โครงสรา้ งรายวิชา สขุ ศกึ ษาและพลศึกษา ระดบั ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ี่ 1
ภาคเรยี นท่ี 1 ปกี ารศึกษา ……. เวลา 20 ชวั่ โมง
หน่วย ช่อื หน่วยการ มาตรฐานการเรียนรู้ สาระสำคัญ เวลา น้ำหนกั
ท่ี เรียนรู้ ตัวช้ีวดั (ชั่วโมง) คะแนน
ลักษณะและ
1 สาระที่ 1 การ มาตรฐาน พ 1.1 เขา้ ใจธรรมชาติ หน้าที่ของอวยั วะ 3 10
เจริญเติบโต ของการเจริญเติบโตและพฒั นาการ ภายนอกที่มีการ
แลพัฒนาการ ของมนษุ ย์ เจรญิ เตบิ โตและ
ของมนุษย์ ตวั ชว้ี ดั ท่ี ป.1/1 พฒั นาการไปตามวยั
อธบิ ายลักษณะและหนา้ ท่ี ของ - ตา หู คอ จมูก
อวัยวะภายนอก ผม มอื เทา้ เลบ็
ผิวหนัง ฯลฯ
- อวัยวะในช่องปาก
(ปาก ลิ้น ฟนั
เหงอื ก)
การดูแลรกั ษา
ตัวชี้วัดที่ ป.1/2 อวัยวะภายนอก 2 10
- ตา หู คอ จมกู
อธบิ ายวิธดี ูแลรกั ษาอวัยวะ ปาก ลน้ิ ฟนั ผม
ภายนอก
มือ เทา้ เล็บ
ผิวหนงั ฯลฯ
- อวยั วะในช่องปาก
(ปาก ลิ้น ฟัน
เหงือก)
2 สาระท่ี 2 มาตรฐาน พ 2.1 เขา้ ใจและเห็น สมาชิกใน 2 10
ชวี ิตและ
ครอบครัว คุณค่าตนเอง ครอบครวั เพศศกึ ษา ครอบครวั
และมีทักษะในการดำเนินชวี ติ ความรกั ความ
ตวั ชีว้ ัดท่ี ป.1/1 ผกู พนั ของสมาชิกใน
ระบุสมาชกิ ในครอบครวั และความ ครอบครวั
รักความผกู พันของสมาชิกท่มี ีตอ่ กนั
ตัวชวี้ ดั ที่ ป.1/2 สงิ่ ทีช่ ่นื ชอบและ 2 10
บอกส่งิ ที่ชื่นชอบ และภาคภูมใิ จใน ความภาคภมู ิใจ
ตนเอง ในตนเอง (จุดเด่น
จดุ ดอ้ ยของตนเอง)
ตัวชวี้ ัดท่ี ป.1/3 ลักษณะความ
บอกลักษณะความแตกตา่ งระหวา่ ง แตกตา่ งของเพศชาย
เพศชาย และเพศหญงิ เพศหญงิ 2 10
- รา่ งกาย
- อารมณ์
- ลักษณะนิสัย
3 สาระท่ี 3 มาตรฐาน พ 3.1 เขา้ ใจ มที กั ษะใน
การเคลื่อน
ไหว การออก การเคล่อื นไหว กจิ กรรมทางกาย การ ดำน้ำเกบ็ ของ 11-13 15
กำลงั กาย เลน่ เกม และกฬี า 14-15 15
การเล่น ปลาดาวหาย 16-17 15
เกมกีฬาไทย ตัวช้วี ดั ท่ี ป.1/1
และกีฬา ปลาดาวควำ่ 18-19 15
สากล เคลือ่ นไหวร่างกายขณะอยู่กบั ที่
17-18 5
เคลื่อนท่แี ละใชอ้ ปุ กรณ์ประกอบ
ตวั ชว้ี ัดที่ ป.1/2 แมงกะพรุน
เลน่ เกมเบ็ดเตล็ดและเขา้ รว่ ม
กจิ กรรมทางกายทใี่ ชก้ ารเคล่อื นไหว
ตามธรรมชาติ
มาตรฐาน พ 3.2
รกั การออกกำลังกาย การเล่นเกม
และการเลน่ กฬี า ปฏบิ ัติเปน็ ประจำอยา่ ง
สมำ่ เสมอ มวี ินัย เคารพสทิ ธิ กฎ
กติกา
มีนำ้ ใจนักกฬี า มีจิตวญิ ญาณในการ
แขง่ ขัน
และชน่ื ชม ในสนุ ทรียภาพของการกฬี า
ตวั ชี้วดั ที่ ป.1/1 จับโฟมเตะขา
ออกกำลงั กาย และเล่นเกม ตาม
คำแนะนำ อย่างสนกุ สนาน
ลูกหมาตกนำ้ 19-20 5
ตวั ช้วี ัดที่ ป.1/2
ปฏิบตั ิตนตามกฎ กติกา ขอ้ ตกลง
ในการเล่นเกมตามคำแนะนำ
สอบปลายภาคเรียนที่1(ส.20) 20คะแนน 18 100
รวมปลายภาคเรียนที1่
สัปดาห์ท่ี 1
โรงเรยี นขจรเกยี รตพิ ฒั นา
แผนการจดั การเรยี นรู้
ภาคเรยี นที่ 1 / …… ช่ือผู้สอน นายธนวัฒน์ ดว้ งเสน
กลุ่มสาระ สขุ ศกึ ษาและพลศึกษา ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ่ี 1 จำนวน 1 คาบ
หน่วยการเรียนรูท้ ี่ 1 เรยี นร้ตู วั เรา เร่ือง ความหมายของอวัยวะและอวยั วะภายนอก
1. มาตรฐานการเรยี นรู้/ตัวชี้วดั
มาตรฐาน พ 1.1 เข้าใจธรรมชาติของการเจริญเตบิ โตและพัฒนาการของมนุษย์
ตวั ช้ีวดั ท่ี ป.1/1 อธบิ ายวิธดี ูแลรักษาอวยั วะภายนอก
ตวั ชว้ี ัดที่ ป.1/2 อธบิ ายวธิ ดี แู ละรกั ษาอวัยวะภายนอก
2. สาระสำคญั
อวัยวะ คือ ส่วนต่าง ๆ ของรา่ งกายของคนเรา แบ่งได้ 2 ลักษณะ ได้แก่ อวัยวะภายนอกและอวยั วะภายใน
อวัยวะภายนอกเป็นอวยั วะทีอ่ ยูภ่ ายนอกร่างกายสามารถมองเห็นและจบั ต้องได้
3. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
1. อธิบายความหมายของอวัยวะและอวยั วะภายนอกได้ (K)
2. ร่วมปฏิบตั ิกจิ กรรมการเรียนรู้เก่ียวกับอวยั วะภายนอกกับผ้อู ื่นด้วยความสนใจและใฝ่รู้ (A)
3. สามารถสอื่ สารเพอ่ื อธิบายลกั ษณะและระบุชอื่ ของอวัยวะภายนอกแกผ่ อู้ ืน่ อยา่ ง
ถูกตอ้ งได้ (P)
4. สาระการเรยี นรู้
สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง สาระการเรยี นรูท้ อ้ งถิน่
1.การเจรญิ เติบโตของร่างกาย พจิ ารณาตามหลักสูตรขอองสถานศกึ ษา
- การเปลี่ยนแปลงของรา่ งกายวัยเด็ก
- ความสำคญั ของการเปล่ียนแปลงของร่างกาย
- อาหารทเี่ หมาะสมกบั วัย
5. กจิ กรรมการเรียนรู้
คาบที่ 1
ข้นั เตรยี มก่อนนำเขา้ สู่บทเรียน
1. ครูและนกั เรยี นทำความร้จู ักและสร้างความคุ้นเคยระหวา่ งกนั
2. ครูแนะนำเกยี่ วกับระเบียบและมารยาทในการปฏบิ ตั กิ จิ กรรมการเรยี นรู้รว่ มกบั ผูอ้ น่ื ให้นกั เรียน
ทราบ
3. นกั เรียนทำแบบทดสอบความรู้ก่อนการเรียนร้หู นว่ ยท่ี 1 ร่วมกนั โดยครอู ่านคำช้ีแจงให้
นักเรยี นฟงั เพอ่ื เป็นการประเมนิ ความร้พู น้ื ฐาน
ขน้ั ท่ี 1: ขน้ั นำเข้าส่บู ทเรียน
• นกั เรียนดูภาพแสดงสว่ นตา่ ง ๆ ของร่างกายท่ีเปน็ อวยั วะภายนอกทค่ี รนู ำมา แล้วตอบคำถามรว่ มกนั
เพอ่ื ประเมินความรู้ความเข้าใจเบ้อื งตน้ เกี่ยวกับชอื่ ของอวัยวะเหล่านัน้ ตัวอย่างเช่น
– จากภาพนักเรียนมองเห็นภาพอะไร (อวยั วะ)
– ตำแหนง่ ในภาพทคี่ รูช้ี อวยั วะสว่ นน้ีเรยี กว่าอะไร (ข้นึ อยกู่ ับตำแหน่งทชี่ ี้)
– หากนักเรยี นไม่มีอวยั วะท่คี รูช้ี (ช้ี 2–3 สว่ น) จะเกดิ อะไรข้นึ กับนกั เรยี น (––––––––)
(ครอู าจใช้คำถามอ่ืนได้ตามความเหมาะสมกับสภาพการเรยี นการสอน)
ขน้ั ที่ 2: กจิ กรรมการเรียนรู้
• ความหมายของอวัยวะ
1. นกั เรยี นอ่านบตั รคำท่ีครคู ดั ลอกคำทคี่ วรรูต้ ามครู พร้อมกับสมั ผัสหรอื ชีไ้ ปที่อวัยวะของ
ตนเอง ขณะอ่านออกเสียงในคำดงั กลา่ ว เพ่ือเป็นการฝึกทกั ษะการอ่านและสร้างความเข้าใจที่
ถูกต้องในช่ือเรยี กอวัยวะนนั้ ๆ
2. นักเรยี นสรุปความหมายของอวัยวะร่วมกนั จากประสบการณ์และความเข้าใจของนกั เรียน
3. ครูสรุปความหมายท่ถี ูกต้องของอวยั วะให้นกั เรียนทราบอีกครั้ง
• ความหมายของอวัยวะภายนอก
4. นักเรียนดูภาพอวยั วะภายในท่คี รเู ตรียมมา แลว้ ร่วมกนั บอกชอื่ อวยั วะภายในทีค่ รูชี้ เพือ่
เปน็ การประเมนิ ความรู้ โดยครบู อกชื่อทถี่ ูกต้องของอวัยวะนน้ั ๆ ใหน้ กั เรียนทราบอีกครัง้
5. ครูนำภาพแสดงอวยั วะภายนอกและภาพแสดงอวัยวะภายในวางเปรียบเทยี บกนั
เพ่ือให้
นักเรยี นร่วมกนั ตอบคำถาม ดงั นี้
– อวัยวะท้งั 2 ภาพ แตกต่างกันอย่างไรบา้ ง (อวยั วะบางอวยั วะมองเห็นดว้ ยตาได้ และอวัยวะ
บางอวยั วะดงั กลา่ วไมส่ ามารถมองเห็นดว้ ยตา)
– อวัยวะใดบ้างบนร่างกายของเราท่นี กั เรยี นสามารถสมั ผัสและมองเหน็ ไดด้ ้วยตา
(หู จมกู ปาก...)
(ครอู าจใช้คำถามอนื่ ได้ตามความเหมาะสมกับสภาพการเรียนการสอน)
6. ครูและนกั เรยี นรว่ มกันสรุปความหมายของอวยั วะภายนอก
ข้นั ที่ 3: ฝึกฝนทกั ษะและประสบการณ์
1. ครนู ำนกั เรียนอ่านความรู้เรือ่ ง ความหมายของอวยั วะและอวยั วะภายนอก ในหนังสือเรยี นฯ/
หรือสอื่ การเรยี นรู้ สขุ ศึกษาและพลศึกษา สมบรู ณ์แบบ ชนั้ ป. 1
2. นักเรียนปฏิบตั ิกจิ กรรมการเตมิ คำศพั ท์อวัยวะให้ตรงกับตำแหนง่ ภาพร่างกายท่ีครูเตรียมมา/
(ดงั รายละเอยี ดในหนงั สือเรียนฯ/ในส่อื การเรียนรู้ สขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา สมบูรณแ์ บบ ช้ัน ป.
1)
3. นกั เรยี นคน้ ควา้ เกี่ยวกับคำศพั ท์ “อวัยวะ” ในภาษาของประเทศสมาชิกอาเซียน โดยขอ
คำแนะนำจากผู้ปกครอง เช่น “ฟนั ” ในภาษาประเทศลาว เรียกวา่ “แขว่ ”
ข้ันที่ 4: การนำไปใช้
1. นกั เรยี นอาสาสมคั รออกมานำเสนอผลการปฏิบตั ิกิจกรรมใหเ้ พื่อนดหู น้าชนั้ โดยครู
เฉลยคำตอบและให้คำแนะนำทีถ่ ูกต้องแกน่ ักเรยี น
2. นักเรยี นตรวจสอบและแก้ไขการปฏบิ ัตกิ ิจกรรมของตนเอง
3. มอบหมายใหน้ กั เรียนแต่ละคนไปสอบถามและขอความรเู้ ก่ียวกบั ความสำคัญและวธิ กี ารดูแล
รักษาอวัยวะภายนอก จากผูป้ กครองเพิ่มเติม
ขน้ั ที่ 5: สรุปความรู้
1. นกั เรยี นร่วมกนั อ่านทบทวนบตั รคำทแี่ สดงคำทคี่ วรร้ตู ามครูอีกคร้งั
2. ครูและนกั เรยี นรว่ มกันสรปุ ความหมายของอวยั วะและอวยั วะภายนอก
3. นักเรยี นเขยี นสรุปความหมายของ “อวยั วะ” และ “อวัยวะภายนอก” โดยสังเขป ลงในสมุด
บนั ทึก
6. การวดั และประเมนิ ผล วธิ กี ารวดั ผล เคร่ืองมอื วดั เกณฑ์การประเมนิ ผล
การวัดและประเมินผลจุดประสงค์ - ตรวจกจิ กรรมฝกึ ทกั ษะ -กิจกรรมฝกึ ทักษะ 80% ขน้ึ ไป ถือว่า
-ตรวจแบบฝกึ หัด -แบบฝกึ หัด ผา่ นเกณฑ์การ
ความรคู้ วามเข้าใจ (K) ประเมนิ
-สงั เกตพฤตกิ รรม การ - แบบประเมิน 80% ขึ้นไป ถือวา่
ทกั ษะ/กระบวนการ (P) ทำงานรายบคุ คล/กล่มุ ทักษะและ ผ่านเกณฑก์ าร
กระบวนการทางสุข ประเมนิ
คณุ ลกั ษณะนิสยั (A) 1. สงั เกตจากการเรียนมี ศกึ ษาและพลศกึ ษา
ความรับผิดชอบตอ่ งานทสี่ ่ัง 1. แบบสงั เกต 80% ขนึ้ ไป ถือวา่
และสง่ งานได้ทนั ตามท่ี พฤติกรรม ผ่านเกณฑ์การ
กำหนด ประเมนิ
2. สังเกตจากการเรียนใฝ่
เรียนรู้
3. สังเกตจากการมุง่ มน่ั ใน
การทำงาน
7. สื่อ/แหลง่ การเรยี นรู้
1. แบบทดสอบกอ่ น–หลงั เรียน หน่วยการเรียนรู้ท่ี 1 เรียนรู้ตวั เรา
2. บตั รคำเกี่ยวกบั คำศพั ท์อวัยวะภายนอก
3. ภาพแสดงลักษณะอวยั วะภายนอกและอวัยวะภายในตา่ ง ๆ ของคนเรา
4. แผ่นภาพประกอบกิจกรรมการเติมคำศพั ทอ์ วัยวะให้ตรงกับตำแหน่งภาพรา่ งกาย
5. หนงั สอื เรียน รายวชิ าพ้ืนฐาน สขุ ศึกษาและพลศึกษา ป. 1 บรษิ ัท สำนักพมิ พ์
วฒั นาพานชิ จำกดั
6. สอ่ื การเรียนรู้ สุขศึกษาและพลศกึ ษา สมบูรณ์แบบ ป. 1 บริษัท สำนกั พิมพ์วฒั นาพานชิ จำกดั
7. แบบฝกึ ทักษะ สุขศกึ ษาและพลศกึ ษา ป. 1 บริษัท สำนักพมิ พ์วัฒนาพานิช จำกัด
8. กจิ กรรมเสนอแนะ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชื่อ...........................................ผสู้ อน ลงชื่อ...........................................ฝา่ ยวิชาการ
ลงชอ่ื ...........................................ผ้อู ำนวยการ
สปั ดาหท์ ่ี 2
โรงเรยี นขจรเกยี รติพัฒนา
แผนการจดั การเรียนรู้
ภาคเรียนที่ 1 / …… ชือ่ ผู้สอน นายธนวัฒน์ ด้วงเสน
กล่มุ สาระ สขุ ศึกษาและพลศกึ ษา ชัน้ ประถมศึกษาปีที่ 1 จำนวน 1 คาบ
หนว่ ยการเรยี นร้ทู ี่ 1 เรียนร้ตู วั เรา เรอื่ ง ความหมายของอวัยวะและอวัยวะภายนอก
1. มาตรฐานการเรยี นรู้/ตัวช้วี ดั
มาตรฐาน พ 1.1 เขา้ ใจธรรมชาติของการเจริญเตบิ โตและพัฒนาการของมนุษย์
ตวั ช้ีวัดที่ ป.1/1 อธบิ ายวธิ ีดูแลรักษาอวัยวะภายนอก
ตวั ชว้ี ดั ท่ี ป.1/2 อธบิ ายวิธดี ูและรกั ษาอวัยวะภายนอก
2. สาระสำคญั
อวัยวะ คือ ส่วนต่าง ๆ ของร่างกายของคนเรา แบ่งได้ 2 ลักษณะ ได้แก่ อวัยวะภายนอกและอวัยวะภายใน
อวยั วะภายนอกเปน็ อวยั วะทอ่ี ยภู่ ายนอกร่างกายสามารถมองเหน็ และจับต้องได้
3. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
1. อธิบายความหมายของอวยั วะและอวยั วะภายนอกได้ (K)
2. ร่วมปฏิบัตกิ ิจกรรมการเรียนรู้เกี่ยวกับอวัยวะภายนอกกบั ผ้อู น่ื ด้วยความสนใจและใฝ่รู้ (A)
3. สามารถส่อื สารเพื่ออธิบายลกั ษณะและระบชุ อื่ ของอวัยวะภายนอกแกผ่ ้อู น่ื อยา่ ง
ถูกตอ้ งได้ (P)
4. สาระการเรียนรู้
สาระการเรยี นร้แู กนกลาง สาระการเรียนรทู้ อ้ งถ่ิน
1.การเจรญิ เติบโตของรา่ งกาย พจิ ารณาตามหลักสตู รขอองสถานศกึ ษา
- การเปลีย่ นแปลงของร่างกายวยั เด็ก
- ความสำคัญของการเปล่ียนแปลงของรา่ งกาย
- อาหารทเ่ี หมาะสมกับวัย
5. กิจกรรมการเรียนรู้
คาบที่ 2
ขนั้ เตรียมก่อนนำเข้าสูบ่ ทเรียน
1. ครแู ละนกั เรียนทำความร้จู กั และสร้างความค้นุ เคยระหวา่ งกนั
2. ครแู นะนำเกยี่ วกบั ระเบียบและมารยาทในการปฏบิ ตั ิกิจกรรมการเรยี นรู้รว่ มกบั ผู้อ่ืน ให้นกั เรียน
ทราบ
3. นกั เรียนทำแบบทดสอบความรู้ก่อนการเรียนรู้หนว่ ยท่ี 1 ร่วมกนั โดยครูอ่านคำชแี้ จงให้
นกั เรียนฟงั เพ่อื เป็นการประเมินความร้พู ืน้ ฐาน
ขน้ั ที่ 1: ขัน้ นำเข้าสบู่ ทเรยี น
• นกั เรียนดูภาพแสดงสว่ นต่าง ๆ ของรา่ งกายที่เป็นอวัยวะภายนอกทคี่ รนู ำมา แล้วตอบคำถามร่วมกนั
เพอื่ ประเมินความรู้ความเข้าใจเบ้อื งตน้ เกี่ยวกับชอ่ื ของอวยั วะเหล่านนั้ ตัวอย่างเชน่
– จากภาพนกั เรียนมองเหน็ ภาพอะไร (อวัยวะ)
– ตำแหน่งในภาพท่คี รูช้ี อวยั วะส่วนนี้เรียกว่าอะไร (ขึ้นอย่กู ับตำแหนง่ ที่ชี้)
– หากนักเรียนไมม่ ีอวัยวะทีค่ รชู ี้ (ชี้ 2–3 ส่วน) จะเกิดอะไรข้ึนกบั นกั เรยี น (––––––––)
(ครูอาจใช้คำถามอื่นไดต้ ามความเหมาะสมกบั สภาพการเรียนการสอน)
ขนั้ ท่ี 2: กจิ กรรมการเรียนรู้
• ความหมายของอวัยวะ
1. นักเรียนอ่านบัตรคำทีค่ รคู ดั ลอกคำท่ีควรรู้ตามครู พร้อมกับสมั ผัสหรอื ชีไ้ ปท่ีอวัยวะ
ของตนเอง ขณะอ่านออกเสียงในคำดงั กลา่ ว เพ่อื เป็นการฝึกทักษะการอา่ นและ
สร้างความเข้าใจทถี่ ูกตอ้ งในชอื่ เรียกอวัยวะนั้น ๆ
2. นกั เรียนสรุปความหมายของอวัยวะรว่ มกนั จากประสบการณ์และความเข้าใจของ
นักเรยี น
3. ครสู รุปความหมายทถ่ี ูกต้องของอวยั วะใหน้ ักเรียนทราบอีกคร้งั
• ความหมายของอวัยวะภายนอก
4. นกั เรยี นดูภาพอวยั วะภายในทคี่ รูเตรยี มมา แลว้ ร่วมกนั บอกชอื่ อวยั วะภายในทค่ี รชู ้ี เพือ่
เป็นการประเมินความรู้ โดยครูบอกช่ือที่ถกู ตอ้ งของอวยั วะนน้ั ๆ ใหน้ ักเรียนทราบอีกครง้ั
5. ครูนำภาพแสดงอวยั วะภายนอกและภาพแสดงอวยั วะภายในวางเปรียบเทียบกนั
เพ่อื ให้
นกั เรียนรว่ มกนั ตอบคำถาม ดังน้ี
– อวัยวะทัง้ 2 ภาพ แตกต่างกนั อย่างไรบา้ ง (อวยั วะบางอวัยวะมองเห็นด้วยตาได้ และอวยั วะ
บางอวยั วะดังกลา่ วไม่สามารถมองเห็นดว้ ยตา)
– อวัยวะใดบา้ งบนร่างกายของเราท่ีนกั เรยี นสามารถสมั ผัสและมองเหน็ ได้ดว้ ยตา
(หู จมูก ปาก...)
(ครูอาจใชค้ ำถามอ่นื ได้ตามความเหมาะสมกับสภาพการเรียนการสอน)
6. ครูและนักเรียนรว่ มกนั สรุปความหมายของอวัยวะภายนอก
ข้นั ที่ 3: ฝกึ ฝนทกั ษะและประสบการณ์
1. ครูนำนักเรียนอ่านความรเู้ รอื่ ง ความหมายของอวยั วะและอวยั วะภายนอก ในหนงั สือเรยี นฯ/
หรอื สอ่ื การเรียนรู้ สุขศกึ ษาและพลศึกษา สมบรู ณแ์ บบ ช้นั ป. 1
2. นกั เรยี นปฏบิ ตั ิกจิ กรรมการเตมิ คำศพั ทอ์ วัยวะให้ตรงกับตำแหนง่ ภาพรา่ งกายทคี่ รเู ตรยี มมา/
(ดงั รายละเอียดในหนงั สือเรยี นฯ/ในสอ่ื การเรยี นรู้ สขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา สมบูรณแ์ บบ ชน้ั ป.
1)
3. นกั เรยี นค้นควา้ เก่ียวกับคำศัพท์ “อวยั วะ” ในภาษาของประเทศสมาชกิ อาเซียน โดยขอ
คำแนะนำจากผู้ปกครอง เช่น “ฟัน” ในภาษาประเทศลาว เรียกวา่ “แขว่ ”
ขั้นที่ 4: การนำไปใช้
1. นักเรยี นอาสาสมัครออกมานำเสนอผลการปฏิบตั ิกจิ กรรมใหเ้ พ่ือนดูหน้าชัน้ โดยครู
เฉลยคำตอบและให้คำแนะนำที่ถกู ตอ้ งแกน่ ักเรียน
2. นักเรียนตรวจสอบและแกไ้ ขการปฏบิ ัติกจิ กรรมของตนเอง
3. มอบหมายให้นักเรียนแต่ละคนไปสอบถามและขอความรเู้ ก่ียวกบั ความสำคัญและวธิ ีการดแู ล
รักษาอวัยวะภายนอก จากผู้ปกครองเพมิ่ เติม
ข้นั ที่ 5: สรปุ ความรู้
1. นกั เรียนรว่ มกนั อ่านทบทวนบัตรคำทแ่ี สดงคำท่คี วรรตู้ ามครอู ีกคร้งั
2. ครแู ละนกั เรียนรว่ มกันสรุปความหมายของอวัยวะและอวัยวะภายนอก
3. นักเรียนเขยี นสรปุ ความหมายของ “อวยั วะ” และ “อวยั วะภายนอก” โดยสงั เขป ลงในสมดุ
บันทึก
6. การวัดและประเมินผล
การวดั และประเมินผลจุดประสงค์ วธิ กี ารวดั ผล เคร่ืองมอื วัด เกณฑ์การประเมนิ ผล
ความรคู้ วามเข้าใจ (K) - ตรวจกจิ กรรมฝึกทักษะ -กิจกรรมฝกึ ทักษะ 80% ขึน้ ไป ถอื วา่
-ตรวจแบบฝกึ หดั -แบบฝึกหัด ผา่ นเกณฑก์ าร
ประเมนิ
ทกั ษะ/กระบวนการ (P) -สงั เกตพฤตกิ รรม การ - แบบประเมิน 80% ข้นึ ไป ถือว่า
ทำงานรายบคุ คล/กลมุ่ ทักษะและ ผา่ นเกณฑก์ าร
กระบวนการทางสขุ ประเมิน
ศกึ ษาและพลศึกษา
คณุ ลักษณะนิสัย (A) 1. สงั เกตจากการเรียนมี 1. แบบสงั เกต 80% ขึน้ ไป ถือวา่
ความรับผิดชอบต่องานทีส่ ่ัง พฤติกรรม ผา่ นเกณฑ์การ
และส่งงานไดท้ ันตามท่ี ประเมิน
กำหนด
2. สังเกตจากการเรียนใฝ่
เรียนรู้
3. สังเกตจากการมุ่งม่ันใน
การทำงาน
7. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้
1. แบบทดสอบก่อน–หลงั เรียน หนว่ ยการเรยี นร้ทู ่ี 1 เรียนรู้ตวั เรา
2. บตั รคำเกี่ยวกับคำศพั ทอ์ วัยวะภายนอก
3. ภาพแสดงลักษณะอวัยวะภายนอกและอวยั วะภายในตา่ ง ๆ ของคนเรา
4. แผ่นภาพประกอบกจิ กรรมการเติมคำศัพทอ์ วัยวะใหต้ รงกบั ตำแหน่งภาพร่างกาย
5. หนงั สอื เรียน รายวิชาพื้นฐาน สุขศกึ ษาและพลศกึ ษา ป. 1 บริษทั สำนกั พมิ พ์
วฒั นาพานชิ จำกดั
6. สื่อการเรยี นรู้ สขุ ศึกษาและพลศกึ ษา สมบูรณแ์ บบ ป. 1 บรษิ ทั สำนักพิมพ์วฒั นาพานิช จำกัด
7. แบบฝึกทักษะ สุขศึกษาและพลศกึ ษา ป. 1 บริษัท สำนักพมิ พ์วฒั นาพานิช จำกัด
8. กจิ กรรมเสนอแนะ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชื่อ...........................................ผสู้ อน ลงชื่อ...........................................ฝา่ ยวิชาการ
ลงชอ่ื ...........................................ผ้อู ำนวยการ
สปั ดาหท์ ่ี 3
โรงเรยี นขจรเกยี รติพัฒนา
แผนการจดั การเรียนรู้
ภาคเรียนที่ 1 / …… ชือ่ ผู้สอน นายธนวัฒน์ ด้วงเสน
กล่มุ สาระ สขุ ศึกษาและพลศกึ ษา ชัน้ ประถมศึกษาปีที่ 1 จำนวน 1 คาบ
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 1 เรียนร้ตู วั เรา เรอื่ ง ความหมายของอวัยวะและอวัยวะภายนอก
1. มาตรฐานการเรยี นรู้/ตัวช้วี ดั
มาตรฐาน พ 1.1 เขา้ ใจธรรมชาติของการเจริญเตบิ โตและพัฒนาการของมนุษย์
ตวั ช้ีวัดที่ ป.1/1 อธบิ ายวธิ ีดูแลรักษาอวัยวะภายนอก
ตวั ชว้ี ดั ท่ี ป.1/2 อธบิ ายวิธดี ูและรกั ษาอวัยวะภายนอก
2. สาระสำคญั
อวัยวะ คือ ส่วนต่าง ๆ ของร่างกายของคนเรา แบ่งได้ 2 ลักษณะ ได้แก่ อวัยวะภายนอกและอวัยวะภายใน
อวยั วะภายนอกเปน็ อวยั วะท่ีอยภู่ ายนอกร่างกายสามารถมองเหน็ และจับต้องได้
3. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
1. อธิบายความหมายของอวยั วะและอวยั วะภายนอกได้ (K)
2. ร่วมปฏิบัตกิ ิจกรรมการเรียนรู้เกี่ยวกับอวัยวะภายนอกกบั ผ้อู น่ื ด้วยความสนใจและใฝ่รู้ (A)
3. สามารถส่อื สารเพื่ออธิบายลกั ษณะและระบชุ อื่ ของอวัยวะภายนอกแกผ่ ้อู น่ื อยา่ ง
ถูกตอ้ งได้ (P)
4. สาระการเรียนรู้
สาระการเรยี นร้แู กนกลาง สาระการเรียนรทู้ อ้ งถ่ิน
1.การเจรญิ เติบโตของรา่ งกาย พจิ ารณาตามหลักสตู รขอองสถานศกึ ษา
- การเปลีย่ นแปลงของร่างกายวยั เด็ก
- ความสำคัญของการเปลี่ยนแปลงของรา่ งกาย
- อาหารทเ่ี หมาะสมกับวัย
5. กิจกรรมการเรียนรู้
คาบที่ 3
ขนั้ เตรียมก่อนนำเข้าสูบ่ ทเรยี น
1. ครแู ละนักเรียนทำความร้จู กั และสร้างความค้นุ เคยระหวา่ งกนั
2. ครแู นะนำเกยี่ วกบั ระเบียบและมารยาทในการปฏบิ ตั ิกิจกรรมการเรยี นรู้รว่ มกบั ผ้อู ่นื ให้นกั เรียน
ทราบ
3. นกั เรียนทำแบบทดสอบความรู้ก่อนการเรียนรู้หนว่ ยท่ี 1 ร่วมกนั โดยครูอ่านคำชแี้ จงให้
นกั เรยี นฟงั เพ่อื เปน็ การประเมินความร้พู ืน้ ฐาน
ขน้ั ที่ 1: ขัน้ นำเข้าสบู่ ทเรยี น
• นกั เรียนดูภาพแสดงสว่ นต่าง ๆ ของรา่ งกายทเ่ี ป็นอวยั วะภายนอกทคี่ รนู ำมา แล้วตอบคำถามร่วมกนั
เพอื่ ประเมินความรู้ความเข้าใจเบ้อื งตน้ เกี่ยวกับช่อื ของอวยั วะเหล่านนั้ ตวั อย่างเช่น
– จากภาพนกั เรียนมองเหน็ ภาพอะไร (อวัยวะ)
– ตำแหน่งในภาพทีค่ รูช้ี อวยั วะส่วนน้ีเรียกว่าอะไร (ขนึ้ อย่กู ับตำแหนง่ ท่ีชี้)
– หากนักเรียนไมม่ ีอวัยวะทีค่ รชู ี้ (ช้ี 2–3 ส่วน) จะเกดิ อะไรข้ึนกบั นักเรยี น (––––––––)
(ครูอาจใช้คำถามอื่นไดต้ ามความเหมาะสมกบั สภาพการเรียนการสอน)
ขนั้ ท่ี 2: กจิ กรรมการเรียนรู้
• ความหมายของอวัยวะ
1. นักเรียนอ่านบัตรคำทีค่ รคู ดั ลอกคำทีค่ วรรตู้ ามครู พรอ้ มกับสมั ผัสหรือชีไ้ ปท่ีอวัยวะ
ของตนเอง ขณะอ่านออกเสียงในคำดงั กล่าว เพ่อื เป็นการฝึกทักษะการอ่านและ
สร้างความเข้าใจที่ถูกตอ้ งในชือ่ เรียกอวัยวะนน้ั ๆ
2. นกั เรียนสรุปความหมายของอวัยวะรว่ มกันจากประสบการณ์และความเข้าใจของ
นักเรยี น
3. ครสู รุปความหมายทถ่ี ูกต้องของอวยั วะใหน้ ักเรยี นทราบอีกครง้ั
• ความหมายของอวัยวะภายนอก
4. นกั เรยี นดูภาพอวยั วะภายในทคี่ รเู ตรียมมา แล้วร่วมกนั บอกชอื่ อวยั วะภายในทค่ี รชู ้ี เพือ่
เป็นการประเมินความรู้ โดยครบู อกชอื่ ท่ถี ูกต้องของอวยั วะนน้ั ๆ ให้นักเรียนทราบอกี ครง้ั
5. ครูนำภาพแสดงอวยั วะภายนอกและภาพแสดงอวยั วะภายในวางเปรียบเทียบกนั
เพ่อื ให้
นกั เรียนรว่ มกนั ตอบคำถาม ดังน้ี
– อวัยวะทัง้ 2 ภาพ แตกต่างกนั อย่างไรบา้ ง (อวัยวะบางอวัยวะมองเห็นด้วยตาได้ และอวยั วะ
บางอวยั วะดังกลา่ วไม่สามารถมองเห็นดว้ ยตา)
– อวัยวะใดบา้ งบนร่างกายของเราท่นี กั เรยี นสามารถสมั ผัสและมองเห็นได้ดว้ ยตา
(หู จมูก ปาก...)
(ครูอาจใชค้ ำถามอ่นื ได้ตามความเหมาะสมกับสภาพการเรียนการสอน)
6. ครูและนักเรียนรว่ มกนั สรุปความหมายของอวยั วะภายนอก
ข้นั ที่ 3: ฝกึ ฝนทกั ษะและประสบการณ์
1. ครูนำนักเรียนอ่านความรเู้ รอื่ ง ความหมายของอวยั วะและอวยั วะภายนอก ในหนงั สือเรียนฯ/
หรอื สอ่ื การเรียนรู้ สขุ ศกึ ษาและพลศึกษา สมบรู ณแ์ บบ ช้นั ป. 1
2. นกั เรยี นปฏบิ ตั ิกจิ กรรมการเตมิ คำศพั ทอ์ วัยวะให้ตรงกบั ตำแหนง่ ภาพรา่ งกายทีค่ รเู ตรยี มมา/
(ดงั รายละเอียดในหนงั สือเรยี นฯ/ในสือ่ การเรียนรู้ สขุ ศึกษาและพลศึกษา สมบูรณแ์ บบ ชน้ั ป.
1)
3. นกั เรยี นค้นควา้ เก่ียวกับคำศัพท์ “อวัยวะ” ในภาษาของประเทศสมาชิกอาเซียน โดยขอ
คำแนะนำจากผูป้ กครอง เช่น “ฟัน” ในภาษาประเทศลาว เรียกวา่ “แขว่ ”
ขั้นที่ 4: การนำไปใช้
1. นักเรยี นอาสาสมัครออกมานำเสนอผลการปฏิบตั ิกจิ กรรมใหเ้ พื่อนดูหน้าช้ัน โดยครู
เฉลยคำตอบและให้คำแนะนำที่ถูกต้องแกน่ ักเรียน
2. นักเรียนตรวจสอบและแกไ้ ขการปฏบิ ตั กิ จิ กรรมของตนเอง
3. มอบหมายให้นักเรียนแต่ละคนไปสอบถามและขอความรเู้ ก่ียวกบั ความสำคัญและวธิ ีการดแู ล
รักษาอวัยวะภายนอก จากผปู้ กครองเพิม่ เติม
ข้นั ที่ 5: สรปุ ความรู้
1. นกั เรียนรว่ มกนั อ่านทบทวนบตั รคำที่แสดงคำท่คี วรรตู้ ามครอู ีกคร้งั
2. ครแู ละนกั เรยี นรว่ มกันสรุปความหมายของอวัยวะและอวัยวะภายนอก
3. นักเรียนเขยี นสรปุ ความหมายของ “อวัยวะ” และ “อวยั วะภายนอก” โดยสงั เขป ลงในสมดุ
บันทึก
6. การวัดและประเมินผล
การวดั และประเมินผลจุดประสงค์ วิธีการวดั ผล เคร่ืองมอื วัด เกณฑ์การประเมนิ ผล
ความรคู้ วามเข้าใจ (K) - ตรวจกิจกรรมฝึกทักษะ -กิจกรรมฝกึ ทักษะ 80% ขึน้ ไป ถอื วา่
-ตรวจแบบฝกึ หดั -แบบฝึกหัด ผา่ นเกณฑก์ าร
ประเมนิ
ทกั ษะ/กระบวนการ (P) -สงั เกตพฤติกรรม การ - แบบประเมิน 80% ข้นึ ไป ถือว่า
ทำงานรายบคุ คล/กลมุ่ ทักษะและ ผา่ นเกณฑก์ าร
กระบวนการทางสขุ ประเมิน
ศกึ ษาและพลศึกษา
คณุ ลักษณะนิสัย (A) 1. สงั เกตจากการเรียนมี 1. แบบสงั เกต 80% ขึน้ ไป ถือวา่
ความรับผิดชอบต่องานท่ีส่ัง พฤติกรรม ผา่ นเกณฑ์การ
และสง่ งานได้ทันตามท่ี ประเมิน
กำหนด
2. สงั เกตจากการเรียนใฝ่
เรยี นรู้
3. สงั เกตจากการมุ่งม่ันใน
การทำงาน
7. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้
1. แบบทดสอบก่อน–หลงั เรียน หนว่ ยการเรยี นร้ทู ่ี 1 เรียนรู้ตวั เรา
2. บตั รคำเกี่ยวกับคำศพั ทอ์ วัยวะภายนอก
3. ภาพแสดงลักษณะอวัยวะภายนอกและอวยั วะภายในตา่ ง ๆ ของคนเรา
4. แผ่นภาพประกอบกจิ กรรมการเตมิ คำศัพทอ์ วยั วะใหต้ รงกบั ตำแหน่งภาพร่างกาย
5. หนงั สอื เรยี น รายวิชาพื้นฐาน สุขศึกษาและพลศึกษา ป. 1 บริษัท สำนกั พมิ พ์
วฒั นาพานชิ จำกดั
6. สื่อการเรยี นรู้ สขุ ศึกษาและพลศกึ ษา สมบูรณ์แบบ ป. 1 บรษิ ทั สำนักพิมพ์วฒั นาพานิช จำกัด
7. แบบฝึกทักษะ สุขศึกษาและพลศกึ ษา ป. 1 บรษิ ัท สำนักพมิ พ์วัฒนาพานิช จำกัด
8. กจิ กรรมเสนอแนะ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชื่อ...........................................ผสู้ อน ลงชื่อ...........................................ฝา่ ยวิชาการ
ลงชอ่ื ...........................................ผ้อู ำนวยการ
สปั ดาห์ที่ 4
โรงเรียนขจรเกยี รติพฒั นา
แผนการจัดการเรียนรู้
ภาคเรยี นที่ 1 / ……. ชอื่ ผู้สอน นายธนวัฒน์ ดว้ งเสน
กลุม่ สาระ สขุ ศกึ ษาและพลศึกษา ช้ัน ประถมศึกษาปที ี่ 1 จำนวน 1 คาบ
หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 1 เรยี นรตู้ วั เรา เรื่อง ลกั ษณะและความสำคัญของอวยั วะตา
1.มาตรฐานการเรยี นรู้/ตัวชวี้ ดั
มาตรฐาน พ 1.1 เข้าใจธรรมชาตขิ องการเจริญเตบิ โตและพัฒนาการของมนุษย์
ตวั ชีว้ ดั ที่ ป.1/1 อธิบายวิธีดูแลรกั ษาอวยั วะภายนอก
ตัวชวี้ ัดท่ี ป.1/2 อธบิ ายวธิ ดี ูและรักษาอวยั วะภายนอก
2. สาระสำคัญ
ตา เป็นอวัยวะภายนอกที่สำคญั อวัยวะหนึ่งทที่ ำให้เรามองเห็นส่ิงต่าง ๆ คนเรามตี า 2 ตา โดยมีหนังตาและขนตา
ช่วยปอ้ งกันฝุ่นละอองไม่ให้เข้าอวัยวะตา
3. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
1. อธิบายลักษณะและความสำคัญของอวัยวะตาได้ (K)
2. ร่วมปฏิบัติกิจกรรมการเรียนรู้เกยี่ วกบั อวัยวะตากับผู้อื่นด้วยความสนใจและใฝร่ ู้ (A)
3. สามารถส่อื สารเพือ่ อธิบายถงึ ลักษณะและความสำคัญของอวยั วะตาอยา่ งถูกตอ้ งได้ (P)
4. สาระการเรียนรู้
สาระการเรียนรู้แกนกลาง สาระการเรียนรู้ท้องถิน่
1.การเจริญเติบโตของร่างกาย พจิ ารณาตามหลกั สูตรขอองสถานศกึ ษา
- การเปล่ยี นแปลงของร่างกายวัยเด็ก
- ความสำคัญของการเปล่ียนแปลงของรา่ งกาย
- อาหารทเี่ หมาะสมกับวยั
5. กจิ กรรมการเรียนรู้
คาบที่ 4
นที่ 1: ขนั้ นำเข้าสบู่ ทเรยี น
1. นักเรียนรว่ มกันอ่านบัตรคำทีค่ รคู ัดลอกมาจากคำท่ีควรรทู้ ีละคำ เพ่อื เปน็ การทบทวน
และเพม่ิ ทกั ษะในการอา่ น
2. นกั เรยี นให้ความหมายของคำว่า อวัยวะและอวยั วะภายนอกรว่ มกันเพ่อื ทบทวนความรใู้ น
คาบเรียนทผ่ี ่านมา
ขั้นท่ี 2: กจิ กรรมการเรยี นรู้
1. นักเรียนดูบตั รคำ คำว่า ตา ประกอบภาพดวงตาที่ครชู ูขึน้ ใหด้ ู แลว้ ร่วมกันบอกช่ือ ลกั ษณะ
และความสำคัญของอวัยวะดงั กล่าว
2. นักเรยี นจับคู่กับเพ่ือน สงั เกตลักษณะและสขี องดวงตาของเพอื่ น และร่วมกันบอกเลา่ ถึง
ลักษณะของดวงตา โดยภาพรวมพร้อมกนั
3. ครูใหค้ วามรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกบั ลกั ษณะและความสำคัญของอวัยวะตาใหแ้ กน่ กั เรยี น
ขนั้ ที่ 3: ฝกึ ฝนทกั ษะและประสบการณ์
1. นกั เรียนปฏบิ ัติกิจกรรมการวาดภาพระบายสีดวงตา ลงในแผน่ ภาพท่คี รูแจกให้
2. นักเรียนอาสาสมัครประมาณ 4–6 คน ออกมานำเสนอผลการปฏิบัติกิจกรรม และให้
เพือ่ น ๆ ชว่ ยกันวิจารณ์ โดยครคู อยช้ีแนะและใหค้ ำชมเชย
ขนั้ ท่ี 4: การนำไปใช้
• มอบหมายนกั เรียนไปขอความร้จู ากผู้ปกครองเก่ียวกบั ลักษณะความแตกตา่ งของสดี วงตาของคน
ในแต่ละภูมิภาควา่ สีของดวงตามคี วามแตกต่างกนั อย่างไร
ขั้นที่ 5: สรุปความรู้
1. ครูและนกั เรียนรว่ มกันสรุปลักษณะและความสำคัญของอวัยวะตา
2. นกั เรยี นเขยี นบนั ทกึ ความรู้โดยสงั เขปลงในสมดุ
6. การวดั และประเมินผล วิธกี ารวดั ผล เครื่องมอื วัด เกณฑก์ ารประเมินผล
การวดั และประเมนิ ผลจดุ ประสงค์ - ตรวจกิจกรรมฝกึ ทกั ษะ -กิจกรรมฝกึ ทักษะ 80% ขึ้นไป ถอื ว่า
-ตรวจแบบฝกึ หัด -แบบฝึกหัด ผา่ นเกณฑ์การ
ความร้คู วามเข้าใจ (K) ประเมนิ
-สงั เกตพฤติกรรม การ - แบบประเมิน 80% ขึ้นไป ถอื ว่า
ทักษะ/กระบวนการ (P) ทำงานรายบคุ คล/กลมุ่ ทักษะและ ผา่ นเกณฑก์ าร
กระบวนการทางสขุ ประเมนิ
คุณลกั ษณะนสิ ัย (A) 1. สังเกตจากการเรียนมี ศกึ ษาและพลศกึ ษา
ความรับผิดชอบต่องานที่สั่ง 1. แบบสงั เกต 80% ข้นึ ไป ถือว่า
และส่งงานได้ทนั ตามที่ พฤติกรรม ผ่านเกณฑ์การ
กำหนด ประเมนิ
2. สังเกตจากการเรียนใฝ่
เรยี นรู้
3. สังเกตจากการมุ่งมน่ั ใน
การทำงาน
7. ส่ือ/แหล่งการเรียนรู้
1. บตั รคำเก่ียวกบั อวัยวะภายนอก
2. ภาพแสดงลกั ษณะของสดี วงตา และใบหนา้ ของคนชาติตา่ ง ๆ
3. แผน่ ภาพดวงตาเพ่ือการวาดภาพระบายสี
4. อปุ กรณ์ประกอบการวาดภาพระบายสี
5. หนังสือเรยี น รายวชิ าพ้ืนฐาน สขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา ป. 1 บรษิ ัท สำนกั พมิ พ์
วัฒนาพานิช จำกดั
6. สอ่ื การเรียนรู้ สุขศกึ ษาและพลศกึ ษา สมบูรณ์แบบ ป. 1 บริษัท สำนักพมิ พว์ ัฒนาพานชิ จำกัด
7. แบบฝึกทกั ษะ สุขศึกษาและพลศกึ ษา ป. 1 บรษิ ทั สำนกั พิมพ์วฒั นาพานิช จำกดั
8. กจิ กรรมเสนอแนะ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชอื่ ...........................................ผสู้ อน ลงชื่อ...........................................ฝา่ ยวชิ าการ
ลงชือ่ ...........................................ผอู้ ำนวยการ
สปั ดาห์ที่ 5
โรงเรียนขจรเกียรติพฒั นา
แผนการจดั การเรียนรู้
ภาคเรียนท่ี 1 / ……. ชอื่ ผู้สอน นายธนวฒั น์ ดว้ งเสน
กลุ่มสาระ สขุ ศกึ ษาและพลศึกษา ชั้น ประถมศึกษาปีท่ี 1 จำนวน 1 คาบ
หนว่ ยการเรียนร้ทู ี่ 1 เรียนร้ตู ัวเรา เรื่อง ลักษณะและความสำคญั ของอวัยวะตา
1.มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชวี้ ดั
มาตรฐาน พ 1.1 เข้าใจธรรมชาติของการเจรญิ เติบโตและพฒั นาการของมนษุ ย์
ตัวชีว้ ดั ท่ี ป.1/1 อธบิ ายวิธดี แู ลรักษาอวยั วะภายนอก
ตวั ช้ีวดั ที่ ป.1/2 อธิบายวธิ ีดูและรกั ษาอวยั วะภายนอก
2. สาระสำคัญ
ตา เป็นอวัยวะภายนอกท่ีสำคัญอวัยวะหนึ่งที่ทำให้เรามองเหน็ สิ่งต่าง ๆ คนเรามีตา 2 ตา โดยมีหนังตาและขนตา
ช่วยปอ้ งกนั ฝุ่นละอองไม่ให้เข้าอวัยวะตา
3. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
1. อธิบายลกั ษณะและความสำคัญของอวัยวะตาได้ (K)
2. ร่วมปฏบิ ตั ิกิจกรรมการเรยี นรู้เก่ยี วกับอวยั วะตากับผ้อู ื่นด้วยความสนใจและใฝ่รู้ (A)
3. สามารถสือ่ สารเพ่อื อธิบายถงึ ลักษณะและความสำคัญของอวยั วะตาอย่างถกู ต้องได้ (P)
4. สาระการเรยี นรู้
สาระการเรียนรูแ้ กนกลาง สาระการเรยี นรทู้ อ้ งถน่ิ
1.การเจริญเติบโตของร่างกาย พจิ ารณาตามหลักสตู รขอองสถานศึกษา
- การเปลยี่ นแปลงของร่างกายวัยเดก็
- ความสำคัญของการเปล่ียนแปลงของร่างกาย
- อาหารที่เหมาะสมกับวยั
5. กจิ กรรมการเรยี นรู้
คาบที่ 5
นท่ี 1: ข้ันนำเข้าสูบ่ ทเรยี น
1. นักเรียนรว่ มกันอ่านบตั รคำท่คี รูคัดลอกมาจากคำท่ีควรรู้ทลี ะคำ เพอื่ เปน็ การทบทวน
และเพ่มิ ทักษะในการอา่ น
2. นกั เรียนใหค้ วามหมายของคำว่า อวัยวะและอวยั วะภายนอกร่วมกนั เพอ่ื ทบทวนความรู้ใน
คาบเรียนท่ีผ่านมา
ข้นั ที่ 2: กจิ กรรมการเรยี นรู้
1. นกั เรยี นดูบัตรคำ คำว่า ตา ประกอบภาพดวงตาที่ครูชขู ึ้นใหด้ ู แลว้ ร่วมกนั บอกชื่อ ลกั ษณะ
และความสำคัญของอวัยวะดงั กล่าว
2. นกั เรยี นจบั คกู่ ับเพ่อื น สังเกตลกั ษณะและสขี องดวงตาของเพอ่ื น และร่วมกันบอกเล่าถึง
ลกั ษณะของดวงตา โดยภาพรวมพรอ้ มกัน
3. ครูใหค้ วามร้เู พม่ิ เติมเก่ียวกบั ลักษณะและความสำคัญของอวัยวะตาให้แกน่ ักเรยี น
ขน้ั ท่ี 3: ฝึกฝนทักษะและประสบการณ์
1. นักเรียนปฏิบตั กิ จิ กรรมการวาดภาพระบายสดี วงตา ลงในแผ่นภาพทคี่ รแู จกให้
2. นักเรยี นอาสาสมัครประมาณ 4–6 คน ออกมานำเสนอผลการปฏิบตั ิกจิ กรรม และให้
เพื่อน ๆ ชว่ ยกันวิจารณ์ โดยครคู อยช้ีแนะและใหค้ ำชมเชย
ขน้ั ที่ 4: การนำไปใช้
• มอบหมายนักเรียนไปขอความรจู้ ากผู้ปกครองเกี่ยวกับลกั ษณะความแตกต่างของสีดวงตาของคน
ในแต่ละภูมิภาควา่ สขี องดวงตามีความแตกต่างกันอยา่ งไร
ขนั้ ที่ 5: สรุปความรู้
1. ครแู ละนักเรียนร่วมกนั สรุปลกั ษณะและความสำคญั ของอวยั วะตา
2. นกั เรียนเขยี นบนั ทึกความรู้โดยสังเขปลงในสมุด
6. การวดั และประเมนิ ผล วธิ กี ารวดั ผล เครื่องมอื วดั เกณฑก์ ารประเมินผล
การวดั และประเมนิ ผลจุดประสงค์ - ตรวจกจิ กรรมฝึกทกั ษะ -กจิ กรรมฝกึ ทักษะ 80% ขึน้ ไป ถอื วา่
-ตรวจแบบฝกึ หัด -แบบฝึกหดั ผา่ นเกณฑ์การ
ความรคู้ วามเข้าใจ (K) ประเมนิ
-สังเกตพฤติกรรม การ - แบบประเมิน 80% ขนึ้ ไป ถือวา่
ทักษะ/กระบวนการ (P) ทำงานรายบคุ คล/กลุ่ม ทักษะและ ผ่านเกณฑก์ าร
กระบวนการทางสุข ประเมิน
คณุ ลักษณะนิสยั (A) 1. สังเกตจากการเรียนมี ศกึ ษาและพลศกึ ษา
ความรบั ผดิ ชอบต่องานทส่ี ่ัง 1. แบบสงั เกต 80% ขึน้ ไป ถอื ว่า
และสง่ งานไดท้ ันตามที่ พฤตกิ รรม ผา่ นเกณฑ์การ
กำหนด ประเมิน
2. สงั เกตจากการเรียนใฝ่
เรียนรู้
3. สงั เกตจากการมงุ่ มนั่ ใน
การทำงาน
7. ส่ือ/แหล่งการเรียนรู้
1. บตั รคำเก่ียวกบั อวัยวะภายนอก
2. ภาพแสดงลกั ษณะของสดี วงตา และใบหนา้ ของคนชาติตา่ ง ๆ
3. แผน่ ภาพดวงตาเพ่ือการวาดภาพระบายสี
4. อปุ กรณ์ประกอบการวาดภาพระบายสี
5. หนังสือเรยี น รายวชิ าพ้ืนฐาน สขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา ป. 1 บรษิ ัท สำนกั พมิ พ์
วัฒนาพานิช จำกดั
6. สอ่ื การเรียนรู้ สุขศกึ ษาและพลศกึ ษา สมบูรณ์แบบ ป. 1 บริษัท สำนักพมิ พว์ ัฒนาพานชิ จำกัด
7. แบบฝึกทกั ษะ สุขศึกษาและพลศกึ ษา ป. 1 บรษิ ทั สำนกั พิมพ์วฒั นาพานิช จำกดั
8. กจิ กรรมเสนอแนะ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชอื่ ...........................................ผสู้ อน ลงชื่อ...........................................ฝา่ ยวชิ าการ
ลงชือ่ ...........................................ผอู้ ำนวยการ
สัปดาหท์ ่ี 6
โรงเรียนขจรเกียรติพัฒนา
แผนการจัดการเรียนรู้
ภาคเรยี นท่ี 1 / ……. ช่อื ผู้สอน นายธนวัฒน์ ด้วงเสน
กล่มุ สาระ สขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา ช้นั ประถมศึกษาปีท่ี 1 จำนวน 1 คาบ
หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 2 ชีวิตและครอบครัว เร่อื ง ความหมายของครอบครวั
1. มาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตัวช้ีวดั
มาตรฐาน พ 1.1 เข้าใจและเหน็ คุณคา่ ตนเอง ครอบครัว เพศศกึ ษา และมที ักษะในการดำเนนิ ชีวิต
ตวั ชี้วดั ที่ ป .1/1 ระบสุ มาชิกในครอบครวั และความรักความผูกพนั ของสมาชิกทีม่ ตี อ่ กัน
ตัวชีว้ ัดที่ ป.1/2 บอกสง่ิ ท่ีช่นื ชอบและภาคภูมิใจในตนเอง
ตัวช้วี ัดท่ี ป .1/3 บอกลักษณะความแตกต่างระหว่างเพศชายและเพศหญงิ
2. สาระสำคญั
ครอบครัว คือ คนที่อยรู่ ่วมกนั มีความผูกพนั กัน โดยทั่วไปครอบครัวจะประกอบด้วยสมาชกิ ท่เี ปน็ พ่อ แม่ และลกู
แต่บางครอบครัวอาจมีจำนวนสมาชิกที่แตกต่างกัน
3. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
1. อธิบายความหมายและความสำคญั ของครอบครวั ได้ (K)
2. ร่วมศกึ ษาและปฏิบัติกิจกรรมการเรียนรู้เกยี่ วกบั ความหมาย ความสำคัญของครอบครวั กบั ผอู้ ่ืนด้วยความ
สนใจและมีระเบียบวินัย (A)
3. สามารถส่อื สารเพ่อื อธิบายความหมายและความสำคญั ของครอบครัวให้ผอู้ ื่นเขา้ ใจได้ (P)
4. สาระการเรียนรู้
สาระการเรียนร้แู กนกลาง สาระการเรยี นร้ทู อ้ งถน่ิ
1.การเจริญเติบโตของรา่ งกาย พจิ ารณาตามหลกั สตู รขอองสถานศกึ ษา
- การเปลี่ยนแปลงของรา่ งกายวยั เดก็
- ความสำคัญของการเปล่ียนแปลงของร่างกาย
- อาหารทเ่ี หมาะสมกบั วยั
5. กิจกรรมการเรยี นรู้
คาบท่ี 6
ขั้นเตรยี มก่อนนำเข้าส่บู ทเรียน
• ครูนำแบบทดสอบกอ่ นเรียนหนว่ ยการเรียนรูท้ ่ี 2 ชวี ิตและครอบครัว แจกให้นักเรยี น โดยครอู า่ น
ให้ นักเรียนฟังทีละขอ้ แลว้ ใหเ้ ลือกคำตอบทีละข้อ เพ่อื ทดสอบความรู้ ความเขา้ ใจ และสร้าง
ความสนใจ ก่อนการเรียนรู้
ข้นั ที่ 1: ข้ันนำเข้าส่บู ทเรียน
• นกั เรียนดูภาพแสดงถึงลักษณะครอบครวั ของสังคมไทยที่ครเู ตรยี มมา โดยให้รว่ มกนั บรรยายภาพที่
เห็นตามประเดน็ ตอ่ ไปนี้
– ภาพนแ้ี สดงถึงเรอ่ื งใด (ครอบครัว)
– นกั เรยี นคิดว่าจะมบี ุคคลใดบ้างในภาพ (พอ่ –แม่–ลกู )
(ครอู าจใช้คำถามอ่ืนให้เหมาะสมกับสถานการณ์ในการจัดการเรียนการสอนได)้
ข้ันที่ 2: กจิ กรรมการเรียนรู้
1. นกั เรียนแบง่ กลุ่ม แตล่ ะกลมุ่ รว่ มกันระดมความคดิ เห็นเกย่ี วกบั ความหมาย
และความสำคัญของครอบครัว
2. นกั เรยี นอาสาสมคั รแต่ละกลุม่ ออกมาสรุปข้อคดิ เห็นเกี่ยวกับความหมายและความสำคัญ
ของครอบครวั
3. ครแู ละนกั เรียนรว่ มกันสรุปความหมายและความสำคญั ของครอบครัวจากข้อคิดเห็นของแต่
ละกลุ่มร่วมกนั
ข้ันท่ี 3: ฝึกฝนทกั ษะและประสบการณ์
• นักเรียนอ่านเนอ้ื หาเรื่อง ความหมาย และความสำคัญของครอบครัวในหนังสือเรยี นฯ/หรอื ส่ือการ
เรยี นรสู้ ขุ ศกึ ษาและพลศึกษา สมบรู ณแ์ บบ ป. 1 ตามครู เพอ่ื สร้างเสริมทักษะ
ในการส่ือสารและทกั ษะการอ่านให้เกิดขนึ้ กับนักเรยี น
ข้ันท่ี 4: การนำไปใช้
• มอบหมายใหน้ กั เรยี นสำรวจข้อมลู เกีย่ วกับจำนวนสมาชกิ และความผูกพนั ของสมาชกิ
ภายในครอบครัวของตนเองมาเล่าให้เพ่ือนฟงั ในคาบเรยี นต่อไป
ข้นั ท่ี 5: สรุปความรู้
1. ครูและนักเรยี นร่วมกันสรุปความหมายและความสำคญั ของครอบครวั
2. นักเรยี นบนั ทกึ ความรู้โดยสังเขปลงในสมดุ บนั ทกึ
6. การวัดและประเมินผล วิธีการวดั ผล เครื่องมอื วัด เกณฑ์การประเมนิ ผล
การวดั และประเมินผลจุดประสงค์ - ตรวจกิจกรรมฝึกทักษะ -กิจกรรมฝกึ ทกั ษะ 80% ข้นึ ไป ถอื วา่
-ตรวจแบบฝกึ หดั -แบบฝกึ หดั ผา่ นเกณฑ์การ
ความร้คู วามเข้าใจ (K) ประเมนิ
-สังเกตพฤตกิ รรม การ - แบบประเมนิ 80% ขึ้นไป ถอื วา่
ทกั ษะ/กระบวนการ (P) ทำงานรายบุคคล/กลมุ่ ทักษะและ ผ่านเกณฑ์การ
กระบวนการทางสุข ประเมิน
คณุ ลักษณะนสิ ยั (A) 1. สังเกตจากการเรียนมี ศกึ ษาและพลศึกษา
ความรบั ผิดชอบตอ่ งานทสี่ ่ัง 1. แบบสังเกต 80% ขึน้ ไป ถอื วา่
และสง่ งานได้ทันตามท่ี พฤตกิ รรม ผา่ นเกณฑ์การ
กำหนด ประเมิน
2. สงั เกตจากการเรียนใฝ่
เรยี นรู้
3. สังเกตจากการมุ่งม่ันใน
การทำงาน
7. สอ่ื /แหลง่ การเรยี นรู้
1. แบบทดสอบก่อน–หลงั เรยี น หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 2 ชวี ิตและครอบครัว
2. ภาพแสดงลักษณะของครอบครวั ในสังคมไทย
3. หนังสอื เรยี น รายวชิ าพื้นฐาน สขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา ป. 1 บรษิ ทั สำนักพมิ พ์ วัฒนาพานิชจำกดั
4. สื่อการเรยี นรู้ สุขศกึ ษาและพลศกึ ษา สมบรู ณ์แบบ ป. 1 บรษิ ทั สำนักพิมพ์วัฒนาพานชิ จำกดั
5. แบบฝึกทักษะ รายวิชาพน้ื ฐาน สขุ ศึกษาและพลศึกษา ป. 1 บริษัท สำนกั พิมพ์วัฒนาพานิช จำกัด
8. กจิ กรรมเสนอแนะ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชือ่ ...........................................ผู้สอน ลงชื่อ...........................................ฝ่ายวิชาการ
ลงชอ่ื ...........................................ผอู้ ำนวยการ
สัปดาหท์ ี่ 7
โรงเรยี นขจรเกยี รติพัฒนา
แผนการจัดการเรียนรู้
ภาคเรยี นที่ 1 / ……. ช่อื ผู้สอน นายธนวฒั น์ ด้วงเสน
กลมุ่ สาระ สขุ ศึกษาและพลศกึ ษา ช้ัน ประถมศึกษาปที ี่ 1 จำนวน 1 คาบ
หนว่ ยการเรยี นรูท้ ่ี 2 ชีวติ และครอบครัว เรื่อง ความหมายของครอบครวั
1. มาตรฐานการเรียนร/ู้ ตัวช้วี ัด
มาตรฐาน พ 1.1 เขา้ ใจและเหน็ คุณค่าตนเอง ครอบครวั เพศศึกษา และมีทกั ษะในการดำเนินชีวิต
ตวั ช้ีวดั ที่ ป .1/1 ระบุสมาชิกในครอบครวั และความรักความผกู พนั ของสมาชกิ ที่มตี อ่ กัน
ตวั ชี้วดั ท่ี ป.1/2 บอกสง่ิ ทช่ี ืน่ ชอบและภาคภูมใิ จในตนเอง
ตวั ชีว้ ดั ท่ี ป .1/3 บอกลักษณะความแตกต่างระหวา่ งเพศชายและเพศหญงิ
2. สาระสำคัญ
ครอบครัว คือ คนทอ่ี ยู่ร่วมกนั มีความผูกพันกนั โดยท่ัวไปครอบครัวจะประกอบด้วยสมาชิกทเ่ี ปน็ พ่อ แม่ และลูก
แต่บางครอบครัวอาจมีจำนวนสมาชิกท่ีแตกตา่ งกัน
3. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
1. อธิบายความหมายและความสำคัญของครอบครวั ได้ (K)
2. ร่วมศกึ ษาและปฏบิ ัตกิ ิจกรรมการเรียนรู้เกย่ี วกับความหมาย ความสำคัญของครอบครวั กับผู้อ่ืนด้วยความ
สนใจและมีระเบยี บวินัย (A)
3. สามารถสอ่ื สารเพอ่ื อธิบายความหมายและความสำคญั ของครอบครวั ให้ผอู้ ื่นเข้าใจได้ (P)
4. สาระการเรยี นรู้
สาระการเรียนร้แู กนกลาง สาระการเรียนรทู้ อ้ งถ่ิน
1.การเจริญเติบโตของรา่ งกาย พจิ ารณาตามหลกั สูตรขอองสถานศึกษา
- การเปลี่ยนแปลงของรา่ งกายวัยเด็ก
- ความสำคัญของการเปล่ียนแปลงของร่างกาย
- อาหารทเ่ี หมาะสมกับวัย
5. กิจกรรมการเรยี นรู้
คาบท่ี 7
ขั้นเตรยี มกอ่ นนำเข้าสู่บทเรียน
• ครนู ำแบบทดสอบกอ่ นเรยี นหนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 2 ชวี ติ และครอบครวั แจกใหน้ ักเรียน โดยครอู า่ น
ให้ นกั เรียนฟงั ทลี ะขอ้ แลว้ ใหเ้ ลอื กคำตอบทลี ะข้อ เพือ่ ทดสอบความรู้ ความเข้าใจ และสรา้ ง
ความสนใจ กอ่ นการเรียนรู้
ข้นั ท่ี 1: ขนั้ นำเข้าสบู่ ทเรยี น
• นกั เรียนดภู าพแสดงถงึ ลักษณะครอบครวั ของสงั คมไทยทีค่ รเู ตรยี มมา โดยให้รว่ มกันบรรยายภาพที่
เหน็ ตามประเดน็ ต่อไปนี้
– ภาพนี้แสดงถงึ เรือ่ งใด (ครอบครัว)
– นกั เรยี นคิดว่าจะมบี คุ คลใดบ้างในภาพ (พอ่ –แม่–ลกู )
(ครูอาจใชค้ ำถามอนื่ ให้เหมาะสมกับสถานการณใ์ นการจัดการเรียนการสอนได้)
ข้นั ท่ี 2: กจิ กรรมการเรยี นรู้
1. นกั เรียนแบง่ กลุ่ม แตล่ ะกลุ่มรว่ มกนั ระดมความคิดเห็นเกีย่ วกบั ความหมาย
และความสำคัญของครอบครวั
2. นักเรยี นอาสาสมคั รแต่ละกลุ่มออกมาสรปุ ข้อคิดเหน็ เกย่ี วกบั ความหมายและความสำคญั
ของครอบครวั
3. ครแู ละนกั เรยี นรว่ มกนั สรุปความหมายและความสำคัญของครอบครัวจากข้อคดิ เห็นของแต่
ละกลุ่มร่วมกัน
ขนั้ ท่ี 3: ฝกึ ฝนทกั ษะและประสบการณ์
• นกั เรียนอา่ นเนอื้ หาเรื่อง ความหมาย และความสำคัญของครอบครวั ในหนงั สือเรียนฯ/หรอื ส่ือการ
เรยี นร้สู ุขศึกษาและพลศึกษา สมบูรณ์แบบ ป. 1 ตามครู เพอื่ สรา้ งเสริมทกั ษะ
ในการสื่อสารและทกั ษะการอ่านให้เกิดขึ้นกบั นักเรยี น
ขน้ั ที่ 4: การนำไปใช้
• มอบหมายให้นกั เรยี นสำรวจขอ้ มลู เก่ียวกับจำนวนสมาชกิ และความผูกพันของสมาชกิ
ภายในครอบครัวของตนเองมาเล่าให้เพอื่ นฟังในคาบเรยี นต่อไป
ขนั้ ที่ 5: สรปุ ความรู้
1. ครแู ละนกั เรยี นรว่ มกนั สรุปความหมายและความสำคัญของครอบครวั
2. นกั เรยี นบนั ทกึ ความรูโ้ ดยสงั เขปลงในสมุดบนั ทกึ
6. การวดั และประเมนิ ผล วธิ กี ารวัดผล เคร่ืองมือวดั เกณฑก์ ารประเมินผล
การวดั และประเมนิ ผลจุดประสงค์ - ตรวจกจิ กรรมฝกึ ทกั ษะ -กิจกรรมฝกึ ทักษะ 80% ขน้ึ ไป ถอื ว่า
-ตรวจแบบฝกึ หัด -แบบฝึกหัด ผา่ นเกณฑ์การ
ความรู้ความเข้าใจ (K) ประเมนิ
-สังเกตพฤติกรรม การ - แบบประเมนิ 80% ขึ้นไป ถอื ว่า
ทกั ษะ/กระบวนการ (P) ทำงานรายบุคคล/กลุ่ม ทักษะและ ผ่านเกณฑก์ าร
กระบวนการทางสขุ ประเมนิ
คณุ ลักษณะนิสยั (A) 1. สังเกตจากการเรยี นมี ศึกษาและพลศกึ ษา
ความรับผดิ ชอบตอ่ งานทส่ี ่ัง 1. แบบสังเกต 80% ขน้ึ ไป ถอื วา่
และสง่ งานไดท้ ันตามที่ พฤติกรรม ผ่านเกณฑ์การ
กำหนด ประเมนิ
2. สังเกตจากการเรียนใฝ่
เรียนรู้
3. สังเกตจากการมุง่ มนั่ ใน
การทำงาน
7. สื่อ/แหลง่ การเรียนรู้
1. แบบทดสอบก่อน–หลังเรียน หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 2 ชีวติ และครอบครัว
2. ภาพแสดงลักษณะของครอบครวั ในสังคมไทย
3. หนงั สอื เรยี น รายวิชาพ้ืนฐาน สุขศกึ ษาและพลศึกษา ป. 1 บริษทั สำนกั พิมพ์ วฒั นาพานิชจำกัด
4. สอื่ การเรียนรู้ สุขศึกษาและพลศกึ ษา สมบรู ณแ์ บบ ป. 1 บริษัท สำนักพิมพ์วัฒนาพานิช จำกดั
5. แบบฝกึ ทักษะ รายวิชาพ้ืนฐาน สุขศึกษาและพลศึกษา ป. 1 บรษิ ัท สำนักพิมพว์ ัฒนาพานิช จำกดั
8. กจิ กรรมเสนอแนะ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชอ่ื ...........................................ผ้สู อน ลงชอื่ ...........................................ฝา่ ยวิชาการ
ลงชอ่ื ...........................................ผ้อู ำนวยการ
สัปดาหท์ ี่ 8
โรงเรียนขจรเกียรตพิ ัฒนา
แผนการจดั การเรยี นรู้
ภาคเรยี นท่ี 1 / …….. ชือ่ ผูส้ อน นายธนวัฒน์ ด้วงเสน
กลุม่ สาระ สขุ ศกึ ษาและพลศึกษา ชั้น ประถมศกึ ษาปที ี่ 1 จำนวน 1 คาบ
หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 ชวี ติ และครอบครวั เร่อื ง การสร้างความรักและความผกู พันในครอบครวั
1. มาตรฐานการเรยี นรู้/ตวั ช้ีวัด
มาตรฐาน พ.1/1 เขา้ ใจและเห็นคุณคา่ ตนเอง ครอบครัว เพศศึกษา และมที ักษะในการดำเนนิ ชวี ติ
ตวั ชวี้ ดั ท่ี ป.1/1 ระบุสมาชกิ ในครอบครัวและความรกั ความผกู พนั ของสมาชกิ ท่มี ีต่อกนั
ตัวชว้ี ดั ที่ ป.1/2 บอกส่งิ ท่ีช่นื ชอบและภาคภมู ใิ จในตนเอง
ตวั ชว้ี ดั ที่ ป.1/3 บอกลักษณะความแตกตา่ งระหว่างเพศชายและเพศหญิง
2. สาระสำคญั
ความรักและความผกู พันของสมาชิกในครอบครัวเป็นส่ิงสำคัญต่อการเป็นครอบครัวทอ่ี บอนุ่ ซ่งึ จะส่งผลให้สมาชิก
ในครอบครัวมีความสขุ กายสบายใจ
3. จุดประสงค์การเรยี นรู้
1. อธิบายแนวทางในการสร้างความรกั และความผกู พันในครอบครัวอยา่ งถกู ต้องได้ (K)
2. ร่วมศึกษาและปฏบิ ตั ิกจิ กรรมการเรียนรู้เก่ียวกับแนวทางในการสร้างความรกั และความ
ผกู พนั ในครอบครวั กับผู้อ่ืนด้วยความสนใจและมรี ะเบยี บวนิ ัย (A)
3. สามารถสอ่ื สารเพ่อื ระบุแนวทางในการปฏิบัตเิ พอื่ สรา้ งความรักและความผกู พนั ในครอบครัวให้ผู้อ่นื เข้าใจ
ได้ (P)
4. สาระการเรยี นรู้
สาระการเรียนรแู้ กนกลาง สาระการเรยี นร้ทู อ้ งถ่ิน
1.การเจริญเติบโตของรา่ งกาย พจิ ารณาตามหลกั สูตรขอองสถานศึกษา
- การเปล่ยี นแปลงของรา่ งกายวัยเด็ก
- ความสำคญั ของการเปลี่ยนแปลงของรา่ งกาย
- อาหารทเี่ หมาะสมกบั วยั
5. กิจกรรมการเรียนรู้
คาบท่ี 8
ขนั้ ที่ 1: ข้นั นำเข้าสู่บทเรียน
1. ครูและนักเรยี นสนทนาร่วมกนั เพือ่ ทบทวนความรู้และการปฏิบตั กิ จิ กรรมในคาบเรียนทีผ่ า่ นมา
2. ครูสมุ่ นกั เรยี นใหแ้ สดงความคิดเหน็ เพอ่ื สร้างความเข้าใจเกี่ยวกบั ความหมายและความสำคญั
ของครอบครวั ทอ่ี บอนุ่ โดยใช้ประเด็นคำถาม เช่น
– ครอบครัวท่ีอบอุ่นมีลกั ษณะสำคญั อยา่ งไร (ทกุ คนมีความรกั ความสามัคคีกนั )
– การอาศัยอยใู่ นครอบครวั ทอี่ บอนุ่ ส่งผลดีตอ่ เราอยา่ งไร (ทำให้สมาชิกในครอบครวั มคี วามสขุ
กายสบายใจ)
ขั้นท่ี 2: กจิ กรรมการเรยี นรู้
• ความรักและความผูกพนั ในครอบครัว (ขอ้ 1–2)
1. ครแู ละนักเรียนสรุปความหมายและความสำคญั ของครอบครวั อบอุ่นร่วมกนั
2. นกั เรยี นอ่านเนื้อหาความรหู้ ัวขอ้ 1.3 หัวขอ้ 1 และหวั ข้อ 2 ในหนังสอื เรียนฯ/หรอื ในสื่อการ
เรยี นรู้ สขุ ศึกษาและพลศึกษา สมบูรณ์แบบ ป. 1 ตามครูเพอื่ สรา้ งเสริมทกั ษะการ อ่าน และ
ความสามารถในการคดิ
ขั้นท่ี 3: ฝึกฝนทกั ษะและประสบการณ์
• นกั เรียนผลดั กนั เลา่ ถงึ สง่ิ ท่ตี นเองปฏบิ ตั ิเป็นกจิ วตั รประจำวันท่ีบา้ นให้เพอ่ื นฟงั ในชนั้ เรียน
ขั้นที่ 4: การนำไปใช้
• มอบหมายให้นักเรียนปฏบิ ตั ิกจิ กรรมการบนั ทึกการปฏบิ ตั ิต่อครอบครวั โดยนำมา เสนอในคาบ
เรียนตอ่ ไป
ขัน้ ที่ 5: สรปุ ความรู้
1. ครแู ละนกั เรียนสรปุ ความรู้ทไี่ ด้รบั จากการอา่ นเนื้อหาหวั ขอ้ 1 และ 2 ร่วมกัน
2. นักเรยี นบนั ทึกความรู้โดยสังเขปลงในสมุดบนั ทึก
6. การวัดและประเมนิ ผล วธิ ีการวัดผล เคร่ืองมือวัด เกณฑก์ ารประเมินผล
การวัดและประเมนิ ผลจดุ ประสงค์ - ตรวจกจิ กรรมฝกึ ทักษะ -กิจกรรมฝกึ ทกั ษะ 80% ขึน้ ไป ถอื ว่า
-ตรวจแบบฝกึ หัด -แบบฝกึ หัด ผ่านเกณฑ์การ
ความรูค้ วามเข้าใจ (K) ประเมนิ
-สังเกตพฤตกิ รรม การ - แบบประเมิน 80% ขึ้นไป ถือวา่
ทกั ษะ/กระบวนการ (P) ทำงานรายบคุ คล/กลุม่ ทักษะและ ผ่านเกณฑก์ าร
กระบวนการทางสุข ประเมนิ
คุณลกั ษณะนิสยั (A) 1. สงั เกตจากการเรียนมี ศึกษาและพลศกึ ษา
ความรับผดิ ชอบตอ่ งานที่ส่ัง 1. แบบสงั เกต 80% ขนึ้ ไป ถอื ว่า
และสง่ งานไดท้ ันตามที่ พฤตกิ รรม ผ่านเกณฑ์การ
กำหนด ประเมิน
2. สังเกตจากการเรียนใฝ่
เรียนรู้
3. สังเกตจากการมุ่งมน่ั ใน
การทำงาน
7. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้
1. ภาพกจิ กรรมท่ีแสดงถงึ ลกั ษณะของการให้ความชว่ ยเหลือกันของสมาชกิ ภายในครอบครัว
2. หนังสือเรียน รายวิชาพ้ืนฐาน สุขศกึ ษาและพลศึกษา ป. 1 บริษัท สำนักพิมพ์วฒั นาพานิช จำกดั
3. สอื่ การเรยี นรู้ สขุ ศึกษาและพลศกึ ษา สมบูรณ์แบบ ป. 1 บรษิ ัท สำนกั พมิ พ์วฒั นาพานิช จำกดั
4. แบบฝึกทกั ษะ รายวชิ าพ้นื ฐาน สุขศกึ ษาและพลศึกษา ป. 1 บริษัท สำนกั พิมพว์ ฒั นาพานชิ จำกดั
8. กิจกรรมเสนอแนะ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชื่อ...........................................ผู้สอน ลงชอื่ ...........................................ฝ่ายวชิ าการ
ลงช่อื ...........................................ผ้อู ำนวยการ
สปั ดาห์ที่ 9
โรงเรียนขจรเกียรตพิ ัฒนา
แผนการจดั การเรยี นรู้
ภาคเรยี นท่ี 1 / …….. ชือ่ ผสู้ อน นายธนวฒั น์ ด้วงเสน
กลุ่มสาระ สุขศึกษาและพลศกึ ษา ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 1 จำนวน 1 คาบ
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 2 ชวี ิตและครอบครัว เรอ่ื ง การสรา้ งความรักและความผูกพันในครอบครัว
1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ช้ีวดั
มาตรฐาน พ.1/1 เขา้ ใจและเห็นคณุ ค่าตนเอง ครอบครัว เพศศึกษา และมที กั ษะในการดำเนนิ ชวี ติ
ตวั ชีว้ ดั ท่ี ป.1/1 ระบุสมาชกิ ในครอบครวั และความรักความผกู พนั ของสมาชกิ ท่ีมตี ่อกนั
ตัวช้วี ดั ที่ ป.1/2 บอกสิ่งที่ชน่ื ชอบและภาคภมู ิใจในตนเอง
ตวั ช้ีวดั ที่ ป.1/3 บอกลกั ษณะความแตกต่างระหว่างเพศชายและเพศหญิง
2. สาระสำคัญ
ความรกั และความผกู พันของสมาชิกในครอบครัวเป็นสิ่งสำคัญตอ่ การเป็นครอบครัวทอี่ บอนุ่ ซง่ึ จะส่งผลให้สมาชิก
ในครอบครวั มีความสขุ กายสบายใจ
3. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
1. อธิบายแนวทางในการสรา้ งความรักและความผูกพนั ในครอบครัวอย่างถกู ตอ้ งได้ (K)
2. ร่วมศึกษาและปฏบิ ตั ิกิจกรรมการเรยี นรู้เกยี่ วกบั แนวทางในการสร้างความรักและความ
ผูกพันในครอบครวั กับผูอ้ ื่นดว้ ยความสนใจและมรี ะเบียบวนิ ัย (A)
3. สามารถส่อื สารเพอื่ ระบุแนวทางในการปฏบิ ตั ิเพอ่ื สรา้ งความรักและความผกู พนั ในครอบครัวให้ผ้อู ่ืนเข้าใจ
ได้ (P)
4. สาระการเรยี นรู้
สาระการเรียนรู้แกนกลาง สาระการเรียนรูท้ อ้ งถนิ่
1.การเจรญิ เติบโตของรา่ งกาย พจิ ารณาตามหลักสูตรขอองสถานศึกษา
- การเปล่ยี นแปลงของร่างกายวยั เดก็
- ความสำคัญของการเปล่ียนแปลงของรา่ งกาย
- อาหารทเี่ หมาะสมกับวยั
5. กิจกรรมการเรยี นรู้
คาบที่ 9
ขน้ั ที่ 1: ขนั้ นำเข้าสบู่ ทเรยี น
1. ครแู ละนักเรยี นสนทนารว่ มกันเพ่อื ทบทวนความรู้และการปฏิบตั ิกจิ กรรมในคาบเรียนทีผ่ า่ นมา
2. ครสู ุ่มนกั เรียนใหแ้ สดงความคิดเหน็ เพอื่ สร้างความเขา้ ใจเกีย่ วกับความหมายและความสำคัญ
ของครอบครัวที่อบอนุ่ โดยใช้ประเด็นคำถาม เช่น
– ครอบครัวที่อบอุ่นมีลกั ษณะสำคัญอย่างไร (ทุกคนมีความรัก ความสามคั คกี นั )
– การอาศัยอยใู่ นครอบครวั ทีอ่ บอนุ่ ส่งผลดีตอ่ เราอยา่ งไร (ทำให้สมาชกิ ในครอบครัวมคี วามสุข
กายสบายใจ)
ข้นั ท่ี 2: กจิ กรรมการเรยี นรู้
• ความรักและความผูกพนั ในครอบครวั (ขอ้ 1–2)
1. ครแู ละนกั เรียนสรุปความหมายและความสำคัญของครอบครวั อบอุน่ ร่วมกัน
2. นกั เรียนอ่านเนือ้ หาความรหู้ ัวขอ้ 1.3 หัวข้อ 1 และหัวข้อ 2 ในหนังสอื เรียนฯ/หรือในสอ่ื การ
เรียนรู้ สขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา สมบรู ณ์แบบ ป. 1 ตามครูเพอื่ สรา้ งเสรมิ ทักษะการ อ่าน และ
ความสามารถในการคดิ
ข้ันท่ี 3: ฝกึ ฝนทักษะและประสบการณ์
• นักเรียนผลดั กันเลา่ ถึงส่ิงทตี่ นเองปฏิบัติเป็นกจิ วตั รประจำวันท่บี ้านใหเ้ พือ่ นฟังในชนั้ เรียน
ข้ันที่ 4: การนำไปใช้
• มอบหมายให้นกั เรียนปฏิบัตกิ จิ กรรมการบนั ทึกการปฏบิ ัตติ ่อครอบครัวโดยนำมา เสนอในคาบ
เรียนต่อไป
ข้ันท่ี 5: สรปุ ความรู้
1. ครแู ละนักเรยี นสรุปความรู้ทีไ่ ดร้ ับจากการอ่านเนื้อหาหัวข้อ 1 และ 2 ร่วมกัน
2. นกั เรียนบนั ทกึ ความรู้โดยสังเขปลงในสมดุ บนั ทึก
6. การวัดและประเมนิ ผล วธิ ีการวดั ผล เครื่องมือวัด เกณฑ์การประเมนิ ผล
การวัดและประเมนิ ผลจดุ ประสงค์ - ตรวจกิจกรรมฝกึ ทักษะ -กิจกรรมฝึกทักษะ 80% ขน้ึ ไป ถือวา่
-ตรวจแบบฝกึ หดั -แบบฝึกหัด ผา่ นเกณฑก์ าร
ความร้คู วามเข้าใจ (K) ประเมนิ
- แบบประเมนิ
ทกั ษะ/กระบวนการ (P) -สังเกตพฤตกิ รรม การ ทักษะและ 80% ข้ึนไป ถอื วา่
ทำงานรายบคุ คล/กลุม่ กระบวนการทางสขุ ผ่านเกณฑ์การ
ศกึ ษาและพลศึกษา ประเมิน
คุณลักษณะนสิ ัย (A) 1. สังเกตจากการเรยี นมี 1. แบบสังเกต 80% ข้ึนไป ถือวา่
ความรับผดิ ชอบต่องานท่สี ่ัง พฤตกิ รรม ผา่ นเกณฑ์การ
และสง่ งานได้ทนั ตามที่ ประเมนิ
กำหนด
2. สังเกตจากการเรียนใฝ่
เรยี นรู้
3. สังเกตจากการมงุ่ ม่นั ใน
การทำงาน
7. สอื่ /แหล่งการเรียนรู้
1. ภาพกิจกรรมทีแ่ สดงถึงลกั ษณะของการใหค้ วามช่วยเหลือกนั ของสมาชกิ ภายในครอบครัว
2. หนงั สือเรยี น รายวิชาพ้ืนฐาน สขุ ศกึ ษาและพลศึกษา ป. 1 บรษิ ทั สำนกั พิมพว์ ฒั นาพานชิ จำกัด
3. สือ่ การเรยี นรู้ สขุ ศึกษาและพลศกึ ษา สมบรู ณแ์ บบ ป. 1 บริษทั สำนกั พิมพ์วฒั นาพานิช จำกดั
4. แบบฝึกทกั ษะ รายวิชาพนื้ ฐาน สุขศึกษาและพลศึกษา ป. 1 บริษทั สำนกั พิมพ์วัฒนาพานิช จำกัด
8. กจิ กรรมเสนอแนะ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชอ่ื ...........................................ผู้สอน ลงชอ่ื ...........................................ฝา่ ยวชิ าการ
ลงช่อื ...........................................ผู้อำนวยการ
สัปดาห์ที่ 11
โรงเรยี นขจรเกียรตพิ ฒั นา
แผนการจัดการเรยี นรู้
ภาคเรียนที่ 1 / …….. ช่อื ผู้สอน นายธนวัฒน์ ดว้ งเสน
กลุ่มสาระ สขุ ศึกษาและพลศกึ ษา ชนั้ ประถมศึกษาปีที่ 1 จำนวน 1 คาบ
หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 3 เพ่ิมพูนทกั ษะการเคล่ือนไหว เรอ่ื ง ดำนำ้ เกบ็ ของ
1. มาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตัวชีว้ ัด
มาตรฐานที่ พ 3.1เขา้ ใจ มที ักษะในการเคลื่อน กจิ กรรมทางกาย การเล่นเกม และกฬี า
ตวั ชี้วัดที่ ป. 3/1ควบคุมการเคล่ือนไหวร่างกายขณะอยูก่ บั ที่ เคลอ่ื นที่ และใช้อปุ กรณ์ประกอบอย่างมีทศิ ทาง
2. สาระสำคญั
การดำนำ้ เก็บของ เป็นทกั ษะการฝกึ ขั้นพน้ื ฐานของการเล่นกีฬาวา่ ยน้ำ เพราะเป็นการฝกึ ท่ีเนน้ จังหวะการ
กลัน่ หายใจในน้ำใหไ้ ด้นานท่สี ดุ เพ่อื ใหเ้ กิดความเคยชินกับการอยใู่ นน้ำการดำขนึ้ ลงในน้ำทำให้อวัยวะส่วนต่างๆของ
รา่ งกายทำงานสัมพันธ์กัน
3. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
1.สามารถอธิบายและเขา้ ใจการดำน้ำเกบ็ ของอย่างถูกตอ้ งได้(K)
2. สนใจเขา้ ร่วมปฏิบตั ิกจิ กรรมการเรียนรู้เกี่ยวกับการดำน้ำเกบ็ ของ(A)
3. สามารถปฏบิ ตั ิทักษะการดำนำ้ เกบ็ ของไดถ้ ูกต้อง (P)
4. สาระการเรยี นรู้ สาระการเรยี นรู้ทอ้ งถิน่
พจิ ารณาตามหลกั สตู รขอองสถานศกึ ษา
สาระการเรียนรู้แกนกลาง
1.ประวัตคิ วามเปน็ มาและทกั ษะการดำน้ำเกบ็
ของ
-ทักษะเบอื้ งต้นของการดำนำ้ เก็บของ
5. กิจกรรมการเรยี นรู้
คาบท่ี 11
ข้ันท่ี 1 นำเข้าสบู่ ทเรียน
1. แบ่งกลมุ่ ผู้เรยี น 4 กลุ่ม กล่มุ ละประมาณ 8-9 คนแยก-ชายหญงิ จะไดช้ าย 2 แถวหญิง 2 แถว เรียง
ตามลำดับไหล่
2. สำรวจจำนวนนักเรียนการเข้าแถว ความพร้อมและสุขภาพของผู้เรยี น
3. สำรวจอปุ กรณแ์ ละการแตง่ กายและสขุ ภาพของนกั เรยี น
-เคร่อื งแต่งกาย
4. ครอู ธบิ ายสาระการเรียนร้ใู ห้นกั เรียนทราบ
5. อบอุ่นรา่ งกาย แจ้งจุดประสงคก์ ารเรียนรู้ และให้นักเรยี นอบอุน่ ร่างกายเพอื่ เตรียมความพร้อมโดยการอบอุ่น
ร่างกายแบบอยู่กบั ที่ว่ิงรอบสระ 5 รอบ
ขนั้ ท่ี 2 กิจกรรมการเรียนรู้
1.ใหน้ กั เรียนเขา้ แถวหนา้ กระดาน 4 แถว แบ่งเป็นชาย 2 แถว หญิง 2 แถว จัดแถวเสร็จแล้วให้น่ังลง
☺☺☺☺
☺☺☺☺
☺☺☺☺
☺☺☺☺
☺☺☺☺
☺☺☺☺
= ครู ☺ = นกั เรยี น
2. ครูอธิบายความสำคัญของการดำน้ำเกบ็ ของให้นกั เรยี นฟัง
3. ครูอธิบายแบบฝึกการดำน้ำเก็บของ พร้อมทงั้ ทำให้ดเู ป็นตวั อย่าง
- การเป่าลมออกในนำ้
- การกลั่นหายใจในน้ำ
ขน้ั ท่ี 3 ฝกึ ฝนทกั ษะและประสบการณ์
1.ให้นักเรียนเข้าตอน 4 แถว แบ่งเป็นชาย แถวที่ 1,2 หญิงแถวที่ 3,4
2.ใหน้ กั เรียนฝกึ การดำนำ้ เก็บของท่แี ถว เป็นจังหวะตามสญั ญาณนกหวีด
3.ใหค้ รูผู้สอนคอ่ ยแนะนำการปฏิบตั ขิ องนกั เรยี น
☺ ☺ ☺ ☺
☺☺ ☺☺
☺☺ ☺☺
☺☺ ☺☺
= ครู ☺ = นกั เรยี น
ขนั้ ที่ 4 การ นำไปใช้
1.ใหน้ ักเรียนเข้าตอน 4 แถว แบง่ เปน็ ชาย แถวที่ 1,2 หญิงแถวท่ี 3,4
2.ใหแ้ ตแ่ ถวสง่ ตวั แทนมา แถวละ 2 คน
3.ทำการแข่งขันการดำน้ำเก็บของ แถวไหนเกบ็ ได้เยอะกเ็ ปน็ ฝา่ ยชนะ
4.นักเรียนทเี่ หลือของแตล่ ะแถว เป็นผ้ชู ว่ ยบอกว่าของอยู่ตรงไหนใหก้ ับเพ่อื นที่เป็นตัวแทน
☺☺ ☺☺ ☺☺ ☺☺
☺ ☺ ☺ ☺
☺☺ ☺☺
☺☺ ☺☺
☺☺ ☺☺
= ครู ☺ = นักเรียน
ขน้ั ที่ 5 สรุปความรู้
1.ใหน้ กั เรยี นเขา้ แถวตอน 4 แถว แล้วนงั่ ลง
2.ครูใหน้ กั เรียนท่ีปฏิบตั กิ ารดำนำ้ เกบ็ ของไดถ้ ูกตอ้ งออกมาทำให้เพ่ือนดู
3.ครูกลา่ วสรปุ ร่วมกับนักเรียน
4.ครูกล่าวชมเชยสำหรบั นักเรียนทปี่ ฏิบัติได้ถกู ตอ้ งและใหก้ ำลังใจสำหรบั นกั เรียนที่ยังปฏิบตั ไิ ม่ค่อยได้
5.ครใู หน้ ักเรียนไปอาบนำ้ ล้างตัว
☺☺☺☺
☺☺☺☺
☺☺☺☺
☺☺☺☺
= ครู ☺ = นกั เรยี น
6. การวดั และประเมนิ ผล วธิ กี ารวดั ผล เคร่ืองมือวัด เกณฑ์การ
การวดั และประเมนิ ผล ประเมนิ ผล
จดุ ประสงค์ - ตรวจกิจกรรมฝึกทักษะ -กจิ กรรมฝกึ ทกั ษะ
-ตรวจแบบฝึกหดั -แบบฝึกหดั 80% ขึ้นไป ถือว่า
ความรคู้ วามเข้าใจ (K) ผา่ นเกณฑก์ าร
ประเมิน
ทักษะ/กระบวนการ (P) -สังเกตพฤติกรรม การ - แบบประเมิน 80% ข้นึ ไป ถอื ว่า
คุณลกั ษณะนสิ ยั (A)
ทำงานรายบุคคล/กลุ่ม ทักษะและ ผ่านเกณฑก์ าร
กระบวนการทางสขุ ประเมิน
ศกึ ษาและพลศกึ ษา
1. สังเกตจากการเรยี นมี 1. แบบสังเกต 80% ข้ึนไป ถอื วา่
ความรบั ผดิ ชอบตอ่ งานท่สี ั่ง พฤตกิ รรม ผา่ นเกณฑก์ าร
และส่งงานได้ทันตามท่ี ประเมิน
กำหนด
2. สังเกตจากการเรยี นใฝ่
เรยี นรู้
3. สังเกตจากการมุง่ มนั่ ใน
การทำงาน
7. สื่อ/อุปกรณ์/แหล่งการเรียนรู้
1. สระว่ายนำ้
2. สง่ิ ของทจี่ มนำ้
8. กิจกรรมเสนอแนะ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................
ลงชอ่ื .................................................ผสู้ อนลง ชอื่ ...............................................ฝ่ายวชิ าการ
(.................................................................) (.................................................................)
ลงชอ่ื ...........................................ผู้อำนวยการ
(.................................................................)
สปั ดาห์ที่ 12
โรงเรียนขจรเกยี รติพฒั นา
แผนการจัดการเรียนรู้
ภาคเรียนท่ี 1 / …….. ช่อื ผสู้ อน นายธนวฒั น์ ด้วงเสน
กลมุ่ สาระ สุขศกึ ษาและพลศึกษา ช้ัน ประถมศึกษาปที ่ี 1 จำนวน 1 คาบ
หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 3 เพม่ิ พูนทักษะการเคลื่อนไหว เรื่อง ดำนำ้ เกบ็ ของ
1. มาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตวั ชีว้ ัด
มาตรฐานที่ พ 3.1เขา้ ใจ มที ักษะในการเคล่อื น กจิ กรรมทางกาย การเล่นเกม และกฬี า
ตวั ช้วี ัดที่ ป. 3/1ควบคมุ การเคลื่อนไหวร่างกายขณะอยู่กบั ท่ี เคล่ือนที่ และใชอ้ ปุ กรณ์ประกอบอย่างมีทิศทาง
2. สาระสำคญั
การดำนำ้ เก็บของ เปน็ ทกั ษะการฝึกขน้ั พน้ื ฐานของการเลน่ กฬี าว่ายน้ำ เพราะเปน็ การฝึกทเ่ี น้นจงั หวะการ
กลน่ั หายใจในน้ำให้ไดน้ านทสี่ ดุ เพอ่ื ให้เกิดความเคยชนิ กบั การอยู่ในน้ำการดำข้นึ ลงในน้ำทำให้อวัยวะส่วนต่างๆของ
ร่างกายทำงานสมั พันธ์กัน
3. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
1.สามารถอธิบายและเข้าใจการดำน้ำเกบ็ ของอย่างถูกต้องได้(K)
2. สนใจเข้ารว่ มปฏบิ ัติกิจกรรมการเรียนรู้เกี่ยวกับการดำน้ำเกบ็ ของ(A)
3. สามารถปฏิบตั ทิ ักษะการดำน้ำเก็บของไดถ้ กู ต้อง (P)
4. สาระการเรยี นรู้ สาระการเรยี นรทู้ ้องถิ่น
พจิ ารณาตามหลกั สูตรขอองสถานศึกษา
สาระการเรียนรู้แกนกลาง
1.ประวตั คิ วามเปน็ มาและทักษะการดำนำ้ เกบ็
ของ
-ทกั ษะเบ้ืองตน้ ของการดำน้ำเกบ็ ของ
5. กจิ กรรมการเรยี นรู้
คาบท่ี 12
ข้ันที่ 1 นำเขา้ สบู่ ทเรยี น
1. แบ่งกลุม่ ผู้เรยี น 4 กลมุ่ กลุ่มละประมาณ 8-9 คนแยก-ชายหญิง จะได้ชาย 2 แถวหญิง 2 แถว เรียง
ตามลำดับไหล่
2. สำรวจจำนวนนักเรียนการเขา้ แถว ความพร้อมและสขุ ภาพของผู้เรียน
3. สำรวจอปุ กรณแ์ ละการแตง่ กายและสขุ ภาพของนกั เรียน
-เคร่อื งแต่งกาย
4. ครูอธบิ ายสาระการเรยี นรู้ใหน้ ักเรียนทราบ
5. อบอุ่นรา่ งกาย แจ้งจดุ ประสงค์การเรียนรู้ และให้นักเรียนอบอนุ่ ร่างกายเพอ่ื เตรยี มความพร้อมโดยการ
อบอนุ่ ร่างกายแบบอยู่กับทวี่ ่งิ รอบสระ 5 รอบ
ขั้นท่ี 2 กจิ กรรมการเรยี นรู้
1.ใหน้ ักเรียนเข้าแถวหนา้ กระดาน 4 แถว แบ่งเปน็ ชาย 2 แถว หญงิ 2 แถว จัดแถวเสรจ็ แล้วใหน้ งั่ ลง
☺☺☺☺
☺☺☺☺
☺☺☺☺
☺☺☺☺
☺☺☺☺
☺☺☺☺
= ครู ☺ = นักเรยี น
2. ครูอธบิ ายความสำคัญของการดำน้ำเก็บของให้นกั เรียนฟงั
3. ครอู ธิบายแบบฝกึ การดำน้ำเกบ็ ของ พรอ้ มทงั้ ทำให้ดเู ป็นตวั อยา่ ง
- การเป่าลมออกในนำ้
- การกลน่ั หายใจในนำ้
ขน้ั ท่ี 3 ฝกึ ฝนทกั ษะและประสบการณ์
1.ใหน้ ักเรียนเข้าตอน 4 แถว แบ่งเป็นชาย แถวที่ 1,2 หญงิ แถวที่ 3,4
2.ใหน้ กั เรยี นฝกึ การดำน้ำเกบ็ ของทแี่ ถว เปน็ จงั หวะตามสญั ญาณนกหวดี
3.ใหค้ รูผู้สอนค่อยแนะนำการปฏิบตั ขิ องนักเรยี น
☺ ☺ ☺ ☺
☺☺ ☺☺
☺☺ ☺☺
☺☺ ☺☺
= ครู ☺ = นักเรียน
ขน้ั ท่ี 4 การ นำไปใช้
1.ใหน้ กั เรียนเข้าตอน 4 แถว แบ่งเป็นชาย แถวท่ี 1,2 หญงิ แถวที่ 3,4
2.ใหแ้ ต่แถวสง่ ตวั แทนมา แถวละ 2 คน
3.ทำการแข่งขันการดำน้ำเก็บของ แถวไหนเกบ็ ได้เยอะกเ็ ป็นฝ่ายชนะ
4.นักเรียนท่เี หลือของแตล่ ะแถว เปน็ ผ้ชู ่วยบอกว่าของอยูต่ รงไหนใหก้ ับเพื่อนท่ีเปน็ ตวั แทน
☺☺ ☺☺ ☺☺ ☺☺
☺ ☺ ☺ ☺
☺☺ ☺☺
☺☺ ☺☺
☺☺ ☺☺
= ครู ☺ = นกั เรียน
ขัน้ ที่ 5 สรุปความรู้
1.ให้นกั เรยี นเข้าแถวตอน 4 แถว แลว้ น่งั ลง
2.ครใู ห้นักเรยี นท่ีปฏิบตั กิ ารดำนำ้ เก็บของไดถ้ ูกตอ้ งออกมาทำให้เพื่อนดู
3.ครูกลา่ วสรุปร่วมกับนกั เรียน
4.ครกู ล่าวชมเชยสำหรบั นักเรยี นทป่ี ฏบิ ตั ไิ ดถ้ กู ตอ้ งและใหก้ ำลงั ใจสำหรบั นักเรียนท่ยี ังปฏิบตั ไิ ม่คอ่ ยได้
5.ครูใหน้ ักเรยี นไปอาบนำ้ ล้างตัว
☺☺☺☺
☺☺☺☺
☺☺☺☺
☺☺☺☺
= ครู ☺ = นกั เรียน
6. การวดั และประเมนิ ผล วธิ ีการวดั ผล เคร่อื งมือวัด เกณฑก์ าร
การวดั และประเมนิ ผล
จุดประสงค์ ประเมนิ ผล
ความรู้ความเข้าใจ (K)
- ตรวจกิจกรรมฝึกทักษะ -กจิ กรรมฝกึ ทักษะ 80% ขน้ึ ไป ถือวา่
ทกั ษะ/กระบวนการ (P)
-ตรวจแบบฝึกหดั -แบบฝกึ หัด ผ่านเกณฑ์การ
คุณลกั ษณะนิสยั (A)
ประเมนิ
-สงั เกตพฤตกิ รรม การ - แบบประเมนิ 80% ข้นึ ไป ถือวา่
ทำงานรายบุคคล/กล่มุ ทกั ษะและ ผ่านเกณฑก์ าร
กระบวนการทางสุข ประเมิน
ศกึ ษาและพลศึกษา
1. สงั เกตจากการเรียนมี 1. แบบสงั เกต 80% ขนึ้ ไป ถอื วา่
ความรับผดิ ชอบต่องานทส่ี ่ัง พฤติกรรม ผา่ นเกณฑ์การ
และสง่ งานได้ทนั ตามท่ี ประเมิน
กำหนด
2. สังเกตจากการเรียนใฝ่
เรียนรู้
3. สังเกตจากการมงุ่ ม่ันใน
การทำงาน
7. ส่ือ/อุปกรณ์/แหล่งการเรยี นรู้
1. สระว่ายน้ำ
2. สิ่งของที่จมน้ำ
8. กิจกรรมเสนอแนะ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................
ลงช่อื .................................................ผสู้ อนลง ชอื่ ...............................................ฝา่ ยวชิ าการ
(.................................................................) (.................................................................)
ลงช่อื ...........................................ผู้อำนวยการ
(.................................................................)
สัปดาหท์ ่ี 13
โรงเรยี นขจรเกียรตพิ ฒั นา
แผนการจัดการเรยี นรู้
ภาคเรียนที่ 1 / …….. ช่อื ผู้สอน นายธนวฒั น์ ด้วงเสน
กลุ่มสาระ สขุ ศึกษาและพลศกึ ษา ชนั้ ประถมศึกษาปีที่ 1 จำนวน 1 คาบ
หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 3 เพ่ิมพูนทกั ษะการเคลื่อนไหว เรอ่ื ง ดำนำ้ เกบ็ ของ
1. มาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตัวชีว้ ัด
มาตรฐานที่ พ 3.1เขา้ ใจ มที ักษะในการเคล่อื น กจิ กรรมทางกาย การเล่นเกม และกีฬา
ตัวชี้วัดที่ ป. 3/1ควบคมุ การเคล่ือนไหวร่างกายขณะอยูก่ บั ที่ เคลอ่ื นที่ และใช้อุปกรณ์ประกอบอย่างมที ิศทาง
2. สาระสำคญั
การดำนำ้ เก็บของ เปน็ ทกั ษะการฝกึ ขั้นพน้ื ฐานของการเล่นกีฬาวา่ ยน้ำ เพราะเป็นการฝกึ ที่เน้นจังหวะการ
กลัน่ หายใจในน้ำใหไ้ ด้นานท่สี ุด เพอ่ื ใหเ้ กิดความเคยชินกับการอยู่ในน้ำการดำขนึ้ ลงในน้ำทำให้อวัยวะส่วนตา่ งๆของ
รา่ งกายทำงานสัมพันธก์ ัน
3. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
1.สามารถอธิบายและเขา้ ใจการดำน้ำเกบ็ ของอย่างถูกตอ้ งได้(K)
2. สนใจเขา้ ร่วมปฏิบัติกจิ กรรมการเรียนรู้เกี่ยวกับการดำนำ้ เกบ็ ของ(A)
3. สามารถปฏบิ ัติทักษะการดำนำ้ เกบ็ ของไดถ้ ูกต้อง (P)
4. สาระการเรยี นรู้ สาระการเรยี นรู้ทอ้ งถนิ่
พจิ ารณาตามหลกั สตู รขอองสถานศกึ ษา
สาระการเรียนรู้แกนกลาง
1.ประวัตคิ วามเปน็ มาและทกั ษะการดำน้ำเกบ็
ของ
-ทักษะเบอื้ งต้นของการดำนำ้ เก็บของ
5. กจิ กรรมการเรยี นรู้
คาบท่ี 13
ขั้นที่ 1 นำเขา้ ส่บู ทเรยี น
1. แบ่งกลุ่มผู้เรยี น 4 กลุ่ม กลมุ่ ละประมาณ 8-9 คนแยก-ชายหญิง จะได้ชาย 2 แถวหญิง 2 แถว เรียง
ตามลำดบั ไหล่
2. สำรวจจำนวนนกั เรยี นการเข้าแถว ความพร้อมและสขุ ภาพของผเู้ รยี น
3. สำรวจอปุ กรณแ์ ละการแตง่ กายและสขุ ภาพของนกั เรียน
-เคร่ืองแต่งกาย
4. ครูอธบิ ายสาระการเรียนร้ใู ห้นกั เรียนทราบ
5. อบอุ่นรา่ งกาย แจ้งจดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ และให้นกั เรียนอบอุ่นร่างกายเพอื่ เตรยี มความพรอ้ มโดยการ
อบอนุ่ รา่ งกายแบบอย่กู ับทีว่ ง่ิ รอบสระ 5 รอบ
ขน้ั ท่ี 2 กิจกรรมการเรียนรู้
1.ใหน้ ักเรียนเข้าแถวหนา้ กระดาน 4 แถว แบ่งเป็นชาย 2 แถว หญิง 2 แถว จัดแถวเสรจ็ แลว้ ใหน้ ่งั ลง
☺☺☺☺
☺☺☺☺
☺☺☺☺
☺☺☺☺
☺☺☺☺
☺☺☺☺
= ครู ☺ = นกั เรียน
2. ครอู ธบิ ายความสำคัญของการดำน้ำเกบ็ ของให้นกั เรียนฟงั
3. ครอู ธิบายแบบฝึกการดำน้ำเกบ็ ของ พร้อมทง้ั ทำใหด้ เู ปน็ ตวั อยา่ ง
- การเปา่ ลมออกในน้ำ
- การกลัน่ หายใจในน้ำ
ขนั้ ท่ี 3 ฝึกฝนทกั ษะและประสบการณ์
1.ให้นกั เรียนเขา้ ตอน 4 แถว แบ่งเป็นชาย แถวท่ี 1,2 หญงิ แถวท่ี 3,4
2.ใหน้ กั เรยี นฝึกการดำนำ้ เก็บของทแี่ ถว เป็นจังหวะตามสญั ญาณนกหวีด
3.ใหค้ รผู ู้สอนค่อยแนะนำการปฏิบตั ขิ องนักเรียน
☺ ☺ ☺ ☺
☺☺ ☺☺
☺☺ ☺☺
☺☺ ☺☺
= ครู ☺ = นักเรยี น
ขน้ั ที่ 4 การ นำไปใช้
1.ใหน้ ักเรยี นเขา้ ตอน 4 แถว แบง่ เป็นชาย แถวท่ี 1,2 หญงิ แถวท่ี 3,4
2.ใหแ้ ตแ่ ถวสง่ ตวั แทนมา แถวละ 2 คน
3.ทำการแขง่ ขนั การดำน้ำเก็บของ แถวไหนเกบ็ ได้เยอะกเ็ ปน็ ฝ่ายชนะ
4.นักเรียนทเี่ หลอื ของแต่ละแถว เป็นผชู้ ว่ ยบอกว่าของอยู่ตรงไหนใหก้ บั เพ่อื นท่ีเปน็ ตัวแทน
☺☺ ☺☺ ☺☺ ☺☺
☺ ☺ ☺ ☺
☺☺ ☺☺
☺☺ ☺☺
☺☺ ☺☺
= ครู ☺ = นกั เรยี น
ขน้ั ที่ 5 สรปุ ความรู้
1.ให้นกั เรียนเข้าแถวตอน 4 แถว แล้วน่งั ลง
2.ครูให้นกั เรียนที่ปฏิบตั ิการดำน้ำเกบ็ ของได้ถูกตอ้ งออกมาทำใหเ้ พือ่ นดู
3.ครูกล่าวสรุปร่วมกับนักเรยี น
4.ครกู ล่าวชมเชยสำหรบั นักเรียนทป่ี ฏบิ ัติได้ถูกตอ้ งและใหก้ ำลงั ใจสำหรับนักเรียนท่ยี ังปฏบิ ัตไิ ม่ค่อยได้
5.ครูใหน้ ักเรียนไปอาบนำ้ ล้างตัว
☺☺☺☺
☺☺☺☺
☺☺☺☺
☺☺☺☺
= ครู ☺ = นักเรียน
6. การวัดและประเมินผล วธิ ีการวดั ผล เครื่องมือวัด เกณฑก์ าร
การวดั และประเมินผล
จุดประสงค์ ประเมนิ ผล
ความรูค้ วามเข้าใจ (K)
- ตรวจกจิ กรรมฝกึ ทักษะ -กจิ กรรมฝกึ ทกั ษะ 80% ข้นึ ไป ถอื ว่า
ทกั ษะ/กระบวนการ (P)
-ตรวจแบบฝกึ หดั -แบบฝึกหดั ผ่านเกณฑก์ าร
คณุ ลักษณะนสิ ยั (A)
ประเมนิ
-สังเกตพฤติกรรม การ - แบบประเมนิ 80% ขึ้นไป ถอื ว่า
ทำงานรายบุคคล/กล่มุ ทักษะและ ผ่านเกณฑก์ าร
กระบวนการทางสุข ประเมิน
ศกึ ษาและพลศึกษา
1. สงั เกตจากการเรียนมี 1. แบบสงั เกต 80% ขึ้นไป ถือวา่
ความรบั ผิดชอบต่องานท่สี ่ัง พฤตกิ รรม ผ่านเกณฑก์ าร
และสง่ งานได้ทันตามที่ ประเมิน
กำหนด
2. สงั เกตจากการเรยี นใฝ่
เรยี นรู้
3. สงั เกตจากการมุ่งม่ันใน
การทำงาน
7. สือ่ /อปุ กรณ์/แหลง่ การเรยี นรู้
1. สระว่ายนำ้
2. สิ่งของทจี่ มนำ้
8. กิจกรรมเสนอแนะ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................
ลงชอ่ื .................................................ผ้สู อนลง ชอื่ ...............................................ฝา่ ยวชิ าการ
(.................................................................) (.................................................................)
ลงช่ือ...........................................ผู้อำนวยการ
(.................................................................)
สัปดาหท์ ่ี 14
โรงเรียนขจรเกยี รติพัฒนา
แผนการจัดการเรยี นรู้
ภาคเรียนที่ 1 / ……. ช่ือผ้สู อน นายธนวฒั น์ ดว้ งเสน
กลุ่มสาระ สุขศกึ ษาและพลศึกษา ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ี่ 1 จำนวน 1 คาบ
หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 3 เพิ่มพนู ทักษะการเคลื่อนไหว เร่อื ง ปลาดาวหงาย
1. มาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตวั ชีว้ ัด
มาตรฐานท่ี พ 3.1เข้าใจ มีทกั ษะในการเคล่ือน กิจกรรมทางกาย การเล่นเกม และกีฬา
ตัวชีว้ ัดท่ี ป. 3/1ควบคุมการเคลอ่ื นไหวร่างกายขณะอยกู่ บั ท่ี เคลอื่ นท่ี และใชอ้ ปุ กรณ์ประกอบอย่างมีทศิ ทาง
2. สาระสำคัญ
การทำปลาดาวหงาย (การลอยตัวในน้ำ) เป็นทักษะการฝึกขัน้ พื้นฐานของการฝึกวา่ ยน้ำ เพราะเปน็ การฝกึ
การเอาตัวรอดในน้ำเวลาเหน่ือยขณะวา่ ยน้ำ การลอยตัวไดน้ านสรา้ งความม่นั ใจในการว่ายน้ำให้กบั ตัวเรา
3. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
1. สามารถบอกข้นั ตอนการทำปลาดาวหงายไดอ้ ยา่ งถูกต้อง (K)
2. ตระหนักถึงคุณค่าของการออกกำลังกาย และการเล่นกีฬายอมรับให้ความร่วมมือเคารพในสิทธิหน้าท่ีของ
ตนเองและผู้อ่ืน และปฏิบัติตามกฎ ระเบียบ ข้อตกลงด้วยความเต็มใจนักเรียนมีความสนใจและต้ังใจฝึกฝนในการ
เรียน (A)
3. สามารถปฏิบัตทิ กั ษะการทำปลาดาวหงายได้อย่างถกู ต้อง(P)
4. สาระการเรียนรู้ สาระการเรียนรู้ท้องถิน่
พจิ ารณาตามหลักสตู รขอองสถานศึกษา
สาระการเรยี นรู้แกนกลาง
1.การทำปลาดาวหงาย
-ทักษะเบื้องต้นของการทปลาดาวหงาย
5. กิจกรรมการเรยี นรู้
คาบท่ี 14
ขน้ั ที่ 1 นำเขา้ สู่บทเรยี น
1. แบง่ กลมุ่ ผู้เรยี น 4 กลุ่ม กลมุ่ ละเทา่ ๆกันแยก-ชาย,หญงิ จะได้ชาย 2 แถวหญิง 2 แถว เรยี งตามลำดบั
ไหล่
2. สำรวจจำนวนนกั เรยี นการเข้าแถว ความพรอ้ มและสขุ ภาพของผเู้ รยี น
3. สำรวจอุปกรณแ์ ละการแต่งกายและสขุ ภาพของนกั เรียน
-เครอื่ งแตง่ กาย
4. ครูอธิบายสาระการเรยี นรใู้ หน้ กั เรียนทราบ
5. อบอุ่นรา่ งกาย แจ้งจุดประสงคก์ ารเรียนรู้ และให้นกั เรียนอบอุ่นร่างกายเพือ่ เตรยี มความพรอ้ มโดยการ
อบอ่นุ รา่ งกายแบบอยูก่ ับท่ีว่งิ รอบสนาม 5 รอบ
ขน้ั ที่ 2 กจิ กรรมการเรียนรู้
1.แบง่ กลมุ่ ผู้เรียน 4 กลุ่ม กลมุ่ ละเท่าๆกนั แยก-ชาย,หญิง จะได้ชาย 2 แถวหญงิ 2 แถว เรียงตามลำดับไหล่
แลว้ นงั่ ลง
☺☺☺☺
☺☺☺☺
☺☺☺☺
= ครู ☺ = นักเรยี น
2. ครูอธิบายทกั ษะการทำปลาดาวหงายและทำใหด้ ูเปน็ ตัวอยา่ ง
ข้นั ที่ 3 ฝกึ ฝนทักษะและประสบการณ์
1.ใหน้ กั เรยี นแบง่ กลุม่ ออกเปน็ กลุ่มละ 5 คน แล้วนงั่ เป็นแถว
2.ใหน้ กั เรียนฝกึ การทำปลาดาวหงายท่กี ลมุ่
3.ครคู ่อยดูแลและแนะนำนักเรยี นอย่างใกล้ชดิ
☺☺☺☺☺☺
☺☺☺☺☺☺
☺☺☺☺☺☺
= ครู ☺ = นกั เรยี น
ขั้นที่ 4 การ นำไปใช้
1.ให้นักเรยี นแบ่งกลมุ่ ออกเปน็ กลุ่ม 4 กลมุ่ เท่าๆกัน แลว้ นงั่ เป็นแถว จดั แถวเสร็จแล้วใหน้ ัง่ ลง
2.ใหน้ ักเรียนแต่ละส่งตวั แทนมากล่มุ ละ 2 คน
3.ใหน้ ักเรียนทเ่ี ปน็ ตัวแทนแขง่ ขันการทำปลาดาวหงาย
4.นักเรียนคนไหนลอยตวั ได้นานท่ีสุดเป็นผู้ชนะ
5.การแขง่ ขนั ใหค้ รูสลบั นักเรยี นออกมาเลน่ เรอื่ ยๆ
ข้นั ท่ี 5 สรปุ ความรู้
1.ให้นกั เรียนเขา้ แถวตอน 4 แถว แล้วน่ังลง
2.ครูใหน้ กั เรยี นทีป่ ฏิบตั กิ ารทำปลาดาวหงายได้ถูกตอ้ งออกมาทำใหเ้ พอ่ื นดู
3.ครกู ลา่ วสรุปร่วมกบั นักเรียน
4.ครกู ล่าวชมเชยสำหรับนักเรยี นทปี่ ฏบิ ัติไดถ้ ูกตอ้ งและใหก้ ำลังใจสำหรบั นกั เรียนที่ยงั ปฏบิ ตั ิไมค่ ่อยได้
5.ครูนดั หมายคาบต่อไป
6.ครใู ห้นกั เรยี นไปอาบนำ้ ล้างตัวแลว้ ขึน้ ห้องเรยี น
☺☺☺☺
☺☺☺☺
☺☺☺☺
☺☺☺☺
= ครู ☺ = นกั เรยี น
6. การวดั และประเมนิ ผล วธิ ีการวดั ผล เคร่อื งมอื วดั เกณฑก์ าร
การวัดและประเมินผล
จุดประสงค์ ประเมินผล
ความรคู้ วามเข้าใจ (K)
- ตรวจกจิ กรรมฝกึ ทักษะ -กิจกรรมฝกึ ทกั ษะ 80% ขึน้ ไป ถอื วา่
ทกั ษะ/กระบวนการ (P)
-ตรวจแบบฝึกหัด -แบบฝึกหัด ผ่านเกณฑก์ าร
คณุ ลักษณะนสิ ยั (A)
ประเมนิ
-สงั เกตพฤตกิ รรม การ - แบบประเมนิ 80% ขน้ึ ไป ถือวา่
ทำงานรายบุคคล/กลุ่ม ทักษะและ ผ่านเกณฑ์การ
กระบวนการทางสุข ประเมนิ
ศกึ ษาและพลศึกษา
1. สังเกตจากการเรียนมี 1. แบบสงั เกต 80% ขึ้นไป ถือว่า
ความรับผิดชอบต่องานท่ีส่ัง พฤตกิ รรม ผ่านเกณฑก์ าร
และส่งงานไดท้ ันตามท่ี ประเมิน
กำหนด
2. สังเกตจากการเรียนใฝ่
เรียนรู้
3. สงั เกตจากการมุ่งม่ันใน
การทำงาน
7.อปุ กรณ์/แหลง่ การเรยี นรู้
1. สระว่ายนำ้
2. แท่งโฟม
8. กจิ กรรมเสนอแนะ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................
ลงชอ่ื .................................................ผูส้ อนลง ชอื่ ...............................................ฝ่ายวิชาการ
(.................................................................) (.................................................................)
ลงชื่อ...........................................ผอู้ ำนวยการ
(.................................................................)