The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

คู่มือการปฏิบัติงานด้านคุ้มครองแรงงาน ปี 2564

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

คู่มือการปฏิบัติงานด้านคุ้มครองแรงงาน ปี 2564

คู่มือการปฏิบัติงานด้านคุ้มครองแรงงาน ปี 2564

คู่มือปฏบิ ตั ิงาน

ดา้ นคุ้มครองแรงงาน

ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564
สำหรับเจ้าหนา้ ท่ี

คู่มือปฏิบตั ิงานฯ กองคมุ้ ครองแรงงาน
กรมสวัสดกิ ารและคุ้มครองแรงงาน

คำนำ

กรมสวสั ดิการและคุ้มครองแรงงาน โดยกองคุ้มครองแรงงานได้จดั ทำคู่มือการปฏิบัตงิ านด้านคุ้มครองแรงงาน
ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 สำหรับเจ้าหน้าท่ี โดยมีวัตถุประสงค์เพ่ือใช้เป็นกรอบและแนวทางในการทำงาน
สำหรับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานท้ังในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ให้สามารถปฏิบัติงานด้านคุ้มครองแรงงาน
ไดอ้ ยา่ งมปี ระสิทธภิ าพและมีประสทิ ธผิ ล เป็นไปในทศิ ทางเดียวกนั และบรรลุเป้าหมายตามทีก่ ำหนดไว้

กองคุ้มครองแรงงาน
พฤศจิกายน 2563

สารบัญ ก

คำนำ จ
1
สารบัญ
1
นโยบายและทศิ ทางการบรหิ ารงานด้านค้มุ ครองแรงงาน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 1

การดำเนนิ งานดา้ นคุ้มครองแรงงาน ตามแผนการปฏิบัตริ าชการ กรมสวสั ดกิ ารและคมุ ครองแรงงาน 1
ประจำปงี บประมาณ พ.ศ. 2564
1
1. แผนงานพื้นฐานดา้ นการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม 5
ผลผลิตที่ 1 สถานประกอบกจิ การปฏิบตั ติ ามกฎหมายแรงงาน และแรงงานได้รับสทิ ธิ 7
ตามกฎหมายแรงงาน 8
กิจกรรมหลกั ที่ 1 กำกบั ดูแล ใหส้ ถานประกอบกิจการปฏิบัติตามกฎหมายและสนบั สนุน
ใหแ้ รงงานมีความรูต้ ามกฎหมายคมุ้ ครองแรงงาน 11
1.1 กิจกรรม : ตรวจแรงงานในระบบ * ** *** 12
1.2 กจิ กรรม : รบั และพจิ ารณาวนิ จิ ฉัยคำร้อง (ตามมาตรา 123)
1.3 กจิ กรรม : ใหค้ ำปรกึ ษา ช้แี จง แนะนำ ตอบปัญหาเกีย่ วกบั สทิ ธติ ามกฎหมายคุม้ ครองแรงงาน
1.4 กิจกรรม : การดำเนินการให้สถานประกอบกิจการท่มี ีลูกจ้างตัง้ แต่ 10 คนขึน้ ไป
รายงานสภาพการจา้ งและสภาพการทำงาน (ตามมาตรา 115/1) (คร.11)
1.5 กิจกรรม : ส่งเสรมิ ความรู้เพ่ือเตรยี มความพรอ้ มเด็กก่อนเขา้ สตู่ ลาดแรงงาน (T)
1.6 กิจกรรม : โครงการเฝา้ ระวงั และตดิ ตามสถานประกอบกจิ การที่หยดุ กจิ การช่ัวคราว
และมแี นวโนม้ ท่จี ะเลกิ จา้ ง

2. แผนงานยทุ ธศาสตร์จัดการปัญหาแรงงานต่างดา้ วและการคา้ มนุษย์ 16
โครงการที่ 1 โครงการป้องกันและแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ด้านแรงงาน และการใช้แรงงานเด็ก 16
ในรูปแบบทเ่ี ลวรา้ ย
กจิ กรรมหลักที่ 1 สง่ เสรมิ พฒั นา และกำกบั ดูแลให้แรงงานท่เี ป็นกลุ่มเสย่ี งได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย 16
2.1 กิจกรรม : ตรวจสถานประกอบกจิ การทีเ่ สีย่ งต่อการใช้แรงงานเดก็ แรงงานบงั คบั 16
แรงงานขดั หน้ี และการค้ามนุษยด์ า้ นแรงงาน * **
20
โครงการที่ 2 โครงการคมุ้ ครองสิทธิแรงงานประมงทะเล 20
กจิ กรรมหลกั ท่ี 1 กำกับ ดแู ล แรงงานในเรือประมงทะเลใหไ้ ดร้ ับการค้มุ ครองตามกฎหมาย 20
2.1 กจิ กรรม : บรู ณาการตรวจคุ้มครองแรงงานในเรือประมงทะเลในพ้ืนที่ 22 จังหวดั ชายทะเล * ** 21
2.2 กิจกรรม : บูรณาการตรวจสถานประกอบกิจการแปรรปู สตั วน์ ำ้ ในพ้นื ท่ี 22 จังหวัดชายทะเล 24
2.3 กิจกรรม : จัดประชุมคณะทำงานศนู ย์บริหารจัดการแรงงานประมงจงั หวัด

3. แผนงานยทุ ธศาสตรส์ รา้ งหลกั ประกันทางสงั คม 25
โครงการท่ี 3 โครงการยกระดับคุณภาพชีวิตและผลติ ภาพแรงงาน 25
กิจกรรมหลกั ท่ี 1 สง่ เสริมและพฒั นาศักยภาพแรงงานเพื่อเพ่ิมคุณภาพชีวติ และผลิตภาพแรงงาน 25
3.1 กิจกรรม : โครงการเฝา้ ระวังและคมุ้ ครองแรงงานจากการหยดุ กจิ การช่ัวคราวและเลิกจา้ ง 25
เพื่อป้องกันการละเมิดสิทธิประโยชน์แรงงานตามกฎหมาย (T)



สารบญั (ต่อ) 28
35
ภาคผนวก (ตัวอยา่ งโครงการ และแบบฟอร์มต่าง ๆ) 41
54
1. กจิ กรรม : ส่งเสริมความรเู้ พือ่ เตรียมความพร้อมเดก็ ก่อนเขา้ สู่ตลาดแรงงาน 71
- โครงการสง่ เสริมความรเู้ พื่อเตรียมความพร้อมฯ
- แบบสรุปผลการประเมินโครงการส่งเสรมิ ความรเู้ พ่ือเตรียมความพร้อมฯ ค

2. กิจกรรม : โครงการเฝ้าระวงั และติดตามสถานประกอบกจิ การท่หี ยุดกจิ การชวั่ คราว
และมแี นวโนม้ ที่จะเลิกจา้ ง
- มาตรการและแนวทางบรรเทาปัญหาการเลิกจา้ ง
- มาตรการและแนวทางป้องกันและแก้ไขผลกระทบด้านแรงงานสมั พันธ์
- แบบบนั ทกึ รายการส่งเสรมิ เพอ่ื เฝ้าระวงั และติดตามสถานประกอบกจิ การฯ

3. กิจกรรม : บูรณาการตรวจสถานประกอบกจิ การแปรรูปสัตว์น้ำในพ้ืนท่ี 22 จงั หวัดชายทะเล
- คำสั่งแตง่ ตัง้ ชดุ เฉพาะกจิ ตรวจสถานประกอบกิจการแปรรูปสัตวน์ ้ำ
- แบบบันทึกการตรวจสถานประกอบกิจการแปรรูปสตั ว์น้ำ

4. กิจกรรม : โครงการเฝ้าระวงั และคุ้มครองแรงงานจากการหยดุ กจิ การช่ัวคราวและเลิกจ้าง
เพ่อื ปอ้ งกันการละเมิดสิทธิประโยชน์แรงงานตามกฎหมาย (T)
- โครงการเฝา้ ระวงั และคมุ้ ครองแรงงานจากการหยดุ กิจการช่วั คราวฯ
- แบบประเมนิ โครงการเฝา้ ระวงั และคุ้มครองแรงงานจากการหยดุ กิจการช่วั คราวฯ
- ตวั อย่างแนวคำถาม - คำตอบ การหยดุ กิจการช่วั คราว มาตรา 75
- ขอ้ สอบโครงการเฝา้ ระวังและคุ้มครองแรงงานจากการหยุดกจิ การชวั่ คราวฯ

5. แบบฟอร์มตา่ ง ๆ ของกลุ่มงานกองทนุ สงเคราะห์ลกู จา้ ง
1) ทะเบียนคุมหนเี้ งินสงเคราะห์
2) การบนั ทึกแบบคำขอ สกล.1 และ สกล.2
3) แบบรายงานการรบั -จา่ ยเงินกองทุนสงเคราะหล์ กู จ้าง
4) แบบรายงานการรบั -จ่ายเงินของลูกจ้างทเ่ี กบ็ รกั ษาในกองทนุ สงเคราะห์ลูกจ้าง
5) แบบตารางรายชื่อลกู จา้ งซ่ึงไม่มารบั เงินทเ่ี ก็บรักษาในกองทนุ สงเคราะห์ลูกจา้ ง
6) แบบรายงานการชดใชเ้ งินคืนกองทุนสงเคราะหล์ กู จ้าง
7) แบบรายงานความคืบหนา้ ในการดำเนินการฟ้องคดีแพ่ง (ลูกหนีผ้ ูม้ ีหนา้ ที่ชดใช้เงินกองทนุ
สงเคราะหล์ ูกจ้าง)
8) แบบรายงานการตรวจสอบทรพั ยส์ นิ นายจา้ ง (ลูกหนี้ผ้มู หี นา้ ทีช่ ดใชเ้ งนิ กองทนุ
สงเคราะห์ลูกจ้าง)
9) แบบรายงานผลการดำเนนิ คดอี าญาและการติดตามหนีก้ องสงเคราะห์ลูกจา้ ง
10) แบบรายงานการตรวจสอบข้อมูลการจ่ายเงินสงเคราะห์แก่ลูกจา้ งและชดใชเ้ งินคืน
11) แบบสรปุ การขอจำหน่ายหนอี้ อกจากบญั ชีเปน็ หนสี้ ูญของกองทุนสงเคราะห์ลกู จ้าง
12) แบบรายละเอียดการขอรับเงนิ สงเคราะห์เป็นรายบคุ คล
13) แบบสรุปคำขอรับเงินสงเคราะห์ กรณคี า่ ชดเชย
14) แบบสรุปคำขอรับเงนิ สงเคราะห์ กรณอี น่ื นอกจากคา่ ชดเชย
15) รายละเอยี ดการขอรบั เงินสงเคราะห์เปน็ รายบุคคล (กท.03)
16) แบบคำขอรบั เงนิ ที่เกบ็ รักษาในกองทุนสงเคราะหล์ ูกจ้าง (กรณนี ายจ้างนำเงินมาจ่าย
ใหล้ กู จา้ งตามคำสั่ง)

สารบญั (ต่อ) 100
108
6. แบบข้อตกลงจ้างเหมาบริการทำงาน (สญั ญาจ้างล่าม)
7. มาตรการของสถานประกอบกิจการในการป้องกนั การแพรร่ ะบาดของไวรัสโคโรนา

(COVID – 19)

จดั สรรเงินและเป้าหมายการดำเนนิ งานของหน่วยปฏิบตั ิ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564
1. แผนงานพ้นื ฐานด้านการสรา้ งโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม (ผ.1 ก.1)
2. แผนงานยุทธศาสตร์จัดการปญั หาแรงงานตา่ งด้าวและการคา้ มนษุ ย์
3. แผนงานยทุ ธศาสตรส์ รา้ งหลกั ประกนั ทางสงั คม

หมายเหตุ คือ กิจกรรมนำสง่ กจิ กรรมหลัก
กจิ กรรมที่มีเคร่ืองหมาย * คอื กิจกรรมนำส่งผลผลติ หรอื โครงการระดับผลผลิต
** คือ กิจกรรมนำสง่ เป้าหมายการให้บรกิ ารกรม
*** คือ กจิ กรรมการจดั อบรมสัมมนา
(T)



นโยบายและทิศทางการบรหิ ารงานดา้ นคุ้มครองแรงงาน
ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564

กองคุ้มครองแรงงานบริหารงานภายใต้กฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน
กระทรวงแรงงาน พ.ศ. 2559 มีภารกิจหลักคือ การกำกับ ดูแล และส่งเสริมให้นายจ้างและลูกจ้างปฏิบัติ
ตามกฎหมายคุ้มครองแรงงานและกฎหมายอ่ืนท่ีเก่ียวข้อง โดยยดึ หลักความเสมอภาคและเท่าเทียมกัน สอดคล้อง
กับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ แผนการปฏิรูปประเทศ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม
แห่งชาติ ฉบับท่ี 12 (พ.ศ. 2560 - 2564) แผนปฏิบัติการด้านแรงงาน (พ.ศ. 2563 - 2565) และแผนปฏิบัติราชการ
ระยะ 3 ปี (พ.ศ. 2563 - 2565) กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน โดยมีการขับเคลื่อนนโยบายไปสู่การปฏิบัติ
อย่างเป็นรูปธรรมตามเปา้ หมายท่กี ำหนดไว้ ดงั น้ี

1. การกำกับดูแลให้แรงงานได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายแรงงาน โดยการตรวจแรงงานท่ัวไป
เป็นการตรวจสถานประกอบกิจการทั้งด้านสภาพการจ้างและสภาพการทำงานให้นายจ้างหรือเจ้าของ
สถานประกอบกิจการปฏิบัติถูกต้องตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน และเป็นการคุ้มครองให้ลูกจ้างได้รับสิทธิ
ประโยชน์ตามกฎหมายคุ้มครองแรงงานท่ีกำหนดอย่างเป็นธรรมและไม่เลือกปฏิบัติ โดยเน้นการตรวจ
สถานประกอบกจิ การ ดงั ตอ่ ไปนี้

1.1 ตรวจสถานประกอบกิจการที่ไม่เคยผ่านการตรวจแรงงานภายใน 5 ปี จากฐานข้อมูล
ของกรมเพื่อให้แรงงานทุกกลุ่มเป้าหมายได้รับการคุ้มครองแรงงานอย่างทั่วถึงทุกพ้ืนท่ีและเป็นธรรมอย่างเท่าเทียมกัน
โดยไม่มีการเลือกปฏบิ ตั ิ

1.2 ตรวจสถานประกอบกิจการขนาดเล็กที่มีลูกจ้าง 1 - 49 คน สถานประกอบกิจการรายใหม่
ที่ไม่เคยผ่านการตรวจแรงงานท้ังที่อยู่ในระบบและไม่อยู่ในระบบฐานข้อมูลของกรม หรือสถานประกอบกิจการที่ปฏิบัติ
ไม่ถูกต้องตามกฎหมายคุ้มครองแรงงานในปีที่ผ่านมา เพื่อให้สถานประกอบกิจการทุกประเภทและทุกขนาด
มกี ารปฏิบตั ิถกู ตอ้ งตามกฎหมายคุม้ ครองแรงงาน

1.3 ตรวจสถานประกอบกิจการโดยใช้ข้อมูลการรายงานสภาพการจ้างและสภาพการทำงาน
ของสถานประกอบกิจการที่มีลูกจ้างต้ังแต่ 10 คนข้ึนไป ตามมาตรา 115/1 ที่รายงานผลการปฏิบัติไม่ถูกต้อง
ตามกฎหมายคมุ้ ครองแรงงาน

2. การดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ด้านแรงงาน เพ่ือขจัดการใช้แรงงานเด็ก
แรงงานบังคับ และแรงงานขัดหน้ี รวมทั้งการขจดั การใชแ้ รงงานเดก็ ในรูปแบบท่ีเลวร้าย โดยดำเนินการ ดังน้ี

2.1 ตรวจสถานประกอบกิจการท่ีเส่ียงต่อการใช้แรงงานเด็ก แรงงานบังคับ แรงงานขัดหนี้
การค้ามนุษย์ด้านแรงงาน ในเรือประมงทะเลกิจการเกี่ยวเน่ืองประมงทะเล เพ่ือคุ้มครองแรงงาน
และไม่ให้ละเมิดสิทธิด้านแรงงาน เช่น กิจการเก่ียวเน่ืองประมงทะเล กิจการผลิตสินค้าจากอ้อย เครื่องนุ่งห่ม
กุ้ง ปลา ฟาร์มเล้ียงสัตว์ปีก ฟาร์มหมู หรือสัตว์ประเภทอ่ืน ๆ รวมทั้งกิจการท่ีเป็นห่วงโซ่การผลิตดังกล่าวทุกแห่ง
กิจการก่อสร้างงานที่เข้าข่าย 3D งานท่ีมีลักษณะสกปรก (Dirty) งานที่มีความยากลำบาก (Difficult) และงานท่ีเสี่ยง
อนั ตราย (Dangerous) เปน็ ต้น

2.2 ตรวจแรงงานเชิงรุกอย่างเข้มข้น ดำเนินการตรวจแรงงานโดยชุดเฉพาะกิจคุ้มครองแรงงาน
เพ่ือค้นหาการกระทำความผิด หรือการกระทำท่ีไม่สอดคล้องกับกฎหมายคุ้มครองแรงงาน เพื่อให้ลูกจ้างได้รับสิทธิ
ตามที่กฎหมายกำหนด และนายจ้างปฏบิ ตั ถิ ูกต้องตามกฎหมาย

2.3 มาตรการคัดกรองลูกจ้างโดยการสัมภาษณ์ เก่ียวกับสภาพการทำงานของลูกจ้าง จากการยื่น
คำร้องทุกข์ (คร.7) หรือร้องเรียน เพื่อปรับปรุงกระบวนการตรวจแรงงานให้มีผลการดำเนินคดีตามกฎหมาย
และมีประสิทธิภาพมากยิ่งข้ึนในการคุ้มครองแรงงาน รวมท้ังประสานทีมสหวิชาชีพเข้าคัดแยกผู้เสียหาย
จากการคา้ มนษุ ย์ดา้ นแรงงาน

3. การดำเนินงานการป้องกันแก้ไขปัญหาด้านแรงงานในการทำการประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน
และไร้การควบคุม (IUU Fishing) โดยให้ความสำคัญในการแก้ปัญหาการทำการประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน
และไร้การควบคุมอย่างจรงิ จัง โดยดำเนนิ การ ดังนี้

3.1 ตรวจแรงงานประมงทะเล ณ ศูนย์ควบคุมแจ้งเรือเข้า-ออก (Port In – Port Out Controlling
Center : PIPO) เน้นการตรวจโดยการตรวจหาข้อบ่งช้ีของแรงงานบังคับเพ่ือให้ลูกจ้างได้รับการคุ้มครองและไม่ถูก
เอารดั เอาเปรยี บ

3.2 บูรณาการการตรวจแรงงาน โดยร่วมกับศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล
(ศรชล.) กรมประมง ในการบูรณาการตรวจคมุ้ ครองแรงงานในเรอื ประมงทะเล

3.3 จัดเจ้าหน้าที่และล่ามปฏิบัติงาน โดยให้อยู่ประจำศูนย์ควบคุมการแจ้งเรือเข้า – ออก
(Port In – Port Out Controlling Center : PIPO) 22 จงั หวดั ชายทะเล

4. การบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด หากพบนายจ้าง/สถานประกอบกิจการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติ
ตามกฎหมาย ให้พนักงานตรวจแรงงานมีคำสั่งให้นายจ้างปฏิบัติให้ถูกต้องอย่างเคร่งครัด หรือดำเนินคดี
ทางพนักงานสอบสวน โดยไม่ต้องออกคำส่ังให้นายจ้างปฏิบัติตามระเบียบท่ีเกี่ยวข้อง เช่น การใช้เด็กอายุต่ำกว่า
15 ปี ทำงาน การยดึ เอกสารประจำตัวเพ่อื เปน็ หลักประกันการทำงาน เปน็ ตน้

5. การดำเนินการด้านคำร้องต่าง ๆ ท่ีได้รับจะต้องได้รับการแก้ไขอย่างรวดเร็ว ให้พนักงาน
ตรวจแรงงานดำเนินเร่งรัด และควบคุม ดูแล ให้คำร้องต่าง ๆ ท่ีรับไว้ ได้รับการแก้ไขอย่างรวดเร็ว ภายใน 30 วัน
โดยคำนึงความเดือดรอ้ นของลูกจ้างเป็นสำคญั มีการใชว้ าจาทส่ี ภุ าพในการสอื่ สารกับนายจ้าง ลูกจ้าง

6. การป้องกันและแก้ไขปัญหาการใช้แรงงานเด็กและแรงงานบังคับในรายการสินค้าที่ถูก
ข้ึนบัญชีการใช้แรงงานเด็ก และแรงงานบังคับ (TVPRA List) หน่วยปฏิบัติต้องให้ความสำคัญกับการตรวจ
แรงงาน การบังคับใช้กฎหมาย การรณรงค์ให้ความรู้ความเข้าใจในประเด็นไม่ให้มีการใช้แรงงานเด็ก และแรงงาน
บังคับในกลุ่มสินค้าประเภทอ้อย เคร่ืองนุ่งห่ม กุ้งและปลา รวมทั้งร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กร
พฒั นาเอกชน องค์กรลูกจา้ งในพ้นื ทที่ ่ีรบั ผิดชอบเพ่ือร่วมกนั ป้องกนั และแก้ไขปัญหาการใช้แรงงานเดก็ และแรงงาน
บงั คบั ในกล่มุ สินคา้ ดงั กล่าว โดยส่วนกลางร่วมกับองค์กรภาคีเครือข่ายภายใต้คณะกรรมการระดับชาตเิ พ่ือขจัดการ
ใช้แรงงานเด็กในรูปแบบท่ีเลวร้ายกำหนดวิธีการ แนวทางการดำเนินงานอย่างเป็นรูปธรรมอย่างน้อย 1 รายการสินค้า
และร่วมกันขับเคลื่อนเพื่อยื่นถอดรายการสินค้าออกจากรายการที่ถูกขึ้นบัญชีการใช้แรงงานเด็ก แรงงานบังคับ
(TVPRA List) ตอ่ กระทรวงแรงงานสหรัฐอเมริกา

7. การบังคับใช้พระราชบัญญัติแรงงานทางทะเล พ.ศ. 2558 โดยการประสานรับคำร้องและวินิจฉัย
คำร้องให้คำปรึกษาตอบข้อหารือ ส่งเสริมความรู้เกี่ยวกับพระราชบัญญัติแรงงานทางทะเลฯ ให้คนประจำเรือ
และเจ้าของเรือ รวมถึงพนักงานเจ้าหน้าท่ีของหน่วยงานที่เก่ียวข้อง การบูรณาการร่วมปฏิบัติงานให้คำปรึกษา
ดา้ นกฎหมาย ณ ศูนย์บริการเบ็ดเสรจ็ (One Stop Service) ณ กรมเจ้าท่า และเขา้ ร่วมตรวจเรือเดนิ ทะเลที่ชกั ธงไทย
และชักธงต่างประเทศร่วมกบั เจ้าหนา้ ท่ขี องกรมเจ้าท่าเพือ่ บังคบั ใชก้ ฎหมายอย่างมีประสทิ ธิภาพ รวมท้ังขับเคล่ือน



การดำเนินงาน ประสานงานเพ่ือให้คนประจำเรือและหน่วยงานภาครัฐท่ีเกี่ยวข้องปฏิบัติตามอนุสัญญาว่าด้วย
แรงงานทางทะเล พ.ศ. 2549 และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการแรงงานทางทะเล
ท่ีมีปลัดกระทรวงแรงงานเป็นประธานคณะกรรมการ ให้เป็นไปตามอำนาจหน้าท่ี และเป็นการสร้างบรรยากาศ
ในการลงทนุ และเสรมิ สร้างการพัฒนาการเตบิ โตดา้ นเศรษฐกจิ ของประเทศโดยรวมอย่างมปี ระสิทธภิ าพ

8. การปรับปรุงแก้ไข พัฒนา กฎหมาย ระเบียบ แนวทาง มาตรการ และวิธีการปฏิบัติงาน
ตลอดจนแก้ไขปัญหาให้แก่หน่วยปฏิบัติทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค เพ่ือให้สอดคล้องกับภาวการณ์จ้างแรงงาน
ที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ตลอดจนให้สอดคล้องกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายอื่น ๆ ที่จะส่งผลให้การดำเนินคดี
เป็นไปอย่างมีประสิทธภิ าพ สามารถทีจ่ ะนำผู้กระทำความผดิ มารับโทษตามกฎหมาย

9. การขับเคลื่อนนโยบายผู้สงู อายุ ตรวจสถานประกอบกจิ การท่มี ีการจ้างงานผสู้ ูงอายุ (60 ปขี ้ึนไป)
เพ่ือคุ้มครองแรงงานผู้สูงอายุให้ได้รับสิทธิประโยชน์ตามกฎหมาย โดยเฉพาะให้เป็นไปตามบทบัญญั ติ
ของ พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2560 ท่ีเกี่ยวข้องกับกรณีเกษียณอายุการทำงาน การจ่ายค่าชดเชย
รวมถึงส่งเสริมสิทธิหน้าท่ีตามกฎหมายของแรงงานสูงอายุ และให้แรงงานสูงอายุทราบช่องทางการเข้าถึงบริการ
ดา้ นคมุ้ ครองแรงงาน

10. การขับเคล่ือนนโยบายส่งเสริมการจ้างงานคนพิการ ตรวจสอบการจ้างคนพิการเข้าทำงาน
ตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. 2550 และท่ีแก้ไขเพ่ิมเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2556
และกฎกระทรวงกำหนดจำนวนคนพิการท่ีนายจ้างหรือเจ้าของสถานประกอบการและหน่วยงานของรัฐ
จะต้องรบั เข้าทำงาน และจำนวนเงินที่นายจ้างหรือเจ้าของสถานประกอบการจะต้องนำส่งเข้ากองทุนส่งเสริมและ
พัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. 2554 (กำหนดให้นายจ้าง หรือเจ้าของสถานประกอบกิจการ ที่มีลูกจ้าง
ในสถานประกอบกิจการ ซ่ึงมีลูกจ้างต้ังแต่ 100 คนข้ึนไป รับคนพิการเข้าทำงาน 1 คน เศษของ 100 คน
ถ้าเกิน 50 คนต้องรับคนพิการเพิ่มอีก 1 คน) หากพบการปฏิบัติไม่ถูกต้องให้ประสานแจ้งหน่วยงานของกระทรวง
การพัฒนาสังคมและความม่ันคงของมนุษย์ รวมทั้งดำเนินการตรวจคุ้มครองแรงงานในสถานประกอบกิจการ
ทีม่ กี ารจา้ งแรงงานคนพกิ ารไปดว้ ย

11. การสร้างและพัฒนาเครือข่ายคุ้มครองแรงงาน และบูรณาการความร่วมมือกับเครือข่าย
ในทุกภาคส่วน เพ่ือพฒั นาศกั ยภาพเสรมิ สร้างความรู้ ความเขา้ ใจเกี่ยวกับกฎหมายคมุ้ ครองแรงงานสามารถใหค้ ำปรกึ ษา
แนะนำ นายจา้ ง ลูกจ้าง รวมถึงสอดส่อง ดูแล และแจ้งเบาะแส เม่ือพบการกระทำไม่ถูกต้องตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน
และสร้างความเข้มแข็งในการปฏิบัติหน้าท่ีเครือข่าย เช่น ผู้ประกอบการ องค์กรนายจ้าง องค์กรลูกจ้าง องค์กรพัฒนา
เอกชน (NGOs) องค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) เป็นต้น รวมถึงเพ่ือช่วยประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสาร
ท่ีเกีย่ วกับสิทธิหน้าทตี่ ามกฎหมายคุ้มครองแรงงานใหแ้ กน่ ายจา้ ง ลูกจ้าง และประชาชนท่ัวไป

12. เร่งรัดการติดตามหนี้กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง โดยตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล
การจ่ายเงินสงเคราะห์ลูกจ้างและการชดใช้เงินคืน ดำเนินการติดตามหนี้กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างตามระเบียบ
และแนวปฏิบัติอย่างเคร่งครัด เรง่ รัดจำหน่ายหนี้กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างออกจากบัญชีเป็นหน้ีสญู ตามหลักเกณฑ์
และวธิ ีการกำหนด รวมถงึ การบนั ทกึ ขอ้ มูลลูกหนกี้ องทนุ สงเคราะห์ลูกจ้างในระบบของกรม



13. การพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศในการคุ้มครองแรงงาน เพ่ือรองรับ Thailand 4.0
และการเป็นระบบราชการ 4.0

13.1 ส่งเสริมให้สถานประกอบกิจการใช้บริการต่าง ๆ ของกรมผ่านระบบบริการอิเล็กทรอนิกส์
(e-service) เช่น การยื่นแบบแสดงสภาพการจ้างและสภาพการทำงานของสถานประกอบกิจการ (คร.11)
การแจ้งการจ้างลูกจ้างซึ่งเป็นเด็กอายุต่ำกว่าสิบแปดปี (คร.2) ภายในสิบห้าวันนับแต่วันท่ีเด็กเข้าทำงานและการแจ้ง
ส้ินสุดการจ้าง (คร.4) ภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่เด็กออกจากงานตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541
รวมถงึ ส่งเสริมให้ลูกจ้างใชบ้ ริการผ่านระบบอเิ ล็กทรอนิกส์ เช่น ระบบรับคำร้อง (คร.7) ทางอิเล็กทรอนิกส์

13.2 พัฒนาการบริการรับ - จ่ายเงินกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์
(KTC Corporate Online) ซึ่งเป็นระบบสารสนเทศที่สนับสนุนผู้ใช้บริการกองทุนฯ และตอบสนองต่อนโยบาย
ด้านดจิ ิทลั ของรฐั บาล

13.3 พัฒนารูปแบบการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน
และเป็นการลดขั้นตอนการปฏิบัติงานให้สะดวก รวดเร็ว ลดเวลาและงบประมาณ รวมท้ังการนำนวัตกรรม
หรือการนำแนวคิดริเริ่มสร้างสรรค์มาใช้กับการปฏิบัติงาน เช่น การพัฒนาระบบตรวจแรงงานประมงทะเล
โดยใช้ Tablet การลงทะเบียนผ่าน Google Form หรอื QR Code เป็นตน้

14. การปรับปรุงฐานข้อมูลด้านคุ้มครองแรงงานให้เป็นปัจจุบัน และรายงานผลการดำเนินงาน
ด้านคุ้มครองแรงงานอย่างต่อเน่ือง โดยบันทึกข้อมูลด้านคุ้มครองแรงงานในระบบของกรมให้เป็นปัจจุบัน เช่น
การตรวจแรงงานในระบบ การให้คำปรึกษา การรับและวินิจฉัยคำร้อง (คร.7) มาตรา 123 การเลิกจ้างและแนวโน้ม
เลิกจ้างไม่ว่าจะเกิดจากการตรวจแรงงาน การยื่นคำร้องทุกข์ หรือช่องทางใดๆ การย่ืนขอใช้มาตรา 75
ของสถานประกอบกิจการ เป็นตน้ รวมท้ัง รายงานสถานประกอบกจิ การท่ีมีการจ้างลูกจ้างเหมาคา่ แรง ตามมาตรา 11/1
และรายงานผลการตรวจสอบการจ้างคนพกิ ารตามข้อส่งั การของนายกรัฐมนตรี

15. การพัฒนารูปแบบและช่องทางการประชาสัมพันธ์ ให้แรงงานเข้าถึงบริการและรับทราบ
สิทธิประโยชน์ที่พึงได้รับเพื่อเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ข้อมูลผลการดำเนินงานด้านคุ้มครองแรงงานท่ีส ำคัญ
เพื่อป้องกันไม่ให้มีการใช้แรงงานเด็กผิดกฎหมาย แรงงานบังคับ แรงงานขัดหนี้ การค้ามนุษย์ด้านแรงงาน
ปัญหาเก่ียวกับแรงงานประมงทะเลท่ีสำคัญ รวมถึงผลการดำเนินการของทีมเฉพาะกิจ ชุดตรวจต่าง ๆ
โดยผ่านช่องทางต่าง ๆ เช่น ส่ือโซเชียล (Line, Facebook, You-Tube) เว็บไซต์กรม/กระทรวง สื่อวีดีทัศน์ สำนักข่าว
ภายในประเทศ และสำนักข่าวต่างประเทศ เป็นต้น และการสร้างความรับรู้แก่แรงงานผู้สูงอายุ และแรงงานคนพิการ
ให้มีความรู้ ความเข้าใจเก่ียวกับสิทธิประโยชน์ท่ีควรจะได้รับตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน มีคุณภาพชีวิตที่ดี
และดำรงชวี ิตตามหลักปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี ง

16. การพัฒนาศักยภาพให้กบั เจ้าหน้าท่ีผู้ปฏิบัติงานคุ้มครองแรงงาน เพ่ือให้มีความรู้ ความเข้าใจ
แนวปฏิบัติเกี่ยวกับกฎหมายคุ้มครองแรงงานและกฎหมายอื่น ๆ ท่ีเกี่ยวข้อง เช่น อบรมการเพิ่มประสิทธิภาพการบังคับ
ใช้กฎหมายคุ้มครองแรงงานของพนักงานตรวจแรงงานเพื่อปอ้ งกันและแก้ไขปัญหาการใช้แรงงานเด็กผิดกฎหมาย
แรงงานบังคับ แรงงานขัดหน้ี และการค้ามนุษย์ด้านแรงงาน อบรมเพิ่มประสิทธิภาพการบังคับใช้กฎหมาย
ของพนักงานตรวจแรงงานเชิงคุณภาพ (พนักงานตรวจแรงงานบรรจุใหม่) อบรมส่งเสริมความรู้การบังคับใช้กฎหมาย
เพ่ือเพ่ิมสมรรถนะในการตรวจแรงงาน การดำเนินงานตามแผนจัดการความรู้ (KM) ด้านคุ้มครองแรงงาน
ตลอดจนการประชุมคณะกรรมการ คณะอนุกรรมการ และคณะทำงาน เพื่อให้การขับเคล่ือนการดำเนินงานบรรลุ
เป้าหมายทก่ี ำหนดไว้ เป็นต้น

************************************



การดำเนินงานดา้ นคมุ้ ครองแรงงาน
ตามแผนการปฏบิ ัตริ าชการ กรมสวัสดกิ ารและคมุ ครองแรงงาน

ประจำปงี บประมาณ พ.ศ. 2564

ปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 กองคุ้มครองแรงงานมีภารกิจที่จะต้องดำเนินการให้ความคุ้มครองแรงงาน
ในระบบ ภายใต้ 3 แผนงาน ได้แก่

1. แผนงาน : พน้ื ฐานด้านการสรา้ งโอกาสและความเสมอภาคทางสงั คม

ผลผลติ ท่ี 1 : สถานประกอบกิจการปฏิบตั ิตามกฎหมายแรงงาน และแรงงานได้รับสิทธิตามกฎหมายแรงงาน
กิจกรรมหลักที่ 1 : กำกับ ดูแล ให้สถานประกอบกิจการปฏิบัติตามกฎหมายและสนับสนุนให้แรงงาน

มคี วามรตู้ ามกฎหมายคมุ้ ครองแรงงาน
เปา้ หมาย : แรงงานในระบบ จำนวน 802,600 คน
ประกอบด้วยกิจกรรมตอ่ ไปนี้

1.1 กจิ กรรม : ตรวจแรงงานในระบบ * ** ***

การตรวจแรงงานเป็นกระบวนการหน่ึงที่รัฐได้นำมาใช้เป็นเครื่องมือในการบริหารการคุ้มครองแรงงาน
ซงึ่ จะมมี าตรการทัง้ การบงั คับใช้กฎหมาย และการส่งเสรมิ ใหน้ ายจา้ งและลกู จา้ งปฏบิ ัติต่อกันได้อย่างถูกต้อง

การตรวจแรงงาน (Labour Inspection) หมายถึง การที่เจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจในสถานประกอบ
กิจการของนายจ้างท่ีมีลูกจ้างต้ังแต่ 1 คนขึ้นไป เพ่ือดูแลให้นายจ้างปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน
และคุ้มครองให้ลูกจ้างได้รับค่าตอบแทนในการทำงาน สิทธิประโยชน์ไม่ต่ำกว่าท่ีกฎหมายกำหนด รวมถึงได้รับ
สวัสดกิ ารทีด่ ีจากนายจา้ ง

กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานได้นำหลักการสำคัญของอนุสัญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศ
ฉบบั ท่ี 81 มากำหนดเปน็ หน้าท่ีหลกั ในการตรวจแรงงาน ดงั น้ี

1) การบังคับใช้กฎหมายเพ่ือตรวจสอบนายจ้างให้ปฏิบัติถูกต้องตามกฎหมาย หากมีการฝ่าฝืน
หรอื ไมป่ ฏิบัติตามกฎหมายก็จะมมี าตรการบงั คบั ใช้กฎหมายตามความเหมาะสมแกส่ ภาวการณ์

2) การประชาสัมพนั ธ์เพ่ือให้คำแนะนำ เผยแพร่ให้นายจ้าง ลูกจ้างได้รู้และเข้าใจวตั ถุประสงค์ของกฎหมาย
และปฏิบตั ติ ามบทบัญญัติของกฎหมายได้อย่างถกู ต้อง

3) การศึกษาข้อเท็จจริงเพ่ือศึกษาสภาพการจ้าง สภาพการทำงาน ปัญหาและอุปสรรคในการปฏิบัติ
ตามกฎหมาย กฎ ระเบียบ คำส่ัง และมาตรฐานแรงงานต่าง ๆ เพื่อหาแนวทางนำไปสู่การแก้ไขปรับปรุงกฎหมาย
คุ้มครองแรงงานใหเ้ หมาะสมยงิ่ ขนึ้

กลมุ่ เป้าหมาย
1) สถานประกอบกจิ การทไ่ี มเ่ คยผา่ นการตรวจแรงงานภายใน 5 ปี จากฐานข้อมูลของกรม
2) สถานประกอบกิจการขนาดเล็กท่ีมีลูกจ้าง 1 - 49 คน สถานประกอบกิจการรายใหม่ท่ีไม่เคย
ผ่านการตรวจแรงงาน ทั้งท่ีอยู่ในระบบและไม่อยู่ในระบบฐานข้อมูลของกรม หรือสถานประกอบกิจการ
ท่ปี ฏิบัตไิ ม่ถูกต้องตามกฎหมายคุ้มครองแรงงานในปที ่ีผ่านมา
3) สถานประกอบกจิ การทมี่ กี ารจ้างลกู จ้างซง่ึ เป็นเด็ก
4) สถานประกอบกจิ การท่มี กี ารจ้างงานผ้สู ูงอายุที่มีอายุต้งั แต่ 60 ปขี น้ึ ไป
5) สถานประกอบกจิ การทีม่ ีการจา้ งงานคนพกิ าร

1

6) สถานประกอบกิจการท่ีไม่เคยได้รับรางวัลหรือผ่านเกณฑ์มาตรฐานที่ออกให้โดยกรมสวัสดิการ
และคมุ้ ครองแรงงาน เช่น รางวัลระบบการบริหารจดั การด้านแรงงานยอดเย่ยี ม รางวัลระบบการบริหารจัดการที่ดี
ด้านแรงงานสัมพันธ์และสวัสดิการแรงงาน รางวัลระบบการบริหารจัดการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย
และสภาพแวดลอ้ มในการทำงาน และการรับรอง มรท. 8001-2553 เปน็ ตน้

7) สถานประกอบกิจการท่ีมีการใช้มาตรา 75
8) สถานประกอบกิจการที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และแจ้งหยุดกิจการ
ชั่วคราว เน่ืองจากสาเหตุสุวิสัย ให้ลูกจ้างขอรับประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงาน จากสำนักงานประกันสังคม
(รอ้ ยละ 62 % ของอัตราค่างจา้ งรายวัน)
9) สถานประกอบกิจการที่มีการรายงานสภาพการจ้างและสภาพการทำงานตามมาตรา 115/1
และพบวา่ มกี ารรายงานผลการปฏบิ ัติที่ไม่ถูกตอ้ งตามกฎหมายค้มุ ครองแรงงาน

แนวทางการตรวจแรงงาน
เพอ่ื ให้เกดิ ประสทิ ธิภาพและประสทิ ธิผลในการตรวจแรงงาน ควรดำเนินการ ดงั นี้
1) แหล่งข้อมูล พนักงานตรวจแรงงานอาจรวบรวมข้อเท็จจริง ตลอดจนพยานหลักฐาน
ไดจ้ ากแหลง่ ข้อมูล ดังนี้

(1) ข้อมูลการตรวจแรงงาน สำรวจทะเบียนสถานประกอบกิจการของสำนักงานสวัสดิการ
และคุ้มครองแรงงานจังหวัด และสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานกรุงเทพมหานครพื้นท่ี หรือข้อมูล
จากการสำรวจของกรมสวสั ดิการและคุ้มครองแรงงานในโครงการตา่ ง ๆ

(2) นายจ้าง ลูกจ้าง ตัวแทนลูกจ้าง สหภาพแรงงาน สมาคม หรือบุคคลที่เก่ียวข้อง ซ่ึงอาจเป็นบุคคล
ในบริเวณท่ตี ้ังของสถานประกอบกจิ การ ตลอดจนกล่มุ เครอื ข่ายอืน่ ๆ

(3) หน่วยราชการต่าง ๆ ท่ีเก็บรวบรวมข้อมูลท่ีเก่ียวข้อง หรือมีหน้าที่ออกใบอนุญาตหรือจดทะเบียน
ให้แก่สถานประกอบกิจการ ไม่ว่าจะเป็นสำนักงานบริการข้อมูลธุรกิจ (ทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค)
กรมพัฒนาธุรกิจการค้า สำนักงานทะเบียนราษฎร์ กรมสรรพากร กรมการจัดหางาน สำนักงานประกันสังคม
กรมเจา้ ทา่ กรมประมง ฯลฯ ซึ่งเปน็ หน่วยงานที่มีข้อมูลเกย่ี วขอ้ งและเป็นประโยชนต์ อ่ การตรวจแรงงาน

(4) แบบแสดงสภาพการจ้างและสภาพการทำงาน (คร.11) ที่สถานประกอบกิจการส่งให้
พนกั งานตรวจแรงงาน

(5) แหล่งข้อมลู สาธารณะ เชน่ สมดุ โทรศพั ท์ ส่ือต่าง ๆ เป็นตน้
(6) หนว่ ยงานเอกชน เช่น ธนาคาร เป็นต้น
2) แผนการตรวจแรงงาน
(1) พิจารณาจำนวนเป้าหมายท่ีได้รับ งบประมาณท่ีได้รับการจัดสรร และตัวชี้วัดท้ังในเชิงปริมาณ
และเชงิ คณุ ภาพ กำหนดขอบเขตในแผนการตรวจแรงงานใหส้ อดคลอ้ งกบั นโยบายของกรมฯ
(2) นำสถานประกอบกิจการจากแหล่งข้อมูลและเป้าหมายการตรวจแรงงานมาจัดทำแผนการตรวจ
เป็นรายวนั โดยระบุจำนวนแห่งพรอ้ มรายชื่อสถานประกอบกิจการท่ีจะเข้าไปตรวจในแต่ละวัน และมีรายละเอียด
ให้ครอบคลุมในเร่ือง ใคร ทำอะไร ทไ่ี หน เมอ่ื ไหร่ อย่างไร
3) รูปแบบของการปฏิบัติงาน การตรวจแรงงานแต่ละคร้ัง ผู้บังคับบัญชาหน่วยงานและพนักงาน
ตรวจแรงงานในท้องที่ท่ีรับผิดชอบจะต้องดำเนินการตามระเบียบกรมสวสั ดิการและคุ้มครองแรงงานว่าด้วยการตรวจ
สถานประกอบกิจการตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 และท่ีแก้ไขเพิ่มเติม ภายใต้ขอบเขต
อำนาจหน้าท่ีตามกฎหมาย รวมท้ังการดำเนินการใด ๆ ในเชิงการบริหารของผู้บังคับบัญชา เพ่ือให้ได้ข้อมูล
หรือเป็นการสนับสนุนการปฏิบัติงานของพนักงานตรวจแรงงานให้สามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ได้แก่

2

(1) การเข้าไปตรวจในสถานประกอบกจิ การ
(2) มีหนังสอื เรยี กหรอื สอบถามบคุ คล หรือใหส้ ง่ สง่ิ ของหรอื เอกสารที่เก่ยี วขอ้ ง
(3) มคี ำส่ังเปน็ หนงั สือใหน้ ายจา้ งหรอื ลูกจ้างปฏิบตั ิใหถ้ ูกต้องตามกฎหมาย
(4) ดำเนินคดีนายจ้างที่ฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน ตามระเบียบกรมสวัสดิการ
และคุ้มครองแรงงานว่าด้วยการดำเนินคดีอาญาและการเปรียบเทียบผู้กระทำความผิด ตามกฎหมายว่าด้วย
การค้มุ ครองแรงงานและความปลอดภัยในการทำงาน พ.ศ. 2558 และ (ฉบับท่ี 3) พ.ศ. 2559
(5) ประชาสัมพันธ์เผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร โดยการขอความร่วมมือ การประชุมชี้แจงนายจ้าง
องค์การนายจา้ ง กลุ่มประเภทกจิ การ กลุ่มกจิ กรรมต่าง ๆ เช่น สภาอตุ สาหกรรม หอการค้า เป็นต้น เพ่ือให้ความรู้
ความเข้าใจเกี่ยวกับกฎหมาย แนวปฏิบัติ และประโยชน์ท่ีจะได้รับจากการปฏิบัติท่ีถูกต้อง หรือดำเนินการ
อยา่ งเดียวกนั กับองคก์ ารลกู จา้ งเพ่ือสรา้ งเครือข่ายการทำงาน
4) แฟ้มสถานประกอบกิจการ การบันทึกข้อมูลผลการตรวจแรงงานในท้ายแบบ ตร.1 และข้อมูลต่าง ๆ
ท่ีเก่ียวข้องกับสถานประกอบกิจการนั้น ถือว่าสำคัญสำหรับการวิเคราะห์และการติดตามผลให้พนักงาน
ตรวจแรงงานบันทึกใหเ้ ปน็ ปัจจบุ นั และจดั เกบ็ ในแฟม้ สถานประกอบกจิ การ

แนวทางการดำเนนิ การ
1) ดำเนินการตามแผนการตรวจแรงงานที่กำหนดไว้
2) ตรวจแรงงานโดยพนักงานตรวจแรงงานเข้าไปตรวจสอบภายในสถานประกอบกิจการ
(แบบ Go To See : G.S.) ควรศึกษาจากคมู่ ือการตรวจแรงงานประกอบ
3) ดำเนินการตรวจแรงงานโดยมีหนังสือเชิญ พบ เรียกหรือสอบถามบุคคลหรือให้ส่งส่ิงของ
หรอื เอกสารทีเ่ กีย่ วข้อง
4) บันทึกรายงานการตรวจแรงงานในแบบ ตร.1 และบันทึกผลการตรวจแรงงานในระบบคอมพิวเตอร์
Online ทุกครั้งให้เป็นปจั จุบัน การบันทึกผลการตรวจแรงงานในระบบคอมพิวเตอร์ Online ลา่ ช้า อาจส่งผลให้
การบริหารแผนงานด้านค้มุ ครองแรงงานไม่มีประสิทธิภาพ
5) ตรวจสอบความถูกตอ้ งของข้อมูล ตดิ ตามและประเมนิ ผลการปฏบิ ัตงิ านตามแผน
6) จัดทำแผนรองรบั กรณีมีเหตทุ ี่ทำใหก้ ารปฏิบัตงิ านไม่เป็นไปตามแผนหรือเปา้ หมาย
7) ในการตรวจแรงงานควรเพิ่มหัวข้อเรื่อง การปฏิบัติตามมาตรการเฝ้าระวังป้องกันควบคุม
โรคโควิด-19 ในสถานประกอบกิจการในฐานวิถีชีวิตใหม่ (New Normal) เพ่ือให้สถานประกอบกิจการ
เห็นความสำคัญในการดำเนินงานเร่ืองนี้มากข้ึน และดำเนินการให้ถูกต้อง เหมาะสมตามหลักวิชาการ
เพ่ือปอ้ งกันการแพร่ระบาดของโรคโควดิ -19 ในปัจจบุ ัน

งบประมาณ
งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 แผนงานพ้ืนฐานด้านการสร้างโอกาส
และความเสมอภาคทางสังคม ผลผลิตท่ี 1 สถานประกอบกิจการปฏิบัติตามกฎหมายแรงงาน และแรงงาน
ได้รับสิทธิตามกฎหมายแรงงาน กิจกรรมหลักท่ี 1 กำกับ ดูแล ให้สถานประกอบกิจการปฏิบัติตามกฎหมาย
และสนับสนุนให้แรงงานมีความรู้ตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน งบดำเนินงาน หมวดค่าตอบแทน ใช้สอย
และวสั ดุ รหัส 300

การรายงานผลการปฏิบัติงาน
1) ตรวจแรงงานในระบบ รายงานผลในระบบคอมพิวเตอร์ Online ---> ระบบงานคุ้มครองแรงงาน
(ตรวจแรงงาน) ---> โปรแกรมบันทกึ ข้อมูล LPS1I010 บนั ทกึ การตรวจแรงงาน (ตร.1) โดยเลือกตรวจโครงการ
01 โดยมงุ่ ผลสมั ฤทธ์ิ เทา่ นน้ั และบนั ทกึ รายละเอียดให้ถกู ต้องครบถ้วนทุกชอ่ ง

3

สำหรับกรณีท่ีมีการดำเนินคดีท่ีสืบเนื่องจากการตรวจแรงงานหรือการรับและวินิจฉัยคำร้อง
ให้บันทึกข้อมูล ---> ระบบกฎหมาย โดยการดำเนินคดีอาญา ---> ระบบกฎหมาย งานคดีอาญา --->
โปรแกรม LAS1I030 บนั ทกึ งานคดีอาญา

2) การตรวจเรือประมงหน้าท่า รายงานผลในระบบคอมพิวเตอร์ Online ---> ระบบงานคุ้มครองแรงงาน
(ตรวจแรงงานประมงทะเล) ---> โปรแกรมบันทึกข้อมูล FLS1I010 โดยเลือกลักษณะการตรวจ “ตรวจเรือหน้าท่า” เท่าน้ัน
และบันทึกรายละเอียดให้ถูกต้องครบถว้ นทุกช่อง โดยเฉพาะข้อ 20 สรุปผลการตรวจ และระบุการดำเนินการ
กรณีผลการตรวจไมถ่ ูกตอ้ ง

กรณีการตรวจแรงงานในระบบของ 22 จังหวัดชายทะเล สามารถนำผลงานการตรวจเรือหน้าท่า
มานับเป็นผลงานไม่เกินร้อยละ 20 ของเป้าหมายการตรวจแรงงานทั้งหมด หากผลการตรวจเรือหน้าท่า
เกินกวา่ รอ้ ยละ 20 กองค้มุ ครองแรงงานจะนบั ผลงานให้เพียงร้อยละ 20 เทา่ นั้น

หมายเหตุ : ผู้รบั ผดิ ชอบ กลุ่มงานป้องกนั และแกไ้ ขปัญหาการคุ้มครองแรงงาน
โทร. 0 2246 8994, 0 2246 2938

4

1.2 กจิ กรรม : รับและพจิ ารณาวินจิ ฉัยคำรอ้ ง (ตามมาตรา 123)

เป็นการกำกับ ดูแลให้การคุ้มครองแรงงานในกรณีที่นายจ้างฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายเกี่ยวกับ
สิทธิที่ลูกจ้างได้รับเงินอย่างหน่ึงอย่างใด กฎหมายจึงกำหนดรับรองสิทธิของลูกจ้างท่ีประสงค์จะให้พนักงาน
เจ้าหน้าที่ดำเนินการบังคับตามสิทธิของตน โดยมีกรอบของกฎหมายบัญญั ติไว้เพื่ อคุ้ มครองสิทธิ
ของลูกจ้างท่ีจะได้รับค่าตอบแทนการทำงานหรือเงินอื่นใดตามสิทธิของตนท่ีพึงได้รับตามพระราชบัญญัติ
คมุ้ ครองแรงงาน พ.ศ. 2541 และทแ่ี ก้ไขเพ่ิมเตมิ

กล่มุ เปา้ หมาย
จำนวนลูกจ้างท่ีใช้สิทธิยื่นคำร้องตามมาตรา 123 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541
เป้าหมายที่กำหนดในกิจกรรมนี้ อาจจะมีความคลาดเคลื่อนหรือไม่สอดคล้องกับผลการดำเนินงาน
ณ วนั สนิ้ ปีงบประมาณ เนือ่ งจากจำนวนลูกจ้างท่ียนื่ คำรอ้ ง ขน้ึ อยู่กบั การไม่ได้รบั เงินอย่างหน่ึงอยา่ งใดตามสิทธิ
ท่ีตนพึงมีพึงได้ และลูกจ้างมีความประสงค์จะให้พนักงานเจ้าหน้าท่ีดำเนินการบังคับตามสิทธิของตน
การกำหนดเป้าหมายจงึ ต้องใช้ค่าเฉล่ียผลการปฏิบัติงานในรอบปีงบประมาณที่ผ่านมา ยอ้ นหลังเป็นเวลา 3 ปี
ประกอบกบั การคาดการณ์แนวโน้มสถานการณด์ า้ นเศรษฐกจิ ที่อาจมผี ลกระทบต่อภาคแรงงาน

แนวทางการดำเนินการ
1) พนักงานตรวจแรงงานดำเนินการรับคำร้องและพิจารณาคำร้องตามระเบียบกรมสวัสดิการและคุ้มครอง
แรงงาน ว่าด้วยการรับคำร้องและการพิจารณาคำร้องของพนักงานตรวจแรงงาน พ.ศ. 2554 และท่ีแกไ้ ขเพ่ิมเตมิ
2) ใช้แบบคำร้อง (แบบ คร.7) แบบคำส่ังพนักงานตรวจแรงงาน (แบบ คร.8) และแบบต่าง ๆ ท่ีใช้
ในการพจิ ารณาวินิจฉัยคำรอ้ งตามแบบทีก่ รมกำหนด
3) เน่ืองจากกรมต้องดำเนินการลดข้ันตอนและระยะเวลาการปฏิบัติราชการเพื่อประชาชน
และประกาศให้ประชาชนและข้าราชการทราบเป็นการท่ัวไป จึงออกประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน
เรื่อง การกำหนดระยะเวลาแล้วเสร็จของงาน ลงวันท่ี 14 สิงหาคม 2556 ดังนั้น การดำเนินการในกิจกรรมรับ
และพิจารณาวินิจฉัยคำร้อง เป็นกระบวนงานหน่ึงที่กรมฯ ประกาศกำหนดให้ลดขั้นตอนและระยะเวลา
การปฏบิ ตั งิ านไว้ พนกั งานตรวจแรงงานทร่ี บั ผิดชอบในการปฏิบตั ิงาน จึงต้องคำนงึ ถึงประกาศกรมดังกลา่ วด้วย
4) ให้พนักงานตรวจแรงงานดำเนินการเร่งรัด และควบคุม ดูแลให้คำร้องต่าง ๆ ที่ได้รับไว้ ได้รับการแก้ไข
อย่างรวดเร็วภายใน 30 วัน โดยคำนึงถึงความเดือดร้อนของลูกจ้างเป็นสำคัญ มีการใช้วาจาท่ีสุภาพในการสื่อสาร
กับนายจ้าง ลูกจ้าง ท้ังนี้ กรณีที่ท่านรับคำร้อง (คร.7) เรียบร้อยแล้ว ขอให้ดำเนินการบันทึกข้อมูลลงในระบบ
รับคำร้องหลังจากรับเรื่องทันทีหรืออย่างช้าภายในวันถัดไป และเมื่อวินิจฉัยคำร้องดังกล่าวเรียบร้อยแล้ว
ขอใหด้ ำเนินการบนั ทกึ ข้อมูลลงในระบบวนิ ิจฉยั คำร้องทันทหี รอื อยา่ งช้าภายในวนั ถัดไป

งบประมาณ
งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 แผนงานพ้ืนฐานด้านการสร้างโอกาส
และความเสมอภาคทางสังคม ผลผลิตท่ี 1 สถานประกอบกิจการปฏิบัติตามกฎหมายแรงงาน และแรงงาน
ได้รับสิทธิตามกฎหมายแรงงาน กิจกรรมหลักท่ี 1 กำกับ ดูแล ให้สถานประกอบกิจการปฏิบัติตามกฎหมาย
และสนับสนุนให้แรงงานมีความรู้ตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน งบดำเนินงาน หมวดค่าตอบแทน ใช้สอย
และวัสดุ รหสั 300

การรายงานผลการปฏิบัตงิ าน
รายงานในระบบคอมพิวเตอร์ Online ---> ระบบงานคุ้มครองแรงงาน (รับคำร้องและวินิจฉัยคำร้อง) --->
โปรแกรมบันทึกข้อมูล LCS1I010 บันทึกข้อมูลการรับคำร้อง/โปรแกรมบันทึกข้อมูล LCS1I020 บันทึกข้อมูล
วนิ จิ ฉัยคำรอ้ ง และบนั ทึกรายละเอียดให้ถูกตอ้ งครบถ้วนทุกช่อง ดังนี้

5

1) กรณีการบันทึกข้อมูลการรับและวินิจฉัยคำร้อง (คร.7) ตามมาตรา 123 แห่งพระราชบัญญัติ
คมุ้ ครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ของลกู จา้ งทย่ี น่ื คำร้องทุกคนในระบบเครือข่ายของกรม

2) กรณีการบันทึกเรื่องรับ ให้บันทึกรายชื่อของลูกจ้าง และเลขบัตรประจำตัวของลูกจ้าง
หรือเลขบัตรประจำตัวคนซ่ึงไม่มสี ญั ชาติไทยของลูกจ้างที่ร้องทุกขท์ ุกคน

3) กรณีการบันทึกเรื่องเสร็จ ให้บันทึกสิทธิประโยชน์ท่ีลูกจ้างได้รับให้ครบทุกคน และบันทึกการ
ดำเนนิ การของเจา้ หนา้ ทีใ่ ห้ถูกต้องครบถ้วน

หมายเหตุ : ผรู้ บั ผดิ ชอบ กลุม่ งานป้องกันและแกไ้ ขปัญหาการคมุ้ ครองแรงงาน
โทร. 0 2246 8994, 0 2246 2938

6

1.3 กิจกรรม : ใหค้ ำปรกึ ษา ชแ้ี จง แนะนำ ตอบปญั หาเกย่ี วกับสทิ ธิตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน

เป็นกจิ กรรมในการใหค้ ำปรึกษา ชี้แจง แนะนำ การตอบปญั หาเกยี่ วกบั สิทธิตามกฎหมายคุม้ ครองแรงงาน
ตอบข้อหารือกฎหมายแก่กลุ่มเป้าหมาย ซึ่งถือเป็นกิจกรรมที่สำคัญเพื่อสนับสนุนให้การคุ้มครองแรงงาน
สามารถดำเนินการไดอ้ ย่างมีประสทิ ธิภาพและครอบคลมุ ทัว่ ถึง

กลมุ่ เปา้ หมาย
นายจ้าง ลูกจา้ ง ประชาชนผ้สู นใจทว่ั ไป หนว่ ยงานราชการ และผู้ท่ีเกี่ยวข้อง จำนวน 100,000 คน

แนวทางการดำเนินการ
การให้คำปรึกษา ชี้แจง แนะนำ ตอบปัญหาเก่ียวกับสิทธิตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน ที่มาถึง
หน่วยงานผ่านช่องทางต่าง ๆ เช่น มาพบด้วยตนเอง ทางโทรศัพท์ ทางหนังสือ เว็บไซต์ เป็นต้น พนักงานเจ้าหน้าที่
ผู้ปฏิบัติงานดังกล่าว บันทึกรายละเอียดการปฏิบัติงานโดยใช้แบบบันทึกการให้คำปรึกษาปัญหากฎหมาย
แรงงาน (แบบ กร.2) เพื่อให้การจัดเก็บข้อมูลในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าท่ี สามารถรวบรวมข้อมูลได้อย่าง
เป็นระบบ เป็นรปู ธรรมและสามารถตรวจสอบได้

งบประมาณ
งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 แผนงานพื้นฐานด้านการสร้างโอกาส
และความเสมอภาคทางสังคม ผลผลิตที่ 1 สถานประกอบกิจการปฏิบัติตามกฎหมายแรงงาน และแรงงาน
ได้รับสิทธิตามกฎหมายแรงงาน กิจกรรมหลักที่ 1 กำกับ ดูแล ให้สถานประกอบกิจการปฏิบัติตามกฎหมาย
และสนับสนุนให้แรงงานมีความรู้ตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน งบดำเนินงาน หมวดค่าตอบแทน ใช้สอย
และวสั ดุ รหสั 300

การรายงานผลการปฏิบตั ิงาน
รายงานในระบบคอมพิวเตอร์ Online ---> ระบบงานคุ้มครองแรงงาน (การให้คำปรึกษา) --->
โปรแกรมบันทึกข้อมูล LPS3I010 บันทึกข้อมูลการให้คำปรึกษา และบันทึกรายละเอียดให้ถูกต้องครบถ้วน
โดยเฉพาะ
1) เรอ่ื งทป่ี ฏิบัติ ให้เลอื กเร่อื งทปี่ ฏิบตั ิ (การใหค้ ำปรกึ ษา/ใหค้ ำแนะนำ, ตอบข้อกฎหมาย)
2) การติดต่อกับเจ้าหน้าที่ ให้เลือกช่องทางการติดต่อกับเจ้าหน้าท่ี (โทรศัพท์, หนังสือ, มาพบ
ด้วยตนเอง, ผ่านหนว่ ยงานอ่ืน, HOT LINE)
3) ขอ้ เท็จจรงิ เกี่ยวกับเร่ืองทีป่ ฏบิ ัติ

ในส่วนของการให้คำปรึกษา/แนะนำ ต้องบันทึกในช่องกับพวกรวมและต้องเลือกประเภทผู้ขอ
คำปรึกษา (นายจา้ ง, ลกู จ้าง, ประชาชนทั่วไป ฯลฯ) แลว้ กดบนั ทึก

สำหรับในตารางเรื่องให้คำปรึกษา ให้เลือก ประเภทงานด้านคุ้มครองแรงงาน เท่านั้น และเลือก
เรอื่ งที่ใหค้ ำปรกึ ษา

หมายเหตุ : ผรู้ ับผิดชอบ กล่มุ งานป้องกนั และแกไ้ ขปัญหาการคมุ้ ครองแรงงาน
โทร. 0 2246 8994, 0 2246 2938

7

1.4 : การดำเนินการให้สถานประกอบกจิ การท่ีมีลูกจ้างตั้งแต่ 10 คนข้ึนไป รายงานสภาพ
การจ้างและสภาพการทำงาน (ตามมาตรา 115/1) (คร.11)

กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานในฐานะหน่วยงานรับผิดชอบในการกำกับดูแลให้สถานประกอบกิจการ
ปฏิบัติถูกต้องตามกฎหมาย และแรงงานได้รับสิทธิประโยชน์ตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน แต่ด้วยข้อจำกัด
ในเร่ืองอัตรากำลังของบุคลากร ซ่ึงทำหน้าท่ีพนักงานตรวจแรงงานท่ีไม่สอดคล้องกับจำนวนสถานประกอบ
กจิ การและกำลงั แรงงานกลุ่มเป้าหมายที่จะต้องดำเนินการให้ความคุ้มครองตามกฎหมาย อาจทำให้การบังคับ
ใช้กฎหมายคมุ้ ครองแรงงานไม่มีประสิทธิภาพเท่าท่ีควร และไม่ครอบคลมุ แรงงานที่มอี ยู่ท้ังหมดได้ ดังน้ัน เพอื่ ให้มขี ้อมูล
การปฏิบัติตามกฎหมายของนายจ้างและเพื่อประโยชน์ในการกำกับดูแลของพนักงานตรวจแรงงาน จึงกำหนดให้นายจ้าง
ที่มีลูกจ้างรวมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ย่ืนแบบแสดงสภาพการจ้างและสภาพการทำงาน ซึ่งมีลักษณะเป็นรายงาน
ข้อมูลการปฏิบัติตามกฎหมายของนายจ้าง โดยให้นายจ้างสำรวจตนเองและยื่นแบบแสดงสภาพการจ้าง
และสภาพการทำงานต่ออธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายภายในเดือนมกราคมของทุกปี ต่อมาหากข้อเท็จจริง
เกี่ยวกับสภาพการจ้างและสภาพการทำงานในแบบดังกล่าวที่ย่ืนไว้น้ันเปลี่ยนแปลงไป นายจ้างจะต้องแจ้ง
การเปล่ียนแปลงเป็นหนังสือต่ออธบิ ดีหรอื ผู้ซ่ึงอธิบดมี อบหมายภายในเดอื นถัดจากทม่ี ีการเปลย่ี นแปลงดังกลา่ ว
แบบแสดงสภาพการจ้างและสภาพการทำงาน มิได้กำหนดข้ึนเพื่อใช้แทนท่ีแบบตรวจแรงงานท่ีพนักงาน
ตรวจแรงงานใช้ในการตรวจแรงงาน ซ่ึงแบบดังกล่าวเป็นเพียงการให้พนักงานตรวจแรงงานได้มีข้อมูลของสถานประกอบ
กิจการทมี่ ลี กู จ้างตั้งแต่ 10 คนขนึ้ ไป ไว้เป็นขอ้ มูลเพอ่ื ให้การคุ้มครองดแู ลลูกจ้างต่อไป

กลุ่มเป้าหมาย
สถานประกอบกจิ การท่ีมลี ูกจ้างรวมกนั ตงั้ แต่ 10 คนข้ึนไป

แนวทางการดำเนินการ
1) จดั เตรียมรายชอ่ื และท่อี ยู่ของสถานประกอบกจิ การท่ีมีลกู จ้างรวมกันตั้งแต่ 10 คนข้นึ ไป
2) กองคุ้มครองแรงงานจะจัดส่งแบบแสดงสภาพการจ้างและสภาพการทำงานให้ทุกหน่วยงาน
ภายในเดอื นพฤศจิกายน
3) จัดส่งแบบแสดงสภาพการจ้างและสภาพการทำงานให้กับสถานประกอบกิจการตามข้อ 1
ภายในเดือนธันวาคม โดยสามารถทำได้ 2 วิธี คอื ส่งดว้ ยตนเองหรือสง่ ทางไปรษณีย์
4) ประชาสัมพันธ์ แนะนำให้สถานประกอบกิจการย่ืนแบบแสดงสภาพการจ้างและสภาพการทำงาน
ผา่ นเว็บไซต์กรมชอ่ งทาง e-Service
5) สถานประกอบกิจการที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 10 – 49 คน สามารถย่ืนแบบแสดงสภาพการจ้าง
และ สภาพการทำงาน โดยสามารถทำได้ 3 วิธี คือ ส่งด้วยตนเอง หรือส่งทางไปรษณีย์ หรือกรอกข้อมูล
ผ่านเวบ็ ไซต์กรมช่องทาง e-Service ทง้ั นี้ ตอ้ งดำเนินการภายในเดือนมกราคม
6) สถานประกอบกิจการท่มี ลี ูกจ้างตั้งแต่ 50 คน ข้นึ ไป ให้ย่ืนแบบแสดงสภาพการจ้างและสภาพการทำงาน
โดยการกรอกข้อมูลผ่านเวบ็ ไซต์กรมช่องทาง e-Service ใหไ้ ด้ 100% ท้งั น้ี ตอ้ งดำเนินการภายในเดือนมกราคม
7) รวบรวมแบบแสดงสภาพการจ้างและสภาพการทำงานท่ีนายจ้างย่ืนและตรวจสอบรายละเอียด
การกรอกข้อมลู วา่ มีความครบถว้ นตามแบบฯ หรอื ไม่และบันทึกผลการดำเนินงานภายในเดอื นกุมภาพันธ์
8) จัดเกบ็ แบบแสดงสภาพการจา้ งและสภาพการทำงานไว้ ณ สำนกั งาน
9) สถานประกอบกิจการท่ีไม่ย่ืนแบบแสดงสภาพการจ้างและสภาพการทำงานและ/หรือท่ียื่นแล้วปฏิบัติ
ไม่ถูกตอ้ งตามกฎหมาย ให้นำมาจดั ทำแผนการตรวจแรงงานตอ่ ไป

8

กรณีนายจ้างไม่ยื่นแบบสภาพการจ้างและสภาพการทำงาน ตามแนวปฏิบัติการบังคับใช้กฎหมาย
ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 แก้ไขเพ่ิมเติมโดยพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (ฉบับท่ี 7)
พ.ศ. 2562 มาตรา 155/1 สรุปได้ดงั น้ี

1) กรณีพนักงานตรวจแรงงานมีหลักฐานว่าส่งแบบ คร.11 ให้นายจ้างภายในเดือนธันวาคม
ให้พนักงานตรวจแรงงานออกคำสั่งตามมาตรา 139 (3) ให้นายจ้างยื่นแบบ คร.11 หากนายจ้างได้ย่ืนแบบ
ภายในระยะเวลาที่กำหนด การดำเนินคดีอาญาแก่นายจ้างเป็นอันระงับไป ถ้านายจ้างไม่ได้ย่ืนแบบ
ใหพ้ นักงานเจา้ หน้าทด่ี ำเนินคดอี าญาตามมาตรา 115/1 วรรคหนึ่ง และมาตรา 139 (3) กบั นายจ้างตอ่ ไป

2) กรณีพนักงานตรวจแรงงานยังไม่มีหลักฐานว่าส่งแบบ คร.11 ให้นายจ้างภายในเดือนธันวาคม
ให้พนักงานตรวจแรงงานมีหนังสือตามมาตรา 139 (2) เรียกนายจ้างมาช้ีแจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการยื่นแบบ
คร.11 ท่ีสำนักงานของพนักงานตรวจแรงงานและแนบแบบ คร.11 ไปพร้อมกัน เพ่ือเป็นการให้โอกาสนายจ้าง
ย่นื แบบอีกครั้ง หากนายจ้างมาพบพนักงานตรวจแรงงานและย่ืนแบบ คร.11 หรอื นายจ้างไม่มาพบแต่ย่ืนแบบ
ผ่านช่องทางต่าง ๆ ใหถ้ ือวา่ นายจา้ งปฏบิ ัติตามมาตรา 115/1 วรรคหนง่ึ แต่หากนายจ้างมาพบแต่ไมไ่ ดย้ ื่นแบบ
คร.11 ให้พนักงานตรวจแรงงานออกคำส่ังตามมาตรา 139 (3) ให้นายจ้างย่ืนแบบ คร.11 และให้พนักงาน
ตรวจแรงงานดำเนินการตามข้อ 1) โดยอนุโลม หรือหากนายจ้างไม่มาพบตามหนังสือเรียก และไม่ย่ืนแบบ
ให้พนกั งานเจ้าหน้าที่ดำเนินคดอี าญานายจา้ งข้อหาไมป่ ฏิบัติตามมาตรา 115/1 วรรคหนึ่ง และมาตรา 139 (2)

งบประมาณ
งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 แผนงานพื้นฐานด้านการสร้างโอกาส
และความเสมอภาคทางสังคม ผลผลิตท่ี 1 สถานประกอบกิจการปฏิบัติตามกฎหมายแรงงาน และแรงงาน
ได้รับสิทธิตามกฎหมายแรงงาน กิจกรรมหลักที่ 1 กำกับ ดูแล ให้สถานประกอบกิจการปฏิบัติตามกฎหมาย
และสนับสนุนให้แรงงานมีความรู้ตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน งบดำเนินงาน หมวดค่าตอบแทน ใช้สอย
และวสั ดุ รหสั 300

การรายงานผลการปฏิบตั ิงาน
1. รายงานผลการส่งแบบ คร.11 ในระบบคอมพิวเตอร์ Online ---> ระบบงานวิชาการ
และสารสนเทศ (วิชาการและสารสนเทศ) ---> โปรแกรมบันทึกข้อมูล MIS1I020 บันทึกผลงานกิจกรรมสำคัญ
โดยเลือกแบบรายงาน 20 งานคุ้มครองแรงงาน ในส่วนของข้อมูลกิจกรรม ให้เลือกประเภทกิจกรรม 057
ส่งแบบแสดงสภาพการจ้างและสภาพการทำงาน (มาตรา 115/1) และบันทึกข้อมูลในช่องจำนวน “แห่ง”
พร้อมท้งั บันทึกขอ้ มูลในส่วนของรายชอื่ ผรู้ ับผดิ ชอบ/ผ้รู ายงาน
2. รายงานผลการตดิ ตามแบบ คร.11

2.1 กรณีสถานประกอบกิจการยื่นแบบ คร.11 ผ่านช่องทางต่าง ๆ เช่น สรพ. สสค. รวมท้ัง
ส่งทางไปรษณีย์ : ระบบงานวิชาการและสารสนเทศ (วิชาการและสารสนเทศ) ---> โปรแกรมบันทึกข้อมูล
MIS1I020 บันทึกผลงานกจิ กรรมสำคญั ---> โดยเลอื กแบบรายงาน 20 งานคมุ้ ครองแรงงาน

2.1.1 สถานประกอบกิจการท่ีมีลูกจ้างต้ังแต่ 10 – 49 คน : ข้อมูลกิจกรรม ให้เลือกประเภท
กิจกรรม 022 ติดตามแบบแสดงสภาพการจ้างและสภาพการทำงาน (มาตรา 115/1) และบันทึกข้อมูลในช่อง
จำนวน “แห่ง” พรอ้ มทงั้ บันทึกขอ้ มลู ในสว่ นของรายช่ือผ้รู บั ผิดชอบ/ผู้รายงาน

2.1.2 สถานประกอบกิจการท่ีมีลูกจ้างตั้งแต่ 50 คนขึ้นไป : ข้อมูลกิจกรรม ให้เลือกประเภท
กิจกรรม 079 ติดตามแบบแสดงสภาพการจ้างและสภาพการทำงาน (มาตรา 115/1) และบันทึกข้อมูลในช่อง
จำนวน “แห่ง” พร้อมทงั้ บนั ทึกขอ้ มลู ในส่วนของรายช่ือผู้รบั ผิดชอบ/ผูร้ ายงาน

2.2 กรณี สถานประกอบกิจการย่ืนแบบ คร.11 ผ่าน e-Service : ระบบรายงานข้อมูล
อิเล็กทรอนิกส์ ---> ระบบ e-Service ---> ประมวลผลรายงาน ---> โปรแกรมพิมพ์รายงาน ESPSR0002 :
รายงาน สปก. ที่ยืน่ แบบ คร.11

9

2.3 กรณสี ถานประกอบกิจการทป่ี ิดกิจการ หรือย้ายกิจการ หรอื กจิ การร้าง : ระบบงานวิชาการ
และสารสนเทศ (วิชาการและสารสนเทศ) ---> โปรแกรมบันทึกข้อมูล MIS1I020 บันทึกผลงานกิจกรรมสำคัญ
---> โดยเลือกแบบรายงาน 20 งานคุ้มครองแรงงาน

2.3.1 สถานประกอบกิจการท่ีมีลูกจ้างต้ังแต่ 10 - 49 คน : ข้อมูลกิจกรรม ให้เลือกรหัส
กจิ กรรม 080 ---> ให้บันทึกข้อมูลในช่องจำนวน “แห่ง” พร้อมทั้งบันทกึ ขอ้ มูลในส่วนของรายช่ือผู้รับผิดชอบ/
ผู้รายงาน

2.3.2 สถานประกอบกิจการท่ีมีลูกจ้างตั้งแต่ 50 คนขึ้นไป : ข้อมูลกิจกรรม ให้เลือกรหัส
กจิ กรรม 081 ---> ให้บันทกึ ข้อมูลในช่องจำนวน “แห่ง” พร้อมท้ังบันทกึ ขอ้ มูลในส่วนของรายชื่อผู้รับผิดชอบ/
ผูร้ ายงาน

2.4 กรณีนายจ้างไม่ยื่นแบบแสดงสภาพการจ้างและสภาพการทำงาน เม่ือพนักงานตรวจ
แรงงานออกคำสั่งตามมาตรา 139 (3) หรือได้ดำเนินคดแี ล้ว ให้นับเป็นผลงานติดตามแบบ คร. 11 : ระบบงาน
วิชาการและสารสนเทศ (วิชาการและสารสนเทศ) ---> โปรแกรมบันทึกข้อมูล MIS2I020 บันทึกผลงาน
กิจกรรมรายทะเบียนสถานประกอบกจิ การ ---> ข้อมูลกิจกรรมให้เลือกรหสั 04 การออกคำส่ัง มาตรา 139 (3)
สำหรับสถานประกอบกิจการท่ีไม่ส่งแบบ คร. 11 และบันทึกข้อมูลในตารางช่ือสถานประกอบกิจการ
ให้ครบถว้ น พร้อมทั้งบันทกึ ข้อมูลในส่วนของรายชื่อผรู้ ับผดิ ชอบ/ผรู้ ายงาน

หมายเหตุ กองคุ้มครองแรงงานจะดำเนินการเวียนหนังสือในระบบอินทราเน็ตอีกครั้ง เพื่อให้หน่วยปฏิบัติ
ตรวจสอบเป้าหมายดังกล่าว ในช่วงเดือนพฤศจิกายนของทุกปี เพ่ือให้เป้าหมายการดำเนินงานมีความสอดคล้อง
กับฐานขอ้ มลู ท่ีเป็นปัจจบุ ัน

หมายเหตุ : ผรู้ บั ผิดชอบ กล่มุ งานป้องกันและแก้ไขปญั หาการคุ้มครองแรงงาน
โทร. 0 2246 8994, 0 2246 2938

10

1.5 กิจกรรม : ส่งเสรมิ ความรเู้ พอ่ื เตรยี มความพรอ้ มเด็กก่อนเขา้ สตู่ ลาดแรงงาน (T)

วัตถปุ ระสงค์
เพ่ือส่งเสริมความรู้เก่ียวกับสิทธิและหน้าที่ตามกฎหมายคุ้มครองแรงงานและป้องกันการใช้แรงงานเด็ก
ในรูปแบบท่ีเลวร้ายให้แก่เด็กก่อนเข้าสู่ตลาดแรงงาน และสร้างความตระหนักรู้เกย่ี วกบั ลกั ษณะและสภาพการใช้
แรงงานเดก็ ในรปู แบบทเ่ี ลวร้าย เพ่อื เป็นการปอ้ งกันไม่ให้เดก็ ถูกใชแ้ รงงานในรปู แบบทเี่ ลวร้าย

กลมุ่ เปา้ หมาย
เดก็ และเยาวชนในสถานศึกษาทใี่ กล้จบการศกึ ษาและกำลังเขา้ สูต่ ลาดแรงงาน จำนวน 2,000 คน

แนวทางการดำเนินงาน
1) สามารถดำเนนิ การร่วมกบั โครงการความปลอดภัยสู่สถานศึกษา
2) กำหนดกลมุ่ เป้าหมาย โดยประสานงานกบั หนว่ ยงานการศึกษา ครูแนะแนว ผู้บริหารของสถานศกึ ษา
3) จัดการอบรมให้ความรู้ ความเข้าใจเก่ียวกับสิทธิและหน้าที่ตามกฎหมายคุ้มครองแรงงานและส่งเสริม
ความรู้ ความเข้าใจเก่ียวกับลักษณะและสภาพงานทอ่ี าจจะเป็นอันตรายสำหรับเด็ก เพื่อเป็นการป้องกันการใช้
แรงงานเดก็ ในรปู แบบท่ีเลวร้าย
4) อบรมให้ความรู้เกี่ยวกับลักษณะและสภาพของงานที่เป็นอันตรายสำหรับแรงงานเด็ก ลักษณะ
การใชแ้ รงงานเดก็ ทำงานในรูปแบบทเี่ ลวร้าย การบังคบั ใชแ้ รงงาน การค้ามนุษยด์ ้านแรงงาน เป็นต้น
5) สง่ เสริมความรูเ้ ก่ียวกบั สถานการณ์ด้านแรงงาน และการปรับตัวให้ทนั ตอ่ เหตุการณ์ท่เี ปล่ียนแปลงไป
6) ส่งเสริมและสนับสนุนกลุ่มเป้าหมายนำความรู้ที่ได้ไปประชาสัมพันธ์เพื่อขยายผลไปสู่สมาชิก
ในครอบครัว ญาติ เพ่ือนร่วมงานหรือบุคคลรอบข้าง และขอความร่วมมือในการแจ้งเบาะแสเม่ือพบเห็นการใช้
แรงงานเดก็ ไม่ถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่เปน็ ธรรม

งบประมาณ
งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 แผนงานพื้นฐานด้านการสร้างโอกาส
และความเสมอภาคทางสังคม ผลผลิตที่ 1 สถานประกอบกิจการปฏิบัติตามกฎหมายแรงงาน และแรงงาน
ได้รับสิทธิตามกฎหมายแรงงาน กิจกรรมหลักท่ี 1 กำกับ ดูแล ให้สถานประกอบกิจการปฏิบัติตามกฎหมาย
และสนับสนุนให้แรงงานมีความรู้ตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน งบดำเนินงาน หมวดค่าตอบแทน ใช้สอย
และวสั ดุ รหัส 300

การรายงานผลการปฏิบัตงิ าน
รายงานในระบบคอมพิวเตอร์ Online ---> ระบบฝึกอบรม ---> โปรแกรมบันทึกข้อมูล TRS1I020
บันทึกทะเบียนผู้เข้ารับการฝึกอบรม (แรงงานกลุ่มเป้าหมาย) ---> รหัสหลักสูตร 00000308 โครงการเตรียมความ
พร้อมให้แก่เด็กที่จะเข้าสู่ตลาดแรงงาน และบันทึกรายละเอียดให้ถูกต้องครบถ้วน โดยเฉพาะจำนวนผู้เข้ารับ
การอบรมในภาพรวมแยกตามประเภท และบนั ทกึ ผลการดำเนนิ การและค่าใชจ้ ่าย

หมายเหตุ : ผรู้ บั ผดิ ชอบ กลมุ่ งานแรงงานหญิง เดก็ และเครือข่ายการคุ้มครองแรงงาน
โทร. 0 2246 8024

11

1.6 กิจกรรม : โครงการเฝ้าระวังและติดตามสถานประกอบกิจการท่ีหยุดกิจการชั่วคราว
และมแี นวโนม้ ท่ีจะเลิกจา้ ง

การรณรงค์ส่งเสริมสถานประกอบกิจการที่มีการใช้มาตรา 75 สถานประกอบกิจการท่ีได้รับ
ผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID - 19) และแจ้งหยุดกิจการชั่วคราว
เนื่องจากเหตุสุดวิสัยให้ลูกจ้างขอรับประโยชน์ทดแทนกรณี ว่างงานกับสำนักงานประกันสังคม
(ร้อยละ 62 ของอัตราค่าจ้างรายวัน) สถานประกอบกิจการท่ีมีการเลิกจ้างลูกจ้างจากสถานการณ์การแพร่
ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID -19) หรือสถานประกอบกิจการที่มีแนวโน้มเลิกจ้าง
นำมาตรการและแนวทางบรรเทาปัญหาการเลิกจ้างและแนวปฏิบัติว่าด้วยการส่งเสริมแรงงานสัมพันธ์ในภาวะ
วกิ ฤตของกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานไปใชเ้ ป็นแนวทางในการแก้ปญั หาในภาวะวิกฤตใหส้ ามารถบริหาร
กิจการต่อไปได้โดยไม่มีการเลิกจ้างลูกจ้างหรือเลิกจ้างน้อยที่สุดเพื่อเป็นการเฝ้าระวังและติดตาม สถานการณ์
สถานประกอบกจิ การที่มีการหยุดกจิ การชั่วคราวและมีแนวโน้มเลิกจา้ งใหเ้ ป็นไปตามกฎหมายกำหนด

วตั ถปุ ระสงค์
1) เพื่อเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์สถานประกอบกิจการท่ีมีการหยุดกิจการช่ัวคราวหรือเลิกจ้าง
ให้เปน็ ไปตามกฎหมายกำหนด
2) ส่งเสริมให้สถานประกอบกิจการที่มีการหยุดกิจการช่ัวคราวหรือสถานประกอบกิจการที่มีการเลิกจ้าง
ลูกจ้างจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) นำมาตรการบรรเทา
การเลิกจา้ งของกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานไปใชเ้ ป็นแนวทางในการแกป้ ัญหาในภาวะวิกฤตให้สามารถ
บรหิ ารกจิ การต่อไปได้โดยไมม่ กี ารเลกิ จ้างลูกจา้ งหรือเลกิ จ้างน้อยทสี่ ดุ
3) เพ่ือส่งเสริมความสัมพันธ์และความเข้าใจอันดีระหว่างนายจ้างกับลูกจ้าง ให้นายจ้าง ลูกจ้าง
ตระหนักถึงความสำคัญของการสร้างความร่วมมือร่วมกันแก้ไขปัญหาในภาวะวิกฤตให้สถานประกอบกิจการ
สามารถดำเนินกิจการต่อไปไดโ้ ดยไม่มีการเลกิ จา้ งลูกจ้างหรอื เลิกจา้ งลูกจา้ งน้อยท่ีสุด
4) เพ่ือเป็นแนวทางให้นายจ้างท่ีได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจในการแก้ไขปัญหาของสถาน
ประกอบกิจการ และช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของลูกจ้าง ให้เกิดความเป็นธรรมสำหรับลูกจ้างในกรณี
ท่ีจำเปน็ ต้องมีการเลกิ จา้ ง
5) เพ่ือนำข้อมูลทไ่ี ด้ไปวเิ คราะห์แนวโนม้ สถานการณ์และกำหนดทิศทางในการดำเนนิ นโยบายต่อไป

กลมุ่ เป้าหมาย
กลุ่มเปา้ หมาย จำนวน 4,500 แหง่ ประกอบด้วย
1) สถานประกอบกิจการทม่ี ีการหยุดกิจการชั่วคราวตามมาตรา 75 ในรอบปีท่ีผ่านมา
2) สถานประกอบกิจการท่ีได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคติดเช้ือไวรัสโคโรนา 2019
(COVID - 19) และแจ้งหยุดกิจการช่ัวคราวเน่ืองจากเหตุสุดวิสัยให้ลูกจ้างขอรับประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงาน
กับสำนักงานประกันสงั คม (รอ้ ยละ 62 ของอัตราคา่ จา้ งรายวนั )
3) สถานประกอบกิจการที่มีการเลิกจ้างลูกจ้างจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเช้ือ
ไวรสั โคโรนา 2019 (COVID - 19)
4) สถานประกอบกิจการที่มแี นวโนม้ เลิกจ้าง

12

แนวทางการดำเนนิ งาน
กิจกรรมโครงการเฝ้าระวังและติดตามสถานประกอบกิจการที่หยุดกิจการช่ัวคราวและมีแนวโน้ม
ทจี่ ะเลิกจา้ ง ประกอบด้วย 2 กิจกรรม คอื

กิจกรรมที่ 1 ส่งเสริมให้สถานประกอบกิจการกลุ่มเป้าหมายนำมาตรการ และแนวทางบรรเทา

ปั ญ ห าก า รเลิ ก จ้ า งแ ล ะแ น ว ป ฏิ บั ติ ว่ าด้ ว ย กา ร ส่ ง เส ริ ม แ ร งง าน สั ม พั น ธ์ ใน ภ าว ะ วิ กฤ ต ข อ งก รม ส วั ส ดิ ก า ร
และคุ้มครองแรงงานไปใช้เป็นแนวทางในการแก้ปัญหาในภาวะวิกฤตให้สามารถบริหารกิจการต่อไปได้
โดยไมม่ กี ารเลิกจ้างลูกจา้ งหรอื เลิกจา้ งนอ้ ยที่สุด (ดำเนนิ การ 6 เดือนแรก)

1. การเตรยี มการและการวางแผน
1.1 รวบรวมข้อมูลสถานประกอบกิจการกลุ่มเป้าหมายในพ้ืนที่เพื่อวางแผนเข้าไปดำเนินการ

ส่งเสริม โดยให้พิจารณาจากความสำคัญของปัญหาและผลกระทบท่ีจะเกิดแก่สถานประกอบกิจการ นายจ้าง
ลูกจา้ ง ประชาชนทั่วไป ตลอดจนความสงบเรียบรอ้ ยของสงั คมโดยรวม

1.2 ศึกษาข้อมูลท่ัวไปของสถานประกอบกจิ การ เช่น ที่ต้ัง ประเภทกิจการ จำนวนลูกจ้าง สัญชาติ
นายจ้าง หรือผู้ร่วมทุน ชื่อผู้จัดการหรือผู้ติดต่อประสานงาน สหภาพแรงงาน สภาพการณ์ปัจจุบันของสถาน
ประกอบกิจการเป็นเช่นไร ศึกษาภูมิหลังและสาเหตุท่ีมาของปัญหา แนวโน้มท่ีจะเกิดข้ึนในอนาคต เพ่ือจักได้
กำหนดแนวทางในการส่งเสรมิ ให้เกดิ ผลสัมฤทธ์ิ

1.3 ประชุม วางแผน เพ่ือกำหนดแนวทางและรูปแบบในการออกไปส่งเสริม สามารถบูรณาการ
การรว่ มกนั กบั หน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงาน

1.4 เจ้าหน้าท่ีควรนัดหมาย วัน เวลา ไว้ล่วงหน้า โดยอาจทำเป็นหนังสือแจ้งให้สถานประกอบ
กิจการทราบ เพ่ือท้ังฝ่ายนายจ้างและลูกจ้างจะได้เตรียมข้อมูล และกำหนดตัวบุคคลท่ีจะร่วมฟังได้อย่าง
เหมาะสม

1.5 จัดเตรียมเอกสารเผยแพร่ และส่ือต่าง ๆ เช่น สิทธิหน้าที่นายจ้างลูกจ้างตามพระราชบัญญัติ
คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรการและแนวทางบรรเทาปัญหาการเลิกจ้างและแนวปฏิบัติว่าด้วย
การสง่ เสริมแรงงานสัมพันธใ์ นภาวะวิกฤต และเอกสารอ่นื ๆ ท่ีเกย่ี วข้อง

2. แนวปฏบิ ตั ริ ะหว่างการดำเนนิ การ
2.1 เข้าไปส่งเสริมสถานประกอบกิจการกลุ่มเป้าหมายตามแผน หากเป็นไปได้ให้บูรณาการร่วมกับ

หน่วยงานในสังกดั กระทรวงแรงงาน
2.2 แนะนำตวั ชี้แจงวตั ถุประสงค์ และขน้ั ตอนการดำเนนิ การ
2.3 สนทนาพูดคุยกับฝ่ายนายจ้างและลูกจ้างไปพร้อม ๆ กัน โดยสอบถามข้อมูลและปัญหา

อุปสรรคต่าง ๆ ที่เกิดข้ึน เพ่ือจะได้นำมาตรการและแนวทางบรรเทาปัญหาการเลิกจ้างและแนวปฏิบัติว่าด้วย
การส่งเส ริม แรงงาน สัม พั น ธ์ใน ภ าวะวิก ฤ ตข อ งก รม สวัส ดิ ก ารแ ล ะคุ้ ม ค รอ งแรงงาน ไ ป ใช้ เป็ น แ น วท าง
ในการแก้ปัญหาในภาวะวิกฤตให้สถานประกอบกิจการสามารถบริหารกิจการต่อไปได้โดยไม่มีการเลิกจ้าง
ลกู จา้ งหรือเลกิ จา้ งน้อยทีส่ ุด

2.4 เจ้าหน้าท่ีควรบันทึกรายละเอียดของข้อมูลให้ได้มากท่ีสุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเด็นสำคัญ ๆ
เกย่ี วกับปัญหาและมาตรการ/แนวทางในการแกไ้ ขปัญหา

2.5 ให้คำปรึกษาแนะนำเก่ียวกับมาตรการและแนวทางบรรเทาปัญหาการเลิกจ้างและแนวปฏิบัติ
ว่าด้วยการส่งเสริมแรงงานสัมพันธ์ในภาวะวิกฤต ในอันที่จะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อนายจ้างและลูกจ้าง
โดยอาศัยกลยุทธ์และวิธีการโน้มน้าว จูงใจให้นายจ้างและลูกจ้างปฏิบัติตามมากกว่าการบังคับ โดยคำนึงถึง
สทิ ธปิ ระโยชน์ตามกฎหมายของลูกจ้างเปน็ สำคัญ

13

2.6 แจกเอกสารเผยแพร่ และส่อื ตา่ ง ๆ ที่จดั เตรียมไว้ ซึง่ ควรจะใหช้ ื่อเจา้ หน้าท่ีและหน่วยงานท่ตี ้ัง
และหมายเลขโทรศพั ทส์ ำหรบั ตดิ ตอ่ ไดภ้ ายหลัง หากนายจ้างลูกจ้างตอ้ งการได้รับคำปรึกษาแนะนำเพ่ิมเติม

3. แนวปฏบิ ัตหิ ลงั การดำเนนิ การ
3.1 กรอกแบบบันทึกรายการส่งเสริมเพ่ือเฝ้าระวังและติดตามสถานประกอบกิจการท่ีหยุดกิจการ

ชว่ั คราวและมแี นวโน้มที่จะเลกิ จ้างแตล่ ะสถานประกอบกิจการให้สมบูรณ์
3.2 บันทึกขอ้ มูลในระบบรายงานผลการปฏบิ ตั งิ าน (Web Application)

กิจกรรมท่ี 2 ติดตามผลหลังการส่งเสริมฯ (ดำเนินการ 6 เดือนหลัง) โดยมีค่าเป้าหมาย คือ

สถานประกอบกิจการไม่มีการเลิกจ้างลูกจ้างหรือเลิกจ้างลูกจ้างไม่เกินอัตราร้อยละ 30 จากจำนวนลูกจ้าง
ณ วนั ทเ่ี ขา้ ไปสง่ เสริมตามกจิ กรรมท่ี 1 ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80

1. การเตรียมการและการวางแผน
1.1 รวบรวมข้อมูลสถานประกอบกิจการท่ีได้รับการส่งเสริมในกิจกรรมที่ 1 เพื่อวางแผนเข้าไป

ดำเนินการตดิ ตามผล
1.2 เจ้าหน้าท่ีควรนัดหมาย วัน เวลา ไว้ล่วงหน้า โดยอาจทำเป็นหนังสือแจ้งให้สถานประกอบ

กิจการทราบ

2. แนวปฏิบตั ริ ะหวา่ งการดำเนินการ
2.1 เขา้ ไปตดิ ตามผลในสถานประกอบกจิ การกล่มุ เป้าหมายตามแผน
2.2 ช้ีแจงวตั ถปุ ระสงค์ และขน้ั ตอนการดำเนินการ
2.3 สนทนาพูดคุยกับฝ่ายนายจ้าง เพ่ือติดตามผลการส่งเสริมจากการนำมาตรการและแนวทาง

บรรเทาปัญหาการเลิกจ้างและแนวปฏิบัติว่าด้วยการส่งเสริมแรงงานสัมพันธ์ในภาวะวิกฤตของกรมสวัสดิ การ
และคุ้มครองแรงงานไปใช้เป็นแนวทางในการแก้ปัญหาในภาวะวิกฤตให้สถานประกอบกิจการสามารถบริหาร
กิจการต่อไปไดโ้ ดยไมม่ ีการเลกิ จ้างลูกจา้ งหรือเลิกจ้างนอ้ ยทส่ี ดุ

2.4 เจ้าหน้าท่ีควรบันทึกรายละเอียดของข้อมูลให้ได้มากที่สุด โดยเฉพาะข้อมูลการเลิกจ้าง
สาเหตุแห่งการเลิกจ้างและสิทธิประโยชนท์ ่ลี กู จา้ งไดร้ ับ

2.5 ให้คำปรึกษาแนะนำตามสภาพปัญหาของสถานประกอบกจิ การ

3. แนวปฏิบตั ิหลังการดำเนินการ
3.1 กรอกแบบบันทึกรายการส่งเสริมเพื่อเฝ้าระวังและติดตามสถานประกอบกิจการท่ีหยุดกิจการ

ชว่ั คราวและมแี นวโน้มท่ีจะเลกิ จ้าง สว่ นที่ 2 แต่ละสถานประกอบกิจการให้สมบรู ณ์
3.2 บันทึกขอ้ มลู ในระบบรายงานผลการปฏิบัตงิ าน (Web Application)

ตัวช้ีวัดความสำเร็จ : สถานประกอบกิจการที่ได้รับการส่งเสริมโดยนำมาตรการและแนวทางบรรเทา
ปัญหาการเลิกจ้างและแนวปฏิบัติว่าด้วยการส่งเสริมแรงงานสัมพันธ์ในภาวะวิกฤตของกรมสวั สดิการ
และคุ้มครองแรงงานไปใช้เป็นแนวทางในการแก้ปัญ หาในภาวะวิกฤตให้สามารถบริหารกิจการต่อไป ได้
โดยไม่มีการเลิกจ้างลูกจ้างหรือเลิกจ้างน้อยท่ีสุด ไม่เกินอัตราร้อยละ 30 จากจำนวนลูกจ้าง ณ วันท่ีเข้าไป
ส่งเสรมิ ไม่น้อยกวา่ รอ้ ยละ 80 ของเปา้ หมาย

14

สูตรการคำนวณ

A = จำนวนสถานประกอบกิจการกลุ่มเป้าหมายที่เข้าไปส่งเสริมให้นำมาตรการและแนวทางบรรเทา
ปั ญ ห าก ารเลิ ก จ้ างแ ล ะแ น ว ป ฏิ บั ติ ว่าด้ ว ย กา ร ส่ งเส ริ ม แร งงาน สั ม พั น ธ์ใน ภ าว ะ วิกฤ ตข อ งก รม ส วั ส ดิ ก าร
และคุ้มครองแรงงานไปใช้เป็นแนวทางในการแก้ปัญ หาในภาวะ วิกฤต ให้สามารถบริหารกิจการต่อไป ได้
โดยไมม่ กี ารเลกิ จา้ งลูกจ้างหรอื เลิกจ้างนอ้ ยที่สุด (ดำเนินการ 6 เดือนแรก)

B = จำนวนสถานประกอบกิจการท่ีเข้าไปติดตามหลังการส่งเสริมฯ แล้วพบว่าไม่มีการเลิกจ้างลูกจ้าง
หรือเลิกจ้างลูกจา้ งไมเ่ กินอตั รารอ้ ยละ 30 (ดำเนินการ 6 เดอื นหลัง)

ระดบั ความสำเร็จในการเฝ้าระวังและติดตามสถานประกอบกิจการ = B X 100

ทีห่ ยดุ กิจการชัว่ คราวและมีแนวโนม้ ทีจ่ ะเลกิ จา้ ง A

ค่าเป้าหมาย : ไม่น้อยกวา่ รอ้ ยละ 80

งบประมาณ
งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 แผนงานพื้นฐานด้านการสร้างโอกาส
และความเสมอภาคทางสังคม ผลผลิตท่ี 1 สถานประกอบกิจการปฏิบัติตามกฎหมายแรงงาน และแรงงาน
ได้รับสิทธิตามกฎหมายแรงงาน กิจกรรมหลักท่ี 1 กำกับ ดูแล ให้สถานประกอบกิจการปฏิบัติตามกฎหมาย
และสนับสนุนให้แรงงานมีความรู้ตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน งบดำเนินงาน หมวดค่าตอบแทน ใช้สอย
และวัสดุ รหสั 300

การรายงานผลการปฏิบัติงาน
รายงานในระบบคอมพิวเตอร์ Online ---> ระบบงานวิชาการและสารสนเทศ ---> โปรแกรมบันทึกข้อมูล
MIS2I010 บันทกึ ผลงานกจิ กรรมรายทะเบยี นสถานประกอบกิจการ
1. การส่งเสริม ใช้รหัสกิจกรรม 06 ส่งเสริมมาตรการและแนวทางบรรเทาปัญหาการเลิกจ้างฯ
โดยระบุ สปก. รายแห่งท่ีเข้าส่งเสริม และจำนวนลูกจ้าง ระบบจะเก็บ สปก. และจำนวนลูกจ้าง ณ วันท่ีส่งเสริมไว้
(ควรปรับปรุงจำนวนลูกจ้างในระบบสถานประกอบกิจการใหเ้ ปน็ ปัจจบุ นั กอ่ นบันทึก)
2. การติดตาม ใช้รหัสกิจกรรม 07 ติดตามผลหลังการส่งเสริมการบรรเทาปัญหาการเลิกจ้างฯ
โดยระบุ สปก. รายแห่งที่ติดตาม และจำนวนลูกจ้าง ณ วันที่ติดตาม โดยวันที่ติดตามจะต้องมากกว่าวันท่ีส่งเสริม
(ควรปรับปรุงจำนวนลูกจ้างในระบบสถานประกอบกิจการใหเ้ ป็นปัจจุบัน กอ่ นบนั ทกึ )
3. แนวทางการพัฒนาระบบประมวลผล จะนับจำนวนแห่งของการส่งเสริม การติดตาม และจำนวนแห่ง
ของ สปก. ท่ีมีลูกจา้ ง ณ วนั ท่ีตดิ ตามลดลงไมเ่ กนิ 30% ของจำนวนลูกจ้าง ณ วันทสี่ ่งเสริม

ท้ังนี้ โปรแกรมพิมพ์รายงานของกิจกรรมฯ อยู่ระหว่างดำเนินการปรับปรุง หากดำเนินการแล้วเสร็จ
จะมหี นงั สอื แจง้ เวยี นใหท้ ุกหนว่ ยงานทราบตอ่ ไป

หมายเหตุ : ผรู้ บั ผดิ ชอบ กลุ่มงานป้องกนั และแกไ้ ขปญั หาการค้มุ ครองแรงงาน
โทร. 0 2246 8994, 0 2246 2938

15

2. แผนงานยทุ ธศาสตรจ์ ัดการปัญหาแรงงานตา่ งด้าวและการคา้ มนษุ ย์

โครงการที่ 1 : โครงการป้องกันและแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ด้านแรงงานและการใช้แรงงานเด็ก
ในรปู แบบทเ่ี ลวร้าย

กิจกรรมหลักท่ี 1 : ส่งเสริม พัฒนา และกำกับดูแลให้แรงงานที่เป็นกลุ่มเสี่ยงได้รับการคุ้มครอง
ตามกฎหมาย

เป้าหมาย : นายจ้าง ลูกจ้าง ในกิจการกลุ่มเสี่ยงต่อการใช้แรงงานเด็ก การบังคับใช้แรงงานหรือบริการ
และการค้ามนุษย์ด้านแรงงาน เช่น กิจการเก่ียวเนื่องประมงทะเล กิจการผลิตสินค้าจากอ้อย กิจการผลิตเคร่ืองนุ่งห่ม
กุ้ง ปลา ฟาร์มเล้ียงสัตว์ปีก ฟาร์มหมู หรือฟาร์มเลี้ยงสัตว์ประเภทอ่ืน ๆ รวมทั้งกิจการท่ีเป็นห่วงโซ่การผลิต
ดังกล่าวทุกแห่ง กิจการก่อสร้าง งานท่ีเข้าข่าย 3D งานที่มีลักษณะสกปรก (Dirty) งานที่มีความยากลำบาก
(Difficult) และงานที่เส่ียงอันตราย (Dangerous) (ตามตารางสรุปรหัสประเภทอุตสาหกรรม) รวมท้ัง
สถานประกอบกิจการทีอ่ ยูโ่ ดดเดยี่ ว ห่างไกลชุมชน เป็นต้น และหรือสถานประกอบกิจการขนาดเล็กทม่ี ลี ูกจ้าง
1 - 10 คน นอกเหนอื จากรหสั ประเภทอตุ สาหกรรมที่กำหนด จำนวน 41,800 คน

ตัวชี้วัด : จำนวนแรงงานที่เป็นกลุ่มเสี่ยงที่ได้รับการคุ้มครอง ส่งเสริม พัฒนา และกำกับดูแล ให้ได้รับ
การค้มุ ครองตามกฎหมาย

ประกอบด้วยกิจกรรม จำนวน 1 กิจกรรม ดังต่อไปน้ี

กิจกรรม : ตรวจสถานประกอบกิจการทเี่ ส่ียงต่อการใชแ้ รงงานเด็ก แรงงานบังคบั แรงงาน
ขดั หนี้ และการคา้ มนุษย์ด้านแรงงาน * **

จากรายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์ ประจำปี พ.ศ. 2563 (TIP Report 2020) ของกระทรวง
การต่างประเทศสหรัฐอเมริกาได้จัดอันดับให้ประเทศไทยอยู่ในกลุ่มท่ี 2 (Tier 2) ซึ่งยังคงได้รับการจัดให้อยู่
ในระดับ Tier 2 เช่นเดิม และจากรายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์ประจำปี 2563 เม่ือวันที่ 26 มิถุนายน 2563
ประเทศไทยได้รับการจัดอันดับให้อยู่ในกลุ่มที่ 2 (Tier 2) เป็นปีที่ 3 ติดต่อกันจากปี พ.ศ. 2562 ท้ังนี้ เป็นการสะท้อน
ให้เห็นว่าประเทศไทยยังคงเพ่ิมความพยายามในการป้องกันแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์โดยอย่างต่อเน่ือง
อย่างไรก็ตามนโยบายของรัฐบาลต้องการให้ประเทศไทย อยู่ในลำดับ Tier 1 จึงเป็นภารกิจของหน่วยงาน
ทเ่ี กี่ยวขอ้ งในการทำงานอย่างต่อเน่ืองเพื่อใหบ้ รรลผุ ลสำเรจ็ ตามเปา้ หมาย

เพ่ือให้การแก้ไขปัญหาดังกล่าวเป็นไปอย่างจริงจัง มีประสิทธิภาพและมีการบูรณาการระหว่าง
หน่วยงานที่เกยี่ วข้อง เคารพตอ่ หลักการสากลดา้ นสทิ ธมิ นษุ ยชน กรมสวัสดิการและค้มุ ครองแรงงานจึงกำหนด
นโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาค้ามนุษย์ด้านแรงงาน และปัญหาการใช้แรงงานเด็ก รวมถึงกำหนดแนวทาง
การตรวจคุ้มครองแรงงาน แรงงานเด็ก การบังคับใช้แรงงานหรือบริการ ในกิจการกลุ่มเส่ียง เช่น กิจการเก่ียวเนื่อง
ประมงทะเล กิจการผลิตสินค้าจากอ้อย กิจการผลิตเคร่ืองนุ่งห่ม กุ้ง ปลา ฟาร์มเลี้ยงสัตว์ปีก ฟาร์มหมู
หรือฟาร์มเลี้ยงสัตว์ประเภทอื่น ๆ รวมทั้งกิจการท่ีเป็นห่วงโซ่การผลิตดังกล่าวทุกแห่ง กิจการก่อสร้าง
งานที่เข้าข่าย 3D งานท่ีมีลักษณะสกปรก (Dirty) งานท่ีมีความยากลำบาก (Difficult) และงานที่เสี่ยงอันตราย
(Dangerous) (ตามตารางสรุปรหัสประเภทอุตสาหกรรม) รวมทั้งสถานประกอบกิจการที่อยู่โดดเด่ียว ห่างไกลชุมชน
เป็นต้น และหรือสถานประกอบกิจการขนาดเล็กที่มีลูกจ้าง 1 - 10 คน นอกเหนือจากรหัสประเภทอุตสาหกรรม
ที่กำหนด ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2561 – 2580) ภายใต้ยุทธศาสตร์ด้านความม่ันคง
เป้าหมาย ปัญหาความมั่นคงที่มีอยู่ในปัจจุบันได้รับการแก้ไขดีขึ้น จนไม่ส่งผลกระทบต่อการบริหารและการพัฒนา
ประเทศ ประเด็น 4.2 การป้องกันและแก้ไขปัญหาที่มีผลกระทบต่อความมั่นคง และสอดคล้องกับแผนแม่บทภายใต้
ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561 – 2580) ประเด็น ความม่ันคง เป้าหมายระดับ ประเดน็ 2.2 บ้านเมืองมคี วามม่นั คงในทุกมิติ
และทุกระดับ แผนย่อยของแผนแม่บทฯ 3.2 แผนย่อยการป้องกันและแก้ไขปัญหาท่ีมีผลกระทบต่อความมั่นคง

16

เป้าหมายแผนแม่บทย่อย 1. ปัญหาความมั่นคงที่มีอยู่ในปัจจุบัน (เช่น ปัญหายาเสพติด ความม่ันคงทางไซเบอร์
การค้ามนุษย์ ฯลฯ) ได้รับการแก้ไขจนไม่ส่งผลกระทบต่อการบริหาร และพัฒนาประเทศ โดยเป็นองค์ประกอบ
กลไกลบริหารจัดการ และเป็นปัจจัยการปฏิบัติการเชิงรุก ทั้งนี้ โดยการสร้างความร่วมมือกับภาคส่วน
เพื่อเป็นกลไกในการสร้างความเข้มแข็งใหแ้ ก่ภาคเศรษฐกิจและความเชอื่ มั่นแก่นักลงทุน เพื่อร่วมกันขับเคลื่อน
การแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ด้านแรงงานและปัญหาการใช้แรงงานเด็กในรูปแบบท่ีเลวร้ายให้หมดสิ้นไป
จากประเทศไทยต่อไป

วตั ถปุ ระสงค์
1) เพื่อคุ้มครองแรงงานในสถานประกอบกิจการกลุ่มเสี่ยงต่อการใช้แรงงานเด็ก การบังคับใช้แรงงาน
หรือบริการ และการคา้ มนษุ ยด์ า้ นแรงงาน
2) เพ่อื ค้มุ ครองแรงงานเดก็ ใหม้ ีสภาพการจ้างและสภาพการทำงานที่ดี
3) เพ่ือเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ และประชาสัมพันธ์การต่อต้านการบังคับใช้แรงงานหรือบริการ
การคา้ มนุษยด์ า้ นแรงงาน และการใช้แรงงานเดก็ ในรูปแบบทเ่ี ลวร้าย

กลมุ่ เป้าหมาย
นายจ้างและลูกจ้าง ท้ังแรงงานไทยและแรงงานต่างด้าวในสถานประกอบกิจการกลุ่มเสี่ยงต่อการใช้แรงงานเด็ก
การบังคับใช้แรงงานหรือบริการ และการค้ามนุษย์ด้านแรงงาน ในพ้ืนท่ีรับผิดชอบ ซึ่งจะต้องดำเนินการตรวจ
สถานประกอบกิจการกลุ่มเสย่ี งในประเภทกจิ การท่ีกำหนด จำนวน 62 กจิ การ ดงั น้ี

รหัสประเภทอตุ สาหกรรม

01114 การทำไร่อ้อยและพืชทใ่ี หค้ วามหวาน 15143 การผลติ และการสกดั น้ำมนั จากปลา ตบั ปลา

01119 การปลูกธัญพืชและพชื ชนิดอนื่ ๆ ซ่ึงมไิ ด้จดั ประเภท และสตั วท์ ะเล

ไวใ้ นทอี่ ่นื 17111 การเตรียมเสน้ ใย

01212 การเลีย้ งกระบอื แพะ แกะ มา้ ลา และล่อ 17112 การป่ัน

01221 การเล้ียงสัตว์ปีก 17113 การทอ

01222 การเล้ียงสุกร 17120 การแต่งสำเร็จส่งิ ทอ

02001 การป่าไม้ 17210 การผลิตสง่ิ ทอสำเร็จรูป ยกเวน้ เครอื่ งแตง่ กาย

05000 การประมง การเพาะพนั ธ์สุ ัตวน์ ำ้ และบริการ 17290 การผลิตส่งิ ทออืน่ ๆ ซึง่ มิไดจ้ ัดประเภทไวใ้ นทีอ่ ่ืน

ทีเ่ กี่ยวข้อง 17300 การผลิตผ้าและสิ่งของท่ไี ดจ้ ากการถักนิตตงิ และโครเชต์

05001 การประมงน้ำลึกและประมงชายฝ่งั 18101 การผลิตเครื่องแตง่ กาย

05002 การทำฟารม์ เลย้ี งปลา 19203 การผลติ รองเทา้ ทท่ี ำจากไม้

05003 การทำฟาร์มเลี้ยงกงุ้ 20100 การเลอ่ื ยไมแ้ ละไสไม้

05005 การเพาะพันธปุ์ ลาและกงุ้ 20210 การผลติ แผน่ ไม้บาง แผน่ ไม้อดั ไม้ประสาน แผ่นชน้ิ ไมอ้ ัด

05009 การประมงอ่ืน ๆ ซึ่งมิไดจ้ ดั ประเภทไว้ในที่อ่ืน 20220 การผลติ เคร่อื งไม้ทใี่ ชใ้ นการก่อสร้าง

15120 การแปรรูปและและการเก็บถนอมสัตวน์ ้ำและ และเครอื่ งประกอบอาคาร

ผลิตภณั ฑส์ ตั วน์ ้ำ 20230 การผลติ ภาชนะไม้

15121 การเกบ็ ถนอม และปรงุ แต่ง (แปรรปู ) อาหารจำพวก 20291 การผลติ เครือ่ งใช้ในบา้ นที่ทำจากไม้และไม้กอ๊ ก

ปลา กุ้ง 20299 การผลิตผลิตภณั ฑ์จากไม้ และไมก้ อ๊ ก ซ่ึงมไิ ด้

15122 การผลิตผลิตภัณฑส์ ัตว์น้ำเยือกแขง็ จัดประเภทไวใ้ นท่ีอ่ืน

15124 การผลติ น้ำปลา 21011 การผลิตเยื่อกระดาษ

15125 การผลิตอาหารทหี่ มกั จากปลา 21013 การผลติ กระดาษด้วยมอื

15126 การผลิตอาหารสัตวจ์ ากสัตวน์ ้ำ 21091 การผลติ อุปกรณเ์ ครือ่ งเขยี นจากกระดาษ

15420 การผลิตนำ้ ตาล 21092 การผลิตเครอ่ื งใช้ท่ีทำจากกระดาษ

15421 โรงงานผลิตนำ้ ตาลจากอ้อย 21099 การผลติ ผลิตภณั ฑ์จากกระดาษอ่นื ๆ ซ่งึ มไิ ดจ้ ดั

15422 โรงงานผลติ น้ำตาลบรสิ ทุ ธิ์ ประเภทไว้ในที่อ่นื

17

รหสั ประเภทอตุ สาหกรรม

36100 การผลติ เครอื่ งเรือน 92111 การผลิตภาพยนตรแ์ ละวีดีทศั น์

45100 การเตรียมสถานที่กอ่ สรา้ ง 92112 การจำหนา่ ยภาพยนตรแ์ ละวีดที ศั น์

45201 การก่อสร้างอาคารท่วั ไป 92190 กจิ กรรมบันเทิงอื่น ๆ ซึ่งมิได้จัดประเภทไว้ในที่อนื่

45202 งานวิศวกรรมโยธาหรือการกอ่ สรา้ งงานขนาดใหญ่ 92490 กิจกรรมนันทนาการอน่ื ๆ

45203 การกอ่ สร้างเฉพาะงาน 93021 ร้านแตง่ ผม

50500 การขายปลีกนำ้ มนั เช้ือเพลง (สถานนี ้ำมัน) 93022 สถานเสริมความงาม

51224 การขายส่งปลาและผลิตภัณฑส์ ัตว์นำ้ 93092 สถานอาบ อบ นวด

52202 รา้ นขายปลีกปลาและผลิตภัณฑ์สัตว์นำ้ 93093 บรกิ ารนวดแผนโบราณ

55101 โรงแรม

55109 สถานทีอ่ ยู่อาศยั อ่ืน ๆ

55201 บาร์ไนตค์ ลับ คาเฟ่

55202 ภตั ตาคาร ร้านขายอาหารและเครอ่ื งดืม่

แนวทางการดำเนนิ การ
1) พิจารณาจำนวนเป้าหมายท่ีได้รับ งบประมาณที่ได้รับการจัดสรร และตัวช้ีวัดท้ังในเชิงปริมาณและ
เชิงคุณภาพ
2) จัดทำแผนการตรวจแรงงานให้สอดคล้องกับนโยบายของกรม เป้าหมาย และงบประมาณรายเดือน/
รายไตรมาส/รายปี ทีก่ ำหนด
3) ตรวจสถานประกอบกจิ การกลุ่มเสี่ยง เช่น กจิ การเกีย่ วเนื่องประมงทะเล กิจการผลิตสินคา้ จากออ้ ย
กิจการผลิตเคร่ืองนุ่งห่ม กุ้ง ปลา ฟาร์มเลี้ยงสัตว์ปีก ฟาร์มหมู หรือฟาร์มเลี้ยงสัตว์ประเภทอื่น ๆ รวมทั้ง
กิจการท่ีเป็นห่วงโซ่การผลิตดังกล่าวทุกแห่ง กิจการก่อสร้าง งานท่ีเข้าข่าย 3D งานท่ีมีลักษณะสกปรก (Dirty)
งานท่ีมีความยากลำบาก (Difficult) และงานที่เส่ียงอันตราย (Dangerous) ในประเภทกิจการที่กำหนดตามรหัส
ข้างต้น และหรือสถานประกอบกิจการขนาดเล็กท่ีมีลูกจ้าง 1 - 10 คน นอกเหนือจากรหัสประเภทอุตสาหกรรม
ทีก่ ำหนด ให้ใชแ้ บบตรวจแรงงาน (แบบ ตร.1)
4) จัดจ้างเจ้าหน้าที่ประสานงานด้านภาษา/ล่ามเพื่อการสื่อสาร เพ่ือคุ้มครองลูกจ้างต่างด้าวให้ได้รับสิทธิ
ตามกฎหมายคมุ้ ครองแรงงาน รวมท้ังประชาสัมพันธ์เผยแพร่ขอ้ มูลขา่ วสารให้แกแ่ รงงานต่างดา้ ว
5) บันทึกผลการตรวจแรงงานในแบบตรวจ ตร.1 ในระบบคอมพิวเตอร์ online ของกรม
6) ตรวจสอบความถูกตอ้ งของข้อมลู ติดตามและประเมินผลการปฏิบัตงิ านตามแผนทีก่ ำหนด
7) กรณีพบสถานประกอบกิจการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ให้พนักงานตรวจแรงงาน
ออกคำส่ัง หรือดำเนินคดโี ดยไมต่ ้องออกคำสง่ั ตามระเบียบกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน
8) กรณีดำเนินการกิจกรรมได้ตามเป้าหมายแล้ว และมีงบประมาณเหลือ สามารถแปลงเป็น
ค่าสาธารณูปโภคได้

แฟม้ สถานประกอบกิจการ
ให้พนักงานตรวจแรงงงานบันทึกข้อมูลผลการตรวจแรงงานให้ครบถ้วนตามแบบ และจัดเก็บในรูปแฟ้ม
สถานประกอบกจิ การ

18

งบประมาณ
งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 แผนงานยุทธศาสตร์จัดการปัญหาแรงงาน
ต่างด้าวและการค้ามนุษย์ โครงการที่ 1 โครงการป้องกันและแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ด้านแรงงาน และการใช้
แรงงานเด็กในรูปแบบที่เลวร้าย กิจกรรมหลักท่ี 1 ส่งเสริม พัฒนา และกำกับดูแลให้แรงงานท่ีเป็นกลุ่มเส่ียงได้รับ
การคมุ้ ครองตามกฎหมาย งบดำเนินงาน หมวดคา่ ตอบแทน ใช้สอยและวสั ดุ รหสั 300
การรายงานผลการปฏบิ ตั งิ าน
รายงานในระบบคอมพิวเตอร์ Online ---> ระบบงานคุ้มครองแรงงาน (ตรวจแรงงาน) ---> โปรแกรม
บันทึกข้อมูล LPS1I010 บันทึกการตรวจแรงงาน (ตร.1) ---> โดยเลือกตรวจโครงการ 15 ตรวจคุ้มครองแรงงาน
ในกิจการกลุ่มเส่ียง (สปก. กลุ่มเส่ียง ต้องเป็นประเภทกิจการท่ีกองคุ้มครองแรงงานกำหนดเท่าน้ัน จึงจะนับ
เป็นผลงาน) และบนั ทกึ รายละเอยี ดให้ถูกต้องครบถว้ นทุกช่อง

หมายเหตุ : ผรู้ ับผดิ ชอบ กลมุ่ งานปอ้ งกนั และแกไ้ ขปัญหาการค้มุ ครองแรงงาน
โทร. 0 2246 8994, 0 2246 2938

19

โครงการท่ี 2 : โครงการคมุ้ ครองสทิ ธิแรงงานประมงทะเล
กิจกรรมหลกั ท่ี 1 : กำกับ ดแู ล แรงงานในเรือประมงทะเลใหไ้ ด้รบั การคุม้ ครองตามกฎหมาย
เป้าหมาย : บูรณาการตรวจคุ้มครองแรงงานในเรือประมงทะเล จำนวน 300 คร้ัง แรงงานที่เก่ียวข้อง
จำนวน 5,000 คน
ตวั ชว้ี ัด : จำนวนแรงงานในเรอื ประมงทะเลท่ีได้รับการคมุ้ ครองตามกฎหมาย
ประกอบดว้ ยกิจกรรม จำนวน 3 กจิ กรรม ดังต่อไปน้ี

1. กิจกรรม : บูรณาการตรวจคุ้มครองแรงงานในเรือประมงทะเลในพน้ื ที่ 22 จงั หวดั ชายทะเล * **

วัตถุประสงค์
1) เพื่อให้การแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ด้านแรงงาน และการใช้แรงงานเด็กในรูปแบบที่เลวร้าย
มีการบริหารจดั การอยา่ งเปน็ ระบบ มีมาตรการท่ชี ัดเจน และดำเนนิ การอยา่ งต่อเนือ่ ง
2) เพ่ือคุ้มครองแรงงานในเรือประมงทะเล ไม่ให้ตกเป็นเหยื่อการค้ามนุษย์ด้านแรงงาน และได้รับ
สิทธปิ ระโยชน์ตามกฎหมายคมุ้ ครองแรงงาน
3) เพอ่ื ไม่ใหม้ กี ารใช้แรงงานเดก็ ในเรือประมงทะเล

กลมุ่ เปา้ หมาย
ลูกจ้าง และแรงงานเด็ก ในเรือประมงทะเล

แนวทางการดำเนินงาน
1) บูรณาการตรวจคุ้มครองแรงงานในเรือประมงทะเลในพื้นที่ 22 จังหวัดชายทะเล ร่วมกับผู้แทน
หน่วยงานต่าง ๆ ประกอบด้วย กรมเจ้าท่า กรมประมง กรมสอบสวนคดีพิเศษ กองทัพเรือ สำนักงานตำรวจ
แห่งชาติ (กองบังคับการตำรวจน้ำ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเก่ียวกับการค้ามนุษย์
สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง) หรือหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง โดยใช้แบบตรวจแรงงานในงานประมงทะเล
(แบบ ตร.ปม. 1/2557) พร้อมแบบรายการข้อบ่งชี้การใชแ้ รงงานเดก็ และแรงงานบงั คับ
2) จัดจ้างเจ้าหน้าท่ีประสานงานด้านภาษา/ล่ามเพื่อการส่ือสาร เพื่อคุ้มครองลูกจ้างต่างด้าว
ใหไ้ ดร้ ับสิทธิตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน รวมทั้งประชาสมั พันธ์เผยแพร่ข้อมลู ข่าวสารให้แก่แรงงานต่างดา้ ว
3) กรณีดำเนินการกิจกรรมได้ตามเป้าหมายแล้ว และมีงบประมาณเหลือ สามารถแปลงเป็น
ค่าสาธารณปู โภคได้

งบประมาณ
งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 แผนงานยุทธศาสตร์จัดการปัญหาแรงงาน
ต่างด้าวและการค้ามนุษย์ โครงการท่ี 2 โครงการคุ้มครองสิทธิแรงงานประมงทะเล กิจกรรมหลักท่ี 1 กำกับ ดูแล
แรงงานในเรือประมงทะเลใหไ้ ด้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย งบดำเนนิ งาน หมวดค่าตอบแทน ใช้สอยและวัสดุ รหัส 300

การรายงานผลการปฏิบตั ิงาน
รายงานในระบบคอมพิวเตอร์ Online ---> ระบบงานค้มุ ครองแรงงาน (ตรวจแรงงานประมงทะเล)
---> โปรแกรมบันทึกข้อมูล FLS1I010 บันทึกการตรวจแรงงานในกิจการประมงทะเล ---> โดยเลือกลักษณะ
การตรวจ “ตรวจเรือกลางทะเล” และบันทึกรายละเอียดให้ถกู ต้องครบถ้วน โดยเฉพาะในข้อ 20 สรปุ ผลการตรวจ
และระบุการดำเนินการกรณีผลการตรวจไม่ถูกตอ้ ง

หมายเหตุ : ผูร้ บั ผดิ ชอบ กลมุ่ งานป้องกันและแก้ไขปัญหาการค้มุ ครองแรงงาน
โทร. 0 2246 8994, 0 2246 2938

20

2. กิจกรรม : บูรณาการตรวจสถานประกอบกจิ การแปรรปู สตั ว์น้ำในพน้ื ที่ 22 จังหวัดชายทะเล

การตรวจสถานประกอบกิจการแปรรูปสัตว์น้ำเป็นการดำเนินการตรวจเพ่ือบังคับใช้กฎหมาย
อย่างเข้มงวดกับผู้ประกอบการและนายจ้างท่ีกระทำผิดกฎหมาย โดยเฉพาะอย่างย่ิงด้านแรงงาน ตลอดจน
ช่วยเหลือแรงงานท่ีถูกเอาเปรียบและเป็นผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ โดยบูรณาการความร่วมมือส่วนราชการ
ท่ีเก่ียวข้องเข้าตรวจสถานประกอบกิจการแปรรูปสัตว์น้ำ เพื่อบังคับใช้กฎหมายกับผู้ประกอบกิจการ
และนายจ้างท่ีกระทำผิดกฎหมาย โดยเฉพาะอย่างย่ิงดา้ นแรงงาน รวมท้ังขจัดการจา้ งงานและสภาพการทำงาน
ทไ่ี มเ่ ป็นไปตามกฎหมายกำหนดและการกระทำซ่งึ เข้าข่ายการคา้ มนุษย์ดา้ นแรงงาน

วตั ถปุ ระสงค์
1) เพ่ือเป็นการป้องกันและปราบปรามการกระทำการลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย และทำงาน
โดยไมไ่ ดร้ บั อนุญาตซงึ่ เป็นกลมุ่ ท่ีเสีย่ งต่อการตกเป็นเหยื่อของการค้ามนษุ ย์การบังคบั ใชแ้ รงงาน
2) เพอ่ื ร่วมกนั ค้มุ ครองและลดความเส่ียงให้กับแรงงานไทยและแรงงานตา่ งด้าว

กลมุ่ เปา้ หมาย
สถานประกอบกจิ การแปรรปู สัตว์นำ้ จำนวน 100 แห่ง

แนวทางการดำเนินงาน
1. จัดทำคำสัง่ แต่งตั้งชุดเฉพะกจิ ตรวจสถานประกอบกจิ การแปรรูปสัตวน์ ำ้ ประกอบด้วย

- หัวหนา้ ชุด (ผู้วา่ ราชการจงั หวัด/ผทู้ ผ่ี ูว้ ่ามอบหมายฯ /สสค.) และผตู้ ดิ ตาม 1 คน
- พนกั งานตรวจแรงงาน จำนวน 2 คน
- เจ้าหน้าที่จากมหาดไทย
- เจา้ หนา้ ทจ่ี ากสำนกั งานจดั หางานจังหวัด
- เจ้าหน้าท่ีจากสำนกั งานอตุ สาหกรรมจงั หวดั
- เจา้ หนา้ ที่จากสำนักงานพฒั นาสงั คมและความม่ันคงของมนุษย์จงั หวัด
- เจา้ หน้าท่ีจากสำนักงานประกนั สงั คมจังหวัด
- เจา้ หน้าที่จากสำนักงานประมงจงั หวัด
- ผูป้ ระสานงานดา้ นภาษา
- อ่ืน ๆ ตามความเหมาะสม

2. หน้าท่ีของเจ้าหน้าที่ชุดเฉพาะกิจ
1) ดำเนินการตรวจสภาพการจ้าง สภาพการทำงานของแรงงานไทย และแรงงานต่างด้าว

ในสถานประกอบกิจการ โดยใช้กฎหมายตามภารกิจอำนาจหน้าที่ของแต่ละหน่วย เพ่ือเป็นการป้องกัน
และแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ด้านแรงงาน โดยบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด และการดำเนินการอื่น ๆ
ที่เกี่ยวข้อง ดังน้ี

- พระราชกำหนดการประมง พ.ศ. 2558 และท่แี ก้ไขเพม่ิ เตมิ
- พระราชบัญญัตคิ ุม้ ครองแรงงาน พ.ศ. 2541 และท่แี กไ้ ขเพิม่ เติม
- พระราชกำหนดการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2560 และทีแ่ ก้ไขเพ่ิมเตมิ
- พระราชบญั ญัตโิ รงงาน พ.ศ. 2535 และท่ีแก้ไขเพมิ่ เติม
- พระราชบญั ญตั ิประกนั สงั คม พ.ศ. 2533 และท่ีแกไ้ ขเพม่ิ เตมิ
- พระราชบญั ญตั ิปอ้ งกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ. 2551 และท่ีแก้ไขเพม่ิ เติม
- พระราชบัญญัตคิ นเข้าเมือง พ.ศ. 2542 และทีแ่ กไ้ ขเพมิ่ เตมิ
- กฎหมายอนื่ ทเี่ กี่ยวข้อง

21

2) ร้องทุกข์ หรือกล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน เพ่ือดำเนินคดีอาญาผู้ฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติ

ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 และท่ีแก้ไขเพ่ิมเติม โดยไม่ต้องขออนุมัติดำเนินคดีอาญา
ตามระเบียบกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานว่าด้วยการดำเนินคดีอาญาและการเปรียบเทียบผู้กระทำความผิด

ตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงาน และความปลอดภัยในการทำงาน พ.ศ. 2558 และท่ีแก้ไขเพิ่มเติม
หรอื กฎหมายตามภารกจิ อำนาจหน้าท่ขี องแตล่ ะหน่วยและดำเนินการอ่ืนทีเ่ กีย่ วขอ้ ง

3) ปรึกษาวางแผนในการดำเนินการผนึกกำลังตรวจและคุ้มครองแรงงาน ประสานหน่วยงานอื่น ๆ

ท่เี ก่ยี วข้องและผู้มีสว่ นได้ส่วนเสยี เพ่ือร่วมปฏิบตั ิการ ติดตาม และตรวจสอบผลการดำเนินงานตามความเหมาะสม
4) รายงานผลการดำเนินการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทราบ

5) ปฏิบัติหน้าท่ีอื่นตามที่ผู้ว่าราชการจังหวัดมอบหมาย
3. การดำเนินการของหัวหน้าชุด

ในการดำเนินการของชุดเฉพาะกิจตรวจสถานประกอบกิจการแปรรูปสัตว์นำ้ ให้ผู้ทีผ่ ู้ว่าราชการจังหวัด
มอบหมาย หรือสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดเป็นหัวหน้าชุดเฉพาะกิจฯ โดยมีหน้าที่ อำนวยการ

ดำเนนิ การตรวจ
4. การดำเนินการของฝา่ ยเลขานุการ

ให้สวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัด เป็นฝ่ายเลขานุการของชุดเฉพาะกิจฯ มีหน้าที่
ให้ความเห็นข้อเสนอแนะ ข้อแนะนำ กำหนดเป้าหมาย ระดับความยุ่งยากของแต่ละภารกิจ และติดตาม

สถานการณท์ ี่สำคัญ พรอ้ มทั้งรายงานให้ผู้บังคับบัญชาของชุดเฉพาะกิจฯ ทราบ
5. การดำเนนิ การของเจา้ หน้าที่ชดุ เฉพาะกิจ

ให้เจ้าหน้าท่ีในชุดเฉพาะกิจฯ ดำเนินการตรวจสถานประกอบกิจการแปรรูปสัตว์น้ำดำเนินการ
ตรวจสภาพการจ้าง สภาพการทำงานของแรงงานไทย และแรงงานต่างด้าวในสถานประกอบกิจการ โดยใช้กฎหมาย

ตามภารกิจอำนาจหน้าท่ีของแต่ละหน่วย เพ่ือเป็นการป้องกันและแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ด้านแรงงาน
โดยบังคบั ใช้กฎหมายอยา่ งเครง่ ครดั และการดำเนนิ การอนื่ ๆ ที่เกีย่ วข้อง

รหัสประเภทอุตสาหกรรม

15112 การตกแตง่ และการบรรจุเนือ้ สัตว์ 15498 การผลิตซุป

15113 การทำเนื้อสัตว์กระป๋อง 19121 การผลติ ผลิตภัณฑ์หนงั สัตว์ประเภทกระเป๋า

15114 การเกบ็ ถนอมและปรุงแตง่ เนอ้ื สัตว์และสตั ว์ปีก 19129 การผลติ ผลติ ภัณฑ์หนงั สัตว์และหนังเทยี ม อ่ืน ๆ

15115 การผลิตผลติ ภณั ฑ์พลอยได้จากสตั ว์ ยกเว้น รองเทา้ และเครื่องแต่งกาย

15119 การผลิตผลิตภณั ฑ์เน้อื สตั ว์อนื่ ๆ 51200 การขายส่งวัตถุดิบทางเกษตร สัตว์ทม่ี ชี ีวิต อาหาร

15121 การเก็บถนอม และปรงุ แต่ง (แปรรปู ) เครอ่ื งด่มื และยาสูบ

อาหารจำพวกปลา ก้งุ หอย 51210 การขายสง่ วตั ถดุ บิ ทางเกษตรและสัตวท์ ี่มีชวี ิต

15122 การผลติ ผลิตภณั ฑ์สตั ว์น้ำเยือกแขง็ 51219 การขายสง่ วตั ถดุ ิบทางการเกษตรอื่น ๆ

15123 การผลิตอาหารกระปอ๋ ง ซึ่งมไิ ด้จดั ประเภทไว้

15124 การผลิตน้ำปลา 51220 การขายส่งอาหารประเภทตา่ ง ๆ

15125 การผลติ อาหารทห่ี มักจากปลา 51223 การขายส่งเนือ้ สตั วแ์ ละผลิตภณั ฑ์เนอ้ื สตั ว์

15126 การผลติ อาหารสัตว์จากสัตวน์ ้ำ 51224 การขายสง่ ปลาและผลิตภณั ฑ์สัตว์น้ำ

15143 การผลติ และการสกดั นำ้ มนั จากปลา ตบั ปลา 52202 ร้านขายปลีกปลาและผลิตภัณฑ์สัตวน์ ้ำ

และสตั ว์ทะเล 52203 รา้ นขายปลีกเนอ้ื สัตวแ์ ละผลติ ภัณฑ์เนื้อสัตว์

15330 การผลิตอาหารสัตว์สำเร็จรูป

22

ขัน้ ตอนการดำเนินงาน
1. การทำคำส่ังแต่งตง้ั ชุดบรู ณาการ

- โดยผูว้ า่ หรอื ผ้ทู ี่ผู้ว่ามอบหมาย หรอื สสค. เปน็ หัวหน้าชดุ เฉพาะกจิ รายละเอียดตามตวั อย่างคำสัง่
- ชดุ เฉพาะกจิ ประกอบดว้ ย เจา้ หนา้ ท่ี จำนวน 11 คน ทำหน้าทดี่ ำเนนิ การตรวจ
- ให้สวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจงั หวัด เป็นฝ่ายเลขานุการของชุดเฉพาะกจิ ฯ
2. แจง้ รายละเอียดการตรวจ
- กำหนดเปา้ หมายและแจ้งใหห้ น่วยงานทีเ่ กย่ี วข้องทราบ
- กำหนดวัน เวลาดำเนนิ การ เป้าหมาย และรายละเอียดอนื่ ๆ ท่ีเกีย่ วข้อง
3. ดำเนินการตรวจและรายงานผล
- ดำเนินการตรวจตามแผนที่กำหนด โดยใช้กฎหมายตามภารกิจอำนาจหน้าท่ีของแต่ละหน่วย
เพอ่ื เป็นการป้องกนั และแกไ้ ขปัญหาการคา้ มนุษย์ด้านแรงงาน โดยบังคับใชก้ ฎหมายอย่างเคร่งครัด
- บันทึกการตรวจ ใช้แบบบันทึกการตรวจโรงงาน/สถานแปรรูปสัตว์น้ำเบื้องต้น (ตรง.1)
ร่วมกบั แบบของแต่ละหนว่ ยงาน
- บันทึกผลการตรวจในระบบให้เป็นปัจจุบัน โดยกลุ่มงานป้องกันและแก้ไขปัญหาการคุ้มครองแรงงาน
จะประมวลผลการบรู ณาการตรวจแปรรปู ฯ ทกุ วันพฤหัสบดเี พ่อื เสนอผู้บังคับบญั ชาทราบ
4. สรปุ การดำเนินการ
- สรุปการดำเนนิ การ ปัญหาอุปสรรค
- ผลการดำเนนิ การกรณีพบความผดิ โดยต้องรวบรวมผลการดำเนินการของทุกหน่วย

งบประมาณ
งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 แผนงานยุทธศาสตร์จัดการปัญหาแรงงาน
ต่างด้าวและการค้ามนุษย์ โครงการที่ 2 โครงการคุ้มครองสิทธิแรงงานประมงทะเล กิจกรรมหลักที่ 1 กำกับ ดูแล แรงงาน
ในเรอื ประมงทะเลให้ได้รบั การคุ้มครองตามกฎหมาย งบดำเนนิ งาน หมวดคา่ ตอบแทน ใชส้ อยและวสั ดุ รหัส 300

การรายงานผลการปฏบิ ัติงาน
1) แบบตรวจ การดำเนินการตรวจจะใช้แบบแบบบันทึกการตรวจโรงงาน/สถานแปรรูปสัตว์น้ำเบ้ืองต้น
(ตรง.1) ร่วมกับแบบตรวจของแต่ละหน่วยงาน เช่น กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานใช้แบบ ตรง.1 (กสร.) 3
ร่วมกบั แบบ ตร.1
2) การรายงาน ให้รายงานผลการดำเนินการตรวจในระบบคอมพิวเตอร์ Online ---> ระบบงานคุ้มครองแรงงาน
(ตรวจแรงงาน) ---> โปรแกรมบันทึกข้อมูล LPS1I010 บันทึกการตรวจแรงงาน (ตร.1) ---> โดยเลือกตรวจโครงการ 16
การบรู ณาการตรวจสถานประกอบกิจการแปรรูปสตั วน์ ้ำเท่านน้ั และบนั ทกึ รายละเอยี ดให้ถกู ต้องครบถว้ น
กรณีท่ีมกี ารดำเนินคดีท่ีสืบเน่อื งจากการตรวจแรงงาน หรือการรับและวินิจฉัยคำร้อง ให้บันทึก
ข้อมลู ในระบบกฎหมาย โดยการดำเนินคดีอาญา ---> เลอื กระบบกฎหมาย งานคดอี าญา ---> โปรแกรมบันทึก
ขอ้ มลู LAS1I030 บนั ทกึ งานคดีอาญา
กรณีพบการกระทำความผิดตามกฎหมายที่มิใช่พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541
และท่ีแก้ไขเพ่ิมเติม ให้ประสานเจ้าหน้าที่ซ่ึงเป็นเจ้าหน้าท่ีตามกฎหมายที่พบการกระทำความผิด พร้อมทั้งรายงาน
ตามแบบรายงานผลการตรวจสถานประกอบกิจการแปรรปู สัตวน์ ้ำ กรณีพบความผดิ ตามกฎหมายอ่ืน นอกจาก
พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 และท่ีแก้ไขเพิ่มเติม ให้กลุ่มงานป้องกันและแก้ไขปัญหาการคุ้มครองแรงงาน
กองคุ้มครองแรงงาน ทราบทุกวนั ท่ีดำเนินการตรวจ โดยเร็วที่สุดทางโทรสาร หมายเลข 0 2245 6696 รวมถึง
รายงานผลความคืบหน้าการดำเนินการดว้ ย เพ่ือรวบรวมจดั ทำรายงานผลการดำเนินการในภาพรวมตอ่ ไป

หมายเหตุ : ผ้รู ับผิดชอบ กลุ่มงานป้องกนั และแก้ไขปัญหาการคุ้มครองแรงงาน โทร. 0 2246 8994, 0 2246 2938

23

3. กิจกรรม : จัดประชุมคณะทำงานศูนย์บรหิ ารจัดการแรงงานประมงจงั หวดั

เป็นกิจกรรมที่จังหวัดในพ้ืนท่ี 22 จังหวัดชายทะเล ดำเนินการต่อเน่ือง ต้ังแต่ปีงบประมาณ
พ.ศ. 2558 - ปัจจุบัน เพื่อเป็นการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน ในการป้องกันและแก้ไขปัญหา
การคา้ มนุษยด์ า้ นแรงงาน โดยการจดั ประชมุ คณะทำงานศนู ย์บริหารจดั การแรงงานประมงจังหวัด

วตั ถปุ ระสงค์
1) เพ่ือประสานความร่วมมือในการตรวจสภาพการจ้าง สภาพการทำงาน และการค้ามนุษย์ด้านแรงงาน
ในเรอื ประมงทะเล
2) เพื่อรว่ มประเมินสภาพปัญหา วางแผน และปฏบิ ัตงิ านร่วมกันในการตรวจสภาพการจ้าง สภาพการทำงาน
และการคา้ มนษุ ย์ดา้ นแรงงานในเรือประมงทะเล
กลมุ่ เป้าหมาย
คณะทำงานศนู ยบ์ รหิ ารจัดการแรงงานประมงจงั หวัด
แนวทางการดำเนนิ งาน
จดั ประชุมคณะทำงานศนู ยบ์ รหิ ารจัดการแรงงานประมงจังหวัด 22 จงั หวัด ๆ ละ 1 ครัง้
งบประมาณ
งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 แผนงานยุทธศาสตร์การจัดการปัญหา
แรงงานต่างด้าวและการค้ามนุษย์ โครงการท่ี 2 โครงการคุ้มครองสิทธิแรงงานประมงทะเล กิจกรรมหลักที่ 1
กำกับ ดูแล แรงงานในเรือประมงทะเลให้ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย งบดำเนินงาน หมวดค่าตอบแทน
ใชส้ อยและวสั ดุ รหัส 300
การรายงานผลการปฏบิ ัตงิ าน
รายงานในระบบคอมพิวเตอร์ Online ---> ระบบงานคุ้มครองแรงงาน (ตรวจแรงงานประมงทะเล) --->
บันทึกข้อมูลโปรแกรม FLS1I020 บันทึกผลการปฏิบัติงานท่ีเกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์ด้านแรงงาน --->
โดยบันทึกเขตรับผิดชอบ วนั ท่ีดำเนินการ และข้อมูลในข้อ 6 ผลการดำเนินงานอืน่ ๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยให้ใส่ข้อความ
วา่ “ประชมุ คณะทำงาน จำนวน...........คร้งั ”

หมายเหตุ : ผรู้ บั ผดิ ชอบ กล่มุ งานปอ้ งกันและแกไ้ ขปัญหาการคุ้มครองแรงงาน
โทร. 0 2246 8994, 0 2246 2938

24

3. แผนงานยทุ ธศาสตรส์ ร้างหลักประกนั ทางสงั คม

โครงการท่ี 3 : โครงการยกระดบั คุณภาพชีวิตและผลิตภาพแรงงาน
กจิ กรรมหลกั ท่ี 1 : ส่งเสริมและพัฒนาศกั ยภาพแรงงานเพ่อื เพ่ิมคุณภาพชวี ิตและผลติ ภาพแรงงาน
เปา้ หมาย : นายจ้าง ลกู จา้ ง และผู้ทีเ่ กี่ยวข้อง จำนวน 1,500 คน

กิจกรรม : โครงการเฝ้าระวังและคุ้มครองแรงงานจากการหยุดกิจการชั่วคราวและเลิกจ้าง
เพอ่ื ปอ้ งกันการละเมดิ สิทธิประโยชน์แรงงานตามกฎหมาย (T)

การจัดอบรมโครงการเฝ้าระวังและคุ้มครองแรงงานจากการหยุดกิจการช่ัวคราวและเลิกจ้าง
เพอ่ื ป้องกันการละเมดิ สทิ ธปิ ระโยชน์แรงงานตามกฎหมาย เปน็ การดำเนินการให้ความรเู้ กย่ี วกับสิทธิและหน้าที่
ตามกฎหมายให้นายจ้างและผู้เกี่ยวข้องสามารถบริหารจัดการแรงงานในภาวะวิกฤติได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ส่งผลให้แรงงานได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายไม่ถูกละเมิดสิทธิประโยชน์ตามกฎหมายจากการหยุดกิจการ
ชัว่ คราวและเลกิ จา้ ง ส่งผลใหแ้ รงงานมคี ณุ ภาพชวี ิตที่ดีขน้ึ

วตั ถุประสงค์
1. เพ่ือส่งเสริมความรู้เกี่ยวกับสิทธิและหน้าท่ีตามกฎหมายคุ้มครองแรงงานให้นายจ้าง ลูกจ้ าง
และผู้เกยี่ วข้อง และป้องกันมใิ หแ้ รงงานถูกละเมดิ สิทธิจากการหยุดกิจการชวั่ คราวและเลกิ จา้ ง
2. เพื่อเป็นการเฝ้าระวังและสร้างความตระหนักรู้ให้นายจ้าง ลูกจ้าง และผู้เก่ียวข้องสามารถบริหาร
จัดการแรงงานในภาวะวิกฤติได้อย่างมีประสิทธิภาพ แรงงานได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย ไม่ถูกละเมิดสิทธิ
จากการหยุดกจิ การชัว่ คราวและเลิกจา้ ง
3. ส่งเสริมและสนับสนุนให้กลุ่มเป้าหมายนำความรู้ท่ีได้รับไปปรับใช้ให้แรงงานได้รับการคุ้มครอง
สิทธปิ ระโยชน์ตามกฎหมาย
4. เพ่ือให้แรงงานไดร้ ับรู้ถึงสถานการณ์ด้านแรงงานทเี่ ปลยี่ นแปลงไป

กลุ่มเปา้ หมาย
นายจ้าง ลกู จา้ ง และผู้ท่ีเกย่ี วข้อง ในสถานประกอบกจิ การกลุ่มเป้าหมาย จำนวน 1,500 คน ดังน้ี
- สถานประกอบกจิ การทม่ี ีการหยดุ กจิ การช่ัวคราวตามมาตรา 75
- สถานประกอบกิจการที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และแจ้งหยุดกิจการ
ชั่วคราวเน่ืองจากเหตุสุดวิสัยให้ลูกจ้างขอรับประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงานกับสำนักงานประกันสังคม
(ร้อยละ 62 ของอตั ราค่าจ้างรายวนั )
- สถานประกอบกิจการทม่ี กี ารเลิกจ้างลูกจา้ งจากสถานการณก์ ารแพร่ระบาดของโรคโควดิ -19
- สถานประกอบกจิ การที่มีแนวโน้มเลิกจ้าง

แนวทางการดำเนนิ งาน
1. รวบรวมขอ้ มูลสถานประกอบกิจการกลุ่มเป้าหมาย
2. ดำเนินการในเดือนเมษายน 2564 โดยดำเนินการให้แล้วเสร็จพร้อมรายงานผลการดำเนินการ
ผลการประเมิน และผลการทดสอบความรู้หลังการอบรม ให้กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ภายใน 30 วัน
หลังจากดำเนนิ โครงการแลว้ เสรจ็
3. ขออนุมัติโครงการและจัดอบรมให้ความรู้โดยวิธีการบรรยาย หรือกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้
ใช้หลกั สตู รทก่ี รมกำหนด (ระยะเวลา 1 วัน)

25

4. หัวขอ้ วิชาที่ใชใ้ นการสง่ เสริมความรู้ ควรประกอบด้วย
4.1 สทิ ธิและหนา้ ที่ตามกฎหมายคมุ้ ครองแรงงานและกฎหมายอื่นท่เี กี่ยวข้อง
4.2 ระเบยี บ แนวปฏิบตั ิ
4.3 มาตรการและแนวทางบรรเทาปัญหาการเลิกจา้ งและแนวปฏิบตั ิว่าด้วยการสง่ เสรมิ แรงงาน

สัมพันธ์ในภาวะวิกฤต
4.4 สถานการณด์ ้านแรงงาน และการปรับตัวให้ทนั ต่อเหตุการณ์ทเ่ี ปลี่ยนแปลงไป

5. ทดสอบความรคู้ วามเข้าใจก่อนการอบรม และหลังการอบรม แลว้ สรุปคะแนนผลการทดสอบตามแบบ
6. ประเมินผลการอบรมตามตัวอย่างแบบประเมนิ ผล
7. ตดิ ตามประเมนิ ผลหลงั การอบรม

ตวั ช้วี ัดความสำเร็จ
1. นายจ้าง ลูกจ้าง และผู้เกี่ยวข้องในสถานประกอบกิจการกลุ่มเป้าหมายเข้ารับการอบรมครบถ้วน
ตามเป้าหมายที่กำหนด
2. หลังสิ้นสุดการอบรมต้องทำการประเมินความรู้ของผู้เข้ารับการอบรมทุกคน โดยผู้รับการอบรม
มีผลการประเมินความรู้ร้อยละ 60 ข้ึนไปถือว่าเป็นผู้ผ่านการอบรม และผู้เข้ารับการอบรมผ่านการทดสอบ
ความรู้หลงั การอบรม (Post - Test) ไมน่ ้อยกว่าร้อยละ 80 ของผเู้ ข้ารบั การอบรม

งบประมาณ
งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 แผนงานยุทธศาสตรส์ ร้างหลักประกันทางสังคม
โครงการท่ี 3 โครงการยกระดับคุณภาพชีวติ และผลิตภาพแรงงาน กิจกรรมหลักที่ 1 สง่ เสริมและพฒั นาศักยภาพ
แรงงานเพ่ือเพิ่มคุณภาพชวี ติ และผลติ ภาพแรงงาน งบดำเนนิ งาน หมวดค่าตอบแทน ใช้สอยและวสั ดุ รหัส 300

ท้ังนี้ กรณีดำเนินการกิจกรรมได้ตามเป้าหมายแล้ว และมีงบประมาณเหลือ สามารถแปลงเป็น
คา่ สาธารณปู โภคได้

การรายงานผลการปฏบิ ัติงาน
1. รายงานทางระบบคอมพิวเตอร์ Online ระบบฝึกอบรม ในโปรแกรม TRS1I020 บันทึกทะเบียน
ผู้เข้ารับการอบรม (แรงงานกลุ่มเป้าหมาย) รหัสหลักสูตร 00003079 โครงการเฝ้าระวังและคุ้มครองแรงงาน
จากการหยุดกิจการชั่วคราวและเลิกจ้าง บันทึกผู้เข้ารับการอบรมรายบุคคลและบันทึกผลการประเมินว่า
ผ่าน/ไม่ผา่ น

ท้ังนี้ โปรแกรมพิมพ์รายงานของกิจกรรมฯ อยู่ระหว่างดำเนินการปรับปรุง หากดำเนินการแล้วเสร็จ
จะมหี นังสือแจง้ เวยี นใหท้ กุ หน่วยงานทราบตอ่ ไป

2. รายงานผลการจัดโครงการ ผลการประเมิน และผลการทดสอบความรู้หลังการอบรม ถึงกลุ่มงานป้องกัน
และแก้ไขปญั หาการคมุ้ ครองแรงงาน กองคมุ้ ครองแรงงาน ภายใน 30 วัน หลงั จากดำเนนิ โครงการแลว้ เสร็จ

หมายเหตุ : ผู้รับผดิ ชอบ กลุ่มงานป้องกนั และแก้ไขปญั หาการคมุ้ ครองแรงงาน
โทร. 0 2246 8994, 0 2246 2938

26

ภาคผนวก

27

กิจกรรม : สง่ เสรมิ ความรู้เพ่ือเตรียมความพร้อมเด็ก
ก่อนเข้าสู่ตลาดแรงงาน

28

ตวั อยา่ งโครงการ

โครงการส่งเสริมความรู้เพอ่ื เตรยี มความพร้อมเด็กกอ่ นเขา้ สู่ตลาดแรงงาน

1. หลกั การและเหตุผล
เด็กและเยาวชนเป็นทรัพยากรมนุษย์ท่ีมีความสำคัญของชาติท่ีจะต้องเติบโตเป็นประชากร

ที่มีคุณภาพ รัฐบาลได้ตราพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 กำหนดการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน
ซ่งึ เป็นการศึกษาท่ีจดั ให้เด็กไม่นอ้ ยกวา่ สิบสองปีก่อนระดับอุดมศึกษา ทงั้ น้ี ให้มีการศึกษาภาคบังคับเกา้ ปี โดยรับเด็ก
อายุย่างเข้าปีที่เจ็ดเข้าเรียนในสถานศึกษาที่จัดการศึกษาขั้นพื้นฐานจนกว่าเด็กจะมีอายุย่างเข้าปีที่สิบหก
จึงถือว่าพ้นเกณฑ์การศึกษาภาคบังคับ นอกจากน้ีแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12
พ.ศ. 2560 - 2564 ให้ความสำคัญเก่ียวกับการพัฒนาเด็กเช่นกัน โดยเริ่มตั้งแต่วัยเด็กให้มีความรู้พ้ืนฐานเข้มแข็ง
มีทักษะชีวิตได้รับการพัฒนาสมรรถนะ ทักษะด้านกำลังแรงงาน พร้อมก้าวสู่โลกของการทำงานและการแข่งขัน
อย่างมีคุณภาพ ซ่ึงสอดรับกับพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 และท่ีแก้ไขเพิ่มเติม อันเป็นกฎหมาย
ที่มีให้การคุ้มครองดูแลการใช้แรงงานเด็กชัดเจน เช่น ห้ามมิให้จ้างเด็กอายุต่ำกว่าสิบห้าปีเป็นลูกจ้าง และรวมถึง
การคมุ้ ครองแรงงานเด็กให้ไดร้ บั สิทธิตามที่พระราชบญั ญตั ิคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 บญั ญัติไว้ และนโยบาย
กระทรวงแรงงาน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๔ มนี โยบายสำคญั กำหนดมาตรการถอดรายการสินค้าออก
จากการถูกขึ้นบัญชีการใช้แรงงานเด็ก หรือแรงงานบังคับ (List of Goods Produced by Child Labor or Force
Labor: TVPRA List) ในกลุ่มสินค้าประเภทกุง้ ปลา ออ้ ย และเครือ่ งน่งุ ห่ม

กองคุ้มครองแรงงานได้เห็นความสำคัญในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์โดยเฉพาะเด็กและเยาวชน
ให้มีความพร้อมท่ีจะเป็นกำลังแรงงานท่ีมีความรู้ มีคุณภาพชีวิตท่ีดีต่อไป และเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหา
การใช้แรงงานเด็ก หรือแรงงานบังคับ ในกลุ่มสินค้าประเภทกุ้ง ปลา อ้อย และเครื่องนุ่งห่ม จึงได้จัดทำ
โครงการส่งเสริมความรู้เพื่อเตรียมความพร้อมเด็กและเยาวชนก่อนเข้าสู่ตลาดแรงงาน เพ่ือเป็นการสร้างภูมิปัญญา
และการเรยี นรู้พ้ืนฐานของเด็กและเยาวชนก่อนเข้าสู่ตลาดแรงงานให้ได้ทราบเก่ียวกับสิทธหิ น้าท่ีตามกฎหมาย
คมุ้ ครองแรงงาน

2. วตั ถปุ ระสงค์
2.1 เพ่ือส่งเสริมความรู้เก่ียวกับสิทธิและหน้าที่ตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน และป้องกัน

การใชแ้ รงงานเด็กในรูปแบบทีเ่ ลวร้ายให้แก่เดก็ ก่อนเข้าสู่ตลาดแรงงาน
2.2 เพื่อสร้างความตระหนักรู้เก่ียวกับลักษณะและสภาพการใช้แรงงานเด็กในรูปแบบ

ที่เลวร้าย และปอ้ งกนั ไมใ่ ห้เด็กถูกใช้แรงงานในรปู แบบท่ีเลวรา้ ย

3. กลุ่มเป้าหมาย
เดก็ และเยาวชนในสถานศึกษาทีใ่ กล้จบการศกึ ษาและกำลังเขา้ สตู่ ลาดแรงงาน

4. วิธีการ/แนวทางการดำเนินงาน
4.1 อบรมให้ความรู้ ความเขา้ ใจเกยี่ วกบั สทิ ธแิ ละหนา้ ที่ตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน และส่งเสรมิ

ความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับลักษณะและสภาพงานท่ีอาจจะเป็นอันตรายสำหรับเด็ก และการป้องกันการใช้
แรงงานเดก็ ในรปู แบบท่เี ลวรา้ ย

4.2 ส่งเสริมความรู้เกี่ยวกับสถานการณ์ด้านแรงงาน และการปรับตัวให้ทันต่อเหตุการณ์
ทเ่ี ปลย่ี นแปลงไป และสอดแทรกการเตรยี มความพรอ้ มการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกจิ อาเซยี น

4.3 ส่งเสริมและสนับสนุนกลุ่มเป้าหมายนำความรู้ท่ีได้ไปประชาสัมพันธ์เพื่อขยายผลไปสู่
สมาชิกในครอบครวั ญาติ เพือ่ นร่วมงานหรือบุคคลรอบข้าง และขอความร่วมมือในการแจง้ เบาะแสเม่ือพบเห็น
การใช้แรงงานเดก็ ไม่ถกู ตอ้ งหรอื ไม่เปน็ ธรรม

29

-2-

5. สถานที่
สถานศกึ ษาในพนื้ ทีส่ ่วนกลางและภมู ิภาค

6. ระยะเวลา
เดอื นธันวาคม 2563 - มกราคม 2564

7. งบประมาณ
งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 แผนงานพ้ืนฐานด้านการสร้างโอกาส

และความเสมอภาคทางสังคม ผลผลิตที่ 1 สถานประกอบกิจการปฏิบัติตามกฎหมายแรงงาน และแรงงาน
ได้รับสิทธิตามกฎหมายแรงงาน กิจกรรมหลักที่ 1 กำกับ ดูแล ให้สถานประกอบกิจการปฏิบัติตามกฎหมาย
และสนับสนุนให้แรงงานมีความรู้ตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน งบดำเนินงาน หมวดค่าตอบแทน ใช้สอย
และวัสดุ รหัส 300
8. ผลผลติ ผลลัพธ์ ดชั นวี ัดความสำเรจ็ :

8.1 ผลผลิต (Output) :
มีการจัดอบรมโครงการส่งเสริมความร้เู พื่อเตรยี มความพร้อมเด็กก่อนเขา้ สู่ตลาดแรงงาน

8.2 ผลลัพธ์ (Outcome) :
ผู้ผ่านการอบรมได้รับความรู้ ความเข้าใจเก่ียวกับสิทธิและหน้าท่ีตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน

การใช้แรงงานเด็กในรูปแบบที่เลวร้าย การบังคับใช้แรงงาน การค้ามนุษย์ด้านแรงงานและนำความรู้ที่ได้รับ
ไปปรับใช้เมื่อเข้าสู่ตลาดแรงงาน เพ่ือเป็นกำลังแรงงานท่ีมีความรู้ สามารถคุ้มครองสิทธิของตนหรือเผยแพร่
ประชาสมั พนั ธก์ ับบุคคลอืน่ หรอื แจ้งเบาะแสเม่ือพบผู้กระทำผิด

8.3 ดชั นวี ดั ความสำเร็จ (KPI) :
สถานศึกษาใหค้ วามร่วมมอื ส่งเด็กและเยาวชนเข้าร่วมโครงการ

9. ผูร้ บั ผดิ ชอบโครงการ
สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัด/กรุงเทพมหานครพื้นที่ กรมสวัสดิการ

และคมุ้ ครองแรงงาน

______________________

30

สำหรบั เจา้ หน้าท่ี

แบบสรุปผลการประเมนิ
โครงการสง่ เสรมิ ความรเู้ พื่อเตรียมความพรอ้ มเด็กกอ่ นเข้าสตู่ ลาดแรงงาน

สำนกั งานสวสั ดกิ ารและคมุ้ ครองแรงงานจงั หวัด........................./
สำนกั งานสวัสดิการและคมุ้ ครองแรงงานกรุงเทพมหานครพื้นที่..................

วัน/เดอื น/ปี ที่จดั อบรม ........................................................................................................................................
สถานที่ .................................................................................................................................................................
จำนวนผู้เข้ารว่ มการอบรม ............................... คน

ตอนที่ 1 ข้อมลู ทั่วไป หญงิ ...................คน
1. เพศ
อายุ 15 – 18 ปี...................คน
ชาย...................คน อายุ 22 ปีขึ้นไป...................คน
2. อายุ
มัธยมศกึ ษาตอนตน้ ...................คน
ตำ่ กวา่ 15 ปี...................คน ปวส. ...................คน
อายุ 19 – 22 ปี...................คน
3. ระดบั การศึกษา
ต่ำกวา่ มัธยมศกึ ษาตอนต้น...................คน
ปวช./มธั ยมศึกษาตอนปลาย...................คน
อื่น ๆ ...................คน

ตอนท่ี 2 ความคิดเห็นเกย่ี วกับการอบรมและการนำไปใชป้ ระโยชน์

1. การนำความรู้ที่ได้รบั จากการอบรมไปเผยแพร่ ประชาสัมพันธ์ เพอื่ ใหเ้ กดิ ประโยชน์ตอ่ บุคคลอื่น

เผยแพร่...................คน ไม่เผยแพร่............คน เนื่องจาก..............................................

2. การนำความรทู้ ี่ไดร้ ับจากการอบรมไปเผยแพร่ ประชาสัมพันธต์ ่อไปยงั

ครอบครวั ...................คน ญาติ...................คน เพอ่ื น/คนรอบขา้ ง ...................คน

ชมุ ชน...................คน บคุ ลอ่นื ๆ ...................คน

3. การแจ้งเบาะแสต่อกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กรณีพบเห็นการใช้แรงงานไม่ถูกต้อง/ไม่เป็นธรรม/

ฝา่ ฝนื กฎหมายคุม้ ครองแรงงาน

แจ้ง...................คน ไมแ่ จง้ ...................คน เนื่องจาก..............................................

4. เมื่อทราบว่ามีผู้ได้รับการปฏิบัติอย่างไม่ถูกต้องหรือไม่เป็นธรรม ซึ่งเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายคุ้มครองแรงงาน

จะแนะนำให้บุคคลดังกล่าวไปขอรับคำปรึกษาหรือยื่นคำร้องต่อพนักงานตรวจแรงงานของกรมสวัสดิการ

และคมุ้ ครองแรงงาน

แนะนำ...................คน ไมแ่ นะนำ...............คน เน่ืองจาก..............................................

5. ขอ้ คิดเหน็ หรือขอ้ เสนแนะอน่ื ๆ (สรุปจากแบบสอบถามของผู้เขา้ ร่วมโครงการ) .............................................

.........................................................................................................................................................................

.........................................................................................................................................................................

.........................................................................................................................................................................

31

-2-

ตอนท่ี 3 การสำรวจ ความร้คู วามเข้าใจ การนำไปใชป้ ระโยชน์ และประเมินความถึงพอใจ

หวั ข้อการประเมนิ ระดับความคิดเห็น (จำนวนคน)
มากท่สี ดุ มาก ปานกลาง น้อย นอ้ ยท่สี ดุ

1. ความรู้กอ่ นการอบรม

2. ความรู้หลงั การอบรม

3. การนำความรู้จากการอบรมไปใช้ประโยชน์

ในชีวิตประจำวัน หรือ ชีวิตในการทำงานได้มากน้อย

เพยี งใด

4. ความรู้ที่ได้รับทำให้ท่านเกิดความตระหนักและ

มีความระมดั ระวงั ในการจะกา้ วสูต่ ลาดแรงงาน

5. ความพึงพอใจตอ่ โครงการ

*****************************

32

สำหรับผู้เขา้ ร่วมโครงการ

แบบสรปุ ผลการประเมนิ

โครงการส่งเสริมความร้เู พ่ือเตรยี มความพรอ้ มเดก็ กอ่ นเข้าสตู่ ลาดแรงงาน

กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน

--------------------------------------

ตอนท่ี 1 ข้อมลู ท่ัวไป

1. เพศ

 ชาย  หญงิ

2. อายุ

 ตำ่ กว่า 15 ปี  15 – 17 ปี

 อายุ 19 – 22 ปี  มากกวา่ 22 ปี

3. ระดบั การศึกษา

 ตำ่ กวา่ มัธยมศึกษาตอนต้น  มธั ยมศกึ ษาตอนตน้

 ปวช./มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย  ปวส.  อื่น ๆ ..............................

ตอนท่ี 2 ความคิดเห็นเกย่ี วกับการอบรมและการนำไปใช้ประโยชน์ โปรดทำเคร่ืองหมาย √ ลงใน  ที่ตรงกับ
ความคดิ เห็นของทา่ น

1. ท่านคิดวา่ จะนำความร้ทู ไี่ ด้รบั จากการอบรมไปเผยแพร่ ประชาสัมพนั ธ์ เพอื่ ใหเ้ กิดประโยชนต์ ่อบคุ คลอืน่ หรอื ไม่

 เผยแพร่  ไมเ่ ผยแพร่ เพราะ...................................................................................

2. ทา่ นจะนำความรู้ทไ่ี ด้รับจากการอบรมไปเผยแพร่ ประชาสมั พนั ธ์ตอ่ ไปยงั (ตอบไดม้ ากกวา่ 1 ข้อ)

 ครอบครวั  ญาติ

 ชุมชน  เพือ่ น/คนรอบขา้ ง

 บุคลอนื่ ๆ เชน่ ..................................................................................................................................

3. หากท่านพบเหน็ การใชแ้ รงงานไม่ถกู ต้อง /ไม่เป็นธรรม/ฝา่ ฝืนกฎหมายค้มุ ครองแรงงาน ท่านจะแจ้งเบาะแส

ให้กรมสวสั ดิการและคุม้ ครองแรงงานทราบหรือไม่

 แจ้ง  ไมแ่ จ้ง เพราะ.........................................................................................

4. เมอื่ ทราบวา่ มผี ู้ได้รบั การปฏบิ ัติอย่างไม่ถูกตอ้ งหรอื ไมเ่ ป็นธรรม ซ่งึ เป็นการฝา่ ฝนื กฎหมายคมุ้ ครองแรงงาน

ทา่ นจะแนะนำใหบ้ ุคคลดงั กล่าวไปขอรบั คำปรึกษา/แนะนำ หรอื ยน่ื คำร้องตอ่ พนักงานตรวจแรงงาน

ของกรมสวัสดกิ ารและคมุ้ ครองแรงงาน

 แนะนำ  ไมแ่ นะนำ เพราะ.....................................................................................

33

-2-

ตอนที่ 3 แบบสอบถามเก่ียวกับความรู้ ความเขา้ ใจ และสำรวจความพึงพอใจของผู้เข้าร่วมอบรม

โปรดทำเคร่ืองหมาย √ ใหต้ รงกบั ความคิดเหน็ ของท่าน

หวั ข้อการประเมนิ ระดับความคิดเห็น

มากท่สี ดุ มาก ปานกลาง นอ้ ย น้อยทส่ี ดุ

1. ท่านมคี วามรูก้ ่อนการอบรมมากน้อยเพียงใด

2. ท่านมคี วามรู้หลังการอบรมมากน้อยเพยี งใด

3. ท่านคิดว่าจะนำความรู้จากการอบรมไปใช้ประโยชน์
ในชีวติ ประจำวนั หรอื ชวี ิตในการทำงานไดม้ ากน้อยเพยี งใด

4. ความรู้ท่ีท่านได้รับทำให้ท่านเกิดความตระหนักและมี
ความระมดั ระวงั ในการจะก้าวสู่ตลาดแรงงานมากนอ้ ยเพียงใด

5. ท่านมคี วามพึงพอใจตอ่ โครงการน้มี ากนอ้ ยเพียงใด

ข้อคิดเหน็ / ขอ้ เสนอแนะเพิ่มเตมิ อื่น ๆ
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................. .
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

*****************************

ขอขอบคุณผตู้ อบแบบสอบถามทุกท่านมา ณ โอกาสน้ี
กรมสวสั ดกิ ารและคมุ้ ครองแรงงาน

34

กจิ กรรม : โครงการเฝ้าระวังและตดิ ตามสถานประกอบกจิ การ
ท่ีหยุดกิจการชว่ั คราวและมแี นวโน้มทจ่ี ะเลกิ จา้ ง

35

มาตรการและแนวทางบรรเทาปญั หาการเลกิ จ้าง

1. มาตรการในการลดค่าใช้จา่ ยโดยความร่วมมือของลกู จา้ ง
1.1 มาตรการในการลดค่าใชจ้ ่ายทางด้านบรหิ าร
เป็นมาตรการข้ันต้นท่ีควรพิจารณาดำเนินการก่อน โดยพยายามลดค่าใช้จ่าย เพ่ือให้มี

ผลกระทบก็ให้มีผลน้อยท่ีสุด เช่น การประหยัดพลังงาน ลดต้นทุนการผลิต ลดค่าใช้จ่ายทางด้านการบริหาร
เป็นต้น

1.2 มาตรการในการลดค่าใช้จ่ายทางด้านแรงงาน
การนำมาตรการนไี้ ปใชค้ วรเร่มิ จากมาตรการที่มีผลกระทบต่อลูกจา้ งน้อยไปหามาก ดงั นี้
(1) พจิ ารณาลดหรือยกเลิกการทำงานล่วงเวลาหรือทำงานในวันหยดุ
(2) ใหล้ กู จา้ งใชว้ ันลาตามสทิ ธิทีม่ อี ยู่ เชน่ วันหยดุ พักผ่อนประจำปี เปน็ ตน้
(3) ใหล้ กู จา้ งไดส้ บั เปลี่ยนวนั หยดุ โดยความเห็นชอบร่วมกนั ทงั้ สองฝา่ ย
(4) ลดช่ัวโมงการทำงานในแต่ละวันหรือลดจำนวนวันทำงานในแต่ละสัปดาห์ โดยจ่ายค่าจ้าง

ตามปกติ
(5) ลดชั่วโมงการทำงานในแต่ละวันหรือลดจำนวนวันทำงานในแต่ละสัปดาห์ลง

โดยจ่ายคา่ จ้างบางส่วนตามทไี่ ด้ตกลงกนั
(6) ให้สิทธิลูกจ้างลาหยุดโดยไม่ได้รับค่าจ้างหรือได้รับค่าจ้างบางส่วน แต่ยังคงได้รับ

สวัสดิการเช่นปกติ
(7) ลดการทำงานกะลง โดยให้ลูกจ้างแต่ละกะสลับกันมาทำงาน ในวันหรือสัปดาห์

ทไี่ มไ่ ด้มาทำงาน ให้ไดร้ บั ค่าจ้างตามทีต่ กลงกันแต่ไม่นอ้ ยกวา่ รอ้ ยละ 75 ของค่าจา้ งปกติ
(8) ลดค่าใช้จ่ายในส่วนท่ีเป็นสวัสดิการที่เป็นประโยชน์ต่อลูกจ้างน้อยท่ีสุดก่อน เช่น

การจดั ทศั นาจร การสังสรรค์ประจำปี เปน็ ต้น หากยังมีความจำเปน็ ให้พิจารณาตามความเหมาะสม
(9) เพิม่ ค่าจ้างประจำปใี นสัดสว่ นที่นอ้ ยลง ถ้าจำเปน็ อาจไม่เพ่มิ คา่ จ้าง
(10) หากยังมีความจำเป็นอีก อาจลดค่าจ้างลงโดยให้ลดจากผู้ท่ีได้รับค่าจ้างสูงก่อน

หรอื ลดคา่ จ้างของลูกจ้างระดับสูงในอตั ราที่มากกว่าลกู จ้างระดบั ล่าง

2. มาตรการในการลดจำนวนลูกจ้าง
นายจ้างควรพิจารณาปรับอัตรา และตำแหน่งในสถานประกอบการเสียก่อน หลังจากนั้น

จึงพิจารณาลดจำนวนลูกจ้างตามความสมัครใจ หากยังมีความจำเป็นให้พิจารณาเลิกจ้างโดยยึดหลัก
ความเป็นธรรม ดังนี้

2.1 งดรับลูกจ้างเพ่ิม และหากมีตำแหน่งใดว่างให้พิจารณ าแต่งตั้งจากลูกจ้างเดิม
หรอื หากตำแหนง่ ที่ว่างลงไม่มคี วามจำเปน็ ควรยุบเลิกไป

2.2 โยกย้ายหน้าที่ของลูกจ้าง จากหน่วยงานที่มีคนมากเกินความจำเป็นไปยังหน่วยงาน
ท่ีต้องการลูกจ้างเพิ่มความเหมาะสมของงาน และความสามารถของลูกจ้าง โดยคำนึงถึงรายได้เดิมของลูกจ้าง
หรอื ตามที่ได้ตกลงกนั

2.3 การลดจำนวนลูกจ้างโดยความสมคั รใจ
(1) การเกษียณก่อนอายุที่กำหนด โดยให้เป็นไปโดยสมัครใจของลูกจ้างและมีค่าตอบแทน

ตามท่ตี กลงกัน
(2) การสมัครใจลาออก โดยจ่ายเงินช่วยเหลือ รวมท้ังประโยชน์อื่นตามท่ีจะได้ตกลงกัน

ทง้ั นค้ี วรคำนงึ ถงึ ระยะเวลาให้ลูกจ้างหางานใหม่ไดต้ ามสมควร

36

-2-
2.4 การเลิกจ้าง

หากดำเนินการตามมาตรการดังกล่าวข้างต้นแล้วยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาให้ลุล่วงไปได้
จำเปน็ ทีจ่ ะตอ้ งลดจำนวนลกู จ้างลงอกี นายจา้ งควรพิจารณาหลกั เกณฑ์ต่าง ๆ ดังตอ่ ไปนี้

(1) เลิกจ้างลูกจ้างทีเ่ ข้าทำงานหลังสุดก่อนตามลำดบั
(2) เลิกจ้างลูกจ้างที่มีประวัติการลา การขาดงาน และการมาทำงานสายมากออกก่อน
ท้งั นใ้ี ห้คำนึงถึงเหตผุ ลและความจำเปน็ ของลกู จ้างประกอบด้วย
(3) เลิกจา้ งลกู จ้างที่ฝา่ ฝนื ขอ้ บังคับเก่ียวกบั การทำงานหรอื คำสงั่ ของนายจา้ งมากทสี่ ุดก่อน
(4) เลิกจ้างลกู จ้างทม่ี ีอปุ นสิ ัยและความประพฤติทีเ่ ป็นผลเสียตอ่ การทำงานออกก่อน
(5) เลิกจา้ งลูกจา้ งทม่ี คี วามสามารถและผลงานน้อยทสี่ ดุ ออกก่อน
(6) เลิกจ้างลูกจ้างที่ได้รับความเดือดร้อนทางครอบครัวน้อยที่สุดก่อนในกรณีท่ีผู้อยู่ในข่าย
ท่ีจะถกู เลกิ จ้างมคี ณุ สมบัตเิ ท่าเทยี มกันอาจตดั สินใจโดยวิธกี ารจบั ฉลากหรือวิธีการอ่ืนตามทจ่ี ะได้ตกลงกัน

………………………………………………………

37

มาตรการและแนวทางป้องกันและแก้ไขผลกระทบดา้ นแรงงานสมั พนั ธ์

การแรงงานสัมพันธ์ท่ีดีเป็นปัจจัยท่ีสำคัญท่ีจะนำมาซึ่งความสุขด้านแรงงานในสถานประกอบกิจ การ
กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน จึงได้นำแนวปฏิบัติว่าด้วยการส่งเสริมแรงงานสัมพันธ์ในภาวะวิกฤต
ปี 2551 และหลักสุจริตใจ มาประยุกต์ใช้ร่วมกันเพื่อกำหนดเป็น “มาตรการและแนวทางป้องกันและแก้ไข
ผลกระทบดา้ นแรงงานสัมพันธ์” ดงั นี้

1. ในกรณีท่ีสถานประกอบกิจการประสบปัญหาผู้แทนนายจ้างกับผู้แทนลูกจ้างควรหารือและร่วมกัน
ดำเนินการทุกวิถีทางเท่าที่สามารถทำได้เพื่อประคับประคองให้สถานประกอบกิจการดำเนินการต่อไปโดยไม่มี
การเลิกจา้ งหรือปดิ กิจการ

2. การดำเนินการท่ีมีผลกระทบต่อนายจ้างและลูกจ้าง ท้ังสองฝ่ายควรใช้ระบบทวิภาคีในการปรึกษาหารือ
เจรจากัน โดยยดึ หลกั สจุ รติ ใจ

3. นายจ้างและลูกจ้างควรเปิดเผยข้อมูลเก่ียวกับผลประกอบการและสถานภาพตามความเป็นจริง
จากสถานการณท์ เ่ี กดิ ข้นึ

4. การลดค่าใช้จ่ายใด ๆ ของนายจ้าง เช่น ค่าจ้าง สวัสดิการ ฯลฯ ควรรับฟังความคิดเห็น
โดยคำนึงถึงความยินยอมพร้อมใจ และได้รับการยอมรับจากลูกจ้างส่วนใหญ่ในองค์กรเป็นหลัก ทั้งนี้
ใหห้ ลกี เลี่ยงการใช้อำนาจทางการบริหารเพอื่ กดดนั ลกู จ้างให้ยอมรบั

5. ลูกจ้างพึงตระหนักถึงผลกระทบท่ีเกิดขึ้นและควรให้ความร่วมมือกับนายจ้างในการแก้ไขปัญหา
โดยหลีกเลี่ยงวิธีการท่ีใช้ความรุนแรงหรือการใช้สิทธิโดยไม่คำนึงถึงความเดือดร้อนของประชาชน เช่น
การชุมนุม ประท้วง และปิดถนน เปน็ ต้น

6. ในกรณีท่ีการเจรจาหรือการร่วมปรึกษาหารือไม่อาจบรรลุข้อยุติ ทั้งสองฝ่ายควรแจ้งเจ้าหน้าที่
ให้ทราบทันทเี พ่อื เขา้ ร่วมหารอื และเสนอแนวทางในการยตุ ิปัญหาโดยเรว็

7. ในการแก้ไขปัญหา เจ้าหน้าท่ีจะใช้วิธีการท่ีเป็นกลาง ยืดหยุ่น และโดยสันติเพ่ือหาแนวทาง
ยตุ ิปัญหาบนพนื้ ฐานความถูกต้องและเปน็ ธรรม

8. ผู้นำองค์กรนายจ้าง องค์กรลูกจ้าง ควรมีส่วนร่วมในการป้องกันและแก้ไขปัญหาข้อขัดแย้ง
และขอ้ พพิ าทแรงงาน โดยยดึ แนวทางเพื่อใหท้ ง้ั สองฝ่ายอยู่ดว้ ยกนั ได้อย่างสนั ติ

9. หากนายจ้างจำเป็นต้องลดจำนวนลกู จ้างขอให้นำมาตรการและแนวทางบรรเทาปัญหาการเลิกจ้าง
มาใชเ้ ปน็ แนวทางในการดำเนนิ การ

………………………………………………………

38

ตัวอย่างแบบบนั ทกึ ฯ

แบบบันทกึ รายการส่งเสรมิ
เพ่ือเฝ้าระวังและตดิ ตามสถานประกอบกจิ การทีห่ ยดุ กิจการชั่วคราว และมแี นวโน้มทีจ่ ะเลกิ จา้ ง

ครงั้ ท่ี /25 วนั เดือน ปี
หนว่ ยงาน

ส่วนท่ี 1

1. ชอ่ื สถานประกอบการ ซอย ถนน
เลขท่ี หม่ทู ี่ เขต/อำเภอ
แขวง/ตำบล โทรศพั ท์/โทรสาร
จังหวัด

2. ประเภทกิจการ

3. จำนวนลูกจ้างท้งั หมด คน ประกอบด้วย ชาย คน หญงิ คน
คน
3.1 สญั ชาตไิ ทย คน ชาย คน หญงิ

3.2 สัญชาติอ่ืน ๆ

เมียนมา คน ชาย คน หญงิ คน
คน
กัมพชู า คน ชาย คน หญงิ
คน หญิง
สัญชาติอ่ืน (โปรดระบ)ุ คน ชาย คน

4. ประเภทกลมุ่ เปา้ หมาย
 เปน็ สถานประกอบกิจการทีม่ กี ารหยุดกจิ การช่ัวคราวตามมาตรา 75
 ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคติดเช้ือไวรัสโคโรนา – 2019 (COVID – 19) และแจ้ง

หยุดกิจการชั่วคราวเนื่องจากเหตุสุดวิสัยให้ลูกจ้างขอรับประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงานจากสำนักงาน
ประกนั สงั คม (รอ้ ยละ 62 ของอตั ราคา่ จา้ งรายวัน)

 มกี ารเลิกจา้ งลูกจ้างจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเช้ือไวรสั โคโรนา – 2019 (COVID - 19)
 มีแนวโน้มเลกิ จ้าง

5. สาเหต/ุ ทม่ี า/ของสภาพปัญหา

6. ผลกระทบทเ่ี กดิ ขึ้น

7. มาตรการทีใ่ ชส้ ่งเสรมิ
 มาตรการในการลดค่าใช้จ่ายโดยความร่วมมือของลกู จา้ ง
(โปรดระบุ)

 มาตรการในการลดจำนวนลกู จา้ ง
(โปรดระบุ)

39

-2-
 มาตรการปรบั ปรุงการบรหิ ารงานบุคคลใหเ้ หมาะสมกับสถานการณ์

(โปรดระบ)ุ

8. ความตอ้ งการชว่ ยเหลอื จากภาครัฐ

9. ขอ้ เสนอแนะอืน่ ๆ

เจา้ หนา้ ท่ีสง่ เสรมิ ตำแหนง่
1. ชือ่ ตำแหนง่
2. ชอื่
หน่วยงานบูรณาการ (ถา้ ม)ี

สว่ นที่ 2 การติดตามผลหลังการสง่ เสริม

จำนวนลูกจ้างปัจจุบัน จำนวน คน ชาย คน หญิง คน
คน หญิง คน คน
สญั ชาติ ไทย คน ชาย คน หญงิ คน
คน หญงิ คน 40
เมียนมา คน ชาย คน หญงิ
ชาย
กัมพชู า คน ชาย

สัญชาติอ่ืน ๆ

สภาพการณป์ จั จบุ ัน
 ไมม่ กี ารเลิกจ้างลูกจ้าง
 จำนวนลกู จ้างเพม่ิ ขึน้ จากวันท่ีดำเนินการสง่ เสรมิ ฯ รอ้ ยละ

สาเหตุ
 จำนวนลกู จ้างลดลงจากวนั ทด่ี ำเนนิ การสง่ เสริมฯ รอ้ ยละ

สาเหตุ
 ปิด/เลิก/ยา้ ย
 อน่ื ๆ (โปรดระบ)ุ

เจ้าหน้าทสี่ ่งเสรมิ ตำแหน่ง
1. ช่ือ ตำแหน่ง
2. ช่อื
หน่วยงานบูรณาการ (ถา้ ม)ี

กจิ กรรม : บรู ณาการตรวจสถานประกอบกิจการแปรรปู สัตวน์ ้ำ
ในพื้นท่ี 22 จังหวดั ชายทะเล

41


Click to View FlipBook Version