The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ชุดการเรียนรู้ด้วยตนเอง เรื่อง การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 สำหรับครูผู้สอน โรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาประจวบคีรีขันธ์ เขต 2 เล่มที่ 3

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by iii_air_iii, 2022-10-28 09:34:51

ชุดการเรียนรู้ด้วยตนเอง เรื่อง การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 เล่มที่ 3

ชุดการเรียนรู้ด้วยตนเอง เรื่อง การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 สำหรับครูผู้สอน โรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาประจวบคีรีขันธ์ เขต 2 เล่มที่ 3

Keywords: วัดและประเม,ิ

หน้า 1

คำชแ้ี จง

ชุดการเรยี นรดู้ ้วยตนเอง เร่ือง การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ ตามหลกั สตู รแกนกลาง
การศึกษาขัน้ พน้ื ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 สำหรับครผู ู้สอน โรงเรียนสังกดั สำนกั งานเขตพืน้ ท่ี
การศึกษาประถมศึกษาประจวบคีรขี นั ธ์ เขต 2 เปน็ เอกสารประกอบการฝึกอบรมดว้ ยตนเองของ
ครผู ู้สอน เพือ่ ให้เกิดความรคู้ วามเขา้ ใจเก่ียวกบั การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ ตามหลกั สตู ร
แกนกลางการศึกษาข้นั พนื้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551 โดยชุดฝกึ อบรมน้ี มเี น้ือหาท่เี ก่ียวขอ้ งและ
สัมพันธ์กนั แบง่ เปน็ 3 เล่ม คือ

เล่มท่ี 1 แนวปฏบิ ัตกิ ารวัดและประเมนิ ผลการเรียนรู้
เล่มท่ี 2 การสร้างและพฒั นาเครอ่ื งมือวัดและประเมนิ ผลการเรยี นรู้
เลม่ ที่ 3 การวัดและประเมินผลการเรยี นรู้ระดบั ช้ันเรียน
ผูฝ้ กึ อบรมควรศึกษา ทำความเขา้ ใจเนอ้ื หาในเอกสารใหล้ ะเอยี ด พร้อมท้ังฝกึ ปฏบิ ัตติ าม
คำแนะนำในการใชช้ ดุ ฝกึ อบรมดว้ ยตนเอง ดังนี้

ศึกษาภาพรวมเอกสาร/คำแนะนำ

ศึกษาวตั ถปุ ระสงค์ ขอบข่าย เน้ือหา สาระสำคัญ

ไมผ่ ่าน ศกึ ษารายละเอียด/ใบความรู้ ทำใบกจิ กรรม

สรุปองค์ความรู้ ทำแบบทดสอบ/แบบประเมนิ ผา่ น

ศกึ ษาเล่ม ตอ่ ไป

หน้า 2

คำแนะนำในการฝกึ อบรมด้วยตนเอง

ชดุ การเรียนรู้ด้วยตนเอง เร่ืองการวดั และประเมนิ ผลการเรียนรู้ ตามหลักสตู รแกนกลาง
การศกึ ษาขั้นพนื้ ฐาน พทุ ธศักราช 2551 สำหรับครผู ู้สอน โรงเรียนสงั กัดสำนักงานเขตพ้ืนที่
การศึกษาประถมศกึ ษาประจวบคีรีขันธ์ เขต 2 เพ่อื ให้เกิดความรคู้ วามเขา้ ใจเกี่ยวกบั การวดั และ
ประเมนิ ผลการเรียนรู้ ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขน้ั พื้นฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 ผ้ฝู ึกอบรม
ควรปฏิบตั ิ ดังนี้

1. การเตรียมตัวเพอ่ื ศึกษาชุดฝกึ อบรมดว้ ยตนเอง
1.1 กำหนดเวลาในการศกึ ษาชุดฝกึ อบรม
1.2 ศกึ ษาเอกสาร ใบความรู้ ใบกจิ กรรม ด้วยตนเองจะทำให้ผศู้ กึ ษามีความรู้

และเข้าใจเรว็ ขนึ้

2. การศกึ ษาชดุ ฝึกอบรมด้วยตนเอง
2.1 ศึกษารายละเอียดกจิ กรรมในแต่ละหน่วยการเรยี น
2.2 ทำใบกจิ กรรม แบบบันทึกกิจกรรม แบบทดสอบ และตรวจคำตอบด้วยตนเอง

จากแบบเฉลย
2.3 ให้ศึกษาชุดฝึกอบรมด้วยตนเองต่อเน่ืองจนจบเลม่
2.4 ชุดฝึกอบรมนี้ สามารถศึกษาดว้ ยตนเองได้ทกุ สถานท่ี ทกุ เวลา

3. การประเมนิ
3.1 กอ่ นการศึกษาชุดการเรยี นรูด้ ว้ ยตนเอง ผฝู้ กึ อบรมประเมินผลเพอื่ วัดความรู้

ความเขา้ ใจของตนเอง (ชุดการเรยี นรู้ด้วยตนเองเล่ม 1)
3.2 ระหว่างศกึ ษาชดุ การเรยี นรู้ด้วยตนเอง ผฝู้ กึ อบรมตอ้ งส่งใบกิจกรรม

แบบบันทึกกิจกรรมและผลงานทีเ่ กดิ จากการอบรม ตามท่ีกำหนดไว้
3.3 หลังการศึกษาชุดการเรยี นร้ดู ว้ ยตนเอง ผู้ฝกึ อบรมประเมนิ ผลเพื่อวัดความรู้

ความเข้าใจของตนเอง ได้ท่ี https://forms.gle/emzsgCTrLYHbtPsv9
หรอื QR Code ทปี่ รากฏ โดยต้องผา่ นเกณฑ์ 80% ข้นึ ไป

หน้า 3

วตั ถปุ ระสงค์

เม่ือศกึ ษาชดุ การเรียนร้ดู ว้ ยตนเอง เรื่อง การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ ตามหลักสตู ร
แกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 สำหรับครูผู้สอน โรงเรียนสังกดั สำนกั งานเขต
พืน้ ทกี่ ารศกึ ษาประถมศึกษาประจวบครี ีขนั ธ์ เขต 2 แล้ว ผฝู้ ึกอบรม

1. มคี วามรู้ความเข้าใจ แนวปฏบิ ัติการวดั และประเมนิ ผลการเรยี นรู้ ตามหลกั สตู ร
แกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พทุ ธศกั ราช 2551

2. มคี วามสามารถจดั ทำระเบียบโรงเรียนว่าดว้ ยการวัดและประเมินผลการเรียน
กำหนดหลักฐานการเรียนรู้ สร้างและพัฒนาเครือ่ งมือวัดและประเมนิ ผลการเรียนรูท้ ี่สอดคลอ้ ง
กับหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พ้ืนฐาน พทุ ธศกั ราช 2551

3. มคี วามสามารถวัดและประเมินผลการเรยี นรรู้ ะดบั ช้ันเรยี นสอดคลอ้ งกบั หลักสูตร
แกนกลางการศกึ ษาข้นั พ้ืนฐาน พุทธศกั ราช 2551

หน้า 4

ขอบข่ายเน้อื หาการ

1 2 3

แนวปฏิบัตกิ ารวัด การสร้างและพัฒนา การวดั และประเมนิ ผล
และประเมนิ ผล เคร่ืองมอื วดั และ การเรยี นรู้
ประเมินผลการเรียนรู้ ระดับช้นั เรยี น
การเรยี นรู้

 ตระหนักในการดำเนนิ งาน  การกำหนดหลกั ฐานการ  การประเมนิ ผลการเรียนรู้
บนพ้ืนฐาน หลกั การดำเนนิ การ เรียนรู้ ตามกลมุ่ สาระการเรยี นรู้
วดั และประเมินผลการเรยี นรู้  การสรา้ งและพฒั นา
 เขา้ ใจแนวปฏบิ ัติการวัด เครอื่ งมือวัด และประเมินผล  การวางแผนการประเมิน
และประเมนิ ผลการเรยี นรู้ การเรียนรู้ รายวิชาและการตรวจสอบ
การใชต้ ัวชี้วัด
 จัดทำระเบยี บโรงเรยี นว่าด้วย
การวดั และประเมินผลการเรียน  การออกแบบการวัดและ
ตามหลกั สตู รแกนกลาง การศึกษา ประเมนิ ผลหนว่ ยการเรยี นรู้
ข้ันพ้นื ฐาน พุทธศักราช 2551
 การใหข้ อ้ มลู ย้อนกลับและ
การบันทึกผลการประเมนิ
เพ่ือการพัฒนา

 การประเมนิ ผลปลายป/ี
ปลายภาค

 การประเมนิ การอา่ น
คิดวเิ คราะห์ และเขียน
 การประเมินคณุ ลักษณะ
อนั พงึ ประสงค์

หน้า 5

แผนการฝกึ อบรม ระยะเวลา
7 ช่ัวโมง
เล่มท่ี 3 การวดั และประเมนิ ผลการเรียนรรู้ ะดับชั้นเรยี น

กจิ กรรมที่ เน้อื หา เวลา วิธีดำเนนิ กจิ กรรม
5 ช่ัวโมง - ศึกษา ใบความรู้
1 การประเมนิ ผลการเรยี นรูต้ ามกลมุ่ สาระ
การเรียนรูั และเอกสาร
1.1 การวางแผนการประเมินรายวชิ าและ 1 ชั่วโมง ประกอบการปฏิบัติ
การตรวจสอบการใชต้ วั ชว้ี ัด 1 ชว่ั โมง กิจกรรม

1.2 การออกแบบการวดั และประเมินผล 2 ชว่ั โมง
หนว่ ยการเรยี นรู้

1.3 การใหข้ ้อมูลย้อนกลบั และการบันทึก
ผลการประเมนิ เพอื่ การพัฒนา

1.4 การประเมินผลปลายปี/ปลายภาค 1 ชัว่ โมง การวัดและประเมนิ ผล
2 การประเมนิ การอ่าน คิดวเิ คราะห์ และเขียน 1 ชวั่ โมง - ตรวจผลงาน

- แบบทดสอบหลัง
3 การประเมนิ คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ 1 ช่วั โมง การฝึกอบรมดว้ ยตนเอง

หน้า 6

กจิ กรรมท่ี 1 : การประเมนิ ผลการเรยี นรตู้ ามกลมุ่ สาระการเรยี นรู้

กิจกรรมที่ 1.1 : การวางแผนการประเมนิ รายวิชาและการตรวจสอบการใชต้ วั ช้วี ัด

จดุ ประสงค์

เพ่อื ใหผ้ ู้ฝึกอบรมดว้ ยตนเองมคี วามรูค้ วามเขา้ ใจและสามารถปฏบิ ตั ิกิจกรรมดงั น้ี
1. วางแผนการประเมนิ จากโครงสรา้ งรายวชิ า
2. กำหนด/ทบทวนสัดสว่ นคะแนนและหลักฐานการเรียนร้ขู องหนว่ ยการเรยี นรู้
ในรายวิชาไดอ้ ย่างเหมาะสมสอดคลอ้ งสะท้อนคุณภาพผเู้ รยี นตามหลักสูตร
3. ตรวจสอบความครบถว้ นของการนำตวั ชวี้ ัดมาใช้ในการจดั การเรียนการสอน
ในแต่ละรายวิชา
4. ตรวจสอบทบทวนความเหมาะสมสอดคลอ้ งของตัวชวี้ ัดท่ีนำมาใช้ในการจดั ทำ
หน่วยการเรียนรู้
5. พจิ ารณาความซำ้ ซอ้ นของตัวชี้วดั ในหน่วยการเรยี นรอู้ ื่นวา่ มีความจำเปน็ ต้องประเมนิ
ซ้ำหรอื ไม่

วธิ ีดำเนินกิจกรรม

สรา้ งความเข้าใจเก่ยี วกับการวางแผนการประเมินรายวิชา
1. ให้ผฝู้ กึ อบรมศึกษาเอกสารประกอบการปฏบิ ตั กิ จิ กรรมท่ี 1.1.1 ตัวอยา่ งการกำหนด
โครงสร้าง รายวิชาคณติ ศาสตร์ ชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี 4
2. ฝกึ ปฏบิ ตั กิ ารกำหนดคะแนน ภาระงาน/ชิ้นงานรวบยอดประจำหน่วยการเรียนรู้
ลงในแบบบันทกึ กจิ กรรมที่ 1.1.1 การกำหนดโครงสร้างรายวิชาและการวางแผนการประเมนิ
(แยกระดบั ประถมศึกษาและมัธยมศึกษา)
3. ศกึ ษาเอกสารประกอบการปฏบิ ัติกจิ กรรมที่ 1.1.2 ตวั อย่างการตรวจสอบการนำ
ตวั ชว้ี ดั มาใชใ้ นการจดั ทำหนว่ ยการเรียนรู้
4. ฝกึ ปฏิบัติการตรวจสอบการนำตัวช้ีวดั มาใช้ในการจัดทำหน่วยการเรยี นรู้
ในแบบบันทึกกิจกรรมที่ 1.1.2

สอ่ื / อปุ กรณ์

1. เอกสารประกอบการปฏิบัตกิ จิ กรรมท่ี 1.1.1 ตวั อยา่ งการกำหนดโครงสรา้ งรายวชิ า
2. เอกสารประกอบการปฏิบัติกิจกรรมที่ 1.1.2 ตวั อยา่ งการตรวจสอบการนำตัวชีว้ ัด
มาใช้ในการจดั ทำหนว่ ยการเรยี นรู้

หน้า 7

3. โครงสร้างรายวิชาที่ผู้ฝึกอบรมนำมาใช้
4. ใบกจิ กรรมท่ี 1.1.1 และ 1.1.2
5. แบบบันทึกกิจกรรมท่ี 1.1.1 และ 1.1.2

วัดและประเมนิ ผล

ตรวจผลงานแบบบนั ทึกกิจกรรมที่ 1.1.1 และ 1.1.2

ระยะเวลาในการปฏบิ ตั กิ จิ กรรม

1 ช่ัวโมง

หน้า 8

ใบกจิ กรรมที่ 1.1.1
การกำหนดโครงสรา้ งรายวิชาและการวางแผนการประเมนิ

คำช้ีแจง

1. ให้ผฝู้ กึ อบรมศึกษาทำความเข้าใจตัวอยา่ งการกำหนดโครงสร้างรายวิชาและ
วางแผนการประเมิน และการกำหนดสัดส่วนของคะแนน

2. ฝกึ ปฏิบตั กิ ารกำหนดคะแนน ภาระงาน/ชิ้นงานรวบยอดโดยนำตัวช้วี ัด ทีใ่ ชใ้ นแต่ละ
หน่วยการเรียนรตู้ ลอดรายวิชามากรอกในแบบบันทกึ กจิ กรรมท่ี 1.1.1 (แยกเป็นระดับ
ประถมศกึ ษาและมธั ยมศึกษา) ประกอบด้วย ชื่อหน่วยการเรียนรู้ มาตรฐานการเรียนร/ู้ ตัวชวี้ ัด
เวลา คะแนน และภาระงาน/ช้นิ งานรวบยอดท่กี ำหนดเปน็ หลกั ฐานการเรียนรู้ในแตล่ ะหน่วย
การเรียนรู้ เพอ่ื กำหนดสัดส่วนคะแนนระหว่างเรยี น และคะแนนปลายปี/ปลายภาค
(ใชโ้ ครงสร้างรายวชิ าท่ี ผู้ฝึกอบรมนำมาใช้เพื่อการทำกจิ กรรม)

หน้า 9

เอกสารประกอบการปฏบิ ตั กิ ิจกรรมท่ี 1.1.1

ตัวอยา่ ง การกำหนดโครงสรา้ งรายวิชาและวางแผนการประเมนิ
และการกำหนดสัดส่วนของคะแนน

รหัสวิชา.........................รายวชิ าคณิตศาสตร์ ชน้ั ประถมศึกษาปีที่ 4 จำนวน 160 ช่ัวโมง

สดั สว่ นคะแนน ระหว่างเรยี น : ปลายปี = 70 : 30

หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี มาตรฐาน เวลา คะแนน ภาระงาน/ชน้ิ งาน
1. จำนวนนับ การเรียนร/ู้ ตัวช้ีวัด (ช่วั โมง) รวบยอด
ค 1.1 ป.4/1
2. การบวกและการลบ ค 1.1 ป.4/2 16 8 เมนเู ลิศรส
3. เรขาคณติ
ค 1.2 ป.4/2
4. การคูณ ค 4.1 ป.4/1
5. การหาร ค 4.1 ป.4/2
6. สถิติและความนา่ จะเปน็ ค 6.1 ป.4/3
ค 6.1 ป.4/6
ค 1.2 ป.4/1
ค 6.1 ป.4/2 9 4 ธงฟา้ ราคาประหยัด

ค 6.1 ป.4/4
ค 6.1 ป.4/5
ค 3.1 ป.4/1
ค 3.1 ป.4/2 19 9 เสน้ สายลายสวย

ค 3.1 ป.4/3
ค 3.1 ป.4/4
ค 3.1 ป.4/5
ค 3.2 ป.4/1
ค 6.1 ป.4/5
ค 6.1 ป.4/6
ค 1.2 ป.4/1
ค 1.2 ป.4/2 10 4 ใบส่งั ซือ้

ค 6.1 ป.4/1
ค 6.1 ป.4/3
ค 1.2 ป.4/1
ค 1.2 ป.4/2 10 4 สว่ นแบ่งที่เปน็ ธรรม

ค 6.1 ป.4/1
ค 6.1 ป.4/6
ค 5.1 ป.4/1
ค 5.1 ป.4/2 16 10 แผนภูมคิ นพอเพยี ง

ค 5.1 ป.4/3
ค 6.1 ป.4/3
ค 6.1 ป.4/4
ค 6.1 ป.4/6

หน้า 10

หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี มาตรฐาน เวลา คะแนน ภาระงาน/ช้ินงาน
7. การวัด การเรยี นรู้/ ตัวชว้ี ดั (ช่ัวโมง) 5 รวบยอด
ค 2.1 ป.4/1
8. พื้นที่ ค 2.1 ป.4/4 12 3 กิจกรรมท้าพสิ ูจน์
9. เงนิ ค 2.2 ป.4/1 3
10. เศษส่วน ค 6.1 ป.4/1 7 5 ตู้ปลาแสนสวย
ค 6.1 ป.4/3 7 บัญชีรับจา่ ย
11. เวลา ค 2.1 ป.4/2 12 4 แบ่งสรรปนั สว่ น
ค 6.1 ป.4/1
12. ทศนิยม ค 6.1 ป.4/6 9 4 สมุดภาพชีวิต
ค 2.2 ป.4/2
13. การบวก ลบ คูณ หาร ค 6.1 ป.4/2 9 8 พยากรณอ์ ากาศ
ระคน ค 6.1 ป.4/5
ค 1.1 ป.4/1 14 70 สนิ คา้ ราคาถกู
รวม ค 1.1 ป.4/2 20
ปลายปี ค 1.2 ป.4/3 150 10
ค 6.1 ป.4/2 2 100
รวม ค 6.1 ป.4/3 8
ค 2.1 ป.4/3 160
ค 2.2 ป.4/3
ค 6.1 ป.4/4
ค 6.1 ป.4/6
ค 1.1 ป.4/1
ค 1.1 ป.4/2
ค 6.1 ป.4/1
ค 6.1 ป.4/2
ค 1.2 ป.4/1
ค 1.2 ป.4/2
ค 6.1 ป.4/2
ค 6.1 ป.4/3
ค 6.1 ป.4/5
ค 6.1 ป.4/6

การทดสอบ
แฟม้ สะสมงาน

หมายเหตุ
1. ระดับประถมศึกษาเมื่อเรียนจบภาคเรียนที่ 1 ควรจัดให้มีการประเมินปลายภาค

คะแนนจากการประเมนิ ปลายภาคนับเป็นคะแนนระหว่างเรยี น
2. การประเมินปลายปีและปลายภาคจะประเมินด้วยการทดสอบโดยใช้แบบทดสอบชนดิ

ต่าง ๆ และ อาจมีหรือไม่มีการประเมินด้วยภาระงาน/การปฏิบัติด้วยก็ได้ ทั้งนี้ ให้คำนึงถึง
ธรรมชาตวิ ชิ าเป็นหลกั

หน้า 11

แบบบนั ทกึ กจิ กรรมท่ี 1.1.1
ระดบั ประถมศึกษา

กล่มุ สาระการเรียนรู้........................................................................................................................................
รหัสวชิ า........................................วชิ า.......................................ชั้น...........................เวลา.............ช่ัวโมง/ปี
สัดส่วนคะแนน ระหว่างเรยี น : ปลายปี .............. : ...............

ท่ี ชอ่ื หน่วย มาตรฐาน เวลา คะแนน หลกั ฐานการเรียนรู้
การเรยี นรู้ การเรยี นร้/ู ตวั ชีว้ ัด (ชั่วโมง) (ภาระงาน/ชนิ้ งานรวบยอด)

ระหวา่ ง
เรยี น

รวม 100
คะแนนปลายปี

รวม

หน้า 12

แบบบนั ทึกกจิ กรรมท่ี 1.1.1
ระดับมธั ยมศึกษา

กลุ่มสาระการเรียนรู้........................................................................................................................................
รหสั วชิ า............................วิชา..................................................ชน้ั ...............เวลา.............ชัว่ โมง/ภาคเรยี น
สดั สว่ นคะแนน ระหวา่ งเรียน : ปลายปี .............. : ...............

ท่ี ชอ่ื หนว่ ย มาตรฐาน เวลา คะแนน หลักฐานการเรยี นรู้
การเรยี นรู้ การเรียนร/ู้ ตวั ช้วี ดั (ช่วั โมง) (ภาระงาน/ชน้ิ งานรวบยอด)

ระหวา่ ง
ภาค

รวม 100

คะแนนปลายภาค

รวม

หน้า 13

ใบกิจกรรมท่ี 1.1.2
การตรวจสอบการนำตวั ชีว้ ดั มาใชใ้ นการจดั ทำหน่วยการเรียนรใู้ นรายวชิ า

คำชแี้ จง

1. ให้ผฝู้ กึ อบรมศึกษา ตวั อย่างโครงสร้างรายวิชา (เอกสารประกอบการปฏบิ ัติ
กิจกรรมท่ี 1.1.1) และตวั อยา่ งการตรวจสอบการนำตัวชี้วดั มาใช้ในการจดั ทำหน่วยการเรยี นรู้
ในรายวชิ าคณติ ศาสตร์ ช้ันประถมศกึ ษาปที ี่ 4 (เอกสารประกอบการปฏบิ ตั กิ จิ กรรมท่ี 1.1.2)

2. นำผลงานจากการปฏิบัติกจิ กรรมที่ 1.1.1 มาใช้ในการทำกิจกรรมที่ 1.1.2
เพอ่ื ตรวจสอบและอภิปรายเพื่อนำไปสกู่ ารปรับหน่วยการเรียนรู้ และการวัดและประเมนิ ผล
ให้เหมาะสมยิง่ ขน้ึ ในประเดน็ ตอ่ ไปน้ี

2.1 ทกุ ตวั ชว้ี ดั ได้รบั การจัดการเรียนการสอนหรือไม่
2.2 ชื่อหน่วยการเรียนรู้มีความเหมาะสม สะท้อนตวั ชีว้ ดั ทน่ี ำมาใช้หรือไม่
2.3 ตวั ชวี้ ัดท่ีถกู นำมาใชซ้ ้ำในหลายหนว่ ยการเรียนรู้มคี วามจำเปน็ หรือไม่
2.4 ตัวช้ีวัดท่ีถกู นำมาใช้ครั้งเดียวเพยี งพอหรอื ไม่ในการพัฒนาการเรียนรู้ของผูเ้ รียน
สามารถนำมาเสริมซำ้ ในหนว่ ยการเรยี นรอู้ น่ื โดยเป็นการประเมินเพอื่ พฒั นาไดห้ รอื ไม่

ข้อสังเกต : ประกอบการปฏิบัตกิ ิจกรรม 1.1.2
1. ให้พิจารณาการใช้ตัวชี้วัดที่ใช้ซ้ำมากกว่า 1 ครั้ง ในแต่ละหน่วยการเรียนรู้ว่ามีความจำเป็น

อยา่ งไร จะพจิ ารณาประเมนิ เมอื่ ไร
2. กรณีสร้างหน่วยการเรียนรู้โดยใช้ตัวชี้วัดเดยี ว ให้พิจารณาให้รอบคอบว่าเกณฑ์การประเมนิ

สะท้อนตัวชี้วัดตัวอื่นหรือไม่ หากสะท้อนถึงต้องนำตัวชี้วัดนั้นมากำหนดในหน่วยการเรียนรู้เพิ่มเติ ม
เพื่อเป็นการฝึกซ้ำย้ำทวนและพัฒนาผู้เรียนให้มีความรู้ความเข้าใจที่เป็นรากฐานในการนำไปใช้ประโยชน์
ในการพัฒนาต่อยอดความรูท้ ่สี งู ข้ึน

3. ตัวชี้วัดที่นำมาใช้ในการจัดทำหน่วยการเรียนรู้ เกณฑ์การประเมินชิ้นงาน/ภาระงาน
ที่กำหนด ต้องสะทอ้ นคุณภาพตามตวั ชี้วัดท่นี ำมาจัดทำหนว่ ยการเรียนรูอ้ ยา่ งครอบคลมุ ครบถ้วน

เอกสารประกอบการปฏิบตั ิกิจกรรมท่ี 1.1.2

ตวั อยา่ ง การตรวจสอบการนำตัวชี้วดั มาใช้ในการจดั ทำหน่วยการเรียนรู้ในรายวชิ าคณติ ศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4

มาตรฐานการเรยี นรู้/ตัวชว้ี ดั ชั้นปี รวม
จานวน
ชื่อหน่วย การเรยี นรู้ ค 1.1 ค 1.2 ค 2.1 ค 2.2 ค 3.1 ค 3.2 ค 4.1 ค 5.1 ค 6.1 ตวั ชวี้ ดั

ป.4/1 ป.4/2 ป.4/1 ป.4/2 ป.4/3 ป.4/1 ป.4/2 ป.4/3 ป.4/4 ป.4/1 ป.4/2 ป.4/3 ป.4/1 ป.4/2 ป.4/3 ป.4/4 ป.4/5 ป.4/1 ป.4/1 ป.4/2 ป.4/1 ป.4/2 ป.4/3 ป.4/1 ป.4/2 ป.4/3 ป.4/4 ป.4/5 ป.4/6

1. จานวนนับ ✓✓ ✓ ✓✓ ✓ ✓7

2. การบวก และการลบ ✓ ✓ ✓✓ 4

3. เรขาคณติ ✓✓✓✓✓✓ ✓✓ 8

4. การคณู ✓✓ ✓✓ 4

5. การหาร ✓✓ ✓ ✓4

6. สถิตแิ ละความนา่ จะเปน็ ✓✓✓ ✓✓ ✓6

7. การวดั ✓ ✓✓ ✓✓ 5

8. พนื้ ที่ ✓ ✓ ✓3

9. เงนิ ✓ ✓ ✓3

10. เศษส่วน ✓✓ ✓ ✓✓ 5

11. เวลา ✓✓ ✓ ✓4

12. ทศนิยม ✓✓ ✓✓ 4

13. การบวก ลบ คูณ ✓✓ ✓✓ ✓✓ 6

หาร ระคน

รวมจานวนคร้ัง 3 3 4 4 1 1 1 1 1 1 1 1 1 1 1 1 1 1 1 1 1 1 1 5 5 6 3 4 7 63

ทใี่ ช้ตวั ชวี้ ดั

หนา้ 14

หน้า 15

มาตรฐานและตวั ชีว้ ัด กลมุ่ สาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ชน้ั ประถมศกึ ษาปีที่ 4

สาระที่ 1 จำนวนและการดำเนนิ การ
มาตรฐาน ค 1.1 เข้าใจถงึ ความหลากหลายของการแสดงจำนวนและการใชจ้ ำนวนในชีวติ จรงิ
ตวั ชีว้ ดั

1. เขียนและอ่านตัวเลขฮนิ ดู อารบิก ตัวเลขไทย และตัวหนังสือแสดงจำนวนนบั ศนู ย์ เศษส่วน
และทศนยิ มหนึ่งตำแหน่ง

2. เปรียบเทยี บและเรยี งลำดับจำนวนนบั และศูนย์ เศษส่วน และทศนิยมหน่งึ ตำแหน่ง

มาตรฐาน ค 1.2 เขา้ ใจถึงผลที่เกิดข้นึ จากการดำเนินการของจำนวนและความสมั พนั ธร์ ะหว่าง
การดำเนนิ การต่างๆ และสามารถใช้การดำเนนิ การในการแก้ปญั หา

ตวั ชวี้ ดั

1. บวก ลบ คณู หาร และบวก ลบ คณู หารระคนของจำนวนนับและศูนย์ พร้อมทั้ง ตระหนักถึง
ความสมเหตสุ มผลของคำตอบ

2. วเิ คราะหแ์ ละแสดงวธิ ีหาคำตอบของโจทย์ปญั หาและโจทยป์ ัญหาระคนของจำนวนนับ และศนู ย์
พร้อมท้ังตระหนักถงึ ความสมเหตุสมผลของคำตอบ และสร้างโจทยไ์ ด้

3. บวกและลบเศษสว่ นท่ีมีตวั สว่ นเทา่ กนั

มาตรฐาน ค 1.3 ใช้การประมาณค่าในการคำนวณและแก้ปัญหา (ไม่มตี ัวชี้วดั )
มาตรฐาน ค 1.4 เข้าใจระบบจำนวนและนำสมบตั เิ กี่ยวกบั จำนวนไปใช้ (ไม่มีตวั ชวี้ ัด)

สาระท่ี 2 การวัด
มาตรฐาน ค 2.1 เข้าใจพื้นฐานเกย่ี วกบั การวดั วดั และคาดคะเนขนาดของสิ่งท่ตี อ้ งการวัด
ตัวช้วี ัด

1. บอกความสมั พนั ธข์ องหนว่ ยการวดั ความยาว น้ำหนัก ปริมาตร หรอื ความจุ และเวลา
2. หาพ้ืนท่ขี องรปู สี่เหลย่ี มมุมฉาก
3. บอกเวลาบนหน้าปัดนาฬิกา อ่านและเขยี นเวลาโดยใชจ้ ุด และบอกระยะเวลา
4. คาดคะเนความยาว นำ้ หนัก ปริมาตร หรอื ความจุ

มาตรฐาน ค 2.2 แกป้ ัญหาเก่ียวกับวดั
ตัวช้ีวดั

1. แกป้ ญั หาเก่ยี วกับการวดั ความยาว การช่งั การตวง เงนิ และเวลา
2. เขียนบันทกึ รายรบั รายจา่ ย
3. อา่ นและเขยี นบนั ทึกกิจกรรมหรือเหตุการณ์ทร่ี ะบุเวลา

หน้า 16

สาระท่ี 3 เรขาคณติ
มาตรฐาน ค 3.1 อธิบายและวเิ คราะห์รปู เรขาคณิตสองมิติและสามมติ ิ
ตวั ชี้วัด

1. บอกชนิดของมุม ชอ่ื มุม ส่วนประกอบของมมุ และเขยี นสญั ลักษณ์
2. บอกได้ว่าเสน้ ตรงหรือส่วนของเส้นตรงคู่ใดขนานกนั พร้อมท้ังใชส้ ญั ลกั ษณ์แสดง การขนาน
3. บอกสว่ นประกอบของรูปวงกลม
4. บอกได้ว่ารปู ใดหรือสว่ นใดของส่งิ ของมีลักษณะเปน็ รูปสีเ่ หล่ยี มมุมฉาก และจำแนกได้ วา่ เป็นรปู
ส่เี หลีย่ มจตั รุ ัสหรือรปู ส่เี หลี่ยมผนื ผ้า
5. บอกได้ว่ารูปเรขาคณติ สองมติ ริ ูปใดเป็นรปู ที่มแี กนสมมาตร และบอกจำนวนแกน สมมาตร

มาตรฐาน ค 3.2 ใช้การนึกภาพ (visualization) ใชเ้ หตผุ ลเกยี่ วกบั ปรภิ มู ิ (spatial reasoning)
และใช้แบบจำลองทางเรขาคณิต (geometric model) ในการแก้ปัญหา

ตวั ชว้ี ดั

1. นำรูปเรขาคณิตมาประดิษฐ์เปน็ ลวดลายตา่ ง ๆ

สาระที่ 4 พีชคณติ
มาตรฐาน ค 4.1 เขา้ ใจและวเิ คราะห์แบบรปู (pattern) ความสมั พันธ์ และฟังก์ชัน
ตวั ช้ีวดั

1. บอกจำนวนและความสมั พันธ์ในแบบรปู ของจำนวนทเี่ พิ่มขึน้ หรอื ลดลงทีละเทา่ กนั
2. บอกรปู และความสัมพนั ธ์ในแบบรปู ของรปู ที่กำหนดให้

มาตรฐาน ค 4.2 ใช้นิพจน์ สมการ อสมการ กราฟ และตวั แบบเชงิ คณิตศาสตร์ (mathematical
model) อ่ืน ๆ แทนสถานการณ์ต่าง ๆ ตลอดจนแปลความหมายและนำไปใช้
แก้ปัญหา (ไมม่ ตี วั ชี้วดั )

สาระที่ 5 การวิเคราะหข์ ้อมูลและความน่าจะเป็น
มาตรฐาน ค 5.1 เขา้ ใจและใช้วิธีการทางสถิติในการวิเคราะห์ข้อมลู
ตัวชีว้ ัด

1. รวบรวมและจำแนกข้อมูล
2. อา่ นข้อมลู จากแผนภมู ริ ปู ภาพ แผนภมู ิแทง่ และตาราง
3. เขียนแผนภมู ิรปู ภาพและแผนภมู แิ ท่ง

มาตรฐาน ค 5.2 ใชว้ ิธีการทางสถิติและความรู้เก่ยี วกับความนา่ จะเปน็ ในการคาดการณ์ได้อย่าง
สมเหตสุ มผล (ไมม่ ตี ัวชีว้ ัด)

หน้า 17

มาตรฐาน ค 5.3 ใช้ความร้เู กี่ยวกบั สถิติและความน่าจะเปน็ ในการตัดสนิ ใจและแก้ปญั หา
(ไมม่ ีตัวชีว้ ัด)

สาระท่ี 6 ทกั ษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์
มาตรฐาน ค 6.1 มคี วามสามารถในการแกป้ ัญหา การใหเ้ หตุผล การสื่อสาร การสอ่ื ความหมาย

ทางคณติ ศาสตร์ และการนำเสนอ การเชื่อมโยงความรู้ตา่ ง ๆ ทางคณิตศาสตร์
และเชอ่ื มโยงคณิตศาสตร์กบั ศาสตร์อืน่ ๆ และมีความคิดริเรม่ิ สร้างสรรค์
ตัวชีว้ ดั (ป.4-6)

1. ใช้วิธีการที่หลากหลายในการแก้ปญั หา
2. ใชค้ วามรู้ ทกั ษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์และเทคโนโลยีในการแก้ปัญหา ใน
สถานการณ์ต่าง ๆ ได้อยา่ งเหมาะสม
3. ใหเ้ หตุผลประกอบการตดั สนิ ใจและสรปุ ผลไดอ้ ย่างเหมาะสม
4. ใชภ้ าษาและสัญลักษณ์ทางคณิตศาสตร์ในการส่ือสาร การสือ่ ความหมาย และ การนำเสนอได้
อย่างถูกต้องเหมาะสม
5. เชื่อมโยงความรตู้ า่ ง ๆ ในคณิตศาสตร์และเชือ่ มโยงคณิตศาสตรก์ ับศาสตร์อ่นื ๆ
6. มีความคิดริเร่ิมสรา้ งสรรค์

แบบบนั ทกึ กจิ กรรมท่ี 1.1.2
การตรวจสอบการนำตัวชี้วัดมาใช้ในการจดั ทำหนว่ ยการเรียนรใู้ นรายวิชา.................................................................ชนั้ ........................

มาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ชี้วดั ชัน้ ปี รวม
จานวน
ชอ่ื หนว่ ย การเรยี นรู้ ตัวช้ีวัด

รวมจานวนคร้งั
ที่ใช้ตวั ชี้วัด

หนา้ 18

หน้า 19

กจิ กรรมท่ี 1.2
การออกแบบการวัดและประเมินผลหนว่ ยการเรยี นรู้

จดุ ประสงค์

เพอื่ ให้ผฝู้ กึ อบรม สามารถออกแบบการวดั และประเมนิ ผลหนว่ ยการเรยี นร้ไู ด้

วิธดี ำเนินกจิ กรรม

1. ศึกษาใบความรกู้ จิ กรรมท่ี 1.2 ขั้นตอนการออกแบบการวัดและประเมินผล
หนว่ ยการเรยี นร้แู ละเอกสารประกอบการปฏบิ ัติกิจกรรมท่ี 1.2 ตัวอยา่ งการออกแบบการวดั
และประเมินผลหนว่ ยการเรยี นรู้

3. ฝึกปฏบิ ตั ิกิจกรรมตามใบกจิ กรรมที่ 1.2 การออกแบบการวดั และประเมนิ ผล
รายหนว่ ยการเรยี นรู้

สือ่ /อุปกรณ์

1. ใบความรกู้ ิจกรรมท่ี 1.2 ขัน้ ตอนการออกแบบการวัดและประเมนิ ผลหนว่ ยการเรียนรู้
2. เอกสารประกอบการปฏบิ ัตกิ จิ กรรมท่ี 1.2 ตัวอย่างการออกแบบการวัดและ
ประเมินผล หน่วยการเรยี นรู้
3. ใบกิจกรรมที่ 1.2 การออกแบบการวดั และประเมนิ ผลหน่วยการเรียนรู้
4. แบบบันทึกกจิ กรรมท่ี 1.2

การวัดและประเมนิ ผล

ตรวจผลงานแบบบันทึกกิจกรรมท่ี 1.2

ระยะเวลาในการปฏิบตั กิ ิจกรรม

1 ชั่วโมง

หน้า 20

ใบกิจกรรมท่ี 1.2
การออกแบบการวัดและประเมินผลหน่วยการเรียนรู้

คำชีแ้ จง

1. ศึกษาใบความรู้กิจกรรมที่ 1.2 ข้นั ตอนการออกแบบการวัดและประเมนิ ผล
หนว่ ยการเรยี นร้แู ละเอกสารประกอบการปฏิบตั กิ ิจกรรมท่ี 1.2 ตวั อย่างการออกแบบการวดั
และประเมนิ ผลหน่วยการเรียนรู้

2. ให้ผูฝ้ กึ อบรมเลือกหนว่ ยการเรยี นรู้มา 1 หน่วยการเรยี นรู้ (จากผลงานที่ปฏบิ ัติใน
กจิ กรรมท่ี 1.1.1) แลว้ ออกแบบการวัดและประเมินผลให้ครบถว้ นทกุ ตัวชว้ี ดั และสอดคลอ้ งกบั
แผนการจัดการเรียนรู้ โดยศึกษาขัน้ ตอนจากใบความรู้กจิ กรรมที่ 1.2 แล้วบนั ทึกผล ตามประเดน็
ที่กำหนดในแบบกิจกรรมที่ 1.2

หน้า 21

ใบความรกู้ จิ กรรมที่ 1.2
ขั้นตอนการออกแบบการวดั และประเมินผลหนว่ ยการเรยี นรู้

การเรียนการสอนและการวัดผลการประเมนิ ผลการเรยี นทดี่ ตี ้องเปิดโอกาสให้นักเรียน
แสดงออกว่าตนรแู้ ละทำอะไรไดบ้ า้ ง เม่ือพิจารณามาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วดั ท่ีเป็นเปา้ ใน
การ พัฒนาน้นั จะเหน็ วา่ ส่งเสรมิ ใหน้ ักเรยี นเกดิ ความเขา้ ใจในสง่ิ ท่เี รียนแบบ “รู้ลกึ ร้จู ริง” โดยมี
ความ ครอบคลุมทงั้ ด้านความรู้ การใช้ความรู้ ทกั ษะ คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์ และขอบขา่ ย
เนอื้ หาสาระ ที่พึงรู้ ดงั น้ี

• ความรู้ : ประกอบดว้ ยจุดมุ่งเน้นในการพฒั นาความรู้ข้อเท็จจรงิ หลักการ ความคดิ
รวบยอดวธิ กี ารในศาสตรน์ ั้น ๆ ซึ่งระบเุ ป็นพฤติกรรมโดยใช้คำวา่ “รู้ เข้าใจ อธิบาย ตั้งคำถาม
ยกตัวอยา่ ง จดั กล่มุ จำแนก บนั ทึก รวบรวม เรียบเรียง ทอ่ ง บอก ระบุ บรรยาย เล่า” เป็นตน้

• การใชค้ วามรู้ : ประกอบดว้ ยจุดมงุ่ เน้นในการพฒั นาความสามารถในการนำความรู้
ความเขา้ ใจมากอ่ เกิดสง่ิ ใหม่ สร้างสรรค์ หรอื แก้ปญั หาซง่ึ ระบเุ ปน็ พฤติกรรมโดยใชค้ ำวา่
“สรุป วเิ คราะห์ คาดคะเน ประเมิน สรา้ ง สร้างเสรมิ ซอ่ ม แกป้ ัญหา จดั แสดง ตดั สนิ ใจ เลอื ก ใช้
ปอ้ งกนั และหลกี เล่ียง วางแผน แต่ง ดน้ สด สรา้ งสรรค”์ เปน็ ตน้

• ทกั ษะ : ประกอบด้วยจุดมุ่งเนน้ ในการพฒั นาสมรรถนะในการทำสง่ิ ตา่ ง ๆ ท่ีเปน็
ส่งิ จำเปน็ ของกระบวนการนั้น ๆ เชน่ การอ่านออกเสียง การคดั ลายมอื การพดู นำเสนอใน
กระบวนการ สอื่ สาร การสังเกตในกระบวนการสบื เสาะ การพฒั นาทักษะทางกายภาพ ทักษะ
การจดั การ ในกระบวนการการทำงาน เปน็ ตน้ ซงึ่ ระบเุ ป็นพฤติกรรม โดยใช้คำวา่ “ปฏิบัติ
เคลอื่ นไหว เคล่ือนท่ี ควบคมุ ใชท้ ักษะ จัดรปู แบบ จดั องค์ประกอบ เก็บ จดั เก็บ เลียนแบบ
นำเสนอ ทดลอง สำรวจ สังเกต แสดงทา่ ทาง ใช้อปุ กรณ์เครื่องมือ” เป็นต้น

• คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ : ประกอบดว้ ยจุดมงุ่ เน้นในการพัฒนาเจตคติ คา่ นิยม
ทัศนคติ อปุ นิสัย คุณลักษณะต่าง ๆ ซึ่งระบุเป็นพฤติกรรมโดยใช้คำว่า “มมี รรยาท มเี หตผุ ล
มสี ่วนร่วม มีประสทิ ธิภาพ ตระหนกั ถงึ ความสมเหตสุ มผล ริเริม่ สร้างสรรค์ จิตวทิ ยาศาสตร์ ใช้ขอ้ มลู
จากแหล่ง ทีเ่ ช่ือถอื ได้ พฒั นาตนอยา่ งสมำ่ เสมอ เหน็ /สำนึก/ชนื่ ชมในคุณค่า อยรู่ ่วมกันอย่างสันตสิ ขุ /
อยา่ งสมานฉนั ท์ มศี รทั ธาทถี่ ูกต้อง ธำรงรักษา คุม้ ครองสิทธิ ปอ้ งกนั และหลกี เล่ยี งปจั จยั เสี่ยง”

• ขอบขา่ ยเนื้อหาสาระท่ีพงึ เรียนรู้ : มาตรฐานการเรยี นรแู้ ละตัวชว้ี ดั ในแตล่ ะกลมุ่ สาระ
การเรียนรูร้ ะบุส่งิ ทีน่ ักเรียนพึงไดเ้ รยี นรูใ้ นศาสตรต์ า่ ง ๆ เชน่ รายงานการศึกษาคน้ คว้า เขียนยอ่

หน้า 22

ความ เขียนแสดงความรคู้ วามคิด ใชค้ ำภาษาถิ่นในสาระการเรยี นรภู้ าษาไทย เปน็ ตน้
องค์ประกอบข้างต้นจะเป็นตัวกำกับให้เกดิ การไตร่ตรองในการกำหนดภาระงานให้ผู้เรียน

ไดฝ้ กึ ฝนและปฏบิ ตั ิ ลงมือทำ มฉิ ะน้นั ก็จะไม่บรรลุผลตามท่มี าตรฐานการเรียนรู้และตวั ชี้วัดกำหนด
การออกแบบการวัดและประเมินผลรายหน่วยการเรียนรู้ ต้องคดิ วางแผนต้ังแต่ขน้ั

การออกแบบหน่วยการเรียนรู้ว่าในการประเมนิ สรปุ ความรรู้ วบยอดเมือ่ จบหน่วยการเรียนร้นู ้ัน
จะให้ ผเู้ รียนแสดงออกซึ่งความรู้ ความเข้าใจสิ่งทเี่ รียนในรปู แบบใด ปรากฏเป็นหลักฐานเช่นไร
ท่ีจะทำให้ ครูผู้สอนม่ันใจไดว้ า่ ผู้เรยี นมคี วามรู้ ทกั ษะ ความเข้าใจตามทกี่ ำหนด และเมื่อได้
ออกแบบ หน่วยการเรียนรเู้ รียบรอ้ ยแล้วควรได้ทบทวนดงั น้ี

1. ทบทวนรายละเอยี ดของหน่วยการเรยี นรู้ ได้แก่ ช่อื หนว่ ยการเรยี นรู้ ตวั ช้วี ดั ทร่ี ะบุไว้
ในหน่วยการเรียนร้แู ละภาระงาน/ชน้ิ งานรวบยอดของหน่วย

2. ตรวจสอบภาระงาน/ช้ินงานรวบยอดว่าเปน็ หลกั ฐานการเรียนรู้ท่ีตอ้ งใช้ความรู้ ทักษะ
ความเขา้ ใจ คุณลักษณะทกี่ ำหนดในทกุ ตัวช้วี ดั ทกี่ ำหนดไว้ในหนว่ ยการเรยี นรู้น้ัน และเพอื่ ให้
ผูเ้ รยี น สามารถนำความรู้ไปใชส้ ร้างภาระงาน/ชน้ิ งานรวบยอด ควรระบกุ ิจกรรมหลัก ๆ ทผ่ี เู้ รยี น
ตอ้ งทำได้ มากอ่ นโดยยงั ไม่ตอ้ งแสดงรายละเอียด แต่นำเสนอให้เห็นว่าใคร ทำอะไร อยา่ งไร
เพราะรายละเอยี ด กจิ กรรมจะปรากฏในแผนการจดั การเรียนรู้

3. ทบทวนลักษณะของภาระงาน/ช้ินงานท่จี ะทำใหผ้ ูเ้ รยี นมคี วามรูค้ วามเข้าใจอยา่ ง
แทจ้ ริงและส่งเสรมิ การคิดระดบั สูง ควรเป็นภาระงาน/ชน้ิ งานที่เนน้ การปฏบิ ัติ เป็นงานทีม่ ี
ความหมาย ตอ่ การเรยี นรู้ คอื มคี วามเปน็ ไปไดแ้ ละสอดคลอ้ งกับชีวิตจรงิ

4. กำหนดแนวทางการให้คะแนนท่สี อดคลอ้ งกบั ลกั ษณะของภาระงาน/ชน้ิ งานรวบยอด
5. ออกแบบการตรวจสอบและประเมนิ ความกา้ วหน้าของผลงานให้สอดคลอ้ งกับ
แนวการจัดกจิ กรรมการเรียนรู้ เพื่อใหผ้ ู้เรียนบรรลุตัวชว้ี ดั ตามท่กี ำหนดไว้ในหน่วยการเรียนรู้
ผสู้ อน พงึ ระลกึ เสมอว่าการจะใหผ้ ู้เรียนสามารถปฏิบัตภิ าระงาน/ชิน้ งานรวบยอดได้ ผู้เรยี นตอ้ ง
ไดร้ บั การฝกึ ฝนอะไรบ้างมาก่อนในแตล่ ะตวั ชีว้ ดั ทง้ั น้ีผสู้ อนต้องพฒั นาผูเ้ รียนจนมน่ั ใจว่าผู้เรียน
สามารถ บรรลุผลตามตัวชี้วัดนน้ั ๆ การวดั และประเมินผลรายตัวชีว้ ดั จะดำเนินการควบคไู่ ปกบั
การจัดกิจกรรม การเรียนรตู้ ามแผนการจดั การเรียนรู้ โดยใช้วธิ ีการวดั และประเมินผล
ที่หลากหลายจนแนใ่ จว่าผู้เรยี น ผ่านทกุ ตัวชวี้ ดั และสามารถนำความรไู้ ปสรา้ งช้ินงาน/ภาระงาน
รวบยอดของหนว่ ยการเรยี นรไู้ ด้

ในการผา่ นแตล่ ะตัวช้วี ัดกต็ อ้ งมหี ลักฐานความสำเรจ็ ใหต้ รวจสอบ ซ่งึ นกั การศึกษา
หลายคนไดใ้ ช้หลักฐานความสำเร็จย่อย ๆ น้ี เป็นตวั แบง่ เปน็ แผนการสอน (lesson plan)

หน้า 23

เอกสารประกอบการปฏิบตั ิกิจกรรมท่ี 1.2

ตัวอยา่ ง ออกแบบการวัดและประเมนิ ผลรายหนว่ ยการเรียนรู้

รายวิชา คณติ ศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4

หน่วยการเรยี นรู้ที่ 6 เรื่อง สถิติและความนา่ จะเปน็ เวลา 16 ชว่ั โมง

คะแนน 10 คะแนน

ตัวชว้ี ดั ค 5.1 ป.4/1 รวบรวมและจำแนกข้อมลู

ค 5.1 ป.4/2 อ่านขอ้ มลู จากแผนภูมริ ูปภาพ แผนภูมแิ ท่ง และตาราง

ค 5.1 ป.4/3 เขยี นแผนภูมิรูปภาพ และแผนภูมิแท่ง

ค 6.1 ป.4/3 ใหเ้ หตผุ ลประกอบการตัดสินใจและสรุปผลไดอ้ ยา่ งเหมาะสม

ค 6.1 ป.4/4 ใช้ภาษาและสญั ลกั ษณ์ทางคณติ ศาสตร์ในการสอ่ื สาร การสือ่ ความหมาย

และการนำเสนอไดอ้ ย่างถูกตอ้ งเหมาะสม

ค 6.1 ป.4/6 มีความคิดริเริม่ สรา้ งสรรค์

ภาระงาน/ชนิ้ งานรวบยอด

ชอ่ื ผลงาน “แผนภูมิคนพอเพยี ง”

ลกั ษณะของงาน

ใหน้ ักเรยี นศึกษาสถานการณ์ท่ีกำหนดแลว้ เลือกขอ้ มูลจากสถานการณน์ นั้ อาจเป็นข้อมูล

ทงั้ หมดหรอื เปน็ ข้อมูลเพียงบางสว่ นมานำเสนอด้วยแผนภมู ิรปู ภาพและแผนภมู แิ ท่งใหส้ วยงาม

นา่ สนใจ แสดงถึงความคดิ สร้างสรรคข์ องนักเรียน พร้อมทัง้ ใหเ้ หตผุ ลประกอบการตดั สนิ ใจ ใน

การเลอื กใช้ข้อมูล

สถานการณ์

นารี ปรดี า เมตตา และนิภา ไดร้ บั เงนิ รายวันจากคุณแมด่ ังนี้ นารี ไดร้ บั วนั ละ 10 บาท

ปรีดา วันละ 20 บาท เมตตา 15 บาท และนิภา วนั ละ 4 บาท ทุกคนเป็นเดก็ ดีใชเ้ งนิ อย่าง

ประหยดั เกบ็ ออมไว้ทกุ วัน โดยแต่ละคนเก็บรวบรวมเป็นรายวนั สรปุ ได้ดังตาราง

ชือ่ วนั จันทร์ องั คาร พธุ พฤหสั บดี ศุกร์ รวม (บาท)
นารี 5 4 5 3 2 19

ปรีดา 6 4 5 6 4 25

เมตตา 7 3 3 6 5 24

นิภา 4 3 2 2 3 14

หน้า 24

เกณฑก์ ารประเมนิ

แนวทางการใหค้ ะแนน ช้ินงาน “แผนภูมิคนพอเพียง” คะแนนเต็ม 30 คะแนน

คะแนนในหนว่ ยการเรียนรู้ 10 คะแนน

รายการประเมนิ ดี พอใช้ ปรบั ปรุง น้ำหนกั
(3) (2) (1) คะแนน

1. องค์ประกอบของ มีองค์ประกอบสำคญั ขาดองค์ประกอบใด ขาดองคป์ ระกอบ 2

แผนภมู ิ ครบถ้วน ไดแ้ ก่ ชือ่ องค์ประกอบหน่งึ มากกวา่ 1 รายการ

แผนภมู ิ มาตราส่วน ช่ือ

แกนนอน ชอื่ แกนต้งั

2. ขนาดและ ขนาดของรปู ภาพแทง่ ขนาดรูปภาพแท่ง ขนาดรปู ภาพแท่งของ 3
ระยะหา่ ง ของแผนภูมิและ ของแผนภูมิไม่เทา่ กัน แผนภมู ไิ มเ่ ท่ากนั
ของแผนภูมิ ระยะห่างของแผนภูมิ 1 แห่ง/ระยะห่าง ของ มากกว่า 1 แห่ง/
เทา่ กนั ทัง้ หมด รปู ภาพแทง่ ของ ระยะห่าง ของรปู ภาพ

แผนภูมไิ ม่เทา่ กัน 1 แหง่ แท่งของ แผนภมู ิไม่

เทา่ กัน มากกว่า 1 แหง่

3. การกำหนด การกำหนดมาตราสว่ น การกำหนดมาตราสว่ น ไมม่ ีการกำหนด 1

มาตราส่วน ไดเ้ หมาะสมสอดคลอ้ ง ไมเ่ หมาะสมกับข้อมลู มาตราสว่ น
กบั ข้อมูล

4. ความครบถ้วน มกี ารปฏบิ ตั คิ รบ มกี ารปฏบิ ตั ิงานขาด มกี ารปฏบิ ตั ิงานขาด 3

ถกู ตอ้ งของขอ้ มลู 3 รายการ รายการใดรายการหนง่ึ มากกวา่ 1 รายการ

1.ขอ้ มลู ทเี่ ลอื กมา

นำเสนอ มีจำนวน ครบ

ทุกรายการ

2. แผนภมู ทิ ่ีนำเสนอ มี

จำนวนถกู ตอ้ ง ทุก

รายการ

3. มีการใหเ้ หตผุ ล

ประกอบ

5. ความคดิ ริเร่มิ ผลงานบง่ บอกถึง ผลงานบง่ บอกถึง ผลงานไม่บ่งบอกถึง 1

สรา้ งสรรค์ ความคดิ รเิ รมิ่ สรา้ งสรรค์ ความคดิ รเิ รมิ่ สร้างสรรค์ ความคิดรเิ รม่ิ สรา้ งสรรค์

นา่ สนใจ เช่น ภาพมมี ติ ิ เพยี งเล็กน้อย เชน่ ไมม่ ลี วดลาย

มีลวดลาย สสี ันสวยงาม ไม่มสี สี นั

หน้า 25

กิจกรรมการเรยี นรู้
1. ฝึกอา่ นขอ้ มลู จากแผนภูมิรูปภาพ แผนภมู แิ ท่ง และตาราง ศึกษาแผนภูมิรูปภาพ

แผนภูมแิ ทง่ และตารางจากของจรงิ เช่น ตารางการเดินรถ โดยพจิ ารณาองค์ประกอบที่สำคัญ
เช่น การใชม้ าตราส่วนช่ือแผนภูมิ ชอื่ แกนนอน แกนต้ัง

- ฝึกอ่านแผนภมู ิภาพ แผนภูมแิ ท่ง และตารางโดยการใช้คำถาม และฝึกอ่าน
ขอ้ มลู เป็นรายกลุม่ และรายบุคคล

การวดั และประเมนิ ผล ทดสอบการอ่านแผนภูมิรูปภาพ แผนภูมแิ ทง่ ตาราง
ท่ีกำหนดตอบคำถาม จากขอ้ มูล เปรียบเทยี บขอ้ มูล สรุปผล และตรวจสอบผลการอา่ น
ซ่ึงครอู าจทดสอบ การทำไดโ้ ดยการใชค้ ำถาม (สะท้อนตวั ช้ีวัด ค 5.1 ป.4/2 ค 6.1
ป.4/3 และ ค 6.1 ป.4/4)
2. ใหผ้ เู้ รยี นรวบรวมและจำแนกข้อมลู ใหน้ ักเรยี นได้ปฏิบัตติ ามสถานการณจ์ รงิ และ
นำเสนอผลงานทรี่ วบรวมได้ โดยฝึกปฏิบัติเปน็ กลมุ่ กอ่ นฝกึ เปน็ รายบคุ คล เช่น ไปสำรวจและ
จดบนั ทกึ ทำบัญชรี ายรบั -รายจ่ายของตนเองและคนในครอบครวั ภายใน 1 สัปดาห์ การสำรวจ
ผลไม้ ที่นกั เรียนในหอ้ งชืน่ ชอบ วดั ความสงู น้ำหนักของเพอื่ น 4-5 คน เปน็ ต้น แลว้ ส่งงานคณุ ครู
การวดั และประเมนิ ผล ผลงานการรวบรวมข้อมลู การจดบันทกึ ขอ้ มลู (สะท้อนตัวชว้ี ดั
ค 5.1 ป.4/1 ค 6.1 ป.4/3 และ ค 6.1 ป.4/4)
3. เขยี นแผนภมู ิรปู ภาพ และแผนภมู แิ ท่ง

- อธิบายองคป์ ระกอบที่สำคญั ของแผนภมู ิ เช่น การกำหนดมาตราสว่ น แกน
แนวตงั้ แนวนอน

- ฝกึ เขียนแผนภมู ิรปู ภาพและแผนภูมแิ ทง่ จากสถานการณท์ ี่กำหนด เป็นราย
กลุม่ และรายบคุ คล

- เขียนแผนภมู ริ ูปภาพและแผนภมู แิ ท่งเป็นรายบคุ คล โดยการรวบรวมและแสดง
ขอ้ มลู เกี่ยวกบั คา่ ใชจ้ ่ายของตนเองภายใน ๑ สัปดาห์
การวัดและประเมินผล ประเมินผลงานการเขียนแผนภูมิรูปภาพ แผนภมู แิ ทง่
(สะทอ้ นตวั ชีว้ ัด ค 5.1 ป.4/3 ค 6.1 ป.4/3 ค 6.1 ป.4/4 และ ค 6.1 ป.4/6)

หน้า 26

ตวั อยา่ ง การประเมินรายตวั ชี้วดั ระหว่างการจดั การเรยี นรู้

หน่วยการเรียนรู้ท่ี 6 เรอ่ื ง สถติ แิ ละความนา่ จะเปน็ ชั้นประถมศกึ ษาปที ี่ 4
ค 5.1 ป.4/2 อ่านข้อมูลจากแผนภมู ิรปู ภาพ แผนภูมแิ ท่ง และตาราง

แผนภูมิรปู ภาพ
จำนวนรถยนต์ท่แี ลน่ ผา่ นหน้าบา้ นของนักเรยี น 5 คน

ระหว่างเวลา 08.00 – 09.00 น.

บ้านประชา

บ้านธัญญา

บา้ นสหชาติ

บา้ นสภุ าวดี

บา้ นดวงใจ

กำหนดให้ แทนรถยนต์ 20 คัน

ตัวอยา่ งแนวทางการประเมนิ : ให้ผเู้ รียนตอบคำถามต่อไปนี้จากแผนภมู ิรปู ภาพ
1. แต่ละคนบนั ทกึ จำนวนรถยนต์ไดก้ ค่ี ัน
2. รถยนตแ์ ลน่ ผ่านหน้าบ้านใครนอ้ ยทสี่ ดุ เป็นจำนวนก่คี นั
3. รถยนตแ์ ล่นผ่านหน้าบ้านใครมากทสี่ ุด เปน็ จำนวนกีค่ ัน
4. จำนวนรถยนตท์ ่ีแลน่ ผ่านหน้าบ้านของนกั เรียน 5 คน รวมท้งั หมดกค่ี นั
5. รถยนต์แล่นผ่านหน้าบ้านสหชาติน้อยกว่ารถยนต์ทแี่ ล่นผ่านหนา้ บา้ นประชาก่คี นั
6. รถยนต์แลน่ ผา่ นหน้าบ้านสหชาตมิ ากกว่ารถยนตท์ ่ีแลน่ ผ่านหน้าบา้ นสุภาวดกี ่ีคัน
7. บ้านของใครบ้างทม่ี ีรถยนตแ์ ล่นผา่ นเป็นจำนวนเทา่ กนั
8. บ้านของใครมโี อกาสท่ีจะอยหู่ า่ งจากยา่ นชมุ ชนมากที่สุด เพราะเหตุใด
9. บ้านของใครท่ีมคี วามเป็นไปไดท้ จ่ี ะอยู่ใกล้กัน เพราะเหตุใด

หน้า 27

แผนภมู แิ ทง่
จำนวนครั้งทกี่ ระโดดเชอื กของผูเ้ ข้าแข่งขันการกระโดดเชอื ก

ตัวอยา่ งแนวทางการประเมนิ : จงตอบคำถามตอ่ ไปน้ีจากแผนภูมิแทง่
1. ผู้เขา้ รว่ มแขง่ ขนั กระโดดเชือกมกี ค่ี น
2. ใครกระโดดเชอื กได้มากคร้ังที่สดุ กระโดดไดก้ ี่ครงั้
3. ใครกระโดดเชอื กได้น้อยครง้ั ท่ีสุด กระโดดไดก้ ี่ครงั้
4. สทุ ธิกระโดดเชือกไดน้ อ้ ยกว่านภิ ากค่ี ร้ัง
5. สายสวาทตอ้ งกระโดดเชือกใหไ้ ดม้ ากขน้ึ อกี กค่ี รั้งจึงจะกระโดดไดเ้ ทา่ กบั นภิ า
6. ผทู้ ก่ี ระโดดเชอื กได้มากครง้ั ทีส่ ดุ กบั ผ้ทู ก่ี ระโดดเชือกไดน้ อ้ ยครง้ั ที่สุด
กระโดดไดต้ ่างกันก่คี ร้ัง
7. วิรัตนก์ ระโดดเชอื กได้มากกวา่ ใครบ้าง
8. ผู้กระโดดเชือกไดม้ ากกว่า 200 ครงั้ มกี คี่ น ใครบ้าง
9. ใครบ้างกระโดดเชอื กไดม้ ากกวา่ สทุ ธิ
10. ในการแขง่ ขนั ครงั้ ตอ่ ไป ใครน่าจะมีโอกาสเปน็ ผู้ชนะ เพราะเหตใุ ด

หน้า 28

ตวั อย่างแนวทางการประเมิน : จากการอา่ นตารางอัตราค่าโดยสารรถไฟ
สายตะวนั ออกเฉียงเหนือ จงตอบคำถามต่อไปน้ี

1. ระยะทางจากสถานีกรุงเทพถึงสถานีบรุ รี ัมย์เปน็ เท่าใด
2. ค่าโดยสารรถไฟช้ัน 2 จากสถานกี รงุ เทพถึงสถานีจัตุรสั เปน็ เทา่ ไร
3. โดยสารรถไฟจากสถานีกรุงเทพถงึ สถานีนครราชสมี า ถ้าโดยสารรถไฟชน้ั 1 จะเสีย

ค่าโดยสารมากกว่าช้ัน 3 เท่าไร
4. มานีกับชูใจเดนิ ทางจากสถานีกรงุ เทพไปสถานสี รุ ินทร์ โดยสารรถไฟชน้ั 2

เสยี ค่าโดยสารเทา่ ไร
5. เดินทางด้วยรถไฟจากสถานีสระบรุ ีไปยงั สถานีบุรีรมั ย์เปน็ ระยะทางเทา่ ไร
6. ระยะทางจากสถานีกรุงเทพไปสถานศี ขี รภมู มิ ากกวา่ หรือนอ้ ยกวา่ จากสถานีกรุงเทพ

ไปสถานีบ้านไผ่

หน้า 29

ค 5.1 ป.4/1 รวบรวมและจำแนกขอ้ มูล

ตวั อยา่ งแนวทางการประเมิน : ให้ผเู้ รยี นเลอื กปฏบิ ัติกจิ กรรมต่อไปนี้เพยี ง 1 กิจกรรม

แล้วจดบันทึกผลและนำเสนอผลการรวบรวมขอ้ มลู

1. สำรวจวนั เกิดของเพอ่ื นในห้องเรียน แล้วจำแนกข้อมลู เพื่อหาว่าในแต่ละวันมนี ักเรยี น

เกิดเปน็ จำนวนเท่าใดบ้าง

2. สำรวจนกั เรียนทีช่ อบเล่นกฬี าประเภทต่าง ๆ แล้วจำแนกขอ้ มลู เพือ่ หาว่ากีฬาชนดิ ใด

ท่ีนักเรียนชอบมากที่สดุ และกฬี าชนิดใดทนี่ ักเรยี นชอบนอ้ ยทีส่ ุด

3. สำรวจชนิดของต้นไม้ภายในโรงเรียน แลว้ จำแนกขอ้ มลู เพอ่ื เรียงลำดบั จำนวนของ

ตน้ ไมช้ นิดต่าง ๆ จากมากไปน้อย

ค 5.1 ป.4/3 เขียนแผนภมู ริ ปู ภาพและแผนภมู ิแท่ง ตวั อยา่ งแนวทางการประเมนิ

1. จงเขียนแผนภูมิรูปภาพแสดงจำนวนไอศกรมี รสตา่ ง ๆ ทน่ี ักเรียนรบั ประทาน

ในงานวนั ปีใหม่ กำหนดให้ แทนจำนวนไอศกรีม 20 แท่ง

ไอศกรมี มะพร้าว 40 แทง่ ไอศกรีมส้ม 140 แท่ง

ไอศกรีมถว่ั แดง 120 แท่ง ไอศกรีมทุเรยี น 150 แท่ง

ไอศกรีมเผอื ก 60 แท่ง

2. จงเขยี นแผนภมู แิ ท่งแสดงความสงู ของบคุ คลในครอบครัวของเดก็ หญงิ เจ๊ียบ

ซึง่ แต่ละคนมีความสูง ดงั น้ี

แมส่ งู 160 เซนติเมตร จุ๋มสูง 100 เซนตเิ มตร

พอ่ สูง 180 เซนตเิ มตร เจย๊ี บสูง 120 เซนติเมตร

จ้อยสงู 80 เซนตเิ มตร

ค 6.1 ป.4/3 ให้เหตุผลประกอบการตดั สนิ ใจและสรปุ ผลได้อย่างเหมาะสม

ค 6.1 ป.4/4 ใชภ้ าษาและสญั ลกั ษณ์ทางคณิตศาสตรใ์ นการส่ือสาร การส่ือความหมาย

และการนำเสนอ ได้อยา่ งถกู ตอ้ ง

ค 6.1 ป.4/6 มคี วามคดิ รเิ ริม่ สรา้ งสรรค์

การประเมนิ ตวั ช้ีวดั ทักษะกระบวนการท้งั ๓ ตวั ชว้ี ดั นี้ เปน็ การประเมนิ สะสมท่ีผสู้ อนตอ้ ง

ประเมินควบคูก่ บั ตัวชี้วดั ค 5.1 ป 4/1, ค 5.1 ป 4/2, ค 5.1 ป 4/3 ตามเกณฑ์ทีค่ รผู สู้ อน

กำหนด

หน้า 30

หมายเหตุ

1. แหล่งสืบคน้ ข้อมลู : ค่มู อื ครูคณติ ศาสตร์ ป.4 สถาบันส่งเสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
2. การประเมินการผา่ นตวั ชี้วัดแต่ละตัวให้เป็นไปตามเกณฑท์ ่ีครูผ้สู อนกำหนด
3. การเรียงลำดบั การประเมินตัวชีว้ ดั แต่ละตัวให้เปน็ ไปตามธรรมชาติวิชาและเทคนิควิธกี ารจัด

การเรยี นรู้ของครูผสู้ อน

ขั้นตอนการจดั กจิ กรรมและการวดั และประเมินผลการเรียนรู้

ตวั ชีว้ ดั ฝกึ อา่ นข้อมูลแผนภูมภิ าพ แผนภมู แิ ทง่ เกณฑก์ ารประเมิน ใหข้ ้อมูลย้อนกลบั
ค 5.1 ป.4/2 และตาราง  อา่ นได้ (feedback)
 รู้จกั องคป์ ระกอบ

ช่ือ แกน มาตราสว่ น

ตวั ช้วี ดั ฝกึ เก็บข้อมูล รวบรวบ นำเสนอ เกณฑ์การประเมนิ ใหข้ อ้ มลู ย้อนกลบั
ค 5.1 ป.4/1 ในรูปแผนภมู ภิ าพ แผนภูมิแทง่  การรวบรวมขอ้ มลู (feedback)
ค 6.1 ป.4/3
นำสถานการณ์มาให้นกั เรียนฝกึ ปฏบิ ัติ - กล่มุ เป้าหมาย
ตัวช้วี ดั ทกุ ตวั และนำเสนอข้อมูล - ขนาดขอ้ มลู ทร่ี วบรวม
ฝึกกลุ่ม  การจำแนก
- การจัดกลุ่มข้อมูล
ทกุ ตัวชวี้ ดั นำขอ้ มลู ทน่ี ักเรียนฝึกเกบ็ รวบรวมมาปรบั ปรงุ  การนำเสนอข้อมูล
นักเรียนทกุ คน ตามข้อมลู ย้อนกลบั (feedback) ทค่ี รู เพือ่ น (ความเหมาะสมขอ้ มูลกับ
ตอ้ งไดป้ ฏิบตั จิ ริง ตนเองให้ และนำเสนอผลงานดว้ ยแผนภูมิภาพ แผนภมู ิทเ่ี ลือกใช้ ถกู ต้อง
เพราะครใู หค้ ะแนน หรอื แผนภมู ิแท่ง และใหเ้ หตุผลประกอบ ครบถ้วนขององค์ประกอบ)
จากชิ้นงานน้ี การตัดสนิ ใจเลอื ก
ให้คะแนนจากช้ินงานนี้

หน้า 31

แบบบันทึกกิจกรรมท่ี 1.2

1. หน่วยการเรยี นรทู้ ี่…............ชือ่ หนว่ ย…………………………………………………….......…...................
2. มาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตัวชวี้ ดั ทรี่ ะบุในหนว่ ยการเรียนรู้

1) …..………..................................................................................................................
2) …..………..................................................................................................................
3) …..………..................................................................................................................

ฯลฯ
3. หลักฐานการเรียนรู้ (ภาระงาน/ชน้ิ งานรวบยอด)
………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………
4. ลักษณะงาน
………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………
5. แนวทางการใหค้ ะแนน/เครอื่ งมือ
………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………
6. กจิ กรรมการเรยี นรู้
………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………

หน้า 32

กิจกรรมที่ 1.3
การให้ข้อมูลยอ้ นกลับและการบันทกึ ผลการประเมินเพ่ือการพัฒนา

จุดประสงค์
เพื่อให้ผูฝ้ กึ อบรมมคี วามรู้ความเข้าใจการบันทกึ ผลการประเมนิ รายหน่วยการเรียนร/ู้

รายตัวชว้ี ัดและนำไปสู่การออกแบบการบันทกึ ผลการประเมิน และการให้ขอ้ มูลย้อนกลบั แก่
ผเู้ รียนและผปู้ กครองไดอ้ ย่างมีประสทิ ธภิ าพสะทอ้ นความสามารถทแ่ี ท้จรงิ ของผ้เู รยี น
และให้คำชแี้ นะ แก่ผเู้ รียนโดยคำนึงถงึ ความสามารถและความแตกต่างระหว่างบคุ คล

วธิ ดี ำเนนิ กิจกรรม
1. ศกึ ษาใบความรกู้ จิ กรรมท่ี 1.3.1 เรอ่ื ง การให้ขอ้ มลู ยอ้ นกลบั (feedback) และ

ตัวอย่างท่ี 1 และตวั อย่างที่ 2 ของประเทศนวิ ซีแลนดแ์ ล้วอภิปรายกลุม่ ยอ่ ยตามประเดน็ ท่ี
กำหนดให้

1) ความรู้ความเขา้ ใจ ความคิดเหน็ และขอ้ เสนอแนะ ที่ได้รบั จากการศกึ ษาใบ
ความรู้ท่ี 1.3.1 และตวั อยา่ งแบบการบันทึกผลประเมนิ การเรียนรแู้ ละการให้ข้อมูล
ย้อนกลบั ของประเทศ นวิ ซีแลนด์

2) ประโยชนข์ องการบนั ทกึ ผลการประเมินและการให้ขอ้ มูลยอ้ นกลบั ระดบั ชั้น
เรียนและรายบุคคล (สถานศึกษา ครู นักเรียน ผู้ปกครอง ฯลฯ)
2. สรุปผลการอภิปรายลงในแบบบันทกึ กิจกรรมที่ 1.3.1
3. ศกึ ษาเอกสารประกอบการปฏบิ ัติกิจกรรมที่ 1.3.2 กรณีตัวอย่าง : การให้ข้อมูล
ย้อนกลบั แลว้ ปฏิบตั กิ จิ กรรมท่ี 1.3.2 การออกแบบการบันทึกผลการประเมินการเรียนรแู้ ละการ
ใหข้ อ้ มลู ยอ้ นกลบั โดยมีขนั้ ตอนการปฏิบัติกจิ กรรมดงั นี้

1) ให้นำผลงานจากกจิ กรรมท่ี 1.2 ทเี่ คยออกแบบการวดั และประเมนิ ผล
รายหนว่ ยการเรียนรู้มาแล้ว ใหเ้ ลือกกิจกรรมแล้วอภิปรายโดยจำลองสถานการณ์ใน
หอ้ งเรียน

2) ตรวจสอบได้อย่างไรว่านกั เรยี นมคี วามรู้ความเขา้ ใจ และสามารถทำอะไรได้
ตามทีร่ ะบใุ นตัวชี้วัด

3) การบนั ทกึ ขอ้ มลู ยอ้ นกลบั ของนกั เรียนรายบุคคลจะบนั ทกึ ไว้ในเอกสารใด เอกสาร
การประเมินผลทีใ่ ช้อยู่ขณะน้ี สามารถใช้บนั ทึกข้อมลู ยอ้ นกลบั ตามความต้องการไดห้ รือไม่

หน้า 33

4) คะแนนของแตล่ ะหน่วยการเรียนรู้ไดม้ าจากหลกั ฐานใด เมื่อจบหนว่ ยการ
เรียนรู้ จะบนั ทกึ คะแนนทเี่ กบ็ ระหวา่ งเรียนนีอ้ ย่างไร

5) ออกแบบเอกสารหรอื ปรบั เอกสารทใ่ี ชอ้ ยใู่ หส้ ามารถบันทึกข้อมลู ยอ้ นกลับ
และเกบ็ คะแนนต่าง ๆ ตามท่ตี ้องการ (อาจแยกเล่มหรืออยู่ในเลม่ เดียวกนั )

สอ่ื /อปุ กรณ์
1. ใบความรู้กจิ กรรมท่ี 1.3.1 การให้ขอ้ มลู ยอ้ นกลับ (feedback) และตัวอย่างแบบ

การบนั ทึกผลประเมนิ การเรียนรูแ้ ละการให้ขอ้ มลู ยอ้ นกลับของประเทศนวิ ซีแลนด์
2. เอกสารประกอบการปฏิบตั ิกจิ กรรมที่ 1.3.2 กรณตี วั อยา่ ง : การใหข้ ้อมลู ย้อนกลบั
3. ใบกจิ กรรมที่ 1.3.1 การใหข้ ้อมลู ย้อนกลบั
4. ใบกจิ กรรมที่ 1.3.2 การออกแบบการบันทึกผลการประเมนิ การเรยี นรแู้ ละการให้

ข้อมูลย้อนกลบั
5. แบบบันทกึ กจิ กรรมที่ 1.3.1 และ 1.3.2

การวัดและประเมินผล
1. ตรวจผลงานแบบบนั ทึกกิจกรรมท่ี 1.3.1 และ 1.3.2

ระยะเวลาในการปฏิบัติกจิ กรรม
2 ชว่ั โมง

หน้า 34

ใบกจิ กรรมที่ 1.3.1
การใหข้ อ้ มลู ยอ้ นกลบั

คำชแ้ี จง
1. ศึกษาใบความรกู้ จิ กรรมท่ี 1.3.1 การให้ขอ้ มลู ยอ้ นกลับ (feedback)
2. สรุปตามประเด็นในใบกิจกรรมท่ี 1.3.1 และเขียนลงในแบบบนั ทึกกิจกรรมท่ี 1.3.1

ประเดน็ ในการสรุปผลงาน
1. ความร้คู วามเขา้ ใจ ความคิดเหน็ และข้อเสนอแนะ ที่ไดร้ ับจากการศกึ ษาใบความรู้ และ

ตวั อย่างการออกแบบการบนั ทกึ ผลประเมนิ และการใหข้ ้อมูลย้อนกลับของประเทศนิวซแี ลนด์
2. ประโยชน์ของการบันทกึ ผลการประเมนิ และการใหข้ ้อมูลยอ้ นกลบั ระดบั ชนั้ เรยี น

และรายบุคคล (สถานศกึ ษา ครู นักเรยี น ผ้ปู กครอง ฯลฯ)

หน้า 35

ใบความรกู้ ิจกรรมท่ี 1.3.1
การใหข้ อ้ มลู ยอ้ นกลบั (Feedback)

ขอ้ มูลย้อนกลบั คอื อะไร

“ดีมาก” “ใช้ได้” “ลายมือสวย” “พยายามอกี หน่อย” เป็นคำทคี่ รูมกั ใช้เพอื่ บอกว่างาน

น้ัน ยอมรบั ได้หรอื ยอมรบั ไม่ได้ ข้อมูลย้อนกลับเหล่าน้ีมคี ุณคา่ น้อยตอ่ การปรับปรงุ การเรียนรขู้ อง

งานวิจยั ศึกษาผลกระทบของการให้ข้อมลู ย้อนกลับ นักเรียน ขอ้ มูลย้อนกลบั ท่ีมี
ประเภทต่าง ๆ ที่มผี ลสมั ฤทธขิ์ องนักเรยี น ประสทิ ธภิ าพ จะไม่ตดั สิน แตจ่ ะบอกให้
ปรากฏผล ดังน้ี นกั เรียนเหน็ ประเด็นตามเกณฑ์แลว้ สรุปการ
1. ขอ้ มลู ยอ้ นกลับทบ่ี อกเพียงถูก-ผิด ส่งผลทางลบ ปฏิบัตขิ อง ตนเองวา่ เปน็ อย่างไร ห่างจาก
ทำใหผ้ ลสัมฤทธิ์ลดลง (ลด 3 percentile points) เป้าหมาย อย่างไร และตอ้ งทำอะไรต่อไป
แตถ่ ้าบอกเหตผุ ลด้วยว่าทำไมถงึ ถูก สง่ ผลทางบวก เพอื่ ให้ บรรลุเป้าหมาย
ทำใหผ้ ลสมั ฤทธเิ์ พม่ิ ข้ึน แตย่ ังนอ้ ย
(เพิ่ม 8.5 percentile points) ข้อมูลย้อนกลบั เป็นองคป์ ระกอบ

2. ข้อมูลยอ้ นกลบั ท่ีบอกเกณฑก์ ารประเมนิ ให้ แต่มที ้งั สำคัญของการประเมนิ เพ่ือพัฒนาการเรยี นรู้
นกั เรยี นทเ่ี ข้าใจและไมเ่ ขา้ ใจเกณฑ์ สง่ ผลทางบวก ก า ร ใ ห้ ข้ อ มู ล ย้ อนก ลั บ ที่ มี คุ
ทำใหผ้ ลสมั ฤทธเิ์ พ่มิ ขึน้ (เพิ่ม 16 percentile points) ณภาพ จะตอ้ งตรงประเด็น อธิบายผลทีเ่ กดิ
อย่างไรก็ตาม หากมีการอธบิ ายดว้ ยว่า ทำไมถงึ ถูก ตามจรงิ ไม่ชมเชย ไม่ตำหนิ แตเ่ ปน็ ไปตาม
หรอื ผดิ ตลอดจนต้ังคำถามคนท่ียงั ไม่ เขา้ ใจไปเรือ่ ย ๆ เกณฑ์ หรือตัวอย่าง และทันเวลาเพอื่ นักเรียน
จนตอบได้ สง่ ผลทางบวก ทำให้ ผลสมั ฤทธ์เิ พม่ิ จะไดแ้ ก้ไขได้ หลกี เลี่ยงความสับสน เรยี นไมร่ ู้
(20 percentile points) เรื่อง และเสยี เวลาเรียน
3. ขอ้ มูลย้อนกลบั ทแ่ี สดงเปน็ กราฟเหน็ เส้นพัฒนาจะ
ช่วยใหน้ ักเรยี นควบคมุ การเรียนของตนเอง ส่งผล

ทางบวกทำใหผ้ ลสัมฤทธิ์เพมิ่ (เพ่มิ 26 percentile ก า ร ใ ห้ ข้ อ มู ล ย้ อ น ก ลั บ ที่
points) มี ประสทิ ธิภาพส่งเสริมให้ผเู้ รยี นสามารถ
4. ข้อมูลยอ้ นกลับที่ครตู ีความผลการประเมินโดยใช้ เรียนรู้ได้ดว้ ยตนเอง และเป็นผเู้ รยี นรู้ ตลอด
เกณฑท์ กี่ ำหนด ทำใหผ้ ลสัมฤทธิท์ างการเรียน เพม่ิ ขน้ึ ชีวติ เพราะนักเรียนได้ฝกึ ฝนการ ประเมิน
อย่างเป็นกอบเป็นกำ (เพมิ่ 32 percentile points)

แหลง่ ขอ้ มลู Robert J. Marzano (2006) Classroom ตนเอง การตงั้ เป้าหมายข้ันต่อไป เพ่ือการ
Assessment and Grading that Work ปรับปรุง แตค่ ณุ คา่ เหล่านี้จะเกิดข้ึน ตอ่ เมอื่
วัฒนธรรมการเรียนการสอนเปน็ แบบเน้นการ

ปฏิบตั ิ นกั เรียนเปน็ เจ้าของ

หน้า 36

การเรียนรู้ ครมู ีบทบาทหนา้ ท่ีสำคัญในการกำกับดูแลใหก้ ารเรยี นรู้ของนกั เรยี น สูเ่ สน้ ทางที่
พึงประสงคโ์ ดย

• แจ้งให้นักเรยี นรู้ว่าเป้าหมายการเรียนรู้ทน่ี กั เรยี นต้องไปให้ถึงในหน่วยการเรียนรู้
คืออะไร และมเี กณฑท์ แ่ี สดงถงึ ความสำเร็จตามเป้าหมายอยา่ งไร โดยใช้วิธีระดมสมองแลว้
ชว่ ยกนั เขียนเป้าหมายและเกณฑแ์ ล้วติดไวห้ น้าชน้ั เรยี น

• ครตู ้องชว่ ยแยกเป้าหมายให้ชดั เจนว่าเป็นเปา้ หมาย “ยอ่ ย” (เปา้ หมายที่เป็นประเภท
ความรู้ ทกั ษะ ความคิดรวบยอดทจ่ี ำเปน็ ต้องรู้) หรือเป็นเป้าหมายประเภทใช้ความรู้ ทกั ษะ
ความคดิ รวบยอดเหลา่ นั้น

• จัดหาตัวอย่างงานท่ดี ที ่สี ุด และทีม่ ีคณุ ภาพลดหลั่นลงมา เพอ่ื นกั เรียนจะไดเ้ หน็
ความแตกต่าง และเปน็ หลกั ฐานให้นักเรยี นใช้ในการเปรยี บเทียบกบั งานของตนและเห็นแนวทาง
ในการพฒั นา

• ใหข้ ้อมลู ย้อนกลับตามเกณฑ์ กระตุ้น สร้างเสรมิ แรงจูงใจใหน้ กั เรียนเกิดแรงผลกั ดัน
ภายในท่ีจะพัฒนาตน

• ฝึกนักเรียนในการต้งั คำถามเพอ่ื นำไปสกู่ ารปรับปรุง เช่น ตอ้ งทำอะไรเพอ่ื จะ
เปลี่ยนแปลง/ปรับปรุง ตอ้ งขอความชว่ ยเหลือจากใคร ตอ้ งใช้แหลง่ ข้อมลู ใดบ้าง ต้องใช้เวลา
อย่างไร เป็นต้น

การใชผ้ ลการประเมินระหว่างการจัดกจิ กรรมการเรียนรู้ เพื่อเป็นขอ้ มลู ยอ้ นกลบั แก่
ผู้เรยี น สำหรับการปรับปรุงพฒั นา ดูความกา้ วหนา้ ปัญหาอปุ สรรคในการเรียน เน้นลักษณะ
การประเมนิ เพ่ือการเรียนรู้ (Assessment for Learning) มากกว่าการประเมินเพอื่ สรปุ ผล
การเรียนรู้ (Assessment of Learning) ซง่ึ มีผลการวิจยั ระบวุ า่ การให้ข้อมูลย้อนกลับด้วยคำพูด
จะกระตุ้นให้ เกดิ การพฒั นา

หน้า 37

ตัวอยา่ งที่ 1

การบนั ทึกผลการประเมินการเรยี นรู้ และการใหข้ ้อมูลย้อนกลับ

ประเทศนวิ ซีแลนด์

การประเมินผลการเรียน หน่วยการเรียนรู้ การเขยี นบรรยายความรู้สกึ /ประสบการณส์ ่วนตัว เวลา 9 สัปดาห์
ระดบั 1
ภาคเรียนที่ 1 วนั ท่ปี ระเมิน 11/04/2008
คะแนน
วัตถปุ ระสงค์/ผลการเรยี นรู้ เกณฑก์ ารประเมิน 4
3
1. วาดแผนภาพโครงเร่ือง ดีเลศิ 2
2. เขยี นเรอื่ งจากประสบการณข์ องตน/เลอื กหัวข้อเรื่อง บรรลผุ ล 1
3. เขยี นด้วยอักษรตัวพิมพ์อยา่ งถกู ตอ้ ง กำลงั พฒั นา
ยงั ไมบ่ รรลผุ ล

เลขท่/ี ช่อื น.ร. ผลการประเมนิ วิธีการประเมนิ
วัตถุประสงค์/ผลการเรียนรู้ ❑ แบบทดสอบ ❑ ทดสอบทักษะการปฏบิ ตั ิ
1. ……………. 123  สมุดแบบฝกึ หัด  การนำเสนอ
2. ……………. 443 ❑ ประเมนิ ตนเอง ❑ การสงั เกตของครู
3. ……………. 443  เพอ่ื นประเมินเพ่ือน
4. ……………. 443 ❑ อืน่ ๆ...........................................................
242
333 นกั เรยี นท่ีมจี ุดแขง็
333 (ระบชุ อ่ื นักเรียน ใครบา้ ง) เขยี นนทิ านง่าย ๆ
333 ทแ่ี ต่งเองได้โดยไม่ตอ้ งชว่ ยเหลือ (ระบชุ อ่ื นักเรยี น)
กำลงั พัฒนาทกั ษะ ตอ้ งการการชว่ ยเหลอื เพยี ง
เล็กน้อยในการเขยี นโครงเรอ่ื ง

ข้อเสนอแนะจากการประเมิน การเขยี นขา่ วยังคง นักเรยี นทย่ี งั มีปญั หา
เป็นจุดเน้นหลกั ท่นี ักเรยี นต้องทำทกุ วนั ซง่ึ จะทำให้ (ระบุชอ่ื นักเรยี น ใครบ้าง) ยงั ตอ้ งชว่ ยในทกุ เรือ่ ง
นักเรยี นไดฝ้ ึกประสบการณ์ทีจ่ ำเปน็ ในการ สร้างโครง อย่างใกล้ชิด และ (ระบุชื่อนกั เรยี น) ต้องการ
เรื่องและเขียนเรอื่ งง่าย ๆ การเชื่อมโยง ผลการเรียนรู้ คำแนะนำในการเขยี นโครงเรอื่ ง
จะทำให้นักเรยี นเห็นวา่ จะพัฒนาตนให้ เปน็ นกั เขียน
ท่ีเก่งไดอ้ ยา่ งไร ลายมอื ฝกึ ใหเ้ ห็นแบบ การดำเนนิ การขน้ั ต่อไป
อย่างที่ดี แต่ก็ยงั มสี ิ่งทีต่ อ้ งพัฒนาอกี มาก จัดประสบการณแ์ ละโอกาสให้นกั เรียนได้เหน็ วา่
จะรวมแนวคดิ ตา่ ง ๆ มาเขยี นได้อยา่ งไร โดยให้ทำ
ตามตวั อยา่ ง และชว่ ยกนั แต่งเรื่อง ตลอดจนให้
เวลานกั เรียนในการแตง่ เรือ่ งดว้ ยตนเอง โดยคอย
ช่วยเหลือและพูดคุยกนั เชงิ ลกึ ท้งั นีต้ อ้ งทำทกุ วนั

หน้า 38

ตัวอย่างท่ี 2 การวางแผนการประเมนิ หนว่ ยการเรยี นรู้และการบันทกึ ผลการประเมินเพอ่ื การพฒั นา
(ดดั แปลงจากหนว่ ยการเรียนรู้ วชิ า ภาษาองั กฤษ ระดบั 3 (เทียบเท่า ป.5-6) ประเทศนิวซแี ลนด)์

ชือ่ หนว่ ยการเรยี นรู้ การเขยี นรายงาน ช่อื คร.ู ............................................................. ระยะเวลา 3 สัปดาห์

เป้าหมายการเรยี นรู้ การอา่ น การอา่ น (ต่อ)
❑ เลือกอา่ นไดด้ ้วยตนเองเพื่อความ เพลดิ เพลนิ
การพดู และเพอื่ หาข้อมูลโดยใชส้ อื่ ท้งั ที่รว่ มสมยั และไมใ่ ช่ ❑ อภิปรายและสอื่ สารความหมายในสาร
❑ พูดในกลมุ่ เลก็ และกลมุ่ ใหญ่เกย่ี วกับ และสามารถบรู ณาการ กระบวนการอา่ นได้ ท่เี ปน็ ลายลกั ษณ์อกั ษร สำรวจสงิ่ ทเี่ ป็น
ประสบการณ์ เหตกุ ารณ์ และแนวคดิ ที่ได้ อย่าง ❑ อภิปราย ภาษา ความหมายและแนวคดิ จาก ประสบการณท์ เี่ กยี่ วข้องและทศั นะของ
ชัดเจน เนอื้ หาจดั แบง่ เป็นระบบ และใหค้ วาม สอ่ื ทห่ี ลากหลาย โดยสามารถเชอ่ื มโยง ความเข้าใจ ผู้อน่ื
สนใจการเสนอแนะของผู้อนื่ ของตนกบั ประสบการณ์ สว่ นตนและกับสื่ออืน่ ได้
❑ เล่าเรอื่ งราว ทอ่ งจำ อา่ นออกเสยี ง นำเสนอ ❑ เกบ็ เลือก บนั ทกึ ตีความ และนำเสนอ
หรอื แสดงโดยใช้ส่อื ประเภทต่าง ๆ เน้ือหา การเขยี น ข้อมูลจากแหลง่ ตา่ ง ๆ ได้อยา่ งเปน็ ระบบ
เรยี งลำดบั ดี และส่อื ความหมายได้ ชัดเจน ❑ เขยี นเปน็ ประจำและอย่างคลอ่ งแคล่ วเพอ่ื โดยใช้เทคโนโลยตี า่ ง ๆ และอธบิ าย
ถกู ตอ้ ง พรรณนาความรู้สกึ ตอ่ ประสบการณ์ ต่าง ๆ และ กระบวนการท่ีใช้
การฟงั บันทึกสิ่งทีพ่ บเหน็ และความคดิ ตา่ ง ๆ
❑ ฟังและปฏิสมั พนั ธก์ ับผ้อู ื่นเพือ่ ใหเ้ กิด ความ ❑ เขยี นคำแนะนำ คำอธบิ าย ข้อเทจ็ จริง และ การดแู ละการนำเสนอ
เข้าใจชัดเจนยง่ิ ขน้ึ ในการอภปิ ราย กลุ่มเลก็ และ แสดงทศั นคตขิ องตนในบรบิ ทท่ีเปน็ สภาพจรงิ
ทง้ั ชั้น เรยี งลำดับความคิดไดอ้ ย่าง สมเหตสุ มผล ❑ ดูและอภปิ รายความหมายและความคดิ
❑ ฟังสาร (text) จำแลว้ บอกใจความสำคญั ❑ เขียนเรื่องโดยใชห้ วั ขอ้ เรอ่ื งที่หลากหลาย โดยระบแุ ละบรรยายผลกระทบของส่งิ นน้ั
ด้วยภาษาท่ีเรยี บเรยี งไดอ้ ยา่ งเข้าใจและ โดยมี บรรณาธกิ ารกจิ และเขยี นใหม่ โดยใช้ คำศพั ท์ การ และความเชอ่ื มโยงระหว่างคุณลกั ษณะ ของ
การเชื่อมโยงกับประสบการณข์ องตน หรือ สะกด โครงสร้างประโยค ไดอ้ ย่างเหมาะสมกบั ภาษากบั ภาพ
ประสบการณอ์ นื่ ทก่ี ว้างขนึ้ ประเภทของเรอื่ ง ทเ่ี ขยี น
กระบวนการฟงั และพูด กระบวนการอ่านและการเขียน ❑ ใชค้ ุณลกั ษณะทางภาษาและภาพเพอ่ื
❑ อภิปรายและตคี วามในสารท่พี ดู พจิ ารณา ❑ ระบุ อภิปราย และใช้ไวยากรณ์ โครงสรา้ ง สอื่ สารขอ้ มลู ความคิดหรอื เปน็ ละคร วดี โิ อ
ประสบการณ์ของตนท่เี ก่ียวขอ้ ง และทศั นะของ และลกั ษณะของภาษาในสารแบบต่าง ๆ และ หรือภาพตอ่
ผู้อนื่ อภปิ รายวา่ ส่งิ เหล่านน้ั เช่อื มโยงกนั อย่างไร ใน กระบวนการดูและการนำเสนอ
❑ เลือก รวบรวม และตีความขอ้ มูล โดยใช้ หวั ขอ้ เรอ่ื งนนั้
เทคโนโลยที เ่ี หมาะสม ❑ ระบุคณุ ลักษณะสำคัญของภาษาพดู
❑ ระบุและอภิปรายคุณลกั ษณะทางภาษา และ และภาษาภาพ และใชส้ งิ่ เหลา่ น้ันสรรค์
ผลกระทบทเ่ี กดิ ข้นึ ในสารประเภท ตา่ ง ๆ และใช้ สรา้ ง
คุณลกั ษณะเหลา่ นนั้ ในการพดู และบันทกึ โดย
ปรบั ให้เขา้ กับหัวขอ้ เร่อื ง วัตถุประสงค์ และผู้ฟัง ❑ ระบุและอภปิ รายแนวทางท่ีคณุ ลักษณะ
ทางภาษาและภาพจะสามารถผนวกเข้า
ผลการเรยี นรู้เฉพาะ ดว้ ยกนั เพือ่ สอ่ื ความไดต้ ามวตั ถปุ ระสงค์ กบั
ผดู้ ู

❑ ดูภาพและตีความ จดั ระบบ และ
นำเสนอ ขอ้ มลู อย่างสอดคลอ้ ง โดยใช้
เทคโนโลยีที่ เหมาะสม ตลอดจนเขยี นได้
อยา่ ง คลอ่ งแคลว่ เพอ่ื การนำเสนอ อย่างมี
ประสิทธภิ าพ

เมอื่ จบหน่วยการเรียนรู้ นักเรียนจะสามารถ : เรยี นเปน็ ครงั้ แรก เคยเรียนมาแล้ว พร้อมประเมิน
1. เขยี นในหวั ขอ้ เรือ่ งนน้ั   
2. เขยี นขอ้ เทจ็ จริงได้อย่างน้อย 6 ประเดน็   
3. นำความคิดต่าง ๆ มาเรียบเรียงเป็นแต่ละยอ่ หน้าได้   
4. ตรวจสอบการสะกดคำ วรรคตอนตา่ ง ๆ ตอนยกรา่ ง   
5. เขยี นโดยใช้ Past Tense   

หน้า 39

การวางแผนการประเมินหนว่ ยการเรยี นร้แู ละการบนั ทึกผลการประเมนิ เพื่อการพัฒนา (ต่อ)

ขนาดกลมุ่ ทักษะสำคญั ความเช่ือมโยงกบั วชิ าอนื่

หนว่ ยการเรยี นร้นู ี้วางแผนเพื่อ : หน่วยการเรยี นรนู้ เี้ นน้ ทกั ษะสำคญั ต่อไปน้ี : หนว่ ยการเรียนรู้นเ้ี ชอื่ มโยงกับ :
❑ การสอื่ สาร
 ใช้ทั้งชัน้  การทำงานและศึกษา ❑ คณติ ศาสตร์
❑ กล่มุ ยอ่ ย ❑ การทำงานร่วมกัน  วิทยาศาสตร์
❑ กลุ่มนกั เรียนทมี่ ี  การหาข้อมูล  สงั คมศึกษา
ความสามารถพิเศษ ❑ การจดั การ
❑ กลุ่ม IEP ❑ การคำนวณ ❑ สขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา
❑ อน่ื ๆ ❑ การแก้ปญั หา
❑ ทักษะทางกายภาพ ❑ เทคโนโลยี
 ศิลปะ

❑ เมารี

การประเมนิ ❑ ทดสอบทักษะการปฏิบตั ิ แหลง่ ข้อมลู
❑ แสดงผลงาน
❑ ทดสอบ ❑ ครสู งั เกต หนังสือภาษาองั กฤษ Year 5
 สมุดงาน ❑ อืน่ ๆ
❑ ประเมนิ ตนเอง
❑ ประเมนิ โดยเพอ่ื น

หน้า 40

ตัวอยา่ งเกณฑก์ ารประเมิน : ท่ีครูผู้สอนและนักเรยี นใช้และการบนั ทึกผลการประเมนิ ของครูพร้อม

ข้อมูลท่ีจะให้ย้อนกลับแกน่ ักเรียน

ผลการประเมิน

เลขที่ สรุป ผลการเรยี นร้เู ฉพาะ/ขอ้ ที่ ขอ้ เสนอแนะเพือ่ การปรบั ปรงุ (feedback)
12345

1 B 4 3 4 2 4 ตอ้ งเพ่มิ เน้ือหา

2 B+ 4 4 3 2 4 การใช้อกั ษรตวั พมิ พเ์ ล็กพิมพ์ใหญ่ (capital letter)

3 B+ 4 3 4 2 4 อา่ นใหมแ่ ละแกไ้ ขปรับปรงุ (บรรณาธกิ ารกิจ)

4 B- 3 2 2 2 3 เพิ่มเตมิ ความคดิ และรายละเอียด

5 งานยงั ไมส่ มบรู ณ์

6 B- 4 2 4 2 4 ยังไมส่ มบรู ณต์ อ้ งปรบั ปรงุ บรรณาธกิ ารกจิ

7 A 4 4 4 4 4 เพม่ิ แผนภาพ (diagram)

8 B 4 3 4 2 4 ยังไม่สมบูรณ+์ อา่ นใหม+่ บรรณาธกิ ารกิจ

9 A- 4 4 4 3 4 การสะกดคำ

10 A 4 4 4 4 4 เพ่มิ แผนภาพ (diagram)

11 .. .. .. .. .. .. ….

เกณฑก์ ารประเมิน ดเี ลิศ บรรลุผล กำลังพัฒนา ยงั ไมบ่ รรลุผล
ฉันทำตามเกณฑ์ ฉนั ทำตามเกณฑ์ ฉนั ทำเกณฑ์ ฉันยงั ทำตามเกณฑ์
เกณฑก์ ารประเมนิ การเขียนรายงาน การเขียนรายงาน การเขียนรายงาน การเขยี นรายงาน
ของฉันไดท้ ั้งหมด ของฉันไดเ้ ป็นสว่ นมาก ของฉันไดบ้ ้าง
หัวข้อเรื่อง ของฉันไมไ่ ด้
ฉนั เขียนในหวั ขอ้ เร่อื งนน้ั แลว้
ข้อเท็จจรงิ
ฉนั เขียนขอ้ เทจ็ จริงเก่ยี วกบั koura ได้อย่าง
น้อย ๖ ประเด็น
ย่อหน้า
ฉันนำความคิดต่าง ๆ ของฉันมา เรียบเรยี ง
เปน็ ยอ่ หนา้
บรรณาธกิ ารกิจ
ฉันไดต้ รวจสอบการสะกดคำเครอื่ งหมายตา่ ง ๆ
ระหวา่ งยกรา่ ง
กาล (Tense)
ฉันใช้ present tense หรอื ไม่ (ใช้ is และ are)

หน้า 41

แบบบนั ทกึ กจิ กรรมที่ 1.3.1

สรปุ ผลการอภิปรายตามประเดน็
1. ความรู้ความเขา้ ใจ ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะทไี่ ด้รับจากการศกึ ษาใบความรู้และ

ตวั อยา่ งแบบบันทกึ ผลการประเมนิ การเรียนรู้และการใหข้ ้อมลู ยอ้ นกลบั ของประเทศนวิ ซแี ลนด์
…………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………….

2. ประโยชน์ของการบนั ทกึ ผลประเมนิ ระดบั ช้นั เรียน และรายบุคคล

สถานศกึ ษา ครู นักเรียน ผปู้ กครอง

หน้า 42

ใบกิจกรรมที่ 1.3.2
การออกแบบการบนั ทกึ ผลการประเมินการเรยี นรูแ้ ละการใหข้ ้อมลู ยอ้ นกลบั

คำชีแ้ จง
ศึกษากรณีตวั อยา่ งจากเอกสารประกอบการปฏบิ ัตกิ ิจกรรมที่ 1.3.2 แลว้ ปฏิบัติ

กจิ กรรมดังนี้
1) นำผลงานจากกจิ กรรมที่ 1.2 ที่เคยออกแบบการวดั และประเมนิ ผล รายหนว่ ย

การเรียนรูม้ าแลว้ ให้เลือกกจิ กรรมแล้วอภปิ ราย โดยจำลองสถานการณใ์ นห้องเรยี น
ประเดน็ ต่อไปนี้

- ตรวจสอบไดอ้ ยา่ งไรว่านักเรียนมคี วามร้คู วามเข้าใจ และสามารถทำอะไร
ไดบ้ า้ ง ตามทรี่ ะบุในตัวชี้วัด

- การบันทกึ ขอ้ มูลยอ้ นกลับของนกั เรียนรายบุคคลจะบนั ทกึ ไว้ในเอกสารใด
เอกสารการประเมนิ ผลท่ใี ช้อยูข่ ณะน้ี สามารถใช้บันทกึ ข้อมลู ย้อนกลบั ตามความต้องการ
ได้หรอื ไม่

- คะแนนของแตล่ ะหนว่ ยการเรียนรู้ได้มาจากหลักฐานใด เมื่อจบหนว่ ย
การเรียนรู้ จะบนั ทึกคะแนนท่ีเก็บระหวา่ งเรียนนอ้ี ยา่ งไร

2) ออกแบบเอกสารหรอื ปรบั เอกสารท่ีใชอ้ ย่ใู ห้สามารถบนั ทกึ ขอ้ มลู ยอ้ นกลับ
และเกบ็ คะแนนตา่ ง ๆ ตามทีต่ ้องการ (อาจแยกเลม่ หรอื อยใู่ นเลม่ เดยี วกัน)

หน้า 43

เอกสารประกอบการปฏิบตั ิกิจกรรมที่ 1.3.2

กรณีตัวอยา่ ง

หลังจากทไ่ี ดท้ ำแบบฝึกการนำเสนอขอ้ มลู เป็นแผนภมู ริ ปู ภาพและแผนภูมแิ ทง่ ตลอดจน
ทำกจิ กรรมกลุม่ ในการเกบ็ ข้อมูลในหน่วยการเรียนรู้ท่ี 6 เรอ่ื ง สถติ ิและความน่าจะเป็นแลว้
คุณครู ปทั มามอบหมายนักเรยี นแต่ละคนสำรวจและบันทึกขอ้ มูลทต่ี นสนใจโดยใชว้ ิธีการเก็บ
และจำแนกข้อมลู ตามทเ่ี รยี นมาและตัดสนิ ใจนำเสนอขอ้ มลู น้นั เป็นแผนภมู ริ ปู ภาพหรอื แผนภูมิ
แท่งอยา่ งใด อย่างหนึง่ คุณครใู ห้เวลา ๓ วนั ทำเปน็ การบา้ น นค่ี อื ผลงานแผนภูมขิ อง เด็กชาย
ก้องเกียรติ เด็กหญิงน้ำฝน และเดก็ ชายชาญชัยทีท่ ำส่งคุณครู

ด.ช.กอ้ งเกยี รติ สนใจสำรวจความสูง
ของเพอ่ื นร่วมช้ัน ซ่งึ มที ้ังหมด 46 คน

ด.ช.ชาญชัยนำเสนอคา่ ใช้จา่ ยของพ่ีสาว
ทีเ่ พง่ิ ทำงาน วา่ ใน 1 สปั ดาหพ์ ่ีสาว
มคี า่ ใชจ้ ่าย คา่ อาหาร คา่ เดินทาง
คา่ เสอ้ื ผา้ เป็นเงินเท่าไร

จำนวนเงนิ
(บาท)

ด.ญ.น้ำฝนอยากรวู้ ่าเพอ่ื นในหอ้ งท้งั 46 คน ชอบทานมนั ฝรงั่ ทอด รายการ
รสชาติใดมากทส่ี ุดระหวา่ งรสดัง้ เดิม รสบาร์บคี วิ และรสวาซาบิ คา่ ใชจ้ า่ ย

จำนวนผู้ช่นื ชอบมนั ฝร่ังทอดรสตา่ ง ๆ ในชั้น ป.4/2
รสดัง้ เดมิ

รสบารบ์ คี ิว
รสวาซาบิ

มาตราส่วน = 5 คน

หน้า 44

คุณครูปัทมา ประเมินผลงานนกั เรียนแล้วบนั ทึกส่ิงทนี่ ักเรียนทำได้ดีแล้ว และส่งิ ท่ีนักเรียน ยงั มี
ปัญหาทีต่ ้องรบี แก้ไข นี่คือบันทกึ ของครูปัทมา

สำหรับนกั เรียนแตล่ ะคนคณุ ครูใหข้ ้อมูลยอ้ นกลบั
แตกตา่ งกนั บางคนคุณครูใช้วิธคี ุยส่วนตัว บางคน
คณุ ครเู ขียนลงในสมุดการบ้านแลว้ ให้นักเรยี นมาตอบ
คณุ ครู เช่น ของชาญชัย คุณครูเขยี นลงในผลงานวา่
ซึง่ ต่อมาชาญชยั กเ็ ตมิ หวั ขอ้ เรอื่ งของแผนภูมวิ า่

ซึ่งต่อมาชาญชัยกเ็ ตมิ หวั ขอ้ เรอื่ งของแผนภูมวิ ่า

สำหรบั งานของก้องเกียรติและนำ้ ฝน ซึง่ เกดิ จากความเขา้ ใจผดิ ทต่ี อ้ งพดู คุยเชิงลึก คณุ ครู เลอื กใชว้ ธิ ี
สนทนาเดี่ยว และใชเ้ กณฑก์ ารประเมินที่นักเรียนรู้ลว่ งหนา้ แลว้ เปน็ ประเด็นในการสนทนา ก้องเกยี รติมีข้อที่
ตอ้ งปรับปรงุ คือ องคป์ ระกอบ และขนาดของแผนภูมแิ ทง่ จากการสนทนากบั คุณครูทำให้ก้องเกียรติ
ตระหนกั ว่า ถา้ เขาใช้ขนาดของแผนภูมแิ ทง่ ไมเ่ ท่ากัน ผอู้ ่านอาจเกดิ ความ สบั สนได้ เพราะปรมิ าณความถ่ี
แสดงทคี่ วามสงู ของแทง่ ของแผนภูมิ ไม่ต้องแสดงความกวา้ งวา่ ใหญ่กว่า สำหรับกรณีของน้ำฝน มีนักเรียน
ชอบมันฝรั่งทอดรสวาซาบิ 6 คน นำ้ ฝนเขา้ ใจวา่ เศษ ทเ่ี หลือแสดงเปน็ ภาพคนคร่ึงตัวได้น้ัน ทำใหค้ รูตระหนัก
ว่า ตวั อย่างท่คี รนู ำมาสอนมีแต่จำนวนเต็มและ คร่ึงหน่ึงของจำนวนเต็ม การกำหนดมาตราสว่ นจงึ ไมม่ ปี ญั หา
แตใ่ นสภาพจรงิ นักเรยี นพบปัญหาทีเ่ ป็น เศษเกินหรือไม่ถึงคร่งึ ในการสนทนากบั คุณครูทำให้น้ำฝนเข้าใจแล้ว
ว่า มาตราสว่ นและสัญลกั ษณ์ ทเี่ ธอกำหนดไม่เหมาะสม เธอพยายามเปล่ยี นมาตราส่วนใหมใ่ ห้เป็น : 2 คน
แต่กพ็ บว่าไมส่ ะดวก เพราะต้องวาดรปู คนมากเกินไป นำ้ ฝนจึงใชแ้ ผนภมู ิแท่งแทน พบว่า การนำเสนอดู
สวยงาม น่าสนใจและเข้าใจง่ายกวา่ จงึ ไดแ้ กไ้ ขแผนภมู ใิ หม่ส่งคณุ ครู สว่ นครปู ัทมาก็ไดข้ ้อมลู ยอ้ นกลับนำมา
ปรบั ปรุงแผนการสอน ครปู ัทมานำกรณีแผนภมู ขิ อง นำ้ ฝนมาให้นักเรียนท้ังชั้นได้เรียนรู้ หาตัวอยา่ งเพ่ิมเตมิ
เพือ่ ใหน้ ักเรยี นได้ฝึกคิดแกป้ ัญหา

หน้า 45

แบบบนั ทึกกจิ กรรมท่ี 1.3.2

การออกแบบการบันทกึ ผลการประเมนิ การเรียนรูแ้ ละการใหข้ อ้ มลู ยอ้ นกลับ

หน้า 46

กิจกรรมที่ 1.4
การประเมนิ ผลปลายป/ี ปลายภาค

จดุ ประสงค์
เพอ่ื ให้ผฝู้ ึกอบรมสามารถออกแบบและวางแผนการประเมินผลปลายปี

(ระดับประถมศึกษา) ปลายภาค (ระดับมธั ยมศึกษา) ได้อยา่ งเหมาะสมสอดคล้องกบั ธรรมชาตวิ ชิ า
วธิ ดี ำเนนิ กิจกรรม

1. ศกึ ษาเอกสารประกอบการปฏิบัติกจิ กรรมท่ี 1.4 กรณศี ึกษา
2. ฝกึ ปฏิบตั กิ จิ กรรมตามใบกจิ กรรมท่ี 1.4 การออกแบบและวางแผนการประเมินผล
ปลายปี (ระดบั ประถมศกึ ษา) ปลายภาค (ระดับมัธยมศกึ ษา)
สอ่ื /อปุ กรณ์
1. เอกสารประกอบการปฏิบัตกิ ิจกรรมที่ 1.4 กรณศี ึกษา
2. ใบกิจกรรมท่ี 1.4 การออกแบบและวางแผนการประเมนิ ผลปลายปี/ปลายภาค
3. แบบบนั ทกึ กจิ กรรมที่ 1.4
การวัดและประเมนิ ผล
ตรวจผลงานแบบบันทกึ กิจกรรมท่ี 1.4
ระยะเวลาในการปฏบิ ตั ิกิจกรรม
1 ชว่ั โมง

หน้า 47

ใบกิจกรรมที่ 1.4
การออกแบบการวดั และประเมินผลปลายป/ี ปลายภาค

คำชีแ้ จง
1. ศึกษาเอกสารประกอบการปฏิบตั กิ จิ กรรมท่ี 1.4 กรณศี ึกษา
2. นำโครงสรา้ งรายวิชาท่ีฝึกปฏบิ ตั ิในกจิ กรรมที่ 1.1.1 มาฝกึ ปฏบิ ตั ิ 1 รายวิชา
3. ออกแบบการวดั และประเมินผลปลายปี/ปลายภาคให้เหมาะกับธรรมชาตวิ ชิ า และ

สอดคล้องกับที่กำหนดไวใ้ นโครงสร้างรายวิชา
3.1 กรณกี ำหนดการประเมนิ ปลายป/ี ปลายภาคเป็นข้อสอบให้ทำตารางวเิ คราะห์

ขอ้ สอบ
3.2 กรณีกำหนดเป็นภาระงาน/ชนิ้ งาน ให้สร้างเกณฑก์ ารประเมนิ
3.3 กรณใี ชท้ ั้งขอ้ สอบและภาระงาน/ช้นิ งาน ให้ทำตารางวิเคราะหข์ ้อสอบและ

เกณฑ์การประเมนิ


Click to View FlipBook Version