The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by 17874, 2022-08-15 10:50:05

DOCA1000042552 (1)

DOCA1000042552 (1)

6. ขอใดใชก ลวธิ ีการแตงเหมอื นตัวอยางตอ ไปนี้
“สรรพสัตวพ ูดจาประสาคน คงภูมใิ จเหลอื ลนไดตอบคาํ ”
1. ขอ ก. 2. ขอ ข. 3. ขอ ค. 4. ขอ ง.
7. คาํ ประพนั ธต อ ไปนใ้ี ชภ าพพจนตามขอใด
“ฉนั มองคลน่ื รนื่ เรเขาเหฝ ง พร่ําฝากฝงภักดไี มมสี อง
มองดาวเฟย มเยีย่ มพักตรล ักษณล ํายอง จากคนั ฉองชลาลัยใสสะอาง”
1. บุคคลวัตและอปุ ลักษณ 2. สัญลักษณและอตพิ จน
3. บคุ คลวตั และสญั ลักษณ 4. อุปลกั ษณและอตพิ จน
8. ลักษณะการประพันธท ่เี ดนชัดทสี่ ุดของบทประพนั ธตอ ไปนี้คืออะไร
“จากความวุนววู ามสูค วามวาง จากความมดื มาสวางอยางเฉิดฉัน
จากความรอ นระอเุ ปน เยน็ นิรันดร ไมร พู ลันพลิกเหน็ เปนความรู”
1. การเลนเสยี งสัมผสั
2. การซ้าํ คาํ เพมิ่ ความหมาย
3. การเลนคําหลากความหมาย
4. การใชคําทมี่ ีความหมายขดั แยง กนั
9. “พิราบบนิ กลับมาหลงั คาโบสถ พายโุ หดยงั กระห่ึมกระเกย้ี มเรอื
เมอื่ แกวตกลงแตกก็แหลกรื้อ แตแ กวคือแกวพรา งใจ”
คําประพนั ธข างตนใชภ าพพจนใดบา ง
1. สัญลกั ษณ บุคลาธษิ ฐาน อปุ ลกั ษณ 2. สญั ลกั ษณ ปฏิพากย อปุ ลักษณ
3. อุปลักษณ บคุ ลาธษิ ฐาน อตพิ จน 4. อปุ ลกั ษณ อติพจน อุปมา
10. "บหุ ลันเล่อื นลอยฟาไมราคี รัศมสี องสวา งด่งั กลางวัน”
ขอความนี้เปน โวหารภาพพจนชนิดใด?
1. อปุ มา 2. อตพิ จน 3. อปุ ลกั ษณ 4. บุคลาธิษฐาน

เฉลยคําตอบ

1. เฉลย ตอบขอ 4. การอปุ มา คอื การเปรยี บสงิ่ หนงึ่ “เหมอื น” เหมอื นอกี สง่ิ หนงึ่ ถา พจิ ารณาขอ 1. มอี ปุ มาตรงคาํ วา “เพยี ง”
ขอ 2. มอี ปุ มาตรงคําวา “เสมอ” และ 3. มีอุปมาตรงคําวา “เลห ”

2. เฉลย ตอบขอ 3. เพราะโวหารบคุ คลวตั คอื การทสี่ ิ่งไมมชี วี ิตทาํ กริยาเหมอื นสงิ่ มชี ีวิต ซ่งึ ในท่ีน้ี “ความชรา” นน้ั ทาํ กริยา
“มาเยือน”

3. เฉลย ตอบขอ 2. เพราะในท่นี ีม้ คี วามหมายวา สง่ั นกใหไปบอกนางวาพคี่ ิดถงึ ซ่งึ นกไมส ามารถทํากรยิ าบอกได จงึ เปน
บุคคลวัต แตนองบางคนอาจยังสงสัยวาทําไมไมตอบ 3. เพราะดอกไมทํากริยา “รอง” แตในที่นี้ไมไดหมายถึง ดอกไมที่เปน พืช
แต ดอกไมใ นท่นี คี้ อื ดอกไมไฟ (เสียงพลุ) น่นั เอง

4. เฉลย ตอบขอ 1. เพราะในที่น้สี ่อื ความหมายวา “นํ้าคาง” ทําอาการ “หม ” กลีบดอกล่ันทม
5. เฉลย ตอบขอ 4. เพราะเปน “การเลน คาํ พอง” น่ันคือ คําวา “พูด” โดย “พดู ” มาจาก “บางพูด” ซง่ึ เปน ชื่อสถานที่ แต
คําวา “พูด” คําท่ีสองคือคํากริยา เชนเดียวกันกับในตัวเลือก โดยคําวา “รัก” คําแรก คือ “ตนรัก” แต “รัก” คําที่สองหมายถึง
“อาการรกั ”

150 ตวิ เขม O-NET Get 100 by TruePlookpanya

6. เฉลย ตอบขอ 1. เปนกลวธิ ีการแตง โดยใชบุคคลวตั สงั เกตจาก “สตั วพ ดู จาประสาคน” ซง่ึ ตรงกบั ในโจทยท ีว่ า “ความวา ง
เปลามาเยือน”

7. เฉลย ตอบขอ 1. เพราะวา จากกลอนขางตน นั้น นองๆ สามารถบุคคลวัตไดจาก “คลนื่ รน่ื เรเขาเหฝง” และ “ดาวเฟยม
เย่ียมพักตร” สวนอุปลกั ษณน ั้นสังเกตจาก “คนั ฉองชลาลยั ” คอื เปรียบนา้ํ เปน กระจก น่ันเอง

8. เฉลย ตอบขอ 4. พ่ีวาขอนี้สังเกตงายมากๆ เพราะในทุกวรรคมีการใชคําท่ีตรงกันขามกัน ไมวาจะเปน “ความวุนวาย,
ความวา ง” “ความมดื ดาวเฟยมเยีย่ มพกั ตร, ความสวา ง” “ความรอน, ความเย็น”

9. เฉลย ตอบขอ 1. โดยสญั ลกั ษณน ั้นสังเกตจากคาํ วา “พายุ” ซึง่ ในที่นหี้ มายถึง “อุปสรรคท่ขี วางกั้น” บุคลาธิษฐานหรอื
บุคคลวตั นนั้ สงั เกตไดจ าก “พายโุ หดยงั กระหมึ่ กระเกย้ี มเรอื ” และอปุ ลกั ษณน นั้ กด็ ไู ดจ ากตอนทา ยของบท นน่ั คอื “แกว คอื แกว พรา งใจ”

10. เฉลย ตอบขอ 1. เพราะถานอ งๆ สงั เกตดๆี จะเห็นคํากญุ แจ คอื คําวา “ดงั่ ” ซึง่ เปน คาํ ท่ีใชแสดงการเปรยี บเทยี บ

คําไวพจน

คาํ ไวพจน คอื คาํ ทมี่ คี วามหมายเหมอื นกนั ในบทประพนั ธห รอื ในการแตง วรรณคดนี นั้ คาํ ไวพจนจ ะถกู นาํ มาใชอ ยา งมากมาย
เพ่ือความงดงามทางภาษา ยกตวั อยา งเชน

พระเจา แผน ดนิ เชน ประมุข กษัตริย กษัตรา กษตั รยี  กษตั ราธิราช พระมหากษตั รยิ  กษัตร กษัตรยิ ร าช กษิตลบดี ขตั ตยิ ะ
ขัตติยา พระราชาธิราช ราชา ภมู ิบดี มหบิ ดี มหิบาล มหบิ าล มหปิ นเรศ นเรศวร มหาบพติ ร(เฉพาะพระที่ใช) บรมพิตร ภวู นาถ ภวู ไนย
ภวู เนตร ภธู ร ภธู เรศวร ภเู บศ ภบู าล ภบู ดี ภูเบนทร ภเู บศวร นริศวร นราธปิ นฤเทพ นฤบดี นรราช นฤเบศ นรงั สรรค นรนิ ทร ภธู เรศ
จกั รี จักรนิ บพิตร ภมู นิ ทร บดนิ ทร

ดวงใจ เชน แด กมล ทรวง มน มโน รติ ฤทยั ฤดี หฤทยั อุระ อก
ทอ งฟา เชน คคนัมพร คคนางค คคนานต ทิฆัมพร นภ นภดล นภมณฑล นภา นภาลยั โพยม โพยมาน เวหะ เวหา
ดอกไม เชน บุปผ บุปผา บปุ ผชาติ บุษยา บุษบะ จาว จราว มาลยั มาลา พบู กรรณกิ า กสุ ุม โกสุม กสุ ุมาลย บุษบง บษุ บัน
บุหงา บุหลนั ผกา พเยีย มาลย มาลี สมุ น สุมนา สุมาลี
ผูห ญงิ เชน กัญญา กัลยา กลั ยาณี กานดา แกว ตา ขนิษฐา ดรณุ ี ดวงสมร ถี นง นงราม นงคราญ นงนุช นงเยาว นงลกั ษณ
นุช เนยี ง แนง แนงนอย บงั อร พธู ยุพา ยุพิน ยวุ ดี เยาวมาลย เยาวเรศ สายสมร สุดา อนงค วนิดา พนิดา วรดนู อร อังคณา อิตถี
ชา ง เชน หสั ดี คเชนทร คชนิ ทร ดมไร หัสดินทร กรี กรนิ ทร กุญชร คช คชา คชาธาร พลาย พงั นาค นาคนิ ทร นาเคนทร
สาร หัตถี ไอยรา คชสาร สาง
เมือง เชน ธานี นคร ธานิน นครนิ ทร นคเรศ บรู ี บรุ ี พารา กรงุ ไกร ปุระ บรุ นิ ทร
พระอาทิตย เชน ตะวนั ทินกร ทิวากร ประภากร พันแสง ภาณุ ภาณุมาศ รพี รวี รังสิมนั ต รงั สมิ า ราํ ไพ สุรยิ ะ สุรยิ ง สุริยา
สรุ โิ ย สรู อกกะ อังศุธร อังศุมาลี อาภากร อุษณกี ไถง ตโมนุท

ติวเขม O-NET Get 100 by TruePlookpanya 151

ใชค ําประพนั ธตอ ไปน้ีตอบคําถาม
1. โฉมงามทรามสุดสวาทพี่ ดาลฤดจี อจติ พิศวง
ขอแตเ พียงไดพงิ อิงองค แนบอนงคขวัญฟายาใจ
2. หอมหวนชวนสูดอยาพูดลอ ฉันจะพอใจเชอ่ื นั้นหาไม
เปนความจรงิ หลอกหญงิ งา ยกระไร พ่ีมไิ ดห ลอกเจาเยาวมาลย
3. อนั ชายพูดคลอ งๆ เหมือนลอ งนํา้ ถอยคําวา วอนลว นออ นหวาน
พอเบือ่ หนายวายหลงนงคราญ ก็ทิง้ ไปไดปานผกาโรย
4. แมรักจรงิ หวานยงิ่ บุหงาสวรรค ย่งิ กวาแกนจนั ทนอ นั หอมโหย
รักรว มชวี าไมร าโรย จะชว ยโชยกล่ินสวาทไมขาดเอย
1. ขอ ใดใชค ําไวพจนม ากที่สุด
1. ขอ 1 2. ขอ 2 3. ขอ 3 4. ขอ 4
2. ขอใดใชคําไวพจนมากทสี่ ุด
1. โฉมงามทรามสดุ สวาทพี่ ดาลฤดจี อจิตพศิ วง
ขอแตเ พยี งไดพงิ อิงองค แนบอนงคข วัญฟา ยาใจ
2. ถึงหว ยโปงเหน็ ธารละลานไหลคงคา ใสปลาวายคลายคลายเหน็
มกี รวดแกว แพรวพรายรายกระเด็น บางแลเหน็ เปนสีบุษราคมั
3. อันความรกั หนกั แนนแสนวิตก ระอาอกแทบเทาภูเขาหลวง
พรหมินทรอินทรจันทรส ้นิ ทง้ั ปวง กบ็ นบวงสน้ิ ฟาสุราลยั
4. อนั ชายพดู คลองๆ เหมือนรองนาํ้ ถอ ยคาํ วา วอนลว นออนหวาน
เบ่ือหนา ยวายหลงนงคราญ ก็ทิ้งไปไดป านผกาโรย
3. ขอใดมีคาํ ไวพจน
1. รัศมีมีเสยี งเพยี งดนตรี ประทปี ทีฆรัสสะจงั หวะโยน
2. ระเมียรไมใ บโบกสโุ นกเกาะ สุดเสนาะเสยี งนกท่ผี กผนิ
3. เสียงนกรอ งคลอ งคําลาํ นาํ ขบั ดุรยิ ศพั ทสาํ นกึ เม่อื พฤกษไหว
4. โปรยประท่นิ กลน่ิ ผกาสรุ าลยั เปนคลน่ื ในเวหาศหยาดยนิ ดี

เฉลยคําตอบ

1. เฉลย ตอบขอ 1. เนือ่ งจากคาํ ไวยพจนน ั้นคือ คาํ ทม่ี ีความหมายเหมอื นกัน โดยขอ 1 มคี าํ ไวยพจนท ห่ี มายถึงผูหญงิ 5 คํา
ไดแ ก “โฉมงาม ทรามสุดสวาท อนงค ขวัญฟา ยาใจ” และแปลวา ใจอกี 2 คาํ คือ “ฤดี จิต” สวนขอ 2 มคี าํ ไวยพจนท่หี มายถึงผหู ญิง
2 คาํ ไดแก “หญิง เยาวมาลย” และในขอ 3 กับ 4 ไมม คี าํ ไวยพจน

2. เฉลย ตอบขอ 1. เชนเดียวกันกบั ขอทแี่ ลว แตขอนพ้ี ีต่ ั้งใจใหนอ งๆ ไดร ูจักกับคําไวยพจนใ นตวั เลือกอืน่ ๆ
3. เฉลย ตอบขอ 2. “ระเมยี รไมใบโบกสุโนกเกาะ สุดเสนาะเสยี งนกท่ผี กผนิ ” มีคําไวยพจน คอื สกุ โนก-นก เพราะเปน
คําท่มี ีความหมายเหมอื นกนั

152 ตวิ เขม O-NET Get 100 by TruePlookpanya

นอ งๆ สามารถศึกษาเพม่ิ เติมไดท ี่
Tag : สอนศาสตร, ภาษาไทย, คําประพันธ, ฉนั ทลักษณ, โวหาร, ภาพพจน

• 20 : โวหารเปรยี บเทียบ
http://www.trueplookpanya.com
/book/m6/onet-thai/ch31-1

• โวหารภาพพจน
http://www.trueplookpanya.com
/book/m6/onet-thai/ch31-2

บันทกึ ชว ยจํา

ตวิ เขม O-NET Get 100 by TruePlookpanya 153

บทท่ี30

คณุ คาวรรณคดี

ในการอา นวรรณคดเี รอ่ื งหนงึ่ นอกจากเราจะไดค วามสนกุ สนานเพลดิ เพลนิ แลว วรรณคดมี กั จะสะทอ นคณุ คา ดา นตา งๆ เอา
ไวใหเราเสมอ ไมวาจะเปนการสะทอนสังคมและสภาพความเปนอยูของคนในสมัยกอน ขนบธรรมเนียมประเพณี และวัฒนธรรมไว
อยางมากมาย โดยรวมแลว เราสามารถแยกคุณคาออกมาได 3 ดานดวยกัน ดังน้ี
คุณคาดานอารมณ วรรณคดีที่ดีตองสามารถส่ืออารมณที่ผูเขียนถายทอดไวในงานเขียน ตองทําใหผูอานเกิดอารมณ
อยา งใดอยา งหนงึ่ ขณะท่อี าน ไมวาจะเปน อารมณสุข ตืน่ เตน เรา ใจ หรอื โศกเศรา
คณุ คา ดา นสตปิ ญ ญา เปน วรรณกรรมทใ่ี หค วามรใู นดา นตา งๆ ไมว า จะเปน ดา นสงั คมวฒั นธรรม ดา นภาษา ประวตั ศิ าสตร
โบราณคดี วิถชี วี ติ หรอื กฎหมาย นอกจากความรตู างๆ เรายังตอ งนับรวมไปถงึ คติและขอคดิ ตางๆ ทีม่ ักสอดแทรกเขามาในเร่ืองดวย
วรรณคดนี น้ั นอกจากจะใหค วามเพลดิ เพลนิ แกผ อู า นแลว ยงั เปน กระจกบานใหญท ส่ี ะทอ นเรอื่ งราวในอดตี และเปน สง่ิ ทใ่ี หค ณุ คา ดา น
ความคดิ เสรมิ สรา งสตปิ ญญาและยกระดบั จิตใจเราอีกดว ย
คณุ คา ดา นคณุ ธรรม / สงั คม กวมี กั จะเขยี นสะทอ นสงั คมสมยั นน้ั เราจงึ สามารถมองเหน็ ชวี ติ สภาพความเปน อยู วฒั นธรรม
ความเชอื่ และคา นยิ มคนในสังคม ไดรถู ึงขนบธรรมเนียมประเพณี ความเช่ือ คานยิ มและจรยิ ธรรมรว มกัน ในวรรณคดนี น้ั นอกจาก
น้ันวรรณคดียังแทรกคุณธรรมในเร่ือง ซ่ึงทาํ ใหผ อู านรสู ึกจรรโลงใจอีกดว ย
เมอ่ื เราไดท ราบไปแลว วา คณุ คาทางวรรณคดมี ีอะไรบา ง ตอ มาพีจ่ ะมาสรปุ คุณคาท่ีพบบอ ยในขอสอบ โดยพจี่ ะมาสรปุ หวั ขอ
ท่ีมักพบบอยในขอ สอบใหนอ งๆ ไดอ านกนั

1. ขนบธรรมเนียม

บทไหวครู เปน การแสดงความเคารพหรือเปนการกลาวถงึ ผมู ีพระคุณ บานเมอื ง ไปจนถงึ กษตั รยิ 
ตวั อยาง

“สะธสุ ะจะขอไหว พระศรีไตรสะระณา พอ แมแ ละครูบา เทวดาในราศ”ี

บทประพันธขางตนยกมาจากเร่ือง “กาพยพระไชยสุริยา” เปนบทไหวครู สิ่งศักดิ์สิทธิ์และผูมีพระคุณ ซึ่งกลาวข้ึนมาใน
ตอนตนเรื่องเพื่อชว ยใหเ กิดสิรมิ งคลแกก วีและงานประพนั ธของกวี
บทแตงตัว มักกลาวถึงกอนการออกรบเพ่ือใหผูอานรูสึกผอนคลาย โดยกวีจะบรรยายใหเห็นถึงความงดงามของอาภรณ
ตางๆ ซึ่งบางอยา งก็เปนเคร่อื งแตงกายสมยั กอ นทไี่ มมแี ลว ในปจ จุบัน เชน สรอยสังวาล พาหรุ ดั ตาบ ชายไหว ชายแคลง เปน ตน
ซ่งึ ถือเปน คุณคาอยา งหนึ่ง
ตวั อยา ง
“รดชาํ ระมลทนิ อนิ ทรีย มรุ ธาวารีภิเษกสรง
ลบู ไลเสาวคนธธารทรง บรรจงสอดซับสนับเพลา
ภูษายกพืน้ ดําอําไพ สอดใสฉลององคท รงวันเสาร
เจียระบาดคาดรดั หนวงเนา ปนเหนงเพชรเพริศเพราพรรณราย”

154 ติวเขม O-NET Get 100 by TruePlookpanya

บทประพันธขางตนยกมาจากเรื่องอิเหนา ตอนศึกกะหมังกุหนิง เปนบทแตงตัวท่ีกวีบรรยายวาตัวละครน้ีอาบน้ําและกําลัง
สวมเส้อื และกางเกงผา นงุ ทีค่ าดดวยเข็มขดั
ตวั อยางเคร่อื งทรงที่สาํ คัญ
สนบั เพลา หรอื กางเกง ภูษา หรือ ผา นงุ
หอยขา ง หรือ เจียระบาด หรอื ชายแครง ฉลององค หรอื เสือ้
รดั สะเอว หรอื รดั องค หอ ยหนา หรอื ชายไหว
ปน เหนง หรอื เขม็ ขัด ทบั ทรวง หรอื ตาบหนา
อนิ ทรธนู ชฎา
พาหรุ ดั หรอื กําไลแขน สังวาล หรือ สรอยทคี่ ลองไขวกนั ดานหนาตาบทิศ

2. วัฒนธรรม
วฒั นธรรมเกย่ี วกบั กษตั รยิ  ในวรรณคดเี รอื่ งตา งๆ มักจะกลาวถงึ กษตั รยิ เ สมอและเน่อื งจากกษตั ริยเ ปน ผทู ่ีมีอาํ นาจย่ิงใหญ
ในสมัยกอน จึงจําเปนตองมีขนบประเพณีเก่ียวกับกษัตริยสอดแทรกเขามาในเรื่อง ยกตัวอยางเชน การกลาวถึงธงตราครุฑซึ่งเปน
สญั ลักษณของกษัตรยิ  หรือแมแตก ารที่กษตั ริยต อ งใชฉ ตั ร 9 ชัน้ นอกจากน้ใี นเรอื่ งกาพยเหเ รือ ยังไดม กี ารกลาวถงึ โขนเรอื พระทนี่ งั่
ของกษตั รยิ อ กี ดว ย และลลิ ติ โองการแชง นา้ํ ยงั มกี ารทาํ พธิ ดี ม่ื นา้ํ พพิ ฒั นส ตั ยาเพอ่ื แสดงถงึ ความจงรกั ภกั ดตี อ กษตั รยิ น น่ั เอง

3. ศิลปะไทย

ดา นสถาปต ยกรรม
การอานวรรณคดีทําใหเราไดรับความรูดานตางๆ เกี่ยวกับสถาปตยกรรม ไมวาจะเปนวัด โบสถ หรือเรือนไทย นอกจากนี้
ยังทาํ ใหเ ราไดรูจกั สว นประกอบของวัดมากขึน้ เชน ชอ ฟา ใบระกา หางหงส นาคสะดุง หนาบัน เปนตน
ดานประติมากรรม
ประติมากรรม คอื งานแกะสลัก งานที่มีช่ือเสยี งของไทย เชน รูปปน ครุฑยุดนาค กนิ รี เทพนม เปน ตน
ดา นจติ รกรรม
ดานจิตรกรรม หรือ งานวาดท่ีสําคัญๆ ของไทยน่ันก็คือ จิตรกรรมฝาผนังบนผนังวัดและโบสถตางๆ นอกจากน้ียังมีลาย
กระหนกซง่ึ เปนลายไทยทงี่ ดงามอีกดว ย
ดานหัตถกรรม
ในวรรณคดีนั้นแสดงใหเราเห็นงานหัตถกรรมของผูหญิงสมัยกอนมากมาย ยกตัวอยางเชน การรอยมาลัย บุหงารําไป
ผา กรองทอง ผา ตาด ไดรูจกั สวนประกอบของพวงมาลัย เชน อุบะ เปนตน

ติวเขม O-NET Get 100 by TruePlookpanya 155

ตวั อยา ง
“เหมือนอุบะนวลละออง เจาแขวนไวใ หเ รยี มชม”
“นึกนอ งกรองมาลัย วางใหพี่ขา งท่ีนอน”

4. ความเชื่อ

โชคลางในสงคราม
กอนการออกรบทุกครั้ง เพ่ือเอาฤกษเอาชัยในการสงคราม จึงจําเปนตองทําพิธีตางๆ เพื่อเปนการเรียกขวัญและกําลังใจ
เชน การดูฤกษยาม พธิ โี ขลนทวาร พธิ ีตดั ไมขม นาม ซึง่ ทัง้ หมดน้เี ปนพิธกี รรมทางพราหมณท ้งั ส้นิ
พิธโี ขลนทวาร
เปน ประตูที่สรา งขึน้ ชว่ั คราวทีม่ ักใชก อ นการสงคราม เพือ่ ใชในพิธีกรรมทเี่ ปน สิริมงคล เปน การสรา งเสรมิ กําลงั ใจและชวย
ขจดั ความอัปมงคลแกผ ทู เ่ี ดินผา น
พธิ ตี ัดไมข ม นาม
เปน พธิ ที างไสยศาสตรก อ นออกสงคราม โดยตอ งหาตน ไมท ม่ี ชี อื่ เหมอื นพอ งกนั กบั ชอ่ื ขา ศกึ มาตดั ใหข าดเพอื่ เอาฤกษเ อาชยั
โชคลาง
เปน สงิ่ ทม่ี กั พบบอ ยในวรรณคดี คอื ลางไมด ี ยกตวั อยา งเชน ตากระตกุ เขมน ตา จงิ้ จกรอ ง แมงมมุ ตอี ก ฉตั รหกั ซง่ึ มกั หมาย
ถงึ การพายแพใ นสงคราม
ไสยศาสตร
วรรณคดีทพ่ี บเรื่องไสยศาสตรมากก็คือ เสภาขนุ ชา งขนุ แผนท่มี กี ารเสกคาถา ใชไสยศาสตรตลอดเรื่องเชน ปลุกผี สะเดาะ
กลอน วิชาอยูยงคงกระพันคาถามหาละลวยทําใหผ หู ญิงรักผูหญิงหลง
ผสี าง เชน ผีตานี ผีกระสือ ผีกระหงั กมุ ารทอง แมย านาง เปน ตน
สงิ่ ศักด์ิสทิ ธ์ิ เชน พระพุทธรูป เทวดา เทวรูป
พระพุทธศาสนา
ความเชื่อหลกั ๆ ทีพ่ บมากในวรรณคดี คอื เรอ่ื งเวรกรรม ทําดไี ดดีทําชว่ั ไดช ว่ั เร่ืองบุญ-บาป วัฏสงสาร หรอื การเวยี นวาย
ตายเกิด และ ความไมเ ทย่ี ง หรือ อนจิ จงั เปน ตน

5. คานิยมไทย

ความหมาย ส่ิงท่ีเปนความตองการของกลุมคนในสังคม ที่คนสวนใหญยอมรับกันวาเปนส่ิงท่ีดี สมควรนําไปปฏิบัติ ทั้งนี้
ก็ขึน้ อยกู บั ดลุ ยพินจิ ของแตละคน เพราะจะมีคานยิ มก็มีทงั้ คานยิ มทีด่ แี ละคา นยิ มท่ีไมอีกท้งั คานยิ มยงั เปนมรดกทางความคิดของคน
ไทย
ลกั ษณะคา นยิ มของสังคมไทย
1. ยึดมั่นในพระพุทธศาสนา 2. เชอ่ื เรือ่ งในกฎแหง กรรม 3. ความกตัญูรคู ุณ
4. การรับผดิ ชอบตอหนา ที่ตน 5. เช่อื ในเรื่องวิญญาณ ภตู ผีปศ าจ 6. ยกยองระบบศกั ดนิ า
7. เคารพผอู าวโุ ส 8. เคารพเทดิ ทูนพระมหากษัตริย 9. เชื่อถอื โชคลาง
10. การรกั บานเกดิ เมอื งนอน

156 ติวเขม O-NET Get 100 by TruePlookpanya

ตวั อยา งบทประพันธ เกิดมาประสบภาร ธุระไดบ ําเพ็ญทํา”
ความรับผดิ ชอบตอหนา ที่
“ขอตายใหตาหลบั ดวยชื่อนับวาชายชาญ

ตัวอยางขอสอบโอเนต

1. ขอใดไมป รากฏลักษณะทางวฒั นธรรมไทย
1. ทัง้ ซุมเสามณฑปกระจกแจม กระจังแซมปลายเสาเปน บัวหงาย
2. หอมควนั ธปู เทียนตลบอยูอบอาย ฟุงกระจายรื่นร่ืนทงั้ หอ งทอง
3. มีรมโพธริ์ กุ ขงั เปนรงั ร่นื พิกลุ ช่อื ชอ บังพระสรุ ิยฉ าย
4. เห็นขนเมน พ่ียงั หมายเสยี ดายนาง เจา เคยสางสอยเสนกระเด็นราย
2. ขอใดไมไ ดแ สดงคุณคาทางวัฒนธรรม
1. ดว ยไดไ ปเคารพพระพุทธรูป ทั้งสถปู บรมธาตพุ ระศาสนา
2. ฝายสาวสาวเกลามวยสวยสะอาด แตข ยาดอยวู า นงุ ผาถงุ
3. ทั้งหุน โขนโรงใหญช องระทา มานอนโรงคอยทาแตร าตรี
4. ถึงทาเรือเรอื ยัดกนั อดั แอ ดูจอแจจอดรอมตลิ่งชมุ
3. ขอใดเปน งานดา นสถาปตยกรรม
1. กานแยงยกดอกดูเดน ดี
2. ท่ีฐานปทมร งคท องรองเรือง
3. กนกยอดลงยาราชาวดี
4. สงิ หค ลู ายเสน ดูเดน โดด
4. ขอใดสะทอ น “ภมู ิปญ ญาไทย” ท่ีเกิดจากการคนควาและความชา งสงั เกตของบรรพบรุ ษุ ไทยไดเ ดน ชดั ทีส่ ุด
1. ลักจ่นั วัลยเปรียงแกน ปรลู าย เปนยาหายโรคภยั ท่ีในตัว
2. บานทวารลานแลลว นลายมุก นาสนกุ ในกระหนกดผู กผัน
3. นกบินกรวดพรวดพราดประกายพราย พลกุ ระจายชอ ชวงดังดวงเดือน
4. มตี นกาํ พฤกษทานในลายวัด ลูกหมากยัดเงินท้งิ อทุ ิศถวาย
ใชคาํ ประพันธต อ ไปนีต้ อบคาํ ถามขอ 5-6
1. ถึงสามโคกโศกถวิลถึงปน เกลา พระพุทธเจาหลวงบํารุงซง่ึ กรุงศรี
ประทานนามสามโคกเปน เมืองตรี ชื่อปทุมธานเี พราะมีบัว
2. พฤกษาสวนลว นไดฤ ดูดอก ตระหงา นงอกตามกระแสแลสลา ง
กลว ยระกาํ อมั พาพฤกษาปราง ตอ งน้าํ คา งชอชมุ เปนพมุ พวง
3. ท่ีทา ยบานศาลเจาของชาวบา น บวงสรวงศาลเจาผีบายศรตี ้ัง
เห็นคนทรงปลงจิตอนจิ จัง ใหคนทัง้ ปวงหลงลงอบาย
4. ถงึ บานง้วิ เหน็ แตงิ้วละลิว่ สูง ไมม ีฝงู สตั วส ิงกงิ่ พฤกษา
ดวยหนามดกรกดาษระดะตา นึกก็นากลวั หนามขามขามใจ
5. คําประพันธขอ ใดไมมี “กระจกสอ งภาพทางวฒั นธรรม”
1. ขอ 1 2. ขอ 2 3. ขอ 3 4. ขอ 4

ติวเขม O-NET Get 100 by TruePlookpanya 157

6. ขอ ใดไมแ สดงอารมณข องผูป ระพนั ธ
1. ขอ 1 2. ขอ 2 3. ขอ 3 4. ขอ 4

เฉลยคําตอบ

1. เฉลย ตอบขอ 3 ถานอ งๆ ลองพจิ ารณาความหมายของวัฒนธรรมนัน้ นอ งจะพบวา “วัฒนธรรมคอื สงิ่ ท่ีมนุษยส รา งสรรค
ข้นึ ” ดงั นนั้ สง่ิ ใดที่เกิดขน้ึ เองตามธรรมชาติจงึ ไมใชวฒั นธรรมโดยวฒั นธรรมใน ขอ 1 คือ มณฑป ขอ 2 คือ ธปู และหองทอง ขอ 4
คือ สางขนเมน

2. เฉลย ตอบขอ 4 ขอนใ้ี หนองๆ ดูความหมายของวัฒนธรรมเชน กนั กับขอทแ่ี ลว ขอ ใดไมมสี งิ่ ที่มนุษยส รา งสรรคข ึ้น ขอนน้ั
กจ็ ะไมใชวัฒนธรรม โดยขอ 1 สามารถสงั เกตไดจ าก “พระพุทธรูป สถปู ” ขอ 2 “เกลามวย” ขอ 3 “หนุ โขน ระทา”

3. เฉลย ตอบขอ 2 สถาปตยกรรม หมายถงึ สิง่ กอสรา ง ซ่ึงฐานปท ม คือ ฐานบัวท่ีทาํ เปน แทน รองสําหรับวางพระพทุ ธรูป
สว นขออ่ืนๆ อยาง “กา นแยง” “ลงยา” และ “ลายเสน ” น้ันเปนงานประติมากรรม

4. เฉลย ตอบขอ 1 เพราะในที่นีพ้ ดู ถงึ ยาสมุนไพรไทย ซึ่งเปน สิ่งทค่ี นไทยไดค น พบในอดตี สว นขอ อ่ืนๆ เปน การพูดถงึ ศิลปะ
กาละเลน และการทาํ บญุ ซง่ึ ไมเ กีย่ วกบั การคนควา ของคนไทย

5. เฉลย ตอบขอ 2 ในท่นี ้ีวัฒนธรรมในขอ 1 คอื “เมอื งตรี” ขอ 3 คือ “ศาลเจา ” และ “บายศร”ี ขอ 4 คือ “บานงว้ิ ” นอ งๆ
ตองจาํ ไวเสมอวาวัฒนธรรมตอ งเปน ส่งิ ที่มนษุ ยสรางขึ้นไมใ ชธ รรมชาตริ อบตัวเรา

6. เฉลย ตอบขอ 2 เพราะเปน แคก ารบรรยายใหเ ห็นถึงสภาพแวดลอ ม สวนขออน่ื ๆ เชน ขอ 1 นองๆ กส็ ามารถสงั เกตได
ทันทจี ากคําวา “โศก” ขอ 3 แสดงมกี รอารมณ ดูไดจาก “ปลงจติ ” สวนขอ 4 ดไู ดจาก “ขามขามใจ”

นองๆ สามารถศึกษาเพิ่มเติมไดท ี่
Tag : สอนศาสตร, ภาษาไทย, คําประพนั ธ, คณุ คาวรรณคดี

• 21 : วิเคราะหคําประพันธ
http://www.trueplookpanya.com
/book/m6/onet-thai/ch32-1

158 ตวิ เขม O-NET Get 100 by TruePlookpanya

นองๆ สามารถศกึ ษาเพ่ิมเติมไดที่
Tag : สอนศาสตร, ภาษาไทย, gat, ขอ สอบเชือ่ มโยง

• สอนศาสตร ภาษาไทย ม.6 : GAT
เชอ่ื มโยง (1)
http://www.trueplookpanya.com
/book/m6/onet-thai/ch33-1

• สอนศาสตร ภาษาไทย ม.6 : GAT
เชอ่ื มโยง (2)
http://www.trueplookpanya.com
/book/m6/onet-thai/ch33-2

• สอนศาสตร ภาษาไทย ม.6 : การคิด
เชอ่ื มโยง
http://www.trueplookpanya.com
/book/m6/onet-thai/ch33-3

• สอนศาสตร ภาษาไทย ม.ปลาย :
สญั ลักษณการเชื่อมโยง (GAT) 1
http://www.trueplookpanya.com
/book/m6/onet-thai/ch33-4

• สอนศาสตร ภาษาไทย ม.ปลาย :
สัญลักษณการเชอ่ื มโยง (GAT) 2
http://www.trueplookpanya.com
/book/m6/onet-thai/ch33-5

บันทกึ ชวยจาํ

ตวิ เขม O-NET Get 100 by TruePlookpanya 159

นอ งๆ สามารถฝกทาํ ขอ สอบเพิม่ เติมไดท ี่

• แนวขอ สอบ GAT ภาษาไทย ป 2552 ชุดท่ี 1
http://www.trueplookpanya.com
/book/m6/onet-thai/ch34-1

• แนวขอ สอบ GAT ภาษาไทย ป 2552 ชุดที่ 2
http://www.trueplookpanya.com
/book/m6/onet-thai/ch34-2

• แนวขอสอบ GAT ภาษาไทย ป 2552 ชุดท่ี 3
http://www.trueplookpanya.com
/book/m6/onet-thai/ch34-3

• แนวขอ สอบ GAT ภาษาไทย ป 2552 ชดุ ที่ 4
http://www.trueplookpanya.com
/book/m6/onet-thai/ch34-4

• แนวขอ สอบ GAT ภาษาไทย ป 2552 ชุดท่ี 5
http://www.trueplookpanya.com
/book/m6/onet-thai/ch34-5

• แนวขอสอบ O-NET ภาษาไทย(2549) ชดุ ที่ 1
http://www.trueplookpanya.com
/book/m6/onet-thai/ch34-6

• แนวขอ สอบ O-NET ภาษาไทย(2549) ชุดที่ 2
http://www.trueplookpanya.com
/book/m6/onet-thai/ch34-7

• แนวขอ สอบ O-NET ภาษาไทย(2549) ชดุ ที่ 3
http://www.trueplookpanya.com
/book/m6/onet-thai/ch34-8

• แนวขอ สอบ O-NET 2556
http://www.trueplookpanya.com
/book/m6/onet-thai/ch34-9

160 ตวิ เขม O-NET Get 100 by TruePlookpanya

บนั ทกึ ชว ยจาํ



บรรณานุกรม

จงชยั เจนหัตถการกิจ. 2553. หลกั ภาษาไทย. พิมพค รั้งท่ี 5. กรุงเทพฯ: ธนาเพรส. 2556.
ภาษาไทยใช NET. พิมพครัง้ ที่ 13. กรุงเทพฯ: อมรินทรพรนิ้ ตง้ิ .

ดวงใจ ไทยอุบญุ . 2543. ทักษะการเขยี นภาษาไทย. กรงุ เทพฯ: จุฬาลงกรณม หาวิทยาลยั .
นววรรณ พนั ธเุ มธา และคณะ. 2532. เอกสารการสอนชุดวชิ า 10161 การใชภ าษาไทย. พมิ พคร้งั ที่ 10.

นนทบรุ :ี สํานักพิมพมหาวทิ ยาลยั สุโขทยั ธรรมาธริ าช.
นายิกา นวลพญา. 2551. คําทับศพั ทแ ละคําไทยทมี่ กั เขียนผิด. กรุงเทพฯ: คล่ืนอกั ษร.
ปรัชญา อาภากลุ , การุณนั ทน รัตนแสนวงศ. 2542. ทักษะการใชภ าษาไทยเพือ่ การส่อื สาร.

กรุงเทพ: ศูนยเ ทคโนโลยีการศึกษา ฝา ยเทคโนโลยี มหาวทิ ยาลยั ศรปี ทุม.
ปง เจริญศิริรัตน. 2549. เฉลยขอ สอบเขามหาวิทยาลัย ภาษาไทย. พิมพค รงั้ ท่ี 38. กรงุ เทพฯ.

โรงเรยี นกวดวิชาอาจารยปง (DA’VANCE).
ภาสกร เกดิ ออน และคณะ. 2552. ภาษาไทย หลักภาษาไทยและการใชภ าษา ม.4. พิมพค ร้ังที่ 2.

กรุงเทพฯ: อักษรเจรญิ ทัศน.
มาลี พนั ธุประเสรฐิ และอมั พร ทองใบ. 2555. หลกั ภาษาไทยฉบบั สมบูรณ. นนทบรุ ี: ธงิ ค บียอนด.
เสนีย วิลาวลั ย. 2547. หนงั สอื เรียนสาระการเรยี นรเู พิม่ เตมิ หลักการใชภ าษาไทย ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปท ี่ 4 – 6.

กรงุ เทพฯ: วฒั นาพานชิ .
ศักดา ปน แหนงเพ็ชร. 2549. ประมวลสาระชดุ วิชา 10161 ภาษาไทยเพือ่ การสอ่ื สาร. พิมพค รง้ั ท่ี 5.

นนทบรุ :ี สาํ นักพมิ พม หาวทิ ยาลยั สุโขทยั ธรรมาธิราช.
เอมอร รตั นเนตร. 2554. พชิ ิต Admissions ใน 30 วนั วิชาภาษาไทย (ชว งช้นั ท่ี 3 ม.1-ม.3).

กรุงเทพฯ: บรษิ ทั สํานักพิมพแ พนสยาม จาํ กดั .


Click to View FlipBook Version