The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

โครงสร้างและแผนการสอน วิชาภาษาไทย ป.6 เทอม 2/2563

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by จิรพงศ์ ไมตรีจิตร, 2020-12-07 10:43:08

โครงสร้างและแผนการสอน วิชาภาษาไทย ป.6 เทอม 2/2563

โครงสร้างและแผนการสอน วิชาภาษาไทย ป.6 เทอม 2/2563

- การอํานสรปุ ใจความ คืออะไร
- นักเรยี นใชท๎ กั ษะอะไรบา๎ งในการอาํ นสรุปใจความ
ในการตอบคําถามให๎ครูใชไ๎ ม๎เรียกเลขท่ี เพื่อให๎นักเรยี นตอบทล่ี ะคน โดยคาํ ถามกอํ น
เรียกเลขที่เพ่ือใหท๎ กุ คนได๎คิด
3. นักเรยี นเขา๎ กลุํมศึกษาเร่อื งพาํ งเพยี้ งพสุธา โดยใช๎คําถามตํอไปนี้
- ศึกษาประวัติศาสตร๑แผํนดนิ ของพํอของเขาจากไหนไดร๎ บั ความร๎ใู นเร่อื ง
ใดบา๎ ง
- เพราะเหตุใดเจ๎านายและขนุ นางทงั้ หลาย เห็นพ๎องต๎องกนั เชญิ กรมหมืน่
เจษฎาบดนิ ทรข๑ น้ึ ครองราชย๑
ขน้ั ที่ 2 ขน้ั คดิ วเิ คราะหแ๑ ละสรปุ ความ
4. นกั เรยี นแตํละกลมุํ รวํ มกันวเิ คราะห๑เกยี่ วกับเรอ่ื งท่ีอําน โดยครูใช๎คาํ ถามดังน้ี
- ตัวละครสําคัญในเร่ืองมใี ครบา๎ ง แตํละตวั มนี สิ ยั อยํางไร
- จากเร่ืองที่อํานนักเรยี นไดข๎ อ๎ คิดอะไรบา๎ ง
5. นกั เรยี นแตลํ ะกลมํุ คิดประเมนิ เพื่อเพิ่มคุณคําโดยครใู ช๎คาํ ถามดงั ตอํ ไปนี้
- จากการศึกษาเร่อื งพํางเพ้ยี งพสุธานกั เรียนสามารถนําไปใชป๎ ระโยชนใ๑ น
ชวี ิตประจําวนั ได๎อยาํ งไร
ขน้ั ที่ 3 ขน้ั ปฏบิ ตั ิและสรปุ ความรห๎ู ลงั การปฏบิ ัติ
6. นักเรยี นเขา๎ กลํมุ ทํากิจกรรมการตง้ั คาํ ถามและตอบคาํ ถามจากเรื่องทอ่ี ําน กลํุมละ 5
ขอ๎
กตกิ าในการตัง้ คําถาม คุณครูแบงํ จาํ นนวนหนา๎ ท่ีแตลํ ะกลุํมจะตอ๎ งรบั ผิดชอบในการตง้ั คาํ ถาม
เพอ่ื ปูองกนั ไมใํ ห๎คาํ ถามแตลํ ะกลมุํ ไมํใหซ๎ า้ํ กัน
7. นกั เรยี นรวํ มกนั สรปุ ข๎อคิดทไี่ ด๎จากการอําน
ขนั้ ที่ 4 ขนั้ สอ่ื สารและนาํ เสนอ
8. นกั เรยี นแตํละกลํมุ นาํ เสนอคําถามหนา๎ ชนั้ เรียน แลว๎ ให๎เพ่ือนตอบ
ขนั้ ท่ี 5 ขนั้ ประเมนิ เพอ่ื เพม่ิ คุณคาํ บรกิ ารสงั คมและจติ สาธารณะ
9. นักเรียนรํวมกนั แสดงความคดิ เห็น โดยครใู ช๎คําถามดงั น้ี
- นกั เรยี นสามารถนาํ ความรเ๎ู กี่ยวกับเรอ่ื งท่เี รียนไปใช๎ประโยชนใ๑ นสงั คมได๎อยาํ งไร

คาบที่ 2-3 การเขยี นฝากสงํ พสั ดแุ ละไปรษณยี ๑ (คาบท่ี 2-3)
สาระสาํ คญั

การเขยี นฝากสงํ พสั ดุ การฝากสํงส่ิงของทางไปรษณีย๑ เป็นการฝากสํงของแบบมีหลักฐาน ชนิดลงทะเบียน

และไปรษณยี ๑ รับรอง รับประกัน ไปรษณีย๑ดํวนพิเศษ(EMS) พัสดุไปรษณีย๑ ต๎องกรอกแบบฟอร๑มท่ีเรียกวํา

"ใบรับฝากบริการไปรษณีย๑ในประเทศ (ป.211)"แล๎วย่ืนไปพร๎อมกับหํอซองท่ีจะสํงเพื่อให๎

เจ๎าหน๎าทไ่ี ปรษณยี ด๑ ําเนนิ การรับฝากแล๎วลงรายการ

ขนั้ ที่ 1 ขน้ั รวบรวมขอ๎ มลู

1. ครนู ําตัวอยาํ งใบกรอกรายการตาํ ง ๆ มาใหน๎ ักเรยี นดู แลว๎ ใช๎คาํ ถามเพอ่ื ให๎นกั เรยี น

คาบท่ี 4-5 รวํ มกันแสดงความคดิ เห็น ดังนี้
คาํ ราชาศพั ท๑ - นกั เรียนเคยกรอกใบรายการเหลํานี้หรอื ไมํ (ตวั อยํางคาํ ตอบ เคย/ไมํเคย)
- นักเรียนสามารถกรอกได๎ถูกตอ๎ งหรือไมํ (ตัวอยํางคาํ ตอบ ถกู /ไมํถกู )
- เมือ่ กรอกไมถํ กู นักเรยี นทําอยาํ งไร (ตวั อยาํ งคาํ ตอบ สอบถามเจ๎าหนา๎ ที่ท่ี

รบั ผิดชอบ)
2. นักเรยี นแตํละกลุํมศกึ ษาการเขียนแบบฝากสงํ พัสดแุ ละไปรษณียภัณฑ๑ แล๎วรวํ ม
สนทนาโดยครูใช๎คาํ ถามตํอไปน้ี

- การกรอกแบบรายการตาํ งๆ ได๎ถูกต๎องชดั เจนมีประโยชนอ๑ ยาํ งไร
ขนั้ ที่ 2 ขน้ั คดิ วเิ คราะหแ๑ ละสรปุ ความ

3. ครูอธบิ ายเกี่ยวกบั การกรอกรายการพรอ๎ มทั้งยกตัวอยํางให๎นักเรียนดู นกั เรยี น
รวํ มกนั วเิ คราะห๑ความถกู ต๎อง แล๎วใหน๎ ักเรยี นแบงํ กลมุํ ออกเป็น 6 กลุมํ กลํมุ ละเทํา ๆ กัน ให๎แตํ
ละกลุํมสงํ ผแ๎ู ทนกลมุํ ออกมาจับฉลากเพอื่ เลอื กใบรายการตํอไปนไ้ี ปกรอกใหถ๎ ูกตอ๎ ง

- แบบฝากสํงพสั ดุและไปรษณียภัณฑ๑ (3 กลํมุ ) -แบบคํารอ๎ งทัว่ ไป (3 กลุํม)
4. นักเรียนคิดประเมนิ เพ่ือเพมิ่ คณุ คําโดยครถู ามคําถามดงั น้ี

- นกั เรยี นสามารถนําสงิ่ ท่ีเรยี นไปประยุกต๑ใชใ๎ นชวี ิตประจาํ วันอยาํ งไร
ขน้ั ที่ 3 ขนั้ ปฏบิ ตั ิและสรปุ ความรหู๎ ลงั การปฏบิ ตั ิ

5. ใหน๎ กั เรียนทําใบงานเรื่อง การกรอกแบบฝากสํงพัสดุและไปรษณยี ภณั ฑ๑ และใบงาน
เรือ่ ง การกรอกใบคําร๎อง แลว๎ รวํ มกนั ตรวจสอบความถกู ต๎อง

6. ให๎นักเรยี นและครูรวํ มกันสรปุ ความรู๎ ดังน้ี การกรอกแบบรายการตําง ๆ ท่ีเกี่ยวข๎อง
กับการดําเนินชีวิตประจําวันได๎ครบถ๎วนสะอาด เรียบร๎อย และถูกต๎องจะชํวยให๎การติดตํอ
ส่อื สารกับหนวํ ยงานหรอื องค๑กรตาํ ง ๆ ประสบความสําเร็จครูอธิบายเพ่ิมเติมเก่ียวกับการกรอก
แบบฝากสํงพัสดุและไปรษณียภัณฑ๑
ขนั้ ที่ 4ขนั้ สอ่ื สารและนาํ เสนอ

7. นักเรยี นนาํ เสนอผลงานการกรอกแบบฝากสํงพสั ดแุ ละไปรษณยี ภัณฑ๑โดยการจดั ปูาย
นิเทศแสดงผลงานของแตลํ ะคน
ขน้ั ท่ี 5ขนั้ ประเมนิ เพอ่ื เพมิ่ คณุ คาํ บรกิ ารสงั คมและจติ สาธารณะ

8. นกั เรยี นรวํ มแสดงความคดิ เห็น โดยครูใช๎คําถามดังนี้
- นกั เรยี นสามารถนาํ ความรู๎เกยี่ วกับเรอ่ื งท่ีเรยี นไปใชป๎ ระโยชนใ๑ นสังคมได๎อยาํ งไร

คําราชาศพั ท๑ (คาบท่ี 4-5)
สาระสาํ คญั

คําราชาศพั ท๑ เป็นคําศพั ทเ๑ ฉพาะทใี่ ช๎กับบคุ คลระดับตาํ งๆคอื พระมหากษตั ริย๑พระบรม-
วงศานวุ งศพ๑ ระสงฆ๑ขุนนางขา๎ ราชการและสุภาพชนท่ัวไปซึ่งแบํงออกเป็นหมวดหมูํได๎แกํคํานาม
ราชาศัพท๑คําสรรพนามราชาศัพท๑คํากริยาราชาศัพท๑การเรียนรู๎เร่ืองคําราชาศัพท๑จะทําให๎
นกั เรียนเขา๎ ใจลกั ษณะของคําราชาศพั ทแ๑ ละนาํ ไปใชไ๎ ด๎ถูกต๎อง

ขนั้ ท่ี 1 ขนั้ รวบรวมขอ๎ มลู
1. ให๎นักเรียนดูวีดิทศั น๑เกี่ยวกับพระราชกรณยี กจิ ของพระบาทสมเดจ็ พระเจ๎าอยูหํ วั

แล๎วให๎ชวํ ยกนั จดคาํ ราชาศัพท๑ทไ่ี ด๎ยินจากวดี ิทัศน๑ แล๎วออกมาเขียนบนกระดาน และชวํ ยกัน
อภิปรายความหมาย

2. นักเรยี นศกึ ษาเร่อื งคําราชาศพั ท๑ แลว๎ รํวมสนทนาโดยใช๎คําถามดงั น้ี
- คําราชาศัพท๑ หมายถงึ อะไร
- ลําดบั การใชค๎ าํ ราชาศัพท๑
- หมวดคําราชาศพั ท๑

ขน้ั ที่ 2 ขน้ั คดิ วเิ คราะหแ๑ ละสรปุ ความ
3. ใหน๎ ักเรียนชวํ ยกนั เปลย่ี นคาํ ในวงเล็บให๎เปน็ คําราชาศัพท๑ ให๎ทกุ คนพจิ ารณาความ

ถูกตอ๎ งของคําราชาศพั ท๑ ดังนี้
- พระบาทสมเด็จพระเจา๎ อยํหู วั (หํวงใย) ทรงหวํ งใยในสุขภาพของราษฎรทุก

คน
- สมเด็จพระนางเจ๎า ฯ พระบรมราชินนี าถ (ดู) ทอดพระเนตร ผลิตภัณฑ๑จาก

ศูนย๑ศลิ ปาชีพ
ดว๎ ยความสน (ใจ) พระราชหฤทยั

- สมเดจ็ พระเทพรัตนราชสุดา ฯ ได๎ (ไป) เสด็จ (ให๎) พระราชทานปรญิ ญาแกํ
ผ๎ูสาํ เร็จการศึกษาทจี่ ุฬาลงกรณ๑มหาวิทาลยั

- สมเดจ็ พระราชาธบิ ดีแหงํ ประเทศบรูไนได๎ (ไปกนิ ขา๎ วกลางวนั ) เสด็จไปเสวย
พระกระยาหารกลางวนั รวํ มกบั ผ๎นู ําในกลมํุ อาเซยี น ณ โรงแรมโซฟเี ทลหัวหิน

- รชั กาลท่ี ๕ ได๎ (ปวุ ย) ประชวรดว๎ ยโรค (ไต) วกั กะพกิ าร
4. นกั เรียนแตํละกลมุํ คิดประเมนิ เพอ่ื เพม่ิ คณุ คําโดยครใู ช๎คาํ ถามดังตอํ ไปน้ี

- จากการศกึ ษาเร่ืองคํานามนักเรยี นสามารถนําไปใช๎ประโยชนใ๑ น
ชีวิตประจําวันได๎อยาํ งไร
ขนั้ ท่ี 3 ขน้ั ปฏบิ ตั ิและสรปุ ความรห๎ู ลงั การปฏบิ ัติ

5. ใหน๎ ักเรยี นแบงํ กลมํุ ออกเปน็ 6 กลุมํ ค๎นคว๎าหาคาํ ราชาศพั ท๑ในหมวดตําง ๆ พรอ๎ มท้งั วาด
ภาพประกอบหมวดละ 5 คํา ดังน้ี

1. หมวดราํ งกาย
2. หมวดของใช๎
3. หมวดคํากรยิ า
4. หมวดคําสรรพนาม
5. หมวดเสอ้ื ผ๎าที่อยํอู าศัย
6. หมวดญาติพนี่ ๎องเพ่อื นฝูง
6. นกั เรียนฝกึ อํานคาํ ราชาศัพท๑
7. ครูและนักเรียนชวํ ยกันสรปุ คาํ ราชาศัพท๑หมวดตาํ ง ๆ และครูอธบิ ายลกั ษณะและ
วิธีการเปลีย่ นคําสามญั ใหเ๎ ป็นคาํ ราชาศัพท๑ พร๎อมยกตัวอยาํ งประกอบ

8. นกั เรียนทาํ แบบฝกึ หดั
ขน้ั ท่ี 4 ขนั้ สอ่ื สารและนาํ เสนอ

9. นกั เรียนนาํ เสนอคําราชาศพั ท๑ตามกลํุมทจ่ี ับฉลากไว๎ โดยครูใช๎ไมเ๎ รียกเลขที่ เพื่อให๎
นกั เรียนนําเสนอทีละกลุมํ และรํวมกันแสดงความคดิ เห็น และรวบรวมเปน็ เลํมไว๎ท่ีมมุ ห๎องเรยี น
ให๎เพื่อนๆไดอ๎ ําน
ขน้ั ท่ี 5 ขน้ั ประเมนิ เพอ่ื เพม่ิ คณุ คาํ บรกิ ารสงั คมและจติ สาธารณะ

10. นักเรียนรวํ มกันแสดงความคิด โดยครูใชค๎ ําถามในสงั คมไดอ๎ ยาํ งไร
- นกั เรยี นสามารถนําความรเ๎ู ก่ียวกับเรือ่ งทเี่ รียนไปใชป๎ ระโยชน๑ในสังคมได๎อยํางไร

6. การวดั และประเมนิ ผลการเรยี นร๎ู

การประเมนิ วธิ กี าร เครือ่ งมอื

ดา๎ นความรู๎ (K) -การตอบคาํ ถาม -คําถาม

-ทาํ แบบฝกึ หัด -แบบฝกึ หัด

ดา๎ นทกั ษะและกระบวนการ (P) -ทักษะการอํานในใจ -แบบประเมนิ การอํานในใจ

-ทกั ษะการเขยี น -แบบประเมินการเขยี นแบบฝากสงํ

-ทกั ษะการวเิ คราะห๑ พัสดุและไปรษณียภณั ฑ๑

-แบบฝึกหัด คําถาม

ด๎านคณุ ธรรม จริยธรรมและคาํ นิยม (A) -สงั เกตพฤติกรรมในการรํวม -แบบสังเกตพฤตกิ รรม

กิจกรรม การทาํ งานกลํุม

-สังเกตพฤติกรรมการรวํ มกิจกรรม -แบบสังเกตพฤติกรรม

7. สอื่ /อปุ กรณ/๑ แหลงํ การเรยี นร๎ู 2. แถบประโยค
1. หนงั สอื เรียนภาษาพาทีชัน้ ประถมศกึ ษาปีที่ 6 4. บตั รคาํ คําราชาศัพท๑
3. ใบความรู๎เร่ืองคาํ ราชาศัพท๑
5. พจนานกุ รม

8. กิจกรรมเสนอแนะ
.........................................................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................................................

vลvงชื่อ.............................................ครูผส๎ู อน ลงชอ่ื ...................................................ฝาุ ยวชิ าการ
(...........................................................) (...........................................................)

ลงชื่อ................................................... ผูบ๎ ริหาร
(...........................................................)

แบบบนั ทกึ คะแนนพฤตกิ รรมการอาํ นในใจ

เกณฑ๑การใหค๎ ะแนน ดี ให๎ 2 พอใช๎ ให๎ 1 ควรปรับปรงุ ให๎ 0
เกณฑก๑ ารประเมนิ การผํานการประเมนิ ทุกรายการต๎องได๎ 1 ขน้ึ ไป

รายการประเมนิ

เลขที่ ชอ่ื – สกลุ การวาง/ ัจบหนังสือไ ๎ด หมาย
ถูมีกส ๎ตมาองธิในการอําน เหตุ
การกวาดสายตาในการอําน
ไ ํม ี้ชตาม ัตวอักษร ่ีท ํอาน
ไมํสายหน๎าไปมาขณะ ํอาน
คะแนนรวม 10 คะแนน
สรุป ผําน / ไมํผําน

ข๎อเสนอแนะเพ่ิมเตมิ
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

( ลงชือ่ ) …………………………………………………….… ผ๎ปู ระเมนิ ( ครูผสู๎ อน )
( ……………………………………………………… )
………. / …………… / ……….

แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการเรยี น

เกณฑก๑ ารให๎คะแนน ดี ให๎ 2 พอใช๎ ให๎ 1 ควรปรับปรุง ให๎ 0
เกณฑ๑การประเมิน การผํานการประเมินทกุ รายการตอ๎ งได๎ 1 ขึ้นไป

ขอ๎ รายการประเมนิ คะแนน สรปุ หมายเหตุ
ทไี่ ด๎ ผาํ น ไมผํ าํ น

1 การวางแผน
2 ความกระตอื รอื ร๎น
3 การแสดงความคิดเหน็
4 มีมารยาทในการพดู
5 มมี ารยาทในการฟง๓

รวมคะแนน

ประเมนิ กลมุํ ท่ี
……………………………………………………………………………………………………………
ขอ๎ เสนอแนะเพมิ่ เตมิ
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

( ลงช่ือ ) …………………………………………………….… ผู๎ประเมิน ( ครูผู๎สอน )
( ……………………………………………………… )
………. / …………… / ……….

สปั ดาห๑ท่ี 18

โรงเรยี นขจรเกยี รตพิ ฒั นา
แผนการจดั การเรยี นร๎ู

ภาคเรยี นท.ี่ .…2…../…………..... ชอ่ื ผส๎ู อน ……………………………………………………..
กลมํุ สาระการเรยี นร๎ู ภาษาไทย ชนั้ ประถมศกึ ษาปที …ี่ …6..... จํานวน……5….คาบ
หนวํ ยการเรยี นรท๎ู ่ี ..……16…..… เรอื่ ง.........................พาํ งเพย้ี งพสุธา.......................

1. มาตรฐานการเรยี นร/๎ู ตวั ชวี้ ดั

มาตรฐานท่ี ท 1.1 ใช๎กระบวนการอาํ นสรา๎ งความรแู๎ ละความคดิ เพ่ือนาํ ไปใช๎ตดั สินใจ แกป๎ ๓ญหาในการดาํ เนินชีวติ และ
มนี สิ ยั รักการอําน

ตัวช้วี ัดที่ ป 6/5 อธิบายการนาํ ความรู๎และความคิดจากเรอื่ งทอ่ี าํ นไปตัดสินใจแก๎ป๓ญหาในการดําเนินชีวติ
มาตรฐานที่ ท 2.1 ใช๎กระบวนการเขยี นเขียนสอ่ื สาร เขียนเรียงความ ยอํ ความ และเขียนเร่อื งราวในรปู แบบตาํ ง ๆ
เขยี นรายงานขอ๎ มลู สารสนเทศและรายงานการศึกษาคน๎ ควา๎ อยาํ งมีประสทิ ธภิ าพ

ตัวชี้วดั ท่ี ป 6/8 เขยี นเร่อื งตามจินตนาการและ สรา๎ งสรรค๑
ตวั ชี้วัดที่ ป 6/9 มมี ารยาทในการเขยี น
มาตรฐานที่ ท 3.1 สามารถเลือกฟ๓งและดูอยาํ งมีวจิ ารณญาณ และพดู แสดงความรู๎ ความคิด และความร๎สู ึกในโอกาส
ตําง ๆ อยาํ งมีวจิ ารณญาณและสร๎างสรรค๑
ตวั ชีว้ ดั ท่ี ป 6/5 พดู โน๎มน๎าวอยาํ งมเี หตุผลและนาํ เชื่อถอื
ตัวชว้ี ดั ที่ ป 6/9 มีมารยาทในการฟง๓ การดู และการพูด

2. สาระสาํ คญั /ความคดิ รวบยอด
การอํานเรื่องราวตําง ๆ จะต๎องจับใจความสําคัญ วิเคราะห๑เรื่อง แสดงความคิดเห็น บอกข๎อคิดของเรื่องท่ีอําน

และสามารถนาํ ความร๎ูไปประยกุ ตใ๑ ช๎ในการเรยี นวิชาอนื่ หรอื การดาํ เนนิ ชวี ิตประจําวนั ได๎
การเขียนเรือ่ งตามจินตนาการ เป็นการเขยี นเรือ่ งท่มี าจากความคดิ ความรูส๎ กึ ความใฝุฝ๓นของผเู๎ ขยี นเอง เปน็ การเขียน

แบบอสิ ระผูเ๎ ขียนควรมีความคิดสร๎างสรรคแ๑ ละชํางสงั เกต ผู๎ที่ฝึกฝนการเขียนตามจินตนาการบํอยๆจะเป็นผู๎ท่ีเกิดความชํานาญ
ในการใช๎ภาษาเพ่อื ส่อื ความทาํ ใหเ๎ รื่องราวทเ่ี ขยี นขน้ึ

การโตว๎ าที เป็นการพดู โต๎แย๎งของบุคคลสองฝาุ ยใชห๎ ลกั วาทศลิ ป์และเหตุผลหกั ลา๎ งเหตผุ ลของแตํละฝุายในเร่ืองใดเรื่อง
หนงึ่ พูดให๎สั้น คือ การใชว๎ าทศลิ ปเ์ พ่ือเอาชนะกันด๎วยเหตผุ ล

3. จุดประสงคก๑ ารเรยี นร๎ู
1. อํานและสรุปใจความสําคญั พร๎อมวเิ คราะหเ๑ ร่ืองท่ีอําน ฟง๓ หรอื ดู ได๎อยาํ งมีเหตผุ ล (K)
2. อธิบายการเขียนเรื่องตามจนิ ตนาการ (K)
3. อธิบายรปู แบบการโต๎วาทีและใชเ๎ หตุผลในการโต๎วาทีไดอ๎ ยาํ งถูกต๎องเหมาะสม (K)
4. พูดและเขียนแสดงความรู๎ ความคิด ความรู๎สึก และจินตนาการได๎อยํางเหมาะสม (K)

5. ปฏบิ ัติตามคําส่ัง และข๎อแนะนําตําง ๆ ได๎ (P)
6. พูดหรือเขียนส่อื สารได๎ตรงตามวัตถุประสงค๑ (P)
7. เขียนแผนภาพความคิดจากเร่ืองได๎ (P)
8. เขียนเร่ืองตามจนิ ตนาการ (P)
9. ใช๎ทกั ษะทางภาษาเป็นเคร่อื งมือในการเรียน พัฒนาความร๎ูและการดํารงชีวติ อยรํู วํ มกัน ในสังคมได๎ (P)
10. มมี ารยาทในการอาํ น (A)
11.เห็นความสาํ คัญของการเขียนและมมี ารยาทในการเขียน (A)
12. มีมารยาทในการฟ๓ง การดู และการพดู (A)

4. สาระการเรยี นร๎ู

สาระการเรยี นรแู๎ กนกลาง สาระการเรยี นรท๎ู อ๎ งถน่ิ

1. อาํ นและสรุปใจความสําคัญ พรอ๎ มวิเคราะห๑เรื่องท่ีอาํ น
ฟง๓ หรอื ดู ได๎อยํางมีเหตุผล
2. อธิบายการเขยี นเรื่องตามจินตนาการได๎
3. อธิบายรปู แบบการโตว๎ าทแี ละใช๎เหตุผลในการโต๎วาทไี ด๎อยํางถูกตอ๎ ง
เหมาะสม
4. พดู และเขียนแสดงความรู๎ ความคิด ความรูส๎ ึก และจินตนาการได๎
อยํางเหมาะสม

5. กิจกรรมการเรยี นรู๎ กจิ กรรมการเรยี นการสอน
คาบท่ี การอํานจบั ใจความ ( สารคดี ) (คาบที่ 1)
สาระสาํ คญั
คาบท่ี 1
การอํานเร่ืองราวตําง ๆ จะต๎องจับใจความสําคัญ วิเคราะห๑เร่ือง แสดงความคิดเห็น
การอําน บอกข๎อคิดของเร่ืองท่ีอําน และสามารถนําความร๎ูไปประยุกต๑ใช๎ในการเรียนวิชาอ่ืนหรือการ
จบั ใจความ ดําเนินชวี ิตประจาํ วันได๎
( สารคดี ) ขน้ั ที่ 1 ขน้ั รวบรวมขอ๎ มลู

1. ครเู ปดิ สารคดีเกีย่ วกับการทอํ งเท่ยี วประเทศไทย
2. ครแู ละนกั เรยี นรวํ มกันสนทนา โดยใช๎คําถามกระต๎นุ ความคดิ ดงั นี้

- เปน็ สถานทท่ี อํ งเทย่ี วของภาคใด
- แตํละภาคมีสถานทีท่ ีม่ ีช่อื เสียงอะไรบา๎ ง
นักเรียนชํวยกนั ตอบ เพื่อโยงเข๎าสสํู าระการเรยี นร๎ู นักเรยี นทบทวนเกย่ี วกบั
การอาํ นจับใจความสาํ คญั โดยครใู ชค๎ าํ ถามดงั นี้
- การอาํ นสรุปใจความ คอื อะไร
- นักเรยี นใชท๎ กั ษะอะไรบ๎างในการอํานสรปุ ใจความ

ในการตอบคาํ ถามใหค๎ รูใชไ๎ ม๎เรยี กเลขที่ เพอ่ื ให๎นกั เรยี นตอบที่ละคน โดยคําถามกอํ น
เรยี กเลขทเ่ี พอื่ ใหท๎ กุ คนไดค๎ ิด

3. นักเรียนเขา๎ กลุมํ ศกึ ษาเร่ืองสารคดีทอํ งเทีย่ ว โดยใช๎คาํ ถามตํอไปน้ี
- ลักษณะของสารคดี
- ประเภทของสารคดี

ขนั้ ที่ 2 ขนั้ คดิ วเิ คราะหแ๑ ละสรปุ ความ
4. นักเรยี นแตลํ ะกลมุํ รวํ มกันวเิ คราะหเ๑ กีย่ วกบั เร่อื งท่ีอาํ น โดยครใู ช๎คําถามดังน้ี
- สารคดีท่ีอํานเปน็ สารคดีประเภทใด
- สารคดีทีอ่ ํานกลําวถงึ เรือ่ งอะไร
5. นกั เรียนแตลํ ะกลํุมคิดประเมนิ เพ่ือเพ่ิมคุณคําโดยครูใช๎คําถามดงั ตอํ ไปนี้
- จากการศกึ ษาเรอื่ งการอาํ นจับใจความสารคดีนักเรียนสามารถนาํ ไปใช๎

ประโยชนใ๑ นชีวิตประจําวันไดอ๎ ยาํ งไร
ขน้ั ท่ี 3 ขน้ั ปฏบิ ตั แิ ละสรปุ ความรห๎ู ลงั การปฏบิ ตั ิ

6. นักเรียนเข๎ากลํุมทํากจิ กรรมการตั้งคาํ ถามและตอบคาํ ถามจากเรอ่ื งทอี่ าํ น กลํมุ ละ 5
ข๎อ
กตกิ าในการต้งั คาํ ถาม คณุ ครแู บงํ จาํ นนวนหนา๎ ทแี่ ตํละกลุํมจะตอ๎ งรับผิดชอบในการต้ังคําถาม
เพื่อปอู งกนั ไมใํ หค๎ ําถามแตํละกลํมุ ไมใํ ห๎ซ้าํ กัน

7. นกั เรียนรํวมกนั สรปุ ขอ๎ คิดทไ่ี ดจ๎ ากการอําน
ขนั้ ท่ี 4 ขน้ั สอื่ สารและนาํ เสนอ

8. นกั เรียนแตํละกลมํุ นาํ เสนอคําถามหน๎าชัน้ เรยี น แล๎วให๎เพอื่ นตอบ
ขนั้ ท่ี 5 ขน้ั ประเมนิ เพอ่ื เพมิ่ คุณคาํ บรกิ ารสงั คมและจติ สาธารณะ

9. นักเรยี นรํวมกนั แสดงความคิดเหน็ โดยครูใช๎คาํ ถามดังนี้
- นักเรยี นสามารถนาํ ความรเู๎ ก่ยี วกบั เรือ่ งที่เรยี นไปใชป๎ ระโยชนใ๑ นสังคมได๎อยาํ งไร

คาบท่ี 2-3 การเขยี นตามจนิ ตนาการ (คาบท่ี 2-3)
สาระสาํ คญั
การเขยี น
ตามจนิ ตนาการ การเขียนเรื่องตามจินตนาการ เป็นการเขียนเร่ืองที่มาจากความคิด ความรู๎สึก
ความใฝุฝ๓นของผ๎ูเขียนเอง เป็นการเขียนแบบอิสระผ๎ูเขียนควรมีความคิดสร๎างสรรค๑และ
ชาํ งสังเกต ผทู๎ ฝ่ี กึ ฝนการเขียนตามจินตนาการบํอยๆจะเป็นผู๎ท่ีเกิดความชํานาญในการใช๎ภาษา
เพอื่ สอ่ื ความทาํ ให๎เรื่องราวท่ีเขียนข้นึ
ขนั้ ท่ี 1 ขนั้ รวบรวมขอ๎ มลู

1. ครูใหน๎ กั เรยี นแตํละคนอาํ นตัวอยาํ งการเขียนเรอื่ งตามจินตนาการ เรื่อง เจ๎าชาย
กับเด็กน๎อยพับกระดาษ จากหนงั สอื เรยี น
2. นักเรยี นแตลํ ะกลุํมรํวมกนั แสดงความคิดเหน็ วาํ เปน็ เร่อื งราวเกี่ยวกบั อะไร และ
เน้ือเร่ืองนาํ สนใจหรือไมํ

คาบท่ี 4-5 3. นกั เรยี นแตํละกลมุํ ศึกษาการเขยี นตามจนิ ตนาการ รํวมสนทนาโดยครูใช๎คาํ ถาม
การพดู โตว๎ าที ตอํ ไปนี้

- การเขียนเรื่องตามจินตนาการ หมายถึง
- ข้นั ตอนการเขียนเร่อื งตามจนิ ตนาการ
ขนั้ ท่ี 2 ขน้ั คดิ วเิ คราะหแ๑ ละสรปุ ความ
4. ครูนําตวั อยาํ งการเขียนเรือ่ งตามจนิ ตนาการแล๎วรํวมกนั สนทนาถึงรปู แบบการเขยี น
ตามจินตนาการโดยใชค๎ าํ ถาม

- การเขยี นเรือ่ งจากประสบการณ๑กับการเขียนเร่อื งตามจนิ ตนาการ มีความ
เหมอื นกนั หรือแตกตาํ งกันอยาํ งไร

5. นักเรียนคิดประเมนิ เพื่อเพ่มิ คุณคาํ โดยครถู ามคําถามดังนี้
- นกั เรยี นสามารถนาํ ส่งิ ทีเ่ รียนไปประยกุ ตใ๑ ช๎ในชีวติ ประจําวนั อยํางไร

ขนั้ ท่ี 3 ขนั้ ปฏบิ ตั ิและสรปุ ความรห๎ู ลงั การปฏบิ ัติ
6. ให๎อาสาสมัครนกั เรยี น 5 - 10 คนจินตนาการวําตนเองเจอสัตวป๑ ระหลาดตวั หนงึ่ ใน

ทะเล แล๎วเลําให๎เพอ่ื นฟ๓งวําสัตว๑มรี ปู ราํ งอยาํ งไร และมเี หตกุ ารณ๑ใดเกิดข้ึนบา๎ ง ให๎เพอ่ื น ๆ ยก
มือให๎คะแนนวําชอบเร่อื งของใครมากกวาํ กนั

7. ครใู ห๎คําชมเชยนักเรยี นท่ีรวํ มกิจกรรมและใหค๎ าํ แนะนาํ เพม่ิ เติมเก่ียวกบั การ
จินตนาการและการใช๎ความคิดสรา๎ งสรรค๑เพอื่ ให๎เรอื่ งนาํ ติดตามและสนกุ สนาน

8. ใหน๎ กั เรียนแบํงกลมุํ ออกเป็นกลํมุ ละ 5 คน เพือ่ รํวมกนั ศึกษาเก่ยี วกบั ข้ันตอนการ
เขียนเรือ่ งตามจนิ ตนาการ แลว๎ นาํ ข๎อมูลทไี่ ดม๎ าสรุปลงในแผนภาพ และตรวจสอบความถูกต๎องที
ละกลุํมจนครบทุกกลํมุ

9. นักเรียนเข๎ากลมุํ เขยี นเรื่องตามจินตนาการตามท่ีตนเองสนใจ
10. ใหน๎ กั เรยี นและครรู วํ มกันแสดงความคดิ เห็นเพอ่ื สรุปความร๎ูดงั นี้ การเขยี นนทิ าน
เป็นการเขียนเร่อื งตามจินตนาการ โดยใช๎ประสบการณ๑เดมิ ผนวกกบั ความคิดสร๎างสรรค๑
ถาํ ยทอดเรอ่ื งราวดว๎ ยสํานวนภาษาที่สนกุ สนานนําสนใจ เป็นการฝกึ ให๎ผ๎ูเขียนและผอู๎ ํานมี
ความคิดสร๎างสรรคท๑ ่ดี ีและได๎ข๎อคดิ จากนิทานมาประยกุ ต๑ใชก๎ ับการดําเนนิ ชวี ติ ใหม๎ คี วามสุข
ขน้ั ท่ี 4 ขน้ั สอ่ื สารและนาํ เสนอ
11. นกั เรียนนําเสนอผลการเขยี นเรอื่ งตามจนิ ตนาการโดยการจดั ปาู ยนิเทศแสดง
ผลงานของแตํละคน
ขน้ั ท่ี 5 ขน้ั ประเมนิ เพอ่ื เพมิ่ คณุ คาํ บรกิ ารสงั คมและจติ สาธารณะ
12. นกั เรียนรวํ มแสดงความคดิ เห็น โดยครูใช๎คาํ ถามดังนี้

- นักเรยี นสามารถนาํ ความรเ๎ู กยี่ วกบั เรื่องทเี่ รียนไปใช๎ประโยชนใ๑ นสงั คมได๎อยาํ งไร
การพดู โตว๎ าที (คาบท่ี 4-5)
สาระสาํ คญั

การโต๎วาที เป็นการพูดโต๎แย๎งของบุคคลสองฝุายใช๎หลักวาทศิลป์และเหตุผลหักล๎าง
เหตุผลของแตํละฝุายในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง พูดให๎ส้ัน คือ การใช๎วาทศิลป์เพื่อเอาชนะกันด๎วย
เหตุผล

ขนั้ ท่ี 1 ขน้ั รวบรวมขอ๎ มลู
1. ครูนาํ บตั รคํา การโตว๎ าที มาตดิ ไว๎บนกระดาน แลว๎ ให๎นกั เรยี นอาํ นจาํ นวน ๑

รอบ และครใู ช๎คาํ ถามเพือ่ ให๎นกั เรยี นรํวมกันแสดงความคดิ เห็น ดังนี้
- นักเรยี นเคยชมการโต๎วาทีหรือไมํ (เคย/ไมเํ คย)
- นกั เรียนเคยโตว๎ าทีหรอื ไมํ (เคย/ไมเํ คย)
- เมอื่ ไดช๎ มหรือไดโ๎ ต๎วาทนี กั เรยี นร๎ูสกึ อยาํ งไร (ตัวอยาํ งคําตอบ สนุก)

2. นกั เรยี นศึกษาการโตว๎ าที แล๎วรวํ มสนทนาโดยใชค๎ าํ ถามดงั นี้
- การโตว๎ าทีเก่ยี วขอ๎ งกบั การพดู โน๎มน๎าวหรือไมํ เพราะอะไร (ตวั อยาํ งคําตอบ

เก่ยี ว เพราะเปน็ การพดู โนม๎ น๎าวให๎ผฟ๎ู ๓งเช่ือฝาุ ยของตนเอง)
- การโต๎วาทีมปี ระโยชนต๑ ํอนกั เรียนอยาํ งไร

ขน้ั ท่ี 2 ขน้ั คดิ วเิ คราะหแ๑ ละสรปุ ความ
3. ให๎นักเรยี นแบงํ กลุํมออกเปน็ กลํุมละ ๕ คน เพือ่ รํวมกันเสนอแนวทางการโตว๎ าที

แล๎วนาํ ข๎อมลู
ที่ไดม๎ าสรปุ ลงในแผนภาพ จากนั้นออกมานาํ เสนอผลงานของกลมุํ ตนเองให๎ครแู ละเพือ่ น ๆ ฟง๓ ที
ละกลํุมจนครบทุกกลํมุ

4. นกั เรียนแตํละกลมํุ คดิ ประเมินเพ่ือเพมิ่ คุณคําโดยครูใช๎คําถามดงั ตอํ ไปน้ี
- จากการศึกษาเรอ่ื งคํานามนกั เรียนสามารถนําไปใชป๎ ระโยชนใ๑ น

ชวี ติ ประจาํ วันไดอ๎ ยํางไร
ขน้ั ท่ี 3 ขนั้ ปฏบิ ตั ิและสรปุ ความรห๎ู ลงั การปฏบิ ัติ

5. ครคู ัดเลือกนักเรยี น 4 คน มาดาํ รงตาํ แหนํงในการโตว๎ าที ดังนี้
- ประธานในการโตว๎ าที 1 คน
- คณะกรรมการตัดสิน 3 คน รวมทั้งครูดว๎ ยเป็น 4 คน

จากนัน้ ครชู แ้ี จงเกณฑก๑ ารใหค๎ ะแนนในการโตว๎ าทีให๎นกั เรยี นรับทราบ คอื การนาํ เสนอขอ๎ มูล
ปฏภิ าณไหวพรบิ การใชภ๎ าษา กริ ิยาทําทาง และการรกั ษาเวลาให๎ทกุ คนเข๎าใจ และซักซอ๎ มจดั
สถานที่และสถานการณ๑ในการโต๎วาที

6. ครกู ลาํ วเน๎นถึงเรือ่ งมารยาทในการพูดโตว๎ าที ดงั นี้
- ใช๎คําพูดที่สุภาพ มีเหตุผล ไมํเยาะเยย๎ ถากถาง หรือนาํ เรือ่ งสวํ นตัวของอีก

ฝาุ ยมาโจมตี หรอื เปดิ เผย
- มนี า้ํ ใจนกั กีฬา มํงุ ชนะกนั ด๎วยเหตุผลทนี่ ําชนื่ ชมและเปน็ ทีย่ อมรับของผ๎ูฟง๓
- แสดงกิรยิ าทําทางระหวํางพูดเหมาะสม ไมชํ หี้ น๎าวาํ ทบุ โต๏ะ หรอื ทาํ ทางยี

ยวนชวนววิ าท
- พดู ด๎วยสหี นา๎ ย้มิ แยม๎ แจํมใส ไมทํ า๎ ทาย หรอื พดู หาเรื่องฝาุ ยตรงขา๎ ม
- รักษาเวลาในการพดู

7. ให๎นักเรียนที่ไมํได๎รับมอบหมายหน๎าท่ีแบํงกลุํมออกเป็นกลํุมละ 3 คน แล๎วจับคูํ
กับอีกกลํุมรํวมกันเสนอญัตติที่จะโต๎วาทีในช่ัวโมงตํอไป เม่ือได๎ญัตติให๎เสนอครูโดยไมํให๎ซ้ํากัน
จากน้ันให๎แตํละกลํุมจัดเตรียมข๎อมูลรํางคําพูดในการโน๎มน๎าวที่ใช๎ในการโต๎วาทีตามญัตติของคูํ

ตนเอง
8. ใหน๎ ักเรียนและครูรํวมกนั แสดงความคดิ เหน็ เพ่อื สรุปความรดู๎ งั นี้ การโต๎วาทเี ป็น

การพูดโน๎มน๎าวให๎ผ๎ูอื่นเชื่อถือและคลอ๎ ยตาม โดยการนาํ เอาเหตผุ ลมาหักลา๎ งกนั จนได๎แนว
ทางเลอื กทดี่ ีทส่ี ุด
ขนั้ ที่ 4 ขนั้ สอ่ื สารและนาํ เสนอ

12. นักเรยี นนาํ เสนอการโตว๎ าที
ขนั้ ท่ี 5 ขน้ั ประเมนิ เพอ่ื เพมิ่ คณุ คาํ บรกิ ารสงั คมและจติ สาธารณะ

13. นักเรียนรวํ มกนั แสดงความคดิ โดยครูใช๎คําถามในสังคมไดอ๎ ยํางไร
- นกั เรียนสามารถนาํ ความร๎ูเกี่ยวกบั เรอื่ งทีเ่ รยี นไปใชป๎ ระโยชน๑ในสังคมไดอ๎ ยาํ งไร

6. การวดั และประเมนิ ผลการเรยี นร๎ู วธิ กี าร เคร่ืองมือ
การประเมิน -การตอบคาํ ถาม -คําถาม
-ทาํ แบบฝึกหดั -แบบฝึกหัด
ดา๎ นความร๎ู (K) -ทักษะการอาํ นในใจ -แบบประเมนิ การอาํ นในใจ
-ทักษะการเขียน -แบบประเมินการเขยี นตามจินตนาการ
ดา๎ นทกั ษะและกระบวนการ (P) -ทักษะการวิเคราะห๑ -แบบฝึกหัด คําถาม
-สังเกตพฤตกิ รรมในการรวํ ม -แบบสังเกตพฤติกรรม
ดา๎ นคณุ ธรรม จรยิ ธรรมและคํานยิ ม (A) กจิ กรรม การทาํ งานกลุํม
-สงั เกตพฤติกรรมการรวํ ม -แบบสังเกตพฤติกรรม
กจิ กรรม

7. สอ่ื /อปุ กรณ/๑ แหลงํ การเรยี นร๎ู 2. วีดโี อการโตว๎ าที 5. พจนานุกรม
1. หนงั สอื เรยี นภาษาพาทชี ้นั ประถมศึกษาปีที่ 6 4. สารคดกี ารทํองเท่ียว
3. ใบความร๎ูเรอ่ื งการเขยี นตามจินตนาการ

8. กิจกรรมเสนอแนะ
.........................................................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................................................

vลvงช่ือ.............................................ครูผ๎ูสอน ลงชื่อ...................................................ฝุายวิชาการ
(...........................................................) (...........................................................)

ลงชือ่ ................................................... ผบ๎ู รหิ าร
(...........................................................)

แบบบนั ทกึ คะแนนพฤตกิ รรมการอาํ นในใจ

เกณฑ๑การใหค๎ ะแนน ดี ให๎ 2 พอใช๎ ให๎ 1 ควรปรับปรงุ ให๎ 0
เกณฑก๑ ารประเมนิ การผํานการประเมนิ ทุกรายการต๎องได๎ 1 ขน้ึ ไป

รายการประเมนิ

เลขที่ ชอ่ื – สกลุ การวาง/ ัจบหนังสือไ ๎ด หมาย
ถูมีกส ๎ตมาองธิในการอําน เหตุ
การกวาดสายตาในการอําน
ไ ํม ี้ชตาม ัตวอักษร ่ีท ํอาน
ไมํสายหน๎าไปมาขณะ ํอาน
คะแนนรวม 10 คะแนน
สรุป ผําน / ไมํผําน

ข๎อเสนอแนะเพ่ิมเตมิ
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

( ลงชือ่ ) …………………………………………………….… ผ๎ปู ระเมนิ ( ครูผสู๎ อน )
( ……………………………………………………… )
………. / …………… / ……….

แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการเรยี น

เกณฑก๑ ารให๎คะแนน ดี ให๎ 2 พอใช๎ ให๎ 1 ควรปรับปรุง ให๎ 0
เกณฑ๑การประเมิน การผํานการประเมินทกุ รายการตอ๎ งได๎ 1 ขึ้นไป

ขอ๎ รายการประเมนิ คะแนน สรปุ หมายเหตุ
ทไี่ ด๎ ผาํ น ไมผํ าํ น

1 การวางแผน
2 ความกระตอื รอื ร๎น
3 การแสดงความคิดเหน็
4 มีมารยาทในการพดู
5 มมี ารยาทในการฟง๓

รวมคะแนน

ประเมนิ กลมุํ ท่ี
……………………………………………………………………………………………………………
ขอ๎ เสนอแนะเพมิ่ เตมิ
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

( ลงช่ือ ) …………………………………………………….… ผู๎ประเมิน ( ครูผู๎สอน )
( ……………………………………………………… )
………. / …………… / ……….


Click to View FlipBook Version