คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ - 1 -
ชื่อหนังสือ : E-book คำอธิบายเรียงมาตราพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗ รวมแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๘, (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๘ และ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๖๑ ผู้เขียน : ศาสตราจารย์พิเศษ เดชอุดม ไกรฤทธิ์ ปีที่พิมพ์ : ๒๕๖๔ เจ้าของ : ลิขสิทธิ์ในการพิมพ์ครั้งที่ ๒ ศาสตราจารย์พิเศษ เดชอุดม ไกรฤทธิ์ ราคา : - บาท ข้อมูลทางบรรณานุกรมของหอสมุดแห่งชาติ ISBN (e-book) : จัดพิมพ์โดย : บริษัท เดชอุดม แอนด์ แอสโซซิเอทส์ จำกัด ๙๔๒/๑๔๒-๓ อาคารชาญอิสสระทาวเวอร์ ชั้น ๙ ถนนพระราม ๔ แขวงสุริยวงศ์ เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร ๑๐๕๐๐ โทรศัพท์๐-๒๒๓๓-๐๐๕๕, ๐-๒๒๓๓-๐๐๖๘ โทรสาร ๐-๒๒๓๖-๖๖๘๑, ๐-๒๒๓๓-๐๒๒๗ E-MAIL: [email protected] WEBSITE: www.dejudomlaw.com www.dcm.co.th ภาพปก : บริษัท ดิจิทัล คอร์ปอเรท เมเนจเม้นท์ จำกัด ข้อมูลทางบรรณานุกรมของหอสมุดแห่งชาติ หอสมุดแห่งชาติ ถนนสามเสน ดุสิต กรุงเทพฯ 10300 โทรศัพท์ : 02-2809846 โทรสาร : 02-2809846 วันที่อนุมัติ 31 สิงหาคม 2564 เดชอุดม ไกรฤทธิ์. E-book คําอธิบายเรียงมาตราพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 รวมแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558, (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2558 และ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2561.-- พิมพ์ ครั้งที่ 2.-- กรุงเทพฯ : เดชอุดม แอนด์ แอสโซซิเอทส์, 2564. 144 หน้า. 1. ลิขสิทธิ์. I. ชื่อเรื่อง. 346.0482 ISBN 978-616-92872-8-5
คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ - 1 - พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๘ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๘ และ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๖๑ พร้อม ค�ำพิพากษาศาลฎีกา จัดท�ำโดย เดชอุดม ไกรฤทธิ์
คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ - 2 - ค�ำน�ำ (พิมพ์ครั้งที่ ๑) พัฒนาการความรู้ทางกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาแขนงหนึ่งที่ส�ำคัญคือเรื่อง ของ “ลิขสิทธิ์” นับตั้งแต่วิวัฒนาการของการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศได้เจริญก้าวหน้ามา อย่างมากมายนั้น ท�ำให้ต้องมีการเปลี่ยนแปลงความรู้ทางกฎหมายในสาขานี้เป็นอย่าง มาก จากความเข้าใจเดิมที่เราทั้งหลายมักจะคิดกันว่าในเรื่องของการคุ้มครองลิขสิทธิ์นั้น น่าจะเป็นเรื่องของงานทางด้านวรรณกรรมคืองานนิพนธ์ที่มีการสร้างสรรค์งานด้านหนังสือ เป็นหลัก รวมทั้งงานด้านศิลปกรรมและดนตรีกรรม แต่ปัจจุบันขอบเขตของการศึกษา วิชานิติศาสตร์ด้านลิขสิทธิ์ไม่ได้มีความหมายอยู่เฉพาะตามที่เข้าใจกันมาแต่เก่าก่อน ความ จ�ำเป็นที่ต้องเรียนรู้วิทยาการใหม่ ๆ เช่น โปรแกรมคอมพิวเตอร์ สิทธินักร้องนักแสดง รวม ถึงงานที่เป็นศิลปประยุกต์ด้วย ก็ท�ำให้เราเห็นว่าความรู้และความเข้าใจเดิม ๆ ที่มีอยู่นั้น ไม่เพียงพอต่อการเพิ่มความสามารถในการใช้บทกฎหมายในเรื่องลิขสิทธิ์ให้ได้ผล ความ จ�ำเป็นที่จะต้องฝึกฝนและท�ำให้ความเข้าใจกับงานทางด้านลิขสิทธิ์ที่ได้ขยายขอบเขตออก ไปอย่างกว้างขวางในปัจจุบันจึงเป็นเรื่องที่ทนายความและนักนิติศาสตร์สาขาอื่นไม่อาจ จะหลีกเลี่ยงได้ หนังสือเล่มนี้ได้รวบรวมการปรับปรุงกฎหมายเพื่อใช้เป็นการอ้างอิงรวมทั้งได้น�ำ บทคัดย่อของค�ำพิพากษาฎีกามารวมไว้เช่นนี้ก็เพื่อส่งเสริมให้มีการศึกษากฎหมายทรัพย์สิน ทางปัญญาในเรื่องลิขสิทธิ์ของไทยให้แพร่หลายมากขึ้นเพื่อเป็นการสร้างความเข้าใจและ เพิ่มฐานความรู้ของกฎหมายลิขสิทธิ์ให้แก่ผู้ที่สนใจศึกษาและผู้ที่เกี่ยวข้องได้ประโยชน์ทั้ง หลายของกฎหมายดังกล่าว รวมทั้งเพื่อลดความขัดแย้งและข้อพิพาทต่าง ๆ หากผู้ที่ได้ ศึกษากฎหมายและใช้กฎหมายให้ได้ผลอย่างจริงจังแล้วก็ย่อมจะท�ำให้สังคมนั้นด�ำเนินไป ด้วยความถูกต้องตามหลักเกณฑ์และความเป็นธรรมของกฎหมายที่พัฒนาขึ้นอย่าง ต่อเนื่องตลอดไป ศาสตราจารย์์พิิเศษเดชอุุดม ไกรฤทธิ์์ ๗ มิิถุุนายน ๒๕๔๗
คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ - 3 - ค�ำน�ำ (พิิมพ์์ครั้้งที่่ ๒) ความประสงค์์ของ การเรีียบเรีียงพระราชบััญญััติิลิิขสิิทธิ์์ พ.ศ. ๒๕๓๗ รวมถึึง ฉบัับแก้้ไขเพิ่่มเติิม (ฉบัับที่่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๘ (ฉบัับที่่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๘ และ (ฉบัับที่่ ๔) พ.ศ. ๒๕๖๑ ให้้เป็็นปััจจุุบัันและให้้อยู่่ในรููปของ E-book โดยมีีบัันทึึกประกอบการค้้นคว้้าที่่มา ของการแก้้ไขกฎหมายในแต่่ละครั้้งท้้ายบทมาตราที่่เกี่่ยวข้้อง ซึ่่ งผู้้อ่่านที่่ประสงค์์จะตรวจ สอบความเป็็นมาของการแก้้ไขก็็สามารถใช้้มืือถืือเชื่่อมโยงไปยััง link ของส่่วนราชการที่่ เกี่่ยวข้้องกัับการร่่างกฎหมายและการประกาศใช้้กฎหมาย อนึ่่ง ในหนัังสืือทรััพย์สิ์ ินทางปััญญาชุุดนี้้ทั้้งสามเล่่ม คืือกฎหมายเครื่่องหมายการค้้า ลิิขสิิทธิ์์ และสิิทธิิบััตร ก็็จะนำำเผยแพร่่ในรููปของ E-book แบบเดีียวกัันนี้้ทั้้งหมด ถ้้าหาก ท่่านผู้้ใช้้จะให้้ความเห็็นหรืือข้้อเสนอแนะอย่่างไรก็็สามารถแจ้้งมาได้้ที่่อีีเมล์์ admin@ dcm.co.th ขอขอบคุุณ ศาสตราจารย์์พิิเศษเดชอุุดม ไกรฤทธิ์์ ๒๗ สิิงหาคม ๒๕๖๔
คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ - 4 - สารบััญ หน้้า พระราชบััญญััติิลิิขสิิทธิ์์ พ.ศ. ๒๕๓๗ ๕ ชื่่อพระราชบััญญััติิ วัันใช้้บัังคัับ (มาตรา ๑–๓) คำำนิิยาม, ผู้้รัักษาการ (มาตรา ๔-๕) หมวด ๑ ลิิขสิิทธิ์์ ๒๕ ส่่วนที่่ ๑ งานอัันมีีลิิขสิิทธิ์์ (มาตรา ๖ - ๗) ๒๕ ส่่วนที่่ ๒ การได้้มาซึ่่ งลิิขสิิทธิ์์ (มาตรา ๘ - ๑๔) ๓๐ ส่่วนที่่ ๓ การคุ้้มครองลิิขสิิทธิ์์ (มาตรา ๑๕ - ๑๘) ๓๗ ส่่วนที่่ ๔ อายุุแห่่งการคุ้้มครองลิิขสิิทธิ์์ ๔๕ (มาตรา ๑๙ - ๒๖) ส่่วนที่่ ๕ การละเมิิดลิิขสิิทธิ์์ (มาตรา ๒๗ - ๓๑) ๔๙ ส่่วนที่่ ๖ ข้้อยกเว้้นการละเมิิดลิิขสิิทธิ์์ ๙๐ (มาตรา ๓๒ - ๔๓) หมวด ๒ สิิทธิิของนัักแสดง (มาตรา ๔๔ - ๕๓) ๑๐๒ หมวด ๒/๑ ข้้อมููลการบริิหารสิิทธิิและมาตรการทางเทคโนโลยีี ๑๐๗ (มาตรา ๕๓/๑ - ๕๓/๕) หมวด ๓ การใช้้ลิิขสิิทธิ์์ในพฤติิการณ์์พิิเศษ ๑๑๐ (มาตรา ๕๔ - ๕๕) หมวด ๔ คณะกรรมการลิิขสิิทธิ์์ (มาตรา ๕๖ - ๖๐) ๑๑๔ หมวด ๕ ลิิขสิิทธิ์์และสิิทธิิของนัักแสดงระหว่่างประเทศ (มาตรา ๖๑) ๑๑๗ หมวด ๖ คดีีเกี่่ยวกัับลิิขสิิทธิ์์และสิิทธิิของนัักแสดง (มาตรา ๖๒ - ๖๖) ๑๒๓ หมวด ๗ พนัักงานเจ้้าหน้้าที่่ (มาตรา ๖๗ - ๖๘) ๑๒๘ หมวด ๘ บทกำำหนดโทษ (มาตรา ๖๙ - ๗๗) ๑๓๐ บทเฉพาะกาล (มาตรา ๗๘) ๑๔๑
คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ - 5 - พระราชบััญญััติิลิิขสิิทธิ์์ พ.ศ. ๒๕๓๗ แก้้ไขเพิ่่มเติิม (ฉบัับที่่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๘ (ฉบัับที่่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๘ และ (ฉบัับที่่ ๔) พ.ศ. ๒๕๖๑* -------------------- ภููมิิพลอดุุลยเดช ป.ร. ให้้ไว้้ ณ วัันที่่ ๙ ธัันวาคม พ.ศ. ๒๕๓๗ เป็็นปีีที่่ ๔๙ ในรััชกาลปััจจุุบััน พระบาทสมเด็็จพระปรมิินทรมหาภููมิิพลอดุุลยเดชมีีพระบรม ราชโองการโปรดเกล้้าฯ ให้้ประกาศว่่า โดยที่่เป็็นการสมควรปรัับปรุุงกฎหมายว่่าด้้วยลิิขสิิทธิ์์ จึึงทรงพระกรุุณาโปรดเกล้้าฯให้้ตราพระราชบััญญััติิขึ้้�นไว้้ โดย คำำแนะนำำและยิินยอมของรััฐสภาดัังต่่อไปนี้้� มาตรา ๑ พระราชบััญญััติินี้้�เรีียกว่่า “พระราชบััญญััติิลิิขสิิทธิ์์ พ.ศ. ๒๕๓๗” มาตรา ๒ พระราชบััญญััติินี้้�ให้้ใช้้บัังคัับเมื่่อพ้้นกำำหนดเก้้าสิิบวััน นัับแต่่วัันประกาศในราชกิิจจานุุเบกษาเป็็นต้้นไป มาตรา ๒ ประกาศในราชกิิจจานุุเบกษา เล่่ม ๑๑๑ ตอนที่่ ๕๙ ก หน้้า ๑-๒๒ ลงวัันที่่ ๒๑ ธัันวาคม ๒๕๓๗ ----------------------------------- * https://www.krisdika.go.th/librarian/get?sysid=686804&ext=htm
คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ - 6 - มาตรา ๓ ให้ยกเลิกพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๒๑ มาตรา ๓ นี้มีตัวอย่างค�ำพิพากษาฎีกาที่เกี่ยวข้องดังต่อไปนี้ ฎีกาที่ ๓๐๔๕/๒๕๕๑ งานสร้างสรรค์ ประเภทศิลปกรรมลักษณะงานจิตรกรรมภาพ การ์ตูนโดราเอมอนของผู้เสียหายตามฟ้องมีการ โฆษณางานครั้งแรกเมื่อวันที่ ๑ ธันวาคม ๒๕๑๒ และเป็นงานที่ได้รับความคุ้มครองตามพระราช บัญญัติคุ้มครองวรรณกรรมและศิลปกรรม พ.ศ. ๒๔๗๔ โดยครบก�ำหนดอายุความคุ้มครอง ลิขสิทธิ์ ๓๐ ปี นับแต่วันโฆษณาตาม พระราช บัญญัติดังกล่าวในวันที่ ๑ ธันวาคม ๒๕๔๒ งาน ดังกล่าวจึงยังไม่สิ้นอายุความคุ้มครองลิขสิทธิ์ใน วันที่ ๒๑ มีนาคม ๒๕๓๘ อันเป็นวันที่ พระราช บัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.๒๕๓๗ ใช้บังคับ ย่อมได้รับ ความคุ้มครองตาม พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗ การตีความค�ำว่า “ให้ได้รับความ คุ้มครองลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้” ใน พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.๒๕๓๗ มาตรา ๗๘ วรรคหนึ่ง และวรรคสอง ต้องเป็นไปในท�ำนอง เดียวกัน คือน�ำหลักเกณฑ์เรื่องอายุแห่งการ คุ้มครองลิขสิทธิ์ตามมาตรา ๑๙ ถึงมาตรา ๒๖ แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.๒๕๓๗ มาใช้ บังคับด้วย เพราะนอกจากจะเป็นการตีความไป ตามบริบทของกฎหมายทั้งฉบับแล้ว ยังเป็นการ ตีความกฎหมายที่สอดคล้องกับหลักการเบื้องต้น เกี่ยวกับการก�ำหนดอายุแห่งการคุ้มครองลิขสิทธิ์ ในอนุสัญญากรุงเบอร์นว่าด้วยการคุ้มครอง วรรณกรรมและศิลปกรรมที่ประเทศ ไทยเป็น ภาคีสมาชิกด้วย
คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ - 7 - มาตรา ๔ ในพระราชบัญญัตินี้ “ผู้สร้างสรรค์” หมายความว่า ผู้ท�ำหรือผู้ก่อให้เกิดงานสร้างสรรค์ อย่างใดอย่างหนึ่งที่เป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้ “ผู้สร้างสรรค์” แก้ไขเพิ่มเติมโดย พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.๒๕๓๗ เป็นความเดิมตามพ ระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ “ผู้สร้างสรรค์” หมายความว่า ผู้ท�ำหรือก่อให้เกิดงานโดยความคิดริเริ่มของตนเอง “ผู้สร้างสรรค์” นี้มีค�ำพิพากษาฏีกา ที่เกี่ยวข้องดังตัวอย่างต่อไปนี้ ฎีกาที่ ๖๑๘๒/๒๕๓๓ จากค�ำจ�ำกัด ความดังกล่าวผู้ที่จะได้ชื่อว่าเป็นผู้สร้างสรรค์นั้น จะต้องเป็นผู้ที่ท�ำหรือก่อให้เกิดงานขึ้นจากความ คิดริเริ่มด้วยตนเองมิใช่เป็นการลอกเลียนแบบ จากของจริงจากธรรมชาติ หรือลอกเลียนแบบ จากงานของผู้อื่นทั้งที่ปรากฏเป็นรูปร่างหรือ ภาพถ่าย งานที่อ้างว่ามีลิขสิทธิ์ตามฟ้องนั้น เป็นงานที่เกิดจากการถอดรูปแบบมาจากของจริง ตามธรรมชาติบ้าง ลอกเลียนแบบจากความคิด ริเริ่มของผู้อื่นที่ได้สร้างสรรค์ไว้แล้วบ้าง และลอก เลียนแบบจากนิตยสารอื่น ๆ บ้างงานดังกล่าวจึง มิใช่เป็นงานที่โจทก์สร้างสรรค์ขึ้นโดยความคิด ริเริ่มของโจทก์เองโจทก์จึงมิใช่ผู้สร้างสรรค์ตาม ความหมายแห่งมาตรา ๔ จึงไม่มีลิขสิทธิ์ในแบบ รูปปั้นหล่อทองเหลืองตามฟ้อง ฎีกาที่ ๙๗๓/๒๕๕๑ หากผู้สร้างสรรค์ สองคนต่างคนต่างสร้างสรรค์งานโดยมิได้ลอก เลียนซึ่งกันและกัน แม้ว่าผลงานที่สร้างสรรค์ของ ทั้งสองคนออกมาจะมีความเหมือนหรือคล้ายคลึง กัน ผู้สร้างสรรค์ทั้งสองต่างคนต่างก็ได้ลิขสิทธิ์ ในงานที่ตนสร้างสรรค์ขึ้นแยกต่างหากจากกัน งานวิจารณ์ค�ำศัพท์ทั้ง ๗ ค�ำ คือ ครอบครอง ครอบครองปรปักษ์ คู่สัญญา ตัวการ พินัยกรรม คดีด�ำ คดีแดง ซึ่งเป็นบางส่วนของ หนังสือที่โจทก์เป็นผู้เขียนนั้น จ�ำต้องวิเคราะห์ เป็นค�ำๆ ไป ความหมายที่ถูกต้องตามกฎหมาย ต้องเป็นอย่างไร เมื่อพิเคราะห์ความหมายของค�ำ ที่เป็นบทสรุปของโจทก์ แล้วพบว่าความหมาย ของค�ำว่า ครอบครอง ครอบครองปรปักษ์ ตัวการ และพินัยกรรม ล้วนมีเนื้อหาตรงกับความหมาย ที่ปรากฏอยู่แล้วในกฎหมายคือ ประมวล กฎหมายแพ่ง และประมวลกฎหมายอาญา แตก ต่างกันบ้างเฉพาะถ้อยค�ำที่เป็นรายละเอียดเล็ก น้อย การเชื่อมโยงค�ำ หรือการเรียงประโยค ใน ส่วนความหมายของค�ำว่า ครอบครอง ครอบ ครองปรปักษ์ ตัวการ และพินัยกรรม จึงเป็นเนื้อ ความในตัวบทกฎหมาย โจทก์ย่อมไม่มีลิขสิทธิ์ใน ความหมายของค�ำดังกล่าวตามพระราชบัญญัติ ลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗ มาตรา ๗ (๒) ส่วนค�ำว่า “คู่สัญญา” “คดีด�ำ” และ “คดีแดง” แม้จะไม่มีกฎหมายบัญญัติในลักษณะ เป็นการให้ความหมายไว้โดยตรงเช่นเดียวกับ ค�ำ ๔ ค�ำที่กล่าวมาแล้ว เชื่อว่าความหมายของ ค�ำทั้ง ๓ ค�ำดังกล่าว ก็ไม่ได้เกิดขึ้นจากการ สร้างสรรค์ของโจทก์เองโดยแท้ หากแต่เป็น ความหมายที่มีการสร้างสรรค์และเข้าใจกันโดย ทั่วไป แนวทางปฏิบัติในการพิจารณาคดีและ
คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ - 8 - ค�ำพิพากษาของศาล ซึ่งมีการถ่ายทอดต่อกันมา โดยทางค�ำบรรยาย ทางต�ำราหรือเอกสารทาง วิชาการ ความหมายของค�ำเหล่านี้จึงไม่ใช่งานอัน มีลิขสิทธิ์ของโจทก์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗ มาตรา ๔ ในอันที่จะได้รับความ คุ้มครอง ฎีกาที่ ๒๖๑๐/๒๕๕๓ เอกสาร ประชาสัมพันธ์การอบรมสัมมนาระบุชื่อผู้จัด ชื่อ หลักสูตร หัวข้อการอบรม ชื่อวิทยากร อัตรา ค่าอบรม วัน เวลา สถานที่อบรม เป็นรายละเอียด ที่จ�ำต้องระบุไว้ในเอกสารประชาสัมพันธ์ ยังไม่ถึง กับเป็นการใช้ความรู้ความสามารถ สติปัญญา วิริยะอุตสาหะที่เพียงพอถึงขนาดที่จะถือว่า เป็นการริเริ่มสร้างสรรค์งานนิพนธ์อันเป็น วรรณกรรมที่จะได้รับความคุ้มครองลิขสิทธิ์ วาง ต�ำแหน่งรูปรอยประดิษฐ์ลูกโลกอยู่ที่มุมบนด้าน ซ้ายของเอกสารเหมือนกัน ลูกโลกกลมมีขนาด เท่ากัน แต่รูปลูกโลกของโจทก์อยู่ในกรอบ สี่เหลี่ยม ส่วนของจ�ำเลยทั้งสามไม่มีกรอบ สี่เหลี่ยม ของโจทก์จะมีค�ำภาษาอังกฤษค�ำว่า “BUSINESS” เหนือค�ำว่า “CONSULTANT” แต่ของจ�ำเลยทั้งสามเป็นค�ำภาษาอังกฤษว่า “ADVANCE” เมื่อพิจารณาในส่วนที่เป็นภาพรวม แล้วยังมีความแตกต่างกันในนัยส�ำคัญมาก ไม่อาจท�ำให้ประชาชนหลงเชื่อว่าเอกสาร ประชาสัมพันธ์ของจ�ำเลยทั้งสามเป็นเอกสาร ประชาสัมพันธ์ของโจทก์ การกระท�ำของจ�ำเลย ทั้งสามจึงไม่เป็นความผิด ตามประมวลกฎหมาย อาญา มาตรา ๒๗๒ (๑) ฎีกาที่ ๓๐๘๕/๒๕๕๓ งานแบบและลาย ผ้าพิมพ์เป็นงานสร้างสรรค์รูปทรงที่ประกอบด้วย เส้น แสง สี หรือสิ่งอื่นอย่างใดอย่างหนึ่งหรือ หลายอย่างรวมกัน ลงบนวัสดุอย่างเดียวหรือ หลายเป็นงานศิลปกรรม ลักษณะงานจิตรกรรม เมื่อน�ำรวมกันไปใช้ประโยชน์อย่างอื่น โดยน�ำไป ตกแต่งวัสดุหรือเครื่องใช้เพื่อประโยชน์ทางการ ค้า เป็นงานศิลปกรรมลักษณะงานศิลปประยุกต์ ลิขสิทธิ์ให้ความคุ้มครองตามกฎหมายไทยโดยไม่ ต้องมีการจดทะเบียน ฎีกาที่ ๖๒๗๐/๒๕๕๔ ผู้ออกแบบภาพ ประดิษฐ์รูปเด็กศีรษะโตนี้ออกแบบตาม วัตถุประสงค์ของโจทก์ให้เป็นเครื่องหมายการค้า ไม่ใช่การสร้างสรรค์เพื่อให้เกิดงานสร้างสรรค์ ประเภทศิลปกรรมอันมีลิขสิทธิ์ ถือไม่ได้ว่าโจทก์ มีลิขสิทธิ์ในภาพประดิษฐ์รูปเด็กศีรษะโตนี้ อันจะ ได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗
คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ - 9 - “ลิขสิทธิ์” หมายความว่า สิทธิแต่ผู้เดียวที่จะท�ำการใด ๆ ตาม พระราชบัญญัตินี้เกี่ยวกับงานที่ผู้สร้างสรรค์ได้ท�ำขึ้น (“ลิขสิทธิ์” แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗ เป็นความเดิมตาม พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ “ลิขสิทธิ์” หมายความว่า สิทธิแต่ผู้เดียวที่จะกระท�ำการใดๆ เกี่ยวกับงานที่ผู้สร้างสรรค์ได้ ท�ำขึ้น) “ลิขสิทธิ์” นี้มีค�ำพิพากษาฏีกาที่เกี่ยวข้องดังต่อไปนี้ ฎีกาที่ ๗๓๙๑/๒๕๔๙ ท�ำสัญญาขายลิขสิทธิ์ผลงานเพลงพิพาทของ ส. ให้แก่ จ. แล้ว ทั้งสองซึ่งเป็นทายาทของ จ. จึงมีสิทธิในผลงานเพลงพิพาท “วรรณกรรม” หมายความว่า งานนิพนธ์ที่ท�ำขึ้นทุกชนิด เช่น หนังสือ จุลสาร สิ่งเขียน สิ่งพิมพ์ ปาฐกถา เทศนา ค�ำปราศรัย สุนทรพจน์ และให้หมายความรวมถึงโปรแกรมคอมพิวเตอร์ด้วย (“วรรณกรรม” แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗ จากความเดิมตาม พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ “วรรณกรรม” หมายความว่า งานนิพนธ์ที่ท�ำขึ้นทุกชนิด ไม่ว่าแสดงออกมาโดยวิธีหรือในรูป อย่างใด เช่น หนังสือ จุลสาร สิ่งเขียน สิ่งพิมพ์ ปาฐกถา เทศนา ค�ำปราศรัย สุนทรพจน์ สิ่งบันทึกเสียง และหรือภาพ) “วรรณกรรม” นี้มีค�ำพิพากษาฎีกาที่เกี่ยวข้องดังต่อไปนี้ ฎีกาที่ ๕๓๐๖/๒๕๕๐ เจ้าของลิขสิทธิ์ ข้อมูลการออกแบบ สร้าง ประกอบ ติดตั้งระบบ กรองน�้ำ เครื่องกรองน�้ำ และสารเคมีส�ำหรับ ปรับสภาพน�้ำ ข้อมูลผลิตภัณฑ์หรือสินค้า ตัวเลข แสดงประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ และรูปภาพ ผลิตภัณฑ์ประกอบ เป็นผู้สร้างสรรค์ด้วยตนเอง จากความรู้ ความสามารถ ความวิริยอุตสาหะ และประสบการณ์ในธุรกิจมิได้ลอกเลียนมาจาก ผู้อื่น กับจัดพิมพ์เป็นเอกสารภาษาอังกฤษเป็น เล่มซึ่งประกอบด้วยแค็ตตาล๊อก โบรชัวร์ ย่อมได้ ลิขสิทธิ์ในข้อมูลดังกล่าวซึ่งเป็นงานวรรณกรรม ถือเป็นงานที่มีลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติ ลิขสิทธิ์ฯ มาตรา ๔ และมาตรา ๖ วรรคหนึ่ง เมื่อจ�ำเลยทั้งสามร่วมกันละเมิด ลิขสิทธิ์โจทก์โดยการน�ำข้อมูลเกี่ยวกับเครื่อง กรองน�้ำของโจทก์ไปท�ำซ �้ ำเป็นรูปเล่มสินค้า เครื่องกรองน�้ำออกเผยแพร่ให้ลูกค้าของจ�ำเลย ทั้งสาม คดีโจทก์จึงมีมูลเฉพาะการละเมิดลิขสิทธิ์
คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ - 10 - ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ฯ มาตรา ๒๗ และ มาตรา ๓๑ ส่วนงานโปรแกรมคอมพิวเตอร์ตาม มาตรา ๓๐ มิได้ถูกละเมิด จึงไม่มีมูล ฎีกาที่ ๑๑๐๔๗/๒๕๕๑ บทความ เกี่ยวกับวิตามิน อี ที่โจทก์จัดท�ำขึ้นด้วยการใช้ ข้อความที่แตกต่างกัน แม้จะประกอบด้วยข้อมูล เพียง ๓ ถึง ๕ ย่อหน้าสั้น ๆ แสดงให้เห็นว่า เป็นการเรียบเรียงขึ้น ไม่ได้มีลักษณะเป็นเพียง การรวบรวมข้อมูลหรือเป็นการแปลข้อมูล แต่ได้ แสดงให้เห็นถึงทักษะ การตัดสินใจและความ วิริยะอุตสาหะในการน�ำข้อมูลที่มีอยู่มาเรียบเรียง เป็นบทความ จึงเป็นงานสร้างสรรค์และถือได้ว่า เป็นงานวรรณกรรมอันมีลิขสิทธิ์ตามกฎหมาย กฎหมายลิขสิทธิ์มุ่งประสงค์ที่จะให้ ความคุ้มครองการแสดงออก ไม่ได้ให้ความ คุ้มครองความคิด ฝ่ายจ�ำเลยน�ำสืบให้เห็นว่า แนวคิดเกี่ยวกับการน�ำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับ วิตามิน อี มีอยู่แล้วในบทความต่าง ๆ ซึ่งมีปรากฏ เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายทั่วไป เมื่อเปรียบเทียบ บทความเอกสารหมาย จ.๗ ถึง จ.๙ กับบทความ เอกสารหมาย จ.๔ ถึง จ.๖ แล้ว ไม่ปรากฏว่ามี การน�ำข้อความที่เป็นสาระส�ำคัญในเนื้อหาของ บทความเอกสารหมาย จ.๔ ถึง จ.๖ มาใช้โดยตรง หรือเป็นการดัดแปลงบทความดังกล่าวเพียง เล็กน้อย จึงไม่อาจรับฟังได้ว่า จ�ำเลยที่ ๑ ละเมิด ลิขสิทธิ์ในบทความเอกสารหมาย จ.๔ ถึง จ.๖ จ�ำเลยที่ ๑ ละเมิดสิทธิในชื่อของโจทก์ หาได้ ละเมิดลิขสิทธิ์ของโจทก์ จึงไม่จ�ำต้องพิจารณาว่า จะน�ำข้อสันนิษฐานตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ฯ มาตรา ๗๔ มาใช้ เมื่อไม่ได้รับประโยชน์จากข้อ สันนิษฐานของกฎหมายแล้วโจทก์จะต้องน�ำสืบ ให้เห็นว่า จ�ำเลยละเมิดสิทธิของโจทก์เช่นใด “โปรแกรมคอมพิวเตอร์” หมายความว่า ค�ำสั่ง ชุดค�ำสั่ง หรือ สิ่งอื่นใดที่น�ำไปใช้กับเครื่องคอมพิวเตอร์ เพื่อให้เครื่องคอมพิวเตอร์ท�ำงาน หรือเพื่อให้ได้รับผลอย่างหนึ่งอย่างใด ทั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นภาษาโปรแกรม คอมพิวเตอร์ในลักษณะใด (“โปรแกรมคอมพิวเตอร์” เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗) “นาฏกรรม” หมายความว่า งานเกี่ยวกับการร�ำ การเต้น การ ท�ำท่า หรือการแสดงที่ประกอบขึ้นเป็นเรื่องราว และให้หมายความรวมถึง การแสดงโดยวิธีใบ้ด้วย “ศิลปกรรม” หมายความว่า งานอันมีลักษณะอย่างหนึ่งอย่างใด หรือหลายอย่างดังต่อไปนี้
คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ - 11 - ฎีกาที่ ๓๖๘/๒๕๑๒ ลิขสิทธิ์ใน ศิลปกรรมจะมีขึ้นได้ ต้องเป็นศิลปกรรมที่ได้ท�ำ ขึ้นในแผนกศิลป รูป “ซุปเปอร์แมน” ซึ่งเป็นรูป คนสวมเสื้อคลุมยืนท้าวเอว จึงไม่ใช่รูปศิลปแต่ เป็นเพียงเครื่องหมายการค้า ไม่ใช่สิทธิใน ศิลปกรรม โจทก์จะฟ้องขอให้เพิกถอนทะเบียน เครื่องหมายการค้าของจ�ำเลยโดยอ้างว่าเป็นการ ละเมิดลิขสิทธิ์ของโจทก์ไม่ได้ ฎีกาที่ ๔๐๒๖/๒๕๒๔ ตามพระราช บัญญัติคุ้มครองวรรณกรรมและศิลปกรรม ฯลฯ ลิขสิทธิ์ในศิลปกรรมจะมีขึ้นได้ก็ต้องเป็น ศิลปกรรมที่ท�ำขึ้นในแผนกศิลป เช่น รูปศิลป ดังนี้ รูปการ์ตูน สุนัขของโจทก์ซึ่งเป็นเพียงรูปคล้าย สุนัขธรรมดาทั่วๆ ไปที่ไม่มีลักษณะบ่งเฉพาะ ซึ่ง การขีดเขียนอาจเหมือนหรือคล้ายกันได้เป็น ธรรมดา จึงไม่ใช่ลิขสิทธิ์ในศิลปกรรม ฎีกาที่ ๕๒๗๕/๒๕๔๘ ความผิดฐาน เสนอจ�ำหน่ายสินค้า ซึ่งเอาชื่อ รูป รอยประดิษฐ์ ในการประกอบการค้าของผู้อื่นมาใช้ หรือท�ำให้ ปรากฏที่สินค้า หีบ ห่อ วัตถุที่ใช้ห่อหุ้ม หรือสิ่งอื่น ในท�ำนองเดียวกัน เพื่อให้ประชาชนหลงเชื่อว่า เป็นสินค้าหรือการค้าของผู้อื่น ตามประมวล กฎหมายอาญา มาตรา ๒๗๕ ประกอบมาตรา ๒๗๒ (๑) นั้น หากมีผู้น�ำชื่อ รูป รอยประดิษฐ์ เป็น รูปร่างของสินค้า ผู้มีสิทธิในชื่อ รูป รอยประดิษฐ์ อาจได้รับความคุ้มครองภายใต้กฎหมายใน ลักษณะอื่น เช่น กฎหมายว่าด้วยลิขสิทธิ์ จ�ำพวก งานศิลปกรรม หรือกฎหมายว่าด้วยสิทธิบัตร จ�ำพวกการออกแบบผลิตภัณฑ์ “ศิลปกรรม” วรรคหนึ่ง นี้มีค�ำพิพากษาฏีกาที่เกี่ยวข้องดังต่อไปนี้ (๑) งานจิตรกรรม ได้แก่งานสร้างสรรค์รูปทรงที่ประกอบด้วย เส้น แสง สี หรือสิ่งอื่น อย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างรวมกัน ลงบน วัสดุอย่างเดียวหรือหลายอย่าง (๒) งานประติมากรรม ได้แก่งานสร้างสรรค์รูปทรงที่เกี่ยวกับ ปริมาตรที่สัมผัสและจับต้องได้ (๓) งานภาพพิมพ์ ได้แก่ งานสร้างสรรค์ภาพด้วยกรรมวิธี ทางการพิมพ์และหมายความรวมถึงแม่พิมพ์หรือแบบพิมพ์ที่ใช้ในการ พิมพ์ด้วย “ศิลปกรรม” (๓) งานภาพพิมพ์ นี้มีค�ำพิพากษาฏีกาที่เกี่ยวข้องดังต่อไปนี้
คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ - 12 - ฎีกาที่ ๒๐๐๐/๒๕๔๓ งานพิมพ์รูป การ์ตูนหมีพูห์ (Winnie the Pooh) อันเป็น ศิลปกรรมอยู่ในประเภทของงานอันมีลิขสิทธิ์ที่ ผู้เสียหายสร้างสรรค์จินตนาการนั้น เป็นการ สร้างสรรค์จินตนาการโดยวิจักขณ์จากธรรมชาติ ซึ่งเป็นสัตว์โลกที่เรียกกันว่า“หมี”เป็นสัตว์ ธรรมชาติที่มีชีวิตที่งดงามแปลกหูแปลกตา กฎหมายลิขสิทธิ์คุ้มครองเฉพาะการแสดงออก ซึ่งความคิดซึ่งอยู่ภายใต้เงื่อนไขของมาตรา ๘ แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ฯ โจทก์ไม่มีพยานหลักฐานใดมาน�ำสืบ ให้ฟังได้ว่า ภาพหมีพูห์บนลูกโป่งของกลางคือ ภาพที่ได้ท�ำขึ้นโดยมิได้มีการริเริ่มสร้างสรรค์ ขึ้นเอง แต่เป็นการท�ำซ �้ ำหรือดัดแปลงงานอันมี ลิขสิทธิ์ของผู้เสียหาย แม้จะฟังว่าภาพการ์ตูนหมีพูห์บน ลูกโป่งของกลางได้มีผู้ท�ำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ใน งานภาพพิมพ์หมีพูห์ของผู้เสียหาย แต่พยานหลัก ฐานเท่าที่โจทก์น�ำสืบมายังไม่พอให้ฟังได้ว่า จ�ำเลยรู้อยู่แล้วหรือมีเหตุอันควรรู้ว่างานภาพ พิมพ์บนลูกโป่งของกลางนั้นได้ท�ำขึ้นโดยละเมิด ลิขสิทธิ์ในงานศิลปกรรมภาพพิมพ์รูปหมีพูห์ของ ผู้เสียหายแล้ว จ�ำเลยจึงยังไม่มีความผิดตาม พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ฯ มาตรา ๓๑ และ ๗๐ วรรคสอง (๔) งานสถาปัตยกรรม ได้แก่ งานออกแบบอาคารหรือสิ่งปลูก สร้าง งานออกแบบตกแต่งภายในหรือภายนอก ตลอดจนบริเวณของ อาคารหรือสิ่งปลูกสร้าง หรือการสร้างสรรค์หุ่นจ�ำลองของอาคารหรือ สิ่งปลูกสร้าง (๕) งานภาพถ่าย ได้แก่ งานสร้างสรรค์ภาพที่เกิดจากการใช้ เครื่องมือบันทึก ภาพโดยให้แสงผ่านเลนซ์ไปยังฟิล์มหรือกระจก และ ล้าง ด้วยน�้ำยาซึ่งมีสูตรเฉพาะ หรือด้วยกรรมวิธีใดๆ อันท�ำให้เกิดภาพขึ้น หรือการบันทึกภาพโดยเครื่องมือหรือวิธีการอย่างอื่น “ศิลปกรรม” (๕) งานภาพถ่าย นี้มีค�ำพิพากษฎีกาที่เกี่ยวข้องดังต่อไปนี้
คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ - 13 - ฎีกาที่ ๙๙๔/๒๕๔๓ การที่โจทก์ซึ่ง เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในงานภาพถ่ายดังกล่าวจะ หมดสิทธิในความเป็นผู้เสียหายหรือมีอ�ำนาจฟ้อง คดีแก่ผู้กระท�ำผิดหรือไม่ ย่อมเป็นไปตาม บทบัญญัติของกฎหมายไม่เกี่ยวกับสัญญาว่าจ้าง ถ่ายแบบ ดังนั้น หากมีผู้ละเมิดลิขสิทธิ์ของโจทก์ โจทก์ก็ย่อมมีอ�ำนาจฟ้องผู้ท�ำละเมิดได้ จ�ำเลยที่ ๑๕ เป็นเพียงผู้รับจ้าง ให้ ท�ำงานจัดจ�ำหน่ายซึ่งเป็นความผิดฐานเผยแพร่ งานอันมีลิขสิทธิ์ต่อสาธารณชนซึ่งงานอันท�ำขึ้น โดยละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้อื่นเพื่อหาก�ำไรและเพื่อ การค้าโดยเฉพาะเท่านั้น อันเป็นความผิดคนละ ส่วนกัน ปัญหาข้อนี้เป็นปัญหาข้อกฎหมายที่ เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกาแผนกคดี ทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ ยกขึ้นวินิจฉัยและแก้ไขเสียให้ถูกต้องได้ แม้ คู่ความจะมิได้อุทธรณ์ (๖) งานภาพประกอบ แผนที่ โครงสร้าง ภาพร่าง หรืองาน สร้างสรรค์รูปทรงสามมิติ อันเกี่ยวกับภูมิศาสตร์ ภูมิประเทศ หรือ วิทยาศาสตร์ (๗) งานศิลปประยุกต์ ได้แก่ งานที่น�ำเอางานตาม (๑) ถึง (๖) อย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างรวมกันไปใช้ประโยชน์อย่างอื่น นอกเหนือจากการชื่นชมในคุณค่าของตัวงานดังกล่าวนั้น เช่น น�ำไป ใช้สอย น�ำไปตกแต่งวัสดุหรือสิ่งของอันเป็นเครื่องใช้หรือน�ำไปใช้เพื่อ ประโยชน์ทางการค้า ทั้งนี้ ไม่ว่างานตาม (๑) ถึง (๗) จะมีคุณค่าทางศิลปะหรือไม่ และ ให้หมายความรวมถึงภาพถ่ายและแผนผังของงานดังกล่าวด้วย “ศิลปกรรม” (๗) งานศิลปประยุกต์ นี้มีค�ำพิพากษาฎีกาที่เกี่ยวข้องดังตัวอย่างต่อไปนี้
คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ - 14 - ฎีกาที่ ๕๒๐๒/๒๕๕๒ งานที่จะได้รับ ความคุ้มครองในลักษณะของงานศิลปกรรมนั้น แม้กฎหมายจะไม่ได้มุ่งประสงค์ให้งานนั้นต้องมี คุณค่าทางศิลปะ แต่ก็ต้องเป็นงานที่ถูก สร้างสรรค์ขึ้นด้วยตนเอง (Originality) ภาพ กราฟฟิครูปประกายดาว (STARBURST) แม้จะ เป็นงานที่สร้างสรรค์ด้วยตนเองแต่ก็มีความแตก ต่างจากรูปประกายดาวที่ปรากฏอยู่ทั่วไปเป็น สาระส�ำคัญถึงขนาดที่จะเป็นงานสร้างสรรค์ (Original) อันควรได้รับความคุ้มครองตาม กฎหมาย ภาพกราฟฟิคบลูเพาเวอร์ รูปทรงกลม อันเป็นรูปทรงเรขาคณิตทั่วไป แต่สร้างสรรค์รูป ทรงที่ประกอบด้วยเส้นและสี แสดงให้เห็นถึง ความเป็นงานสร้างสรรค์ (Original) จึงเป็นงาน ศิลปกรรมลักษณะงานจิตรกรรมที่แม้ต่อมาจะน�ำ งานนี้ไปใช้ในทางการค้าก็ไม่เป็นเหตุให้งานดัง กล่าวขาดคุณสมบัติที่จะได้รับความคุ้มครองตาม กฎหมาย ข้อความที่ว่า “สูตรมาตรฐาน ส�ำหรับ ซักมือ” เป็นเพียงค�ำสามัญทั่วไปลักษณะที่ใช้ก็มุ่ง ให้เห็นถึงคุณสมบัติของสินค้ามากกว่าที่บรรยาย ในแง่ของงานศิลปกรรมในลักษณะงานจิตรกรรม ในตัวเอง ไม่รับความคุ้มครองตามกฎหมาย ฎีกาที่ ๕๗๕๖/๒๕๕๑ น�ำภาพ การ์ตูนโดราเอมอนมาดัดแปลงเป็นงานศิลปะ ใช้ ประยุกต์กับวัสดุสิ่งของ เครื่องใช้ เสื้อผ้า เครื่อง นุ่งห่มและน�ำมาใช้ในทางการค้าเป็นงานศิลป ประยุกต์ โดยน�ำไปใช้เพื่อประโยชน์ทางการค้า ให้มีอายุยี่สิบห้าปีนับแต่ได้มีการโฆษณาเป็น ครั้งแรก “ดนตรีกรรม” หมายความว่า งานเกี่ยวกับเพลงที่แต่งขึ้นเพื่อ บรรเลงหรือขับร้องไม่ว่าจะมีท�ำนองและค�ำร้องหรือมีท�ำนองอย่างเดียว และให้หมายความรวมถึงโน้ตเพลงหรือแผนภูมิเพลงที่ได้แยกและ เรียบเรียงเสียงประสานแล้ว (“ดนตรีกรรม” แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.๒๕๓๗ ความเดิมตาม พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.๒๕๒๑ “ดนตรีกรรม” หมายความว่า งานเกี่ยวกับเพลงที่แต่งขึ้นเพื่อบรรเลงหรือขับร้องไม่ว่าจะมี ค�ำร้องและท�ำนองและหมายความรวมถึงหนังสือเพลง โน๊ตเพลงหรือแผนภูมิเพลงที่ได้แยกและ เรียบเรียงเสียงประสาน) “ดนตรีกรรม” นี้มีค�ำพิพากษาฏีกาที่เกี่ยวข้องดังตัวอย่างต่อไปนี้
คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ - 15 - ฎีกาที่ ๘๐๐๓/๒๕๔๘ โอนลิขสิทธิ์ ดนตรีกรรมเพลงพิพาท ทั้งค�ำร้องท�ำนองซึ่งขับ ร้องโดยนักร้องชื่อ ก. ในส่วนของคาราโอเกะทุก รูปแบบเป็นการโอนตลอดอายุสัญญาซึ่งผู้โอน ลิขสิทธิ์ไม่มีสิทธิที่จะน�ำไปขายหรือจัดท�ำเอง รวม ทั้งอนุญาตให้ผู้อื่นไปจัดท�ำ” การที่จ�ำเลยร่วมกับ พวกอนุญาตให้นาย ช. ตามค�ำร้อง ท�ำนองเพลง “โสตทัศนวัสดุ” หมายความว่า งานอันประกอบด้วยล�ำดับของ ภาพโดยบันทึกลงในวัสดุ ไม่ว่าจะมีลักษณะอย่างใด อันสามารถที่จะน�ำมา เล่นซ�้ำได้อีก โดยใช้เครื่องมือที่จ�ำเป็นส�ำหรับการใช้วัสดุนั้น และให้ หมายความรวมถึงเสียงประกอบงานนั้นด้วย ถ้ามี (“โสตทัศนวัสดุ” แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.๒๕๓๗ จากความเดิมตาม พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๒๑ ดังนี้ “โสตทัศนวัสดุ” หมายความว่า สิ่งที่บันทึกเสียง แผ่นเสียง แถบบันทึกเสียง แถบบันทึกภาพ หรือสิ่งอื่นใดซึ่งบันทึกเสียง และหรือภาพไว้อันสามารถที่จะน�ำมาเล่นซ �้ ำได้อีก ทั้งนี้ ไม่ว่าจะต้องใช้ เครื่องมืออื่นช่วยด้วย) พิพาทที่ขับร้องโดยนักร้องชื่อ ก. จึงเป็นการ กระท�ำผิดสัญญาลิขสิทธิ์ ฎีกาที่ ๙๖๐๒/๒๕๕๔ งานดนตรี กรรมอันมีลิขสิทธิ์ต้องมีท�ำนองเพลงเป็นส�ำคัญ จะมีค�ำร้องหรือไม่ ไม่ใช่ข้อส�ำคัญ ท�ำนองเพลง อย่างเดียวถือว่าเป็นงานดนตรีกรรมที่ได้รับความ คุ้มครองตามพระราชบัญญัติแล้ว “ภาพยนตร์” หมายความว่า โสตทัศนวัสดุอันประกอบ ด้วยล�ำดับ ของภาพซึ่งสามารถน�ำออกฉายต่อเนื่องได้อย่างภาพยนตร์หรือสามารถ บันทึกลงบนวัสดุอื่น เพื่อน�ำออกฉายต่อเนื่องได้อย่างภาพยนตร์ และให้ หมายความรวมถึงเสียงประกอบภาพยนตร์นั้นด้วย ถ้ามี “ภาพยนต์” แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗ จากเดิมตามพระราช บัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๒๑ ดังนี้ “ภาพยนตร์” หมายความว่า โสตทัศนวัสดุอันประกอบด้วยล�ำดับของภาพไม่ว่าจะมีเสียง ประกอบด้วยหรือไม่ โดยบันทึกลงในวัสดุไม่ว่าจะมีลักษณะอย่างใด เพื่อให้สามารถใช้วัสดุนั้น (๑) น�ำออกฉายได้อย่างภาพยนตร์ หรือ (๒) ส�ำหรับบันทึกลงบนวัสดุอื่นเพื่อน�ำออกฉายได้อย่างภาพยนตร์
คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ - 16 - “สิ่งบันทึกเสียง” หมายความว่า งานอันประกอบด้วยล�ำดับของ เสียงดนตรี เสียงการแสดง หรือเสียงอื่นใด โดยบันทึกลงในวัสดุไม่ว่าจะมี ลักษณะใด ๆ อันสามารถที่จะน�ำมาเล่นซ�้ำได้อีกโดยใช้เครื่องมือที่จ�ำเป็น ส�ำหรับการใช้วัสดุนั้น แต่ทั้งนี้มิให้หมายความรวมถึงเสียงประกอบ ภาพยนตร์ หรือเสียงประกอบโสตทัศนวัสดุอย่างอื่น (“สิ่งบันทึกเสียง” เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗) “สิ่งบันทึกเสียง” นี้มีค�ำพิพากษาฏีกาที่เกี่ยวข้องดังต่อไปนี้ ฎีกาที่ ๒๕๐๓/๒๕๕๓ ฟ้องว่า ผิด สัญญาหุ้นส่วนโดยยินยอมให้ผู้อื่นจัดท�ำหนังสือ ค�ำท�ำนายดวงชะตาที่มีข้อความค�ำท�ำนายเช่น เดียวกับเทปคาสเซทที่โจทก์ทั้งสองกับจ�ำเลยทั้ง สองตกลงเข้าหุ้นกันผลิตและจ�ำหน่าย โดยแจ้ง ยกเลิกการมอบลิขสิทธิ์เทป ห้ามมิให้ ช�ำระเงินค่า ลิขสิทธิ์การจ�ำหน่ายเทปแก่โจทก์ทั้งสอง ขอ ยกเลิกการให้ลิขสิทธิ์การผลิตและจ�ำหน่ายแก่ บริษัท ซ. โดยเรียกร้องให้แบ่งผลก�ำไรที่โจทก์ทั้ง สองควรจะได้หากจ�ำเลยทั้งสองไม่ผิดสัญญาหุ้น ส่วน ถือได้ว่าเป็นการประพฤติผิดสัญญาหุ้นส่วน ในข้อสาระส�ำคัญเป็นเหตุที่จะเลิกห้างหุ้นส่วน และช�ำระบัญชีได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและ พาณิชย์ มาตรา ๑๐๕๗ (๑) มาตรา ๑๐๖๑ และ มาตรา ๑๐๖๒ การฟ้องเรียกเอาส่วนแบ่งผลก�ำไร หรือขอให้ชดใช้เงินลงทุนที่โจทก์ทั้งสองได้ออกไป เป็นกรณีที่มิได้ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่ง กฎหมายดังกล่าว โจทก์ทั้งสองจึงไม่มีอ�ำนาจฟ้อง “นักแสดง” หมายความว่า ผู้แสดง นักดนตรี นักร้อง นักเต้น นักร�ำ และผู้ซึ่งแสดงท่าทาง ร้อง กล่าว พากย์ แสดงตามบทหรือในลักษณะ อื่นใด (“นักแสดง” เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗) “งานแพร่เสียงแพร่ภาพ” หมายความว่า งานที่น�ำออกสู่สาธารณชน โดยการแพร่เสียงทางวิทยุกระจายเสียง การแพร่เสียงและหรือภาพทาง วิทยุโทรทัศน์หรือโดยวิธีอย่างอื่นอันคล้ายคลึงกัน “งานแพร่เสียงและแพร่ภาพ” นี้มีค�ำพิพากษาฏีกาที่เกี่ยวข้องดังต่อไปนี้
คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ - 17 - ฎีกาที่ ๖๔๔/๒๕๔๙ พระราชบัญญัติ ลิขสิทธิ์ พ.ศ.๒๕๓๗ มาตรา ๖๒ ให้สันนิษฐานไว้ ก่อนว่า งานที่มีการฟ้องร้องในคดีนั้นเป็นงานอัน มีลิขสิทธิ์ แต่หากข้อเท็จจริงในส�ำนวนคดีนี้ ปรากฏต่อศาลเองว่างานที่ฟ้องร้องกันนี้มิใช่งาน อันมีลิขสิทธิ์ที่จะได้รับความคุ้มครองตาม กฎหมาย และเป็นกรณีที่โจทก์ไม่มีอ�ำนาจฟ้อง จ�ำเลยเพื่อให้ลงโทษทางอาญา ศาลย่อมมีอ�ำนาจ ที่จะหยิบยกขึ้นวินิจฉัยได้ จ�ำเลยรับสัญญาณภาพและเสียงของ โจทก์ร่วมที่ส่งสัญญาณไปตามสายเคเบิ้ลใยแก้ว น�ำแสง จากนั้นใช้อุปกรณ์เชื่อมต่อกับสายเคเบิ้ล เข้าเครื่องถอดรหัสสัญญาณขยายสัญญาณ โทรทัศน์แยกและต่อสัญญาณแพร่เสียงแพร่ภาพ ห้องเช่าต่าง ๆ ของผู้พักอาศัย โดยจ�ำเลยได้รับผล ประโยชน์จากค่าเช่าห้องพักและค่าบริการจากผู้ เช่าเพื่อแสวงหาก�ำไรในทางการค้าโดยไม่ได้รับ อนุญาตจากโจทก์ ถือได้ว่าการกระท�ำของจ�ำเลย เป็นการจัดท�ำงานแพร่ภาพแพร่เสียงอีกทอดหนึ่ง เมื่อการกระท�ำเพื่อการค้า จ�ำเลยจึงมีความผิด ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.๒๕๓๗ มาตรา ๒๙ ประกอบมาตรา ๖๙ วรรคสอง ฎีกาที่ ๓๐๓๔/๒๕๕๐ เมื่อมิได้ บรรยายให้ชัดเจนว่า งานแพร่เสียงแพร่ภาพอันมี ลิขสิทธิ์ของผู้เสียหายแต่ละรายที่ถูกละเมิดในช่วง เวลาและสถานที่ดังกล่าวคือรายการใดบ้าง และ รายการใดเป็นลิขสิทธิ์ของผู้เสียหายรายใด มีราย ละเอียดของลักษณะงานพอสังเขปเช่นใด จึงเป็น ค�ำฟ้องที่ไม่อาจท�ำให้จ�ำเลยทั้งสามเข้าใจและ ต่อสู้ถึงการมีลิขสิทธิ์ในรายการแต่ละรายการและ ความเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ของผู้เสียหายแต่ละราย ถือไม่ได้ว่าฟ้องของโจทก์บรรยายถึงการกระท�ำ ทั้งหลายที่อ้างว่าจ�ำเลยทั้งสามได้กระท�ำผิด ทั้ง รายละเอียดที่เกี่ยวกับบุคคลหรือสิ่งของที่ เกี่ยวข้องพอสมควรเท่าที่จะท�ำให้จ�ำเลยเข้าใจ ข้อหาได้ดี ค�ำฟ้องของโจทก์จึงไม่ชอบด้วย พ.ร.บ. จัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้า ระหว่างประเทศฯ มาตรา ๒๖ ประกอบประมวล กฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา ๑๕๘ (๕) ฎีกาที่ ๔๖๕/๒๕๕๑ ฟ้องแย้งของ จ�ำเลยที่ ๔ ที่อ้างว่า ตัวแทนหรือพนักงานของ โจทก์พ่วงต่อสัญญาณโทรทัศน์ของโจทก์เข้ามาใน เครื่องรับสัญญาณของจ�ำเลยที่ ๔ ท�ำให้จ�ำเลยที่ ๔ ได้รับความเสียหาย แม้เป็นการฟ้องในมูล ละเมิดเช่นกัน แต่ก็เป็นการละเมิดต่างครั้งต่าง คราวกันและมูลเหตุคนละเรื่องกัน ไม่เกี่ยวกับ ฟ้องเดิม ฟ้องแย้งของจ�ำเลยที่ ๔ ที่กล่าวอ้าง โจทก์กระท�ำละเมิดต่อจ�ำเลยที่ ๔ เพราะโจทก์ใช้ สิทธิโดยไม่สุจริตเอาความเท็จมาฟ้องต่อศาล เป็น ฟ้องแย้งที่อาศัยเหตุแห่งการฟ้องของโจทก์มา เป็นข้อกล่าวอ้าง ซึ่งเป็นคนละเรื่องกับฟ้องเดิม จึงเป็นเรื่องอื่นไม่เกี่ยวกับค�ำฟ้องเดิม ฎีกาที่ ๒๖๘๑/๒๕๕๓ มาตรา ๔ ได้ ให้นิยามศัพท์ค�ำว่า “ศิลปกรรม” ไว้ ในส่วนของ งานสถาปัตยกรรมนั้นจะต้องเป็นงานที่เกี่ยวข้อง กับอาคารหรือสิ่งปลูกสร้าง ไม่ใช่เป็นเพียงการ ออกแบบตกแต่งสถานที่ที่ใช้ในการผลิตรายการ ซึ่งไม่ได้เกี่ยวข้องกับอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างใดๆ โดยตรง งานภาพร่างและงานภาพประกอบ เมื่อ รูปแบบรายการเกมโชว์ไม่อาจพิจารณาว่าเป็น งานภาพร่าง งานภาพประกอบ และงาน สถาปัตยกรรมแล้วย่อมไม่อาจเป็นงานศิลป ประยุกต์ได้
คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ - 18 - นาฏกรรม หมายความว่า “งานเกี่ยว กับการร�ำ การเต้น การท�ำท่า หรือการแสดงที่ ประกอบขึ้นเป็นเรื่องราว” แต่การเล่นเกมโชว์นับ เป็นการแข่งขันภายใต้กรอบกติกาที่ก�ำหนดไว้ ซึ่ง ผู้เล่นเกมโชว์มีอิสระที่จะกระท�ำการใดๆ ภายใต้ กรอบกติกาดังกล่าวเพื่อให้ตนชนะการเล่นเกม โชว์นั้น การเล่นเกมโชว์จึงเป็นเช่นเดียวกับการ แข่งขันกีฬา ไม่ใช่งานเกี่ยวกับการร�ำ การเต้น การท�ำท่า หรือการแสดงที่ประกอบขึ้นเป็นเรื่อง ราวอันจะถือได้ว่าเป็นงานนาฏกรรมได้ รูปแบบ รายการเกมโชว์ของโจทก์จึงไม่ใช่งานนาฏกรรม ฎีกาที่ ๖๓๘๐/๒๕๕๓ การกระ ท�ำความผิดตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗ มาตรา ๒๙ ต้องเป็นการกระท�ำแก่งาน แพร่เสียงแพร่ภาพ ซึ่งหมายถึงงานที่น�ำออกสู่ สาธารณชนโดยการแพร่เสียงทางวิทยุกระจาย เสียง การแพร่เสียงและหรือภาพทางวิทยุ โทรทัศน์ หรือโดยวิธีอย่างอื่นอันคล้ายคลึงกัน ตามบทนิยามในมาตรา ๔ ความผิดฐานละเมิด ลิขสิทธิ์ของผู้อื่นเพื่อหาก�ำไรเป็นการกระท�ำแก่ งานที่ได้ท�ำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้อื่น “เพื่อ หาก�ำไร” แม้โจทก์บรรยายฟ้องว่า จ�ำเลยละเมิด ลิขสิทธิ์ของผู้เสียหายโดยน�ำเพลงที่บันทึกใน เครื่องคอมพิวเตอร์โดยละเมิดลิขสิทธิ์ออกเผย แพร่ต่อสาธารณชน ขาย เสนอขาย มีไว้เพื่อขาย อันเป็นการกระท�ำเพื่อการค้าก็ตาม แต่การกระท�ำ “เพื่อการค้า” กับการกระท�ำ “เพื่อหาก�ำไร” มี ความหมายแตกต่างกันได้ การละเมิดลิขสิทธิ์ตาม มาตรา ๓๑ เพื่อการค้า ต้องระวางโทษหนักกว่า การกระท�ำเพื่อหาก�ำไรตามมาตรา ๗๐ วรรคหนึ่ง ทั้งตามค�ำฟ้องไม่ปรากฏว่าจ�ำเลยกระท�ำไปโดยมี เจตนาจะหาก�ำไรโดยตรงจากการน�ำเพลงดัง กล่าวออกแพร่เสียง จึงเป็นค�ำฟ้องที่บรรยาย การกระท�ำทั้งหลายที่อ้างว่าจ�ำเลยกระท�ำผิดตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.๒๕๓๗ มาตรา ๓๑ ไม่ครบ ถ้วนไม่ชอบด้วยพระราชบัญญัติจัดตั้งศาล ทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ และวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการ ค้าระหว่างประเทศ พ.ศ.๒๕๓๙ มาตรา ๒๖ ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความ อาญา มาตรา ๑๕๘ (๕) ปัญหาดังกล่าวเป็นข้อ กฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกา แผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่าง ประเทศมีอ�ำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้
คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ - 19 - “ท�ำซ�้ำ” หมายความรวมถึง คัดลอกไม่ว่าโดยวิธีใดๆ เลียนแบบ ท�ำส�ำเนา ท�ำแม่พิมพ์ บันทึกเสียง บันทึกภาพ หรือบันทึกเสียงและภาพ จากต้นฉบับ จากส�ำเนา หรือจากการโฆษณาในส่วนอันเป็นสาระส�ำคัญ ทั้งนี้ ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน ส�ำหรับในส่วนที่เกี่ยวกับโปรแกรม คอมพิวเตอร์ให้หมายความถึงคัดลอกหรือท�ำส�ำเนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์ จากสื่อบันทึกใด ไม่ว่าด้วยวิธีใดๆ ในส่วนอันเป็นสาระส�ำคัญ โดยไม่มี ลักษณะเป็นการจัดท�ำงานขึ้นใหม่ ทั้งนี้ ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน (“ท�ำซ �้ ำ” แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.๒๕๓๗ เป็นความเดิมตาม พระราช บัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๒๑ ดังนี้ “ท�ำซ �้ ำ” หมายความรวมถึง คัดลอกไม่ว่าโดยวิธีใด ๆ เลียนแบบ ท�ำส�ำเนา ท�ำแม่พิมพ์ บันทึกเสียง บันทึกภาพ หรือบันทึกเสียงและภาพจากต้นฉบับ จากส�ำเนา หรือจากการโฆษณาในส่วน อันเป็นสาระส�ำคัญ ทั้งนี้ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน”) “ท�ำซ �้ ำ” มีค�ำพิพากษาที่เกี่ยวข้องดังต่อไปนี้ ฎีกาที่ ๘๓๖๖/๒๕๕๓ โจทก์ได้รับอนุญาตให้ใช้สิทธิที่จะน�ำลิขสิทธิ์สิ่งบันทึกเสียงเพลง “โปรดเถิดดวงใจ” “ปรารถนา” และ “ในฝัน” ไปผลิตเป็นเทปคาสเซ็ท แผ่นเสียง และแผ่นซีดีเพลง ทุกขนาดการท�ำวีซีดีคาราโอเกะ ไม่ใช่การท�ำซีดีเพลง โจทก์ย่อมไม่ใช่ผู้เสียหาย “ดัดแปลง” หมายความว่า ท�ำซ�้ำโดยเปลี่ยนรูปใหม่ ปรับปรุงแก้ไข เพิ่มเติม หรือจ�ำลองงานต้นฉบับในส่วนอันเป็นสาระส�ำคัญโดยไม่มีลักษณะ เป็นการจัดท�ำงานขึ้นใหม่ ทั้งนี้ ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน (๑) ในส่วนที่เกี่ยวกับวรรณกรรม ให้หมายความรวมถึง แปล วรรณกรรม เปลี่ยนรูป วรรณกรรมหรือรวบรวมวรรณกรรมโดยคัดเลือกและ จัดล�ำดับใหม่ (๒) ในส่วนที่เกี่ยวกับโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ให้หมายความรวม ถึง ท�ำซ�้ำโดยเปลี่ยนรูปใหม่ ปรับปรุง แก้ไขเพิ่มเติมโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ในส่วนอันเป็นสาระส�ำคัญ โดยไม่มีลักษณะเป็นการจัดท�ำขึ้นใหม่
คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ - 20 - (๓) ในส่วนที่เกี่ยวกับนาฏกรรม ให้หมายความรวมถึง เปลี่ยนงาน ที่มิใช่นาฏกรรมให้เป็นนาฏกรรม หรือเปลี่ยนนาฏกรรมให้เป็นงานที่มิใช่ นาฏกรรม ทั้งนี้ ไม่ว่าในภาษาเดิมหรือต่างภาษากัน (๔) ในส่วนที่เกี่ยวกับศิลปกรรม ให้หมายความรวมถึง เปลี่ยนงาน ที่เป็นรูปสองมิติ หรือสามมิติ ให้เป็นรูปสามมิติหรือสองมิติ หรือท�ำหุ่นจ�ำลอง จากงานต้นฉบับ (๕) ในส่วนที่เกี่ยวกับดนตรีกรรม ให้หมายความรวมถึง จัดล�ำดับ เรียบเรียงเสียงประสานหรือเปลี่ยนค�ำร้องหรือท�ำนองใหม่ (“คัดแปลง” (๒) ในส่วนที่เกี่ยวกับโปรแกรมคอมพิวเตอร์ เพิ่มเติมโดย พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗) “เผยแพร่ต่อสาธารณชน” หมายความว่า ท�ำให้ปรากฏต่อ สาธารณชน โดยการแสดง การบรรยาย การสวด การบรรเลง ท�ำให้ปรากฏ ด้วยเสียงและภาพ การก่อสร้าง การจ�ำหน่าย หรือโดยวิธีอื่นใดซึ่งงานที่ได้ จัดท�ำขึ้น (๑)“เผยแพร่ต่อสาธารณชน” เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗ (๒) “เผยแพร่ต่อสาธารณชน” มีค�ำพิพากษาที่เกี่ยวข้องดังต่อไปนี้ ฎีกาที่ ๒๒๐๕/๒๕๔๗ การกระท�ำ ของจ�ำเลยที่บรรยายฟ้อง การน�ำเอาเทปบันทึก ภาพและเสียงภาพยนตร์ เรื่อง อุลตร้าแมนทิก้า ที่ จ�ำเลยจัดท�ำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของโจทก์ไป เผยแพร่ต่อสาธารณชนผ่านทางสถานีโทรทัศน์ เป็นการให้บริการที่ใช้เครื่องหมายบริการที่เลียน เครื่องหมายบริการของโจทก์ซึ่งได้จดทะเบียนไว้ แล้วนอกราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาตจาก โจทก์ การกระท�ำที่จะเป็นความผิดตาม ป.อาญา มาตรา ๒๗๒ (๑) ต้องเป็นการเอาชื่อ รูป รอยประดิษฐ์ หรือข้อความใดๆ ในการประกอบ การค้าของผู้อื่นมาใช้หรือท�ำให้ปรากฏที่หีบ ห่อ วัตถุที่ใช้หุ้มห่อ แจ้งความ รายการแสดงราคา จดหมายเกี่ยวกับการค้า หรือสิ่งอื่นท�ำนอง เดียวกันเพื่อให้ประชาชนหลงเชื่อว่าเป็นสินค้า หรือการค้าของผู้อื่น แม้จะบรรยายฟ้องว่าจ�ำเลย น�ำเทปบันทึกภาพและเสียงภาพยนตร์เรื่องอุลต ร้าแมนทิก้าออกเผยแพร่ต่อสาธารณชนผ่านทาง สถานีโทรทัศน์ซึ่งเป็นการให้บริการโดยใช้ เครื่องหมายบริการที่เลียนเครื่องหมายบริการ ของโจทก์ซึ่งได้จดทะเบียนไว้แล้ว นอกราช อาณาจักร โดยเป็นการน�ำเอาแคแรกเตอร์ตัว อุลตร้าแมนในลักษณะต่างๆ และสัตว์ประหลาด
คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ - 21 - ต่าง ๆ รวมทั้งชื่อ ค�ำ และข้อความว่า อุลตร้าแมน และอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับภาพยนตร์ชุดอุลตร้าแมน ซึ่งโจทก์เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์น�ำไปใช้ประโยชน์ใน ทางการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาตจากโจทก์ด้วย ก็ตาม แต่มิได้บรรยายให้เห็นว่าจ�ำเลยน�ำเอาแค แรกเตอร์ตัวอุลตร้าแมน สัตว์ประหลาด ชื่อ ค�ำ และข้อความว่า อุลตร้าแมน โดยอ้างว่าเป็นชื่อ รูป รอยประดิษฐ์ หรือข้อความในการประกอบ การค้าของโจทก์มาใช้หรือท�ำให้ปรากฏที่สินค้าใด เพื่อให้ประชาชนหลงเชื่อว่าเป็นสินค้าหรือการค้า ของโจทก์อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมาย อาญา มาตรา ๒๗๒ (๑) แต่อย่างใด ฟ้องที่โจทก์ บรรยายดังกล่าวจึงไม่มีมูลที่จะเป็นความผิดตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๗๒ (๑) ได้ การกระท�ำที่จะเป็นความผิดตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๗๔ ต้อง เป็นการเลียนเครื่องหมายการค้าของผู้อื่นที่ได้จด ทะเบียนภายในหรือนอกราชอาณาจักรเพื่อให้ ประชาชนหลงเชื่อว่าเป็นเครื่องหมายการค้าของ ผู้อื่นนั้น แต่บรรยายฟ้องไม่ปรากฏว่าจ�ำเลยได้ กระท�ำการเลียนเครื่องหมายการค้าของโจทก์ที่ ได้จดทะเบียนแล้วนอกราชอาณาจักร ทั้งไม่ ปรากฏเครื่องหมายการค้าที่จ�ำเลยได้กระท�ำ เลียนว่าเป็นเครื่องหมายการค้าใด จึงไม่มีมูลที่จะ เป็นความผิดตามมาตรา ๒๗๔ ฎีกาที่ ๘๒๖/๒๕๔๘ ล�ำพังเฉพาะชื่อ เพลงยังไม่ถือว่าเป็นงานดนตรีกรรมอันมีลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ฯ มาตรา ๔ และ ๖ วรรคหนึ่ง ฎีกาที่ ๓๒๘๕/๒๕๔๘ การบรรยาย ฟ้องว่าจ�ำเลยทั้งสี่น�ำโปรแกรมคอมพิวเตอร์ดัง กล่าวไปใช้กับเครื่องคอมพิวเตอร์ให้บริการแก่ สาธารณชนและบุคคลทั่วไป จึงมิใช่การเผยแพร่ ต่อสาธารณชนซึ่งงานวรรณกรรมโปรแกรม คอมพิวเตอร์ที่ได้ท�ำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของ ผู้อื่นเพื่อหาก�ำไรและเพื่อการค้าอันจะเป็นความ ผิดตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗ มาตรา ๗๐ วรรคสอง ประกอบมาตรา ๓๑(๒) ตามฟ้อง ฎีกาที่ ๓๐๒/๒๕๕๐ ค�ำว่า “เผยแพร่ ต่อสาธารณชน” โดยท�ำให้ปรากฏต่อสาธารณชน ด้วยเสียงและหรือภาพแล้วซึ่งในค�ำฟ้องใช้ถ้อย ค�ำว่า “ท�ำการแปลงสัญญาณดิจิตัลออกเป็น สัญญาณภาพและเสียงผ่านออกทางจอภาพ และล�ำโพง ปรากฏเนื้อร้องและท�ำนอง” ส่วน ค�ำว่า “เพื่อ” ให้บริการลูกค้าผู้เข้ามาใช้บริการ ฟังเพลงและขับร้องเพลงในฟ้อง ก็เป็นการ บรรยายว่าการเปิดเพลงดังกล่าวเพื่อให้ สาธารณชนฟังอันเป็นการครบองค์ประกอบ ความผิดแล้ว การบรรยายฟ้องของโจทก์จึงชอบ ด้วย พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลทรัพย์สินทาง ปัญญาและการค้าระหว่างประเทศฯ มาตรา ๒๖ ประกอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความ อาญา มาตรา ๑๕๘(๕)
คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ - 22 - “การโฆษณา” หมายความว่า การน�ำส�ำเนาจ�ำลองของงานไม่ว่า ในรูปหรือลักษณะอย่างใดที่ท�ำขึ้นโดยความยินยอมของผู้สร้างสรรค์ออก จ�ำหน่าย โดยส�ำเนาจ�ำลองนั้นมีปรากฏต่อสาธารณชน เป็นจ�ำนวนมากพอ สมควรตามสภาพของงานนั้น แต่ทั้งนี้ไม่หมายความรวมถึง การแสดงหรือ การท�ำให้ปรากฏซึ่งนาฏกรรม ดนตรีกรรม หรือภาพยนตร์ การบรรยาย หรือการปาฐกถาซึ่งวรรณกรรม การแพร่เสียงแพร่ภาพเกี่ยวกับงานใด การน�ำศิลปกรรมออกแสดงและการก่อสร้างงานสถาปัตยกรรม (“การโฆษณา” แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.๒๕๓๗ เป็นความเดิมตาม พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.๒๕๒๑ “โฆษณา” หมายความว่า ท�ำให้ปรากฏต่อสาธารณชนโดยการแสดง การบรรยาย การสวด การบรรเลง การท�ำให้ปรากฏด้วยเสียงและหรือภาพ การก่อสร้าง การจ�ำหน่ายหรือโดยวิธีอื่นใด จัดท�ำขึ้น) “ข้อมูลการบริหารสิทธิ” หมายความว่า ข้อมูลที่บ่งชี้ถึงผู้สร้างสรรค์ งานสร้างสรรค์ นักแสดง การแสดง เจ้าของลิขสิทธิ์ หรือระยะเวลาและ เงื่อนไขการใช้งานอันมีลิขสิทธิ์ ตลอดจนตัวเลขหรือรหัสแทนข้อมูลดังกล่าว โดยข้อมูลเช่นว่านี้ติดอยู่หรือปรากฏเกี่ยวข้องกับงานอันมี ลิขสิทธิ์หรือ สิ่งบันทึกการแสดง “ข้อมูลการบริหารสิทธิ” เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๘ “มาตรการทางเทคโนโลยี” หมายความว่า เทคโนโลยีที่ออกแบบ มาเพื่อป้องกันการท�ำซ�้ำหรอควบคุมการเข้าถึงงานอันมีลิขสิทธิ์หร ื อสิ่งบันทึก ื การแสดง โดยเทคโนโลยีเช่นว่านีได้น� ้ำมาใช้กับงานอันมีลิขสิทธิ์หรอสิ่งบันทึก ื การแสดงนั้นอย่างมีประสิทธิภาพ “มาตรการทางเทคโนโลยี” เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๘
คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ - 23 - “การหลบเลี่ยงมาตรการทางเทคโนโลยี” หมายความว่า การกระ ท�ำด้วยประการใด ๆ ที่ท�ำให้มาตรการทางเทคโนโลยีไม่เกิดผล (“การหลบเลี่ยงมาตรการทางเทคโนโลยี” เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๘) “พนักงานเจ้าหน้าที่” หมายความว่า ผู้ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งให้ปฏิบัติ การตามพระราชบัญญัตินี้ (“พนักงานเจ้าหน้าที่” เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗ และโปรดดูค�ำสั่ง กรมทรัพย์สินทางปัญญาที่ ๓๗/๒๕๓๗ ลงวันที่ ๑ เมษายน พ.ศ. ๒๕๓๗ เกี่ยวกับอ�ำนาจหน้าที่ของ พนักงานเจ้าหน้าที่) “อธิบดี” หมายความว่า อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา และให้ หมายความรวมถึงผู้ซึ่งอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญามอบหมายด้วย (“อธิบดี” เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗) “คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการลิขสิทธิ์ (“คณะกรรมการ” เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗) “รัฐมนตรี” หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราช บัญญัตินี้ (“รัฐมนตรี” เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗)
คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ - 24 - มาตรา ๕ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์รักษาการตามพระ ราชบัญญัตินี้ และให้มีอ�ำนาจแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่กับออกกฎกระทรวง เพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ (มาตรา ๕ วรรคหนึ่ง แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗ เป็นความเดิม พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๒๑ ดังนี้ “มาตรา ๕ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้” และโปรดดูประกาศกระทรวงพาณิชย์..................................................................) กฎกระทรวงนั้น เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้ บังคับได้ (มาตรา ๕ วรรคสอง ดูกฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๔๐) ก�ำหนดเรื่องเงื่อนไขในการอนุญาตให้ ผู้อื่นใช้สิทธิ)
คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ - 25 - หมวด ๑ ลิขสิทธิ์ ส่วนที่ ๑ งานอันมีลิขสิทธิ์..................................................... มาตรา ๖ งานอันมีลิขสิทธิ์ ตามพระราช บัญญัตินี้ ได้แก่งาน สร้างสรรค์ประเภทวรรณกรรม นาฏกรรม ศิลปกรรม ดนตรีกรรม โสตทัศน วัสดุ ภาพยนตร์ สิ่งบันทึกเสียง งานแพร่ เสียง แพร่ภาพ หรืองานอื่นใด ในแผนกวรรณคดี แผนกวิทยาศาสตร์ หรือแผนกศิลปะของผู้สร้างสรรค์ ไม่ว่างานดังกล่าวจะแสดงออกโดยวิธีหรือรูปแบบอย่างใด (หมวด ๑ ลิขสิทธิ์ ส่วนที่ ๑ งานอันมีลิขสิทธิ์ มาตรา ๖ ถึงมาตรา ๗ เพิ่มเติมโดยพระราช บัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗ มาตรา ๖ วรรคหนึ่ง งานอันมีลิขสิทธิ์ถือเป็นงานอันได้รับความคุ้มครองโดยกฎหมายไม่มี ระบบจดทะเบียน เป็นเพียงการจดแจ้งข้อมูลลิขสิทธิ์ตามประกาศกรมทรัพย์สินทางปัญญา เรื่อง การจด แจ้งข้อมูลและขอรับบริการข้อมูลลิขสิทธิ์ ลว. ๓๐ กันยายน ๒๕๔๗, ระเบียบกรมทรัพย์สินทางปัญญา ว่าด้วยการพิจารณาค�ำขอแจ้งข้อมูล และขอรับบริการข้อมูลลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๔๕) มาตรา ๖ วรรคหนึ่ง มีค�ำพิพากษาฎีกาที่เกี่ยวข้องดังต่อไปนี้ ฎีกาที่ ๑๒๖๓/๒๔๙๖ คัดลอกหนังสือ ที่ผู้อื่นประพันธ์ขึ้นออกจ�ำหน่ายโดยมิได้รับความ ยินยอมหรือรับอนุญาตจากเจ้าของถือได้ว่า เป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติ คุ้มครองวรรณกรรมและศิลปกรรม พ.ศ.๒๔๗๔ มาตรา ๑๑ และมาตรา ๒๐ ฎีกาที่ ๕๒๕๙/๒๕๔๙ ประเด็นข้อ พิพาทแห่งคดีต้องพิเคราะห์จากค�ำฟ้องและ ค�ำให้การ มิใช่จากข้อเท็จจริงและการน�ำสืบ พยานหลักฐานในชั้นพิจารณา เมื่อจ�ำเลยทั้งสอง มิได้ให้การว่า โจทก์ไม่มีอ�ำนาจฟ้องเพราะโจทก์ ซึ่งเป็นนายจ้างให้ลูกจ้างสร้างสรรค์งาน ลิขสิทธิ์ จึงเป็นของลูกจ้าง ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและ การค้าระหว่างประเทศกลางวินิจฉัยว่า โจทก์ไม่มี อ�ำนาจฟ้องเพราะลูกจ้างโจทก์เป็นผู้สร้างสรรค์ งาน ลูกจ้างโจทก์จึงเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ จึง เป็นการวินิจฉัยนอกประเด็นข้อพิพาท และมิใช่ ข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของ ประชาชน โจทก์เป็นผู้ท�ำหรือก่อให้เกิดหนังสือ ชื่อผลไม้ชุดที่ ๑ ด้วยตนเอง โดยใช้ความรู้ความ สามารถในฐานะส�ำนักพิมพ์สร้างสรรค์งานด้วย การทุ่มเทความรู้ วิจารณญาณ ฝีมือ แรงงาน โดย ขั้นตอนถ่ายรูปผลไม้ต้องคัดสรรผลไม้ที่มีผล สมบูรณ์จากจังหวัดระยองและจันทบุรีมา ท�ำความสะอาด จัดวางต�ำแหน่งผลไม้จากนั้นมี
คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ - 26 - ทีมงานช่างถ่ายภาพรูปลงในฟิล์มใหญ่แล้วน�ำ ภาพไปสแกนโดยระบบคอมพิวเตอร์เสร็จแล้วมี ข้อมูลอธิบายเกี่ยวกับผลไม้ประกอบรูปผลไม้ จึง ถือได้ว่าโจทก์ได้ใช้ความวิริยะอุตสาหะในการจัด ท�ำหนังสือผลไม้ชุดที่ ๑ แล้วภาพถ่ายรูปผลไม้จึง เป็นงานศิลปกรรมประเภทงานภาพถ่าย ส่วน ข้อมูลอธิบายผลไม้เป็นงานวรรณกรรมประเภท สร้างสรรค์อันมีลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติ ลิขสิทธิ์ พ.ศ.๒๕๓๗ มาตรา ๖ โจทก์จึงเป็นผู้เสีย หายและมีอ�ำนาจฟ้อง ฎีกาที่ ๘๒๖/๒๕๔๘ (ศาลฎีกา) ฎีกาที่ ๔๕๘๘/๒๕๕๒ การน�ำงานอัน มีลิขสิทธิ์ของบุคคลอื่นมาใช้เป็นเครื่องหมาย การค้า ย่อมเป็นการขัดต่อเจตนารมณ์ของ กฎหมายและขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีล ธรรมอันดีของประชาชน หรือรัฐประศาสโนบาย นั่นเอง เครื่องหมายการค้าที่ขอจดทะเบียนจึง มีหรือประกอบด้วยลักษณะอันต้องห้ามไม่ให้ รับจดทะเบียนตามพระราชบัญญัติเครื่องหมาย การค้า พ.ศ.๒๕๓๔ มาตรา ๘ (๙) และไม่อาจรับ จดทะเบียนได้ตามพระราชบัญญัติเครื่องหมาย การค้า พ.ศ.๒๕๓๔ มาตรา ๖ ประกอบมาตรา ๑๖ ฎีกาที่ ๙๗๓/๒๕๕๑ ฎีกาที่ ๕๓๐๖/๒๕๕๐ ฎีกาที่ ๑๑๐๔๗/๒๕๕๑
คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ - 27 - การคุ้มครองลิขสิทธิ์ไม่คลุมถึงความคิด หรือขั้นตอน กรรมวิธี หรือ ระบบ หรือวิธีใช้ หรือท�ำงาน หรือแนวความคิด หลักการ การค้นพบ หรือ ทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์ หรือคณิตศาสตร์ มาตรา ๖ วรรคสอง มีค�ำพิพากษาฎีกาที่เกี่ยวข้องดังต่อไปนี้ ฎีกาที่ ๑๙๐๘/๒๕๔๖ โจทก์รับ ราชการอยู่ที่ฝ่ายวิจัยและประเมินผล ส�ำนักงาน ก.พ. ไม่มีหน้าที่จัดท�ำเอกสารหรือเขียนต�ำราทาง วิชาการเพื่อใช้ในการฝึกอบรม และส�ำนักงาน ก.พ. ก็มิได้มีค�ำสั่งให้โจทก์เขียนหนังสือ “คู่มือการ ประเมินผลการฝึกอบรมส�ำหรับผู้รับผิดชอบ โครงการฝึกอบรม/สัมมนา” และหนังสือ “คู่มือ การประเมินและติดตามผลส�ำหรับผู้รับผิดชอบ โครงการฝึกอบรม/สัมมนา” หรือมีการจ่ายค่า ตอบแทนให้โจทก์เขียนหนังสือทั้งสองเล่มดังกล่าว นอกเวลาราชการ โจทก์จึงเป็นผู้ท�ำหรือก่อให้เกิด งานสร้างสรรค์ประเภทวรรณกรรมอันมีลิขสิทธิ์ขึ้น เอง โจทก์จึงเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในงานวรรณกรรม หนังสือทั้งสองเล่ม หาใช่ส�ำนักงาน ก.พ. ไม่ แนวความคิด ทฤษฎี และตัวข้อมูล ความรู้ไม่ใช่สิ่งที่กฎหมายลิขสิทธิ์คุ้มครองตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.๒๕๓๗ มาตรา ๖ วรรคสอง หาก น�ำแนวความคิด ทฤษฎี และตัวข้อมูลความรู้ เกี่ยวกับการประเมินและติดตามผลการฝึกอบรม ของบุคคลอื่นรวมทั้งของโจทก์ไปสร้างสรรค์งาน วรรณกรรมของตน จะต้องสร้าง สรรค์งานนั้นขึ้น มาโดยมีเนื้อหารายละเอียดและลักษณะการ แสดงออกซึ่งความคิดของจ�ำเลยที่ ๑ เอง เพียงแต่ คัดลอกหรือเลียนแบบวรรณกรรมอันมีลิขสิทธิ์ ของบุคคลอื่นซึ่งถือว่าเป็นการท�ำซ �้ ำหรือดัดแปลง งานอันมีลิขสิทธิ์ซึ่งเป็นสิทธิแต่ผู้เดียวของเจ้าของ ลิขสิทธิ์ ย่อมเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ตามมาตรา ๒๗ (๑) แห่งพระราชบัญญัติฉบับเดียวกัน การคัด ลอก เลียน หรืออ้างอิงงานอัน มีลิขสิทธิ์ของผู้อื่นอันอาจเข้าข้อยกเว้นการละเมิด ลิขสิทธิ์ตามมาตรา ๓๓ แห่งพระราชบัญญัติ ลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗ จะต้องปรากฏว่าเป็นการ กระท�ำแก่งานอันมีลิขสิทธิ์บางตอนตามสมควร และมีการรับรู้ถึงความเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในงาน นั้น แม้ที่ ๑ จะคัด ลอก หรือเลียนงานวรรณกรรม ของโจทก์จ�ำนวนประมาณ ๓๐ หน้า จากจ�ำนวน ทั้งหมดประมาณ ๑๕๐ หน้า แต่ปรากฏว่าการน�ำ งานอันมีลิขสิทธิ์ของโจทก์มาบางตอนดังกล่าว ล้วนเป็นส่วนของเนื้อหาสาระที่ส�ำคัญ และมี ปริมาณงานเป็นจ�ำนวนมาก จึงถือได้ว่าเป็นการ คัด ลอก หรือเลียนงานอันมีลิขสิทธิ์ของผู้อื่นเกิน สมควร
คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ - 28 - มาตรา ๗ สิ่งต่อไปนี้ไม่ถือว่าเป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ตามพระราช บัญญัตินี้ (๑) ข่าวประจ�ำวัน และข้อเท็จจริงต่าง ๆ ที่มีลักษณะเป็นเพียง ข่าวสารอันมิใช่ในแผนกวรรณคดี แผนกวิทยาศาสตร์ หรือแผนกศิลปะ มาตรา ๗ (๑) มีค�ำพิพากษาฏีกาที่เกี่ยวข้องดังต่อไปนี้ ฎีกาที่ ๒๑๘๙-๒๑๙๐/๒๕๔๘ (ศาล ฎีกา) การวาดภาพนกของโจทก์ที่ ๑ ให้แก่ บ. ตั้งแต่แรกในปี ๒๕๑๕ จนถึงวันที่ ๑๘ ธันวาคม ๒๕๒๑ เป็นช่วงเวลาที่พระราชบัญญัติคุ้มครอง วรรณกรรมและศิลปกรรม พ.ศ. ๒๔๗๔ มีผล บังคับใช้อยู่ ย่อมมีผลให้ลิขสิทธิ์ในงานศิลปกรรม ภาพวาดนั้นตกเป็นลิขสิทธิ์ของผู้จ้างตามมาตรา ๑๒ (ข) แห่ง พระราชบัญญัติดังกล่าว มิใช่ลิขสิทธิ์ ตกเป็นของโจทก์ที่ ๑ ตามพฤติการณ์ดังกล่าวฟังได้ว่า การ วาดภาพนกของโจทก์ทั้งสองเป็นไปตามสัญญาจ้าง ท�ำของ และเมื่อไม่ปรากฏว่ามีข้อสัญญาเป็นอย่าง อื่น ลิขสิทธิ์จึงตกเป็นของผู้ว่าจ้าง มิใช่ตกเป็นของ โจทก์ที่ ๑ และโจทก์ที่ ๒ ผู้รับจ้าง แต่อย่างใด ตาม พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๒๑ มาตรา ๗ และ ๘ อันเป็นบทกฎหมายที่ใช้บังคับอยู่ในขณะ นั้น ดังนั้น แม้หากจะถือข้อกล่าวอ้างของโจทก์ทั้ง สองว่างานตามค�ำฟ้องเป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ โจทก์ ทั้งสองก็ไม่ใช่เจ้าของลิขสิทธิ์ ย่อมไม่มีอ�ำนาจฟ้อง เกี่ยวกับลิขสิทธิ์ตามค�ำฟ้องแต่อย่างใด ฎีกาที่ ๗๑๑๗/๒๕๕๒ (ศาลฎีกา) ลูกล้อ รถเข็นที่ใช้ส�ำหรับทางเลื่อนที่โจทก์ที่ ๑ เป็นผู้ผลิต เป็น งานอันมีลิขสิทธิ์หรือไม่ โจทก์ทั้งสองไม่ได้น�ำ บุคคลที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการท�ำงานจิตรกรรม งานภาพร่าง หรือแบบจ�ำลองมาเบิกความเพื่อแสดง ให้เห็นว่าเป็นผู้ท�ำหรือก่อให้เกิดงานสร้างสรรค์ดัง กล่าวด้วยตนเอง (Originality) โดยใช้ความคิด สร้างสรรค์หรือความวิริยะอุตสาหะอย่างไร เป็นการ แสดงออกซึ่งความคิด (Expression of idea) ของ ผู้สร้างสรรค์เช่นใด เมื่อพิจารณาสินค้าลูกล้อตาม วัตถุพยานจะเห็นว่าลูกล้อดังกล่าวมีลักษณะของ วัตถุที่ใช้งานในการท�ำให้สิ่งของเคลื่อนที่ได้ มีระบบ การล็อกล้อพิเศษส�ำหรับทางเลื่อน ซึ่งรูปลักษณะ ของลูกล้อทางเลื่อนดังกล่าวเป็นไปตามข้อจ�ำกัด ของรูปแบบลูกล้อที่มีอยู่ทั่วไปในสังคมและตาม วัตถุประสงค์ในการใช้งาน จึงรับฟังไม่ได้ว่า ลูกล้อ ดังกล่าวถูกจัดท�ำขึ้นจากงานที่เกี่ยวข้องกับศิลปะ ในแง่ใดแง่หนึ่ง หรือเริ่มต้นจากงานที่มีความงาม (Aesthetic work) เป็นจุดเริ่มต้น แล้วน�ำงานดัง กล่าวไปใช้ประโยชน์ในการท�ำให้สิ่งของเคลื่อนที่ ลูกล้อทางเลื่อนดังกล่าวจึงไม่อาจถือเป็นงานอันมี ลิขสิทธิ์ได้
คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ - 29 - (๒) รัฐธรรมนูญ และกฎหมาย มาตรา ๗ (๒) นี้มีค�ำพิพากษาฎีกาที่เกี่ยวข้องดังต่อไปนี้ ฎีกาที่ ๙๗๓/๒๕๕๑ (๓) ระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ ค�ำสั่ง ค�ำชี้แจง และหนังสือโต้ตอบ ของกระทรวง ทบวง กรม หรือหน่วยงานอื่นใดของรัฐหรือของท้องถิ่น (๔) ค�ำพิพากษา ค�ำสั่ง ค�ำวินิจฉัย และรายงานของทางราชการ (๕) ค�ำแปลและการรวบรวมสิ่งต่าง ๆ ตาม (๑) ถึง (๔) ที่กระทรวง ทบวง กรม หรือหน่วยงานอื่นใดของรัฐหรือของท้องถิ่นจัดท�ำขึ้น
คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ - 30 - ส่วนที่ ๒ การได้มาซึ่งลิขสิทธิ์ ------------------- มาตรา ๘ ให้ผู้สร้างสรรค์เป็นผู้มีลิขสิทธิ์ในงานที่ตนได้สร้างสรรค์ ขึ้นภายใต้เงื่อนไข ดังต่อไปนี้ มาตรา ๘ วรรคหนึ่ง มีค�ำพิพากษาฎีกาที่เกี่ยวข้องดังต่อไปนี้ ฎีกาที่ ๑๒๔๖๖/๒๕๔๗ งานซึ่งมีลิขสิทธิ์ ตามกฎหมายได้ถูกท�ำขึ้นโดยการว่าจ้าง ผู้ว่าจ้าง เป็นผู้มีลิขสิทธิ์ในงานนั้น ผู้รับจ้างซึ่งเป็นผู้ สร้างสรรค์งานนั้นหามีลิขสิทธิ์ในงานนั้นไม่ เว้นแต่ จะมีข้อตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่น เงินค่าตอบแทนที่ โจทก์ได้รับจึงไม่ใช่ค่าแห่งลิขสิทธิ์ตามมาตรา ๔๐ (๓) แห่งประมวลรัษฎากร ฎีกาที่ ๗๔๐๗/๒๕๕๓ โจทก์ไม่บรรยาย ฟ้องว่าประเทศที่โจทก์ถือสัญชาติเป็นภาคีแห่ง อนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองลิขสิทธิ์ซึ่งประเทศไทย เป็นภาคี หรืออยู่ในราชอาณาจักรหรือประเทศที่ เป็นภาคีแห่งอนุสัญญาว่า หรืองานของโจทก์ได้มี การโฆษณางานในราชอาณาจักรหรือประเทศที่เป็น ภาคีแห่งอนุสัญญาแล้ว อันเป็นเงื่อนไขการได้มาซึ่ง ลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.๒๕๓๗ มาตรา ๘ ค�ำฟ้องของโจทก์จึงไม่ชอบ (๑) ในกรณีที่ยังไม่ได้มีการโฆษณางาน ผู้สร้างสรรค์ต้องเป็นผู้มี สัญชาติไทยหรืออยู่ในราชอาณาจักรหรือเป็นผู้มีสัญชาติหรืออยู่ในประเทศ ที่เป็นภาคีแห่งอนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองลิขสิทธิ์ซึ่งประเทศไทยเป็นภาคี อยู่ด้วย ตลอดระยะเวลาหรือเป็นส่วนใหญ่ในการสร้างสรรค์งานนั้น (มาตรา ๘ (๑) แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗ เป็นความเดิมตาม พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๒๑ มาตรา ๖ วรรคหนึ่ง (๑) เดิมได้ระบุว่า (๑) ในกรณีที่ยังไม่ได้มีการโฆษณางาน ผู้สร้างสรรค์ต้องเป็นผู้มีสัญชาติไทยหรืออยู่ใน ราชอาณาจักรตลอดระยะเวลาหรือเป็นส่วนใหญ่ในการสร้างสรรค์งานนั้น มาตรา ๘ (๑) มีค�ำพิพากษาฎีกาที่เกี่ยวข้องดังดัวอย่างต่อไปนี้ ฎีกาที่ ๕๒๕๙/๒๕๔๙
คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ - 31 - (๒) ในกรณีที่ได้มีการโฆษณางานแล้ว การโฆษณางานนั้นในครั้ง แรกได้กระท�ำขึ้นในราชอาณาจักรหรือในประเทศที่เป็นภาคีแห่งอนุสัญญา ว่าด้วยการคุ้มครองลิขสิทธิ์ซึ่งประเทศไทยเป็นภาคีอยู่ด้วย หรือในกรณีที่ การโฆษณาครั้งแรกได้กระท�ำนอกราชอาณาจักรหรือในประเทศอื่นที่ไม่เป็น ภาคีแห่งอนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองลิขสิทธิ์ซึ่งประเทศไทยเป็นภาคีอยู่ ด้วย หากได้มีการโฆษณางานดังกล่าวในราชอาณาจักรหรือในประเทศที่ เป็นภาคีแห่งอนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองลิขสิทธิ์ซึ่งประเทศไทยเป็นภาคี อยู่ด้วยภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้มีการโฆษณาครังแรก หร้ อผู้สร้างสรรค์ ื เป็นผู้มีลักษณะตามที่ก�ำหนดไว้ใน (๑) ในขณะที่มีการโฆษณางานครั้งแรก (มาตรา ๘ (๒) แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗ เป็นความเดิม พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๒๑ ในมาตรา ๖ วรรคหนึ่ง (๒) นี้เดิมได้ระบุว่า (๒) ในกรณีที่ได้มีการโฆษณางานแล้ว การโฆษณานั้นในครั้งแรกได้กระท�ำขึ้นในราช อาณาจักรหรือผู้สร้างสรรค์เป็นผู้มีลักษณะตามที่ก�ำหนดไว้ใน (๑) ในขณะที่โฆษณางานครั้งแรก) ในกรณีที่ผู้สร้างสรรค์ต้องเป็นผู้มีสัญชาติไทย ถ้าผู้สร้างสรรค์เป็น นิติบุคคล นิติบุคคลนั้น ต้องเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย มาตรา ๙ งานที่ผู้สร้างสรรค์ได้สร้างสรรค์ขึ้นในฐานะพนักงานหรือ ลูกจ้าง ถ้ามิได้ท�ำเป็นหนังสือตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่น ให้ลิขสิทธิ์ในงานนั้น เป็นของผู้สร้างสรรค์ แต่นายจ้างมีสิทธิน�ำงานนันออกเผยแพร่ต่อสาธาร้ณชน ได้ตามที่เป็นวัตถุประสงค์แห่งการจ้างแรงงานนั้น (มาตรา ๙ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗ เป็นความเดิมพระราช บัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๒๑ ในมาตรา ๗ ดังนี้ มาตรา ๗ งานที่ผู้สร้างสรรค์ได้สร้างสรรค์ขึ้นในฐานะพนักงานหรือลูกจ้าง ถ้ามิได้ท�ำเป็น หนังสือตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่น ให้ลิขสิทธิ์ในงานนั้นเป็นของผู้สร้างสรรค์ แต่นายจ้างมีสิทธิน�ำงานนั้น ออกโฆษณาได้ตามที่เป็นวัตถุประสงค์แห่งการจ้างแรงงานนั้น)
คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ - 32 - มาตรา ๙ มีค�ำพิพากษาฎีกาที่เกี่ยวข้องดังต่อไปนี้ ฎีกาที่ ๔๔๘๖/๒๕๒๙ การที่โจทก์เพียง แต่ได้น�ำแผนที่ของกรมทางหลวงมาแบ่งส่วนใหม่ รวมเป็นรูปเล่มและให้สีเท่านั้น ถือไม่ได้ว่าโจทก์ได้ ปรับปรุงแก้ไขเพิ่มเติมแผนที่ทางหลวงของกรม ทางหลวงในสาระส�ำคัญถึงขนาดสร้างสรรค์ขึ้นใหม่ อันจะพอถือได้ว่าเป็นการดัดแปลง โจทก์จึงไม่มี ลิขสิทธิ์ในรูปแผนที่ทางหลวงในประเทศไทยตาม พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๒๑ มาตรา ๙ ประกอบมาตรา ๔ ฎีกาที่ ๓๐๗๒/๒๕๓๘ แม้รูปแบบภาพ จ�ำลองและค�ำบรรยายในแคตตาล็อกผลิตภัณฑ์ เครื่องร่นแท่งห้ามล้ออัตโนมัติที่ท�ำขึ้นในประเทศ สวีเดนเป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติ ลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๒๑ อันเป็นกฎหมายที่ใช้บังคับ อยู่ในขณะที่โจทก์อ้างว่าถูกโต้แย้งสิทธิและโจทก์ เป็นเจ้าของงานอันมีลิขสิทธิ์นั้น แต่แคตตาล็อกที่ จ�ำเลยทั้งสองเสนอต่อ ร. เป็นแคตาตาล็อกที่จ�ำเลย ทั้งสองได้รับมาจากประเทศโปแลนด์ มิใช่แคตตา ล็อกที่จ�ำเลยทั้งสองจัดท�ำขึ้นโดยลอกเลียนแคตตา ล็อกของโจทก์ การกระท�ำของจ�ำเลยทั้งสองจึงยัง ไม่เป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ของโจทก์ ฎีกาที่ ๙๕๒๓/๒๕๔๔ (ศาลฎีกา) แม้ โจทก์เป็นลูกจ้างของจ�ำเลย และโจทก์สร้างสรรค์ โปรแกรมคอมพิวเตอร์พิพาทเพื่อใช้ในกิจการของ จ�ำเลยในฐานะที่โจทก์เป็นลูกจ้างของจ�ำเลยก็ตาม เมื่อไม่ปรากฏว่าโจทก์และจ�ำเลยได้ท�ำหนังสือตกลง กันไว้ให้งานโปรแกรมคอมพิวเตอร์พิพาทที่โจทก์ สร้างสรรค์ขึ้นมานั้นตกเป็นลิขสิทธิ์ของจ�ำเลยตาม มาตรา ๙ จึงรับฟังได้ว่าโจทก์เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ ในงานโปรแกรมคอมพิวเตอร์พิพาท แต่เมื่อโจทก์ออกจากการเป็นลูกจ้าง จ�ำเลยและไม่ประสงค์จะอนุญาตให้จ�ำเลยใช้ โปรแกรมคอมพิวเตอร์ดังกล่าวต่อไป โจทก์ย่อมมี สิทธิทวงถามให้จ�ำเลยคืนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ พิพาทแก่โจทก์ได้ แต่จ�ำเลยไม่ยอมคืนให้ และยัง ใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ของโจทก์ต่อไปอันมี ลักษณะเป็นการใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินของโจทก์ โดยมิชอบ ย่อมท�ำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ถือ ได้ว่าจ�ำเลยได้ท�ำละเมิดต่อโจทก์ และแม้โจทก์จะ น�ำสืบไม่ได้แน่ชัดว่าได้รับความเสียหายอย่างใดและ เป็นเงินเท่าใด แต่ตามประมวลกฎหมายแพ่งและ พาณิชย์มาตรา ๔๓๘ ให้ศาลเป็นผู้ก�ำหนดค่า เสียหายตามพฤติการณ์และความร้ายแรงแห่ง ละเมิดได้ โจทก์มีหนังสือแจ้งจ�ำเลยให้ระงับการ ใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์พิพาทและให้คืนโปรแกรม คอมพิวเตอร์แก่โจทก์ภายใน ๗ วัน นับแต่วันที่ จ�ำเลยได้รับหนังสือ จ�ำเลยได้รับหนังสือดังกล่าว เมื่อวันที่ ๑ ธันวาคม ๒๕๔๒ จ�ำเลยจึงต้องคืน โปรแกรมคอมพิวเตอร์พิพาทให้โจทก์ภายในวันที่ ๘ ธันวาคม ๒๕๔๒ เมื่อถึงก�ำหนดจ�ำเลยไม่ยอม คืนให้แก่โจทก์ ก็ต้องถือว่าจ�ำเลยได้ท�ำละเมิดต่อ โจทก์เริ่มตั้งแต่วันที่ ๙ ธันวาคม ๒๕๔๒ ซึ่งเป็น วันที่โจทก์จะมีสิทธิเรียกค่าเสียหายจากจ�ำเลย เป็นต้นไป ฎีกาที่ ๒๑๘๙-๒๑๙๐/๒๕๔๘
คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ - 33 - มาตรา ๑๐ งานที่ผู้สร้างสรรค์ได้สร้างสรรค์ขึ้นโดยการรับจ้าง บุคคลอื่น ให้ผู้ว่าจ้างเป็นผู้มีลิขสิทธิ์ในงานนั้น เว้นแต่ผู้สร้างสรรค์และ ผู้ว่าจ้างจะได้ตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่น มาตรา ๑๐ มีค�ำพิพากษาฎีกาที่เกี่ยวข้องดังต่อไปนี้ ฎีกาที่ ๓๘๓๐/๒๕๒๕ (ศาลฎีกา) ใน สัญญาไม่ปรากฏข้อความที่แสดงให้เห็นว่า อ. ได้ โอนขายลิขสิทธิ์ในภาพยนตร์นั้นให้ ว.โจทก์ร่วม จึงมิใช่เจ้าของลิขสิทธิ์หรือผู้รับโอนลิขสิทธิ์ใน ภาพยนตร์เรื่องนั้น ดังนั้นเมื่อจ�ำเลยน�ำฟิล์ม ภาพยนต์อีกก๊อปปี้หนึ่งเรื่องเดียวกันให้เช่า จึง มิได้เป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ของโจทก์ร่วม ฎีกาที่ ๔๐๐๖/๒๕๔๓ ((ศาลฎีกา) เมื่อสัญญาว่าจ้างถ่ายแสดงแบบมิได้ระบุห้าม จ�ำเลยที่ ๒ มิให้บันทึกภาพการแสดงแบบของ โจทก์ในรูปแบบอื่นนอกจากเป็นม้วนเทปวีดีโอไว้ โดยชัดแจ้งและสัญญาว่าจ้าง ข้อ ๓ ก�ำหนดให้ ลิขสิทธิ์ที่เกิดจากการท�ำงานครั้งนี้ตกเป็นของ จ�ำเลยที่ ๒ ผู้ว่าจ้าง จ�ำเลยที่ ๒ จึงมีลิขสิทธิ์ในงาน บันทึกภาพการแสดงแบบของโจทก์ดังกล่าวอัน เป็นงานสร้างสรรค์ประเภทโสตทัศนวัสดุตาม พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ฯ มาตรา ๖ จ�ำเลยที่ ๒ ย่อมมีสิทธิแต่ผู้เดียวที่จะน�ำงานนั้นมาท�ำซ �้ ำในรูป แบบของม้วนเทปวีดีโอ หรือแผ่นซีดี หรือแผ่น เลเซอร์ดิสก์อย่างหนึ่งอย่างใดออกจ�ำหน่าย ไม่ เป็นการละเมิดต่อโจทก์ ฎีกาที่ ๑๒๔๖๖/๒๕๔๗ ฎีกาที่ ๒๑๘๙-๒๑๙๐/๒๕๔๘ มาตรา ๑๑ งานใดมีลักษณะเป็นการดัดแปลงงานอันมีลิขสิทธิ์ตาม พระราช บัญญัตินี้ โดยได้รับอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์ ให้ผู้ที่ได้ ดัดแปลง นั้นมีลิขสิทธิ์ในงานที่ได้ดัดแปลงตามพระราชบัญญัตินี้ แต่ทั้งนี้ไม่กระทบ กระเทือนสิทธิของเจ้าของลิขสิทธิ์ที่มีอยู่ในงานของผู้สร้างสรรค์เดิมที่ถูก ดัดแปลง มาตรา ๑๑ มีค�ำพิพากษาฎีกาที่เกี่ยวข้องดังต่อไปนี้ ฎีกาที่ ๔๗๙๔/๒๕๔๕ เมื่อจ�ำเลยมีแผ่น ภาพยนตร์วิดีโอซีดีของกลางไว้เพื่อขายอันเป็นการ กระท�ำเพื่อการค้าโดยจ�ำเลยรู้อยู่แล้วว่าเป็นภาพยนตร์ วิดีโอซีดีที่ได้ท�ำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธ์ของโจทก์ร่วม แม้จะไม่ปรากฏว่าจ�ำเลยได้เสนอขายและขายแผ่น ภาพยนตร์วิดีโอซีดีของกลางให้ผู้อื่นด้วย การกระ ท�ำของจ�ำเลยตามที่ได้ความดังกล่าวก็ถือได้ว่า เป็นการมีไว้เพื่อขายซึ่งแผ่นภาพยนตร์วิดีโอซีดีที่ ได้ท�ำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้อื่นอันเป็นการ กระท�ำเพื่อการค้าซึ่งเป็นความผิดฐานหนึ่งตาม พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.๒๕๓๗ มาตรา ๓๑(๑) ประกอบมาตรา ๗๐ วรรคสอง และกรณีไม่จ�ำต้อง
คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ - 34 - วินิจฉัยว่าจ�ำเลยได้กระท�ำโดยมีเจตนาทุจริต หรือไม่ เพราะความผิดตามบทกฎหมายดังกล่าว หาได้มีองค์ประกอบว่าผู้กระท�ำความผิดจะต้อง กระท�ำโดยมีเจตนาทุจริตด้วยไม่ ฎีกาที่ ๘๔๕๑/๒๕๕๑ ช�ำระค่าลิขสิทธิ์ ไม่ครบถ้วน จึงเป็นการไม่ช�ำระหนี้ให้ถูกต้องตาม สัญญาอันเป็นการผิดสัญญา มิใช่การละเมิดลิขสิทธิ์ โจทก์ ข้อเท็จจริงจึงฟังได้ว่า จ�ำเลยที่ ๑ จัด ท�ำไฟล์ข้อมูลดังกล่าวและจ�ำหน่ายโดยไม่ได้รับ อนุญาตจากโจทก์ การกระท�ำของจ�ำเลยที่ ๑ จึง ถือเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ในงานศัพทานุกรมและ พจนานุกรมทั้ง ๒ ฉบับของโจทก์ การที่จ�ำเลยที่ ๑ น�ำพจนานุกรมฉบับ ดังกล่าวของโจทก์มาดัดแปลงใส่เสียงอ่านเป็น “ทอล์คกิ้ง ดิกชันนารี” โดยไม่ได้รับอนุญาตจาก โจทก์ จึงถือเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ในงานพจนุกรม ฉบับดังกล่าวของโจทก์ การที่จ�ำเลยที่ ๑ จัดท�ำฐานข้อมูลทั้งห้า ดังกล่าวจ�ำหน่ายทางเว็บไซต์โดยมิได้รับอนุญาต จากโจทก์ ถือว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ของโจทก์ แม้ว่าเมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่า การดัดแปลงฐาน ข้อมูลทั้งห้าดังกล่าวมิได้รับอนุญาตจากโจทก์ จ�ำเลย ที่ ๑ จึงไม่มีลิขสิทธิ์ในการจัดท�ำฐานข้อมูลทั้งห้าดัง กล่าว จึงถือเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ของโจทก์ และ การที่จ�ำเลยที่ ๑ ให้ลูกค้าที่ซื้อเครื่องปาล์มสามารถ อัพเกรดทางเว็บไซต์ได้ในราคาพิเศษโดยมิได้รับ อนุญาตจากโจทก์ย่อมถือเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ ของโจทก์เช่นกัน โจทก์มิได้น�ำสืบให้เห็นว่า จ�ำเลยที่ ๒ ซึ่งเป็นผู้จ�ำหน่ายเครื่องดังกล่าวรู้หรือมีเหตุอันควร รู้ว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ของโจทก์ ทั้งการอัพเกรด ผ่านเว็บไซต์ของจ�ำเลยที่ ๑ ข้อเท็จจริงจึงฟังไม่ได้ ว่าจ�ำเลยที่ ๒ ได้ร่วมกับจ�ำเลยที่ ๑ ละเมิดลิขสิทธิ์ ดังกล่าวของโจทก์ โจทก์ก็มิได้น�ำสืบให้เห็นว่า จ�ำเลย ที่ ๒ รู้หรือมีเหตุอันควรรู้ว่าการกระท�ำดังกล่าว เป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ของโจทก์ จ�ำเลยที่ ๒ จึงมิได้ ร่วมกับจ�ำเลยที่ ๑ ละเมิดลิขสิทธิ์ดังกล่าวของโจทก์ เช่นเดียวกัน
คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ - 35 - มาตรา ๑๒ งานใดมีลักษณะเป็นการน�ำเอางานอันมีลิขสิทธิ์ตามพ ระราชบัญญัตินีมารวบรวมหร้ อประกอบเข้ากันโดยได้รับอนุญาต จากเจ้าของ ื ลิขสิทธิ์ หรือเป็นการน�ำเอาข้อมูลหรือสิ่งอื่นใดซึ่งสามารถอ่านหรือถ่ายทอด ได้โดยอาศัยเครื่องกลหรืออุปกรณ์อื่นใดมารวบรวมหรือประกอบเข้ากัน หาก ผู้ที่ได้รวบรวมหรือประกอบเข้ากันได้รวบรวมหรือประกอบเข้ากันซึ่งงาน ดังกล่าวขึ้นโดยการคัดเลือกหรือจัดล�ำดับในลักษณะซึ่งมิได้ลอกเลียนงาน ของบุคคลอื่น ให้ผู้ที่ได้รวบรวมหรือประกอบเข้ากันนั้นมีลิขสิทธิ์ในงานที่ได้ รวบรวมหรอประกอบเข้ากันตามพระราชบัญญัตินี ื แต่ทั้งนี้ ไม่กระทบกระเท ้อนื สิทธิของเจ้าของลิขสิทธิ์ที่มีอยู่ในงาน หรอข้อมูลหร ื อสิ่งอ ื ื่นใด ของผู้สร้างสรรค์ เดิมที่ถูกน�ำมารวบรวมหรือประกอบเข้ากัน (มาตรา ๑๒ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.๒๕๓๗ เป็นความเดิมพระราช บัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๒๑ มาตรา ๑๐ ดังนี้ งานใดมีลักษณะเป็นการน�ำเอางานอันมีลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้ มารวบรวมหรือประกอบ เข้ากันโดยได้รับอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์ ให้ผู้ที่ได้รวบรวมประกอบเข้ากันนั้นมีลิขสิทธิ์ตามพระราช บัญญัตินี้ แต่ทั้งนี้ไม่กระทบกระเทือนสิทธิ์ของเจ้าของลิขสิทธิ์ที่มีอยู่ในงานของผู้สร้างสรรค์เดิมที่ถูกน�ำ มารวบรวมหรือประกอบเข้าด้วยกัน) มาตรา ๑๒ มีค�ำพิพากษาฎีกาที่เกี่ยวข้องดังต่อไปนี้ ฎีกาที่ ๒๐๖๑/๒๕๒๖ (ศาลฎีกา) ลิขสิทธิ์ ในหนังสือแบบเรียนที่จ�ำเลยพิมพ์เป็นของกระทรวง ศึกษาธิการ แม้โจทก์เป็นเจ้าของสิทธิในแบบรูป เล่มการเรียบเรียงตัวอักษรและภาพก็ตาม แต่ยัง ไม่มีกฎหมายคุ้มครองสิทธิประเภทนี้ เมื่อโจทก์ไม่ใช่ เจ้าของลิขสิทธิ์ โจทก์ย่อมไม่มีสิทธิฟ้องว่าละเมิด ต่อโจทก์ได้ ฎีกาที่ ๖๕๒๘/๒๕๔๖ (ศาลฎีกา) ผู้ที่ จะได้ลิขสิทธิ์จากการน�ำลิขสิทธิ์ของผู้อื่นมารวบรวม หรือประกอบเข้าด้วยกันต้องใช้ความรู้ความสามารถ หรือความวิริยะอุตสาหะในระดับหนึ่งโดยมิใช่ เป็นการลอกเลียนงานอันเป็นลิขสิทธิ์ของผู้อื่น แม้ จ�ำเลยไม่มีสิทธิที่จะน�ำแคตตาล็อกมาจัดท�ำเป็น ส่วนหนึ่งเอกสารประกอบการเสนอราคาของจ�ำเลย ต่อส�ำนักงานต�ำรวจแห่งชาติ เพราะจ�ำเลยไม่ได้ เป็นตัวแทนจ�ำหน่ายสินค้าของบริษัท พ. ซึ่งหาก เป็นการไม่ชอบก็เป็นเรื่องที่จ�ำเลยละเมิดลิขสิทธิ์ ของบริษัท พ. โจทก์จึงไม่ใช่ผู้เสียหาย
คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ - 36 - มาตรา ๑๓ ให้น�ำมาตรา ๘ มาตรา ๙ และมาตรา ๑๐ มาใช้บังคับ แก่การมีลิขสิทธิ์ตามมาตรา ๑๑ หรือมาตรา ๑๒ โดยอนุโลม (มาตรา ๑๓ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗ เป็นความเดิมพระราช บัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๒๑ มาตรา ๑๑ ดังนี้ มาตรา ๑๑ ให้น�ำมาตรา ๖ มาตรา ๗ และมาตรา ๘ มาใช้บังคับแก่การมีลิขสิทธิ์ตามมาตรา ๙ หรือมาตรา ๑๐ โดยอนุโลม) มาตรา ๑๔ กระทรวง ทบวง กรม หรือหน่วยงานอื่นใดของรัฐหรือ ของท้องถิ่นย่อมมีลิขสิทธิ์ในงานที่ได้สร้างสรรค์ขึ้น โดยการจ้างหรือตามค�ำ สั่งหรือในความควบคุมของตน เว้นแต่จะได้ตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่นเป็นลาย ลักษณ์อักษร (มาตรา ๑๔ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗ เป็นความเดิมพระราช บัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๒๑ มาตรา ๑๒ เดิมใช้ค�ำว่า “เว้นแต่จะได้ตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่น (ไม่มีค�ำว่า เป็นลายลักษณ์อักษร)” ดังนี้ มาตรา ๑๒ กระทรวง ทบวง กรม หรือหน่วยงานอื่นใดของรัฐหรือของท้องถิ่นย่อมมีลิขสิทธิ์ ในงานที่ได้สร้างสรรค์ขึ้น โดยการจ้างหรือตามค�ำสั่งหรือในความควบคุมของตน เว้นแต่จะได้ตกลงกันไว้ เป็นอย่างอื่น)
คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ - 37 - ส่วนที่ ๓ การคุ้มครองลิขสิทธิ์ ------------------ มาตรา ๑๕ ภายใต้บังคับมาตรา ๙ มาตรา ๑๐ และมาตรา ๑๔ เจ้าของลิขสิทธิ์ย่อมมีสิทธิแต่ผู้เดียวดังต่อไปนี้มาตรา ๑๕ วรรคหนึ่ง มีค�ำพิพากษาฎีกาที่เกี่ยวข้องดังต่อไปนี้ ฎีกาที่ ๗๓๙๑/๒๕๔๙ (๑) ท�ำซ�้ำหรือดัดแปลง มาตรา ๑๕ (๑) มีค�ำพิพากษาฎีกาที่เกี่ยวข้องดังต่อไปนี้ ฎีกาที่ ๑๙๐๘/๒๕๔๖ (๒) เผยแพร่ต่อสาธารณชน (มาตรา ๑๕ (๒) แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.๒๕๓๗ ความเดิมพระราช บัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.๒๕๒๑ มาตรา ๑๓ (๒) ดังนี้ (๒) น�ำออกโฆษณา) (๒) มาตรา ๑๕ (๒) มีค�ำพิพากษาฎีกาที่เกี่ยวข้องดังต่อไปนี้ ฎีกาที่ ๓๕๗๘/๒๕๔๙ โจทก์เป็นเพียง ผู้รับมอบอ�ำนาจจัดเก็บค่าตอบแทนการใช้สิทธิใน ลิขสิทธิ์และด�ำเนินคดีแก่ผู้กระท�ำละเมิดลิขสิทธิ์ใน งานดนตรีกรรมเพลง “รักสาวผมแดง” หรือในงาน โสตทัศนวัสดุ ที่บันทึกเสียงดนตรีและค�ำร้องเพลง ดังกล่าว โจทก์จึงไม่ใช่ผู้เสียหาย ไม่มีอ�ำนาจฟ้อง คดีนี้ในนามตนเอง ทั้งการกระท�ำของจ�ำเลยที่น�ำ เพลงดังกล่าวไปเผยแพร่ต่อสาธารณชนเพื่อการค้า หาก�ำไรโดยไม่ได้รับอนุญาตจากโจทก์ย่อมไม่เป็น ความผิดตามฟ้องเช่นกัน
คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ - 38 - (๓) ให้เช่าต้นฉบับหรือส�ำเนางานโปรแกรมคอมพิวเตอร์ โสตทัศน วัสดุ ภาพยนตร์ และสิ่งบันทึกเสียง (มาตรา ๑๕ (๓) เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗) มาตรา ๑๕ (๓) มีค�ำพิพากษาฎีกาที่เกี่ยวข้องดังต่อไปนี้ (๔) ให้ประโยชน์อันเกิดจากลิขสิทธิ์แก่ผู้อื่น มาตรา ๑๕ (๔) มีค�ำพิพากษาฎีกาที่เกี่ยวข้องดังต่อไปนี้ ฎีกาที่ ๑๑๔๘/๒๕๕๐ แม้ตามค�ำฟ้อง จะระบุว่า ช. เป็นผู้เสียหาย แต่ในค�ำฟ้องก็มีข้อความ ต่อไปว่าลิขสิทธิ์ตามฟ้องเป็นของ ม. และ ค. ส่วน ในความตอนท้ายของค�ำฟ้องก็มีข้อความว่าผู้เสีย หายซึ่งคือ ช. ได้ร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนโดย ท้ายค�ำฟ้องโจทก์ได้อ้างสัญญาซื้อขายสิทธิมาด้วย ซึ่งถือว่าสัญญาซื้อขายเป็นส่วนหนึ่งของค�ำฟ้อง และ ในข้อ ๗ ของสัญญาซื้อขายสิทธิระบุว่า ตกลงให้ ช. เป็นผู้ด�ำเนินการแจ้งความทุกข์ รวมทั้งมีสิทธิ มอบอ�ำนาจช่วง ถือได้ว่าคดีมีการร้องทุกข์โดยชอบ ด้วยกฎหมายแล้ว ฎีกาที่ ๓๗๔๑/๒๕๔๙ โจทก์ฟ้องจ�ำเลย ข้อหาละเมิดลิขสิทธิ์ขั้นรองโดยน�ำงานที่ท�ำขึ้น ละเมิดลิขสิทธิ์ออกให้เช่าหรือเสนอให้เช่าตามมาตรา ๓๑ (๑) ซึ่งมีองค์ประกอบ คือ (๑) โจทก์ได้บรรยายฟ้องแล้วว่า จ�ำเลย น�ำออกให้เช่าหรือเสนอให้เช่า ฎีกาที่ ๒๕๗๒/๒๕๔๘ จ�ำเลยที่ ๑ ได้ รับอนุญาตจากโจทก์ตามสัญญาให้ใช้ลิขสิทธิ์ให้ น�ำงานวรรณกรรมอันมีลิขสิทธิ์ของโจทก์เรื่อง ผีเสื้อและดอกไม้ ไปสร้างเป็นภาพยนตร์ภายใน ๕ ปี นับแต่เมื่อปี ๒๕๒๘ ซึ่งเป็นการสร้างภาพยนตร์ ภายใน ๕ ปี นับแต่วันท�ำสัญญาดังกล่าวในปี ๒๕๒๗ แสดงว่าจ�ำเลยที่ ๑ ได้ปฏิบัติถูกต้องตาม สัญญาอนุญาตให้ใช้ลิขสิทธิ์ที่ได้ท�ำไว้กับโจทก์ผู้ เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในงานวรรณกรรมนั้นแล้ว สัญญาอนุญาตให้ใช้ลิขสิทธิ์ระหว่าง โจทก์กับจ�ำเลยที่ ๑ จะระบุให้จ�ำเลยที่ ๑ สามารถ น�ำภาพยนตร์ที่สร้างไว้ออกท�ำซ �้ ำและเผยแพร่ใน รูปแบบต่าง ๆ ได้ โดยไม่ได้ระบุถึงการท�ำในรูป แบบวิดีโอซีดี ก็ไม่ท�ำให้สิทธิแต่ผู้เดียวของจ�ำเลย ที่ ๑ ในการท�ำซ �้ ำหรือดัดแปลงภาพยนตร์ดังกล่าว อันเป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ของตนที่ได้รับความ คุ้มครองตามกฎหมายและได้มาโดยผลของ กฎหมายนั้นเสียไป ดังนั้นการที่จ�ำเลยที่ ๑ อนุญาตให้บริษัทจ�ำเลยที่ ๗ น�ำภาพยนตร์เรื่อง ผีเสื้อและดอกไม้อันมีลิขสิทธิ์ของจ�ำเลยที่ ๑ ไป ท�ำซ �้ ำและน�ำออกจ�ำหน่ายในวัสดุรูปแบบวิดีโอ ซีดีจึงไม่ใช่การกระท�ำอย่างใดอย่างหนึ่งแก่งาน วรรณกรรมเรื่องผีเสื้อและดอกไม้ซึ่งโจทก์มี ลิขสิทธิ์ จึงไม่เป็นความผิดฐานละเมิดลิขสิทธิ์ ในงานวรรณกรรมของโจทก์ตามพระราชบัญญัติ ลิขสิทธิ์ พ.ศ.๒๕๓๗ มาตรา ๖๙ วรรคสอง ประกอบมาตรา ๒๗ (๑) และมาตรา ๗๐ วรรค สอง ประกอบมาตรา ๓๑ (๑)
คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ - 39 - (๒) โจทก์บรรยายฟ้องว่า จ�ำเลยให้เช่า หรือเสนอให้เช่าวีดีโอซีดีภาพยนตร์ที่มีผู้ท�ำขึ้น โดยละเมิดลิขสิทธิ์ (๓) ผู้กระท�ำรู้อยู่แล้วหรือมีเหตุอัน ควรรู้ว่าเป็นงานที่ท�ำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของ ผู้อื่น ซึ่งโจทก์บรรยายฟ้องว่า โดยจ�ำเลยรู้อยู่แล้ว ว่าแผ่นวีดีโอซีดีดังกล่าวเป็นงานที่ท�ำขึ้นโดย ละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้เสียหาย (๔) โจทก์บรรยายฟ้องว่า การน�ำออก ให้เช่าหรือเสนอให้เช่าเป็นการกระท�ำเพื่อ แสวงหาก�ำไรในทางการค้า พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ฯ มาตรา ๑๕ (๓) และมาตรา ๒๘ (๓) เห็นได้ว่า บทกฎหมาย ดังกล่าวบัญญัติให้การให้เช่าต้นฉบับหรือส�ำเนา งานแม้จะเป็นของแท้หรือชอบด้วยกฎหมายยัง ต้องขออนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์ก่อน ดังนั้น เมื่อวีดีโอซีดีของกลางเป็นของที่ท�ำขึ้นโดยละเมิด ลิขสิทธิ์และจ�ำเลยรู้อยู่แล้วว่าเป็นของละเมิด ลิขสิทธิ์ แต่ยังน�ำออกให้เช่าเพื่อหาก�ำไรใน ทางการค้า จ�ำเลยจึงมีความผิดตามพระราช บัญญัติลิขสิทธิ์ฯ มาตรา ๓๑ (๑) (๕) อนุญาตให้ผู้อื่นใช้สิทธิตาม (๑) (๒) หรือ (๓) โดยจะก�ำหนด เงื่อนไขอย่างใดหรือไม่ ก็ได้ แต่เงื่อนไขดังกล่าวจะก�ำหนดในลักษณะที่ เป็นการจ�ำกัดการแข่งขันโดยไม่เป็นธรรมไม่ได้ (มาตรา ๑๕ (๕) แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.๒๕๓๗ ความเดิมพระราช บัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.๒๕๒๑ มาตรา ๑๓ (๔) เดิมระบุว่า (๔) อนุญาตให้ผู้อื่นใช้สิทธิตาม (๑) หรือ (๒) โดยจะก�ำหนดเงื่อนไขอย่างหนึ่งอย่างใดด้วย หรือไม่ก็ได้ มาตรา ๑๕ (๕) มีค�ำพิพากษาฎีกาที่เกี่ยวข้องดังต่อไปนี้ ฎีกาที่ ๘๓๓๐/๒๕๔๙ พระราชบัญญัติ ลิขสิทธิ์ พ.ศ.๒๕๓๗ มาตรา ๑๕ (๕) มิได้บัญญัติ ให้สัญญาอนุญาตให้ใช้ลิขสิทธิ์ต้องท�ำเป็นหนังสือ ต่างกับพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. ๒๕๓๔ ที่มาตรา ๖๘ วรรคสอง บัญญัติให้สัญญา อนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้าต้องท�ำเป็นหนังสือ และจดทะเบียนต่อนายทะเบียนเครื่องหมายการค้า ฎีกาที่ ๘๔๕๑/๒๕๕๑
คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ - 40 - การพิจารณาว่าเงื่อนไขตามวรรคหนึ่ง (๕) จะเป็นการจ�ำกัดการ แข่งขันโดยไม่เป็นธรรมหรือไม่ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไข ที่ก�ำหนดในกฎกระทรวง (มาตรา ๑๕ วรรคสอง เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗ มาตรา ๑๕ วรรคสอง โปรดดูกฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๔๐) ก�ำหนดเรื่องเงื่อนไขในการอนุญาต ให้ผู้อื่นใช้สิทธิตามนี้) มาตรา ๑๕ วรรคสอง มีค�ำพิพากษาฎีกาที่เกี่ยวข้องดังต่อไปนี้ ฎีกาที่ ๘๓๓๐/๒๕๔๙ มาตรา ๑๖ ในกรณีที่เจ้าของลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้ได้ อนุญาตให้ผู้ใดใช้สิทธิตามมาตรา ๑๕(๕) ย่อมไม่ตัดสิทธิของเจ้าของ ลิขสิทธิ์ที่จะอนุญาตให้ผู้อื่นใช้สิทธินั้นได้ด้วย เว้นแต่ในหนังสืออนุญาตได้ ระบุเป็นข้อห้ามไว้ (มาตรา ๑๖ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗ เป็นความเดิมพระราช บัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.๒๕๒๑ เดิมระบุว่า มาตรา ๑๔ ในกรณีที่เจ้าของลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้อนุญาตให้ผู้ใดใช้สิทธิตามมาตรา ๑๓ (๔) ถ้ามิได้ตกลงเป็นหนังสือก�ำหนดเงื่อนไขอย่างใดโดยเฉพาะ ให้ถือว่าเป็นการอนุญาตให้ใช้สิทธิ นั้นโดยไม่ตัดสิทธิของเจ้าของลิขสิทธิ์ที่จะอนุญาตให้ผู้อื่นใช้สิทธินั้นอีก) มาตรา ๑๖ มีค�ำพิพากษาฎีกาที่เกี่ยวข้องดังต่อไปนี้ แสดงว่าโจทก์ที่ ๑ และจ�ำเลยที่ ๑ มิได้มีเจตนาซื้อ และขายลิขสิทธิ์นวนิยายเรื่องดังกล่าว ต่อกันใน ลักษณะโอนลิขสิทธิ์เด็ดขาดแต่เป็นการซื้อขาย ลิขสิทธิ์เป็นการเฉพาะคราวเพื่อให้โจทก์ที่ ๑ น�ำไป สร้างภาพยนตร์และน�ำไปออกรายการวิทยุและ โทรทัศน์เพียงครั้งเดียวเท่านั้น เมื่อโจทก์ที่ ๑ เป็นเพียงผู้ได้รับอนุญาต ให้ใช้ลิขสิทธิ์เป็นการเฉพาะคราว การที่โจทก์ที่ ๑ น�ำนวนิยายเรื่องดังกล่าวไปสร้างเป็นภาพยนตร์ ออกฉายเผยแพร่แล้ว สิทธิของโจทก์ที่ ๑ ในนวนิยาย เรื่องดังกล่าวจึงเป็นอันระงับไป จ�ำเลยที่ ๑ ย่อมมี ฎีกาที่ ๗๗๑๓/๒๕๔๐ สัญญาซื้อขาย ลิขสิทธิ์นวนิยายเรื่องเพชรพระอุมาและเรื่องกุหลาบ ไฟระบุไว้โดยชัดแจ้งว่าจ�ำเลยที่ ๑ ตกลงขาย นวนิยายเรื่องดังกล่าวให้แก่โจทก์ที่ ๑ แต่ผู้เดียว เพื่อให้โจทก์ที่ ๑ น�ำไปสร้างเป็นภาพยนตร์และ ออกเป็นรายการวิทยุหรือโทรทัศน์ หมายเหตุต่อ ท้ายสัญญาอีกใจความว่า ในกรณีที่โจทก์ที่ ๑ ไม่ สามารถที่จะสร้างภาพยนตร์ทั้งสองเรื่องนี้ได้ โจทก์ ที่ ๑ มีสิทธิที่จะขายบทประพันธ์ทั้งสองเรื่องนี้ให้ แก่ผู้อื่นได้ แต่ต้องแบ่งส่วนแบ่งผลก�ำไรในการซื้อ ขายบทประพันธ์ให้แก่จ�ำเลยที่ ๑ ครึ่งหนึ่ง เช่นนี้
คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ - 41 - สิทธิที่จะอนุญาตให้จ�ำเลยที่ ๒ น�ำบทประพันธ์ นวนิยายเรื่องดังกล่าวไปสร้างเป็นละครโทรทัศน์ หรือภาพยนตร์โทรทัศน์หรือแถบบันทึกเสียงได้ การที่โจทก์ทั้งสองให้ข่าวแก่ผู้สื่อข่าว เพื่อตีพิมพ์ในนิตยสารและหนังสือพิมพ์รายวัน วิจารณ์ระหว่างโจทก์ที่ ๑ กับจ�ำเลยที่ ๑ ใครควร มีสิทธิในบทประพันธ์เรื่องเพชรพระอุมาดีกว่ากัน มีเจตนาเพียงต้องการชี้แจงข้อเท็จจริงต่อสื่อมวลชน เพื่อปกป้องสิทธิของตนเอง จึงไม่เป็นการละเมิด ต่อจ�ำเลยที่ ๑ ฎีกาที่ ๓๙๗๒/๒๕๓๒ จ�ำเลยทั้งเก้า พิมพ์หนังสือแบบเรียนตามฟ้องในระหว่างวันที่ ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๑๙ ถึงวันที่ ๙ มิถุนายน ๒๕๒๑ เป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ของโจทก์ เช่นนี้ กฎหมายที่ ใช้บังคับแก่คดีคือพ.ร.บ.คุ้มครองวรรณกรรมและ ศิลปกรรม พ.ศ. ๒๔๗๔ เพราะมูลกรณีแห่งคดีนี้ เกิดขึ้นในขณะที่ พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๒๑ ยังไม่ใช้บังคับ โจทก์เคยอนุญาตให้กรมการปกครอง จัดพิมพ์หนังสือแบบเรียนชั้นประถมศึกษาใน ระหว่างปี พ.ศ. ๒๕๑๐ ถึง ๒๕๑๖ โดยไม่คิดค่า ลิขสิทธิ์ และหนังสือแบบเรียนที่จ�ำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๗ พิมพ์ขึ้นนั้น ด้านหน้าก็มีข้อความระบุว่า “ของ กระทรวงศึกษาธิการ” ในหน้าแรกมีถ้อยค�ำว่า “ส�ำหรับแจกเด็กนักเรียนห้ามขาย” พฤติการณ์ เหล่านี้ จ�ำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๗ ย่อมเข้าใจว่าโรงพิมพ์ ส่วนท้องถิ่นนาย พ. และกรมการปกครองได้รับ อนุญาตจากโจทก์ให้พิมพ์หนังสือแบบเรียนดังกล่าว ได้ จ�ำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๗ จึงมิได้จงใจละเมิดลิขสิทธิ์ ของโจทก์ ฎีกาที่ ๗๓๙/๒๕๔๓ ตามสัญญาซื้อขาย ฟิล์มภาพยนตร์มีข้อความว่า ข้อ ๑. ผู้ขายเป็น เจ้าของลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียวในเขต ๘ จังหวัด และกากฟิล์มชานเมืองขนาด ๓๕ มม. ตามข้อ สัญญาอนุญาตให้โจทก์ร่วมใช้ลิขสิทธิ์ภาพยนตร์ พิพาทชั่วในระยะเวลาหนึ่งและเฉพาะในเขตพื้นที่ ตามสัญญาเท่านั้น เจ้าของลิขสิทธิ์ภาพยนตร์ยังคง เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์อยู่ การที่โจทก์ร่วมได้รับอนุญาต จากผู้สร้างสรรค์ให้ใช้ลิขสิทธิ์ภาพยนตร์พิพาทแล้ว ขายต่อให้จ�ำเลยจึงหมายถึงการขายฟิล์มภาพยนตร์ ทั้ง ๑๒ เรื่อง เพื่อให้จ�ำเลยน�ำไปฉายในจังหวัด ต่างๆ กรณีจึงมิใช่ผู้สร้างสรรค์อันเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ โอนลิขสิทธิ์ของตนให้แก่บุคคลอื่นทั้งหมดหรือบาง ส่วนอันจะต้องท�ำเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้โอน และผู้รับโอนตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗ มาตรา ๑๗ วรรคสาม จ�ำเลยจะอ้างว่าโจทก์ ร่วมมิใช่เจ้าของลิขสิทธิ์ไม่มีอ�ำนาจโอนขายลิขสิทธิ์ ฟิล์มภาพยนตร์ และจ�ำเลยส�ำคัญผิดในสาระส�ำคัญ ของนิติกรรมตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา ความแพ่ง มาตรา ๑๕๖ ไม่ได้ จ�ำเลยออกเช็คช�ำระ หนี้ค่าฟิล์มภาพยนตร์แก่โจทก์ จึงเป็นการช�ำระหนี้ ที่มีอยู่จริงและบังคับได้ตามกฎหมาย ฎีกาที่ ๘๗๑๖/๒๕๔๗ โจทก์ที่ ๑ ท�ำ สัญญาขายลิขสิทธิ์เพลงให้แก่จ�ำเลยเป็นจ�ำนวนเงิน ๒๐๐,๐๐๐ บาท และท�ำบันทึกต่อท้ายสัญญาว่า หากจ�ำเลยได้ขายหรือให้ใช้ลิขสิทธิ์ในงานเพลงดัง กล่าว จ�ำเลยจะแบ่งผลประโยชน์แก่โจทก์ที่ ๑ จ�ำนวน ๕๐ เปอร์เซ็นต์ของจ�ำนวนเงินที่ได้รับจาก การขายหรือให้ใช้ลิขสิทธิ์ ลักษณะเช่นนี้ไม่ใช่เรื่อง ที่โจทก์ที่ ๑ กับจ�ำเลยตกลงท�ำกิจการร่วมกันด้วย ประสงค์จะแบ่งก�ำไรอันจะพึงได้แต่กิจการที่ท�ำนั้น อันมีลักษณะเป็นสัญญาจัดตั้งห้างหุ้นส่วนตาม
คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ - 42 - ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๐๑๒ ฉะนั้นจึงฟังไม่ได้ว่าสัญญาซื้อขายลิขสิทธิ์ เพลงดังกล่าวได้ท�ำขึ้นโดยเจตนาลวงของโจทก์ที่ ๑ กับจ�ำเลยซึ่งมีเจตนาจะอ�ำพรางสัญญาเข้าเป็น หุ้นส่วนตามที่โจทก์ที่ ๑ อ้าง แต่เป็นสัญญาโอน ลิขสิทธิ์ในงานเพลงดังกล่าว ฎีกาที่ ๘๓๓๐/๒๕๔๙ ฎีกาที่ ๑๐๗๑๑/๒๕๕๐ จ�ำเลยที่ ๑ ส่งหนังสือเรื่องแจ้งต่อสัญญาอนุญาตใช้ลิขสิทธิ์ เพลงให้แก่โจทก์ทางโทรสารโดยมีข้อความแสดง เจตนาของจ�ำเลยที่ ๑ ว่า “โดยหนังสือฉบับนี้ ข้าพเจ้าฯ ขอแจ้งให้ท่านทราบว่าข้าพเจ้าประสงค์ จะใช้ลิขสิทธิ์เพลงท�ำเพลงเพื่อผลิตและจ�ำหน่าย ต่อไปอีก ๑๑ ปี ตามสัญญาประนีประนอมฯ ใน ข้อ ๗...” เมื่อจ�ำเลยที่ ๑ ส่งโทรสารถึงโจทก์ก่อน หมดระยะเวลา ๖ เดือน ว่าประสงค์จะใช้ลิขสิทธิ์ เพลงต่อไปอีก ๑๑ ปี จึงเป็นการสนองรับค�ำเสนอ ของโจทก์ภายในก�ำหนดแล้ว สัญญาให้ใช้ลิขสิทธิ์ เพลงระหว่างโจทก์กับจ�ำเลยที่ ๑ จึงเกิดขึ้นใหม่ ตามเงื่อนไขและวิธีการที่ระบุในสัญญาให้ใช้ลิขสิทธิ์ เพลงฉบับเดิม โดยไม่จ�ำต้องท�ำสัญญาให้ใช้ลิขสิทธิ์ เพลงกันใหม่เป็นหนังสืออีก ฎีกาที่ ๕๓๐๕/๒๕๕๐ คดีแพ่งที่จะ ถือว่าเกี่ยวเนื่องกับคดีอาญาต้องเป็นคดีแพ่งที่มี มูลมาจากคดีอาญาซึ่งโดยปกติหมายถึงการกระ ท�ำที่ก่อให้เกิดความรับผิดทางแพ่งและทางอาญา โดยอาศัยกฎเกณฑ์ความรับผิดเป็นท�ำนอง เดียวกัน ในคดีนี้จ�ำเลยทั้งสามจะรับผิดช�ำระค่า เสียหายแก่โจทก์ทั้งสองหรือไม่ ถือสัญญาอนุญาต ให้ใช้ลิขสิทธิ์เป็นเกณฑ์ความผิดกล่าวคือ หาก โจทก์ที่ ๒ ซึ่งเป็นจ�ำเลยในคดีอาญาดังกล่าวมี สิทธิตามสัญญาอนุญาตให้ใช้ลิขสิทธิ์แล้ว การเผย แพร่งานเพลงต่อสาธารณชนเพื่อการค้าก็ไม่เป็น ความผิดฐานละเมิดลิขสิทธิ์ ความรับผิดของ จ�ำเลยทั้งสามในทางแพ่งตามที่โจทก์ทั้งสองฟ้อง ในคดีนี้จึงไม่ต้องอาศัยมูลความผิดทางอาญาใน ความผิดต่อพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ฯ ในคดีอาญา ที่โจทก์ที่ ๒ เป็นจ�ำเลยดังกล่าว คดีนี้จึงไม่ใช่คดี แพ่งเกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา ศาลจ�ำต้องถือข้อเท็จ จริงตามที่ปรากฏในค�ำพิพากษาคดีส่วนอาญามา ใช้ในการพิพากษาคดีส่วนแพ่งตาม ประมวล กฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๔๖ ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลทรัพย์สินทาง ปัญญาและการค้าระหว่างประเทศฯ มาตรา ๒๖ ฎีกาที่ ๔๕๘๘/๒๕๕๒
คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ - 43 - มาตรา ๑๗ ลิขสิทธ์นั้นย่อมโอนให้แก่กันได้ เจ้าของลิขสิทธิ์อาจโอนลิขสิทธิ์ของตนทั้งหมดหรือแต่บางส่วนให้ แก่บุคคลอื่นได้ และจะโอนให้โดยมีก�ำหนดเวลาหรือตลอดอายุแห่งการ คุ้มครองลิขสิทธิ์ก็ได้ (มาตรา ๑๗ วรรคสอง แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗ เป็นความเดิม พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๒๑ มาตรา ๑๕ วรรคสอง ดังนี้ การโอนลิขสิทธิ์ให้แก่บุคคลอื่น เจ้าของลิขสิทธิ์จะโอนให้ทั้งหมดหรือแต่บางส่วนและจะโอน ให้โดยมีก�ำหนดเวลาหรือตลอดอายุแห่งการคุ้มครองลิขสิทธิ์ก็ได้) การโอนลิขสิทธิ์ตามวรรคสองซึ่งมิใช่ทางมรดกต้องท�ำเป็นหนังสือ ลงลายมือชื่อผู้โอนและผู้รับโอน ถ้าไม่ได้ก�ำหนดระยะเวลาไว้ในสัญญาโอน ให้ถือว่าเป็นการโอนมีก�ำหนดระยะเวลาสิบปี (มาตรา ๑๗ วรรคสาม แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.๒๕๓๗ ความเดิม พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๒๑ เดิมระบุว่า การโอนลิขสิทธิ์โดยทางอื่นนอกจากทางมรดก ต้องท�ำเป็นหนังสือ มาตรา ๑๗ วรรคสาม นี้มีค�ำพิพากษาฎีกาที่เกี่ยวข้องดังตัวอย่างต่อไปนี้ ฎีกาที่ ๘๔๖/๒๕๓๔ จ�ำเลยอ้างว่า โจทก์ ขายลิขสิทธิ์ในเพลงพิพาทแต่จ�ำเลยไม่มีหลักฐาน การซื้อขายมาแสดง ซึ่งพระราชบัญญัติคุ้มครอง วรรณกรรมและศิลปกรรม พ.ศ. ๒๔๗๔ ที่ใช้บังคับ อยู่ในขณะนั้นมาตรา ๑๓ บัญญัติว่าการโอนลิขสิทธิ์ ไม่สมบูรณ์ เว้นแต่จะได้ท�ำเป็นหนังสือ จึงฟังไม่ ได้ว่าโจทก์ขายลิขสิทธิ์ในเพลงพิพาทให้ ป. โจทก์ ย่อมเป็นผู้เสียหายและมีอ�ำนาจฟ้องจ�ำเลย ลิขสิทธิ์แม้จะเป็นทรัพย์สินอย่างหนึ่ง แต่เป็นทรัพย์สินที่มีลักษณะพิเศษแตกต่างจาก อสังหาริมทรัพย์และสังหาริมทรัพย์ การได้มาซึ่ง ลิขสิทธิ์จะได้มาโดยทางใดได้บ้างเป็นเรื่องที่มี กฎหมายบัญญัติไว้โดยเฉพาะแล้ว เมื่อไม่มีกฎหมาย ให้สิทธิแก่ผู้ใดได้มาซึ่งลิขสิทธิ์โดยการครอบครอง ปรปักษ์ จ�ำเลยจึงไม่อาจอ้างว่าได้ลิขสิทธิ์ในเพลง พิพาทมาโดยการครอบครองปรปักษ์ ฎีกาที่ ๔๐๘/๒๕๑๐ ตามพระราชบัญญัติ คุ้มครองวรรณกรรมฯ มาตรา ๔ ค�ำว่า เพลงดนตรี ย่อมหมายถึงท�ำนองเพลง โดยมีค�ำร้องหรือเนื้อร้อง หรือไม่ก็ได้ เมื่อโจทก์เป็นผู้ประพันธ์ท�ำนองบุคคล อื่นประพันธ์เนื้อร้องได้โอนลิขสิทธิ์ให้โจทก์ โจทก์ จึงมีลิขสิทธิ์ในเพลงดนตรีทั้งเนื้อร้องและท�ำนอง เมื่อจ�ำเลยได้น�ำเนื้อร้องไปพิมพ์จ�ำหน่ายโดยมิได้ รับอนุญาต ย่อมละเมิดลิขสิทธิ์ของโจทก์
คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ - 44 - ฎีกาที่ ๑๕๓๓/๒๕๓๖ ใบรับรองการ โอนลิขสิทธิ์ท�ำขึ้นภายหลังหนังสือโอนลิขสิทธิ์ ไม่มี ผลให้โจทก์ร่วมเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในภาพยนตร์ พิพาท เพราะขณะโอนบริษัทดังกล่าวยังมิได้เป็น มาตรา ๑๘ ผู้สร้างสรรค์งานอันมีลิขสิทธิ์ตามพระราช บัญญัตินี้มี สิทธิที่จะแสดงว่าตนเป็นผู้สร้างสรรค์งานดังกล่าว และมีสิทธิที่จะห้ามมิให้ ผู้รับโอนลิขสิทธิ์หรือบุคคลอื่นใดบิดเบือน ตัดทอน ดัดแปลงหรือท�ำโดย ประการอื่นใดแก่งานนั้นจนเกิดความเสียหายต่อชื่อเสียง หรือเกียรติคุณ ของผู้สร้างสรรค์ และเมื่อผู้สร้างสรรค์ถึงแก่ความตายทายาทของผู้ สร้างสรรค์มีสิทธิที่จะฟ้องร้องบังคับตามสิทธิดังกล่าวได้ตลอดอายุแห่ง การคุ้มครองลิขสิทธิ์ ทั้งนี้ เว้นแต่จะได้ตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่น เป็นลาย ลักษณ์อักษร (มาตรา ๑๘ เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗) มาตรา ๑๘ นี้มีค�ำพิพากษาฎีกาที่เกี่ยวข้องดังตัวอย่างต่อไปนี้ เจ้าของลิขสิทธิ์ในภาพยนตร์นั้น โจทก์ร่วมจึงไม่ใช่ ผู้เสียหาย ไม่มีอ�ำนาจร้องทุกข์ โจทก์และโจทก์ร่วม ไม่มีอ�ำนาจฟ้อง ฎีกา ๗๓๙-๗๔๐/๒๕๔๓ ฎีกาที่ ๑๙๐๘/๒๕๔๖ ฎีกาที่ ๕๒๕๙/๒๕๔๙ ฎีกาที่ ๕๙๔๑/๒๕๔๑ สัญญาซื้อขาย ลิขสิทธิ์บทเพลงพิพาทของโจทก์ ท�ำขึ้นระหว่าง พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๒๑ ใช้บังคับ พิจารณาตามบทบัญญัติพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ มาตรา ๑๕ วรรคสอง มาตรา ๑๖ วรรคแรก, มาตรา ๑๘ และมาตรา ๑๙ ได้ความว่าโจทก์เป็น ผู้รับโอนลิขสิทธิ์ตลอดอายุแห่งลิขสิทธิ์ของ ผู้สร้างสรรค์ ด.เมื่อขณะพิจารณาคดี ด. ยังมีชีวิต อยู่ โจทก์ย่อมมีสิทธิในงานตามกฎหมายจึงเป็น ผู้เสียหายที่จะด�ำเนินคดีแก่จ�ำเลย
คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ - 45 - ส่วนที่ ๔ อายุแห่งการคุ้มครองลิขสิทธิ์ ------------------- มาตรา ๑๙ ภายใต้บังคับมาตรา ๒๑ และมาตรา ๒๒ ลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัตินี้ให้มีอยู่ตลอดอายุของผู้สร้างสรรค์ และมีอยู่ต่อไป อีกเป็นเวลาห้าสิบปีนับแต่ผู้สร้างสรรค์ถึงแก่ความตาย มาตรา ๑๙ วรรคหนึ่ง มีค�ำพิพากษาฎีกาที่เกี่ยวข้องดังต่อไปนี้ ในกรณีที่มีผู้สร้างสรรค์ร่วมลิขสิทธิ์ในงานดังกล่าวให้มีอยู่ตลอดอายุ ของผู้สร้างสรรค์ร่วม และมีอยู่ต่อไปอีกเป็นเวลาห้าสิบปีนับแต่ผู้สร้างสรรค์ ร่วมคนสุดท้ายถึงแก่ความตาย ถ้าผู้สร้างสรรค์หรือผู้สร้างสรรค์ร่วมทุกคนถึงแก่ความตายก่อนที่ ได้มีการโฆษณางานนั้น ให้ลิขสิทธิ์ดังกล่าวมีอายุห้าสิบปีนับแต่ได้มีการ โฆษณาเป็นครั้งแรก (มาตรา ๑๙ วรรคสาม เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗) ฎีกาที่ ๓๐๔๕/๒๕๕๑ ฎีกาที่ ๑๐๕๑๕/๒๕๕๑ งานอันมีลิขสิทธิ์ ของผู้อื่นนั้นต้องเป็นงานสร้างสรรค์ที่กฎหมาย ลิขสิทธิ์ให้ความคุ้มครองโดยได้มาตามเงื่อนไขของ กฎหมาย และต้องอยู่ในอายุแห่งการคุ้มครอง ลิขสิทธิ์ด้วย การที่จะรู้ว่างานสร้างสรรค์ใดของ นิติบุคคลผู้สร้างสรรค์ยังอยู่ในอายุแห่งการคุ้มครอง ลิขสิทธิ์อยู่หรือไม่ ต้องรู้ว่างานสร้างสรรค์นั้นมีการ โฆษณางานครั้งแรกเมื่อใด เนื่องจากมาตรา ๑๙ วรรคท้าย บัญญัติว่า “ในกรณีที่ผู้สร้างสรรค์เป็น นิติบุคคล ให้ลิขสิทธิ์มีอายุห้าสิบปีนับแต่ผู้สร้างสรรค์ ได้สร้างสรรค์ขึ้น แต่ถ้าได้มีการโฆษณางานนั้นใน ระหว่างระยะเวลาดังกล่าว ให้ลิขสิทธิ์มีอายุห้าสิบ ปีนับแต่ได้มีการโฆษณาเป็นครั้งแรก” เมื่อโจทก์ไม่ ได้บรรยายฟ้องว่างานที่นิติบุคคลเป็นผู้สร้างสรรค์ มีการโฆษณางานครั้งแรกเมื่อใดซึ่งเป็นส่วนสาระ ส�ำคัญ แม้จ�ำเลยให้การรับสารภาพ ศาลก็ต้อง พิพากษายกฟ้องตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาล ทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ มาตรา ๒๖ ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา ความอาญา มาตรา ๑๘๕ วรรคหนึ่ง
คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ - 46 - ในกรณีที่ผู้สร้างสรรค์เป็นนิติบุคคล ให้ลิขสิทธิ์มีอายุห้าสิบปีนับแต่ ผู้สร้างสรรค์ได้สร้างสรรค์ขึ้น แต่ถ้าได้มีการโฆษณางานนั้นในระหว่างระยะ เวลาดังกล่าว ให้ลิขสิทธิ์มีอายุห้าสิบปีนับแต่ได้มีการโฆษณาเป็น ครั้งแรก มาตรา ๒๐ งานอันมีลิขสิทธิ์ตามพระราช บัญญัตินี้ที่ได้สร้างสรรค์ ขึ้นโดยผู้สร้างสรรค์ใช้นามแฝงหรือไม่ปรากฏชื่อผู้สร้างสรรค์ ให้ลิขสิทธิ์ มีอายุห้าสิบปีนับแต่ได้สร้างสรรค์งานนั้นขึ้น แต่ถ้าได้มีการโฆษณางานนั้น ในระหว่างระยะเวลาดังกล่าว ให้ลิขสิทธิ์อายุห้าสิบปีนับแต่ได้มีการโฆษณา เป็นครั้งแรก ในกรณีที่รู้ตัวผู้สร้างสรรค์ ให้น�ำมาตรา ๑๙ มาใช้บังคับโดยอนุโลม (มาตรา ๒๐ วรรคหนึ่ง แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗ เป็นความเดิม พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๒๑ มาตรา ๑๗ ดังนี้ มาตรา ๑๗ งานอันมีลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้ที่ได้สร้างสรรค์ขึ้นโดยผู้สร้างสรรค์ใช้ นามแฝงหรือไม่ปรากฏชื่อผู้สร้างสรรค์ ให้ลิขสิทธิ์มีอยู่เป็นเวลาห้าสิบปีนับแต่ได้สร้างสรรค์งานนั้นขึ้น แต่ถ้าได้มีการโฆษณางานนั้นในระหว่างระยะเวลาดังกล่าว ให้ลิขสิทธิ์มีอยู่ต่อไปอีกเป็นเวลาห้าสิบปีนับ แต่ได้มีการโฆษณาเป็นครั้งแรก ในกรณีที่รู้ตัวผู้สร้างสรรค์ ให้น�ำมาตรา ๑๖ มาใช้บังคับโดยอนุโลม) มาตรา ๒๑ ลิขสิทธิ์ในงานภาพถ่าย โสตทัศนวัสดุ ภาพยนตร์ สิ่งบันทึกเสียง หรืองานแพร่ เสียงแพร่ภาพให้มีอายุห้าสิบปีนับแต่ได้ สร้างสรรค์งานนั้นขึ้น แต่ถ้าได้มีการโฆษณางานนั้น ในระหว่างระยะเวลา ดังกล่าว ให้ลิขสิทธิ์อายุห้าสิบปีนับแต่ได้มีการโฆษณาเป็นครั้งแรก มาตรา ๒๑ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.๒๕๓๗ เป็นความเดิมพระราช บัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.๒๕๒๑ มาตรา ๑๘ ดังนี้ มาตรา ๑๘ ลิขสิทธิ์ในงานภาพถ่าย โสตทัศนวัสดุ ภาพยนตร์ หรืองานแพร่เสียงแพร่ภาพ ให้ มีอยู่เป็นเวลาห้าสิบปีนับแต่ได้สร้างสรรค์งานนั้นขึ้น แต่ถ้าได้มีการโฆษณางานนั้น ในระหว่างระยะเวลา ดังกล่าว ให้ลิขสิทธิ์มีอยู่เป็นเวลาห้าสิบปีนับแต่ได้มีการโฆษณาเป็นครั้งแรก
คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ - 47 - มาตรา ๒๒ ลิขสิทธิ์ในงานศิลปประยุกต์ให้มีอายุยี่สิบห้าปีนับแต่ได้ สร้างสรรค์งานนั้นขึ้น แต่ถ้าได้มีการโฆษณางานนั้นในระหว่างระยะเวลาดัง กล่าว ให้ลิขสิทธิ์มีอายุยี่สิบห้าปีนับแต่ได้มีการโฆษณาเป็นครั้งแรก (มาตรา ๒๒ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.๒๕๓๗ เป็นความเดิมพระราช บัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.๒๕๒๑ มาตรา ๑๙ ดังนี้ “มาตรา ๑๙ ลิขสิทธิ์ในงานศิลปประยุกต์ให้มีอยู่เป็นเวลายี่สิบห้าปีนับแต่ได้สร้างสรรค์งาน นั้นขึ้น แต่ถ้าได้มีการโฆษณางานนั้นในระหว่างระยะเวลาดังกล่าว ให้ลิขสิทธิ์มีอยู่เป็นเวลาอายุยี่สิบห้า ปีนับแต่ได้มีการโฆษณาเป็นครั้งแรก”) มาตรา ๒๒ มีค�ำพิพากษาฎีกาเกี่ยวข้องดังต่อไปนี้ ฎีกาที่ ๕๗๕๖/๒๕๕๑ มาตรา ๒๓ ลิขสิทธิ์ในงานที่ได้สร้างสรรค์ขึ้นโดยการจ้างหรือตาม ค�ำสั่งหรอในความควบคุมตามมาตรา ๑๔ ให้มีอายุห้าสิบปีนับแต่ได้สร้างสรรค์ ื งานนั้นขึ้น แต่ถ้าได้มีการโฆษณางานนั้น ในระหว่างระยะเวลาดังกล่าว ให้ ลิขสิทธิ์มีอายุห้าสิบปีนับแต่ได้มีการโฆษณาเป็นครั้งแรก (มาตรา ๒๓ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.๒๕๓๗ เป็นความเดิมพระราช บัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.๒๕๒๑ มาตรา ๒๐ ดังนี้ “มาตรา ๒๐ ลิขสิทธิ์ในงานที่ได้สร้างสรรค์ขึ้นโดยการจ้างหรือตามค�ำสั่งหรือในความควบคุม ตามมาตรา ๑๒ ให้มีอยู่เป็นเวลาห้าสิบปีนับแต่ได้สร้างสรรค์งานนั้นขึ้น แต่ถ้าได้มีการโฆษณางานนั้น ใน ระหว่างระยะเวลาดังกล่าว ให้ลิขสิทธิ์มีอยู่เป็นเวลาห้าสิบปีนับแต่ได้มีการโฆษณาเป็นครั้งแรก”) มาตรา ๒๔ การโฆษณางานตามมาตรา ๑๙ มาตรา ๒๐ มาตรา ๒๑ มาตรา ๒๒ หรือมาตรา ๒๓ อันเป็นการเริ่มนับอายุแห่งการคุ้มครองลิขสิทธิ์ หมายความถึง การน�ำงานออกท�ำการโฆษณา โดยความยินยอมของเจ้าของ ลิขสิทธิ์ (มาตรา ๒๔ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗ เป็นความเดิมพระราช บัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๒๑ มาตรา ๒๗ ดังนี้ “มาตรา ๒๗ การกระท�ำอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้แก่งานอันมีลิขสิทธิ์ตามพระราช บัญญัตินี้ ให้ถือว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์”)
คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ - 48 - มาตรา ๒๕ เมื่ออายุแห่งการคุ้มครองลิขสิทธิ์ครบก�ำหนดในปีใด ถ้า วันครบก�ำหนดอายุแห่งการคุ้มครองลิขสิทธิ์ไม่ตรงกับวันสิ้นปีปฏิทิน หรือ ในกรณีที่ไม่อาจทราบวันครบก�ำหนดอายุแห่งการคุ้มครองลิขสิทธิ์ที่ แน่นอน ให้ลิขสิทธิ์ยังคงมีอยู่ต่อไปจนถึงวันสิ้นปีปฏิทินของปีนั้น มาตรา ๒๖ การน�ำงานอันมีลิขสิทธิ์ออกท�ำการโฆษณาภายหลังจาก ที่อายุแห่งการคุ้มครองลิขสิทธิ์สิ้นสุดลงไม่ก่อให้เกิดลิขสิทธิ์ในงานนั้น ๆ ขึ้นใหม่