การจัดกจิ กรรมการเรียนรู้
ข้นั นา
1. ครูร่วมสนทนากบั นกั เรียน โดยใชค้ าถาม ดงั น้ี
- ครอบครัวของนกั เรียนมใี ครบา้ ง
- แตล่ ะคนมบี ทบาทและหนา้ ท่อี ยา่ งไรบา้ ง
ข้นั สอน
2. ใหน้ กั เรียนดูภาพสมาชิกในครอบครวั พอ่ แมแ่ ละลกู แลว้ ร่วมกนั แสดงความคิดเห็นเก่ียวกบั ภาพ
โดยครูใชค้ าถาม ดงั น้ี
- ครอบครัวในภาพมีใครบา้ ง
- ทุกคนในภาพมสี ีหนา้ อยา่ งไร
- นกั เรียนเห็นภาพน้ีแลว้ รู้สึกอยา่ งไร
- ครอบครวั ของนกั เรียนเป็นเหมือนในภาพหรือไม่
- ถา้ นกั เรียนตอ้ งการให้พอ่ แมม่ ีความสุขเหมอื นในภาพ นกั เรียนควรปฏบิ ตั อิ ยา่ งไร
3. ครูเลา่ สถานการณท์ แ่ี ตกต่างกนั ให้นกั เรียนฟัง ดงั น้ี
สถานการณ์ท่ี 1
เด็กหญงิ น้าฝน เป็นเด็กดีและเคารพเช่ือฟังพ่อแม่เสมอ ทกุ เชา้ ก่อนไปโรงเรียนเด็กหญงิ
น้าฝนจะช่วยแม่ทาอาหารเชา้ และลา้ งจาน ถา้ พอมีเวลาเหลือจะช่วยพอ่ รดน้าตน้ ไม้ เม่อื ไปถึง
โรงเรียนจะขยนั ต้งั ใจเรียน และทบทวนบทเรียนท่คี รูสอนเสมอ น้าฝนเป็นเด็กทีร่ ู้จกั ประหยดั
อดออม พ่อแม่ ใหเ้ งินไปโรงเรียนวนั ละ 10 บาท จะใชจ้ ่ายซ้ือขนมเพียง 5 บาท ท่เี หลือ 5 บาท
จะเกบ็ ไปหยอดกระปกุ ออมสินทบี่ า้ น และเม่อื กระปกุ ออมสินเต็ม พอ่ แม่จะพาน้าฝนนาเงนิ ไป
ฝากไวท้ ธี่ นาคาร ทกุ เยน็ เมือ่ กลบั ถงึ บา้ นน้าฝนจะชวนนอ้ งไปวิง่ ออกกาลงั กายท่ีสวนสาธารณะ
ในหมู่บา้ น จากน้นั จะกลบั มาทาการบา้ น และรบั ประทานอาหารเยน็ ร่วมกบั ครอบครัว ทุกคนท่ี
รู้จกั น้าฝนต่างรักใคร่ เอน็ ดู และช่ืนชอบน้าฝน เพราะน้าฝนเป็นเดก็ ทสี่ ุภาพอ่อนโยน พดู จา
ไพเราะกบั คนรอบขา้ ง
สถานการณ์ที่ 2
เด็กชายสันติ เป็นเด็กเกเรและไมเ่ คารพเชื่อฟังพอ่ แม่ ชอบนอนตน่ื สาย เม่ือตืน่ นอนจะ
รีบเร่งไปโรงเรียนโดยไม่สนใจช่วยงานบา้ นพ่อแม่ เมือ่ ไปถึงโรงเรียนจะชอบชวนเพือ่ นหนี
เรียนเพราะคิดว่าการเรียนเป็นเรื่องน่าเบ่อื จึงเรียนไมท่ นั เพอื่ น ๆ และถกู ครูทาโทษอยบู่ อ่ ยคร้งั
สันตเิ ป็นเด็กทใ่ี ชจ้ า่ ยฟ่ มุ เฟือย พ่อแม่ให้เงนิ ไปโรงเรียนวนั ละ 20 บาท สนั ตจิ ะนาเงิน 20 บาท
ไปซ้ือขนมและของเล่นจนหมดทกุ วนั จึงไม่มีเงนิ ออมเลย ทกุ เยน็ หลงั เลิกเรียน สันตจิ ะไม่รีบ
กลบั บา้ น เพอ่ื ไปเล่นกบั เพื่อน ๆ ตอ่ หลงั จากน้นั จะกลบั มาเล่นเกมคอมพิวเตอร์ทบ่ี า้ นจนดึก
หลายคร้งั ท่ีสนั ตไิ ม่รับประทานอาหารเยน็ ร่วมกบั ครอบครวั เพราะเลน่ เกมคอมพิวเตอร์เพลนิ
เมเกื่อมลนื่อา้ มกัตเคีกัรนีเยตนวือา่ฟนกังลส่าถวาสนันกตาจิ ระณต์ทะ่ีคครอูเกลกา่ จลบบั แดลว้ ว้ยถรอ้่วยมคกานั ทแก่ี สา้ ดวรงค้าววาคมนคใิดนเหคร็นอโบดคยรควัรแูใชลคะ้ คาถนาอมื่นดๆงั นจ้ีึงไม่
49
- สถานการณข์ า้ งตน้ เป็นเร่ืองของใครบา้ ง
- น้าฝนเป็นเดก็ อยา่ งไร
- สนั ตเิ ป็นเดก็ อยา่ งไร
- นกั เรียนชอบการปฏิบตั ติ นของใครมากกว่ากนั เพราะอะไร
- การกระทาของน้าฝนจะทาให้ครอบครวั เป็ นอยา่ งไร
- การกระทาของสนั ตจิ ะทาใหค้ รอบครัวเป็นอยา่ งไร
- การกระทาของใครถอื ว่าเป็นการปฏิบตั ิตนท่ดี ีตามบทบาทหนา้ ท่ีของตนเองในฐานะทีเ่ ป็น
สมาชิกของครอบครวั
4. ใหน้ กั เรียนแบ่งกล่มุ กลมุ่ ละ 5-6 คน ใหท้ ุกคนในกลุ่มเล่าถงึ บทบาทหนา้ ท่แี ละการ ปฏิบตั ติ น
ที่ทาให้พอ่ แม่และทุกคนในครอบครวั ภมู ใิ จ ประทบั ใจ และมีความสุข จากน้นั ส่งตวั แทนกลุม่ ออกมา
นาเสนอหนา้ ช้นั
5. ครูเขียนขอ้ ความตอ่ ไปน้ีบนกระดาน
- เคารพเชื่อฟังพอ่ แม่
- ช่วยเหลืองานบา้ นของครอบครวั
- ไม่ต้งั ใจเรียน
- ใชจ้ า่ ยฟ่ ุมเฟือย
- ประหยดั อดออม
- สุภาพออ่ นนอ้ ม
- เกเร กา้ วร้าว
- ขยนั และต้งั ใจเรียน
- ไม่กา้ วร้าว ไม่พูดโกหก
- ทากิจกรรมร่วมกบั ครอบครัว
- ซ่ือสัตยต์ อ่ ตนเอง
นกั เรียนและครูร่วมกนั อา่ น 1 รอบ จากน้นั ให้นกั เรียนแบง่ กลุ่ม กล่มุ ละ 3 - 4 คน ครูแจกกระดาษ
ให้กลุ่มละ 1 แผน่ แต่ละกลมุ่ ร่วมกนั นาขอ้ ความบนกระดานทค่ี ดิ ว่าเป็นการปฏบิ ตั ติ นตามบทบาทหนา้ ทีใ่ น
ฐานะทเี่ ป็นสมาชิกของครอบครวั มาเขียนเป็นแผนภาพความคิดลงในกระดาษที่ครูแจกให้ เสร็จแลว้ นาเสนอ
หนา้ ช้นั เรียน ครูและเพ่อื นกล่มุ อนื่ ๆ ร่วมกนั ตรวจสอบความถูกตอ้ ง
ดงั ตวั อยา่ ง
50
เคารพเชื่อฟัง ช่วยเหลืองานบา้ น ต้งั ใจเรียน
พอ่ แม่ ของครอบครัว ประหยดั อดออม
ทากิจกรรมร่วมกบั บทบาทหน้าทขี่ อง
ครอบครวั ตนเองในฐานะทีเ่ ป็ น
สมาชิกของครอบครัว
ซื่อสัตยต์ อ่ ตนเอง สุภาพอ่อนนอ้ ม
ขยนั และต้งั ใจ
6. ครูและนกั เรียนร่วมกนั แสดงความคิดเห็นเก่ียวกบั บทบาทหนา้ ที่ของตนเอง โดยครูใชค้ าถามดงั น้ี
- นกั เรียนคิดวา่ บทบาทและหนา้ ท่ีของตนเองที่สาคญั ที่สุดในฐานะที่เป็นสมาชิกของครอบครัว
คืออะไร
- ถา้ นกั เรียนปฏบิ ตั ติ นตามบทบาทหนา้ ท่ขี องตนเองแลว้ นกั เรียนคดิ ว่าคนในครอบครวั และคน
รอบขา้ งจะรู้สึกอยา่ งไร
ข้นั สรุป
7. นกั เรียนและครูร่วมกนั สรุปความรู้ ดงั น้ี การปฏิบตั ติ นตามบทบาทหนา้ ทข่ี องตนเอง จะทาให้
ครอบครัวมีความสุข และเป็นท่ีช่ืนชมแก่ผูพ้ บเห็น สร้างความภาคภมู ิใจใหก้ บั พ่อแม่ และสมาชิกใน
ครอบครัว
8. ให้นกั เรียนทาชิ้นงานที่ 3 เร่ือง บทบาทหนา้ ทข่ี องสมาชิกในครอบครวั
สื่อการเรียนรู้
1. ภาพสมาชิกในครอบครัว
2. สถานการณต์ วั อยา่ ง
3. ชิ้นงานที่ 3 เรื่อง บทบาทหนา้ ที่ของสมาชิกในครอบครวั
51
การวดั และประเมินผลการเรียนรู้
1. วิธีการวดั และประเมนิ ผล
1.1 สังเกตพฤติกรรมของนกั เรียนในการเขา้ ร่วมกิจกรรม
1.2 สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรียนในการเขา้ ร่วมกิจกรรมกล่มุ
1.3 ตรวจช้ินงานที่ 3
2. เคร่ืองมือ
2.1 แบบสงั เกตพฤติกรรมการเขา้ ร่วมกิจกรรม
2.2 แบบสงั เกตพฤติกรรมการเขา้ ร่วมกิจกรรมกลุ่ม
3. เกณฑ์การประเมิน
3.1 การประเมนิ พฤติกรรมการเขา้ ร่วมกิจกรรม
ผา่ นต้งั แต่ 2 รายการ ถอื ว่า ผ่าน
ผ่าน 1 รายการ ถือว่า ไม่ผ่าน
3.2 การประเมนิ พฤติกรรมการเขา้ ร่วมกิจกรรมกลมุ่
คะแนน 9-10 ระดบั ดีมาก
คะแนน 7-8 ระดบั ดี
คะแนน 5-6 ระดบั พอใช้
คะแนน 0-4 ระดบั ควรปรบั ปรุง
การประเมินชิ้นงานที่ 3 เรื่อง บทบาทหนา้ ที่ของสมาชิกในครอบครวั
เกณฑ์การประเมนิ 4 ระดับคะแนน 2 1
3
การเรียนบอกการ นกั เรียนบอกการปฏิบตั ิ นกั เรียนบอกการปฏบิ ตั ิ นกั เรียนบอกการ นกั เรียนบอกการ
ปฏบิ ตั ติ นตาม ตนตามบทบาทหนา้ ท่ี ตนตามบทบาทหนา้ ท่ี ปฏิบตั ติ นตาม ปฏิบตั ติ นตาม
บทบาทหนา้ ท่ีของ ของสมาชิกในครอบครัว ของสมาชิกใน บทบาทหนา้ ทข่ี อง บทบาทหนา้ ท่ีของ
สมาชิกใน ท่ีดีไดส้ มั พนั ธ์กบั หัวขอ้ ครอบครัวท่ดี ีไดส้ ัมพนั ธ์ สมาชิกใน สมาชิกใน
ครอบครวั ทีด่ ีได้ ทีก่ าหนดและ แตกตา่ ง กบั หวั ขอ้ ครอบครัวที่ดีได้ ครอบครวั ที่ดีได้
จากท่ีครูยกตวั อยา่ ง และ ที่กาหนดและแตกต่าง สัมพนั ธก์ บั หัวขอ้ สัมพนั ธ์กบั หวั ขอ้
สามารถแนะนาให้ผอู้ ื่น จากทีค่ รูยกตวั อยา่ ง แต่ ท่ีกาหนด ตามที่ ทกี่ าหนด โดย
ปฏิบตั ติ ามได้ ไม่สามารถแนะนาให้ ครูยกตวั อยา่ ง แต่ อาศยั จากท่คี รู
ผอู้ ่นื ปฏิบตั ิตามได้ มีการดดั แปลงให้ ยกตวั อยา่ ง
แตกตา่ ง
52
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 8
กล่มุ สาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา ช้ันประถมศึกษาปี ท่ี รหสั วิชา
พ12101 รายวชิ าสุขศึกษา 2
หน่วยท่ี 3 เร่ือง บทบาทหน้าทขี่ องสมาชิกในครอบครัว เวลา 3 ชั่วโมง
แผนการจดั การเรียนรู้ เร่ือง บทบาทหน้าท่ีของพ่อแม่ เวลา 1 ชั่วโมง
มาตรฐานการเรียนรู้
พ 2.1 เขา้ ใจและเห็นคณุ ค่าตนเอง ครอบครัว เพศศึกษา และมีทกั ษะในการดาเนินชีวติ
ตัวชี้วัด
ป.2/1 ระบบุ ทบาทหนา้ ท่ีของตนเองและสมาชิกในครอบครวั
จุดประสงค์การเรียนรู้สู่ตัวชี้วัด
1. อธิบายบทบาทหนา้ ท่ขี องพอ่ และแม่ (K)
2. วาดภาพการแสดงบทบาทหนา้ ที่ของพ่อและแม่ (P)
3. เห็นความสาคญั ของการปฏบิ ตั ิตนตามบทบาทหนา้ ท่ีของพ่อและแม่ (A)
สาระสาคญั
พ่อแม่คือสมาชิกในครอบครัว ทมี่ ีบทบาทและหนา้ ทใ่ี นการดูแลลูกและสมาชิกคนอืน่ ๆ ใน
ครอบครัว
สาระการเรียนรู้
1. บทบาทหนา้ ทีข่ องพอ่
2. บทบาทหนา้ ท่ขี องแม่
คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
มุ่งม่ันในการทางาน
ตวั ช้ีวดั ท่ี 6.1 ต้งั ใจและรับผดิ ชอบในการปฏบิ ตั ิหนา้ ทก่ี ารงาน
สมรรถนะสาคัญของผ้เู รียน
ความสามารถในการแกป้ ัญหา
ชิน้ งานหรือภาระงาน
- ภาพวาดบทบาทหนา้ ท่ขี องพอ่ และแม่
53
การจัดกิจกรรมการเรียนรู้
ข้นั นา
1. ครูเลา่ เรื่องราวและความประทบั ใจเกี่ยวกบั พอ่ แมข่ องตนเองให้นกั เรียนฟัง
เมื่อนกั เรียนฟังเร่ืองราวของครูแลว้ ครูเลอื กตวั แทนนกั เรียน 3 - 4 คน ออกมาเล่าเร่ืองราวและความ
ประทบั ใจในตวั คุณพอ่ และคณุ แมข่ องตนเอง จากน้นั ครูใหน้ กั เรียนร่วมกนั แสดง
ความคดิ เห็น โดยครูใชค้ าถาม ดงั น้ี
- นกั เรียนประทบั ใจอะไรในตวั คณุ พ่อมากที่สุด
-นกั เรียนประทบั ใจอะไรในตวั คณุ แมม่ ากทส่ี ุด
-นกั เรียนคดิ ว่า พ่อมีบทบาทหนา้ ที่อะไรบา้ ง
- นกั เรียนคดิ วา่ แมม่ บี ทบาทหนา้ ท่อี ะไรบา้ ง
- พอ่ กบั แม่มหี นา้ ทท่ี ี่เหมือนกนั คืออะไรบา้ ง
ข้นั สอน
2. ครูอธิบายเก่ียวกบั บทบาทหนา้ ทข่ี องพอ่ และแม่ ดงั น้ี
บทบาทหนา้ ท่ีของพ่อ
1) เป็นผนู้ าครอบครัว
2) หารายไดม้ าเล้ียงครอบครวั
3) ดแู ลปกป้องใหค้ วามรักและความอบอุ่นแก่ทุกคนในครอบครัว
4) เอาใจใส่ดูแลทุกขส์ ุขของทุกคนในครอบครัว
5) เป็นแบบอยา่ งที่ดีของลูก ๆ
6) อบรมเล้ียงดูลูกใหเ้ ป็นคนดี
7) ส่งเสริมลกู ใหไ้ ดร้ บั การศึกษา
8) ทางานในบา้ นท่ีตอ้ งใชก้ าลงั มาก เช่น ยกของหนกั ขดุ ดิน ปลูกตน้ ไม้
บทบาทหนา้ ท่ีของแม่
1) ใหก้ าเนิดลกู
2) เป็นแบบอยา่ งที่ดีของลกู
3) อบรมเล้ยี งดูลกู ให้เป็นคนดี
4) ดูแลรกั ษาความสะอาดและความเรียบร้อยภายในบา้ น
5) ให้ความรัก เอาใจใส่ ดแู ลทุกขส์ ุขของคนในครอบครัว
6) ให้การศกึ ษาแก่ลูก
7) ใหค้ าปรึกษาเมอ่ื ลกู มีปัญหา
3. ให้นกั เรียนแบ่งกลมุ่ กลมุ่ ละ 3 คน (แตล่ ะกลมุ่ ตอ้ งมีท้งั นกั เรียนชายและนกั เรียนหญิง) ให้แต่ละ
กล่มุ ระดมความคิดเห็นเกี่ยวกบั บทบาทหนา้ ที่ของพอ่ แม่ และลูก จากน้นั ร่วมกนั คิดบทบาทสมมตุ ิ
ครอบครัวอบอุ่น เพอ่ื แสดงให้เพ่ือนดหู นา้ ช้นั โดยครูให้เวลาแสดงหนา้ ช้นั เรียน
กลมุ่ ละ 3 นาที จากน้นั เพื่อน ๆ ร่วมทายว่า แตล่ ะกลมุ่ แสดงบทบาทสมมุติ บทบาทหนา้ ทข่ี อง
54
พอ่ แม่และลูกอยา่ งไร
4. ใหน้ กั เรียนวาดภาพการแสดงบทบาทของพอ่ และแม่ทน่ี กั เรียนชื่นชอบ คนละ 1 ภาพ
5. ครูและนกั เรียนร่วมกนั แสดงความคดิ เห็นเกี่ยวกบั บทบาทหนา้ ทขี่ องพ่อและแม่ โดย
ครูใชค้ าถามดงั น้ี
- พอ่ และแมม่ ีบทบาทและหนา้ ทีต่ ่อครอบครวั อยา่ งไรบา้ ง
- ถา้ พอ่ และแม่ปฏิบตั ติ นตามบทบาทหนา้ ท่ีอยา่ งเหมาะสม ครอบครวั จะเป็นอยา่ งไร
ข้นั สรุป
6. นกั เรียนและครูร่วมกนั สรุปความรู้ ดงั น้ี พ่อแมค่ อื สมาชิกในครอบครัว ทีม่ บี ทบาทและหนา้ ท่ี
ของตนเอง หากพอ่ แมป่ ฏบิ ตั ิตามบทบาทหนา้ ทขี่ องตนเองอยา่ งเหมาะสม รู้จกั ช่วยเหลือกนั จะทาให้ทกุ คน
อยรู่ ่วมกนั ในครอบครวั อยา่ งมีความสุข
สื่อการเรียนรู้
-
การวดั และประเมนิ ผลการเรียนรู้
1. วธิ กี ารวดั และประเมนิ ผล
1.1 สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรียนในการเขา้ ร่วมกิจกรรม
1.2 สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรียนในการเขา้ ร่วมกิจกรรมกลมุ่
2. เคร่ืองมือ
2.1 แบบสงั เกตพฤติกรรมการเขา้ ร่วมกิจกรรม
2.2 แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกิจกรรมกลุ่ม
3. เกณฑ์การประเมนิ
3.1 การประเมนิ พฤติกรรมการเขา้ ร่วมกิจกรรม
ผา่ นต้งั แต่ 2 รายการถอื วา่ ผ่าน
ผา่ น 1 รายการถือว่า ไม่ผ่าน
3.2 การประเมินพฤติกรรมการเขา้ ร่วมกิจกรรมกลมุ่
คะแนน 9-10 ระดบั ดีมาก
คะแนน 7-8 ระดบั ดี
คะแนน 5-6 ระดบั พอใช้
คะแนน 0-4 ระดบั ควรปรบั ปรุง
55
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 9
กล่มุ สาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา ช้ันประถมศึกษาปี ที่
รหสั วชิ า พ12101 รายวิชาสุขศึกษา 2
หน่วยท่ี 3 เร่ือง บทบาทหน้าท่ขี องสมาชิกในครอบครัว เวลา 3 ชั่วโมง
แผนการจดั การเรียนรู้ เรื่อง บทบาทหน้าที่ของพีน่ ้องและญาติ เวลา 1 ชั่วโมง
มาตรฐานการเรียนรู้
พ 2.1 เขา้ ใจและเห็นคณุ ค่าตนเอง ครอบครัว เพศศกึ ษา และมีทกั ษะในการดาเนินชีวิต
ตวั ชีว้ ัด
ป.2/1 ระบบุ ทบาทหนา้ ทีข่ องตนเองและสมาชกิ ในครอบครวั
จุดประสงค์การเรียนรู้สู่ตัวชีว้ ดั
1. อธิบายบทบาทหนา้ ท่ขี องพ่ีนอ้ ง และบทบาทหนา้ ทข่ี องญาติ (K)
2. เขียนแผนภาพแสดงบทบาทหนา้ ท่ขี องพ่นี อ้ งและบทบาทหนา้ ที่ของญาติ (P)
3. เห็นความสาคญั ของการปฏบิ ตั ิตนตามบทบาทหนา้ ทข่ี องพ่นี อ้ งและบทบาทหนา้ ทขี่ องญาติ (A)
สาระสาคญั
พน่ี อ้ งและญาตคิ ือสมาชิกในครอบครวั ทมี่ บี ทบาทและหนา้ ทีใ่ นการทาใหค้ รอบครวั อบอนุ่ และมี
ความสุข
สาระการเรียนรู้
1. บทบาทหนา้ ท่ีของพีน่ อ้ ง
2. บทบาทหนา้ ทข่ี องญาติ
คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์
มุ่งม่นั ในการทางาน
ตวั ช้ีวดั ที่ 6.1 ต้งั ใจและรับผิดชอบในการปฏิบตั ิหนา้ ท่ีการงาน
สมรรถนะสาคญั ของผ้เู รียน
ความสามารถในการแกป้ ัญหา
ชิน้ งานหรือภาระงาน
- แผนภาพบทบาทหนา้ ทข่ี องพ่ีนอ้ ง และบทบาทหนา้ ทีข่ องญาติ
การจดั กิจกรรมการเรียนรู้
56
ข้นั นา
1. ให้นกั เรียนวาดภาพสมาชิกในครอบครัวของตนเอง จากน้นั ครูเลือกภาพวาดท่มี ี พ่อ แม่
พี่นอ้ ง และญาติ เช่น ป่ ู ยา่ ตา ยาย อาศยั อยดู่ ว้ ย 1 ภาพ นกั เรียนเจา้ ของภาพ นาเสนอภาพหนา้ ช้นั เรียน ใน
หวั ขอ้ ตอ่ ไปน้ี
- ในภาพมีใครบา้ ง
- แตล่ ะคนในภาพ มีบทบาทหนา้ ท่ีอยา่ งไรบา้ ง
ข้นั สอน
2. ครูเลา่ เหตุการณ์และความประทบั ใจท่ีเกิดข้นึ ระหวา่ งตนเองกบั พ่นี อ้ ง และระหว่างตนเองกบั ป่ ู
ยา่ ตา ยาย โดยใชส้ ถานการณ์ ดงั ตวั อยา่ ง
สถานการณ์ตัวอย่าง
ครอบครัวของครูเป็นครอบครวั ใหญ่ มคี ุณพอ่ คุณแม่ พ่ชี าย 1 คน นอ้ งสาว 1 คน
และคุณตา คณุ ยาย ครูและพนี่ อ้ งรกั กนั มาก เวลาไดส้ ่ิงของอะไรมา เราจะแบ่งปันกนั เสมอ
พ่ชี ายของครู เป็นคนท่ีเสียสละ เพราะไดร้ บั การอบรมสง่ั สอนจากคุณตา คุณยายมา วา่ เป็นพี่
ตอ้ งรู้จกั เสียสละใหน้ อ้ ง ทุกคร้ังทคี่ รูกบั นอ้ งสาวทาผดิ พ่ชี ายจะใหอ้ ภยั เสมอ ทกุ วนั
หลงั เลกิ เรียนครู พี่ชาย และนอ้ งสาว จะช่วยกนั ทาความสะอาดบา้ น รดน้าตน้ ไม้ จากน้นั
จะมานงั่ ฟังคุณยายเล่านิทาน หรือเลา่ เรื่องราวเก่า ๆ ในอดีต คณุ ตา คุณยายของครูเป็นคนที่ใจดี
ท่านไมเ่ คยคิดม่งุ ร้าย หรือเบยี ดเบียนผอู้ ืน่ เลย ท่านคอยปฏิบตั ติ นเป็นแบบอยา่ งท่ดี ีใหก้ บั
ลูกหลาน และคอยเป็นที่ปรึกษาให้กบั ลกู หลานเมือ่ มปี ัญหา ทกุ คนในครอบครวั จึงรกั
และห่วงใยทา่ นเสมอ
เม่ือนกั เรียนฟังเร่ืองราวสถานการณ์ที่ครูเลา่ แลว้ ร่วมกนั แสดงความคิดเห็นเก่ียวกบั บทบาทหนา้ ที่
ของพี่นอ้ งโดยครูใชค้ าถาม ดงั น้ี
- ครอบครวั ของนกั เรียนคนใด เป็นเหมอื นครอบครัวของครูบา้ ง
- นกั เรียนคนใดมีพี่นอ้ งบา้ ง
- นกั เรียนและพน่ี อ้ งปฏบิ ตั ิตนตอ่ กนั อยา่ งไรบา้ ง
- การปฏิบตั ติ นอยา่ งไรทีเ่ ป็นการแสดงบทบาทและหนา้ ท่ีของพีน่ อ้ งท่เี หมาะสม
- การปฏิบตั ติ นอยา่ งไรทีเ่ ป็นการแสดงบทบาทและหนา้ ทขี่ องพี่นอ้ งทไี่ ม่เหมาะสม
นกั เรียนและพ่นี อ้ งควรปฏิบตั ิตนอยา่ งไร จึงจะทาใหค้ รอบครัวมีความสุข
นกั เรียนร่วมกนั แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกบั บทบาทหนา้ ทข่ี องญาติผใู้ หญ่ โดยครูใชค้ าถาม ดงั น้ี
- ครอบครวั ของนกั เรียนคนใดมีญาติผใู้ หญ่ เช่น ป่ ู ยา่ ตา ยาย ลุง ป้า นา้ อา อาศยั อยดู่ ว้ ยบา้ ง
- ญาติผใู้ หญ่ของนกั เรียนมีบทบาทหนา้ ทตี่ ่อครอบครัวของนกั เรียนอยา่ งไรบา้ ง
- นกั เรียนปฏบิ ตั ติ นอยา่ งไรต่อท่านบา้ ง
- นกั เรียนรู้สึกอยา่ งไรทมี่ ญี าติผใู้ หญ่อาศยั อยดู่ ว้ ย
57
3. ครูเลือกตวั แทนนกั เรียน 2 - 3 คน ออกมาเลา่ ประสบการณ์และความประทบั ใจท่ีเกิดข้ึนระหวา่ ง
นกั เรียนกบั พี่นอ้ ง และเกิดข้ึนระหวา่ งนกั เรียนกบั ญาติผใู้ หญ่ (ป่ ู ยา่ ตา ยาย)
4. ครูอธิบายเก่ียวกบั บทบาทหนา้ ทข่ี องพี่นอ้ ง และบทบาทหนา้ ท่ขี องญาติ ดงั น้ี
บทบาทหนา้ ทขี่ องพี่นอ้ ง
1) ตอ้ งรกั ใคร่กลมเกลียวกนั
2) ตอ้ งให้ความนบั ถอื ซ่ึงกนั และกนั
3) มีน้าใจ และมคี วามเออ้ื เฟ้ื อเผอื่ แผ่ต่อกนั
4) ช่วยกนั ดูแลความสะอาดในบา้ น
5) พี่นอ้ งตอ้ งมีความสามคั คี ไม่ทะเลาะกนั
6) พต่ี อ้ งรู้จกั เสียสละให้นอ้ ง
7) นอ้ งตอ้ งเช่ือฟังพ่ี
8) เมอ่ื ใครทาผิดควรใหอ้ ภยั กนั
9) พี่นอ้ งตอ้ งเชื่อฟังคาส่ังสอนของพอ่ แม่ และผปู้ กครอง
10) ควรพูดจากนั ดว้ ยถอ้ ยคาที่สุภาพ ไม่พูดคาหยาบคายตอ่ กนั
บทบาทหนา้ ที่ของญาติ
1) ปฏบิ ตั ิตนเป็นแบบอยา่ งทีด่ ีแก่ลูกหลาน
2) ใหก้ ารอบรมเล้ียงดลู ูกหลานใหเ้ ป็นคนดี
3) ช่วยดูแลบา้ น และทางานบา้ นทพี่ อจะช่วยได้
4) เป็นท่ีปรึกษาให้แก่ทุกคนในครอบครัว
5) ไมม่ ุ่งร้าย และเบียดเบียนสมาชิกในครอบครัว
5. ให้นกั เรียนร่วมกนั สรุปบทบาทหนา้ ท่ขี องพี่นอ้ ง และบทบาทหนา้ ท่ขี องญาตเิ ป็น
แผนภาพความคดิ ดงั น้ี
58
ปฏบิ ตั ิตนเป็นแบบอยา่ งทด่ี ีแกล่ กู หลาน
6. ใหน้ กั เรียนแสดงบทบาทสมมตุ ิ บทบาทหนา้ ที่ของสมาชิกในครอบครัว โดยให้นกั เรียนแบง่ กลุ่ม
กล่มุ ละ 6-7 คน (แต่ละกลมุ่ ตอ้ งมที ้งั นกั เรียนชายและนกั เรียนหญิง) ให้แต่ละกลมุ่ ระดม
ความคิดเห็นเกี่ยวกบั บทบาทหนา้ ทขี่ องสมาชิกในครอบครัว (พอ่ แม่ ลกู พ่ี นอ้ ง ญาตผิ ูใ้ หญ)่ จากน้นั ร่วมกนั
คิดบทบาทสมมุตเิ พอ่ื แสดงบทบาทหนา้ ท่ีของสมาชิกในครอบครัวให้เพอื่ นดหู นา้ ช้นั โดยครู
ใหเ้ วลาแสดงหนา้ ช้นั เรียนกล่มุ ละ 5 นาที
7. ครูและนกั เรียนร่วมกนั แสดงความคดิ เห็นเก่ียวกบั บทบาทหนา้ ที่ของพ่ีนอ้ งและญาติ โดยครูใช้
คาถามดงั น้ี
- พีน่ อ้ งและญาติมีบทบาทและหนา้ ทีต่ ่อครอบครัวอยา่ งไรบา้ ง
- ถา้ ตอ้ งการใหค้ รอบครวั อบอนุ่ และมคี วามสุข คนในครอบครัวควรปฏิบตั ิตนอยา่ งไร
ข้นั สรุป
8. นกั เรียนและครูร่วมกนั สรุปความรู้ ดงั น้ี สมาชิกในครอบครัวตา่ งมบี ทบาท และหนา้ ท่ขี องตนเอง
ถา้ ทกุ คนในครอบครัวปฏบิ ตั ติ นตามบทบาทหนา้ ทข่ี องตนเอง อยา่ งเหมาะสม รู้จกั ช่วยเหลือซ่ึงกนั และกนั ก็
จะทาให้อยรู่ ่วมกนั ในครอบครัวอยา่ งมีความสุข
สื่อการเรียนรู้
สถานการณ์ตวั อยา่ ง
การวดั และประเมินผลการเรียนรู้
1. วิธีการวดั และประเมนิ ผล
1.1 สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรียนในการเขา้ ร่วมกิจกรรม
1.2 สงั เกตพฤติกรรมของนกั เรียนในการเขา้ ร่วมกิจกรรมกลมุ่
59
2. เคร่ืองมือ
2.1 แบบสังเกตพฤติกรรมการเขา้ ร่วมกิจกรรม
2.2 แบบสังเกตพฤติกรรมการเขา้ ร่วมกิจกรรมกล่มุ
3. เกณฑ์การประเมิน
3.1 การประเมินพฤติกรรมการเขา้ ร่วมกิจกรรม
ผ่านต้งั แต่ 2 รายการ ถือวา่ ผ่าน
ผ่าน 1 รายการ ถือว่า ไม่ผ่าน
3.2 การประเมินพฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกิจกรรมกล่มุ
คะแนน 9-10 ระดบั ดีมาก
คะแนน 7-8 ระดบั ดี
คะแนน 5-6 ระดบั พอใช้
คะแนน 0-4 ระดบั ควรปรับปรุง
60
บนั ทึกการออกแบบการเรียนรู้ ช้ันประถมศึกษาปี ท่ี 2
กล่มุ สาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา เวลา 6 ชั่วโมง
หน่วยท่ี 4 เรื่อง พฤตกิ รรมทางเพศ
ผ้สู อน นางสาววิไล วนาพงศากุล
มาตรฐานการเรียนรู้
พ 2.1 เขา้ ใจและเห็นคณุ คา่ ตนเอง ครอบครวั เพศศึกษา และมีทกั ษะในการดาเนินชีวิต
ตวั ชีว้ ดั
ป.2/2 บอกความสาคญั ของเพอื่ น
ป.2/3 ระบุพฤติกรรมทเี่ หมาะสมกบั เพศ
ป.2/4 อธิบายความภาคภูมใิ จในความเป็นเพศหญิงหรือเพศชาย
สาระสาคญั
1. การปฏิบตั ิตนให้เหมาะสมกบั เพศของตนเองตามกาลเทศะและมารยาทสงั คมจะทาใหเ้ กิดความ
ภาคภมู ใิ จในตนเอง และอยรู่ ่วมกบั ผอู้ นื่ อยา่ งมีความสุข
2. ทุกคนจาเป็นตอ้ งมีเพอ่ื นท่ไี วค้ อยทากิจกรรมตา่ ง ๆ ร่วมกนั และไวค้ อยพูดคยุ ซกั ถามเร่ืองราว
ตา่ ง ๆ
สาระการเรียนรู้
1. พฤตกิ รรมท่ีเหมาะสมกบั เพศและความภาคภมู ใิ จในเพศของตน
2. ความสาคญั ของเพ่ือน
คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์
มีวนิ ยั
ตวั ช้ีวดั ที่ 3.1 ปฏิบตั ิตามขอ้ ตกลง กฎเกณฑ์ ระเบยี บ ขอ้ บงั คบั ของครอบครวั โรงเรียน
และสงั คม
สมรรถนะสาคัญของผ้เู รยี น
ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวิต
ชิน้ งานหรือภาระงาน
1. ชิ้นงานท่ี 4 เร่ือง พฤตกิ รรมท่เี หมาะสมของเพศชายและเพศหญิง
2. ช้ินงานท่ี 5 เรื่อง การปฏิบตั ิตนเป็นเพอ่ื นท่ดี ี
การจดั กิจกรรมการเรียนรู้
1. ใหน้ กั เรียนร่วมกนั แสดงความคิดเห็นเก่ียวกบั พฤติกรรมทเ่ี หมาะสมของเพศชาย
2. ให้นกั เรียนลงคะแนนเลือกเพอ่ื นที่ปฏิบตั ิตนไดเ้ หมาะสมกบั เพศชายและมีความเป็นสุภาพบรุ ุษ
3. ใหน้ กั เรียนแบ่งกลมุ่ ร่วมกนั สรุปการปฏิบตั ติ นของเพศชายท่ีเป็นพฤตกิ รรมที่เหมาะสมและมี
ความเป็นสุภาพบรุ ุษเป็นแผนภาพความคดิ
61
4. ใหน้ กั เรียนร่วมกนั แสดงความคดิ เห็นเก่ียวกบั พฤตกิ รรมท่เี หมาะสมของเพศหญงิ
5. ใหน้ กั เรียนลงคะแนนเลือกเพื่อนท่ปี ฏิบตั ติ นไดเ้ หมาะสมกบั เพศหญงิ และมีความเป็นสุภาพสตรี
6. ใหน้ กั เรียนแบ่งกลมุ่ ร่วมกนั สรุปการปฏิบตั ิตนของเพศหญิงที่เป็นพฤตกิ รรมทีเ่ หมาะสมและมี
ความเป็ นสุภาพสตรี เป็ นแผนภาพความคดิ
7. ให้นกั เรียนสารวจพฤติกรรมของตนเอง และร่วมกนั แสดงความคิดเห็น
8. ใหน้ กั เรียนชายและหญิงออกมาเขียนแผนภาพความคดิ ความภาคภมู ิใจในความเป็นเพศชาย และ
ความภาคภมู ิใจในความเป็นเพศหญงิ
9. ใหน้ กั เรียนวาดภาพการปฏบิ ตั ิตนทท่ี าให้เกิดความภาคภูมใิ จในเพศของตนเอง
แลว้ ตอบคาถาม
10. ให้นกั เรียนทาชิ้นงานที่ 4 เรื่อง พฤติกรรมท่เี หมาะสมของเพศชายและเพศหญงิ
11. ให้นกั เรียนร่วมกนั ดูภาพการแสดงมารยาททางสังคมของเพศชายตามกาลเทศะ
และร่วมกนั แสดงความคดิ เห็น
12. ใหน้ กั เรียนร่วมกนั ฝึกมารยาทในการพดู โดยวิธียืนหันหนา้ พดู กบั เพือ่ นตามสถานการณ์ต่าง ๆ ที่
ครูกาหนด แลว้ ร่วมกนั แสดงความคิดเห็น
13. ใหน้ กั เรียนวาดภาพเกี่ยวกบั มารยาททางสงั คมทีเ่ หมาะสมกบั ตนเองและกาลเทศะ จากน้นั
ร่วมกนั แสดงความคดิ เห็น
14. ให้นกั เรียนเลน่ เกมทายใจเพื่อนและจบั คูก่ บั เพือ่ นวาดภาพกิจกรรมทชี่ อบทาร่วมกนั จากน้นั
ออกมานาเสนอหนา้ ช้นั เรียน
15. ให้นกั เรียนแบ่งกลุม่ ร่วมกนั สรุปเกี่ยวกบั ความสาคญั ของเพอื่ นเป็นแผนภาพความคิด
16. ให้นกั เรียนวาดภาพระบายสีเพือ่ นทีน่ กั เรียนสนิทที่สุด แลว้ ตอบคาถาม
17. ให้นกั เรียนวิเคราะห์ตวั อยา่ งสถานการณ์ แลว้ ร่วมกนั แสดงความคิดเห็น
18. ให้นกั เรียนวาดภาพการปฏิบตั ิตนเป็นเพือ่ นที่ดีคนละ 1 ภาพ และร่วมกนั นาภาพท่ี
นกั เรียนส่วนใหญช่ ่ืนชอบมาสรุปเป็นแผนภาพความคิด
19. ให้นกั เรียนและครูร่วมกนั สรุปความรู้ ดงั น้ี การปฏิบตั ติ นควรปฏิบตั ติ นอยา่ งถูกบทบาททางเพศ
มารยาทสงั คม และกาลเทศะ ทกุ คนควรมีเพ่อื นไวค้ อยช่วยเหลอื หรือไวค้ อยพดู คุยคลายเหงา
20. ใหน้ กั เรียนทาช้ินงานที่ 5 เรื่อง การปฏบิ ตั ิตนเป็นเพ่ือนท่ีดี
ส่ือการเรียนรู้
1. ตวั แทนนกั เรียนชายและหญงิ
2. กระดาษ 3" × 6"
3. กล่องเปลา่
4. ภาพการแสดงมารยาททางสังคมของเพศชายตามกาลเทศะ
5. แบบสารวจพฤติกรรมของเพศชายและเพศหญิง
6. ชิ้นงานที่ 4 เรื่อง พฤตกิ รรมทเ่ี หมาะสมของเพศชายและเพศหญิง
7. เกมทายใจเพือ่ น
62
8. กระดาษเปล่า
9. ช้ินงานท่ี 5 เร่ือง การปฏิบตั ิตนเป็นเพือ่ นท่ีดี
10. เกมเพ่ือนทด่ี ีของฉนั
11. ตวั อยา่ งสถานการณ์
12. ป้ายวงกลมสีแดงและสีเขยี ว
การประเมินผล
1. การประเมนิ ผลตวั ชีว้ ัด
1. ชิ้นงานท่ี 4 เรื่อง พฤตกิ รรมทเี่ หมาะสมของเพศชายและเพศหญิง
2. ช้ินงานที่ 5 เรื่อง การปฏบิ ตั ิตนเป็นเพอ่ื นท่ดี ี
เกณฑ์การ ระดับคะแนน
ประเมิน 4 32 1
นกั เรียนบอก นกั เรียนบอก นกั เรียนบอก นกั เรียนบอก นกั เรียนบอก
พฤตกิ รรมทไ่ี ม่ พฤติกรรมทีไ่ ม่
เหมาะสมของ พฤติกรรมทไ่ี ม่ พฤติกรรมทไี่ ม่ พฤตกิ รรมท่ไี ม่ เหมาะสมของ
เพศชายและเพศ เพศชายและเพศ
หญิง พร้อมบอก เหมาะสมของเพศชาย เหมาะสมของ เหมาะสมของ หญงิ พร้อมบอก
วิธีแกไ้ ข วิธีแกไ้ ข
พฤติกรรมน้นั และเพศหญิง พร้อม เพศชายและเพศ เพศชายและเพศ พฤตกิ รรมน้นั
ไดถ้ กู ตอ้ งและ โดยอาศยั จากท่ี
เหมาะสม บอกวิธีแกไ้ ข หญงิ พร้อมบอก หญงิ พร้อมบอก ครูยกตวั อยา่ ง
และตอ้ งไดร้ ับ
พฤติกรรมน้นั วธิ ีแกไ้ ข วิธีแกไ้ ข คาแนะนาจาก
เพ่ือน
ไดส้ ัมพนั ธ์กบั หัวขอ้ ที่ พฤตกิ รรมน้นั พฤติกรรมน้นั
กาหนดและแตกต่าง ไดส้ มั พนั ธก์ บั ไดส้ มั พนั ธ์กบั
จากท่คี รูยกตวั อยา่ ง หัวขอ้ ท่ีกาหนด หวั ขอ้ ท่ีกาหนด
และสามารถให้ และแตกตา่ งจาก โดยอาศยั จากที่
คาแนะนากบั ผอู้ นื่ ได้ ที่ครูยกตวั อยา่ ง ครูยกตวั อยา่ ง
63
เกณฑ์การประเมนิ ระดบั คะแนน
นกั เรียนบอกวธิ ีการ 4321
ปฏิบตั ิตนเป็นเพื่อนท่ี
ดีไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ ง นกั เรียนบอกวิธีการ นกั เรียนบอกวิธีการ นกั เรียนบอกวิธีการ นกั เรียนบอกวธิ ีการ
ปฏบิ ตั ติ นเป็นเพ่อื นทด่ี ี ปฏบิ ตั ติ นเป็นเพอื่ นท่ีดี ปฏบิ ตั ิตนเป็นเพือ่ นท่ีดี ปฏิบตั ติ นเป็นเพอ่ื นท่ีดี
ไดส้ มั พนั ธ์กบั หัวขอ้ ไดส้ มั พนั ธ์กบั หัวขอ้ ไดส้ ัมพนั ธ์กบั หัวขอ้ ไดส้ มั พนั ธก์ บั หัวขอ้
ทีก่ าหนดและ ทก่ี าหนดและ ทกี่ าหนดตามที่ ท่กี าหนดโดย
แตกต่างจากท่ีครู แตกตา่ งจากท่ีครู ครูยกตวั อยา่ ง อาศยั จากท่ีครู
ยกตวั อยา่ ง และ ยกตวั อยา่ ง แตด่ ดั แปลงให้ ยกตวั อยา่ ง
สามารถให้ แตกตา่ ง
คาแนะนาผอู้ น่ื ได้
2. การประเมนิ ผลคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์
มวี นิ ัย
ตัวชี้วดั ท่ี 3.1 ปฏิบัติตามข้อตกลง กฎเกณฑ์ ระเบยี บ ข้อบังคบั ของครอบครัว โรงเรียนและสังคม
พฤตกิ รรมบ่งชี้ ไม่ผ่าน (0) ผ่าน (1) ดี (2) ดเี ยีย่ ม (3)
ปฏิบตั ติ ามขอ้ ตกลง
3.1.1 ปฏบิ ตั ิตนตาม ไม่ปฏบิ ตั ติ นตาม ปฏิบตั ิตามขอ้ ตกลง ปฏบิ ตั ิตามขอ้ ตกลง กฎเกณฑ์ ระเบียบ
ขอ้ ตกลง กฎเกณฑ์ ขอ้ ตกลง กฎเกณฑ์ ระเบียบ กฎเกณฑ์ ระเบียบ ขอ้ บงั คบั ของ
ระเบียบ ขอ้ บงั คบั กฎเกณฑ์ ขอ้ บงั คบั ของ ขอ้ บงั คบั ของ ครอบครัวและโรงเรียน
ของครอบครัว ระเบียบ ครอบครัวและโรงเรียน ครอบครัวและโรงเรียน ไดด้ ว้ ยตนเอง
โรงเรียน และสงั คม ขอ้ บงั คบั โดยตอ้ งมีการเตือนเป็น โดยตอ้ งมกี ารเตอื น
ไม่ละเมิดสิทธิ ส่วนใหญ่ เป็ นบางคร้ ัง
ของผอู้ ืน่ ของครอบครัว
และโรงเรียน
3.1.2 ตรงต่อเวลาในการ
ปฏิบตั กิ ิจกรรมต่าง ๆ
ในชีวิตประจาวนั
และรับผิดชอบ
ในการทางาน
64
แบบทดสอบก่อนเรียน – หลงั เรียน ไดค้ ะแนน
_________
คะแนน
ช่ือ ______________________ นามสกุล________________ เลขที่________ ช้นั ________
คาชี้แจง ให้นกั เรียนทาเคร่ืองหมาย × ทบั ข้อที่ถกู ต้อง
1. ขอ้ ใดแสดงถงึ การปฏิบตั ติ นเป็นเพื่อนทด่ี ี
1 แยง่ ของเล่นเพือ่ น 2 แซงคิวเพื่อนขณะซ้ือของ 3 แบ่งขนมใหเ้ พ่อื นรับประทาน
2. การปฏิบตั ิตนเป็นเพือ่ นท่ดี ีมปี ระโยชนอ์ ยา่ งไร
1 ทาให้เพ่ือนรกั 2 ทาให้ถูกเพือ่ นแกลง้ 3 ทาใหเ้ พื่อนไมอ่ ยากเลน่ ดว้ ย
3. ถา้ ไมม่ ีเพอื่ นจะเป็นอยา่ งไร
1 สุขภาพจิตดี
2 ทาการบา้ นไม่ได้
3 ไม่มใี ครคอยพูดคยุ ซกั ถามเร่ืองราวตา่ ง ๆ
4. ถา้ ตอ้ งการเป็นทรี่ กั ของเพอ่ื นควรปฏิบตั ิตนอยา่ งไร
1 ทาการบา้ นให้เพื่อน
2 มีน้าใจให้เพื่อนยมื ไมบ้ รรทดั
3 เอ้ือเฟ้ือเผอื่ แผซ่ ้ือของแจกเพือ่ นทกุ วนั
5. เพื่อนมคี วามสาคญั ตอ่ นกั เรียนอยา่ งไร
1 ใหค้ วามช่วยเหลอื ซ่ึงกนั และกนั
2 เป็นเพือ่ นหนีเรียน
3 ใหล้ อกการบา้ น
6. ขอ้ ใดเป็นการปฏิบตั ิท่เี หมาะสมกบั เพศ เฉลยแบบทดสอบก่อนเรียน -
1 เด็กผูห้ ญงิ เล่นฟตุ บอล
2 เด็กผูช้ ายเล่นขายของ หลงั เรียน
3 เด็กผูห้ ญิงเลน่ ตุก๊ ตา 1. 3 2. 1
3. 3 4. 2
7. การกระทาใดทาให้เกิดความภาคภูมใิ จในความเป็นเพศชายมากที่สุด 5. 1 6. 3
1 ปกป้องผทู้ อี่ อ่ นแอกวา่ 7. 1 8. 3
2 ช่วยพอ่ รดน้าตน้ ไม้ 9. 1 10. 2
3 ช่วยเพอ่ื นถือของ
8. เพศหญงิ ควรปฏิบตั ิตนอยา่ งไรให้เป็นสุภาพสตรี
1 ช่วยผอู้ ่ืนทางานท่ีตอ้ งใชแ้ รงมาก 2 เล่นคลุกคลกี บั เพศชาย 3 พดู จาสุภาพอ่อนหวาน
9. เพศชายควรปฏิบตั ติ นอยา่ งไรให้เป็นสุภาพบุรุษ
1 มีความเป็นผนู้ า เขม้ แข็ง 2 พูดจาลงทา้ ยดว้ ย “ค่ะ” 3 รงั แกเพอื่ นทีอ่ อ่ นแอ
10. เพศหญงิ ควรปฏิบตั ิตนอยา่ งไรเพือ่ ใหเ้ กิดความภาคภมู ิใจในเพศของตน
1 ทางานหาเงินแทนพ่อ 2 ช่วยแม่ลา้ งผกั และผลไม้ 3 ทาการบา้ นใหน้ อ้ งเป็นประจา
65
แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 10 ช้ันประถมศึกษาปี ท่ี
รายวชิ าสุขศึกษา 2
กล่มุ สาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา เวลา 6 ชั่วโมง
รหสั วิชา พ12101
หน่วยท่ี 4 เร่ือง พฤติกรรมทางเพศ เวลา 1 ชั่วโมง
แผนการจัดการเรียนรู้ เรื่อง พฤตกิ รรมเพศชาย
มาตรฐานการเรียนรู้
พ 2.1 เขา้ ใจและเห็นคณุ คา่ ตนเอง ครอบครัว เพศศึกษา และมที กั ษะในการดาเนินชีวิต
ตวั ชี้วดั
ป.2/3 ระบพุ ฤตกิ รรมท่ีเหมาะสมกบั เพศ
จดุ ประสงค์การเรียนรู้สู่ตวั ชีว้ ดั
1. ระบพุ ฤติกรรมทีเ่ หมาะสมกบั เพศชาย (K)
2. เขียนแผนภาพพฤติกรรมที่เหมาะสมกบั เพศชายและมีความเป็นสุภาพบรุ ุษ (P)
3. เห็นความสาคญั ในการปฏิบตั ิตนใหเ้ หมาะสมของเพศชาย และเกิดความภาคภูมิใจในความเป็น
สุภาพบุรุษ (A)
สาระสาคญั
การปฏิบตั ิตนทีเ่ หมาะสมกบั เพศชาย จะทาให้เป็นทีร่ ักและชื่นชมของคนรอบขา้ ง และแสดงถงึ การ
เป็ นสุภาพบุรุษ
สาระการเรียนรู้
พฤตกิ รรมทเี่ หมาะสมกบั เพศชาย
คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์
มีวนิ ยั
ตวั ช้ีวดั ท่ี 3.1 ปฏบิ ตั ิตามขอ้ ตกลง กฎเกณฑ์ ระเบยี บ ขอ้ บงั คบั ของครอบครัว โรงเรียน
และสงั คม
สมรรถนะสาคัญของผ้เู รียน
ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวติ
ชิ้นงานหรือภาระงาน
- แผนภาพพฤตกิ รรมทเี่ หมาะสมกบั เพศชาย
66
การจัดกิจกรรมการเรียนรู้
ข้นั นา
1. ครูให้ตวั แทนนกั เรียนชาย 1 คน ออกมายนื หนา้ ช้นั เรียน แลว้ ใหน้ กั เรียนร่วมกนั แสดงความ
คิดเห็นเก่ียวกบั ลกั ษณะทางร่างกายและลกั ษณะนิสัย โดยครูใชค้ าถาม ดงั น้ี
- เพ่อื นคนน้ีเป็นเพศใด
- ลกั ษณะอะไรบา้ งทีบ่ ง่ บอกวา่ เป็นเพศชาย
- ลกั ษณะนิสัยของเพศชายส่วนใหญเ่ ป็นอยา่ งไร
- นกั เรียนรู้สึกอยา่ งไรกบั เพ่อื นเพศน้ี เพราะอะไร
- นกั เรียนตอ้ งการให้เพื่อนเพศน้ีปฏบิ ตั ิตนตอ่ นกั เรียนอยา่ งไร
ข้นั สอน
2. นกั เรียนร่วมกนั แสดงความคดิ เห็นเกี่ยวกบั พฤตกิ รรมที่เหมาะสมของเพศชาย โดยครูใชค้ าถาม
ดงั น้ี
- เพอื่ นเพศชายของนกั เรียนส่วนใหญป่ ฏิบตั ิตนอยา่ งไรบา้ ง
ครูเขียนขอ้ ความท่ีนกั เรียนแสดงความคิดเห็นลงบนกระดานเป็นขอ้ ๆ
เมอ่ื นกั เรียนไดแ้ สดงความคิดเห็นทุกคนแลว้ ครูและนกั เรียนร่วมกนั อ่านทวนขอ้ ความ 1 รอบ
จากน้นั นกั เรียนร่วมกนั แสดงความคดิ เห็นว่าการปฏิบตั ติ นของเพ่ือนเพศชาย ขอ้ ใดบา้ ง
ทีเ่ หมาะสมกบั เพศและมคี วามเป็นสุภาพบุรุษ ปฏิบตั แิ ลว้ เป็นทชี่ ื่นชอบของเพอื่ น ๆ และขอ้ ใดบา้ ง
ทป่ี ฏิบตั ิแลว้ ไม่เหมาะสมกบั เพศและไมม่ คี วามเป็นสุภาพบุรุษ ปฏิบตั แิ ลว้ ไมเ่ ป็นท่ชี ่ืนชอบของ
เพ่อื น ๆ ครูเขยี นเครื่องหมาย หนา้ ขอ้ ความทนี่ กั เรียนส่วนใหญค่ ิดว่าเป็นการปฏิบตั ิตนท่เี หมาะสม และ
เขียนเคร่ืองหมาย × หนา้ ขอ้ ความที่นกั เรียนส่วนใหญ่คดิ วา่ เป็นการปฏิบตั ิตนท่ีไม่เหมาะสม
3. ครูแจกกระดาษขนาด 3" × 6" ใหน้ กั เรียนคนละ 1 แผน่ ครูเขยี นชื่อนกั เรียนชายทุกคนลงบน
กระดาน จากน้นั ให้นกั เรียนแต่ละคน เขียนชื่อเพื่อนเพศชายที่นกั เรียนคดิ ว่าปฏิบตั ิตนไดเ้ หมาะสมกบั เพศและ
มคี วามเป็นสุภาพบรุ ุษ คนละ 1 ช่ือ แลว้ นากระดาษที่เขียนเสร็จแลว้ มาหยอ่ นลงในกล่องท่คี รูเตรียมไว้ เมอื่
หยอ่ นกระดาษหมดทกุ คนแลว้ ครูหยบิ กระดาษข้นึ มาอ่านทลี ะแผน่ พร้อมขดี คะแนนลงบนกระดาน เมื่อ
กระดาษหมดกลอ่ ง ครูและนกั เรียนช่วยกนั รวมคะแนนท้งั หมด
ครูให้นกั เรียนชายท่ีไดค้ ะแนนมากท่ีสุดออกมาหนา้ ช้นั จากน้นั ครูใชค้ าถาม ให้นกั เรียนร่วมกนั
แสดงความคดิ เห็น ดงั น้ี
- เพือ่ นคนน้ีปฏบิ ตั ิตนไดเ้ หมาะสมกบั เพศและมีความเป็นสุภาพบุรุษอยา่ งไรบา้ ง
- นกั เรียนชื่นชอบการปฏบิ ตั ิตนของเพื่อนคนน้ีหรือไม่
- นกั เรียนตอ้ งการให้เพอ่ื นเพศชายในหอ้ งน้ีปฏิบตั ติ นอยา่ งไรบา้ ง
- มเี พ่ือนชายในหอ้ งน้ีคนใดบา้ งทป่ี ฏบิ ตั ติ นไดเ้ หมาะสมกบั เพศและมคี วามเป็นสุภาพบุรุษ
4. ครูแนะนาการปฏิบตั ิตนของเพศชายให้เหมาะสมกบั ความเป็นสุภาพบุรุษเพ่มิ เติม ดงั น้ี
1) พูดจาสุภาพ ใชค้ าลงทา้ ย วา่ “ครับ”
2) แต่งกายสุภาพ เหมาะสมกบั กาลเทศะ
67
3) ไมร่ งั แกเพื่อน และใหค้ วามช่วยเหลอื เพือ่ น หรือผทู้ อ่ี อ่ นแอกวา่
4) ไม่เอาเปรียบหรือถูกเน้ือตอ้ งตวั เพื่อนเพศหญิง
5) ช่วยเหลอื ทางานในครอบครัวอยา่ งเต็มท่ี
6) มีความเป็นผนู้ า กลา้ หาญ
7) รู้จกั เสียสละให้ผทู้ ี่อ่อนแอกวา่
8) มีน้าใจนกั กีฬาโดยกล่าวคา “ขอโทษ” เมอื่ ตนเองทาผิดและรู้จกั ให้อภยั ผอู้ น่ื
5. ใหน้ กั เรียนแบ่งกลุม่ กลมุ่ ละ 3 - 4 คน แต่ละกล่มุ เขียนแผนภาพพฤติกรรมที่เหมาะสมของเพศ
ชายและมีความเป็นสุภาพบุรุษ แลว้ ออกมานาเสนอผลงานทลี ะกลมุ่
ตวั อย่างแผนภาพ
แต่งกายเหมาะสมกบั
กาลเทศะ
พดู จาสุภาพ ช่วยเหลือผทู้ อี่ ่อนแอกว่า
ไมเ่ อาเปรียบผหู้ ญิง พฤตกิ รรมทเี่ หมาะสม ช่วยเหลอื งานบา้ น
ของเพศชาย อยา่ งเตม็ ท่ี
เป็นผนู้ า กลา้ หาญ ไมร่ ังแกผทู้ ีอ่ อ่ นแอกวา่
มีน้าใจนกั กีฬา
6. ครูและนกั เรียนร่วมกนั แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกบั พฤตกิ รรมที่เหมาะสมของเพศชาย โดยครูใช้
คาถาม ดงั น้ี
- การกระทาใดบา้ งท่ีเพศชายปฏบิ ตั แิ ลว้ เหมาะสมกบั เพศและมีความเป็นสุภาพบุรุษ
- เมือ่ เพศชายปฏิบตั ิตนไดเ้ หมาะสมกบั เพศและมีความเป็นสุภาพบรุ ุษแลว้ จะเป็นผลดีอยา่ งไร
ข้นั สรุป
7. ให้นกั เรียนและครูร่วมกนั สรุปความรู้ ดงั น้ี การปฏิบตั ิตนที่เหมาะสมกบั ความเป็นเพศชายหรือ
ความเป็นสุภาพบรุ ุษ จะทาให้เป็นทร่ี ักของคนรอบขา้ ง เป็นทชี่ ่ืนชมของผทู้ ่ีพบเห็นและอยรู่ ่วมกบั ผอู้ ืน่ ได้
อยา่ งมคี วามสุข
68
สื่อการเรียนรู้
1. ตวั แทนนกั เรียนชาย
2. กระดาษ 3" × 6"
3. กล่องเปลา่
การวดั และประเมนิ ผลการเรียนรู้
1. วธิ กี ารวัดและประเมนิ ผล
1.1 สังเกตพฤติกรรมของนกั เรียนในการเขา้ ร่วมกิจกรรม
1.2 สงั เกตพฤติกรรมของนกั เรียนในการเขา้ ร่วมกิจกรรมกลมุ่
2. เคร่ืองมือ
2.1 แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกิจกรรม
2.2 แบบสงั เกตพฤติกรรมการเขา้ ร่วมกิจกรรมกลมุ่
3. เกณฑ์การประเมิน
3.1 การประเมินพฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกิจกรรม
ผ่านต้งั แต่ 2 รายการ ถือว่า ผ่าน
ผา่ น 1 รายการ ถอื ว่า ไม่ผ่าน
3.2 การประเมินพฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกิจกรรมกลมุ่
คะแนน 9-10 ระดบั ดีมาก
คะแนน 7-8 ระดบั ดี
คะแนน 5-6 ระดบั พอใช้
คะแนน 0-4 ระดบั ควรปรบั ปรุง
69
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 11 ช้ันประถมศึกษาปี ท่ี
รายวิชาสุขศึกษา 2
กล่มุ สาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา เวลา 6 ช่ัวโมง
รหสั วิชา พ12101
หน่วยที่ 4 เรื่อง พฤตกิ รรมทางเพศ เวลา 1 ช่ัวโมง
แผนการจดั การเรียนรู้ เรื่อง พฤติกรรมเพศหญิง
มาตรฐานการเรียนรู้
พ 2.1 เขา้ ใจและเห็นคุณค่าตนเอง ครอบครัว เพศศึกษา และมที กั ษะในการดาเนินชีวิต
ตัวชีว้ ดั
ป.2/3 ระบุพฤติกรรมทเี่ หมาะสมกบั เพศ
จุดประสงค์การเรียนรู้สู่ตัวชีว้ ัด
1. ระบุพฤตกิ รรมทเ่ี หมาะสมกบั เพศหญิง (K)
2. เขียนแผนภาพพฤติกรรมที่เหมาะสมกบั เพศหญงิ และมคี วามเป็นสุภาพสตรี (P)
3. เห็นความสาคญั ในการปฏบิ ตั ติ นใหเ้ หมาะสมของเพศหญงิ และเกิดความภาคภมู ิใจ
ในความเป็นสุภาพสตรี (A)
สาระสาคญั
การปฏบิ ตั ิตนทเ่ี หมาะสมกบั เพศหญิงหรือการเป็นสุภาพสตรี จะทาให้เป็นท่ีรักและชื่นชมของผทู้ ่ี
พบเห็น
สาระการเรียนรู้
พฤติกรรมทีเ่ หมาะสมกบั เพศหญงิ
คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
มวี นิ ยั
ตวั ช้ีวดั ที่ 3.1 ปฏิบตั ิตามขอ้ ตกลง กฎเกณฑ์ ระเบียบ ขอ้ บงั คบั ของครอบครัว โรงเรียน
และสังคม
สมรรถนะสาคญั ของผ้เู รียน
ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวติ
ชิ้นงานหรือภาระงาน
- แผนภาพพฤติกรรมท่ีเหมาะสมกบั เพศหญงิ และความเป็นสุภาพสตรี
70
การจัดกจิ กรรมการเรียนรู้
ข้นั นา
1. ครูใหต้ วั แทนนกั เรียนหญิง 1 คน ออกมายืนหนา้ ช้นั เรียน แลว้ ให้นกั เรียนร่วมกนั แสดงความ
คิดเห็นเกี่ยวกบั ลกั ษณะทางร่างกายและลกั ษณะนิสัย โดยครูใชค้ าถาม ดงั น้ี
- เพือ่ นคนน้ีเป็นเพศใด
- ลกั ษณะอะไรบา้ งทบี่ ่งบอกว่าเป็นเพศหญิง
- ลกั ษณะนิสยั ของเพศหญิงส่วนใหญ่เป็นอยา่ งไร
- นกั เรียนรู้สึกอยา่ งไรกบั เพอื่ นเพศน้ี เพราะอะไร
- นกั เรียนตอ้ งการใหเ้ พ่ือนเพศน้ีปฏิบตั ิตนอย่างไร
ข้นั สอน
2. นกั เรียนร่วมกนั แสดงความคดิ เห็นเก่ียวกบั พฤติกรรมท่ีเหมาะสมของเพศหญิง โดยครูใชค้ าถาม
ดงั น้ี
- เพอ่ื นเพศหญิงของนกั เรียนส่วนใหญ่ปฏบิ ตั ิตนอยา่ งไรบา้ ง
ครูเขยี นขอ้ ความทน่ี กั เรียนแสดงความคิดเห็นลงบนกระดานเป็นขอ้ ๆ
เมอ่ื นกั เรียนไดแ้ สดงความคดิ เห็นทกุ คนแลว้ ครูและนกั เรียนร่วมกนั อ่านทวนขอ้ ความ 1 รอบ
จากน้นั นกั เรียนร่วมกนั แสดงความคดิ เห็นว่าการปฏบิ ตั ติ นของเพอื่ นเพศหญงิ ขอ้ ใดบา้ งที่เหมาะสมกบั เพศ
และมีความเป็นสุภาพสตรี ปฏบิ ตั ิแลว้ เป็นทช่ี ่ืนชอบของเพือ่ น ๆ และขอ้ ใดบา้ งที่ปฏิบตั ติ นไม่เหมาะสมกบั
เพศและไม่มีความเป็นสุภาพสตรี ปฏิบตั ิแลว้ ไม่เป็นทช่ี ื่นชอบของเพอ่ื น ๆ ครูเขียนเคร่ืองหมาย
หนา้ ขอ้ ความท่ีนกั เรียนส่วนใหญ่คิดว่าเป็นการปฏิบตั ิตนท่เี หมาะสม
และเขยี นเคร่ืองหมาย × หนา้ ขอ้ ความท่นี กั เรียนส่วนใหญ่คดิ วา่ เป็นการปฏบิ ตั ิตนทไี่ มเ่ หมาะสม
3. ครูแจกกระดาษขนาด 3" × 6" ให้นกั เรียนคนละ 1 แผน่ ครูเขยี นช่ือนกั เรียนหญิงทุกคนลงบน
กระดาน จากน้นั ใหน้ กั เรียนแต่ละคน เขียนช่ือเพื่อนเพศหญิงท่นี กั เรียนคดิ วา่ ปฏิบตั ิตนไดเ้ หมาะสมกบั เพศ
และมคี วามเป็นสุภาพสตรี คนละ 1 ช่ือ นากระดาษที่เขียนเสร็จแลว้ มาหยอ่ นลงในกล่องทค่ี รูเตรียมไว้ เม่ือ
ทุกคนหยอ่ นกระดาษครบแลว้ ครูหยิบกระดาษข้นึ มาอ่านทลี ะแผ่น พร้อมขีดคะแนนลงบนกระดาน เมอ่ื
กระดาษหมดกลอ่ ง ครูและนกั เรียนช่วยกนั รวมคะแนนท้งั หมด
ครูให้นกั เรียนหญงิ ที่ไดค้ ะแนนมากที่สุดออกมาหนา้ ช้นั จากน้นั ครูใชค้ าถาม ให้นกั เรียนร่วมกนั
แสดงความคดิ เห็น ดงั น้ี
- เพอื่ นคนน้ีปฏิบตั ิตนไดเ้ หมาะสมกบั เพศและมคี วามเป็นสุภาพสตรีอยา่ งไรบา้ ง
- นกั เรียนช่ืนชอบการปฏบิ ตั ติ นของเพื่อนคนน้ีหรือไม่
- นกั เรียนตอ้ งการให้เพอื่ นเพศหญงิ ในหอ้ งน้ีปฏบิ ตั ิตนอยา่ งไรบา้ ง
- มเี พือ่ นหญงิ ในหอ้ งน้ีคนใดบา้ งท่ีปฏิบตั ติ นไดเ้ หมาะสมกบั เพศและมคี วามเป็นสุภาพสตรี
4. ครูแนะนาการปฏบิ ตั ิตนของเพศหญิงให้เหมาะสมกบั ความเป็นสุภาพสตรีเพ่ิมเตมิ ดงั น้ี
1) พูดจาสุภาพ ออ่ นหวาน ใชค้ าลงทา้ ย ว่า “ค่ะ” “คะ” หรือ “ขา”
71
2) แต่งกายสุภาพ มดิ ชิด เหมาะสมกบั กาลเทศะ
3) มีกิริยามารยาทเรียบร้อยเหมาะสมกบั เพศ
4) ไม่เลน่ โลดโผน และไม่เลน่ คลุกคลกี บั เพศชาย
5) ไม่อยกู่ บั เพศชายสองตอ่ สองในที่ลบั ตาคน และรู้จกั รักนวลสงวนตวั ไมใ่ ห้ผูช้ าย ถูกเน้ือ
ตอ้ งตวั
6) รู้จกั ประหยดั อดออม ไมใ่ ชจ้ า่ ยฟ่ มุ เฟือย
7) ช่วยพอ่ แม่ทางานบา้ นอยเู่ สมอ
8) ฝึกการเป็นผนู้ า และรู้จกั ช่วยเหลือตนเอง
5. นกั เรียนแบ่งกล่มุ กล่มุ ละ 3 - 4 คน แต่ละกลมุ่ เขียนแผนภาพการปฏบิ ตั ติ นของเพศหญงิ ทแ่ี สดง
ความเป็นสุภาพสตรี แลว้ ออกมานาเสนอผลงานทีละกลมุ่
ตัวอย่างแผนภาพ แตง่ กายเหมาะสมกบั
กาลเทศะ
รู้จกั ประหยดั อดออม
ไม่ใชจ้ า่ ยฟ่ มุ เฟือย
พดู จาสุภาพ มคี าลงทา้ ยว่า คะ่ พฤติกรรมท่ีเหมาะสม กิริยามารยาท
ไมพ่ ูดหยาบคาย ของเพศหญงิ เรียบร้อย
ไม่เล่นโลดโผน ไมอ่ ยกู่ บั เพศชาย
หรือเลน่ รุนแรง สองต่อสองในท่ีลบั ตาคน
ช่วยพ่อแม่ทางานบา้ น รู้จกั ช่วยเหลอื ตนเอง
ไม่ให้ผชู้ ายถูกเน้ือตอ้ งตวั
6. ครูและนกั เรียนร่วมกนั แสดงความคดิ เห็นเก่ียวกบั พฤติกรรมทเ่ี หมาะสมของเพศหญิง โดยครูใช้
คาถาม ดงั น้ี
- การกระทาใดบา้ งทเี่ พศหญิงปฏบิ ตั ิแลว้ เหมาะสมกบั เพศและมคี วามเป็นสุภาพสตรี
- เมอื่ เพศหญงิ ปฏิบตั ิตนไดเ้ หมาะสมกบั เพศและมีความเป็นสุภาพสตรีแลว้ จะเป็นผลดีอยา่ งไร
ข้นั สรุป
7. ให้นกั เรียนและครูร่วมกนั สรุปความรู้ ดงั น้ี การปฏบิ ตั ติ นทีเ่ หมาะสมกบั ความเป็นเพศหญิงหรือ
การเป็น สุภาพสตรี จะทาใหเ้ ป็นท่ีรกั ของคนรอบขา้ ง เป็นที่ชื่นชมของผทู้ ่พี บเห็นและอยรู่ ่วมกบั ผอู้ ่ืนได้
อยา่ งมคี วามสุข
72
สื่อการเรียนรู้
1. ตวั แทนนกั เรียนหญงิ
2. กระดาษขนาด 3" × 6"
3. กล่องเปล่า
การวัดและประเมินผลการเรียนรู้
1. วธิ กี ารวดั และประเมนิ ผล
1.1 สังเกตพฤตกิ รรมของนกั เรียนในการเขา้ ร่วมกิจกรรม
1.2 สังเกตพฤติกรรมของนกั เรียนในการเขา้ ร่วมกิจกรรมกลมุ่
2. เครื่องมือ
2.1 แบบสงั เกตพฤติกรรมการเขา้ ร่วมกิจกรรม
2.2 แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกิจกรรมกลมุ่
3. เกณฑ์การประเมนิ
3.1 การประเมินพฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกิจกรรม
ผ่านต้งั แต่ 2 รายการ ถอื ว่า ผ่าน
ผ่าน 1 รายการ ถอื ว่า ไม่ผ่าน
3.2 การประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกิจกรรมกลมุ่
คะแนน 9-10 ระดบั ดีมาก
คะแนน 7-8 ระดบั ดี
คะแนน 5-6 ระดบั พอใช้
คะแนน 0-4 ระดบั ควรปรบั ปรุง
73
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 12 ช้ันประถมศึกษาปี ที่
รายวิชาสุขศึกษา 2
กล่มุ สาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา เวลา 6 ช่ัวโมง
รหสั วชิ า พ12101
หน่วยที่ 4 เรื่อง พฤติกรรมทางเพศ เวลา 1 ช่ัวโมง
แผนการจัดการเรียนรู้ เรื่อง ความภาคภูมใิ จในเพศของตนเอง
มาตรฐานการเรียนรู้
พ 2.1 เขา้ ใจและเห็นคุณคา่ ตนเอง ครอบครวั เพศศึกษา และมีทกั ษะในการดาเนินชีวิต
ตวั ชีว้ ัด
ป.2/4 อธิบายความภาคภูมิใจในความเป็นเพศหญิงหรือเพศชาย
จุดประสงค์การเรยี นรู้สู่ตวั ชี้วัด
1. อธิบายความภาคภมู ใิ จในเพศของตนเอง (K)
2. วาดภาพการปฏบิ ตั ิตนท่ที าให้เกิดความภาคภูมใิ จในเพศของตนเอง (P)
3. เห็นความสาคญั ของการปฏบิ ตั ิตนทที่ าให้เกิดความภาคภูมใิ จในเพศของตนเอง (A)
สาระสาคญั
การปฏบิ ตั ติ นให้เหมาะสมกบั เพศและกาลเทศะจะทาใหเ้ กิดความภาคภูมใิ จในตนเอง
สาระการเรียนรู้
ความภาคภมู ิใจในความเป็นเพศชายและเพศหญิง
คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์
มวี ินยั
ตวั ช้ีวดั ท่ี 3.1 ปฏบิ ตั ิตามขอ้ ตกลง กฎเกณฑ์ ระเบียบ ขอ้ บงั คบั ของครอบครวั โรงเรียน
และสังคม
สมรรถนะสาคญั ของผ้เู รียน
ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวิต
ชิ้นงานหรือภาระงาน
ชิ้นงานท่ี 4 เรื่อง พฤติกรรมทเ่ี หมาะสมของเพศชายและเพศหญงิ
74
การจดั กิจกรรมการเรียนรู้ การปฏบิ ตั ติ น
ข้นั นา เคย ไม่เคย
1. ให้นกั เรียนทาแบบสารวจพฤตกิ รรมของตนเอง ดงั ตอ่ ไปน้ี
แบบสารวจพฤตกิ รรมของเพศชาย
เขียนเคร่ืองหมาย ลงในแบบสารวจตามความเป็นจริง
พฤตกิ รรม
1. ช่วยเหลอื ปกป้องคมุ้ ครองผทู้ ่อี อ่ นแอกว่า
2. ปฏิบตั ติ นตามแบบอยา่ งท่ีดี เช่น ไม่สูบบุหร่ี ไม่ดื่มสุรา
3. มีความกลา้ หาญอดทนและเขม้ แข็ง
4. ใหเ้ กียรติเพศหญงิ
แบบสารวจพฤตกิ รรมของเพศหญงิ การปฏบิ ัติตน
เขียนเครื่องหมาย ลงในแบบสารวจตามความเป็นจริง เคย ไม่เคย
พฤตกิ รรม
1. พดู จาไพเราะอ่อนหวานตอ่ ผอู้ น่ื
2. ช่วยดแู ลรักษาความสะอาดเรียบร้อยภายในบา้ น
3. มีกิริยามารยาทสุภาพเรียบร้อย อ่อนโยน
4. รักนวลสงวนตวั
เมื่อนกั เรียนทาแบบสารวจครบทุกขอ้ และทุกคนแลว้ ครูและนกั เรียนร่วมกนั แสดงความคิดเห็น
โดยครูใชค้ าถาม ดงั น้ี
- นกั เรียนคนใดเคยปฏบิ ตั ิตนตามแบบสารวจพฤติกรรมไดค้ รบทกุ ขอ้
- นกั เรียนคนใดเคยปฏบิ ตั ิตนตามแบบสารวจพฤตกิ รรมได้ 3 ขอ้ 2 ขอ้ และ 1 ขอ้ ตามลาดบั
- หลงั จากที่นกั เรียนปฏบิ ตั ติ ามพฤตกิ รรมตามขอ้ 1 - 4 แลว้ รู้สึกอยา่ งไร
- นอกจากพฤติกรรมตามแบบสารวจแลว้ ยงั มีพฤตกิ รรมใดอีกบา้ งท่นี กั เรียนปฏบิ ตั แิ ลว้ รู้สึก
ภาคภูมิใจ
75
ข้นั สอน
2. ให้นกั เรียนแบ่งกล่มุ กลมุ่ ละ 4 - 5 คน โดยให้ทุกคนในกลมุ่ เล่าถึงพฤตกิ รรมทีต่ นเองปฏิบตั แิ ลว้
เกิดความภาคภูมิใจให้เพอื่ นในกล่มุ ฟังทีละคน
จากน้นั ใหแ้ ต่ละกล่มุ เลือกพฤตกิ รรมการปฏบิ ตั ิตนของเพือ่ นในกล่มุ ทค่ี ิดวา่ เป็นที่
น่าภาคภูมิใจ มากทีส่ ุดกลมุ่ ละ 1 พฤตกิ รรม นาเสนอหนา้ ช้นั เรียน เมือ่ ครบทุกกลมุ่ นกั เรียนทุกคนร่วมกนั
พิจารณาวา่ พฤตกิ รรมการปฏบิ ตั ิตนของใครน่าภาคภมู ิใจมากท่สี ุด
3.ให้ตวั แทนนกั เรียนชายออกมาเขียนแผนภาพความคดิ ความภาคภมู ิใจในความเป็นเพศชาย โดยครู
และเพอื่ นคนอ่นื ๆ ร่วมกนั ตรวจสอบความถกู ตอ้ ง ดงั ตวั อยา่ ง
ใหต้ วั แทนนกั เรียนหญิง ออกมาเขียนแผนภาพความคดิ ความภาคภมู ิใจในความเป็นเพศหญิง โดยครู
และเพ่อื นคนอ่นื ๆ ร่วมกนั ตรวจสอบความถกู ตอ้ ง ดงั ตวั อยา่ ง
4. ครูและนกั เรียนร่วมกนั แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกบั ความภาคภมู ิใจในความเป็นเพศชายและเพศ
หญงิ โดยครูใชค้ าถาม ดงั น้ี
- พฤตกิ รรมใดบา้ งที่นกั เรียนปฏบิ ตั แิ ลว้ เป็นทชี่ ื่นชอบและช่ืนชมแก่คนรอบขา้ ง
- เม่อื นกั เรียนปฏบิ ตั ิตนไดเ้ หมาะสมกบั เพศและกาลเทศะแลว้ คนรอบขา้ งและผูพ้ บเห็น
ชื่นชอบ นกั เรียนรู้สึกอยา่ งไร
ข้นั สรุป
5. ให้นกั เรียนและครูร่วมกนั สรุปความรู้ ดงั น้ี ปฏบิ ตั ิตนใหเ้ หมาะสมกบั เพศและกาลเทศะ จะช่วย
ให้เราอยรู่ ่วมกบั ผอู้ น่ื ในสังคมไดอ้ ยา่ งมคี วามสุข เป็นที่ช่ืนชมของผพู้ บเห็นและทาให้เกิดความภาคภูมิใจใน
ตนเอง
76
6. ให้นกั เรียนทาช้ินงานที่ 4 เร่ือง พฤติกรรมที่เหมาะสมของเพศชายและเพศหญิง
สื่อการเรียนรู้
1. แบบสารวจพฤตกิ รรมของเพศชายเพศหญงิ
2. ช้ินงานท่ี 4 เร่ือง พฤตกิ รรมทีเ่ หมาะสมของเพศชายและเพศหญงิ
การวัดและประเมินผลการเรียนรู้
1. วธิ กี ารวดั และประเมนิ ผล
1.1 สังเกตพฤตกิ รรมของนกั เรียนในการเขา้ ร่วมกิจกรรม
1.2 สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรียนในการเขา้ ร่วมกิจกรรมกลุม่
1.3 ตรวจช้ินงานท่ี 4
2. เคร่ืองมือ
2.1 แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกิจกรรม
2.2 แบบสงั เกตพฤติกรรมการเขา้ ร่วมกิจกรรมกลุม่
3. เกณฑ์การประเมิน
3.1 การประเมินพฤติกรรมการเขา้ ร่วมกิจกรรม
ผ่านต้งั แต่ 2 รายการ ถือว่า ผ่าน
ผ่าน 1 รายการ ถือวา่ ไม่ผ่าน
3.2 การประเมินพฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกิจกรรมกล่มุ
คะแนน 9-10 ระดบั ดีมาก
คะแนน 7-8 ระดบั ดี
คะแนน 5-6 ระดบั พอใช้
คะแนน 0-4 ระดบั ควรปรบั ปรุง
77
การประเมินชิ้นงานที่ 4 เร่ือง พฤตกิ รรมทเี่ หมาะสมของเพศชายและเพศหญงิ
เกณฑ์การประเมนิ 4 ระดับคะแนน 1
32
นกั เรียนบอก
นกั เรียนบอก นกั เรียนบอก นกั เรียนบอก นกั เรียนบอก พฤติกรรมท่ีไม่
เหมาะสมของเพศ
พฤตกิ รรมทไ่ี ม่ พฤตกิ รรมทีไ่ ม่ พฤตกิ รรมทไี่ ม่ พฤติกรรมทไ่ี ม่ ชายและเพศหญิง
พร้อมบอก
เหมาะสมของเพศ เหมาะสมของเพศ เหมาะสมของเพศ เหมาะสมของเพศ วิธีแกไ้ ข
พฤตกิ รรมน้นั
ชายและเพศหญิง ชายและเพศหญงิ ชายและเพศหญงิ ชายและเพศหญงิ โดยอาศยั จากทีค่ รู
ยกตวั อยา่ งและ
พร้อมบอก พร้อมบอก พร้อมบอก พร้อมบอก ตอ้ งไดร้ บั
คาแนะนาจาก
วิธีแกไ้ ข วิธีแกไ้ ข วธิ ีแกไ้ ข วิธีแกไ้ ข เพอ่ื น
พฤตกิ รรมน้นั พฤตกิ รรมน้นั พฤติกรรมน้นั พฤตกิ รรมน้นั
ไดถ้ กู ตอ้ งและ ไดส้ มั พนั ธก์ บั ไดส้ มั พนั ธก์ บั ไดส้ ัมพนั ธก์ บั
เหมาะสม หวั ขอ้ ทีก่ าหนด หัวขอ้ ทีก่ าหนด หวั ขอ้ ที่กาหนด
และแตกตา่ งจากท่ี และแตกตา่ งจากท่ี โดยอาศยั จากทค่ี รู
ครูยกตวั อยา่ งและ ครูยกตวั อยา่ ง ยกตวั อยา่ ง
สามารถให้
คาแนะนากบั ผอู้ ื่น
ได้
78
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 13 ช้ันประถมศึกษาปี ท่ี
รายวิชาสุขศึกษา 2
กล่มุ สาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา เวลา 6 ชั่วโมง
รหสั วิชา พ12101
หน่วยท่ี 4 เรื่อง พฤตกิ รรมทางเพศ เวลา 1 ช่ัวโมง
แผนการจดั การเรียนรู้ เร่ือง มารยาททางสังคม
มาตรฐานการเรียนรู้
พ 2.1 เขา้ ใจและเห็นคณุ ค่าตนเอง ครอบครัว เพศศึกษา และมที กั ษะในการดาเนินชีวิต
ตัวชี้วดั
ป.2/3 ระบพุ ฤตกิ รรมทเี่ หมาะสมกบั เพศ
จดุ ประสงค์การเรียนรู้สู่ตัวชี้วัด
1. ระบมุ ารยาททางสังคมท่เี หมาะสมกบั เพศและกาลเทศะ (K)
2. วาดภาพมารยาททางสังคมทีเ่ หมาะสมกบั เพศและกาลเทศะ (P)
3. เห็นความสาคญั ของการแสดงมารยาททางสงั คมทเ่ี หมาะสมกบั เพศและกาลเทศะ (A)
สาระสาคญั
การแสดงมารยาททางสังคมท่เี หมาะสมกบั เพศและกาลเทศะช่วยให้สามารถปรบั ตวั ในการอยู่
ร่วมกบั บคุ คลอืน่ ไดด้ ี
สาระการเรียนรู้
มารยาททางสังคมที่เหมาะสมกบั เพศและกาลเทศะ
คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์
มวี นิ ัย
ตวั ช้ีวดั ที่ 3.1 ปฏบิ ตั ติ ามขอ้ ตกลง กฎเกณฑ์ ระเบยี บ ขอ้ บงั คบั ของครอบครวั โรงเรียน
และสงั คม
สมรรถนะสาคัญของผ้เู รียน
ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวติ
ชิ้นงานหรือภาระงาน
- ภาพวาดการแสดงมารยาททางสงั คมทีเ่ หมาะสมกบั เพศและกาลเทศะ
79
การจดั กิจกรรมการเรียนรู้
ข้นั นา
1. ใหน้ กั เรียนดภู าพการแสดงมารยาททางสงั คมของเพศชายตามกาลเทศะ แลว้ ร่วมกนั แสดงความ
คิดเห็น โดยครูใชค้ าถาม ดงั น้ี
ภาพท่ี 1 ภาพท่ี 2
ภาพนกั เรียนชาย ภาพนกั เรียนชายช่วย
ดงึ ผมนกั เรียนหญงิ นกั เรียนหญิงถอื ของ
* เพือ่ นคนน้ีเพศใด (เพศหญ
- ภาพท่ี 1 คอื ภาพอะไร
- ภาพท่ี 2 คือภาพอะไร
- นกั เรียนดูภาพท่ี 1 แลว้ รู้สึกอยา่ งไร เพราะอะไร
- นกั เรียนดภู าพที่ 2 แลว้ รู้สึกอยา่ งไร เพราะอะไร
- นกั เรียนคดิ ว่านกั เรียนชายในภาพใดท่ีแสดงมารยาททเี่ หมาะสมกบั เพศและกาลเทศะ
- ถา้ นกั เรียนเป็นนกั เรียนชายในภาพที่ 1 จะปฏบิ ตั ิอยา่ งไร
- นอกจากการกระทาในภาพท่ี 2 แลว้ ยงั มกี ารกระทาใดอกี บา้ งทเี่ ป็นการแสดง
มารยาททางสังคมที่เหมาะสมกบั เพศและกาลเทศะ
ข้นั สอน
2. ครูให้ความรู้เพิม่ เติมกบั นกั เรียน ดงั น้ี
การอยรู่ วมกนั เป็นกลมุ่ ตอ้ งอาศยั การปรบั ตวั ในการอยรู่ ่วมกนั การแสดงบทบาทและมารยาท
ทางสงั คมท่ีเหมาะสมกบั ตนเองจะช่วยใหส้ ามารถปรบั ตวั ในการอยรู่ ่วมกบั บุคคลอืน่ ไดด้ ี มารยาททางสังคม
ที่เหมาะสมกบั เพศและกาลเทศะ ควรฝึกปฏบิ ตั จิ นเป็นนิสยั โดยสามารถปฏบิ ตั ไิ ดด้ งั น้ี
การพดู ควรปฏิบตั ิ ดงั น้ี
1) พดู ดว้ ยถอ้ ยคาทีส่ ุภาพ นุ่มนวล ไมพ่ ดู คาหยาบคาย ไมพ่ ดู ตะโกนใส่กนั
และใชน้ ้าเสียงที่เหมาะสมกบั เพศของตน
2) กลา่ วคาวา่ ขอบใจ หรือ ขอบคณุ ทุกคร้ังเม่ือผอู้ ่นื แสดงความมนี ้าใจต่อเรา
3) กลา่ วคาว่า ขอโทษ เมื่อเรากระทาผิดตอ่ ผอู้ ื่น
4) กล่าวคาวา่ สวสั ดี เมอ่ื พบเจอหรือตอ้ งการทกั ทายกนั
กริ ิยาท่าทาง ควรปฏิบตั ิ ดงั น้ี
1) เพศชายควรแสดงกิริยาท่าทางทเ่ี ขม้ แข็งแต่สุภาพ และช่วยเหลอื งานบา้ นทต่ี อ้ งออกแรง เช่น
ขดุ ดิน ปลกู ตน้ ไม้ ยกของหนกั
80
2) เพศหญงิ ควรแสดงกิริยาทา่ ทางทอ่ี ่อนนอ้ ม สุภาพ ออ่ นโยน และช่วยเหลอื งานบา้ น เช่น
ประกอบอาหาร ซกั เส้ือผา้ กวาดและถบู า้ น
3) ไม่เลียนแบบพฤตกิ รรมของเพศตรงขา้ ม และไมล่ อ้ เลยี นพฤตกิ รรมของผอู้ ื่น
การเล่น ควรปฏบิ ตั ิ ดงั น้ี
1) เดก็ หญงิ เล่นกบั เพือ่ นเดก็ หญงิ ดว้ ยกนั และไมเ่ ล่นโลดโผน
2) เดก็ ชายไม่ควรเลน่ โลดโผนหรือเลน่ แบบคึกคะนองจนเกิดอนั ตราย
3) ไม่แกลง้ กนั โดยทาใหบ้ าดเจ็บหรืออบั อาย
4) มีน้าใจนกั กีฬา รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภยั
3. ครูและนกั เรียนร่วมกนั แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกบั มารยาทในการพดู โดยครูใช้คาถาม ดงั น้ี
- นกั เรียนชอบให้ผอู้ นื่ พูดกบั ตนเองอยา่ งไร
- เราควรกลา่ วคาวา่ สวสั ดีเมอ่ื ใดบา้ ง
- เราจะกล่าวคาว่าขอบคุณเมอื่ ใดบา้ ง
- เราควรกลา่ วคาวา่ ขอโทษ เมือ่ ใดบา้ ง
4. ใหน้ กั เรียนฝึกมารยาทในการพูด โดยให้นกั เรียนยืนข้ึน หนั หนา้ เขา้ หาเพ่อื นท่อี ยขู่ า้ ง ๆตนเอง
ครูพดู สถานการณ์ตา่ ง ๆ ดงั น้ี
- เมอ่ื เราพบหนา้ กนั
- เมอ่ื เราตอ้ งลาจากกนั
- เมือ่ เรากระทาผดิ ตอ่ เพ่อื น
- เมอ่ื เพือ่ นช่วยเหลือเรา
- เมอ่ื เพอื่ นใหข้ องแกเ่ รา
เมือ่ ครูพดู จบแต่ละประโยค ใหน้ กั เรียนกลา่ วคาท่ตี รงกบั สถานการณ์น้นั ๆ ดงั ตวั อยา่ งตอ่ ไปน้ี
- เมื่อเราพบหนา้ กนั นกั เรียนกล่าวคาวา่ ..
- เม่อื เราตอ้ งลาจากกนั นกั เรียนกลา่ วคาวา่ ..
- เมอ่ื เรากระทาความผิดต่อเพ่อื น นกั เรียนกลา่ วคาว่า ..
- เม่อื เพอื่ นช่วยเหลือเรา นกั เรียนกลา่ วคาวา่ ..
- เม่อื เพื่อนให้ของแกเ่ รา นกั เรียนกล่าวคาว่า ..
ครูสลบั ประโยคขา้ งตน้ และใหน้ กั เรียนฝึกพูด 2-3 รอบ จากน้นั นกั เรียนร่วมแสดงความคิดเห็น โดย
ครูใชค้ าถาม ดงั น้ี
- เมอ่ื นกั เรียนกล่าวคาว่า สวสั ดี ขอบคณุ ขอโทษ นกั เรียนรู้สึกอยา่ งไร
- เมอ่ื นกั เรียนไดฟ้ ังคาวา่ สวสั ดี ขอบคณุ ขอโทษ นกั เรียนรู้สึกอยา่ งไร
- การพูดดว้ ยถอ้ ยคาทีส่ ุภาพ นุ่มนวล รู้จกั กล่าวคาว่า สวสั ดี ขอบคณุ ขอโทษ เป็นมารยาทในการ
พูดของเพศใด
5. นกั เรียนแบ่งกลมุ่ ออกเป็น 2 กลมุ่ กลมุ่ ท่ี 1 เป็นกลุ่มของนกั เรียนหญิง เป็นกล่มุ ท่ี 2 กลมุ่ ของ
นกั เรียนชาย แตล่ ะกลมุ่ ร่วมกนั ระดมความคดิ ในหวั ขอ้ ต่อไปน้ี
81
กลุ่มท่ี 1 กลุม่ ของนกั เรียนหญิง
- กิริยาทา่ ทางที่แสดงถึงความเป็นเพศหญิง
- การช่วยเหลืองานบา้ นที่เหมาะสมกบั เพศหญงิ
- การปฏิบตั ิตนในการเลน่ ของเพศหญิง
กล่มุ ที่ 2 กล่มุ ของนกั เรียนชาย
- กิริยาท่าทางทแ่ี สดงถงึ ความเป็นเพศชาย
- การช่วยเหลอื งานบา้ นท่ีเหมาะสมกบั เพศชาย
- การปฏบิ ตั ติ นในการเลน่ ของเพศชาย
จากน้นั ให้แตล่ ะกลมุ่ ส่งตวั แทน ออกมานาเสนอผลการระดมความคิดโดยครูคอยตรวจสอบและ
แนะนาเพม่ิ เตมิ
6. ใหน้ กั เรียนวาดภาพเกี่ยวกบั มารยาททางสังคมท่ีเหมาะสมกบั ตนเองและกาลเทศะ คนละ 1 ภาพ
จากน้นั แสดงความคดิ เห็นเก่ียวกบั ภาพทตี่ นเองวาด ในหัวขอ้ ต่อไปน้ี
- ภาพมารยาททางสงั คมทวี่ าด คอื อะไร
- เมอ่ื นกั เรียนปฏิบตั ิตามมารยาททางสังคมน้ีแลว้ จะเป็นอยา่ งไร
7. ครูและนกั เรียนร่วมกนั แสดงความคดิ เห็นเกี่ยวกบั มารยาททางสังคมท่เี หมาะสมกบั เพศและ
กาลเทศะ โดยครูใชค้ าถาม ดงั น้ี
- นกั เรียนควรแสดงมารยาททางสังคมที่เหมาะสมกบั เพศและกาลเทศะอยา่ งไรบา้ ง
- เมื่อทกุ คนแสดงมารยาททางสงั คมไดเ้ หมาะสมกบั เพศและกาลเทศะแลว้ จะเป็นอยา่ งไร
ข้นั สรุป
8. ให้นกั เรียนและครูร่วมกนั สรุปความรู้ ดงั น้ี การอยรู่ ่วมกนั ในสงั คมตอ้ งอาศยั การปรบั ตวั ในการ
อยรู่ ่วมกนั การแสดงมารยาททีเ่ หมาะสมกบั เพศและกาลเทศะจะทาใหเ้ ป็นทร่ี ักของคนรอบขา้ ง เป็นท่ีช่ืนชม
ของผทู้ ี่พบเห็น และอยรู่ ่วมกบั ผอู้ ่นื ในสังคมไดอ้ ยา่ งมคี วามสุข
ส่ือการเรียนรู้
ภาพการแสดงมารยาททางสังคมของเพศชายตามกาลเทศะ
การวดั และประเมินผลการเรียนรู้
1. วิธกี ารวดั และประเมนิ ผล
1.1 สังเกตพฤติกรรมของนกั เรียนในการเขา้ ร่วมกิจกรรม
1.2 สังเกตพฤตกิ รรมของนกั เรียนในการเขา้ ร่วมกิจกรรมกล่มุ
2. เครื่องมือ
2.1 แบบสังเกตพฤติกรรมการเขา้ ร่วมกิจกรรม
2.2 แบบสังเกตพฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกิจกรรมกลุ่ม
82
3. เกณฑ์การประเมนิ
3.1 การประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกิจกรรม
ผ่านต้งั แต่ 2 รายการ ถือวา่ ผ่าน
ผ่าน 1 รายการ ถือว่า ไม่ผ่าน
3.2 การประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกิจกรรมกล่มุ
คะแนน 9-10 ระดบั ดีมาก
คะแนน 7-8 ระดบั ดี
คะแนน 5-6 ระดบั พอใช้
คะแนน 0-4 ระดบั ควรปรบั ปรุง
83
แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 14
กล่มุ สาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา ช้ันประถมศึกษาปี ท่ี
รหัสวิชา พ12101 รายวิชาสุขศึกษา 2
หน่วยที่ 4 เร่ือง พฤตกิ รรมทางเพศ เวลา 6 ชั่วโมง
แผนการจัดการเรียนรู้ เร่ือง เพ่ือนของฉัน เวลา 1 ชั่วโมง
มาตรฐานการเรียนรู้
พ 2.1 เขา้ ใจและเห็นคณุ คา่ ตนเอง ครอบครวั เพศศึกษา และมีทกั ษะในการดาเนินชีวิต
ตัวชี้วดั
ป.2/2 บอกความสาคญั ของเพอื่ น
จุดประสงค์การเรยี นรู้สู่ตวั ชีว้ ดั
1. บอกความสาคญั ของเพอื่ น (K)
2. เขียนแผนภาพแสดงความสาคญั ของเพือ่ น (P)
3. เห็นคณุ คา่ ของการมเี พือ่ น (A)
สาระสาคญั
ทุกคนเกิดมาควรมเี พือ่ นไวค้ อยพูดคุยหรือทากิจกรรมตา่ ง ๆ ร่วมกนั เพื่อให้สามารถดาเนินชีวติ ได้
อยา่ งมีความสุขและไมโ่ ดดเด่ียว
สาระการเรียนรู้
คุณค่าของการมเี พอื่ น
คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์
มวี นิ ัย
ตวั ช้ีวดั ที่ 3.1 ปฏบิ ตั ติ ามขอ้ ตกลง กฎเกณฑ์ ระเบียบ ขอ้ บงั คบั ของครอบครวั โรงเรียน
และสงั คม
สมรรถนะสาคัญของผ้เู รียน
ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวิต
ชิน้ งานหรือภาระงาน
ชิ้นงานท่ี 5 เรื่อง การปฏิบตั ิตนเป็นเพอื่ นท่ีดี
84
การจดั กจิ กรรมการเรียนรู้
ข้นั นา
1. นกั เรียนและครูสนทนาแสดงความคดิ เห็นเก่ียวกบั ความสาคญั ของการมเี พื่อน โดยครูใชค้ าถาม
ดงั น้ี
- นกั เรียนมเี พ่อื นสนิทหรือไม่
- เพอ่ื นสนิทของนกั เรียน คอื ใคร
- นกั เรียนชอบทากิจกรรมอะไรร่วมกบั เพ่อื นสนิทบา้ ง
- เพื่อนมคี วามสาคญั กบั นกั เรียนอยา่ งไรบา้ ง
- ถา้ นกั เรียนไม่มเี พ่ือนจะเป็นอยา่ งไร
ข้นั สอน
2. ใหน้ กั เรียนเลน่ เกมทายใจเพอื่ น โดยครูแจกกระดาษใหน้ กั เรียนคนละ 2 แผ่น นกั เรียนเขียนชื่อ
ตนเองลงในกระดาษแผ่นที่ 1 ครูให้นกั เรียนเขียนคาตอบลงในกระดาษแผน่ ที่ 1 จากคาถามต่อไปน้ี
1) นกั เรียนชอบสีอะไร
2) นกั เรียนชอบผลไมอ้ ะไร
3) นกั เรียนชอบกีฬาอะไร
4) นกั เรียนชอบเรียนวิชาอะไร
5) นกั เรียนอยบู่ า้ นเลขทีเ่ ท่าไร
6) นกั เรียนมพี ่ีนอ้ งก่ีคน
7) นกั เรียนเกิดวนั ที่เท่าไร เดือนอะไร
จากน้นั ใหน้ กั เรียนจบั คูเ่ พ่ือนสนิท แต่ละคนเขยี นชื่อตนเอง และช่ือเพ่อื นท่ีสนิทลงบน
หวั กระดาษแผ่นที่ 2 แลว้ ใหน้ กั เรียนเลน่ เกมทายใจเพื่อน โดยครูเตรียมคาถาม ดงั น้ี
1) เพือ่ นสนิทของนกั เรียนชอบสีอะไร
2) เพอ่ื นสนิทของนกั เรียนชอบผลไมอ้ ะไร
3) เพื่อนสนิทของนกั เรียนชอบกีฬาอะไร
4) เพอ่ื นสนิทของนกั เรียนชอบเรียนวิชาอะไร
5) เพือ่ นสนิทของนกั เรียนอยบู่ า้ นเลขท่ีเทา่ ไร
6) เพ่ือนสนิทของนกั เรียนมีพ่นี อ้ งก่ีคน
7) เพือ่ นสนิทของนกั เรียนเกิดวนั ทีเ่ ทา่ ไร เดือนอะไร
ให้นกั เรียนทเ่ี ป็นเพ่ือนสนิทกนั นงั่ แยกกนั ให้ห่างพอสมควร ครูอ่านคาถามทีละขอ้ ให้นกั เรียน
เขียนคาตอบทีค่ ิดวา่ ถกู ตอ้ งลงในกระดาษเป็นขอ้ ๆ เมอื่ ครูอ่านคาถามครบทุกขอ้ และนกั เรียนเขียนคาตอบ
เสร็จทกุ คนแลว้ ครูใหส้ ลบั กระดาษคาตอบกนั แลว้ ร่วมกนั ตรวจสอบความถกู ตอ้ ง โดยแต่ละคนู่ ากระดาษ
แผน่ ท่ี 1 ทเ่ี ขียนคาตอบไว้ มาเปรียบเทยี บกบั กระดาษคาตอบของเพอื่ นว่าตรงกนั หรือไม่ นกั เรียนคู่ใดทายใจ
เพ่ือนไดค้ รบทกุ ขอ้ หรือมากทสี่ ุด เป็นค่ทู ่ชี นะ
85
3. นกั เรียนจบั คู่เพ่ือนสนิท แลว้ วาดภาพกิจกรรมที่ชอบทาร่วมกนั ลงในกระดาษทีค่ รูแจกให้ จากน้นั แต่
ละคอู่ อกมานาเสนอภาพทว่ี าด โดยครูใชค้ าถาม ดงั น้ี
- กิจกรรมในภาพ คืออะไร
- กิจกรรมน้ีนกั เรียนทาร่วมกนั บอ่ ยแค่ไหน
- นกั เรียนชอบทากิจกรรมน้ีเวลาใด
-เมอื่ นกั เรียนทากิจกรรมน้ีร่วมกนั แลว้ รู้สึกอยา่ งไร
- นอกจากกิจกรรมน้ีแลว้ ยงั มกี ิจกรรมอะไรอกี บา้ งทน่ี กั เรียนทาร่วมกนั แลว้ มีความสุขสนุกสนาน
- เพือ่ นคนน้ีมีความสาคญั กบั นกั เรียนอยา่ งไร
4. ให้นกั เรียนแบ่งกลุ่ม กลมุ่ ละ 4 - 5 คน ให้แต่ละกล่มุ ร่วมกนั ระดมความคิดเกี่ยวกบั ความสาคญั
ของเพอื่ น จากน้นั สรุปเป็นแผนภาพความคิดและนาเสนอท่หี นา้ ช้นั เรียน โดยครูใหค้ วามรู้เพิม่ เติมและ
ตรวจสอบความถูกตอ้ ง ดงั ตวั อยา่ ง
เป็นเพอ่ื นเล่น เป็นเพอ่ื นพดู ซกั ถาม
และทากิจกรรมร่วมกนั เรื่องราวต่าง ๆ
แลกเปล่ยี นความคดิ เห็น ให้คาปรึกษา ใหก้ าลงั ใจ
ซ่ึงกนั และกนั คอยช่วยเหลอื ซ่ึงกนั และกนั
เม่อื มปี ัญหา
5. ครูและนกั เรียนร่วมกนั แสดงความคิดเห็นเก่ียวกบั ความสาคญั ของเพ่อื น โดยครูใชค้ าถาม ดงั น้ี
- เพือ่ นมีความสาคญั อยา่ งไร
- ถา้ ไม่มีเพื่อนจะเป็นอยา่ งไร
ข้นั สรุป
6. ให้นกั เรียนและครูร่วมกนั สรุปความรู้ ดงั น้ี คนเราไมส่ ามารถท่จี ะอยคู่ นเดียวได้ ทกุ คนเกิดมา
ควรมีเพ่อื นไวค้ อยพูดคุยหรือทากิจกรรมต่าง ๆ ร่วมกนั
7. ใหน้ กั เรียนทาชิ้นงานท่ี 5 เรื่อง การปฏิบตั ติ นเป็นเพอ่ื นทด่ี ี
ส่ือการเรียนรู้
1. เกมทายใจเพอื่ น
2. กระดาษเปล่า
3. ชิ้นงานที่ 5 เรื่อง การปฏบิ ตั ติ นเป็นเพือ่ นทดี่ ี
การวัดและประเมินผลการเรียนรู้
1. วธิ ีการวดั และประเมนิ ผล
1.1 สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรียนในการเขา้ ร่วมกิจกรรม
1.2 สังเกตพฤติกรรมของนกั เรียนในการเขา้ ร่วมกิจกรรมกลมุ่
1.3 ตรวจช้ินงานที่ 5
86
2. เครื่องมือ
2.1 แบบสงั เกตพฤติกรรมการเขา้ ร่วมกิจกรรม
2.2 แบบสังเกตพฤติกรรมการเขา้ ร่วมกิจกรรมกลุ่ม
3. เกณฑ์การประเมนิ
3.1 การประเมินพฤติกรรมการเขา้ ร่วมกิจกรรม
ผ่านต้งั แต่ 2 รายการ ถอื ว่า ผ่าน
ผ่าน 1 รายการ ถอื วา่ ไม่ผ่าน
3.2 การประเมินพฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกิจกรรมกล่มุ
คะแนน 9-10 ระดบั ดีมาก
คะแนน 7-8 ระดบั ดี
คะแนน 5-6 ระดบั พอใช้
คะแนน 0-4 ระดบั ควรปรับปรุง
การประเมินชิ้นงานที่ 5 เรื่อง การปฏบิ ตั ิตนเป็นเพือ่ นทดี่ ี
เกณฑ์การ ระดับคะแนน
ประเมนิ 4 321
นกั เรียนบอก
วธิ ีการปฏิบตั ติ น นกั เรียนบอกวิธีการ นกั เรียนบอก นกั เรียนบอก นกั เรียนบอก
เป็นเพื่อนทีด่ ีได้ ปฏบิ ตั ติ นเป็นเพือ่ น
อยา่ งถกู ตอ้ ง ทด่ี ีไดส้ ัมพนั ธก์ บั วิธีการปฏิบตั ติ น วธิ ีการปฏบิ ตั ติ น วธิ ีการปฏิบตั ิตน
หัวขอ้ ท่กี าหนดและ
แตกตา่ งจากที่ครู เป็นเพ่ือนทด่ี ีได้ เป็นเพอ่ื นทดี่ ีได้ เป็นเพอ่ื นที่ดีได้
ยกตวั อยา่ ง และ
สามารถให้ สัมพนั ธ์กบั หวั ขอ้ สัมพนั ธ์กบั หัวขอ้ สัมพนั ธก์ บั หวั ขอ้
คาแนะนาผอู้ นื่ ได้
ที่กาหนดและ ทกี่ าหนดตามที่ ทก่ี าหนดโดย
แตกตา่ งจากท่ีครู ครูยกตวั อยา่ ง อาศยั จากท่ีครู
ยกตวั อยา่ ง แตด่ ดั แปลงให้ ยกตวั อยา่ ง
แตกตา่ ง
87
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 15
กล่มุ สาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา ช้ันประถมศึกษาปี ท่ี
รหัสวชิ า พ12101 รายวิชาสุขศึกษา 2
หน่วยท่ี 4 เร่ือง พฤตกิ รรมทางเพศ เวลา 6 ชั่วโมง
แผนการจัดการเรียนรู้ เร่ือง การปฏบิ ตั ิตนเป็ นเพอื่ นทด่ี ี เวลา 1 ชั่วโมง
มาตรฐานการเรียนรู้
พ 2.1 เขา้ ใจและเห็นคณุ ค่าตนเอง ครอบครัว เพศศึกษา และมที กั ษะในการดาเนินชีวิต
ตวั ชี้วัด
ป.2/2 บอกความสาคญั ของเพ่อื น
จุดประสงค์การเรยี นรู้สู่ตวั ชีว้ ดั
1. อธิบายการปฏบิ ตั ิตนเป็นเพือ่ นทีด่ ี (K)
2. วาดภาพการปฏบิ ตั ติ นเป็นเพือ่ นทีด่ ี (P)
3. เห็นความสาคญั ของการปฏบิ ตั ติ นเป็นเพื่อนทดี่ ี (A)
สาระสาคญั
การปฏิบตั ติ นเป็นเพอ่ื นท่ีดี จะทาให้เป็นทย่ี อมรับของกลมุ่ และอยรู่ ่วมกบั เพื่อนไดอ้ ยา่ งมีความสุข
สาระการเรียนรู้
การปฏิบตั ติ นเป็นเพอ่ื นท่ดี ี
คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์
มีวนิ ัย
ตวั ช้ีวดั ท่ี 3.1 ปฏบิ ตั ิตามขอ้ ตกลง กฎเกณฑ์ ระเบยี บ ขอ้ บงั คบั ของครอบครัว โรงเรียน
และสงั คม
สมรรถนะสาคญั ของผ้เู รียน
ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวิต
ชิ้นงานหรือภาระงาน
ภาพการปฏิบตั ิตนเป็นเพอื่ นที่ดี
88
การจัดกิจกรรมการเรียนรู้
ข้นั นา
1. ครูยกตวั อยา่ งสถานการณใ์ หน้ กั เรียนฟัง ดงั น้ี
สถานการณ์ที่ 1
โอภาส เป็นเด็กที่ไม่ต้งั ใจเรียนหนงั สือ ทุกคร้งั ที่ครูสอน เขาจะส่งเสียงรบกวน
เพอ่ื นอยเู่ สมอ ทาให้เพ่อื นคนอืน่ ๆ เรียนไมร่ ู้เรื่อง เม่อื เพอ่ื นกล่าวตกั เตือน เขาจะพดู กบั
เพอ่ื นดว้ ยถอ้ ยคาทหี่ ยาบคาย โอภาสจะชอบลอ้ เลียนปมดอ้ ยของเพ่ือน ๆ และชอบแกลง้
เพือ่ นนกั เรียนหญิงดว้ ยการเปิ ดกระโปรง
สถานการณ์ที่ 2
สมชาย เป็นเด็กทีส่ ุภาพ และมีน้าใจ ทกุ คร้ังทีเ่ ขาซ้ือขนมหรือมีของเล่นใหม่ ๆ
เขาจะแบ่งให้เพือ่ น ๆ รับประทานและเลน่ ดว้ ยเสมอ เมื่อเพื่อนมปี ัญหาสมชายจะคอย
ช่วยเหลือและเป็นกาลงั ใจให้
เมือ่ นกั เรียนฟังสถานการณ์ขา้ งตน้ จบแลว้ ร่วมกนั แสดงความคิดเห็น โดยครูใชค้ าถาม ดงั น้ี
- โอภาสเป็นคนอยา่ งไร
- สมชายเป็นคนอยา่ งไร
- นกั เรียนชอบการกระทาของใคร
- ใครปฏบิ ตั ติ นเป็นเพอื่ นทีด่ ี
- การกระทาใดบา้ งทีแ่ สดงการเป็นเพอื่ นทดี่ ี
- การกระทาใดบา้ งที่แสดงการเป็นเพ่ือนท่ีไมด่ ี
- นกั เรียนปฏบิ ตั ิตนเป็นเพือ่ นที่ดีหรือไม่
- เมอ่ื เพ่อื นปฏบิ ตั ติ นเป็นเพอื่ นทีด่ ีต่อนกั เรียนแลว้ นกั เรียนรู้สึกอยา่ งไร
- เมือ่ เพือ่ นปฏบิ ตั ิตนเป็นเพอ่ื นที่ไม่ดีต่อนกั เรียนแลว้ นกั เรียนรู้สึกอยา่ งไร
- เมอ่ื นกั เรียนไดป้ ฏบิ ตั ติ นเป็นเพื่อนทีด่ ีตอ่ เพ่อื นแลว้ นกั เรียนรู้สึกอยา่ งไร
ข้นั สอน
2. ครูอธิบายความรู้เพมิ่ เติมใหน้ กั เรียนฟัง ดงั น้ี
เพอื่ นมีความสาคญั กบั เรา ดงั น้นั เราจึงควรปฏิบตั ติ นเป็นเพอื่ นท่ีดีต่อกนั เพ่อื สร้างความสมั พนั ธ์
ท่ีดีกบั เพ่อื น ซ่ึงสามารถปฏบิ ตั ิได้ ดงั น้ี
1) มีน้าใจ เอ้ือเฟ้ือเผ่อื แผ่ และรู้จกั แบง่ ปันสิ่งต่าง ๆ ให้เพอ่ื น
2) ช่วยเหลือดูแลกนั และกนั เมอื่ เพื่อนมีปัญหา
3) ใชค้ าพูดท่ีสุภาพ ไพเราะ อ่อนโยน ยมิ้ แยม้ ทกั ทายเม่ือเจอกนั
4) ไม่เล่นรุนแรง ไมแ่ กลง้ รงั แก หรือทาร้ายเพ่ือนให้ไดร้ ับบาดเจ็บหรือทะเลาะเบาะแวง้ กนั และ
ตอ้ งรู้จกั ให้อภยั ซ่ึงกนั และกนั
89
5) มีความจริงใจและซื่อสัตย์ ไม่พดู โกหกหลอกลวงตอ่ กนั
6) รู้จกั ช่ืนชมและแสดงความยนิ ดีกบั เพอื่ น เมื่อเพอ่ื นประสบความสาเร็จ
3. ให้นกั เรียนแบ่งกลุม่ กลมุ่ ละ 3-4 คน ให้ทกุ คนเล่าเหตุการณท์ ี่ตนเองปฏบิ ตั ติ นเป็นเพอ่ื นท่ีดี ให้
เพ่ือนในกลุ่มฟังแลว้ ให้แต่ละกลุ่มเลอื กเหตกุ ารณท์ ี่แสดงการเป็นเพ่ือนทีด่ ี 1 เหตกุ ารณ์ จากน้นั แต่ละกลมุ่
ออกมาแสดงบทบาทสมมตุ กิ ารปฏิบตั ติ นน้นั หนา้ ช้นั แลว้ ให้เพ่ือนกลุ่มอนื่ ร่วมกนั สรุปว่า การแสดงของแต่
ละกลมุ่ เป็นการปฏิบตั ิตนเป็นเพื่อนทด่ี ีอยา่ งไร
4. ครูให้นกั เรียนเล่นเกมเพอ่ื นทด่ี ีของฉัน โดยมีวิธีการเลน่ ดงั น้ี
นกั เรียนแบ่งกลุ่มออกเป็น 5 กลมุ่ กลมุ่ ละเท่า ๆ กนั แตล่ ะกลุ่มต้งั ชื่อกลุ่มของตนเอง ครูบนั ทึก
ชื่อกลมุ่ ลงบนกระดาน ครูแจกป้ายวงกลมสีแดงและสีเขยี ว ใหน้ กั เรียนกลมุ่ ละ 1 ชุด
ครูอ่านประโยคการปฏบิ ตั ิตนต่อเพอื่ น เป็นขอ้ ๆ ดงั น้ี
1) ช่วยเหลือเพ่ือนเมอื่ มีปัญหา
2) ทะเลาะวิวาทกบั เพ่ือน
3) พดู จากบั เพ่ือนดว้ ยถอ้ ยคาทีส่ ุภาพ
4) ลอ้ เลียนปมดอ้ ยของเพ่อื น
5) ชวนเพอ่ื นหนีเรียน
6) บงั คบั เพ่ือนให้ทาตามความคดิ ของตนเอง
7) ช่ืนชมเพื่อนเม่ือเพอ่ื นไดด้ ี
8) ใส่ร้ายเพื่อนเม่อื ตนเองทาผดิ
9) ใหเ้ พือ่ นยมื เครื่องเขยี น
10) อธิบายการบา้ นให้เพื่อนทีไ่ มเ่ ขา้ ใจ
11) แกลง้ เพื่อนหรือทาร้ายเพ่ือน
12) ส่งเสียงดงั รบกวนสมาธิของเพื่อน
13) เป็นกาลงั ใจใหเ้ พ่อื นเมอ่ื เพอื่ นมีความทกุ ข์
14) แซงควิ เพอื่ นขณะซ้ือของ
15) ช่วยเพอ่ื นถอื ของหนกั
16) แบง่ ขนมให้เพอ่ื นรับประทาน
17) ขโมยสิ่งของเพอื่ น
18) แยง่ ของเลน่ เพื่อน
19) ขอโทษเพือ่ นเม่อื ตนเองทาผดิ
20) ขอบคุณเพือ่ นเมอื่ เพอื่ นช่วยเหลอื เรา
เมอ่ื ครูอ่านประโยคจบในแต่ละประโยค นกั เรียนแต่ละกลมุ่ ร่วมกนั พจิ ารณาวา่ แตล่ ะประโยค
กล่าวถึงการปฏบิ ตั ิตนเป็นเพอื่ นทด่ี ีหรือไม่ ถา้ พจิ ารณาแลว้ เห็นว่าเป็นการปฏิบตั ติ นเป็นเพือ่ นท่ดี ี ใหย้ กป้าย
วงกลมสีเขยี วข้นึ แตเ่ มือ่ พิจารณาแลว้ เห็นว่าเป็นการปฏิบตั ติ นเป็นเพื่อนทีไ่ ม่ดี ให้ยกป้ายวงกลมสีแดงข้ึน
ครูตรวจสอบคาตอบแลว้ บนั ทกึ คะแนนให้กลุ่มทตี่ อบไดถ้ กู ตอ้ งลงบนกระดาน
90
5. ใหน้ กั เรียนวาดภาพการปฏิบตั ิตนเป็นเพือ่ นทด่ี ี คนละ 1 ภาพ เมอ่ื นกั เรียนวาดเสร็จ ทุกคนแลว้
ครูและนกั เรียนเลือกภาพการปฏิบตั ติ นเป็นเพ่ือนทีด่ ีท่ีนกั เรียนส่วนใหญช่ ่ืนชอบหลาย ๆภาพ มาสรุปเป็น
แผนภาพลงบนกระดาน โดยแตล่ ะภาพไม่ซ้ากนั
6. ครูและนกั เรียนร่วมกนั แสดงความคดิ เห็นเก่ียวกบั การปฏบิ ตั ติ นเป็นเพื่อนที่ดี โดยครูใชค้ าถาม
ดงั น้ี
- เพอื่ นมีความสาคญั กบั เราอยา่ งไรบา้ ง
- ถา้ ทุกคนปฏบิ ตั ติ นเป็นเพื่อนทด่ี ีแลว้ จะเป็นอยา่ งไร
ข้นั สรุป
7. ให้นกั เรียนและครูร่วมกนั สรุปความรู้ ดงั น้ี เพ่ือนมีความสาคญั กบั เรา เราควรปฏบิ ตั ิตนเป็นเพือ่ น
ท่ดี ี เพ่ือให้เป็นทยี่ อมรบั ของกลมุ่ และอยรู่ ่วมกบั เพ่ือนไดอ้ ยา่ งมีความสุข
ส่ือการเรียนรู้
1. ตวั อยา่ งสถานการณ์
2. เกมเพ่อื นทด่ี ีของฉนั
3. ป้ายวงกลมสีแดงและสีเขยี ว
การวัดและประเมนิ ผลการเรียนรู้
1. วิธีการวัดและประเมนิ ผล
1.1 สังเกตพฤติกรรมของนกั เรียนในการเขา้ ร่วมกิจกรรม
1.2 สังเกตพฤติกรรมของนกั เรียนในการเขา้ ร่วมกิจกรรมกล่มุ
2. เคร่ืองมือ
2.1 แบบสงั เกตพฤติกรรมการเขา้ ร่วมกิจกรรม
2.2 แบบสังเกตพฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกิจกรรมกลุ่ม
3. เกณฑ์การประเมิน
3.1 การประเมินพฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกิจกรรม
ผ่านต้งั แต่ 2 รายการ ถอื ว่า ผ่าน
ผา่ น 1 รายการ ถอื ว่า ไม่ผ่าน
3.2 การประเมินพฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกิจกรรมกลุ่ม
คะแนน 9-10 ระดบั ดีมาก
คะแนน 7-8 ระดบั ดี
คะแนน 5-6 ระดบั พอใช้
คะแนน 0-4 ระดบั ควรปรบั ปรุง
91
บนั ทึกการออกแบบการเรียนรู้ ช้ันประถมศึกษาปี ที่ 2
กล่มุ สาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา เวลา 16 ชั่วโมง
หน่วยที่ 5 เร่ือง การเคลอ่ื นไหวร่างกายเบือ้ งต้น
ผ้สู อน นางสาววิไล วนาพงศากลุ
มาตรฐานการเรียนรู้
พ 3.1 เขา้ ใจ มีทกั ษะในการเคล่อื นไหว กิจกรรมทางกาย การเลน่ เกม และกีฬา
ตวั ชีว้ ัด
ป.2/1 ควบคุมการเคลอื่ นไหวร่างกายขณะอยกู่ บั ที่ เคลื่อนท่ี และใชอ้ ปุ กรณป์ ระกอบ
สาระสาคญั
การเคลอ่ื นไหวร่างกายอยา่ งถกู ตอ้ ง จะทาให้ปฏบิ ตั กิ ิจกรรมไดต้ ามตอ้ งการ แต่หากปฏิบตั ไิ ม่
ถูกตอ้ งอาจทาใหเ้ กิดการบาดเจบ็ ได้
สาระการเรียนรู้
1. การเคล่อื นไหวร่างกายในชีวติ ประจาวนั
2. หลกั การเคล่ือนไหวร่างกายเบ้ืองตน้
3. ความปลอดภยั ในการปฏิบตั ิกิจกรรมการเคลื่อนไหวร่างกาย
4. ประโยชน์ของการปฏบิ ตั ิกิจกรรมการเคล่ือนไหวร่างกาย
คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์
ใฝ่ เรียนรู้
ตวั ช้ีวดั ท่ี 4.1 ต้งั ใจ เพียรพยายามในการเรียนและเขา้ ร่วมกิจกรรมการเรียนรู้
สมรรถนะสาคัญของผ้เู รยี น
ความสามารถในการคิด
ชิ้นงานหรือภาระงาน
ชิ้นงานที่ 6 เร่ือง การเคล่ือนไหวร่างกายเบ้ืองตน้
การจัดกจิ กรรมการเรียนรู้
1. ใหน้ กั เรียนแบ่งกลมุ่ และสนทนาแสดงความคดิ เห็นเกี่ยวกบั วิธีการเคล่อื นไหวร่างกายและสรุป
เป็ นแผนภาพความคิด
2. ให้นกั เรียนปฏบิ ตั ิกิจกรรมที่ใชก้ ารเคลอ่ื นไหวร่างกายขณะอยกู่ บั ท่ี ตามทีค่ รูสาธิตใหด้ ู
3. ใหน้ กั เรียนปฏิบตั ิกิจกรรมท่ีใชก้ ารเคลื่อนไหวร่างกายขณะเคล่อื นที่ ตามทีค่ รูสาธิตให้ดู
4. ให้นกั เรียนปฏิบตั กิ ิจกรรมทใ่ี ชก้ ารเคลื่อนไหวร่างกายโดยใชอ้ ปุ กรณป์ ระกอบ ตามท่คี รูสาธิตให้
ดู 5. ใหน้ กั เรียนบนั ทึกผลการปฏบิ ตั กิ ิจกรรม และประเมนิ ผลการปฏิบตั จิ ากเกณฑก์ ารประเมนิ
92
6. ให้นกั เรียนวิเคราะห์สถานการณ์ตวั อยา่ งและร่วมกนั แสดงความคดิ เห็นเกี่ยวกบั ความปลอดภยั
และประโยชน์ในการปฏิบตั กิ ิจกรรมการเคล่ือนไหวร่างกาย
7. ให้นกั เรียนร่วมกนั สรุปเกี่ยวกบั ประโยชนข์ องกิจกรรมการเคลื่อนไหวร่างกายเป็นแผนภาพ
ความคดิ
8. ให้นกั เรียนและครูร่วมกนั สรุปความรู้ ดงั น้ี การเคลอ่ื นไหวร่างกายควรเคลื่อนไหวอยา่ งถกู ตอ้ ง
เพอื่ ป้องกนั ไมใ่ หเ้ กิดการบาดเจบ็
9. ใหน้ กั เรียนทาช้ินงานท่ี 6 เรื่อง การเคล่ือนไหวร่างกายเบ้ืองตน้
สื่อการเรียนรู้
1. เกมตา่ ง ๆ 2. เทปหรือซีดีเพลง 3. วิทยหุ รือเคร่ืองเลน่ ซีดีเพลง 4. กรวย 5. ลูกบอล 6. ตะเกียบ
7. ลูกปิ งปอง 8. ลูกเทนนิส และไมต้ ีเทนนิส 9. ห่วงยาง และหลกั 10. สมดุ หรือหนงั สือ
11. ชิ้นงานท่ี 6 เร่ือง การเคล่ือนไหวร่างกายเบ้อื งตน้ 12. สถานการณต์ วั อยา่ ง
การประเมินผล
1. การประเมินผลตวั ชีว้ ดั
ชิ้นงานท่ี 6 เรื่อง การเคลือ่ นไหวร่างกายเบ้อื งตน้
เกณฑ์การประเมนิ 4 ระดับคะแนน 1
32
นกั เรียนสามารถ สามารถบอก สามารถบอกวธิ ีการ สามารถบอกวิธีการ สามารถบอกวิธีการ
บอกวธิ ีการปฏิบตั ิ วิธีการปฏบิ ตั ิ ปฏิบตั ิกิจกรรมทาง ปฏิบตั กิ ิจกรรมทาง ปฏิบตั กิ ิจกรรมทาง
กิจกรรมทางกาย กิจกรรมทางกาย กายเบ้อื งตน้ และฝึก กายเบ้อื งตน้ และฝึก กายเบ้ืองตน้ และฝึก
เบ้อื งตน้ ไดอ้ ยา่ ง เบ้อื งตน้ และฝึก ปฏิบตั ิกิจกรรมได้ ปฏิบตั กิ ิจกรรมได้ ปฏิบตั กิ ิจกรรมได้
ถกู ตอ้ งและฝึก ปฏิบตั กิ ิจกรรมได้ ถกู ตอ้ ง 9-11 ทา่ โดย ถกู ตอ้ ง 4-8 ท่า โดย ถูกตอ้ ง 0-3 ทา่ โดย
ปฏบิ ตั กิ ิจกรรมได้ ถูกตอ้ งทกุ ท่า โดย ไดร้ ับคาแนะนาให้ ไดร้ ับคาแนะนาให้ ไดร้ ับคาแนะนาให้
ไม่ตอ้ งไดร้ ับ ปรบั ปรุงแกไ้ ข ปรบั ปรุงแกไ้ ข ปรบั ปรุงแกไ้ ข
คาแนะนาให้ ท่าทไี่ ม่ถกู ตอ้ ง ทา่ ท่ีไมถ่ กู ตอ้ ง ท่าทไ่ี ม่ถกู ตอ้ ง
ปรับปรุงแกไ้ ข
2. การประเมินผลคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ใฝ่ เรียนรู้
ตัวชีว้ ดั ท่ี 4.1 ต้งั ใจ เพยี รพยายามในการเรียนและเข้าร่วมกจิ กรรมการเรียนรู้
พฤติกรรมบ่งชี้ ไม่ผ่าน (0) ผ่าน (1) ดี (2) ดเี ย่ยี ม (3)
4.1.1 ต้งั ใจเรียน ไม่ต้งั ใจเรียน ต้งั ใจ เอาใจใส่ ต้งั ใจเรียน เอาใจใส่ ต้งั ใจเรียน เอาใจใส่
4.1.2 เอาใจใส่และมี ในการเรียน และมีความเพียร- และมีความเพียร-
พยายามในการเรียน พยายามในการ
ความเพียรพยายาม
เรียนรู้ เขา้ ร่วม
ในการเรียนรู้ กิจกรรมการเรียนรู้
ต่าง ๆ
4.1.3 สนใจเขา้ ร่วม
กิจกรรม การเรียนรู้ต่าง ๆ
93
แบบทดสอบก่อนเรียน – หลงั เรียน ไดค้ ะแนน
_________
คะแนน
ช่ือ ______________________ นามสกุล________________ เลขท่ี________ ช้นั ________
คาชีแ้ จง ให้นกั เรียนทาเครื่องหมาย × ทบั ข้อทถี่ กู ต้อง
1. ขอ้ ใดเป็นการเคล่อื นไหวร่างกายโดยใชอ้ ุปกรณ์ประกอบ
1 กา้ วชิดกา้ ว 2 กระโดด 3 เหวย่ี งห่วงยางลงหลกั
2. ถา้ มนุษยไ์ ม่มีการเคลอ่ื นไหวจะเป็นอยา่ งไร
1 ปฏบิ ตั ิกิจกรรมไม่ได้ 2 สุขภาพร่างกายแข็งแรง 3 ทางานไดอ้ ยา่ งมปี ระสิทธิภาพ
3. อปุ กรณ์ใดเหมาะสาหรบั ใชข้ วา้ งเล่นกบั เพ่ือนทส่ี ุด
1 ลูกปิ งปอง 2 กอ้ นหิน 3 หนงั สือ
4. ถา้ เคล่อื นไหวร่างกายไม่ถูกวิธีจะเกิดผลอยา่ งไร
1 ทาให้ร่างกายผอมลง 2 ทาให้ร่างกายบาดเจ็บ 3 ทาใหร้ ่างกายเจริญเติบโตชา้
เฉลยแบบทดสอบก่อนเรียน - หลัง
5. ขอ้ ใดเป็นการเคล่อื นไหวร่างกายแบบอยกู่ บั ทที่ ้งั หมด
เรียน
1 บดิ ตวั การดึง
1. 3 2. 1
2 กระโดดเขยง่ ว่ิงซิกแซก็
3. 1 4. 2
3 กา้ วชิดกา้ ว เหว่ียงห่วงยางลงหลกั
6. การเลือกกิจกรรมการเคลอื่ นไหวท่ีเหมาะสมกบั ตนเองทาให้เกิดผลอยา่ งไร 5. 1 6. 1
1 เคล่ือนไหวไดอ้ ยา่ งปลอดภยั 7. 2 8. 3
2 เคลอื่ นไหวไดส้ วยงาม 9. 3 10. 2
3 เคล่ือนไหวไดร้ วดเร็ว
7. การกระโดดเขยง่ เป็นการเคลอื่ นไหวร่างกายแบบใด
1 แบบใชอ้ ปุ กรณป์ ระกอบ 2 แบบเคลื่อนท่ี 3 แบบอยกู่ บั ท่ี
8. ขอ้ ใดกลา่ วเก่ียวกบั การเคลอ่ื นไหวร่างกายไดถ้ กู ตอ้ ง
1 คนอว้ นเคล่ือนไหวร่างกายดีกว่าคนผอม
2 มนุษยห์ ยดุ การเคลือ่ นไหวเมื่อถึงวยั ผสู้ ูงอายุ
3 การเคลอ่ื นไหวร่างกายปรบั เปล่ียนตามกิจกรรมท่ีทา
9. ขอ้ ใดเป็นการเคล่อื นไหวร่างกายจากทหี่ น่ึงไปยงั อีกที่หน่ึง
1 นง่ั 2 ยืน 3 เดิน
10. ความแขง็ แรงของระบบอวยั วะใดทจี่ ะทาใหเ้ คลือ่ นไหวไดด้ ี
1 ระบบหายใจ ระบบประสาท
2 ระบบกระดกู ระบบกลา้ มเน้ือ
3 ระบบหัวใจ ระบบไหลเวียนโลหิต
94
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 16
กล่มุ สาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา ช้ันประถมศึกษาปี ที่ 2
รหสั วชิ า พ12101 รายวิชาสุขศึกษา 2
หน่วยท่ี 5 เรื่อง การเคลอ่ื นไหวร่างกายเบือ้ งต้น เวลา 16 ชั่วโมงแผนการ
จดั การเรียนรู้ เรื่อง การเคลอ่ื นไหวร่างกายในชีวิตประจาวัน(1) เวลา 1 ช่ัวโมง
มาตรฐานการเรียนรู้
พ 3.1 เขา้ ใจ มีทกั ษะในการเคลือ่ นไหว กิจกรรมทางกาย การเล่นเกม และกีฬา
ตวั ชี้วัด
ป.2/1 ควบคุมการเคล่อื นไหวร่างกายขณะอยกู่ บั ท่ี เคล่อื นท่ี และใชอ้ ุปกรณป์ ระกอบ
จุดประสงค์การเรียนรู้สู่ตัวชีว้ ัด
1. อธิบายการเคลือ่ นไหวร่างกายเบ้อื งตน้ ที่ใช้ในการทากิจกรรมในชีวิตประจาวนั
ลกั ษณะต่าง ๆ (K)
2. ปฏบิ ตั ทิ า่ ทางการเคล่ือนไหวร่างกายเบ้ืองตน้ ลกั ษณะต่าง ๆ ใหเ้ หมาะสมกบั
การทากิจกรรมในชีวิตประจาวนั (P)
3. เห็นความสาคญั ของการเคลอื่ นไหวร่างกายอยา่ งถูกตอ้ งและเหมาะสมกบั การทากิจกรรมใน
ชีวติ ประจาวนั (A)
สาระสาคญั
การเคลือ่ นไหวร่างกายเป็นการปรับเปลี่ยนอวยั วะส่วนต่าง ๆ ใหป้ ฏิบตั กิ ิจกรรมในชีวิตประจาวนั
ตามความตอ้ งการไดอ้ ยา่ งเหมาะสม
สาระการเรียนรู้
การเคล่อื นไหวร่างกายในชีวิตประจาวนั
คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์
ใฝ่ เรียนรู้
ตวั ช้ีวดั ที่ 4.1 ต้งั ใจ เพยี รพยายามในการเรียนและเขา้ ร่วมกิจกรรมการเรียนรู้
สมรรถนะสาคญั ของผ้เู รียน
ความสามารถในการคิด
ชิ้นงานหรือภาระงาน
- การปฏบิ ตั ิท่าทางการเคล่อื นไหวร่างกายเบ้ืองตน้ ลกั ษณะต่าง ๆ ในการทากิจกรรม
ในชีวติ ประจาวนั อยา่ งเหมาะสม
95
การจัดกจิ กรรมการเรียนรู้
ข้นั นา
1. ใหน้ กั เรียนร่วมกนั สนทนาแสดงความคดิ เห็น โดยครูใชค้ าถาม ดงั น้ี
- นกั เรียนคิดว่าการเคลอ่ื นไหวคอื อะไร
- การดาเนินชีวติ ประจาวนั ในแตล่ ะวนั ของนกั เรียน มกี ารทากิจกรรมอะไรบา้ ง
- นกั เรียนชอบปฏบิ ตั กิ ิจกรรมใดบา้ งในชีวติ ประจาวนั เพราะอะไร
- กิจกรรมใดบา้ งทีน่ กั เรียนไมช่ อบปฏิบตั ิในชีวิตประจาวนั เพราะอะไร
- นกั เรียนใชอ้ วยั วะส่วนใดบ่อยทส่ี ุดในการเคล่อื นไหวร่างกายเพอื่ ปฏบิ ตั ิกิจกรรมในการดาเนิน
ชีวติ ประจาวนั
- อวยั วะส่วนใดท่ีนกั เรียนใชป้ ฏบิ ตั ิกิจกรรมการเคลือ่ นไหวร่างกายนอ้ ยท่ีสุด
- นกั เรียนคิดว่าลกั ษณะการเคลอื่ นไหวร่างกายเบ้ืองตน้ มีอะไรบา้ ง
- การเคลือ่ นไหวร่างกายเบ้อื งตน้ เหล่าน้ี มลี กั ษณะอยา่ งไร
ข้นั สอน
2. ครูอธิบายความรู้เพมิ่ เตมิ เกี่ยวกบั การเคล่อื นไหวร่างกายในชีวิตประจาวนั ให้นกั เรียนฟังดงั น้ี
การเคล่ือนไหวร่างกายในชีวิตประจาวัน
เป็นการเคล่ือนไหวท่มี กี ารปรบั เปล่ียนอวยั วะส่วนต่าง ๆ ให้สามารถทากิจกรรมใน
ชีวิตประจาวนั ได้ โดยใชก้ ารเคลือ่ นไหวร่างกายเบ้ืองตน้ ซ่ึงมีลกั ษณะตา่ ง ๆ ดงั น้ี
การน่ัง เป็นการเคลอื่ นไหวเพื่อทา การยืน เป็นการเคล่อื นไหวท่รี ่างกาย
กิจกรรมที่ไมต่ อ้ งเคล่ือนที่ เช่น นงั่ เรียน- ไมม่ ีการเคล่อื นท่ไี ปยงั จุดอืน่ แตอ่ าจมี
หนงั สือ นงั่ ซกั ผา้ นงั่ รับประทานอาหาร การเคลอ่ื นไหวอวยั วะเพ่ือทากิจกรรม
ต่าง ๆ ในชีวิตประจาวนั เช่น การยืนทา
ความเคารพครู การยนื แปรงฟันตอนเชา้
การเลอื กใช้ลกั ษณะท่าทางการเคลื่อนไหว
ได้อย่างถกู ต้องเหมาะสมกบั กจิ กรรม จะช่วยให้
ทากิจกรรมต่าง ๆ ในชีวติ ประจาวนั ได้อย่างมี
ประสิทธิภาพตามต้องการอย่างปลอดภัย
การก้มตวั เป็นการเคลอ่ื นไหวที่
ไมม่ ีการเคลื่อนที่ โดยอาจใชอ้ วยั วะ
ตา่ ง ๆ เพอ่ื ทากิจกรรม เช่น การกม้
หยบิ ของ การกม้ ผูกเชือกรองเทา้
96
3. ครูให้นกั เรียนแบ่งกลุ่มเป็น 3 กล่มุ ดงั น้ี
1) การนงั่
2) การยืน
3) การกม้
จากน้นั ให้นกั เรียนแต่ละกล่มุ ร่วมกนั สนทนาแสดงความคิดเห็น และศกึ ษาเก่ียวกบั ลกั ษณะการ
เคลื่อนไหวเบ้ืองตน้ ตามหัวขอ้ ของกลมุ่ ตนเอง แลว้ ออกมานาเสนอหนา้ ช้นั เรียนทีละกลมุ่
4. ให้นกั เรียนร่วมกนั สนทนาแสดงความคิดเห็นเก่ียวกบั การเคลอื่ นไหวเบ้ืองตน้ ท้งั 3 แบบ โดยครู
ใชค้ าถาม ดงั น้ี
- การเคลือ่ นไหวเบ้อื งตน้ โดยการนง่ั การยืน และการกม้ มคี วามเหมือนหรือแตกตา่ งกนั อยา่ งไร
- นกั เรียนสามารถนาลกั ษณะการเคล่อื นไหวตามหวั ขอ้ กลุ่มของตนเองมาใชใ้ นการปฏบิ ตั ิ
กิจกรรมในชีวติ ประจาวนั ไดอ้ ยา่ งไรบา้ ง
5. ให้นกั เรียนแตล่ ะกล่มุ ร่วมกนั ระดมความคิดหากิจกรรมการเคลอ่ื นไหวในชีวิตประจาวนั ทใี่ ช้
ลกั ษณะการเคลอื่ นไหวเบ้ืองตน้ ตามหวั ขอ้ กลุม่ ของตนเองใหไ้ ดม้ ากทีส่ ุด จากน้นั ออกมานาเสนอหนา้ ช้นั
เรียนพร้อมทาท่าทางประกอบ โดยให้เพื่อนกลมุ่ อ่ืนร่วมปฏิบตั ิ
6. ครูและนกั เรียนร่วมกนั แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกบั การเคลอ่ื นไหวเบ้อื งตน้ ในชีวติ ประจาวนั โดย
ครูใชค้ าถาม ดงั น้ี
- การเคลอ่ื นไหวร่างกายหมายถึงอะไร
- นกั เรียนทากิจกรรมในชีวติ ประจาวนั โดยใชก้ ารเคล่อื นไหวแบบใดมากทสี่ ุด
- ถา้ นกั เรียนทากิจกรรมโดยเลอื กใชก้ ารเคลื่อนไหวอยา่ งเหมาะสม จะส่งผลอยา่ งไร
ข้นั สรุป
7. ให้นกั เรียนและครูร่วมกนั สรุปความรู้ ดงั น้ีการเคลือ่ นไหวร่างกายเป็นการปรับเปลีย่ นอวยั วะ
ส่วนต่าง ๆ ใหส้ ามารถทากิจกรรมในชีวติ ประจาวนั ไดอ้ ยา่ งสะดวก การเลอื กใชก้ ารเคลื่อนไหวใหเ้ หมาะสม
กบั กิจกรรม จะทาให้ปฏิบตั ิกิจกรรมต่าง ๆ ไดอ้ ย่างปลอดภยั และมีประสิทธิภาพ
สื่อการเรียนรู้-
การวัดและประเมนิ ผลการเรียนรู้
1. วิธกี ารวัดและประเมนิ ผล
1.1 สังเกตพฤตกิ รรมของนกั เรียนในการเขา้ ร่วมกิจกรรม
1.2 สังเกตพฤติกรรมของนกั เรียนในการเขา้ ร่วมกิจกรรมกลมุ่
2. เครื่องมือ
2.1 แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกิจกรรม
2.2 แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกิจกรรมกล่มุ
97
3. เกณฑ์การประเมนิ
3.1 การประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกิจกรรม
ผ่านต้งั แต่ 2 รายการ ถือวา่ ผ่าน
ผ่าน 1 รายการ ถือว่า ไม่ผ่าน
3.2 การประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกิจกรรมกล่มุ
คะแนน 9-10 ระดบั ดีมาก
คะแนน 7-8 ระดบั ดี
คะแนน 5-6 ระดบั พอใช้
คะแนน 0-4 ระดบั ควรปรับปรุง
98