The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการจัดการเรียนดนตรีม.4 ยงยศ สง่าวงษ์

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by yorch.yorch4968, 2021-05-30 13:22:01

แผนการจัดการเรียนดนตรีม.4 ยงยศ สง่าวงษ์

แผนการจัดการเรียนดนตรีม.4 ยงยศ สง่าวงษ์

แฟลต 5 ตวั ชารป์ 5 ตวั

Gb major Eb minor F# major D# minor

แฟลต 6 ตวั ชารป์ 6 ตวั

Cb major Ab minor C# major A# minor

แฟลต 7 ตวั ชารป์ 7 ตวั

ชื่อ...................................................................................ช้นั ..........เลขท.่ี ............

ใบงานเรอ่ื ง โน้ตเพลงไทยอัตราจงั หวะ 2 ช้ันและ 3 ชนั้

คำส่ัง : จงเตมิ จงั หวะฉง่ิ ในอตั ราจังหวะ 3 ชน้ั และ 2 ชั้นตามลำดบั

ทอ่ น 1 เท่ียวท่ี 1 โน้ตเพลงลาวเสี่ยงเทียน สองช้ัน
-ลลล
ซลดซ

---ฟ -ม-- -ร-ซ ---ซ

--ซล ซซซซ ดลลล ซลดซ

---ฟ -ม-- -ร-ซ ---ซ

-ลซม ซรมซ --ดร มรดล

--ดล ซมซล -ดรม -ร-ด

-ม-ร -ด-ม --ดร มรดล

--ดล ซมซล -ดรม -ร-ด

ช่อื ...................................................................................ชั้น..........เลขที่.............

แผนการจดั การเรียนร้รู ายหน่วย

หนว่ ยท่ี 3
เรอ่ื ง ขับรอ้ งสากล

แผนการจดั การเรยี นรู้

สาระการเรียนรู้ ศลิ ปะ รายวิชา ดนตรี

ชั้น มัธยมศึกษาปีท่ี 4 ภาคเรยี นที่ 1 ปีการศึกษา 2564

หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 3 เรอื่ ง ขับรอ้ งสากล เวลา 6 ชั่วโมง

31. มาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ช้วี ดั
มาตรฐานการเรียนรู้ (เฉพาะหน่วยนี้)

มาตรฐานที่ ศ 2.1 เข้าใจและแสดงออกทางดนตรีอยา่ งสร้างสรรค์ วิเคราะห์ วิพากษ์

วิจารณ์ คุณค่าดนตรี ถ่ายทอดความรู้สึก ความคิดต่อดนตรีอย่างอิสระ ชื่นชม และ ประยุกต์ใช้

ในชวี ิตประจำวัน

ตวั ชวี้ ดั (เฉพาะหนว่ ยนี้)

ศ 2.1 ม.4-6/5 ร้องเพลง หรือเลน่ ดนตรเี ดยี่ วและรวมวงโดยเน้นเทคนิคการแสดงออก

32. จดุ ประสงค์การเรียนรู้ (จากตัวชวี้ ัดเฉพาะหน่วยนี)้

17. อธบิ ายการรอ้ งเพลง หรือเล่นดนตรเี ดี่ยวและรวมวงได(้ K)

18. นกั เรยี นสามารถรอ้ งเพลง หรอื เลน่ ดนตรีเดีย่ วและรวมวงได(้ P)

19. เขา้ ใจการรอ้ งเพลง หรือเลน่ ดนตรีเดยี่ วและรวมวง (A)

33. สาระสำคัญ (เฉพาะหน่วยน้ี)

การรอ้ งเพลง เปน็ การเปล่งเสียงประกอบการบรรเลงท่วงทำนองและจังหวะโดยเคร่ืองดนตรี
เป็นกิจกรรมทแ่ี สดงออกทางด้านดนตรี สามารถบ่งบอกไดถ้ ึงความเป็นผ้รู ู้ทางดา้ นดนตรี และรวมไป

ถึงความซาบซึ้งด้านศิลปะ สามารถถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกด้วยการร้องเพลง หรือบรรเลงเครื่อง

ดนตรไี ด้

34. สาระการเรยี นรู้ (เฉพาะหน่วยน้ี)

34.1 ประเภทของการขับร้อง

34.2 เทคนคิ การขบั ร้องสากล

34.3 การดูแลรกั ษาเสยี ง

35. สมรรถนะสำคัญของผเู้ รียน ( ✓ เฉพาะทเี่ กิดในหน่วยการเรียนรนู้ ้)ี
 ความสามารถในการสื่อสาร
 ความสามารถในการคิด

 ความสามารถในการแก้ปัญหา
 ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ติ
 ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี

36. ทักษะของผเู้ รียนในศตวรรษท่ี 21 (3R 8C + 2L) (จุดเนน้ สู่การพัฒนาคุณภาพผู้เรียน)
 ทักษะการอา่ น (Reading)
 ทักษะการเขียน (Writing)

 ทกั ษะการคิดคำนวณ (Arithmetic)
 ทกั ษะด้านการคิดอย่างมีวจิ ารณญาณและทักษะในการแกป้ ญั หา (Critical thinking and
problem solving)
 ทักษะดา้ นการสร้างสรรค์และนวัตกรรม (Creativity and innovation)
 ทักษะด้านความร่วมมือ การทำงานเป็นธีม และภาวะผู้นำ (Collaboration , teamwork and
leadership)
 ทักษะดา้ นความเข้าใจตา่ งวัฒนธรรม ต่างกระบวนทัศน์ (Cross-cultural understanding)
 ทักษะด้านการสื่อสาร สารสนเทศ และรู้เท่าทันสื่อ (Communication information and
media literacy)
 ทกั ษะด้านคอมพวิ เตอร์ และเทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสาร (Computing)
 ทกั ษะอาชพี และทักษะการเรยี นรู้ (Career and learning self-reliance, change)
 ทักษะการเปลยี่ นแปลง (Change)
 ทักษะการเรียนรู้ (Learning Skills)
 ภาวะผูน้ ำ (Leadership)
37. ชิ้นงานหรือภาระงาน (หลักฐาน / ร่องรอยแสดงความร)ู้
37.1 Mind Mapping ประเภทของการขับร้อง
37.2 กิจกรรมการแสดงร้องเพลง
37.3 Mind Mapping การดูแลรักษาเสียง
38. การจดั กิจกรรมการเรยี นรู้
หน่วยยอ่ ยที่ 3.1 เรอ่ื ง ประเภทของการขับรอ้ ง
ช่ัวโมงที่ 15 (ใชร้ ปู แบบการเรยี นรู้ 5e)

ขัน้ ที่ 1 การสร้างความสนใจ (Engagement)
นำเขา้ ส่บู ทเรยี นโดยครูเปดิ เพลงโอเปรา่ ใหน้ ักเรียนฟัง แลว้ ใหน้ กั เรียนบอกถึงความรสู้ กึ
ทไี่ ดฟ้ งั วา่ เปน็ อย่างไร
ข้ันท่ี 2 การสำรวจและคน้ หา (Exploration)
ใหน้ ักเรียนศึกษาคน้ ควา้ ประเภทของการขับร้อง โดยจดขอ้ มูลท่หี าได้ลงไปสมุด โดยครู
มอบหมายงานให้เปน็ กลมุ่ กล่มุ ละเทา่ ๆ กนั
ขั้นท่ี 3 การอธิบายและลงข้อสรปุ (Elaboration)
หลงั จากท่ใี หน้ กั เรียนศกึ ษาและค้นควา้ สกั ระยะนงึ ก็นำมาสรุปวา่ ท่ีนักเรียนได้ไปคน้ ควา้ เร่ือง
ประเภทของการขับรอ้ งนน้ั มีอะไรบา้ ง
ขั้นที่ 4 การขยายความรู้ (Elaboration)
นำขอ้ มลู ทีน่ กั เรยี นได้รวบรวมไว้แล้ว ครูนำมาขยายความว่าการรอ้ งเพลง หรอื การขบั ร้อง
คอื การเปลง่ เสียงออกเป็นทำนอง ให้มจี งั หวะแน่นอนและสมำ่ เสมอในการร้อง ตอ้ งมกี ารกักเกบ็ ลม

หายใจให้ถูกต้อง และขับร้องเพลงออกมาอย่างมีสมาธิ ในการเลือกเพลงที่จะร้องควรคำนึงถึงจังหวะ
ความไพเราะ ความง่ายต่อการร้อง และความใกล้เคียงกับระดับเสียงของเราด้วย อย่างไรก็ตามการ
ร้องเพลงเพื่อสุขภาพไม่จำเป็นต้องร้องบนเวทีหรือต่อหน้าผู้คน แต่เป็นการร้องให้เรามีความสุข
มคี วามพอใจและสนุกไปกบั การร้องเพลง ร้องเพลงในเวลาท่อี ยากรอ้ งหรอื ในเวลาว่าง เพอื่ ต้ังใจบำบดั
ตวั เราเองหรือคนใกลต้ ัวใหม้ คี วามสุข ปลดปลอ่ ยทางอารมณ์ และคลายเครยี ดไปด้วย

ขนั้ ที่ 5 การประเมินผล (Evaluation)
ใหน้ ักเรยี นทำสรุป Mind Mapping ประเภทของการขบั รอ้ ง โดยนำขอ้ มูลทีไ่ ดจ้ ดไวม้ าเขยี น
และตกแตง่ ใหส้ วยงาม

หน่วยยอ่ ยท่ี 3.2 เรอื่ ง เทคนคิ การขับรอ้ งสากล
ชัว่ โมงที่ 16-19 (ใช้รปู แบบการเรยี นรู้ 5e)

ข้นั ที่ 1 การสรา้ งความสนใจ (Engagement)
นำเขา้ สู่บทเรียนโดยครูนำเสียงเมโลดข้ี องเพลงตา่ ง ๆ มาให้นกั เรียนฟัง และชว่ ยกนั ตอบว่า
เพลงนั้น ชื่อเพลงวา่ อะไร
ขนั้ ท่ี 2 การสำรวจและค้นหา (Exploration)
ให้นักเรียนศึกษาความรู้เกี่ยวกับเทคนิคการขับร้องจากเอกสารประกอบการสอนที่ครูมีให้
โดยอ่านและทำความเขา้ ใจ และจำข้อสำคัญของเทคนคิ ตา่ ง ๆ ไว้ เพ่อื ใช้ประกอบการปฏิบัติร้องเพลง
ข้ันท่ี 3 การอธิบายและลงขอ้ สรุป (Elaboration)
หลังจากท่ใี หน้ ักเรยี นศกึ ษาและคน้ คว้าสกั ระยะนงึ ก็นำมาสรุปวา่ ทน่ี กั เรียนค้นควา้ จาก
เอกสารแล้วไดค้ วามรอู้ ะไรบ้าง
ขนั้ ที่ 4 การขยายความรู้ (Elaboration)
นำข้อมลู ทน่ี กั เรยี นไดร้ วบรวมไวแ้ ล้ว ครูนำมาขยายความรู้ โดยการสอนเทคนิคการฝึกปฏบิ ตั ิ
ร้องเพลงในรูปแบบต่าง ๆ และดูแลไปถึงการออกเสียง การควบคุมลม และสาธิตการร้องเพลงที่
ถูกตอ้ งใหก้ ับนกั เรยี นดูเพื่อใหน้ กั เรียนเกิดความเขา้ ใจ และสามารถปฏิบตั ไิ ด้
ขนั้ ที่ 5 การประเมนิ ผล (Evaluation)
ให้นักเรียนจบั กลุ่ม กลมุ่ ละเท่า ๆ กัน แลว้ เลือกเพลงมา 1 เพลง ใหน้ ักเรยี นฝกึ ร้อง แล้วมา
แสดงใหค้ รูและเพอื่ น ๆ ดูในคาบสุดท้ายของการเรยี นเร่อื งเทคนิคการขับรอ้ ง

หนว่ ยยอ่ ยที่ 3.3 เร่ือง การดูแลรักษาเสยี ง
ชั่วโมงที่ 20 (ใช้รปู แบบการเรยี นรู้ 5e)

ขัน้ ท่ี 1 การสรา้ งความสนใจ (Engagement)
นำเข้าสูบ่ ทเรียนโดยครใู ชก้ ิจกรรมเสริมทกั ษะ ด้วยการใหน้ ักเรยี นจับคูก่ ัน ประมาณ 2 คู่
สาธิตการสนทนา คอื

คู่ที่ 1 ยนื ห่างกันประมาณ 2 เมตร แล้วตะโกนคุยกนั วา่ “สวัสด”ี (แลว้ ใหน้ กั เรียนตอบว่า

ร้สู กึ อย่างไร)

คู่ที่ 2 ยืนใกล้ชิดติดกัน แล้วพูดกันอย่างเบา ๆ ว่า “สวัสดี” (แล้วให้นักเรียนตอบว่ารู้สึก

อยา่ งไร)

ข้ันท่ี 2 การสำรวจและค้นหา (Exploration)

ให้นกั เรียนศึกษาค้นคว้าเรื่องการดูแลรักษาเสียงวา่ มวี ิธใี ดบ้าง และคน้ คว้าวา่ ควรรับประทาน

อาหารเช่นไรจงึ จะช่วยดูแลรักษาเสียงของเราได้

ข้ันท่ี 3 การอธบิ ายและลงข้อสรปุ (Elaboration)

หลังจากที่ให้นักเรียนศึกษาและค้นคว้าสักระยะนึงก็นำมาสรุปว่าการดูแลรักษาเสียงน้ันเปน็

เชน่ ไร

ข้นั ท่ี 4 การขยายความรู้ (Elaboration)

นำขอ้ มูลที่นกั เรียนไดร้ วบรวมไวแ้ ล้ว ครูนำมาขยายความวา่ จากกิจกรรมที่ครใู ห้ทำนน้ั

สอดคลอ้ งกับเน้ือหาการเรียนอยา่ งไร และหากนักเรยี นคนใดท่ีชอบตะโกน พดู เสยี งดัง หรอื จะดื่มสุรา

สูบบหุ รี่ หรอื พักผ่อนน้อย ล้วนเป็นสงิ่ ที่ทำลายเสยี งของเราได้ และนอกจากเสยี งแล้ว ยังส่งผลเสียต่อ

สขุ ภาพของเราด้วย

ขนั้ ท่ี 5 การประเมินผล (Evaluation)

ให้นักเรียนทำสรุป Mind Mapping การดูแลรักษาเสียง โดยให้ออกแบบและตกแต่งให้

สวยงาม

39. สอื่ การสอน

39.1 สื่อ Power Point

39.2 ใบความรู้

39.3 YouTube

40. แหล่งเรยี นรู้ในหรอื นอกสถานท่ี

40.1 หอ้ งสมุด

41. การวัดและประเมนิ ผล

จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้

หรอื ส่ิงท่ตี ้องการจะวัดและ วธิ ีวัด เคร่ืองมือวดั เกณฑ์การให้คะแนน เกณฑ์การประเมิน

ประเมนิ ผล

1. เขา้ ใจและอธิบายประเภทของ 1. เนือ้ หาครบถว้ น คะแนน 16 - 20 = ดมี าก
การขับร้อง 2. เข้าใจงา่ ย 3. คะแนน 11 - 15 = ดี
ความสวยงาม/ คะแนน 6 – 10 = พอใช้
ตรวจใบงาน Mind Mapping ความคิดสร้างสรรค์ คะแนน 0 -5 = ปรบั ปรุง
ผ่านเกณฑ์ในระดบั ดีขึ้นไป

2. เขา้ ใจและปฏบิ ัตเิ ทคนิคการ เทคนคิ การร้อง คะแนน 16 - 20 = ดมี าก
ขับร้องสากล ถกู ต้อง คะแนน 11 - 15 = ดี
คะแนน 6 – 10 = พอใช้
ชมการแสดง การแสดง 1. เน้ือหาครบถว้ น คะแนน 0 -5 = ปรบั ปรงุ
Mind Mapping 2. เขา้ ใจงา่ ย 3. ผ่านเกณฑ์ในระดบั ดีขนึ้ ไป
3. เข้าใจและอธบิ ายเรือ่ งการดูแล ความสวยงาม/ คะแนน 16 - 20 = ดีมาก
รักษาเสียง ความคดิ สรา้ งสรรค์ ค ะ แ น น 11 - 15 = ดี
คะแนน 6 – 10 = พอใช้
ตรวจใบงาน คะแนน 0 -5 = ปรับปรุง
ผ่านเกณฑ์ในระดบั ดขี ึ้นไป

(ถ้ามี) วธิ วี ัด เครื่องมอื วดั เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน เกณฑก์ ารประเมนิ
สมรรถนะสำคญั ของผูเ้ รยี น
สงั เกต แบบสังเกต ตารางเกณฑ์ ผา่ นเกณฑ์ต้ังแต่
(ตามหัวข้อท่ี 5) พฤติกรรม การให้คะแนน ระดบั ปานกลางข้ึนไป
1. ความสามารถในการส่อื สาร การปฏบิ ัติงาน สมรรถนะของผู้เรยี น
รายบคุ คล
2. ความสามารถในการคดิ
สงั เกต แบบสงั เกต ตารางเกณฑ์ ผ่านเกณฑต์ ั้งแต่
3. ความสามารถในการใช้ พฤติกรรม การให้คะแนน ระดับปานกลางขึน้ ไป
เทคโนโลยี การปฏิบตั ิงาน สมรรถนะของผู้เรยี น
รายบุคคล

สังเกต แบบสังเกต ตารางเกณฑ์ ผา่ นเกณฑต์ ั้งแต่
พฤติกรรม การให้คะแนน ระดบั ปานกลางขนึ้ ไป
การปฏบิ ตั งิ าน สมรรถนะของผู้เรยี น
รายบคุ คล

ทกั ษะของผเู้ รียนในศตวรรษท่ี 21 วธิ วี ดั เครื่องมอื วดั เกณฑก์ ารให้คะแนน เกณฑ์การประเมิน
(ตามหัวข้อที่ 6) สงั เกต
แบบประเมิน ตารางเกณฑ์ ผา่ นเกณฑ์ต้ังแต่
1. ทกั ษะการเขียน (Writing) ใบงาน การให้คะแนน ระดบั ปานกลางข้นึ ไป
สมรรถนะของผู้เรียน
2. ทักษะด้านการสร้างสรรค์และ สงั เกต แบบประเมนิ ตารางเกณฑ์ ผา่ นเกณฑต์ ้ังแต่
นวัตกรรม (Creativity and สงั เกต ใบงาน การใหค้ ะแนน ระดบั ปานกลางขน้ึ ไป
innovation) สงั เกต สมรรถนะของผู้เรียน
3. ทกั ษะดา้ นความรว่ มมือ การ ผ่านเกณฑ์ต้ังแต่
ทำงานเปน็ ธมี และภาวะผนู้ ำ แบบประเมนิ ตารางเกณฑ์ ระดบั ปานกลางข้นึ ไป
(Collaboration , teamwork ใบงาน การใหค้ ะแนน
and leadership) สมรรถนะของผเู้ รียน ผา่ นเกณฑ์ตั้งแต่
3. ทกั ษะการเรยี นรู้ (Learning ระดบั ปานกลางขน้ึ ไป
Skills) แบบสงั เกต ตารางเกณฑ์
พฤติกรรมการ การให้คะแนน
ปฏบิ ัติงาน สมรรถนะของผ้เู รยี น

รายบุคคล

แบบประเมินกจิ กรรมรายบคุ คล

ช่อื .........................................................................ช้ัน.............เลขท.่ี .............

ลำดบั ประเด็นการประเมนิ คุณภาพการปฏิบตั ิการ

4 (ดีมาก) 3 (ดี) 2 (พอใช้) 1 (ปรับปรงุ )

1 ตรงตามจดุ ประสงคท์ ่ีกำหนด

2 เนือ้ หาถูกตอ้ งและสมบูรณ์

3 มคี วามเป็นระเบยี บเรยี บร้อย

4 มคี วามรับผดิ ชอบต่อตนเอง

รวม

ลงชอ่ื ..............................................................ผ้ปู ระเมนิ
วันที.่ ........./........../..........

เกณฑ์การใหค้ ะแนนใบงาน

ประเด็นการประเมนิ คณุ ภาพการปฏบิ ตั กิ าร
1. ผลงานตรงตามจุดประสงค์
4 (ดีมาก) 3 (ดี) 2 (พอใช้) 1 (ปรับปรงุ )
2. ผลงานมเี น้อื หาทถ่ี กู ต้อง ผลงานไม่เป็น
3. มคี วามเป็นระเบยี บเรียบร้อย ผลงานเปน็ ไป ผลงานเปน็ ไป ผลงานเปน็ ไป
ไปตาม
4. มคี วามรบั ผดิ ชอบต่อตนเอง ตามจุดประสงค์ ตามจดุ ประสงค์ ตามจดุ ประสงค์ จุดประสงค์

ทกี่ ำหนดทุก ที่กำหนดบาง บ้างเลก็ น้อย เน้ือหา
ไมถ่ ูกตอ้ ง
ประการ ประการ
ผลงานไมม่ ี
เนื้อหา ถกู ต้อง เนอ้ื หา ถกู ตอ้ ง เน้อื หา ถูกตอ้ ง ความเป็น
ระเบยี บ
สมบรู ณแ์ ละ เปน็ ส่วนใหญ่ เปน็ บางข้อ เรยี บร้อย
ไมม่ ีความ
ครบถว้ น รบั ผดิ ชอบ
ตอ่ ตนเองเลย
ผลงานมี ผลงานมี ผลงานมี

ความเป็น ความเป็น ความเป็น

ระเบยี บ ระเบยี บ ระเบยี บ

เรยี บร้อยดีมาก เรียบร้อยดี เรียบร้อยนอ้ ย

มีความ มีความ มีความ

รับผดิ ชอบ รับผดิ ชอบ รบั ผิดชอบ

ตอ่ ตนเองดมี าก ต่อตนเองดี ต่อตนเองนอ้ ย

เกณฑก์ ารประเมิน

คะแนน ระดบั คณุ ภาพ
16 – 20 ดมี าก
11 – 15 ดี
6 – 10 พอใช้
0–5 ปรับปรงุ

แบบสังเกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล

คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์

ลำดับ ชื่อ - สกลุ มวี นิ ยั ใฝ่เรยี นรู้ มงุ่ มน่ั ในการทำงาน

543215432154321

ลงช่อื ..............................................................ผ้ปู ระเมนิ
วนั ท่ี........../........../..........

เกณฑ์การให้คะแนนสมรรถนะสำคญั ของผ้เู รยี น

พฤตกิ รรมบ่งชี้ คะแนน
1. ความสามารถในการ
สื่อสาร 5 (ดีมาก) 4 (ดี) 3 (ปานกลาง) 2 (พอใช้) 1 (ปรับปรงุ )

2. ความสามารถในการ มีความสามารถ มคี วามสามารถ มีความสามารถ มีความสามารถ ความสามารถ
คดิ
ในการสอ่ื สาร ในการส่อื สาร ในการสอ่ื สาร ในการสอื่ สาร ในการสื่อสาร
3. ความสามารถในการ
ใช้เทคโนโลยี ออกมาได้ ออกมาได้ ออกมาไดร้ ะดับ ออกมาได้ระดับ น้อยมาก

ดีเย่ยี ม ดีชัดเจน ปานกลาง ปานกลาง

ไม่ชัดเจน ควรปรับปรุง

มีความสามารถ มคี วามสามารถ มีความสามารถ มีความสามารถ มคี วามสามารถ

ในการคดิ อยา่ ง ในการคดิ อยา่ ง ในการคดิ อยา่ ง ในการคดิ อยา่ ง ในการคดิ อย่าง

สร้างสรรค์ สรา้ งสรรค์ สรา้ งสรรค์ สร้างสรรค์ สร้างสรรค์

ตดั สนิ ใจ ตัดสินใจ ตดั สินใจ ตดั สนิ ใจ ตัดสินใจ

เกย่ี วกับปัญหา เกยี่ วกบั ปัญหา เกี่ยวกับปญั หา เกยี่ วกบั ปญั หา เก่ียวกบั ปญั หา

ของตนเองได้ ของตนเองไดด้ ี ของตนเองได้ ของตนเองได้ ของตนเองได้

เหมาะสม ไม่ดีเท่าทค่ี วร นอ้ ยมาก

มคี วามสามารถ มคี วามสามารถ พอจะมี สามารถ สามารถ

ในการประยุกต์ ในการประยุกต์ ความสามารถ ประยุกต์ใช้ ประยุกตใ์ ช้

ใชเ้ ทคโนโลยี ใชเ้ ทคโนโลยี ในการประยุกต์ เทคโนโลยี เทคโนโลยี

รว่ มกับ ร่วมกบั ใชเ้ ทคโนโลยี ร่วมกบั ร่วมกบั

การเรียน การเรยี น รว่ มกบั การเรยี น การเรยี น

ได้ดีเย่ียม ได้ดี การเรยี นได้ ไดเ้ ล็กน้อย ได้น้อยมาก

เกณฑ์การให้คะแนนทักษะของผูเ้ รยี นในศตวรรษท่ี 21

พฤตกิ รรมบ่งชี้ คะแนน

1. ทกั ษะการเขยี น 5 (ดีมาก) 4 (ดี) 3 (ปานกลาง) 2 (พอใช้) 1 (ปรับปรุง)
(Writing)
มีความสามารถ มคี วามสามารถ มคี วามสามารถ มีความสามารถ มีความสามารถ
2. ทกั ษะดา้ นการ
สรา้ งสรรคแ์ ละ ในการเขียน ในการเขยี น ในการเขียน ในการเขียน ในการเขยี น
นวัตกรรม (Creativity
and innovation) เพื่อสื่อสาร เพื่อสื่อสาร เพ่ือส่ือสาร เพ่ือส่ือสาร เพอ่ื สื่อสาร

3. ทกั ษะดา้ นความ ออกมา ออกมา ออกมา ได้เล็กน้อย ไดน้ อ้ ยมาก
ร่วมมอื การทำงาน
เปน็ ธีม และ ภาวะผนู้ ำ ได้ดีเยยี่ ม ได้ดี ไดป้ านกลาง
(Collaboration ,
teamwork and มคี วามคิด มีความคิด มคี วามคดิ มคี วามคิด มีความคิด
leadership)
4. ทักษะการเรยี นรู้ สร้างสรรค์ สรา้ งสรรค์ สรา้ งสรรค์ สรา้ งสรรค์ สร้างสรรค์
(Learning Skills)
ออกแบบ ออกแบบ ออกแบบ ออกแบบ ออกแบบ

ผลงานออกมา ผลงานออกมา ผลงานออกมา ผลงานออกมา ผลงานออกมา

ไดด้ ีเยีย่ ม ไดด้ ี ได้ปานกลาง ไดเ้ ลก็ น้อย ได้นอ้ ยมาก

ให้การรว่ มมือ ใหก้ ารรว่ มมือ ให้การร่วมมือ ให้การร่วมมือ ให้การรว่ มมือ

และช่วยเหลือ และชว่ ยเหลอื และชว่ ยเหลอื และชว่ ยเหลอื และช่วยเหลือ

ซ่ึงกันและกนั ดี ซ่ึงกนั และกัน ดี ซึง่ กนั และกัน ซึ่งกนั และกนั ซ่งึ กนั และกนั

เยี่ยม ปานกลาง เล็กนอ้ ย น้อยมาก

มที กั ษะดา้ น มีทกั ษะด้าน พอจะมที ักษะ มที ักษะด้าน มีทกั ษะด้าน
การเรยี นรู้ การเรยี นรู้ไดด้ ี ดา้ นการเรยี นรู้ การเรยี นรู้ การเรียนรู้
ดีเยี่ยม เลก็ นอ้ ย น้อยมาก

42. กจิ กรรมเสนอแนะ

................................................................................................................................................................

................................................................................................................................................................

43. บันทกึ ผลหลังการสอน

สรุปผลการเรียนการสอน

นกั เรียนทั้งหมดจำนวน...............คน

จุดประสงค์การเรยี นรู้ จำนวนนกั เรียนท่ีผ่าน จำนวนนกั เรยี นทไ่ี มผ่ า่ น

(ข้อท่)ี จำนวนคน รอ้ ยละ จำนวนคน รอ้ ยละ

1

2

3

44. ปัญหา / อุปสรรค / แนวทางแกไ้ ข
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................

45. ข้อเสนอแนะ
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................. ...............

ลงชื่อ................................................................
()
ตำแหนง่ ครู วทิ ยฐานะ............................

ลงช่ือ.............................................................หวั หน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้
()

ลงชือ่ .........................................................รองผูแ้ นวยการกลุ่มบริหารวชิ าการ
()

ความเหน็ ของหัวหน้าสถานศึกษา
ไดท้ ำการตรวจแผนการเรยี นรู้ของ......................................................................แลว้ มคี วามคิดเห็นดังน้ี
7. เป็นแผนการจดั การเรียนรู้ที่

 ดีมาก  ดี  พอใช้  ควรปรับปรุง
8. การจดั กิจกรรมได้นำเอากระบวนการเรียนรู้

 เน้นผูเ้ รียนเปน็ สำคญั มาใชใ้ นการสอนไดอ้ ยา่ งเหมาะสม
 ยังไมเ่ นน้ ผู้เรียนเปน็ สำคัญ ควรปรับปรงุ พัฒนาต่อไป
9. ข้อเสนอแนะอืน่ ๆ
.........................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................

ลงช่อื ................................................................
()

ผูอ้ ำนวยการโรงเรียน....................................................................

ใบความรู้เทคนคิ เก่ียวกบั การร้องเพลง

เรม่ิ ต้น

1เรม่ิ ดว้ ยการฝึกการหายใจ.

การฝึกการหายใจทำให้คุณควบคุมจังหวะ
และระยะเวลาในการร้องได้ดีขึ้น มันไม่ใช่เรื่อง
แปลกอะไร ทีน่ กั ร้องหลายๆ คนสามารถหายใจได้
ลกึ มากและเปล่งเสยี งได้นานกวา่ คนอืน่ ๆ
- ฝึกฝนการเปิดคอ ผ่อนคลายและอ้า
ขากรรไกรให้เหมือนกับปลาที่ขาดน้ำ และเร่ิม
ขยับกลา้ มเน้อื บนใบหน้าเล็กนอ้ ยไป
ด้วยระหวา่ งนนั้ ลองทำการฝึกการหายใจตอ่ ไปนี้
ก่อนทจ่ี ะวอร์มอพั
1. เรม่ิ ด้วยการหายใจเข้าลกึ ๆ สัก 2-3 ครง้ั แล้วลองจินตนาการวา่ อากาศนน้ั มันหนักมาก ขณะท่คี ุณหายใจเขา้
2. ปล่อยใหล้ มหายใจตกลงไปในสะดือ เข้าไปในกระบงั ลม จากนน้ั หายใจออก แล้วทำซ้ำหลายๆ ครงั้
3. ลองใช้ขนนกทใ่ี ส่ในหมอน ทำให้มันลอยอยูใ่ นอากาศดว้ ยลมหายใจของคณุ คล้ายๆ กบั การเล่นโยนขนนกไปมา
คอ่ ยๆ เป่าให้มนั สงู ขนึ้ เรอื่ ย ๆ และทำใหม้ นั ลอยอยู่บนนนั้
4. อย่าทำใหห้ นา้ อกคณุ พงั เพราะเป่าขนนกใหล้ อยอยใู่ นอากาศ ใหล้ องใช้ลมจากกระบงั ลมของคณุ แทน

2ทำการวอรม์ เสียง.

เส้นเสยี งของคณุ คอื กล้ามเน้ือ เชน่ เดียวกับ
กล้ามเนื้อไบเซป ที่ต้องการการยืดเส้นก่อนจะ
ยกอะไรหนักๆ คุณสามารถทำการวอร์มเสียงได้
หลายวธิ ี
- ฝึกฝนโน้ตตวั หลักเริ่มจาก โด กลาง และลดลงที่ละ
ครึ่งเสียงก่อนทีจ่ ะเพิ่มอย่ารีบทำก่อนที่จะร้องจรงิ ๆ
และให้พยายามทำอย่างช้า ๆ หากคุณทำการวอร์ม
เสียงไปเรื่อย ๆ คุณจะสามารถออกเสียงได้ในทุก ๆ
ชว่ งตัวโนต้
- โนต้ ท่คี ณุ จะเรมิ่ วอรม์ เสยี ง คือ โด-เร-มี-ฟา-
ซอล-ลา-ที-โด และคอ่ ยๆ เพิ่มเสียงใหส้ งู หรือลดลงทีละครง่ึ ขัน้ สำหรบั ช่วงเสียงใหม่

3หาชว่ งเสียงของคณุ .

ช่วงเสียงของคุณ คือ การวัดของระดบั
เสียงที่คุณสามารถร้องได้ ระหว่างโน้ตต่ำสุดและ
โน้ตสูงสดุ ให้ลองกับตวั วดั ของดนตรีสากลหลายๆ
แบบ (คุณสามารถหาได้จากอินเตอร์เน็ตทั่วไป)
และดูว่าโน้ตต่ำสุด และสูงสุดตวั ใดที่คุณสามารถ
จะร้องออกมาได้ชดั เจน

4ใหล้ องร้องคไู่ ปกบั เพลงท่ีคณุ ชอบ

และอัดเสียงดว้ ยเครือ่ งอดั เสียง.

แต่ควรจะแน่ใจว่าเสียงที่อัดลงไปคือ
เสียงของคุณจริง ๆไม่ใช่เสียงร้องจากเพลงที่คุณ
เปิด หลงั จากรอ้ งเสรจ็ ใหต้ รวจดูอีกครั้งวา่ คุณร้อง
ได้ถูกคีย์หรือไม่ และตรวจดูด้วยว่าคุณออกเสียง
แต่ละคำให้ชัดเจนโดยเฉพาะอย่างยิ่งบรรดาสระ
ทงั้ หลาย ในช่วงเร่มิ แรกอาจจะออกเสียงเกินพอดี
ให้ฝึกไปเรื่อย ๆ จนออกเสียงถูกต้อง หายใจ
ถกู ตอ้ ง ท่อนท่รี ้องยากนนั้ คณุ อาจต้องวอร์มเสยี ง
นานกวา่ ปกติ คณุ ต้องควบคุมการหายใจได้ดมี าก

5ดม่ื น้ำใหม้ าก ๆ.

การดื่มน้ำอุ่นให้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
เนื่องจากมันจะช่วยคลายเส้นเสียงของคุณ ให้
เวลาร่างกายของคุณในการดูดซึมน้ำ หลีกเลี่ยง
ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากนม หรือเครื่องดื่มหนักๆ เช่น
นำ้ ป่นั กอ่ นท่ีจะทำการร้องเพลง

6ฝกึ ฝนทกุ วนั .

ฝึกการหายใจทุกวัน วอร์มเสียงให้เป็น
นิสัยและบนั ทึกเสยี งร้อง ฟังส่วนทีเ่ สียงคุณร้องไม่
ถึง และฝึกฝนอย่างค่อยเป็นค่อยไป มันอาจจะใช้
เวลาหลายอาทิตย์เพ่ือเพลงเพลงเดยี ว

การพฒั นาเสยี ง

1เรียนรู้ท่จี ะใชจ้ มกู .

การร้องเพลงที่ดีเกี่ยวข้องกับตำแหน่งท่ี
เสียงออกทางจมูกบางส่วน มนั เป็นแผ่นสะท้อนเสียง
ในร่างกายของเรา อย่างไรก็ตาม เพื่อที่จะหลีกเลี่ยง
เสยี งข้ึนจมูก คอของคณุ จะตอ้ งเปิดกวา้ งและไมม่ ลี นิ้
ขวางทาง (ยื่นไปข้างหน้าเล็กน้อย แตะที่ด้านหลัง
ของฟันข้างลา่ งเวลาท่ีรอ้ งเสียงสระ) การรอ้ งเสียงข้ึน
จมูกมักจะได้ยินบ่อย ๆ ในเพลงลูกทุ่ง และเพลง
ประเภทอาร์แอนด์บี/กอสเปล (R&B/Gospel) แต่ก็
อาจฟังดูน่ารำคาญไดเ้ ช่นกนั

2เรยี นรู้ทจี่ ะ “รอ้ งเสียงกอ้ ง” ใหเ้ ตม็ เสียง

ขน้ึ .
เสียงก้อง เสียงกลมๆ เกิดจากการเปิด

คอ และการจำกัดด้วยเสียงขึ้นจมูก นี่เรียกว่า
“การร้องเสยี งก้อง” อย่างไรก็ตาม ระวังอย่างทำ
เสยี งก้องหรอื กลมมากไป เพราะมนั อาจกลายเปน็
เสยี งแบบลมๆ เละๆ ได้

3ฝกึ ฝนการร้องเสียงสระของคุณ.

เช่นเดียวกัน พยายามเปล่งเสียงด้วย
กระบงั ลม สระไม่ใชพ่ ยญั ชนะ ซง่ึ เปน็ สิ่งทค่ี ุณควร
ใหค้ วามสำคัญกบั มันให้มาก
• อย่าใช้กล้ามเนือ้ คอในการร้องเพลง พยายาม
ตง้ั คอให้ตรงเวลารอ้ งเพลง แต่อยา่ เกร็ง
• พยายามฝึกให้ด้านหลังของปากเปิดกว้าง
เวลาทร่ี อ้ งเสียงสระ ฝกึ เสียง “เหงอะ (ng) ในการ
ฝึกฝน ด้านหลังของปากจะปิดอยู่ ทีนี้ให้ฝึกเสียง
“อา (ah)” เช่นเดียวกับเวลาที่คุณเปิดปากให้
หมอฟนั ดู ด้านหลังปากจะเปดิ กว้าง

4ฝึกรอ้ งตัวโนต้ เสียงสงู ๆ.

โน้ตเสียงสูงเป็นเสมือนน้ำตาลเกล็ดบน
หน้าเค้ก ที่บางครั้งก็ไม่ได้จำเป็น แต่มันจะ
สวยงามมากถ้าคุณทำถูกต้อง ตอนนี้คุณคงจะรู้
ระดับเสียงคุณแล้ว ดังนั้นคุณจะรู้ไดว้ ่า โน้ตสูงแค่
ไหนที่คุณยังร้องได้อยู่ และแค่ไหนที่ร้องไม่ถึง
พยายามฝกึ ฝนรอ้ งเสยี งทยี่ ังร้องไมถ่ งึ แล้ววนั หน่ึง
คุณจะทำไดอ้ ยา่ งสมบูรณ์
• คดิ ภาพว่าคณุ กำลังกระโดดขณะท่ีร้องให้แตะ
โน้ตเสียงสูง คุณอาจจะคิดว่ากำลังกระโดดอยู่
บนแทรมโพลีน หรือกำลังกระโดดขึ้นไปกลาง
อากาศ จินตนาการว่าคุณกระโดดแตะจุดสูงสุดขณะที่คุณร้องถึงโน้ตเสียงสูง หายใจให้เพียงพอ และ
เปดิ ปากกวา้ ง การรอ้ งเสียงสูงไม่ไดห้ มายความว่าคณุ ตอ้ งเพ่ิมความดงั ของเสยี งร้อง

5พยายามฝึกฝนการหายใจอยา่ งต่อเนอ่ื ง.

ทำใหก้ ารฝกึ หายใจเปน็ โอกาสในการ
ฝกึ ฝนต่อไปเรอ่ื ย ๆ ย่งิ คณุ หายใจได้ดเี ทา่ ไหร่ การ
ฝกึ ฝนรอ้ งเสยี งสระก็จะงา่ ยยงิ่ ขึ้นเท่านนั้
• ลองฝกึ การหายใจแบบน้ี ที่เมือ่ คณุ หายใจเข้า
และพ่นลมออกมา ทำใหแ้ นใ่ จวา่ ลมท่พี น่ ออกมา
นน้ั เท่ากนั และสมำ่ เสมอ เปา้ หมายคอื ความ
สม่ำเสมอ

• หายใจเข้า 4 วนิ าที จากนน้ั พ่นลมออกมา 4 วนิ าที
• หายใจเข้า 6 วนิ าที พน่ ลมออกมา 12 วนิ าที
• หายใจเข้า 2 วินาที พน่ ลมออกมา 10 วินาที
• หายใจเข้า 4 วนิ าที พน่ ลมออกมา 16 วนิ าที
• หายใจเข้า 2 วนิ าที พน่ ลมออกมา 16 วนิ าท.ี
• หายใจเข้า 4 วินาที พน่ ลมออกมา 20 วนิ าที
• หายใจเข้า 2 วนิ าที พน่ ลมออกมา 20 วินาที.

นำมารวมเขา้ ด้วยกนั ท้ังหมด 1เข้ารว่ มการประกวดรอ้ งเพลงระดับ

คนละเร่อื งกันเลย ทอ้ งถิน่ .
คาดหวังอย่างพอดีว่าคุณจะสามารถ

แสดงได้ดีแค่ไหน ถ้าคุณฝึกร้องเพลงมาน้อยกว่า
3 เดือน และไม่เคยมีการฝึกฝนอย่างเป็นทางการ
มาก่อน มันอาจจะยากสักหนอ่ ย แตน่ ัน่ ก็เปน็ ส่ิงที่
คุณต้องการใช่ไหมล่ะ? ถ้าคุณจริงจังกับการเป็น
นักร้อง คุณต้องทำตัวให้คุ้นเคยกับการร้องเพลง
ต่อหน้าฝูงชน และในสถานการณ์ที่เครียด การ
ร้องเพลงในห้องนอนก็เรื่องหนึ่ง แต่เมื่อต้องมา
ร้องเพลงต่อหน้าคนนับร้อย นับพันคน มันเป็น

2หาครสู อนดี ๆ ถา้ คณุ จริงจังกบั การพัฒนา

ทกั ษะของคณุ .
ผู้สอนการร้องเพลงจะสามารถช่วยให้

ความคิดเห็นที่ดีกับคุณ ณ เวลานั้น รวมถึง
คำแนะนำ และลกู เลน่ ตา่ ง ๆ พวกเขาจะจัดตาราง
ให้คุณ และช่วยให้คุณไปถึงฝั่งฝันที่คุณตั้งไว้ ผู้
ฝึกสอนรอ้ งเพลงเปน็ สิ่งที่จำเป็นอย่างมากสำหรบั
ใครก็ตามที่ต้องการจะเปน็ นักรอ้ งอยา่ งจรงิ จงั

3เม่อื คุณมนั่ ใจแล้ว ให้ร้องเพลงตามลำพงั

และอัพโหลดขึน้ ยูทปู .
ความเห็นดี ๆ ทีค่ ณุ ได้รับมักจะมี

นำ้ หนกั มากกว่าความเห็นดา้ นลบอย่แู ล้ว

แผนการจดั การเรียนร้รู ายหน่วย

หน่วยท่ี 4
เร่ือง ยคุ สมยั ของดนตรี

แผนการจัดการเรียนรู้

สาระการเรียนรู้ ศลิ ปะ รายวิชา ดนตรี

ชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 4 ภาคเรียนท่ี 1 ปีการศกึ ษา 2564

หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 เรือ่ ง ยุคสมัยของดนตรี เวลา 14 ชวั่ โมง

46. มาตรฐานการเรียนร/ู้ ตวั ชว้ี ดั
มาตรฐานการเรยี นรู้ (เฉพาะหน่วยน้)ี

มาตรฐานท่ี ศ 2.2 เขา้ ใจความสัมพนั ธร์ ะหว่างดนตรี ประวัติศาสตร์ และวฒั นธรรม

เหน็ คณุ คา่ ของดนตรีทีเ่ ป็นมรดกทางวัฒนธรรม ภมู ปิ ัญญาทอ้ งถ่นิ ภูมิปญั ญาไทยสากล

ตัวชว้ี ดั (เฉพาะหน่วยนี)้

ศ 2.2 ม.4-6/1 วิเคราะหร์ ูปแบบของดนตรีไทยและดนตรีสากลในยุคสมยั ตา่ ง ๆ

47. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ (จากตวั ชว้ี ัดเฉพาะหนว่ ยน้ี)

20. อธิบายการวิเคราะห์รปู แบบของดนตรีไทยและดนตรีสากลในยุคสมัยตา่ ง ๆ ได้ (K)

21. นกั เรยี นสามารถวิเคราะห์รปู แบบของดนตรีไทยและดนตรีสากลในยคุ สมัยต่าง ๆ ได้ (P)

22. เข้าใจการวิเคราะห์รปู แบบของดนตรีไทยและดนตรสี ากลในยคุ สมัยตา่ ง ๆ (A)

48. สาระสำคัญ (เฉพาะหนว่ ยนี้)

รูปแบบบทเพลงและวงดนตรีในแต่ละยุคสมัย ทั้งดนตรีไทยและดนตรีสากลล้วนแต่เป็น

วิวัฒนาการของดนตรีที่ส่งผลมาถึงรูปแบบบทเพลงและวงดนตรีที่เราได้ยิน ได้ฟัง และได้เห็นกันใน
ปัจจุบันทัง้ สิ้น การศึกษารูปแบบบทเพลงและวงดนตรีต่าง ๆ ในแต่ละยุคสมัยทั้งดนตรีไทยและดนตรี

สากล สามารถทำให้เราเข้าใจวิวัฒนาการของดนตรีที่เปลี่ยนแปลงไปในแต่ละกาลเวลา รวมทั้ง

ภมู ปิ ัญญาของบรรพบุรษุ ของเราไดเ้ ป็นอย่างดี

49. สาระการเรียนรู้ (เฉพาะหน่วยนี้)

49.1 รูปแบบบทเพลงและวงดนตรีไทยสมยั สโุ ขทยั

49.2 รูปแบบบทเพลงและวงดนตรีไทยสมยั อยุธยา

49.3 รูปแบบบทเพลงและวงดนตรีไทยสมยั ธนบุรี

49.4 รปู แบบบทเพลงและวงดนตรีไทยสมัยรัตนโกสินทร์

49.5 รปู แบบบทเพลงและวงดนตรีสากลยุคบาโรค

49.6 รปู แบบบทเพลงและวงดนตรีสากลยุคคลาสสิค

49.7 รปู แบบบทเพลงและวงดนตรีสากลยุคโรแมนตคิ

50. สมรรถนะสำคัญของผเู้ รยี น ( ✓ เฉพาะท่เี กิดในหนว่ ยการเรียนรนู้ ้ี)
 ความสามารถในการสื่อสาร
 ความสามารถในการคิด
 ความสามารถในการแก้ปัญหา

 ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ติ

 ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
51. ทกั ษะของผ้เู รยี นในศตวรรษที่ 21 (3R 8C + 2L) (จุดเนน้ สกู่ ารพัฒนาคณุ ภาพผูเ้ รยี น)

 ทกั ษะการอา่ น (Reading)
 ทักษะการเขียน (Writing)
 ทกั ษะการคิดคำนวณ (Arithmetic)
 ทกั ษะดา้ นการคิดอย่างมีวิจารณญาณและทกั ษะในการแก้ปญั หา (Critical thinking and
problem solving)
 ทักษะดา้ นการสร้างสรรค์และนวตั กรรม (Creativity and innovation)
 ทักษะด้านความร่วมมือ การทำงานเป็นธีม และภาวะผู้นำ (Collaboration , teamwork and
leadership)
 ทักษะด้านความเข้าใจตา่ งวัฒนธรรม ตา่ งกระบวนทัศน์ (Cross-cultural understanding)
 ทักษะด้านการสื่อสาร สารสนเทศ และรู้เท่าทันสื่อ (Communication information and
media literacy)
 ทักษะดา้ นคอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยสี ารสนเทศและการส่ือสาร (Computing)
 ทกั ษะอาชีพและทักษะการเรยี นรู้ (Career and learning self-reliance, change)
 ทกั ษะการเปลี่ยนแปลง (Change)
 ทกั ษะการเรยี นรู้ (Learning Skills)
 ภาวะผนู้ ำ (Leadership)
52. ช้ินงานหรอื ภาระงาน (หลักฐาน / รอ่ งรอยแสดงความร)ู้
52.1 Mind Mapping รูปแบบบทเพลงและวงดนตรีไทยสมยั สโุ ขทัย
52.2 Mind Mapping รูปแบบบทเพลงและวงดนตรีไทยสมัยอยุธยา
52.3 รายงานเล่มเล็ก รูปแบบบทเพลงและวงดนตรีไทยสมัยธนบรุ ี
52.4 รายงานเล่มเล็ก รูปแบบบทเพลงและวงดนตรีไทยสมยั รัตนโกสินทร์
52.5 Mind Mapping ยุคบาโรค
52.6 Mind Mapping ยุคคลาสสิค
52.7 Mind Mapping ยุคโรแมนติค
53. การจดั กจิ กรรมการเรียนรู้
หนว่ ยยอ่ ยที่ 4.1 เร่อื ง รปู แบบบทเพลงและวงดนตรีไทยสมยั สโุ ขทัย
ชวั่ โมงท่ี 21-22 (ใช้รปู แบบการเรียนรู้ 5e)

ขัน้ ท่ี 1 การสรา้ งความสนใจ (Engagement)
นำเข้าสู่บทเรียนโดยครูทบทวนถึงประวัติทางดนตรีไทยและดนตรีสากลที่เรียนในระดับ
มัธยมศึกษาตอนต้นพอสังเขป โดยให้นักเรียนร่วมทบทวนไปพร้อมกับครู

ขน้ั ท่ี 2 การสำรวจและคน้ หา (Exploration)
ให้นักเรียนแบ่งกลุ่มเป็น 2 กลุ่ม ศึกษาค้นคว้ารูปแบบบทเพลงและวงดนตรีไทยในสมัย
สุโขทัย กลุ่มหนึ่งศึกษารูปแบบบทเพลง กลุ่มสองศึกษาวงดนตรี โดยสืบค้นให้ละเอียด และจดข้อมูล
ลงสมุดไวเ้ พอื่ ทำสรุป
ขน้ั ที่ 3 การอธิบายและลงข้อสรปุ (Elaboration)
หลังจากที่ใหน้ ักเรยี นศึกษาและค้นคว้าสักระยะนึงก็นำมาสรุปว่าทีน่ ักเรียนได้ไปคน้ คว้าเรื่อง
รปู แบบบทเพลงและวงดนตรีไทยในสมยั สุโขทยั เปน็ อยา่ งไรบา้ ง
ขน้ั ที่ 4 การขยายความรู้ (Elaboration)
นำข้อมูลทีน่ กั เรียนได้รวบรวมไวแ้ ล้ว ครูนำมาขยายความวา่ รปู แบบบทเพลงในสมยั สุโขทัยว่า
เป็นอย่างไร เสริมจากที่นักเรียนสืบค้นมา รวมไปถึงรูปแบบวงดนตรีไทยในสมัยสุโขทัย และ
ยกตวั อย่างให้นกั เรียนเห็นและเข้าใจเกี่ยวกบั ดนตรไี ทยในสมยั สโุ ขทยั
ขนั้ ที่ 5 การประเมนิ ผล (Evaluation)
ให้นักเรียนทำสรุป Mind Mapping รูปแบบบทเพลงและวงดนตรีไทยสมัยสุโขทัย โดย
ออกแบบใหเ้ นือ้ หาเข้าใจงา่ ยและตกแต่งใหส้ วยงาม

หน่วยยอ่ ยท่ี 4.2 เร่อื ง รูปแบบบทเพลงและวงดนตรไี ทยสมัยอยุธยา
ชวั่ โมงท่ี 23-24 (ใชร้ ูปแบบการเรียนรู้ 5e)

ข้นั ที่ 1 การสรา้ งความสนใจ (Engagement)
นำเข้าสู่บทเรียนโดยครูนำภาพวงปี่พาทย์มาให้นักเรียนดู แล้วให้นักเรียนช่วยกันตอบว่า
วงปีพ่ าทย์แตล่ ะภาพน้ันมชี อ่ื เรียกวา่ อะไร
ขน้ั ที่ 2 การสำรวจและคน้ หา (Exploration)
ให้นักเรียนแบ่งกลุ่มเป็น 2 กลุ่ม ศึกษาค้นคว้ารูปแบบบทเพลงและวงดนตรีไทยในสมัย
อยุธยา กลุ่มหนึ่งศึกษารูปแบบบทเพลง กลุ่มสองศึกษาวงดนตรี โดยสืบค้นให้ละเอียด และจดข้อมูล
ลงสมุดไวเ้ พ่ือทำสรปุ
ขั้นท่ี 3 การอธิบายและลงข้อสรุป (Elaboration)
หลังจากทีใ่ หน้ ักเรยี นศึกษาและคน้ คว้าสกั ระยะนึงก็นำมาสรุปว่าที่นักเรียนได้ไปค้นคว้าเรือ่ ง
รูปแบบบทเพลงและวงดนตรไี ทยในสมัยอยุธยาเป็นอย่างไรบ้าง
ขั้นที่ 4 การขยายความรู้ (Elaboration)
นำข้อมลู ที่นกั เรยี นได้รวบรวมไว้แลว้ ครนู ำมาขยายความว่ารปู แบบบทเพลงในสมัยอยุธยาว่า
เป็นอย่างไร เสริมจากที่นักเรียนสืบค้นมา รวมไปถึงรูปแบบวงดนตรีไทยในสมัยอยุธยา และ
ยกตัวอยา่ งให้นักเรยี นเห็นและเข้าใจเกีย่ วกับดนตรีไทยในสมยั อยธุ ยา

ขน้ั ที่ 5 การประเมินผล (Evaluation)
ให้นักเรียนทำสรุป Mind Mapping รูปแบบบทเพลงและวงดนตรีไทยสมัยอยุธยา โดย
ออกแบบใหเ้ น้ือหาเข้าใจง่ายและตกแต่งใหส้ วยงาม

หนว่ ยย่อยท่ี 4.3 เร่ือง รปู แบบบทเพลงและวงดนตรไี ทยสมยั ธนบรุ ี
ชั่วโมงท่ี 25-26 (ใช้รูปแบบการเรยี นรู้ 5e)

ข้ันท่ี 1 การสร้างความสนใจ (Engagement)
นำเข้าสบู่ ทเรียนโดยครูให้นักเรยี นนำโทรศพั ท์มอื ถือข้ึนมาเพ่ือทำกจิ กรรมเล่นเกมส์ดนตรีไทย
(คลิกทีน่ ี่) จะเป็นเกมสก์ ารทดสอบงา่ ย ๆ และเป็นการแขง่ ขนั กันได้ด้วย
ขั้นที่ 2 การสำรวจและคน้ หา (Exploration)
ให้นักเรียนแบ่งกลุ่มเป็น 4 กลุ่ม กลุ่มละเท่า ๆ กัน และค้นคว้าเรื่องรูปแบบบทเพลงและ
วงดนตรไี ทยสมยั ธนบุรี โดยเกบ็ ข้อมลู ใหไ้ ดม้ ากท่ีสุด
ขน้ั ที่ 3 การอธิบายและลงข้อสรุป (Elaboration)
หลังจากที่ใหน้ ักเรยี นศึกษาและคน้ คว้าสกั ระยะนึงกน็ ำมาสรปุ ว่าท่ีนักเรียนได้ไปคน้ คว้าเรื่อง
รปู แบบบทเพลงและวงดนตรไี ทยในสมยั ธนบุรีเป็นอยา่ งไรบ้าง
ขน้ั ที่ 4 การขยายความรู้ (Elaboration)
นำขอ้ มูลที่นกั เรยี นไดร้ วบรวมไว้แล้ว ครูนำมาขยายความวา่ รปู แบบบทเพลงและวงดนตรีไทย
ในสมัยธนบุรีนั้น เป็นช่วงระยะเวลาอันสั้นเพียงแค่ 15 ปี และประกอบกับเป็นสมัย แห่งการก่อร่าง
สรา้ งเมอื ง และการป้องกันประเทศเสยี โดยมากวงดนตรีไทย ในสมัยนจ้ี ึงไมป่ รากฎหลักฐานไว้ว่า ได้มี
การพฒั นาเปลี่ยนแปลงขน้ึ สนั นษิ ฐานวา่ ยงั คงเป็นลกั ษณะและรปู แบบของ ดนตรไี ทย ในสมยั กรุงศรี
อยธุ ยาน่ันเอง
ขนั้ ท่ี 5 การประเมนิ ผล (Evaluation)
ให้นกั เรยี นทำรายงานเลม่ เลก็ เรือ่ ง รปู แบบบทเพลงและวงดนตรไี ทยสมัยธนบุรี โดยใหจ้ ัดทำ
เนอื้ หาท่ีเหมาะสม อ่านงา่ ย และดนู ่าสนใจ

หนว่ ยย่อยท่ี 4.4 เร่อื ง รูปแบบบทเพลงและวงดนตรไี ทยสมัยรัตนโกสนิ ทร์
ช่ัวโมงท่ี 27-28 (ใชร้ ปู แบบการเรยี นรู้ 5e)

ขน้ั ท่ี 1 การสรา้ งความสนใจ (Engagement)
นำเข้าสูบ่ ทเรียนโดยครูใช้คำถามกระตุ้นความคดิ โดยถามคำถาม
1. นักเรียนเคยไดย้ ิน ซอสายฟา้ ฟาด หรือไม่
2. ซอสายฟ้าฟาด คอื เคร่อื งดนตรีชนดิ ใด
3. นักเรยี นคดิ ว่า ซอสายฟา้ ฟาด เปน็ เครอื่ งดนตรีช้ินสำคัญในสมยั รัชกาลใด

ขน้ั ท่ี 2 การสำรวจและค้นหา (Exploration)
ให้นักเรียนแบ่งกลุ่มเป็น 3 กลุ่ม กลุ่มละเท่า ๆ กัน และค้นคว้าเรื่องรูปแบบบทเพลงและ
วงดนตรีไทยสมัยรัตนโกสินทร์ โดยแบ่งการค้นคว้าข้อมูลดังนี้ กลุ่มที่ 1 สืบค้นสมัยรัชกาลที่ 1 - 3
กลุ่มที่ 2 สบื ค้นสมัยรชั กาลท่ี 4 – 6 และกลมุ่ สุดท้าย สืบค้นสมยั รัชกาลท่ี 7 – 9
ขั้นที่ 3 การอธิบายและลงข้อสรุป (Elaboration)
หลังจากทีใ่ ห้นักเรยี นศึกษาและค้นคว้าสักระยะนึงกน็ ำมาสรปุ ว่าที่นักเรยี นได้ไปค้นคว้าเรื่อง
รปู แบบบทเพลงและวงดนตรีไทยในสมยั รัตนโกสนิ ทร์เป็นอยา่ งไรบ้าง
ขั้นที่ 4 การขยายความรู้ (Elaboration)
นำขอ้ มลู ท่นี กั เรียนได้รวบรวมไว้แล้ว ครนู ำมาขยายความวา่ รูปแบบบทเพลงและวงดนตรีไทย
ในสมัยรัตนโกสินทร์ เมื่อบ้านเมืองได้ผ่านพ้นจากภาวะศึกสงคราม เป็นยุคสมัยของการก่อสร้าง
บ้านเมอื งให้มั่นคงเปน็ ปึกแผ่น อีกทง้ั ยงั มีการสง่ เสรมิ และฟืน้ ฟูศลิ ปวัฒนธรรมของชาติในทุกแขนงให้
เจริญ รุ่งเรือง โดยเฉพาะทางด้านดนตรีไทย ในสมัยรัตนโกสินทร์ได้มีการเปลี่ยนแปลงไปตามลำดับ
ช่วงเวลา ในรัชกาลต่างๆ ซง่ึ เปน็ ชว่ งระยะเวลาท่ยี าวนานท่ีสุดของดนตรไี ทย
ขั้นท่ี 5 การประเมนิ ผล (Evaluation)
ให้นักเรียนทำรายงานเลม่ เล็ก เรื่อง รูปแบบบทเพลงและวงดนตรีไทยสมัยรัตนโกสนิ ทร์ โดย
ให้จัดทำเนื้อหาที่เหมาะสม อ่านงา่ ย และดูน่าสนใจ

หน่วยย่อยที่ 4.5 เร่ือง รปู แบบบทเพลงและวงดนตรีสากลยคุ บาโรค
ชั่วโมงที่ 29-30 (ใชร้ ูปแบบการเรียนรู้ 5e)

ขัน้ ที่ 1 การสร้างความสนใจ (Engagement)
นำเข้าสูบ่ ทเรียนโดยครทู บทวนถึงประวตั ิทางดนตรสี ากลทีเ่ รยี นในระดบั มธั ยมศึกษาตอนต้น
พอสังเขป โดยให้นกั เรียนรว่ มทบทวนไปพร้อมกับครู
ข้นั ที่ 2 การสำรวจและค้นหา (Exploration)
ใหน้ กั เรียนรบั ชมวดิ โี อ ดนตรใี นยคุ บาโรค (คลิกท่นี ่ี) และจดบันทกึ ขอ้ มูลทไี่ ด้รบั ฟงั ลงในสมุด
ขนั้ ที่ 3 การอธิบายและลงข้อสรุป (Elaboration)
หลังจากทีใ่ ห้นักเรียนศึกษาจากการดวู ิดีโอแลว้ ให้นักเรียนสรปุ สั้น ๆ เกี่ยวกับความรู้ท่ีไดร้ บั
จากการดูวิดีโอว่าเป็นอยา่ งไร
ข้นั ที่ 4 การขยายความรู้ (Elaboration)
นำข้อมูลท่นี ักเรียนได้รวบรวมไว้แล้ว ครูนำมาขยายความในเรื่องประวัติดนตรียุคบาโรค และ
พูดถงึ ลักษณะดนตรีในยคุ บาโรค คีตกวีในยคุ บาโรค เครอื่ งดนตรแี ละววิ ัฒนาการของยคุ บาโรค เพ่ือให้
นักเรยี นเข้าใจมากยง่ิ ขน้ึ

ขน้ั ท่ี 5 การประเมนิ ผล (Evaluation)
ให้นักเรียนทำสรุป Mind Mapping รูปแบบบทเพลงและวงดนตรีสากลยุคบาโรค โดย
ออกแบบใหเ้ น้ือหาเขา้ ใจงา่ ยและตกแตง่ ใหส้ วยงาม

หนว่ ยย่อยที่ 4.6 เรื่อง รปู แบบบทเพลงและวงดนตรีสากลยคุ คลาสสกิ
ชัว่ โมงท่ี 31-32 (ใชร้ ปู แบบการเรียนรู้ 5e)

ข้ันที่ 1 การสรา้ งความสนใจ (Engagement)
นำเข้าสู่บทเรียนโดยครูเปิดเพลง Fur Elise ให้นักเรียนฟัง แล้วตั้งคำถามว่าเคยได้ยนิ เพลงนี้
จากที่ใดบ้าง ให้ตอบจากสิ่งที่นักเรียนเคยได้เจอหรือสัมผัสมา เช่น ไปเดินเที่ยวห้างแล้วเจอตุ๊กตา
ไขลานดนตรี พอหมนุ แล้วเพลงบรรเลงขึ้น จะเป็นเพลงน้ี ซง่ึ จะเป็นเสียงของ Music Box
ขน้ั ท่ี 2 การสำรวจและค้นหา (Exploration)
ใหน้ ักเรยี นสืบค้นรูปแบบบทเพลงและวงดนตรีในยุคคลาสสคิ โดยแบง่ ออกเป็น 5 กลุ่ม ซ่ึงแต่
ละกลุ่มจะต้องสืบค้นประเภทของดนตรีคลาสสิค คือ ซิมโฟนี โอเวอร์เจอร์ คอนแชร์โต โซนาตา และ
แคนนอน
ขน้ั ที่ 3 การอธิบายและลงข้อสรุป (Elaboration)
หลังจากที่ให้นักเรียนศกึ ษา และค้นคว้าสักระยะหนึ่ง ก็นำมาสรุปวา่ าท่ีนักเรยี นได้ไปค้นควา้
เรื่องรปู แบบบทเพลงและวงดนตรใี นยคุ คลาสสคิ เป็นอยา่ งไรบา้ ง
ขนั้ ท่ี 4 การขยายความรู้ (Elaboration)
นำข้อมูลที่นักเรียนได้รวบรวมไว้แล้ว ครูนำมาขยายความในเรื่องประวัติดนตรียุคคลาสสิก
และพูดถึงลักษณะดนตรีในยุคคลาสสิก คีตกวีในยุคคลาสสิก เครื่องดนตรีและวิวัฒนาการของ
ยคุ คลาสสกิ เพื่อนักเรียนเขา้ ใจมากยงิ่ ขึน้
ขน้ั ที่ 5 การประเมินผล (Evaluation)
ใหน้ กั เรยี นทำสรุป Mind Mapping ในหัวข้อที่กลุม่ ของตนเองได้รบั และตกแต่งใหส้ วยงาม

หนว่ ยยอ่ ยท่ี 4.7 เรื่อง รูปแบบบทเพลงและวงดนตรสี ากลยุคโรแมนติก
ชว่ั โมงที่ 33-34 (ใช้รูปแบบการเรียนรู้ 5e)

ขั้นที่ 1 การสร้างความสนใจ (Engagement)
นำเข้าสู่บทเรียนโดยครูนำภาพนักประพันธ์เพลงที่เด่น ๆ ในยุคโรแมนติก และ ป้ายที่มีช่ือ
ของนกั ประพันธ์เพลงคนนัน้ ๆ มาใหน้ กั เรียนลองเล่นเกมสจ์ บั คชู่ ่ือและภาพให้ถูกต้อง
ขั้นที่ 2 การสำรวจและค้นหา (Exploration)
ให้นักเรียนรับชมวิดีโอดนตรียุคโรแมนติก และสืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับดนตรียุคโรแมนติกไป
พรอ้ ม ๆ กันดว้ ย เพอื่ ใหไ้ ดข้ ้อมลู ทีถ่ ูกตอ้ งและครบถว้ นมากทส่ี ดุ

ขัน้ ท่ี 3 การอธิบายและลงข้อสรุป (Elaboration)

หลังจากที่ให้นักเรียนศึกษาและค้นคว้าสักระยะหนึ่ง ก็นำมาสรุปว่าที่นักเรียนได้ไปค้นคว้า

รูปแบบบทเพลงและวงดนตรีในยคุ โรแมนติกเป็นอย่างไรบ้าง

ข้นั ที่ 4 การขยายความรู้ (Elaboration)

นำข้อมูลที่นักเรียนได้รวบรวมไว้แล้ว ครูนำมาขยายความในเรื่องประวัติดนตรียุคโรแมนติกและ

พดู ถงึ ลักษณะดนตรีในยุคโรแมนติก คตี กวใี นยคุ โรแมนติก เคร่ืองดนตรี เพอื่ นักเรยี นเขา้ ใจมากย่ิงขึน้

ขนั้ ที่ 5 การประเมนิ ผล (Evaluation)

ให้นักเรียนทำสรุป Mind Mapping รูปแบบบทเพลงและวงดนตรีสากลยุคโรแมนติก โดย

ออกแบบให้เนอ้ื หาเข้าใจง่ายและตกแต่งให้สวยงาม

54. สอ่ื การสอน

54.1 สือ่ Power Point

54.2 YouTube

55. แหลง่ เรียนรู้ในหรือนอกสถานที่

55.1 ห้องสมดุ

56. การวัดและประเมนิ ผล

จุดประสงค์การเรียนรู้

หรือ ส่ิงที่ต้องการจะวัดและ วิธีวัด เครือ่ งมือวัด เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน เกณฑ์การประเมนิ

ประเมินผล

1. เข้าใจและอธิบายรูปแบบ 1. เนอ้ื หาครบถว้ น คะแนน 16 - 20 = ดีมาก

บทเพลงและวงดนตรีไทยสมยั 2. เข้าใจงา่ ย คะแนน 11 - 15 = ดี

สุโขทยั ตรวจใบงาน Mind Mapping 3. ความสวยงาม/ คะแนน 6 – 10 = พอใช้

ความคิดสร้างสรรค์ คะแนน 0 -5 = ปรบั ปรุง

ผา่ นเกณฑใ์ นระดับดขี ึน้ ไป

2. เข้าใจและอธิบายรปู แบบ 1. เนอ้ื หาครบถว้ น คะแนน 16 - 20 = ดมี าก

บทเพลงและวงดนตรไี ทยสมยั 2. เข้าใจง่าย คะแนน 11 - 15 = ดี

อยุธยา ตรวจใบงาน Mind Mapping 3. ความสวยงาม/ คะแนน 6 – 10 = พอใช้

ความคดิ สรา้ งสรรค์ คะแนน 0 -5 = ปรับปรุง

ผ่านเกณฑ์ในระดบั ดขี ึ้นไป

3. เขา้ ใจและอธบิ ายรปู แบบ 1. เนอ้ื หาครบถว้ น คะแนน 16 - 20 = ดีมาก

บทเพลงและวงดนตรไี ทยสมัย 2. เขา้ ใจง่าย คะแนน 11 - 15 = ดี

ธนบุรี ตรวจใบงาน รายงานเล่มเลก็ 3. ความสวยงาม/ คะแนน 6 – 10 = พอใช้

ความคดิ สร้างสรรค์ คะแนน 0 -5 = ปรับปรงุ

ผา่ นเกณฑใ์ นระดับดีขึ้นไป

4. เขา้ ใจและอธิบายรูปแบบ ตรวจใบงาน รายงานเลม่ เลก็ 1. เน้ือหาครบถว้ น คะแนน 16 - 20 = ดมี าก
บทเพลงและวงดนตรไี ทยสมยั ตรวจใบงาน Mind Mapping 2. เข้าใจงา่ ย คะแนน 11 - 15 = ดี
สโุ ขทยั ตรวจใบงาน Mind Mapping 3. ความสวยงาม/ คะแนน 6 – 10 = พอใช้
ตรวจใบงาน Mind Mapping ความคิดสรา้ งสรรค์ คะแนน 0 -5 = ปรับปรุง
5. เขา้ ใจและอธิบายรูปแบบบท ผา่ นเกณฑ์ในระดับดีขนึ้ ไป
เพลงและวงดนตรสี ากลยุคบาโรค 1. เน้อื หาครบถ้วน คะแนน 16 - 20 = ดมี าก
2. เข้าใจง่าย คะแนน 11 - 15 = ดี
6. เข้าใจและอธิบายรปู แบบบท 3. ความสวยงาม/ คะแนน 6 – 10 = พอใช้
เพลงและวงดนตรีสากลยคุ ความคิดสรา้ งสรรค์ คะแนน 0 -5 = ปรับปรงุ
คลาสสกิ ผ่านเกณฑ์ในระดบั ดีขึ้นไป
1. เนื้อหาครบถว้ น คะแนน 16 - 20 = ดมี าก
7. เขา้ ใจและอธบิ ายรูปแบบบท 2. เข้าใจงา่ ย คะแนน 11 - 15 = ดี
เพลงและวงดนตรสี ากลยคุ โรแมน 3. ความสวยงาม/ คะแนน 6 – 10 = พอใช้
ตกิ ความคดิ สร้างสรรค์ คะแนน 0 -5 = ปรับปรงุ
ผ่านเกณฑ์ในระดับดขี น้ึ ไป
1. เนื้อหาครบถ้วน คะแนน 16 - 20 = ดีมาก
2. เขา้ ใจง่าย คะแนน 11 - 15 = ดี
3. ความสวยงาม/ คะแนน 6 – 10 = พอใช้
ความคดิ สร้างสรรค์ คะแนน 0 -5 = ปรับปรงุ
ผ่านเกณฑ์ในระดบั ดขี ึน้ ไป

(ถ้ามี) วธิ วี ัด เครื่องมอื วดั เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน เกณฑก์ ารประเมนิ
สมรรถนะสำคญั ของผูเ้ รยี น
สงั เกต แบบสังเกต ตารางเกณฑ์ ผา่ นเกณฑ์ต้ังแต่
(ตามหัวข้อท่ี 5) พฤติกรรม การให้คะแนน ระดบั ปานกลางข้ึนไป
1. ความสามารถในการส่อื สาร การปฏบิ ัติงาน สมรรถนะของผู้เรยี น
รายบคุ คล
2. ความสามารถในการคดิ
สงั เกต แบบสงั เกต ตารางเกณฑ์ ผ่านเกณฑต์ ั้งแต่
3. ความสามารถในการใช้ พฤติกรรม การให้คะแนน ระดับปานกลางขึน้ ไป
เทคโนโลยี การปฏิบตั ิงาน สมรรถนะของผู้เรยี น
รายบุคคล

สังเกต แบบสังเกต ตารางเกณฑ์ ผา่ นเกณฑต์ ั้งแต่
พฤติกรรม การให้คะแนน ระดบั ปานกลางขนึ้ ไป
การปฏบิ ตั งิ าน สมรรถนะของผู้เรยี น
รายบคุ คล

ทกั ษะของผู้เรยี นในศตวรรษที่ 21 วิธวี ัด เคร่อื งมือวัด เกณฑก์ ารให้คะแนน เกณฑ์การประเมนิ
(ตามหัวข้อที่ 6) สงั เกต
แบบประเมนิ ตารางเกณฑ์ ผา่ นเกณฑ์ต้ังแต่
1. ทกั ษะการอา่ น (Reading) ใบงาน การให้คะแนน ระดบั ปานกลางขน้ึ ไป
สมรรถนะของผู้เรียน
2. ทกั ษะการเขียน (Writing) แบบประเมิน ตารางเกณฑ์ ผ่านเกณฑต์ ั้งแต่
ใบงาน การใหค้ ะแนน ระดบั ปานกลางขึ้นไป
สงั เกต สมรรถนะของผเู้ รยี น
ผ่านเกณฑ์ตั้งแต่
3. ทักษะด้านการสร้างสรรค์และ สงั เกต แบบประเมนิ ตารางเกณฑ์ ระดับปานกลางขนึ้ ไป
นวัตกรรม (Creativity and ใบงาน การให้คะแนน
innovation) สมรรถนะของผู้เรียน

4. ทักษะด้านความร่วมมอื สังเกต แบบประเมิน ตารางเกณฑ์ ผ่านเกณฑต์ ้ังแต่
การทำงานเปน็ ธีม และภาวะผนู้ ำ สงั เกต ใบงาน การใหค้ ะแนน ระดบั ปานกลางขน้ึ ไป
(Collaboration , teamwork สมรรถนะของผู้เรียน
and leadership) ผ่านเกณฑ์ตั้งแต่
5. ทกั ษะด้านความเขา้ ใจต่าง แบบสังเกต ตารางเกณฑ์ ระดบั ปานกลางขึ้นไป
วฒั นธรรม ต่างกระบวนทัศน์ พฤติกรรมการ การให้คะแนน
(Cross-cultural understanding) ปฏิบตั งิ าน สมรรถนะของผเู้ รียน ผา่ นเกณฑต์ ั้งแต่
ระดับปานกลางข้นึ ไป
6. ทกั ษะการเรยี นรู้ (Learning สังเกต รายบุคคล ตารางเกณฑ์
Skills) แบบสังเกต การใหค้ ะแนน
พฤติกรรมการ สมรรถนะของผู้เรยี น
ปฏิบตั ิงาน
รายบคุ คล

แบบประเมนิ กิจกรรมรายบุคคล

ชอ่ื ...........................................................................ชัน้ ..................เลขท.่ี ..............

ลำดบั ประเด็นการประเมนิ คณุ ภาพการปฏิบตั ิการ

4 (ดีมาก) 3 (ดี) 2 (พอใช้) 1 (ปรับปรงุ )

1 ตรงตามจดุ ประสงค์ท่ีกำหนด

2 เนือ้ หาถูกตอ้ งและสมบรู ณ์

3 มคี วามเปน็ ระเบยี บเรยี บร้อย

4 มคี วามรับผดิ ชอบต่อตนเอง

รวม

ลงชอื่ ..............................................................ผู้ประเมนิ
วนั ท.่ี ........./........../..........

เกณฑ์การใหค้ ะแนนใบงาน

ประเด็นการประเมนิ คณุ ภาพการปฏบิ ตั กิ าร
1. ผลงานตรงตามจุดประสงค์
4 (ดีมาก) 3 (ดี) 2 (พอใช้) 1 (ปรับปรงุ )
2. ผลงานมเี น้อื หาทถ่ี กู ต้อง ผลงานไม่เป็น
3. มคี วามเป็นระเบยี บเรียบร้อย ผลงานเปน็ ไป ผลงานเปน็ ไป ผลงานเปน็ ไป
ไปตาม
4. มคี วามรบั ผดิ ชอบต่อตนเอง ตามจุดประสงค์ ตามจดุ ประสงค์ ตามจดุ ประสงค์ จุดประสงค์

ทกี่ ำหนดทุก ที่กำหนดบาง บ้างเลก็ น้อย เน้ือหา
ไมถ่ ูกตอ้ ง
ประการ ประการ
ผลงานไมม่ ี
เนื้อหา ถกู ต้อง เนอ้ื หา ถกู ตอ้ ง เน้อื หา ถูกตอ้ ง ความเป็น
ระเบยี บ
สมบรู ณแ์ ละ เปน็ ส่วนใหญ่ เปน็ บางข้อ เรยี บร้อย
ไมม่ ีความ
ครบถว้ น รบั ผดิ ชอบ
ตอ่ ตนเองเลย
ผลงานมี ผลงานมี ผลงานมี

ความเป็น ความเป็น ความเป็น

ระเบยี บ ระเบยี บ ระเบยี บ

เรยี บร้อยดีมาก เรียบร้อยดี เรียบร้อยนอ้ ย

มีความ มีความ มีความ

รับผดิ ชอบ รับผดิ ชอบ รบั ผิดชอบ

ตอ่ ตนเองดมี าก ต่อตนเองดี ต่อตนเองนอ้ ย

เกณฑก์ ารประเมิน

คะแนน ระดบั คณุ ภาพ
16 – 20 ดมี าก
11 – 15 ดี
6 – 10 พอใช้
0–5 ปรับปรงุ

แบบสังเกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล

คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์

ลำดับ ชื่อ - สกลุ มวี นิ ยั ใฝ่เรยี นรู้ มงุ่ มน่ั ในการทำงาน

543215432154321

ลงช่อื ..............................................................ผ้ปู ระเมนิ
วนั ท่ี........../........../..........

เกณฑ์การให้คะแนนสมรรถนะสำคญั ของผ้เู รยี น

พฤตกิ รรมบ่งชี้ คะแนน
1. ความสามารถในการ
สื่อสาร 5 (ดีมาก) 4 (ดี) 3 (ปานกลาง) 2 (พอใช้) 1 (ปรับปรงุ )

2. ความสามารถในการ มีความสามารถ มคี วามสามารถ มีความสามารถ มีความสามารถ ความสามารถ
คดิ
ในการสอ่ื สาร ในการส่อื สาร ในการสอ่ื สาร ในการสอื่ สาร ในการสื่อสาร
3. ความสามารถในการ
ใช้เทคโนโลยี ออกมาได้ ออกมาได้ ออกมาไดร้ ะดับ ออกมาได้ระดับ น้อยมาก

ดีเย่ยี ม ดีชัดเจน ปานกลาง ปานกลาง

ไม่ชัดเจน ควรปรับปรุง

มีความสามารถ มคี วามสามารถ มีความสามารถ มีความสามารถ มคี วามสามารถ

ในการคดิ อยา่ ง ในการคดิ อยา่ ง ในการคดิ อยา่ ง ในการคดิ อยา่ ง ในการคดิ อย่าง

สร้างสรรค์ สรา้ งสรรค์ สรา้ งสรรค์ สร้างสรรค์ สร้างสรรค์

ตดั สนิ ใจ ตัดสินใจ ตดั สินใจ ตดั สนิ ใจ ตัดสินใจ

เกย่ี วกับปัญหา เกยี่ วกบั ปัญหา เกี่ยวกับปญั หา เกยี่ วกบั ปญั หา เก่ียวกบั ปญั หา

ของตนเองได้ ของตนเองไดด้ ี ของตนเองได้ ของตนเองได้ ของตนเองได้

เหมาะสม ไม่ดีเท่าทค่ี วร นอ้ ยมาก

มคี วามสามารถ มคี วามสามารถ พอจะมี สามารถ สามารถ

ในการประยุกต์ ในการประยุกต์ ความสามารถ ประยุกต์ใช้ ประยุกตใ์ ช้

ใชเ้ ทคโนโลยี ใชเ้ ทคโนโลยี ในการประยุกต์ เทคโนโลยี เทคโนโลยี

รว่ มกับ ร่วมกบั ใชเ้ ทคโนโลยี ร่วมกบั ร่วมกบั

การเรียน การเรยี น รว่ มกบั การเรยี น การเรยี น

ได้ดีเย่ียม ได้ดี การเรยี นได้ ไดเ้ ล็กน้อย ได้น้อยมาก

เกณฑก์ ารให้คะแนนทกั ษะของผู้เรียนในศตวรรษท่ี 21

พฤติกรรมบ่งช้ี คะแนน

1. ทกั ษะการอา่ น 5 (ดีมาก) 4 (ดี) 3 (ปานกลาง) 2 (พอใช้) 1 (ปรับปรุง)
(Reading)
มีความสามารถ มคี วามสามารถ มคี วามสามารถ มคี วามสามารถ มีความสามารถ
2. ทกั ษะการเขียน
(Writing) ในการอ่านและ ในการอ่านและ ในการอ่านและ ในการอ่านและ ในการอ่านและ

3. ทักษะด้านการ ทำความเข้าใจ ทำความเข้าใจ ทำความเข้าใจ ทำความเข้าใจ ทำความเข้าใจ
สรา้ งสรรคแ์ ละ
นวัตกรรม (Creativity ต่อเนอื้ หาได้ ต่อเนอ้ื หาไดด้ ี ต่อเน้ือหาได้ ต่อเน้อื หาได้ ตอ่ เน้ือหาได้
and innovation)
ดีมาก ปานกลาง น้อย นอ้ ยมาก
4. ทักษะด้านความ
รว่ มมือ การทำงาน มคี วามสามารถ มคี วามสามารถ มคี วามสามารถ มคี วามสามารถ มคี วามสามารถ
เปน็ ธมี และภาวะผูน้ ำ
(Collaboration , ในการเขียน ในการเขยี น ในการเขยี น ในการเขยี น ในการเขยี น
teamwork and
leadership) เพื่อส่ือสาร เพอ่ื ส่ือสาร เพือ่ สื่อสาร เพือ่ ส่ือสาร เพื่อส่ือสาร
5. ทักษะด้านความ
เขา้ ใจต่างวัฒนธรรม ออกมา ออกมา ออกมา ไดเ้ ลก็ น้อย ได้นอ้ ยมาก
ต่างกระบวนทศั น์
(Cross-cultural ไดด้ ีเยี่ยม ไดด้ ี ได้ปานกลาง
understanding)
มีความคิด มีความคิด มคี วามคดิ มีความคิด มีความคิด
6. ทักษะการเรียนรู้
(Learning Skills) สร้างสรรค์ สร้างสรรค์ สรา้ งสรรค์ สร้างสรรค์ สร้างสรรค์

ออกแบบ ออกแบบ ออกแบบ ออกแบบ ออกแบบ

ผลงานออกมา ผลงานออกมา ผลงานออกมา ผลงานออกมา ผลงานออกมา

ได้ดเี ย่ียม ไดด้ ี ไดป้ านกลาง ไดเ้ ลก็ น้อย ไดน้ ้อยมาก

ใหก้ ารร่วมมือ ให้การรว่ มมือ ให้การร่วมมือ ใหก้ ารร่วมมือ ให้การร่วมมือ

และช่วยเหลอื และชว่ ยเหลือ และช่วยเหลือ และช่วยเหลอื และชว่ ยเหลือ

ซ่ึงกันและกนั ซงึ่ กนั และกนั ซึ่งกันและกัน ซงึ่ กันและกนั ซึง่ กนั และกัน

ดเี ยี่ยม ดี ปานกลาง เลก็ น้อย น้อยมาก

มีทักษะด้าน มที กั ษะด้าน พอจะมีทักษะ มที กั ษะด้าน มที กั ษะด้าน
ความเข้าใจต่าง ความเขา้ ใจต่าง ดา้ นความ ความเข้าใจต่าง ความเขา้ ใจต่าง
วัฒนธรรมตา่ ง วฒั นธรรมตา่ ง เขา้ ใจ วัฒนธรรมตา่ ง วฒั นธรรมต่าง
กระบวนการท่ี กระบวนทัศน์ท่ี ตา่ งวัฒนธรรม กระบวนทศั น์ กระบวนการ

ดเี ยยี่ ม ดี ต่างกระบวน เลก็ นอ้ ย ทัศนน์ อ้ ยมาก
ทศั น์

มที ักษะดา้ น มที ักษะด้าน พอจะมีทักษะ มที ักษะดา้ น มที ักษะด้าน
การเรียนรู้ การเรียนรูไ้ ด้ดี ด้านการเรยี นรู้ การเรยี นรู้ การเรยี นรู้
ดเี ยี่ยม เล็กน้อย นอ้ ยมาก

57. กจิ กรรมเสนอแนะ

................................................................................................................................................................

................................................................................................................................................................

58. บันทกึ ผลหลังการสอน

สรุปผลการเรียนการสอน

นกั เรียนทั้งหมดจำนวน...............คน

จุดประสงค์การเรยี นรู้ จำนวนนกั เรียนท่ีผ่าน จำนวนนกั เรยี นทไ่ี มผ่ า่ น

(ข้อท่)ี จำนวนคน รอ้ ยละ จำนวนคน รอ้ ยละ

1

2

3

59. ปัญหา / อุปสรรค / แนวทางแกไ้ ข
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................

60. ข้อเสนอแนะ
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................. ...............

ลงชอื่ ................................................................
()
ตำแหนง่ ครู วิทยฐานะ............................

ลงช่ือ.............................................................หวั หนา้ กลุ่มสาระการเรียนรู้
()

ลงชื่อ.........................................................รองผูแ้ นวยการกลมุ่ บรหิ ารวชิ าการ
()

ความเห็นของหัวหน้าสถานศกึ ษา
ได้ทำการตรวจแผนการเรยี นรู้ของ......................................................................แล้วมคี วามคิดเหน็ ดังนี้
10. เปน็ แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี

 ดมี าก  ดี  พอใช้  ควรปรบั ปรงุ
11. การจดั กจิ กรรมได้นำเอากระบวนการเรียนรู้

 เน้นผเู้ รียนเป็นสำคัญมาใชใ้ นการสอนได้อย่างเหมาะสม
 ยงั ไม่เน้นผเู้ รียนเปน็ สำคัญ ควรปรบั ปรงุ พัฒนาต่อไป
12. ขอ้ เสนอแนะอืน่ ๆ
.........................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................

ลงช่อื ................................................................
()

ผอู้ ำนวยการโรงเรยี น....................................................................

แผนการจัดการเรียนร้รู ายหน่วย

หน่วยท่ี 5
เรื่อง สังคตี กวี

แผนการจัดการเรยี นรู้

สาระการเรียนรู้ ศิลปะ รายวชิ า ดนตรี

ชั้น มธั ยมศึกษาปีที่ 4 ภาคเรยี นที่ 1 ปกี ารศกึ ษา 2564

หนว่ ยการเรยี นรูท้ ่ี 5 เรอ่ื ง สังคตี กวี เวลา 6 ชั่วโมง

61. มาตรฐานการเรียนร/ู้ ตัวชวี้ ัด
มาตรฐานการเรยี นรู้ (เฉพาะหนว่ ยนี)้

มาตรฐานท่ี ศ 2.2 เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างดนตรี ประวัติศาสตร์ และ วัฒนธรรม

เหน็ คุณคา่ ของดนตรีที่เปน็ มรดกทางวฒั นธรรม ภมู ิปญั ญาทอ้ งถ่ิน ภมู ปิ ญั ญาไทยสากล

ตัวช้วี ัด (เฉพาะหน่วยนี)้

ศ 2.2 ม.4-6/2 วเิ คราะห์สถานะทางสงั คมของนักดนตรีในวฒั นธรรมตา่ ง ๆ

62. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ (จากตวั ช้ีวดั เฉพาะหน่วยน้)ี

23. อธิบายการวเิ คราะห์สถานะทางสังคมของนักดนตรีในวัฒนธรรมต่าง ๆ ได(้ K)

24. นกั เรยี นสามารถวเิ คราะห์สถานะทางสังคมของนักดนตรีในวฒั นธรรมตา่ ง ๆ ได้(P)

25. เขา้ ใจการวเิ คราะหส์ ถานะทางสังคมของนักดนตรใี นวฒั นธรรมตา่ ง ๆ (A)

63. สาระสำคัญ (เฉพาะหนว่ ยนี)้

คตี กวไี ทย และคีตกวโี ลกเป็นบุคคลท่ีมีความสำคญั ต่อวงการดนตรเี ปน็ อย่างมากในการศึกษา

ประวัติและผลงานรวมไปถึงสถานะทางสังคมของคีตกวีไทย และคีตกวีโลก ถือเป็นการตระหนักถึง
ความสำคัญตอ่ ภูมิปญั ญาทางดนตรีอกี วธิ ีหนึง่

64. สาระการเรยี นรู้ (เฉพาะหนว่ ยนี้)

64.1 สงั คตี กวไี ทย

64.2 สังคีตกวเี อกของโลก

65. สมรรถนะสำคญั ของผู้เรียน ( ✓ เฉพาะทเ่ี กิดในหน่วยการเรยี นรนู้ )ี้
 ความสามารถในการสอื่ สาร
 ความสามารถในการคดิ

 ความสามารถในการแก้ปัญหา
 ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ิต
 ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี

66. ทักษะของผูเ้ รียนในศตวรรษท่ี 21 (3R 8C + 2L) (จดุ เน้นสกู่ ารพัฒนาคณุ ภาพผเู้ รยี น)
 ทักษะการอา่ น (Reading)
 ทักษะการเขียน (Writing)
 ทักษะการคิดคำนวณ (Arithmetic)

 ทกั ษะดา้ นการคดิ อย่างมีวิจารณญาณและทกั ษะในการแกป้ ญั หา (Critical thinking and

problem solving)

 ทักษะด้านการสรา้ งสรรค์และนวตั กรรม (Creativity and innovation)
 ทักษะด้านความร่วมมือ การทำงานเป็นธีม และภาวะผู้นำ (Collaboration , teamwork and
leadership)
 ทักษะด้านความเข้าใจต่างวฒั นธรรม ตา่ งกระบวนทัศน์ (Cross-cultural understanding)
 ทักษะด้านการสื่อสาร สารสนเทศ และรู้เท่าทันสื่อ (Communication information and
media literacy)
 ทักษะดา้ นคอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (Computing)
 ทกั ษะอาชีพและทักษะการเรียนรู้ (Career and learning self-reliance, change)
 ทักษะการเปลย่ี นแปลง (Change)
 ทกั ษะการเรยี นรู้ (Learning Skills)
 ภาวะผู้นำ (Leadership)
67. ชน้ิ งานหรือภาระงาน (หลกั ฐาน / รอ่ งรอยแสดงความรู)้
67.1 ใบงาน สังคีตกวีไทย
67.2 ใบงาน สังคีตกวีเอกของโลก
68. การจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้
หนว่ ยยอ่ ยที่ 5.1 เร่ือง สังคีตกวีไทย
ช่วั โมงที่ 35-36 (ใช้รูปแบบการเรยี นรู้ 5e)

ขัน้ ท่ี 1 การสรา้ งความสนใจ (Engagement)
นำเข้าสู่บทเรียนโดยครูสนทนาซักถามนักเรียนว่า รู้จักคีตกวีไทย คนใดบ้าง และแต่ละท่าน
มีความสำคัญต่อวงการดนตรอี ยา่ งไร ให้นักเรยี นแตล่ ะคนยกตัวอย่าง
ข้ันท่ี 2 การสำรวจและคน้ หา (Exploration)
ให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม 4 กลุ่ม กลุ่มละเท่า ๆ กัน โดยแต่ละกลุ่ม จะได้คีตกวีไทย 2 คน
ให้ศกึ ษาประวัตผิ ลงานและสถานะทางสังคมของคตี กวีที่ตนไดร้ ับมอบหมายอยา่ งละเอียด
ขั้นที่ 3 การอธิบายและลงข้อสรุป (Elaboration)
หลังจากทีใ่ หน้ กั เรียนศึกษาและค้นคว้าสักระยะนึงก็นำมาสรุปว่าที่นักเรียนได้ไปคน้ คว้าเรื่อง
คีตกวีไทยนั้นเป็นอย่างไรบ้าง
ขั้นท่ี 4 การขยายความรู้ (Elaboration)
นำข้อมูลที่นักเรียนได้รวบรวมไว้แล้ว ครูนำมาขยายความและให้ความรู้เสริมในส่วนท่ี
นกั เรยี นไม่เขา้ ใจหรอื สรปุ ไม่ตรงกับจดุ ประสงค์การเรียนรู้
ขนั้ ท่ี 5 การประเมนิ ผล (Evaluation)
ให้นักเรียนทำ ใบงาน เรื่องคีตกวีไทย โดยนำข้อมูลที่ตนเองได้ศึกษาไปแล้ว มาประกอบ
ในการทำใบงาน ตามความเข้าใจของนักเรยี น

หน่วยย่อยท่ี 5.2 เร่อื ง สงั คตี กวีเอกของโลก

ช่วั โมงท่ี 37-40 (ใชร้ ูปแบบการเรยี นรู้ 5e)

ขัน้ ที่ 1 การสร้างความสนใจ (Engagement)

นำเขา้ สบู่ ทเรียนโดยครูสนทนาซกั ถามนกั เรียนวา่ ร้จู ักคตี กวีเอกของโลกคนใดบ้าง และแต่ละ

ท่านมคี วามสำคัญต่อวงการดนตรีอยา่ งไร ใหน้ กั เรยี นแตล่ ะคนยกตัวอยา่ ง

ข้นั ที่ 2 การสำรวจและคน้ หา (Exploration)

ให้นักเรียนแบ่งกลุม่ 5 กลุ่ม กลุ่มละเท่า ๆ กัน โดยแต่ละกลุ่ม จะได้คีตกวีเอกของโลก 7 คน

ให้ศกึ ษาประวตั ผิ ลงานและสถานะทางสงั คมของคีตกวีทต่ี นไดร้ บั มอบหมายอยา่ งละเอียด

ข้ันท่ี 3 การอธิบายและลงข้อสรปุ (Elaboration)

หลังจากที่ให้นกั เรียนศึกษาและค้นคว้าสกั ระยะนึงก็นำมาสรปุ ว่าที่นักเรยี นได้ไปค้นคว้าเรื่อง

คีตกวีเอกของโลกนน้ั เปน็ อยา่ งไรบ้าง

ขน้ั ที่ 4 การขยายความรู้ (Elaboration)

นำข้อมูลที่นักเรียนได้รวบรวมไว้แล้ว ครูนำมาขยายความและให้ความรู้เสริมในส่วนที่

นักเรยี นไมเ่ ข้าใจหรือสรุปไม่ตรงกับจุดประสงค์การเรยี นรู้

ขนั้ ท่ี 5 การประเมนิ ผล (Evaluation)

ให้นักเรียนทำ ใบงาน เรื่องคีตกวีเอกของโลก โดยนำข้อมูลที่ตนเองได้ศึกษาไปแล้ว

มาประกอบในการทำใบงาน ตามความเขา้ ใจของนักเรยี น

69. สื่อการสอน

69.1 ส่อื Power Point

70. แหลง่ เรียนร้ใู นหรอื นอกสถานที่

70.1 หอ้ งสมดุ

71. การวัดและประเมินผล

จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้

หรือ สิง่ ที่ต้องการจะวดั และ วิธีวัด เครอื่ งมอื วดั เกณฑ์การให้คะแนน เกณฑ์การประเมนิ

ประเมินผล

1. เข้าใจและอธบิ ายสถานะทางสังคม คะแนน 16 - 20 = ดมี าก

ของคีตกวไี ทย คะแนน 11 - 15 = ดี

ตรวจใบงาน ใบงาน ตอบคำถามถกู ตอ้ ง คะแนน 6 – 10 = พอใช้

คะแนน 0 -5 = ปรับปรงุ

ผ่านเกณฑ์ในระดบั ดขี ึน้ ไป

2. เขา้ ใจและอธบิ ายสถานะทางสังคม คะแนน 16 - 20 = ดีมาก

ของคีตกวีไทย คะแนน 11 - 15 = ดี

ตรวจใบงาน ใบงาน ตอบคำถามถูกต้อง คะแนน 6 – 10 = พอใช้

คะแนน 0 -5 = ปรับปรงุ

ผา่ นเกณฑใ์ นระดับดขี ึ้นไป

(ถ้ามี) วธิ วี ัด เครื่องมอื วดั เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน เกณฑก์ ารประเมนิ
สมรรถนะสำคญั ของผูเ้ รยี น
สงั เกต แบบสังเกต ตารางเกณฑ์ ผา่ นเกณฑ์ต้ังแต่
(ตามหัวข้อท่ี 5) พฤติกรรม การให้คะแนน ระดบั ปานกลางข้ึนไป
1. ความสามารถในการส่อื สาร การปฏบิ ัติงาน สมรรถนะของผู้เรยี น
รายบคุ คล
2. ความสามารถในการคดิ
สงั เกต แบบสงั เกต ตารางเกณฑ์ ผ่านเกณฑต์ ั้งแต่
3. ความสามารถในการใช้ พฤติกรรม การให้คะแนน ระดับปานกลางขึน้ ไป
เทคโนโลยี การปฏิบตั ิงาน สมรรถนะของผู้เรยี น
รายบุคคล

สังเกต แบบสังเกต ตารางเกณฑ์ ผา่ นเกณฑต์ ั้งแต่
พฤติกรรม การให้คะแนน ระดบั ปานกลางขนึ้ ไป
การปฏบิ ตั งิ าน สมรรถนะของผู้เรยี น
รายบคุ คล

ทกั ษะของผเู้ รยี นในศตวรรษท่ี 21 วิธวี ัด เครือ่ งมือวัด เกณฑก์ ารให้คะแนน เกณฑก์ ารประเมิน
(ตามหัวข้อที่ 6) สงั เกต
แบบประเมิน ตารางเกณฑ์ ผ่านเกณฑต์ ั้งแต่
1. ทักษะการอา่ น (Reading) ใบงาน การใหค้ ะแนน ระดับปานกลางขึ้นไป
สมรรถนะของผู้เรยี น
2. ทกั ษะการเขยี น (Writing) แบบประเมนิ ตารางเกณฑ์ ผ่านเกณฑต์ ้ังแต่
ใบงาน การให้คะแนน ระดับปานกลางขน้ึ ไป
สงั เกต สมรรถนะของผู้เรยี น
แบบสังเกต ผ่านเกณฑต์ ั้งแต่
3. ทักษะการเรยี นรู้ (Learning สงั เกต พฤติกรรมการ ตารางเกณฑ์ ระดับปานกลางขน้ึ ไป
Skills) ปฏบิ ัติงาน การใหค้ ะแนน
สมรรถนะของผู้เรียน
รายบคุ คล

แบบประเมินกจิ กรรมรายบคุ คล

ช่อื .........................................................................ช้ัน.............เลขท.่ี .............

ลำดบั ประเด็นการประเมนิ คุณภาพการปฏิบตั ิการ

4 (ดีมาก) 3 (ดี) 2 (พอใช้) 1 (ปรับปรงุ )

1 ตรงตามจดุ ประสงคท์ ่ีกำหนด

2 เนือ้ หาถูกตอ้ งและสมบูรณ์

3 มคี วามเป็นระเบยี บเรยี บร้อย

4 มคี วามรับผดิ ชอบต่อตนเอง

รวม

ลงชอ่ื ..............................................................ผ้ปู ระเมนิ
วันที.่ ........./........../..........

เกณฑ์การใหค้ ะแนนใบงาน

ประเด็นการประเมนิ คณุ ภาพการปฏบิ ตั กิ าร
1. ผลงานตรงตามจุดประสงค์
4 (ดีมาก) 3 (ดี) 2 (พอใช้) 1 (ปรับปรงุ )
2. ผลงานมเี น้อื หาทถ่ี กู ต้อง ผลงานไม่เป็น
3. มคี วามเป็นระเบยี บเรียบร้อย ผลงานเปน็ ไป ผลงานเปน็ ไป ผลงานเปน็ ไป
ไปตาม
4. มคี วามรบั ผดิ ชอบต่อตนเอง ตามจุดประสงค์ ตามจดุ ประสงค์ ตามจดุ ประสงค์ จุดประสงค์

ทกี่ ำหนดทุก ที่กำหนดบาง บ้างเลก็ น้อย เน้ือหา
ไมถ่ ูกตอ้ ง
ประการ ประการ
ผลงานไมม่ ี
เนื้อหา ถกู ต้อง เนอ้ื หา ถกู ตอ้ ง เน้อื หา ถูกตอ้ ง ความเป็น
ระเบยี บ
สมบรู ณแ์ ละ เปน็ ส่วนใหญ่ เปน็ บางข้อ เรยี บร้อย
ไมม่ ีความ
ครบถว้ น รบั ผดิ ชอบ
ตอ่ ตนเองเลย
ผลงานมี ผลงานมี ผลงานมี

ความเป็น ความเป็น ความเป็น

ระเบยี บ ระเบยี บ ระเบยี บ

เรยี บร้อยดีมาก เรียบร้อยดี เรียบร้อยนอ้ ย

มีความ มีความ มีความ

รับผดิ ชอบ รับผดิ ชอบ รบั ผิดชอบ

ตอ่ ตนเองดมี าก ต่อตนเองดี ต่อตนเองนอ้ ย

เกณฑก์ ารประเมิน

คะแนน ระดบั คณุ ภาพ
16 – 20 ดมี าก
11 – 15 ดี
6 – 10 พอใช้
0–5 ปรับปรงุ

แบบสังเกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล

คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์

ลำดับ ชื่อ - สกลุ มวี นิ ยั ใฝ่เรยี นรู้ มงุ่ มน่ั ในการทำงาน

543215432154321

ลงช่อื ..............................................................ผ้ปู ระเมนิ
วนั ท่ี........../........../..........


Click to View FlipBook Version