The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

การปลูกผักในพื้นที่จำกัด สำหรับคนเมือง

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

การปลูกผักในพื้นที่จำกัด สำหรับคนเมือง

การปลูกผักในพื้นที่จำกัด สำหรับคนเมือง

Keywords: ปลูกผักในพื้นที่จำกัด,ปลูกผักคนเมือง

ตัวอย่าง พืชผักที่ปักชำ กิ่งได้เช่น ช่ หอมแบ่ง (ใช้หั ช้ ว) ผักชีฝชี รั่ง รั่ (ใช้ต้ ช้ น) กระเทียมหัว (ใช้หั ช้ ว) หอมแดง(หัว) สะระแหน่ (ยอด) บัวบก (ไหล) ชะพลู (ต้น) ตะไคร้ (ต้น) โหระพา (กิ่งอ่อน) แมงลัก (กิ่งกึ่งแก่กึ่งอ่อน) กุยช่าย ช่ (หัว) กะเพรา (กิ่งกึ่งแก่กึ่งอ่อน) 50 2. การใช้ส่ ช้ วนต่างๆ ของพืช เช่น ช่ ปักชำ กิ่ง ตอนกิ่ง ทาบกิ่ง ต่อกิ่ง ติดตา เสียบยอด แยกหน่อ รวมถึง เพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ ข้อดี : ได้ต้นที่ตรงตามพันธุ์ออกผลเร็วกว่าต้นที่เพาะ จากเมล็ด ได้ต้นที่ไม่สูงเกินไป สะดวกแก่การเก็บเกี่ยวและ ดูแลรักษา ได้ต้นที่มีขนาดสม่ำเสมอกัน ข้อเสีย สี : ทำได้ยากกว่าการเพาะเมล็ด ต้องอาศัย ความชำ นาญและประสบการณ์มักต้องทำในสภาพอากาศ ที่เหมาะสม ถ้าต้นแม่เป็นโรค ต้นใหม่ที่ได้มักติดโรคมาด้วย ไม่มีรากแก้ว ทำให้หักล้ม


เป็นแหล่งสะสมของโรคแมลง วัชพืช เสียเงินซื้อพันธุ์พืชที่ไม่มีคุณภาพ ผลผลิตต่ำ และไม่ค่อยมีคุณภาพ เสียเวลาและแรงงานในการปลูกซ่อม และอาจทำให้ ผลผลิตที่ได้จำหน่ายไม่ได้ราคาไม่เป็นที่ต้องการ และศัตรูพืชต่าง ๆ ต้องปลูกล่าช้าเลยฤ ช้ ดูกาลเพาะปลูก ของตลาด ตรงตามสายพันธุ์ ได้ผลผลิตสูง ใช้พั ช้ นธุ์ปลูกน้อย ต้นพืชตั้ง ตั้ ตัวได้เร็วและมีความแข็งแรง ไม่ต้องเสียเวลามาปลูกซ่อมหรือมาปลูกใหม่ ต้นพืชมีความทนทานและสามารถปรับตัว เก็บเกี่ยวผลผลิตและจำหน่ายได้ตามกำหนด ประโยชน์ของการใช้พื ช้ ชพันธุ์ดี มีความสม่ำเสมอทั่ว ทั่ ทั้งแปลง ทั้ เข้ากับสภาพแวดล้อมได้ดีไม่เป็นแหล่ง แพร่โรค แมลง วัชพืช และศัตรูต่าง ๆ หากนำพันธุ์พืชที่ไม่มีคุ มี คุ ณภาพมาปลูก จะเกิดผลเสียอย่างไร ? 51


กรมส่งเสริมการเกษตร ดำเนินการผลิตและขยาย พืชพันธุ์ดีเพื่อส่งต่อพืชพันธุ์ดีที่ได้รับจากหน่วยงานวิจัย กระจายไปสู่เกษตรกร ให้บริการภายใต้ศูนย์ขยายพันธุ์พืช ที่ 1-10 ตั้งอ ตั้ ยู่ในพื้นที่จังหวัดชลบุรีตรัง นครราชสีมา นครศรีธรรมราช บุรีรัมย์พิษณุโลก มหาสารคาม ลำพูน สุพรรณบุรีและอุดรธานีโดยมีพันธุ์พืชพันธุ์ดีให้บริการ ครบทุกรูปแบบ ทั้งเม ทั้ ล็ดพันธุ์ต้นพันธุ์ท่อนพันธุ์ และการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ ทำให้เกษตรกรสามารถเข้าถึง แหล่งพืชพันธุ์ดีที่มีราคาไม่แพงได้ แนะนำแหล่งพืชพันธุ์ดี ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่ 1 จังหวัดชลบุรี ที่ตั้งตั้ : เลขที่ 229 หมู่ 4 บ้านอ่างแก้ว ตำบลหนองใหญ่ อำเภอหนองใหญ่ จังหวัดชลบุรีโทร.0-3304-8201 ต้นพันธุ์ ต้นพันธุ์จากการ เพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ ท่อนพันธุ์ เมล็ดพันธุ์ มะนาวแป้น, ฝรั่งรั่ พันธุ์หนองข้างคอก ขนุนพันธุ์ทองประเสริฐ ชมพู่ มะม่วง พืชผักสวนครัว กล้วยน้ำว้า กล้วยหอมทอง สับปะรดทานสด มันสำปะหลังพันธุ์ระยอง 9 และพันธุ์ระยอง 11 พริกขี้หนูสวนพันธุ์กาญจนบุรีกระเจี๊ยบเขียว ถั่วถั่ ฝักยาวไร้ค้าง 52


ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่ 3 จังหวัดนครราชสีมา สี ที่ตั้งตั้ : เลขที่ 85 ถนนเกษตร ตำบลโนนสูง อำเภอโนนสูง จังหวัดนครราชสีมา โทร. 0-4437-9617 ต้นพันธุ์ ต้นพันธุ์จากการ เพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ ท่อนพันธุ์ เมล็ดพันธุ์ มะขามเทศเพชรโนนไทย สะเดาทวาย ไผ่ และพืชผักสวนครัว เบญจมาศ กล้วย ปทุมมา หน่อไม้ฝรั่งรั่ ขมิ้น ไพล และสับปะรด MD2 อ้อยคั้นคั้ น้ำสุพรรณบุรี 50 พริกจินดาศรีสะเกษ ถั่วถั่พูม่วง ถั่วถั่ ฝักยาว มะเขือเปราะ ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่ 2 จังหวัดตรัง ที่ตั้งตั้ : เลขที่ 2 หมู่ 11 ตำบลโคกหล่อ อำเภอเมืองตรัง จังหวัดตรัง โทร. 0-7558-2312 ต้นพันธุ์ ต้นพันธุ์จากการ เพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ ท่อนพันธุ์ เมล็ดพันธุ์ ต้นพริกขี้หนูพันธุ์เดือยไก่พริกไทย มะนาว ฝรั่งรั่ ดีปลี กระท่อม มะละกอพันธุ์ฮอลแลนด์กระท่อม ขิง ไพล ฟ้าทะลายโจร ฟ้ ดาหลา และพืชผักสวนครัว กล้วยพันธุ์ต่างๆ เช่น ช่ กล้วยหอมทอง กล้วยน้ำว้า กล้วยหิน กล้วยไข่ กล้วยเล็บมือ นาง และกล้วยไม้ป่าเชิงอชินุรักษ์ชนิดต่างๆ กว่า 28 ชนิด อ้อยคั้นคั้ น้ำพันธุ์สิงคโปร์สายน้ำผึ้ง สุพรรณบุรี 50 และอ้อยเคี้ยวพันธุ์เมอริชาร์ต พริกขี้หนูพื้นเมืองพันธุ์เดือยไก่ ถั่วถั่ ฝักยาวไร้ค้าง กระเจี๊ยบเขียว แนะนำแหล่งพืชพันธุ์ดี 53


ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่ 5 จังหวัดบุรีรั รี มย์ ที่ตั้งตั้ : เลขที่ 83 หมู่ที่ 3 บ้านตาเก็ม ตำบลเมืองยาง อำเภอชำ นิ จังหวัดบุรีรัมย์โทร.0-4466-6422 ต้นพันธุ์ ต้นพันธุ์จากการ เพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ ท่อนพันธุ์ เมล็ดพันธุ์ มะม่วง มะนาว กล้วยน้ำว้า ฝรั่งรั่แก้วมังกร สับปะรดสี ไผ่หม่าจูไผ่ซางหม่น ไผ่รวก สะเดาดำ สะเดามัน โป๊ยเซียน ขมิ้นชันตชั รัง1,2 ไพลพื้นเมือง ไพลหยวก และพืชผักสวนครัว กล้วยน้ำว้า กล้วยหอมทอง กระเจียวพื้นบ้าน มันสำปะหลัง ku 50 ถั่วถั่ ฝักยาว มะเขือเทศ ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่ 4 จังหวัดนครศรีธรรมราช รี ที่ตั้งตั้ : เลขที่ 58 หมู่ที่ 5 ตำบลนาบอน อำเภอนาบอน จังหวัดนครศรีธรรมราช โทร. 075-845196 ต้นพันธุ์ ต้นพันธุ์จากการ เพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ เมล็ดพันธุ์ ไผ่ตงลืมแล้ง ไผ่ซางหม่น ส้มโอทับทิมสยาม มะนาว กระท่อม และพืชผักสวนครัว กล้วยหอมทอง กล้วยน้ำว้าปากพนัง กล้วยน้ำว้ากาบขาว ถั่วถั่ ฝักยาวไร้ค้าง กระเจี๊ยบแดง แนะนำแหล่งพืชพันธุ์ดี 54


ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่ 7 จังหวัดมหาสารคาม ที่ตั้งตั้ : เลขที่ 75 หมู่ที่ 8 ตำบลเสือเฒ่า อำเภอเชียงชี ยืน จังหวัดมหาสารคาม โทร.0-4398-8142 ต้นพันธุ์ ต้นพันธุ์จากการ เพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ ท่อนพันธุ์ เมล็ดพันธุ์ มะนาว มะม่วง สะเดา มะละกอพันธุ์ครั่งรั่ขมิ้นชันชั ไพล บัวบก กระชายขาว และพืชผักสวนครัว กล้วยชนิดต่างๆ เช่น ช่ กล้วยหอมทอง กล้วยน้ำว้า อ้อย มันสำปะหลัง มะละกอพันธุ์ครั่งรั่ มันแกว มะเขือเปราะ พริก ถั่วถั่พูม่วง ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่ 6 จังหวัดพิษณุโลก ที่ตั้งตั้ : เลขที่ 99/1 หมู่ 5 บ้านบางทราย ตำบลงิ้วงาม อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก โทร.055-906220 ต้นพันธุ์ ต้นพันธุ์จากการ เพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ ท่อนพันธุ์ เมล็ดพันธุ์ มะม่วง ทุเรียน ส้มโอ หม่อน ฝรั่งรั่เงาะ ลองกอง มะนาว ไผ่ อ้อยชำ ข้อ และพืชผักสวนครัว กล้วยชนิดต่างๆเช่น ช่ กล้วยน้ำว้า กล้วยไข่ และกล้วยหอมทอง อ้อย และมันสำปะหลัง กระเจี๊ยบเขียว ถั่วถั่ ฝักยาว มะเขือเปราะ พริกจินดา แนะนำแหล่งพืชพันธุ์ดี 55


ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่ 9 จังหวัดสุพรรณบุรี ที่ตั้งตั้ : เลขที่ 1 หมู่ 12 ต.พลับพลาไชย อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี โทร. 035-440360 ต้นพันธุ์ ต้นพันธุ์จากการ เพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ ท่อนพันธุ์ เมล็ดพันธุ์ มะนาวแป้น พวงมะขามเทศสีชมพูและพืชผักสวนครัว หน่อไม้ฝรั่งรั่กล้วยชนิดต่างๆ เช่น ช่ กล้วย หอมทอง กล้วยน้ำว้ากาบขาว กล้วยน้ำว้า มะลิอ่อง กล้วยน้ำว้าปากช่อง ช่ 50 กล้วยไข่ เกษตรศาสตร์ 2 สับปะรด MD-2 อ้อยคั้นคั้ น้ำสุพรรณบุรี50 และมันสำปะหลัง พริกหอมสุพรรณ ถั่วถั่พูกระเจี๊ยบเขียว มะเขือเปราะ สตรอว์เบอร์รี่พันธุ์พระราชทาน 80 กล้วยชนิดต่างๆ เช่น ช่ กล้วยหอมทอง กล้วยน้ำว้า บุกไข่ ไม้ดอกไม้ประดับ เช่น ช่ มากาเร็ต กล้วยไม้เบญจมาศ ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่ 8 จังหวัดลำพูน ที่ตั้งตั้ : เลขที่ 101 หมู่ 2 ตำบลศรีบัวบาน อำเภอเมืองลำพูน จังหวัดลำพูน โทร . 0-5309-6215 ต้นพันธุ์ ต้นพันธุ์จากการ เพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ ท่อนพันธุ์ เมล็ดพันธุ์ สตรอว์เบอร์รี่(ต้นไหล) ลำไย มะม่วง ไผ่ โกโก้จิงจูฉ่าย ตะไคร้หยวก และพืชผักสวนครัว มันสำปะหลัง คือ ห้วยบง 60 ระยอง 5 และอ้อยคั้นคั้ น้ำพันธุ์สุพรรณบุรี 50 กระเจี๊ยบเขียวพันธุ์ธราธิป พริกกะเหรี่ยง แนะนำแหล่งพืชพันธุ์ดี 56


57 กระเจี๊ยบเขียว มะเขือเปราะคางกบ พริก ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่ 10 จังหวัดอุดรธานี ที่ตั้งตั้ : เลขที่165 หมู่ 4 ตำบลเมืองเพีย อำเภอกุดจับ จังหวัดอุดรธานีโทร. 042-219323 ต้นพันธุ์ ต้นพันธุ์จากการ เพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ ท่อนพันธุ์ เมล็ดพันธุ์ มะยงชิดชิ น้อยหน่า ส้มโอ ชมพู่ฝรั่งรั่ขนุน มะขามเปรี้ยวฝักใหญ่ มะม่วง และพืชผักสวนครัว อ้อย กล้วยชนิดต่างๆ เช่น ช่ กล้วยหอมทอง กล้วยน้ำว้า หน่อไม้ฝรั่งรั่ สัปปะรด อ้อยโรงงาน และมันสำปะหลัง แนะนำแหล่งพืชพันธุ์ดี


พืชผักแต่ละชนิดจะมีอามียุการเก็บเกี่ยวที่เหมาะสม ค่อนข้างคงที่ ผู้ปลูกจึงควรเก็บในช่วงเวลา ช่ ที่กำหนด อย่าเก็บก่อน หรือหลังระยะเวลากำหนดมากเกินไป เพราะจะทำให้คุณภาพของคุ ผลผลิตเปลี่ยนแปลง การเก็บเกี่ยวพืชผัก ควรเก็บเกี่ยวในเวลาเช้าจะ ช้ ทำให้ได้ผักสด ควรใช้กรรไกร ช้ ตัดกิ่งหรือมีดคม ๆ เก็บเกี่ยว ผักใบ สามารถเก็บรับประทานได้ทุกระยะ แต่ไม่ควร ผักบางชนิดสามารถเกี่ยวได้มากกว่า 1 ครั้งรั้เช่น ช่ หลังจากเก็บเกี่ยวผลผลิตแล้ว ควรนำพืชไปแช่น้ำ ช่ สำหรับผักประเภทผล ควรเก็บในขณะที่ผลไม่แก่จัด การปลูกพืชหมุนเวียนสลับชนิดหรือปลูกผักหลายชนิด การเก็บเกี่ยวพืชผักสวนครัว มีข้ มีอแนะนำที่ควรปฏิบัติดังนี้ รสชาติดีโดยให้เก็บตามอายุการเก็บเกี่ยวที่ระบุ ตามชนิดและสายพันธุ์ เพราะจะทำให้พืชผักไม่ช้ำ เกินอายุการเก็บเกี่ยวของพืช เพราะผักจะแก่ เหนียว มีเส้นใยมากและเสียรสชาติ ผักบุ้ง หอมแบ่ง กุยช่าย ช่ หลังตัดใบแล้ว เหลือลำต้น และราก ก็จะสามารถให้ผลผลิตได้อีกครั้งรั้หรือ กะหล่ำปลีเมื่อเก็บเกี่ยวแล้ว ทำการบำรุงใส่ปุ๋ย ให้น้ำ ก็จะสามารถให้ผลผสิตเป็นกิ่งแขนงกะหล่ำได้ และจะต้องมีการดูแลรักษาให้น้ำและปุ๋ยอยู่เสมอ อย่างต่อเนื่อง หรือพรมน้ำ เพื่อป้องกันผักเหี่ยว หากยังไม่ได้นำไป บริโภคทันทีควรให้ล้างให้สะอาด และนำเก็บไว้ในตู้เย็น จะได้ผลที่มีรสดีและจะทำให้ผลดก หากปล่อยให้ผล แก่คาต้นต่อไปจะออกผลน้อยลง ในแปลงเดียวกัน และปลูกผักที่มีอายุเก็บเกี่ยวสั้นสั้ บ้าง ยาวบ้างคละกันในแปลงเดียวกัน หรือปลูกผักชนิดเดียวกัน แต่ทยอยปลูกแค่พอรับประทานได้ในครอบครัวในแต่ละครั้งรั้ ที่เก็บเกี่ยว ก็จะทำให้มีผักสดเก็บรับประทานได้ทุกวันตลอดปี 58 การเก็บเกี่ยวพืชผัก


รูปแบบการปลูกผักในพื้นที่จำกัด สำหรับคนเมือง ปลูกผักในกระถาง หรือถุงปลูก ปลูกผักแบบแขวน ปลูกผักแนวตั้ง ปลูกผักเป็นซุ้ม ซุ้ 1 2 3 4 5 6 ปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ การเพาะผักงอก 59


7 ปลูกผักยกแคร่ 8 สวนผักดาดฟ้า 9 ปลูกผักในภาชนะ 10 ปลูกผักในแปลงปลูก เหลือใช้ 60


1. Nutrient Film Technique (NFT) เป็นการปลูกพืช โดยให้สารละลายที่มีธาตุอาหารผ่านรากพืชที่ปลูกบนราง ตามความลาดชันของรางป ชัลูกอย่างช้าๆ ช้ เป็นแผ่นฟิล์มบางๆ ประมาณ 1–3 มิลลิเมตร พืชที่ปลูกได้ดีและนิยมปลูกในระบบนี้ ได้แก่ ผักกินใบจำพวกสลัด มีอายุประมาณ 45 – 50 วัน 2. Deep Flow Technique (DFT) คือ การปลูกแบบ ลอยน้ำ โดยยกรางปลูกให้สูง เพื่อให้รากของพืชลอยในอากาศ ส่วนปลายรากนั้นอนั้ ยู่ในรางปลูก ซึ่งมีสารละลายที่มีธาตุอาหาร ไหลผ่านผักที่นิยมปลูกด้วยวิธีนี้ได้แก่ ผักคะน้า ผักบุ้ง ผักโขม ฯลฯ 3. Dynamic Root Floating Technique (DRFT) เป็นการปลูกพืชแบบน้ำเยอะ โดยนำแผ่นโฟมมาเจาะรู แล้วรองด้วยแผ่นพลาสติกใส่น้ำโดยระบบนี้ เหมาะสำหรับปลูกผักไทย เช่น ช่ ขึ้นฉ่าย กะเพรา แต่ไม่เหมาะกับการปลูกพืชทรงพุ่ม แบบผักสลัด เพราะแผ่นโฟมทำความสะอาดได้ยาก และอาจมีเชื้อโรค ชื้ ที่อยู่บนแผ่นโฟม ทำให้ใบของ ต้นพืชเน่าและเสียหายได้ การปลูกผัก ไฮโดรโปนิกส์ ปลูกผักไฮโดรโปนิกส์คือ การปลูก พืชโดยไม่ใช้ดิ ช้ น แต่จะใช้น้ำ ช้ เป็นหลัก ผสมกับสารละลายที่มีธา มี ตุอาหารเป็นแหล่งอาหารสำคัญ ของพืชในการเจริญเติบโต การปลูกผักแบบไฮโดรโปนิกส์มี 3 รูปแบบหลัก ๆ คือ 61


การปลูกผักแบบไฮโดรโปนิกส์ไม่ได้ปลูกในดิน มักจะไม่มีสิ่ มีงปนเ สิ่ ปื้อน ไม่มีโรค มี ที่เกิดในดิน ไม่มีวั มี ชพืชมาร บกวน สามารถปลูกได้ทุกที่ ปลูกได้ในพื้นที่น้อย สามารถ ปลูกเพื่อบริโภคในครัวเรือนหรือปลูกจำหน่ายได้ การปลูก ผักแบบไฮโดรโปนิกส์สามารถควบคุมสิ่งแวดสิ่ ล้อม ได้ง่ายกว่าปลูกในดิน สามารถควบคุมการให้น้ำได้ตาม ความต้องการของพืช จึงสามารถผลิตผักได้ต่อเนื่องตลอด ทั้งทั้ ปีและพืชผักเจริญเติบโตและให้ผลผลิตได้เร็วกว่าการปลูก พืชผักในดินอย่างน้อยประมาณ 1-2 สัปดาห์ ตัวอย่างผักที่แนะนำให้ปลูกแบบไฮโดรโปนิกส์ ได้แก่ ผักสลัด (เช่น ช่ เรดโอ๊ค กรีนโอ๊ค กรีนบัตตาเวีย เรดบัตตาเวีย เรดคอรัลฟิลเลย์ ไอซ์เบิร์ก เบเบี้ร็อคเก็ต บัตเตอร์เฮด ผักกาดคอส) ขึ้นฉ่าย คะน้า บล็อกโคลีผักชี ผักชีฝชี รั่งรั่ ผักบุ้งจีน วอเตอร์เครส และหอมแบ่ง เป็นต้น ผลผลิตของผักที่ได้จากการปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ ที่มีการวางขายอยู่จะสังเกตได้ง่ายคือ ผลผลิตจะมีรากและ วัสดุปลูกติดมาด้วย ถ้ารากพืชยาวและขาว แสดงว่าพืช มีการเจริญเติบโตที่ดีผลผลิตส่วนใหญ่จะบรรจุอยู่ในถุง พลาสติกใส เพื่อให้สามารถเห็นรูปร่างของผลผลิตได้ทั้งทั้ นี้ การปลูกผักไฮโดรโปนิกส์มีรายละเอียดที่ต้องศึกษาและ มีขั้นตอนการปขั้ฏิบัติค่อนข้างมาก สามารถศึกษาได้จากเอกสาร คู่มือ โดยสแกน QR Code ด้านล่าง คู่มื คู่ อ การปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ https://esc.doae.go.th/การปลูกผักไฮโดรโปนิกส์/ ประโยชน์ของการปลูกผัก แบบไฮโดรโปนิกส์ 62


ผักใบ เช่น ช่ ผักสลัด กวางตุ้ง ผักบุ้ง ผักชี มีรากยาวประมาณ 20 เซนติเมตร ควรเลือกภาชนะที่มีขนาด ผักยืนต้น เช่น ช่ พริก กะเพรา มะเขือ ชะอม มีรากยาวมากกว่า 20 เซนติเมตร ควรเลือกภาชนะที่มีขนาด หลักการเลือกภาชนะปลูกให้เหมาะสมกับพืชที่ปลูก การเลือกชนิดผักที่ปลูก ต้องดูความเหมาะสมของพื้นที่ การปลูกพืชผักในภาชนะ ต้องเลือกให้เหมาะสมกับชนิดของผัก มีความคงทน และมีรูสำหรับระบายน้ำ โดยเลือกปลูกผักที่เราใช้ ประกอบอาหารประจำวันเป็นหลักก่อน เส้นผ่านศูนย์กลาง 4 นิ้วนิ้ ขึ้นไป และมีความลึก 10-30 เซนติเมตร เส้นผ่านศูนย์กลาง 10 นิ้วนิ้ ขึ้นไป และมีความลึก 50 เซนติเมตรก่อน** การปลูกผักในกระถาง ถุงปลูก รวมถึง ภาชนะต่างๆ ควรจะพิจารณาถึงการหยั่งรากของ ยั่ พืชผักชนิดนั้นๆ นั้ ซึ่งมีความลึกไม่เกิน 10 เซนติเมตร เช่น ช่ ผักบุ้งจีน คะน้าจีน ผักกวางตุ้ง ผักกาดฮ่องเต้ ผักกาดหอม ผักกาดขาว หอมแบ่ง ผักชี ขึ้นฉ่าย ผักโขมจีน กระเทียมใบ กุยช่าย ช่ กระเทียมหัว ผักชีฝชี รั่งรั่ บัวบก สะระแหน่ แมงลัก โหระพา กะเพรา พริกขี้หนูตะไคร้ชะพลูหอมแดง หอมหัวใหญ่ หัวผักกาดแดง (แรดิช) วัสดุที่สามารถนำมาทำเป็นภาชนะปลูก นอกจากจะใช้กระถาง ช้ ต้นไม้หรือถุงปลูกสำเร็จรูปแล้ว อาจดัดแปลงจากสิ่งสิ่ ที่ใช้แ ช้ ล้ว เช่น ช่ ยางรถยนต์เก่า กะละมัง วงบ่อซีเมนต์เป็นต้น การปลูกในกระถาง/ถุงปลูก หรือภาชนะต่างๆ 63


1. เลือกผักที่จะปลูก เลือกผักที่บริโภคเป็นประจำก่อน แล้วศึกษาข้อมูลว่า พืชผักที่จะนำมาปลูกชอบดินลักษณะใด แล้วจึงผสม ดินปลูก ซึ่งการเตรียมดินปลูกผักในกระถางหรือภาชนะ แนะนำให้ใช้สู ช้ ตร ดังนี้ - ดิน 1 ส่วน - ขุยมะพร้าวหรือขี้เถ้าแกลบ 1 ส่วน - ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก 1 ส่วน ความชื้น ชื้ 80 % ผสมทั้ง ทั้ 3 ส่วน ให้เป็นเนื้อเดียวกัน แล้วรดน้ำให้มี ความชื้นประมาณ ชื้ 80% หรือลองใช้มื ช้ อกำ แล้วดินเกาะ ตัวเป็นก้อน ไม่แตกหรือเหนียวติดมือ อย่างไรก็ตาม เราสามารถหาซื้อดินผสมเสร็จที่มีขาย อยู่ทั่วไปมาใ ทั่ ช้ก็ ช้ ได้แต่ควรดูส่วนผสมของดินให้ดีและ ซื้อจากแหล่งขายที่เชื่อ ชื่ ถือได้ 2. เตรียมกระถาง หรือภาชนะ ทำความสะอาด ไม่ให้มีสารปนเปื้อน และตัดแต่งขอบภาชนะให้สวยงาม หากกระถางมีรูใหญ่ ให้นำหินหรือเศษกระเบื้อง หญ้าแห้งหรือใบไม้แห้งวางทับก่อนใส่ดินลงไป และควรใช้จานรองกระถางเพื่อรองน้ำไว้ช่วยให้ดิน ในกระถางมีความชุ่มชื้นอยู่ตลอดเวลา ลดปัญหาผักขาดน้ำโดยเฉพาะผู้ที่ไม่สะดวก รดน้ำทุกวัน วิธีการปลูกผักในกระถาง ถุงปลูก หรือภาชนะ 64


4. การปลูกผักในกระถางหรือภาชนะ สามารถทำได้ ทั้งป ทั้ ลูกแบบใช้เม ช้ ล็ดพันธุ์หว่าน หรือหยอดลงกระถาง หรือเพาะต้นกล้าก่อนแล้วจึง นำลงปลูกในกระถาง หรือผักบางชนิด สามารถใช้วิช้ ธีปักชำ ลงในกระถางได้เลย ขึ้นอยู่กับชนิดของผักที่จะปลูก 65 3. นำดินที่เตรียมไ รี ว้ใส่ลงในกระถาง/ภาชนะปลูก ซึ่งการใส่ดินไม่ควรใส่เต็มกระถาง หรือเสมอขอบ ควรเติมอีกครั้งห รั้ ลังจากปลูกผักไปแล้ว เพื่อให้ดินอยู่ในระดับที่ต้องการ 5. ถ้าเป็นไปได้ควรเลือกเวลาปลูกในตอนเย็น และถ้าย้ายกล้ามาปลูก ต้องทำที่กำบังแดดจนกว่า พืชผักจะทรงตัวได้


66 การปลูกผักในแปลง 2. การวางแปลง ควรวางในแนวเหนือ-ใต้เพื่อให้ผัก ได้แสงแดดอย่างทั่ว ทั่ ถึง ซึ่งโดยปกติแล้วขนาดแปลง ไม่ควรกว้างเกิน 1 เมตร เพื่อให้สะดวกต่อการ ทำงาน ส่วนความยาว สามารถทำได้ตามขนาด ของพื้นที่ และควรมีช่อง ช่ ว่างระหว่างแปลงอย่างน้อย 50 เซนติเมตร เพื่อให้สะดวกในการปลูก รดน้ำ และเก็บผลผลิต 3. การเตรียม รี ดิน โดยปรับปรุงเนื้อดินให้เหมาะสม ต่อการปลูกผักชนิดนั้นๆ นั้ ก่อน และดินที่จะนำมาใช้ ควรพลิกหน้าดิน ตากแดดไว้ 7 วัน แล้วทำการ ย่อยดินให้เป็นก้อนเล็กๆ ผสมดินด้วยปุ๋ยคอก ปูนขาว และปุ๋ยอินทรีย์อย่างละ 1 ส่วน เมื่อผสม ได้แล้ว ให้ทำเป็นรูปแปลง รดน้ำ หรือน้ำผสมน้ำหมัก ชีวภาพใ ชี ห้ชุ่ม ชุ่ ทิ้งไว้ 3-5 วัน จึงพร้อมที่จะปลูกผัก 1. ความสูงในการยกแปลง หากปลูกผักกินใบ ควรยกแปลงให้สูงประมาณ 20-30 เซนติเมตร หากปลูกผักรากลึก หรือผักกิน หัว ให้ยกแปลงประมาณ 40-45 เซนติเมตร


อิฐบล็อก อิฐประสาน 4. การวางอิฐบล็อก/อิฐประสาน 1) ขุดดินให้เป็นร่องสำหรับใส่อิฐบล็อก 2) วางอิฐบล็อกด้านสันลงไป วางให้ตรง มีความสูงสม่ำเสมอกัน แล้วนำดินกลบฐาน อิฐบล็อกให้แน่น (โดยปกติความยาวของแปลง 1 เมตร จะใช้อิ ช้ ฐบล็อกเรียงกัน 3 ก้อน) 3) โรยก้อนหิน (หินเกร็ด) รอบอิฐบล็อก รอบนอก เพื่อสร้างความแข็งแรงและเพิ่ม พิ่ ความสวยงาม เราสามารถทำแปลงผักโดยใช้อิ ช้ ฐประสานได้ โดยเฉพาะผู้ที่มีพื้นที่รอบบ้านเป็นปูน (อิฐประสาน 12 ก้อน ต่อกันแนวยาวจะได้ความยาวประมาณ 1 เมตร) โดยปกติจะวางซ้อนกันประมาณ 3 ชั้นชั้ การใช้อิ ช้ ฐประสานเราสามารถออกแบบแปลง ให้มีส่วนโค้ง เป็นรูปแบบต่างๆ ออกแบบให้ สวยงามได้ตามต้องการ ซึ่งลักษณะของอิฐ ประสานเป็นอิฐที่วางซ้อนกันได้โดยไม่โค่นล้มได้ ง่าย ดังนั้น นั้ ถ้าพื้นที่เรียบเสมอกันดีอยู่แล้ว อาจไม่ จำเป็นต้องขุดดินเป็นร่องก่อนวางอิฐ 67


6. การถอนกล้ามาปลูกควรทำในตอนเย็น และควร ขุดให้มีดินติดมาด้วย อย่าให้รากขาด ถ้ารากขาด จะทำให้โตช้า ช้ เมื่อนำต้นกล้าผักใส่ลงในหลุมแล้ว กลบดินให้แน่น เพื่อให้รากเกาะกับดิน แล้วคลุมดิน ด้วยหญ้าหรือฟาง แล้วรดน้ำให้ชุ่ม ชุ่ และทำร่มเงา แก่ต้นกล้า จนกว่าต้นจะทรงตัวได้ 5. ก่อนที่จะลงมือปลูกพืชผัก ให้พิจารณา ระยะห่างที่พอเหมาะสำหรับพืชแต่ละชนิด บางชนิดใช้วิช้ ธีการโรยหรือหว่าน บางชนิดหยอดเป็นหลุมหรือ เป็นแนว 68


การปลูกผักแบบแขวน สิ่ง สิ่ สำคัญที่ควรคำนึงถึงคือ ดินและวัสดุปลูก จะต้องมีธา มี ตุอาหารที่สมบูรณ์ภาชนะ แขวนอาจจะใช้กาบมะพ ช้ ร้าว กระถาง ขวดพลาสติก กระป๋อง หรือเปลือกไม้เป็นต้น หากใช้ภาชนะ ช้ ที่นำมาใช้ มีขนาดเล็ก จะทำให้เกิดการสูญเสียความชื้นไ ชื้ ด้เร็ว ดังนั้น นั้ ควรใช้มะพ ช้ ร้าวสับหรือขุยมะพร้าวรองก้นภาชนะ และผสม กับเนื้อดินเพื่อช่วย ช่ กักเก็บความชื้น ชื้ รวมทั้งใ ทั้ ช้วัช้ สดุคลุม หน้าดินชั้นบนชั้สุด และมีการเจาะรูที่ก้นภาชนะเพื่อระบาย น้ำส่วนเกินด้วย ผักที่นิยมปลูกแบบแขวน คือผักที่มีอายุ สั้น สั้ มีรับบรากไม่ลึก ซึ่งเป็นผักกินใบทั่วไป ทั่ เช่น ช่ ผักสลัด คะน้า ผักบุ้ง ผักกาดขาว สาระแหน่ หอมแบ่ง เป็นต้น การปลูกผักแบบแขวนมีข้ มี อดี คือ ประหยัดพื้นที่ ช่วย ช่ ป้อง ป้ กันสัตว์เลี้ยงมาขุดคุ้ย และสามารถออกแบบ ตกแต่งใช้เ ช้ป็นไม้ประดับได้แต่ก็มีข้อเสียคือกระถางใส่ดิน ได้จำกัด จึงไม่สามารถปลูกพืชพักที่หยั่งราก ยั่ ลึกได้ พืชจะไม่โตแคระแกร็น และยังจะเป็นต้องรดน้ำบ่อยๆ (เช้า ช้-เย็น) เพราะความชื้นสามารถระเหยไ ชื้ ด้อย่างรวดเร็ว การปลูกผัก แบบแขวน 69


1) เตรียมกระถางพลาสติก เจาะรูที่ขอบ กระถางเตรียมไว้สำหรับร้อยลวดที่จะ นำไปแขวน 2) นำวัสดุปลูก เช่น ช่ ขุยมะพร้าวหรือดิน ใส่ลงใน กระถางพลาสติกให้เต็ม หากปลูก ด้วยขุยมะพร้าวควรรดด้วย สารละลายปุ๋ย หากใช้ดิ ช้ นปลูก ควรมีการผสมดินเข้ากับมูลสัตว์ หรือปุ๋ยคอก การปลูกพืชกลับหัว การปลูกพืชกลับหัว เป็นการปลูกพืชใน กระถาง และแขวนไว้โดยให้ฝั่งที่ปลูกคว่ำลง สามารถปลูกผักได้สองฝั่ง คือ ฝั่งบนกระถาง และก้นกระถาง โดยมีวิมี ธีการป ธี ลูกพืช กลับหัวสำหรับผู้ที่จะปลูกฝั่งก้นกระถาง ดังนี้ 3) นำแผ่นกระเบื้องหรือฟิวเจอร์บอร์ดมาปิดด้านบน ของกระถาง แล้วคว่ำกระถาง ให้ก้นกระถางอยู่ด้านบน 70


8) หากต้นพืชเติบโตมีขนาดใหญ่ เกินกว่าที่กระถางเก่าจะรับได้ ควรมีการเปลี่ยนกระถางใหม่ 4) นำต้นกล้าพืชลงปลูกในรูก้นกระถาง รดน้ำให้ปุ๋ยตามปกติ (หากปลูก ด้วยขุยมะพร้าวควรรดด้วย สารละลายปุ๋ย) ** ใน 1 กระถาง อาจปลูกพืชได้มากกว่า 1 ชนิด *** 5) รอจนต้นโตสูงอย่างน้อย 1 ฟุต แล้วจึงพลิกกระถาง เพื่อให้ต้นพืชกลับหัว ร้อยลวด ที่รูขอบกระถาง 6) การรดน้ำ หมั่นรด มั่ น้ำเป็นประจำทุกวัน หรือรดน้ำตามความต้องการของชนิด พืชที่ปลูก 7) การใส่ปุ๋ย ควรมีการใส่ปุ๋ยลงไปในดินที่เตรียมไว้ ก่อนปลูก และระหว่างที่พืชเริ่มเ ริ่ ติบโต 9) เมื่อพลิกและแขวนกระถางแล้ว ฝั่งด้านบนของกระถาง อาจปลูกพืชผักต้นเตี้ย เช่น ช่ สาระแหน่ วอเตอร์เครส ผักชีใบเ ชี ลื่อย เป็นต้น 71


การปลูกพืชกลับหัว จะทำให้ใบของพืช สามารถได้รับแสงอย่างเต็มที่ รากพืชสามารถ ดูดซึม ซึน้ำและแร่ธาตุต่างๆ จากดิน เพื่อนำไปใช้ เป็นวัตถุดิบในการสังเคราะห์แสงและหล่อเลี้ยง ต้นพืช ช่วย ช่ ทำให้น้ำและธาตุอาหารไหลไปเลี้ยง ส่วนยอดได้มีประ มี สิทธิภาพมากกว่าปกติ และสามารถบรรเทาปัญหาการหยุดชะงักของ การลำเลียงน้ำและธาตุอาหารอันมีสาเห มี ตุมาจาก การเกิดช่อง ช่ ว่างในไซเลมได้เพราะในสภาพที่ต้นพืช กลับหัวแรงโน้มถ่วงจะสามารถช่วยผ ช่ ลักน้ำให้ไหล ลงไปเลี้ยงส่วนยอด นอกจากนี้การปลูกพืชแบบ กลับหัวยังช่วยลด ช่ ปัญหาเรื่องวัชพืช และการเข้า ทำลายของโรคและแมลงได้ดีอีกด้วย พืชผักที่เหมาะ สำหรับปลูกพืชกลับหัว เช่น ช่ มะเขือเทศ กะเพรา ถั่ว ถั่ ฝักยาว ผักบุ้ง พริก ตำลึง คะน้า ผักสลัด ต้นหอม ผักชี เป็นต้น อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีงานวิจัยใดๆ ยืนยัน ว่าการปลูกพืชในลักษณะนี้จะทำให้พืชเจริญเติบโตและ ให้ผลผลิตได้ดีกว่าปกติ 72


การปลูกผักแนวตั้ง สามารถทำได้ 2 ลักษณะ คือ ปลูกในดิน กับไฮโดรโปนิกส์สวนผักแนวตั้งเหมาะสำหรับ คนที่มีพื้ มี นน้อย แต่ไม่เหมาะสำหรับคนที่มีเวลา มี ดูแลน้อย เพราะต้องอาศัยการดูแลและบำรุงรักษาพอสมควร และต้องเลือกชนิดผักให้เหมาะสมกับขนาดของกระถาง รวมถึงระยะห่างของกระถางทั้งด้านข้าง ด้านบน และล่าง เช่น ช่ หากปลูกในกระถางขนาดเล็กควรเลือกปลูกผักทรงพุ่ม เช่น ช่ สลัด หรือวอเตอร์เครส หากปลูกผักลำต้นสูง อาจจะโต จนบดบังแสงแดดของผักด้านบน เป็นต้น การปลูกผักแนวตั้ง ตั้ ไม่ควรเรียงกระถางแนวตั้งใ ตั้ ห้สูง จนเกินไป เพราะทำให้ยากต่อการจัดการ การเลือกสถานที่วาง สวนแนวตั้ง ตั้ ควรคำนึงถึงเรื่องแสงแดด ระวังอย่าให้มีเงาตึก หรือเงากระถางมาบังผักที่ปลูก แต่หากบริเวณที่จะปลูกเป็น พื้นที่แสงน้อย อาจต้องเลือกชนิดผักที่ต้องการแสงไม่มาก และการปลูกผักรูปแบบนี้ต้องรดน้ำเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอ อย่างไรก็ตาม การปลูกผักแนวตั้ง ตั้ ด้วยวิธีไฮโดรโปนิกส์เป็นที่นิยมไม่น้อย เนื่องจากไม่ต้องคอยรดน้ำ - ใส่ปุ๋ย เหมือนกับปลูกในดิน อีกทั้ง ทั้ ยังสามารถ ติดปั๊มน้ำ ที่จะช่วยคอยห ช่ มุนเวียนน้ำให้ไป ตามท่อ PVC ได้อย่างทั่ว ทั่ ถึง มีความใส สะอาด และ มีธาตุอาหารที่เพียงพอต่อพืช ตลอดเวลา การปลูกผัก แนวตั้ง 73


การทำค้างผัก เป็นการทำเสาหลักสำหรับให้ ไม้เลื้อยหรือไม้เถายึดเกาะ นิยมใช้ในการป ช้ ลูกผักสวนครัว มีประโยช มี น์คือ ทำให้ง่ายต่อการจัดการ และการเก็บเกี่ยว เป็นการเพิ่ม พิ่ ทั้งผลผลิตและคุณภาพของผลผ คุ ลิต มีความ มี สวยงามเป็นระเบียบ บี ช่วยส ช่ ร้างบรรยากาศดีๆ ได้ การทำค้างผัก จะต้องทำโครงค้างให้มีความแข็งแรง ทนทาน สามารถรับน้ำหนักของต้นพืชที่ปลูกได้ส่วนความถี่ ของเส้นเชือกชืเอ็น หรือตาข่ายที่ใช้นั้ ช้ น นั้ ขึ้นอยู่กับจำนวนกิ่งที่ เราเลือกเก็บไว้เช่น ช่ ถั่ว ถั่ แตง ตำลึง ต้องเลี้ยงกิ่งหลายกิ่ง เพื่อผลผลิตจำนวนมาก ก็ควรจะมีหลายเส้นสำหรับรองรับ เป็นต้น ซึ่งการทำค้างผักมีรูปแบบต่างๆ ดังนี้ ค้างแบบเสารั้ว รั้ เช่น ช่ แตงกวา ค้างแบบกระโจม เช่น ช่ ตำลึง แตงกวา ผักปลัง ค้างแบบซุ้ม ซุ้ เช่น ช่ บวบ มะระจีน ถั่ว ถั่ ฝักยาว พริกไทย ขจร มะเขือเทศ มะระขี้นก 74


ค้างตัว A เช่น ช่ แตงกวา ค้างเพิงหมาแหงน เช่น ช่ บวบ มะระขี้นก พริกไทย แตงกวา ค้างตัว T เหมาะกับไม้ผล เช่น ช่ องุ่น เสาวรส แก้วมังกร ค้างตัว H เช่น ช่ องุ่น ฟักทอง ค้างถั่ว ถั่ เช่น ช่ ถั่ว ถั่ ฝักยาว ถั่ว ถั่ พู ค้างสี่เห สี่ ลี่ยม เช่น ช่ ถั่ว ถั่ ฝักยาว มะระจีน บวบ ค้างตารางหมากฮอส เช่น ช่ บวบ มะระจีน แตงกวา ฝักยาว 75


การเพาะผักงอก ผักงอก เริ่มไ ริ่ ด้รับความนิยมบริโภค เนื่องจากกระแสเรื่องสุขภาพที่มีความเชื่อ ชื่ ว่า ผักงอก ปลอดสารพิษ และมีประโยชน์ต่อร่างกาย ช่วย ช่ บำรุงสุขภาพ ในเรื่องปลอดภัยจากสารพิษนั้นนั้ ในที่นี้ก็คือสารเคมีป้อง ป้ กัน กำจัดศัตรูพืช เพราะผักงอกจะมีอายุตั้งแตั้ ต่เพาะจนถึง เก็บเกี่ยวไม่เกิน 15 วัน และไม่มีการใช้สารเค ช้ มีเนื่องจาก ในการผลิตไม่ใช่การผ ช่ ลิตในแปลงใหญ่ ๆ แบบพืชทั่วไป ทั่ การเพาะผักงอก ผู้ผลิตสามารถเลือกใช้ภาชนะไ ช้ ด้ หลากหลาย เช่น ช่ หม้อดิน กระถางดินเผา ไห ตุ่ม ถังซีเมนต์ ถังพลาสติก เป็นต้น โดยภาชนะเพาะควรทึบแสง หรือมีสีดำ สีเขียว สีน้ำเงิน หรืออาจจะมีฝาปิด หรือตั้งภาชนะไ ตั้ ว้ในที่มืด ไม่มีแสง สำหรับวัสดุเพาะควรใช้วัช้ สดุเพาะที่เก็บความชื้นไ ชื้ ด้ดี อีกทั้งเทั้ ป็นการเพิ่มพิ่ น้ำหนักกดทับ ทำให้ถั่วงอกอวบถั่ อ้วน เช่น ช่ ทราย แกลบเผา ฟางข้าว ฟองน้ำ เป็นต้น ซึ่งการใช้วัช้ สดุ เพาะต้องอาศัยความชำ นาญ และจะต้องทำความสะอาด ภาชนะเพาะให้ดีส่วนน้ำที่ใช้จะ ช้ ต้องสะอาด และมีปริมาณ เพียงพอ เพราะน้ำนอกจากจะเป็นปัจจัยที่ทำให้ผักงอก เจริญเติบโตแล้ว ยังทำหน้าที่ระบายความร้อนในภาชนะ เพาะด้วย การขาดน้ำจะทำให้ความร้อนในภาชนะเพาะสูง เกินไป มีผลทำให้ผักงอกเสียหายได้ 76


คู่มื คู่ อ การเพาะผักงอก https://esc.doae.go.th/การเพาะผักงอก/ ตัวอย่างผักที่แนะนำให้นำมาเพาะผักงอก ได้แก่ ถั่วเถั่ ขียว ถั่วถั่ ดำ ถั่วเหถั่ ลือง ถั่วแดงถั่ ถั่วถั่ลิสง ถั่วถั่ ลันเตา อัลฟัลฟ่า ทานตะวัน ข้าวสาลีผักกาดหัว เป็นต้น ทั้งทั้ นี้สามารถศึกษาวิธีการเพาะผักงอกได้จากเอกสาร โดยสแกน QR Code ด้านล่าง ที่สำคัญ เมล็ดถั่วจะถั่ ต้องได้รับน้ำสะอาดปริมาณที่พอเพียง สม่ำเสมอตลอดการเพาะ 2-3 วัน หากขาดน้ำจะทำให้การงอกชะงัก และไม่สมบูรณ์ควรรดน้ำสะอาดสม่ำเสมอทุก 2-3 ชั่วโมง ชั่ ในภาชนะ พลาสติก และทุก 3-4 ชั่วโมง ชั่ ในภาชนะดินเผา โอ่งดินเผา หรือ ภาชนะที่เก็บความชื้นไ ชื้ ด้ดี 77


การปลูกผักยกแคร่ มีข้อดีคือ ปลูก และดูแลรักษาง่าย รวมถึงจัดการแปลงผัก ได้สะดวกทั้งการใ ทั้ ห้น้ำ การควบคุมกำจัด แมลงศัตรูพืชและวัชพืช ลดความเสี่ยงจาก ภัยธรรมชาติสามารถปลูกได้ในภาวะน้ำท่วม ลดปัญหาจากวัชพืช โรคพืช และศัตรูพืช บางชนิด ที่สำคัญไม่ต้องลุกนั่งใ นั่ ห้ปวดเมื่อย เนื่องจากแคร่จะอยู่ในระดับเอวเหมาะสำหรับ การยืนปฏิบัติ การปลูกผักยกแคร่ ทำแคร่ปลูกผัก ด้วยโครงเหล็กหรือไม้ไผ่ หรืออาจใช้วัช้ สดุอื่นๆ ที่แข็งแรงพอที่จะรับน้ำหนัก โดยให้มีความสูงที่สามารถปฏิบัติ งานดูแลพืชผักได้สะดวก ไม่กว้างเกินไป ใช้ตา ช้ ข่ายไนล่อนรองพื้นที่ปลูก ผูกยึดด้วยตะปูหรือเชือกชื เตรียมดินปลูก ซึ่งดินต้องมีความอุดมสมบูรณ์และมี นำเมล็ดพันธุ์ผักหรือกล้าผักลงปลูก โดยผักที่เหมาะจะเป็น ผักกินใบ ที่มีระบบรากตื้น เช่น ช่ กะหล่ำปลีคะน้า สลัด หอม แบ่ง ผักชีฝชี รั่งรั่สาระแหน่ จิงจูฉ่าย เป็นต้น ดูแลรดน้ำอย่างสม่ำเสมอ ด้วยฝักบัวรถน้ำขนาดเล็ก วิธีการป ธี ลูกผักยกแคร่ จนเอื้อมไม่ถึง และทำคอกกั้นกั้ดินกันดินหล่น โดยอาจใช้ไช้ม้ เศษวัสดุเหลือใช้ต่ ช้ างๆ ทำเป็นคอกกั้นกั้ผูกยึดให้แข็งแรง ธาตุอาหารเพียงพอต่อการเจริญเติบโตของพืชผัก โดยการเพิ่มอินทรียวัตถุลงในดิน แล้วหมักดินทิ้งไว้ก่อน นำไปปลูก ใส่ปุ๋ยตามความต้องการของผักที่ปลูก 78


ดาดฟ้า ฟ้ที่จะนำมาทำแปลงผักต้องมีการลงน้ำยากันซึม ก่อน เพื่อป้อง ป้ กันปัญหาน้ำรั่วรั่ ซึมลงไปตามชั้นชั้ ล่าง พื้นที่ดาดฟ้าควร ฟ้ มีความลาดเอียงออกด้านข้างทั้งทั้ ควรมีท่อระบายน้ำด้านข้างอย่างน้อยข้างละ 4 จุด การรองรับน้ำหนักของดาดฟ้า ฟ้ หากเป็นตึกอาคารทั่วไป ทั่ พื้นที่ 1 ตร.ม. จะรองรับน้ำหนักได้ 200 กิโลกรัม การทำสวนผักบนดาดฟ้า ฟ้ นอกจากจะได้พืชผักไว้ บริโภคแล้ว ยังช่วยลด ช่ อุณหภูมิของตัวตึก แปลงดิน ยังสามารถช่วยรอง ช่ รับปริมาณน้ำฝน ชะลอการไหลของน้ำ ลดการเกิดน้ำท่วมจากฝนที่ตกหนัก สร้างพื้นที่สีเขียวและ ความหลากหลายทางชีวภาพชีลดมลพิษทางอากาศ เป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจ และเป็นแหล่งเรียนรู้ ในด้านการผลิตอาหารของคนเมืองได้ การเตรียม รี พื้นที่ ซึ่งส่งผลต่อโครงสร้างอาคารในภายหลังได้ 2 ด้าน อย่างน้อย 0.05 เพื่อป้อง ป้ กันปัญหาน้ำท่วมขัง ในช่วงเวลา ช่ ที่ฝนตก หรือ รดน้ำต้นไม้ เพื่อระบายน้ำออกได้ง่าย หากเป็นเป็นไปได้ควรใช้ท่ ช้ อที่มี ขนาดใหญ่เพื่อป้อง ป้ กันปัญหาท่อขุดตัน ส่วนพื้นที่บริเวณคานจะรองรับน้ำหนักได้ 400-500 กิโลกรัม จึงมีความจำเป็นต้องออกแบบ แปลงผักให้เหมาะสมต่อสภาพอาคาร โดยเฉพาะหาก อาคารที่มีอายุเก่ามากควรปรึกษาสถาปนิกก่อน เพื่อความปลอดภัย สวนผักดาดฟ้า 79


เสาปูน : สามารถนำท้อยางและนำเสาปูนมาใส่ แล้วเทปูน ตาข่ายพรางแสง : เพราะดาดฟ้าจะเ ฟ้ ป็นพื้นที่ที่ได้รับ ซุ้ม ซุ้ ผัก : เพื่อลดผลกระทบต่อแรงลม ซึ่งทำให้ดินแห้งเร็ว การออกแบบแปลงและสวนผักดาดฟ้า องค์ประกอบสำคัญที่สวนผักดาดฟ้า ฟ้พึงจะมีได้แก่ เสาปูน ตะขายพรางแสง ซุ้มผักหรือต้นไม้กันลม แปลงปลูก เรือน อนุบาลเพาะกล้า แปลงเพาะกล้า ก๊อกน้ำและถังสำหรับ รองน้ำ โดยแต่ละองค์ประกอบมีรายละเอียดดังนี้ ลงไป คล้ายกับเสาตะกร้อ ใช้สำ ช้ หรับเป็นหลักยึดตาข่าย พรางแสง โดยอาจจะทำข้างละ 2 เสา ทั้งทั้ นี้ต้องดูตาม ความเหมาะสมของขนาดพื้นที่ แสงแดดเต็มๆ อีกทั้งทั้ พื้นปูนก็ระบายความร้อนได้มากกว่าพื้นดิน ทำให้แปลงหรือกระถางผักได้รับความร้อนมากกว่าปกติ แต่ส่งผลต่อการเจริญเติบโตของผักได้ดังนั้นนั้ จึงควรขึงเชือกชื เป็นตาข่ายไว้ด้านบน โดยใช้ท่ ช้ อ PVC และเหล็กสลิงช่วย ช่ ยึด เพื่อสร้างความแข็งแรงทนทานต่อลมฝน หากใช้เ ช้ ชือกชื อย่างเดียวอาจไม่เสียหายจากแรงลมได้เมื่อทำตาข่ายแล้ว ก็ปลูกไม้เลื้อยไว้ด้านข้างเพื่อให้ไม้เลื้อยไปปกคลุมไว้ด้านบน เพื่อช่วยพรางแสงใ ช่ ห้กับแปลงผักด้านล่าง เกินไปและส่งผลต่อผักที่ปลูก การทำซุ้มผักก็จะช่วยลด ช่ ผลกระทบดังกล่าวไว้ได้โดยทำได้จากการต่อท่อ PVC และอาจ ใช้ไช้ม้ไผ่คาดเป็นโครงด้านข้างเพื่อเพิ่มความแพิ่ ข็งแรง หากใช้ ท่อ PVC เพียงอย่างเดียว หากลมแรงอาจพัดซุ้มผักที่เป็นโครง ท่อ PVC พังลงมาได้ส่วนไม้เลื้อย อาทิบวบ น้ำเต้า ฟัก ก็สามารถเลือกนำมาปลูกเป็นซุ้มผักได้ดีเนื่องจากใบไม่ทึบมาก และให้ลมพัดผ่านไปได้สะดวก หากเลือกใช้ใบช้ ที่ทึบมาก ก็จะปะทะ กับแรงลมมาก และส่งผลต่อโครงสร้างซุ้มผัก 80


ต้นไม้กันลม : สำหรับผู้ที่ต้องการปลูกไม้กันลม โดยไม่ต้อง แปลงปลูก : ควรมีการเว้นระยะแปลงเพื่อให้สามารถเดิน เรือนอนุบาลต้นกล้า : เนื่องจากบนดาดฟ้าจะโดนแดดแรง ฟ้ แปลงเพาะกล้า : หลังจากเพาะต้นกล้าในเรือนอนุบาล ก๊อกน้ำและถัง : สำหรับระบบให้น้ำ หากใช้น้ำ ช้ ประปาก็ต้อง ทำซุ้มผัก แต่เราสามารถเลือกปลูกพวกเสาวรส องุ่น สับปะรด หรือกล้วยพันธุ์เตี้ยก็ได้หากปลูกกล้วยพันธุ์สูงก็ต้องมี การตัดแต่งต้นอยู่เสมอ ขนดินและปุ๋ย รดน้ำ และปลูกลงแปลงได้สะดวก โดยความกว้าง แปลงปลูกที่เหมาะสมควรอยู่ที่ 50 – 100 เซนติเมตร เพื่อให้ สามารถก้มและทำงานได้สะดวก หากเป็นไปได้ควรยกแปลงให้สูง จากพื้นเล็กน้อย เพื่อให้สามารถทำควรสะอาดพื้นได้ง่าย และหลีกเลี่ยงทำแปลงปลูกติดกำแพงเพราะจะทำให้เกิดปัญหา น้ำท่วมขังได้ มากกว่าปกติแล้ว ก็จะมีปัญหานกเข้ามาจิกกินต้นกล้า ดังนั้นนั้ การทำเรือนอนุบ้านต้นกล้าที่คลุมพลาสติกหรือซาแรนสำหรับ พรางแสงและป้อง ป้ กันนกเข้ามาทำลายต้นกล้า เมื่อเพาะต้นกล้า จากเมล็ดเสร็จก็นำเข้ามาในเรือนอนุบาลที่เราทำไว้สัก 2-3 วัน มา 2-3 วันแล้ว ก็ให้ย้ายกล้าลงแปลงหรือถาดเพาะกล้า โดยด้านบนควรมีการพรางแสงไว้หากเป็นช่วงฤ ช่ ดูฝนก็ควรคลุม ด้วยพลาสติกเพื่อกันฝน เมื่อต้นกล้าโตได้อายุประมาณ 10-15 วัน ก็จะแข็งแรงขึ้นจนสามารถย้ายออกมาด้านนอก เตรียมพร้อม ลงแปลงใหญ่ได้ มีการต่อท่อขึ้นไป และควรมีถังพักน้ำไว้อย่างน้อย 1 คืนก่อนรดน้ำ ผัก เพราะน้ำประปามีคลอรีนมาก จะส่งผลให้จุลินทรีย์ ที่มีประโยชน์ในดินถูกคลอรีนทำลายและส่งผลต่อ การเจริญเติบโตของผัก 81


เนื่องจากบนพื้นปูนจะมีความร้อนสูงกว่าปกติ เมื่อเที่ยบกับพื้นดิน อีกทั้งดาด ทั้ ฟ้าอาจ ฟ้ รับน้ำหนัก แปลงปลูกได้ไม่มากนัก ดังนั้น นั้ วัสดุปลูกจึงควรผสม ด้วยกาบมะพร้าว โดยเทกาบมะพร้าวรองก้นแปลงลึก 2 ส่วน และถมด้วยดินลึก 1 ส่วนของความสูงของแปลง ซึ่งกาบมะพร้าวจะช่วยใ ช่ ห้น้ำหนักแปลงลดลง และ ดูดซับ ความร้อนจากพื้นปูนได้ดี การเตรียมดินและวัสดุปลูก 82


เช่น ช่ เรดโอ๊ค, กรีนโ รี อ๊ค, กรีน รี บัตตาเวีย วี , เรดบัตตาเวีย วี , เรดคอรัล, ฟิลเลย์ไอซ์เ ซ์บิร์ก เบเบี้ร็ บี้ อคเก็ต, บัตเตอร์เฮด, ผักกาดคอส ผักสลัด ดินที่เหมาะสม น้ำ/ความชื้น ชื้ แสง/อากาศ โรค-แมลงศัตรู ส่วนที่ใช้ปช้ ลูก/การขยายพันธุ์ ช่วงการป ช่ ลูกที่แนะนำ อายุเก็บเกี่ยว รูปแบบการปลูก ดินร่วนซุย ไม่อัดแน่น ระบายน้ำดี ต้องการน้ำมาก ดินชุ่ม ชุ่ ชื้นตลอด ชื้ อย่างสม่ำเสมอ แสงแดดเต็มที่ ตลอดวัน ชอบอากาศเย็น โรคเน่าเละ เพลี้ยอ่อน โรคเน่าดำ โรคราน้ำค้าง โรคเหี่ยว โรคใบจุด ราแป้งป้ เพลี้ยไฟ หนอนใยผัก แมลงหวี่ขาว แมลงวันหนอนชอนใบ เมล็ด ปลูกลงดิน ใช้ถุช้ งปลูก/กระถาง ปลูกแบบไฮโดรโปนิกส์ ปลูกได้ทั้งทั้ ปีควรพรางแสงช่วย ช่ เก็บเกี่ยวได้เมื่ออายุ 40 ถึง 50 วัน ทำความรู้จักพืชผักก่อนลงมือปลูก 83


(คะน้าใบหยิก) ดินที่เหมาะสม น้ำ/ความชื้น ชื้ แสง/อากาศ โรค-แมลงศัตรู ส่วนที่ใช้ปช้ ลูก/การขยายพันธุ์ ช่วงการป ช่ ลูกที่แนะนำ อายุเก็บเกี่ยว รูปแบบการปลูก ดินร่วนซุย รดน้ำทุกวัน ชอบที่โล่ง ลมโกรก ในช่วงเ ช่ ช้าช้ อากาศถ่ายเทได้สะดวก แสงแดดตลอด ทั้งทั้ วัน แต่ควรคลุม ซาแรนช่วยใน ช่ ช่วง ช่ 11 โมง ถึงบ่าย 3 โรคราน้ำค้าง หนอนใยผัก โรคกล้าเน่า โรคใบจุด โรคใบแห้ง หรือโรคเน่าดำ ด้วงหมัดผัก หนอน กระทู้หอม หนอนกระทู้ ผัก เมล็ด ปลูกลงดิน ใช้ถุช้ งปลูก/กระถาง ปลูกได้ทั้งทั้ ปี เริ่มเริ่ ก็บเกี่ยวได้เมื่ออายุ 30 - 40 วัน แตกใบใหม่ได้เรื่อยๆ เป็นเวลา 1 - 2 ปี ผักเคล ทำความรู้จักพืชผักก่อนลงมือปลูก 84


กวางตุ้ง ดินที่เหมาะสม น้ำ/ความชื้น ชื้ แสง/อากาศ โรค-แมลงศัตรู ส่วนที่ใช้ปช้ ลูก/การขยายพันธุ์ ช่วงการป ช่ ลูกที่แนะนำ อายุเก็บเกี่ยว รูปแบบการปลูก ปลูกได้ในดิน ทุกชนิด ชอบดินร่วน ปนทราย ต้องการน้ำมาก ดินชุ่ม ชุ่ ชื้นตลอด ชื้ อย่างสม่ำเสมอ แสงแดดเต็มที่ ตลอดวัน ชอบอากาศเย็น โรคใบจุด เพลี้ยอ่อน โรคราน้ำค้าง โรคแอนแทรกโนส หนอนใยผัก ด้วงหมัดผัก เมล็ด ปลูกลงดิน ใช้ถุช้ งปลูก/กระถาง ปลูกได้ทั้งทั้ ปี เก็บเกี่ยวได้เมื่ออายุ 35 - 45 วัน ทำความรู้จักพืชผักก่อนลงมือปลูก 85


ปลูกได้ทั้งทั้ ปี กะเพรา ดินที่เหมาะสม น้ำ/ความชื้น ชื้ แสง/อากาศ โรค-แมลงศัตรู ส่วนที่ใช้ปช้ ลูก/การขยายพันธุ์ ช่วงการป ช่ ลูกที่แนะนำ อายุเก็บเกี่ยว รูปแบบการปลูก ดินร่วน ระบายน้ำ ได้ดี ให้น้ำอย่างเพียง พอและสม่ำเสมอ ทุกวัน เช้าและเช้ ย็น ดินชุ่ม ชุ่ ชื้นตลอด ชื้ แสงแดดเต็มที่ ตลอดวัน มวนแก้ว หรือมวนปีกแก้วกะเพรา ชำ กิ่ง เมล็ด (โตช้ากช้ ว่า) ปลูกลงดิน ใช้ถุช้ งปลูก/กระถาง เริ่มเริ่ ก็บเกี่ยวได้เมื่ออายุ 60 วัน ทำความรู้จักพืชผักก่อนลงมือปลูก 86


กะหล่ำปลี ดินที่เหมาะสม น้ำ/ความชื้น ชื้ แสง/อากาศ โรค-แมลงศัตรู ส่วนที่ใช้ปช้ ลูก/การขยายพันธุ์ ช่วงการป ช่ ลูกที่แนะนำ อายุเก็บเกี่ยว รูปแบบการปลูก ปลูกได้ในดินแททุกชนิด ให้ผลผลิตสูงในดินร่วน ปนทราย ระบายน้ำได้ดี รดน้ำอย่าง ระยะแรกให้รดน้ำ สม่ำเสมอ วันละ 1 หรือ 2 ครั้งรั้ ด้วยการฉีดเป็นฝอย ทุกเช้าและเช้ ย็น จนกระทั่งทั่ หัวเริ่มเริ่ ข้าปลี ให้ลดปริมาณการรดน้ำ ลง เพื่อป้องป้ กันไม่ให้ หัวปลีแตกและไม่ห่อหัว แสงแดดเต็มที่ ตลอดวัน ชอบอากาศเย็น โรคเน่าเละ หนอนใยผัก ราน้ำค้าง หนอนคืบกะหล่ำ หนอนเจาะยอดกะหล่ำ ด้วงหมัดผัก เมล็ด ตัดรอบแรกให้เหลือโคนต้นไว้ จะได้แขนงกะหล่ำปลี ปลูกลงดิน ใช้ถุช้ งปลูก/กระถาง ช่วงเ ช่ ดือนตุลาคม - มกราคม พันธุ์เบา (นิยมปลูก) เก็บเกี่ยวได้เมื่ออายุ 50 - 60 วัน ส่วนพันธุ์หนัก ประมาณ 120 วัน ทำความรู้จักพืชผักก่อนลงมือปลูก 87


ทำความรู้จักพืชผักก่อนลงมือปลูก 88 ขจร ดินที่เหมาะสม น้ำ/ความชื้น ชื้ แสง/อากาศ โรค-แมลงศัตรู ส่วนที่ใช้ปช้ ลูก/การขยายพันธุ์ ช่วงการป ช่ ลูกที่แนะนำ อายุเก็บเกี่ยว รูปแบบการปลูก ดินร่วนปนทราย ระบายน้ำได้ดี ชอบน้ำปานกลาง ช่วงแรกๆ ช่ ควร รดน้ำวันละครั้งรั้เมื่อ ตั้งตั้ ตัวได้ดีแล้วรด วันเว้นวันได้ แสงแดดเต็มที่ ตลอดวัน ทนแล้งได้ดี เพลี้ยไฟ บั่วกบั่ ล้วยไม้หรือไอ้ฮวบ เมล็ด ชำ กิ่ง ตอนกิ่ง จากเถาแก่ ปลูกลงดินและทำค้าง เถาเลื้อย ช่วงเ ช่ ดือนตุลาคม หรือปลายฝนต้นหนาว เริ่มเริ่ ก็บเกี่ยวผลผลิตได้หลังปลูกลงแปลงประมาณ 5 เดือน เก็บเกี่ยวได้ต่อเนื่อง 5 - 10 ปี


ข่า ดินที่เหมาะสม น้ำ/ความชื้น ชื้ แสง/อากาศ โรค-แมลงศัตรู ส่วนที่ใช้ปช้ ลูก/การขยายพันธุ์ ช่วงการป ช่ ลูกที่แนะนำ อายุเก็บเกี่ยว รูปแบบการปลูก ดินร่วนซุย ชอบดิน ชื้น ชื้ แต่ไม่ชอบน้ำ ขัง รดน้ำ 7 - 10 วัน ต่อครั้งรั้ ขึ้นอยู่กับ สภาพอากาศ โดยหน้า ดินต้องมีความชื้น ชื้ ตลอด ร่มรำไร ปลูกในที่โล่งแจ้ง ได้แต่ดินต้องชื้น ชื้ โรคเน่า โรคใบจุด ไส้เดือนฝอย โรคแอนแทรคโนส โรค รากปม เพลี้ยไฟ หนอน ใช้เหช้ ง้าอ่อนที่มีการแทงยอด ตั๊กแตนตั๊กินใบ ปลูกลงดิน ควรเริ่มปริ่ลูกข่าในช่วงฤ ช่ ดูฝน ประมาณเดือนพฤษภาคมถึง มิถุนายน เริ่มเริ่ ก็บเกี่ยวครั้งแรกเรั้ มื่อข่าอายุ 6 - 8 เดือน เก็บเกี่ยวต่อเนื่องได้นานหลายปี จากนั้นเนั้ ก็บเกี่ยวได้อีกทุกๆ 4 - 6 เดือน (ข่าเหลือง/ข่าหยวก) ทำความรู้จักพืชผักก่อนลงมือปลูก 89


ขิง ดินที่เหมาะสม น้ำ/ความชื้น ชื้ แสง/อากาศ โรค-แมลงศัตรู ส่วนที่ใช้ปช้ ลูก/การขยายพันธุ์ ช่วงการป ช่ ลูกที่แนะนำ อายุเก็บเกี่ยว รูปแบบการปลูก ดินร่วนปนทราย ต้องการน้ำมาก แต่ต้องไม่ชื้นแฉะ ชื้ และน้ำขัง ร่มรำไร ชอบอากาศเย็น โรคเหี่ยว หรือโรค แง่งเน่า โรคใบจุด หนอนกระทู้ผัก หนอนม้วนใบ หนอนเจาะยอด และลำต้น เพลี้ย หอย ใช้เหช้ ง้าแก่จัด หั่นเหั่ ป็นท่อน ให้มี ตาติดอยู่ 2-3 ตา ปลูกลงดิน ควรปลูกช่วง ช่ ต้นฝน ประมาณเดือน พฤษภาคม ขิงอ่อน เก็บเกี่ยวในช่วง ช่ 4 - 6 เดือนหลังปลูก (ต้นขิง สูง 30 - 40 ซม.) จากนั้นเนั้ ก็บเกี่ยวทุกๆ 12 - 15 วัน ขิงแก่เก็บผลผลิตได้เมื่ออายุ 8 - 12 เดือน ทำความรู้จักพืชผักก่อนลงมือปลูก 90


ดินที่เหมาะสม น้ำ/ความชื้น ชื้ ขึ้นฉ่าย แสง/อากาศ โรค-แมลงศัตรู ส่วนที่ใช้ปช้ ลูก/การขยายพันธุ์ ช่วงการป ช่ ลูกที่แนะนำ อายุเก็บเกี่ยว รูปแบบการปลูก ดินร่วนปนทราย ระบายน้ำดี (เป็นกรดเล็กน้อย) รดน้ำเช้าและเช้ ย็น สม่ำเสมอ ระวัง อย่าให้แฉะ ชอบที่ร่มรำไร อากาศเย็น หากได้ รับแสงมากก้าน และใบจะมีสีเขียว แก่จัด โรคใบจุดไหม้ แมลงหวี่ขาว โรคใบไหม้โรคต้นเหลือง โรคก้านใบแตก และเพลี้ยอ่อน เมล็ด ปักชำ (ใช้ต้ ช้นที่ยังมีรากและใบอ่อน 2-3 ใบ) ปลูกลงดิน ใช้ถุช้ งปลูก/กระถาง ปลูกแบบไฮโดรโปนิกส์ ช่วงเ ช่ ดือนพฤศจิกายน – มกราคม เริ่มเริ่ ก็บเกี่ยวได้หลังหยอดเมล็ด 90 วัน หรือ หลังจากย้ายกล้า 50 วัน ทำความรู้จักพืชผักก่อนลงมือปลูก 91


คะน้า ดินที่เหมาะสม น้ำ/ความชื้น ชื้ แสง/อากาศ โรค-แมลงศัตรู ส่วนที่ใช้ปช้ ลูก/การขยายพันธุ์ ช่วงการป ช่ ลูกที่แนะนำ อายุเก็บเกี่ยว รูปแบบการปลูก เติบโตได้ในดิน แทบทุกชนิด โดย เฉพาะดินร่วนปน ทราย ดินเหนียว ปนดินร่วน ชอบดิน ที่ระบายน้ำได้ดีน้ำ ไม่ขัง ควรรดน้ำอย่าง เพียงพอและ สม่ำเสมอทุกเช้าช้ และเย็น แสงแดดตลอดทั้งทั้ วัน ชอบอากาศเย็น โรคราน้ำค้าง หนอนกระทู้ผัก โรคเน่าคอดิน โรคเหี่ยว โรคแผลวงกลมสี น้ำตาลไหม้ หนอนคืบกะหล่ำ ด้วงหมัดกระโดด เพลี้ยอ่อน หนอนใยผัก เมล็ด ปลูกลงดิน ใช้ถุช้ งปลูก/กระถาง ปลูกแบบไฮโดรโปนิกส์ ปลูกได้ตลอดปี ปลูกได้ผลดีช่วงเ ช่ ดือนสิงหาคม - ตุลาคม เก็บเกี่ยวได้เมื่ออายุ 45 - 55 วัน ทำความรู้จักพืชผักก่อนลงมือปลูก 92


แครอท ดินที่เหมาะสม น้ำ/ความชื้น ชื้ แสง/อากาศ โรค-แมลงศัตรู ส่วนที่ใช้ปช้ ลูก/การขยายพันธุ์ ช่วงการป ช่ ลูกที่แนะนำ อายุเก็บเกี่ยว รูปแบบการปลูก ดินร่วนปนทราย หรือดินร่วนโปร่ง ระบายน้ำได้ดี มีหน้าดินที่ลึก รดน้ำวันละครั้งรั้ ในช่วงเพาะเม ช่ ล็ด หน้าดินจะต้องมีความ ชุ่ม ชุ่ ชื้นเสมอ ชื้ แต่ไม่ควร ให้มีนํ้าขัง หากเกิน 2 สัปดาห์แล้วไม่งอก ให้เพาะใหม่ ได้รับแสงแดดเต็มวัน ชอบอากาศเย็น โรคต้นและใบไหม้ แห้ง โรคเน่า โรค ราแป้งป้ แมลงวันแครอท มอดแครอท ไส้เดือนฝอย เพลี้ยจักจั่นจั่ หนอนดักแด้ เมล็ด ปลูกลงดิน ใช้ถุช้ งปลูก/กระถาง ที่มี ความลึกมากกว่า 30 ซม. ควรปลูกในเดือนตุลาคม-มีนาคม ส่วนในฤดูร้อน และฤดูฝนต้องปลูกในภาคเหนือบนที่สูง เก็บเกี่ยวได้เมื่ออายุ 100 - 120 วัน ทำความรู้จักพืชผักก่อนลงมือปลูก 93


ชะพลู ดินที่เหมาะสม น้ำ/ความชื้น ชื้ แสง/อากาศ โรค-แมลงศัตรู ส่วนที่ใช้ปช้ ลูก/การขยายพันธุ์ ช่วงการป ช่ ลูกที่แนะนำ อายุเก็บเกี่ยว รูปแบบการปลูก ชอบขึ้นตามที่ลุ่ม ต่ำ หรือที่ชื้นแฉะ ชื้ รดน้ำวันละครั้งรั้ แสงแดดรำไร โรคใบหงิก เพลี้ยไฟ ไรขาว ปักชำ จากกิ่งส่วนยอดให้มีใบ 2 - 3 ใบ ปลูกลงดิน ใช้ถุช้ งปลูก/กระถาง ปลูกได้ทั้งทั้ ปี เริ่มเริ่ ก็บเกี่ยวได้เมื่ออายุ 90 วัน หมั่นมั่ ตัดแต่งลำต้นกิ่งก้าน เพื่อให้มีผลผลิต เพิ่มพิ่ ขึ้นและมีอายุยืน ทำความรู้จักพืชผักก่อนลงมือปลูก 94


ชะอม ดินที่เหมาะสม น้ำ/ความชื้น ชื้ แสง/อากาศ โรค-แมลงศัตรู ส่วนที่ใช้ปช้ ลูก/การขยายพันธุ์ ช่วงการป ช่ ลูกที่แนะนำ อายุเก็บเกี่ยว รูปแบบการปลูก ดินร่วน ชอบชื้นแ ชื้ ต่ไม่ชอบ แฉะ ระยะเริ่มปริ่ลูก รดน้ำวันละครั้งรั้ช่วงเ ช่ ช้าช้ เมื่ออายุ 3 เดือน รดน้ำ วันเว้นวัน ได้รับแสงแดด เต็มวัน โรครากเน่า หนอนกินยอด มดแดง ตอนกิ่ง ปักชำ เมล็ด ปลูกลงดิน ใช้ถุช้ งปลูก/กระถาง ปลูกได้ทั้งทั้ ปี เริ่มเริ่ ก็บเกี่ยวได้ในช่วง ช่ 90 - 120 วัน เก็บได้ทุก 3 - 4 วัน หมั่นมั่ ตัดแต่งต้นไม่ให้สูงเกินไป ทำความรู้จักพืชผักก่อนลงมือปลูก 95


ตะไคร้ ดินที่เหมาะสม น้ำ/ความชื้น ชื้ แสง/อากาศ โรค-แมลงศัตรู ส่วนที่ใช้ปช้ ลูก/การขยายพันธุ์ ช่วงการป ช่ ลูกที่แนะนำ อายุเก็บเกี่ยว รูปแบบการปลูก ปลูกได้ในดินทราย หรือดินเหนียว แต่ เติบโตได้ดีในดิน ร่วนซุย ช่วงแรกใ ช่ ห้น้ำทุก วัน โดนรดบริเวณ โคนต้น เมื่อตั้งตั้ ตัวได้รดน้ำ 5 - 7 วันต่อครั้งรั้ ระยะเริ่มปริ่ลูก ชอบ ที่ร่มรำไร หลังปลูก 1 เดือน ควรได้รับแสงแดด เต็มวัน โรคราสนิม โรคใบแดง - ปักชำ หน่อ/เหง้า ปลูกลงดิน ใช้ถุช้ งปลูก/กระถาง ปลูกได้ทั้งทั้ ปี เริ่มเริ่ ก็บเกี่ยวได้เมื่ออายุ 3 เดือนขึ้นไป การตัดตะไคร้ให้ตัดติดกอ อย่าให้รากสะเทือน จะสามารถแตกขึ้นมาตั้งกอไ ตั้ ด้อีกภายใน 1 - 2 เดือน ทำความรู้จักพืชผักก่อนลงมือปลูก 96


ตำลึง ดินที่เหมาะสม น้ำ/ความชื้น ชื้ แสง/อากาศ โรค-แมลงศัตรู ส่วนที่ใช้ปช้ ลูก/การขยายพันธุ์ ช่วงการป ช่ ลูกที่แนะนำ อายุเก็บเกี่ยว รูปแบบการปลูก ดินร่วนที่ระบายน้ำ ได้ดี ช่วงแรกควรห ช่ มั่นมั่ ให้น้ำสม่ำเสมอ ผลิตยอดใหม่ได้ดี ในฤดูฝน การพ่นละอองน้ำ ในอากาศในช่วง ช่ บ่าย จะช่วยใ ช่ ห้มี การแตกยอดได้ หากได้รับ แสงแดดเต็มที่จะ เจริญเติบโตได้ดี แต่หากอุณหภูมิสูง มาก ควรพราง แสงช่วย ช่ โรคราแป้งป้ เมล็ด ปักชำ กิ่ง เถา โดยเลือกกิ่งกึ่งแก่กึ่งอ่อนที่เป็นสีน้ำตาล มีขนาดเท่าดินสอ ใบเต็มมีหยักเว้าตื้น ซึ่งเป็น “ตำลึงเพศเมีย” ปลูกลงดิน และคำค้าง ช่วงฤ ช่ ดูฝน หลังปลูก 1 เดือน จะเริ่มแตกยอดริ่ หมั่นเมั่ ด็ดยอดบ่อยๆ เพื่อให้ต้นแตกใบอ่อนได้มากขึ้น ทำความรู้จักพืชผักก่อนลงมือปลูก 97


เตยหอม ดินที่เหมาะสม น้ำ/ความชื้น ชื้ แสง/อากาศ โรค-แมลงศัตรู ส่วนที่ใช้ปช้ ลูก/การขยายพันธุ์ ช่วงการป ช่ ลูกที่แนะนำ อายุเก็บเกี่ยว รูปแบบการปลูก ขึ้นได้ในดินทุกชนิด ชอบดินร่วนซุยและ ดินร่วนปนทราย ดินต้องชื้นเสมอ ชื้ หรืออยู่ใกล้น้ำ ชอบน้ำมาก ควรรดน้ำเป็น ประจำทุกวันเพื่อให้ ดินเกิดความชุ่ม ชุ่ ชื้นอ ชื้ ยู่ตลอดเวลา ไม่ทนแล้ง แสงแดดรำไร หรือ มีการพรางแสง ช่วย ช่ หากโดนแดดมาก ไป กลิ่นจะไม่ค่อย หอม ไม่ค่อยพบปัญหา โรค-แมลง ปักชำ ลำต้น แยกเหง้าหรือหน่อปลูก ปลูกลงดิน ใช้ถุช้ งปลูก/กระถาง ปลูกได้ทั้งทั้ ปีแต่ช่วงฤ ช่ ดู ฝนจะเหมาะที่สุด เก็บเกี่ยวได้หลังปลูกแล้ว 6 - 7 เดือน การตัดใบ ควรตัดทีละใบจากด้านล่างของลำต้นไล่ขึ้นไป เว้นช่วงการ ช่ ตัดใบทุกๆ 3 วัน หากตัดยอด จะแตกยอดใหม่อีก 3 - 5 ยอด หากไม่ตัดต้นออกก็จะเก็บเกี่ยวได้เรื่อยๆ ถึง 2 ปี ด้านบน ให้เหลือใบส่วนบนไว้ 10 - 15 ใบ ทำความรู้จักพืชผักก่อนลงมือปลูก 98


น้ำ/ความชื้น ชื้ ต้องการน้ำอย่าง ระยะเจริญเติบโต สม่ำเสมอ แต่ไม่ควร แฉะเกินไป หลังจากถอนแยกแล้ว ควรให้น้ำทุก 3 - 5 วัน ต่อครั้งรั้ ถั่ว ถั่ ฝักยาว ดินที่เหมาะสม แสง/อากาศ โรค-แมลงศัตรู ส่วนที่ใช้ปช้ ลูก/การขยายพันธุ์ ช่วงการป ช่ ลูกที่แนะนำ อายุเก็บเกี่ยว รูปแบบการปลูก ปลูกได้ในดินทุก ชนิดแต่ชอบดิน ร่วนปนทราย ต้องการดินที่มี ความชื้นพอ ชื้ สมควรแต่ต้อง ระบายน้ำดี ต้องการแสงแดด เต็มที่ตลอดวัน ชอบอากาศค่อน ข้างร้อน โรคใบจุด เพลี้ยไฟ โรคราสนิม โรคราแป้งป้ โรคใบด่างเหลือง ถั่วถั่ ฝักยาว โรคใบจุด เหลืองถั่วถั่ลิสง โรครากเน่าโคนเน่า โรคแอนแทรคโนส แมลงหวี่ขาว หนอนเจาะฝักถั่วถั่ เมล็ด ปลูกลงดิน และทำค้าง ปลูกในกระถาง และคำค้าง ปลูกได้ได้ตลอดทั้งทั้ ปี เริ่มใ ริ่ ห้ผลเมื่ออายุ 50 วัน ควรยอยเก็บทุก ๆ 2- 4 วัน เก็บเกี่ยวได้ต่อเนื่องประมาณ 22 - 25 วัน ทำความรู้จักพืชผักก่อนลงมือปลูก 99


Click to View FlipBook Version