The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

20202-2103 การค้าปลีกและการค้าส่ง

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by mukama_str101, 2022-11-22 10:22:39

20202-2103 การค้าปลีกและการค้าส่ง

20202-2103 การค้าปลีกและการค้าส่ง

85

บนั ทึกหลงั การสอน

ขอ้ สรปุ หลงั การสอน
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
ปัญหาท่ีพบ
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
แนวทางแกป้ ัญหา
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................

ลงชอ่ื ..........................................ผสู้ อน
(นางสาวณฐั ธยาน์ พมิ พริ ตั น์)

วนั ท.่ี .........เดอื น.....................พ.ศ..............


86

แผนการจดั การเรียนรแู้ บบบรู ณาการท่ี 13 หน่วยท่ี 8

รหสั วิชา 20202-2103 การคา้ ปลกี และการคา้ สง่ (2-2-3) สอนครงั้ ท่ี 13(49-52)
ชื่อหน่วย/เรอื่ ง การให้บริการลูกคา้ จานวนชวั ่ โมง 4 ช.ม.

แนวคิด

การใหค้ วามสาคญั กบั การใหบ้ รกิ ารนนั้ จะตอ้ งไดร้ บ้ ความร่วมมอื จากผรู้ บั บรกิ าร และผใู้ หบ้ รกิ ารตอ้ งเป็น
บุคคลทม่ี ใี จในการใหบ้ รกิ าร (Service Mind) เป็นสาคญั จงึ จาเป็นตอ้ งรจู้ กั ประยุกตค์ วามรตู้ ่างๆ มาใชใ้ นงาน
บรกิ าร เพอ่ื สรา้ งความประทบั ใจใหแ้ ก่ลกู คา้ หรอื ผรู้ บั บรกิ าร อาจจะตอ้ งใชจ้ ติ วทิ ยา ในการทาความเขา้ ใจและรบั รู้
ถงึ ความตอ้ งการของผรู้ บั บรกิ าร และใหก้ ารบรกิ ารตรงใจมากทส่ี ุด

ผลการเรียนร้ทู ี่คาดหวงั

1.อธบิ ายความหมายการบรกิ าร ความสาคญั ของการบรกิ ารและลกั ษณะของการใหบ้ รกิ ารได้
2.บอกศลิ ปะการใหบ้ รกิ ารแบบ “Service Mind” ได้
3.บอกศลิ ปะการใหบ้ รกิ ารทท่ี าใหล้ ูกคา้ ประทบั ใจได้
4.อธบิ ายการทาความเขา้ ใจเกย่ี วกบั ลกู คา้ และความตอ้ งการของลกู คา้ ได้
5.มกี ารพฒั นาคณุ ธรรม จรยิ ธรรม ค่านยิ ม และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงคข์ องผสู้ าเรจ็ การศกึ ษา สานกั งาน
คณะกรรมการการอาชวี ศกึ ษา ทค่ี รสู ามารถสงั เกตไดข้ ณะทาการสอนในเรอ่ื ง

5.1 ความมมี นุษยสมั พนั ธ์
5.2 ความมวี นิ ัย
5.3 ความรบั ผดิ ชอบ
5.4 ความซอ่ื สตั ยส์ ุจรติ
5.5 ความเช่อื มนั ่ ในตนเอง
5.6 การประหยดั
5.7 ความสนใจใฝ่รู้
5.8 การละเวน้ สงิ่ เสพตดิ และการพนนั
5.9 ความรกั สามคั คี
5.10 ความกตญั ญกู ตเวที

สมรรถนะรายวิชา

1.แสดงความรเู้ กย่ี วกบั หลกั การกระบวนการคา้ ปลกี และการคา้ สง่
2.ออกแบบโครงสรา้ งของหน่วยงานธุรกจิ คา้ ปลกี และการคา้ ส่ง กฎหมายและองคก์ ารทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั การคา้
ปลกี และการคา้ ส่ง แนวโน้มการคา้ ปลกี และการคา้ ส่ง
3.วางแผนและดาเนินงานการคา้ ปลกี และการคา้ ส่งตามหลกั การ
4.ประยกุ ตใ์ ชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศการคา้ ปลกี และการคา้ ส่งตามหลกั การ


87

สาระการเรียนรู้

1.ความหมายการบรกิ าร ความสาคญั ของการบรกิ าร และลกั ษณะของการใหบ้ รกิ าร
2.ศลิ ปะการใหบ้ รกิ ารแบบ “Service Mind”
3.ศลิ ปะการใหบ้ รกิ ารทท่ี าใหล้ กู คา้ ประทบั ใจ
4.การทาความเขา้ ใจเกย่ี วกบั ลกู คา้ และความตอ้ งการของลูกคา้

กิจกรรมการเรียนรู้

ขนั้ นาเข้าสู่บทเรยี น

1.ครูสนทนากบั ผู้เรยี นว่าเศรษฐกิจพอเพียงสามารถประยุกต์ใช้ได้ในทุกระดบั ทุกสาขา ทุกภาคของ
เศรษฐกจิ ไม่จาเป็น จะต้องจากัดเฉพาะแต่ภาคการเกษตรหรือภาคชนบท แม้แต่ภาคการเงนิ ภาคการศึกษา
ภาคอสงั หารมิ ทรพั ย์ และการคา้ การลงทุนระหว่างประเทศ โดยมหี ลกั การทค่ี ลา้ ยคลงึ กนั คอื เน้นการเลอื กปฏบิ ตั ิ
อยา่ งพอประมาณ มเี หตุ มผี ล และสรา้ งภูมคิ ุม้ กนั ใหแ้ กต่ นเองและสงั คม

2.ครแู ละผเู้ รยี นสนทนาเกย่ี วกบั การสรา้ งความประทบั ใจในงานบรกิ าร ลกู คา้ ทม่ี ารบั บรกิ ารมกั ต้องการ
การตอ้ นรบั ทอ่ี บอนุ่ ไดร้ บั การเอาใจใส่ ตอ้ งการคาพดู ทไ่ี พเราะ ซง่ึ ทาใหล้ ูกคา้ รสู้ กึ ว่าตวั เขาเป็นคนสาคญั การ
ตอ้ นรบั ทด่ี เี ยย่ี มตอ้ งทาใหล้ กู คา้ เกดิ ความยนิ ดี จงึ จะถอื วา่ เป็นการบรกิ ารทบ่ี รรลุความคาดหวงั การบรกิ ารให้
ลกู คา้ เกดิ ความประทบั ใจ

3.ครใู ชเ้ ทคนคิ การสอนแบบซปิ ปาโมเดล (CIPPA MODEL) โดยการทบทวนความรเู้ ดมิ จากสปั ดาหท์ ผ่ี ่าน
มา โดยดงึ ความรเู้ ดมิ ของผเู้ รยี นในเรอ่ื งทจ่ี ะเรยี น เพ่อื ชว่ ยใหผ้ เู้ รยี นมคี วามพรอ้ มในการเช่อื มโยงความรใู้ หมก่ บั
ความรเู้ ดมิ ของตน ผสู้ อนใชก้ ารสนทนาซกั ถามใหผ้ เู้ รยี นเลา่ ประสบการณ์เดมิ

4.เปิดโอกาสใหผ้ เู้ รยี นสอบถาม หรอื แลกเปลย่ี นความคดิ เหน็ รวมทงั้ ปัญหาตา่ ง ๆ เกย่ี วกบั การเรยี น
5.ครแู ละผเู้ รยี นสนทนาเกย่ี วกบั การบรกิ าร เป็นกจิ กรรมกระทาและปฏบิ ตั ิ ทผ่ี ูใ้ หบ้ รกิ ารจดั ทา ขน้ึ เพอ่ื เสนอ
ขายและส่งมอบส่ผู รู้ บั บรกิ าร หรอื เป็นกจิ กรรมทจ่ี ดั ทาขน้ึ รวมกบั การขายสนิ คา้ เพ่อื ใหล้ ูกคา้ เกดิ ความพงึ พอใจ

ข้นั สอน

6.ครูผสู้ อนใชว้ ธิ กี ารสอนแบบ Jigsaw โดยใหน้ ักเรยี นแบ่งกลุ่มออกเป็นกลุ่มย่อย กลุ่มละ 4 คน เลอื ก
ประธานและเลขานุการ สมาชกิ ในแต่ละกลมุ่ มคี วามสามารถแตกต่างกนั ในแต่ละกลุม่ ตงั้ ชอ่ื ว่าเป็นกลุ่มบา้ น

กลมุ่ บา้ น ก
กลมุ่ บา้ น ข
กล่มุ บา้ น ค
กล่มุ บา้ น ง
สมาชกิ ทงั้ 4 คน ในแตล่ ะกลุ่มบา้ นย่อยๆ นนั้ จะไดร้ บั ใบงานไปปฏบิ ตั เิ หมอื นกนั ดงั น้ี
สมาชกิ คนท่ี 1 ในกลุ่ม ก ,ข , ค, ง เร่อื งท่ี ①

ความหมายการบรกิ าร ความสาคญั ของการบรกิ าร
ลกั ษณะของการใหบ้ รกิ าร


88

สมาชกิ คนท่ี 2 ในกลมุ่ ก ,ข , ค, ง เรอ่ื งท่ี ②
ศลิ ปะการใหบ้ รกิ ารแบบ “Service Mind”
ศลิ ปะการใหบ้ รกิ ารทท่ี าใหล้ กู คา้ ประทบั ใจ

สมาชกิ คนท่ี 3 ในกลุ่ม ก ,ข , ค, ง เร่อื งท่ี ③
การทาความเขา้ ใจเกย่ี วกบั ลกู คา้ และความตอ้ งการของลูกคา้

เม่อื ไดร้ บั ใบงานครบ ครใู หผ้ เู้ รยี นทไ่ี ดร้ บั ใบงานเรอ่ื งเดยี วกนั เขา้ รวมกล่มุ กนั เรยี กชอ่ื ใหมว่ ่า
กลุ่มผเู้ ชย่ี วชาญ แต่ละกลมุ่ ใน 3 กลมุ่ เลอื กประธานและเลขานุการ
7.ครใู ชเ้ ทคนคิ วธิ กี ารจดั การเรยี นรแู้ บบอภปิ ราย (Discussion Method) คอื กระบวนการทผ่ี สู้ อนมงุ่ ให้
ผเู้ รยี นมโี อกาสสนทนาแลกเปลย่ี นความคดิ เหน็ หรอื ระดมความคดิ โดยมจี ดุ มุ่งหมายเพ่อื ใหผ้ เู้ รยี นเขา้ ใจเน้อื หา
ไดอ้ ยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ โดยอภปิ รายเน้อื หาเรอ่ื งความหมายการบรกิ าร ความสาคญั ของการบรกิ าร และลกั ษณะ
ของการใหบ้ รกิ าร
8.ครใู ชเ้ ทคนคิ การสอนแบบ Demonstration Method การจดั การเรยี นรแู้ บบสาธติ คอื กระบวนการท่ี
ผสู้ อน หรอื บุคคลใดบุคคลหน่งึ ใชใ้ นการช่วยใหผ้ เู้ รยี นไดเ้ กดิ การเรยี นรตู้ ามวตั ถปุ ระสงค์ โดยการแสดงหรอื
กระทาใหด้ เู ป็นตวั อยา่ งพรอ้ ม ๆ กบั การบอก อธบิ าย ใหผ้ เู้ รยี นไดเ้ รยี นรู้ ผเู้ รยี นจะเกดิ การเรยี นรจู้ ากการสงั เกต
กระบวนการขนั้ ตอนการสาธติ นนั้ ๆ แลว้ ใหผ้ เู้ รยี นซกั ถาม อภปิ ราย และสรปุ การเรยี นรทู้ ไ่ี ดจ้ ากศลิ ปะการ
ใหบ้ รกิ ารแบบ “Service Mind”

9.ครใู ชเ้ ทคนคิ วธิ สี อนแบบใชโ้ สตทศั นวสั ดุ (Audio-Visual Meterial of Instruction Method) เป็นวธิ สี อน
ทน่ี าอปุ กรณ์โสตทศั นว์ สั ดุมาชว่ ยพฒั นาคุณภาพการเรยี นการสอน โสตทศั นว์ สั ดุดงั กล่าว ไดแ้ ก่ Power Point
เพอ่ื แสดงใหผ้ เู้ รยี นไดเ้ รยี นรศู้ ลิ ปะการใหบ้ รกิ ารทท่ี าใหล้ ูกคา้ ประทบั ใจ


89

10.ครใู ชเ้ ทคนคิ วธิ สี อนแบบ Discussion Method การจดั การเรยี นรแู้ บบอภปิ ราย คอื กระบวนการท่ี
ผสู้ อนมงุ่ ใหผ้ เู้ รยี นมโี อกาสสนทนาแลกเปลย่ี นความคดิ เหน็ หรอื ระดมความคดิ ในเร่อื งการทาความเขา้ ใจเกย่ี วกบั
ลูกคา้ และความตอ้ งการของลูกคา้ ซง่ึ อาจจะเป็นเรอ่ื งหรอื ปัญหาทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั บทเรยี นหรอื ทก่ี ลมุ่ มคี วามสนใจ
รว่ มกนั โดยมจี ดุ มุ่งหมายเพ่อื หาคาตอบ แนวทางหรอื แกป้ ัญหาร่วมกนั

11.ผเู้ รยี นจะตอ้ งซ้อื เสอ้ื ผา้ สาหรบั ไปร่วมงานเลย้ี งส่งรุ่นพท่ี ก่ี าลงั จะจบการศกึ ษา งานจดั ขน้ึ ในโรงแรม
ขนาดเลก็ แห่งหน่งึ ภายในงานประกอบดว้ ย ผบู้ รหิ าร อาจารย์ รนุ่ พท่ี จ่ี บการศกึ ษา และรุ่นน้องทไ่ี ปร่วมแสดง
ความยนิ ดี เม่อื ไปถงึ รา้ นขายเสอ้ื ผา้ ผเู้ รยี นตอ้ งการการบรกิ ารจากพนกั งานอย่างไรบา้ ง จงแสดงความคดิ เหน็
พรอ้ มเหตุผลประกอบ

12.ครใู ชเ้ ทคนิควธิ สี อนแบบ Lecture Method การจดั การเรยี นรแู้ บบบรรยาย คอื กระบวนการเรยี นรทู้ ่ี
ผสู้ อนเป็นผถู้ า่ ยทอดความรใู้ หแ้ กผ่ เู้ รยี นโดยการพดู บอกเล่า อธบิ ายเน้อื หาเร่อื งการบรกิ ารลกู คา้

13.ผเู้ รยี นแสดงบทบาทสมมตใิ นหวั ขอ้ ศลิ ปะการบรกิ ารลูกคา้ โดยแสดงละครประกอบเน้อื เรอ่ื งท่ี
กาหนดขน้ึ และระบุขอ้ ควรระวงั ในการใหบ้ รกิ าร ประกอบ

14.ผเู้ รยี นทากจิ กรรมทไ่ี ดร้ บั มอบหมาย
15.ผเู้ รยี นทาแบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้

ข้นั สรุปและการประยกุ ต์

16.ผูเ้ รยี นแต่ละคนในกลุ่มผู้เช่ยี วชาญกลบั มายงั กลุ่มเดิม คือกลุ่มบ้าน ก ,ข ,ค แล้วผลดั เปล่ยี นกัน

อธบิ ายเร่อื งทต่ี นคน้ ควา้ และไดข้ อ้ สรุปมาใหเ้ พ่อื นสมาชกิ ในกลุม่ ฟัง และครสู งั เกตพฤตกิ รรมกลุม่

17.ผเู้ รยี นทาแบบประเมนิ ตนเองจากแบบประเมนิ ตนเอง รวมทงั้ กจิ กรรมการจดั ประสบการณ์การเรยี นรู้

18.ประเมนิ ผเู้ รยี นตามแบบฟอรม์ ตอ่ ไปน้ี

ช่อื ผเู้ รยี น ประสบการณ์พน้ื ฐานการเรยี นรู้ วธิ กี ารเรยี นรู้
ความรู้ ทกั ษะ ผลงาน

1.

2.

3.

4.

5.

สื่อและแหล่งการเรียนรู้

1.หนงั สอื เรยี น วชิ าการคา้ ปลกี และการคา้ ส่ง ของสานักพมิ พเ์ อมพนั ธ์
2.รปู ภาพ
3.กจิ กรรมการเรยี นการสอน
4.ส่อื Power Point
5.อนิ เทอรเ์ น็ต


90

หลกั ฐาน

1.บนั ทกึ การสอนของผสู้ อน
2.ใบเชค็ รายชอ่ื นกั เรยี น
3.แผนจดั การเรยี นรู้
4.การตรวจประเมนิ ผลงานนักเรยี น

การวดั ผลและการประเมินผล

วิธีวดั ผล
1. สงั เกตพฤตกิ รรมรายบุคคล
2. ประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่
3. สงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลุม่
4 ตรวจกจิ กรรมส่งเสรมิ คุณธรรมนาความรู้
5. ตรวจกจิ กรรมเสรมิ สรา้ งประสบการณ์
6. ตรวจแบบประเมนิ ผลกอ่ นการเรยี นรู้
7. การสงั เกตและประเมนิ พฤตกิ รรมดา้ นคุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านยิ ม และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์

เคร่อื งมอื วดั ผล
1. แบบสงั เกตพฤตกิ รรมรายบุคคล
2. แบบประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่ (โดยคร)ู
3. แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลุ่ม (โดยนักเรยี น)
4. แบบประเมนิ กจิ กรรมสง่ เสรมิ คณุ ธรรมนาความรู้
5. แบบประเมนิ กจิ กรรมเสรมิ สรา้ งประสบการณ์
6. แบบประเมนิ ผลก่อนการเรยี นรู้
7. แบบประเมนิ คณุ ธรรม จรยิ ธรรม ค่านยิ ม และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ โดยครแู ละผเู้ รยี น

ร่วมกนั ประเมนิ

เกณฑก์ ารประเมินผล
1. เกณฑผ์ า่ นการสงั เกตพฤตกิ รรมรายบุคคล ตอ้ งไมม่ ชี อ่ งปรบั ปรุง
2. เกณฑผ์ ่านการประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลุ่ม คอื ปานกลาง (50 % ขน้ึ ไป)
3. เกณฑผ์ ่านการสงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกจิ กรรมกลมุ่ คอื ปานกลาง (50% ขน้ึ ไป)
4. ตอบคาถามในกจิ กรรมส่งเสรมิ คณุ ธรรมนาความรจู้ งึ จะถอื ว่าผา่ น
เกณฑก์ ารประเมนิ มเี กณฑ์ 4 ระดบั คอื 4= ดมี าก, 3 = ด,ี 2 = พอใช้ , 1= ควรปรบั ปรงุ
5. กจิ กรรมเสรมิ สรา้ งประสบการณ์ เกณฑผ์ ่าน คอื 50%
6. แบบประเมนิ ผลกอ่ นการเรยี นรมู้ เี กณฑผ์ า่ น 50%
7 แบบประเมนิ คณุ ธรรม จรยิ ธรรม ค่านยิ ม และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ คะแนนขน้ึ อย่กู บั
การประเมนิ ตามสภาพจรงิ


91

กิจกรรมเสนอแนะ

1.ผเู้ รยี นควรศกึ ษาวธิ กี ารใหบ้ รกิ ารต่างๆ
2.สงั เกตการใหบ้ รกิ ารของพนกั งานจากรา้ นคา้ ตา่ งๆ


92

บนั ทึกหลงั การสอน

ข้อสรปุ หลงั การสอน
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
ปัญหาที่พบ
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
แนวทางแก้ปัญหา
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................

ลงช่อื ..........................................ผสู้ อน
(นางสาวณฐั ธยาน์ พมิ พริ ตั น์)

วนั ท.่ี .........เดอื น.....................พ.ศ..............


93

แผนการจดั การเรียนร้แู บบบูรณาการที่ 14 หน่วยที่ 9

รหสั วิชา 20202-2103 การคา้ ปลกี และการคา้ สง่ (2-2-3) สอนครงั้ ท่ี 14(53-56)
ชือ่ หน่วย/เรื่อง กฎหมายและองคก์ รที่เกี่ยวข้องกบั การค้าปลีกและการคา้ ส่ง จานวน 4 ช.ม.

แนวคิด

โดยทธ่ี ุรกจิ คา้ ปลกี หรอื คา้ ส่งซง่ึ เป็นภาคเศรษฐกจิ ทส่ี าาคญั ต่อระบบเศรษฐกจิ ของประเทศและ มบี ทบาท
สาาคญั ในการกระจายรายได้ ปัจจุบนั มกี ารขยายตวั ของธุรกจิ คา้ ปลกี หรอื คา้ ส่งสมยั ใหม่ใน รปู แบบต่างๆ
เป็นจาานวนมาก รวมทงั้ การลดขนาดจากหา้ งคา้ ปลกี หรอื คา้ ส่งสมยั ใหมข่ นาดใหญ่ๆ ลงมาเป็นรา้ นคา้ ปลกี คา้ สง่
ขนาดเลก็ เพอ่ื หลกี เลย่ี งกฎหมายผงั เมอื งกฎหมายควบคมุ อาคารและเพ่อื ไปแขง่ ขนั โดยตรงกบั รา้ นคา้ ปลกี หรอื
คา้ ส่งรายย่อยดงั้ เดมิ อนั ส่งผลกระทบต่อธรุ กจิ คา้ ปลกี หรอื คา้ ส่งดงั้ เดมิ ทม่ี ขี นาดเลก็ สมควรมกี ารจดั ระเบยี บการ
ประกอบธรุ กจิ คา้ ปลกี หรอื คา้ สง่ สมยั ใหมด่ งั กลา่ ว เพ่อื ใหก้ ารประกอบธุรกจิ คา้ ปลกี หรอื คา้ ส่งทุกประเภทดารงอยู่
รว่ มกนั ไดต้ ามสภาพเศรษฐกจิ การคา้ และสภาพแวดลอ้ มในแตล่ ะทอ้ งถนิ่ รวมทงั้ ควรมมี าตรการส่งเสรมิ และ
พฒั นาธุรกจิ คา้ ปลกี หรอื คา้ สง่ รายย่อยดงั้ เดมิ จงึ จาาเป็นตอ้ งมกี ฎหมายกาากบั ดแู ลอย่างใกลช้ ดิ

ผลการเรียนร้ทู ี่คาดหวงั

1.บอกกฎหมายทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั การคา้ ปลกี และการคา้ สง่ ได้
2.พระราชบญั ญตั ทิ ะเบยี นพาณชิ ย์ พ.ศ.2499 ได้
3.พระราชบญั ญตั กิ ารแขง่ ขนั ทางการคา้ พ.ศ.2560
4.อธบิ ายประมวลกฎหมายแพง่ และพาณิชยไ์ ด้
5.มกี ารพฒั นาคุณธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงคข์ องผสู้ าเรจ็ การศกึ ษา สานกั งาน
คณะกรรมการการอาชวี ศกึ ษา ทค่ี รสู ามารถสงั เกตไดข้ ณะทาการสอนในเรอ่ื ง

5.1 ความมมี นุษยสมั พนั ธ์
5.2 ความมวี นิ ยั
5.3 ความรบั ผดิ ชอบ
5.4 ความซ่อื สตั ยส์ ุจรติ
5.5 ความเช่อื มนั ่ ในตนเอง
5.6 การประหยดั
5.7 ความสนใจใฝ่รู้
5.8 การละเวน้ สง่ิ เสพตดิ และการพนนั
5.9 ความรกั สามคั คี
5.10 ความกตญั ญกู ตเวที


94

สมรรถนะรายวิชา

1.แสดงความรเู้ กย่ี วกบั หลกั การกระบวนการคา้ ปลกี และการคา้ สง่
2.ออกแบบโครงสรา้ งของหน่วยงานธุรกจิ คา้ ปลกี และการคา้ ส่ง กฎหมายและองคก์ ารทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั การคา้
ปลกี และการคา้ ส่ง แนวโน้มการคา้ ปลกี และการคา้ ส่ง
3.วางแผนและดาเนินงานการคา้ ปลกี และการคา้ ส่งตามหลกั การ
4.ประยุกตใ์ ชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศการคา้ ปลกี และการคา้ ส่งตามหลกั การ

สาระการเรียนรู้

1.กฎหมายทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั การคา้ ปลกี และการคา้ สง่
2.พระราชบญั ญตั ทิ ะเบยี นพาณชิ ยพ์ .ศ.2499
3.พระราชบญั ญตั กิ ารแขง่ ขนั ทางการคา้ พ.ศ.2560
4.ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณชิ ย์

กิจกรรมการเรียนรู้

ข้นั นาเขา้ สู่บทเรียน

1.ใหท้ ุกคนแสดงความคดิ เหน็ อยา่ งชดั เจน และแสดงออกอยา่ งสนุกสนานจนสามารถเขา้ ใจ และเพ่อื ให้
ผเู้ รยี นประเมนิ ตนเองไดแ้ ละวางแผนการศกึ ษาดา้ นกฎหมายคา้ ปลกี และคา้ สง่ ไดเ้ หมาะสม

2.ครผู สู้ อนกล่าวถงึ แนวทางในการรา่ ง พ.ร.บ.ธุรกจิ คา้ ปลกี คา้ สง่ พรอ้ มทงั้ ใหผ้ เู้ รยี นทกุ คนช่วยกนั อธปิ
รายคา้ ปลกี หมายถงึ การประกอบธรุ กจิ โดยการขายแกผ่ บู้ รโิ ภคโดยตรง และคา้ สง่ หมายถงึ การประกอบธุรกจิ
โดยการขายแกผ่ ซู้ อ้ื ทน่ี าไปขายหรอื ใหบ้ รกิ ารตอ่ และใหห้ มายความรวมถงึ การขายเป็นจานวนมากตามท่ี
คณะกรรมการส่วนจงั หวดั กากบั ดแู ลธุรกจิ คา้ ปลกี คา้ สง่ ประกาศกาหนด รวมทงั้ ใหค้ วามหมายของขาย ซง่ึ
หมายถงึ การโอนกรรมสทิ ธใิ์ นสนิ คา้ ใหแ้ ก่บุคคลอ่นื และใหห้ มายความรวมถงึ การใหบ้ รกิ าร

ขนั้ สอน

3.ครูผสู้ อนบรรยาย (Lecture) เพ่อื ช่วยใหผ้ เู้ รยี นเกดิ การเรยี นรตู้ ามวตั ถุประสงค์ทก่ี าหนด โดยการพูด
บอก เลา่ อธบิ าย ในสง่ิ ทต่ี อ้ งการสอนแก่นกั เรยี น ใหน้ กั เรยี นซกั ถาม แลว้ ประเมนิ การเรยี นรดู้ ว้ ยวธิ ใี ดวธิ หี น่งึ ซ่งึ
มอี งคป์ ระกอบสาคญั ทข่ี าดไมไ่ ดข้ องวธิ สี อนเกย่ี วกบั กฎหมายทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั การคา้ ปลกี และการคา้ สง่ ไดแ้ ก่


95

4.ครูและผเู้ รยี นใชเ้ ทคนิควธิ สี อนแบบใชโ้ สตทศั นวสั ดุ (Audio-Visual Meterial of Instruction Method)
เป็นวิธีสอนท่ีนาอุปกรณ์โสตทศั น์วสั ดุมาช่วยพฒั นาคุณภาพการเรยี นการสอน โสตทศั น์วสั ดุดงั กล่าว ได้แก่
Power Point เพ่อื แสดงใหผ้ เู้ รยี นไดเ้ รยี นรูพ้ ระราชบญั ญตั ทิ ะเบยี นพาณชิ ยพ์ .ศ.2499

5.ครูและผู้เรียนใช้เทคนิควิธีสอนแบบ Discussion Method การจัดการเรียนรู้แบบอภิปราย คือ
กระบวนการทผ่ี สู้ อนมุ่งใหผ้ เู้ รยี นมโี อกาสสนทนาแลกเปล่ยี นความคดิ เหน็ หรอื ระดมความคิด ซง่ึ อาจจะเป็นเร่อื ง
หรอื ปัญหาทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั บทเรยี นหรอื ทก่ี ลุ่มมคี วามสนใจร่วมกนั โดยมจี ุดมุ่งหมายเพ่อื หาคาตอบ แนวทางหรอื
แกป้ ัญหาร่วมกนั ในเร่อื งพระราชบญั ญตั กิ ารแขง่ ขนั ทางการคา้ พ.ศ.2560

6.ครใู ชเ้ ทคนิคการสอนแบบ Demonstration Method การจดั การเรยี นรแู้ บบสาธติ คอื กระบวนการท่ี
ผสู้ อน หรอื บุคคลใดบคุ คลหน่งึ ใชใ้ นการช่วยใหผ้ เู้ รยี นไดเ้ กดิ การเรยี นรตู้ ามวตั ถปุ ระสงค์ โดยการแสดงหรอื
กระทาใหด้ เู ป็นตวั อยา่ งพรอ้ ม ๆ กบั การบอก อธบิ าย ใหผ้ เู้ รยี นไดเ้ รยี นรู้ ผเู้ รยี นจะเกดิ การเรยี นรจู้ ากการสงั เกต
กระบวนการขนั้ ตอนการสาธติ นนั้ ๆ แลว้ ใหผ้ เู้ รยี นซกั ถาม อภปิ ราย และสรุปการเรยี นรทู้ ไ่ี ดจ้ ากประมวล
กฎหมายแพง่ และพาณชิ ย์

7.ผเู้ รยี นปฏบิ ตั กิ จิ กรรมดงั น้ี
(1).ออกแบบเครอ่ื งหมายการคา้ โดยสมมตใิ หเ้ ป็นเจา้ ของธุรกจิ คา้ ปลกี หรอื คา้ สง่ ดาเนินธุรกจิ
ประเภทใดประเภทหน่งึ (ใหเ้ ลอื กเพยี ง 1 ประเภทเทา่ นนั้ ) โดยใหร้ ะบุดงั น้ี
1.1 ธรุ กจิ ประเภท
1.2 ช่อื กจิ การ
1.3 ดาเนนิ ธรุ กจิ คา้ ปลกี หรอื คา้ ส่งเกย่ี วกบั
1.4 ออกแบบเคร่อื งหมายการคา้ ดงั น้ี
(2) ผเู้ รยี นปฏบิ ตั ดิ งั น้ี
1.เขยี นแผนผงั การจดทะเบยี นพระราชบญั ญตั ทิ ะเบยี นพาณชิ ยิ ์ พ.ศ.2499 ของธุรกจิ คา้ ปลกี
และธุรกจิ คา้ ส่ง
2.แสดงตวั อย่างการจดทะเบยี นพาณชิ ยม์ า 1 กจิ การ
3.แสดงตวั อย่างใบทะเบยี นพาณชิ ย์
4.นาาเสนอผลงาน และประเมนิ ผลตามสภาพจรงิ

8..ผเู้ รยี นทากจิ กรรมทไ่ี ดร้ บั มอบหมาย
9.ผเู้ รยี นทาแบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้
10.ครเู น้นใหผ้ เู้ รยี นประยุกตใ์ ชเ้ ศรษฐกจิ พอเพยี งดว้ ยความรอบคอบ ระมดั ระวงั ขอ้ ผดิ พลาดจากการ
หลกั การเศรษฐกจิ พอเพยี ง ทงั้ นเ้ี พอ่ื ฝึกทกั ษะความชานาญใหผ้ เู้ รยี นปฏบิ ตั ไิ ดจ้ รงิ และส่งเสรมิ เพ่อื นาไปประกอบ
วชิ าชพี เพอ่ื เป็นการสร้างภมู ิคมุ้ กนั ที่ดีในตวั เอง

ขนั้ สรปุ และการประยุกต์

11.สรุปกฎหมายและองค์กรท่เี ก่ียวข้องกบั การค้าปลกี และการคา้ ส่ง โดยการถามตอบเป็นกลุ่มและ
รายบคุ คล นอกจากน้ผี เู้ รยี นยงั ทากจิ กรรมระหว่างเรยี นประกอบ

12.ผเู้ รยี นทาแบบประเมนิ ตนเองจากแบบประเมนิ ตนเอง พรอ้ มทากจิ กรรมการเรยี นรู้


96

13.ประเมนิ ผเู้ รยี นตามแบบฟอรม์ ตอ่ ไปน้ี

ช่อื ผเู้ รยี น ประสบการณ์พน้ื ฐานการเรยี นรู้ วธิ กี ารเรยี นรู้
ความรู้ ทกั ษะ ผลงาน

1.

2.

3.

4.

5.

ส่ือและแหลง่ การเรียนรู้

1.หนงั สอื เรยี น วชิ าการคา้ ปลกี และการคา้ สง่ ของสานกั พมิ พเ์ อมพนั ธ์
2.รปู ภาพ
3.กจิ กรรมการเรยี นการสอน
4.ส่อื Power Point
5.อนิ เทอรเ์ นต็

หลกั ฐาน

1.บนั ทกึ การสอนของผสู้ อน
2.ใบเชค็ รายช่อื นักเรยี น
3.แผนจดั การเรยี นรู้
4.การตรวจประเมนิ ผลงานนกั เรยี น

การวดั ผลและการประเมินผล

วิธีวดั ผล
1. สงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล
2. ประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกจิ กรรมกลมุ่
3. สงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกล่มุ
4 ตรวจกจิ กรรมส่งเสรมิ คณุ ธรรมนาความรู้
5. ตรวจกจิ กรรมเสรมิ สรา้ งประสบการณ์
6. ตรวจแบบประเมนิ ผลหลงั การเรยี นรู้
7. การสงั เกตและประเมนิ พฤตกิ รรมดา้ นคณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นยิ ม และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์


97

เคร่ืองมือวดั ผล
1. แบบสงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล
2. แบบประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลุม่ (โดยคร)ู
3. แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกล่มุ (โดยนักเรยี น)
4. แบบประเมนิ กจิ กรรมส่งเสรมิ คณุ ธรรมนาความรู้
5. แบบประเมนิ กจิ กรรมเสรมิ สรา้ งประสบการณ์
6. แบบประเมนิ ผลหลงั การเรยี นรู้
7. แบบประเมนิ คณุ ธรรม จรยิ ธรรม ค่านยิ ม และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ โดยครแู ละผเู้ รยี น

ร่วมกนั ประเมนิ

เกณฑก์ ารประเมินผล
1. เกณฑผ์ ่านการสงั เกตพฤตกิ รรมรายบุคคล ตอ้ งไมม่ ชี ่องปรบั ปรุง
2. เกณฑผ์ า่ นการประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่ คอื ปานกลาง (50 % ขน้ึ ไป)
3. เกณฑผ์ า่ นการสงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกจิ กรรมกลมุ่ คอื ปานกลาง (50% ขน้ึ ไป)
4. ตอบคาถามในกจิ กรรมส่งเสรมิ คณุ ธรรมนาความรจู้ งึ จะถอื วา่ ผา่ น
เกณฑก์ ารประเมนิ มเี กณฑ์ 4 ระดบั คอื 4= ดมี าก, 3 = ด,ี 2 = พอใช้ , 1= ควรปรบั ปรงุ
5. กจิ กรรมเสรมิ สรา้ งประสบการณ์ เกณฑผ์ ่าน คอื 50%
6. แบบประเมนิ ผลหลงั การเรยี นรมู้ เี กณฑผ์ ่าน 50%
7 แบบประเมนิ คุณธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ คะแนนขน้ึ อย่กู บั
การประเมนิ ตามสภาพจรงิ

กจิ กรรมเสนอแนะ

ใหศ้ กึ ษากฎหมายและองคก์ รทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั การคา้ ปลกี และการคา้ ส่ง


98

บนั ทึกหลงั การสอน

ขอ้ สรปุ หลงั การสอน
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
ปัญหาที่พบ
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
แนวทางแกป้ ัญหา
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................

ลงชอ่ื ..........................................ผสู้ อน
(นางสาวณฐั ธยาน์ พมิ พริ ตั น์)

วนั ท.่ี .........เดอื น.....................พ.ศ..............


99

แผนการจดั การเรยี นรแู้ บบบูรณาการท่ี 15 หน่วยที่ 9

รหสั วิชา 20202-2103 การคา้ ปลกี และการคา้ ส่ง (2-2-3) สอนครงั้ ท่ี 15(57-60)
ชือ่ หนว่ ย/เรื่อง กฎหมายและองคก์ รทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั การคา้ ปลกี และการคา้ สง่ จานวน 4 ช.ม.

แนวคิด

โดยทธ่ี รุ กจิ คา้ ปลกี หรอื คา้ สง่ ซง่ึ เป็นภาคเศรษฐกจิ ทส่ี าาคญั ต่อระบบเศรษฐกจิ ของประเทศและ มบี ทบาท
สาาคญั ในการกระจายรายได้ ปัจจุบนั มกี ารขยายตวั ของธุรกจิ คา้ ปลกี หรอื คา้ ส่งสมยั ใหมใ่ น รปู แบบต่างๆ
เป็นจาานวนมาก รวมทงั้ การลดขนาดจากหา้ งคา้ ปลกี หรอื คา้ สง่ สมยั ใหมข่ นาดใหญๆ่ ลงมาเป็นรา้ นคา้ ปลกี คา้ ส่ง
ขนาดเลก็ เพอ่ื หลกี เลย่ี งกฎหมายผงั เมอื งกฎหมายควบคมุ อาคารและเพ่อื ไปแขง่ ขนั โดยตรงกบั รา้ นคา้ ปลกี หรอื
คา้ ส่งรายย่อยดงั้ เดมิ อนั ส่งผลกระทบต่อธรุ กจิ คา้ ปลกี หรอื คา้ ส่งดงั้ เดมิ ทม่ี ขี นาดเลก็ สมควรมกี ารจดั ระเบยี บการ
ประกอบธุรกจิ คา้ ปลกี หรอื คา้ ส่งสมยั ใหมด่ งั กล่าว เพ่อื ใหก้ ารประกอบธุรกจิ คา้ ปลกี หรอื คา้ ส่งทกุ ประเภทดารงอยู่
รว่ มกนั ไดต้ ามสภาพเศรษฐกจิ การคา้ และสภาพแวดลอ้ มในแตล่ ะทอ้ งถนิ่ รวมทงั้ ควรมมี าตรการส่งเสรมิ และ
พฒั นาธรุ กจิ คา้ ปลกี หรอื คา้ ส่งรายยอ่ ยดงั้ เดมิ จงึ จาาเป็นตอ้ งมกี ฎหมายกาากบั ดแู ลอยา่ งใกลช้ ดิ

ผลการเรยี นร้ทู ี่คาดหวงั

1.พระราชบญั ญตั คิ วบคุมอาคาร พ.ศ.2522 (ปรบั ปรงุ 2558)
2.อธบิ ายกฎหมายภาษตี ามประมวลรษั ฎากรได้
3.กฎหมายอ่นื ๆ ทเ่ี กย่ี วขอ้ งในการคา้ ปลกี และการคา้ สง่
4.องคก์ รทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั การคา้ ปลกี และการคา้ สง่
5.มกี ารพฒั นาคุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านยิ ม และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงคข์ องผสู้ าเรจ็ การศกึ ษา
สานักงานคณะกรรมการการอาชวี ศกึ ษา ทค่ี รสู ามารถสงั เกตไดข้ ณะทาการสอนในเรอ่ื ง

5.1 ความมมี นุษยสมั พนั ธ์
5.2 ความมวี นิ ัย
5.3 ความรบั ผดิ ชอบ
5.4 ความซ่อื สตั ยส์ ุจรติ
5.5 ความเชอ่ื มนั ่ ในตนเอง
5.6 การประหยดั
5.7 ความสนใจใฝ่รู้
5.8 การละเวน้ สงิ่ เสพตดิ และการพนัน
5.9 ความรกั สามคั คี
5.10 ความกตญั ญกู ตเวที


100

สมรรถนะรายวิชา

1.แสดงความรเู้ กย่ี วกบั หลกั การกระบวนการคา้ ปลกี และการคา้ สง่
2.ออกแบบโครงสรา้ งของหน่วยงานธุรกจิ คา้ ปลกี และการคา้ ส่ง กฎหมายและองคก์ ารทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั การคา้
ปลกี และการคา้ ส่ง แนวโน้มการคา้ ปลกี และการคา้ สง่
3.วางแผนและดาเนินงานการคา้ ปลกี และการคา้ ส่งตามหลกั การ
4.ประยุกตใ์ ชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศการคา้ ปลกี และการคา้ ส่งตามหลกั การ

สาระการเรียนรู้

1.พระราชบญั ญตั คิ วบคุมอาคาร พ.ศ.2522 (ปรบั ปรงุ 2558)
2.กฎหมายภาษตี ามประมวลรษั ฎากร
3.กฎหมายอ่นื ๆ ทเ่ี กย่ี วขอ้ งในการคา้ ปลกี และการคา้ สง่
4.องคก์ รทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั การคา้ ปลกี และการคา้ สง่

กิจกรรมการเรียนรู้

ขนั้ นาเข้าสู่บทเรียน

1.ครแู ละผเู้ รยี นสนทนาถงึ การกอ่ สรา้ งอาคารรา้ นคา้ หา้ งสรรพสนิ คา้ หรอื อาคารอน่ื ๆ ทจ่ี ะนามาประกอบ
กจิ การคา้ ซง่ึ ตอ้ งมกี ฎหมายเฉพาะเรอ่ื งนนั้ ๆ มารองรบั เพอ่ื ป้องกนั ความผดิ พลาด หรอื ความเสยี หายทเ่ี กดิ จาก
การขออนุญาตกิ ่อสรา้ งอาคาร เป็นตน้

2.ผเู้ รยี นยกตวั อยา่ งอาคารของรา้ นคา้ ต่าง ๆ ทเ่ี คยพบเหน็ วา่ เหมาะสมอย่างไรบา้ ง

ขนั้ สอน

3.ครผู สู้ อนบรรยาย (Lecture) เพอ่ื ช่วยใหน้ ักเรยี นเกดิ การเรยี นรตู้ ามวตั ถุประสงคท์ ก่ี าหนด โดยการพดู
บอก เล่า อธบิ าย ในสงิ่ ทต่ี อ้ งการสอนแก่ผูเ้ รยี น ใหผ้ เู้ รยี นซกั ถาม แลว้ ประเมนิ การเรยี นรขู้ องผเู้ รยี นดว้ ยวธิ ใี ดวธิ ี
หน่งึ ซง่ึ มอี งคป์ ระกอบสาคญั ทข่ี าดไมไ่ ดข้ องวธิ สี อนพระราชบญั ญตั คิ วบคุมอาคาร พ.ศ.2522 (ปรบั ปรงุ 2558)

พระราชบญั ญตั คิ วบคมุ อาคารจะควบคมุ ในเร่อื งต่างๆ ดงั ต่อไปน้ี
1.การสถาปัตยกรรมความสวยงาม ความเป็นระเบยี บเรยี บรอ้ ยของบา้ นเมอื ง
2.ความมงั ่ คงแขง็ แรงของอาคาร
3.ความปลอดภยั ของผอู้ าศยั หรอื ใชอ้ าคาร
4.การป้องกนั อคั คภี ยั ภายในอาคาร
5.การสาธารณสุขและรกั ษาคณุ ภาพสงิ่ แวดลอ้ ม
6.การอาานวยความสะดวกแกก่ ารจราจร


101

4.ครแู ละผเู้ รยี นใชเ้ ทคนคิ วธิ สี อนแบบใชโ้ สตทศั นวสั ดุ (Audio-Visual Meterial of Instruction Method)
เป็นวธิ สี อนทน่ี าอปุ กรณ์โสตทศั น์วสั ดมุ าชว่ ยพฒั นาคุณภาพการเรยี นการสอน โสตทศั น์วสั ดุดงั กล่าว ไดแ้ ก่
Power Point เพ่อื แสดงใหผ้ เู้ รยี นไดเ้ รยี นรูก้ ฎหมายภาษตี ามประมวลรษั ฎากร

5.ครแู ละผเู้ รยี นใชเ้ ทคนคิ วธิ สี อนแบบ Discussion Method การจดั การเรยี นรแู้ บบอภปิ ราย คอื
กระบวนการทผ่ี สู้ อนมงุ่ ใหผ้ เู้ รยี นมโี อกาสสนทนาแลกเปลย่ี นความคดิ เหน็ หรอื ระดมความคดิ ในเร่อื งกฎหมาย
อ่นื ๆ ทเ่ี กย่ี วขอ้ งในการคา้ ปลกี และการคา้ สง่ ซง่ึ อาจจะเป็นเร่อื งหรอื ปัญหาทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั บทเรยี นหรอื ทก่ี ลุ่มมี
ความสนใจร่วมกนั โดยมจี ุดมุ่งหมายเพอ่ื หาคาตอบแนวทางหรอื แกป้ ัญหารว่ มกนั

6.ครแู ละผเู้ รยี นใชเ้ ทคนิควธิ สี อนแบบใชโ้ สตทศั นวสั ดุ (Audio-Visual Meterial of Instruction Method)
เป็นวธิ สี อนทน่ี าอปุ กรณ์โสตทศั น์วสั ดมุ าชว่ ยพฒั นาคณุ ภาพการเรยี นการสอน โสตทศั น์วสั ดุดงั กลา่ ว ไดแ้ ก่
Power Point เพ่อื แสดงใหผ้ เู้ รยี นไดเ้ รยี นรูอ้ งคก์ รทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั การคา้ ปลกี และการคา้ สง่

7.ผเู้ รยี นฝึกทกั ษะปฏบิ ตั ดิ งั น้ี
7.1 เขยี นแผนผงั การจดทะเบยี นหา้ งหุน้ ส่วนและบรษิ ทจากดั ของธุรกจิ คา้ ปลกี และธุรกจิ คา้ ส่งตาม
ประมวล กฎหมายแพง่ และพาณชิ ย์
7.2 แสดงตวั อย่างการจดทะเบยี นหา้ งหนุ้ ส่วนและบรษิ ทั จาากดั มา 1 กจิ การ
7.3 แสดงตวั อย่างหนังสอื บรคิ ณหส์ นธขิ องบรษิ ทั จาากดั
7.4.นาเสนอผลงานและประเมนิ ผลตามสภาพจรงิ
8.ผเู้ รยี นฝึกปฏบิ ตั ดิ งั น้ี


102

8.1 แสดงรปู ภาพภาษปี ้ายบลิ บอรด์ ตามตกึ หรอื ตามทางดว่ นมา 1 ป้าย
8.2 แสดงรปู ภาพป้ายแบบทม่ี อี กั ษรไทยลว้ น (มแี ต่ตวั อกั ษรไทยเท่านนั้ ) มาจานวน 1 ป้าย
8.3 แสดงรปู ภาพป้ายอกั ษรทม่ี อี กั ษรไทยทป่ี นกบั อกั ษรต่างประเทศ ภาพ หรอื เคร่อื งหมายอ่นื ๆ เป็น
ป้ายทม่ี ตี วั อกั ษรภาษาไทย และภาษาอน่ื รวมถงึ รปู ภาพเขา้ ไปผสมได้ แตอ่ กั ษรภาษาไทยทุกตวั บนป้ายนัน้ ตอ้ ง
อยบู่ นสุดและหา้ มอยใู่ นตาแหน่งต่ากว่าอกั ษรภาษาอน่ื ๆ
8.4 ป้ายทไ่ี มม่ อี กั ษรไทยประกอบในป้าย หรอื มตี วั อกั ษรไทยอยตู่ ่ากวา่ ภาษาอ่นื ๆ
8.5 นาเสนอผลงานและประเมนิ ผลตามสภาพจรงิ
9.ผเู้ รยี นฝึกทกั ษะทากจิ กรรมทไ่ี ดร้ บั มอบหมาย
10.ผเู้ รยี นทาแบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้
11.ครเู น้นใหผ้ เู้ รยี นประยกุ ตใ์ ชเ้ ศรษฐกจิ พอเพยี งดว้ ยความรอบคอบ ระมดั ระวงั ขอ้ ผดิ พลาดจากการ
หลกั การเศรษฐกจิ พอเพยี ง ทงั้ น้เี พ่อื ฝึกทกั ษะความชานาญใหผ้ เู้ รยี นปฏบิ ตั ไิ ดจ้ รงิ และส่งเสรมิ เพอ่ื นาไปประกอบ
วชิ าชพี เพอ่ื เป็นการสรา้ งภมู ิคมุ้ กนั ท่ีดีในตวั เอง

ขนั้ สรปุ และการประยุกต์

12.ครสู รปุ บทเรยี น โดยใชส้ ่อื Power Point ประกอบ และอภปิ รายซกั ถามขอ้ สงสยั

13.สรปุ โดยทากจิ กรรมตอ่ เน่อื ง ตอบคาถามจากบทความในกจิ กรรมส่งเสรมิ การเรยี นรู้ และทา

ประสบการณ์การเรยี นรู้ ซง่ึ ครผู สู้ อนพจิ ารณาตามความเหมาะสม

14.ประเมนิ ผเู้ รยี นตามแบบฟอรม์ ตอ่ ไปน้ี

ชอ่ื ผเู้ รยี น ธรรมชาตขิ องผเู้ รยี น วธิ กี ารเรยี นรู้
ความสนใจ สตปิ ัญญา วฒุ ภิ าวะ

1.

2.

3.

4.

5.

แบบประเมนิ ประสบการณ์พน้ื ฐานการเรยี นรู้

ช่อื ผเู้ รยี น ประสบการณ์พน้ื ฐานการเรยี นรู้ วธิ กี ารเรยี นรู้
ความรู้ ทกั ษะ ผลงาน

1.

2.

3.

4.

5.


103

สื่อและแหลง่ การเรยี นรู้

1.หนังสอื เรยี น วชิ าการคา้ ปลกี และการคา้ ส่ง ของสานักพมิ พเ์ อมพนั ธ์
2.รปู ภาพ
3.กจิ กรรมการเรยี นการสอน
4.สอ่ื Power Point
5.อนิ เทอรเ์ นต็

หลกั ฐาน

1.บนั ทกึ การสอนของผสู้ อน
2.ใบเชค็ รายชอ่ื นกั เรยี น
3.แผนจดั การเรยี นรู้
4.การตรวจประเมนิ ผลงานนักเรยี น

การวดั ผลและการประเมินผล

วิธีวดั ผล
1. สงั เกตพฤตกิ รรมรายบุคคล
2. ประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่
3. สงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลุ่ม
4 ตรวจกจิ กรรมสง่ เสรมิ คุณธรรมนาความรู้
5. ตรวจกจิ กรรมเสรมิ สรา้ งประสบการณ์
6. ตรวจแบบประเมนิ ผลหลงั การเรยี นรู้
7. การสงั เกตและประเมนิ พฤตกิ รรมดา้ นคณุ ธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์

เคร่อื งมอื วดั ผล
1. แบบสงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล
2. แบบประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลุ่ม (โดยคร)ู
3. แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลุม่ (โดยนักเรยี น)
4. แบบประเมนิ กจิ กรรมส่งเสรมิ คณุ ธรรมนาความรู้
5. แบบประเมนิ กจิ กรรมเสรมิ สรา้ งประสบการณ์
6. แบบประเมนิ ผลหลงั การเรยี นรู้
7. แบบประเมนิ คุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านยิ ม และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ โดยครแู ละผเู้ รยี น

ร่วมกนั ประเมนิ


104

เกณฑก์ ารประเมินผล
1. เกณฑผ์ า่ นการสงั เกตพฤตกิ รรมรายบุคคล ตอ้ งไมม่ ชี อ่ งปรบั ปรงุ
2. เกณฑผ์ ่านการประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลุ่ม คอื ปานกลาง (50 % ขน้ึ ไป)
3. เกณฑผ์ า่ นการสงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกจิ กรรมกลมุ่ คอื ปานกลาง (50% ขน้ึ ไป)
4. ตอบคาถามในกจิ กรรมส่งเสรมิ คณุ ธรรมนาความรจู้ งึ จะถอื วา่ ผ่าน
เกณฑก์ ารประเมนิ มเี กณฑ์ 4 ระดบั คอื 4= ดมี าก, 3 = ด,ี 2 = พอใช้ , 1= ควรปรบั ปรุง
5. กจิ กรรมเสรมิ สรา้ งประสบการณ์ เกณฑผ์ า่ น คอื 50%
6. แบบประเมนิ ผลหลงั การเรยี นรมู้ เี กณฑผ์ า่ น 50%
7 แบบประเมนิ คุณธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ คะแนนขน้ึ อยกู่ บั
การประเมนิ ตามสภาพจรงิ

กิจกรรมเสนอแนะ

ใหผ้ เู้ รยี นศกึ ษากฏหมายเกย่ี วกบั ภาษปี ้าย เพม่ิ เตมิ


105

บนั ทึกหลงั การสอน

ขอ้ สรปุ หลงั การสอน
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
ปัญหาที่พบ
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
แนวทางแกป้ ัญหา
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................

ลงช่อื ..........................................ผสู้ อน
(นางสาวณฐั ธยาน์ พมิ พริ ตั น์)

วนั ท.่ี .........เดอื น.....................พ.ศ..............


106

แผนการจดั การเรยี นรแู้ บบบรู ณาการที่ 16 หน่วยท่ี 10
สอนครงั้ ที่ 16 (61-64)
รหสั วิชา 20202-2103 การคา้ ปลกี และการคา้ สง่ (2-2-3)
ชือ่ หนว่ ย/เรือ่ ง แนวโน้มการคา้ ปลีกและการคา้ ส่ง จานวน 4 ช.ม.

แนวคิด

การคา้ ปลกี และคา้ สง่ ไทยมกี ารฟ้ืนตวั ขน้ึ ในทกุ หมวดสนิ คา้ แตม่ สี นิ คา้ บางชนดิ ทอ่ี าจจะชะลอตวั ลงบา้ ง
ในชว่ งไตรมาสทผ่ี า่ นมา สง่ ผลให้ GDP ทงั้ ประเทศเตบิ โตขน้ึ ในขณะทภ่ี าคธรุ กจิ คา้ ปลกี มกี ารคา้ การเตบิ โตเพยี ง
เลก็ น้อยเท่านนั้ หากพจิ ารณาขอ้ มลู ยอ้ นหลงั จะพบว่าจานวนนกั ทอ่ งเทย่ี วทเ่ี ดนิ ทางเขา้ ประเทศไทยเพม่ิ ขน้ึ มี
อตั ราเตบิ โต ส่งผลใหร้ ายไดจ้ ากการท่องเทย่ี วมากขน้ึ แตย่ อดขายปลกี และ ขายส่งของสมาคมผคู้ า้ ปลกี ไทยยงั
เตบิ โตคงทส่ี ะทอ้ นถงึ การเตบิ โตทช่ี า้ ของธุรกจิ คา้ ปลกี และคา้ สง่ แมว้ า่ จะเป็นหน่งึ ในธรุ กจิ สาคญั ตอ่ การขบั เคล่อื น
ประเทศ โดยมสี าเหตหุ ลกั มาจากการเผชญิ กบั ขอ้ จากดั และความเสย่ี งของโครงสรา้ งเศรษฐกจิ ประเทศ

ผลการเรียนร้ทู ี่คาดหวงั

1.วเิ คราะหแ์ นวโน้มการปรบั ตวั ของผปู้ ระกอบการคา้ ปลกี และคา้ สง่ ได้
2.วเิ คราะหส์ ถานการณ์ธุรกจิ คา้ ปลกี และคา้ ส่งได้
3.วเิ คราะหแ์ นวโนม้ ธรุ กจิ คา้ ปลกี และคา้ สง่ ได้
4.วเิ คราะหส์ ภาพแวดลอ้ มของการคา้ ปลกี และคา้ ส่งได้
5.ขอ้ เสนอแนะตอ่ ภาครฐั บาลจากสมาคมผคู้ า้ ปลกี ไทยได้
6.มกี ารพฒั นาคณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงคข์ องผสู้ าเรจ็ การศกึ ษา
สานักงานคณะกรรมการการอาชวี ศกึ ษา ทค่ี รสู ามารถสงั เกตไดข้ ณะทาการสอนในเร่อื ง

6.1 ความมมี นุษยสมั พนั ธ์
6.2 ความมวี นิ ัย
6.3 ความรบั ผดิ ชอบ
6.4 ความซ่อื สตั ยส์ จุ รติ
6.5 ความเช่อื มนั ่ ในตนเอง
6.6 การประหยดั
6.7 ความสนใจใฝ่รู้
6.8 การละเวน้ สงิ่ เสพตดิ และการพนนั
6.9 ความรกั สามคั คี
6.10 ความกตญั ญกู ตเวที


107

สมรรถนะรายวิชา

1.แสดงความรเู้ กย่ี วกบั หลกั การกระบวนการคา้ ปลกี และการคา้ สง่
2.ออกแบบโครงสรา้ งของหน่วยงานธุรกจิ คา้ ปลกี และการคา้ ส่ง กฎหมายและองคก์ ารทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั การคา้
ปลกี และการคา้ ส่ง แนวโน้มการคา้ ปลกี และการคา้ ส่ง
3.วางแผนและดาเนินงานการคา้ ปลกี และการคา้ ส่งตามหลกั การ
4.ประยกุ ตใ์ ชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศการคา้ ปลกี และการคา้ ส่งตามหลกั การ

สาระการเรยี นรู้

1.แนวโนม้ การปรบั ตวั ของผปู้ ระกอบการคา้ ปลกี และคา้ สง่
2.สถานการณ์ธรุ กจิ คา้ ปลกี และคา้ ส่ง
3.การวเิ คราะหแ์ นวโน้มธรุ กจิ คา้ ปลกี และคา้ สง่
4.การวเิ คราะหส์ ภาพแวดลอ้ มของการคา้ ปลกี และคา้ ส่ง
5.ขอ้ เสนอแนะตอ่ ภาครฐั บาลจากสมาคมผคู้ า้ ปลกี ไทย

กิจกรรมการเรียนรู้

ขนั้ นาเข้าสู่บทเรยี น

1.ครแู ละผเู้ รยี นสนทนาเร่อื งธรุ กจิ คา้ ส่งและคา้ ปลกี เป็นธรุ กจิ ทม่ี คี วามสาคญั ต่อครวั เรอื น เน่อื งจากเป็น
ธรุ กจิ ทจ่ี าหน่ายสนิ คา้ อาหารและของใชใ้ นชวี ติ ประจาวนั ใหก้ บ้ ผบู้ รโิ ภคขนั้ สุดทา้ ย ซง่ึ มหี ลากหลายประเภทใน
ประเทศไทย ไมว่ ่าจะเป็นรา้ นคา้ ปลกี ขนาดเลก็ หรอื รา้ นโชห่วยทเ่ี น้นขายสนิ คา้ ในชวี ติ ประจาาวนั ไปถงึ รา้ นคา้
ปลกี ขนาดใหญ่หรอื หา้ งสรรพสนิ คา้ ทข่ี ายสนิ คา้ ครบทุกประเภท และจดั แบ่งหมวดหม่ขู องสนิ คา้ อยา่ งชดั เจน

2.ครแู ละผเู้ รยี นยกตวั อยา่ งความเสย่ี งในการดาเนินธุรกจิ คา้ ปลกี และคา้ สง่ ในปัจจบุ นั น้ี

ขนั้ สอน

3.ครแู ละผเู้ รยี นใชเ้ ทคนคิ วธิ สี อนแบบการจดั การเรยี นรแู้ บบอภปิ ราย (Discussion Method) และเลา่
อธบิ ายแสดงสาธติ โดยทผ่ี เู้ รยี นเป็นผฟู้ ัง และเปิดโอกาสใหซ้ กั ถามปัญหาไดบ้ า้ งในตอนทา้ ยของการบรรยาย
เกย่ี วกบั แนวโนม้ การปรบั ตวั ของผปู้ ระกอบการคา้ ปลกี และคา้ สง่

ผปู้ ระกอบการธุรกจิ ภาคการคา้ โดยเฉพาะกลมุ่ ทอ้ งถน่ิ กาลงั เผชญิ กบั ความเสย่ี งกบั การประกอบธุรกจิ
เน่อื งจากเหตผุ ลหลกั 4 ประการ ดงั น้ี

1 กาลงั ซอ้ื ครวั เรอื นทล่ี ดลง
2.ราคาสนิ คา้ เกษตรทล่ี ดลงอยา่ งตอ่ เน่อื ง และอยใู่ นระดบั ต่า
3.การแขง่ ขนั ทเ่ี พม่ิ ขน้ึ ของธุรกจิ จากส่วนกลางทก่ี ระจายเขา้ ส่ทู อ้ งถน่ิ เพม่ิ มากขน้ึ
4.การเขา้ ถงึ เทคโนโลยี


108

4.ครแู ละผเู้ รยี นใชเ้ ทคนคิ การสอนแบบการจดั การเรยี นรแู้ บบอภปิ ราย (Discussion Method) โดยใช้
Power Point เป็นส่อื ในการเรยี นเร่อื งความรเู้ กย่ี วกบั สถานการณ์ธรุ กจิ คา้ ปลกี และคา้ ส่ง


109

5.ครแู ละผเู้ รยี นใชเ้ ทคนคิ วธิ สี อนแบบใชโ้ สตทศั นวสั ดุ (Audio-Visual Material of Instruction Method)
เป็นวธิ สี อนทน่ี าอุปกรณ์โสตทศั น์วสั ดมุ าชว่ ยพฒั นาคณุ ภาพการเรยี นการสอน โสตทศั น์วสั ดดุ งั กลา่ ว ไดแ้ ก่
Power Point เพอ่ื ประกอบการอธบิ ายการวเิ คราะหแ์ นวโน้มธุรกจิ คา้ ปลกี และคา้ สง่


110

6.ครแู ละผเู้ รยี นใชเ้ ทคนิคการสอนแบบสาธติ (Demonstration Method) และใชส้ ่อื VDO เปิดดสู ภาพ
รา้ นคา้ หา้ งสรรพสนิ คา้ และอ่นื ๆ ทเ่ี กย่ี วขอ้ ง เพอ่ื ทาการวเิ คราะหส์ ภาพแวดลอ้ มของการคา้ ปลกี และคา้ ส่ง

7.ครแู ละผเู้ รยี นใชเ้ ทคนิคการสอนแบบใชค้ าถาม (Questioning Method) และใชส้ ่อื Power Point
ประกอบเกย่ี วกบั ขอ้ เสนอแนะตอ่ ภาครฐั บาลจากสมาคมผคู้ า้ ปลกี ไทย เช่น รฐั บาลควรใหค้ วามสาคญั ต่อการ
เตบิ โตของอตุสาหกรรมคา้ ปลกี และคา้ ส่งอย่างชดั เจน หรอื ภาครฐั ตอ้ งสรา้ งแรงจงใู จใหภ้ าคเอกชนในอุตสาหกรรม
คา้ ปลกี และคา้ ส่ง เป็นตน้

8.ครใู ชว้ ธิ กี ารสอนโดยการจดั กล่มุ อภปิ รายแบบถาม-ตอบหรอื ปจุ ฉาวสิ ชั นา (Questioning–Answering)
ประกอบดว้ ย

8.1 สมาชกิ ประมาณ 6-8 คน เป็นผดู้ าเนนิ การอภปิ ราย 1 คน มผี เู้ ชย่ี วชาญหรอื วทิ ยากรทร่ี บั เชญิ มา
ครง่ึ หน่งึ อกี ครง่ึ หน่งึ เป็นตวั แทนจากกลุม่ ผฟู้ ัง ผดู้ าเนนิ การอภปิ รายให้ ผแู้ ทนผฟู้ ังเสนอขอ้ คาถามใหว้ ทิ ยากร
ตอบ และเป็นตวั กลางช่วยเช่อื มโยงและสรปุ ความคดิ เหน็ จดุ ประสงคข์ องกลมุ่ แบบน้ีกค็ อื การชว่ ยใหส้ มาชกิ กล่มุ
เกดิ ความเขา้ ใจในปัญหาหรอื เร่อื งทศ่ี กึ ษาในแงม่ ุมตา่ งๆ ตามความตอ้ งการหรอื ความสนใจของผฟู้ ังอภปิ ราย

8.2 หวั ขอ้ อภปิ ราย ไดแ้ ก่ แนวโน้มการค้าปลีกและการค้าส่ง


111

8.3.กาหนดใหผ้ เู้ รยี นปฏบิ ตั กิ จิ กรรมดงั ต่อไปน้ี
จดั กลมุ่ อภปิ รายแบบปจุ ฉาวสิ ชั นาเรอ่ื งแนวโน้มการคา้ ปลกี และการคา้ ส่ง
แต่ละกลุ่มนารายละเอียดท่ีได้จากการอภิปรายมาสรุปเป็นข้อความรู้ หน้าชนั้ เรยี นเพ่ือให้

เพ่อื นๆ ในชนั้ เรยี นไดร้ ว่ มแสดงความคดิ เหน็
9.ผเู้ รยี นวเิ คราะหร์ า้ นคา้ ปลกี “คา้ ปลกี มนั ่ ใจอนาคตสดใส 7-11 ยอมรบั คนเรม่ิ เขา้ ซ้อื สนิ คา้ น้อยลงทวั่ โลก

แนะตอ้ งปรบั สรู่ า้ นคา้ อจั ฉรยิ ะ คาดวา่ เศรษฐกจิ ส่อสญั ญาณฟ้ืนตวั จดี พี ี พ.ศ.2562-2565 โต 5% จบั ตา 5
ยทุ ธศาสตรค์ า้ ปลกี ไทย เจาะผบู้ รโิ ภคยุค 4.0”

10.ผเู้ รยี นวเิ คราะหป์ ัจจยั ทท่ี าาใหร้ า้ นคา้ ปลกี จาก 9 ปลย่ี นแปลง และควรปรบั ปรงุ อย่างไรใหก้ ลบั มา
เตบิ โตเหมอื นอดตี ทผ่ี า่ นมา

11.ผเู้ รยี นวเิ คราะหแ์ นวโน้มในอนาคต ธุรกจิ จะเป็นอย่างไร
12.ผเู้ รยี นทากจิ กรรมใบงาน
13.ผเู้ รยี นทาแบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้
14.ครสู อนเพม่ิ เตมิ เกย่ี วกบั การทาหน้าทเ่ี ป็นพลเมอื งดขี องสงั คมไทย รจู้ กั เออ้ื เฟ้ือเผอ่ื แผต่ อ่ ผอู้ น่ื

ขนั้ สรปุ และการประเมินผล

15.ครแู ละผเู้ รยี นสรปุ ธรุ กจิ คา้ ปลกี และคา้ สง่ มแี นวโนม้ เตบิ โตอย่างตอ่ เน่อื ง ตามการฟ้ืนตวั ทางเศรษฐกจิ

และกาลงั ซอ้ื ของครวั เรอื น ในขณะทก่ี ารแขง่ ขนั ยงั คงรุนแรง โดยแนวโน้มธรุ กจิ และโอกาสในการทากาไรของ

ผปู้ ระกอบการคา้ ปลกี และคา้ ส่งแต่ละรายกจ็ ะแตกตา่ งกนั ไปดว้ ย

16.ครแู ละผเู้ รยี นสรุปโดยการถามความคดิ เหน็ ของนกั เรยี นเกย่ี วกบั การซอ้ื ขายสนิ คา้ ในรา้ นคา้ ปลกี และ

รา้ คา้ ส่ง ซง่ึ สามารถนาไปประยกุ ตใ์ ชใ้ นชวี ติ ประจาวนั ได้

17.ครูและผู้เรยี นทบทวนบทเรยี น โดยการอธบิ ายซักถาม และให้แต่ละกลุ่มทากิจกรรมส่งเสรมิ การ

เรยี นรู้ โดยร่วมมอื กนั ทากจิ กรรมสง่ ครู

18.ครแู ละผเู้ รยี นรว่ มสรปุ เน้อื หาในหน่วยการเรยี นอกี ครงั้ โดยวธิ ถี าม–ตอบและซกั ถามขอ้ สงสยั ผเู้ รยี น

ทาแบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้ และแบบประเมนิ ตนเอง

ดีมาก ดี พอใช้ ปรบั ปรุง

รายการประเมิน =9-10 =7-8 =5-6 =ตา่ กวา่ 5 คะแนน

คะแนน

1.การกลา่ วนา แนะนาตวั และเพ่อื นรว่ มงาน

2.จุดประสงคใ์ นการทางาน แหลง่ ขอ้ มลู วธิ กี ารทางาน

3.ออกเสยี ง ชดั เจน ถูกตอ้ ง

4.น้าเสยี งเหมาะสม

5.ตวั อย่างประกอบมสี ่อื ชดั เจน

6.ลาดบั ความคดิ ไดด้ ี

7.ทา่ ทางเหมาะสม


112

แบบประเมินประสบการณ์พนื้ ฐานการเรียนรู้

ชอ่ื ผเู้ รยี น ประสบการณ์พน้ื ฐานการเรียนรู้ วธิ กี ารเรยี นรู้
ความรู้ ทกั ษะ ผลงาน

1.

2.

3.

4.

5.

ส่ือและแหลง่ การเรียนรู้

1.หนังสอื เรยี น วชิ าการคา้ ปลกี และการคา้ สง่ ของสานกั พมิ พเ์ อมพนั ธ์
2.รปู ภาพ
3.กจิ กรรมการเรยี นการสอน
4.ส่อื Power Point, VDO
5.อนิ เทอรเ์ นต็

หลกั ฐาน

1.บนั ทกึ การสอนของสถานศกึ ษา
2.ผลงานของนักเรยี น
3.แผนจดั การเรยี นรู้
4.แบบประเมนิ ต่าง ๆ

การวดั ผลและการประเมินผล

วิธีวดั ผล
1. สงั เกตพฤตกิ รรมรายบุคคล
2. ประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลุ่ม
3. สงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกล่มุ
4 ตรวจกจิ กรรมสง่ เสรมิ คุณธรรมนาความรู้
5. ตรวจกจิ กรรมเสรมิ สรา้ งประสบการณ์
6. ตรวจแบบประเมนิ ผลกอ่ น/หลงั การเรยี นรู้
7. การสงั เกตและประเมนิ พฤตกิ รรมดา้ นคุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์


113

เครอื่ งมอื วดั ผล
1. แบบสงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล
2. แบบประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่ (โดยคร)ู
3. แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลุม่ (โดยนักเรยี น)
4. แบบประเมนิ กจิ กรรมส่งเสรมิ คณุ ธรรมนาความรู้
5. แบบประเมนิ กจิ กรรมเสรมิ สรา้ งประสบการณ์
6. แบบประเมนิ ผลกอ่ น/หลงั การเรยี นรู้
7. แบบประเมนิ คุณธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ โดยครแู ละผเู้ รยี น

ร่วมกนั ประเมนิ

เกณฑก์ ารประเมินผล
1. เกณฑผ์ ่านการสงั เกตพฤตกิ รรมรายบุคคล ตอ้ งไมม่ ชี ่องปรบั ปรุง
2. เกณฑผ์ ่านการประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกล่มุ คอื ปานกลาง (50 % ขน้ึ ไป)
3. เกณฑผ์ า่ นการสงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกจิ กรรมกลมุ่ คอื ปานกลาง (50% ขน้ึ ไป)
4. ตอบคาถามในกจิ กรรมสง่ เสรมิ คณุ ธรรมนาความรจู้ งึ จะถอื วา่ ผา่ น
เกณฑก์ ารประเมนิ มเี กณฑ์ 4 ระดบั คอื 4= ดมี าก, 3 = ด,ี 2 = พอใช้ , 1= ควรปรบั ปรงุ
5. กจิ กรรมเสรมิ สรา้ งประสบการณ์ เกณฑผ์ า่ น คอื 50%
6. แบบประเมนิ ผลกอ่ น/หลงั การเรยี นรมู้ เี กณฑผ์ า่ น 50%
7 แบบประเมนิ คณุ ธรรม จรยิ ธรรม ค่านยิ ม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ คะแนนขน้ึ อย่กู บั
การประเมนิ ตามสภาพจรงิ

กจิ กรรมเสนอแนะ

1.ทากจิ กรรมใบงานและแบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้
2.วางแผนการวเิ คราะหแ์ นวโนม้ การคา้ ปลกี และการคา้ สง่


114

บนั ทึกหลงั การสอน

ขอ้ สรปุ หลงั การสอน
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
ปัญหาท่ีพบ
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
แนวทางแกป้ ัญหา
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................

ลงชอ่ื ..........................................ผสู้ อน
(นางสาวณฐั ธยาน์ พมิ พริ ตั น์)

วนั ท.่ี .........เดอื น.....................พ.ศ..............


115

แผนการจดั การเรียนรูแ้ บบบูรณาการท่ี 17 หน่วยที่ 11

รหสั วิชา 20202-2103 การคา้ ปลกี และการคา้ ส่ง (2-2-3) สอนครงั้ ท่ี 17 (65-68)
ชื่อหนว่ ย/เรือ่ ง เทคโนโลยีสารสนเทศการคา้ ปลีกและการคา้ ส่ง จานวนชวั ่ โมง 4 ช.ม.

แนวคิด

ปัจจบุ นั มกี ารจดั รา้ นคา้ ปลกี รปู แบบใหม่ โดยใชเ้ ทคโนโลยชี ว่ ยอานวยความสะดวกดา้ นการเลอื กซ้อื สนิ คา้
การตรวจสอบและรบั ชาระคา่ สนิ คา้ ซง่ึ เป็นการลดกระบวนการซอ้ื และลดระยะเวลาการรอคอย บางครงั้ อาจลด
จานวนพนกั งานขายกไ็ ด้ เชน่ จดั หาคอมพวิ เตอรแ์ บบมอื ถอื สาหรบั ลกู คา้ คน้ หาขอ้ มลู สนิ คา้ ภายในรา้ น หรอื
เปรยี บเทยี บราคาสนิ คา้ กบั ค่แู ขง่ ขนั หรอื อาจตดิ ตงั้ เคร่อื งรบั ชาระคา่ สนิ คา้ อตั โิ นมตั ภิ ายในรา้ นคา้ ใหล้ ูกคา้ ชาระค่า
ซอ้ื สนิ คา้ ดว้ ยตนเอง

ผลการเรียนรทู้ ี่คาดหวงั

1.อธบิ ายความหมายและลกั ษณะสาคญั ของเทคโนโลยสี ารสนเทศการคา้ ปลกี และการคา้ ส่งได้
2.บอกววิ ฒั นาการเทคโนโลยใี นปัจจบุ นั ได้
3.ประยุกตใ์ ชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศในธุรกจิ คา้ ปลกี และคา้ สง่ ได้
4..มกี ารพฒั นาคณุ ธรรม จรยิ ธรรม ค่านยิ ม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงคข์ องผสู้ าเรจ็ การศกึ ษา
สานกั งานคณะกรรมการการอาชวี ศกึ ษา ทค่ี รสู ามารถสงั เกตไดข้ ณะทาการสอนในเรอ่ื ง

4.1 ความมมี นุษยสมั พนั ธ์
4.2 ความมวี นิ ยั
4.3 ความรบั ผดิ ชอบ
4.4 ความซ่อื สตั ยส์ ุจรติ
4.5 ความเช่อื มนั ่ ในตนเอง
4.6 การประหยดั
4.7 ความสนใจใฝ่รู้
4.8 การละเวน้ สง่ิ เสพตดิ และการพนัน
4.9 ความรกั สามคั คี
4.10 ความกตญั ญกู ตเวที

สมรรถนะรายวิชา

1.แสดงความรเู้ กย่ี วกบั หลกั การกระบวนการคา้ ปลกี และการคา้ สง่
2.ออกแบบโครงสรา้ งของหน่วยงานธุรกจิ คา้ ปลกี และการคา้ ส่ง กฎหมายและองคก์ ารทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั การคา้
ปลกี และการคา้ ส่ง แนวโน้มการคา้ ปลกี และการคา้ ส่ง
3.วางแผนและดาเนินงานการคา้ ปลกี และการคา้ ส่งตามหลกั การ
4.ประยุกตใ์ ชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศการคา้ ปลกี และการคา้ สง่ ตามหลกั การ


116

สาระการเรยี นรู้

1.ความหมาย และลกั ษณะสาคญั ของเทคโนโลยสี ารสนเทศการคา้ ปลกี และการคา้ สง่
2.ววิ ฒั นาการเทคโนโลยใี นปัจจบุ นั
3.การประยุกตใ์ ชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศในธรุ กจิ คา้ ปลกี และคา้ สง่

กิจกรรมการเรียนรู้

ขนั้ นาเข้าสู่บทเรยี น

1.ครแู ละผเู้ รยี นสนทนาถงึ เทคโนโลยสี ารสนเทศการคา้ ปลกี และการคา้ ส่งเป็นการนาความรวู้ ทิ ยาการ
และประสบการณ์ตา่ งๆ มาประยุกตใ์ ชเ้ พ่อื ช่วยในการจาหน่ายสนิ คา้ และบรกิ าร รวมทงั้ การคดิ คน้ หาวธิ กี าร
นาเสนอผลติ ภณั ฑใ์ หม่ๆ เพอ่ื การคา้ ปลกี และการคา้ ส่งมปี ระสทิ ธภิ าพยง่ิ ขน้ึ

2.ครกู ลา่ วเพมิ่ เตมิ ว่าเทคโนโลยยี ่อมมปี ระโยชน์ต่อการพฒั นาประเทศชาตใิ หเ้ จรญิ กา้ วหน้าไดแ้ ต่
เทคโนโลยสี ารสนเทศเป็นเร่อื งทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั วถิ คี วามเป็นอย่ขู องสงั คมมาก

ขนั้ สอน

3.ครูใชว้ ธิ กี ารสอนแบบ Jigsaw โดยใหผ้ ูเ้ รยี นแบ่งกลุ่มออกเป็นกลุ่มย่อย กลุ่มละ 4 คน เลอื กประธาน
และเลขานุการ สมาชกิ ในแต่ละกล่มุ มคี วามสามารถแตกต่างกนั ในแตล่ ะกลมุ่ ตงั้ ชอ่ื วา่ เป็นกลุ่มบา้ น

กลุ่มบา้ น ก
กลุม่ บา้ น ข
กลุ่มบา้ น ค
สมาชกิ ทงั้ 4 คน ในแต่ละกลมุ่ บา้ นยอ่ ยๆ นนั้ จะไดร้ บั ใบงานไปปฏบิ ตั เิ หมอื นกนั ดงั น้ี
สมาชกิ คนท่ี 1 ในกลุม่ ก ,ข , ค ใบงานที่ ① เรอ่ื ง ความหมาย และลกั ษณะสาคญั ของเทคโนโลยี

สารสนเทศการคา้ ปลกี และการคา้ ส่ง
สมาชกิ คนท่ี 2 ในกลมุ่ ก ,ข , ค ใบงานท่ี ② เร่อื งววิ ฒั นาการเทคโนโลยใี นปัจจบุ นั
สมาชกิ คนท่ี 3 ในกลุ่ม ก ,ข , ค ใบงานที่ ③ เรอ่ื งการประยกุ ตใ์ ชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศในธุรกจิ

คา้ ปลกี และคา้ ส่ง
เม่ือได้รบั ใบงานครบ ครูให้ผู้เรยี นท่ีได้รบั ใบงานเร่อื งเดยี วกนั เข้ารวมกลุ่มกัน เรียกช่ือใหม่ว่ากลุ่ม
ผเู้ ชย่ี วชาญ แตล่ ะกลุม่ ใน 3 กลุ่ม เลอื กประธานและเลขานุการ
ผเู้ รยี นกลุ่มผูเ้ ช่ยี วชาญแต่ละกลุ่มทากิจกรรมท่กี าหนดในใบงาน โดยร่วมกนั คน้ ควา้ อภิปรายแสดงความ
คดิ เหน็ หาขอ้ สรปุ และบนั ทกึ ในใบงานของตน ประธานกลุ่มสงั เกตพฤตกิ รรมการทากจิ กรรมกลุม่ ของสมาชกิ
4.ครแู ละผเู้ รยี นใชเ้ ทคนิคการสอนแบบใชค้ าถาม (Questioning Method) และใชส้ อ่ื Power Point
ประกอบเกย่ี วกบั ความหมาย และลกั ษณะสาคญั ของเทคโนโลยสี ารสนเทศการคา้ ปลกี และการคา้ สง่ และแสดง
รปู ภาพประกอบ
5.ครูและผเู้ รยี นใช้เทคนิคการสอนแบบ Discussion Method การจดั การเรยี นรแู้ บบอภปิ ราย โดยฉาย
VDO ประกอบเพ่อื ศกึ ษาววิ ฒั นาการเทคโนโลยใี นปัจจุบนั


117
6.ครูและผู้เรยี นใช้เทคนิคการสอนแบบสาธติ (Demonstration Method) และใช้อินเทอร์เน็ตค้นคว้า
รา้ นคา้ ต่างๆ ทม่ี กี ารประยุกตใ์ ชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศในธุรกจิ คา้ ปลกี และคา้ ส่ง เชน่ การใช้ Facebook Page
สาหรบั หน้ารา้ นในการสง่ เสรมิ การตลาด และขายสนิ คา้ รา้ นคา้ ปลกี และคา้ สง่ เป็นตน้

7.ครแู ละผเู้ รยี นใชเ้ ทคนิควธิ สี อนแบบใชโ้ สตทศั นวสั ดุ (Audio-Visual Meterial of Instruction Method)
เป็นวิธสี อนท่ีนาอุปกรณ์โสตทศั น์วสั ดุมาช่วยพฒั นาคุณภาพการเรยี นการสอน โสตทศั น์วสั ดุดงั กล่าว ได้แก่
Power Point เพอ่ื อธบิ ายการใช้ Line@ ในการทาการตลาดออนไลน์


118

8.ครแู ละผเู้ รยี นใชเ้ ทคนคิ แบบ Demonstration Method การจดั การเรยี นรแู้ บบสาธติ และครยู กตวั อยา่ ง
การใช้ Google Form ในการทาาแบบสอบถาม เพอ่ื ใหผ้ เู้ รยี นไดม้ สี ่วนรว่ มในการแสดงความคดิ เหน็ ร่วมกนั

9.ผเู้ รยี นฝึกทกั ษะปฏบิ ตั กิ จิ กรรมดงั น้ี
9.1 ใช้ Facebook ทาการตลาด โดยคน้ หาสนิ คา้ ทส่ี นใจจากรา้ นคา้ ปลกี หรอื คา้ สง่
9.2 แสดงความคดิ เหน็ และแชรร์ ปู ภาพรา้ นคา้ ปลกี และคา้ ส่ง
9.3 แสดงใหเ้ หน็ ว่ามเี พ่อื นสนใจรปู ภาพทแ่ี ชร์โดยเพ่อื นมกี ารกดแชร์
9.4 Capture รปู ภาพหน้าจอของงานทม่ี อบหมาย
9.5 ประเมนิ ผลตามสภาพจรงิ

10.ผเู้ รยี นฝึกทกั ษะปฏบิ ตั กิ จิ กรรมดงั น้ี
10.1 ใหใ้ ชเ้ คร่อื งมอื ทางการตลาดตอ่ ไปน้ี เพ่อื จาาหน่ายสนิ คา้ ในรา้ นคา้ ปลกี และรา้ นคา้ สง่ โดย

เลอื กชนิดและประเภทของสนิ คา้ ทจ่ี าหน่ายตามความชอบและสนใจ
การใช้ Line@ ในการทาการตลาดออนไลน์
E-MarketPlace สาหรบั จาหน่ายสนิ คา้ ออนไลน์

10.2 ใช้ Google Form ทาแบบสอบถามความคดิ เหน็ ความพงึ พอใจ หรอื เร่อื งใดเร่อื งหน่ึงจากขอ้ ้ 1
10.3 ใชโ้ ปรแกรม Google Docs เพอ่ื จดั ทาาเอกสารทเ่ี กย่ี วขอ้ ง
10.4 ใชโ้ ปรแกรม Google Sheets เพ่อื ทาตารางงานทเ่ี กย่ี วขอ้ ง
10.5 ใชโ้ ปรแกรม Google Slides เพอ่ื นาเสนองานทเ่ี กย่ี วขอ้ ง
10.6.นาสง่ และประเมนิ ผลตามสภาพจรงิ
11.ผเู้ รยี นอ่านและแปลคาศพั ท์
12.ผเู้ รยี นฝึกทกั าษะทากจิ กรรมทไ่ี ดร้ บั มอบหมาย
13.ผเู้ รยี นทาแบบประเมนิ ผลกาเรยี นรู้
14.ครแู นะนาใหผ้ เู้ รยี นมกี ารใชจ้ า่ ยของครอบครวั ว่ามรี ายจ่ายสมดุลกบั รายรบั และใชจ้ ่ายอยา่ งมเี หตผุ ล
ตามความจาเป็น พอเหมาะกบั สภาพครอบครวั หรอื ไม่ หากสามารถปรบั เปลย่ี นพฤตกิ รรมการบรโิ ภค เพอ่ื ลด
รายจ่ายทไ่ี ม่จาเป็นเกนิ ตนได้ จะชว่ ยใหม้ เี งนิ เกบ็ ออมเพ่อื เป็นรากฐานสรา้ งภมู คิ มุ้ กนั ทดี ใี นชวี ติ ได้


119

ขนั้ สรปุ และการประยุกต์

15.ผเู้ รยี นแต่ละคนในกลุ่มผเู้ ชย่ี วชาญกลบั มายงั กล่มุ เดมิ คอื กลุ่มบา้ น ก ,ข ,ค แลว้ ผลดั เปลย่ี นกนั

อธบิ ายเรอ่ื งทต่ี นคน้ ควา้ และไดข้ อ้ สรปุ มาใหเ้ พ่อื นสมาชกิ ในกลมุ่ ฟัง

16.ครสู งั เกตพฤตกิ รรมกลุม่

17.จดั กจิ กรรมต่อเน่อื ง โดยใหา้ อา่ นเน้อื หาแลว้ วเิ คราะหส์ รุปผล

18.ผเู้ รยี นทาแบบประเมนิ ตนเองจากแบบประเมนิ ตนเอง รวมทงั้ กจิ กรรมการจดั ประสบการณ์การเรยี นรู้

ช่อื ผเู้ รยี น ธรรมชาตขิ องผเู้ รยี น วธิ กี ารเรยี นรู้
ความสนใจ สตปิ ัญญา วฒุ ภิ าวะ

1.

2.

3.

4.

5.

แบบประสบการณ์พน้ื ฐานการเรยี นรู้

ชอ่ื ผเู้ รยี น ประสบการณ์พน้ื ฐานการเรยี นรู้ วธิ กี ารเรยี นรู้
ความรู้ ทกั ษะ ผลงาน

1.

2.

3.

4.

5.

ส่ือและแหล่งการเรียนรู้

1.หนังสอื เรยี น วชิ าการคา้ ปลกี และการคา้ ส่ง ของสานกั พมิ พเ์ อมพนั ธ์
2.รปู ภาพ
3.กจิ กรรมการเรยี นการสอน
4.สอ่ื Power Point, VDO
5.อนิ เทอรเ์ นต็

หลกั ฐาน

1.บนั ทกึ การสอนของสถานศกึ ษา
2.ผลงานของนักเรยี น
3.แผนจดั การเรยี นรู้
4.แบบประเมนิ ตา่ ง ๆ


120

การวดั ผลและการประเมินผล

วิธีวดั ผล
1. สงั เกตพฤตกิ รรมรายบุคคล
2. ประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกจิ กรรมกลมุ่
3. สงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกล่มุ
4 ตรวจกจิ กรรมสง่ เสรมิ คณุ ธรรมนาความรู้
5. ตรวจกจิ กรรมเสรมิ สรา้ งประสบการณ์
6. ตรวจแบบประเมนิ ผลก่อน/หลงั การเรยี นรู้
7. การสงั เกตและประเมนิ พฤตกิ รรมดา้ นคุณธรรม จรยิ ธรรม คา่ นยิ ม และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์

เครือ่ งมอื วดั ผล
1. แบบสงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล
2. แบบประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่ (โดยคร)ู
3. แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกล่มุ (โดยนกั เรยี น)
4. แบบประเมนิ กจิ กรรมสง่ เสรมิ คณุ ธรรมนาความรู้
5. แบบประเมนิ กจิ กรรมเสรมิ สรา้ งประสบการณ์
6. แบบประเมนิ ผลกอ่ น/หลงั การเรยี นรู้
7. แบบประเมนิ คุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านยิ ม และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ โดยครแู ละผเู้ รยี น

ร่วมกนั ประเมนิ

เกณฑก์ ารประเมินผล
1. เกณฑผ์ า่ นการสงั เกตพฤตกิ รรมรายบุคคล ตอ้ งไมม่ ชี ่องปรบั ปรงุ
2. เกณฑผ์ า่ นการประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกจิ กรรมกล่มุ คอื ปานกลาง (50 % ขน้ึ ไป)
3. เกณฑผ์ า่ นการสงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่ คอื ปานกลาง (50% ขน้ึ ไป)
4. ตอบคาถามในกจิ กรรมสง่ เสรมิ คณุ ธรรมนาความรจู้ งึ จะถอื วา่ ผา่ น
เกณฑก์ ารประเมนิ มเี กณฑ์ 4 ระดบั คอื 4= ดมี าก, 3 = ด,ี 2 = พอใช้ , 1= ควรปรบั ปรุง
5. กจิ กรรมเสรมิ สรา้ งประสบการณ์ เกณฑผ์ า่ น คอื 50%
6. แบบประเมนิ ผลก่อน/หลงั การเรยี นรมู้ เี กณฑผ์ า่ น 50%
7 แบบประเมนิ คณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นยิ ม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ คะแนนขน้ึ อย่กู บั
การประเมนิ ตามสภาพจรงิ

กิจกรรมเสนอแนะ

ทากจิ กรรมใบงานและแบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้


121

บนั ทึกหลงั การสอน

ขอ้ สรปุ หลงั การสอน
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
ปัญหาที่พบ
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
แนวทางแกป้ ัญหา
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................

ลงช่อื ..........................................ผสู้ อน
(นางสาวณฐั ธยาน์ พมิ พริ ตั น์)

วนั ท.่ี .........เดอื น.....................พ.ศ..............


122

แผนการจดั การเรียนรูแ้ บบบรู ณาการที่ 18 หน่วยที่ -

รหสั วิชา 20202-2103 การคา้ ปลกี และการคา้ สง่ (2-2-3) สอนครงั้ ที่ 18 (69-72)
ชื่อหนว่ ย/เรื่อง ทบทวน/สอบปลายภาคเรยี น จานวนชวั ่ โมง 4 ช.ม.

แนวคิด

จากการทผ่ี เู้ รยี นไดศ้ กึ ษาวชิ าการคา้ ปลกี และการคา้ ส่ง ซง่ึ ไดร้ บั ความรคู้ วามเขา้ ใจ และเกดิ ทกั ษะการฝึก
ปฏบิ ตั กิ จิ กรรมการเรยี นโดยเน้นผเู้ รยี นเป็นศนู ยก์ ลาง ใหผ้ เู้ รยี นฝึกคดิ เพอ่ื ใหส้ อดคลอ้ งกบั พระราชบญั ญตั ิ
การศกึ ษาแหง่ ชาติ โดยยดึ หลกั การนาไปใชใ้ หเ้ กดิ ไปประโยชน์ในการพฒั นาสงั คม พรอ้ มทงั้ นาหลกั คุณธรรม
จรยิ ธรรม ค่านยิ ม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงคข์ องผสู้ าเรจ็ การศกึ ษา สานักงานคณะกรรมการการอาชวี ศกึ ษา
มาประยุกตใ์ ชก้ บั กจิ กรรมการเรยี นอย่างเหมาะสม

ผลการเรียนรูท้ ีค่ าดหวงั

1. นาเร่อื งทท่ี บทวนตามเน้อื หาวชิ าไปใชป้ ระโยชน์ได้
2. แจง้ คะแนนระหวา่ งภาคเรยี นใหผ้ เู้ รยี น
3. แกป้ ัญหาการเรยี นของผเู้ รยี นได้
4. นักเรยี นนาความรทู้ ศ่ี กึ ษามาไปสอบปลายภาคเรยี นได้
5.มกี ารพฒั นาคุณธรรม จรยิ ธรรม คา่ นยิ ม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงคข์ องผสู้ าเรจ็ การศกึ ษา
สานกั งานคณะกรรมการการอาชวี ศกึ ษา ทค่ี รสู ามารถสงั เกตไดข้ ณะทาการสอนในเร่อื ง

5.1 ความมมี นุษยสมั พนั ธ์
5.2 ความมวี นิ ัย
5.3 ความรบั ผดิ ชอบ
5.4 ความซ่อื สตั ยส์ จุ รติ
5.5 ความเช่อื มนั ่ ในตนเอง
5.6 การประหยดั
5.7 ความสนใจใฝ่รู้
5.8 การละเวน้ สงิ่ เสพตดิ และการพนนั
5.9 ความรกั สามคั คี
5.10 ความกตญั ญกู ตเวที

สมรรถนะรายวิชา

1.แสดงความรเู้ กย่ี วกบั หลกั การกระบวนการคา้ ปลกี และการคา้ สง่
2.ออกแบบโครงสรา้ งของหน่วยงานธุรกจิ คา้ ปลกี และการคา้ ส่ง กฎหมายและองคก์ ารทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั การคา้
ปลกี และการคา้ ส่ง แนวโน้มการคา้ ปลกี และการคา้ ส่ง
3.วางแผนและดาเนินงานการคา้ ปลกี และการคา้ ส่งตามหลกั การ
4.ประยกุ ตใ์ ชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศการคา้ ปลกี และการคา้ สง่ ตามหลกั การ


123

สาระการเรยี นรู้

1. ทบทวนเน้อื หาวชิ าทไ่ี ดศ้ กึ ษามาแบบยอ่
2. รวบรวมคะแนนระหวา่ งภาคเรยี น
3. ปัญหาการเรยี นของผเู้ รยี น
4. สอบปลายภาคเรยี น

กิจกรรมการเรียนรู้

1.ครแู จง้ ใหผ้ เู้ รยี นทราบคะแนนระหวา่ งภาค และกลางภาค จุดประสงคท์ ผ่ี เู้ รยี นยงั ไมไ่ ดป้ ฏบิ ตั ิ หรอื ไม่
ผา่ น หรอื ไมไ่ ดส้ อบ ใหผ้ เู้ รยี นดาเนนิ การโดยพบครผู สู้ อนกาหนดวนั เวลาทจ่ี ะปฏบิ ตั หิ รอื สอบ หรอื เรยี นเพม่ิ เตมิ

2.ผเู้ รยี นเขา้ ใจจดุ ประสงคก์ ารสอบปลายภาคว่ามเี ร่อื งใดบา้ ง ถา้ ไมเ่ ขา้ ใจเร่อื งใดกใ็ หซ้ กั ถาม
3.ครแู ละผเู้ รยี นรว่ มกนั ทบทวนบทเรยี นทผ่ี า่ นมา โดยใชผ้ งั มโนทศั น์ หรอื แผนทค่ี วามคดิ

สอ่ื และแหล่งการเรยี นรู้

1.ขอ้ มลู การเกบ็ คะแนนของผรู้ ยี น
2.จดุ ประสงคก์ ารสอบปลายภาค

หลกั ฐาน

1.ใบเชค็ รายชอ่ื เขา้ หอ้ งเรยี น และเขา้ หอ้ งสอบ
2.ขอ้ สอบ
3.เอกสารในการสอบตา่ ง ๆ

การวดั ผลและการประเมินผล

เป็นไปตามเกณ์ทไ่ี ดแ้ จง้ ไวใ้ นแผนการจดั การเรยี นรสู้ ปั ดาหท์ ่ี 1-18

กิจกรรมเสนอแนะ
แจง้ การประเมนิ ผลนกั เรยี นทต่ี ดิ ร, มส


124

บนั ทึกหลงั การสอน

ขอ้ สรปุ หลงั การสอน
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
ปัญหาท่ีพบ
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
แนวทางแกป้ ัญหา
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................

ลงชอ่ื ..........................................ผสู้ อน
(นางสาวณฐั ธยาน์ พมิ พริ ตั น์)

วนั ท.่ี .........เดอื น.....................พ.ศ..............


123

ภาคผนวก


124

แฟ้มสะสมงาน

ประเมินจากผลงานทีผ่ ูเ้ รยี นจดั ทำและนำมาจดั เก็บไวใ้ นแฟ้ม แฟ้มนนั้ จะประกอบด้วย
1. ปก
2. คำนำ
3. ขอ้ มลู สว่ นตัว
4. สารบญั
5. จุดประสงค์
6. เกณฑ์การประเมินงาน
7. งานท้งั หมด
8. แบบทดสอบต่างๆ
9. งานที่มอบหมาย/ใบงาน
10. การประเมนิ ตนเอง/เพือ่ น/ผู้สอน/ผู้ปกครอง
11. ความคดิ เหน็ ต่อวิชา

ตวั อยา่ งข้อมลู ส่วนตวั

1. ช่ือ………………………………………………………………………………………………………

2. เกดิ วันท…ี่ ………………………เดือน…………………………………พ.ศ. ………………………

3. ช่อื บดิ า…………………………………………ช่ือมารดา……………………………………………

พ…ี่ …………………………………………คน นอ้ ง…………………………………………คน

4. ทีอ่ ยู่……………………………………………………………………………………………………

5. วชิ าท่ชี อบ………………………………………………………………………………………………

6. กิจกรรมท่ีชอบ…………………………………………………………………………………………

7. สิง่ ท่ปี ระทับใจในการเรียน……………………………………………………………………………

8. รางวัลทเี่ คยไดร้ ับ………………………………………………………………………………………

9. ความสามารถพเิ ศษ……………………………………………………………………………………

10. อุดมคตขิ องการทำงาน…………………………………………………………………………………

11. ผลงานทีส่ ะสม…………………………………………………………………………………………

หมายเหตุ สะสมงานได้ทุกหน่วย ผเู้ รียนนำผลงานทพ่ี อใจใส่แฟ้มสะสมไว้


125

ภาคผนวก ก

ตัวอยา่ ง
แบบสงั เกตพฤติกรรมรายบคุ คล

พฤติกรรม

ลำดับ ช่อื -สกุล ความสนใจ การแสดง การตอบ การรบั ฟงั ทำงาน รวม
ท่ี ความคิดเหน็ คำถาม ความคิดเหน็ ตามทไี่ ด้รบั

มอบหมาย

1 2 3 4 1 2 3 4 1 2 3 4 1 2 3 4 1 2 3 4 20

ลงช่อื ……………………………….ผ้สู ังเกต
(………………………….……)
…………/…………/………..

เกณฑ์การใหค้ ะแนน ระดบั คุณภาพของแตล่ ะพฤตกิ รรมดงั น้ี
ดมี าก = 4 (เกณฑ์ระหว่าง 90 - 100%)
ดี = 3 (เกณฑ์ระหวา่ ง 70 - 89%)
ปานกลาง = 2 (เกณฑ์ระหว่าง 50 - 69% )
ปรับปรงุ = 1 (เกณฑ์ต่ำกว่า 50 %)

หมายเหตุ : ใช้แบบประเมนิ นี้ทกุ แผนการจัดการเรยี นรู้


126

ภาคผนวก ข

ตวั อยา่ ง
แบบประเมนิ พฤตกิ รรมการเข้ารว่ มกจิ กรรมกลมุ่

กลุม่ ท่ี………..ชน้ั /แผนก……………….

คำช้ีแจง 1.ใหส้ งั เกตพฤติกรรมของนกั เรยี นตามทก่ี ำหนด

ลำดับ 2. ให้ผสู้ อนประเมินและใส่เครอ่ื งหมาย  ลงในชอ่ งท่ตี รงกบั พฤติกรรมของนกั เรยี นแต่ละกลุ่ม
ที่
พฤติกรรม

หวั ข้อเรอ่ื ง ความ การแสดง ความตงั้ ใจ ทำงานเสรจ็ การนำเสนอ รวม
ร่วมมอื กัน ความคิดเหน็ ในการ ตามเวลา ผลงาน 20
ทำงาน

12341234123412341234

เกณฑก์ ารให้คะแนน (เกณฑ์ 90 - 100% หรอื ปฏิบตั บิ อ่ ยครั้ง)
(เกณฑ์ 70 - 89% หรือปฏบิ ตั บิ างคร้ัง)
ดีมาก = 4 (เกณฑ์ 50 - 69% หรือปฏบิ ัตคิ รงั้ เดียว)
ดี = 3 (ต่ำกวา่ 50 % หรอื ไม่ปฏบิ ตั ิเลย)
ปานกลาง = 2
ปรับปรงุ = 1

ลงช่ือ…………………………….ผ้ปู ระเมนิ
(……..……………………..)
………./………../.……….


127

ภาคผนวก ค

ตัวอยา่ ง
แบบสังเกตพฤติกรรมการเข้ารว่ มกจิ กรรมกลุ่ม

กลุม่ เชยี่ วชาญท…ี่ ..……..ช้ัน/แผนก……………….

คำช้แี จง 1. ใหป้ ระธานกลุม่ สงั เกตพฤติกรรมสมาชกิ ในกลมุ่ ตามท่ีกำหนด

ลำดบั 2. ใหป้ ระธานกลุม่ ประเมนิ และใสเ่ ครอ่ื งหมาย  ลงในช่องท่ีตรงกับพฤตกิ รรมของสมาชกิ ในกลุม่
ที่
พฤตกิ รรม

ชือ่ -สกุล ความ การแสดง การรบั ฟงั ความตงั้ ใจ การมีสว่ น- รวม
สมาชิกกลุ่ม รว่ มมอื กนั ความคิดเหน็ ความคิดเห็น ในการ รว่ มในการ
ทำงาน อภิปราย

1 2 3 4 1 2 3 4 1 2 3 4 1 2 3 4 1 2 3 4 20

เกณฑก์ ารให้คะแนน (เกณฑร์ ะหวา่ ง 90 - 100% หรือปฏบิ ตั ิบ่อยคร้ัง)
ดีมาก = 4 (ในเกณฑ์ระหวา่ ง 70 - 89% หรือปฏิบัติบางครัง้ )
ดี = 3 (เกณฑร์ ะหว่าง 50 - 69% หรอื ปฏิบตั คิ รัง้ เดียว)
ปานกลาง = 2 (เกณฑต์ ำ่ กว่า 50 % หรอื ไมป่ ฏบิ ตั เิ ลย)
ปรบั ปรุง = 1

ลงชอื่ …………………………….ผู้สังเกต
(……..………………….…..)
…….…./………../.……….


128

ภาคผนวก ง

ตวั อย่าง
แบบประเมนิ
คณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นยิ ม และคณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์

ชอ่ื ผูป้ ระเมนิ /กลมุ่ ประเมนิ …………………………………………………………………………………………..

ชอื่ กลมุ่ รบั การประเมนิ ………………………………………………………………………………………………

ประเมินผลครัง้ ท…ี่ ………………....…….. วันท่ี ……………..…. เดือน ………..………. พ.ศ. ……...….…..

เรื่อง…………………………………………………………………………………………………………………….

ที่ คุณลักษณะ/พฤติกรรมบง่ ช้ี ระดับพฤตกิ รรม คะแนนทไี่ ด้
เกิด= 1 ควรปรับปรงุ = 0

1 ความมมี นษุ ยสมั พันธแ์ สดง: กริ ิยาท่าทางสภุ าพต่อผอู้ ื่น

2 ความมวี นิ ยั :ปฏิบัติตามกฎระเบยี บ ข้อบงั คับ และขอ้ ตกลงตา่ งๆ

ของสถาบนั การศึกษา ไดแ้ ก่ แต่งกายถกู ต้องตามระเบยี บ

ขอ้ บงั คับ ตรงต่อเวลา

3 ความรบั ผดิ ชอบ: มกี ารเตรยี มความพรอ้ มในการเรียน

4 ความซือ่ สตั ย์สจุ ริง :พดู ความจรงิ

5
ความเชื่อมัน่ ในตนเอง: กล้าแสดงออกในสิ่งทถ่ี กู ต้อง

6
การประหยัด: ใช้วสั ดุถูกต้องและเหมาะสมกับงาน

7 ความสนใจใฝร่ :ู้ มคี วามกระตือรอื รน้ ในการใฝห่ าความรใู้ หม่

8 การละเว้นส่งิ เสพตดิ และการพนนั :ไม่เสพสงิ่ เสพติด

9 ความรักสามัคคี: ร่วมมอื ในการทำงาน

10 ความกตญั ญกู ตเวที:มสี มั มาคารวะต่อครู-อาจารยอ์ ยา่ ง
สม่ำเสมอ ทัง้ ตอ่ หนา้ และลับหลงั

รวมคะแนนท่ไี ดท้ ั้งหมด = …………… คะแนน
หมายเหตุ : แบบประเมนิ นีใ้ ช้แบบเดียวกนั ท้ังผู้สอนและประธานกลุ่ม และประเมินคุณลกั ษณะดังกลา่ วตลอดภาค

การศกึ ษา


129

ภาคผนวก จ

ตวั อย่าง
แบบรวมคะแนนการประเมนิ คณุ ธรรม จริยธรรม ค่านยิ ม

และคุณลักษณะอนั พึงประสงค์ ตลอดภาคการศึกษา

ชื่อ-สกลุ …………………………………………………………....รหสั ประจำตวั …………………………………
ระดบั ช้นั ………………..กลุ่ม………………...แผนกวชิ า…………………….……………………………………

ครัง้ ท่ีประเมิน

คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ 1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
คะแนนรวม
หารจำนวนค ั้รง ่ทีประเมิน
คะแนนที่ได้

คะแนนท่ีได้

1. ความมีมนษุ ยสัมพนั ธ์
2. ความมวี ินยั
3. ความรับผดิ ชอบ
4. ความซือ่ สัตยส์ ุจริต
5. ความเชื่อมัน่ ในตนเอง
6. การประหยดั
7. ความสนใจใฝ่รู้
8. การละเว้นสิง่ เสพติดและการพนัน
9. ความรกั สามัคคี
10. ความกตัญญูกตเวที

ลงช่ือ……………………………….ผู้ประเมนิ
(………………………….……)
…………/…………/………..

หมายเหตุ : แบบรวมคะแนนนใ้ี ช้แบบเดยี วกันทัง้ ผสู้ อนและประธานกลุ่ม


130

ภาคผนวก ฉ
ตวั อยา่ ง

แบบสรุปผลการประเมนิ
คณุ ธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม และคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์

ภาคเรียนที่……………………ปีการศึกษา…………………

รหสั วิชา…………………………………….. ความ ีมม ุนษยสัมพันธ์
ชื่อวิชา……………………………………… ความมีวิ ันย
ระดับชน้ั …………………………………… ความรับผิดชอบ
แผนก / กลมุ่ …………………………….…. ความ ่ืซอสัตย์สุจริต
ความเ ืช่อ ่ัมนในตนเอง
การประหยัด
ความสนใจใ ่ฝรู้
การละเ ้วน ิส่งเสพ ิตดและการพ ันน
ความรักสา ัมค ีค
ความกตัญ ูญกตเว ีท
รวม (ใน ่สวนของ ูผ้สอน)
รวม (ใน ่สวนของประธานก ่ลุม)
รวมคะแนน ีท่ได้จาก ั้ทง ๒ ส่วน

ลำดับท่ี รหัส ชือ่ -สกุล 1 1 1 1 1 1 1 1 1 1 10 10 20
ประจำตวั


131

วิธีการใช้แบบประเมินคุณธรรม จริยธรรม คา่ นยิ ม
และคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์

1. ในการทำกจิ กรรมทุกครั้ง ครจู ะใช้แบบประเมินคณุ ธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม และคณุ ลักษณะอนั พึง
ประสงค์ ทำการสังเกตและประเมนิ ผู้เรยี น (ดตู ัวอย่างในภาคผนวก)

2. ในขณะเดยี วกัน เพ่ือความเท่ียงในการประเมนิ ครูผสู้ อนจะมอบแบบประเมนิ คณุ ธรรม จรยิ ธรรม
ค่านยิ ม และคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์ ซง่ึ เป็นชุดเดยี วกบั ของครูผู้สอนใหป้ ระธานกลุ่มสังเกตและประเมินผู้เรียน

3. คณุ ลกั ษณะทปี่ ระเมนิ ตลอดจนพฤตกิ รรมบ่งช้ที ่ีระบใุ นแบบประเมินคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และ
คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ของ กรมอาชวี ศึกษา กระทรวงศกึ ษาธกิ าร เรอ่ื ง แนวปฏิบตั ิในการกำกับดูแลการ
บรู ณาการคุณธรรม กำหนดให้ครผู ู้สอนตอ้ งบรู ณาการ คณุ ธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอนั พึงประสงค์ใน
ทุกรายวิชา โดยให้มีคะแนน 20% เม่ือการจัดการเรียนการสอนครบทุกรายวชิ าตามโครงสร้างของหลกั สูตรแล้ว
จะต้องมกี ารบรู ณาการคณุ ธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ครบ 11 คุณลกั ษณะ

ดงั นนั้ คณุ ลักษณะทป่ี ระเมนิ ตลอดจนพฤติกรรมบ่งช้ี จงึ ข้ึนอยกู่ ับสถานศึกษาและครเู ห็นสมควรว่าเหมาะสม
กับเน้อื หาวชิ าเพยี งใด ตวั อย่างทแี่ สดงมานี้จึงสามารถเปลี่ยนแปลงได้ ในทีน่ ้ีได้เลอื กคณุ ลักษณะและพฤติกรรมบ่งชี้
จำนวน 7 คุณลักษณะ (10 ข้อ) กำหนดข้อละ 1 คะแนน

4. เมื่อทำการประเมินในแต่ละครั้ง ครูผู้สอนจะนำคะแนนของผู้เรียนแต่ละคนไปสรุปในแบบรวม
คะแนนการประเมินคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (ดูตัวอย่างในภาคผนวก) เพ่ือดู
พัฒนาการของผู้เรยี น

5. ครูมอบให้ประธานกลุ่มสรปุ คะแนนการประเมินในแตล่ ะคร้งั ทีป่ ระเมินลงในแบบรวมคะแนนการประเมิน
คณุ ธรรม จริยธรรม คา่ นยิ ม และคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์

6. หลังจบภาคการศกึ ษา นำหลกั ฐานคะแนนที่ไดท้ งั้ 2 สว่ น คือ จากครแู ละประธานกลมุ่ ไปสรุปลงใน
แบบสรุปผลการประเมนิ คุณธรรม จรยิ ธรรม คา่ นยิ ม และคณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ (ดตู วั อย่างในภาคผนวก) ในทีน่ ไ้ี ด้แบง่
คะแนนทไี่ ดจ้ ากครผู ูส้ อน 10% และจากประธานกล่มุ 10% ก็จะไดผ้ ลรวมคะแนนคุณธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม และ
คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ 20%


Click to View FlipBook Version