Page | 1 แนวปฏิบัติที่ดี ด้านแนวปฏิบัติ : แนวปฏิบัติที่ดีด้านบริหารจัดการทรัพยากรบุคคล คณะพยาบาลศาสตร์มหาวิทยาลัยราชภัฏราชภัฎนครปฐม แนวปฏิบัติที่ดีด้านบริหารจัดการทรัพยากรบุคคล ชื่อผลงาน แนวปฏิบัติที่ดีด้านบริหารจัดการทรัพยากรบุคคลเพื่อลดความขาดแคลนอาจารย์พยาบาล “การบริหารจัดการระเบียบทุนการศึกษาเพื่อพัฒนาเป็นอาจารย์คณะพยาบาลศาสตร์” หน่วยงาน คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฎนครปฐม คณะทำงาน ผู้ช่วยศาสตราจารย์วริยา จันทร์ขำ และนางสาวโศรยา นุ่มสร้อย งานบริหารทั่วไปบทสรุปโครงการ จากการดำเนินงานในปี งบประมาณ พ.ศ. 2562-2563 คณะพยาบาลศาสตร์ ประสบปัญหาการขาด แคลนอาจารย์พยาบาลจำนวนมาก และไม่สามารถดำเนินการรับบุคคลาการทางการศึกษาได้ครบตามแผนการ รับสมัคร คณะฯ ใช้การปรับแผนเปิดรับสมัคร และหาแนวทางในการเปิดรับสมัครบุคลากรก็ยังคงประสบกับ ปัญหาการเพิ่มอัตรากับกำลังของอาจารย์ไม่เป็นไปตามแผน จึงแม้จะมีการปรับแผนการดำเนินการระหว่างปี โดยการเปิดรับสมัครอาจารย์ใหม่ จำนวน 6 ครั้งต่อปีการใช้กลยุทธ์ในการเชิญชวน ประชาสัมพันธ์ทาง ช่องทางต่างๆ เพิ่มขึ้น ก็ยังไม่สามารถดำเนินรับสมัครอาจารย์ตามเป้าหมายที่กำหนดได้ คณะ ฯ จึงทำการวิเคราะห์แนวโน้มอัตรากำลังคณะพยาบาลศาสตร์และหาแนวทางแก้ไขปัญหา ดังกล่าวเสนอต่อคณะกรรมการประจำคณะ และได้รับข้อเสนอแนะจากผู้ทรงคุณวุฒิฯ เรื่องแนวทางการให้ ทุนการศึกษาเพื่อพัฒนาเป็นอาจารย์คณะพยาบาลศาสตร์ โดย คณะฯ ศึกษาระเบียบ กฎ ข้อบังคับต่างๆ เพื่อ วางแผนในการยกร่างระเบียบทุนการศึกษาในการดำเนินการในลำดับถัดไป ปัจจุบัน คณะฯ ได้รับอนุมัติ งบประมาณเพื่อให้ทุนนักศึกษาคณะพยาบาลศาสตร์เพื่อพัฒนาเป็นอาจารย์พยาบาล จำนวน 80 คน คณะฯ สามารถดำเนินการรับบุคคลกรเพื่อพัฒนาเป็นอาจารย์ในระดับปริญญาตรี จำนวน 27 คน ในระดับปริญญาโท จำนวน 26 คน รวมทั้งสิ้น 53 คน ซึ่งดำเนินการภายในระเบียบทุนระเบียบมหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐมว่า ด้วยการให้ทุนนักศึกษาคณะพยาบาลศาสตร์เพื่อพัฒนาเป็นอาจารย์พยาบาล พ.ศ. 2563
Page | 2 ที่มาและความสำคัญของโครงการ คณะพยาบาลศาสตร์เป็นคณะที่ก่อตั้งมาทั้งหมด 13 ปี ปัจจุบันคณะพยาบาลศาสตร์ มีจำนวนอาจารย์ ที่ 22 คน และมีอัตราการการลาออกสูง จากการดำเนินงานในปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 คณะพยาบาลศาสตร์ ไม่สามารถดำเนินรับบุคคลาการทางการศึกษาได้ครบตามแผนการรับสมัคร คือ จำนวน 18 คน เดิมมีอาจารย์ คงเหลือต้นปี 25 คน มีอาจารย์สนใจเข้าสมัครเป็นอาจารย์เพียง 6 คน แต่ในขณะที่มีอาจารย์ลาออกจำนวน 4 คนทำให้จำนวนอาจารย์คงเหลือ 27 คน คณะพยาบาลศาสตร์ ยังคงประสบกับปัญหาการเพิ่มอัตรากับกำลัง ของอาจารย์ไม่เป็นไปตามแผน จึงแม้จะมีการปรับแผนการดำเนินการระหว่างปี โดยการเปิดรับสมัครอาจารย์ ใหม่ จำนวน 6 ครั้งต่อปีการใช้กลยุทธ์ในการเชิญชวน ประชาสัมพันธ์ทางช่องทางต่างๆ เพิ่มขึ้น ก็ยังไม่ สามารถดำเนินรับสมัครอาจารย์ตามเป้าหมายที่กำหนดได้ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 คณะพยาบาลศาสตร์ สามารถดำเนินรับบุคคลาการทางการศึกษาได้เพิ่มขึ้น จำนวน 3 คน มีอาจารย์ลาออกจำนวน 4 คน เกษียณอายุราชการ จำนวน 1 คน ทำให้จำนวนอาจารย์คงเหลือ 25 คน คณะพยาบาลศาสตร์ ยังคงประสบกับปัญหาการเพิ่มอัตรากับกำลังของอาจารย์ไม่เป็นไปตามแผน จากปัญหาดังกล่าวคณะ นำเรื่องเข้าปรึกษา ผู้ทรงคุณวุฒิ ฯ หลังจากได้ข้อเสนอแนะจากผู้ทรงคุณวุฒิ ในคณะกรรมการประจำคณะ คณะฯ จึงจัดทำร่างระเบียบทุนการศึกษาเพื่อพัฒนาเป็นอาจารย์คณะพยาบาล ศาสตร์ขึ้นหลังจากได้รับเสนอและความเห็นชอบจากกรรมการประจำคณะฯ จึงส่งร่างดังกล่าว ไปยัง มหาวิทยาลัยตามขั้นตอน เสนอต่อสภามหาวิทยาลัยฯ โดยได้รับสภามหาวิทยาลัยอนุมัติให้ทุนการศึกษาเพื่อ พัฒนาเป็นอาจารย์คณะพยาบาลศาสตร์ จำนวน 80 ทุน ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 คณะฯ เริ่มดำเนิน โครงการดังกล่าวปลายปีงบประมาณ 2563 ตั้งแต่ปีการศึกษา 2564 ขณะนี้สามารถรับนักศึกษาทุนเข้า โครงการจำนวน 7 ทุน โดยเป็นนักศึกษาทุนระดับปริญญาตรีจำนวน 5 คน มีอาจารย์ที่สนใจรับทุนในระดับจบ การศึกษาระดับปริญญาโท จำนวน 2 คน ทำคณะฯ สามารถวางแผนเรื่องอัตรากำลังได้และสามารถรับ นักศึกษาพยาบาลเพิ่มขึ้นได้ในอนาคต จากข้อมูลดังกล่าวคณะฯ จึงวางแผนรับสมัครอาจารย์ จำนวน 18 คน และทุนการศึกษาเพื่อพัฒนา เป็นอาจารย์คณะพยาบาลศาสตร์ ระดับปริญญาตรี จำนวน 10 คน และ ระดับปริญญาโท จำนวน 1คณะ ฯ จึงทำการวิเคราะห์แนวโน้มอัตรากำลังคณะพยาบาลศาสตร์และหาแนวทางแก้ไขปัญหาดังกล่าวเสนอต่อ คณะกรรมการประจำคณะ และได้รับข้อเสนอแนะจากผู้ทรงคุณวุฒิฯ เรื่องแนวทางการให้ทุนการศึกษาเพื่อ
Page | 3 พัฒนาเป็นอาจารย์คณะพยาบาลศาสตร์ โดยคณะฯ ศึกษาระเบียบ กฎ ข้อบังคับต่างๆ เพื่อวางแผนในการยก ร่างระเบียบทุนการศึกษา ในการดำเนินการในลำดับถัดไป จากการดำเนินงานในปี งบประมาณ พ.ศ. 2564 ที่ผ่าน คณะพยาบาลศาสตร์ สามารถดำเนินรับ บุคคลาการทางการศึกษาได้เพิ่มขึ้น จำนวน 3 คน มีอาจารย์ลาออกจำนวน 4 คน เกษียณอายุราชการ จำนวน 1 คน ทำให้จำนวนอาจารย์คงเหลือ 25 คน สำหรับทุนการศึกษาเพื่อพัฒนาเป็นอาจารย์คณะพยาบาลศาสตร์ จำนวน 80 ทุน ปีการศึกษา 2564 มีแผนการรับทุนจำนวน 21 ทุน ระดับปริญญาตรีจำนวน 6 ทุน ระดับประสบการณ์วิชาชีพการพยาบาลและ การผดุงครรภ์ชั้น 1 จำนวน 3 ทุน ระดับปริญญาโทจำนวน 5 ทุน ผลการดำเนินการ ผู้ได้รับทุนทั้งสิ้นจำนวน 15 ทุน ระดับปริญญาตรีจำนวน 6 ทุน ระดับปริญญาโทจำนวน 8 ทุน ระดับปริญญาโทไม่เกิน 1 ปี จำนวน 1 ทุน ทั้งนี้มีผู้ขึ้นทะเบียนระดับปริญญาโทจำนวน 4 ทุน จากข้อมูลดังกล่าว คณะฯ จึงวางแผนรับอาจารย์ในปีการศึกษา 2565 ดังนี้ 1. อาจารย์ทั่วไปจำนวน 18 คน 2. อาจารย์เกษียณอายุราชการ จำนวน 1 คน 3. แผนการรับทุนจำนวน 20 ทุน - ระดับปริญญาตรีจำนวน 10 ทุน - ระดับประสบการณ์วิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภ์ชั้น 1 จำนวน 1 ทุน - ระดับปริญญาโทจำนวน 10 ทุน จากนโยบายดังกล่าว คณะพยาบาลศาสตร์จึงวางแผนพัฒนาบุคลากรเป็นไปตามแนวทางของ มหาวิทยาลัยในฐานะที่เป็นสถาบันอุดมศึกษาเพื่อพัฒนาท้องถิ่นและชุมชน ให้ประสิทธิภาพสูงสุดและสามารถ สนับสนุนส่งเสริมการดำเนินงานของคณะพยาบาลศาสตร์ซึ่งประกอบด้วย 1. แต่งตั้งคณะกรรมการจัดทำแผนพัฒนาบุคลากรสายวิชาการและสายสนับสนุน 2. ศึกษาวิเคราะห์สภาพความต้องการปัญหาด้านการบริหารบุคคลากร 3. ศึกษานโยบายและทิศทางการพัฒนาบุคลากรเป้าหมายและยุทธศาสตร์ของมหาวิทยาลัย
Page | 4 4. นำข้อมูลผลการวิเคราะห์กรอบอัตรากำลังความต้องการบุคลากรสายวิชาการและสายสนับสนุน วัตถุประสงค์ 1. เพื่อวางแผนการสรรหาและการพัฒนาอัตรากำลังอาจารย์คณะพยาบาลศาสตร์มหาวิทยาลัยราชภัฎ นครปฐม 2. เพื่อวางระบบบริหารจัดการทรัพยากรบุคคลเพื่อลดความขาดแคลนอาจารย์พยาบาล วงจรการพัฒนาคุณภาพ วงรอบที่/ ระยะเวลา วงจรการพัฒนาคุณภาพ Plan Do Check Act 1มิถุนายนกันยายน 2563 - ยกร่างระเบียบ นักศึกษาทุนเพื่อ พัฒนาเป็น อาจารย์คณะ พยาบาลศาสตร์ - ศึกษาข้อมูล ระเบียบทุนจาก สถาบันต่างๆ - เปรียบเทียบข้อดี ข้อเสีย - ศึกษาเรื่อง ระเบียบการเงิน จากแหล่งข้อมูล ต่างๆ - ร่างระเบียบทุน - ส่งร่างระเบียบให้ ผู้ทรงพิจารณา - ส่งร่างระเบียบไป ยังนิติกร - ส่งร่างระเบียบเข้า สู่กระบวนการ กลั่นกรอง - ได้รับการผ่าน ความเห็นชอบ “ระเบียบ มหาวิทยาลัยราช ประเมินผล การใช้ระเบียบ ทุนพบว่า มี ปัญหาเรื่อง การเบิกจ่าย ทุนใน รายละเอียด ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ทำให้เบิกจ่าย ไม่ได้ พบปัญหาการ เข้าถึงของ กลุ่มเป้าหมาย - แก้ไขระเบียบ ทุนเพิ่มเติมใน ส่วนค่าใช่จ่าย โดยประกาศ เป็น ระเบียบ มหาวิทยาลัย ราชภัฏ นครปฐมว่า ด้วยการให้ทุน นักศึกษาคณะ พยาบาล ศาสตร์เพื่อ พัฒนาเป็น อาจารย์ พยาบาล (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2564 - ดำเนินการ ประชาสัมพันธ์ ใน กลุ่มเป้าหมาย
Page | 5 วงรอบที่/ ระยะเวลา วงจรการพัฒนาคุณภาพ Plan Do Check Act ภัฏนครปฐมว่า ด้วยการให้ทุน นักศึกษาคณะ พยาบาลศาสตร์ เพื่อพัฒนาเป็น อาจารย์พยาบาล พ.ศ. 2563 - ขออนุมัติทุนเพื่อ ดำเนินการ - และได้รับความ เห็นชอบอนุมัติงบ เงินงบประมาณ จำนวน 80 ทุน จากสภา มหาวิทยาลัย - ดำเนินการเปิดรับ ทุนปีงบปี การศึกษา 2563 วงรอบที่ 1 - สรุปผลการ ดำเนินการทุน เพื่อพัฒนาเป็น อาจารย์ ในกลุ่มผู้ที่เข้า ศึกษาในระดับ ปริญญาโท 2 ตุลาคม 2564 – กันยายน 2565 - วางแผนการ รับสมัครผู้มี คุณสมบัติ แบ่งเป็นระยะ ต่างๆ - วางแผนระบบ ติดตาม ความก้าวหน้า - ดำเนินการสรรหา และคัดสรรผู้มี คุณสมบัติเพื่อรับ ทุน - ดำเนินการแต่งตั้ง อาจารย์ที่ปรึกษา เพื่อเป็นกลไกใน ติดตาม - ประเมินผลการ ดำเนินการ พบว่านักศึกษา ทุน มี ความก้าวหน้า ไม่ตรงตามแผน - ทำหนังสือออก จากคณะพยาบาล ศาสตร์แจ้งแหล่งทุน เพื่อให้รายงานผล การศึกษาโดยตรง ต่อคณะพยาบาล ศาสตร์ในกรณีที่มี ปัญหาที่เกี่ยวข้อง
Page | 6 วงรอบที่/ ระยะเวลา วงจรการพัฒนาคุณภาพ Plan Do Check Act - วางแผน กระบวนการ ทำงานสำหรับ ผู้ที่สำเร็จ การศึกษา เพื่อ กลับเข้ารับ ราชการ - วางแผนการ พัฒนา คุณสมบัติ ความเป็น อาจารย์ - วางแผนธำรง รักษา ความก้าวหน้า ของนักศึกษาทุน เพื่อพัฒนาเป็น อาจารย์ในระดับ ปริญญาตรี ระดับ ประสบการณ์ และระดับ ปริญญาโท - ดำเนินการ ติดตามทุนทุก 3 เดือน - ดำเนินการ กิจกรรมพัฒนา ความเป็นอาจารย์ โครงการอบรมครู พี่เลี้ยง - ค่ายคุณธรรม ความเป็นครู - กิจกรรมส่งเสริม ความเป็นผู้นำ - กิจกรรมการ พัฒนาผลงาน วิชาการ - กิจกรรมพัฒนา ทักษะด้าน ภาษาอังกฤษ - สรุปผลการ ดำเนินงานดังนี้ แผนการรับทุน จำนวน 21 ทุน ระดับปริญญาตรี - ผลภาษาอังกฤษ ไม่เป็นไปตาม เกณฑ์ - ผลการรปรับทุน ไม่เป็นไปตาม แผน ส่งผลกระทบกับ การสำเร็จการศึกษา - ปรับแผนการรับ เพื่อให้สามารถ ดำเนินการได้บรรลุ เป้าหมาย - จัดกิจกรรมเร่งรัด ภาษาอังกฤษให้แก่ อาจารย์ทุน - มอบหมายให้ อาจารย์ทุน และว่า ที่อาจารย์ทุนมี ประสบการณ์สอน ในระดับหลักสูตร Non degree ที่ คณะพยาบาล ศาสตร์เปิดสอน
Page | 7 วงรอบที่/ ระยะเวลา วงจรการพัฒนาคุณภาพ Plan Do Check Act จำนวน 6ทุน ระดับ ประสบการณ์ วิชาชีพการ พยาบาลและการ ผดุงครรภ์ชั้น 1 จำนวน 3 ทุน ระดับปริญญาโท จำนวน 5 ทุน ผล การดำเนินการ ผู้ ได้รับทุนทั้งสิ้น จำนวน 15 ทุน ระดับปริญญาตรี จำนวน 6ทุน ระดับปริญญาโท จำนวน 8 ทุน ระดับปริญญาโท ไม่เกิน 1 ปี จำนวน 1 ทุน ทั้งนี้มีผู้ขึ้น ทะเบียนระดับ ปริญญาโทจำนวน 4 ทุน อาจารย์ที่ กลับมายังมี คุณสมบัติไม่ผ่าน ภาษาอังกฤษ 3 ตุลาคม 2565 - เมษายน 66 - วางแผนการ รับสมัครผู้มี คุณสมบัติ - ดำเนินการสรรหา และคัดสรรผู้มี คุณสมบัติเพื่อรับ ทุนเพื่อให้ครบ ตามแผน - ประเมินผล การ ดำเนินการ - ปรับแผนรับโดย การประชาสัมพันธ์ เชิงรุกไปยัง กลุ่มเป้าหมาย
Page | 8 วงรอบที่/ ระยะเวลา วงจรการพัฒนาคุณภาพ Plan Do Check Act - วางแผนระบบ ติดตาม ความก้าวหน้า - วางแผน กระบวนการ ทำงานสำหรับ ผู้ที่สำเร็จ การศึกษา เพื่อ กลับเข้ารับ ราชการ - วางแผนการ พัฒนา คุณสมบัติ ความเป็น อาจารย์ - วางแผนธำรง รักษา - ดำเนินการแต่งตั้ง อาจารย์ที่ปรึกษา เพื่อเป็นกลไกใน ติดตาม ความก้าวหน้า ของนักศึกษาทุน เพื่อพัฒนาเป็น อาจารย์ในระดับ ปริญญาตรี ระดับ ประสบการณ์ และระดับ ปริญญาโท - ดำเนินการ ติดตามทุนทุก 3 เดือน - ดำเนินการ กิจกรรมพัฒนา ความเป็นอาจารย์ โครงการอบรมครู พี่เลี้ยง - ค่ายคุณธรรม ความเป็นครู - กิจกรรมส่งเสริม ความเป็นผู้นำ - กิจกรรมการ พัฒนาผลงาน วิชาการ - สรุปผลการ ดำเนินงานดังนี้ ปัจจุบันที่ผู้รับทุน แล้วทั้งสิ้น
Page | 9 วงรอบที่/ ระยะเวลา วงจรการพัฒนาคุณภาพ Plan Do Check Act จำนวน 27 คน ในระดับปริญญา โท จำนวน 26 คน รวมทั้งสิ้น 53 คน ซึ่ง ดำเนินการภายใน ระเบียบทุน ระเบียบ มหาวิทยาลัยราช ภัฏนครปฐมว่า ด้วยการให้ทุน นักศึกษาคณะ พยาบาลศาสตร์ เพื่อพัฒนาเป็น อาจารย์พยาบาล พ.ศ. 2563 ปัญหา อุปสรรคและข้อเสนอแนะ แนวทางการพัฒนาต่อไป - การสำเร็จการศึกษาของนักศึกษา หลังจากสำเร็จการศึกษาแล้วยังมีกระบวนการดำเนินการทาง ธุรการทำให้นักศึกษาทุนที่สำเร็จการศึกษายังไม่สามารถกลับปฏิบัติงานได้เนื่องจากยังไม่มีใบ อนุมัติปริญญา ข้อเสนอแนะและแนวทางการพัฒนา - กระบวนการ PDCA ในการทำงานช่วยให้สามารถบรรลุการดำเนินการได้ ปัจจัยความสำเร็จ - ระบบและไก กระบวน การติดตามและการรายงานความก้าว มีความสำคัญทำให้สามารถกำกับ ติดตามให้นักศึกษาสำเร็จการศึกษาได้ตามแผน
Page | 1 แนวปฏิบัติที่ดี ดานแนวปฏิบัติ: แนวทางการบูรณาการงานสอน งานวิจัย งานบริการวิชาการ ผลักดัน การพัฒนาอาจารยจากชุดความคิดการบริหารเพื่อสรางความโดดเดนดานวิชาการและวิชาชีพ คณะพยาบาลศาสตรมหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎรธานี 1. ชื่อเรื่อง / แนวปฏิบัติ แนวทางการบูรณาการงานสอน งานวิจัย งานบริการวิชาการ ผลักดันการพัฒนา อาจารยจากชุดความคิดการบริหารเพื่อสรางความโดดเดนดานวิชาการและวิชาชีพ 2. ชื่อหนวยงาน คณะพยาบาลศาสตรมหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎรธานี 3. คณะทำงาน คณะกรรมการฝายแผนและทรัพยากรบุคคล 4. บทสรุปโครงการ การบริหารงานทรัพยากรบุคคลคณะพยาบาลศาสตรทั้งสายวิชาการและสาย สนับสนุน ไดมองหากลยุทธการดำเนินการเพื่อคณาจารยคณะพยาบาลศาสตร ภายใตชุดความคิด “ทำนอยได มาก” จึงไดจัดทำ “แนวทางการบูรณาการงานสอน งานวิจัย งานบริการวิชาการ ผลักดันการพัฒนาอาจารย จากชุดความคิดการบริหารเพื่อสรางความโดดเดนดานวิชาการและวิชาชีพ”ขึ้นในปงบประมาณ 2564 ผลการ ดำเนินงานตอเนื่องจนถึงปงบประมาณ 2566 เกิดผลลัพธตอการเลื่อนขั้นประเมินเงินเดือน การเพิ่มจำนวน ผลงานวิจัยของอาจารย และการขอตำแหนงทางวิชาการของอาจารยเพิ่มมากขึ้น ปจจัยสำเร็จ เกิดจากการ สรางระบบและกลไกที่มีความรวมมือกัน มีการตกลงรวมกันของบุคลากรทุกคนในคณะกอนดำเนินการ เห็น เปาหมายความสำเร็จทั้งระดับบุคคล และประโยชนตอหนวยงาน องคกร ฝายบริหารสามารถขับเคลื่อนกล ยุทธบรรลุเปาหมาย ผานกระบวนการมีสวนรวม เห็นคุณคารวมกัน ลดความกดดันใหกับบุคลากรและยังเพิ่ม ความสุข และความภาคภูมิใจ 5. ที่มาและความสำคัญของโครงการ การบริหารงานทรัพยากรบุคคลคณะพยาบาลศาสตรทั้งสายวิชาการและสายสนับสนุน มุงผลลัพธตอ ยอดเพื่อรวมกันพัฒนาคณะพยาบาลศาสตรสูการเปนสถาบันการศึกษาผลิตพยาบาลที่เปนเลิศดานการจัด การศึกษาสาขาพยาบาลศาสตร เปนหลักดานสุขภาพของพื้นที่ มีความเปนสากล การทำงานของ คณะกรรมการฝายงานแผนและพัฒนาบุคคลตกผลึกทางความคิดของการบริหารจัดการที่ดี นอกจากเนน ผลลัพธความสำเร็จของเปาหมาย กระบวนการดำเนินงานที่ลดขั้นตอน ลดการทำงานซ้ำซอน ชุดความคิด “ทำ
Page | 2 นอยไดมาก” มองหารูปแบบการทำงานที่ตอบโจทยหลายพันธกิจ โดยเฉพาะกลุมบุคลากรสายวิชาการที่มี เงื่อนไขภาระงานสอน งานวิจัยและงานวิชาการอื่นๆ งานทำนุศิลปะวัฒนธรรมและงานพัฒนานักศึกษา นำสู การใชกลยุทธการบูรณาการภาระงานคูขนานกับการขับเคลื่อนวิสัยทัศนองคกร จึงเกิดการพัฒนา “แนวทาง การบูรณาการงานสอน งานวิจัย งานบริการวิชาการ ผลักดันการพัฒนาอาจารยจากชุดความคิดการบริหารเพื่อ สรางความโดดเดนดานวิชาการและวิชาชีพ” เปนชุดความคิดการบริหารของคณะกรรมการฝายงานแผนและ ทรัพยากรบุคคลดวยความพยายามสรางระบบและกลไกใหเกิดขึ้น เอื้ออำนวยตอคณาจารยที่เปนรูปธรรม 6. วัตถุประสงค 1. เพื่อสรางระบบและกลไกการบูรณาการภาระงานอาจารยคูขนานกับการขับเคลื่อนวิสัยทัศนองคกร 2. เพื่อเกิดแนวปฏิบัติที่นำสูการปฏิบัติอยางเปนรูปธรรม 7.แนวปฏิบัติที่ดี คณะกรรมการฝายงานแผนและพัฒนาบุคลากรไดรับโอกาสใหมีการนำเสนอภาระกิจและเปาประสงค เมื่อไดรับโอกาสเห็นชอบจากบุคลากรในคณะพยาบาลศาสตรทั้งสายวิชาการและสายสนับสนุน และถูกแตงตั้ง โดยคณบดีคณะพยาบาลศาสตรเมื่อวันที่ 25 เดือนมิถุนายน พศ.2563 การทำงานในแตละปงบประมาณผาน การวิเคราะห สังเคราะห ดวยหลักการ SWOT analysis and TOWS จากภาพสะทอนของทีมคณะทำงาน และบุคลากรทุกทานในแตละป หลากหลายชองทางการสื่อสาร นำสูปรับปรุงพัฒนสูแนวปฏิบัติอยางเปน รูปธรรมและเกิดระบบและกลไกการบูรณาการภาระงานอาจารยคูขนานกับการขับเคลื่อนวิสัยทัศนองคกรใน ที่สุดในปงบประมาณ พศ.2566 สามารถอธิบายพอสังเขปตามกรอบ PDCA ของเดมมิ่ง (Deming Cycle: Plan-Do-Check-Act) ดังนี้ 7.1 ขั้นวางแผน (P) เมื่อคณะกรรมการฝายงานแผนและทรัพยากรบุคคลไดรับการแตงตั้งโดย คณบดีคณะพยาบาลศาสตร เมื่อวันที่ 25 เดือนมิถุนายน พศ.2563 รองคณบดีฝายแผนและทรัพยากรบุคคล เปนประธานกรรมการ นัดประชุมและรวมพิจารณาประเด็นตางๆ เพื่อวางแผนการดำเนินงานตามภาระกิจให บรรลุเปาหมายของคณะตามเลมแผนปฏิบัติราชการประจำปงบประมาณ 2564 ที่เกิดจากความรวมมือ รวม จัดทำและตกลงรวมกันของบุคลากรคณะ หนึ่งในหลายๆมติที่ตกผลึกรวมกันคือการผลักดันใหเกิดระบบและ กลไกการบูรณาการภาระงานอาจารยคูขนานกับการขับเคลื่อนวิสัยทัศนองคกร ในการทำงานของ คณะกรรมการฝายงานแผนและทรัพยากรบุคคลและสรางแนวปฏิบัติที่นำสูการปฏิบัติอยางเปนรูปธรรม
Page | 3 ขอมูลที่ไดจากการวิเคราะห สังเคราะห ดวยหลักการ SWOT analysis and TOWS จากภาพ สะทอนของทีมคณะทำงานและบุคลากรทั้งคณะ ในปงบประมาณ พศ.2563 ไตรมาส 3 พบวา อาจารยสวน ใหญสะทอนจุดออนที่กระทบตออาจารยในการปฏิบัติงานในแตละภาระกิจในสัดสวนที่ไมสมดุลและสงผลตอ การเลื่อนขั้นเงินเดือน การไมตอสัญญาจางของอาจารยตำแหนงพนักงานมหาวิทยาลัยสาเหตุหลักคือขาด ผลงานดานวิชาการและงานวิจัย เมื่อวิเคราะหเชิงลึกพบประเด็นการบริหารจัดการเวลาของแตละบุคคล เปนไปดวยความยากลำบากในการจัดสรรเพื่อปฏิบัติใหครบทุกภาระกิจ การบริหารเวลาเพื่อการพัฒนาตนเอง ในการเขารวมอบรม ประชุมวิชาการ และพัฒนาสมรรถนะดานวิชาชีพ ติดกับดักตารางการสอนของแตละป การศึกษามีการล็อคชวงเวลาของรายวิชาของแตละสาขาวิชาที่ไมสามารถปรับ เลื่อนภาคการศึกษาได โอกาส การพัฒนาตนเองเพื่อเขารับการอบรมในหลักสูตรที่เฉพาะเพิ่มความเชี่ยวชาญในศาสตรสาขาของอาจารยแต ละสาขาวิชานั้นไมสามารถทำไดในบางสาขา แตอาจารยไดสะทอนจุดแข็งของคณะที่ไดจัดสรรงบประมาณ และมีระบบและกลไกในการดำเนินการผานหัวหนาสาขาวิชารวมกับคณะกรรมการฝายงานแผนและพัฒนา ทรัพยากรบุคคล วางแผน จัดทำโครงการ กำกับ ติดตาม ใหอาจารยไดมีการพัฒนาศักยภาพดานวิชาการและ วิชาชีพผาน “โครงการเสริมสรางความเชี่ยวชาญและสมรรถนะของบุคลากรสายวิชาการและสาย สนับสนุน กิจกรรมพัฒนาทักษะทางคลินิกของอาจารย (Faculty Practice)” มุงเปาอาจารยรอยละ 100 7.2 ขั้นดำเนินการ (D) ขั้นตอนการดำเนินงานสามารถลำดับกิจกรรมและผูรับผิดชอบตามผังการดำเนินการดังนี้ 1. จัดทำและประกาศใหอาจารยทราบแนวทางการกำกับติดตามภาระงานอาจารยทุกพันธกิจ สอดคลองตามประกาศมหาวิทยาลัย (จัดทำฉบับที่ปรับปรุงครั้งที่1/2563) ดังนี้ 2. หัวหนาสาขาวิชามีการนำเสนอแผนการพัฒนาอาจารยรายบุคคลทุกสาขาในการประชุมวาระเพื่อ พิจารณาแตละปงบประมาณเสนอมายังคณะกรรมการฝายงานแผนและทรัพยากรบุคคล ประกอบดวย
Page | 4 รายละเอียดดังนี้ แผนกิจกรรมรายบุคคลของอาจารย ไดแก 1) พัฒนาทักษะทางคลินิกของอาจารย (Faculty Practice) 2) อบรมเฉพาะทาง (หลักสูตรระยะสั้น) 3) กิจกรรมพัฒนาบุคลากรสายวิชาการและสายสนับสนุน วิชาการเพื่อเขาสูตำแหนงที่สูงขึ้น และ 4) กิจกรรมอบรมการพยาบาลเฉพาะทางสาขาศาสตรและศิลปการ สอนทางการพยาบาล เพื่อรวมจัดสรรงบประมาณและการบริหารจัดการเวลาเชิงระบบ แกปญหาการจัดการ ระดับบุคคลที่พบวาไมสามารถทำไดอยางมีประสิทธิภาพ 3. คณะกรรมการฝายงานแผนและทรัพยากรบุคคลไดรวมหารือทีมบริหารคณะ และประชุมหารือ อาจารยทั้งคณะเพื่อขอความรวมมือและถายทอดแนวทางการดำเนินงานตามขอ 1 มีดำเนินการปฏิบัติใชใน ปงบประมาณ 2564 โดยพรอมเพรียงกัน 4. รองคณบดีฝายวิชาการซึ่งเปนผูกำกับติดตามผลลัพธความสำเร็จ กิจกรรมการพัฒนาทักษะทาง คลินิกของอาจารย (Faculty Practice) ของอาจารยทั้งคณะไดเขารวมประชุมและแลกเปลี่ยนกับสถาบัน อื่นๆ และโรงพยาบาลซึ่งเปนแหลงฝก ในการตกผลึกผลลัพธที่สามารถทำใหเกิดประโยชนตอทั้งอาจารยผูเขา พัฒนาทักษะ ผูใชบริการ พยาบาลวิชาชีพ สหวิชาชีพ สถานพยาบาล หนวยงานองคกรตางๆที่มีหนาที่ ขับเคลื่อนงานสุขภาพ ไดมีการสรุปผลลัพธความสำเร็จโครงการที่มุงใหอาจารยดำเนินการที่สอดคลองกับ ภาระกิจดังนี้ 1. ดานการสอน คือ การเพิ่มทักษะปฏิบัติDirect Care หรือ Consultation เชน เมื่อมีผูปวย Advanced heart failure หรือโรคอื่น ๆ ที่มีปญหาสุขภาพซับซอนตองเขารับการรักษาใน โรงพยาบาล อาจารยอาจใหการพยาบาลโดยตรง/ชี้แนะ/เปนที่ปรึกษาแกพยาบาลประจําหนวย บริการนั้น ๆ รวมถึงการจัดตั้งคลินิก ใหคําปรึกษาปญหาสุขภาพทั้งดานปญหาโรคทางกายและปญหา สุขภาพจิต 2. ดานการวิจัย คือ การสรางความรวมมือ ผลิตชิ้นผลงานทางวิชาการ การทําวิจัยรวมกับเครือขาย พยาบาล สหวิชาชีพ ผลิตชิ้นผลงานวิชาการ นวัตกรรม เพื่อพัฒนาระบบบริการและคุณภาพการ พยาบาล 3. งานบริการวิชาการ คือ ใหคําแนะนํา ขอเสนอแนะ เปนผูเชี่ยวชาญ รวมเปนวิทยากรแลกเปลี่ยน และใหการวิพากษชิ้นผลงาน เพื่อพัฒนาระบบบริการและคุณภาพการพยาบาล 5. คณะกรรมการบริหารคณะไดเห็นชอบกลยุทธการดำเนินการขับเคลื่อนกิจกรรมดังกลาว และมีมติ ใหนำผลลัพธภาระกิจของอาจารยที่เกิดประโยชนเปนไปตามคาเปาหมายของคณะนำไปคิดคำนวณเพื่อเลื่อน ขั้นเงินเดือนโดยเพิ่มตัวคูณชั่วโมงภาระงานโครงการวิจัยที่ไดรวมกับหนวยงานภายนอกและไดทุนสนับสนุน
Page | 5 7.3 ขั้นตรวจสอบ (C) การดำเนินการในปงบประมาณ 2564 ไดมีการประชุมติดตามตามแผนที่กำหนด รายงานผลลัพธ ความสำเร็จเปนไปตามคาเปาหมายหรือไม ในแผนปฏิบัติงานราชการประจำ โครงการติดตามการดำเนินงาน พัฒนาบุคลากร ซึ่งเปนการประชุมคณะกรรมการฝายงานแผนและทรัพยากรบุคคลรวมกับหัวหนาสาขาวิชา และนำขอมูลที่ไดสูการหารือและใหอาจารย บุคลากรสายสนับสนุน สะทอนขอมูลปจจัยความสำเร็จของการ ปฏิบัติภาระกิจบรรลุเปาหมาย ในขณะเดียวกันเปดโอกาส รับฟงขอจำกัดของอาจารยบางรายที่ไมสามารถ ดำเนินการตามแผนของสาขาวิชาที่ไดมีมติตกลงกัน ประเด็นปญหาที่เกิดจากสาเหตุหลักหรือปจจัยแทรกซอน ใดบาง เพื่อเขาสูการปรับปรุงแผนพัฒนาในไตรมาสถัดไปกอนสิ้นปงบประมาณ 7.4 ขั้นปรับปรุง (A) จากการดำเนินการ 2 ปงบประมาณอยางตอเนื่อง คือ ปงบประมาณ 2564 และ ปงบประมาณ 2565 พบวา ผลการประเมินเลื่อนขั้นอาจารยตามประกาศมหาวิทยาลัยราชภัฎสุราษฎรธานี เรื่อง หลักเกณฑ และวิธการคำนวณภาระงานฯ เปนที่นาชื่นชมดวยอาจารยรอยละ 100 มีการดำเนินการครบทุกพันธกิจได อยางกาวกระโดด ผลการประเมินเพื่อเลื่อนขั้นเงินเดินรอบการประเมินครั้งที่ 2 1 เมษายน – 30 กันยายน 2564 จนถึง ณ ปจจุบัน หนวยชั่วโมงคาภาระงานพันธกิจเรียงลำดับจากสูงสุดไปต่ำสุด คือ ดานการสอน ดาน การวิจัย ดานบริการวิชาการ พัฒนานักศึกษา และทำนุบำรุงศิลปะวัฒนาธรรม ตามลำดับ และพันธกิจดาน การสอนและการวิจัยมีคาหนวยชั่วโมงที่ใกลเคียงกันมากในแตละรอบการประเมิน 8. ผลกระทบที่เปนประโยชนหรือสรางคุณคา การดำเนินงานภายใตเงื่อนไขภาระงานอาจารยตามพันธกิจและตองมีคาภาระงานขั้นต่ำตามที่ มหาวิทยาลัยกำหนดนั้น สงผลใหอาจารยที่มีวุฒิการศึกษาระดับปริญญาโท และไมอยูในแผนการลาศึกษาตอ ปริญญาเอกตองลูการขอตำแหนงทางวิชาการภายในระยะเวลาที่มหาวิทยาลัยกำหนดเพื่อรักษาสภาพสัญญา การจาง เปนกลุมที่ตองติดตามและกำกับภาระงานโดยเฉพาะภาระงานดานวิจัย ชิ้นผลงานบทความวิจัย หัวหนางานสำนักงานคณบดีเปนผูใหขอมูล ประสานกับกองการเจาหนาที่มหาวิทยาลัย แจงใหอาจารย รับทราบเงื่อนไขการตอสัญญาจาง และติดตามเปนรายบุคคล ใหสิทธิอาจารยแตละบุคคลในการดำเนินการตอ ตามระดับการรับรูและการประเมินความเสี่ยงตอโอกาสการสิ้นสุดสัญญาจาง ภายหลังการนำเอาแนวปฏิบัติ “การบูรณาการงานสอน งานวิจัย งานบริการวิชาการ ผลักดันการพัฒนาอาจารยจากชุดความคิดการบริหาร เพื่อสรางความโดดเดนดานวิชาการและวิชาชีพ” มาใชในหนวยงาน พบวา ระบบการติดตาม ชวยเหลือ
Page | 6 สนับสนุนใหอาจารยปฏิบัติหนาที่ครบทุกพันธกิจแลวนั้น ยังสามารถทำใหอาจารยมีชิ้นผลงานวิชาการเพิ่มมาก ขึ้น หัวหนาสาขา คณะกรรมการฝายงานแผนและทรัพยากรบุคคล เขามามีบทบาทในการแกไข และสนับสนุน จากการสะทอนในหองประชุม และการไดแลกเปลี่ยนเรียนรูของการดำเนินการของสาขาวิชาที่บรรลุเปาหมาย มีความโดดเดน สูสาขาวิชาอื่น 9. ปจจัยแหงความสำเร็จ การสรางระบบและกลไกที่มีความรวมมือกัน มีการตกลงรวมกันของบุคลากรทุกคนในคณะกอน ดำเนินการ เห็นเปาหมายความสำเร็จทั้งระดับบุคคล และประโยชนตอหนวยงาน องคกร ฝายบริหารสามารถ ขับเคลื่อนกลยุทธบรรลุเปาหมาย ผานกระบวนการมีสวนรวม เห็นคุณคารวมกัน ลดความกดดันใหกับบุคลากร และยังเพิ่มความสุข และความภาคภูมิใจ 10. ปญหาอุปสรรคและแนวทางการแกไข ในชวงแรกของการดำเนินการ คณะกรรมการฝายงานพัฒนาบุคลากรและหัวหนาสาขาตองดำเนินการ รวมกันในการขับเคลื่อนกลยุทธ การประสานและติดตามจำเปนตองใชชุดความคิดแบบ growth mindset รูปแบบการสื่อสารเชิงบวก และเชื่อวาบุคลากรมีความมุงมั่นตั้งใจทุกทาน ผลลัพธที่แตกตางกันในแตละ สาขาวิชา การแลกเปลี่ยนดวยความจริงใจ มุงใหเกิดการเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีขึ้น ทุกคนตองเปดใจและ กลาขอความชวยเหลือ ขอความรวมมือเพื่อใหการดำเนินการแบบมุงเปา เห็นผลลัพธในระยะสั้น 6-8 เดือน ไม เกิน 1 ป การประชุมในแตละครั้งจะนำสูมติที่เปนไปในทิศทางที่สามารถดำเนินการไดทันที 11. แนวทางในการจัดการความรู แนวทางการบูรณาการงานสอน งานวิจัย งานบริการวิชาการ ผลักดันการพัฒนาอาจารยจากชุด ความคิดการบริหารเพื่อสรางความโดดเดนดานวิชาการและวิชาชีพ มีการนำเสนอในที่ประชุมคณาจารยและ รวมแลกเปลี่ยนเพื่อปรับปรุงอยางตอเนื่อง นำเสนอตอทีมสภาการพยาบาลในการรับรองสถาบันที่ผานมา (กุมภาพันธ2565) ไดรับคำแนะนำ ขอมูลที่เปนประโยชนในการตอยอดและปรับปรุงใหสอดคลองกับนโยบาย ของสภาการพยาบาล เขียนโดย ผศ.ดร.ทัศนีย สุนทร รองคณบดีฝายแผนและทรัพยากรบุคคล คณะพยาบาลศาสตร มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎรธานี
Page | 1 แนวปฏิบัติที่ดี ด้านแนวปฏิบัติ : แนวปฏิบัติที่ดีFaculty of Nursing NPRU: 3C Models คณะพยาบาลศาสตร์มหาวิทยาลัยราชภัฏราชภัฎนครปฐม ชื่อผลงาน แนวปฏิบัติที่ดีFaculty of Nursing NPRU: 3C Models คณะพยาบาลศาสตร์มหาวิทยาลัยราชภัฏราชภัฎนครปฐม หน่วยงาน คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฎนครปฐม ผู้พัฒนา รองศาสตราจารย์ดร. หทัยชนก บัวเจริญ ทีมดำเนินงาน ผู้ช่วยศาตราจารย์วริยา จันทร์ขำ ผู้ช่วยศาสตราจารย์วรางคณา สายสิทธิ์และ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. กมลภู. ถนอมสัตย์ บทสรุปโครงการ จากการดำเนินงานในปี งบประมาณ พ.ศ. 2560-2564 คณะพยาบาลศาสตร์ นำบทเรียนการบริการ จัดการคณะฯ มาถอดบทเรียนพบว่า การขับเคลื่อนคณะพยาบาลศาสตร์ให้ประสบผลสำเร็จ ต้องประกอบไป ด้วย การขับเคลื่อนยุทธ์ศาสตร์ ด้านการเรียนการสอน ซึ่งเป็นพันธะกิจหลักของคณะพยาบาลศาสตร์ที่ จะเป็น องค์กรแห่งการเรียนรู้มุ่งสู่ความเป็นเลิศในระดับสากล ดังวิสัยทัศน์“คณะพยาบาลศาสตร์จะเป็นสถาบัน การศึกษาพยาบาลที่มีมาตรฐานวิชาชีพเป็นเลิศด้วยคุณภาพในระดับสากล” ส่งเสริมการพัฒนากำลังคน พัฒนาสมรรถนะ ความเป็นมืออาชีพ ของบุคคลกร สายวิชาชีพและสายสนับสนุนให้สามารถพัฒนานักศึกษาได้ ตามแผนทำกำหนด และการรับรู้ ผ่านการกระบวนการ การเข้าถึงและความผูกพันในชุมชน ทำให้บัณฑิตคณะ พยาบาลศาสตร์มีสมรรถนะพัฒนาความเป็นมืออาชีพ เป็นที่ยอมรับในสังคม คณะฯ เป็นส่วนหนึ่งของชุมชน ในฐานผู้นำด้านสุขภาพ และได้รับการยอมรับความมีมาตรฐานโดยผ่านการรับรองสถาบันทางการพยาบาลจาก สภาการพยาบาล จำนวน 5 ปี ในปี พ.ศ. 2566-2570
Page | 2 ที่มาและความสำคัญของโครงการ คณะพยาบาลศาสตร์เป็นคณะที่ก่อตั้งมาทั้งหมด 13 ปี ปัจจุบันคณะพยาบาลศาสตร์ ได้รับการรับรอง สถาบันทางการพยาบาลจากสภาการพยาบาลเป็นระยะเวลา 5 ปี จากการดำเนินการที่ผ่าน คณบดีคณะ พยาบาลรองศาสตราจารย์ ดร.หทัยชนก บัวเจริญ ได้วางนโยบายการบริหารงานทั้งด้านการเรียนการสอน โดย วางกรอบในเรื่องของการเรียน โดยมี วิสัยทัศน์ ว่า “คณะพยาบาลศาสตร์จะเป็นสถาบันการศึกษาพยาบาลที่ มีมาตรฐานวิชาชีพเป็นเลิศด้วยคุณภาพในระดับสากล” คณะฯ มุ่งพัฒนาคุณภาพหลักสูตร จึงมีการจัดทำ หลักสูตรตามกรอบ AUN-QA เพื่อให้บรรลุ เป้าหมายด้านการจัดการเรียนการสอน หรือ C1 Curriculum: AUN-QA มุ่งผลิตบัณฑิตพยาบาลนักปฏิบัติที่มีคุณภาพ ได้รับการยอมรับมาตรฐานวิชาชีพและยึดมั่นใน จริยธรรมแห่งวิชาชีพ มีอัตลักษณ์ ที่ประกอบด้วย มีความสามารถในการคิดเชิงระบบ (systemic thinking) มี ความสามารถในการสื่อสาร และการประสานงาน การทำงานในชุมชน (communicator: collaborator) มี ความเป็นผู้นำที่สร้างสรรค์ (leadership creator) และสามารถสร้างสรรค์ และนำใช้นวัตกรรมในชุมชนได้ อย่างเหมาะสม ดังอัตลักษณ์ “พร้อมเรียนรู้ มีจิตให้บริการ” การพัฒนาองค์การให้มีคุณภาพจำเป้นต้องมีการเตรียมความพร้อมบุคลากรด้านวิชาการ ให้สามารถ ทำงานด้านวิชาการได้เต็มศักยภาพ และมีสายสนับสนุนเพื่อหนุนเสริมการทำงานให้มีศักยภาพ และสมมรถนะ ความเป็นมืออาชีพ ภายใต้ ค่านิยม NPRU competency ซึ่งประกอบด้วยความเป็นมืออาชีพ ความ รับผิดชอบ และความเป็นน้ำหนึ่งใจเดี่ยวกันของคณะพยาบาลศาสตร์ราชภัฏนครปฐม ซึ่ง คือ C 2 competency NPRU Nurse การพัฒนาอย่างยั่งยืนจำเป็นต้องสร้างเข้าถึงผูกพัน ไว้วางใจจากชุมชน หรือ C 3 - Community Engagement: ผ่านกระบวนการ HEALTH CARE SERVICE ผ่านการทำงานของสถาบันเสริมสุขภาพสำหรับ ผู้สูงอายุ แสวงหาคู่ความร่วมมือผลิตพยาบาลจากชุมชนและคณะ ฯ สร้างความยั่งยืนในอนาคตเพื่อเป็นเครื่อง ประกันความมั่นคงในการพัฒนาองค์กรโดยให้ทุนแก่นักศึกษาพยาบาลศาสตร์เพื่อพัฒนาเป็นอาจารย์คณะ พยาบาล(FUNDING for nursing student) จำนวน 80 ทุน ดำเนินการภายในระเบียบทุนระเบียบ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐมว่าด้วยการให้ทุนนักศึกษาคณะพยาบาลศาสตร์เพื่อพัฒนาเป็นอาจารย์พยาบาล พ.ศ. 2563 จากการดำเนิน คณะฯ ทำการถอดบทเรียนจากการนำและการบริหารองค์ และวางทิศทางเพื่อให้ คณะพยาบาลศาสตร์สามารถบรรลุ วิสัยทัศน์ที่กำหนด และได้รับรองจากสภาการพยาบาลเป็นระยะเวลา 5 ปี
Page | 3 วัตถุประสงค์ เพื่อวางแผนการพัฒนาองค์กรคณะพยาบาลศาสตร์มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐมในเชิงบรูณาการ ประกอบด้วย 1) ด้านการเรียนการสอน 2) การวิจัยและบริการวิชาการ ผ่านกระบวนการเข้าถึงผูกพัน ไว้วางใจจากชุมชน 3) ระบบบริหารจัดการทรัพยากรบุคคล และการพัฒนาคณะอย่างยั่งยืน
Page | 4 วงจรการพัฒนาคุณภาพ วงรอบที่/ ระยะเวลา วงจรการพัฒนาคุณภาพ Plan Do Check Act 1มิถุนายนกันยายน 2563 - ยกร่างแผน ยุทธศาสตร์ ระยะ 4 ปี เพื่อบริหารจัดการ คณะพยาบาล ศาสตร์ - ศึกษาข้อมูล ย้อนหลังคณะ พยาบาลศาสตร์ - ทำ SWAT analysis - เปรียบเทียบจุดอ่อน จุดแข็งคณะ - ศึกษาเปรียบเทียบ แนวการบริหารที่ดี จากแหล่งข้อมูล ต่างๆ - ส่งร่างแผน ยุทธศาสตร์เข้าสู่ กระบวนการ กลั่นกรอง - ได้รับการผ่านความ เห็นชอบ จาก กรรมการประจำ คณะ - ดำเนินการตามแผน ยุทธศาสตร์และ แผนปฏิบัติการ วงรอบที่ 1 - สรุปผลการ ดำเนินการ ประเมินผลการ ดำเนินการพบว่า มี ปัญหาเรื่องจำนวน อาจารย์ คณะ พยาบาลศาสตร์ และ จำนวนงานวิจัยที่ เป็นไปในจำนวนที่ น้อย ไม่บรรลุ เป้าหมาย - จัดทำระเบียน ทุน ระเบียบ มหาวิทยาลัย ราชภัฏนครปฐม ว่าด้วยการให้ทุน นักศึกษาคณะ พยาบาลศาสตร์ เพื่อพัฒนาเป็น อาจารย์ พยาบาล (ฉบับ ที่ 1) พ.ศ. 2563 - ดำเนินการ วางแผนให้ อาจารย์ ดำเนินการวิจัย และตีพิมพ์ 1คน 1 เรื่อง/ปี โดย ให้ทำบันทึก ข้อตกลงระหว่าง คณะฯ และ อาจารย์ 2 ตุลาคม 2563 – กันยายน2564 - ปรับแผนยุทธ์ ศาสตร์เพื่อให้ สอดคล้องกับ สถานการณ์และ สามารถบรรลุ ตัวชี้วัด - นำผลการดำเนินการ ตามแผนยุทธศาสตร์ มาวิเคราะห์ ปรับ แผนร่วมกัน - สรุปผลการ ดำเนินการคณะมี อาจารย์ทุนเป็นไป ตามเป้าหมาย - ประเมินผลการ ดำเนินการพบว่า - ผลการสอบยังไม่ เป็นไปตาม เป้าหมาย วางแผนพัฒนา หลักสูตรเป็นแบบ AUN-QA เพื่อมุ่ง พัฒนาผู้เรียนตามผล การเรียนรู้ที่คาดหวัง เพื่อยกระดับ คุณภาพ บัณฑิต
Page | 5 วงรอบที่/ ระยะเวลา วงจรการพัฒนาคุณภาพ Plan Do Check Act - มีงานวิจัยเป็นไป ตามเป้าหมาย ตุลาคม 2564 - กันยายน 65 - ปรับแผนยุทธ์ ศาสตร์และวาง แผนการจัดทำ หลักสูตร แบบ AUN-QA - ดำเนินการตาม กระบวนการพัฒนา หลักสูตรตามกรอบ AUN-QA - พัฒนาบุคคลากร ตามกรอบ AUN-QA - ดำเนินถอดบทเรียน ความสำเร็จการ ทำงานวิจัย และการ ทำ Faculty practice - ถอดบทเรียนการทำ กับชุมชน - สรุปบทเรียน ใน รูปการบริหารงาน เป็น 3C models - ประเมินผลการ ดำเนินการโดย ใช้ 3C models ในการบริหาร จัดการองค์กร ได้ประสิทธิผล บรรลุตัวชี้วัด 100 - เผยแพร่ 3C models ไปยัง หน่วยงานในเครือข่าย ตุลาคม 65 - เมษายน 66 - ใช้การ บริหารงาน 3C models - ดำเนินการงานใน คณะแบบ 3C models - คณะได้รับการ รับรองสถาบัน ทางการพยาบาล จากสภาการ พยาบาลเป็น ระยะเวลา 5 ปี - ประเมินผล ดำเนินการโดย ใช้ 3C models ในการบริหาร จัดการองค์กร ได้ประสิทธิผล เผยแพร่ 3C models ไปยัง หน่วยงานในเครือข่าย
Page | 6 หทัยชนก บัวเจริญ (2565). ปัญหา อุปสรรคและข้อเสนอแนะ แนวทางการพัฒนาต่อไป - การดำเนินการใช้ระยะเวลานาน จึงเห็นผลในเชิงรูปธรรม ข้อเสนอแนะและแนวทางการพัฒนา - กระบวนการ PDCA ในการทำงานช่วยให้สามารถบรรลุการดำเนินการได้ ปัจจัยความสำเร็จ - ระบบและไก กระบวน การติดตามและการรายงานความก้าว มีความสำคัญทำให้สามารถกำกับ ติดตามให้องค์กรดำเนินการสำเร็จการศึกษาได้ตามแผน
Page | 1 แนวปฏิบัติที่ดี ด้านแนวปฏิบัติ: การจัดการเรียนการสอน คณะพยาบาลศาสตร์มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ 1. ชื่อเรื่อง / แนวปฏิบัติการจัดการเรียนการสอนด้วยสถานการณ์จ าลองเสมือนจริง 2. ชื่อหน่วยงาน คณะพยาบาลศาสตร์มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ 3. คณะท างาน - อาจารย์รัชนี ผิวผ่อง - อาจารย์ ดร.ณรงค์กร ชัยวงศ์ - อาจารย์นงนุช หอมเนียม - อาจารย์เพิ่มพูล บุญมี - อาจารย์สุกัญญา บุรวงศ์ - อาจารย์ญาสิณี ทองมี 4. บทสรุปโครงการ คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ได้จัดท าแนวปฏิบัติที่ดีการจัดการเรียนการสอน ด้วยสถานการณ์จ าลองเสมือนจริง มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาแนวทางในการจัดการเรียนการสอนด้วย สถานการณ์จ าลองเสมือนจริง โดยมีการจัดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และมีการด าเนินการในปีการศึกษา 2564 - 2565 ตามกระบวนการ PDCA สรุปเป็น 4 ด้าน แบ่งเป็น 20 ข้อ ดังนี้ ด้านที่ 1 การพัฒนาอาจารย์และ บุคลากรห้องปฏิบัติการ ด้านที่ 2 การพัฒนาสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการจัดการเรียนการสอน ด้านที่ 3 กระบวนการจัดการเรียนการสอนแบบ SBL และด้านที่ 4 เครือข่ายความร่วมมือการจัดการเรียนการสอนด้วย SBL การประเมินผลลัพธ์ พบว่า อาจารย์และบุคลากรห้องปฏิบัติการ ผ่านการอบรมการจัดการเรียน การสอนด้วย SBL คิดเป็นร้อยละ 100 และมีความรู้ความเข้าใจในกระบวนการจัดการเรียนการสอนด้วย SBL หลังเรียนดีกว่าก่อนเรียน มีความพึงพอใจ อยู่ในระดับมากที่สุด กลุ่มวิชาการพยาบาลผู้ใหญ่มีการน ารูปแบบ SBL ไปใช้ในการจัดการเรียนการสอนมากที่สุด จ านวน 5 รายวิชา อาจารย์ได้รับการคัดเลือกในการแข่งขัน ความเป็นเลิศด้านการจัดการเรียนการสอนด้วยสถานการณ์จ าลองเสมือนจริง ผลลัพธ์การเรียนรู้ในหัวข้อที่ จัดการเรียนการสอนด้วย SBL อยู่ในระดับดีเกิดการท างานร่วมกับเครือข่ายเกี่ยวกับการจัดการเรียนการสอน ด้วย SBL นักศึกษามีความพึงพอใจต่อรูปแบบจัดการเรียนการสอนด้วย SBLในระดับมากที่สุด
Page | 2 5. ที่มาและความส าคัญของโครงการ การจัดการเรียนการสอนด้วยสถานการณ์จ าลองเสมือนจริง (Simulation based learning : SBL) เป็นรูปแบบการจัดการเรียนการสอนโดยผ่านประสบการณ์ (Experiential Learning) โดยกระบวนการเรียนรู้ ที่ถูกสร้างขึ้น ตามเป้าหมายที่ต้องการเพื่อให้ผู้เรียนได้ประสบการณ์ที่จ าเป็น (O’Donnell et al., 2014) เป็น รูปแบบที่น ามาใช้ในการสอนนักศึกษาพยาบาลมากขึ้นในปัจจุบัน การจัดการเรียนการสอนแบบ SBL ส่งผลให้ ผู้เรียนเกิดความรู้ ทักษะปฏิบัติ ความสนใจในการเรียนรู้ มีการคิดวิเคราะห์ เกิดทักษะในการแก้ปัญหาทาง คลินิก เกิดความมั่นใจ รวมทั้งความเอื้ออาทร และการท างานร่วมกับผู้อื่น (La Cerra et al., 2019; Li, Au,Tong, Ng & Wang, 2022; Tonapa, Mulyadi, Ho, & Efendi, 2023) และส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้แบบ ผู้ใหญ่ (adult learning) และเป็นการเรียนการสอนแบบ active learning เน้นผู้เรียนมีส่วนร่วมและมี ปฏิสัมพันธ์กับกิจกรรม ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ผ่านการลงมือปฏิบัติ โดยครูจะเป็นผู้ช่วยให้เกิดกระบวนการ เปลี่ยนแปลง ทั้งด้านความรู้ทักษะ พฤติกรรม ค่านิยม และทัศนคติ ซึ่งครูจะไม่เป็นผู้สอนอย่างเดียว แต่จะมี บทบาทเป็นผู้อ านวยความสะดวกในการเรียน (Learning Facilitator) หรือเป็นผู้ร่วมกิจกรรม ซึ่งสัมพันธ์กับ ความพึงพอใจในกิจกรรมการเรียน การแจ้งวัตถุประสงค์ที่ชัดเจน และการเกิดความมั่นใจในการจัดการผู้ป่วย ในสถานการณ์จ าลองเสมือนจริง (La Cerra et al., 2019) คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ได้เปิดการเรียนการสอนหลักสูตรพยาบาลศาสตร บัณฑิตเมื่อปีการศึกษาถึงปัจจุบันเป็นเวลา 6 ปี และได้เริ่มการใช้รูปแบบการจัดการเรียนการสอนด้วย SBL เมื่อปีการศึกษา 2564 ทั้งในรายวิชาทฤษฎีและการประเมินทักษะการปฏิบัติการพยาบาล การจัดการเรียน การสอนด้วยสถานการณ์เสมือนจริง การเตรียมความพร้อมก่อนฝึกทักษะทางการพยาบาลในหอผู้ป่วย ซึ่งอยู่ ในช่วงเริ่มต้นในการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนด้วย SBL คณะผู้จัดกิจกรรมการจัดการองค์ความรู้จึงได้ จัดการถอดบทเรียนและองค์ความรู้ในการจัดการเรียนการสอนแบบ SBL และเพื่อเป็นแนวทางส าหรับการ พัฒนาในการเรียนสถาบันการศึกษาที่เริ่มใช้รูปแบบการเรียนการสอนด้วย SBL ต่อไป 6. วัตถุประสงค์ 1. เพื่อพัฒนาแนวทางในการจัดการเรียนการสอนด้วยสถานการณ์จ าลองเสมือนจริง คณะพยาบาล ศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ 7.แนวปฏิบัติที่ดี ปีการศึกษา 2564 คณะพยาบาลศาสตร์เริ่มน ารูปแบบการจัดการเรียนการสอนด้วย SBL มาใช้ครั้ง แรก มีการวางแผนโดย คณะกรรมการบริหารคณะมีนโยบายให้น ารูปแบบการจัดการเรียนการสอนด้วย SBL
Page | 3 มาใช้ในการจัดการเรียนการสอน การเตรียมนักศึกษาก่อนขึ้นฝึกปฏิบัติประสบการณ์วิชาชีพ แต่ยังไม่ให้น ามา ประเมินผลนักศึกษา และมีแนวทางในการพัฒนาทั้งหมด 10 ข้อ ดังต่อไปนี้ 1. การพัฒนาอาจารย์และบุคลากรห้องปฏิบัติการ 1.1 การเรียนรู้และฝึกทักษะพื้นฐานเกี่ยวกับเครื่องมือ อุปกรณ์ การใช้งานหุ่นจ าลองเสมือนจริง ระดับสูง 1.2 อบรมเชิงปฏิบัติการการใช้สถานการณ์จ าลองเสมือนจริงระดับสูง (high fidelity simulation) 1.3 อบรมเชิงปฏิบัติการการออกแบบสถานการณ์จ าลองเสมือนจริง (Scenario) โดยความ ร่วมมือจากเครือข่ายโรงพยาบาลบุรีรัมย์ 1.4 ส่งตัวแทนอาจารย์เข้ารับการอบรมเชิงปฏิบัติการการจัดการเรียนการสอนด้วยสถานการณ์ จ าลอง 1.5 ส่งบุคลากรห้องปฏิบัติการอบรมหลักสูตรนักปฏิบัติการเพื่อการจัดการเรียนการสอนด้วย สถานการณ์จ าลองเสมือนจริง 2. การพัฒนาห้องปฏิบัติการ โดยจัดห้องปฏิบัติการเสมือนจริงคล้ายกับหอผู้ป่วยจริง รวมทั้งจัดหาวัสดุ อุปกรณ์ต่างๆให้เสมือนกับอยู่ในโรงพยาบาล 3. นโยบายของผู้บริหาร โดยให้มีการน ารูปแบบการจัดการเรียนการสอนด้วยสถานการณ์จ าลองเสมือน จริงไปใช้ในกระบวนการจัดการเรียนการสอนรายวิชาทางการพยาบาล อย่างน้อย 1 หัวข้อทุก รายวิชา โดยยังไม่ใช้เป็นเกณฑ์วัดและประเมินผล 4. การศึกษาดูงานห้องปฏิบัติการเสมือนจริงของโรงพยาบาลบุรีรัมย์ 5. การวางแผนความร่วมมือการจัดการเรียนการสอนด้วยสถานการณ์เสมืนจริงแบบสหสาขาวิชาชีพกับ โรงพยาบาลบุรีรัมย์ การประเมินผล 1. อาจารย์และบุคลากรห้องปฏิบัติการ มีความรู้ความเข้าใจในกระบวนการจัดการเรียนการสอนด้วย SBL ไม่เพียงพอ 2. การน ารูปแบบ SBL ไปใช้ไม่ครบทุกกลุ่มวิชา 2. รูปแบบการจัดการเรียนการสอนด้วย SBL ยังไม่ชัดเจน 3. แนวทางในการประเมินผลลัพธ์ของนักศึกษา ยังไม่มี 5. มีโจทย์สถานการณ์ยังไม่หลากหลาย 4. ความร่วมมือกับเครือข่ายยังไม่เกิดการจัดการเรียนการสอนแบบสหสาขาวิชาชีพ ข้อเสนอแนะ ควรมีการพัฒนาอาจารย์และบุคลากรห้องปฏิบัติการเพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจในการจัดการ เรียนการสอนด้วย SBL การพัฒนาโจทย์สถานการณ์ให้มีความหลากหลายเพื่อน าไปใช้ในการจัดการเรียนการ
Page | 4 สอนเพิ่มขึ้น ควรมีการจัดท าแนวทางในการจัดการเรียนการสอนด้วย SBL และการประเมินผลลัพธ์ที่ชัดเจน ควรมีการจัดบรรยากาศที่เอื้อต่อการจัดการเรียนการสอนด้วย SBL และควรพัฒนาการจัดการเรียนการสอน SBL แบบสหสาขาวิชาชีพ ปีการศึกษา 2565 คณะพยาบาลศาสตร์ได้ปรับปรุงแนวทางในการน ารูปแบบการจัดการเรียน การสอนด้วย SBL จากข้อเสนอแนะในปีการศึกษา 2564 ตามกระบวนการ PDCA ดังต่อไปนี้ 7.1 การวางแผน (Plan) 1. คณะกรรมการบริหารหลักสูตรประชุมเพื่อวางแผนการจัดการเรียนการสอนด้วย SBL ในกลุ่มวิชาต่างๆ และการสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการจัดการเรียนการสอนด้วย SBL 2. คณะกรรมการบริหารประชุมเพื่อวางแผนงบประมาณในการพัฒนาอาจารย์ บุคลากร ห้องปฏิบัติการให้มีความรู้และทักษะ สิ่งสนับสนุนการเรียนรู้ในการจัดการเรียนการสอนด้วย SBL และการ วางแผนความร่วมมือกับเครือข่ายในการจัดการเรียนการสอนด้วย SBL 3. กลุ่มวิชาจัดประชุมเพื่อวางแผนการน ารูปแบบการจัดการเรียนการสอนแบบ SBL ไปใช้ ในรายวิชาที่กลุ่มรับผิดชอบ 7.2 ขั้นด าเนินการ (Do) โดยมีแนวทางพัฒนา 4 ด้าน แบ่งเป็น 20 ข้อ ดังนี้ ด้านที่ 1 การพัฒนาอาจารย์และบุคลากรห้องปฏิบัติการ 1.1 จัดอบรมเชิงปฏิบัติการภายใน จ านวน 2 เรื่องคือ 1) การจัดการเรียนการสอนโดย ใช้สถานการณ์จ าลองเสมือนจริง และ2) การพัฒนารูปแบบโจทย์สถานการณ์เพื่อใช้ในการจัดการเรียนการ สอนด้วยสถานการณ์จ าลองเสมือนจริง 1.2 ส่งอาจารย์เข้าแข่งขันด้านความเป็นเลิศด้านการจัดการเรียนการสอนด้วย สถานการณ์จ าลองเสมือนจริง 1.3 ส่งอาจารย์เป็นกรรมการตัดสินการจัดการเรียนการสอนด้วยสถานการณ์จ าลอง เสมือนจริง 1.4 บุคลากรห้องปฏิบัติการเรียนรู้เกี่ยวกับการเตรียมอุปกรณ์ การเตรียมสถานการณ์ จ าลอง และเรียนรู้การเป็นผู้ป่วยจ าลอง (Standard patient) และการเป็นผู้ช่วยสถานการณ์ (confederate) 1.5 การพัฒนาอาจารย์ในทีมผู้สอนให้เรียนรู้บทบาทผู้สอนในการท าหน้าที่ต่างๆในการ จัดการเรียนการสอน SBL โดยการมอบหมายดังนี้ 1) Facilitator จ านวน 1 คน 2) ผู้ท าหน้าที่ควบคุมระบบ 1 คน อาจารย์ผู้สังเกตการณ์และท าหน้าที่ debrief 2-3 คน
Page | 5 ด้านที่ 2 การพัฒนาสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการจัดการเรียนการสอน 2.1 การจัดโครงการแข่งขันทักษะการตัดสินใจในคลินิกโดยใช้สถานการณ์จ าลอง เสมือนจริง 2.2 จัดท าแบบฟอร์มการออกแบบโจทย์สถานการณ์ 2.3 ส่งนักศึกษาและอาจารย์เข้าร่วมการแข่งขันทักษะโดยการใช้สถานการณ์จ าลอง เสมือนจริง 2.4 การแสดงความชื่นชมยินดีกับอาจารย์และนักศึกษาที่เข้าร่วมการแข่งขันกับเกี่ยว สถานการณ์จ าลองเสมือนจริง ทางไลน์กลุ่ม เวบไซด์ และเฟคบุ๊คคณะพยาบาลศาสตร์ ด้านที่ 3 ด้านกระบวนการจัดการเรียนการสอนแบบ SBL 3.1 การเลือกหัวข้อในการสอนแบบ SBL โดยอาจารย์ผู้รับผิดชอบรายวิชาและ อาจารย์ผู้ร่วมสอน แนวทางในการเลือกโดยเป็นสถานการณ์ที่ไม่ได้พบบ่อยในทางคลินิก และเป็นปัญหาที่มี ความท้าทาย 3.2 การออกแบบสถานการณ์จ าลอง โดยต้องค านึงถึงวัตถุประสงค์ของรายวิชา ประสบการณ์ของผู้เรียน และระยะเวลาในการเรียน ก าหนดให้มีปัญหาเพื่อให้เกิดทักษะการแก้ไขปัญหา ทางคลินิกภายใต้ขอบเขตของวิชาชีพพยาบาล และไม่ควรซับซ้อนมากเกินไป 3.3 การออกแบบการวัดและประเมินผลด้วย SBL โดยใช้แบบ check list มีข้อให้ เลือกคือปฏิบัติ และไม่ปฏิบัติให้สอดคล้องกับผลลัพธ์ที่คาดหวังของรายวิชา และแจ้งนักศึกษาให้ทราบใน การปฐมนิเทศและอัพโหลดในระบบ E-learning 3.4 การทดสอบการด าเนินสถานการณ์และการปรับปรุงแก้ไขโดยการทดสอบ แบบอัลฟ่าโดยอาจารย์ผู้ร่วมสอน และทดสอบเบต้าโดยใช้นักศึกษาที่มีคุณสมบัติใกล้เคียงกัน 3.5 การจัดกลุ่มนักศึกษา จ านวน 3-4 คนต่อกลุ่ม 3.6 การเตรียมนักศึกษา โดยการปฐมนิเทศ ในประเด็นดังนี้ การจัดการเรียนการสอน ด้วย SBL การวัดและประเมินผล บทบาทของผู้เรียน การท างานเป็นทีม ทักษะที่จ าเป็นในการการจัดการ เรียนการสอนด้วยสถานการณ์จ าลอง ทักษะการสื่อสารโดยใช้ SBAR ทักษะการใช้เทคโนโลยีทักษะการ บริหารเวลา 3.7 จัดท าแนวทางการจัดการเรียนการสอนด้วย SBL 3 ขั้นตอน คือ 1) Pre-brief 2) Scenario, และ 3) Debrief 3.8 ขั้นตอนการสอนด้วยรูปแบบ SBL แบ่งออกเป็น 3 ระยะ คือ 1) ระยะเกริ่นน าหรือการน าเข้าสู่สถานการณ์(Pre-brief /Introduction) ใช้เวลา 15- 20 นาทีขึ้นอยู่กับประสบการณ์ของนักศึกษา โดยผู้สอนชี้แจงวัตถุประสงค์มอบหมายบทบาทผู้เรียน แนะน า
Page | 6 อุปกรณ์และสถานที่ และให้ผู้เรียนสามารถทดลองใช้หยิบจับเพื่อสร้างความคุ้นเคย แจ้งนักศึกษาให้ปฏิบัติกับ หุ่นเหมือนผู้ป่วยจริง และแจ้งข้อจ ากัดของอุปกรณ์ต่างๆ แนะน าผู้ช่วยในสถานการณ์ว่ามีบทบาทใครบ้าง ชี้แจง กติกาการเข้าร่วม ชี้แจงโจทย์สถานการณ์และเวลาในการท าสถานการณ์และใช้เทคนิค psychology safety เมื่อผู้เรียนแบ่งบทบาทหน้าที่เรียบร้อย ให้อาจารย์แจ้งเริ่มสถานการณ์ 2) ระยะลงมือปฏิบัติ(Simulation/Scenario running/Observation) ใช้เวลา 15-20 นาที นักศึกษาปฏิบัติหน้าที่ให้การช่วยเหลือผู้ป่วยและครอบครัว โดยการท างานร่วมกันเป็นทีม อาจารย์ท า หน้าที่ด าเนินสถานการณ์ควบคุมสถานการณ์และโปรแกรมคอมพิวเตอร์และเอื้ออ านวยการฝึกปฏิบัติของ นักศึกษาอย่างใกล้ชิด และคอยสังเกตนักศึกษาในต าแหน่งที่ไม่ใกล้เกินไป ผู้ช่วยเหลือท าหน้าที่ตามบทบาทที่ ได้รับและเข้าช่วยเหลือเมื่อนักศึกษาเกิดปัญหา เมื่อนักศึกษาปฏิบัติครบตามสถานการณ์หรือสิ้นสุดเวลา อาจารย์ประกาศสิ้นสุดสถานการณ์ 3) ระยะซักถามและสรุปประเด็นการเรียนรู้(Debrief) ใช้เวลา 20 นาทีโดยใช้วิธีของ GAS คือ การฟังว่าผู้เรียนรู้สึกอย่างไร (Gather:G) การสะท้อนการปฏิบัติในสถานการณ์จ าลอง (Analysis:A) ผู้เรียนบอกแนวทางในการพัฒนาตนเองให้ดีขึ้น (Summarize) อาจารย์ใช้ค าถามปลายเปิด เริ่มสนทนาด้วย มุมมองด้านบวกสร้างความชัดเจนในพฤติกรรมหรือการเรียนรู้อาจารย์ควรสร้างสิ่งแวดล้อมและบรรยากาศใน การสะท้อนคิด ได้แก่ นั่งเป็นวงกลม มีการสะท้อนคิดทางบวกไม่คุกคามผู้เรียน 3.9 การประเมินผลการจัดการเรียนการสอน ใช้เป็นแบบประเมินทางออนไลน์ และ การให้ประเมินโดยการสะท้อนคิดการจัดการเรียนการสอนแบบ SBL ด้านที่ 4 เครือข่ายความร่วมมือการจัดการเรียนการสอนด้วย SBL 4.1 การออกแบบโจทย์สถานการณ์จ าลองเสมือนจริงร่วมกันและการวิพากษ์โจทย์ สถานการณ์ 4.2 การร่วมเป็นกรรมการแข่งขันทักษะการตัดสินใจในคลินิกโดยใช้สถานการณ์จ าลอง เสมือนจริง 7.3 ขั้นตรวจสอบ (Check) 1. อาจารย์และบุคลากรห้องปฏิบัติการ เข้ารับการอบรมครบทุกคน คิดเป็นร้อยละ 100 2. อาจารย์และบุคลากรห้องปฏิบัติการมีความรู้ความเข้าใจในกระบวนการจัดการเรียน การสอนด้วย SBL หลังเรียนดีกว่าก่อนเรียน 3. อาจารย์และบุคลากรห้องปฏิบัติการมีความพึงพอใจในการเข้าร่วมการอบรม SBL อยู่ ในระดับมากที่สุด 4. มีการน ารูปแบบ SBL ไปใช้ในการจัดการเรียนการสอนในสาขาการพยาบาลผู้ใหญ่มาก ที่สุด จ านวน 5 รายวิชา โดยใช้จัดการเรียนการสอนในรายวิชาปฏิบัติการพยาบาลผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ 1, 2
Page | 7 สอนทฤษฎีรายวิชาการพยาบาลผู้ใหญ่ 1 หัวข้อ การพยาบาลผู้ป่วยผู้ใหญ่ที่มีปัญหาไตวายเรื้อรัง การ พยาบาลผู้ใหญ่ 2 หัวข้อการช่วยชีวิตขั้นสูง ซึ่งใช้ในรูปแบบ formative และ summative evaluation โดย น ามาเตรียมความพร้อมนักศึกษาก่อนฝึกปฏิบัติจริงในโรงพยาบาล และการสอบ OSCE เมื่อสิ้นสุดการฝึก ปฏิบัติ 5. อาจารย์ได้รับการคัดเลือกเข้ารอบ 5 ทีมสุดท้ายในการแข่งขันความเป็นเลิศด้านการ จัดการเรียนการสอนด้วยสถานการณ์จ าลองเสมือนจริงที่มหาวิทยาลัยบูรพา และได้รับการคัดเลือกน าเสนอ ในการประกวด SBL รอบตัดสินในการแข่งขันที่คณะพยาบาลศาสตร์เกื้อการุณ 6. ผลลัพธ์การเรียนรู้ในหัวข้อที่จัดการเรียนการสอนด้วย SBL อยู่ในระดับดี 7. มีการท างานร่วมกับเครือข่ายเกี่ยวกับการจัดการเรียนการสอนด้วย SBL จ านวน 2 กิจกรรม 8. ยังไม่เกิดการจัดการเรียนการสอนด้วย SBL แบบทีมสหสาขาวิชาชีพ 9. นักศึกษามีความพึงพอใจต่อรูปแบบจัดการเรียนการสอนด้วย SBLในระดับมากที่สุดและ มีข้อเสนอแนะการจัดการเรียนการสอนด้วย SBL ดังนี้ - ชอบการเรียนในห้องปฏิบัติสถานการณ์จ าลองการเสมือนจริงห้องท าให้ได้ประสบการณ์ มากมาย อยากให้มีการลองเข้าใช้ห้องนี้บ่อยๆ เพราะจะได้เรียนรู้ด้วยตัวเองทุกคน - เพิ่มตารางการจัดซ้อมนอกเวลาให้กับนักศึกษา - ควรมีการให้ลองปฏิบัติสถานการณ์จ าลองการเสมือนจริงก่อนเข้าสอบหลายๆครั้ง 7.4 ขั้นปรับปรุง (Act) ปีการศึกษา 2566 ควรมีการปรับปรุง ดังนี้ 1) คณะกรรมการบริหารหลักสูตรควรก าหนดนโยบายเกี่ยวกับการจัดการเรียนการ สอนด้วย SBL และวางแผนการใช้รูปแบบการจัดการเรียนการสอนด้วย SBL ในทุกกลุ่มวิชา 2) คณะกรรมการบริการวิชาการควรมีการวางแผนการน ารูปแบบ SBL ไปใช้ในการ บริการวิชาการร่วมกับเครือข่าย 3) อาจารย์ผู้สอนพัฒนาการจัดการเรียนการสอนด้วย SBL โดยการท าวิจัยในชั้นเรียน 4) อาจารย์ผู้สอนก าหนดชั่วโมงเพื่อให้นักศึกษามีการฝึกซ้อมใช้สถานการณ์จ าลอง เสมือนจริงให้ชัดเจน 5)คณะกรรมการบริหารคณะและคณะกรรมการบริหารหลักสูตรจัดท าแผนปฏิบัติการ การจัดการเรียนการสอนด้วย SBL ร่วมกับเครือข่ายโรงพยาบาลบุรีรัมย์ หรือเครือข่ายอื่นในมหาวิทยาลัย เช่น คณะสาธารณสุขศาสตร์ เพื่อออกแบบการเรียนการสอนแบบสหสาขาวิชาชีพด้วย SBL
Page | 8 7) คณะกรรมการบริหารพัฒนาศักยภาพอาจารย์โดยการสนับสนุนให้เข้าอบรมและเป็น ผู้สอนในการจัดการเรียนการสอนด้วย SBL 8) คณะกรรมการบริหารพัฒนาศักยภาพบุคลากรห้องปฏิบัติการโดยการสนับสนุนให้เข้า อบรมหลักสูตร Simulation operation 9) คณะกรรมการบริหารหลักสูตรจัดท าคู่มือการจัดการเรียนการสอนด้วย SBL ออกแบบ การประเมินที่ใช้ร่วมกันในทุกกลุ่มวิชา จัดท าคลังสถานการณ์จ าลอง 10) คณะกรรมการบริหารหลักสูตรจัดท าแผนการจัดการเรียนการสอนด้วย SBL ของ นักศึกษาชั้นปีที่ 1-4 และก าหนดการวัดสมรรถนะชั้นปีด้วย SBL 8. ผลกระทบที่เป็นประโยชน์หรือสร้างคุณค่า 1. อาจารย์ผู้รับผิดชอบรายวิชาและอาจารย์ผู้สอนมีแนวทางและการปรับเปลี่ยนรูปแบบการสอนแบบ active learning มากขึ้น 2. นักศึกษาสอบขึ้นทะเบียนผู้ประกอบวิชาชีพสูงขึ้นจาก 33% เป็น 60% 3. เกิดความร่วมมือที่ดีกับเครือข่ายด้านการผลิตบัณฑิตในการท ากิจกรรมกับทางคณะ 9. ปัจจัยแห่งความส าเร็จ ภายใน ภายนอก 1) ผู้บริหารคณะพยาบาลศาสตร์ให้ความส าคัญและสนับสนุนการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนด้วย สถานการณ์จ าลองเสมือนจริง ทั้งในด้านนโยบายและการสนับสนุนงบประมาณต่างๆ 2) ทีมอาจารย์ในกลุ่มการสอนฯ มีการร่วมแรงร่วมใจและมีส่วนร่วมในการจัดการเรียนการสอนโดยใช้ สถานการณ์จ าลอง 3) มีความพร้อมของอุปกรณ์และสิ่งสนับสนุนการจัดการเรียนการสอนด้วยสถานการณ์จ าลองเสมือนจริง 4) มีผู้เชี่ยวชาญ เครือข่ายพยาบาลพี่เลี้ยง และแพทย์จากโรงพยาบาลให้ความช่วยเหลือชี้แนะ 5) นักศึกษามีความรับผิดชอบ กระตือรือร้นในการเรียนการสอนโดยใช้สถานการณ์จ าลอง 6) ผู้บริหารมหาวิทยาลัยให้ความส าคัญในการจัดการเรียนการสอนแบบ active learning 7) มหาวิทยาลัยสนับสนุนงบประมาณสนับสนุนสิ่งสนับสนุนการเรียนรู้ และงบประมาณในการพัฒนา อาจารย์และส่งนักศึกษาเข้าแข่งขัน 10. ปัญหาอุปสรรคและแนวทางการแก้ไข - อาจารย์ผู้สอนใช้เวลาในการจัดการเรียนการสอนด้วย SBL มากกว่าเวลาที่ก าหนดในตาราง ซึ่งมีการ ชี้แจงในวันปฐมนิเทศนักศึกษาและก าหนดไว้ในตารางเรียนอย่างชัดเจน
Page | 9 - ทีมอาจารย์ผู้สอนมีความกังวลในการใช้เทคโนโลยี และการจัดการเรียนการสอนด้วย SBL ได้มีการ แก้ไขโดยหัวหน้ากลุ่มวิชาเป็นพี่เลี้ยงและมีการผลัดเปลี่ยนบทบาทหน้าที่ของอาจารย์ในการจัดการเรียนการ สอนด้วย SBL เพื่อให้อาจารย์ได้เรียนรู้การท างานในต าแหน่งอื่นๆ - นักศึกษาชั้นปีที่ 2 ซึ่งมีการใช้การเรียนการสอนแบบ SBL เป็นครั้งแรกไม่เข้าใจเกี่ยวกับกระบวนการ และมีความตื่นเต้น แก้ไขโดยการใช้เวลาในการปฐมนิเทศการใช้อุปกรณ์ เครื่องมือ และบทบาทหน้าที่ของ ผู้เรียนรวมทั้งทักษะที่จ าเป็นมากขึ้น 11. แนวทางในการจัดการความรู้ 1. ประชุมอาจารย์เกี่ยวกับการจัดการเรียนการสอนโดยใช้สถานการณ์จ าลอง 2. ถอดบทเรียนจากอาจารย์โดยเฉพาะอาจารย์ที่มีความสนใจและเป็นแกนน าในการจัดการเรียนการ สอนด้วย SBL และเข้าร่วมการแข่งขันSBL 3. วิธีการเสาะหาความรู้มีหลายช่องทาง เช่น จากพี่สอนน้อง การศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติม การเข้าร่วม ประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับวิทยากรที่มีความเชี่ยวชาญในการจัดการเรียนการสอนด้วย SBL การจัดอบรมเชิง ปฏิบัติการ การเข้าร่วมแข่งขันทักษะ 4. รวบรวมองค์ความรู้จากเอกสารผลงานวิชาการที่เผยแพร่ 5. การจัดระบบขององค์ความรู้จัดการเรียนการสอนด้วย SBL 6. เผยแพร่องค์ความรู้การจัดการเรียนการสอนด้วย SBL ทางเวบไซด์ D-space ของมหาวิทยาลัย
Page | 1 แนวปฏิบัติที่ดี ด้านแนวปฏิบัติ:การปฏิบัติการพยาบาลของอาจารย์ (Faculty Practice) สู่ผลลัพธ์งานด้านวิจัย คณะพยาบาลศาสตร์มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม 1. ชื่อเรื่อง / แนวปฏิบัติ การปฏิบัติการพยาบาลของอาจารย์ (Faculty Practice) สู่ผลลัพธ์งานด้านวิจัย 2. ชื่อหน่วยงาน คณะพยาบาลศาสตร์มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม 3. คณะทำงาน ผู้ช่วยศาสตราจารย์วรางคณา สายสิทธิ์ และนางสาวมณฑิรา วุฒิพงศ์ 4. บทสรุปโครงการ การปฏิบัติการพยาบาลของอาจารย์ (Faculty Practice) เป็นการนำความเชี่ยวชาญของอาจารย์ พยาบาลไปพัฒนาให้เกิดผลลัพธ์ที่ดีต่อผู้รับบริการทั้งในสถานที่โรงพยาบาล โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ ตำบล รวมถึงการเยี่ยมบ้าน โดยคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม ได้ดำเนินการส่งเสริมให้ อาจารย์ทำ Faculty Practice เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่ดีต่อผู้รับบริการและต่อยอดงานสู่งานวิจัยได้ ภายใต้ แนวคิดของเดมมิ่ง (Deming’s cycle) ซึ่งเป็นกระบวนการพัฒนาคุณภาพตาม PDCA ประกอบด้วยขั้นตอน การวางแผน (Plan: P) การลงมือทำ (Do: D) การตรวจสอบ (Check: C) และการปรับปรุง (Act: A) โดยคณะ พยาบาลศาสตร์ได้ดำเนินการและปรับปรุงมาอย่างต่อเนื่องจนเข้าสู่วงรอบที่ 3 ซึ่งได้มีทิศทางของการ Faculty Practice ที่ชัดเจนขึ้นในปีการศึกษา 2566 นี้ คือ การพัฒนาสมรรถนะด้านนักจัดการสุขภาพในทุก กลุ่มวิจัย ซึ่งผลลัพธ์ที่คาดหวังคือผู้รับบริการมีคุณภาพชีวิตที่ดีและอาจารย์รวมถึงพยาบาลวิชาชีพสามารถต่อ ยอดไปสู่งานวิจัยและงานวิชาการอื่นๆ ได้ต่อไป 5. ที่มาและความสำคัญของโครงการ การปฏิบัติการพยาบาลของอาจารย์ (faculty practice) เป็นการนำทักษะการปฏิบัติและความรู้ที่ เชี่ยวชาญของอาจารย์ไปพัฒนาผลลัพธ์สุขภาพของผู้รับบริการให้ดีขึ้นและเกิดประโยชน์สูงสุดแก่แหล่งที่ ต้องการใช้ประโยชน์นั้นๆ ทั้งในส่วนของการส่งเสริม ป้องกัน ดูแล และฟื้นฟูในกลุ่มบุคคลทุกช่วงวัยให้มีสุข ภาวะที่ดีและยั่งยืน โดยคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม เป็นสถาบันการศึกษาที่มีอาจารย์ พยาบาล 5 กลุ่มวิชา ได้แก่ การพยาบาลสูติศาสตร์ การพยาบาลเด็กและวัยรุ่น การพยาบาลผู้ใหญ่และ ผู้สูงอายุ การพยาบาลชุมชน และการพยาบาลจิตเวช ซึ่งจัดการเรียนการสอนทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติที่
Page | 2 อาจารย์จะต้องมีความรู้ ความสามารถ และความเชี่ยวชาญในการปฏิบัติทางคลินิก (clinical competent) อาจารย์พยาบาลจึงมีความจำเป็นที่ต้องพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่องโดยการเพิ่มศักยภาพในการปฏิบัติการ พยาบาลของอาจารย์ตามความเชี่ยวชาญในศาสตร์ของตน โดยบูรณาการสร้างสรรค์ผลงานวิชาการ ผลงานวิจัย และหลักฐานเชิงประจักษ์เป็นพื้นฐานของการให้บริการ มีเป้าหมายเพื่อให้ผู้รับบริการมีสุขภาวะที่ ดีและยั่งยืนทุกช่วงวัย (Sustainable Development Goal 3; SDG3) การปฏิบัติการพยาบาลของอาจารย์ หมายถึง กิจกรรมทุกกิจกรรมที่เป็นการบริการของอาจารย์ เป็น การพัฒนาอาจารย์ในทางวิชาการ เป็นการเพิ่มความเชี่ยวชาญอาจารย์ เพื่อนำไปสู่การเป็นนักวิชาการทาง คลินิก (clinical scholarship) โดยมีการบูรณาการบทบาทของการเป็นนักปฏิบัติ ผู้สอน นักวิจัย ผู้ให้ คำปรึกษา และนักบริหาร เข้าไว้ด้วยกัน (สุจิตรา เหลืองอมรเลิศ, 2562; ธนิษฐา สมัย, 2558; ฉวีวรรณ ธงชัย, กรรณิการ์ กันทะรักษา, มนัสนิตย์ บุญยธรรพ และพรทิวา ทักษิณ, 2553) โดยคุณลักษณะของการปฏิบัติการ พยาบาลของอาจารย์ต้องมีคุณลักษณะดังต่อไปนี้ (ธนิษฐา สมัย, 2558) 1. มีการวางแผน ติดต่อประสานงาน มีข้อตกลง และจัดการอย่างเป็นทางการและเป็นระบบ ระหว่างอาจารย์กับแหล่งฝึกปฏิบัติหรือสถานบริการพยาบาล โดยระบุเป้าหมายและขอบเขตของการ ปฏิบัติการพยาบาลของอาจารย์อย่างชัดเจน 2. ให้บริการแก่ผู้ใช้บริการ ทั้งในด้านการสอน การปฏิบัติการพยาบาล รวมถึงการวิจัย 3. แสดงออกถึงบทบาทของการบูรณาการในหลายบทบาท เช่น นักปฏิบัติ ผู้สอน นักวิจัย หรือนัก บริหาร 4. ปฏิบัติในสาขาและกลุ่มผู้ใช้บริการที่อาจารย์มีความเชี่ยวชาญ 5. อยู่ในสถานการณ์จริงของปัญหาสุขภาพของผู้ใช้บริการ 6. มุ่งให้เกิดผลลัพธ์ของการดูแลสุขภาวะของกลุ่มผู้ใช้บริการที่เป็นเป้าหมาย 7. พัฒนาทักษะการปฏิบัติของอาจารย์ รวมถึงยกระดับความก้าวหน้าของการพยาบาลและวิชาชีพ 8. สร้างผลงานที่แสดงออกถึงความเป็นนักวิชาการทางคลินิก ซึ่งผลลัพธ์จากการปฏิบัติการพยาบาลของอาจารย์พยาบาลนอกจากเป็นผลลัพธ์ที่เกิดกับผู้รับบริการ แล้ว ยังสามารถต่อยอดเป็นผลงานด้านวิชาการของอาจารย์และพยาบาลวิชาชีพที่ปฏิบัติการพยาบาลร่วมกัน ได้หลากหลายรูปแบบ เช่น โครงการวิจัย หนังสือ แนวทาง แนวปฏิบัติ เป็นต้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งงานวิจัยเป็น อีกภาระกิจที่สำคัญอีกภาระกิจหนึ่งของอาจารย์ที่ช่วยพัฒนาคุณภาพของการเรียนการสอนรวมถึงคุณภาพ การพยาบาลได้ และส่งผลต่อการมีคุณสมบัติของการเป็นอาจารย์ประจำหลักสูตรต่อไป
Page | 3 6. วัตถุประสงค์ 6.1 เพื่อส่งเสริมให้เกิดผลลัพธ์ที่ดีต่อผู้รับบริการ 6.2 เพื่อส่งเสริมให้เกิดคุณภาพการพยาบาลและการเรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพ อาจารย์พยาบาลเกิดความเชี่ยวชาญในศาสตร์ของตนอย่างต่อเนื่อง 6.3 เพื่อส่งเสริมให้อาจารย์มีการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่องและมีคุณสมบัติของอาจารย์ประจำ หลักสูตร 7.แนวปฏิบัติที่ดี คณะพยาบาลศาสตร์ได้ดำเนินงาน การปฏิบัติการพยาบาลของอาจารย์สู่ผลลัพธ์งานด้านวิจัยตาม แนวคิดของเดมมิ่ง (Deming’s cycle) ซึ่งเป็นกระบวนการพัฒนาคุณภาพตาม PDCA (ภาพที่ 1) มาตั้งแต่ ปีการศึกษา 2564-2566 จำนวน 3 วงรอบ รายละเอียดดังนี้ ภาพที่ 1 วงจรเดมมิ่ง
Page | 4 วงรอบที่ 1 เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปีการศึกษา 2564 (ภาพที่ 2) ภาพที่ 2 วงรอบที่ 1 ของ การทำ Faculty Practice to Research หมายเหตุ FP : Faculty Practice ในปีการศึกษา 2564 คณะพยาบาลศาสตร์ได้เริ่มดำเนินการวางแผน (P) Faculty Practice ภายใต้ ผู้รับผิดชอบคือรองคณบดีฝ่ายดูแลงานวิจัยและบริการวิชา ร่วมกับคณะกรรมการวิจัยและบริการวิชาการ ตั้งแต่การสำรวจความต้องการทำ Faculty Practice โดยให้สอดคล้องกันกับความต้องการของแหล่งฝึกปฏิบัติ โดยศึกษาเงื่อนไขการทำ Faculty Practice ที่กำหนดโดยสภาการพยาบาลร่วมด้วย หลังจากนั้นจัดประชุม ชี้แจงวัตถุประสงค์การทำ Faculty Practice กับแหล่งฝึกปฏิบัติเพื่อให้เกิดความเข้าใจตรงกัน (ภาพ 3) และ ดำเนินการทำข้อตกลงร่วมกันทางวิชาการด้าน Faculty Practice ทุกโรงพยาบาลที่อาจารย์ไปปฏิบัติ (ภาพ 4) ในขณะเดียวกันอาจารย์ได้ทำแผนพัฒนาตนเองส่วนบุคคลด้าน Faculty Practice และได้จัดทำนโยบาย Faculty Practice และออกแบบแบบบันทึก รวมถึงแผนการกำกับติดตามอย่างต่อเนื่อง หลังจากนั้นอาจารย์ได้ทำ (D) Faculty Practice ตามแผนของตนเองโดยดำเนินการตามระเบียบ ราชการและเวลาไม่ซ้อนทับกับการฝึกปฏิบัติของนักศึกษาพยาบาล (ภาพ 5) และเมื่อได้มีการกำกับติดตาม ตรวจสอบ (C) การทำ Faculty Practice พบว่าได้มีสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019
Page | 5 (COVID19) เกิดขึ้น ร่วมกับความเข้าใจไม่ตรงกันของอาจารย์ จึงได้นำปัญหาดังกล่าวมาวางแผนปรับแก้ไข (A) เพื่อนำไปสู่การพัฒนาต่อไป คือ ให้มีการปรับวิธีการการไปเข้าพื้นที่ในโรงพยาบาลเปลี่ยนเป็นการให้ คำปรึกษาด้านวิชาการ (ภาพ 6) เนื่องจากโรงพยาบาลปิดรับการเข้าปฏิบัติการพยาบาลทุกอย่างของทุก สถาบันการศึกษา และมีการจัดอบรมบรรยายพิเศษเรื่องการทำ Faculty Practice โดยวิทยากรผู้เชี่ยวชาญ (ภาพ 7) และนำเข้าการประชุมวาระพิจารณาของคณะกรรมการบริหารคณะตามลำดับ ภาพที่ 3 ประชุมชี้แจงวัตถุประสงค์การทำ Faculty Practice กับแหล่งฝึกปฏิบัติ
Page | 6 ภาพที่ 4 ตัวอย่างการทำ MOU ภาพที่ 5 ตัวอย่างการทำ Faculty Practice ก่อนสถานการณ์ COVID19
Page | 7 ภาพที่ 6 ตัวอย่างการทำ Faculty Practice หลังสถานการณ์ COVID19 ภาพที่ 7 การจัดอบรมบรรยายพิเศษเรื่องการทำ Faculty Practice โดยวิทยากรผู้เชี่ยวชาญ
Page | 8 ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นด้านงานวิจัยของอาจารย์ที่นอกเหนือจากผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นกับผู้รับบริการ ปีการศึกษา 2564 มีจำนวนผลงานวิจัยที่ตีพิมพ์เผยแพร่ จำนวน 2 เรื่อง โครงร่างวิจัยจำนวน 1 เรื่อง บทความวิชาการที่ ตีพิมพ์เผยแพร่จำนวน 1 เรื่อง (ร่าง) บทความวิชาการ จำนวน 1 เรื่อง สื่อการสื่อสารต่างวัฒนธรรม จำนวน 1 เรื่องและจากการติดตามประเมินผลการทำ Faculty Practice พบว่ายังมีอุปสรรคเรื่องสถานการณ์ COVID19 อยู่ แต่ขณะเดียวกันคณะพยาบาลศาสตร์ได้ตระหนักถึงเกณฑ์การรับรองสถาบันการศึกษาการพยาบาลและ การผดุงครรภ์จากสภาการพยาบาลในตัวบ่งชี้ที่ 9 ร้อยละของอาจารย์ที่สอนวิชาการพยาบาลและวิชารักษาโรค เบื้องต้น ปฏิบัติการพยาบาลในสาขาวิชาที่รับผิดชอบ (ตัวบ่งชี้สำคัญ) ต้องมีแผนเพิ่มเติมในการจัดทำแผน ระดับบุคคล ระดับกลุ่มวิชา และระดับคณะ เพื่อให้สามารถปรับแผนการทำได้ยืดหยุ่น เน้นการปฏิบัติที่ เกิดผลลัพธ์โดยตรงกับผู้รับบริการ (direct care) ที่มีความเชื่อมโยงและเป็นทิศทางเดียวกัน จึงได้เป็นแนว ทางการปรับปรุงพัฒนาต่อในปีการศึกษา 2565 ต่อไป (ภาพที่ 8) วงรอบที่ 2 เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปีการศึกษา 2565 (ภาพที่ 8) ภาพที่ 8 วงรอบที่ 2 ของ การทำ Faculty Practice to Research
Page | 9 ในปีการศึกษา 2565 คณะพยาบาลศาสตร์ได้เริ่มดำเนินการวางแผน (P) Faculty Practice ภายใต้ ผู้รับผิดชอบคือรองคณบดีฝ่ายดูแลงานวิจัยและบริการวิชา ร่วมกับคณะกรรมการวิจัยและบริการวิชาการ และ ได้นำผลจากการทำ Faculty Practice ของอาจารย์ในปีการศึกษา 2564 มาปรับปรุง ดังนี้ 1) มีการจัดทำ แผนระดับบุคคลที่ชัดเจน ระบุช่วงเวลา และกิจกรรมการ Faculty Practice ที่เน้น direct care และการ ต่อยอดงาน 2) มีการจัดทำแผน Faculty Practice ระดับกลุ่มวิชาโดยผู้ประสานกลุ่มวิชา หรือหัวหน้า กลุ่มวิชา โดยผ่านการหารือร่วมกันกับอาจารย์ในกลุ่มเรียบร้อยแล้ว และเชื่อมโยงกับ 3) แผน Faculty Practice ระดับคณะที่จัดทำโดยรองคณบดีดูแลงานด้านวิจัยและบริการวิชาการ โดยมีเป้าหมายในการ พัฒนาผลลัพธ์ด้านสุขภาพของประชาชนทุกกลุ่มวัย (ภาพที่ 9) ที่ผ่านการประชุมหารือกับอาจารย์ภายใน คณะ และผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการบริหารหลักสูตรและคณะกรรมการประจำคณะ ภาพที่ 9 เป้าหมายการทำ Faculty Practice ของคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม ปีการศึกษา 2565 หลังจากนั้นอาจารย์ได้ทำ (D) Faculty Practice ตามแผนของตนเองโดยดำเนินการตามระเบียบ ราชการและเวลาไม่ซ้อนทับกับการฝึกปฏิบัติของนักศึกษาพยาบาล และเมื่อได้มีการกำกับติดตามตรวจสอบ (C) การทำ Faculty Practice พบว่ามีอาจารย์บางส่วนที่มีแนวโน้มไม่สามารถทำ Faculty Practice ได้
Page | 10 ตามแผน ส่งผลให้ผลลัพธ์ไม่เป็นไปตามแผนเช่นเดียวกัน โดยมีสาเหตุจากการจัดการบริหารเวลาและ กิจกรรมบางส่วนของคณะพยาบาลศาสตร์และมหาวิทยาลัย จึงได้นำปัญหาดังกล่าวมาวางแผนปรับแก้ไข (A) เพื่อนำไปสู่การพัฒนาต่อไป คือ ช่วยหาแนวทางในการบริหารจัดการเวลาและให้แนวทางเพิ่มเติมในการทำ Faculty Practice พร้อมทั้งกำกับติดตามอย่างใกล้ชิด ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นด้านงานวิจัยของอาจารย์ที่นอกเหนือจากผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นกับผู้รับบริการ ปีการศึกษา 2565 มีจำนวนผลงานวิจัยที่ตีพิมพ์เผยแพร่ จำนวน 7 เรื่อง ทั้งนี้จากผลที่เกิดขึ้นคณะพยาบาลศาสตร์ได้นำผล การทำ Faculty Practice มาวิเคราะห์เพิ่มเติมร่วมกับยุทธศาสตร์ของมหาวิทยาลัย ซึ่งนำมาวางแผนต่อในปี การศึกษา 2566 ต่อไป วงรอบที่3 เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปีการศึกษา 2566 (อยู่ระหว่างการดำเนินการ) (ภาพที่ 10) ภาพที่ 10 วงรอบที่ 3 ของ การทำ Faculty Practice to Research
Page | 11 ในปีการศึกษา 2566 คณะพยาบาลศาสตร์ได้เริ่มดำเนินการวางแผน (P) Faculty Practice ภายใต้ ผู้รับผิดชอบคือรองคณบดีฝ่ายดูแลงานวิจัยและบริการวิชา ร่วมกับคณะกรรมการวิจัยและบริการวิชาการ และ ได้นำผลจากการทำ Faculty Practice ของอาจารย์ในปีการศึกษา 2565 มาปรับปรุง เพิ่มเติมคือให้ สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของมหาวิทยาลัย โดยกำหนดทิศทางในการทำ Faculty Practice คือ การมี สมรรถนะด้านการจัดการสุขภาพด้านการส่งเสริม ป้องกัน ดูแล และฟื้นฟูสุขภาพในทุกกลุ่มวัย โดย 1) กลุ่มวิชาการพยาบาลสูติศาสตร์และกลุ่มวิชาเด็กและวัยรุ่น เน้นสมรรถนะการจัดการสุขภาพด้านการผู้นำ การสื่อสาร 2) กลุ่มวิชาการพยาบาลผู้ใหญ่และผู้สูงอาย เน้นสมรรถนะการตัดการสุขภาพด้านการเป็นผู้นำ และ 3) กลุ่มวิชาการพยาบาลชุมชนและการพยาบาลสุขภาพจิตและจิตเวช เน้นสมรรถนะการจัดการ สุขภาพด้านการคิดอย่างเป็นระบบ (ภาพที่ 11) ทั้งนี้มีการดำเนินการจัดทำแผนระดับบุคคลที่แผน Faculty Practice ระดับกลุ่มวิชาโดยผู้ประสานกลุ่มวิชา หรือหัวหน้ากลุ่มวิชา โดยผ่านการหารือร่วมกันกับอาจารย์ใน กลุ่มเรียบร้อยแล้ว และเชื่อมโยงกับ 3) แผน Faculty Practice ระดับคณะที่จัดทำโดยรองคณบดีดูแลงานด้าน วิจัยและบริการวิชาการที่ผ่านการประชุมหารือกับอาจารย์ภายในคณะ และผ่านการพิจารณาจากคณะ กรรมการบริหารหลักสูตรและคณะกรรมการประจำคณะ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการ ภาพที่ 11 ทิศทางการ Faculty Practice ประจำปีการศึกษา 2566
Page | 12 8. ผลกระทบที่เป็นประโยชน์หรือสร้างคุณค่า 8.1 ผู้รับบริการ หรือผู้ป่วยมีผลลัพธ์ทางด้านสุขภาพดีขึ้น 8.2 องค์กรวิชาชีพพยาบาลและอาจารย์มีการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง 9. ปัจจัยแห่งความสำเร็จ 9.1 ผู้นำมีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล และเป็นผู้นำที่ตื่นตัวกับการเปลี่ยนแปลง 9.2 คณะมีระบบและกลไก รวมถึงการกำกับติดตามที่ชัดเจน 9.3 มหาวิทยาลัยเห็นถึงความสำคัญและให้การสนับสนุนด้านการดำเนินงานที่เกี่ยวข้อง 9.4 แหล่งฝึกปฏิบัติและพยาบาลวิชาชีพให้ความร่วมมือและร่วมใจในการพัฒนาคุณภาพการพยาบาล ร่วมกัน 9.5 อาจารย์ตระหนักในความสำคัญของการทำ Faculty Practice ที่ส่งผลลัพธ์ที่ดีต่อผู้รับบริการ และสามารถเป็นการต่อยอดงานสู่งานวิจัยได้ต่อไป 9.6 เจ้าหน้าที่สายสนับสนุนให้ความช่วยเหลือและสนับสนุนให้การดำเนินงาน Faculty Practice เป็นไปได้อย่างราบรื่น 10. ปัญหาอุปสรรคและแนวทางการแก้ไข ด้านอาจารย์ จะมีภาระงานสอนและภารกิจด้านอื่นๆ ที่อาจส่งผลกระทบต่อแผนการทำ Faculty Practice ทั้งนี้จากการกำกับติดตามเป็นระยะสามารถช่วยให้อาจารย์มีแนวทางในการทำ Faculty Practice ได้ตามแผน 11. แนวทางในการจัดการความรู้ นำเสนอและแลกเปลี่ยนเรียนรู้แก่สถาบันอื่นๆ ต่อไป
Page | 13 เอกสารอ้างอิง ฉวีวรรณ ธงชัย, กรรณิการ์ กันทะรักษา, มนัสนิตย์ บุญยธรรพ และพรทิวา ทักษิณ. (2553). รูปแบบการ ปฏิบัติการพยาบาลขั้นสูงของอาจารย์. วารสารสภาการพยาบาล, 25(4), 46-46. ธนิษฐา สมัย. (2558). บทบาทและสมรรถนะของอาจารย์พยาบาลที่มีการปฏิบัติการพยาบาลสัมพันธ์กับ บทบาทการพยาบาลขั้นสูง สาขาการพยาบาลอายุรศาสตร์-ศัลยศาสตร์. วารสารพยาบาลศาสตร์, 78-86. ทัศนา บุญทอง. (2562). มติที่ประชุมพยาบาลแห่งชาติครั้งที่ 16 : slide ประกอบการประชุม : การพลิก โฉมวิชาชีพการพยาบาลสู่สุขภาวะถ้วนหน้าอย่างสมบูรณ์ , วันที่ 22 พฤศจิกายน 2562. สุจิตรา เหลืองอมรเลิศ. (2562). การบรรยายพิเศษเรื่องการปฏิบัติการพยาบาลของอาจารย์ (faculty practice) วันที่ 26 พฤศจิกายน 2562 ห้องประชุม 6305 คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น. 8. ผลกระทบที่เป็นประโยชน์หรือสร้างคุณค่า 9. ปัจจัยแห่งความสำเร็จ 10. ปัญหาอุปสรรคและแนวทางการแก้ไข 11. แนวทางในการจัดการความรู้
Page | 1 แนวปฏิบัติที่ดี ด้านแนวปฏิบัติ : การวิจัย วิทยาลัยพยาบาลพระจอมเกล้า จังหวัดเพชรบุรี คณะพยาบาลศาสตร์สถาบันพระบรมราชชนก 1. ชื่อเรื่อง / แนวปฏิบัติ: PCK together : การเผยแพร่ผลงานวิจัยและผลงานวิชาการในระดับชาติและ นานาชาติ 2. ชื่อหน่วยงาน วิทยาลัยพยาบาลพระจอมเกล้า จังหวัดเพชรบุรี คณะพยาบาลศาสตร์ สถาบันพระบรมราชชนก 3. คณะท างาน อาจารย์ ดร.จินตนา ทองเพชร หัวหน้างานด้านวิจัยและบริการวิชาการ อาจารย์ ดร.อัจฉราวดี ศรียะศักดิ์ รองผู้อ านวยการด้านวิจัยและบริการวิชาการ และอาจารย์ประจ างานวิจัยและการจัดการความรู้ 4. บทสรุปโครงการ การพัฒนาผลงานการผลิตและเผยแพร่ผลงานวิจัยของสถาบันการศึกษาให้ได้ตามเกณฑ์ประกัน คุณภาพการศึกษานับเป็นประเด็นที่ท้าทาย เนื่องจากการสร้างองค์ความรู้จากการวิจัยต้องใช้ความรู้ ความสามารถ ความสนใจและความกระตือรือร้นของผู้วิจัย รวมทั้งต้องอาศัยความร่วมมือร่วมใจและการ เอื้ออ านวยของบุคลกรทุกระดับ นอกจากนี้ ผู้วิจัยต้องมีศักยภาพในการเผยแพร่ผลงานทั้งในรูปแบบต่างๆ ไม่ ว่าจะเป็นการน าเสนอในการประชุมในเวทีวิชาการที่ได้รับการยอมรับในระดับชาติหรือนานาชาติ และการ เขียนตีพิมพ์บทความวิจัยและผลงานวิชาการลงในวารสารที่ได้รับการยอมรับตามเกณฑ์มาตรฐานอุดมศึกษา การประกันคุณภาพการศึกษา วิทยาลัยพยาบาลพระจอมเกล้า จังหวัดเพชรบุรี ประสบกับปัญหาด้านผลลัพธ์การเขียนตีพิมพ์ เผยแพร่ ต่ ากว่าเกณฑ์มาโดยตลอดเมื่อประเมินเป็นรายสาขาวิชาหรือความเชี่ยวชาญ และจ านวนนักวิจัยรุ่น ใหม่มีผลงานค่อนข้างน้อย แม้ว่าผู้บริหารและบุคลากรจะตะหนักถึงความส าคัญและพยายามแก้ปัญหามาอย่าง ต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามจากการเรียนรู้ร่วมกันและการถอดบทเรียน รวมทั้งการน ากระบวนการ PDCA (Plan Do Check Act) มาพัฒนาค้นหาแนวปฏิบัติที่ดีในการส่งเสริมการตีพิมพ์เผยแพร่ผลงานวิจัยและผลงาน วิชาการ ซึ่งวิทยาลัยผ่านการพัฒนาปรับปรุงตามกระบวนการ PDCA มาเป็นระยะเวลา 4 ปี พัฒนาปรับปรุง วิธีการปฏิบัติ แก้ไขปัญหาอุปสรรคร่วมกัน ทั้งระยะสั้นและระยะยาว ตามความเหมาะสม จนวิทยาลัยเกิดผล ลัพธ์และประสบความส าเร็จแบบก้าวกระโดด จนน าไปสู่การ สรุปเป็น “แนวปฏิบัติที่ดีในการส่งในการส่งเสริม การตีพิมพ์เผยแพร่ผลงานวิจัยและผลงานวิชาการ” แนวปฏิบัติที่ดี เรื่อง “การส่งเสริมการตีพิมพ์เผยแพร่ผลงานวิจัยและผลงานวิชาการ” โดยงานจัดการ ความรู้ วิทยาลัยพยาบาลพระจอมเกล้า จังหวัดเพชรบุรี คณะพยาบาลศาสตร์ สถาบันพระบรมราชชนก กระทรวงสาธารณสุข เป็นแนวปฏิบัติที่จัดท าขึ้น เพื่อส่งเสริมให้มีการพัฒนาการด าเนินงานด้านวิจัย ทั้งด้าน
Page | 2 การผลิตผลงานวิจัย/ผลงานวิชาการ และการตีพิมพ์เผยแพร่ผลงานวิจัยและผลงานวิชาการให้เป็นไปอย่างมี ประสิทธิภาพ เกิดผลลัพธ์เชิงประจักษ์ สอดคล้องกับพันธกิจ นโยบาย ด้านการวิจัย และ พระราชบัญญัติ สถาบันพระบรมราชชนก ที่ต้องการพัฒนาอาจารย์เข้าสู่ต าแหน่งทางวิชาการ รวมทั้งตอบสนองนโยบายและ ยุทธศาสตร์การวิจัยของชาติ ซึ่งแนวทางปฏิบัตินี้ประกอบด้วยการวางระบบ กลไกการผลิตและเผยแพร่ ผลงานวิจัยที่เป็นกระบวนการที่ต่อเนื่องเป็นรูปธรรม การพัฒนาศักยภาพนักวิจัย การเตรียมนักวิจัยรุ่นใหม่ การสร้างระบบการให้ค าปรึกษา การช่วยเหลือเกื้อกูลในรูปแบบกัลยาณมิตร จิตอาสา สุทรียสนทนา การสร้าง เสริมขวัญก าลังใจแบบพลวัตร การจัดท าคู่มือและแนวปฏิบัติต่างๆ การเอื้ออ านวยความสะดวก รวมทั้งผนวก การจัดการความรู้ เรื่อง การตีพิมพ์เผยแพร่ผลงานวิจัยและผลงานวิชาการในระดับชาติและนานาชาติ จัดตั้ง เป็นชุมชนนักปฏิบัติ Community of Practice : CoP) ที่ช่วยให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ จากความรู้และ ทักษะของผู้มีประสบการณ์ตรงทั้งจากภายในวิทยาลัย และผู้เชี่ยวชาญจากภายนอก รวมทั้งกิจกรรมการ จัดการความรู้ของคณะพยาบาลศาสตร์ ผลจากความมุ่งมั่นตั้งใจ ความรักและผูกพันต่อองค์กรของบุคลากร ท าให้เกิดการประสานความร่วมมืออย่างดียิ่ง ท าให้ปีงบประมาณ 2562-2565 วิทยาลัยพยาบาลพระจอมเกล้า จังหวัดเพชรบุรี มีผลงานการตีพิมพ์เผยแพร่ผลงานวิจัยและผลงานวิชาการเพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดด จ านวน 26, 36 40 และ 35 เรื่อง คิดเป็นผลรวมถ่วงน้ าหนัก 53.89, 59.29,70.36 และ 57.88 ตามล าดับ ซึ่งเป็นการ สร้างสรรค์องค์ความรู้ที่มีการบูรณาการวิจัยกับทุกพันธกิจพร้อมกับการพัฒนาให้อาจารย์ประจ ามีคุณลักษณะ ที่เหมาะสมกับต าแหน่งทางวิชาการ พัฒนางานวิจัย/ผลงานทางวิชาการตามหลักจรรยาบรรณของนักวิจัยที่ดี และจริยธรรมการวิจัย วิทยาลัยพยาบาลพระจอมเกล้า จังหวัดเพชรบุรีคณะพยาบาลศาสตร์ สถาบันพระบรมราชชนก กระทรวงสาธารณสุข หวังเป็นอย่างยิ่งว่าแนวปฏิบัติที่ดี เรื่อง การส่งเสริมการตีพิมพ์เผยแพร่ผลงานวิจัยและ ผลงานวิชาการ เล่มนี้จะเป็นประโยชน์ต่อคณาจารย์ ผู้บริหารและนักวิจัยในการการน ากระบวนการ การ ส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพการวิจัย ไม่ว่าจะเป็นการผลิต เผยแพร่ผลงานวิจัยและผลงานวิชาการ ในรูปแบบ ต ารา หนังสือ และนวัตกรรม ไปใช้ในการพัฒนาตนเอง วิชาชีพ องค์กร สุดท้ายองค์ความรู้ที่ได้จากงานวิจัย และผลงานวิชาการ จะเกิดประสิทธิผลสูงสุดต่อบัณฑิต องค์กร วิชาชีพ ชุมชน สังคมและประเทศชาติต่อไป 5. ที่มาและความส าคัญของโครงการ การวิจัยเป็นพันธกิจส าคัญประการหนึ่งที่สถาบันการศึกษาต้องปฏิบัติให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของ สถาบันต้นสังกัด ยุทธศาสตร์ของกระทรวง ยุทธศาสตร์การพัฒนาของประเทศและคณะพยาบาลศาสตร์ สถาบันพระบรมราชชนก ซึ่งมุ่งเน้น ส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการเร่งรัดผลิตและเผยแพร่ผลงานวิชาการที่มี คุณภาพ ให้เป็นที่ยอมรับในระดับชาติและอาเซียน โดยวิทยาลัยพยาบาลพระจอมเกล้า จังหวัดเพชรบุรี ได้ ก าหนดเป้าประสงค์เชิงกลยุทธ์ ให้มีการผลิตผลงานวิจัยและผลงานวิชาการที่เน้นชุมชนให้เป็นที่ยอมรับใน ระดับชาติและอาเซียน มุ่งเน้นให้มีการพัฒนาองค์ความรู้เพื่อสุขภาวะที่ยั่งยืน ก าหนดให้มีกลยุทธ์ในการ ผลักดันการผลิตและเผยแพร่งานวิจัยและผลงานวิชาการ ให้เป็นที่ยอมรับในระดับชาติ/นานาชาติ มีการ
Page | 3 ถ่ายทอดสู่แผนปฏิบัติการ เพื่อให้เกิดการด าเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพเทียบเคียงได้กับเกณฑ์มาตรฐานและ สถาบันชั้นน า การจัดการความรู้ (Knowledge Management : KM) เป็นเครื่องมือหรือวิธีการในการพัฒนา ประสิทธิภาพในการท างาน การพัฒนาบุคลากร เพื่อคนท างานทั้งระดับปฏิบัติและบริหารที่ต้องการเรียนรู้เรื่อง การจัดการความรู้ โดยเน้นมุมมองใกล้ตัวที่ง่าย สั้น และกระชับ เป็นจุดเริ่มต้นส าหรับการศึกษาให้กว้างขวาง ลึกซึ้งต่อไป ซึ่งผู้ที่ท างานในองค์กรใด ไม่ว่าจะเป็นผู้ปฏิบัติงานหรือผู้บริหารก็ต้องมีส่วนร่วมในการจัดการ ความรู้ อาจจะอยู่ในระดับที่เป็น เครื่องมือ หรือ ตัวช่วย ให้สามารถท างานได้มากขึ้นและดีขึ้น โดยการสร้าง ความมั่นใจ สะดวก ง่าย รวดเร็วมากยิ่งขึ้น ซึ่งผลที่ตามมาคือ องค์กรอยู่รอดและเติบโตอย่างยั่งยืน ใน สถานการณ์ที่มีการแข่งขันสูงอย่างในปัจจุบัน จากการประเมินเพื่อรับรองสถาบันการศึกษาของสภาการพยาบาล เมื่อปีการศึกษา 2559 มี ข้อเสนอแนะจากสภาการพยาบาลให้วิทยาลัยลดจ านวนการแพร่ผลงานวิจัยในรูปแบบรายงานสืบเนื่องจาก การประชุม (Proceeding) และเพิ่มการตีพิมพ์ในวารสารวิชาการที่อยู่ในฐาน TCI และวารสารที่ได้รับการ ยอมรับ ดังนั้น วิทยาลัยพยาบาลพระจอมเกล้า จังหวัดเพชรบุรี จึงได้มีนโยบายเร่งรัดการตีพิมพ์เผยแพร่ ผลงานวิจัย โดยวางแผนให้คณาจารย์ได้ร่วมกันตั้งเป้าหมายการพัฒนาจ านวนการตีพิมพ์เผยแพร่ผลงานวิจัยใน ระดับชาติและนานาชาติ ก าหนดให้เป็นภาระงานรายบุคคลของอาจารย์ โดยฝ่ายวิจัยและบริการวิชาการ รับผิดชอบพัฒนาระบบและกลไกปรับปรุงระบบสนับสนุน สร้างขวัญก าลังใจแก่ผู้มีผลงานตีพิมพ์เผยแพร่ ผลงานวิจัยอย่างหลากหลายและเป็นพลวัตร มีการน ากระบวนการจัดการความรู้มาใช้ในการพัฒนาแนวปฏิบัติ ที่ดี มีการจัดกิจกรรม/โครงการเพิ่มพูนความรู้และทักษะด้านการผลิตผลงานวิจัย/ผลงานวิชาการ การเขียน ตีพิมพ์เผยแพร่ผลงานวิชาการในวารสารที่ได้รับการยอมรับในระดับชาติและนานาชาติ มีกระบวนการ ช่วยเหลือเกื้อกูลและแลกเปลี่ยนเรียนรู้โดยใช้หลักคิด หลักการท างาน ชื่อว่า “PCK-together” รวมทั้งใช้ กระบวนการพัฒนาคุณภาพ PDCA มาพัฒนาระบบงานอย่างต่อเนื่องเป็นระบบ เพื่อให้วิทยาลัยมีแนวปฏิบัติที่ ดีในการส่งเสริมสนับสนุนการตีพิมพ์ผลงานวิจัยและผลงานวิชาการให้วิทยาลัยก้าวสู่ความองค์กรที่มีสมรรถนะ สูงและอาจารย์ประจ ามีผลงานวิจัยและผลงานวิชาการที่มีคุณภาพ สามารถใช้ในการน าเสนอเข้าพิจารณาการ ขอต าแหน่งทางวิชาการตาม พระราชบัญญัติสถาบันพระบรมราชชนกต่อไป 6. วัตถุประสงค์ 1.เพื่อพัฒนาศักยภาพของอาจารย์ประจ าด้านการเขียนบทความวิจัย/บทความวิชาการ ตีพิมพ์เผยแพร่ผ่านกระบวนการจัดการความรู้ 2.เพื่อผลักดันการเผยแพร่ผลงานวิจัยให้เป็นที่ยอมรับในระดับชาติและนานาชาติให้บรรลุ ตามเกณฑ์ประกันคุณภาพการศึกษาและสภาการพยาบาล 3.เพื่อส่งเสริมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านการเขียนตีพิมพ์เผยแพร่ ของอาจารย์ประจ าของ วิทยาลัยโดยผ่านกระบวนการจัดการความรู้ 4.เพื่อวิเคราะห์และสังเคราะห์องค์ความรู้ที่ได้จากการจัดการความรู้ จัดท าเป็นคลังความรู้ ด้านการตีพิมพ์เผยแพร่ผลงานวิจัย/ผลงานวิชาการ
Page | 4 7.แนวปฏิบัติที่ดี วิธีการด าเนินงาน รายละเอียดการด าเนินงานโครงการ/กิจกรรม PLAN ก าหนดแผนกลยุทธ์ แผนปฏิบัติการ แผนงาน / โครงการ/กิจกรรม ศึกษาวิสัยทัศน์ พันธกิจ แผนยุทธศาสตร์ คณะพยาบาลศาสตร์ / สบช. และวิทยาลัย ศึกษายุทธ์ศาสตร์/กลยุทธ์/แผนปฏิบัติการ/PA/KPI ศึกษาเกณฑ์ชี้วัดคุณภาพการศึกษา สกอ. สมศ. สภาการพยาบาล และ Improvement plan ที่ผ่านมา วิเคราะห์ผลการประเมินผลการด าเนินงานของระบบและกลไกการพัฒนาผลงานวิจัย และผลงานวิชาการ วิเคราะห์องค์กร ด้านการผลิตผลงานวิจัย ทั้งรายสาขาวิชาการพยาบาล และภาพรวม ขององค์กร วิเคราะห์ผลลัพธ์ด้านวิจัยรายบุคคล/ส ารวจความต้องการพัฒนาผลงานวิชาการเพื่อ ขอต าแหน่งทางวิชาการ DOD ปรับปรุงคู่มือการผลิตและ เผยแพร่ผลงานวิจัยและ ผลงานวิชาการ ปรับมาตรฐานการปฏิบัติงานให้สอดคล้องกับข้อมูลและสถานการณ์ปัจจุบัน เช่น ระเบียบการเบิกจ่ายเงินรายได้ ระเบียบวิธีวิจัย แนวโน้มประเด็นวิจัย ปรับปรุง Flow chart ระบบสนับสนุนเผยแพร่ ผลงานวิจัยและผลงาน วิชาการ ปรับมาตรฐานการปฏิบัติงานให้สอดคล้องกับข้อมูล และบริบทการด าเนินงานใน ปัจจุบัน ด าเนินโครงการ การ จัดการความรู้เพื่อพัฒนา องค์กรแห่งการเรียนรู้ KM ประเด็น “การส่งเสริม การตีพิมพ์เผยแพร่ ผลงานวิจัยและผลงาน วิชาการ” -ส่งเสริม/สนับสนุน/ผลักดันการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ (Sharing Knowledge and Skills) จัดท าปฏิทินการด าเนินงาน ส ารวจวันและปรับเปลี่ยนตามความเหมาะสมโดย ไม่รบกวนการสอนภาคทฤษฏีและภาคปฏิบัติ -จัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านการวิจัย เดือนละ 1 ครั้ง (Journal club/Research club/Visiting professor) -สนับสนุน/ส่งเสริม/ผลักดัน ให้เข้าร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในกิจกรรมการจัดการ ความรู้ของคณะพยาบาลศาสตร์
Page | 5 จัดตั้งชุมชนนักปฏิบัติ (Community of Practice: CoP) พันธกิจ ด้านวิจัย ประเด็น “การ ตีพิมพ์เผยแพร่ผลงานวิจัย และผลงานวิชาการ” -ใช้หลักการด าเนินงาน คือ “PCK together” P: Professional การท างานแบบมืออาชีพ รับผิดชอบ มีประสิทธิภาพ พัฒนาตนเอง อยู่เสมอ C: Creative thinking การคิดงานวิจัยอย่างสร้างสรรค์ K: Knowledge transfer การถ่ายทอดความรู้ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ จัดการความรู้ T: Training การได้รับการฝึกฝน มีนักวิจัยพี่เลี้ยง O: Organization องค์กรสนับสนุน เวลา งบประมาณ G : Guidance มีระบบที่ปรึกษา ให้ค าแนะน า ช่วยเหลือ E: Enthusiastic ตั้งใจ กระตือรือร้น จดจ่อ T: Team สร้างทีมวิจัยตามความเชี่ยวชาญ H: Honest ซื่อสัตย์ มีจริยธรรมการวิจัย E: Encourage กระตุ้นให้ก าลังใจ R: Rewards รางวัลและขวัญก าลังใจ ด าเนินโครงการ/กิจกรรม เผยแพร่ผลงานวิจัย ผลงานวิชาการใน ระดับชาติและนานาชาติ กิจกรรม Journal club/Research Club กิจกรรมสร้างนักวิจัยพี่เลี้ยงในการท าวิจัยและการเผยแพร่ผลงานวิจัย/ผลงาน วิชาการ ( Research mentor) กิจกรรมให้ค าปรึกษา ( Research clinic ) กิจกรรมสร้างขวัญก าลังใจ (Reinforcement & Rewards) มีการมอบรางวัลนักวิจัยดีเด่น ทั้งนักวิจัยรุ่นใหม่ และนักวิจัยอาวุโส สนับสนุนค่าธรรมเนียมการตีพิมพ์ รางวัลพิเศษการตีพิมพ์ เผยแพร่ ประชาสัมพันธ์ด้วยรูปภาพที่สวยงามทั้งระบบออนไลน์ทุกช่องทาง และ บอร์ดประชาสัมพันธ์ให้กับผู้ที่ตีพิมพ์เผยแพร่รายบุคคลทุกครั้งที่มีเผยแพร่ กิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับ Visiting professor จากต่างประเทศ ก ากับติดตาม (Monitoring) กระตุ้นการตีพิมพ์เผยแพร่ รายบุคคล ผ่านสาขาวิชา และคณะกรรมการบริหารวิทยาลัย CHECK ประเมินและสรุปปัญหา อุปสรรคเกี่ยวกับการ ตีพิมพ์เผยแพร่ ประเมินผลการด าเนินงานรายโครงการ/กิจกรรม รายไตรมาส ตามตัวชี้วัด ความส าเร็จ รวมทั้งระบบและกลไก After Action Review (AAR) หลังสิ้นสุดโครงการ/กิจกรรม รวบรวมผลงานวิจัยที่ตีพิมพ์เผยแพร่ น าลงฐานข้อมูล update ฐานข้อมูลการตีพิมพ์เผยแพร่ผลงานวิจัยและวิชาการ
Page | 6 ACT 7.4 ขั้นปรับปรุง (A) น าผลการประเมินมา ปรับปรุงการด าเนินงาน น าเสนอผลการด าเนินงานในที่ประชุมอาจารย์เพื่อร่วมกันพิจารณาแนวทาง แก้ปัญหา ปรับปรุงการปฏิบัติงาน ปัจจัยสนับสนุน ปรับแผนงานการด าเนินงานรายไตรมาส หลักการด าเนินงานที่น ามาใช้ในการส่งเสริมการตีพิมพ์เผยแพร่ ผลงานวิจัยและผลงานวิชาการ มหลัก PDCA เพื่อพัฒน “PCK together” P: Professional นักวิจัยมืออาชีพ พัฒนาตนเองอยู่เสมอ C: Creative thinking ผลิตงานวิจัย/ผลงานวิชาการอย่างสร้างสรรค์ K: Knowledge transfer ถ่ายทอดความรู้ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ ด้วย การจัดการความรู้ าคุณภาพ ไปสู่แนว
Page | 7 แนวทางด าเนินงานตามหลัก “PCK together” PCK P: Professional พัฒนาให้เป็นนักวิจัยอย่างมืออาชีพ รับผิดชอบ พัฒนาตนเองอยู่เสมอ C: Creative thinking พัฒนาให้เป็นนักวิจัยที่ผลิตงานวิจัยอย่างสร้างสรรค์ สามารถท าวิจัยและนวัตกรรม ด้วยระเบียบวิธีวิจัยที่หลากหลาย จนมีประสบการณ์และทักษะที่ดี และสามารถ เผยแพร่ผลงานในวารสารระดับชาติและนานาชาติที่ได้รับการยอมรับ K: Knowledge transfer พัฒนานักวิจัยให้สามารถถ่ายทอดความรู้ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ จัดการความรู้ เพื่อ พร้อมเป็นนักวิจัยพี่เลี้ยงต่อไป Together T: Training จัดกิจกรรมที่สามารถฝึกฝนให้เป็นนักวิจัยที่มีคุณภาพ ผ่านโครงการและ กิจกรรมพัฒนาศักยภาพนักวิจัย ได้แก่ Journal club/Research Club / Visiting professor /KM /ประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพ สนับสนุนเวลาและงบประมาณในการฝึกอบรมที่เกี่ยวข้องจากหน่วยงาน ภายนอก เช่น การเลือกใช้สถิติส าหรับการวิจัย การออกแบบการวิจัย Academic writing O: Organization ผู้บริหารสนับสนุนงบประมาณส าหรับทุนวิจัยภายใน สนับสนุนการเดินทางไปเก็บข้อมูลวิจัย การใช้วันลาวิจัยและเขียนต้นฉบับ (Manuscript) สนับสนุนห้องให้ค าปรึกษา (Research clinic) สนับสนุนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ส าหรับวิเคราะห์ข้อมูล สนับสนุนค่าธรรมเนียมการตีพิมพ์ รางวัลพิเศษเมื่อตีพิมพ์เผยแพร่วารสารระดับ ต่างๆ G : Guidance มีระบบที่ปรึกษา ให้ค าแนะน า ช่วยเหลือ กิจกรรมให้ค าปรึกษา ผ่าน Research clinic กิจกรรมจิตอาสา/กัลยาณมิตร/สุนทรียสนทนา ในการให้ค าแนะน า การตรวจสอบ Abstract และปรับแก้ภาษาอังกฤษ แบบเพื่อนช่วยเพื่อน พี่ช่วย น้อง น้องช่วยพี่ มีคณะกรรมการพิจารณาโครงร่างวิจัยและจริยธรรมวิจัย เพื่อให้ข้อเสนออย่างเป็น กัลยาณมิตร เพื่อให้ได้งานวิจัยที่ดีและถูกต้องตามหลักการวิจัย E: Enthusiastic จัดกิจกรรม/โครงการที่ส่งเสริม กระตุ้นให้ผู้วิจัยมีความตั้งใจ กระตือรือร้น จด จ่อ