สัปดาหท์ ี่ 15
โรงเรียนขจรเกยี รตพิ ฒั นา
แผนการจัดการเรยี นรู้
ภาคเรยี นที่ 1 / ……. ช่อื ผ้สู อน นายธนวัฒน์ ดว้ งเสน
กลุม่ สาระ สขุ ศึกษาและพลศกึ ษา ชั้น ประถมศกึ ษาปีท่ี 1 จำนวน 1 คาบ
หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 3 เพ่ิมพนู ทกั ษะการเคลือ่ นไหว เรื่อง ปลาดาวหงาย
1. มาตรฐานการเรียนร/ู้ ตวั ช้วี ัด
มาตรฐานท่ี พ 3.1เข้าใจ มที ักษะในการเคล่อื น กิจกรรมทางกาย การเลน่ เกม และกีฬา
ตวั ช้วี ัดที่ ป. 3/1ควบคุมการเคลือ่ นไหวร่างกายขณะอย่กู บั ที่ เคล่อื นท่ี และใชอ้ ุปกรณ์ประกอบอย่างมีทศิ ทาง
2. สาระสำคัญ
การทำปลาดาวหงาย (การลอยตวั ในนำ้ ) เปน็ ทกั ษะการฝกึ ข้ันพน้ื ฐานของการฝึกว่ายน้ำ เพราะเปน็ การ
ฝกึ การเอาตวั รอดในน้ำเวลาเหนอื่ ยขณะวา่ ยนำ้ การลอยตัวได้นานสร้างความม่ันใจในการว่ายน้ำให้กบั ตวั เรา
3. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
1. สามารถบอกขั้นตอนการทำปลาดาวหงายได้อยา่ งถกู ต้อง (K)
2. ตระหนักถึงคุณค่าของการออกกำลังกาย และการเล่นกีฬายอมรับให้ความร่วมมือเคารพในสิทธิหน้าที่ของ
ตนเองและผู้อ่ืน และปฏิบัติตามกฎ ระเบียบ ข้อตกลงด้วยความเต็มใจนักเรียนมีความสนใจและต้ังใจฝึกฝนในการ
เรียน (A)
3. สามารถปฏบิ ัติทกั ษะการทำปลาดาวหงายได้อยา่ งถูกต้อง(P)
4. สาระการเรยี นรู้ สาระการเรียนรู้ทอ้ งถิน่
พจิ ารณาตามหลักสูตรขอองสถานศึกษา
สาระการเรียนรูแ้ กนกลาง
1.การทำปลาดาวหงาย
-ทกั ษะเบ้อื งตน้ ของการทปลาดาวหงาย
5. กิจกรรมการเรยี นรู้
คาบท่ี 15
ขน้ั ที่ 1 นำเข้าสู่บทเรียน
1. แบง่ กลมุ่ ผู้เรยี น 4 กลุ่ม กลมุ่ ละเทา่ ๆกันแยก-ชาย,หญงิ จะได้ชาย 2 แถวหญิง 2 แถว เรยี งตามลำดบั
ไหล่
2. สำรวจจำนวนนกั เรยี นการเข้าแถว ความพรอ้ มและสขุ ภาพของผเู้ รยี น
3. สำรวจอุปกรณแ์ ละการแต่งกายและสขุ ภาพของนกั เรียน
-เครอื่ งแตง่ กาย
4. ครูอธิบายสาระการเรยี นรใู้ ห้นักเรียนทราบ
5. อบอุ่นรา่ งกาย แจ้งจุดประสงคก์ ารเรียนรู้ และให้นกั เรียนอบอุ่นร่างกายเพ่ือเตรยี มความพรอ้ มโดยการ
อบอ่นุ รา่ งกายแบบอยูก่ ับท่ีว่งิ รอบสนาม 5 รอบ
ขน้ั ที่ 2 กจิ กรรมการเรียนรู้
1.แบง่ กลมุ่ ผู้เรียน 4 กลุ่ม กลมุ่ ละเท่าๆกนั แยก-ชาย,หญิง จะได้ชาย 2 แถวหญิง 2 แถว เรียงตามลำดับไหล่
แลว้ นงั่ ลง
☺☺☺☺
☺☺☺☺
☺☺☺☺
= ครู ☺ = นักเรยี น
2. ครูอธิบายทกั ษะการทำปลาดาวหงายและทำใหด้ ูเปน็ ตัวอยา่ ง
ข้นั ที่ 3 ฝกึ ฝนทักษะและประสบการณ์
1.ใหน้ กั เรยี นแบง่ กลุม่ ออกเปน็ กลุ่มละ 5 คน แล้วนงั่ เป็นแถว
2.ใหน้ กั เรียนฝกึ การทำปลาดาวหงายท่กี ลมุ่
3.ครคู ่อยดูแลและแนะนำนักเรยี นอย่างใกลช้ ดิ
☺☺☺☺☺☺
☺☺☺☺☺☺
☺☺☺☺☺☺
= ครู ☺ = นกั เรยี น
ขั้นที่ 4 การ นำไปใช้
1.ให้นักเรียนแบ่งกลมุ่ ออกเปน็ กลุ่ม 4 กลุ่มเท่าๆกนั แลว้ นงั่ เป็นแถว จดั แถวเสรจ็ แล้วใหน้ ัง่ ลง
2.ใหน้ ักเรยี นแต่ละส่งตวั แทนมากล่มุ ละ 2 คน
3.ใหน้ กั เรยี นทเ่ี ป็นตัวแทนแขง่ ขนั การทำปลาดาวหงาย
4.นักเรียนคนไหนลอยตวั ไดน้ านทส่ี ุดเป็นผู้ชนะ
5.การแขง่ ขนั ใหค้ รสู ลับนกั เรยี นออกมาเล่นเรอ่ื ยๆ
ขัน้ ท่ี 5 สรุปความรู้
1.ให้นกั เรียนเข้าแถวตอน 4 แถว แล้วน่งั ลง
2.ครูใหน้ ักเรยี นทปี่ ฏิบตั ิการทำปลาดาวหงายไดถ้ ูกต้องออกมาทำใหเ้ พ่อื นดู
3.ครูกล่าวสรุปรว่ มกับนกั เรียน
4.ครูกลา่ วชมเชยสำหรบั นักเรยี นท่ีปฏบิ ัตไิ ดถ้ กู ตอ้ งและใหก้ ำลังใจสำหรับนกั เรียนที่ยงั ปฏบิ ตั ิไมค่ ่อยได้
5.ครนู ัดหมายคาบต่อไป
6.ครใู หน้ ักเรยี นไปอาบนำ้ ลา้ งตัวแลว้ ข้ึนหอ้ งเรยี น
☺☺☺☺
☺☺☺☺
☺☺☺☺
☺☺☺☺
= ครู ☺ = นกั เรยี น
6. การวัดและประเมินผล วิธีการวัดผล เครือ่ งมอื วัด เกณฑก์ าร
การวดั และประเมินผล
จดุ ประสงค์ ประเมนิ ผล
ความรู้ความเข้าใจ (K)
- ตรวจกิจกรรมฝึกทักษะ -กิจกรรมฝึกทักษะ 80% ข้นึ ไป ถือวา่
ทกั ษะ/กระบวนการ (P)
-ตรวจแบบฝึกหดั -แบบฝึกหัด ผ่านเกณฑ์การ
คณุ ลักษณะนิสัย (A)
ประเมิน
-สงั เกตพฤติกรรม การ - แบบประเมนิ 80% ขึน้ ไป ถือว่า
ทำงานรายบุคคล/กลมุ่ ทกั ษะและ ผา่ นเกณฑก์ าร
กระบวนการทางสขุ ประเมิน
ศกึ ษาและพลศกึ ษา
1. สังเกตจากการเรียนมี 1. แบบสงั เกต 80% ขึ้นไป ถือวา่
ความรับผิดชอบต่องานท่สี ่ัง พฤติกรรม ผ่านเกณฑ์การ
และส่งงานได้ทันตามท่ี ประเมิน
กำหนด
2. สังเกตจากการเรยี นใฝ่
เรียนรู้
3. สงั เกตจากการมงุ่ ม่ันใน
การทำงาน
7.อุปกรณ์/แหลง่ การเรียนรู้
1. สระว่ายน้ำ
2. แท่งโฟม
8. กิจกรรมเสนอแนะ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................
ลงชอื่ .................................................ผู้สอนลง ชอ่ื ...............................................ฝ่ายวิชาการ
(.................................................................) (.................................................................)
ลงช่อื ...........................................ผ้อู ำนวยการ
(.................................................................)
สัปดาหท์ ี่ 16
โรงเรยี นขจรเกียรตพิ ัฒนา
แผนการจดั การเรียนรู้
ภาคเรยี นที่ 1 / ……. ช่อื ผสู้ อน นายธนวัฒน์ ดว้ งเสน
กลมุ่ สาระ สุขศึกษาและพลศกึ ษา ชั้น ประถมศึกษาปีท่ี 1 จำนวน 1 คาบ
หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 3 เพิ่มพูนทกั ษะการเคลอ่ื นไหว เรื่อง ปลาดาวคว่ำ
1. มาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตัวช้วี ัด
มาตรฐานท่ี พ 3.1เข้าใจ มที กั ษะในการเคลอ่ื น กจิ กรรมทางกาย การเลน่ เกม และกฬี า
ตวั ชีว้ ัดท่ี ป. 3/1ควบคุมการเคลื่อนไหวร่างกายขณะอย่กู ับที่ เคลื่อนท่ี และใช้อปุ กรณป์ ระกอบอย่างมที ิศทาง
2. สาระสำคญั
การทำปลาดาวคว่ำ (การลอยตัวในน้ำทา่ นอนควำ่ ) เป็นทกั ษะการฝึกขั้นพน้ื ฐานของการฝึกว่ายน้ำ
เพราะเป็นการฝึกการกลัน่ หายใจในน้ำ การกล่ันหายใจไดน้ านสรา้ งความม่ันใจในการว่ายน้ำใหก้ ับตัวเราไดม้ าก
3. จุดประสงค์การเรียนรู้
1. สามารถบอกขั้นตอนการทำปลาดาวคว่ำไดอ้ ย่างถกู ต้อง (K)
2. ตระหนักถึงคุณค่าของการออกกำลังกาย และการเล่นกีฬายอมรับให้ความร่วมมือเคารพในสิทธิหน้าท่ีของ
ตนเองและผู้อ่ืน และปฏิบัติตามกฎ ระเบียบ ข้อตกลงด้วยความเต็มใจนักเรียนมีความสนใจและตั้งใจฝึกฝนในการ
เรยี น (A)
3. สามารถปฏบิ ตั ิทักษะการทำปลาดาวคว่ำไดอ้ ย่างถูกตอ้ ง(P)
4. สาระการเรยี นรู้ สาระการเรียนรูท้ ้องถ่นิ
พจิ ารณาตามหลักสูตรขอองสถานศึกษา
สาระการเรยี นรู้แกนกลาง
1.การทำปลาดาวคว่ำ
-ทกั ษะเบ้อื งตน้ ของการทปลาดาวคว่ำ
5. กจิ กรรมการเรยี นรู้
คาบท่ี 16
ขน้ั ท่ี 1 นำเข้าสู่บทเรียน
1. แบ่งกลมุ่ ผู้เรียน 4 กลมุ่ กลมุ่ ละเท่าๆกนั แยก-ชาย,หญงิ จะไดช้ าย 2 แถวหญิง 2 แถว เรียงตามลำดับ
ไหล่
2. สำรวจจำนวนนักเรียนการเขา้ แถว ความพรอ้ มและสุขภาพของผเู้ รียน
3. สำรวจอปุ กรณแ์ ละการแตง่ กายและสุขภาพของนกั เรียน
-เคร่อื งแต่งกาย
4. ครูอธิบายสาระการเรียนรู้ใหน้ ักเรียนทราบ
5. อบอุ่นร่างกาย แจ้งจุดประสงค์การเรียนรู้ และให้นักเรยี นอบอนุ่ รา่ งกายเพอื่ เตรียมความพรอ้ มโดยการ
อบอุ่นร่างกายแบบอยกู่ ับที่วงิ่ รอบสนาม 5 รอบ
ขน้ั ท่ี 2 กิจกรรมการเรยี นรู้
1.แบ่งกลุ่มผเู้ รียน 4 กลมุ่ กลมุ่ ละเทา่ ๆกันแยก-ชาย,หญิง จะได้ชาย 2 แถวหญิง 2 แถว เรียงตามลำดบั
ไหล่แล้วน่ังลง
☺☺☺☺
☺☺☺☺
☺☺☺☺
= ครู ☺ = นกั เรยี น
2. ครอู ธบิ ายทักษะการทำปลาดาวคว่ำและทำให้ดูเป็นตวั อยา่ ง
ขนั้ ท่ี 3 ฝกึ ฝนทักษะและประสบการณ์
1.ใหน้ กั เรยี นแบง่ กลุ่มออกเปน็ กลมุ่ ละ 5 คน แล้วน่ังเปน็ แถว
2.ให้นักเรียนฝึกการทำปลาดาวคว่ำท่กี ลมุ่
3.ครคู ่อยดแู ลและแนะนำนักเรียนอย่างใกล้ชิด
☺☺☺☺☺☺
☺☺☺☺☺☺
☺☺☺☺☺☺
= ครู ☺ = นกั เรยี น
ข้นั ที่ 4 การ นำไปใช้
1.ใหน้ กั เรียนแบ่งกล่มุ ออกเปน็ กล่มุ 4 กล่มุ เทา่ ๆกนั แล้วน่งั เป็นแถว จดั แถวเสรจ็ แลว้ ใหน้ ั่งลง
2.ให้นกั เรยี นแต่ละส่งตวั แทนมากลมุ่ ละ 2 คน
3.ใหน้ กั เรยี นทีเ่ ป็นตวั แทนแขง่ ขนั การทำปลาดาวคว่ำ
4.นกั เรียนคนไหนกลั่นหายใจในน้ำไดน้ านท่ีสดุ เป็นผู้ชนะ
5.การแข่งขันใหค้ รูสลบั นักเรียนออกมาเล่นเรอื่ ยๆ
ขนั้ ท่ี 5 สรุปความรู้
1.ใหน้ กั เรยี นเข้าแถวตอน 4 แถว แล้วนั่งลง
2.ครใู หน้ กั เรียนท่ปี ฏบิ ัติการทำปลาดาวคว่ำได้ถกู ตอ้ งออกมาทำให้เพอื่ นดู
3.ครูกล่าวสรุปร่วมกบั นักเรียนและเปิดโอกาศใหน้ กั เรียนได้ซักถาม
4.ครกู ลา่ วชมเชยสำหรับนักเรียนท่ปี ฏบิ ตั ิได้ถกู ตอ้ งและใหก้ ำลังใจสำหรบั นักเรียนที่ยงั ปฏบิ ตั ิไมค่ ่อยได้
5.ครนู ดั หมายคาบต่อไป
6.ครูใหน้ กั เรยี นไปอาบนำ้ ลา้ งตวั แล้วข้นึ หอ้ งเรียน
☺☺☺☺
☺☺☺☺
☺☺☺☺
☺☺☺☺
= ครู ☺ = นักเรยี น
6. การวัดและประเมินผล วธิ กี ารวดั ผล เครื่องมือวดั เกณฑก์ าร
การวัดและประเมนิ ผล
จดุ ประสงค์ ประเมนิ ผล
ความรคู้ วามเข้าใจ (K)
- ตรวจกจิ กรรมฝกึ ทักษะ -กจิ กรรมฝึกทกั ษะ 80% ขึ้นไป ถอื วา่
ทกั ษะ/กระบวนการ (P)
-ตรวจแบบฝกึ หัด -แบบฝกึ หัด ผ่านเกณฑก์ าร
คุณลักษณะนิสัย (A)
ประเมิน
-สงั เกตพฤติกรรม การ - แบบประเมิน 80% ขนึ้ ไป ถือว่า
ทำงานรายบคุ คล/กลุ่ม ทกั ษะและ ผา่ นเกณฑ์การ
กระบวนการทางสุข ประเมิน
ศึกษาและพลศกึ ษา
1. สังเกตจากการเรยี นมี 1. แบบสงั เกต 80% ขึ้นไป ถือวา่
ความรับผิดชอบตอ่ งานท่ีส่ัง พฤติกรรม ผ่านเกณฑ์การ
และสง่ งานได้ทนั ตามที่ ประเมนิ
กำหนด
2. สังเกตจากการเรียนใฝ่
เรียนรู้
3. สังเกตจากการมุ่งมนั่ ใน
การทำงาน
7. สือ่ /อปุ กรณ์/แหลง่ การเรียนรู้
1. สระว่ายนำ้
2. แทง่ โฟม
8. กจิ กรรมเสนอแนะ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................
ลงชอื่ .................................................ผ้สู อนลง ชอ่ื ...............................................ฝา่ ยวิชาการ
(.................................................................) (.................................................................)
ลงชอื่ ...........................................ผ้อู ำนวยการ
(.................................................................)
สัปดาห์ท่ี 17
โรงเรยี นขจรเกยี รตพิ ฒั นา
แผนการจดั การเรียนรู้
ภาคเรยี นที่ 1 / ……. ชื่อผสู้ อน นายธนวฒั น์ ดว้ งเสน
กลมุ่ สาระ สุขศึกษาและพลศกึ ษา ชั้น ประถมศึกษาปที ่ี 1 จำนวน 1 คาบ
หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 3 เพม่ิ พนู ทกั ษะการเคลอ่ื นไหว เรื่อง ปลาดาวคว่ำ
1. มาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตัวช้วี ัด
มาตรฐานท่ี พ 3.1เขา้ ใจ มีทกั ษะในการเคลอ่ื น กจิ กรรมทางกาย การเลน่ เกม และกีฬา
ตวั ชีว้ ัดท่ี ป. 3/1ควบคุมการเคลือ่ นไหวร่างกายขณะอยู่กบั ท่ี เคลื่อนท่ี และใช้อปุ กรณ์ประกอบอย่างมที ศิ ทาง
2. สาระสำคญั
การทำปลาดาวคว่ำ (การลอยตัวในน้ำทา่ นอนคว่ำ) เป็นทักษะการฝึกขน้ั พน้ื ฐานของการฝึกว่ายนำ้
เพราะเป็นการฝึกการกลัน่ หายใจในน้ำ การกล่ันหายใจไดน้ านสร้างความม่ันใจในการว่ายนำ้ ใหก้ บั ตวั เราไดม้ าก
3. จุดประสงค์การเรียนรู้
1. สามารถบอกขั้นตอนการทำปลาดาวคว่ำไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ ง (K)
2. ตระหนักถึงคุณค่าของการออกกำลังกาย และการเล่นกีฬายอมรับให้ความร่วมมือเคารพในสิทธิหน้าท่ีของ
ตนเองและผู้อ่ืน และปฏิบัติตามกฎ ระเบียบ ข้อตกลงด้วยความเต็มใจนักเรียนมีความสนใจและตั้งใจฝึกฝนในการ
เรยี น (A)
3. สามารถปฏบิ ตั ิทกั ษะการทำปลาดาวคว่ำไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง(P)
4. สาระการเรยี นรู้ สาระการเรยี นรูท้ ้องถ่นิ
พจิ ารณาตามหลักสูตรขอองสถานศกึ ษา
สาระการเรยี นร้แู กนกลาง
1.การทำปลาดาวคว่ำ
-ทกั ษะเบ้อื งตน้ ของการทปลาดาวคว่ำ
5. กิจกรรมการเรยี นรู้
คาบท่ี 17
ขั้นที่ 1 นำเข้าสู่บทเรียน
1. แบ่งกลมุ่ ผู้เรียน 4 กลุ่ม กลุ่มละเท่าๆกนั แยก-ชาย,หญงิ จะได้ชาย 2 แถวหญิง 2 แถว เรียงตามลำดับ
ไหล่
2. สำรวจจำนวนนักเรียนการเขา้ แถว ความพรอ้ มและสุขภาพของผู้เรยี น
3. สำรวจอุปกรณ์และการแตง่ กายและสุขภาพของนกั เรียน
-เครื่องแตง่ กาย
4. ครูอธบิ ายสาระการเรยี นรใู้ หน้ ักเรียนทราบ
5. อบอุ่นรา่ งกาย แจง้ จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ และให้นักเรยี นอบอุ่นรา่ งกายเพอื่ เตรียมความพรอ้ มโดยการ
อบอุ่นร่างกายแบบอยู่กบั ท่วี งิ่ รอบสนาม 5 รอบ
ขน้ั ที่ 2 กิจกรรมการเรียนรู้
1.แบ่งกลุ่มผเู้ รียน 4 กลุม่ กลุ่มละเทา่ ๆกันแยก-ชาย,หญิง จะไดช้ าย 2 แถวหญิง 2 แถว เรียงตามลำดบั
ไหล่แลว้ นงั่ ลง
☺☺☺☺
☺☺☺☺
☺☺☺☺
= ครู ☺ = นกั เรยี น
2. ครูอธิบายทักษะการทำปลาดาวคว่ำและทำให้ดูเป็นตวั อย่าง
ขน้ั ที่ 3 ฝกึ ฝนทกั ษะและประสบการณ์
1.ให้นกั เรยี นแบง่ กลุม่ ออกเปน็ กลมุ่ ละ 5 คน แล้วน่ังเปน็ แถว
2.ให้นักเรยี นฝึกการทำปลาดาวคว่ำท่กี ลมุ่
3.ครคู ่อยดแู ลและแนะนำนักเรยี นอย่างใกล้ชิด
☺☺☺☺☺☺
☺☺☺☺☺☺
☺☺☺☺☺☺
= ครู ☺ = นกั เรียน
ขัน้ ที่ 4 การ นำไปใช้
1.ให้นักเรียนแบ่งกล่มุ ออกเปน็ กลุ่ม 4 กล่มุ เทา่ ๆกนั แล้วน่งั เปน็ แถว จดั แถวเสรจ็ แลว้ ใหน้ ั่งลง
2.ให้นักเรยี นแตล่ ะส่งตัวแทนมากลมุ่ ละ 2 คน
3.ใหน้ กั เรยี นทีเ่ ป็นตวั แทนแขง่ ขนั การทำปลาดาวคว่ำ
4.นกั เรียนคนไหนกลั่นหายใจในน้ำไดน้ านท่ีสดุ เป็นผู้ชนะ
5.การแข่งขันใหค้ รสู ลบั นักเรียนออกมาเล่นเรอื่ ยๆ
ขนั้ ที่ 5 สรุปความรู้
1.ใหน้ กั เรยี นเข้าแถวตอน 4 แถว แล้วนั่งลง
2.ครใู หน้ กั เรียนทปี่ ฏบิ ัติการทำปลาดาวคว่ำได้ถกู ตอ้ งออกมาทำให้เพอื่ นดู
3.ครูกล่าวสรุปร่วมกบั นักเรียนและเปิดโอกาศใหน้ กั เรียนได้ซักถาม
4.ครูกลา่ วชมเชยสำหรับนักเรียนท่ีปฏบิ ตั ิได้ถกู ตอ้ งและใหก้ ำลังใจสำหรบั นักเรียนที่ยงั ปฏบิ ตั ิไมค่ ่อยได้
5.ครนู ดั หมายคาบต่อไป
6.ครใู หน้ กั เรยี นไปอาบนำ้ ลา้ งตวั แล้วข้นึ หอ้ งเรียน
☺☺☺☺
☺☺☺☺
☺☺☺☺
☺☺☺☺
= ครู ☺ = นักเรยี น
6. การวดั และประเมนิ ผล วิธีการวัดผล เครอื่ งมอื วดั เกณฑ์การ
การวัดและประเมนิ ผล
จดุ ประสงค์ ประเมนิ ผล
ความร้คู วามเข้าใจ (K)
- ตรวจกิจกรรมฝกึ ทักษะ -กจิ กรรมฝกึ ทักษะ 80% ขึ้นไป ถอื ว่า
ทักษะ/กระบวนการ (P)
-ตรวจแบบฝึกหัด -แบบฝกึ หัด ผ่านเกณฑก์ าร
คุณลักษณะนิสยั (A)
ประเมนิ
-สังเกตพฤติกรรม การ - แบบประเมิน 80% ข้นึ ไป ถอื ว่า
ทำงานรายบคุ คล/กล่มุ ทักษะและ ผ่านเกณฑก์ าร
กระบวนการทางสุข ประเมิน
ศึกษาและพลศกึ ษา
1. สังเกตจากการเรียนมี 1. แบบสังเกต 80% ขนึ้ ไป ถือว่า
ความรับผดิ ชอบตอ่ งานทส่ี ่ัง พฤติกรรม ผา่ นเกณฑก์ าร
และส่งงานไดท้ ันตามท่ี ประเมิน
กำหนด
2. สงั เกตจากการเรียนใฝ่
เรียนรู้
3. สังเกตจากการมุง่ มั่นใน
การทำงาน
7. ส่ือ/อปุ กรณ์/แหล่งการเรยี นรู้
1. สระว่ายน้ำ
2. แทง่ โฟม
8. กจิ กรรมเสนอแนะ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................
ลงชอ่ื .................................................ผสู้ อนลง ชอ่ื ...............................................ฝา่ ยวชิ าการ
(.................................................................) (.................................................................)
ลงช่ือ...........................................ผู้อำนวยการ
(.................................................................)
สัปดาหท์ ี่ 18
โรงเรียนขจรเกียรติพัฒนา
แผนการจดั การเรยี นรู้
ภาคเรียนที่ 1 / ……. ชอื่ ผูส้ อน นายธนวัฒน์ ด้วงเสน
กลุ่มสาระ สขุ ศกึ ษาและพลศึกษา ชน้ั ประถมศึกษาปที ี่ 1 จำนวน 1 คาบ
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 3 เพิ่มพูนทักษะการเคลอ่ื นไหว เรอ่ื ง แมงกะพรุ่น
1. มาตรฐานการเรียนร/ู้ ตวั ชี้วดั
มาตรฐานที่ พ 3.1เขา้ ใจ มที ักษะในการเคลื่อน กจิ กรรมทางกาย การเล่นเกม และกีฬา
ตัวช้วี ัดที่ ป. 3/1ควบคุมการเคล่ือนไหวร่างกายขณะอยูก่ บั ที่ เคล่ือนที่ และใช้อุปกรณป์ ระกอบอย่างมีทิศทาง
2. สาระสำคญั
การทำทา่ แมงกะพรุน่ (การลอยตัวในน้ำท่านอนคว่ำงอขา) เปน็ ทกั ษะการฝึกขั้นพนื้ ฐานของการฝึกว่าย
น้ำ เพราะเปน็ การฝึกการกล่ันหายใจในน้ำ การกล่นั หายใจได้นานสร้างความมั่นใจในการว่ายน้ำใหก้ ับตัวเราไดม้ าก
และการทำท่าแมงกะพรุน่ ชว่ ยใหอ้ วยั วะของรา่ งกาย เชน่ มือ ขา ทำงานพรอ้ มกนั กบั การกลนั่ หายใจในน้ำ
3. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
1. สามารถบอกขั้นตอนการทำท่าแมงกะพรุ่นได้อยา่ งถูกต้อง (K)
2. ตระหนักถึงคุณค่าของการออกกำลังกาย และการเล่นกีฬายอมรับให้ความร่วมมือเคารพในสิทธิหน้าท่ีของ
ตนเองและผู้อื่น และปฏิบัติตามกฎ ระเบียบ ข้อตกลงด้วยความเต็มใจนักเรียนมีความสนใจและต้ังใจฝึกฝนในการ
เรยี น (A)
3. สามารถปฏิบัติทกั ษะการทำท่าแมงกะพรุน่ ได้อยา่ งถกู ต้อง(P)
4. สาระการเรียนรู้ สาระการเรียนรูท้ ้องถน่ิ
พจิ ารณาตามหลกั สตู รขอองสถานศึกษา
สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง
1.การทำแมงกะพรนุ
-ทกั ษะเบอ้ื งตน้ ของการทำแมงกะพรนุ
5. กจิ กรรมการเรียนรู้
คาบที่ 18
ข้นั ที่ 1 นำเขา้ สู่บทเรียน
1. แบ่งกลมุ่ ผู้เรยี น 4 กลุ่ม กลุ่มละเท่าๆกนั แยก-ชาย,หญิง จะได้ชาย 2 แถวหญงิ 2 แถว เรยี งตามลำดบั
ไหล่
2. สำรวจจำนวนนักเรยี นการเข้าแถว ความพรอ้ มและสุขภาพของผ้เู รียน
3. สำรวจอปุ กรณ์และการแต่งกายและสขุ ภาพของนกั เรียน
-เครื่องแต่งกาย
4. ครูอธิบายสาระการเรยี นรู้ใหน้ ักเรียนทราบ
5. อบอุน่ รา่ งกาย แจง้ จุดประสงค์การเรียนรู้ และให้นักเรียนอบอุ่นร่างกายเพอ่ื เตรยี มความพรอ้ มโดยการ
อบอุน่ ร่างกายแบบอย่กู บั ที่วิ่งรอบสนาม 5 รอบ
ขน้ั ท่ี 2 กิจกรรมการเรียนรู้
1.แบ่งกลุม่ ผูเ้ รียน 4 กลมุ่ กลุ่มละเทา่ ๆกันแยก-ชาย,หญิง จะได้ชาย 2 แถวหญงิ 2 แถว เรยี งตามลำดบั
ไหล่แลว้ นั่งลง
☺☺☺☺
☺☺☺☺
☺☺☺☺
= ครู ☺ = นกั เรยี น
2. ครอู ธิบายทกั ษะการทำท่าแมงกะพรนุ่ และทำใหด้ เู ปน็ ตวั อย่าง
ขนั้ ท่ี 3 ฝึกฝนทักษะและประสบการณ์
1.ใหน้ ักเรยี นแบง่ กลุ่มออกเป็นกลุ่มละ 5 คน แลว้ นงั่ เป็นแถว
2.ใหน้ กั เรยี นฝึกการทำท่าแมงกะพร่นุ ทีละกล่มุ
3.ครูค่อยดูแลและแนะนำนักเรียนอย่างใกล้ชิด
☺☺☺☺☺☺
☺☺☺☺☺☺
☺☺☺☺☺☺
= ครู ☺ = นักเรยี น
ขนั้ ที่ 4 การ นำไปใช้
1.ใหน้ ักเรียนแบ่งกลุ่มออกเป็นกลุ่ม 4 กล่มุ เทา่ ๆกนั แลว้ นง่ั เป็นแถว จดั แถวเสรจ็ แล้วให้นง่ั ลง
2.ให้นกั เรียนแตล่ ะสง่ ตัวแทนมากลุ่มละ 2 คน
3.ใหน้ กั เรยี นที่เปน็ ตวั แทนแขง่ ขันการทำทา่ แมงกะพรุ่น
4.นกั เรียนคนไหนกลั่นหายใจในน้ำได้นานทีส่ ุดเป็นผู้ชนะ
5.การแขง่ ขนั ใหค้ รสู ลับนักเรยี นออกมาเลน่ เร่อื ยๆ
ข้นั ที่ 5 สรปุ ความรู้
1.ให้นกั เรยี นเข้าแถวตอน 4 แถว แลว้ นัง่ ลง
2.ครใู ห้นกั เรยี นท่ีปฏิบตั ิการทำทา่ แมงกะพรุ่นได้ถูกตอ้ งออกมาทำให้เพอื่ นดู
3.ครูกลา่ วสรุปร่วมกับนกั เรียนและเปิดโอกาศให้นกั เรียนไดซ้ กั ถาม
4.ครูกลา่ วชมเชยสำหรับนักเรียนที่ปฏบิ ัตไิ ด้ถกู ตอ้ งและให้กำลังใจสำหรบั นักเรียนที่ยงั ปฏบิ ตั ิไมค่ ่อยได้
5.ครูนัดหมายคาบต่อไป
6.ครูให้นกั เรยี นไปอาบน้ำลา้ งตัวแลว้ ขึ้นห้องเรียน
☺☺☺☺
☺☺☺☺
☺☺☺☺
☺☺☺☺
= ครู ☺ = นักเรยี น
6. การวดั และประเมินผล วธิ กี ารวดั ผล เคร่ืองมือวดั เกณฑก์ าร
การวัดและประเมินผล
จดุ ประสงค์ ประเมินผล
ความร้คู วามเข้าใจ (K)
- ตรวจกจิ กรรมฝกึ ทักษะ -กิจกรรมฝึกทักษะ 80% ขึน้ ไป ถือว่า
ทกั ษะ/กระบวนการ (P)
-ตรวจแบบฝกึ หัด -แบบฝึกหัด ผา่ นเกณฑก์ าร
คุณลกั ษณะนสิ ัย (A)
ประเมนิ
-สังเกตพฤติกรรม การ - แบบประเมนิ 80% ข้ึนไป ถือวา่
ทำงานรายบุคคล/กลุ่ม ทกั ษะและ ผา่ นเกณฑ์การ
กระบวนการทางสขุ ประเมิน
ศกึ ษาและพลศึกษา
1. สังเกตจากการเรียนมี 1. แบบสงั เกต 80% ขึน้ ไป ถอื วา่
ความรับผดิ ชอบต่องานทส่ี ่ัง พฤติกรรม ผ่านเกณฑ์การ
และส่งงานไดท้ นั ตามที่ ประเมิน
กำหนด
2. สงั เกตจากการเรียนใฝ่
เรยี นรู้
3. สงั เกตจากการมุง่ ม่ันใน
การทำงาน
7. สอื่ /อุปกรณ์/แหล่งการเรียนรู้
1. สระว่ายน้ำ
2. แทง่ โฟม
8. กจิ กรรมเสนอแนะ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................
ลงชอื่ .................................................ผสู้ อนลง ชอ่ื ...............................................ฝ่ายวชิ าการ
(.................................................................) (.................................................................)
ลงชือ่ ...........................................ผอู้ ำนวยการ
(.................................................................)
สปั ดาห์ที่ 19
โรงเรียนขจรเกยี รติพฒั นา
แผนการจดั การเรียนรู้
ภาคเรยี นที่ 1 / ……. ช่ือผ้สู อน นายธนวฒั น์ ด้วงเสน
กลุ่มสาระ สขุ ศึกษาและพลศกึ ษา ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี 3 จำนวน 1 คาบ
หน่วยการเรยี นรู้ที่ 3 เพม่ิ พนู ทกั ษะการเคลื่อนไหว เรอื่ ง แมงกะพรุ่น
1. มาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตัวชีว้ ดั
มาตรฐานที่ พ 3.1เข้าใจ มีทักษะในการเคลอ่ื น กจิ กรรมทางกาย การเลน่ เกม และกฬี า
ตวั ชีว้ ดั ท่ี ป. 3/1ควบคมุ การเคล่ือนไหวร่างกายขณะอยู่กับที่ เคลอ่ื นท่ี และใช้อุปกรณ์ประกอบอย่างมีทศิ ทาง
2. สาระสำคญั
การทำท่าแมงกะพรุ่น (การลอยตวั ในน้ำทา่ นอนคว่ำงอขา) เป็นทกั ษะการฝกึ ข้ันพนื้ ฐานของการฝึกว่าย
น้ำ เพราะเปน็ การฝึกการกล่ันหายใจในน้ำ การกล่นั หายใจไดน้ านสร้างความมั่นใจในการวา่ ยน้ำให้กบั ตัวเราได้มาก
และการทำท่าแมงกะพรุ่นชว่ ยใหอ้ วยั วะของรา่ งกาย เชน่ มือ ขา ทำงานพรอ้ มกันกับการกล่ันหายใจในน้ำ
3. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
1. สามารถบอกขั้นตอนการทำทา่ แมงกะพรนุ่ ได้อยา่ งถกู ต้อง (K)
2. ตระหนักถึงคุณค่าของการออกกำลังกาย และการเล่นกีฬายอมรับให้ความร่วมมือเคารพในสิทธิหน้าท่ีของ
ตนเองและผู้อื่น และปฏิบัติตามกฎ ระเบียบ ข้อตกลงด้วยความเต็มใจนักเรียนมีความสนใจและตั้งใจฝึกฝนในการ
เรียน (A)
3. สามารถปฏิบตั ิทกั ษะการทำท่าแมงกะพรุ่นไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ ง(P)
4. สาระการเรยี นรู้ สาระการเรียนรทู้ อ้ งถิ่น
พจิ ารณาตามหลกั สตู รขอองสถานศึกษา
สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง
1.การทำแมงกะพรนุ
-ทักษะเบอ้ื งตน้ ของการทำแมงกะพรนุ
5. กจิ กรรมการเรียนรู้
คาบที่ 19
ข้นั ที่ 1 นำเขา้ สู่บทเรียน
1. แบ่งกลุ่มผู้เรยี น 4 กลมุ่ กลุ่มละเท่าๆกนั แยก-ชาย,หญงิ จะไดช้ าย 2 แถวหญงิ 2 แถว เรียงตามลำดับ
ไหล่
2. สำรวจจำนวนนักเรียนการเข้าแถว ความพร้อมและสขุ ภาพของผู้เรียน
3. สำรวจอุปกรณ์และการแตง่ กายและสขุ ภาพของนกั เรียน
-เครื่องแตง่ กาย
4. ครูอธิบายสาระการเรยี นรู้ใหน้ ักเรียนทราบ
5. อบอุน่ ร่างกาย แจง้ จุดประสงค์การเรียนรู้ และให้นกั เรยี นอบอุน่ รา่ งกายเพอ่ื เตรยี มความพรอ้ มโดยการ
อบอุน่ ร่างกายแบบอยูก่ บั ท่วี ิ่งรอบสนาม 5 รอบ
ขน้ั ท่ี 2 กจิ กรรมการเรยี นรู้
1.แบ่งกลุ่มผูเ้ รียน 4 กล่มุ กลุ่มละเทา่ ๆกันแยก-ชาย,หญงิ จะไดช้ าย 2 แถวหญงิ 2 แถว เรยี งตามลำดับ
ไหล่แลว้ น่ังลง
☺☺☺☺
☺☺☺☺
☺☺☺☺
= ครู ☺ = นักเรียน
2. ครอู ธิบายทกั ษะการทำทา่ แมงกะพรนุ่ และทำใหด้ ูเป็นตัวอยา่ ง
ขนั้ ท่ี 3 ฝึกฝนทักษะและประสบการณ์
1.ใหน้ กั เรยี นแบ่งกลุ่มออกเป็นกลุ่มละ 5 คน แล้วนง่ั เป็นแถว
2.ใหน้ ักเรียนฝึกการทำท่าแมงกะพร่นุ ทีละกล่มุ
3.ครูค่อยดแู ลและแนะนำนกั เรยี นอย่างใกล้ชดิ
☺☺☺☺☺☺
☺☺☺☺☺☺
☺☺☺☺☺☺
= ครู ☺ = นกั เรียน
ขนั้ ที่ 4 การ นำไปใช้
1.ให้นกั เรยี นแบง่ กลุ่มออกเป็นกลุ่ม 4 กล่มุ เท่าๆกนั แล้วนัง่ เปน็ แถว จดั แถวเสร็จแล้วใหน้ งั่ ลง
2.ให้นกั เรียนแต่ละสง่ ตัวแทนมากลุ่มละ 2 คน
3.ใหน้ กั เรยี นท่ีเปน็ ตัวแทนแข่งขนั การทำทา่ แมงกะพรุ่น
4.นกั เรียนคนไหนกลน่ั หายใจในน้ำได้นานท่ีสุดเปน็ ผู้ชนะ
5.การแขง่ ขันให้ครสู ลับนักเรยี นออกมาเลน่ เรื่อยๆ
ขน้ั ที่ 5 สรปุ ความรู้
1.ให้นกั เรยี นเข้าแถวตอน 4 แถว แลว้ นั่งลง
2.ครใู ห้นักเรียนท่ปี ฏิบัติการทำท่าแมงกะพรุ่นไดถ้ กู ตอ้ งออกมาทำให้เพอื่ นดู
3.ครกู ลา่ วสรุปร่วมกบั นักเรยี นและเปิดโอกาศใหน้ ักเรยี นไดซ้ กั ถาม
4.ครูกลา่ วชมเชยสำหรับนักเรยี นทีป่ ฏิบัติไดถ้ กู ตอ้ งและให้กำลังใจสำหรบั นักเรียนที่ยงั ปฏบิ ตั ิไมค่ ่อยได้
5.ครูนัดหมายคาบต่อไป
6.ครูให้นกั เรยี นไปอาบน้ำลา้ งตัวแล้วข้นึ หอ้ งเรยี น
☺☺☺☺
☺☺☺☺
☺☺☺☺
☺☺☺☺
= ครู ☺ = นักเรยี น
6. การวัดและประเมินผล วธิ กี ารวัดผล เครอ่ื งมือวดั เกณฑ์การ
การวัดและประเมินผล
จดุ ประสงค์ ประเมนิ ผล
ความร้คู วามเข้าใจ (K)
- ตรวจกิจกรรมฝกึ ทักษะ -กจิ กรรมฝึกทกั ษะ 80% ข้ึนไป ถือวา่
ทักษะ/กระบวนการ (P)
-ตรวจแบบฝึกหัด -แบบฝึกหดั ผ่านเกณฑก์ าร
คุณลกั ษณะนสิ ัย (A)
ประเมนิ
-สงั เกตพฤตกิ รรม การ - แบบประเมนิ 80% ขน้ึ ไป ถือวา่
ทำงานรายบคุ คล/กลมุ่ ทักษะและ ผา่ นเกณฑ์การ
กระบวนการทางสุข ประเมิน
ศกึ ษาและพลศึกษา
1. สังเกตจากการเรยี นมี 1. แบบสงั เกต 80% ข้นึ ไป ถอื วา่
ความรบั ผดิ ชอบตอ่ งานท่สี ั่ง พฤตกิ รรม ผ่านเกณฑ์การ
และส่งงานได้ทนั ตามท่ี ประเมนิ
กำหนด
2. สงั เกตจากการเรียนใฝ่
เรยี นรู้
3. สังเกตจากการมุ่งมน่ั ใน
การทำงาน
7. สอื่ /อปุ กรณ์/แหลง่ การเรียนรู้
1. สระว่ายนำ้
2. แทง่ โฟม
8. กจิ กรรมเสนอแนะ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................
ลงช่อื .................................................ผ้สู อนลง ชอื่ ...............................................ฝ่ายวชิ าการ
(.................................................................) (.................................................................)
ลงชอ่ื ...........................................ผอู้ ำนวยการ
(.................................................................)
โครงสร้างรายวิชา สุขศึกษาและพลศกึ ษา ระดับชั้นประถมศกึ ษาปีที่ 2
ภาคเรียนท่ี 1 ปกี ารศึกษา ……… เวลา 20 ชั่วโมง
หนว่ ย ช่อื หนว่ ยการ มาตรฐานการเรียนรู้ สาระสำคัญ เวลา น้ำหนั
ท่ี เรยี นรู้ ตัวชว้ี ัด (ชัว่ โมง) ก
1 สาระท่ี 1 การ มาตรฐาน พ 1.1 เขา้ ใจธรรมชาตขิ อง ลักษณะ และ 1-3 คะแน
เจรญิ เตบิ โต การเจริญเตบิ โตและพฒั นาการของ หน้าทขี่ องอวยั วะ น
และพฒั นาการ มนุษย์ ภายในทมี่ ีการ 4-5 10
ของมนุษย์ เจรญิ เติบโตและ
ตวั ช้วี ัดท่ี ป 2/1 พฒั นาการไปตามวัย 10
อธิบายลกั ษณะและหน้าที่ ของอวยั วะ (สมอง หวั ใจ ตบั
ภายใน ไต ปอด กระเพาะ
อาหาร ลำไส้ ฯลฯ)
การดูแลรักษา
ตัวชว้ี ดั ท่ี ป 2/2
อธบิ ายวิธีดแู ลรักษาอวยั วะภายใน อวยั วะภายใน
- การระมดั ระวงั
การกระแทก
- การออกกำลังกาย
- การกินอาหาร)
2 บทบาทหนา้ ท่ี 6-7 10
ของสมาชกิ ใน
ครอบครวั
- ตนเอง
- พ่อ แม่
- พน่ี อ้ ง
- ญาติ
3 ตัวชว้ี ัดท่ี ป 2/2 ความสำคญั ของ 8-9 10
บอกความสำคญั ของเพือ่ น เพือ่ น (เชน่ พูดคยุ
ปรกึ ษา เล่น ฯลฯ)
มาตรฐาน พ 3.1 เข้าใจ มีทกั ษะใน
การเคลื่อนไหว กิจกรรมทางกาย การ ดำนำ้ เกบ็ ของ
ปลาดาวหาย 11-13 15
เล่นเกม และกีฬา ปลาดาวคว่ำ 14-15 15
16-17 15
ตวั ช้วี ดั ที่ ป 2/1
18-19 15
ควบคุมการเคล่อื นไหวรา่ งกาย ขณะ
อยู่กับท่ี เคล่ือนที่ และใช้อปุ กรณ์
ประกอบ
ตัวชว้ี ัดท่ี ป 2/2 แมงกะพรนุ
เล่มเกมเบ็ดเตล็ดและเข้าร่วมกจิ กรรม
ทางกายทีว่ ธิ เี ลน่ อาศัยการเคล่ือนไหว
เบอ้ื งตน้ ทัง้ แบบอยู่กับท่ี เคลอื่ นท่ีและ
ใชอ้ ุปกรณ์ประกอบ
มาตรฐาน พ 3.2
รักการออกกำลงั กาย การเลน่ เกม
และการเล่นกฬี า ปฏิบัตเิ ปน็ ประจำอย่าง
สม่ำเสมอ มีวินัย เคารพสทิ ธิ กฎ กตกิ า
มนี ำ้ ใจนักกีฬา มีจติ วญิ ญาณในการแข่งขนั
และช่ืนชม ในสุนทรียภาพของการกฬี า
ตัวชวี้ ัดท่ี ป 2/1
ออกกำลงั กาย และเลน่ เกม ได้ดว้ ย
ตนเองอย่างสนุกสนาน
ตวั ช้ีวัดท่ี ป 2/2
ปฏิบตั ิตามกฎ กตกิ าและข้อตกลงใน
การเลน่ เกมเป็นกลมุ่
มาตรฐาน พ 2.1 เขา้ ใจและเหน็ คุณค่า
ตนเอง ครอบครวั เพศศึกษา และมี
ทักษะ
ในการดำเนินชีวิต
ตัวชี้วัดที่ ป 2/1
ระบบุ ทบาทหน้าท่ีของตนเอง และ
สมาชิกในครอบครัว
สอบปลายภาคเรียนที่1 (ส.20) 20คะแนน
18 100
สปั ดาห์ท่ี 1
โรงเรยี นขจรเกียรติพฒั นา
แผนการจดั การเรยี นรู้
ภาคเรยี นท่ี 1 / …….. ชอื่ ผูส้ อน นายธนวัฒน์ ด้วงเสน
กลุ่มสาระ สุขศกึ ษาและพลศึกษา ช้นั ประถมศึกษาปีท่ี 2 จำนวน 1 คาบ
หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 1 เรยี นรูต้ ัวเรา เร่อื ง ความหมายและ ความสำคญั ของอวยั วะภายใน
1. มาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตัวช้ีวัด
มาตรฐาน พ 1.1 เขา้ ใจธรรมชาติของการเจรญิ เติบโตและพฒั นาการของมนษุ ย์
ตัวชีว้ ัดท่ี ป.2/1 อธิบายลกั ษณะและหน้าทข่ี องอวยั วะภายใน
ตวั ชว้ี ัดที่ ป.2/2 อธิบายวธิ ีดูและรักษาอวยั วะภายใน
ตวั ชว้ี ดั ท่ี ป. 2/3 อธิบายธรรมชาตชิ ีวติ มนษุ ย์
2. สาระสำคัญ
อวัยวะภายใน หมายถึง อวัยวะทอ่ี ยภู่ ายในร่างกาย เราไม่สามารถมองเหน็ และจับตอ้ งได้ อวัยวะภายในมี
ความสำคญั มาก เพราะเปน็ สว่ นหนึ่งของระบบต่าง ๆ ภายในรา่ งกาย หากอวัยวะใดอวัยวะหนง่ึ มีความผิดปกตยิ ่อม
สง่ ผลให้ระบบที่เกย่ี วขอ้ งเกิดความผดิ ปกตแิ ละส่งผลกระทบตอ่ สุขภาพ ดงั นั้นการดแู ลรักษาอวัยวะภายในทถ่ี กู ต้องจึง
มคี วามสำคัญย่ิง
3. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
1. อธิบายความหมาย ความสำคัญ และหน้าที่ของอวยั วะภายในอย่างถูกต้องได้ (K)
2. ตระหนกั ถึงความสำคัญของอวัยวะภายในและการดแู ลรกั ษาอวัยวะภายใน (A)
3. ระบุชือ่ อวัยวะภายในและแสดงทักษะในการดูแลอวัยวะภายในอย่างถกู ต้องได้ (P)
4. สาระการเรียนรู้ สาระการเรยี นรู้ท้องถ่ิน
พจิ ารณาตามหลกั สูตรขอองสถานศึกษา
สาระการเรียนรู้แกนกลาง
1.การเจรญิ เติบโตของรา่ งกาย
- การเปล่ียนแปลงของรา่ งกายวยั เด็ก
- ความสำคญั ของการเปล่ียนแปลงของรา่ งกาย
- อาหารท่เี หมาะสมกับวยั
5. กิจกรรมการเรยี นรู้
คาบที่ 1
ขั้นเตรียมกอ่ นนำเขา้ สบู่ ทเรียน
1. ครูและนกั เรียนร่วมทำความร้จู กั และสร้างความคุ้นเคยระหวา่ งกนั
2. ครูแนะนำเกีย่ วกับระเบียบและมารยาทในการปฏิบัตกิ ิจกรรมการเรียนรู้ร่วมกบั ผอู้ ่ืนให้นกั เรียน
ทราบ
3. ครชู แี้ จงเก่ียวกับวตั ถุประสงคข์ องการทำแบบทดสอบความร้กู ่อนการเรยี นรู้ หนว่ ยการเรียนร้ทู ี่
1 เรียนรตู้ ัวเรา เพอ่ื เปน็ การประเมนิ พ้ืนฐานความรู้ให้นกั เรียนทราบร่วมกัน และทำการทดสอบ
ความรูใ้ นเวลาที่ ครูกำหนด
ข้นั ท่ี 1: นำเขา้ ส่บู ทเรียน
อวยั วะ อวยั วะภายนอก อวยั วะภายใน
1. ครูนำบตั รคำ คำว่า
ตดิ บนกระดานดำ แล้วใหน้ ักเรียนอาสาสมัครนำเพ่อื นอา่ นบัตรคำดงั กลา่ วพรอ้ มกัน
ตามลำดบั
2. นกั เรียนระดมความคดิ เหน็ รว่ มกันเพ่ืออธิบายความหมายของคำในบตั รคำแตล่ ะคำตามลำดบั
เพอ่ื ทบทวนความร้จู ากการศึกษาท่ผี า่ นมา โดยครใู ห้ความรู้เพม่ิ เตมิ
ขนั้ ที่ 2: กจิ กรรมการเรียนรู้
1. ครูนำภาพแสดงอวยั วะภายใน ประกอบดว้ ยอวัยวะสมอง อวยั วะหัวใจ อวัยวะตบั อวยั วะไต
อวยั วะปอด อวยั วะกระเพาะอาหาร และอวัยวะลำไส้ ติดบนกระดานดำใหน้ กั เรยี นดู แลว้ ร่วมกัน
ตอบคำถามในประเดน็ ตอ่ ไปนี้
– ภาพอวัยวะทีเ่ หน็ จัดเป็นอวัยวะประเภทใด (อวัยวะภายใน)
– ภาพอวัยวะทเ่ี ห็นประกอบดว้ ยภาพอวัยวะใดบ้าง (ภาพสมอง หัวใจ ตับ ไต ปอด
กระเพาะ-อาหาร ลำไส้)
– หากอวัยวะดังกล่าวเกดิ ความผิดปกติ นกั เรียนคิดว่าจะมผี ลอยา่ งไร (ตัวอยา่ งคำตอบ: สง่ ผลให้
การทำงานของร่างกายเกิดความผิดปกติ)
2. ครูให้ความรูเ้ กี่ยวกับความหมายและความสำคัญของอวยั วะภายในแก่นักเรียน
ขัน้ ที่ 3: ฝกึ ฝนทักษะและประสบการณ์ หมายถึง
• ครูนำบัตรคำจำนวน 10 บัตรคำ ประกอบดว้ ยคำวา่ อวยั วะภายใน
อวยั วะท่ีอยภู่ ายในร่างกาย ไมส่ ามารถมองเห็นและจบั ตอ้ งได้ เช่น สมอง
หวั ใจ ปอด ไต ลาไส้ กระเพาะอาหาร
ติดบนกระดานดำเรียงตามลำดับ โดยใหน้ กั เรียนอา่ นขอ้ ความจากบตั รคำดังกล่าวรว่ มกัน และให้
ทกุ คนร่วมกนั จำความหมายและการเรยี งบัตรคำแสดขอ้ ความดังกลา่ ว
ขน้ั ท่ี 4: การนำไปใช้
1. นกั เรยี นแบง่ ออกเปน็ กลุม่ ตามความเหมาะสม โดยใหแ้ ต่ละกลมุ่ รว่ มกันเขยี นข้อความจากทีอ่ า่ น
บัตรคำดงั กล่าวใหถ้ กู ตอ้ ง ในเวลาทคี่ รูกำหนด
2. แต่ละกล่มุ ส่งตวั แทนผลัดเปลยี่ นกนั ออกมาอ่านข้อความตามท่เี ขียนให้กลมุ่ อ่ืน ๆ ฟัง หาก
กลมุ่ ใดเขียนขอ้ ความดังกล่าวได้ถกู ต้องทั้งการเขยี นคำสะกด พยัญชนะ และการเรียง
ตามลำดับได้ถูกต้องมากทส่ี ุดเปน็ ฝา่ ยชนะ ให้เพ่ือน ๆ ปรบมือให้
ขั้นที่ 5: สรปุ ความรู้
1. ครูและนักเรียนสรปุ ความหมาย ความสำคญั และตวั อย่างของอวยั วะภายในรว่ มกัน
2. นกั เรยี นบันทึกความรูโ้ ดยสังเขปลงในสมุด
6. การวดั และประเมินผล วธิ ีการวัดผล เคร่ืองมอื วัด เกณฑ์การประเมินผล
การวดั และประเมนิ ผลจุดประสงค์ - ตรวจกิจกรรมฝกึ ทกั ษะ -กจิ กรรมฝึกทักษะ 80% ขน้ึ ไป ถือวา่
-ตรวจแบบฝกึ หัด -แบบฝกึ หัด ผา่ นเกณฑก์ าร
ความรู้ความเข้าใจ (K) ประเมิน
-สงั เกตพฤติกรรม การ - แบบประเมิน 80% ขึน้ ไป ถือว่า
ทักษะ/กระบวนการ (P) ทำงานรายบคุ คล/กลมุ่ ทกั ษะและ ผ่านเกณฑก์ าร
กระบวนการทางสขุ ประเมนิ
คณุ ลักษณะนสิ ัย (A) 1. สังเกตจากการเรยี นมี ศึกษาและพลศกึ ษา
ความรับผดิ ชอบต่องานที่ส่ัง 1. แบบสงั เกต 80% ขน้ึ ไป ถือวา่
และส่งงานได้ทันตามที่ พฤตกิ รรม ผ่านเกณฑ์การ
กำหนด ประเมิน
2. สังเกตจากการเรียนใฝ่
เรยี นรู้
3. สังเกตจากการมงุ่ มั่นใน
การทำงาน
7. ส่อื /แหล่งการเรียนรู้
1. บัตรคำคำวา่ อวยั วะ อวยั วะภายนอก อวยั วะภายใน
2. บัตรคำแสดงความหมายและตัวอยา่ งของอวัยวะภายใน
3. ภาพแสดงอวัยวะภายใน ได้แก่ ภาพสมอง หวั ใจ ตบั ไต ปอด กระเพาะอาหาร และลำไส้
4. หนงั สือเรียน รายวชิ าพ้ืนฐาน สุขศกึ ษาและพลศกึ ษา ป. 2 บริษทั สำนักพิมพ์วฒั นาพานิช จำกัด
5. ส่อื การเรียนรู้ สขุ ศึกษาและพลศึกษา สมบูรณแ์ บบ ป. 2 บริษทั สำนักพมิ พ์วฒั นาพานิช จำกัด
6. แบบฝึกทกั ษะ รายวิชาพน้ื ฐาน สขุ ศึกษาและพลศึกษา ป. 2 บรษิ ัท สำนกั พิมพว์ ฒั นาพานิช จำกดั
8. กจิ กรรมเสนอแนะ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................
ลงชือ่ ...........................................ผู้สอน ลงชือ่ ...........................................ฝา่ ยวิชาการ
(.................................................................) (.................................................................)
ลงชอ่ื ...........................................ผู้อำนวยการ
(.................................................................)
สปั ดาห์ท่ี 2
โรงเรยี นขจรเกียรติพฒั นา
แผนการจดั การเรยี นรู้
ภาคเรยี นที่ 1 / …….. ชอื่ ผู้สอน นายธนวัฒน์ ด้วงเสน
กลุ่มสาระ สุขศกึ ษาและพลศึกษา ช้นั ประถมศึกษาปีท่ี 2 จำนวน 1 คาบ
หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 1 เรยี นรูต้ ัวเรา เรอ่ื ง ความหมายและ ความสำคญั ของอวยั วะภายใน
1. มาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตัวช้ีวัด
มาตรฐาน พ 1.1 เขา้ ใจธรรมชาติของการเจรญิ เตบิ โตและพฒั นาการของมนษุ ย์
ตัวชีว้ ัดท่ี ป.2/1 อธิบายลักษณะและหน้าทข่ี องอวยั วะภายใน
ตวั ชว้ี ัดที่ ป.2/2 อธิบายวธิ ีดูและรักษาอวยั วะภายใน
ตวั ชว้ี ดั ท่ี ป. 2/3 อธิบายธรรมชาตชิ ีวติ มนษุ ย์
2. สาระสำคัญ
อวัยวะภายใน หมายถึง อวัยวะทอ่ี ยภู่ ายในร่างกาย เราไม่สามารถมองเหน็ และจับตอ้ งได้ อวัยวะภายในมี
ความสำคญั มาก เพราะเปน็ สว่ นหนึ่งของระบบต่าง ๆ ภายในรา่ งกาย หากอวัยวะใดอวัยวะหนง่ึ มีความผิดปกตยิ ่อม
สง่ ผลให้ระบบที่เกย่ี วขอ้ งเกิดความผดิ ปกตแิ ละส่งผลกระทบตอ่ สุขภาพ ดงั นั้นการดแู ลรักษาอวัยวะภายในทถ่ี กู ต้องจึง
มคี วามสำคัญย่ิง
3. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
1. อธิบายความหมาย ความสำคัญ และหน้าที่ของอวยั วะภายในอย่างถูกต้องได้ (K)
2. ตระหนกั ถึงความสำคัญของอวัยวะภายในและการดแู ลรกั ษาอวัยวะภายใน (A)
3. ระบุชือ่ อวัยวะภายในและแสดงทักษะในการดูแลอวัยวะภายในอย่างถกู ต้องได้ (P)
4. สาระการเรียนรู้ สาระการเรยี นรู้ท้องถ่ิน
พจิ ารณาตามหลกั สูตรขอองสถานศึกษา
สาระการเรียนรู้แกนกลาง
1.การเจรญิ เติบโตของรา่ งกาย
- การเปล่ียนแปลงของรา่ งกายวยั เด็ก
- ความสำคญั ของการเปล่ียนแปลงของร่างกาย
- อาหารท่เี หมาะสมกับวยั
5. กจิ กรรมการเรียนรู้
คาบที่ 2
ขั้นเตรยี มก่อนนำเข้าสบู่ ทเรยี น
1. ครูและนกั เรียนร่วมทำความรจู้ กั และสรา้ งความคุ้นเคยระหว่างกนั
2. ครูแนะนำเกย่ี วกับระเบียบและมารยาทในการปฏบิ ัตกิ ิจกรรมการเรยี นรู้ร่วมกับผูอ้ ื่นใหน้ กั เรียน
ทราบ
3. ครูชแี้ จงเกี่ยวกับวตั ถปุ ระสงค์ของการทำแบบทดสอบความรกู้ ่อนการเรยี นรู้ หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่
1 เรียนรู้ตวั เรา เพื่อเปน็ การประเมนิ พ้นื ฐานความร้ใู ห้นักเรยี นทราบร่วมกนั และทำการทดสอบ
ความรู้ในเวลาที่ ครกู ำหนด
ขนั้ ที่ 1: นำเข้าสู่บทเรียน
อวยั วะ อวยั วะภายนอก อวยั วะภายใน
1. ครูนำบตั รคำ คำว่า
ตดิ บนกระดานดำ แลว้ ใหน้ ักเรยี นอาสาสมัครนำเพ่ือนอา่ นบัตรคำดังกลา่ วพร้อมกนั
ตามลำดับ
2. นักเรียนระดมความคดิ เหน็ รว่ มกันเพอ่ื อธิบายความหมายของคำในบัตรคำแตล่ ะคำตามลำดบั
เพ่ือทบทวนความรจู้ ากการศกึ ษาทผี่ า่ นมา โดยครูให้ความรู้เพมิ่ เตมิ
ขน้ั ท่ี 2: กจิ กรรมการเรยี นรู้
1. ครูนำภาพแสดงอวยั วะภายใน ประกอบด้วยอวยั วะสมอง อวยั วะหัวใจ อวัยวะตับ อวัยวะไต
อวยั วะปอด อวยั วะกระเพาะอาหาร และอวัยวะลำไส้ ตดิ บนกระดานดำให้นักเรียนดู แล้วรว่ มกัน
ตอบคำถามในประเด็นตอ่ ไปนี้
– ภาพอวยั วะท่ีเห็นจดั เป็นอวัยวะประเภทใด (อวยั วะภายใน)
– ภาพอวัยวะทีเ่ ห็นประกอบด้วยภาพอวยั วะใดบ้าง (ภาพสมอง หัวใจ ตบั ไต ปอด
กระเพาะ-อาหาร ลำไส้)
– หากอวัยวะดังกลา่ วเกดิ ความผดิ ปกติ นกั เรียนคิดว่าจะมีผลอย่างไร (ตัวอยา่ งคำตอบ: สง่ ผลให้
การทำงานของร่างกายเกิดความผดิ ปกติ)
2. ครูให้ความรเู้ กี่ยวกับความหมายและความสำคญั ของอวัยวะภายในแก่นักเรียน
ข้นั ท่ี 3: ฝึกฝนทักษะและประสบการณ์ หมายถึง
• ครนู ำบัตรคำจำนวน 10 บัตรคำ ประกอบด้วยคำว่า อวยั วะภายใน
อวยั วะท่ีอยภู่ ายในร่างกาย ไมส่ ามารถมองเห็นและจบั ตอ้ งได้ เช่น สมอง
หวั ใจ ปอด ไต ลาไส้ กระเพาะอาหาร
ตดิ บนกระดานดำเรียงตามลำดับ โดยใหน้ ักเรียนอา่ นข้อความจากบัตรคำดงั กล่าวรว่ มกัน และให้
ทกุ คนร่วมกันจำความหมายและการเรียงบัตรคำแสดข้อความดงั กล่าว
ข้นั ท่ี 4: การนำไปใช้
1. นกั เรียนแบง่ ออกเปน็ กล่มุ ตามความเหมาะสม โดยให้แต่ละกลมุ่ ร่วมกันเขียนข้อความจากท่อี ่าน
บัตรคำดงั กล่าวให้ถกู ต้อง ในเวลาทคี่ รูกำหนด
2. แตล่ ะกลุ่มส่งตัวแทนผลัดเปล่ียนกนั ออกมาอ่านข้อความตามทเี่ ขยี นใหก้ ลุม่ อื่น ๆ ฟัง หาก
กลมุ่ ใดเขียนขอ้ ความดังกลา่ วไดถ้ กู ตอ้ งทงั้ การเขียนคำสะกด พยัญชนะ และการเรียง
ตามลำดับไดถ้ ูกตอ้ งมากทสี่ ุดเปน็ ฝา่ ยชนะ ให้เพื่อน ๆ ปรบมือให้
ขัน้ ที่ 5: สรุปความรู้
1. ครแู ละนกั เรียนสรุปความหมาย ความสำคัญ และตวั อย่างของอวยั วะภายในรว่ มกัน
2. นกั เรียนบันทกึ ความรโู้ ดยสังเขปลงในสมดุ
6. การวัดและประเมนิ ผล วิธีการวัดผล เครื่องมือวัด เกณฑ์การประเมนิ ผล
การวัดและประเมินผลจุดประสงค์ - ตรวจกจิ กรรมฝกึ ทกั ษะ -กิจกรรมฝึกทักษะ 80% ข้นึ ไป ถือวา่
-ตรวจแบบฝกึ หัด -แบบฝึกหัด ผ่านเกณฑ์การ
ความรู้ความเข้าใจ (K) ประเมนิ
-สังเกตพฤติกรรม การ - แบบประเมิน 80% ข้ึนไป ถอื วา่
ทกั ษะ/กระบวนการ (P) ทำงานรายบุคคล/กล่มุ ทกั ษะและ ผา่ นเกณฑก์ าร
กระบวนการทางสุข ประเมนิ
คุณลกั ษณะนสิ ัย (A) 1. สงั เกตจากการเรียนมี ศกึ ษาและพลศกึ ษา
ความรบั ผดิ ชอบต่องานทส่ี ั่ง 1. แบบสงั เกต 80% ขึน้ ไป ถือว่า
และสง่ งานได้ทันตามที่ พฤตกิ รรม ผ่านเกณฑ์การ
กำหนด ประเมนิ
2. สงั เกตจากการเรียนใฝ่
เรียนรู้
3. สังเกตจากการม่งุ ม่นั ใน
การทำงาน
7. ส่อื /แหล่งการเรียนรู้
1. บตั รคำคำวา่ อวัยวะ อวัยวะภายนอก อวยั วะภายใน
2. บตั รคำแสดงความหมายและตัวอยา่ งของอวัยวะภายใน
3. ภาพแสดงอวัยวะภายใน ไดแ้ ก่ ภาพสมอง หวั ใจ ตบั ไต ปอด กระเพาะอาหาร และลำไส้
4. หนงั สือเรียน รายวชิ าพ้ืนฐาน สุขศกึ ษาและพลศึกษา ป. 2 บริษัท สำนักพิมพ์วัฒนาพานิช จำกัด
5. ส่อื การเรยี นรู้ สุขศึกษาและพลศึกษา สมบูรณแ์ บบ ป. 2 บรษิ ทั สำนักพมิ พ์วัฒนาพานิช จำกัด
6. แบบฝึกทกั ษะ รายวิชาพ้ืนฐาน สขุ ศึกษาและพลศึกษา ป. 2 บริษทั สำนักพิมพว์ ฒั นาพานชิ จำกดั
8. กจิ กรรมเสนอแนะ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................
ลงช่อื ...........................................ผู้สอน ลงชอื่ ...........................................ฝ่ายวิชาการ
(.................................................................) (.................................................................)
ลงชอ่ื ...........................................ผอู้ ำนวยการ
(.................................................................)
สปั ดาห์ท่ี 3
โรงเรยี นขจรเกียรติพฒั นา
แผนการจดั การเรยี นรู้
ภาคเรยี นที่ 1 / …….. ชอื่ ผู้สอน นายธนวัฒน์ ด้วงเสน
กลุ่มสาระ สุขศกึ ษาและพลศึกษา ช้นั ประถมศึกษาปีท่ี 2 จำนวน 1 คาบ
หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 1 เรยี นรูต้ ัวเรา เรอ่ื ง ความหมายและ ความสำคญั ของอวยั วะภายใน
1. มาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตัวช้ีวัด
มาตรฐาน พ 1.1 เขา้ ใจธรรมชาติของการเจรญิ เตบิ โตและพฒั นาการของมนษุ ย์
ตัวชีว้ ัดท่ี ป.2/1 อธิบายลักษณะและหน้าทข่ี องอวยั วะภายใน
ตวั ชว้ี ัดที่ ป.2/2 อธิบายวธิ ีดูและรักษาอวยั วะภายใน
ตวั ชว้ี ดั ท่ี ป. 2/3 อธิบายธรรมชาตชิ ีวติ มนษุ ย์
2. สาระสำคัญ
อวัยวะภายใน หมายถึง อวัยวะทอ่ี ยภู่ ายในร่างกาย เราไม่สามารถมองเหน็ และจับตอ้ งได้ อวัยวะภายในมี
ความสำคญั มาก เพราะเปน็ สว่ นหนึ่งของระบบต่าง ๆ ภายในรา่ งกาย หากอวัยวะใดอวัยวะหนง่ึ มีความผิดปกตยิ ่อม
สง่ ผลให้ระบบที่เกย่ี วขอ้ งเกิดความผดิ ปกตแิ ละส่งผลกระทบตอ่ สุขภาพ ดงั นั้นการดแู ลรักษาอวัยวะภายในทถ่ี กู ต้องจึง
มคี วามสำคัญย่ิง
3. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
1. อธิบายความหมาย ความสำคัญ และหน้าที่ของอวยั วะภายในอย่างถูกต้องได้ (K)
2. ตระหนกั ถึงความสำคัญของอวัยวะภายในและการดแู ลรกั ษาอวัยวะภายใน (A)
3. ระบุชือ่ อวัยวะภายในและแสดงทักษะในการดูแลอวัยวะภายในอย่างถกู ต้องได้ (P)
4. สาระการเรียนรู้ สาระการเรยี นรู้ท้องถ่ิน
พจิ ารณาตามหลกั สูตรขอองสถานศึกษา
สาระการเรียนรู้แกนกลาง
1.การเจรญิ เติบโตของรา่ งกาย
- การเปล่ียนแปลงของรา่ งกายวยั เด็ก
- ความสำคญั ของการเปล่ียนแปลงของร่างกาย
- อาหารท่เี หมาะสมกับวยั
5. กจิ กรรมการเรียนรู้
คาบท่ี 3
ขั้นเตรียมกอ่ นนำเข้าสบู่ ทเรยี น
1. ครูและนกั เรยี นรว่ มทำความร้จู ักและสรา้ งความคุ้นเคยระหว่างกัน
2. ครแู นะนำเกย่ี วกบั ระเบียบและมารยาทในการปฏบิ ตั ิกจิ กรรมการเรยี นรู้รว่ มกับผู้อ่ืนให้นักเรียน
ทราบ
3. ครูชแี้ จงเกี่ยวกบั วตั ถปุ ระสงคข์ องการทำแบบทดสอบความรูก้ อ่ นการเรียนรู้ หน่วยการเรียนรูท้ ี่
1 เรียนรู้ตวั เรา เพ่ือเป็นการประเมินพ้นื ฐานความรู้ให้นกั เรียนทราบรว่ มกนั และทำการทดสอบ
ความรใู้ นเวลาที่ ครูกำหนด
ขน้ั ที่ 1: นำเข้าสู่บทเรียน
อวยั วะ อวยั วะภายนอก อวยั วะภายใน
1. ครูนำบัตรคำ คำว่า
ติดบนกระดานดำ แลว้ ให้นักเรยี นอาสาสมัครนำเพอื่ นอ่านบัตรคำดงั กลา่ วพรอ้ มกนั
ตามลำดบั
2. นกั เรียนระดมความคดิ เห็นรว่ มกนั เพ่อื อธิบายความหมายของคำในบตั รคำแตล่ ะคำตามลำดบั
เพอ่ื ทบทวนความรูจ้ ากการศึกษาท่ผี า่ นมา โดยครูให้ความรเู้ พม่ิ เติม
ขั้นที่ 2: กจิ กรรมการเรียนรู้
1. ครนู ำภาพแสดงอวยั วะภายใน ประกอบด้วยอวัยวะสมอง อวัยวะหัวใจ อวัยวะตับ อวยั วะไต
อวัยวะปอด อวยั วะกระเพาะอาหาร และอวัยวะลำไส้ ติดบนกระดานดำให้นักเรียนดู แลว้ รว่ มกนั
ตอบคำถามในประเดน็ ตอ่ ไปน้ี
– ภาพอวยั วะท่ีเห็นจดั เป็นอวยั วะประเภทใด (อวัยวะภายใน)
– ภาพอวยั วะที่เหน็ ประกอบดว้ ยภาพอวัยวะใดบ้าง (ภาพสมอง หวั ใจ ตับ ไต ปอด
กระเพาะ-อาหาร ลำไส้)
– หากอวยั วะดงั กลา่ วเกิดความผดิ ปกติ นกั เรียนคิดว่าจะมผี ลอยา่ งไร (ตวั อย่างคำตอบ: สง่ ผลให้
การทำงานของร่างกายเกิดความผดิ ปกติ)
2. ครูใหค้ วามรู้เกยี่ วกับความหมายและความสำคัญของอวยั วะภายในแก่นักเรียน
ข้นั ท่ี 3: ฝึกฝนทักษะและประสบการณ์ หมายถึง
• ครนู ำบัตรคำจำนวน 10 บัตรคำ ประกอบด้วยคำวา่ อวยั วะภายใน
อวยั วะที่อยภู่ ายในร่างกาย ไมส่ ามารถมองเห็นและจบั ตอ้ งได้ เช่น สมอง
หวั ใจ ปอด ไต ลาไส้ กระเพาะอาหาร
ติดบนกระดานดำเรียงตามลำดับ โดยใหน้ กั เรียนอ่านข้อความจากบตั รคำดงั กล่าวร่วมกัน และให้
ทุกคนรว่ มกันจำความหมายและการเรยี งบัตรคำแสดข้อความดังกล่าว
ขน้ั ที่ 4: การนำไปใช้
1. นกั เรยี นแบ่งออกเปน็ กล่มุ ตามความเหมาะสม โดยให้แตล่ ะกลุ่มรว่ มกนั เขียนขอ้ ความจากท่อี ่าน
บตั รคำดงั กล่าวให้ถูกต้อง ในเวลาที่ครูกำหนด
2. แต่ละกลุ่มสง่ ตวั แทนผลัดเปลี่ยนกนั ออกมาอ่านข้อความตามทเี่ ขียนให้กลุม่ อ่ืน ๆ ฟัง หาก
กลุ่มใดเขียนข้อความดังกลา่ วไดถ้ กู ต้องทัง้ การเขียนคำสะกด พยญั ชนะ และการเรียง
ตามลำดบั ได้ถกู ตอ้ งมากทส่ี ุดเปน็ ฝ่ายชนะ ให้เพ่อื น ๆ ปรบมือให้
ขนั้ ที่ 5: สรุปความรู้
1. ครแู ละนักเรยี นสรุปความหมาย ความสำคญั และตวั อย่างของอวยั วะภายในร่วมกัน
2. นกั เรียนบนั ทึกความรโู้ ดยสงั เขปลงในสมดุ
6. การวดั และประเมนิ ผล วิธีการวัดผล เคร่ืองมือวัด เกณฑก์ ารประเมนิ ผล
การวัดและประเมนิ ผลจุดประสงค์ - ตรวจกจิ กรรมฝึกทกั ษะ -กจิ กรรมฝกึ ทกั ษะ 80% ข้นึ ไป ถอื วา่
-ตรวจแบบฝกึ หดั -แบบฝกึ หดั ผา่ นเกณฑก์ าร
ความร้คู วามเข้าใจ (K) ประเมนิ
-สังเกตพฤติกรรม การ - แบบประเมนิ 80% ขึ้นไป ถอื วา่
ทักษะ/กระบวนการ (P) ทำงานรายบคุ คล/กลุ่ม ทักษะและ ผ่านเกณฑ์การ
กระบวนการทางสขุ ประเมิน
คณุ ลักษณะนิสัย (A) 1. สังเกตจากการเรยี นมี ศึกษาและพลศกึ ษา
ความรับผดิ ชอบตอ่ งานทีส่ ั่ง 1. แบบสงั เกต 80% ขึน้ ไป ถือว่า
และสง่ งานไดท้ นั ตามท่ี พฤตกิ รรม ผ่านเกณฑ์การ
กำหนด ประเมนิ
2. สังเกตจากการเรียนใฝ่
เรียนรู้
3. สงั เกตจากการมงุ่ มั่นใน
การทำงาน
7. ส่อื /แหล่งการเรียนรู้
1. บตั รคำคำวา่ อวัยวะ อวัยวะภายนอก อวยั วะภายใน
2. บตั รคำแสดงความหมายและตัวอยา่ งของอวัยวะภายใน
3. ภาพแสดงอวัยวะภายใน ไดแ้ ก่ ภาพสมอง หวั ใจ ตบั ไต ปอด กระเพาะอาหาร และลำไส้
4. หนงั สือเรียน รายวชิ าพ้ืนฐาน สุขศกึ ษาและพลศึกษา ป. 2 บริษัท สำนักพิมพ์วัฒนาพานิช จำกัด
5. ส่อื การเรยี นรู้ สุขศึกษาและพลศึกษา สมบูรณแ์ บบ ป. 2 บรษิ ทั สำนักพมิ พ์วัฒนาพานิช จำกัด
6. แบบฝึกทกั ษะ รายวิชาพ้ืนฐาน สขุ ศึกษาและพลศึกษา ป. 2 บริษทั สำนักพิมพว์ ฒั นาพานชิ จำกดั
8. กจิ กรรมเสนอแนะ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................
ลงช่อื ...........................................ผู้สอน ลงชอื่ ...........................................ฝ่ายวิชาการ
(.................................................................) (.................................................................)
ลงชอ่ื ...........................................ผอู้ ำนวยการ
(.................................................................)
สัปดาหท์ ่ี 4
โรงเรยี นขจรเกยี รตพิ ฒั นา
แผนการจัดการเรยี นรู้
ภาคเรยี นที่ 1 / ……. ช่อื ผสู้ อน นายธนวัฒน์ ด้วงเสน
กลุ่มสาระ สขุ ศึกษาและพลศึกษา ช้ัน ประถมศึกษาปที ่ี 2 จำนวน 1 คาบ
หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 1 เรียนรูต้ วั เรา เรื่อง หน้าที่และการดแู ลรกั ษาสมอง
1. มาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตัวชวี้ ัด
มาตรฐาน พ 1.1 เขา้ ใจธรรมชาตขิ องการเจรญิ เตบิ โตและพฒั นาการของมนษุ ย์
ตัวชีว้ ดั ที่ ป.2/1 อธิบายลักษณะและหน้าทข่ี องอวัยวะภายใน
ตวั ช้ีวดั ที่ ป.2/2 อธิบายวิธีดูและรักษาอวยั วะภายใน
ตวั ชี้วัดที่ ป. 2/3 อธบิ ายธรรมชาตชิ วี ติ มนษุ ย์
2. สาระสำคัญ
สมอง เป็นอวยั วะภายในท่ีบรรจุอยู่ภายในกะโหลกศีรษะ มีรปู ร่างเป็นกอ้ นรปู ไข่ ผวิ ของเน้ือสมองมีลักษณะ
เป็นลูกคลื่นหรือรอยหยกั มหี นา้ ทส่ี ำคญั ในการควบคมุ และสั่งการการทำงานของส่วนต่าง ๆ ของรา่ งกาย การดูแล
รกั ษาอวยั วะสมองอย่างถูกต้องเหมาะสมจะชว่ ยใหส้ มองทำงานไดอ้ ย่างเป็นปกติดี
3. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
1. อธิบายลักษณะ หน้าท่ี และวิธกี ารดแู ลรักษาสมองอย่างถูกต้องได้ (K)
2. ร่วมปฏิบตั ิกจิ กรรมการเรียนรู้เกี่ยวกับอวัยวะสมองกับผอู้ ื่นด้วยความสนใจใฝ่รู้ (A)
3. แสดงทักษะวิธีการในการดูแลรกั ษาสมองอยา่ งถูกต้องได้ (P)
4. สาระการเรยี นรู้ สาระการเรียนร้ทู อ้ งถ่ิน
พจิ ารณาตามหลักสูตรขอองสถานศกึ ษา
สาระการเรียนรแู้ กนกลาง
1.การเจรญิ เติบโตของรา่ งกาย
- การเปล่ยี นแปลงของร่างกายวยั เด็ก
- ความสำคญั ของการเปล่ียนแปลงของรา่ งกาย
- อาหารทเ่ี หมาะสมกับวยั
5. กจิ กรรมการเรยี นรู้
คาบท่ี 4
ข้ันท่ี 1: นำเข้าสบู่ ทเรียน
1. ครูและนกั เรียนสนทนาร่วมกนั ถึงความรูส้ ึกของนักเรียนท่ีได้รบั จากการปฏิบตั กิ ิจกรรมใน
คาบเรียนทผ่ี า่ นมา เพือ่ ให้ทราบถึงบรรยากาศของการจดั การเรียนการสอน
2. นักเรียนแบ่งกลมุ่ กลุ่มละประมาณ 4–5 คน โดยสมาชกิ แตล่ ะกลุม่ ระดมสมองร่วมกัน เขยี นสรุป
เก่ียวกบั ความหมายและตัวอยา่ งของอวัยวะภายในที่ไดศ้ ึกษาผา่ นมา โดยใชเ้ วลาตามทีค่ รูกำหนด
เพ่อื ทบทวนความรู้
ขัน้ ที่ 2: กจิ กรรมการเรียนรู้
1. ครูเฉลยความหมายและตวั อย่างของอวัยวะภายในท่ถี กู ตอ้ งใหแ้ ตล่ ะกลุม่ ทราบเพอื่ จะได้
เขา้ ใจได้ดยี ิ่งขึ้น และให้แต่ละกลุม่ ร่วมตรวจสอบแกไ้ ขความหมายและตัวอย่างท่ียกประกอบ
ใหถ้ ูกต้อง
2. นกั เรียนร่วมกันอ่านบัตรขอ้ ความแสดงคำถามในประเด็นท่ีวา่ “อวยั วะใดมีหน้าที่สำคญั ที่
ชว่ ยใหเ้ ราสามารถจดและจำในเร่ืองทศี่ ึกษาผา่ นมาแล้วได้” (สมอง)
3. ครูให้ความร้เู กี่ยวกับลักษณะ หนา้ ท่ี และการดแู ลรักษาสมองเพิ่มเติมให้กบั นกั เรียน โดยใช้
ภาพประกอบ
ขัน้ ที่ 3: ฝึกฝนทกั ษะและประสบการณ์
1. ครูนำใบงานแผนท่ีความคิดเรอ่ื ง สมอง แจกนักเรยี นแต่ละกลุ่ม โดยให้สมาชิกภายในกลุ่ม
ร่วมกันเติมข้อความทเี่ กี่ยวข้องกับหวั ข้อนั้น ๆ ลงในช่องวา่ งในเวลาทก่ี ำหนด
(กะโหลกศีรษะ) (ก้อนรูปไข่) (เป็นลูกคล่ืน/รอยหยกั )
ตาแหน่งท่ีต้งั ลกั ษณะรูปร่าง ผิวของเน้ือสมอง
(กินอำหำรที่มปี ระโยชน์) สมอง
(ควบคุมและสั่งกำรกำร
การดูแลรักษา ทำงำนของส่วนต่ำง ๆ ใน
หนา้ ท่ี ร่ำงกำย)
(นอนหลับวนั ละ
(ด่ืมนำ้ สะอำดวันละ (อย่ใู นที่อำกำศถ่ำยเท) 8–10 ช่ัวโมง)
(6–8 แก้ว)
2. แต่ละกล่มุ ส่งตัวแทนออกมานำเสนอผลการปฏิบตั ิกิจกรรมหนา้ ช้ันเรยี น
ขน้ั ที่ 4: การนำไปใช้
• แตล่ ะกลุ่มนำผลการเขยี นแผนทีค่ วามคดิ ดังกลา่ วมาจัดป้ายนิเทศแสดงผลงานรว่ มกัน
ขนั้ ท่ี 5: สรปุ ความรู้
1. ครูและนักเรยี นสรุปความรทู้ ีไ่ ด้รบั ร่วมกนั
2. นกั เรยี นบนั ทึกความรู้เก่ียวกับความสำคัญ ลกั ษณะ หนา้ ท่ี และวิธกี ารดแู ลรกั ษาสมอง
โดยสงั เขปลงใน
สมดุ
6. การวดั และประเมินผล วธิ ีการวดั ผล เครื่องมือวดั เกณฑ์การประเมินผล
การวดั และประเมนิ ผลจดุ ประสงค์ - ตรวจกจิ กรรมฝึกทักษะ -กิจกรรมฝกึ ทักษะ 80% ข้ึนไป ถือวา่
-ตรวจแบบฝกึ หดั -แบบฝกึ หัด ผ่านเกณฑ์การ
ความรคู้ วามเข้าใจ (K) ประเมิน
-สังเกตพฤติกรรม การ - แบบประเมนิ 80% ขึ้นไป ถือวา่
ทกั ษะ/กระบวนการ (P) ทำงานรายบคุ คล/กลุ่ม ทักษะและ ผา่ นเกณฑ์การ
กระบวนการทางสขุ ประเมนิ
คุณลกั ษณะนิสัย (A) 1. สงั เกตจากการเรียนมี ศกึ ษาและพลศึกษา
ความรบั ผิดชอบตอ่ งานทสี่ ่ัง 1. แบบสงั เกต 80% ขน้ึ ไป ถอื ว่า
และสง่ งานได้ทนั ตามที่ พฤตกิ รรม ผ่านเกณฑ์การ
กำหนด ประเมนิ
2. สังเกตจากการเรียนใฝ่
เรียนรู้
3. สังเกตจากการมุ่งมั่นใน
การทำงาน
8. กิจกรรมเสนอแนะ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................
ลงชอื่ ...........................................ผสู้ อน ลงช่ือ...........................................ฝา่ ยวิชาการ
(.................................................................) (.................................................................)
ลงช่อื ...........................................ผู้อำนวยการ
(.................................................................)
สัปดาหท์ ่ี 5
โรงเรยี นขจรเกยี รตพิ ฒั นา
แผนการจัดการเรยี นรู้
ภาคเรยี นที่ 1 / ……. ช่อื ผสู้ อน นายธนวัฒน์ ด้วงเสน
กลุ่มสาระ สขุ ศึกษาและพลศึกษา ช้ัน ประถมศึกษาปที ี่ 2 จำนวน 1 คาบ
หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 1 เรียนรูต้ วั เรา เรื่อง หน้าที่และการดแู ลรกั ษาสมอง
1. มาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตัวชวี้ ัด
มาตรฐาน พ 1.1 เขา้ ใจธรรมชาตขิ องการเจรญิ เตบิ โตและพฒั นาการของมนษุ ย์
ตัวชีว้ ดั ที่ ป.2/1 อธิบายลักษณะและหน้าทข่ี องอวัยวะภายใน
ตวั ช้ีวดั ที่ ป.2/2 อธิบายวิธีดูและรักษาอวยั วะภายใน
ตวั ชี้วัดที่ ป. 2/3 อธบิ ายธรรมชาตชิ วี ติ มนษุ ย์
2. สาระสำคัญ
สมอง เป็นอวยั วะภายในท่ีบรรจุอยู่ภายในกะโหลกศีรษะ มีรปู ร่างเป็นก้อนรปู ไข่ ผวิ ของเน้ือสมองมีลักษณะ
เป็นลูกคลื่นหรือรอยหยกั มหี นา้ ทส่ี ำคญั ในการควบคมุ และสั่งการการทำงานของส่วนต่าง ๆ ของรา่ งกาย การดูแล
รกั ษาอวยั วะสมองอย่างถูกต้องเหมาะสมจะชว่ ยใหส้ มองทำงานไดอ้ ย่างเป็นปกติดี
3. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
1. อธิบายลักษณะ หน้าท่ี และวิธกี ารดแู ลรักษาสมองอย่างถูกต้องได้ (K)
2. ร่วมปฏิบตั ิกจิ กรรมการเรียนรู้เกี่ยวกับอวัยวะสมองกับผอู้ ื่นด้วยความสนใจใฝ่รู้ (A)
3. แสดงทักษะวิธีการในการดูแลรกั ษาสมองอยา่ งถูกต้องได้ (P)
4. สาระการเรยี นรู้ สาระการเรียนร้ทู อ้ งถ่ิน
พจิ ารณาตามหลักสูตรขอองสถานศกึ ษา
สาระการเรียนรแู้ กนกลาง
1.การเจรญิ เติบโตของรา่ งกาย
- การเปล่ยี นแปลงของร่างกายวยั เด็ก
- ความสำคญั ของการเปล่ียนแปลงของรา่ งกาย
- อาหารทเ่ี หมาะสมกับวยั
5. กจิ กรรมการเรยี นรู้
คาบท่ี 5
ข้ันท่ี 1: นำเข้าสบู่ ทเรียน
1. ครูและนกั เรียนสนทนารว่ มกันถึงความรูส้ ึกของนักเรียนท่ีได้รับจากการปฏิบตั กิ ิจกรรมใน
คาบเรียนทผ่ี า่ นมา เพือ่ ให้ทราบถึงบรรยากาศของการจดั การเรียนการสอน
2. นักเรียนแบ่งกลมุ่ กลุ่มละประมาณ 4–5 คน โดยสมาชกิ แตล่ ะกลุม่ ระดมสมองร่วมกัน เขยี นสรุป
เก่ียวกบั ความหมายและตัวอยา่ งของอวัยวะภายในที่ได้ศกึ ษาผา่ นมา โดยใช้เวลาตามทีค่ รูกำหนด
เพ่อื ทบทวนความรู้
ขัน้ ที่ 2: กจิ กรรมการเรียนรู้
1. ครูเฉลยความหมายและตวั อย่างของอวัยวะภายในท่ถี กู ตอ้ งใหแ้ ตล่ ะกลุม่ ทราบเพอื่ จะได้
เขา้ ใจได้ดยี ิ่งขึ้น และให้แต่ละกลุม่ ร่วมตรวจสอบแกไ้ ขความหมายและตัวอย่างท่ียกประกอบ
ใหถ้ ูกต้อง
2. นกั เรียนร่วมกันอ่านบัตรขอ้ ความแสดงคำถามในประเด็นท่ีวา่ “อวยั วะใดมีหน้าทสี่ ำคญั ที่
ชว่ ยใหเ้ ราสามารถจดและจำในเร่ืองทศี่ ึกษาผา่ นมาแล้วได้” (สมอง)
3. ครูให้ความร้เู กี่ยวกับลักษณะ หนา้ ท่ี และการดแู ลรักษาสมองเพิ่มเติมให้กบั นกั เรียน โดยใช้
ภาพประกอบ
ขัน้ ที่ 3: ฝึกฝนทกั ษะและประสบการณ์
2. ครูนำใบงานแผนท่ีความคิดเร่ือง สมอง แจกนักเรยี นแต่ละกลุ่ม โดยให้สมาชิกภายในกลุ่ม
ร่วมกันเติมข้อความทเี่ กี่ยวขอ้ งกับหวั ข้อนั้น ๆ ลงในช่องวา่ งในเวลาทก่ี ำหนด
(กะโหลกศีรษะ) (ก้อนรูปไข่) (เป็นลูกคล่ืน/รอยหยกั )
ตาแหน่งท่ีต้งั ลกั ษณะรูปร่าง ผวิ ของเน้ือสมอง
(กินอำหำรที่มปี ระโยชน์) สมอง
(ควบคุมและสั่งกำรกำร
การดูแลรักษา ทำงำนของส่วนต่ำง ๆ ใน
หนา้ ท่ี ร่ำงกำย)
(นอนหลับวนั ละ
(ด่ืมนำ้ สะอำดวันละ (อย่ใู นที่อำกำศถ่ำยเท) 8–10 ช่ัวโมง)
(6–8 แก้ว)
2. แต่ละกล่มุ ส่งตัวแทนออกมานำเสนอผลการปฏิบตั ิกิจกรรมหนา้ ช้ันเรยี น
ขั้นที่ 4: การนำไปใช้
• แตล่ ะกลมุ่ นำผลการเขยี นแผนท่ีความคดิ ดังกล่าวมาจัดป้ายนเิ ทศแสดงผลงานร่วมกัน
ขนั้ ท่ี 5: สรุปความรู้
1. ครูและนักเรียนสรปุ ความรทู้ ไ่ี ด้รบั ร่วมกนั
2. นักเรียนบันทกึ ความรู้เก่ียวกับความสำคัญ ลักษณะ หนา้ ท่ี และวิธกี ารดแู ลรักษาสมอง
โดยสงั เขปลงใน
สมดุ
6. การวัดและประเมนิ ผล วิธกี ารวัดผล เครื่องมอื วัด เกณฑก์ ารประเมินผล
การวดั และประเมินผลจดุ ประสงค์ - ตรวจกจิ กรรมฝกึ ทักษะ -กิจกรรมฝกึ ทักษะ 80% ขึน้ ไป ถอื วา่
-ตรวจแบบฝกึ หดั -แบบฝกึ หัด ผา่ นเกณฑ์การ
ความรคู้ วามเข้าใจ (K) ประเมนิ
-สังเกตพฤติกรรม การ - แบบประเมนิ 80% ข้นึ ไป ถือว่า
ทักษะ/กระบวนการ (P) ทำงานรายบคุ คล/กลุม่ ทกั ษะและ ผา่ นเกณฑ์การ
กระบวนการทางสุข ประเมิน
คณุ ลกั ษณะนิสัย (A) 1. สังเกตจากการเรียนมี ศึกษาและพลศึกษา
ความรบั ผิดชอบตอ่ งานทสี่ ่ัง 1. แบบสังเกต 80% ข้นึ ไป ถือว่า
และส่งงานได้ทนั ตามท่ี พฤติกรรม ผา่ นเกณฑ์การ
กำหนด ประเมิน
2. สังเกตจากการเรียนใฝ่
เรียนรู้
3. สังเกตจากการมงุ่ มน่ั ใน
การทำงาน
8. กิจกรรมเสนอแนะ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................
ลงชือ่ ...........................................ผสู้ อน ลงช่ือ...........................................ฝา่ ยวชิ าการ
(.................................................................) (.................................................................)
ลงชือ่ ...........................................ผูอ้ ำนวยการ
(.................................................................)
สปั ดาห์ที่ 6
โรงเรียนขจรเกียรติพัฒนา
แผนการจัดการเรยี นรู้
ภาคเรยี นท่ี 1 / …….. ชอ่ื ผู้สอน นายธนวฒั น์ ด้วงเสน
กลุม่ สาระ สุขศึกษาและพลศกึ ษา ช้ัน ประถมศึกษาปีท่ี 2 จำนวน 1 คาบ
หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 2 ชวี ิตและครอบครัว เรอื่ ง สมาชิกในครอบครัว
1. มาตรฐานการเรยี นรู้/ตวั ชว้ี ัด
มาตรฐาน พ 1.1 เข้าใจธรรมชาติของการเจริญเตบิ โตและพฒั นาการของมนษุ ย์
ตัวช้ีวัดที่ ป.2/1 ระบสุ มาชิกในครอบครวั และความรกั ความผกู พนั ของสมาชิกทมี่ ตี ่อกนั
ตัวช้ีวดั ท่ี ป.2/2 บอกสง่ิ ทช่ี ่นื ชอบและภาคภูมใิ จในตนเอง
ตัวช้ีวดั ที่ ป. 2/3 บอกลกั ษณะความแตกตา่ งระหว่างเพศชายและเพศหญงิ
2. สาระสำคญั
ครอบครัวประกอบด้วยสมาชิกทีอ่ ยู่ร่วมกันและมีความผูกพนั กัน โดยท่ัวไปครอบครวั มี 2 ลกั ษณะ คือ ครอบครัว
ขนาดเลก็ และครอบครวั ขนาดใหญ่ ครอบครัวขนาดเล็กจะมสี มาชกิ ในครอบครัว ประกอบด้วยพ่อ แม่ และลูก แต่
ในบางครอบครวั อาจมีสมาชกิ หลายคนมาอยอู่ าศัยร่วมกนั และมสี ถานภาพบทบาทท่แี ตกต่างกัน ซง่ึ ถือว่าเป็น
ครอบครัวขนาดใหญ่
3. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
1. อธิบายความหมายและลกั ษณะของสมาชิกในครอบครัวได้ (K)
2. ร่วมศึกษาและปฏบิ ัตกิ จิ กรรมการเรียนรู้เกย่ี วกับสมาชิกในครอบครวั กบั ผอู้ ื่นด้วยความสนใจและมรี ะเบยี บ
วินัย (A)
3. สามารถสื่อสารเพ่ืออธิบายลักษณะและระบจุ ำนวนของสมาชิกภายในครอบครัวของตนเองได้ (P)
4. สาระการเรียนรู้ สาระการเรียนรู้ทอ้ งถ่นิ
พจิ ารณาตามหลักสูตรขอองสถานศึกษา
สาระการเรยี นรู้แกนกลาง
1.การเจรญิ เติบโตของรา่ งกาย
- การเปลี่ยนแปลงของรา่ งกายวยั เดก็
- ความสำคญั ของการเปล่ียนแปลงของรา่ งกาย
- อาหารทเี่ หมาะสมกับวัย
5. กจิ กรรมการเรียนรู้
คาบที่ 6
ขนั้ เตรียมก่อนนำเข้าสู่บทเรียน
• ครูนำแบบทดสอบก่อน–หลังการเรียน หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 2 ชีวิตและครอบครัว แจกให้
นกั เรยี น เพอื่ ทดสอบความรู้ ความเข้าใจพ้ืนฐาน และสร้างความสนใจก่อนการเรียนรู้
ขน้ั ที่ 1: นำเขา้ สบู่ ทเรยี น
• นักเรียนดภู าพแสดงลกั ษณะของครอบครวั ขนาดเล็กและครอบครัวขนาดใหญ่ ที่ครเู ตรยี มมา โดย
ให้ร่วมกนั บรรยายภาพที่เห็นตามประเด็นที่ว่า “ครอบครวั ทงั้ 2 ครอบครัวในภาพมีความ
แตกต่างกนั อยา่ งไร”
ข้ันท่ี 2: กจิ กรรมการเรยี นรู้
1. ครูใหค้ วามรู้ในเรือ่ ง สมาชกิ ในครอบครัว โดยใชภ้ าพประกอบ และสมุ่ นักเรียนประมาณ
4–5 คนออกมาเลา่ เกี่ยวกับขอ้ มลู จำนวนของสมาชกิ ในครอบครัวของตนเองเองให้เพื่อน ๆ ฟัง
2. นกั เรยี นร่วมกนั ยกตวั อย่างลักษณะของครอบครวั ขนาดเลก็ และครอบครัวขนาดใหญ่ทร่ี ้จู ัก
ขั้นที่ 3: ฝกึ ฝนทักษะและประสบการณ์
1. นกั เรียนวาดภาพระบายสสี มาชิกในครอบครัว ในหัวข้อเร่อื ง “ครอบครัวของฉัน” และตอบ
คำถามในประเดน็ ที่กำหนดไว้ในกจิ กรรมดังรายเอยี ดในหนังสอื เรียนฯ/หรอื ส่ือการเรียนรู้ สขุ
ศกึ ษาและพลศกึ ษา สมบรู ณแ์ บบ ป. 2
2. นักเรยี นอาสาสมคั รออกมานำเสนอผลการวาดภาพระบายสีสมาชิกในครอบครัวหน้าชน้ั เรยี น
และเม่อื แต่ละคนนำเสนอเรียบร้อย ให้เพอื่ น ๆ ร่วมกนั ปรบมือให้กำลังใจ
ขน้ั ท่ี 4: การนำไปใช้
• มอบหมายนักเรียนไปขอความรู้จากผปู้ กครอง โดยศกึ ษาเพิ่มเตมิ เกย่ี วกับลำดับความสัมพันธ์ของ
สมาชิก
ภายในครอบครัวตามลกั ษณะของสงั คมไทย
ข้นั ที่ 5: สรปุ ความรู้
1. ครูและนกั เรยี นร่วมกนั สรุปความรใู้ นเรือ่ ง สมาชิกในครอบครวั
2. นกั เรียนบันทึกความรู้โดยสงั เขปลงในสมุดบนั ทกึ
6. การวดั และประเมนิ ผล วธิ กี ารวัดผล เคร่ืองมือวดั เกณฑก์ ารประเมินผล
การวดั และประเมินผลจดุ ประสงค์ - ตรวจกิจกรรมฝึกทักษะ -กิจกรรมฝกึ ทกั ษะ 80% ข้ึนไป ถือวา่
-ตรวจแบบฝกึ หัด -แบบฝกึ หดั ผ่านเกณฑ์การ
ความร้คู วามเข้าใจ (K) ประเมนิ
- แบบประเมิน
ทักษะ/กระบวนการ (P) -สงั เกตพฤตกิ รรม การ ทักษะและ 80% ขึน้ ไป ถือว่า
ทำงานรายบุคคล/กลุ่ม กระบวนการทางสขุ ผา่ นเกณฑก์ าร
ศกึ ษาและพลศึกษา ประเมนิ
คุณลักษณะนสิ ัย (A) 1. สงั เกตจากการเรียนมี 1. แบบสังเกต 80% ขนึ้ ไป ถือวา่
ความรบั ผิดชอบต่องานทสี่ ั่ง พฤติกรรม ผา่ นเกณฑ์การ
และสง่ งานไดท้ นั ตามท่ี ประเมิน
กำหนด
2. สังเกตจากการเรียนใฝ่
เรียนรู้
3. สังเกตจากการมงุ่ มั่นใน
การทำงาน
7. สื่อ/แหลง่ การเรียนรู้
1. แบบทดสอบกอ่ น–หลังเรียน หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 2 ชวี ติ และครอบครวั
2. ภาพแสดงลักษณะของครอบครัวขนาดเลก็ และครอบครัวขนาดใหญ่
3. อปุ กรณว์ าดภาพระบายสี
4. หนังสือเรยี น รายวชิ าพื้นฐาน สุขศกึ ษาและพลศึกษา ป. 2 บรษิ ัท สำนักพิมพ์ วัฒนาพานชิ จำกัด
5. สอื่ การเรยี นรู้ สุขศึกษาและพลศึกษา สมบูรณแ์ บบ ป. 2 บรษิ ทั สำนักพิมพ์วฒั นาพานิช จำกัด
6. แบบฝกึ ทกั ษะ รายวชิ าพ้นื ฐาน สุขศึกษาและพลศึกษา ป. 2 บรษิ ทั สำนักพิมพว์ ัฒนาพานชิ จำกดั
8. กิจกรรมเสนอแนะ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................
ลงช่อื ...........................................ผสู้ อน ลงช่ือ...........................................ฝา่ ยวชิ าการ
(.................................................................) (.................................................................)
ลงชอ่ื ...........................................ผอู้ ำนวยการ
(.................................................................)
สปั ดาห์ที่ 7
โรงเรียนขจรเกียรติพัฒนา
แผนการจัดการเรยี นรู้
ภาคเรยี นท่ี 1 / …….. ชอ่ื ผู้สอน นายธนวฒั น์ ด้วงเสน
กลุม่ สาระ สุขศึกษาและพลศกึ ษา ช้ัน ประถมศึกษาปีท่ี 2 จำนวน 1 คาบ
หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 2 ชวี ิตและครอบครัว เรอื่ ง สมาชิกในครอบครัว
1. มาตรฐานการเรยี นรู้/ตวั ชว้ี ัด
มาตรฐาน พ 1.1 เข้าใจธรรมชาติของการเจริญเตบิ โตและพฒั นาการของมนษุ ย์
ตัวช้ีวัดที่ ป.2/1 ระบสุ มาชิกในครอบครวั และความรกั ความผกู พนั ของสมาชิกทมี่ ตี ่อกนั
ตัวช้ีวดั ท่ี ป.2/2 บอกสง่ิ ทช่ี ่นื ชอบและภาคภูมใิ จในตนเอง
ตัวช้ีวดั ที่ ป. 2/3 บอกลกั ษณะความแตกตา่ งระหว่างเพศชายและเพศหญงิ
2. สาระสำคญั
ครอบครัวประกอบด้วยสมาชิกทีอ่ ยู่ร่วมกันและมีความผกู พนั กัน โดยท่ัวไปครอบครวั มี 2 ลกั ษณะ คือ ครอบครัว
ขนาดเลก็ และครอบครัวขนาดใหญ่ ครอบครัวขนาดเล็กจะมสี มาชกิ ในครอบครัว ประกอบด้วยพ่อ แม่ และลูก แต่
ในบางครอบครวั อาจมีสมาชกิ หลายคนมาอยอู่ าศัยร่วมกนั และมสี ถานภาพบทบาทท่แี ตกต่างกัน ซง่ึ ถือว่าเป็น
ครอบครัวขนาดใหญ่
3. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
1. อธิบายความหมายและลกั ษณะของสมาชิกในครอบครัวได้ (K)
2. ร่วมศึกษาและปฏบิ ัตกิ จิ กรรมการเรียนรู้เกย่ี วกับสมาชิกในครอบครวั กบั ผอู้ ื่นด้วยความสนใจและมรี ะเบยี บ
วินัย (A)
4. สามารถสื่อสารเพ่ืออธิบายลักษณะและระบจุ ำนวนของสมาชิกภายในครอบครัวของตนเองได้ (P)
4. สาระการเรียนรู้ สาระการเรียนรู้ทอ้ งถ่นิ
พจิ ารณาตามหลักสูตรขอองสถานศึกษา
สาระการเรยี นรู้แกนกลาง
1.การเจรญิ เติบโตของรา่ งกาย
- การเปลี่ยนแปลงของรา่ งกายวยั เดก็
- ความสำคญั ของการเปล่ียนแปลงของรา่ งกาย
- อาหารทเี่ หมาะสมกับวัย
5. กจิ กรรมการเรียนรู้
คาบท่ี 7
ขนั้ เตรียมกอ่ นนำเขา้ สู่บทเรยี น
• ครูนำแบบทดสอบกอ่ น–หลังการเรยี น หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 2 ชวี ิตและครอบครัว แจกให้
นกั เรยี น เพอ่ื ทดสอบความรู้ ความเขา้ ใจพ้ืนฐาน และสร้างความสนใจก่อนการเรยี นรู้
ขน้ั ที่ 1: นำเขา้ สบู่ ทเรยี น
• นักเรียนดภู าพแสดงลกั ษณะของครอบครัวขนาดเล็กและครอบครัวขนาดใหญ่ ทีค่ รเู ตรียมมา โดย
ใหร้ ่วมกนั บรรยายภาพทเ่ี ห็นตามประเดน็ ทว่ี ่า “ครอบครวั ทง้ั 2 ครอบครัวในภาพมีความ
แตกต่างกนั อย่างไร”
ข้ันท่ี 2: กจิ กรรมการเรยี นรู้
1. ครูใหค้ วามรูใ้ นเรอ่ื ง สมาชกิ ในครอบครัว โดยใช้ภาพประกอบ และสุ่มนักเรียนประมาณ
4–5 คนออกมาเลา่ เกี่ยวกับข้อมูลจำนวนของสมาชกิ ในครอบครวั ของตนเองเองใหเ้ พ่ือน ๆ ฟัง
2. นกั เรยี นรว่ มกันยกตัวอย่างลักษณะของครอบครัวขนาดเลก็ และครอบครัวขนาดใหญ่ทรี่ ้จู ัก
ขั้นที่ 3: ฝกึ ฝนทักษะและประสบการณ์
1. นกั เรียนวาดภาพระบายสีสมาชกิ ในครอบครวั ในหัวขอ้ เรอ่ื ง “ครอบครัวของฉัน” และตอบ
คำถามในประเดน็ ท่กี ำหนดไวใ้ นกิจกรรมดงั รายเอียดในหนงั สอื เรียนฯ/หรือส่ือการเรียนรู้ สขุ
ศกึ ษาและพลศกึ ษา สมบรู ณแ์ บบ ป. 2
2. นักเรยี นอาสาสมัครออกมานำเสนอผลการวาดภาพระบายสสี มาชกิ ในครอบครัวหนา้ ชน้ั เรยี น
และเมือ่ แต่ละคนนำเสนอเรยี บรอ้ ย ให้เพ่อื น ๆ ร่วมกนั ปรบมอื ให้กำลังใจ
ขน้ั ท่ี 4: การนำไปใช้
• มอบหมายนกั เรียนไปขอความรู้จากผูป้ กครอง โดยศกึ ษาเพ่ิมเตมิ เกี่ยวกบั ลำดับความสัมพนั ธ์ของ
สมาชิก
ภายในครอบครัวตามลักษณะของสังคมไทย
ข้นั ที่ 5: สรุปความรู้
1. ครแู ละนักเรียนร่วมกันสรุปความรู้ในเรื่อง สมาชิกในครอบครวั
2. นักเรยี นบันทึกความรู้โดยสังเขปลงในสมดุ บนั ทกึ
6. การวดั และประเมนิ ผล วธิ กี ารวดั ผล เครื่องมือวัด เกณฑก์ ารประเมนิ ผล
การวดั และประเมินผลจุดประสงค์ - ตรวจกจิ กรรมฝกึ ทกั ษะ -กิจกรรมฝกึ ทกั ษะ 80% ข้ึนไป ถือวา่
-ตรวจแบบฝึกหดั -แบบฝึกหัด ผ่านเกณฑ์การ
ความร้คู วามเข้าใจ (K) ประเมิน
- แบบประเมนิ
ทักษะ/กระบวนการ (P) -สงั เกตพฤตกิ รรม การ ทกั ษะและ 80% ข้นึ ไป ถือวา่
ทำงานรายบคุ คล/กลุ่ม กระบวนการทางสุข ผ่านเกณฑก์ าร
ศกึ ษาและพลศกึ ษา ประเมิน
คุณลักษณะนสิ ยั (A) 1. สังเกตจากการเรียนมี 1. แบบสังเกต 80% ขนึ้ ไป ถือวา่
ความรับผิดชอบตอ่ งานที่ส่ัง พฤตกิ รรม ผา่ นเกณฑ์การ
และสง่ งานได้ทนั ตามท่ี ประเมิน
กำหนด
2. สังเกตจากการเรียนใฝ่
เรียนรู้
3. สังเกตจากการมุ่งมั่นใน
การทำงาน
7. สื่อ/แหลง่ การเรียนรู้
1. แบบทดสอบกอ่ น–หลังเรียน หน่วยการเรียนรทู้ ี่ 2 ชวี ติ และครอบครวั
2. ภาพแสดงลักษณะของครอบครัวขนาดเลก็ และครอบครัวขนาดใหญ่
3. อปุ กรณว์ าดภาพระบายสี
4. หนังสือเรยี น รายวชิ าพื้นฐาน สุขศกึ ษาและพลศกึ ษา ป. 2 บรษิ ทั สำนกั พิมพ์ วัฒนาพานชิ จำกัด
5. สอื่ การเรยี นรู้ สขุ ศึกษาและพลศึกษา สมบูรณแ์ บบ ป. 2 บริษทั สำนกั พมิ พ์วฒั นาพานิช จำกัด
6. แบบฝกึ ทกั ษะ รายวชิ าพ้นื ฐาน สุขศกึ ษาและพลศึกษา ป. 2 บริษัท สำนกั พิมพว์ ัฒนาพานชิ จำกดั
8. กิจกรรมเสนอแนะ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................
ลงช่อื ...........................................ผู้สอน ลงชือ่ ...........................................ฝา่ ยวชิ าการ
(.................................................................) (.................................................................)
ลงชอ่ื ...........................................ผ้อู ำนวยการ
(.................................................................)
สปั ดาหท์ ี่ 8
โรงเรียนขจรเกียรติพัฒนา
แผนการจัดการเรียนรู้
ภาคเรยี นที่ 1 / …….. ช่อื ผ้สู อน นายธนวัฒน์ ด้วงเสน
กลุ่มสาระ สุขศึกษาและพลศึกษา ชน้ั ประถมศึกษาปที ี่ 2 จำนวน 1 คาบ
หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 2 ชีวติ และครอบครัว เรอ่ื ง บทบาทและหน้าทข่ี องสมาชิกในครอบครวั
1. มาตรฐานการเรยี นรู้/ตัวช้ีวัด
มาตรฐาน พ 1.1 เข้าใจธรรมชาตขิ องการเจรญิ เตบิ โตและพฒั นาการของมนษุ ย์
ตัวชี้วดั ท่ี ป.2/1 ระบสุ มาชิกในครอบครัวและความรกั ความผูกพนั ของสมาชกิ ท่มี ตี อ่ กนั
ตวั ชี้วดั ที่ ป.2/2 บอกส่งิ ท่ีชน่ื ชอบและภาคภูมใิ จในตนเอง
ตวั ช้วี ดั ที่ ป. 2/3 บอกลกั ษณะความแตกต่างระหว่างเพศชายและเพศหญงิ
2. สาระสำคญั
ครอบครัวประกอบด้วยสมาชกิ ที่อย่รู ่วมกันและมีความผกู พันกัน โดยทั่วไปครอบครัวมี 2 ลกั ษณะ คือ ครอบครัว
ขนาดเลก็ และครอบครัวขนาดใหญ่ ครอบครัวขนาดเล็กจะมสี มาชกิ ในครอบครัว ประกอบดว้ ยพอ่ แม่ และลกู แต่
ในบางครอบครวั อาจมีสมาชิกหลายคนมาอยอู่ าศัยร่วมกันและมสี ถานภาพบทบาทท่แี ตกตา่ งกัน ซ่งึ ถือว่าเป็น
ครอบครวั ขนาดใหญ่
3. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
1. อธบิ ายความหมายและแนวทางในการปฏิบัติตนตามบทบาทและหนา้ ทขี่ องตนเองและสมาชกิ
ในครอบครวั ได้ (K)
2. ร่วมศกึ ษาและปฏิบตั กิ จิ กรรมการเรยี นรู้เก่ยี วกับบทบาทและหนา้ ท่ขี องสมาชิกในครอบครัว
กบั ผู้อนื่ ด้วยความสนใจและมรี ะเบยี บวนิ ยั (A)
3. สามารถสื่อสารเพือ่ ระบุแนวทางในการปฏิบัตติ นตามบทบาทและหน้าทีข่ องตนเองที่มตี ่อครอบครวั ใหผ้ ้อู ื่น
เขา้ ใจได้ (P)
4. สาระการเรียนรู้ สาระการเรยี นรทู้ ้องถ่ิน
พจิ ารณาตามหลกั สูตรขอองสถานศึกษา
สาระการเรยี นรู้แกนกลาง
1.การเจริญเติบโตของรา่ งกาย
- การเปล่ียนแปลงของร่างกายวยั เด็ก
- ความสำคัญของการเปล่ียนแปลงของร่างกาย
- อาหารท่ีเหมาะสมกบั วัย
5. กิจกรรมการเรียนรู้
คาบท่ี 8
ข้ันที่ 1: นำเขา้ สูบ่ ทเรียน
1. ครูและนกั เรียนรว่ มสนทนาเกยี่ วกับความหมายและลกั ษณะของสมาชกิ ในครอบครัว เพอื่
ทบทวน ความรูท้ ่ศี กึ ษาในคาบเรยี นทีผ่ ่านมา
2. สุ่มนักเรยี นประมาณ 5–6 คน ผลดั เปลี่ยนกนั ออกมาเล่าเกย่ี วกับบทบาทและหน้าท่ขี องตนเอง
และสมาชกิ ในครอบครัว ตามที่ไดร้ ับมอบหมายในคาบการเรยี นทผ่ี า่ นมาให้เพ่ือนในชัน้ ฟงั
ขน้ั ท่ี 2: กจิ กรรมการเรยี นรู้
1. ครูให้ความรู้ในเรือ่ ง บทบาทและหนา้ ที่ของสมาชิกในครอบครัว โดยใช้ภาพประกอบ แล้วให้
นักเรียนสอบถามในประเด็นท่ีสงสัย
2. นักเรยี นรว่ มกนั ยกตัวอยา่ งการปฏบิ ัติตามหนา้ ท่ีของสมาชกิ ในครอบครัวเพ่ิมเตมิ
จากตัวอย่างการวเิ คราะห์ของนักเรยี นแต่ละคน
ขั้นท่ี 3: ฝกึ ฝนทกั ษะและประสบการณ์
• นักเรียนแบง่ กลมุ่ เปน็ 2 กล่มุ แต่ละกลุม่ ร่วมกันระดมความคิดเห็น เกี่ยวกบั แนวทางการปฏิบัติตาม
หนา้ ทขี่ อง สมาชิกในครอบครัว โดยเขยี นในรูปแบบแสดงแผนท่คี วามคิดท่ีครูเตรียมไว้ ให้ มากทสี่ ุด
แลว้ ออกมานำเสนอหน้าชั้นเรียน
ขั้นที่ 4: การนำไปใช้
• นกั เรียนแต่ละคนเขยี นบทบาทและหนา้ ทข่ี องสมาชกิ ในครอบครัว โดยนำคำท่ีแสดงถงึ บทบาท
และหนา้ ท่ี
ของสมาชิกในครอบครัวมาเติมลงใหต้ รงกับภาพสมาชิกในครอบครัวแตล่ ะคน ทค่ี รเู ตรยี มให้ โดย
ให้
ปฏิบัตินอกเวลาเรยี นและขอคำแนะนำจากผปู้ กครอง แล้วนำผลการปฏิบตั ิมานำเสนอในคาบ
เรยี นต่อไป
ขน้ั ที่ 5: สรุปความรู้
1. ครแู ละนักเรยี นร่วมกนั สรปุ ความหมายและยกตวั อย่างแนวทางการปฏิบตั ติ ามหน้าท่ีของสมาชกิ
ในครอบครัว
2. นกั เรียนบนั ทึกความร้โู ดยสงั เขปลงในสมุดบนั ทึก
6. การวดั และประเมนิ ผล วิธีการวดั ผล เครื่องมือวดั เกณฑก์ ารประเมนิ ผล
การวัดและประเมนิ ผลจดุ ประสงค์ - ตรวจกจิ กรรมฝึกทักษะ -กิจกรรมฝึกทักษะ 80% ข้นึ ไป ถือวา่
-ตรวจแบบฝกึ หัด -แบบฝึกหัด ผ่านเกณฑ์การ
ความรคู้ วามเข้าใจ (K) ประเมนิ