49
งานเชดิ ชเู กียรติผู้มผี ลงานดีเด่นทางศิลปะและวัฒนธรรม (เพชรอันดามัน)
ประกอบพิธี กอ่ นถึงพิธี เจ้าหน้าทศี่ าลเจ้ากจ็ ะนำกระดาษท่พี ับแล้วและยังไม่พับ
ทีไปตั้งไว้หน้าศาลเจ้า เมื่อถึงพิธี ฮวดกั้วก็จะอัญเชิญองค์พระเข้าประทับทรง
โดยจะมีฮวดกั้ว องค์พระและฉ้ายอิ้วทุกคนน้อมส่งเสด็จ โดยฉ้ายอิ้วจะถือธูป
ใหญ่ 2 ดอก ในพิธฮี วดก้วั จะทำการสวดมนตเ์ ปน็ ครัง้ สดุ ท้าย เมอ่ื เสร็จสิ้นก็จะนำ
ไมจ้ วงจุดไฟไปตง้ั บนกระดาษทอง ถอื เปน็ อันเสรจ็ ส้นิ พธิ ี
พิธีส่งกิ่วอ๋องไต่เต่กลับสู่สวงสวรรค์ โดยจะมีการสวดมนต์หน้าหล่ายเตีย่ น
(ตำหนักใน) เป็นครั้งสุดท้าย เมื่อเสร็จสิ้นก็จะอัญเชิญไท่เปี๋ย และเหนี่ยวสั่ว
และตั่วเหลียน ออกจากศาลเจ้ายามดึก ๆ ระหว่างเดินทาง จะมีการตั้งโต๊ะรับ
พระ มีการจุดประทัดนับลา้ นนัดตลอดเส้นทางขบวน เมื่อไปถึงสถานทีป่ ระกอบ
พิธี ฮวดกั้วก็จะสวดมนตอ์ ีกครัง้ เมื่อเสร็จส้ิน ก็จะมีการเผากระดาษก้ิมที่ฉา้ ยอิว้
มาช่วยพับไว้ส่งไปให้เช่นกัน ฝ่ายเถ้าแก่หล่อจู้ คณะกรรมการก็จะนำหลอ (ที่ใส่
ไมจ้ วง) นำไปลงทะเลหรอื คลอง เปน็ อนั วา่ เสรจ็ พิธกี นิ ผกั ในปีนนั้ ๆ
การสวดมนตซ์ ง่ เก้ง และทกั ส้อ
การสวดมนต์ซ่งเก้ง ถือว่าเป็นพิธีกรรมอันหนึ่งที่บรรดาผู้ประกอบพิธีกิน
ผักทั้งหลาย แมก้ ระทั้งมา้ ทรงและฮวดก้วั กจ็ ะทำพธิ สี วดมนต์ ทั้งนี้และทั้งนั้นเพ่ือ
เป็นการถือว่าได้ถอื ศีลกินผัก และเป็นการทำใจให้บริสุทธิ์ มีสมาธิ ไม่ต้องคิดใน
เรื่องไม่ดี สำหรับการสวดมนต์ ซ่งเก้ง จะทำได้เฉพาะฮวดกั้วเท่านั้น ในงานกิน
ผักจะสวดเฉพาะหนา้ ต๋วั ยกออ๋ งซง่ เต่และหนา้ หอ้ งกิ่วอ๋องไตเ่ ต่ ส่วนพิธีทกั ส้อเป็น
การอ่านรายชอ่ื ให้องค์กวิ่ ออ๋ งไดท้ ราบวา่ มีผคู้ นมากินผักในปนี น้ั ๆ เท่าใด
สญั ลักษณ์ทพี่ บในชว่ งประเพณีถอื ศีลกนิ ผัก
ธง (กิ้วหองกี๋) หรือธงที่ประดับริมถนนช่วงกินผัก โดยในช่วงประเพณีถือ
ศีลกินผัก จะเห็นธงสีเหลืองประดับข้างถนนทั่วเมืองภูเก็ต เป็นการบอกให้รู้ว่า
ประเพณีถือศีลกินผักกำลังจะเริ่มต้นขึ้น นอกจากความสวยงามแล้ว ยังมี
วตั ถปุ ระสงค์อืน่ ท่ีสำคญั อีกดว้ ย โดยทกุ ครัง้ ทีถ่ งึ ประเพณเี จย๊ี ะฉ่าย เราจะเหน็ ริว้
50
งานเชิดชเู กยี รติผูม้ ีผลงานดีเดน่ ทางศิลปะและวฒั นธรรม (เพชรอนั ดามัน)
ธงสีเหลืองประดับอยู่ตามถนน ตรอกซอกซอยต่าง ๆ ซึ่งนอกจากประดับเพ่ือ
ความสวยงาม และต้อนรับสู่เทศกาลเจี๊ยะฉ่ายแล้วนั้น ริ้วธงเหลา่ นี้จะประดบั ใน
เส้นทางที่จะมีขบวนแห่พระหรืออิ้วเก้งผ่าน ซึ่งที่ธงจะมีตัวอักษรจีนว่า "กิ้วอ๋อง
ไต่เต่ (九皇大帝) หรือ ก๊ิวหองเสง่ โหย่ (九皇勝會) " เปน็ การประดับ
เพื่อตอ้ นรับขบวนต่วั เหลี้ยนในวนั อิ้วเกง้ เปรียบให้เหน็ กันชดั ๆ กค็ อื ปกติเรากจ็ ะ
มีการแตง่ เมืองประดบั ธงตราสัญลักษณ์ประจำพระองค์หรอื ธงชาติ เมื่อมีการรับ
เสด็จพระมหากษัตริย์ พระบรมวงศานุวงศ์ หรือตัวแทนผู้นำจากประเทศต่าง ๆ
บนเส้นทางที่ขบวนผ่าน นี่ก็เช่นเดียวกัน เป็นการต้อนรับองค์ "กิ้วอ๋องไต่เต่" ท่ี
เปน็ องค์ประธานของประเพณีเจ๊ียะฉา่ ยกินผัก ในวันท่ีท่านเสดจ็ มาเยย่ี มเยือนผู้ท่ี
นับถือและศรัทธาท่านทุก ๆ คน (วันแห่) โดยในสมัยก่อนการประดับธงนั้นจะ
ประดับเฉพาะเส้นทางที่มีการอิ้วเก้งเท่านั้น แต่ปัจจุบันบางเส้นทางไม่มีขบวน
ผ่าน ก็มีการประดับธงเช่นเดียวกันของแต่ละศาลเจ้าตามอาณาเขตของตน ใน
หลักความจริงแลว้ "九皇大帝" และ "九皇勝會" มีความแตกต่างกัน
九皇大帝 กิ้วหองไต่เต่ คือพระนามขององค์ประธานในพิธีถือศีลกินผัก
(พระราชาธริ าชทัง้ 9 พระองค)์ ธงท่ีมีชือ่ ดังกล่าวควรประดบั ไว้ในเขตทีเ่ หมาะสม
เช่น เขตพระราชฐาน หรือสถานที่ประกอบพิธีกรรมเท่านั้น 九皇勝會
กิ้วหองเส่งโห่ย คือชื่อเรียกของเทศกาลถือศีลกินผัก ธงที่มีชื่อดังกล่าวสามารถ
ประดับตามท้องถนนได้ทั่วไป ในอดีตเมื่อราว 15 ปีที่แล้วธงที่ปักริมถนน จะมี
หลากหลายสี และเขียนว่า 九皇大帝 กิ้วหองไต่เต่ทุกผืน ซึ่งจะไม่มีคำว่า
九皇勝會 กิ้วหองเส้งโห่ย เพิ่งเห็นเป็นสีเหลืองและมีคำว่า กิ้วหองเส้งโห่ย
เมือ่ ชว่ ง 15 ปีที่ผ่านมา ศาลเจ้ากะทู้ (ไล่ทเู ต้าโบเ้ กง้ ) เป็นศาลเจ้าเดียวในจังหวัด
ภูเก็ต ที่ยึงคงยึดถือธรรมเนียมโบราณ คือจะประดับธงชื่อพระ ชื่อเทพเจ้าที่อยู่
ภายในศาลเจ้า ซึ่งมีอยู่หลายองค์ หลายสีกันไป ซึ่งในอดีตก็เป็นแบบนี้มานาน
แลว้
51
งานเชิดชูเกยี รตผิ ู้มผี ลงานดเี ดน่ ทางศิลปะและวัฒนธรรม (เพชรอนั ดามัน)
อนึ่งในปี พ.ศ.2560 ในช่วงประเพณีถือศีลกินผัก ศาลเจ้าจุ้ยตุ่ยมีการ
ประดบั ธงค่ายหลอ่ กบ๋ี รเิ วณหนา้ ศาลเจา้ ที่แตกตา่ งจากทุก ๆ ปี ดังน้ี
โดยศาลเจ้าจุ้ยตุ่ยได้เปลี่ยนแปลงสีของธง (ค่ายหล่อกี๋) กิ้วอ๋องไต่เต่
บริเวณหน้าศาลเจ้า ซึ่งจากปกติเป็นสีเหลือง ในปีนี้ได้เปลี่ยนเป็นสีขาว ขอบ
เหลอื ง และตวั หนงั สือจีนสีแดง ซงึ่ มคี วามหมายดังนี้
สีขาว คือสีของการไว้ทุกข์ ตามความเชื่อของชาวจีน ซึ่งถือเป็นการไว้
อาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เนื่องในพระราชพิธี
ถวายพระเพลิงพระบรมศพ
สีเหลอื ง คือสแี ทนองค์ก้ิวอ๋องไต่เต่ พระประธานในงานประเพณีถือศีลกิน
ผกั
สีแดง คือสีของความเป็นมงคล ตามความเช่ือของคนจนี หรอื ทเี่ รยี กวา่ เช้ง
52
งานเชิดชูเกยี รติผู้มผี ลงานดีเดน่ ทางศลิ ปะและวัฒนธรรม (เพชรอันดามัน)
รางวัลผูม้ ผี ลงานดีเดน่
ทางศลิ ปะและวฒั นธรรม
(เพชรอนั ดามัน)
ประเภทบุคคลผู้ประยกุ ตใ์ ช้ภมู ปิ ญั ญาอนั ดามนั
53
งานเชดิ ชูเกียรติผมู้ ผี ลงานดีเดน่ ทางศลิ ปะและวฒั นธรรม (เพชรอันดามัน)
ประวัติและผลงานโดยสังเขป
ประจำปี พุทธศักราช 2565
ประวัติส่วนตัว นายปยิ ณฏั ฐ์ อิสสระสงคราม
4 สงิ หาคม 2517
ชอื่ -สกุล นายบัญชา อิสสระสงคราม
วนั เดอื น ปีเกดิ นางชศู รี อิสสระสงคราม
บดิ าชอ่ื ธุรกิจส่วนตัว
มารดาชือ่ 25/84-85 หมู่ 1 ซอย 15 ตำบล เขานิเวศน์
อาชีพ อำเภอ เมือง จังหวัด ระนอง 85000
ท่อี ย่ปู จั จุบนั 077-880-735
066-162-6639
โทรศพั ท์ [email protected]
โทรศพั ท์มือถอื
อเี มล
54
งานเชิดชูเกียรตผิ ู้มผี ลงานดีเด่นทางศิลปะและวฒั นธรรม (เพชรอนั ดามนั )
ผลงานทโ่ี ดดเด่น
- ผลิตภัณฑ์วัฒนธรรมไทย จังหวัดระนอง (CPOT) ประจำปี ๒๕๖๔ ชุด
เครื่องประดับหัตถศิลป์ดิ้นโบราณ (สร้อย-ต่างหู ดอกโกมาซุมดอกไม้ประจำ
จังหวัดระนอง)
-ออกแบบและผลิต เครื่องประดับหัตถศิลป์ดิ้นโบราณให้กับนางแบบ
ปฏิทินรีเจนซี่ พ.ศ.๒๕๖๔ (ร่วมกับนายพีรมณฑ์ ชมธวชั จากอาภรณ์งามสตูดิโอ
ซ่ึงเป็นผู้ออกแบบเคร่อื งแตง่ กายในปฏทิ ิน รเี จนซ่ี พ.ศ.๒๕๖๔ (๗ พฤศจกิ ายน -
๒๕๖๓)
- ออกแบบและผลิต เครื่องประดับหัตถศิลป์ดิ้นโบราณให้กับนางแบบ
ปฏทิ นิ รีเจนซี่ พ.ศ.๒๕๖๔ (รว่ มกับนายพีรมณฑ์ ชมธวัช จากอาภรณ์งามสตูดิโอ
ซ่งึ เป็นผ้อู อกแบบเคร่อื งแต่งกายในปฏิทิน รีเจนซี่ พ.ศ.๒๕๖๔) (๗ พฤศจิกายน
๒๕๖๓)
- ออกแบบและผลิต เครื่องประดับหัตถศิลป์ดิ้นโบราณให้กับนางแบบ
ปฏิทินรเี จนซี่ พ.ศ.๒๕๖๔ (ร่วมกับนายพีรมณฑ์ ชมธวัช จากอาภรณ์งามสตูดิโอ
ซงึ่ เป็นผอู้ อกแบบเครือ่ งแตง่ กายในปฏทิ ิน รเี จนซ่ี พ.ศ.๒๕๖๔ (๗ พฤศจิกายน -
๒๕๖๓)
- ออกแบบและผลิต เครื่องประดับหัตถศิลป์ดิ้นโบราณให้กับนางแบบ
ปฏิทินรีเจนซี่ พ.ศ.๒๕๖๓ (ร่วมกับนายหิรัญกฤษฏิ์ ภัทรบริบูรณ์กุล ซึ่งเป็น
ผู้ออกแบบเครื่องแต่งกายในปฏิทิน รีเจนซี่ พ.ศ.๒๕๖๓ (๒๘พฤศจิกายน
๒๕๖๒)
- ออกแบบและผลิต เครื่องประดับหัตถศิลป์ดิ้นโบราณให้กับนางแบบ
ปฏิทินรีเจนซี่ พ.ศ.๒๕๖๓ (ร่วมกับนายหิรัญกฤษฏิ์ ภัทรบริบูรณ์กุล ซึ่งเป็น
ผู้ออกแบบเครื่องแต่งกายในปฏิทิน รีเจนซี่ พ.ศ.๒๕๖๓ (๒๘พฤศจิกายน
๒๕๖๒)
- ออกแบบเครื่องแต่งกายและเครื่องประดับหัตถศิลป์ดิ้นโบราณให้กับ
นางสาวพรนัชชา อารยะสจั พงษ์ (นอ้ งนำ้ ว้า) รองนางสาวไทยอันดับ ๒ ปี ๒๕๖๒
55
งานเชดิ ชเู กียรติผูม้ ีผลงานดเี ดน่ ทางศิลปะและวัฒนธรรม (เพชรอันดามัน)
ชอ่ื ชุด We are Peranakan โดยมงกฎุ ตวั หงสป์ ระดับไหล่ท้ัง ๒ ขา้ ง ทำจากด้ิน
โปรง่ และดน้ิ ขอ้ แบบงานหัตถศิลปด์ ิ้นโบราณ (๒๕ กนั ยายน ๒๕๖๒)
- ออกแบบผลงาน ชุด My costume design for regency 2019
version “fabric”ต้องการนำเสนอ กลิ่นอายความเป็นภาคใต้ ผมเลือก วัสดุ
และเทคนคิ แบบโบราณผสมกับของสมัยใหม่ มที ้ังการ ปักดน้ิ เลอ่ื มโลหะด้วยมือ
ผสมกบั คริสตัลประกายแวววาว headress ทำดว้ ยเทคนคิ การพนั ด้ินโลหะแบบ
โบราณ ซึ่งเป็นศิลปะแบบ เพอรานากัน หรืองานหัตถศิลป์ดิ้นโบราณที่กำลังมี
การฟื้นฟูอนุรักษ์ศิลปะแขนงนี้ในจังหวัดระนอง ออกแบบรูปทรงใหม่ให้มีความ
แปลกตา ในแบบฉบับของรีเจนซี่ และสร้างสรรค์เครื่องแต่งกายโดย อาภรณ์
งามสตูดโิ อ และเครอ่ื งประดบั ศรษี ะ โดย กลุ่มหัตศลิ ป์ดน้ิ โบราณจังหวัดระนอง
(๔ กรกฎาคม ๒๕๖๒)
- ออกแบบผลิตเครอ่ื งแต่งกายและเครอื่ งประดับให้แก่ นางสาวอุรัสยา เส
ปอร์บันด์ (ญ่าญ่า) ในการโปรโมทการท่องเที่ยวไทยของ การท่องเที่ยวแห่ง
ประเทศไทย (ททท.) กระทรวงการทอ่ งเทีย่ วและกฬี า (๓๑ ตุลาคม ๒๕๖๒)
- ผลิตภัณฑ์ภาพนกคู่มงคล ได้ผ่านเกณฑ์การประเมินเป็นผลิตภัณฑ์
วัฒนธรรมไทย (Cultural Product of Thailand : CPOT) ประจำปี ๒๕๖๐
รางวัล เหรียญทอง (๒๙ กันยายน ๒๕๖๐)
- ผลิตภัณฑ์นกดิ้นโบราณ ได้ผ่านเกณฑ์การประเมินเป็นผลิตภัณฑ์
วัฒนธรรมไทย (Cultural Product of Thailand : CPOT) ประจำปี ๒๕๕๙
รางวลั เหรยี ญทอง
- โครงการ “ส่งเสริมพัฒนาสัมมาอาชีพใหม่” จากบุหงาผลิตภณั ฑ์เคร่อื ง
หอม ภานใต้การยกระดับเศรษฐกิจสังคมรายตำยลแบบบูรณาการประจำปี
๒๕๖๔ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี (๑ ตำบล ๑ มหาวิทยาลัย) อาคาร
อเนกประสงค์ประจำหมู่ที่ ๒ ตำบลบางริ้น อำเภอเมือง จังหวัดระนอง ๒๕
ตลุ าคม ๒๕๖๔
- โครงการการอบรมหลักสูตรการปักรองเท้าวัฒนธรรมบาบ๋าชาวระนอง
วทิ ยาลยั ชมุ ชนระนอง ๒-๖ สงิ หาคม ๒๕๖๔
56
งานเชดิ ชเู กยี รตผิ ูม้ ผี ลงานดเี ด่นทางศิลปะและวฒั นธรรม (เพชรอันดามัน)
- โครงการอบรมเชิงปฏิบัติติการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์วัฒนธรรมไทยจาก
ดนิ้ โบราณจังหวัดระนอง กิจกรรม : พัฒนาสร้างสรรค์ดอกำพลบั พลึงธารจากด้ิน
โบราณ ศูนย์เรียนรู้พลับพลึงธาร หมู่ที่ ๗ ตำบลนาคา อำเภอสุขสำราญ
จังหวดั ระนอง ๓๐ มิถุนายน- ๑ กรกฎาคม ๒๕๖๔
- นำเสนอผลงานของกลุ่มหัตถศิลป์ดิ้นโบราณจังหวัดระนอง ต่อ ฯพณฯ
วราวุธ ศิลปะอาชา รฐั มนตรวี า่ การกระทรวงทรพั ยากรธรรมชาติและสง่ิ แวดล้อม
หน่วยบริหารจัดการพิเศษเพื่อการท่องเที่ยว (บ่อน้ำแร่ร้อนพรรั้ง) หมู่ ๓ ตำบล
บางร้นิ อำเภอเมอื ง จังหวัดระนอง ๒๕ กมุ ภาพนั ธ์ ๒๕๖๔
- กิจกรรมวิชาการ (การทำแมลงปอดิ้นโบราณเข็มกลัดติดเสื้อ) นักเรียน
ชั้น ป.๓ และ ป.๕ โรงเรียน หมิงซิน อำเภอเมือง จังหวัดระนอง ๒๔
กมุ ภาพันธ์ และ ๑ มีนาคม ๒๕๖๔
- โครงการส่งเสริมและถ่ายทอดมรดกภูมิปัญญาจากน้ำแร่สู่น้ำอบไทย
จังหวัดระนอง แหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรม กลุ่มหัตถศิลป์ดิ้นโบราณ อำเภอ
เมอื ง จังหวดั ระนอง ๒๕ พฤศจิกายน ๒๕๖๓
- โครงการสืบสานงานศิลป์ ภูมิปัญญาดิ้นโบราณ วิทยาลัยพาณิชยการ
บางนา กรุงเทพมหานคร ๑๗-๑๘ พฤศจกิ ายน ๒๕๖๓
- โครงการฝึกอบรมอาชีพระยะส้ันการทำหตั ถศิลปด์ น้ิ โบราณ เทศบาล
ตำบลบางนอน ๒๕-๒๘ สิงหาคม๒๕๖๓
- โครงการส่งเสรมิ อาชีพเพ่ิมรายได้ให้กบั ข้าราชการตำรวจและครอบครัว
แหล่งเรียนร้ทู างวัฒนธรรม กลมุ่ หตั ถศลิ ป์ด้นิ โบราณ อำเภอเมอื ง จงั หวัดระนอง
๒ กมุ ภาพันธ์ ๒๕๖๓
- โครงการพฒั นางานอาชีพ (ฝกึ อบรมงานหตั ถศิลปด์ ้นิ โบราณ) โรงเรียน
เทศบาลวดั อปุ นันทาราม อำเภอเมือง จงั หวัดระนอง ๒๒-๒๓ สิงหาคม ๒๕๖๓
- โครงการฝึกอบรมมงกุฎดอกไม้ไหวเจ้าสาว (ฮั้วก๋วน)การแต่งกาย
พื้นเมืองจังกวัดระนอง (หัตถศิลป์ดิ้นโบราณ) วิทยาลัยชุมชนระนอง ๑๗-
๒๐ สิงหาคม ๒๕๖๓
- โครงการอบรมทำเของทร่ี ะลกึ -เคร่ืองประดับ การแตง่ กายพื้นเมืองจัง
57
งานเชดิ ชูเกยี รตผิ ู้มผี ลงานดีเด่นทางศลิ ปะและวฒั นธรรม (เพชรอันดามนั )
วัดระนอง (หัตถศิลป์ดิ้นโบราณ วิทยาลัยชุมชนระนอง ๒๙ กรกฎาคม- ๑
สิงหาคม ๒๕๖๓
- โครงการอบรมเชิงปฏิบัติติการแกนนำการอนุรักษ์สืบสานและถ่ายทอด
ภูมิปัญญาหัตถศิลป์ดิน้ โบราณจังหวัดระนอง (ดอกกุหลาบ ดิ้นโบราณ) แหล่ง
เรียนรู้ทางวัฒนธรรม กลุ่มหัตถศิลปด์ ้ินโบราณอำเภอเมือง จังหวัดระนอง ๘ -
๑๐ มกราคม ๒๕๖๓
- แสดงและสาธิตหัตถศิลป์ดิ้นโบราณงาน “ความสุขแบบวิถไี ทย ส่งท้าย
ปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ พ.ศ.๒๕๖๓” ถนนคนเดินเทศบาลเมืองระนอง ๒๘
ธนั วาคม ๒๕๖๒ - ๑ มกราคม ๒๕๖๓
รางวลั ท่ีเคยไดร้ ับ
- เครื่องประดับดิ้นโบราณ (Old silk) ได้ผ่านเกณฑ์การประเมินของ
คณะกรรมการประเมินผลิตภัณฑ์วัฒนธรรมไทย ประจำปี พ.ศ. 2558 ณ วันท่ี
29 กนั ยายน 2558
- ผลิตภัณฑ์นกดิ้นโบราณ ได้ผ่านเกณฑ์การประเมินเป็นผลิตภัณฑ์
วัฒนธรรมไทย (Cultural Product of Thailand : CPOT) ประจำปี 2559
รางวัล เหรียญทอง วันที่ 26 กันยายน พ.ศ.2559
- ผลิตภัณฑ์ภาพนกคู่มงคล ได้ผ่านเกณฑ์การประเมินเป็นผลิตภัณฑ์
วัฒนธรรมไทย (Cultural Product of Thailand : CPOT) ประจำปี 2560
รางวัล เหรียญทอง วนั ที่ 29 กนั ยายน พ.ศ.2560
- รางวัลเป็นผู้ทำคุณประโยชน์ต่อกระทรวงวัฒนธรรม ประเภทบุคคล
ระดบั จังหวัดประจำปี 2560
- ผลิตภัณฑ์ สร้อยฟินิกซ์ ได้เข้าร่วมกิจกรรมการประกวดสินค้าที่ระลึก
ของเด่นประจำจังหวัดที่มีเอกลักษณ์และอัตลักษณ์ของภาคใต้ ประจำปี
งบประมาณ พ.ศ.2562 วันที่ 10 กรกฎาคม 2562 จัดโดยสำนกั งานพาณิชย์
จงั หวัดระนอง
58
งานเชิดชูเกียรติผู้มีผลงานดเี ดน่ ทางศิลปะและวัฒนธรรม (เพชรอันดามนั )
- เป็นผู้ทำคุณประโยชน์ต่อกระทรวงวัฒนธรรม รางวัล “วัฒนคุณาธร”
ประจำปีพทุ ธศักราช 2562
- โพธทิ์ องปรกพระดบี ุก (พระตปิ กุ ะพุทธมหาศากยมุณศี รีรณังค์) องค์พระ
เป็นดบี ุกทีถ่ ลงุ แล้ว สว่ นฐานแต่งดว้ ยเม็ดแรด่ บี ุก พ้นื รองด้วยข้ีแร่
- ผลงานของสมาชิกกลุ่มหัตถศิลป์ดิ้นโบราณได้รับรางวัลที่ 2 จาก
กิจกรรมการประกวดสนิ ค้าทีร่ ะลกึ ของเด่นประจำจังหวัดทีม่ ีเอกลักษณ์และอัต
ลักษณ์ของภาคใต้ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2562 วันที่ 10 กรกฎาคม
2562 จัดโดยสำนักงานพาณชิ ย์จงั หวดั ระนอง
59
งานเชิดชเู กยี รตผิ ูม้ ีผลงานดเี ดน่ ทางศลิ ปะและวัฒนธรรม (เพชรอนั ดามนั )
รางวลั เหรียญทอง นกดิ้นโบราณ ไดร้ ับการจดั ระดบั คุณภาพมาตรฐานผลิตภัณฑ์
วัฒนธรรมไทย (CPOT) ประจำปี ๒๕๕๙
รางวลั วฒั นคุณากร (ผ้ทู ำคณุ ประโยชนต์ ่อกระทรวงวฒั นธรรม)
ประเภทบคุ คล พ.ศ.๒๕๖๒
60
งานเชดิ ชูเกยี รติผูม้ ผี ลงานดเี ด่นทางศลิ ปะและวฒั นธรรม (เพชรอนั ดามัน)
ผูท้ ำคณุ ประโยชน์ต่อกระทรวงวฒั นธรรม ประเภทบุคคล ระดับจังหวดั ประจำปี 2560
รางวลั วฒั นคุณากร (ผู้ทำคณุ ประโยชนต์ อ่ กระทรวงวฒั นธรรม)
ประเภทบคุ คล พ.ศ.๒๕๖๒
61
งานเชดิ ชูเกยี รตผิ มู้ ผี ลงานดเี ดน่ ทางศลิ ปะและวัฒนธรรม (เพชรอันดามนั )
หตั ถศลิ ปด์ ้นิ โบราณ
จดุ เรม่ิ ตน้ การเรียนรู้ ฝกึ ฝนในงานศิลปห์ ัตถศิลปด์ ิ้นโบราณ เป็นงาน
หัตถศลิ ปด์ ้ินโบราณของกลุม่ ชาติพนั ธ์ุ ชาวไทยเช้ือสายจนี ระหว่างพ่อที่เป็นชาว
จีนแห่งโพ้นทะเล และแม่ผู้เป็นสตรีชาวทิ้งถิ่น รู้จักกันในนาม “บาบ๋า” จนเกิด
เป็นชุมชน ก่อให้เกิดเป็นอารยธรรมกลุ่มชาติพันธุ์ขนาดเล็กที่มีวัฒนธรรมเป็น
เอกลักษณ์ของตนเอง เช่น อาหาร สำเนียงพูด ประเพณี ความเชื่อ พิธีกรรม
และหัตถกรรม(หัตถศิลป์ดิ้นโบราณ) เป็นงานหัตถศิลป์ที่เป็นอัตลักษณ์ของชาติ
พันธุ์บาบ๋า เพียงชนชาติเดียว ที่นำดิ้นโปร่ง-ดิ้นข้อ มาดึงยืดและพันให้เป็น
ดอกไม้ ตัวสัตว์ชนิดต่างๆ เพื่อใช้เป็นเครื่องประดับ สวมใส่ในโอกาสพิเศษ หรือ
ใช้ในงานพิธีการสำคัญ เช่น งานบุญประเพณี งานสังคม และพิธีแต่งงาน
นอกจากนี้งานหัตถศิลป์ดิ้นโบราณของสตรีชาวบาบ๋า มิได้สื่อถึงความสวยงาม
อยา่ งเดยี ว ยงั สามารถบ่งบอกถงึ นยั สำคัญทางด้านความเชอ่ื แฝงไวด้ ว้ ยกุศโลบาย
ตามหลักคำสอนของบรรพบุรษุ ผ่านทางด้านงานศลิ ปะ ผสมผสานประณตี งดงาม
ในด้านการออกแบบสร้างสรรค์ ผลงานฝีมือของเชงิ ช่าง
สภาพสังคมปัจจุบนั ปรากฏให้เห็นถงึ การเปลี่ยนทางด้านวิถีการดำรงชีวติ
ผู้คนในสังคมที่มีการศึกษาที่สูง มีภาระหน้าที่ในการรับผิดชอบ เช่น การงาน
ตลอดจนการแข่งขันทางสังคม ส่งผลให้วัฒนธรรมแบบดั้งเดิม ซึ่งปรากฏใน
รูปแบบของการประดิษฐ์ หัตถศิลป์ดิ้นโบราณ ของกลุ่มชาติพันธุ์ บาบ๋า
เปลย่ี นแปลงไปตามกาลเวลาจะปรากฏพบเมอ่ื ผู้มีเชอ้ื สายบาบ๋านำมาสวมใส่เมื่อ
มีการจัดงานประเพณีหรือโอกาสสำคัญทางวัฒนธรรม รวมทั้งในปัจจุบันไม่
ปรากฏผู้สืบทอดผลงานหัตถกรรมทางวัฒนธรรมในการประดิษฐ์หัตถศิลป์ด้ิน
โบราณจากภมู ปิ ัญญาของบรรพบุรษุ ไวอ้ ยา่ งเปน็ ระบบ
อีกทั้งมีการใช้สิ่งของประเภทอื่นๆ เข้ามาทดแทนการประดิษฐ์อย่าง
โบราณ เช่น ดอกไม้พลาสติก และกระดาษสีสันต่างๆ เนื่องจากการประดิษฐ์มี
ขั้นตอนและวิธีการค่อนข้างสลับซับซ้อนและต้องใช้เวลาในการประดิษฐ์ เป็น
ระยะเวลายาวนานตงั้ แต่เรมิ่ ต้นของการประดิษฐ์ กลบี ดอกไม้ และสรา้ งโครง
62
งานเชิดชูเกยี รติผมู้ ีผลงานดีเดน่ ทางศลิ ปะและวฒั นธรรม (เพชรอันดามนั )
ฐาน ประกอบกลีบดอกไม้ เข้ากับตัวโครงฐาน ตลอดจนการประดับตกแต่ง
เพ่ือใหเ้ กิดความสวยงาม เมือ่ เกดิ ข้ันตอนที่คอ่ นข้างซับซอ้ นจงึ ส่งผลให้วฒั นธรรม
แบบดั้งเดิมขาดผู้ให้การอนุรักษ์และสืบสานและทำให้เลือนหายไปตามสภาพ
สงั คมในยคุ สมัยปจั จบุ ัน
ในปี พ.ศ.๒๕๕๕ ข้าพเจ้าได้มีส่วนร่วมจัดนิทรรศการ “เล่าเรื่องเมือง
ระนอง เฉลมิ ฉลอง ๑๕๐ ปี” ณ คา่ ยเจา้ เมืองระนอง ไดม้ ีโอกาสได้รับการเรียนรู้
เรื่องราวที่มากรรมวิธีการประดิษฐ์ เทคนิคงานหัตถศิลป์ดิ้นโบราณแบบดั้งเดิม
จากปราชญช์ าวบ้าน ๓ ทา่ นไดแ้ ก่
นางเสนอ นิลวิเชียร อายุ ๙๘ ปี ตำบลเขานิเวศน์ อำเภอเมืองจังหวัด
ระนอง
นางประภา ปรีชาพงษ์ อายุ ๘๔ ปี ตำบลบางนอน อำเภอเมืองจังหวดั
ระนอง
นางเป็กฮวด แซ่ตัน อายุ ๘๘ ปี ตำบลหาดส้มแป้น อำเภอเมอื งจงั หวดั
ระนอง
ตลอดระยะเวลา ๑๐ ปี ได้มีการพัฒนาต่อยอดงานหัตถศิลป์ดิ้นโบราณ
เป็นผลิตภัณฑ์ที่ร่วมสมัยมากขึ้น อีกทั้งยังมีการถ่ายทอดแก่เยาวชนและชุมชน
ตามลำดับ จนมีการเผยแพร่ผลงานเปน็ ท่ยี อมรับในระดบั ประเทศ
เปา้ หมายขององคค์ วามรู้
จากการที่ข้าพเจา้ ได้เล็งเห็นว่างานหัตถศิลป์ได้เลือนหายไปจากวิถีชวี ติ ใน
สงั คมไทย ประมาณ ๘๐ ปี จากปัจจัย ๓ ประการ คอื
ปจั จยั แรก การสบื ทอดเพียงเฉพาะทายาทในครอบครวั ถา้ ไมม่ ีทายาทคน
ใดสนใจก็หมดสิน้ ไม่มกี ารส่งต่อความรู้ไปยังคนนอกวงศต์ ระกลู
ปัจจัยที่สอง ชิ้นงานถูกกำหนดด้วยรูปแบบใช้เฉพาะในงานพิธี ขาดการ
พฒั นารปู แบบ ใหร้ ว่ มสมยั ใชไ้ ด้หลากหลายโอกาส จึงทำให้เป็นท่ีรจู้ ักในวงสังคม
ทีจ่ ำกัด
63
งานเชดิ ชเู กียรตผิ ู้มีผลงานดีเดน่ ทางศิลปะและวฒั นธรรม (เพชรอนั ดามนั )
ปัจจัยที่สาม บริบททางสังคมเปลี่ยนแปลง ทางแฟชั่นการแต่งกาย (ชุด
ประเพณีการแต่งงาน) และค่านิยมทางสังคม ที่เป็นกระแสโลกาภิวัตน์ จึงทำให้
ผู้คนหันไปแต่งกายแบบสากลนิยมมากข้นึ
ดังนั้นข้าพเจ้าจึงมีแนวคิดที่จะรื้อฟื้นศิลปหัตถกรรมแขนงนี้ ให้กลับมาสู่
ชุมชนชาวระนอง และให้เป็นที่สนใจรับรู้กันวงกว้าง ให้มีความนิยม และยั่งยืน
ขึ้น ขา้ พเจา้ จึงได้ริเร่ิมจัดต้ังกลุ่มหตั ถศลิ ป์ดนิ้ โบราณ แหลง่ เรียนรู้ทางวัฒนธรรม
ชุมชนบ้านบางร้ินขึ้น ณ บา้ นเลขท่ี ๑๕/๘๕ หม่ทู ่ี ๑ ตำบลบางรน้ิ อำเภอเมือง
ระนอง จังหวัดระนอง เพื่อใช้เป็นสถานที่นำเสนอผลงานประดิษฐ์ในรูปแบบ
ต่างๆ ที่มีมาแต่โบราณ ที่มีคุณค่ารวมทั้งมีความสวยงาม และส่วนหนึ่งก็เป็น
ผลงานประดิษฐ์ของข้าพเจ้าเอง เพื่อให้ผู้คนที่มีโอกาสผ่านเข้ามาพบเห็น ได้จุด
ประกายความสนใจ และมีความชื่นชอบงานหัตถศิลป์ดิ้นโบราณ ได้มีโอกาส
เรียนรู้ ทดลองทำ หรือได้ครอบครองเป็นเจ้าของ และนำไปใช้งานเผยแพร่งาน
หตั ถศลิ ป์ดน้ิ โบราณนี้ ให้เปน้ ทร่ี บั รู้เพม่ิ มากขน้ึ ซ่ึงผลตอบรับเป็นที่น่าภาคภูมิใจ
มาก เพราะจะมีผู้คนทั้งคนไทย และต่างประเทศ ทุกเพศ ทุกวัย ให้ความสนใจ
มาเรียนรู้ เยี่ยมชมกันอยู่เสมอ บางรายก็นำไปบอกเล่าต่อผ่าน Social Media
ในรูปแบบต่างๆ และรายการโทรทัศน์ก็เริ่มเข้ามาถ่ายทำ มาสัมภาษณ์ ข้าพเจา้
นำเสนองานหตั ถศิลป์ดิ้นโบราณ ให้รู้จกั กันกว้างขวางย่งิ ขึ้น
กระบวนการสร้างองค์ความรู้
เนื่องจากศิลปหัตถกรรมแขนงนี้ เป็นงานศิลปะที่เปน็ ลักษณะเฉพาะของ
ชาติพันธ์บาบ๋า เพียงชนชาติเดียว และนิยมสวมใสเป้นเครื่องประดับเครื่องแตง่
กายในพิธมี งคลสมรสของสังคมบาบ๋า ในยคุ อดตี แตไ่ ดเ้ ลือนหายไปเป็นเวลานาน
ดังนนั้ เมือ่ ข้าพเจา้ ได้พบเห็น จงึ เกิดความชอบและสนใจท่ีจะร้ือฟ้นื งานหตั ถศลิ ป์
ดิ้นโบราณให้กลับมาอีกครั้งหน่ึง ข้าพเจ้าจึงมุง่ ม่ันท่ีจะศึกษาค้นคว้า ด้วยวิธีการ
ดังนี้
๑. ลงพื้นที่จัดเก็บรวบรวมข้อมูล ศึกษาภาพถ่ายชิ้นงานในอดีต และ
ผลงานเก่าท่ยี ังคงหลงเหลอื มาถึงปจั จบุ ัน
64
งานเชดิ ชูเกียรติผมู้ ผี ลงานดีเดน่ ทางศิลปะและวฒั นธรรม (เพชรอันดามัน)
๒. ขอคำแนะนำจากปราชญช์ าวบา้ น และทายาทของผู้ที่เคยประดิษฐ์งาน
ศิลปหัตถกรรมแขนงนี้ เพื่อให้ทราบถึงเทคนิค วิธีการทำงานของช่างฝีมือยุค
โบราณ
๓. จาการรวบรวมองค์ความรู้ต่างๆข้างต้น ดังนั้นข้าพเจ้าจึงเริ่มต้น
ประดิษฐ์ชนิ้ งาน หัตถศลิ ปด์ ้ินโบราณโดยต้องลองเลอื กใช้วัสดุทีเ่ ป็นด้นิ จากแหล่ง
ผลิตของประเทศต่างๆ เพื่อเปรียบเทียบความสวยงาม แข็งแรง ทนทาน จน
คน้ พบวสั ดุทเ่ี หมาะสมและแนวทางการประดษิ ฐ์ชิ้นงานท่สี วยงามและรวดเร็วข้ึน
เพ่อื ตอบโจทยค์ วามต้องการใช้งาน
๔. เมื่อได้นำผลงานหัตถศิลป์ดิ้นโบราณ ออกสู่สายตาสาธารณชน ก็ได้รบั
ความชื่นชมและชื่นชอบ และประกอบกับกระแสความนิยมเรื่องการแต่งกาย
ย้อยยุค ไดก้ ลับมาอีกครง้ั ดงั น้ันในพธิ ีมงคลสมรสของผคู้ นในจงั หวัดระนอง และ
จังหวัดแถบชายฝ่ังทะเลอันดามัน (ภูเก็ต พังงา กระบี่ สตูล ตรัง) หรืองานมงคล
อื่นๆ ที่สุภาพสตรีเลือกใช้การแต่งกายแบบบาบ๋า ก็จะนำเครื่องประดับงาน
หัตถศิลป์ดิ้นโบราณ ที่ข้าพเจ้าและกลุ่มหัตถศิลป์ดิ้นโบราณเป็นผู้ประดิษฐ์ไป
สวมใส (มงกฎุ และช่อดอกไมป้ ระดบั ผม)
๕. ข้าพเจ้าได้รับการแต่งตั้งเป็นคณะกรรมการสภาวัฒนธรรมจังหวัด
ระนอง (ผู้ทรงคุณวุฒิด้านงานฝีมือช่างดังเดิม) จึงมีการส่งเสริมให้มีการข้ึน
ทะเบียนรายการ เบอ้ื งต้นมรดกภูมปิ ญั ญาทางวฒั นธรรมของจังหวดั ระนอง (งาน
หัตถศิลป์ด้ินโบราณ) รายละเอียดปรากฏตามประกาศจังหวัดระนอง ณ วันที่ ๔
กนั ยายน พ.ศ.๒๕๖๒
ประโยชน์ที่ได้รบั จากองค์ความรู้
๑. สืบสานและถ่ายทอดภมู ิปัญญา โดยได้จดั ตงั้ กลมุ่ หตั ถศิลป์ดิ้นโบราณ
แหลง่ เรยี นรู้ทางวัฒนธรรมชมุ ชนบ้านบางรน้ิ ณ ๑๕/๘๔-๘๕ หมู่ท่ี ๑ ตำบลบาง
ร้นิ อำเภอเมอื ง จงั หวดั ระนอง และทผ่ี า่ นมาได้จดั อบรมกับชุมชนและหน่วยงาน
ต่างๆทส่ี นใจในงานหัตถศลิ ปด์ น้ิ โบราณ
65
งานเชดิ ชเู กยี รติผู้มีผลงานดีเดน่ ทางศลิ ปะและวัฒนธรรม (เพชรอนั ดามนั )
๒. ส่งเสริมต่อยอดทุนทางวัฒนธรรมด้วนคณุ ค่า เพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกจิ
ชุมชนสรา้ งสรรค์ สร้างรายได้ให้กบั ชมุ ชน ประชาชน และประเทศ
๓. ส่งเสริมอัตลักษณ์ของกลุ่มชาตพิ ันธ์ชาวบาบ๋าผา่ นมรดกภูมิปัญญาทาง
วฒั นธรรมหัตถศลิ ปด์ ิ้นโบราณ
๔. สร้างการรับรูแ้ ละการปลกู ฝังความภาคภมู ใิ จในภูมิปัญญาทอ้ งถ่นิ
๕ .ดำเนินการขับเคลื่อนนโยบายแนวทางทุนวัฒนธรรมนวัตกรรมสู่
Thailand 4.0
สรุปผลขององคค์ วามรู้
เอกลักษณ์รูปแบบการประดิษฐ์งานหัตถศิลป์ดิ้นโบราณ ยังสามารถบ่ง
บอกถงึ นัยสำคญั ทางด้านความเชื่อแฝงด้วยกุศโลบายตามหลกั คำสอนของบรรพ
บุรุษผ่านทางด้านงานศิลปะ ผสมผสานความประณีตงดงามในการออกแบบ
สร้างสรรค์ผลงานเชิงช่าง โดยใช้รูปแบบของสัตวช์ นิดต่างๆ หรือสัญลักษณ์แห่ง
ความสวยงามของดอกไม้ เป็นสื่อเล่าเรื่องราวผ่านลวดลาย ที่มีการผสมผสาน
วฒั นธรรมท่ีหลากหลายทางเชอ้ื ชาติ ได้แก่ มลายู จีน และไทย ใหผ้ สมกลมกลืน
กนั อย่างสวยงาม โดยในยุคโบราณจะนิยมทำเปน็ เคร่ืองประดับสตรี ของเจ้าสาว
ในพธิ มี งคลสมรสโดยมีแนวคิดดังน้ี
ดอกไม้ หมายถึง ความอ่อนหวานของสตรี ความอุดมสมบูรณ์ ความ
เจริญงดงาม
หงส์ หมายถึง หงส์ เป็นใหญท่ ่ีสดุ ในหมมู่ วลสัตว์ปีกที่เสียงรอ้ งก้องกังวาน
ดุจเสียงขลยุ่ หงสป์ รากฏตวั ในแผน่ ดนิ ทีม่ ีแต่ความสงบรม่ เยน็ จงึ เป็นนัยที่สอน
เจ้าสาว เมื่อแต่งงานเข้าไปอยู่ในบ้านสามีแล้วต้องมีปิยะวาจา ที่อ่อนหวานดุจ
เสียงกงั วานอย่างหงส์ ดูแลบา้ นสามใี ห้เกิดความสงบสขุ ร่มเย็น
ผีเสื้อ - ผึ้ง หมายถึง สัญลักษณ์ นำความโชคดี โชคลาภ ความมั่งค่ัง
ความสงบสขุ มาสูค่ รอบครวั
เมื่อนำสัญญาลักษณท์ ั้ง ๓ อย่างมาประกอบเข้าเป็นผลงานก็จะถือเป็นสริ ิ
มงคลแกค่ ู่บา่ วสาวและวิถีชวี ิตสมรสท่ีราบรื่นและเปน็ สขุ
66
งานเชดิ ชูเกียรติผู้มีผลงานดเี ด่นทางศลิ ปะและวัฒนธรรม (เพชรอันดามัน)
เทคนิค วิธีการ ที่แสดงถึงทักษะฝีมือ ความชำนาญเชิงช่าง ของผู้ทำงาน
ศิลปหัตถกรรมแขนงน้ี สามารถแบง่ เปน็ ขอ้ ดงั น้ี
๑. คณุ ภาพของวัสดเุ ปน็ สิ่งท่คี วรคำนึงถงึ เป็นอนั ดับแรก การเลือกวัสดุที่ดี
มีคุณภาพ จะทำให้ผลงานนั้นอยู่คงทนจากชิ้นงานในอดีตที่คงเหลือให้เห็นใน
ปัจจุบัน บางชิ้นงานนั้นมีอายุ ๘๐-๑๒๐ ปี ซึ่งจากในปัจจุบันวัสดุดิ้นนั้นมีให้
เลือกหลากหลายมากขึ้น โดยส่วนใหญ่มักจะนำเข้าจาก ๒ ประเทศ คือ ดิ้น
อินเดีย และดิ้นฝรั่งเศส ดิ้นที่ไม่มีคุณภาพเวลานำมาประดิษฐ์ ดึง ยืด พัน จะ
เปราะหกั ขาดง่าย และดำคลำ้ ไวเม่ือถูกอากาศ
๒. การขึ้นโครงด้วยดิ้นข้อมีลักษณะขดเหมือนสปริง นำมาทำเป็นกรอบ
โครงสร้าง ชิ้นงานจะสวยงามนัน้ มีส่วนประกอบจากหลายขั้นตอน การดัดโครง
ของชิ้นงานนั้นมีส่วนสำคัญเป็นลำดับแรกที่จะส่งผลให้ชิ้นงานสมบูรณ์ ในอดีต
การทำโครงกลีบดอกไม้นิยมใช้นิ้วมือในการคาดคะเนในการวัดพันโครง จึงทำ
ให้ขาดมาตรฐานสัดส่วนที่แน่นอน ในปัจจุบันมีการปรับใช้ท่อ PVC ที่มีขนาด
ต่างๆ ใชใ้ นการดดั ข้นึ โครง ทำใหช้ ิ้นงานมขี นาดสดั สว่ นทเ่ี ป็นมาตรฐานมากข้ึน
๓. เทคนิคการพันดิ้น ดิ้นโปร่งมีลักษณะเป็นเหลี่ยมแววเมื่อกระทบแสง
นำมายดื พนั ให้เกดิ ชิ้นงานโดยต้องมที ักษะฝีมอื ความชำนาญ ใชน้ ำ้ หนักมอื ในการ
ดึงที่สม่ำเสมอตลอดจนผ่านกระบวนการคิดว่าชิ้นงานใดควรพันให้ฟองฟูมีมิติ
หรือชิ้นใดควรพันให้บางเบา ปัจจุบันดิ้นโปร่งมีการพัฒนาสีสันมากขึ้นกว่าใน
อดตี ท่ีมีเพยี งสีเงิน-ทอง จึงนำมาพฒั นารูปแบบชิ้นงานให้หลากหลายมากขึ้น มี
การนำมาพันไล่โทนของสีดิ้นหรือการนำดิ้นมาพันผสมสี ทำให้เกิดชิ้นงานที่ดู
แปลกใหมข่ ้ึน
๔. เทคนิคการตกแต่งชิน้ งานปน้ั หนุ่ โครง สำหรบั ชิ้นงานประดษิ ฐ์ประเภท
ตวั สตั ว์ต่างๆ เชน่ นก ไก่ ลิง กวาง เปน็ ต้น จากช้นิ งานในอดีตท่ียังหลงเหลือให้
เหน็ ในปจั จบุ นั นยิ มปน้ั หุน่ ด้วยสำลีและนำดิ้นโปร่งพนั ทบั ทำใหเ้ หน็ สำลสี ขี าวใน
บางจุดที่ด้นิ พนั ไมท่ ั่วถงึ ปัจจบุ ันจงึ มีการใชส้ ีทาทบั สำลีเพอื่ ใหป้ กปิดจดุ บกพร่อง
ท่เี กดิ ข้นึ ก่อนทจี่ ะพนั ดน้ิ โปร่ง
67
งานเชดิ ชเู กียรตผิ ู้มีผลงานดเี ด่นทางศิลปะและวฒั นธรรม (เพชรอันดามนั )
๕. การนำวัสดุที่มีในท้องถิ่นและวัสดุธรรมชาติ มาตกแต่งเพื่อเพิ่มมูลคา่
ในชิ้นงาน ทำให้ชิ้นงานดูโดดเด่นมีเอกลักษณ์ เช่น ปีกแมลงทับ เกล็ดปลา
ไขม่ ุกธรรมชาติ และแรด่ ีบกุ เป็นตน้
68
งานเชดิ ชูเกียรติผมู้ ผี ลงานดีเดน่ ทางศิลปะและวัฒนธรรม (เพชรอนั ดามัน)
รางวัลผู้มผี ลงานดเี ดน่
ทางศลิ ปะและวฒั นธรรม
(เพชรอันดามนั )
ประเภทบุคคลผู้ถ่ายทอดศลิ ปกรรมรว่ มสมยั
69
งานเชิดชเู กยี รตผิ ู้มีผลงานดีเดน่ ทางศลิ ปะและวฒั นธรรม (เพชรอนั ดามัน)
ประวตั ิและผลงานโดยสังเขป
ประจำปี พุทธศกั ราช 2565
ประวตั สิ ว่ นตัว นายสเุ ชาว์ พงศานนท์
12 มีนาคม 2498
ชอ่ื -สกลุ นายวิโรจน์ พงศานนท์
วนั เดือน ปเี กดิ นางหวดจน่ิ พงศานนท์
บดิ าชือ่ ขา้ ราชการบำนาญ
มารดาชื่อ 39 หมทู่ ี่ 1 ตำบลเชงิ ทะเล อำเภอถลาง
อาชีพ จังหวดั ภูเกต็
ท่ีอย่ปู ัจจุบนั -
๐๘๖ ๙๕๑๒๕๓๘
โทรศพั ท์ [email protected]
โทรศัพท์มือถือ
อเี มล
70
งานเชดิ ชเู กียรติผมู้ ีผลงานดเี ดน่ ทางศิลปะและวัฒนธรรม (เพชรอนั ดามัน)
ประวตั กิ ารศึกษา
พ.ศ. ๒๕๑๐ สำเร็จการศกึ ษาระดบั ประถมศึกษาตอนปลาย
จากโรงเรยี นบ้านเชงิ ทะเล อ.ถลาง จ.ภเู กต็
พ.ศ. ๒๕๑๓ สำเร็จการศึกษาระดับมธั ยมศกึ ษาตอนตน้ จาก
โรงเรยี นภูเก็ตวิทยาลยั อ.เมือง จ.ภเู กต็
พ.ศ. ๒๕๑๖ สำเรจ็ การศกึ ษาระดับประกาศนียบตั รวิชา
การศกึ ษา (ป.กศ.)จากวทิ ยาลัยครภู ูเก็ต
อ.เมือง จ.ภเู กต็
พ.ศ. ๒๕๑๙ สำเรจ็ การศึกษาระดบั ประกาศนยี บัตรวชิ า
การศึกษาชั้นสูง (ป.กศ.สูง)จากวิทยาลัยครูภูเก็ต
อ.เมือง จ. ภเู ก็ต
พ.ศ. ๒๕๒๖ สำเร็จการศึกษาระดบั ปรญิ ญาตรจี าก
มหาวิทยาลยั สโุ ขทยั ธรรมาธริ าช อ.ปากเกร็ด
จ.นนทบรุ ี
ประวัตกิ ารทำงาน
พ.ศ. ๒๕๑๘ - ๒๕๔๔
เป็นครูบ้านนอกที่โรงเรียนบ้านป่าคลอก ต.ป่า
คลอก อ.ถลาง จ.ภูเก็ต มีตำแหน่งตั้งแต่ครู ๑
ระดับ ๑ จนถงึ ตำแหนง่ อาจารย์ ๒ ระดบั ๗ สอน
โรงเรียนเดียวจนลาออกจากราชการตามโครงการ
เกษยี ณราชการกอ่ นครบกำหนด
71
งานเชดิ ชเู กยี รติผู้มผี ลงานดีเด่นทางศลิ ปะและวัฒนธรรม (เพชรอนั ดามัน)
ผลงานทีโ่ ดดเด่น
ผลงานเขยี นรวมเล่มในนาม “ วนั เสาร์ เชงิ ศรี ”
พ.ศ. ๒๕๔๘ วรรณกรรมเยาวชนเรือ่ ง “ ตันโยง้ ในสายลม ” โดย
สำนกั พมิ พว์ สี ครีเอชัน่
พ.ศ. ๒๕๕๐ รวมเรอ่ื งส้นั “ กวา่ พรงุ่ นจี้ ะมาเยอื น ” โดย
สำนักพมิ พม์ ตชิ น
พ.ศ. ๒๕๕๖ รวมเรอ่ื งสั้น “ เราต่างเปน็ คนแปลกหน้าของกันและ
กนั ” โดยสำนักพมิ พม์ ตชิ น
พ.ศ. ๒๕๕๗ นวนิยายเรื่อง “รอวัน...กลับบ้าน ” โดย บรษิ ทั
สำนกั พมิ พ์บรรณกจิ ๑๙๙๑ จำกดั
พ.ศ.๒๕๕๘ วรรณกรรมเยาวชนเรอื่ ง “ ตนั โยง้ ในสายลม ” พิมพ์
คร้ังท่ี ๒โดย บริษัท สำนกั พิมพบ์ รรณกิจ ๑๙๙๑ จำกัด
ผลงานเขียนรวมเล่มในนาม “ สุเชาว์ พงศานนท์ ”
พ.ศ. ๒๕๕๑ สารคดี “ คนตีนเล ” โดยเทศบาลตำบลเชงิ ทะเล
พ.ศ. ๒๕๕๖ สารคดี “คนบา้ นเคียน” โดยเทศบาลตำบลเทพ
กระษัตรี
พ.ศ. ๒๕๕๘ สารคดี “ ปูมบ้าน ปมู เมอื ง ” โดย เทศบาลตำบลเทพ
กระษตั รี
พ.ศ. ๒๕๕๘ สารคดี “ ก่ิมหุ้ยเต่ียน ” โดย ศาลเจา้ สา่ มอ๋องหู้เชงิ
ทะเล
พ.ศ. ๒๕๖๑ สารคดี “วิถคี นบ้านเคียน” โดยสำนกั งานพัฒนาชมุ ชน
อำเภอถลาง
พ.ศ. ๒๕๖๑ หนังสือท่รี ะลึกการสมั มนาตระกลู ลม้ิ ท่ัวประเทศ ครง้ั ท่ี
๗ โดยชมรมตระกลู หลมิ จงั หวดั ภเู กต็
72
งานเชิดชูเกยี รตผิ ู้มผี ลงานดเี ดน่ ทางศลิ ปะและวฒั นธรรม (เพชรอนั ดามัน)
พ.ศ. ๒๕๖๓ สารคดี “เมืองถลางบ้านเคยี น” โดยเทศบาลตำบล
เทพกระษัตรี
รางวลั ท่เี คยได้รับ
เรื่องสัน้ เรือ่ งแรก “ขัดตัดสนิ ใจ” ได้รับรางวัลชมเชยจากการ
ประกวดเรื่องสัน้ รางวัลวทิ ยาสาร คร้ังท่ี ๑ พ.ศ. ๒๕๑๙ ( ไม่มีเรือ่ งใด
ได้รับรางวัลชนะเลิศ )
เรือ่ งส้นั “ ทางเลอื ก” ได้รับรางวลั ชมเชย จากการประกวด
วรรณกรรมเรื่องสนั้ การเมือง
รางวลั พานแวน่ ฟา้ ประจำปี พ.ศ. ๒๕๔๖
เร่ืองส้ัน“ค่าแรงทร่ี อคอย”ได้รบั รางวลั ชมเชยจากการประกวด
วรรณกรรมเร่อื งสัน้ การเมือง รางวลั พานแว่นฟ้า ประจำปี พ.ศ.
๒๕๔๗
ได้รับรางวัลสภุ าว์ เทวกุล ฯ ครงั้ ท่ี ๑๑ ประจำปี พ.ศ. ๒๕๔๘
จากการประกวด “ จดหมายถึงศรบี รู พา ”ในวาระรว่ มเฉลิมฉลอง
ครบรอบชาตกาล ๑๐๐ ปี “ ศรบี ูรพา ” ( กหุ ลาบ สายประดษิ ฐ์ )
เร่อื งส้นั “กวา่ พรุ่งนีจ้ ะมาเยือน” ได้รับรางวัลชมเชย จากการ
ประกวดวรรณกรรมเรือ่ งส้นั การเมอื ง รางวลั พานแว่นฟา้ ประจำปีพ.ศ.
๒๕๔๘ และได้รับคัดเลือกให้เป็นหนงั สือแนะนำในการประกวดหนังสือ
ดีเด่นรางวัล “ เซเว่นบุ๊คอวอร์ด ” ครัง้ ที่ ๔ ปี ๒๕๕๐
วรรณกรรมเยาวชนเร่อื ง “ ตันโย้งในสายลม” ไดร้ ับรางวลั ชมเชย
หนังสอื สำหรับวัยรุน่ อายุ ๑๒ – ๑๘ปี ประเภทหนังสอื บันเทงิ คดี จาก
การประกวดหนงั สอื ดีเด่นประจำปี ๒๕๔๙ของสำนักงานคณะกรรมการ
การศกึ ษาข้ันพ้ืนฐาน กระทรวงศึกษาธกิ าร
73
งานเชิดชเู กียรติผู้มผี ลงานดีเดน่ ทางศิลปะและวฒั นธรรม (เพชรอันดามัน)
วรรณกรรมเยาวชนเร่อื ง “ ตันโย้งในสายลม” ได้รับรางวัลพิเศษ
จากการประกวดหนงั สือดีเด่นรางวลั “ เซเว่นบุค๊ อวอร์ด ” ครงั้ ท่ี ๓
ปี ๒๕๔๙
เร่อื งสัน้ “ ก่อนฟา้ จะมดื ” ได้รับรางวลั สภุ าว์ เทวกุล ฯ ครัง้ ท่ี
๑๒ ประจำปี พ.ศ. ๒๕๔๙
เรอ่ื งสั้น “ วันทลี่ ูกรกั จักกลบั บา้ น ” ได้รับคดั เลือกให้เปน็ หนงึ่ ใน
สิบเรอ่ื งสนั้ ในวาระครบรอบ ๓๐ ปี ๖ ตุลาคม เมอื่ ปี พ.ศ. ๒๕๔๙
เรื่องส้นั “ ลมหายใจของแม่ ” ไดร้ บั รางวลั ชมเชย จากการ
ประกวดวรรณกรรมเรอื่ งส้ันการเมอื ง รางวัลพานแว่นฟา้ ประจำปี
พ.ศ. ๒๕๕๐
เรื่องส้นั “ เจ้าของแผน่ ดิน ”เป็นหนึง่ ใน ๒๐ เรอ่ื งสัน้ รางวลั นาย
อนิ ทรอ์ ะวอรด์ คร้งั ท่ี ๓ ประจำปี พ.ศ. ๒๕๕๐
เรือ่ งสั้น “ ชบาดอกหน่งึ ” เปน็ หน่งึ ใน ๒๘ เรื่องส้ันรางวลั
นายอินทร์อะวอรด์ ครงั้ ที่ ๔ ประจำปี พ.ศ. ๒๕๕๑
เรือ่ งส้นั “ หอกข้างแคร่ ” เป็นหน่ึงใน ๒๐ เรอ่ื งสน้ั รางวัล
นายอนิ ทร์อะวอรด์ ครั้งที่ ๖ ประจำปี พ.ศ. ๒๕๕๓
เรื่องสน้ั “ความฝนั และความตายของชายต่างด้าว”ได้รับรางวัล
ชมเชย จากการประกวดวรรณกรรมเรื่องสน้ั การเมือง รางวัลพานแว่นฟา้
ประจำปี พ.ศ. ๒๕๕๔
เรอ่ื งส้ัน“ กลับไปบา้ นเกิด ” ได้รับรางวัลชมเชย จากการประกวด
วรรณกรรมเร่ืองสน้ั การเมอื ง รางวัลพานแวน่ ฟา้ ประจำปพี .ศ. ๒๕๕๕
และได้รบั คัดเลอื กให้นำไปจัดทำเป็นละครวิทยุของสถานีวทิ ยรุ ฐั สภา
รางวลั ผใู้ ช้ภาษาไทยภาคใตด้ ีเด่น ประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๐ เนือ่ งใน
วนั ภาษาไทยวลัยลกั ษณ์ ’๖๐ จากมหาวิทยาลยั วลยั ลกั ษณ์
74
งานเชดิ ชูเกยี รติผู้มผี ลงานดเี ด่นทางศลิ ปะและวัฒนธรรม (เพชรอันดามนั )
75
งานเชดิ ชูเกยี รติผู้มผี ลงานดเี ด่นทางศลิ ปะและวัฒนธรรม (เพชรอันดามนั )
76
งานเชดิ ชเู กียรตผิ ูม้ ผี ลงานดีเด่นทางศลิ ปะและวัฒนธรรม (เพชรอนั ดามนั )
การนำเอาศลิ ปวฒั นธรรมภเู กต็ เข้าไปใชใ้ นงานเขยี น
(ศิลปวัฒนธรรมภูเกต็ ในงานวรรณกรรม)
ผมมีงานเขียนอยู่ ๒ ประเภทคือ งานเขียนที่เป็นเรื่องจริง และงาน
เขียนที่เป็นเร่ืองแต่ง งานเขียนทั้งสองประเภทมีความแตกต่างกัน ดังน้ัน
จึงใช้นามปากกาแตกต่างกันคือ งานเขียนที่เป็นเร่ืองจริงน้ัน จะใช้ช่อื จริง
นามสกุลลจริง ส่วนงานเขียนที่เป็นเรื่องแต่งจะใช้นามปากกาต่างๆ
ตามแตค่ วามประสงค์ที่จะตีพิมพ์เผยแพรง่ านเขียนน้ันในท่ใี ด
งานเขียนที่เป็นเรื่องจริงนั้น ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับ
ประวัติศาสตร์ความเป็นมาของในแต่ละท้องที่ แต่ละชุมชน ตั้งแต่อดีต
จนถึงปัจจุบัน มีทั้งเนื้อหาเกี่ยวกับการเมือง การปกครอง โบราณสถาน
โบราณวัตถุ อาชีพ บุคลสำคัญในท้องถิ่น วัฒนธรรม ขนบธรรมเนียม
ประเพณี ความเชอ่ื และเอกลกั ษณแ์ ห่งวิถชี ีวิต งานเขียนประเภทนี้ต้องมี
เวลาให้กับการลงภาคสนามหรือลงในพื้นที่จริงทั่วทั้งพื้นที่ ตามที่ได้
กำหนดขอบเขตของงานเอาไว้ กว่าจะได้เรื่องราวตามที่ได้กล่าวมาใน
ข้างต้นแต่ละเรื่องต้องเสียเวลาในการเก็บข้อมูลนานมาก ต้องสอบถาม
บุคคลมากมายเพื่อหาความจริงและความถูกต้องให้ได้มากที่สุด บางคร้ัง
เพื่อความเข้าใจ ความถูกต้อง จำเป็นต้องหาภาพถ่ายทั้งภาพนิ่งและ
ภาพเคลื่อนไหวมายนื ยัน สนบั สนุนเน้อื เรือ่ งด้วย
การทำงานประเภทนี้ทำให้ผมได้มีโอกาสนำเอาศิลปวัฒนธรรมที่มี
อยู่ในท้องที่ของภูเก็ตมารวบรวมไว้เป็นรูปเล่ม เพื่อให้ผู้สนใจใคร่รู้ได้มี
หนังสือที่มเี น้อื หาตามท่ีผูอ้ ่านต้องการรับรู้ หรือไดร้ บั รใู้ นเรือ่ งที่ไม่เคยรู้มา
ก่อน เรื่องราวทั้งหลายท่ีเกิดขึ้นในท้องถิ่นนั้นต่างก็เป็นไปตามธรรมชาติ
คือ มเี กดิ ข้นึ มีตงั้ อยูแ่ ละมดี บั ไป หลายสงิ่ หลายอย่างเกดิ ข้ึนมาแล้วตั้งแต่
ในอดตี แต่ปัจจบุ นั นัน้ ได้สญู หายไปหมดส้นิ แลว้ คงเหลอื แต่ในความทรง
77
งานเชดิ ชูเกยี รติผ้มู ผี ลงานดเี ดน่ ทางศิลปะและวฒั นธรรม (เพชรอนั ดามนั )
จำของผู้คน ซึ่งต่างก็มีความทรงจำแตกต่างกันออกไป มีหลายสิ่งหลาย
อย่างท่เี กิดขน้ึ มานานแล้วปัจจุบนั นก้ี ็ยงั คงมีอยู่ บางส่งิ บางอยา่ งอาจมีการ
ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงไปตามความเหมาะสมของแต่ละยุคสมัย ซึ่งผมมี
ความรู้สึกภาคภูมิใจที่ได้เป็นผู้บันทึกสิ่งเหล่านั้นไว้ เพื่อให้คนรุ่นต่อๆไป
ไดร้ บั รู้ ได้เรียนรูอ้ ดตี ของถิ่นท่อี ยขู่ องตนเองและของบรรพบรุ ุษ
ส่วนงานเขียนที่เป็นเรื่องแต่งนั้น งานเขียนประเภทนี้ มีความ
แตกต่างจากประเภทแรกมาก เพราะงานเขียนประเภทนี้มีทั้งเรื่องที่ต้อง
จินตนาการขึ้นมา และเรื่องที่เกิดขึ้นจริงในสังคม แต่ผมไม่ได้เขียนทุกสิ่ง
ทุกอย่างทีเ่ กดิ ขน้ึ จริงนัน้ ตลอดทงั้ เร่อื ง แต่ตอ้ งคดิ หาวธิ ีการที่เหมาะสมกับ
ในแต่ละเรื่อง บางครั้งอาจทำให้ผู้อ่านเกิดความลังเล ไม่แน่ใจว่าเรื่องท่ี
อ่านนั้นเป็นเรื่องที่เคยเกิดขึ้นมาจริงๆในสังคมหรือผู้เขียนจินตนาการ
ข้นึ มาทงั้ หมด
การเขียนเรื่องส้นั และนวนิยายนนั้ นกั เขียนส่วนใหญ่จะนยิ มเขียนกัน
ด้วยภาษาไทยภาคกลาง ซึ่งเป็นภาษาถิ่นภาษาหน่ึง แต่ได้รับการ
กำหนดให้เป็นภาษาประจำชาติ ที่ทำให้คนทุกภาคของประเทศสามารถ
สื่อสารกันแล้วได้เข้าใจตรงกัน แต่ผมมีความคิดว่า แม้จะเขียนด้วย
ภาษาไทยภาคกลางซง่ึ เปน็ ภาษาประจำชาติเป็นหลัก แต่ก็ควรสอดแทรก
ภาษาถิ่นภูเก็ตไว้ในเรื่องที่เขียนด้วย ตามความเหมาะสมและความ
สมจริงของเนื้อเรื่อง เช่น ช่วงบรรยายสถานที่ บรรยายฉาก และ
เหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นในเนื้อเรื่อง ชื่อตัวละครในเรื่องก็ควรใช้ชื่อที่ใช้
กันโดยทั่วไปในภูเก็ต บทสนทนาต่างๆของตัวละครก็ควรใช้ภาษาถิ่น
ภูเก็ตดว้ ย เป็นการส่งเสริมให้คนภาคอ่ืนได้เรียนรู้ภาษาถิ่นภูเก็ต ซึ่งบาง
คำ บางประโยค มเี อกลักษณเ์ ฉพาะถ่ิน และให้คนภูเก็ตได้ภูมิใจในภาษา
ถ่ินของตนเองด้วย
78
งานเชิดชูเกยี รตผิ ู้มผี ลงานดีเด่นทางศลิ ปะและวฒั นธรรม (เพชรอันดามนั )
เนื้อหาของผลงานเขียนประเภทนี้ ส่วนใหญ่จะแสดงให้เห็นถึง
ลักษณะของวิถีชีวิตชุมชน วัฒนธรรม ขนบธรรมเนียม ประเพณีต่างๆ
ของท้องถ่ินภูเก็ตและจังหวัดอ่ืนๆในภาคใต้ เชน่ วรรณกรรมเยาวชนเรื่อง
“ ตันโย้งในสายลม ” เรื่องนี้ทำให้ผู้อ่านได้รู้จักเพลงพื้นบ้านเก่าแก่ ใน
ภูเก็ตและในแถบอันดามัน (ที่ภูเก็ตเรียกว่า เพลงตันโย้ง ถิ่นอื่นๆใน
ภาคใต้ส่วนใหญ่เรียกว่า เพลงตันหยง) ที่คนรุ่นใหม่ไม่รู้จักและคนรุ่นเกา่
ก็เริ่มลืมเลือนไปแล้ว เป็นการช่วยสืบสานให้ศิลปะการแสดงประเภทนี้
ไม่ให้สูญหายไปจากท้องถิ่น ถ้าเป็นไปได้อยากให้สังคมได้รื้อฟื้นเพลง
พื้นบ้านประเภทนี้ขึ้นมาใหม่ โดยเฉพาะในสถานศึกษา ผมมีความรู้สึกวา่
การที่มีความคิดในเรื่องการนำเอาศิลปวัฒนธรรมภูเก็ตใส่เข้าไปในเน้ือ
เรื่องนั้นเป็นการตัดสินใจที่ไม่ผิดเลย เพราะวรรณกรรมเยาวชนเรื่องน้ี
ได้รับรางวัลถึง ๒ รางวัล คือ รางวัลในการประกวดหนังสือดีเด่น
ประจำปี พ.ศ. ๒๕๔๙ ประเภทหนังสือสำหรับเด็กวัยรุ่น อายุ ๑๒ – ๑๘
ปี และรางวลั ในการประกวดหนงั สือดีเด่น “ เซเว่นบุ๊คอวอร์ด ” ครั้งที่ ๓
พ.ศ. ๒๕๔๙
นอกจากนี้การทำงานเขียนในรูปแบบดังกล่าวมาแล้วนี้ เป็นส่วน
หน่งึ ท่ีทำให้ผมได้รับรางวลั ผ้ใู ชภ้ าษาไทยภาคใตด้ เี ดน่ พ.ศ. ๒๕๖๐ ในวัน
ภาษาไทยแห่งชาติ ๒๖ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๐ จากมหาวิทยาลัยวลัย
ลักษณ์ จ.นครศรีธรรมราช อกี ดว้ ย
ผู้เขียนไดน้ ำเอาศิลปวัฒนธรรมภเู กต็ เข้าไปใชใ้ นงานเขียนได้อย่างไร
ผลงานเขยี นทีใ่ ช้นามปากกา “วันเสาร์ เชิงศรี ” ของผมนน้ั ส่วนมากเป็น
ผลงานในรูปของวรรณกรรมแบบสัจนิยม ( Literary realism ) หรือ
แนวเสมือนจริง (คำศัพท์ทางด้านวรรณกรรมหมายถึง วรรณกรรมแนวท่ี
พยายามใหค้ วามรสู้ กึ ใกลเ้ คยี งกับชีวิตจรงิ สมเหตุสมผล โดยอาศยั การ
79
งานเชิดชูเกยี รตผิ มู้ ผี ลงานดเี ดน่ ทางศิลปะและวฒั นธรรม (เพชรอนั ดามนั )
บรรยายให้เห็นภาพแจ่มชัด เหตุการณ์น่าเชื่อถือ ตัวละครมีแรงจูงใจ
ฯลฯ)
ผมไดน้ ำเอาศลิ ปวัฒนธรรมภเู ก็ตมาใช้ในการสรา้ งงานเขยี นดงั นี้
พลอตเรอื่ ง เร่อื งทีเ่ ขียนบางเรื่องนน้ั ไดแ้ รงบันดาลใจมาจากเรื่องจริงท่ีได้
ยิน ได้ฟังมา บางเรื่องเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นมานานแล้ว แต่มีความน่าสนใจ
ผู้คนท่ัวไปอาจจะยงั ไม่เคยไดร้ ับรู้ว่ามีเร่ืองแบบนเ้ี กิดขึ้นในท้องถิ่นน้ี ก็จะ
ใช้กลวิธีในการเขียน เล่าสกู่ นั ฟงั ในรปู ของวรรณกรรม บางเรือ่ งเปน็ เรื่องท่ี
อยากบันทกึ ไว้ในรปู แบบของงานวรรณกรรม ซ่งึ จะให้ความรสู้ กึ ทีแ่ ตกต่าง
ไปจากการอ่านข่าว ฟังข่าวจากสื่อประเภทต่างๆ เช่น เรื่องเกี่ยวกับเหต
การณส์ นึ ามิทีเ่ กดิ ขน้ึ เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๔๗ ก็ไดเ้ ขียนเร่ืองสั้นและนวนิยายไว้
เชน่ เรื่องส้ันช่ือ ”กอ่ นฟ้าจะมืด” เรื่องสนั้ ช่อื ” ในดงโกงกาง ” และนว
นยิ ายเรือ่ ง “รอวนั กลับบ้าน ”เปน็ ต้น
ฉากในเรื่อง มีหลายเรื่องเป็นสถานที่มีอยู่จริงในจังหวัดภูเก็ต บาง
เรอ่ื งไมร่ ะบุลงไปตรงๆวา่ อย่แู ห่งหนตำบลใดในภูเก็ต แต่จะเขียนใหผ้ ู้อ่าน
โดยเฉพาะคนที่อาศัยอยู่ในภูเก็ตรู้ได้ว่าเป็นสถานที่ตรงไหนของภูเก็ต
บางเรื่องไม่จำเป็นต้องระบุลงไปว่าฉากนั้นอยู่ตรงไหนของภูเก็ต แต่เม่ือ
อ่านแล้วก็ได้บรรยากาศของความเป็นภูเก็ตซึ่งผู้อ่านจะเข้าใจเอาเองว่า
เป็นที่นั่น ที่นี่ในภูเก็ต ถึงแม้ผู้อ่านแต่ละคนจะคิดว่าเป็นสถานที่ตรงนั้น
ตรงนี้ แตกต่างกันออกไปก็ไม่ผิดแต่ประการใด เพราะบางสถานที่มันมี
สภาพคล้ายคลึงกันเช่น ในเรื่องสั้นชื่อ “ คำทำนาย” บรรยายฉาก
สวนสาธารณะสะพานหิน โดยไม่ระบุชื่อสะพานหินลงไปในเนื้อเรื่อง แต่
ผู้อ่านที่เป็นคนภูเก็ต หรือเป็นคนที่อาศยั อยู่ในภูเกต็ หรือแม้แต่คนที่เคย
มาเที่ยวที่สะพานหิน ก็สามารถทราบได้ว่า ฉากในเรื่องนี้คือ
สวนสาธารณะสะพานหนิ
80
งานเชดิ ชูเกยี รติผูม้ ผี ลงานดีเด่นทางศลิ ปะและวัฒนธรรม (เพชรอันดามนั )
องค์ความรู้ทางด้านศิลปวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น ( ตามหลัก
วฒั นธรรม ๕ อ. ) คอื ๑.อาหาร ๒.อาคาร ๓. อาภรณ์ ๔. อาชีพ
๕.เอกลักษณค์ วามเป็นไทย
งานเขียนของผมหลายเรื่องตรงตามหลักวัฒนธรรม ๕ อ.ของ
กระทรวงวัฒนธรรมในปัจจุบัน ทั้งที่ผมได้เขียนเรื่องต่างๆมานานแลว้ ใน
ครง้ั นั้นยงั ไมม่ กี ารกำหนดใหม้ ีหลักวฒั นธรรม ๕ อ. เลย
ผมได้อ่านทบทวนงานเขียนเรื่องต่างๆของตัวเอง ปรากฏว่ามีงาน
เขียนมากมายที่เป็นองค์ความรู้ทางด้านศิลปวัฒนธรรมและภูมิปัญญา
ทอ้ งถ่นิ (ตามหลกั วฒั นธรรม ๕ อ.) เชน่
อาหาร
ในเรื่องสั้นของผมจะมีการกล่าวถึงชื่อขนมต่างๆเช่น ฉ้ายถาวโก้ย
อ่าเปิ๊ม อ่าโป๊ง จู๊จุน จิ้นโจ้ อั่งกู๊ เหนียวหน้าฉีก เหนียวหนุน เหนียวป้ิง
ป่าวล้าง ฯลฯ ชื่อผัก ผลไม้พันธุ์พื้นเมือง เช่น เรียนบ้าน (ทุเรียนพันธ์ุ
พ้นื เมอื ง)
คำเหล่านี้ใช้อธิบายสอดแทรกไปตามความเหมาะสม บางคำอาจมี
คำอธิบายต่อท้ายเล็กน้อยพอเข้าให้ใจ แต่จะไม่ทำให้ผู้อ่านรู้สึกว่า ถูกยัด
เยยี ดข้อมลู ดิบใส่เขา้ ไปในเนือ้ เรอื่ งมากเกินไป
อาคาร
ผมได้เขยี นถึงสถาปตั ยกรรม ซึ่งเปน็ วฒั นธรรมทางดา้ นท่อี ยอู่ าศัย ที่
มลี ักษณะเด่นของบางทอ้ งท่ีในจงั หวดั ภูเกต็ เชน่ การบรรยายฉากในเร่ือง
“ การกลับมาของกา่ สอง”
“ บ้านของเราอย่ใู นตลาดมีถนนสายเดยี วตัดผา่ นยาวเกือบกิโลเมตร บ้าน
ทกุ หลังมงุ หลงั คาดว้ ยจาก รปู
ทรงหลังคาเป็นรูปฟันปลาสลับกันไปตลอดทั้งสองฟากถนน เขาเรียกกัน
81
งานเชดิ ชเู กยี รติผูม้ ผี ลงานดีเดน่ ทางศลิ ปะและวฒั นธรรม (เพชรอันดามัน)
วา่ หลงั คาหัวชา้ ง ...”
เป็นฉากของตลาดเช ิงท ะเลที่คนภูเก็ตรุ่นก่ อนเมื่อได้อ่านจะท รา บว่า
สถานที่ในเรื่องนี้ คือ ตลาดเชิงทะเล ซึ่งเป็นสถานที่เดียวในภูเก็ตที่มีการ
สร้างบ้านเรือนที่มีรูปทรงแบบนี้ โดยผมไม่ต้องระบุชื่อตลาดลงไปในเน้ือ
เร่อื งว่าเปน็ ตลาดท่ไี หน
เขียนถึงร้านจับโห่ย (ร้านขายของชำ) ในเรื่องสั้นชื่อ “ ปิดเตี่ยม ”
เป็นการกล่าวถึงอาคารบ้านเรือนที่ส่วนใหญ่เป็นตึกแถวในตัวเมืองที่เรยี ก
กนั ว่า “เต่ียมฉุ่ ”หรือ ตามอาคารทีม่ ีเป็นตลาดในตัวอำเภออ่ืนๆของภูเก็ต
ยังมีการกล่าวถึงร้านจับโห่ยในเรื่องสั้นอีกหลายเรื่อง เช่น เรื่องสั้นชื่อ “
โกเสง จ้ีเหลียนและเรยี นบา้ น ” เป็นต้น
ในเรือ่ งสนั้ หลายเร่ือง นอกจากเขียนถงึ ตึกแถวหรือเต่ียมฉู่ ยังเขียน
ถึงอ๊ามหรือศาลเจ้า ในแต่ละท้องที่ของจังหวัดภูเก็ต ต่างก็มีรูปทรงของ
ศาลเจา้ แตกต่างกันไปตามแตล่ ะท้องที่ แลว้ แตย่ คุ สมยั ทส่ี รา้ งขึน้ แตท่ ุกที่
ก็บ่งบอกถึง สถาบัตยกรรมที่มีเอกลักษณ์เป็นของตัวเองที่บ่งบอกความ
เปน็ ภเู กต็ ได้ ผ้ทู ำงานศลิ ปะสาขาต่างๆเชน่ ชา่ งถา่ ยภาพต่างก็กดชตั เตอร์
หรือจิตรกรผู้เขียนภาพต่างก็ลงดินสอ ลงสีด้วยฝีแปรงบันทึกภาพ
สถาปัตยกรรมที่พบเห็นโดยทั่วไปในภูเก็ตตามถวามถนัด ตามฝีมือและ
แนวทางของตัวเอง แต่ผมบันทึกภาพเล่านี้ลงไปในงานวรรณกรรมทีมี
ตวั อกั ษรมากมายร้อยเรียงกนั จนเป็นเร่ืองราว
เอกลกั ษณ์ความเป็นไทย
มีหลายเรื่องที่ผมได้สอดแทรกขนบธรรมเนียมประเพณี เทศกาล
ประจำปีต่างๆของภูเก็ตไว้ในเรื่องสั้น เช่น เทศกาลถือศีลกินผัก ในเรื่อง
สั้นชื่อ “การกลับมาของก่าสอง” คำเรียกชื่ออุปกรณ์ต่างๆในเรื่องเช่น
หามเก่วหรือเกี้ยว ต้อหรือเอี๊ยม ฮ้วดกั๊ว ผู้อ่านจะได้รับรู้บรรยากาศของ
82
งานเชิดชเู กียรติผู้มผี ลงานดเี ด่นทางศิลปะและวัฒนธรรม (เพชรอนั ดามนั )
เทศกาลถือศีลกินผักของคนภูเก็ตได้ตามลำดับเหตุการณ์ในเทศกาล ทั้ง
เก้าวนั เก้าคนื เชน่ การตั้งโต๊ะไหว้ขบวนแหพ่ ระ การประทับทรงของพระ
จีน และกล่าวเทศกาลเดือนสิบ ในเรื่องสั้นชื่อ “ แปลกหน้า” เป็นต้น
บางเรื่องไมไ่ ดล้ งรายละเอยี ดเชงิ ลึกแบบงานสารคดี จะกล่าวถึงตามความ
เหมาะสมเทา่ น้นั
ภาษาถิ่นภูเก็ต เป็นเอกลักษณ์ความเป็นไทยอย่างหนึ่ง ผมได้ใช้
ภาษาถิ่นภูเก็ตในงานเขียนหลายเรื่อง ตั้งแต่การตั้งชื่อเรื่อง ชื่อตัวละคร
และบทสนทนา
ชื่อเรื่อง บางเรื่องผู้เขียนจะตั้งชื่อให้รู้ได้ว่าเรื่องนี้เกิดขึ้นที่ภูเก็ต เช่น
เรื่องสั้นชื่อ “ ปิดเตี่ยม” เรื่องสั้นชื่อ “การกลับมาของก่าสอง ” และ
เรอ่ื งส้นั ชอ่ื “ โกเสง จ้เี หลยี น และเรียนบ้าน” เปน็ ตน้
ชื่อตัวละคร ส่วนใหญ่ชื่อตัวละครจะเป็นชื่อที่คนภูเก็ตนิยมตั้งชื่อ
บุคคลที่เป็นลูกหลานของตัวเอง โดยเฉพาะชื่อเล่นของคนภูเก็ตที่เรามัก
ไดย้ นิ อยู่เปน็ ประจำในชวี ิตจรงิ เป็นชื่อที่คนภเู กต็ เรียกกันวา่ ชือ่ จนี เพราะ
ส่วนใหญค่ นภูเกต็ จะเรียกช่อื กันสองแบบคือ ช่อื โรงเรยี น หมายถึงช่ือที่ใช้
ในโรงเรียนในการเรียนการสอน ปักไว้ที่หน้าอกเสื้อ เขียนที่หน้าปกสมุด
และหนังสือ ครูประจำชั้นใช้เรียกขานช่ือทุกเช้าก่อนเริ่มเรียนในแต่ละวัน
และชื่ออีกชื่อหนึ่งซึ่งเรียกกันว่า ชื่อเล่น หรือชื่ออยู่บ้าน ผู้ที่มีบรรพบุรุษ
เป็นคนจีน จะมีชื่อเล่นที่เราเรียกกันว่า ชื่อจีน ดังกล่าวมาแล้วในข้างต้น
เช่น โกเสง โกหวด โกจ๋าย โกเบ๋ง แป๊ะกีห้าย แป๊ะกุ่ย แป๊ะเฉ่งสี แป๊ะดำ
เฉ่งอวิ้ กา่ สอง จเ้ี หลียน จห้ี อง จ้ีจู๊ จเี้ ขียว ก๊ะแดง ฯลฯ แต่ถ้าเป็นชุมชน
ที่เป็นคนไทยดั้งเดิมก็เรียกชื่อกันแบบไทย หรือชุมชนมุสลิมก็มีชื่อเล่น
แตกต่างกนั ออกไป
บทสนทนาของตัวละคร มีหลายเรื่องที่เขียนให้ตัวละครพูดคุยกัน
ด้วยภาษาถิ่นภูเก็ต เพือ่ ความสมจรงิ ของเน้ือเรอ่ื ง บางเรื่องเป็นเรื่องที่เป็น
83
งานเชิดชูเกียรติผมู้ ผี ลงานดเี ด่นทางศิลปะและวฒั นธรรม (เพชรอนั ดามนั )
ผลกระทบกับวิถีชีวิตของคนภูเก็ตจากการส่งเสริมการท่องเที่ยวของ
จังหวัด จนเป็นอาชีพที่เป็นรายได้หลักของผู้คนในจังหวัดนี้เช่น แต่เม่ือ
เวลาผา่ นไปนานวนั เข้า การท่องเท่ียวได้เปล่ียนวถิ ชี วี ติ ของผู้คนไปจากเดิม
อย่างมากมาย เช่นเรื่องสั้นชื่อ “ชบาดอกหนึ่ง” และเรื่องสั้นชื่อ “ ปิด
เต่ยี ม” เปน็ ต้น
บางเรื่องได้เขียนถึงชีวิตผู้คนในยุคเหมืองแร่เจริญรุ่งเรืองก่อนจะ
หมดยุคและกลายมาเป็นยุคการท่องเที่ยว ในฐานะเป็นคนภูเก็ตที่ได้เฝ้า
มองดูความเปลี่ยนแปลงของผู้คนและสังคม ได้เห็นกาเรปลี่ยนแปลงใน
ด้านต่างๆที่เป็นแบบค่อยเป็นค่อยไป บางอย่างมันสูญหายไปจากบ้านนี้
เมืองนี้เสียแล้ว จนเราอาจลืมไปแล้วว่า ครั้งหนึ่งที่นี่เคยมีแบบนี้ เคยเป็น
แบบนั้น ตรงน้ันไม่เหมือนวันคืนเก่าๆเสียแล้ว ผมอาจเป็นเพียงคนภูเกต็
คนเลก็ ๆท่ีมีชวี ติ อยบู่ นเกาะแห่งนอี้ ยา่ งคนธรรมดาๆคนหนึ่ง แตก่ ไ็ ดบ้ นั ทึก
เรื่องราวของภูเก็ตไว้ในรูปวรรณกรรมเท่าทีต่ ัวเองพอจะมีควาสามารถอยู่
บา้ ง
84
งานเชิดชเู กียรติผู้มผี ลงานดเี ดน่ ทางศิลปะและวฒั นธรรม (เพชรอนั ดามัน)
ประวตั ิและผลงานโดยสงั เขป
ประจำปี พทุ ธศักราช 2565
ประวตั สิ ่วนตวั นายวชั รินทร์ รอดนติ ย์
28 ตลุ าคม 2512
ชอ่ื -สกุล นายชำนาญ รอดนิตย์
วนั เดือน ปีเกดิ
บิดาชือ่ นางเล้ยี ว รอดนิตย์
มารดาชอื่
อาชพี จิตกร
ท่อี ยู่ปจั จบุ นั 18/15-16 ตำบลตลาดเหนอื
อำเภอเมอื ง จงั หวัดภูเกต็
โทรศพั ทม์ อื ถือ 088 3861449
อีเมล [email protected]
Facebook Watcharinrodnit
Instragram watcharinrodnit
85
งานเชดิ ชูเกยี รตผิ มู้ ผี ลงานดีเดน่ ทางศลิ ปะและวฒั นธรรม (เพชรอันดามนั )
ประวตั กิ ารศึกษา
ระดับประถมศกึ ษาเรยี นชนั้ ป. 1 ถึง ป. 6 ท่ีโรงเรียนวัดดอนยา ต.กะแดะ
อ.กาญจนดษิ ฐ์ จ.สุราษฎร์ธานี
ระดบั มธั ยมศึกษาตอนตน้ เรียนช้ัน ม. 1 ถงึ ม. 3 ที่โรงเรยี นกาญจนดิษฐ์
อ.กาญจนดษิ ฐ์ จ.สรุ าษฎร์ธานี
ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย เรียนชั้น ม. 4 ถึง ม. 6 ที่โรงเรียนสุราษฎร์ธานี
อำเภอเมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานี ปี พ.ศ 2528
ระดับอาชีวศึกษาเรียนชั้น ปวช. 1 ถึง ปวช. 3 ที่โรงเรียนไทยวิจิตรศิลป์อาชวี ะ
เขตจตจุ ักร กทมฯ ปีพ.ศ. 2531- 2533
ระดับปริญญาตรีเรยี นช้ันปี 1 ถึง ปี 5 ที่คณะจิตรกรรมฯมหาวิทยาลัยศลิ ปากร
วิทยาเขตวังท่าพระ เขตพระนคร กทม.ฯ ได้รับเกยี รตนิ ยิ มอันดับ2 เรียนต้ังแต่
ปีพ.ศ 2533 -2537
ระดบั ปริญญาโท เรยี นที่คณะจิตรกรรมฯ มหาวิทยาลัยศลิ ปากร
วิทยาเขตวงั ท่าพระ จบในปี พ.ศ.2540
ประวัติการทำงาน
- อาจารย์พิเศษโรงเรยี น ไทยวจิ ติ รศิลปอาชีวะ ปี พ.ศ. 2548 - 2551
- อาจารยพ์ เิ ศษสอนท่ีวิทยาลยั อาชีวศกึ ษาภูเกต็ ปี พ.ศ. 2555 - 2556
ผลงานทีโ่ ดดเด่น
1. ผลงานจิตรกรรมชื่อ "ป่ายามสาย" ผลงานแสดงในนิทรรศการเฉลิม
พระเกียรติ ศิลปะแห่งรัชกาลที่ 9 ปี พ.ศ. 2537 มีบันทึกในหนังสือรวบรวม
จิตรกรที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย เป็นหนังสือสามเล่มทอง รวบรวมโดยมูลนิธิ
รชั กาลท่ี 9
2. ผลงานจิตรกรรมชื่อ"ป่าเดือดหมายเลข 3" รางวัลเหรียญทองแดง
ประเภทจิตรกรรมร่วมสมัยในการประกวดจิตรกรรมบัวหลวงครั้งที่ 20 โดย
มูลนธิ ิบวั หลวง ธนาคารกรงุ เทพและได้เข้ารับพระราชทานรางวัลอันทรงเกยี รติ
86
งานเชิดชูเกียรติผู้มผี ลงานดีเดน่ ทางศิลปะและวัฒนธรรม (เพชรอันดามนั )
จาก พระเจ้าวรวงศ์เธอพระองคเ์ จ้าโสมสวลีกรมหม่นื สทุ ธนารนี าถ
เม่ือปี พ.ศ. 2539
3. ผลงานจิตรกรรม "จิตวิญญาณแห่งป่าเมืองใต้" รางวัลดีเด่นจากการ
ประกวดผลงานศิลปะรว่ มสมัยบริษทั พานาโซนิคครง้ั ที่ 2
4. ผลงานจิตรกรรมชื่อ "อนิจจัง" เป็นผลงานขนาดใหญ่ 5 * 15 เมตร
สรา้ งข้ึนเพอ่ื แสดงผลงานในนทิ รรศการเด่ียว "พลังของธรรมชาติ2000" และใน
ครั้งนั้นได้รับเกียรติจากคุณไตรภพ ลิมปพัทธ์ (คุณต๋อย)รับเชิญไปออกรายการ
ไทยทีวีสีช่อง 3 รายการทไวไลท์โชว์ ช่วงโชวอ์ อฟเมื่อปี พ.ศ. 2543 เข้าชมได้
ใน Youtube: twilight show / Watcharin rodnit
5. จิตรกรรมชื่อ"พนาสัณฑ์ในห้วงจักรวาล" ผลงานรางวัลดีเด่นจากการ
ประกวดจิตรกรรม Asia Plus ครัง้ ที่ 1 ปี พ.ศ 2554
6. ผลงานจิตรกรรมชื่อ"ปา...ฟ้า...เล...เสน่หาอันดามัน" เป็นผลงานที่มี
ขนาด 3 x 3.5 เมตรติดตั้งถาวรที่ศูนย์การเรียนรู้วัฒนธรรมอันดามัน (หอศิลป์
อันดามนั ) จังหวัดกระบี่
7. ผลงานประตมิ ากรรมช่อื "Metal Bead" "ลูกปัดเหล็ก"รม่ แสดงในงาน
มหกรรมศิลปะนานาชาติระดับ โลก Thailand biennale ครั้งที่ 1 และผลงาน
ติดตั้งถาวรในศูนย์การเรียนรู้วัฒนธรรมอันดามัน (หอศิลป์อันดามัน) จังหวัด
กระบ่ีในปี พ.ศ 2561
8. ผลงานแสดงชือ่ "Black dragon" "มงั กรสีดำ"นำไปจัดแสดงนทิ รรศการ
ที่เมโทรโพลิตันมิวเซียม กรุงโตเกียวประเทศญี่ปุ่น The 15th International
Art calligraphy Exchange exhibition ปี พ. ศ. 2558
9. ผลงานจิตรกรรมนูนสงู แนวอิมเพรสช่นั นิสตช์ ือ่ "ตึกซาวแกลลอรี่" เป็น
ผลงานจิตรกรรมสีน้ำมันบนผ้าใบวาดเป็นลักษณะงานปั้นเป็นตึก เก่าสีขาวใน
ภเู ก็ตปี 2564
10. ผลงานจิตรกรรมชือ่ "แสงสว่างเสมอด้วยปัญญา...ไม่มี" นฺตถิ ปัญญา
สภา อาภา สีน้ำมันขนาด 1.50 x 2 เมตรติดตั้งชั่วคราวในพิพิธภัณฑ์ศิลปะ
เชยี งใหม่อารท์ มิวเซียม จ.เชียงใหม่ ปี พ.ศ.2560
87
งานเชดิ ชูเกยี รติผมู้ ีผลงานดเี ดน่ ทางศลิ ปะและวฒั นธรรม (เพชรอันดามนั )
11. ผลงานจิตรกรรมชุด "นามธรรมวัชรินทร์รอดนิตย์" Abstract's
atcharin rodnit จัดแสดงเด่ยี วท่ีหา้ งเซ็นทรัลฟอเรสตา้ จงั หวัดภเู กต็
ปี พ.ศ. 2564
12. ผลงานจิตรกรรม ชื่อ "พ่อจ๋า... ขายปาล์ม...วันนี้รวยช่วยชาติไทย
พัฒนา" ร่วมแสดงในงานประกวดศิลปกรรมช้างเผือก ครั้งที่ 7 หัวข้อ แรง
บันดาลใจจากทุกคนเพื่อชุมชนที่ยั่งยืน และได้เข้าเฝ้ารับเสด็จสมเด็จพระ
กนษิ ฐาธริ าชเจา้ กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสดุ าฯสยามบรมราชกมุ ารี
รางวลั ท่เี คยไดร้ บั
"ป่าริมทะเล" ได้รับรางวัลเกียรติบัตรจาก บริษัท Philip Morris ในการ
ประกวดศลิ ปกรรมอาเซียนครั้งที่ 1 ปี พ.ศ. 2534
"ป่านามธรรม" ได้รับรางวัลเกียรติบัตร บริษัทPhilip Morris ครั้งที่ 3
จากการประกวดศิลปกรรมอาเซยี นปี พ.ศ.2535
"ป่าโกงกางกำสรวล" ได้รับรางวัลพิเศษจากบริษัทโตชิบา แห่งประเทศ
ไทย การประกวดศลิ ปกรรมนำสิง่ ท่ีดีสูช่ วี ิตปีพ.ศ. 2535
"ป่าในจนิ ตนาการ" ได้รางวลั เกียรติบัตรจากบริษัท Philip Morris ครั้งท่ี
4 จากการประกวดศิลปกรรมอาเซยี น ปี พ.ศ. 2537
"จิตวิญญาณป่าเมืองใต้" ได้รับรางวัล จิตรกรรม ดีเด่น ในงานประกวด
จติ รกรรมร่วมสมยั พานาโซนิคซิว-เนชั่นเนล ปพี .ศ 2538
"ป่าเดือดหมายเลข 3" ได้รับรางวัลที่ 3 เหรียญทองแดง ประเภท
จิตรกรรมร่วมสมัยจัดโดยมูลนิธิบัวหลวงธนาคารกรุงเทพ ในงานนิทรรศการ
จิตรกรรมบวั หลวงคร้งั ที่ 20
"ปา่ สีเขียว" ได้รบั รางวลั ที่ 3 บริษัทสยามทีวี ร่วมกบั ธนาคารไทยพาณิชย์
ปีพ.ศ 2539
"พนาสันต์ในห้วงจักรวาล" ได้รับรางวัลดีเด่นจิตรกรรมร่วมสมัย Asia
Plus ครง้ั ท่ี 1 โดยบริษัท Asia Plus Group holding Ltd,. ปี พ.ศ. 2554
88
งานเชดิ ชูเกียรติผู้มผี ลงานดเี ด่นทางศิลปะและวัฒนธรรม (เพชรอนั ดามัน)
"พนาสนั ต์ในหว้ งจกั รวาลเหนือสำนกึ " ได้รบั รางวลั ชมเชยจิตรกรรมร่วม
สมัย โดยบรษิ ทั Asia Plus Group holding Ltd,. ครง้ั ท่ี 8 ปี พ.ศ. 2562
การเผยแพร่ผลงานหรอื องคค์ วามรู้แกส่ าธารณชน
นิทรรศการพลังธรรมชาติครั้งที่ 1 หอสมุดวิทยนิทรรศของจุฬาลงกรณ์
มหาวทิ ยาลัย กทม. ปี พ.ศ. 2537
นิทรรศการ "พลังธรรมชาติครั้งที่ 2" โรงแรมเชอราตันแกรนด์สุขุมวิท
กทม. ปี พ.ศ. 2538
นิทรรศการ "พลังธรรมชาติครั้งที่ 3 " ณ.พิพิธภัณฑ์แห่งชาติ หอศิลป์เจ้า
ฟา้ กทม.ปี พ.ศ. 2543
นทิ รรศการ "พลงั ฝแี ปรงจากธรรมชาติ 2008 " ณ.นมั เบอรว์ ันแกลเลอร่ี สี
ลมแกลเลอเรีย กทม. ปี พ.ศ. 2551
นิทรรศการ "Alpha black and white" ณ ประเทศศรีลังกา ปี พ.ศ. 2551
นิทรรศการ "The 15th International Art and calligraphy Exchange
exhibition " in Tokyo Japan ปี พ.ศ. 2558
Galeria seni Luis ModrenDallchi แสดงทป่ี ระเทศมาเลเซยี ปีพศ 2560
นิทรรศการ Watcharin in Andaman ณ ศูนย์การเรียนรู้วัฒนธรรมอันดา
มนั (หอศลิ ป์อันดามัน) จ.กระบี่ ปี พ.ศ. 2559
นิทรรศการ Abstract's Watcharin Rodnit ณ ห้าง เซ็ลทรัลฟลอเรสต้า
ภูเกต็ ปี พ.ศ. 2564
ผลงานสร้างสรรค์และการบำเพ็ญประโยชน์ ต่อท้องถิ่นชุมชน สังคม
และประเทศชาติ
- ร่วมประมลู ร่วมจดั หาทนุ ภาพวาดซือ้ เคร่ืองมอื แพทย์ ใหก้ ับโรงพยาบาล
วชิระภเู ก็ต ปี พ.ศ. 2550
- สอนนกั เรียนเยาวชน ดา้ นศลิ ปะใหก้ บั สถานพินจิ ภเู กต็ โดยไมค่ ิด
89
งานเชดิ ชูเกยี รตผิ ้มู ีผลงานดเี ดน่ ทางศิลปะและวฒั นธรรม (เพชรอนั ดามัน)
ค่าตอบแทนใดๆ ปี พ.ศ. 2547
- ร่วมแสดงผลงาน ระดับประเทศ ในงานมหกรรมศิลปะระดับโลก
Thailand biennale ครง้ั ที่ 1 โดยสร้างประติมากรรมเหล็ก ช่ือ"Metal Bead "
"ลูกปัดเหล็ก" และได้ทำการติดตั้งถาวรในศูนย์ การเรียนรู้ วัฒนธรรมอันดามัน
อันดามัน(หอศลิ ป์อันดามนั ) จงั หวดั กระบี่
- เป็นตัวแทนจังหวัดภูเก็ตวาดภาพพระบรมสาทิสลักษณ์ รัชกาลที่ 9
ครบรอบ 80 ปี ปีพ.ศ 2550 และตดิ ตัง้ ถาวร ที่สำนักวฒั นธรรม จงั หวัดภเู ก็ต
- โครงการ คลื่นลูกใหม่ ๒๕๖๕ครั้งที่ ๑ ได้นำศิลปินเยาวชนจาก
มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต ไปแสดงท่ี หอศลิ ปอ์ ันดามนั จังหวัดกระบ่ี
ปี พ.ศ 2556
เทคนิคและความมุ่งหวงั พจี่ ะฝากต่ออนุชนรุน่ ตอ่ ไป
ผมได้ใช้เทคนิคทางจิตรกรรม จากการ ที่ได้ค้นคว้าจากการเรียนใน
มหาวทิ ยาลัยศิลปากร สงั่ สม สร้างสรรคผ์ ลงานจิตรกรรมสนี ำ้ มันอันเป็น
เอกลักษณ์แห่งตนมีทั้งจิตรกรรมชุดป่าเมืองใต้ และสีน้ำมันนูนสูงแบบ
สไตล์อิมเพรสชันนิสหรือจิตรกรรมแบบนูนสูงที่มีความเป็นเอกลักษณ์
ประจำตัวที่ชัดเจนอันเป็นท่ีประจักษต์ ่อสายตาของผู้ท่ีได้เหน็ ผลงาน ของ
ขา้ พเจ้า
"เมื่อมนุษย์ทำแต่ความดีมีความซื่อสัตย์ขยันหมั่นเพียรแล้วไซร้
ปาฏิหาริย์ทดี่ ยี อ่ มเกิดขนึ้ ได้เสมอ"
"ศิลปะคือสิ่งที่ ผ่องพ้น จักรวาลและ ดลบันดาลให้มนุษย์พบ สุขนิ
รนั ดร์ "
"ศิลปะเป็นเรื่องของอนาคตกาล ...การทำงานศิลปะคือนิพพานของ
ข้าพเจ้า"
สิ่งทีจ่ ะฝากถึงอนุชนรุ่นหลังอยากใหท้ ุกคนตระหนักถึงคุณค่าของ
ศลิ ปะวัฒนธรรม เพ่ือสบื ทอดไวใ้ นแผ่นดิน
90
งานเชดิ ชูเกยี รติผู้มผี ลงานดเี ด่นทางศลิ ปะและวัฒนธรรม (เพชรอันดามนั )
91
งานเชดิ ชูเกยี รติผู้มผี ลงานดเี ด่นทางศลิ ปะและวัฒนธรรม (เพชรอันดามนั )
92
งานเชิดชูเกียรติผู้มีผลงานดีเด่นทางศิลปะและวัฒนธรรม (เพชรอันดามัน)
การนำศิลปะและวฒั นธรรมภเู ก็ตเข้ามาใชใ้ นการทำงานจิตรกรรม
ประวัติความเป็นมาของคฤหาสนแ์ ละตกึ เก่า ภาพสะทอ้ นนานาอารยธรรม
บนเกาะภเู ก็ต ทม่ี าของ “ศลิ ปะแบบชโิ น – โปรตกุ สี ” ตึกเก่ากลางเมอื ง
ตึกเก่าที่ตั้งตระหง่านบนถนนสายเหล่านี้ พังงา กระบี่ ดีบุก ถลาง และ
เยาวราช เป็นอาคารแถวกึ่งร้านค้าที่มีรูปแบบศิลปะผสมผสานกันอย่าง
หลากหลาย ระหวา่ งอาคารทรงตะวันตก และลวดลายปูนปน้ั แบบจนี ผสมอนิ เดีย
ซ่งึ เรียกโดยรวมว่า “ศลิ ปะแบบชิโน – โปรตกุ ีส” (Sino – Portuguese) เท่านั้น
ยังไม่พอ อาคารหลายหลังเป็นฝีมือการออกแบบของสถาปนิกชาวอังกฤษที่
เดินทางมาจากอินเดียอีกด้วย
กล่าวโดยสรุปคือ ตึกแถวเหล่านี้ตั้งอยู่ที่เมอื งไทย แต่เป็นลูกผสมระหว่าง
จีน โปรตุเกส อังกฤษ อินเดีย และอาจจะมีอิทธิพลของฮอลันดากับฝรั่งเศษเขา้
มาผสมบา้ งอีกเลก็ น้อยดว้ ย
อิทธิพลทางสถาปัตยกรรมกลุ่มแรกสุดที่ควรกล่าวถึงก็คือ “จีน” หรือท่ี
เรียกในภาษาละตินว่า Sino – ชิโน แล้วแผลงมาเป็น China – ไชน่า ใน
ภาษาอังกฤษ ในภูเก็ตชาวจีนโพ้นทะเลส่วนใหญ่มีเชื้อสายฮกเกี้ยน อพยพจาก
ตอนใต้ของมณฑลฮกเกี้ยนผ่านมาทางสิงคโปร์และปีนัง เข้ามาตั้งรกรากแถบฝง่ั
ทะเลอนั ดามันต้ังแตส่ มัยกรุงรัตนโกสินทร์ โดยยดึ อาชพี ทำประมงและขุดแร่เป็น
หลัก
เป็นที่ทราบกันดีว่า “พรสวรรค์” ที่ฝั่งในสายเลือดของชาวจีนทกุ เผา่ พันธุ์
ก็คือ ความสันทดั ในงานปูน ดงั น้ันเมอื่ มีการก่อสร้างอาคารบา้ นเรือน หรืออาคาร
พาณิชย์ในภูเก็ต ชาวจีนจึงมักถูกจ้างมาเป็นแรงงาน ดังจะเห็นได้จากการ
สอดแทรกลวดลายปูนปั้น แบบจีนบนผนังด้านนอกตึกแถวแบบฝรั่ง โดยเฉพาะ
บริเวณที่ว่างระหว่างหัวเสาเหนือกรอบซุ้มหน้าต่าง มักพบลวดลายประเภท
น้ำเต้า ไข่มุกไฟ ดอกไม้สี่ฤดู ลายประแจจีน ลายเมฆ (ลายยู่อี่) ซึ่งมีจุดเด่นอยูท่ ี่
การตวัดปลายหางคล้ายอักขระจีน อีกทั้งยังนิยมระบายสีฉดู ฉาด และอาจมีการ
ปิดทองอีกดว้ ย
93
งานเชดิ ชเู กียรตผิ ู้มีผลงานดเี ด่นทางศิลปะและวัฒนธรรม (เพชรอันดามนั )
ส่วนความเป็นมาของอิทธิพลโปรตเุ กสก็ดี ฮอลนั ดา ฝรัง่ เศส หรือองั กฤษก็
ดี ล้วนเป็นไปในลักษณะของนักล่าอาณานิคมที่ผลัดเปลี่ยนกันเข้ามายึดครอง
และแสวงหาผลประโยชน์มหาศาลในแถบประเทศเพื่อนบ้านเราอย่างมาเลเซีย
สิงคโปร์ เป็นอาทิ และส่งอิทธิพลมายังภูเกต็ โดยผ่านทางปีนังซ่ึงเป็นศูนย์กลาง
เศรษฐกิจการค้าและฐานอำนาจสำคัญของอังกฤษในแหลมมาลายูโดยปกติแล้ว
เรามักอนุโลมเรียกบ้านเรือนที่ปลูกสร้างโดยชาวตะวันตกในยคุ ล่าอาณานิคมวา่
เป็น “ศิลปะแบบอาณานิคม” หรือ “อาคารแบบโคโลเนียล” (Colonial Style)
ซึ่งมีลักษณะเด่นคือ ด้านหน้าของอาคารชั้นล่างมักทำช่องโค้ง ( Arch)
ตอ่ เนือ่ งกันเป็นระยะ ๆ เพื่อให้เกดิ ทางเดนิ เท้าท่ภี าษาไทยเรียกทับศพั ท์ว่า “อา
เขต” (Arcade) หรือที่ภาษาจีนฮกเกี้ยนเรียกว่า “หง่อคาขี่” หมายถึง ทางเดิน
กวา้ งหา้ ฟุต
นอกจากอาเขตแล้ว อาคารแบบโคโลเนียล ยังอาจนำเอาลวดลาย
บางอย่างของศิลปะตะวันตกสมัยกรีก โรมัน ที่เรียกว่า “สมัยคลาสสิค” มาใช้
ใหม่ เชน่ หนา้ ตา่ งวงโคง้ เกอื กม้า หรือหวั เสาแบบโยนิก หรือ ไอโอนกิ (แบบม้วน
กา้ นหอย) และคอรินเทียน (มใี บไม้ขนาดใหญ่ประดับ) เป็นต้น ทำให้นักวิชาการ
บางท่านซ่ึงไม่ชอบคำว่าสถาปัตยกรรมโคโลเนียล เพราะมีลักษณะของการกดขี่
แฝงอยู่ เลย่ี งมาใชค้ ำวา่ “นโี อคลาสสคิ ”แทน เนอื่ งจากเปน้ คำกลาง ๆ ทีใ่ ช้เรียก
งานศลิ ปะซึง่ นำรูปแบบคลาสสคิ กลับมาใช้อีกครง้ั
อย่างไรกต็ าม คำว่า “โคโลเนยี ล” กด็ ี น”นีโอคลาสสคิ ” กด็ ี แม้จะถูกต้อง
สามารถใช้นิยามลักษณะสถาปัตยกรรมบนเกาะภูเก็ตได้ทั้ง 2 ชื่อ แต่เนื่องจาก
เป็นคำที่กว้างเกินไป เมื่อกล่าวลอย ๆ ไม่สามารถทำให้มองเห็น “เอกลักษณ์”
หรือ “หวั ใจ” ของภูเกต็ ไดช้ ดั เจนเท่ากับคำวา่ “ศิลปะชโิ น - โปรตกุ ีส”
เพียงแค่ชื่อก็ฟอ้ งชัดเจน สามารถเห็นภาพประติมากรรมนูนตำ่ หรือนูนสงู
ทำด้วยปนู ป้นั ระบายสีของช่างฝมี ือประดับอยบู่ นโครงสรา้ งอาคารแบบโปรตุเกส
กล่าวคือ เปน็ อาคารสองชน้ั กึ่งรา้ นคา้ ก่ึงท่อี ยูอ่ าศัย (Shop – house หรือ Semi
residential) ยาวต่อเนื่องเป็นแถวสองฝากถนน ส่วนหน้าของอาคาร เปิดโล่ง
เป็นทางเท้า ชนั้ ลา่ งเป็นรา้ นค้า ช้ันบนเปน็ เรือนพกั เนน้ การเจาะชอ่ งหน้าต่าง
94
งานเชิดชเู กียรติผมู้ ผี ลงานดีเดน่ ทางศิลปะและวัฒนธรรม (เพชรอนั ดามนั )
เป็นจังหวะคูหาละสามช่อง เพื่อเปิดให้แสงส่องสู่ชั้นล่างของอาคารที่มักจะทำ
เป็นบอ่ นำ้
นอกจากที่ภูเก็ตแล้ว เรายังสามารถพบอาคารรูปแบบดังกล่าวนี้ได้อีกที่
มาเกา๊ ฮอ่ งกง ปนี งั สิงคโปร์ และสงขลา ซ่งึ ล้วนมชี าวจนี อาศัยอยูอ่ ย่างหนาแนน่
และมสี ายสมั พนั ธท์ างเครือญาติกนั
ปรากฏการณ์ของการ “สมานลักษณะทางรูปแบบศิลปะ” นั้นไม่ใช่ของ
แปลกใหม่แต่อยา่ งใดเลย ตงั้ แตส่ มัยสโุ ขทยั แล้วท่ีพบ “ลวดลายแบบจีน” ปะปน
อย่ใู นงานพทุ ธศิลป์และประณตี ศิลปไ์ ทยอยมู่ าก เชน่ ลายเขียนรปู ดอกโบตน๋ั และ
ดอกเบญจมาศบนเครอ่ื งถว้ ยสงั คโลก หรือลายปูนปั้นรูปต่ังจีนมขี าเป็นแข้งสิงห์ที่
อุโมงค์วัดศรีชมุ จังหวัดสโุ ขทยั เปน็ ต้น
กล่าวโดยสรุป คือ โดย “เนื้อแท้” หรือ “ธาตุ” ของศิลปะใด ๆ ก็ตาม
ยอ่ มมีสนุ ทรียใ์ นตัวของมันเองอย่อู ยา่ งครบครัน ยิ่งหากไดน้ ายช่าง หรือ ศิลปินท่ี
ชาญฉลาด รู้จักเลือกสรร กล้าหาญที่จะหยิบเอาศิลปะรูปแบบใหม่ที่มีรูปแบบ
ต่างกัน ทว่ามีคุณค่าสูงเสมอกันมาจัดวางเคียงกัน ผลลัพธ์ก็คือ การรังสรรค์
ศิลปะรปู แบบใหม่ท่ีมีความงดงาม และอาจจะถึงระดับ “สากลนยิ ม” เลยทเี ดยี ว
(จากหนงั สอื “เพ่อื ความเขา้ ใจในแผ่นดินภูเก็ต” โดย ดร.เพ็ญสุภา สุขคตะ)
การสร้างสรรค์ผลงานแนวอมิ เพรสช่ันนิสต์ โดยใชส้ ถาปัตยกรรมแบบชิโน
– โปรตุกสี ในผลงานจติ รกรรมของ นายวัชรินทร์ รอดนิตย์ จิตรเพชรอันดามัน ปี
2565
การวาดภาพแบบอิมเพรสชั่นนิสต์ ประกอบด้วยการตวัดเกรียงหรือพู่กัน
แบบเป็นเส้นสั้น ๆ ของสีซึ่งไม่ได้ผสมหรือแยกเป็นสีใดสีหนึ่ง ซึ่งได้ให้ภาพที่
เกิดขึ้นตามธรรมชาติ และมีชีวิตชีวา พื้นผิวของภาพวาดนั้นมักจะเกิดจากการ
ระบายสีแบบหนา ๆ ซึ่งทำให้เกิดความแตกต่างจากจัตรกรยุคเก่าที่จะเน้นการ
ผสมสีอย่างกลมกลืน เพื่อให้ผู้อื่นคิดว่ากำลังมองภาพวาดบนแผ่นเฟรมให้น้อย
ที่สุด องค์ประกอบของอิมเพรสชั่นนัสต์ ยังถูกทำให้ง่ายและแปลกใหม่และจะ
เนน้ ไปยังมมุ มองแบบกว้าง ๆ มากกว่ารายละเอียด
95
งานเชิดชเู กยี รตผิ มู้ ผี ลงานดีเด่นทางศลิ ปะและวฒั นธรรม (เพชรอันดามัน)
เมื่อข้าพเจ้าได้มาพบเห็นความสวยงามของตึกเก่าในรูปแบบชิโน – โปร
ตกุ สี ในตัวเมืองจังหวัดภเู กต็ จงึ ไดเ้ กิดจนิ ตนาการทีจ่ ะสรา้ งสรรคผ์ ลงานจิตรกรรม
แนว อิมเพรสชั่นนิสต์ ที่เป็นการค้นคว้าเทคนิคเฉพาะทางของตนเอง โดยมี
ขนั้ ตอนดังนี้ (ตวั อย่างผลงาน ตกึ เกา่ บ้านเลขท่ี 146 ถนนถลาง)
1.เลือกรูปแบบตึกเก่าแนวชิโน – โปรตุกีส ที่มีลวดลายและมีความโดด
เดน่ สวยงาม
2.เตรยี มใจและอปุ กรณใ์ หพ้ รอ้ ม ดังมี สนี ำ้ มัน ขาต้งั เฟรม เกรียงทุกขนาด
พูก่ ันหลายขนาด
3.เร่มิ ลงมอื ปาดเกรียง เพือ่ รา่ งแบบโครงรา่ งโดยส่วนรวม เพื่อหาตำแหน่ง
ของการแบ่งชั้นของตึก หาตำแหน่งหนา้ ต่าง ช่วงเสาของตัวตึก ท้องฟ้า
กับหลงั คา ตอ้ งมสี ัดสว่ นทีถ่ ูกต้องงดงามตามแบบ
4.เริ่มปาดสีขาวผสมกับสีดำนิด ๆ เพื่อสร้างเป็นสีเทาเข้า คือต้องลงสี
กลาง ๆ ก่อน เพราะในตอนหลงั สดุ ก็จะฉาบสีขาวจัด เป็นโทนด้านแสง
เพื่อให้ภาพจิตรกรรมที่สมบูรณ์มีความชัดเจนคมชัด ถูกต้องตาม
หลกั การเขยี นภาพทวิ ทศั นท์ ่ีถกู ตอ้ ง
5.เติมความหนาของสี เพื่อให้ได้มิติของภาพ ในส่วนของการทำหลังคาให้
เหมือนจริงต้องปาดสีรวมกันในจานสีก่อน มีสีน้ำตาลดำ และสีน้ำตาล
อ่อน (โอ๊ค) ปาดรวมกันเน้นปริมาณสีเยอะแล้วปาดทั้งหมดตรงส่วน
หลังคาจากนั้นใช้เกรียงเปล่า (ด้านข้าง) สร้างลอนให้เสมือนจริง ตาม
ลักษณะหลงั คาดนิ เผาโบราณ และส่วนทีล่ ะเอียดสุดในภาพก็ตอ้ งมีการ
ตดั ทอนบ้างพอประมาณเพื่อโชวค์ วามงามบางงจดุ ใหช้ ัดเจน
6.เช็คความสมบูรณ์ของภาพ ดูรายละเอียด ตัวหนังสือ เลขที่บ้านเชคให้
สมบรู ณ์ ถูกตอ้ ง
96
งานเชิดชูเกยี รติผมู้ ผี ลงานดีเด่นทางศลิ ปะและวัฒนธรรม (เพชรอันดามัน)
ส่ิงทตี่ ้องคำนึงในการวาดภาพตึกเกา่ ชิโน – โปรตุกีส
1.ในการวาดภาพต้องพยายามสร้างพื้นผิวให้เหมือนจริงตามวัตถุที่
มองเห็น ตามสภาพจริง เช่น ไม้กระดาน ฝาผนัง อิฐ เหล็ก หลังคามุง
จาก กระเบอ้ื งมุงหลงั คา ลกั ษณะผิวเรียบ ขรุขระ เป็นตน้
2.ความชดั เจนถูกตอ้ งในส่วนของโครงสรา้ งสัดสว่ นของรปู แบบอาคารและ
บ้าน รวมถึงสถาปัตยกรรมที่จะนำมาวาด ต้องมีความเข้าใจหลักการ
วาดเส้นพื้นฐาน ชัดเจนในส่วนของโครงสรา้ งใหญแ่ ละในสว่ นย่อยเลก็ ๆ
สามารถทำการตัดทอนไดบ้ างส่วน
3.ต้องมีความหนาของสีในพื้นที่ขนาดใหญ่ เช่น เสาของอาคาร หลังคา
เพราะเป็นเทคนิคเฉพาะตัวที่ต้องการให้ภาพวาดมีความเป็นสามมิติมี
ความนูนมากกวา่ ภาพเขยี นโดยทัว่ ไป
97
งานเชดิ ชูเกยี รติผู้มผี ลงานดเี ด่นทางศลิ ปะและวัฒนธรรม (เพชรอันดามนั )
98
งานเชดิ ชูเกยี รติผู้มผี ลงานดเี ด่นทางศลิ ปะและวัฒนธรรม (เพชรอันดามนั )