้วกา x ออก
การนบั ถอยหลงั การโยงเสน้ เป็นต้น มีเพยี งแคว่ นิดาไมส่ ามารถหาวธิ กี ารหาผลลพั ธ์ได้

153

สะท้อนผลนวตั กรรมกำรศึกษำชนั้ เรียน (Lesson Study)
และวิธีกำรแบบเปิด (Open Approach)

รปู แบบการสอนวิชาคณติ ศาสตร์โดยใช้หอ้ ง ป.1/1,ป.1/2,ป.1/3,ป.1/4,ป.1/5,ป.1/6,ป.1/7

เปน็ โมเดล : บทสนทนาในสปั ดาหท์ ่ี 7-8

วันเสาร์ ที่ 6 กมุ ภาพันธ์ 2564

ผ้เู ขา้ ร่วมประชุม

1. นางสาวมุกดา ภู่ทอง
2. นางชมมณี พรัดภู่
3. นางสาวเสาวลักษณ์ แกน่ ทอง
4. นางจรรยาณี สงวนทรพั ย์
5. นางดลพร ช่วยสงเคราะห์
6. นางสาวอรรวี ไพถาวร
7. นางสาวสสิ ธ์ ญั ฎา หลาวประเสรฐิ
8. นายกีรติ รัตนภาสรุ
9. นางสาวศภุ าพชิ ญ์ วงศ์พพิ ฒั โนภาส
10. นางสาวเพชรดา บญุ สิทธิ์
11. นางสาวธดิ ารัตน์ ไมตรจี ิตร
12. นางสาวศภุ าวรรณ เริงสมุทร

คำบท่ี 8 154

ผู้สะทอ้ นผล รำยละเอยี ด
ครมู กุ ดา
ห้อง ป.1/1 ครูทบทวนบทเรียนเก่ียวกับการลบมีหลายแบบ กิจกรรมวิธีไหนดีนะ ซ่ึงนักเรียนเกิดแนวคิดทั้งหมด 3
ครูวิภชั ชา แนวคิด คอื 1) ใช้วิธกี ารนบั ตอ่ จาก 6 ไป 14 เชน่ นาวิน 2) ใช้วิธกี ารนบั ถอยจาก 14 ไป 8 ถอยไป 6 คร้ัง เช่น กตี า้ ร์ 3)
ครอู รรวี ใช้วิธีการวาดบล็อก เช่น บิว ในตอนท้ายครูและนักเรยี นร่วมกันสรปุ การแสดงวิธคี ิดหาคาตอบ จากการนาเสนอ พร้อม
อธิบายเพิม่ เติมในการหาคาตอบ โดยใชไ้ ดอะแกรม ซึ่งการใช้ไดอะแกรมนกั เรียนยงั สับสนและหาคาตอบจากวิธีน้ไี ม่ได้
ครูอรรวี ห้อง ป.1/1 ครูทบทวนเน้ือหาจากคาบที่แล้ว กิจกรรมวิธีไหนดีนะ โดยครูให้นักเรียนแสดงวิธีคิดในการหาคาตอบของ
ครจู รรยาณี 14-6 ให้ไดห้ ลายวิธที ่ีสุด ช่วงนาเสนอแนวคิด นาวิน ใช้วิธีการนับตอ่ กีตา้ ร์ ใช้วิธีการนบั ถอยหลังทีละ 2 และจเี ลียน ใช้
ครจู รรยาณี วธิ ีการนบั ถอยหลังทลี ะ 1
ครูดลพร หอ้ ง ป.1/2 ครทู บทวนแลว้ เร่ิมกจิ กรรมวิธไี หนดีนะ พรอ้ มสร้างสถานการณป์ ญั หา 14-6 จากน้นั ใหน้ ักเรียนเขียนวิธีการ
หาคาตอบของโจทย์นีม้ าใหไ้ ด้หลากหลาย ช่วงนาเสนอนกั เรยี นสว่ นใหญจ่ ะแยกได้ 3 วธิ ี คือโมนาใชว้ ิธีการเล่าเร่อื ง มีส้ม
แล้วกินส้มไป วิธีต่อมาคือวาดรุปหัวใจตามจานวนแล้ววงกลมจานวนท่ีเป็นตัวลบคล้ายไตต้ันวาดบล็อก และการนบั น้วิ
ตอ่ โดยเรม่ิ ตน้ การนบั จาก 6 จนถงึ 14
ห้อง ป1./6 ครูทบทวนคาบเรียนที่แล้ว ครูสร้างสถานการณ์ปัญหา 14-6 ให้นักเรียนหาวิธีการหาผลลบ ช่วงนาเสนอ
นักเรียนมีวิธีหลากหลายแยกได้ 3 วิธี คือ การเขียนเล่าเร่ืองมีเดวิด เทมส์ หนูดี ธีธัส ต่อมาการนับต่อเร่ิมจาก 6 จนถึง
14 ต่อมาเปน็ การวาดบลอ็ กท้ังแบบแนวตั้งและแนวนอนมีอันดาและญาญ่า การต้งั ลบ และการนับตอ่ ทีละ 1
หอ้ ง ป.1/3 กจิ กรรมวิธีไหนดนี ะ่ โดยให้นักเรยี นแสดงวธิ ีคิดในการหาคาตอบของ 14-6 ให้ไดห้ ลากหลายวิธี แนวคดิ ของ
นกั เรียน คือ ใบเฟิร์น มบี ล็อก 14 บลอ็ ก หบั ไป 6 บล็อก เหลือ 8 บลอ็ ก เรฮาล นบั จาก 6 ถงึ 14 ได้ 8
หอ้ ง ป.1/4 กิจกรรมวธิ ไี หนดีนะ โดยให้นกั เรียนแสดงวธิ ีคิดในการหาคาตอบของ 14-6 ใหไ้ ด้หลากหลายวิธี แนวคดิ ของ
นกั เรียน เปย้ ใชว้ ิธีการวาดบลอ็ ก ณภัทร ใชว้ ธิ ีการนับถอยหลังจาก 14 มา 6 ได้เท่ากบั ในตอนสรปุ ครตู ดิ ภาพบล็อกให้
ดูทง้ั 2 แบบ บอกจานวนทม่ี ากกวา่ 14 และจานวนที่น้อยกว่า 6
หอ้ ง ป.1/4 ครูทบทวนเนอื้ หาจากคาบทแี่ ลว้ กิจกรรมวิธีไหนดีนะ โดยครใู ห้โจทย์ 14-6 เท่ากบั เทา่ ไหร่ ใหน้ กั เรียนแสดง
วธิ ีการหาคาตอบ ช่วงนาเสนอ เป้ย ใช้วิธีการวาดบล็อก 14 และเอาออกไป 6 เหลือ 8 ณภทั รใชว้ ิธีการเขียนเลข 1 – 14
และนบั ถอยหลงั จนเหลือ 8 เปา ใชว้ ิธีกากบาทตวั เลขออกไป

ผู้สะทอ้ นผล 155
ครูดลพร
ครสู ิส์ธญั ฎา รำยละเอียด
ครูมุกดา
ครูสิสธ์ ัญฎา ห้อง ป.1/5 ครูทบทวนเน้ือหาจากคาบท่ีแล้ว ครูสร้างสถานการณ์ให้นักเรียนหาคาตอบของ 14-6 เท่ากับเท่าไหร่ ช่วง
นาเสนอแนวคิด อุ่นใชว้ ธิ ีการวาดบล็อก ออแกนใชว้ ธิ ีการกากบาทตวั เลขออกไป นอกจากน้ีบางคนใช้วธิ ีคดิ แบบเสน้
ครูศภุ าวรรณ จานวน โดยการลดลงทลี ะ 1 สรปุ แล้วนักเรียนสามารถเข้าใจวา่ การลบ คือ การเอาออกไป
ห้อง ป.1/5 ครูทบทวนเนื้อหาจากคาบท่ีแล้ว โดยครูบอกว่าการลบ คือ การเอาออกไปหรือการดึงออกไป กิจกรรมวิธี
ไหนดีนะ โดยคาสัง่ ให้นกั เรียนแสดงวิธีคิดในการหาคาตอบของ 14-6 ใหไ้ ด้หลายวิธีท่ีสดุ นกั เรยี นมีการหาแนวคิดหลาย
วิธี โดยนกั เรยี นส่วนใหญ่ใช้เส้นจานวนแล้วโยงจาก 14 มาหา 6 ได้ 8 ครง้ั กานต์และบเี อ็ม ใชว้ ิธกี ารวาดบล็อก
ห้อง ป.1/6 ครทู บทวนเนื้อหาจากคาบท่ีแล้ว ครูสรา้ งสถานการณใ์ หน้ กั เรยี นหาคาตอบของ 14-6 ซ่ึงนักเรยี นเกิดแนวคิด
อาม่าและอลิส ใช้วิธีการนับถอยหลังทีละ 1 พอร์ช วาดต้นไม้ 14 ต้น เอาออกไป 6 ต้น อารีน่าอับอาเจ พยายามใช้
ไดอะแกรมแต่ยังสบั สนเลก็ น้อย นอกจากนนี้ ักเรยี นบางคนยงั ใช้วธิ ีการวาดบลอ็ กอีกดว้ ย
หอ้ ง ป.1/7 ครูทบทวนเนอื้ หาจากคาบที่แล้ว กิจกรรมวิธไี หนดนี ะ โดยคาส่งั ใหน้ กั เรียนแสดงวิธีคิดในการหาคาตอบของ
14-6 ใหไ้ ดห้ ลายวธิ ีที่สุด จากการเดนิ ดูนักเรียนพยายามหาแนวคิดวิธีการหาคาตอบให้ได้วิธีท่ีหลากหลาย โดยมีอยเู่ พียง
2 – 3 คนท่ีคิดได้ 1 วิธี แนวคิด มาตาใช้วิธีขีดเส้น 14 เส้นก่อนและกากบาทท่เี หลือคือคาตอบ มกรณ์และกัปตัน ใช้วิธี
แยกสว่ นยอ่ ยส่วนรวม กรนั จ์ ใชว้ ิธเี รียงบลอ็ กทแ่ี ตกต่างคือเรียงบล็อก 14 เปน็ 7 กับ 7 แล้วเอาออกไป 6 โดยใหเ้ หตุผล
ว่า พอ 7 มาบวกกับ 1 งา่ ยกวา่
หอ้ ง ป.1/7 ครทู บทวนเน้อื หาจากคาบทแี่ ล้ว กจิ กรรมวิธีไหนดีนะ พร้อมอธบิ ายคาสั่งจากโจทย์ โดยนกั เรยี นทาได้หลาย
วิธี ส่วนใหญใ่ ชก้ ารกระจาย การวาดบล็อก และการขดี เส้นนบั ชว่ งนาเสนอ มาตา ใช้วธิ ีการลบโดยการขดี เส้นทับ มกรณ์
ใช้วิธีการแยกส่วนประกอบ 2 ข้ันตอน คล้ายกับกรันจ์ กัปตัน ใช้วิธีการแยกส่วนประกอบโดยใช้ 4+10=14, 10-
6=4+4=8 กรันจ์ ใชว้ ิธกี ารติดบลอ็ ก แถวละ 7 ได้ 2 แถว แล้วนาออกไป 6 เหลอื 7+1=8

156

สะทอ้ นผลนวัตกรรมกำรศึกษำช้ันเรยี น (Lesson Study)
และวธิ ีกำรแบบเปดิ (Open Approach)

รูปแบบการสอนวิชาคณิตศาสตรโ์ ดยใช้ห้อง ป.1/1,ป.1/2,ป.1/3,ป.1/4,ป.1/5,ป.1/6,ป.1/7

เปน็ โมเดล : บทสนทนาในสัปดาหท์ ่ี 9-10

วันเสาร์ ที่ 13 กมุ ภาพันธ์ 2564

ผ้เู ขา้ ร่วมประชุม

1. นางสาวมกุ ดา ภู่ทอง
2. นางชมมณี พรัดภู่
3. นางสาวเสาวลกั ษณ์ แก่นทอง
4. นางจรรยาณี สงวนทรพั ย์
5. นางดลพร ช่วยสงเคราะห์
6. นางสาวอรรวี ไพถาวร
7. นางสาวสสิ ์ธัญฎา หลาวประเสรฐิ
8. นายกีรติ รตั นภาสุร
9. นางสาวศุภาพชิ ญ์ วงศพ์ ิพฒั โนภาส
10. นางสาวเพชรดา บญุ สทิ ธ์ิ
11. นางสาวธดิ ารัตน์ ไมตรจี ติ ร
12. นางสาวศุภาวรรณ เรงิ สมุทร

คำบที่ 9 157

ผสู้ ะทอ้ นผล รำยละเอยี ด
ครมู ุกดา
ห้อง ป.1/1 กิจกรรมการลบหรรษา ครูสร้างสถานการณ์ปญั หา จากการนาเสนอ ปลายฟ้ากับนา้ ฟา้ ในการหาคาตอบข้อ
ครูวภิ ชั ชา ดอกไม้ ใช้วิธีการนับถอยหลัง แต่ยังสับสนบางข้อ นาวินกับฟิลิป ข้อนับใบไม้ สามารถนับใบไม้ได้ แต่ตอบไม่ได้ว่าเยอะ
กว่าเท่าไหร่ ในการเล่าเรื่องวาวากบั ไตเต้ลิ เลา่ วา่ มไี ข่ 12 ฟอง ฟกั ไป 5 ฟอง ไม่ได้ฟกั อกี 7 ฟอง
ครจู รรยาณี ห้อง ป.1/3 กิจกรรมการลบหรรษา โดยคาสั่งที่ 1 ลบจานวนแต่ละตัวออกจากจานวนตรงกลาง คาสั่งท่ี 2 ครูก็อตและ
ครดู ลพร ครูม้ิงแข่งกับเก็บใบไม้ มีวิธีการอย่างไรท่ีจะรู้ว่าใครเก็บใบไม้ได้มากกว่ากัน และมากกว่าเท่าไหร่ คาส่ังท่ี 3 ให้เล่าเรื่อง
ครอู รรวี 12-5 จากภาพท่คี รกู าหนดให้ ช่วงนาเสนอแนวคิด ใบเฟิรน์ กบั เซยี วเซยี ว ในคาส่ังที่ 1 ใช้วิธีการลบโดยนบั ถอยหลงั โอจิ
กับไอชา ในคาสั่งท่ี 2 ใช้การติดบล็อกแล้วเปรียบเทียบกัน และอีสโซเบลกับเบนโตะ ในคาส่ังท่ี 3 เล่าเรื่องว่า มีไข่ 12
ครูกรี ติ ฟอง ฟักไป 5 ฟอง เหลือไข่กฟี่ อง
ห้อง ป.1/4 กิจกรรมการลบหรรษา โดยคาส่ังที่ 1 ลบจานวนแต่ละตัวออกจากจานวนตรงกลาง คาสั่งที่ 2 ครูก็อตและ
ครูม้ิงแข่งกับเก็บใบไม้ มีวิธีการอยา่ งไรที่จะรู้วา่ ใครเก็บใบไม้ได้มากกว่ากัน และมากกว่าเทา่ ไหร่ คาส่ังที่ 3 ให้เล่าเร่ือง
12-5 จากภาพทีค่ รกู าหนดให้ อ้มั จะใช้วิธีการนับน้ิว
หอ้ ง ป.1/5 ครทู บทวนเน้ือหาจากคาบทแี่ ล้ว กจิ กรรมการลบหรรษา คาสง่ั ที่ 1 ลบจานวนออกจากจานวนตรงกลาง ข้อ
น้ีส่วนใหญ่นกั เรียนใช้วิธีการนับน้วิ ออก คาสั่งที่ 2 จับคู่ใบไม้ กลุ่มไอรีน ใช้วิธีการขีดเพื่อจะไดท้ าง่ายข้ึน คาส่ังที่ 3 การ
เล่าเร่อื ง กลมุ่ ของสิงโตเล่าว่า มีไข่ 12 ฟอง ทาแตกไป 5 ฟอง จะเหลือไขก่ ฟี่ อง
ห้อง ป.1/6 ครูทบทวนเนื้อหาคาบท่ีแล้ว กิจกรรมการลบหรรษา ครูสร้างสถานการณ์ปัญหาเป็นภาพดอกไม้และใบไม้
โดยคาส่ังที่ 1 ลบจานวนแต่ละตัวออกจากจานวนตรงกลาง คาสั่งที่ 2 มีวิธีการอย่างไรท่ีจะรู้ว่าใครเก็บใบไม้ได้มากกว่า
กัน และมากกว่าเท่าไหร่ อันวาเดวา x บนใบไม้ ญาญ่าขีด/บนใบไม้พร้อมวาดพร้อมวาดบล็อก ช่วงนาเสนอ คาส่ังท่ี 3
ให้เลา่ เร่อื ง 12-5 จากภาพท่ีครกู าหนดให้ ช่วงนาเสนอแนวคิดครูถามว่ามใี ครสังเกตเห็นอะไรในภาพไหม ณกุ ับปรางนับ
จาก 10 ไป 13 อลิสกับอาเจใช้วิธีการโยงเส้นจับคู่ คาสั่งที่ 3 บางกลุ่มไม่ได้เขียนเล่าเร่ือง กลุ่มพิภูเล่าเร่ืองโดยใช้คาว่า
ออกมา หรอื เหลือ พรอ้ มเขียนประโยคสญั ลักษณ์ 12-5=7
ห้อง ป.1/6 ครูสร้างสถานการณ์ให้นักเรียนเติมคาตอบ เริ่มทากิจกรรมนักเรียนส่วนใหญ่เติมตัวเลขในดอกไม้ เล่าเรื่อง
และเขียนประโยคสัญลักษณ์ได้ ใช้วิธีการโยงเส้นจับคู่ เขียนตัวเลขกากับ ใช้บล็อกแทนใบไม้ในการนับตัวเลข ช่วง

ผูส้ ะท้อนผล รำยละเอยี ด
ครูกีรติ (ตอ่ )
ครูสสิ ธ์ ัญฎา นาเสนอกลุ่มอาเจกับอลิซใช้การกาทับเส้นทีละคู่ จนเหลือใบไม้มากกว่าครู ปราปณ์กับณุใช้การนับทีละ 1 แล้วเขียน
ตัวเลขไว้ จะไดก้ ารนบั เลขจาก 10-13 ซ่งึ จะได้เทา่ กบั 4 ครูสรปุ การเขยี นปรโยคสัญลักษณ์ ตัวต้งั *ตวั ลบ=ผลลพั ธ์
ครูศภุ าพชิ ญ์ ห้อง ป.1/7 กิจกรรมการลบหรรษา คาส่ังท่ี 1 ลบจานวนแต่ละตัวออกจากจานวนที่อยู่ตรงกลาง ซึ่งนกั เรียนสว่ นใหญ่จะ
ครูศุภาพชิ ญ์ ทาไดถ้ ูกต้อง โดยคนุ บอกวา่ ใชว้ ิธกี ารลบนับจากเลขที่อยู่ข้างนอกไปหาเลขท่อี ยู่ตรงกลาง เช่น 11-2 คือ นับจาก 2 ไปหา
9 เท่ากับ 7 คาสั่งที่ 2 โดยครูผู้สอนแข่งกับเก็บใบไม้ และให้นักเรียนคิดว่ามีวิธีการอย่างไรท่ีจะรู้ว่าใครเก็บใบไม้ได้
ครกู ีรติ มากกวา่ กนั และมากกว่ากนั อยู่เทา่ ไหร่ ซึ่งออกสั ใชว้ ธิ กี ารโยงเสน้ จับคู่ระหว่างใบไม้ของครกู อ๊ ตและครมู ้ิง โดยครกู อ๊ ตมี 9
ใบ ครมู ิ้งมี 13 ใบ ดังนน้ั 13 > 9 กัปตนั นา 13 ลบ 9 เพราะเห็นคาว่ามากกวา่ อยูเ่ ท่าไหร่ 13-9=4 คาสัง่ ท่ี 3 ใหเ้ ลา่ เรอื่ ง
12-5 จากภาพ มบี างคนไม่ได้เล่าเร่ืองแต่บอกวิธกี ารลบ โดยเซญา่ กบั กระแตว้ เล่าวา่ มีไข่อยู่ 12 ฟอง ลูกไก่ออกจากไข่ 5
ตัว เหลอื ไข่ 7 ฟอง

หอ้ ง ป.1/1 กิจกรรมการลบหรรษา ช่วงนาเสนอแนวคดิ 1) นกั เรยี นใช้วธิ ีการนับน้วิ กลุ่มปลายฟ้า จะวางเลขไม่ถูกห1ล5า8ย
ข้อ 2) วงกลมใบไม้เป็นคู่ๆ แล้วด่าเหลือก่ีใบ ครูมิ้งเก็บใบไม้ได้ 13 ใบ ครูก๊อตเก็บได้ 9 ใบ ซ่ึงครูม้ิงเก็บได้มากกว่า 3)
นักเรียนจะสรา้ งโจทยป์ ญั หา วาดบล็อกแสดงการหาคาตอบ
ห้อง ป.1/7 กิจกรรมการลบหรรษา คาส่ังที่ 1 ครูให้นักเรียนเดาออกว่าจะให้ลบจานวนออกจากจานวนท่ีอยู่ตรงกลาง
คาสั่งที่ 2 ตอบได้ว่าใครมากกว่ากันจากการมองด้วยตาเปล่า พร้อมให้เหตุผลประกอบ ช่วงนาเสนอแนวคิด 1) นับจาก
ขอบไปตรงกลาง แล้วตอบ 2) โยงเส้นจับคู่ เขียนตัวเลขกากับ ใช้บล็อกเปรียบเทียบ โดยนักเรียนบอกว่าค รูมิ้งมีใบไม้
มากกวา่ ครกู อ๊ ต 4 ใบ 3) ใช้วธิ ีการลบแนวต้งั มีไข่ 12 ฟอง แตกไป 5 ฟอง เหลือไข่ 7 ฟอง (12-5=7)
หอ้ ง ป.1/6 กิจกรรมการลบหรรษา ครสู ร้างสถานการณโ์ ดยใหน้ กั เรยี นคาดคะเนคาตอบ ว่าใครเกบ็ ใบไมไ้ ด้เท่าไหร่ และ
จะเล่าเร่อื งอยา่ งไรดี ในการลงมือทา อาเจกับอลิซ โยงเส้นจบั คใู้ บไม้ อนั ดากับเอวา เขียนเลขกากับไว้ นักเรยี นสว่ นใหญ่
เติมตัวเลขในดอกไม้ได้ และเล่าเร่ืองจากภาพได้พรอ้ มเขียนประโยคสญั ลักษณ์มาให้ด้วย ช่วงการนาเสนอ ปราบตก์ ับณู
นบั ทลี ะ 1 แล้วเขียนเลขกากบั ไว้จากน้ันดเู ลขทีเ่ ขียนไว้ ส่วนคาถามนักเรยี นนับจาก 10 – 13 ซงึ่ จะไดเท่ากับ 4 ภกู บั พภิ ู
เล่าว่ามไี ก่ 12 ฟกั ออกมา 5 เหลอื ที่ยงั ไมฟ่ ักอกี 7 ซ่ึงเขยี น 12-5=7

159

สะทอ้ นผลนวัตกรรมกำรศึกษำช้ันเรยี น (Lesson Study)
และวธิ ีกำรแบบเปดิ (Open Approach)

รูปแบบการสอนวิชาคณิตศาสตรโ์ ดยใช้ห้อง ป.1/1,ป.1/2,ป.1/3,ป.1/4,ป.1/5,ป.1/6,ป.1/7

เปน็ โมเดล : บทสนทนาในสัปดาหท์ ่ี 9-10

วันเสาร์ ที่ 13 กมุ ภาพันธ์ 2564

ผ้เู ขา้ ร่วมประชุม

1. นางสาวมกุ ดา ภู่ทอง
2. นางชมมณี พรัดภู่
3. นางสาวเสาวลกั ษณ์ แก่นทอง
4. นางจรรยาณี สงวนทรพั ย์
5. นางดลพร ช่วยสงเคราะห์
6. นางสาวอรรวี ไพถาวร
7. นางสาวสสิ ์ธัญฎา หลาวประเสรฐิ
8. นายกีรติ รตั นภาสุร
9. นางสาวศุภาพชิ ญ์ วงศพ์ ิพฒั โนภาส
10. นางสาวเพชรดา บญุ สทิ ธ์ิ
11. นางสาวธดิ ารัตน์ ไมตรจี ติ ร
12. นางสาวศุภาวรรณ เรงิ สมุทร

คำบที่ 10 160
ผู้สะทอ้ นผล
ครมู ุกดา รำยละเอยี ด

ครวู ภิ ชั ชา ห้อง ป.1/1 ครูทบทวนเร่ืองการลบสามารถหาคาตอบได้หลายวิธี ครูสร้างสถานการณ์ ให้นักเรียนเรียงบัตรการลบ
ในชว่ งการนาเสนอ เหมยจูกบั เมญา่ หาคาตอบโดยการนับถอยหลงั อยา่ งเดียว วาวากบั ไตเต้ิล หาคาตอบโดยการนับเพม่ิ ,
ครอู รรวี นับถอยในการหาคาตอบได้ถูกต้อง แต่วางบัตรไม่เรียง จีเลียสกับอานัส มาจัดเรียงบัตรใหม่ พร้อมอธิบายว่าตัวเลข
ข้างหน้าและขา้ งหลงั จะเพ่มิ ขึน้ ทีละ 1 ทุกขอ้
ครูอรรวี ห้อง ป.1/1 ครูทบทวนเนื้อหาจากคาบที่แล้ว กิจกรรมบัตรการลบ ครูสร้างสถานการณ์โดยให้นักเรียนเรียงบตั รการลบ
ให้ดูง่าย แล้วบันทึก ช่วงนาเสนอแนวคิด ไผ่กับฟ้า นับแล้วกากบาททบั บัตรคา วาวากับไตเต้ิล เรียงบัตรคาโดยการนบั
ครูจรรยาณี ต่อ จีเลียน นับด้านหลังบัตรคาเพิ่มข้ึนทีละ 1 ในตอนท้ายครูร่วมกันสรุปกับนักเรียน โดยพบว่าบัตรคาเรียงเป็นรูป
ครูจรรยาณี สามเหล่ียม
ห้อง ป.1/2 ครูชูบัตรเลข 16-7 และให้นักเรียนหาคาตอบ แล้วติดบัตรตารางการลบบนกระดาน และแบ่งนักเรียน
ออกเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 3 คน ช่วงนาเสนอกลุ่มข้าวหอมเขียนคาตอบลงในช่องส่ีเหลี่ยมแนวต้ัง แล้วเขียนประโยค
สัญลักษณ์ และมีการช่วยกันคิดได้ดี นอกจากนี้นักเรียนส่วนใหญ่ใช้วิธีคิดโดยการนับทีละ 1 แต่ไม่ได้สังเกตตัวเลขท่ีมี
ความสัมพันธก์ ัน แตก่ ลุ่มโมนาทเ่ี ขียนประโยคสญั ลักษณเ์ ป็นแนวนอน
ห้อง ป.1/6 ครูทบทวนเน้ือหาจากคาบท่ีผ่านมา ครูสร้างสถานการณ์โดยครูชูบัตรการลบ และประโยคสัญลักษณ์ ให้
นกั เรยี นหาผลลพั ธ์ ชว่ งนาเสนอกลมุ่ ญาญ่ากบั อาเจและอลซิ สงั เกตจากตวั เลขที่มตี ัวตั้งเรียงลาดับ ตัวหลงั เพ่ิมทีละ 1 ใน
แนวนอน สว่ นกลมุ่ ทีเ่ หลอื จะหาผลลบโดยการนบั นิ้วจากตวั ลบไปหาตัวต้ังลบ แต่ไดค้ าตอบทเ่ี ท่ากนั สรุปนกั เรยี นหาผล
ลบไดจ้ าดการเรยี งบตั รเลขเปน็ รูปบันไดลงหรือบนั ไดคว่า
หอ้ ง ป.1/3 กจิ กรรมบัตรการลบ โดยครใู หน้ ักเรียนลองรียงบตั รการลบให้ดงู ่าย แล้วบันทึกผล ช่วงนาเสนอแนวคดิ กลมุ่
กันตก์ บั เอพลิว เรยี ง 12-3, 13-4, 14-5, 15-6, 16-7, 17-8 ครูถามมีความสัมพันธอ์ ย่างไร ซ่ึงเปรมตอบว่า ตวั เลขท้ังตัว
ตง้ั และตวั ลบจะเพิ่มขึน้ ทลี ะ 1
หอ้ ง ป.1/4 กิจกรรมบัตรการลบ โดยครูให้นักเรยี นลองรยี งบตั รการลบให้ดงู ่าย แล้วบันทึกผล ชว่ งนาเสนอแนวคดิ กล่มุ
สตางค์ จะลบโดยกากบาทออก กลุ่มอ้ัมจะมีการคิดและช่วยกันเรียงลาดับ ซ่ึงนักเรียนส่วนใหญจะหาคาตอบก่อน เรียง
ตัวเลข

ผสู้ ะท้อนผล 161
ครดู ลพร
ครูสิสธ์ ัญฎา รำยละเอยี ด

ครูมกุ ดา ห้อง ป.1/4 ครูทบทวนเนื้อหาจากคาบท่ีแล้ว กิจกรรมบัตรการลบ โดยให้นักเรียนเรียงบัตรการลบให้ดูง่าย จากการ
ครูสสิ ธ์ ัญฎา สังเกตพบว่ากลุ่มอ้มั ใชว้ ธิ กี ารเรยี งเลขให้ดงู ่าย โดยเขียนให้ตวั ตั้งและตวั ลบเพิ่มขึ้นทลี ะ 1
ห้อง ป.1/5 ครูทบทวนเน้ือหาจากคาบที่แล้ว กิจกรรมบัตรการลบ คาสั่งให้นักเรียนลองเรียงบัตรการลบให้ดูง่าย แล้ว
บันทึกผล ซึ่งจากการสังเกตนักเรียนจะแบง่ ออกเป็น 2 กลุ่ม คือ 1.เรียงบัตรตามลาดับได้ 2.ไม่เรียงบัตร คือ คิดคาตอบ
จากบัตรเลข แล้วเอามาเติมในใบกิจกรรม แนวคดิ เอรีน่ากับธดิ า ใชว้ ธิ ีการหาผลลบ แล้วนาไปเตมิ ให้ตรงกบั คาตอบ แต่
ไม่ได้เรียงให้ดูง่าย ธีร์กับปันปนั ใช้วิธีการเรียงบตั รการลบโดยการเรียง 11-2/12-3/13-4/14-5 โดยให้เหตุผลว่าตัวเลข
หนา้ เพ่ิมและตัวหลังเพ่มิ ทลี ะ 1
ห้อง ป.1/6 ครูทบทวนเน้ือหาจากคาบท่ีแล้ว ครูสร้างสถานการณ์ให้นักเรียนเรียงบัตรการลบ ซึ่งจากการสังเกต
กลุ่มญาญา่ เรียงลาดบั โดยสังเกตจากตัวเลข พรอ้ มอธิบายวา่ ตวั เลขเรียงกนั ตวั หลังเพิม่ ขึ้นแต่ตัวตัง้ เหมอื นกัน สว่ นกลุ่ม
ของไตต้ันใช้วิธกี ารนับตอ่
ห้อง ป.1/7 ครูสนทนาเก่ียวกับบตั รการลบทีเ่ คยเรียนไปแล้ว กิจกรรมบัตรการลบ คาส่ังให้นักเรียนเรียงบัตรการลบให้
ดูง่าย แล้วบันทึกผล แนวคิดที่นักเรียนนาเสนอ เช่น อะตอมกับอเล็ก เขียนคาตอบก่อน จากน้ันลบเลขในบัตรการลบ
เขยี นให้ตรงกบั คาตอบ โดยที่บัตรการลบไมไ่ ด้เรียงกัน บาหลกี บั ไมด้า หาคาตอบก่อนว่าอะไรได้ 9 บ้าง แต่เขียนบตั รการ
ลบเรียงกนั และออกสั เรมิ่ จาก 11-2 คดิ ลงมาแนวตัง้ เป็น 11-3 ได้ 8 11-4 ได้ 7 จนมาถึง 11-9

162

สะทอ้ นผลนวัตกรรมกำรศึกษำช้ันเรยี น (Lesson Study)
และวธิ ีกำรแบบเปดิ (Open Approach)

รูปแบบการสอนวิชาคณิตศาสตรโ์ ดยใช้ห้อง ป.1/1,ป.1/2,ป.1/3,ป.1/4,ป.1/5,ป.1/6,ป.1/7

เปน็ โมเดล : บทสนทนาในสัปดาหท์ ่ี 9-10

วันเสาร์ ที่ 20 กมุ ภาพันธ์ 2564

ผ้เู ขา้ ร่วมประชุม

1. นางสาวมกุ ดา ภู่ทอง
2. นางชมมณี พรัดภู่
3. นางสาวเสาวลกั ษณ์ แก่นทอง
4. นางจรรยาณี สงวนทรพั ย์
5. นางดลพร ช่วยสงเคราะห์
6. นางสาวอรรวี ไพถาวร
7. นางสาวสสิ ์ธัญฎา หลาวประเสรฐิ
8. นายกีรติ รตั นภาสุร
9. นางสาวศุภาพชิ ญ์ วงศพ์ ิพฒั โนภาส
10. นางสาวเพชรดา บญุ สทิ ธ์ิ
11. นางสาวธดิ ารัตน์ ไมตรจี ติ ร
12. นางสาวศุภาวรรณ เรงิ สมุทร

คำบที่ 11 163
ผูส้ ะทอ้ นผล
ครมู กุ ดา รำยละเอียด
ครูวภิ ัชชา
ห้อง ป.1/1 กิจกรรมอันไหนยาวกว่ากัน โดยครูให้นักเรียนหาความยาวของสิ่งของที่กาหนดมาให้ ในช่วงนาเสนอ
ครจู รรยาณี นกั เรยี นสามารถบอกไดว้ ่า ดนิ สอ A, B นามาวัดโดยวางไว้ให้เท่ากัน เชอื กสามารถบอกได้ว่าเชอื กสีน้าตาลส้ันกว่าสีขาว
ครูดลพร เพราะสขี าวเกินมาแสดงว่ายาวกว่า นาวนิ บอกวา่ จดหมายดา้ นยาวยาวกวา่ ด้านกว้าง ใชก้ ารดู
ห้อง ป.1/3 ครูทบทวนเน้ือหาจากคาบที่แล้ว กิจกรรมอันไหนยาวกว่ากัน ครูสร้างสถานการณ์ให้นักเรียนหาวิธีการ
ครอู รรวี เปรยี บเทยี บวา่ สิ่งของอนั ไหนยาวกว่ากนั โดยมกี ารเปรยี บเทยี บ ดนิ สอ เชือก ความกว้างและความยาวของหนังสือ ช่วง
ครสู สิ ธ์ ัญฎา นาเสนอแนวคดิ เพลงกบั โมจิ ใชไ้ ม้บรรทดั ในการวดั ความกว้างและความยาว พชี กับเบนโตะ ใชว้ ธิ กี ารดึงเชือกใหต้ ึงแล้ว
เทยี บกัน ณชั ชาวยี ก์ ับภาคิน นาดินสอมาเทียบค่กู ันโดนตงั้ ตรงบนโต๊ะแล้วเปรียบเทยี บ
หอ้ ง ป.1/4 กิจกรรมอนั ไหนยาวกวา่ กนั ชว่ งนาเสนอแนวคิด กลมุ่ พอรช์ บอกว่าเอาดินสอมาเทียบกันเลย กลุม่ อเิ รเน่ วดั
เชือก โยการนามาประกบกันเลย กลุ่มมาช่า วัดซองจดหมายโดยบอกว่าด้านยาวยาวกว่าด้านข้าง กลุ่มเทียนวัดหนงั สือ
โดยใช้ไมบ้ รรทัดวัดกว้าง 10 cm ยาว 14 โดยเร่มิ ต้นที 0
ห้อง ป.1/5 ครูสร้างสถานการณ์ให้เปรียบเทียบสิ่งของอันไหนยาวกว่ากัน จากการสังเกตนักเรียนมีวิธีการวัดดินสอท่ี
แตกต่างกนั โดยกลุม่ ไอรีนใช้วิธีการวดั แบบแนวตั้ง โดยการนาดนิ สอ 2 แทง่ มาวางใหท้ า้ ยเสมอกนั แล้วเปรียบเทยี บ การ
วัดเชือก กลุ่มบีเอ็มนาเชือกมาเทียบกนั และส่วนที่เกินออกมาถือว่ายาวกว่า การวัดซองจดหมาย กลุ่มของอันดา จะวัด
ด้วยการสังเกตจากด้วยตาเปล่า
หอ้ ง ป.1/6 กจิ กรรมอนั ไหนยาวกว่ากัน ครูสร้างสถานการณ์ปญั หาวิธกี ารเปรยี บเทยี บวา่ ส่ิงไหนยาวกวา่ กนั มดี ินสอแทง่
A กับดินสอแท่ง B ช่วงทาใบงานชลิดาและญาญ่ากับเอรีน่าใช้เชือกมาเปรียบเทียบความยาวกนั 2 เส้น กลุ่มพอร์ชและ
อาเจวัดซองจดหมาย ช่วงนาเสนอไตตน้ั ใช้สีเมจกิ วัดความยาวของหนงั สือ และพภิ นู ากระดาษมาวดั ใบงานกนิ กรรม
ห้อง ป.1/7 กจิ กรรมอันไหนยาวกวา่ กัน สถานการณ์ใหน้ ักเรยี นหาวิธกี ารเปรยี บเทยี บว่าสง่ิ ของต่อไปอนั ไหนยาวกว่ากัน
เช่น เปรียบเทียบระหว่างดินสอแทง่ A กับ B เชือกสีขาวกับเชือกสีน้าตาล ด้านกว้างกับด้านยาวของจดหมาย และด้าน
กว้างกับด้านยาวของหนังสือ แนวคิด โอม นาท้ายดินสอให้ตรงกัน แล้วเปรียบเทียบ ดังน้ัน ดินสอ B ยาวกว่าดินสอ A
กระแต้วนาเชือกมาให้ตรงกัน สีขาวยาวกว่าและเล็กกว่าสีน้าตาล (โดยดึงเชือกให้ตรง) มาร์วินใช้มือวัวตรงด้านยาวยัง
เหลือที่ว่างอยู่แสดงว่าด้านยาวนั้นยาวกว่า ออกัสใช้ไม้บรรทัดวัดโดยบอกว่า 26>18 สุดท้ายครูร่วมสรุปสิ่งท่ีเอมาวัด

ผสู้ ะทอ้ นผล 164
ครสู ิสธ์ ัญฎา (ต่อ)
รำยละเอยี ด
ครูศุภาพิชญ์
ดินสอกับเชือก สามารถเอามาเทียบกันได้เลย ส่วนหนังสือกับซองจดหมาย เราจะต้องเปรียบเทียบทลี ะด้าน โดยเทียบ
ด้านกวา้ งก่อนและมาดา้ นยาว หรือต้องใช้เครื่องมอื
ห้อง ป.1/7 ครูทบทวนเน้ือหาจากคาบท่ีแล้ว กิจกรรม เปรียบเทียบความยาวของปากกา และดินสอ โดยแนวคิดของ
นักเรียนสว่ นใหญ่จะเป็นการนับบล็อกและเขียนตวั เลขในบล็อก, การขีดเส้นตรงส่วนท่ที ยั ซอ้ นกันและส่วนทเ่ี หลือ, การ
ใช้ไม้บรรทัดวัดความยาว, การมองช่องของปากกาและดินสอไม่ตรงกัน และการใช้นิ้วทาบ เป็นต้น ช่วงการนาเสนอ
นักเรยี นสามารถบอกได้ว่า ปากกายาว 6 สั้นกวา่ ดินสอยาว 7 เพราะ 6+1=7 และ 7 มากกวา่ 6

165

สะทอ้ นผลนวัตกรรมกำรศึกษำช้ันเรยี น (Lesson Study)
และวธิ ีกำรแบบเปดิ (Open Approach)

รูปแบบการสอนวิชาคณิตศาสตรโ์ ดยใช้ห้อง ป.1/1,ป.1/2,ป.1/3,ป.1/4,ป.1/5,ป.1/6,ป.1/7

เปน็ โมเดล : บทสนทนาในสัปดาหท์ ่ี 9-10

วันเสาร์ ที่ 20 กมุ ภาพันธ์ 2564

ผ้เู ขา้ ร่วมประชุม

1. นางสาวมกุ ดา ภู่ทอง
2. นางชมมณี พรัดภู่
3. นางสาวเสาวลกั ษณ์ แก่นทอง
4. นางจรรยาณี สงวนทรพั ย์
5. นางดลพร ช่วยสงเคราะห์
6. นางสาวอรรวี ไพถาวร
7. นางสาวสสิ ์ธัญฎา หลาวประเสรฐิ
8. นายกีรติ รตั นภาสุร
9. นางสาวศุภาพชิ ญ์ วงศพ์ ิพฒั โนภาส
10. นางสาวเพชรดา บญุ สทิ ธ์ิ
11. นางสาวธดิ ารัตน์ ไมตรจี ติ ร
12. นางสาวศุภาวรรณ เรงิ สมุทร

คำบท่ี 12 166
ผสู้ ะท้อนผล
ครูมุกดา รำยละเอยี ด
ครวู ิภชั ชา
ครูศุภาวรรณ ห้อง ป.1/1 กิจกรรมแถบริบบ้ิน ครูให้นักเรียนใช้ริบบ้ินวัดส่ิงของที่นักเรียนต้องการวัด ซึ่งตัวแทนของนักเรียนออกมา
บอกวิธีการวัด และอธิบายได้ว่าวัดโดยวางริบบิ้นให้ตึง วางให้ปลายเท่ากับสิ่งของ และปลายริบบิ้นเท่ากันจึงจะ
ครจู รรยาณี เปรยี บเทียบกนั ได้
ครสู สิ ์ธญั ฎา ห้อง ป.1/1 กิจกรรมแถบรบิ บิ้น ครูให้นักเรียนเปรียบเทียบความยาวของสิ่งของโดยใช้แถบริบบน้ิ ช่วงนาเสนอแนวคดิ
นาวิน จะวดั กล่องกระดาษ บินวดั ตูเ้ ก็บขอ วาวาวัดขวดน้า และออมวดั โตะ๊ ครู ซง่ึ ในตอนท้ายครูสรุปวา่ การวัดตอ้ งดงึ ให้
ครูมุกดา รบิ บ้ินตงึ ปลายรบิ บน้ิ ตอ้ งเท่ากบั สิ่งของ
ครูอรรวี ห้อง ป.1/2 ครทู บทวนเน้อื หาจากคาบทีแ่ ล้วเรื่องความยาวและความกว้าง กจิ กรรมแถบรบิ บิน้ โดยให้นักเรยี นวัดสงิ่ ของ
ต่างๆ โดยใช้ริบบิ้นในการวัด ช่วงนาเสนอแนวคิด โดยให้นักเรียนทุกคนออกมานาเสนอความยาวและความกว้างของ
ส่ิงของท่ีนักเรียนได้วัดมา และในตอนท้ายครูสรุปพร้อมอธิบายเพิ่มเติมว่าการวัดต้องดึงให้ตรงกับส่ิงของที่นักเรียน
อยากจะวัด
ห้อง ป.1/4 กิจกรรมแถบริบบิ้น คาสัง่ ให้นักเรยี นวดั สิ่งของที่ต้องการ โดยใช้แถบบริบบ้ินในการวัด นาววี ัดโตะ๊ กวางวัด
โตะ๊ และเมฆวัดหนังสือ โดยครสู รปุ แนวคิดของนกั เรยี นทง้ั 3 คนให้ฟัง
หอ้ ง ป.1/5 ครทู บทวนเน้ือหาจากคาบท่ีแลว้ กจิ กรรมแถบรบิ บน้ิ โดยใหน้ กั เรียนเปรียบเทียบความยาวของสง่ิ ของโดยใช้
แถบริบบ้ิน จากการสังเกตนักเรียนไม่ได้เอาปลาบริบบ้ินเร่ิมจากจุดเริ่มต้นของส่ิงของทาให้การวัดอาจคลาดเคล่ือนได้
แนวคิดออแกนกับภูวัดหนังสือเหมือนกันแต่แถบริบบิ้นของอ อแกนยาวกว่าภูเพราะออแกนไม่ได้เอาริบบิ้นทาบจาก
จุดเร่ิมต้นแตร่ บิ บ้นิ เกนิ ออกไป สว่ นภวู ัดจากจุดเรมิ่ ต้นของหนงั สอื สงิ โตวัดความหา่ งของโต๊ะ
ห้อง ป.1/6 กิจกรรมแถบรบิ บิ้น โดยให้นกั เรยี นวัดสิ่งของต่างๆ โดยใช้ริบบิ้นในการวัด โดยญาญ่า วัดสมุด ใช้ริบบ้ินวัด
ความยาวก่อน แล้วมาวัดความกว้าง ซึ่งในตอนท้ายครูสรุปให้นักเรียนฟังว่า ในการวัดส่ิงของต่างๆ ต้องวัดจากปลาย
รบิ บนิ้ และจดุ เร่มิ ตน้ ต้องตรงกัน จงึ จะสามารถเปรยี บเทียบสิง่ ของได้
ห้อง ป.1/6 ครูทบทวนเน้ือหาจากคาบท่ีแล้ว กิจกรรมแถบริบบ้ิน ช่วงนาเสนอแนวคิดโดยญาญ่าวัดสมุด ใช้ริบบิ้นวัด
ความยาวก่อน แล้วจึงวัดความกว้าง แล้วใช้ดินสอเขียนสัญลักษณ์ ณุกับชลิดาวัดความยาวของโต๊ะนักเรียน ไตตั้นวัด
แฟ้ม ในกจิ กรรมน้ียังมีนักเรยี นบางกลมุ่ ไม่เขา้ ใจ ใชว้ ธิ กี ารวดั ผิดคอื ไมไ่ ด้จับดา้ นใดดา้ นหนึง่ ไว้ ทาให้การวดั ไม่ไดแ้ ม่นยา

ผสู้ ะทอ้ นผล 167
ครสู ิส์ธญั ฎา
รำยละเอียด
ครูศภุ าวรรณ
หอ้ ง ป.1/7 ครูทบทวนเนอื้ หาจากคาบทีแ่ ล้ว กิจกรรมแถบรบิ บน้ิ คาสัง่ ให้นกั เรยี นเปรียบเทียบความยาวของส่ิงของโดย
ใชแ้ ถบรบิ บนิ้ จากการสงั เกตนกั เรียนวัดสง่ิ ต่างๆ ในห้องเรียน มนี กั เรียนบางกลมุ่ วัดสิ่งของโดยท่ีปลายของรบิ บ้นิ ไม่ตรง
กับจุดเริ่มต้นของสิ่งของที่วัด บางคนเกินออกมา บางคนไม่ถึงจุดเร่ิมต้น นักเรียนบางคนวัดได้ถูกต้อง โดยปลายริบบิ้น
ตรงกับจุดเร่ิมต้นของสิ่งของน้ัน แนวคิด เมลิคบอกว่าเราวัดสิ่งของเอามาเปรียบเทียบกันโดยให้ทุกริบบิ้นมีปลายหน่ึง
ตรงกัน กรันจ์ออกมาขีดเส้นปลายของริบบิ้นอีกข้างลงมา แล้วจะรู้ว่าของไมด้าสั้นที่สุด ของออกัสยาวที่สุด และ
เรยี งลาดบั การวดั ได้
ห้อง ป.1/7 กิจกรรมแถบรบิ บิ้น โดยใชร้ บิ บ้นิ เปน็ อุปกรณ์ในการวัดสง่ิ ของ ชว่ งนาเสนอแนวคิด กปั ตนั บอกวา่ ในการวัด
เพื่อเปรียบเทียบต้องให้จุดเร่ิมต้นอยู่ท่ีเดียวกัน ออกัส บอกว่าต้องใช้ 2 คนในการวัดส่ิงของท่ียาวเกินไป เมลิค บอกว่า
การวัดส่ิงของเอามาเปรียบเทียบกันต้องนาปลายข้างหน่ึงให้ตรงกัน กรันจ์ขีดเส้นลงมา จึงตอบได้ว่าของไมด้าส้ันที่สุด
และออกัสยาวทีส่ ดุ

168

สะท้อนผลนวตั กรรมกำรศกึ ษำชนั้ เรียน (Lesson Study)
และวธิ กี ำรแบบเปิด (Open Approach)

รปู แบบการสอนวิชาคณิตศาสตรโ์ ดยใช้ห้อง ป.1/1,ป.1/2,ป.1/3,ป.1/4,ป.1/5,ป.1/6,ป.1/7

เปน็ โมเดล : บทสนทนาในสปั ดาห์ท่ี 11-12

วนั เสาร์ ท่ี 6 มนี าคม 2564

ผู้เขา้ รว่ มประชมุ

1. นางสาวมุกดา ภู่ทอง
2. นางชมมณี พรัดภู่
3. นางสาวเสาวลักษณ์ แกน่ ทอง
4. นางจรรยาณี สงวนทรพั ย์
5. นางดลพร ช่วยสงเคราะห์
6. นางสาวอรรวี ไพถาวร
7. นางสาวสสิ ธ์ ัญฎา หลาวประเสรฐิ
8. นายกรี ติ รตั นภาสุร
9. นางสาวศภุ าพชิ ญ์ วงศ์พพิ ัฒโนภาส
10. นางสาวเพชรดา บญุ สิทธิ์
11. นางสาวธิดารัตน์ ไมตรีจติ ร
12. นางสาวศภุ าวรรณ เรงิ สมทุ ร

คำบท่ี 13 169
ผูส้ ะท้อนผล
ครูมุกดา รำยละเอยี ด

ครูศุภาวรรณ หอ้ ง ป.1/1 กิจกรรมสงิ่ ไหนยาวกว่ากนั คาส่งั ที่ 1 หาความยาวและความกว้างของโต๊ะ หาวา่ ด้านใดยาวกว่ากนั และยาว
กว่าเท่าใด ซงึ่ ปลาทูใช้ดนิ สอวัดโตะ๊ คาส่งั ท่ี 2 แสดงวธิ กี ารหาว่าปากกากบั ดินสออะไรยาวกว่ากัน พอร์ช บอกว่าปากกา
ครวู ภิ ัชชา ยาวกว่าอยู่ 3 ช่อง โดยดูจากส่วนท่ีเกินมา วาวา นับช่องแต่ยังสับสน อิบราฮิม ใช้วิธีการนับบล็อก แต่ตอบคาถามไมถ่ กู
ไตเต้ิลใช้วธิ กี ารงาดบลอ็ กและบอกได้ว่า ดินสอยาวกวา่ ปากกา 1 ช่อง
ครูจรรยาณี ห้อง ป.1/2 ครูทบทวนการวัดด้วยแถบริบบิ้นในคาบก่อน กิจกรรมส่ิงไหนยาวกว่ากัน จากน้ันอธิบายการสร้าง
ครูอรรวี สถานการณแ์ ละอธบิ ายคาสั่งโดยใหน้ ักเรยี นใชด้ นิ สอในการวัด ชว่ งนาเสนอแนวคิด อนั ดาวดั ดว้ ยดนิ สอและนามาต่อกัน
ครสู ิส์ธัญฎา หลายแท่ง อาบีจา วัดด้วยดินสอเพียง 1 แท่ง ณกันต์ วัดด้วยดินสอแท่งเล็กจึงได้จานวนที่มากกว่า กิจกรรมดินสอกับ
ปากกาแท่งไหนยาวกว่ากนั นักเรียนส่วนใหญใ่ ช้การนับช่อง/บล็อก รองลงมาคอื ไม้บรรทัด
ห้อง ป.1/3 ครทู บทวนเน้อื หาจากคาบทแ่ี ล้ว กจิ กรรมส่งิ ไหนยาวกว่ากัน ครสู รา้ งสถานการณ์ โดยคาส่งั ท่ี 1 ใหน้ กั เรยี น
วัดความกว้างและความยาว หาว่าดา้ นใดยาวกว่าและยาวกว่าเท่าใดโดยใช้ดนิ สอ ซึ่งกันต์ วัดด้านยาวพบว่า ใชด้ นิ สอ 4
แทง่ และด้านกวา้ งใชด้ นิ สอ 3 แท่ง คาสั่งท่ี 2 ให้นกั เรียนแสดงวิธกี ารความยาวระหว่างดินสอกับปากกาอะไรยาวกว่ากัน
และยาวกว่าเท่าไร โดยณัชชาวีย์ บอกว่าปากกายาวกว่าดินสอ ใช้ไม้บรรทัดวัด โมจิ ใช้การเขียนตัวเลขในแต่ละบล็อก
พร้อมบอกวา่ ปากกายาวกว่าดินสอ 1 บล็อก
ห้อง ป.1/4 กจิ กรรมสิ่งไหนยาวกวา่ กนั ครูสรา้ งสถานการณ์ใหน้ ักเรียนหาความยาวและความกว้างของโต๊ะ หาว่าดา้ นใด
ยาวกว่า และยาวกว่าเท่าใดโดยใช้ดินสอในการวัด แนวคิดของนักเรียน ณเพชร เอาดินสอต่อกัน กว้าง 4 แท่ง ยาว 3
แท่ง และบอกวา่ ด้านกวา้ งยาวกวา่ ดา้ นยาวอยู่ 1 แทง่
หอ้ ง ป.1/6 ครูทบทวนเนอื้ หาจากคาบทแี่ ลว้ พรอ้ มสร้างสถานการณ์ปัญหาโดยให้นักเรยี นใช้ดินสอที่มีวัดความยาวของ
โต๊ะโดยเดวิด เดวา ภูวเดชวางดินสอมาเรียงต่อกัน จากน้ันเร่ิมทาใบงานโดยใช้ดินสอกบั ปากกา พิภูใช้วิธีการนับบล็อก
ภูวเดชระบายดีใชอ่ งท่มี ีปากกาและดินสอ อารนี า่ ใช้ไมบ้ รรทดั วดั ความยาว ลูกแพรวางจุดเริม่ ตน้ วัดทง้ั สองให้ตรงกัน
ห้อง ป.1/7 ครูทบทวนเนอื้ หาจากคาบที่แล้ว กจิ กรรมส่ิงใดยาวกว่ากัน คาสง่ั ที่ 1 ใหน้ ักเรยี นหาความยาวและความกว้าง
ของโต๊ะ หาว่าด้านใดยาวกวา่ กัน และยาวกว่าเท่าใด จากการสังเกตนักเรียนทาการวัดโต๊ะด้วยดินสอแตไ่ ม่ได้ใช้นว้ิ ทาบ
แต่ใช้สายตาประมาณ แนวคิด ออกัสวดั ความยาว นาดินสอวางแลว้ เอานิ้วทาบวัดไปเร่ือยๆ ได้ประมาณ 4 แท่ง อเลก็ วัด

ผู้สะท้อนผล 170
ครสู ิส์ธญั ฎา (ตอ่ )
รำยละเอยี ด
ครูกรี ติ
ความกว้าง เอาดินสอวัดเหมอื นออกัสวัดไดป้ ระมาณ 3 แท่ง สว่ นกัปตนั วัดได้ 5 แท่ง และอธิบายวา่ ดินสอสนั้ กว่าก็จะได้
ดินสอหลายแท่งกว่า ครูจึงสรุปว่าด้านยาวคือด้านที่ยาวกว่าด้านกว้าง คาสั่งที่ 2 ให้นักเรียนแสดงวิธีการหาว่าระหว่าง
ปากกากบั ดินสออะไรยาวกว่ากันและยาวกว่าเท่าใด แนวคิด อะตอมใชไ้ มบ้ รรทดั วัด วัดปากกา 5.3 cm และดินสอ 6.3
cm คุนหยิบปากกาให้เท่ากบั ดนิ สอ แล้วนับบล็อก ปากกว่านับได้ 6 ดนิ สอนบั ได้ 7 แสดงว่าดนิ สอยาวกวา่ ปากกา
ห้อง ป.1/6 กิจกรรมส่ิงไหนยาวกว่ากัน ครูสร้างสถานการณ์โดยแนะนาไปทีละข้อหัวข้อ พร้อมกับโชว์อุปกรณ์ให้ดูไป
ดว้ ย ในการลงมือทา กลุม่ ปราบต์ นักเรียนจะดึงเชอื กจากจุดเร่ิมต้น แล้วพบว่าเชือกสีขาวยาวกว่า กล่มุ อาเจ วางดินสอ
เทียบกันบนโต๊ะในแนวราบ ชว่ งการนาเสนอกลมุ่ ไตต้ัน วางดนิ สอลงในแนวยาว จะได้วา่ สขี าวยาวกว่า โยมีกลุ่มของเอรี
นา่ วดั ความยาวโดยใช้ไม้บรรทัด ซงึ่ ครูกไ็ ดช้ ้ใี หเ้ หน็ วา่ แบบไหนเรว็ กวา่ กัน กลุ่มพิภู นาซองจดหมายไปวดั กับใบงาน

171

สะท้อนผลนวตั กรรมกำรศกึ ษำชนั้ เรียน (Lesson Study)
และวธิ กี ำรแบบเปิด (Open Approach)

รปู แบบการสอนวิชาคณิตศาสตรโ์ ดยใช้ห้อง ป.1/1,ป.1/2,ป.1/3,ป.1/4,ป.1/5,ป.1/6,ป.1/7

เปน็ โมเดล : บทสนทนาในสปั ดาห์ท่ี 11-12

วนั เสาร์ ท่ี 6 มนี าคม 2564

ผู้เขา้ รว่ มประชมุ

1. นางสาวมุกดา ภู่ทอง
2. นางชมมณี พรัดภู่
3. นางสาวเสาวลักษณ์ แกน่ ทอง
4. นางจรรยาณี สงวนทรพั ย์
5. นางดลพร ช่วยสงเคราะห์
6. นางสาวอรรวี ไพถาวร
7. นางสาวสสิ ธ์ ัญฎา หลาวประเสรฐิ
8. นายกรี ติ รตั นภาสุร
9. นางสาวศภุ าพชิ ญ์ วงศ์พพิ ัฒโนภาส
10. นางสาวเพชรดา บญุ สิทธิ์
11. นางสาวธิดารัตน์ ไมตรีจติ ร
12. นางสาวศภุ าวรรณ เรงิ สมทุ ร

คำบท่ี 14 172
ผู้สะท้อนผล
ครมู กุ ดา รำยละเอียด
ครูวภิ ัชชา
ครจู รรยาณี ห้อง ป.1/1 กิจกรรมนับยังไงดีนะ ครูสร้างสถานการณ์ให้นักเรียนนับจานวนบัตรภาพ ซึ่งเหมยจูกับจีฮาน ใช้วิธีขีดทิ้ง
ครจู รรยาณี แล้วนับได้ 63 ใบ นาวินกับปลายฟ้า ใช้วิธีวงกลม นับได้ 59 ใบ ไผ่กับบัว เขียนเลขกากับ และสามารถบอกหลักสบิ กับ
ครูสิส์ธญั ฎา หลกั หนอ่ ยได้
หอ้ ง ป.1/1 กิจกรรมนบั ยังไงดีนะ โดยครใู ห้นักเรียนแสดงวิธกี ารหาจานวนบัตรท้ังหมด ซงึ่ จีเลียน จะใชว้ ิธีวางบลอ็ กแล้ว
ครสู สิ ธ์ ญั ฎา นับ วาวาวงกลมก่อนแล้วนับ ใบบัวกบั ไผ่ นบั แลว้ กากบาทออกได้ 63 ใบ สีมันตะ วงกลมแลว้ นับได้ 60 ใบ
ห้อง ป.1/3 ครูทบทวนเน้ือหาจากคาบท่ีแล้ว กิจกรรมนับยังไงดีนะ่ โดยแนวคิดของนักเรยี นทอ่ี อกมานาเสนอ คือ กลุ่ม
ครอู รรวี พีท ใช้วิธีการนับทีละ 1 ได้บัตรท้ังหมด 62 ใบ กลุ่มเปรม ใช้วิธีขีดเส้นและนบั ตัวเลข ได้บัตรท้ังหมด 63 ใบ กลุ่มเรฮาล
ใช้วธิ กี ารนับทีละ 5
ห้อง ป.1/4 กิจกรรมนับยังดีนะ ครูสร้างสถานการณ์ ซึ่งแนวคิดของนักเรียน คือ กลุ่มหวังจือ จะใช้วิธารขีดโดยการนับ
กลุม่ ดนี ี จะนบั ทลี ะ 1 กลมุ่ เมฆ จะเขยี นตัวเลขลงในบตั รทีละ 1 และกลุ่มคดิ จะนบั ทีละ 10 จนถงึ 60
หอ้ ง ป.1/5 กิจกรรมนับยังไงดีนะ ครตู ิดบตั รภาพและใหน้ ักเรยี นแสดงวธิ ีหาจานวนบัตรท้งั หมด แนวคดิ ของนักเรียน ปนู
ปั้นเขียนเลข 1 – 10 เป็นกลุ่ม แต่ไม่อธิบาย จุนฮองและจิระวงกลมทีละ 2 แล้วนับ 2, 4, 6, 8, 10….. ไปเรื่อยๆ จนได้
58 ใบ ออร์แกนกบั ไอรีน นับทีละ 10 จะนับได้เร็วกว่า คาตอบเท่ากบั 63 ในตอนท้ายครูติดภาพบัตรเรียงแถวเปน็ กลุ่ม
10 แล้วนกั เรยี นบอกว่านับง่าย จากนัน้ นบั พร้อมกัน 10 20 30 40 50 60 และอกี 3 บตั ร นกั เรียนจงึ บอกว่านบั ทลี ะ 10
งา่ ยกว่า
หอ้ ง ป.1/7 กจิ กรรม นบั ยังไงดีนะ ครูตดิ บตั รภาพและให้นักเรียนแสดงวิธีหาจานวนบตั รทั้งหมด จากการสังเกตนกั เรียน
ส่วนใหญ่จะเขียนเลขบนบัตรแล้วนับบางกลุ่มได้คาตอบผิดพลาดมี 2 กลุ่มนับทีละ 2 และนับทีละ 10 โดยเอพลิ้วกับ
น้าตาล จะใชว้ ธิ เี ขียนเลขบนบตั รและนับเลขได้เท่ากับ 63 ใบ ชาแนลกบั กปั ตัน นับเลขเป็นคู่ หรอื นบั ทีละ 2 โดยวงและ
เขียนกากบั ว่า 2 4 6 8 10 …. จนถึง 62 เหลือเลขคี่ 1 ใบ เท่ากับ 63 ใบ วันจันทร์และกระแตว้ วงกลม ทีละ 10 เหลือ
3 ใบ เทา่ กับ 63 ใบ
หอ้ ง ป.1/6 ครูทบทวนบทเรียนคาบทแ่ี ลว้ ครูนาภาพการด์ ติดบนกระดานเริ่มกิจกรรมนับยังไงดนี ะ ช่วงนาเสนออารีน่า
ได้ 62 ใบ อายนบั ได้ 64 ใบและหวาหยินโดยจะใช้การเขยี นเลขบนการ์ดจาก 1 จนครบได้ 63 ใบ หนดู ีใชก้ ารขดี นบั ทลี ะ

ผู้สะท้อนผล 173
ครอู รรวี (ตอ่ )
รำยละเอยี ด
ครูศภุ าวรรณ
ใบได้ 63 ใบ และกลุ่มนักเรียนส่วนใหญ่จะใช้การนับทลี ะ 1 / การนับทีละ 2 และการนับทีละ 10 จนครบ ช่วงสรุปครู
นาบัตรภาพทม่ี ีหลกั หนว่ ยและหลกั สิบแล้วนาบลอ็ กแท่งมาแทนค่าจานวน ช่วงนาเสนอครูให้นักเรียนออกมานาเสนอวิธี
คิดในคาส่งั ซึ่งนักเรียนสว่ นใหญท่ าได้
ห้อง ป.1/7 กจิ กรรมนบั ยังไงดีนะ ครสู ร้างสถานการณ์การเล่นการ์ดของนักเรียน โดยใหน้ ักเรยี นแสดงวิธีการหาจานวน
บตั รทงั้ หมด ซึง่ นกั เรยี นมีแตล่ ะกลุ่มมีความคิดท่แี ตกต่างกัน โดยแบง่ เปน็ นบั ทีละใบจนหมด ได้แก่ กล่มุ มาตากบั มาร์วิน
นับโดยการทาเครื่องหมายบนบัตร ได้แก่ กลุ่มเอพลิ้วกับน้าตาล และการนับบัตรทีละ 10, 5, 2 ได้แก่ กลุ่มชาแนลกับ
กัปตัน กลุม่ กรนั จ์กับวนดิ า

174

สะท้อนผลนวตั กรรมกำรศกึ ษำชนั้ เรียน (Lesson Study)
และวธิ กี ำรแบบเปิด (Open Approach)

รปู แบบการสอนวิชาคณิตศาสตรโ์ ดยใช้ห้อง ป.1/1,ป.1/2,ป.1/3,ป.1/4,ป.1/5,ป.1/6,ป.1/7

เปน็ โมเดล : บทสนทนาในสปั ดาห์ท่ี 13-14

วนั เสาร์ ท่ี 6 มนี าคม 2564

ผู้เขา้ รว่ มประชมุ

1. นางสาวมุกดา ภู่ทอง
2. นางชมมณี พรัดภู่
3. นางสาวเสาวลักษณ์ แกน่ ทอง
4. นางจรรยาณี สงวนทรพั ย์
5. นางดลพร ช่วยสงเคราะห์
6. นางสาวอรรวี ไพถาวร
7. นางสาวสสิ ธ์ ัญฎา หลาวประเสรฐิ
8. นายกรี ติ รตั นภาสุร
9. นางสาวศภุ าพชิ ญ์ วงศ์พพิ ัฒโนภาส
10. นางสาวเพชรดา บญุ สิทธิ์
11. นางสาวธิดารัตน์ ไมตรีจติ ร
12. นางสาวศภุ าวรรณ เรงิ สมทุ ร

คำบที่ 15 175
ผู้สะทอ้ นผล
ครมู กุ ดา รำยละเอยี ด

ครูอรรวี ห้อง ป.1/1 ครูทบทวนเน้ือหาจากคาบที่แล้ว กิจกรรมบอกหน่อยได้ไหม โดยให้นักเรียนเติมตัวเลขในช่องว่าง ในช่วง
นาเสนอ บวิ กับอบิ ราฮิม นับซองจดหมาย โดยนบั ทลี ะ 10 ได้ 80 จเี ลียนกบั นัส นบั กลอ่ งทีละ 10 ได้ 8 ครงั้ บวกสว่ นท่ี
ครูวภิ ัชชา เหลือ 4 เท่ากับ 84 ปลาทูกับอันดา บอกว่า 80 สิบ กับ 2 หน่วย เท่ากับ 82 สิ่งท่ีนักเรียนได้เรียนรู้ คือ การนับจานวน
ครูจรรยาณี ค่าประจาหลกั สบิ และหลกั หนว่ ย
ครดู ลพร ห้อง ป.1/2 ครูทบทวนเน้ือหาจากคาบท่ีแล้ว กิจกรรมบอกหน่อยได้ไหม ครูสร้างสถานการณ์ภาพบล็อกในแต่ละหลัก
ครูสิส์ธัญฎา โดยให้นักเรียนเติมตัวเลขในแต่ละหลัก ในข้อที่ 1 ส่วนใหญ่นักเรียนใช้การนบั ตามตัวเลข ข้อท่ี 2 ใช้การนับทีละ 1 ช่วง
นาเสนอแนวคิด ฟานกับอาชา ข้อ 2 ใช้วิธีการนับขนมในกล่องทีละ 1 ไบร์ทกับเมษ นับชิ้นในกล่อง จากน้ันนับกล่องที
ละ 10 เฟริ ์สกับไตตัน้ ข้อ 3 ใชก้ ารนบั ตามหลักสบิ และหลกั หนว่ ย ในตอนท้ายครูกับนกั เรยี นช่วยกันสรุปเร่อื งท่ีเรยี นรู้
หอ้ ง ป.1/3 ครูทบทวนเน้ือหาจากคาบที่แล้ว กจิ กรรมบอกหน่อยไดไ้ หม ครูสรา้ งสถานการณ์ให้นกั เรยี นเตมิ ตัวเลขลงใน
พรอ้ มแสดงแนวคดิ ช่วงนาเสนอแนวคิด ไอชา นับจดหมายได้ทงั้ หมด 71 ใบ ใบเฟริ ์น ตอบว่า 8 สบิ กบั 2 หน่วย เท่ากับ
82 และพีส ตอบข้อ 9 อยใู่ นหลกั สิบ และ 5 อยู่ในหลักหนว่ ย เทา่ กับ 95
ห้อง ป.1/4 กิจกรรมบอกหนอ่ ยได้ไหม ครูสร้างสถานการณ์ โดยให้นักเรียนเติมตัวเลขลงใน พร้อมแสดงแนวคิด ซ่ึง
จากการสังเกตข้อที่ 4 นักเรียนจะเขียนตัวเลข 1 เท่ากับ 71 ซอง ข้อที่ 2 นักเรียนส่วนใหญ่จะนา 8+4=12 แต่คาตอบ
คือ 84
ห้อง ป.1/5 กิจกรรมบอกหน่อยได้ไหม ครูสร้างสถานการณ์ จากการสังเกตออแกนกับไอรีน ข้อแรกนับซองจดหมาย
ตอบ ซึ่งนักเรียนเอามาจากสถานการณ์ แต่ข้อ 2 นับได้ 84 โดยบอกว่าเลข 8 ตัวเลขในหลักสิบ ส่วนภูนับซองจดหมาย
ได้ 71 ซอง พร้อมบอกวา่ ถา้ ไมม่ ีเลข 10 ให้คิดเป็น 1 ซอง
ห้อง ป.1/7 ครทู บทวนเน้อื หาจากคาบท่แี ล้ว กิจกรรม บอกหนอ่ ยไดไ้ หม สถานการณ์ใหน้ กั เรยี นเตมิ ตัวเลขลงใน
พรอ้ มแสดงแนวคดิ แนวคิด มกรณเ์ พียงคนเดียวทีนบั ทีละ 10 ได้ 70 และนับทลี ะ 1 ได้ 71 โอมกบั น้าตาล เขียนตัวเลข
ในซองจดหมายและบวก 10 ตามตัวเลขแลว้ บวก 1 เพราะมันเหลือ 1 เท่ากบั 71 ซอง มาตากับมิชา นาคกุ ก้ี 8 กล่องมา
บวกกบั 4 ชิน้ 1 กล่องมี 10 ชน้ิ เพราะจะนบั 8 กลอ่ งก็เท่ากับ 80 ชนิ้ และมาบวกอกี 4 ช้ิน กัปตนั ใชค้ าพดู ว่าเอา 8 มา
คณู กับ 10 = 80 แลว้ มาบวกกับ 4

176

สะท้อนผลนวตั กรรมกำรศกึ ษำชนั้ เรียน (Lesson Study)
และวธิ กี ำรแบบเปิด (Open Approach)

รปู แบบการสอนวิชาคณิตศาสตรโ์ ดยใช้ห้อง ป.1/1,ป.1/2,ป.1/3,ป.1/4,ป.1/5,ป.1/6,ป.1/7

เปน็ โมเดล : บทสนทนาในสปั ดาห์ท่ี 13-14

วนั เสาร์ ท่ี 6 มนี าคม 2564

ผู้เขา้ รว่ มประชมุ

1. นางสาวมุกดา ภู่ทอง
2. นางชมมณี พรัดภู่
3. นางสาวเสาวลักษณ์ แกน่ ทอง
4. นางจรรยาณี สงวนทรพั ย์
5. นางดลพร ช่วยสงเคราะห์
6. นางสาวอรรวี ไพถาวร
7. นางสาวสสิ ธ์ ัญฎา หลาวประเสรฐิ
8. นายกรี ติ รตั นภาสุร
9. นางสาวศภุ าพชิ ญ์ วงศ์พพิ ัฒโนภาส
10. นางสาวเพชรดา บญุ สิทธิ์
11. นางสาวธิดารัตน์ ไมตรีจติ ร
12. นางสาวศภุ าวรรณ เรงิ สมทุ ร

คำบที่ 16 177
ผสู้ ะทอ้ นผล
ครมู ุกดา รำยละเอียด

ครวู ภิ ชั ชา ห้อง ป.1/1 กิจกรรมมีแสตมป์ก่ีดวง คาสั่งให้นักเรียนหาว่าแสตมป์มีกี่ดวง ช่วงนาเสนอแนวคิด นาวินกับปลายฟ้า นับ
ครูจรรยาณี แบบเฉยี งซงึ่ หาคาตอบไมไ่ ด้ เติล้ กับวาวา นับทีละ 10 10 คร้ัง ได้ 100 ในแนวต้ัง โดยนักเรียนทกุ กล่มุ ใหห้ าคาตอบแบบ
ครูจรรยาณี ทา้ ทายไม่ถกู ต้องและใช้วธิ กี ารคดิ โยส่วนใหญ่นาเลขมาบวกกนั แตม่ ีพอร์ช อธิบายไดว้ า่ 10 ของ 10 เทา่ กบั 100
ห้อง ป.1/1 กจิ กรรมแสตมปม์ ีกี่ดวง โดยครใู ห้นักเรยี นหาว่าแสตมปม์ ีอย่กู ่ีดวง พรอ้ มอธิบายแนวคิด ช่วงนาเสนอแนวคิด
ครดู ลพร นาวิน นบั แบบเฉยี งได้ 19 ดวง วาวานบั แนวตั้งได้ 100 ดวง พอรช์ ใช้วธิ กี ารนบั ทลี ะ 10 แนวนอนซงึ่ นับได้ 100
ครูสิส์ธญั ฎา ห้อง ป.1/3 ครูทบทวนเน้ือหาจากคาบที่แล้ว กิจกรรมมีแสตมป์ก่ีดวง ช่วงนาเสนอแนวคิด กลุ่มเอพริล จะนับทีละ 1
กลุม่ ธิดา จะนับแถวแรก 10 นับแถวต่อไปอกี 5 โดยทาแบบนี้ไปเรอื่ ยๆ กลุ่มภาคนิ นบั ทีละ 10
ครมู กุ ดา ห้อง ป.1/4 ครูทบทวนเนื้อหาจากคาบที่แล้ว กิจกรรมมีแสตมป์กี่ดวง ช่วงนาเสนอแนวคิด กลุ่มเพิร์ล จะขีดเส้นเฉียง
ครูอรรวี ภาพ 1 2 3….10 จากบนลงล่าง กล่มุ เป้ยและกลุ่มอิเรเน่ จะใช้วธิ ีนบั ทลี ะ 10 เหมือนกนั จากน้นั ครูนกั เรยี นร่วมกันสรุป
การนบั ทีละ 10 โดยใชว้ งกลมและขดี บวกเลข
หอ้ ง ป.1/4 ครทู บทวนเนอ้ื หาจากคาบท่แี ล้ว กจิ กรรมมีแสตมป์ก่ดี วง โดยครูติดภาพแล้วให้นกั เรียนหาว่าแสตมป์มีก่ีดวง
ช่วงนาเสนอ ตงั ตงั กบั เปย้ จะนบั แนวนอนทีละ 10 ได้ 100 ซง่ึ เป็นคาตอบที่ถกู ต้อง ส่วนกลมุ่ อื่นจะมีการนบั ทลี ะ 1
ห้อง ป.1/5 ครูทบทวนเนอ้ื หาจากคาบทแ่ี ล้ว กิจกรรมแสตมปม์ ีกด่ี วง คาสั่งจงหาว่ามีแสตมป์อยู่ก่ีดวง พร้อมอธิบายวธิ ี
คิด แนวคดิ ของนักเรยี น ไดแ้ ก่ อนุ่ ใจกบั โบนสั นบั แถว 1 กอ่ นวา่ ได้เท่ากบั 10 แล้วนับ 10 20 30 40 … 100 จนุ ฮองกบั
จิระ จุดว่าได้เท่าไหร่ แล้ววงกลม 10 แล้วนับ 10 20 30 40 … 100 ในตอนสรุปครูติดบล็อก 10 ทั้งหมด 10 อัน
นกั เรียนนบั ได้ 100 และสรุปว่า 10 ของ 10 เท่ากบั 100
ห้อง ป.1/6 กิจกรรมมแี สตมปก์ ดี่ วง ครูสรา้ งสถานการณ์ ในชว่ งนาเสนอ อายเขยี นตวั เลขบนแสตมปแ์ ละนับ 1 ถงึ 100
และบอกว่า 10 ของ 10 เทา่ กบั 20 อาเจนับทีละ 20 โดยโยงเสน้ กากบั ญาญ่าและพภิ ู บอกวา่ 10 ของ 10 เทา่ กบั 100
ห้อง ป.1/6 ครูทบทวนเนื้อหาจากคาบท่ีแล้ว ครูสร้างสถานการณ์แล้วติดบัตรภาพแสตมป์บนกระดาน พร้อมอธิบาย
คาสั่ง ช่วงนาเสนอแนวคิด อายใช้การเขียนตัวเลขบนแสตมป์โดยนบั ทลี ะ 1 ได้ 100 และข้อ1,2 ได้นา 10 + 10 = 20
อารีน่าขีดทับภาพนับทีละ 2 ทาเป็นบล็อก หนูดี ชลิดา ลูกแพร และพิภูใช้การนับทีละ 10 และอลิเซียกับอาเจใช้การ
นับที่ละ 20 เปน็ แนวนอนพร้อมเขยี นประโยคสัญลักษณ์ 100+0=

ผสู้ ะทอ้ นผล 178
ครสู สิ ์ธญั ฎา
รำยละเอียด
ครูศภุ าวรรณ
ห้อง ป.1/7 ครูทบทวนเน้ือหาจากคาบที่แล้ว กิจกรรมแสตมปม์ ีอยกู่ ่ีดวง คาส่ังจงหาว่ามีแสตมป์อยู่กี่ดวง พร้อมอธิบาย
วิธีคิด จากการสงั เกตนกั เรยี นส่วนใหญมองเหน็ การนบั เป็นกลมุ่ 10 แตก่ ม็ บี างกลุ่มนับทีละ 1 โดยเขยี นตัวเลขระบุตั้งแต่
1 – 100 และมี 1 กลุ่มนับทีละ 5 จากนั้นครูใหนักเรียนออกมาติดบล็อกตามจานวนแสตมป์นักเรียนใช้วธิ ีติดบล็อก 10
เปน็ จานวน 10 อัน และครูสอบถามว่าเทา่ ไหร่ หลงั จากให้นกั เรียนออกมาแสดงแนวคิดและเตมิ คาตอบ 10 ของ 10 เท่า
100 ซึง่ ปาลม์ ม่จี ะเป็นคนที่สามารถหาคาตอบได้
ห้อง ป.1/7 ครูทบทวนเน้ือหาจากคาบที่แล้ว กิจกรรมมีแสตมป์ก่ีดวง ครูสร้างสถานการณ์ โดยติดภาพแสตมป์ พร้อม
อธิบายคาส่ัง ซ่ึงนักเรียนส่วนใหญ่ใช้วิธีการนับทีละ 10, 1 ใช้การคูณโดยสังเกตคาตอบจากข้อ 1 ช่วงนาเสนอแนวคิด
ปาล์มมี่กับเคเดน เขียนตัวเลข แล้วนับทีละ 10 เอพล้ิวกับน้าตาล เขียนเลขด้านข้าง นับตามแถวจากน้ันนับทีละ 10
หลังจากนัน้ ครูนาบลอ็ กแถว 10 มาเรยี งกัน 10 แถว โดยโอมกับน้าตาล มาทาแบบฝึกหดั พร้อมอธบิ ายได้ถกู ต้อง

179

สะทอ้ นผลนวัตกรรมกำรศกึ ษำช้นั เรยี น (Lesson Study)
และวิธีกำรแบบเปิด (Open Approach)

รปู แบบการสอนวชิ าคณติ ศาสตร์โดยใชห้ ้อง ป.1/1,ป.1/2,ป.1/3,ป.1/4,ป.1/5,ป.1/6,ป.1/7

เป็นโมเดล : บทสนทนาในสัปดาหท์ ี่ 15-16

วันเสาร์ ที่ 13 มนี าคม 2564

ผู้เขา้ ร่วมประชุม

1. นางสาวมุกดา ภูท่ อง
2. นางชมมณี พรัดภู่
3. นางสาวเสาวลักษณ์ แก่นทอง
4. นางจรรยาณี สงวนทรพั ย์
5. นางดลพร ช่วยสงเคราะห์
6. นางสาวอรรวี ไพถาวร
7. นางสาวสิส์ธญั ฎา หลาวประเสริฐ
8. นายกีรติ รตั นภาสุร
9. นางสาวศุภาพิชญ์ วงศ์พพิ ฒั โนภาส
10. นางสาวเพชรดา บญุ สิทธ์ิ
11. นางสาวธิดารัตน์ ไมตรีจติ ร
12. นางสาวศภุ าวรรณ เรงิ สมทุ ร

คำบท่ี 17 180
ผูส้ ะท้อนผล
ครมู กุ ดา รำยละเอียด

ครูศุภาวรรณ หอ้ ง ป.1/1 กจิ กรรมตวั เลขทห่ี ายไป โดยใหน้ ักเรียนระบายสตี ัวเลข 7 ทอ่ี ยใู่ นหลักหนว่ ย และระบายสตี ัวเลข 8 ทอี่ ยู่ใน
หลกั สบิ ซ่ึงจากการสงั เกตนักเรยี นส่วนใหญ่ระบายสีตัวเลขได้ถกู ต้อง ช่วงนาเสนอแนวคิด ปลายฟ้ากบั อบิ ราฮิม นบั จาก
ครูวิภชั ชา 40 ไป 100 แต่อธบิ ายไมเ่ ข้าใจ นาวนิ กบั จีเลยี น นบั แบบแนวนอนสังเกตเหน็ ว่าหลักหนว่ ยไม่มี 0 แต่แนวตง้ั มี 0 อยขู่ ้าง
ครศู ภุ าพิชญ์ หลงั
ห้อง ป.1/2 ครทู บทวนเร่อื งการนบั ตวั เลข กจิ กรรมตัวเลขที่หายไป ในส่วนของโจทย์นักเรยี นยงั มีความสบั สน บางกลมุ่
ครจู รรยาณี เขยี นตัวเลขเสรจ็ แต่ลืมระบายสี ช่วงนาเสนอแนวคิด ภูมใิ จกับไบร์ท คาส่ังท่ี 1 ระบายสีไดถ้ ูกต้อง โดยเติมจาก 40 –
ครดู ลพร 100 ขา้ วฟา่ งกบั ข้าวหอม คาสัง่ ท่ี 1 ระบายสเี หมอื นกล่มุ ก่อนนี้ ระบายสตี ามแนวตั้งเพ่ิมทลี ะ 10 ปนั กับกปั ตนั ระบายสี
18 28 38 เพราะมีเลข 8 แตโ่ จทย์ใหห้ า 8 หลกั สบิ
ห้อง ป.1/3 ครูทบทวนเร่ืองการนับเลข กิจกรรมตัวเลขทห่ี ายไป ครูสร้างสถานการณ์ให้นักเรยี นระบายสีตัวเลข 7 ที่อยู่
ในหลักหน่วย และระบายสีตัวเลข 8 ที่อยู่ในหลักสิบ ซึ่งแนวคิด พีส บอกว่าเลขข้างหน้าเป็นหลักสิบ จะเรียงกันเป็น
แนวนอน เยลล่ี บอกวา่ เลขดา้ นหลงั เปน็ หลกั หนว่ ย จะเรยี งกนั เป็นแนวตง้ั
ห้อง ป.1/3 ในคาบนน้ี กั เรียนบอกจานวนของบล็อกและการเขยี นตัวเลขในหลกั สบิ และหลกั หน่วยได้ ซึ่งนักเรยี นสามารถ
ตอบได้ จากน้นั ครนู าเข้าสถานการณ์ปญั หา โดยกจิ กรรมนี้แนวคิด คาสั่งข้อ 1 นักเรยี นสว่ นใหญจ่ ะใชก้ ารนับทลี ะ 10 ได้
7 คร้ัง รวมอกี 1 จะได้ 71 บางคนลมื นบั ซองสุดท้ายจงึ ได้ 70 และมบี างลกมุ่ ท่ีใช้การนับทีละ 20 รวมกับ 10+1 ได้ 71
คาสั่ง 2 นักเรียนใช้การนับทีละ 10 และ 1 คาส่ัง 3 นักเรียนมองเป็น 8 สิบ กับ 2 หน่วยเท่ากัน คาสั่ง 4 ส่วนมากจะ
สับสนกับคาว่า 9 สิบ และคาสงั่ 5 จะตอบ 95 กนั ได้ถูกต้อง
ห้อง ป.1/4 ครูทบทวนเน้ือหาจากคาบทแ่ี ลว้ กจิ กรรมตัวเลขท่ีหายไป ครสู ร้างสถานการณใ์ หน้ ักเรียนระบายสีตวั เลข 7
ทอ่ี ยูใ่ นหลกั หน่วย และระบายสีตัวเลข 8 ท่ีอยูใ่ นหลกั สบิ ช่วงนาเสนอ เปย้ นบั ตอ่ จาก 40 – 100 สังเกตเลขเพ่ิมขึ้น
ห้อง ป.1/5 ครูทบทวนเน้ือหาจากคาบที่แล้ว พร้อมสร้างสถานการณ์ โดยให้นักเรียนระบายสีตัวเลข 7 ที่อยู่ในหลัก
หน่วย และระบายสีตัวเลข 8 ที่อยู่ในหลักสิบ ช่วงนาเสนอ ออแกนกับกานต์ สังเกตตัวเลขด้านหลังและเขียนกากับว่า
หลักหน่วย ก่อนท่ีจะระบาย และบอกว่าตัวเลขจะเพ่ิมขึ้นทีละ 10 ภูกับปูนปน้ั บอกว่าเลขแนวนอนเพ่ิมขึ้นทีละ 1 และ
แนวต้งั เพม่ิ ข้ึนทีละ 10

ผสู้ ะท้อนผล 181
ครอู รรวี
รำยละเอยี ด
ครูสิสธ์ ัญฎา
ห้อง ป.1/6 ครูทบทวนเนื้อหาจากคาบที่ผ่านมา จากน้ันเริ่มกิจกรรมโดยการสร้างสถานการณ์ครูติดภาพตารางบน
กระดานแลว้ ให้นกั เรียนสังเกตว่าเลขอะไรหายไป ไตต้นั ตอบว่าดูเลข 6 และหลกั หนว่ ยตรงกัน ชว่ งนาเสนอพิภูเขยี นเลข
เรียงจากบนลงมาล่าง ชลิดาเขียนเลขหลักสิบเรียงจากบนลงล่าง และหลักหน่วยเรียงจากล่างข้ึนบน ญาญ่ากับอา ยใช้
การสังเกตดูตามหลักแล้วระบายสี สรุปในคาส่ังท่ี 1 นักเรียนใช้การนับทีละ 1 และครูอธิบายเช่ือมโยงเข้าในคาส่ังที่ 2
แนวคดิ ถ้านาไปเขยี นในแนวตงั้ จะเพมิ่ ขึ้นทีละ 10
ห้อง ป.1/7 ครูทบทวนเรื่องการนับซองจดหมาย กิจกรรมตัวเลขที่หายไป โดยให้นักเรียนระบายสีตัวเลขที่มี 7 อยู่ใน
หลักหน่วย และระบายสีตัวเลขที่มี 8 อยู่ในหลักสิบ ช่วงนาเสนอแนวคิด อะตอมกับเซญ่า บอกว่าเม่ือระบายตัวเลข 7
จะเห็นเป็นแนวต้ัง และเมื่อระบายตัวเลข 8 จะเห็นเป็นแนวนอน คุนกับเมลิค วงกลมเลข 8 และระบายหลกั ผดิ โดยไป
ระบายเลข 8 ในแนวต้ัง คือ หลกั หนว่ ย ในตอนทา้ ยครสู รุปว่า แนวนอนเลขจะเพิ่มขึน้ ทีละ 1 สว่ นแนวตง้ั เลขจะเพ่ิมขึ้น
ทลี ะ 10

182

สะทอ้ นผลนวัตกรรมกำรศกึ ษำช้นั เรยี น (Lesson Study)
และวิธีกำรแบบเปิด (Open Approach)

รปู แบบการสอนวชิ าคณติ ศาสตร์โดยใชห้ ้อง ป.1/1,ป.1/2,ป.1/3,ป.1/4,ป.1/5,ป.1/6,ป.1/7

เป็นโมเดล : บทสนทนาในสัปดาหท์ ี่ 15-16

วันเสาร์ ที่ 13 มนี าคม 2564

ผู้เขา้ ร่วมประชุม

1. นางสาวมุกดา ภูท่ อง
2. นางชมมณี พรัดภู่
3. นางสาวเสาวลกั ษณ์ แก่นทอง
4. นางจรรยาณี สงวนทรพั ย์
5. นางดลพร ช่วยสงเคราะห์
6. นางสาวอรรวี ไพถาวร
7. นางสาวสิส์ธญั ฎา หลาวประเสริฐ
8. นายกีรติ รตั นภาสุร
9. นางสาวศุภาพชิ ญ์ วงศ์พพิ ฒั โนภาส
10. นางสาวเพชรดา บญุ สิทธ์ิ
11. นางสาวธิดารัตน์ ไมตรีจติ ร
12. นางสาวศภุ าวรรณ เรงิ สมทุ ร

คำบที่ 18 183
ผู้สะทอ้ นผล
ครูมุกดา รำยละเอียด

ครูวิภัชชา ห้อง ป.1/1 กิจกรรมเรียงจานวน โดยให้นักเรียนกากบาทจานวนท่ีมากกว่า เติมตัวเลขที่หายไปและเขียนคาตอบที่
ถกู ตอ้ ง ซงึ่ นักเรียนสว่ นใหญ่สามารถทากิจกรรมตามคาสั่งไดใ้ นทกุ คาส่ัง ชว่ งนาเสนอจูเลียน กากบาทจานวนที่มากกว่า
ครดู ลพร พร้อมบอกเหตุผลและการสังเกตหลักสิบ หลักหน่วยของจานวนได้ บิน เติมตัวเลขที่หายไป อธิบายเหตุผลการตอบได้
ครสู ิส์ธัญฎา โดยการนับทลี ะ 10 และจเี ลียน บอกว่า 10 สบิ เท่ากับ 100 เพราะ 10, 10 คร้ัง ได้ 100 โดยวางบล็อกสบิ และการเรียง
จานวนได้
ครูมกุ ดา ห้อง ป.1/1 ครูทบทวนเนื้อหาจากคาบท่ีแล้ว กิจกรรมเรียงจานวน โดยให้นักเรียน คาสั่งที่ 1 กากบาททับจานวนที่
ครอู รรวี มากกว่า ซ่ึงบัว 67 กับ 63 นักเรียนจะกาทับ 67 เพราะ 3 น้อยกว่า 7 คาส่ังท่ี 2 จงเติมตัวเลขท่ีหายไป ซึ่งบิน เติม 78
และ 80 เพราะนับเพ่ิมขึ้นทีละ 1 และคาส่ังท่ี 3 เขียนคาตอบท่ีถูกต้องลงใน ซึ่งจีเลียน ตอบว่า 8 สิบกับ 7 หน่วย
เทา่ กับ 87 ในตอนทา้ ยครสู รุปเกี่ยวกบั นบั ทีละ 1, 10 และการเปรียบเทยี บจานวน
ห้อง ป.1/4 กิจกรรมเรียงจานวน โดยให้นักเรียนกากบาทจานวนที่มากกว่า เติมตัวเลขที่หายไปและเขียนคาตอบท่ี
ถูกต้อง จากการสังเกตตัวต้ังในขอ้ แรกนักเรยี นจะไม่กากบาทแต่จะระบายสีแทนทง้ั 2 ข้อ คุณไม่ทาเพราะบอกว่าทาไม่
เปน็ และนักเรียนสว่ นใหญ่ยงั ไมเ่ ขา้ ใจคาวา่ 10 สิบ เทา่ กับ 100 เพราะบางคนตอบวา่ เท่ากบั 10, 20 และ 100
ห้อง ป.1/5 ครูทบทวนเน้ือหาจากคาบที่แล้ว กิจกรรมเรียงจานวน โดยมี 1.จงกากบาททับจานวนท่ีมากกว่า 2.เติมตัว
เลขท่หี ายไปลงใน 3.เขียนคาตอบท่ถี ูกตอ้ งลงใน แนวคดิ ของนักเรียนในคาส่ังที่ 1 มนี กั เรยี น 5 คนไม่ทาคาสง่ั ที่ 1
ไอรีนออกไปอธิบายจานวนกากบาททม่ี ากกว่า คาสั่งที่ 2 ข้อ 2 70 80 90 100 เป็นการเพ่ิมข้ึนทีละ 10 ข้อ 3 เป็นการ
ลดทลี ะ 1 คาส่ังท่ี 3 โบนสั กบั สงิ โต บอกวา่ 10 สิบ เท่ากบั 100
หอ้ ง ป.1/6 กจิ กรรมเรียงจานวน โดยมีคาสงั่ ให้นกั เรยี นกากบาทจานวนทม่ี ากกว่า เตมิ ตัวเลขที่หายไป และเติมคาตอบ
ให้ถูกต้อง ซ่ึงพิภู กากบาทจานวนทม่ี ากกว่า โดยดูจากหลักหน่วยและหลักสิบ และจากการสังเกตนักเรียนส่วนใหญท่ า
ขอ้ 1 และ 2 ไดถ้ กู ต้อง สว่ นในข้อ 3 10 สบิ เทา่ กบั เท่าไหร่ นกั เรียนบางคนตอบ 20, 10 และ 100
ห้อง ป.1/6 ครูทบทวนบทเรียนจากคาบท่ีผ่านมา แล้วอธิบายกิจกรรมตัวเลขท่ีหายไป คาส่ังที่ 1 พิภูและนักเรียนส่วน
ใหญ่ใชก้ ารสังเกตจากหลกั ร้อยของตัวเลขซ่ึงมีค่ามากกว่า 97 ซ่งึ เป็นเลข 2 หลกั คาสัง่ ท่ี 2 ใชว้ ิธกี ารนบั เพ่มิ ทีละ 1, นับ

ผูส้ ะทอ้ นผล 184
ครูอรรวี (ตอ่ )
ครูสิสธ์ ญั ฎา รำยละเอยี ด

ครศู ภุ าวรรณ เพม่ิ ทลี ะ 10 และนับถอยหลงั ทีละ 1 คาสง่ั ท่ี 3 ญาญา่ เดวิดและปราปณ์ตอบ 100 ดจู ากบลอ็ กสบิ ของ 10 เทา่ กบั 100
นกั เรยี นสว่ นใหญ่ตอบคาถามจากการอา่ นโจทย์ “มากกวา่ ” และ “นอ้ ยกวา่ ”
ครทู บทวนเนอ้ื หาจากคาบทีแ่ ลว้ กจิ กรรมเรียงจานวน โดยมี 1.จงกากบาททับจานวนท่ีมากกว่า 2.เตมิ ตวั เลขทีห่ ายไปลง
ใน 3.เขียนคาตอบท่ีถูกต้องลงใน จากการสังเกตคาสั่งท่ี 1 และ 2 นักเรียนทาได้ ส่วนคาส่ังที่ 3 ทีนักเรียนหลาย
คนทาผิดตรง 10 สบิ เทา่ กบั 20 โดยวนั จนั ทรบ์ อกวา่ เอา 10 มาบวกกนั 10 คร้ังเทา่ กับ 100
หอ้ ง ป.1/2 ครทู บทวนเรอื่ งการนบั ตวั เลข ตาแหนง่ ของตัวเลขตามหลัก กจิ กรรมเรียงจานวน คาสัง่ มีทง้ั หมด 3 คาสัง่ ใน
การทากิจกรรมนักเรยี นมกี ารเขียนตวั เลขและเรยี งจานวนได้ จะเร่ิมทาข้อ 2, 1, 3 ตามลาดบั ชว่ งนาเสนอแนวคดิ มาวิน
ข้อ 1.1 ดูจากจานวนตามหลัก ไมด้า ข้อ 2.3 ดูจากด้านหลังพร้อมดูหลักหน่วยใช้การลบทีละ 1 ในตอนท้ายครูสรุป
เกยี่ วกบั การเพ่ิมตวั เลขท่มี ากกวา่ ค่าตัวเลขในหลักสบิ และหลักหนว่ ย

185

ควำมคิดเห็นของครผู ้สู อนเกี่ยวกบั กำรใชน้ วตั กรรมกำรศกึ ษำชนั้ เรยี น (Lesson Study) และวธิ ีกำรแบบเปดิ (Open Approach)

ประถมศกึ ษำปีท่ี 1/1 : ในภาคเรียนที่ 2/63 นักเรียนได้เรียนรู้เก่ียวกับจานวนไม่เกิน 10 จานวนมากกว่า 10 การเปรียบเทียบจานวน การ
เรียงลาดับจานวน การบวก การลบ รูปร่างและรูปทรง โดยใช้วิธีการสอนแบบเปิด (open Approach ) ซึงเป็นการจัดการเรียนรู้ท่ีครูใช้การสร้าง
สถานการณ์แบบปลายเปดิ โดยที่ผเู้ รียนแต่ละคนเป็นผนู้ าเสนอวธิ กี ารแก้ปญั หาของตนเองซ่ึงสว่ นมากเปน็ กระบวนการกลุม่ ผู้เรยี นจะเกิดการแลกเปลยี่ นเรียนรู้
ร่วมกันในชั้นเรียน ผู้เรียนจะได้นาเสนอ แนวคิดของตนเอง ครูได้เลือกตัวแทนกลุ่มที่มีแนวคิดแตกต่างกันออกไปและจะเลือกจากกลุ่มที่ไ ม่สมบูรณ์ออกไป
นาเสนอก่อนต่อด้วยกลุ่มที่มีแนวคิดสมบูรณ์โดยครูและผู้เรียนร่วมกันสังเกตความแตกต่างกันและร่วมกันอภิปราย ผู้เรียนส่วนใหญ่ มีความกล้าแสดงออก
กล้าท่จี ะนาเสนอแนวคิดของกลมุ่ ตนเองและมคี วามเหน็ ยอมรบั ความคิดเหน็ ของผอู้ ื่น เกิดความคดิ สรา้ งสรรค์ และมคี วามสขุ กบั การเรียน

ประถมศกึ ษำปที ี่ 1/2 : ในภาคเรียนที่ 2 นักเรียนเรียนรู้เก่ียวกับจานวนท่ีไม่เกิน 10 จานวนที่มากกว่า 10 เท่าไรกับเท่าไร ใครมากกว่านะ การ
เรียงลาดับจานวน มองหาจานวน การบวก การลบ รูปร่างและรูปทรง โดยใช้ลาดับการสอนแบบเปิด (Open Approach) ซ่ึงมี 4 ขั้นตอนดังน้ี 1.ข้ันตอน
นาเสนอสถานการณ์ปัญหาท่ีเตรียมมาให้กับนักเรียนท้ังช้ัน ครูติดคาสั่งบนกระดาน นักเรียนท้ังชั้นอ่านคาสั่งพร้อมกัน และแจกอุปกรณ์แต่ละกลุ่ม นักเรียน
ส่วนมากอ่านคาสงั่ ได้ 2.ข้ันนักเรยี นทากจิ กรรมและเรียนร้ดู ้วยตนเอง ขั้นน้ีนักเรยี นจะรจู้ ักสังเกตและมีความสนใจตอ่ การทากจิ กรรม แตม่ ีเด็กบางส่วนคือเด็ก
พิเศษจะไม่ค่อยสนใจในบางกจิ กรรม 3.ข้ันอภิปรายทั้งชั้นเรยี นในชั้นเรียน ในข้ันนี้นักเรยี นอภิปรายโดยครขู ยายแนวคิดที่เกดิ ขนึ้ ในชั้นเรยี น ในชั้นนี้นักเรยี น
ส่วนมากกล้าแสดงแกและพูดแนะนาตนเองได้ดี แต่มีนักเรียนบางส่วนยงั ต้องฝึกและพัฒนาต่อในเทอมที่ 2 4.ขั้นสรุปโดยการเชื่อมโยงแนวคิดของนักเรยี นที่
เกดิ ขน้ึ นช้ันเรียนจะเป็นช่วงทีค่ รแู ละนักเรียนช่วนกันสรปุ ส่ิงทไ่ี ด้เรยี นรูจ้ ากการทากิจกรรม ข้ันน้ีส่วนมากนกั เรยี นก็จะบอกสง่ิ ที่เรยี นรู้ได้และมนี ักเรยี นบางส่วน
ทีเ่ ล่น และบอกส่งิ ทเี่ รยี นรไู้ ม่ได้ โดยภาพรวมนกั เรยี นเรยี นรอู้ ยา่ งมีความสขุ มีความคิดสรา้ งสรรค์ และยอมรับความคดิ เหน็ ของผอู้ ่ืนได้ดี

ประถมศกึ ษำปีที่ 1/3 ESC : ในภาคเรียนนนี้ กั เรยี นเรียนรู้เกีย่ วกับจานวน 1-100 การเปรยี บเทยี บจานวน การเรียงลาดับจานวน การบวก การ
ลบ การเปรียบเทยี บความยาว โดยใชว้ ธิ ีการจัดการเรียนการสอนแบบเปดิ (Open Approach) ซึ่งเปน็ การจดั การเรียนรูท้ ่ีครใู ชส้ ร้างสถานการณป์ ัญหาแบบ
ปลายเปิด โดยท่ีผู้เรียนแตล่ ะคนเป็นผูน้ าเสนอวิธกี ารแกป้ ัญหาของตนเอง ซึง่ สว่ นมากทาเปน็ กระบวนการกลุม่ ผ้เู รยี นจะเกิดการแลกเปลี่ยนเรยี นรู้รว่ มกันใน
ช้ันเรียน ผู้เรียนจะได้นาเสนอแนวคิดของตนเอง ครูได้เลือกตัวแทนนักเรียนออกมานาเสนอโดยมีการเลือกตัวแทนที่มีแนวคิดท่ีแตกต่างกันออก ไป ซึ่งจะเร่ิม
จากการนาเสนอแนวคดิ ท่ยี งั ไม่สมบูรณไ์ ปสแู่ นวคดิ ท่ีสมบรู ณ์ สามารถใชแ้ ก้ปญั หาจากสถานการณป์ ญั หาได้ โดยครแู ละผู้เรียนรว่ มกันสังเกตความแตกต่างของ

186

แตล่ ะวิธกี ารแก้ปญั หา และรว่ มกนั อภิปรายในแต่ละประเด็นต่างๆ จากแนวคิดของผู้เรียน ผเู้ รยี นส่วนใหญ่มคี วามกลา้ แสดงออก กลา้ ทจ่ี ะนาเสนอแนวคิดของ
ตนเองและมีการยอมรบั ในความคิดเหน็ ของผอู้ นื่ เกดิ ความคดิ สรา้ งสรรค์ ความมนั่ ใจในการเรยี นรู้ ผู้เรยี นเกดิ ความสนกุ มีความสขุ กบั สิ่งท่เี รียน

ประถมศึกษำปีท่ี 1/4 ESC : ประถมศึกษาแที่ 2/4 ESC ในภาคเรียนนี้นักเรียนได้เรียนรู้เก่ียวกับจานวน 1-100 การเปรียบเทียบการเรียงลาดบั
การบวก การลบ การเปรียบเทียบความยาว โดยใช่วิธีการจัดการเรียนการสอนแบบ (Open Approach) ซ่ึงเป็นการจัดการเรียนรู้ท่ีครูใช้สร้างสถานการณ์
ปัญหาแบยปลายเปิด โดยท่ีผู้เรียนแต่ละคนเปน็ ผนู้ าเสนอวธิ ีการแกป้ ัญหาของตนเอง ซ่ึงนักเรียนจะได้เรยี นรู้โดยใช้กระบวนการกลุ่ม มี 2 หรือ 5 คนต่อกลุม่
แลว้ แต่ละกิจกรรม จากการทากจิ กรรมต่างๆ นักเรยี นจะบอกแนวคดิ ในการทาท่แี ตกต่างกัน โดยท่ีผเู้ รียนเกดิ การแลกเปลีย่ นการเรยี นรตู้ ามสภาพในหอ้ งเรียน
จากการดูสถานการณ์ปัญหา โดยครูเน้นการสังเกต และความแตกต่างของแตล่ ะวิธีการและแนวคิดจากการแกป้ ัญหา พร้อมทั้งร่วมอภิปรายให้ผูเรยี นคนอ่ืนๆ
เกิดแนวคดิ อย่างมีความคดิ สร้างสรรค์ และเพ่ือสร้างความม่นั ใจในการนาเสนอและแนะนาตวั เองจากกระบวนการหน้าชัน้ เรยี น อย่างมคี วามสขุ และสนกุ ไปกัย
การเรียนน้ี

ประถมศกึ ษำปีท่ี 1/5 ESC : การเรียนการสอนคณิศาสตร์แบบเปิด (open approach) ภาคเรียนที่1 จากการจัดกิจกรรมการเน้นให้นักเรียนได้มี

ทักษะกระบวนการคิดกลุ่มใหญ่ กลมุ่ ย่อย นกั เรยี นสามารถปฏิบัติกจิ กรรมไดด้ ี มคี วามกล้าแสดงออกมากขึน้ กลา้ จบั ไมลม์ ากขึ้น และสามารถคิดเลขได้เร็วข้ึน

ทาให้เด็กมีพัฒนาการในด้านการบวกและการลบดีตามลาดับและสามารถคิดวิเคราะห์โจทย์ปัญหาได้มากข้ึน สามารถสร้างโจทยเ์ องได้ดีตามลาดับคว ามยาก

ง่าย

ประถมศกึ ษำปที ่ี 1/6 ESC : การเรียนการสอนคณติ ศาสตร์แบบเปิด (Open approach) ภาคเรยี นท่ี 2 ปกี ารศึกษา2563 จากการสงั เกตนกั เรียน

มีพัฒนาการการเรียนรู้มากข้ึน มีวิธีการหาคาตอบท่ีหลากหลายในบางเนื้อหา มีการวางแผนในการทางานภายในกลุ่มมากขึ้น สาหรับนักเรียนบาง คนมีความ

กล้าแสดงออกและมีความม่ันใจในการนาเสนอผลงานของตนเองและของกลุ่มมากข้ึน รับความคิดเห็นของผู้อ่ืน มีทักษะในการสังเกตขณะทากิจกรรม รู้จัก

แกป้ ัญหาภายในกลมุ่ โดยภาพรวมนักเรียนสามารถเรยี นร้คู ณติ ศาสตร์ไดด้ แี ละนาความร้มู าประยกุ ต์ใชใ้ นลาดบั ต่อไป

ประถมศึกษำปีที่ 1/7 ESC : ในภาคเรียนท่ี1 นักเรียนเรยี นร้เู ก่ียวกบั จานวนท่ีไม่เกิน 10 เท่าไรกับเท่าไร ลาดับของจานวน การบวก การลบ การ

เปรยี บเทยี บจานวนโดยใช้วิธกี ารจัดการเรียนการสอนแบบเปดิ (Open Approach ) ซึ่งเปน็ การเรียนการสอนท่ีถอื วา่ เปน็ เรอ่ื งใหมส่ าหรบั นกั เรยี นระดับชัน้ ป.1

โดยเปน็ การจัดการเรยี นรู้ท่ีครูใชก้ ารสร้างสถานการณ์ปัญหาปลายเปิด ผูเ้ รียนแตล่ ะคนเปน็ ผูแ้ ก้ปญั หา และนาเสนอวิธีการแก้ปญั หาของตนเองผา่ นการทางาน

รว่ มกันเปน็ กล่มุ ซ่ึงนักเรียนจะเกิดการถกเถียง แลกเปล่ยี นความรู้ร่วมกนั ในชน้ั เรยี น จากนัน้ ออกมานาเสนอแนวคิดของตนเอง และเรียนร้รู ว่ มกนั ซ่ึงเปน็ การ

187

ฝึกให้นักเรียนมีความกล้าแสดงออก มีความคิดสร้างสรรค์และยอมรับความคิดเห็นของผู้อื่น นักเรียนในห้องนี้มีแนวคิดท่ีหลากหลาย โดยสัง เกตจากการทา
กิจกรรมหลายๆคร้งั ทผี่ า่ นมา แนวคดิ ที่ได้ของนกั เรยี นจะตา่ งกัน และมคี วามสุขทีไ่ ด้ออกไปแสดงแนวคิด

นำยกีรติ รัตนภำสุร : สาหรบั การเรยี นการสอนในช้ันประถมศึกษาปีท่ี 1 ภาคเรยี นท่ี 2 น้ันนับวา่ เป็นการสอนคร้ังแรกสาหรับกระผมแบบจริง ๆ จงั
ๆ ความต่นื เต้นจึงค่อนข้างมาก เนือ่ งจากตัวครูผู้สอนเองก็ใหม่ ตัวนกั เรียนเองก็ใหม่ ทาให้เวลาสอนก็ยังไม่ค่อยจะมอี ะไรลงตวั สกั เท่าไหร่ แตส่ าหรบั ความรู้สึก
น้ันบอกได้เลยว่าสอนง่ายกว่าระดับชั้นไหน ๆ เนื่องจากนักเรียนยังไม่กล้าท่ีจะดื้อ ครูพูดอะไรก็ฟัง ทาให้เราสามารถคุมชั้นเรียนได้ง่ าย ซึ่งในความง่ายก็จะมี
ความยาก เพราะนักเรยี นยังไมก่ ลา้ ทจ่ี ะแสดงออกหรือนาเสนอเกง่ เหมือนพี่ ๆ ของเขา

นำงสำวศภุ ำพชิ ญ์ วงศ์พพิ ฒั โนภำส : คาบเรียนคณิตศาสตร์ทีใ่ ช้วิธีการแบบเปดิ สาหรับช้ันประถมศกึ ษาปที ี่ 1 เปน็ จดุ เริ่มต้นของการเรยี นด้วยวิธีการ
แบบเปิด เพ่ือฝึกให้นักเรียนได้ฝึกทักษะต่าง ๆ ท่ีสามารถใช้กับการเรียน รวมไปถึงชีวิตประจาวันของนักเรียนได้จริง ตลอดภาคการศึกษาท่ี 1 ที่ผ่านมา
นักเรียนได้เห็นคณิตศาสตร์เป็นรูปธรรมมากขึ้น มีส่วนร่วมไปกับสถานการณ์ปัญหาที่ผู้สอนออกแบบมา จาขั้นตอนท่ีครูสอนได้ สาหรับสิ่งที่เห็นได้ชัดคือ
นักเรียนมีความคิดท่ีสร้างสรรค์ในการแก้ไขปัญหา เนื่องจากการสอนโดยวิธีการแบบเปิด ผู้สอนเปิดโอกาสให้นักเรียนคิดอย่างเป็นอิสระ ไม่ มีถูกผิด ทาให้
นักเรียนกล้าที่จะคิด กล้าที่จะเขียน จะเห็นการพัฒนามากข้ึนเร่ือย ๆ นักเรียนส่วนใหญ่จะสามารถเชื่อมโยงโดยการนาเคร่ืองมือจากคาบท่ีผ่านมาเพ่ือมาใช้
แก้ปัญหาในคาบท่ีต่อเนื่องกันได้ และนักเรียนไม่ได้มองคณิตศาสตร์เป็นแค่เร่ืองของตัวเลข จากการสังเกตแนวคิดก็เห็นได้ว่าจะมีการภาพ , บล็อก , ใช้
สัญลักษณ์ต่าง ๆ ในการแสดงแทนเป็นจานวนมาก พรอ้ มกับใหเ้ หตุผลกับแนวคิดตนเองได้ดขี ้นึ อกี ท้งั ยังได้ฝึกทกั ษะการทางานร่วมกันกบั เพอื่ น ๆ และยอมรับ
ความคิดเหน็ ผอู้ ื่น

188

ข้อสังเกตด้ำนพฤติกรรมของนักเรียน

1. ในการจัดกิจกรรมแบบกลุ่ม ผู้เรียนที่เรียนอ่อนไม่ค่อยได้แสดงความคิดเห็นร่วมกับผู้อ่ืน เริ่มได้แสดงความคิดเห็นและมีส่วนร่วมในการจัด
กจิ กรรม เกดิ ความมั่นใจในตนมากขึ้น

2. บรรยากาศของการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนโดยวิธีการแบบเปิด เอื้อต่อการแสดงความคิดเห็น โดยการมีปฏิสัมพันธ์ที่เป็นกันเอ งกับ
นักเรยี น ทาให้นักเรียนลดความกงั วล กลา้ แสดงความคดิ เห็นตามความเข้าใจของนักเรียนและมีส่วนร่วมในกิจกรรมกลมุ่ มากข้นึ

ขอ้ เสนอแนะ

1. ในการจัดการเรียนการสอนคณิตศาสตร์โดยใช้วิธีการแบบเปิดแต่ละคร้ัง ควรมีการชี้แจงการทากิจกรรมแต่ละข้ันตอนอย่างละเอียดและแจ้ง
จดุ มงุ่ หมายในการจัดการเรยี นการสอนอยา่ งชดั เจน

2. ในบทบาทครูผสู้ อนตอ้ งเขา้ ใจความแตกต่างระหวา่ งบุคคล จงึ ต้องมคี วามอดทน ไม่ใจรอ้ นสรุปกิจกรรม เพอ่ื เปดิ โอกาสให้ผู้เรยี นแสดงศักยภาพ
อยา่ งเตม็ ท่ี ซงึ่ ทาใหไ้ ดว้ ิธีการและคาตอบทส่ี มบูรณท์ ี่สดุ

3. ควรจดั กจิ กรรมการเรียนรกู้ ับเวลาใหส้ อดคล้องกนั เพือ่ ให้เป็นไปตามแผนการจดั การเรยี นรู้ทีเ่ ตรียมไว้


Click to View FlipBook Version