The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

การปลูกผักในพื้นที่จำกัด สำหรับคนเมือง

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

การปลูกผักในพื้นที่จำกัด สำหรับคนเมือง

การปลูกผักในพื้นที่จำกัด สำหรับคนเมือง

Keywords: ปลูกผักในพื้นที่จำกัด,ปลูกผักคนเมือง

มือใหม่ต้องรู้ ทำ ทำความรู้รู้จัจักกั กับ ดิ ดิน น้ำ น้ำ แสง และธา แสง และธาตุ ตุอาหาร โรค-แมลง โรค-แมลงศั ศัตรูรูพื พืช และการ ช และการจัจัดการ การขยาย การขยายพั พันธุ์ธุ์พื พืช และแห ช และแหล่ ล่งพื พืชพั พันธุ์ธุ์ดี ดี รูรูปแบบการป ปแบบการปลูลูกผั ผักในพื้ พื้นที่ ที่จำจำกั กัดสำ สำหรัรับคนเมืมือง


ชื่อเรื่อง หน้า การปลูกผักในพื้นที่จำกัดสำหรับคนเมือง 2 ข้อดีของการรปลูกผักไว้กินเอง 3 ข้อควรรู้ก่อนลงมือปลูกผัก 4 ดินและวัสดุปลูก 5-7 น้ำและการให้น้ำ 8-9 แสง 10-11 ธาตุอาหารพืช 12-19 โรค-แมลงศัตรูของพืชผัก 20-48 การขยายพันธุ์พืช และแหล่งพืชพันธุ์ดี 49-58 รูปแบบการปลูกผักในพื้นที่จำกัด 59-82 ทำความรู้จักพืชผักก่อนลงมือปลูก 83-123 แหล่งอ้างอิง/ที่มาของข้อมูล 124 1 สารบัญ


ปัจจุบันวิถีความเป็นอยู่ของคน ในเมือง ไม่ว่าจะเป็นคนที่อาศัย อยู่ในกรุงเทพมหานคร หรือตามตัวเมือง ในต่างจังหวัด มักอาศัยอยู่ในอะพาร์ตเมนต์ คอนโดมิเนียม ทาวน์เฮ้าส์หมู่บ้านจัดสรร หรือแม้แต่ หอพัก ซึ่งจะมีพื้นที่อยู่อาศัยค่อนข้างเล็กและจำกัด ดังนั้น นั้ พื้นที่ว่างสำหรับปลูกพืชผักจึงมีน้อย แต่ใน ความเป็นจริง แม้มีพื้นที่น้อย หรือมีพื้นที่จำกัด เราก็สามารถปลูกผักได้โดยการจัดมุมหรือบริเวณ ที่ต้องการปลูกผัก แล้วเลือกว่าจะปลูกผักอะไร ปลูกแบบไหน ใช้ดิ ช้ นหรือไม่ใช้ดิ ช้ นปลูกพืช ทั้ง ทั้ นี้การตัดสินใจทั้งหมด ทั้ ควรมาจากผู้ปลูกเอง 2 การปลูกผักในพื้นที่จำกัด เป็นการใช้พื้ ช้ นที่ว่าง เพียงเล็กน้อย เพื่อวัตถุประสงค์ไว้รับประทานเอง หรือเป็นงานอดิเรก ซึ่งในสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน และปัญหาหลายประการด้านมลภาวะ สารตกค้างใน อาหารต่างๆ ทำให้ผู้คนนิยมหันมาปลูกผักไว้บริโภค กันเองมากขึ้น เนื่องจากปลอดสารพิษ และช่วยลด ช่ ค่าใช้จ่ ช้ าย อีกทั้ง ทั้ พืชผักหลายชนิดเป็นพืชที่ใช้พื้ ช้ นที่ปลูก น้อย สามารถที่จะปลูกในภาชนะขนาดกะทัดรัดและ หาได้ง่าย ปลูกได้หลากหลายวิธีและวัสดุเพาะปลูก ในปัจจุบันก็มีให้เลือกหลากหลาย การปลูกผักในพื้นที่จำกัด สำหรับคนเมือง การปลูกผักในพื้นที่จำกัด สำหรับคนเมือง


ประหยัด ลดค่าใช้จ่ ช้ ายในครัวเรือน มีสุ มี ขภาพดี เนื่องจากได้กินผักสด ปลอดภัย ใช้พื้ ช้ นที่ว่างเปล่าให้เกิดประโยชน์ ปลูกเป็นรั้ว รั้ บ้าน (รั้ว รั้ กินได้) ซึ่งสามารถ ซึ่ สามารถปลูกประดับตกแต่งบ้านได้ สร้างความสัมพันธ์ที่ดีในครอบครัว ใช้เวลา ช้ ว่างให้เป็นประโยชน์เกิดความ โดยเฉพาะการปลูกผักที่ใที่ ช้ประกอบอาหาร ช้ ประจำวัน จากสารพิษ เก็บกินได้ทั้งปี โดยจัดสวนเป็นผักสวนครัว ปลูกใน กระถางแขวน หรือทำซุ้ม ซุ้ ผักเลื้อยขึ้นค้าง และเพื่อนบ้าน ภาคภูมิใจในฝีมือการปลูกผัก ดูแลสวนผัก ตั้งแต่เริ่มป ริ่ ลูกจนผลิดอกออกผล สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ 3 ข้อดีของการปลูกผักไว้กินเอง


4 ข้อควรรู้ก่อนลงมือปลูกผัก ดินและวัสดุปลูก ต้องมีความอุดมสมบูรณ์เพียงพอต่อการเจริญเติบโตของพืชผัก น้ำ การเจริญเติบโตของผักขึ้นอยู่กับปริมาณน้ำ ที่เพียงพอ และวิธีการให้น้ำที่เหมาะสม แสง มีความจำเป็นในการปรุงอาหารสำหรับพืช ควรสำรวจสภาพพื้นที่ว่าสามารถรับแสงได้มาก-น้อย เพียงใด ก่อนการเลือกชนิดพืชผักมาปลูก ธาตุอาหารพืช จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของพืช ทั้งธา ทั้ ตุอาหารหลัก คือ ไนโตรเจน(N) ฟอสฟอรัส(P) และโพแทสเซียม(K) และธาตุอาหารรอง เช่น ช่ แคลเซียม โบรอน แมกนีเซียม เป็นต้น ที่แม้จะใช้ปช้ ริมาณน้อย แต่ก็ขาดไม่ได้เช่น ช่ กัน


เราสามารถแบ่งดินตามลักษณะเนื้อดิน ได้เป็น 3 ชนิด คือ ดินทราย ดินร่วน และดินเหนียว ซึ่งดินต่างชนิดกัน ก็จะมีผลต่อ การเจริญเติบโตของพืชที่แตกต่างกันด้วย พืชอาศัยดินเป็นที่ให้รากยึดเกาะเพื่อให้ ลำต้นยืนอยู่ได้อย่างมั่นคงแ มั่ ข็งแรง ต้านทาน ต่อลมพายุ เป็นแหล่งกักเก็บน้ำ อากาศ และธาตุอาหารที่พืชต้องใช้ในการเจริญเติบโต และให้ผลผลิต ดินและวัสดุปลูก หรือแร่ธาตุต่างๆ อินทรียวัตถุ น้ำ อากาศ องค์ประกอบของดิน อนินทรียรี วัตถุ หรือซากพืช/ซากสัตว์ที่เน่าเปื่อย 5


ดินร่วน เป็นดินที่มีความเหมาะสมสำหรับการเพาะปลูก เพราะไถพรวนง่าย มีการ ระบายน้ำและถ่ายเทอากาศดี และมักจะมีความอุดมสมบูรณ์ดี เป็นดินที่มีเนื้อดินค่อนข้างละเอียด นุ่มมือ อาจจะรู้สึกสากมืออยู่บ้าง เล็กน้อย แต่เมื่อกำดินให้แน่นในฝ่ามือแล้วคลายมือออก ดินจะจับกันเป็นก้อนไม่แตกออกจากกัน ดินเหนียว เป็นดินที่มีเนื้อละเอียด มีทั้ง ทั้ ที่ระบายน้ำและอากาศ ดีและไม่ดีอุ้มน้ำ ดูดซับและแลกเปลี่ยนธาตุอาหารพืชได้ดี ในสภาพดินแห้งจะเกาะตัวกันเป็นก้อนแข็ง เมื่อเปียกน้ำ แล้วจะมีความยืดหยุ่น สามารถปั้น เป็นก้อนหรือคลึงเป็นเส้นยาวได้ ลักษณะเหนียวติดมือ 6 ดินทราย เป็นดินที่มีการระบายน้ำและอากาศ ดีมาก แต่มีความสามารถในการอุ้มน้ำต่ำ น้ำซึมผ่านได้อย่างรวดเร็ว มีความ อุดมสมบูรณ์ต่ำ ดินทรายสังเกตุง่ายๆ คือ เมื่อสัมผัสดินที่แห้งจะรู้สึกสากมือ เมื่อลองกำดิน แล้วคลายมือออก ดินจะแตกออกจากกันได้ง่าย ชนิดของดิน


วัสดุปลูก วัสดุปลูก หมายถึง วัตถุต่าง ๆ ที่นำมาใช้ ปลูกพืช โดยทำให้พืชเจริญเติบโตได้อย่างปกติ วัสดุปลูกสามารถมีส่วนประกอบเพียงชนิดเดียว หรือหลายชนิดผสมกันก็ได้อาจเป็นอินทรียวัตถุ หรืออนินทรียวัตถุก็ได้หน้าที่หลักของวัสดุปลูก คือ เป็นที่พักพิงเพื่อเจริญเติบโตของพืชเป็นตัวกลาง ในการรับธาตุอาหาร น้ำ และอากาศของพืช วัสดุ ปลูกที่ดีต้องมีคุณสมบัติในการเป็นแหล่งสำรอง ธาตุอาหารของพืช สามารถป็นที่กักเก็บน้ำ คอยค้ำจุนพืชให้สามารถตั้งตรงไ ตั้ ด้และสามารถ แลกเปลี่ยนอากาศระหว่างพืชกับช่อง ช่ ว่าง วัสดุปลูกที่นิยมใช้ ได้แก่ ดิน พีท กาบมะพร้าว แกลบเผา เม็ดดินเผา เวอร์มิคูไลต์เป็นต้น การเลือก ใช้วัช้ สดุปลูกนั้น นั้ จำเป็นต้องศึกษาพืชที่ปลูกเพื่อให้เกิด ความเหมาะสมในการผสมหรือใช้งาน ช้ อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าวัสดุปลูกจะมีธาตุอาหารที่จำเป็นต่อการ เจริญเติบโตของพืช แต่การใช้วัช้ สดุปลูกอย่างเดียว ไม่เพียงพอต่อการออกดอกออกผล รวมถึงการออก สีสันตามลักษณะพันธุ์ของพืช เพราะบางครั้ง รั้ พืช จะต้องใช้ธา ช้ ตุอาหารที่แตกต่างกันตามช่วงเวลา ช่ ของพืช เราจึงควรให้ปุ๋ยหรืออาหารเสริมของพืช เพื่อทดแทนด้วย 7


ก่อนจะลงมือรดน้ำ เราควรรู้ก่อนว่าต้นไม้แต่ละชนิด ชอบน้ำมากน้อยเพียงใด เวลาที่เหมาะสำหรับการรดน้ำมากที่สุด คือ ช่วงเ ช่ ช้า ช้ และช่วง ช่ บ่ายแก่ ๆ (16.00 น. เป็นต้นไป) ไม่ควรดน้ำตอน แดดจัด เนื่องจากน้ำเป็นสื่อกลางนำอุณหภูมิที่สูง ทำให้พืชผักเสียหาย เหี่ยวตายได้ และไม่ควรรดน้ำตอนกลางคืน เนื่องจากอาจทำให้เกิดโรคตามมาได้ พืชผัก น้ำและการให้น้ำ น้ำ น้ำ เป็นปัจจัยที่สำคัญสำหรับ การหล่อเลี้ยงชีวิชี ตพืช ในพืชผักมีน้ำ เป็นองค์ประกอบประมาณ 65% ดังนั้น นั้ การเจริญเติบโตของผักขึ้นกับ ปริมาณน้ำที่เพียงพอและวิธีการให้น้ำ พืชผัก เป็นพืชอายุสั้น สั้ มีระบบรากตื้น จึงต้องมีการ ให้น้ำสม่ำเสมอ โดยรดน้ำ เช้า ช้- เย็น ซึ่งมีวิธีการรวมถึง ข้อควรระวังในการให้น้ำพืชผัก ดังนี้ 8


ผักเป็นพืชบอบบาง การให้น้ำที่รุนแรงอาจทำให้ พืชผักช้ำ และเกิดรอยแผลทำให้เชื้อโรคเ ชื้ ข้าทำลายได้ง่าย ในช่วงฤ ช่ ดูฝนให้รดน้ำตามความเหมาะสม ฝนตก ก็ใช่ว่ ช่ าจะไม่ต้องรดน้ำต้นไม้เพราะปริมาณน้ำฝนอาจไม่ เพียงพอท ี่ จะซึมลงถึงราก จึงจำเป็นต้องให้น้ำเพิ่มเ พิ่ ติม จุดที่ควรรดน้ำที่สุดคือโคนไปจนถึงราก จุดที่ควร หลีกเลี่ยงก็คือดอกและใบ เพราะจะทำให้ดอกร่วง และอาจทำให้ใบเน่าได้ (ถ้าน้ำไม่ระเหย) หากพืชได้รับน้ำไม่เพียงพอ นอกจากพืชจะเจริญ เติบโตไม่ดีแล้ว ยังอาจส่งผลให้พืชมีรสขมได้ วิธีทดสอบง่ายๆ คือเอานิ้ว นิ้ จิ้มลงไปใน จิ้ ดินสัก 2 – 3 นิ้ว นิ้ (5 – 10 ซม.) ถ้ารู้สึกว่าดินแห้ง แสดงว่าถึงเวลา รดน้ำแล้ว แต่ถ้ารดน้ำมากเกินไป ก็อาจทำให้พืชตายได้ เช่น ช่ กัน สัญญาณที่บอกว่าเรารดน้ำเยอะเกินไป เช่น ช่ ปลายใบเริ่มเห ริ่ ลืองหรือออกสีน้ำตาล ใบเหี่ยว ทิ้งตัว และทำท่าว่าจะเน่า เป็นต้น 9


แสง ปัจจุบัน มีการพัฒนาหลอดไฟสำหรับปลูกพืช เพื่อทดแทนแสงจากดวงอาทิตย์เมื่อปลูกพืชในสภาพ แวดล้อมแบบปิดหรือในสภาพที่มีแสงแดดไม่เพียงพอ เช่น ช่ การปลูกพืชในฤดูฝนและฤดูหนาว และเพื่อผลิตสาร สำคัญที่เป็นประโยชน์เช่น ช่ สารต้านอนุมูลอิสระ เพื่อนำมา ผลิตเป็นอาหารเสริมและใช้ในทางเวช ช้ ภัณฑ์ซึ่งการเลือก หลอดไฟที่ใช้สำ ช้ หรับปลูกพืชขึ้นอยู่กับชนิดของพืช ระยะ การเจริญเติบโต และวัตถุประสงค์ที่จะนำไปใช้ เพื่อให้ใช้ แสงจากหลอดไฟได้อย่างมีประสิทธิภาพและคุ้มกับต้นทุน ค่าไฟที่ต้องเสียไป แสง แสง เป็นปัจจัยที่สำคัญมากในการสร้าง อาหารของพืช พืชแต่ละชนิดต้องการ แสงไม่เท่ากัน หากพืชได้รับแสง ไม่เพียงพอพืชจะเจริญเติบโตช้าห ช้ รือ ผิดปกติหากปราศจากแสงพืชจะยังคง เจริญเติบโตไปจนกว่าอาหารที่สะสมไว้ จะหมด แต่การเจริญเติบโตในความมืด พืชจะมีอาการ ผิดปกติเช่น ช่ พืชจะมีสีขาว ลำต้นชะลูด ใบจะไม่แผ่เต็มที่ ระบบรากอ่อนแอ พืชล้มเพราะมีความแข็งแรงไม่พอ ที่จะตั้ง ตั้ ลำต้นให้ตรง 10


ควรวางแปลงในแนวทิศเหนือ-ใต้เพื่อให้ผักได้รับแสงแดด เท่ากันตลอดทั้งแปลง ทั้ หากจำเป็น ต้องวางแนวตะวันออก-ตะวันตก แนะนำว่าอาจทำเป็นแปลงสี่เหลี่ยม จัตุรัสแทนสี่เหลี่ยมผืนผ้า การจัดการเกี่ยวกับเรื่องของแสง สำหรับการปลูกผักในพื้นที่จำกัด พืชผักทั่วไป ทั่ มักต้องการแสงแดดจัด โดยเฉพาะผักให้ ดอกและให้ผล เช่น ช่ มะเขือเปราะ มะเขือยาว มะเขือพวง ชะอม ตะไคร้บวบ ขจร มะระ มะเขือเทศ ถั่ว ถั่ ฝักยาว แต่ก็มีหลายชนิดที่เติบโตได้ดีในแสงครึ่งวัน-แสงรำไร เช่น ช่ โหระพา กะเพรา แมงลัก พริกขี้หนูขิง ข่า พริกไทย เตยหอม ซึ่งเป็นผักปลูกง่ายอยู่ได้เกือบทุกสภาพแสง แต่หากมีข้อจำกัดเรื่องแสงควรเลือกปลูกผักที่ ต้องการแสงน้อย เช่น ช่ ผักชีฝชี รั่ง รั่ สะระแหน่ ผักแพว วอเตอร์เครส บัวบก เเละชะพลูเป็นต้น ดังนั้น นั้ ก่อนเลือก ตำแหน่งปลูกผักต้องทำความรู้จักก่อนว่าผักแต่ละชนิด ต้องการแสงแดดในการเจริญเติบโตมากน้อยเพียงใด หากเลือกปลูกผักที่ชอบแดดจัด ให้วางแปลงให้อยู่ในตำแหน่งที่ ไม่ถูกบังแสง อาจอยู่หน้าบ้าน หรือหลังบ้าน (ทิศเหนือหรือ ทิศใต้) หากแปลงอยู่ข้างบ้าน (ทิศตะวันออก/ตะวันตก)ผักอาจ จะได้รับแดดเพียงครึ่งวัน ซึ่งถ้าได้รับน้อยกว่านั้น นั้ ผักบางชนิด อาจเติบโตได้ไม่ดีเท่าที่ควร 11


ธาตุอาหารพืช จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของ พืช ทั้งธาตุอาหารหลัก คือ ไนโตรเจน (N) ฟอสฟอรัส (P) และโพแทสเซียม ซี (K) และธาตุ อาหารรองที่แม้จะใช้ปช้ ริมาณน้อย แต่ก็ขาดไม่ได้ เช่น ช่ กัน เช่น ช่ แคลเซียม ซี โบรอนแมกนีเซียม ซี เป็นต้น ปุ๋ยเคมี ปุ๋ยเคมีเป็นธาตุอาหารที่พืชต้องการ เพื่อใช้ในการเจ ช้ ริญเติบโต มีความจำเป็น ต่อการเกษตรเพื่อให้ได้ปริมาณผลผลิตและคุณภาพ เพิ่ม พิ่ ขึ้น พืชสามารถนำไปใช้ประโยช ช้ น์ได้ทันทีการใช้ปุ๋ ช้ ย ให้พอเหมาะตามที่พืชต้องการจึงเป็นการเพิ่มผลผ พิ่ ลิตพืช ที่ดีที่สุด แต่ถ้าใส่มากเกินไปก็เป็นการสิ้นเป สิ้ ลืองต้นทุน หรือใส่น้อยเกินไปก็ทำให้ดินเสื่อมโทรม ดังนั้น นั้ การใช้ปุ๋ ช้ ยเคมีจึงต้องใช้ใช้ห้ถูกต้องเหมาะสม ตามความต้องการของพืชสอดคล้องกับช่วงเวลา ช่ ที่พืช ต้องการ โดยใช้ใช้ห้ถูกสูตร ถูกอัตรา ถูกเวลา และถูกวิธี รวมทั้ง ทั้ ต้องปรับสภาพความเป็นกรด-ด่างของดิน และ เพิ่ม พิ่ อินทรีย์วัตถุให้กับดิน โดยใช้ปุ๋ ช้ ยแบบผสมผสาน ร่วมกับปุ๋ยอินทรีย์และปุ๋ยชีวภาพชีอย่างไรก็ตาม ปุ๋ยเคมี ไม่ใช่สาร ช่ พิษที่สร้างอันตรายต่อคน เพราะปุ๋ยเคมีเป็น อาหารของพืช ในส่วนที่เป็นอันตรายคือสารฆ่าแมลง ต่างๆ ยาฆ่าหญ้า เป็นต้น 12 ธาตุอาหารพืช


ปรับความเป็นกรด-ด่างของดินให้เหมาะสม อยู่ในดินได้นานดูดซับและค่อยๆ ปลดปล่อยธาตุอาหาร ให้แก่พืชอย่างช้า ช้ ๆ เป็นแหล่งธาตอาหารครบถ้วน ตามที่พืชต้องการ ช่วยใ ช่ ห้จุลินทรีย์ดินย่อยสลาย อินทรียวัตถุและแปรสภาพเป็น ธาตุอาหารพืชได้มากขึ้น หากใช้ควบ ช้ คู่ กับปุ๋ยเคมีอย่างต่อเนื่องจะช่วย ช่ ส่งเสริม ให้ปุ๋ยเคมีมีประสิทธิภาพดียิ่ง ยิ่ ขึ้น และลดการใช้ปุ๋ ช้ ยเคมีได้ 13 ปุ๋ยอินทรีย์ รี และวัสดุอินทรีย์ รี ปุ๋ยอินทรีย์และวัสดุอินทรีย์ช่วยเ ช่ พิ่ม พิ่ อินทรีวัตถุให้แก่ดิน ทำให้โครงสร้างดินดี โปร่ง ร่วนซุย ระบายน้ำ ถ่ายเทอากาศได้ดี รากพืชเจริญเติบโต แผ่กระจายดี ปุ๋ยอินทรีย์ รี ได้แก่ ปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยพืชสด วัสดุอินทรีย์ รี คือ ทุกสิ่ง สิ่ ที่ได้จากซากพืชและสัตว์


การให้ปุ๋ยเคมี เป็นการเพิ่มเ พิ่ ติมธาตุอาหาร การให้ปุ๋ยอินทรีย์ รี เป็นการใส่ปุ๋ยที่ได้จากวัสดุ อินทรีย์ที่ถูกย่อยสลายสมบูรณ์ด้วยจุลินทรีย์ การให้ปุ๋ยชีวภาพ ชี เป็นการเพิ่มเ พิ่ ติมจุลินทรีย์ที่มี ประโยชน์ลงไปในดิน เพื่อให้จุลินทรีย์เหล่านั้น นั้ การใช้ปุ๋ ช้ ยแบบผสมผสาน การใช้ปุ๋ ช้ ยแบบผสมผสาน เป็นการใช้ปุ๋ ช้ ยเคมีตาม ชนิดและอัตราที่เหมาะสม ควบคู่กับการใช้ปุ๋ ช้ ยอินทรีย์ และปุ๋ยชีวภาพ ชี โดยใช้ปุ๋ ช้ ยแต่ละประเภทในช่วงเวลา ช่ และด้วยวิธีการที่เหมาะสมกับพืชแต่ละชนิด ที่ขาดแคลนในดินในปริมาณที่พอเหมาะ ตามความต้องการของพืช ช่วยใ ช่ ห้ได้ผลผลิตสูง และมีคุณภาพดี ลงไปในดิน เพื่อเพิ่ม พิ่ อินทรียวัตถุให้แก่ดิน ปรับปรุงโครงสร้างดิน ปรับสภาพความเป็น กรด-ด่างของดิน และให้ธาตุอาหารที่จำเป็น ต่อการเจริญเติบโตของพืชอย่างครบถ้วน แต่ในปริมาณที่น้อยกว่าปุ๋ยเคมีมาก ช่วยเ ช่ พิ่มป พิ่ ริมาณธาตุอาหารในดินหรือเปลี่ยนรูป ของธาตุอาหารที่ไม่เป็นประโยชน์ให้เป็นประโยชน์ ต่อพืชมากขึ้น 14


นอกจากนั้น นั้ ยังต้องมีการผสมผสานการจัดการ ดินด้วยการใส่วัสดุปรับปรุงดินที่จำเป็นสำหรับแก้ไข สมบัติบางอย่างของดินที่บกพร่องให้ดีขึ้นถึงระดับ ที่ต้องการเพื่อเพิ่มประ พิ่ สิทธิภาพการใช้ปุ๋ ช้ ยให้สูงขึ้น และจัดการวัสดุอินทรีย์เศษซากพืช ตอซังหลังการ เก็บเกี่ยวด้วยการไถกลบเพื่อเพิ่มเ พิ่ ติมอินทรียวัตถุ และธาตุอาหารพืชในดิน นับเป็นการจัดการดินและ ธาตุอาหารพืชที่ยั่ง ยั่ ยืน ช่วยใ ช่ ห้เกษตรกรใช้ปุ๋ ช้ ยเคมี น้อยลงแต่มีประสิทธิภาพมากขึ้น สามารถลดต้นทุน ค่าปุ๋ยเคมีลงได้ 15


ปุ๋ยชีวภาพ ชี คืออะไร มีห มีน้าที่อย่างไร ปุ๋ยชีวภาพ ชี เป็นปุ๋ยที่ประกอบด้วยจุลินทรีย์ รี ที่ยัง มีชี มี วิชี ต มีคุ มี ณสม คุ บัติพิเศษสามารถสังเคราะห์ สารประกอบธาตุอาหารพืชได้เอง หรือสามารถเปลี่ยน ธาตุอาหารพืชที่อยู่ในรูปที่ไม่เป็นประโยชน์ต่อพืชให้มา อยู่ในรูปที่พืชสามารถดูดไปใช้ประโยช ช้ น์ได้จุลินทรีย์ เหล่านี้มีหน้าที่ปลดปล่อยธาตุอาหารให้แก่พืช ช่วยส ช่ ร้าง อาหารให้พืช (แต่ไม่มีธาตุอาหารในตัวเอง) เมื่อใช้ร่ ช้ วม กับปุ๋ยเคมีก็จะช่วยลดการใ ช่ ช้ปุ๋ ช้ ยเคมีลงได้ด้วย ปุ๋ยชีวภาพชีถูกนำมาใช้ในการกระ ช้ ตุ้นการเจริญเติบโต หรือเพิ่มความ พิ่ ต้านทานโรคให้แก่พืช นอกจากนี้ยังช่วย ช่ ปรับสภาพแวดล้อมให้อยู่ในภาวะสมดุล เพิ่ม พิ่ ศักยภาพ ในการผลิตพืชอีกทางหนึ่ง ปุ๋ยชีวภาพชี มีหลายชนิด ซึ่งแต่ละชนิดจะมีคุณสมบัติแตกต่างกัน เช่น ช่ แหนแดง ไรโซเบียมสาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงิน เชื้อราไมโคไร ชื้ ซ่า เชื้อราไตรโคเตอ ชื้ ร์มา และหัวเชื้อห ชื้ มักปุ๋ย 16


ส่วนน้ำหมักหรือน้ำหมักชีวภาพ ชี ไม่ใช่ปุ๋ ช่ ยชีวภาพ ชี เนื่องจากมีชนิดและปริมาณจุลินทรีย์ไม่แน่นอน เป็นของเหลวที่ได้จากการหมักวัสดุเหลือใช้ทั้ ช้ งเศษ ทั้ พืชหรือซากสัตว์จนเกิดการย่อยสลาย ผลิตภัณฑ์ที่ได้จะมีทั้งคา ทั้ ร์โบไฮเดรต กรดอินทรีย์กรดอะมิโน กรดฮิวมิก เอนไซม์วิตามิน ฮอร์โมน และแร่ธาตุ บางชนิด จุลินทรีย์จากธรรมชาติที่ผ่านการแยก คัดเลือก และทดสอบประสิทธิภาพแล้ว สามารถนำมาผลิตเป็น ผลิตภัณฑ์จุลินทรีย์เพื่อนำไปใช้ประโยช ช้ น์ทางการเกษตร ซึ่งกรมวิชาการเกษตรและกรมพัฒนาที่ดินได้ศึกษาและ ผลิต “ผลิตภัณฑ์จุลินทรีย์พด.” โดยมีทั้งผ ทั้ ลิตภัณฑ์จาก กลุ่มจุลินทรีย์ที่ช่วยป ช่ รับปรุงบำรุงดิน เพิ่มป พิ่ ริมาณธาตุ อาหารและฮอร์โมนพืช ควบคุมศัตรูพืช และช่วย ช่ รักษาสิ่ง สิ่ แวดล้อม สอบถามข้อมูลเพิ่มเ พิ่ ติมที่กรมวิชาการเกษตร โทร 02-579-4116, 02-561-4681 และกรมพัฒนาที่ดิน โทรสายด่วน 1760 17


ธาตุที่ขาด ลักษณะอาการ ไนโตรเจน (N) ใบแก่มีสีเหลืองปนส้มเริ่มจากปลายใบ ริ่ ก่อน เมื่อขาดรุนแรง ใบแก่จะแห้งตาย ฟอสฟอรัส (P) ใบล่างและลำต้นมีสีแดงอมม่วง โพแทสเซียม (K) ใบล่างมีสีเหลืองโดยเริ่มจากขอบใบ ริ่ ก่อน หลังจากนั้นจะเปนั้ ลี่ยนเป็นสีน้ำตาลลุกลามเข้าสู่กลางใบ แมกนีเซียม (Mg) เนื้อเยื่อระหว่างเส้นใบขอบใบแก่จะมีสีเหลือง แต่เส้นใบเป็นสีเขียวปกติ โมลิบดินัม (Mo) ใบแก่มีสีเหลืองบางครั้งรั้ มีจุดสีน้ำตาลไหม้บนใบ แคลเซียม (Ca) ใบอ่อนบิดเบี้ยว ม้วนงอ ยอดหงิก ใบไม่สามารถคลี่ได้เต็มที่ กำมะถัน (S) ใบอ่อนหรือใบบนมีสีเหลืองทั้งใบ ทั้ เหล็ก (Fe) ใบอ่อนที่ยังโตไม่เต็มที่มีสีเหลืองระหว่างเส้นใบ แมงกานีส (Mn) ใบอ่อนที่โตเต็มที่มีสีเหลืองระหว่างเส้นใบ และมีจุดสีน้ำตาลบนใบ สังกะสี (Zn) ใบอ่อนเกิดแถบสีเหลืองทั้งสองทั้ ข้างของเส้นกลางใบ จากปลายใบลามเข้าสู่กลางใบ เส้นกลางใบยังเขียว ใบมีขนาดเล็ก ทองแดง (Cu ปลายใบอ่อนมีสีซีดหรือขาว โบรอน (B) ใบย่น หนาผิดปกติและเปราะ ม้วนงอหรือขาดวิ่นวิ่ คลอรีน (Cl) ปลายใบแห้ง ใบเหลือง นิกเกิล (Ni) พืชให้ผลผลิตไม่เต็มที่ ลักษณะอาการผิดปกติเบื้องต้นที่พบทั่วไป ในพืชที่ขาดธาตุอาหารที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโต 18


ปุ๋ยรองพื้น จะใส่ในช่วงเต ช่ รียมดินหรือรองก้นหลุม ก่อนปลูก เช่น ช่ ปุ๋ยคอก หรือปุ๋ยหมัก ปุ๋ยบำรุงอาจเป็นปุ๋ยเคมีหรือปุ๋ยชีวภาพชีแต่ควร ใส่ครั้งแรก รั้ : เมื่อย้ายกล้าปลูกจนกล้าสามารถ ใส่ครั้ง รั้ ที่สอง : ใส่ห่างจากครั้งแรกประมาณ รั้ การใส่ให้โรยบางๆ ข้างต้น จากนั้น นั้ ทำการพรวนดินกลบ การให้ปุ๋ยกับพืชที่ปลูกในกระถางหรือภาชนะ ใส่ปุ๋ยช่วงเต ช่ รียมดิน และช่วง ช่ ที่พืชเจริญเติบโต ดังนี้ แบ่งใส่ โดยใส่ปุ๋ยครั้งแรกเ รั้ มื่อต้นกล้าตั้ง ตั้ ตัวได้แล้ว และใส่อีกครั้งห รั้ ลังจาก ใส่ครั้งแรก รั้ ประมาณ 2-3 สัปดาห์โดยให้โรยปุ๋ยให้ห่างจากโคนต้น ห้ามโรยปุ๋ย ชิดโคน ชิ ต้นเพราะจะทำให้ผักตายได้เมื่อใส่ปุ๋ยแล้ว ให้รดน้ำตาม ทั้ง ทั้ นี้ธาตุอาหารจากปุ๋ยคอก หรือปุ๋ยหมักอาจ ไม่เพียงพอ จึงจำเป็นต้องใส่ปุ่ยวิทยาศาสตร์เพิ่มเ พิ่ ติมบ้าง โดยทั่วไป ทั่ มักใช้ปุ๋ ช้ ยสูตร 15-15-15 หรือปุ๋ยสูตรเสมอ ข้อแนะนำในการใส่ปุ๋ยวิทยาศาสตร์สูตร 15-15-15 หรือสูตรเสมอ ตั้ง ตั้ ตัวได้ประมาณ 7 วัน 2-3 สับดาห์ วิธีการใ ธี ส่ปุ๋ย (ระหว่างแถว) ไม่ควรใส่ชิดชิ ต้น แล้วรดน้ำตาม 19


การป้องกันกำจัดโรคและแมลงศัตรูพืช แมลงศัตรูพืชผักที่สำคัญ เช่น ช่ หนอนใยผัก หนอน กระทู้หอม หนอนกระทู้ผัก หนอนคืบกะหล่ำ เพลี้ยไฟ และเพลี้ยอ่อน เป็นต้น การป้อง ป้ กันและกำจัด ในเบื้องต้น ควรหมั่น มั่ รักษาความสะอาดในแปลงอยู่เสมอ เก็บผลผลิตที่เสียหายจากการถูกทำลายไปทิ้งให้ห่างไกล จากแปลงปลูก เพื่อไม่ให้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์แมลงศัตรู พืชต่อไปได้หากต้องใช้สารเค ช้ มีควรปฏิบัติตามคำแนะนำ ตามฉลากข้างขวดอย่างเคร่งครัด ส่วนโรคพืชที่สำคัญ เช่น ช่ แอนแทรคโนส ราน้ำค้าง ราแป้ง ป้ ราสนิมขาว เน่าเละ และเน่าคอดิน เป็นต้น การป้อง ป้ กันและกำจัดใน เบื้องต้น ในขั้นตอนการเต ขั้ รียมดิน ควรไถดินตากแดดจัดทิ้งไว้ ประมาณ 5-7 วัน เพื่อทำลายโรค พืชที่อาศัยอยู่ในดิน หากพบต้นที่ เป็นโรคในแปลงให้รีบถอนออกแล้ว นำไปทิ้งให้ไกลจากแปลงปลูก นอกจากนี้การใช้สาร ช้ ป้อง ป้ กัน กำจัดเชื้อรา ชื้ เช่นไตรโคเดอ ช่ ร์ม่า จะช่วยในการ ช่ ป้อง ป้ กันและควบคุม โรคพืชได้หรือหากต้องใช้สารเค ช้ มี ควรปฏิบัติตามคำแนะนำตามฉลาก ข้างขวดอย่างเคร่งครัด 20 โรค – แมลงศัตรูพืชของพืชผัก


แมลงและสัตว์ศัตรูพืช วิธีการกำจัดแมลงที่ดีและ ปลอดภัยที่สุด คือ ใช้วิช้ ธีสำรวจ สังเกต แล้วกำจัด โรคพืช การปลูกผักสวนครัว ไม่ควรปลูกพืชจนแน่น หรือชิดเชิ กินไป ควรให้พืชได้รับแสงอย่างทั่ว ทั่ ถึง มีการ ระบายอากาศที่ดีจะเป็นการป้อง ป้ กันโรคได้ระดับหนึ่ง หากพบผักที่ปลูกเป็นโรคให้ทำการถอนไปทิ้งหรือ ทำลาย นอกพื้นที่การเพาะปลูกเพื่อป้อง ป้ กันการระบาด ในสวน วัชพืช หากมีวัชพืช หรือมีหญ้าขึ้น ต้องทำการถอนทิ้ง เพื่อป้อง ป้ กันการแย่งน้ำและธาตุอาหารกับพืชผัก การปลูกพืชผักสวนครัวจะแตกต่างจากการปลูก ผักเพื่อการค้า ในเรื่องปริมาณการผลิต ซึ่งพืชผักสวนครัว จะเป็นการปลูกเพื่อการบริโภค ศัตรูพืชที่พบอาจมีปริมาณ น้อย จึงขอแนะนำวิธีกำจัด ที่ง่ายและปลอดภัย ดังนี้ ด้วยมือ (เก็บไปทิ้งหรือทำลาย) และไม่ให้เป็นที่อยู่อาศัยของโรคและแมลง เกษตรกรจะต้องหมั่น มั่ ดูแล และสังเกตการเจริญเติบโต การ เปลี่ยนแปลงหรือความผิดปกติของพืชอยู่ ตลอด หากพบว่าบางส่วน เช่น ช่ ยอด ใบ ลำต้น มีปัญหาต้องรีบหาทางรักษาพร้อมหาวิธี ป้อง ป้ กันทันทีเพื่อไม่ให้เกิดความเสียหาย มากไปกว่าเดิม ทั้ง ทั้ นี้สามารถสอบถามจาก เจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอ/จังหวัด ใกล้บ้านท่าน (ถ่ายรูปหรือถอนต้นพืชที่มี ปัญหาไปด้วย) ซึ่งจะคอยให้คำแนะนำและ ให้ความช่วยเห ช่ ลือท่านได้ 21


จากกระแสความต้องการสินค้าที่มีคุณภาพของ ผู้บริโภค ที่คำนึงถึงสุขภาพอนามัย ทำให้แนวโน้มในการผลิต สินค้าเกษตร มีความพยายามในการลดการใช้สารเค ช้ มีลง โดยใช้วิช้ ธีควบคุมศัตรูพืชที่มีประสิทธิภาพปลอดภัยต่อผลผลิต และสิ่งแวดสิ่ ล้อม การควบคุมศัตรูพืชโดยชีวชีวิธีจึงเป็นวิธีหนึ่ง ที่เข้ามามีบทบาทและได้รับความนิยมมากขึ้น โดยมีการรณรงค์ ส่งเสริมให้ใช้ศั ช้ ตรูธรรมชาติในการควบคุมศัตรูพืช โดยเฉพาะ อย่างยิ่งการใ ยิ่ช้เ ช้ ชื้อ ชื้ จุลินทรีย์ซึ่งมีการผลิตและใช้กั ช้ นอย่างแพร่ หลายในระบบการผลิตทางการเกษตรในปัจจุบัน เชื้อ ชื้ จุลินทรีย์ รี (Micro-organism) เป็นสิ่งสิ่ มีชีวิชีต ขนาดเล็กมากมองด้วยตาเปล่าไม่เห็น มีอยู่ทั่วไปใน ทั่สิ่งแวดสิ่ ล้อม ในดิน น้ำ อากาศ บนสิ่งสิ่ มีชีวิชีตและสิ่งไ สิ่ ม่มีชีวิชีต มีทั้งชทั้นิด ที่เป็นโทษ เช่น ช่ ทำให้เกิดโรคกับสิ่งสิ่ มีชีวิชีต คน สัตว์พืช เกิดการ ปนเปื้อนในอาหาร ในสิ่งแวดสิ่ ล้อม เป็นต้น และชนิดที่มีประโยชน์ เช่น ช่ ทำให้เกิดกระบวนการหมัก การย่อยสลาย เป็นต้น ปัจจุบัน มีการนำเชื้อ ชื้ จุลินทรีย์มาใช้ประโยช ช้ น์ในการเกษตรได้หลายอย่าง เช่น ช่ นำมาใช้ในการควบ ช้ คุมและกำจัดศัตรูพืช โดยเฉพาะแมลง ศัตรูพืชและโรคพืช โดยทำให้แมลงศัตรูพืชป่วยเป็นโรคตาย หรือทำให้เชื้อโรคตาย ชื้ ก่อนอายุขัย เป็นต้น การควบคุมศัตรูพืช โดยใช้เ ช้ ชื้อ ชื้ จุลินทรีย์ (Microbial control) จึงเป็นส่วนหนึ่งในการควบคุม ศัตรูพืชโดยชีวชีวิธี ตัวช่วยสำคัญทางธรรมชาติ ที่ช่วยปราบโรค-แมลงศัตรูของพืชผัก 22


1. ตัวห้ำ หมายถึง สิ่ง สิ่ มีชี มี วิชี ตที่ดำรง ชีวิชี ตด้วยการกินศัตรูพืชอื่นเป็นอาหารเพื่อ การเจริญเติบโตจนครบวงจรชีวิชี ต ตัวห้ำ เป็นได้ทั้ง ทั้ สัตว์มีกระดูกสันหลัง เช่น ช่ นก งูกิ้งก่า กบ เป็นต้น และสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังจำพวก แมลง ตัวห้ำมักมีขนาดโตกว่าเหยื่อ เช่น ช่ มวนพิฆาต มวนเพชฌฆาต ด้วงเต่า แมลงปอ แมลงช้าง ช้ ปีกใสสีเขียว แมลงหางหนีบ และแมงมุม เป็นต้น ศัตรูธรรมชาติคือ สิ่ง สิ่ มีชีมี วิชีตที่มีอมียู่ในธรรมชาติ เป็นองค์ประกอบในระบบนิเวศที่ทำลายศัตรูพืชให้ตายก่อน อายุขัยตามกลไกของห่วงโช่อาหาร ช่ ศัตรูธรรมชาติมีดั มีงนี้ ศัตรูธรรมชาติ ที่ช่วยควบ ช่ คุมศัตรูพืช ชนิดที่ทำลายไข่แมลง เรียกว่า แตนเบียนไข่ เช่น ช่ แตนเบียนไข่ทริคโคแกรมม่า เป็นต้น ชนิดที่ทำลายหนอน เรียกว่า แตนเบียน หนอน เช่น ช่ แตนเบียนหนอนใยผัก เป็นต้น 2. ตัวเบียน บี หมายถึง เป็นสิ่ง สิ่ มีชี มี วิชี ต ที่อาศัยในหรือบนสิ่ง สิ่ มีชี มี วิชี ตอื่น ๆ เมื่อตัวเบียน เพศเมียวางไข่ในหรือบนสิ่ง สิ่ มีชีวิชีตที่เป็นเหยื่อ ตัวเบียนจะฟักและกินอาหารในตัวเหยื่อจนเหยื่อ ตาย ตัวเบียนมักมีขนาดตัวเล็กกว่าเหยื่อ มีความเฉพาะเจาะจงต่อชนิดของเหยื่อทำลาย สิ่ง สิ่ มีชีวิชีต เช่น ช่ แมลงระยะต่าง ๆ เป็นต้น มวนพิฆาต แมลงหางหนีบ แมลงช้าง ช้ ปีกใสสีเสีขียวขี หนอนใยผัก 23


3. เชื้อ ชื้ จุลินทรีย์ รี หมายถึง เป็นสิ่ง สิ่ มีชี มี วิชี ตขนาด เล็กมาก มองด้วยตาเปล่าไม่เห็น เชื้อ ชื้ จุลินทรีย์มีอยู่ ทั่วไปในธรรมชา ทั่ ติมีหลายชนิดที่ทำให้ศัตรูพืชเป็นโรคตาย โดยจะทำลายศัตรูพืชเมื่อสภาพแวดล้อมเหมาะสม และสามารถทำลายศัตรูพืชได้ครั้งละมาก รั้ ๆ เช่น ช่ เชื้อรา ชื้ เชื้อแบค ชื้ ทีเรีย เชื้อไว ชื้ รัส เป็นต้น ปัจจุบันมีการนำเชื้อ ชื้ จุลินทรีย์เหล่านั้นมาผ นั้ ลิตขยายเพิ่มป พิ่ ริมาณเพื่อนำไปใช้ ในการควบคุมศัตรูพืช โดยหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาคราชการ ทั้ เอกชน และระดับเกษตรกร เชื้อ ชื้ จุลินทรีย์ เป็นที่ยอมรับว่าใช้ควบ ช้ คุมศัตรูพืชได้ผลดีและอาจเรียก อีกชื่อห ชื่ นึ่งว่า " ชีว ชีภัณฑ์" หมายถึงเป็นสิ่ง สิ่ มีชีวิชีต 24


25 1. เชื้อรา ชื้ ทำลายแมลงศัตรูพืช เป็นเชื้อรา ชื้ ที่ทำให้แมลง ศัตรูพืชเป็นโรคตาย ได้แก่ 1.1 เชื้อรา ชื้ บิวเวอเรีย รี ทำลายแมลงศัตรูพืช หลายชนิด เช่น ช่ เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล เพลี้ยไฟ เพลี้ยอ่อน เป็นต้น 1.2 เชื้อราเมตาไรเ ชื้ ซียม ซี ทำลายแมลงศัตรูพืช หลายชนิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งสามารถ ยิ่ ทำลายแมลงศัตรู พืชในดินได้ดีเชื้อรา ชื้ ทั้งสองช ทั้ นิดเป็นเชื้อรา ชื้ ทำลายแมลง โดยสปอร์เชื้อรา ชื้ สัมผัสกับผนังลำตัวแมลง สปอร์จะงอก แทงผ่านผนังลำตัวแมลง เชื้อราจะเจ ชื้ ริญเป็นเส้นใยใน ตัวแมลงและทำลายเนื้อเยื่อจนทำให้แมลงแห้งตาย ใช้เวลาประมาณ ช้ 3-7 วัน 2. เชื้อรา ชื้ ทำลายเชื้อโรค ชื้ พืช ได้แก่ เชื้อราไตรโคเดอ ชื้ ร์มา จัดเป็นเชื้อราป ชื้ ฏิปักษ์ทำลายเชื้อโรค ชื้ ที่เป็นสาเหตุโรคพืช หลายชนิด โดยเฉพาะ อย่างยิ่งเ ยิ่ ชื้อรา ชื้ ที่อยู่ในดิน ซึ่งเชื้อรา ชื้ นี้จะเบียดเบียน แย่งอาหารจากเชื้อโรค ชื้ พืช สร้างเส้นใยแทงเส้นใย เชื้อโรค ชื้ พืช สร้างสารพิษ และน้ำย่อยฆ่าทำลาย เชื้อโรค ชื้ พืช ทำให้เชื้อโรค ชื้ พืชตาย เชื้อ ชื้ จุลินทรีย์ (ชีว ชีภัณฑ์) ที่นิยมนำมาใช้ในการควบ ช้ คุมตัตรูพืช


3. เชื้อแบค ชื้ ทีเรีย รีทำลายแมลงศัตรูพืช และเชื้อโรค ชื้ พืช ได้แก่ 3.1 เชื้อแบค ชื้ ทีเรียบา รี ซิลซิลัส ทูริงใจเอ็นซิสซิ หรือ Bt (บีที บี ที) หรือรู้จักและเรียกกันว่า "ยาเชื้อ ชื้ " ทำลาย แมลงศัตรูพืชโดยต้องกินเชื้อเ ชื้ ข้าไป เมื่อแมลงศัตรูพืช ในระยะหนอนกินเชื้อแบค ชื้ ทีเรียเข้าไปจะทำให้หนอน เป็นอัมพาต หยุดกินอาหาร โลหิตเป็นพิษ ชักกระชัตุก และตายภายใน 5-7 วัน 3.2 เชื้อแบค ชื้ ทีเรียบา รี ซิลซิลัส ซับ ซั ทีลีส หรือ Bs (บีเอส บี ) ทำลายเชื้อโรค ชื้ พืชได้หลายชนิดทั้งเ ทั้ ชื้อราและ ชื้ แบคทีเรีย โดยแย่งอาหารและแย่งพื้นที่ในการเจริญเติบโต สร้างสารปฏิชีวนะและเอนไซ ชี ม์ที่ทำลายเชื้อโรค ชื้ พืชทำให้เชื้อ ชื้ โรคพืชตายได้ 4. เชื้อไว ชื้ รัสทำลายแมลงศัตรูพืช ได้แก่เชื้อไว ชื้ รัสเอ็นพีวี หรือ NPV ทำลายแมลงศัตรูพืชระยะหนอน โดยเมื่อแมลง ศัตรูพืชในระยะหนอนกินเชื้อไว ชื้ รัสเอ็นพีวีเข้าไป ไวรัสเอ็นพีวี จะทำลายอวัยวะต่าง ๆ ของหนอน ทำให้หนอนเป็นโรคตาย ภายใน 5-7 วัน เชื้อไว ชื้ รัสเอ็นพีวีมีความเฉพาะเจาะจงสูง กับแมลงอาศัย เช่น ช่ เชื้อไว ชื้ รัสเอ็นพีวีของหนอนกระทู้หอม จะทำลายเฉพาะหนอนกระทู้หอม เชื้อไว ชื้ รัสเอ็นพีวีหนอน กระทู้ผัก ทำลายเฉพาะหนอนกระทู้ผักเท่านั้น นั้ 26


2. ต้องมีการ มี สำรวจแปลงปลูกอย่างสม่ำเสมอ เพื่อ... 1) ทราบสถานการณ์ศัตรูพืช ศัตรูธรรมชาติ และสภาพความแข็งแรงของพืช ที่ปลูก 2) ทราบพฤติกรรมจริงของแมลง ศัตรูพืช ศัตรูธรรมชาติเพราะบางครั้ง รั้ เราวินิจฉัยโดยไม่ทราบสาเหตุที่แท้จริงทำให้ เราตัดสินใจผิดพลาดในการควบคุม 3) ถ้าศัตรูธรรมชาติในธรรมชาติมีเพียงพอ ก็ไม่จำเป็น ต้องปล่อยเพิ่มเ พิ่ ติมลงไป 4) การสำรวจจะสามารถตัดสินใจด้วยตนเองได้อย่างมั่นใจ มั่ 3. การอนุรักษ์ศัตรูธรรมชาติโดยใช้ห ช้ ลักการควบคุมศัตรู พืชโดยวิธีผสมผสาน หรือ IPM ซึ่งศัตรูธรรมชาติใช้ร่ ช้ วมกับ ทุกวิธีใน IPM ได้ยกเว้นวิธีเดียวคือสารเคมี 1. เมื่อมีการป มี ลูกพืช และเมื่อเริ่ม ริ่ พบศัตรูพืช แต่ยังไม่ถึงขั้นระบาด ขั้ 27


1. ควบคุม คุ ศัตรูพืชไม่ให้ระบาด ศัตรูธรรมชาติควบคุมศัตรูพืชไม่ให้ระบาด จนต้องใช้วิช้ ธีอื่น ทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ ช้ ายเพราะศัตรูธรรมชาติ มีอยู่มากมายในธรรมชาติไม่ต้องเสียเงินซื้อทำงานโดยไม่ ต้องจ่ายค่าจ้างและหลายชนิดเกษตรกรสามารถผลิตขยาย ใช้เองในราคา ช้ ถูก ช่วยใ ช่ ห้ต้นทุนด้านควบคุมศัตรูพืชถูกลง เกษตรกรได้กำไรมากขึ้น ได้รับผลตอบแทนที่คุ้มค่าทั้งทาง ทั้ ด้านเศรษฐกิจ สังคม และสภาพแวดล้อม 2. ให้ผลแบบยั่ง ยั่ ยืน หากปล่อยให้ศัตรูธรรมชาติทำงานอย่างต่อเนื่องจะ ให้ผลแบบยั่ง ยั่ ยืน เพราะศัตรูธรรมชาติมีชีวิชีตสามารถขยาย พันธุ์ต่อไปเรื่อย ๆ ตราบเท่าที่มีอาหารอยู่และไม่มีความเสี่ยง เมื่อมีศัตรูพืชระบาด ต่างกับสารเคมีที่ต้องใช้บ่ ช้ อย ๆ ในปริมาณมากขึ้น และต้องระวังตรวจสอบมากขึ้นเพราะไม่มี ศัตรูธรรมชาติช่วยควบ ช่ คุม 3. ไม่เป็นอันตรายต่อสิ่ง สิ่ มีชี มี วิชี ตอื่น ศัตรูธรรมชาติไม่เป็นอันตรายต่อสิ่ง สิ่ มีชีวิชีตอื่นและ ไม่เกิดพิษต่อสภาพแวดล้อมเพราะเป็นสิ่ง สิ่ ที่อยู่ในธรรมชาติ อยู่แล้ว ไม่ทำให้ศัตรูพืชต้านทาน อีกทั้งไ ทั้ ม่ตกค้างอยู่ใน ผลผลิตเพราะศัตรูธรรมชาติไม่กินและไม่อาศัยในพืช 28


1. ตรวจสอบประสิทธิภาพ ตรวจสอบประสิทธิภาพของเชื้อ ชื้ จุลินทรีย์โดยใช้ เชื้อจากแห ชื้ ล่งที่เชื่อ ชื่ ถือได้หรือซื้อชีวชีภัณฑ์ที่ขึ้นทะเบียน จากกรมวิชาการเกษตร และตรวจสอบวันหมดอายุ ก่อนซื้อทุกครั้ง รั้ 2. เลือกใช้ช ช้ นิดชีว ชีภัณฑ์ให้ตรงกับชนิดของแมลง อ่านฉลากบนภาชนะบรรจุให้เข้าใจ เลือกใช้ช ช้ นิด ชีวชีภัณฑ์ให้ตรงกับชนิดของแมลงเป้าหมายและใ ป้ ช้ในช้ อัตรา ตามคำแนะนำ 3. เพิ่ม พิ่ น้ำตามอัตราที่ระบุในคำแนะนำ หากต้องผสมน้ำ ควรผสมน้ำปริมาณน้อย ให้เข้ากันก่อนจึงเพิ่ม พิ่ น้ำตามอัตราที่ระบุในคำแนะนำ 4. ผสมสารจับใบทุกครั้ง รั้ ผสมสารจับใบทุกครั้ง รั้ ที่ฉีดพ่นไปที่พืช ไม่รดน้ำ หลังฉีดพ่นอย่างน้อย 1 วัน เพื่อให้เชื้อ ชื้ ติดบนพืชได้ดี 5. ปรับขนาดหัวฉีด ปรับขนาดหัวฉีดให้ได้ ละอองขนาดเล็กที่สุด และฉีดพ่น คลุมทุกส่วนของพืช 29


เชื้อราไตรโคเดอ ชื้ ร์มา คือ เชื้อราช ชื้ นิดหนึ่ง ที่ดำรงชีวิชี ตอยู่ในดิน อาศัยเศษซากอินทรีย์วัตถุ เป็นอาหาร โดยไม่มีอันตรายกับพืช คน สัตว์และแมลง มีคุณสมบัติในการควบคุมและทำลายเชื้อราสาเห ชื้ ตุ โรคพืชทางดิน จึงทำให้พืชมีระบบรากที่สมบูรณ์ แข็งแรง หาอาหารได้มาก ต้นพืชจึงสมบูรณ์ให้ผลผลิต สูง และคุณภาพดี **เชื้อราไตรโคเดอ ชื้ ร์มา นำมาใช้ในการ ช้ ป้อง ป้ กัน การเกิดโรค ดีกว่าใช้เ ช้พื่อการรักษาโรค** ประโยชน์ของเชื้อราไตรโคเดอ ชื้ ร์มา เชื้อราไตรโคเดอ ชื้ ร์มา เป็นเชื้อรา ชื้ ที่ยับยั้งการ ยั้ เจริญเติบโตและทำลายเชื้อราสาเห ชื้ ตุโรคพืชหลายชนิด ได้แก่ โรครากเน่าโคนเน่าของไม้ผลและไม้ยืนต้น เช่น ช่ ทุเรียน ส้ม โรคเน่าคอดินของพืชผัก โรคใบติดของ ทุเรียน โรคกาบใบแห้งของข้าว โรคเมล็ดเน่า โรคเน่า ระดับดินของพืชผัก โรคโคนเน่า โรคเหี่ยวของพืชผัก โรคเหี่ยวของพืชไร่พืชผัก ไม้ดอก ไม้ประดับ และไม้ผล โรคแอนแทรกโนสของพริก โรคผลเน่าของ สตรอเบอรี่ โรคเน่าของแครอท เชื้อราไตรโคเดอ ชื้ ร์มา (ราเขีย ขี ว) 30


การแช่เม ช่ ล็ดพันธุ์ข้าว ใช้เ ช้ ชื้อสด ชื้ ครึ่งกิโลกรัมต่อน้ำ 100 สิตร โดย กรองเอาเฉพาะน้ำเชื้อ ชื้ จากนั้น นั้ นำ เมล็ดพันธุ์ข้าวที่ผ่านการแช่น้ำ ช่ มาแล้ว 1 คืน แช่ในช่ น้ำเชื้อ ชื้ ประมาณ 30 นาทีถึง 1 ชั่วโมง ชั่ 31 การใช้เ ช้ ชื้อราไตรโคเดอ ชื้ ร์มา เราสามารถนำมาใช้ไช้ด้หลายวิธีได้แก่ การคลุกเมล็ด ใช้ผสม ช้ วัสดุปลูก รองก้นหลุม ฉีดพ่น และทาลำต้น โดยมีรายละเอียดการใช้แ ช้ ต่ละวิธีดังนี้ การคลุกเมล็ด สำหรับเมล็ดพันธุ์ 1 กิโลกรัม ใช้เ ช้ ชื้อสดประมาณ ชื้ 10 กรัม (1 ซ้อนแกง) ผสมน้ำ 10 มิลลิลิตร (1 ช้อนแกง ช้ ) นำไปคลุกเคล้าเมล็ด พันธุ์ที่เตรียมไว้ก่อนนำไปปลูก นำไปผสมกับวัสดุเพาะกล้า โดยใช้ส่ ช้ วนผสมของเชื้อ ชื้ ใช้รอง ช้ ก้นหลุม หว่านหรือโรย โดยในพืชผักใช้วิช้ ธีหว่าน ส่วนผสมของเชื้อประมาณ ชื้ 80 - 160 กิโลกรัมต่อไร่ หรือ 50 - 100 กรัมต่อต้น (ประมาณ 1 กระป๋องนม) ส่วนในไม้ผลหรือไม้ยืนต้น ใช้ 3 - 5 ช้ กิโลกรัมต่อต้น การใช้ทาง ช้ ดิน เตรียมส่วนผสม ประกอบด้วย เชื้อสด ชื้ 1 กิโลกรัม รำละเอียด 4 กิโลกรัม ปุ๋ยอินทรีย์ 100 กิโลกรัม คลุกเคล้าให้เข้ากัน แล้วนำไปใช้ประโยช ช้ น์ดังนี้ 4 ส่วนและวัสดุเพาะกล้า 1 ส่วน คลุกเคล้าให้เข้ากันแล้ว นำไปใช้เพาะก ช้ ล้า


การใช้โดย ช้ วิธีฉี ธี ฉี ดพ่น โดยเตรียมส่วนผสม ประกอบด้วย เชื้อสด ชื้ ครึ่งกิโลกรัม ผสมกับน้ำ 30 - 100 ลิตร โดยอาจผสม ในปริมาณมากกว่านี้ก็ได้โดยใช้ส่ ช้ วนผสมตามอัตราส่วน ที่แนะนำ แล้วกรองเอาเฉพาะน้ำสปอร์ของเชื้อราไตรโคเดอ ชื้ ร์มา นำไปฉีดพ่นเพื่อควบคุมโรคต่าง ๆ เช่น ช่ โรคแอนแทรกโนส ของพริก โรคใบติดของทุเรียน โรคผลเน่าของสละ สำหรับ การใช้ในนา ช้ ข้าว ใช้ฉี ช้ ดพ่นอย่างน้อย 3 ครั้ง รั้ คือ ระยะแตกกอ ตั้ง ตั้ ท้อง และออกรวง เพื่อควบคุมโรคข้าวที่เกิดจากเชื้อรา ชื้ เช่น ช่ โรคเน่าคอรวง โรคใบจุดสีน้ำตาล โรคกาบใบแห้ง การใช้โดย ช้ วิธีทา ธี ลำต้น เตรียมส่วนผสม ประกอบด้วย เชื้อสด ชื้ ครึ่งกิโลกรัม ผสมกับน้ำ 1 ลิตร และฝุ่นแดง ครึ่งกิโลกรัม นำทั้งหมดผสมใ ทั้ ห้เข้ากัน แล้วนำไปทาบริเวณที่เป็นโรค ซึ่งได้ถากเปลือกบางส่วนไว้แล้ว 32 หัวเชื้อราไตรโคเดอ ชื้ ร์มา (แบบผง หรือแบบน้ำ) ข้าวสาร หม้อหุงข้าวไฟฟ้า ฟ้ น้ำสะอาด เข็มหมุด ถุงพลาสติกทนร้อนขนาด 8x12 นิ้ว นิ้ ยางวง แอลกอฮอล์ 70 % สำหรับฆ่าเชื้อ ชื้ ทำความสะอาด การผลิตและขยายเชื้อราไตรโคเดอ ชื้ ร์มา ชีวชีภัณฑ์เชื้อราไตรโคเดอ ชื้ ร์มาที่อยู่ในรูปผงหัวเชื้อ ชื้ บริสุทธิ์ก่อนจะนำมาใช้งาน ช้ เกษตรกรจะต้องผลิตขยาย เชื้อราไตรโคเดอ ชื้ ร์มาชนิดสดไว้ใช้ ซึ่งสามารถทำได้เอง วัสดุอุปกรณ์


หุงข้าว โดยใช้ข้ ช้ าวสาร 2 ส่วน และน้ำ 1 ส่วน วิธีการผ ธี ลิตเชื้อราไตรโคเดอ ชื้ ร์มา 1. เมื่อสวิตซ์หม้อข้าวดีด ใช้ไช้ม้พายคนข้าวให้ความร้อน กระจายให้ทั่ว ทั่ ปิดฝาไว้และให้ถอดปลั๊ก ลั๊ จะได้ข้าว กึ่งสุกกึ่งดิบ ข้างนอกเมล็ดปริส่วนข้างในเป็นไตสีขาว ซุยข้าวให้เมล็ดร่วน 2. ตักข้าวใส่ถุงขณะยังร้อน ถุงละ 250 กรัม พับปากถุง ลงด้านล่าง วางทิ้งไว้ให้ข้าวอุ่น 3. ใส่หัวเชื้อ ชื้ หากเป็นหัวเชื้อช ชื้ นิดน้ำ ใช้ 5 3-4 ช้ หยด หากเป็นหัวเชื้อแบบผง ชื้ ใช้ 4 – 6 ช้ เหยาะ 4. รัดยางตรงปากถุงให้แน่น โดยให้มีพื้นที่ว่างในถุง มากกว่าพื้นที่ใส่ข้าว 5. เขย่าให้หัวเชื้อกระจาย ชื้ ทั่วถุง 6. เจาะรูใต้ยางที่มัดถุง โดยใช้เ ช้ข็มสะอาดแทง ประมาณ 20 – 30 ครั้ง รั้ 7. วางถุงข้าวในลักษณะแบนราบให้ข้าวแผ่กระจายทั่ว ทั่ ถุง และไม่วางถุงข้าวซ้อนทับกันบริเวณที่มีแสงสว่าง อากาศ ถ่ายเท ไม่มีมด และสัตว์อื่นๆ ประมาณ 5 – 7 วัน เชื้อจะเจ ชื้ ริญเต็มถุง และพร้อมนำไปใช้งาน ช้ 33


กลุ่มส่งเสริมการควบคุม คุ ศัตรูพืชโดยชีว ชีวิธี กลุ่มอารักขาพืช สำนักงานเกษตรจังหวัดทุกจังหวัด ศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชนทุกแห่ง ผู้ที่สนใจข้อมูลเกี่ยวกับชีวชีภัณฑ์เชื้อราไตรโคเดอ ชื้ ร์มา ขอรับบริการฟรี จาก กรมส่งเสริมการเกษตร โทรศัพท์ 02 – 5793664 หรือสนใจสั่ง สั่ ซื้อหัวเชื้อไตรโคเดอ ชื้ ร์มาบริสุทธิ์ติดต่อที่ ห้องปฏิบัติการควบคุมโรค คุ พืชโดยชีวภาพ ชี ภาควิชาโรคพืช คณะเกษตร กำแพงแสน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์วิทยาเขตกำแพงแสน จ.นครปฐม 73140 โทรศัพท์ 034-281047 หรือ 02-9428200-45 ต่อ 3413, 3406 หรือ 3405 ทั้งนี้ หากซื้อจาก ซื้ ร้านค้าทั่วไป ควรซื้อผ ซื้ ลิตภัณฑ์ที่มีการ มี ขึ้นทะเบียน บี ชีว ชีภัณฑ์จากกรมวิชาการเกษตร ระบุไว้ในฉลากผลิตภัณฑ์ แหล่งให้บริการ เชื้อราไตรโคเดอ ชื้ ร์มา 34


เชื้อรา ชื้ บิวเวอเรีย รี เป็นจุลินทรีย์ รี ที่จัดเป็นพวก “ เชื้อรา ชื้ ทำลายแมลง” มีคุณสมบัติในการทำลายแมลงได้ หลายชนิด ทำลายแมลงโดยผลิตเป็นเอนไซม์ที่เป็นพิษ ต่อแมลงศัตรูพืชและเป็นเชื้อรา ชื้ ที่อาศัยกินเศษซากที่ผุพัง เชื้อรา ชื้ บิวเวอเรีย รี (ราขาว) ข้อดีในการใช้ควบ ช้ คุม คุ ศัตรูพืช 1. ปลอดภัยต่อผู้ใช้ ผู้บริโภค 2. เป็นปัจจัยหนึ่งของการควบคุมศัตรูพืชแบบผสมผสาน 3. ไม่มีพิษตกค้างใช้ไช้ด้ทุกระยะของการเจริญเติบโตของพืช แมลงที่ควบคุมไ คุ ด้ เชื้อรา ชื้ บิวเวอเรียสามารถควบคุมแมลงศัตรูพืชได้ หลายชนิดที่สำคัญๆ เช่น ช่ เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล หนอนผีเสื้อศัตรูพืชต่างๆ หนอนห่อใบข้าว เพลี้ยอ่อน เพลี้ยแป้ง ป้ เพลี้ยจักจั่น จั่ เพลี้ยไฟ ไรแดง แมลงหวี่ขาว ด้วงงวงต่างๆ เป็นต้น ลักษณะแมลงที่ถูกเชื้อรา ชื้ บิวเวอเรีย รีทำลาย 1 . แมลงจะแสดงอาการเป็นโรค คือ เบื่ออาหาร กินน้อยลง อ่อนเพลีย และไม่เคลื่อนไหว 2. สีผนังลำตัวจะเปลี่ยนไป จะมีจุดสีดำตรงบริเวณที่ถูก เชื้อราเ ชื้ ข้าทำลาย 3. พบเส้นใยและผงสีขาวของ สปอร์ปกคลุมตัวแมลงที่ถูก เชื้อรา ชื้ ทำลาย 35


การผลิตเชื้อรา ชื้ บิวเวอเรียช รี นิดสด อุปกรณ์ที่ใช้ 1. หัวเชื้อรา ชื้ บิวเวอเรีย 2. หม้อหุงข้าวไฟฟ้า ฟ้อัตโนมัติ 3. ถุงพลาสติกทนร้อน ขนาด 9x14 นิ้ว นิ้ 4. แอลกอฮอล์ 70% 5. แอลกอฮอล์ 95% 6. ข้าวสาร 7. ถ้วยตวงหรือแก้วน้ำ 8. ทัพพีตักข้าว 9. เข็มฉีดยา เบอร์ 18 10. ยางวง วิธีการผ ธี ลิต 1. ล้างข้าวสารเจ้าให้สะอาดอย่างน้อย 5 ครั้ง รั้ 2. หุงข้าวด้วยหม้อหุงข้าวไฟฟ้าอัตโนมัติในอัตรา ข้าว 3 ส่วน + น้ำ 1 ส่วน เมื่อข้าวสุกให้ใช้ทั ช้ พพี ซุยข้าวให้ทั่ว ทั่ 3. ตักข้าวสุก ขณะข้าวยังร้อน เพื่อช่วย ช่ ทำลายจุลินทรีย์ จากอากาศที่อาจปนเปื้อนในถุงข้าว ตักข้าวสุก ประมาณ 2 ทัพพีครึ่ง ต่อถุง (250 กรัม) ใส่ในถุง พลาสติกทนร้อน ขนาด 9 x 14 นิ้ว นิ้ 4. เกลี่ยข้าวให้แบนราบ รีดอากาศออกจาก รี ถุง ให้ถุง พลาสติกแนบกับข้าว เพื่อลดการเกิดหยดน้ำ จากนั้น นั้ รอให้ข้าวอุ่น (โดยใช้ห ช้ ลังมือแตะที่ถุงข้าว ให้ร้อน พอทนได้) จึงนำไปใส่หัวเชื้อรา ชื้ บิวเวอเรีย 36


5. เปิดปากถุงให้น้อยที่สุด แล้วใส่หัวเชื้อลงใน ชื้ ถุงข้าว ในตู้เขี่ยเชื้อเ ชื้ พื่อป้อง ป้ กันการปนเปื้อนของเชื้อ ชื้ จุลินทรีย์อื่นๆ ใส่หัวเชื้อเ ชื้ พียงเล็กน้อยประมาณ 2-3 เหยาะ (1 กรัม) ต่อถุง 6. รัดยางตรงปากถุงให้แน่น ก่อนเขย่าถุงข้าวเบาๆ เพื่อให้หัวเชื้อกระจาย ชื้ ทั่ว ทั่ ถุง 7. รวบถุงให้บริเวณปากถุงพอง ก่อนใช้เ ช้ข็มแทง รอบๆ ปากถุงที่รัดยางไว้ไม่น้อยกว่า 60 รู 8. เกลี่ยข้าวในถุงให้แผ่กระจายแบนราบ ดึงบริเวณ กลางถุงขึ้นเพื่อให้มีอากาศเข้าไปในถุงข้าว จากนั้น นั้ บ่มเชื้อเ ชื้ ป็นเวลา 12 วันโดยวันที่ 3 ให้จับถุงเขย่า เพื่อกระตุ้นการสร้างสปอร์ 9. วางถุงเชื้อไ ชื้ ม่ให้ซ้อน ซ้ ทับกัน ในห้องที่มีแสงสว่าง และอากาศถ่ายเท ปลอดจากมด ไร และสัตว์อื่นๆ 10. เมื่อครบ 12 วันเชื้อจะเจ ชื้ ริญเป็นสีขาวเ สี ต็มถุง สามารถนำไปใช้ไช้ด้ทันทีหากใช้ไช้ม่หมดควรเก็บใน ตู้เย็นช่องธรรมดาไ ช่ ม่เกิน 1 เดือน 37


การใช้เ ช้ ชื้อรา ชื้ บิวเวอเรีย รี โดยวิธีฉีดพ่น ดังนี้ 1. นำเชื้อราบ ชื้ ริสุทธิ์ที่ ธิ์ ที่ เลี้ยงบนข้าวสารหรือธัญพืช ผสมให้เข้ากับน้ำ กรองเอาเมล็ดข้าวหรือธัญพืชออก นำน้ำสปอร์ที่ได้ใส่ถังพ่น (ให้ใช้ในเวลา ช้ บ่ายถึงเย็น) โดยให้ ฉีดพ่นเชื้อรา ชื้ ในอัตรา 250 กรัม ผสมน้ำ 20 ลิตร ทั้งทั้ นี้ ปริมาณน้ำที่ใช้ฉี ช้ ดพ่นต่อพื้นที่ 1 ไร่ ขึ้นอยู่กับชนิดและช่วงอา ช่ ยุ ของพืชปลูก และปริมาณการใช้เ ช้ ชื้อรา ชื้ บิวเวอเรียขึ้นอยู่กับ จำนวนสปอร์ที่ได้จากการผลิต อย่างไรก็ตาม ก่อนฉีดพ่น ควรสำรวจแปลงให้ทั่วทั่ ดูปริมาณศัตรูพืช และศัตรูธรรมชาติถ้ามีปริมาณศัตรูพืช 5 ตัว ต่อศัตรูธรรมชาติ 1 ตัว ไม่ต้องฉีดพ่น พิจารณาฉีดพ่น หากมีศัตรูพืชมากกว่า 5 ตัว ต่อศัตรูธรรมชาติ 1 ตัว และสภาพแวดล้อมเหมาะสมต่อการระบาดของศัตรูพืช 2. สำรวจแปลงหลังการฉีดพ่น 3 วัน และ 7 วัน ดูว่าศัตรูพืชถูกทำลายด้วยเชื้อราห ชื้ รือไม่ โดยสังเกตตัวแมลง ศัตรูพืชจะอยู่นิ่งและเนิ่ริ่มริ่ มีอาการผิดปกติหรืออาจมีเชื้อรา ชื้ สีขาวเริ่มออกมาคริ่ลุมตัวแมลงศัตรูพืช หากพบว่าศัตรูพืช ไม่ตายหรือมีแนวโน้มเพิ่มมากพิ่ ขึ้น ให้ฉีดพ่นซ้ำและสำรวจแปลง หลังการฉีดพ่น 3 วัน และ 7 วัน หากปริมาณศัตรูพืชยังไม่ลดปริมาณ ให้ฉีดพ่นซ้ำอีก กลุ่มส่งเสริมการควบคุม คุ ศัตรูพืชโดยชีว ชีวิธี กลุ่มอารักขาพืช สำนักงานเกษตรจังหวัดทุกจังหวัด ศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชนทุกแห่ง แหล่งให้บริการเชื้อรา ชื้ บิวเวอเรีย รี ผู้ที่สนใจข้อมูลเกี่ยวกับชีวชีภัณฑ์เชื้อรา ชื้ บิวเวอเรีย ขอรับบริการฟรี ได้จาก กรมส่งเสริมการเกษตร โทรศัพท์ 02 – 5793664 38


เชื้อแบค ชื้ ทีเรียบา รี ซิลซิลัส ทูริงไจเอ็นซิสซิหรือเชื้อ ชื้ บีที บี ที เป็นเชื้อ ชื้ จุลินทรีย์ รี ชนิดหนึ่งในธรรมชาติเป็นเชื้อ ชื้ ที่มีขนาดเล็ก มากมองไม่เห็นด้วยตาเปล่าต้องดูด้วยกล้องจุลทรรศน์ เชื้อแบค ชื้ ทีเรียที่นำมาใช้ในการควบ ช้ คุมศัตรูพืช เรียกย่อๆ ว่า "บีที" หรือนิยมเรียกว่า "ยาเชื้อ ชื้ " เชื้อ ชื้ บีทีจะทำให้แมลงศัตรูพืช หลายชนิด ในระยะหนอนเป็นโรคตาย ได้แก่ หนอนของผีเสื้อ หนอนด้วงชนิดต่างๆ เช่น ช่ หนอนใยผัก หนอนเจาะสมอฝ้าย หนอนกระทู้ผัก หนอนกระทู้หอม หนอนคืบกะหล่ำ หนอนแก้วส้ม หนอนชอนใบส้ม หนอนด้วงหมัดผัก เป็นต้น เชื้อ ชื้ บีทีเป็นจุลินทรีย์ที่มีการผลิตเพื่อจำหน่ายมา เป็นเวลานาน ส่วนมากจะนำเข้ามาจากต่างประเทศ เชื้อ ชื้ บีที เป็นเชื้อแบค ชื้ ทีเรียแกรมบวก ที่มีอยู่ทั่วไปในสภาพแวด ทั่ ล้อม เช่น ช่ ในดินหรือปะปนอยู่กับเศษซากพืช ปะปนอยู่ในเมล็ดข้าวเปลือก ข้าวสาร ฝุ่นผงตามโรงสีข้าว ในแมลง บนใบพืช แม้กระทั่งทั่ ในบ่อน้ำ เป็นต้น หนอนตายจากเชื้อ ชื้ บีทีบี ที เชื้อ ชื้ บีที (BT) การเข้าทำลายแมลงศัตรูพืชของเชื้อ ชื้ บีทีทำลายแมลงศัตรู พืชเมื่อแมลงกินเชื้อ ชื้ บีทีเข้าไป เชื้อ ชื้ บีทีจะทำลายกระเพาะอาหารของ หนอน หนอนจะหยุดกินอาหาร เชื่อง ชื่ ช้า ช้ ไม่ตอบสนองต่อสิ่งเร้า เป็นอัมพาต เชื้อ ชื้ บีทีในกระเพาะอาหารจะเข้าไป ในระบบเลือด เมื่อเชื้อ ชื้ บีทีเพิ่มปริมาณมากขึ้นแมลงจะเกิดอาการ โลหิตเป็นพิษ แมลงชักกระชัตุกเริ่มแสดงอาการริ่ 30 นาทีถึง 1 วันหลังกินเชื้อ ชื้ บีที เข้าไป ลำตัวเป็นสีน้ำตาลดำ อ่อนนุ่ม และตายภายใน 5-7 วัน 39


อัตราการใช้เ ช้ ชื้อ ชื้ บีที บี ทีใช้ตาม ช้ คำแนะนำใน วิธีใธี ช้เ ช้ ชื้อ ชื้ บีที บี ที ควบคุมแมลง คุ ศัตรูพืช 1. ฉลากเนื่องจากเชื้อ ชื้ บีทีที่มีขายมีจำนวนเชื้อไ ชื้ ม่เท่ากัน ในแต่ละแหล่งผลิต แต่จะมีคำแนะนำเฉพาะจึงต้องใช้ตาม ช้ ที่ ระบุในฉลากไม่ใช้มากห ช้ รือน้อยเกินไป และควรเลือกซื้อ เชื้อ ชื้ บีทีที่มีคุณภาพโดยเลือกซื้อเชื้อ ชื้ บีทีที่ขึ้นทะเบียนที่ กรมวิชาการเกษตร และดูวันเดือนปีที่ผลิต และวันหมดอายุ 2.ควรใช้เ ช้มื่อมีหนอน มี ศัตรูพืชในปริมาณสูงที่อาจก่อให้ เกิดความเสียหาย แม้เชื้อ ชื้ บีทีไม่เป็นอันตรายต่อสิ่ง สิ่ มีชีวิชีตอื่น และต่อมนุษย์แต่การใช้โดยไ ช้ ม่จำเป็นจะเป็นการเพิ่ม พิ่ ต้นทุน โดยเปล่าประโยชน์เพราะแม้ไม่ใช้เ ช้ ชื้อ ชื้ บีทีก็มีศัตรูธรรมชาติ อื่นๆ ควบคุมอยู่แล้ว 3.การใช้เ ช้ ชื้อ ชื้ บีที บี ทีต้องฉีดพ่นให้ทั่วต้นพืช เพราะเชื้อ ชื้ บีที จะทำลายแมลง เมื่อแมลงกินเข้าไป ควรใช้ในเวลาเ ช้ ย็น เพราะเชื้อ ชื้ บีทีมีโอกาสถูกหนอนกินเข้าไปมากกว่ากลางวันตาม ลักษณะนิสัยหนอนศัตรูพืชที่ชอบหากินในเวลา กลางคืน และ เชื้อ ชื้ บีทีเองก็เป็นสิ่ง สิ่ มีชีวิชีตไม่ทนแสงแดด 4.การใช้เ ช้ ชื้อ ชื้ บีที บี ทีควรใช้ในระยะหนอนเ ช้ ล็ก และควรฉีด ให้เป็นฝอย รวมทั้ง ทั้ ต้องผสมสารจับใบเพื่อให้เชื้อ ชื้ จับใบได้ดี หากพบการระบาดของหนอน ควรพ่นเชื้อ ชื้ บีทีในอัตราตาม คำแนะนำในฉลาก โดยพ่นติดต่อกัน 3 ครั้ง รั้ ทุก 3-4 วัน ควรพ่นในเวลาเย็น แดดร่มและลมสงบ 40


เชื้อแบค ชื้ ที่เรียบา รี ซิลซิลัส ซับ ซั ทีลีส หรือ Bs (บี เอส)เป็นเชื้อ ชื้ จุลินทรีย์ รี ชนิดหนึ่ง ในธรรมชาติเป็นเชื้อ ชื้ ที่มี ความสามารถในการทำลายเชื้อโรค ชื้ พืชได้หลายชนิด ทั้งเ ทั้ ชื้อราและเ ชื้ ชื้อแบค ชื้ ทีเรีย เชื้อ ชื้ บีเอสเป็นจุลินทรีย์ที่มี การผลิตเพื่อจำหน่ายแล้ว การเข้าทำลายเชื้อโรค ชื้ พืชของเชื้อ ชื้ บีเอส ทำลาย โรคพืชโดยการแข่งขันแย่งอาหารและพื้นที่ในการเจริญ เติบโตครอบครองพื้นที่ครอบคลุมกลุ่มเชื้อสาเห ชื้ ตุ โรคพืช และสร้างสารหลายชนิดประเภทสารปฏิชีวนะ ชี เอนไซม์และสารเคมีชนิดที่สามารถแย่งดึงธาตุอาหาร มีผลให้เชื้อสาเห ชื้ ตุโรคพืชได้รับอาหารไม่เพียงพอใน การเจริญเติบโต ใช้เ ช้ ชื้อ ชื้ บีเอส ในอัตรา 100 กรัม ผสมน้ำ 1 ลิตร วิธีใธี ช้เ ช้ ชื้อ ชื้ บีเอสควบ บี คุมเ คุ ชื้อโรค ชื้ พืช 1. ทาแผลที่เกิดจากโรครากเน่าโคนเน่าในไม้ผล จำนวน 2 ครั้ง รั้ ห่างกัน ประมาณ 2 สัปดาห์ 2. ใช้เ ช้ ชื้อ ชื้ บีเอส ในอัตรา 20-40 กรัม ผสมน้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่น จำนวน 2 ครั้ง รั้ ห่างกัน 1-2 สัปดาห์ 3. ใช้เ ช้ ชื้อ ชื้ บีเอสคลุกเมล็ดพันธุ์เพื่อควบคุมโรคที่ติดมา กับเมล็ดพันธุ์ เชื้อ ชื้ บีเอส (BS) 41


เชื้อไว ชื้ รัสเอ็นพีวี พีวี หรือ NPV (เอ็นพีวี พี)วี เป็นเชื้อ ชื้ จุลินทรีย์ รี ในธรรมชาติขนาดเล็กมาก ไม่สามารถมองเห็นได้ ด้วยตาเปล่าหรือกล้องจุลทรรศน์ชนิดธรรมดา ต้องใช้ กล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนเท่านั้นนั้เชื้อไว ชื้ รัสเอ็นพีวีทำให้เกิด โรคกับแมลงหลายชนิด และเป็นเชื้อโรค ชื้ ที่มีความเฉพาะเจาะจง ต่อชนิดของหนอนศัตรูพืช เชื้อไว ชื้ รัสจะเข้าสู่ตัวหนอนได้ โดยหนอนจะต้องกินอาหารที่มีเชื้อไว ชื้ รัสปนเปื้อนเข้าไป จากนั้นนั้ เชื้อไว ชื้ รัสจะทำให้หนอนเป็นโรคตาย ใช้เวลาประมาณ ช้ 3-7 วัน ขึ้นอยู่กับขนาดของหนอนและปริมาณเชื้อไว ชื้ รัสที่หนอน กินเข้าไป เชื้อไว ชื้ รัสที่มีการผลิตขยายในปัจจุบันมี 3 ชนิด คือ เชื้อไว ชื้ รัสกำจัดหนอนกระทู้หอม เชื้อไว ชื้ รัสกำจัดหนอนเจาะ สมอฝ้าย และเชื้อไว ชื้ รัสกำจัดหนอนกระทู้ผัก ซึ่งทั้งทั้ 3 ชนิด มีจำหน่ายเป็นการค้าแล้ว และเฉพาะเจาะจงต่อหนอนแต่ละชนิด ไม่สามารถใช้แทน ช้ กันได้ สำรวจชนิดและปริมาณหนอนศัตรูพืชเพื่อเลือกใช้เ ช้ ชื้อไว ชื้ รัส วิธีใธี ช้เ ช้ ชื้อไว ชื้ รัสเอ็นพีวี พีวี ควบคุมแมลง คุ ศัตรูพืช เอ็นพีวีให้ถูกต้อง ตรงตามชนิดหนอนและคุ้มค่าต่อการใช้ เพราะเชื้อไว ชื้ รัสเอ็นพีวีมีราคาค่อนข้างสูง และจะออกฤทธิ์ เมื่อหนอนกินเชื้อไว ชื้ รัสเข้าไป จึงควรใช้เ ช้มื่อมีหนอนในปริมาณ มากและต้องการกำจัด อย่างรวดเร็วประสิทธิภาพของเชื้อไว ชื้ รัส เอ็นพีวีจะเหมือนสารเคมีแต่ดีกว่าสารเคมีตรงที่เชื้อไว ชื้ รัสเอ็นพี วีจะฆ่าเฉพาะศัตรูพืชชนิดที่เฉพาะเจาะจงและไม่ทำอันตรายศัตรู ธรรมชาติและสิ่ง สิ่ มีชีวิชีตอื่นๆ หนอนกินเชื้อไว ชื้ รัสเอ็นพีวีจะตาย ภายใน 2-7 วัน เชื้อไว ชื้ รัส เอ็นพีวี (NPV) วี 42


การใช้เ ช้ ชื้อไว ชื้ รัสเอ็นพีวีให้ใช้ เมื่อสำรวจพบกลุ่มไข่หนอน หรือหนอนวัย 1-3 หากพบ การระบาดน้อย ให้ใช้อัช้ ตรา เชื้อไว ชื้ รัสเอ็นพีวี 10 มิลลิลิตร ต่อน้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่น ทุก 7-10 วัน ระบาดปานกลาง ใช้อัช้ ตราเชื้อไว ชื้ รัสเอ็นพีวี 15 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นทุก 5-7 วัน และหากพบ การระบาดรุนแรงให้ใช้อัช้ ตราเชื้อไว ชื้ รัสเอ็นพีวี 20 มิลลิลิตร ต่อน้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นวันเว้นวัน จนกว่าหนอนจะลดลง และต้องผสมสารจับใบเพื่อให้เชื้อไว ชื้ รัสเอ็นพีวีสามารถอยู่ บนพืชได้นาน รอให้ศัตรูพืชมากิน ควรฉีดพ่นในเวลาเย็น นอกจากนี้เกษตรกรยังสามารถเก็บหนอนที่ตายด้วยเชื้อ ชื้ ไวรัสเอ็นพีวีไว้ต่อเชื้อเ ชื้ พื่อใช้เองไ ช้ ด้อีกด้วย หากต้องการใช้ทั ช้ นทีให้นำหนอนที่ตายด้วยเชื้อไว ชื้ รัส วิธีการ ธี ต่อเชื้อไว ชื้ รัสเอ็นพีวี พีวีดังนี้ 1. เอ็นพีวีมาใช้ในช้ อัตราส่วนหนอนที่ตายด้วยเชื้อไว ชื้ รัสเอ็นพีวี จำนวน 2 ตัว ต่อน้ำ 1 ลิตร ผสมกันแล้วฉีดพ่น 2. หากต้องการเก็บเพื่อรอใช้ ให้นำหนอนที่ตายด้วยเชื้อ ชื้ ไวรัสเอ็นพีวีจำนวน 30-40 ตัว ใส่ขวดสีชา เติมน้ำสะอาด ให้ท่วมตัวหนอน เก็บในตู้เย็น (ช่องเ ช่ ก็บผัก)สามารถเก็บได้ นาน 1 ปีเมื่อจะนำไปใช้ใช้ห้เขย่าขวดแล้วเทลงในถังพ่นยา ขนาด 15 ลิตร จากนั้นเนั้ติมน้ำให้เต็มถังแล้วจึงฉีดพ่น 43


เชื้อราเมตาไรเ ชื้ ซียม ซี แอนนีโซพลิอี เป็นเชื้อรา ชื้ อาศัยในดิน สามารถทำให้แมลงหลายชนิดเป็นโรคตาย โดยเฉพาะแมลงในดิน เช่น ช่ แมลงในกลุ่มด้วง ด้วงแรด ด้วงกินรากพืช เป็นต้น ปัจจุบันนำมาผลิตขยายและใช้ ในการควบคุมแมลงศัตรูพืชได้หลายชนิด ได้แก่ แมลง ในกลุ่มหนอนด้วงแรดมะพร้าว หนอนด้วงหนวดยาว หนอนเจาะลำต้นอ้อย ตั๊กแตน ตั๊ เพลี้ยกระโดด เพลี้ยจักจั่น จั่ และปลวก โดยเข้าทำลายทั้ง ทั้ ตัวอ่อนและ ตัวเต็มวัย และพบว่าสามารถกำจัดดักแด้หนอนที่อยู่ ในดินได้ด้วย การเข้าทำลายแมลงศัตรูพืชของเชื้อราเมตาไรเ ชื้ ซียม ซี เมื่อแมลงศัตรูพืชสัมผัสกับสปอร์เชื้อราบนผ ชื้ นัง ลำตัวของแมลงในสภาพที่มีความชื้นและ ชื้ อุณหภูมิเหมาะสม สปอร์จะงอกและแทงผ่านผนังลำตัวแมลงบริเวณที่มี ผนังบาง เช่น ช่ รอยต่อระหว่างปล้อง บริเวณปากหรือทวาร เป็นต้น โดยจะทำลายชั้นไข ชั้ มันและแพร่เข้าสู่ช่อง ช่ ว่างภายใน ลำตัวแมลง เส้นใยจะเจริญอัดแน่นและกินอาหารภายใน ตัวแมลง และจะทำลายเนื้อเยื่อ และอวัยวะภายในของแมลง ทำให้แมลงศัตรูพืชตาย โดยมักจะตายในลักษณะแห้งแข็ง เรียกว่า “มัมมี่” หลังจากนั้นเ นั้ ชื้อราจะแทงทะ ชื้ ลุผ่านผนังลำตัว แมลงออกมาภายนอก หากมีความชื้นเหมาะสมจะพบเ ชื้ ส้นใย สีเขียวปกคลุมลำตัวแมลงและจะสร้างสปอร์เพื่อขยายพันธุ์ ต่อไป ระยะเวลาตั้งแ ตั้ ต่ฉีดพ่นเชื้อราจนเ ชื้ ห็นเป็นเส้นใย ด้านนอกใช้เวลาประมาณ ช้ 5-7 วัน เชื้อราเมตาไรเ ชื้ ซียม ซี 44


การผสมน้ำฉีดพ่น โดยใช้เ ช้ ชื้อราเมตาไรเ ชื้ ซียม วิธีใธี ช้เ ช้ ชื้อราเมตาไรเ ชื้ ซียมควบ ซี คุมแมลง คุ ศัตรูพืช 1. (เชื้อสด ชื้ ) อัตรา 100 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตรโดยกวน แล้วขัดวัสดุเลี้ยงเชื้อ ชื้ ให้สปอร์ที่ติดมาหลุดละลาย ลงในน้ำ แล้วกรองด้วยผ้าขาวบาง ใส่สารจับใบหรือ น้ำยาล้างจาน ก่อนนำไปฉีดพ่น ให้สัมผัสถูกกับตัว แมลงมากที่สุด (ควรฉีดพ่นในช่วงเวลาตอนเ ช่ ย็น) และฉีดพ่น 2-3 ครั้ง รั้ ระยะห่างคราวละ 5-7 วัน 2. ทำกองล่อ โดยใช้ท่ ช้ อนไม้ตัดเป็นท่อนยาวประมาณ 2 เมตร ทำขอบด้วยการวางท่อนไม้ให้เป็นรูป สี่เหลี่ยม ขุดดินภายในกองให้ลึกประมาณ 50 เซนติเมตร แล้วใส่เศษซากพืชเศษอินทรีย์วัตถุ ต่างๆ และปุ๋ยคอกให้เต็มกองล่อ รดน้ำเพิ่ม พิ่ ความชื้นในกอง ชื้ ล่อเพื่อให้เชื้อราเจ ชื้ ริญเติบโตได้ดี หาวัสดุคลุมกองล่อ เช่นทางมะพ ช่ ร้าว หลังจากนั้น นั้ 2-3 เดือน จะเริ่มพบ ริ่ ด้วงมาวางไข่และเจริญเติบโต เป็นตัวหนอน ให้ใช้เ ช้ ชื้อราเมตาไรเ ชื้ ซียม 1-2 กิโลกรัม ผสมน้ำราดให้ทั่วกอง ทั่ ล่อ 45


ไส้เดือนฝอย สไตเนอร์นีม่า คือ สิ่ง สิ่ มีชี มี วิชี ตขนาดเล็ก ชนิดหนึ่งมีรู มีปร่างคล้ายหนอน ลำตัวกลมใส หัวท้าย เรียวแหลม รี มองเห็นได้ยากด้วยตาเปล่า ไส้เดือนฝอย ส ไตเนอร์นีม่าเป็นตัวเบียน หรือพยาธิที่ทำให้เกิดโรค กับแมลงมากกว่า 200 ชนิด ส่วนใหญ่เป็นแมลงศัตรูพืช ไส้เดือนฝอย สไตเนอร์นีม่าจึงสามารถนำมาใช้ควบ ช้ คุม แมลงศัตรูพืชได้อย่างกว้างขวาง โดยมีคุณสมบัติที่ดีคือ ทำให้แมลงตายภายในเวลาอันรวดเร็ว (1-2 วัน) แมลงศัตรูพืชไม่สร้างความต้านทานเหมือนการใช้สารเค ช้ มี และไม่มีอันตรายต่อพืช สัตว์และมนุษย์รวมทั้งไ ทั้ ม่มีพิษ ตกค้างในสิ่งแวด สิ่ ล้อม การใช้ไช้ส้เดือนฝอย สไตเนอร์นีม่า จึงเป็นทางเลือกในการป้อง ป้ กันกำจัดแมลงศัตรูพืช อีกวิธีหนึ่ง สำหรับเกษตรกรผู้สนใจ แมลงศัตรูพืชที่ใช้ไช้ส้เดือนฝอย สไตเนอร์นีม่า ควบคุมได้ผลดีได้แก่ หนอนกินใต้เปลือกผิว หนอนเจาะ สมอฝ้าย หนอนกระทู้ผัก หนอนกระทู้หอม หนอนกินรากหญ้า หนอนเจาะก้อนเห็ด หนอนคืบลำไย หนอนเจาะยอดผัก หนอนใยผัก หนอนคืบกระหล่ำ ดักแด้ด้วงหมัดผัก ด้วงงวงมันเทศ หนอนกอข้าว หนอนเจาะดอก หนอนแมลงวัน หนอนเจาะกิ่ง ไส้เดือนฝอย สไตน์เนอร์นีมา 46


หนอนเจาะกิ่ง และหนอนกินใต้ผิวเปลือก ฉีดพ่น ดักแด้ด้วงหมัดผัก และด้วงงวงมันเทศ ใช้ราดห ช้ รือ ฉีดพ่นลงดินทั้งบนแปลงและ ทั้ ร่องแปลงทุก 10 วัน ติดต่อกัน 3-4 ครั้ง รั้ ใน 1 ไร่ ใช้ไช้ส้เดือนฝอย หนอนเจาะดอก หนอนเจาะยอด และหนอนกินใบ อัตราและปริมาณการใช้ ไส้เดือนฝอย สไตเนอร์นีม่า ไส้เดือนฝอย สไตเนอร์นีม่า ที่ผลิตได้จะถูกเก็บ ในชิ้นฟอง ชิ้ น้ำ บรรจุในซองพลาสติก ในผลิตภัณฑ์ 1 ซอง จะมีไส้เดือยฝอยอยู่ประมาณ 4 ล้านตัว การใช้ไช้ส้เดือน ฝอย สไตเนอร์นีม่า ในการกำจัดศัตรูพืชจะต้องพิจารณา ในสองส่วน ได้แก่ 1) อัตราการใช้ ใช้ไช้ส้เดือนฝอย 1 ซอง ต่อน้ำ 2 ลิตร 2) ปริมาณการใช้ ขึ้นอยู่กับชนิดของศัตรูพืช ดังนี้ ตามกิ่งและลำต้นให้ทั่ว ทั่ ต้นละ 2-3 ลิตร พ่น 2 ครั้ง รั้ ห่างกัน 15 วัน 80 ซอง ต่อน้ำ 160 ลิตร ฉีดพ่นบนใบและยอดให้ทั่ว ทั่ แต่ไม่ควรให้เปียกโชก ฉีดพ่นทุก 7-10 วัน ติดต่อกัน 3-4 ครั้ง รั้ ใน 1 ไร่ ใช้ไช้ส้เดือนฝอย 20 ซองต่อน้ำ 40 ลิตร 47


ข้อควรพิจารณาในการใช้ 1. ไส้เดือนฝอย เหมาะสำหรับใช้ควบ ช้ คุมแมลงที่ทำลาย ในที่หลบซ่อน เช่น ช่ ในดิน ใต้เปลือก ในรูในกลีบดอกและผล มากกว่าการใช้ในช้ ที่โล่งแจ้ง 2. การใช้ไช้ส้เดือนฝอยควรใช้ในเวลาเ ช้ ย็น หลังบ่าย 3 โมง เพื่อหลีกเลี่ยงแสงแดดที่เป็นอันตรายต่อไส้เดือนฝอย 3. ในกรณีที่สภาพอากาศแห้ง ควรฉีดพ่นน้ำในแปลง ปลูกพืช เพื่อให้สภาพแวดล้อมมีความชุ่ม ชุ่ ชื้น ชื้ ก่อนฉีดพ่น ไส้เดือนฝอย 4. การใช้ไช้ส้เดือนฝอยให้ได้ผลดี ผู้ใช้ควร ช้ ศึกษาวิธีการใช้ ที่ถูกต้อง รู้จักช่วงเวลาการใ ช่ ช้ อัตราการใช้และการเ ช้ ก็บรักษา 48


1. การเพาะเมล็ด ข้อดี : ทำได้ง่ายและรวดเร็ว ทำได้ทุกฤดูกาล ไม่ค่อยติดโรคไวรัสจากต้นแม่ มีรากแก้ว ทำให้มี ความแข็งแรง หยั่งราก ยั่ ลึกหาน้ำและอาหารได้ดี ข้อเสีย สี : มักมีการกลายพันธุ์ออกผลช้าก ช้ ว่า ได้ต้นที่สูงใหญ่จึงไม่สะดวกต่อการเก็บเกี่ยวและดูแล รักษา ต้นที่ได้มีขนาดที่ไม่สม่ำเสมอ พืชบางชนิดไม่มี เมล็ดหรือเป็นหมัน พืชบางชนิดงอกช้า ช้ การขยายพันธุ์พืช การเลือกวิธีการขยายพันธุ์พืชที่เหมาะสม จะทำให้สามารถผลิตต้นกล้าได้ตามปริมาณและ คุณภาพที่ต้องการ โดยเราสามารถขยายพันธุ์ พืชได้หลายวิธีดังนี้ ตัวอย่าง พืชผักที่ปลูกโดยใช้เม ช้ ล็ด เช่น ช่ ผักบุ้งจีน คะน้าจีน ผักกาดขาวกวางตุ้ง ผักกาดเขียว กวางตุ้ง ผักฮ่องเต้ (กวางตุ้งไต้หวัน) ตั้งโ ตั้ อ๋ ปวยเหล็ง ผักกาดหอม ผักโขมจีน ผักชี ขึ้นฉ่าย โหระพา กระเทียมใบ กุยช่าย ช่ หัวผักกาดแดง กะเพรา แมงลัก ผักชีฝชี รั่ง รั่ หอมหัวใหญ่ 49


Click to View FlipBook Version