The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หนังสือคำอธิบาย พรบ ลิขสิทธิ์ By Prof Dej-Udom Krairit

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Dej-Udom Krairit, 2023-02-13 11:06:03

หนังสือคำอธิบาย พรบ ลิขสิทธิ์

หนังสือคำอธิบาย พรบ ลิขสิทธิ์ By Prof Dej-Udom Krairit

คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ - 99 - มาตรา ๓๘ การวาดเขียน การเขียนระบายสี การแกะลายเส้น การ ปั้น การแกะสลัก การพิมพ์ภาพ การถ่ายภาพ การถ่ายภาพยนตร์หรือการ แพร่ภาพซึ่งงานสถาปัตยกรรมใด มิให้ถือว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ในงาน สถาปัตยกรรมนั้น มาตรา ๓๙ การถ่ายภาพหรือการถ่ายภาพยนตร์หรือการแพร่ภาพ ซึ่งงานใดๆ อันมีศิลปกรรมใดรวมอยู่เป็นส่วนประกอบด้วย มิให้ถอว่าเป็นการ ื ละเมิดลิขสิทธิ์ในศิลปกรรมนั้น มาตรา ๔๐ ในกรณีที่ลิขสิทธิ์ในศิลปกรรมใดมีบุคคลอื่นนอกจากผู้ สร้างสรรค์เป็นเจ้าของอยู่ด้วยการที่ผู้สร้างสรรค์คนเดียวกันได้ท�ำศิลปกรรม นั้นอีกในภายหลังในลักษณะที่เป็นการท�ำซ�้ำบางส่วนกับ ศิลปกรรมเดิม หรือ ใช้แบบพิมพ์ ภาพร่าง แผนผัง แบบจ�ำลอง หรือข้อมูลที่ได้จากการศึกษาที่ ใช้ในการท�ำศิลปกรรมเดิม ถ้าปรากฏว่าผู้สร้างสรรค์มิได้ท�ำซ�้ำหรือลอกแบบ ในส่วนอันเป็นสาระส�ำคัญของศิลปกรรมเดิม มิให้ถือว่าเป็นการละเมิด ลิขสิทธิ์ในศิลปกรรมนั้น มาตรา ๔๑ อาคารใดเป็นงานสถาปัตยกรรมอันมีลิขสิทธิ์ตามพระ ราชบัญญัตินี้ การบูรณะ อาคารนั้นในรูปแบบเดิม มิให้ถือว่าเป็นการ ละเมิดลิขสิทธิ์ มาตรา ๔๒ ในกรณีที่อายุแห่งการคุ้มครองลิขสิทธิ์ในภาพยนตร์ใด สินสุดลงแล้ว มิให้ ถ ้อว่าการน� ืำภาพยนตร์นันเผยแพร่ต่อสาธาร้ณชนเป็นการ ละเมิดลิขสิทธิ์ในวรรณกรรม นาฏกรรม ศิลปกรรม ดนตรีกรรม โสตทัศน วัสดุ สิ่งบันทึกเสียงหรืองานที่ใช้จัดท�ำภาพยนตร์นั้น


คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ - 100 - (มาตรา ๔๒ แก้ไขเพิ่มโดยโดยพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗ เป็นความเดิมพระราช บัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๒๑ มาตรา ๔๐ เดิมระบุว่า “มาตรา ๔๐ ในกรณีที่อายุแห่งการคุ้มครองลิขสิทธิ์ในภาพยนตร์ใดสิ้นสุดลงแล้ว มิให้ถือว่า การน�ำภาพยนตร์นั้นออกโฆษณาเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ในวรรณกรรม นาฏกรรม ศิลปกรรม ดนตรีกรรม โสตทัศนวัตถุ หรืองานที่ใช้จัดท�ำภาพยนตร์นั้น”) (๒) มาตรา ๔๒ มีค�ำพิพากษาฎีกาที่เกี่ยวข้องดังนี้ ฎีกาที่ ๑๒๙๕/๒๕๓๕ ค ดี ค ว า ม ผิ ด เกี่ยวกับลิขสิทธิ์ระหว่างประเทศซึ่งโจทก์บรรยาย ฟ้องว่าบริษัท ท. เป็นนิติบุคคลตามกฎหมายของ เมืองฮ่องกงซึ่งเป็นอาณานิคมของประเทศอังกฤษ เป็นผู้สร้างสรรค์และเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในภาพยนตร์ ตามฟ้อง ซึ่งได้น�ำภาพยนตร์ดังกล่าวออกโฆษณา เผยแพร่ครั้งแรกในเมืองฮ่องกง แต่โจทก์มิได้บรรยาย ฟ้องว่าภาพยนตร์ดังกล่าวเป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ตาม กฎหมายของเมืองฮ่องกงมาด้วย ฟ้องโจทก์จึงขาด ข้อความส�ำคัญที่จะแสดงให้เห็นว่าภาพยนตร์ตาม ฟ้องมีสิทธิ์ที่จะได้รับความคุ้มครองตามมาตรา ๔๒ แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๒๑ ซึ่งเป็นข้อ เท็จจริงและรายละเอียดที่จ�ำเป็นส�ำหรับการฟ้อง คดีอาญา ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา ความอาญา มาตรา ๑๕๘ ฎีกาที่ ๕๔๒๙/๒๕๓๓ คดีความผิดเกี่ยว กับลิขสิทธิ์ระหว่างประเทศ โจทก์บรรยายฟ้องแต่ เพียงว่าภาพยนตร์ตามฟ้องเป็นลิขสิทธิ์ของโจทก์ ร่วมซึ่งเป็นนิติบุคคลในเมืองฮ่องกงอันเป็นดินแดน ในอารักขาของประเทศสหราชอาณาจักรบริเตนใหญ่ และไอร์แลนด์เหนือ และเป็นภาคีแห่งอนุสัญญา ระหว่างประเทศว่าด้วยความคุ้มครองวรรณกรรม และศิลปกรรมท�ำ ณ กรุงเบอร์น เมื่อเดือนกันยายน ค.ศ. ๑๘๘๖ ซึ่งได้แก้ไข ณ กรุงเบอร์ลิน เมื่อวันที่ ๑๓ พฤศจิกายน ค.ศ. ๑๙๐๘ และส�ำเร็จบริบูรณ์ ด้วยโปรโตคลเพิ่มเติม ลงนาม ณ กรุงเบอร์น เมื่อ วันที่ ๒๐ มีนาคม ค.ศ. ๑๙๑๔ โดยกฎหมายเมือง ฮ่องกงให้ความคุ้มครองแก่งานอันมีลิขสิทธิ์ของ ภาคีอื่น ๆ แห่งอนุสัญญาดังกล่าว แต่โจทก์มิได้ บรรยายฟ้องว่า ประเทศไทยเป็นภาคีแห่งอนุสัญญา ดังกล่าวและกฎหมายฮ่องกงให้ความคุ้มครองแก่ งานอันมีลิขสิทธิ์ของประเทศไทยด้วย ฟ้องโจทก์จึง ขาดข้อความส�ำคัญที่จะแสดงให้เห็นว่าภาพยนตร์ ตามฟ้องมีสิทธิที่จะได้รับความคุ้มครองตามมาตรา ๔๒ แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๒๑ ซึ่ง เป็นข้อเท็จจริงและรายละเอียดที่จ�ำเป็นส�ำหรับ การฟ้องคดีอาญา จึงไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมาย วิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๕๘ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจ�ำเลยตาม พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๒๑ และขอให้สั่ง ให้ตลับแถบบันทึกภาพและเสียงของกลางตกเป็น ของเจ้าของลิขสิทธิ์ตามมาตรา ๔๗ เมื่อไม่ได้ความ ว่าภาพยนตร์ตามฟ้องเป็นงานมีลิขสิทธิ์ที่ได้รับความ คุ้มครอง จึงต้องคืนของกลางแก่เจ้าของ ฎีกาที่ ๒๙๕๑/๒๕๓๕ คดีความผิดเกี่ยว กับลิขสิทธิ์ระหว่างประเทศซึ่งโจทก์บรรยายฟ้อง แต่เพียงว่าวีดีทัศน์ของโจทก์ตามฟ้อง เป็นงานอัน มีลิขสิทธิ์ตามกฎหมายเมืองฮ่องกงซึ่งประเทศ อังกฤษภาคีแห่งอนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วย การคุ้มครองวรรณกรรมและศิลปกรรมท�ำ ณ กรุงเบอร์น โดยเมืองฮ่องกง ซึ่งเป็นอาณานิคม ของตนเข้าผูกพันตามอนุสัญญาดังกล่าว และ


คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ - 101 - ประเทศไทยเป็นภาคีอยู่ด้วยแต่โจทก์มิได้กล่าวใน ฟ้องว่ากฎหมายของเมืองฮ่องกงได้ให้ความคุ้มครอง เช่นเดียวกันแก่งาน อันมีลิขสิทธิ์ของภาคีแห่ง อนุสัญญาดังกล่าวด้วย และถ้อยค�ำที่โจทก์บรรยาย ในฟ้องว่า ทั้งประเทศไทยและเมืองฮ่องกงต่างได้ ให้ความคุ้มครองแก่งานอันมีลิขสิทธิ์ซึ่งกันและกัน รวมถึงงานภาพยนตร์วีดีทัศน์ด้วย ภาพยนตร์เรื่อง ดังกล่าวจึงได้รับความคุ้มครองลิขสิทธิ์ตามกฎหมาย ไทยนั้น ก็ไม่อาจแปลไปได้ว่า กฎหมายว่าด้วย ลิขสิทธิ์ของเมืองฮ่องกงได้ให้ความคุ้มครองเช่น เดียวกันแก่งานอันมีลิขสิทธิ์ของภาคีอื่นๆ แห่ง อนุสัญญา ฟ้องโจทก์จึงขาดข้อความส�ำคัญที่จะ แสดงให้เห็นว่าวีดีทัศน์ตามฟ้องมีสิทธิที่จะได้รับ ความคุ้มครองตามมาตรา ๔๒ แห่งพระราชบัญญัติ ลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๒๑ ซึ่งเป็นข้อเท็จจริงและราย ละเอียดที่จ�ำเป็นส�ำหรับการฟ้องคดีอาญา ฟ้อง โจทก์จึงไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา ความอาญา มาตรา ๑๕๘ (๕) มาตรา ๔๓ การท�ำซ�้ำ เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติราชการโดยเจ้าพนักงาน ซึ่งมีอ�ำนาจตามกฎหมายหรือตามค�ำสั่งของเจ้าพนักงานดังกล่าวซึ่งงานอันมีลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัตินี้และที่อยู่ในความครอบครองของทางราชการ มิให้ถือว่าเป็นการ ละเมิดลิขสิทธิ์ ถ้าได้ปฏิบัติตามมาตรา ๓๒ วรรคหนึ่ง (มาตรา ๔๓ แก้ไขเพิ่มโดยพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗ เป็นความเดิมพระราชบัญญัติ ลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๒๑ มาตรา ๔๑ เดิมระบุว่า “มาตรา ๔๑ การท�ำซ �้ ำ เพื่อประโยชน์ของทางราชการ โดยพนักงานเจ้าหน้าที่หรือตามค�ำ สั่งของพนักงาน เจ้าหน้าที่ซึ่งงานอันมีลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้ และที่อยู่ในความครอบครองของ ทางราชการ มิให้ถือว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์”)


คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ - 102 - หมวด ๒ สิทธิของนักแสดง ------------------ (หมวด ๒ สิทธิของนักแสดง มาตรา ๔๔ ถึงมาตรา ๕๓ เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗) มาตรา ๔๔ นักแสดงย่อมมีสิทธิแต่ผู้เดียวในการกระท�ำอันเกี่ยวกับ การแสดงของตนดังต่อไปนี้ (๑) แพร่เสียงแพร่ภาพ หรือเผยแพร่ต่อสาธารณชนซึ่งการแสดง เว้นแต่จะเป็นการแพร่เสียงแพร่ภาพหรือเผยแพร่ต่อสาธารณชนจากสิ่ง บันทึกการแสดงที่มีการบันทึกไว้แล้ว (๒) บันทึกการแสดงที่ยังไม่มีการบันทึกไว้แล้ว (๓) ท�ำซ�้ำซึ่งสิ่งบันทึกการแสดงที่มีผู้บันทึกไว้โดยไม่ได้รับอนุญาต จากนักแสดงหรือสิ่งบันทึกการแสดงที่ได้รับอนุญาตเพื่อวัตถุประสงค์อื่น หรือสิ่งบันทึกการแสดงที่เข้าข้อยกเว้นการละเมิดสิทธิของนักแสดงตาม มาตรา ๕๓ มาตรา ๔๕ ผู้ใดน�ำสิ่งบันทึกเสียงการแสดงซึ่งได้น�ำออกเผยแพร่ เพื่อวัตถุประสงค์ทางการค้าแล้วหรือน�ำส�ำเนาของงานนั้นไปแพร่เสียงหรือ เผยแพร่ต่อสาธารณชนโดยตรง ให้ผู้นั้นจ่ายค่าตอบแทนที่เป็นธรรมแก่นัก แสดง ในกรณีที่ตกลงค่าตอบแทนไม่ได้ ให้อธิบดีเป็นผู้มีค�ำสั่งก�ำหนดค่า ตอบแทน ทั้งนี้ โดยให้ค�ำนึงถึงอัตราค่าตอบแทนปกติในธุรกิจประเภทนั้น (มาตรา ๔๕ วรรคหนี่ง มีค�ำพิพากษาฎีกาที่เกี่ยวข้องดังนี้ ฎีกาที่ ๗๔๒๙/๒๕๕๓


คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ - 103 - ค�ำสั่งของอธิบดีตามวรรคหนึ่ง คู่กรณีอาจอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการ ได้ภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งค�ำสั่งของอธิบดี ค�ำวินิจฉัย ของคณะกรรมการให้เป็นที่สุด (ดูประกาศกรมทรัพย์สินทางปัญญา ฉบับที่ ๒ (พ.ศ. ๒๕๓๘) เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติ เกี่ยวกับการขอให้อธิบดีก�ำหนดค่าตอบแทนในกรณีที่มีการน�ำสิ่งบันทึกเสียงการแสดงออกแพร่เสียงหรือ เผยแพร่ต่อสาธารณชน, ระเบียบกรมทรัพย์สินทางปัญญา เรื่อง ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับ การพิจารณาค�ำขอให้อธิบดีก�ำหนดค่าตอบแทนในการน�ำสิ่งบันทึกการแสดงออกแพร่เสียงหรือเผยแพร่ ต่อสาธารณะชน ลว. ๔ พฤษภาคม ๒๕๓๘) มาตรา ๔๖ ในกรณีที่การแสดงหรือการบันทึกเสียงการแสดงใดมี นักแสดงมากกว่าหนึ่งคนขึ้นไปนักแสดงเหล่านั้นอาจแต่งตั้งตัวแทนร่วมเพื่อ ดูแลหรือบริหารเกี่ยวกับสิทธิของตนได้ มาตรา ๔๗ ให้นักแสดงมีสิทธิในการแสดงตามมาตรา ๔๔ หากเป็น ไปตามเงื่อนไขดังต่อไปนี้ (๑) นักแสดงนั้นมีสัญชาติไทยหรือมีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักร หรือ (๒) การแสดงหรอส่วนใหญ่ของการแสดงนั ื นเกิดขึ ้ นในราชอา ้ณาจักร หรือในประเทศที่เป็นภาคีแห่งอนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองสิทธิของนัก แสดงซึ่งประเทศไทยเป็นภาคีอยู่ด้วย (มาตรา ๔๗ (๒) ทรัพย์สินทางปัญญาได้ก�ำหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการขอใช้ ลิขสิทธิ์ในพฤติการณ์พิเศษตามประกาศกรมทรัพย์สินทางปัญญา ฉบับที่ ๑ (พ.ศ. ๒๕๓๘) ลงวันที่ ๑๘ เมษายน พ.ศ. ๒๕๓๘ พร้อมทั้งก�ำหนดระเบียบกรมทรัพย์สินทางปัญญาว่าด้วยวิธีปฏิบัติและพิจารณา ค�ำขอใช้สิทธิ์ในพฤติการณ์พิเศษ พ.ศ. ๒๕๓๘ ลงวันที่ ๑๘ เมษายน พ.ศ. ๒๕๓๘ ด้วย) มาตรา ๔๗ (๒) มีค�ำพิพากษาฎีกาที่เกี่ยวข้องดังนี้ ฎีกาที่ ๔๐๗๖/๒๕๓๓ การที่โจทก์ซึ่ง เป็นผู้เสียหายในคดีอาญาความผิดอันยอมความได้ ไม่ร้องทุกข์ภายในก�ำหนดเวลาสามเดือน ท�ำให้คดี อาญาขาดอายุความตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๖ นั้น ไม่มีผลท�ำให้คดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่อง กับคดีอาญานั้นขาดอายุความตามไปด้วย ตาม ประมวลกฎหมายิมวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๕๑ วรรคหนึ่ง ทั้งนี้เพราะการร้องทุกข์เป็นกรณีที่


คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ - 104 - ด�ำเนินการเมื่อจะฟ้องคดีอาญาเท่านั้นไม่เกี่ยวกับ การฟ้องคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา ภาพพิมพ์พิพาทที่จ�ำเลยท�ำขึ้นอันเป็น การละเมิดลิขสิทธิ์โจทก์นั้น ตามพระราชบัญญัติ ลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๒๑ มาตรา ๔๗ ให้ภาพพิมพ์พิพาท ดังกล่าวตกเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ แต่ไม่มี บทบัญญัติให้ยึดหรือท�ำลายภาพพิมพ์ดังกล่าว มาตรา ๔๘ ให้นักแสดงมีสิทธิได้รับค่าตอบแทนตามมาตรา ๔๕ หาก เป็นไปตามเงื่อนไขดังต่อไปนี้ (๑) นักแสดงมีสัญชาติไทยหรือมีถิ่นอยู่ในราชอาณาจักร ในขณะที่ มีการบันทึก เสียงการแสดงนั้นหรือในขณะที่เรียกร้องสิทธิ หรือ (๒) การบันทึกเสียงการแสดงหรือส่วนใหญ่ของการบันทึกเสียงการ แสดงนั้นเกิดขึ้นในราชอาณาจักร หรือในประเทศที่เป็นภาคีแห่งอนุสัญญา ว่าด้วยการคุ้มครองสิทธิของนักแสดงซึ่งประเทศไทยเป็นภาคีอยู่ด้วย (ดูประกาศกรมทรัพย์สินทางปัญญา ฉบับที่ ๒ (พ.ศ. ๒๕๓๘) เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติ เกี่ยวกับการขอให้อธิบดีก�ำหนดค่าตอบแทนในกรณีที่มีการน�ำสิ่งบันทึกเสียงการแสดงออกแพร่เสียงหรือ เผยแพร่ต่อสาธารณชน) มาตรา ๔๙ สิทธินักแสดงตามมาตรา ๔๔ ให้มีอายุห้าสิบปีนับแต่ วันสิ้นปีปฏิทินของปีที่มีการแสดงในกรณีที่มีการบันทึกการแสดงให้มีอายุ ห้าสิบปีนับแต่วันสิ้นปีปฏิทินของปีที่มีการบันทึกการแสดง มาตรา ๔๙ มีค�ำพิพากษาฎีกาที่เกี่ยวข้องดังนี้ ฎีกาที่ ๓๐๕๐/๒๕๓๕ ตามพระราช บัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๒๑ มาตรา ๔๙ ที่บัญญัติ ให้จ่ายค่าปรับที่ได้ช�ำระตามค�ำพิพากษาแก่เจ้าของ ลิขสิทธิ์กึ่งหนึ่งนั้น เป็นบทบัญญัติพิเศษซึ่งไม่เกี่ยว กับค�ำฟ้องในคดีอาญาและไม่มีกฎหมายใดบังคับ ให้โจทก์ต้องระบุขอเงินค่าปรับดังกล่าวมาในค�ำขอ ท้ายฟ้องคดีอาญา โจทก์ผู้เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์จึงมี สิทธิขอรับเงินดังกล่าวได้แม้จะมิได้ขอไว้ในค�ำขอ ท้ายฟ้อง และศาลมิได้พิพากษาให้จ่าย


คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ - 105 - มาตรา ๕๐ สิทธิของนักแสดงตามมาตรา ๔๕ ให้มีอายุห้าสิบปีนับ แต่วันสิ้นปีปฏิทินของปีที่ได้มีการบันทึกการแสดง มาตรา ๕๑ สิทธิของนักแสดงตามมาตรา ๔๔ และมาตรา ๔๕ ย่อม โอนให้แก่กันได้ ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน และจะโอนให้โดยมีก�ำหนดเวลา หรือตลอดอายุแห่งการคุ้มครองก็ได้ ในกรณีที่มีนักแสดงมากกว่าหนึ่งคนขึนไป นักแสดงมีสิทธิโอนเฉพาะ ้ สิทธิส่วนที่เป็นของตนเท่านั้น การโอนโดยทางอื่นนอกจากทางมรดกต้องท�ำเป็นหนังสือลงลายมือ ชื่อผู้โอนและผู้รับโอน ถ้าไม่ได้ก�ำหนดระยะเวลาไว้ในสัญญาโอน ให้ถือว่า เป็นการโอนมีก�ำหนดระยะ เวลาสามปี มาตรา ๕๑/๑ นักแสดงย่อมมีสิทธิที่จะแสดงว่าตนเป็นนักแสดงใน การแสดงของตน และมีสิทธิห้ามผู้รับโอนสิทธิของนักแสดงหรือบุคคลอื่นใด บิดเบือน ตัดทอน ดัดแปลง หรือท�ำโดยประการอื่นใดแก่การแสดงนั้นจน เกิดความเสียหายต่อชื่อเสียง หรือเกียรติคุณของนักแสดง และเมื่อนักแสดง ถึงแก่ความตายทายาทของนักแสดงมีสิทธิฟ้องร้องบังคับตามสิทธิดังกล่าว ได้ตลอดอายุแห่งการคุ้มครองสิทธิของนักแสดงทั้งนี้ เว้นแต่จะได้ตกลงกัน ไว้เป็นอย่างอื่นเป็นลายลักษณ์อักษร (มาตรา ๕๑/๑ เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๘) มาตรา ๕๒ ผู้ใดกระท�ำอย่างใดอย่างหนึ่งตามมาตรา ๔๔ โดยไม่ได้ รับอนุญาตจากนักแสดงหรือไม่จ่ายค่าตอบแทนตามมาตรา ๔๕ ให้ถือว่า ผู้นั้นละเมิดสิทธิของนักแสดง


คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ - 106 - มาตรา ๕๓ ให้น�ำมาตรา ๓๒ มาตรา ๓๒/๒ มาตรา ๓๒/๓ มาตรา ๓๒/๔ มาตรา ๓๓ มาตรา ๓๔ มาตรา ๓๖ มาตรา ๔๒ และมาตรา ๔๓ มา ใช้บังคับแก่สิทธิของนักแสดงโดยอนุโลม (มาตรา ๕๓ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๖๑ เป็นความ เดิมพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๘ “มาตรา ๕๓ ให้น�ำมาตรา ๓๒ มาตรา ๓๒/๒ มาตรา ๓๒/๓ มาตรา ๓๓ มาตรา ๓๔ มาตรา ๓๖ มาตรา ๔๒ และมาตรา ๔๓ มาใช้บังคับแก่สิทธิของนักแสดงโดยอนุโลม” ความเดิมพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗ “มาตรา ๕๓ ให้น�ำมาตรา ๓๒ มาตรา ๓๓ มาตรา ๓๔ มาตรา ๓๖ มาตรา ๔๒ และมาตรา ๔๓ มาใช้บังคับแก่สิทธิของนักแสดงโดยอนุโลม”)


คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ - 107 - หมวด ๒/๑ ข้อมูลการบริหารสิทธิและมาตรการทางเทคโนโลยี ----------------------- (หมวดที่ ๒/๑ ข้อมูลการบริหารสิทธิและมาตรการทางเทคโนโลยี เพิ่มเติมโดยพระราช บัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๘) มาตรา ๕๓/๑ การลบหรือเปลี่ยนแปลงข้อมูลการบริหารสิทธิ โดย รู้อยู่แล้วว่าการกระท�ำนั้น อาจจูงใจให้เกิด ก่อให้เกิด ให้ความสะดวก หรือ ปกปิดการละเมิดลิขสิทธิ์หรือสิทธิของนักแสดง ให้ถือว่าเป็นการละเมิด ข้อมูลการบริหารสิทธิ (มาตรา ๕๓/๑ เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๕๘) มาตรา ๕๓/๒ ผู้ใดรู้อยู่แล้วว่างานหรือส�ำเนางานอันมีลิขสิทธิ์นั้น ได้มีการลบหรือเปลี่ยนแปลงข้อมูลการบริหารสิทธิ ให้ถือว่าผู้นั้นกระท�ำการ ละเมิดข้อมูลการบริหารสิทธิด้วย ถ้าได้กระท�ำการอย่างใดอย่างหนึ่งแก่งาน นั้นดังต่อไปนี้ (มาตรา ๕๓/๒ เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๕๘) (๑) น�ำหรือสั่งเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อจ�ำหน่าย (๒) เผยแพร่ต่อสาธารณชน มาตรา ๕๓/๓ การกระท�ำใดๆ ดังต่อไปนี้ มิให้ถือว่าเป็นการละเมิด ข้อมูลการบริหารสิทธิ (มาตรา ๕๓/๓ เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๕๘) (๑) การลบหรือเปลี่ยนแปลงข้อมูลการบริหารสิทธิโดยเจ้าพนักงาน ผู้มีอ�ำนาจตามกฎหมายเพื่อบังคับการให้เป็นไปตามกฎหมาย การอันจ�ำเป็น


คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ - 108 - ในการป้องกันประเทศ การรักษาความมั่นคงแห่งชาติหรือวัตถุประสงค์อื่น ในท�ำนองเดียวกัน (๒) การลบหรือเปลี่ยนแปลงข้อมูลการบริหารสิทธิโดยสถาบันการ ศึกษา หอจดหมายเหตุห้องสมุด หรือองค์กรแพร่เสียงแพร่ ภาพสาธารณะ ที่ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อหาก�ำไร (๓) การเผยแพร่ต่อสาธารณชนซึ่งงานหรือส�ำเนางานอันมีลิขสิทธิ์ ที่มีการลบหรือเปลี่ยนแปลงข้อมูลการบริหารสิทธิ โดยสถาบัน การศึกษา หอจดหมายเหตุ ห้องสมุด หรือองค์กรแพร่เสียงแพร่ภาพสาธารณะ ที่ไม่ได้ มีวัตถุประสงค์เพื่อหาก�ำไร ลักษณะของข้อมูลการบริหารสิทธิตาม (๒) และงานหรือส�ำเนางาน อันมีลิขสิทธิ์ที่มีการลบหรือเปลี่ยนแปลงข้อมูลการบริหารสิทธิตาม (๓) ให้ เป็นไปตามที่ก�ำหนดในกฎกระทรวง มาตรา ๕๓/๔ การหลบเลี่ยงมาตรการทางเทคโนโลยีหรือการให้ บริการเพื่อก่อให้เกิดการหลบเลี่ยงมาตรการทางเทคโนโลยี โดยรู้อยู่แล้ว ว่าการกระท�ำนั้นอาจจูงใจหรือก่อให้เกิดการละเมิดลิขสิทธิ์หรือสิทธิของนัก แสดง ให้ถือว่าเป็นการละเมิดมาตรการทางเทคโนโลยี มาตรา ๕๓/๕ การกระท�ำตามมาตรา ๕๓/๔ ในกรณีดังต่อไปนี้ มิ ให้ถือว่าเป็นการละเมิดมาตรการทางเทคโนโลยี (มาตรา ๕๓/๕ เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๕๘) (๑) การกระท�ำนั้นจ�ำเป็นส�ำหรับการกระท�ำแก่งานอันมีลิขสิทธิ์ที่ ได้รับยกเว้นการละเมิดลิขสิทธิ์ (๒) เพื่อวิเคราะห์องค์ประกอบที่จ�ำเป็นของโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ในการใช้งานร่วมกับโปรแกรมคอมพิวเตอร์อื่น


คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ - 109 - (๓) เพื่อประโยชน์แห่งการวิจัย วิเคราะห์ และหาข้อบกพร่องของ เทคโนโลยีการเข้ารหัสโดยผู้กระท�ำต้องได้มาซึ่งงานหรือส�ำเนางานอันมี ลิขสิทธิ์โดยชอบด้วยกฎหมายและได้ใช้ความพยายามโดยสุจริตในการขอ อนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์แล้ว (๔) เพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะในการทดสอบ ตรวจสอบ หรือแก้ไข ระบบความมั่นคงปลอดภัยของคอมพิวเตอร์ ของระบบคอมพิวเตอร์ หรือ ของเครือข่ายคอมพิวเตอร์ โดยได้รับอนุญาตจากเจ้าของคอมพิวเตอร์ระบบ คอมพิวเตอร์ หรือเครือข่ายคอมพิวเตอร์ แล้วแต่กรณี (๕) เพื่อระงับการท�ำงานของมาตรการทางเทคโนโลยีในส่วนที่เกี่ยว กับการรวบรวมหรอกระจายข้อมูลบ่งชี ื ส่วนบุคคลที่สะท้อนให้เห็นถึงกิจกรรม ้ บนอินเทอร์เน็ตของผู้ที่เข้าถึงงานอันมีลิขสิทธิ์โดยการกระท�ำนั้นต้องไม่ กระทบต่อการเข้าถึงงานอันมีลิขสิทธิ์โดยบุคคลอื่น (๖) การกระท�ำโดยเจ้าพนักงานผู้มีอ�ำนาจตามกฎหมาย เพื่อบังคับการ ให้เป็นไปตามกฎหมายการอันจ�ำเป็นในการป้องกันประเทศ การรักษาความ มั่นคงแห่งชาติหรือวัตถุประสงค์อื่นในท�ำนองเดียวกัน (๗) การกระท�ำโดยสถาบันการศึกษา หอจดหมายเหตุ ห้องสมุด หรือองค์กรแพร่เสียงแพร่ภาพสาธารณะ ที่ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อหาก�ำไร เพื่อเข้าถึงงานอันมีลิขสิทธิ์ที่ไม่อาจเข้าถึงได้ด้วยวิธีอื่น


คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ - 110 - หมวด ๓ การใช้ลิขสิทธิ์ในพฤติการณ์พิเศษ ------------------------ (หมวด ๓ การใช้ลิขสิทธิ์ในพฤติการณ์พิเศษ มาตรา ๕๔ ถึงมาตรา ๕๕ เพิ่มเติมโดยพระราช บัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗) มาตรา ๕๔ ผู้มีสัญชาติไทยซึ่งประสงค์จะขออนุญาตใช้ลิขสิทธิ์ใน งานที่มีการเผยแพร่ต่อสาธารณชน ในรูปของสิ่งพิมพ์หรออย่างอ ื ื่นที่คล้ายคลึง กันตามพระราชบัญญัตินี้ เพื่อประโยชน์ในการเรียน การสอนหรือค้นคว้า ที่ มิได้มีวัตถุประสงค์เพื่อหาก�ำไรอาจยื่นค�ำขอต่ออธิบดี โดยแสดงหลักฐานว่า ผู้ขอได้ขออนุญาตใช้ลิขสิทธิ์ในการจัดท�ำค�ำแปลเป็นภาษาไทย หรือท�ำซ�้ำ ส�ำเนางานที่ได้เคยจัดพิมพ์งานแปลเป็นภาษาไทยดังกล่าวจากเจ้าของลิขสิทธิ์ แต่ได้รับการปฏิเสธหรือเมื่อได้ใช้เวลาอันสมควรแล้วแต่ตกลงกันไม่ได้ ถ้า ปรากฏว่าในขณะที่ยื่นค�ำขอดังกล่าว (มาตรา ๕๔ วรรคหนึ่ง ดูประกาศกรมทรัพย์สินทางปัญญา ฉบับที่ ๑ (พ.ศ. ๒๕๓๘) เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการขอใช้ลิขสิทธิ์ในพฤติการณ์พิเศษ และระเบียบกรมทรัพย์สินทาง ปัญญา เรื่อง ว่าด้วยวิธีปฏิบัติและพิจารณาค�ำขอใช้สิทธิ์ในพฤติการณ์พิเศษ พ.ศ. ๒๕๓๘) (๑) เจ้าของลิขสิทธิ์มิได้จัดท�ำหรืออนุญาตให้ผู้ใดจัดท�ำค�ำแปลเป็น ภาษาไทยของงานดังกล่าวออกท�ำการโฆษณาภายในสามปีหลังจากที่ได้มี การโฆษณางานเป็นครั้งแรก หรือ (๒) เจ้าของลิขสิทธิ์ได้จัดพิมพ์ค�ำแปลงานของตนเป็นภาษาไทย ออกท�ำการโฆษณา ซึ่งเมื่อพ้นก�ำหนดสามปีหลังจากที่ได้จัดพิมพ์ค�ำแปล งานดังกล่าวครั้งสุดท้ายไม่มีการจัดพิมพ์ค�ำแปลงานนั้นอีกและไม่มีส�ำเนา ค�ำแปลงานดังกล่าวในท้องตลาด


คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ - 111 - การขออนุญาตตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการและ เงื่อนไขดังต่อไปนี้ (๑) การขออนุญาตตามวรรคหนึ่ง ห้ามมิให้อธิบดีมีค�ำสั่งอนุญาต หากระยะเวลาตามวรรคหนึ่ง (๑) หรือ (๒) สิ้นสุดลงไม่เกินหกเดือน (๒) ในกรณีที่อธิบดีมีค�ำสั่งอนุญาต ให้ผู้ได้รับอนุญาตมีสิทธิแต่เพียง ผู้เดียวในการจัดท�ำค�ำแปลหรือจัดพิมพ์ค�ำแปลงานที่ได้รับอนุญาตดังกล่าว และในกรณีที่ระยะเวลาในหนังสืออนุญาต ยังไม่สิ้นสุดลงหรือสิ้นสุดยังไม่ เกินหกเดือน ห้ามมิให้อธิบดีอนุญาตให้บุคคลอื่นจัดท�ำค�ำแปลเป็นภาษาไทย ในงานลิขสิทธิ์เดียวกันนั้นอีก (๓) ห้ามมิให้ผู้ได้รับอนุญาตโอนสิทธิที่ได้รับอนุญาตให้แก่บุคคลอื่น (๔) ถ้าเจ้าของลิขสิทธิ์หรือผู้ได้รับอนุญาตให้ใช้สิทธิของเจ้าของ ลิขสิทธิ์แสดงต่ออธิบดีว่าตนได้จัดท�ำค�ำแปลเป็นภาษาไทย หรือจัดพิมพ์ค�ำ แปลงานดังกล่าวเป็นภาษาไทยโดยมีเนื้ อหาเหมือนกันกับสิ่งพิมพ์ที่ได้รับ อนุญาตมาตรา ๕๕ และจ�ำหน่ายสิ่งพิมพ์นั้นในราคาที่เหมาะสมโดยเปรียบ เทียบกับงานอื่นในลักษณะเดียวกันที่จ�ำหน่ายในประเทศไทยให้อธิบดีมีค�ำ สั่งว่าหนังสืออนุญาตที่ออกให้แก่ผู้ได้รับอนุญาตเป็นอันสิ้นสุดลงและแจ้งให้ ผู้ได้รับอนุญาตทราบถึงค�ำสั่งดังกล่าวโดยไม่ชักช้า ส�ำเนาสิ่งพิมพ์ที่จัดท�ำหรือจัดพิมพ์ขึ้นก่อนที่อธิบดีมีค�ำสั่งให้หนังสือ อนุญาตสิ้นสุดลง ผู้ได้รับอนุญาตมีสิทธิที่จะจ�ำหน่ายส�ำเนาดังกล่าวจนกว่า จะหมดสิ้นไป (๕) ห้ามมิให้ผู้ได้รับอนุญาตส่งออกไปนอกราชอาณาจักรซึ่งส�ำเนา สิ่งพิมพ์ที่ได้รับอนุญาตให้จัดแปลหรือจัดท�ำเป็นภาษาไทยดังกล่าว เว้นแต่ จะเข้าเงื่อนไขดังต่อไปนี้


คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ - 112 - (ก) ผู้รับที่อยู่ต่างประเทศเป็นบุคคลสัญชาติไทย (ข) สิ่งพิมพ์ดังกล่าวใช้เพื่อวัตถุประสงค์ในการเรียน การสอน หรือ ค้นคว้า (ค) การส่งสิ่งพิมพ์ดังกล่าวจะต้องไม่เป็นไปเพื่อการค้า และ (ง) ประเทศที่สิ่งพิมพ์ถูกส่งไปดังกล่าวจะต้องอนุญาตให้ประเทศไทย ส่งหรือแจกจ่ายสิ่งพิมพ์ดังกล่าวในประเทศนั้น มาตรา ๕๕ เมื่อได้รับค�ำขอตามมาตรา ๕๔ ให้อธิบดีด�ำเนินการให้ มีการตกลงกันระหว่างคู่กรณี ในเรื่องค่าตอบแทนและเงื่อนไขการใช้ลิขสิทธิ์ ในกรณีที่ตกลงกันไม่ได้ ให้อธิบดีเป็นผู้พิจารณามีค�ำสั่งก�ำหนดค่าตอบแทน ที่เป็นธรรม โดยให้ค�ำนึงถึงอัตราค่าตอบแทนปกติในธุรกิจประเภทนั้น และ อาจก�ำหนดเงื่อนไขการใช้ลิขสิทธิ์ตามที่เห็นสมควร มาตรา ๕๕ วรรคหนึ่ง มีค�ำพิพากษาฎีกาที่เกี่ยวข้องกับค่าตอบแทนผู้สร้างสรรค์ดังนี้ ฎีกาที่ ๕๐๔๘/๒๕๓๙ ผู้แทนส�ำนัก พิมพ์ต่างๆ เบิกความเกี่ยวกับราคาหนังสือแบบ ทดสอบประเมินผลฉบับบูรณาการชั้นประถมปีที่ ๑ ซึ่งเป็นหนังสือแบบฝึกหัดที่มิใช่หนังสือบังคับตาม หลักสูตรว่าเป็นราคาประเมินมีราคาไม่เท่ากันเอา เป็นที่แน่นอนไม่ได้ และยังได้ความว่าในการจัด พิมพ์หนังสือรายพิพาทนี้ ผู้พิมพ์ให้ค่าตอบแทน ลิขสิทธิ์แก่ผู้เขียนแตกต่างกันโดยภาคเอกชนให้ใน อัตราสูง ส่วนของทางราชการ ราชการให้ในอัตรา ต�่ำและเมื่อน�ำไปประกอบกับผู้แต่งเป็นผู้ทรงคุณวุฒิ สูงเป็นที่น่าเชื่อถือมีจ�ำหน่ายที่ร้านสหกรณ์กลาโหม จ�ำกัดเพียงแห่งเดียว ย่อมท�ำให้ผู้ผลิตและจ�ำหน่าย ก�ำหนดราคาสูงกว่าราคาในท้องตลาดได้เพราะไม่มี คู่แข่ง ส่วนที่โจทก์อ้างว่าหนังสือพิพาทมีราคาเล่ม ละ ๙.๔๙ บาท ซึ่งส�ำนักงานการประถมศึกษาซื้อ ในราคาเล่มละ ๓๐ บาท เป็นราคาสูงกว่าความเป็น จริงก็เพียงอาศัยการประเมินราคาจากส�ำนักพิมพ์ ต่าง ๆ ซึ่งไม่ได้พิมพ์หนังสือพิพาท เป็นหนังสือชนิด ประเภท และคนแต่งคนเดียวกันที่จะน�ำมาเปรียบ เทียบราคากันได้ อีกทั้งผู้ขายได้เสนอขายหนังสือ พิพาทไปยังจังหวัดต่าง ๆ ซึ่งก็ซื้อในราคาเดียวกัน นี้จนทางราชการได้รับหนังสือและแจกจ่ายให้ นักเรียนได้ใช้ประโยชน์สมความมุ่งหวังของทาง ราชการแล้วเมื่อไม่ปรากฏว่ามีการทุจริตกรณีจึงไม่ เกิดความเสียหายแก่ทางราชการ หรือโจทก์แต่ อย่างใดดังนั้นแม้จ�ำเลยที่ ๔ ถึงที่ ๘ จะด�ำเนินการ ซื้อหนังสือแบบทดสอบประเมินผลฉบับบูรณาการ ชั้นประถมปีที่ ๑ จากร้านสหกรณ์กลาโหม จ�ำกัด ไม่ถูกต้องตามระเบียบของทางราชการแต่ก็ไม่เกิด ความเสียหาย การกระท�ำของจ�ำเลยที่ ๕ ถึงที่ ๘ จึงไม่เป็นละเมิด


คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ - 113 - เมื่อได้มีการก�ำหนดค่าตอบแทนและเงื่อนไขการใช้ลิขสิทธิ์แล้ว ให้ อธิบดีออกหนังสืออนุญาตให้แก่ผู้ขอใช้ลิขสิทธิ์ ค�ำสั่งของอธิบดีตามวรรคหนึ่ง คู่กรณีอาจอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการ ได้ภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งค�ำสั่งของอธิบดี ค�ำวินิจฉัย ของคณะกรรมการให้เป็นที่สุด (ดูประกาศกรมทรัพย์สินทางปัญญา ฉบับที่ ๑ (๒๕๓๘) เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการปฏิบัติ เกี่ยวกับการขอใช้ลิขสิทธิ์ในพฤติการณ์พิเศษ, ระเบียบกรมทรัพย์สินทางปัญญา เรื่อง ว่าด้วยวิธีปฏิบัติ และพิจารณาค�ำขอใช้สิทธิ์ในพฤติการณ์พิเศษ พ.ศ. ๒๕๓๘)


คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ - 114 - หมวด ๔ คณะกรรมการลิขสิทธิ์ -------------------------- (หมวด ๔ คณะกรรมการลิขสิทธิ์ มาตรา ๕๖ ถึงมาตรา ๖๐ เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติ ลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗) มาตรา ๕๖ ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่งเรียกว่า “คณะกรรมการ ลิขสิทธิ์” ประกอบด้วย ปลัดกระทรวงพาณิชย์เป็นประธานกรรมการ และ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งคณะ รัฐมนตรีแต่งตังอีกไม่เกินสิบสองคน ในจ� ้ำนวน นี้จะต้องแต่งตั้งจากผู้แทนของสมาคมเจ้าของลิขสิทธิ์หรือสิทธิของนักแสดง และผู้แทนของสมาคมผู้ใช้งานลิขสิทธิ์หรือสิทธิของนักแสดงเป็นจ�ำนวนไม่ น้อยกว่าหกคนเป็นกรรมการ คณะกรรมการจะแต่งตังบุคคลใดเป็นเลขานุการและผู้ช่วยเลขานุการ ้ ก็ได้ (มาตรา ๕๖ ดูประกาศส�ำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะ กรรมการลิขสิทธิ์ ลว. ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๕๘) มาตรา ๕๗ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิมีวาระอยู่ในต�ำแหน่งคราวละ สองปี กรรมการซึ่งพ้นจากต�ำแหน่งอาจได้รับแต่งตั้งอีกได้ ในกรณีที่กรรมการพ้นจากต�ำแหน่งก่อนวาระ หรือในกรณีที่คณะ รัฐมนตรีแต่งตั้งกรรมการเพิ่มขึ้นในระหว่างที่กรรมการซึ่งแต่งตั้งไว้แล้วยัง มีวาระอยู่ในต�ำแหน่งให้ผู้ได้รับแต่งตังให้ด� ้ำรงต�ำแหน่งแทนหรอเป็นกรรมการ ื เพิ่มขึ้นอยู่ในต�ำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของกรรมการซึ่งได้แต่งตั้งไว้ แล้ว


คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ - 115 - มาตรา ๕๘ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากต�ำแหน่งก่อนวาระเมื่อ (๑) ตาย (๒) ลาออก (๓) คณะรัฐมนตรีให้ออก (๔) เป็นบุคคลล้มละลาย (๕) เป็นคนไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถ หรือ (๖) ได้รับโทษจ�ำคุกโดยค�ำพิพากษาถึงที่สุดให้จ�ำคุก เว้นแต่โทษ ส�ำหรับความผิดที่ได้กระท�ำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ มาตรา ๕๙ การประชุมของคณะกรรมการต้องมีกรรมการมาประชุม ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจ�ำนวนกรรมการทั้งหมด จึงเป็นองค์ประชุม ถ้า ประธานกรรมการไม่มาประชุมหรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ให้กรรมการ ที่มาประชุมเลอกกรรมการคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม การวินิจฉัยชี ืขาด้ ของที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก กรรมการคนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน ถ้าคะแนนเสียง เท่ากันให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นได้อีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด มาตรา ๖๐ คณะกรรมการมีอ�ำนาจหน้าที่ดังนี้ (๑) ให้ค�ำแนะน�ำหรือค�ำปรึกษาแก่รัฐมนตรีในการออกกฎกระทรวง ตามพระราชบัญญัตินี้ (๒) วินิจฉัยอุทธรณ์ค�ำสั่งของอธิบดีตามมาตรา ๔๕ และมาตรา ๕๕ (๓) ส่งเสริมหรือสนับสนุนสมาคม หรือองค์กรของผู้สร้าง สรรค์หรือ นักแสดงเกี่ยวกับการด�ำเนินการเพื่อจัดเก็บค่าตอบ แทนจากบุคคลอื่นที่ใช้


คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ - 116 - งานอันมีลิขสิทธิ์หรือสิทธิของนักแสดง และการคุ้มครองหรือปกป้องสิทธิ หรือประโยชน์อื่นใดตามพระราชบัญญัตินี้ (๔) พิจารณาเรื่องอื่นๆ ตามที่รัฐมนตรีมอบหมาย ให้คณะกรรมการมีอ�ำนาจแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณา หรือปฏิบัติการอย่างหนึ่งอย่างใดตามที่คณะกรรมการมอบหมายก็ได้ และ ให้น�ำมาตรา ๕๙ มาใช้บังคับแก่การประชุมของคณะอนุกรรมการโดยอนุโลม ในการปฏิบัติหน้าที่ ให้คณะกรรมการหรอคืณะอนุ กรรมการมีอ�ำนาจ ออกค�ำสั่งเป็นหนังสือเรียกบุคคลใดมาให้ถ้อยค�ำหรือให้ส่งเอกสารหรือวัตถุ ใด ๆ มาเพื่อประกอบการพิจารณาได้ตามความจ�ำเป็น (มาตรา ๖๐ วรรคหนึ่ง ดูประกาศคณะกรรมการลิขสิทธิ์ เรื่อง ระบบการบริหารลิขสิทธิ์และ สิทธิของนักแสดง ลว. ๑๑ เมษายน ๒๕๔๕)


คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ - 117 - หมวด ๕ ลิขสิทธิ์และสิทธิของนักแสดงระหว่างประเทศ ---------------------- (หมวด ๕ ลิขสิทธิ์และสิทธิของนักแสดงระหว่างประเทศ มาตรา ๖๑ เพิ่มเติมโดยพระราช บัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗) มาตรา ๖๑ งานอันมีลิขสิทธิ์ของผู้สร้างสรรค์และสิทธิของนักแสดง ของประเทศที่เป็นภาคีแห่งอนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองลิขสิทธิ์ หรือ อนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองสิทธิของนักแสดง ซึ่งประเทศไทยเป็นภาคี อยู่ด้วย หรืองานอันมีลิขสิทธิ์ขององค์การระหว่างประเทศ ซึ่งประเทศไทย ร่วมเป็นสมาชิกอยู่ด้วยย่อมได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัตินี้มาตรา ๖๑ วรรคหนึ่ง มีค�ำพิพากษาฎีกาเปรียบเทียบกับบทบัญญัติใหม่ ดังนี้ ฎีกา ๒๓๖๐/๒๕๓๓ โจทก์บรรยายฟ้อง ว่า แถบบันทึกภาพของโจทก์ร่วมตามฟ้องเป็นงาน อันมีลิขสิทธิ์ตามกฎหมายเมืองฮ่องกง ซึ่งเป็นประเทศ ที่เป็นภาคีแห่งอนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองลิขสิทธิ์ ซึ่งประเทศไทยเป็นภาคีอยู่ด้วย และกฎหมายว่าด้วย ลิขสิทธิ์ของเมืองฮ่องกงได้ให้ความคุ้มครองแก่ แถบบันทึกภาพนี้เช่นเดียวกัน ตามพระราชกฤษฎีกา ก�ำหนดเงื่อนไขเพื่อคุ้มครองลิขสิทธิ์ระหว่างประเทศ พ.ศ. ๒๕๒๖ แต่โจทก์มิได้กล่าวในฟ้องเลยว่า กฎหมายของเมืองอ่องกงได้ให้ความคุ้มครองเช่น เดียวกันแก่งานอันมีลิขสิทธิ์ของภาคีอื่น ๆ แห่ง อนุสัญญาดังกล่าว ถ้อยค�ำที่โจทก์บรรยายในฟ้อง ว่า “…และกฎหมายว่าด้วยลิขสิทธิ์ของเมืองฮ่องกง ได้ให้ความคุ้มครองแก่แถบบันทึก ภาพนี้เช่นเดียวกัน ตามพระราชกฤษฎีกาก�ำหนดเงื่อนไขเพื่อคุ้มครอง ลิขสิทธิ์ระหว่างประเทศ พ.ศ. ๒๕๒๖” นั้น ก็ไม่อาจ จะให้แปลไปได้ว่า กฎหมายว่าด้วยลิขสิทธิ์ของเมือง ฮ่องกงได้ให้ความคุ้มครองแก่งานอันมีลิขสิทธิ์ของ ภาคีอื่น ๆ แห่งอนุสัญญา ฉะนั้น ฟ้องโจทก์จึงขาด ความส�ำคัญที่จะแสดงให้เห็นว่าแถบบันทึกภาพตาม ฟ้องมีสิทธิที่จะได้รับความคุ้มครองตามมาตรา ๔๒ แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๒๑ ซึ่งเป็นข้อ เท็จจริงและรายละเอียดที่จ�ำเป็นส�ำหรับการฟ้องคดี อาญาในกรณีที่มีการละเมิดลิขสิทธิ์เกี่ยวด้วยงานอัน มีลิขสิทธิ์ ตามกฎหมายต่างประเทศฟ้องโจทก์จึงไม่ ชอบด้วย ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๕๘ ฎีกาที่ ๕๐๑๐/๒๕๓๓ โจทก์ฟ้องจ�ำเลย เป็นคดีอาญาฐานละเมิดงานสร้างสรรค์ของโจทก์ ร่วมซึ่งเป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ต่างประเทศ จ�ำเลย ให้การปฏิเสธ โจทก์จึงต้องน�ำสืบว่า กฎหมายของ ประเทศสหรัฐอเมริกา แคนาดา และเมืองฮ่องกง ได้ให้ความคุ้มครองเช่นเดียวกันแก่งานวีดีโอเทป ภาพยนตร์อันมีลิขสิทธิ์ของประเทศไทยซึ่งเป็นภาคี


คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ - 118 - แห่งอนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองลิขสิทธิ์ แต่ที่ โจทก์น�ำสืบกฎหมายของต่างประเทศซึ่งมีค�ำแปล เพียงบางส่วนนั้น ไม่ปรากฏข้อเท็จจริงที่แน่นอน ว่า กฎหมายของประเทศสหรัฐอเมริกา แคนาดา และเมืองฮ่องกง ได้ให้ความคุ้มครองเช่นเดียวกัน แก่งานวีดีโอเทปภาพยนตร์อันมีลิขสิทธิ์ของ ประเทศไทยซึ่งเป็นภาคีแห่งอนุสัญญาว่าด้วยการ คุ้มครองลิขสิทธิ์ ดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๔๒ แห่ง พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๒๑ โจทก์ร่วมจึง ไม่ได้รับความคุ้มครองลิขสิทธิ์ดังกล่าวใน ประเทศไทยและลงโทษจ�ำเลยไม่ได้ ฎีกาที่ ๓๗๙๗/๒๕๔๘ งานวรรณกรรม ซึ่งเป็นภาษาต่างประเทศของผู้ประพันธ์ซึ่งเป็นคน ชาติหรือคนในบังคับของประเทศที่เป็นภาคี อนุสัญญากรุงเบอร์ฉบับแรก ค.ศ.๑๘๘๖ (พ.ศ. ๒๔๒๙) ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน วรรณกรรมและศิลปกรรม พ.ศ.๒๔๗๔ มาตรา ๒๙ และต่อมาตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๒๑ มาตรา ๔๒ หากมิได้มีการเปลี่ยนแปลงเป็น ภาษาไทยภายใน ๑๐ ปี นับแต่การโฆษณางานเดิม เป็นครั้งแรก สิทธิแต่ผู้เดียวที่จะแปลงแปลงานของ ตนเป็นภาษาไทยย่อมหมดสิ้นไป เมื่อปรากฏว่า จ�ำเลยแปลงานดังกล่าวหลังจากนั้นจ�ำเลยจึงมี ลิขสิทธิ์ในงานที่แปลและไม่มีความผิดฐานละเมิด ลิขสิทธิ์ ฎีกาที่ ๔๓๓๕/๒๕๓๔ ฎีกาของจ�ำเลย ที่ว่าประเทศอังกฤษได้น�ำเมืองฮ่องกง เข้าเป็นภาคี ของกรรมสารกรุงเบอร์ลิน ค.ศ.๑๙๐๘ หรือไม่ อัน จะเข้าเงื่อนไขที่จะได้รับความคุ้มครองตามพระราช บัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.๒๕๒๑ หรือไม่นั้น เป็นปัญหา ข้อเท็จจริงเพื่อที่จะน�ำไปสู่ปัญหาข้อกฎหมายคือ พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.๒๕๒๑ มาตรา ๔๒ ฎีกาจ�ำเลยที่โต้เถียงว่าเมืองฮ่องกงเป็นเพียงจังหวัด หนึ่งของประเทศจีน ไม่เป็นภาคีในกรรมสารกรุง เบอร์ลิน ค.ศ. ๑๙๐๘ นั้น เป็นการโต้เถียงในปัญหา ข้อเท็จจริงที่ศาลล่างทั้งสองฟังมาแล้ว จึงต้องห้าม มิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความ อาญา มาตรา ๒๑๘ วรรคหนึ่ง ฎีกาที่ ๖๕๕๓/๒๕๓๔ ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นให้จ�ำคุกจ�ำเลย ๔ เดือน ปรับ ๒๐,๐๐๐ บาท โทษจ�ำคุกให้รอไว้ ๒ ปี คดีจึง ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวล กฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๑๘ วรรคแรก ที่จ�ำเลยฎีกาว่าโจทก์ร่วมเป็นนิติบุคคล ตามกฎหมายของเมืองฮ่องกงหรือไม่ ทั้งโต้เถียงกฎ หมายอื่นๆ ของต่างประเทศ นอกจากนั้นยังโต้เถียง ว่าพยานบุคคลและพยานเอกสารของฝ่ายโจทก์รับ ฟังไม่ได้ พยานหลักฐานของฝ่ายโจทก์ยังฟังไม่ได้ ว่าจ�ำเลยกระท�ำผิด หรือยังมีเหตุสงสัยตามสมควร ว่าจ�ำเลยกระท�ำผิดหรือไม่นั้น เป็นการโต้เถียงถึง ปัญหาข้อเท็จจริงที่คู่ความต้องน�ำสืบ เกี่ยวกับ กฎหมายของต่างประเทศและโต้เถียงดุลพินิจใน การรับฟังพยานหลักฐาน เป็นการโต้เถียงข้อเท็จ จริงเพื่อน�ำไปสู่ปัญหาข้อกฎหมายจึงเป็นฎีกาใน ปัญหาข้อเท็จจริงอันต้องห้ามตามกฎหมาย ฎีกาที่ ๑๓๐๒/๒๕๓๗ ประเทศภาคี แห่งอนุสัญญากรรมสารกรุงเบอร์ลิน ค.ศ.๑๙๐๘ และภาคีโปรโตคลเพิ่มเติม กรุงเบอร์น ค.ศ.๑๙๑๔ ต้องแจ้งเป็นหนังสือต่อรัฐบาลแห่งสมาพันธรัฐสวิส และให้รัฐบาลแห่งสมาพันธรัฐสวิสแจ้งให้ประเทศ ที่เป็นสมาชิกแห่งสันนิบาตประเทศอื่นๆ ทราบเกี่ยว กับดินแดนของประเทศที่จะให้ได้รับความคุ้มครอง ตามข้อตกลง การที่ประเทศสหราชอาณาจักร ประกาศให้ฮ่องกงเป็นภาคีอนุสัญญาดังกล่าว โดย ไม่ปรากฏว่าได้แจ้งเป็นหนังสือไปให้รัฐบาลสมาพัน ธรัฐสวิสทราบและสมาพันธรัฐสวิสได้แจ้งการ


คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ - 119 - ประกาศของประเทศสหราชอาณาจักรให้ดินแดน อ่องกงเข้าเป็นภาคีแห่งกรรมสารกรุงเบอร์นลิน ค.ศ. ๑๙๐๘ ไปให้ประเทศในภาคีรวมทั้ง ประเทศไทยทราบ การประกาศของประเทศสห ราช อาณาจักรดังกล่าวไม่อาจฟังได้ว่าอ่องกงมี ฐานะเป็นภาคีตามบทบัญญัติของกรรมสารกรุง เบอร์ลิน ค.ศ.๑๙๐๘ มาตรา ๒๖ วรรคท้าย ประเทศไทยก็ไม่ต้องให้ความคุ้มครองงานอันมี ลิขสิทธิ์ของฮ่องกงตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.๒๕๒๑ มาตรา ๔๒ ฎีกาที่ ๖๖๔๗/๒๕๔๑ แม้โจทก์จะได้ บรรยายฟ้องว่า บริษัท ก.(เมืองฮ่องกง) เป็นเจ้าของ ลิขสิทธิ์ในงานโสตทัศนวัสดุแถบบันทึกเสียงและ ภาพ (วีดีทัศน์) เรื่อง โหด เลว ดี ภาค ๓ ตาม กฎหมายของเมืองฮ่องกง ซึ่งเมืองฮ่องกงเป็นภาคี อนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยความคุ้มครอง วรรณกรรมและศิลปกรรม ท�ำ ณ กรุงเบอร์น ซึ่ง แก้ไข ณ กรุงเบอร์ลิน เมื่อวันที่ ๑๓ พฤศจิกายน ค.ศ.๑๙๐๘ และส�ำเร็จบริบูรณ์ด้วยโปรโตคอลเพิ่ม เติมลงนาม ณ กรุงเบอร์น เมื่อวันที่ ๒๐ มีนาคม ค.ศ.๑๙๑๔ ซึ่งประเทศไทยเป็นภาคีอนุสัญญาดัง กล่าว และกฎหมายของเมืองฮ่องกงให้ความ คุ้มครองเช่นเดียวกันแก่งานอันมีลิขสิทธิ์ของภาคี อื่น ซึ่งได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติ ลิขสิทธิ์ พ.ศ.๒๕๒๑ โดยโจทก์ไม่ต้องน�ำสืบข้อเท็จ จริง เพราะพระราชกฤษฎีกาก�ำหนดเงื่อนไขเพื่อ คุ้มครองลิขสิทธิ์ระหว่างประเทศ พ.ศ.๒๕๓๖ ได้มี บัญชีรายชื่อประเทศที่เป็นภาคีแห่งอนุสัญญา ระหว่าง ประเทศว่าด้วยการคุ้มครองวรรณกรรม และศิลปกรรม ท�ำ ณ กรุงเบอร์น ท้ายพระราช กฤษฎีกาดังกล่าวแล้ว และข้อเท็จจริงเป็นที่ทราบ กันโดยทั่วไปว่า เมืองฮ่องกงอยู่ภายใต้อานัติของ สหราชอาณาจักรบริเตนใหญ่และไอร์แลนด์เหนือ ดังนั้น งานอันมีลิขสิทธิ์ตามกฎหมายของเมืองฮ่องกง จึงได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ฯ ด้วยนั้น ก็เป็นการบรรยายข้อเท็จจริงให้ครบองค์ ประกอบของความผิดในกรณีที่ผู้มีลิขสิทธิ์ได้สร้าง สรรงานของตนตามกฎหมายในต่างประเทศที่มี กฎหมายให้ความคุ้มครองแก่งานอันมีลิขสิทธิ์เช่น เดียวกับประเทศอื่น ๆ ที่เป็นภาคีแห่งอนุสัญญาว่า ด้วยการคุ้มครองลิขสิทธิ์ เพื่อให้เห็นว่าการกระท�ำ ของจ�ำเลยนั้นเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์งานอันมี ลิขสิทธิ์ตามกฎหมายต่างประเทศ ซึ่งพระราช บัญญัติลิขสิทธิ์ฯ ให้ความคุ้มครองไว้เท่านั้น แต่ โจทก์ไม่ได้น�ำสืบให้เห็นว่า เมืองฮ่องกง เป็นภาคี แห่งอนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยความคุ้มครอง วรรณกรรมและศิลปกรรม ท�ำ ณ กรุงเบอร์น ใน เวลาที่จ�ำเลยกระท�ำผิด ทั้งรายชื่อประเทศที่เป็น ภาคีอนุสัญญาดังกล่าวตามบัญชีท้ายพระราช กฤษฎีกาก�ำหนดเงื่อนไขเพื่อคุ้มครองลิขสิทธิ์ ระหว่างประเทศ พ.ศ.๒๕๓๖ ที่โจทก์กล่าวอ้างนั้น ก็เป็นรายชื่อประเทศที่เป็นภาคีในเวลาพระราช กฤษฎีกาดังกล่าวใช้บังคับคือในปี ๒๕๓๖ ไม่อาจ รับฟังเป็นยุติว่าประเทศตามบัญชีท้ายพระราช กฤษฎีกานั้นจะเป็นภาคีอนุสัญญาในเวลาที่โจทก์ ฟ้องว่าจ�ำเลยกระท�ำผิดในคดีนี้คือในช่วงปี ๒๕๓๓ ด้วย จึงยังฟังไม่ได้ว่าเมืองฮ่องกง เป็นภาคีอนุสัญญา ในเวลาที่จ�ำเลยกระท�ำผิดตามที่โจทก์กล่าวอ้าง อัน จะมีผลให้วีดีโอเทปภาพยนตร์เรื่องดังกล่าวได้รับ ความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ ฯ มาตรา ๔๒ ดังนี้ ย่อมไม่อาจรับฟังว่าการกระท�ำของจ�ำเลย เป็นความผิดฐานละเมิดลิขสิทธิ์ลงโทษจ�ำเลยไม่ได้ ฎีกาที่ ๒๖๗/๒๕๔๗


คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ - 120 - ให้รัฐมนตรีมีอ�ำนาจประกาศรายชื่อประเทศภาคีแห่งอนุสัญญาว่า ด้วยการคุ้มครองลิขสิทธิ์ หรืออนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองสิทธิของ นักแสดงในราชกิจจานุเบกษา (มาตรา ๖๑ วรรคสอง โปรดูประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่องการก�ำหนดรายชื่อประเทศภาคี แห่งอนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองลิขสิทธิ์หรืออนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองลิขสิทธิ์ของนักแสดง ลว. ๑๓ ธันวาคม ๒๕๔๘) มาตรา ๖๑ วรรคสอง มีค�ำพิพากษาฎีกาที่เกี่ยวข้องดังนี้ ฎีกาที่ ๑๖๓๗/๒๕๓๑ คดีความผิด เกี่ยวกับลิขสิทธิ์ระหว่างประเทศซึ่งโจทก์บรรยาย ฟ้องเพียงแต่ว่า ภาพยนตร์ตามฟ้องเป็นงานอันมี ลิขสิทธิ์ตามกฎหมายของประเทศที่เป็นภาคีแห่ง อนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองลิขสิทธิ์ซึ่งประเทศไทย เป็นภาคีอยู่ด้วย แต่โจทก์มิได้กล่าวในฟ้องว่า กฎหมายของประเทศไทยนั้นให้ความคุ้มครองเช่น เดียวกันแก่งานอันมีลิขสิทธิ์ของภาคีแห่งอนุสัญญา ดังกล่าวด้วย ฟ้องโจทก์จึงขาดข้อความส�ำคัญที่จะ แสดงให้เห็นว่าภาพยนตร์ตามฟ้องมีสิทธิที่จะได้รับ ความคุ้มครองตามมาตรา ๔๒ แห่งพระราชบัญญัติ ลิขสิทธิ์ พ.ศ.๒๕๒๑ ซึ่งเป็นข้อเท็จจริงและราย ละเอียดที่จ�ำเป็นส�ำหรับการฟ้องคดีอาญาไม่ชอบ ด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๕๘ ฎีกาที่ ๔๑๑๔-๔๑๑๕/๒๕๓๒ โจทก์ บรรยายฟ้องแต่เพียงว่าภาพยนตร์ตามฟ้องเป็นงาน อันมีลิขสิทธิ์งานสร้างสรรค์ประเภทโสตทัศนวัสดุ ตามกฎหมายของบริษัท อ. กับบริษัท ท. ประเทศ ฮ่องกง ซึ่งได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติ ลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๒๑ แต่โจทก์มิได้กล่าวในฟ้องว่า กฎหมายของเกาะฮ่องกงได้ให้ความคุ้มครอง เช่น เดียวกันแก่งานอันมีลิขสิทธิ์ของภาคีอื่นๆ แห่ง อนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองลิขสิทธิ์ซึ่งประเทศไทย เป็นภาคีอยู่ด้วย ฟ้องโจทก์จึงขาดข้อความส�ำคัญ ที่จะแสดงให้เห็นว่าภาพยนตร์ตามฟ้องมีสิทธิที่จะ ได้รับความคุ้มครองตามมาตรา ๔๒ แห่งพระราช บัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.๒๕๒๑ ซึ่งเป็นข้อเท็จจริงและ รายละเอียดที่จ�ำเป็นส�ำหรับการฟ้องคดีอาญา ใน กรณีที่มีละเมิดลิขสิทธิ์เกี่ยวด้วยงานอันมีลิขสิทธิ์ ตามกฎหมายต่างประเทศ ฟ้องโจทก์จึงไม่ชอบด้วย ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณากฎหมายอาญา มาตรา ๑๕๘ (๕) ฎีกาที่ ๘๙๖/๒๕๓๔ ปรากฏตามเอกสาร ที่โจทก์ซึ่งเป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจ�ำกัดตั้งขึ้น ตามกฎหมายของประเทศสหรัฐอเมริกา ท�ำขึ้น พร้อมค�ำแปล และอ้างเป็นพยานว่า พ. รองประธาน กรรมการอาวุโสของโจทก์ยืนยันว่าได้รับมอบอ�ำนาจ จากโจทก์ให้ยืนยันว่า โจทก์เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ใน ภาพยนตร์พิพาท ด. ที่ปรึกษาสมาคมลงชื่อรับรอง ลายมือชื่อของ พ. ว่าเป็นผู้รับมอบอ�ำนาจให้มาลง นามของโจทก์ ร. โนตารีปับลิก มลรัฐนิวยอร์ค รับรองว่า พ. และ ด. ท�ำการปฏิญาณต่อหน้าตน น. เสมียนเคาน์ตี้และจ่าศาลของศาลชูพรีมคอร์ต แห่งมลรัฐนิวยอร์คประจ�ำเคาน์ตี้ออฟนิวยอร์ค รับรองว่า ร. เป็นโนตารีปับลิกประจ�ำมลรัฐนิวยอร์ค และเป็นผู้มีคุณสมบัติที่จะปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าว ย. กงสุลใหญ่ไทย ณ มลรัฐนิวยอร์ครับรองลายมือชื่อ


คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ - 121 - ของ น. ดังนี้จะเห็นได้ว่าเอกสารดังกล่าวมีการ รับรองกันมาตามล�ำดับเนื้อความแห่งเอกสารนั้น ย่อมมีอยู่จริงจึงน�ำมาฟังประกอบค�ำเบิกความของ ล. กรรมการบริษัท ซ. ผู้รับมอบอ�ำนาจจากโจทก์ ได้ว่าภาพยนตร์พิพาทเป็นลิขสิทธิ์ของโจทก์ ทั้ง บริษัท ซ. ได้รับอนุญาตจากโจทก์ให้น�ำภาพยนตร์ ของโจทก์มาท�ำวีดีโอเทปซ �้ ำเพื่อออกจ�ำหน่ายแก่ สมาชิกในประเทศไทยติดต่อกันมาได้ ๓ ปี แล้ว โจทก์มอบอ�ำนาจให้บริษัท ซ. ปกป้องลิขสิทธิ์และ ฟ้องร้องตามหนังสือมอบอ�ำนาจย่อมแสดงให้เห็น ว่า โจทก์เป็นผู้สร้างภาพยนตร์พิพาทขึ้นเอง ภาพยนตร์พิพาทจึงเป็นงานสร้างสรรค์ของโจทก์ โจทก์จึงเป็นผู้เสียหายมีอ�ำนาจฟ้องคดีละเมิดลิขสิทธิ์ ในภาพยนตร์ของโจทก์ได้ขณะเกิดเหตุประเทศ สหรัฐอเมริกา ยังไม่ได้เข้าเป็นภาคีในอนุสัญญา ระหว่างประเทศว่าด้วยความคุ้มครองวรรณกรรม และศิลปกรรมท�ำ ณ กรุงเบอร์นซึ่งประเทศไทยเข้า เป็นภาคีอยู่แล้วตั้งแต่เมื่อวันที่ ๑๗ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๔๗๔ โดยเข้าเป็นภาคีในอนุสัญญาดังกล่าวฉบับ ที่ท�ำ ณ กรุงเบอร์นเมื่อเดือนกันยายน ค.ศ.๑๙๐๘ และส�ำเร็จบริบูรณ์ด้วยโปรโตคอลเพิ่มเติมลงนาม ณ กรุงเบอร์น เมื่อวันที่ ๒๑ มีนาคม ค.ศ. ๑๙๑๔ แต่พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๒๑ ก็มิได้มี บทบัญญัติกีดกันงานอันมีลิขสิทธิ์ของประเทศที่มิได้ เป็นภาคีในอนุสัญญาเบอร์น เพื่อไม่ให้ได้รับความ คุ้มครองตามพระราชบัญญัติดังกล่าวแต่อย่างใด ทั้งนี้โดยที่มีพระราชกฤษฎีกาก�ำหนดเงื่อนไขเพื่อ คุ้มครองลิขสิทธิ์ระหว่างประเทศ พ.ศ. ๒๕๒๖ ซึ่ง ออกโดยอาศัยอ�ำนาจตามความในมาตรา ๑๕๙ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และมาตรา ๔๒ แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๒๑ ได้ ก�ำหนดเงื่อนไขการให้ความคุ้มครองแก่งานดังกล่าว ไว้ใน มาตรา ๔ ว่า “งานอันมีลิขสิทธิ์ระหว่าง ประเทศย่อมได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายว่า ด้วยลิขสิทธิ์ ภายใต้เงื่อนไขดังต่อไปนี้ (๑) ในกรณี ที่ได้โฆษณาต้องกระท�ำเป็นครั้งแรกในประเทศที่ เป็นภาคีแห่งอนุสัญญา” ด้วยเหตุนี้งานอันมีลิขสิทธิ์ ของประเทศนอกภาคีอนุสัญญาเบอร์นอย่างเช่น งานของประเทศสหรัฐอเมริกาอาจได้รับความ คุ้มครองตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๒๑ หากได้กระท�ำการโฆษณาเป็นครั้งแรกในประเทศ ใดประเทศหนึ่งที่เป็นภาคีแห่งอนุสัญญาเบอร์นงาน อันมีลิขสิทธิ์ของประเทศสหรัฐอเมริกา จะได้รับ ความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๒๑ ก็ต่อเมื่อได้มีการโฆษณางานนั้นตามความ หมายของเงื่อนไขการได้มาซึ่งลิขสิทธิ์ตามที่บัญญัติ ไว้ในมาตรา ๖ แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าวด้วย ฉะนั้นการท�ำให้ปรากฏซึ่งภาพยนตร์โดยการน�ำ ออกฉายเป็นครั้งแรกในประเทศแคนาดาแม้จะถือ เป็นการโฆษณา แต่ก็มิใช่การโฆษณางานในความ หมายเพื่อให้ได้มาซึ่งลิขสิทธิ์ตามที่บัญญัติไว้ใน มาตรา ๖ แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๒๑ และมาตรา ๔ (๑) แห่งพระราชกฤษฎีกาดังกล่าว หากแต่เป็นเพียงการโฆษณาในความหมายของค�ำ ว่า “โฆษณา” ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๔ แห่ง พระราชบัญญัติเดียวกันซึ่งใช้เฉพาะในกรณีที่ ต้องการทราบความหมายของการน�ำออกโฆษณา อันเป็นสิทธิแต่ผู้เดียวประการหนึ่งของเจ้าของ ลิขสิทธิ์ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๑๓ (๒) แห่ง พระ ราชบัญญัติดังกล่าวและในกรณีที่มีการละเมิด ลิขสิทธิ์โดยการโฆษณาตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๒๔ และมาตรา ๒๕ แห่งพระราชบัญญัติฉบับ เดียวกันเท่านั้น เมื่อปรากฏข้อเท็จจริงเพียงว่าโจทก์ น�ำภาพยนตร์พิพาททั้งสองเรื่องไปฉายโฆษณาใน


คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ - 122 - ประเทศแคนาดาเท่านั้น หาได้ปรากฏว่าได้น�ำ ก๊อปปี้ฟิล์มภาพยนตร์พิพาทอันเป็นส�ำเนาจ�ำเลย ออกจ�ำหน่าย โดยให้ก๊อปปิ้ฟิล์มภาพยนตร์นั้น ปรากฏต่อสาธารณชนเป็นจ�ำนวนมากพอสมควร แต่อย่างใดไม่ งานภาพยนตร์ของโจทก์จึงไม่ อาจได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติ ลิขสิทธิ์ฯ ได้ ฎีกาที่ ๔๓๓๕/๒๕๓๔ ฎีกาของจ�ำเลย ที่ว่าประเทศอังกฤษได้น�ำเมืองฮ่องกงเข้าเป็นภาคี ของกรรมสารกรุงเบอร์ลิน ค.ศ.๑๙๐๘ หรือไม่ อัน จะเข้าเงื่อนไขที่จะได้รับความคุ้มครองตามพระราช บัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.๒๕๒๑ หรือไม่นั้น เป็นปัญหา ข้อเท็จจริงเพื่อที่จะน�ำไปสู่ปัญหาข้อกฎหมายคือ พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.๒๕๒๑ มาตรา ๔๒ ฎีกาจ�ำเลยที่โต้เถียง ว่าเมืองฮ่องกงเป็นเพียงจังหวัด หนึ่งของประเทศจีน ไม่เป็นภาคีในกรรมสารกรุง เบอร์ลิน ค.ศ. ๑๙๐๘ นั้น เป็นการโต้เถียงในปัญหา ข้อเท็จจริงที่ศาลล่างทั้งสองฟังมาแล้ว จึงต้องห้าม มิให้จ�ำเลยฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา ความอาญา มาตรา ๒๑๘ ฎีกาที่ ๑๒๙๑/๒๕๓๕ แม้โจทก์จะมิได้ บรรยายฟ้องโดยใช้ข้อความตามที่บัญญัติไว้ใน มาตรา ๔๒ แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๒๑ ว่า “… และกฎหมายของประเทศนั้นได้ให้ความ คุ้มครองเช่นเดียวกันแก่งานอันมีลิขสิทธิ์ของภาคี อื่นๆ แห่งอนุสัญญาดังกล่าว…” แต่ใช้ค�ำว่า “ประเทศ” แทนค�ำว่า “กฎหมาย” ก็พอที่จะแปล ความหมายตามฟ้องของโจทก์ได้ว่า รวมถึงกฎหมาย ของประเทศนั้นด้วย มิใช่กรณีที่โจทก์ไม่ได้กล่าวใน ฟ้องเสียเลยว่ากฎหมายของประเทศนั้นได้ให้ความ คุ้มครองแก่งานอันมีลิขสิทธิ์ของภาคีอื่น ๆ ฟ้อง ของโจทก์ จึงมีสาระส�ำคัญที่แสดงให้เห็นว่างานตาม ฟ้อง เข้าหลักเกณฑ์ที่อาจได้รับความคุ้มครองตาม มาตรา ๔๒ ดังกล่าว และเป็นฟ้องที่ชอบด้วย ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๕๘ แล้ว ฎีกาที่ ๓๗๗๖/๒๕๓๕


คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ - 123 - หมวด ๖ คดีเกี่ยวกับลิขสิทธิ์ สิทธิของนักแสดง ข้อมูลการบริหารสิทธิ และมาตรการทางเทคโนโลยี ----------------------------- (หมวด ๖ คดีเกี่ยวกับลิขสิทธิ์ สิทธิของนักแสดง ข้อมูลการบริหารสิทธิ และมาตรการทาง เทคโนโลยี แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๘ ความเดิม หมวด ๖ คดี เกี่ยวกับ ลิขสิทธ์และสิทธิของนักแสดง) มาตรา ๖๒ คดีเกี่ยวกับลิขสิทธิ์หรือสิทธิของนักแสดงตามพระราช บัญญัตินี้ ไม่ว่าจะเป็นคดีแพ่งหรือคดีอาญา ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่างานที่มี การฟ้องร้องในคดีนั้น เป็นงานอันมีลิขสิทธิ์หรือสิทธิของนักแสดงตาม พระราชบัญญัตินี้ และโจทก์เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์หรือสิทธิของนักแสดงใน งานดังกล่าว เว้นแต่จ�ำเลยจะโต้แย้งว่าไม่มีผู้ใดเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์หรือสิทธิ ของนักแสดง หรือโต้แย้งสิทธิของโจทก์ มาตรา ๖๒ วรรคหนึ่ง มีค�ำพิพากษาฎีกาที่เกี่ยวข้องดังนี้ ฎีกาที่ ๙๕๒๕/๒๕๔๔ คดีเกี่ยวกับ ลิขสิทธิ์หรือสิทธิของนักแสดงตามพระราชบัญญัติ ลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗ ไม่ว่าจะเป็นคดีแพ่งหรือคดี อาญา ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่า งานที่มีการฟ้องร้อง ในคดีนั้นเป็นงานอันมีลิขสิทธิ์หรือสิทธิของนักแสดง จ�ำเลยปฏิเสธฟ้องโจทก์แต่เพียงว่าจ�ำเลย มิได้กระท�ำความผิดเท่านั้น เมื่อจ�ำเลยไม่ให้การ หรือน�ำสืบโต้แย้งว่า ไม่มีผู้ใดเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ใน งานด้านตรีกรรมตามฟ้อง หรือโต้แย้งสิทธิของ ผู้เสียหายในงานดังกล่าวมาโดยชัดแจ้งผู้เสียหาย ย่อมได้รับประโยชน์จากข้อสันนิษฐานตามพระราช บัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗ มาตรา ๖๒ วรรคหนึ่ง ฎีกาที่ ๖๔๔/๒๕๔๙ งานใดมีชื่อหรือสิ่งที่ใช้แทนชื่อของบุคคลใดที่อ้างว่าตนเป็นเจ้าของ ลิขสิทธิ์หรือสิทธินักแสดงแสดงไว้ ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าบุคคลซึ่งเป็น เจ้าของชื่อหรือสิ่งที่ใช้แทนชื่อนั้นเป็นผู้สร้างสรรค์หรือนักแสดง มาตรา ๖๒ วรรคสอง มีค�ำพิพากษาฎีกาที่เกี่ยวข้องดังนี้


คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ - 124 - ฎีกาที่ ๑๔๘๑๘/๒๕๕๑ ค�ำฟ้องของ โจทก์เป็นการกล่าวอ้างว่า จ�ำเลยกระท�ำละเมิดต่อ โจทก์ด้วยการแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงาน สอบสวน อายุความ ๑ ปี ในการเรียกค่าเสียหาย อันเกิดแต่มูลละเมิดนับแต่วันที่โจทก์รู้ถึงการละเมิด และรู้ตัวผู้จะพึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๔๔๘ วรรคหนึ่ง คือวันที่โจทก์ทราบเรื่องการแจ้งความ ร้องทุกข์ของจ�ำเลย โจทก์เพิ่งทราบเรื่องการแจ้ง ความร้องทุกข์ของจ�ำเลยเมื่อวันที่ ๑๕ กันยายน ๒๕๔๖ อายุความ ๑ ปี เริ่มต้นนับจากวันดังกล่าว เมื่อโจทก์ฟ้องคดีนี้ในวันที่ ๙ กันยายน ๒๕๔๗ คดี โจทก์จึงไม่ขาดอายุความ และกรณีไม่ต้องน�ำ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๙๓/๑๗ มาใช้บังคับ เพราะขณะที่ศาลแพ่งมีค�ำสั่งจ�ำหน่าย คดีของโจทก์นั้น คดีของโจทก์ยังไม่ขาดอายุความ หรือจะครบก�ำหนดภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ ค�ำสั่งนั้นถึงที่สุดแต่อย่างใด ลิขสิทธิ์ในงานดนตรีกรรมรวมถึงงาน เรียบเรียงเสียงประสานด้วย เมื่อจ�ำเลยกล่าวอ้าง ว่า จ�ำเลยเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์งานดนตรีกรรม เพลง “น�้ำตาฟ้า” ในส่วนของงานเรียบเรียงเสียง ประสาน และปกในของเทปเพลงที่วางจ�ำหน่าย ทั่วไปโดยมีงานดังกล่าวอยู่ด้วยระบุรายละเอียด ของเพลงนี้ว่า ส. เป็นผู้ประพันธ์ค�ำร้องและท�ำนอง ส่วนจ�ำเลยเป็นผู้เรียบเรียงเสียงประสาน จึงต้อง ด้วยข้อสันนิษฐานของพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ฯ มาตรา ๖๒ วรรคสอง โจทก์จึงมีภาระการพิสูจน์โต้ แย้งว่า จ�ำเลยไม่มีลิขสิทธิ์ในงานเรียบเรียงเสียง ประสานของงานดนตรีกรรมเพลง “น�้ำตาฟ้า” กรณีมีเหตุท�ำให้จ�ำเลยเข้าใจว่า จ�ำเลย ถูกละเมิดลิขสิทธิ์ ทั้งปรากฏว่าจ�ำเลยเคยแจ้งให้มี การระงับการกระท�ำละเมิดลิขสิทธิ์ของจ�ำเลยแล้ว จ�ำเลยจึงชอบที่จะแจ้งความร้องทุกข์เพื่อปกป้อง สิทธิประโยชน์ของตนตามกฎหมายได้ ไม่ถือว่า เป็นการจงใจหรือประมาทเลินเล่อกระท�ำต่อโจทก์ โดยผิดกฎหมาย หรือเป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริต ซึ่งมีแต่จะท�ำให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์แต่อย่าง ใด การที่จ�ำเลยแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงาน สอบสวนไม่ถือว่าเป็นการกระท�ำละเมิดต่อโจทก์ งานใดไม่มีชื่อหรือสิ่งที่ใช้แทนชื่อแสดงไว้ หรือมีชื่อหรือสิ่งที่ใช้แทน ชื่อแสดงไว้ แต่มิได้อ้างว่าเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์หรือสิทธิของนักแสดง และ มีชื่อหรือสิ่งใดที่ใช้แทนชื่อของบุคคลอื่นซึ่งอ้างว่าเป็นผู้พิมพ์ ผู้โฆษณา หรือ ผู้พิมพ์และผู้โฆษณาแสดงไว้ ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าบุคคล ซึ่งเป็นผู้พิมพ์ ผู้โฆษณา หรือผู้พิมพ์และผู้โฆษณานั้นเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์หรือสิทธินักแสดง ในงานนั้น


คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ - 125 - มาตรา ๖๓ ห้ามมิให้ฟ้องคดีละเมิดลิขสิทธิ์หรือสิทธิของนักแสดง เมื่อพ้นก�ำหนดสามปีนับแต่วันที่เจ้าของลิขสิทธิ์หรือสิทธิของนักแสดงรู้ถึง การละเมิดและรู้ตัวผู้กระท�ำละเมิด แต่ทั้งนี้ต้องไม่เกินสิบปีนับแต่วันที่มีการ ละเมิดลิขสิทธิ์หรือสิทธิของนักแสดง มาตรา ๖๓ มีค�ำพิพากษาฎีกาที่เกี่ยวข้องดังนี้ ฎีกาที่ ๔๖๓๕/๒๕๓๑ ประมวลกฎหมาย อาญา บัญญัติเรื่องอายุความคดีอาญาไว้เป็นพิเศษ โดยเฉพาะแล้ว จะน�ำบทบัญญัติเรื่องอายุความ สะดุดหยุดอยู่หรือการขยายอายุความตามประมวล กฎหมายแพ่ง มาตรา ๑๗๕, ๑๗๖ มาใช้ในคดีอาญา ไม่ได้ โจทก์ยื่นฟ้องคดีความผิดตามพระราชบัญญัติ ลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๒๑ ซึ่งเป็นความผิดอันยอมความ ได้ต่อศาลแขวงพระนครใต้ภายในก�ำหนดอายุความ ในวันนัดไต่สวนมูลฟ้อง ศาลแขวงพระนครใต้เห็น ว่าคดีไม่อยู่ในอ�ำนาจของศาลแขวงจึงสั่งจ�ำหน่าย คดีให้โจทก์ไปฟ้องยังศาลที่มีอ�ำนาจภายใน ๗ วัน โจทก์จึงยื่นฟ้องคดีนี้ต่อศาลอาญา ล่วงเลยก�ำหนด เวลา ๓ เดือน นับแต่วันที่โจทก์รู้เรื่องการกระท�ำ ผิดและรู้ตัวจ�ำเลยผู้กระท�ำผิดแล้ว โดยโจทก์มิได้ ร้องทุกข์ไว้ก่อนจึงขาดอายุความ มาตรา ๖๔ ในกรณีที่มีการละเมิดลิขสิทธิ์หรือสิทธิของนักแสดง ศาลมีอ�ำนาจสั่งให้ผู้ละเมิดชดใช้ค่าเสียหายแก่เจ้าของลิขสิทธิ์หรือสิทธิของ นักแสดงตามจ�ำนวนที่ศาลเห็นสมควร โดยค�ำนึงถึงความร้ายแรงของความ เสียหาย รวมทั้งการสูญเสียประโยชน์และค่าใช้จ่ายอันจ�ำเป็นในการบังคับ ตามสิทธิของเจ้าของลิขสิทธิ์หรือสิทธิของนักแสดงด้วย มาตรา ๖๔ มีค�ำพิพากษาฎีกาที่เกี่ยวข้องดังนี้ ฎีกาที่ ๗๔๕๗/๒๕๕๐ ในกรณีที่ปรากฏหลักฐานชัดแจ้งว่าการละเมิดลิขสิทธิ์หรือสิทธิ ของ นักแสดงเป็นการกระท�ำโดยจงใจหรือมีเจตนาเป็นเหตุให้งานอันมีลิขสิทธิ์ หรือสิทธิของนักแสดงสามารถเข้าถึงโดยสาธารณชนได้อย่างแพร่หลาย ให้ ศาลมีอ�ำนาจสั่งให้ผู้ละเมิดจ่ายค่าเสียหายเพิ่มขึ้นไม่เกินสองเท่าของค่าเสีย หายตามวรรคหนึ่ง (มาตรา ๖๔ วรรคสอง เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๘)


คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ - 126 - มาตรา ๖๕ ในกรณีที่มีหลักฐานโดยชัดแจ้งว่าบุคคลใดกระท�ำการ หรือก�ำลังจะกระท�ำการอย่างใดอย่างหนึ่งอันเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์หรือสิทธิ ของนักแสดงเจ้าของลิขสิทธิ์ หรือสิทธิของนักแสดงอาจขอให้ศาลมีค�ำสั่งให้ บุคคลดังกล่าวระงับหรือละเว้นการกระท�ำดังกล่าวนั้นได้ ค�ำสั่งของศาลตามวรรคหนึ่งไม่ตัดสิทธิของเจ้าของลิขสิทธิ์หรือสิทธิ ของนักแสดงในการเรียกร้องค่าเสียหายตามมาตรา ๖๔ มาตรา ๖๕/๑ ให้น�ำมาตรา ๖๓ มาตรา ๖๔ และมาตรา ๖๕ มาใช้ บังคับแก่การฟ้องคดีเกี่ยวกับข้อมูลการบริหารสิทธิและมาตรการทาง เทคโนโลยีโดยอนุโลม (มาตรา ๖๕/๑ เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๘) มาตรา ๖๖ ความผิดตามพระราชบัญญัตินีเป็นความผิดอันยอมความได้ ้มาตรา ๖๖ มีค�ำพิพากษาฎีกาที่เกี่ยวข้องดังนี้ ฎีกาที่ ๔๐๒๖/๒๕๒๔ ฎีกาที่ ๔๒๐๗-๔๒๐๘/๒๕๓๓ ทาง พิจารณากลับได้ความว่า โจทก์ร่วมไม่ใช่ผู้สร้างสรรค์ และไม่มีหลักฐานว่าใครเป็นผู้สร้างสรรค์ภาพยนตร์ แถบบันทึกภาพของกลาง จึงฟังไม่ได้ว่าโจทก์ร่วม เป็นผู้มีลิขสิทธิ์ในภาพยนตร์แถบบันทึกภาพของ กลาง โจทก์ร่วมจึงไม่ใช่ผู้เสียหาย ไม่มีอ�ำนาจ ร้องทุกข์ พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๒๑ มาตรา ๔๘ บัญญัติให้ความผิดตามพระราชบัญญัติ นี้เป็นความผิดอันยอมความได้ เมื่อโจทก์ร่วมไม่มี อ�ำนาจร้องทุกข์ โจทก์จึงไม่มีอ�ำนาจฟ้องและเมื่อ โจทก์ไม่มีอ�ำนาจฟ้อง จึงต้องคืนแถบบันทึกภาพ ของกลางแก่จ�ำเลย ฎีกาที่ ๒๖๙๕/๒๕๔๖ โจทก์มอบอ�ำนาจ ให้ ร. เป็นตัวแทนและผู้รับมอบอ�ำนาจเพื่อโจทก์ และในนามโจทก์ในประเทศไทย ได้รู้เรื่องการ กระท�ำความผิด และรู้ตัวผู้กระท�ำความผิดคดีนี้ แล้ว ในวันที่ ๑๙ พฤศจิกายน ๒๕๔๑ ส่วนการ ตรวจสอบคอมพิวเตอร์และโปรแกรมที่ซื้อมาโดย ส. ก็เพื่อให้ได้หลักฐานชัดเจนยิ่งขึ้น อันจะเป็น ประโยชน์ในการฟ้องคดี ไม่ใช่เพื่อให้รู้ถึงการกระ ท�ำความผิด ดังนั้น ร. ต้องด�ำเนินการร้องทุกข์หรือ ฟ้องร้องภายใน ๓ เดือน นับแต่วันที่ ๑๙ พฤศจิกายน ๒๕๔๑ ซึ่งเป็นวันที่ ร. รู้เรื่องความผิดและรู้ตัว ผู้กระท�ำความผิดเป็นครั้งแรก เมื่อโจทก์น�ำคดีนี้ ซึ่ง เป็นความผิดอันยอมความได้มาฟ้องเมื่อวันที่ ๒๕


คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ - 127 - กุมภาพันธ์ ๒๕๔๒ คดีโจทก์จึงขาดอายุความตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๖ ฎีกาที่ ๔๓๑๐/๒๕๔๙ ความผิดฐาน ละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้อื่นเพื่อการค้าเป็นความผิดอัน ยอมความได้ตาม มาตรา ๖๖ พนักงานสอบสวน จะท�ำการสอบสวนได้ก็ต่อเมื่อมีค�ำร้องทุกข์ตาม ระเบียบ ในรายงานประจ�ำวันรับแจ้งเป็นหลักฐาน ระบุไว้ว่า “นาย ศ. อายุ ๒๖ ปี.ได้รับมอบอ�ำนาจ จากบริษัท อาร์ เอส ให้แจ้งร้องทุกข์กล่าวโทษ ผู้ละเมิดลิขสิทธิ์วีซีดีภาพยนตร์.เพื่อด�ำเนินคดีต่อ ไป” ก็ไม่ถือว่าเป็นค�ำร้องทุกข์ ตามประมวล กฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒(๗) เพราะมิได้ชัดแจ้งว่าเป็นการแจ้งความโดยเจตนา จะให้ผู้กระท�ำผิดได้รับโทษ เป็นเหตุให้การสอบสวน ในความผิดฐานนี้ไม่ชอบตามประมวลกฎหมายวิธี พิจารณาความอาญา มาตรา ๑๒๑ โจทก์จึงไม่มี อ�ำนาจฟ้องคดีนี้ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาล ทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศฯ มาตรา ๒๖ ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา ความอาญา มาตรา ๑๒๐


คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ - 128 - หมวด ๗ พนักงานเจ้าหน้าที่ -------------------------- (หมวด ๗ พนักงานเจ้าหน้าที่ มาตรา ๖๗ ถึงมาตรา ๖๘ เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗) มาตรา ๖๗ เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติการให้เป็นไปตามพระราช บัญญัตินี้ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่เป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา และให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอ�ำนาจและหน้าที่ ดังต่อไปนี้ (๑) เข้าไปในอาคาร สถานที่ท�ำการ สถานที่ผลิต หรือสถานที่เก็บ สินค้าของบุคคลใด ในเวลาระหว่างพระอาทิตย์ขึ้นถึงพระอาทิตย์ตก หรือ ในเวลาท�ำการของสถานที่นั้น หรือเข้าไปในยานพาหนะ เพื่อตรวจค้นสินค้า หรือตรวจสอบเมื่อมีเหตุอันควรสงสัยว่ามีการกระท�ำความผิดตามพระราช บัญญัตินี้ (๒) ยึดหรืออายัดเอกสารหรือสิ่งของที่เกี่ยวข้องกับการกระท�ำความ ผิด เพื่อประโยชน์ในการด�ำเนินคดีในกรณีมีเหตุอันควรสงสัยว่ามีการกระ ท�ำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ (๓) สั่งให้บุคคลใด ๆ มาให้ถ้อยค�ำหรือให้ส่งบัญชี เอกสาร หรือ หลักฐานอื่นในกรณีมีเหตุอันควรเชื่อว่าถ้อยค�ำ สมุดบัญชี เอกสารหรือหลัก ฐานดังกล่าว มีประโยชน์แก่การค้นพบหรือใช้เป็นพยานหลักฐานในการ พิสูจน์การกระท�ำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ ในการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานเจ้าหน้าที่ ให้ผู้ซึ่งเกี่ยวข้องอ�ำนวย ความสะดวกตามสมควร


คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ - 129 - มาตรา ๖๘ ในการปฏิบัติหน้าที่ พนักงานเจ้าหน้าที่ต้องแสดงบัตร ประจ�ำตัวแก่บุคคลซึ่งเกี่ยวข้อง บัตรประจ�ำตัวพนักงานเจ้าหน้าที่ให้เป็นไปตามแบบที่รัฐมนตรี ก�ำหนด (มาตรา ๖๘ วรรคสอง โปรดดูประกาศกระทรวงพาณิชย์ ฉบับที่ ๗ (พ.ศ. ๒๕๕๒) เรื่อง แต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่และบัตรประจ�ำตัวพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗)


คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ - 130 - หมวด ๘ บทก�ำหนดโทษ --------------------------- มาตรา ๖๙ ผู้ใดกระท�ำการละเมิดลิขสิทธิ์หรือสิทธิของนักแสดง ตามมาตรา ๒๗ มาตรา ๒๘ มาตรา ๒๙ มาตรา ๓๐ หรือมาตรา ๕๒ ต้อง ระวางโทษปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสองแสนบาท (มาตรา ๖๙ วรรคหนึ่ง แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗ เป็นความเดิม พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๒๑ มาตรา ๔๓ ดังนี้ “มาตรา ๔๓ ผู้ใดกระท�ำการละเมิดตามมาตรา ๒๔ มาตรา ๒๕ หรือมาตรา ๒๖ ต้องระวาง โทษปรับตั้งแต่หนึ่งหมื่นบาทถึงหนึ่งแสนบาท ถ้าการกระท�ำความผิดตามวรรคหนึ่งเป็นการกระท�ำเพื่อการค้า ผู้กระท�ำต้องระวางโทษปรับ ตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสองแสนบาท หรือจ�ำคุกไม่เกินหนึ่งปีและปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสองแสนบาท”) มาตรา ๖๙ วรรคหนึ่ง มีค�ำพิพากษาฎีกาที่เกี่ยวข้องดังนี้ ฎีกาที่ ๓๘๒๖/๒๕๔๕ ฎีกาที่ ๗๔๕๗/๒๕๕๐ ถ้าการกระท�ำความผิดตามวรรคหนึ่งเป็นการกระท�ำเพื่อการค้า ผู้กระท�ำต้องระวางโทษจ�ำคุกตั้งแต่หกเดือนถึงสี่ปี หรือปรับตั้งแต่หนึ่งแสน บาทถึงแปดแสนบาท หรือทั้งจ�ำทั้งปรับ มาตรา ๖๙ วรรคสอง มีค�ำพิพากษาฎีกาที่เกี่ยวข้องดังนี้ ฎีกาที่ ๕๐๘/๒๕๓๕ โจทก์บรรยาย ฟ้องเพียงว่า จ�ำเลยได้กระท�ำละเมิดลิขสิทธิ์ของ โจทก์โดยการขาย ให้เช่า ฯ ซึ่งภาพยนตร์วีดีโอเทป เพื่อการค้า โดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ดัง กล่าวเป็นของโจทก์ ที่มีผู้ท�ำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ ของโจทก์ เป็นการฟ้องในความผิดตามพระราช บัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๒๑ มาตรา ๒๗ และ ๔๔ วรรคสอง โจทก์มิได้บรรยายฟ้องถึงการกระท�ำความ ผิดของจ�ำเลยตามมาตรา ๒๔, ๒๕ และ ๔๓ วรรค สอง แม้โจทก์จะอ้างบทมาตราดังกล่าวมาในค�ำขอ ท้ายฟ้อง ศาลก็ไม่อาจลงโทษจ�ำเลยในข้อหาความ ผิดตามบทมาตราดังกล่าวได้เพราะเป็นการพิพากษา เกินไปกว่าที่กล่าวในฟ้องต้องห้ามตามประมวล กฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๙๒ วรรคแรก เมื่อศาลอุทธรณ์วินิจฉัยโดยฟังข้อเท็จ จริงว่าการกระท�ำของจ�ำเลย เข้าลักษณะเป็นความ ผิดตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๒๑ มาตรา


คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ - 131 - ๒๔, ๒๕ และ ๔๓ วรรคสอง ย่อมมีผลเท่ากับวินิจฉัย ว่าการกระท�ำของเจ้าของจ�ำเลยไม่เป็นความผิด ตามมาตรา ๒๗ และ ๔๔ วรรคสอง แห่งพระราช บัญญัติเดียวกันไปในตัว เมื่อโจทก์ไม่ฎีกาขอให้ ลงโทษจ�ำเลยในข้อหาความผิดตามมาตรา ๒๗ และ ๔๔ วรรคสอง ศาลฎีกาจึงไม่อาจลงโทษจ�ำเลยใน ข้อหาความผิดดังกล่าวได้ ฎีกาที่ ๗๘๐๗/๒๕๔๒ ฎีกาที่ ๗๘๒๒/๒๕๔๒ ฎีกาที่ ๗๒๐๖/๒๕๔๒ ฎีกาที่ ๓๒๔๐/๒๕๔๓ โจทก์ซึ่งมีสัญชาติ ไทย งานสร้างสรรค์ที่ผู้รับจ้างท�ำขึ้นมาจะตกเป็น ลิขสิทธิ์ของผู้ว่าจ้างก็ต่อเมื่อการว่าจ้างนั้นมีผล สมบูรณ์ผูกพันกันโดยชอบ การที่โจทก์สร้างสรรค์ และปรับปรุงงานภาพเขียน “พิธีคล้องช้าง” พร้อม กับเสนอราคาค่าจ้าง แต่จ�ำเลยเห็นว่าแพ่งไปและ ตกลงกันไม่ได้ จ�ำเลยจึงไม่ว่าจ้างโจทก์ท�ำป้าย โฆษณา แสดงให้เห็นว่าโจทก์กับจ�ำเลยยังตกลงกัน ในเรื่องสาระส�ำคัญของสัญญาไม่ได้ สัญญาจ้างท�ำ ของระหว่างโจทก์กับจ�ำเลยยังไม่เกิดขึ้น จ�ำเลยจึง ไม่ได้เป็นผู้ว่าจ้างโจทก์ งานที่โจทก์ท�ำขึ้นจึงเป็น ลิขสิทธิ์ของโจทก์เพียงผู้เดียว ภาพเขียน “พิธีคล้องช้าง” ของโจทก์ และภาพการคล้องช้างในป้ายโฆษณาที่จ�ำเลยท�ำ ขึ้น ดูจากการจัดองค์ประกอบของภาพทั้งหมด ต�ำแหน่งของการวางรูปช้าง การยืนและท่าทางของ ช้าง รวมทั้งฉากหลังภาพซึ่งเป็นเพนียด ท่าทางของ คนที่อยู่บนหลังช้าง รวมทั้งสีของภาพและลักษณะ การคล้องช้าง ที่จ�ำเลยเป็นผู้ด�ำเนินการจัดท�ำป้าย โฆษณาขึ้นโดยการถือเอาภาพ “พิธีคล้องช้าง” ของ โจทก์เป็นต้นแบบ เป็นการดัดแปลงงานอันมีลิขสิทธิ์ ของโจทก์และน�ำออกเผยแพร่ต่อสาธารณชน โดย ไม่ได้รับอนุญาตจากโจทก์ การกระท�ำของจ�ำเลย จึงเป็นความผิดฐานละเมิดลิขสิทธิ์ของโจทก์ ฎีกาที่ ๒๖๕๕/๒๕๔๕ ฎีกาที่ ๖๑๔๗/๒๕๔๕ ฎีกาที่ ๕๐๔๑/๒๕๔๖ ฎีกาที่ ๕๓๙๕/๒๕๔๖ ฎีกาที่ ๒๙๐/๒๕๔๘ ฎีกาที่ ๘๗๖/๒๕๔๘ ฎีกาที่ ๑๖๑๔/๒๕๔๘ ฎีกาที่ ๒๕๗๒/๒๕๔๘ ฎีกาที่ ๖๔๔/๒๕๔๙ ฎีกาที่ ๗๘๗๓/๒๕๔๙ ฎีกาที่ ๗๘๗๒/๒๕๔๙ ฎีกาที่ ๓๘๘๒/๒๕๕๓ ฎีกาที่ ๔๔๓๘/๒๕๕๓ ฎีกาที่ ๔๖๗๕/๒๕๕๓ ฎีกาที่ ๗๔๒๙/๒๕๕๓


คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ - 132 - มาตรา ๖๙/๑ ผู้ใดกระท�ำการละเมิดลิขสิทธิ์ตามมาตรา ๒๘/๑ ต้อง ระวางโทษจ�ำคุกตั้งแต่หกเดือนถึงสี่ปี หรือปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงแปด แสนบาท หรือทั้งจ�ำทั้งปรับ (มาตรา ๖๙/๑ เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๘) มาตรา ๗๐ ผู้ใดกระท�ำการละเมิดลิขสิทธิ์ตามมาตรา ๓๑ ต้องระวาง โทษปรับตั้งแต่หนึ่งหมื่นบาทถึงหนึ่งแสนบาท (มาตรา ๗๐ วรรคหนึ่ง แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗ เป็นความเดิม พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๒๑ มาตรา ๔๔ ดังนี้ “มาตรา ๔๔ ผู้ใดกระท�ำการละเมิดลิขสิทธิ์ตามมาตรา ๒๗ ต้องระวางโทษปรับตั้งแต่ห้าพัน บาทถึงห้าหมื่นบาท ถ้าการกระท�ำความผิดตามวรรคหนึ่งเป็นการกระท�ำเพื่อการค้า ผู้กระท�ำต้องระวางโทษ ปรับตั้งแต่หนึ่งหมื่นบาทถึงสองแสนบาท หรือจ�ำคุกไม่เกินหกเดือนและปรับตั้งแต่หนึ่งหมื่นบาทถึงหนึ่ง แสนบาท”) มาตรา ๗๐ วรรคหนึ่ง มีค�ำพิพากษาฎีกาที่เกี่ยวข้องดังนี้ ฎีกาที่ ๕๐๐๙/๒๕๓๓ การที่จ�ำเลยให้เช่า ให้เช่าซื้อ ขายภาพยนตร์วีดีโอเทปจ�ำนวนสองเรื่อง การกระท�ำของจ�ำเลยก็เป็นความผิดในลักษณะอย่างเดียวกัน เจ้าพนักงานจับกุมจ�ำเลยได้พร้อมภาพยนตร์ ทั้งสองเรื่องในวันเวลาเดียวกัน ถือได้ว่าจ�ำเลยมีเจตนากระท�ำความผิดอันเดียวกัน การกระท�ำของจ�ำเลย จึงเป็นกรรมเดียว และจ�ำเลยให้การรับสารภาพ ศาลก็ลงโทษจ�ำเลยสองกระทงไม่ได้ ฎีกาที่ ๒๖๗/๒๕๔๗ ฎีกาที่ ๒๕๕๕/๒๕๔๘ ฎีกาที่ ๓๒๘๕/๒๕๔๘ ฎีกาที่ ๖๘๙๔/๒๕๔๙ ฎีกาที่ ๗๔๕๗/๒๕๕๐ ฎีกาที่ ๖๓๘๐/๒๕๕๓ ถ้าการกระท�ำความผิดตามวรรคหนึ่งเป็นการกระท�ำเพื่อการค้า ผู้กระท�ำต้องระวางโทษจ�ำคุกตั้งแต่สามเดือนถึงสองปี หรือปรับตั้งแต่ห้า หมื่นบาทถึงสี่แสนบาท หรือทั้งจ�ำทั้งปรับ มาตรา ๗๐ วรรสอง มีค�ำพิพากษาฎีกาที่เกี่ยวข้องดังนี้


คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ - 133 - ฎีกาที่ ๕๕๕๘/๒๕๔๘ ศาลฎีกา พิพากษาให้ลงโทษปรับจ�ำเลยและจ�ำเลยถูกคุมขัง อยู่ตั้งแต่ก่อนวันที่ศาลมีค�ำพิพากษา การเริ่มนับวัน กักขังตามหมายกักขังคดีถึงที่สุดดังกล่าวจึงต้องนับ ย้อนให้ถึงวันที่ศาลชั้นต้นออกหมายกักขังระหว่าง อุทธรณ์ฎีกา ฎีกาที่ ๔๒๕๐/๒๕๔๒ ฎีกาที่ ๒๒๓๒/๒๕๔๕ ฎีกาที่ ๔๗๙๔/๒๕๔๕ ฎีกาที่ ๖๕๓๗/๒๕๔๕ ฎีกาที่ ๕๗๒๑/๒๕๔๖ ฎีกาที่ ๕๖๔/๒๕๔๖ ฎีกาที่ ๒๙๐/๒๕๔๘ ฎีกาที่ ๒๕๗๒/๒๕๔๘ ฎีกาที่ ๓๙๗๕/๒๕๔๘ ฎีกาที่ ๔๗๔๘/๒๕๔๙ ฎีกาที่ ๗๘๗๓/๒๕๔๙ ฎีกาที่ ๑๐๕๑๕/๒๕๕๑ ฎีกาที่ ๑๕๙๖/๒๕๕๓ ฎีกาที่ ๒๐๘๖/๒๕๕๓ ฎีกาที่ ๓๐๙๓/๒๕๕๓ ฎีกาที่ ๓๔๒๔/๒๕๕๓ ฎีกาที่ ๓๔๖๙/๒๕๕๓ ฎีกาที่ ๓๘๘๒/๒๕๕๓ ฎีกาที่ ๔๗๔๕/๒๕๕๓ ฎีกาที่ ๔๗๔๖/๒๕๕๓ ฎีกาที่ ๕๔๐๕/๒๕๕๓ ฎีกาที่ ๖๓๘๐/๒๕๕๓ ฎีกาที่ ๘๒๒๐/๒๕๕๓ ฎีกาที่ ๑๐๒๒๑/๒๕๕๓ ฎีกาที่ ๑๐๖๗๑/๒๕๕๓ ฎีกาที่ ๑๐๖๗๓/๒๕๕๓ มาตรา ๗๐/๑ ผู้ใดกระท�ำการละเมิดข้อมูลการบริหารสิทธิตาม มาตรา ๕๓/๑ หรือมาตรา ๕๓/๒ หรือละเมิดมาตรการทางเทคโนโลยีตาม มาตรา ๕๓/๔ ต้องระวางโทษปรับตั้งแต่หนึ่งหมื่นบาทถึงหนึ่งแสนบาท (มาตรา ๗๐/๑ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๘) ถ้าการกระท�ำความผิดตามวรรคหนึ่งเป็นการกระท�ำเพื่อการค้า ผู้กระท�ำต้องระวางโทษจ�ำคุกตั้งแต่สามเดือนถึงสองปี หรือปรับตั้งแต่ห้า หมื่นบาทถึงสี่แสนบาท หรือทั้งจ�ำทั้งปรับ


คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ - 134 - มาตรา ๗๑ ผู้ใดไม่มาให้ถ้อยค�ำหรอไม่ส่งเอกสารหร ื อวัตถุใดๆ ตามที่ ื คณะกรรมการ หรอคืณะอนุกรรมการสั่งตามมาตรา ๖๐ วรรคสาม ต้องระวาง โทษจ�ำคุกไม่เกินสามเดอน หรื อปรับไม่เกินห้าหม ื ื่นบาทหรอทั ื งจ� ้ำทังปรับ้ (มาตรา ๗๑ เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗) มาตรา ๗๒ ผู้ใดขัดขวางหรือไม่อ�ำนวยความสะดวกแก่พนักงาน เจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ ตามมาตรา ๖๗ หรือฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตาม ค�ำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งสั่งตามมาตรา ๖๗ ต้องระวางโทษจ�ำคุกไม่ เกินสามเดือน หรือปรับไม่เกินห้าหมื่นบาท หรือทั้งจ�ำทั้งปรับ (มาตรา ๗๒ เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗ มาตรา ๗๓ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติลิขสิทธ์ พ.ศ. ๒๕๓๗ เป็นความเดิมพระราช บัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๒๑ มาตรา ๔๕ ดังนี้ “มาตรา ๔๕ ผู้ใดกระท�ำความผิดต้องระวางโทษตามพระราชบัญญัตินี้ เมื่อพ้นโทษแล้วไม่ ครบก�ำหนดห้าปี กระท�ำความผิดต่อพระราชบัญญัตินี้อีก ให้วางโทษทวีคูณ”) มาตรา ๗๓ ผู้ใดกระท�ำความผิดต้องระวางโทษตามพระราชบัญญัติ นี้ เมื่อพ้นโทษแล้ว ยังไม่ครบก�ำหนดห้าปี กระท�ำความผิดต่อพระราชบัญญัติ นี้อีก ต้องระวางโทษเป็นสองเท่าของโทษที่ก�ำหนดไว้ส�ำหรับความผิดนั้น มาตรา ๗๓ มีค�ำพิพากษาฎีกาที่เกี่ยวข้องดังนี้ ฎีกาที่ ๑๐๒๗/๒๕๓๘ แม้จ�ำเลยจะพ้น โทษปรับ แต่คดีก่อนมีทั้งโทษปรับและรอการลงโทษ จ�ำคุก ถือไม่ได้ว่ามีการพ้นโทษจ�ำคุก กรณีจึงวาง โทษจ�ำเลยทวีคูณตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๒๑ มาตรา ๔๕ ไม่ได้ ฎีกาที่ ๑๐๑๗/๒๕๔๕ โทษจ�ำคุกให้รอ การลงโทษไว้และคดีอยู่ในระหว่างการพิจารณาของ ศาลฎีกา จ�ำเลยมากระท�ำความผิดคดีนี้ซ �้ ำอีกอัน เป็นการกระท�ำความผิดในขณะที่คดีก่อนยังไม่ถึงที่ สุด จึงระวางโทษจ�ำเลยในคดีนี้เป็นสองเท่าไม่ได้ ฎีกาที่ ๒๕๖๔/๒๕๔๕ จ�ำเลยกระท�ำ ผิดยังไม่ครบห้าปีกลับมากระท�ำความผิดอีกตาม เงื่อนไขที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๗๓ แห่งพระราช บัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.๒๕๓๗ จึงไม่อาจระวางโทษจ�ำ เลยเป็นสองเท่าของโทษที่ก�ำหนดไว้ส�ำหรับความ ผิดฐานละเมิดลิขสิทธิ์ในคดีนี้ได้ ปัญหานี้เป็นข้อ


คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ - 135 - กฎหมายเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดอุทธรณ์ ศาลฎีกาแผนกคดี ทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศมี อ�ำนาจหยิบยกขึ้นวินิจฉัยเองได้ ฎีกาที่ ๔๔๒๓/๒๕๔๕ จ�ำเลยกระท�ำ ความผิดคดีนี้ก่อนต้องโทษและพ้นโทษปรับในคดี ก่อน จึงไม่อาจวางโทษทวีคูณของโทษที่กฎหมาย ก�ำหนดไว้ส�ำหรับความผิดคดีนี้ได้ตามพระราช บัญญัติลิขสิทธิ์ฯ มาตรา ๗๓ ปัญหานี้เป็นปัญหา ข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้จ�ำเลย ไม่ได้อุทธรณ์ ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทาง ปัญญาและการค้าระหว่างประเทศสามารถแก้ไข ให้ถูกต้องได้ ฟ้องโจทก์ไม่ได้บรรยายว่า มีการยึด ทรัพย์สินที่ใช้ในการกระท�ำความผิดเป็นของกลาง และค�ำขอท้ายฟ้องก็ไม่ได้ขอให้ริบทรัพย์สินดังกล่าว การที่ศาลทรัพย์สินฯ กลางพิพากษาให้ริบสิ่งที่ได้ ใช้ในขณะกระท�ำความผิดด้วย จึงไม่ชอบด้วย กฎหมาย ฎีกาที่ ๒๐๖๙/๒๕๕๓ แม้คดีก่อนศาล จะลงโทษจ�ำคุกและรอการลงโทษให้จ�ำเลย ศาล ก็ได้ลงโทษปรับจ�ำเลยอีกสถานหนึ่งด้วย เมื่อมีการ ช�ำระค่าปรับครบถ้วนในวันเวลาใด ย่อมถือว่าจ�ำเลย ได้พ้นโทษในวันที่ช�ำระค่าปรับนั้นแล้ว ได้ความว่า ขณะกระท�ำความผิดคดีนี้ จ�ำเลยยังช�ำระค่าปรับ ในคดีก่อนไม่ครบถ้วน จึงเป็นกรณีที่จ�ำเลยยังไม่ได้ พ้นโทษในคดีก่อนและเมื่อกลับมากระท�ำความผิด คดีนี้ ซึ่งแม้จะเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติ ลิขสิทธิ์ พ.ศ.๒๕๓๗ เช่นเดียวกันก็ไม่อาจระวาง โทษสองเท่าแก่จ�ำเลยตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.๒๕๓๗ มาตรา ๗๓ ได้ ที่ศาลทรัพย์สินทาง ปัญญา ระวางโทษสองเท่าแก่จ�ำเลยตามมาตรานี้ จึงไม่ชอบ ฎีกาที่ ๔๗๔๖/๒๕๕๓ ศาลฎีกาแผนก คดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่าง ประเทศย่อมมีอ�ำนาจน�ำโทษจ�ำคุก ๑ เดือน ๑๕ วัน ของจ�ำเลยซึ่งรอการลงโทษไว้ในคดีดังกล่าว มาบวกเข้ากับเข้ากับโทษจ�ำคุกของจ�ำเลยในคดีนี้ ได้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๕๘ วรรค แรก แม้โจทก์ไม่มีค�ำขอให้น�ำโทษในคดีดังกล่าว บวกเข้ากับโทษในคดีนี้ และในคดีนี้ศาลได้น�ำ ความผิดที่จ�ำเลยกระท�ำไว้ในคดีดังกล่าวมาเป็น เหตุระวางโทษ จ�ำเลยเป็นสองเท่าตามมาตรา ๗๓ แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.๒๕๓๗ ด้วย ก็ตาม เพราะเป็นคนละกรณีกัน ปัญหานี้เป็นข้อ กฎหมายเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยศาลฎีกา แผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่าง ประเทศมีอ�ำนาจหยิบ ยกขึ้นวินิจฉัยและแก้ไขให้ ถูกต้องได้ พิพากษาแก้เป็นว่า ให้น�ำโทษจ�ำคุก ๑ เดือน ๑๕ วัน ของจ�ำเลยที่รอการลงโทษไว้ในคดี อาญาหมายเลขแดงที่ อ.๕๕๕๗/๒๕๔๘ ของศาล ทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ กลางบวกเข้ากับโทษจ�ำคุกของจ�ำเลยในคดีนี้ เป็น จ�ำคุก ๕ เดือน ๓๐ วัน นอกจากที่แก้คงให้เป็นไป ตามค�ำพิพากษาศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการ ค้าระหว่างประเทศกลาง


คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ - 136 - มาตรา ๗๔ ในกรณีที่ผู้กระท�ำความผิดเป็นนิติบุคคล ถ้าการกระ ท�ำความผิดของนิติบุคคลนันเกิดจากการสั่งการหร ้อการกระท� ืำของกรรมการ หรือผู้จัดการหรือบุคคลใดซึ่งรับผิดชอบในการด�ำเนินงานของนิติบุคคลนั้น หรือในกรณีที่บุคคลดังกล่าวมีหน้าที่ต้องสั่งการหรือกระท�ำการและละเว้น ไม่สั่งการหรือไม่กระท�ำการจนเป็นเหตุให้นิติบุคคลนั้นกระท�ำความผิด ผู้นั้น ต้องรับโทษตามที่บัญญัติไว้ส�ำหรับความผิดนั้นๆ ด้วย (มาตรา ๗๔ ใช้บังคับมิได้ตามค�ำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ที่ ๕/๒๕๕๖ ลงวันที่ ๑๖ พฤษภาคม ๒๕๕๖ วินิจฉัยว่า พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์พ.ศ. ๒๕๓๗ มาตรา ๗๔ มีปัญหาเกี่ยวกับความ ชอบด้วยรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา ๓๙ วรรคสอง “ในคดีอาญา ต้องสันนิษฐานไว้ก่อน ว่าผู้ต้องหาหรือจ�ำเลยไม่มีความผิด” จึงเป็นอันใช้บังคับมิได้ตามรัฐธรรมนูญมาตรา ๖ “รัฐธรรมนูญเป็น กฎหมายสูงสุดของประเทศ บทบัญญัติใดของกฎหมาย กฎหรือข้อบังคับ ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญนี้ บทบัญญัตินั้นเป็นอันใช้บังคับมิได้” ) (มาตรา ๗๔ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่ เกี่ยวกับความรับผิดในทางอาญาของผู้แทนนิติบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๐ มาตรา ๗๔ ความเดิม ใช้บังคับมิได้ ตามค�ำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ที่ ๕/๒๕๕๖ มีดังนี้ “มาตรา ๗๔ ในกรณีที่นิติบุคคลกระท�ำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ ให้ถือว่ากรรมการ หรือผู้จัดการทุกคนของนิติบุคคลนั้นเป็นผู้ร่วมกระท�ำผิดกับนิติบุคคลนั้น เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าการกระท�ำ ของนิติบุคคลนั้นได้กระท�ำโดยตนมิได้รู้เห็นหรือยินยอมด้วย”) (๒) มาตรา ๗๔ มีค�ำพิพากษาฎีกาที่เกี่ยวข้องดังนี้ ฎีกาที่ ๕๔๑๐/๒๕๔๖ แม้ตาม เจตนารมณ์มาตรา ๗๔ แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ฯ ต้องการให้ด�ำเนินคดีเพื่อลงโทษกรรมการหรือผู้ จัดการนิติบุคคลที่นิติบุคคลนั้นกระท�ำความผิดฐาน ละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้อื่นด้วย ตามประมวลกฎหมาย อาญา มาตรา ๘๓ อันเป็นเจตนารมณ์ที่แตกต่าง จากบทบัญญัติของกฎหมายที่มีโทษทางอาญาทั่วๆ ไปก็ตาม แม้พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ฯ มาตรา ๗๔ จะบัญญัติให้ถือว่าจ�ำเลยที่ ๒ ร่วมกระท�ำผิดกับ นิติบุคคลจ�ำเลยที่ ๑ ด้วยก็ตาม แต่การที่จ�ำเลยทั้ง สองจะต้องรับผิดในผลแห่งการกระท�ำผิดดังกล่าว นั้นเป็นเรื่องเฉพาะตัวของแต่ละบุคคล หนังสือมอบ อ�ำนาจให้ ว.ไปร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนโดย ระบุให้ด�ำเนินคดีแก่จ�ำเลยที่ ๑ เท่านั้น กรณีจึงไม่มี ผลให้ถือว่าโจทก์ร่วมร้องทุกข์ให้ด�ำเนินคดีแก่จ�ำเลย ที่ ๒ การที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าโจทก์ร่วมมิได้ร้อง ทุกข์ให้ด�ำเนินคดีแก่จ�ำเลยที่ ๒ ภายในอายุความ คดีโจทก์เกี่ยวกับจ�ำเลยที่ ๒ จึงขาดอายุความนั้น จึงชอบแล้ว ฎีกาที่ ๑๑๐๔๗/๒๕๕๑ ฎีกาที่ ๗๔๒๙/๒๕๕๓


คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ - 137 - มาตรา ๗๕ บรรดาสิ่งที่ได้ท�ำขึ้นหรือน�ำเข้ามาในราชอาณาจักรอัน เป็นการละเมิดลิขสิทธิ์หรอสิทธิของนักแสดง และสิ่งที่ได้ใช้ในการกระท� ืำความ ผิดตามพระราชบัญญัตินี้ ให้ริบเสียทั้งสิ้นหรือในกรณีที่ศาลเห็นสมควร ศาล อาจสั่งให้ท�ำให้สิ่งนั้นใช้ไม่ได้หรือจะสั่งท�ำลายสิ่งนั้นก็ได้ โดยให้ผู้กระท�ำ ละเมิดเสียค่าใช้จ่ายในการนั้น (มาตรา ๗๕ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๘ ความเดิม พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗ “มาตรา ๗๕ บรรดาสิ่งที่ได้ท�ำขึ้นหรือน�ำเข้ามาในราชอาณาจักรอันเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ หรือสิทธิของนักแสดงตามพระราชบัญญัตินี้ และยังเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้กระท�ำความผิดตามมาตรา ๖๙ หรือมาตรา ๗๐ ให้ตกเป็นของเจ้าของลิขสิทธิ์หรือสิทธิของนักแสดง ส่วนสิ่งที่ได้ใช้ในการกระท�ำความ ผิดให้ริบเสียทั้งสิ้น” เป็นความเดิมพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๒๑ ดังนี้ “มาตรา ๔๗ บรรดาสิ่งที่ได้ท�ำขึ้นหรือน�ำเข้ามาในราชอาณาจักร อันเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัตินี้ และยังเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้กระท�ำความผิดตามมาตรา ๔๓ หรือมาตรา ๔๔ ให้ตก เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ ส่วนสิ่งที่ได้ใช้ในการกระท�ำความผิดให้ริบเสียทั้งสิ้น”) มาตรา ๗๕ มีค�ำพิพากษาฎีกาที่เกี่ยวข้องดังนี้ ฎีกาที่ ๑๗๓๒/๒๕๔๓ ที่จ�ำเลยกล่าว อ้างข้อยกเว้นความรับผิดตามกฎหมายว่า จ�ำเลย ซึ่งมีอาชีพรับจ้างถ่ายส�ำเนาเอกสารได้ถ่ายส�ำเนา ตามค�ำสั่งของผู้ว่าจ้างคือนักศึกษาที่น�ำไปใช้เพื่อ การศึกษาหรือวิจัยได้รับการยกเว้นมิให้ถือว่า เป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ จึงเป็นหน้าที่ของจ�ำเลย ที่จะต้องน�ำสืบเพื่อพิสูจน์ให้เห็นตามข้อกล่าวอ้าง ของตน โจทก์บรรยายฟ้องแต่เพียงว่า จ�ำเลย ละเมิดลิขสิทธิ์โดยท�ำซ �้ ำหนังสือซึ่งเป็นงานอันมี ลิขสิทธิ์ของโจทก์ร่วมทั้งสาม และน�ำหนังสือซึ่ง จ�ำเลยท�ำซ �้ ำโดยละเมิดลิขสิทธิ์ดังกล่าวออกขาย หาได้บรรยายว่า จ�ำเลยมีหนังสือซึ่งจ�ำเลยท�ำซ �้ ำ โดยละเมิดลิขสิทธิ์ดังกล่าวไว้เพื่อขายมาในฟ้องด้วย ไม่ อุทธรณ์ของโจทก์ร่วมทั้งสามดังกล่าวเป็นการ ยกข้อเท็จจริงขึ้นมาใหม่ในชั้นอุทธรณ์ จึงเป็นข้อที่ มิได้ ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลทรัพย์สิน ทางปัญญา เป็นอุทธรณ์ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ฎีกาที่ ๒๒๓๒/๒๕๔๕ วีดีโอภาพยนตร์ แผ่นวีซีดีและซีดีรอมโปรแกรมคอมพิวเตอร์ของ กลาง ซึ่งมีผู้ท�ำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของบริษัท ผู้เสียหายย่อมตกเป็นของผู้เสียหายซึ่งเป็นเจ้าของ ลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ฯ มาตรา ๗๕ จึงไม่ชอบที่จะริบของกลางดังกล่าว ฎีกาที่ ๕๗๒๑/๒๕๔๖ ฎีกาที่ ๘๓๕๑/๒๕๔๗ เสื้อยืดของกลาง เป็นทรัพย์ที่มีผู้ท�ำขึ้นละเมิดลิขสิทธิ์ซึ่งจ�ำเลยน�ำ ออกขาย ตกเป็นของเจ้าของลิขสิทธิ์ตามพระราช บัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.๒๕๓๗ มาตรา ๗๕ ที่ศาล ทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ


คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ - 138 - กลางวินิจฉัยว่า เสื้อยืดของกลางดังกล่าวเป็นสิ่งที่ ใช้ในการ กระท�ำความผิดและพิพากษาให้ริบของ กลางดังกล่าวจึงไม่ชอบ ฎีกาที่ ๑๖๑๔/๒๕๔๘ ฎีกาที่ ๘๕๗๕-๘๕๗๖/๒๕๔๘ การที่ ศาลจะมีค�ำสั่งให้จ�ำเลยท�ำงานบริการสังคมหรือ ท�ำงานสาธารณประโยชน์แทนค่าปรับนั้น ตามป. อาญา มาตรา ๓๐/๑ บัญญัติให้ผู้ต้องโทษซึ่งไม่มี เงินช�ำระค่าปรับต้องยื่นค�ำร้องต่อศาลชั้นต้นที่ พิพากษาคดี เมื่อจ�ำเลยมิได้ยื่นค�ำร้องต่อศาลชั้น ต้นที่พิพากษาคดี จ�ำเลยจึงยังไม่มีสิทธิอุทธรณ์ใน ปัญหานี้ ภาพยนตร์ (ดีวีดี) ที่บันทึกภาพและเสียง ภาพยนตร์ ซึ่งได้มีผู้ท�ำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของ ผู้เสียหายออกขาย โดยจ�ำเลยรู้อยู่แล้วว่าภาพยนตร์ ดังกล่าวเป็นงานที่ได้ท�ำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของ ผู้เสียหาย และต้องตกเป็นของผู้เสียหาย ซึ่งเป็น เจ้าของลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗ มาตรา ๗๕ ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญา พิพากษาริบของกลางจึงไม่ชอบ ฎีกาที่ ๒๕๕๕/๒๕๔๘ ฎีกาที่ ๓๙๗๕/๒๕๔๘ ฎีกาที่ ๕๘๓๔/๒๕๕๐ การที่อุทธรณ์ ขอให้ลดโทษปรับ เป็นการโต้แย้งดุลพินิจการ ก�ำหนดโทษ เป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงต้อง ห้ามมิให้อุทธรณ์ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาล ทรัพย์สินทางปัญญาฯ มาตรา ๓๙ (๔) โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจ�ำเลยทั้งสาม ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ฯ และพระราชบัญญัติ ควบคุมกิจการเทปและวัสดุโทรทัศน์ฯ กับขอให้ริบ ทรัพย์ของกลางแต่ศาลทรัพย์สินทางปัญญา มิได้มี ค�ำวินิจฉัยเกี่ยวกับของกลางดังกล่าว จึงไม่ชอบด้วย พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาฯ มาตรา ๒๖ ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา ความอาญา มาตรา ๑๘๖ (๙) แม้คู่ความมิได้อุทธรณ์ ในปัญหานี้ แต่เป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับ ความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกาฯ มีอ�ำนาจยกขึ้น วินิจฉัยและแก้ไขได้เอง ตามพระราชบัญญัติจัดตั้ง ศาลทรัพย์สินทางปัญญาฯ มาตรา ๔๕ ประกอบ ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๙๕ วรรคสอง ส่วนแผ่นซีดีก๊อปปี้ ๓๕๐ แผ่น ของ กลางนั้น ไม่ปรากฏว่ามีงานสร้างสรรค์อันเป็น ลิขสิทธิ์ของผู้เสียหายรวมอยู่ด้วย จึงไม่ใช่ทรัพย์ ที่เกี่ยวข้องกับการกระท�ำความผิดของจ�ำเลย จึง ไม่ใช่สิ่งที่ใช้ในการกระท�ำความผิดที่ต้องริบตาม พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ฯ มาตรา ๗๕ สิ่งบันทึกเสียงและสิ่งบันทึกภาพและ เสียงที่เจ้าพนักงานยึดไว้เป็นของกลางในคดีนี้มีทั้ง ที่ท�ำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้เสียหายกับที่ไม่ ละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้เสียหายรวมอยู่ด้วย และไม่ ปรากฏว่าจ�ำเลยทั้งสามได้เงินสด ๑,๗๕๐ บาท ของ กลางมาโดยการขายงานที่ละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้เสีย หายในคดีนี้โดยมีการวางแผนล่อซื้อ จึงไม่ชัดเจน ว่าจ�ำเลยทั้งสามได้เงินจ�ำนวนดังกล่าวมาจากการ ขายงานที่ละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้เสียหายเป็นเงินที่ จ�ำเลยทั้งสามได้มาจากการขายงานอันละเมิด ลิขสิทธิ์ของผู้เสียหาย ดังนั้นแม้เงินที่จ�ำเลยทั้งสาม ได้รับมาเป็นค่าตอบแทนการให้เช่าแลกเปลี่ยน หรือ จ�ำหน่ายเทปหรือวัสดุโทรทัศน์ตามฟ้อง ก็ไม่ใช่ ทรัพย์สินที่จ�ำเลยทั้งสามได้มาโดยการกระท�ำความ ผิดฐานนี้ จึงไม่อาจริบตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓ (๒) เช่นกัน ฎีกาที่ ๗๔๕๗/๒๕๕๐


คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ - 139 - มาตรา ๗๖ ค่าปรับที่ได้ช�ำระตามค�ำพิพากษา ให้จ่ายแก่เจ้าของ ลิขสิทธิ์หรือสิทธิของนักแสดงเป็นจ�ำนวนกึ่งหนึ่ง แต่ทั้งนี้ไม่เป็นการกระทบ กระเทือนถึงสิทธิของเจ้าของลิขสิทธิ์หรือสิทธิของนักแสดงที่จะฟ้องเรียกค่า เสียหายในทางแพ่งส�ำหรับส่วนที่เกินจ�ำนวนเงินค่าปรับที่เจ้าของลิขสิทธิ์ หรือสิทธิของนักแสดงได้รับแล้วนั้น (มาตรา ๗๖ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗ เป็นความเดิมพระราช บัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๒๑ มาตรา ๔๙ ดังนี้ “มาตรา ๔๙ ค่าปรับที่ได้ช�ำระตามพิพากษา ให้จ่ายแก่เจ้าของลิขสิทธิ์เป็นจ�ำนวนกึ่งหนึ่ง แต่ทั้งนี้ไม่เป็นการกระทบ กระเทือนถึงสิทธิของเจ้าของลิขสิทธิ์ที่จะฟ้องเรียกค่าเสียหายในทางแพ่งส�ำหรับ ส่วนที่เกินจ�ำนวนเงินค่าปรับที่เจ้าของลิขสิทธิ์ได้รับแล้วนั้น”) มาตรา ๗๖ มีค�ำพิพากษาฎีกาที่เกี่ยวข้องดังนี้ ฎีกาที่ ๓๘๙๕/๒๕๓๕ โจทก์กล่าวใน ฟ้องแล้วว่า กฎหมายของประเทศอังกฤษซึ่งใช้บังคับ ครอบคลุมไปถึงเมืองฮ่องกงที่เป็นอาณานิคม ให้ ความคุ้มครองแก่งานอันมีลิขสิทธิ์ของภาคีอื่นแห่ง อนุสัญญาระหว่างประเทศ ย่อมมีความหมายว่า กฎหมายของเมืองฮ่องกงให้ความคุ้มครองแก่งาน อันมีลิขสิทธิ์ของประเทศไทยแล้ว พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๒๑ มาตรา ๔๙ เป็นบทบัญญัติให้สิทธิในเงินค่าปรับที่ จ�ำเลยได้ช�ำระตามค�ำพิพากษาจ�ำนวนกึ่งหนึ่งแก่ เจ้าของลิขสิทธิ์ เป็นบทบัญญัติพิเศษซึ่งไม่เกี่ยวกับ ค�ำฟ้องในคดีอาญา ไม่มีกฎหมายใดบังคับให้โจทก์ ต้องระบุขอเงินค่าปรับมาในค�ำขอท้ายฟ้องคดีอาญา แม้โจทก์มิได้ขอไว้ในค�ำขอท้ายฟ้อง ผู้เป็นเจ้าของ ลิขสิทธิ์มีสิทธิได้รับเงินค่าปรับที่จ�ำเลยช�ำระตามค�ำ พิพากษากึ่งหนึ่ง ผู้รับมอบอ�ำนาจของโจทก์ร่วมเบิกความ เป็นพยานว่า โจทก์ร่วมได้มอบอ�ำนาจตามเอกสาร หมาย จ.๑๐ และ จ.๑๑ โดยจ�ำเลยมิได้น�ำสืบหัก ล้าง ศาลจึงไม่มีเหตุอันควรสงสัยและเมื่อจ�ำเลยก็ มิได้ยื่นค�ำร้องแสดงเหตุอันควรสงสัยว่าเอกสารนั้น มิใช่หนังสือมอบอ�ำนาจอันแท้จริง จึงไม่มีเหตุต้อง วินิจฉัยว่าหนังสือมอบอ�ำนาจได้ท�ำถูกต้องตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๔๗ วรรคสามหรือไม่ ฎีกาที่ ๕๓๗๓/๒๕๔๖ ตามพระราช บัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗ มาตรา ๗๖ ที่บัญญัติ ให้ค่าปรับที่ได้ช�ำระตามค�ำพิพากษาให้จ่ายแก่ เจ้าของลิขสิทธิ์หรือสิทธิของนักแสดงเป็นจ�ำนวน กึ่งหนึ่ง เป็นบทบัญญัติพิเศษซึ่งไม่เกี่ยวกับค�ำฟ้อง ในคดีอาญา เมื่อศาลทรัพย์สินทางปัญญาฯ ลงโทษ ปรับจ�ำเลยในความผิดฐานละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้อื่น เพื่อการค้า ศาลก็ต้องพิพากษาให้จ่ายเงินค่ปรับกึ่ง หนึ่งของค่าปรับที่ช�ำระตามค�ำพิพากษานั้นให้แก่ เจ้าของลิขสิทธิ์ แม้โจทก์จะมิได้ขอไว้ในค�ำขอท้าย ฟ้องก็ตาม ฎีกาที่ ๗๔๕๗/๒๕๕๐


คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ - 140 - มาตรา ๗๗ ความผิดตามมาตรา ๖๙ วรรคหนึ่ง มาตรา ๗๐ วรรค หนึ่ง และมาตรา ๗๐/๑ วรรคหนึ่ง ให้อธิบดีมีอ�ำนาจเปรียบเทียบได้ (มาตรา ๗๗ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๘ ความเดิม “มาตรา ๗๗ ความผิดตามมาตรา ๖๙ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๗๐ วรรคหนึ่ง ให้อธิบดีมีอ�ำนาจ เปรียบเทียบปรับได้”)


คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ - 141 - บทเฉพาะกาล -------------------- (บทเฉพาะกาล มาตรา ๗๘ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗ เป็นความ เดิมพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๒๑ ดังนี้ “มาตรา ๕๐ งานอันมีลิขสิทธิ์อยู่แล้วตามพระราชบัญญัติคุ้มครองวรรณกรรมและศิลปกรรม พ.ศ. ๒๔๗๔ ในวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับให้ได้รับการคุ้มครองลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้ งานที่ได้จัดท�ำขึ้นก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับและไม่มีลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติ คุ้มครองวรรณกรรมและศิลปกรรม พุทธศักราช ๒๔๗๔ แต่เป็นงานที่ได้รับคุ้มครองตามพระราชบัญญัติ นี้ ให้ได้รับการคุ้มครองลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้”) มาตรา ๗๘ งานอันมีลิขสิทธิ์อยู่แล้วตามพระราชบัญญัติคุ้มครอง วรรณกรรมและศิลปกรรม พุทธศักราช ๒๔๗๔ หรือพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๒๑ ในวันที่พระราชบัญญัตินีใช้บังคับ ให้ได้รับความคุ้มครองลิขสิทธิ์ ้ ตามพระราชบัญญัตินี้มาตรา ๗๘ วรรคหนึ่ง มีค�ำพิพากษาฎีกาที่เกี่ยวข้องดังนี้ ฎีกาที่ ๗๐๓๖/๒๕๔๓ การพิจารณาว่า แบบฝึกคณิตคิดเลขเร็วของโจทก์ซึ่งได้สร้างขึ้นเมื่อ กลางปี ๒๕๓๔ มีลิขสิทธิ์หรือไม่ ต้องใช้กฎหมายที่ ใช้บังคับอยู่ในขณะนั้นคือพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.๒๕๒๑ แม้หลักเกณฑ์ตามมาตรา ๖ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.๒๕๓๗ จะไม่ได้ บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.๒๕๒๑ ก็ตาม แต่ก็ไม่ได้หมาย ความว่าหลักเกณฑ์นั้นไม่มี อยู่เพราะหลักเกณฑ์ดังกล่าวเป็นหลักเกณฑ์ทั่วไป ในการให้ความคุ้มครองลิขสิทธิ์ ดังนี้ ในการพิจารณา ว่างานใดมีลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๒๑ หรือไม่ จึงต้องอาศัยหลักเกณฑ์ทั่วไป นั้นด้วย หนังสือแบบฝึกคณิตคิดเร็วของโจทก์ เป็นต�ำราเรียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ ถึงปีที่ ๖ โดยวางรากฐานการเรียนการสอนเป็นขั้น ตอนเพื่อให้สอดคล้องกับหลักสูตรชั้นประถมศึกษา มีเนื้อหาสาระของตัวอย่างการคิดและวิเคราะห์ แบบทอดสอบคิดเลขเร็ว และโจทก์ปัญหาในภาค ผนวก เพื่อพัฒนาเสริมสร้างทักษะในสายการเรียน การสอนวิชาคณิตศาสตร์ เป็นงานนิพนธ์ที่โจทก์ได้ สร้างสรรค์ขึ้น เป็นงานวรรณกรรมตามความหมาย ในมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.๒๕๒๑ หาใช่เป็นเพียงความคิด ขั้นตอน กรรมวิธี ระบบวิธี ใช้หรือท�ำงาน แนวความคิด หลักการ การค้นพบ หรือทฤษฎีทางคณิตศาสตร์ อันไม่ได้รับความ คุ้มครองแต่อย่างใดไม่ หนังสือแบบฝีกคณิตคิดเลข เร็วจึงเป็นงานวรรณกรรมอันมีลิขสิทธิ์ของโจทก์ แม้สัญญาจะระบุชื่อสัญญาว่า “หนังสือ สัญญาขายลิขสิทธิ์” แต่มีข้อความในรายละเอียด


คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ - 142 - ก�ำหนดจ�ำนวนต�ำราคณิตคิดเร็วส�ำหรับนักเรียนชั้น ประถมศึกษาปีที่ ๑ ถึง ปีที่ ๖ ให้จ�ำเลยที่ ๑ พิมพ์ ก�ำหนดเดือนและปีที่เริ่มจ�ำหน่ายและการคิดเงิน ค่าลิขสิทธิ์ โจทก์มิได้ลงนามนานะผู้ขายและจ�ำเลย ที่ ๑ มิได้ลงนามในฐานะผู้ซื้อ เอกสารดังกล่าวจึง เป็นเพียงบันทึกข้อตกลงเท่านั้น การคิดค่าแห่ง ลิขสิทธิ์เป็นรายเล่มและก�ำหนดจ�ำนวนพิมพ์ของ หนังสือแต่ละเล่ม แสดงให้เห็นโดยชัดแจ้งว่า โจทก์ และจ�ำเลยที่ ๑ มิได้มีเจตนาที่จะซื้อขายสิทธิในการ ท�ำซ �้ ำงานมมีลิขสิทธิ์ของโจทก์ แม้โจทก์จะบรรยาย ฟ้องว่า จ�ำเลยทั้งสองได้ขอซื้อลิขสิทธิ์ในงาน วรรณกรรมทั้งหกเล่มของโจทก์และแนบส�ำเนา สัญญามาท้ายฟ้องซึ่งระบุว่าเป็นหนังสือสัญญาขาย ลิขสิทธิ์ก็ตาม ก็เป็นเพียงความเข้าใจคลาดเคลื่อน ของโจทก์ โจทก์มีเจตนาที่แท้จริงเพียงอนุญาตให้ ใช้สิทธิแต่ผู้เดียวของโจทก์ในการท�ำซ �้ ำงาน วรรณกรรมอันมีลิขสิทธิ์ของโจทก์เท่านั้น ข้อตกลง ดังกล่าวจึงเป็นเพียงสัญญาอนุญาตให้ใช้ลิขสิทธิ์ ปรับปรุงโดยเปลี่ยนรูปแบบปกหนังสือใหม่และจัด รูปแบบหนังสือโดยแยกค�ำเฉลยออกพิมพ์ต่างหาก ส่วนเนื้อหาของหนังสือยังเหมือนเดิม หนังสือที่ ปรับปรุงใหม่จึงไม่ใช่เป็นงานสร้างสรรค์ที่โจทก์ได้ สร้างสรรค์ขึ้นมาใหม่หรือดัดแปลงโดยปรับปรุงงาน เดิมในส่วนอันเป็นสาระส�ำคัญ แต่เป็นงาน สร้างสรรค์หรืองานวรรณกรรมเดียวกันกับหนังสือ ฉบับเดิม ไม่มีสิทธิน�ำงานอันมีลิขสิทธิ์ของโจทก์ที่ ปรับปรุงใหม่ออกโฆษณาหรือเผยแพร่ต่อ สาธารณชนโดยพิมพ์ออก จ�ำหน่ายในฐานะที่เป็น นายจ้างของโจทก์ได้ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.๒๕๒๑ มาตรา ๗ ฎีกาที่ ๔๕๙๐/๒๕๕๒ การแสดงหรือ บันทึกการแสดงของนักแสดงที่ได้จัดท�ำขึ้นก่อน การใช้บังคับของพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗ ไม่ได้รับความคุ้มครอง การที่โจทก์รับจ้าง ขับร้องเพลงโดยบันทึกเสียงในห้องบันทึกระหว่าง ปี ๒๔๙๖ - ๒๕๑๐ ไม่อยู่ภายในขอบเขตการคุ้มครอง ของพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.๒๕๓๗ ฎีกาที่ ๓๐๙๓/๒๕๕๓ งานที่ได้จัดท�ำขึ้นก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ และไม่มี ลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองวรรณกรรมและศิลปกรรม พุทธศักราช ๒๔๗๔ หรือพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.๒๕๒๑ แต่เป็นงานที่ได้รับความ คุ้มครองลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้ ให้ได้รับความคุ้มครองลิขสิทธิ์ตาม พระราชบัญญัตินี้ ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ ชวน หลีกภัย นายกรัฐมนตรี


คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ - 143 - หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่พระราช บัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๒๑ ได้ใช้บังคับมาเป็นเวลานานแล้ว บทบัญญัติต่าง ๆ จึงไม่ สอดคล้องกับสถานการณ์ทั้งภายในและภายนอกประเทศที่ได้เปลี่ยนแปลงไป โดยเฉพาะ การพัฒนาและการขยายตัวทางเศรษฐกิจ การค้าและอุตสาหกรรมของประเทศและ ระหว่างประเทศ สมควรที่จะได้มีการปรับปรุงมาตรการคุ้มครองด้านลิขสิทธิ์ให้มี ประสิทธิภาพยิ่งขึ้นเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวและเพื่อส่งเสริมให้มีการสร้างสรรค์ งานในด้านวรรณกรรม ศิลปกรรม และงานด้านอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องมากยิ่งขึ้น จึงจ�ำเป็นต้อง ตราพระราชบัญญัตินี้ พระราชบััญญััติิลิิขสิิทธิ์์ (ฉบัับที่่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๘ (ประกาศราชกิิจจานุุเบกษา เล่่ม ๑๓๒ ตอนที่่ ๖ ก หน้้า ๔/๕ กุุมภาพัันธ์์ ๒๕๕๘ https://www.krisdika.go.th/librarian/get?sysid=722356&ext=html) หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่ปัจจุบัน มีการน�ำข้อมูลการบริหารสิทธิและมาตรการทางเทคโนโลยีมาใช้ในการคุ้มครองงานอันมี ลิขสิทธิ์หรือสิทธิของนักแสดง สมควรก�ำหนดให้มีการคุ้มครองข้อมูลการบริหารสิทธิและ มาตรการทางเทคโนโลยี รวมทั้งก�ำหนดข้อยกเว้นการกระท�ำละเมิดลิขสิทธิ์และสิทธิของ นักแสดงเพิ่มขึ้น อีกทั้งสมควรก�ำหนดให้ศาลมีอ�ำนาจสั่งให้ผู้กระท�ำละเมิดลิขสิทธิ์หรือ สิทธิของนักแสดงที่ท�ำให้งานอันมีลิขสิทธิ์หรือสิทธิของนักแสดงเข้าถึงโดยสาธารณชนได้ อย่างแพร่หลาย ต้องจ่ายค่าเสียหายเพิ่มขึ้นและสมควรก�ำหนดให้ศาลมีอ�ำนาจสั่งริบหรือ สั่งท�ำลายสิ่งที่ใช้ในการกระท�ำความผิดและสิ่งที่ได้ท�ำขึ้นหรือน�ำเข้ามาในราชอาณาจักร อันเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์หรือสิทธิของนักแสดงได้ด้วย จึงจ�ำเป็นต้องตราพระราช บัญญัตินี้ พระราชบััญญััติิลิิขสิิทธิ์์ (ฉบัับที่่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๘ (ประกาศราชกิิจจานุุเบกษา เล่่ม ๑๓๒ ตอนที่่ ๖ ก หน้้า ๑๔/๕ กุุมภาพัันธ์์ ๒๕๕๘ https://www.krisdika.go.th/librarian/get?sysid=722358&ext=html) หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจาก ปัจจุบันมีปัญหาการท�ำซำ �้ โดยการบันทึกเสียงหรือภาพหรือทั้งเสียงและภาพจากภาพยนตร์


คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ - 144 - ในระหว่างการฉายในโรงภาพยนตร์ทั้งภาพยนตร์ไทยและภาพยนตร์ต่างประเทศโดยไม่ ได้รับอนุญาต แล้วน�ำไปท�ำซ �้ ำในสื่อต่าง ๆ เช่น แผ่นซีดี หรือแผ่นดีวีดี เป็นต้นออกจ�ำหน่าย สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจต่ออุตสาหกรรมภาพยนตร์และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องเป็น อย่างมากซึ่งเป็นการขัดต่อการแสวงหาประโยชน์จากงานอันมีลิขสิทธิ์ตามปกติของเจ้าของ ลิขสิทธิ์หรือผู้ได้รับอนุญาตให้ใช้สิทธิและอาศัยข้อยกเว้นการละเมิดลิขสิทธิ์ตามกฎหมาย ว่าด้วยลิขสิทธิ์ในปัจจุบัน โดยอ้างว่าเป็นการท�ำซ �้ ำเพื่อประโยชน์ของตนเอง จึงสมควร แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗ โดยก�ำหนดให้การกระท�ำละเมิดลิขสิทธิ์ ในลักษณะดังกล่าวเป็นความผิดเฉพาะ และมีอัตราโทษเช่นเดียวกับการกระท�ำละเมิด ลิขสิทธิ์เพื่อการค้า นอกจากนี้สมควรก�ำหนดข้อยกเว้นการละเมิดลิขสิทธิ์เพิ่มเติม เพื่อ ประโยชน์ของคนพิการทางการมองเห็น คนพิการทางการได้ยินคนพิการทางสติปัญญา และคนพิการประเภทอื่นที่ก�ำหนดในพระราชกฤษฎีกาที่จะสามารถเข้าถึงงานอันมีลิขสิทธิ์ ได้ตามความจ�ำเป็น จึงจ�ำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ พระราชบััญญััติิลิิขสิิทธิ์์ (ฉบัับที่่ ๔) พ.ศ. ๒๕๖๑ (ประกาศราชกิิจจานุุเบกษา เล่่ม ๑๓๕ ตอนที่่ ๙๒ ก หน้้า ๑๙/๑๑ พฤศจิิกายน ๒๕๖๑ https://www.krisdika.go.th/librarian/ get?sysid=819028&ext=html) หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่ประเทศไทย จะเข้าเป็นภาคีแห่งสนธิสัญญามาร์ราเคช เพื่ออ�ำนวยความสะดวกในการเข้าถึงงานที่มี การโฆษณาแล้ว ส�ำหรับคนตาบอดคนพิการทางการเห็น หรือคนพิการทางสื่อสิ่งพิมพ์ (Marrakesh Treaty to Facilitate Access to Published Works for Persons Who Are Blind, Visually Impaired, or Otherwise Print Disabled) โดยสนธิสัญญาดัง กล่าวก�ำหนดให้รัฐภาคีบัญญัติกฎหมายภายในเพื่อรองรับข้อยกเว้นการละเมิดลิขสิทธิ์ เพื่อ ให้คนตาบอด คนพิการทางการเห็น และคนพิการทางสื่อสิ่งพิมพ์ ได้รับโอกาสอย่างเท่า เทียมกับบุคคลอื่นในการเข้าถึงงานอันมีลิขสิทธิ์ สมควรแก้ไขเพิ่มเติมข้อยกเว้นการละเมิด ลิขสิทธิ์เพื่อประโยชน์ของคนพิการตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗ เพื่อให้ สอดคล้องกับสนธิสัญญาดังกล่าว จึงจ�ำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้


คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ - 146 -


Click to View FlipBook Version