หลักสตู รสถานศึกษา
โรงเรียนบา้ นสนั ทรายพุทธศกั ราช ๒๕๖๑
ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขน้ั พ้ืนฐานพุทธศักราช ๒๕๕๑
ความนำ
กระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศใช้หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑
ให้เป็นหลักสูตรแกนกลางของประเทศ เมื่อวันที่ ๑๑ กรกฎคม ๒๕๕๑ เริ่มใช้ในโรงเรียนต้นแบบการใช้
หลักสูตรและโรงเรียนที่มีความพร้อม ในปีการศึกษา ๒๕๕๒ และเริ่มใช้ในโรงเรียนทั่วไปในปีการศึกษา
๒๕๕๓ สำนักงานคณะกรรมการการศกึ ษาขนั้ พ้นื ฐาน โดยสำนักวชิ าการและมาตรฐานการศึกษา ได้ดำเนนิ การ
ติดตามผลการนาหลกั สูตรไปสู่การปฏบิ ัติอย่างตอ่ เน่อื งในหลายรูปแบบ ท้งั การประชมุ รับฟังความคิดเห็น การ
นิเทศติดตามผลการใช้หลักสูตรของโรงเรียน การรับฟังความคิดเห็นผ่านเว็บไซต์ของสำนักวิชาการและ
มาตรฐานการศกึ ษา รายงานผลการวิจัยของหน่วยงานและองคก์ รที่เกี่ยวขอ้ งกับหลกั สูตรและการใช้หลักสูตร
แกนกลางการศกึ ษาขน้ั พ้ืนฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ ผลจากการศึกษา พบวา่ หลักสตู รแกนกลางการศึกษาขั้น
พื้นฐานพุทธศักราช ๒๕๕๑ มีข้อดีในหลายประการ เช่น กำหนดเป้าหมายการพัฒนาไว้ชัดเจน มีความ
ยืดหยุน่ เพียงพอใหส้ ถานศกึ ษาบรหิ ารจดั การหลกั สูตรสถานศึกษาได้ ส่วนปัญหาที่พบส่วนใหญเ่ กดิ จากการนำ
หลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขัน้ พ้ืนฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑ สูก่ ารปฏบิ ัติในสถานศกึ ษาและในหอ้ งเรียน
นอกจากนีก้ ารศกึ ษาข้อมูลเก่ียวกับทิศทาง กรอบยุทธศาสตร์ แผนแมบ่ ท และกฎหมายท่ีเกี่ยวข้องกับ
การพัฒนาประเทศ พบว่า ประเดน็ สำคญั เพื่อแปลงแผนไปสกู่ ารปฏิบตั ิให้เกิดผลสัมฤทธ์ไิ ด้ อยา่ งแท้จริง คือ
การเตรียมพร้อมด้านกำลังคนและการเสริมสร้างศักยภาพของประชากรในทุกช่วงวัย มุ่งเน้นการยกระดับ
คุณภาพทนุ มนษุ ยข์ องประเทศ โดยพฒั นาคนให้เหมาะสมตามชว่ งวัย เพือ่ ให้เติบโตอย่างมีคุณภาพ การพัฒนา
ทักษะที่สอดคล้องกับความต้องการในตลาดแรงงานและทักษะที่จำเป็น ต่อการดำรงชีวิตในศตวรรษที่ ๒๑
ของคนในแต่ละช่วงวัยตามความเหมาะสม การเตรียมความพร้อมของกำลังคนด้าน วิทยาศาสตร์และ
เทคโนโลยีและ เทคโนโลยที ่เี ปลีย่ นแปลงในอนาคต ตลอดจนการยกระดบั คณุ ภาพการศกึ ษาสู่ความเป็นเลศิ
เพื่อขับเคลือ่ นยุทธศาสตรช์ าติ และเตรยี มความพรอ้ มคนให้สามารถ ปรับตวั รองรับผลกระทบจากการ
เปลยี่ นแปลงไดอ้ ยา่ งเหมาะสม กระทรวงศึกษาธิการจึงกำหนดเป็นนโยบายสำคัญและเร่งดว่ นให้มีการปรับปรุง
หลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑ ในกล่มุ สาระการเรียนรู้คณติ ศาสตร์ วิทยาศาสตร์
และเทคโนโลยี และสาระภูมิศาสตร์ ในกลุม่ สาระการเรยี นรู้ สังคมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรมรวมทง้ั สาระ
เทคโนโลยี โดยมอบหมายให้สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีและเทคโนโลยี (สสวท .)
ดำเนินการปรับปรุง กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ กลุ่มสาระการเรียนรูว้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และ
สาระเทคโนโลยีและมอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานดำเนินการ ปรับปรุง สาระ
ภมู ศิ าสตร์ ในกลุม่ สาระการเรยี นรสู้ ังคมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม
ต่อมากระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศให้ใช้มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดกลุ่มสาระการเรียนรู้
คณติ ศาสตร์ วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี และสาระภูมิศาสตรใ์ นกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และ
วัฒนธรรม (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐) ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พื้นฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ ตาม
คำสั่งกระทรวงศึกษาธิการที่ สพฐ. ๑๒๓๙/๒๕๖๐ ลงวันที่ ๗ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖๐ และคำสั่งสำนักงาน
คณะกรรมการการศึกษาขน้ั พ้ืนฐาน ที่ ๓๐/๒๕๖๑ ลงวันท่ี ๕ มกราคม ๒๕๖๑ เรอ่ื ง ให้เปลยี่ นแปลงมาตรฐาน
การเรียนรู้และตวั ชีว้ ัด กลุ่มสาระการเรียนรู้คณติ ศาสตรแ์ ละวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.
๒
๒๕๖๐) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ทั้งนี้ให้โรงเรียนใช้มาตรฐานการ
เรียนรู้และตัวช้ีวัดที่ปรับปรุงตั้งแตศ่ ึกษา ๒๕๖๑ ในชั้นประถมศกึ ษาปที ี่ ๑ และ ๔ และชั้นมธั ยมศึกษาปีท่ี ๑
และ ๔ ต้ังแตป่ ีการศกึ ษา ๒๕๖๑ เป็นตน้ ไป สว่ นปีการศึกษา ๒๕๖๒ ให้ใช้ในระดบั ช้นั ประถมศกึ ษาปีที่ ๑, ๒,
๔ และช้ันมธั ยมศกึ ษาปที ่ี ๑, ๒, ๔ และ ๕ และใช้ทกุ ชั้นปีต้งั แตป่ กี ารศึกษา ๒๕๖๓
การปรบั ปรุงหลักสูตรคร้ังนี้ ยังคงหลกั การและโครงสรา้ งเดิมของหลกั สูตรแกนกลางการศึกษา
ขนั้ พืน้ ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ คอื ประกอบดว้ ย ๘ กลุ่มสาระการเรียนรู้ ไดแ้ ก่ กลมุ่ สาระการเรยี นรูภ้ าษาไทย
คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม สุขศึกษาและพลศึกษา ศิลปะ
การงานอาชีพ และภาษาต่างประเทศ แตม่ งุ่ เน้นการปรับปรุงเน้ือหาใหม้ ีความทนั สมยั ทนั ตอ่ การเปล่ียนแปลง
และความเจริญก้าวหนา้ ทางวทิ ยาการตา่ ง ๆ คำนงึ ถึงการส่งเสริมใหผ้ เู้ รยี น มที ักษะทจี่ ำเป็นสาหรบั การเรียนรู้
ในศตวรรษที่ ๒๑ เป็นสำคัญ เตรียมผู้เรียนให้มีความพร้อมที่จะเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ พร้อมที่จะประกอบอาชีพ
เมอ่ื จบการศึกษา หรือสามารถศึกษาตอ่ ในระดบั ท่สี ูงขึ้น สามารถแขง่ ขันและอย่รู ่วมกบั ประชาคมโลกได้
กรอบในการปรับปรุงหลักสูตรครั้งนี้ คือ ให้มีองค์ความรู้ที่เป็นสากลเทียบเท่านานาชาติ
ปรับมาตรฐานการเรยี นรู้และตัวช้วี ัดใหม้ ีความชัดเจน ลดความซำ้ ซ้อน สอดคล้องและเช่ือมโยงกันภายในกลุ่ม
สาระการเรียนรู้และระหวา่ งกลมุ่ สาระการเรยี นรู้ ตลอดจนเช่ือมโยงองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยีเข้าด้วยกัน จัดเรียงลาดับความยากง่ายของเนื้อหาในแต่ละระดับชั้นตาม
พัฒนาการแต่ละช่วงวัย ให้มีความเชื่อมโยงความรู้และกระบวนการเรียนรู้ โดยให้เรียนรู้ผ่านการปฏิบัติที่
ส่งเสรมิ ใหผ้ ้เู รียนพัฒนาความคิดสาระสำคัญของการปรับปรุงหลักสตู ร มีดงั น้ี
๑. กลมุ่ สาระการเรยี นรู้คณติ ศาสตร์ และวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
๑.๑ จดั กลุ่มความรใู้ หม่และนาทกั ษะกระบวนการไปบรู ณาการกับตัวชี้วัด เน้นให้
ผู้เรียนเกดิ การคดิ วิเคราะห์ คดิ แก้ปญั หา และมที ักษะในศตวรรษที่ ๒๑
๑.๒ กำหนดมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดสาหรับผู้เรียนทุกคน ที่เป็นพื้นฐาน
ท่เี ก่ยี วข้องกบั ชีวิตประจาวนั และเปน็ พื้นฐานสำคัญในการศึกษาต่อระดับทส่ี งู ขึ้น
๑.๓ ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔–๖ กำหนดตัวชี้วดั เป็นรายปี เพื่อเป็นแนวทางให้
สถานศกึ ษาจัดตามลาดับการเรียนรู้ อย่างไรก็ตามสถานศึกษาสามารถพิจารณาปรับ
เล่ือนไหลระหว่างปไี ด้ตามความเหมาะสม
๒. กลมุ่ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ไดเ้ พม่ิ สาระเทคโนโลยี ซึง่ ประกอบด้วย
การออกแบบและเทคโนโลยี และวิทยาการคำนวณ ท้งั น้เี พื่อเออ้ื ตอ่ การจัดการเรียนรู้บูรณา
การสาระทางคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และเทคโนโลยี กับกระบวนการเชิง
วิศวกรรม ตามแนวคดิ สะเต็มศึกษา
๓. สาระภูมิศาสตร์ ซึ่งเป็นสาระหนึ่งในกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และ
วฒั นธรรมได้ปรับมาตรฐานการเรียนรู้และตัวช้วี ัดให้มีความชัดเจน สอดคล้องกับพัฒนาการ
ตามช่วงวัย มีองค์ความรู้ที่เป็นสากล เพิ่มความสามารถ ทักษะ และกระบวนการทาง
ภมู ิศาสตร์ ทีช่ ดั เจนขึน้
โรงเรียนบ้านสันทรายสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 4 สำนักงาน
คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ จึงได้ดำเนินการจัดทำหลักสูตรให้สอดคล้องคำสง่ั
หน่วยงานต้นสังกัด โดยวิเคราะห์สภาพปัจจุบัน ปัญหา บริบทของโรงเรียน และจัดทำโครงสร้างหลักสูตร
กำหนดรายวิชาพื้นฐาน และรายวิชาเพิ่มเติมในแต่ละระดับชั้นให้ได้คุณภาพตามมาตรฐานการเรียนรู้และ
ตัวชี้วัดที่กำหนดไว้ในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ กำหนดเกณฑ์การจบ
๓
การศึกษาของโรงเรียน และตามหนงั สือสำนกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขน้ั พืน้ ฐาน ท่ี ศธ ๐๔๐๑๐/ว ๗๗๙
ลงวันท่ี ๒๖ มถิ ุนายน ๒๕๕๗ เรอื่ ง แนวปฏิบตั ทิ ส่ี อดคลอ้ งกับนโยบายจดั กาเรียนการสอนประวัติศาสตร์และ
หน้าที่พลเมืองที่ให้โรงเรียนปรับปรุงหลักสูตร โดยปรับให้มีวิชา หน้าที่พลเมือง เป็นรายวิชาเพิ่มเติม ระดับ
ประถมศึกษาทุกชั้นปี จำนวน ๔๐ ชั่วโมงต่อปี นอกจากนี้รัฐบาลได้มีนโยบาย “ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้”
ตั้งแต่ภาคเรียนที่ ๒ ปีการศึกษา ๒๕๕๘ เป็นต้นมา ทำโรงเรียนได้ปรบั โครงสร้างหลักสูตรใหม่ใหไ้ ม่เกิน ปีละ
๑,๐๐๐ ชั่วโมง
หลักสูตรโรงเรียนโรงเรียนบ้านสันทราย พุทธศักราช ๒๕๖๑ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2564) ตาม
หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ เป็นหลักสูตรการจัดการศึกษาเพื่อพัฒนา
นกั เรียนให้มคี ุณภาพตามมาตรฐานการเรยี นรู้ มงุ่ พฒั นาผเู้ รยี นใหเ้ ปน็ คนดี คนเกง่ และอยู่รว่ มในสงั คมอย่าง
มีความสุข มีศักยภาพในการศึกษาตอ่ โดยมุ่งหวังให้มีความสมบรู ณ์ทั้งด้านร่างกาย จิตใจ และสติปัญญา
อีกทั้งมีความรู้และทักษะที่จำเป็นสำหรบั การดำรงชีวิต มีทักษะในการติดต่อสือ่ สาร การถ่ายทอดความคดิ
ความรู้ ความเข้าใจ การแลกเปลยี่ นขอ้ มูลขา่ วสารและประสบการณ์ในการพัฒนาตนเองและสังคม มคี ณุ ภาพ
ไดม้ าตรฐานสากลในฐานะพลเมืองไทยและพลโลก ประกอบดว้ ยสาระของหลักสตู รแกนกลาง สาระความรู้ที่
เกีย่ วข้องกบั ชมุ ชน ทอ้ งถิน่ และสาระทีส่ ถานศึกษาเพ่ิมเตมิ โดยจดั เปน็ สาระการเรยี นรรู้ ายวิชาพื้นฐานตาม
มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้รายวิชาเพิ่มเติม รายวิชาหน้าที่พลเมือง กิจกรรมพัฒนา
ผู้เรียน กำหนดคุณลักษณะอันพึงประสงค์ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑
คา่ นิยม ๑๒ ประการ ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และคุณลักษณะนักเรียนตามมาตรฐานสากล
พัฒนานกั เรยี นใหม้ ศี ักยภาพเปน็ พลโลก
๔
ความสำคญั
หลักสูตรโรงเรียนโรงเรียนบ้านสันทราย พุทธศักราช ๒๕๖๑ ( ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2564 ) ตาม
หลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขัน้ พน้ื ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ มีความสำคัญในการพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณภาพ
ตามมาตรฐานการเรียนรู้ ตัวชี้วัด และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ตามที่กำหนดไว้ เป็นแนวทางให้ผู้บริหาร
สถานศึกษา ครู ตลอดจนผู้เก่ียวข้องกับการจดั การศึกษาของโรงเรียน ในการจัดมวลประสบการณ์ให้แก่ผู้เรียน
ได้พัฒนาให้บรรลุถึงคุณภาพตามมาตรฐานในการพัฒนาเยาวชนของชาติ นอกเหนือจากการใช้เป็นแนวทาง
หรือข้อกำหนดในการจัดการศึกษาของสถานศึกษาให้บรรลุตามจดุ หมายของการจดั การศึกษาแล้ว หลักสูตร
โรงเรียนโรงเรียนบ้านสันทราย พุทธศักราช ๒๕๖๑ ( ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2564 ) ตามหลักสูตรแกนกลาง
การศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ที่พัฒนาขึ้นยังเป็นหลักสูตรที่มีจุดมุ่งหมายให้ครอบครัว ชุมชน
องค์กรในท้องถิ่น ทั้งภาครัฐและเอกชนเข้าร่วมจัดการศึกษาของโรงเรียน โดยมีแนวทางสำคัญที่โรงเรียน
กำหนดไวใ้ นหลักสตู รโรงเรียน ดังน้ี
๑. หลักสูตรโรงเรียนโรงเรียนบ้านสันทราย พุทธศักราช ๒๕๖๑ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2564)ตาม
หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขัน้ พื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ มุ่งพัฒนาให้ผูเ้ รียนเกิดความสนุกสนาน และ
ความเพลดิ เพลินในการเรยี นร้เู ปรยี บเสมือนเป็นวิธสี ร้างกำลงั ใจ และเร้าใหเ้ กิดความกา้ วหนา้ แกผ่ ู้เรียนให้มาก
ที่สุด มีความรู้สูงสุด ผู้เรียนทุกคนมีความเข้มแข็ง ความสนใจ มีประสบการณ์ และความมั่นใจ เรียนและ
ทำงานอย่างเป็นอิสระและร่วมใจกัน มีทักษะในการอ่านออกเขียนได้ คิดเลขเป็น รู้ข้อมูลสารสนเทศ และ
เทคโนโลยีสอ่ื สาร สง่ เสริมจติ ใจท่ีอยากร้อู ยากเห็น และมกี ระบวนการคิดอย่างมีเหตผุ ล
๒. หลักสูตรโรงเรียนโรงเรียนบ้านสันทราย พุทธศักราช ๒๕๖๑ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2564) ตาม
หลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขัน้ พ้ืนฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ส่งเสริมการพัฒนาด้านจิตวิญญาณ จริยธรรม
สงั คม และวัฒนธรรม พัฒนาหลกั การในการจำแนกระหว่างถกู และผิด เข้าใจและศรทั ธาในความเชื่อของตน
ความเชื่อและวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน พัฒนาหลักคุณธรรมและความอิสระของผู้เรียน และช่วยให้เป็น
พลเมืองที่มีความรับผิดชอบ สามารถช่วยพัฒนาสังคมให้เป็นธรรมขึ้น มีความเสมอภาค พัฒนาความ
ตระหนัก เข้าใจและยอมรับสภาพแวดล้อมท่ีตนดำรงชวี ิตอยู่ ยดึ ม่นั ในขอ้ ตกลงร่วมกนั ต่อการพัฒนาที่ยั่งยืน
ท้งั ในระดบั สว่ นตน ระดับท้องถิ่น ระดบั ชาติ และระดบั โลก สร้างใหผ้ เู้ รียนมคี วามพร้อมในการเป็นผบู้ รโิ ภคที่
ตดั สนิ ใจแบบมขี ้อมูล เป็นอิสระ และมคี วามรบั ผิดชอบ
๓. หลักสูตรโรงเรียนโรงเรียนบ้านสันทราย พุทธศักราช ๒๕๖๑ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2564) ตาม
หลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาข้นั พนื้ ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ ส่งเสรมิ ใหผ้ ู้เรียน มีทกั ษะท่ีจำเป็นสาหรับการ
เรียนรู้ในศตวรรษที่ ๒๑ เป็นสำคัญ เตรียมผู้เรียนให้มีความพร้อมที่จะเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ พร้อมที่จะประกอบ
อาชีพ เมื่อจบการศกึ ษา หรอื สามารถศกึ ษาต่อในระดบั ทสี่ งู ขน้ึ สามารถแขง่ ขนั และอยรู่ ว่ มกบั ประชาคมโลกได้
๕
ลักษณะของหลกั สตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นบ้านสนั ทรายพทุ ธศกั ราช ๒๕๖๑
ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พ้ืนฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑
หลักสูตรโรงเรียนโรงเรียนบ้านสันทราย พุทธศักราช ๒๕๖๑ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2564) ตาม
หลกั สตู รแกนกลางการศึกษาข้ันพน้ื ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑ เป็นหลักสูตรที่โรงเรยี นได้พัฒนาข้ึนเพื่อพัฒนา
ผเู้ รยี นในระดบั ประถมศึกษา โดยยึดองคป์ ระกอบหลักสำคัญ ๕ ส่วนคอื
๑) หลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พนื้ ฐานพุทธศกั ราช ๒๕๕๑
๒) มาตรฐานการเรยี นรแู้ ละตัวชี้วัดกลมุ่ สาระการเรยี นร้คู ณิตศาสตร์ วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี และ
สาระภูมิศาสตร์ในกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.
๒๕๖๐) ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑
๓) นโยบายการจดั การเรียนการสอนหนา้ ท่ีพลเมือง
๔) กรอบหลักสตู รระดับท้องถน่ิ
๕) สาระสำคัญ จดุ เนน้ ทีโ่ รงเรยี นพัฒนาเพมิ่ เติม เปน็ กรอบในการจดั ทำรายละเอยี ดเพือ่ ใหเ้ ป็นไปตาม
มาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐานที่กำหนด เหมาะสมกับสภาพชุมชนและท้องถิ่นและจุดเน้นของ
โรงเรียน
โดยหลกั สูตรโรงเรียนโรงเรียนบ้านสนั ทราย พุทธศกั ราช ๒๕๖๑ (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ. 2564)
หลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พ้นื ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑ ท่ีพฒั นาขน้ึ มลี ักษณะของหลกั สตู ร ดังน้ี
๑. เป็นหลกั สูตรเฉพาะของโรงเรยี นบ้านสนั ทรายสำหรบั จัดการศกึ ษาในหลักสตู รแกนกลาง
การศึกษาขั้นพนื้ ฐานจดั ในระดบั ประถมศกึ ษา (ชน้ั ประถมศึกษาปีที่ ๑ – ๖)
๒. เป็นหลักสูตรที่มีความเป็นเอกภาพสอดคล้องกับหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน
พุทธศักราช ๒๕๕๑ สำหรับให้ครูผู้สอนนำไปจัดการเรียนรู้ได้อย่างหลากหลาย โดยกำหนดให้มี
รายละเอยี ด ดังน้ี
๒.๑ สาระการเรียนรู้ที่โรงเรียนใช้เป็นหลักเพื่อสร้างพื้นฐานการคิด การเรียนรู้ และ
การแก้ปัญหาประกอบด้วย ภาษาไทย คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และ
สังคมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม
๒.๒ สาระการเรียนรู้ที่เสริมสร้างความเป็นมนุษย์ ศักยภาพการคิดและการทำงาน
ประกอบดว้ ย สขุ ศึกษาและพลศึกษา ศลิ ปะ การงานอาชพี และภาษาอังกฤษ
๒.๓ สาระการเรียนรู้เพิ่มเติม โดยจัดทำเป็นรายวิชา/กิจกรรมเพิ่มเติมตามความเหมาะสม
และสอดคล้องกบั โครงสร้างเวลาเรยี น สาระการเรียนรู้ทอ้ งถิน่ ความต้องการของผู้เรียน และ
บริบทของโรงเรยี นและเพิ่มวชิ าหน้าทีพ่ ลเมอื งใหส้ อดคลอ้ งกับนโยบายหน่วยเหนอื ด้วย
๒.๔ กจิ กรรมพฒั นาผู้เรียน เพื่อพัฒนาผูเ้ รียนทง้ั ดา้ นรา่ งกาย จิตใจ สติปญั ญา อารมณ์ และ
สังคม เสริมสร้างการเรียนรู้นอกจากกลุ่มสาระการเรียนรู้ ๘ กลุ่ม และการพัฒนาตนตาม
ศักยภาพ
๒.๕ การกำหนดมาตรฐานของโรงเรียนที่สอดคล้องกับมาตรฐานระดับต่าง ๆ เพื่อเป็น
เป้าหมายของการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของโรงเรียน จัดทำรายละเอียดสาระการเรียนรู้
และจัดกระบวนการเรยี นรูใ้ หส้ อดคลอ้ งกับสภาพในชมุ ชน สงั คม และภูมิปญั ญาทอ้ งถิน่
๓. มีมาตรฐานการเรยี นรู้เปน็ เป้าหมายสำคัญของการพัฒนาคุณภาพหลักสูตรโรงเรยี นบ้านสันทราย
พุทธศักราช ๒๕๖๑ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2564) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน
๖
พุทธศักราช ๒๕๕๑ เป็นหลักสูตรที่มีมาตรฐานเป็นตัวกำหนดเกี่ยวกับความรู้ ทักษะ กระบวนการ
สมรรถนะ และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียน เพื่อเป็นแนวทางในการประกันคุณภาพ
การศึกษา โดยมีการกำหนดมาตรฐานไว้ดงั นี้
๓.๑ มาตรฐานหลักสูตร เปน็ มาตรฐานด้านผ้เู รียนหรอื ผลผลิตของหลักสูตรโรงเรียน
เกิดขน้ึ จากการจดั กิจกรรมตามโครงสร้างของหลักสูตรทั้งหมดของครู และใชเ้ ป็นแนวทางใน
การตรวจสอบคุณภาพโดยรวมของการจัดการศึกษาตามหลักสูตรในทุกระดับ ซึ่งโรงเรียน
ตอ้ งใชส้ ำหรับการประเมินตนเองเพอื่ จัดทำรายงานประจำปตี ามบทบัญญัตใิ นพระราชบญั ญัติ
การศกึ ษา เพ่อื นำมาเปน็ ขอ้ มูลใน การกำหนดแนวปฏบิ ตั ใิ นการส่งเสรมิ กำกับ ติดตาม ดูแล
และปรับปรงุ คุณภาพ เพ่อื ให้ไดต้ ามมาตรฐานทกี่ ำหนด
๓.๒ มีตัวชี้วัดชั้นปี เป็นเป้าหมายระบุสิ่งที่นักเรียนพึงรู้และปฏิบัติได้ รวมทั้ง
คุณลักษณะของผู้เรียนในแต่ละระดับชั้นซึ่งสะท้อนถึงมาตรฐานการเรียนรู้ มีความ
เฉพาะเจาะจง และมีความเป็นรูปธรรม นำไปใช้ในการกำหนดเนื้อหา จัดทำหน่วยการ
เรียนรู้ จัดการเรียนการสอน และเป็นเกณฑ์สำคัญสำหรับ การวัดประเมินผลเพื่อตรวจสอบ
คุณภาพผู้เรียน ตรวจสอบพัฒนาการผู้เรียน ความรู้ ทักษะ กระบวนการ คุณธรรม
จริยธรรมและคา่ นิยมอันพึงประสงค์ และเป็นหลกั ในการเทยี บโอนความรูแ้ ละประสบการณ์
จากการศึกษาในระบบ นอกระบบ และตามอัธยาศยั
๓.๓ มีความเป็นสากล ความเป็นสากลของหลักสูตรโรงเรียน คือมุ่งให้ผู้เรียนมี
ความรู้ ความสามารถในเรื่องเทคโนโลยีสารสนเทศ ภาษาอังกฤษ การจัดการสิ่งแวดล้อม
ภูมิปัญญาท้องถิ่น มีคุณลักษณะที่จำเป็นในการอยู่ในสังคมได้แก่ ความซื่อสัตย์ ความ
รับผิดชอบ การตรงต่อเวลา การเสียสละ การเอื้อเฟื้อ โดยอยู่บนพื้นฐานของความพอดี
ระหว่างการเป็นผูน้ ำ และผู้ตาม การทำงานเป็นทีม และการทำงานตามลำพัง การแข่งขนั
การรู้จักพอ และการรว่ มมือกันเพ่อื สังคม วิทยาการสมัยใหม่ และภมู ิปญั ญาทอ้ งถ่นิ การรับ
วัฒนธรรมต่างประเทศ และการอนุรักษ์วัฒนธรรมไทยการฝึกฝนทักษะเฉพาะทาง และ
การบรู ณาการในลกั ษณะทีเ่ ปน็ องคร์ วม
๔. มีความยืดหยุ่น หลากหลาย หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านสันทราย พุทธศักราช ๒๕๖๑
ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ (เป็นหลักสูตรที่โรงเรียนจัดทำ
รายละเอียดต่าง ๆ ขึ้นเอง โดยยึดโครงสร้างหลักที่กำหนดไว้ในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้น
พื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ กรอบหลักสูตรระดับท้องถิ่น เป็นขอบข่ายในการจัดทำ จึงทำให้
หลักสูตรของโรงเรียนมคี วามยดื หย่นุ หลากหลาย สอดคล้องกับสภาพปัญหา และความตอ้ งการของ
ทอ้ งถ่ิน โดยเฉพาะอยา่ งยิง่ มีความเหมาะสมกับตวั ผเู้ รยี น
๕. การวดั และประเมินผลเนน้ หลกั การพื้นฐานสองประการคือการประเมนิ เพ่อื พัฒนาผู้เรียนและเพ่ือ
ตัดสินผลการเรียน โดยผ้เู รียนตอ้ งได้รบั การพฒั นาและประเมินตามตัวชีว้ ัดเพอ่ื ให้บรรลตุ ามมาตรฐาน
การเรียนรู้ สะท้อนสมรรถนะสำคัญ และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียนเป็นเป้าหมายหลักใน
การวดั และประเมินผลการเรียนรู้ในทุกระดับไม่ว่าจะเป็นระดบั ช้ันเรยี น ระดบั สถานศึกษา ระดับเขต
พื้นที่การศึกษา และระดับชาติ การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ เป็นกระบวนการพัฒนาคุณภาพ
ผู้เรียน และใช้ผลการประเมินเป็นข้อมูลและสารสนเทศที่แสดงพัฒนาการ ความก้าวหน้า และ
ความสำเร็จทางการเรียนของผ้เู รียน ตลอดจนข้อมลู ท่ีเป็นประโยชน์ต่อการส่งเสริมให้ผู้เรียนเกิดการ
พัฒนาและเรียนรอู้ ยา่ งเต็มตามศักยภาพ
๗
วิสยั ทัศน์
หลักสูตรโรงเรียนโรงเรียนบ้านสันทราย พุทธศักราช ๒๕๖๑ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2564) ตาม
หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้เป็นมนุษย์ที่มีสมบูรณ์ มี
ความสมดลุ ท้ังดา้ นร่างกาย ความรู้ คุณธรรม ยึดหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง ภูมิใจในท้องถ่ิน มีสำนึก
ความเป็นพลเมืองไทยและพลโลก ยึดมั่นในการปกครองตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตรยิ ์ทรง
เปน็ ประมขุ มีความรู้และทกั ษะทจี่ ำเป็นในศตวรรษท่ี ๒๑ โดยมงุ่ เน้นผเู้ รยี นเป็นสำคัญบนพ้ืนฐานความเชื่อวา่
ทกุ คนสามารถเรียนร้แู ละพฒั นาตนเองไดเ้ ต็มตามศักยภาพ
สมรรถนะสำคญั และคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์ของผ้เู รียน
ในการพัฒนาผู้เรียนตามหลักสูตรโรงเรียนบ้านสันทราย พุทธศักราช ๒๕๖๑ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.
2564) ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาข้ันพืน้ ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ มุ่งเนน้ พฒั นาผู้เรียนให้มีคุณภาพ
ตามมาตรฐานทก่ี ำหนด ซงึ่ จะช่วยให้ผเู้ รยี นเกิดสมรรถนะสำคญั และคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์ ดงั น้ี
สมรรถนะสำคญั ของผ้เู รียน
หลักสูตรโรงเรียนโรงเรียนบ้านสันทราย พุทธศักราช ๒๕๖๑ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2564) ตาม
หลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขั้นพืน้ ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ มุ่งให้ผู้เรียนเกิดสมรรถนะสำคัญ ๕ ประการ
ดังน้ี
๑. ความสามารถในการส่อื สาร
เป็นความสามารถในการรับและส่งสาร มีวัฒนธรรมในการใช้ภาษาถ่ายทอดความคิด ความรู้ความ
เขา้ ใจ ความร้สู ึก และทัศนะของตนเองเพอื่ แลกเปล่ียนขอ้ มูลข่าวสารและประสบการณอ์ นั จะเป็นประโยชน์ต่อ
การพัฒนาตนเองและสังคม รวมทั้งการเจรจาต่อรองเพ่ือขจัดและลดปัญหาความขัดแย้งต่าง ๆ การเลือกรับ
หรอื ไมร่ ับข้อมูลข่าวสารด้วยหลักเหตผุ ลและความถูกตอ้ ง ตลอดจนการเลือกใชว้ ธิ ีการส่อื สาร ท่มี ีประสทิ ธภิ าพ
โดยคำนึงถงึ ผลกระทบท่ีมตี อ่ ตนเองและสังคม
๒. ความสามารถในการคดิ
เป็นความสามารถในการคิดวิเคราะห์ การคิดสังเคราะห์ การคิดอย่างสร้างสรรค์ การคิดอย่างมี
วิจารณญาณ และการคิดเป็นระบบ เพื่อนำไปสู่การสร้างองค์ความรูห้ รือสารสนเทศเพ่ือการตัดสินใจเก่ียวกับ
ตนเองและสังคมได้อยา่ งเหมาะสม
๓. ความสามารถในการแกป้ ัญหา
เป็นความสามารถในการแก้ปัญหาและอุปสรรคต่าง ๆ ที่เผชิญได้อย่างถูกต้องเหมาะสมบนพื้นฐาน
ของหลกั เหตผุ ล คณุ ธรรมและข้อมลู สารสนเทศ เข้าใจความสมั พันธแ์ ละการเปลย่ี นแปลงของเหตกุ ารณ์
ต่าง ๆ ในสังคม แสวงหาความรู้ ประยุกต์ความรมู้ าใช้ในการป้องกนั และแกไ้ ขปัญหา และ
มีการตดั สินใจทม่ี ีประสิทธิภาพโดยคำนึงถงึ ผลกระทบทีเ่ กิดขึน้ ต่อตนเอง สงั คมและส่ิงแวดลอ้ ม
๔. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
เปน็ ความสามารถในการเลือก และใช้ เทคโนโลยีดา้ นตา่ ง ๆ และมที ักษะกระบวนการทางเทคโนโลยี
เพื่อการพัฒนาตนเองและสังคม ในด้านการเรียนรู้ การสื่อสาร การทำงาน การแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์
ถกู ตอ้ ง เหมาะสม และมีคณุ ธรรม
๘
๕. ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ติ
เป็นความสามารถในการนำกระบวนการตา่ ง ๆ ไปใช้ในการดำเนนิ ชวี ิตประจำวัน
การเรียนรู้ด้วยตนเอง การเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง การทำงาน และการอยู่ร่วมกันในสังคมด้วยการสร้างเสริม
ความสัมพันธ์อนั ดีระหว่างบุคคล การจัดการปญั หาและความขัดแยง้ ตา่ ง ๆ อย่างเหมาะสม การปรับตัวให้ทัน
กับการเปลี่ยนแปลงของสังคมและสภาพแวดล้อม และการรู้จักหลีกเลี่ยงพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ที่ส่งผล
กระทบตอ่ ตนเองและผ้อู ื่น
๖. ความสามารถในการอยูใ่ นสงั คมขา้ มวัฒนธรรม
เปน็ ความสามารถในการแสดงออกถึงการมีความภาคภมู ิใจในเช้ือชาติ ศาสนา ภาษา และวัฒนธรรม
ของตนเองอกี ท้ังยงั ยอมรับความแตกต่างด้านเชื้อชาติ ศาสนา ภาษา และวฒั นธรรมของผู้อื่น สามารถสื่อสาร
ความเปน็ วฒั นธรรมของตนเองตอ่ ผู้อ่ืนไดอ้ ย่างเหมาะสม เรยี นรู้วถิ ีชีวติ ความเป็นอยู่ และวฒั นธรรมของผู้อ่ืน
ได้อย่างเหมาะสมกับเวลา สถานที่และบุคคล และมีความรู้และเข้าใจ บทบาทหน้าที่ของตนและผู้อื่น และ
ปฏิบตั ติ นไดอ้ ย่างเหมาะสม
คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์
หลักสูตรโรงเรียนโรงเรียนบ้านสันทราย พุทธศักราช ๒๕๖๑ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2564) ตาม
หลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาข้นั พน้ื ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ มุง่ พฒั นาผูเ้ รียนใหม้ คี ณุ ลักษณะอันพึงประสงค์
เพ่ือให้สามารถอยู่รว่ มกับผู้อื่นในสงั คมไดอ้ ยา่ งมีความสขุ ในฐานะเป็นพลเมืองไทยและพลโลก ดงั น้ี
๑. รักชาติ ศาสน์ กษตั ริย์
๒. ซื่อสัตย์สุจริต
๓. มวี ินยั
๔. ใฝ่เรยี นรู้
๕. อยูอ่ ยา่ งพอเพียง
๖. มุ่งมั่นในการทำงาน
๗. รกั ความเป็นไทย
๘. มจี ิตสาธารณะ
สาระและมาตรฐานการเรยี นรู้
หลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาข้นั พ้ืนฐานกำหนดมาตรฐานการเรยี นรใู้ น ๘ กลุม่ สาระการเรียนรู้
จำนวน ๓๒ สาระ ๕๗ มาตรฐาน ดงั น้ี
กลุ่มสาระการเรียนรภู้ าษาไทย (๕ สาระ ๕ มาตรฐาน)
• สาระท่ี ๑ การอา่ น
- มาตรฐาน ท ๑.๑ ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิดเพื่อนำไปใช้
แก้ปญั หาใน การดำเนินชีวติ และมีนสิ ัยรักการอ่าน
• สาระที่ ๒ การเขยี น
- มาตรฐาน ท ๒.๑ ใช้กระบวนการเขียน เขียนสื่อสาร เขียนเรียงความ ย่อความ
และเขียนเรื่องราวในรูปแบบต่างๆ เขียนรายงานข้อมูลสารสนเทศและรายงาน
การศึกษาคน้ คว้าอย่างมีประสิทธิภาพ
๙
• สาระท่ี ๓ การฟงั การดู และการพูด
- มาตรฐาน ท ๓.๑ สามารถเลือกฟังและดอู ย่างมีวิจารณญาณ และพดู แสดงความรู้
ความคิด ความรสู้ ึกในโอกาสตา่ งๆ อย่างมวี ิจารณญาณ และสร้างสรรค์
• สาระที่ ๔ หลกั การใชภ้ าษาไทย
- มาตรฐาน ท ๔.๑ เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลี่ยนแปลง
ของภาษาและพลังของภาษา ภูมปิ ญั ญาทางภาษา และรกั ษา ภาษาไทยไว้เป็นสมบัติ
ของชาติ
• สาระที่ ๕ วรรณคดีและวรรณกรรม
- มาตรฐาน ท ๕.๑ เข้าใจและแสดงความคิดเห็น วิจารณ์วรรณคดี และวรรณกรรม
ไทยอย่างเห็นคณุ ค่าและนำมาประยกุ ตใ์ ช้ในชวี ิตจรงิ
กลุ่มสาระการเรยี นรูค้ ณิตศาสตร์ (๓ สาระการเรยี นรู้ ๗ มาตรฐานการเรียนร)ู้
• สาระที่ ๑ จำนวนและพีชคณติ
- มาตรฐาน ค ๑.๑ เข้าใจความหลากหลายของการแสดงจำนวน ระบบจำนวน การ
ดำเนินการของจานวน ผลที่เกิดขึ้นจากการดำเนินการ สมบัติของการดำเนินการ
และนำไปใช้
- มาตรฐาน ค ๑.๒ เข้าใจและวิเคราะห์แบบรูป ความสัมพันธ์ ฟังก์ชัน ลำดับและ
อนุกรม และนำไปใช้
- มาตรฐาน ค ๑.๓ ใชน้ ิพจน์ สมการ อสมการ และเมทริกซ์ อธิบายความสมั พันธ์หรือ
ชว่ ยแก้ปัญหา ทีก่ ำหนดให้
• สาระท่ี ๒ การวัดและเรขาคณิต
- มาตรฐาน ค ๒.๑ เข้าใจพื้นฐานเกี่ยวกับการวัด วัดและคาดคะเนขนาดของสิ่งท่ี
ตอ้ งการวัด และนำไปใช้
- มาตรฐาน ค ๒.๒ เข้าใจและวิเคราะห์รูปเรขาคณิต สมบัติของรูปเรขาคณิ ต
ความสัมพันธร์ ะหวา่ งรปู เรขาคณิตและทฤษฎีบททางเรขาคณิต และนำไปใช้
• สาระที่ ๓ สถิตแิ ละความนา่ จะเป็น
- มาตรฐาน ค ๓.๑ เข้าใจกระบวนการทางสถิติ และใช้ความรู้ทางสถิติในการ
แก้ปญั หา
- มาตรฐาน ค ๓.๒ เขา้ ใจหลักการนับเบอ้ื งตน้ ความน่าจะเปน็ และนำไปใช้
กล่มุ สาระการเรยี นรูว้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (๓ สาระ ๑๐ มาตรฐาน)
• สาระท่ี ๑ วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยีชีวภาพ
- มาตรฐาน ว ๑.๑ เข้าใจความหลากหลายของระบบนิเวศ ความสัมพันธ์ระหว่าง
สิง่ ไมม่ ีชีวิตกับสง่ิ มีชวี ติ และความสมั พนั ธ์ระหว่างส่ิงมีชวี ติ กับสิง่ มีชีวติ ต่างๆ ในระบบ
นิเวศ การถ่ายทอดพลังงาน การเปลี่ยนแปลงแทนทีใ่ นระบบนเิ วศ ความหมายของ
ประชากร ปัญหาและผลกระทบทม่ี ตี ่อทรัพยากรธรรมชาติและสงิ่ แวดลอ้ ม แนวทาง
๑๐
ในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและการแก้ไขปัญหาสิง่ แวดล้อม รวมทัง้ นาความรู้
ไปใชป้ ระโยชน์
- มาตรฐาน ว ๑.๒ เขา้ ใจสมบัติของส่งิ มชี ีวติ หน่วยพื้นฐานของส่ิงมีชีวิต การลำเลียง
สารเข้าและออกจากเซลล์ ความสัมพันธ์ของโครงสรา้ ง และหน้าที่ของระบบต่างๆ
ของสัตว์และมนุษย์ท่ีทำงานสัมพันธก์ ัน ความสัมพนั ธ์ของโครงสร้าง และหน้าท่ีของ
อวัยวะต่างๆ ของพชื ทีท่ ำงานสัมพันธก์ ัน รวมทงั้ นำความรไู้ ปใชป้ ระโยชน์
- มาตรฐาน ว ๑.๓ เข้าใจกระบวนการและความสำคัญของการถา่ ยทอดลักษณะทาง
พันธุกรรม สารพันธุกรรม การเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรมที่มผี ลต่อสิ่งมีชวี ิต ความ
หลากหลายทางชีวภาพและวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิต รวมทั้งนำความรู้ไปใช้
ประโยชน์
• สาระท่ี ๒ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยกี ายภาพ
- มาตรฐาน ว ๒.๑ เข้าใจสมบัติของสสาร องค์ประกอบของสสาร ความสัมพันธ์
ระหว่างสมบัติของสสารกับโครงสร้างและแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาค หลักและ
ธรรมชาติของการเปลี่ยนแปลงสถานะของสสาร การเกิดสารละลาย และการ
เกิดปฏิกิรยิ าเคมี
- มาตรฐาน ว ๒.๒ เข้าใจธรรมชาติของแรงในชีวิตประจำวัน ผลของแรงที่กระทำตอ่
วตั ถุ ลักษณะการเคล่ือนทแ่ี บบตา่ งๆ ของวตั ถุ รวมทั้งนำความรู้ไปใช้ประโยชน์
- มาตรฐาน ว ๒.๓ เข้าใจความหมายของพลงั งาน การเปลี่ยนแปลงและการถา่ ยโอน
พลังงาน ปฏสิ มั พันธร์ ะหว่างสสารและพลังงาน พลังงานในชีวิตประจำวนั ธรรมชาติ
ของคลื่น ปรากฏการณ์ท่ีเกีย่ วข้องกบั เสียง แสง และคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า รวมทั้งนำ
ความรไู้ ปใช้ประโยชน์
• สาระท่ี ๓ วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยีโลกและอวกาศ
- มาตรฐาน ว ๓.๑ เข้าใจองค์ประกอบ ลักษณะ กระบวนการเกิด และวิวัฒนาการ
ของ เอกภพ กาแล็กซี ดาวฤกษ์ และระบบสุริยะ รวมทั้งปฏิสัมพันธ์ภายในระบบ
สุริยะทีส่ ่งผลตอ่ สงิ่ มีชวี ติ และการประยกุ ต์ใชเ้ ทคโนโลยีอวกาศ
- มาตรฐาน ว ๓.๒ เขา้ ใจองค์ประกอบและความสัมพนั ธ์ของระบบโลก กระบวนการ
เปลี่ยนแปลงภายในโลก และบนผิวโลก ธรณีพิบตั ิภัย กระบวนการเปลีย่ นแปลงลม
ฟ้า อากาศ และภูมิอากาศโลก รวมทง้ั ผลตอ่ สง่ิ มชี วี ิตและสิง่ แวดลอ้ ม
• สาระที่ ๔ เทคโนโลยี
- มาตรฐาน ว ๔.๑ เข้าใจแนวคิดหลักของเทคโนโลยีเพื่อการดำรงชีวติ ในสังคมที่มี
การเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ใช้ความรู้และทักษะทางด้านวิทยาศาสตร์และ
เทคโนโลยี คณิตศาสตร์ และศาสตร์อื่นๆ เพื่อแก้ปัญหาหรือพัฒนางานอย่างมี
ความคดิ สร้างสรรค์ดว้ ยกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม เลอื กใช้เทคโนโลยีอย่าง
เหมาะสมโดยคำนึงถงึ ผลกระทบต่อชวี ติ สังคม และสิง่ แวดลอ้ ม
- มาตรฐาน ว ๔.๒ เข้าใจและใช้แนวคิดเชิงคำนวณในการแก้ปัญหาที่พบในชีวิตจริง
อย่างเป็นขั้นตอนและเป็นระบบ ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในการ
เรียนรู้ การทำงาน และการแก้ปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ รู้เท่าทัน และมี
จรยิ ธรรม
๑๑
กลมุ่ สาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม (๕ สาระ ๑๑ มาตรฐาน)
• สาระท่ี ๑ ศาสนา ศลี ธรรม จริยธรรม
- มาตรฐาน ส ๑.๑ รู้ และเข้าใจประวัติ ความสำคัญ ศาสดา หลักธรรมของ
พระพุทธศาสนาหรือศาสนาที่ตนนับถือและศาสนาอื่น มีศรัทธาที่ถูกต้อง ยึดม่ัน
และปฏิบัติตามหลักธรรม เพื่ออยูร่ ว่ มกันอย่างสนั ตสิ ขุ
- มาตรฐาน ส๑.๒ เขา้ ใจ ตระหนักและปฏบิ ตั ิตนเป็นศาสนิกชนทีด่ ี และธำรงรักษา
พระพุทธศาสนาหรือศาสนาท่ตี นนบั ถือ
• สาระที่ ๒ หนา้ ที่พลเมือง วฒั นธรรม และการดำเนนิ ชวี ติ ในสงั คม¬
- มาตรฐาน ส ๒.๑ เข้าใจและปฏิบัติตนตามหน้าที่ของการเป็นพลเมืองดี มีค่านิยมที่ดี
งามและธำรงรกั ษาประเพณีและวัฒนธรรมไทย ดำรงชีวิตอยู่รว่ มกันในสังคมไทย และ
สังคมโลกอย่างสันตสิ ขุ
- มาตรฐาน ส ๒.๒ เข้าใจระบบการเมืองการปกครองในสังคมปัจจุบัน ยึดมั่น ศรัทธา
และธำรงรักษาไว้ซึ่งการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็น
ประมขุ
• สาระที่ ๓ เศรษฐศาสตร์
- มาตรฐาน ส ๓.๑ เข้าใจและสามารถบริหารจดั การทรัพยากรในการผลิตและการบริโภค
การใช้ทรัพยากรที่มีอยู่จำกัดได้อย่างมีประสิทธิภาพและคุ้มค่า รวมทั้งเข้าใจหลักการ
ของเศรษฐกิจพอเพยี ง เพ่อื การดำรงชวี ติ อย่างมีดุลยภาพ
- มาตรฐาน ส ๓.๒ เข้าใจระบบ และสถาบันทางเศรษฐกิจต่าง ๆ ความสัมพันธ์ทาง
เศรษฐกิจ และความจำเปน็ ของการรว่ มมอื กันทางเศรษฐกิจในสังคมโลก
• สาระที่ ๔ ประวตั ศิ าสตร์
- มาตรฐาน ส ๔.๑ เข้าใจความหมาย ความสำคัญของเวลาและยุคสมัยทาง
ประวัติศาสตร์ สามารถใช้วิธีการทางประวัติศาสตร์มาวิเคราะหเ์ หตุการณ์ต่างๆ อย่าง
เปน็ ระบบ
- มาตรฐาน ส ๔.๒ เข้าใจพัฒนาการของมนุษยชาติจากอดีตจนถึงปัจจุบัน ในด้าน
ความสมั พนั ธแ์ ละการเปล่ียนแปลงของเหตุการณ์อย่างต่อเนื่อง ตระหนกั ถึงความสำคัญ
และสามารถวิเคราะหผ์ ลกระทบที่เกิดข้นึ
- มาตรฐาน ส ๔.๓ เข้าใจความเป็นมาของชาติไทย วัฒนธรรม ภูมิปัญญาไทย
มีความรัก ความภูมใิ จและธำรงความเปน็ ไทย
• สาระท่ี ๕ ภมู ศิ าสตร์
- มาตรฐาน ส ๕.๑ เข้าใจลกั ษณะทางกายภาพของโลกและความสมั พันธข์ องสรรพสิ่งซึ่งมี
ผลต่อกัน ใช้แผนที่และเครื่องมือทางภูมิศาสตร์ในการค้นหา วิเคราะห์ และสรุปข้อมูล
ตามกระบวนการทางภูมิศาสตร์ ตลอดจนใชภ้ มู สิ ารสนเทศอยา่ งมีประสิทธภิ าพ
- มาตรฐาน ส ๕.๒ เข้าใจปฏสิ มั พนั ธ์ระหวา่ งมนุษยก์ ับสิง่ แวดล้อมทางกายภาพท่ีกอ่ ให้เกิด
การสรา้ งสรรค์วถิ กี ารดาเนนิ ชีวิต มีจิตสำนึกและมสี ว่ นร่วมในการจัดการทรพั ยากร และ
สงิ่ แวดลอ้ มเพือ่ การพฒั นาทยี่ ่งั ยืน
๑๒
กลมุ่ สาระการเรียนรูส้ ขุ ศกึ ษาและพลศึกษา (๕ สาระ ๖ มาตรฐาน)
• สาระที่ ๑ การเจริญเตบิ โตและพฒั นาการของมนษุ ย์
- มาตรฐาน พ ๑.๑ เข้าใจธรรมชาตขิ องการเจรญิ เตบิ โตและพัฒนาการของมนุษย์
• สาระที่ ๒ ชีวิตและครอบครัว
- มาตรฐาน พ ๒.๑ เขา้ ใจและเห็นคุณค่าตนเอง ครอบครัว เพศศกึ ษา และมที ักษะใน
การดำเนินชีวติ
• สาระที่ ๓ การเคล่ือนไหว การออกกำลังกาย การเล่นเกม กีฬาไทย และกฬี าสากล
- มาตรฐาน พ ๓.๑ เขา้ ใจ มีทกั ษะในการเคลอ่ื นไหว กิจกรรมทางกาย การเล่นเกม และ
กีฬา
- มาตรฐาน พ ๓.๒ รักการออกกำลงั กาย การเลน่ เกม และการเล่นกฬี า ปฏิบัตเิ ปน็
ประจำอย่างสมำ่ เสมอ มวี ินัย เคารพสิทธิ กฎ กติกา มนี ้ำใจนกั กฬี า มจี ติ วิญญาณใน
การแข่งขัน และชื่นชมในสนุ ทรยี ภาพของการกฬี า
• สาระท่ี ๔ การสร้างเสรมิ สุขภาพ สมรรถภาพและการป้องกันโรค
- มาตรฐาน พ ๔.๑ เห็นคุณคา่ และมีทักษะในการสรา้ งเสริมสขุ ภาพ การดำรงสุขภาพ
การปอ้ งกันโรคและการสรา้ งเสรมิ สมรรถภาพเพือ่ สขุ ภาพ
• สาระท่ี ๕ ความปลอดภัยในชวี ติ
- มาตรฐาน พ ๕.๑ ปอ้ งกนั และหลกี เล่ียงปจั จยั เสยี่ ง พฤติกรรมเสี่ยงต่อสขุ ภาพ อบุ ัติเหตุ
การใชย้ าสารเสพติด และความรุนแรง
สาระการเรียนรู้ศิลปะ (๓ สาระ ๖ มาตรฐาน)
• สาระท่ี ๑ ทศั นศลิ ป์
- มาตรฐาน ศ ๑.๑ สร้างสรรคง์ านทัศนศลิ ป์ตามจินตนาการ และความคิดสร้างสรรค์
วเิ คราะห์ วพิ ากษ์ วิจารณ์คุณคา่ งานทัศนศิลป์ ถ่ายทอดความร้สู ึก ความคิดตอ่ งาน
ศิลปะอย่างอสิ ระ ชนื่ ชม และประยกุ ตใ์ ช้ในชวี ิตประจำวนั
- มาตรฐาน ศ ๑.๒ เข้าใจความสัมพนั ธ์ระหวา่ งทศั นศลิ ป์ ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรม
เห็นคุณค่างานทศั นศลิ ปท์ ี่เปน็ มรดกทางวัฒนธรรม ภมู ปิ ญั ญาทอ้ งถน่ิ ภูมิปัญญาไทยและ
สากล
• สาระที่ ๒ ดนตรี
- มาตรฐาน ศ ๒.๑ เข้าใจและแสดงออกทางดนตรีอยา่ งสรา้ งสรรค์ วเิ คราะห์
วพิ ากษ์วจิ ารณ์คณุ คา่ ดนตรี ถ่ายทอดความรูส้ ึก ความคิดต่อดนตรีอยา่ งอิสระ ช่ืนชม
และประยกุ ตใ์ ช้ในชีวติ ประจำวัน
- มาตรฐาน ศ ๒.๒ เข้าใจความสัมพนั ธร์ ะหวา่ งดนตรี ประวตั ศิ าสตร์ และวฒั นธรรม เห็น
คณุ ค่าของดนตรที ี่เปน็ มรดกทางวฒั นธรรม ภูมปิ ัญญาทอ้ งถิน่ ภมู ปิ ัญญาไทยและสากล
• สาระที่ ๓ นาฏศิลป์
- มาตรฐาน ศ ๓.๑ เข้าใจ และแสดงออกทางนาฏศลิ ป์อย่างสรา้ งสรรค์ วิเคราะห์ วพิ ากษ์
วจิ ารณ์คุณคา่ นาฏศิลป์ ถ่ายทอดความรู้สกึ ความคิดอยา่ งอสิ ระ ชื่นชม และประยุกตใ์ ช้
๑๓
ในชวี ติ ประจำวนั
- มาตรฐาน ศ ๓.๒ เข้าใจความสมั พนั ธ์ระหว่างนาฏศิลป์ ประวตั ศิ าสตร์และวฒั นธรรม
เหน็ คณุ ค่า ของนาฏศิลป์ทเ่ี ป็นมรดกทางวัฒนธรรม ภมู ิปัญญาท้องถ่ิน ภูมิปญั ญาไทย
และสากล
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้การงานอาชพี (2 สาระ 2 มาตรฐาน)
• สาระท่ี ๑ การดำรงชีวิตและครอบครวั
- มาตรฐาน ง ๑.๑ เข้าใจการทำงาน มีความคดิ สรา้ งสรรค์ มที กั ษะกระบวนการทำงาน
ทกั ษะการจดั การ ทักษะกระบวนการแกป้ ัญหา ทกั ษะการทำงานรว่ มกัน และทกั ษะ
การแสวงหาความรู้ มีคณุ ธรรม และลักษณะนิสัยในการทำงาน มจี ิตสำนึกในการใช้
พลงั งาน ทรพั ยากร และสิ่งแวดลอ้ ม เพื่อการดำรงชวี ติ และครอบครัว
• สาระท่ี 2 การอาชีพ
- มาตรฐาน ง 2.๑ เขา้ ใจ มที ักษะทีจ่ ำเป็น มีประสบการณ์ เห็นแนวทางในงานอาชพี
ใช้เทคโนโลยเี พ่อื พัฒนาอาชีพ มีคุณธรรม และมเี จตคตทิ ดี่ ีตอ่ อาชีพ
สาระการเรียนรภู้ าษาต่างประเทศ (๔ สาระ ๘ มาตรฐาน)
• สาระที่ ๑ ภาษาเพื่อการส่อื สาร
- มาตรฐาน ต ๑.๑ เข้าใจและตคี วามเรื่องทฟ่ี งั และอ่านจากสื่อประเภทต่างๆ และแสดง
ความคดิ เหน็ อยา่ งมีเหตุผล
- มาตรฐาน ต ๑.๒ มีทักษะการสอ่ื สารทางภาษาในการแลกเปล่ียนข้อมูลขา่ วสาร แสดง
ความร้สู ึกและความคดิ เห็นอยา่ งมีประสทิ ธภิ าพ
- มาตรฐาน ต ๑.๓ นำเสนอขอ้ มลู ข่าวสาร ความคิดรวบยอด และความคดิ เหน็ ในเร่อื ง
ตา่ ง ๆ โดยการพูดและการเขยี น
• สาระท่ี ๒ ภาษาและวัฒนธรรม
- มาตรฐาน ต ๒.๑ เขา้ ใจความสัมพนั ธร์ ะหวา่ งภาษากับวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา และ
นำไปใช้ไดอ้ ยา่ งเหมาะสมกบั กาลเทศะ
- มาตรฐาน ต ๒.๒ เข้าใจความเหมือนและความแตกต่างระหว่างภาษาและวัฒนธรรมของ
เจา้ ของภาษากับภาษาและวัฒนธรรมไทย และนำมาใช้อยา่ งถกู ตอ้ งและเหมาะสม
• สาระท่ี ๓ ภาษากบั ความสัมพันธก์ บั กลมุ่ สาระการเรียนรอู้ ื่น
- มาตรฐาน ต ๓.๑ ใชภ้ าษาตา่ งประเทศในการเช่ือมโยงความรู้กับกลุ่มสาระการเรียนรอู้ ่นื
และเปน็ พ้ืนฐานในการพัฒนา แสวงหาความรู้ และเปดิ โลกทัศนข์ องตน
• สาระที่ ๔ ภาษากบั ความสัมพันธ์กบั ชุมชนและโลก
- มาตรฐาน ต ๔.๑ ใช้ภาษาต่างประเทศในสถานการณ์ตา่ ง ๆ ท้งั ในสถานศกึ ษา ชุมชน และ
สงั คม
- มาตรฐาน ต ๔.๒ ใชภ้ าษาตา่ งประเทศเป็นเครือ่ งมอื พ้ืนฐานในการศกึ ษาตอ่ การประกอบ
อาชีพ และการแลกเปล่ียนเรียนรู้กบั สังคมโลก
๑๔
โครงสร้างหลักสูตรสถานศึกษาโรงเรยี นบ้านสันทราย พุทธศักราช ๒๕๖๑
ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพน้ื ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑
๑๕
หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้กำหนดกรอบโครงสรา้ งเวลาเรียนขั้นต่ำสำหรบั กลุ่มสาระ
การเรยี นรู้ ๘ กลุม่ สาระ และกจิ กรรมพัฒนาผู้เรียน ซึง่ โรงเรียนสามารถเพ่มิ เตมิ ไดต้ ามความพร้อมและจุดเน้น
โดยสามารถปรับให้เหมาะสมตามบริบทของโรงเรียนและสภาพของผเู้ รียน ดงั น้ี
๑. ระดับชั้นประถมศึกษา (ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑–๖) ให้จัดเวลาเรียนเป็นรายปี โดยมีเวลา
เรียนวันละ ๖ ช่วั โมง รวมเวลาเรยี นท้งั ปี ๑,๒๐๐ ช่ัวโมง ตามโครงสรา้ ง ดังน้ี
กลมุ่ สาระการเรยี นรู/้ กจิ กรรม เวลาเรยี น
๑.รายวิชาพน้ื ฐาน ระดบั ประถมศกึ ษา
ภาษาไทย
คณิตศาสตร์ ป. ๑ ป. ๒ ป. ๓ ป. ๔ ป. ๕ ป. ๖
วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
สังคมศกึ ษาศาสนา และวัฒนธรรม ๒๐๐ ๒๐๐ ๒๐๐ ๑๖๐ ๑๖๐ ๑๖๐
ประวตั ิศาสตร์ (หนา้ ที่พลเมือง) ๒๐๐ ๒๐๐ ๒๐๐ ๑๖๐ ๑๖๐ ๑๖๐
สุขศกึ ษาและพลศึกษา ๘๐ ๘๐ ๘๐ 120 120 120
ศิลปะ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐
การงานอาชีพ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐
ภาษาต่างประเทศ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐
๔๐ ๔๐ ๔๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐
รวมเวลาเรียน (พื้นฐาน) ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐
๒. รายวิชาเพ่มิ เติม ๒๐๐ ๒๐๐ ๒๐๐ ๑๖๐ ๑๖๐ ๑๖๐
๓.ลดเวลาเรยี นเพิม่ เวลารู้ ๙๒๐ ๙๒๐ ๙๒๐ ๙6๐ ๙6๐ ๙6๐
จักสานบ้านถวาย (ลดเวลาเรียน)
ศลิ ปะพ้ืนบ้าน (ลดเวลาเรียน) ------
รวมเวลาเรยี น (ลดเวลาเรียน) ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐
๔. กิจกรรมพฒั นาผ้เู รียน ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐
๔.๑ กิจกรรมแนะแนว ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐
๔.๒ กจิ กรรมนักเรยี น ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐
๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐
๑) ลกู เสือ–เนตรนารี
๒) กิจกรรมชุมนุม ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐
๔.๓ กิจกรรมเพ่ือสงั คมและสาธารณประโยชน์ ๓๐ ๓๐ ๓๐ ๓๐ ๓๐ ๓๐
๑๐ ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๑๐
รวมเวลาเรียนท้ังหมด
๑,๑๖๐ ชั่วโมง/ปี
๒. โครงสร้างหลักสูตรช้ันปี
๑๖
เป็นการแสดงรายละเอยี ดรายวิชาเรียน กิจกรรมพัฒนาผ้เู รยี นเปน็ รายชน้ั ตั้งแต่ช้ันประถมศึกษา
ปีที่ ๑–๖ มรี ายละเอยี ดดงั นี้
๒.๑ โครงสร้างหลกั สูตรระดับชั้นประถมศกึ ษาปีท่ี ๑
รายวิชา / กจิ กรรม เวลาเรยี น (ช่ัวโมง/ปี)
รายวิชาพื้นฐาน ๙๒๐
ท ๑๑๑๐๑ ภาษาไทย ๒๐๐
ค ๑๑๑๐๑ คณิตศาสตร์ ๒๐๐
ว ๑๑๑๐๑ วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ๘๐
ส ๑๑๑๐๑ สังคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม ๘๐
ส ๑๑๑๐๒ ประวัตศิ าสตร์ (หนา้ ที่พลเมือง) ๔๐
พ ๑๑๑๐๑ สขุ ศึกษาพลศึกษา ๔๐
ศ ๑๑๑๐๑ ศิลปะ ๔๐
ง ๑๑๑๐๑ การงานอาชีพ ๔๐
อ ๑๑๑๐๑ ภาษาองั กฤษ ๒๐๐
รายวชิ าเพ่ิมเติม
ลดเวลาเรยี นเพมิ่ เวลารู้ ๑๒๐
จักสานบา้ นถวาย (ลดเวลาเรยี น) ๘๐
ศลิ ปะพนื้ บา้ น (ลดเวลาเรยี น) ๔๐
กิจกรรมพฒั นาผู้เรยี น ๑๒๐
๑. กจิ กรรมแนะแนว ๔๐
๒. กิจกรรมนกั เรยี น
๒.๑ กจิ กรรมลกู เสอื -เนตรนารี ๔๐
๒.๒ กจิ กรรมชุมนุม ๓๐
๓. กิจกรรมเพอ่ื สงั คมและสาธารณะประโยชน์ ๑๐
รวมทั้งปี ๑,๑๖๐
๒.๒ โครงสร้างหลักสตู รชน้ั ประถมศึกษาปีที่ ๒
รายวชิ า / กิจกรรม ๑๗
รายวิชาพื้นฐาน
ท ๑๒๑๐๑ ภาษาไทย เวลาเรยี น (ชว่ั โมง/ปี)
ค ๑๒๑๐๑ คณิตศาสตร์ 92๐
ว ๑๒๑๐๑ วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๒๐๐
ส ๑๒๑๐๑ สังคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม ๒๐๐
ส ๑๒๑๐๒ ประวัติศาสตร์ (หน้าทพี่ ลเมอื ง) 80
พ ๑๒๑๐๑ สขุ ศึกษาพลศึกษา 80
ศ ๑๒๑๐๑ ศลิ ปะ ๔๐
ง ๑๒๑๐๑ การงานอาชพี ๔๐
อ ๑๒๑๐๑ ภาษาอังกฤษ ๔๐
รายวชิ าเพ่ิมเติม ๔๐
ลดเวลาเรยี นเพ่ิมเวลารู้ ๒๐๐
จกั สานบ้านถวาย (ลดเวลาเรยี น)
ศลิ ปะพืน้ บา้ น (ลดเวลาเรยี น) ๑๒๐
กจิ กรรมพฒั นาผ้เู รียน ๘๐
๑. กิจกรรมแนะแนว ๔๐
๒. กจิ กรรมนักเรยี น ๑๒๐
๔๐
๒.๑ กิจกรรมลูกเสือ-เนตรนารี
๒.๒ กจิ กรรมชุมนุม ๔๐
๓. กิจกรรมเพือ่ สังคมและสาธารณะประโยชน์ ๓๐
๑๐
รวมท้งั ปี ๑,๑๖๐
๒.๓ โครงสร้างหลักสูตรชัน้ ประถมศึกษาปที ่ี ๓
รายวิชา / กจิ กรรม ๑๘
รายวิชาพ้นื ฐาน
ท ๑๓๑๐๑ ภาษาไทย เวลาเรียน (ช่วั โมง/ป)ี
ค ๑๓๑๐๑ คณิตศาสตร์ 92๐
ว ๑๓๑๐๑ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๒๐๐
ส ๑๓๑๐๑ สงั คมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ๒๐๐
ส ๑๓๑๐๒ ประวัติศาสตร์ (หน้าทพี่ ลเมือง) 80
พ ๑๓๑๐๑ สขุ ศึกษาพลศึกษา 80
ศ ๑๓๑๐๑ ศิลปะ ๔๐
ง ๑๓๑๐๑ การงานอาชพี ๔๐
อ ๑๓๑๐๑ ภาษาอังกฤษ ๔๐
รายวชิ าเพิ่มเตมิ ๔๐
ลดเวลาเรียนเพ่ิมเวลารู้ ๒๐๐
จกั สานบ้านถวาย (ลดเวลาเรยี น)
ศลิ ปะพน้ื บา้ น (ลดเวลาเรียน) ๑๒๐
กิจกรรมพัฒนาผ้เู รยี น ๘๐
๑. กจิ กรรมแนะแนว ๔๐
๒. กจิ กรรมนกั เรยี น ๑๒๐
๔๐
๒.๑ กิจกรรมลกู เสือ-เนตรนารี
๒.๒ กจิ กรรมชุมนุม ๔๐
๓. กิจกรรมเพอื่ สังคมและสาธารณะประโยชน์ ๓๐
๑๐
รวมทั้งปี ๑,๑๖๐
๒.๔ โครงสรา้ งหลักสูตรช้ันประถมศึกษาปที ่ี ๔
รายวชิ า / กจิ กรรม ๑๙
รายวิชาพืน้ ฐาน
ท ๑๔๑๐๑ ภาษาไทย เวลาเรยี น (ช่วั โมง/ป)ี
ค ๑๔๑๐๑ คณิตศาสตร์ 96๐
ว ๑๔๑๐๑ วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๑๖๐
ส ๑๔๑๐๑ สงั คมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม ๑๖๐
ส ๑๔๑๐๒ ประวัตศิ าสตร์ (หน้าที่พลเมือง) 120
พ ๑๔๑๐๑ สุขศกึ ษาพลศกึ ษา ๘๐
ศ ๑๔๑๐๑ ศลิ ปะ ๔๐
ง ๑๔๑๐๑ การงานอาชีพ ๘๐
อ ๑๔๑๐๑ ภาษาอังกฤษ ๘๐
รายวิชาเพ่ิมเตมิ ๘๐
ลดเวลาเรียนเพ่มิ เวลารู้ 160
จกั สานบา้ นถวาย (ลดเวลาเรยี น)
ศิลปะพืน้ บา้ น (ลดเวลาเรียน) ๑๒๐
กิจกรรมพัฒนาผูเ้ รียน ๘๐
๑. กจิ กรรมแนะแนว ๔๐
๒. กจิ กรรมนกั เรียน ๑๒๐
๔๐
๒.๑ กจิ กรรมลกู เสือ-เนตรนารี
๒.๒ กจิ กรรมชมุ นมุ ๔๐
๓. กิจกรรมเพื่อสงั คมและสาธารณะประโยชน์ ๓๐
๑๐
รวมทงั้ ปี ๑,๒๐๐
๒.๕ โครงสร้างหลักสูตรชนั้ ประถมศึกษาปที ี่ ๕
รายวิชา / กจิ กรรม ๒๐
รายวชิ าพ้ืนฐาน
ท ๑๕๑๐๑ ภาษาไทย เวลาเรยี น (ชวั่ โมง/ปี)
ค ๑๕๑๐๑ คณิตศาสตร์ 96๐
ว ๑๕๑๐๑ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๑๖๐
ส ๑๕๑๐๑ สังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม ๑๖๐
ส ๑๕๑๐๒ ประวัติศาสตร์ 120
พ ๑๕๑๐๑ สุขศกึ ษาพลศึกษา ๘๐
ศ ๑๕๑๐๑ ศลิ ปะ ๔๐
ง ๑๕๑๐๑ การงานอาชพี ๘๐
อ ๑๕๑๐๑ ภาษาอังกฤษ ๘๐
รายวิชาเพ่ิมเติม ๘๐
ลดเวลาเรยี นเพม่ิ เวลารู้ 160
จักสานบา้ นถวาย (ลดเวลาเรยี น)
ศลิ ปะพ้นื บา้ น (ลดเวลาเรยี น) ๑๒๐
กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ๘๐
๑. กจิ กรรมแนะแนว ๔๐
๒. กจิ กรรมนกั เรียน ๑๒๐
๔๐
๒.๑ กจิ กรรมลกู เสือ-เนตรนารี
๒.๒ กิจกรรมชุมนมุ ๔๐
๓. กจิ กรรมเพอื่ สงั คมและสาธารณะประโยชน์ ๓๐
๑๐
รวมทงั้ ปี ๑,๒๐๐
๒.๖ โครงสร้างหลักสูตรช้นั ประถมศึกษาปีท่ี ๖
รายวิชา / กจิ กรรม ๒๑
รายวชิ าพ้นื ฐาน
ท ๑๖๑๐๑ ภาษาไทย เวลาเรยี น (ชวั่ โมง/ปี)
ค ๑๖๑๐๑ คณิตศาสตร์ 96๐
ว ๑๖๑๐๑ วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ๑๖๐
ส ๑๖๑๐๑ สงั คมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ๑๖๐
ส ๑๖๑๐๒ ประวตั ศิ าสตร์ 120
พ ๑๖๑๐๑ สุขศกึ ษาพลศกึ ษา ๘๐
ศ ๑๖๑๐๑ ศลิ ปะ ๔๐
ง ๑๖๑๐๑ การงานอาชีพ ๘๐
อ ๑๖๑๐๑ ภาษาอังกฤษ ๘๐
รายวชิ าเพ่ิมเตมิ ๘๐
ลดเวลาเรยี นเพ่ิมเวลารู้ 160
จกั สานบ้านถวาย (ลดเวลาเรยี น)
ศิลปะพ้นื บา้ น (ลดเวลาเรียน) ๑๒๐
กจิ กรรมพัฒนาผูเ้ รยี น ๘๐
๑. กิจกรรมแนะแนว ๔๐
๒. กจิ กรรมนกั เรียน ๑๒๐
๔๐
๒.๑ กจิ กรรมลกู เสือ-เนตรนารี
๒.๒ กิจกรรมชมุ นมุ ๔๐
๓. กิจกรรมเพ่ือสังคมและสาธารณะประโยชน์ ๓๐
๑๐
รวมทั้งปี ๑,๒๐๐
โครงสร้างรายวชิ ากลุ่มสาระการเรียนรภู้ าษาไทย
๒๒
รายวิชาพ้นื ฐาน จำนวน ๒๐๐ ช่ัวโมง
ท ๑๑๑๐๑ ภาษาไทย จำนวน ๒๐๐ ชั่วโมง
ท ๑๒๑๐๑ ภาษาไทย จำนวน ๒๐๐ ชั่วโมง
ท ๑๓๑๐๑ ภาษาไทย
จำนวน ๑๖๐ ชว่ั โมง
ท ๑๔๑๐๑ ภาษาไทย จำนวน ๑๖๐ ชว่ั โมง
ท ๑๕๑๐๑ ภาษาไทย
ท ๑๖๑๐๑ ภาษาไทย จำนวน ๑๖๐ ชว่ั โมง
โครงสร้างรายวิชากลุ่มสาระการเรยี นรูค้ ณิตศาสตร์ จำนวน ๒๐๐ ชัว่ โมง
รายวิชาพ้ืนฐาน จำนวน ๒๐๐ ชั่วโมง
ค ๑๑๑๐๑ คณิตศาสตร์ จำนวน ๒๐๐ ชั่วโมง
จำนวน ๑๖๐ ชว่ั โมง
ค ๑๒๑๐๑ คณิตศาสตร์
ค ๑๓๑๐๑ คณิตศาสตร์ จำนวน ๑๖๐ ชว่ั โมง
ค ๑๔๑๐๑ คณิตศาสตร์ จำนวน ๑๖๐ ชั่วโมง
ค ๑๕๑๐๑ คณิตศาสตร์
ค ๑๖๑๐๑ คณิตศาสตร์
โครงสร้างรายวชิ ากลุ่มสาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จำนวน 8๐ ช่ัวโมง
รายวชิ าพน้ื ฐาน จำนวน 8๐ ชั่วโมง
ว ๑๑๑๐๑ วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี จำนวน 8๐ ชว่ั โมง
ว ๑๒๑๐๑ วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี จำนวน 120 ชวั่ โมง
จำนวน 120 ชว่ั โมง
ว ๑๓๑๐๑ วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ว ๑๔๑๐๑ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จำนวน 120 ชว่ั โมง
ว ๑๕๑๐๑ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ว ๑๖๑๐๑ วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
โครงสรา้ งรายวชิ ากลุ่มสาระการเรยี นสงั คมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม จำนวน ๘๐ ช่วั โมง
รายวชิ าพืน้ ฐาน
ส ๑๑๑๐๑ สังคมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม จำนวน ๘๐ ชั่วโมง
จำนวน ๘๐ ชั่วโมง
ส ๑๒๑๐๑ สงั คมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม
ส ๑๓๑๐๑ สังคมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม จำนวน ๘๐ ชว่ั โมง
จำนวน ๘๐ ชั่วโมง
ส ๑๔๑๐๑ สงั คมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม จำนวน ๘๐ ชว่ั โมง
ส ๑๕๑๐๑ สังคมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม
ส ๑๖๑๐๑ สังคมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม จำนวน ๔๐ ชว่ั โมง
จำนวน ๔๐ ชว่ั โมง
ส ๑๑๑๐๒ ประวัตศิ าสตร์
ส ๑๒๑๐๒ ประวตั ศิ าสตร์ จำนวน ๔๐ ชัว่ โมง
จำนวน ๔๐ ชั่วโมง
ส ๑๓๑๐๒ ประวตั ศิ าสตร์
ส ๑๔๑๐๒ ประวตั ิศาสตร์
๒๓
ส ๑๕๑๐๒ ประวัติศาสตร์ จำนวน ๔๐ ชั่วโมง
ส ๑๖๑๐๒ประวตั ศิ าสตร์ จำนวน ๔๐ ชั่วโมง
รายวชิ าเพ่มิ เตมิ
ส ๑๑๒๐๑ หน้าที่พลเมอื ง จำนวน ๔๐ ชั่วโมง
ส ๑๒๒๐๑ หน้าทีพ่ ลเมอื ง จำนวน ๔๐ ชั่วโมง
ส ๑๓๒๐๑ หนา้ ที่พลเมอื ง จำนวน ๔๐ ชว่ั โมง
ส ๑๔๒๐๑ หนา้ ทพี่ ลเมือง จำนวน ๔๐ ชว่ั โมง
ส ๑๕๒๐๑ หนา้ ที่พลเมอื ง จำนวน ๔๐ ชว่ั โมง
ส ๑๖๒๐๑ หน้าท่พี ลเมอื ง จำนวน ๔๐ ชั่วโมง
โครงสรา้ งรายวชิ ากลุ่มสาระการเรยี นรสู้ ขุ ศึกษาพลศึกษา จำนวน ๔๐ ชั่วโมง
รายวชิ าพน้ื ฐาน จำนวน ๔๐ ชว่ั โมง
พ๑๑๑๐๑ สขุ ศึกษาพลศกึ ษา
พ๑๒๑๐๑ สขุ ศกึ ษาพลศึกษา จำนวน ๔๐ ช่วั โมง
พ๑๓๑๐๑ สุขศกึ ษาพลศกึ ษา จำนวน ๘๐ ชัว่ โมง
พ๑๔๑๐๑ สุขศกึ ษาพลศึกษา
พ๑๕๑๐๑ สขุ ศกึ ษาพลศกึ ษา จำนวน ๘๐ ชั่วโมง
พ๑๖๑๐๑ สุขศึกษาพลศึกษา จำนวน ๘๐ ชั่วโมง
โครงสรา้ งรายวิชากลุ่มสาระการเรียนร้ศู ลิ ปะ จำนวน ๔๐ ชว่ั โมง
รายวิชาพน้ื ฐาน จำนวน ๔๐ ชั่วโมง
พ๑๑๑๐๑ ศิลปะ จำนวน ๔๐ ชว่ั โมง
พ๑๒๑๐๑ ศลิ ปะ
พ๑๓๑๐๑ ศลิ ปะ จำนวน ๘๐ ชั่วโมง
พ๑๔๑๐๑ ศลิ ปะ จำนวน ๘๐ ชว่ั โมง
พ๑๕๑๐๑ ศลิ ปะ
พ๑๖๑๐๑ ศิลปะ จำนวน ๘๐ ช่ัวโมง
โครงสร้างรายวิชากลุ่มสาระการเรยี นร้กู ารงานอาชีพ จำนวน ๔๐ ชั่วโมง
รายวิชาพน้ื ฐาน
ง๑๑๑๐๑ การงานอาชพี จำนวน ๔๐ ชว่ั โมง
ง๑๒๑๐๑ การงานอาชีพ จำนวน ๔๐ ชั่วโมง
ง๑๓๑๐๑ การงานอาชีพ จำนวน ๘๐ ชั่วโมง
ง๑๔๑๐๑ การงานอาชีพ
ง๑๕๑๐๑ การงานอาชีพ จำนวน ๘๐ ชั่วโมง
ง๑๖๑๐๑ การงานอาชีพ จำนวน ๘๐ ชว่ั โมง
โครงสร้างรายวิชากลุ่มสาระการเรียนรูภ้ าษาต่างประเทศ
รายวิชาพื้นฐาน ๒๔
อ ๑๑๑๐๑ ภาษาอังกฤษ
อ ๑๒๑๐๑ ภาษาอังกฤษ จำนวน ๒๐๐ ชั่วโมง
อ ๑๓๑๐๑ ภาษาอังกฤษ จำนวน ๒๐๐ ชว่ั โมง
จำนวน ๒๐๐ ชว่ั โมง
อ ๑๔๑๐๑ ภาษาอังกฤษ จำนวน 16๐ ชว่ั โมง
อ ๑๕๑๐๑ ภาษาองั กฤษ จำนวน 16๐ ชัว่ โมง
อ ๑๖๑๐๑ ภาษาอังกฤษ จำนวน 16๐ ชั่วโมง
๒๕
คำอธิบายรายวชิ า
กล่มุ สาระการเรียนรภู้ าษาไทย
คำอธบิ ายรายวิชาพน้ื ฐาน
๒๖
รหัสวิชา ท๑๑๑๐๑ ภาษาไทย กลุ่มสาระการเรยี นรูภ้ าษาไทย
ชั้นประถมศึกษาปที ่ี ๑ เวลา ๒๐๐ ช่วั โมง
การอา่ น
ฝึกอ่านออกเสียงคำพื้นฐานไม่น้อยกว่า ๖๐๐ คำ คำคล้องจองและข้อความสั้น ๆ มีความรู้ความ
เข้าใจความหมายของคำ การอ่านจับใจความจากนิทาน เรื่องสั้น บทร้องเล่นและบทเพลง เรื่องราวจาก
บทเรียนในกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยและกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น การตอบคำถาม เล่าเรื่องย่อ และ
คาดคะเนเหตุการณ์จากเรื่องที่อ่าน การอ่านหนังสือตามความสนใจอย่างสม่ำเสมอและนำเสนอเรื่องที่อ่าน
สงั เกต ฝกึ อ่านเขา้ ใจความหมายของเคร่ืองหมายหรอื สัญลกั ษณ์สำคัญทีม่ กั พบเห็นในชวี ิตประจำวัน มารยาท
ในการอ่าน
การเขยี น
สังเกตและฝึกคัดลายมือด้วยตัวบรรจงเต็มบรรทัด ตามรูปแบบการเขียนตัวอักษรไทย ฝึกเขียนคำที่
ใช้ในชีวิตประจำวัน คำพื้นฐานในบทเรียนและคำคล้องจอง ฝึกปฏิบัติตนในการเขียนสื่อสารด้วยคำและ
ประโยคงา่ ย ๆ มารยาทในการเขียนโดยเขยี นให้อา่ นงา่ ย สะอาด ไม่ขีดฆา่ ไมข่ ดี เขียนในทส่ี าธารณะใช้ภาษา
เขยี นเหมาะสมกับเวลา สถานที่ และบคุ คล
การฟัง การดู และการพดู
ฝึกปฏิบัติตนในการฟังคำแนะนำ คำสั่งง่าย ๆ การตอบคำถามเล่าเรื่องที่ฟัง และพูดแสดงความ
คิดเห็นความรู้สึกจากเรื่องท่ีฟงั และดูทั้งที่เป็นความรู้และความบนั เทิงประเภท เรื่องเลา่ และ สารคดีสำหรับ
เด็ก นิทาน การ์ตูน เรื่องขบขัน การพูดสื่อสารได้ตามวัตถุประสงค์ การพูดแนะนำตนเอง การขอความ
ชว่ ยเหลอื การกล่าวคำขอบคณุ และการกลา่ วคำขอโทษ มารยาทในการฟัง การดู และการพดู
หลกั การใช้ภาษาไทย
สังเกต มีความรู้ความเข้าใจ ฝึกปฏบิ ัตติ นใหเ้ กดิ ทกั ษะในการเขียนพยญั ชนะ สระ วรรณยกุ ต์ เลข
ไทย การเขียนสะกดคำ การแจกลกู การอ่านเป็นคำ มาตราตัวสะกดที่ตรงตามมาตราและไมต่ รงตามมาตรา
การผนั คำ ความหมายของคำ เรยี บเรียงคำเปน็ ประโยค และการตอ่ คำคลอ้ งจองง่าย ๆ
วรรณคดแี ละวรรณกรรม
ฝึกปฏิบัติให้มีความรู้ความเข้าใจ ข้อคิดที่ได้จากการอ่าน การฟังวรรณกรรมร้อยแก้วและร้อยกรอง
สำหรับเด็กประเภท นิทานพื้นบ้าน เรื่องสั้นง่าย ๆ ปริศนาคำทาย บทร้องเล่นในทอ้ งถิ่น คำภาษาถิ่น ซ่ึง
เป็นวัฒนธรรมท้องถิ่น บทอาขยานตามทก่ี ำหนด และบทร้อยกรองตามความสนใจ
เห็นคุณค่าของภาษาไทย มีนิสัยรักการอ่าน มารยาทในการเขียน การฟัง การดู การพูดอย่าง
มีวิจารณญาณและสร้างสรรค์ นำมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน มีความรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซื่อสัตย์
สจุ รติ มีวนิ ัย ใฝ่เรยี นรู้ อยอู่ ยา่ งพอเพียง มุ่งมัน่ การทำงาน รกั ความเปน็ ไทย และมีจติ สาธารณะ
ส่งเสริมการจัดการเรียนรู้กระบวนการกลุ่มผ่านกจิ กรรมโครงงานพัฒนาทักษะภาษาไทย 1 บูรณา
การปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียง โดยเนน้ ผูเ้ รยี นให้มกี ารคิดอยา่ งเป็นระบบรวมถงึ การมีส่วนร่วมของผู้เรียน เพื่อ
พฒั นาการใชภ้ าษาไทยเพ่อื การสื่อสารในชีวติ ประจำวัน สง่ เสริมให้ผู้เรยี นเกดิ สมรรถนะสำคัญ มีทักษะชีวิตการ
เรียนรจู้ ากภมู ปิ ัญญาท้องถิ่นและสถานการณ์ปัจจุบนั โดยใชเ้ ทคโนโลยใี นการสนับสนุนการเรียนรู้ มีคุณธรรม
มีจิตอาสา รกั ษาความสะอาด เกิดการพัฒนาตเองได้เตม็ ศกั ยภาพ สามารถอย่รู ่วมกนั ในสงั คมอย่างมีความสุข
และเป็นพลเมอื งท่ีดไี ด้
๒๗
รหสั ตวั ช้ีวดั
ท๑.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒, ป.๑/๓, ป.๑/๔ , ป.๑/๕, ป.๑/๖, ป.๑/๗, ป.๑/๘
ท๒.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒, ป. ๑/๓
ท๓.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒, ป.๑/๓, ป.๑/๔, ป.๑/๕
ท๔.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒ , ป.๑/๓ , ป.๑/๔
ท๕.๑ ป.๑/๑, ป./๑/๒
รวมทั้งหมด ๒๒ ตวั ชี้วดั
คำอธบิ ายรายวิชาพนื้ ฐาน
รหัสวชิ า ท๑๒๑๐๑ ภาษาไทย กลุ่มสาระการเรยี นรภู้ าษาไทย
๒๘
ชัน้ ประถมศกึ ษาปีที่ ๒ เวลา ๒๐๐ ช่ัวโมง
การอา่ น
ฝึกอ่านออกเสียงคำพื้นฐานไม่น้อยกว่า ๘๐๐ คำ คำคล้องจอง ข้อความและบทร้อยกรองง่าย ๆ
คำที่มีรูปวรรณยุกต์และไม่มีรูปวรรณยุกต์ คำที่มีตัวสะกดตรงมาตราและไม่ตรงมาตราคำที่มีพยัญชนะควบ
กลำ้ คำท่ีมีอกั ษรนำ คำท่ีมีตัวการันต์ คำทีม่ ี รร คำทีม่ พี ยญั ชนะและสระที่ไม่ออกเสยี ง ศึกษาความหมาย
ของคำและข้อความท่ีอ่าน ฝกึ ปฏิบตั ใิ นการอ่านจับใจความสำคัญจากสื่อประเภท นิทาน เร่อื งเลา่ ส้ัน ๆ บท
เพลงและบทร้อยกรองง่าย ๆ เรือ่ งราวจากบทเรียนในกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยและกลุ่มสาระการเรียนรู้
อ่ืน ขา่ วเหตกุ ารณ์ประจำวนั การต้งั คำถามและตอบคำถาม ศึกษาวเิ คราะหร์ ะบใุ จความสำคญั รายละเอียด
พร้อมทั้งแสดงความคิดเห็น คาดคะเนเหตุการณ์จากเรื่องที่อ่าน การอ่านหนังสือตามความสนใจอย่าง
สม่ำเสมอ และนำเสนอเรอื่ งท่ีอ่าน การอ่านขอ้ เขยี นเชิงอธิบายและปฏิบตั ิตามคำสั่งหรือขอ้ แนะนำ มารยาท
ในการอา่ น
การเขยี น
สังเกต ฝึกปฏิบัติคัดลายมือด้วยตัวบรรจงเต็มบรรทัดตามรูปแบบการเขียนตัวอักษรไทยการเขียน
เรื่องส้นั ๆ เก่ียวกับประสบการณ์ การเขยี นเรือ่ งส้นั ตามจินตนาการ มารยาทในการเขียน
การฟงั การดู และการพดู
สงั เกต ฝึกปฏิบตั ติ นในการฟงั คำแนะนำ คำสัง่ ซบั ซอ้ น การเล่าเรื่องทีฟ่ ัง และดู ทั้งที่เป็นความรู้
และความบันเทิงประเภท เรอ่ื งเล่าและสารคดีสำหรับเด็ก นิทาน การ์ตูน เรือ่ งขบขนั รายการสำหรับเด็ก
ข่าว เหตุการณ์ประจำวัน และเพลง ศึกษาวิเคราะห์สาระสำคัญ การตั้งคำถามและตอบคำถาม การพูด
แสดงความคิดเห็นและความรู้สึกจากเรื่องที่ฟังและดู การฝึกพูดสื่อสารในชีวิตประจำวัน การพูดแนะนำ
ตนเอง การขอความชว่ ยเหลือ การกล่าวคำขอบคุณ การกลา่ วคำขอโทษ การพดู ขอรอ้ งในโอกาสต่าง ๆ และ
การเลา่ เหตุการณใ์ นชีวติ ประจำวัน มารยาทในการฟัง การดู และการพูด
หลักการใช้ภาษาไทย
ศึกษา และฝึกเขียนพยัญชนะ สระ วรรณยุกต์ และเลขไทย การเขียนสะกดคำ การแจกลูก
การอา่ นเป็นคำ มาตราตัวสะกดตรงตามมาตรา และไมต่ รงตามมาตรา การผันอกั ษรกลาง อกั ษรสูง และ
อักษรตำ่ คำที่มีตัวการันต์ คำที่มีพยัญชนะควบกล้ำ คำที่มีอักษรนำ คำที่มีความหมายตรงขา้ ม คำที่มี รร
ความหมายของคำ การแตง่ ประโยค เรยี บเรยี งประโยคท่เี ป็นข้อความส้นั ๆ ไดต้ รงตามเจตนาของการสื่อสาร
ลกั ษณะคำคล้องจอง การเลอื กใช้ภาษาไทยมาตรฐาน และภาษาถ่ินไดเ้ หมาะสมกับกาลเทศะ
วรรณคดแี ละวรรณกรรม
ศกึ ษา วิเคราะห์ ขอ้ คดิ ทีไ่ ดจ้ ากการอ่านหรือการฟงั วรรณกรรมสำหรบั เดก็ ประเภท นิทานพนื้ บา้ น
เรอ่ื งสน้ั ง่าย ๆ ปรศิ นาคำทาย คำภาษาถนิ่ บทร้องเล่นใน-ท้องถิน่ บทร้องเล่นในการละเล่นของเดก็ ไทย ฝกึ
ทอ่ งจำบทอาขยานตามท่ีกำหนดและบทรอ้ ยกรองท่มี คี ุณค่าตามความสนใจ
เห็นคุณค่าของภาษาไทย มีนิสัยรักการอ่าน มารยาทในการเขียน การฟัง การดู การพูดอย่างมี
วิจารณญาณและสร้างสรรค์ นำมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน มีความรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซื่อสัตย์
สจุ รติ มวี ินัย ใฝเ่ รยี นรู้ อยู่อยา่ งพอเพียง มุ่งมัน่ การทำงาน รกั ความเปน็ ไทย และมจี ติ สาธารณะ
ส่งเสริมการจัดการเรียนรู้กระบวนการกลุ่มผ่านกิจกรรมโครงงานพัฒนาทักษะภาษาไทย 2 บูรณา
การปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง โดยเน้นผู้เรียนให้มีการคิดอย่างเป็นระบบรวมถึงการมีส่วนร่วมของผู้เรียน
พฒั นาทักษะภาษาไทยในการอา่ น การเขยี น สง่ เสรมิ ใหผ้ ู้เรียนเกิดสมรรถนะสำคญั มีทกั ษะชีวิตการเรยี นรู้จาก
๒๙
ภูมิปัญญาทอ้ งถ่นิ และสถานการณ์ปัจจุบัน โดยใช้เทคโนโลยีในการสนับสนนุ การเรียนรู้ มคี ณุ ธรรม มีจิตอาสา
รักษาความสะอาด เกิดการพัฒนาตเองได้เต็มศักยภาพ สามารถอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างมีความสุข และเป็น
พลเมืองท่ีดีได้
รหัสตัวชี้วัด
ท๑.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔, ป.๒/๕, ป.๒/๖, ป.๒/๗, ป.๒/๘
ท๒.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔
ท๓.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔, ป.๒/๕, ป.๒/๖, ป.๒/๗
ท๔.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔, ป.๒/๕
ท๕.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓
รวมทั้งหมด ๒๗ ตัวชี้วัด
คำอธบิ ายรายวชิ าพน้ื ฐาน
รหสั วชิ า ท ๑๓๑๐๑ ภาษาไทย กลุ่มสาระการเรียนรูภ้ าษาไทย
๓๐
ชัน้ ประถมศึกษาปที ี่ ๓ เวลา ๒๐๐ ชั่วโมง
การอ่าน
ฝึกทกั ษะการอา่ นออกเสียงคำพนื้ ฐาน ๑,๒๐๐ คำ ขอ้ ความ เรือ่ งสั้นๆ คำทมี่ ตี ัวการนั ต์ คำที่มี รร
คำท่มี ีพยญั ชนะและสระไมอ่ อกเสียง คำพอ้ ง คำทีใ่ ช้ ฑ ฤ ฤๅ และบทร้อยกรองง่าย ๆ ศกึ ษาความหมาย
ของคำและขอ้ ความท่ีอา่ น ฝึกอ่านจบั ใจความจากส่ือต่าง ๆ ประเภท นทิ านหรอื เร่ืองเกยี่ วกับท้องถ่ิน เร่ือง
เล่าสน้ั ๆ บทเพลงและบทร้อยกรอง บทเรยี นในกลุ่มสาระการเรียนรู้อ่ืน ข่าวและเหตุการณ์ในชีวิตประจำวัน
ในท้องถิน่ และชุมชน ศึกษาวิเคราะห์การตัง้ คำถาม ตอบคำถามเชิงเหตุผล ลำดับเหตุการณ์ และคาดคะเน
เหตุการณ์จากเรื่องที่อ่านโดยระบุเหตุผลประกอบ การสรุปความรู้และข้อคิดเพื่อนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน
อ่านหนังสือตามความสนใจอย่างสม่ำเสมอและนำเสนอเรื่องที่อ่าน ฝึกอ่านข้อเขียนเชิงอธิบายและปฏบิ ัติ
ตามคำสั่งหรือข้อแนะนำ สังเกต ศึกษาวิเคราะห์ความหมายของข้อมูลจากแผนภาพ แผนที่ และแผนภูมิ
มารยาทในการอ่าน
การเขยี น
สังเกต ฝึกคัดลายมือตัวบรรจงเต็มบรรทัดตามรูปแบบการเขียนอักษรไทย ฝึกเขียนบรรยาย
เกย่ี วกับส่งิ ใดสิง่ หน่ึงได้อย่างชัดเจน เขยี นบันทกึ ประจำวนั เขยี นจดหมายลาครู เขยี นเรื่องตามจินตนาการ
จากคำ ภาพและหวั ข้อทีก่ ำหนด มารยาทในการเขียน
การฟัง การดู และการพูด
ฝึกปฏิบัติตนในการเล่ารายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องที่ฟัง และดูทั้งที่เป็นความรู้และความบันเทิง
ประเภท เรื่องเล่าและสารคดีสำหรับเด็ก นิทาน การ์ตูน เรื่องขบขัน รายการสำหรับเด็ก ข่าวและ
เหตุการณ์ในชีวิตประจำวัน และเพลง ศึกษาวิเคราะห์สาระสำคัญ การตั้งคำถามและตอบคำถาม พูดแสดง
ความคิดเห็นและความรู้สึกจากเรื่องที่ฟังและดู สังเกตและฝึกปฏิบัติตนในการพูดสื่อสารได้ชัดเจนตรงตาม
วัตถุประสงค์และนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน ซึ่งเป็นการพูดแนะนำตนเอง แนะนำสถานที่ในโรงเรียนและใน
ชุมชน เชิญชวนเกี่ยวกับการปฏิบัติตนในด้านต่าง ๆ การเล่าประสบการณ์ในชีวิตประจำวัน การพูดใน
โอกาสต่าง ๆ มารยาทในการฟัง การดู และการพดู
ฝกึ เขยี นสะกดคำ แจกลกู การอ่านเป็นคำ คำมาตราตัวสะกดทตี่ รงมาตราและไม่ตรงมาตรา
การผันอักษรกลาง อักษรสูง และอักษรต่ำ คำที่มีพยัญชนะควบกล้ำ คำที่มีอักษรนำ คำที่ประวิสรรชนีย์
และคำทไ่ี ม่ประวสิ รรชนยี ์ คำทมี่ ี ฤ ฤๅ คำท่ีใชบ้ ัน บรร คำทใี่ ช้ รร คำทม่ี ี ตัวการนั ต์ ศกึ ษาความหมาย
ของคำ ชนิดและหน้าที่ของคำนาม คำสรรพนาม และคำกริยาในประโยค การใช้พจนานุกรมค้นหา
ความหมายของคำ ฝึกแตง่ ประโยคบอกเล่า ประโยคปฏิเสธ ประโยคคำถาม ประโยคของรอ้ ง และประโยค
คำส่ังเพื่อใช้ในการสอ่ื สาร แตง่ คำคล้องจอง และ คำขวญั การเลอื กใช้ภาษาไทยมาตรฐานและภาษาถ่ินได้
เหมาะสมกบั กาลเทศะ
วรรณคดีและวรรณกรรม
ศึกษาวิเคราะห์ข้อคิดที่ได้จากการอ่านวรรณกรรมและเพลงพื้นบ้านประเภท นิทานหรือเรื่องใน
ท้องถิ่น เรอื่ งส้นั งา่ ย ๆ ปรศิ นาคำทาย บทรอ้ ยกรอง เพลงพ้ืนบา้ น เพลงกล่อมเดก็
คำภาษาถิ่น บทร้องเล่นในท้องถิ่น คำผญา ร้องเพลงกล่อมลูก และนิทานพื้นบ้านเพื่อนำไปใช้ใน
ชวี ติ ประจำวนั การแสดงความคดิ เหน็ เกย่ี วกบั วรรณคดีท่อี ่าน ความชนื่ ชมวฒั นธรรมทอ้ งถิน่ บทอาขยานท่ี
กำหนดและบทรอ้ ยกรองท่มี คี ณุ ค่าตามความสนใจ
๓๑
เหน็ คุณคา่ ของภาษาไทย และรักษาไว้ดว้ ยความเป็นภมู ิปัญญาไทย มนี สิ ัยรกั การอา่ น มารยาทใน
การเขียน การฟัง การดู การพูดอย่างมีวิจารณญาณและสร้างสรรค์ นำมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน
มีความรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซื่อสัตย์สุจริต มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ อยู่อย่างพอเพียง มุ่งมั่นการทำงาน
รกั ความเปน็ ไทย และมจี ิตสาธารณะ
สง่ เสริมการจัดการเรียนรู้กระบวนการกล่มุ ผ่านกิจกรรมโครงงานพฒั นาทักษะภาษาไทย 3 บูรณา
การปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง โดยเน้นผู้เรียนให้มีการคิดอย่างเป็นระบบรวมถึงการมีส่วนร่วมของผู้เรียน
พัฒนาทักษะภาษาไทยในการอ่าน การเขียน และคดิ วเิ คราะห์ ส่งเสรมิ ให้ผู้เรยี นเกิดสมรรถนะสำคัญ มีทักษะ
ชีวิตการเรียนรู้จากภูมิปัญญาท้องถิน่ และสถานการณ์ปัจจุบัน โดยใช้เทคโนโลยีในการสนับสนุนการเรียนรู้ มี
คุณธรรม มจี ติ อาสา รักษาความสะอาด เกดิ การพัฒนาตเองได้เตม็ ศักยภาพ สามารถอยรู่ ว่ มกนั ในสังคมอย่างมี
ความสขุ และเปน็ พลเมืองทดี่ ีได้
รหัสตวั ชี้วดั
ท๑.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔, ป.๓/๕, ป.๓/๖, ป.๓/๗, ป.๓/๘, ป.๓/๙
ท๒.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔, ป.๓/๕, ป.๓/๖
ท๓.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔, ป.๓/๕, ป.๓/๖
ท๔.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔, ป.๓/๕, ป.๓/๖
ท๕.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔
รวมทงั้ หมด 31 ตัวชี้วัด
คำอธิบายรายวิชาพน้ื ฐาน
รหัสวชิ า ท ๑๔๑๐๑ ภาษาไทย กลุม่ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย
๓๒
ช้ันประถมศึกษาปที ่ี ๔ เวลา ๑๖๐ ชวั่ โมง
การอา่ น
ฝกึ อ่านออกเสยี ง บทรอ้ ยแกว้ และบทรอ้ ยกรอง คำที่มี ร ล เปน็ พยัญชนะตน้ คำทม่ี ีพยญั ชนะควบ
กล้ำ คำที่มีอักษรนำ คำประสม อักษรย่อและเครื่องหมายวรรคตอน ศึกษาวิเคราะห์ความหมายของคำ
ประโยค สำนวนสุภาษิต คำพังเพย ปริศนาคำทาย ฝึกอ่านบทร้อยกรองเป็นทำนองเสนาะ การอ่านจับ
ใจความจากสือ่ ตา่ ง ๆ ซ่งึ เปน็ ส่อื ประเภท เรื่องส้ัน ๆ เรือ่ งเล่าจากประสบการณ์ นิทานชาดก บทความ
บทโฆษณา งานเขยี นประเภทโนม้ น้าวใจ ข่าวและเหตกุ ารณ์ประจำวนั สารคดีและบันเทงิ
ศึกษาวิเคราะห์แยกข้อเท็จจริงและข้อคิดเห็น คาดคะเนเหตุการณ์ ระบุเหตุผล สรุปความรู้และ
ข้อคิดจากเรื่องทีอ่ ่านเพื่อนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน การอ่านหนงั สือท่ีมีคณุ ค่าตามความสนใจอยา่ งสมำ่ เสมอ
การแสดงความคดิ เหน็ เกีย่ วกบั เรื่องท่อี ่าน มารยาทในการอา่ น
การเขียน
สังเกต ฝกึ ปฏบิ ตั กิ ารคัดลายมอื ดว้ ยตวั บรรจงเตม็ บรรทัดและคร่ึงบรรทัด ตามรปู แบบการเขียน ตัว
อกั ษรไทย ฝกึ การเขียนส่ือสารประเภทคำขวัญและคำแนะนำโดยใช้คำได้ถูกตอ้ งชัดเจนและเหมาะสม การ
เขียนแผนภาพโครงเร่อื ง แผนภาพความคิดเพ่ือใชพ้ ัฒนางานเขียน ฝกึ เขียนย่อความจากส่ือประเภท นิทาน
ความเรียงประเภทตา่ ง ๆ ประกาศ จดหมาย คำสอน การเขียนจดหมายถึงเพือ่ นและบิดามารดา การเขียน
บนั ทกึ และเขียนรายงานจากการศึกษาคน้ ควา้ เขยี นเรอ่ื งจากจนิ ตนาการ มารยาทในการเขยี น
การฟัง การดู และการพูด
ศึกษาวิเคราะห์จำแนกข้อเท็จจริงและข้อคิดเห็น การจับใจความสำคัญและการพูดแสดงความรู้
ความคิดในเรื่องที่ฟังและดูจากสื่อต่าง ๆ จากเรื่องเล่า บทความ ข่าว เหตุการณ์ประจำวัน โฆษณา สื่อ
อเิ ลก็ ทรอนิกส์ เรือ่ งราวจากบทเรยี นกลุ่มสาระการเรยี นรภู้ าษาไทยและกลมุ่ สาระการเรียนรอู้ ่ืน ฝึกตงั้ คำถาม
ตอบคำถามเชิงเหตุผล การพูดรายงาน เรื่องหรือประเด็นทีศ่ ึกษาค้นคว้าจากการฟัง การดูและการสนทนา
มารยาทในการฟงั การดู และการพดู
การใช้ภาษาไทย
สังเกต ฝกึ สะกดคำ ในแม่ ก กา มาตราตวั สะกด การผันอกั ษร คำเป็นคำตายและคำพ้อง ศกึ ษา
วิเคราะห์ความหมายของคำในบริบทต่าง ๆ ชนิดและหน้าที่ของคำนาม คำสรรพนาม คำกริยา และคำ
วิเศษณ์ในประโยค การใช้พจนานุกรมค้นหาความหมายของคำ ฝึกแต่งประโยคสามัญ ประโยค ๒ ส่วน
และประโยค ๓ ส่วน ถูกต้องตามหลักภาษา การแต่งบท ร้อยกรอง ประเภทกลอนสี่ คำขวัญ ศึกษา
ความหมายของสำนวน คำพงั เพยและสุภาษติ การ เปรยี บเทียบภาษาไทยมาตรฐานกบั ภาษาถนิ่
วรรณคดีและวรรณกรรม
ศกึ ษาวิเคราะหข์ ้อคิดจากนิทานพนื้ บ้านหรือนิทานคตธิ รรม เพลงพื้นบา้ น วรรณคดแี ละวรรณกรรม
ในบทเรียนหรือตามความสนใจ คำภาษาถิ่น ปริศนาคำทาย บทร้องเล่นในท้องถิ่น คำผญา สรภัญญะ
เพลงกล่อมลูก เพลงพื้นบ้าน ข้อคิดจากการอ่านเพื่อนำไปใช้ในชีวิตจริง บทอาขยานตามที่กำหนดและ
บทร้อยกรองทีม่ คี ุณคา่ ตามความสนใจ
เห็นคุณค่าของภาษาไทย และรักษาไว้ดว้ ยความเป็นภูมิปัญญาไทย มีนิสัยรกั การอ่าน มารยาทใน
การเขียน การฟัง การดู การพูดอย่างมีวิจารณญาณและสร้างสรรค์ นำมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน
มี ความรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซื่อสัตย์สุจริต มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ อยู่อย่างพอเพียง มุ่งมั่นการทำงาน
รกั ความเป็นไทย และมจี ติ สาธารณะ
๓๓
ส่งเสริมการจัดการเรียนรู้กระบวนการกลุ่มผ่านกิจกรรมโครงงานพัฒนาทักษะภาษาไทย 4 บูรณา
การปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง โดยเน้นผู้เรียนให้มีการคิดอย่างเป็นระบบรวมถึงการมีส่วนร่วมของผู้เรียน
พัฒนาทกั ษะภาษาไทยในการอ่าน การเขยี น และคดิ วเิ คราะห์ ส่งเสริมให้ผู้เรียนเกิดสมรรถนะสำคัญ มีทักษะ
ชีวิตการเรียนรูจ้ ากภูมิปญั ญาท้องถิ่นและสถานการณ์ปัจจุบัน โดยใช้เทคโนโลยีในการสนบั สนุนการเรียนรู้ มี
คุณธรรม มีจิตอาสา รักษาความสะอาด เกิดการพัฒนาตเองไดเ้ ตม็ ศกั ยภาพ สามารถอยูร่ ่วมกันในสงั คมอย่างมี
ความสุข และเป็นพลเมืองที่ดีได้
รหัสตัวช้ีวัด
ท๑.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔, ป.๔/๕, ป.๔/๖, ป.๔/๗, ป.๔/๘
ท๒.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔, ป.๔/๕, ป.๔/๖, ป.๔/๗, ป.๔/๘
ท๓.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔, ป.๔/๕, ป.๔/๖
ท๔.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔, ป.๔/๕, ป.๔/๖, ป.๔/๗
ท๕.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔
รวมทงั้ หมด ๓๓ ตัวช้ีวดั
คำอธบิ ายรายวิชาพน้ื ฐาน กลมุ่ สาระการเรียนรภู้ าษาไทย
เวลา ๑๖๐ ชัว่ โมง
รหสั วชิ า ท๑๕๑๐๑ ภาษาไทย
ช้ันประถมศกึ ษาปที ี่ ๕
๓๔
การอ่าน
ศึกษาเกี่ยวกับหลักการอ่าน และฝึกการปฏิบัติตนในการอ่านบทร้อยแก้วและบทร้อยกรอง คำที่มี
พยัญชนะควบกล้ำ คำที่มีอักษรนำ คำที่มีตัวการันต์ อักษรย่อและเครื่องหมายวรรคตอน การอ่านบท
ร้อยกรองเป็นทำนองเสนาะ ฝึกอ่านคำ ประโยค ข้อความที่เป็นคำบรรยายและการพรรณนา ศึกษา
วิเคราะห์ความหมายโดยนัยจากเรื่องที่อ่านอย่างหลากหลาย ข้อเท็จจริงและข้อคิดเห็นจากเรื่องที่อ่าน
การแสดงความคดิ เห็นเก่ยี วกบั เรื่องทอ่ี ่าน การอา่ นงานเขยี นเชิงอธิบาย คำสั่ง ขอ้ แนะนำ การอ่านหนงั สือท่ี
มคี ณุ ค่าตามความสนใจอย่างสมำ่ เสมอและแสดงความคิดเหน็ เกีย่ วกบั เรอื่ งทอ่ี ่าน มารยาทในการอ่าน
การเขยี น
ฝึกคัดลายมือด้วยตัวบรรจงเต็มบรรทัดและครึ่งบรรทัดโดยสังเกตจากรูปแบบการเขียนอักษรไทย
ฝึกการเขียนสื่อสาร ประเภทคำขวัญ คำอวยพร การเขียนแผนภาพโครงเรื่อง และแผนภาพความคิดเพื่อใช้
พัฒนางานเขียน การเขียนย่อความจากสื่อประเภท นิทาน ความเรียงประเภทต่าง ๆ ประกาศ แจ้งความ
แถลงการณ์ คำสอน โอวาท คำปราศรัย การเขียนจดหมายถึงผู้ปกครองและญาติ เขียนแสดงความรู้สึก
และความคิดเห็นได้ตรงตามเจตนา การกรอกแบบรายการต่าง ๆ ใบฝากเงินและใบถอนเงิน ธนาณัติ และ
แบบฝากส่งพัสดไุ ปรษณยี ภัณฑ์ การเขยี นเรอื่ งตามจนิ ตนาการ มารยาทในการเขียน
การฟงั การดแู ละการพูด
ฝึกพูดแสดงความรู้ ความคิดเห็น ความรู้สึก จากเรื่องที่ฟัง และดูจากสื่อประเภท เรื่องเล่า
บทความ ขา่ วและเหตุการณ์ประจำวัน โฆษณา สื่ออเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ ฝึกตง้ั คำถามและตอบคำถามเชิงเหตุผล
การวิเคราะหค์ วามนา่ เช่ือถือจากเรื่องทฟี่ งั และดู การพดู รายงานเร่ืองหรือประเดน็ ที่ศึกษาค้นคว้าจากการฟัง
การดู และการสนทนา มารยาทในการฟัง การดูและการพดู
หลักการใช้ภาษาไทย
ศึกษา สงั เกต ชนดิ และหนา้ ท่ีของคำบุพบท คำสนั ธาน และคำอุทานในประโยคส่วนประกอบของ
ประโยค การวเิ คราะหเ์ ปรยี บเทียบภาษาไทยมาตรฐานกับภาษาถ่ินการใช้คำราชาศัพท์ คำภาษาตา่ งประเทศ
ที่ใชใ้ นภาษาไทย ฝกึ แตง่ บทรอ้ ยกรอง และใชส้ ำนวนได้
วรรณคดแี ละวรรณกรรม
ศึกษาวิเคราะห์เรื่องจากวรรณคดีหรือวรรณกรรมท่ีอ่าน ข้อคิดญจากการอ่าน คุณค่าของวรรณคดี
และวรรณกรรม บทอาขยานตามที่กำหนดและบทร้อยกรองที่มีคุณค่าตามความสนใจ ฝึกอ่าน รวบรวม
ภาษาถิ่น ปริศนาคำทาย บทร้องเล่นในท้องถิ่น คำผญา คำสอย สรภัญญะ เพลงกล่อมลูก นิทาน
พน้ื บา้ น นิทานคติธรรม เพลงพน้ื บา้ น
เห็นคุณค่าของภาษาไทย และรักษาไว้ด้วยความเป็นภูมิปัญญาไทย มีนิสัยรักการอ่าน มารยาทใน
การเขียน การฟัง การดู การพูดอยา่ งมีวจิ ารณญาณและสรา้ งสรรค์ นำมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน มี
ความรักชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์ ซ่ือสัตย์สุจรติ มวี ินยั ใฝเ่ รียนรู้ อยอู่ ยา่ งพอเพียง มงุ่ มั่นการทำงาน รกั ความ
เป็นไทย และมจี ติ สาธารณะ
ส่งเสริมการจัดการเรียนรู้กระบวนการกลุ่มผ่านกิจกรรมโครงงานพัฒนาทักษะภาษาไทย 5 บูรณา
การปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง โดยเน้นผู้เรียนให้มีการคิดอย่างเป็นระบบรวมถึงการมีส่วนร่วมของผู้เรียน
พัฒนาทกั ษะภาษาไทยในการอ่าน การเขียน และคิดวเิ คราะห์ ส่งเสรมิ ใหผ้ ู้เรยี นเกิดสมรรถนะสำคัญ มีทักษะ
ชีวิตการเรียนรู้จากภูมิปัญญาท้องถ่ินและสถานการณป์ ัจจุบัน โดยใช้เทคโนโลยีในการสนบั สนุนการเรียนรู้ มี
๓๕
คุณธรรม มีจติ อาสา รกั ษาความสะอาด เกดิ การพัฒนาตเองไดเ้ ตม็ ศกั ยภาพ สามารถอยรู่ ่วมกนั ในสงั คมอย่างมี
ความสขุ และเป็นพลเมอื งที่ดไี ด้
รหัสตัวช้ีวดั
ท๑.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕/๕, ป.๕/๖, ป.๕/๗, ป.๕/๘
ท๒.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕/๕, ป.๕/๖, ป.๕/๗, ป.๕/๘, ป.๕/๙
ท๓.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕/๕
ท๔.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕/๕, ป.๕/๖, ป.๕/๗
ท๕.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔
รวมทงั้ หมด ๓๓ ตวั ชี้วัด
คำอธบิ ายรายวชิ าพน้ื ฐาน กลุ่มสาระการเรยี นรภู้ าษาไทย
เวลา ๑๖๐ ชั่วโมง
รหสั วชิ า ท๑๖๑๐๑ ภาษาไทย
ช้นั ประถมศกึ ษาปที ่ี ๖
๓๖
การอ่าน
ศึกษาเก่ียวกับหลักการอ่านและฝกึ ปฏิบัติตนในการอ่าน บทรอ้ ยแก้ว บทร้อยกรองคำที่มีพยัญชนะ
ควบกล้ำ คำที่มีอักษรนำ คำที่มีตัวการันต์ คำที่มาจากภาษาต่างประเทศ อักษรย่อและเครื่องหมายวรรค
ตอน วัน เดอื น ปีแบบไทย ความหมายของคำ ประโยค ข้อความที่เปน็ โวหาร สำนวนเปรยี บเทียบ ฝึกอา่ น
บทร้อยกรองเป็นทำนองเสนาะ การอ่าน เรื่องสั้น นิทานและเพลงพื้นบ้าน บทความ พระบรมราโชวาท
สารคดี งานเขียนประเภทโนม้ นา้ ว บทโฆษณา ขา่ วและเหตุการณ์ประจำวนั ศึกษาวิเคราะหแ์ ยกข้อเท็จจริง
และขอ้ คดิ เห็นจากเรือ่ งทอ่ี ่าน ฝกึ การนำความร้แู ละความคดิ จากเรอื่ งทอ่ี ่านไปตัดสินใจแกป้ ัญหาในการดำเนิน
ชวี ิต การอ่านงานเขยี นเชิงอธิบาย คำส่ัง ข้อแนะนำ ศกึ ษาความหมายของขอ้ มลู จากการอ่านแผนผัง แผนท่ี
แผนภมู ิและกราฟ การอ่านหนงั สือตามความสนใจและคุณค่าทไ่ี ด้รบั มารยาทในการอ่าน
การเขยี น
ศึกษาเกี่ยวกับหลักการเขียน และฝึกการปฏิบัติตนในการคัดลายมือตัวบรรจงเต็มบรรทัดและครึ่ง
บรรทดั ตามรูปแบบการเขียนอกั ษรไทย การเขียนสือ่ สารประเภทคำขวญั คำอวยพร และประกาศ โดยใช้คำ
ไดถ้ กู ตอ้ งชดั เจนและเหมาะสม การเขียนแผนภาพโครงเรื่อง แผนภาพความคดิ เพอื่ พฒั นางานเขยี น
การเขยี นเรยี งความ การเขียนย่อความจากเร่ืองท่ีอ่าน เขียนจดหมายส่วนตัว การกรอกแบบรายการต่าง ๆ
ประเภทคำร้อง ใบสมคั รศกึ ษาต่อ แบบฝากส่งพัสดแุ ละไปรษณียภณั ฑ์ การเขียนเรือ่ งตามจนิ ตนาการอย่าง
สร้างสรรค์ มารยาทในการเขียน
การฟัง การดู และการพูด
ฝึกพูดแสดงความรู้ ความเข้าใจจุดประสงค์ของเรื่อง และ ฝึกตั้งคำถามและตอบคำถามเชิงเหตุผล
จากเรอื่ งที่ฟงั และดู
ศึกษาวิเคราะห์ความน่าเชื่อถือจากการฟงั และดูสื่อโฆษณาอยา่ งมีเหตุผล ฝึกพูดรายงานเรื่องหรอื
ประเด็นที่ศึกษาค้นคว้าจากการฟัง การดูและการสนทนา การพูดโน้มน้าวอย่างมีเหตุผลและน่าเชื่อถือ
มารยาทในการฟงั การดู และการพดู
หลกั การใชภ้ าษาไทย
ศึกษาวิเคราะห์ชนิดและหนา้ ทีข่ องคำนาม คำสรรพนาม คำกริยา คำวิเศษณ์ คำบุพบท คำเชื่อม
และคำอุทานในประโยค การใช้คำไดเ้ หมาะสมกับกาลเทศะและบคุ คล ความหมายของคำภาษาต่างประเทศ
ทใี่ ช้ในภาษาไทย ลักษณะของประโยค ฝกึ แตง่ บทร้อยกรองประเภทกลอนสภุ าพ การเปรยี บเทยี บสำนวน
ทีเ่ ป็นคำพงั เพยและสภุ าษิต
วรรณคดแี ละวรรณกรรม
ศึกษาวิเคราะห์ วรรณคดีหรือวรรณกรรมที่อ่าน ฝึกเล่านิทานพื้นบ้านท้องถิ่นของตนและนิทาน
พ้ืนบา้ นท้องถิน่ อน่ื คุณค่าของวรรณคดีและวรรณกรรมที่อ่านและนำไปประยกุ ต์ใช้ในชวี ิตจริง บทอาขยาน
ตามที่กำหนดและบทร้อยกรองที่มีคุณค่าตามความสนใจ ภาษาถิ่น ปริศนาคำทาย บทร้องเล่นในท้องถิ่น
คำผญา คำสอย สรภัญญะ เพลงกล่อมลูก ตำนาน เรื่องส้ัน เพลงพ้นื บ้านอีสาน
เห็นคุณค่าของภาษาไทย และรักษาไว้ด้วยความเป็นภูมิปัญญาไทย มีนิสัยรักการอ่าน มารยาทใน
การเขียน การฟัง การดู การพูดอย่างมีวิจารณญาณและสร้างสรรค์ นำมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน
มีความรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซื่อสัตย์สุจริต มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ อยู่อย่างพอเพียง มุ่งมั่นการทำงาน
รักความเป็นไทย และมีจิตสาธารณะ
๓๗
ส่งเสริมการจัดการเรียนรู้กระบวนการกลุ่มผ่านกิจกรรมโครงงานพัฒนาทักษะภาษาไทย 6 บูรณา
การปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง โดยเน้นผู้เรียนให้มีการคิดอย่างเป็นระบบรวมถึงการมีส่วนร่วมของผู้เรียน
พัฒนาทกั ษะภาษาไทยในการอ่าน การเขียน และคดิ วเิ คราะห์ ส่งเสรมิ ใหผ้ ู้เรียนเกิดสมรรถนะสำคัญ มีทักษะ
ชีวิตการเรียนรูจ้ ากภูมิปญั ญาท้องถิ่นและสถานการณ์ปัจจบุ ัน โดยใช้เทคโนโลยีในการสนบั สนุนการเรียนรู้ มี
คณุ ธรรม มจี ติ อาสา รักษาความสะอาด เกดิ การพัฒนาตเองไดเ้ ต็มศกั ยภาพ สามารถอยู่รว่ มกันในสังคมอย่างมี
ความสขุ และเป็นพลเมอื งทดี่ ไี ด้
รหัสตัวชี้วดั
ท๑.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕, ป.๖/๖, ป.๖/๗, ป.๖/๘, ป.๖/๙,
ท๒.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕, ป.๖/๖, ป.๖/๗, ป.๖/๘, ป.๖/๙
ท๓.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕, ป.๖/๖
ท๔.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕, ป.๖/๖
ท๕.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔
รวมทง้ั หมด ๓๔ ตวั ชี้วัด
๓๘
คำอธิบายรายวชิ า
กลมุ่ สาระการเรียนรู้คณติ ศาสตร์
คำอธบิ ายรายวิชาพนื้ ฐาน
รหัสวิชา ค ๑๑๑๐๑ คณิตศาสตร์ กลมุ่ สาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์
๓๙
ช้นั ประถมศกึ ษาปีท่ี ๑ เวลา ๒๐๐ ช่ัวโมง
ศึกษาความรู้เกี่ยวกับเรื่องการนับทีละ ๑ และทีละ ๑๐ การอ่านและการเขียนตัวเลขฮินดูอารบิก
ตัวเลขไทยแสดงจำนวน การแสดงจำนวนนับไม่เกิน ๒๐ ในรูปความสัมพันธ์ของจำนวนแบบส่วนย่อย
ส่วนรวม (Part – Whole Relationship) การบอกอันดบั ท่ี หลัก คา่ ของเลขโดดในแต่ละหลัก และการเขยี น
ตัวเลขแสดงจำนวนในรปู กระจาย การเปรยี บเทยี บจำนวนและการใช้เครื่องหมาย = > < การเรียงลำดับ
จำนวน ความหมายของการบวก ความหมายของการลบ การหาผลบวก การหาผลลบ และความสมั พนั ธข์ อง
การบวกและการลบ การแกโ้ จทยป์ ัญหาการบวก โจทยป์ ัญหาการลบ และการสรา้ งโจทย์ปัญหา พร้อมท้ังหา
คำตอบ แบบรปู ของจำนวนที่เพ่มิ ข้ึนหรือลดลงทีละ ๑ และทีละ ๑๐ แบบรปู ซำ้ ของจำนวน รูปเรขาคณิตและ
รปู อ่ืน ๆ การวัดความยาวโดยใชห้ น่วยที่ไมใ่ ช่หน่วยมาตรฐาน การวดั ความยาวเป็นเซนติเมตร เป็นเมตร การ
เปรียบเทียบความยาวเป็นเซนติเมตร เป็นเมตร การแก้โจทย์ปัญหาการบวก การลบเกี่ยวกับความยาวที่มี
หน่วยเป็นเซนติเมตร เป็นเมตร การวัดน้ำหนักโดยใช้หน่วยที่ไม่ใช่หน่วยมาตรฐาน การวัดน้ำหนักเป็น
กโิ ลกรมั เปน็ ขีด การเปรยี บเทียบนำ้ หนักเป็นกิโลกรัม เปน็ ขดี การแก้โจทย์ปญั หาการบวก การลบเก่ียวกับ
น้ำหนักทมี่ ีหนว่ ยเป็นกิโลกรัม เปน็ ขีด ลักษณะของทรงสี่เหลยี่ มมมุ ฉาก ทรงกลม ทรงกระบอก กรวย ลักษณะ
ของรูปสามเหลย่ี ม รปู สเ่ี หล่ยี ม วงกลม และวงรี การอ่านแผนภมู ริ ปู ภาพ
โดยจัดประสบการณ์ กิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้กระบวนการกลุ่ม โครงงานอย่างง่าย หรือโจทย์ปัญหาท่ี
ส่งเสริมการพัฒนาทักษะกระบวนการทางคณิตศาสตรใ์ นการคิดคำนวณ โดยเน้นผู้เรียนให้มีการคิดอยา่ งเปน็
ระบบรวมถึงการมีส่วนร่วมของผู้เรียน การแก้ปัญหา การเชื่อมโยง การให้เหตุผล การคิดสร้างสรรค์ การ
สือ่ สารและการสือ่ ความหมายทางคณิตศาสตร์
เพอื่ ใหเ้ กิดความรูค้ วามเขา้ ใจ ความคดิ รวบยอด ใฝร่ ใู้ ฝ่เรียน มีระเบียบวินยั ม่งุ มนั่ ในการทำงานอย่างมีระบบ
ประหยัด ซ่อื สตั ย์ มวี ิจารณญาณ มีทักษะชีวิตการเรียนรจู้ ากภมู ปิ ัญญาท้องถนิ่ และสถานการณ์ปัจจบุ นั โดยใช้
เทคโนโลยีในการสนับสนนุ การเรียนรู้ รู้จักนำความรู้ไปประยุกต์ใชใ้ นการดำรงชีวติ ได้อยา่ งพอเพียง รวมทั้งมี
เจตคตทิ ี่ดตี อ่ คณติ ศาสตร์
รหสั ตัวชี้วัด
ค๑.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒, ป.๑/๓, ป.๑/๔, ป.๑/๕
ค ๑.๒ ป.๑/๑
ค ๒.๑ ป.๑/๑ , ป.๑/๒
ค ๒.๒ ป.๑/๑
ค ๓.๑ ป.๑/๑
รวมทง้ั หมด ๑๐ ตวั ชี้วัด
รหัสวิชา ค ๑๒๑๐๑ คณิตศาสตร์ คำอธิบายรายวิชาพนื้ ฐาน
ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๒ กลุม่ สาระการเรียนรคู้ ณติ ศาสตร์
เวลา ๒๐๐ ช่วั โมง
๔๐
ศึกษาความรู้เกี่ยวกับเรื่องการนับทีละ ๒ ทีละ ๕ ทีละ ๑๐ และทีละ ๑๐๐ การอ่านและการเขียน
ตัวเลขฮินดูอารบิก ตัวเลขไทย และตัวหนังสอื แสดงจำนวน จำนวนคู่ จำนวนคี่ หลัก ค่าของเลขโดดในแต่ละ
หลัก และการเขียนตัวเลขแสดงจำนวนในรูปกระจาย การเปรียบเทียบและเรียงลำดับจำนวน การบวกและ
การลบ ความหมายของการคูณ ความหมายของการหาร การหาผลคูณ การหาผลหารและเศษ และ
ความสัมพันธ์ของการคูณและการหาร การบวก ลบ คูณ หารระคน การแก้โจทย์ปัญหาและการสร้างโจทย์
ปญั หา พร้อมท้ังหาคำตอบ แบบรปู ของจำนวนที่เพิม่ ขน้ึ หรือลดลงทลี ะ ๒ ทีละ ๕ และทลี ะ ๑๐๐ แบบรูป
ซ้ำ การบอกเวลาเป็นนาฬิกาและนาที (ช่วง ๕ นาที) การบอกระยะเวลาเป็นชั่วโมง เป็นนาที การ
เปรียบเทียบระยะเวลาเป็นชั่วโมงเป็นนาที การอ่านปฏทิ ิน การแก้โจทยป์ ัญหาเก่ียวกับเวลา การวัดความ
ยาวเป็นเมตรและเซนติเมตร การคาดคะเนความยาวเปน็ เมตร การเปรียบเทียบความยาวโดยใชค้ วามสัมพันธ์
ระหวา่ งเมตรกับเซนติเมตร การแกโ้ จทยป์ ญั หาเกี่ยวกับความยาวท่ีมีหน่วยเปน็ เมตรและเซนตเิ มตร การวัด
น้ำหนักเป็นกิโลกรมั และกรัม กิโลกรัมและขีด การคาดคะเนน้ำหนักเป็นกิโลกรัม การเปรียบเทียบน้ำหนัก
โดยใชค้ วามสัมพันธร์ ะหว่างกิโลกรัมกบั กรมั กิโลกรัมกับขดี การแก้โจทย์ปญั หาเกยี่ วกับน้ำหนักที่มีหน่วยเป็น
กิโลกรัมและกรัม กิโลกรัมและขีด การวัดปริมาตรและความจุโดยใช้หน่วยที่ไม่ใช่หน่วยมาตรฐาน การวัด
ปริมาตรและความจุเป็นช้อนชา ช้อนโต๊ะ ถ้วยตวง ลิตร การเปรียบเทียบปริมาตรและความจุเป็นช้อนชา
ช้อนโต๊ะ ถ้วยตวง ลิตร การแก้โจทย์ปัญหาเกี่ยวกับปริมาตรและความจทุ ี่มีหน่วยเป็นช้อนชา ช้อนโต๊ะ ถ้วย
ตวง ลิตร ลักษณะของรูปหลายเหลี่ยม วงกลม วงรี และการเขียนรูปเรขาคณิตสองมิติโดยใช้แบบของรูป
การอ่านแผนภมู ริ ูปภาพ
โดยจัดประสบการณ์ กิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้กระบวนการกลุ่ม โครงงานอย่างง่าย หรือโจทย์ปัญหาที่
ส่งเสริมการพัฒนาทักษะกระบวนการทางคณิตศาสตร์ในการคิดคำนวณ โดยเน้นผู้เรียนให้มีการคิดอยา่ งเป็น
ระบบรวมถึงการมีส่วนร่วมของผู้เรียน การแก้ปัญหา การเชื่อมโยง การให้เหตุผล การคิดสร้างสรรค์ การ
ส่อื สารและการสอ่ื ความหมายทางคณติ ศาสตร์
เพอื่ ให้เกดิ ความร้คู วามเข้าใจ ความคิดรวบยอด ใฝร่ ้ใู ฝเ่ รียน มีระเบียบวนิ ัยมุง่ ม่ันในการทำงานอย่างมีระบบ
ประหยัด ซอื่ สัตย์ มวี จิ ารณญาณ มีทกั ษะชีวิตการเรยี นร้จู ากภมู ิปญั ญาท้องถนิ่ และสถานการณ์ปจั จุบัน โดยใช้
เทคโนโลยีในการสนับสนุนการเรียนรู้ รู้จักนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการดำรงชีวิตได้อย่างพอเพียง รวมทั้งมี
เจตคตทิ ดี่ ีตอ่ คณิตศาสตร์
รหสั ตวั ชี้วดั
ค ๑.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔, ป.๒/๕, ป.๒/๖, ป.๒/๗, ป.๒/๘
ค ๒.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔, ป.๒/๕, ป.๒/๖
ค ๒.๒ ป.๒/๑
ค ๓.๑ ป.๒/๑
รวมทง้ั หมด ๑๖ ตัวชี้วดั
คำอธบิ ายรายวชิ าพน้ื ฐาน
รหัสวชิ า ค ๑๓๑๐๑ คณติ ศาสตร์ กลมุ่ สาระการเรียนรูค้ ณิตศาสตร์
๔๑
ช้ันประถมศกึ ษาปที ่ี ๓ เวลา ๒๐๐ ช่วั โมง
ศึกษาความรู้เกี่ยวกับ การอ่าน การเขียนตัวเลขฮินดูอารบิก ตัวเลขไทยและตัวหนังสือแสดงจำนวน
หลัก ค่าของเลขโดดในแต่ละหลัก และการเขียนตัวเลขแสดงจำนวนในรูปกระจาย การเปรียบเทียบและ
เรียงลำดบั จำนวน การบวก การลบ การคูณ การหารยาวและการหารส้นั การบวก ลบ คณู หารระคน การแก้
โจทยป์ ัญหาและการสรา้ งโจทยป์ ัญหา พร้อมทง้ั หาคำตอบ ของจำนวนนับไมเ่ กนิ ๑๐๐,๐๐๐ และ ๐ เศษส่วน
ที่ตัวเศษน้อยกว่าหรือเท่ากับตัวส่วน การเปรียบเทียบและเรียงลำดับเศษส่วน การบวก และการลบเศษส่วน
การแก้โจทย์ปัญหาการบวกและโจทย์ปัญหา การลบเศษส่วน แบบรูปของจำนวนที่เพิ่มขึ้นหรือลดลงทีละ
เท่าๆกัน การบอกจำนวนเงินและเขียนแสดงจำนวนเงนิ แบบใช้จุด การเปรียบเทียบจำนวนเงินและการแลก
เงิน การอ่านและเขียนบันทึกรายรับรายจ่าย การแก้โจทย์ปัญหาเกี่ยวกับเงิน การบอกเวลาเป็นนาฬิกาและ
นาที การเขียนบอกเวลาโดยใช้มหัพภาค (.) หรือทวิภาค (:) และการอ่าน การบอกระยะเวลาเป็นชั่วโมงและ
นาที การเปรียบเทียบระยะเวลาโดยใช้ความสัมพันธ์ระหว่างชั่วโมงกับนาที การอ่านและการเขียนบันทึก
กิจกรรมที่ระบุเวลา การแก้โจทย์ปัญหาเกี่ยวกับเวลาและระยะเวลา การวัดความยาวเป็นเซนติเมตรและ
มิลลิเมตร เมตรและเซนติเมตร กิโลเมตรและเมตร การเลือกเครื่องวัดความยาวที่เหมาะสม การคาดคะเน
ความยาวเปน็ เมตรและเป็นเซนติเมตร การเปรยี บเทยี บความยาวโดยใช้ความสัมพนั ธร์ ะหว่างหน่วยความยาว
การแก้โจทย์ปัญหาเกี่ยวกับความยาว การเลือกเครื่องชั่งที่เหมาะสม การคาดคะเนน้ำหนักเป็นกิโลกรัมและ
เป็นขีด การเปรียบเทียบน้ำหนักโดยใช้ความสัมพันธ์ระหว่างกิโลกรัมกับกรัม เมตริกตันกับกิโลกรัม การแก้
โจทยป์ ญั หาเกยี่ วกับนำ้ หนกั การวัดปรมิ าตรและความจุเป็นลิตรและมิลลิลิตร การเลอื กเครอื่ งตวงท่ีเหมาะสม
การคาดคะเนปริมาตรและความจุเป็นลิตร การเปรียบเทียบปริมาตรและความจุโดยใช้ความสัมพันธ์ระหว่าง
ลิตรกับมิลลิลิตรช้อนชา ช้อนโต๊ะถ้วยตวงกับมิลลิลิตร การแก้โจทย์ปัญหาเกี่ยวกับปริมาตรและความจุที่มี
หน่วยเป็นลิตรและมิลลิลิตร รูปเรขาคณิตสองมิติที่มีแกนสมมาตร การเก็บรวบรวมข้อมูลและจำแนกข้อมูล
การอ่านและการเขยี นแผนภมู ิรูปภาพ การอา่ นและการเขียนตารางทางเดียว(One-Way Table)
โดยจัดประสบการณ์ กิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้กระบวนการกลุ่ม โครงงานอย่างง่าย หรือโจทย์ปัญหาท่ี
ส่งเสริมการพัฒนาทักษะกระบวนการทางคณิตศาสตร์ในการคิดคำนวณ โดยเน้นผู้เรียนให้มีการคิดอยา่ งเป็น
ระบบรวมถึงการมีส่วนร่วมของผู้เรียน การแก้ปัญหา การเชื่อมโยง การให้เหตุผล การคิดสร้างสรรค์ การ
สื่อสารและการสอื่ ความหมายทางคณติ ศาสตร์
เพอื่ ใหเ้ กดิ ความรคู้ วามเข้าใจ ความคิดรวบยอด ใฝ่รูใ้ ฝเ่ รียน มีระเบยี บวนิ ัยม่งุ มั่นในการทำงานอย่างมีระบบ
ประหยัด ซอ่ื สตั ย์ มีวิจารณญาณ มีทกั ษะชีวติ การเรียนรู้จากภมู ิปญั ญาท้องถิ่นและถานการณ์ปัจจุบัน โดยใช้
เทคโนโลยีในการสนับสนนุ การเรียนรู้ รู้จักนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการดำรงชีวิตได้อย่างพอเพียง รวมทั้งมี
เจตคติที่ดีต่อคณิตศาสตร์
รหัสตัวช้ีวดั ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔, ป.๓/๕, ป.๓/๖, ป.๓/๗, ป.๓/๘, ป.๓/๙, ป.๓/๑๐
ค ๑.๑
, ป.๓/๑๑
ค ๑.๒ ป.๓/๑
ค ๒.๑
ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔, ป.๓/๕, ป.๓/๖, ป.๓/๗, ป.๓/๘, ป.๓/๙,ป.๓/๑๐,
ค ๒.๒ ป.๓/๑๑,ป.๓/๑๒, ป.๓/๑๓
ป.๓/๑
๔๒
ค ๓.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒
รวมทง้ั หมด ๒๘ ตวั ช้ีวัด
คำอธิบายรายวชิ าพน้ื ฐาน กล่มุ สาระการเรียนรคู้ ณิตศาสตร์
รหสั วิชา ค ๑๔๑๐๑ คณติ ศาสตร์
๔๓
ช้ันประถมศึกษาปที ี่ ๔ เวลา ๑๖๐ ชว่ั โมง
ศึกษาความรู้เกี่ยวกับการอ่าน การเขียนตัวเลขฮินดูอารบิก ตัวเลขไทยและตัวหนังสือแสดงจำนวน
หลัก ค่าประจำหลักและค่าของเลขโดดในแต่ละหลัก และการเขียนตัวเลขแสดงจำนวนในรูปกระจาย การ
เปรียบเทียบและเรียงลำดับจำนวน ค่าประมาณของจำนวนนับและการใช้เครื่องหมาย การประมาณ
ผลลัพธ์ของการบวก การลบ การคูณ การหาร การบวกและการลบ การคูณและการหาร การบวก ลบ คูณ
หารระคน การแกโ้ จทย์ปัญหาและการสร้างโจทย์ปัญหาพร้อมท้ังหาคำตอบ จำนวนนับทีม่ ากกว่า ๑๐๐,๐๐๐
และ ๐ เศษส่วนแท้ เศษเกิน จำนวนคละ ความสัมพันธ์ระหว่างจำนวนคละและเศษเกิน เศษส่วนที่เท่ ากัน
เศษสว่ นอยา่ งต่ำและเศษส่วนที่เท่ากบั จำนวนนับ การเปรยี บเทียบ เรยี งลำดบั เศษสว่ นและจำนวนคละ การ
บวก การลบเศษสว่ นและจำนวนคละ การแกโ้ จทยป์ ัญหาการบวกและโจทยป์ ัญหา การลบเศษสว่ นและจำนวน
คละ การอ่านและการเขยี นทศนิยมไม่เกิน ๓ ตำแหน่งตามปรมิ าณท่ีกำหนด หลัก ค่าประจำหลัก ค่าของเลข
โดดในแต่ละหลักขอทศนิยม และการเขียนตัวเลขแสดงทศนิยมในรูปกระจาย ทศนิยมที่เท่ากัน การ
เปรียบเทียบและเรียงลำดับทศนิยม การบวกการลบทศนยิ ม การแก้โจทย์ปัญหาการบวก การลบ ทศนิยมไม่
เกิน ๒ ขั้นตอน แบบรูปของจำนวนที่เกิดจากการคูณ การหารด้วยจำนวนเดียวกันการบอกระยะเวลาเป็น
วินาที นาที ชั่วโมง วัน สัปดาห์ เดือน ปี การเปรียบเทียบระยะเวลาโดยใช้ความสัมพันธ์ระหว่างหน่วยเวลา
การอ่านตารางเวลา การแก้โจทยป์ ัญหาเกี่ยวกบั เวลา การวัดขนาดของมุมโดยใช้โพรแทรกเตอร์ การสร้างมมุ
เมื่อกำหนดขนาดของมุม ความยาวรอบรูปของรูปสี่เหลี่ยมมุมฉาก พื้นที่ของรูปสีเ่ หลี่ยมมุมฉาก การแก้โจทย์
ปัญหาเกี่ยวกบั ความยาวรอบรูป และพื้นท่ีของรูปสี่เหลีย่ มมุมฉาก ระนาบ จุด เส้นตรง รังสี ส่วนของเส้นตรง
และสัญลักษณ์แสดงเส้นตรง รังสี ส่วนของเส้นตรง มุมส่วนประกอบของมุม การเรียกช่ือมุม สัญลักษณ์แสดง
มุม ชนิดของมุม ชนิดและสมบัติของรูปสี่เหลี่ยมมุมฉาก การสร้างรูปสี่เหลี่ยมมุมฉาก การอ่านและการเขียน
แผนภูมิแท่ง (ไมร่ วมการย่นระยะ) การอา่ นตารางสองทาง(Two-Way Table)
โดยจัดประสบการณ์ กิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้กระบวนการกลุ่ม โครงงานอย่างง่าย ที่สามารถประยุกต์กับ
ภูมปิ ัญญาทอ้ งถ่ิน(งานจักสาน) หรือโจทย์ปญั หาทส่ี ง่ เสริมการพัฒนาทักษะกระบวนการทางคณิตศาสตร์ในการ
คิดคำนวณ โดยเน้นผู้เรียนให้มีการคิดอย่างเป็นระบบรวมถึงการมีส่วนร่วมของผู้เรียน การแก้ปัญหา การ
เช่ือมโยง การใหเ้ หตุผล การคดิ สรา้ งสรรค์ การส่อื สารและการส่ือความหมายทางคณติ ศาสตร์
เพอื่ ให้เกดิ ความรคู้ วามเข้าใจ ความคิดรวบยอด ใฝ่รใู้ ฝ่เรียน มรี ะเบียบวินัยมุ่งมน่ั ในการทำงานอย่างมีระบบ
ประหยัด ซ่อื สตั ย์ มวี จิ ารณญาณ มที ักษะชวี ิตการเรยี นรจู้ ากภมู ิปญั ญาท้องถน่ิ และถานการณ์ปัจจุบัน โดยใช้
เทคโนโลยีในการสนับสนุนการเรยี นรู้ รู้จักนำความรู้ไปประยุกตใ์ ช้ในการดำรงชีวิตได้อย่างพอเพียง รวมทั้งมี
เจตคติท่ีดีต่อคณติ ศาสตร์
รหัสตัวชี้วัด
ค ๑.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔, ป.๔/๕, ป.๔/๖, ป.๔/๗, ป.๔/๘, ป.๔/๙,ป.๔/๑๐,
ป.๔/๑๑, ป.๔/๑๒, ป.๔/๑๓, ป.๔/๑๔, ป.๔/๑๕, ป.๔/๑๖
ค ๒.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓
ค ๒.๒ ป.๔/๑, ป.๔/๒
ค ๓.๑ ป.๔/๑
รวมทั้งหมด ๒๒ ตัวชี้วัด
๔๔
รหสั วชิ า ค๑๕๑๐๑ คำอธิบายรายวชิ าพน้ื ฐาน กลุ่มสาระการเรียนรคู้ ณติ ศาสตร์
คณติ ศาสตร์
๔๕
ชัน้ ประถมศึกษาปที ่ี ๕ เวลา ๑๖๐ ชว่ั โมง
ศกึ ษาความร้เู กี่ยวกับเรือ่ งความสัมพนั ธร์ ะหว่างเศษส่วนและทศนิยม ค่าประมาณของทศนิยมไม่เกิน
๓ ตำแหน่ง ที่เป็นจำนวนเต็ม ทศนิยม ๑ ตำแหน่ง และ ๒ ตำแหน่ง การใช้เครื่องหมาย การแก้โจทย์
ปัญหาโดยใช้บัญญัติไตรยางศ์ การเปรียบเทียบเศษส่วนและจำนวนคละ การบวก การลบเศษส่วนและ
จำนวนคละ การคูณ การหารของเศษส่วนและจำนวนคละ การบวก ลบ คูณ หารระคนของเศษส่วนและ
จำนวนคละ การแก้โจทยป์ ัญหาเศษส่วนและจำนวนคละ การประมาณผลลัพธ์ของการบวก การลบ การคูณ
การหารทศนิยม การคูณทศนิยม การหารทศนิยม การแก้โจทย์ปัญหาเกี่ยวกับทศนิยม การอ่านและการ
เขียนร้อยละหรือเปอร์เซ็นต์ การแก้โจทย์ปัญหาร้อยละ ความสัมพันธ์ระหว่างหน่วยความยาว
เซนตเิ มตรกับมลิ ลเิ มตร เมตรกบั เซนตเิ มตร กิโลเมตรกบั เมตร โดยใช้ความรเู้ รือ่ งทศนิยม การแก้โจทยป์ ัญหา
เกี่ยวกับความยาวโดยใช้ความรู้ เรื่องการเปลี่ยนหน่วยและทศนิยม ความสัมพันธ์ระหว่างหน่วยน้ำหนัก
กิโลกรัมกับกรัม โดยใช้ความรู้เรื่องทศนิยม การแก้โจทย์ปัญหาเกี่ยวกับน้ำหนัก โดยใช้ความรู้ เรื่องการ
เปลี่ยนหน่วยและทศนิยม ปริมาตรของทรงสี่เหลี่ยมมุมฉากและความจุ ของภาชนะทรงสี่เหล่ียมมุมฉาก
ความสัมพันธ์ระหว่าง มิลลิลิตร ลิตร ลูกบาศก์เซนติเมตร และลูกบาศก์เมตร การแก้โจทย์ปัญหาเกี่ยวกับ
ปริมาตรของ ทรงสี่เหลี่ยมมุมฉากและความจุของภาชนะทรงสี่เหลี่ยมมุมฉาก ความยาวรอบรูปของรูป
ส่ีเหลยี่ มพื้นทีข่ องรปู สีเ่ หลี่ยมด้านขนาน และรปู ส่ีเหล่ียมขนมเปียกปูน การแก้โจทย์ปญั หาเก่ียวกับความยาว
รอบรูปของรูปสี่เหลี่ยมและพื้นที่ของรูปสี่เหลี่ยมด้านขนานและรูปสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูน เส้นตั้งฉากและ
สัญลักษณ์แสดงการต้ังฉาก เสน้ ขนานและสญั ลกั ษณแ์ สดงการขนาน การสร้างเส้นขนาน มุมแย้ง มุมภายใน
และมุมภายนอกที่อยู่บนข้างเดียวกันของเส้นตัดขวาง (Transversal) ชนิดและสมบัติของรูปสี่เหลี่ยม การ
สรา้ งรปู ส่เี หลย่ี ม ลักษณะและส่วนตา่ ง ๆ ของปริซมึ การอ่านและการเขียนแผนภูมแิ ท่ง การอ่านกราฟเส้น
โดยจัดประสบการณ์ กิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้กระบวนการกล่มุ โครงงานอย่างงา่ ยทสี่ ามารถประยุกต์กับภูมิ
ปัญญาท้องถนิ่ (งานจักสาน) หรือโจทย์ปญั หาทส่ี ง่ เสริมการพัฒนาทกั ษะกระบวนการทางคณติ ศาสตร์ในการคิด
คำนวณ โดยเน้นผู้เรียนให้มีการคิดอย่างเป็นระบบรวมถึงการมีส่วนร่วมของผู้เรียน การแก้ปัญหา การ
เชือ่ มโยง การให้เหตผุ ล การคดิ สร้างสรรค์ การสอ่ื สารและการส่ือความหมายทางคณติ ศาสตร์
เพอ่ื ใหเ้ กดิ ความรู้ความเข้าใจ ความคิดรวบยอด ใฝร่ ู้ใฝ่เรียน มรี ะเบยี บวินัยมงุ่ ม่ันในการทำงานอย่างมีระบบ
ประหยัด ซอ่ื สัตย์ มีวิจารณญาณ มีทกั ษะชวี ิตการเรียนรจู้ ากภูมิปญั ญาท้องถ่ินและถานการณ์ปัจจุบัน โดยใช้
เทคโนโลยีในการสนับสนนุ การเรียนรู้ รู้จักนำความรู้ไปประยุกต์ใชใ้ นการดำรงชีวติ ได้อย่างพอเพียง รวมทั้งมี
เจตคตทิ ด่ี ตี ่อคณิตศาสตร์
รหสั ตัวชี้วัด
ค ๑.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔ , ป.๕/๕, ป.๕/๖, ป.๕/๗, ป.๕/๘, ป.๕/๙
ค ๒.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔
ค ๒.๒ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔
ค ๓.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒
รวมท้งั หมด ๑๙ ตัวช้ีวัด
คำอธิบายรายวชิ าพน้ื ฐาน
รหสั ค ๑๖๑๐๑ คณิตศาสตร์ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้คณติ ศาสตร์
๔๖
ชั้นประถมศึกษาปีท่ี ๖ เวลา ๑๖๐ ชั่วโมง
ศึกษาความรูเ้ ก่ียวกับเรื่องการเปรยี บเทียบและเรียงลำดับเศษส่วนและจำนวนคละโดยใช้ความรู้เร่ือง
ค.ร.น.อตั ราส่วน อตั ราสว่ นท่เี ท่ากนั และมาตราส่วน ตวั ประกอบ จำนวนเฉพาะ ตัวประกอบเฉพาะ และการ
แยกตัวประกอบ ห.ร.ม. และ ค.ร.น. การแก้โจทย์ปัญหาเกี่ยวกับ ห.ร.ม. และ ค.ร.น. การบวก การลบ
เศษส่วนและจำนวนคละ โดยใช้ความรู้เร่ือง ค.ร.น. การบวก ลบ คูณ หารระคนของเศษสว่ นและ จำนวน
คละ
การแกโ้ จทย์ปัญหาเศษส่วนและจำนวนคละ ความสัมพนั ธ์ระหวา่ งเศษส่วนและทศนยิ ม การหารทศนยิ ม การ
แกโ้ จทย์ปัญหาเก่ียวกบั ทศนิยม (รวมการแลกเงนิ ต่างประเทศ) การแกโ้ จทย์ปญั หาอัตราสว่ นและมาตราส่วน
การแก้โจทย์ปัญหาร้อยละ การแก้ปัญหาเกี่ยวกับแบบรูป ปริมาตรของรูปเรขาคณิตสามมิติที่ประกอบด้วย
ทรงสีเ่ หลย่ี มมุมฉาก การแกโ้ จทยป์ ัญหาเกีย่ วกบั ปรมิ าตรของรปู เรขาคณิตสามมิติทีป่ ระกอบด้วยทรงส่ีเหลี่ยม
มุมฉาก ความยาวรอบรูปและพื้นทีข่ องรปู สามเหลีย่ ม มุมภายในของรูปหลายเหลีย่ ม ความยาวรอบรูปและ
พนื้ ท่ีของรูปหลายเหลีย่ ม การแก้โจทยป์ ัญหาเกี่ยวกับความยาวรอบรปู และพืน้ ทีข่ องรูปหลายเหลยี่ ม ความ
ยาวรอบรูปและพื้นทขี่ องวงกลม การแก้โจทยป์ ญั หาเกย่ี วกับความยาวรอบรูปและพนื้ ทีข่ องวงกลม ชนิดและ
สมบัติของรูปสามเหลี่ยม การสร้างรูปสามเหลี่ยม ส่วนต่าง ๆ ของวงกลม การสร้างวงกลม ทรงกลม
ทรงกระบอก กรวย พรี ะมดิ รูปคล่ีของทรงกระบอก กรวย ปริซมึ พรี ะมิด การอ่านแผนภูมริ ปู วงกลม
โดยจดั ประสบการณ์ กจิ กรรมการเรียนรู้โดยใชก้ ระบวนการกลุม่ โครงงานอยา่ งง่ายที่สามารถประยุกต์กับภูมิ
ปญั ญาทอ้ งถ่นิ (งานจกั สาน) หรอื โจทย์ปัญหาที่สง่ เสริมการพัฒนาทักษะกระบวนการทางคณติ ศาสตรใ์ นการคิด
คำนวณ โดยเน้นผู้เรียนให้มีการคิดอย่างเป็นระบบรวมถึงการมีส่วนร่วมของผู้เรียน การแก้ปัญหา การ
เชอ่ื มโยง การให้เหตผุ ล การคิดสรา้ งสรรค์ การส่ือสารและการส่อื ความหมายทางคณติ ศาสตร์
เพอ่ื ให้เกดิ ความรู้ความเข้าใจ ความคิดรวบยอด ใฝ่รู้ใฝเ่ รยี น มีระเบยี บวนิ ัยมงุ่ ม่นั ในการทำงานอย่างมีระบบ
ประหยัด ซือ่ สัตย์ มวี ิจารณญาณ มีทกั ษะชีวิตการเรยี นรูจ้ ากภูมิปัญญาทอ้ งถน่ิ และถานการณ์ปัจจุบัน โดยใช้
เทคโนโลยีในการสนับสนนุ การเรียนรู้ รู้จักนำความรู้ไปประยุกต์ใชใ้ นการดำรงชีวติ ได้อย่างพอเพียง รวมทั้งมี
เจตคติทด่ี ตี อ่ คณิตศาสตร์
รหัสตวั ชี้วัด
ค ๑.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕, ป.๖/๖, ป.๖/๗, ป.๖/๘, ป.๖/๙,
ป.๖/๑๐, ป.๖/๑๑, ป.๖/๑๒
ค ๑.๒ ป.๖/๑
ค ๒.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓
ค ๒.๒ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔,
ค ๓.๑ ป.๖/๑
รวมทั้งส้ิน ๒๑ ตัวช้ีวัด
๔๗
คำอธบิ ายรายวชิ า
กลุ่มสาระการเรยี นร้วู ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
คำอธบิ ายรายวชิ าพนื้ ฐาน
รหสั วิชา ว๑๑๑๐๑ วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี กลุ่มสาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
๔๘
ช้ันประถมศกึ ษาปที ่ี ๑ เวลา 8๐ ช่ัวโมง
ศึกษา เพ่ือให้มีความรู้ ความเขา้ ใจ และสามารถ
ระบุชื่อพืชและสัตว์ที่อาศัยอยู่บริเวณต่างๆที่ได้ จากการสำรวจบอกสภาพแวดล้อมที่
เหมาะสมในบรเิ วณท่ีพืชและสัตว์อาศยั อยใู่ นบรเิ วณทส่ี ำรวจบรรยายลักษณะ
ระบุชื่อ บรรยายลักษณะ และบอกหน้าที่ส่วนต่างๆของร่างกายมนุษย์ สัตว์และพืชรวมท้ัง
บรรยายการทำหน้าทีร่ ว่ มกันของส่วนต่างๆของร่างกายมนุษยใ์ นการทำกิจกรรมต่างๆจากขอ้ มูลทีร่ วบรวมได้
ตระหนกั ถงึ ความสำคัญของสว่ นตา่ งๆของร่างกายของตนเองและการดูแลสว่ นตา่ งๆอย่างถูกต้องและปลอดภัย
อธิบายสมบัติที่สังเกตได้ของวัสดุที่ทำจากวัสดุชนิดเดียวหรือหลายชนิดประกอบกันโดยใช้
หลักฐานเชงิ ประจกั ษ์ ระบุชนิดของวัสดุและจดั กลมุ่ วสั ดุตามสมบตั ทิ ส่ี งั เกตได้
บรรยายการเกดิ เสยี งและทศิ ทางการเคลือ่ นทขี่ องเสยี งจากหลักฐานเชิงประจกั ษ์
ระบุดาวท่ปี รากฏบนทอ้ งฟ้าในเวลากลางวันและกลางคนื จากข้อมลู ที่รวบรวมได้
อธิบายสาเหตทุ ่มี องไม่เห็นดวงดาวส่วนใหญใ่ นเวลากลางวันจากหลกั ฐานเชิงประจักษ์
อธิบายลักษณะภายนอกของหินจากลักษณะเฉพาะตัวทสี่ งั เกตได้
แก้ปัญหาอย่างง่ายโดยใช้การลองผิดลองถูก การเปรียบเทียบ ใช้ภาพ สัญลักษณ์ หรือ
ข้อความ โดยใช้ซอฟแวร์ หรือสื่อ ใช้เทคโนโลยีในการสร้าง จัดเก็บ เรียกใช้ข้อมูลตามวัตถุประสงค์ อย่าง
ปลอดภยั ปฏบิ ัติตามขอ้ ตกลงในการใชค้ อมพวิ เตอร์ร่วมกนั ดูแลรักษาอุปกรณ์เบ้ืองต้น ใช้งานอย่างเหมาะสม
โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ การสำรวจตรวจสอบ การสืบค้นข้อมูล
และการอภิปราย เพ่อื ใหเ้ กิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สามารถสื่อสารสงิ่ ทเี่ รียนรมู้ ีความสามารถในการ
ตัดสนิ ใจมีจติ วทิ ยาศาสตร์ และคา่ นยิ มทด่ี ตี ่อวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยแี ละส่งิ แวดลอ้ ม
มีคุณธรรมจริยธรรม ใฝ่เรียนรู้ อยู่อย่างพอเพียง มุ่งมั่นการทำงาน รักความเป็นไทย มีจิต
สาธารณะ
ส่งเสริมการจัดการเรียนรูก้ ระบวนการกลุ่มผ่านกจิ กรรมโครงงานตามแนวปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี ง
โดยเนน้ ผูเ้ รยี นให้มีการคิดอย่างเปน็ ระบบรวมถงึ การมีสว่ นร่วมของผู้เรียน พฒั นาการใช้ภาษาเพ่ือการส่ือสาร
ส่งเสริมให้ผู้เรียนเกิดสมรรถนะสำคัญ มีทักษะชีวิตการเรียนรู้จากภมู ิปัญญาท้องถิ่นและสถานการณ์ปัจจุบนั
โดยใชเ้ ทคโนโลยีในการสนบั สนนุ การเรยี นรู้ มีคณุ ธรรม มจี ติ อาสา รักษาความสะอาด เกิดการพฒั นาตนเองได้
เต็มศักยภาพ สามารถใช้เทคโนโลยีในการสร้าง จัดหมวดหมู่ ค้นหา จัดเก็บ เรียกใช้ข้อมูล การใช้เทคโนโลยี
สารสนเทศอย่างปลอดภัย และดูแลรกั ษาอปุ กรณเ์ บือ้ งต้น ใช้งานงานอย่างเหมาะสม
รหัสตวั ช้ีวัด
ว ๑.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒
ว ๑.๒ ป.๑/๑, ป.๑/๒
ว ๒.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒
ว ๒.๓ ป.๑/๑
ว ๓.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒
ว ๓.๒ ป.๑/๑
ว ๔.๒ ป.๑/๑, ป.๑/๒, ป.๑/๓, ป.๑/๔, ป.๑/๕
รวมท้งั หมด ๑๕ ตัวช้ีวัด
๔๙
คำอธบิ ายรายวชิ าพน้ื ฐาน
รหสั ว ๑๒๑๐๑ วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี กลุ่มสาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
๕๐
ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ี่ ๒ เวลา 8๐ ช่ัวโมง
ศกึ ษา เพ่ือให้มคี วามรู้ ความเข้าใจ และสามารถ
ระบุว่าพืชต้องการแสงและน้ำเพื่อการเจริญเติบโตโดยใช้ข้อมูลจากหลักฐานเชิงประจักษ์
ตระหนกั ถึงความจำเป็นท่พี ืชตอ้ งการได้รบั นำ้ และแสงเพอื่ การเจรญิ เติบโตโดยดแู ลพืชใหไ้ ด้รับสิ่งดังกล่าวอย่าง
เหมาะสม สร้างแบบจำลองท่ีบรรยายวัฏจักรชวี ิตของพืชดอก
เปรยี บเทียบลกั ษณะสิ่งมีชีวิตและสง่ิ ไมม่ ีชีวิตจากขอ้ มลู ทรี่ วบรวมได้
เปรียบเทียบสมบัติการดูดซับน้ำของวัสดุไปประยุกต์ใช้ในการทำวัสดุในชีวิตประจำวัน
อธบิ ายสมบตั ิทน่ี ำวัสดุมาผสมกันโดยใชห้ ลกั ฐานเชงิ ประจักษ์
การนำมาทำเป็นวัสดใุ นการใช้งานการนำกลับมาใช้ใหม่ตระหนักถงึ ประโยชน์ของการนำวัสดุ
ที่ใช้แล้วกลับมาใชใ้ หม่
บรรยายแนวทางการเคลอ่ื นท่ีของแสงจากแหล่งกำเนิดแสงและอธบิ ายการมองเห็นวัตถุจาก
หลักฐานเชิงประจักษ์ ตระหนักในการเห็นคุณค่าของความรู้ของการมองเห็นโดยเสนอแนะแนวทางการ
ป้องกันอันตรายจากการมองเหน็ วัตถใุ นทีม่ แี สงสวา่ งไมเ่ หมาะสม
ระบุส่วนประกอบของดินและจำแนกชนิดของดินโดยใช้ลักษณะเนื้อดินและการจับตัวเป็น
เกณฑ์ อธิบายการใชป้ ระโยชน์จากดนิ จากขอ้ มลู ทร่ี วบรวมได้
แสดงลำดับขั้นตอนการทำงานหรือการแก้ปัญหาอย่างง่ายโดยใช้ภาพ สัญลักษณ์ หรือ
ข้อความ เขียนโปรแกรมอย่างง่าย โดยใช้ซอฟต์แวร์หรือสื่อ และตรวจหาข้อผิดพลาดของโปรแกรม ใช้
เทคโนโลยีใน การสร้าง จดั หมวดหมู่ ค้นหา จัดเกบ็ เรียกใช้ขอ้ มูลตามวตั ถุประสงค์ ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ
อย่างปลอดภัย ปฏิบัติตามข้อตกลงในการใช้คอมพิวเตอร์ร่วมกัน ดูแลรักษาอุปกรณ์เบื้องต้น ใช้งานอย่าง
เหมาะสม
โดยใชก้ ระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ การต้ังคำถาม การวางแผน การสังเกต
การสำรวจตรวจสอบ การสบื คน้ ข้อมูล และการอภิปราย เพือ่ ใหเ้ กดิ ความรู้ความคิด ความเข้าใจ สามารถ
สอื่ สารสิง่ ทเี่ รียนรู้ มคี วามสามารถในการตัดสนิ ใจ
เห็นคุณคา่ ของการนำความรูไ้ ปใช้ประโยชน์ในชวี ิตประจำวนั มจี ติ วิทยาศาสตร์ จรยิ ธรรม คุณธรรม
และคา่ นยิ มทีเ่ หมาะสม
ส่งเสริมการจัดการเรียนรู้กระบวนการกลุม่ ผ่านกจิ กรรมโครงงานตามแนวปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี ง
โดยเน้นผ้เู รยี นให้มีการคิดอย่างเป็นระบบรวมถงึ การมีส่วนร่วมของผู้เรียน พฒั นาการใช้ภาษาเพื่อการสื่อสาร
ส่งเสริมให้ผู้เรียนเกิดสมรรถนะสำคัญ มีทักษะชีวิตการเรียนรู้จากภูมิปญั ญาท้องถิ่นและสถานการณ์ปัจจุบนั
โดยใชเ้ ทคโนโลยใี นการสนบั สนนุ การเรียนรู้ มีคณุ ธรรม มีจติ อาสา รกั ษาความสะอาด เกดิ การพฒั นาตนเองได้
เต็มศักยภาพ สามารถใช้เทคโนโลยีในการสร้าง จัดหมวดหมู่ ค้นหา จัดเก็บ เรียกใช้ข้อมูล การใช้เทคโนโลยี
สารสนเทศอยา่ งปลอดภยั และดูแลรกั ษาอปุ กรณเ์ บอื้ งต้น ใช้งานงานอยา่ งเหมาะสม
รหสั ตวั ชี้วดั ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓
ว ๑.๑ ป.๒/๑
ว ๑.๓