The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

20202-2103 การค้าปลีกและการค้าส่ง

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by mukama_str101, 2022-11-22 10:22:39

20202-2103 การค้าปลีกและการค้าส่ง

20202-2103 การค้าปลีกและการค้าส่ง

แผนจัดการเรียนรู้

มุ่งเน้นสมรรถนะและบูรณาการ
TIMMERMAN INDUSTRIES หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) พุทธศักราช ๒๕๖๒

รายวิชา ๓ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นปีที่

๒๐๒๐๒ - ๒๑๐๓

การค้าปลีกและการค้าส่ง

นางสาวณัฐธยาน์ พิมพิรัตน์

ตำแหน่ง ครูผู้ช่วย

แผนกวิชาการตลาด การจัดการโลจิสติกส์และซัพพลายเชน
วิ ท ย า ลั ย เ ท ค นิ ค ย โ ส ธ ร
สถาบันการอาชีวศึกษาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ๔
สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ



แผนการจดั การเรยี นรแู้ บบเนน้ สมรรถนะ

วชิ า การค้าปลีกและการค้าสง่ รหัสวชิ า ๒๐๒๐๒-๒๑๐๓
หลักสตู ร ประกาศนยี บตั รวชิ าชีพ (ปวช.) พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๒

สาขาวชิ าการตลาด
ประเภทวิชาพาณิชยกรรม

จดั ทำโดย

นางสาวณฐั ธยาน์ พมิ พริ ตั น์
ตำแหน่ง ครผู ู้ชว่ ย

วทิ ยาลัยเทคนิคยโสธร
สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศกึ ษา

กระทรวงศกึ ษาธิการ
แผนการจัดการเรียนรู้มุ่งเนน้ สมรรถนะ

รหสั 20202-2103 วชิ า การคา้ ปลกี และการค้าสง่

ภาคเรียนท่ี 2/2565

…………………………………………….
(นางสาวณฐั ธยาน์ พมิ พิรัตน์)

ครูผูส้ อน
……………../………………./……………….

……………………………………………. ………………………………………………….
(นางสาวมลิวัลย์ พระธรรมมาตย์) (นายมงั กร ปนิ ะกาพงั )
หวั หนา้ แผนกวิชาการตลาด การจดั การโลจิสตกิ สฯ์
……………../………………./………………. หัวหน้างานพฒั นาหลักสตู รการเรียนการสอน
……………../………………./……………….

…………………………………………….
(นายถาวร ยาวะโนภาส)

รองผู้อำนวยการฝา่ ยวิชาการ
……………../………………./……………….

…………………………………………..
(นายสมปอง ทองศร)ี

ผู้อำนวยการวิทยาลยั เทคนคิ ยโสธร

คำนำ

พระราชบัญญัติการศึกษาแหง่ ชาติ พ.ศ. 2542 ท่ีได้ประกาศใช้ตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2542 เป็นต้นมา ได้เนน้ ให้
ครู-อาจารย์และผู้เกี่ยวข้องท้ังหลายจัดการเรียนการสอนโดยเน้นผู้เรียนสำคัญท่ีสุด ซ่ึงกิจกรรมการเรียนการสอนท่ีจัด
ควรมลี กั ษณะสำคญั ดังน้ี

1. ผู้เรยี นไดเ้ รียนรู้จากการปฏบิ ัตจิ รงิ
2. ผู้เรยี นมโี อกาสเลือกเรยี นรูใ้ นสง่ิ ทต่ี นถนดั และสนใจ
3. ผเู้ รยี นได้มโี อกาสแสวงหาความรู้และสรา้ งองคค์ วามรู้ดว้ ยตัวเอง
4. ผู้เรยี นได้มโี อกาสทจี่ ะนำความรูไ้ ปปฏิบตั ิใชจ้ ริงในชีวิตประจำวัน
5. ผ้เู รยี นมสี ว่ นรว่ มในการประเมินผลการเรยี นรู้ของตนเอง

ผู้จัดทำได้ตระหนักถึงการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ให้สอดคล้องกบั พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ ด้วยการบูร
ณาการคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ไว้ในรายวิชา และในการคิดกิจกรรมที่จะส่งเสริมการ
เรียนรู้ของนักเรียนตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติให้เป็นรูปธรรม จึงได้จัดทำเล่มน้ีเพ่ือประกอบการสอนวิชา
การค้าปลกี และการค้าส่ง รหัสวิชา 20202-2103 ซ่ึงประกอบดว้ ย

• ลักษณะรายวชิ า
• ตารางวเิ คราะห์หลกั สตู ร
• กำหนดการสอนทบี่ รู ณาการคณุ ธรรม จริยธรรม คา่ นิยม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
• แผนการจัดการเรยี นรูท้ ่บี ูรณาการคณุ ธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์

ผจู้ ัดทำหวังว่าเล่มน้ีคงเป็นประโยชน์แก่ครู-อาจารย์ได้ใช้เป็นแนวทางในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้บรรลุตาม
วัตถุประสงค์ต่อไป

นางสาวณัฐธยาน์ พมิ พริ ัตน์
ครผู ้ชู ว่ ย

สารบัญ

❖ หลกั สูตรรายวิชา
❖ โครงสร้างการสอน
❖ แผนการจดั การเรยี นรู้ที่บรู ณาการคณุ ธรรม จริยธรรม คา่ นิยม และคุณลักษณะอันพงึ ประสงค์

แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 1 1
แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 2 13

แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 3 20

แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 4 29

แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 5 34

แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 6 41

แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 7 48

แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 8 55

แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 9 63

แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 10 69

แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 11 72

แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 12 79

แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 13 86

แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 14 93
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 15 99

แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 16 106

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 17 99

แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 18 106

ภาคผนวก

ก ตวั อยา่ งแบบประเมนิ ด้วยแฟ้มสะสมผลงาน (Portfolio) 124

ข ตวั อยา่ งแบบสงั เกตพฤติกรรมการปฏิบัติงานรายบุคคล 125

ค ตัวอยา่ งแบบสังเกตพฤตกิ รรมการเข้ารว่ มกิจกรรมกลุ่ม 126

ง ตัวอย่างแบบประเมนิ การนำเสนอผลงานรายบุคคล 127

จ ตวั อยา่ งแบบประเมินคณุ ธรรม จริยธรรม ค่านยิ ม และคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ 128

ฉ ตัวอยา่ งแบบรวมคะแนนการประเมินคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม

และคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ 129

ช ตัวอย่างแบบสรุปผลการประเมนิ คุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ 130

ซ วธิ ีการใชแ้ บบประเมนิ คณุ ธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ 131

ลกั ษณะรายวิชา

รหสั 20202-2103 วิชา การคา้ ปลกี และการคา้ สง่ ชวั ่ โมง
หน่วยกิต (2-2-3) เวลาเรยี นต่อภาค 72 ชวั ่ โมง 72
สมรรถนะรายวิชา*
รายวิชาตามหลกั สูตร
สมรรถนะหลกั
จดุ ประสงคร์ ายวิชา เพอ่ื ให้
1.แสดงความรเู้ กย่ี วกบั หลกั การ
1.เขา้ ใจหลกั การกระบวนการคา้ ปลกี และการคา้ กระบวนการคา้ ปลกี และการคา้ สง่
ส่ง กฎหมาย และองคก์ ารทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั การคา้ ปลกี
และการคา้ ส่ง แนวโน้ม การคา้ ปลกี และการคา้ สง่ 2.ออกแบบโครงสรา้ งของหน่วยงานธุรกจิ
คา้ ปลกี และการคา้ ส่ง กฎหมายและองคก์ ารท่ี
2.สามารถออกแบบโครงสรา้ งของหน่วยงาน เกย่ี วขอ้ งกบั การคา้ ปลกี และการคา้ ส่ง แนวโน้ม
ธรุ กจิ คา้ ปลกี การคา้ ส่งและการวางแผนการดาเนินงาน การคา้ ปลกี และการคา้ สง่
การคา้ ปลกี และการคา้ ส่ง
3.วางแผนและดาเนินงานการคา้ ปลกี และ
3.มเี จตคตแิ ละกจิ นิสยั ทด่ี ใี นการทางานดว้ ย การคา้ ส่งตามหลกั การ
ความอดทน อดกลนั้ ความซ่อื สตั ยส์ ุจรติ ความ
ขยนั หมนั ่ เพยี ร และความกระตอื รอื รน้ 4.ประยุกตใ์ ชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศ
การคา้ ปลกี และการคา้ สง่ ตามหลกั การ
คาอธิบายรายวิชา
รวม
ศกึ ษาและปฏบิ ตั เิ กย่ี วกบั หลกั การคา้ ปลกี และ
การคา้ ส่ง ประเภทของการคา้ ปลกี และการคา้ สง่
โครงสรา้ งของหน่วยงาน ธุรกจิ การคา้ ปลกี และการคา้
สง่ การเลอื กทาเลทต่ี งั้ การจดั ซอ้ื สนิ คา้ การควบคุม
สนิ คา้ คงคลงั การกาหนดราคาขายปลกี และราคา ขาย
สง่ การใหบ้ รกิ ารลกู คา้ กฎหมายและองคก์ ารท่ี
เกย่ี วขอ้ งกบั การคา้ ปลกี และการคา้ สง่ แนวโน้มการคา้
ปลกี และการคา้ ส่ง และเทคโนโลยสี ารสนเทศการคา้
ปลกี และการคา้ ส่ง

ตารางวิเคราะหห์ น่วยการเรยี นรตู้ ามจดุ ประสงคร์ ายวิชา และสมรรถนะรายวิชา
วิชา การค้าปลีกและการค้าส่ง รหสั วิชา 20202-2103 (2-2-3)

จดุ ประสงคร์ ายวิชา เพื่อให้
1.เขา้ ใจหลกั การกระบวนการคา้ ปลกี และการคา้ สง่ กฎหมาย และองค์การทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั การคา้ ปลกี และการคา้

ส่ง แนวโน้ม การคา้ ปลกี และการคา้ ส่ง
2.สามารถออกแบบโครงสรา้ งของหน่วยงานธุรกจิ คา้ ปลกี การคา้ ส่งและการวางแผนการดาเนินงาน การคา้ ปลกี

และการคา้ ส่ง
3.มเี จตคตแิ ละกจิ นสิ ยั ทด่ี ใี นการทางานดว้ ยความอดทน อดกลนั้ ความซ่อื สตั ยส์ จุ รติ ความขยนั หมนั ่ เพยี ร และ

ความกระตอื รอื รน้

สมรรถนะรายวิชา
1.แสดงความรเู้ กย่ี วกบั หลกั การกระบวนการคา้ ปลกี และการคา้ สง่
2.ออกแบบโครงสรา้ งของหน่วยงานธุรกจิ คา้ ปลกี และการคา้ ส่ง กฎหมายและองคก์ ารทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั การคา้ ปลกี
และการคา้ ส่ง แนวโน้มการคา้ ปลกี และการคา้ ส่ง
3.วางแผนและดาเนินงานการคา้ ปลกี และการคา้ ส่งตามหลกั การ
4.ประยุกตใ์ ชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศการคา้ ปลกี และการคา้ ส่งตามหลกั การ

รหสั 20202-2103 วิชา การคา้ ปลีกและการคา้ สง่

ช้นั ระดบั ประกาศนียบตั รวิชาชพี สาขาวิชาการตลาด/กลมุ่ วิชาชพี เลือก
พทุ ธิพิสยั (60%)
พฤติกรรม ความ ้รู
ความเข้าใจ
ช่ือหน่วย การนาไปใ ้ช
การ ิวเคราะ ์ห

การสังเคราะห์

การประเ ิมน
ค่ทัากษะ ิพสัย(20%)
ิจต ิพสัย(20%)
รวม
ลาดับความสาคัญ
จานวนชั ่วโมง

1.หลกั การคา้ ปลกี และคา้ ส่ง 111 1 116 4
1 116 4
2.ประเภทของการคา้ ปลกี และคา้ ส่ง 111 1 116 4
2 116 8
3.โครงสรา้ งของหน่วยงานธรุ กจิ คา้ ปลกี และคา้ สง่ 1 1 1 2 3 3 11 8
2 116 8
4.การเลอื กทาเลทต่ี งั้ 112 2 228 8
1 228 4
5.การจดั ซอ้ื สนิ คา้ 112
2 116 8
6.การควบคมุ สนิ คา้ คงคลงั 122
2 116 4
7.การกาหนดราคาขายปลกี และคา้ ส่ง 122
2 116 4
8.การใหบ้ รกิ ารลกู คา้ 111
4
9.กฎหมายและองคก์ รทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั การคา้ ปลกี 112 4
และการคา้ สง่ 72

10.แนวโนม้ การคา้ ปลกี และการคา้ สง่ 112

11.เทคโนโลยสี ารสนเทศการคา้ ปลกี และ 112
การคา้ ส่ง

สอบกลางภาค 11 13 18 18 20 20 100
สอบปลายภาค

รวม
ลาดบั ความสาคญั

ประมวลการเรียนรายวิชา (Course Outline)

โครงการจดั การเรยี นรู้
ชื่อวิชา การค้าปลีกและการค้าส่ง รหสั วิชา 20202-2103

ท-ป-น 2-2-3 จานวนคาบ 4 คาบ/ สปั ดาห์ ระดบั ชนั้ ปวช.

สปั ดาห์ หน่วย ปฏิบตั ิ จานวน
ท่ี ที่ คาบ
4
1 1 หลกั การคา้ ปลกี และคา้ สง่ กจิ กรรม-ใบงาน 4
กจิ กรรม-ใบงาน 4
2 2 ประเภทของการคา้ ปลกี และคา้ สง่ กจิ กรรม-ใบงาน
กจิ กรรม-ใบงาน 8
3 3 โครงสรา้ งของหน่วยงานธรุ กจิ คา้ ปลกี และคา้ ส่ง กจิ กรรม-ใบงาน
กจิ กรรม-ใบงาน 8
4 4 การเลอื กทาเลทต่ี งั้ กจิ กรรม-ใบงาน
กจิ กรรม-ใบงาน 8
5 4 การเลอื กทาเลทต่ี งั้ กจิ กรรม-ใบงาน
ประเมนิ ผล 4
6 5 การจดั ซ้อื สนิ คา้ กจิ กรรม-ใบงาน
กจิ กรรม-ใบงาน 8
7 5 การจดั ซ้อื สนิ คา้ กจิ กรรม-ใบงาน
กจิ กรรม-ใบงาน 4
8 6 การควบคมุ สนิ คา้ คงคลงั กจิ กรรม-ใบงาน
กจิ กรรม-ใบงาน 8
9 6 การควบคุมสนิ คา้ คงคลงั กจิ กรรม-ใบงาน
ประเมินผล 4
10 - วดั ผลและประเมนิ ผลกลางภาคเรยี น 4
4
11 7 การกาหนดราคาขายปลกี และคา้ ส่ง 72

12 7 การกาหนดราคาขายปลกี และคา้ สง่

13 8 การใหบ้ รกิ ารลกู คา้

14 9 กฎหมายและองคก์ รทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั การคา้ ปลกี และการคา้ ส่ง

15 9 กฎหมายและองคก์ รทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั การคา้ ปลกี และการคา้ ส่ง

16 10 แนวโน้มการคา้ ปลกี และการคา้ ส่ง

17 11 เทคโนโลยสี ารสนเทศการคา้ ปลกี และการคา้ ส่ง

18 - วดั ผลและประเมนิ ผลปลายภาคเรยี น

รวม

กาหนดการสอนที่บรู ณาการคุณธรรม จริยธรรม
ค่านิยม และคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์

วิชา รหสั 20202-2103 วิชาการค้าปลีกและการค้าส่ง 4 ชวั่ โมงต่อสปั ดาห์

สปั ดาห์ หน่วย ชวั่ โมง ชื่อหน่วย/สาระการเรยี นรู้ ผลการเรียนรทู้ ี่คาดหวงั คณุ ธรรม จริยธรรม
ที่ ที่ ที่ ค่านิยม และคณุ ลกั ษณะ

1 1 1-4 ปฐมนิเทศ 1.บอกจดุ ประสงคร์ ายวชิ า สมรรถนะ อนั พึงประสงค์
1.จดุ ประสงคร์ ายวชิ า สมรรถนะรายวชิ าและ รายวชิ า และคาอธบิ ายรายวชิ าตามหลกั สตู ร
2.บอกแนวทางวดั ผลและประเมนิ ผล ความมมี นุษยสมั พนั ธ์
คาอธบิ ายรายวชิ า ความมวี นิ ัย
ความรบั ผดิ ชอบ
2.แนวทางวดั ผลและประเมนิ ผลการเรยี นรู้ ความเชอ่ื มนั่ ในตนเอง
ความสนใจใฝ่ รู้
หลกั การค้าปลีกและคา้ ส่ง 1.อธบิ ายความหมาย ความสาคญั และ ความรกั สามคั คี
ความกตญั ญกู ตเวที
1.ความหมาย ความสาคญั และลกั ษณะของ ลกั ษณะของการคา้ ปลกี ได้

การคา้ ปลกี 2.วเิ คราะหแ์ นวความคดิ เกย่ี วกบั การ

2.แนวความคดิ เกย่ี วกบั การประกอบอาชพี คา้ ประกอบอาชพี คา้ ปลกี ได้

ปลกี 3.อธบิ ายความหมาย ความสาคญั และ

3.ความหมาย ความสาคญั และลกั ษณะของ ลกั ษณะของการคา้ สง่ ได้

การคา้ ส่ง 4.อธบิ ายการดาเนนิ งานของรา้ นคา้ สง่ ได้ 5.

4.การดาเนนิ งานของรา้ นคา้ สง่ วเิ คราะหแ์ นวความคดิ เกย่ี วกบั การประกอบ

5.แนวความคดิ เกย่ี วกบั การประกอบอาชพี คา้ สง่ อาชพี คา้ ส่งได้

6.วตั ถปุ ระสงคแ์ ละหน้าทข่ี องผปู้ ระกอบการคา้ 6.อธบิ ายวตั ถปุ ระสงคแ์ ละหน้าทข่ี อง

ปลกี และคา้ สง่ ผปู้ ระกอบการคา้ ปลกี และคา้ สง่ ได้

7.ววิ ฒั นาการของการคา้ ปลกี และการคา้ สง่ ใน 7.อธบิ ายววิ ฒั นาการของการคา้ ปลกี และ

ประเทศไทย การคา้ ส่งในประเทศไทยได้

8.หลกั การพจิ ารณาปัญหาของการคา้ ปลกี และ 8.วเิ คราะหห์ ลกั การพจิ ารณาปัญหาของ

การคา้ สง่ การคา้ ปลกี และการคา้ ส่งได้

2 2 5-8 ประเภทของการคา้ ปลีกและคา้ ส่ง 1.อธบิ ายและวเิ คราะหป์ ระเภทกจิ การคา้

1.ประเภทกจิ การคา้ ปลกี ตามลกั ษณะการซอ้ื ปลกี ตามลกั ษณะการซอ้ื ของผบู้ รโิ ภคได้

ของผบู้ รโิ ภค 2.อธบิ ายและวเิ คราะหป์ ระเภทกจิ การคา้

2.ประเภทกจิ การคา้ ปลกี ตามวธิ กี ารดาเนินงาน ปลกี ตามวธิ กี ารดาเนนิ งานได้
3.ประเภทกจิ การคา้ ปลกี ตามลกั ษณะการเป็น 3.อธบิ ายและวเิ คราะหป์ ระเภทกจิ การคา้
เจา้ ของ ปลกี ตามลกั ษณะการเป็นเจา้ ของได้ 4.
4.ประเภทของกจิ การคา้ สง่ อธบิ ายและวเิ คราะหป์ ระเภทของกจิ การคา้
5.ประเภทพอ่ คา้ ส่งทใ่ี ชเ้ กณฑก์ ารใหบ้ รกิ าร ส่งได้
ของกจิ การคา้ สง่ 5.อธบิ ายและวเิ คราะหป์ ระเภทพอ่ คา้ ส่งทใ่ี ช้
6.ประเภทของผคู้ า้ ส่ง เกณฑก์ ารใหบ้ รกิ ารของกจิ การคา้ ส่งได้

6.อธบิ ายและวเิ คราะหป์ ระเภทของผคู้ า้ ส่งได้

(ต่อ)

สปั ดาห์ หน่วย ชวั่ โมง ชื่อหน่วย/สาระการเรยี นรู้ ผลการเรียนร้ทู ่ีคาดหวงั คณุ ธรรม จริยธรรม
ที่ ที่ ที่ ค่านิยม และคุณลกั ษณะ

อนั พงึ ประสงค์

3 3 9-12 โครงสร้างของหน่วยงานธรุ กิจคา้ ปลกี และ 1.อธบิ ายการบรหิ ารงานขายของหน่วยงานคา้

คา้ ส่ง ปลกี และคา้ สง่ ได้

1.การบรหิ ารงานขายของหน่วยงานคา้ ปลกี 2.อธบิ ายการสรา้ งทมี งานขายในธรุ กจิ คา้ ปลกี

และคา้ ส่ง และคา้ สง่ ได้

2.การสรา้ งทมี งานขายในธรุ กจิ คา้ ปลกี และคา้ 3.อธบิ ายการบรหิ ารช่องทางการขายผา่ น
สง่ รา้ นคา้ ปลกี และคา้ ส่งได้
3.การบรหิ ารช่องทางการขายผ่านรา้ นคา้ ปลกี 4.อธบิ ายการบรหิ ารชอ่ งทางการจดั จาหน่าย
ผา่ นพนักงานขายได้
และคา้ ส่ง
5.อธบิ ายและจดั โครงสรา้ งการทางานของ
4 4. การบรหิ ารช่องทางการจดั จาหน่ายผา่ น ธุรกจิ คา้ ปลกี และคา้ ส่งได้ ความมมี นุษยสมั พนั ธ์
พนักงานขาย ความมวี นิ ยั
5.การจดั โครงสรา้ งการทางานของธรุ กจิ คา้ 1.อธบิ ายความหมายของทาเลทต่ี งั้ ได้ 2. ความรบั ผดิ ชอบ
ปลกี และคา้ ส่ง อธบิ ายการเลอื กทาเลทต่ี งั้ ได้ ความเช่อื มนั่ ในตนเอง
4 13-16 การเลอื กทาเลที่ตงั้ ความสนใจใฝ่ รู้
ความรกั สามคั คี
1.ความหมายของทาเลทต่ี งั้

2.การเลอื กทาเลทต่ี งั้ 3.อธบิ ายทาลทต่ี งั้ แตล่ ะประเภทของธรุ กจิ คา้ ความกตญั ญกู ตเวที

3.ประเภทของทาเลทต่ี งั้ ธรุ กจิ คา้ ปลกี ปลกี ได้

4.ปัจจยั ในการเลอื กทาเลทต่ี งั้ ของ 4.อธบิ ายปัจจยั ในการเลอื กทาเลทต่ี งั้ ของ

ธรุ กจิ คา้ ปลกี ธรุ กจิ คา้ ปลกี ได้

5.การเลอื กทาเลทต่ี งั้ ของกจิ การคา้ ส่ง 5.อธบิ ายการเลอื กทาเลทต่ี งั้ ของ

5 4 17-20 6.ปัจจยั ในการเลอื กทาเลทต่ี งั้ การคา้ ส่งได้
ของกจิ การคา้ สง่ 6.อธบิ ายปัจจยั ในการเลอื กทาเลทต่ี งั้ ของ
7.การวางผงั รา้ นคา้ กจิ การคา้ ส่งได้
8.วตั ถุประสงคใ์ นการวางผงั รา้ นคา้ 7.อธบิ ายและวางผงั รา้ นคา้ ได้
9.ประเภทของการวางผงั รา้ นคา้ 8.อธบิ ายวตั ถปุ ระสงคใ์ นการวางผงั รา้ นคา้
10.ปัจจยั ในการวางผงั รา้ นคา้ ได้
11.แนวความคดิ ในการวางผงั รา้ นคา้ 9.อธบิ ายประเภทของการวางผงั รา้ นคา้ ได้
10.วเิ คราะหป์ ัจจยั ในการวางผงั รา้ นคา้ ได้

11.อธบิ ายและวเิ คราะหแ์ นวความคดิ ในการ

จดั วางผงั รา้ นคา้ ได้

6 5 21-24 การจดั ซือ้ สินค้า 1.อธบิ ายความหมาย ความสาคญั และ

1.ความหมาย ความสาคญั และวตั ถปุ ระสงค์ วตั ถปุ ระสงคข์ องการจดั ซ้อื ได้
ของการจดั ซอ้ื 2.อธบิ ายหน้าทแ่ี ละคณุ สมบตั ขิ องผมู้ หี น้าท่ี
2.หน้าทแ่ี ละคณุ สมบตั ขิ องผมู้ หี น้าทจ่ี ดั ซ้อื จดั ซอ้ื ได้
3.หลกั การจดั ซ้อื ขนั้ พน้ื ฐาน 3.อธบิ ายหลกั การจดั ซ้อื ขนั้ พน้ื ฐานได้
4.การควบคุมสนิ คา้ คงคลงั 4.อธบิ ายการควบคุมสนิ คา้ คงคลงั ได้

(ต่อ)

สปั ดาห์ หน่วย ชวั่ โมง ชื่อหน่วย/สาระการเรยี นรู้ ผลการเรียนรทู้ ่ีคาดหวงั คณุ ธรรม จริยธรรม
ท่ี ที่ ท่ี ค่านิยม และคุณลกั ษณะ

7 5 25-28 5.การจดั ซอ้ื สนิ คา้ ของธุรกจิ คา้ ปลกี 5.อธบิ ายการจดั ซ้อื สนิ คา้ ได้ อนั พงึ ประสงค์

6.ขนั้ ตอนในการดาเนินการจดั ซ้อื 6.อธบิ ายขนั้ ตอนในการดาเนนิ การจดั ซอ้ื ได้ ความมมี นุษยสมั พนั ธ์
ความมวี นิ ัย
7.การคดั เลอื กแหลง่ ซอ้ื สนิ คา้ 7.อธบิ ายและคดั เลอื กแหลง่ ซ้อื สนิ คา้ ได้ ความรบั ผดิ ชอบ
ความเช่อื มนั่ ในตนเอง
8 6 29-32 การควบคมุ สินค้าคงคลงั 1.อธบิ ายความหมายของสนิ คา้ คงคลงั ได้ ความสนใจใฝ่ รู้
ความรกั สามคั คี
1.ความหมายของสนิ คา้ คงคลงั 2.อธบิ ายวตั ถปุ ระสงคแ์ ละประโยชน์ของการ ความกตญั ญกู ตเวที

2.วตั ถปุ ระสงคแ์ ละประโยชน์ของการควบคุม ควบคมุ สนิ คา้ คงคลงั ได้

สนิ คา้ คงคลงั 3.อธบิ ายตน้ ทุนของสนิ คา้ คงคลงั ได้

3.ตน้ ทุนของสนิ คา้ คงคลงั 4.อธบิ ายระบบการควบคมุ สนิ คา้ คงคลงั ได้

4.ระบบการควบคุมสนิ คา้ คงคลงั 5.อธบิ ายการสงั่ ซ้อื ทป่ี ระหยดั ได้

9 6 33-36 5.การสงั่ ซ้อื ทป่ี ระหยดั 6.อธบิ ายจุดสงั่ ซ้อื ใหม่ได้

6.จุดสงั่ ซอ้ื ใหม่ 7.อธบิ ายและวเิ คราะหร์ ะบบตรวจสอบ

7.ระบบตรวจสอบปรมิ าณสนิ คา้ คงคลงั ปรมิ าณสนิ คา้ คงคลงั ได้

8.การควบคมุ สนิ คา้ คงคลงั ธุรกจิ คา้ ส่ง 8.อธบิ ายและวเิ คราะหก์ ารควบคุมสนิ คา้ คง

9.การควบคมุ สนิ คา้ คงคลงั ของธรุ กจิ คา้ ปลกี คลงั ของธุรกจิ คา้ สง่ ได้

9.อธบิ ายและวเิ คราะหก์ ารควบคมุ สนิ คา้ คง

คลงั ของธรุ กจิ คา้ ปลกี ได้

ทบทวน/สอบกลางภาคเรียน 1.แสดงความรเู้ กย่ี วกบั หลกั การกระบวนการ

10 - 37-40 1.หลกั การคา้ ปลกี และคา้ สง่ คา้ ปลกี และการคา้ ส่ง

2.ประเภทของการคา้ ปลกี และคา้ ส่ง 2.ออกแบบโครงสรา้ งของหน่วยงานธรุ กจิ คา้

3.โครงสรา้ งหน่วยงานธุรกจิ คา้ ปลกี และคา้ ส่ง ปลกี และการคา้ ส่ง

4.การเลอื กทาเลทต่ี งั้ 3.วางแผนและดาเนินงานการคา้ ปลกี และ

5.การจดั ซอ้ื สนิ คา้ การคา้ ส่งตามหลกั การ

6.การควบคมุ สนิ คา้ คงคลงั

11 7 41-44 การกาหนดราคาขายปลีกและค้าส่ง 1.อธบิ ายความหมายของราคามลู คา่ และ

1.ความหมายของราคา มลู คา่ และ อรรถประโยชน์ได้

อรรถประโยชน์ 2. อธบิ ายและวเิ คราะหป์ ัจจยั ทม่ี อี ทิ ธพิ ลตอ่

2.ปัจจยั ทม่ี อี ทิ ธพิ ลต่อการตงั้ ราคา การตงั้ ราคาได้

3.นโยบายในการกาหนดราคา 3.อธบิ ายและกาหนดนโยบายในการกาหนด

4.วธิ กี ารตงั้ ราคาของธรุ กจิ คา้ สง่ ราคาได้

12 7 45-48 5. วธิ กี ารตงั้ ราคาของธรุ กจิ คา้ ปลกี 4.อธบิ ายและกาหนดวธิ กี ารตงั้ ราคาของ

6.การตงั้ ราคาสนิ คา้ ธรุ กจิ คา้ สง่ ได้

7.จติ วทิ ยากบั การกาหนดราคา 5.อธบิ ายและกาหนดวธิ กี ารตงั้ ราคาของ

ธุรกจิ คา้ ปลกี ได้

6.อธบิ ายและตงั้ ราคาสนิ คา้ ได้

7.อธบิ ายและประยุกตใ์ ชจ้ ติ วทิ ยากบั การ

กาหนดราคาได้

(ต่อ)

สปั ดาห์ หน่วย ชวั่ โมง ช่ือหน่วย/สาระการเรยี นรู้ ผลการเรียนร้ทู ่ีคาดหวงั คณุ ธรรม จริยธรรม ค่านิยม
ท่ี ที่ ที่ และคณุ ลกั ษณะ
อนั พงึ ประสงค์

13 8 49-52 การให้บริการลูกคา้ 1.อธบิ ายความหมายการบรกิ าร ความสาคญั

1.ความหมายการบรกิ าร ความสาคญั ของ ของการบรกิ ารและลกั ษณะของการใหบ้ รกิ าร

การบรกิ าร และลกั ษณะของการใหบ้ รกิ าร ได้

2.ศลิ ปะการใหบ้ รกิ ารแบบ “Service Mind” 2.บอกศลิ ปะการใหบ้ รกิ ารแบบ “Service

3.ศลิ ปะการใหบ้ รกิ ารทท่ี าใหล้ ูกคา้ ประทบั ใจ Mind” ได้

4.การทาความเขา้ ใจเกย่ี วกบั ลกู คา้ และความ 3.บอกศลิ ปะการใหบ้ รกิ ารทท่ี าใหล้ ูกคา้

ตอ้ งการของลูกคา้ ประทบั ใจได้

4.อธบิ ายการทาความเขา้ ใจเกย่ี วกบั ลูกคา้ และ

ความตอ้ งการของลูกคา้ ได้

14 9 53-56 กฎหมายและองคก์ รท่ีเกี่ยวขอ้ งกบั 1.บอกกฎหมายทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั การคา้ ปลกี

การค้าปลีกและการคา้ ส่ง และการคา้ ส่งได้

15 9 1.กฎหมายทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั การคา้ ปลกี และ 2.พระราชบญั ญตั ทิ ะเบยี นพาณชิ ย์ พ.ศ. ความมมี นุษยสมั พนั ธ์
การคา้ ส่งได้ 2499 ได้ ความมวี นิ ยั
2.พระราชบญั ญตั ทิ ะเบยี นพาณชิ ย์ ความรบั ผดิ ชอบ
พ.ศ.2499 3.พระราชบญั ญตั กิ ารแขง่ ขนั ทางการคา้ ความเชอ่ื มนั่ ในตนเอง
3.พระราชบญั ญตั กิ ารแขง่ ขนั ทางการคา้ พ.ศ.2560 ความสนใจใฝ่ รู้
พ.ศ.2560 4.อธบิ ายประมวลกฎหมายแพง่ และพาณชิ ย์ ความรกั สามคั คี
4.ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณชิ ย์ ได้ ความกตญั ญกู ตเวที
57-60 5.พระราชบญั ญตั คิ วบคมุ อาคาร พ.ศ.2522 5.พระราชบญั ญตั คิ วบคมุ อาคาร พ.ศ.2522
(ปรบั ปรุง 2558)

(ปรบั ปรงุ 2558) 6.อธบิ ายกฎหมายภาษตี ามประมวล

6.กฎหมายภาษตี ามประมวลรษั ฎากร รษั ฎากรได้

7.กฎหมายอ่นื ๆ ทเ่ี กย่ี วขอ้ งในการคา้ ปลกี 7.กฎหมายอ่นื ๆ ทเ่ี กย่ี วขอ้ งในการคา้ ปลกี
และการคา้ ส่ง
และการคา้ ส่ง
8.องคก์ รทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั การคา้ ปลกี และ
8.องคก์ รทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั การคา้ ปลกี และ
การคา้ สง่
การคา้ ส่ง

16 10 61-64 แนวโน้มการค้าปลีกและการคา้ ส่ง 1.วเิ คราะหแ์ นวโน้มการปรบั ตวั ของ

1.แนวโน้มการปรบั ตวั ของผปู้ ระกอบการคา้ ผปู้ ระกอบการคา้ ปลกี และคา้ ส่งได้

ปลกี และคา้ ส่ง 2.วเิ คราะหส์ ถานการณ์ธุรกจิ คา้ ปลกี และคา้ สง่

2.สถานการณ์ธรุ กจิ คา้ ปลกี และคา้ สง่ ได้

3.การวเิ คราะหแ์ นวโน้มธุรกจิ คา้ ปลกี และคา้ ส่ง 3.วเิ คราะหแ์ นวโน้มธุรกจิ คา้ ปลกี และคา้ ส่งได้

4.การวเิ คราะหส์ ภาพแวดลอ้ มของการคา้ 4.วเิ คราะหส์ ภาพแวดลอ้ มของการคา้ ปลกี

ปลกี และคา้ ส่ง และคา้ ส่งได้

5.ขอ้ เสนอแนะตอ่ ภาครฐั บาลจากสมาคม 5.ขอ้ เสนอแนะตอ่ ภาครฐั บาลจากสมาคม

ผคู้ า้ ปลกี ไทย ผคู้ า้ ปลกี ไทยได้

(ต่อ)

สปั ดาห์ หน่วย ชวั่ โมง ช่ือหน่วย/สาระการเรียนรู้ ผลการเรยี นรทู้ ่ีคาดหวงั คณุ ธรรม จริยธรรม ค่านิยม
ที่ ที่ ท่ี และคณุ ลกั ษณะ
อนั พงึ ประสงค์

17 11 65-68 เทคโนโลยสี ารสนเทศการคา้ ปลีกและ 1.อธบิ ายความหมายและลกั ษณะสาคญั ของ

การค้าส่ง เทคโนโลยสี ารสนเทศการคา้ ปลกี และการคา้

1.ความหมาย และลกั ษณะสาคญั ของ สง่ ได้
เทคโนโลยสี ารสนเทศการคา้ ปลกี และการคา้ 2.บอกววิ ฒั นาการเทคโนโลยใี นปัจจุบนั ได้ ความมมี นุษยสมั พนั ธ์
สง่ 3.ประยุกตใ์ ชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศในธุรกจิ คา้ ความมวี นิ ัย
2.ววิ ฒั นาการเทคโนโลยใี นปัจจุบนั ความรบั ผดิ ชอบ
3.การประยกุ ต์ใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศใน ปลกี และคา้ สง่ ได้ ความเช่อื มนั่ ในตนเอง
ธรุ กจิ คา้ ปลกี และคา้ ส่ง
ความสนใจใฝ่ รู้

ความรกั สามคั คี

18 - 69-72 ทบทวน/สอบปลายภาคเรียน ความกตญั ญกู ตเวที

หมายเหตุ กาหนดการสอนทบ่ี รู ณาการคณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นยิ ม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงคน์ ้ี จดั ทาขน้ึ เพอ่ื
เป็นแนวทางใหก้ บั ครผู สู้ อนในการจดั การเรยี นการสอนเทา่ นนั้ สามารถเปลย่ี นแปลงไดข้ น้ึ อยกู่ บั ผสู้ อน และสถานศกึ ษา
ทจ่ี ะนาไปประยกุ ตใ์ ชเ้ ป็นสาคญั

การวดั ผลและประเมินผลวิชาการคา้ ปลีกและการค้าส่ง 20%
20%
การวดั ผล 10%
10%
1. สอบกลางภาค 20%
2. สอบปลายภาค 20%
3. บูรณาการคุณธรรม จรยิ ธรรม คา่ นยิ ม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
4. การเขา้ ชนั้ เรยี น
5. กจิ กรรมการเรยี นการสอนในหอ้ งเรยี น
6. ใบงาน/แบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้

หมายเหตุ ผเู้ รยี นตอ้ งเขา้ เรยี นไมน่ ้อยกว่ารอ้ ยละ 80 ของเวลาเรยี นทงั้ หมด แต่การแบ่งคะแนนการวดั ผลน้ีสามารถ

เปลย่ี นแปลงไดข้ น้ึ อย่กู บั ครเู ป็นสาคญั และเน่ืองจากเป็นวชิ าทเ่ี น้นการนาทกั ษะความรไู้ ปประยุกตใ์ ชใ้ นธุรกจิ โดยทวั่ ไป
การวดั ผลสามารถจดั เขา้ ไปในเร่อื งคุณธรรม จรยิ ธรรมได้ เพอ่ื ใหเ้ หน็ เป็นรปู ธรรมทช่ี ดั เจน จงึ จะขอแยกเรอ่ื งการวดั ผล
ดา้ นคุณธรรม จรยิ ธรรม ในรูปเคร่อื งมอื วดั ผลเป็นแบบประเมนิ คุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม และคุณลกั ษณะ อนั พงึ
ประสงคข์ องผสู้ าเรจ็ การศกึ ษา สานกั งานคณะกรรมการการอาชวี ศกึ ษา โดยทงั้ ครแู ละนักเรยี น จะประเมนิ คุณลกั ษณะ
จากพฤตกิ รรมบ่งชท้ี ก่ี าหนดไว้ และตอ้ งทาควบคกู่ บั กระบวนการทากจิ กรรมการเรยี นการสอน ซง่ึ อาจอย่ใู นรปู ของกลุ่ม
ผเู้ รยี นหรอื เป็นรายบุคคล โดยนักเรยี นอาจสบั เปลย่ี นกนั เป็นผู้ประเมนิ ร่วมกบั ครู เพ่อื ความเทย่ี งตรงของการประเมนิ
ดงั นัน้ แบบประเมนิ คณุ ธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ทงั้ ของครู และผเู้ รยี นจงึ เป็นชดุ เดยี วกนั
และเพอ่ื ดพู ฒั นาการของนกั เรยี น จะใชแ้ บบประเมนิ ชดุ น้เี ป็นเคร่อื งมอื ประเมนิ

การประเมินผล

กาหนดค่าระดบั คะแนน ตามเกณฑด์ งั น้ี

คะแนนรอ้ ยละ 80-100 ไดเ้ กรด 4
ไดเ้ กรด 3.5
คะแนนรอ้ ยละ 75-79 ไดเ้ กรด 3
ไดเ้ กรด 2.5
คะแนนรอ้ ยละ 70-74 ไดเ้ กรด 2
ไดเ้ กรด 1.5
คะแนนรอ้ ยละ 65-69 ไดเ้ กรด 1
ไดเ้ กรด 0
คะแนนรอ้ ยละ 60-64

คะแนนรอ้ ยละ 55-59

คะแนนรอ้ ยละ 50-54

คะแนนรอ้ ยละ 0-49

หนงั สอื ประกอบการเรียน
ลกั ษกิ า เหลา่ บวั ด.ี วิชาการค้าปลีกและการคา้ ส่ง.กรุงเทพฯ: เอมพนั ธ,์ 2562.

1

แผนการจดั การเรียนรูแ้ บบบูรณาการท่ี 1 หน่วยท่ี-

รหสั วิชา 20202-2103 การคา้ ปลกี และการคา้ สง่ (2-2-3) สอนคร้งั ที่ 1 (1-1)
จานวน 1 ช.ม.
ชือ่ หนว่ ย/เรือ่ ง ปฐมนิเทศ

แนวคิด

การศกึ ษาวชิ าน้ีเป็นวชิ าทเ่ี น้นผเู้ รยี นเป็นสาคญั เพ่อื ปลูกฝังใหพ้ ฒั นาตนเองเขา้ ส่อู าชพี อย่างสม่าเสมอ

และนาไปประยุกตเ์ พ่อื วางแผนใชใ้ นชวี ติ ประจาวนั ตอ่ ไป อกี ทงั้ ยงั เป็นการใหน้ ักเรยี นไดม้ โี อกาสฝึกทกั ษะความ
ชานาญการเรยี นรดู้ า้ นความรู้ ความสามารถพ่อื ใหน้ ักเรยี นไดม้ สี ่วนร่วมในการเรยี นอย่างเตม็ ทใ่ี นการฝึกทกั ษะ
การปฏิบตั จิ รงิ เพ่อื พฒั นาทกั ษะ ความรู้ และความสามารถรวมทงั้ สติปัญญาเพ่อื แก้ปัญหาได้ ผู้เรยี นวชิ าน้ี
นอกจากจะได้ความรู้ท่ีถูกต้องแล้ว สามารถนาไปประยุกต์ใช้เพ่ือเป็นเคร่อื งมือท่ีสาคัญในการแก้ปัญหาใน
ชวี ติ ประจาวนั อกี ดว้ ย

ผลการเรียนร้ทู ี่คาดหวงั

1.บอกจดุ ประสงคร์ ายวชิ า มาตรฐานรายวชิ า และคาอธบิ ายรายวชิ าตามหลกั สตู รฯ ได้
2.ปฏบิ ตั กิ จิ กรรมการเรยี นร่วมกบั ผอู้ น่ื ได้
3.บอกแนวทางวดั ผลและการประเมนิ ผลการเรยี นรไู้ ด้

4.มกี ารพฒั นาคณุ ธรรม จรยิ ธรรม ค่านยิ ม และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงคข์ องผสู้ าเรจ็ การศกึ ษา

สานกั งานคณะกรรมการการอาชวี ศกึ ษา ทค่ี รสู ามารถสงั เกตไดข้ ณะทาการสอนในเร่อื ง

4.1 ความมมี นุษยสมั พนั ธ์ 4.8 การละเวน้ สงิ่ เสพตดิ และการพนัน

4.2 ความมวี นิ ยั 4.9 ความรกั สามคั คี

4.3 ความรบั ผดิ ชอบ 4.10 ความกตญั ญกู ตเวที

4.4 ความซอ่ื สตั ยส์ จุ รติ

4.5 ความเชอ่ื มนั ่ ในตนเอง

4.6 การประหยดั

4.7 ความสนใจใฝ่รู้

สมรรถนะรายวิชา

1.แสดงความรเู้ กย่ี วกบั หลกั การกระบวนการคา้ ปลกี และการคา้ สง่
2.ออกแบบโครงสรา้ งของหน่วยงานธุรกจิ คา้ ปลกี และการคา้ ส่ง กฎหมายและองคก์ ารทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั การคา้
ปลกี และการคา้ ส่ง แนวโน้มการคา้ ปลกี และการคา้ สง่
3.วางแผนและดาเนินงานการคา้ ปลกี และการคา้ ส่งตามหลกั การ
4.ประยกุ ตใ์ ชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศการคา้ ปลกี และการคา้ สง่ ตามหลกั การ

2

สาระการเรียนรู้

1.จดุ ประสงคร์ ายวชิ า มาตรฐานรายวชิ า คาอธบิ ายรายวชิ า และสมรรถนะรายวชิ าตามหลกั สตู ร
2.ขอ้ ตกลงในการเรยี น
3. แนวทางวดั ผลและการประเมนิ ผลการเรยี นรู้

กจิ กรรมการเรียนรู้

ขนั้ นาเข้าสู่บทเรียน

1.ผเู้ รยี นกลา่ วถงึ การขายโดยไมม่ กี ารเปลย่ี นรปู สนิ คา้ ใหก้ บั ประชาชนทวั่ ไปเพ่อื การบรโิ ภคหรอื
การใชป้ ระโยชน์เฉพาะสว่ นบุคคลในครวั เรอื น โดยเน้น “การคา้ ปลกี ” ใหผ้ เู้ รยี นไดร้ จู้ กั

ขนั้ สอน

2.ผเู้ รยี นกบั ผสู้ อน ช่วยกนั อภปิ รายลกั ษณะต่าง ๆ ของการขายปลกี และการขายสง่ ทเ่ี คยมี
ประสบการณ์ในชวี ติ ประจาวนั ซง่ึ ในปัจจุบนั มอี ทิ ธพิ ลต่อประชาชนมาก เน่อื งจากการคา้ เหล่าน้ไี ดเ้ ขา้
มาอทิ ธพิ ลตอ่ การดาเนินชวี ติ ของคนสว่ นใหญ่ ดงั นนั้ ผปู้ ระกอบธรุ กจิ คา้ ปลกี และคา้ ส่ง จงึ จาเป็นตอ้ งมี
ความรเู้ กย่ี วกบั ตลาดเป้าหมาย พฤตกิ รรมผบู้ รโิ ภค รวมทงั้ กลยทุ ธท์ างการตลาดดา้ นส่งเสรมิ การตลาด
ทน่ี ามาใชใ้ นโดยผเู้ รยี นไดจ้ ดบนั ทกึ ไว้

3.ผเู้ รยี นรบั ฟังคาชแ้ี จงสงั เขปรายวชิ าและการวดั ประเมนิ ผล ซกั ถามขอ้ ปัญหารวมทงั้ แสดงความ
คดิ เหน็ เกย่ี วกบั การเรยี นวชิ าน้ี

ขนั้ สรปุ และการประยุกต์

4.ผเู้ รยี นวางแผนการใชจ้ ่ายว่าจะซอ้ื กบั ผคู้ า้ ปลกี หรอื ผูค้ า้ สง่ ไดอ้ ย่างไรบา้ เพ่อื นาไป
ประยกุ ตใ์ ชก้ บั งานในชวี ติ ประจาวนั ทจ่ี าเป็นโดยทวั่ ไป ซง่ึ ทุกคนจะพบเหน็ เสมอจากการขายสนิ คา้ ตาม
รา้ นคา้ ต่าง ๆ บางครงั้ อาจจะเปิดอนิ เทอรเ์ น็ตเขา้ ไปดโู ดยไม่ไดม้ จี ุดประสงคใ์ นการซ้อื สนิ คา้ แตท่ กุ คนก็
ตอ้ งพบเหน็ ในแตล่ ะเวบ็ ไซตว์ ่ามคี วามเปล่ยี นแปลงจากในอดตี ไปอย่างสน้ิ เชงิ ซง่ึ มกี ารแขง่ ขนั กนั สงู
มากในปัจจบุ นั

ส่ือและแหล่งการเรียนรู้

1. หนังสอื เรยี น วชิ าการคา้ ปลกี และการคา้ สง่ ของสานกั พมิ พเ์ อมพนั ธ์
2.ส่อื คอมพวิ เตอร.์ ส่อื อเิ ลก็ ทรอนกิ ส์
3.กจิ กรรมการเรยี นการสอน

3

หลกั ฐาน

1.บนั ทกึ การสอนของผสู้ อน
2.ใบเชค็ รายชอ่ื นกั เรยี น
3.แผนจดั การเรยี นรู้
4.การตรวจประเมนิ ผลงานนักเรยี น

การวดั ผลและการประเมินผล
วิธีวดั ผล

1. สงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล
2. ประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกจิ กรรมกลุ่ม
3. สงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลุ่ม
4. การสงั เกตและประเมนิ พฤตกิ รรมดา้ นคุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านยิ ม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์

เคร่อื งมือวดั ผล
1. แบบสงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล
2. แบบประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลุ่ม
3. แบบประเมนิ คุณธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ โดยครแู ละนกั เรยี น

รว่ มกนั ประเมนิ

เกณฑ์การประเมินผล

1. เกณฑผ์ า่ นการสงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล ตอ้ งไมม่ ชี อ่ งปรบั ปรงุ
2. เกณฑผ์ ่านการประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกจิ กรรมกล่มุ คอื ปานกลาง (50 % ขน้ึ ไป)
3. เกณฑผ์ า่ นการสงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกจิ กรรมกลมุ่ คอื ปานกลาง (50% ขน้ึ ไป)
4. แบบประเมนิ คณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นยิ ม และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ คะแนนขน้ึ อยกู่ บั การ

ประเมนิ ตามสภาพจรงิ

กิจกรรมเสนอแนะ

แนะนาใหศ้ กึ ษากฎหมายเกย่ี วกบั การคา้ ปลกี และการคา้ สง่ อยา่ งตอ่ เน่อื ง

4

บนั ทึกหลงั การสอน

ขอ้ สรปุ หลงั การสอน
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
ปัญหาที่พบ
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
แนวทางแกป้ ัญหา
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................

ลงช่อื ..........................................ผสู้ อน
(นางสาวณฐั ธยาน์ พมิ พริ ตั น์)

วนั ท.่ี .........เดอื น.....................พ.ศ..............

5

แผนการจดั การเรยี นรูแ้ บบบูรณาการที่ 1(ตอ่ ) หน่วยที่1

รหสั วิชา 20202-2103 การคา้ ปลกี และการคา้ สง่ (2-2-3) สอนคร้งั ท่ี 1 (2-4)
ชื่อหน่วย/เรื่อง หลกั การค้าปลีกและคา้ ส่ง จานวน 3 ช.ม.

แนวคิด

การดาเนินธรุ กจิ คา้ ปลกี และคา้ สง่ มหี ลายลกั ษณะแตกตา่ งกนั และมกี ารแขง่ ขนั กนั สงู มาก ในปัจจบุ นั มผี ู้
ประกอบอาชพี คา้ ปลกี และคา้ ส่งจานวนมาก เพ่อื ใหก้ ารดาเนนิ งานมปี ระสทิ ธภิ าพ การคา้ ปลกี จงึ มคี วามสาคญั ใน
การกระจายสนิ คา้ ใหผ้ บู้ รโิ ภคคนสดุ ทา้ ยใหท้ วั่ ถงึ ทกุ พน้ื ท่ี ในขณะทก่ี ารคา้ ส่งกเ็ ขา้ มาเป็นตวั กลางเพอ่ื เชอ่ื มการคา้
ปลกี ใหน้ าสนิ คา้ ไปส่ผู ูบ้ รโิ ภคตอ่ ไป ดงั นนั้ ผปู้ ระกอบอาชพี ดา้ นน้ี จงึ ตอ้ งมคี วามรู้ ความสามารถดา้ นการจดั การ
การบรหิ ารการขาย/สนิ คา้ การเงนิ และการตลาด เพอ่ื ตดิ ตาม และแกไ้ ขปัญหาตา่ ง ๆ ทอ่ี าจเกดิ ขน้ึ ได้ เพ่อื นาไปสู่
ความสาเรจ็ ในอนาคตต่อไป

สมรรถนะรายวิชา

1.แสดงความรเู้ กย่ี วกบั หลกั การกระบวนการคา้ ปลกี และการคา้ สง่
2.ออกแบบโครงสรา้ งของหน่วยงานธุรกจิ คา้ ปลกี และการคา้ ส่ง กฎหมายและองคก์ ารทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั การคา้
ปลกี และการคา้ ส่ง แนวโน้มการคา้ ปลกี และการคา้ สง่
3.วางแผนและดาเนินงานการคา้ ปลกี และการคา้ ส่งตามหลกั การ
4.ประยุกตใ์ ชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศการคา้ ปลกี และการคา้ สง่ ตามหลกั การ

ผลการเรียนรูท้ ี่คาดหวงั

1.อธบิ ายความหมาย ความสาคญั และลกั ษณะของการคา้ ปลกี ได้
2.วเิ คราะหแ์ นวความคดิ เกย่ี วกบั การประกอบอาชพี คา้ ปลกี ได้
3.อธบิ ายความหมาย ความสาคญั และลกั ษณะของการคา้ สง่ ได้
4.อธบิ ายการดาเนนิ งานของรา้ นคา้ สง่ ได้ 5.วเิ คราะหแ์ นวความคดิ เกย่ี วกบั การประกอบอาชพี คา้ สง่ ได้
6.อธบิ ายวตั ถปุ ระสงคแ์ ละหน้าทข่ี องผปู้ ระกอบการคา้ ปลกี และคา้ สง่ ได้
7.อธบิ ายววิ ฒั นาการของการคา้ ปลกี และการคา้ สง่ ในประเทศไทยได้
8.วเิ คราะหห์ ลกั การพจิ ารณาปัญหาของการคา้ ปลกี และการคา้ ส่งได้
9.มกี ารพฒั นาคุณธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงคข์ องผสู้ าเรจ็ การศกึ ษา
สานกั งานคณะกรรมการการอาชวี ศกึ ษา ทค่ี รสู ามารถสงั เกตไดข้ ณะทาการสอนในเร่อื ง

9.1 ความมมี นุษยสมั พนั ธ์
9.2 ความมวี นิ ยั
9.3 ความรบั ผดิ ชอบ
9.4 ความซอ่ื สตั ยส์ จุ รติ
9.5 ความเช่อื มนั ่ ในตนเอง

6

9.6 การประหยดั
9.7 ความสนใจใฝ่รู้
9.8 การละเวน้ สง่ิ เสพตดิ และการพนนั
9.9 ความรกั สามคั คี
9.10 ความกตญั ญกู ตเวที

สาระการเรยี นรู้

1.ความหมาย ความสาคญั และลกั ษณะของการคา้ ปลกี
2.แนวความคดิ เกย่ี วกบั การประกอบอาชพี คา้ ปลกี
3.ความหมาย ความสาคญั และลกั ษณะของการคา้ สง่
4.การดาเนนิ งานของรา้ นคา้ สง่
5.แนวความคดิ เกย่ี วกบั การประกอบอาชพี คา้ ส่ง
6.วตั ถปุ ระสงคแ์ ละหน้าทข่ี องผปู้ ระกอบการคา้ ปลกี และคา้ ส่ง
7.ววิ ฒั นาการของการคา้ ปลกี และการคา้ สง่ ในประเทศไทย
8.หลกั การพจิ ารณาปัญหาของการคา้ ปลกี และการคา้ สง่

กจิ กรรมการเรียนรู้

ขนั้ นาเข้าสู่บทเรยี น

1.ครผู สู้ อนชใ้ี หผ้ เู้ รยี นไดเ้ หน็ ความสาคญั ของการขายปลกี และการขายสง่ ทม่ี ตี ่อผบู้ รโิ ภค จะชว่ ยทาให้
ผบู้ รโิ ภคมคี วามสะดวก และหาซ้อื สนิ คา้ ไดง้ า่ ยและรวดเรว็ มากขน้ึ สามารถเลอื กสนิ คา้ ไดต้ ามความตอ้ งการ เชน่
รา้ นเซเวน่ อเี ลฟเว่นนายาสฟี ันใกลช้ ดิ มาจาหน่ายในรา้ นจาานวน 50 กล่อง แต่ลกู คา้ ตอ้ งการซอ้ื เพยี ง 1 กลอ่ ง ก็
สามารถแบง่ ขายไดโ้ ดยไมท่ าใหส้ ่วนทเ่ี หลอื เสยี หาย ทางรา้ นกเ็ กบ็ รกั ษาสนิ คา้ ทเ่ี หลอื ไวเ้ พ่อื จาหน่ายต่อไป
ดงั นนั้ ผคู้ า้ ปลกี ตอ้ งเป็นผสู้ รา้ งอรรถประโยชน์ในดา้ นสถานทแ่ี ละเวลาหรอื อาจรบั ประกนั สนิ คา้ ทข่ี ายใหผ้ บู้ รโิ ภค
ถา้ เกดิ ความผดิ พลาด หรอื เสยี หายจากสนิ คา้ หรอื อาจใหบ้ รกิ ารตดิ ตงั้ และซอ่ มแซมสนิ คา้ ใหแ้ กล่ กู คา้ ไดใ้ น
กรณีซ้อี สนิ คา้ ไปแลว้ เชน่ ทวี ี วทิ ยุ ตูเ้ ยน็ เป็นตน้ ซง่ึ การขายปลกี และการขายสง่ แตล่ ะประเภท จะมอี ทิ ธพิ ลตอ่
ประชาชนทวั่ ไปทงั้ สน้ิ ครถู ามนกั เรยี นวา่ “มคี วามเขา้ ใจต่อการขายปลกี และการขายส่งอยา่ งไรบา้ ง” และใหแ้ ตล่ ะคน
แสดงความคดิ เหน็ พรอ้ มยกตวั อย่างตามความเขา้ ใจประกอบ เพอ่ื เชอ่ื มโยงเขา้ ส่เู น้อื หาการเรยี นการสอน

2.ครแู นะนาวา่ รา้ นคา้ ปลกี แต่ละแห่งจะมคี วามแตกต่างกนั ทงั้ ดา้ นนโยบาย การบรหิ ารจดั การ การ
วางแผนดาเนนิ งาน และอน่ื ๆ ทเ่ี กย่ี วขอ้ ง เพ่อื ใหก้ จิ การของตนเองประสบความสาเรจ็ ตามทไ่ี ดต้ งั้ เป้าหมายไว้
ดงั นัน้ หากตอ้ งการทจ่ี ะเป็นผปู้ ระกอบการจะเรม่ิ ตน้ จดั ตงั้ รา้ นคา้ ปลกี กค็ วรมแี นวคดิ เกย่ี วกบั การประกอบอาชพี
คา้ ปลกี ในเรอ่ื งตา่ ง ๆ

7

ขนั้ สอน

3.ครแู ละผเู้ รยี นใชเ้ ทคนิคการสอนแบบการจดั การเรยี นรแู้ บบอภปิ ราย (Discussion Method) โดยใช้
Power Point เป็นส่อื ในการเรยี นเร่อื งความหมาย ความสาคญั และลกั ษณะของการคา้ ปลกี โดยคป้ ลกี หมายถงึ
การขายโดยไมม่ กี าร เปลย่ี นรปู สนิ คา้ ทงั้ สนิ คา้ ใหม่และสนิ คา้ ใชแ้ ลว้ ใหก้ บั ประชาชนทวั่ ไปเพ่อื การบรโิ ภคหรอื
การใชป้ ระโยชน์ เฉพาะส่วนบคุ คลในครวั เรอื น

4.ครใู ชเ้ ทคนคิ วธิ สี อนแบบใชโ้ สตทศั นวสั ดุ (Audio-Visual Material of Instruction Method) เป็นวธิ สี อน
ทน่ี าอปุ กรณ์โสตทศั นว์ สั ดุมาชว่ ยพฒั นาคณุ ภาพการเรยี นการสอน โสตทศั น์วสั ดุดงั กลา่ ว ไดแ้ ก่ Power Point
เพอ่ื ประกอบการอธบิ ายแนวความคดิ เกย่ี วกบั การประกอบอาชพี คา้ ปลกี

5.ครแู ละผเู้ รยี นใชเ้ ทคนิคการสอนแบบการจดั การเรยี นรแู้ บบอภปิ ราย (Discussion Method) เรอ่ื ง
ความหมาย ความสาคญั และลกั ษณะของการคา้ ส่ง

ความสาคญั ของการคา้ ส่ง

ลกั ษณะของการค้าส่ง

8

6.ครจู ดั การเรยี นรแู้ บบใชค้ าถาม (Questioning Method) การดาเนนิ งานของรา้ นคา้ ส่ง
7.ครใู ชเ้ ทคนคิ วธิ สี อนแบบใชโ้ สตทศั นวสั ดุ (Audio-Visual Material of Instruction Method) เป็นวธิ สี อน
ทน่ี าอุปกรณ์โสตทศั นว์ สั ดมุ าช่วยพฒั นาคณุ ภาพการเรยี นการสอน โสตทศั น์วสั ดดุ งั กล่าว ไดแ้ ก่ Power Point
เพ่อื ประกอบการอธบิ ายแนวความคดิ เกย่ี วกบั การประกอบอาชพี คา้ ส่ง
8.ครแู ละผเู้ รยี นใชเ้ ทคนิคการสอนแบบ Discussion Method การจดั การเรยี นรแู้ บบอภปิ ราย โดยฉาย
วดี โี อประกอบเร่อื งวตั ถุประสงคแ์ ละหน้าทข่ี องผปู้ ระกอบการคา้ ปลกี และคา้ สง่
9.ครแู ละผเู้ รยี นใชเ้ ทคนคิ การสอนแบบใชค้ าถาม (Questioning Method) และใชส้ ่อื Power Point
ประกอบเกย่ี วกบั การศกึ ษาววิ ฒั นาการของการคา้ ปลกี และการคา้ ส่งในประเทศไทย และแสดงรปู ภาพประกอบ
10.ครใู ชเ้ ทคนิควธิ สี อนแบบบรรยาย (Lecture Method) ดว้ ยการเลา่ อธบิ ายแสดงสาธติ ใหผ้ เู้ รยี นเป็นผฟู้ ัง
และเปิดโอกาสใหผ้ เู้ รยี นซกั ถามปัญหาไดใ้ นตอนทา้ ยของการบรรยายเรอ่ื งหลกั การพจิ ารณาปัญหาของการคา้
ปลกี และการคา้ ส่ง
11.ผเู้ รยี นฝึกทกั ษะปฏบิ ตั กิ จิ กรรม ดงั น้ี

กิจกรรมท่ี ①
1 พจิ ารณารปู ภาพของรา้ นคา้ ปลกี ทค่ี รผู สู้ อนนามา
2.ใหค้ าถามจากรปู ภาพขา้ งตน้ มคี วามสาคญั ตอ่ ผบู้ รโิ ภคอย่างไรบา้ ง
3 เสนอแนะ

กิจกรรมที่ ②
1. พจิ ารณารปู ภาพการจดั แสดงสนิ คา้ ของกจิ การคา้ ส่ง “MEGAMAN”

2.ใหต้ อบคาถามจากรปู ภาพ จงบอกความสาคญั ของการคา้ ส่งมลี กั ษณะอย่างไรบา้ ง
3.ขอ้ เสนอแนะ
กิจกรรมที่ ③
1. ครผู สู้ อนนารปู ภาพของตลาด อตก.สวนจตจุ กั ร มาประกอบการเรยี น
2.ใหต้ อบคาถามจากรปู ภาพ จงบอกหน้าทข่ี องผปู้ ระกอบการคา้ ปลกี ในตลาด อตก.
3.ขอ้ เสนอแนะ
12.ครแู นะนาเพม่ิ เตมิ ใหผ้ เู้ รยี นรจู้ กั บนั ทกึ บญั ชรี ายรบั -รายจ่ายในชวี ติ ประจาวนั ของตนเอง เพอ่ื สรา้ งนิสยั
ความประหยดั ความพอเพยี งใหแ้ กต่ นเองและครอบครวั

9

ขนั้ สรปุ และการประยุกต์

13.ผเู้ รยี นฝึกทกั ษะทากจิ กรรม ใบงาน และแบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้

14.ผเู้ รยี นศกึ ษาคน้ ควา้ ขอ้ ความรเู้ พม่ิ เตมิ เตมิ เกย่ี วกบั หลกั การคา้ ปลกี และคา้ สง่

15.ครแู ละผเู้ รยี นสรปุ โดยใชค้ าถาม (Questioning Method) เกย่ี วกบั

ความหมาย ความสาคญั และลกั ษณะของการคา้ ปลกี

แนวความคดิ เกย่ี วกบั การประกอบอาชพี คา้ ปลกี

ความหมาย ความสาคญั และลกั ษณะของการคา้ ส่ง

การดาเนินงานของรา้ นคา้ สง่

แนวความคดิ เกย่ี วกบั การประกอบอาชพี คา้ ส่ง

วตั ถปุ ระสงคแ์ ละหน้าทข่ี องผปู้ ระกอบการคา้ ปลกี และคา้ สง่

ววิ ฒั นาการของการคา้ ปลกี และการคา้ สง่ ในประเทศไทย

หลกั การพจิ ารณาปัญหา

16.ผเู้ รยี นประเมนิ การเรยี น เพ่อื ประยุกตใ์ ชใ้ นชวี ติ ประจาวนั และประเมนิ ผเู้ รยี นตาม

แบบฟอรม์ ต่อไปน้ี

ชอ่ื ผเู้ รยี น ประสบการณ์พน้ื ฐานการเรยี นรู้ วธิ กี ารเรยี นรู้
ความรู้ ทกั ษะ ผลงาน

1.

2.

3.

4.

5.

สอื่ และแหล่งการเรียนรู้

1.หนงั สอื เรยี น วชิ าการคา้ ปลกี และการคา้ ส่ง ของสานักพมิ พเ์ อมพนั ธ์
2.รปู ภาพ
3.กจิ กรรมการเรยี นการสอน
4.สอ่ื Power Point

หลกั ฐาน

1.บนั ทกึ การสอนของผสู้ อน
2.ใบเชค็ รายชอ่ื นักเรยี น
3.แผนจดั การเรยี นรู้
4.การตรวจประเมนิ ผลงานนกั เรยี น

10

การวดั ผลและการประเมินผล
วิธีวดั ผล

1. สงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล
2. ประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลุ่ม
3. สงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลุ่ม
4 ตรวจกจิ กรรมสง่ เสรมิ คุณธรรมนาความรู้
5. ตรวจกจิ กรรมเสรมิ สรา้ งประสบการณ์
6. ตรวจแบบประเมนิ ผลการเรยี นรกู้ ่อนเรยี น
7. การสงั เกตและประเมนิ พฤตกิ รรมดา้ นคุณธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์

เครือ่ งมอื วดั ผล
1. แบบสงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล
2. แบบประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่ (โดยคร)ู
3. แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่ (โดยนักเรยี น)
4. แบบประเมนิ กจิ กรรมสง่ เสรมิ คณุ ธรรมนาความรู้
5. แบบประเมนิ กจิ กรรมเสรมิ สรา้ งประสบการณ์
6. แบบประเมนิ ผลการเรยี นรกู้ อ่ นเรยี น
7. แบบประเมนิ คุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ โดยครแู ละผเู้ รยี น
รว่ มกนั ประเมนิ

เกณฑ์การประเมินผล

1. เกณฑผ์ า่ นการสงั เกตพฤตกิ รรมรายบุคคล ตอ้ งไมม่ ชี อ่ งปรบั ปรุง
2. เกณฑผ์ ่านการประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่ คอื ปานกลาง (50 % ขน้ึ ไป)
3. เกณฑผ์ า่ นการสงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่ คอื ปานกลาง (50% ขน้ึ ไป)
4. ตอบคาถามในกจิ กรรมส่งเสรมิ คณุ ธรรมนาความรจู้ งึ จะถอื ว่าผ่าน
เกณฑก์ ารประเมนิ มเี กณฑ์ 4 ระดบั คอื 4= ดมี าก, 3 = ด,ี 2 = พอใช้ , 1= ควรปรบั ปรุง
5. กจิ กรรมเสรมิ สรา้ งประสบการณ์ เกณฑผ์ ่าน คอื 50%
6. แบบประเมนิ ผลการเรยี นรกู้ ่อนเรยี นมเี กณฑผ์ ่าน 50%
7 แบบประเมนิ คณุ ธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ คะแนนขน้ึ อยกู่ บั
การประเมนิ ตามสภาพจรงิ

11

กิจกรรมเสนอแนะ

ใหเ้ ชอ่ื มโยงสาระสาคญั ของหวั ขอ้ ต่อไปน้ใี หส้ มั พนั ธก์ นั โดยสรุป

*ความหมาย ความสาคญั *.แนวความคดิ เกย่ี วกบั การ *.ความหมาย ความสาคญั
และลกั ษณะของการคา้ ปลกี ประกอบอาชพี คา้ ปลกี และลกั ษณะของการคา้ สง่

*.การดาเนนิ งาน *.แนวความคดิ เกย่ี วกบั การ *.วตั ถปุ ระสงค์ และหน้าทข่ี อง
ของรา้ นคา้ สง่ ประกอบอาชพี คา้ สง่ ผปู้ ระกอบการคา้ ปลกี และคา้ ส่ง

*.ววิ ฒั นาการของการคา้ ปลกี *.หลกั การพจิ ารณาปัญหา
และการคา้ ส่งในประเทศไทย ของการคา้ ปลกี และการคา้ ส่ง

12

บนั ทึกหลงั การสอน

ขอ้ สรปุ หลงั การสอน
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
ปัญหาที่พบ
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
แนวทางแกป้ ัญหา
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................

ลงชอ่ื ..........................................ผสู้ อน
(นางสาวณฐั ธยาน์ พมิ พริ ตั น์)

วนั ท.่ี .........เดอื น.....................พ.ศ..............

13

แผนการจดั การเรยี นรูแ้ บบบรู ณาการที่ 2 หน่วยท่ี 2
สอนคร้งั ที่ 2 (5-8)
รหสั วิชา 20202-2103 การค้าปลีกและการค้าส่ง (2-2-3) จานวน 4 ช.ม.
ชื่อหนว่ ย/เรือ่ ง ประเภทของการค้าปลีกและค้าส่ง

แนวคิด

ธุรกจิ คา้ ปลกี เป็นธุรกจิ ทข่ี ายสนิ คา้ ใหแ้ กผ่ บู้ รโิ ภคคนสุดทา้ ยโดยตรง และจะเป็นคนกลางระหว่างผคู้ า่ สง่
หรอื ผผู้ ลติ กบั ผบู้ รโิ ภคคนสุดทา้ ย สว่ นธุรกจิ คา้ ส่งเป็นธุรกจิ ทม่ี คี นกลางเป็นผดู้ าเนินการ โดยทผ่ี ผู้ ลติ ขายสนิ คา้
ต่อใหแ้ ก่คนกลางและผใู้ ชใ้ นอตุ สาหกรรมและพาณยิ ชกรรมเป็นจานวนครงั้ ละมากๆ แต่อยา่ งไรกต็ ามเพ่อื ใหก้ าร
ดาเนินงานของธรุ กจิ ทงั้ สองชนดิ จงึ ควรมกี ฏระเบยี บวธิ ปี ฏบิ ตั ติ ามกฏหมายเขา้ มาเกย่ี วขอ้ งเพอ่ื เป็นแนวปฏบิ ตั ิ
ไปในทศิ ทางเดยี วกนั นอกจากน้ยี งั มปี ัจจยั ตา่ ง ๆ ทเ่ี ขา้ มาเกย่ี วขอ้ งอกี จานวนมากทผ่ี ปู้ ระกอบการธรุ กจิ คา้ ปลกี
และคา้ ส่งควรจะศกึ ษาและทาความเขา้ ใจจนนาไปส่กู ารปฏบิ ตั ทิ ถ่ี กู ตอ้ ง

ผลการเรียนรูท้ ี่คาดหวงั

1.อธบิ ายและวเิ คราะหป์ ระเภทกจิ การคา้ ปลกี ตามลกั ษณะการซอ้ื ของผบู้ รโิ ภคได้
2.อธบิ ายและวเิ คราะหป์ ระเภทกจิ การคา้ ปลกี ตามวธิ กี ารดาเนินงานได้
3.อธบิ ายและวเิ คราะหป์ ระเภทกจิ การคา้ ปลกี ตามลกั ษณะการเป็นเจา้ ของได้ 4.อธบิ ายและวเิ คราะห์
ประเภทของกจิ การคา้ สง่ ได้
5.อธบิ ายและวเิ คราะหป์ ระเภทพ่อคา้ ส่งทใ่ี ชเ้ กณฑก์ ารใหบ้ รกิ ารของกจิ การคา้ ส่งได้
6.อธบิ ายและวเิ คราะหป์ ระเภทของผคู้ า้ สง่ ได้
7.มกี ารพฒั นาคุณธรรม จรยิ ธรรม คา่ นยิ ม และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงคข์ องผสู้ าเรจ็ การศกึ ษา
สานักงานคณะกรรมการการอาชวี ศกึ ษา ทค่ี รสู ามารถสงั เกตไดข้ ณะทาการสอนในเร่อื ง

7.1 ความมมี นุษยสมั พนั ธ์
7.2 ความมวี นิ ัย
7.3 ความรบั ผดิ ชอบ
7.4 ความซอ่ื สตั ยส์ จุ รติ
7.5 ความเชอ่ื มนั ่ ในตนเอง
7.6 การประหยดั
7.7 ความสนใจใฝ่รู้
7.8 การละเวน้ สง่ิ เสพตดิ และการพนนั
7.9 ความรกั สามคั คี
7.10 ความกตญั ญกู ตเวที

14

สมรรถนะรายวิชา

1.แสดงความรเู้ กย่ี วกบั หลกั การกระบวนการคา้ ปลกี และการคา้ สง่
2.ออกแบบโครงสรา้ งของหน่วยงานธุรกจิ คา้ ปลกี และการคา้ ส่ง กฎหมายและองคก์ ารทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั การคา้
ปลกี และการคา้ ส่ง แนวโน้มการคา้ ปลกี และการคา้ สง่
3.วางแผนและดาเนินงานการคา้ ปลกี และการคา้ ส่งตามหลกั การ
4.ประยุกตใ์ ชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศการคา้ ปลกี และการคา้ สง่ ตามหลกั การ

สาระการเรียนรู้

1.ประเภทกจิ การคา้ ปลกี ตามลกั ษณะการซ้อื ของผบู้ รโิ ภค
2.ประเภทกจิ การคา้ ปลกี ตามวธิ กี ารดาเนนิ งาน
3.ประเภทกจิ การคา้ ปลกี ตามลกั ษณะการเป็นเจา้ ของ
4.ประเภทของกจิ การคา้ สง่
5.ประเภทพ่อคา้ สง่ ทใ่ี ชเ้ กณฑก์ ารใหบ้ รกิ ารของกจิ การคา้ สง่
6.ประเภทของผคู้ า้ ส่ง

กจิ กรรมการเรียนรู้

ขนั้ นาเข้าสู่บทเรยี น

1.ผเู้ รยี นและผสู้ อนร่วมกนั อภปิ รายถงึ รา้ นคา้ ปลกี และรา้ นคา้ สง่ ขา้ มชาติ ทเ่ี ขา้ มาลงทนุ ในประเทศไทย
จานวนมาก ซง่ึ ไดร้ บั การตอ่ ตา้ นจากรา้ นคา้ ปลกี ภายในประเทศอยเู่ สมอ จะเหน็ ไดจ้ ากขา่ วสารทก่ี าลงั แพรห่ ลาย
ทวั่ ไปอยใู่ นขณะน้ี

2.ครผู สู้ อนกล่าวถงึ ในปัจจบุ นั มธี ุรกจิ คา้ ปลกี และคา้ ส่งเกดิ ขน้ึ จานวนมาก มกี ารก่อตงั้ ในรปู แบบท่ี
แตกต่างกนั ออกไป ซง่ึ เป็นความสามารถของผปู้ ระกอบการทจ่ี ะบรหิ ารจดั การปัจจยั ตา่ ง ๆ ในการดาเนนิ งานทม่ี ี
อยมู่ าใชใ้ หเ้ กดิ ประโยชน์สงู สุดทางการคา้ และมปี ัจจยั ตา่ ง ๆ ทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั การจดั ตงั้ ธุรกจิ คา้ ปลกี และคา้ สง่

3.ครแู ละผเู้ รยี นสนทนาเกย่ี วกบั ประเภทของรา้ นคา้ ปลกี (Types of Retailers) มที งั้ ขนาดเลก็ ขนาด
กลาง และขนาดใหญ่ พรอ้ มยกตวั อย่างรา้ นคา้ ปลกี ทร่ี จู้ กั ประกอบ

ขนั้ สอน

4.ครใู ชเ้ ทคนคิ วธิ สี อนแบบใชโ้ สตทศั นวสั ดุ (Audio-Visual Meterial of Instruction Method) เป็นวธิ สี อน
ทน่ี าอปุ กรณ์โสตทศั นว์ สั ดมุ าชว่ ยพฒั นาคุณภาพการเรยี นการสอน โสตทศั น์วสั ดดุ งั กล่าว ไดแ้ ก่ Power Point
เพอ่ื แสดงใหผ้ เู้ รยี นไดเ้ รยี นรปู้ ระเภทกจิ การคา้ ปลกี ตามลกั ษณะการซอ้ื ของผบู้ รโิ ภค ไดแ้ ก่

รา้ นคา้ ปลกี สะดวกซ้อื (Convenience Stores)
รา้ นคา้ ปลกี เปรยี บเทยี บซอ้ื (Shopping Stores)
รา้ นคา้ ปลกี ขายสนิ คา้ เฉพาะ (Specialty Stores)

15

5.ครใู ชเ้ ทคนิควธิ สี อนแบบ Discussion Method การจดั การเรยี นรแู้ บบอภปิ ราย คอื กระบวนการท่ี
ผสู้ อนม่งุ ใหผ้ เู้ รยี นมโี อกาสสนทนาแลกเปลย่ี นความคดิ เหน็ หรอื ระดมความคดิ ในเรอ่ื งประเภทกจิ การคา้ ปลกี ตาม
วธิ กี ารดาเนินงาน

16

6.ครใู ชเ้ ทคนิควธิ สี อนแบบใชโ้ สตทศั นวสั ดุ (Audio-Visual Meterial of Instruction Method) เป็นวธิ สี อน
ทน่ี าอุปกรณ์โสตทศั น์วสั ดมุ าช่วยพฒั นาคุณภาพการเรยี นการสอน โสตทศั น์วสั ดดุ งั กล่าว ไดแ้ ก่ Power Point
เพ่อื แสดงใหผ้ เู้ รยี นไดเ้ รยี นรปู้ ระเภทกจิ การคา้ ปลกี ตามลกั ษณะการเป็นเจา้ ของ

รา้ นคา้ ปลกี ทม่ี รี า้ นเดยี วเป็นอสิ ระ (Single Unit Independent Stores)
รา้ นคา้ ปลกี แบบสหกรณ์รา้ นคา้ (Retail Consumer Cooperative)
รา้ นคา้ ปลกี แบบลูกโซ่ (Chain Stores)
รา้ นคา้ ปลกี แบบแฟรนไชส์ (Franchise Store)
รา้ นคา้ ปลกี แบบเชา่ เฉพาะพน้ื ทห่ี รอื ฝากขาย (Leased Department Consignment)
7.ครแู ละผเู้ รยี นใชเ้ ทคนิคการสอนแบบการจดั การเรยี นรแู้ บบอภปิ ราย (Discussion Method) โดยใช้
Power Point เป็นสอ่ื ในการเรยี นเร่อื งความรเู้ กย่ี วกบั ประเภทของกจิ การคา้ สง่
8.ครใู ชเ้ ทคนิควธิ สี อนแบบบรรยาย (Lecture Method) ดว้ ยการเล่าอธบิ ายแสดงสาธติ ใหผ้ เู้ รยี นเป็นผฟู้ ัง
และเปิดโอกาสใหผ้ เู้ รยี นซกั ถามปัญหาไดใ้ นตอนทา้ ยของการบรรยายเร่อื งประเภทพอ่ คา้ สง่ ทใ่ี ชเ้ กณฑก์ าร
ใหบ้ รกิ ารของกจิ การคา้ ส่ง
9. ครสู อนโดยใชร้ ปู แบบการเรยี นแบบ TAI (Team Assisted Individualization) เพอ่ื เน้นการเรยี นของ
แตล่ ะบคุ คล ใหม้ คี วามรู้ ความเขา้ ใจและนาทกั ษะการเรยี นรไู้ ปใชใ้ หเ้ กดิ ประโยชน์ ดงั น้ี
*.ประเภทกจิ การคา้ ปลกี ตามลกั ษณะการซอ้ื ของผบู้ รโิ ภค
*.ประเภทกจิ การคา้ ปลกี ตามวธิ กี ารดาเนินงาน
*.ประเภทกจิ การคา้ ปลกี ตามลกั ษณะการเป็นเจา้ ของ
*.แนวโน้มการทาธุรกจิ คา้ ปลกี
*.ประเภทของกจิ การคา้ ส่ง
*.ประเภทพอ่ คา้ สง่ ทใ่ี ชเ้ กณฑก์ ารใหบ้ รกิ ารของกจิ การคา้ ส่ง
*.ประเภทของผคู้ า้ สง่
*.แนวโน้มของการคา้ ส่งและกลยุทธข์ องการคา้ สง่
10.ใหป้ ฏบิ ตั กิ จิ กรรมดงั น้ี
กิจกรรมท่ี ①
(1). ครผู สู้ อนนารปู ภาพรา้ นคา้ มาเป็นตวั อย่างใหผ้ เู้ รยี นพจิ ารณารปู ภาพ และตอบคาถาม
(2).จากรปู ภาพ เป็นกจิ การคา้ ประเภทใด
(3) บอกขอ้ เสนอแนะ
กิจกรรมที่ ②
(1). ครผู สู้ อนนารปู ภาพตนู้ ้าด่มื หยอดเหรยี ญมาใหผ้ เู้ รยี นพจิ ารณา แลว้ ตอบคาถาม
(2).จากรปู ภาพ เป็นกจิ การคา้ ประเภทใด
(3) บอกขอ้ เสนอแนะ

กิจกรรมท่ี ③

(1). ครผู สู้ อนนารปู ภาพเคาน์เตอรเ์ ซอรว์ สิ มาใหผ้ เู้ รยี นพจิ ารณา แลว้ ตอบคาถาม

17

(2).จากรปู ภาพ เป็นกจิ การคา้ ประเภทใด
(3) บอกขอ้ เสนอแนะ

กิจกรรมที่ ④

(1). ครผู สู้ อนนารปู ภาพงานจดั แสดงสนิ คา้ มาใหผ้ เู้ รยี นพจิ ารณา แลว้ ตอบคาถาม
(2).จากรปู ภาพ เป็นกจิ การคา้ ประเภทใด
(3) บอกขอ้ เสนอแนะ
11.ครแู นะนาเพม่ิ เตมิ ใหผ้ เู้ รยี นรจู้ กั บนั ทกึ บญั ชรี ายรบั -รายจา่ ยในชวี ติ ประจาวนั ของตนเอง เพ่อื สรา้ งนสิ ยั
ความประหยดั ความพอเพยี งใหแ้ ก่ตนเองและครอบครวั

สรปุ และการประยกุ ต์

12.ผเู้ รยี นวเิ คราะหเ์ น้อื หาการเรยี นการสอนและหาขอ้ สรปุ เป็นความคดิ รวบยอดเพอ่ื นาไปประยกุ ตใ์ ช้

ตอ่ ไป พรอ้ มขอ้ เสนอแนะตนเอง

13.ประเมนิ ธรรมชาตขิ องผเู้ รยี น และวเิ คราะหผ์ เู้ รยี นเป็นรายกลมุ่ ตามวธิ กี ารเรยี นรู้

ช่อื ผเู้ รยี น ธรรมชาตขิ องผเู้ รยี น วธิ กี ารเรยี นรู้
ความสนใจ สตปิ ัญญา วฒุ ภิ าวะ

1.

2.

3.

แบบวเิ คราะหผ์ เู้ รยี นเป็นรายกลมุ่ ตามวธิ กี ารเรยี นรู้

ช่อื กล่มุ ……………..

1.

2.

3.

ส่ือและแหล่งการเรียนรู้

1.หนังสอื เรยี น วชิ าการคา้ ปลกี และการคา้ ส่ง ของสานกั พมิ พเ์ อมพนั ธ์
2.รปู ภาพ
3.กจิ กรรมการเรยี นการสอน
4.สอ่ื Power Point

หลกั ฐาน

1.บนั ทกึ การสอนของผสู้ อน
2.ใบเชค็ รายช่อื นักเรยี น
3.แผนจดั การเรยี นรู้
4.การตรวจประเมนิ ผลงานนักเรยี น

18

การวดั ผลและการประเมินผล

วิธีวดั ผล
1. สงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล
2. ประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกจิ กรรมกล่มุ
3. สงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลุ่ม
4 ตรวจกจิ กรรมส่งเสรมิ คณุ ธรรมนาความรู้
5. ตรวจกจิ กรรมเสรมิ สรา้ งประสบการณ์
6. ตรวจแบบประเมนิ ผลการเรยี นรหู้ ลงั เรยี น
7. การสงั เกตและประเมนิ พฤตกิ รรมดา้ นคุณธรรม จรยิ ธรรม คา่ นยิ ม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
เครอ่ื งมอื วดั ผล
1. แบบสงั เกตพฤตกิ รรมรายบุคคล
2. แบบประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกล่มุ (โดยคร)ู
3. แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่ (โดยนักเรยี น)
4. แบบประเมนิ กจิ กรรมสง่ เสรมิ คณุ ธรรมนาความรู้
5. แบบประเมนิ กจิ กรรมเสรมิ สรา้ งประสบการณ์
6. แบบประเมนิ ผลการเรยี นรหู้ ลงั เรยี น
7. แบบประเมนิ คณุ ธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ โดยครแู ละผเู้ รยี น

ร่วมกนั ประเมนิ
เกณฑก์ ารประเมินผล
1. เกณฑผ์ า่ นการสงั เกตพฤตกิ รรมรายบุคคล ตอ้ งไมม่ ชี อ่ งปรบั ปรงุ
2. เกณฑผ์ ่านการประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลุม่ คอื ปานกลาง (50 % ขน้ึ ไป)
3. เกณฑผ์ า่ นการสงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่ คอื ปานกลาง (50% ขน้ึ ไป)
4. ตอบคาถามในกจิ กรรมส่งเสรมิ คณุ ธรรมนาความรจู้ งึ จะถอื ว่าผา่ น
เกณฑก์ ารประเมนิ มเี กณฑ์ 4 ระดบั คอื 4= ดมี าก, 3 = ด,ี 2 = พอใช้ , 1= ควรปรบั ปรุง
5. กจิ กรรมเสรมิ สรา้ งประสบการณ์ เกณฑผ์ า่ น คอื 50%
6. แบบประเมนิ ผลการเรยี นรหู้ ลงั เรยี นมเี กณฑผ์ ่าน 50%
7 แบบประเมนิ คุณธรรม จรยิ ธรรม คา่ นยิ ม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ คะแนนขน้ึ อย่กู บั
การประเมนิ ตามสภาพจรงิ

กจิ กรรมเสนอแนะ

ใหศ้ กึ ษาประเภทของธุรกจิ คา้ ปลกี และคา้ สง่ เพม่ิ เตมิ

19

บนั ทึกหลงั การสอน

ขอ้ สรปุ หลงั การสอน
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
ปัญหาท่ีพบ
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
แนวทางแก้ปัญหา
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................

ลงช่อื ..........................................ผสู้ อน
(นางสาวณฐั ธยาน์ พมิ พริ ตั น์)

วนั ท.่ี .........เดอื น.....................พ.ศ..............

20

แผนการจดั การเรยี นรูแ้ บบบูรณาการที่ 3 หน่วยที่ 3

รหสั วิชา 20202-2103 การคา้ ปลกี และการคา้ สง่ (2-2-3) สอนครง้ั ที่ 3 (9-12)
ชือ่ หน่วย/เรือ่ ง โครงสร้างของหน่วยงานธรุ กิจค้าปลีกและค้าส่ง จานวน 4 ช.ม.

แนวคิด

การจดั องคก์ รในงานธุรกจิ คา้ ปลกี และคา้ สง่ ช่วยใหก้ ารทาางานเป็นไปตามแนวทางทก่ี าาหนดไว้
สามารถป้องกนั การทาางานซา้ าซอ้ น ทุกฝ่ายรหู้ น้าทแ่ี ละงานทไ่ี ดร้ บั มอบหมาย โดยการจดั องคก์ ร ทาาให้
โครงสรา้ งสมดลุ ช่วยใหข้ วญั และกาาลงั ใจของพนักงานดขี น้ึ และประสานร่วมกนั ทาางาน ในองคก์ รไดด้ ี

ผลการเรยี นร้ทู ่ีคาดหวงั

1.อธบิ ายการบรหิ ารงานขายของหน่วยงานคา้ ปลกี และคา้ สง่ ได้

2.อธบิ ายการสรา้ งทมี งานขายในธรุ กจิ คา้ ปลกี และคา้ ส่งได้

3.อธบิ ายการบรหิ ารช่องทางการขายผา่ นรา้ นคา้ ปลกี และคา้ สง่ ได้

4.อธบิ ายการบรหิ ารช่องทางการจดั จาหน่ายผ่านพนักงานขายได้

5.อธบิ ายและจดั โครงสรา้ งการทางานของธรุ กจิ คา้ ปลกี และคา้ ส่งได้

6.มกี ารพฒั นาคุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงคข์ องผสู้ าเรจ็ การศกึ ษา สานักงาน

คณะกรรมการการอาชวี ศกึ ษา ทค่ี รสู ามารถสงั เกตไดข้ ณะทาการสอนในเร่อื ง

6.1 ความมมี นุษยสมั พนั ธ์ 6.6 การประหยดั

6.2 ความมวี นิ ยั 6.7 ความสนใจใฝ่รู้

6.3 ความรบั ผดิ ชอบ 6.8การละเวน้ สงิ่ เสพตดิ และการพนัน

6.4 ความซอ่ื สตั ยส์ จุ รติ 6.9 ความรกั สามคั คี

6.5 ความเช่อื มนั ่ ในตนเอง 6.10 ความกตญั ญกู ตเวที

สมรรถนะรายวิชา

1.แสดงความรเู้ กย่ี วกบั หลกั การกระบวนการคา้ ปลกี และการคา้ สง่
2.ออกแบบโครงสรา้ งของหน่วยงานธุรกจิ คา้ ปลกี และการคา้ ส่ง กฎหมายและองคก์ ารทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั การคา้
ปลกี และการคา้ ส่ง แนวโน้มการคา้ ปลกี และการคา้ ส่ง
3.วางแผนและดาเนินงานการคา้ ปลกี และการคา้ ส่งตามหลกั การ
4.ประยกุ ตใ์ ชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศการคา้ ปลกี และการคา้ ส่งตามหลกั การ

21

สาระการเรยี นรู้

1.การบรหิ ารงานขายของหน่วยงานคา้ ปลกี และคา้ สง่
2.การสรา้ งทมี งานขายในธุรกจิ คา้ ปลกี และคา้ สง่
3.การบรหิ ารชอ่ งทางการขายผา่ นรา้ นคา้ ปลกี และคา้ ส่ง
4. การบรหิ ารชอ่ งทางการจดั จาหน่ายผา่ นพนกั งานขาย
5.การจดั โครงสรา้ งการทางานของธุรกจิ คา้ ปลกี และคา้ สง่

กจิ กรรมการเรียนรู้
ขนั้ นาเข้าสู่บทเรยี น

1.ครผู สู้ อนกล่าวถงึ ธรุ กจิ คา้ ปลกี และคา้ ส่งขนาดเลก็ กจ็ ะทาหน้าทเ่ี ป็นทงั้ ผจู้ ดั การฝ่ายขายและเป็น
กรรมการผจู้ ดั การดว้ ย เน่อื งจากยงั เป็นธรุ กจิ ขนาดเลก็ ไมส่ ามารถจา้ งผจู้ ดั การฝ่ายขายทม่ี เี งนิ เดอื นสงู มาได้ จงึ
เน้นแต่การจา้ ง พนกงั านขายหรอื ใชน้ ายหน้าขายสนิ คา้ ตนเองเทา่ นนั้ การบรหิ ารงานขายไม่ใชม่ เี พยี งหน้าทข่ี าย
อย่างเดยี วเท่านนั้ เพราะกจิ การจะมรี ายไดม้ ากขน้ึ และเตบิ โตได้

2.ผเู้ รยี นยกตวั อย่างการบรกิ ารธรุ กจิ คา้ ปลกี และคา้ สง่

ขนั้ สอน

3.ครใู ชเ้ ทคนิควธิ สี อนแบบใชโ้ สตทศั นวสั ดุ (Audio-Visual Meterial of Instruction Method) เป็นวธิ สี อน
ทน่ี าอุปกรณ์โสตทศั น์วสั ดุมาช่วยพฒั นาคณุ ภาพการเรยี นการสอน โสตทศั น์วสั ดุดงั กล่าว ไดแ้ ก่ Power Point
เพ่อื ประกอบการอธบิ ายการบรหิ ารงานขายของหน่วยงานคา้ ปลกี และคา้ ส่ง เชน่ การวางแผนและกาหนด
เป้าหมายการขาย การสรรหา ฝึกอบรมและจงู ใจพนักงานขาย เป็นตน้

4.ครแู ละผเู้ รยี นใชเ้ ทคนิคแบบ Demonstration Method การจดั การเรยี นรแู้ บบสาธติ และครยู กตวั อย่าง
แนวคดกิ ารบรหิ ารองคก์ รแบบลูกคา้ เป็นศนู ยก์ ลางของธุรกจิ คา้ ปลกี และคา้ ส่งดงั กฎของมาสโลว์ 5 ขนั้ ดงั น้ี

พนักงานทุกคนตอ้ งเขา้ ใจไปในทศิ ทางเดยี วกนั ว่า เป็นการตอบสนองความต้องการของลกู คา้ โดยทกุ
คนตอ้ งมสี ว่ นร่วม และบรกิ ารลูกคา้ อย่างจรงิ ใจ

22

5.ครแู ละผเู้ รยี นใชเ้ ทคนคิ การสอนแบบการจดั การเรยี นรแู้ บบอภปิ ราย (Discussion Method) เร่อื งการ
สรา้ งทมี งานขายในธรุ กจิ คา้ ปลกี และคา้ สง่

6.ครแู ละผเู้ รยี นใชเ้ ทคนิควธิ สี อนแบบใชโ้ สตทศั นวสั ดุ (Audio-Visual Meterial of Instruction Method)
เป็นวธิ สี อนทน่ี าอุปกรณ์โสตทศั น์วสั ดุมาชว่ ยพฒั นาคณุ ภาพการเรยี นการสอน โสตทศั น์วสั ดุดงั กล่าว ไดแ้ ก่
Power Point เพ่อื อธบิ ายการบรหิ ารชอ่ งทางการขายผ่านรา้ นคา้ ปลกี และคา้ สง่

7.ครแู ละผเู้ รยี นใชเ้ ทคนคิ วธิ สี อนแบบใชโ้ สตทศั นวสั ดุ (Audio-Visual Meterial of Instruction Method)
เป็นวธิ สี อนทน่ี าอปุ กรณ์โสตทศั น์วสั ดุมาช่วยพฒั นาคุณภาพการเรยี นการสอน โสตทศั น์วสั ดุดงั กล่าว ไดแ้ ก่
Power Point เพอ่ื อธบิ ายการบรหิ ารช่องทางการจดั จาหน่ายผา่ นพนักงานขาย

23
8.ครแู ละผเู้ รยี นใชเ้ ทคนคิ แบบ Demonstration Method การจดั การเรยี นรแู้ บบสาธติ การจดั โครงสรา้ ง
การทางานของธรุ กจิ คา้ ปลกี และคา้ สง่ โดยใชส้ ่อื Power Point ประกอบ

9.ครแู ละผเู้ รยี นใชเ้ ทคนิควธิ สี อนแบบใชโ้ สตทศั นวสั ดุ (Audio-Visual Meterial of Instruction Method)
เป็นวธิ สี อนทน่ี าอุปกรณ์โสตทศั น์วสั ดุมาชว่ ยพฒั นาคณุ ภาพการเรยี นการสอน โสตทศั น์วสั ดุดงั กลา่ ว ไดแ้ ก่
Power Point เพ่อื อธบิ ายโครงสรา้ งองคก์ รฝ่ายการตลาดแบง่ เป็นประเภทตา่ งๆ ได้ 5 รปู แบบ ไดแ้ ก่

9.1 การจดั องคก์ รฝ่ายขายตามอาณาเขตทางภูมศิ าสตร์ (Territory Structural Sales force)

9.2 การจดั องคก์ รฝ่ายขายตามผลติ ภณั ฑ์ (Product Structural Sales force)

24

9.3 การจดั องคก์ รฝ่ายขายตามลูกคา้ หรอื ตลาด (Customer Structural Sales force)

9.4 การจดั องคก์ รฝ่ายขายตามหน้าท่ี หรอื ตามสายงานหลกั (Line Organization)
9.5 การจดั องคก์ รฝ่ายขายแบบผสม (Line and staff Organization)

25

10.ใหผ้ เู้ รยี นฝึกทกั ษะปฏบิ ตั ดิ งั น้ี
กิจกรรมที่ ①
(1) ออกแบบ และตกแต่งหน้ารา้ นคา้ ปลกี และคา้ สง่ โดยการบรหิ ารพน้ื ทร่ี า้ นคา้ ใหเ้ หมาะสม

ควรมพี น้ื ทใ่ี ห้ เดนิ หยบิ สนิ คา้ ไดส้ ะดวก
(2) จดั โปรโมชนั่ และการส่งเสรมิ การขายเพอ่ื ดงึ ดดู ลูกคา้
(3) เขยี นบนั ทกึ รายละเอยี ดขอ้ 1, 2 ลงในกระดาษ A4
(4) ประเมนิ ผลตามสภาพจรงิ

กิจกรรมท่ี ② ใหผ้ เู้ รยี นเขยี นโครงสรา้ งองคก์ รของหน่วยงานธุรกจิ คา้ ปลกี และคา้ ส่ง
11.ผเู้ รยี นฝึกทกั ษะทากจิ กรรม ใบงาน และแบบประเมนิ ผลทไ่ี ดร้ บั มอบหมาย
12.ครใู หค้ วามรเู้ พม่ิ เตมิ นอกเหนือจากเน้อื หาการเรยี นการสอน เกย่ี วกบั เง่ือนไขตามหลกั เศรษฐกิจ
พอเพียง ในการตดั สนิ ใจและการปฏบิ ตั กิ จิ กรรมตา่ ง ๆ ใหอ้ ยใู่ นระดบั พอเพยี งนนั้ ตอ้ งอาศยั ทงั้ ความรู้ และ
คณุ ธรรมเป็นพน้ื ฐาน กลา่ วคอื

(1) เงอ่ื นไขความรู้ เป็นความรอบรเู้ กย่ี วกบั วชิ าการตา่ ง ๆ ทเ่ี กย่ี วขอ้ ง ความรอบคอบทจ่ี ะนาความรู้
เหลา่ นนั้ มาพจิ ารณาใหเ้ ช่อื มโยงกนั เพอ่ื การวางแผน และความระมดั ระวงั ในขนั้ ปฏบิ ตั ิ

(2) เงอ่ื นไขคุณธรรม เป็นสง่ิ ทต่ี อ้ งเสรมิ สรา้ งใหม้ คี วามตระหนักในคุณธรรม มคี วามซ่อื สตั ยส์ จุ รติ และมี
ความอดทน มคี วามเพยี ร ใชส้ ตปิ ัญญาในการดาเนนิ ชวี ติ

26

ขนั้ สรปุ และการประยุกต์

13.ครแู ละผเู้ รยี นใชค้ าถาม (Questioning Method) เพ่อื ใหผ้ เู้ รยี นตอบเกย่ี วกบั โครงสรา้ งของหน่วยงาน

ธุรกจิ คา้ ปลกี และคา้ สง่

14.ประเมนิ ผเู้ รยี นตามแบบฟอรม์ ตอ่ ไปน้ี

ชอ่ื ผเู้ รยี น ธรรมชาตขิ องผเู้ รยี น วธิ กี ารเรยี นรู้
ความสนใจ สตปิ ัญญา วฒุ ภิ าวะ

1.

2.

3.

4.

5.

แบบประเมนิ ประสบการณ์พน้ื ฐานการเรยี นรู้

ช่อื ผเู้ รยี น ประสบการณ์พน้ื ฐานการเรยี นรู้ วธิ กี ารเรยี นรู้
ความรู้ ทกั ษะ ผลงาน

1.

2.

3.

4.

5.

ส่ือและแหล่งการเรียนรู้

1.หนังสอื เรยี น วชิ าการคา้ ปลกี และการคา้ ส่ง ของสานักพมิ พเ์ อมพนั ธ์
2.รปู ภาพ
3.กจิ กรรมการเรยี นการสอน
4.สอ่ื Power Point, VDO

หลกั ฐาน

1.บนั ทกึ การสอนของผสู้ อน
2.ใบเชค็ รายช่อื นักเรยี น
3.แผนจดั การเรยี นรู้
4.การตรวจประเมนิ ผลงานนักเรยี น

27

การวดั ผลและการประเมินผล

วิธีวดั ผล
1. สงั เกตพฤตกิ รรมรายบุคคล
2. ประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลุม่
3. สงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกล่มุ
4 ตรวจกจิ กรรมส่งเสรมิ คณุ ธรรมนาความรู้
5. ตรวจกจิ กรรมเสรมิ สรา้ งประสบการณ์
6. ตรวจแบบประเมนิ ผลการเรยี นรกู้ อ่ นเรยี น/หลงั เรยี น
7. การสงั เกตและประเมนิ พฤตกิ รรมดา้ นคณุ ธรรม จรยิ ธรรม ค่านยิ ม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
เคร่ืองมอื วดั ผล
1. แบบสงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล
2. แบบประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่ (โดยคร)ู
3. แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลุ่ม (โดยนักเรยี น)
4. แบบประเมนิ กจิ กรรมสง่ เสรมิ คณุ ธรรมนาความรู้
5. แบบประเมนิ กจิ กรรมเสรมิ สรา้ งประสบการณ์
6. แบบประเมนิ ผลการเรยี นรกู้ อ่ นเรยี น/หลงั เรยี น
7. แบบประเมนิ คณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นยิ ม และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ โดยครแู ละผเู้ รยี น

รว่ มกนั ประเมนิ

เกณฑก์ ารประเมินผล
1. เกณฑผ์ า่ นการสงั เกตพฤตกิ รรมรายบุคคล ตอ้ งไมม่ ชี อ่ งปรบั ปรงุ
2. เกณฑผ์ า่ นการประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกจิ กรรมกลุ่ม คอื ปานกลาง (50 % ขน้ึ ไป)
3. เกณฑผ์ า่ นการสงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกจิ กรรมกลมุ่ คอื ปานกลาง (50% ขน้ึ ไป)
4. ตอบคาถามในกจิ กรรมสง่ เสรมิ คณุ ธรรมนาความรจู้ งึ จะถอื ว่าผ่าน
เกณฑก์ ารประเมนิ มเี กณฑ์ 4 ระดบั คอื 4= ดมี าก, 3 = ด,ี 2 = พอใช้ , 1= ควรปรบั ปรุง
5. กจิ กรรมเสรมิ สรา้ งประสบการณ์ เกณฑผ์ า่ น คอื 50%
6. แบบประเมนิ ผลการเรยี นรกู้ ่อนเรยี น/หลงั เรยี นมเี กณฑผ์ ่าน 50%
7 แบบประเมนิ คณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ คะแนนขน้ึ อย่กู บั
การประเมนิ ตามสภาพจรงิ

กจิ กรรมเสนอแนะ

ใหศ้ กึ ษาโครงสรา้ งของหน่วยงานธรุ กจิ คา้ ปลกี และคา้ ส่งเพมิ่ เตมิ

28

บนั ทึกหลงั การสอน

ขอ้ สรปุ หลงั การสอน
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
ปัญหาท่ีพบ
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
แนวทางแก้ปัญหา
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................

ลงช่อื ..........................................ผสู้ อน
(นางสาวณฐั ธยาน์ พมิ พริ ตั น์)

วนั ท.่ี .........เดอื น.....................พ.ศ..............

29

แผนการจดั การเรียนรูแ้ บบบูรณาการที่ 4 หน่วยที่ 4

รหสั วิชา 20202-2103 การค้าปลีกและการค้าส่ง (2-2-3) สอนครง้ั ที่ 4 (13-16)
ชือ่ หนว่ ย/เรื่อง การเลอื กทาเลท่ีตงั้ จานวนชวั ่ โมง 4 ช.ม.

แนวคิด
ธุรกจิ คา้ ปลกี มกั จะตงั้ ขน้ึ ในบรเิ วณทเ่ี ป็นแหล่งชมุ ชนทม่ี คี วามเจรญิ และมปี ระชาชนอยกู่ นั อย่าง

หนาแน่น ส่วนธุรกจิ คา้ ส่งจะตงั้ อย่ใู นแหล่งทม่ี กี ารขนสง่ สะดวกและมกี ารคมนาคมตดิ ต่อไดห้ ลายเมอื ง อย่างไรก็
ตาม การประกอบธรุ กจิ ทงั้ สองประเภทน้ีกย็ งั ตอ้ งพจิ ารณาสง่ิ อ่นื ประกอบดว้ ย เพอ่ื ใหบ้ รรลุจดุ มงุ่ หมายหรอื การ
ประสบความสาเรจ็ ในการดาเนนิ ธรุ กจิ ต่อไป

ผลการเรยี นรทู้ ่ีคาดหวงั

1.อธบิ ายความหมายของทาเลทต่ี งั้ ได้
2.อธบิ ายการเลอื กทาเลทต่ี งั้ ได้
3.อธบิ ายทาลทต่ี งั้ แตล่ ะประเภทของธรุ กจิ คา้ ปลกี ได้
4.อธบิ ายปัจจยั ในการเลอื กทาเลทต่ี งั้ ของธรุ กจิ คา้ ปลกี ได้
5.อธบิ ายการเลอื กทาเลทต่ี งั้ ของการคา้ สง่ ได้
6.มกี ารพฒั นาคณุ ธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงคข์ องผสู้ าเรจ็ การศกึ ษา
สานกั งานคณะกรรมการการอาชวี ศกึ ษา ทค่ี รสู ามารถสงั เกตไดข้ ณะทาการสอนในเร่อื ง

6.1 ความมมี นุษยสมั พนั ธ์
6.2 ความมวี นิ ยั
6.3 ความรบั ผดิ ชอบ
6.4 ความซอ่ื สตั ยส์ ุจรติ
6.5 ความเชอ่ื มนั ่ ในตนเอง
6.6 การประหยดั
6.7 ความสนใจใฝ่รู้
6.8 การละเวน้ สง่ิ เสพตดิ และการพนัน
6.9 ความรกั สามคั คี
6.10 ความกตญั ญกู ตเวที

30

สมรรถนะรายวิชา

1.แสดงความรเู้ กย่ี วกบั หลกั การกระบวนการคา้ ปลกี และการคา้ สง่
2.ออกแบบโครงสรา้ งของหน่วยงานธุรกจิ คา้ ปลกี และการคา้ ส่ง กฎหมายและองคก์ ารทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั การคา้
ปลกี และการคา้ ส่ง แนวโน้มการคา้ ปลกี และการคา้ ส่ง
3.วางแผนและดาเนินงานการคา้ ปลกี และการคา้ ส่งตามหลกั การ
4.ประยกุ ตใ์ ชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศการคา้ ปลกี และการคา้ ส่งตามหลกั การ

สาระการเรียนรู้

1.ความหมายของทาเลทต่ี งั้
2.การเลอื กทาเลทต่ี งั้
3.ประเภทของทาเลทต่ี งั้ ธุรกจิ คา้ ปลกี
4.ปัจจยั ในการเลอื กทาเลทต่ี งั้ ของธรุ กจิ คา้ ปลกี
5.การเลอื กทาเลทต่ี งั้ ของกจิ การคา้ ส่ง

กิจกรรมการเรียนรู้

ขนั้ นาเข้าสู่บทเรยี น

1.ครผู สู้ อนชแ้ี จงว่าเมอ่ื ตดั สนิ ใจทจ่ี ะทาธุรกจิ ใดแลว้ กจ็ ะกาหนดวตั ถปุ ระสงคข์ องกจิ การใหช้ ดั เจนวา่ จะ
ผลติ อะไร เพอ่ื ใคร ทไ่ี หน มคี ณุ ภาพมากน้อยอยใู่ นระดบั ใด เป็นตน้ ซง่ึ คาว่าทไ่ี หน เป็นการกลา่ วถงึ ทต่ี งั้ ของ
ธุรกจิ คา้ ปลกี และคา้ สง่ โดยมปี ัจจยั และสงิ่ แวดลอ้ มต่าง ๆ ทเ่ี ออ้ื ประโยชน์ตอ่ การบรหิ ารงานใหม้ ปี ระสทิ ธภิ าพและ
มคี วามเจรญิ กา้ วหน้า สามารถอานวยความสะดวกใหแ้ กล่ ูกคา้ ทจ่ี ะมาใชบ้ รกิ ารดว้ ยความพงึ พอใจตลอดไป ถา้ ผู้
เรมิ่ ตน้ ธุรกจิ มสี ถานทเ่ี ป็นของตนเอง และอยใู่ นทาเลทด่ี กี ไ็ มม่ ปี ัญหา แตห่ ากผเู้ รมิ่ ตน้ ยงั ไมม่ คี วรมองหาทาเลท่ี
เหมาะสมกบั ธุรกจิ เช่น ย่านศนู ยก์ ารคา้ ชมุ ชน อย่ใู กลแ้ หล่งวตั ถดุ บิ เป็นตน้ และตอ้ งคานึงดว้ ยวา่ ทาเลทต่ี งั้ ควร
ใชว้ ธิ ซี ้อื หรอื เช่าดี โดยดทู เ่ี งนิ ทนุ วา่ มเี พยี งพอหรอื ไม่ หากมเี งนิ น้อยกค็ วรใชว้ ธิ เี ชา่ จะดกี ว่า ทงั้ น้ี ผเู้ รม่ิ ตน้ ธุรกจิ
ควรดถู งึ รายละเอยี ดของสญั ญาวา่ คุม้ ค่ากบั การลงทุนหรอื ไม่

2.ครผู สู้ อนและผเู้ รยี นอภปิ รายวา่ ในปัจจุบนั มรี า้ นคา้ สะดวกซ้อื สมยั ใหม่เขา้ มาใหบ้ รกิ ารในประเทศไทย
มากขน้ึ และมแี นวโน้มทจ่ี ะไดร้ บั ความนยิ มจากลูกคา้ เพราะมกี ารจดั ตกแตง่ สนิ คา้ เป็นหมวดหมสู่ วยงาม รา้ น

ขนั้ สอน

3.ครแู ละผเู้ รยี นใชเ้ ทคนคิ วธิ สี อนแบบใชโ้ สตทศั นวสั ดุ (Audio-Visual Meterial of Instruction Method)
เป็นวธิ สี อนทน่ี าอปุ กรณ์โสตทศั น์วสั ดุมาชว่ ยพฒั นาคุณภาพการเรยี นการสอน ไดแ้ ก่ Power Point เพ่อื อธบิ าย
ความหมายของทาเลทต่ี งั้

4.ครแู ละผเู้ รยี นใชเ้ ทคนคิ แบบ Demonstration Method การจดั การเรยี นรแู้ บบสาธติ และครยู กตวั อยา่ ง
การเลอื กทาเลทต่ี งั้ โดยเปิด VDO เพ่อื ใหผ้ เู้ รยี นไดม้ สี ว่ นรว่ มในการแสดงความคดิ เหน็ รว่ มกนั

31

5.ครใู ชค้ าถาม (Questioning Method) เพอ่ื ใหผ้ เู้ รยี นตอบเกย่ี วกบั ประเภทของทาเลทต่ี งั้ ธรุ กจิ คา้ ปลกี

6.ครแู ละผเู้ รยี นใชเ้ ทคนิควธิ สี อนแบบการจดั การเรยี นรแู้ บบอภปิ ราย (Discussion Method) และเลา่

อธบิ ายแสดงสาธติ โดยทผ่ี เู้ รยี นเป็นผฟู้ ัง และเปิดโอกาสใหซ้ กั ถามปัญหาไดบ้ า้ งในตอนทา้ ยของการบรรยาย

เกย่ี วกบั ปัจจยั ในการเลอื กทาเลทต่ี งั้ ของธรุ กจิ คา้ ปลกี เพ่อื นาไปปฏบิ ตั ใิ ชใ้ นธรุ กจิ ปัจจุบนั
7.ครแู ละผเู้ รยี นใชเ้ ทคนิควธิ สี อนแบบบรรยาย (Lecture Method) ดว้ ยการเลา่ อธบิ ายแสดงสาธติ ให้

ผเู้ รยี นเป็นผฟู้ ัง และเปิดโอกาสใหผ้ เู้ รยี นซกั ถามปัญหาไดใ้ นตอนทา้ ยของการบรรยายเร่อื งการเลอื กทาเลทต่ี งั้
ของกจิ การคา้ ส่ง

8.ใหผ้ เู้ รยี นทุกคนหาขอ้ มลู /บทความของสนิ คา้ ทม่ี กี ารเลอื กทาเลทต่ี งั้ ของธุรกจิ คา้ ปลกี และคา้ ปลกี จาก
ส่อื สงิ่ พมิ พ์ นติ ยสารทางธุรกจิ และนาเสนอหน้าชนั้ เรยี นใชเ้ วลาประมาณคนละ 5 นาที พรอ้ มนาส่งผลงาน
ครผู สู้ อน

9.ผเู้ รยี นบอกลกั ษณะของทาเลทต่ี งั้ ยา่ นธรุ กจิ ศูนยก์ ลาง(Central Business Districts) พรอ้ มรปู ภาพ
รา้ นคา้ ประกอบ และบอกขอ้ ดแี ละขอ้ เสยี ของทาเลทต่ี งั้ ประเภทน้ดี ว้ ย

10.ครแู นะนาเพม่ิ เตมิ ใหผ้ เู้ รยี นรจู้ กั บนั ทกึ บญั ชรี ายรบั -รายจ่ายในชวี ติ ประจาวนั ของตนเอง เพ่อื สรา้ งนสิ ยั

ความประหยดั ความพอเพยี งใหแ้ ก่ตนเองและครอบครวั

ขนั้ สรปุ และการประยุกต์

11.สรปุ การเลอื กทาเลทต่ี งั้ ตามรปู แบบและนาไปประยุกตใ์ ชใ้ นชวี ติ ประจาวนั ได้

12.ผเู้ รยี นรว่ มกนั ประเมนิ โดยพจิ ารณาจากขอ้ มลู ความรู้ การใหเ้ หตุผล และความพรอ้ มในการอภปิ ราย

ช่อื ผเู้ รยี น ประสบการณ์พน้ื ฐานการเรยี นรู้ วธิ กี ารเรยี นรู้
ความรู้ ทกั ษะ ผลงาน

1.

2.

3.

4.

สื่อและแหลง่ การเรยี นรู้

1.หนงั สอื เรยี นวชิ าการคา้ ปลกี และการคา้ ส่ง ของสานักพมิ พเ์ อมพนั ธ์
2.รปู ภาพ
3.กจิ กรรมการเรยี นการสอน
4.สอ่ื Power Point, VDO

หลกั ฐาน

1.บนั ทกึ การสอนของผสู้ อน
2.ใบเชค็ รายช่อื นักเรยี น
3.แผนจดั การเรยี นรู้
4.การตรวจประเมนิ ผลงานนกั เรยี น

32

การวดั ผลและการประเมินผล

วิธีวดั ผล
1. สงั เกตพฤตกิ รรมรายบุคคล
2. ประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกจิ กรรมกลุ่ม
3. สงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่
4 ตรวจกจิ กรรมส่งเสรมิ คณุ ธรรมนาความรู้
5. ตรวจกจิ กรรมเสรมิ สรา้ งประสบการณ์
6. ตรวจแบบประเมนิ ผลก่อนการเรยี นรู้
7. การสงั เกตและประเมนิ พฤตกิ รรมดา้ นคณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
เครือ่ งมือวดั ผล
1. แบบสงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล
2. แบบประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกล่มุ (โดยคร)ู
3. แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่ (โดยนักเรยี น)
4. แบบประเมนิ กจิ กรรมสง่ เสรมิ คณุ ธรรมนาความรู้
5. แบบประเมนิ กจิ กรรมเสรมิ สรา้ งประสบการณ์
6. แบบประเมนิ ผลก่อนการเรยี นรู้
7. แบบประเมนิ คุณธรรม จรยิ ธรรม คา่ นยิ ม และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ โดยครแู ละผเู้ รยี น

รว่ มกนั ประเมนิ
เกณฑก์ ารประเมินผล
1. เกณฑผ์ ่านการสงั เกตพฤตกิ รรมรายบุคคล ตอ้ งไมม่ ชี อ่ งปรบั ปรงุ
2. เกณฑผ์ า่ นการประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลุ่ม คอื ปานกลาง (50 % ขน้ึ ไป)
3. เกณฑผ์ ่านการสงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกจิ กรรมกลมุ่ คอื ปานกลาง (50% ขน้ึ ไป)
4. ตอบคาถามในกจิ กรรมส่งเสรมิ คณุ ธรรมนาความรจู้ งึ จะถอื ว่าผา่ น
เกณฑก์ ารประเมนิ มเี กณฑ์ 4 ระดบั คอื 4= ดมี าก, 3 = ด,ี 2 = พอใช้ , 1= ควรปรบั ปรุง
5. กจิ กรรมเสรมิ สรา้ งประสบการณ์ เกณฑผ์ ่าน คอื 50%
6. แบบประเมนิ ผลกอ่ นการเรยี นรมู้ เี กณฑผ์ า่ น 50%
7 แบบประเมนิ คณุ ธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ คะแนนขน้ึ อยกู่ บั
การประเมนิ ตามสภาพจรงิ

กจิ กรรมเสนอแนะ

ผเู้ รยี นออกแบบหรอื เขยี นร่างการวางแผนผงั รา้ นคา้ ปลกี และรา้ นคา้ สง่ ใหส้ อดคลอ้ งกบั ทาเลทต่ี งั้ กจิ การ

33

บนั ทึกหลงั การสอน

ข้อสรปุ หลงั การสอน
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
ปัญหาท่ีพบ
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
แนวทางแกป้ ัญหา
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................

ลงช่อื ..........................................ผสู้ อน
(นางสาวณฐั ธยาน์ พมิ พริ ตั น์)

วนั ท.่ี .........เดอื น.....................พ.ศ..............

34

แผนการจดั การเรยี นรูแ้ บบบูรณาการที่ 5 หน่วยที่ 4

รหสั วิชา 20202-2103 การคา้ ปลกี และการคา้ สง่ (2-2-3) สอนครงั้ ท่ี 5 (17-20)
ช่ือหน่วย/เร่อื ง ทำเลท่ตี ้ังร้ำนค้ำปลีกและค้ำส่ง จานวนชวั ่ โมง 4 ช.ม.

แนวคิด

ธุรกจิ คา้ ปลกี มกั จะตงั้ ขน้ึ ในบรเิ วณทเ่ี ป็นแหล่งชุมชนทม่ี คี วามเจรญิ และมปี ระชาชนอยกู่ นั อย่าง
หนาแน่น ส่วนธุรกจิ คา้ ส่งจะตงั้ อย่ใู นแหล่งทม่ี กี ารขนสง่ สะดวกและมกี ารคมนาคมตดิ ตอ่ ไดห้ ลายเมอื ง อย่างไรก็
ตาม การประกอบธรุ กจิ ทงั้ สองประเภทน้ีกย็ งั ตอ้ งพจิ ารณาสง่ิ อน่ื ประกอบดว้ ย เพ่อื ใหบ้ รรลุจดุ มงุ่ หมายหรอื การ
ประสบความสาเรจ็ ในการดาเนนิ ธรุ กจิ ตอ่ ไป

ผลการเรียนรทู้ ี่คาดหวงั

1.อธบิ ายปัจจยั ในการเลอื กทาเลทต่ี งั้ ของกจิ การคา้ สง่ ได้

2.อธบิ ายและวางผงั รา้ นคา้ ได้

3.อธบิ ายวตั ถปุ ระสงคใ์ นการวางผงั รา้ นคา้ ได้

4.อธบิ ายประเภทของการวางผงั รา้ นคา้ ได้

5.วเิ คราะหป์ ัจจยั ในการวางผงั รา้ นคา้ ได้

6.อธบิ ายและวเิ คราะหแ์ นวความคดิ ในการจดั วางผงั รา้ นคา้ ได้

7.มกี ารพฒั นาคณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงคข์ องผสู้ าเรจ็ การศกึ ษา

สานกั งานคณะกรรมการการอาชวี ศกึ ษา ทค่ี รสู ามารถสงั เกตไดข้ ณะทาการสอนในเร่อื ง

7.1 ความมมี นุษยสมั พนั ธ์ 7.7 ความสนใจใฝ่รู้

7.2 ความมวี นิ ัย 7.8 การละเวน้ สงิ่ เสพตดิ และการพนัน

7.3 ความรบั ผดิ ชอบ 7.9 ความรกั สามคั คี

7.4 ความซอ่ื สตั ยส์ ุจรติ 7.10 ความกตญั ญกู ตเวที

7.5 ความเช่อื มนั ่ ในตนเอง

7.6 การประหยดั

สมรรถนะรายวิชา

1.แสดงความรเู้ กย่ี วกบั หลกั การกระบวนการคา้ ปลกี และการคา้ สง่
2.ออกแบบโครงสรา้ งของหน่วยงานธุรกจิ คา้ ปลกี และการคา้ ส่ง กฎหมายและองคก์ ารทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั การคา้
ปลกี และการคา้ ส่ง แนวโน้มการคา้ ปลกี และการคา้ สง่
3.วางแผนและดาเนินงานการคา้ ปลกี และการคา้ ส่งตามหลกั การ
4.ประยกุ ตใ์ ชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศการคา้ ปลกี และการคา้ ส่งตามหลกั การ


Click to View FlipBook Version