The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

20202-2103 การค้าปลีกและการค้าส่ง

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by mukama_str101, 2022-11-22 10:22:39

20202-2103 การค้าปลีกและการค้าส่ง

20202-2103 การค้าปลีกและการค้าส่ง

35

สาระการเรียนรู้

1.ปัจจยั ในการเลอื กทาเลทต่ี งั้ ของกจิ การคา้ ส่ง
2.การวางผงั รา้ นคา้
3.วตั ถปุ ระสงคใ์ นการวางผงั รา้ นคา้
4.ประเภทของการวางผงั รา้ นคา้
5.ปัจจยั ในการวางผงั รา้ นคา้
6.แนวความคดิ ในการวางผงั รา้ นคา้

กิจกรรมการเรยี นรู้
ขนั้ นาเข้าสู่บทเรียน

1.ครกู ลา่ วถงึ การจดั ผงั รา้ นคา้ เป็นหน้าทส่ี าคญั ของผปู้ ระกอบการทจ่ี ะตอ้ งตดั สนิ ใจ ผงั รา้ นคา้ ทด่ี แี ละ
เหมาะสมเป็นองคป์ ระกอบสาคญั ทจ่ี ะทาใหร้ า้ นคา้ ดาเนินกจิ การไดอ้ ยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ ซ่งึ จะนาไปส่คู วามสาเรจ็
ในการประกอบอาชพี

2.ครูสนทนากับผู้เรียนว่าการจดั ผงั ร้านค้าเป็นหน้าท่สี าคัญของผู้ประกอบการท่จี ะต้องตดั สินใจ ผัง
รา้ นคา้ ทด่ี แี ละเหมาะสม เป็นองคป์ ระกอบสาคญั ทจ่ี ะทาาใหร้ า้ นคา้ ดาเนนิ กจิ การไดอ้ ย่างมปี ระสทิ ธภิ าพ

ขนั้ สอน

3.ครแู ละผเู้ รยี นใชเ้ ทคนคิ วธิ สี อนแบบใชโ้ สตทศั นวสั ดุ (Audio-Visual Meterial of Instruction Method)
เป็นวธิ สี อนทน่ี าอุปกรณ์โสตทศั น์วสั ดมุ าชว่ ยพฒั นาคณุ ภาพการเรยี นการสอน โสตทศั น์วสั ดุดงั กล่าว ไดแ้ ก่
Power Point เพ่อื ประกอบการอธบิ ายปัจจยั ในการเลอื กทาเลทต่ี งั้ ของกจิ การคา้ สง่

4.ครแู ละผเู้ รยี นใชเ้ ทคนิคการสอนแบบสาธติ (Demonstration Method) และใช้ Power Power เป็นสอ่ื
เชอ่ื มโยงเร่อื งการวางผงั รา้ นคา้

36

5.ครแู ละผเู้ รยี นใชเ้ ทคนคิ วธิ สี อนแบบการจดั การเรยี นรแู้ บบอภปิ ราย (Discussion Method) และเลา่
อธบิ ายแสดงสาธติ โดยทผ่ี เู้ รยี นเป็นผฟู้ ัง และเปิดโอกาสใหซ้ กั ถามปัญหาไดบ้ า้ งในตอนทา้ ยของการบรรยาย
เกย่ี วกบั วตั ถุประสงคใ์ นการวางผงั รา้ นคา้

6.ครแู ละผเู้ รยี นใชเ้ ทคนิคการสอนแบบการจดั การเรยี นรแู้ บบอภปิ ราย (Discussion Method) โดยใช้
Power Point เป็นสอ่ื ในการเรยี นเร่อื งความรเู้ กย่ี วกบั ประเภทของการวางผงั รา้ นคา้

6.1 การวางผงั แบบตาราง (Grid Layout)

37

6.2 การวางผงั แบบใหม้ กี ารหมนุ เวยี นอสิ ระ (Free Flow Layout)

7.ครใู ชเ้ ทคนิควธิ สี อนแบบบรรยาย (Lecture Method) ดว้ ยการเลา่ อธบิ ายแสดงสาธติ ใหผ้ เู้ รยี นฟังและ
เปิดโอกาสใหผ้ เู้ รยี นซกั ถามปัญหาไดใ้ นตอนทา้ ยของการบรรยายเร่อื งความรเู้ กย่ี วกบั ปัจจยั ในการวางผงั รา้ นคา้

8.ครใู ชเ้ ทคนิควธิ สี อนแบบใชโ้ สตทศั นวสั ดุ (Audio-Visual Material of Instruction Method) เป็นวธิ สี อนท่ี
นาอุปกรณ์โสตทศั น์วสั ดมุ าชว่ ยพฒั นาคุณภาพการเรยี นการสอน โสตทศั นว์ สั ดดุ งั กล่าว ไดแ้ ก่ Power Point
เพ่อื ประกอบการอธบิ ายแนวความคดิ ในการวางผงั รา้ นคา้

9.ครใู ชว้ ธิ สี อนโดยการอปุ นัย (Induction) เพอ่ื ใหผ้ เู้ รยี นสรปุ หลกั การหรอื แนวคดิ จากตวั อย่างตา่ งๆ ดว้ ย
ตนเอง ชว่ ยใหผ้ เู้ รยี นไดค้ ดิ ไดท้ าความเขา้ ใจดว้ ยตนเอง เป็นกระบวนการสอนทค่ี รใู ชใ้ นการชว่ ยใหผ้ เู้ รยี นเกดิ การ
เรยี นรตู้ ามวตั ถปุ ระสงคท์ ก่ี าหนดโดยการนาตวั อย่าง/ขอ้ มลู /ความคดิ /เหตกุ ารณ์/สถานการณ์/ปรากฏการณ์ ทม่ี ี
หลกั การ/ แนวคดิ ทต่ี อ้ งการสอนใหแ้ ก่นกั เรยี นแฝงอยมู่ าใหศ้ กึ ษาวเิ คราะห์ จนดงึ หลกั การ/แนวคดิ ทแ่ี ฝงอยู่
ออกมา เพ่อื นาไปใชใ้ นสถานการณ์อน่ื ๆ ตอ่ ไป กลา่ วไดว้ า่ เป็นการสอนทใ่ี หน้ กั เรยี นสรปุ หลกั การจากตวั อย่าง
ตา่ งๆ ดว้ ยตนเองในเร่อื งการเลอื กทาเลทต่ี งั้

10.ผเู้ รยี นหารปู ภาพของรา้ นคา้ ประกอบลกั ษณะของทาเลทต่ี งั้ ตามประเภทของรา้ น ดงั น้ี
(1).ย่านธุรกจิ ศนู ยก์ ลาง
(2).บรเิ วณแหลง่ ทาเลใกลเ้ พอ่ื นบา้ น
(3).ศูนยก์ ารคา้ - ศูนยก์ ารคา้ ทวั่ ไป
- ศนู ยก์ ารคา้ เฉพาะ
(4).ทาทต่ี งั้ บรเิ วณรมิ ทาง
(5).บา้ นทอ่ี ยอู่ าศยั ของผปู้ ระกอบการ

11.ผเู้ รยี นหาขอ้ มลู /บทความของสนิ คา้ ทม่ี กี ารเลอื กทาเลทต่ี งั้ ของธรุ กจิ คา้ ปลกี และคา้ ปลกี จากสอ่ื
สง่ิ พมิ พ์ นติ ยสารทางธรุ กจิ และนาเสนอหน้าชนั้ เรยี นใชเ้ วลาประมาณคนละ 5 นาที พรอ้ มนาส่งผลงานครผู สู้ อน

12.ผเู้ รยี นบอกลกั ษณะของทาเลทต่ี งั้ ย่านธรุ กจิ ศนู ยก์ ลาง (Central Business Districts) พรอ้ มรปู ภาพ
รา้ นคา้ ประกอบ และบอกขอ้ ดแี ละขอ้ เสยี ของทาเลทต่ี งั้ ประเภทน้ดี ว้ ย

13.ผเู้ รยี นทากจิ กรรม ใบงาน และแบบประเมนิ ผล
14.ครสู อนเพม่ิ เตมิ เกย่ี วกบั การทาหน้าทเ่ี ป็นพลเมอื งดขี องสงั คมไทย รจู้ กั เออ้ื เฟ้ือเผ่อื แผต่ อ่ ผอู้ น่ื

38

ข้นั สรุปและการประยุกต์

15.สรุปการเลอื กทาเลทต่ี งั้ โดยการถามตอบ ทส่ี ามารถนาไปประยุกตใ์ ชใ้ นชวี ติ ประจาวนั ได้

16.ผเู้ รยี นเขยี นการวางผงั รา้ นคา้

17.ประเมนิ ผเู้ รยี นตามแบบฟอรม์ ตอ่ ไปน้ี

ชอ่ื ผเู้ รยี น ธรรมชาตขิ องผเู้ รยี น วธิ กี ารเรยี นรู้
ความสนใจ สตปิ ัญญา วุฒภิ าวะ

1.

2.

3.

4.

ส่ือและแหล่งการเรียนรู้

1.หนังสอื เรยี น วชิ าการคา้ ปลกี และการคา้ ส่ง ของสานกั พมิ พเ์ อมพนั ธ์
2.รปู ภาพ
3.กจิ กรรมการเรยี นการสอน
4.สอ่ื Power Point, VDO

.หลกั ฐาน

1.บนั ทกึ การสอนของผสู้ อน
2.ใบเชค็ รายชอ่ื นกั เรยี น
3.แผนจดั การเรยี นรู้
4.การตรวจประเมนิ ผลงานนักเรยี น

การวดั ผลและการประเมินผล

วิธีวดั ผล
1. สงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล
2. ประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกจิ กรรมกลมุ่
3. สงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่
4 ตรวจกจิ กรรมส่งเสรมิ คณุ ธรรมนาความรู้
5. ตรวจกจิ กรรมเสรมิ สรา้ งประสบการณ์
6. ตรวจแบบประเมนิ ผลหลงั การเรยี นรู้
7. การสงั เกตและประเมนิ พฤตกิ รรมดา้ นคุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์

39

เครอื่ งมือวดั ผล
1. แบบสงั เกตพฤตกิ รรมรายบุคคล
2. แบบประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่ (โดยคร)ู
3. แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่ (โดยนักเรยี น
4. แบบประเมนิ กจิ กรรมสง่ เสรมิ คณุ ธรรมนาความรู้
5. แบบประเมนิ กจิ กรรมเสรมิ สรา้ งประสบการณ์
6. แบบประเมนิ ผลหลงั การเรยี นรู้
7. แบบประเมนิ คณุ ธรรม จรยิ ธรรม ค่านยิ ม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ โดยครแู ละผเู้ รยี น

รว่ มกนั ประเมนิ

เกณฑก์ ารประเมินผล
1. เกณฑผ์ ่านการสงั เกตพฤตกิ รรมรายบุคคล ตอ้ งไมม่ ชี ่องปรบั ปรงุ
2. เกณฑผ์ ่านการประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกจิ กรรมกลุ่ม คอื ปานกลาง (50 % ขน้ึ ไป)
3. เกณฑผ์ า่ นการสงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกจิ กรรมกลมุ่ คอื ปานกลาง (50% ขน้ึ ไป)
4. ตอบคาถามในกจิ กรรมส่งเสรมิ คณุ ธรรมนาความรจู้ งึ จะถอื ว่าผ่าน
เกณฑก์ ารประเมนิ มเี กณฑ์ 4 ระดบั คอื 4= ดมี าก, 3 = ด,ี 2 = พอใช้ , 1= ควรปรบั ปรุง
5. กจิ กรรมเสรมิ สรา้ งประสบการณ์ เกณฑผ์ า่ น คอื 50%
6. แบบประเมนิ ผลหลงั การเรยี นรมู้ เี กณฑผ์ ่าน 50%
7 แบบประเมนิ คณุ ธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ คะแนนขน้ึ อยกู่ บั
การประเมนิ ตามสภาพจรงิ

กจิ กรรมเสนอแนะ

ใหน้ าหลกั เกณฑใ์ นการเลอื กทาเลทต่ี งั้ มาอภปิ รายกนั ในชนั้ เรยี น

40

บนั ทึกหลงั การสอน

ขอ้ สรปุ หลงั การสอน
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
ปัญหาที่พบ
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
แนวทางแกป้ ัญหา
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................

ลงช่อื ..........................................ผสู้ อน
(นางสาวณฐั ธยาน์ พมิ พริ ตั น์)

วนั ท.่ี .........เดอื น.....................พ.ศ..............

41

แผนการจดั การเรียนรูแ้ บบบูรณาการท่ี 6 หน่วยที่ 5

รหสั วิชา 20202-2103 การคา้ ปลกี และการคา้ สง่ (2-2-3) สอนครง้ั ที่ 6 (21-24)
ชื่อหน่วย/เรือ่ ง การจดั ซื้อสินค้า จานวนชวั ่ โมง 4 ช.ม.

แนวคิด

การดาเนินกจิ กรรมเพอ่ื ใหไ้ ดม้ าซง่ึ สนิ คา้ หรอื บรกิ าร เพ่อื ใหบ้ รรลุวตั ถุประสงคข์ องธุรกจิ อย่างมจี งั หวะและ
มตี น้ ทนุ ทม่ี ปี ระสทิ ธภิ าพ สามารถช่วยใหก้ จิ การประสบความสาเรจ็ ตามเป้าหมายทก่ี าหนดไว้ ดงั นัน้ ธรุ กจิ คา้ ปลกี
และคา้ ส่งจงึ ควรใหค้ วามสาคญั กบั หลกั การจดั ซ้อื สนิ คา้ ของกจิ การ เพ่อื คดั เลอื ก แหลง่ ซอ้ื สนิ คา้ ทม่ี คี ณุ ภาพ
มาตรฐานใหล้ ูกคา้ และเป็นประโยชน์ต่อกจิ การตอ่ ไปในอนาคต

ผลการเรยี นรทู้ ี่คาดหวงั

1.อธบิ ายความหมาย ความสาคญั และวตั ถปุ ระสงคข์ องการจดั ซอ้ื ได้
2.อธบิ ายหน้าทแ่ี ละคุณสมบตั ขิ องผมู้ หี น้าทจ่ี ดั ซ้อื ได้
3.อธบิ ายหลกั การจดั ซอ้ื ขนั้ พน้ื ฐานได้
4.อธบิ ายการควบคมุ สนิ คา้ คงคลงั ได้
5.มกี ารพฒั นาคณุ ธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงคข์ องผสู้ าเรจ็ การศกึ ษา
สานกั งานคณะกรรมการการอาชวี ศกึ ษา ทค่ี รสู ามารถสงั เกตไดข้ ณะทาการสอนในเร่อื ง

5.1 ความมมี นุษยสมั พนั ธ์
5 ความมวี นิ ัย
5.3 ความรบั ผดิ ชอบ
5.4 ความซ่อื สตั ยส์ จุ รติ
5.5 ความเชอ่ื มนั ่ ในตนเอง
5.6 การประหยดั
5.7 ความสนใจใฝ่รู้
5.8 การละเวน้ สงิ่ เสพตดิ และการพนัน
5.9 ความรกั สามคั คี
5.10 ความกตญั ญกู ตเวที

สมรรถนะรายวิชา

1.แสดงความรเู้ กย่ี วกบั หลกั การกระบวนการคา้ ปลกี และการคา้ สง่
2.ออกแบบโครงสรา้ งของหน่วยงานธุรกจิ คา้ ปลกี และการคา้ ส่ง กฎหมายและองคก์ ารทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั การคา้
ปลกี และการคา้ ส่ง แนวโน้มการคา้ ปลกี และการคา้ ส่ง
3.วางแผนและดาเนินงานการคา้ ปลกี และการคา้ ส่งตามหลกั การ

42

สาระการเรยี นรู้

1.ความหมาย ความสาคญั และวตั ถปุ ระสงคข์ องการจดั ซ้อื
2.หน้าทแ่ี ละคณุ สมบตั ขิ องผมู้ หี น้าทจ่ี ดั ซ้อื
3.หลกั การจดั ซอ้ื ขนั้ พน้ื ฐาน
4.การควบคมุ สนิ คา้ คงคลงั

กิจกรรมการเรยี นรู้

ขนั้ นาเข้าส่บู ทเรยี น
1.ครแู ละผเู้ รยี นเปรยี บเทยี บการจดั ซ้อื และการจดั หา ซง่ึ การจดั ซอ้ื เป็นการดาเนินกจิ กรรมเพ่อื ใหไ้ ดม้ าซง่ึ
สนิ คา้ หรอื บรกิ ารเพอ่ื ใหบ้ รรลวุ ตั ถุประสงคข์ องธรุ กจิ อย่างมจี งั หวะและมตี น้ ทุนทม่ี ปี ระสทิ ธภิ าพ ส่วนการจดั หา
เป็นการจดั ซ้อื รวมถงึ การเชา่ การซ่อม การผลติ ขน้ึ มา และอ่นื ๆ เพอ่ื ใหไ้ ดม้ าซง่ึ สงิ่ ทต่ี อ้ งการอนั จะทาใหบ้ รรลุ
วตั ถุประสงคข์ องกจิ การ
2.ผเู้ รยี นยกตวั อยา่ งการจดั ซอ้ื และการจดั หาในชวี ติ ประจาวนั ทเ่ี คยมปี ระสบการณ์ผ่านมา นามาเล่าให้
เพ่อื นร่วมชนั้ เรยี นฟัง

ขนั้ สอน
3.ครอู ธบิ าย และนาแผนภมู แิ สดงเน้อื หาสาระตา่ ง ๆ เพ่อื เป็นส่อื ประกอบการเรยี นใหส้ มั พนั ธก์ บั
จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ ใหผ้ เู้ รยี นเขา้ ใจไดง้ า่ ยขน้ึ เกย่ี วกบั

*.ความหมาย ความสาคญั และวตั ถุประสงคข์ องการจดั ซอ้ื
*.หน้าทแ่ี ละคุณสมบตั ขิ องผมู้ หี น้าทจ่ี ดั ซอ้ื
*.หลกั การจดั ซอ้ื ขนั้ พน้ื ฐาน
*.นโยบายการจดั ซอ้ื
*.การจดั ซอ้ื สนิ คา้ ของธุรกจิ คา้ ปลกี
*.การจดั ซ้อื สนิ คา้ ของธรุ กจิ คา้ สง่
*.ขนั้ ตอนในการดาเนินการจดั ซอ้ื
*.การคดั เลอื กแหล่งซอ้ื สนิ คา้
4.ครแู ละผเู้ รยี นใชเ้ ทคนคิ วธิ สี อนแบบใชโ้ สตทศั นวสั ดุ (Audio-Visual Meterial of Instruction Method)
เป็นวธิ สี อนทน่ี าอปุ กรณ์โสตทศั น์วสั ดุมาชว่ ยพฒั นาคุณภาพการเรยี นการสอน โสตทศั น์วสั ดุดงั กลา่ ว ไดแ้ ก่
Power Point เพ่อื อธบิ ายความหมาย ความสาคญั และวตั ถปุ ระสงคข์ องการจดั ซ้อื
5.ครแู ละผเู้ รยี นใชเ้ ทคนคิ แบบ Demonstration Method การจดั การเรยี นรแู้ บบสาธติ และครยู กตวั อย่าง
หน้าทแ่ี ละคณุ สมบตั ขิ องผมู้ หี น้าทจ่ี ดั ซ้อื เพ่อื ใหผ้ เู้ รยี นไดม้ สี ่วนรว่ มในการแสดงความคดิ เหน็ รว่ มกนั
6.ครใู ชค้ าถาม (Questioning Method) เพ่อื ใหผ้ เู้ รยี นตอบเกย่ี วกบั หลกั การจดั ซ้อื ขนั้ พน้ื ฐาน

43

7.ครแู ละผเู้ รยี นใชเ้ ทคนิควธิ กี ารจดั การเรยี นรแู้ บบอภปิ ราย (Discussion Method) คอื กระบวนการท่ี
ผสู้ อนมงุ่ ใหผ้ เู้ รยี นมโี อกาสสนทนาแลกเปลย่ี นความคดิ เหน็ หรอื ระดมความคดิ โดยมจี ดุ มงุ่ หมายเพ่อื ใหผ้ เู้ รยี น
เขา้ ใจเน้อื หาไดอ้ ย่างมปี ระสทิ ธภิ าพ โดยอภปิ รายเรอ่ื งการควบคมุ สนิ คา้ คงคลงั

8.ผเู้ รยี นปฏบิ ตั กิ จิ กรรมดงั น้ี
กิจกรรมที่ ①
(1).ใหส้ รุปสาระสาคญั ของหลกั การจดั ซอ้ื สนิ คา้ ขนั้ พน้ื ฐานทไ่ี ดศ้ กึ ษามาแลว้ ดงั น้ี
1.1 .ซอ้ื ใหไ้ ดค้ ุณภาพทถ่ี ูกตอ้ ง(Right Quality)
1.2. ซ้อื ไดจ้ านวนทถ่ี กู ตอ้ ง (Right Quantity)
1.3.การซอ้ื จากผขู้ ายทถ่ี ูกตอ้ ง (Right Source of Supply)
1.4.ซ้อื ในราคาทถ่ี ูกตอ้ ง (Right Price)
1.5.การซ้อื ในเวลาทถ่ี ูกตอ้ ง (Right Time)
(2).หารปู ภาพประกอบแตล่ ะหวั ขอ้ ตามความเหมาะสม
กิจกรรมท่ี ②
(1).ใหศ้ กึ ษาคน้ ควา้ ตามแหล่งธรุ กจิ คา้ ปลกี และคา้ ส่ง เพ่อื หาขอ้ มลู การจดั ซอ้ื สนิ คา้ ของธุรกจิ ทงั้

สองประเภท เกย่ี วกบั หวั ขอ้ ตอ่ ไปน้ี
1.1 วตั ถปุ ระสงคข์ องการจดั ซ้อื
1.2.หน้าทแ่ี ละคณุ สมบตั ขิ องผมู้ หี น้าทจ่ี ดั ซ้อื
1.3.หลกั การจดั ซอ้ื ขนั้ พน้ื ฐาน
1.4.นโยบายการจดั ซอ้ื
1.5.การจดั ซ้อื สนิ คา้ ของธรุ กจิ คา้ ปลกี
1.6.การจดั ซอ้ื สนิ คา้ ของธรุ กจิ คา้ ส่ง
1.7.ขนั้ ตอนในการดาเนนิ การจดั ซ้อื
1.8.การคดั เลอื กแหลง่ ซ้อื สนิ คา้
1.9 และเรอ่ื งอน่ื ๆ ทเ่ี กย่ี วขอ้ ง

(2).จดั ทาเป็นรปู แบบรายงาน โดยอาจทาเป็นรายบุคคลหรอื เป็นกลุ่มกไ็ ด้ ทงั้ น้ใี หป้ ฏบิ ตั เิ ป็น
แนวทางเดยี วกนั ทงั้ ชนั้ เรยี น

(3).นาเสนอโดยสุม่ เลอื กเป็นบางคนหรอื บางกลมุ่ นาเสนอหน้าชนั้ เรยี น โดยใชเ้ วลานาเสนอ 15
นาทตี ่อคนหรอื ตอ่ กล่มุ

(4).ครผู สู้ อนประเมนิ ผลงาน และใหน้ ักเรยี นรว่ มกนั แสดงความคดิ เหน็
(5).ขอ้ เสนอแนะเพมิ่ เตมิ
9.ผเู้ รยี นฝึกทกั ษะทากจิ กรรม
10.ผเู้ รยี นทาแบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้

44

11.ครเู สนอแนะและเป็นทป่ี รกึ ษาในการนาเอาแนวปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง ซง่ึ ในกระบวนการ

ทางานทุกประเภทนนั้ จะตอ้ งเน้นสจั จะซง่ึ เป็นตวั คณุ ธรรม จรยิ ธรรม เน้นความซ่อื สตั ยส์ จุ รติ เนน้ ใหช้ ว่ ยกนั คดิ
ช่วยกนั ทา เน้นใหร้ จู้ กั ความพอดี พอประมาณ มเี หตุผล ทงั้ หมดน้คี อื หลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง และ
สามารถนาไปประยกุ ตใ์ ชก้ บั การดาเนนิ ชวี ติ ของทกุ คนได้

ข้นั สรุปและการประยุกต์

12.สรปุ สาระสาคญั ของการจดั ซอ้ื เพอ่ื ใหเ้ กดิ การเรยี นรแู้ ละนาไปปฏบิ ตั ไิ ด้ และประเมนิ ผเู้ รยี นตาม

แบบฟอรม์ ต่อไปน้ี

ช่อื ผเู้ รยี น ธรรมชาตขิ องผเู้ รยี น วธิ กี ารเรยี นรู้
ความสนใจ สตปิ ัญญา วฒุ ภิ าวะ

1.

2.

3.

4.

5.

ส่ือและแหลง่ การเรยี นรู้

1.หนังสอื เรยี น วชิ าการคา้ ปลกี และการคา้ สง่ ของสานกั พมิ พเ์ อมพนั ธ์
2.รปู ภาพ
3.กจิ กรรมการเรยี นการสอน
4.สอ่ื Power Point, VDO

หลกั ฐาน

1.บนั ทกึ การสอนของผสู้ อน
2.ใบเชค็ รายชอ่ื นักเรยี น
3.แผนจดั การเรยี นรู้
4.การตรวจประเมนิ ผลงานนกั เรยี น

45

การวดั ผลและการประเมินผล

วิธีวดั ผล
1. สงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล
2. ประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกจิ กรรมกล่มุ
3. สงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่
4 ตรวจกจิ กรรมส่งเสรมิ คณุ ธรรมนาความรู้
5. ตรวจกจิ กรรมเสรมิ สรา้ งประสบการณ์
6. ตรวจแบบประเมนิ ผลกอ่ นการเรยี นรู้
7. การสงั เกตและประเมนิ พฤตกิ รรมดา้ นคุณธรรม จรยิ ธรรม คา่ นยิ ม และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์

เคร่ืองมอื วดั ผล

1. แบบสงั เกตพฤตกิ รรมรายบุคคล
2. แบบประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่ (โดยคร)ู
3. แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลุม่ (โดยนกั เรยี น)
4. แบบประเมนิ กจิ กรรมสง่ เสรมิ คณุ ธรรมนาความรู้
5. แบบประเมนิ กจิ กรรมเสรมิ สรา้ งประสบการณ์
6. แบบประเมนิ ผลก่อนการเรยี นรู้
7. แบบประเมนิ คุณธรรม จรยิ ธรรม คา่ นยิ ม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ โดยครแู ละผเู้ รยี น

รว่ มกนั ประเมนิ

เกณฑก์ ารประเมินผล
1. เกณฑผ์ า่ นการสงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล ตอ้ งไมม่ ชี ่องปรบั ปรงุ
2. เกณฑผ์ ่านการประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลุ่ม คอื ปานกลาง (50 % ขน้ึ ไป)
3. เกณฑผ์ า่ นการสงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่ คอื ปานกลาง (50% ขน้ึ ไป)
4. ตอบคาถามในกจิ กรรมสง่ เสรมิ คณุ ธรรมนาความรจู้ งึ จะถอื วา่ ผา่ น
เกณฑก์ ารประเมนิ มเี กณฑ์ 4 ระดบั คอื 4= ดมี าก, 3 = ด,ี 2 = พอใช้ , 1= ควรปรบั ปรุง
5. กจิ กรรมเสรมิ สรา้ งประสบการณ์ เกณฑผ์ า่ น คอื 50%
6. แบบประเมนิ ผลกอ่ นการเรยี นรมู้ เี กณฑผ์ ่าน 50%
7 แบบประเมนิ คณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ คะแนนขน้ึ อย่กู บั
การประเมนิ ตามสภาพจรงิ

46

กจิ กรรมเสนอแนะ

ใหผ้ เู้ รยี นศกึ ษาหน้าทข่ี องฝ่ายจดั ซ้อื และคณุ สมบตั ขิ องฝ่ายจดั ซ้อื

หน้าท่ีของฝายจดั ซื้อ คณุ สมบตั ิของฝ่ ายจดั ซือ้

.................................... ....................................
.................................... ....................................
.................................... ....................................
.................................... ....................................

47

บนั ทึกหลงั การสอน

ข้อสรปุ หลงั การสอน
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
ปัญหาที่พบ
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
แนวทางแก้ปัญหา
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................

ลงชอ่ื ..........................................ผสู้ อน
(นางสาวณฐั ธยาน์ พมิ พริ ตั น์)

วนั ท.่ี .........เดอื น.....................พ.ศ..............

48

แผนการจดั การเรียนรแู้ บบบรู ณาการท่ี 7 หน่วยท่ี 5

รหสั วิชา 20202-2103 การคา้ ปลกี และการคา้ สง่ (2-2-3) สอนครง้ั ที่7 (25-28)
ชือ่ หน่วย/เรื่อง หลกั การจดั ซอ้ื สนิ คา้ จานวนชวั ่ โมง 4 ช.ม.

แนวคิด

การดาเนนิ กจิ กรรมเพ่อื ใหไ้ ดม้ าซง่ึ สนิ คา้ หรอื บรกิ าร เพ่อื ใหบ้ รรลวุ ตั ถปุ ระสงคข์ องธุรกจิ อย่างมจี งั หวะและ
มตี น้ ทุนทม่ี ปี ระสทิ ธภิ าพ สามารถชว่ ยใหก้ จิ การประสบความสาเรจ็ ตามเป้าหมายทก่ี าหนดไว้ ดงั นนั้ ธรุ กจิ คา้ ปลกี
และคา้ สง่ จงึ ควรใหค้ วามสาคญั กบั หลกั การจดั ซอ้ื สนิ คา้ ของกจิ การ เพอ่ื คดั เลอื ก แหล่งซ้อื สนิ คา้ ทม่ี คี ุณภาพ
มาตรฐานใหล้ ูกคา้ และเป็นประโยชน์ต่อกจิ การต่อไปในอนาคต

ผลการเรียนร้ทู ี่คาดหวงั

1.อธบิ ายการจดั ซ้อื สนิ คา้ ได้
2.อธบิ ายขนั้ ตอนในการดาเนนิ การจดั ซ้อื ได้
3.อธบิ ายและคดั เลอื กแหลง่ ซ้อื สนิ คา้ ได้
4.มกี ารพฒั นาคณุ ธรรม จรยิ ธรรม ค่านยิ ม และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงคข์ องผสู้ าเรจ็ การศกึ ษาสานักงาน
คณะกรรมการการอาชวี ศกึ ษา ทค่ี รสู ามารถสงั เกตไดข้ ณะทาการสอนในเรอ่ื ง

4.1 ความมมี นุษยสมั พนั ธ์
4.2 ความมวี นิ ยั
4.3 ความรบั ผดิ ชอบ
4.4 ความซ่อื สตั ยส์ จุ รติ
4.5 ความเชอ่ื มนั ่ ในตนเอง
4.6 การประหยดั
4.7 ความสนใจใฝ่รู้
4.8 การละเวน้ สงิ่ เสพตดิ และการพนนั
4.9 ความรกั สามคั คี
4.10 ความกตญั ญกู ตเวที

สมรรถนะรายวิชา

1.แสดงความรเู้ กย่ี วกบั หลกั การกระบวนการคา้ ปลกี และการคา้ สง่
2.ออกแบบโครงสรา้ งของหน่วยงานธุรกจิ คา้ ปลกี และการคา้ ส่ง กฎหมายและองคก์ ารทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั การคา้
ปลกี และการคา้ ส่ง แนวโน้มการคา้ ปลกี และการคา้ ส่ง
3.วางแผนและดาเนินงานการคา้ ปลกี และการคา้ ส่งตามหลกั การ
4.ประยกุ ตใ์ ชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศการคา้ ปลกี และการคา้ สง่ ตามหลกั การ

49

สาระการเรียนรู้

1.การจดั ซอ้ื สนิ คา้ ของธุรกจิ คา้ ปลกี
2.ขนั้ ตอนในการดาเนนิ การจดั ซอ้ื
3.การคดั เลอื กแหล่งซอ้ื สนิ คา้

กจิ กรรมการเรียนรู้

ขนั้ นาเข้าสู่บทเรยี น

1. ครผู สู้ อนเปรยี บเทยี บการจดั ซ้อื และการจดั หา ซง่ึ การจดั ซอ้ื เป็นการดาเนนิ กจิ กรรมเพ่อื ใหไ้ ดม้ าซง่ึ
สนิ คา้ หรอื บรกิ ารเพอ่ื ใหบ้ รรลวุ ตั ถปุ ระสงคข์ องธุรกจิ อย่างมจี งั หวะและมตี น้ ทนุ ทม่ี ปี ระสทิ ธภิ าพ ส่วนการจดั หา
เป็นการจดั ซอ้ื รวมไปถงึ การเช่า การซอ่ ม การผลติ ขน้ึ มา และอ่นื ๆ เพ่อื ใหไ้ ดม้ าซง่ึ สง่ิ ทต่ี อ้ งการอนั จะทาใหบ้ รรลุ
วตั ถุประสงคข์ องกจิ การ

2.ผเู้ รยี นยกตวั อย่างการจดั ซ้อื และการจดั หาในชวี ติ ประจาวนั ทเ่ี คยมปี ระสบการณ์ผา่ นมา นามาเลา่ ให้
เพอ่ื นร่วมชนั้ เรยี นฟัง

ขนั้ สอน

3.ครผู สู้ อนการบรรยาย (Lecture) เพ่อื ช่วยใหน้ กั เรยี นเกดิ การเรยี นรตู้ ามวตั ถปุ ระสงคท์ ก่ี าหนด โดยการ
พดู บอก เลา่ อธบิ าย ในสง่ิ ทต่ี อ้ งการสอนแกผ่ เู้ รยี น ใหผ้ เู้ รยี นซกั ถามแลว้ ประเมนิ การเรยี นรขู้ องผเู้ รยี นดว้ ยวธิ ใี ด
วธิ หี นง่ึ ซง่ึ มอี งคป์ ระกอบสาคญั ทข่ี าดไมไ่ ดข้ องวธิ สี อน และครผู สู้ อนใชเ้ ทคนคิ การอธบิ ายพรอ้ มการสาธติ และ
ฝึกปฏบิ ตั ิ เพอ่ื ศกึ ษาในเรอ่ื งการจดั ซอ้ื สนิ คา้ ของธุรกจิ คา้ ปลกี

4.ครใู ชเ้ ทคนคิ วธิ กี ารจดั การเรยี นรแู้ บบอภปิ ราย (Discussion Method) คอื กระบวนการทผ่ี สู้ อนมุง่ ให้
ผเู้ รยี นมโี อกาสสนทนาแลกเปลย่ี นความคดิ เหน็ หรอื ระดมความคดิ โดยมจี ุดมงุ่ หมายเพ่อื ใหผ้ เู้ รยี นเขา้ ใจเน้อื หา
ไดอ้ ยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ โดยอภปิ รายเร่อื งขนั้ ตอนในการดาเนินการจดั ซ้อื

การวางแผนจดั ซ้อื
การจดั หน่วยงานจดั ซอ้ื
การหาผรู้ บั ผดิ ชอบ
การประสานการทาางานและการควบคมุ

50

5.ครใู ชเ้ ทคนิควธิ สี อนแบบสาธติ (Demonstration Method) เป็นวธิ สี อนทค่ี รแู สดงใหผ้ เู้ รยี นดแู ละให้
ความรแู้ ก่ผเู้ รยี นโดยใชส้ อ่ื การเรยี นรทู้ เ่ี ป็นรปู ธรรม และผเู้ รยี นไดป้ ระสบการณ์ตรง ซง่ึ ครเู ป็นผสู้ าธติ และให้
ผเู้ รยี นฝึกทกั ษะปฏบิ ตั ติ ามเพ่อื เรยี นรกู้ ารคดั เลอื กแหลง่ ซ้อื สนิ คา้

6.ครผู สู้ อนซกั ถามถงึ ปัญหาทอ่ี าจเกดิ ขน้ึ กาหนดใหน้ กั เรยี นแบง่ กลุม่ เท่า ๆ กนั และมอบหมายใหน้ กั เรยี น
ทกุ กล่มุ ศกึ ษาคน้ ควา้ เกย่ี วกบั หลกั การจดั ซ้อื ของการขายปลกี และขายสง่ แตล่ ะประเภท และส่งตวั แทนนาเสนอ
รปู แบบตา่ งๆ

51

7.ใหป้ ฏบิ ตั กิ จิ กรรมดงั น้ี
กิจกรรมท่ี ①
(1).ใหส้ รปุ สาระสาคญั ของหลกั การจดั ซ้อื สนิ คา้ ขนั้ พน้ื ฐานทไ่ี ดศ้ กึ ษามาแลว้ ดงั น้ี
1.1 .ซ้อื ใหไ้ ดค้ ุณภาพทถ่ี กู ตอ้ ง(Right Quality)
1.2. ซอ้ื ไดจ้ านวนทถ่ี ูกตอ้ ง (Right Quantity)
1.3.การซ้อื จากผขู้ ายทถ่ี กู ตอ้ ง (Right Source of Supply)
1.4.ซ้อื ในราคาทถ่ี ูกตอ้ ง (Right Price)
1.5.การซ้อื ในเวลาทถ่ี กู ตอ้ ง (Right Time)
(2).หารปู ภาพประกอบแตล่ ะหวั ขอ้ ตามความเหมาะสม
กิจกรรมท่ี ②
(1).ใหศ้ กึ ษาคน้ ควา้ ตามแหลง่ ธรุ กจิ คา้ ปลกี และคา้ สง่ เพ่อื หาขอ้ มลู การจดั ซ้อื สนิ คา้ ของธุรกจิ ทงั้

สองประเภท เกย่ี วกบั หวั ขอ้ ตอ่ ไปน้ี
1.1 วตั ถปุ ระสงคข์ องการจดั ซ้อื
1.2.หน้าทแ่ี ละคณุ สมบตั ขิ องผมู้ หี น้าทจ่ี ดั ซอ้ื
1.3.หลกั การจดั ซอ้ื ขนั้ พน้ื ฐาน
1.4.นโยบายการจดั ซ้อื
1.5.การจดั ซอ้ื สนิ คา้ ของธรุ กจิ คา้ ปลกี
1.6.การจดั ซ้อื สนิ คา้ ของธุรกจิ คา้ ส่ง
1.7.ขนั้ ตอนในการดาเนินการจดั ซ้อื
1.8.การคดั เลอื กแหลง่ ซ้อื สนิ คา้
1.9 และเรอ่ื งอน่ื ๆ ทเ่ี กย่ี วขอ้ ง

(2).จดั ทาเป็นรปู แบบรายงาน โดยอาจทาเป็นรายบุคคลหรอื เป็นกล่มุ กไ็ ด้ ทงั้ น้ใี หป้ ฏบิ ตั เิ ป็น
แนวทางเดยี วกนั ทงั้ ชนั้ เรยี น

(3).นาเสนอโดยสุ่มเลอื กเป็นบางคนหรอื บางกลมุ่ นาเสนอหน้าชนั้ เรยี น โดยใชเ้ วลานาเสนอ 15
นาทตี ่อคนหรอื ตอ่ กลุม่

(4).ครผู สู้ อนประเมนิ ผลงาน และใหน้ กั เรยี นรว่ มกนั แสดงความคดิ เห็น
(5).ขอ้ เสนอแนะเพม่ิ เตมิ
8.ผเู้ รยี นฝึกทกั ษะทากจิ กรรม
9.ผเู้ รยี นทาแบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้
10.ครเู น้นผเู้ รยี นใหม้ คี วามละเอียดรอบคอบ มีความอดทน มีควาเขม้ แขง็ มคี วามเพยี รพยายามใน
การฝึกทกั ษะการจดั การในกลมุ่ ได้ นอกจากนนั้ ยงั ใหร้ ะมดั ระวงั ในการใชค้ าพดู ซง่ึ อาจผดิ พลาดเกดิ ขน้ึ ไดโ้ ดย
ไม่ไดต้ งั้ ใจ ดงั นัน้ ผเู้ รยี นตอ้ งฝึกทกั ษะความชานาญเหลา่ น้ใี หม้ ปี ระสทิ ธภิ าพ และพรอ้ มรบั ผลกระทบและความ
เปลย่ี นแปลงทจ่ี ะเกดิ ขน้ึ ในอนาคต คอื ทาใหเ้ ขม้ แขง็ กจ็ ะเป็นการสร้างภมู ิคมุ้ กนั ท่ีดีในตวั เอง รวมทงั้ มีความ
อดทน มคี วามเพียรพยายามในการทามาหาเลย้ี งชพี ในชวี ติ ประจาวนั ไดใ้ นอนาคตตอ่ ไปเป็นอย่างดี

52

ขนั้ สรปุ และการประยุกต์

11.สรปุ สาระสาคญั ของการจดั ซอ้ื เพอ่ื ใหเ้ กดิ การเรยี นรแู้ ละนาไปปฏบิ ตั ไิ ด้ และประเมนิ ผเู้ รยี นตาม

แบบฟอรม์ ต่อไปน้ี

ช่อื ผเู้ รยี น ธรรมชาตขิ องผเู้ รยี น วธิ กี ารเรยี นรู้
ความสนใจ สตปิ ัญญา วฒุ ภิ าวะ

1.

2.

3.

4.

5.

ส่ือและแหลง่ การเรียนรู้

1.หนังสอื เรยี น วชิ าการคา้ ปลกี และการคา้ ส่ง ของสานกั พมิ พเ์ อมพนั ธ์
2.รปู ภาพ
3.กจิ กรรมการเรยี นการสอน
4.ส่อื Power Point/อนิ เทอรเ์ น็ต

หลกั ฐาน

1.บนั ทกึ การสอนของผสู้ อน
2.ใบเชค็ รายช่อื นักเรยี น
3.แผนจดั การเรยี นรู้
4.การตรวจประเมนิ ผลงานนักเรยี น

การวดั ผลและการประเมินผล

วิธีวดั ผล
1. สงั เกตพฤตกิ รรมรายบุคคล
2. ประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกล่มุ
3. สงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกล่มุ
4 ตรวจกจิ กรรมสง่ เสรมิ คุณธรรมนาความรู้
5. ตรวจกจิ กรรมเสรมิ สรา้ งประสบการณ์
6. ตรวจแบบประเมนิ ผลหลงั การเรยี นรู้
7. การสงั เกตและประเมนิ พฤตกิ รรมดา้ นคุณธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์

53

เครอ่ื งมือวดั ผล

1. แบบสงั เกตพฤตกิ รรมรายบุคคล
2. แบบประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่ (โดยคร)ู
3. แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกล่มุ (โดยนักเรยี น)
4. แบบประเมนิ กจิ กรรมส่งเสรมิ คณุ ธรรมนาความรู้
5. แบบประเมนิ กจิ กรรมเสรมิ สรา้ งประสบการณ์
6. แบบประเมนิ ผลหลงั การเรยี นรู้
7. แบบประเมนิ คุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ โดยครแู ละผเู้ รยี น

รว่ มกนั ประเมนิ
เกณฑก์ ารประเมินผล
1. เกณฑผ์ า่ นการสงั เกตพฤตกิ รรมรายบุคคล ตอ้ งไมม่ ชี ่องปรบั ปรุง
2. เกณฑผ์ า่ นการประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลุ่ม คอื ปานกลาง (50 % ขน้ึ ไป)
3. เกณฑผ์ า่ นการสงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกจิ กรรมกลมุ่ คอื ปานกลาง (50% ขน้ึ ไป)
4. ตอบคาถามในกจิ กรรมสง่ เสรมิ คณุ ธรรมนาความรจู้ งึ จะถอื วา่ ผา่ น
เกณฑก์ ารประเมนิ มเี กณฑ์ 4 ระดบั คอื 4= ดมี าก, 3 = ด,ี 2 = พอใช้ , 1= ควรปรบั ปรงุ
5. กจิ กรรมเสรมิ สรา้ งประสบการณ์ เกณฑผ์ า่ น คอื 50%
6. แบบประเมนิ ผลหลงั การเรยี นรมู้ เี กณฑผ์ า่ น 50%
7 แบบประเมนิ คุณธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ คะแนนขน้ึ อยกู่ บั
การประเมนิ ตามสภาพจรงิ

กิจกรรมเสนอแนะ

ศกึ ษาการจดั ซ้อื สนิ คา้ ของธุรกจิ คา้ ปลกี ขนั้ ตอนในการดาเนินการจดั ซ้อื และการคดั เลอื กแหล่งซอ้ื สนิ คา้

54

บนั ทึกหลงั การสอน

ข้อสรปุ หลงั การสอน
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
ปัญหาท่ีพบ
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
แนวทางแก้ปัญหา
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................

ลงชอ่ื ..........................................ผสู้ อน
(นางสาวณฐั ธยาน์ พมิ พริ ตั น์)

วนั ท.่ี .........เดอื น.....................พ.ศ..............

55

แผนการจดั การเรียนรูแ้ บบบรู ณาการที่ 8 หน่วยท่ี 6

รหสั วิชา 20202-2103 การคา้ ปลกี และการคา้ สง่ (2-2-3) สอนครงั้ ท่ี 8 (29-32)
ชือ่ หน่วย/เรื่อง การควบคมุ สนิ คา้ คงคลงั จานวน 4 ช.ม.

แนวคิด

ในการดาเนนิ ธุรกจิ นนั้ ผปู้ ระกอบการมกั จะพบกบั ปัญหาการควบคมุ สนิ คา้ คงคลงั อย่เู สมออาจจะมี
บ่อยครงั้ ทไ่ี มม่ สี นิ คา้ เมอ่ื ลกู คา้ ตอ้ งการ ทาใหส้ ญู เสยี รายไดท้ ค่ี วรจะไดแ้ ละทาใหต้ อ้ งเสยี ลกู คา้ ประจาไปดว้ ย แต่
หากมสี นิ คา้ หลายชนดิ ทค่ี า้ งอยนู่ านเกนิ ไปกจ็ ะเสยี ค่าเกบ็ รกั ษาสนิ คา้ และค่าเสยี โอกาสเน่อื งจากเงนิ จมอย่กู บั
สนิ คา้ โดยไมจ่ าเป็น ดงั นนั้ ผปู้ ระกอบการจงึ ควรทาความเขา้ ใจระบบการควบคมุ สนิ คา้ คงคลงั เน่อื งจากมผี ลตอ่
ตน้ ทุนของกจิ การ และตอ้ งรวู้ า่ สนิ คา้ แตล่ ะชนิดควรจะสงั ่ ซอ้ื ครงั้ ละเท่าใด และควรจะสงั ่ ซ้อื เม่อื ใด หรอื สนิ คา้ ใน
คลงั ลดลงเหลอื จานวนเทา่ ใดจงึ ควรจะสงั ่ ซ้อื โดยเสยี ค่าใชจ้ ่ายรวมเฉลย่ี ต่าสดุ

ผลการเรยี นรทู้ ี่คาดหวงั

1.อธบิ ายความหมายของสนิ คา้ คงคลงั ได้
2.อธบิ ายวตั ถุประสงคแ์ ละประโยชน์ของการควบคุมสนิ คา้ คงคลงั ได้
3.อธบิ ายตน้ ทุนของสนิ คา้ คงคลงั ได้
4.อธบิ ายระบบการควบคมุ สนิ คา้ คงคลงั ได้
5.มกี ารพฒั นาคณุ ธรรม จรยิ ธรรม ค่านยิ มและคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงคข์ องผสู้ าเรจ็ การศกึ ษา
สานักงานคณะกรรมการการอาชวี ศกึ ษา ทค่ี รสู ามารถสงั เกตไดข้ ณะทาการสอนในเรอ่ื ง

5.1 ความมมี นุษยสมั พนั ธ์
5.2 ความมวี นิ ยั
5.3 ความรบั ผดิ ชอบ
5.4 ความซอ่ื สตั ยส์ ุจรติ
5.5 ความเชอ่ื มนั ่ ในตนเอง
5.6 การประหยดั
5.7 ความสนใจใฝ่รู้
5.8 การละเวน้ สงิ่ เสพตดิ และการพนัน
5.9 ความรกั สามคั คี
5.10 ความกตญั ญกู ตเวที

56

สมรรถนะรายวิชา

1.แสดงความรเู้ กย่ี วกบั หลกั การกระบวนการคา้ ปลกี และการคา้ สง่
2.ออกแบบโครงสรา้ งของหน่วยงานธุรกจิ คา้ ปลกี และการคา้ ส่ง กฎหมายและองคก์ ารทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั การคา้
ปลกี และการคา้ ส่ง แนวโน้มการคา้ ปลกี และการคา้ สง่
3.วางแผนและดาเนินงานการคา้ ปลกี และการคา้ ส่งตามหลกั การ
4.ประยกุ ตใ์ ชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศการคา้ ปลกี และการคา้ ส่งตามหลกั การ

สาระการเรียนรู้

1.ความหมายของสนิ คา้ คงคลงั
2.วตั ถุประสงคแ์ ละประโยชน์ของการควบคมุ สนิ คา้ คงคลงั
3.ตน้ ทนุ ของสนิ คา้ คงคลงั
4.ระบบการควบคมุ สนิ คา้ คงคลงั

กจิ กรรมการเรียนรู้

ขนั้ นาเข้าสู่บทเรียน

1. ครเู ลา่ เร่อื งสนิ คา้ คงคลงั หรอื สนิ คา้ คงเหลอื (Inventory) ทอ่ี ยตู่ ามโรงงานในนคิ มอตุ สาหกรรมนวนคร
ย่านปทมุ ธานี เพอ่ื นามาเปรยี บเทยี บกบั สนิ คา้ คงเหลอื ในกจิ การคา้ ปลกี และกจิ การคา้ ส่ง ซง่ึ เป็นจานวนสนิ คา้ ทอ่ี ยู่
ภายใตก้ ารดแู ลของหน่วยงาน และมไี วเ้ พ่อื จะนาไปใชห้ รอื จาหน่าย โดยคานงึ ถงึ ตน้ ทุนของสนิ คา้ คา่ ใชจ้ ่ายใน
การเกบ็ รกั ษา และค่าเสย่ี งภยั จากการมสี นิ คา้ คงคลงั อาจอย่ใู นรปู ของสนิ คา้ สาเรจ็ รปู หรอื สนิ คา้ ในคลงั

2.ผเู้ รยี นแบง่ สนิ คา้ คงคลงั แบง่ ตามลกั ษณะสนิ คา้ ได้ 4 ประเภท ดงั น้ี
(1).วตั ถดุ บิ (raw materials)
(2).สนิ คา้ ระหวา่ งผลติ (work-in-process)
(3).สนิ คา้ สาเรจ็ รปู (finish goods)
(4).วสั ดอุ ุปกรณ์ต่าง ๆ ทใ่ี ชใ้ นการดาเนนิ งาน (Supplies)

ขนั้ สอน

4.ครผู สู้ อนการบรรยาย (Lecture) เพ่อื ชว่ ยใหน้ ักเรยี นเกดิ การเรยี นรตู้ ามวตั ถปุ ระสงคท์ ก่ี าหนด โดย
การพดู บอก เล่า อธบิ าย ในสง่ิ ทต่ี อ้ งการสอนแก่ผเู้ รยี น ใหผ้ เู้ รยี นซกั ถามแลว้ ประเมนิ การเรยี นรขู้ องผเู้ รยี นดว้ ย
วธิ ใี ดวธิ หี น่งึ ซง่ึ มอี งคป์ ระกอบสาคญั ทข่ี าดไม่ไดข้ องวธิ สี อน และครผู สู้ อนใชเ้ ทคนคิ การอธบิ ายพรอ้ มการสาธติ
และฝึกปฏบิ ตั ิ เพ่อื ศกึ ษาในเร่อื งความหมายของสนิ คา้ คงคลงั

57

5.ครใู ชว้ ธิ สี อนโดยใชศ้ นู ยก์ ารเรยี น (Learning Center) เพอ่ื ชว่ ยใหส้ ามารถเรยี นรไู้ ดด้ ว้ ยตนเอง และ
ทราบผลการเรยี นรขู้ องตนทนั ทที เ่ี รยี นจบ ช่วยใหน้ กั เรยี นเกดิ ความกระตอื รอื รน้ ในการเรยี นรวู้ ตั ถปุ ระสงคแ์ ละ
ประโยชน์ของการควบคมุ สนิ คา้ คงคลงั

6.ครแู นะนาเทคนิคการสอนแบบศูนยก์ ารเรยี น (Learning Center) เป็นกระบวนการในการสอนให้
นักเรยี นบรรลุวตั ถปุ ระสงคท์ ก่ี าหนด โดยครใู หน้ กั เรยี นศกึ ษาหาความรดู้ ว้ ยตนเองจากศูนยก์ ารเรยี นหรอื มุม
ความรู้ ซง่ึ ครไู ดจ้ ดั เตรยี มเน้อื หาสาระและกจิ กรรมทใ่ี ชส้ ่อื การสอนหลายๆ อยา่ งประสมกนั เอาไวใ้ หน้ ักเรยี นได้
เรยี นรดู้ ว้ ยตนเอง ปกตศิ นู ยก์ ารเรยี นจะมหี ลายศนู ย์ แตล่ ะศูนยจ์ ะมเี น้อื หาสาระเบด็ เสรจ็ ในตวั เอง นกั เรยี นจะ
หมุนเวยี นกนั เขา้ ศูนยต์ ่างๆ จนครบทุกศูนย์ โดยมศี นู ยส์ ารองไวส้ าหรบั ผเู้ รยี นทเ่ี รยี นรไู้ ดเ้ รว็ และทากจิ กรรม
เสรจ็ กอ่ นคนอน่ื ๆ ครทู าหน้าทเ่ี ป็นผจู้ ดั เตรยี มศนู ยก์ ารเรยี น ใหค้ าแนะนา ช่วยอานวยความสะดวกในการเรยี นรู้
แกน่ กั เรยี น และประเมนิ ผลการเรยี นรขู้ องผเู้ รยี น ไดแ้ ก่

ศนู ยท์ ่ี 1.ความหมายของสนิ คา้ คงคลงั
ศนู ยท์ ่ี 2.วตั ถปุ ระสงคแ์ ละประโยชน์ของการควบคมุ สนิ คา้ คงคลงั
ศูนยท์ ่ี 3.ตน้ ทุนของสนิ คา้ คงคลงั
ศูนยท์ ่ี 4.ระบบการควบคมุ สนิ คา้ คงคลงั
7.ครใู ชเ้ ทคนคิ วธิ กี ารจดั การเรยี นรแู้ บบอภปิ ราย (Discussion Method) คอื กระบวนการทผ่ี สู้ อนม่งุ ให้
ผเู้ รยี นมโี อกาสสนทนาแลกเปลย่ี นความคดิ เหน็ หรอื ระดมความคดิ โดยมจี ดุ มุง่ หมายเพ่อื ใหผ้ เู้ รยี นเขา้ ใจเน้อื หา
ไดอ้ ย่างมปี ระสทิ ธภิ าพ โดยอภปิ รายเร่อื งตน้ ทุนของสนิ คา้ คงคลงั

58

8.ครแู ละผเู้ รยี นใชเ้ ทคนิควธิ สี อนแบบสาธติ (Demonstration Method) เป็นวธิ สี อนทค่ี รแู สดงใหผ้ เู้ รยี นดู
และใหค้ วามรแู้ กผ่ เู้ รยี นโดยใชส้ อ่ื การเรยี นรทู้ เ่ี ป็นรปู ธรรม และผเู้ รยี นไดป้ ระสบการณ์ตรง ซง่ึ ครเู ป็นผสู้ าธติ และ
ใหผ้ เู้ รยี นฝึกทกั ษะปฏบิ ตั ติ ามเพอ่ื เรยี นรูร้ ะบบการควบคุมสนิ คา้ คงคลงั ไดแ้ ก่

4.1 ระบบสนิ คา้ คงคลงั อย่างต่อเน่อื ง (Continuous Inventory System หรอื Perpetual
Inventory System)
4.2 ระบบสนิ คา้ คงคลงั เม่อื สน้ิ งวด (Periodic Inventory System)
4.3 ระบบการจาแนกสนิ คา้ คงคลงั เป็นหมวดเอบซี ี (ABC)
9.ผเู้ รยี นปฏบิ ตั กิ จิ กรรมดงั น้ี
กิจกรรมท่ี ①
(1). อ่านกรณศี กึ ษาทค่ี รผู สู้ อนกาหนดให้
(2) จากกรณีศกึ ษาใหน้ ักเรยี นปฏบิ ตั แิ ละเสนอแนะแนวทางดงั น้ี
2.1 ใหน้ ักเรยี นวางแผนผงั รา้ นทพิ ยม์ นิ มิ ารท์ โดยอาศยั ความรแู้ ละประสบการณ์จาก
การศกึ ษา พรอ้ มทงั้ สารวจรา้ นคา้ สะดวกซอ้ื ชนั้ นามาประกอบการพจิ ารณาดว้ ย
2.2 ควรแนะนาระบบการควบคมุ สนิ คา้ คงคลงั ในของรา้ นทพิ ยม์ นิ มิ ารท์ อย่างไรบา้ ง
2.3 ตน้ ทนุ ของสนิ คา้ คงคลงั ทท่ี างรา้ นจะตอ้ งรบั ผดิ ชอบประกอบดว้ ยอะไรบา้ ง
2.4.ทางรา้ นควรมรี ะบบการสงั ่ ซอ้ื สนิ คา้ อย่างไรบา้ ง
กิจกรรมที่ ②
1.ใหพ้ จิ ารณาดรู ปู ภาพตอ่ ไปน้ี

รปู ภาพท่ี 1 รูปภาพท่ี 2

2.เคร่อื งบนั ทกึ เงนิ สดทงั้ สองเครอ่ื งน้แี ตกต่างกนั อย่างไร และมกี ารนาไปใชใ้ นการควบคมุ สนิ คา้ คง
คลงั ไดอ้ ย่างไรบา้ ง จงอธบิ าย

เกณฑก์ ารประเมินการทากิจกรรม การนาเสนอ จิตพิสยั รวมคะแนน
การประเมิน เนื้อหาสาระ (10 คะแนน) (10 คะแนน) (30 คะแนน)

(10 คะแนน)

59

10.ผเู้ รยี นทากจิ กรรมระหว่างเรยี น
11.ผเู้ รยี นทาแบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้
12.ครเู น้นใชเ้ หตผุ ลในการการนาฐานขอ้ มลู ลูกคา้ ไปใช้ รวมทงั้ วธิ กี ารใชข้ อ้ มลู โดยใชค้ วามมเี หตุมผี ล
และความรอบคอบ ระมดั ระวงั ซง่ึ จะเป็นภมู คิ มุ้ กนั ทดี ใี นตวั เองได้ ซ่งึ ความมีเหตุผล หมายถงึ การตดั สนิ ใจ
เกย่ี วกบั ระดบั ของความพอเพยี งจะตอ้ งเป็นไปอย่างมเี หตผุ ล โดยพจิ ารณาจากเหตปุ ัจจยั ทเ่ี กย่ี วขอ้ งคานงึ ถงึ ผลท่ี
คาดว่าจะเกดิ ขน้ึ จากการกระทานนั้ ๆ อย่างรอบคอบ ส่วนการมภี มู ิคมุ้ กนั ท่ีดีในตวั หมายถงึ การเตรยี มตวั ให้
พรอ้ มรบั ผลกระทบและการเปลย่ี นแปลงดา้ นตา่ งๆ ทจ่ี ะเกดิ ขน้ึ โดยคานึงถงึ ความเป็นไปไดข้ องสถานการณ์ตา่ งๆ
ทค่ี าดวา่ จะเกดิ ขน้ึ ในอนาคต

ขนั้ สรปุ และการประยุกต์

13.ครถู ามคาถามหรอื กาหนดปัญหาโดยใหน้ ักเรยี นระดมสมองช่วยกนั คดิ หาคาตอบแลว้ อธบิ ายคาตอบให้
เพ่อื นทุกคนในกลมุ่ ของตนเองเขา้ ใจ

14..ครใู ชว้ ธิ สี ุ่มนกั เรยี นทกุ กล่มุ ตอบคาถามและอธบิ ายใหเ้ พอ่ื นฟังทงั้ ชนั้ เรยี น
15.ครสู รปุ เน้อื หาเร่อื งการขายและความคดิ ทางการตลาดอกี ครงั้ โดยใชแ้ ผน่ ใสประกอบ

สื่อและแหลง่ การเรียนรู้

1.หนังสอื เรยี น วชิ าการคา้ ปลกี และการคา้ สง่ ของสานักพมิ พเ์ อมพนั ธ์
2.รปู ภาพ
3.กจิ กรรมการเรยี นการสอน
4.ส่อื Power Point, อนิ เทอรเ์ นต็

หลกั ฐาน

1.บนั ทกึ การสอนของผสู้ อน
2.ใบเชค็ รายชอ่ื นักเรยี น
3.แผนจดั การเรยี นรู้
4.การตรวจประเมนิ ผลงานนกั เรยี น

60

การวดั ผลและการประเมินผล

วิธีวดั ผล
1. สงั เกตพฤตกิ รรมรายบุคคล
2. ประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกจิ กรรมกลมุ่
3. สงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกล่มุ
4 ตรวจกจิ กรรมส่งเสรมิ คณุ ธรรมนาความรู้
5. ตรวจกจิ กรรมเสรมิ สรา้ งประสบการณ์
6. ตรวจแบบประเมนิ ผลก่อนการเรยี นรู้
7. การสงั เกตและประเมนิ พฤตกิ รรมดา้ นคณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นยิ ม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์

เครือ่ งมือวดั ผล
1. แบบสงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล
2. แบบประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลุม่ (โดยคร)ู
3. แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกล่มุ (โดยนกั เรยี น)
4. แบบประเมนิ กจิ กรรมสง่ เสรมิ คณุ ธรรมนาความรู้
5. แบบประเมนิ กจิ กรรมเสรมิ สรา้ งประสบการณ์
6. แบบประเมนิ ผลก่อนการเรยี นรู้
7. แบบประเมนิ คุณธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ โดยครแู ละผเู้ รยี น

รว่ มกนั ประเมนิ

เกณฑก์ ารประเมินผล
1. เกณฑผ์ า่ นการสงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล ตอ้ งไมม่ ชี ่องปรบั ปรงุ
2. เกณฑผ์ ่านการประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกจิ กรรมกลุ่ม คอื ปานกลาง (50 % ขน้ึ ไป)
3. เกณฑผ์ ่านการสงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่ คอื ปานกลาง (50% ขน้ึ ไป)
4. ตอบคาถามในกจิ กรรมสง่ เสรมิ คณุ ธรรมนาความรจู้ งึ จะถอื วา่ ผา่ น
เกณฑก์ ารประเมนิ มเี กณฑ์ 4 ระดบั คอื 4= ดมี าก, 3 = ด,ี 2 = พอใช้ , 1= ควรปรบั ปรุง
5. กจิ กรรมเสรมิ สรา้ งประสบการณ์ เกณฑผ์ ่าน คอื 50%
6. แบบประเมนิ ผลกอ่ นการเรยี นรมู้ เี กณฑผ์ ่าน 50%
7 แบบประเมนิ คณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ คะแนนขน้ึ อย่กู บั
การประเมนิ ตามสภาพจรงิ

61

กจิ กรรมเสนอแนะ

ใหก้ าหนดกรณศี กึ ษาของกจิ การคา้ ปลกี กจิ กาคา้ ส่งและธรุ กจิ การผลติ แสดงดงั รปู ภาพดงั น้ี

62

บนั ทึกหลงั การสอน

ข้อสรปุ หลงั การสอน
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
ปัญหาท่ีพบ
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
แนวทางแก้ปัญหา
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................

ลงชอ่ื ..........................................ผสู้ อน
(นางสาวณฐั ธยาน์ พมิ พริ ตั น์)

วนั ท.่ี .........เดอื น.....................พ.ศ..............

63

แผนการจดั การเรยี นรูแ้ บบบรู ณาการท่ี 9 หน่วยที่ 6

รหสั วิชา 20202-2103 การคา้ ปลกี และการคา้ สง่ (2-2-3) สอนครง้ั ท่ี 9 (33-36)
ชื่อหนว่ ย/เรือ่ ง การควบคมุ สินค้าคงคลงั จานวนชวั ่ โมง 4 ช.ม.

แนวคิด

ในการดาเนนิ ธรุ กจิ นนั้ ผปู้ ระกอบการมกั จะพบกบั ปัญหาการควบคุมสนิ คา้ คงคลงั อย่เู สมออาจจะมี
บ่อยครงั้ ทไ่ี มม่ สี นิ คา้ เม่อื ลกู คา้ ตอ้ งการ ทาใหส้ ญู เสยี รายไดท้ ค่ี วรจะไดแ้ ละทาใหต้ อ้ งเสยี ลกู คา้ ประจาไปดว้ ย แต่
หากมสี นิ คา้ หลายชนดิ ทค่ี า้ งอยนู่ านเกนิ ไปกจ็ ะเสยี ค่าเกบ็ รกั ษาสนิ คา้ และค่าเสยี โอกาสเน่อื งจากเงนิ จมอย่กู บั
สนิ คา้ โดยไมจ่ าเป็น ดงั นนั้ ผปู้ ระกอบการจงึ ควรทาความเขา้ ใจระบบการควบคมุ สนิ คา้ คงคลงั เน่อื งจากมผี ลตอ่
ตน้ ทุนของกจิ การ และตอ้ งรวู้ า่ สนิ คา้ แต่ละชนดิ ควรจะสงั ่ ซ้อื ครงั้ ละเทา่ ใด และควรจะสงั ่ ซอ้ื เมอ่ื ใด หรอื สนิ คา้ ใน
คลงั ลดลงเหลอื จานวนเทา่ ใดจงึ ควรจะสงั ่ ซ้อื โดยเสยี ค่าใชจ้ ่ายรวมเฉลย่ี ต่าสุด

ผลการเรียนร้ทู ี่คาดหวงั

1.อธบิ ายการสงั ่ ซ้อื ทป่ี ระหยดั ได้
2.อธบิ ายจดุ สงั ่ ซอ้ื ใหม่ได้
3.อธบิ ายและวเิ คราะหร์ ะบบตรวจสอบปรมิ าณสนิ คา้ คงคลงั ได้
4.อธบิ ายและวเิ คราะหก์ ารควบคุมสนิ คา้ คงคลงั ของธรุ กจิ คา้ ส่งได้
5.อธบิ ายและวเิ คราะหก์ ารควบคุม
6.มกี ารพฒั นาคณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงคข์ องผสู้ าเรจ็ การศกึ ษา
สานักงานคณะกรรมการการอาชวี ศกึ ษา ทค่ี รสู ามารถสงั เกตไดข้ ณะทาการสอนในเร่อื ง

6.1 ความมมี นุษยสมั พนั ธ์
6.2 ความมวี นิ ยั
6.3 ความรบั ผดิ ชอบ
6.4 ความซอ่ื สตั ยส์ จุ รติ
6.5 ความเช่อื มนั ่ ในตนเอง
6.6 การประหยดั
6.7 ความสนใจใฝ่รู้
6.8 การละเวน้ สง่ิ เสพตดิ และการพนัน
6.9 ความรกั สามคั คี
6.10 ความกตญั ญกู ตเวที

64

สมรรถนะรายวิชา

1.แสดงความรเู้ กย่ี วกบั หลกั การกระบวนการคา้ ปลกี และการคา้ สง่
2.ออกแบบโครงสรา้ งของหน่วยงานธุรกจิ คา้ ปลกี และการคา้ ส่ง กฎหมายและองคก์ ารทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั การคา้
ปลกี และการคา้ ส่ง แนวโน้มการคา้ ปลกี และการคา้ สง่
3.วางแผนและดาเนินงานการคา้ ปลกี และการคา้ ส่งตามหลกั การ
4.ประยุกตใ์ ชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศการคา้ ปลกี และการคา้ สง่ ตามหลกั การ

สาระการเรยี นรู้

1.การสงั ่ ซอ้ื ทป่ี ระหยดั
2.จดุ สงั ่ ซอ้ื ใหม่
3.ระบบตรวจสอบปรมิ าณสนิ คา้ คงคลงั
4.การควบคมุ สนิ คา้ คงคลงั ธุรกจิ คา้ ส่ง
5.การควบคมุ สนิ คา้ คงคลงั ของธรุ กจิ คา้ ปลกี

กิจกรรมการเรียนรู้

ขนั้ นาเข้าสู่บทเรยี น

1.ครกู ล่าวถงึ การสงั ่ ซอ้ื ทป่ี ระหยดั (Economic Order Quantity หรอื EOQ) เป็นระบบสนิ คา้ คงคลงั ทใ่ี ช้
กนั อยา่ งแพร่หลาย โดยทร่ี ะบบน้ใี ชก้ บั สนิ คา้ คงคลงั ทม่ี ลี กั ษณะของความตอ้ งการทเ่ี ป็นอสิ ระไมเ่ กย่ี วขอ้ งตอ่ เน่อื ง
กบั ความตอ้ งการของสนิ คา้ คงคลงั ตวั อน่ื จงึ ตอ้ งวางแผนพจิ ารณาความตอ้ งการอยา่ งเป็นเอกเทศดว้ ยวธิ กี าร
พยากรณ์อุปสงคข์ องลกู คา้ โดยตรง เช่น การวางแผนผลติ ผงซกั ฟอก บรษิ ทั ผลติ จะพยากรณ์อปุ สงคจ์ ากจานวน
ครอบครวั ขนาดเลก็ ถงึ ปานกลางทม่ี รี ายไดร้ วมเกนิ กวา่ 10,000 บาทต่อเดอื น โดยระบบขนาดการสงั ่ ซ้อื ท่ี
ประหยดั จะพจิ ารณาตน้ ทุนรวมของสนิ คา้ คงคลงั ทต่ี ่าสุดเป็นหลกั เพ่อื กาหนดระดบั ปรมิ าณการสงั ่ ซอ้ื ตอ่ ครงั้ ท่ี
เรยี กว่า “ขนาดการสงั ่ ซอ้ื ทป่ี ระหยดั ”

2.ครยู กตวั อยา่ งการสงั ่ ซ้อื ทป่ี ระหยดั

ขนั้ สอน

3.ครใู ชว้ ธิ สี อนโดยใชศ้ ูนยก์ ารเรยี น (Learning Center) เป็นวธิ สี อนทช่ี ว่ ยใหเ้ รยี นรไู้ ดด้ ว้ ยตนเอง และ
ทราบผลการเรยี นรขู้ องตนทนั ทที เ่ี รยี นจบ ชว่ ยใหน้ กั เรยี นเกดิ ความกระตอื รอื รน้ ในการเรยี นรู้ ดงั ตอ่ ไปน้ี

การสงั ่ ซอ้ื ทป่ี ระหยดั
จุดสงั ่ ซ้อื ใหม่
ระบบตรวจสอบปรมิ าณสนิ คา้ คงคลงั
การควบคมุ สนิ คา้ คงคลงั ธรุ กจิ คา้ ส่ง
การควบคมุ สนิ คา้ คงคลงั ของธรุ กจิ คา้ ปลกี

65

4.ครแู ละผเู้ รยี นใชเ้ ทคนคิ วธิ สี อนแบบสาธติ (Demonstration Method) เป็นวธิ สี อนทค่ี รแู สดงใหผ้ เู้ รยี นดู
และใหค้ วามรแู้ กผ่ เู้ รยี นโดยใชส้ ่อื การเรยี นรทู้ เ่ี ป็นรปู ธรรม และผเู้ รยี นไดป้ ระสบการณ์ตรง ซง่ึ ครเู ป็นผสู้ าธติ และ
ใหผ้ เู้ รยี นฝึกทกั ษะการคานวณการสงั ่ ซ้อื ทป่ี ระหยดั

5.ครแู ละผเู้ รยี นใชเ้ ทคนิควธิ สี อนแบบสาธติ (Demonstration Method) เป็นวธิ สี อนทค่ี รแู สดงใหผ้ เู้ รยี นดู
และใหค้ วามรแู้ ก่ผเู้ รยี นโดยใชส้ อ่ื การเรยี นรทู้ เ่ี ป็นรปู ธรรม และผเู้ รยี นได้ประสบการณ์ตรง ซง่ึ ครเู ป็นผสู้ าธติ และ
ใหผ้ เู้ รยี นฝึกทกั ษะการคานวณจุดสงั ่ ซอ้ื ใหม่

6.ครแู ละผเุ้ รยี นใชเ้ ทคนคิ วธิ สี อนแบบใชโ้ สตทศั นวสั ดุ (Audio-Visual Meterial of Instruction Method)
เป็นวธิ สี อนทน่ี าอปุ กรณ์โสตทศั น์วสั ดุมาช่วยพฒั นาคุณภาพการเรยี นการสอน โสตทศั น์วสั ดุ ไดแ้ ก่ Power Point
เพอ่ื ใชป้ ระกอบการอธบิ ายเร่อื งระบบตรวจสอบปรมิ าณสนิ คา้ คงคลงั

7.ครใู ชเ้ ทคนิควธิ กี ารจดั การเรยี นรแู้ บบอภปิ ราย (Discussion Method) คอื กระบวนการทผ่ี สู้ อนม่งุ ให้
ผเู้ รยี นมโี อกาสสนทนาแลกเปลย่ี นความคดิ เหน็ หรอื ระดมความคดิ โดยมจี ุดมุ่งหมายเพ่อื ใหผ้ เู้ รยี นเขา้ ใจเน้อื หา
ไดอ้ ยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ โดยอภปิ รายเร่อื งการควบคุมสนิ คา้ คงคลงั ธรุ กจิ คา้ ส่ง

8.ครแู ละผเู้ รยี นใชเ้ ทคนิควธิ สี อนแบบสาธติ (Demonstration Method) เป็นวธิ สี อนทค่ี รแู สดงใหผ้ เู้ รยี นดู
และใหค้ วามรแู้ กผ่ เู้ รยี นโดยใชส้ ่อื การเรยี นรทู้ เ่ี ป็นรปู ธรรม และผเู้ รยี นไดป้ ระสบการณ์ตรง ซง่ึ ครเู ป็นผสู้ าธติ และ
ใหผ้ เู้ รยี นการควบคมุ สนิ คา้ คงคลงั ของธุรกจิ คา้ ปลกี

9.ผเู้ รยี นปฏบิ ตั กิ จิ กรรมดงั น้ี
9.1 ผเู้ รยี นอ่านกรณีศกึ ษาทก่ี าหนดให้
9.2 จากกรณศี กึ ษาทอ่ี ่านแลว้ ใหผ้ เู้ รยี นปฏบิ ตั แิ ละเสนอแนะแนวทางดงั น้ี
2.1 ผเู้ รยี นวางแผนผงั รา้ นมนิ มิ ารท์ ตามกรณีศกึ ษา โดยอาศัยความรู้และประสบ การณ์ จาก
การศกึ ษา พรอ้ มทงั้ สารวจรา้ นคา้ สะดวกซ้อื ชนั้ นามาประกอบการพจิ ารณาดว้ ย
2.2 ควรแนะนาระบบการควบคุมสนิ คา้ คงคลงั ของรา้ นมนิ ิมารท์ อยา่ งไรบา้ ง
2.3 ตน้ ทนุ ของสนิ คา้ คงคลงั ทท่ี างรา้ นจะตอ้ งรบั ผดิ ชอบประกอบดว้ ยอะไรบา้ ง
2.4 ทางรา้ นควรมรี ะบบการสงั ่ ซอ้ื สนิ คา้ อยา่ งไรบา้ ง

10.ผเู้ รยี นฝึกทกั ษะทากจิ กรรมใบงาน
11.ผเู้ รยี นทาแบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้
12.ครแู นะนาใหผ้ เู้ รยี นบนั ทกึ บญั ชคี รวั เรอื น เพอ่ื ใหเ้ กดิ การปฏบิ ตั พิ ฒั นาความรู้ ความคดิ และปฏบิ ตั ิ
ถกู ตอ้ ง กอ่ ใหเ้ กดิ ความเจรญิ ในดา้ นอาชพี หรอื เศรษฐกจิ สงั คม และวฒั นธรรม ซง่ึ การทาบญั ชคี รวั เรอื นเป็นเร่อื ง
การบนั ทกึ รายรบั รายจา่ ยประจาวนั /เดอื น/ปี วา่ มรี ายรบั รายจา่ ยจากอะไรบา้ ง จานวนเท่าใด รายการใดจา่ ยน้อย
จา่ ยมาก จาเป็นน้อยจาเป็นมาก กอ็ าจลดลงหรอื เพมิ่ ขน้ึ ตามความจาเป็น ถา้ ทุกคนคดิ ไดก้ แ็ สดงว่าเป็นคนรจู้ กั
พฒั นาตนเอง มเี หตมุ ผี ล รจู้ กั พอประมาณ รกั ตนเอง รกั ครอบครวั รกั ชมุ ชน และรกั ประเทศชาตมิ ากขน้ึ จงึ เหน็
ไดว้ ่าการทาบญั ชคี รวั เรอื น คอื วถิ แี หง่ การเรยี นรเู้ พ่อื พฒั นาชวี ติ ตามปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียง

66

ขนั้ สรปุ และการประยุกต์

13.ครแู ละผเู้ รยี นสรุปโดยจดั การเรยี นรแู้ บบใชค้ าถาม (Questioning Method) ในเรอ่ื งการสงั ่ ซอ้ื ทป่ี ระหยดั
จุดสงั ่ ซ้อื ใหม่ ระบบตรวจสอบปรมิ าณสนิ คา้ คงคลงั การควบคมุ สนิ คา้ คงคลงั ธรุ กจิ คา้ ส่ง และการควบคุมสนิ คา้ คง
คลงั ของธุรกจิ คา้ ปลกี

สื่อและแหลง่ การเรียนรู้

1. หนังสอื เรยี น วชิ าการคา้ ปลกี และการคา้ สง่ ของสานกั พมิ พเ์ อมพนั ธ์
2. ใบงาน
3. Power Point
4. เวบ็ ไซต์

หลกั ฐาน

1.บนั ทกึ การสอนของผสู้ อน
2.ใบเชค็ รายชอ่ื นกั เรยี น
3.แผนจดั การเรยี นรู้
4.การตรวจประเมนิ ผลงานนกั เรยี น

การวดั ผลและการประเมินผล

วิธีวดั ผล
1. สงั เกตพฤตกิ รรมรายบุคคล
2. ประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่
3. สงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลุม่
4 ตรวจกจิ กรรมส่งเสรมิ คุณธรรมนาความรู้
5. ตรวจกจิ กรรมเสรมิ สรา้ งประสบการณ์
6. ตรวจแบบประเมนิ ผลหลงั การเรยี นรู้
7. การสงั เกตและประเมนิ พฤตกิ รรมดา้ นคุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านยิ ม และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ

ประสงค์

67

เครอื่ งมอื วดั ผล
1. แบบสงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล
2. แบบประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลุ่ม (โดยคร)ู
3. แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลุม่ (โดยนักเรยี น)
4. แบบประเมนิ กจิ กรรมสง่ เสรมิ คณุ ธรรมนาความรู้
5. แบบประเมนิ กจิ กรรมเสรมิ สรา้ งประสบการณ์
6. แบบประเมนิ ผลหลงั การเรยี นรู้
7. แบบประเมนิ คณุ ธรรม จรยิ ธรรม ค่านยิ ม และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ โดยครแู ละผเู้ รยี น

ร่วมกนั ประเมนิ

เกณฑก์ ารประเมินผล
1. เกณฑผ์ ่านการสงั เกตพฤตกิ รรมรายบุคคล ตอ้ งไมม่ ชี ่องปรบั ปรุง
2. เกณฑผ์ ่านการประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่ คอื ปานกลาง (50 % ขน้ึ ไป)
3. เกณฑผ์ ่านการสงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกจิ กรรมกลมุ่ คอื ปานกลาง (50% ขน้ึ ไป)
4. ตอบคาถามในกจิ กรรมสง่ เสรมิ คณุ ธรรมนาความรจู้ งึ จะถอื ว่าผ่าน
เกณฑก์ ารประเมนิ มเี กณฑ์ 4 ระดบั คอื 4= ดมี าก, 3 = ด,ี 2 = พอใช้ , 1= ควรปรบั ปรุง
5. กจิ กรรมเสรมิ สรา้ งประสบการณ์ เกณฑผ์ ่าน คอื 50%
6. แบบประเมนิ ผลหลงั การเรยี นรมู้ เี กณฑผ์ า่ น 50%
7 แบบประเมนิ คุณธรรม จรยิ ธรรม คา่ นยิ ม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ คะแนนขน้ึ อย่กู บั
การประเมนิ ตามสภาพจรงิ

กิจกรรมเสนอแนะ

ใหศ้ กึ ษาสาระการเรยี นรเู้ พม่ิ เตมิ

68

บนั ทึกหลงั การสอน

ขอ้ สรปุ หลงั การสอน
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
ปัญหาที่พบ
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
แนวทางแกป้ ัญหา
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................

ลงช่อื ..........................................ผสู้ อน
(นางสาวณฐั ธยาน์ พมิ พริ ตั น์)

วนั ท.่ี .........เดอื น.....................พ.ศ..............

69

แผนการจดั การเรียนรูแ้ บบบูรณาการที่ 10 หน่วยที่ -

รหสั วิชา 20202-2103 การคา้ ปลกี และการคา้ สง่ (2-2-3) สอนครง้ั ท่ี 10 (37-40)
ชือ่ หนว่ ย/เรือ่ ง ทบทวน/สอบกลางภาคเรยี น จานวนชวั ่ โมง 4 ช.ม.

แนวคิด

ศกึ ษาและปฏบิ ตั เิ กย่ี วกบั หลกั การคา้ ปลกี และการคา้ ส่ง ประเภทของการคา้ ปลกี และการคา้ ส่ง โครงสรา้ ง
ของหน่วยงาน ธรุ กจิ การคา้ ปลกี และการคา้ สง่ การเลอื กทาเลทต่ี งั้ การจดั ซอ้ื สนิ คา้ การควบคุมสนิ คา้ คงคลงั การ
กาหนดราคาขายปลกี และราคา ขายส่ง การใหบ้ รกิ ารลกู คา้ กฎหมายและองคก์ ารทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั การคา้ ปลกี และ
การคา้ ส่ง แนวโน้มการคา้ ปลกี และการคา้ สง่ และเทคโนโลยสี ารสนเทศการคา้ ปลกี และการคา้ ส่ง

ผลการเรยี นรทู้ ่ีคาดหวงั

1.เขา้ ใจหลกั การกระบวนการคา้ ปลกี และการคา้ สง่ กฎหมาย และองค์การทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั การคา้ ปลกี และ
การคา้ ส่ง แนวโน้ม การคา้ ปลกี และการคา้ สง่

2.สามารถออกแบบโครงสรา้ งของหน่วยงานธรุ กจิ คา้ ปลกี การคา้ ส่งและการวางแผนการดาเนินงาน
การคา้ ปลกี และการคา้ ส่ง

3.มเี จตคตแิ ละกจิ นิสยั ทด่ี ใี นการทางานดว้ ยความอดทน อดกลนั้ ความซ่อื สตั ยส์ ุจรติ ความขยนั หมนั ่ เพยี ร
และความกระตอื รอื รน้

4.มกี ารพฒั นาคุณธรรม จรยิ ธรรม คา่ นยิ ม และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงคข์ องผสู้ าเรจ็ การศกึ ษา
สานักงานคณะกรรมการการอาชวี ศกึ ษา ทค่ี รสู ามารถสงั เกตไดข้ ณะทาการสอนในเรอ่ื ง

4.1 ความมมี นุษยสมั พนั ธ์
4.2 ความมวี นิ ัย
4.3 ความรบั ผดิ ชอบ
4.4 ความซ่อื สตั ยส์ จุ รติ
4.5 ความเช่อื มนั ่ ในตนเอง
4.6 การประหยดั
4.7 ความสนใจใฝ่รู้
4.8 การละเวน้ สงิ่ เสพตดิ และการพนัน
4.9 ความรกั สามคั คี
4.10 ความกตญั ญกู ตเวที

70

สมรรถนะรายวิชา

1.แสดงความรเู้ กย่ี วกบั หลกั การกระบวนการคา้ ปลกี และการคา้ สง่
2.ออกแบบโครงสรา้ งของหน่วยงานธุรกจิ คา้ ปลกี และการคา้ ส่ง กฎหมายและองคก์ ารทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั การคา้
ปลกี และการคา้ ส่ง แนวโน้มการคา้ ปลกี และการคา้ สง่
3.วางแผนและดาเนินงานการคา้ ปลกี และการคา้ ส่งตามหลกั การ
4.ประยุกตใ์ ชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศการคา้ ปลกี และการคา้ ส่งตามหลกั การ

สาระการเรียนรู้

ทบทวน/สอบกลางภาคเรียน
1.หลกั การคา้ ปลกี และคา้ สง่
2.ประเภทของการคา้ ปลกี และคา้ ส่ง
3.โครงสรา้ งหน่วยงานธรุ กจิ คา้ ปลกี และคา้ สง่
4.การเลอื กทาเลทต่ี งั้
5.การจดั ซ้อื สนิ คา้
6.การควบคมุ สนิ คา้ คงคลงั

71

บนั ทึกหลงั การสอน

ขอ้ สรปุ หลงั การสอน
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
ปัญหาที่พบ
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
แนวทางแกป้ ัญหา
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................

ลงช่อื ..........................................ผสู้ อน
(นางสาวณฐั ธยาน์ พมิ พริ ตั น์)

วนั ท.่ี .........เดอื น.....................พ.ศ..............

72

แผนการจดั การเรยี นรูแ้ บบบรู ณาการที่ 11 หน่วยท่ี 7

รหสั วิชา 20202-2103 การคา้ ปลกี และการคา้ สง่ (2-2-3) สอนครง้ั ที่ 11 (41-44)
ชื่อหน่วย/เรือ่ ง การกาหนดราคาขายปลีกและค้าส่ง จานวนชวั ่ โมง 4 ช.ม.

แนวคิด

การตดั สนิ ใจเกย่ี วกบั การกาหนดราคา เป็นเร่อื งทม่ี คี วามสาคญั มากตอ่ ความสาเรจ็ ในการขายสนิ คา้ หรอื
บรกิ าร ทงั้ น้เี พราะจากรปู แบบของตลาดทม่ี ลี กั ษณะการแขง่ ขนั เสรี การทธ่ี ุรกจิ จะประสบความสาเรจ็ ในการ
ดาเนินงานและมผี ลกาไรตามเป้าหมายทธ่ี รุ กจิ ตอ้ งการ จงึ ไมเ่ พยี งแต่จะเน้นและใหค้ วามสาคญั เกย่ี วกบั คณุ ภาพ
ลกั ษณะ และตน้ ทนุ ของผลติ ภณั ฑห์ รอื บรกิ ารทธ่ี รุ กจิ จาหน่ายเทา่ นนั้ แตจ่ ะตอ้ งใหค้ วามสาคญั และตดั สนิ ใจให้
เหมาะสมทส่ี ุดในเร่อื งเกย่ี วกบั การกาหนดราคาของผลติ ภณั ฑห์ รอื บรกิ ารนนั้

ผลการเรยี นร้ทู ่ีคาดหวงั

1.อธบิ ายความหมายของราคามลู คา่ และอรรถประโยชน์ได้
2. อธบิ ายและวเิ คราะหป์ ัจจยั ทม่ี อี ทิ ธพิ ลต่อการตงั้ ราคาได้
3.อธบิ ายและกาหนดนโยบายในการกาหนดราคาได้
4.อธบิ ายและกาหนดวธิ กี ารตงั้ ราคาของธรุ กจิ คา้ ส่งได้
5.มกี ารพฒั นาคุณธรรม จรยิ ธรรมคา่ นยิ ม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงคข์ องผสู้ าเรจ็ การศกึ ษา
สานกั งานคณะกรรมการการอาชวี ศกึ ษา ทค่ี รสู ามารถสงั เกตไดข้ ณะทาการสอนในเรอ่ื ง

5.1 ความมมี นุษยสมั พนั ธ์
5.2 ความมวี นิ ัย
5.3 ความรบั ผดิ ชอบ
5.4 ความซอ่ื สตั ยส์ จุ รติ
5.5 ความเช่อื มนั ่ ในตนเอง
5.6 การประหยดั
5.7 ความสนใจใฝ่รู้
5.8 การละเวน้ สง่ิ เสพตดิ และการพนนั
5.9 ความรกั สามคั คี
5.10 ความกตญั ญกู ตเวที

73

สมรรถนะรายวิชา

1.แสดงความรเู้ กย่ี วกบั หลกั การกระบวนการคา้ ปลกี และการคา้ สง่
2.ออกแบบโครงสรา้ งของหน่วยงานธุรกจิ คา้ ปลกี และการคา้ ส่ง กฎหมายและองคก์ ารทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั การคา้
ปลกี และการคา้ ส่ง แนวโน้มการคา้ ปลกี และการคา้ สง่
3.วางแผนและดาเนินงานการคา้ ปลกี และการคา้ ส่งตามหลกั การ
4.ประยุกตใ์ ชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศการคา้ ปลกี และการคา้ สง่ ตามหลกั การ

สาระการเรียนรู้

1.ความหมายของราคา มลู คา่ และอรรถประโยชน์
2.ปัจจยั ทม่ี อี ทิ ธพิ ลตอ่ การตงั้ ราคา
3.นโยบายในการกาหนดราคา
4.วธิ กี ารตงั้ ราคาของธรุ กจิ คา้ ส่ง

กิจกรรมการเรียนรู้

ขนั้ นาเข้าสู่บทเรยี น

1.ครแู ละผเู้ รยนี สนทนากนั ถงึ การตงั้ ราคาจาเป็นตอ้ งพจิ ารณาถงึ อรรถประโยชน์ของสนิ คา้ นนั้ การ
พจิ ารณาคุณสมบตั ติ า่ งๆ ของสนิ คา้ นนั้ จาเป็นตอ้ งสรา้ งมลู ค่า (Value Added) ของสนิ คา้ ใหส้ งู ขน้ึ ในสายตาของผู้
ซอ้ื ดงั นัน้ จดุ เรมิ่ ตน้ ของการตงั้ ราคาสนิ คา้ กค็ อื การวเิ คราะหถ์ งึ อรรถประโยชน์ของสนิ คา้ ซง่ึ กค็ อื คณุ สมบตั ขิ อง
สนิ คา้ นนั้ ๆ ทส่ี ามารถสนองความพอใจของผบู้ รโิ ภคได้ โดยพจิ ารณาวา่ คณุ สมบตั นิ นั้ จะสรา้ งมลู ค่า (Value) เป็น
จานวนเทา่ ใดในสายตาของผบู้ รโิ ภค เมอ่ื วดั มลู คา่ ออกมาในรปู ของสนิ คา้ ต่อหน่วย (Price)

2.ผเู้ รยี นยกตวั อย่างราคาสนิ คา้ แตล่ ะชนดิ

ขนั้ สอน

2.ครสู อนโดยการอภปิ รายกลุ่มย่อย (Small Group Discussion) ซง่ึ จะชว่ ยใหน้ กั เรยี นเกดิ การเรยี นรใู้ น
เรอ่ื งทเ่ี รยี นกวา้ งขน้ึ ซง่ึ เป็นกระบวนการทค่ี รใู ชใ้ นการชว่ ยใหน้ กั เรยี นเกดิ การเรยี นรตู้ ามวตั ถปุ ระสงคท์ ก่ี าหนด
โดยการจดั นกั เรยี นเป็นกลมุ่ เลก็ ๆ ประมาณ 4-8 คน และใหน้ กั เรยี นในกลุม่ พดู คยุ แลกเปลย่ี นขอ้ มลู ความคดิ เหน็
และประสบการณ์ในประเดน็ ทก่ี าหนด และสรุปผลการอภปิ รายออกมาเป็นขอ้ สรุปของกลมุ่

กลุ่มท่ี ①ความหมายของราคา มลู คา่ และอรรถประโยชน์
กลมุ่ ท่ี ② ปัจจยั ทม่ี อี ทิ ธพิ ลตอ่ การตงั้ ราคา
กลุ่มท่ี ③ นโยบายในการกาหนดราคา
กลุ่มท่ี ④ วธิ กี ารตงั้ ราคาของธุรกจิ คา้ ส่ง
3.เมอ่ื ผเู้ รยี นศกึ ษาจนไดข้ อ้ สรปุ เป็นความรู้ ความเขา้ ใจในเน้อื หาสาระแลว้ ใหน้ กั เรยี นดาเนนิ การจดั
กล่มุ และเตรยี มการนาเสนอตามหวั ขอ้ ขา้ งตน้ ตามรปู แบบการอภปิ รายกลมุ่ ยอ่ ย(Small Group Discussion)

74

4.ครอู ธบิ ายและใหค้ าแนะนาเพอ่ื แกไ้ ขขอ้ ทไ่ี มถ่ ูกตอ้ ง หรอื ใหผ้ เู้ รยี นอภปิ รายซกั ถามขอ้ สงสยั
5.ครแู ละผุเ้ รยี นใชเ้ ทคนิควธิ สี อนแบบใชโ้ สตทศั นวสั ดุ (Audio-Visual Meterial of Instruction Method)
เป็นวธิ สี อนทน่ี าอุปกรณ์โสตทศั น์วสั ดมุ าชว่ ยพฒั นาคณุ ภาพการเรยี นการสอน โสตทศั น์วสั ดุ ไดแ้ ก่ Power Point
เพอ่ื ใชป้ ระกอบการอธบิ ายความหมายของราคา มลู ค่าและอรรถประโยชน์

6.ครใู ชเ้ ทคนคิ วธิ กี ารจดั การเรยี นรแู้ บบอภปิ ราย (Discussion Method) คอื กระบวนการทผ่ี สู้ อนมุ่ง
ให้ผู้เรียนมโี อกาสสนทนาแลกเปล่ยี นความคดิ เห็นหรอื ระดมความคดิ โดยมจี ุดมุ่งหมายเพ่ือให้ผู้เรียนเขา้ ใจ
เน้อื หาไดอ้ ยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ โดยอภปิ รายเรอ่ื งปัจจยั ทม่ี อี ทิ ธพิ ลต่อการตงั้ ราคา

7.ครูและผเู้ รยี นการจดั การเรยี นรแู้ บบใชค้ าถาม (Questioning Method) อธบิ าย และสาธติ ความรู้
เก่ยี วกับขอ้ รอ้ งเรยี น โดยยกตวั อย่างประกอบ และใหผ้ ู้เรยี นแสดงสาธติ บทบาทสมติประกอบนโยบายในการ
กาหนดราคา และวธิ กี ารตงั้ ราคาของธรุ กจิ คา้ ส่ง

75

8.ผเู้ รยี นปฏบิ ตั กิ จิ กรรมดงั น้ี
กิจกรรมที่ ①
(1).จงพจิ ารณารปู ภาพป้ายราคาสนิ คา้ ทค่ี รผู สู้ อนกาหนดให้ แลว้ ตอบคาถาม
(2).จากรปู ภาพเป็นการกาหนดนโยบายตามหลกั ใด และมวี ธิ กี ารตงั้ ราคาอยา่ งไรบา้ ง
กิจกรรมที่ ② ใหอ้ ธบิ ายการกาหนดนโยบายราคาเดยี ว พรอ้ มยกตวั อย่างสนิ คา้ และรปู ภาพ

ประกอบการอธบิ าย
9.ผเู้ รยี นฝึกทกั ษะกจิ กรรมทไ่ี ดร้ บั มอบหมาย
10.ครเู น้นการนาความร้ทู างด้านจริยธรรมไปใช้ในการประกอบอาชพี อยา่ งมคี ณุ ธรรมไม่เบยี ดเบยี น

ผอู้ ่ืน เช่น ไมม่ พี ฤตกิ รรมทฉ่ี ้อโกง ไม่ปฏเิ สธความรบั ผดิ ชอบ จนเกดิ ความเดอื ดรอ้ น ดงั นนั้ เมอ่ื ผเู้ รยี นจบ
การศกึ ษาไปแลว้ และไปประกอบอาชพี เป็นผปู้ ระกอบการ หรอื ลูกจา้ งกต็ าม ควรยดึ หลกั คณุ ธรรมตามเงอ่ื นไข
แห่งปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง

76

ขนั้ สรปุ และการประยุกต์

11.ครใู ชค้ าถามหรอื กาหนดปัญหาโดยใหน้ ักเรยี นระดมสมองช่วยกนั คดิ หาคาตอบแลว้ อธบิ ายคาตอบให้
เพ่อื นทกุ คนในกลมุ่ ของตนเองเขา้ ใจ

12.ครใู ชว้ ธิ สี มุ่ ผเู้ รยี นทุกกล่มุ ตอบคาถามและอธบิ ายใหเ้ พอ่ื นฟังทงั้ ชนั้ เรยี น

สื่อและแหลง่ การเรยี นรู้

1.หนงั สอื เรยี น วชิ าการคา้ ปลกี และการคา้ สง่ ของสานักพมิ พเ์ อมพนั ธ์
2.รปู ภาพ
3.กจิ กรรมการเรยี นการสอน
4.สอ่ื Power Point
5.อนิ เทอรเ์ น็ต

หลกั ฐาน

1.บนั ทกึ การสอนของผสู้ อน
2.ใบเชค็ รายชอ่ื นักเรยี น
3.แผนจดั การเรยี นรู้
4.การตรวจประเมนิ ผลงานนักเรยี น

การวดั ผลและการประเมินผล

วิธีวดั ผล
1. สงั เกตพฤตกิ รรมรายบุคคล
2. ประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลุ่ม
3. สงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลุ่ม
4 ตรวจกจิ กรรมส่งเสรมิ คณุ ธรรมนาความรู้
5. ตรวจกจิ กรรมเสรมิ สรา้ งประสบการณ์
6. ตรวจแบบประเมนิ ผลกอ่ นการเรยี นรู้
7. การสงั เกตและประเมนิ พฤตกิ รรมดา้ นคุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์

77

เครอ่ื งมอื วดั ผล
1. แบบสงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล
2. แบบประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลุ่ม (โดยคร)ู
3. แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลุ่ม (โดยนกั เรยี น)
4. แบบประเมนิ กจิ กรรมส่งเสรมิ คณุ ธรรมนาความรู้
5. แบบประเมนิ กจิ กรรมเสรมิ สรา้ งประสบการณ์
6. แบบประเมนิ ผลก่อนการเรยี นรู้
7. แบบประเมนิ คุณธรรม จรยิ ธรรม คา่ นยิ ม และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ โดยครแู ละผเู้ รยี น

รว่ มกนั ประเมนิ

เกณฑก์ ารประเมินผล
1. เกณฑผ์ า่ นการสงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล ตอ้ งไมม่ ชี ่องปรบั ปรุง
2. เกณฑผ์ ่านการประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกจิ กรรมกลุ่ม คอื ปานกลาง (50 % ขน้ึ ไป)
3. เกณฑผ์ ่านการสงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกจิ กรรมกลมุ่ คอื ปานกลาง (50% ขน้ึ ไป)
4. ตอบคาถามในกจิ กรรมส่งเสรมิ คณุ ธรรมนาความรจู้ งึ จะถอื วา่ ผ่าน
เกณฑก์ ารประเมนิ มเี กณฑ์ 4 ระดบั คอื 4= ดมี าก, 3 = ด,ี 2 = พอใช้ , 1= ควรปรบั ปรงุ
5. กจิ กรรมเสรมิ สรา้ งประสบการณ์ เกณฑผ์ ่าน คอื 50%
6. แบบประเมนิ ผลกอ่ นการเรยี นรมู้ เี กณฑผ์ ่าน 50%
7 แบบประเมนิ คุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ คะแนนขน้ึ อยกู่ บั
การประเมนิ ตามสภาพจรงิ

กิจกรรมเสนอแนะ

ใหศ้ กึ ษาการกาหนดราคาขายปลกี และคา้ สง่ เพม่ิ เตมิ

78

บนั ทึกหลงั การสอน

ข้อสรปุ หลงั การสอน
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
ปัญหาท่ีพบ
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
แนวทางแกป้ ัญหา
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................

ลงช่อื ..........................................ผสู้ อน
(นางสาวณฐั ธยาน์ พมิ พริ ตั น์)

วนั ท.่ี .........เดอื น.....................พ.ศ..............

79

แผนการจดั การเรียนรูแ้ บบบรู ณาการท่ี 12 หน่วยที่ 7

รหสั วิชา 20202-2103 การคา้ ปลกี และการคา้ สง่ (2-2-3) สอนครงั้ ที่ 12 (45-48)
ชือ่ หน่วย/เรื่อง การกาหนดราคาขายปลีกและค้าส่ง จานวนชวั ่ โมง 4 ช.ม.

แนวคิด

การตดั สนิ ใจเกย่ี วกบั การกาหนดราคา เป็นเรอ่ื งทม่ี คี วามสาคญั มากต่อความสาเรจ็ ในการขายสนิ คา้ หรอื
บรกิ าร ทงั้ น้ีเพราะจากรปู แบบของตลาดทม่ี ลี กั ษณะการแขง่ ขนั เสรี การทธ่ี ุรกจิ จะประสบความสาเรจ็ ในการ
ดาเนนิ งานและมผี ลกาไรตามเป้าหมายทธ่ี ุรกจิ ตอ้ งการ จงึ ไม่เพยี งแต่จะเน้นและใหค้ วามสาคญั เกย่ี วกบั คุณภาพ
ลกั ษณะ และตน้ ทุนของผลติ ภณั ฑห์ รอื บรกิ ารทธ่ี ุรกจิ จาหน่ายเทา่ นนั้ แตจ่ ะตอ้ งใหค้ วามสาคญั และตดั สนิ ใจให้
เหมาะสมทส่ี ุดในเรอ่ื งเกย่ี วกบั การกาหนดราคาของผลติ ภณั ฑห์ รอื บรกิ ารนนั้

ผลการเรียนรทู้ ี่คาดหวงั

1.อธบิ ายและกาหนดวธิ กี ารตงั้ ราคาของธรุ กจิ คา้ ปลกี ได้
2.อธบิ ายและตงั้ ราคาสนิ คา้ ได้
3.อธบิ ายและประยุกตใ์ ชจ้ ติ วทิ ยากบั การกาหนดราคาได้
4.มกี ารพฒั นาคณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงคข์ องผสู้ าเรจ็ การศกึ ษา
สานกั งานคณะกรรมการการอาชวี ศกึ ษา ทค่ี รสู ามารถสงั เกตไดข้ ณะทาการสอนในเร่อื ง

4.1 ความมมี นุษยสมั พนั ธ์
4.2 ความมวี นิ ยั
4.3 ความรบั ผดิ ชอบ
4.4 ความซอ่ื สตั ยส์ ุจรติ
4.5 ความเช่อื มนั ่ ในตนเอง
4.6 การประหยดั
4.7 ความสนใจใฝ่รู้
4.8 การละเวน้ สง่ิ เสพตดิ และการพนนั
4.9 ความรกั สามคั คี
4.10 ความกตญั ญกู ตเวที

80

สมรรถนะรายวิชา

1.แสดงความรเู้ กย่ี วกบั หลกั การกระบวนการคา้ ปลกี และการคา้ สง่
2.ออกแบบโครงสรา้ งของหน่วยงานธุรกจิ คา้ ปลกี และการคา้ ส่ง กฎหมายและองคก์ ารทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั การคา้
ปลกี และการคา้ ส่ง แนวโน้มการคา้ ปลกี และการคา้ ส่ง
3.วางแผนและดาเนินงานการคา้ ปลกี และการคา้ ส่งตามหลกั การ
4.ประยกุ ตใ์ ชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศการคา้ ปลกี และการคา้ ส่งตามหลกั การ

สาระการเรยี นรู้

1. วธิ กี ารตงั้ ราคาของธรุ กจิ คา้ ปลกี
2.การตงั้ ราคาสนิ คา้
3.จติ วทิ ยากบั การกาหนดราคา

กิจกรรมการเรียนรู้

ขนั้ นาเข้าสู่บทเรียน

1.ครผู สู้ อนกล่าวถงึ แนวทางในการร่าง พ.ร.บ.ธุรกจิ คา้ ปลกี คา้ ส่ง พรอ้ มทงั้ ใหผ้ เู้ รยี นทุกคนชว่ ยกนั อธปิ
รายคา้ ปลกี หมายถงึ การประกอบธุรกจิ โดยการขายแกผ่ บู้ รโิ ภคโดยตรง และคา้ ส่ง หมายถงึ การประกอบธรุ กจิ
โดยการขายแก่ผซู้ อ้ื ทน่ี าไปขายหรอื ใหบ้ รกิ ารตอ่ และใหห้ มายความรวมถงึ การขายเป็นจานวนมากตามท่ี
คณะกรรมการส่วนจงั หวดั กากบั ดแู ลธรุ กจิ คา้ ปลกี คา้ สง่ ประกาศกาหนด รวมทงั้ ใหค้ วามหมายของขาย ซง่ึ
หมายถงึ การโอนกรรมสทิ ธใิ์ นสนิ คา้ ใหแ้ กบ่ ุคคลอ่นื และใหห้ มายความรวมถงึ การใหบ้ รกิ าร

ขนั้ สอน

2.ครผู สู้ อนบรรยาย (Lecture) เพ่อื ช่วยใหผ้ เู้ รยี นเกดิ การเรยี นรตู้ ามวตั ถปุ ระสงคท์ ก่ี าหนด โดยการพดู
บอก เลา่ อธบิ าย ในสง่ิ ทต่ี อ้ งการสอนแก่นักเรยี น ใหน้ ักเรยี นซกั ถาม แลว้ ประเมนิ การเรยี นรดู้ ว้ ยวธิ ใี ดวธิ หี น่งึ ซง่ึ
มอี งคป์ ระกอบสาคญั ทข่ี าดไมไ่ ดข้ องวธิ สี อน ไดแ้ ก่วธิ กี ารตงั้ ราคาของธุรกจิ คา้ ปลกี

กาหนดราคาตามบรกิ ารทใ่ี หอ้ ยา่ งเตม็ ท่ี
กาหนดราคาตามบรกิ ารทใ่ี หอ้ ย่างจากดั
กาหนดราคาตน้ ทนุ สนิ คา้ ของรา้ นขายปลกี
กาหนดราคาตามการแขง่ ขนั
กาหนดราคาตามลูกคา้

81

3.ครใู ชเ้ ทคนิคการสอนแบบ Demonstration Method การจดั การเรยี นรแู้ บบสาธติ คอื กระบวนการท่ี
ผสู้ อน หรอื บคุ คลใดบคุ คลหน่งึ ใชใ้ นการชว่ ยใหผ้ ูเ้ รยี นไดเ้ กดิ การเรยี นรตู้ ามวตั ถุประสงค์ โดยการแสดงหรอื
กระทาใหด้ เู ป็นตวั อยา่ งพรอ้ ม ๆ กบั การบอก อธบิ าย ใหผ้ เู้ รยี นไดเ้ รยี นรู้ ผเู้ รยี นจะเกดิ การเรยี นรจู้ ากการสงั เกต
กระบวนการขนั้ ตอนการสาธติ นนั้ ๆ แลว้ ใหผ้ เู้ รยี นซกั ถาม อภปิ ราย และคานวณการตงั้ ราคาสนิ คา้ ไดแ้ ก่

3.1 การคาานวณยอดเพมิ่ ยอดเพม่ิ (Mark up)

82

3.2 การกาาหนดชว่ งราคา
4.ครแู ละผเู้ รยี นใชเ้ ทคนิควธิ สี อนแบบใชโ้ สตทศั นวสั ดุ (Audio-Visual Meterial of Instruction Method)
เป็นวธิ สี อนทน่ี าอุปกรณ์โสตทศั น์วสั ดมุ าชว่ ยพฒั นาคุณภาพการเรยี นการสอน ไดแ้ ก่ Power Point เพ่อื แสดงให้
ผเู้ รยี นไดเ้ รยี นรจู้ ติ วทิ ยากบั การกาหนดราคา
5.ผเู้ รยี นทากจิ กรรมทไ่ี ดร้ บั มอบหมาย

83

6.ผเู้ รยี นทาแบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้
7.ครเู น้นใหผ้ เู้ รยี นประยุกตใ์ ชเ้ ศรษฐกจิ พอเพยี งดว้ ยความรอบคอบ ระมดั ระวงั ขอ้ ผดิ พลาดจากการ
หลกั การเศรษฐกจิ พอเพยี ง ทงั้ น้เี พอ่ื ฝึกทกั ษะความชานาญใหผ้ เู้ รยี นปฏบิ ตั ไิ ดจ้ รงิ และส่งเสรมิ เพอ่ื นาไปประกอบ
วชิ าชพี เพอ่ื เป็นการสร้างภมู ิคมุ้ กนั ที่ดีในตวั เอง

ขนั้ สรปุ และการประยุกต์

8.ครใู ชว้ ธิ สี ุ่มนกั เรยี นทกุ คน/ทกุ กลุ่มตอบคาถามและอธบิ ายใหเ้ พอ่ื นฟังทงั้ ชนั้ เรยี น พรอ้ มสรุปเน้อื หา

เรอ่ื อกี ครงั้ โดยใชแ้ ผ่นใสประกอบ

9.ประเมนิ นกั เรยี นตามแบบฟอรม์ ตอ่ ไปน้ี

ช่อื ผเู้ รยี น ธรรมชาตขิ องผเู้ รยี น วธิ กี ารเรยี นรู้
ความสนใจ สตปิ ัญญา วฒุ ภิ าวะ

1.

2.

3.

ประสบการณ์พ้ืนฐานการเรียนรู้

ชอ่ื ผเู้ รยี น ประสบการณ์พน้ื ฐานการเรียนรู้ วธิ กี ารเรยี นรู้
ความรู้ ทกั ษะ ผลงาน

1.

2.

3.

สื่อและแหลง่ การเรียนรู้

1.หนังสอื เรยี น วชิ าการคา้ ปลกี และการคา้ สง่ ของสานักพมิ พเ์ อมพนั ธ์
2.รปู ภาพ
3.กจิ กรรมการเรยี นการสอน
4.ส่อื Power Point
5.อนิ เทอรเ์ นต็

หลกั ฐาน

1.บนั ทกึ การสอนของผสู้ อน
2.ใบเชค็ รายช่อื นกั เรยี น
3.แผนจดั การเรยี นรู้
4.การตรวจประเมนิ ผลงานนกั เรยี น

84

การวดั ผลและการประเมินผล

วิธีวดั ผล
1. สงั เกตพฤตกิ รรมรายบุคคล
2. ประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลุ่ม
3. สงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลุ่ม
4 ตรวจกจิ กรรมส่งเสรมิ คุณธรรมนาความรู้
5. ตรวจกจิ กรรมเสรมิ สรา้ งประสบการณ์
6. ตรวจแบบประเมนิ ผลหลงั การเรยี นรู้
7. การสงั เกตและประเมนิ พฤตกิ รรมดา้ นคณุ ธรรม จรยิ ธรรม ค่านยิ ม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์

เครื่องมอื วดั ผล
1. แบบสงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล
2. แบบประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่ (โดยคร)ู
3. แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลุ่ม (โดยนกั เรยี น)
4. แบบประเมนิ กจิ กรรมส่งเสรมิ คณุ ธรรมนาความรู้
5. แบบประเมนิ กจิ กรรมเสรมิ สรา้ งประสบการณ์
6. แบบประเมนิ ผลหลงั การเรยี นรู้
7. แบบประเมนิ คุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านยิ ม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ โดยครแู ละผเู้ รยี น

ร่วมกนั ประเมนิ

เกณฑก์ ารประเมินผล
1. เกณฑผ์ ่านการสงั เกตพฤตกิ รรมรายบุคคล ตอ้ งไมม่ ชี ่องปรบั ปรุง
2. เกณฑผ์ า่ นการประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลุ่ม คอื ปานกลาง (50 % ขน้ึ ไป)
3. เกณฑผ์ ่านการสงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกจิ กรรมกลมุ่ คอื ปานกลาง (50% ขน้ึ ไป)
4. ตอบคาถามในกจิ กรรมสง่ เสรมิ คณุ ธรรมนาความรจู้ งึ จะถอื ว่าผา่ น
เกณฑก์ ารประเมนิ มเี กณฑ์ 4 ระดบั คอื 4= ดมี าก, 3 = ด,ี 2 = พอใช้ , 1= ควรปรบั ปรุง
5. กจิ กรรมเสรมิ สรา้ งประสบการณ์ เกณฑผ์ า่ น คอื 50%
6. แบบประเมนิ ผลหลงั การเรยี นรมู้ เี กณฑผ์ า่ น 50%
7 แบบประเมนิ คุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ คะแนนขน้ึ อยกู่ บั
การประเมนิ ตามสภาพจรงิ

กิจกรรมเสนอแนะ

ใหศ้ กึ ษการกาหนดราคาขายปลกี และคา้ ส่งเพมิ่ เตมิ


Click to View FlipBook Version