The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หนังสือคำอธิบาย พรบ ลิขสิทธิ์ By Prof Dej-Udom Krairit

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Dej-Udom Krairit, 2023-02-13 11:06:03

หนังสือคำอธิบาย พรบ ลิขสิทธิ์

หนังสือคำอธิบาย พรบ ลิขสิทธิ์ By Prof Dej-Udom Krairit

คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ - 49 - ส่วนที่ ๕ การละเมิดลิขสิทธิ์ ------------------- มาตรา ๒๗ การกระท�ำอย่างใดอย่างหนึ่งแก่งานอันมีลิขสิทธิ์ตามพ ระราชบัญญัตินี้ โดยไม่ได้รับอนุญาตตามมาตรา ๑๕ (๕) ให้ถือว่าเป็นการ ละเมิดลิขสิทธิ์ ถ้าได้กระท�ำดังต่อไปนี้ (มาตรา ๒๗ วรรคหนึ่ง แก้ไขโดยพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗ เป็นความเดิมตาม พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๒๑ “มาตรา ๒๔ การกระท�ำอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้แก่งานอันมีลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติ นี้ ให้ถือว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์” และโปรดดูระเบียบกระทรวงพาณิชย์ ว่าด้วยวิธีปฏิบัติตามระเบียบ ส�ำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการบริหารกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการป้องปรามการละเมิดลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๖, ระเบียบส�ำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการประสานงานในการบังคับใช้กฎหมายเพื่อป้องปรามการ ละเมิดลิขสิทธิ์ พ.ศ.๒๕๕๓, ว่าด้วยการจ่ายเงินรางวัลหรือเงินสินบนคดีผลิตและจ�ำหน่ายผลิตภัณฑ์ซีดี หรือผลิตภัณฑ์เทปที่ละเมิดต่อกฎหมาย พ.ศ.๒๕๔๗) มาตรา ๒๗ วรรคหนึ่ง มีค�ำพิพากษาฎีกาเกี่ยวข้องดังต่อไปนี้ ฎีกาที่ ๕๐๘/๒๕๐๘ แปลประมวล กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๖๖๙ เป็นภาษา อังกฤษแล้วตีพิมพ์จ�ำหน่ายค�ำแปลดังกล่าวเป็น วรรณกรรมตามพระราชบัญญัติคุ้มครองวรรณกรรม และศิลปกรรม พ.ศ. ๒๔๗๔ มาตรา ๔ และผู้เสีย หายได้ลิขสิทธิ์ตามมาตรา ๕ แห่งพระราชบัญญัติดัง กล่าว ฎีกาที่ ๒๓๕๘/๒๕๒๐ บรรยายฟ้องว่า ต�ำราเรียนภาษาอังกฤษรายพิพาทนั้นโจทก์เป็น เจ้าของลิขสิทธิ์ จ�ำเลยปลอมแปลง ลอกเลียนออก จ�ำหน่าย ท�ำให้โจทก์เสียหาย เป็นการบรรยายฟ้อง เรียกค่าเสียหายในการละเมิดลิขสิทธิ์ตามพระราช บัญญัติคุ้มครองวรรณกรรมและศิลปกรรม พ.ศ. ๒๔๗๔ หาใช่เป็นการฟ้องเรียกค่าเสียหายฐาน ละเมิดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ไม่ พระราชบัญญัติคุ้มครองวรรณกรรมและ ศิลปกรรม พ.ศ. ๒๔๗๔ มาตรา ๒๔ อันเป็นบทบัญญัติ อยู่ในส่วนแพ่ง คือส่วนที่ ๔ ว่าด้วยสิทธิแก้ในทาง แพ่งซึ่งการละเมิดลิขสิทธิ์ต้องใช้อายุความสามปีดัง กล่าวมาบังคับ ฎีกาที่ ๙๖/๒๕๒๓ จ�ำเลยพิมพ์ปกหนังสือ แบบเรียนซึ่งเป็นหนังสือที่โจทก์ร่วมกันมีลิขสิทธิ์ขึ้น มีจ�ำนวนถึง ๕,๐๐๐ แผ่น เป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ มี กฎหมายบัญญัติเป็นความผิดไว้โดยเฉพาะหาใช่ ลักษณะของการท�ำเอกสารปลอมไม่ จึงไม่เป็นความ ผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๖๔ แต่ การที่จ�ำเลยเอาเครื่องหมายอักษร “ประชาช่าง” มา พิมพ์ไว้ที่ปกหนังสือของกลาง เพื่อให้ประชาชนหลง เชื่อว่าหนังสือที่ใช้ปกเป็นสินค้าของโจทก์ร่วม เป็น ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๗๒


คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ - 50 - ฎีกาที่ ๙๕๔/๒๕๓๖ เมื่อโจทก์กล่าว อ้างเพียงว่าม้วนเทปของกลางเป็นลิขสิทธิ์ของโจทก์ ไม่ได้ความว่าม้วนเทปของกลางได้ถูกท�ำซ �้ ำหรือ ดัดแปลง แม้จ�ำเลยจะมีม้วนเทปของกลางไว้ให้ เช่า เสนอให้เช่า การกระท�ำของจ�ำเลยก็ไม่เป็น ความผิดตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๒๑ มาตรา ๒๗ ฎีกาที่ ๙๔๗/๒๕๓๗ ตามมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๒๑ ได้ให้ค�ำ นิยามว่า หมายถึงหนังสือเพลงและโน้ตเพลงด้วย เมื่อโจทก์บรรยายชื่อหนังสือเพลงที่โจทก์จัดพิมพ์ ปีที่ได้พิมพ์หนังสือเพลงที่จ�ำเลยจัดพิมพ์ขึ้น และ กล่าวอ้างว่า ในหนังสือเพลงของจ�ำเลยได้ลอกเลียน เพลงที่โจทก์ เป็นการบรรยายฟ้องที่แจ้ง หาจ�ำต้อง ระบุชื่อเพลงที่อ้างว่าจ�ำเลยละเมิดลิขสิทธิ์ไม่ ฟ้อง โจทก์ไม่เคลือบคลุม ฎีกาที่ ๒๗๕๐/๒๕๓๗ ข้อ ๖ ของ ระเบียบการของราชบัณฑิตยสถานก�ำหนด ว่าให้ นายกราชบัณฑิตยสถานเป็นผู้แทนราชบัณฑิตย สถานเป็นผู้แทนตามประมวลกฎหมายแพ่งและ พาณิชย์ มาตรา ๗๕ (เดิม) โจทก์โดย บ. นายก ราชบัณฑิตยสถาน ย่อมมีอ�ำนาจฟ้องคดีได้เอง โดยตรง งานจัดท�ำพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตย สถาน พ.ศ. ๒๕๒๕ เป็นงานที่โจทก์ได้ท�ำขึ้นโดย ใช้ความอุตสาหะวิริยะในการสร้างสรรค์และมี ที่มาจากโจทก์เอง ถือว่าโจทก์เป็นผู้ท�ำหรือก่อให้ เกิดงานโดยความคิดริเริ่มของตนเอง และเป็น “ผู้สร้างสรรค์” ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๒๑ มาตรา ๔ โจทก์เป็นส่วนราชการมีฐานะเทียบเท่า กรม โจทก์ย่อมมีลิขสิทธิ์ในงานที่ได้สร้างสรรค์ขึ้น ในความควบคุมของตน ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๒๑ มาตรา ๑๒ ค่าเสียหายที่โจทก์อ้างว่าจ�ำเลยลวงขาย พจนานุกรม ฉบับเฉลิมพระเกียรติ พ.ศ. ๒๕๓๐ โดยท�ำให้ประชาชนหลงเชื่อว่าเป็นพจนานุกรมของ โจทก์ท�ำให้โจทก์เสียหายทางการค้า แต่โจทก์เป็น ส่วนราชการ ซึ่งไม่มีวัตถุประสงค์ตามพระราช บัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๒๑ โจทก์จึงไม่มีสิทธิเรียก ค่าเสียหายในส่วนนี้ โจทก์ทราบเรื่องที่จ�ำเลยละเมิดลิขสิทธิ์ ในพจนานุกรมของโจทก์จากรายงานของเจ้าหน้าที่ โจทก์เมื่อวันที่ ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๓๑ โจทก์จึงได้ ตั้งคณะกรรมการขึ้นพิจารณาปัญหาลิขสิทธิ์และ อื่น ๆ เกี่ยวกับพจนานุกรมของจ�ำเลยเมื่อวันที่ ๒๗ กรกฎาคม ๒๕๓๑ และโจทก์ ฟ้องคดีเมื่อวันที่ ๑๓ กรกฎาคม ๒๕๓๒ ยังไม่พ้นก�ำหนดสามปีตามพระ ราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๒๑ คดีโจทก์จึงไม่ขาด อายุความ ที่มาตรา ๔๖ แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ ๒๕๒๑ บัญญัติไว้ “ในกรณีที่นิติบุคคลกระท�ำความ ผิดตามพระราชบัญญัตินี้ ให้ถือว่าเป็นกรรมการ... ทุกคนของนิติบุคคลนั้นเป็นผู้ร่วมกระท�ำผิดกับ นิติบุคคลนั้น เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าการกระท�ำของ นิติบุคคลนั้น ได้กระท�ำโดยตนมิได้รู้เห็นหรือยินยอม ด้วย” นั้น เป็นบทบัญญัติที่อยู่ในหมวด ๗ บท ก�ำหนดโทษใช้บังคับได้เฉพาะแก่คดีอาญาไม่อาจ น�ำมาปรับใช้แก่คดีนี้ซึ่งเป็นคดีแพ่งได้ ฎีกาที่ ๖๗๙/๒๕๔๗ การตีความตาม สัญญาต้องเป็นไปตามความประสงค์ในทางสุจริต โดยพิเคราะห์ถึงปกติประเพณีด้วย ตามประมวล กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๓๖๘ ข้อความ ในสัญญาประกอบกับพยานหลักฐานฟังได้ว่า โจทก์ กับจ�ำเลยที่ ๑ มีเจตนาท�ำสัญญาโอนขายมาสเตอร์ เทป ๑ ต้นแบบเท่านั้น มิได้มีเจตนาท�ำสัญญาโอน


คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ - 51 - ขายลิขสิทธิ์ในงานเพลงดังกล่าวแต่อย่างใด ลิขสิทธิ์ ในงานเพลงจึงยังเป็นของจ�ำเลยที่ ๑ ฎีกาที่ ๒๙๐/๒๕๔๘ โจทก์บรรยายฟ้อง ในตอนแรกว่า จ�ำเลยน�ำม้วนเทปเพลง แผ่นเอ็มพี สาม และแผ่นวีซีดีคาราโอเกะและอันมีลิขสิทธิ์ของ ผู้เสียหาย “ออกวางจ�ำหน่าย” มีความหมายเช่น เดียวกับที่โจทก์บรรยายฟ้องในตอนท้ายว่า จ�ำเลย “เสนอขาย” การกระท�ำของจ�ำเลยจึงเป็นความผิด ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗ มาตรา ๗๐ วรรคสอง ประกอบมาตรา ๓๑ (๑) แม้ตาม ค�ำขอท้ายฟ้องโจทก์จะขอให้ลงโทษตามพระราช บัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.๒๕๓๗ มาตรา ๒๗, ๒๘ และ ๖๙ ไม่ได้ขอให้ลงโทษตามมาตรา ๓๑(๑) และ มาตรา ๗๐ วรรคสอง ก็ตาม แต่ก็เป็นที่เห็นได้ว่า โจทก์อ้างฐานความผิดและบทมาตราผิด ศาลฎีกา แผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่าง ประเทศมีอ�ำนาจลงโทษจ�ำเลยตามฐานความผิด และบทมาตราที่ถูกต้องได้ ตามพระราชบัญญัติ จัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่าง ประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญา และการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ.๒๕๓๙ มาตรา ๔๕ ประกอบด้วยมาตรา ๒๖ และประมวลกฎหมาย วิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๙๒ วรรคห้า ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่าง ประเทศกลางพิพากษาว่า จ�ำเลยกระท�ำความผิด ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.๒๕๓๗ มาตรา ๖๙ วรรคสอง จ�ำคุก ๒ ปี และปรับ ๔๐๐,๐๐๐ บาท ก่อนลดโทษให้นั้น ไม่ถูกต้อง ปัญหานี้เป็น ข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้ไม่มี คู่ความฝ่ายใดอุทธรณ์ ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สิน ทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศก็มีอ�ำนาจ ยกขึ้นวินิจฉัยและแก้ไขเสียให้ถูกต้องได้ ฎีกาที่ ๘๐๐๓/๒๕๔๘ ฎีกาที่ ๗๙๗๑/๒๕๔๙ หนังสือขอแจ้ง ความร้องทุกข์กรณีมีการละเมิดลิขสิทธิ์มีข้อความ ปรากฏอยู่ว่า “... บริษัท อ. ได้รับความเสียหาย โดยปรากฏพบผู้กระท�ำความผิดดังกล่าว ณ สถาน ที่ดังนี้. (๗) อ�ำเภอกุยบุรี... จึงขอร้องทุกข์เพื่อโปรด จัดก�ำลังเจ้าหน้าที่ต�ำรวจไปท�ำการสอบสวน ตรวจ ค้น จับกุมผู้กระท�ำความผิดดังกล่าวข้างต้น เพื่อ ด�ำเนินคดีตามกฎหมาย...” จึงเป็นค�ำร้องทุกข์ตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๒๓ วรรคสอง ฎีกาที่ ๕๓๐๖/๒๕๕๐ ฎีกาที่ ๘๔๕๑/๒๕๕๑ ฎีกาที่ ๗๔๐๗/๒๕๕๓


คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ - 52 - (๑) ท�ำซ�้ำหรือดัดแปลง มาตรา ๒๗ (๑) มีค�ำพิพากษาที่เกี่ยวข้องดังต่อไปนี้ ฎีกาที่ ๕๖๔/๒๕๔๖ โจทก์บรรยาย ฟ้องว่า จ�ำเลยละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้เสียหายอัน เป็นการกระท�ำเพื่อแสวงหาก�ำไรในทางการค้า และ ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ฯ มาตรา ๓๑ และ ๗๐ เท่ากับโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษตาม มาตรา ๗๐ วรรคสองอยู่ในตัวแล้ว เป็นอ�ำนาจ หน้าที่ของศาลที่จะต้องพิพากษาปรับบทลงโทษ จ�ำเลยตามวรรคในมาตรานั้น ๆ ให้ถูกต้องตามข้อ เท็จจริงที่รับฟังได้ โจทก์จึงไม่จ�ำต้องบรรยายฟ้องว่าจ�ำเลย เป็นผู้ท�ำซ �้ ำซึ่งม้วนภาพยนตร์วิดีโอเทปของกลาง ซึ่งเมื่อจ�ำเลยให้การรับสารภาพว่าได้กระท�ำผิดดัง ที่โจทก์ฟ้องศาลก็ลงโทษจ�ำเลยตามฟ้องได้ ฎีกาที่ ๔๕๑๓/๒๕๔๗ พระราชบัญญัติ ลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗ มาตรา ๔ ให้ความคุ้มครอง งานดนตรีกรรมและงานสิ่งบันทึกเสียงเป็นเวลา ๕๐ ปี ดังนี้ แม้ในขณะท�ำสัญญาดังกล่าวในปี ๒๕๑๘ จะยังไม่ปรากฏว่ามีการบันทึกเสียงเพลงใน รูปของเทปคาสเซตก็ตาม แต่สิทธิในลิขสิทธิ์ของ โจทก์ที่ได้มาจากการประมูลตามสัญญาซื้อขายดัง กล่าวย่อมรวมถึงสิทธิที่จะท�ำซ �้ ำหรือดัดแปลงดนตรี กรรม แผ่นเสียง และเทปต้นแบบที่บันทึกเสียงเพลง ตามค�ำฟ้อง โดยการบันทึกเสียงเพลงนั้นลงในวัสดุ ใดหรือท�ำออกมาในรูปแบบใดที่จะมีในอนาคตซึ่ง รวมทั้งเทปคาสเซตด้วย ฎีกาที่ ๘๔๕๒/๒๕๔๗ โจทก์เป็นผู้ ประพันธ์และเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในนวนิยายเรื่อง ดาวพระศุกร์ ท�ำสัญญาอนุญาตให้จ�ำเลยร่วมที่ ๒ น�ำนวนิยายเรื่องดังกล่าวไปสร้างเป็นภาพยนตร์ได้ ๑ ครั้ง เพื่อจัดฉายตามโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศ ภายใน ๗ ปี การที่จ�ำเลยร่วมที่ ๒ น�ำภาพยนตร์ เรื่องดาวพระศุกร์ที่ตนสร้างขึ้นไปบันทึกเป็นวีดีโอ เทปในรูปของงานโสตทัศนวัสดุหรือภาพยนตร์แล้ว น�ำวิดีโอเทปนั้นออกจ�ำหน่ายและให้เช่า จึงเป็นการ ท�ำซ �้ ำงานวรรณกรรมนวนิยายเรื่องดาวพระศุกร์อัน เป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ของโจทก์ซึ่งมีอยู่ในภาพยนตร์ นั้นโดยไม่มีสิทธิที่จะท�ำได้ตามสัญญา และโดย ไม่ได้รับอนุญาตเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ในงาน วรรณกรรมของโจทก์ เป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ในงาน วรรณกรรมของโจทก์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๒๑ มาตรา ๒๗ (๑) หรือพระราชบัญญัติ ลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗ มาตรา ๓๑(๑) อีกด้วย ฎีกาที่ ๒๙๐/๒๕๔๘ ฎีกาที่ ๒๕๗๒/๒๕๔๘ ฎีกาที่ ๕๒๕๙/๒๕๔๙ ฎีกาที่ ๗๘๗๓/๒๕๔๙ เจตนารมณ์ของ กฎหมายในการร้องทุกข์ก็เพื่อให้พนักงานเจ้าหน้าที่ ได้ทราบว่ามีการกระท�ำความผิดเกิดขึ้นและประสงค์ จะให้มีการน�ำผู้กระท�ำความผิดมาลงโทษ และต่อ มาได้น�ำเจ้าพนักงานต�ำรวจค้นร้านที่เกิดเหตุและ จับจ�ำเลยส่งพนักงานสอบสวน จากนั้น ร. จึงได้ ร้องทุกข์อีกครั้ง โดยการร้องทุกข์ครั้งหลังมีข้อความ ระบุถึงตัวผู้กระท�ำผิดและลักษณะของความผิด ชัดเจนถือได้ว่าคดีนี้มีการร้องทุกข์โดยชอบและ ท�ำให้การสอบสวนในเวลาต่อมาชอบด้วยกฎหมาย โจทก์บรรยายฟ้องว่า จ�ำเลยละเมิด ลิขสิทธิ์ในงานสร้างสรรค์ประเภทดนตรีกรรม สิ่งบันทึกเสียง และโสตทัศนวัสดุโดยน�ำเอางานซึ่ง มีลิขสิทธิ์ตามฟ้องไปบรรจุในเครื่องอ่านข้อมูล แล้ว


คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ - 53 - แปลงสัญญาณดิจิตอลเป็นสัญญาภาพและเสียง แพร่ภาพ เนื้อร้อง และท�ำนองทางจอมอนิเตอร์ และแพร่เสียงทางล�ำโพงส�ำหรับลูกค้า ขอให้ลงโทษ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.๒๕๓๗ มาตรา ๒๗, ๒๘, ๒๙ และ ๖๙ แสดงว่าโจทก์ประสงค์จะ ให้ลงโทษจ�ำเลยในการกระท�ำความผิดเกี่ยวกับการ ท�ำซำซ �้ ึ่งงานดนตรีกรรม โสตทัศนวัสดุ หรือสิ่งบันทึก เสียง ซึ่งไม่ใช่เรื่องการกระท�ำผิดเกี่ยวกับการแพร่ งานดังกล่าวต่อสาธารณชน การเผยแพร่งานที่บรรจุ ไว้ในเครื่องคอมพิวเตอร์ดังกล่าวต่อสาธารณชนจึง ไม่ใช่ความผิดตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗ มาตรา ๖๙ วรรคสอง ประกอบมาตรา ๒๗ (๒), ๒๘(๒), และไม่อาจถือได้ว่าโจทก์มีความ ประสงค์ที่จะขอให้ลงโทษจ�ำเลยในเรื่องการเผย แพร่งานซึ่งได้ท�ำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้อื่นเพื่อ หาก�ำไรด้วยการเผยแพร่ต่อสาธารณชน อันจะเป็น ความผิดตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.๒๕๓๗ มาตรา ๗๐ วรรคสอง ประกอบมาตรา ๓๑(๓) ด้วย เพราะโจทก์ไม่ได้อ้างบทกฎหมายตรานี้ไว้ในค�ำฟ้อง แต่อย่างใด ฎีกาที่ ๗๔๕๗/๒๕๕๐ ใบแต่ง ทนายความของโจทก์ดังกล่าวมีเจ้าพนักงานโนตา รีปับลิกแห่งกรุงโตเกียวรับรองลายมือชื่อผู้แต่ง ทนายความ และมีหนังสือรับรองเจ้าหน้าที่กระทรวง การต่างประเทศ ประเทศญี่ปุ่น และหนังสือรับรอง ของสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโตเกียว รับรอง ต่อกันมาตามล�ำดับ อันเป็นการด�ำเนินการตาม พิธีการแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง เกี่ยวกับเอกสารที่ท�ำในต่างประเทศครบถ้วนแล้ว โดยจ�ำเลยทั้งสี่มิได้โต้แย้งเป็นอย่างอื่น จึงฟังได้ว่า โจทก์แต่งตั้ง ม.ให้มีอ�ำนาจตามที่ระบุในใบแต่ง ทนายความจริง เมื่อศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการ ค้าระหว่างประเทศกลางมีค�ำสั่งไม่รับฟ้องแย้งของ จ�ำเลยที่ ๓ และมีค�ำพิพากษายกฟ้องโจทก์ทั้งคดี อาญาและคดีแพ่ง จ�ำเลยที่ ๓ และที่ ๔ จึงเป็นฝ่าย ชนะคดี และไม่มีส่วนได้เสียในฟ้องแย้งของจ�ำเลย ที่ ๑ และที่ ๒ จึงไม่มีส่วนได้เสียอันจะอุทธรณ์ คัดค้านค�ำพิพากษาของศาลทรัพย์สิน ทางปัญญา และการค้าระหว่างประเทศกลาง ประกอบกับ ค�ำฟ้องอุทธรณ์ของจ�ำเลยที่ ๓ และที่ ๔ มิได้มีค�ำขอ ให้บังคับโจทก์ต้องรับผิดแก่จ�ำเลยที่ ๓ และที่ ๔ นอกเหนือไปจากที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและ การค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษา ค�ำฟ้อง อุทธรณ์ของจ�ำเลยที่ ๓ และที่ ๔ จึงไม่เป็นการโต้ แย้งค�ำพิพากษาศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการ ค้าระหว่างประเทศกลาง และเป็นอุทธรณ์ที่ไม่ชอบ ด้วยกฎหมาย ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองวรรณ กรรม และศิลปกรรม พ.ศ.๒๔๗๔ มาตรา ๔ บัญญัติว่า “ผู้ประพันธ์ ให้กินความถึงผู้แต่งเพลงดนตรี ผู้ท�ำ หรือก่อให้เกิดซึ่งศิลปกรรม เช่น ช่างเขียน ช่างภาพ หุ่น สถาปนิก ฯลฯ ด้วย” การที่จะได้มาซึ่งลิขสิทธิ์ ของผู้สร้างสรรค์ หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งว่า ลิขสิทธิ์ ให้ความคุ้มครองการแสดงออกซึ่งความคิดในรูป แบบใดรูปแบบหนึ่ง แต่มิได้ให้ความคุ้มครองสิ่งที่ เป็นเพียงความคิด เมื่อไม่ปรากฏว่าจ�ำเลยที่ ๒ ร่วม สร้างสรรค์ผลงานอุลตร้าแมนพิพาท เพียงการที่ จ�ำเลยที่ ๒ อ้างว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการสร้างสรรค์ ผลงานอุลตร้าแมน โดยเสนอความคิดในการ สร้างสรรค์ผลงานอุลตร้าแมน ยังรับฟังไม่ได้ว่า จ�ำเลยที่ ๒ ได้ลงทุนลงแรงหรือมีส่วนร่วมท�ำหรือ ร่วมก่อให้เกิดผลงานอุลตร้าแมน และฟังไม่ได้ว่า


คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ - 54 - จ�ำเลยที่ ๒ ได้ร่วมกับโจทก์สร้างสรรค์ผลงาน อุลตร้าแมนตั้งแต่เริ่มแรก ฎีกาที่ ๑๘๒๙/๒๕๕๓ ความผิดตาม พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ฯ มาตรา ๒๗ (๒) และ มาตรา ๒๘ (๒) ต้องเป็นการเผยแพร่ต่อสาธารณชน ซึ่งงานอันมีลิขสิทธิ์ของผู้เสียหายโดยตรง การกระ ท�ำของจ�ำเลยตามฟ้องโจทก์ที่ว่า จ�ำเลยละเมิด ลิขสิทธิ์ของผู้เสียหายทั้งสองโดยการน�ำแผ่นวิดีโอ ซีดีคาราโอเกะที่บันทึกเสียงเพลงและภาพงานเพลง ซึ่งเป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ของผู้เสียหายทั้งสองมาท�ำ ซ �้ ำ ถ่ายโอนข้อมูลบันทึกลงในหน่วยความจ�ำของ เครื่องคอมพิว เตอร์แล้วน�ำออกขาย หรือมีไว้เพื่อ ขายแก่บุคคลทั่วไป อันเป็นการท�ำซ �้ ำดัดแปลง หรือ เผยแพร่ต่อสาธารณชนเพื่อการค้า โดยไม่ได้รับ อนุญาตจากผู้เสียหาย เป็นความผิดตามพระราช บัญญัติลิขสิทธิ์ฯ มาตรา ๒๗ (๑) และมาตรา ๒๘ (๑) เท่านั้น ฎีกาที่ ๔๔๓๘/๒๕๕๓ (๒) เผยแพร่ต่อสาธารณชน (มาตรา ๒๗ (๒) แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗ เป็นความเดิม พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๒๑ มาตรา ๒๔ (๒) เดิมระบุว่า “(๒) น�ำออกโฆษณาโดยมิได้รับอนุญาตตามมาตรา ๑๓”) มาตรา ๒๗ (๒) มีค�ำพิพากษาฎีกาที่เกี่ยวข้องดังต่อไปนี้ ฎีกาที่ ๒๖๔๑-๒๖๔๒/๒๕๒๙ โจทก์ ฟ้องว่าจ�ำเลยซึ่งเป็นลูกจ้างและผู้จัดการโรงพิมพ์ ส่วนท้องถิ่นกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย จ้างจ�ำเลยอื่นให้พิมพ์ปลอมหนังสือแบบเรียน และ แบบพิมพ์ ซึ่งกระทรวง ศึกษาธิการมีลิขสิทธิ์เอาชื่อ ในการประกอบการค้า และรูปเสมาธรรมจักรซึ่ง เป็นเครื่องหมายราชการของกระทรวงศึกษาธิการ มาใช้แล้วส่งไปจ�ำหน่ายแก่องค์การบริหารส่วน จังหวัด ขอให้ลงโทษจ�ำเลยตามพระราชบัญญัติ คุ้มครองวรรณกรรมและศิลปกรรม พ.ศ. ๒๔๗๔ มาตรา ๒๕-๒๗ พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๒๑ มาตรา ๒๔,๓๘ พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. ๒๔๘๐ มาตรา ๖, ๗, ๘ พระราชบัญญัติการ พิมพ์ พ.ศ. ๒๔๘๔ มาตรา ๑๙,๕๓ ประมวลกฎหมาย วิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๖๔, ๒๖๕, ๒๖๘, ๒๗๓ (๑) กรณีเป็นเรื่องการกระท�ำกรรมเดียวแต่ ผิดกฎหมายหลายบท เมื่อบทหนักตามพระราช บัญญัติลิขสิทธิ์ฯ พระราชบัญญัติการพิมพ์ฯ และ ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๖๕, ๒๖๘ ไม่ต้องห้ามอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จ จริงแล้ว ความผิดบทอื่น ๆ แม้จะมีอัตราโทษจ�ำคุก ไม่เกิน ๓ ปี หรือปรับไม่เกิน ๖ หมื่นบาท ก็ย่อมไม่ ต้องห้ามอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงด้วย ฎีกาที่ ๒๕๗๒/๒๕๔๘


คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ - 55 - มาตรา ๒๘ การกระท�ำอย่างใดอย่างหนึ่งแก่โสตทัศน วัสดุ ภาพยนตร์ หรือสิ่งบันทึกเสียง อันมีลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้โดยไม่ได้รับอนุญาต ตามมาตรา ๑๕ (๕) ทั้งนี้ ไม่ว่าในส่วนที่เป็นเสียงและหรือภาพ ให้ถือว่า เป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ ถ้าได้กระท�ำดังต่อไปนี้ (มาตรา ๒๘ วรรคหนึ่ง แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗ ความเดิมพระ ราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๒๑ มาตรา ๒๕ ดังนี้ “มาตรา ๒๕ การกระท�ำอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้แก่โสตทัศนวัสดุ หรือภาพยนตร์อันมี ลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้ ทั้งนี้ ไม่ว่าในส่วนที่เป็นเสียงและหรือภาพ ให้ถือว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ (๑) ท�ำซ �้ ำ หรือดัดแปลง (๒) น�ำออกโฆษณาโดยมิได้รับอนุญาตตามมาตรา ๑๓”) (๒) มาตรา ๒๘ วรรคหนึ่ง มีค�ำพิพากษาฎีกาที่เกี่ยวข้องดังนี้ ฎีกาที่ ๙๙๔/๒๕๔๓ ฎีกาที่ ๑๑๓๑๖/๒๕๕๓ โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นนักประพันธ์เพลงโดยเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ ในงานเพลง สิ่งบันทึกเสียงหรือต้นฉบับเพลง ๕๒ เพลง จ�ำเลยปฏิเสธว่าโจทก์ไม่ได้เป็นผู้สร้างสรรค์ และเจ้าของลิขสิทธิ์ในงานบันทึกเสียงเพลงหรือ ต้นฉบับเพลง โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกค่าเสียหาย เพลง ดังกล่าวจัดท�ำมาสเตอร์เทปหรือต้นแบบแถบบันทึก เสียงเพลงขึ้นโดยเสียค่าตอบแทนแก่โจทก์แล้ว โจทก์ไม่ใช่เจ้าของมาสเตอร์เทปหรือต้นแบบ แถบบันทึกเสียงเพลงดังกล่าว คดีจึงไม่มีประเด็น ถึงเรื่องการเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในค�ำร้องและท�ำนอง เพลง ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาวินิจฉัยถึงประเด็น ว่า โจทก์ได้โอนขายลิขสิทธิ์ในงานเพลงซึ่งก็คือ ค�ำร้องหรือท�ำนองเพลงให้แก่จ�ำเลยทั้งห้าหรือไม่ ด้วยนั้น เป็นการวินิจฉัยนอกประเด็นตามค�ำฟ้อง อันเป็นการไม่ชอบ ฎีกาที่ ๔๒๕๐/๒๕๔๒ จ�ำเลยไม่ได้ กระท�ำแก่งานอันมีลิขสิทธิ์ตามกฎหมายโดยตรงไม่ ผิดตามมาตรา ๒๘ ,๓๐ และ ๖๙ แต่เป็นการกระท�ำ แก่งานที่บุคคลอื่นได้ท�ำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของ ผู้อื่นอยู่แล้ว แม้ค�ำขอท้ายฟ้องโจทก์อ้างฐานความ ผิดหรือบทมาตราผิด ศาลมีอ�ำนาจลงโทษจ�ำเลย ตามฐานความผิดที่ถูกต้องได้ตามประมวลกฎหมาย วิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๙๒ วรรคห้า ประกอบมาตรา ๒๒๕ และ ๒๑๕ พระราชบัญญัติ จัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่าง ประเทศฯ มาตรา ๔๕ และจ�ำเลยยังมีความผิดฐาน ขายสินค้าที่ควบคุมฉลากโดยไม่มีฉลากตามพระ ราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภคฯ มาตรา ๓๑ (๒) และ ๕๒ วรรคหนึ่งด้วย


คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ - 56 - (๑) ท�ำซ�้ำหรือดัดแปลง มาตรา ๒๘ (๑) มีค�ำพิพากษาฎีกาที่เกี่ยวข้องดังนี้ ฎีกาที่ ๗๒๐๖/๒๕๔๒ ความเสียหาย จากการขาดรายได้ที่โจทก์จะได้รับเมื่อจ�ำเลยละเมิด ลิขสิทธิ์โดยการน�ำเทปเพลงที่มีผู้ท�ำขึ้นโดยละเมิด ลิขสิทธิ์โจทก์ออกจ�ำหน่าย เป็นความเสียหายที่เกิด จากการสูญเสียโอกาสที่จะได้รับผลก�ำไรจากการน�ำ งานอันมีลิขสิทธิ์ของตนออกจ�ำหน่ายเท่านั้น หาใช่ ความเสียหายที่คิดค�ำนวณจากราคาจ�ำหน่ายเทป เพลงแต่ละม้วนซึ่งได้รวมต้นทุนการผลิตเอาไว้ด้วย แต่อย่างใดไม่ ฎีกาที่ ๗๘๐๗/๒๕๔๒ การที่โจทก์ได้ จ่ายเงินให้แก่ส�ำนักงานทนายความเพื่อให้ด�ำเนิน คดีแก่จ�ำเลยนั้นเป็นเพียงค่าใช้จ่ายที่โจทก์ต้องจ่าย เพื่อรักษาประโยชน์ในการด�ำเนินกิจการของโจทก์ เท่านั้น มิใช่ค่าเสียหายที่เกิดจากการละเมิดของ จ�ำเลย โจทก์ไม่มีสิทธิที่จะเรียกค่าใช้จ่ายส่วนนี้จาก จ�ำเลยได้ ฎีกาที่ ๗๘๒๒/๒๕๔๒ ค�ำฟ้องเป็นเพียง การบรรยายสรุปถึงความเกี่ยวพันกันระหว่างโจทก์ และจ�ำเลยเพื่อให้เห็นว่าจ�ำเลยได้กระท�ำการใดให้ โจทก์ต้องได้รับความเสียหาย รวมทั้งค�ำขอบังคับ ที่จะให้จ�ำเลยทั้งห้ารับผิดต่อโจทก์อย่างไร พอให้ เข้าใจกันได้เท่านั้น ค�ำฟ้องได้บรรยายให้เห็นว่าโจทก์เป็น เจ้าของลิขสิทธิ์เพลงพิพาท จ�ำเลยทั้งห้าร่วมกัน ละเมิดลิขสิทธิ์เพลงพิพาท ไปท�ำดนตรีขึ้นใหม่แล้ว ให้นักร้องร้องบันทึกลงในแถบเสียงออกจ�ำหน่าย ท�ำให้โจทก์เสียหาย จ�ำเลยทั้งห้าต้องรับผิดต่อโจทก์ เป็นค�ำฟ้องที่แสดงให้เห็นแจ้งชัดซึ่งสภาพแห่งข้อหา ที่โจทก์อาศัยเป็นหลักในการกล่าวหาจ�ำเลยทั้งห้า เพื่อที่จะขอบังคับให้จ�ำเลยทั้งห้าต้องรับผิดต่อโจทก์ ให้เป็นที่เข้าใจได้ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธี พิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๗๒ วรรคสองแล้ว ฎีกาที่ ๓๘๒๖/๒๕๔๕ ฟ้องโจทก์ ไม่ ได้บรรยายว่าการกระท�ำของจ�ำเลยทั้งสี่เป็นการ กระท�ำเพื่อการค้า การกระท�ำของจ�ำเลยทั้งสี่ ตามที่โจทก์บรรยายฟ้องจึงเป็นความผิดตาม พระ ราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.๒๕๓๗ มาตรา ๒๘ (๑), ๖๙ วรรคหนึ่ง การที่ศาลทรัพย์สินฯ พิพากษาว่า จ�ำเลยทั้งสี่มีความผิดตามมาตรา ๒๘ (๑), ๖๙ วรรคสอง จึงไม่ถูกต้อง ปัญหาดังกล่าวเป็นปัญหา เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้จ�ำเลยทั้งสี่ไม่ได้ อุทธรณ์ ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาฯ มีอ�ำนาจยกขึ้นวินิจฉัยให้ถูกต้องได้ ฎีกาที่ ๖๑๔๗/๒๕๔๕ ตามค�ำฟ้องและ ค�ำขอท้ายฟ้องโจทก์ได้กล่าวหาจ�ำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๖ ละเมิดลิขสิทธิ์โดยท�ำซ �้ ำงานสิ่งบันทึกเสียงซึ่งเป็น งานอันมีลิขสิทธิ์ของผู้เสียหายที่ ๑ ถึงที่ ๓ เป็น ความผิดตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗ มาตรา ๒๘ (๑) และละเมิดลิขสิทธิ์โดยการท�ำซ �้ ำ งานโปรแกรมคอมพิวเตอร์ซึ่งเป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ ของผู้เสียหายที่ ๔ เป็นความผิดตามพระราชบัญญัติ ลิขสิทธิ์ พ.ศ.๒๕๓๗ มาตรา ๓๐ (๑) ซึ่งโจทก์มิได้ บรรยายฟ้องแสดงให้เห็นได้ว่าจ�ำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๖ กระท�ำผิดดังกล่าวโดยมีเจตนาแยกต่างหากจากกัน จึงถือว่าจ�ำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๖ มีเจตนาเดียวกันใน การท�ำซ �้ ำงานต่าง ๆ ดังกล่าว การกระท�ำจึงเป็น กรรมเดียว แต่ผิดต่อกฎหมายหลายบท ฎีกาที่ ๔๕๑๓/๒๕๔๗ ฎีกาที่ ๒๗๓๐/๒๕๔๙ ตามหนังสือมอบ อ�ำนาจช่วงที่ ค. มอบอ�ำนาจช่วงให้ ท. มีอ�ำนาจ


คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ - 57 - ร้องทุกข์แทน การพิจารณาว่าผู้เสียหายได้มอบ อ�ำนาจให้ร้องทุกข์โดยชอบหรือไม่ จึงต้องพิจารณา ทั้งหนังสือมอบอ�ำนาจและหนังสือมอบอ�ำนาจช่วง ประกอบกันมิใช่พิจารณาเฉพาะหนังสือมอบอ�ำนาจ ช่วงฉบับเดียว เมื่อ ท. แจ้งความร้องทุกข์แทนผู้ เสียหาย มิใช่ร้องทุกข์แทน ค. การมอบอ�ำนาจให้ ร้องทุกข์ของผู้เสียหายจึงชอบด้วยกฎมหาย และ ถือว่าผู้เสียหายได้ร้องทุกข์แล้ว ฎีกาที่ ๗๘๗๓/๒๕๔๙ ฎีกาที่ ๖๕๗๖/๒๕๕๑ การที่ศาลจะรอ การก�ำหนดโทษจ�ำเลยได้นั้นต้องปรากฏว่าจ�ำเลย กระท�ำความผิดซึ่งกฎหมายบัญญัติให้มีโทษจ�ำคุก เมื่อศาลทรัพย์สินทางปัญญา พิพากษาว่าจ�ำเลยมี ความผิดตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ฯ มาตรา ๒๘ (๑) ซึ่งต้องระวางโทษ ปรับตั้งแต่สองหมื่นบาท ถึงสองแสนบาทโดยไม่มีโทษจ�ำคุก การกระท�ำความ ผิดของจ�ำเลยฐานละเมิดลิขสิทธิ์ในงานภาพยนตร์ ของผู้เสียหายด้วยการท�ำซ �้ ำหรือดัดแปลงจึงเป็น ความผิดที่ไม่อาจรอการก�ำหนดโทษตามประมวล กฎหมายอาญา มาตรา ๕๖ วรรคแรกได้ ฎีกาที่ ๒๕๐๓/๒๕๕๓ ฎีกาที่ ๑๘๒๙/๒๕๕๓ ฎีกาที่ ๔๔๓๘/๒๕๕๓ (๒) เผยแพร่ต่อสาธารณชน มาตรา ๒๘ (๒) มีค�ำพิพากษาฎีกาที่เกี่ยวข้อง ดังนี้ ฎีกาที่ ๕๐๔๑/๒๕๔๖ โจทก์ฟ้องขอให้ ลงโทษจ�ำเลยตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗ มาตรา ๒๘ และ ๖๙ ศาลทรัพย์สินทาง ปัญญา พิพากษาว่า จ�ำเลยมีความผิดตามมาตรา ๓๑ และ ๗๐ วรรคสอง ซึ่งเป็นความผิดต่องานที่ ได้ท�ำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้อื่น มิใช่การกระ ท�ำละเมิดลิขสิทธิ์ได้กระท�ำต่องานอันมีลิขสิทธิ์ตาม ที่โจทก์ฟ้อง เป็นปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับความ สงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกาแผนกคดี ทรัพย์สินทางปัญญาแก้ไขเสียให้ถูกต้องเป็น พิพากษาลงโทษจ�ำเลยตามมาตรา ๒๘ (๒) และ ๖๙ วรรคสอง แต่ไม่อาจก�ำหนดโทษที่จะลงแก่ จ�ำเลยตามระวางโทษในมาตรา ๖๙ วรรคสองได้ เพราะจะเป็นการเพิ่มโทษแก่จ�ำเลย แผ่นวีซีดีของกลางเป็นแผ่นวีซีดีอันมี ลิขสิทธิ์ของผู้เสียหายซึ่งเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ไม่อาจ พิพากษาให้ตกเป็นของเจ้าของลิขสิทธิ์ได้ตาม พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗ มาตรา ๗๕ ซึ่งบัญญัติให้เฉพาะสิ่งที่ได้ท�ำขึ้นอันเป็นการละเมิด ลิขสิทธิ์เท่านั้นตกเป็นของเจ้าของลิขสิทธิ์ ฎีกาที่ ๕๓๙๕/๒๕๔๖ โจทก์เป็นผู้ได้ รับอนุญาตให้ใช้สิทธิจากเจ้าของลิขสิทธิ์ภาพยนตร์ เรื่อง TIANDI ซึ่งเป็นการอนุญาตให้โจทก์แต่ผู้เดียว หรือโดยเด็ดขาด ในการฉาย รวมทั้งการน�ำไปผลิต เป็นโฮมวิดีโอในประเภทวิดีโอซีดีและดิจิตอลเวอร์ แซทไทล์ดิสก์ ออกให้เช่าและขาย การที่จ�ำเลยทั้ง สองน�ำภาพและเสียงของภาพยนตร์เรื่อง TIANDI ไปผลิตเป็นแผ่นวิดีโอซีดีออกจ�ำหน่ายในระหว่าง อายุสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิโดยเด็ดขาด จึงเป็น การละเมิดลิขสิทธิ์ที่โจทก์มี โจทก์จึงเป็นผู้เสียหาย มีอ�ำนาจฟ้อง ฎีกาที่ ๒๙๐/๒๕๔๘


คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ - 58 - ฎีกาที่ ๘๗๖/๒๕๔๘ โจทก์บรรยายฟ้อง ว่า จ�ำเลยละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้เสียหายด้วยการน�ำ แผ่นเพลงโดเรมี ขับร้องโดย พ. ซึ่งเป็นงานอันมี ลิขสิทธิ์ออกแพร่เสียงภาพให้ประชาชนฟังและชม โดยเรียกเก็บเงินหรือผลประโยชน์อย่างอื่นใน ทางการค้าย่อมหมายความว่า จ�ำเลยได้น�ำซีดีที่ บันทึกภาพและเสียงไว้ซึ่งเป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ของ ผู้เสียหายออกเผยแพร่ต่อสาธารณะชนเพื่อการค้า เป็นความผิดตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗ มาตรา ๖๙ วรรคสอง ประกอบมาตรา ๒๘(๒) แม้โจทก์จะอ้างฐานความผิดและบท กฎหมายผิดไปเป็นว่า จ�ำเลยกระท�ำการละเมิด ลิขสิทธิ์ในงานแพร่เสียงแพร่ภาพของผู้เสียหายเพื่อ การค้า อันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.๒๕๓๗ มาตรา ๖๙ วรรคสอง ประกอบมาตรา ๒๙ (๓) ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่าง ประเทศกลางก็มีอ�ำนาจพิพากษาลงโทษจ�ำเลยตาม ฐานความผิดและบทกฎหมายที่ถูกต้องดังกล่าวข้าง ต้นได้ ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลทรัพย์สิน ทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธี พิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้า ระหว่างประเทศ พ.ศ. ๒๕๓๙ มาตรา ๒๖ ประกอบ ด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๙๒ วรรคห้า ฎีกาที่ ๓๘๘๒/๒๕๕๓ โจทก์บรรยาย ฟ้องว่า จ�ำเลยละเมิดลิขสิทธิ์เพลงของโจทก์ร่วม โดยการน�ำเอาเพลงอันมีลิขสิทธิ์ของโจทก์ร่วมตาม ฟ้องมาท�ำซ �้ ำลงในหน่วยประมวลผลกลาง (ซีพียู) แล้วติดตั้งในระบบเอ็มพี ๓ ใช้ระบบแชร์เน็ตเวิร์ค ซึ่งเมื่อใช้แผ่นซีดีที่มีเพลงเอ็มพี ๓ ใส่เข้าไปในหน่าย ประมวลผลกลางแล้วพ่วงกับหน่วยประมวลผล กลางอื่นสามารถเรียกเพลงออกมาฟังได้โดยมี สัญญาณภาพออกมาทางจอมอนิเตอร์ โดยจ�ำเลย เรียกเก็บค่าบริการจากลูกค้า ขอให้ลงโทษตาม พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ฯ มาตรา ๒๘ และ ๖๘ แสดงว่า โจทก์ประสงค์จะให้ลงโทษจ�ำเลยในการ ท�ำความผิดเกี่ยวกับการท�ำซ �้ ำซึ่งงานดนตรีกรรม โสตทัศนวัสดุหรือสิ่งบันทึกเสียง ซึ่งไม่ใช่เรื่องการก ระท�ำความผิดเกี่ยวกับการเผยแพร่งานดังกล่าวต่อ สาธารณชน เพราะงานที่ถูกบรรจุใหม่ในหน่วย ประมวลผลกลางนั้นเป็นงานที่ถูกท�ำซ �้ ำขึ้นมาใหม่ หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งเป็นงานที่ได้ท�ำขึ้นโดยละเมิด ลิขสิทธิ์ของผู้อื่น การเผยแพร่งานลิขสิทธิ์เพลงที่บรรจุไว้ ในหน่วยประมวลผล กลางดังกล่าวต่อสาธารณชน จึงไม่ใช่ความผิด ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ฯ มาตรา ๖๙ วรรคสอง ประกอบมาตรา ๒๘ (๒) และไม่อาจถือว่าโจทก์มีความประสงค์ที่จะขอให้ ลงโทษจ�ำเลยในเรื่องการเผยแพร่งานซึ่งได้ท�ำขึ้น มาใหม่โดยละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้อื่นเพื่อหาก�ำไร ทางการด้วยการเผยแพร่ต่อสาธารณชนอันเป็น ความผิดตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ฯ มาตรา ๗๐ วรรคสอง ประกอบมาตรา ๓๑ (๒) ด้วย เพราะ โจทก์ไม่ได้อ้างบทกฎหมายมาตรานี้ไว้ในค�ำฟ้องแต่ อย่างใด ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้า ระหว่างประเทศกลางพิพากษายกฟ้องมานั้น ศาล ฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้า ระหว่างประเทศเห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของโจทก์ ร่วมฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ฎีกาที่ ๔๖๗๕/๒๕๕๓ ตามค�ำฟ้องของ โจทก์ไม่ชัดเจนพอที่จะฟังได้ว่า สิทธิแต่เพียงผู้เดียว ในประเทศไทยในการยับยั้งและจัดเก็บสิทธิใน ภาพยนตร์หมายถึงอะไร หากเจ้าของสิทธิใน ต่างประเทศยังคงสงวนสิทธิในการร้องทุกข์อยู่ การ


คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ - 59 - ร้องทุกข์โดยบริษัท บ. จะท�ำได้ต้องท�ำในฐานะ ตัวแทนเจ้าของสิทธิในต่างประเทศซึ่งก็ต้องมีหนังสือ มอบอ�ำนาจจากเจ้าของสิทธิในต่างประเทศให้ท�ำ เช่นนั้นได้ด้วย และไม่เป็นการยากที่เจ้าของสิทธิใน ต่างประเทศจะท�ำสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิหรือท�ำ หนังสือมอบอ�ำนาจให้ชัดเจน กรณียังมีข้อสงสัย ตามสมควรว่าบริษัท บ. ไม่ใช่ ผู้เสียหายที่มีอ�ำนาจ ร้องทุกข์ด�ำเนินคดีแก่จ�ำเลยทั้งห้าในความผิดฐาน เผยแพร่ต่อสาธารณชนซึ่งงานภาพยนตร์อันมี ลิขสิทธิ์โดยไม่ได้รับอนุญาต การแจ้งความร้องทุกข์ โดยบริษัท บ. จึงไม่ใช่การแจ้งความร้องทุกข์ตาม กฎหมาย ท�ำให้การสอบสวนไม่ชอบและโจทก์ไม่มี อ�ำนาจฟ้องคดีนี้ ปัญหาเรื่องอ�ำนาจฟ้องเป็นปัญหา เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกา มีอ�ำนาจ ยกขึ้นวินิจฉัยเองได้ตามพระราชบัญญัติ จัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่าง ประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญา และการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ.๒๕๓๙ มาตรา ๓๘ ประกอบ ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความ อาญา มาตรา ๑๙๕ วรรคสอง โดยให้มีผลถึงจ�ำเลย ที่ไม่อุทธรณ์ด้วย ฎีกาที่ ๓๗๐๕/๒๕๓๐ ลิขสิทธิ์ที่บุคคล สามารถเป็นเจ้าของได้จะต้องเป็นลิขสิทธิ์ในงานที่ ตนสร้างสรรค์โดยชอบด้วยกฎหมาย วีดีโอเทปของ กลาง ๑ ที่โจทก์อ้างว่าเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์มีบท แสดงการร่วมเพศระหว่างหญิงและชายบางตอน อันเป็นภาพลามก ซึ่งผู้ใดท�ำหรือมีไว้หรือมีส่วน เกี่ยวข้องในการค้าเป็นความผิดตามประมวล กฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๗ งานของโจทก์ดังกล่าว จึงมิใช่งานสร้างสรรค์ตามความหมายแห่งพระราช บัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๒๑ โจทก์จึงไม่ใช่เจ้าของ ลิขสิทธิ์ไม่ใช่ผู้เสียหายตามประมวลกฎหมายวิธี พิจารณาความอาญา มาตรา ๒ (๔) และไม่มีอ�ำนาจ ฟ้องวีดีโอเทปของกลาง ๒ ที่จ�ำเลยอ้างถึงต่อศาล ในระหว่างการพิจารณาซึ่งไม่ใช่ของกลางที่พนักงาน สอบสวนได้ยึดไว้ในคดี และโจทก์มิได้มีค�ำขอให้ริบ แม้วีดีโอเทปดังกล่าวจะมีภาพลามกรวมอยู่ด้วย อย่างเดียวกันกับวีดีโอของกลาง ๑ ศาลก็ไม่มีอ�ำนาจ (๓) ให้เช่าต้นฉบับหรือส�ำเนางานดังกล่าว (มาตรา ๒๘ (๓) เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗) มาตรา ๒๘ (๓) มีค�ำพิพากษาฎีกาที่เกี่ยวข้องดังนี้ สั่งริบตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๙๒ การที่ศาลล่างทั้งสองพิจารณาให้ริบ จึงเป็นการไม่ชอบ ปัญหาดังกล่าวเป็นปัญหาเกี่ยว ด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้จะไม่มี ฝ่ายใดฎีกา ศาลฎีกาก็มีอ�ำนาจยกขึ้นวินิจฉัยไม่ริบ วีดีโอเทปดังกล่าวได้ ฎีกาที่ ๑๗๔๔/๒๕๔๔ จ�ำเลยทั้งห้าถูก เจ้าพนักงานต�ำรวจจับกุมพร้อมด้วยแผ่นวิดีโอซีดี ที่จ�ำเลยทั้งห้าร่วมท�ำซ �้ ำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของ ผู้เสียหาย แผ่นแม่พิมพ์ซีดี (แผ่นแสตมเปอร์) ที่มี ผู้ท�ำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้เสียหายทั้งสาม ซึ่ง ใช้ประกอบกับเครื่องจักรส�ำหรับผลิตแผ่นซีดีเพื่อ ท�ำซ �้ ำแผ่นวิดีโอซีดีอันเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้ เสียหายทั้งสาม แผ่นวิดีโอซีดีลามก แผ่นมาพิมพ์ (แผ่นแสตมเปอร์) ภาพยนตร์ลามก พร้อมเครื่องจักร ผลิตแผ่นซีดี รวมทั้งเครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ อีกหลายรายการซึ่งใช้ในการผลิตแผ่นวิดีโออัน


คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ - 60 - ละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้เสียหาย และผลิตแผ่นวิดีโอ ลามก จ�ำเลยทั้งห้าให้การรับสารภาพต่อศาลว่า จ�ำเลยทั้งห้าได้ร่วมกันผลิตแผ่นวิดีโอซีดี ด้วยการ ท�ำซ �้ ำงานหลายงานอันเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ของ ผู้เสียหายหลายคน แล้วร่วมกันมีไว้เพื่อขายซึ่งแผ่น วิดีโอซีดีที่ท�ำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ ทั้งยังร่วมกัน ท�ำให้แพร่หลายโดยการมีไว้เพื่อจ�ำหน่ายซึ่งแผ่น วิดีโอซีดีลามก นับเป็นการร่วมกันกระท�ำการอัน ฝ่าฝืนต่อกฎหมายมีลักษณะเป็นขบวนการโดย กลุ่มบุคคลหลายสัญชาติอันก่อให้เกิดความเสียหาย แก่เจ้าของลิขสิทธิ์ยิ่งกว่ากรณีปกติธรรมดา ทั้ง เป็นการกระท�ำที่ขัดต่อศีลธรรมอันดีของประชาชน จ�ำเลยทั้งห้ามีความผิดฐานร่วมกันท�ำ ซ �้ ำแก่งานโสตทัศนวัสดุ ภาพยนตร์ หรือสิ่งบันทึก เสียง ของผู้อื่นอันมีลิขสิทธิ์ตามกฎหมายเพื่อการ ค้า และฐานร่วมกันมีไว้เพื่อขายซึ่งงานดังกล่าว เหล่านั้น โดยรู้หรือมีเหตุอันควรรู้ว่าเป็นงานที่ท�ำ ซ �้ ำขึ้นโดยละเมิดสิทธิ์ของผู้อื่นตามพระราชบัญญัติ ลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗ มาตรา ๖๙ วรรคสอง ประกอบ มาตรา ๒๘ (๑), มาตรา ๗๐ วรรคสอง ประกอบ มาตรา ๓๑ (๑) อันเป็นการกระท�ำกรรมเดียวเป็น ความผิดต่อกฎหมายหลายบทตามประมวล กฎหมายอาญา มาตรา ๙๐ ให้ลงโทษฐานร่วมกัน ท�ำซ �้ ำ งานดังกล่าวอันมีลิขสิทธิ์ ตามมาตรา ๖๙ วรรคสอง ประกอบมาตรา ๒๘ (๑) ซึ่งเป็นบทที่มี โทษหนักกว่า จ�ำคุกคนละ ๑ ปี ๖ เดือน และจ�ำเลย ทั้งห้ามีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๗ ให้ลงโทษฐานร่วมกันท�ำให้แพร่หลายโดยการ มีไว้เพื่อจ�ำหน่ายซึ่งภาพยนตร์ แผ่นบันทึกภาพและ เสียงอันลามก ซึ่งเป็นความผิดต่างกรรมกันอีก กระทงหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑ จ�ำคุกคนละ ๖ เดือน รวมเป็นจ�ำคุกคนละ ๒ ปี ให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรร เทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามป.อาญา มาตรา ๗๘ คงจ�ำคุกคนละ ๑ ปี แผ่นวิดีโอซีดี และ แผ่นแม่พิมพ์ซีดี (แผ่นแสตมเปอร์) ของกลางซึ่งท�ำ ขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ให้ตกเป็นของผู้เสียหายทั้ง สาม ซึ่งเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ส่วนของกลางอื่นทั้งหมด ให้ริบตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ มาตรา ๗๕ ค�ำขอให้จ่ายเงินค่าปรับจ�ำนวนกึ่งหนึ่งให้แก่ ผู้เสียหายทั้งสามซึ่งเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ให้ยก ฎีกาที่ ๖๑๔๗/๒๕๔๔ จ�ำเลยกับพวก ได้น�ำเพลงที่ขับร้องและบรรเลงโดยศิลปินต่าง ๆ และน�ำโปรแกรมคอมพิวเตอร์ซึ่งเป็นงานอันมี ลิขสิทธิ์ของผู้เสียหายที่ ๑ ถึงที่ ๔ มาท�ำซ �้ ำคัดลอก โดยการใช้เครื่องซีดีไรต์เตอร์ เครื่องคัดลอกและ ถ่ายข้อมูลและเครื่องคอมพิวเตอร์ ท�ำการคัดลอก งานดนตรีกรรมและงานโปรแกรมคอมพิวเตอร์ซึ่ง เป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ของผู้เสียหาย ลงบนแผ่นซีดี เปล่าส�ำหรับท�ำซ �้ ำ จ�ำเลยมีเจตนากระท�ำซ �้ ำเพลงซึ่งเป็น งานประเภทดนตรีกรรมและสิ่งบันทึกเสียงที่เป็น งานอันมีลิขสิทธิ์ของผู้เสียหายที่ ๑ ถึงที่ ๓ โดย ไม่ได้รับอนุญาตครบองค์ประกอบความผิดตาม พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗ มาตรา ๒๘ (๑) และจ�ำเลยมีเจตนากระท�ำซ �้ ำงานโปรแกรม คอมพิวเตอร์ซึ่งเป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ของผู้เสียหาย ที่ ๔ โดยไม่ได้รับอนุญาตครบองค์ประกอบความ ผิดตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗ มาตรา ๓๐ (๑) แล้วโจทก์ได้บรรยายถึงวิธีการละเมิดลิขสิทธิ์ ของผู้เสียหายแล้วได้น�ำไปใช้ส�ำหรับเครื่อง จักรใน การผลิตแผ่นซีดีเพื่อแสวงหาก�ำไรทางการค้า เป็น เหตุที่ท�ำให้ต้องรับโทษหนักขึ้นตามพระราชบัญญัติ ลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗ มาตรา ๖๙ วรรคสอง


คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ - 61 - จ�ำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๖ มีความผิดตาม พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗ มาตรา ๒๘ (๑), ๓๐ (๑) ประกอบด้วยมาตรา ๖๙ วรรคสอง เป็น การกระท�ำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลาย บท ให้ลงโทษตามกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุด ตามประมวลกฎหมาย มาตรา ๙๐ แต่ความผิด ดังกล่าวมีระวางโทษเท่ากัน จึงให้ลงโทษตาม พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗ มาตรา ๓๐ (๑) ประกอบด้วยมาตรา ๖๙ วรรคสอง ฎีกาที่ ๓๗๔๑/๒๕๔๙ มาตรา ๒๘/๑ การท�ำซ�้ำโดยการบันทึก เสียงหรือภาพหรือทั้งเสียง และภาพจากภาพยนตร์อันมีลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้ ในโรงภาพยนตร์ ตามกฎหมายว่าด้วยภาพยนตร์และวีดิทัศน์ ไม่ว่าทั้งหมดหรือแต่บางส่วน โดยไม่ได้รับอนุญาตตามมาตรา ๑๕ (๕) ในระหว่างการฉายในโรงภาพยนตร์ ให้ถือว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ และมิให้น�ำมาตรา ๓๒ วรรคสอง (๒) มา ใช้บังคับ (มาตรา ๒๘/๑ เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ.๒๕๕๘) มาตรา ๒๙ การกระท�ำอย่างใดอย่างหนึ่งแก่งานแพร่เสียงแพร่ภาพ อันมีลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้โดยไม่ได้รับอนุญาตตามมาตรา ๑๕ (๕) ให้ถือว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ ถ้าได้กระท�ำดังต่อไปนี้ (มาตรา ๒๙ วรรคหนึ่ง แก้ไขเพิ่มเติมตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗ เป็นความ เดิมพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๒๑ มาตรา ๒๖ ดังนี้ “มาตรา ๒๖ การกระท�ำอย่างหนึ่งอย่างใดแก่งานแพร่เสียงแพร่ภาพ อันมีลิขสิทธิ์ตามพระ ราชบัญญัตินี้ ให้ถือว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ (๑) การจัดท�ำภาพยนตร์ โสตทัศนวัสดุ หรืองานแพร่เสียงแพร่ภาพ ทั้งนี้ ไม่ว่าทั้งหมดหรือ บางส่วน (๒) แพร่เสียงแพร่ภาพซ �้ ำ ทั้งนี้ ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน (๓) จัดให้ประชาชนฟังและหรือชมงานแพร่เสียงแพร่ภาพ โดยเรียกเก็บเงินหรือผลประโยชน์ อย่างอื่นในทางการค้า”)


คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ - 62 - มาตรา ๒๙ วรรคหนึ่ง มีค�ำพิพากษาฎีกาที่เกี่ยวข้องดังนี้ ฎีกาที่ ๗๘๗๒/๒๕๔๙ ข้อเท็จจริงที่รับ ฟังได้ว่าจ�ำเลยติดตั้งอุปกรณ์รับสัญญาณรับเสียง และภาพ จากภาพยนตร์รายการโทรทัศน์ของโจทก์ ร่วม แล้วแพร่หรือถ่ายทอดสัญญาณ นั้น ผ่านสาย รับสัญญาณไปยังห้องพักที่จ�ำเลยให้บริการ เป็นการ จัดท�ำงานแพร่เสียงแพร่ภาพภาพยนตร์รายการ โทรทัศน์ของโจทก์ร่วมซึ่งเป็นผู้เสียหายโดยมิได้รับ อนุญาต และเมื่อจ�ำเลยจัดท�ำเพื่อให้ผู้เช่าห้องพัก ได้รับชมโดยผู้เช่าต้องเสียค่าเช่าซึ่งรวมถึงบริการ สัญญาณเสียงและภาพตามฟ้อง จึงเป็นการกระท�ำ ความผิดเพื่อการค้า การกระท�ำของจ�ำเลยเป็นความผิดต่อ เนื่องโดยมีเจตนาเดียวคือเพื่อให้ผู้เช่าห้องพักของ ตนได้รับฟังและรับชมรายการโทรทัศน์ที่เป็นลิขสิทธิ์ ของโจทก์ร่วม ซึ่งตราบใดที่จ�ำเลยยังคงแพร่เสียง แพร่ภาพที่เป็นการกระท�ำความผิดฐานนี้อยู่ การ กระท�ำความผิดทั้งสองวันตามฟ้องจึงเป็นการ กระท�ำความผิดกรรมเดียว หาใช่หลายกรรมต่าง กันดัง ฟ้องไม่ ฎีกาที่ ๓๐๓๔/๒๕๕๐ ฎีกาที่ ๔๖๕/๒๕๕๑ ฎีกาที่ ๖๓๘๐/๒๕๕๓ (๑) จัดท�ำโสตทัศนวัสดุ ภาพยนตร์ สิ่งบันทึกเสียง หรืองานแพร่ เสียงแพร่ภาพ ทั้งนี้ ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน มาตรา ๒๙ (๑) มีค�ำพิพากษาฎีกาที่เกี่ยวข้องดังนี้ ฎีกาที่ ๕๐๓๓/๒๕๓๓ โจทก์บรรยาย ฟ้องแต่เพียงว่า จ�ำเลยได้กระท�ำการละเมิดลิขสิทธิ์ แก่งานสร้างสรรค์ประเภทโสตทัศนวัสดุของโจทก์ ร่วม แต่โจทก์มิได้บรรยายฟ้องว่า วีดีโอเทป ภาพยนตร์ของโจทก์เป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ตาม กฎหมายของเมืองฮ่องกงหรือประเทศสหราช อาณาจักร และเมืองฮ่องกงหรือประเทศสหราช อาณาจักรเป็นภาคีแห่งอานุสัญญาว่าด้วยการ คุ้มครองลิขสิทธิ์ ซึ่งประเทศไทยเป็นภาคีอยู่ด้วย และกฎหมายแห่งเมืองฮ่องกงหรือประเทศสหราช อาณาจักรได้ให้ความคุ้มครองเช่นเดียวกันแก่งาน อันมีลิขสิทธิ์ของภาคีอื่น ๆ แห่งอนุสัญญาดังกล่าว ฟ้องโจทก์จึงขาดข้อความส�ำคัญที่จะแสดงให้เห็น ว่าภาพยนต์ตามฟ้องมีสิทธิที่จะได้รับความคุ้มครอง ตามมาตรา ๔๒ แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๒๑ เป็นข้อเท็จจริงและรายละเอียดที่จ�ำเป็น ส�ำหรับการฟ้องคดีอาญาในกรณีที่มีการละเมิด ลิขสิทธิ์เกี่ยวด้วยงานอันมีลิขสิทธิ์ตามกฎหมายต่าง ประเทศ ฟ้องโจทก์จึงไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมาย วิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๕๘ ฎีกาที่ ๕๙๒๙/๒๕๓๓ โจทก์บรรยาย ฟ้องว่าจ�ำเลยละเมิดลิขสิทธิ์งานสร้างสรรค์ประเภท โสตทัศนวัสดุ แถบบันทึกภาพ (วีดีโอเทป) ภาพยนตร์ มีชื่อภาษาไทยว่า คิงคอง ภาค ๒ ของบริษัท อินเตอร์ คอนติเนนตัล ฟิล์ม ดิสตริบิวเตอร์ส์ (ฮ่องกง) จ�ำกัด ผู้เสียหายซึ่งเป็นนิติบุคคล เป็นงานมีลิขสิทธิ์ตาม กฎหมายฮ่องกง ซึ่งเป็นประเทศที่เป็นภาคีอนุสัญญา ว่าด้วยการคุ้มครองลิขสิทธิ์และประเทศไทยเป็น ภาคีอยู่ด้วย กฎหมายของประเทศฮ่องกงได้ให้ความ คุ้มครองเช่นเดียวกันแก่งานอันมีลิขสิทธิ์ของภาคี


คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ - 63 - อื่น ๆ แห่งอนุสัญญาดังกล่าวเป็นค�ำบรรยายฟ้อง ที่มีข้อความส�ำคัญแสดงให้เห็นว่าแถบบันทึกภาพ ยนตร์ของผู้เสียหายตามฟ้องเข้าหลักเกณฑ์ที่ จะได้รับความคุ้มครองตามมาตรา ๔๒ แห่งพระ ราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๒๑ มีข้อเท็จจริงและ รายละเอียดที่จ�ำเป็นส�ำหรับการบรรยายฟ้องแล้ว ฎีกาที่ ๒๗๐๐/๒๕๒๕ บรรยายฟ้องว่า จ�ำเลยน�ำฟิล์มภาพยนตร์มีลิขสิทธิ์ออกฉายเรียก เก็บเงินในการค้าโดยมิได้รับอนุญาตจากเจ้าของ ลิขสิทธิ์ และมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ เป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ในภาพยนตร์ของผู้เสียหาย และเป็นการฉายภาพยนตร์โดยฝ่าฝืนกฎหมายเป็น ฟ้องที่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความ อาญา มาตรา ๑๕๘ (๕) แล้ว ไม่จ�ำต้องบรรยายว่า พนักงานเจ้าหน้าที่หมายถึงผู้ใดและภาพยนตร์ ดังกล่าวสร้างขึ้นในประเทศที่เป็นภาคีแห่งอนุสัญญา ว่าด้วยการคุ้มครองลิขสิทธิ์เพราะเป็นข้อเท็จจริง ในทางน�ำสืบ ผู้เช่าลิขสิทธิ์ภาพยนตร์จากเจ้าของจึง มิใช่เจ้าของลิขสิทธิ์และไม่มีอ�ำนาจร้องทุกข์ให้ ด�ำเนินคดีฐานละเมิดลิขสิทธิ์ การรับมอบอ�ำนาจ ให้ไปร้องทุกข์ด�ำเนินคดีกับผู้ละเมิดลิขสิทธิ์ที่สถานี ต�ำรวจภูธรอ�ำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา แต่ผู้รับ มอบอ�ำนาจไปร้องทุกข์ที่สถานีต�ำรวจภูธรอ�ำเภอ เมืองนครราชสีมา ถือไม่ได้ว่าเป็นการร้องทุกข์แทน เจ้าของลิขสิทธิ์ พนักงานสอบสวนสถานีต�ำรวจภูธร อ�ำเภอเมืองนครราชสีมาจึงไม่มีอ�ำนาจสอบสวนใน ข้อหาความผิดดังกล่าวซึ่งเป็นความผิดยอมความ ได้ โจทก์ไม่มีอ�ำนาจฟ้อง ภาพยนตร์เรื่องใดได้รับอนุญาตจากกรม ต�ำรวจให้น�ำออกฉายตามสถานที่มหรสพได้แล้ว ย่อมสามารถน�ำออกฉาย ณ สถานที่มหรสพใดได้ ในภายหลังโดยไม่ต้องขออนุญาตจากเจ้าพนักงาน อื่นใดซ �้ ำอีก ฎีกาที่ ๕๖๙/๒๕๔๑ โจทก์ฟ้องว่า จ�ำเลย กับพวกซึ่งเป็นผู้ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการ ให้เช่า แลกเปลี่ยน หรือจ�ำหน่ายวัสดุโทรทัศน์ได้ ร่วมกันมีวีดีโอเทปภาพยนตร์เรื่องมังกรหยกจ�ำนวน ๑๒ ม้วน ซึ่งจ�ำเลยกับพวกร่วมกันละเมิดลิขสิทธิ์ ของโจทก์ร่วมกับวีดีโอเทปเรื่องอื่น ๆ อีกจ�ำนวน ๔๗๒ ม้วน ซึ่งยังไม่ได้ผ่านการตรวจพิจารณาและ ให้ความเห็นชอบจากเจ้าพนักงานผู้ตรวจเทปและ วัสดุโทรทัศน์ไว้ในสถานที่ประกอบกิจการของตน ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติควบคุมกิจการเทป และวัสดุโทรทัศน์ พ.ศ. ๒๕๓๐ มาตรา ๓๕ และ ขอให้ริบเฉพาะวิดีโอเทปดังกล่าวจ�ำนวน ๔๗๒ ม้วน ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง แต่ให้ริบวิดีโอเทปของ กลางทั้งหมดจ�ำนวน ๔๘๔ ม้วน จ�ำเลยอุทธรณ์ว่า ของกลางที่โจทก์อ้างว่ามิได้ผ่านการตรวจพิจารณา จากเจ้าพนักงานนั้น เป็นเพียงมิได้เสนอให้เจ้า พนักงานตรวจเสียก่อนตามขั้นตอนเท่านั้นหากวิดีโอ เทปดังกล่าวได้ผ่านการพิจารณาของเจ้าพนักงาน ก็อาจได้รับความเห็นชอบจากเจ้าพนักงานก็ได้ เมื่อ โจทก์มิได้น�ำสืบให้ศาลเห็น ไม่สมควรริบ และต้อง คืนของกลางแก่จ�ำเลย การที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัย ว่า โจทก์ไม่ได้น�ำสืบให้เห็นว่าวีดีโอเทปของกลาง ทั้งหมดจ�ำนวน ๔๘๔ ม้วน ที่อยู่ในครอบครองของ จ�ำเลยไม่ได้ผ่านการตรวจพิจารณา และได้รับความ เห็นชอบจากเจ้าพนักงาน และจ�ำเลยเป็นเพียงผู้ ดูแลหรือลูกจ้างของผู้ได้รับอนุญาตให้ประกอบ กิจการวีดีโอเทปจ�ำนวน ๔๘๔ ม้วน ไม่ใช่ทรัพย์ที่ จ�ำเลยใช้หรือมีไว้เพื่อใช้ในการกระท�ำผิดตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓ (๑) ศาลจึงไม่ ริบจึงเป็นการวินิจฉัยนอกหรือเกินไปกว่าที่กล่าวไว้


คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ - 64 - ในอุทธรณ์ของจ�ำเลย ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมาย วิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๙๒ วรรคหนึ่ง ประกอบด้วยมาตรา ๒๑๕ ในชั้นพิจารณาโจทก์และโจทก์ร่วมน�ำสืบ ว่า เมื่อพนักงานสอบสวนแจ้งข้อหาให้จ�ำเลยทราบ จ�ำเลยให้การปฏิเสธ และจ�ำเลยซึ่งอ้างตนเองเป็น พยานเบิกความต่อสู้ว่า ด.เป็นเจ้าของวิดีโอเทปของ กลางทั้งหมด จ�ำเลยไม่ใช่เจ้าของวีดีโอเทปดังกล่าว และไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับวีดีโอเทปของกลาง จ�ำเลย ย่อมไม่มีสิทธิอุทธรณ์ขอให้คืนของกลางดังกล่าวแก่ จ�ำเลย กรณีนี้ศาลอุทธรณ์ต้องพิพากษายกอุทธรณ์ ของจ�ำเลย ดังนี้ ค�ำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์และข้อ อุทธรณ์ของจ�ำเลยย่อมถือไม่ได้ว่าเป็นข้อที่ได้ยก ขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลอุทธรณ์ เมื่อโจทก์ฎีกาในข้อเท็จจริงและข้อ กฎหมายเพื่อให้ริบของกลางตามค�ำพิพากษาศาล ชั้นต้น เป็นฎีกาในข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายที่ไม่ ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลอุทธรณ์ไม่ ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๔๙ วรรคหนึ่ง ประกอบด้วยประมวล กฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๕ และ ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๙๕ วรรคหนึ่ง ประกอบด้วยมาตรา ๒๒๕ ศาล ฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้ ที่โจทก์ฟ้องขอให้พิพากษาให้วีดีโอเทป ของกลางดังกล่าวตกเป็นของเจ้าของลิขสิทธิ์ โดย โจทก์ไม่ได้ขอให้ริบ เมื่อไม่ปรากฏตามค�ำพิพากษา ศาลชั้นต้นว่าวีดีโอเทปของกลางเป็นวีดีโอเทปได้ ท�ำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของโจทก์ร่วม และศาลชั้น ต้นไม่พิพากษาให้ตกเป็นของเจ้าของลิขสิทธิ์ตาม ค�ำขอท้ายฟ้องของโจทก์ การที่ศาลชั้นต้นกลับไป พิพากษาให้ริบวีดีโอเทปของกลาง เป็นการพิพากษา เกินค�ำขอหรือที่มิได้กล่าวในฟ้องของโจทก์ ไม่ชอบ ด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๙๒ วรรคหนึ่ง แม้โจทก์มิได้อุทธรณ์เป็น ปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้ไม่มีคู่ความ ฝ่ายใดฎีกา ศาลฎีกาก็มีอ�ำนาจยกขึ้นวินิจฉัยและ แก้ไขให้ถูกต้องเป็นไม่ริบวีดีโอเทปของกลางนี้ ได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๙๕ วรรคสอง ประกอบด้วยมาตรา ๒๒๕ ฎีกาที่ ๓๐๔๐/๒๕๔๑ จ�ำเลยละเมิด ลิขสิทธิ์ในงานสร้างสรรค์ประเภทภาพยนต์วีดีโอ เทปภาพและเสียงที่มีผู้ท�ำซ �้ ำโดยละเมิดลิขสิทธิ์รวม ๓๒ ม้วนออกขายและเสนอขาย โดยจ�ำเลยรู้อยู่ แล้วว่าภาพยนต์วีดีโอเทปดังกล่าวเป็นงานที่ได้ท�ำ ขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้เสียหายซึ่งได้รับความ คุ้มครองตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗ และไม่ได้รับอนุญาตจากผู้เสียหาย และจ�ำเลยได้ ประกอบกิจการให้เช่าแลกเปลี่ยนหรือจ�ำหน่าย วีดีโอเทปโดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่ใช่กรณีที่ได้รับ ยกเว้นตามกฎหมายกับจ�ำเลยยังได้เสนอขายวีดีโอ เทปอันเป็นสินค้าที่ควบคุมฉลากโดยไม่ปิดฉลาก จ�ำนวน ๖๒ ม้วน โดยจ�ำเลยรู้หรือควรรู้ว่าการไม่ ปิดฉลากดังกล่าวนั้นไม่ถูกต้องตามกฎหมายและ จ�ำเลยไม่ได้รับการยกเว้นใด ๆ ตามกฎหมายเจ้า พนักงานจับจ�ำเลยได้พร้อมยึดม้วนวีดีโอเทป ภาพยนตร์ซึ่งมีผู้ท�ำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์และไม่ปิด ฉลากดังกล่าวรวม ๖๒ ม้วน เป็นของกลาง อันเป็น ความผิดตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.๒๕๓๗ มาตรา ๓๐ (๒), ๕๒ วรรคหนึ่ง เป็นความผิดหลาย กรรมต่างกัน ศาลจึงต้องมีค�ำสั่ง ให้วีดีโอเทปของ กลางที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ๓๒ ม้วน ตกเป็นของเจ้าของ ลิขสิทธิ์ ส่วนวีดีโอเทปที่ไม่ปิดฉลากอีกจ�ำนวน ๓๐ ม้วน ความผิดของจ�ำเลยที่เกี่ยวกับของกลาง


คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ - 65 - ดังกล่าวนี้อยู่ที่การเสนอขายโดยได้ งดเว้นไม่ปิด ฉลากที่วีดีโอเทปดังกล่าว วีดีโอเทปของกลาง ๓๐ ม้วนนี้ไม่ใช่ทรัพย์ที่มีไว้เป็นความผิดและไม่ใช่ทรัพย์ ที่จ�ำเลยใช้หรือมีไว้เพื่อใช้ในการกระท�ำผิดที่จะริบ ได้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๒ หรือ มาตรา ๓๓ ฎีกาที่ ๔๒๕๐/๒๕๔๒ จ�ำเลยรู้อยู่แล้ว หรือมีเหตุอันควรรู้ว่าแผ่นซีดีรอมที่จ�ำเลยร่วมกับ พวกขายและเสนอขายให้แก่ประชาชนทั่วไป เป็น งานที่ได้ท�ำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้อื่น และการ ที่สินค้าเหล่านี้ไม่มีฉลากจ�ำเลยก็ทราบว่า เป็นสิ่งที่ ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย เพราะทางราชการได้ ประกาศให้ประชาชนทราบในราชกิจจานุเบกษา แล้ว การกระท�ำของจ�ำเลยจึงมีความผิดตาม พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗ มาตรา ๓๑ (๑)(๒) มีโทษตามมาตรา ๗๐ วรรคสอง ไม่ผิด ตาม มาตรา ๒๘, ๓๐ และ ๖๙ เนื่องจากจ�ำเลยไม่ได้ กระท�ำแก่งานอันมีลิขสิทธิ์ตามกฎหมายโดยตรง หากแต่กระท�ำแก่งานที่บุคคลอื่นได้ท�ำขึ้นโดยละเมิด ลิขสิทธิ์ของผู้อื่นอยู่แล้ว โจทก์บรรยายฟ้องว่า จ�ำเลยละเมิด ลิขสิทธิ์งานประเภทวรรณกรรมโดยน�ำแผ่นซีดี-รอม ที่บันทึกโปรแกรมคอมพิวเตอร์ซึ่งได้มีผู้ท�ำซ �้ ำขึ้น โดยละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้เสียหายออกเผยแพร่ต่อ สาธารณชน โดยน�ำออกขาย เสนอขายแก่บุคคล ทั่วไป อันเป็นการกระท�ำเพื่อแสวงก�ำไรในทางการ ค้า โดยจ�ำเลยรู้อยู่แล้วว่าแผ่นซีดี-รอม ดังกล่าว เป็นงานที่ท�ำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้เสียหาย กรณีจึงต้องตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗ มาตรา ๓๑ (๑) (๒) และ ๗๐ วรรคสองแม้ค�ำขอ ท้ายฟ้องโจทก์ขอให้ลงโทษตามมาตรา ๒๘, ๓๐ และ ๖๙ ก็ตาม ก็เป็นที่เห็นได้ว่าโจทก์อ้างฐาน ความผิดหรือบทมาตราผิด ศาลจึงมีอ�ำนาจลงโทษ จ�ำเลยตามฐานความผิดที่ถูกต้องได้ ตาม ป.วิ.อาญา มาตรา ๑๙๒ วรรคห้า และพระราชบัญญัติจัดตั้ง ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ และวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้า ระหว่างประเทศ พ.ศ. ๒๕๓๙ มาตรา ๔๕ และ จ�ำเลยยังมีความผิดฐานขายสินค้าที่ควบคุมฉลาก โดยไม่มีฉลากตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓๐ (๒) และ ๕๒ วรรคหนึ่ง อีกกรรมหนึ่งด้วย ความผิดตามมาตรา ๓๑ แห่งพระราช บัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗ ไม่ได้จ�ำกัดว่าผู้กระท�ำ ความผิดจะต้องเป็นเจ้าของร้านหรือผู้จัดการร้าน เท่านั้น ลูกจ้างหรือใครก็ตามหากรู้อยู่แล้วหรือมี เหตุอันควรรู้ว่าสินค้าใดได้ท�ำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ ของผู้อื่นแล้วยังน�ำออกขายหรือเสนอ ขายให้แก่ ประชาชนเพื่อหาก�ำไร กฎหมายให้ถือว่าผู้นั้นกระท�ำ การละเมิดลิขสิทธิ์ต้องรับโทษตามกฎหมาย ฎีกาที่ ๖๓๕๙/๒๕๕๑ การที่จ�ำเลยจัด ท�ำงานแพร่เสียงแพร่ภาพรายการบันเทิงต่าง ประเทศในงานแพร่เสียงแพร่ภาพของผู้เสียหายทั้ง สอง โดยการลักลอบใช้อุปกรณ์เครื่องรับสัญญาณ ดาวเทียม (จานดาวเทียม) รับสัญญาณงานแพร่ เสียงแพร่ภาพดังกล่าวเข้ามาแล้วส่งผ่านเข้าไปใน เครื่องรวมสัญญาณ จากนั้นจึงส่งสัญญาณผ่านทาง สายน�ำสัญญาณไปยังเครื่องรับโทรทัศน์ที่อยู่ในห้อง พักในอพาร์ตเมนต์ โดยเรียกเก็บเงินและผล ประโยชน์เป็นค่าบริการรายเดือนรวมอยู่ในค่าเช่า ห้องพักของจ�ำเลย เป็นการกระท�ำเพื่อการค้า และ ก่อความเสียหายอย่างมากแก่ผู้เสียหายทั้งสอง เนื่องจากอาคารดังกล่าวมีห้องพักที่เปิดให้ สาธารณชนทั่วไปเช่าพักได้หลายห้อง ซึ่งหากผู้เช่า


คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ - 66 - ห้องพักแต่ละห้องบอกรับเป็นสมาชิกของผู้เสียหาย ทั้งสองเอง ผู้เสียหายทั้งสองก็จะได้รับค่าสมาชิก และค่าบริการรายเดือนเป็นจ�ำนวนมาก การกระ ท�ำของจ�ำเลยจึงนับว่าร้ายแรง หากศาลไม่ก�ำหนด โทษที่จะลงแก่จ�ำเลย จ�ำเลยก็จะไม่หลาบจ�ำกลับ มากระท�ำความผิดซ �้ ำอีก และเป็นเยี่ยงอย่างที่ไม่ดี แก่ผู้อื่น จึงเห็นสมควรลงโทษจ�ำเลยไปโดยไม่รอ การก�ำหนดโทษ จ�ำเลยแพร่สัญญาณงานแพร่เสียงแพร่ ภาพของผู้เสียหายทั้งสองให้สาธารณชนผู้ใช้บริการ เช่าห้องพักในอาพาร์ตเมนต์ของจ�ำเลยได้รับชมรับ ฟังด้วยการต่อสัญญาณเข้าไปในห้องเช่า ซึ่งมี ลักษณะเป็นการแพร่เสียงแพร่ภาพต่อไปจากการ แพร่เสียงแพร่ภาพของผู้เสียหายทั้งสองโดยไม่มี การบันทึกงานนั้นไว้ก่อน การกระท�ำของจ�ำเลยจึง เป็นความผิดฐานจัดท�ำงานแพร่เสียงแพร่ภาพตาม มาตรา ๒๙ (๑) (๒) แพร่เสียงแพร่ภาพซ�้ำ ทั้งนี้ ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน มาตรา ๒๙ (๒) มีค�ำพิพากษาฎีกาที่เกี่ยวข้องดังนี้ ฎีกาที่ ๗๔๒๙/๒๕๕๓ (๓) จัดให้ประชาชนฟังและหรือชมงานแพร่เสียงแพร่ภาพ โดยเรียก เก็บเงินหรือผลประโยชน์อย่างอื่นในทางการค้า มาตรา ๒๙ (๓) มีค�ำพิพากษาฎีกาที่เกี่ยวข้องดังนี้ ฎีกาที่ ๘๗๖/๒๕๔๘ ฎีกาที่ ๖๔๔/๒๕๔๙ มาตรา ๒๙ การกระท�ำอย่างใดอย่างหนึ่งแก่งานแพร่เสียงแพร่ภาพ อันมีลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้โดยไม่ได้รับอนุญาตตามมาตรา ๑๕ (๕) ให้ถือว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ ถ้าได้กระท�ำดังต่อไปนี้ (มาตรา ๒๙ วรรคหนึ่ง แก้ไขเพิ่มเติมตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗ เป็นความ เดิมพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๒๑ มาตรา ๒๖ ดังนี้ “มาตรา ๒๖ การกระท�ำอย่างหนึ่งอย่างใดแก่งานแพร่เสียงแพร่ภาพ อันมีลิขสิทธิ์ตามพระ ราชบัญญัตินี้ ให้ถือว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ (๑) การจัดท�ำภาพยนตร์ โสตทัศนวัสดุ หรืองานแพร่เสียงแพร่ภาพ ทั้งนี้ ไม่ว่าทั้งหมดหรือ บางส่วน (๒) แพร่เสียงแพร่ภาพซ �้ ำ ทั้งนี้ ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน


คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ - 67 - (๓) จัดให้ประชาชนฟังและหรือชมงานแพร่เสียงแพร่ภาพ โดยเรียกเก็บเงินหรือผลประโยชน์ อย่างอื่นในทางการค้า”) มาตรา ๒๙ วรรคหนึ่ง มีค�ำพิพากษาฎีกาที่เกี่ยวข้องดังนี้ ฎีกาที่ ๗๘๗๒/๒๕๔๙ เมื่อข้อเท็จจริง รับฟังได้ว่า จ�ำเลยติดตั้งอุปกรณ์รับสัญญาณรับ เสียงและภาพ ภาพยนตร์รายการโทรทัศน์ของโจทก์ ร่วม แล้วแพร่หรือถ่ายทอดสัญญาณนั้นผ่านสาย รับสัญญาณไปยังห้องพักที่จ�ำเลยให้บริการ อัน เป็นการจัดท�ำงานแพร่เสียงแพร่ภาพภาพยนตร์ รายการโทรทัศน์ของโจทก์ร่วมซึ่งเป็นผู้เสียหายโดย มิได้รับอนุญาต และเมื่อจ�ำเลยจัดท�ำเพื่อให้ผู้เช่า ห้องพักในอาคารที่พักของตนได้รับชมโดยผู้เช่าต้อง เสียค่าเช่าซึ่งรวมถึงบริการสัญญาณเสียงและภาพ ตามฟ้อง จึงเป็นการกระท�ำความผิดเพื่อการค้า การกระท�ำของจ�ำเลยเป็นความผิดต่อ เนื่องโดยมีเจตนาเดียวคือเพื่อให้ผู้เช่าห้องพักของ ตนได้รับฟังและรับชมรายการโทรทัศน์ที่เป็นลิขสิทธิ์ ของโจทก์ร่วม ซึ่งตราบใดที่จ�ำเลยยังคงแพร่เสียง แพร่ภาพก็ยังเป็นการกระท�ำความผิดฐานนี้ การก ระท�ำความผิดทั้งสองวันตามฟ้องจึงเป็นการกระท�ำ ความผิดกรรมเดียว หาใช่หลายกรรมต่างกัน ดังฟ้องไม่ ฎีกาที่ ๓๐๓๔/๒๕๕๐ ฎีกาที่ ๔๖๕/๒๕๕๑ ฎีกาที่ ๖๓๘๐/๒๕๕๓ (๑) จัดท�ำโสตทัศนวัสดุ ภาพยนตร์ สิ่งบันทึกเสียง หรืองาน แพร่ เสียงแพร่ภาพ ทั้งนี้ ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน มาตรา ๒๙ (๑) มีค�ำพิพากษาฎีกาที่เกี่ยวข้องดังนี้ ฎีกาที่ ๕๐๓๓/๒๕๓๓ โจทก์บรรยาย ฟ้องแต่เพียงว่า จ�ำเลยได้กระท�ำการละเมิดลิขสิทธิ์ แก่งานสร้างสรรค์ประเภทโสตทัศนวัสดุของโจทก์ ร่วม ซึ่งเป็นงานอันมีสิทธิได้รับความคุ้มครองตาม พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.๒๕๒๑ และโจทก์ร่วม ได้แต่งตั้งให้บริษัท ซีเนคัลเลอร์แลป จ�ำกัด เป็นผู้ มีสิทธิและใช้สิทธิในงานสร้างสรรค์ประเภทโสต ทัศนวัสดุนี้ในประเทศไทย โจทก์มิได้บรรยายฟ้อง เลยว่า วีดีโอเทปภาพยนตร์ของโจทก์เป็นงานอันมี ลิขสิทธิ์ตามกฎหมายของเมืองฮ่องกงหรือประเทศ สหราชอาณาจักร และเมืองฮ่องกงหรือประเทศสห ราชอาณาจักรเป็นภาคีแห่งอานุสัญญาว่าด้วยการ คุ้มครองลิขสิทธิ์ ซึ่งประเทศไทยเป็นภาคีอยู่ด้วย และกฎหมายแห่งเมืองฮ่องกงหรือประเทศสหราช อาณาจักรได้ให้ความคุ้มครองเช่นเดียวกันแก่งาน อันมีลิขสิทธิ์ของภาคีอื่น ๆ แห่งอนุสัญญาดังกล่าว ฟ้องโจทก์จึงขาดข้อความส�ำคัญที่จะแสดงให้เห็น ว่าภาพยนต์ตามฟ้องมีสิทธิที่จะได้รับความคุ้มครอง ตามมาตรา ๔๒ แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๒๑ ซึ่งเป็นข้อเท็จจริงและรายละเอียดที่จ�ำเป็น ส�ำหรับการฟ้องคดีอาญาในกรณีที่มีการละเมิด ลิขสิทธิ์เกี่ยวด้วยงานอันมีลิขสิทธิ์ตามกฎหมายต่าง ประเทศ ฟ้องโจทก์จึงไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมาย วิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๕๘


คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ - 68 - ฎีกาที่ ๕๙๒๙/๒๕๓๓ โจทก์บรรยาย ฟ้องว่าจ�ำเลยละเมิดลิขสิทธิ์งานสร้างสรรค์ประเภท โสตทัศนวัสดุ แถบบันทึกภาพ (วีดีโอเทป) ภาพยนตร์ มีชื่อภาษาไทยว่า คิงคอง ภาค ๒ ของบริษัท อินเตอร์ คอนติเนนตัล ฟิล์ม ดิสตริบิวเตอร์ส์ (ฮ่องกง) จ�ำกัด ผู้เสียหายซึ่งเป็นนิติบุคคล เป็นงานมีลิขสิทธิ์ตาม กฎหมายฮ่องกง ซึ่งเป็นประเทศที่เป็นภาคีอนุสัญญา ว่าด้วยการคุ้มครองลิขสิทธิ์และประเทศไทยเป็น ภาคีอยู่ด้วย กฎหมายของประเทศฮ่องกงได้ให้ความ คุ้มครองเช่นเดียวกันแก่งานอันมีลิขสิทธิ์ของภาคี อื่น ๆ แห่งอนุสัญญาดังกล่าวเป็นค�ำบรรยายฟ้อง ที่มีข้อความส�ำคัญแสดงให้เห็นว่าแถบบันทึกภาพ ยนตร์ของผู้เสียหายตามฟ้องเข้าหลักเกณฑ์ที่จะได้ รับความคุ้มครองตามมาตรา ๔๒ แห่งพระราช บัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๒๑ มีข้อเท็จจริงและราย ละเอียดที่จ�ำเป็นส�ำหรับการบรรยายฟ้องแล้ว ฎีกาที่ ๕๖๙/๒๕๔๑ โจทก์ฟ้องว่า จ�ำเลย กับพวกซึ่งเป็นผู้ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการ ให้เช่า แลกเปลี่ยน หรือจ�ำหน่ายวัสดุโทรทัศน์ได้ ร่วมกันมีวีดีโอเทปภาพยนตร์เรื่องมังกรหยกจ�ำนวน ๑๒ ม้วน ซึ่งจ�ำเลยกับพวกร่วมกันละเมิดลิขสิทธิ์ ของโจทก์ร่วมกับวีดีโอเทปเรื่องอื่น ๆ อีกจ�ำนวน ๔๗๒ ม้วน ซึ่งยังไม่ได้ผ่านการตรวจพิจารณาและ ให้ความเห็นชอบจากเจ้าพนักงานผู้ตรวจเทปและ วัสดุโทรทัศน์ไว้ในสถานที่ประกอบกิจการของตน ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติควบคุมกิจการเทป และวัสดุโทรทัศน์ พ.ศ. ๒๕๓๐ มาตรา ๓๕ และ ขอให้ริบเฉพาะวิดีโอเทปเรื่องอื่น ๆ ดังกล่าวจ�ำนวน เพียง ๔๗๒ ม้วน ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง แต่ ให้ริบวิดีโอเทปของกลางทั้งหมดจ�ำนวน ๔๘๔ ม้วน จ�ำเลยอุทธรณ์ว่า ของกลางที่โจทก์อ้างว่ามิได้ผ่าน การตรวจพิจารณาจากเจ้าพนักงานนั้น เป็นเพียง มิได้เสนอให้เจ้าพนักงานตรวจเสียก่อนตามขั้นตอน เท่านั้นหากวิดีโอเทปดังกล่าวได้ผ่านการพิจารณา ของเจ้าพนักงาน ก็อาจได้รับความเห็นชอบจากเจ้า พนักงานก็ได้ เมื่อโจทก์มิได้น�ำสืบให้ศาลเห็น ไม่ สมควรริบ และต้องคืนของกลางแก่จ�ำเลย การที่ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า โจทก์ไม่ได้น�ำสืบให้เห็นว่า วีดีโอเทปของกลางทั้งหมดจ�ำนวน ๔๘๔ ม้วน ที่ อยู่ในครอบครองของจ�ำเลยไม่ได้ผ่านการตรวจ พิจารณา และได้รับความเห็นชอบจากเจ้าพนักงาน และจ�ำเลยเป็นเพียงผู้ดูแลหรือลูกจ้างของผู้ได้รับ อนุญาตให้ประกอบกิจการวีดีโอเทปจ�ำนวน ๔๘๔ ม้วน ไม่ใช่ทรัพย์ที่จ�ำเลยใช้หรือมีไว้เพื่อใช้ในการก ระท�ำผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๓(๑) ศาลจึงไม่ริบจึงเป็นการวินิจฉัยนอกหรือเกินไปกว่า ที่กล่าวไว้ในอุทธรณ์ของจ�ำเลย ไม่ชอบด้วยประมวล กฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๙๒ วรรคหนึ่ง ประกอบด้วยมาตรา ๒๑๕ นอกจากนี้ เมื่อปรากฏว่าในชั้นพิจารณาโจทก์และโจทก์ร่วม น�ำสืบว่า เมื่อพนักงานสอบสวนแจ้งข้อหาให้จ�ำเลย ทราบจ�ำเลยให้การปฏิเสธ และจ�ำเลยซึ่งอ้างตนเอง เป็นพยานเบิกความต่อสู้ว่า ด.เป็นเจ้าของวิดีโอเทป ของกลางทั้งหมด จ�ำเลยไม่ใช่เจ้าของวีดีโอเทปดัง กล่าวและไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับวีดีโอเทปของกลาง เช่นนี้จ�ำเลยย่อมไม่มีสิทธิอุทธรณ์ขอให้คืนของกลาง ดังกล่าวแก่จ�ำเลย และกรณีเช่นว่านี้ศาลอุทธรณ์ ต้องพิพากษายกอุทธรณ์ของจ�ำเลย ดังนี้ ค�ำวินิจฉัย ของศาลอุทธรณ์และข้ออุทธรณ์ของจ�ำเลยย่อมถือ ไม่ได้ว่าเป็นข้อที่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบใน ศาลอุทธรณ์ เมื่อโจทก์ฎีกาในข้อเท็จจริงและข้อ กฎหมายเพื่อให้ริบของกลางตามค�ำพิพากษาศาล ชั้นต้น จึงเป็นฎีกาในข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายที่ ไม่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลอุทธรณ์ไม่ ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๔๙ วรรคหนึ่ง ประกอบด้วยประมวล


คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ - 69 - กฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา ๑๕ และ มาตรา ๑๙๕ วรรคหนึ่ง ประกอบด้วยมาตรา ๒๒๕ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้ ส่วนที่โจทก์ฟ้องว่าจ�ำเลยกับพวกที่ร่วม กันละเมิดลิขสิทธิ์ของโจทก์ร่วมโดยน�ำเอาวีดีโอเทป ละเมิดลิขสิทธิ์ของกลางจ�ำนวน ๑๒ ม้วน ออก โฆษณาขายเสนอขาย ให้เช่า เสนอให้เช่าเพื่อการ ค้า และขอให้พิพากษาให้วีดีโอเทปของกลางดัง กล่าวตกเป็นของเจ้าของลิขสิทธิ์ โดยโจทก์ไม่ได้ขอ ริบนั้น เมื่อไม่ปรากฏตามค�ำพิพากษาศาลชั้นต้นว่า วีดีโอเทปของกลางดังกล่าวเป็นวีดีโอเทปได้ท�ำขึ้น โดยละเมิดลิขสิทธิ์ของโจทก์ร่วม และศาลชั้นต้นไม่ พิพากษาให้ตกเป็นของเจ้าของลิขสิทธิ์ตามค�ำขอ ท้ายฟ้องของโจทก์ การที่ศาลชั้นต้นกลับไปพิพากษา ให้ริบวีดีโอเทปของกลาง เป็นการพิพากษาเกิน ค�ำขอหรือที่มิได้กล่าวในฟ้องของโจทก์ ไม่ชอบด้วย ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา ๑๙๒ วรรคหนึ่ง แม้โจทก์และโจทก์ร่วมมิได้อุทธรณ์ และเป็นอันยุติไปตามค�ำพิพากษาศาลชั้นต้นแล้ว ก็ตาม แต่ปัญหานี้เป็นปัญหาเกี่ยวกับความสงบ เรียบร้อย แม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดฎีกา ศาลฎีกาก็มี อ�ำนาจยกขึ้นวินิจฉัยและแก้ไขให้ถูกต้องเป็นไม่ริบ วีดีโอเทปของกลางนี้ได้ ตามประมวลกฎหมายวิธี พิจารณาความอาญา มาตรา ๑๙๕ วรรคสอง ประกอบด้วยมาตรา ๒๒๕ ฎีกาที่ ๓๐๔๐/๒๕๔๑ จ�ำเลยละเมิด ลิขสิทธิ์ในงานสร้างสรรค์ประเภทภาพยนต์วีดีโอ เทปภาพและเสียงที่มีผู้ท�ำซ �้ ำโดยละเมิดลิขสิทธิ์รวม ๓๒ ม้วนออกขายและเสนอขาย โดยจ�ำเลยรู้อยู่ แล้วว่าภาพยนต์วีดีโอเทปดังกล่าวเป็นงานที่ได้ท�ำ ขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้เสียหายซึ่งได้รับความ คุ้มครองตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗ และไม่ได้รับอนุญาตจากผู้เสียหาย และจ�ำเลยได้ ประกอบกิจการให้เช่าแลกเปลี่ยนหรือจ�ำหน่าย วีดีโอเทปโดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่ใช่กรณีที่ได้รับ ยกเว้นตามกฎหมายกับจ�ำเลยยังได้เสนอขายวีดีโอ เทปอันเป็นสินค้าที่ควบคุมฉลากโดยไม่ปิดฉลาก จ�ำนวน ๖๒ ม้วน โดยจ�ำเลยรู้หรือควรรู้ว่าการไม่ ปิดฉลากดังกล่าวนั้นไม่ถูกต้องตามกฎหมายและ จ�ำเลยไม่ได้รับการยกเว้นใด ๆ ตามกฎหมายเจ้า พนักงานจับจ�ำเลยได้พร้อมยึดม้วนวีดีโอเทป ภาพยนตร์ซึ่งมีผู้ท�ำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์และไม่ปิด ฉลากดังกล่าวรวม ๖๒ ม้วน เป็นของกลาง อันเป็น ความผิดตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.๒๕๓๗ มาตรา ๓๐(๒), ๕๒ วรรคหนึ่ง เป็นความผิดหลาย กรรมต่างกัน ศาลจึงต้องมีค�ำสั่งให้วีดีโอเทปของ กลางที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ๓๒ ม้วน ตกเป็นของเจ้าของ ลิขสิทธิ์ ส่วนวีดีโอเทปที่ไม่ปิดฉลากอีกจ�ำนวน ๓๐ ม้วน ความผิดของจ�ำเลยที่เกี่ยวกับของกลาง ดังกล่าวนี้อยู่ที่การเสนอขายโดยได้ งดเว้นไม่ปิด ฉลากที่วีดีโอเทปดังกล่าว วีดีโอเทปของกลาง ๓๐ ม้วนนี้ไม่ใช่ทรัพย์ที่มีไว้เป็นความผิดและไม่ใช่ทรัพย์ ที่จ�ำเลยใช้หรือมีไว้เพื่อใช้ในการกระท�ำผิดที่จะริบ ได้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๒ หรือ มาตรา ๓๓ ฎีกาที่ ๔๒๕๐/๒๕๔๒ จ�ำเลยรู้อยู่แล้ว หรือมีเหตุอันควรรู้ว่าแผ่นซีดีรอมที่จ�ำเลยร่วมกับ พวกขายและเสนอขายให้แก่ประชาชนทั่วไป เป็น งานที่ได้ท�ำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้อื่น และการ ที่สินค้าเหล่านี้ไม่มีฉลากจ�ำเลยก็ทราบว่าเป็นสิ่งที่ ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย เพราะทางราชการได้ ประกาศให้ประชาชนทราบในราชกิจจานุเบกษา แล้ว การกระท�ำของจ�ำเลยจึงมีความผิดตาม พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗ มาตรา ๓๑ (๑)(๒) มีโทษตามมาตรา ๗๐ วรรคสอง ไม่ผิดตาม มาตรา ๒๘, ๓๐ และ ๖๙ เนื่องจากจ�ำเลยไม่ได้


คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ - 70 - กระท�ำแก่งานอันมีลิขสิทธิ์ตามกฎหมายโดยตรง หากแต่กระท�ำแก่งานที่บุคคลอื่นได้ท�ำขึ้นโดยละเมิด ลิขสิทธิ์ของผู้อื่นอยู่แล้ว โจทก์บรรยายฟ้องว่า จ�ำเลยละเมิด ลิขสิทธิ์งานประเภทวรรณกรรมโดยน�ำแผ่นซีดี-รอม ที่บันทึกโปรแกรมคอมพิวเตอร์ซึ่งได้มีผู้ท�ำซ �้ ำขึ้น โดยละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้เสียหายออกเผยแพร่ต่อ สาธารณชน โดยน�ำออกขาย เสนอขายแก่บุคคล ทั่วไป อันเป็นการกระท�ำเพื่อแสวงก�ำไรในทางการ ค้า โดยจ�ำเลยรู้อยู่แล้วว่าแผ่นซีดี-รอมดังกล่าวเป็น งานที่ท�ำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้เสียหาย กรณี จึงต้องตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗ มาตรา ๓๑ (๑) (๒) และ ๗๐ วรรคสองแม้ค�ำขอ ท้ายฟ้องโจทก์ขอให้ลงโทษตามมาตรา ๒๘, ๓๐ และ ๖๙ ก็ตาม ก็เป็นที่เห็นได้ว่าโจทก์อ้างฐาน ความผิดหรือบทมาตราผิด ศาลจึงมีอ�ำนาจลงโทษ จ�ำเลยตามฐานความผิดที่ถูกต้องได้ ตามป.วิ.อาญา มาตรา ๑๙๒ วรรคห้า และพระราชบัญญัติจัดตั้ง ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ และวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้า ระหว่างประเทศ พ.ศ. ๒๕๓๙ มาตรา ๔๕ และ จ�ำเลยยังมีความผิดฐานขายสินค้าที่ควบคุมฉลาก โดยไม่มีฉลากตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓๐ (๒) และ ๕๒ วรรคหนึ่ง อีกกรรมหนึ่งด้วย ความผิดตามมาตรา ๓๑ แห่งพระราช บัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗ ไม่ได้จ�ำกัดว่าผู้กระท�ำ ความผิดจะต้องเป็นเจ้าของร้านหรือผู้จัดการร้าน เท่านั้น ลูกจ้างหรือใครก็ตาม หากรู้อยู่แล้วหรือมี เหตุอันควรรู้ว่าสินค้าใดได้ท�ำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ ของผู้อื่นแล้วยังน�ำออกขายหรือเสนอขายให้แก่ ประชาชนเพื่อหาก�ำไร กฎหมายให้ถือว่าผู้นั้นกระท�ำ การละเมิดลิขสิทธิ์ต้องรับโทษตามกฎหมาย ฎีกาที่ ๖๓๕๙/๒๕๕๑ การที่จ�ำเลยจัด ท�ำงานแพร่เสียงแพร่ภาพรายการบันเทิงต่าง ประเทศในงานแพร่เสียงแพร่ภาพของผู้เสียหายทั้ง สอง โดยการลักลอบใช้อุปกรณ์เครื่องรับสัญญาณ ดาวเทียม (จานดาวเทียม) รับสัญญาณงานแพร่ เสียงแพร่ภาพดังกล่าวเข้ามาแล้วส่งผ่านเข้าไปใน เครื่องรวมสัญญาณ จากนั้นจึงส่งสัญญาณผ่านทาง สายน�ำสัญญาณไปยังเครื่องรับโทรทัศน์ที่อยู่ในห้อง พักในอพาร์ตเมนต์ โดยเรียกเก็บเงินและผล ประโยชน์เป็นค่าบริการรายเดือนรวมอยู่ในค่าเช่า ห้องพักของจ�ำเลย เป็นการกระท�ำเพื่อการค้า และ ก่อความเสียหายอย่างมากแก่ผู้เสียหายทั้งสอง เนื่องจากอาคารดังกล่าวมีห้องพักที่เปิดให้ สาธารณชนทั่วไปเช่าพักได้หลายห้อง ซึ่งหากผู้เช่า ห้องพักแต่ละห้องบอกรับเป็นสมาชิกของผู้เสียหาย ทั้งสองเอง ผู้เสียหายทั้งสองก็จะได้รับค่าสมาชิก และค่าบริการรายเดือนเป็นจ�ำนวนมาก การกระ ท�ำของจ�ำเลยจึงนับว่าร้ายแรง หากศาลไม่ก�ำหนด โทษที่จะลงแก่จ�ำเลย จ�ำเลยก็จะไม่หลาบจ�ำกลับ มากระท�ำความผิดซ �้ ำอีก และเป็นเยี่ยงอย่างที่ไม่ดี แก่ผู้อื่น จึงเห็นสมควรลงโทษจ�ำเลยไปโดยไม่รอ การก�ำหนดโทษ จ�ำเลยแพร่สัญญาณงานแพร่เสียงแพร่ ภาพของผู้เสียหายทั้งสองให้สาธารณชนผู้ใช้บริการ เช่าห้องพักในอาพาร์ตเมนต์ของจ�ำเลยได้รับชมรับ ฟังด้วยการต่อสัญญาณเข้าไปในห้องเช่า ซึ่งมี ลักษณะเป็นการแพร่เสียงแพร่ภาพต่อไปจากการ แพร่เสียงแพร่ภาพของผู้เสียหายทั้งสองโดยไม่มี การบันทึกงานนั้นไว้ก่อน การกระท�ำของจ�ำเลยจึง เป็นความผิดฐานจัดท�ำงานแพร่เสียงแพร่ภาพตาม มาตรา ๒๙ (๑)


คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ - 71 - (๒) แพร่เสียงแพร่ภาพซ�้ำ ทั้งนี้ ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน มาตรา ๒๙ (๒) มีค�ำพิพากษาฎีกาที่เกี่ยวข้องดังนี้ ฎีกาที่ ๗๔๒๙/๒๕๕๓ (๓) จัดให้ประชาชนฟังและหรือชมงานแพร่เสียงแพร่ภาพ โดยเรียก เก็บเงินหรือผลประโยชน์อย่างอื่นในทางการค้า มาตรา ๒๙ (๓) มีค�ำพิพากษาฎีกาที่เกี่ยวข้องดังนี้ ฎีกาที่ ๘๗๖/๒๕๔๘ ฎีกาที่ ๖๔๔/๒๕๔๙ มาตรา ๓๐ การกระท�ำอย่างใดอย่างหนึ่งแก่โปรแกรมคอมพิวเตอร์ อันมีลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัตินี้โดยไม่ได้รับอนุญาตตามมาตรา ๑๕ (๕) ให้ถือว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ ถ้าได้กระท�ำดังต่อไปนี้ (มาตรา ๓๐ วรรคหนึ่ง เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.๒๕๓๗) มาตรา ๓๐ วรรคหนึ่ง มีค�ำพิพากษาฎีกาที่เกี่ยวข้องดังนี้ ฎีกาที่ ๔๐๘๕/๒๕๔๕ เมื่อเกิดกรณี ละเมิดลิขสิทธิ์ในโปรแกรมคอมพิวเตอร์ของโจทก์ โจทก์ย่อมมีสิทธิที่จะด�ำเนินคดีแก่ผู้ท�ำละเมิดลิขสิทธิ์ ของโจทก์ได้ทั้งทางแพ่งและทางอาญา ซึ่งมีวิธี พิจารณาคดีและการชั่งน�้ำหนักรับฟังพยานหลัก ฐานที่แตกต่างกัน เมื่อโจทก์เลือกด�ำเนินคดีอาญา จึงต้องน�ำ ป.วิ.อาญา มาใช้บังคับโดยอนุโลม ดังนั้น นอกจากโจทก์จะต้องสืบพยานหลักฐานเพื่อพิสูจน์ ให้ศาลเห็นโดยปราศจากเหตุอันควรสงสัยว่าจ�ำเลย ที่ ๑ และที่ ๒ ได้กระท�ำความผิดจริงตามค�ำฟ้อง ยังต้องได้ความว่าโจทก์เป็นผู้เสียหายโดยนิตินัยที่ มีอ�ำนาจฟ้องคดีอาญาได้อีกด้วย เมื่อพยานหลักฐานที่โจทก์น�ำสืบยังฟัง ไม่ได้แน่ชัดว่าฝ่ายจ�ำเลยมีเจตนากระท�ำความผิด อยู่ก่อนแล้ว และโจทก์เป็นผู้ว่าจ้างนาย ฟ. ไป ท�ำการล่อซื้อ จึงเท่ากับว่าโจทก์มีส่วนเป็นผู้ก่อให้ ผู้อื่นกระท�ำความผิดตามค�ำฟ้องขึ้นเอง โจทก์ย่อม ไม่อยู่ในฐานะที่จะกล่าวอ้างว่าโจทก์เป็นผู้เสียหาย โดยนิตินัยที่มีอ�ำนาจฟ้องคดีนี้ได้ ฎีกาที่ ๕๓๐๖/๒๕๕๐ (๑) ท�ำซ�้ำหรือดัดแปลง มาตรา ๓๐ (๑) มีค�ำพิพากษาฎีกาที่ เกี่ยวข้องดังนี้ ฎีกาที่ ๖๕๕๘/๒๕๔๑ ในกรณีความ ผิดอาญาซึ่งกระท�ำต่อนิติบุคคลนั้น ผู้จัดการหรือ ผู้แทนอื่นๆ ของนิติบุคคลมีอ�ำนาจร้องทุกข์แทน นิติบุคคลได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความ อาญา มาตรา ๓ และมาตรา ๕ แต่ความประมวล


คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ - 72 - กฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ไม่ได้บัญญัติการ มอบอ�ำนาจให้ผู้แทนนิติบุคคลไว้เป็นการเฉพาะ จึง ต้องน�ำประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาใช้เท่าที่พอจะใช้บังคับได้ตามประมวลกฎหมาย วิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๕ และตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๔๗ วรรคสาม บัญญัติเกี่ยวกับใบมอบอ�ำนาจที่ได้ ท�ำในต่างประเทศ ซึ่งถ้าเป็นต่างประเทศที่มีกงสุล สยามต้องให้กงสุลนั้นเป็นพยาน แต่ถ้าได้ท�ำในเมือง ต่างประเทศที่ไม่มีกงสุลสยามต้องให้เจ้าพนักงาน โนตารีปับลิกหรือแมยิสเตร็ดหรือบุคคลอื่น ซึ่ง กฎหมายแห่งท้องถิ่นตั้งให้เป็นผู้มีอ�ำนาจเป็นพยาน ในเอกสารเช่นว่านี้ และต้องมีใบส�ำคัญของรัฐบาล ต่างประเทศแสดงว่าบุคคลที่เป็นพยานนั้นเป็นผู้มี อ�ำนาจกระท�ำการได้โดยไม่ปรากฏว่าผู้รับมอบ อ�ำนาจจะต้องลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอ�ำนาจ แต่อย่างใดไม่ ดังนั้น เมื่อหนังสือมอบอ�ำนาจให้ร้อง ทุกข์ด�ำเนินคดีแก่จ�ำเลยได้ลงนามโดยมีอ�ำนาจ ท�ำการแทนนิติบุคคล และมีพยานตามที่กฎหมาย ก�ำหนดไว้ ลงลายมือชื่อไว้หนังสือมอบอ�ำนาจดัง กล่าวจึงชอบด้วยกฎหมายผู้รับมอบอ�ำนาจจาก นิติบุคคลผู้เสียหายย่อมมีอ�ำนาจมอบอ�ำนาจช่วง ให้แจ้งความร้องทุกข์ได้ แม้ว่าภาพโปรแกรมไมโครซอฟท์มันนี่ ภาพโปรแกรมมอโดเบ ไทป์เมเนเจอร์ โครงสร้าง แฟ้มข้อมูลของโปรมแกรมคอมพิวเตอร์ โครงสร้าง แฟ้มข้อมูลเพื่อใช้ในทางติดตั้งส�ำเนาโปรแกรมลง บนสื่อบันทึกถาวรในเครื่องคอมพิวเตอร์ โครงสร้าง แฟ้มข้อมูลของโปรแกรมคอมพิวเตอร์เมื่อติดตั้งบน สื่อบันทึกถาวรของเครื่องคอมพิวเตอร์เรียบร้อย แล้ว จะเป็นเอกสารที่ผู้เสียหายจัดท�ำขึ้นเอง และ ได้ท�ำขึ้นภายหลังจากที่มีการจับกุมจ�ำเลยแล้วก็ตาม แต่เอกสารดังกล่าว ไม่ใช่ของกลางในคดีอาญาหาก แต่เป็นเอกสารที่ผู้เสียหายได้จัดท�ำขึ้นจากโปรแกรม ของผู้เสียหายเพื่อพิสูจน์ว่าผู้เสียหายเป็นเจ้าของ ลิขสิทธิ์ ในฐานะเป็นผู้สร้างสรรค์โปรแกรม คอมพิวเตอร์ดังกล่าวและแผ่นซีดีโปรแกรม คอมพิวเตอร์ อันเป็นวัตถุพยาน ซึ่งได้กระท�ำซ �้ ำขึ้น โดยละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้เสียหายซึ่งมีอยู่แล้วเท่านั้น ดังนั้น เอกสารที่ผู้เสียหายท�ำขึ้นจึงใช้เป็นพยาน หลักฐานในคดีได้ ไมโครซอฟท์มันนี่ได้เริ่มจัดพิมพ์ตั้งแต่ ค.ศ. ๑๙๙๑ แล้วพัฒนาเพิ่มเติมเรื่อย ๆ จนถึง ปัจจุบันมีไมโครซอฟท์มันนี่ ๙๗, ๙๘ แล้ว ซึ่งหลัง จาก ค.ศ. ๑๙๙๑ ได้มีโปรแกรมที่พัฒนาเพิ่มเติม เป็นการวางรากฐานส่วนใหญ่มาจากโปรแกรมแรก หรือแก้ไขเพิ่มเติมจากโครงสร้างโปรแกรมหลักให้ แก่โปรแกรมปี ๙๑ โปรแกรมที่จ�ำเลยจ�ำหน่ายเป็น โปรแกรมปี ๙๕ แต่โปรแกรมที่โจทก์จัดพิมพ์เพื่อ ใช้เปรียบเทียบนั้น เป็นโปรแกรมปี ๙๗ แสดงให้ เห็นว่าโปรแกรมคอมพิวเตอร์เป็นฐานสร้างสรรค์ และมีการพัฒนาจากรากฐานเดิมไปเรื่อย ๆ โดย อาศัยโครงสร้างโปรแกรมหลักอันเดิม การที่โจทก์ ฟ้องว่ามีการละเมิดลิขสิทธิ์ไมโครซอฟท์มันนี่ ๙๕ แต่น�ำโปรแกรมปี ๙๗ ซึ่งเป็นโปรแกรมที่พัฒนามา จากปี ๙๕ มาแสดงต่อศาล เมื่อศาลได้ตรวจดูวัตถุ พยานแล้วก็ปรากฏภาพโปรแกรมตรงกับเอกสาร ที่โจทก์จัดพิมพ์เปรียบเทียบ กรณีจึงมิใช่ข้อเท็จจริง ที่ปรากฏในทางพิจารณาแตกต่างกับข้อเท็จจริงที่ กล่าวในฟ้องตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗ มาตรา ๓๑ (๑) บัญญัติถึงกรณีผู้ที่กระท�ำ การละเมิดลิขสิทธิ์ ให้มีความหมายรวมถึงผู้ขายมี ไว้เพื่อขายเสนอขายไว้ด้วย เมื่อปรากฏว่าจ�ำเลย เป็นผู้ขายแผ่นซีดีของกลางให้แก่ผู้ซื้อ การกระท�ำ ของจ�ำเลยถือได้ว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์อันจึงเป็น ความผิดตามกฎหมายแล้ว


คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ - 73 - ฎีกาที่ ๒๖๕๕/๒๕๔๕ โปรแกรม คอมพิวเตอร์ที่จ�ำเลยท�ำซำ �้ทั้งสองครั้งเป็นโปรแกรม คอมพิวเตอร์ชุดเดียวกันและท�ำซ �้ ำงานโปรแกรม คอมพิวเตอร์ต้นแบบแม่พิมพ์ ๒๑ แผ่น ก็เพื่อเป็นต้น แบบของการผลิตซีดีเกมส์เพลย์สเตชั่น ๙๔,๔๐๔ แผ่น ออกจ�ำหน่ายเพื่อประสงค์ในทางการค้าเช่น เดียวกัน จึงมีเจตนาเดียวกัน การท�ำซ �้ ำทั้งสองครั้ง ดังกล่าวจึงเป็นการกระท�ำไม่ต่างกัน ถือว่าเป็นความ ผิดกรรมเดียวกัน และเป็นความผิดต่อกฎหมายบท เดียวกันตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗ มาตรา ๓๐(๑) ประกอบด้วยมาตรา ๖๙ วรรคสอง ฎีกาที่ ๖๑๔๗/๒๕๔๕ ฎีกาที่ ๑๖๑๔/๒๕๔๘ จ�ำเลยน�ำ โปรแกรมคอมพิวเตอร์ซึ่งเป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ของ ผู้เสียหายมาบันทึกลงในหน่วยความจ�ำเครื่อง คอมพิวเตอร์ อันเป็นการท�ำซ �้ ำงานโปรแกรม คอมพิวเตอร์ซึ่งเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้เสีย หายตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ฯ มาตรา ๓๐ (๑) และมีความผิดตามมาตรา ๖๙ วรรคสอง ส่วนการ ที่จ�ำเลยเปิดให้บริการแก่ลูกค้าเป็นการท�ำให้ปรากฏ ซึ่งงานดนตรีกรรมเพลงชุดพิพาท โดยไม่มีการท�ำให้ ปรากฏซึ่งชุดค�ำสั่งที่เป็นงานโปรแกรมคอมพิวเตอร์ จึง มิใช่กรณีที่จะเป็นความผิดฐานละเมิดลิขสิทธิ์ ด้วยการเผยแพร่ต่อสาธารณชนซึ่งงานโปรแกรม คอมพิวเตอร์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ฯ มาตรา ๓๐ (๒) ประกอบมาตรา ๖๙ วรรคสอง โปรแกรมคอมพิวเตอร์เป็นงานที่เกิด จากการแสดงออกซึ่งความคิดจึงเป็นงานอันมี ลิขสิทธิ์ของผู้เสียหาย ส่วนสิ่งที่ศาลจะให้ตกเป็น ของเจ้าของลิขสิทธิ์ได้พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ฯ มาตรา ๗๕ นั้น หมายถึงสิ่งซึ่งเป็นวัตถุที่ได้ท�ำขึ้น โดยละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้เสียหาย เมื่อจ�ำเลยน�ำ โปรแกรมคอมพิวเตอร์ซึ่งมีผู้ท�ำหรือดัดแปลงขึ้น โดยละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้เสียหายมาบันทึกลงใน หน่วยบันทึกความจ�ำของเครื่องคอมพิวเตอร์ หน่วย บันทึกความจ�ำของเครื่องคอมพิวเตอร์ดังกล่าวจึง เป็นเป็นสิ่งที่ได้ท�ำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ เมื่อยังคง เป็นกรรมสิทธิ์ของจ�ำเลยอยู่ จึงต้องพิพากษาให้ หน่วยบันทึกความจ�ำเครื่องคอมพิวเตอร์นี้ตกเป็น ของผู้เสียหายซึ่งเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ตามพระราช บัญญัติลิขสิทธิ์ฯ มาตรา ๗๕ ฎีกาที่ ๓๐๙๓/๒๕๕๓ พระราชบัญญัติ ลิขสิทธิ์ พ.ศ.๒๕๒๑ มาตรา ๓ บัญญัติให้ยกเลิก พระราชบัญญัติคุ้มครองวรรณกรรมและศิลปกรรม พ.ศ.๒๔๗๔ ทั้งฉบับ และ พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.๒๕๓๗ มาตรา ๓ ก็บัญญัติให้ยกเลิกพระราช บัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.๒๕๒๑ ทั้งฉบับ แต่ยังคงมี บทเฉพาะกาลของพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๒๑ มาตรา ๕๐ วรรคหนึ่ง และพระราชบัญญัติ ลิขสิทธิ์ พ.ศ.๒๕๓๗ มาตรา ๗๘ วรรคหนึ่ง ที่ให้ งานอันมีลิขสิทธิ์อยู่ในวันที่พระราชบัญญัติฉบับใหม่ มีผลบังคับได้รับความคุ้มครองเป็นงานที่มีลิขสิทธิ์ ต่อไปตามพระราชบัญญัติฉบับใหม่ เมื่อตามพระ ราชบัญญัติฉบับใหม่นั้นได้กล่าวถึงทั้งเรื่องการ คุ้มครองลิขสิทธิ์ อายุการคุ้มครองลิขสิทธิ์ การ ละเมิดลิขสิทธิ์และข้อยกเว้นการละเมิดลิขสิทธิ์ เป็น หมวดหมู่ในลักษณะเรียงล�ำดับต่อเนื่องกันไปเพื่อ ให้บทบัญญัติดังกล่าวทั้งหมดใช้บังคับแก่งานอันมี ลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติฉบับใหม่ ดังนั้น ประโยค ที่ว่าให้ได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัตินี้ จึงหมายถึงให้น�ำบทบัญญัติในหมวดหมู่ต่างๆ ดังกล่าวทั้งหมดของพระราชบัญญัติฉบับใหม่ไปใช้ บังคับแก่งานอันมีลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติฉบับ ใหม่ ไม่ว่าจะเป็นงานที่มีลิขสิทธิ์อยู่แล้วตาม พระ ราชบัญญัติฉบับเก่าหรืองานที่เพิ่งมีลิขสิทธิ์หลังจาก พระราชบัญญัติฉบับใหม่มีผลบังคับใช้ ดังนั้น


คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ - 74 - ข้อความที่ว่าคุ้มครองตามพระราชบัญญัตินี้ จึงย่อม หมายถึงได้รับความคุ้มครองตามบทบัญญัติในส่วน ต่างๆ ของกฎหมายใหม่รวมถึงในส่วนที่ว่าด้วยอายุ การคุ้มครองด้วย การตีความว่างานศิลปกรรมภาพ ตัวการ์ตูนอันมีลิขสิทธิ์ตามกฎหมายเดิมซึ่งมีอายุ การคุ้มครอง ๓๐ ปี มีอายุแห่งความคุ้มครองขยาย ออกไปเป็น ๕๐ ปี นับแต่มีการโฆษณาเป็นครั้งแรก ดังกล่าว โดยผลของพระราชบัญญัติฉบับใหม่ นอกจากจะเป็นการตีความไปตามบริบทของ กฎหมายทั้งฉบับแล้วยังสอดคล้องกับหลักการเบื้อง ต้นเกี่ยวกับอายุแห่งความคุ้มครองลิขสิทธิ์ใน อนุสัญญาเบอร์นว่าด้วยการคุ้มครองงานวรรณกรรม และศิลปกรรมที่ประเทศไทยเข้าเป็นสมาชิกหลัง จากมีการบังคับใช้พระราชบัญญัติคุ้มครองวรรณ กรรมและศิลปกรรม พ.ศ.๒๔๗๔ แต่ก่อนที่จะมี การตราพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.๒๕๒๑ ด้วย (๒) เผยแพร่ต่อสาธารณชน มาตรา ๓๐ (๒) มีค�ำพิพากษาฎีกาที่เกี่ยวข้องดังนี้ ฎีกาที่ ๔๗๔๘/๒๕๔๙ สติกเกอร์ที่ติด อยู่ที่ตู้เพลงจ�ำเลยหมดอายุเมื่อวันที่ ๒๐ เมษายน ๒๕๔๗ ดังนั้น ตั้งแต่วันที่ ๒๐ เมษายน ๒๕๔๗ จนถึงวันเกิดเหตุวันที่ ๔ มิถุนายน ๒๕๔๗ จ�ำเลย จึงไม่ได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ต่อสาธารณชนซึ่งงาน เพลงของโจทก์ร่วม มีความผิดตามพระราชบัญญัติ ลิขสิทธิ์ฯ มาตรา ๓๐ (๒) และมาตรา ๗๐ วรรค สอง หาใช่เป็นกรณีที่จ�ำเลยได้รับอนุญาตให้ใช้สิทธิ อยู่ก่อนและสติกเกอร์ขาดอายุการใช้งานจึงเป็นการ ผิดสัญญาในทางแพ่งไม่ ฎีกาที่ ๑๖๑๔/๒๕๔๘ (๓) ให้เช่าต้นฉบับหรือส�ำเนางานดังกล่าว (มาตรา ๓๐ (๓) เพิ่มเติมโดย พ.ร.บ.ลิขสิทธ์ พ.ศ. ๒๕๓๗) มาตรา ๓๑ ผู้ใดรู้อยู่แล้วหรือมีเหตุอันควรรู้ว่างานใดได้ท�ำขึ้นโดย ละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้อื่น กระท�ำอย่างใดอย่างหนึ่งแก่งานนั้นเพื่อหาก�ำไร ให้ ถือว่าผู้นั้นกระท�ำการละเมิดลิขสิทธิ์ ถ้าได้กระท�ำดังต่อไปนี้ (มาตรา ๓๑ วรรคหนึ่ง แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗ ความเดิม พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๒๑ ดังนี้ “มาตรา ๒๗ ผู้ใดรู้อยู่แล้วว่างานใดได้ท�ำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้อื่น กระท�ำการอย่างหนึ่ง อย่างใดแก่งานนั้นดังต่อไปนี้


คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ - 75 - ฎีกาที่ ๔๑๑๒/๒๕๓๙ พระราชบัญญัติ ลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๒๑ ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้ในขณะ กระท�ำความผิดแตกต่างกับพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗ ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้บังคับในระหว่าง การพิจารณาของศาลอุทธรณ์ต้องใช้กฎหมายใน ขณะกระท�ำความผิดซึ่งเป็นคุณแก่ผู้กระท�ำความผิด จ�ำเลยได้น�ำวีดีโอเทปซึ่งโจทก์ร่วมมี ลิขสิทธิ์ออกขาย เสนอขาย ให้เช่า เสนอให้เช่าใน ลักษณะเพื่อการค้าย่อมมีหน้าที่ต้องตรวจสอบว่าผู้ ที่น�ำวีดีโอเทปมามอบให้จ�ำหน่าย หรือให้เช่าเป็นผู้ มีลิขสิทธิ์ในงานนั้นหรือไม่และจ�ำเลยได้กระท�ำการ ค้าวีดีโอเทปโดยไม่ได้รับอนุญาตประกอบกับชั้น จับกุมจ�ำเลยก็ให้การรับสารภาพย่อมบ่งชี้ชัดว่า จ�ำเลยกระท�ำโดยรู้ว่างานหรือลิขสิทธิ์ภาพยนตร์ใน วีดีโอเทปนั้น ได้ท�ำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของบุคคล อื่นหรือโจทก์ร่วม แต่ความผิดข้อหานี้กับข้อหาความ ผิดต่อพระราชบัญญัติควบคุมกิจการเทปและวัสดุ โทรทัศน์ฯ มาตรา ๖, ๓๔ เป็นการกล่าวหาในวัน เวลาเดียวกัน เป็นการกระท�ำที่มีเจตนาเดียวกันจึง เป็นกระท�ำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ฎีกาที่ ๒๖๗/๒๕๔๗ บริษัท น. ได้รับ อนุญาตให้ใช้สิทธิแต่ผู้เดียวจากบริษัท ร. ผู้ซึ่งได้รับ อนุญาตให้ใช้สิทธิกอย่างทั่วโลกจากเจ้าของลิขสิทธิ์ จึงมีสิทธิในภาพยนตร์พิพาทแต่ผู้เดียวในประเทศไทย เมื่อจ�ำเลยกระท�ำละเมิดโดยน�ำเอาแถบบันทึกภาพ และเสียงภาพยนตร์หรือวีดีโอเทปของภาพยนตร์ พิพาท ออกให้เช่าหรือเสนอให้เช่าแก่บุคคลทั่วไป จึงเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ในงานสร้างสรรค์ภาพยนตร์ พิพาทซึ่งบริษัท น. มีสิทธิใช้แต่เพียงผู้เดียวใน ประเทศไทย บริษัท น. จึงเป็นผู้เสียหายมีอ�ำนาจ ร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนให้ด�ำเนินคดีแก่จ�ำเลย ในความผิดฐานละเมิดลิขสิทธิ์ได้ ฎีกาที่ ๘๔๕๒/๒๕๔๗ ฎีกาที่ ๒๕๕๕/๒๕๔๘ แผ่นซีดีเพลง แผ่นเอ็มพี ๓ และแผ่นวิดีโอซีดีของกลาง แม้จะท�ำ ซ �้ ำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของโจทก์ร่วม แต่การจะ สั่งให้ตกเป็นของโจทก์ร่วมซึ่งเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ฯ มาตรา ๗๕ ได้ ของ กลางต้องยังเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้กระท�ำความผิด มาตรา ๗๐ ด้วย เมื่อคดีไม่อาจลงโทษจ�ำเลยใน ความผิดฐานละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้อื่นเพื่อการค้า จึง ไม่อาจสั่งให้ของกลางตกเป็นของโจทก์ร่วมได้ ใน ความผิดฐานละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้อื่นเพื่อการค้า จึง ไม่อาจสั่งให้ของกลางตกเป็นของโจทก์ร่วมได้ ฎีกาที่ ๑๓๙/๒๕๕๐ จ�ำเลยไม่รู้ว่าตุ๊กตา ของกลางเป็นงานที่ได้ท�ำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของ โจทก์ร่วม การที่จ�ำเลยขายหรือเสนอขายตุ๊กตาดัง กล่าวจึงไม่มีความผิดตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.๒๕๓๗ มาตรา ๓๑ ฎีกาที่ ๕๓๐๖/๒๕๕๐ ฎีกาที่ ๗๔๕๗/๒๕๕๐ ฎีกาที่ ๑๐๕๗๙/๒๕๕๑ โจทก์บรร ยาย ฟ้องขอให้ลงโทษจ�ำเลยตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.๒๕๓๗ มาตรา ๓๑ ซึ่งบัญญัติว่า “ผู้ใดรู้อยู่ (๑) ขาย ให้เช่า ให้เช่าซื้อ หรือเสนอขาย เสนอให้เช่าหรือเสนอให้เช่าซื้อ (๒) น�ำออกโฆษณา (๓) แจกจ่ายในลักษณะที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่เจ้าของลิขสิทธิ์ (๔) น�ำหรือสั่งเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อการใด ๆ นอกจากเพื่อใช้เป็นการส่วนตัว ให้ถือว่า ผู้นั้นกระท�ำการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย”) มาตรา ๓๑ วรรคหนึ่ง มีค�ำพิพากษาฎีกาที่เกี่ยวข้องดังนี้


คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ - 76 - แล้วหรือมีเหตุอันควรรู้ว่างานใดได้ท�ำขึ้นโดยละเมิด ลิขสิทธิ์ของผู้อื่น กระท�ำอย่างใดอย่างหนึ่งแก่งาน นั้นเพื่อหาก�ำไร ให้ถือว่าผู้นั้นกระท�ำการละเมิด ลิขสิทธิ์...” ความผิดตามบทบัญญัติดังกล่าวจึงต้อง เป็นการกระท�ำแก่งานที่ได้ท�ำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ ของผู้อื่น “เพื่อหาก�ำไร” เท่านั้น แต่ตามที่โจทก์ บรรยายฟ้องปรากฏแต่เพียงว่า จ�ำเลยเปิดแผ่นเอ็ม พีสามและซีดีเพลงให้ลูกค้าในร้านอาหารได้ร้อง และฟังเพลงของผู้เสียหาย ๑ แผ่น “เพื่อประโยชน์ ในทางการค้า” ขายอาหารและเครื่องดื่มของจ�ำเลย แต่ไม่ปรากฏในค�ำฟ้องว่าจ�ำเลยกระท�ำเพื่อหาก�ำไร โดยตรงจากการที่ให้ลูกค้าได้ร้องและฟังเพลงโดย เรียกเก็บค่าตอบแทนจากลูกค้าในการเปิดเพลงดัง กล่าวหรือเรียกเก็บรวมไปกับค่าอาหารและเครื่อง ดื่มแต่อย่างใด การกระท�ำของจ�ำเลยไม่เป็นความ ผิดตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.๒๕๓๗ มาตรา ๓๑ แม้จ�ำเลยให้การรับสารภาพก็ไม่อาจลงโทษ จ�ำเลยได้ ตามพระราชบัญญัติจั้ดตั้งศาลทรัพย์สิน ทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธี พิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่าง ประเทศ พ.ศ.๒๕๓๙ มาตรา ๒๖ ประกอบประมวล กฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๘๕ ฎีกาที่ ๘๔๕๑/๒๕๕๑ ฎีกาที่ ๖๓๘๐/๒๕๕๓ ฎีกาที่ ๘๒๒๐/๒๕๕๓ โจทก์บรรยาย ฟ้องว่า จ�ำเลยประกอบกิจการค้าขายอาหารตาม สั่งและเครื่องดื่ม จ�ำเลยเปิดแผ่นวีซีดีเพลง “ก�ำลัง ใจที่เธอไม่รู้” อันเป็นลิขสิทธิ์ของผู้เสียหาย ซึ่งได้มี ผู้ท�ำขึ้นหรือดัดแปลงขึ้นให้ลูกค้าในร้านอาหารของ จ�ำเลยฟัง ไม่ปรากฎว่าจ�ำเลยเปิดเพลงเพื่อหาก�ำไร โดยตรงจากการที่ให้ลูกค้าฟังเพลงโดยการเรียกเก็บ ค่าตอบแทนหรือเรียกเก็บเพิ่มรวมไปกับอาหารและ เครื่องดื่มแต่อย่างใด การกระท�ำของจ�ำเลยไม่เป็น ความผิดตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.๒๕๓๗ มาตรา ๓๑ ประกอบมาตรา ๗๐ วรรคสอง เพราะ ไม่ครบองค์ประกอบความผิดของบทมาตราดังกล่าว ซึ่งต้องเป็นการกระท�ำเพื่อหาก�ำไรโดยตรงจากการ ละเมิดลิขสิทธิ์ แม้จ�ำเลยให้การรับสารภาพก็ไม่อาจ ลงโทษจ�ำเลยได้ ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาล ทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ และวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้า ระหว่างประเทศ พ.ศ.๒๕๓๙ มาตรา ๒๖ ประกอบ ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๘๕ วรรคหนึ่ง (๑) ขาย มีไว้เพื่อขาย เสนอขาย ให้เช่า เสนอให้เช่า ให้เช่าซื้ อ หรือ เสนอให้เช่าซื้ อ มาตรา ๓๑ (๑) มีค�ำพิพากษาฎีกาที่เกี่ยวข้องดังนี้ ฎีกาที่ ๔๒๕๐/๒๕๔๒ จ�ำเลยรู้อยู่แล้ว หรือมีเหตุอันควรรู้ว่าแผ่นซีดีรอมไม่มีฉลาก จ�ำเลย ก็ทราบว่าเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย เพราะ ทางราชการได้ประกาศให้ประชาชนทราบใน ราชกิจจานุเบกษาแล้ว ที่จ�ำเลยร่วมกับพวก ขาย และเสนอขายให้แก่ประชาชนทั่วไปนั้น เป็นงานที่ ได้ท�ำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้อื่น การกระท�ำ ของจ�ำเลยจึงมีความผิดตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์


คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ - 77 - พ.ศ. ๒๕๓๗ มาตรา ๓๑ (๑) (๒) มีโทษตามมาตรา ๗๐ วรรคสอง ความผิดตามมาตรา ๓๑ แห่งพระราช บัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.๒๕๓๗ ไม่ได้จ�ำกัดว่าผู้กระท�ำ ความผิดจะต้องเป็นเจ้าของร้านหรือผู้จัดการร้าน เท่านั้น ลูกจ้างหรือใครก็ตามหากรู้อยู่แล้วหรือมี เหตุอันควรรู้ว่าสินค้าใดได้ท�ำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ ของผู้อื่นแล้วยังน�ำออกขาย หรือเสนอขายให้แก่ ประชาชนเพื่อหาก�ำไร ถือว่าผู้นั้นกระท�ำการละเมิด ลิขสิทธิ์ ฎีกาที่ ๒๒๓๒/๒๕๔๕ ความผิดตาม พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ฯ มาตรา ๓๑(๑) และ ๗๐ วรรคสองบัญญัติให้ลงโทษจ�ำคุกสามเดือนถึงสอง ปี หรือปรับตั้งแต่ห้าหมื่นบาทถึงสี่แสนบาทหรือทั้ง จ�ำทั้งปรับ เมื่อภาพยนตร์วีดีโอซีดีแผ่นวีซีดีและ แผ่นซีดีรอมโปรแกรมคอมพิวเตอร์ของกลาง ซึ่งมี ผู้ท�ำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของบริษัทผู้เสียหายและ จ�ำเลยน�ำมาจ�ำหน่ายเพื่อการหาก�ำไรมีจ�ำนวนเพียง ๑๕๕ แผ่น การที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาฯ ลงโทษ จ�ำเลยตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ ให้จ�ำคุก ๑ ปี และปรับ ๓๐๐,๐๐๐ บาท จึงหนักเกินไป ส่วน ความผิดตามพระราชบัญญัติควบคุมกิจการเทป และวัสดุโทรทัศน์ฯ มาตรา ๖ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๓๔ ที่ลงโทษปรับจ�ำเลย ๒๐,๐๐๐ บาท ก็สูงเกิน ไปด้วย ไม่เหมาะสมแก่พฤติการณ์และความร้าย แรงแห่งการกระท�ำความผิดของจ�ำเลยซึ่งประกอบ กิจการให้เช่า แลกเปลี่ยน หรือจ�ำหน่ายวัสดุโทรทัศน์ ของกลางบริเวณลานจอดรถของห้างสรรพสินค้า อันมิได้ประกอบกิจการโดยตั้งเป็นร้านค้าถาวรแต่ อย่างใด ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาฯ เห็นควรก�ำหนดโทษในความผิดทั้งสองฐานเสียใหม่ ให้เหมาะสมแก่พฤติการณ์แห่งการกระท�ำความผิด ของจ�ำเลยได้ ฎีกาที่ ๔๗๙๔/๒๕๔๕ ฎีกาที่ ๖๕๒๓/๒๕๔๕ จ�ำเลยทั้งสองมี เจตนาที่จะกระท�ำความผิดฐานละเมิดลิขสิทธิ์อยู่ ก่อนแล้ว แม้การกระท�ำของ พ. นักสืบอิสระ จะมี ลักษณะเป็นการสุ่มซื้อโดยไม่ประสงค์จะได้ โปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่มีใบอนุญาตก็ตาม แต่ก็ เป็นการกระท�ำเพื่อแสวงหาพยานลักฐานมาด�ำเนิน คดีแก่ผู้ที่กระท�ำการละเมิดลิขสิทธิ์ของโจทก์เท่านั้น ไม่ถือว่าเป็นการชักจูงใจหรือก่อให้จ�ำเลยกระท�ำ ความผิด จึงถือได้ว่าโจทก์เป็นผู้เสียหายโดยนิตินัย ที่มีอ�ำนาจฟ้องคดีมิได้ จ�ำเลยที่ ๑ ซึ่งมีจ�ำเลยที่ ๒ เป็นกรรมการ ผู้จัดการได้ติดตั้งโปรแกรมคอมพิวเตอร์โดยละเมิด ลิขสิทธิ์ของโจทก์ลงในเครื่องคอมพิวเตอร์ให้ผู้ซื้อ อันเป็นการแถมให้เปล่าไม่คิดมูลค่า คงคิดราคา เฉพาะตัวเครื่อง โดยพนักงานของจ�ำเลยที่ ๑ มิได้ ขายหรือเสนอขายโปรแกรมคอมพิวเตอร์ของโจทก์ ดังกล่าว ให้แก่ผู้ซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์แต่อย่างใด จ�ำเลยที่ ๑ และที่ ๒ จึงไม่มีความผิดตามพระราช บัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗ มาตรา ๓๑ (๑) คงมี ความผิดตามมาตรา ๓๑(๓) เพราะเป็นการแจก จ่ายโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ท�ำขึ้นโดยละเมิด ลิขสิทธิ์ของผู้อื่นในลักษณะที่อาจก่อให้เกิดความ เสียหายแก่เจ้าของลิขสิทธิ์เพื่อการค้าเท่านั้น ฎีกาที่ ๖๕๓๗/๒๕๔๕ การกระท�ำของ จ�ำเลยในความผิดฐานละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้อื่นเพื่อ การค้าและฐานประกอบกิจการให้เช่าหรือจ�ำหน่าย เทปหรือวัสดุโทรทัศน์โดยไม่ได้รับอนุญาตนั้นเป็น ความผิดต่อกฎหมายคนละฉบับมีองค์ประกอบแห่ง ความผิดที่แตกต่างกันทั้งเจตนาในการกระท�ำความ ผิดทั้งสองฐานดังกล่าวสามารถแยกต่างหากจาก กันได้ จึงเป็นความผิดสองกรรมต่างกัน (วินิจฉัย โดยมติที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา)


คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ - 78 - การกระท�ำของจ�ำเลยในความผิดฐาน มีไว้เพื่อจ�ำหน่ายซึ่งวิดีโอซีดีลามก เป็นความผิดต่อ กฎหมายต่างฉบับกัน มีองค์ประกอบแห่งความผิด ที่แตกต่างกัน ทั้งเจตนาในการกระท�ำความผิดก็ สามารถแยกต่างหากจากกันกับความผิดฐานละเมิด ลิขสิทธิ์ของผู้อื่นเพื่อการค้าและฐานประกอบกิจการ ให้เช่าหรือจ�ำหน่ายเทปหรือวัสดุโทรทัศน์โดยไม่ได้ รับอนุญาตได้ จึงเป็นความผิดอีกรรมหนึ่งแยกต่าง หากจากความผิดสองฐานดังกล่าว ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๗ เป็นความผิดที่มีอัตราโทษอย่างสูงให้ จ�ำคุกไม่เกิน ๓ ปี หรือปรับไม่เกิน ๖,๐๐๐ บาท หรือทั้งจ�ำทั้งปรับ เมื่อความผิดดังกล่าวศาล ทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ กลางพิพากษาให้ลงโทษจ�ำเลยปรับไม่เกิน ๕,๐๐๐ บาท จึงต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญา และการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดี ทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ.๒๕๓๙มาตรา ๓๙ (๔) (วินิจฉัยโดยมติที่ประชุม ใหญ่ศาลฎีกา) ฎีกาที่ ๕๗๒๑/๒๕๔๖ โจทก์ฟ้องว่า จ�ำเลยละเมิดลิขสิทธิ์ของโจทก์ โดยการน�ำแผ่น วิดีโออันเป็นโสตทัศนวัสดุที่บันทึกภาพและเสียงซึ่ง มีผู้ท�ำซ �้ ำขึ้นโดยละเมิดออกขาย เสนอขายและมี ไว้เพื่อขายอันเป็นการกระท�ำเพื่อการค้า เมื่อจ�ำเลย ให้การรับสารภาพ จึงมีความผิดตามพ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ฯ มาตรา ๓๑(๑) และ ๗๐ วรรคสอง กระทงหนึ่ง และมีความผิดตามพระราชบัญญัติควบคุมกิจการ เทปและวัสดุโทรทัศน์ฯ มาตรา ๖ วรรคหนึ่ง และ มาตรา ๓๔ อีกกระทงหนึ่ง ส่วนวิดีโอซีดีของกลาง เป็นสิ่งที่ได้มีผู้ท�ำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ ให้ตกเป็น เจ้าของลิขสิทธิ์ตามพ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ มาตรา ๗๕ ฎีกาที่ ๒๙๐/๒๕๔๘ ฎีกาที่ ๒๕๗๒/๒๕๔๘ ฎีกาที่ ๓๙๗๕/๒๕๔๘ โจทก์บรรยาย ฟ้องว่าจ�ำเลยทั้งสองร่วมกันกระท�ำละเมิดลิขสิทธิ์ ของผู้เสียหายที่ ๑ และที่ ๒ โดยการเสนอให้เช่า และให้เช่าวิดีโอเทปภาพยนตร์ซึ่งเป็นงานที่ท�ำขึ้น โดยละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้เสียหายที่ ๑ และที่ ๒ แต่ ทางพิจารณาข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติได้ว่า วิดีโอเทป ภาพยนตร์ของกลางเป็นวิดีโอเทปภาพยนตร์มีตรา เครื่องหมายการค้าของผู้เสียหายที่ ๑ และที่ ๒ ผู้เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์และมีสติกเกอร์ที่มีตราประทับ ของเจ้าพนักงานกับข้อความว่า “อนุญาตแล้ว” ปรากฏอยู่ ไม่ใช่วิดีโอเทปภาพยนตร์ที่ท�ำขึ้นโดย ละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้เสียหายที่ ๑ และที่ ๒ ตามที่ โจทก์กล่าวอ้างในค�ำฟ้อง เมื่อข้อเท็จจริงที่ปรากฏ ในการพิจารณาแตกต่างกับข้อเท็จจริงที่กล่าวใน ฟ้องและเป็นข้อแตกต่างในสาระส�ำคัญ ศาลทรัพย์สิน ทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางต้อง พิพากษายกฟ้อง การที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและ การค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาว่าจ�ำเลยมี ความผิดตามฟ้องจึงเป็นการไม่ชอบ และเมื่อไม่อาจ พิพากษาลงโทษจ�ำเลยทั้งสองตามฟ้องแล้วก็ย่อม ไม่อาจพิพากษาให้ริบของกลาง รวมทั้งให้วิดีโอเทป ของกลางตกเป็นของเจ้าของลิขสิทธิ์ได้ ฎีกาที่ ๕๒๗๕/๒๕๔๘ ฎีกาที่ ๓๗๔๑/๒๕๔๙ ฎีกาที่ ๔๐๗๗/๒๕๔๙ จ�ำเลยไม่มีเจตนา แต่แรกที่จะขายแผ่นซีดีภาพยนตร์ที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ของผู้เสียหาย แต่เป็นกรณีที่ฝ่ายผู้เสียหายได้ชักจูง ใจหรือก่อให้จ�ำเลยกระท�ำความผิดฐานละเมิด ลิขสิทธิ์ จึงไม่อาจถือได้ว่าเป็นผู้เสียหายตาม กฎหมาย การแจ้งความร้องทุกข์จึงไม่ใช่การแจ้ง ความร้องทุกข์ตามกฎหมาย ท�ำให้การสอบสวนไม่


คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ - 79 - ชอบและโจทก์ไม่มีอ�ำนาจฟ้องคดี ปัญหาดังกล่าว เป็นปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของ ประชาชน ศาลฎีกามีอ�ำนาจยกขึ้นวินิจฉัยเองได้ ฎีกาที่ ๖๘๙๔/๒๕๔๙ หนังสือร้องทุกข์ ของโจทก์ร่วมซึ่งมีข้อความว่า มีการละเมิดลิขสิทธิ์ ของโจทก์ร่วมที่บริเวณศูนย์การค้าซีคอนสแควร์ ขอแจ้งความร้องทุกข์เพื่อให้ด�ำเนินการตามกฎหมาย ต่อไป ถือได้ว่าเป็นค�ำร้องทุกข์ตามประมวลกฎหมาย วิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒ (๗) แล้วไม่จ�ำเป็น ต้องระบุชื่อหรือรูปพรรณของผู้กระท�ำความผิด ร้านที่เกิดเหตุเป็นร้านจ�ำหน่ายอุปกรณ์ เครื่องเล่นเกมต่างๆ และแผ่นเกม ย่อมเป็นสถาน ที่ที่เชื้อเชิญให้ประชาชนทั่วไปสามารถเดินเข้าไปดู และเลือกซื้อสินค้าได้ นับเป็นที่สาธารณสถานซึ่ง เจ้าพนักงานต�ำรวจมีความชอบธรรมที่จะเข้าไปได้ เมื่อสิบต�ำรวจ ส. เป็นผู้ท�ำการตรวจค้น แผ่นซีดี เกมอยู่ในตะกร้าซึ่งอยู่ในตู้สามารถมองเห็นได้ โดย แผ่นซีดีเกมของกลางดังกล่าวละเมิดลิขสิทธิ์ของ โจทก์ร่วม มีลักษณะภายนอกของแผ่นซีดีของกลาง ต่างจากของโจทก์ร่วมอย่างเห็นได้ชัด จึงเป็นกรณี ของการค้นในที่สาธารณสถานโดยเจ้าพนักงาน ต�ำรวจซึ่งมีเหตุอันควรสงสัยว่าร้านที่เกิดเหตุมี สิ่งของที่มีไว้เป็นความผิด ไม่จ�ำเป็นต้องมีหมายค้น ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๙๓ ทั้งเป็นกรณีที่เจ้าพนักงานต�ำรวจ สามารถจับจ�ำเลยได้ตามมาตรา ๗๘ (๑) ประกอบ มาตรา ๘๐ วรรคหนึ่ง การค้นและจับ จึงชอบด้วย กฎหมาย ฎีกาที่ ๑๐๕๑๕/๒๕๕๑ ฎีกาที่ ๔๗๔๕/๒๕๕๓ โจทก์ฟ้องขอ ให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.๒๕๓๗ มาตรา ๔, ๖, ๘, ๑๕, ๒๘, ๓๑, ๖๑, ๗๐, ๗๓, ๗๕, ๗๖, ๗๘ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๒, ๓๓, ๕๘, ๘๓, ๙๑, ๙๒, ๒๘๗ ให้แผ่นดีวีดีและวีซีดี ภาพยนตร์ แผ่นดีวีดีและวีซีดีเพลงกับแผ่นซีดีรอม เพลงประเภทเอ็มพี ๓ ของกลางที่ละเมิดลิขสิทธิ์ จ�ำนวน ๑๔,๑๕๑ แผ่น ตกเป็นของเจ้าของลิขสิทธิ์ สั่งจ่ายค่าปรับฐานละเมิดลิขสิทธิ์กึ่งหนึ่งให้แก่ผู้เสีย หายทั้งยี่สิบเอ็ดซึ่งเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ ริบแผ่นวีซีดี ภาพยนตร์ลามก จ�ำนวน ๔ แผ่น ปกวีซีดีภาพยนตร์ จ�ำนวน ๕,๐๐๐ แผ่น ปกวีซีดีลามก จ�ำนวน ๒๙ แผ่น เพิ่มโทษกับบวกโทษจ�ำเลยที่ ๑ และระวาง โทษจ�ำเลยที่ ๑ ที่ ๓ และที่ ๔ เป็นสองเท่าตาม กฎหมาย จ�ำเลยทั้งสี่ให้การรับสารภาพและรับว่า เป็นบุคคลเดียวกับจ�ำเลยในคดีอาญาที่โจทก์ขอให้ ระวางโทษเป็นสองเท่าและบวกโทษ ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้า ระหว่างประเทศกลางพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จ�ำเลยทั้งสี่มีความผิดตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.๒๕๓๗ มาตรา ๓๑ (๑) ประกอบมาตรา ๗๐ วรรคสอง และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๗ (๑) การกระท�ำของจ�ำเลยทั้งสี่เป็นความผิดหลาย กรรมต่างกันให้เรียงกระทงลงโทษตามป.อาญา มาตรา ๙๑ ฐานละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้อื่นเพื่อการค้า ลงโทษจ�ำคุกจ�ำเลยที่ ๒ มีก�ำหนด ๓ เดือน ส่วน จ�ำเลยที่ ๑ ที่ ๓ และที่ ๔ ลงโทษปรับจ�ำเลยทั้งสี่ คนละ ๒,๐๐๐ บาท จ�ำเลยทั้งสี่ให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คงจ�ำคุกจ�ำเลยที่ ๒ มีก�ำหนด ๑ เดือน ๑๕ วัน และปรับ ๑,๐๐๐ บาท และจ�ำคุกจ�ำเลยที่ ๑ ที่ ๓ และที่ ๔ คนละ ๓ เดือน และปรับคนละ ๑,๐๐๐ บาท ไม่ช�ำระค่าปรับให้จัดการตามประมวล กฎหมายอาญา มาตรา ๒๙, ๓๐ ให้แผ่นดีวีดีและ ซีดี (ที่ถูก ดีวีดี วีซีดี และซีดีรอม) ของกลางที่ละเมิด


คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ - 80 - ลิขสิทธิ์ จ�ำนวน ๑๔,๑๕๑ แผ่น ตกเป็นของเจ้าของ ลิขสิทธิ์และส่วนที่โจทก์ขอให้เพิ่มโทษและบวก โทษจ�ำเลยที่ ๑ นั้น เห็นว่า ศาลได้ลงโทษจ�ำเลยที่ ๑ จากระวางโทษที่เพิ่มเป็นสองเท่าของโทษที่ ก�ำหนดไว้แล้วตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗ มาตรา ๗๓ ซึ่งเป็นบทเฉพาะแล้วจึงไม่เพิ่ม โทษตามป.อาญา มาตรา ๙๒ ซึ่งเป็นบททั่วไปอีก ให้ยกค�ำขอนี้ริบวีซีดีลามก ปกวีซีดีลามกและแผ่น ปกวีซีดีที่ละเมิดลิขสิทธิ์ จ�ำนวน ๕,๐๐๐ แผ่นของ กลาง ค�ำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญา และการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่าจ�ำเลยที่ ๑ กลับมากระท�ำความผิดในคดีนี้อันมิใช่ความผิดที่ได้ กระท�ำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ และ เป็นการกระท�ำความผิดภายในเวลาที่ศาลรอการ ลงโทษจ�ำคุกไว้ในคดีก่อนและยังไม่พ้นก�ำหนด ๕ ปี นับแต่วันพ้นโทษในคดีดังกล่าวกรณีของจ�ำเลย ที่ ๑ จึงไม่ใช่ผู้ต้องโทษตามความหมายของมาตรา ๔ แห่ง พ.ร.บ.ล้างมลทินในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จ พระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมีพระชนมพรรษา ๘๐ พรรษา พ.ศ.๒๕๕๐ เมื่อจ�ำเลยที่ ๑ กระท�ำ ความผิดฐานละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้อื่นเพื่อการค้าใน คดีนี้ภายในระยะเวลาที่ศาลรอการลงโทษจ�ำคุกไว้ ในคดีก่อนศาลจึงน�ำโทษจ�ำคุกของจ�ำเลยที่ ๑ ซึ่ง รอการลงโทษไว้มาบวกเข้ากับโทษจ�ำคุกของจ�ำเลย ที่ ๑ ในคดีนี้ได้ พิพากษาแก้เป็นว่า จ�ำเลยที่ ๑ มีความ ผิดตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.๒๕๓๗ มาตรา ๓๑ (๑) ประกอบมาตรา ๗๐ วรรคสอง และมาตรา ๗๓ กับประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๗ (๑) ประกอบมาตรา ๘๓ ส่วนจ�ำเลยที่ ๒ ถึงที่ ๔ มี ความผิดตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.๒๕๓๗ มาตรา ๓๑ (๑) ประกอบมาตรา ๗๐ วรรคสอง และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๗ (๑) ประกอบมาตรา ๘๓ ให้บวกโทษจ�ำคุก ๖ เดือน ของจ�ำเลยที่ ๑ ที่รอการลงโทษไว้ในคดีอาญา หมายเลขแดงที่ อ.๖๓๗๕/๒๕๔๙ ของศาลทรัพย์สิน ทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางเข้ากับ โทษจ�ำคุกของจ�ำเลยที่ ๑ ในคดีนี้เป็นจ�ำคุก ๙ เดือน เมื่อรวมกับโทษฐานอื่นของจ�ำเลยที่ ๑ แล้ว คงจ�ำ คุกจ�ำเลยที่ ๑ มีก�ำหนด ๙ เดือน และปรับจ�ำเลย ที่ ๑ มีก�ำหนด ๑,๐๐๐ บาท จ�ำเลยที่ ๓ และที่ ๔ ไม่ต้องระวางโทษเป็นสองเท่าตามพระราชบัญญัติ ลิขสิทธิ์ พ.ศ.๒๕๓๗ มาตรา ๗๓ ความผิดฐานร่วม กันละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้อื่นเพื่อการค้า ให้จ�ำคุก คนละ ๓ เดือน เมื่อลดโทษให้กึ่งหนึ่งแล้ว คงจ�ำคุก คนละ ๑ เดือน ๑๕ วัน เมื่อรวมกันโทษฐานอื่นแล้ว คงจ�ำคุกจ�ำเลยที่ ๓ และที่ ๔ คนละ ๑ เดือน ๑๕ วัน และปรับคนละ ๑,๐๐๐ บาท ส่วนโทษส�ำหรับ จ�ำเลยที่ ๒ และนอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามค�ำ พิพากษาศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้า ระหว่างประเทศกลาง ฎีกาที่ ๔๗๔๖/๒๕๕๓ โจทก์ฟ้องขอให้ ลงโทษจ�ำเลยตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗ มาตรา ๔, ๖, ๘, ๑๕, ๒๗, ๒๘, ๓๑, ๖๑, ๗๐, ๗๓, ๗๕, ๗๖ และสั่งให้แผ่นซีดีรอม (เอ็มพี ๓) ของกลาง จ�ำนวน ๔๗ แผ่น ตกเป็นของเจ้าของ ลิขสิทธิ์ ระวางโทษจ�ำเลยเป็นสองเท่า ก�ำหนด โทษของจ�ำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ อ. ๔๙๐๑/๒๕๔๙ ของศาลทรัพย์สินทางปัญญาและ การค้าระหว่างประเทศกลางแล้วบวกเข้ากับโทษ ของจ�ำเลยในคดีนี้ นับโทษจ�ำคุกของจ�ำเลยในคดีนี้ ต่อจากโทษจ�ำคุกของจ�ำเลยในคดีอาญาหมายเลข ด�ำที่ อ.๕๓๑๕/๒๕๕๐ ของศาลทรัพย์สินทางปัญญา และการค้าระหว่างประเทศกลาง และจ่ายค่าปรับ


คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ - 81 - ฐานละเมิดลิขสิทธิ์กึ่งหนึ่งให้แก่ผู้เสียหายซึ่งเป็น เจ้าของลิขสิทธิ์ด้วย จ�ำเลยให้การรับสารภาพและรับว่าเป็น บุคคลคนเดียวกับจ�ำเลยในคดีที่โจทก์อ้างเป็นเหตุ ขอให้ระวางโทษในคดีนี้เป็นสองเท่าขอให้นับโทษ ต่อ และขอให้ก�ำหนดโทษแล้วบวกโทษ ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้า ระหว่างประเทศกลางพิพากษาว่าจ�ำเลยมีความผิด ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.๒๕๓๗ มาตรา ๓๑ (๑) ประกอบมาตรา ๗๐ วรรคสอง จ�ำเลย กระท�ำความผิดซำ �้เมื่อพ้นโทษแล้วยังไม่ครบก�ำหนด ห้าปี ให้ระวางโทษเป็นสองเท่าตามพระราชบัญญัติ ลิขสิทธิ์ พ.ศ.๒๕๓๗ มาตรา ๗๓ (ที่ถูกจ�ำเลยมีความ ผิดตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.๒๕๓๗ มาตรา ๓๑ (๑), ๗๐ วรรคสอง ประกอบด้วยมาตรา ๗๓) จ�ำคุก ๖ เดือน ก�ำหนดโทษจ�ำเลยในคดีอาญา หมายเลขแดงที่ อ.๔๙๐๑/๒๕๔๙ จ�ำคุก ๓ เดือน รวมเป็นจ�ำคุก ๙ เดือน จ�ำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คงจ�ำคุก ๔ เดือน ๑๕ วัน จ�ำเลยกระท�ำ ความผิดหลายครั้งไม่เข็ดหลาบ ไม่สมควรรอการ ลงโทษ ให้แผ่นซีดีรอม (เอ็มพี ๓) ของกลางที่ละเมิด ลิขสิทธิ์ตามฟ้อง จ�ำเลย ๔๗ แผ่น ตกเป็นของ เจ้าของลิขสิทธิ์ ค�ำขออื่นให้ยก จ�ำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญา และการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่าจ�ำเลยเคย กระท�ำความผิดในลักษณะเดียวกันนี้หลายครั้ง โดย ศาลให้โอกาสจ�ำเลยกลับตัวแต่จ�ำเลยไม่เข็ดหลาบ ข้ออ้างความจ�ำเป็นเกี่ยวกับความรับผิดชอบต่อ ครอบครัวไม่เป็นเหตุอันควรที่จะรอการก�ำหนดโทษ หรือรอการลงโทษและโทษจ�ำคุกที่ศาลทรัพย์สิน ทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางลงแก่ จ�ำเลยเป็นโทษขั้นต�่ำตามกฎหมายแล้ว ไม่อาจ ลงโทษสถานที่เบากว่านี้ได้ อุทธรณ์ของจ�ำเลยฟัง ไม่ขึ้นการที่จ�ำเลยต้องค�ำพิพากษาถึงที่สุดให้จ�ำคุก และปรับ แต่ให้รอการลงโทษจ�ำคุกไว้มีก�ำหนด ๑ ปี และการที่จ�ำเลยต้องค�ำพิพากษาถึงที่สุดให้รอ การก�ำหนดโทษไว้ ๑ ปี นั้น จ�ำเลยยังไม่ได้รับโทษจ�ำ คุกตามค�ำพิพากษา กรณีของจ�ำเลยดังกล่าวจึงไม่ใช่ ผู้ต้องโทษตามความหมายของมาตรา ๔ แห่ง พ.ร.บ.ล้างมลทินในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระ ปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมีพระชนม พรรษา ๘๐ พรรษา พ.ศ.๒๕๔๐ จ�ำเลยย่อมไม่ได้รับ ประโยชน์ในการล้างมลทินตามพ.ร.บ.ดังกล่าว ส�ำหรับความผิดที่ได้กระท�ำไว้ในคดีอาญาหมายเลข แดงที่ อ.๕๕๕๗/๒๕๔๘ และคดีอาญาหมายเลข แดงที่ อ.๔๙๐๑/๒๕๔๙ ของศาลทรัพย์สินทาง ปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง นอกจาก นี้ เมื่อความปรากฏว่าศาลว่า จ�ำเลยกระท�ำความ ผิดในคดีนี้ภายในระยะเวลาที่ศาลรอการลงโทษจ�ำ คุกไว้ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ อ.๕๕๕๗/๒๕๔๘ ของศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่าง ประเทศกลางและในคดีนี้ศาลพิพากษาลงโทษจ�ำ คุกจ�ำเลย ฎีกาที่ ๕๔๐๕/๒๕๕๓ ความผิดฐาน ประกอบกิจการให้เช่า แลกเปลี่ยน หรือจ�ำหน่าย ภาพยนตร์โดยไม่ได้รับใบอนุญาตกับความผิดฐาน ประกอบกิจการให้เช่า แลกเปลี่ยน หรือจ�ำหน่ายวี ดิทัศน์โดยไม่ได้รับใบอนุญาตนั้น กฎหมายประสงค์ จะลงโทษผู้ประกอบกิจการดังกล่าวที่ไม่ได้รับใบ อนุญาตในการประกอบกิจการจากนายทะเบียน เมื่อจ�ำเลยประกอบกิจการให้เช่า แลกเปลี่ยน หรือ จ�ำหน่ายทั้งภาพยนตร์และวีดิทัศน์ในสถานที่ เดียวกันและในวันเวลาเดียวกันโดยไม่ได้รับใบ


คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ - 82 - อนุญาต การกระท�ำของจ�ำเลยดังกล่าวจึงเป็นการ กระท�ำกรรมเดียวกันเป็นความผิดต่อกฎหมายหลาย บท ให้ลงโทษฐานประกอบกิจการให้เช่าแลกเปลี่ยน หรือจ�ำหน่ายภาพยนตร์โดยไม่ได้รับใบอนุญาตอัน เป็นกฎหมายที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวล กฎหมายอาญา มาตรา ๙๐ ส่วนความผิดฐานละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้ อื่นเพื่อการค้าและความผิดฐานประกอบกิจการให้ เช่า แลกเปลี่ยน หรือจ�ำหน่ายภาพยนตร์โดยไม่ได้ รับใบอนุญาตนั้นเป็นความผิดต่อกฎหมายคนละ ฉบับ มีองค์ประกอบแห่งความผิดที่แตกต่างกัน ทั้ง เจตนาในการกระท�ำความผิดทั้งสองฐานดังกล่าว สามารถแยกต่างหากจากกันได้ การกระท�ำของ จ�ำเลยทั้งสองข้อหาจึงเป็นความผิดสองกรรมต่าง กัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามป. อาญา มาตรา ๙๑ ฎีกาที่ ๑๐๒๒๑/๒๕๕๓ โจทก์บรรยาย ฟ้องว่า จ�ำเลยละเมิดลิขสิทธิ์งานวรรณกรรม โปรแกรมเกมคอมพิวเตอร์ของผู้เสียหายโดยน�ำ วรรณกรรมโปรแกรมเกมคอมพิวเตอร์บรรจุลงใน หน่วยประมวลผลกลาง (ซีพียู) ที่ใช้กับเครื่อง คอมพิวเตอร์ ซึ่งได้มีผู้ท�ำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของ ผู้เสียหายแล้วน�ำออกบริการให้เช่าแก่บุคคลทั่วไป ตามฟ้องดังกล่าวยังไม่แน่ชัดว่า โปรแกรมเกม คอมพิวเตอร์ที่มีการบรรจุลงในหน่วยประมวลผล กลางเป็นโปรแกรมเกมที่มีลิขสิทธิ์หรือเป็นโปรแกรม เกมที่มีผู้ท�ำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้เสียหาย และ จ�ำเลยหรือผู้อื่นนั้นกระท�ำการอันละเมิดลิขสิทธิ์แก่ งานของผู้เสียหายในลักษณะอย่างไรแน่ จึงเป็นฟ้อง ที่ไม่ชอบตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลทรัพย์สิน ทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธี พิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่าง ประเทศ พ.ศ.๒๕๓๙ มาตรา ๒๖ ประกอบประมวล กฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๕๘ (๕) แม้จ�ำเลยรับสารภาพก็ไม่อาจลงโทษได้ ปัญหานี้ เป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้ ไม่มีคู่ความอุทธรณ์ในปัญหาดังกล่าว ศาลฎีกาแผนก คดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ มีอ�ำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้ตามพระราชบัญญัติจัดตั้ง ศาลทรัพย์สินทางปัญญาฯ มาตรา ๔๕ ประกอบ ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๙๕ วรรคสอง ฎีกาที่ ๑๐๖๗๑/๒๕๕๓ โจทก์บรรยาย ฟ้องกล่าวหาว่าจ�ำเลยกระท�ำความผิดตามพระราช บัญญัติภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ.๒๕๕๑ หลาย กรรมต่างกัน ฐานประกอบกิจการให้เช่า แลกเปลี่ยน หรือจ�ำหน่ายภาพยนตร์โดยไม่ได้รับใบอนุญาต กระทงหนึ่ง ฐานประกอบกิจการให้เช่า แลกเปลี่ยน หรือจ�ำหน่ายวีดิทัศน์โดยไม่ได้รับใบอนุญาตกระทง หนึ่ง และฐานมีภาพยนตร์และวีดิทัศน์ที่ไม่ผ่านการ ตรวจพิจารณาจากคณะกรรมการ ฯ ออกจ�ำหน่าย อีกกระทงหนึ่ง แต่ปรากฏตามค�ำฟ้องว่าจ�ำเลยกระท�ำ ความผิดในวันเวลาเดียวกัน โดยมีแผ่นซีดีภาพยนตร์ และแผ่นซีดีวีดิทัศน์ของกลางจ�ำนวนเดียวกัน แม้ การกระท�ำนั้นจะเป็นความผิดต่อบทบัญญัติของ กฎหมายหลายบท แต่ก็ถือได้ว่าเป็นการกระท�ำที่ จ�ำเลยมีเจตนาเดียว โดยมุ่งประสงค์ต่อผลเดียว คือ เพื่อประกอบกิจการจ�ำหน่ายซีดีภาพยนตร์และซีดี วีดิทัศน์ของกลางในทางการค้าซึ่งได้กระท�ำไปใน คราวเดียวกัน การ กระท�ำของจ�ำเลยจึงเป็นความ ผิดกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ต้องลงโทษ ฐานประกอบกิจการให้เช่า แลกเปลี่ยนหรือจ�ำหน่าย ภาพยนตร์โดยไม่ได้รับใบอนุญาตตามพระราชบัญญัติ ภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ.๒๕๕๑ มาตรา ๓๘ วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา ๗๙ ซึ่งเป็นกฎหมายบท ที่มีโทษหนักที่สุดเพียงบทเดียว


คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ - 83 - ความผิดฐานประกอบกิจการให้เช่า แลก เปลี่ยนหรือจ�ำหน่ายภาพยนตร์โดยไม่ได้รับใบอนุญาต มีสาระส�ำคัญของการกระท�ำผิดอยู่ที่จ�ำเลยประกอบ กิจการโดยไม่ได้รับใบอนุญาตจากนายทะเบียน แผ่น ซีดีภาพยนตร์และซีดีวีดิทัศน์ของกลาง จึงไม่ใช่ทรัพย์ ที่จ�ำเลยได้ใช้หรือมีไว้เพื่อใช้ในการกระท�ำความผิด หรือเป็นทรัพย์ที่มีไว้เป็นความผิดอันจะพึงริบตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๒, ๓๓ (๒) เผยแพร่ต่อสาธารณชน มาตรา ๓๑ (๒) มีค�ำพิพากษาฎีกาที่เกี่ยวข้องดังนี้ ฎีกาที่ ๔๒๕๐/๒๕๔๒ ฎีกาที่ ๕๖๔/๒๕๔๖ ฎีกาที่ ๓๒๘๕/๒๕๔๘ ฎีกาที่ ๓๘๘๒/๒๕๕๓, ฎีกาที่ ๑๐๖๗๓/๒๕๕๓ (๓) แจกจ่ายในลักษณะที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่เจ้าของ ลิขสิทธิ์ มาตรา ๓๑ (๓) มีค�ำพิพากษาฎีกาที่เกี่ยวข้องดังนี้ ฎีกาที่ ๖๕๒๓/๒๕๔๕ (๔) น�ำหรือสั่งเข้ามาในราชอาณาจักร (มาตรา ๓๑ (๔) โปรดดูประกาศกระทรวงพาณิชย์ ว่าด้วยการน�ำสินค้าเข้ามาในราชอาณาจักร (ฉบับที่ ๙๖) พ.ศ. ๒๕๓๖, ว่าด้วยการส่งสินค้าออกไปนอกและน�ำสินค้าเข้ามาในราชอาณาจักร (ฉบับที่ ๙๔) และ(ฉบับที่ ๗๕) พ.ศ.๒๕๓๖, ระเบียบกระทรวงพาณิชย์ ว่าด้วยการอนุญาตให้น�ำเครื่องจักรที่ สามารถใช้เพื่อประโยชน์ในการละเมิดลิขสิทธิ์เข้ามาในราชอาณาจักร (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๗, ค�ำสั่ง กระทรวงพาณิชย์) มาตรา ๓๑ (๔) มีค�ำพิพากษาฎีกาที่เกี่ยวข้องดังนี้ ฎีกาที่ ๕๓๖/๒๕๓๔ การละเมิดลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๒๑ มีได้ ๒ กรณี คือกรณีแรกเป็นการละเมิดต่องานอันมีลิขสิทธิ์ ของผู้เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์โดยตรงตามมาตรา ๒๔ ได้แก่การกระท�ำอย่างใดอย่างหนึ่งตามที่ระบุไว้ใน มาตรา ๒๔(๑) หรือ (๒) คือการกระท�ำซ �้ ำหรือ ดัดแปลงงานอันมีสิทธิ์ของผู้เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ หรือการน�ำออกโฆษณาซึ่งงานอันมีสิทธิ์ของผู้เป็น เจ้าของลิขสิทธิ์โดยมิได้รับอนุญาตตามมาตรา ๑๓ กรณีที่สองเป็นกรณีที่กฎหมายให้ถือว่าเป็นการ


คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ - 84 - ละเมิดต่องานอันมีลิขสิทธิ์ของผู้เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ ตามมาตรา ๒๗ ได้แก่การกระท�ำบางอย่างที่มิใช่ เป็นการกระท�ำละเมิดต่องานอันมีสิทธิ์ของผู้เป็น เจ้าของลิขสิทธิ์โดยตรงอย่างเช่นกรณีมาตรา ๒๔ แต่เป็นการกระท�ำอย่างหนึ่งอย่างใดตามที่ระบุไว้ ในมาตรา ๒๗(๑) ถึง (๔) แก่งานที่ท�ำขึ้นโดยละเมิด ลิขสิทธิ์ของผู้เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ของผู้เป็นเจ้า ลิขสิทธิ์โดยตรงอีกต่อหนึ่งในกรณีเช่นนี้ จึงต้อง ปรากฏว่าผู้กระท�ำรู้อยู่แล้วว่างานนั้นท�ำขึ้นโดย ละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ โจทก์ฟ้องว่าโจทก์เป็นเจ้าของ ลิขสิทธิ์ในงานหนังสือคู่มือครูคณิตศาสตร์ช่าง อุตสาหกรรม ๑, ๒ และ ๓ ตามเอกสารหมาย จ. ๑ ถึง จ.๓ จ�ำเลยทั้งห้าได้ท�ำละเมิดต่องาน อันมี ลิขสิทธิ์ของโจทก์ดังกล่าว คือร่วมกันจัดพิมพ์หนังสือ เอกสารหมาย จ.๔ ถึง จ.๕ โดยลอกเลียนจาก หนังสือเอกสาร จ.๑ ถึง จ.๓ และศาลอุทธรณ์ฟัง ข้อเท็จจริงเป็นยุติว่าโจทก์เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ใน งานหนังสือเอกสารหมาย จ.๑ ถึง จ.๓ จ�ำเลย ทั้งห้าร่วมกันจัดพิมพ์หนังสือเอกสารหมาย จ.๕ และเฉพาะจ�ำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ยังได้จัดพิมพ์หนังสือ เอกสาร จ.๔ โดยลอกเลียนดัดแปลงจากหนังสือ เอกสารหมาย จ.๑ ถึง จ.๓ ซึ่งเป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ ของโจทก์ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากโจทก์ก่อน ดังนี้ เท่ากับศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าจ�ำเลย ทั้งห้าได้ท�ำ ซ �้ ำหรือดัดแปลงแก่งานอันมีลิขสิทธิ์ของโจทก์ เป็น กรณีจ�ำเลยทั้งห้าท�ำละเมิดต่องานอันมีลิขสิทธิ์ของ โจทก์โดยตรงมาตรา ๒๔ ฎีกาที่ ๑๒๔/๒๕๔๔ (ศาลทรัพย์สินฯ) จ�ำเลยทั้งสองได้ร่วมกันละเมิดลิขสิทธิ์ในงานสิ่ง บันทึกเสียงของผู้เสียหาย โดยการน�ำเทปเพลงและ ซีดีซึ่งมีผู้ท�ำซ �้ ำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้เสียหาย ออกขาย เสนอขาย มีไว้เพื่อขาย แก่บุคคลทั่วไป อันเป็นการกระท�ำเพื่อแสวงหาก�ำไรในทางการค้า โดยจ�ำเลยทั้งสองรู้อยู่แล้วว่าเทปเพลงและซีดีเพลง ดังกล่าวเป็นงานที่ได้ท�ำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของ ผู้เสียหาย และโดยไม่ได้รับอนุญาตจากผู้เสียหาย มีความผิดตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗ มาตรา ๗๐ วรรคสอง ประกอบมาตรา ๓๑ ให้จ�ำ คุกจ�ำเลยที่ ๒ มีก�ำหนด ๖ เดือน และปรับ ๘๐,๐๐๐ บาท พิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดีแล้ว ให้รอการ ลงโทษจ�ำเลยที่ ๒ มีก�ำหนด ๒ ปี หากจ�ำเลยที่ ๒ ไม่ช�ำระค่าปรับให้จัดการตามป.อาญาตามมาตรา ๒๙,๓๐ ให้เทปและซีดีเพลงของกลางตกเป็นของ เจ้าของลิขสิทธิ์ และจ่ายเงินค่าปรับกึ่งหนึ่งให้แก่ โจทก์ร่วมยกฟ้องโจทก์ส�ำหรับจ�ำเลยที่ ๑ ฎีกาที่ ๑๒๖๕/๒๕๔๔ (ศาลทรัพย์สินฯ) จ�ำเลยได้ละเมิดลิขสิทธิ์ในงานสร้างสรรค์ประเภท ดนตรีกรรมของผู้เสียหาย โดยการน�ำแผ่นซีดีและ วีซีดีที่บันทึก เสียงเพลงและหรือภาพการแสดงซึ่ง ได้มีผู้ท�ำซ �้ ำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้เสียหายทั้ง สามโดยไม่ได้รับอนุญาตจากผู้เสียหาย อันเป็นการ ฝ่าฝืนกฎหมาย และตามวันเวลาดังกล่าว จ�ำเลยได้ ประกอบกิจการที่ให้เช่า แลกเปลี่ยนหรือจ�ำหน่าย แผ่นซีดีเพลงและวีซีดีบันทึกเสียงเพลงและหรือ ภาพการแสดงต่าง ๆ อันเป็นวัสดุโทรทัศน์ตามกฎ กระทรวงมหาดไทย ฉบับที่ ๘ (พ.ศ. ๒๕๔๒) ออก ตามความในพระราชบัญญัติควบคุมกิจการเทปและ วัสดุโทรทัศน์ พ.ศ. ๒๕๓๐ โดยท�ำเป็นธุรกิจอยู่ที่ ร้านพรพรรณอีเล็คทรอนิค และได้รับประโยชน์ ตอบแทนจากราคาจ�ำหน่ายแผ่นวีซีดีและซีดีเพลง ดังกล่าว โดยจ�ำเลยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียน กรุงเทพมหานคร และไม่ใช่กรณีที่ได้รับยกเว้นตาม ที่ก�ำหนดในกฎกระทรวง ที่ออกตามความในพระ ราชบัญญัติควบคุมกิจการเทปและวัสดุโทรทัศน์ พ.ศ. ๒๕๓๐


คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ - 85 - ในชั้นพิจารณาของศาลทรัพย์สินทาง ปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางจ�ำเลยให้การ รับสารภาพตลอดข้อกล่าวหาตามค�ำฟ้องของโจทก์ ดังนั้นข้ออ้างของจ�ำเลยดังกล่าวจึงมิได้เป็นข้อเท็จ จริงที่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วแต่ในศาลชั้นต้น อุทธรณ์ ข้อนี้จึงไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา ความแพ่ง มาตรา ๒๒๕ ประกอบด้วยป.วิ.อ. มาตรา ๑๕ และพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลทรัพย์สินทาง ปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณา คดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ. ๒๕๓๙ มาตรา ๔๕ จึงไม่รับวินิจฉัยของกลาง ที่จ�ำเลยน�ำออกขายเสนอขายมีจ�ำนวนเพียง ๕๐๐ แผ่น ไม่ปรากฏว่ามีราคาเท่าใด การกระท�ำของ จ�ำเลยท�ำให้ผู้เสียหายได้รับความเสียหายมากน้อย เพียงใด จึงไม่มีพฤติการณ์ที่แสดงให้เห็นว่าจ�ำเลย กระท�ำผิดร้ายแรงถึงขนาดที่ควรลงโทษปรับเป็น จ�ำนวนสูง ให้ลงโทษฐานละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้อื่นเพื่อ การค้า จ�ำคุก ๖ เดือน และปรับ ๑๐๐,๐๐๐ บาท ฐานประกอบกิจการให้เช่าหรือจ�ำหน่ายเทปหรือ วัสดุโทรทัศน์โดยไม่ได้รับอนุญาต ปรับ ๑๐,๐๐๐ บาท รวมเป็นจ�ำคุก ๖ เดือน และปรับ ๑๑๐,๐๐๐ บาท จ�ำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การ พิจารณามีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้กึ่งหนึ่งตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คงจ�ำคุก ๓ เดือน และปรับ ๕๕,๐๐๐ บาท ฎีกาที่ ๒๒๖๖/๒๕๔๔ (ศาลทรัพย์สินฯ) จ�ำเลยได้ละเมิดลิขสิทธิ์ในงานสร้างสรรค์ประเภท งานดนตรีกรรมของผู้เสียหายทั้งสอง โดยจ�ำเลยมี ไว้เพื่อขายและเสนอขายซึ่งซีดีเพลงที่มีผู้ท�ำขึ้นโดย บันทึกเสียงเพลงที่มีท�ำนองค�ำร้องของเพลงอัน เป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้เสียหายทั้งสอง อัน เป็นการกระท�ำเพื่อแสวงหาก�ำไรในทางการค้า ศาล ทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ กลางพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จ�ำเลยมีความผิด ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗ มาตรา ๓๑, ๗๐ วรรคสอง ฐานละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้อื่นเพื่อ การค้า จ�ำคุก ๓ เดือน และปรับ ๖๓,๐๐๐ บาท จ�ำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การ พิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามป. อาญา มาตรา ๗๘ คงจ�ำคุก ๑ เดือน ๑๕ วัน และ ปรับ ๓๑,๕๐๐ บาท พิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดี ประกอบกับไม่ปรากฏว่าจ�ำเลยเคยได้รับโทษจ�ำคุก มาก่อน สมควรให้โอกาสจ�ำเลยกลับตัวต่อไป โทษจ�ำ คุกให้รอการลงโทษมีก�ำหนด ๑ ปี ตามป.อาญา มาตรา ๕๖ ไม่ช�ำระค่าปรับให้จัดการตามป.อาญา มาตรา ๒๙, ๓๐ ของกลางให้ตกเป็นของเจ้าของ ลิขสิทธิ์ จ่ายค่าปรับกึ่งหนึ่งให้เจ้าของลิขสิทธิ์ ฎีกาที่ ๔๕๐๓/๒๕๔๔ (ศาลทรัพย์สินฯ) การน�ำภาพยนตร์วีดีโอที่บันทึกภาพและเสียง ซึ่ง ได้มีผู้ท�ำซ �้ ำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้เสียหายออก ขาย เสนอขายและมีไว้เพื่อขายแก่บุคคลทั่วไป อัน เป็นการกระท�ำเพื่อแสวงหาก�ำไรในทางการค้า โดย จ�ำเลยรู้อยู่แล้วว่าแผ่นภาพยนตร์วิดีโอดังกล่าวเป็น งานที่ได้ท�ำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้เสียหาย และ จ�ำเลยได้ประกอบกิจการให้เช่า แลกเปลี่ยน หรือ จ�ำหน่ายวิดีโอซีดีภาพยนตร์ซึ่งบันทึกภาพและเสียง เรื่องต่าง ๆ อันเป็นเทปหรือวัสดุโทรทัศน์ โดยท�ำ ธุรกิจและได้ประโยชน์ตอบแทนจากราคาจ�ำหน่าย วิดีโอซีดีดังกล่าว อยู่ที่แผงลอยไม่มีเลขที่ โดยไม่ได้ รับอนุญาตจากนายทะเบียนประจ�ำกรุงเทพมหา นคร และมิใช่กรณีที่ได้รับยกเว้นตามที่ก�ำหนดใน กฎกระทรวงที่ออกตามความพระราชบัญญัติควบคุม กิจการเทปและวัสดุโทรทัศน์ พ.ศ. ๒๕๓๐ เจ้า พนักงานจับกุมจ�ำเลยพร้อมยึดแผ่นภาพยนตร์วิดีโอ ซีดีที่บันทึกภาพและเสียงดังกล่าวเป็นของกลาง จ�ำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติ


คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ - 86 - ลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗ มาตรา ๓๑ (๑), ๗๐ วรรค สอง จ�ำเลยให้การรับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คง จ�ำคุก ๓ เดือน และปรับ ๕๕,๐๐๐ บาท พิเคราะห์ พฤติการณ์แห่งคดีประกอบกับไม่ปรากฏว่าจ�ำเลย เคยได้รับโทษจ�ำคุกมา ก่อนเห็นสมควรให้โอกาส จ�ำเลยกล่าวอ้างต่อไป โทษจ�ำคุกให้รอการลงโทษ ไว้มีก�ำหนด ๒ ปีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๕๖ ไม่ช�ำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมาย อาญา มาตรา ๒๙, ๓๐ ให้ของกลางที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ตกเป็นของเจ้าของลิขสิทธิ์ และให้จ่ายเงินค่าปรับ ที่ได้ช�ำระตามค�ำพิพากษาฐานละเมิดลิขสิทธิ์เป็น จ�ำนวนกึ่งหนึ่งแก่ผู้เสียหายซึ่งเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ ให้จ�ำคุก ๖ เดือน และปรับ ๑๐๐,๐๐๐ บาท ส่วน ความผิดตามพระราชบัญญัติควบคุมกิจการเทป และวัสดุโทรทัศน์ พ.ศ. ๒๕๓๐ มาตรา ๖, ๓๔ ให้ ปรับ ๑๐,๐๐๐ บาท รวมจ�ำคุก ๖ เดือน และปรับ ๑๑๐,๐๐๐ บาท ฎีกาที่ ๕๖๘๘/๒๕๔๔ (ศาลทรัพย์สินฯ) ข้อเท็จจริงเชื่อได้ว่าจ�ำเลยวางกล่องซีดีภาพยนตร์ พร้อมปกเพื่อเตรียมไว้เสนอขายให้แก่ประชาชน ทั่วไป แม้ภายในกล่องจะไม่มีแผ่นซีดีภาพยนตร์ อยู่ก็ตาม แต่จ�ำเลยก็สามารถไปน�ำแผ่นซีดี ภาพยนตร์ที่ท�ำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของกลางที่อยู่ หลังร้านออกขายให้แก่ผู้ซื้อได้ ข้ออ้างของจ�ำเลย ที่ว่าทางร้านไม่ได้ขายแผ่นซีดีภาพยนตร์จึงขัดต่อ เหตุผล ไม่มีน�้ำหนักให้รับฟังและแม้คดีนี้จะไม่มีการ ล่อซื้อแผ่นซีดีภาพยนตร์จากจ�ำเลย แต่การที่จ�ำเลย มีแผ่นซีดีภาพยนตร์หลาย เรื่องหลายแผ่นไว้ พร้อม ทั้งมีการวางกล่องกับปกซีดีภาพยนตร์ไว้ในร้าน ก็ แสดงให้เห็นเจตนาของจ�ำเลยได้ว่าจ�ำเลยมีแผ่นซีดี ภาพยนตร์ของกลางไว้เพื่อขายแล้ว การกระท�ำของ จ�ำเลยจึงเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗ มาตรา ๓๑(๑), ๗๐ วรรคสอง ให้ ลงโทษจ�ำเลย จ�ำคุก ๖ เดือนและปรับ ๑๐๐,๐๐๐ บาท จ�ำเลยรับสารภาพชั้นจับกุมเป็นประโยชน์แก่ การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งใน สี่ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๗๘ คงจ�ำ คุก ๔ เดือน ๑๕ วัน และปรับ ๗๕,๐๐๐ และให้ จ่ายเงินค่าปรับที่จ�ำเลยได้ช�ำระตามค�ำพิพากษา จ�ำนวนกึ่งหนึ่งให้แก่โจทก์ร่วมทั้งเจ็ด ไม่ปรากฏว่า จ�ำเลยเคยได้รับโทษจ�ำคุกมาก่อนโทษจ�ำคุกให้รอ การลงโทษไว้ ๒ ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๕๖ ไม่ช�ำระค่าปรับให้จัดการตามประมวล กฎหมายอาญา มาตรา ๒๙, ๓๐ ให้วีซีดีของกลาง ตกเป็นของโจทก์ร่วมทั้งเจ็ด ฎีกาที่ ๖๕๗๔/๒๕๔๔ (ศาลทรัพย์ สินฯ) จ�ำเลยละเมิดลิขสิทธิ์งานสร้างสรรค์ประเภท งานศิลปกรรมรูปการ์ตูน MICKEY MOUSE, DONALD DUCK และ WINNIE THE POOH ของบริษัท ดีสนีย์ เอ็นเตอร์ไพรซเซส จ�ำกัด ผู้เสียหาย โดยน�ำ เอากระเป๋าสตางค์ ปากกา ปลอกโทรศัพท์มือถือ ผ้าเช็ดหน้า พวงกุญแจ ที่มีรูปการ์ตูนดังกล่าว ซึ่ง มีผู้ท�ำซ �้ ำหรือดัดแปลงโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้เสีย หายออกขาย เสนอขาย หรือมีไว้เพื่อขายแก่บุคคล ทั่วไปอันเป็นการกระท�ำเพื่อแสวงหาก�ำไรทางการ ค้าโดยจ�ำเลยรู้แล้วว่าสินค้าข้างต้นท�ำขึ้นโดยละเมิด ลิขสิทธิ์ของผู้เสียหายและไม่ได้รับอนุญาตจากผู้เสีย หายจ�ำเลยให้การรับสารภาพ ศาลทรัพย์สินทาง ปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง พิจารณา แล้วพิพากษาว่าจ�ำเลยมีความผิดตามพระราช บัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗ มาตรา ๓๑, ๗๐ วรรค สอง ฐานละเมิดลิขสิทธิ์เพื่อการค้าปรับ ๒๐๐,๐๐๐ บาท จ�ำเลยให้การรับสารภาพมีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ ปรับ ๑๐๐,๐๐๐ บาท ไม่ช�ำระค่าปรับ ให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา


คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ - 87 - ๒๙,๓๐ ของกลางให้ตกเป็นของเจ้าของลิขสิทธิ์ จ่ายค่าปรับกึ่งหนึ่งให้เจ้าของลิขสิทธิ์ ฎีกาที่ ๗๒๘๐/๒๕๔๔ (ศาลทรัพย์สินฯ) การน�ำคดีวีดีโอซีดีที่บันทึกภาพและเสียงภาพยนตร์ หลายเรื่อง ซึ่งได้มีผู้ท�ำซ �้ ำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของ ผู้เสียหาย และน�ำเอาแผ่นซีดีและวีดีโอซีดีที่บันทึก เพลงและภาพการแสดงที่ศิลปินบรรเลงและขับร้อง หลายเพลงที่มีผู้ท�ำซ �้ ำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้ เสียหาย ออกขาย เสนอขายแก่บุคคลทั่วไป อัน เป็นการกระท�ำเพื่อแสวงหาก�ำไรทางการค้า โดย จ�ำเลยรู้อยู่แล้วว่าแผ่นซีดีและวีดีโอดังกล่าวเป็น งานที่ได้ท�ำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้เสียหาย โดย ไม่ได้รับอนุญาตจากผู้เสียหาย อันเป็นการฝ่าฝืน ต่อกฎหมาย ทั้งจ�ำเลยได้ประกอบกิจการให้เช่า แลกเปลี่ยน หรือจ�ำหน่ายวีดีโอภาพยนตร์ซึ่งบันทึก ภาพและเสียงภาพยนตร์เรื่องต่าง ๆ อันเป็นเทป หรือวัสดุโทรทัศน์ โดยท�ำเป็นธุรกิจอยู่ที่แผงลอย และได้ประโยชน์ตอบแทนจากราคาจ�ำหน่ายวีดีโอ ซีดีดังกล่าว โดยจ�ำเลยไม่ได้รับอนุญาตจากนาย ทะเบียน และไม่ใช่กรณีที่ได้รับ ยกเว้นตามที่ก�ำหนด ในกฎกระทรวงที่ออกตามความในพระราชบัญญัติ ควบคุมกิจการเทปและวัสดุโทรทัศน์ พ.ศ. ๒๕๓๐ จ�ำเลยให้การรับสารภาพ จ�ำเลยมีความผิดตาม พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗ มาตรา ๓๑, ๗๐ วรรคสอง พระราชบัญญัติควบคุมกิจการเทป และวัสดุโทรทัศน์ พ.ศ. ๒๕๓๐ มาตรา ๖, ๓๔ การก ระท�ำของจ�ำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑ ฐานละเมิดลิขสิทธิ์ของ ผู้อื่นเพื่อการ ค้า จ�ำคุก ๑ ปี และปรับ ๑๐๐,๐๐๐ บาท ฐาน ประกอบกิจการให้เช่า หรือจ�ำหน่ายเทปหรือวัสดุ โทรทัศน์โดยไม่ได้รับอนุญาตปรับ ๑๐,๐๐๐ จ�ำเลย ให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวล กฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คงจ�ำคุก ๖ เดือน และ ปรับ ๕๕,๐๐๐ บาท เมื่อพิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดี ประกอบกับไม่ปรากฏว่าจ�ำเลยเคยได้รับโทษจ�ำคุก มาก่อน จึงเห็นสมควรให้โอกาสจ�ำเลยกลับตัว ต่อไป โทษจ�ำคุกให้รอการลงโทษไว้มีก�ำหนด ๒ ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๕๖ ไม่ช�ำระ ค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙, ๓๐ ให้แผ่นวีดีโอซีดี และซีดีของกลาง ที่ท�ำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ตกเป็นของเจ้าของ ลิขสิทธิ์ และให้จ่ายเงินค่าปรับที่ได้ช�ำระตามค�ำ พิพากษาฐานละเมิดลิขสิทธิ์เป็นจ�ำนวนกึ่งหนึ่งให้ แก่ผู้เสียหายซึ่งเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ ฎีกาที่ ๗๓๒๖/๒๕๔๔ (ศาลทรัพย์สินฯ) จ�ำเลยได้จ�ำหน่ายแผ่นซีดีเกมส์เรื่อง วอร์คราฟท์ ทู (Warcraft ll) ซึ่งมีผู้ท�ำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของ ผู้เสียหาย ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของ จ�ำเลยมีว่า จ�ำเลยรู้หรือมีเหตุอันควรรู้ว่าแผ่นซีดี เกมส์ที่ตนจ�ำหน่ายไปดังกล่าวนั้นเป็นสินค้าที่มีผู้ ท�ำซ �้ ำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้เสียหาย ลักษณะ และวิธีการน�ำเสนอขายของจ�ำเลย จ�ำเลยน�ำกล่อง เปล่าแผ่นซีดีซึ่งมีแต่เพียงปกเพื่อให้รู้เพียงว่าร้าน นี้มีแผ่นซีดีอะไรจ�ำหน่ายบ้าง มิได้มีการน�ำตัวสินค้า ที่จะขายมาวางแสดงต่อลูกค้าเพื่อให้ลูกค้าได้มี โอกาสเลือกซื้อและตรวจสอบ และมีความรัดกุม รอบคอบถึงขนาดว่าจะไม่เก็บตัวสินค้าแผ่นซีดีไว้ที่ ร้าน หากลูกค้าต้องการซื้อแน่นอนแล้ว จ�ำเลยจึง จะไปน�ำตัวแผ่นซีดีมาให้ และได้มีการย้ายที่เก็บ สินค้าเป็นระยะ ๆ เห็นว่าพฤติการณ์ดังกล่าวแสดง ว่าสินค้าที่มีไว้เพื่อจ�ำหน่ายเป็นของที่ต้องปกปิด ซ้อนเร้น จะได้ยากต่อการตรวจค้นจับกุมของเจ้า พนักงาน อาชีพของจ�ำเลยเกี่ยวข้องกับการจ�ำหน่าย


คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ - 88 - แผ่นซีดีเกมส์และโปรแกรมคอมพิวเตอร์ซึ่งเป็นงาน สร้างสรรค์ที่เป็นทรัพย์สินทางปัญญาซึ่งเจ้าของงาน ผู้สร้างสรรค์เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ แผ่นซีดีเกมส์ เรื่อง วอร์คคราฟท์ ทู ที่จ�ำเลยจ�ำหน่ายในราคาเพียง ๑๐๐ บาท เป็นราคาที่ต�่ำกว่าราคาที่แท้จริงมาก ทั้งพฤติการณ์ในการจ�ำหน่ายก็แตกต่างจากการค้า ปกติ ข้อเท็จจริงตามพยานหลักฐานของโจทก์ที่ น�ำสืบมาจึงรับฟังได้ว่า จ�ำเลยรู้หรือมีเหตุอันควรรู้ ว่าแผ่นซีดีเกมส์ของกลางที่จ�ำเลยน�ำมาจ�ำหน่าย เป็นสินค้าที่มีผู้ท�ำซ �้ ำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของ ผู้เสียหาย จ�ำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติ ลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗ มาตรา ๓๑ และ ๗๐ วรรค สอง ลงโทษจ�ำคุก ๓ เดือน และปรับ ๖๐,๐๐๐ บาท จ�ำเลยไม่เคยได้รับโทษจ�ำคุกมาก่อน เห็น สมควรให้รอการลงโทษจ�ำคุกไว้มีก�ำหนด ๑ ปี หาก จ�ำเลยไม่ช�ำระค่าปรับให้จัดการตามป.อาญา มาตรา ๒๙ และ ๓๐ แผ่นซีดีเกมส์ของกลาง ให้ตกเป็น ของเจ้าของ ลิขสิทธิ์ และจ่ายค่าปรับจ�ำนวนกึ่งหนึ่ง แก่เจ้าของลิขสิทธิ์ด้วย ฎีกาที่ ๗๔๕๐/๒๕๔๔ (ศาลทรัพย์สินฯ) ภาพยนตร์วิดีโอซีดีที่บันทึกภาพและเสียงซึ่งได้มีผู้ ท�ำซ �้ ำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้เสียหายทั้งเจ็ด ออกขาย เสนอขายและมีไว้เพื่อขายแก่บุคคลทั่วไป อันเป็นการกระท�ำเพื่อแสวงหาก�ำไรทางการค้า โดยจ�ำเลยรู้อยู่แล้วว่าแผ่นภาพยนตร์วิดีโอซีดีดัง กล่าวเป็นงานที่ได้ท�ำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้ เสียหายทั้งเจ็ด โดยไม่ได้รับอนุญาตจากผู้เสียหาย อันเป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมาย และจ�ำเลยได้ ประกอบกิจการให้เช่า แลกเปลี่ยน หรือจ�ำหน่าย ภาพยนตร์วิดีโอซึ่งบันทึกภาพ และเสียงภาพยนตร์ เรื่องต่าง ๆ อันเป็นเทปหรือวัสดุโทรทัศน์ โดยท�ำ เป็นธุรกิจและได้ประโยชน์ตอบแทนจากราคา จ�ำหน่ายวิดีโอซีดีดังกล่าว โดยจ�ำเลยไม่ได้รับอนุญาต จากนายทะเบียนประจ�ำกรุงเทพมหานคร และไม่ใช่ กรณีที่ได้รับยกเว้นตามที่ก�ำหนดในกฎกระทรวงที่ ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมกิจการ เทปและวัสดุโทรทัศน์ พ.ศ.๒๕๓๐ จ�ำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติ ลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗ มาตรา ๓๑, ๗๐ วรรคสอง พระราชบัญญัติควบคุมกิจการเทปและวัสดุโทรทัศน์ พ.ศ. ๒๕๓๐ มาตรา ๖, ๓๔ การกระท�ำของจ�ำเลย เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้เรียงกระทง ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๙๑ ฐาน ละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้อื่นเพื่อการค้า รวมจ�ำคุก ๓ เดือน และปรับ ๑๗๐,๐๐๐ บาท จ�ำเลยให้การรับ สารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุ บรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ตามประมวล กฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คงจ�ำคุก ๑ เดือน ๑๕ วัน และปรับ ๓๕,๐๐๐ บาท โทษจ�ำคุกให้รอการ ลงโทษไว้มีก�ำหนด ๒ ปี ตาม ประมวลกฎหมาย อาญา มาตรา ๕๖ ไม่ช�ำระค่าปรับให้จัดการตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙, มาตรา ๓๐ ให้วีดีโอซีดีของกลางที่ละเมิดลิขสิทธิ์ตกเป็นของ เจ้าของลิขสิทธิ์และให้จ่ายเงินค่าปรับที่ได้ช�ำระตาม ค�ำพิพากษาฐานละเมิดลิขสิทธิ์เป็นจ�ำนวนกึ่งหนึ่ง ให้แก่ผู้เสียหายซึ่งเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ ฎีกาที่ ๔๒๕/๒๕๔๒ โจทก์บรรยายฟ้อง ว่า เมื่อวันที่ ๙ พฤษภาคม ๒๕๔๑ เวลากลางวัน จ�ำเลยได้กระท�ำความผิดต่อกฎหมายหลายบทหลาย กรรม กล่าวคือ (ก) จ�ำเลยซึ่งประกอบอาชีพค้าขาย สินค้าทั่วไป ได้ขาย เสนอขายเพื่อการค้าหาก�ำไร ซึ่งตุ๊กตากล้วยหอมบี ๑ จ�ำนวน ๑ ตัว ซึ่งเป็นงาน ศิลปกรรม ประยุกต์ตัวแสดงในภาพยนตร์ชุด “บา นาน่าส์ อิน พิจามัส” ที่มีผู้ท�ำขึ้นโดยดัดแปลงท�ำ เป็นหุ่นเหมือนตัวแสดงในภาพยนตร์ชุด “บานาน่า ส์ อิน พิจามัส” โดยละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้เสียหายที่


คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ - 89 - ๑ ทั้งนี้ โดยจ�ำเลยรู้อยู่แล้วว่างานศิลปกรรมประยุกต์ ดังกล่าวได้ท�ำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้เสียหาย ที่ ๑ (ข) จ�ำเลยซึ่งประกอบอาชีพค้าขายสินค้าทั่วไป ได้ขายเสนอขายเพื่อการค้าหาก�ำไรซึ่งตุ๊กตาเครยอง ชินจัง จ�ำนวน ๑ ตัว ซึ่งเป็นงานศิลปกรรมประยุกต์ ตัวแสดงในภาพยนตร์โทรทัศน์ชุด “เครยอง ชิน จัง” ที่มีผู้อื่นท�ำขึ้นโดยดัดแปลงท�ำเป็นหุ่นเหมือน ตัวแสดงในภาพยนตร์โทรทัศน์ “เครยอง ชินจัง” โดยละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้เสียหายที่ ๒ ทั้งนี้ โดย จ�ำเลยรู้อยู่แล้วว่างานศิลปกรรมประยุกต์ดังกล่าว ได้ท�ำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้เสียหายที่ ๒ ตาม ค�ำฟ้องของโจทก์ดังกล่าวไม่ปรากฏรายละเอียดให้ เห็นได้ชัดเจนว่า จ�ำเลยมีเจตนากระท�ำความผิด ตามฟ้องข้อ (ก) และข้อ (ข) ต่างหากจากกันอย่างไร เช่น มีการขาย เสนอขาย แก่ผู้ซื้อต่างคราวกันหรือ ต่างรายกันอย่างใดหรือไม่ หรือโจทก์เห็นว่าการ กระท�ำตามฟ้องเป็นความผิดต่างกรรมกันเพราะ เป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้เสียหายต่างรายกัน เท่านั้นล�ำพังการละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้เสียหายต่าง รายกันไม่แน่ว่าจะต้องเป็นการกระท�ำผิดต่างกรรม กันเสมอไป หากแต่ต้องพิจารณาเจตนาในการกระ ท�ำผิดว่าต่างกันหรือไม่เป็นส�ำคัญ แม้จ�ำเลยจะ ให้การรับสารภาพตามฟ้อง แต่เมื่อค�ำฟ้องไม่ปรากฏ ชัดเจนว่าจ�ำเลยกระท�ำความผิดตามฟ้อง ข้อ (ก) และข้อ (ข) โดยเจตนาต่างหากจากกันดังกล่าว จึง ต้องฟังเป็นคุณแก่จ�ำเลยว่า จ�ำเลยกระท�ำความผิด ตามฟ้องดังกล่าวในลักษณะที่มีเจตนาเดียวกัน จึง เป็นความผิดกรรมเดียวกัน ฎีกาที่ ๔๓๒/๒๕๔๕ (ศาลฎีกาฯ) การก ระท�ำของจ�ำเลยตามฟ้องข้อ (ก) และข้อ (ข) แม้ จ�ำเลยจะมีแผ่นวีดีโอซีดี แผ่นซีดี และแผ่นซีดีรอม ของกลางไว้เพื่อขายและเสนอขายตามฟ้องข้อ (ก) และประกอบกิจการให้เช่า แลกเปลี่ยนหรือจ�ำหน่าย เทปหรือวัสดุโทรทัศน์ตามฟ้องข้อ (ข) ในคราว เดียวกัน แต่การกระท�ำของจ�ำเลยตามฟ้องข้อ (ก) และข้อ (ข) ก็เป็นการกระท�ำโดยอาศัยเจตนาที่แยก ต่างหากจากกันและเป็นการกระท�ำความผิดต่อ กฎหมายคนละฉบับกัน จึงเป็นความผิดสองกรรม และความผิดตามฟ้องข้อ (ก) ศาลจ�ำต้องปรับบท พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗ มาตรา ๗๐ วรรคสองด้วย เพราะเป็นบทระวางโทษของมาตรา ๓๑(๑) อุทธรณ์นอกฟ้องนอกส�ำนวนไม่ชอบ ด้วยกฎหมาย ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญา และการค้าระหว่างประเทศไม่รับวินิจฉัยให้ความ ผิดของจ�ำเลยตามฟ้องข้อ (ก) ตามพระราชบัญญัติ ลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗ มาตรา ๓๑(๑), ๗๐ วรรค สอง ประกอบด้วยมาตรา ๗๓ ศาลทรัพย์สินทาง ปัญญาและการค้าระหว่างประเทศมิได้ปรับบท ลงโทษจ�ำเลยตามมาตรา ๗๓ และลงโทษจ�ำเลย ตามมาตรา ๓๑(๑), ๗๐ วรรคสอง ก่อนแล้วจึงเพิ่ม โทษจ�ำเลยดังกล่าวหนักขึ้นเป็นสองเท่าของโทษที่ จะลง ยังไม่ถูกต้อง เพราะมาตรา ๗๓ เป็นบทระวาง โทษที่หนักขึ้นเป็นสองเท่าของระวางโทษตามมาตรา ๗๐ วรรคสอง หาใช่บทเพิ่มโทษที่จะลงแก่จ�ำเลย ให้หนักขึ้นเป็นสองเท่าไม่ ศาลฎีกาเห็นสมควรแก้ไข ให้ถูกต้อง นอกจากแผ่นวีดีโอซีดี แผ่นซีดี และแผ่น ซีดีรอมของกลางที่โจทก์ขอให้ตกเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ แล้ว ไม่มีของกลางรายการอื่นที่โจทก์ขอให้ริบอีก ค�ำพิพากษาศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้า ประเทศที่ให้ริบสิ่งของที่จ�ำเลยใช้ในการกระท�ำความ ผิดจึงเป็นการเกินค�ำขอ ศาลฎีกาเห็นสมควรแก้ไข ให้ถูกต้อง


คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ - 90 - ส่วนที่ ๖ ข้อยกเว้นการละเมิดลิขสิทธิ์ ---------------------- มาตรา ๓๒ การกระท�ำแก่งานอันมีลิขสิทธิ์ของบุคคลอื่นตามพระ ราชบัญญัตินี้ หากไม่ขัดต่อการแสวงหาประโยชน์จากงานอันมี ลิขสิทธิ์ ตามปกติของเจ้าของลิขสิทธิ์และไม่กระทบ กระเทือนถึงสิทธิอันชอบด้วย กฎหมายของเจ้าของลิขสิทธิ์เกินสมควร มิให้ถือว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ (มาตรา ๓๒ วรรคหนึ่ง แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗ เป็นความ เดิมพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๒๑ มาตรา ๓๐ ดังนี้ “มาตรา ๓๐ การกระท�ำแก่งานอันมีลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้ มิให้ถือว่าเป็นการละเมิด ลิขสิทธิ์ หากมีวัตถุประสงค์อย่างหนึ่งอย่างใด (๑) วิจัยหรือศึกษา (๒) ใช้เพื่อประโยชน์ของตนเอง หรือเพื่อประโยชน์ของตนเองและบุคคลในครอบครัวหรือ ญาติมิตร (๓) ติชม วิจารณ์ หรือแนะน�ำผลงานโดยมีการรับรู้ถึงความเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในงานนั้น (๓) เสนอรายงานข่าวทางสื่อสารมวลชนโดยมีการรับรู้ถึงความเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ใน งานนั้น (๕) ท�ำซ �้ ำ ดัดแปลง น�ำออกแสดง หรือท�ำให้ปรากฏ เพื่อประโยชน์ในการพิจารณาของศาล หรือเจ้าพนักงานซึ่งมีอ�ำนาจตามกฎหมาย หรือในการรายงานผลการพิจารณาดังกล่าว (๖) ท�ำซ �้ ำ ดัดแปลง น�ำออกแสดง หรือท�ำให้ปรากฏโดยผู้สอน เพื่อประโยชน์ในการสอน ของตน (๗) คัดลอก ท�ำส�ำเนา ดัดแปลงบางส่วนของงาน หรือตัดทอนหรือท�ำบทสรุปโดยผู้สอนหรือ สถาบันศึกษา ตามความเหมาะสมและตามจ�ำนวนที่จ�ำเป็น เพื่อแจกจ่ายหรือจ�ำหน่ายแก่ผู้เรียนในชั้น เรียนหรือในสถาบันศึกษา แต่ทั้งนี้ ต้องไม่เป็นการจัดท�ำขึ้นหรือด�ำเนินการเพื่อหาก�ำไร และไม่ก่อให้ เกิดความเสียหายแก่เจ้าของลิขสิทธิ์เกินความสมควร โดยค�ำนึงถึงความเป็นธรรมแก่สังคมในการให้ ประโยชน์แก่เจ้าของลิขสิทธิ์กับความจ�ำเป็นทางการศึกษาของประชาชนด้วย (๘) น�ำงานนั้นมาใช้เป็นส่วนหนึ่งในการถามและตอบในการสอบ”)


คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ - 91 - ภายใต้บังคับบทบัญญัติในวรรคหนึ่ง การกระท�ำอย่างใดอย่างหนึ่ง แก่งานอันมีลิขสิทธิ์ตามวรรคหนึ่ง มิให้ถือว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ ถ้าได้ กระท�ำดังต่อไปนี้มาตรา ๓๒ วรรคสอง มีค�ำพิพากษาฎีกาที่เกี่ยวข้องดังนี้ ฎีกาที่ ๓๙๗๗/๒๕๓๔ หนังสือของกลาง จ�ำนวน ๙๑ เล่มที่จ�ำเลยขายหรือเสนอขาย พิมพ์ ลอกเลียนจากหนังสือฉบับแท้จริงของกระทรวง ศึกษาธิการ ผู้เสียหายมีลักษณะแตกต่างจาก หนังสือฉบับแท้จริงอย่างเห็นได้ชัด จ�ำเลยเป็น พ่อค้า ประกอบอาชีพจ�ำหน่ายหนังสือแบบเรียนและแบบ ฝึกหัดมานานประมาณ ๒๐ ปีแล้ว มีร้านค้าของ ตนเองและเป็นตัวแทนจ�ำหน่ายหนังสือแบบเรียน ขององค์การค้าของคุรุสภา จ�ำเลยย่อมมีความรู้ ความเข้าใจมีประสบการณ์และความช�ำนาญในการ ตรวจตราหนังสือแบบเรียนและแบบฝึกหัด ต่าง ๆ ที่สั่งมาจ�ำหน่ายในร้านค้าของตนว่าถูกต้องหรือ ไม่ จ�ำเลยได้รู้เห็นหนังสือของกลางนั้นอยู่แล้วว่า ไม่ใช่เป็นหนังสือแบบเรียนหรือแบบฝึกหัดที่แท้จริง ของผู้เสียหาย และย่อมสังเกตเห็นว่าหนังสือของ กลางดังกล่าวมีลักษณะแตกต่างจากหนังสือของผู้ เสียหายที่จ�ำเลยเคยสั่งซื้อจากองค์การค้าของคุรุ สภา ซึ่งผู้เสียหายสงวนลิขสิทธิ์ ดังนี้ถือว่าจ�ำเลย ขายหรือเสนอขายหนังสือของกลางจ�ำนวน ๙๑ เล่ม นั้น โดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นหนังสือที่พิมพ์ขึ้นโดย ละเมิด ลิขสิทธิ์ของผู้เสียหาย จ�ำเลยจึงมีความผิดตามพระ ราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๒๑ มาตรา ๒๗ ฎีกาที่ ๙๕๔/๒๕๓๖ การกระท�ำความ ผิดตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๒๑ มาตรา ๒๗ จะต้องได้ความว่างานที่เป็นลิขสิทธิ์ของโจทก์ และจ�ำเลยมีส่วนเกี่ยวข้อง เช่น ให้เช่า เสนอให้เช่า หรือน�ำออกโฆษณานั้นเป็นงานที่ถูกท�ำซ �้ ำ หรือ ดัดแปลงโดยไม่ได้รับอนุญาตจากโจทก์ แต่ม้วนเทป ของกลางมิได้ถูกท�ำซ �้ ำหรือดัดแปลง ดังนั้น แม้ จ�ำเลยจะมีม้วนเทปของกลางไว้ให้เช่า เสนอให้เช่า หรือน�ำออกโฆษณาโดยไม่ได้รับอนุญาตจากโจทก์ ก็ไม่เป็นความผิดตามมาตรา ๒๗ พระราชบัญญัติ ลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๒๑ มาตรา ๓๐ เดิมได้ระบุดังนี้ “การกระท�ำแก่งานอันมีลิขสิทธิ์ตามพระราช บัญญัตินี้มิให้ถือว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ หากมี วัตถุประสงค์อย่างหนึ่งอย่างใดดัง ต่อไปนี้” ฎีกาที่ ๑๙๐๘/๒๕๔๖ (๑) วิจัยหรือศึกษางานนั้น อันมิใช่การกระท�ำเพื่อหาก�ำไร (มาตรา ๓๒ (๑) เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗ จากความเดิมพระราช บัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๒๑ มาตรา ๓๐ (๑) ดังนี้ “(๑) วิจัยหรือศึกษา”)


คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ - 92 - (๒) ใช้เพื่อประโยชน์ของตนเอง หรือเพื่อประโยชน์ของตนเองและ บุคคลอื่นในครอบครัวหรือญาติสนิท (มาตรา ๓๒ (๒) แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗ จากความเดิมพระ ราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๒๑ มาตรา ๓๐ (๒) ดังนี้ “(๒) ใช้เพื่อประโยชน์ของตนเอง หรือเพื่อประโยชน์ของตนเองและบุคคลในครอบครัวหรือ ญาติมิตร”) (๓) ติชม วิจารณ์ หรือแนะน�ำผลงานโดยมีการรับรู้ถึงความเป็น เจ้าของลิขสิทธิ์ในงานนั้น (๔) เสนอรายงานข่าวทางสื่อสารมวลชนโดยมีการรับรู้ถึงความ เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในงานนั้น (๕) ท�ำซ�้ำ ดัดแปลง น�ำออกแสดง หรือท�ำให้ปรากฏเพื่อประโยชน์ ในการพิจารณาของศาลหรือเจ้าพนักงานซึ่งมีอ�ำนาจตามกฎหมาย หรือใน การรายงานผลการพิจารณาดังกล่าว (๖) ท�ำซ�้ำ ดัดแปลง น�ำออกแสดง หรือท�ำให้ปรากฏโดยผู้สอน เพื่อประโยชน์ในการสอนของตน อันมิใช่การกระท�ำเพื่อหาก�ำไร (มาตรา ๓๒ (๖) แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗ จากความเดิมพระ ราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๒๑ มาตรา ๓๐ (๖) ดังนี้ “(๖) ท�ำซ �้ ำ ดัดแปลง น�ำออกแสดง หรือท�ำให้ปรากฏโดยผู้สอน เพื่อประโยชน์ในการสอน ของตน”) (๗) ท�ำซ�้ำ ดัดแปลงบางส่วนของงาน หรือตัดทอนหรือท�ำบทสรุป โดยผู้สอนหรือสถาบันศึกษา เพื่อแจกจ่ายหรือจ�ำหน่ายแก่ผู้เรียนในชั้น เรียนหรือในสถาบันศึกษา ทั้งนี้ ต้องไม่เป็นการกระท�ำเพื่อหาก�ำไร (มาตรา ๓๒ (๗) แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗ จากความเดิม พระ ราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๒๑ มาตรา ๓๐ (๗) ดังนี้


คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ - 93 - “(๗) คัดลอก ท�ำส�ำเนา ดัดแปลงบางส่วนของงาน หรือตัดทอนหรือท�ำบทสรุปโดยผู้สอน หรือสถาบันศึกษา ตามความเหมาะสมและตามจ�ำนวนที่จ�ำเป็น เพื่อแจกจ่ายหรือจ�ำหน่ายแก่ผู้เรียนใน ชั้นเรียนหรือในสถาบันศึกษา แต่ทั้งนี้ต้องไม่เป็นการจัดท�ำขึ้นหรือด�ำเนินการเพื่อหาก�ำไร และไม่ก่อให้ เกิดความเสียหายแก่เจ้าของลิขสิทธิ์เกินความสมควร โดยค�ำนึงถึงความเป็นธรรมแก่สังคมในการให้ ประโยชน์แก่เจ้าของลิขสิทธิ์กับความจ�ำเป็นทางการศึกษาของประชาชนด้วย”) (๘) น�ำงานนั้นมาใช้เป็นส่วนหนึ่งในการถามและตอบในการสอบ (๙) (ยกเลิก) (มาตรา ๓๒ วรรคสอง (๙) ยกเลิกโดยพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๖๑ จาก ความเดิมพระราชบัญญัติลิขสิทธิ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๘ ดังนี้ “(๙) ท�ำซ �้ ำ หรือดัดแปลง เพื่อประโยชน์ของคนพิการที่ไม่สามารถเข้าถึงงานอันมีลิขสิทธิ์ อันเนื่องมาจากความบกพร่องทางการเห็น การได้ยิน สติปัญญา หรือการเรียนรู้ หรือความบกพร่องอื่น ตามที่ก�ำหนดในกฎกระทรวง โดยต้องไม่เป็นการกระท�ำเพื่อหาก�ำไร ทั้งนี้ รูปแบบของการท�ำซ �้ ำหรือ ดัดแปลงตามความจ�ำเป็นของคนพิการและองค์กรผู้จัดท�ำรวมทั้งหลักเกณฑ์และวิธีการด�ำเนินการเพื่อ ท�ำซ �้ ำหรือดัดแปลงให้เป็นไปตามที่รัฐมนตรีประกาศก�ำหนดในราชกิจจานุเบกษา”) มาตรา ๓๒/๑ การจ�ำหน่ายต้นฉบับหรือส�ำเนางานอันมีลิขสิทธิ์ โดยผู้ได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์ในต้นฉบับหรือส�ำเนางานอันมีลิขสิทธิ์นั้นโดยชอบ ด้วยกฎหมาย มิให้ถือว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ (มาตรา ๓๒/๑ เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๘) มาตรา ๓๒/๒ การกระท�ำแก่งานอันมีลิขสิทธิ์ที่ท�ำหรือได้มาโดย ชอบด้วยกฎหมายในระบบคอมพิวเตอร์ที่มีลักษณะเป็นการท�ำซ�้ำที่จ�ำเป็น ต้องมีส�ำหรับการน�ำส�ำเนามาใช้เพื่อให้อุปกรณ์ที่ใช้ในระบบคอมพิวเตอร์ หรือกระบวนการส่งงานอันมีลิขสิทธิ์ทางระบบคอมพิวเตอร์ท�ำงานได้ตาม ปกติ มิให้ถือว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ (มาตรา ๓๒/๒ เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๕๘)


คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ - 94 - มาตรา ๓๒/๓ ในกรณีที่มีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่ามีการละเมิด ลิขสิทธิ์ในระบบคอมพิวเตอร์ของผู้ให้บริการ เจ้าของลิขสิทธิ์อาจยื่น ค�ำร้องต่อศาลเพื่อมีค�ำสั่งให้ผู้ให้บริการระงับการละเมิดลิขสิทธิ์นั้น (มาตรา ๓๒/๓ เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๘) เพื่อประโยชน์แห่งมาตรานี้ ผู้ให้บริการ หมายความว่า (๑) ผู้ให้บริการแก่บุคคลอื่นในการเข้าสู่อินเทอร์เน็ต หรอให้สามารถ ื ติดต่อถึงกันโดยประการอื่น โดยผ่านทางระบบคอมพิวเตอร์ ทังนี้ ไม่ว่าจะเป็นการ ้ ให้บริการในนามของตนเองหรอในนามหร ือเพื ื่อประโยชน์ของบุคคลอื่น (๒) ผู้ให้บริการเก็บรักษาข้อมูลคอมพิวเตอร์เพื่อประโยชน์ของบุคคลอื่น ค�ำร้องตามวรรคหนึ่ง ต้องมีรายละเอียดโดยชัดแจ้งซึ่งข้อมูล หลัก ฐานและค�ำขอบังคับ ดังต่อไปนี้ (๑) ชื่อและที่อยู่ของผู้ให้บริการ (๒) งานอันมีลิขสิทธิ์ที่อ้างว่าถูกละเมิดลิขสิทธิ์ (๓) งานที่อ้างว่าได้ท�ำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ (๔) กระบวนการสืบทราบ วันและเวลาที่พบการกระท�ำ และการ กระท�ำหรือพฤติการณ์ ตลอดทั้งหลักฐานเกี่ยวกับการละเมิดลิขสิทธิ์ (๕) ความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากการกระท�ำที่อ้างว่าเป็นการ ละเมิดลิขสิทธิ์ (๖) ค�ำขอบังคับให้ผู้ให้บริการน�ำงานที่ท�ำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ออก จากระบบคอมพิวเตอร์ของผู้ให้บริการ หรือระงับการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วยวิธี อื่นใด เมื่อศาลได้รับค�ำร้องตามวรรคหนึ่ง ให้ศาลท�ำการไต่สวน หากศาล เห็นว่าค�ำร้องมีรายละเอียดครบถ้วนตามวรรคสาม และมีเหตุจ�ำเป็นที่ศาล สมควรจะมีค�ำสั่งอนุญาตตามค�ำร้องนั้น ให้ศาลมีค�ำสั่งให้ผู้ให้บริการระงับ


คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ - 95 - การกระท�ำที่อ้างว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์หรือน�ำงานที่อ้างว่าได้ท�ำขึ้นโดย ละเมิดลิขสิทธิ์ออกจากระบบคอมพิวเตอร์ของผู้ให้บริการตามระยะเวลาที่ ศาลก�ำหนด โดยค�ำสั่งศาลให้บังคับผู้ให้บริการได้ทันที แล้วแจ้งค�ำสั่งนั้นให้ ผู้ให้บริการทราบโดยไม่ชักช้า ในกรณีเช่นนี้ ให้เจ้าของลิขสิทธิ์ด�ำเนินคดีต่อ ผู้กระท�ำละเมิดลิขสิทธิ์ภายในระยะเวลาที่ศาลมีค�ำสั่งให้ระงับการกระท�ำที่ อ้างว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์หรือน�ำงานที่อ้างว่าได้ท�ำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ ออกจากระบบคอมพิวเตอร์ ในกรณีที่ผู้ให้บริการมิใช่ผู้ควบคุม ริเริ่ม หรือสั่งการให้มีการละเมิด ลิขสิทธิ์ในระบบคอมพิวเตอร์ของผู้ให้บริการ และผู้ให้บริการนั้นได้ด�ำเนิน การตามค�ำสั่งศาลตามวรรคสี่แล้ว ผู้ให้บริการไม่ต้องรับผิดเกี่ยวกับการกระ ท�ำที่อ้างว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ที่เกิดขึ้นก่อนศาลมีค�ำสั่งและหลังจากค�ำ สั่งศาลเป็นอันสิ้นผลแล้ว ผู้ให้บริการไม่ต้องรับผิดต่อความเสียหายใดๆ ที่เกิดขึ้นจากการ ด�ำเนินการตามค�ำสั่งศาลตามวรรคสี่ มาตรา ๓๒/๔ การกระท�ำใด ๆ ดังต่อไปนี้ โดยองค์กรที่ได้รับอนุญาต หรือได้รับการยอมรับเพื่อประโยชน์ของคนพิการซึ่งไม่สามารถเข้าถึงงาน อันมีลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้ อันเนื่องมาจากความบกพร่องทางการ เห็น การได้ยิน การเคลื่อนไหว สติปัญญา หรือการเรียนรู้ หรือความบกพร่อง อื่นตามที่รัฐมนตรีประกาศก�ำหนดในราชกิจจานุเบกษา มิให้ถือว่าเป็นการ ละเมิดลิขสิทธิ์ หากไม่มีวัตถุประสงค์เพื่อหาก�ำไร และได้ปฏิบัติตามมาตรา ๓๒ วรรคหนึ่ง (๑) ท�ำซ�้ำหรือดัดแปลงงานอันมีลิขสิทธิ์ที่ได้มีการโฆษณาหรือเผย แพร่ต่อสาธารณชนแล้วและได้มาโดยชอบด้วยกฎหมาย


คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ - 96 - (๒) เผยแพร่ต่อสาธารณชนซึ่งส�ำเนางานอันมีลิขสิทธิ์ที่ท�ำซ�้ำหรือ ดัดแปลงตาม (๑) รวมถึงส�ำเนางานอันมีลิขสิทธิ์ที่ได้รับจากองค์กรที่ได้รับ อนุญาตหรือได้รับการยอมรับในประเทศหรือต่างประเทศ องค์กรที่ได้รับอนุญาตหรือได้รับการยอมรับ รูปแบบการท�ำซ�้ำ หรือดัดแปลงตามความจ�ำเป็นของคนพิการ รวมทั้งหลักเกณฑ์และวิธีการ ด�ำเนินการเพื่อท�ำซ�้ำหรือดัดแปลงและเผยแพร่ต่อสาธารณชนตามวรรค หนึ่ง ให้เป็นไปตามที่รัฐมนตรีประกาศก�ำหนดในราชกิจจานุเบกษา (มาตรา ๓๒/๔ เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๖๑) มาตรา ๓๓ การกล่าว คัด ลอก เลียน หรืออ้างอิงงานบางตอนตาม สมควรจากงานอันมีลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัตินี้ โดยมีการรับรู้ถึงความ เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในงานนั้น มิให้ถือว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ถ้าได้ ปฏิบัติตามมาตรา ๓๒ วรรคหนึ่ง (มาตรา ๓๓ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗ เป็นความเดิมพระราช บัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๒๑ มาตรา ๓๑ ดังนี้ “มาตรา ๓๑ การกล่าว คัด ลอก เลียน หรืออ้างอิงงานบางตอนตามสมควรจากงานอันมี ลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้ โดยมีการรับรู้ถึงความเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในงานนั้น มิให้ถือว่าเป็นการ ละเมิดลิขสิทธิ์”) มาตรา ๓๓ นี้มีค�ำพิพากษาฎีกาที่เกี่ยวข้องดังนี้ ฎีกาที่ ๑๙๐๘/๒๕๔๖ มาตรา ๓๔ การท�ำซ�้ำโดยบรรณารักษ์ของห้องสมุดซึ่งงานอันมี ลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้ มิให้ถือว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์หากการท�ำ ซ�้ำนั้นมิได้มีวัตถุประสงค์เพื่อหาก�ำไร และได้ปฏิบัติตามมาตรา ๓๒ วรรค หนึ่ง ในกรณีดังต่อไปนี้


คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ - 97 - (๑) การท�ำซ�้ำเพื่อใช้ในห้องสมุดหรือให้แก่ห้องสมุดอื่น (๒) การท�ำซ�้ำงานบางตอนตามสมควรให้แก่บุคคลอื่นเพื่อประโยชน์ ในการวิจัยหรือการศึกษา (มาตรา ๓๔ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗ เป็นความเดิมพระราช บัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.๒๕๒๑ มาตรา ๓๓ ดังนี้ “มาตรา ๓๓ การท�ำซ �้ ำโดยบรรณารักษ์ของห้องสมุดซึ่งงานอันมีลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติ นี้ มิให้ถือว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์หากการท�ำซ �้ ำนั้นมิได้มีวัตถุประสงค์เพื่อหาก�ำไร ในกรณีดังต่อไปนี้ (๑) การท�ำซ �้ ำเพื่อใช้ในห้องสมุดหรือให้แก่ห้องสมุดอื่น (๒) การท�ำซ �้ ำงานบางตอนตามสมควรให้แก่บุคคลอื่นเพื่อประโยชน์ในการวิจัยหรือการศึกษา จ�ำนวนที่ท�ำซ �้ ำตาม (๑) และ (๒) ต้องไม่เกินจ�ำนวนที่จ�ำเป็น โดยค�ำนึงถึงความเหมาะสมด้วย”) มาตรา ๓๕ การกระท�ำแก่โปรแกรมคอมพิวเตอร์อันมีลิขสิทธิ์ตามพ ระราช บัญญัตินี้ มิให้ถือว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ หากไม่มีวัตถุประสงค์ เพื่อหาก�ำไร และได้ปฏิบัติตามมาตรา ๓๒ วรรคหนึ่ง ในกรณีดังต่อไปนี้ (๑) วิจัยหรือศึกษาโปรแกรมคอมพิวเตอร์นั้น (๒) ใช้เพื่อประโยชน์ของเจ้าของส�ำเนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์นั้น (๓) ติชม วิจารณ์ หรือแนะน�ำผลงานโดยมีการรับรู้ถึงความเป็น เจ้าของลิขสิทธิ์ในโปรแกรมคอมพิวเตอร์นั้น (๔) เสนอรายงานข่าวทางสื่อสารมวลชนโดยมีการรับรู้ถึงความ เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในโปรแกรมคอมพิวเตอร์นั้น (๕) ท�ำส�ำเนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์ในจ�ำนวนที่สมควรโดยบุคคล ผู้ซึ่งได้ซื้ อหรือได้รับโปรแกรมนั้นมาจากบุคคลอื่นโดยถูกต้อง เพื่อเก็บไว้ใช้ ประโยชน์ในการบ�ำรุงรักษาหรือป้องกันการสูญหาย (๖) ท�ำซ�้ำ ดัดแปลง น�ำออกแสดง ท�ำให้ปรากฏเพื่อประโยชน์ใน การพิจารณาของศาลหรือเจ้าพนักงานซึ่งมีอ�ำนาจตามกฎหมาย หรือในการ รายงานผลการพิจารณาดังกล่าว


คำ�อธิบาย : พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ - 98 - (๗) น�ำโปรแกรมคอมพิวเตอร์นั้นมาใช้เป็นส่วนหนึ่งในการถามและ ตอบในการสอบ (๘) ดัดแปลงโปรแกรมคอมพิวเตอร์ในกรณีที่จ�ำเป็นแก่การใช้ (๙) จัดท�ำส�ำเนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์เพื่อเก็บรักษาไว้ส�ำหรับการ อ้างอิง หรือค้นคว้า เพื่อประโยชน์ของสาธารณชน (มาตรา ๓๕ เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗) มาตรา ๓๖ การน�ำงานนาฏกรรม หรือดนตรีกรรม ออกแสดงเพื่อ เผยแพร่ต่อสาธารณชน ตามความเหมาะสม โดยมิได้จัดท�ำขึ้นหรือด�ำเนิน การเพื่อหาก�ำไร เนื่องจากการจัดให้มีการเผยแพร่ต่อสาธารณชนนั้น และ มิได้จัดเก็บค่าเข้าชมไม่ว่าโดยทางตรง หรือโดยทางอ้อมและนักแสดงไม่ได้ รับค่าตอบแทนในการแสดงนัน มิให้ถ ้ อว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ หากเป็นการ ื ด�ำเนินการโดยสมาคม มูลนิธิ หรือองค์การอื่นที่มีวัตถุประสงค์เพื่อการ สาธารณกุศล การศึกษา การศาสนา หรือการสังคมสงเคราะห์ และได้ปฏิบัติ ตามมาตรา ๓๒ วรรคหนึ่ง (มาตรา ๓๖ เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗) มาตรา ๓๖ มีค�ำพิพากษาฎีกาที่เกี่ยวข้องดังนี้ ฎีกาที่ ๑๙๐๘/๒๕๔๖ มาตรา ๓๗ การวาดเขียน การเขียนระบายสี การก่อสร้าง การแกะ ลายเส้น การปั้น การแกะสลัก การพิมพ์ภาพ การถ่ายภาพ การถ่ายภาพยนตร์ การแพร่ภาพ หรือการกระท�ำใด ๆ ท�ำนองเดียวกันนี้ซึ่งศิลปกรรมใดอันตั้ง เปิดเผยประจ�ำอยู่ในที่สาธารณะ นอกจากงานสถาปัตยกรรม มิให้ถือว่า เป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ในศิลปกรรมนั้น


Click to View FlipBook Version