แผนการจัดการเรยี นรู้
กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ
วิชาดนตรี
มัธยมศกึ ษาปีท่ี 4
นายยงยศ สง่าวงษ์
การออกแบบแผนการจดั การเรยี นรู้
รายวิชา ดนตรี
ระดบั ชั้นมัธยมศกึ ษาปีที่ 4
ภาคเรียนที่ 1
รหสั วชิ า ศ31121
จำนวน 40 ช่ัวโมง / 1 หน่วยกิต
จดั ทำโดย
นายยงยศ สง่าวงษ์
รหสั ประจำตัว 6181165052
คำนำ
แผนการจัดการเรียนรู้ รายวชิ าดนตรี ระดบั ชนั้ มัธยมศึกษาปีที่ 4 จดั ทำขึ้นเพ่ือใช้เปน็ แนวทาง ในการ
จดั การเรียนการสอน ที่เนน้ ผ้เู รียนเป็นสำคัญ ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขน้ั พ้ืนฐาน พุทธศักราช2551
แผนการจัดการเรียนรู้ ประกอบด้วยเนื้อหาสาระดังต่อไปนี้ แผนการจัดการเรียนรู้รายเทอมซ่ึง
ประกอบด้วย มาตรฐานและตัวชี้วัดกลุ่มสาระการเรียนรู้วิชาดนตรี แผนการจัดการเรียนรู้รายคาบทั้งหมด
5 แผนการจัดการเรียนรู้ ประกอบด้วย 1. วงดนตรี 2. ทฤษฎีดนตรี 3. ขับร้องสากล 4. ยุคสมัยของดนตรี
5. สังคีตกวี ซึ่งแต่ละแผนการจัดการเรียนรู้ ได้ระบุมาตรฐาน ตัวชี้วัด จุดประสงค์การเรียนรู้ สาระการเรียนรู้
กิจกรรมการเรียนรตู้ ามรูปแบบการจัดการเรียนรทู้ ่หี ลากหลาย อนั ไดแ้ ก่ จดั การเรียนร้แู บบใช้ชุดการสอน และ
รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบ 5e ซึ่งแต่ละรูปแบบ มีวิธีการจัดการเรียนการสอนที่แตกต่างกัน แต่ทั้งหมด
นำมาซึ่งการบรรลุจุดประสงค์การเรียนรู้ นอกจากนี้ยังมีใบงานและเกณฑ์การประเมินผล เพื่อใช้ในการ
ประเมนิ ผลการเรยี นรขู้ องนกั เรยี น แต่ละคนว่าหลงั จากเสรจ็ สน้ิ การเรยี น นักเรียนมีความรู้ ความเข้าใจ เนื้อหา
สาระมากนอ้ ยเพียงใด ผา่ นเกณฑ์การประเมนิ หรอื ไม่
ผู้จัดทำขอขอบพระคุณผู้ช่วยศาสตราจารย์ดร. พัชรีพร บางเขียว เป็นอย่างยิ่ง ที่ให้คำปรึกษาและ
คำแนะนำตลอดระยะเวลาการจัดทำแผนการจัดการเรียนรู้ และหวงั เปน็ อยา่ งย่ิงวา่ แผนการจดั การเรยี นรู้เล่มนี้
จะเป็นประโยชนก์ บั การจดั การเรียนร้ใู นห้องเรียนทำใหผ้ ้เู รียนสามารถพัฒนาการเรียนรู้ได้อยา่ งมีประสิทธิภาพ
ต่อไป
นายยงยศ สง่าวงษ์
ผูจ้ ัดทำ
สารบัญ
เรื่อง หนา้
คำนำ......................................................................................................................... .....................
แผนการจัดการเรียนรู้รายเทอม..................................................................................................... 1
โครงสร้างรายวชิ า.................................................................................................................. 6
แผนการจัดการเรียนรู้หนว่ ยที่ 1 วงดนตรี...................................................................................... 9
แผนการจดั การเรยี นรหู้ น่วยที่ 2 ทฤษฎีดนตร.ี ............................................................................... 25
แผนการจัดการเรียนรู้หนว่ ยท่ี 3 ขบั ร้องสากล............................................................................... 49
แผนการจัดการเรียนรู้หนว่ ยท่ี 4 ยคุ สมยั ดนตรี.............................................................................. 70
แผนการจดั การเรยี นรหู้ นว่ ยที่ 5 สังคีตกวี...................................................................................... 88
แผนการจดั การเรยี นรู้
สาระการเรียนรู้ ศิลปะ รายวชิ าดนตรี
ชัน้ มัธยมศึกษาปีท่ี 4 ภาคเรยี นท่ี 1 ปกี ารศึกษา 2564 เวลา 40 ชัว่ โมง / 1 หนว่ ยกิต
ครูผู้สอน นางยงยศ สง่าวงษ์
________________________________________________________________________________
1. มาตรฐานการเรยี นรู้และตวั ช้ีวัด
มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐานท่ี ศ 2.1 เข้าใจและแสดงออกทางดนตรีอย่างสร้างสรรค์ วิเคราะห์ วิพากษ์
วิจารณ์ คุณค่าดนตรี ถ่ายทอดความรู้สึก ความคิดต่อดนตรีอย่างอิสระ ชื่นชม และ ประยุกต์ใช้
ในชีวิตประจำวนั
มาตรฐานที่ ศ 2.2 เขา้ ใจความสัมพันธ์ระหวา่ งดนตรี ประวัตศิ าสตร์ และวัฒนธรรม
เห็นคุณคา่ ของดนตรที ี่เปน็ มรดกทางวฒั นธรรม ภูมปิ ัญญาท้องถ่ิน ภมู ปิ ญั ญาไทยสากล
ตัวชี้วดั
มาตรฐานที่ ศ 2.1 เข้าใจและแสดงออกทางดนตรีอย่างสร้างสรรค์ วิเคราะห์ วิพากษ์
วิจารณ์ คุณค่าดนตรี ถ่ายทอดความรู้สึก ความคิดต่อดนตรีอย่างอิสระ ชื่นชม และ ประยุกต์ใช้
ในชวี ิตประจำวัน
ศ 2.1 ม.4-6/1 เปรยี บเทียบรปู แบบของบทเพลงและวงดนตรีแตล่ ะประเภท
ศ 2.1 ม.4-6/2 จำแนกประเภทและรปู บบของวงดนตรที ัง้ ไทยและสากล
ศ 2.1 ม.4-6/3 อธบิ ายเหตผุ ลทค่ี นตา่ งวฒั นธรรมสรา้ งสรรคง์ านดนตรีแตกต่างกนั
ศ 2.1 ม.4-6/4 อ่าน เขยี น โนต้ ดนตรีไทยและสากบในอตั ราจงั หวะตา่ ง ๆ
ศ 2.1 ม.4-6/5 ร้องเพลง หรือเล่นดนตรีเดี่ยวและรวมวงโดยเน้นเทคนิคการแสดงออกและ
คณุ ภาพของการแสดง
ศ 2.1 ม.4-6/6 สร้างเกณฑ์สำหรับการประเมินคณุ ภาพการประพนั ธ์และการเลน่ ดนตรีของ
ตนเองและผอู้ ่นื ได้อย่างเหมาะสม
ศ 2.1 ม.4-6/7 เปรียบเทียบอารมณ์ และความรู้สึกที่ได้รับจากงานดนตรีที่มาจาก
วัฒนธรรมต่างกัน
ศ 2.1 ม.4-6/8 นำดนตรีไปประยกุ ตใ์ ชใ้ นงานอื่น ๆ
มาตรฐานท่ี ศ 2.2 เขา้ ใจความสมั พันธ์ระหวา่ งดนตรี ประวัติศาสตร์ และวฒั นธรรม
เห็นคณุ คา่ ของดนตรีท่เี ป็นมรดกทางวัฒนธรรม ภูมิปญั ญาทอ้ งถิ่น ภมู ิปัญญาไทยสากล
ศ 2.2 ม.4-6/1 วิเคราะห์รูปแบบของดนตรีไทยและดนตรสี ากลในยุคสมยั ตา่ ง ๆ
ศ 2.2 ม.4-6/2 วเิ คราะหส์ ถานะทางสังคมของนกั ดนตรใี นวฒั นธรรมต่าง ๆ
ศ 2.2 ม.4-6/3 เปรยี บเทียบลักษณะเด่นของดนตรีในวฒั นธรรมต่าง ๆ
ศ 2.2 ม.4-6/4 อธิบายบทบาทของดนตรีในการสะท้อนแนวความคิดและค่านิยมท่ี
เปลีย่ นไปของคนในสงั คม
ศ 2.2 ม.4-6/5 นำเสนอแนวทางในการสง่ เสรมิ และอนรุ ักษ์ดนตรใี นฐานะมรดกของชาติ
2. จดุ ประสงค์การเรียนรู้ (ภาพรวมทงั้ หมด)
ความรู้ (K)
1. บรรยายการเปรยี บเทียบรูปแบบของบทเพลงและวงดนตรแี ต่ละประเภทได้ (K)
2. อธิบายการจำแนกประเภทและรปู แบบของวงดนตรไี ทยและสากลได้ (K)
3. อธบิ ายเหตผุ ลทค่ี นตา่ งวัฒนธรรมสร้างสรรค์งานดนตรแี ตกต่างกนั ได้ (K)
4. อธิบายการอา่ น เขยี น โน้ตดนตรีไทยและสากลในอัตราจังหวะตา่ ง ๆ ได้ (K)
5. อธิบายการรอ้ งเพลง หรือเลน่ ดนตรเี ดีย่ วและรวมวงได้ (K)
6. อธิบายการสร้างเกณฑ์สำหรับประเมินณุ ภาพการประพนั ธแ์ ละการเล่นดนตรขี องตนเองและผู้อ่นื ได้ (K)
7. บรรยายการเปรียบเทียบอารมณ์ และความร้สู กึ ท่ีไดร้ บั จากงานดนตรที มี่ าจากวัฒนธรรมตา่ งกนั ได้ (K)
8. อธิบายการนำดนตรีไปประยกุ ต์ใช้ในงานอื่น ๆ ได้ (K)
9. อธิบายการวิเคราะห์รปู แบบของดนตรไี ทยและดนตรสี ากลในยคุ สมัยต่าง ๆ ได้ (K)
10. อธิบายการวเิ คราะห์สถานะทางสังคมของนักดนตรีในวัฒนธรรมต่าง ๆ ได้ (K)
11. อธิบายการเปรียบเทียบลักษณะเดน่ ของดนตรใี นวฒั นธรรมตา่ ง ๆ ได้ (K)
12. อธบิ ายบทบาทของดนตรใี นการสะท้อนแนวความคดิ และค่านิยมที่เปลี่ยนไปของคนในสงั คมได้ (K)
13. อธิบายการนำเสนอแนวทางในการส่งเสริมและอนุรกั ษ์ดนตรีในฐานมรดกของชาติได้ (K)
ทักษะ (P)
1. นกั เรยี นสามารถอธบิ ายรูปแบบของบทเพลงและวงดนตรแี ตล่ ะประเภทได้ (P)
2. นกั เรยี นสามารถจำแนกประเภทและรปู แบบของวงดนตรีไทยและสากลได้ (P)
3. นักเรยี นสามารถบอกเหตุผลทคี่ นต่างวฒั นธรรมสร้างสรรคง์ านดนตรีทแี่ ตกตา่ งกันได้ (P)
4. นักเรียนสามารถอ่าน เขยี น โน้ตดนตรไี ทยและสากลในอัตราจงั หวะตา่ ง ๆ ได้ (P)
5. นกั เรียนสามารถร้องเพลง หรอื เลน่ ดนตรเี ด่ียวและรวมวงได้ (P)
6. นักเรียนสามารถสร้างเกณฑ์สำหรับการประเมินคุณภาพการประพันธ์และการเล่นดนตรีของ
ตนเองและผู้อืน่ ได้ (P)
7. นกั เรียนสามารถเปรียบเทยี บอารมณ์ และความรสู้ กึ ที่ได้รับจากงานดนตรีท่ีมาจากวฒั นธรรมตา่ งกนั ได้ (P)
8. นักเรียนสามารถนำดนตรไี ปประยกุ ตใ์ ชใ้ นงานอน่ื ๆ ได้ (P)
9. นักเรยี นสามารถวิเคราะหร์ ปู แบบของดนตรไี ทยและดนตรีสากลในยคุ สมยั ตา่ ง ๆ ได้ (P)
10. นกั เรียนสามารถวเิ คราะหส์ ถานะทางสังคมของนักดนตรใี นวฒั นธรรมตา่ ง ๆ ได้ (P)
11. นกั เรยี นสามารถเปรียบเทยี บลักษณะเด่นของดนตรใี นวัฒนธรรมต่าง ๆ ได้ (P)
12. นกั เรยี นสามารถอธิบายบทบาทของดนตรีในการสะทอ้ นแนวความคิดและคา่ นิยมที่เปล่ียนไปของ
คนในสงั คมได้ (P)
13. นกั เรยี นสามารถนำเสนอแนวทางในการสง่ เสรมิ และอนรุ ักษด์ นตรใี นฐานมรดกของชาติได้ (P)
ทศั นะคติ (A)
1. เข้าใจรูปแบบของบทเพลงและวงดนตรีแตล่ ะประเภท (A)
2. เข้าใจการจำแนกประเภทและรูปแบบของวงดนตรีไทยและสากล (A)
3. เขา้ ใจเหตผุ ลที่คนต่างวัฒนธรรมสรา้ งสรรค์งานดนตรีทแ่ี ตกตา่ งกนั (A)
4. เข้าใจการอา่ น เขยี น โนต้ ดนตรีไทยและสากลในอัตราจังหวะต่าง ๆ (A)
5. เข้าใจการร้องเพลง หรอื เล่นดนตรเี ดีย่ วและรวมวง (A)
6. เขา้ ใจเกณฑ์สำหรบั การประเมินคุณภาพการประพันธ์และการเล่นดนตรีของตนเองและผู้อ่นื (A)
7. เขา้ ใจการเปรยี บเทยี บอารมณ์ และความรู้สึกที่ได้รับจากงานดนตรที ี่มาจากวัฒนธรรมต่างกัน (A)
8. เข้าใจการนำดนตรไี ปประยุกตใ์ ชใ้ นงานอ่นื ๆ (A)
9. เข้าใจการวิเคราะห์รูปแบบของดนตรไี ทยและดนตรีสากลในยคุ สมัยตา่ ง ๆ (A)
10. เข้าใจการวิเคราะหส์ ถานะทางสังคมของนกั ดนตรีในวัฒนธรรมต่าง ๆ (A)
11. เขา้ ใจการเปรยี บเทยี บลักษณะเด่นของดนตรีในวฒั นธรรมตา่ ง ๆ (A)
12. เข้าใจบทบาทของดนตรใี นการสะทอ้ นแนวความคดิ และค่านิยมที่เปลย่ี นไปของคนในสงั คม (A)
13. เขา้ ใจการนำเสนอแนวทางในการสง่ เสริมและอนุรักษ์ดนตรีในฐานมรดกของชาติ (A)
3. สาระสำคญั
เรียนรู้รูปแบบของบทเพลงและรูปแบบของวงดนตรีทั้งไทยและสากล เหตุผลของการสร้างสรรค์
งานดนตรี การอ่าน เขียน โน้ตดนตรีไทยและดนตรีสากล การร้องเพลงหรือการเล่นดนตรีทั้งเดี่ยวและรวมวง
อธบิ ายและบรรยายอารมณ์ ความรูส้ กึ ท่ีมีต่อดนตรีตา่ งวฒั นธรรม การประยกุ ต์ใช้ดนตรี สงั คีตวีไทยและสากล
ลักษณะเด่นของดนตรีในวัฒนธรรมต่าง ๆ แนวความคิดและค่านิยมของคนในสังคมที่มีต่อดนตรีและส่งเสริม
อนุรักษด์ นตรีในฐานมรดกของชาตไิ ดอ้ ย่างถูกต้อง
4. สาระการเรยี นรู้
1. การจัดวงดนตรี
2. ประเภทของวงดนตรี
3. ปจั จยั ในการสร้างสรรค์ผลงานดนตรใี นแต่ละวฒั นธรรม
4. เครอ่ื งหมายและสญั ลักษณท์ างดนตรี
5. เทคนิค และ การถ่ายทอดอารมณเ์ พลงดว้ ยการร้อง บรรเลงเคร่ืองดนตรีเดย่ี วและรวมวง
6. เกณฑ์ในการประเมินผลงานดนตรี
7. การถ่ายทอดอารมณ์ ความรสู้ ึกของงานดนตรีจากแต่ละวัฒนธรรม
8. ดนตรีกับการผ่อนคลาย / ดนตรีกับการพัฒนามนุษย์ / ดนตรีกับการประชาสัมพันธ์ / ดนตรีกับ
การบำบดั รักษา / ดนตรกี บั ธรุ กจิ / ดนตรกี บั การศึกษา
9. รูปแบบบทเพลงและวงดนตรไี ทยและสากลแตล่ ะยุคสมยั
10. ประวัตสิ งั คีตกวี
11. ลกั ษณะเด่นของดนตรีในแตล่ ะวัฒนธรรม
12. บทบาทของดนตรีในการสะทอ้ นสังคม
13. แนวทางและวิธกี ารในการส่งเสริม อนรุ ักษ์ดนตรีไทย
คำอธิบายรายวชิ า (3 ย่อหน้า)
การเรียนดนตรีจำเป็นต้องเข้าใจในความหมายและองค์ประกอบโดยจำเป็นอย่างยิ่งเพราะว่า ดนตรี
ไม่ได้มีแค่ในประเทศและวัฒนธรรมเดียวเท่านั้นยังมีวัฒนธรรมอื่นๆอีกมากมายและหลายประเทศก็มีดนตรี
ที่แตกต่างกัน แม้แต่ภายในประเทศก็ยังมีดนตรีประจำของแต่ละภูมิภาคเพราะฉะนั้น เราจึงจำเป็นอย่างมาก
ทต่ี ้องทำความเข้าใจเรอ่ื งความหมายและองคป์ ระกอบของดนตรี
บทเพลงแต่ละบทเพลงก็มีอารมณ์และความรู้สึกที่แตกต่างกันบางเพลงแต่งขึ้นเพื่อเป็นเพลงพิธี
ประกอบพิธีกรรม ลักษณะของเพลงก็จะมีความปลุกใจ หรือ บางบทเพลงแสดงถึงความสนุกสนานร่างเริง
ดังนั้นดนตรีหรือบทเพลงจะมีอิทธิพลในชีวิตประจำวันของเราไม่มากก็น้อยเราจึงต้องเรียนรู้ในการเข้าใจ
อารมณข์ องบทเพลงวา่ ผแู้ ต่งนั้นส่อื ออกมาแบบไหน ลกั ษณะใด
จะเห็นว่าดนตรีจะอยู่ในทุกช่วงทุกยุคสมัยในประเทศเราก็ยังมีอยู่ในยุคสมัยต่าง ๆ เข้ามามีบทบาท
อยา่ งมาก สำหรบั เร่อื งดนตรี การที่เราศึกษาดนตรีอาจจะทำให้เราไดร้ ับรูถ้ ึงเหตุการณใ์ นสมัยนั้นว่า เหตุการณ์
มันเกิดอะไรขึ้นบ้าง แต่ละเหตุการณ์มีความสัมพันธ์กันอย่างไร ดนตรีไม่มีแค่บทบาทเดียวหรือไม่มีเลย
แต่ดนตรจี ะอยใู่ นทกุ ชว่ งเวลาและทกุ ที่ของเรา
โครงสร้างรายวชิ า
รายวิชา ดนตรี รหัสวชิ า ศ31121 กลมุ่ สาระการเรียนรู้ ศลิ ปะ
ช้นั มัธยมศึกษาปที ่ี 4 ปีการศกึ ษา 2564 จำนวน 40 ชั่วโมง/1 หนว่ ยกิต
หน่วยที่ ชอ่ื หน่วยการเรยี นรู้ มาตรฐานการเรียนรู้ เวลา
/ตัวช้ีวัด (ชั่วโมง)
1 วงดนตรี ศ 2.1 6
1.1 การใชเ้ ครือ่ งดนตรีในวงดนตรีประเภทต่าง ๆ ม.4-6/1 เปรยี บเทยี บรูปแบบ 2
1.2 บทเพลงทบี่ รรเลงโดยวงดนตรีประเภทต่าง ๆ ของบทเพลงและวงดนตรี 2
1.3 ประเภทของวงดนตรีไทย แตล่ ะประเภท 1
1.4 ประเภทของวงดนตรีสากล ม.4-6/2 จำแนกประเภท 1
และรูปแบบของวงดนตรีทั้งไทย
และสากล
2 ทฤษฎดี นตรี ศ 2.1 8
2.1 การอา่ น เขยี น โนต้ ดนตรไี ทย ม.4-6/4 อ่าน เขยี น โนต้ ดนตรี 1
2.2 การอ่าน เขียน โน้ตดนตรีสากล ไทยและสากลในอัตราจังหวะ 1
2.3 เครื่องหมายกำหนดอัตราจังหวะ ต่าง ๆ 1
2.4 เคร่ืองหมายกำหนดบันไดเสยี ง 4
2.5 โนต้ บทเพลงไทยอตั ราจังหวะ 2 ช้ันและ 3 ชน้ั 1
3 ขับรอ้ งสากล ศ 2.1 6
3.1 ประเภทของการขบั ร้อง ม.4-6/5 ร้องเพลง หรือเล่น 1
3.2 เทคนคิ การขบั ร้องสากล ดนตรเี ดี่ยวและรวมวง 4
3.3 การดแู ลรักษาเสียง โดยเน้นเทคนิคการแสดงออก 1
และคุณภาพของการแสดง
4 ยคุ สมยั ของดนตรี ศ 2.2 14
4.1 รปู แบบบทเพลงและวงดนตรีไทยสมัยสุโขทยั ม.4-6/1 วิเคราะห์รูปแบบของ 2
4.2 รูปแบบบทเพลงและวงดนตรีไทยสมัยอยธุ ยา วงดนตรีไทยและดนตรีสากล 2
4.3 รูปแบบบทเพลงและวงดนตรีไทยสมัยธนบรุ ี ในยคุ สมัยตา่ ง ๆ 2
4.4 รปู แบบบทเพลงและวงดนตรีไทยสมัย 2
รตั นโกสนิ ทร์
4.5 รูปแบบบทเพลงและวงดนตรสี ากลยุคบาโรค 2
4.6 รปู แบบบทเพลงและวงดนตรสี ากลยุคคลาสสิค 2
4.7 รูปแบบบทเพลงและวงดนตรีสากลยุค 2
โรแมนติค
5 สังคตี กวี ศ 2.2 6
5.1 สังคตี กวีไทย ม.4-6/2 วิเคราะห์สถานะทาง 2
5.2 สงั คีตกวีเอกของโลก สังคมของนักดนตรใี น 4
วฒั นธรรมตา่ ง ๆ
สอบปลายภาค ภาคเรียนท่ี 1 40
รวม
แผนการจดั การเรยี นร้รู ายหนว่ ย
หน่วยที่ 1
เร่อื ง วงดนตรี
แผนการจดั การเรยี นรู้
สาระการเรยี นรู้ ศลิ ปะ รายวชิ า ดนตรี
ช้นั มธั ยมศึกษาปีท่ี 4 ภาคเรียนท่ี 1 ปกี ารศกึ ษา 2564
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 1 เร่อื ง วงดนตรี เวลา 6 ช่ัวโมง
1. มาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตัวชว้ี ดั
มาตรฐานการเรียนรู้ (เฉพาะหนว่ ยน้)ี
มาตรฐานท่ี ศ 2.1 เข้าใจและแสดงออกทางดนตรีอย่างสร้างสรรค์ วิเคราะห์ วิพากษ์
วิจารณ์ คุณค่าดนตรี ถ่ายทอดความรู้สึก ความคิดต่อดนตรีอย่างอิสระ ชื่นชม และ ประยุกต์ใช้
ในชวี ิตประจำวัน
ตัวชี้วดั (เฉพาะหน่วยนี)้
ศ 2.1 ม.4-6/1 เปรยี บเทียบรปู แบบของบทเพลงและวงดนตรีแต่ละประเภท
ศ 2.1 ม.4-6/2 จำแนกประเภทและรปู แบบของวงดนตรีทง้ั ไทยและสากล
2. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ (จากตัวชี้วดั เฉพาะหน่วยน้)ี
1. บรรยายการเปรียบเทยี บรปู แบบของบทเพลงและวงดนตรีแตล่ ะประเภทได้ (K)
2. อธบิ ายการจำแนกประเภทและรูปแบบของวงดนตรไี ทยและสากลได้ (K)
3. นักเรียนสามารถอธบิ ายรปู แบบของบทเพลงและวงดนตรแี ตล่ ะประเภทได้ (P)
4. นักเรยี นสามารถจำแนกประเภทและรปู แบบของวงดนตรีไทยและสากลได้ (P)
5. เข้าใจรูปแบบของบทเพลงและวงดนตรแี ตล่ ะประเภท (A)
6. เขา้ ใจการจำแนกประเภทและรปู แบบของวงดนตรีไทยและสากล (A)
3. สาระสำคญั (เฉพาะหน่วยนี้)
รูปแบบบทเพลงมีความเป็นเอกลักษณ์อยู่ในตัวของเพลงนั้น เพลงไทยไพเราะเสนาะหู
เพลงสากลลึกซึ้งเป็นสุนทรียะ การบรรเลงบทเพลงก็ขึ้นอยู่กับรูปแบบของเพลงนั้น การจัดวง
เพ่ือบรรเลงเป็นไปตามความเหมาะสม ตามประเภทของเครอ่ื งดนตรี หรอื ประยกุ ตต์ ามทสี่ มควร
4. สาระการเรยี นรู้ (เฉพาะหนว่ ยนี้)
การจัดวงดนตรี
4.1 การใชเ้ คร่ืองดนตรีในวงดนตรีประเภทต่าง ๆ
4.2 บทเพลงทีบ่ รรเลงโดยวงดนตรีประเภทตา่ ง ๆ
4.3 ประเภทของวงดนตรีไทย
4.4 ประเภทของวงดนตรสี ากล
5. สมรรถนะสำคัญของผูเ้ รียน ( ✓ เฉพาะทีเ่ กดิ ในหน่วยการเรยี นรู้น้)ี
ความสามารถในการส่อื สาร
ความสามารถในการคดิ
ความสามารถในการแก้ปัญหา
ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวิต
ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
6. ทักษะของผูเ้ รียนในศตวรรษท่ี 21 (3R 8C + 2L) (จดุ เนน้ สกู่ ารพัฒนาคณุ ภาพผ้เู รียน)
ทกั ษะการอา่ น (Reading)
ทกั ษะการเขยี น (Writing)
ทักษะการคิดคำนวณ (Arithmetic)
ทกั ษะดา้ นการคิดอย่างมีวจิ ารณญาณและทักษะในการแกป้ ัญหา (Critical thinking and
problem solving)
ทักษะด้านการสรา้ งสรรค์และนวตั กรรม (Creativity and innovation)
ทักษะด้านความร่วมมือ การทำงานเป็นธีม และภาวะผู้นำ (Collaboration , teamwork and
leadership)
ทักษะดา้ นความเขา้ ใจต่างวฒั นธรรม ต่างกระบวนทัศน์ (Cross-cultural understanding)
ทักษะด้านการสื่อสาร สารสนเทศ และรู้เท่าทันสื่อ (Communication information and
media literacy)
ทักษะด้านคอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยสี ารสนเทศและการสื่อสาร (Computing)
ทักษะอาชพี และทักษะการเรียนรู้ (Career and learning self-reliance, change)
ทักษะการเปลี่ยนแปลง (Change)
ทกั ษะการเรียนรู้ (Learning Skills)
ภาวะผูน้ ำ (Leadership)
7. ช้ินงานหรอื ภาระงาน (หลักฐาน / ร่องรอยแสดงความร)ู้
7.1 Mind Mapping เรื่อง การใชเ้ คร่ืองดนตรีในวงดนตรีสากล และ บทเพลงท่ีบรรเลงโดยวงดนตรสี ากล
7.2 ใบงานวาดภาพ เรอ่ื ง ประเภทของวงดนตรไี ทย และ ประเภทของวงดนตรีสากล
8. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้
หน่วยย่อยที่ 1.1 เรอื่ ง การใช้เคร่ืองดนตรใี นวงดนตรีประเภทตา่ ง ๆ
ชั่วโมงที่ 1-2 (ใช้รูปแบบการเรียนรู้ 5e)
ข้ันท่ี 1 การสร้างความสนใจ (Engagement)
นำเข้าสู่บทเรียนโดยครูนำเสนอหัวข้อการใช้เครื่องดนตรีในวงดนตรีประเภทต่าง ๆ แก่
นกั เรียนและอธบิ ายพอสังเขปว่า การใช้เครอ่ื งดนตรีในวงดนตรีประเภทต่าง ๆ นน้ั มอี ะไรบา้ ง
ขน้ั ที่ 2 การสำรวจและคน้ หา (Exploration)
ให้นักเรียนศกึ ษาค้นคว้าว่า การใช้เครื่องดนตรใี นวงดนตรไี ทยและวงดนตรีสากล มีอะไรบ้าง
โดยการแบง่ กลุ่มให้กบั นักเรียน กลุ่มละเท่า ๆ กัน
ขั้นท่ี 3 การอธิบายและลงข้อสรปุ (Elaboration)
หลังจากที่ให้นักเรียนศึกษาและค้นคว้าสักระยะนึงก็นำมาสรปุ ว่าที่นักเรยี นได้ไปค้นคว้าเรือ่ ง
การใช้เครื่องดนตรีในวงดนตรีไทยและวงดนตรสี ากล มีอะไรบ้าง โดยสุ่มเลือกนักเรยี นจำนวน 2 กลุ่ม
นำเสนอข้อมลู ทง้ั ดนตรีไทยและสากล โดยไม่ซำ้ กัน
ขั้นที่ 4 การขยายความรู้ (Elaboration)
นำข้อมูลที่นักเรียนได้รวบรวมไว้แล้ว ครูนำมาขยายความว่า การใช้เครื่องดนตรีในวงดนตรี
ประเภทต่าง ๆ นั้น มีความแตกต่างกันอย่างไร และจะเชื่อมไปถึงการเรียกชื่อวงดนตรีตามลักษณะ
ของการใช้เครอื่ งดนตรีในวงน้ัน ๆ เพือ่ ให้นกั เรยี นเขา้ ใจมากยิ่งขึน้
ขั้นที่ 5 การประเมนิ ผล (Evaluation)
ให้นักเรียนช่วยกันสรุปความรู้ที่ได้เป็น Mind Mapping โดยให้เน้นความสำคัญของเนื้อหา
และใหม้ ีความกระชับ เขา้ ใจง่าย และตกแต่งให้สวยงาม
หนว่ ยยอ่ ยท่ี 1.2 เรื่อง บทเพลงท่บี รรเลงโดยวงดนตรีประเภทตา่ ง ๆ
ชั่วโมงที่ 3-4 (ใชร้ ปู แบบการเรียนรู้ 5e)
ขั้นท่ี 1 การสรา้ งความสนใจ (Engagement)
นำเข้าสู่บทเรียนโดยครูเปิดเพลงการบรรเลงของวงดนตรีวงหนึ่งให้นักเรียนฟัง และให้
นกั เรียนช่วยกันวิเคราะหว์ ่าเพลงน้นั มีเสียงของเคร่ืองดนตรชี นิดใดบา้ ง โดยให้ฟังเพลงทั้งหมด 2 เพลง
เพลงดนตรีไทย 1 เพลง เพลงดนตรีสากล 1 เพลง
ขน้ั ท่ี 2 การสำรวจและค้นหา (Exploration)
ให้นักเรียนศึกษาค้นคว้าว่า บทเพลงที่บรรเลงโดยวงดนตรีไทยและวงดนตรีสากล โดย
แบ่งกลมุ่ กล่มุ ละเทา่ ๆ กัน ให้แต่ละกลมุ่ เลอื กเพลงทช่ี ่นื ชอบมากลุ่มละ 2 เพลง วเิ คราะหก์ ารบรรเลง
ของบทเพลงนน้ั วา่ มเี ครือ่ งดนตรีชนดิ ใดบา้ ง และให้อารมณ์เพลงเปน็ อย่างไร
ขัน้ ท่ี 3 การอธิบายและลงข้อสรุป (Elaboration)
หลังจากที่ใหน้ ักเรียนศึกษาและค้นควา้ สักระยะนึงก็นำมาสรุปว่าทีน่ ักเรียนได้ไปค้นคว้าเรือ่ ง
บทเพลงที่บรรเลงโดยวงดนตรีไทยและวงดนตรีสากล เป็นเช่นไร โดยสุ่มเลือก 2 กลุ่ม ให้นำเสนอ
บทเพลงทีต่ นเองไดเ้ ลอื ก
ข้นั ที่ 4 การขยายความรู้ (Elaboration)
นำข้อมูลที่นักเรียนได้รวบรวมไว้แล้ว ครูนำมาขยายความว่า บทเพลงแต่ละเพลงนั้น มี
ความหมายวา่ อย่างไร ใชบ้ รรเลงในงานประเภทใด และให้ความรสู้ ึกอย่างไร เพือ่ ใหน้ กั เรียนเข้าใจมาก
ยงิ่ ขึ้น
ขั้นท่ี 5 การประเมินผล (Evaluation)
ใหน้ กั เรียนชว่ ยกนั สรปุ ความรทู้ ีไ่ ดเ้ ป็น Mind Mapping โดยระบหุ วั ข้อการทำใหค้ ือ
1. หัวขอ้ ใหญ่ “ช่ือบทเพลง” ที่นักเรียนเลอื ก
2. หวั ขอ้ รอง “ผแู้ ตง่ / ผู้อำนวยเพลง” “เคร่อื งดนตรีทีใ่ ช้ในบทเพลง” “ความรูส้ กึ /
อารมณ์เพลง” “ประเภทของงานที่ใชบ้ ทเพลงน้นั ๆ” “เหตุผลในการเลอื กบทเพลงมานำเสนอ”
และตกแต่งใหส้ วยงาม
หนว่ ยย่อยท่ี 1.3 เร่ือง ประเภทของวงดนตรไี ทย
ชัว่ โมงที่ 5 (ใช้รูปแบบการเรียนรู้ 5e)
ขน้ั ท่ี 1 การสร้างความสนใจ (Engagement)
นำเข้าสู่บทเรียนโดยครูใช้คำถามกระตุ้นความคิดเรื่องวงดนตรีไทย และให้คะแนนกับ
นกั เรยี นทตี่ อบคำถามได้ โดยไม่กำหนดวา่ จะถูกหรือผิด แต่เนน้ ท่คี วามมีสว่ นรว่ มและความพร้อมที่จะ
เรม่ิ เรียน
ขั้นท่ี 2 การสำรวจและค้นหา (Exploration)
ใหน้ ักเรียนศกึ ษาคน้ คว้าว่า ประเภทของวงดนตรีไทยมวี งอะไรบ้าง และประกอบดว้ ยเครื่องดนตรี
ชนดิ ใด และวเิ คราะห์ว่าเพราะเหตุใดจึงแบ่งประเภทของวงเช่นน้ี โดยแบง่ กลุ่ม กลมุ่ ละเท่า ๆ กัน โดยแบ่ง
ให้ได้ 3 กล่มุ เพ่ือค้นควา้ วงดนตรีไทยคนละประเภท คือ วงเครอ่ื งสาย วงป่พี าทย์ และวงมโหรี
ขั้นที่ 3 การอธิบายและลงข้อสรปุ (Elaboration)
หลังจากที่ให้นักเรียนศึกษาและค้นคว้าสักระยะนึงก็นำมาสรุปว่าที่นักเรียนได้ไปค้นควา้ เรื่อง
วงดนตรีไทยนั้น นักเรียนได้ความรู้อะไรบ้าง วงดนตรีใช้ในงานประเภทใด ประกอบด้วยเครื่องดนตรี
ชนิดใดบา้ ง และมีความสำคญั อย่างไร
ขน้ั ที่ 4 การขยายความรู้ (Elaboration)
นำข้อมูลที่นักเรียนได้รวบรวมไว้แล้ว ครูนำมาขยายความว่า วงดนตรีไทยแต่ละประเภทน้ัน
มีความเป็นมาอย่างไร และชื่อวงของวงดนตรีไทยแต่ละประเภทนั้น เรียกตามประเภทของเครื่อง
ดนตรีที่มีในวง เช่น วงเคร่อื งสาย จะประกอบไปด้วยเครือ่ งสายท้งั หมด เปน็ ตน้
ขน้ั ท่ี 5 การประเมินผล (Evaluation)
ให้นักเรียนช่วยกันวาดภาพและระบายวงดนตรีไทยที่กลุ่มของตนเองได้รับมอบหมาย ลงบน
กระดาษร้อยปอนด์ ที่ครูเตรียมไว้ให้ โดยวาดและลงสีให้สวยงาม พร้อมทั้งเขียนชื่อวง และชื่อเครื่อง
ดนตรกี ำกับลงไปในภาพด้วย
หน่วยยอ่ ยที่ 1.4 เรอื่ ง ประเภทของวงดนตรีสากล
ชัว่ โมงท่ี 6 (ใช้รูปแบบการเรียนรู้ 5e)
ขั้นท่ี 1 การสรา้ งความสนใจ (Engagement)
นำเข้าสู่บทเรียนโดยครูใช้คำถามกระตุ้นความคิดเรื่องวงดนตรีสากล และให้คะแนนกับ
นกั เรียนท่ตี อบคำถามได้ โดยไม่กำหนดว่าจะถูกหรือผิด แต่เน้นที่ความมสี ่วนรว่ มและความพร้อมที่จะ
เรม่ิ เรยี น
ขัน้ ท่ี 2 การสำรวจและค้นหา (Exploration)
ให้นักเรียนศึกษาค้นคว้าว่า ประเภทของวงดนตรีสากลมีวงอะไรบ้าง และประกอบด้วย
เครอื่ งดนตรีชนิดใด และวเิ คราะห์ว่าเพราะเหตุใดจึงแบ่งประเภทของวงเช่นนี้ โดยแบ่งกลุ่ม กลุ่มละเท่า ๆ
กัน โดยแบ่งให้ได้ 4 กลุ่ม เพื่อค้นคว้าวงดนตรีสากลคนละประเภท โดยสุ่มเลือกจากทั้งหมด 8 ประเภท
ดว้ ยการจบั ฉลาก
ขนั้ ท่ี 3 การอธิบายและลงข้อสรปุ (Elaboration)
หลังจากทีใ่ หน้ ักเรยี นศึกษาและคน้ คว้าสกั ระยะนึงกน็ ำมาสรุปว่าท่ีนักเรยี นได้ไปค้นคว้าเรื่อง
วงดนตรีสากลนัน้ นกั เรยี นไดค้ วามรู้อะไรบา้ ง วงดนตรีใชใ้ นงานประเภทใด ประกอบด้วยเคร่ืองดนตรี
ชนิดใดบา้ ง และมีความสำคัญอย่างไร
ข้ันท่ี 4 การขยายความรู้ (Elaboration)
นำข้อมูลทน่ี กั เรยี นได้รวบรวมไวแ้ ล้ว ครูนำมาขยายความวา่ วงดนตรีสากลแตล่ ะประเภทนั้น
มีความเป็นมาอย่างไร เช่น วงโยธวาทิต ประกอบด้วยเครื่องเป่าครบทุกกลุ่ม คือ เครื่องลมไม้ เครื่อง
ทองเหลอื งและกลุ่มเครื่องกระทบ ไดแ้ ก่ เคร่อื งดนตรีที่ใหจ้ ังหวะท้ังหลาย วงโยธวาทิตมีมาต้ังแต่สมัย
โรมนั ใช้บรรเลงเพลงเดินแถวเพอ่ื ปลุกใจทหารในสมัยสงครามครเู สด
ขน้ั ที่ 5 การประเมินผล (Evaluation)
ใหน้ กั เรียนช่วยกนั วาดภาพและระบายวงดนตรสี ากลที่กลุ่มของตนเองได้รบั มอบหมาย ลงบน
กระดาษร้อยปอนด์ ที่ครูเตรียมไว้ให้ โดยวาดและลงสีให้สวยงาม พร้อมทั้งเขียนชื่อวง และชื่อเครื่อง
ดนตรีกำกบั ลงไปในภาพด้วย
9. ส่อื การสอน
9.1 ส่ือ Power Point
9.2 YouTube
10. แหลง่ เรียนรูใ้ นหรอื นอกสถานที่
10.1 หอ้ งสมดุ
11. การวัดและประเมนิ ผล
จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
หรอื ส่ิงทตี่ ้องการจะวัดและ วธิ ีวดั เคร่อื งมือวัด เกณฑก์ ารให้คะแนน เกณฑก์ ารประเมนิ
ประเมนิ ผล
1. เขา้ ใจและอธิบายการ 1. เนอื้ หาครบถ้วน คะแนน 16 - 20 = ดีมาก
เปรยี บเทียบรปู แบบของบทเพลง ตรวจใบงาน Mind 2. เข้าใจง่าย คะแนน 11 - 15 = ดี
และวงดนตรีทง้ั วงดนตรีไทยและ Mapping 3. ความสวยงาม/ คะแนน 6 – 10 = พอใช้
วงดนตรีสากล ความคดิ สรา้ งสรรค์ คะแนน 0 -5 = ปรับปรงุ
ผา่ นเกณฑใ์ นระดับดขี ้นึ ไป
2. เขา้ ใจและอธิบายประเภทและ ตรวจใบงาน ใบงาน ความสวยงามของ คะแนน 16 - 20 = ดีมาก
รปู แบบของวงดนตรไี ทยและ วาดภาพ ชน้ิ งาน คะแนน 11 - 15 = ดี
วงดนตรีสากล คะแนน 6 – 10 = พอใช้
คะแนน 0 -5 = ปรบั ปรุง
ผ่านเกณฑใ์ นระดับดีข้ึนไป
(ถ้ามี) วธิ วี ัด เครื่องมอื วดั เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน เกณฑก์ ารประเมนิ
สมรรถนะสำคญั ของผูเ้ รยี น
สงั เกต แบบสังเกต ตารางเกณฑ์ ผา่ นเกณฑ์ต้ังแต่
(ตามหัวข้อท่ี 5) พฤติกรรม การให้คะแนน ระดบั ปานกลางข้ึนไป
1. ความสามารถในการส่อื สาร การปฏบิ ัติงาน สมรรถนะของผู้เรยี น
รายบคุ คล
2. ความสามารถในการคดิ
สงั เกต แบบสงั เกต ตารางเกณฑ์ ผ่านเกณฑต์ ั้งแต่
3. ความสามารถในการใช้ พฤติกรรม การให้คะแนน ระดับปานกลางขึน้ ไป
เทคโนโลยี การปฏิบตั ิงาน สมรรถนะของผู้เรยี น
รายบุคคล
สังเกต แบบสังเกต ตารางเกณฑ์ ผา่ นเกณฑต์ ั้งแต่
พฤติกรรม การให้คะแนน ระดบั ปานกลางขนึ้ ไป
การปฏบิ ตั งิ าน สมรรถนะของผู้เรยี น
รายบคุ คล
ทกั ษะของผเู้ รียนในศตวรรษท่ี 21 วธิ วี ดั เครื่องมอื วดั เกณฑก์ ารให้คะแนน เกณฑ์การประเมิน
(ตามหัวข้อที่ 6) สังเกต
แบบประเมิน ตารางเกณฑ์ ผา่ นเกณฑ์ต้ังแต่
1. ทกั ษะการเขียน (Writing) ใบงาน การให้คะแนน ระดบั ปานกลางข้นึ ไป
สมรรถนะของผู้เรียน
ผา่ นเกณฑต์ ้ังแต่
2. ทักษะด้านการสร้างสรรค์และ สงั เกต แบบประเมนิ ตารางเกณฑ์ ระดบั ปานกลางขน้ึ ไป
นวัตกรรม (Creativity and ใบงาน การใหค้ ะแนน
innovation) สมรรถนะของผู้เรียน
3. ทกั ษะดา้ นความร่วมมือ สงั เกต แบบประเมนิ ตารางเกณฑ์ ผ่านเกณฑ์ต้ังแต่
การทำงานเปน็ ธีม และภาวะผู้นำ สังเกต ใบงาน การใหค้ ะแนน ระดบั ปานกลางข้นึ ไป
(Collaboration , teamwork สมรรถนะของผเู้ รียน
and leadership) ผา่ นเกณฑ์ตั้งแต่
4. ทกั ษะการเรียนรู้ (Learning แบบสงั เกต ตารางเกณฑ์ ระดบั ปานกลางขน้ึ ไป
Skills) พฤติกรรมการ การให้คะแนน
ปฏบิ ัติงาน สมรรถนะของผ้เู รยี น
รายบุคคล
แบบประเมินกิจกรรมรายกลุม่
กลมุ่ ท.่ี ..........................................ชน้ั ...........................
ลำดบั ประเดน็ การประเมนิ คุณภาพการปฏบิ ตั กิ าร
4 (ดีมาก) 3 (ดี) 2 (พอใช้) 1 (ปรับปรงุ )
1 ตรงตามจดุ ประสงคท์ ่ีกำหนด
2 เน้ือหาถูกตอ้ งและสมบรู ณ์
3 ความสวยงาม/ความคดิ
สร้างสรรค์
4 มคี วามรับผดิ ชอบต่อกลุ่ม
รวม
ลงชอ่ื ..............................................................ผู้ประเมิน
วนั ท.่ี ........./........../..........
เกณฑ์การให้คะแนนใบงาน
ประเดน็ การประเมิน คณุ ภาพการปฏิบตั กิ าร
1. ผลงานตรงตามจุดประสงค์
4 (ดีมาก) 3 (ดี) 2 (พอใช้) 1 (ปรับปรุง)
2. ผลงานมเี นื้อหาท่ถี ูกต้อง ผลงานไม่มี
3. ผลงานมคี วามสวยงาม/ ผลงานมคี วาม ผลงานมคี วาม ผลงานมคี วาม ความสอดคล้อง
ความคิดสรา้ งสรรค์ กบั จุดประสงค์
4. มคี วามรับผดิ ชอบต่อกลุ่ม สอดคล้องกับ สอดคล้องกบั สอดคลอ้ งกบั ท่กี ำหนดให้
จดุ ประสงค์ จดุ ประสงค์ จดุ ประสงค์ เนอื้ หา สาระ
ไม่ถูกตอ้ ง
ทีก่ ำหนดให้ ท่กี ำหนดให้ ทกี่ ำหนดให้
ผลงานไม่มี
ทกุ ประเด็น เปน็ สว่ นใหญ่ บางประเด็น ความสวยงาม
และมีความคดิ
เนือ้ หา สาระ เน้ือหา สาระ เนื้อหา สาระ สร้างสรรค์นอ้ ย
มากกวา่ 4 คน
ถกู ต้อง สมบรู ณ์ ถูกต้อง ถกู ต้อง
ไมม่ ีความ
และครบถว้ น เปน็ สว่ นใหญ่ บางประเด็น รบั ผิดชอบ
ตอ่ กลมุ่
ผลงานมี ผลงานมี ผลงานมี
ความสวยงาม ความสวยงาม ความสวยงาม
และมีความคดิ และมีความคดิ แตม่ คี วามคดิ
สร้างสรรค์ดีเลิศ สร้างสรรคด์ ี สร้างสรรคน์ ้อย
ทุกคนมคี วาม สว่ นใหญม่ คี วาม 2-3 มคี วาม
รบั ผดิ ชอบ รบั ผดิ ชอบ รับผิดชอบ
ตอ่ กลมุ่ ดีมาก ต่อกลมุ่ ดี ตอ่ กล่มุ
เกณฑก์ ารประเมิน
คะแนน ระดบั คุณภาพ
16 – 20 ดีมาก
11 – 15 ดี
6 – 10 พอใช้
0–5 ปรบั ปรงุ
แบบสังเกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล
คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
ลำดับ ชื่อ - สกลุ มวี นิ ยั ใฝ่เรยี นรู้ มงุ่ มน่ั ในการทำงาน
543215432154321
ลงช่อื ..............................................................ผ้ปู ระเมนิ
วนั ท่ี........../........../..........
เกณฑ์การให้คะแนนสมรรถนะสำคญั ของผ้เู รยี น
พฤตกิ รรมบ่งชี้ คะแนน
1. ความสามารถในการ
สื่อสาร 5 (ดีมาก) 4 (ดี) 3 (ปานกลาง) 2 (พอใช้) 1 (ปรับปรงุ )
2. ความสามารถในการ มีความสามารถ มคี วามสามารถ มีความสามารถ มีความสามารถ ความสามารถ
คดิ
ในการสอ่ื สาร ในการส่อื สาร ในการสอ่ื สาร ในการสอื่ สาร ในการสื่อสาร
3. ความสามารถในการ
ใช้เทคโนโลยี ออกมาได้ ออกมาได้ ออกมาไดร้ ะดับ ออกมาได้ระดับ น้อยมาก
ดีเย่ยี ม ดีชัดเจน ปานกลาง ปานกลาง
ไม่ชัดเจน ควรปรับปรุง
มีความสามารถ มคี วามสามารถ มีความสามารถ มีความสามารถ มคี วามสามารถ
ในการคดิ อยา่ ง ในการคดิ อยา่ ง ในการคดิ อยา่ ง ในการคดิ อยา่ ง ในการคดิ อย่าง
สร้างสรรค์ สรา้ งสรรค์ สรา้ งสรรค์ สร้างสรรค์ สร้างสรรค์
ตดั สนิ ใจ ตัดสินใจ ตดั สินใจ ตดั สนิ ใจ ตัดสินใจ
เกย่ี วกับปัญหา เกยี่ วกบั ปัญหา เกี่ยวกับปญั หา เกยี่ วกบั ปญั หา เก่ียวกบั ปญั หา
ของตนเองได้ ของตนเองไดด้ ี ของตนเองได้ ของตนเองได้ ของตนเองได้
เหมาะสม ไม่ดีเท่าทค่ี วร นอ้ ยมาก
มคี วามสามารถ มคี วามสามารถ พอจะมี สามารถ สามารถ
ในการประยุกต์ ในการประยุกต์ ความสามารถ ประยุกต์ใช้ ประยุกตใ์ ช้
ใชเ้ ทคโนโลยี ใชเ้ ทคโนโลยี ในการประยุกต์ เทคโนโลยี เทคโนโลยี
รว่ มกับ ร่วมกบั ใชเ้ ทคโนโลยี ร่วมกบั ร่วมกบั
การเรียน การเรยี น รว่ มกบั การเรยี น การเรยี น
ได้ดีเย่ียม ได้ดี การเรยี นได้ ไดเ้ ล็กน้อย ได้น้อยมาก
เกณฑก์ ารให้คะแนนทักษะของผูเ้ รยี นในศตวรรษท่ี 21
พฤตกิ รรมบ่งช้ี คะแนน
1. ทักษะการเขียน 5 (ดีมาก) 4 (ดี) 3 (ปานกลาง) 2 (พอใช้) 1 (ปรับปรุง)
(Writing)
มคี วามสามารถ มีความสามารถ มคี วามสามารถ มคี วามสามารถ มีความสามารถ
2. ทักษะด้านการ
สรา้ งสรรคแ์ ละ ในการเขียน ในการเขยี น ในการเขยี น ในการเขยี น ในการเขยี น
นวัตกรรม (Creativity
and innovation) เพ่ือสื่อสาร เพ่อื ส่ือสาร เพื่อส่ือสาร เพือ่ ส่ือสาร เพอ่ื สื่อสาร
3. ทักษะด้านความ ออกมา ออกมา ออกมา ได้เล็กน้อย ไดน้ อ้ ยมาก
รว่ มมือ
การทำงานเปน็ ธีม และ ไดด้ เี ย่ยี ม ไดด้ ี ได้ปานกลาง
ภาวะผ้นู ำ
(Collaboration , มีความคดิ มคี วามคิด มีความคิด มีความคิด มีความคิด
teamwork and
leadership) สร้างสรรค์ สร้างสรรค์ สร้างสรรค์ สรา้ งสรรค์ สร้างสรรค์
4. ทกั ษะการเรยี นรู้
(Learning Skills) ออกแบบ ออกแบบ ออกแบบ ออกแบบ ออกแบบ
ผลงานออกมา ผลงานออกมา ผลงานออกมา ผลงานออกมา ผลงานออกมา
ไดด้ ีเย่ียม ไดด้ ี ได้ปานกลาง ได้เลก็ น้อย ได้นอ้ ยมาก
ให้การรว่ มมือ ให้การรว่ มมือ ให้การร่วมมือ ใหก้ ารร่วมมือ ให้การรว่ มมือ
และชว่ ยเหลือ และชว่ ยเหลอื และช่วยเหลอื และชว่ ยเหลอื และช่วยเหลือ
ซงึ่ กนั และกนั ซึ่งกันและกนั ซ่ึงกันและกนั ซ่งึ กนั และกนั ซ่งึ กนั และกนั
ดีเยย่ี ม ดี ปานกลาง เล็กนอ้ ย น้อยมาก
มที กั ษะด้าน มีทักษะด้าน พอจะมที ักษะ มที ักษะด้าน มีทกั ษะด้าน
การเรยี นรู้ การเรียนรู้ได้ดี ดา้ นการเรียนรู้ การเรยี นรู้ การเรียนรู้
ดเี ยี่ยม เลก็ นอ้ ย น้อยมาก
12. กจิ กรรมเสนอแนะ
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
13. บันทึกผลหลงั การสอน
สรปุ ผลการเรียนการสอน
นกั เรียนทง้ั หมดจำนวน...............คน
จดุ ประสงค์การเรียนรู้ จำนวนนกั เรยี นทผี่ า่ น จำนวนนักเรียนท่ีไม่ผา่ น
(ขอ้ ท)ี่ จำนวนคน ร้อยละ จำนวนคน ร้อยละ
1
2
3
4
5
6
14. ปัญหา / อปุ สรรค / แนวทางแก้ไข
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
15. ข้อเสนอแนะ
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................. ...............
ลงชื่อ................................................................
()
ตำแหน่ง ครู วทิ ยฐานะ............................
ลงช่ือ.............................................................หวั หนา้ กลุ่มสาระการเรยี นรู้
()
ลงชือ่ .........................................................รองผูแ้ นวยการกลุ่มบริหารวิชาการ
()
ความเหน็ ของหัวหน้าสถานศึกษา
ไดท้ ำการตรวจแผนการเรยี นรู้ของ......................................................................แล้วมีความคิดเห็นดงั นี้
1. เป็นแผนการจดั การเรียนรู้ที่
ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรบั ปรุง
2. การจดั กิจกรรมได้นำเอากระบวนการเรียนรู้
เน้นผูเ้ รียนเปน็ สำคญั มาใช้ในการสอนไดอ้ ยา่ งเหมาะสม
ยังไมเ่ นน้ ผู้เรียนเป็นสำคัญ ควรปรบั ปรงุ พัฒนาต่อไป
3. ข้อเสนอแนะอืน่ ๆ
.........................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................
ลงชื่อ................................................................
()
ผูอ้ ำนวยการโรงเรยี น....................................................................
แผนการจดั การเรยี นร้รู ายหน่วย
หนว่ ยที่ 2
เรือ่ ง ทฤษฎีดนตรี
แผนการจดั การเรยี นรู้
สาระการเรียนรู้ ศิลปะ รายวิชา ดนตรี
ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีที่ 4 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศกึ ษา 2564
หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 2 เร่ือง ทฤษฎดี นตรี เวลา 8 ชั่วโมง
16. มาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตัวชวี้ ดั
มาตรฐานการเรยี นรู้ (เฉพาะหน่วยน)ี้
มาตรฐานที่ ศ 2.1 เข้าใจและแสดงออกทางดนตรีอย่างสร้างสรรค์ วิเคราะห์ วิพากษ์
วิจารณ์ คุณค่าดนตรี ถ่ายทอดความรู้สึก ความคิดต่อดนตรีอย่างอิสระ ชื่นชม และ ประยุกต์ใช้
ในชีวิตประจำวัน
ตวั ชีว้ ัด (เฉพาะหน่วยน้ี)
ศ 2.1 ม.4-6/4 อ่าน เขียน โนต้ ดนตรีไทยและสากลในอัตราจังหวะต่าง ๆ
17. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ (จากตัวชว้ี ัดเฉพาะหน่วยน)ี้
14. อธบิ ายการอ่าน เขียน โนต้ ดนตรีไทยและสากลในอตั ราจงั หวะตา่ ง ๆ ได้ (K)
15. นักเรียนสามารถอ่าน เขยี น โนต้ ดนตรไี ทยและสากลในอัตราจังหวะต่าง ๆ ได้ (P)
16. เข้าใจอ่าน เขยี น โน้ตดนตรไี ทยและสากลในอตั ราจังหวะต่าง ๆ (A)
18. สาระสำคัญ (เฉพาะหน่วยนี้)
ทฤษฎีดนตรี เป็นพื้นฐานสู่แนวทางการปฏิบัติดนตรี ซึ่งต้องฝึกฝนให้เกิดความเข้าใจ
จนชำนาญและคล่องแคล่ว ผู้เรียนควรสนใจศึกษาด้วยตนเองหรือขอคำแนะนำจากผู้ที่รู้ทางแท้จริง
ควรฝึกอ่านและฝึกเขียนเกี่ยวกับสัญลักษณ์ดนตรีทั้งดนตรีไทยและสากล จนเกิดความชำนาญ
โดยไมต่ อ้ งอาศัยการจำ โดยสามารถนำทฤษฎีไปใช้กบั การปฏิบัติเครอ่ื งดนตรหี รือการขับร้องสากลได้
19. สาระการเรียนรู้ (เฉพาะหนว่ ยน)้ี
19.1 การอา่ น เขยี น โน้ตดนตรีไทย
19.2 การอา่ น เขียน โนต้ ดนตรีสากล
19.3 เครื่องหมายกำหนดอตั ราจงั หวะ
19.4 เคร่ืองหมายกำหนดบนั ไดเสยี ง
19.5 โน้ตบทเพลงไทยอัตราจังหวะ 2 ชั้น และ 3 ชัน้
20. สมรรถนะสำคัญของผ้เู รยี น ( ✓ เฉพาะทีเ่ กดิ ในหนว่ ยการเรียนรูน้ ้ี)
ความสามารถในการส่อื สาร
ความสามารถในการคิด
ความสามารถในการแก้ปัญหา
ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต
ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
21. ทกั ษะของผู้เรียนในศตวรรษท่ี 21 (3R 8C + 2L) (จุดเนน้ สู่การพฒั นาคณุ ภาพผ้เู รยี น)
ทกั ษะการอ่าน (Reading)
ทกั ษะการเขียน (Writing)
ทักษะการคิดคำนวณ (Arithmetic)
ทกั ษะด้านการคดิ อย่างมีวิจารณญาณและทักษะในการแกป้ ญั หา (Critical thinking and
problem solving)
ทกั ษะด้านการสรา้ งสรรค์และนวตั กรรม (Creativity and innovation)
ทักษะด้านความร่วมมือ การทำงานเป็นธีม และภาวะผู้นำ (Collaboration , teamwork and
leadership)
ทกั ษะด้านความเขา้ ใจต่างวัฒนธรรม ต่างกระบวนทัศน์ (Cross-cultural understanding)
ทักษะด้านการสื่อสาร สารสนเทศ และรู้เท่าทันสื่อ (Communication information and
media literacy)
ทักษะดา้ นคอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยสี ารสนเทศและการสื่อสาร (Computing)
ทกั ษะอาชีพและทักษะการเรียนรู้ (Career and learning self-reliance, change)
ทกั ษะการเปลยี่ นแปลง (Change)
ทกั ษะการเรียนรู้ (Learning Skills)
ภาวะผู้นำ (Leadership)
22. ชน้ิ งานหรอื ภาระงาน (หลักฐาน / รอ่ งรอยแสดงความร)ู้
22.1 ใบงาน เร่ือง โน้ตดนตรีไทย (2.1)
22.2 ใบงาน เรื่อง โน้ตดนตรสี ากล (2.2)
22.3 ใบงาน เร่ือง เครื่องหมายกำหนดอัตราจังหวะดนตรสี ากล (2.3)
22.4 ใบงาน เร่ือง เคร่ืองหมายกำหนดบันไดเสียง (2.4)
22.5 ใบงาน เรื่อง โน้ตเพลงไทยอัตราจังหวะ 2 ชั้น (2.5)
23. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้
หนว่ ยย่อยที่ 2.1 เรอื่ ง การอ่าน เขียน โนต้ ดนตรไี ทย
ช่ัวโมงที่ 7 (ใช้รูปแบบการเรยี นรู้ 5e)
ข้ันที่ 1 การสร้างความสนใจ (Engagement)
นำเข้าสู่บทเรียนโดยครูให้นกั เรียนดโู ครงสร้างการอ่านและเขยี นโน้ตดนตรีไทย ครูอธิบายให้
นกั เรยี นฟังพอสังเขป และเมอ่ื นกั เรียนพอเขา้ ใจหลักการบ้างแลว้ ครูจงึ ให้นักเรียนศึกษาด้วยตนเอง
ข้นั ที่ 2 การสำรวจและค้นหา (Exploration)
ให้นักเรยี นศกึ ษาค้นคว้าเพลง “มหาฤกษ”์ โดยหาประวัตขิ องเพลงมหาฤกษ์ ผู้ประพันธ์ และ
โอกาสที่นำบทเพลงนี้ไปใช้ อีกทั้งให้นักเรียนดูโน้ตทางดนตรีสากล แล้วนำโน้ตเพลงมาแปลงเป็น
โน้ตดนตรีไทย โดยให้นักเรียนบันทกึ โน้ตลงไปในสมุด ว่าในบทเพลงนั้นมีโน้ตตวั ใดบา้ ง ตัวใดเสียงสูง
ตวั ใดเสยี งต่ำ และเขียนแปลงออกมาให้ครบทุกตัว
ข้ันท่ี 3 การอธิบายและลงข้อสรุป (Elaboration)
หลังจากทีใ่ ห้นักเรียนศึกษาและค้นคว้าสักระยะนึงก็นำมาสรุปว่าที่นักเรยี นได้ไปค้นคว้าเรือ่ ง
โน้ตเพลง “มหาฤกษ์” นั้น เมื่อแปลงเป็นโน้ตไทยแล้วเป็นอย่างไรบ้าง มีปัญหาหรือข้อสงสัยตรงไหน
หรือไม่
ขน้ั ที่ 4 การขยายความรู้ (Elaboration)
นำข้อมูลที่นักเรียนได้รวบรวมไว้แล้ว ครูนำมาขยายความ โดยอธิบายเพิ่มเติมจากคำถามที่
นักเรียนมขี ้อสงสัย และทบทวนการเขียนโนต้ ดนตรีไทยให้นักเรยี นฟังอีกครัง้ เพื่อให้นักเรียนสามารถ
เขียนโนต้ ดนตรไี ทยทแี่ ปลงมาจากโน้ตสากลได้
ขนั้ ท่ี 5 การประเมนิ ผล (Evaluation)
ให้นักเรียนทำใบงาน เรื่อง โน้ตดนตรีไทย “เพลงมหาฤกษ์” โดยให้นำโน้ตที่นักเรียนแปลง
มาแล้ว บันทึกลงในตารางโน้ตของดนตรีไทย และเมื่อนักเรียนทำใบงานเสร็จ จะสุ่มนักเรียนออกมา
อ่านโน้ตเพลงของตนเองให้เพื่อน ๆ และครูฟัง ว่าตนเองนั้นแปลงโน้ตเพลงเป็นโน้ตดนตรีไทยเป็น
อย่างไร
หน่วยยอ่ ยท่ี 2.2 เรอ่ื ง การอ่าน เขยี น โน้ตดนตรสี ากล
ช่ัวโมงที่ 8 (ใชร้ ูปแบบการเรยี นรู้ 5e)
ขน้ั ท่ี 1 การสรา้ งความสนใจ (Engagement)
นำเขา้ สบู่ ทเรียนโดยครูใหน้ ักเรียนนำโทรศัพท์มือถือข้ึนมา เพ่อื ทดสอบความรู้เรื่องโน้ตสากล
คือ การเล่นเกมส์อ่านโน้ตดนตรีสากล (http://www.craftercave.com/PernotaGame/) ในส่วน
ของเกมสน์ ้นั จะจับเวลาในการเลน่ และสรุปคะแนนให้อตั โนมัติ
ข้นั ที่ 2 การสำรวจและค้นหา (Exploration)
ใหน้ กั เรยี นศกึ ษาค้นควา้ บทเพลง “หนมู าลี” ทางดนตรสี ากล โดยใหค้ น้ คว้าประวัติของเพลง
และบนั ทึกลงสมดุ ของตนเอง และศึกษาว่าบทเพลงนมี้ ีโนต้ ตวั ใดบ้างประกอบอยใู่ นบทเพลง
ขั้นที่ 3 การอธิบายและลงข้อสรปุ (Elaboration)
หลังจากที่ให้นักเรียนศึกษาและค้นคว้าสักระยะนึงก็นำมาสรุปว่าที่นักเรียนค้นคว้าเพลงหนู
มาลแี ลว้ เปน็ อยา่ งไรบ้าง ประวตั ิเพลงเป็นอยา่ งไร โนต้ เพลงเปน็ รปู แบบใด เปน็ เพลงแนวใด
ขน้ั ท่ี 4 การขยายความรู้ (Elaboration)
นำข้อมูลที่นักเรียนได้รวบรวมไว้แล้ว ครูนำมาขยายความว่า เพลงที่คล้ายกับเพลงหนูมาลี
มีเพลงอะไรอีกบ้าง หรือ โอกาสที่จะใช้เพลงแนวนี้ จะเป็นโอกาสใดได้บ้าง นอกจากที่นักเรียนได้
สบื ค้นมา
ขั้นท่ี 5 การประเมินผล (Evaluation)
ให้นักเรียนทำใบงาน เรื่อง โน้ตดนตรีสากล “เพลงหนูมาลี” โดยบันทึกโน้ต 2 รูปแบบ คือ
โน้ตในกุญแจซอล และ โน้ตในกุญแจฟา โดยเป็นโน้ตเสียงเดียวกัน แต่บันทึกโน้ต 2 กุญแจ พร้อม
เขียนช่ือตวั โนต้ กำกบั อยู่ดา้ นลา่ งของบรรทัด 5 เส้นไวด้ ้วย
หน่วยย่อยที่ 2.3 เร่ือง เครอ่ื งหมายกำหนดอัตราจังหวะ
ชวั่ โมงท่ี 9 (ใช้รูปแบบการเรยี นรู้ 5e)
ขั้นท่ี 1 การสร้างความสนใจ (Engagement)
นำเข้าสู่บทเรียนโดยครูใช้คำถามกระตุ้นความคิด อัตราจังหวะไม่ว่าจะเป็นดนตรีไทยหรือ
ดนตรีสากล นกั เรยี นพอจะทราบหรอื ไมว่ า่ มอี ัตราจงั หวะใดบา้ ง
ขั้นที่ 2 การสำรวจและค้นหา (Exploration)
ให้นักเรียนศึกษาค้นคว้าอัตราจังหวะดนตรีไทยและดนตรีสากล และบันทึกข้อมูลลงในสมุด
ของตนเอง
ขั้นที่ 3 การอธิบายและลงข้อสรุป (Elaboration)
หลังจากที่ให้นักเรียนศึกษาและค้นคว้าสักระยะนึงก็นำมาสรุปว่าอัตราจังหวะดนตรีไทยเป็น
อยา่ งไร อัตราจังหวะของดนตรีสากลเป็นอยา่ งไร
ขั้นท่ี 4 การขยายความรู้ (Elaboration)
นำข้อมูลที่นักเรียนได้รวบรวมไว้แล้ว ครูนำมาขยายความว่า อัตราจังหวะของดนตรีไทย
ไม่ได้มีความซับซ้อนอะไรมากมาย และมีความชัดเจนในอัตราจังหวะของตัวเอง เช่น อัตราจังหวะ
3 ชั้น คือ ช้า , อัตราจังหวะ 2 ชั้น คือ เร็วปานกลาง เป็นต้น ส่วนดนตรีสากลนั้นจะมีรูปแบบของ
อัตราจังหวะที่หลากหลาย และซับซ้อน หรือเรียกในอีกชื่อทางสากลคือ Time Signature นั่นก็คือ
ตัวเลขสองตัวท่ีดูเหมือนเลขเศษส่วนอยู่ในตอนตน้ ของโน้ตเพลง มีหน้าทบี่ อกเราวา่ ในแต่ละห้องเพลง
นนั้ จะมกี จ่ี งั หวะ รวมท้ังบอกเราดว้ ยว่า เพลงน้ีใช้โนต้ อะไรเปน็ เกณฑ์ 1 จงั หวะ ถ้าเราละเลย ไม่สนใจ
เครอื่ งหมายน้ี เราก็คงเล่นเพลงนนั้ ๆ ไมเ่ ขา้ กบั ท่ีคนอนื่ ๆ เล่นแน่นอน
ข้นั ท่ี 5 การประเมินผล (Evaluation)
ให้นักเรียนทำใบงาน เรื่อง เครื่องหมายกำหนดอัตราจังหวะดนตรีสากล โดยใช้ความรู้ที่ได้
ศึกษามาแลว้ นั้น มาประกอบการทำใบงาน
หน่วยยอ่ ยที่ 2.4 เร่อื ง เคร่อื งหมายกำหนดบนั ไดเสยี ง
ชวั่ โมงท่ี 10 - 13 (ใชร้ ูปแบบการเรียนรู้ 5e)
ขน้ั ท่ี 1 การสร้างความสนใจ (Engagement)
นำเข้าสู่บทเรียนโดยครูใช้คำถามกระตุ้นความคิด เช่น ในสเกล C Major มีโน้ตตัวใดบ้าง
และ สเกลใดท่ีติดชารป์ 3 ตัว
ขน้ั ที่ 2 การสำรวจและคน้ หา (Exploration)
ให้นักเรียนศึกษาหาความรู้จากใบความรู้ที่ครูแจกให้ โดยให้ดูว่าเครื่องหมายกำหนด
บันไดเสียงมที ง้ั หมดก่รี ปู แบบ และจุดประสงคข์ องการใช้เครือ่ งหมายกำหนดบันไดเสยี งเป็นอยา่ งไร
ขน้ั ท่ี 3 การอธิบายและลงข้อสรปุ (Elaboration)
หลังจากที่ให้นักเรียนศึกษาและค้นคว้าสักระยะนึงก็นำมาสรุปว่า เครื่องหมายกำหนดบันได
เสยี งเปน็ อยา่ งไร มีกีป่ ระเภท และแตล่ ะประเภทประกอบไปด้วยอะไรบา้ ง
ขัน้ ท่ี 4 การขยายความรู้ (Elaboration)
นำข้อมูลที่นักเรียนได้รวบรวมไว้แล้ว ครูนำมาขยายความ โดยอธิบายว่าเครื่องหมายต้ัง
บันไดเสียง หรือ คีย์ดนตรี หรือ คีย์ คือกลุ่มของชาร์ปหรือแฟลต (หรือเนเชอรัลในบางกรณี) ที่กำกับ
บนบรรทัดห้าเส้น เป็นตัวบ่งบอกให้เล่นตัวโน้ตสูงขึ้นหรือต่ำลงครึ่งเสียง ตามตำแหน่งที่กำหนด หาก
ไม่มีเครื่องหมายอื่นอยู่ก่อน แทนที่จะเป็นเสียงตัวโน้ตปกติ การกำหนดบันไดเสียงเช่นนี้จะมีผล
ทั้งบรรทัดจนกว่าจะมีการเปลี่ยนคีย์ใหม่ เครื่องหมายตั้งบันไดเสียงมักพบได้ทั่วไปถัดจากกุญแจ
ประจำหลกั ในตำแหนง่ เร่ิมบรรทดั ใหม่ หรือปรากฏทส่ี ว่ นอนื่ บนบรรทัดเช่นหลงั จากดับเบิลบาร์
จุดประสงค์ของการใช้เครื่องหมายตั้งบันไดเสียงก็เพื่อลดจำนวนเครื่องหมายกำกับเสียง
ท่แี ทรกอยู่ในบรรทัดห้าเสน้ ทำให้อ่านงา่ ยขึน้ โดยหลักการเบอื้ งตน้ เคร่อื งหมายตง้ั บันไดเสียงสามารถ
กำกับท่ีตำแหนง่ สงู ต่ำใด ๆ ก็ไดบ้ นบรรทัดห้าเสน้ เขยี นรวมกันท่ตี ้นบรรทัด แลว้ ถอดเคร่ืองหมายที่ตัว
โน้ตออก หรอื ปรับดว้ ยเครื่องหมายกำกับเสยี งอน่ื ให้ตรงตามความเป็นจริง
ขน้ั ท่ี 5 การประเมนิ ผล (Evaluation)
ให้นักเรียนทำใบงาน เรื่อง เครื่องหมายกำหนดบันไดเสียง โดยนำความรู้ที่ครูได้สอนไปแล้ว
มาประกอบการทำใบงาน
หน่วยย่อยที่ 2.5 เรื่อง โนต้ บทเพลงไทยอตั ราจงั หวะ 2 ช้ันและ 3 ช้นั
ชั่วโมงที่ 14 (ใชร้ ปู แบบการเรยี นรู้ 5e)
ขั้นที่ 1 การสรา้ งความสนใจ (Engagement)
นำเข้าสู่บทเรียนโดยครูเปิดเพลงไทยให้นักเรียนฟัง แล้วให้นักเรียนช่วยกันวิเคราะห์ว่าบท
เพลงนัน้ มีอัตราจังหวะเทา่ ใด
ขนั้ ท่ี 2 การสำรวจและคน้ หา (Exploration)
ให้นักเรียนศึกษาหาค้นคว้าเรื่อง อัตราจังหวะดนตรีไทย โดยให้ดูหลักการการเขียนโน้ตท่ี
ประกอบด้วยจังหวะฉิ่ง ว่ามีการเปลี่ยนแปลงของโน้ตอย่างไร หรือจังหวะในเพลงมีความแตกต่างกัน
อย่างไร
ขั้นที่ 3 การอธิบายและลงข้อสรุป (Elaboration)
หลังจากที่ให้นักเรียนศึกษาและค้นคว้าสักระยะนึงก็นำมาสรุปว่าโน้ตบทเพลงไทยอัตรา
จงั หวะ 2 ชั้นและ 3 ชนั้ เป็นอย่างไร
ขั้นที่ 4 การขยายความรู้ (Elaboration)
นำข้อมลู ที่นักเรยี นได้รวบรวมไวแ้ ลว้ ครนู ำมาขยายความ โดยอธิบายด้วยการตีฉิ่งตามจังหวะ
ของอตั ราจงั หวะในเพลงนน้ั ๆ ท้ังในอตั ราจงั หวะ 2 ช้ันและ 3 ชนั้ เพ่ือให้นักเรียนเขา้ ใจความแตกต่าง
ขนั้ ท่ี 5 การประเมนิ ผล (Evaluation)
ให้นักเรียนทำใบงาน เรื่อง โน้ตเพลงไทยจังหวะ 2 ชั้น โดยครูจะมีโน้ตเพลงมาให้ และให้
นักเรยี นเติมอตั ราจังหวะ 2 ช้นั ลงไปในบทเพลง
24. ส่อื การสอน
24.1 ส่ือ Power Point
24.2 ใบความรู้
24.3 YouTube
25. แหล่งเรยี นร้ใู นหรือนอกสถานท่ี
25.1 หอ้ งสมุด
26. การวัดและประเมินผล
จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
หรอื สิ่งทีต่ ้องการจะวัดและ วิธวี ดั เครอื่ งมอื วัด เกณฑก์ ารให้คะแนน เกณฑก์ ารประเมนิ
ประเมินผล
1. เขา้ ใจและอธบิ ายการอา่ น เขียน ความถกู ต้อง คะแนน 16 - 20 = ดมี าก
โนต้ ดนตรไี ทยและสากลในอตั รา ตรวจใบงาน 1. ใบงาน 2.1 ของการตอบคำถาม คะแนน 11 - 15 = ดี
จังหวะต่าง ๆ 2. ใบงาน 2.2 และวิธีการทำใบงาน คะแนน 6 – 10 = พอใช้
ทส่ี ะอาด เรยี บร้อย คะแนน 0 -5 = ปรบั ปรงุ
ผา่ นเกณฑ์ในระดบั ดขี ้นึ ไป
2. เข้าใจเรื่องเครอื่ งหมายกำหนด ความถูกต้อง คะแนน 16 - 20 = ดีมาก
อตั ราจังหวะ ของการตอบคำถาม คะแนน 11 - 15 = ดี
ตรวจใบงาน ใบงาน 2.3 และวิธกี ารทำใบงาน คะแนน 6 – 10 = พอใช้
ทส่ี ะอาด เรียบรอ้ ย คะแนน 0 -5 = ปรับปรงุ
ผา่ นเกณฑใ์ นระดับดีขน้ึ ไป
3. เขา้ ใจเรือ่ งเคร่ืองหมายกำหนด ความถูกต้อง คะแนน 16 - 20 = ดีมาก
บนั ไดเสียง ของการตอบคำถาม คะแนน 11 - 15 = ดี
ตรวจใบงาน ใบงาน 2.4 และวธิ กี ารทำใบงาน คะแนน 6 – 10 = พอใช้
ท่สี ะอาด เรยี บรอ้ ย คะแนน 0 -5 = ปรบั ปรงุ
ผา่ นเกณฑ์ในระดบั ดีขึ้นไป
4. เขา้ ใจเรอ่ื งโน้ตบทเพลงไทย ความถูกต้อง คะแนน 16 - 20 = ดมี าก
อัตราจงั หวะ 2 ชน้ั และ 3 ชั้น ของการตอบคำถาม คะแนน 11 - 15 = ดี
และวิธีการทำใบงาน คะแนน 6 – 10 = พอใช้
ตรวจใบงาน ใบงาน 2.4 ที่สะอาด เรยี บร้อย คะแนน 0 -5 = ปรบั ปรงุ
ผา่ นเกณฑ์ในระดบั ดีข้ึนไป
(ถ้ามี) วธิ วี ัด เครื่องมอื วดั เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน เกณฑก์ ารประเมนิ
สมรรถนะสำคญั ของผูเ้ รยี น
สงั เกต แบบสังเกต ตารางเกณฑ์ ผา่ นเกณฑ์ต้ังแต่
(ตามหัวข้อท่ี 5) พฤติกรรม การให้คะแนน ระดบั ปานกลางข้ึนไป
1. ความสามารถในการส่อื สาร การปฏบิ ัติงาน สมรรถนะของผู้เรยี น
รายบคุ คล
2. ความสามารถในการคดิ
สงั เกต แบบสงั เกต ตารางเกณฑ์ ผ่านเกณฑต์ ั้งแต่
3. ความสามารถในการใช้ พฤติกรรม การให้คะแนน ระดับปานกลางขึน้ ไป
เทคโนโลยี การปฏิบตั ิงาน สมรรถนะของผู้เรยี น
รายบุคคล
สังเกต แบบสังเกต ตารางเกณฑ์ ผา่ นเกณฑต์ ั้งแต่
พฤติกรรม การให้คะแนน ระดบั ปานกลางขนึ้ ไป
การปฏบิ ตั งิ าน สมรรถนะของผู้เรยี น
รายบคุ คล
ทักษะของผู้เรยี นในศตวรรษท่ี 21 วิธีวัด เคร่อื งมือวัด เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน เกณฑก์ ารประเมิน
(ตามหัวข้อที่ 6) สงั เกต
แบบประเมนิ ตารางเกณฑ์ ผ่านเกณฑต์ ้ังแต่
1. ทกั ษะการอา่ น (Reading) ใบงาน การใหค้ ะแนน ระดับปานกลางข้ึนไป
สมรรถนะของผูเ้ รยี น
2. ทักษะการเขียน (Writing) แบบประเมนิ ตารางเกณฑ์ ผ่านเกณฑต์ ั้งแต่
ใบงาน การให้คะแนน ระดับปานกลางข้ึนไป
สังเกต สมรรถนะของผู้เรยี น
ผ่านเกณฑต์ ้ังแต่
3. ทักษะด้านการคิดอย่างมี สังเกต แบบประเมนิ ตารางเกณฑ์ ระดับปานกลางขึ้นไป
วิจารณญาณและทักษะในการ สงั เกต ใบงาน การให้คะแนน
แกป้ ญั หา (Critical thinking and สมรรถนะของผเู้ รียน ผ่านเกณฑต์ ั้งแต่
problem solving) ระดบั ปานกลางขน้ึ ไป
4. ทักษะการเรียนรู้ (Learning แบบสงั เกต ตารางเกณฑ์
Skills) พฤติกรรมการ การใหค้ ะแนน
ปฏบิ ัติงาน สมรรถนะของผู้เรยี น
รายบุคคล
แบบประเมินกจิ กรรมรายบุคคล
ชื่อ..............................................................................................ช้นั ..............เลขท.ี่ ..............
ลำดับ ประเดน็ การประเมิน คุณภาพการปฏิบตั กิ าร
4 (ดีมาก) 3 (ดี) 2 (พอใช้) 1 (ปรับปรงุ )
1 ตรงตามจดุ ประสงค์ที่กำหนด
2 เนือ้ หาถูกตอ้ งและสมบูรณ์
3 มคี วามเปน็ ระเบยี บเรยี บร้อย
4 มีความรับผิดชอบต่อตนเอง
รวม
ลงช่อื ..............................................................ผ้ปู ระเมนิ
วนั ท่ี........../........../..........
เกณฑ์การใหค้ ะแนนใบงาน
ประเด็นการประเมนิ คณุ ภาพการปฏบิ ตั กิ าร
1. ผลงานตรงตามจุดประสงค์
4 (ดีมาก) 3 (ดี) 2 (พอใช้) 1 (ปรับปรงุ )
2. ผลงานมเี น้อื หาทถ่ี กู ต้อง ผลงานไม่เป็น
3. มคี วามเป็นระเบยี บเรียบร้อย ผลงานเปน็ ไป ผลงานเปน็ ไป ผลงานเปน็ ไป
ไปตาม
4. มคี วามรบั ผดิ ชอบต่อตนเอง ตามจุดประสงค์ ตามจดุ ประสงค์ ตามจดุ ประสงค์ จุดประสงค์
ทกี่ ำหนดทุก ที่กำหนดบาง บ้างเลก็ น้อย เน้ือหา
ไมถ่ ูกตอ้ ง
ประการ ประการ
ผลงานไมม่ ี
เนื้อหา ถกู ต้อง เนอ้ื หา ถกู ตอ้ ง เน้อื หา ถูกตอ้ ง ความเป็น
ระเบยี บ
สมบรู ณแ์ ละ เปน็ ส่วนใหญ่ เป็นบางข้อ เรยี บร้อย
ไมม่ ีความ
ครบถว้ น รบั ผดิ ชอบ
ตอ่ ตนเองเลย
ผลงานมี ผลงานมี ผลงานมี
ความเป็น ความเป็น ความเป็น
ระเบยี บ ระเบยี บ ระเบยี บ
เรียบร้อยดีมาก เรียบร้อยดี เรียบร้อยนอ้ ย
มีความ มีความ มีความ
รับผดิ ชอบ รับผดิ ชอบ รบั ผิดชอบ
ตอ่ ตนเองดมี าก ต่อตนเองดี ต่อตนเองนอ้ ย
เกณฑก์ ารประเมิน
คะแนน ระดบั คณุ ภาพ
16 – 20 ดมี าก
11 – 15 ดี
6 – 10 พอใช้
0–5 ปรับปรงุ
แบบสังเกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล
คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
ลำดับ ชื่อ - สกลุ มวี นิ ยั ใฝ่เรยี นรู้ มงุ่ มน่ั ในการทำงาน
543215432154321
ลงช่อื ..............................................................ผ้ปู ระเมนิ
วนั ท่ี........../........../..........
เกณฑ์การให้คะแนนสมรรถนะสำคญั ของผ้เู รยี น
พฤตกิ รรมบ่งชี้ คะแนน
1. ความสามารถในการ
สื่อสาร 5 (ดีมาก) 4 (ดี) 3 (ปานกลาง) 2 (พอใช้) 1 (ปรับปรงุ )
2. ความสามารถในการ มีความสามารถ มคี วามสามารถ มีความสามารถ มีความสามารถ ความสามารถ
คดิ
ในการสอ่ื สาร ในการส่อื สาร ในการสอ่ื สาร ในการสอื่ สาร ในการสื่อสาร
3. ความสามารถในการ
ใช้เทคโนโลยี ออกมาได้ ออกมาได้ ออกมาไดร้ ะดับ ออกมาได้ระดับ น้อยมาก
ดีเย่ยี ม ดีชัดเจน ปานกลาง ปานกลาง
ไม่ชัดเจน ควรปรับปรุง
มีความสามารถ มคี วามสามารถ มีความสามารถ มีความสามารถ มคี วามสามารถ
ในการคดิ อยา่ ง ในการคดิ อยา่ ง ในการคดิ อยา่ ง ในการคดิ อยา่ ง ในการคดิ อย่าง
สร้างสรรค์ สรา้ งสรรค์ สรา้ งสรรค์ สร้างสรรค์ สร้างสรรค์
ตดั สนิ ใจ ตัดสินใจ ตดั สินใจ ตดั สนิ ใจ ตัดสินใจ
เกย่ี วกับปัญหา เกยี่ วกบั ปัญหา เกี่ยวกับปญั หา เกยี่ วกบั ปญั หา เก่ียวกบั ปญั หา
ของตนเองได้ ของตนเองไดด้ ี ของตนเองได้ ของตนเองได้ ของตนเองได้
เหมาะสม ไม่ดีเท่าทค่ี วร นอ้ ยมาก
มคี วามสามารถ มคี วามสามารถ พอจะมี สามารถ สามารถ
ในการประยุกต์ ในการประยุกต์ ความสามารถ ประยุกต์ใช้ ประยุกตใ์ ช้
ใชเ้ ทคโนโลยี ใชเ้ ทคโนโลยี ในการประยุกต์ เทคโนโลยี เทคโนโลยี
รว่ มกับ ร่วมกบั ใชเ้ ทคโนโลยี ร่วมกบั ร่วมกบั
การเรียน การเรยี น รว่ มกบั การเรยี น การเรยี น
ได้ดีเย่ียม ได้ดี การเรยี นได้ ไดเ้ ล็กน้อย ได้น้อยมาก
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนนทักษะของผ้เู รียนในศตวรรษท่ี 21
พฤตกิ รรมบ่งช้ี 5 (ดีมาก) คะแนน
4 (ดี) 3 (ปานกลาง) 2 (พอใช้) 1 (ปรับปรุง)
1. ทกั ษะการอ่าน มีความสามารถ มคี วามสามารถ มคี วามสามารถ มคี วามสามารถ มีความสามารถ
(Reading) ในการอ่านและ ในการอ่านและ ในการอ่านและ ในการอ่านและ ในการอ่านและ
ทำความเข้าใจ ทำความเข้าใจ ทำความเข้าใจ ทำความเข้าใจ ทำความเข้าใจ
ตอ่ เนื้อหาได้ ต่อเนื้อหาไดด้ ี ต่อเนอื้ หาได้ ตอ่ เน้ือหาได้ ตอ่ เนื้อหาได้
ดมี าก ปานกลาง นอ้ ย นอ้ ยมาก
2. ทักษะการเขียน มคี วามสามารถ มคี วามสามารถ มีความสามารถ มคี วามสามารถ มคี วามสามารถ
(Writing) ในการเขยี น ในการเขียน ในการเขียน ในการเขยี น ในการเขียน
เพอ่ื ส่ือสาร เพือ่ ส่ือสาร เพ่ือส่ือสาร เพื่อสื่อสาร เพอ่ื สื่อสาร
ออกมา ออกมา ออกมา ได้เลก็ น้อย ได้นอ้ ยมาก
ไดด้ เี ยีย่ ม ไดด้ ี ได้ปานกลาง
3. ทกั ษะดา้ นการคดิ จัดการด้าน จัดการดา้ น จัดการดา้ น จดั การด้าน จัดการดา้ น
อยา่ งมวี จิ ารณญาณและ ความคดิ และ ความคิดและ ความคิดและ ความคิดและ ความคิดและ
ทกั ษะในการแก้ปัญหา การแกป้ ัญหา การแกป้ ัญหา การแกป้ ัญหา การแกป้ ัญหา การแกป้ ัญหา
(Critical thinking and ในการทำงาน ในการทำงาน ในการทำงาน ในการทำงาน ในการทำงาน
problem solving) ได้ดีมาก ไดด้ ี ได้ปานกลาง ไดน้ ้อย ได้น้อยมาก
4. ทักษะการเรียนรู้ มที กั ษะดา้ น มที กั ษะดา้ น พอจะมที ักษะ มที ักษะดา้ น มีทักษะดา้ น
(Learning Skills) การเรยี นรู้ การเรียนรไู้ ด้ดี ดา้ นการเรียนรู้ การเรยี นรู้ การเรยี นรู้
ดเี ย่ียม เลก็ นอ้ ย นอ้ ยมาก
27. กจิ กรรมเสนอแนะ
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
28. บันทกึ ผลหลังการสอน
สรุปผลการเรียนการสอน
นกั เรียนทั้งหมดจำนวน...............คน
จุดประสงค์การเรยี นรู้ จำนวนนกั เรียนท่ีผ่าน จำนวนนกั เรยี นทไ่ี มผ่ า่ น
(ข้อท่)ี จำนวนคน รอ้ ยละ จำนวนคน รอ้ ยละ
1
2
3
29. ปัญหา / อุปสรรค / แนวทางแกไ้ ข
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
30. ข้อเสนอแนะ
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................. ...............
ลงชื่อ................................................................
()
ตำแหนง่ ครู วทิ ยฐานะ............................
ลงช่ือ.............................................................หวั หน้ากลุม่ สาระการเรยี นรู้
()
ลงชือ่ .........................................................รองผู้แนวยการกลมุ่ บริหารวิชาการ
()
ความเหน็ ของหัวหน้าสถานศึกษา
ไดท้ ำการตรวจแผนการเรยี นรู้ของ......................................................................แลว้ มีความคิดเหน็ ดังนี้
4. เป็นแผนการจดั การเรียนรู้ที่
ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรบั ปรุง
5. การจดั กิจกรรมได้นำเอากระบวนการเรียนรู้
เน้นผูเ้ รียนเปน็ สำคญั มาใชใ้ นการสอนได้อยา่ งเหมาะสม
ยังไมเ่ นน้ ผู้เรียนเปน็ สำคัญ ควรปรบั ปรงุ พัฒนาต่อไป
6. ข้อเสนอแนะอืน่ ๆ
.........................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................
ลงช่อื ................................................................
()
ผูอ้ ำนวยการโรงเรียน....................................................................
เครอ่ื งหมายตงั้ บนั ไดเสียง
เครอ่ื งหมายตงั้ บนั ไดเสยี ง หรอื คยี ด์ นตรี หรอื คยี ์ (องั กฤษ: key signature) คอื กลุม่ ของชารป์
หรอื แฟลต (หรอื เนเชอรลั ในบางกรณี) ท่กี ากบั บนบรรทดั ห้าเส้น เป็นตวั บ่งบอกให้เล่นตวั โน้ตสูงขน้ึ
หรอื ต่าลงคร่งึ เสยี ง (semitone) ตามตาแหน่งท่กี าหนดหากไม่มเี คร่อื งหมายอ่นื อยู่ก่อน แทนท่จี ะเป็น
เสียงตัวโน้ตปกติ การกาหนดบันไดเสียงเช่นน้ีจะมีผลทัง้ บรรทัดจนกว่าจะมีการเปล่ียนคีย์ใหม่
เ ค ร่ื อ ง ห ม า ย
ตงั้ บนั ไดเสยี งมกั พบไดท้ วั่ ไปถดั จากกุญแจประจาหลกั ในตาแหน่งเรมิ่ บรรทดั ใหม่ หรอื ปรากฏทส่ี ว่ นอ่นื
บนบรรทดั เช่นหลงั จากดบั เบลิ บาร์ (double bar) เป็นตน้
_____________________________
ตวั อยา่ งการใช้งาน
ตวั อยา่ งตอ่ ไปน้เี ป็นบนั ไดเสยี งของ B major
และบนั ไดเสยี งน้สี ามารถใชเ้ คร่อื งหมายตงั้ บนั ไดเสยี งกากบั ไดด้ งั น้ี
จุดประสงคข์ องการใชเ้ คร่อื งหมายตงั้ บนั ไดเสยี งกเ็ พอ่ื ลดจานวนเคร่อื งหมายกากบั เสยี งทแ่ี ทรก
อย่ใู นบรรทดั หา้ เสน้ ทาใหอ้ ่านง่ายขน้ึ โดยหลกั การเบ้อื งตน้ เคร่อื งหมายตงั้ บนั ไดเสยี งสามารถกากบั ท่ี
ตาแหน่งสงู ต่าใดๆ กไ็ ดบ้ นบรรทดั หา้ เสน้ เขยี นรวมกนั ทต่ี น้ บรรทดั แลว้ ถอดเคร่อื งหมายทต่ี วั โน้ตออก
หรอื ปรบั ดว้ ยเคร่อื งหมายกากบั เสยี งอน่ื ใหต้ รงตามความเป็นจรงิ
การใชเ้ คร่อื งหมายตงั้ บนั ไดเสยี งจะทาใหเ้ กดิ ผลต่อตวั โน้ตทต่ี อ่ จากนนั้ หลายหอ้ ง หรอื ทงั้ บรรทดั
หรือแม้แต่ทัง้ เพลง เว้นแต่จะถูกยกเลิกโดยเคร่ืองหมายตัง้ บันไดเสียงกลุ่มอ่ืน ตัวอย่างเช่น จาก
เคร่อื งหมายตงั้ บนั ไดเสยี ง B major ขา้ งตน้ โน้ตเสยี ง A (เสยี ง ลา) ทอ่ี ย่หู ลงั จากเคร่อื งหมายตงั้ บนั ได
เสยี งในทุกออ็ กเทฟ (octave) จะตอ้ งเลน่ เป็นเสยี ง A♯ ทงั้ หมด หากไม่มเี คร่อื งหมายกากบั เสยี งตวั อ่นื มา
ปรบั เปลย่ี นโน้ตตวั นนั้
ตอ่ ไปน้เี ป็นตวั อยา่ งการยกเลกิ บนั ไดเสยี งทก่ี าหนดไวก้ อ่ นหน้าในบรรทดั เดยี วกนั จาก C minor
ไปเป็น E major เครอ่ื งหมายน้ี ♮ เรยี กว่าเนเชอรลั (natural) ใชส้ าหรบั แปลงเสยี งใหก้ ลบั มาเป็นปกติ
ตารางเครื่องหมายบนั ไดเสียง
เคร่อื งหมายตงั้ บนั ไดเสยี งทน่ี ิยมใชม้ กั จะมรี ปู แบบตายตวั โดยจะมชี ารป์ ทงั้ ชุดหรอื แฟลตทงั้ ชุด
ห รื อ ไ ม่ มี
อย่เู ลย ซง่ึ จะสมั พนั ธก์ นั ตามบนั ไดเสยี งเมเจอรแ์ ละบนั ไดเสยี งไมเนอร์ ดงั น้ี
เคร่ืองหมายตงั้ บนั ได Major Minor เครอ่ื งหมายตงั้ บนั ได Major Minor
เสียง เสียง
C major A minor
ไม่มแี ฟลตหรอื ชารป์
แฟลต 1 ตวั F major D minor ชารป์ 1 ตวั G major E minor
แฟลต 2 ตวั Bb major G minor ชารป์ 2 ตวั D major B minor
แฟลต 3 ตวั Eb major C minor ชารป์ 3 ตวั A major F# minor
แฟลต 4 ตวั Ab major F minor ชารป์ 4 ตวั E major C# minor
แฟลต 5 ตวั Db major Bb minor ชารป์ 5 ตวั B major G# minor
แฟลต 6 ตวั Gb major Eb minor ชารป์ 6 ตวั F# major D# minor
แฟลต 7 ตวั Cb major Ab minor ชารป์ 7 ตวั C# major A# minor
ใบงาน เรอ่ื ง โน้ตดนตรไี ทย “เพลงมหาฤกษ์”
คำสงั่ : จงบนั ทกึ โนต้ ลงไปให้ถูกต้อง
ช่อื ...................................................................................ชั้น..........เลขที่.............
ใบงานเร่อื ง โนต้ ดนตรีสากล “เพลง หนมู าลี”
คำสง่ั : จงบันทกึ โน้ตลงไปให้ถกู ต้องในกญุ แจซอล
คำสง่ั : จงบันทกึ โน้ตลงไปให้ถูกต้องในกญุ แจฟา
ช่ือ...................................................................................ชัน้ ..........เลขท่.ี ............
ใบงานเร่อื ง เครื่องหมายกำหนดอตั ราจงั หวะดนตรีสากล
คำส่งั : จงตอบคำถามให้ถูกต้อง
อา่ นวา่ .................................มีความหมายว่า...........................................................................................
..........................................................................................
..........................................................................................
อา่ นวา่ .................................มีความหมายวา่ ...........................................................................................
..........................................................................................
..........................................................................................
อ่านวา่ .................................มคี วามหมายวา่ ...........................................................................................
..........................................................................................
..........................................................................................
อา่ นว่า.................................มีความหมายว่า...........................................................................................
..........................................................................................
..........................................................................................
อา่ นวา่ .................................มคี วามหมายวา่ ...........................................................................................
..........................................................................................
..........................................................................................
อา่ นว่า.................................มคี วามหมายว่า...........................................................................................
...................................................................................... ....
..........................................................................................
ช่ือ...................................................................................ชนั้ ..........เลขท่.ี ............
ใบงานเร่อื ง เครื่องหมายกำหนดบันไดเสียง Major Minor
คำส่ัง : จงเตมิ คำตอบลงในช่องวา่ งให้ถูกต้อง
เคร่อื งหมายตงั้ บนั ได Major Minor เครอ่ื งหมายตงั้ บนั ได
เสียง เสียง
C major A minor
ไม่มแี ฟลตหรอื ชารป์
แฟลต 1 ตวั F major D minor ชารป์ 1 ตวั G major E minor
แฟลต 2 ตวั Bb major G minor ชารป์ 2 ตวั D major B minor
แฟลต 3 ตวั Eb major C minor ชารป์ 3 ตวั A major F# minor
แฟลต 4 ตวั Ab major F minor ชารป์ 4 ตวั E major C# minor
Db major Bb minor B major G# minor