The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

วิจัยเทอม2

วิจัยเทอม2

39 2.10 นำแบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ มาปรับปรุงแก้ไขตามข้อเสนอแนะของผู้เชี่ยวชาญทั้ง 3 ท่าน และนำแบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์เสนอผู้เชี่ยวชาญ ตามข้อ 2.9) อีกครั้ง เพื่อตรวจสอบความถูกต้อง ของสาระการเรียนรู้และประเมินความเหมาะสมของแบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ ตามแบบประเมินที่ ผู้รายงานสร้างขึ้น 2.11 การทดลองภาคสนาม ผู้รายงานได้นำแบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ ที่ผ่านการแก้ไข ข้อบกพร่องเรียบร้อยแล้วไปทดลองใช้จริงกับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนสตรีราชินูทิศ อำเภอ เมือง จังหวัดอุดรธานี 3. แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์เรื่อง สถิติ(1) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นเป็นแบบทดสอบปรนัยชนิดเลือกตอบ 4 ตัวเลือก จำนวน 30 ข้อ ซึ่งดำเนินการสร้างตาม ขั้นตอน ดังต่อไปนี้ 3.1 ศึกษาทฤษฎี วิธีสร้าง เทคนิคการเขียนข้อสอบแบบเลือกตอบ คู่มือการจัดการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 เรื่อง สถิติ(1) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้น พื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) 3.2 สร้างตารางวิเคราะห์จุดประสงค์การเรียนรู้และเนื้อหา 3.3 สร้างแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์แบบปรนัยชนิด เลือกตอบ มี 4 ตัวเลือก จำนวน 35 ข้อ(แล้วคัดให้เหลือ 30 ข้อ) ให้ครอบคลุมเนื้อหาสาระและผลการ เรียนรู้ที่คาดหวัง 3.4 นำแบบทดสอบที่สร้างขึ้นเสนอต่อผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 3 ท่าน ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้าน การสอน การวิจัย และด้านการวัดผลและประเมินผล เพื่อตรวจสอบความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหา โดยใช้ค่า ดัชนีความสอดคล้อง (IOC) โดยให้ผู้เชี่ยวชาญพิจารณา ตรวจสอบ โดยมีเกณฑ์การให้คะแนน ดังนี้ ให้คะแนน +1 เมื่อแน่ใจว่าข้อสอบนั้นวัดได้สอดคล้องกับผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง ให้คะแนน 0 เมื่อไม่แน่ใจว่าข้อสอบนั้นวัดได้สอดคล้องกับผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง ให้คะแนน -1 เมื่อแน่ใจว่าข้อสอบนั้นวัดไม่สอดคล้องกับผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง 3.5 นำผลการประเมินของผู้เชี่ยวชาญ วิเคราะห์หาค่าดัชนีความสอดคล้องระหว่างข้อ คำถามของแบบทดสอบกับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนโดยได้ค่า IOC ตั้งแต่ 0.67 ขึ้นไปทุกข้อ 3.6 นำแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนไปทดลองใช้กับนักเรียนที่กำลังเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนสตรีราชินูทิศ ปีการศึกษา 2565 ที่เรียนผ่านมาแล้ว จำนวน 25 คน แล้วนำ คะแนนที่ได้มาวิเคราะห์หาค่าความยากง่าย (p) และหาค่าอำนาจจำแนก (r) เป็นรายข้อ ซึ่งมีค่าความยาก ง่ายอยู่ระหว่าง 0.41-0.70 มีค่าอำนาจจำแนกอยู่ระหว่าง 0.49 -0.77 3.7 นำข้อสอบที่คัดเลือกแล้ว(จำนวน 30 ข้อ) ไปทดสอบเพื่อหาค่าความเชื่อมั่นของ แบบทดสอบทั้งฉบับ โดยใช้สูตรของคูเดอร์-ริชาร์ดสัน KR-20 ซึ่งมีค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับมากกว่าร้อยละ 75


40 3.8 นำแบบทดสอบที่ได้ไปวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนกับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ปี การศึกษา 2565 โรงเรียนสตรีราชินูทิศ ที่เป็นกลุ่มตัวอย่างในการทดลอง การเก็บรวบรวมข้อมูล การวิจัยในครั้งนี้ผู้วิจัยได้ดำเนินการศึกษากับกลุ่มตัวอย่างในการจัดการเรียนรู้โดยใช้แบบฝึกทักษะ วิชาคณิตศาสตร์พื้นฐาน เรื่อง สถิติ(1) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนสตรีราชินูทิศ ในภาคเรียนที่ 2 ปี การศึกษา 2565 โดยใช้แบบ One Group Pre-test Post-test Design ตามขั้นตอน ดังนี้ 1. ทดสอบก่อนเรียน (Pre-test) โดยใช้แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง สถิติ(1) ที่ ผ่านการหาคุณภาพเรียบร้อยแล้วซึ่งแบบทดสอบเป็นแบบปรนัย ชนิดเลือกตอบ 4 ตัวเลือก จำนวน 30 ข้อ 2. เริ่มดำเนินการทดลอง โดยชี้แจงรายละเอียดให้นักเรียนทราบถึงวิธีการเรียนด้วยแบบฝึกทักษะ คณิตศาสตร์ 3. ดำเนินการสอน ตามแผนการจัดการเรียนรู้ที่ผู้วิจัยจัดทำขึ้น ซึ่งผู้วิจัยดำเนินการสอนเองโดยใช้ แบบฝึกทักษะวิชาคณิตศาสตร์พื้นฐานที่ผ่านการหาประสิทธิภาพเรียบร้อยแล้ว จำนวน 6 ชุด และให้ นักเรียนปฏิบัติกิจกรรมฝึกทักษะทุกครั้ง เริ่มจากแบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ชุดที่ 1 จนถึงชุดที่ 6 ตามลำดับ พร้อมกับทดสอบย่อยก่อนเรียนและหลังเรียนด้วยแบบทดสอบคู่ขนานกัน ตรวจแบบฝึกทักษะและ แบบทดสอบย่อย บันทึกคะแนนของนักเรียนแต่ละคนไว้ทำการวิเคราะห์ข้อมูล 4. เมื่อสอนจบสาระการเรียนรู้วิชาคณิตศาสตร์พื้นฐาน เรื่อง สถิติ(1) และปฏิบัติกิจกรรมในแบบ ฝึกทักษะวิชาคณิตศาสตร์พื้นฐานครบทั้ง 6 ชุดแล้ว ให้นักเรียนทำแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน หลังเรียน (Posttest) ซึ่งเป็นฉบับเดียวกันกับก่อนเรียนพร้อมตรวจและบันทึกคะแนนไว้ทำการวิเคราะห์ ข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูล การศึกษาค้นคว้าในครั้งนี้ ผู้วิจัยได้ดำเนินการวิเคราะห์ข้อมูล ดังนี้ 1. ศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์โดยการหาคะแนนเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และร้อยละ 2. วิเคราะห์ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียน โดยนำข้อมูลจากคะแนนสอบวัดผล ฤทธิ์ทางการเรียนก่อนและหลังเรียนมาเปรียบเทียบคำนวณหาค่าความแตกต่างของคะแนน วิเคราะห์โดย การทดสอบทีแบบไม่อิสระ (t – test for Dependent Sample) 3. วิเคราะห์ผลการทำแบบฝึกทักษะและแบบทดสอบ เพื่อหาประสิทธิภาพของกระบวนการ (E1) จากคะแนนปฏิบัติกิจกรรมฝึกทักษะรวมกับคะแนนทดสอบหลังเรียนในแบบฝึกทักษะแต่ละชุด หาประสิทธิ ของผลลัพธ์ (E2) จากคะแนนการทำแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน โดยคำนวณหาค่าเฉลี่ย ค่าร้อย ละ แล้วนำมาวิเคราะห์ประสิทธิภาพของแบบฝึกทักษะ ตามเกณฑ์ที่ตั้งไว้ 75/75 โดยใช้สูตร E1 /E2 (เผชิญ กิจระการ, 2544: 49)


41 4. วิเคราะห์หาดัชนีประสิทธิผลของแบบประสิทธิของแบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ โดยใช้วิธีของกูด แมน เฟรทเชอร์และสไนเดอร์ (เผชิญ กิจระการ,ม.ป.ป.: 1-3; อ้างอิงจาก Googman, Fretcher and Schnider. 1980 : 30-34) สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ในการวิเคราะห์ข้อมูล ผู้วิจัยเลือกใช้สถิติ ดังนี้ 1. สถิติที่ใช้หาคุณภาพของเครื่องมือ 1.1 การหาคุณภาพแผนการจัดการเรียนรู้และแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน 1.1.1 ตรวจสอบความถูกต้องเหมาะสมของแผนการจัดการเรียนรู้และความสอดคล้อง ของข้อสอบกับจุดประสงค์การเรียนรู้ของแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนโดยใช้ดัชนีความ สอดคล้องโดยคำนวณจากสูตร (เวชฤทธิ์ อังกนะภัทรขจร, 2555 : 160) ดังนี้ = ∑ เมื่อ IOC แทนดัชนีความสอดคล้อง ∑R แทนผลรวมคะแนนความสอดคล้องตามการพิจารณาของผู้เชี่ยวชาญ N แทนจำนวนผู้เชี่ยวชาญ 1.1.2 ค่าดัชนีประสิทธิผลของแบบฝึกทักทักษะคณิตศาสตร์ (The Effectiveness Idex: E.I. ก ู ด แ ม น เ ฟ ร ท เ ช อ ร ์ แ ล ะ ส ไ น เ ด อ ร ์ เ ผ ช ิ ญ ก ิ จ ร ะ ก า ร ,ม .ป .ป . : 1.3 ; อ ้ า ง อิ ง จาก Goodman, Fretcher and Schmider. 1980 : 30 - 34) ดัชนีประสิทธิผล= ผลรวมของคะแนนทดสอบหลังเรียน − ผลรวมของคะแนนทดสอบก่อนเรียน (จำนวนนักเรียน)(คะแนนต็ม) – ผลรวมของคะแนนทดสอบก่อนเรียน 1.2 วิเคราะห์หาประสิทธิภาพของแบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง สถิติ(1) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ตามเกณฑ์ 75/75 โดยใช้สูตร E1/E2 (เผชิญ กิจระการ, 2544: 49) 1 = ∑ × 100 2 = ∑ × 100 เมื่อ E1 แทน ประสิทธิภาพของการฝึกปฏิบัติและ/หรือ ประกอบกิจกรรมการเรียน E2 แทน ประสิทธิภาพของการทำแบบทดสอบหลังหลัง เรียนและ/หรือการประกอบกิจกรรมหลังเรียน


42 ∑ แทน คะแนนรวมของผู้เรียนจากการปฎิบัติและ/หรือ การประกอบกิจกรรมหลังเรียน ∑ แทน คะแนนรวมของผู้เรียนจากการทดสอบหลังเรียน และ/หรือการประกอบกิจกรรมหลังเรียน N แทน จำนวนผู้เรียน A แทน คะแนนเต็มของแบบฝึกทักษะ B แทน คะแนนเต็มของแบบทดสอบหลังเรียน 2. สถิติพื้นฐาน 2.1 ค่าเฉลี่ยเลขคณิต (Arithmetic mean) โดยคำนวณจากสูตร (ชูศรี วงศ์รัตนะ, 2549:105- 106) ̅ = ∑ เมื่อ ̅แทน ค่าเฉลี่ยของคะแนน ∑ แทน ผลรวมของคะแนนทั้งหมด N แทน จำนวนนักเรียนในกลุ่มตัวอย่าง 2.2 ความเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard deviation หรือS.D.) โดยใช้สูตร (ชูศรี วงศ์รัตนะ ,2549:106) สูตร S.D. = √ ∑ 2−(∑ ) 2 (−1) เมื่อ S.D. แทน ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน X แทน คะแนนแต่ละตัวในกลุ่มตัวอย่าง N -1 แทน จำนวนตัวแปรอิสระ N แทน ขนาดของกลุ่มตัวอย่าง (∑x)2 แทน ผลรวมของคะแนนทั้งหมดยกกำลังสอง ∑x2 แทน ผลรวมของคะแนนแต่ละตัวยกกำลังสอง


43 3. สถิติที่ใช้ในการทดสอบสมมติฐาน 3.1 เปรียบเทียบคะแนนจากแบบวัดความสามารถในการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ของนักเรียน ก่อนและหลังได้รับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้วิธีการแบบเปิดกับ โดยใช้สูตร t-test for Dependent Sample (ล้วน สายยศและอังคณา สายยศ, 2543: 104) ดังนี้ t = ∑ D n i=1 √n ∑ n D2 i=1 − (∑ D n i=1 ) 2 n−1 ; df = N-1 เมื่อ t แทน ค่าพิจารณาใน t-Distribution D แทน ความแตกต่างระหว่างคะแนนการทดสอบหลังและก่อนได้รับการจัดการเรียนรู้ ∑D แทน ผลรวมของผลต่างของคะแนนการทดสอบหลังและก่อนได้รับการจัดการเรียนรู้แต่ละคู่ ∑D 2 แทน ผลรวมของผลต่างของคะแนนการทดสอบหลังและก่อนได้รับการจัดการเรียนรู้แต่ละคู่ยก กำลังสอง n แทน จำนวนนักเรียนในกลุ่มตัวอย่าง 3.2 เปรียบเทียบคะแนนจากแบบวัดความสามารถในการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์หลังได้รับ การจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้วิธีการแบบเปิดกับเกณฑ์ร้อยละ 75 โดยใช้สูตร t-test for one sample (ล้วน สายยศและอังคณา สายยศ, 2543:240) ดังนี้ t = X̅− μ0 s √n ; df = n-1 เมื่อ t แทน ค่าที่พิจารณาใน t-Distribution X̅ แทน ค่าเฉลี่ยของคะแนนสอบ μ0 แทน ค่าเฉลี่ยที่ใช้เป็นเกณฑ์ S แทน ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของคะแนนสอบ n แทน จำนวนนักเรียน


บทที่ 4 ผลการวิเคราะห์ข้อมูล ผลการจัดการเรียนรู้โดยใช้แบบฝึกทักษะ วิชาคณิตศาสตร์พื้นฐาน เรื่อง สถิติ(1) ของนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 1 ผู้วิจัยได้นำเสนอผลการวิเคราะห์ตามวัตถุประสงค์ของการวิจัย ดังนี้ ตอนที่ 1 ผลการจัดการเรียนรู้โดยใช้แบบฝึกทักษะ วิชาคณิตศาสตร์พื้นฐาน เรื่อง สถิติ(1) ของนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 1 ตามเกณฑ์ 75/75 ตารางที่2 หาประสิทธิภาพของการจัดการเรียนรู้โดยใช้แบบฝึกทักษะ วิชาคณิตศาสตร์พื้นฐาน เรื่อง สถิติ (1) ที่ส่งผลต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ตามเกณฑ์ 75/75เลขที่ คะแนนสอบก่อนเรียน (30 คะแนน) แบบฝึกทักษะ 4.1 (6 คะแนน ) แบบฝึกทักษะ 4.2 (6 คะแนน ) แบบฝึกทักษะ 4.3 (15 คะแนน ) แบบฝึกทักษะ 4.4 (23 คะแนน ) แบบฝึกทักษะ 4.5 (43 คะแนน ) แบบฝึกทักษะ 4.6 (7 คะแนน ) รวมคะแนนแบบฝึ กทักษะ (100 คะแนน ) คะแนนสอบหลังเรียน (30 คะแนน ) 1 18 5 6 15 21 38 7 92 29 2 15 6 6 15 19 42 7 95 26 3 16 5 6 15 21 40 7 94 29 4 18 6 5 13 13 34 7 78 24 5 19 5 6 15 18 41 7 92 29 6 6 6 4 14 16 39 7 86 28 7 17 6 5 15 19 41 7 93 29 8 11 6 6 15 20 38 6 91 24 9 15 5 6 15 19 39 7 91 26 10 15 5 6 15 21 39 7 93 28 11 15 5 6 15 18 41 6 91 28 12 11 6 6 15 20 40 7 94 25 13 15 4 6 15 21 39 7 92 24 14 14 6 6 15 21 39 7 94 24 15 17 5 6 15 21 41 7 95 26


44 ตารางที่ 2 หาประสิทธิภาพของการจัดการเรียนรู้โดยใช้แบบฝึกทักษะวิชาคณิตศาสตร์พื้นฐาน เรื่อง สถิติ (1) ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ตามเกณฑ์ 75/75 (ต่อ)เลขที่ คะแนนสอบก่อนเรียน (30 คะแนน) แบบฝึกทักษะ 4.1 (6 คะแนน ) แบบฝึกทักษะ 4.2 (6 คะแนน ) แบบฝึกทักษะ 4.3 (15 คะแนน ) แบบฝึกทักษะ 4.4 (21 คะแนน ) แบบฝึกทักษะ 4.5 (42 คะแนน ) แบบฝึกทักษะ 4.6 (7 คะแนน ) รวมคะแนนแบบฝึกทักษะ (100 คะแนน ) คะแนนสอบหลังเรียน (30 คะแนน ) 16 18 5 6 15 21 39 7 93 28 17 10 5 6 15 21 42 7 96 25 18 15 5 6 15 19 42 7 94 24 19 11 6 6 15 21 42 7 97 29 20 11 6 6 15 21 41 7 96 25 21 19 5 6 15 21 40 6 93 24 22 11 6 6 15 21 42 7 97 25 23 14 5 6 15 18 41 7 92 24 24 18 6 6 15 19 10 7 63 28 25 18 6 6 15 21 6 7 61 24 26 12 5 6 15 20 41 6 93 27 27 18 5 6 15 20 41 7 94 26 28 12 5 6 15 21 41 7 95 18 29 19 5 6 15 20 39 6 91 24 30 10 6 6 15 21 42 6 96 28 31 11 5 6 15 17 39 7 89 24 32 10 5 6 15 20 41 6 93 24 33 11 6 6 15 21 42 7 97 24 34 15 6 6 15 21 42 6 96 24 35 19 5 6 15 21 42 7 96 25 36 18 6 5 13 13 34 7 78 24 37 10 5 6 15 21 42 7 96 25 38 18 6 6 15 19 10 7 63 28


45 ตารางที่ 2 หาประสิทธิภาพของการจัดการเรียนรู้โดยใช้แบบฝึกทักษะวิชาคณิตศาสตร์พื้นฐาน เรื่อง สถิติ(1) ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ตามเกณฑ์ 75/75 (ต่อ) ̅ 14.47 90.26 25.68 S.D. 3.48 2.30 ร้อยละ 48.23 90.26 85.60 ประสิทธิภาพกระบวนการ (E1 ) = 90.26 ประสิทธิภาพผลลัพธ์ (E2 ) = 85.60 จากตารางที่ 2 ผลการวิเคราะห์ข้อมูล พบว่า นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ได้คะแนนเฉลี่ยจาก การทำแบบฝึกทักษะเท่ากับ ร้อยละ 90.26 และทำคะแนนเฉลี่ยจากการทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เท่ากับ 85.60 พบว่า การจัดการเรียนรู้โดยใช้แบบฝึกทักษะ วิชาคณิตศาสตร์พื้นฐาน เรื่อง สถิติ(1) ที่ส่งผล ต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 มีประสิทธิภาพเท่ากับ 90.26/85.60 แสดงว่า การจัดการเรียนรู้โดยใช้แบบฝึกทักษะ วิชาคณิตศาสตร์พื้นฐาน เรื่อง สถิติ(1) ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปี ที่ 1 ที่ผู้ศึกษาพัฒนาขึ้นมีประสิทธิภาพสูงกว่าเกณฑ์ 75/75 ที่ตั้งไว้ ตอนที่ 2 ผลการศึกษาและเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของการจัดการเรียนรู้โดยใช้แบบฝึกทักษะ วิชาคณิตศาสตร์พื้นฐาน เรื่อง สถิติ(1) ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ระหว่างหลังเรียนกับก่อนเรียน ตารางที่ 3 คะแนนที่ได้ ร้อยละ คะแนนเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ของคะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการ เรียนวิชาคณิตศาสตร์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ที่ใช้การจัดการเรียนรู้โดยใช้แบบฝึกทักษะ วิชา คณิตศาสตร์พื้นฐาน เรื่อง สถิติ(1) เลขที่ ก่อนเรียน หลังเรียน คะแนน ร้อยละ คะแนน ร้อยละ 1 18 60.00 29 96.67 2 15 50.00 26 86.67 3 16 53.33 29 96.67 4 18 60.00 24 80.00 5 19 63.33 29 96.67 6 6 20.00 28 93.33 7 17 56.67 29 96.67


46 ตารางที่ 3 คะแนนที่ได้ ร้อยละ คะแนนเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ของคะแนนผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ที่ใช้การจัดการเรียนรู้โดยใช้แบบฝึก ทักษะ วิชาคณิตศาสตร์พื้นฐาน เรื่อง สถิติ(1) (ต่อ) เลขที่ ก่อนเรียน หลังเรียน คะแนน ร้อยละ คะแนน 8 11 36.67 24 80.00 9 15 50.00 26 86.67 10 15 50.00 28 93.33 11 15 50.00 28 93.33 12 11 36.67 25 83.33 13 15 50.00 24 80.00 14 14 46.67 24 80.00 15 17 56.67 26 86.67 16 18 60.00 28 93.33 17 10 33.33 25 83.33 18 15 50.00 24 80.00 19 11 36.67 29 96.67 20 11 36.67 25 83.33 21 19 63.33 24 80.00 22 11 36.67 25 83.33 23 14 46.67 24 80.00 24 18 60.00 28 93.33 25 18 60.00 24 80.00 26 12 40.00 27 90.00 27 18 60.00 26 86.67 28 12 40.00 18 60.00 29 19 63.33 24 80.00 30 10 33.33 28 93.33 31 11 36.67 24 80.00 32 10 33.33 24 80.00 33 11 36.67 24 80.00


47 ตารางที่ 3 คะแนนที่ได้ ร้อยละ คะแนนเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ของคะแนนผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ที่ใช้การจัดการเรียนรู้โดยใช้แบบฝึก ทักษะ วิชาคณิตศาสตร์พื้นฐาน เรื่อง สถิติ(1) ที่ส่งผลต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน (ต่อ) 34 15 50.00 24 80.00 35 19 63.33 25 83.33 36 18 60.00 24 80.00 37 10 33.33 25 83.33 38 18 60.00 28 93.33 X 14.47 48.24 25.68 85.61 S.D. 3.48 2.30 จากตารางที่ 3 พบว่า คะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษา ปีที่ 1 ที่ใช้การจัดการเรียนรู้โดยใช้แบบฝึกทักษะ วิชาคณิตศาสตร์พื้นฐาน เรื่อง สถิติ(1) มีคะแนนเฉลี่ยก่อน เรียน เท่ากับ 14.47 คิดเป็นร้อยละ 48.24 และคะแนนเฉลี่ยหลังเรียนเท่ากับ 25.68 คิดเป็นร้อยละ 85.61 ตารางที่ 4 การศึกษาและเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของการจัดการเรียนรู้โดยใช้แบบฝึกทักษะ วิชาคณิตศาสตร์พื้นฐาน เรื่อง สถิติ(1) ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ระหว่างหลังเรียนกับก่อนเรียน การทดสอบ คะแนนเฉลี่ย S.D. ร้อยละ t ก่อนเรียน 14.47 3.48 48.24 17.85** หลังเรียน 25.68 2.30 85.61 **มีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 จากตารางที่ 4 พบว่า ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระหว่างก่อนเรียนและหลังเรียนจากคะแนนเต็ม 30 คะแนน นักเรียนมีคะแนนเฉลี่ยก่อนเรียนเท่ากับ 14.47 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 48.24 คะแนนเฉลี่ยหลัง เรียนเท่ากับ 25.68 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 85.61 เมื่อนำมาเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียน สูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01


48 ตอนที่ 3 ผลการหาดัชนีประสิทธิผลของการจัดการเรียนรู้โดยใช้แบบฝึกทักษะ วิชาคณิตศาสตร์พื้นฐาน เรื่อง สถิติ(1) ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ตารางที่ 5 การหาดัชนีประสิทธิผลของการจัดการเรียนรู้โดยใช้แบบฝึกทักษะ วิชาคณิตศาสตร์พื้นฐาน เรื่อง สถิติ(1) ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 จำนวนนักเรียน (N) คะแนนเต็ม คะแนนรวม E.I ก่อนเรียน หลังเรียน 38 30 550 976 0.722 จากตารางที่ 5 ผลการวิเคราะห์ข้อมูล พบว่า การจัดการเรียนรู้โดยใช้แบบฝึกทักษะ วิชาคณิตศาสตร์พื้นฐาน เรื่อง สถิติ(1) ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 มีค่าดัชนีประสิทธิผลในการเรียนรู้ เท่ากับ 0.722 ซึ่งหมายความว่า การจัดการเรียนรู้โดยใช้แบบฝึกทักษะ วิชาคณิตศาสตร์พื้นฐาน เรื่อง สถิติ (1) ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ทำให้นักเรียนมีความรู้เพิ่มขึ้น เท่ากับ 0.722 คิดเป็นร้อยละ 72.2


บทที่ 5 สรุปผล อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ ผลการจัดการเรียนรู้โดยใช้แบบฝึกทักษะ วิชาคณิตศาสตร์พื้นฐาน เรื่อง สถิติ(1) ของนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 1 ผู้วิจัยได้นำเสนอวัตถุประสงค์ของการวิจัย สมมติฐานการวิจัย สรุปผลการวิจัย การ อภิปรายผลและข้อเสนอแนะ ดังรายละเอียดต่อไปนี้ วัตถุประสงค์ของการวิจัย 1. เพื่อศึกษาประสิทธิภาพของแบบฝึกทักษะวิชาคณิตศาสตร์พื้นฐาน เรื่อง สถิติ(1) ของนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 75/75 2. เพื่อศึกษาและเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของการจัดการเรียนรู้โดยใช้แบบฝึกทักษะ วิชาคณิตศาสตร์พื้นฐาน เรื่อง สถิติ(1) ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ระหว่างหลังเรียนกับก่อนเรียน 3. เพื่อหาดัชนีประสิทธิผลของการจัดการเรียนรู้โดยใช้แบบฝึกทักษะวิชาคณิตศาสตร์พื้นฐาน เรื่อง สถิติ(1) ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 สมมติฐานการวิจัย 1. แบบฝึกทักษะวิชาคณิตศาสตร์พื้นฐาน เรื่อง สถิติ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 มี ประสิทธิภาพของกระบวนการและผลลัพธ์ไม่น้อยกว่า 75/75 2. นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ที่เรียนด้วยการจัดการเรียนรู้โดยใช้แบบฝึกทักษะวิชาคณิตศาสตร์ พื้นฐาน เรื่อง สถิติ(1) มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระหว่างหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน 3. แบบฝึกทักษะวิชาคณิตศาสตร์พื้นฐาน เรื่อง สถิติ(1) ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 มี ประสิทธิผลไม่น้อยกว่า 0.50 สรุปผลการวิจัย 1. นักเรียนที่เรียนด้วยการจัดการเรียนรู้โดยใช้แบบฝึกทักษะ วิชาคณิตศาสตร์พื้นฐาน เรื่อง สถิติ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 มีประสิทธิภาพเท่ากับ 90.26/85.60 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ 75/75 ที่ตั้งไว้ 2. นักเรียนที่เรียนด้วยการจัดการเรียนรู้โดยใช้แบบฝึกทักษะ วิชาคณิตศาสตร์พื้นฐาน เรื่อง สถิติ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 มีคะแนนเฉลี่ยก่อนเรียนเท่ากับ 14.47 คิดเป็นร้อยละ 48.24 และ คะแนนเฉลี่ยหลังเรียนเท่ากับ 25.68 คิดเป็นร้อยละ 85.61 ซึ่งมีคะแนนเฉลี่ยของผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน 3. นักเรียนที่เรียนด้วยการจัดการเรียนรู้โดยใช้แบบฝึกทักษะ วิชาคณิตศาสตร์พื้นฐาน เรื่อง สถิติ (1) ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 มีค่าดัชนีประสิทธิผลในการเรียนรู้เท่ากับ 0.722 ทำให้นักเรียนมี ความรู้เพิ่มขึ้น คิดเป็นร้อยละ 72.2


50 อภิปรายผล ผลการจัดการเรียนรู้โดยใช้แบบฝึกทักษะ วิชาคณิตศาสตร์พื้นฐาน เรื่อง สถิติ(1) ของนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 1 มีประเด็นน่าสนใจที่จะนำมาอภิปรายผล ดังนี้ 1. นักเรียนที่เรียนด้วยการจัดการเรียนรู้โดยใช้แบบฝึกทักษะ วิชาคณิตศาสตร์พื้นฐาน เรื่อง สถิติ (1) ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 พบว่า มีคะแนนเฉลี่ยจากการทำแบบฝึกทักษะ ร้อยละ 90.26 และ ทำคะแนนเฉลี่ยจากการทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เท่ากับ 85.60 มีประสิทธิภาพเท่ากับ 90.26/85.60 แสดงว่าการจัดการเรียนรู้โดยใช้แบบฝึกทักษะ วิชาคณิตศาสตร์พื้นฐาน เรื่อง สถิติ(1) ของ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ที่ผู้ศึกษาพัฒนาขึ้นมีประสิทธิภาพสูงกว่าเกณฑ์ 75/75 ที่ตั้งไว้ อาจ เนื่องมาจาก แบบฝึกทักษะนี้ได้มีการสร้างจากกระบวนการที่ชัดเจน ผ่านการตรวจสอบจากผู้เชี่ยวชาญ มี การทดลองใช้แล้วนำมาปรับปรุงก่อนใช้จริง ทำให้นักเรียนได้ศึกษาด้วยตนเอง ได้เรียนรูได้ตามศักยภาพ ของตน และแบบฝึกหัดมีความดึงดูด ท้าทายให้นักเรียนอยากลงมือทำ เพื่อหาคำตอบด้วยตนเองเนื่องจากมี ความแปลกใหม่และเกี่ยวข้องกับการแก้ปัญหาในชีวิตจริง ทำให้นักเรียนเกิดความคล่องแคล่ว ชำนาญใน เนื้อหานั้น ๆ ช่วยให้เกิดทักษะเพิ่มมากขึ้น สอดคล้องกับงานวิจัยของ สุพรรณ สิงหนุวัฒน์ (2557) ผลการ ใช้แบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง ทศนิยม โดยการ ใช้เทคนิคการเรียนรู้แบบร่วมมือ STAD สำหรับ นักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนกนกศิลป์พิทยาคม สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 32 พบว่าแบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่องทศนิยมโดยการใช้เทคนิคการเรียนรู้ แบบร่วมมือ STAD สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 มีประสิทธิภาพเท่ากับ 83.42/86.22 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่ได้ตั้งไว้ นักเรียนที่เรียนด้วยแบบฝึกทักษะมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทาง สถิติที่ระดับ.05 2. นักเรียนที่เรียนด้วยการจัดการเรียนรู้โดยใช้แบบฝึกทักษะ วิชาคณิตศาสตร์พื้นฐาน เรื่อง สถิติ (1) ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 พบว่า มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระหว่างก่อนเรียนและหลังเรียนจาก คะแนนเต็ม 30 คะแนน นักเรียนมีคะแนนเฉลี่ยก่อนเรียนเท่ากับ 14.47 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 48.23 คะแนนเฉลี่ยหลังเรียนเท่ากับ 25.68 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 85.60 เมื่อนำมาเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 อาจเนื่องมาจาก การเรียนการ สอนโดยใช้แบบฝึกทักษะความรูพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ มุ่งเน้นให้นักเรียน ได้ศึกษาหาความรู้ด้วยตนเอง นักเรียนได้แสดงความคิดเห็นและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันและกันกับเพื่อน ทำให้นักเรียนมีความ สนใจในการเรียนมากยิ่งขึ้น สอดคล้องกับงานวิจัยของ สุภวัฒน์ นามเจริญ (2553) ได้ศึกษาการพัฒนาแบบ ฝึกเสริมทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง เศษส่วน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ผลการวิจัยพบว่า 1) แบบฝึกเสริมทักษะ คณิตศาสตร์ เรื่อง เศษส่วน ชั้นประถมศึกษาปี ที่ 5 ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นมีประสิทธิภาพ เท่ากับ 84.39/85.59 2) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนด้วยแบบฝึกเสริมทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง เศษส่วน ชั้นประถมศึกษาปี ที่ 5 หลังเรียนสูงกว่าคะแนนก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01


51 3. นักเรียนที่เรียนด้วยการจัดการเรียนรู้โดยใช้แบบฝึกทักษะ วิชาคณิตศาสตร์พื้นฐาน เรื่อง สถิติ (1) ที่ส่งผลต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 มีค่าดัชนีประสิทธิผลในการเรียนรู้ เท่ากับ 0.722 ซึ่งหมายความว่า การจัดการเรียนรู้โดยใช้แบบฝึกทักษะ วิชาคณิตศาสตร์พื้นฐาน เรื่อง สถิติ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ทำให้นักเรียนมีความรู้เพิ่มขึ้น เท่ากับ 0.722 คิดเป็นร้อยละ 72.2 อาจ เป็นเพราะแบบฝึกทักษะ มีความหลากหลายและเกี่ยวข้องกับชีวิตจริงซึ่งเร้าความสนใจของผู้เรียนได้ดี และ มีความสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ในแต่ละข้อของแผนการจัดการเรียนรู้ สอดคล้องกับงานวิจัย ของ สมหมาย อัครศรีชัยโรจน์ (2555 : 80 - 81) ได้ศึกษาการพัฒนาแบบฝึกเสริมทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง สมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ผลการวิจัยพบว่า 1) แบบฝึกเสริมทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง สมการเชิงเส้นตัวแปรเดียวสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ที่ผู้วิจัยได้สร้างขึ้นมีประสิทธิภาพเท่ากับ 77.21/76.09 แสดงว่าแบบฝึกเสริมทักษะที่สร้างขึ้นมีประสิทธิภาพตามเกณฑ์มาตรฐาน 75/75 ที่ตั้งไว้2) การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ เรื่องสมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปี ที่ 1 ที่ได้รับการเรียนโดยใช้แบบฝึกเสริมทักษะหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 3) ผลการวิเคราะห์ค่าดัชนีประสิทธิผลของแบบฝึกเสริมทักษะ คณิตศาสตร์ เรื่อง สมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปี ที่ 1 พบว่าดัชนีประสิทธิผล ของแบบฝึกเสริมทักษะมีค่าเท่ากับ 0.60 แสดงว่านักเรียนมีคะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนจากการเรียน ด้วยแบบฝึกเสริมทักษะเพิ่มขึ้นจากคะแนนแบบทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน ข้อเสนอแนะ 1. ข้อเสนอแนะในการนำไปใช้ประโยชน์ 1.1 ก่อนจัดกิจกรรมการเรียนการสอนโดยใช้แบบฝึกทักษะความรู้พื้นฐานทางคณิตศาสตร์ ควร มีการแนะนำให้ผู้เรียนเข้าใจวิธีการเรียนโดยใช้แบบฝึกทักษะก่อน เพราะถ้าผู้เรียนเกิดความสับสนหรือไม่ เข้าใจ อาจส่งผลไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ได้ 1.2 ครูผู้สอนควรทบทวนเนื้อหาให้กับนักเรียนที่บกพร่องหรือไม่เข้าใจในเนื้อหานั้น ๆ และควร มีการกล่าวชมเชย ให้รางวัล หรือเสริมแรงให้แก่นักเรียนที่ตั้งใจ 2. ข้อเสนอแนะในการทำวิจัยครั้งต่อไป 2.1 ควรมีการศึกษาการใช้แบบฝึกทักษะความรูพื้นฐานทางคณิตศาสตร์กับตัวแปรอื่น ๆ นอกเหนือ จากผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เช่น ความมีวินัยในตนเอง ความรับผิดชอบ ความคงทนในการเรียนรูความ เชื่อมั่นในตนเอง เป็นต้น 2.2 ควรใช้วิธีการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญด้วยวิธีการสอนรูปแบบต่าง ๆ โดยใช้แบบฝึกทักษะความรู้พื้นฐานทางคณิตศาสตร์เป็นส่วนประกอบในกิจกรรมการเรียนการสอน


เอกสารอ้างอิง กรมวิชาการ. (2546). การจัดสาระการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-6 ตาม หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2544. กรุงเทพฯ: องค์การรับสินค้าและพัสดุภัณฑ์. กระทรวงศึกษาธิการ. (2551). ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง กลุมสาระการเรียนรู้คณิตศาสต์ ตาม หลักสูตรแกนกลางการการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ชุมนุม สหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทยจํากัด. กระทรวงศึกษาธิการ. (2560). ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) ตามหลักสูตรแกนกลางการการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทยจํากัด. กิดานันท มลิทอง. (2548). เทคโนโลยีการศึกษาและนวัตกรรม. กรุงเทพ: อรุณการพิมพ์. กิตติยา ปลอดแก้ว. (2551). การพัฒนาบทเรียนบนเว็บตามแนวทฤษฎีการเรียนรู้ เพื่อสร้างสรรค์ด้วย ปัญญา เรื่อง การสร้างหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1. วิทยานิพนธ์ปริญญา ครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีการศึกษา. บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กุศยา แสงเดช. (2545). แบบฝึกคู่มือพัฒนาสื่อการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญระดับ ประถมศึกษา. กรุงเทพฯ : บริษัทสำนักพิมพ์แม็ค จำกัด. คณิศร ศรีประไพ. (2555). การพัฒนาแบบฝึกทักษะการอ่านจับใจความภาษาไทยสำหรับนักเรียนชั้น ประถมศึกษาปีที่3 อำเภอเขาชะเมา จังหวัดระยอง. วิทยานิพนธ์ปริญญาการศึกษามหาบัณฑิต (สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน). มหาวิทยาลัยบูรพา. ชษาพิมพ์ สัมมา และ พันธุ์ธัช ศรีทิพันธุ์. (2560). การพัฒนาแบบฝึกเสริมทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง ทศนิยม และเศษส่วน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่1 ที่ได้รับการจัดการเรียนรู้ตามรูปแบบ การสอนแบบร่วมมือ กัน เรียนรู้ด้วยเทคนิค STAD. วารสารสถาบันวิจัยญาณสังวร, 10(1), 37-53. ชุลีพร แจ่มถนอม. (2542). การสร้างแบบทดสอบที่ใช้ในการฝึกการคิดคำนวณเคมี เรื่อง สมบัติของก๊าซ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4. สารนิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต, สาขาวิชาวัดผลการศึกษา, บัณฑิต วิทยาลัย, มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ. ชูศรี วงศ์รัตนะ. (2550). เทคนิคการใช้สถิติเพื่อการวิจัย. พิมพ์ครั้งที่ 10. นนทบุรี : ไทยเนรมิต กิจอินเตอร์ โปรเกรสซิฟ. ไชยยศ เรืองสุวรรณ. (2533). เทคโนโลยีการศึกษา: ทฤษฎีและการวิจัย. กรุงเทพฯ :โอเดียนสโตร์. ถวัลย์ มาศจรัสและคณะ. (2550). นวัตกรรมการศึกษา ชุด แบบฝึกหัด-แบบฝึกเสริมทักษะ กรุงเทพมหานคร: เซ็นจูรี่. นงลักษณ์ ฉายาและคณะ. (2555). การพัฒนาแบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์เรื่องสมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1. รายงานการวิจัย.บุรีรัมย์ : มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์.


53 นิตยา กิจโร. (2553). การศึกษาผลการฝึกทักษะการตั้งคำถามของนักเรียนในการสอนวิชา วิทยาศาสตร์ ที่มี ต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์และความคิด สร้างสรรค์ทางวิทยาศาสตร์ของ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1. ปริญญานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต, สาขาวิชาการมัธยมศึกษา, บัณฑิตวิทยาลัย, มหาวิทยาลัย ศรีนครินทรวิโรฒ. บุญชม ศรีสะอาด. (2545). การวิจัยเบื้องต้น. พิมพ์ครั้งที่ 7. กรุงเทพฯ: สุวีริยาสาสน. บุญชม ศรีสะอาด และคณะ. (2546). วิธีการทางสถิติสำหรับการวิจัย. กาฬสินธุ์ : ประสานการพิมพ์. . (2552). พื้นฐานการวิจัยการศึกษา. พิมพ์ครั้งที่: 5. กาฬสินธุ์ : ประสานการพิมพ์. บุญช่วย ศิริเกษ. (2550). พฤติกรรมองค์การในการบริหารการศึกษา. คณะครุศาสตร์ สถาบันราชภัฏเลย. บุญนำ เกษี. (2556). รายงานผลการใช้แบบฝึกทักษะ เรื่องระบบสมการเชิงเส้น. ระดับมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนพานทองสภาชนูปถัมภ์ อำเภอพานทอง จังหวัดชลบุรี. ปาริชาติ สุพรรณกลาง. (2550). การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ เรื่องการ อินทิเกรตของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ที่เรียนโดยใช้แบบฝึกเรียน เป็นรายบุคคลและเป็น กลุ่มย่อย. งานนิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต, สาขาวิชา หลักสูตรและการสอน, คณะศึกษาศาสตร์, มหาวิทยาลัยบูรพา. ประภาพร ถิ่นอ่อง. (2553). การพัฒนาแบบฝึกทักษะวิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง การแยก ตัวประกอบของ พหุนามดีกรีสอง สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3. วิทยานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต, สาขาวิจัยและประเมินผลการศึกษา (วิจัยและพัฒนา การศึกษา), บัณฑิตวิทยาลัย, มหาวิทยาลัยนเรศวร. ปราณี จิณฤทธิ์. (2552). ผลการใช้แบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ที่มีต่อผลสัมฤทธิ์และเจตคติ ทางการเรียน คณิตศาสตร์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียน เคหะประชาสามัคคี จังหวัด นครราชสีมา. วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต, สาขาวิชาศึกษาศาสตร์, บัณฑิตวิทยาลัย, มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช. เผชิญ กิจระการ และสมนึก ภัททิยธนี. (2545). “ดัชนีประสิทธิผล (Effectiveness Index: E.I.,”วารสาร การ วัดผลการศึกษา มหาวิทยาลัยมหาสารคาม. พัชระ งามชัด. (2549). การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ เรื่องบทประยุกต์ ความพึงพอใจต่อการเรียนวิชาคณิตศาสตร์และความสามารถในการคิดวิเคราะห์ของนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ระหว่างการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้เทคนิค STAD กับการจัด กิจกรรมการเรียนรู้ตามคู่มือครู. วิทยานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต: มหาวิทยาลัยมหาสารคาม. พวงรัตน์ ทวีรัตน์. (2543). การสร้างและพัฒนาแบบทดสอบผลสัมฤทธิ์ สำนักทดสอบทางการศึกษาและ จิตวิทยา. กรุงเทพมหานคร: มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒประสานมิตร.


54 ไพบูลย์ มูลดี. (2546). การพัฒนาแผนการเรียนรู้และแบบฝึกทักษะการเขียนสะกดคำที่ไม่ตรงตาม มาตราตัวสะกด กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2. วิทยานิพนธ์การศึกษา มหาบัณฑิต, สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน, บัณฑิตวิทยาลัย, มหาวิทยาลัยมหาสารคาม. ไพโรจน์ คะเชนทร์. (2556). การวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน. ค้นหาเมื่อ 20 ธันวาคม 2563 จาก www.waltoongpel.com/Sarawichakarn/wichakarn/1-10/การวัดผลสัมฤทธิ์ทางการ เรียน 10.pdf ยุพิน พิพิธกุล. 2545. “แผนการจัดการเรียนรู้”, วารสารคณิตศาสตร์46 (สิงหาคม – ตุลาคม 2545), 4 - 17. เยาวดี วิบูลย์ศรี. (2548). การวัดผลและการสร้างแบบทดสอบผลสัมฤทธิ์. พิมพ์ครั้งที่ 4.กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. เยาวรัตน์ คีรีรัตน์ (2561) ผลการใช้แบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง การบวก การลบ การคูณ และการ หารทศนิยม ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6. โรงเรียนบ้านตลาดนัดคลองขุด อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี. โรงเรียนสตรีราชินูทิศ.(2563). รายงานผลคะแนนสอบO-NET ปีการศึกษา 2560, 2561 และ 2562. อุดรธานี: โรงเรียนสตรีราชินูทิศ. ล้วน สายยศ และอังคณา สายยศ. (2543). เทคนิคการวิจัยทางการศึกษา. พิมพ์ครั้งที่ 5. กรุงเทพฯ: สุวีริยาสาส์น. วราภรณ์ มีหนัก. (2553). ประสบการณ์ครูคณิตสาธิตเกษตร: รวมบทความเกี่ยวกับประสบการณ์จริงใน ก า ร เ ร ี ย น ก า ร ส อ น ค ณ ิ ต ศ า ส ต ร ์ ร ะ ด ั บ ม ั ธ ย ม ศ ึ ก ษ า . (น .77-84). ก ร ุ ง เ ท พ ฯ : มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ คณะศึกษาศาสตร์ โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการศึกษา. เวชฤทธิ์อังกนะภัทรขจร. (2555). ครบเครื่องเรื่องควรรู้ สำหรับครูคณิตศาสตร์ หลักสูตรการสอน. และการวิจัย. กรุงเทพฯ : จรัญสนิทวงศ์การพิมพ์. วิมลรัตน์ สุนทรโรจน์. (2549). นวัตกรรมเพื่อการเรียนรู้. ภาควิชาหลักสูตรและการสอน คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม. วิมลรัตน์ ศรีสุข. (2553). การพัฒนากระบวนการเรียนการสอนโดยการบูรณาการรูปแบบการสร้าง มโนทัศน์กับรูปแบบการแปลงเพื่อเสริมสร้างความรู้ ทางคณิตศาสตร์ และความสามารถ ทางการคิดอุปนัยของนักเรียนมัธยมศึกษา, วารสารวิชาการ, 13(2), 74-75 วีระ ไทยพานิช. (2551). 57 วิธีสอน. กรุงเทพฯ : คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. 2552. ตัวชี้วัดและ สาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ตาม หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์ชุมนุม สหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จำกัด.


55 สํานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา. (2560). ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลางกลุ่มสาระการ เรียนรู้คณิตศาสตร์(ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน 2551. กรุงเทพฯ : กระทรวงศึกษาธิการ. สมชาย วรกิจเกษมสกุล. (2559). คู่มือเชิงปฏิบัติการการวิจัยในชั้นเรียน. อุดรธานี : อักษรศิลป์. สมนึก ภัททิยธนี. (2551). เทคนิคการสอนและรูปแบบการเขียนข้อสอบแบบเลือกตอบ วิชา คณิตศาสตร์ เบื้องต้น. พิมพ์ครั้งที่ 3. กาฬสินธุ์ : ประสานการพิมพ์. มหาวิทยาลัยมหาสารคาม. สมพร ตอยยีบี. (2554). การพัฒนาแบบฝึกทักษะการเขียนเชิงสร้างสรรค์สำหรับนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนเซนต์เทเรซา หนองจอก กรุงเทพฯ. ปริญญานิพนธ์ การศึกษา มหาบัณฑิต, สาขาวิชาการมัธยมศึกษา, บัณฑิตวิทยาลัย, มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ. สมหมาย อัครศรีชัยโรจน์. (2555). การพัฒนาแบบฝึกเสริมทักษะคณิตศาสตร์ เรื่องสมการเชิงเส้น ตัวแปรเดียว ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1. วิทยานิพนธ์ ครุศาสตรมหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยราชภัฏ อุบลราชธานี. สุภวัฒน์ นามเจริญ. (2553). การพัฒนาแบบฝึกเสริมทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง เศษส่วน ชั้นประถมศึกษา ปีที่ 5. วิทยานิพนธ์ ครุศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี. สุนันทา สุนทรประเสริฐ. (2544). การผลิตนวัตกรรมการเรียนการสอนการสร้างแบบฝึก. ชัยนาท: ชมรมพัฒนาความรู้ด้านระเบียบกฎหมาย. สำลี รักสุทธี (ม.ป.ป.). คู่มือการจัดทำสื่อนวัตกรรมและแผนฯ ประกอบสื่อนวัตกรรม. นนทบุรี: เพิ่ม 59-64 ; มกราคม-กุมภาพันธ์, 2546. ศิรประภา พาหลง. (2550). การพัฒนาแผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้แบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับจำนวนจริง ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2. วิทยานิพนธ์ ครุศาสตรมหาบัณฑิต, สาขาวิชาคณิตศาสตร์, บัณฑิตวิทยาลัย, มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม. อุษณีย์ เสือจันทร์. (2553). การพัฒนาแบบฝึกทักษะแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ เรื่อง วิธี เรียงสับเปลี่ยน และวิธีจัดหมู่ กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5. วิทยานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต, สาขาวิจัยและประเมินผลการศึกษา (วิจัยและพัฒนา การศึกษา), บัณฑิตวิทยาลัย, มหาวิทยาลัยนเรศวร. อำนวย เลื่อมใส. (2546). การสร้างหนังสือและแบบฝึกทักษะประกอบการเรียนภาษาไทย เรื่อง ผาน้ำอ้อย แบบมุ่งประสบการณ์ภาษา ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4. วิทยานิพนธ์ การศึกษามหาบัณฑิต, สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน, บัณฑิตวิทยาลัย, มหาวิทยาลัย มหาสารคาม. Bloom, Benjamin S. (1976). Human Characteristics and School Learning. New York: McGraw-Hill.p.219– 224.


56 Goodman, Yetta M. and others. (1983). Reading Miscue Inventory : Alternative Procedures. New York : Richard C. Owen Publishers, Inc. McLaughlin, D. (1992).The Catholic school: Paradoxes and challenges. Strathfield: N.S.W.St Paul. Siemens, D.W. (1986). The Effects of Homework Emphasis on the Time Spent Doing Homework and the Achievement of the Plane Geometry Student. Dissertation Abstracts International. Vol.10 No.3: 2954 - A.


57 ภาคผนวก


58 ภาคผนวก ก รายชื่อผู้เชี่ยวชาญในการตรวจคุณภาพเครื่องมือ


59 รายชื่อผู้เชี่ยวชาญ 1. นางเรียม จันทะลุน ตำแหน่งครูชำนาญการพิเศษ สอนที่โรงเรียนสตรีราชินูทิศ จังหวัดอุดรธานี 2. นางพรทิพย์ หล้าจางวาง ตำแหน่งครูชำนาญการพิเศษ สอนที่โรงเรียนสตรีราชินูทิศ จังหวัดอุดรธานี 3. นางพิสมัย พูลศิริ ตำแหน่งครูชำนาญการพิเศษ สอนที่โรงเรียนสตรีราชินูทิศ จังหวัดอุดรธานี


60 ภาคผนวก ข เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยและเก็บรวบรวมข้อมูล


61 แบบฝึกทักษะ เรื่อง สถิติ (1)


62 ตัวอย่างแผนการจัดการเรียนการสอน เรื่อง สถิติ (1) สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่1


63 แผนการจัดการเรียนรู้ที่23 กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ วิชาคณิตศาสตร์พื้นฐาน2 ค21102 หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 สถิติ(1) เวลา 14 ชั่วโมง เรื่อง การนำเสนอข้อมูลและแปลความหมายข้อมูลด้วยแผนภูมิรูปภาพ จำนวน 2 ชั่วโมง ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ภาคเรียนที่ 2 โรงเรียนสตรีราชินูทิศ ครูผู้สอน นางสาวอักษราภัค แข็งฤทธิ์ 1. มาตรฐานการเรียนรู้ / ตัวชี้วัด มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ค 3.1 เข้าใจกระบวนการทางสถิติ และใช้ความรู้ทางสถิติในการแก้ปัญหา ตัวชี้วัด ค 3.1 ม.1/1 เข้าใจและใช้ความรู้ทางสถิติในการนำเสนอข้อมูล และแปลความหมายข้อมูล รวมทั้งนำข้อมูลสถิติไปใช้ในชีวิตจริงโดยใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม 2. สาระสำคัญ การนำเสนอข้อมูลด้วยแผนภูมิรูปภาพ เป็นการนำเสนอข้อมูลที่ใช้จำนวนของรูปภาพ แทนปริมาณทั้งหมดของข้อมูลที่ต้องการนำเสนอ ซึ่งต้องกำหนดให้ชัดเจนว่ารูปภาพ 1 รูป แทนจำนวนเท่าไร กรณีที่ข้อมูลที่เหลือไม่สามารถแทนด้วยรูปภาพเต็มรูปได้ จะต้องแทนด้วยรูปภาพ ที่สอดคล้องกับข้อมูลที่เหลือโดยให้อยู่รูปเศษส่วน เช่น ครึ่งรูป เศษหนึ่งส่วนสี่ของรูป เป็นต้น ข้อดีคือ มีความสวยงาม น่าดึงดูดใจ อ่านข้อมูลได้ง่าย ข้อเสีย คือ ถ้าข้อมูลแต่ละรายการมีค่ามาก จะใช้รูปภาพแทนจำนวนข้อมูลได้ยาก 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ เมื่อเรียนจบบทเรียนนี้แล้ว นักเรียนสามารถ 1. ด้านความรู้ (K) อธิบายความหมายข้อมูลจากแผนภูมิรูปภาพที่กำหนดให้ได้ 2. ด้านทักษะ/กระบวนการ (P) สร้างแผนภูมิรูปภาพเพื่อนำเสนอข้อมูลได้ 3. ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์(A) 3.1 สามารถสร้างเหตุผลเพื่อสนับสนุนแนวคิดของตนเองหรือโต้แย้งแนวคิดของผู้อื่น อย่างสมเหตุสมผล


64 3.2 มีความมุมานะในการทำความเข้าใจปัญหาและแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ 4. สาระการเรียนรู้ การนำเสนอข้อมูลด้วยแผนภูมิรูปภาพ 5. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 1. ความสามารถในการสื่อสาร 2. ความสามารถในการคิด - การจำแนก การให้เหตุผล การสรุปความรู้ การจัดระบบความคิดเป็นแผนภาพ 6. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1. ใฝ่เรียนรู้ 2. มุ่งมั่นในการทำงาน 7. กิจกรรมการเรียนรู้ ขั้นที่ 1 ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน 1. ครูแจ้งจุดประสงค์การเรียนรู้ให้นักเรียนทราบ 2. ครูใช้คำถามต่อไปนี้สอบถามนักเรียน เพื่อกระตุ้นความคิดของนักเรียน 1) นักเรียนคิดว่าข้อมูลที่ได้มาจากการเก็บรวบรวมข้อมูลด้วยวิธีการต่างๆ เช่น การสัมภาษณ์ การสอบถาม เป็นต้น ข้อมูลที่ได้มามักจะไม่เป็นระเบียบใช่หรือไม่ (แนวทางคำตอบ : ใช่) 2) นักเรียนคิดว่าข้อมูลที่ได้จากการเก็บรวมรวมข้อมูลที่ไม่เป็นระเบียบส่งผลต่อ การนำข้อมูลดังกล่าวไปใช้งานต่อหรือไม่ (แนวทางคำตอบ : ส่งผล เช่น ทำให้พิจารณาข้อเท็จจริงและ ข้อเปรียบเทียบต่างๆ ที่ต้องการทราบได้ไม่ชัดเจน เป็นต้น) 3) นักเรียนทราบหรือไม่ว่าในทางสถิติมีวิธีการนำเสนอข้อมูลด้วยวิธีการต่างๆ วิธีการ ดังกล่าวมีอะไรบ้าง และในทางสถิตินักเรียนทราบหรือไม่ว่าความหมายของ “การนำเสนอข้อมูล” หมายถึงอะไร (แนวทางคำตอบ : ครูให้นักเรียนในชั้นเรียนร่วมกันอภิปราย โดยยังไม่เฉลยคำตอบ)


65 ขั้นที่ 2 ขั้นสอน 1. ครูอธิบายเกี่ยวกับการนำเสนอข้อมูลแก่นักเรียนว่า “การนำเสนอข้อมูล” หมายถึง การนำเสนอผลการจัดระเบียบข้อมูล เพื่อให้ผู้รับข้อมูลสามารถพิจารณารายละเอียดที่ต้องการทราบ ได้โดยง่าย ถูกต้อง และรวดเร็ว โดยการนำเสนอข้อมูลมีวิธีการหลายวิธี เช่น การนำเสนอข้อมูลด้วย แผนภูมิรูปภาพ การนำเสนอข้อมูลด้วยแผนภูมิแท่ง การนำเสนอข้อมูลด้วยกราฟเส้น และ การนำเสนอข้อมูลด้วยแผนภูมิรูปวงกลม เป็นต้น ซึ่งแต่ละวิธีมีวิธีการนำเสนอและวิธีการแปล ความหมายของข้อมูลแตกต่างกัน โดยคาบเรียนเราจะเรียนการนำเสนอข้อมูลด้วยแผนภูมิรูปภาพ 2. ครูให้นักเรียนดูภาพตู้เก็บภาชนะของครูฝน จากนั้นให้นักเรียนสังเกตดูว่าในตู้มีภาชนะ กี่ชนิด ชนิดละเท่าไรบ้าง โดยมีครูเขียนสรุปจำแนกข้อมูลตามที่นักเรียนบอกดังนี้ 3. ครูถามคำถามนักเรียนว่า ภาชนะใดมีจำนวนมากที่สุด จำนวนเท่าใด (แนวทางคำตอบ : แก้ว จำนวน 5 ใบ) จากนั้นครูนำเสนอวิธีที่ทำให้เราอ่านข้อมูลได้ง่าย มีความสวยงาม น่าดึงดูดใจ นำเสนอข้อมูลด้วยแผนภูมิรูปภาพ ครูอธิบายถึงนำเสนอข้อมูลด้วยแผนภูมิรูปภาพ ดังนี้แผนภูมิ รูปภาพ (Pictogram) เป็นการนำเสนอข้อมูลโดยใช้รูปภาพหรือสัญลักษณ์แบบเดียวกันแทนจำนวน หรือปริมาณของข้อมูลที่ต้องการนำเสนอ ซึ่งจะต้องมีการกกำหนดในแผนภูมิว่ารูปภาพหรือสัญลักษณ์ หนึ่งรูปนั้นแทนจำนวนปรือปริมาณของข้อมูลเท่าใด 4. ครูนำข้อมูล “จำนวนภาชนะของครูฝน” มาเขียนเป็นแผนภูมิรูปภาพพร้อมอธิบาย การเขียนแผนภูมิรูปภาพ จำนวนภาชนะ ถ้วย 2 ใบ จาน 3 ใบ แก้ว 5 ใบ ชาม 3 ใบ


66 5. ครูให้ความรู้เพิ่มเติมแก่นักเรียนว่า รูปภาพ 1 รูปไม่ได้แทนจำนวนของ 1 ชิ้นเท่านั้น ถ้าสิ่งของมีจำนวนมากเราอาจให้รูปภาพ 1 ภาพแทนจำนวนสิ่งของ 5, 10, 100 หรือ มากกว่านี้ก็ได้ ถ้าข้อมูลแต่ละรายการมีค่ามากเกินไป จะใช้รูปภาพแทนจำนวนข้อมูลได้ยาก และบางครั้ง การนำเสนอข้อมูลด้วยแผนภูมิรูปภาพจะมีข้อมูลส่วนที่เหลือบางส่วนซึ่งไม่สามารถแทนด้วยรูปภาพ เต็มรูปได้ ผู้นำเสนอข้อมูลจะต้องพิจารณาใช้รูปภาพซึ่งไม่เต็มรูปในรูปเศษส่วนให้สอดคล้องกับข้อมูล ที่เหลือ เช่น 6. จากแผนภูมิรูปภาพ“จำนวนภาชนะของครูฝน” ให้นักเรียนตอบคำถามต่อไปนี้ 1) ภาชนะใดมีจำนวนน้อยที่สุด(แนวทางคำตอบ : ถ้วย) 2) ภาชนะใดมีจำนวนมากที่สุด(แนวทางคำตอบ : แก้ว) 3) จำนวนชามมีมากกว่าจำนวนถ้วยเท่าไร(แนวทางคำตอบ : 150) 4) จำนวนแก้วมีมากกว่าจำนวนจานเท่าไร(แนวทางคำตอบ : 75) ขั้นที่ 3 ขั้นสรุปและฝึกทักษะ 1. หลังจากที่นักเรียนได้เรียนรู้และได้เห็นตัวอย่างไปแล้วเพื่อความเข้าใจที่ตรงกัน นักเรียนและครูร่วมกันสรุปความรู้ที่เรียนไป โดยครูใช้การถาม – ตอบ เพื่อแนะแนวทางนักเรียนจนได้ เป็นข้อสรุป ดังนี้ การนำเสนอข้อมูลด้วยแผนภูมิรูปภาพ เป็นการนำเสนอข้อมูลที่ใช้จำนวนของ รูปภาพ แทนปริมาณทั้งหมดของข้อมูลที่ต้องการนำเสนอ ซึ่งต้องกำหนดให้ชัดเจนว่ารูปภาพ 1 รูป แทนจำนวนเท่าไร กรณีที่ข้อมูลที่เหลือไม่สามารถแทนด้วยรูปภาพเต็มรูปได้ จะต้อง แทนด้วยรูปภาพที่สอดคล้องกับข้อมูลที่เหลือโดยให้อยู่รูปเศษส่วน เช่น ครึ่งรูป เศษหนึ่งส่วน สี่ของรูป เป็นต้น ข้อดี คือ มีความสวยงาม น่าดึงดูดใจ อ่านข้อมูลได้ง่าย ข้อเสีย คือ ถ้าข้อมูลแต่ละรายการมีค่ามาก จะใช้รูปภาพแทนจำนวนข้อมูลได้ยาก จำนวนภาชนะ ถ้วย 200 ใบ จาน 425 ใบ แก้ว 500 ใบ ชาม 350 ใบ


67 2. เสริมความเข้าใจในเรื่องการนำเสนอข้อมูลด้วยแผนภูมิรูปภาพ กิจกรรม “หยิบยืม” โดยแบ่งนักเรียนเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 5 คน จากนั้นครูนำเสนอข้อมูลจำนวนหนังสือที่นักเรียนยืมจาก ห้องสมุดของโรงเรียนพิบูลย์รักษ์พิทยาตั้งแต่วันจันทร์ถึงวันศุกร์ดังนี้ จากนั้นให้นักเรียนแต่ละกลุ่มสร้างแผนภูมิรูปภาพ พร้อมตอบคำถามต่อไปนี้ 1) วันใดที่มีนักเรียนมายืมหนังสือมากที่สุด (แนวทางคำตอบ : วันอังคาร) 2) วันใดที่มีนักเรียนมายืมหนังสือน้อยที่สุด (แนวทางคำตอบ : วันพุธ) 3) วันพุธมีนักเรียนมายืมหนังสือน้อยกว่าวันศุกร์กี่เล่ม (แนวทางคำตอบ : 20 เล่ม) 4) วันอังคารมีนักเรียนยืมหนังสือมากกว่าวันจันทร์กี่เล่ม (แนวทางคำตอบ : 25 เล่ม ) 5) มีนักเรียนยืมหนังสือทั้งหมดกี่เล่ม (แนวทางคำตอบ : 145 เล่ม) ขั้นที่ 4 ขั้นการวัดและประเมินผล ชั่วโมงเรียนที่ 2 ครูมอบหมายให้นักเรียนทำแบบฝึกทักษะที่ 4.3 เรื่อง การนำเสนอข้อมูลด้วยแผนภูมิ รูปภาพ หน้า 11 ของแบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง สถิติ(1) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 เป็นส่งภายใน คาบเรียน พร้อมเฉลยคำตอบพร้อมกับนักเรียน 8. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ 1. สื่อการเรียนรู้ 1.1 หนังสือเรียนคณิตศาสตร์พื้นฐาน สสวท. ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 เล่ม 2 1.2 แบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง สถิติ(1) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 (แบบฝึกทักษะที่ 4.3 เรื่อง การนำเสนอข้อมูลด้วยแผนภูมิรูปภาพ) จำนวนหนังสือที่นักเรียนยืมจากห้องสมุด ของโรงเรียนพิบูลย์รักษ์พิทยาตั้งแต่วัน จันทร์ถึงวันศุกร์ วันจันทร์ มีนักเรียนยืมหนังสือ 25 เล่ม วันอังคาร มีนักเรียนยืมหนังสือ 50 เล่ม วันพุธมี นักเรียนยืมหนังสือ 15 เล่ม วันพฤหัสบดี มีนักเรียนยืมหนังสือ 20 เล่ม วันศุกร์ มีนักเรียนยืมหนังสือ 35 เล่ม


68 2. แหล่งการเรียนรู้ 2.1 ห้องสมุดโรงเรียนสตรีราชินูทิศ 2.2 ห้องปฏิบัติการคณิตศาสตร์ 2.3 https://proj14.ipst.ac.th/m1/m1-math-book1/ 2.4 สืบค้นจากอินเทอร์เน็ต www.google.co.th ค้นหาด้วยคำว่า แผนภูมิรูปภาพ 9. การวัดและประเมินผล จุดประสงค์การเรียนรู้ เครื่องมือ เกณฑ์การประเมิน 1. อธิบายความหมายข้อมูลจาก แผนภูมิรูปภาพที่กำหนดให้ได้(K) การตอบคำถาม ผ่านเกณฑ์ระดับดีขึ้นไป 2. สร้างแผนภูมิรูปภาพเพื่อนำเสนอ ข้อมูลได้(P) แบบฝึกทักษะที่ 4.3 เรื่อง การนำเสนอ ข้อมูลด้วยแผนภูมิ รูปภาพ ผ่านเกณฑ์ระดับดีขึ้นไป 3.1 สามารถสร้างเหตุผลเพื่อสนับสนุน แนวคิดของตนเองหรือโต้แย้งแนวคิด ของผู้อื่นอย่างสมเหตุสมผล (A) 3.2 มีความมุมานะในการทำความ เข้าใจปัญหาและแก้ปัญหาทาง คณิตศาสตร์(A) แบบสังเกตพฤติกรรม การเรียนรู้ของนักเรียน ด้านคุณลักษณะอันพึง ประสงค์ ผ่านเกณฑ์ระดับดีขึ้นไป


69 เกณฑ์การวัดและประเมินผลการตรวจความถูกต้อง (K) คะแนน/ความหมาย ความสามารถที่ปรากฏ ยอดเยี่ยม นักเรียนทำได้ถูกต้อง 90% ขึ้นไป ดีมาก นักเรียนทำได้ถูกต้อง 80% - 89% ดี นักเรียนทำได้ถูกต้อง 70% - 79% พอใช้ นักเรียนทำได้ถูกต้อง 60% - 69% ควรปรับปรุง นักเรียนทำได้ถูกต้อง ต่ำกว่า 60% หมายเหตุ นักเรียนผ่านเกณฑ์คุณภาพระดับดีขึ้นไป เกณฑ์การวัดและประเมินผลด้านทักษะและการปฏิบัติ (P) คะแนน/ความหมาย ความสามารถที่ปรากฏ 3 คะแนน : ดีมาก นักเรียนสามารถสร้างแผนภูมิรูปภาพเพื่อนำเสนอข้อมูลได้ถูกต้อง ทั้งหมด 2 คะแนน : ดี นักเรียนสามารถสร้างแผนภูมิรูปภาพเพื่อนำเสนอข้อมูลได้ถูกต้อง เป็นบางส่วน 1 คะแนน : พอใช้ นักเรียนสามารถสร้างแผนภูมิรูปภาพเพื่อนำเสนอข้อมูลได้เป็นส่วน น้อย หมายเหตุ นักเรียนผ่านเกณฑ์คุณภาพระดับดีขึ้นไป


70 เกณฑ์การให้คะแนนแบบสังเกตพฤติกรรม (A) พฤติกรรมที่ แสดงออก/ คะแนน มีความมุมานะในการทำความเข้าใจปัญหาและแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ 3 : ดีมาก - ตั้งใจทำงาน/กิจกรรมที่ได้รับมอบหมายอย่างเต็มที่จนเสร็จสมบูรณ์ - หากไม่เข้าใจหรือสงสัย กล้าที่จะถามทั้งครูและเพื่อน - ไม่ย่อท้อในการทำกิจกรรม/ใบงานแม้จะไม่เข้าใจ 2 : ดี - ตั้งใจทำงาน/กิจกรรมที่ได้รับมอบหมายอย่างเต็มที่ - หากไม่เข้าใจหรือสงสัย กล้าที่จะถามครูหรือเพื่อนบ้าง - ไม่ย่อท้อในการทำกิจกรรม/ใบงานแม้จะไม่เข้าใจ 1 : พอใช้ - ไม่ตั้งใจทำงาน/กิจกรรมที่ได้รับมอบหมาย - หากไม่เข้าใจหรือสงสัย ก็ไม่ถามทั้งครูหรือเพื่อน - ไม่ร่วมทำกิจกรรม/ใบงานเลยในขณะที่ยังไม่เข้าใจ


71 11. บันทึกผลหลังการจัดการเรียนรู้ บันทึกผลหลังการสอน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ม.1/6 วันที่............................................................... 1. ผลการจัดการเรียนรู้ ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… 2. ปัญหาและอุปสรรค ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… 3. แนวทางการแก้ไขปัญหา ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ ............................................................... ( นางสาวอักษราภัค แข็งฤทธิ์) นักศึกษาปฏิบัติการสอนในสถานศึกษา วันที่............/............/…………..


72 บันทึกผลหลังการสอน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ม.1/9 วันที่............................................................... 1. ผลการจัดการเรียนรู้ ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… 2. ปัญหาและอุปสรรค ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… 3. แนวทางการแก้ไขปัญหา ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ ............................................................... ( นางสาวอักษราภัค แข็งฤทธิ์) นักศึกษาปฏิบัติการสอนในสถานศึกษา วันที่............/............/…………..


73 บันทึกผลหลังการสอน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ม.1/11 วันที่............................................................... 1. ผลการจัดการเรียนรู้ ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… 2. ปัญหาและอุปสรรค ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… 3. แนวทางการแก้ไขปัญหา ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ ............................................................... ( นางสาวอักษราภัค แข็งฤทธิ์) นักศึกษาปฏิบัติการสอนในสถานศึกษา วันที่............/............/…………..


74 บันทึกผลหลังการสอน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ม.1/12 วันที่............................................................... 1. ผลการจัดการเรียนรู้ ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… 2. ปัญหาและอุปสรรค ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… 3. แนวทางการแก้ไขปัญหา ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ ............................................................... ( นางสาวอักษราภัค แข็งฤทธิ์) นักศึกษาปฏิบัติการสอนในสถานศึกษา วันที่............/............/…………..


75 บันทึกความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะของครูพี่เลี้ยง ได้ทำการตรวจแผนการจัดการเรียนรู้ แล้วมีความคิดเห็นดังนี้ 1. เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรับปรุง 2. เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ สามารถนำไปใช้จัดกิจกรรมการเรียนรู้ได้ ควรปรับปรุงก่อนนำไปใช้ 3. ข้อเสนอแนะอื่นๆ ................................................................................................................. ............................................... ............................................................................................................................. ................................... ................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................. ................................... ........................................................................................................................................... ..................... ................................................................................................................................................................ ลงชื่อ............................................................ ( นางเรียม จันทะลุน ) ครูพี่เลี้ยง


76 ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะของหัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ได้ทำการตรวจแผนการจัดการเรียนรู้ แล้วมีความคิดเห็นดังนี้ 1. เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรับปรุง 2. เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ สามารถนำไปใช้จัดกิจกรรมการเรียนรู้ได้ ควรปรับปรุงก่อนนำไปใช้ 3. ข้อเสนอแนะอื่นๆ ................................................................................................................................................................ .......................................................................................................................................... ...................... ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................. ............................................... ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ลงชื่อ............................................................ ( นายสุเทพ ตะไก่แก้ว ) หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์


77 ความคิดเห็นของรองผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการ ได้ทำการตรวจแผนการจัดการเรียนรู้ แล้วมีความคิดเห็นดังนี้ 1. เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรับปรุง 2. เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ สามารถนำไปใช้จัดกิจกรรมการเรียนรู้ได้ ควรปรับปรุงก่อนนำไปใช้ 3. ข้อเสนอแนะอื่นๆ ............................................................................................................................. ................................... ................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................. ................................... ............................................................................................................................................................. ... ................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................. ................................... ลงชื่อ............................................................ (นายสุรเชษฐ์ ภาคำ) รองผู้อำนวยการกลุ่มบริหารวิชากา


78 แบบฝึ กทักษะที่ 4.3 เรื่อง การน าเสนอข้อมูล ด ้ วยแผนภมูิรปูภาพ 1. จงใช้ข้อมูลต่อไปนี้เขียนแผนภมูิรปูภาพ จ านวนกางเกงยีนส์ที่ขายได้ของร้านขายกางเกงยีนส์แห่งหนึ่ง ในช่วงระหว่างวันที่ 1 มีนาคม 2560 ถึงวันที่ 5 มีนาคม 2560 วันที่ 1 มีนาคม 2560 จ านวนกางเกงยีนส์ที่ขายได้18 ตัว วันที่ 2 มีนาคม 2560 จ านวนกางเกงยีนส์ที่ขายได้36 ตัว วันที่ 3 มีนาคม 2560 จ านวนกางเกงยีนส์ที่ขายได้12 ตัว วันที่ 4 มีนาคม 2560 จ านวนกางเกงยีนส์ที่ขายได้21 ตัว วันที่ 5 มีนาคม 2560 จ านวนกางเกงยีนส์ที่ขายได้30 ตัว ขอยากกว่านี้ได้ปะ พี่จุ๊กกรู๊ง่ายเกิ๊น


79 แผนภูมิรูปภาพแสดงปริมาณสับปะรดที่ส่งออกไปขายต่างประเทศ จากข้อมลูตามแผนภมูิรปูภาพ จงตอบคา ถามต่อไปนี้ 1. แผนภมูินี้ชื่อ .................................................................................................................... 2. ปี พ.ศ. ................... ส่งออกสับปะรดไปขายต่างประเทศมากที่สุด จ านวน..................... ตัน 3. ปี พ.ศ. ................... ส่งออกสับปะรดไปขายต่างประเทศน้อยที่สุด จ านวน.................... ตัน 4. ปี พ.ศ.2561 ปริมาณสับปะรดส่งออกไปขายต่างประเทศ จ านวน........................ ตัน 5. ปี พ.ศ.2560 และ พ.ศ.2562 มีปริมาณสบั ปะรดส่งออกไปขายต่างประเทศต่างกนั จ านวน........................ตัน 6. จากแผนภมูิรปูภาพ นักเรียนคิดว่าแนวโน้มในปีต่อๆมา จะมีปริมาณสับปะรด ส่งออกไปขายต่างประเทศ เพิ่มขึ้นหรือลดลง.................................................................................. 2. ให้นักเรียนพิจารณาแผนภมูิต่อไปนี้ 3. พ.ศ.2 3 พ.ศ.2 2 พ.ศ.2 1 พ.ศ.2 พ.ศ.2 = 200,000 ตัน


80 แผนภมูิรปูภาพแสดงจา นวนกางเกงยีนสท์ ี่ขายได้ของร้านขายกางเกงยีนสแ์ห่งหนึ่ง ในช่วงระหว่างวันที่ 1 มีนาคม 2560 ถึงวันที่ 5 มีนาคม 2560 จ านวนกางเกงยีนส์ที่ขายได้ของร้านขายกางเกงยีนส์แห่งหนึ่ง ในช่วงระหว่างวันที่ 1 มีนาคม 2560 ถึงวันที่ 5 มีนาคม 2560 วันที่ 1 มีนาคม 2560 จ านวนกางเกงยีนส์ที่ขายได้18 ตัว วันที่ 2 มีนาคม 2560 จ านวนกางเกงยีนส์ที่ขายได้36 ตัว วันที่ 3 มีนาคม 2560 จ านวนกางเกงยีนส์ที่ขายได้12 ตัว วันที่ 4 มีนาคม 2560 จ านวนกางเกงยีนส์ที่ขายได้21 ตัว วันที่ 5 มีนาคม 2560 จ านวนกางเกงยีนส์ที่ขายได้30 ตัว


81 แผนภูมิรูปภาพแสดงปริมาณสับปะรดที่ส่งออกไปขายต่างประเทศ จากข้อมลูตามแผนภมูิรปูภาพ จงตอบคา ถามต่อไปนี้ 1. แผนภมูินี้ชื่อ แผนภมูิรปูภาพแสดงปริมาณสบั ปะรดที่ส่งออกไปขายต่างประเทศ 2. ปี พ.ศ. 2563 ส่งออกสับปะรดไปขายต่างประเทศมากที่สุด จ านวน 1,500,000 ตัน 3. ปี พ.ศ. 2559 ส่งออกสับปะรดไปขายต่างประเทศน้อยที่สุด จ านวน 700,000 ตัน 4. ปี พ.ศ.2561 ปริมาณสบั ปะรดส่งออกไปขายต่างประเทศ จ านวน 900,000 ตัน 5. ปี พ.ศ.2560 และ พ.ศ.2562 มีปริมาณสบั ปะรดส่งออกไปขายต่างประเทศต่างกนั จ านวน. 200,000 ..ตัน 6. จากแผนภมูิรปูภาพ นักเรียนคิดว่าแนวโน้มในปีต่อๆมา จะมีปริมาณสับปะรด ส่งออกไปขายต่างประเทศ เพิ่มขึ้นหรือลดลง เพิ่มขึ้น พ.ศ.2 3 พ.ศ.2 2 พ.ศ.2 1 พ.ศ.2 พ.ศ.2 = 200,000 ตัน


82 แผนการจัดการเรียนรู้ที่25 กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ วิชาคณิตศาสตร์พื้นฐาน2 ค21102 หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 สถิติ(1) เวลา 14 ชั่วโมง เรื่อง การนำเสนอข้อมูลและแปลความหมายข้อมูลด้วยแผนภูมิรูปวงกลม 1 จำนวน 2 ชั่วโมง ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ภาคเรียนที่ 2 โรงเรียนสตรีราชินูทิศ ครูผู้สอน นางสาวอักษราภัค แข็งฤทธิ์ 1. มาตรฐานการเรียนรู้ / ตัวชี้วัด มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ค 3.1 เข้าใจกระบวนการทางสถิติ และใช้ความรู้ทางสถิติในการแก้ปัญหา ตัวชี้วัด ค 3.1 ม.1/1 เข้าใจและใช้ความรู้ทางสถิติในการนำเสนอข้อมูล และแปลความหมายข้อมูล รวมทั้งนำข้อมูลสถิติไปใช้ในชีวิตจริงโดยใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม 2. สาระสำคัญ การนำเสนอข้อมูลด้วยแผนภูมิรูปวงกลมเป็นการนำเสนอข้อมูลทั้งหมดลงในพื้นที่วงกลม หนึ่งวง โดยแบ่งพื้นที่ในวงกลมออกเป็น 100 ส่วนที่เท่าๆ กัน แล้วมาคำนวณว่าจำนวนข้อมูลในแต่ละ รายการคิดเป็นเท่าไรใน 100 ส่วนนั้น 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ เมื่อเรียนจบบทเรียนนี้แล้ว นักเรียนสามารถ 1. ด้านความรู้ (K) แปลความหมายข้อมูลจากแผนภูมิรูปวงกลมที่กำหนดให้ได้ 2. ด้านทักษะ/กระบวนการ (P) นำข้อมูลมาเขียนนำเสนอเป็นแผนภูมิรูปวงกลมได้ 3. ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์(A) 3.1 สามารถสร้างเหตุผลเพื่อสนับสนุนแนวคิดของตนเองหรือโต้แย้งแนวคิดของผู้อื่น อย่างสมเหตุสมผล 3.2 มีความมุมานะในการทำความเข้าใจปัญหาและแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์


83 4. สาระการเรียนรู้ การนำเสนอข้อมูลด้วยแผนภูมิรูปวงกลม 5. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 1. ความสามารถในการสื่อสาร 2. ความสามารถในการคิด - การจำแนก การให้เหตุผล การสรุปความรู้ การจัดระบบความคิดเป็นแผนภาพ 6. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1. ใฝ่เรียนรู้ 2. มุ่งมั่นในการทำงาน 7. กิจกรรมการเรียนรู้ ขั้นที่ 1 ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน 1. ครูแจ้งจุดประสงค์การเรียนรู้ให้นักเรียนทราบ 2. ครูทบทวนความรู้แก่นักเรียนเรื่องเศษส่วนกับร้อยละ โดยยกตัวอย่างการเขียนเศษส่วน ให้เป็นร้อยละ พร้อมอธิบายตัวอย่างบนกระดานหน้าชั้นเรียน เช่น 5 1 = 5 20 1 20 = 100 20 = 20% หรือ ร้อยละ 20 25 24 = 25 4 24 4 = 100 96 = 96% หรือ ร้อยละ 96 เป็นต้น จากตัวอย่างข้างต้น ให้ครูสอบถามนักเรียนว่า “นักเรียนสรุปได้หรือไม่ว่าหลักการเปลี่ยน เศษส่วนให้เป็นเปอร์เซ็นต์หรือร้อยละมีขั้นตอนอย่างไร” (แนวทางคำตอบ : เศษส่วนที่มีตัวเศษและ ตัวส่วนเป็นจำนวนนับใดๆ สามารถเขียนเป็นเปอร์เซ็นต์หรือร้อยละได้ โดยการนำจำนวนนับมาคูณ ทั้งตัวเศษและตัวส่วนให้ตัวส่วนมีค่าเท่ากับ 100 และตัวเศษจะกลายเป็นเปอร์เซ็นต์หรือร้อยละ) 3. ครูสอบถามนักเรียนด้วยคำถามต่อไปนี้เพื่อกระตุ้นความคิดของนักเรียน 1) นักเรียนเคยเห็นการนำเสนอข้อมูลด้วยแผนภูมิรูปวงกลมในชีวิตประจำวันบ้าง หรือไม่ พร้อมทั้งให้ยกตัวอย่างแผนภูมิรูปวงกลมที่ตนเองพบเห็น (แนวทางคำตอบ : ครูเปิดโอกาสให้ นักเรียนได้แสดงความคิดเห็นและยกตัวอย่าง) 2) นักเรียนใช้หลักการใดในการแปลความหมายของข้อมูลจากแผนภูมิรูปวงกลม (แนวทางคำตอบ : ครูเปิดโอกาสให้นักเรียนร่วมกันอภิปราย โดยยังไม่เฉลยคำตอบ)


84 3) นักเรียนคิดว่าเราใช้หลักการใดในการนำข้อมูลทางสถิติมาสร้างแผนภูมิรูปวงกลม และเราคำนวณขนาดของมุมที่จุดศูนย์กลางของแต่ละชนิดของข้อมูลได้อย่างไร (แนวทางคำตอบ : ครู เปิดโอกาสให้นักเรียนร่วมกันอภิปราย โดยยังไม่เฉลยคำตอบ) ขั้นที่ 2 ขั้นสอน 1. ให้นักเรียนอ่าน “วิธีการนำเสนอข้อมูลด้วยแผนภูมิรูปวงกลม” ในหนังสือแบบเรียนหน้า 217 เมื่อเสร็จแล้ว ให้ครูสรุปสาระสำคัญให้แก่นักเรียนอีกครั้งดังนี้ “การนำเสนอข้อมูลด้วยแผนภูมิรูปวงกลมเป็นการนำเสนอข้อมูลทั้งหมดลงในพื้นที่ใน รูปวงกลมการแสดงปริมาณมากน้อยของข้อมูลต่างๆ จะกำหนดไว้ในแต่ละส่วนเป็นร้อยละหรือ เปอร์เซ็นต์และผลรวมของเปอร์เซ็นต์ทั้งหมดต้องเท่ากับ 100% เสมอ และมุมรอบจุดศูนย์กลางขนาด 360 องศา คิดเป็นพื้นที่ทั้งหมดในวงกลม” 2. ครูเขียนสูตรการคำนวณต่อไปนี้บนกระดาน ขนาดของมุมที่จุดศูนย์กลางของรายการย่อย = ร้อยละของพื้นที่ของรายการย่อย = 2. จากนั้นอธิบายวิธีการนำเสนอข้อมูลด้วยแผนภูมิรูปวงกลมตามขั้นตอน ในหนังสือ แบบเรียนหน้า 218 เมื่อเสร็จแล้วให้ครูแสดงวิธีการนำเสนอข้อมูล ให้นักเรียนดูบนกระดาน ขั้นที่ 3 ขั้นสรุปและฝึกทักษะ 1. ครูกล่าวสรุปการนำเสนอข้อมูลทุกๆ วิธี ได้แก่ การนำเสนอข้อมูลด้วยแผนภูมิรูปภาพ การนำเสนอข้อมูลด้วยแผนภูมิแท่ง การนำเสนอข้อมูลด้วยกราฟเส้น และการนำเสนอข้อมูลด้วย แผนภูมิรูปวงกลม พอสังเขป (แนวคิด : 1. การนำเสนอข้อมูลด้วยแผนภูมิรูปภาพ ใช้จำนวนรูภาพแทนปริมาณ ทั้งหมดของข้อมูลที่ต้องการนำเสนอ ซึ่งต้องกำหนดให้ชัดเจนว่ารูปภาพ 1 รูป แทนจำนวนเท่าใด 2. การนำเสนอข้อมูลด้วยแผนภูมิแท่ง ใช้รูสี่เหลี่ยมมุมฉาก โดยแต่ละรูปมีความ กว้างเท่ากัน และใช้ความสูงหรือความยาวแสดงปริมาณของข้อมูล จ านวนของข้อมูลรายการย่อย ผลรวมของข้อมูลทั้งหมด 360 องศา จ านวนของข้อมูลรายการย่อย ผลรวมของข้อมูลทั้งหมด 100


85 3. การนำเสนอข้อมูลด้วยกราฟเส้น ใช้แกนตั้งฉาก 2 แกน ให้แกนตั้งแทน ปริมาณของข้อมูล และแกนนอนแทนรายการที่จะนำเสนอโดยใช้จุดตัดที่อยู่ระหว่างแนวเส้นที่ลาก จากแกนตั้งและแกนนอนเป็นจุดแสดงตำแหน่งของข้อมูล 4. การนำเสนอข้อมูลด้วยแผนภูมิรูปวงกลม เป็นการนำเสนอข้อมูลทั้งหมดใน พื้นที่วงกลมหนึ่งวงโดยแบ่งพื้นที่ในวงกลมออกเป็น 100 ส่วนที่เท่าๆกัน แล้วคำนวณว่าจำนวนข้อมูล ในแต่ละรายการคิดเป็นเท่าไรในส่วน 100 ส่วน) 2. เสริมความเข้าใจในเรื่องวิธีการนำเสนอข้อมูลด้วยแผนภูมิรูปวงกลม โดยให้นักเรียนทำ “กิจกรรม เครื่องแกงส้มคุณแม่” หน้า 215 ของหนังสือเรียนคณิตศาสตร์พื้นฐาน สสวท. ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 เล่ม 2 โดยมีครูคอยตรวจสอบความถูกต้อง (กรณีนักเรียนไม่มีเครื่องมือวัดมุม ครูแจกเครื่องมือวัดมุมแบบครึ่งวงกลม) ขั้นที่ 4 ขั้นการวัดและประเมินผล ชั่วโมงเรียนที่ 2 ครูมอบหมายให้นักเรียนทำ แบบฝึกทักษะที่ 4.6 เรื่อง การนำเสนอข้อมูลด้วย แผนภูมิรูปวงกลม ข้อ 1 หน้า 19 ของแบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง สถิติ(1) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 จากนั้นครูและนักเรียนร่วมกันเฉลย 8. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ 1. สื่อการเรียนรู้ 1.1 หนังสือเรียนคณิตศาสตร์พื้นฐาน สสวท. ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 เล่ม 2 1.2 แบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง สถิติ(1) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 (แบบฝึกทักษะที่ 4.6 เรื่อง การนำเสนอข้อมูลด้วยแผนภูมิรูปวงกลม ข้อ 1) 2. แหล่งการเรียนรู้ 2.1 ห้องสมุดโรงเรียนสตรีราชินูทิศ 2.2 ห้องปฏิบัติการคณิตศาสตร์ 2.3 https://proj14.ipst.ac.th/m1/m1-math-book1/ 2.4 สืบค้นจากอินเทอร์เน็ต www.google.co.th ค้นหาด้วยคำว่า แผนภูมิรูปวงกลม


86 9. การวัดและประเมินผล จุดประสงค์การเรียนรู้ เครื่องมือ เกณฑ์การประเมิน 1. อธิบายความหมายข้อมูลจาก แผนภูมิวงกลมที่กำหนดให้ได้(K) การตอบคำถาม ผ่านเกณฑ์ระดับดีขึ้นไป 2. สร้างแผนภูมิวงกลมเพื่อนำเสนอ ข้อมูลได้(P) แบบฝึกทักษะที่ 4.6 เรื่อง การนำเสนอข้อมูล ด้วยแผนภูมิรูปวงกลม ข้อ 1 ผ่านเกณฑ์ระดับดีขึ้นไป 3.1 สามารถสร้างเหตุผลเพื่อสนับสนุน แนวคิดของตนเองหรือโต้แย้งแนวคิด ของผู้อื่นอย่างสมเหตุสมผล (A) 3.2 มีความมุมานะในการทำความ เข้าใจปัญหาและแก้ปัญหาทาง คณิตศาสตร์(A) แบบสังเกตพฤติกรรม การเรียนรู้ของนักเรียน ด้านคุณลักษณะอันพึง ประสงค์ ผ่านเกณฑ์ระดับดีขึ้นไป เกณฑ์การวัดและประเมินผลการตรวจความถูกต้อง (K) คะแนน/ความหมาย ความสามารถที่ปรากฏ ยอดเยี่ยม นักเรียนทำได้ถูกต้อง 90% ขึ้นไป ดีมาก นักเรียนทำได้ถูกต้อง 80% - 89% ดี นักเรียนทำได้ถูกต้อง 70% - 79% พอใช้ นักเรียนทำได้ถูกต้อง 60% - 69% ควรปรับปรุง นักเรียนทำได้ถูกต้อง ต่ำกว่า 60% หมายเหตุ นักเรียนผ่านเกณฑ์คุณภาพระดับดีขึ้นไป


87 เกณฑ์การวัดและประเมินผลด้านทักษะและการปฏิบัติ (P) คะแนน/ความหมาย ความสามารถที่ปรากฏ 3 คะแนน : ดีมาก นักเรียนสามารถสร้างแผนภูมิรวงกลมเพื่อนำเสนอข้อมูลได้ถูกต้อง ทั้งหมด 2 คะแนน : ดี นักเรียนสามารถสร้างแผนภูมิวงกลมเพื่อนำเสนอข้อมูลได้ถูกต้อง เป็นบางส่วน 1 คะแนน : พอใช้ นักเรียนสามารถสร้างแผนภูมิวงกลมเพื่อนำเสนอข้อมูลได้เป็นส่วน น้อย หมายเหตุ นักเรียนผ่านเกณฑ์คุณภาพระดับดีขึ้นไป เกณฑ์การให้คะแนนแบบสังเกตพฤติกรรม (A) พฤติกรรมที่ แสดงออก/ คะแนน มีความมุมานะในการทำความเข้าใจปัญหาและแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ 3 : ดีมาก - ตั้งใจทำงาน/กิจกรรมที่ได้รับมอบหมายอย่างเต็มที่จนเสร็จสมบูรณ์ - หากไม่เข้าใจหรือสงสัย กล้าที่จะถามทั้งครูและเพื่อน - ไม่ย่อท้อในการทำกิจกรรม/ใบงานแม้จะไม่เข้าใจ 2 : ดี - ตั้งใจทำงาน/กิจกรรมที่ได้รับมอบหมายอย่างเต็มที่ - หากไม่เข้าใจหรือสงสัย กล้าที่จะถามครูหรือเพื่อนบ้าง - ไม่ย่อท้อในการทำกิจกรรม/ใบงานแม้จะไม่เข้าใจ 1 : พอใช้ - ไม่ตั้งใจทำงาน/กิจกรรมที่ได้รับมอบหมาย - หากไม่เข้าใจหรือสงสัย ก็ไม่ถามทั้งครูหรือเพื่อน - ไม่ร่วมทำกิจกรรม/ใบงานเลยในขณะที่ยังไม่เข้าใจ


Click to View FlipBook Version