1
งานเชิดชูเกยี รตผิ ูม้ ผี ลงานดีเด่นทางศลิ ปะและวฒั นธรรม (เพชรอันดามัน)
องคค์ วามร้เู พชรอันดามัน
ภายใต้โครงการธนาคารภูมิปญั ญา
ประจำปี 2564
2
งานเชดิ ชเู กียรติผู้มีผลงานดีเดน่ ทางศลิ ปะและวัฒนธรรม (เพชรอันดามนั )
จดั ทำโดย
สำนักศลิ ปะและวัฒนธรรม มหาวทิ ยาลยั ราชภัฏภูเกต็
ทป่ี รกึ ษา
ผศ.ดร.คารว์ พยุงพนั ธ์
ผู้อำนวยการสำนกั ศลิ ปะและวฒั นธรรม มหาวิทยาลยั ราชภฏั ภเู กต็
ผศ.องอาจ เจะ๊ ยะหลี
รองผู้อำนวยการสำนักศิลปะและวฒั นธรรม มหาวิทยาลยั ราชภัฏภเู ก็ต
วา่ ทีร่ อ้ ยตรี ดร.นพศักดิ์ นาคเสนา
รองผู้อำนวยการสำนกั ศลิ ปะและวัฒนธรรม มหาวิทยาลยั ราชภฏั ภเู ก็ต
ผศ.ไพฑูรย์ ทองดี
รองผอู้ ำนวยการสำนกั ศิลปะและวฒั นธรรม มหาวิทยาลัยราชภฏั ภูเก็ต
อาจารย์ครรชติ สุวภาคย์รงั สี
ผชู้ ว่ ยผอู้ ำนวยการสำนักศลิ ปะและวฒั นธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏภเู กต็
บรรณาธิการ
ผศ.ดร.คารว์ พยุงพนั ธ์
ผู้อำนวยการสำนกั ศลิ ปะและวฒั นธรรม มหาวิทยาลัยราชภฏั ภูเกต็
ออกแบบปก
รา้ น Easy Print
ที่อยู่ 21/135 หมู่ที่ 6 ตำบลรษั ฎา อำเภอ เมืองภเู กต็ จงั หวัดภูเก็ต 83000
งานเชิดชเู กยี รตผิ ู้มผี ลงานดเี ด่นทางศลิ ปะและวฒั นธรรม (เพชรอันดามนั )
สารจากอธิการบดี
มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ตเป็นสถาบันอุดมศึกษา ที่มีบทบาทและหน้าที่ใน
การ ส่งเสริม สนับสนุน ให้มีการศึกษา ค้นคว้าวิจัยด้านศิลปวัฒนธรรมแขนงตา่ งๆ
ด้วยการเล็งเหน็ ถงึ ความสำคญั ขององคค์ วามร้จู ากภูมิปญั ญาอันดามัน ทจ่ี ะเปน็ ฐาน
ในการพัฒนาชมุ ชน และสงั คมสืบไป
กิจกรรมเชิดชูเกียรติเพชรอันดามัน ที่จัดขึ้นในครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อเป็นการ
สนับสนุนและส่งเสริม ยกย่องคุณค่าของผู้ทรงภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมอันเป็น
ประจักษ์ ขอขอบคุณสำนักศิลปะและวัฒนธรรม ที่ได้ดำเนินโครงการและจัด
กิจกรรมอันทรงคุณค่า ซึ่งสอดคล้องและสนับสนุนกับพันธกิจในการทำนุบำรุง
ศิลปวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นอันดามัน ตลอดจนการพัฒนาคุณค่าของ
ศิลปวัฒนธรรม โดยการยกย่อง และเชิดชูเกียรติศิลปินและปราชญ์ท้องถิ่น ผู้
สร้างสรรค์ผลงานด้านศิลปะและวัฒนธรรม ให้ได้มีการรับรู้ถึงเกียรติคุณอันควร
ภาคภูมใิ จ ในการเปน็ ผมู้ ีผลงานดเี ดน่ ทางด้านศิลปะและวัฒนธรรม
ขอแสดงความยินดีต่อผู้ได้รับรางวัลทุกท่านที่ได้รับรางวัลเชิดชูเกียรติในปีนี้
และขอขอบคุณทุกท่านที่ได้สร้างสรรค์ศิลปะและวัฒนธรรมที่ดีงามให้กับชุมชน
สังคมและประเทศชาติ ตลอดจนได้มีส่วนร่วมให้การจัดกิจกรรมครั้งนี้ประสบ
ผลสำเร็จและขออวยพรให้ทุกท่านประสบแตค่ วามสุข ความเจรญิ ยิ่งๆขนึ้ ไป
ผูช้ ว่ ยศาสตราจารย์ ดร.หริ ัญ ประสารการ
อธิการบดีมหาวทิ ยาลยั ราชภฏั ภเู ก็ต
3
งานเชิดชเู กยี รตผิ มู้ ผี ลงานดีเด่นทางศลิ ปะและวฒั นธรรม (เพชรอนั ดามัน)
คำนำ
สำนักศิลปะและวัฒนธรรมมหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ตมีพันธกิจสำคัญในการทำนุ
บำรุงศิลปะและวัฒนธรรมอนั ว่าด้วยการอนุรักษ์ ฟื้นฟู สืบสาน พัฒนา สร้างสรรค์ และ
เผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นให้คงอยู่สืบไปรวมทั้งนำศิลปะและ
วัฒนธรรมมาประยุกตใ์ ชใ้ ห้เกิดประโยชนต์ ่อการดำรงชวี ิตในสงั คมปัจจุบนั และเป็นสว่ น
หนึง่ ในการพฒั นาประเทศในด้านต่างๆใหเ้ จริญรุ่งเรืองทันต่อการเปลีย่ นแปลงของโลกใน
ยุคโลกาภิวัฒน์ ประกอบกับการที่มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ตให้ความสำคัญกับการ
กำหนดเป้าหมายให้ สำนักศิลปะและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต เป็น “ศูนย์
การเรียนรวู้ ิถีชีวติ ศลิ ปวัฒนธรรม และอาหาร อันดามัน” ซึง่ การมีศูนยก์ ารเรยี นรู้วิถีชวี ติ
จำเปน็ ตอ้ งมีฐานขอ้ มูลเกี่ยวกับศิลปะและวัฒนธรรมในทอ้ งถ่นิ อนั ดามัน
ด้วยเหตุผลดังกลา่ ว ทางสำนักศิลปะและวฒั นธรรม ได้ดำเนินการจัดกิจกรรมยก
ย่อง เชิดชูเกียรติผู้มีผลงานดีเด่นทางวัฒนธรรม "เพชรอันดามัน" ประจำปีพุทธศักราช
๒๕๖๔ โดยมวี ตั ถุประสงคเ์ พ่อื สรรหาหรือ คดั เลือกบคุ คลผมู้ ีผลงานดีเด่นทางวัฒนธรรม
ในสาขาต่าง ๆ อันเป็นส่วนหนึ่งในการจัดการองค์ความรู้ทางด้านศิลปะและวัฒนธรรม
ซึ่งเป็นรากเหง้าจากบรรพบุษที่ได้ต่อยอดสืบสานกันมา ทั้งเรื่อง อาหาร อาคาร อาภรณ์
อาชีพ และเอกลักษณ์ความเป็นไทย ซึ่งมีความสำคัญยิ่งที่จะต้องดำเนินการสกัดองค์
ความรู้จากศิลปิน ปราชญ์ท้องถิ่น ที่สร้างคุณค่าให้แก่ศิลปะและวัฒนธรรม นำไปสู่การ
เชิดชูการประกาศเกียรติคุณและเชิดชูเกียรติให้กับศิลปิน ปราชญ์ท้องถิ่น และเพื่อ
นำไปสู่การสร้างมูลค่าเพิ่มของท้องถิ่นและจังหวัดต่อไป สุดท้ายนี้สำนักศิลปะและ
วัฒนธรรม มหาวิทยาลับราชภัฏภูเก็ตขอขอบคุณผู้ทรงคุณวุฒิทุกท่านที่ร่วมพิจารณา
คัดเลือกบุคคลที่สมควรได้รับรางวัลเชิดชูเกียรติ ผู้มีผลงานดีเด่นทางวัฒนธรรม
ประจำปีพุทธศกั ราช ๒๕๖๔ เพื่อทางสำนักศิลปะและวฒั นธรรม มหาวิทยาลัยราชภฏั
ภูเก็ต จะได้ดำเนินการนำไปจัดเก็บเป็นฐานความรู้และหวังเปน็ อย่างยิง่ ว่า การรวบรวม
องค์ความรู้ด้านศิลปวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นอันดามันจาก “เพชรอันดามัน”
เล่มนจ้ี ะเป็นประโยชนแ์ ก่ผู้อ่านทกุ ท่าน
(ผศ.ดร.คารว์ พยุงพนั ธ์)
ผูอ้ ำนวยการสำนักศิลปะและวฒั นธรรม
มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั ภเู ก็ต
4
งานเชดิ ชเู กยี รติผ้มู ผี ลงานดเี ดน่ ทางศลิ ปะและวัฒนธรรม (เพชรอนั ดามนั )
สารบญั
รางวลั ผูม้ ีผลงานดเี ดน่ ทางศิลปะและวัฒนธรรม (เพชรอนั ดามนั )
ประเภทบุคคลผูส้ ่งเสรมิ ศลิ ปะและวฒั นธรรม
คุณกฤษฎา ปรกสกลุ 7
คณุ อศั วิน อรรถธรรม 18
ประเภทเยาวชนผใู้ ช้ส่อื และเทคโนโลยีทำนุบำรุงศลิ ปวฒั นธรรม
คุณจิรวัฒน์ แซโ่ ค้ว 37
ประเภทบคุ คลผู้ประยุกต์ใช้ภมู ปิ ญั ญาอนั ดามนั
คณุ ปยิ ณัฏฐ์ อิสสระสงคราม 53
ประเภทบคุ คลผู้ถา่ ยทอดศลิ ปกรรมรว่ มสมยั
คณุ สุเชาว์ พงศานนท์ 69
คุณวัชรนิ ทร์ รอดนิตย์ 84
ประเภทบคุ คลผมู้ ผี ลงานดเี ดน่ ด้านการอนรุ กั ษ์ สบื สาน ศิลปวัฒนธรรม
คุณกิตติวงศ์ จนั ทรส์ ัทธรรม 100
คณุ ยุทธพงษ์ ปรชี าไว 101
คุณโกมล พานชิ พนั ธ์ 118
5
งานเชดิ ชเู กียรตผิ ู้มีผลงานดเี ดน่ ทางศลิ ปะและวฒั นธรรม (เพชรอันดามัน)
บุคคลผมู้ ีผลงานดีเดน่ ทางศิลปะและวฒั นธรรม (เพชรอนั ดามัน) ประจำปี 2564
คุณกฤษฎา ปรกสกุล คณุ อัศวนิ อรรถธรรม คุณจิรวัฒน์ แซ่โคว้
คณุ ปิยณัฏฐ์ อสิ สระสงคราม คณุ สเุ ชาว์ พงศานนท์ คณุ วัชรนิ ทร์ รอดนิตย์
คุณกติ ตวิ งศ์ จันทรส์ ัทธรรม คุณยทุ ธพงษ์ ปรีชาไว คุณโกมล พานิชพนั ธ์
6
งานเชดิ ชเู กยี รติผู้มผี ลงานดีเดน่ ทางศลิ ปะและวฒั นธรรม (เพชรอันดามัน)
รางวัลผู้มผี ลงานดีเด่น
ทางศลิ ปะและวัฒนธรรม
(เพชรอันดามนั )
ประเภทบุคคลผู้สง่ เสริมศลิ ปะและวฒั นธรรม
7
งานเชดิ ชูเกยี รติผู้มีผลงานดีเด่นทางศิลปะและวัฒนธรรม (เพชรอันดามนั )
ประวัติและผลงานโดยสงั เขป
ประจำปี พุทธศกั ราช 2565
ประวตั ิส่วนตัว นายกฤษฎา ปรกสกุล
9 พฤศจิกายน 2532
ชอ่ื -สกุล นาย มงคล ปรกสกลุ
วัน เดือน ปเี กดิ นางสาวกฤตยิ า มใี หม่
บิดาช่อื พนกั งานจา้ งตามภารกจิ ตำแหน่ง ผชู้ ่วยครู สังกัด
มารดาชื่อ โรงเรียนเทศบาลเมืองป่าตอง (บ้านไสน้ำเย็น)
อาชพี สำนกั การศึกษาเทศบาลเมืองปา่ ตอง
อำเภอเมอื งภูเกต็ จงั หวัดภูเกต็
ทอ่ี ยปู่ จั จบุ ัน 2/11 ตำบลตลาดใหญ่ อำเภอเมืองภูเก็ต
จังหวัดภเู ก็ต
โทรศัพท์ -
โทรศัพทม์ อื ถือ ๐๖๓-๐๗๕๐๕๕๒
Facebook มโนราหส์ ุววรณศิลป์ ถนิ่ เมอื งถลาง ศ.ขจรศักด์ิ
8
งานเชดิ ชูเกยี รติผู้มผี ลงานดเี ดน่ ทางศลิ ปะและวฒั นธรรม (เพชรอนั ดามัน)
ประวตั กิ ารศึกษา
ประถมศึกษา
โรงเรียนสวนลมุ พินี เขตปทุมวัน กรงุ เทพมหานคร 2546
มัธยมศึกษาตอนตน้
โรงเรยี นนนทรวี ิทยา เขตยานนาวา กรุงเทพมหานคร 2549
มัธยมศกึ ษาตอนปลาย
โรงเรียนนนทรีวิทยา เขตยานนาวา กรุงเทพมหานคร 2552
ปริญญาตรี
มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ฯคลองหลวงปทุมธานี2887
ประวัตกิ ารทำงาน
โรงเรียนเทศบาลบา้ นไสน้ำเย็น ครูอัตราจ้าง ภูเก็ต 2558
โรงเรยี นเทศบาลบา้ นไสน้ำเยน็ ครปู ฏิบัติการสอน ภเู ก็ต 2560
โรงเรยี นเทศบาลเมอื งป่าตอง (บ้านไสนำ้ เย็น) ผชู้ ว่ ยครู ภเู ก็ต 2561
ผลงานทโ่ี ดดเด่น
ปี พ.ศ. ๒๕๕๗ ได้ร่วมร่วมเด็ก เยาวชน และผู้สนใจ การแสดงเกี่ยวกับ
มโนราห์ จัดตั้งคณะมโนราห์ ชื่อว่า คณะมโนราห์รักษ์ศิลป์ ถิ่นสองย่า จังหวัด
ภูเก็ต
วันที่ ๑๓ – ๑๕ มีนาคม ๒๕๕๘ จัดทำโรงครูโนรา เพื่อพาเด็กและ
เยาวชน เข้าร่วมพิธี เข้าโรงหัดโนรา และพิธีสอดไหมใส่เล็บ ซึ่งเป็นการทำพิธี
เพอื่ บูชาครูและมอบตวั เป็นศิษย์ ร่วมไปถงึ การจะไดห้ ดั รำโนราในข้นั ทส่ี ูงขน้ึ ไป
วันที่ 25 ธ.ค. 2558 ได้รับเชิญร่วมรายการนิยาทอล์ค การดำเนินงาน
โครงการอบรมเยาวชนรุ่นใหม่เกี่ยวกับศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่นภาคใต้ด้วย
รายละเอยี ดจะมีอะไรบา้ ง ในการเรยี นการสอน ทางครูผฝู้ ึกสอนจะมีวิธีการสอน
มโนราหอ์ ยา่ งไร ณ.สถานโี ทรทัศน์ idea TV
9
งานเชิดชเู กียรตผิ มู้ ีผลงานดเี ดน่ ทางศิลปะและวัฒนธรรม (เพชรอนั ดามัน)
วันที่ ๑๙ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๗ ร่วมกับคณะวิทยาการจัดการ
มหาวทิ ยาลยั ราชภฎั ภเู กต็ และ สำนกั งานศึกษาธิการภาค ๖ (ภเู ก็ต) ในการจดั
"โครงการโนราห์ สานใยรักษ์ ถักทอ ร่วมสานต่อวิถีเศรษฐกิจพอเพียง" ฑูตน้อม
นำ สานสายใยทางวัฒนธรรม ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง อย่างยั่งยืนแสดง
น้อยลง ส่งประกวดในโครงการ กรุงไทยต้นกล้าสีขาว จัดโครงการ ณ.ห้อง
ประชุม สำนักงานศึกษาธกิ ารภาค ๖ (ภูเกต็ )
วันที่ 24 พ.ค.2559 ได้รับเชิญจากโรงภาพยนต์โคลิเซียม พาราไดซ์
ภูเก็ต ให้ไปทำกาาแสดงมโนราห์ ในวาระการเปิดตัวภาพยนตร์ เรื่องเทริด รอบ
สือ่ มวลชน ณ.โรงภาพยนตโ์ คลิเซียม พาราไดซ์ ภูเกต็
วันที่ 11 เม.ย ๒๕๕๘ ได้รับเชิญให้ไปทำการแสดงมโนราห์ในงาน ราชปา
ทานุสรณ์ ของเทศบาลเมอื งปา่ ตอง ณ.ราชปาทานสุ รณ์ สถาน
วันที่ 28 – 30 ก.ค. 2558 ได้รับเชิญให้การแสดงมโนราห์ในงาน ถนน
สายวฒั นธรรม กะทู้ จดั โดยเทศบาลเมืองกะทู้ ณ.ถนนสายวฒั นธรรม กะทู้ จัด
โดยเทศบาลเมืองกะทู้รว่ มกับวัฒนธรรมจงั หวดั ภูเก็ต
วันที่ 18– 20 ก.ค. 2559 ได้รับเชิญให้การแสดงมโนราห์ในงาน ถนน
สายวัฒนธรรมกะทู้ จัดโดยเทศบาลเมืองกะทู้ ณ.ถนนสายวัฒนธรรมกะทู้ จัดโดย
เทศบาลเมืองกะทูร้ ว่ มกับวัฒนธรรมจงั หวดั ภเู กต็
วันที่ 7 – 9 ก.ค. 2560 ได้รับเชิญให้การแสดงมโนราหใ์ นงาน ถนนสาย
วัฒนธรรมกะทู้ จัดโดยเทศบาลเมืองกะทู้ ณ.ถนนสายวัฒนธรรมกะทู้ จัดโดย
เทศบาลเมืองกะทู้ร่วมกับวัฒนธรรมจังหวดั ภูเกต็
วันที่ 21 ต.ค. 2562 ได้รับเชิญเป็นแขกร่วมรายการวิทยุ ตอนที่1
สนทนากับ ครูโย กฤษฎา ปรกสกุล ปราชญ์ ภูเก็ต เรื่อง ตอน กำเนิดครูโนรา
ภูเกต็ ณ. สวท.ภเู ก็ต
วันที่ 2๓ ต.ค. 2562 ได้รับเชิญเป็นแขกร่วมรายการวิทยุ รายการหนึ่ง
ถ้วยกาแฟ สวท.ภูเก็ต ตอนที่3 สนทนากับ ครูโย กฤษฎา ปรกสกุล ปราชญ์
ภเู ก็ต เรื่อง กำเนดิ โนรา
วันที่ ๓๐ ต.ค. 2562 ได้รับเชิญเป็นแขกร่วมรายการวิทยุ รายการหน่ึง
10
งานเชดิ ชเู กียรติผู้มีผลงานดเี ด่นทางศลิ ปะและวัฒนธรรม (เพชรอันดามัน)
ถ้วยกาแฟ สวท.ภูเก็ต ตอนที่3 สนทนากับ ครูโย กฤษฎา ปรกสกุล ปราชญ์
ภเู กต็ เรื่อง สายสกุลโนรา
พ.ศ. ๒๕๕๙ ได้รับเชิญเป็นวิทยากร ในการสอนการแสดงมโนราห์ให้กับ
นักเรยี น โรงเรียนบ้านกะตะ (ตรีทศยทุ ธอุปถมั ภ์) ตลอดปกี ารศึกษา
วันที่ 1-4 พ.ค. 2559 จัดทำโรงครูโนรา ร่วมกับ นายประชิต บรรพต
และนายขจรศักดิ์ แขดวง เพื่อพาเด็กและเยาวชน เข้าร่วมพิธี เข้าโรงหัดโนรา
และพิธสี อดไหมใสเ่ ล็บ ซ่งึ เป็นการทำพิธเี พอ่ื บูชาครูและมอบตัวเป็นศิษย์ รว่ มไป
ถงึ การจะไดห้ ดั รำโนราในขน้ั ทส่ี งู ขนึ้ ไป และพิธกี รรมตดั จกุ ผูกผา้ มโนราหใ์ หม่
11
งานเชดิ ชูเกยี รติผู้มผี ลงานดเี ด่นทางศลิ ปะและวัฒนธรรม (เพชรอันดามนั )
12
งานเชดิ ชูเกยี รติผู้มผี ลงานดเี ด่นทางศลิ ปะและวัฒนธรรม (เพชรอันดามนั )
13
งานเชิดชเู กียรติผมู้ ผี ลงานดีเด่นทางศลิ ปะและวัฒนธรรม (เพชรอนั ดามนั )
มโนราห์
ความเปน็ มาและความสำคญั ขององค์ความรู้
ข้าพเจ้าได้ศึกษาเกี่ยวศาสตร์และศิลป์ในแขนงการรำมโนราห์ จะต้องใช้
ความอดทน วิรยิ ะ อุสาหะ จะต้องเรียนทั้งการรา่ ยรำ ทว้ งท่าทำนอง บทกลอน
การขับร้อง ขนมธรรมเนียมประเพณี ขั้นตอนพิธีกรรม เช่นพิธีกรรมตั้งบ้านต้ัง
เมือง พิธีกรรมคล้องหงส์ พิธีกรรมฟันหวั ควาย ถีบหัวควาย และพิธีกรรมแทงเข้
ร่วมเป็นพิธีกรรมชั้นสูงของราชครูมโนราห์ ตลอดจนวิชาคาถาอาคมที่ใช้ใน
พิธกี รรมของมโนราห์ และการเรียนรูโ้ นราจะตอ้ งเรยี นกับ ราชครมู โนราห์ใหญ่ท่ี
ผา่ นการตัดจุกผูกผ้า ซ่ึงการเรียนรู้ศาสตร์ศลิ ปใ์ นแขนงนีต้ อ้ งเรียนรู้ต้ังแต่อายุยัง
น้อย ข้าพเจ้าได้รับการศึกษาศาสตร์และศลิ ปใ์ นแขนงการรำมโนราห์ กับราชครู
มโนราห์หลานท่าน อาทิเช่น ราชครูมโนราห์ ขจรศักดิ์ เทวันศิลป์ ศ. แจ้ง ทวี
ศิลป์ ตรัง ราชครูมโนราห์แก้ว กิตติคุณ ศ. แจ้ง ทวีศิลป์ตรัง ราชครูมโนราห์
เฉลมิ พล แฉลม้ เพชร ศ. หมายปอง พนมศิลป์ ตลอดจนมโนราหเ์ รือง ถลางศิลป์
ผู้เปน็ ปูข่ องข้าพเจ้า ทำให้ข้าพเจ้าไดเ้ รียนรู้ ฝกึ อบรม ด้านขนมธรรมเนยี มการทำ
โรงครตู ายายของจังหวัดภูเก็ต ด้วย ดงั ท่กี ล่าวมาขา้ งตน้ ข้าพเจา้ ได้เร่ิมเรียนรู้ใน
ชว่ ยเวลาอายุข้าพเจา้ 21 ปี วิธกี ารเรียนรู้เพ่อื ให้ได้มาซ่ึงความร้ใู นทางมโนราห์
นั้น ได้จากการสอนของครูโดยการให้ลงมือปฏิบัติ และการค่อยสังเกตท่วงท่า
และลีลาการร่ายรำของครูผู้สอน รวมไปถึงการฝึกหัดขับร้องกลอนโนราไมว่ ่าจะ
เป็นคำพลัด(กลอนที่มีการประพันธ์ไว้แล้ว)หรือกลอนมุตโต (กลอนสด)ที่ต้องใช้
ปฏิภาณไหวพริบทางด้านภาษา และการเรียนบทกลอนในสายตระกูลโนราน้ัน
ขา้ พเจ้าจะเรยี นบทกลอนท่ีเก่ยี วกบั พธิ ีกรรมมโนราห์ มีท้งั บทกลอนที่เรียกว่าคำ
พลดั ๑๒ และบทกลอนเก่ียวกบั นิยายอีก ๗๒ บท ทจ่ี ะต้องท่องจำใหค้ รบ แต่ละ
บทนั้นจะใช้จังหวะของดนตรีที่ต่างกัน ส่วนขั้นตอนพิธีกรรมต้องอาศัยจากการ
จดจำซึ่งเรียนรู้จากการสังเกตการประกอบพิธีกรรมของราชครูมโนราห์ผูเ้ ปน็ ครู
สอน ซง่ึ ความรู้บางสว่ นอาจจะไมไ่ ดจ้ ากครทู า่ นเดี่ยว เช่นในเรือ่ งของการเรียน
14
งานเชดิ ชเู กียรตผิ ู้มีผลงานดเี ดน่ ทางศลิ ปะและวฒั นธรรม (เพชรอนั ดามัน)
คาถาอาคมที่ใช้กับพิธีกรรมจะต้องอุสาหะในการหาครูผู้ถ่ายทอด การเรียนรู้
ศาสตร์และศิลป์ในด้านนี้ข้าพเจ้าต้องจะใช้ความอดทน วิริยะ อุสาหะ และ
ข้าพเจ้าจะตอ้ งเดินทางเจ้าปทมุ ธานีไปเรยี นรูก้ ับครูผู้สอนยงั ทีพ่ ักอาศัยของท่าน
ไม่วา่ จะเปน็ จงั หวัดตรงั พทั ลุง ทกุ ๆช่วงเวลาท่ีปิดภาคเรยี น และตอ้ งค่อยตดิ ตาม
ครูผสู้ อนไปทำการแสดงโนราหโ์ รงครูบอ่ ยคร้งั เพื่อหาประสบการณ์และเรยี นรู้
องค์ความรู้ที่ข้าพเจ้าได้สืบทอดมาจากนายขจรศักดิ์ ดวงแข ฉายาทาง
มโนราห์ คือ ราชครูมโนราห์ขจรศักดิ์ เทวันศิลป์ ศ. แจ้ง ทวีศิลป์ ตรัง มีหลาย
ประเภท ได้แก่ การจัดมณฑลพิธีหรือการจัดตั้งของเซ่นไหว้ครูหมอ ตายาย
บรรพบรุ ุษมโนราห์
เป้าหมายขององคค์ วามรู้
อนุชนรุ่นหลังสนใจที่จะเรียนรู้แสดงมโนราห์ ตลอดจนการทำโรงครู
มโนราห์และการทำโรงครูตายายผีหลางถูกรื้นฟื้น โดยอนุชนรุ่นหลังให้
ความสำคัญ หนั มาสนใจและอนุรักษ์สืบสานต่อไป ตลอดจนประชาชนในจังหวัด
ภเู ก็ต ร้ือฟื้นพิธีกรรมโรงครตู ายายผีหลางและหันมาจัดโนราครูตายายผีหลางใน
ช่วงเวลาจัดงานถลางชนะศึก เพื่อรำลึกและแสดงความกตัญญูต่อตายายบรรพ
บุรุษร่วมทั้งวีรชนคนกล้าของเมืองถลาง และยึดปฏิบัติให้อยู่คู่ชาวภูเก็ตต่อไป
ตราบนานเท่านาน
กระบวนการสร้างองคค์ วามรู้
กระบวนการสร้างองค์ความรู้เกิดจากการที่ครูผู้สอบได้ ถ่ายทอดและ
ฝึกอบรม โดยการให้ลงมือปฏิบัติ ตลอดจนฝึกฝนตนเอง และจากการสังเกต
เวลาครผู สู้ อนพาไปร่วมทำการแสดง การสอนองค์ความรู้ในการรำมโนราห์
ครูผู้สอนจะเริ่มจากการที่ดัดนิ้วมือ ดัดแขนขา และครูผู้สอนจะให้ดัดจัดทางรำ
ให้ข้าพเจ้าปฏิบัติ โดยที่จะให้ข้าพเจ้าปฏิบัติในท่านั้นคา้ งไว้เป็นเวลา ๑๐ – ๑๕
นาที และทำอย่างนั้นซ้ำๆ กันทุกท่าจนเกิดความชำนาญและแม่นยำในท่าทาง
จากนั้นครูผู้สอนจะให้เริ่มรำเข้าจังหวะ ซึ่งจังหวะแรก คือ จังหวะเท่งตุ้ง หรือ
จังหวะนาดช้า จากน้ันจะเป็น สอดสร้อย นาดเร็ว เพลงแขก ระบำ และลงท่า
ครูผู้สอนจะฝกึ ซ้อมใหต้ ามลำดบั ข้างตน้ จากน้ันครูผูส้ อนจะเร่ิมให้เรยี นการขบั
15
งานเชดิ ชเู กยี รตผิ ู้มผี ลงานดเี ดน่ ทางศิลปะและวัฒนธรรม (เพชรอันดามัน)
บทพร้อมตีท่ารำ เริ่มจากบทคุณครู บทครูสอน บทสอนรำ บทปฐม จากน้ัน
ครูผู้สอนได้พาข้างเจ้าไปร่วมพิธีเข้าโรงครู สอดไหมไส่เล็บกับ มโนราห์แจ้ง ทวี
ศลิ ป์ ตรงั จากน้ันกม็ าต่อเพิม่ รำชั้นสูง มี การรำ๑๒บท ๑๒ คำพลัด และบทท่ีใช้
ในพิธีกรรม จากนน้ั ครูผู้สอนจะต่อทา่ ในเพลงรำเฉพาะ เชน่ รำเฆ่ียนพราย คล้อง
หงส์ แทงเข้ เป็นต้น ซึ่งแต่ละอย่างเป็นการรำเฉพาะในแต่ละสายตระกลู ท่ีไดร้ ับ
สืบทอดมาจากครูอาจารย์ การต่อท่ารำและต่อบทกับครูผู้สอนได้จากการที่ครู
ปฏิบัติและให้ปฏิบัติตาม และได้จากการสังเกตเวลาครูผู้สอนพาไปรว่ มพิธกี รรม
ในขณะทเ่ี รยี นรำและบทกลอนครูผู้สอนก้จะสอนเร่ืองขนบธรรมเนียมการ
ปฏบิ ตั ิไปพรอ้ มกนั ดว้ ย
ประโยชน์ทไ่ี ดร้ บั จากองคค์ วามรู้
ประโยชน์ที่ได้รับจากการแสดงมโนราห์ช่วยเพิ่มสมาธิ สติปัญญาและ
สุขภาพกาย สุภาพใจจิตที่ดี โดยการแสดงโนราห์ยังช่วยปลูกฝังจิตสำนึกของ
นักแสดงและผู้ชมในด้านคุณธรรม จริยธรรม จารีตประเพณี ขนบธรรมเนียม
วัฒนธรรม ความเชื่อ และปรัชญาในการใช้ชีวิต โดยคำสอนเหล่านั้นจะถูกการ
ถ่ายทอดหรือส่งต่อให้กับอนุชนรุ่นหลัง เพื่อได้เรียนรู้และนำไปปรับใช้ใน
ชีวิตประจำวัน และเครื่องแต่งกายและเครื่องประดับของการแสดงมโนราห์ที่
ทำงานลูกปัดหลากหลายสีนั้นเป็นงานหัตถศิลป์ชนิดหนึ่ง ยังซึ่งคุณค่าทางภูมิ
ปัญญาและเป็นการสร้างรายได้ให้แก่ครอบและชุมชน และ ประโยชน์ทาง
วรรณกรรมของการแสดงมโนราห์ปรากฏชัดในโองการของโนราที่ใช้ในการ
ประกอบพิธีกรรม โดยใช้ภาษาถิ่นใต้ที่ชัดเจนและบทประพันธ์ที่แตกต่างกัน
รวมทั้งบทกลอนแปด กาพยานสี ิบเอด็
สรุปผลขององค์ความรู้
พิธีกรรมโนราโรงครู หรือบางก็เรียกวา “โนราลงครู” เปนการแสดงเพ่ือ
เชิญวญิ ญาณบรรพบรุ ษุ ที่เปน็ โนรา ซ่ึงเรียกวา “ตายายโนรา” “ตาหลวง”มา
เขาทรงลูกหลานที่เปนคนทรง เพื่อแสดงความกตัญ ูตอบรรพบุรุษ เพื่อความมี
สวัสดิมงคลแกชีวิตครอบครัว เพื่อครอบเทริดหรือผูกผาใหญ เป็นมโนราห์ใหญ่
หรือนายโรง เพอ่ื แกบนตามทีไ่ ดบนบานไว้ หรือทภี่ าษาถ่นิ ใต้ เรียกวา “แก
16
งานเชิดชเู กยี รติผ้มู ผี ลงานดีเดน่ ทางศิลปะและวัฒนธรรม (เพชรอันดามัน)
เหมฺรฺย”และทําพิธีเบ็ดเตล็ดอืน่ ๆ เชน ตัดจุก จําผา ผูกผาปลอยเหยียบเสน ตัด
ผมผีชอ
ขั้นตอนการประกอบพิธีกรรมโนราโรงครู นั้น พบวามีความคลายคลึง
กันเปนสวนใหญ อาทิ มีการเซนไหวและเชิญครูหมอโนราประทับทรงในตอน
สายของวันพฤหัสบดี โนราใหญแตงพอกหางจระเขในวันศุกร เปนตน สวนที่
แตกตางกันก็จะเปนรายละเอียดปลีกยอยอื่น ๆ ตามแตละสายตระกูลโนราท่ไี ด
ส่งั สมกันมา อาทิ ลักษณะของ
พธิ ีกรรมโนราโรงครูสามารถแบงออกเปน 2 ประเภท ไดแก พธิ กี รรมโนรา
โรงครูใหญกับพิธีกรรมโนราโรงครูเล็ก โดยท้ัง 2 ลักษณะจะมีความเหมือนและ
แตกตางกันในข้นั ตอนและกระบวนการประกอบพิธีกรรม การจดั โรงครูใหญของ
แตละครอบครัวจะกาํ หนดแนนอน เชน 2 ปตอคร้ัง 5 ปตอครั้ง หรอื มากกวานน้ั
ดวยเหตุทีก่ ารจัดโรงครใู หญจะตองเสยี คาใชจายมาก บางครอบครัวอาจขอผอน
ผันยืดเวลาไปจดั หลาย ๆ ปตอครั้ง แตระยะที่ไมถึงกําหนดจัดพิธีโรงครูใหญ จะ
จดั พิธียอยถวายครเู ปนเสมอื นการคา้ํ ประกันสัญญาจึงเรียกโรงครูชนิดน้ีวา “โรง
ครูเล็ก” หรือ “โรงค้ำครู” หัวใจสําคัญของการประกอบพิธีกรรมโนราโรงครูคือ
“การเชื้อครูหมอโนราใหมาประทับทรง” กลาวถึงการเชื้อวา เชื้อเปนการ
อัญเชิญ หรือเชื้อเชิญวิญญาณเขารางทรงโดยทําพิธีเชิญเจาเขาสิงคนทรงหรือ
การทรงเจาเขาผี ในการรําโนราแกบน ซึ่งเรียกวา “รําโนราลงครู” จะมีการเชอ้ื
ครูหมอโนรา (วิญญาณบรรพบุรุษของโนรา) มาเขาทรงบุตรหลานของตระกูล
โนราน้นั ๆ เรยี กวา “เชอ้ื ครูหมอ
การประกอบพิธีกรรมในชุมชนของจังหวัดตรังมีสาเหตุ 3 ประการคือ 1)
ประกอบพิธีกรรมเมื่อครบกําหนดวาระที่สัญญากัน ทั้งนี้สืบเนื่องจากคติความ
เชือ่ เรือ่ งครหู มอโนราในจังหวดั ตรังทมี่ ีวิถปี ฏิบัติเพอ่ื บชู าครูหมอโนราแบงออกเป
น 3 ประการ ไดแก 1) การปฏบิ ตั ิบูชาในวนั พระหรือวันนักขัตฤกษท่สี ําคัญ เชน
การถวายนํ้าสะอาด หมากพลู ธูปเทียน เปนตน การถวายเครื่องบูชาประจําป
เรียกเปนภาษาถน่ิ วา “การต้งั ครหู มอ”
หรือ “การตั้งตายาย” นิยมกระทํากันในชวงเดือนสิบตามปฏิทินแบบ
17
งานเชดิ ชเู กียรตผิ ้มู ผี ลงานดเี ด่นทางศิลปะและวัฒนธรรม (เพชรอันดามนั )
จันทรคติ และการประกอบพิธีกรรมโนราโรงครูถวายเมื่อครบกําหนดสัญญา
ทั้งนี้ในการกําหนดสัญญานี้นิยมกําหนดกันตามวาระดังนี้ หากมีการกําหนด
ระยะเวลาการประกอบพธิ กี รรมโนราโรงครูไมเกิน 12 ป/ครั้ง จะนิยมประกอบ
พิธีกรรมโนราโรงครูเล็กหรือโรงคํ้าครูถวาย แตหากการกําหนดระยะเวลาการ
ประกอบพิธีกรรมโนราโรงครูถวายเกิน 12ป/ครั้ง ก็จะประกอบพิธีกรรมโนรา
โรงครูใหญหรือโรงแทงจระเขถวาย 2) ประกอบพิธีกรรมเพื่อแกบนลูกหลานผู
นับถือครูหมอโนราจะมีความเชื่อว าวิญญาณของครูหมอโนรานั้นมีความ
ศักดิ์สิทธิ์ เมื่อมีเรื่องทุกขรอน อาทิ ตองการสอบเพื่อบรรจุขาราชการ เพื่อให
หายจากความเจ็บปวย หรือรอดพนจากคดีความตาง ๆ เปนตน มักจะนิยมมา
บนบานศาลกลาวตอครูหมอโนราใหชวยเหลือ สิ่งที่นิยมนํามาเปนของแกบน เช
น ไกปากทองคือไกตมปดทองตรงบริเวณปาก เหลาขาว ผานงุ ผาหม เปนตน แต
หากเรื่องที่ขอไวเปนเรื่องใหญหลวงมากก็มักจะบนดวยการประกอบพิธีกรรม
โนราโรงครูถวาย และ 3) เมื่อครูหมอโนราลงโทษ ในกรณีนี้มักจะเกิดกับ
ครอบครวั ท่ีเพิกเฉย ละเวน ละเมดิ คติความเชอื่ เกย่ี วกับครูหมอโนรา เพอื่ เปนกา
รขอขมาตอครูหมอโนราจึงตองประกอบพิธีกรรมโนราโรงครถู วายนน้ั เอง
18
งานเชดิ ชูเกยี รติผูม้ ผี ลงานดีเด่นทางศิลปะและวฒั นธรรม (เพชรอนั ดามัน)
ประวัตแิ ละผลงานโดยสงั เขป
ประจำปี พุทธศักราช 2565
ประวัติสว่ นตัว นายอัศวนิ อรรถธรรม
28 กันยายน 2509
ชือ่ -สกลุ นายบุญชวน อรรถธรรม
วัน เดือน ปเี กดิ นางเนาวรัตน์ อรรถธรรม
บดิ าชอ่ื ประธานสภาวัฒนธรรม ตำบลตลาดใหญ่
มารดาชอ่ื อำเภอเมืองภเู ก็ต จงั หวดั ภูเก็ต
อาชีพ 9/13 หมู่ที่ 2 ตำบลรัษฎา อำเภอเมืองภูเกต็
จังหวัดภเู ก็ต
ทอี่ ยปู่ ัจจุบัน 076-224537
081-9828196
โทรศัพท์ [email protected]
โทรศัพทม์ ือถือ
อีเมล
19
งานเชดิ ชูเกียรติผมู้ ีผลงานดเี ดน่ ทางศิลปะและวฒั นธรรม (เพชรอนั ดามนั )
ผลงานทโี่ ดดเดน่
การจดั การแหล่งท่องเทยี่ วและชมุ ชนท่องเที่ยวทางวฒั นธรรม
ชมุ ชนทอ่ งเทย่ี วย่านเมืองเกา่ ภูเกต็
รางวัลมาตรฐานการท่องเที่ยวอยา่ งยั่งยืนของอาเซียน ประจำปี ๒๕๖๑
(ASTA 2018) ชมุ ชนท่องเท่ยี วยา่ นเมอื งเกา่ ภูเกต็
รางวัลมาตรฐานการท่องเที่ยวโดยชุมชนของอาเซียน ระดับ
Certification 2019-2021 ประจำปี ๒๕๖๒
รางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย ครั้งที่ ๑๒ สาขาแหล่งท่องเที่ยว
ชุมชน ชมุ ชนทอ่ งเทยี่ วยา่ นเมอื งเก่าภูเก็ต (ปี ๒๕๖๒)
รางวัลสุดยอดเอสเอ็มอีจังหวัด ประจำปี ๒๕๖๓ ประเภทธุรกิจนำ
เท่ียว/พาเท่ยี ว ระดับเพชร วิสาหกิจชมุ ชนท่องเท่ียวย่านเมืองเกา่ ภเู ก็ต
รางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย ครั้งที่ ๑๒ สาขาแหล่งท่องเที่ยว
ชมุ ชน รางวัลยอดเย่ียม ชมุ ชนท่องเทยี่ วย่านเมืองเกา่ ภเู ก็ต (ปี ๒๕๖๔)
การบริหารจดั การองค์กรภาคสงั คม ดา้ นศิลปะและวฒั นธรรม
สภาวัฒนธรรมตำบลตลาดใหญ่ ชุมชนยา่ นเมอื งเกา่ ภูเก็ต
รางวัลสภาวัฒนธรรมดีเด่น ประจำปี ๒๕๖๒ สภาวัฒนธรรมตำบล
ตลาดใหญ่
รางวลั วัฒนคุณาธร ผู้ทำคณุ ประโยชน์ด้านวฒั นธรรม ประจำปี ๒๕๖๑
ประเภทกลมุ่ บุคคล ชมุ ชนยา่ นเมืองเก่าภเู ก็ต
ปี ๒๕๕๙
- การรว่ มจดั ตง้ั ชมุ ชนทอ่ งเที่ยวยา่ นเมืองเกา่ ภูเกต็
- การรว่ มจัดทำโครงการฝกึ อบรมมัคคุเทศก์น้อย ภายใต้
แนวคิดเจ้าบ้านน้อยปลูกปัญญา ศูนย์การเรียนรู้ด้านการท่องเที่ยวโรงเรียน
เทศบาลปลกู ปญั ญาในพระอุปถมั ภ์ฯ
20
งานเชิดชูเกยี รติผมู้ ผี ลงานดีเดน่ ทางศลิ ปะและวฒั นธรรม (เพชรอันดามัน)
- การจดั กิจกรรมเผยแพร่ประเพณีพ้อต่อจงั หวดั ภูเก็ต
แต้มสีสรรเต่ามงคล สร้างสรรค์ด้วยมือคุณ โดยความร่วมมือของสภาวัฒนธรรม
ตำบลตลาดใหญ่ และชมุ ชนยา่ นเมืองเก่าภเู ก็ต
ปี ๒๕๖๐
- การจัดเก็บองคค์ วามรู้ตำบลตลาดใหญ่และตำบล
ตลาดเหนือ อำเภอเมืองภูเกต็ จงั หวดั ภเู กต็ โครงการชื่อบา้ นนามเมอื งภเู กจ็
- การจดั เก็บองค์ความรู้ข้อมูลมรดกภูมิปญั ญาทางวัฒนธรรมจังหวัดภูเก็ต
พธิ ีครบเดือนเด็ก (มั๋วโง้ย)
- การร่วมจัดอบรมตามโครงการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการท่องเที่ยว
โดยชุมชนสู่เยาวชนและคนในชุมชนในพื้นที่เขตพัฒนาการท่องเที่ยว ชุมชน
ท่องเที่ยวยา่ นเมอื งเก่าภูเกต็ กรมการทอ่ งเทย่ี ว
- การจัดนิทรรศการเผยแพร่องค์ความรู้ ประเพณีไหว้พระจันทร์จังหวัด
ภูเก็ต โดยความร่วมมือของสภาวัฒนธรรมตำบลตลาดใหญ่ และเทศบาลนคร
ภูเกต็
- การจัดทำ หลาดใหญ่โมเดล เป็นตน้ แบบในการพัฒนาชมุ ชนท่องเท่ียว
ย่านเมืองเก่าภูเก็ตนำทุนทางวัฒนธรรมมาขับเคลื่อนเป็นทุนทางเศรษฐกิจของ
ชมุ ชน
ปี ๒๕๖๑
- การร่วมจัดนิทรรศการชุมชนย่านเมืองเก่าภูเก็ต งานมหกรรมร้อยเรื่อง
เมืองเกา่ อันดามนั เขตพฒั นาการท่องเท่ียวอนั ดามนั
- การจดั นทิ รรศการเผยแพร่องคค์ วามรู้ ประเพณพี อ้ ตอ่ จังหวดั ภูเก็ต โดย
ความร่วมมือของสภาวัฒนธรรมตำบลตลาดใหญ่ เทศบาลนครภูเก็ต และ
พพิ ิธภัณฑ์เพอรานากนั นิทศั น์ (มิวเซียมภูเก็ต)
- การจัดนิทรรศการ ภูเก็ตนครแห่งการสร้างสรรค์ งานเวทีท้องถิ่นไทย
ครั้งที่ ๗ โดยความร่วมมือของเทศบาลนครภูเก็ต และสถาบันพระปกเกล้า ณ
ศูนย์ประชมุ วายภุ กั ษ์ ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ แจง้ วัฒนะ กรุงเทพมหานคร
21
งานเชิดชูเกียรตผิ ้มู ผี ลงานดเี ด่นทางศิลปะและวฒั นธรรม (เพชรอนั ดามนั )
- การร่วมเป็นกรรมการตัดสินการประกวดภาพถ่าย ภูเก็ต ตี ๔ งาน
นิทรรศการภูเก็ตนครา ณ พิพิธภัณฑ์เพอรานากันนิทัศน์ โดยความร่วมมือของ
สถาบนั พพิ ิธภัณฑก์ ารเรียนรแู้ ห่งชาตแิ ละเทศบาลนครภเู ก็ต
ปี ๒๕๖๒
- การจัดนิทรรศการเผยแพร่องค์ความรู้ พิธีครบเดือนเด็ก (มั๋วโง้ย) งาน
เทศกาลของดภี เู ก็ต ๒๕๖๒ เทศบาลนครภเู ก็ต
- การรว่ มจดั นทิ รรศการ ชมุ ชนต้นแบบแห่งความดี วิถีไทยในแบบพอ่ งาน
วันพ่อแห่งชาติประจำปี๒๕๖๒ ณ ท้องสนามหลวง กรุงเทพมหานคร โดยความ
ร่วมมือของเทศบาลนครภูเกต็
- การผ่านการคัดเลือกสภาวัฒนธรรมดีเด่น ประจำปี ๒๕๖๒ สภา
วัฒนธรรมตำบลตลาดใหญ่ จงั หวัดภเู กต็
- การร่วมจัดตงั้ วิสาหกจิ ชมุ ชนทอ่ งเทีย่ วท่องเทย่ี วย่านเมอื งเก่าภูเกต็
- การรว่ มจัดต้ังวิสาหกิจถนนคนเดินภูเก็ต หลาดใหญ่
- การร่วมเป็นกรรมการตัดสินการประกวดภาพถ่าย โครงการสืบสาน
ประเพณีถือศีลกินผักจังหวัดภูเก็ตประจำปี ๒๕๖๒ สำนักศิลปะและวัฒนธรรม
มหาวิทยาลัยราชภฏั ภูเกต็
- การร่วมสนทนาบนเวทีการกลาง หัวข้อ ๑๗๐ ปี เมืองภูเก็ต ณ บ้านทุ่ง
คา และอำนวยการควบคมุ การจัดแสดงเชิดหุ่นกาเหล่ งานตรุษจีนยอ้ นอดีตเมือง
ภูเก็ต คร้งั ที่ ๒๐ ประจำปี ๒๕๖๒
ปี ๒๕๖๓
- การเขา้ รว่ มโครงการประเมนิ ขีดความสามารถในการรองรับนักท่องเที่ยว
ของแหล่งทอ่ งเท่ียวทีม่ ศี ักยภาพ กรณีชุมชนยา่ นเมอื งเก่าภูเก็ต ภายใต้โครงการ
บริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและทุนทางปัญญาและ
วัฒนธรรม เพือ่ การท่องเทยี่ วทย่ี ั่งยืน องคก์ รพฒั นาพื้นท่ีพิเศษเพ่ือการท่องเท่ียว
อย่างยง่ั ยนื
- การเป็นผู้บรรยายร่วมในการถ่ายทอดสดภารกิจนายกรัฐมนตรี ตรวจ
เย่ียมสภาพวถิ ีชวี ิตและเศรษฐกจิ เย่ยี มผปู้ ระกอบการ ในย่านการค้าเมอื งเกา่
22
งานเชดิ ชูเกยี รติผู้มีผลงานดเี ดน่ ทางศลิ ปะและวัฒนธรรม (เพชรอนั ดามนั )
ภเู กต็ ออกอากาศทางสถานวี ิทยุโทรทัศน์แหง่ ประเทศไทย สำนักประชาสัมพันธ์
เขต ๕ กรมประชาสมั พนั ธ์
- การไดร้ บั คัดเลอื กให้เปน็ นักสรา้ งสรรค์ทอ้ งถ่ิน เทศบาลนครภูเก็ต และ
รว่ มนำเสนอผลงานเพือ่ การคดั เลอื กรางวัลพระปกเกล้าทองคำ ประจำปี ๒๕๖๓
ในนามเทศบาลนครภูเกต็
ปี ๒๕๖๔
- การเข้าร่วมโครงการยกระดับการท่องเที่ยวโดยชุมชนเชิงสร้างสรรค์สู่
ตลาดนักท่องเที่ยวคุณภาพเพื่อรองรับสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงภายหลัง
ภาวะวกิ ฤต
- การรว่ มเสวนาหวั ขอ้ เปิดตำนานพ้อต่อเมอื งภเู ก็ต ณ อทุ ยานการเรียนรู้
นครภูเก็ต โดยความร่วมมือของสถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ และ
เทศบาลนครภเู ก็ต
- การ่วมเสวนาในรายการเจาะประเด็นดังกับวิษณุ ประเพณีพ้อต่อ
ประจำปี ๒๕๖๔
รางวลั ทีเ่ คยไดร้ ับ
ปี ๒๕๔๙
โล่ประกาศเกียรติคุณ บุคคลภายนอกที่ให้การสนับสนุน ท่าอากาศยาน
ภเู ก็ต บริษัททา่ อากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) ดเี ดน่ ประจำปี ๒๕๔๙
ปี ๒๕๖๐
โล่รางวัล เพชรราชธานี ผูม้ ีผลงานดีเด่นทางวัฒนธรรม
สาขา การทอ่ งเทีย่ วทางวฒั นธรรม ประจำปี ๒๕๖๐ สำนักศลิ ปะและวัฒนธรรม
มหาวทิ ยาลัยราชภัฏอบุ ลราชธานี
ปี ๒๕๖๑
- โล่รางวลั เพชรพระนคร ผมู้ ผี ลงานดเี ดน่ ทางวฒั นธรรม
สาขา การทอ่ งเท่ยี วทางวฒั นธรรม ประจำปี ๒๕๖๑ สำนักศลิ ปะและวัฒนธรรม
มหาวทิ ยาลัยราชภัฏพระนคร
23
งานเชดิ ชเู กยี รตผิ มู้ ผี ลงานดเี ด่นทางศิลปะและวฒั นธรรม (เพชรอันดามัน)
- โล่รางวัลรางวัลศิษย์เก่าดีเด่น มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ด้านสร้าง
คุณประโยชนแ์ ก่สังคมและสถาบนั ประจำปี ๒๕๖๑
ปี ๒๕๖๒
- โลร่ างวัล คนดศี รสี ภาวฒั นธรรมดีเด่น ประจำปี ๒๕๖๒ สภาวฒั นธรรม
แห่งประเทศไทย
- โล่รางวัล วัฒนคุณาธร ผู้ทำคุณประโยชน์ด้านวัฒนธรรม ประจำปี
๒๕๖๒ ประเภทบคุ คล กระทรวงวฒั นธรรม
ปี ๒๕๖๔
- ประกาศเกียรติคุณเชิดชูเกียรติในฐานะผู้ร่วมสร้างสรรค์และขับเคลื่อน
องคค์ วามร้เู มืองภเู ก็ต สถาบนั พพิ ิธภัณฑก์ ารเรียนรูแ้ ห่งชาติ
24
งานเชิดชเู กยี รติผู้มผี ลงานดีเดน่ ทางศลิ ปะและวัฒนธรรม (เพชรอนั ดามัน)
การรับมอบโล่รางวลั เพชรราชธานี ผมู้ ผี ลงานดเี ดน่ ทางวฒั นธรรม
สาขา การท่องเทย่ี วทางวัฒนธรรม ประจำปี ๒๕๖๐
สำนกั ศลิ ปะและวัฒนธรรม มหาวิทยาลยั ราชภฎั อุบลราชธานี
การรบั มอบโล่รางวัล คนดศี รสี ภาวฒั นธรรมดเี ดน่ ประจำปี ๒๕๖๒
สภาวฒั นธรรมแหง่ ประเทศไทย
25
งานเชดิ ชูเกียรติผู้มีผลงานดเี ด่นทางศิลปะและวัฒนธรรม (เพชรอันดามัน)
การเปน็ วทิ ยากรและจดั นทิ รรศการเผยแพรม่ รดกภมู ิปัญญาทางวฒั นธรรม
“พิธคี รบเดอื นเดก็ (ม๋วั โง้ย)” ในงานเทศกาลของดีภูเกต็ ๒๕๖๒
โดยความรว่ มมอื ของเทศบาลนครภเู กต็ กับสภาวัฒนธรรมตำบลตลาดใหญ่
จงั หวัดภเู กต็
การเปน็ ผบู้ รรยายรว่ มในการถ่ายทอดสดภารกจิ นายกรัฐมนตรี
ตรวจเยยี่ มวถิ ีชวี ิตและเศรษฐกิจในย่านเมืองเกา่ ภูเก็ตและเย่ียมผ้ปู ระกอบการยา่ นการคา้
เมืองเก่าภเู ก็ต เมอื่ วนั ท่ี ๓ พฤศจกิ ายน ๒๕๖๓ ทางสถานโี ทรทศั น์แห่งประเทศไทย
(NBT) กรมประชาสมั พนั ธ์
26
งานเชดิ ชูเกียรติผมู้ ีผลงานดเี ดน่ ทางศลิ ปะและวฒั นธรรม (เพชรอันดามัน)
การจดั การการทอ่ งเทย่ี วทางวัฒนธรรม
กรณศี ึกษา ชมุ ชนทอ่ งเทย่ี วยา่ นเมอื งเกา่ ภเู ก็ต
ชุมชนย่านเมืองเก่าภูเก็ตเป็นชุมชนเก่าแก่ที่มีประวัติศาสตร์ความมา
ยาวนานกว่า ๑๗๐ ปี ครั้งเมื่อปี พ.ศ.๒๓๙๒ พระยาวิชิตสงครามฯ เจ้าเมือง
ภูเก็ต ได้ย้ายเมืองจากเดิมที่บ้านเก็ตโฮ่ มายังบ้านทุ่งคา ซึ่งเป็นที่ตั้งเมืองใน
ปจั จุบนั ด้วยชยั ภมู ทิ ีต่ ั้งเปน็ แหล่งแรด่ ีบกุ ใกลป้ ากอา่ วทงุ่ คา และมลี ำคลองบาง
ใหญ่ไหลผ่านเป็นเส้นทางสัญจรทางน้ำ และเป็นสถานีการค้าสินแร่ดีบุก ก่อเกิด
เป็นชุมชนที่ประกอบด้วยผู้คนหลากหลายเชื้อชาติเข้ามาตั้งถิ่นฐานนำมาซึ่งพหุ
สังคมทางวัฒนธรรม เกิดเป็นอัตลักษณ์เฉพาะถิ่น มีวิถีชุมชน ประเพณี ศิลปะ
และวัฒนธรรมสืบทอดกนั มายาวนาน
ชุมชนย่านเมืองเก่าภูเก็ต มีคณะกรรมการชุมชนที่มาจากการเลือกตั้ง
ภายใต้การกำกับดูแลของเทศบาลนครภูเก็ต โดยมีการจัดตั้งวิสาหกิจชุมชน
ท่องเที่ยวย่านเมืองเก่าภูเก็ตขึ้นเพื่อการจัดการการท่องเที่ยวโดยชุมชนและจด
ทะเบียนเป็นองค์กรสาธารณประโยชน์ โดยใช้การท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมเป็น
เครื่องมือในการแกป้ ญั หาและพัฒนาชุมชน และผลตอบแทนรายได้จะกลับคนื สู่
ชุมชนในรูปแบบของสวัสดิการให้แก่สมาชิกในชุมชน ทั้งนี้มีการประสานความ
ร่วมมือกับภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐและเอกชนในการบริหาร ดูแลและพัฒนา
แหล่งท่องเที่ยวชุมชน ภายใต้วิสัยทัศน์และพันธกิจที่ร่วมกันกำหนดโดย
ประชาคมของชุมชน ตลอดจนจัดทำแผนยุทธศาสตร์ด้านการจัดการการ
ทอ่ งเท่ยี วโดยชมุ ชนรว่ มกัน
27
งานเชดิ ชเู กียรติผมู้ ีผลงานดีเดน่ ทางศลิ ปะและวฒั นธรรม (เพชรอันดามนั )
วสิ ัยทศั น์ ด้านการจัดการการทอ่ งเท่ียวทางวฒั นธรรมของชุมชนฯ (Vision)
๑. ชุมชนจะต้องสร้างคุณภาพชีวิตที่ดี มีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน
ตลอดจนอนรุ กั ษแ์ ละสบื สานมรดก ภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชุมชน
๒. ชุมชนจะต้องสรา้ งความม่ังคงั่ ใหก้ ับคนในชมุ ชนและกระจายความมั่งค่ังไปให้
ทว่ั ถงึ
๓. ชุมชนจะตอ้ งรักษาไว้ซึง่ สิ่งแวดลอ้ ม ภายใต้การพฒั นาอย่างสมดุลและยง่ั ยนื
พันธกจิ ด้านการจดั การการทอ่ งเที่ยวทางวัฒนธรรมของชมุ ชนฯ (Mission)
๑. ส่งเสริม อนุรักษ์ฟื้นฟูพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว และคุณภาพสิ่งแวดล้อมเพ่ือ
ความสมดลุ และยง่ั ยนื
๒. พัฒนายกระดบั มาตรฐานสนิ คา้ บรกิ าร และบุคลากรด้านการทอ่ งเทย่ี ว
๓. นำทุนทางวัฒนธรรมของชุมชนมาแปลงเป็นทุนทางเศรษฐกิจในการ
ขับเคล่อื นชุมชน
๔. กระจายรายได้ในชุมชนใหเ้ ปน็ ไปอย่างทั่วถึงทุกภาคส่วนในชมุ ชนท้ังทางตรง
และทางอ้อม
๕. สร้างคณุ ภาพชวี ติ ท่ดี ีให้กบั สมาชกิ ในชมุ ชน
28
งานเชดิ ชูเกียรติผูม้ ผี ลงานดีเดน่ ทางศลิ ปะและวัฒนธรรม (เพชรอันดามนั )
หลักของการจดั การการท่องเที่ยวโดยชุมชนทางวฒั นธรรม
(The Principle of Cultural Community Based Tourism Management)
ในกระบวนการจัดการการท่องเที่ยวทาง
วัฒนธรรม สิ่งหนึ่งที่จะต้องให้ความสำคัญ คือ การ
ท่องเที่ยวโดยชุมชน ( CBT-Community Based
Tourism) เป็นการท่องเที่ยวทางเลือกทีบ่ ริหารจัดการ
โดยชุมชนเพือ่ ให้ประโยชน์จากการทอ่ งเทย่ี วตกอยู่กับ
คนในชุมชน โดยหลักของการจัดการการท่องเที่ยวโดยชุมชนนัน้ มีด้วยกัน ๑๐
ข้อ ประกอบด้วย
๑. ชุมชนเป็นเจ้าของชุมชนทอ่ งเทยี่ วและทรัพยากรการท่องเทย่ี วรว่ มกัน
๒. การมสี ่วนรว่ มของภาคส่วนท่ีเกีย่ วขอ้ ง โดยเฉพาะประชาคมหรือคนใน
ชมุ ชนเข้ามามสี ว่ นร่วมในการกำหนดทิศทางและตัดสนิ ใจรว่ มกัน
๓. มีการส่งเสริมประขาคมหรอื คนในชุมชนให้มีความภาคภูมิใจในวิถีของ
ชุมชนตนเอง นำไปสู่การการจัดการมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมและ
ทรพั ยากรในชมุ ชนที่เปน็ ระบบ
๔. การดำเนินงานจะต้องช่วยยกระดบั คณุ ภาพชีวติ ของประชาคมหรอื คน
ในชมุ ชนให้ดขี ึ้น
๕. คำนึงถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อเศรษฐกิจ สังคมวัฒนธรรม และ
สิง่ แวดลอ้ ม
๖. สร้างการตระหนักในการอนุรักษ์ ฟื้นฟู พัฒนาต่อยอด ตลอดจน
เผยแพร่มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมและทรัพยากรในชุมชน และประชาชม
หรือคนในชุมชนสามารถคงรักษาไว้ซึ่งเอกลักษณ์และวัฒนธรรมของชุมชนให้มี
ความยง่ั ยนื
๗. ก่อใหเ้ กิดกระบวนการเรียนรู้ โดยเฉพาะการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้
ระหว่างคนต่างวัฒนธรรม และสามารถอยู่รว่ มกันได้
๘. เคารพในสทิ ธิและความหลากหลายทางวฒั นธรรม ประชาคมหรอื คน
29
งานเชิดชเู กยี รตผิ มู้ ผี ลงานดีเด่นทางศิลปะและวฒั นธรรม (เพชรอันดามนั )
ในชุมชนมีความเข้าใจและ เคารพในวัฒนธรรมที่แตกต่างและศักดิ์ศรีความเปน็
มนุษย์
๙. มกี ารกระจายผลตอบแทนอย่างเปน็ ธรรมและท่วั ถงึ ไปยังประชาคม
หรอื คนในชุมชมุ
๑๐. มกี ารจดั สรรหรือแบง่ ปนั รายไดส้ กู่ จิ กรรมสาธารณประโยชน์ของ
ชมุ ชน
องคป์ ระกอบของการจัดการชุมชนทอ่ งเที่ยวทางวัฒนธรรม
(A Component of Cultural Community Based Tourism Management)
อ้างถึงผลการศึกษาข้อมูลด้านศักยภาพของการท่องเที่ยวโดยชุมชน การ
ท่องเทย่ี วทางวฒั นธรรม กระบวนการพัฒนาชมุ ชนทอ่ งเที่ยวทางวัฒนธรรม และ
การบริหารจัดการการท่องเที่ยว จากชุมชนท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมและชุมชน
คุณธรรม ภายใต้การสนับสนุนของกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม
สามารถสรุปองค์ประกอบของการจัดการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม ออกเป็น ๕
องค์ประกอบดงั น้ี
๑. ดา้ นการจัดการมรดกภมู ปิ ญั ญาทางวฒั นธรรมและทรพั ยากรในทอ้ งถิ่น
๒. ดา้ นการบรหิ ารจดั การที่ย่ังยืน
๓. ดา้ นการมีสว่ นรว่ ม
๔. ด้านการจดั กิจกรรมและกระบวนการเรียนรู้
๕. ด้านการอนุรักษ์ ฟื้นฟู เผยแพร่ และการสร้างคุณคา่
30
งานเชดิ ชูเกยี รติผมู้ ีผลงานดีเดน่ ทางศิลปะและวัฒนธรรม (เพชรอนั ดามนั )
แผนยุทธศาสตร์ด้านการจัดการการทอ่ งเทีย่ วโดยชมุ ชน (Strategic Plan)
คณะกรรมการวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวย่านเมืองเก่าภูเก็ต ได้ร่วมกัน
จัดทำแผนยุทธศาสตร์ด้านการจัดการการท่องเที่ยวโดยชุมชนขึ้น ซึ่งมีกระบวน
การมีส่วนร่วมข อ งประชาคมใ นชุมชนผ่า นช่อ งทา งต่ างๆใ น กา รนำเ ส น อ
ข้อเสนอแนะมายังคณะกรรมการฯ ภายใต้แนวคิด “ร่วมคิด ร่วมทำ ร่วม
รับผิดชอบ ร่วมรับผลประโยชน์ และร่วมภาคภูมิใจ” ทำให้เกิดทิศทางการ
พัฒนาการท่องเที่ยวในรูปแบบที่จะเกิดประโยชน์กับชุมชนท้องถิ่นสูงสุดเพื่อให้
ทุกฝ่ายได้ร่วมกันขับเคลื่อนแผนยุทธศาสตร์ เพราะเมื่อทุกฝ่ายได้เข้ามามีส่วน
ร่วมตั้งแต่ต้น เมื่อเกิดผลประโยชน์หรือผลเสีย ทุกฝ่ายจะได้ร่วมกันรับผิดชอบ
และร่วมรับผลประโยชน์ในระยะยาวร่วมกันการร่วมคิดร่วมวางแผนเพื่อให้เกิด
ทิศทางการทำงานร่วมกันเพื่อพัฒนาศักยภาพชุมชนให้สามารถเก็บเกี่ยว
ผลประโยชน์จากการท่องเที่ยวได้ นำไปสู่ความอยู่ดีกินดี สร้างความมั่งคั่งให้
ประชาคมในชุมชน อนึ่งแผนยุทธศาสตร์ฯ มิได้มีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มจำนวน
นักท่องเที่ยวหรือทำให้การท่องเที่ยวโดยชุมชนเป็นที่รู้จักมากขึ้นหรือเน้นการ
สร้างรายไดจ้ ากการทอ่ งเทยี่ วเพียงเทา่ น้ัน แตแ่ ผนยทุ ธศาสตร์นีม้ ีวัตถปุ ระสงค์ใน
การใช้การทอ่ งเที่ยวเปน็ เครอื่ งมือในการพัฒนาชมุ ชนอยา่ งย่งั ยนื ซง่ึ หมายถึงการ
ทำงานทั้งระบบเพื่อใช้การท่องเที่ยวมาเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจให้มีการ
กระจายรายได้มากขึ้น เน้นการเชิดชูทรัพยากรธรรมชาติ วิถีชีวิตและวัฒนธรรม
ท้องถ่ิน กระตนุ้ จติ สำนึกการอนุรักษส์ ิ่งแวดลอ้ ม โดยใชก้ ารจัดการการท่องเทยี่ ว
31
งานเชิดชเู กยี รติผูม้ ผี ลงานดเี ดน่ ทางศิลปะและวฒั นธรรม (เพชรอันดามัน)
โดยชุมชนเป็นกลไกหลักในการทำงานร่วมกัน และร่วมภาคภูมิใจในผลสำเร็จ
ร่วมกัน
กลยทุ ธ์การจัดการการท่องเทย่ี วทางวัฒนธรรมของชมุ ชนฯ
(Strategies for Cultural Tourism Management)
ในการจัดการการทอ่ งเที่ยวทางวัฒนธรรมของชุมชน ตามแผนยทุ ธศาสตร์
ได้กำหนดกลยุทธ์สำคัญที่จะช่วยยกระดับให้การท่องเที่ยวเกิดประโยชน์ต่อ
ชุมชนอย่างแท้จริง คณะกรรมการวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวฯ จึงได้กำหนดกล
ยทุ ธห์ ลกั ท่สี ำคัญไว้ ๕ กลยทุ ธ์ ประกอบด้วย
๑. กลุยุทธ์การพัฒนาคนและบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว โดย
มุ่งเน้นการพัฒนาคนในชุมชนและท้องถิ่นเพื่อให้สามารถบริหารจัดการแหล่ง
ท่องเที่ยวของตนเองได้ ชุมชนได้มีการจัดการฝึกอบรมประชาคมในชุมชนซ่ึง
ประกอบด้วยคน ๓ วัย ได้แก่ วัยอาวุโสหรือสูงอายุ วัยคนทำงาน วัยเด็กและ
เยาวชน ไดม้ คี วามรู้ความเขา้ ใจในการจัดการท่องเท่ยี วโดยชมุ ชน
๒. กลยุทธ์การเพิ่มมูลค่าทรัพยากรท้องถิ่น โดยมุ่งเน้นให้ชุมชนเข้าใจ
ตัวเองว่ามีดีอะไรและต่อยอดนำเสนอจากทรัพยากรที่มี ไม่จำเป็นต้องสร้างส่ิง
ใหม่ๆ ที่อาจจะไม่ใช่อัตลักษณ์ของท้องถิ่น มีกระบวนการถ่ายทอดองค์ความรู้
เกี่ยวกับการดูแล พัฒนา ต่อยอดทรัพยากรการท่องเที่ยวของชุมชน ครอบคลุม
ถงึ การอนรุ กั ษแ์ ละสบื สานมรดกภูมปิ ัญญาทางวัฒนธรรมของชุมชน
๓. กลยุทธ์การตลาดท่ีเหมาะสมกับชุมชน เพ่อื แสวงหาตลาดนักท่องเที่ยว
ที่เหมาะสมกับแต่ละชุมชน และสร้างความสามารถในการตอบสนองความ
ต้องการของนักท่องเที่ยวโดยไม่เสียอัตลักษณ์ของชุมชน นอกจากนั้น เพ่ือ
เชื่อมโยงผู้ประกอบการนำเที่ยวให้นำเสนอกิจกรรมการท่องเที่ยวโดยชุมชนที่
เหมาะสมเพ่อื ช่วยเพมิ่ มลู คา่ เส้นทางการทอ่ งเทย่ี ว
๔. กลยุทธ์การสร้างความเข้มแข็งให้กับเครือข่ายมุ่งเน้นการพัฒนา
ศกั ยภาพชุมชนให้สามารถเชอ่ื มโยงแลกเปลยี่ นทรพั ยากร ความรแู้ ละ
32
งานเชดิ ชูเกียรตผิ ้มู ีผลงานดีเด่นทางศิลปะและวัฒนธรรม (เพชรอันดามนั )
ประสบการณ์ร่วมกนั เพอื่ ทำงานเปน็ เครอื ขา่ ยภาคประชาชนที่เขม้ แขง็ ได้ในระยะ
ยาว โดยไม่จำเปน็ ต้องพึง่ พาการสนับสนนุ ของภาครัฐหรอื ภาคเอกชนเสมอไป
๕. กลยุทธก์ ารประเมินผลด้วยตวั ช้วี ดั ความสขุ ของชมุ ชนและนักท่องเท่ียว
เนื่องจากวัตถุประสงคห์ ลักในการพัฒนาการท่องเที่ยวเพื่อพัฒนาใหค้ นในชมุ ชน
ได้รับประโยชน์ ดังนั้นตัวชี้วัดความสำเร็จจึงไม่ใช่เพียงรายได้ที่เพิ่มขึ้นหรือ
นักท่องเที่ยวที่มากขึ้น แต่เป็นความอยู่ดีมีสุขในมิติต่างๆ ที่เกิดขึ้นจากการ
ท่องเที่ยว ในขณะเดียวกันก็ต้องคำนึงถึงประสบการณ์ที่นักท่องเที่ยวจะได้รับ
เป็นการแลกเปลยี่ นของเจ้าบา้ นและผมู้ าเยือนที่เท่าเทียม มคี วามสขุ รว่ มกัน
ผลิตภณั ฑด์ ้านการท่องเที่ยวทางวฒั นธรรมของชุมชนฯ
(Cultural Community Based Tourism Products)
คณะกรรมการชุมชนย่านเมืองเก่าภูเก็ต ได้พิจารณาเห็นความสำคัญใน
การพัฒนาการท่องเทย่ี วทางวฒั นธรรม จงึ ได้ร่วมกับภาคีเครอื ข่ายทั้งภาครัฐและ
เอกชนในการพัฒนาพื้นที่ย่านการค้าเมืองเก่าภูเก็ต ตลอดจนปรับปรุง
สาธารณปู โภคและอนุรักษ์พ้ืนที่ศิลปกรรมชุมชน เพือ่ พฒั นาแหลง่ ท่องเที่ยวและ
นำทุนทางวัฒนธรรมมาเป็นทนุ ทางเศรษฐกิจในการขับเคลอื่ นชมุ ชน สรา้ งอาชพี
สบื สานธรุ กิจด้ังเดมิ และพัฒนาตอ่ ยอดจากรุ่นสู่รนุ่ ตลอดจนกระจายรายได้สู่คน
ในชุมชน เพอ่ื ดำเนนิ งานใหบ้ ริการด้านกจิ กรรมทางการทอ่ งเทย่ี วในย่านเมืองเก่า
ภเู ก็ต โดยจัดทำรายการนำเทยี่ ว สำหรบั นกั ทอ่ งเท่ียวทสี่ นใจ มาสมั ผสั วิถี ความ
เปน็ อยู่ ขนมธรรมเนียม ประเพณี ศลิ ปะและวัฒนธรรมของประชาคมที่อาศัยอยู่
ในย่านเมืองเก่าภูเก็ต ที่มีความหลากหลายและประสมประสานของพหุ
วัฒนธรรมโดยเฉพาะกลุ่มชาติพันธ์บาบ๋า ที่เป็นวิถีของคนต่างเชื้อชาตกิ ับคนพ้นื
ถิ่นโดยเฉพาะคนจีน สะท้อนทางมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม อาทิ อาคาร
อาหาร อาภรณ์ และอารมณ์ นำเสนอผลิตภณั ฑ์ดา้ นการทอ่ งเท่ียวทางวัฒนธรรม
ต่อนักท่องเที่ยวและผู้สนใจผ่านรูปแบบการท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์สัมผัส
เอกลกั ษณ์วิถถี นิ่ ภเู กต็ (The Unique Phuket Local Experience)
33
งานเชิดชเู กยี รติผมู้ ผี ลงานดีเด่นทางศลิ ปะและวฒั นธรรม (เพชรอันดามนั )
อนึ่ง การจัดการการท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์สัมผัสเอกลักษณ์วิถีถิ่น
ภูเก็ต เป็นการนำเสนอวิถีชุมชน ผ่านการสร้างประสบการณ์ที่ประทับใจจาก
ท้องถิ่น (Local Experience) ซึ่งมีหลายระดับขึ้นอยู่กับความชื่นชอบที่
แตกต่างของนักท่องเที่ยว ชุมชนย่านเมืองเก่าภูเก็ตได้พิจารณาเห็นถึงปัจจัย
ความพรอ้ มในการนำเสนอรปู แบบการท่องเท่ยี วดังกล่าวดงั น้ี
๑. มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชุมชน ที่ทรงคุณค่าทั้งทางด้าน
สถาปัตยกรรมของตัวอาคาร ตึกรามบ้านช่องในชุมชน และได้รับการดูแลรักษา
ไว้อย่างดี
๒. วิถีชุมชนที่มีเอกลักษณ์เฉพาะถิ่น ชุมชนมีความเป็นพหุสังคม
ประกอบด้วยคนหลายเชื้อชาติที่มาตั้งรกราก นำไปสู่ความหลากหลายในชาติ
พันธ์ ศาสนาและความเชื่อ อาทิ พุทธ คริสต์ อิสลาม ซิกข์ ฮินดู เป็นเสน่ห์ที่
ดึงดูดความน่าสนใจให้ชวนสัมผัส วิถีที่แตกต่างทั้งอาชีพ การแต่งกาย การกิน
การอยูอ่ าศยั ที่มารวมอยู่ดว้ ยกนั ในชมุ ชนมาร่วมกวา่ ร้อยปี ท่ีพบเห็นในยา่ นอ่ืนได้
นอ้ ยมาก
ทั้งนี้ชุมชนยังได้พัฒนาเส้นทางการท่องเที่ยวเพื่อตอบสนองคนทุกกลุ่ม
(Tourism for All) ภายใต้ชื่อรายการนำเที่ยว "ยลเมืองเก่า เล่าความหลัง
สมั ผัสวิถี เสนห่ ์เมอื งทุ่งคา"
ปจั จบุ ันชมุ ชนยา่ นเมอื งเกา่ ภูเกต็ ไดร้ ับใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว
เลขที่ ๓๔/๐๑๖๙๗ จากนาย ทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ กรมการ
ท่องเที่ยว เมื่อวันที่ ๒๐ เมษายน ๒๕๖๔ ประเภท นำเที่ยวจาก ต่างประเทศ
ภายใต้ชื่อ ชุมชนท่องเที่ยวย่านเมืองเก่าภูเก็ต(Old Phuket Town Tourism
Community)
กจิ กรรมทน่ี า่ สนใจในแหลง่ ท่องเที่ยวของชมุ ชนยา่ นเมอื งเกา่ ภูเก็ต อาทิ
๑. กิจกรรมเดินชมยา่ นเมอื งเก่า ชมย่านการค้า ช่ืนชมกับสถาปัตยกรรม
ชิโนยูโรเปี้ยน ความงดงามของอาคารสถาปัตยกรรม ศาลเจ้า ศาสนาสถาน
อาคารตา่ งๆ ในยา่ นเมืองเก่าภูเกต็ เป็นจุดท่นี ่าดึงดดู ใจของนักท่องเทีย่ ว
34
งานเชดิ ชูเกยี รติผูม้ ผี ลงานดีเดน่ ทางศลิ ปะและวัฒนธรรม (เพชรอันดามัน)
๒. กิจกรรมเย่ียมชมพพิ ธิ ภณั ฑ์ภเู ก็ตไทยหัว ได้ศกึ ษาเร่อื งราวของโรงเรียน
จีนแห่งแรกของจังหวัดภูเก็ตและเรียนรู้ประวัติศาสตร์ วิถีชีวิต ประเพณีและ
วัฒนธรรมของชาวไทยเช้ือสายจนี ในย่านเมืองเก่าภูเก็ต
๓. กิจกรรมเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์หม่อเส้ง พิพิธภัณฑ์เอกชนที่บอกเล่า
เรื่องราววิถีชีวิต สภาพบ้านเรือนในอดีตที่ผ่านมาของย่านการค้าเมืองเก่าภูเก็ต
เสมอื นพยานแห่งกาลเวลาทม่ี อี ายกุ ว่า ๑๐๐ ปี
๔. กิจกรรมจิบชา ชิมนานาปุ๊นเต่โก้ย ในสวนหลังบ้าน พร้อมฟังดนตรีกู่
เจิงจาก นางฟ้ากเู่ จงิ หัวใจเลน่ ดนตรี
๕. กิจกรรมชมการแสดงการเชิดหุ่นกาเหล้ ซึ่งเป็นการเชิดหุ่นสายเมือง
ภูเก็ต ที่มีการอนุรักษ์และสืบสานมรดกวัฒนธรรมอันเก่าแก่มายาวนานกว่า
๑๐๐ ปี
๖. กิจกรรมเปดิ ประสบการณ์ครัวบาบ๋า รว่ มผดั หมีผ่ ดั ฮกเก้ียนกับ Local
chef และดม่ื ด่ำกับบรรยากาศกบั การรบั ประทานอาหาร ณ สวนหลังบา้ นเกา่ แก่
ในย่านเมืองเก่าภูเก็ต
๗. กิจกรรมร่วม Work shop ขนมอังกู๊ ขนมแห่งเมืองสร้างสรรค์ พร้อม
ผลิตภัณฑข์ องฝาก
๘. กิจกรรมเปิดประสบการณช์ มโรงตีเหล็กแห่งสดุ ทา้ ยบนถนนดีบุก ร่วม
กิจกรรมตเี หลก็ ด้วยมือ พร้อมทำโมบายมงคลจนี จากเหล็ก
๙. กิจกรรมเขียนพู่กันจีน ร่วมสร้างสรรค์คำมงคลอกั ษรจีนกับสมาชิกใน
ชมุ ชน
๑๐. กิจกรรมเรียนรู้การพับกระดาษเงินกระดาษทอง หรือกิ้ม เชื่อมโยง
เส้นทางความเชื่อความศรัทธา ร่วมขอพรและถวายกิ้มแด่องค์เทพสิ่งศักดิ์สิทธิ์
ประจำชมุ ชนฯ
๑๑. กจิ การโปสการด์ นอ้ งยายา๋ ตกุ๊ ตาน้องยาย๋าเป็นงานไดคัท สามารถซ้อื
กลับไปเปน็ ผลติ ภัณฑ์ของฝาก
๑๒. เพ้นทผ์ า้ บาติก กิจกรรมวาดลวดลาย
35
งานเชิดชเู กียรติผู้มผี ลงานดเี ดน่ ทางศิลปะและวฒั นธรรม (เพชรอนั ดามัน)
ทั้งนี้ ชุมชนทอ่ งเทยี่ วยา่ นเมืองเกา่ ภูเก็ต ไดม้ กี ารพฒั นาผลิตภัณฑด์ า้ นการ
ท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมอย่างต่อเนื่อง ภายใต้การวิเคราะห์ตลาดกลุ่มเป้าหมาย
และสถานการณ์ทางด้านการท่องเที่ยวของประเทศและของโลกที่มีการ
เปลี่ยนแปลงไป เพื่อตอบสนองความต้องการได้ทันการ มีความต่อเนื่องและ
ย่งั ยืน
เรียบเรยี งโดย : นายอศั วิน อรรถธรรม ประธานสภาวัฒนธรรมตำบลตลาดใหญ่
จังหวัดภเู กต็
เอกสารอ้างองิ : การท่องเท่ียวโดยชมุ ชนอยา่ งยัง่ ยนื
องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่าง
ยงั่ ยนื (องค์การมหาชน) ๒๕๖๓
รปู แบบการพัฒนาชมุ ชนท่องเท่ยี วเชงิ วฒั นธรรม
กรณศี กึ ษาพนื้ ทตี่ ้นแบบชมุ ชนท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม
กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม (วรพงศ์ ผูกภู่ และ
คณะ) ๒๕๖๔
36
งานเชดิ ชูเกียรติผู้มผี ลงานดเี ดน่ ทางศลิ ปะและวฒั นธรรม (เพชรอนั ดามนั )
รางวัลผูม้ ผี ลงานดีเด่น
ทางศลิ ปะและวฒั นธรรม
(เพชรอนั ดามนั )
ประเภทเยาวชนผใู้ ชส้ อื่ และเทคโนโลยี
ทำนุบำรุงศิลปวฒั นธรรม
37
งานเชดิ ชูเกยี รตผิ มู้ ผี ลงานดีเดน่ ทางศลิ ปะและวัฒนธรรม (เพชรอันดามนั )
ประวตั แิ ละผลงานโดยสังเขป
ประจำปี พุทธศกั ราช 2565
ประวัตสิ ่วนตัว นายจริ วัฒน์ แซโ่ คว้
30 มีนาคม 2545
ชื่อ-สกลุ นายธนชั แซ่โคว้
วนั เดือน ปีเกิด นางสาววนั ดี แซล่ ี้
บิดาชือ่ นักเรียน-นกั ศกึ ษา
มารดาชื่อ 77/2 หมู่ที่ 1 ตำบลกะทู้ อำเภอกะทู้
อาชีพ จงั หวดั ภูเกต็
ทีอ่ ย่ปู จั จบุ ัน -
062-2436811
โทรศัพท์ Jerawat_wave02
โทรศัพท์มอื ถอื
Instagram
38
งานเชดิ ชเู กยี รติผ้มู ีผลงานดเี ด่นทางศลิ ปะและวฒั นธรรม (เพชรอนั ดามนั )
ผลงานทโ่ี ดดเด่น
1.เผยแพร่องค์ความรู้ประเพณีถือศีลกินผัก และประเพณีท้องถิ่นภูเก็ตลง
สื่อโซเชียลมีเดีย โดยเปน็ การใชส้ อ่ื ออนไลน์ใหเ้ กดิ ประโยชน์แกส่ ังคมและชุมชน
2.จัดทำสื่อประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับความรู้ กำหนดการต่าง ๆ เกี่ยวกับ
ประเพณวี ฒั นธรรมท้องถ่นิ รวมถงึ วนั สำคญั ทางศาสนา ในรปู แบบ infographic
เผยแพรล่ งสูเ่ พจ Facebook สภาเดก็ และเยาวชนเทศบาลนครภเู ก็ต
3.นำเสนอองค์ความรู้ในเกี่ยวกับประเพณีถือศีลกินผัก จังหวัดภูเก็ต
ประจำปี พ.ศ.2564 ให้แก่ท่านรองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ท่านรองนายก
เหล่ากาชาดจังหวัดภูเก็ต และท่านวัฒนธรรมจังหวัด โดยการแนะนำ พูดคุย
เก่ียวกับประวตั คิ วามเปน็ มา และการดำเนนิ พิธีกรรมตา่ ง ๆ
4.นำเสนอองค์ความรู้ในเกี่ยวกับประเพณีพ้อต่อ จังหวัดภูเก็ต ประจำปี
พ.ศ.2564 ให้แก่ท่านรองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต และท่านรองนายกเหล่า
กาชาดจงั หวัดภเู ก็ต โดยการแนะนำ พดู คุยเกีย่ วกับประวตั คิ วามเป็นมา และการ
ดำเนินพิธกี รรมตา่ ง ๆ
5.เปน็ แขกรับเชญิ ในรายการ “ลอ้ หลี่ข่าว” ดำเนินรายการโดย ดร.อำนวย
คุ้มบ้าน ในหัวข้อเกี่ยวกับบทบาทของเด็กและเยาวชนในการส่งเสริมวัฒนธรรม
ทอ้ งถ่นิ ภูเก็ต
6.เป็นคณะกรรมการจัดโครงการ “สื่อสร้างสรรค์ โชว์งานศิลป์ กินของ
หรอย” โดยได้รับการสนับสนุนจาก กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์
ณ ถนนคนเดินภเู ก็ต หลาดใหญ่ ตลอดเดือนสงิ หาคมในปี พ.ศ.2562
7.นำผู้มีจิตศรัทธา สักการะขอพรองค์เทพเจ้า ในโครงการ "ภูเก็ตถือศีล
กนิ ผกั นง่ั รถโพถอ้ ง ไหวพ้ ระ”
8. “อา๊ ม” จดั โดยการทอ่ งเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานภเู กต็ ร่วมกับ
สภาวัฒนธรรมตำบลตลาดใหญ่
8.นำเสนอองค์ความรู้ในเกี่ยวกับวัฒนธรรมท้องถิ่นภูเก็ต อาหาร อาคาร
อาภรณ์ ให้แก่รองประธานสภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทย ในโอกาส
เดนิ ทางมายังจังหวัดภเู ก็ต
39
งานเชิดชเู กยี รติผู้มีผลงานดีเด่นทางศิลปะและวฒั นธรรม (เพชรอนั ดามนั )
9.รับบทบาทเป็น “เจ้าบ้านน้อย” ในการนำคณะเจ้าหน้าที่และนักกีฬา
ในการแข่งขนั นครภเู กต็ เกมส์ เยยี่ มชมและศกึ ษาอัตลักษณว์ ัฒนธรรมในเขตย่าน
เมอื งเก่าภูเกต็ ในรูปแบบการศกึ ษาอาคารอาหาร และอาภรณ์
10.ดำเนินการจัดกิจกรรมและเข้าร่วมกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาและทำ
ความสะอาดศาสนสถาน ก่อนถึงวันสำคัญทางศาสนา และก่อนถึงประเพณีถือ
ศลี กินผัก เช่น วดั และศาลเจ้าตา่ ง ๆ ในเขตเทศบาลนครภูเก็ต
รางวัลทีเ่ คยไดร้ บั
1.รางวัล “Top Volunteer Award 2021” คุณค่าแห่งการแบ่งปันคือ
การใหท้ ไ่ี ม่สิ้นสุด
2.รางวัลเด็กดีมีคุณธรรม "วัฒนธรรมวินิต" (ผู้นำทางวัฒนธรรม) ระดับ
จังหวดั ภูเกต็ เน่อื งในวันเดก็ แหง่ ชาติ ประจำปี 2563
3.รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 การแข่งขันสวดมนต์พระรัตนตรัยทำนอง
สรภัญญะ ระดับภาคคณะสงฆ์ โดยกรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม
ประจำปี 2562
4.รางวัลเด็กดีมีคุณธรรม "เด็กตงห่อ" จังหวัดภูเก็ต เนื่องในวันเด็ก
แหง่ ชาติ ประจำปี 2562
5.ผ่านการอบรมออนไลน์ในหลักสูตรส่งเสริมการรู้เท่าทันสื่อ สารสนเทศ
และดิจิทัลเฝ้าระวัง และใช้สื่ออย่างสร้างสรรค์ในมิติวัฒนธรรม ผ่านระบบ
Chula Mooc โดยกระทรวงวฒั นธรรม
6.ผ่านการอบรม “ยุวชนประชาธปิ ไตย จังหวัดภูเกต็ รุ่นท่ี 1/2562” นำ
ความรู้ความเข้าใจที่ได้รับจากการอบรมมาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาบ้านเมือง
และทอ้ งถ่ิน
7.ดำรงตำแหน่ง “รองประธานสภาเดก็ และเยาวชนเทศบาลนครภูเก็ต” ผู้
มีความประพฤติดี มีคุณธรรมและจริยธรรมเป็นตัวอย่างที่ดีแก่เด็กและเยาวชน
ในเขตเทศบาลนครภเู ก็ต
40
งานเชดิ ชูเกยี รติผู้มผี ลงานดเี ด่นทางศลิ ปะและวัฒนธรรม (เพชรอันดามนั )
41
งานเชดิ ชูเกยี รติผู้มผี ลงานดเี ด่นทางศลิ ปะและวัฒนธรรม (เพชรอันดามนั )
42
งานเชดิ ชูเกยี รติผู้มผี ลงานดเี ด่นทางศลิ ปะและวัฒนธรรม (เพชรอันดามนั )
43
งานเชดิ ชูเกียรตผิ ้มู ีผลงานดเี ดน่ ทางศิลปะและวัฒนธรรม (เพชรอันดามนั )
ประเพณีถอื ศีลกนิ ผัก จงั หวดั ภเู กต็
ประวัตคิ วามเปน็ มาและความสำคญั
ประเพณีถือศีลกินผกั เกิดขึ้นเมื่อราวปี พ.ศ. 2368 หรือประมาณ 190 ปี
ที่แล้ว ซึ่งตรงกับในสมัยที่พระยาถลาง (เจิม) มาเป็นเจ้าเมืองภูเก็ตที่บ้านเก็ตโฮ่
บริเวณตําบลกะทู้ เนอื่ งจากในสมัยน้ันบา้ นกะทมู้ ีแร่ดีบกุ มากมาย ทําให้มชี าวจีน
และชาวต่างชาติเข้ามาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก วันหนึ่ง มีคณะงิ้วจากเมืองจีน
ได้มาเปิดทําการแสดงที่บ้านกะทู้ ต่อมาได้เกิดโรคภัยไข้เจ็บขึ้นและคณะง้ิว
รวมถึงชาวกะทพู้ ากนั เจ็บไข้ได้ป่วย คณะง้ิวจงึ นกึ ข้ึนได้ว่ามาอยู่บา้ นกะทู้เสยี นาน
จนลืมประกอบพิธีเจ๊ียะฉ่าย หรือประเพณีถือศีลกินผักที่ซึ่งเคยปฏิบัติสืบต่อกัน
มานานทุกปี ณ มณฑลกังไส ประเทศจีน เมื่อประกอบพิธีเจี๊ยะฉ่าย หรือพิธีกิน
ผักแล้ว ต่อมาโรคภัยไข้เจบ็ ก็ค่อยทุเลาลงและหายไปในทสี่ ุด ทาํ ให้ชาวบ้านกะทู้
เกิดความเลื่อมใสศรัทธา ชาวบ้านกะทู้จึงได้ประกอบพิธีกินผักตั้งแต่นั้นเป็นต้น
มา โดยก่อนที่คณะงวิ้ จะเดินทางกลบั ได้มอบรูปพระหรือกมิ ซ้ินองค์พระเตยี่ นฮู้ห
ง่วนโส่ย (พระเล่าเอี๋ย) องค์พระสามฮู้อ๋องเอี๋ย และองค์พระส่ามไท่จื้อ (พระโล่
เฉี้ย) รวมทั้งตำราในการประกอบพิธีกินผักไว้ให้ชาวบ้านกะทู้ประกอบพธิ ีกนิ ผกั
ในวันขึ้น 1 ค่ำไปจนถึงวันขึ้น 9 ค่ำ เดือน 9 ของทุกปี รวม 9 วัน 9 คืน ต่อมา
ชาวบา้ นกะทู้ก็ไดป้ ระกอบพิธีเจ๊ียะฉ่ายมาอย่างตอ่ เนอ่ื ง จนกระท่ังอยู่มาวันหน่ึง
ซึ่งวันนั้นตรงกับวันขึ้น 7 ค่ำเดือน 9 เรือสำเภาจากประเทศจีน ได้เดินทางมาถึง
ท่าเรือบ่างเหลียว (ปลายแหลมสะพานหินในปัจจุบัน) แต่ในขณะนั้นชาวกะทู้
กำลงั ประกอบพธิ ีกินผักกันอยู่ จึงได้ใหค้ นไปบอกให้ชาวบา้ นกะทู้ทราบว่าขณะน้ี
เฮี้ยวโห้ยเอี่ยวเอี๋ยนได้มาถึงท่าเรือบ่างเหลียวแล้ว ขอให้จัดขบวนไปรับด้วยใน
วันรุ่งขึ้น ซึ่งตรงกับวันขึ้น 8 ค่ำเดือน 9 ชาวกะทู้ก็จัดขบวนดังกล่าวไปอัญเชิญ
เฮย้ี วโห้ยเอยี่ วเอ๋ียนเพื่อนำไปประดิษฐานไว้ ณ ศาลเจา้ กะทู้ เพ่ือให้ผูร้ ่วมพิธีกนิ
44
งานเชิดชูเกยี รติผมู้ ีผลงานดเี ด่นทางศิลปะและวัฒนธรรม (เพชรอนั ดามัน)
ผักทั้งหลายไดก้ ราบไหว้บูชาตอ่ ไป โดยวนั นนั้ เปรียบเทียบได้เหมือนกับวันอ้ิวเก้ง
(พิธีแห่พระรอบเมือง) ซึง่ ได้จัดขบวนแหไ่ ปยังปลายแหลมสะพานหินในปัจจบุ ัน
สำหรับความสำคัญของประเพณีถือศีลกินผักนั้น สามารถสะท้อนให้เห็น
ถึงความสามัคคขี องผู้คนในท้องถ่นิ จนทำให้เกิดคุณคา่ ของประเพณีถือศีลกินผัก
ซึ่งมีอยู่หลายประการ เช่น คุณค่าด้านศีลธรรม ที่ผู้ถือศีลกินผักต้องปฏิบัติดี
ปฏิบัติชอบทัง้ กาย วาจา ใจ รวมทั้งงดฆ่าสัตวต์ ดั ชีวติ ไมร่ ับประทานเนื้อสตั วเ์ ป็น
การถือศีลไปในตัว ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อตนเอง ต่อสังคม และสัตว์ต่าง ๆ หรือ
คุณค่าด้านภาษาถิ่น ที่ในพิธีกรรมหรือพิธีการต่าง ๆ จะใช้ภาษาจีนฮกเกี้ยนใน
การประกอบพิธีกรรม หรือสื่อสารกับองค์พระ ภาษาถิ่นที่เกี่ยวข้องกับพิธีกรรม
จึงถือเป็นองคค์ วามรู้อยา่ งหนึ่ง และจำเปน็ ที่จะต้องเรียนร้เู พือ่ จะได้ศึกษาเรียนรู้
กับประเพณีและพิธีกรรมต่าง ๆ ในการประกอบพิธีกินผัก ภาษาถิ่นจึงมีคุณค่า
ต่อการอนุรักษ์ภูมิปัญญาทอ้ งถิ่นและพธิ ีกรรมตา่ ง ๆ ดงั คำกล่าวที่ว่า “ภาษาถิ่น
สูญหาย คือความตายของวัฒนธรรม” อีกทั้งประเพณีถือศีลกินผักจังหวัดภูเก็ต
ยังเปน็ มรดกภูมิปัญญาท้องถ่ินทางวฒั นธรรมประจำจังหวดั ภูเก็ต และมรดกของ
ชาตไิ ทย ทไี่ ด้ประกาศลงในราชกจิ จานเุ บกษาเม่ือปี พ.ศ.2561 อีกด้วย
พธิ ีกรรมในช่วงงานประเพณีถอื ศลี กินผกั
พิธีปา้ งเอย๋ี
พิธปี า้ งเอี๋ย เรียกกันโดยทัว่ ไปว่า พธิ กี ารปลอ่ ยขุนทหาร คอื การจัดวางกอง
กำลังทหาร เพื่อประกาศขอบเขตปริมณฑลบริเวณพิธี ที่ใช้ในการประกอบ
พิธีกรรมต่าง ๆ ในช่วงของการจัดงานประเพณีถือศีลกินผัก นับเป็นการทำลาย
ล้างสิ่งอัปมงคลที่อยู่ในบริเวณนั้น ๆ และทำให้บริเวณที่ใช้ในการประกอบ
พธิ ีกรรมบงั เกิดความสะอาด และบริสทุ ธ์ิ
พธิ ียกเสาโกเตง้
พิธียกเสาโกเต้ง ถือเป็นสัญลักษณ์การเริ่มต้นงานประเพณีถือศีลกินผัก
โดยเชื่อกันว่าสมัยก่อนเมืองจีนอาจจะไม่มีไฟฟ้าใช้เหมือนสมัยนี้ ดังนั้นก่อนพิธี
45
งานเชดิ ชเู กียรตผิ มู้ ผี ลงานดีเดน่ ทางศิลปะและวัฒนธรรม (เพชรอนั ดามนั )
กินผัก 1 วัน คือวันแป๊ะโง้ย ส่าจับ หรือยี่เก้า จะต้องขึ้นเสาโกเต้ง ต้นสูง ให้คน
ในหมู่บ้านได้ทราบว่า เมื่อเสาโกเต้งถูกขึ้นแล้ว พิธีกินผักจะถึงในอีกไม่กี่ชั่วโมง
ข้างหน้าน้ีแลว้ เป็นสัญลกั ษณบ์ อกใหร้ ู้ตัววา่ บริเวณศาลเจ้าที่ขึ้นเสาโกเต้งจะเร่ิม
พธิ กี ินผักแล้ว และเมื่อเสาโกเต้งถูกขน้ึ แลว้ เมือ่ เรมิ่ วันเก้าโงย้ โชย่ อิด หรือวันแรก
ของการประกอบพิธีกินผัก เมื่อทำพิธีอัญเชิญองค์ยกอ๋องซ่งเต่ และองค์กิ่วอ๋อง
ไตเ่ ต่แลว้ ตะเกียงทง้ั เก้าดวงจะถูกจุดขนึ้ พรอ้ มดึงขน้ึ บนยอดเสา โดยบนยอดเสา
จะมีธงอยู่ 2 ผืน ผืนหนึ่งติดอยู่บนเสาแนวตั้งซึ่งเขียนเป็นภาษาจีนว่า ยกอ๋องซง่
เต่ และอีกผืนหนึ่ง อยู่บนเสาไม้ไผ่ที่ขวางเสาแนวต้ังไว้ และได้แขวนตะเกียงเก้า
ดวง จะเขยี นเป็นภาษาจีนวา่ ก้ิวอ๋องไต่เต่ นอกจากนีข้ ้างลา่ ง (โคนเสา) จะมีโต๊ะ
สำหรับวางผลไม้ ขนมต่าง ๆ พร้อมกับรูปพระจ่งต๋านหง่วนโส่ย (โล่เฉี้ย) และ
กระถางธูปวางไว้อยู่ ซึง่ ถือวา่ เป็นแม่ทพั กลางหรือธงสเี หลือง (องั่ เอี๋ยหรือจงเอี๋ย)
เมื่อไฟในตะเกยี งนำ้ มนั ดบั จะมเี จา้ หนา้ ท่ี (เถา้ เก่หล่อจู้) ชว่ นกันจุดจนสวา่ ง โดย
ทำแบบนีท้ ุกครง้ั จนกว่าพิธีกินผักจะเสร็จสิ้น
พิธีอัญเชญิ องคย์ กอ๋องซ่งเต่ และองค์กว้ิ ออ๋ งไตเ่ ต่
ภายหลังเสร็จสิ้นพิธียกเสาโกเต้งแล้ว เมื่อตกกลางคืน ในเวลาประมาณ
23.09 น.จนถงึ 24.00 น. ของคนื แป๊ะโง้ยสา่ จบั โดยกำลังเขา้ สคู่ ืนเกา้ โง้ยโช่ยอิด
ซึ่งชาวจีนถือว่าเป็นวันใหม่แล้วนั้น ก็จะมีฮวดกั้ว เถ้าแก่หล่อจู้ ตลอดจน
กรรมการบริหารศาลเจา้ ท่จี ะเร่ิมพิธกี ินผัก ไดร้ ่วมกนั ประกอบพธิ ีเชิญองคย์ กอ๋อง
ซ่งเต่ (พระอิศวร) และพิธีอัญเชิญองค์กิ้วอ๋องไต่เต่ มาเป็นประธานในพิธีถือศีล
กนิ ผกั โดยเมอ่ื ประกอบพิธเี สร็จสิ้นเรียบรอ้ ยแล้วกจ็ ะเริ่มพิธีกนิ ผักนับแต่นั้นเป็น
ตน้ มา
พิธีโข้กนุ้
พิธีโข้กุ้น เรียกกันโดยทั่วไปว่า พิธีเลี้ยงอาหารขนุ ทหาร โดยเป็นการเลี้ยง
ทหารพระที่ประจำอยู่ทั้ง 5 ทิศ จะเลี้ยงในวัน เก้าโง้ยโช่ยส่า เก้าโง้ยโช่ยหลัก
และเก้าโง้ยโช่ยเก้า ในพิธีจะนำกิมซิ้น (เทวรูปเทพเจ้าจีน) มาตั้งไว้หลายองค์
และจะมีอาหารคาวหวาน ผลไม้ และอาหารที่ฉ้ายอิ้วนำมาถวาย มีน้ำชาและ
46
งานเชดิ ชูเกียรตผิ มู้ ีผลงานดเี ดน่ ทางศิลปะและวฒั นธรรม (เพชรอนั ดามนั )
เหล้า เมอ่ื เสรจ็ พธิ กี ็จะมีการจุดประทัดและเผากระดาษทองส่งไปให้ โดยทหารท่ี
รักษาทิศทงั้ 5 จะมธี งสตี ่าง ๆ ประจำทศิ ดงั น้ี
ทิศตะวนั ออก (ตงั เอีย๋ )
มธี งประจำทิศ สีเขยี ว มที หารทั้งหมด 99,000 นาย
ทศิ ใต้ (หล่ำเอ๋ยี )
มธี งประจำทิศ สีแดง มที หารท้งั หมด 88,000 นาย
ทศิ ตะวนั ตก (ไช้เอย๋ี )
มีธงประจำทศิ สีขาว มที หารทั้งหมด 66,000 นาย
ทิศเหนอื (ปกั เอีย๋ )
มธี งประจำทิศ สีดำ มที หารทัง้ หมด 55,000 นาย
ทศิ ตรงกลาง (จ่งเอ๋ีย)
มธี งประจำทิศ สีเหลือง มที หารทัง้ หมด 33,000 นาย
พิธีอญั เชิญองค์หล่ำเตา้ ปกั เตา้ (ผูถ้ อื บัญชีเกิด บัญชีตาย)
เมอ่ื ถึงวนั ข้นึ 3 คำ่ เดือน 9 แต่ละศาลเจ้าจะทำพิธีอัญเชญิ หล่ำเต้าปักเต้า
ในช่วงกลางคืน โดยส่วนมากการอัญเชิญหล่ำเตา้ ปักเต้า จะจัดขบวนเล็ก ๆ ไป
ทำ พิธ ี ณ สถ า น ที่ท่ี ประกอ บพิธี มาก่อน โดยอ งค์หล่ำ เต้า หรือ
หล่ำเต้าแชกุน เสมือนผู้ถือบัญชีคนเกิดของมวลมนุษย์ และองค์ปักเต้า หรือปัก
เต้าแชกนุ เสมอื นเทพผถู้ อื บัญชีคนตายของมวลมนุษย์ โดยในอดีตมีความเชื่อว่า
การประกอบพิธีอัญเชิญองค์หล่ำเต้า ปักเต้า มันจะประกอบพิธีเป็นการภายใน
ในช่วงกลางคืน โดยไม่นิยมให้ชาวบ้านไปร่วมพิธี จะมีเพียงฮวดกั้ว หรือผู้
ประกอบพิธีกรรมดำเนนิ กาปรระกอบพิธีกรรมเทา่ นั้น
พธิ ีปา่ ยชดิ แช้
พิธีป่ายชิดแช้ เป็นพิธีกรรมพิธีหนึ่งในงานกินผัก เป็นการบูชาดาวนพ
เคราะห์ทง้ั 7 ดวง หรอื ทเี่ รียกวา่ ปกั เต้าชดิ แช้ มกั จัดในคนื วันที่ 7 ของงาน หรือ
บางศาลเจ้ามักจะประกอบพิธีก่อนหรือหลังพิธีแห่พระรอบเมือง
47
งานเชดิ ชเู กียรตผิ มู้ ีผลงานดีเด่นทางศลิ ปะและวฒั นธรรม (เพชรอนั ดามัน)
(อิ้วเก้ง) พิธีกรรมนี้จะกระทำหน้าศาลเจ้าเป็นส่วนใหญ่ โดยสร้างเป็นหอขึ้นมา
ประกอบด้วย เสา 4 ต้น สูง 7 ฟุตหรือศอก กว้าง 7 ศอก ยาว 7 ศอก การ
ประกอบพิธีนี้ฮวดกั้วจะทำพิธีสวดมนต์บวงสรวงดาวนพเคราะห์ และเมื่อสวด
มนต์เสร็จสิ้นแล้ว องค์เทพ และฮวดกั้วจะโยนฮู้ (ผ้ายันต์) ลงมา เปรียบเสมือน
ลงมาจากสวรรค์ นอกจากนน้ั ยังมกี ารโยนผลไมแ้ ละสิง่ ของต่าง ๆ ลงมา หากใคร
เก็บได้ก็ถือว่าจะมีแต่สิ่งดี ๆ ถ้าเก็บฮู้ได้ก็จะป้องกันอันตราย ถ้าเก็บผลไม้ได้มา
รบั ประทานกจ็ ะอายยุ ืนยาว
พธิ ีอิ้วเก้ง (แห่พระรอบเมือง)
พิธีจะเริ่มขึ้นตั้งแต่เช้า ฮวดกั้วจะประกอบพธิ เี ชญิ พระเพือ่ ไปทำพิธอี ิ้วเก้ง
โดยคำว่าอิว้ เก้ง หมายถึง องค์กิ่วอ๋องไต่เต่เสด็จเยีย่ มราษฎรเพื่ออวยพร ต่างจะ
สังเกตได้ว่าม้าทรงจะนำเหล็กแหลม ดาบ ขวาน หัวมณฑล มาทิ่มแทงทรมาน
ร่างกาย ก็เพ่ือรับเคราะห์แทนผู้เข้าร่วมพิธี โดยตลอดขบวนอิ้วเก้งม้าทรงจะทำ
การฟันหลัง เลื่อยลิ้น หรือที่เรียกว่า ต้าวหล่าวยั๊วะ บริเวณทางแยกต่าง ๆ โดย
รูปแบบขบวนจะประกอบไปด้วย รถนำขบวน ป้ายชื่อศาลเจ้า ขบวนธงต่าง ๆ
รถจากศาลเจ้าอน่ื ๆ มา้ ทรง ไท่เป๋ีย เฮียวตา่ เหนีย่ วส่ัว และตัว่ เหลียนตามลำดับ
โดยเมื่อไปถึงสถานทีป่ ระกอบพธิ ี จะต้องทำพิธีซง่ เก้ง (สวดมนต์) เปรียบเสมือน
การไปรบั เฮ้ียวโห้ยเอีย่ วเอีย๋ น จากทา่ เรือบ่างเหลียว ซึ่งก็คือปลายแหลมสะพาน
หนิ ในปจั จบุ ัน อนั เหน็ ไดจ้ ากศาลเจ้าตา่ ง ๆ มักจะไปประกอบพธิ ีบรเิ วณดังกล่าว
ในทกุ ๆ ปี
สำหรับพิธีอิ้วเก้ง (แห่พระรอบเมือง) นั้น ในปัจจุบันได้รับความนิยมจาก
ประชาชนและนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก ถือเป็นสัญลักษณ์สำคัญของการจัด
งานประเพณถี อื ศีลกินผักจังหวัดภเู ก็ต
พธิ โี ก้ยโหย้ (ลุยไฟ)
พธิ ีโก้ยโหย้ เป็นพธิ ีสะเดาะเคราะห์อีกรปู แบบหนง่ึ โดยส่วนมากแต่ละศาล
เจ้า จะใชถ้ า่ นประมาณ 36-72 กระสอบในการก่อกองไฟ กอ่ นจะประกอบพธิ ีลุย
ไฟ องค์พระก็จะทำพิธีก่อไฟขึ้นห้ากองหรือห้าทิศ แล้วจะเริ่มทำพิธีจุดไฟทั้ง 5
48
งานเชดิ ชเู กยี รติผูม้ ผี ลงานดีเด่นทางศลิ ปะและวัฒนธรรม (เพชรอนั ดามนั )
กอง องค์พระก็จะสั่งใหฉ้ ้ายอ้ิวเฝ้าไฟจนกว่าไฟจะติดหมดทั้ง 5 กอง แล้วก็เกล่ยี
เป็นกองเดียวกัน แล้วจึงตกแต่งไฟใหก้ ลมหรือยาวก็ได้ ตกกลางคืน ฮวดกั้วก็จะ
อญั เชิญพระเจา้ ทรงเพือ่ ทำพธิ ี เพอ่ื มใิ หอ้ ันตรายอาทิเริ่มทำพิธีใชข้ ้าวสาร (อ่ิมบ้ี)
ซัดลงไปในกองไฟ หรือไม่ก็ใช้แซ้ (ฮวดโซะ) ฟาด แล้วก็ใช้ธงดำ (อ่อเหล่ง) ปัด
เป่า เม่ือทำพิธเี สร็จองคพ์ ระก็จะเริม่ ลยุ ไฟ เมอื่ องคพ์ ระประกอบพิธีเสร็จสิ้นแล้ว
กจ็ ะเปิดโอกาสให้ฉ้ายอวิ้ สามารถเข้ารว่ มพธิ ลี ุยไฟไดด้ ้วย จนเสรจ็ ส้ินพิธี
พิธโี ก้ยห่าน
พิธีโก้ยห่านมีมาตั้งแต่โบราณ โดยถือว่าฉ่ายอิ้วทุกคนเมื่อกินผักแล้วก็
จะต้องโก้ยห่าน เล่ากันว่า ในสมัยโบราณ การโก้ยห่านเขาจะใช้หญ้าคา ธูป
เทียน ผูกมัดกับคน เหตุที่ใช้หญ้าคานั้นคอื ว่าแทนตัว สมัยต่อมาความเจริญและ
วิวัฒนาการดีกว่าเดิม จึงใช้กระดาษตัดเป็นรปู คนแล้วเขยี นช่ือตัวเองลงไปในนนั้
แล้วก็ใช้ธูป เทียน ผูกติดกัน ปัจจุบันนี้เขาใช้การแกะสลักเป็นรูปคน มีทั้งหญิง
และชาย แล้วก็ทับลงไปในกระดาษทอง (กระดาษกิ้ม) แล้วตัดรูปตามบล๊อกน้ัน
เขียนชื่อลงไป ปัจจุบันในแต่ละศาลเจ้าก็ได้จัดทำไว้บริการ เพื่ออำนวยความ
สะดวกแก่ฉ้ายอิ้วทุกคน โดยผู้ที่จะร่วมพิธีโก้ยห่าน จะต้องเตรียมธูปเทียนให้
พร้อม ซึ่งศาลเจ้าจะทำสะพานไว้ โดยบนสะพานจะมีช่องทางเดินระหว่างชาย
กับหญิงไว้ เมื่อถึงเวลาฮวดกั้วก็จะอญั เชิญองค์พระมาทำพิธีบนสะพานโก้ยห่าน
เสร็จเรียบร้อย จงึ ใช้ตรา (อ้ิน) ทบั ทีห่ ลังคนท่เี ดินบนสะพานทีละคน เรยี กว่า ตะ
อิ้น ส่วนมากพระจะให้ผู้คนที่เกิดปีนั้น ๆ หรือปีที่องค์พระเป็นผู้กำหนดขึ้น
สะพานก่อน เม่ือพระตะอิน้ แล้วจะมพี ระองคอ์ ่ืน ๆ คอยพรมน้ำมนต์ บางองค์ใช้
ข้าวสาร บางองค์ก็ใช้ธงดำ เมื่อเดินเสร็จก็จะต้องนำธปู ที่เตรียมไว้ใส่ตะกร้าเพ่ือ
นำไปประกอบพิธตี ่อไป เมื่อทำพธิ เี สร็จ พระกจ็ ะนำธูปไปเผา เปน็ อันว่าเสร็จพิธี
อยา่ งสมบูรณ์
พธิ ีส่งองคย์ กออ๋ งซง่ เต่ และองคก์ ้วิ ออ๋ งไตเ่ ต่
เมื่อถึงวันขึน้ 9 ค่ำเดือน 9 แต่ละศาลเจ้าจะประกอบพิธีส่งองค์ยกอ๋องซ่ง
เต่กลับสู่สวงสวรรค์ โดยมฉี ้ายอิ้วมาชว่ ยพบั กระดาษทองเป็นรปู ตา่ ง ๆ เพอื่